[เรื่องสั้น] สองแถวกับสองเรา (จบ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] สองแถวกับสองเรา (จบ)  (อ่าน 31595 ครั้ง)

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


*****************************************************************


เรื่องยาว
เหวี่ยง ซบ พบ(รัก)เธอ [จบแล้ว]
ความน่ารักชนะทุกอย่าง [จบแล้ว]
8 วัน 7 คืน [จบแล้ว]
To...คนที่ได้อ่านสิ่งนี้ในวันที่ผมจากไปแล้ว[จบแล้ว]
อยากให้เธอฝันยามหนุน
My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม


เรื่องสั้น
★  อยากบอกว่าชอบเธอ
★  พรหมลิขิตไม่มีอยู่จริง


********************************


สองแถวกับสองเรา


01    02


#สองแถวกับสองเรา


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-01-2018 19:48:22 โดย kinsang »

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
01


   ผมแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง พี่เขาชื่อ 'เทน' เป็นผู้ชายตัวสูง ผิวสีขาวเหลือง ชอบทำหน้านิ่งๆ เป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก สูงขนาดที่ว่าแทบจะไม่สนใจมนุษย์ร่วมโลกคนไหนเลยนอกจากเพื่อนตัวเอง

   ผมกับพี่เทนกลับบ้านทางเดียวกัน เรามักจะเจอกันบ่อยๆ บนรถสองแถวแต่ถามพี่เขาเคยเห็นผมไหม ตอบด้วยความมั่นใจเลยว่าไม่ ทุกครั้งที่เราเจอกันพี่เทนจะสนใจแต่ไอพอดทัชของตัวเอง ใส่หูฟังฟังเพลงแล้วนั่งหลับตา บางทีก็ยืนก้มหน้าไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างสักเท่าไร เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าเราเจอกันบนรถก็อาจจะไม่ถูกนัก เรียกว่าผมเจอพี่เขาฝ่ายเดียวน่าจะเหมาะกว่า

   เราสองคนอายุห่างกันสี่ปี ผมอยู่มอสองส่วนพี่เทนอยู่มอหก ผมรู้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับพี่เขาแต่พี่เขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมมีตัวตนอยู่ในโรงเรียน

   พี่เทนเป็นรุ่นพี่ที่ค่อนข้างฮอตคนหนึ่ง ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงฮอตได้ขนาดนั้น ทั้งที่เป็นคนเงียบๆ หมกตัวอยู่แต่กับกลุ่มเพื่อน ยิ้มก็ไม่ค่อยยิ้ม แต่ยิ้มทีคือดีมากหวานหยดปานน้ำผึ้งเดือนห้า นักกีฬาโรงเรียนก็ไม่ใช่ กิจกรรมก็ไม่ค่อยเข้าร่วม แต่พวกผู้หญิงในห้องก็พูดถึงได้ทุกวี่ทุกวัน

   จากที่ว่าถ้าคิดจะจีบคู่แข่งคงมีอยู่เยอะพอสมควร แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วไม่เคยมีรุ่นน้องคนไหนเข้าใกล้พี่เทนในเชิงชู้สาวได้เลย นั่นอาจจะเป็นเพราะปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหรืออาจจะบอกได้ว่ามีกำแพงสูงโอบล้อมรอบตัวพี่เขาไว้อยู่ กำแพงที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ 

   พี่เทนเรียนอยู่มอหกทับสี่ สายอังกฤษ-ฝรั่งเศษ เพื่อนในกลุ่มมีหกคนแต่คนที่สนิทที่สุดมีคนเดียว เป็นเพื่อนที่ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาจนสาวๆ รุ่นน้องมโนกันไปว่าพี่ทั้งสองคนเป็นแฟนกัน แต่ก็ได้รับข้อพิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริง ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยมีใครคิดจะเข้าไปแทรกกลางมิตรภาพนั่นเลย ได้แต่มองดูอยู่เงียบๆ ปล่อยให้จินตนาการทำหน้าที่ของมันต่อไป

   อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้ผมอยู่มอสองส่วนพี่เทนอยู่มอหก อีกไม่กี่เดือนพี่เขาก็จะเรียนจบแล้ว ช่วงเวลาที่เหลืออันน้อยนิดนี้จะมิตรภาพความสัมพันธ์ลูกผู้ชายอะไรก็ช่างมันเถอะ ผมคนนี้แหละจะเข้าไปแทรกกลางให้ดู




   ทันทีที่หมดคาบเรียนสุดท้ายผมรีบเก็บของลงใต้โต๊ะ เหวี่ยงกระเป๋าขึ้นสะพายหลังบอกลาเพื่อนแล้วเดินออกจากห้องเรียน ก้าวขาเร็วๆ ลงบันไดจากชั้นสี่ไปนั่งรอที่ม้านั่งหน้าทางขึ้นตึกเด็กมอหกซึ่งถูกแยกออกมาจากนักเรียนชั้นอื่นเพราะเป็นห้องเรียนที่มีแอร์อยู่ตึกเดียว ตึกนี้ยาวขนานไปกับถนนหน้าโรงเรียน ทางขึ้นลงมีสองฝั่งคือฝั่งประตูหน้ากับประตูหลังที่เข้าออกได้เฉพาะรถเท่านั้น

   นิสัยอย่างหนึ่งของพี่เทนคือเลิกเรียนแล้วจะกลับบ้านทันที เพราะฉะนั้นรอไม่นานพี่เขาก็เดินลงมาพร้อมกลุ่มเพื่อน ผมเลยลุกจากม้านั่งเดินเนียนๆ ตามหลังไป

   ทางกลับบ้านผมต้องข้ามถนนไปอีกฝั่ง กลุ่มพี่เทนถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม มีสี่คนข้ามถนนส่วนอีกสองคนรอที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน แต่สี่คนที่ข้ามมาด้วยกันมีสองคนที่เดินต่อไปทางตลาดจึงเหลือแค่พี่เขากับเพื่อนสนิทสองคน

   รถประจำทางไปบ้านผมมีให้เลือกสองแบบคือรถตู้กับรถสองแถว ปกติพี่เขาจะขึ้นรถสองแถวเพราะช่วงเวลาเลิกเรียนแบบนี้รถตู้จะเต็มตั้งแต่ที่อู่แถมราคาแพงกว่า พี่เทนไม่ได้บอกหรอกครับแต่ผมคิดเอาเอง เหตุผลของคนที่อยู่บ้านทางเดียวกันก็น่าจะคิดเหมือนกันอยู่แล้ว

   ยืนรอไม่นานรถสองแถวสีฟ้าก็มาจอดหน้าป้าย พี่เทนบอกลาเพื่อนสนิทคู่จิ้นของสาวๆ แล้วเดินขึ้นรถ ดูไปแล้วก็เหมือนเพื่อนกันธรรมดาไม่เห็นว่าจะเหมือนแฟนกันตรงไหน ไม่รู้ใครที่ปล่อยข่าวโคมลอยจนลือกันไปทั้งโรงเรียน

   ผมแอบแผ่รังสีไม่ประสงค์ดีใส่เพื่อนพี่เทนแล้วรีบตามพี่เขาขึ้นรถโดยไม่เว้นจังหวะให้ใครได้ตัดหน้าแซงขึ้นไปก่อน วันนี้โชคดีที่รถไม่แน่นมากแต่ก็ไม่มีที่นั่งว่างผมเลยเลือกยืนข้างพี่เขาเลย นี่แหละโอกาสเหมาะ   
 
   กิจวัตรตอนอยู่บนรถของพี่เทนยังคงเหมือนเดิม ยืนก้มหน้าไม่ก็มองถนน ต้นไม้ ท้องฟ้า ไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างผมเลยสักนิด เพราะงั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเจอกันออกจะบ่อยแต่ทำไมถึงจำกันไม่ได้ 

   มีวิธีเดียวที่จะทำให้คนอื่นจดจำคือต้องสร้างสถานการณ์อะไรก็ได้ที่ทำให้เกิดความประทับใจหรือผลกระทบให้คนคนนั้น แต่สถานการณ์ที่ว่านั่นกับรถสองแถวผมคิดไม่ออกจริงๆ ถ้ารถเบรกแรงๆ สักครั้งผมจะรีบถลาไปชนพี่เทนเลย แต่เมื่อไรกันล่ะที่รถจะเบรกแรงขนาดนั้น ผมไม่มีเงินพอจะไปจ้างพี่คนขับรถให้ทำตามแผนการซะด้วยสิ เพราะงั้นเลยต้องรอโอกาสเหมาะอย่างเดียว

   ผมกับพี่เทนส่วนสูงไม่ได้ต่างกันมาก ผมสูงร้อยหกสิบห้าและยังโตได้อีกเยอะ ส่วนพี่เทนคงสูงกว่าผมซักสิบเซนฯ ได้มั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเราได้เป็นแฟนกันเมื่อไรผมจะเป็นผู้ชายที่ดีพร้อมสำหรับพี่เขาแน่นอน แต่ตอนนี้ขอแค่หันมามองทางผมซักนิดก็พอ

   รถวิ่งมาเรื่อยๆ ตามเส้นทางไม่นานเสียงกริ่งก็ดังขึ้น พี่สาวที่นั่งตรงหน้าเราสองคนลุกขึ้นเดินลงจากรถไปจ่ายเงินกับพี่คนขับ จังหวะนั้นเองที่เราสองหันมาสบตากันเป็นครั้งแรก

   ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

   อยู่ๆ หัวใจผมก็เต้นระรัว ได้สบตากันในระยะที่ใกล้ขนาดนี้หัวใจผมอาจจะวายตายได้เลยนะ

   คนบ้าอะไร ทำไมหน้าตาดีได้ขนาดนี้!!

   ตื่นเต้นจนเหงื่อเริ่มออกมือ ไม่รู้จะปั้นสีหน้ายังไงผมเลยพยายามเก๊กหน้านิ่งเอาไว้ก่อน

   ในตัวรถมีแค่เราสองคนที่ยืนอยู่กับผู้ชายวัยกลางคนสองคนที่ยืนโหนอยู่ท้ายรถ แน่นอนว่านี่คือสถานการณ์ตกลงเรื่องที่นั่งบนรถว่าใครจะได้ที่นั่งนี้ไป

   พี่เทนเบี่ยงตัวหลบนิดหน่อยเป็นการบอกให้ผมนั่ง แต่ถ้าพี่เขาไม่นั่งผมก็ไม่อยากนั่งเหมือนกัน

   ผมพยักหน้ากลับไปให้พี่เทนนั่งแทน สุภาพบุรุษอย่างผมที่กำลังจะได้เป็นแฟนพี่เขาในเวลาอันใกล้นี้ต้องเป็นผู้เสียสละสิถึงจะถูก

   สุดท้ายเราเลยได้แต่ยืนมองหน้ากันแล้วใช้สายตาเกี่ยงกันไปมา

   เมื่อได้อยู่ใกล้ได้มองหน้ากันนานๆ ความตื่นเต้นของผมก็เริ่มลดลง พี่เทนมองผมด้วยสายตาเชิงบังคับ เอาจริงๆ มันน่ากลัวนะครับ แต่ผมไม่กลัวกลับชอบด้วยซ้ำที่เห็นพี่เขาใช้สีหน้าแบบอื่นมองผมนอกจากหน้านิ่งๆ

   ผมใช้ความทะเล้นที่มีเข้าสู้ เขาว่ารอยยิ้มคืออาวุธที่ดีที่สุดก็ยิ้มสู้ไปสิครับ

   ระหว่างที่เราสองคนกำลังสื่อสารและบังคับอีกฝ่ายให้นั่งกันทางสายตา ตาลุงที่โหนอยู่ท้ายรถก็แทรกตัวเข้ามานั่งแทนเสียอย่างนั้น

   เอิ่ม...แย่งที่ได้เนียนมากครับลุง

   ผมกับพี่เทนมองตาลุงผู้ฉวยโอกาสอย่างงงๆ ที่เข้ามาแย่งที่นั่งไปหน้าตาเสีย แต่ก็ช่างเถอะ พวกผมยังแข็งแรง สละที่นั่งให้คนแก่ก็ถือเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษเหมือนกัน

   หลังจากโดนแย่งที่นั่งไปต่อหน้าต่อตาเราสองคนก็หันมามองหน้ากัน ผมยิ้มให้พี่เทนแก้เก้อแล้วไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเสือยิ้มอยากอย่างพี่เขาจะยิ้มตอบ

   ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

   หัวใจผมกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง

   คนบ้าอะไร ทำไมยิ้มทีโลกสว่างไสวขึ้นได้ขนาดนี้!!

   รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็นตอนนี้มันเป็นของผมเพียงผู้เดียว

   เรายิ้มให้กันแก้เก้อที่โดนตาลุงแย่งที่นั่งที่อุตส่าห์เกี่ยงกันเพื่อให้อีกฝ่ายได้นั่ง แต่ก็ช่างมันเถอะ แค่ผมได้เข้าไปอยู่ในสายตาพี่เทนก็คุ้มแล้ว ได้เห็นรอยยิ้มนี้ต่อให้โดนแย่งที่นั่งอีกกี่ทีก็ยอม

   รถแล่นมาได้อีกสักระยะคุณป้าที่นั่งข้างตาลุงจอมแย่งที่ก็กดกริ่งลง เหลือที่นั่งเพิ่มอีกหนึ่งที่ เราหันมามองหน้ากันคล้ายจะเกี่ยงกันอีกรอบ ผมยิ้มแล้วพยักหน้าให้พี่เขาแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมนั่ง

   รอบนี้พี่เทนไม่ได้ยิ้มแต่แค่ได้มองหน้าผมก็รู้สึกดีเหมือนตัวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

   เรายืนโหนรถข้างกันพอรถเบรกทีแขนผมก็ไปโดนกับแขนพี่เทนจนอยากจะให้รถเบรกแรงๆ ซักที แต่คนขับรถก็ขับมีมารยาทเสียเหลือเกิน เลยทำได้แค่เอาแขนไปชนแขนพี่เขาตามแต่สถานการณ์จะอำนวย

   เราหันมามองกันยิ้มให้กันบ้างแทบจะตลอดทางจนผมรู้สึกว่าโลกนี้มันจะสดใสเกินไปแล้ว ทำไมรู้สึกมีความสุขได้ถึงเพียงนี้ พี่เทนแค่ยิ้มบางๆ แต่ผมนี่ยิ้มจนแก้มจะแตกแจกความสดใสคืนให้พี่เขาบ้าง

   เคยมีคนบอกว่าผมยิ้มแล้วน่ารักถึงผมจะไม่ค่อยชอบคำพูดนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้ขอยิ้มเยอะๆ แล้วกัน เผื่อพี่เทนจะรู้สึกรักรอยยิ้มของผมขึ้นมาบ้าง

   ระยะทางที่ห่างไกลออกมาเรื่อยๆ คนบนรถก็น้อยลงตามจนตอนนี้เหลือที่ว่างด้านหน้าพวกเราที่พอจะนั่งได้สองคน และหลังจากที่เกี่ยงกันมาหลายครั้งสุดท้ายพี่เทนก็ยอมนั่งแล้วก็ไม่วายยิ้มให้ผมอีก

   วันนี้ผมเห็นพี่ยิ้มบ่อยเกินไปแล้วนะ ถึงจะเป็นยิ้มบางๆ ก็เถอะ มีความสุขจนอยากระเบิดตัวเองหลายๆ รอบ

   ผมทำเป็นมองถนน ต้นไม้ ท้องฟ้าอย่างที่พี่เทนชอบทำแก้เขินไปพลางๆ แม้ตั้งใจจะมาทำให้พี่เขาจำหน้าได้แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายที่จะทำให้ใจเต้นเป็นจังหวะปกติและไม่ลนลานหากมีโอกาสได้พูดคุยกันจริงๆ

   จะว่าไปตั้งแต่ขึ้นรถมาผมยังไม่ได้ยินเสียงพี่เทนเลย ขนาดตอนเกี่ยงที่นั่งกันทั้งผมทั้งพี่เขากลับเงียบกันทั้งคู่ ใช้เฉพาะสายตาสื่อสารกัน

   โรแมนติกไปอีก

   พอได้นั่งพี่เทนก็เปิดเพลงฟังเหมือนทุกที ผมใช้ความสามารถพิเศษในการแอบมองเป็นระยะ มือกับนิ้วเรียวยาวจิ้มบนไอพอดไปมาเพื่อเลือกเพลง เพราะอยู่ในมุมสูงกว่าผมเลยไม่เห็นว่าพี่เขากำลังทำหน้ายังไง เห็นแต่ผมหน้าที่พัดพริ้วไปมาตามแรงลม แต่คิดว่าพี่เขาก็คงทำหน้านิ่งๆ เหมือนทุกที ใบหน้าเรียบเฉยที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาต่างกับตอนยิ้มที่ทำให้ดูน่าทะนุถนอมขึ้นมาเป็นกอง

   รถแล่นมาได้ครึ่งทางน้องนักเรียนที่นั่งเบาะฝั่งตรงข้ามก็ลุกขึ้นกดกริ่งลงจากรถ ทำให้เหลือที่ว่างพอให้ผมนั่งได้สบายๆ

   ทันใดนั้นเองคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้ามาตลอดทางก็เงยหน้าขึ้น พี่เทนอมยิ้มน้อยๆ พยักพเยิดหน้าไปยังเบาะฝั่งตรงข้ามเพื่อบอกให้ผมไปนั่ง

   โหยดีใจ พี่เทนเป็นห่วงผมด้วย

   ครั้งนี้ผมยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ยิ้มตอบแล้วเดินไปนั่งตรงข้ามกับพี่เทนเป๊ะๆ เราสบตากันชั่วครู่ก่อนพี่เขาจะก้มหน้าลงเหมือนเดิม

   ถึงจะแค่แปบเดียวแต่เป็นวินาทีที่หัวใจผมเบิกบานตีลังกาไปหลายตลบ ได้อาหารดีขนาดนี้หัวใจผมต้องแข็งแรงขึ้นแน่ๆ

   ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ น่าเสียดายที่อีกไม่นานก็จะถึงบ้านผมแล้ว ภารกิจทำให้พี่เทนจดจำต้องจบลงเพียงเท่านี้ แต่สำหรับวันนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามแล้วครับ เราสบตากัน โดนตัวกัน แถมยิ้มให้กันหลายต่อหลายครั้ง หวังว่าพี่เขาจะจำผมได้นะ

   มีครั้งหนึ่งผมเคยคิดจะนั่งตามไปจนถึงบ้านพี่เทน มันออกจะเหมือนโรคจิตไปหน่อยเลยเลิกล้มความคิดนี้ไป แต่ถึงจะตามไปพี่เขาก็คงไม่รู้ตัวหรอก เล่นนั่งก้มหน้าก้มตาตลอดทางแบบนี้ สมมติว่ารถโดนโจรปล้นจะรู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้

   กริ๊ง!

   ผมลุกกดกริ่งตอนใกล้ถึงบ้าน แอบชำเลืองมองพี่เทนแวบหนึ่งแต่ยังเห็นนั่งก้มหน้าจิ้มไอพอดอยู่เหมือนเดิม

   เดินลงรถจ่ายเงินกับพี่คนขับเสร็จก็ยังไม่วายหันไปมองบนรถอย่างอดใจไม่ไหว และภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะพี่เทนเงยหน้าขึ้นมามองผมอยู่

   ผมยิ้มกว้างให้เป็นการส่งท้าย ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเห็นหรือเปล่าเพราะรถเคลื่อนตัวออกไปไกลพอสมควร แต่แค่นี้ก็สุขใจมากพอแล้ว

   หวังว่าครั้งต่อไปที่เจอกันพี่เทนจะจำผมได้นะ





   คาบเรียนวิชาการงานเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับผม จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่หลายรอบจนเพื่อนข้างๆ สะกิดให้ไปห้องน้ำด้วยกัน เข้าทางผมเลยล่ะแบบนี้

   ผมกับเพื่อนขออนุญาตครูออกไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนน่ะใช่แต่ผมแค่อยากออกมาจากห้องเรียนแสนน่าเบื่อก็เท่านั้น

   ห้องเรียนการงานอยู่ชั้นหนึ่งมีทางเข้าออกอยู่ด้านหลังอาคาร เดินออกมาแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอห้องน้ำเลย เอาง่ายๆ คืออยู่ติดกับห้องน้ำนั่นแหละ แต่ไหนๆ มาทั้งทีแล้วก็ต้องเข้าหน่อยพอเป็นพิธี เสร็จภารกิจเพื่อนผมมันก็ทำท่าจะเดินกลับทางเก่า แต่เดี๋ยวก่อน ผมยังไม่อยากกลับเข้าห้องเรียนตอนนี้

   ผมลากเพื่อนที่มันไม่ค่อยจะเต็มใจนักเดินอ้อมไปด้านหน้าอาคาร จากจุดนี้สามารถมองเห็นตึกของเด็กมอหกได้ชัดเจน แต่มันก็แค่ตัวอาคารประตูห้องเรียนยังมองไม่เห็นเลย คิดจะส่องพี่เทนยิ่งเป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่

   เดินอ้อยอิ่งจนมาถึงมุมตึก ทันใดนั้นเองคนที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอก็เดินสวนออกมา ผมยืนชิดผนังตัวแข็งทื่อเป็นก้อนหินตอนพี่เทนเดินมา สายตาผมจับจ้องไปตามร่างสูงโปร่งที่กำลังผ่านหน้าผมไป ริมฝีปากแย้มยิ้มไปตามธรรมชาติทั้งที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นหรือเปล่า

   และเหมือนเทวดาเจ้าที่เจ้าทางในโรงเรียนจะเป็นใจทำให้คนที่เอาแต่เดินคุยกับเพื่อนหันหน้ามามอง ช่วงขายาวๆ ยังคงก้าวเดินต่อ หากแต่สายคู่นั้นกำลังจับจ้องมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่แต่งแต้มบนใบหน้า

   ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่เกิดขึ้นแต่กลับทำให้ผมสุขล้นจนอยากกรี๊ดออกมาดังๆ แต่กลัวพี่เขาจะตกใจซะก่อน
   เรายิ้มให้กัน นั่นแสดงว่าพี่เทนจำผมได้แล้วสินะ
   




   หลังเลิกเรียนวันนี้ผมมีสอบย่อยคณิตศาสตร์ เป็นการสอบที่ไม่มีการบอกล่วงหน้า ทำให้แผนการสะกดรอยพี่เทนวันนี้รวนไปหมด จากที่ตั้งใจว่าหลังเลิกเรียนจะไปดักรอพี่เทนเพื่อขึ้นรถพร้อมกันกลับต้องมานั่งทำข้อสอบคณิตศาสตร์ที่ผมไม่ถูกชะตาเอาซะเลย

   กว่าจะสอบเสร็จก็ปาเข้าไปห้าโมงครึ่งในโรงเรียนแทบจะไม่มีนักเรียนเหลืออยู่เลยยกเว้นพวกที่ทำกิจกรรม ผมเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนด้วยความเซ็งสุดชีวิต ข้อสอบก็ทำไม่ค่อยจะได้ วันนี้ทั้งวันก็ยังไม่ได้เห็นหน้าพี่เทน ไม่มีอะไรให้กระชุ่มกระชวยหัวใจเลย

   ข้ามถนนมายังไม่ทันได้ตั้งหลักรถสองแถวก็มาพอดี ผมโบกมือบอกลาเพื่อนแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว โหนตรงท้ายรถที่พอจะมีที่ว่างให้ยืนเพราะไม่อยากเข้าไปเบียดข้างใน และตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีผู้ชายในชุดนักเรียนคนที่ชอบปั้นหน้านิ่งยืนอยู่ข้างในด้วย

   แบบนี้เขาเรียกว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตสินะ

   ผมได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องในใจแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นพี่เขา รถแล่นไปได้ซักพักคนก็เริ่มทยอยลง มีที่ว่างนั่งได้ประมาณสองคนใกล้ๆ กับที่ผมยืนโหนอยู่ แล้วโชคชะตาก็เข้าข้างผมอีกครั้งเมื่อพี่เทนเดินมานั่งตรงท้ายรถที่ผมยืนโหนอยู่พอดี

   รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็นแต่งแต้มบนใบหน้าได้รูปให้ผมได้เห็นอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ที่คงไว้ใช้สำหรับทักทายคนรู้จัก ถึงแม้ว่าสถานะของผมตอนนี้จะเรียกว่าคนรู้จักได้ไม่เต็มปากนักก็เถอะ

   ผมรีบยิ้มกว้างตอบกลับไปอย่างรู้งาน แจกความน่ารักสดใสผ่านรอยยิ้มที่ใครๆ ต่างก็ชม ทว่ายิ้มทักทายกันพอเป็นพิธีจากนั้นพี่เทนก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับผมอีก แต่ได้แค่นี้ก็ฟินแล้ว

   เป็นธรรมดาเวลาที่ได้อยู่ใกล้คนที่ชอบมักจะเกิดอาการทำตัวไม่ถูก ผมเลยแก้ปัญหานี้ด้วยการยืนหันหลังให้พี่เทนแล้วพิงที่กั้นตรงที่นั่งเอาไว้ ในใจลึกๆ อยากยืนมองพี่เขาไปตลอดทางแต่ถ้าทำแบบนั้นจากที่จะชอบจะกลายเป็นว่าพี่เขากลัวผมแทน อีกอย่างผมไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้นหรอก

   ยืนหันหลังหนีคนที่ทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ไม่นานอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนหลัง ผมเหลือบไปมองดูแล้วต้องรีบหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะอะไรที่โดนหลังผมอยู่นั้นคือหลังของพี่เทน

   ไม่รู้เป็นเพราะว่าหันหลังให้หรือเปล่าพี่เทนเลยนั่งหันหลังใส่ผมบ้าง ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าหลังเราพิงกันอยู่ แม้จะเป็นสัมผัสเบาๆ ไม่ได้ตั้งใจพิงก็เถอะ แค่นี้ก็เหนือความคาดหมายของผมไปแล้ว บางทีพี่เขาอาจจะตั้งใจให้หลังของเราชนกันก็ได้นะ
 
   มโนไปไกลมากครับ ต้องขยันสร้างความหวังเข้าไว้จะได้มีกำลังใจสู้ต่อ แต่ผมว่าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะ พี่เขาต้องรู้สึกอะไรกับผมอยู่ลึกๆ แน่ๆ

   ผมมีความสุขมากจนมันทะลักออกมาทางสีหน้า พยายามหุบยิ้มแล้วแต่มันทรมานเกินไปเลยปล่อยให้ริมฝีปากมันโค้งขึ้นเป็นครึ่งวงกลมตามใจชอบ ใครเห็นคงต้องว่าผมบ้าไปแล้วแน่ๆ ผมเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าตอนนี้พี่เทนกำลังทำหน้ายังไงอยู่ แต่จะให้หันไปมองก็ไม่กล้าเลยได้จินตนาการเอาเอง

   บางทีพี่เทนอาจจะอมยิ้มเหมือนผมอยู่ก็ได้

   มองวิวก็เพลิน สัมผัสด้านหลังก็อบอุ่น ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว อยากหยุดเวลานี้ไว้ตลอดกาลแต่ก็ทำไม่ได้

   กริ๊ง!!

   ผมสะดุ้งรับเสียงกริ่งที่ใครสักคนกด รถสองแถวค่อยๆ ลดความเร็วแล้วจอดหน้าร้านอาหาร แถมยังเป็นสถานที่ที่ผมไม่คุ้นตาเอาซะเลย

   หลังจากรถจอดสนิทคนที่ผมยืนพิงหลังมาตลอดทางก็เดินลงรถไปจ่ายเงินกับคนขับ จากนั้นรถก็ออกตัวอีกครั้งมุ่งตรงไปทางข้างหน้าที่ผมไม่รู้เลยว่าจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ไหน

   สายตาผมจดจ่ออยู่กับคนที่เพิ่งลงรถไปและยังยืนอยู่ที่เดิม พี่เทนมองกลับมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ คงขำผมที่นั่งรถเลยบ้านอยู่สินะ แถมคงเลยมาไกลมากด้วย

   เราสองคนต่างฝ่ายต่างมองกันจนรถแล่นมาไกลเกินสายตาของผมจะมองเห็นได้ บนรถตอนนี้เหลือผมแค่คนเดียว ผมเลยกดกริ่งลงกลางทางแล้วข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถอีกฝั่ง

   เสียเวลานั่งรถเลยบ้านก็ไม่เป็นไร ถ้ามันจะทำให้ผมมีความสุขขนาดนี้ยอมนั่งรถเลยบ้านทุกวันก็ยังได้





   วันนี้ผมมีเรียนวิชาศาสนาเป็นวิชาเดียวที่ห้องเรียนอยู่ในตึกเด็กมอหกแถมเป็นชั้นเดียวกันด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะมีโอกาสได้เจอพี่เทนหรอกนะครับ เพราะเรียนที่นี่มาทั้งเทอมยังไม่เคยบังเอิญเจอกันซักครั้ง

   ก่อนจะเริ่มวิชานี้เป็นช่วงพักสิบนาทีพอดีผมเลยมานั่งเอ้อระเหยอยู่หน้าห้องกะว่าถึงเวลาเรียนเมื่อไหร่ค่อยเข้าไป แต่ใครจะเชื่อ วันนี้โชคผมดีกว่าตอนเดาข้อสอบอีก ยืนคุยกับเพื่อนอยู่หน้าห้องไม่ถึงสองนาทีประตูห้องเรียนมอหกทับสี่ก็เปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่ผมอยากเจอเดินออกมา แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าคนคนนั้นไม่หนีบเอาเพื่อนสนิทมาด้วย

   ผมทำทีหันไปคุยกับเพื่อนแล้วแอบมองพี่เทนเป็นระยะ ห้องเรียนศาสนาอยู่ริมสุดทางเดินข้างบันไดที่พี่เขากำลังเดินตรงมา เอาจริงๆนะ แอบรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยทั้งที่พี่เขากำลังคุยกับเพื่อนอยู่ไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่น้อย

   ผมจดจ้องพี่เทนอย่างไม่ละสายตาเมื่อพี่เขากับเพื่อนเดินมาถึงจุดที่ผมยืนอยู่ ไม่รู้พี่เขาจะสังเกตเห็นผมไหมนะก็เล่นไม่มองกันเลย แต่วันนี้รู้สึกโชคจะเข้าข้างผมเป็นพิเศษในจังหวะที่พี่เขากำลังจะเดินลงบันไดไปอยู่ๆ ก็หันกลับมามองกันเฉย มิหนำซ้ำยังเดินมาหากันอีก

   เอาแล้วไง ตื่นเต้นชะมัด

   "อยู่ห้องไหนอ่ะ"

   "สองทับสิบ"

   "อืม"

   พี่เทนถามผมแค่นี้พร้อมกับยิ้มบางๆ แล้วเดินกลับไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่ก่อนจะเดินลงบันไดไปด้วยกัน

   เท่านั้นแหละเพื่อนผมมันกระแซะถามใหญ่เลยว่าไปรู้จักพี่เทนตอนไหนอะไรยังไง เอาจริงๆ ผมเองก็ยังงงอยู่เลย ปกติเจอกันแค่ยิ้มให้ก็สุขใจจะตายอยู่แล้ว นี่เล่นเข้ามาชวนคุยถึงจะแค่ประโยคสั้นๆ แต่มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมาก

   รุ่นพี่สุดฮอตผู้เงียบขรึมเป็นคนเข้ามาคุยกับผมก่อน ถ้าพวกนักเรียนหญิงห้องผมรู้ต้องพากันอิจฉาแน่

   ผมบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามเพื่อนโดยการเดินเข้าห้องเรียน วิชาพระพุทธศาสนาเริ่มขึ้นโดยให้นักเรียนสวดมนต์ ผมขมุบขมิบปากตามบทสวดแต่หาได้รับรู้ถึงรสพระธรรมอะไรเลย

   กำลังอิ่มอกอิ่มใจครับ อิ่มมากจนแก้มจะแตกแล้ว

   แบบนี้เขาเรียกว่าให้ความหวังกันใช่ไหม ผมมีหวังที่พี่เทาจะหันมาชอบผมบ้างใช่ไหม





   ใครว่าพี่เทนชอบผม ผิดเหอะ! เพ้อเจ้อไปเองทั้งนั้น ก็แค่มาถามห้องเรียนแล้วโมเมไปเองว่าเขามีใจ บ้าบาสิ้นดี!

   ผ่านมาได้เดือนกว่าแล้วนับตั้งแต่เปิดเทอม พี่เทนเรียนจบไปแล้วและผมเลื่อนชั้นเป็นนักเรียนมอสาม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผมกับพี่เขายังเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่ไม่เคยรู้จักกันเหมือนเดิม

   ผมนั่งมองเพื่อนเล่นบาสอยู่ข้างสนามอย่างเซ็งๆ ยิ่งเห็นบอร์ดประกาศของโรงเรียนแล้วยิ่งเซ็ง รายละเอียดบนบอร์ดบอกว่ารุ่นพี่มอหกคนไหนจบแล้วไปต่อคณะอะไรบ้าง และพี่เทนก็ได้เรียนคณะที่ผมคงไปถึงจุดนั้นไม่ได้

   คณะจิตรกรรมฯ เอกทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ

   ผมวาดรูปโคตรห่วย เรียนก็ห่วย ดีแต่ด้านกีฬา ผมไปสืบมาแล้วว่าคณะที่พี่เทนเรียนเป็นหลักสูตรห้าปี ตอนนี้ผมอยู่มอสามถ้าสอบเข้าที่นั่นได้พี่เขาก็จะอยู่ปีสี่ แต่ปัญหาคือทำยังไงผมถึงจะสอบเข้าที่นั่นได้ ถ้าอยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่เขาขึ้นมอปลายคงต้องเข้มงวดกับตัวเองกว่านี้ซะแล้วล่ะมั้ง

   นั่งเซ็งอยู่คนเดียวได้ไม่นานอยู่ๆ ก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาหาผม สองสาวยิ้มหวานก่อนนั่งลงข้างๆ กัน

   เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั่วไปในโรงเรียนมัธยม ไม่อยากจะชมตัวเองหรอกว่าผมเองก็เป็นที่รู้จักในโรงเรียนอยู่พอสมควร การจะมีรุ่นพี่มาขอเฟซบุ๊ก ไอจีหรือทวิตเตอร์เลยกลายเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับผม

   ผมเขียนชื่อเฟซบุ๊ก ไอจีกับทวิตเตอร์ลงบนสมุดที่พี่สาวคนหนึ่งยื่นมาให้ เธอขอบคุณแล้วก็ยิ้มร่าเดินกลับออกไป พวกเพื่อนๆ ผมที่อยู่ในสนามเลยพากันตะโกนแซวกันใหญ่ ก็แน่ล่ะ ทั้งกลุ่มมีผมฮอตอยู่คนเดียวพวกมันเลยอิจฉาไง

   ผมนั่งดูพวกเพื่อนๆ เล่นบาสอยู่อีกสักพักก่อนจะแยกตัวออกมา อยากกลับบ้านแล้วครับ บาสก็ไม่อยากเล่นไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น ขึ้นรถสองแถวก็ไม่เจอพี่เทน ชีวิตที่ไม่มีคนให้มองมันช่างน่าเบื่อ

   กลับถึงบ้านผมก็เปิดคอมฯ นั่งเล่นเกมถึงหนึ่งทุ่มจนแม่เรียกลงไปกินข้าว ออกจากเกมก็เปิดเฟซบุ๊กเล่นอีกนิดหน่อย ตรงรูปคนมุมขวาบนของจอมีเลขสามสีแดงแจ้งเตือนว่ามีคนแอดเฟรนด์ผมมาพอดี คิดว่าน่าจะเป็นพี่ผู้หญิงสองคนนั้นที่มาขอเฟซบุ๊กเมื่อตอนเย็นนั่นแหละ

   ผมกดรับรายชื่อทั้งหมดที่มาขอผมเป็นเพื่อนก่อนปิดหน้าจอคอมฯ หยิบมือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงแล้วเดินออกจากห้องมา

   ตึ่ง!

   เดินมาถึงบันไดกำลังจะก้าวลงไปข้างล่างมือถือที่อยู่ในมือก็สั่นเตือน ผมหยิบมันขึ้นมาดูมีรายชื่อที่ผมไม่คุ้นตานักทักผ่านเมซเซนเจอร์มา แต่เมื่อเห็นรูปโปร์ไฟล์เจ้าของข้อความเท่านั้นหัวใจผมก็เร่งจังหวะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

   'สวัสดีครับน้องเพชร พี่เทนนะ จำได้มั้ย'

   ผมคงไม่ได้คิดไปเองคนเดียวสินะ




END


แต่งเรื่องนี้จบเพิ่งสังเกตว่ามันแทบไม่มีบทพูดเลย ฮ่าๆๆ
คือรู้สึกว่าเขียนไปเยอะมากแต่ทำไมได้แค่ไม่กี่หน้าเอง
ไม่รู้ว่าจะเบื่อกันหรือเปล่า แถมจบแบบค้างๆ คาๆ อีก ฮา

 :pig4: :pig4:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-08-2016 19:42:09 โดย kinsang »

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
จบค้างงี้ไม่ดีนะคะ จุ๊ๆ

ขอตอนต่อไป พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ขออ่านฝั่งพี่เทนก็ยังดี

 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ขอตอนพิเศษได้มั้ยคะ
อยากรู้ว่าพี่เทนจะคุยอะไร

ออฟไลน์ BeautifulGirl

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
มีต่ออีกซักนิดจะเป็นพระคุณกับนักอ่านมากค่ะ

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4
จะเอาตอนต่อไป :ling1: :ling1:
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cinnsin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โอ้ยยยยยยย อิพี่ก็แอบมองน้องอยู่เหมือนกันสินะ ร้ายกาจจจ  :-[ :-[
ปล. เค้าจะเอาตอนพิเศษษษ TwT

ออฟไลน์ chaoyui

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
งูยยยยย น่ารักอะ :mew1:

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
ละมุนสุดๆอ่าาาา แถมให้ไปจิ้นต่อเองด้วยว่า ใครจะรุก ใครจะรับ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9
ค้างงงงงงงงงงง มีอีกสักตอนเถอะนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
อย่าจบแบบค้างๆสิคะะะะะะะะ ฮืออออออออออออออออ ขอตอนพิเศษก็ได้  :z3: :z3: :z3: :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ Littlesir

  • I adore all the things you hate about yourself.
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-0
เฮ้ยยย ดีอะ ชื่อเรื่องก็ดี เนื้อเรื่องก็แจ่ม ถึงไม่มีบทพูดก็เข้าใจ
จบแบบให้ไปคิดต่อเอาเอง ชอบบบบบบบบบบบ

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
ละมุนนนน น่ารักกก
ทำไมรุสึกพี่เทนจะเป็นเมะ55555
ขอบคุณค่าาา

ออฟไลน์ Money11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
น่ารักอะ ฮือออออออ ขอตอนพิเศษเพิ่มได้มั้ยอะคะ ฮ่าๆ
 :-[

ออฟไลน์ KKKwanGGG

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-2
น่ารักมาก ๆ น่าจะมีตอนพิเศษ

ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
เทนจ้างเพื่อนมาขอใช่มั้ย

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
ปล่อยให้จบแบบค้างแบบนี้ไม่ดีต่อนักอ่านนะครับ ^^"

ออฟไลน์ obstacle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
สำนวนการเขียนดีจริงๆ บทพูดแทบไม่จำเป็นเลย
จบค้างคาขนาดนี้ ต้องมีตอนพิเศษแล้วแหละ
อยากรู้จักพี่เทนกับน้องเพชรให้มากขึ้นนะ
ปล. ตึกฟ้าใช่มั้ย ตึกม.6 เนี่ย  :m12:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
02


   เด็กมันอ่อย? จริงหรือเปล่าไม่รู้แต่รู้ตัวอีกทีก็ติดกับดักนั่นจนขยับไปไหนไม่ได้เสียแล้ว

   รอยยิ้มนั่นมันช่าง...อันตราย

   หลายเดือนแล้วที่ผมหลุดพ้นจากชีวิตมัธยม นั่งรถไปเรียนไปวันๆ ขลุกอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่มอหนึ่ง ผมเกลียดความวุ่นวาย ไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะๆ และสำหรับโรงเรียนมัธยมเป็นอะไรที่โคตรจะน่าเบื่อ เบื่อเด็กที่คลั่งไคล้คนอื่นไปทั่วแม้แต่ผมที่พยายามเก็บตัวอยู่ในโลกส่วนตัวยังไม่รอด ขอถ่ายรูปบ้างล่ะ ขอเฟซบุ๊กบ้างล่ะ หรืออะไรก็ตามที่จะสามารถเข้ามาวุ่นวายในโลกของผมได้ แต่การกระทำเหล่านั้นมันเปล่าประโยชน์เพราะผมไม่ยอมให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับโลกของผมได้นอกจากเพื่อนตัวเอง

   แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งอยู่ๆ เด็กหนุ่มมอสองผู้มีความสดใสเป็นเอกลักษณ์จะสามารถทำลายกำแพงที่ผมสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองจากความน่าเบื่อในโรงเรียนมัธยมลงได้เพียงเพราะ....รอยยิ้ม

   วันที่เราเจอกันบนรถสองแถว

   วันนั้นผมยอมรับเลยว่าหลงเสน่ห์รอยยิ้มนั่นเข้าเต็มเปา น้องมอต้นที่ชื่อ 'เพชรดนัย' ไม่ใช่ว่าผมรู้จัก นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่ามีเด็กคนนี้อยู่ในโรงเรียน แต่ตัวหนังสือสีน้ำเงินที่ปักอยู่บนหน้าอกก็ทำให้ผมจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ และเรียกสั้นๆ เอาว่า 'น้องเพชร'

   หลังจากวันนั้นเราก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันหรืออาจจะเป็นเพราะว่าน้องเขาเข้ามาอยู่ในสายตาผมแล้วก็เป็นได้ ดังทฤษฎีที่ว่า 'หากเราสนใจใครก็มักจะมองหาคนคนนั้นตลอด' แต่ไอ้ทฤษฎีที่ว่ามันมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

   เอาเถอะ ยังไงซะ...ผมก็ติดกับดักรอยยิ้มของเด็กนั่นไปแล้ว

   ผมไม่รู้ว่าเพชรอ่อยผมจริงหรือเปล่าแต่คิดว่าการเข้าหานั่นต้องมีความหมาย คนบ้าที่ไหนจะนั่งรถเลยบ้านตัวเอง

   ตอนนั้นผมคิดจริงๆ ว่าน้องนั่งรถเลยบ้านเพราะผม แต่ความสัมพันธ์หลังจากนั้นมันไม่มีอะไรคืบหน้าเลย นอกจากเจอหน้าแล้วยิ้มให้กัน และนั่นทำให้ผมสงสัย

   น้องอ่อยผมจริงเหรอ?



   ช่วงงานกีฬาสีครั้งสุดท้ายในชีวิตมอปลายผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเท่าไรเลยช่วยเพื่อนๆ คุมสแตนด์เชียร์ แจกน้ำแจกท่าน้องๆ ดูเหมือนจะมีส่วนร่วมแต่จริงๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

   ผมอยู่สีเหลืองส่วนน้องเพชรอยู่สีเขียว สแตนด์เราอยู่ตรงข้ามกันพอดี ที่ผมรู้ไม่ใช่อะไรหรอก น้องก็ออกจะเด่นนั่งอยู่แถวๆ สแตนด์แถมนั่งกับลีด

   ใช่ นั่งกับเชียร์ลีดเดอร์สีน้องเขาเอง เป็นแฟนกันหรือเปล่าไม่รู้ดูกระหนุงกระหนิงจับมือกันนิดๆ หน่อยๆ มีคนแวะมาขอถ่ายรูปบ้าง ดรัมโรงเรียนก็มา แค่นี้ก็บอกได้ว่าอีกฝ่ายโด่งดังขนาดไหน ที่สำคัญน้องคงจะมีแฟนแล้วล่ะมั้ง อาจจะเป็นน้องเชียร์ลีดเดอร์คนนั้นก็ได้

   พูดถึงน้องเพชรโดนขอถ่ายรูป ผมเองก็มีพวกรุ่นน้องมาขอถ่ายรูปด้วยบ้างประปราย ถ่ายคู่กับเพื่อนบ้างถ่ายเดี่ยวบ้าง ก็ได้แต่ยิ้มรับไปแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร

   ผมค่อนข้างเบื่ออะไรแบบนี้ ทั้งรุ่นน้องทั้งเพื่อน ก่อนหน้านี้ผมโดนขอถ่ายรูปตอนกำลังเดินไปโรงอาหารด้วยกัน เพื่อนมันก็ทำท่าไม่พอใจแล้วเดินหนีไปก่อน พอรุ่นน้องได้รูปที่พอใจแล้วเลยต้องรีบเดินตามไปง้อ เพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ผมไม่ชอบบรรยากาศอึมครึมแบบนี้สักเท่าไร ไม่ชอบใจอะไรก็ไม่ค่อยบอก โกรธอะไรก็เอาแต่เงียบ

   ผมเดินไปคว้ามือเพื่อนไว้แล้วเราก็โดนจับมือเข้าโรงอาหารด้วยกัน คิดว่าความสัมพันธ์ของเรามันแปลกใช่มั้ย ใช่...ผมก็ว่ามันแปลก ชอบงอนกันด้วยเรื่องไร้สาระ สนิทกันจนเหมือนเกินคำว่าเพื่อนแต่พอใครถามคำตอบของเราสองคนก็ตรงกันคือ 'เพื่อน'

   งานกีฬาสีจบลงด้วยบรรยากาศชื่นมื่นอย่างทุกปี ปีนี้คณะสีผมคว้ารางวัลที่สามสแตนด์เชียร์มาได้ ส่วนเชียร์ลีดเดอร์ได้ที่สี่ โรงเรียนผมมีทั้งหมดหกคณะสีทำได้เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว

   วันนี้ผมเห็นน้องเพชรอยู่กับน้องลีดเดอร์คนนั้นทั้งวันจนกระทั่งกลับบ้าน แอบรู้สึกเจ็บนิดๆ อย่างคนคิดไปเอง ก็ที่ผมคิดว่าน้องมันอ่อยนั่นแหละ สรุปคือยังไงกันแน่ เอาเป็นว่าจากภาพที่เห็นวันนี้

   ผมขอตัดใจก็แล้วกัน



   สัปดาห์ก่อนสอบเริ่มมีรุ่นน้องเอาเฟรนด์ชิพมาให้เด็กมอหกเขียน ผมว่ามันแปลกดี แทนที่คนเรียนจบจะเอาของตัวเองไปให้คนอื่นเขียน ดันกลายเป็นรุ่นน้องเอามาให้รุ่นพี่ที่จะจบเขียนแทน บางคนได้มาห้าหกเล่ม ยิ่งคนดังๆ เด็กกรี๊ดกันเยอะๆ ผมเองก็ได้มาหนึ่งเล่ม เป็นสมุดวาดเขียนปกแข็งสีดำเล่มหนา ได้ความจากเพื่อนว่ามีเด็กมอสองฝากมาให้ อยากให้ผมเขียนเป็นคนแรก ผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากกว่านั้นเพราะสมองมันคิดเอาเองไปแล้วว่าเป็นของใคร

   เพื่อนผมชอบว่าผมประหลาด มันก็คงประหลาดอยู่หรอกที่ดันเลือกกระดาษสีดำหน้าสุดท้ายแล้วใช้ปากกาพาสเทลเขียนเฟรนด์ชิพให้น้องคนนั้น ผมว่ามันพิเศษออก หน้าสีดำมันมีแค่ไม่กี่หน้าจะทำอะไรให้ซ้ำกับคนอื่นทำไม

   ผมใช้เวลาไม่นานเขียนเฟรนด์ชิพก่อนส่งกลับให้เพื่อนคนเดิมแล้วถามอะไรเกี่ยวกับน้องคนนั้นอีกนิดหน่อย แต่น้องคนนั้นดันเล่นตัวไม่ยอมให้บอกเลยรู้แค่ว่าเรียนอยู่ห้องไหน

   แต่ก็เอาเถอะ...ผมไม่ได้จะใส่ใจอยู่แล้ว

   ก็กะว่าจะไม่ใส่ใจจริงๆ นั่นแหละ แต่พอเดินออกจากห้องเรียนหวังจะลงไปเข้าห้องน้ำช่วงพักสิบนาทีแล้วเจอน้องมันยืนอยู่หน้าห้องศาสนาความสงสัยก็พุ่งปี๊ด

   เฟรนด์ชิพนั่นใช่ของน้องเพชรหรือเปล่า?

   ผมแยกตัวออกมาจากเพื่อนเดินเข้าไปหาน้อง บทสนทนาของเราเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งนาทีพร้อมกับความรู้สึกของผมที่ดิ่งลง

   "เรียนห้องไหนอ่ะ"

   "สองทับสิบ"

   "อืม"

   ผม...คิดไปเอง

   ยอมรับว่าผมคิดว่าเฟรนด์ชิพนั่นต้องเป็นของเพชรแน่ๆ แต่มันไม่ใช่ คำบอกเล่าจากเพื่อนผมบอกว่าน้องคนนั้นเรียนอยู่สองทับแปด แต่เพชรเรียนสองทับสิบ

   คนละห้องและคนละคน

   สรุปที่ว่าเด็กมันอ่อย...ก็คิดไปเองจริงๆ สินะ



   เซ็งจากน้องเพชรที่มาอ่อยให้อยากแล้วจากไปไม่พอ ยังต้องมาเซ็งกับเพื่อนตัวเองอีก สรุปว่าทะเลาะกัน ทะเลาะกันเรื่องน้อง เพราะผมไม่เคยบอกว่ารู้จักกับเด็กคนนี้มาก่อน พออยู่ๆ เข้าไปคุยมันเลยงอนไม่คุยกับผม

   เออ ช่างแม่ง!

   ถึงจะโดนงอนแต่ไม่นานเราก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิมและไม่มีใครพูดถึงน้องเพชรอีก ผมไม่ได้เจอน้องอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้นจนเรียนจบ จริงๆ จะบอกว่าไม่เจอก็ไม่ถูก

   เจอ...แต่เจอแบบเห็นผ่านๆ ระยะไกลๆ ไม่ได้มองหน้า ไม่ได้สบตา เรื่องที่คิดจะเข้ามาให้กระชุ่มกระชวยจิตใจก็จบลงแค่นั้น

   จนกระทั่งไม่กี่วันก่อนรุ่นน้องที่เคยตื้อขอถ่ายรูปผมกันตอนกีฬาเข้ามาทักเลยจำใจยอมคุยด้วย สอบถามสารทุกข์สุขดิบกันไปแล้วสุดท้ายก็อดคิดถึงรอยยิ้มน่ารักนั่นไม่ได้

   ก็บอกแล้วว่ารอยยิ้มนั่น...มันอันตราย

   ผมลองถามถึงน้องเพชร โชคดีที่รุ่นน้องผมรู้จักเลยแย็บๆ ไปว่าอยากรู้จักน้องคนนี้แล้วก็สมใจอยาก บอกไปวันเดียวทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์มาครบ ผมเลยเลือกแอดเฟซบุ๊กไปก่อน แอดไปแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ผมไม่รู้ว่าสรุปแล้วน้องเขาคิดยังไงกับผมกันแน่ เหตุการณ์ที่ประสบพบเจอมาทั้งหลายแหล่บังเอิญหรือตั้งใจ แต่เอาเข้าจริงมันก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยๆ ว่าน้องรับแอดผมแล้วหรือยัง

   บอกได้คำเดียวเลยว่า...เป็นเอาหนัก งานการแทบไม่สนใจหยิบมือถือขึ้นมาส่องทุกสามนาที

   จนในที่สุดเวลาหนึ่งทุ่มเจ็ดนาทีน้องเพชรก็รับผมเป็นเพื่อน

   ผมไม่ใช่พวกปากไม่ตรงกับใจหรือชอบวางฟอร์มเท่าไร และอยากรู้ให้แน่ชัดว่าอะไรเป็นยังไง

   อยากก็คืออยาก แอดเฟซบุ๊กเขาไป เขารับแอดแล้ว ก็ทักไปอย่าให้เสียเวลา

   'สวัสดีครับน้องเพชร พี่เทนนะ จำได้มั้ย'

   ทักไปลองเชิง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วไม่รู้น้องจะยังจำผมได้อยู่หรือเปล่า แต่ถ้าอ่อยผมจริงยังไงก็ต้องจำได้อยู่แล้วใช่มั้ย?

   ทว่าน้องเพชรเห็นข้อความผมแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะตอบกลับมา สัญลักษณ์ที่ขึ้นว่ากำลังพิมพ์ข้อความก็ไม่มี

   สารภาพเลยว่าผมตื่นเต้น โคตรตื่นเต้น ผมมั่นใจในรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง มั่นใจมากว่าแค่มองก็หลงได้ง่ายๆ ไม่งั้นเด็กผู้หญิงทั้งโรงเรียนคงไม่คลั่งไคล้ผมทั้งที่ไม่ได้ทำตัวเด่นอะไรเลย แต่ผมไม่มั่นใจในนิสัยของตัวเอง ผมเป็นประเภทที่เรียกได้ว่ามนุษย์สัมพันธ์แย่มากบวกกับหน้านิ่งๆ ยิ่งไม่ใครกล้าจะเข้าใกล้

   จ้องโทรศัพท์ในมือราวๆ สามนาทีผมก็หมดความอดทนกับมัน แต่วางลงข้างตัวได้ไม่ถึงสิบวินาทีเสียงเมซเซนเจอร์ก็ดังแจ้งเตือน

   ไอ้น้องเพชรนี่กวนโมโหผมหรือไง

   และเมื่อเปิดข้อความขึ้นอ่านผมก็แน่ใจแล้วว่าแม่งกวนโมโหผมจริงๆ รอตั้งหลายนาทีตอบมาแค่สองพยางค์

Phetdanai Ksny
พี่เทน!
Ten Thanan
กว่าจะตอบ
Phetdanai Ksny
ตื่นเต้นอยู่

   ไม่รู้ผมแสยะยิ้มทำไม แต่แค่นี้ก็รู้แล้ว...น้องมันอ่อยผมจริงๆ

Ten Thanan
ตื่นเต้นอะไร
Phetdanai Ksny
ตื่นเต้นที่พี่ทักมาเนี่ย
อย่างกับฝัน

   ผมได้แต่หัวเราะกับตัวเอง ไอ้เด็กนี่มันบ้าเปล่าว่ะ

Ten Thanan
หรืออยากให้เป็นแค่ฝัน
Phetdanai Ksny
ไม่ๆ
พี่เมนพี่รู้เหซผมได้ไว
ไม่คิดจริวๆ นะว่าพี่จะแอดมาหาปมอ่ะ
Ten Thanan
ใจเย็น
ค่อยๆ พิมพ์

   ตอนนี้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าน้องเพชรมันชอบผม ดูท่าจะชอบมากด้วยถึงขนาดพิมพ์ไม่เป็นภาษา ทำเอาอยากรู้เลยว่าตอนนี้น้องกำลังทำหน้ายังไงหรือทำท่าทางแบบไหนอยู่

Phetdanai Ksny
ขอโทษครับ
ผมดีใจจริงๆ นะ
Ten Thanan
รู้แล้ว
Phetdanai Ksny
งั้น
ผมถามอะไรพี่หน่อยดิ
ทำไมพี่แอดผมมาอ่ะ
Ten Thanan
ยิ้มน่ารักดี
ชอบ
อยากรู้จัก

   ผมเป็นคนชอบพูดตรงๆ ตรงมากจนบางทีโดนเพื่อนชี้หน้าด่าให้หยุดพูด หลายครั้งเลยเลือกที่จะเงียบไว้แทน แต่ครั้งนี้ผมไม่เงียบนะ
   อยากก็คืออยากไง อยากได้ก็จะเอา
   ทว่า...น้องมันเงียบไปเลย อ่านแล้วหายต๋อม ไม่รู้ไปแอบกรี๊ดอยู่ที่ไหนหรือเปล่า

Ten Thanan
เงียบ
Phetdanai Ksny
พี่เมนพูดจริงิาั

   มาอีกแล้วภาษาต่างดาว เปลี่ยนชื่อผมจากเทนกลายเป็นเมนเป็นรอบที่สอง น้องมันจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น ไม่เข้าใจ

Ten Thanan
จริง
Phetdanai Ksny
โอ้ย!!!~
เหมือนฝัน

   ไอ้เด็กนี่ ถ้ามันจะเพ้อเจ้อขนาดนี้จบตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีไหม

Ten Thanan
จีบนะ

   น้องมันส่งสติ๊กเกอร์คนตกใจมา สงสัยจะช็อคแรงมาก นี่ผมรุกเร็วไปหรือเปล่าวะ

Ten Thanan
พี่จะจีบเพชรนะ
Phetdanai Ksny
ไม่ได้ๆ
เพชรจีบพี่เอง

   อ่านแล้วผมไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงดี ได้แต่นึกถึงรอยยิ้มน่ารักๆ กับตาหยีๆ นั่น คิดแล้วก็อยากจะเห็นอีกหลายๆ ครั้ง ใครจะจีบใครก็คงเหมือนกันล่ะมั้ง สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการเป็นแฟนกันอยู่ดี
   

Ten Thanan
แล้วแต่แล้วกัน
Phetdanai Ksny
เพชรจองพี่เทนแล้วนะ
Ten Thanan
อืม
เดี๋ยวคอลไปนะ
อยากเห็นใครบางคนยิ้ม
Phetdanai Ksny
ห๊ะ!

   ไม่ต้องรอให้น้องมันตอบตกลงหรอกครับ คิดจะทำอะไรก็ทำมันตอนนั้นเลย ชักช้าเดี๋ยวอด

   แบบนี้เขาเรียกว่า...หลงเสน่ห์รอยยิ้มนั่นหัวปักหัวปำเลยสินะ



END



มีเสียงเรียกร้องเยอะ(เหรอ) ฮ่าๆๆ เลยลองเขียนพาร์ทพี่เทนดู แต่ไม่มีฉากรถสองแถวแต่อย่างใด หลุดคอนเซปเรื่องเลย
เอาจริงๆ แอบหมั่นไส้อิพี่เทน  :z6: มั่นหน้ามาก  ส่วนใครรุกใครรับแล้วแต่จะจินตนาการเลยค่ะ
ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกได้นะ พาร์ทนี้เน้นบรรยายเหมือนเดิม ไม่รู้จะเบื่อกันมั้ย อารมณ์์คงเหมือนได้อ่านหนังสือเรียน ฮา

คุณ obstacle - เธอเป็นใครตอบมาเดี๋ยวนี้ แอบหวาดระแวง ฮ่าๆๆๆ ส่วนตึก ม.6 ใช่ตึกสีฟ้าค่ะ ถ้าเป็นที่เดียวกันนะ แต่พี่เทนกับน้องเพชรคงเรียนที่นั่นไม่ได้ ฮา

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ  :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2016 18:46:56 โดย kinsang »

ออฟไลน์ obstacle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
แอบหมั่นไส้พี่เทนด้วย ตลกอาการตื่นเต้นมือไม้สั่นน้องเพชร
บทบรรยายเยอะอย่างนี้ชอบอ่านพอดี ดูมีเรื่องราว
จะรอตามอ่านเรื่องอื่นๆ นะ หวังว่าจะมีเรื่องยาว

ศิษย์เก่าไม่หมาดๆ ฮะ ไม่ต้องระแวงนะ
หรือเราต้องระแวงคุณแทน 555
นึกว่าจะเปลี่ยนเป็นโรงเรียนชายล้วนไปเลย แต่ไม่ใช่แฮะ

ปล. ช่วงทอล์ค พี่เทนกับน้องเพชรมั้ย ไม่ใช่พี่เทนกับน้องเทน
ระแวงรีบพิมพ์จนเบลอหรือเปล่า 5555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ cinnsin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
น้องขี้อ่อย อิพี่ก็ดันเอาตัวเองเข้าไปพิสูจน์ว่าน้องอ่อยจริงรึเปล่า แหมมมมมม  :hao3: :hao3: :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
อื้อหือ พี่เทนเราก็ไม่ธรรมดานะคร้าบบบ

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
น่าจะเป็นเรื่องยาว เสียดาย  :hao4:

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4991
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9
พี่เทนรวดเร็วฉับไวมากกกกกกก

ออฟไลน์ KKKwanGGG

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-2
ตอนพิเศษน่ารักมาก ๆ ............. ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
น่ารักกกกก อยากอ่านอีกๆๆๆ

ออฟไลน์ God

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 127
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-3
ว๊ายยย น่ารักกกก อมยิ้มจนปวดแก้มไปหมดเลย  :-[

ออฟไลน์ heroza

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 306
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เห็นภาพเลย คนแต่งเอาประสบการณ์จริงมาป่าวเนี่ย :katai2-1: คือใช่เลยอารมณ์คนแอบชอบ  :mew3:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
น่ารักอ่ะ
 :o8:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด