Just you and I ตอนพิเศษ : พาหมาไปทำหมัน
แม่หมาสีครีมเป็นหมาตัวเมียอายุประมาณสามปี (คุณหมอบอกว่าแบบนั้น) กับลูกสองตัว ผมยืนมองแม่สีครีมตรวจสุขภาพ เจาะเลือด ตรวจค่าไต ตับ ทุกอย่างเพื่อจะรอการทำหมัน ส่วนลูกๆ ของมันคุณหมอบอกให้ทำวัคซีน ผมหันมองหน้าพี่โชเพราะเป็นคนออกเงิน แม้พี่โชจะดูเฉยชาแต่ก็รักสัตว์นะครับ
อย่างตอนนี้พี่โชอุ้มทั้งสีนิลและสีนวล สองตัวนั้นก็ดูจะรักคนอุ้ม กอดคอพี่โชทั้งสองตัวจนพี่ผู้ช่วยหัวเราะ คลินิกรักษาสัตว์ที่นี่เป็นญาติกับเพื่อนต่างคณะ ผมขอข้อมูลจากมันมาหลายวันแล้ว แต่พี่โชยุ่งเลยได้พามาวันนี้ แล้วข่าวร้ายคือตรวจก่อนทำ ต้องรอทำวันหลัง นี่แหละครับที่พี่โชแกดูนิ่งไป
“ทำวันนี้ไม่ได้เหรอฮะคุณหมอ” ผมยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ที่มีแม่สีครีมนอนให้เจาะเลือดอยู่ คุณหมอสาวร่างอวบเจ้าของที่นี่ยิ้มอย่างใจดี
“ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะสีครีมไม่ได้อดอาหารมา แล้วนี่ก็ค่ำแล้ว” คุณหมอญาติไอ้ต้อมบอก
“แล้วจะทำยังไงดี” ผมเหล่ตามองไปยังคนที่ยังอุ้มลูกหมาหลังทำวัคซีนแล้วอยู่นอกห้อง “คือพวกผมหาเวลามาลำบากมากเลย” สำหรับผมไม่ยากเท่าไหร่ แต่คนออกเงินกับรถนี่สิ วันนี้พี่โชเอาคันที่ไปเที่ยวเชียงใหม่มา แถมแวะซื้อที่สวมเบาะกันรถเปื้อนคลุมไว้ด้วย
“ลองไปถามพี่ชายก่อนดีมั้ยคะ” คุณหมอชี้ไปทางพี่โช ผมมองหน้าคุณหมอแล้วยิ้มๆ นี่ถ้าไม่กลัวคุณหมอตกใจคงบอกไม่ไปแล้วนั่นแฟน ไม่ใช่พี่ชาย
ผมเดินออกไปสะกิดที่โชที่กล่อมลูกหมาให้นอนหลับ (ความสามารถพิเศษสุดๆ) คนตัวสูงหันมามองผมอย่างฉงน คงเพราะใบหน้ายู่จนดูแปลกใจนั่นแหละ
“มีอะไร”
“ยังทำหมันวันนี้ไม่ได้อ่ะ” ผมบอก พี่โชมองเลยเข้าไปในห้องที่ยังรอผลตรวจของแม่สีครีม
“ทิ้งมันไว้ที่นี้ดีมั้ย” ผมตาโตหลังจากได้ยิน “ถ้ามันดีขึ้นวันไหนค่อยมารับ”
“ได้เหรอ” ถามน้ำเสียงตื่นเต้น คือกลัวมันแพงนั่นแหละครับ ค่าฝากต่อวันหลายร้อย ถ้าเอาแม่สีครีมฝากไว้เป็นอาทิตย์ต้องหลักพันแน่ ค่ายาอีก ค่าดูแล แล้วก็ค่าแอร์
“ครับ ลองไปถามคุณหมอดู” พี่โชยิ้มให้ ผมกระโดดกอดไปทีหนึ่งจนคนถูกกอดดุ (เพราะอุ้มหมาอยู่)
เดินกลับเข้าไปในห้อง คุณหมอยิ้มให้ “ถ้าจะฝากไว้ที่นี่จนกว่าแผลหายนี่ได้มั้ยฮะ”
“ได้ค่ะ” คุณหมอว่า ก่อนจะเดินออกไป แล้วมีคุณหมอคนสวยคนใหม่เข้ามานั่งแทน ผมมองแทบเคลิ้ม คือคุณหมอน่ารักแบบเรียบร้อยๆ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” คงเพราะถูกมองมากเกินไปเลยถามออกมา
“เปล่าฮะ แต่คุณหมอน่ารักมากเลย” ผมชมจากใจจนคุณหมอหัวเราะ
“ขอบคุณค่ะ น้องก็น่ารักนะคะ” คำชมจากคุณหมอมันก็ดีอยู่หรอก แต่ไอ้น่ารักมันทะแม่งๆ อย่างไอ้กลอยประเกรียนต้องหล่อสิครับ
“พี่ชายก็หล่อมากด้วยค่ะ” เสียงพูดจากพี่ผู้ช่วยดังขึ้น คุณหมอคนสวยยืดคอมองออกไปแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ใช่เลยค่ะ พี่ชายน้องหล่อมากเลย” นั่นไง พากันหลงเสน่ห์พี่โชกันหมด ไม่มองไอ้กลอยคนนี้เลย เศร้าใจ
“อ่าครับ” ผมตอบอย่างเซ็ง
“พี่ชายมีแฟนหรือยังคะ” คำถามออกมาจากปากที่เคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อน ผมจ้องหน้าคุณหมอคนสวยก่อนยิ้มให้เฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร “แต่หล่อแบบนี้น่าจะมีสาวเยอะแน่เลย” ทำตาเศร้าซะด้วย “ต้องหวงพี่ชายให้มากๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นจะถูกคนอื่นแย่งไปได้”
“แม่สีครีมทำหมันได้วันไหนฮะ” ผมรีบเบี่ยงประเด็น มันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก คุณหมอมองหน้าผมพร้อมรอยยิ้ม
“เดี๋ยวรอผลตรวจก่อนนะคะ ว่าแต่ พี่ชายน้องทำงานที่ไหนเหรอคะ” ยังครับ ยังไม่หยุด ไอ้กลอยเริ่มโมโหนิดๆ ละนะ “พี่น้องชื่ออะไรเหรอคะ” ผึ่งงง เส้นความอดทนหมดไปแล้ว
“ชื่อพี่โช อายุยี่สิบกว่า ทำงานเป็นรองประธานบริษัท สถานะมีเมียแล้ว” ตอบแบบนิ่งๆ ดูได้จากสายตาที่ผมกำลังมองคุณหมอ ซึ่งดูเธอจะอึ้งกับคำตอบยาวเหยียดของผม
“แต่งงานแล้วเหรอคะ อายุยังไม่เยอะ รีบแต่งงานซะแล้ว” ทำหน้าเสียดายจนผมขมวดคิ้ว
“เขารักของเขาน่ะฮะ รักมาก” ลากกอไก่ยาวซะจนเสียงแหบ พี่ผู้ช่วยถึงกับหัวเราะ
“ยาวขนาดนี้ท่าจะรักจริงๆ นะคะเนี่ย” คุณหมอหัวเราะแห้งๆ ให้ผม คงคิดว่าผมหวงพี่ชายละสิ เปล่าหรอก หวงแฟน อะไรนะ ไม่ใช่แฟนเหรอ อ๋อ เมีย บ้า เซเลปเขาเรียกแฟนเฉยๆ (เริ่มบ้า)
“ฮะ รักมาก ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม แมลงวันนี่ยังบินเข้าใกล้ไม่ได้เลยนะฮะ ตวัดลิ้นกินเลย” พูดให้ดูตลก แต่น้ำเสียงจริงจัง
“อุ้ย คนหรือเปล่าคะนั่น” แสร้งหัวเราะผมรู้ เริ่มไม่สวยเหมือนหน้าตาแล้วคุณหมออ่ะ
ผมกอดอกยืนหน้ามุ้ยมองคุณหมอยังสาวตรวจนั่นนี่ให้แม่สีครีมก่อนคุณหมอเจ้าของคลินิกจะเปิดประตูเข้ามา ในมือมีแฟ้มผลของแม่สีครีม ผมเลยกวักมือเรียกพี่โชให้เข้ามาฟังด้วย พอพี่โชเดินเข้ามา คุณหมอยังสาวก็ยิ้มหวานใส่ทันที
“ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกตินะคะ แต่ผลบางอย่างต้องรอสักวันหรือสองวัน” คุณหมอเจ้าของว่า
“แล้วแบบนี้จะฝากตั้งแต่วันนี้เลยได้มั้ยครับ” พี่โชถามเสียงเรียบ ไม่รับรู้ถึงสองรังสีกำลังฟาดฟัน รังสีหนึ่งของหมอยังสาวที่ส่งสายตาให้สุดชีวิต อีกหนึ่งก็ของผม ที่พยายามปล่อยรังสีที่เข้มกว่าไปกลบไม่ให้ส่งถึงคนที่ผมยืนบังอยู่ แม้จะบังได้แต่ตัวเพราะหัวผมอยู่แค่คางก็เถอะ
“ได้ค่ะ เรื่องค่าฝากต้องออกไปคุยกับการเงินด้านหน้านะคะ” คุณหมอเจ้าของว่า
แน่นอนผมได้ส่วนลดนิดหน่อย
“แล้วฝากลูกมันด้วยได้หรือเปล่าครับ” ผมหันไปมองหน้าพี่โชทันที พี่โชคงรู้ว่าผมสงสัยเลยยิ้มบางๆ แล้วอธิบายให้ผมฟัง “ก็ถ้าแม่มันอยู่ที่นี่ แล้วเราเอาลูกไปไว้ที่เดิมมันจะอยู่ไม่ได้”
“เอาไปไว้ที่ห้องไม่ได้เหรอ” ผมถาม พี่โชส่ายหน้าทันที “ทำไมอ่ะ”
“แล้วใครจะดูแลมัน”
“กลอยดูได้”
“ถ้าไปเรียนใครจะดู”
เงียบไม่มีคำตอบ หน้างอนิดๆ ก็แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าผมไปเรียนแล้วมันปวดอึขึ้นมาแย่แน่ พี่โชอาละวาดห้องแตก แล้วไอ้กลอยก็จะซวยโดนเช็ดล้างทั้งห้องแน่
“เอาไงดีอะ” ผมหันไปมองคุณหมอเจ้าของ ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อถูกทุกคนในห้องจ้องมองกันหมด “มีอะไรหรือเปล่าฮะ” ถามออกไป ทุกคนพร้อมใจกันส่ายหน้า ขนาดคุณหมอยังสาวยังมองแบบตื่นๆ
“เอาไปฝากไอ้แทมมั้ย” พี่โชพูด ผมเลยหันไปมองอีกรอบ
“ได้เหรอ”
“อืม บ้านมันมีหมาหลายตัว เพิ่มอีกสองตัวคงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง” แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์คือพี่แทมสินะ ผมยิ้มตาหยีพยักหน้าเห็นด้วย พี่โชก็ขำออกมา ก่อนลูกหมาสองตัวจะเริ่มดิ้น “ชู่วๆ” กล่อมหมาหลับอีกแล้ว
“งั้นผมฝากแม่สีครีมไว้ที่นี่นะฮะ” ผมบอกคุณหมอเจ้าของ “แม่สีครีมอยู่ที่นี่ห้ามดื้อนะ เดี๋ยวสุดหล่อจะมาเยี่ยมบ่อยๆ หายแล้วค่อยกลับ โอเค๊” ผมยกมือแม่สีครีมมาไฮไฟท์กันจนคนในห้องขำกันใหญ่
ค่าเสียหายวันนี้เล่นเอาไอ้กลอยเครียด ค่าวัคซีนสองตัว ค่าตรวจโรคสารพัดโดนไปหลายพัน ทำไมมันแพงกว่าคนไปหาหมออีกเนี่ย พี่โชจ่ายเงินเสร็จสรรพก็พากันออกมา ผมอุ้มสีนิลไว้ ส่วนสีนวลนอนหลับบนตักพี่โชที่กำลังขับรถไปบ้านพี่แทม
“นอนสบายจริงนะสีนวล” ตบหัวหมาเบาๆ
“อิจฉาละสิ” พี่โชพูดปนขำ
“อิจฉาอะไร”
“ที่ไม่ได้นอนตักพี่น่ะ” ดูพูดเข้า ผมเนี่ยนะ อิจฉาหมา บ้าแล้ว
“ไม่ได้อิจฉาเลย ไม่ได้อยากนอนตักสักนิดโด่” เบ้ปากใส่จนถูกหัวเราะ
“ไม่อยากนอนตัก งั้นนอนบนตัวพี่ดีมั้ย” คำพูดกำกวมๆ ฟังแล้วทะแม่งๆ
“ไปนอนทำไมบนตัวพี่ หนักตายเลย” ไอ้กลอยตอบแบบโง่ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “คิดแต่เรื่องพวกนี้นะคนเรา” ใครเพิ่มแอร์หว่า ทำไมมันร้อนๆ
“ที่ไปทำตาหวานใส่หมอคนนั้นอย่าคิดว่าพี่ไม่เห็นนะ” ทำเสียงเข้ม ผมเลยย่นจมูกใส่
“แต่หมอเขาทำตาหวานใส่พี่โช ถามมาได้ว่าพี่มีแฟนหรือยัง ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน” นึกถึงแล้วก็โมโห
“แล้วตอบไปว่ายังไง” พี่โชหันมามองนิดๆ
“ก็บอกไปว่ามีเมียแล้ว หวงมาก ไม่ให้ใครแตะ เป็นไง ตอบดีป่ะ” ยักคิ้วนิดๆ พี่โชหัวเราะดังลั่นรถจนสีนวลสะดุ้ง
“ตอบดี คืนนี้มีรางวัล” ขยิบตาเจ้าชู้ให้ เลยแลบลิ้นส่งไป
หน้าบ้านพี่แทม ไม่อยากเรียกว่าบ้านเลยครับ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ แค่ประตูรั้วยังยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ มองลอดซี่ประตูรั้วไปในตัวบ้านยิ่งอลังการยิ่งกว่า พี่โชบีบแตรไปสองรอบก็เห็นผู้ชายผมเกรียนสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีเขียววิ่งมาเปิด
“มาหาไอ้แทมครับ” พี่โชลดกระจกลงแล้วบอก คนมาเปิดประตูทำท่าเหมือนทหารทำความเคารพด้วยตอนแรก
“คุณแทมอยู่ด้านในครับ” พี่โชพยักหน้าแล้วขับรถเข้าไป โอ้โห พูดได้แต่คำนี้จริงๆ
พี่โชขับวนรอบบ่อน้ำพุไปตามถนนก่อนเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ อย่างน้อยรถบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้หรูหรามากมาย ก็แค่รถนอกทุกคันก็แค่นั้นเอง เชี่ย พี่แทมรวยเกินไปแล้ว
ผมเปิดประตูมองไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ เคยเห็นแต่ในละคร ไม่คิดว่าจะมีคนรู้จักมีบ้านหลังแบบนี้ด้วย ขนาดบ้านพี่โชยังไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พี่แทมเดินลากแตะออกมา ใบหน้ายับยู่ยี่คงเพิ่งตื่นนอน นี่มันจะค่ำอยู่แล้วพี่แกยังนอนได้ ตะวันก็ทับหัวพอดี
“ไงมึง” พี่แทมทัก ตาจ้องมองสองตัวที่ถูกอุ้มอยู่ “ไอ้สองตัวนี้น่ะเหรอ”
“อืม” พี่โชพยักหน้า พี่แทมก็เดินมาคว้าหลังคอจนสีนิลที่ผมอุ้มลอยหวือ
“เฮ้ยพี่ มันเจ็บ” หน้าตื่นสิ อยู่ๆ ก็หิ้วหลังคอจนลูกหมาห้อยต่องแต่งแบบนั้น
“มันไม่เจ็บหรอก ใครๆ เขาก็จับแบบนี้ ขนาดแม่มันยังหิ้วตรงนี้เลย” พี่แทมบอก ก็อยากจะเชื่อแต่ดูหน้าสีนิลมันเหมือนไม่ชอบให้จับแบบนั้น นี่คิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย
“พี่จะเอามันไปไว้ที่ไหนอ่ะ” ผมถาม บ้านสะอาดสะอ้านเกินไปจะมีหมาสองตัววิ่ง
“อ้อ ตามมา” ผมรีบคว้าสีนิลมาอุ้มตามเดิม เพิ่มเติมคือความหวงจนพี่แทมกับพี่โชหัวเราะ ไม่ตลกนะเฮ้ย หมามันก็เจ็บเหมือนคนนั่นแหละ
ผมเดินตามหลังพี่แทมมาทางหลังบ้าน ฉีกไปอีกด้านจะมีบ้านขนาดกลาง ประตูกรงถูกปิดอย่างมิดชิด เปิดออกก็ยังมีประตูไม้อีกชั้น เปิดเข้าไปยังมีมุ้งลวด ประตูอะไรจะซับซ้อนขนาดนี้ แต่พอเห็นด้านในยิ่งกว่าบานประตูอีก บ้านโล่งมีกรงถูกวางเรียงกันเป็นตับ บางตัวก็อยู่ในกรง บางตัวก็อยู่ในคอก แค่ผมเดินผ่านกรงบางตัวยังรู้สึกเกร็ง กลัวมันจะพุ่งออกมากัด
“มันจะกัดผมหรือเปล่าพี่” ถามอย่างเกรงๆ ดวงตาพวกมันจ้องเหมือนเห็นเหยื่อ หรือว่ามันมองสีนิล มันอยากกินลูกหมาผมหรือเปล่าวะ
“นี่มันหมาฝึกมาแล้ว ไม่กัดคนหรอก ถ้าไม่ได้สั่ง” เชี่ย น่ากลัว “ฮาร์เปอร์” อยู่ดีๆ พี่แทมก็ตะโกนขึ้นมา แค่แปบเดียว หมาตัวโตก็รีบวิ่งเข้ามา หน้าแหลม หูตั้ง หางเป็นพู่ มันวิ่งมาแบบไม่มีลดความเร็วลงจนผมรีบไปหลบหลังพี่โช พอเอนหน้าไปดู ไอ้หมาตัวนั้นมันกระโดดใส่พี่แทมเหมือนดีใจที่มาหา
“มันไม่กัดเหรอพี่แทม” ถามอย่างสนใจ
“ไม่หรอก มันใจดี” พี่แทมว่า มือก็ขยี้หัวหมาจนมันงับมือ แต่น่าจะเบาเพราะไม่งั้นคงโดนเตะไปแล้ว “เอาลูกมาวางลง” ตาเหลือกที่ได้ยินพี่แทมพูด เอาวางก็โดนงาบสิวะ แต่พี่โชกลับเอาวาง
“ไม่เป็นไร” พี่โชบอก ผมเลยจำใจวางใกล้ๆ ตัวผมนี่แหละ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยทัน
หมาฮาร์เปอร์มองลูกหมาสองตัวที่หางลู่ลงอย่างหวาดกลัว มันเดินเข้ามาใกล้ ใช้จมูกดมๆ ดู เท้าใหญ่ๆ ยกขึ้นเขี่ยจนผมเกือบเผลอตีขามัน เพียงไม่นานลูกหมาสองตัวก็เดินเข้าไปหาหมาตัวโต
“มันสนิทกันแล้ว” ผมบอก
“เออ มึงนี่ก็กลัวไม่เข้าเรื่อง” พี่แทมกอดอกว่า “ผัวมึงน่ากลัวกว่าไอ้ฮาร์เปอร์อีก” พูดแล้วก็ขำ เลยโดนพี่โชเตะไปทีหนึ่ง
“ด่ากูเป็นหมาเหรอวะ”
“แมวมั้งไอ้เชี่ย” ผมยังหัวเราะตามเลยโดนตาดุมาด้วย “ไม่ต้องห่วงหรอก ที่นี่มีคนดูแลให้ข้าวให้น้ำตลอด หากจะเอาคืนวันไหนก็มาเอา”
“ถ้าเอาไว้ที่นี่เลยได้ป่ะ” อยู่ๆ ผมก็อยากให้อยู่ที่นี่ ดูจากความสุขสบาย มีบ้านหลังใหญ่แบบนี้ไม่ต้องคอยไปหาที่หลบฝนตามต้นไม้หรือใต้ตึกให้คนรังเกียจ มีคนคอยให้ข้าว ไม่ต้องทนหิ้วท้องยามหิวรอในวันที่ผมไม่มีเรียน ไม่ต้องทนร้อนกับอากาศเพราะที่บ้านหลังนี้มีแอร์ปรับอุณหภูมิ ที่สำคัญ มีคนดูแลตลอด แบบนี้จะไม่ได้ต้องโดนด่าว่าเป็นหมาจรจัด
“คิดว่าอาหารนะเว้ย” พี่แทมว่า ผมเลยย่นหน้าทันที “กูล้อเล่น”
ผมมองลูกหมาสองตัวก่อนจะเดินตามหลังพี่โช มือจับชายเสื้อพี่โชอยู่ตลอด มันรู้สึกโหวงๆ ผมให้ข้าวมันตั้งแต่เพิ่งลืมตาดูโลกใหม่ๆ เพราะมันเกิดในบันไดตึก ซื้อนมแพะป้อนมันจนตาแตก เดินตามผมตลอดเวลาผ่านไปที่สวน บังคับให้ไอ้สักสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้มันหลบฝน แต่ถูกพังไปเพราะเกะกะ เก็บข้าวไว้ให้ทุกวันเพื่อไม่ให้มันหิวแล้วออกไปหากินที่อื่น ต่อจากนี้ไม่ได้เจอหน้ากันแบบนั้นแล้ว ผมคงจะคิดถึงมันน่าดู
สีนิลกับสีนวลเห็นผมกำลังจะออกห้องก็รีบวิ่งมางับขากางเกงตัวละข้าง น้ำตาไอ้กลอยร่วงเลยครับ สงสารด้วย คิดถึงด้วย ไม่อยากจากเลย ผมย่อตัวนั่งลงเอามือลูบหัวมันเบาๆ
“อยู่นี่นะ เดี๋ยวถ้าแม่หายจะพามาอยู่ด้วย ตอนนี้อยู่กับลุงฮาร์เปอร์ไปก่อน ที่นี่สบายกว่าที่เก่าเยอะ ได้กินอิ่มด้วย ไม่นานเป็นหมูอ้วนแน่ๆ” ผมหัวเราะทั้งน้ำตาจนพี่โชลูบหัว “ไปนะ แล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆ” โบกมือลาก่อนพี่แทมจะเรียกให้ฮาร์เปอร์มาคาบสองตัวนี้ไป ลูกหมาร้องโวยวายแต่พี่แทมก็ปิดประตูแล้ว ผมยืนมองประตูที่ปิดสนิทด้วยความคิดถึง
“ดราม่าทำไมวะเนี่ย คิดถึงก็มาดิ่ ไอ้โชก็เพื่อนกู มึงก็เมียเพื่อนกู” พี่แทมผลักหัวจนผมเซนิดๆ
“ก็มันคิดถึงนี่” ยู่ปากใส่เลยโดนหัวเราะ ผมเดินไปเช็ดน้ำตาบนอกของพี่โชจนพี่แทมส่ายหน้ารังเกียจ เพราะมันมีขี้มูกติดไปด้วย ส่วนคนโดนเช็ดเขกหัวผมเบาๆ
ในบ้านของพี่แทมโอ่อ่าทีเดียว เจอแม่ของพี่แทมด้วย เป็นคุณหญิงที่ยังสวยและใจดี ดูรักพี่โชมากกว่าพี่แทมอีก แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนมารักผมมากกว่าแล้ว
“มาเยี่ยมแม่บ่อยๆ นะเรา” แม่พี่แทมกอดผมพลางหอมแก้มซ้ายขวา
“ฮะ” ยิ้มตาหยี ผมยกมือไหว้ลาก่อนเดินกลับมาที่รถพี่โช มองไปยังทางที่ลูกหมาสองตัวอยู่อย่างอาลัย “แล้วจะมาเยี่ยมนะสีนิล สีนวล” ผมโบกมือลาอากาศพร้อมกับรถเคลื่อนออกจากประตูรั้วบ้าน
เกือบสองอาทิตย์ที่แม่สีครีมอยู่โรงพยาบาล แผลผ่าตัดหายสนิทชนิดที่ว่าวิ่งกระโดดรอบตัวผมไปมาได้สบาย ผมกอดแม่สีครีมแน่น
“มารับแล้วนะ” ผมบอกก่อนถูกลิ้นมันเลียตามหน้าตามปากจนพี่โชต้องดึงให้ผมยืนขึ้น
“ดูร่าเริงกว่าทุกวันเลยนะแม่สีครีม” คุณหมอยังสาวเดินยิ้มหน้าแป้นแล้นออกมา “แผลหายดีแล้วนะคะ” หันไปบอกพี่โชครับ ส่วนผมยืนหน้าบึ้งอยู่จนคุณหมอเจ้าของยิ้มให้
“ต้อมเพิ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เอง”
“ไอ้ต้อมมาเหรอฮะ เสียดายไม่เจอ” ผมว่า น่าจะโทรบอกจะได้เจอกัน
“มากับเพื่อนที่ตัวสูงๆ หล่อๆ น่ะ เอาแต่เดินตาม ตลกดี” คุณหมอเจ้าของพูดไปขำไป มือก็เขียนบิลไป อืม...สูง หล่อ เดินตาม อย่าบอกนะว่า...
ผมรีบหันไปมองนอกคลินิกทันที กลัวจะมาปะกันที่นี่ เรื่องไอ้ต้อมกับพี่ฟลอยด์พี่โชก็พอเข้าใจ แต่ไม่รู้ทำไมเห็นหน้ากันแล้วต้องแยกเขี้ยวใส่กันตลอด
จ่ายค่ารักษาหมดทุกบาทผมก็พาแม่สีครีมมาที่บ้านพี่แทมอีกรอบ คราวนี้แม่สีครีมหวงลูกกับฮาร์เปอร์นิดๆ เพราะดูลูกหมาสองตัวจะรักตัวอื่นมากกว่า สุดท้ายผมก็เห็นไปนอนขดอยู่ด้วยกันสี่ตัว
ออกมาจากบ้านพี่แทม ผมก็กลายเป็นนิวจิ๋ว (เป็นคนเจ้าน้ำตา) ต่อไปเวลาไปมหาลัยจะไม่ได้เจออีกแล้ว พอคิดแบบนั้นมันก็ไหลออกมาตลอด
“ดราม่าเยอะไปแล้ว” พี่โชพูด
“ก็มันคิดถึงอ่ะ” สูดน้ำมูกจนคนข้างๆ ส่ายหน้าพร้อมกับหยิบกล่องทิชชู่ให้ “พี่โช”
“อะไร”
“พรุ่งนี้มาหาแม่สีครีมได้ป่ะ”
“ไม่ได้ พี่มีประชุม”
“วันมะรืนอะ”
“พี่ไปดูไซด์งาน”
“วันมะรื้น”
“ออกไปดูที่
“วันมะรื้นของมะรื้น”
“ไม่ว่าง”
“โหย แล้วเมื่อไหร่จะว่างวะเนี่ย คิดถึงอะ” ดีดดิ้นอยู่บนรถจนพี่โชเอาผ้าขนหนูอุดปาก “ไออ๊าย (ใจร้าย)” พูดทั้งที่ยังคาบผ้าขนหนู แต่เดี๋ยว ผ้านี้ผมเอาเช็ดขี้มูกไป แล้ว อี๋ เต็มปากเลยว่ะ แหวะๆๆๆๆ
ถึงพี่โชไม่ว่างมา ผมก็ให้ไอ้อัธพามา มันบ่นแต่พอเห็นหมาตัวใหญ่มันก็อยากมาอีก เพื่อนผมรักหมานะครับ เพราะเป็นหมาเหมือนกัน เชี่ย โดนไอ้อัธตบหัว ผมจะฟ้องพี่โช!!!
.............The End.....................
น้องกลอยประเกรียนมาแบบสั้นๆ เบาๆ ให้หายคิดถึงค่าาา อย่าเพิ่งเบื่อกลอยประเกรียนสุดหล่อนะคะ >w<
แล้วพบกันตอนหน้าค่าาา
