ความทรงจำ [ the Remember ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ความทรงจำ [ the Remember ]  (อ่าน 11552 ครั้ง)

joypluss

  • บุคคลทั่วไป
 :m1: :m1:
กรี๊ดสสสสสสส... แกะเลยๆๆๆ

sakuamru

  • บุคคลทั่วไป
ความทรงจำ [ the Remember ] # PART 18


จูบที่ร้อนแรงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด  เก่งรู้สึกเหมือนจะขาดใจ  เมื่ออีกฝ่ายฝั่งหน้าคลอเคลียลงที่แก้มไล่ลงมาที่หน้าอก  เก่งสั่นสะท้านกึ่งกลัวกึ่งต้องการ  ลมหายใจร้อนๆ ปากและลิ้นอุ่นๆ ยังคงเคลื่อนที่ไปตามแรงอารมณ์ของคนกระทำ    เสื้อถูกถลกขึ้น  เก่งสะท้านเมื่อความอบอุ่นถูกครอบลงที่หัวนม   มือที่เกาะไว้ที่บ่าของเดี่ยว จิกลงอย่างลืมตัวหลับตาปี๋  เดี่ยวเงยหน้าขึ้นมอง  หน้านั่นแดงก่ำไปด้วยอารมณ์แรง 

“ กลัวเหรอ “ เสียงนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นเก่งหลับตา   

“ เก่ง ลืมตาขึ้นสิ “ เสียงเรียกที่อยู่ใกล้ ทำให้เก่งลืมตาขึ้นมอง    หน้าขาวตาคม และคางที่เขียวไปด้วยรอยเครากำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม 

“ครั้งแรก เหรอ  “ เก่งหน้าแดงพยักหน้ารับอย่าอายๆ  เดี่ยวยิ้มเอ็นดู

”  อย่ากลัวเรา     “  เดี่ยวพูดพร้อมจัดการกับเสื้อผ้าของเก่งจนเก่งเหลือแต่ตัวเปล่านอนหายใจแรงๆบนเตียงที่ขาวสะอาด มองสำรวจทกส่วนของร่างกายเก่ง   นั่นทำให้เก่งแทบละลายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย    เดี่ยวยิ้มจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองช้าๆ เพื่อดึงความสนใจจากเก่ง

ถึงแม้ว่าจะเคยเห็นเดี่ยวเปลือยทั้งตัวแล้ว แต่นั่นไม่ได้ละเอียดเท่าตอนนี้  ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแบบนักกีฬาของเดี่ยวทำให้เก่งมองอย่างหลงใหล สิ่งนั้นที่อยู่กลางลำตัวแข็งขันและดูใหญ่โตเกินกว่าคาดเดา เดี่ยวยิ้มแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นเก่งมองอย่างตื่นตะลึง     เก่งหลบสายตาของเดี่ยวที่มองมารู้สึกอายที่โดนจับได้   

“ มองเราสิ  ทั้งหมดนี่เรายกให้นาย “ เสียงบอกที่เย้ายั่วมาพร้อมร่างกายแข็งที่โถมลงทับเก่ง ผิวที่เสียดสีกันทำให้เขาร้อนจนจะลุกเป็นไฟ

 “ พร้อมนะ “ เสียงกระซิบแผ่วเบาก่อนก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง  มือสองข้างที่เคยเกาะกุมกันไว้ในตอนกลางวันตอนนี้กลับมาเกาะกุมและประสานกันไว้อีกครั้ง  สร้อยข้อมือที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันแทนคำสัญญาเกี่ยวพันกันจนแกะไม่ออก   เดี่ยวเลื่อนหน้าลงอีกครั้ง ยังวนเวียนจูบไซ้ไปมา มืออีกข้างที่เป็นอิสระลูบไล้ไปทั่วตัวของอีกฝ่าย   เก่งครางออกมาตามแรงอารมณ์ที่เดี่ยวนำพาไป มือเกาะที่บ่าของเดี่ยวแน่น     

เดี่ยวยังคงเคลื่อนหน้าต่ำไปเรื่อยๆจนหยุดอยู่ตรงกึ่งกลางร่างของเก่ง  เดี่ยวมองมันไม่วางตา จับมันเคล้าคลึง จนขยายเต็มที   เงยหน้ามองเขาแว๊บนึงก่อนจะครอบปากลง

 “ อา... เดี่ยว “ เก่งสะท้านร้องเสียงแผ่วเมื่อสิ่งๆนั้นของเขา สัมผัสกับความอบอุ่น  รู้สึกตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรง  รู้สึกหวิววูบวาบตลอดเวลาที่ความอบอุ่นนั่นยังคงครอบคลุมสิ่งนั่นของเขา

เก่งหอบสะท้านเมื่อเดี่ยวถอนปากออก  แล้วกลับมาจูบอย่าร้อนแรงอีกครั้ง สายตาของเดี่ยวยังคงจับจ้องอาการของเก่งตลอดเวลา สายตาคมๆที่มองเขาแบบนั้นทำให้เก่งใจเต้นแทบทะลุจากอก  มันดูเซ็กซี่แหลือเกิน  สายตานั่นยังฉายแววเป็นปะกายเข้มๆแปลก เหมือนขอร้องอะไรบางอย่าง

เดี่ยวยันตัวขึ้น  ประกบตัวเข้าหาเก่ง พยายามดันอะไรบางอย่างล่วงล้ำเข้า   
“โอย!  เดี่ยว ... เจ็บ “เก่งนิ่วหน้ากัดฟันข่มความเจ็บที่มันมากขึ้น 

“ อดทนหน่อยนะเจ็บมากไม๊ “  เดี่ยวหยุดการเคลื่อนไหวเมื่อเห็นเก่งนิ่งหน้าน้ำตาซึม  โอ เด็กน้อยของเขาคงจะเจ็บมาก  เดี่ยวเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมา ก้มลงจูบปลอบๆ

“ อดทนหน่อยนะคนดี  ครั้งแรกต้องเจ็บอย่างนี้แหละ“   เดี่ยวปลอบแล้วเริ่มดันตัวเข้าอีกครั้งจนเข้าไปหมด   เก่งตัวงอดิ้นรนเมื่อความเจ็บ ปวด ตึงมันมาพร้อมกัน เดี่ยวยังคงนิ่งตรึงร่างของเก่งไว้ให้อยู่นิ่งๆ  กดมือที่ปะสานกันไว้ไม่ให้ดิ้นรน

 “ เก่ง “ เสียงกระซิบแผ่วๆ เดี่ยวทับร่างเล็กนั่นไว้ไม่เคลื่อนไหวและยังคงนิ่งอยู่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด 

“ เก่ง เราต้องการนาย อดทนอีกนิดนะ “  เดี่ยวจ้องหน้าเก่งนิ่ง  สายตาคมกล้า   ความหยาดเยิ้มของสายตาที่มองมาทำให้เก่งต้องมองตอบเหมือนต้องมนต์  เดี่ยวค่อยเริ่มขยับ  ช้าและเบา และเริ่มรุกเร้าแรงขึ้นเรื่อยๆ  สายตาคมเข้มยังคงจ้องมองนิ่งสบตาของเก่งเหมือนบังคับไม่ให้เก่งดิ้นรน  ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเนิ่นนาน  คนร่างเล็กที่อยู่ใต้อ้อมกอดของเดี่ยวเริ่มหอบหายใจแรงและร้องออกมาเบาเมื่อแรงขยับเปลี่ยนเป็นแรงกระแทก   
เก่
งรู้สึกแปลกไปหมด มันทั้งเจ็บและเสียว ความรู้สึกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  ตัวทั้งตัวเกร็งเขม็งไปทุกส่วน 

“เก่ง  เราต้องการนาย  ได้ยินไม๊ เราต้องการนายมานานแล้ว  “ เสียงกระเส่าของเดี่ยวที่บอกพึมพำ  มาพร้อมกับแรงกระแทกที่หนักหน่วงขึ้น 

“ เดี่ยว”  แรงนั่นทำให้เก่งถึงจุดที่สุดโดยไม่ต้องทำอะไร ตัวสั่นสะท้านกอดเดี่ยวไว้แน่น

“ เก่ง เรา ........”  แรงกระแทกรุนแรงครั้งสุดท้าย  ทำให้ร่างของเดี่ยวกระตุกถี่หลายครั้ง   เดี่ยวยังมองมองหน้าเก่งนิ่งกัดกรามแน่นจนนูนเป็นสัน  ตาหยาดเยิ้มมองดูเก่งที่นอนหายใจแรงๆเมื่ออยู่ใต้ร่างของเขาที่ยังกระตุกอยู่   เก่งรู้สึกเสียวซ่านไปหมดทั้งตัว เบาหวิวอย่างประหลาด   เดี่ยวถอนลมหายใจยาว  เหงือผุดขึ้นเต็มหน้าที่แดงก่ำ

 “ รู้แล้วใช่ไม๊ว่าเราต้องการนายมากแค่ไหน “  เดียวก้มลงจูบอีกครั้ง แล้วกอดเขาไว้แบนกับอกอุ่น  เสียงหัวใจที่เต็นรัวของเดี่ยวเหมือนเพลงกล่อมให้เก่งเคลิ้มหลับลงไปในที่สุด

 

เก่งเคลื่อนหน้าหลบอะไรบางอย่างสาก ๆ ที่กระทบลงมันหน้าของเขาในตอนที่เขายังคงงัวเงียอยู่  เมื่อเห็นว่ายังไม่มีที่ท่าว่าจะรู้สึกตัวก็แกล้งกวนหนักขึ้นโดยเอาคางสากๆมาวนเวียนอยู่ตรงแก้ม   เก่งรำคาญปนจักจี้ ลืมตาขึ้นมอง      ตาคมๆของคนที่นอนเท้าคาง    มองมาด้วยแววตาเอ็นดู 

“ นี่เมื่อคืนแค่มีอะไรกันรอบเดียว  ตื่นสายเลยเหรอ “  เก่งเหลือบมองนาฬิกา  โห นี่มัน 10 โมงแล้ว   เนื้อตัวที่เปลือยเปล่า ของเก่งยังถูกรัดและเกาะเกี่ยวด้วยตัวที่แข็งแกร่งของเดี่ยว  ขาใหญ่ๆที่ก่ายทับทำให้เก่งขยับไม่ได้ จึงต้องชิดกับอยู่กับสิ่งอุ่นของเดี่ยว   เก่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วหน้าแดงวูบขึ้นมา 

มันเป็นความรู้สึกแปลกที่ไม่เคยรู้มาก่อน  ครั้งแรกของเขาเต็มไปด้วยความประทับใจเพราะเดี่ยว   ถึงแม้มันจะเจ็บระบมๆไปบ้าง   เดี่ยวยังคงมองจ้องตานิ่งตาหวานหยาดเยิ้มสื่ออะไรแปลกอีกครั้ง   เอ๊ะ มองอย่างนี้จะ..อีกแล้วเหรอ !   เก่งหลบตาขยับหนีแต่อ้อมแขนนั่นยังรัดแน่นอยู่ 

“ จะหนีไปไหนน่ะ  ให้เรากอดนายก่อนสิ  “ เสียงสั่งทำให้เก่งนิ่งไม่กล้าขัดใจ

“ เก่ง เราชอบของขวัญปีใหม่ของนายมากนะ  เรามีความสุขมากเลย “  เก่งยิ้มเขินๆ  เพราะตอนนี้สถานะระหว่างเขากับเดี่ยวเปลี่ยน มันทำให้เก่งเขินจนทำตัวไม่ถูก 

“ ทำไมเงียบล่ะ คิดอะไรอยู่   รึจะเอาอีกรอบ “ เดี่ยวร้องถามแล้วก้มลงมาหอมแรง มือก็ลูบไล้จนเก่งโวยขึ้น

“ ไม่เอาพอแล้ว  “ เก่งเขินลุกขึ้นจะวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ   แต่เดี่ยวคว้าเอวไว้ทัน  กดร่างเก่งไว้  แล้วเอาคางแกล้งถูบ่าของเก่ง   

“ เฮ้ย ปล่อยจักจี้ ไม่เอา ปล่อย “ เก่งห่อไหล่หนีอย่างจั๊กจี้    เสียงหัวเราะเบาดังขึ้นข้างหูพร้อมจมูก ที่กดลงแรงๆมาที่แก้มเดี่ยวกอดเอวเล็กไว้แน่น   

“ เราดีใจมากนะที่มีวันนี้  ขอบใจนะที่ตอบรับความรู้สึกของเรา” เสียงนุ่มๆของเดี่ยวบอกออกมา  มันทำให้ความอบอุ่นใจเกิดขึ้นมากมายกับเก่ง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา...

 

ปีใหม่ปีนี้ช่างเป็นปีใหม่ที่แสนหวานของเก่งจริง ๆ    เป็นช่วงที่เขาคิดว่าความสุขมันล้นจนแทบจุกคอหอย  เมื่อได้อยู่กับคนที่เขารักในช่วงปีใหม่     หลังจากค่ำคืนนั้น   เดี่ยวย้ายมานอนบ้านของเก่งเพราะต้องอยู่ฉลองปีใหม่ที่บ้านของเก่ง  เพราะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านเก่งไปแล้วว่าช่วงปีใหม่ทุกคนต้องอยู่บ้านเพื่อทำบุญ   เดี่ยวที่แม่ของเขาเอ็นดูเหมือนลูกคนนึงก็เลยถูกดึงให้มาอยู่ที่นี่ด้วย    เพราะพ่อแม่ของเดี่ยวยังไม่มีกำหนดกลับ 

กิจกรรมปีใหม่ของบ้านเก่งที่เก่งคิดว่ามันเหมือนเดิมทุกปี แต่ปีนี้ไม่ธรรมดาเมื่อมีเดี่ยวมาร่วมด้วย  ความรู้สึกที่มันวูบวาบเกิดขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน  ร้อนไปหมดเมื่อเดี่ยวจงใจเดินเบียดเข้ามาใกล้      แต่เดี่ยวก็ไม่พยายามเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพราะเ-kห้ามไว้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากกลัวพ่อแม่และพี่จะรู้

 แต่เมื่ออยู่กัน 2 คนในห้อง   เก่งมักจะกลายเป็นตุ๊กตา  ในคนตัวใหญ่กอดรัด หอมแก้มจนหนำใจ แต่ก็ไม่มีอะไรมากเท่าค่ำคืนนั้น    แต่แค่นี้เก่งก็รู้สึกเป็นสุขใจมากๆแล้ว

 

“ เฮ้ย ไอ้เก่ง เป็นไรเนี้ยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นะช่วงนี้  มีอะไรดีช่วงปีใหม่เหรอ “   เสียงทักของแก้ว ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ 

“ เปล่านี่  ไม่เป็นไรนี่“ เมื่อคิดถึงเดี่ยว  มันทำให้เขาอดนึกถึงเรื่องวันนั้นไม่ได้ 

“ นี่มึงมีอะไรปิดบังกูรึเปล่า “     โอย อยากเลิกเป็นเพื่อนกับไอ้แก้วบ้านี่จริงทำไมมันจับอะไร ๆ ได้ทุกทีนะ

“ ไม่มีไรนี่  กูอารมณ์ดีไม่ได้ไง “  เก่งตอบแบบไม่ใส่ใจ

“ ก็ท้องฟ้ามันสวย กูเลยมองนานไปหน่อย  ก็เท่านั้น “   เมื่ออารมณ์ดีก็เลยขอกวนเพื่อนหน่อยก็แล้วกัน

“ เออ จ้า  ไอ้ศิลปิน  ชักเริ่มบ้าแล้วนะมึง   ระวังไว้เหอะ ฟ้าสวยๆน่ะ มันจะมาพร้อมพายุใหญ่  “ ไอ้แก้วร้องด่า  ทำให้เก่งขำๆ ฟ้าสวยอย่างนี้เนี้ยนะจะมีพายุตามมา !

 
เก่งปาดเหงือที่ไหลลงเข้าตาของตัวเอง  ถึงแม้อากาศของเดือนมกราคมจะยังเย็นอยู่   แต่การออกกำลังกายก็ทำให้ร้อนจนเหงือออก เก่งและเพื่อนกำลังเล่นบาสกันตอนเย็นวันศุกร์ก่อนกลับบ้าน     เก่งยังคงวิ่งไล่ปัดป้องไม่ให้  ไอ้พัฒน์ทำคะแนนได้  แต่ไอ้พัฒน์ดันใช่ความสูงของมันให้เป็นประโยชน์ ชู๊ตลูกโด่งเข้าห่วงไปเฉยเลย    เดี่ยวที่นั่งมองอยู่ข้างสนามยิ้มแล้วเข้ามาเปลี่ยนตัวกับเก่งที่หน้ามุ่ยเดินออกไป   

“ เดี๋ยวเราเอาคืนให้เอง   แต่นายต้องให้ของตอบแทนเรานะ “ เดี่ยวกระซิบบอกก่อนวิ่งลงสนาม  ปล่อยให่เก่งยังยืนหน้าแดงเพราะคำพูดเมื่อกี้นี้

ร่างเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างสนามโดยที่ไมมีใครสนใจ   เก่งหันมองเมื่อเด็กหญิงนั่นหยุดตรงหน้าเขา  เป็นส้มนั่นเอง  “ เก่ง ขอพูดอะไรด้วยหน่อย  ตามเรามา “  เสียงนั่นดูเหมือนไม่ใช่ส้มที่อ่อนหวานเพราะมันช่างห้วนและแข็ง

“ นายรู้รึเปล่าว่า เดี่ยวบอกเลิกเราแล้ว “ ดูเหมือนส้มจะอัดอั้นเพราะเมื่อเดินมาหลังโรงยิม ก็ระเบิดเสียงใส่

“ เราบอกนายแล้วว่า ให้เลิกยุ่งกับเดี่ยวทำไมพูดไม่รู้เรื่อง “ ส้มมองหน้าอย่างเอาเรื่อง   เก่งมองส้มนิ่งไม่โกรธตอบเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ว่าเพื่อนของเขากำลังอยู่ในภาวะอ่อนแอ    สายตาที่เอาเรื่องของส้มยังคงมองมาที่เก่งแล้วเลื่อนตาลงมองที่ข้อมือของเก่ง 

“ ตุ้งติ้งนั่นนายได้มาได้ไง “  เก่งยังเงียบบอกไม่ได้ว่าเดี่ยวให้เขา  เพราะแค่นี้ ส้มก็เจ็บปวดมากอยู่แล้ว  ถ้ารู้ว่าเดี่ยวแค่ใช้ส้มเป็นเครื่องมือเรื่องมันคงไม่จบแน่ๆ

แต่การนิ่งเงียบทำให้คนที่กำลังโมโห ยิ่งเพิ่มความโมโหขึ้นมาก 
“ ตอบมา “ เสียงแหวดังลั่นหลังโรงยิม  เก่งหน้าเสียรู้สึกสงสารส้มอย่างมาก

“ เราบอกส้มไม่ได้หรอก ส้มอย่ารู้เลย  “  เก่งบอกเมื่อรู้สึกผิดอยู่มากๆ   

“ ไม่ บอกเรามา “ส้มสั่งเสียงแข็ง

“ เราเป็นคนให้เก่งเอง  “ เสียงบุคคลที่3 ทำให้ส้มหันไปมอง  เดี่ยวเดินตามตั้งแต่เมื่อไหร่กัน    แต่คำตอบนั่นทำให้ส้มหน้าเสีย   

“ เรากับเก่งเป็นแฟนกัน   เราไม่อยากหลอกตัวเองอีกแล้ว  เราไม่ได้รักส้ม  ขอโทษนะที่เราทำแบบนี้ “  เดี่ยวบอกในสิ่งที่ไม่ควรบอกตอนนี้   เป็นผลให้เด็กหญิงตรงหน้าตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า ทั้งๆที่จ้องเก่งและ เดี่ยวเขม็ง 

“ พวกนายมันทุเรศ “  ส้มหันหน้าวิ่งหนีไป  ทิ้งให้เก่งที่ยืนมองตามอย่างรู้สึกผิด

“ เดี่ยว! ทำไมใจร้ายอย่างนั้นล่ะ  ส้มรักนายมากนะ  “   เก่งหน้าเครียดต่อว่าคนตัวสูงตรงที่ยังคงยืนเฉย

“ เราว่าเราทำอย่างนี้ดีแล้ว  นายต้องการที่ให้เราหลอกส้มต่อไปรึไง “ เดี่ยวบอกเมื่อเห็นเก่งนิ่วหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ

“ ถ้าเราทำอย่างนั้น มันก็จะเป็นเหมือนเมื่อก่อน  ที่เรากับนายจะต้องเจ็บ เราไม่อยากให้นายต้องมานั่งร้องไห้ เพราะงั้นให้เรื่องมันจบอย่างนี้ดีแล้ว “ เดี่ยวถอนใจเอื้อมมือจูงเก่งที่ยังคงหน้าเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้น.... เรื่องมันจะจบแน่หรือ เก่งรู้สึกกังวลใจยังไงบอกไม่ถูก ….

 
อ้อมกอดที่อบอุ่นที่กอดเขานอนไว้ทั้งคืน  ทำให้ให้เก่งตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอารมณ์แจ่มใสจนลืมเรื่องเมื่อเย็นวันศุกร์ไปได้ แต่ผิดกับเดี่ยวที่ยังหงุดหงิดไม่เลิกเพราะยังไม่ได้ตามใจหวัง ก็ช่วยไม่ได้วันนี้มานอนที่ห้องของเก่งนี่นา  ถ้าเสียงลอดออกไปจะทำไง 

“ นี่ เก่งช่วยเราหน่อยสิ “  อ้อมกอดที่ยังคงรัดเอว คางก็ยังเกยอยู่ที่บ่า “ไม่เอา เดี๋ยวแม่ได้ยิน “

“เก่งอ่ะ  นะๆ  “ เสียงร้องอ้อนๆของเดี่ยวทำให้ เขาใจอ่อน  พยักหน้ารับอย่างเขินๆ  เดี่ยวยิ้มอย่างพอใจ คว้ามือของเก่งให้กุมไว้ที่ส่วนแข็งของเขา 

“ ทำสิครับ “ เสียงเตือนเมื่อเห็นเก่งนิ่ง    เก่งเองก็รู้สึกตื่นเต้น ครั้งที่แล้วในคืนนั้น ไม่ได้จับต้องส่วนนี้เลย   ตอนนี้แค่จับมันอยู่นอกกางเกงก็รู้สึกว่ามันใหญ่   เดี่ยวหายใจแรงเมื่อขึ้นสิ่งนั่นขยายตัวโดยไม่ต้องทำอะไร  เดี่ยวดึงกางเกงตัวเองลงที่ข้อเท้าแล้วสะบัดมันออก  แล้วจับมือเล็กๆของเก่งกุมมันไว้อีกครั้ง 

สิ่งนั่นมันช่างร้อน และกำเกือบไม่รอบ เก่งมือสั่นทำอะไรไม่ถูก  เสียงหัวเราะเบาๆของคนที่นานราบอยู่ทำให้เก่งหน้าแดงขึ้นอีก   “ รูดมือขึ้นลงสิ เด็กน้อย”  เก่งทำตามเสียงกระเส่านั่นอย่างช้า 

“ เร็วขึ้น สิครับ “  เก่งยังคงทำตามเสียงบงการ

“ เร็วขึ้นอีก  แรงๆด้วยครับ” ร่างแน่นแอ่นกายขึ้นตามแรงมือของเก่ง ร้องพึมพำสั่งเสียงกระเส่า

“ อย่างงั้น แรงๆ โอย อา “  ยิ่งทำแรงตัวก็ยิ่งแอ่นตามถี่

“ โอ๊ย! “ เดี่ยวร้องแล้วตัวกระตุกถี่ๆกัดฟันแน่นจนกรามนูน กำมือบีบมือของเก่งไว้แน่น  สิ่งที่เก่งจับกระตุกแรงๆ 2 ที่แต่ก็ไม่มีอะไรออกมาเหมือนอย่างคืนนั้น  เดี่ยวถอนใจยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนดึงเก่งมาจูบ แล้วจับถอดเสื้อผ้า

“ คราวนี้ใช้ปากสิ “

“ ไม่เอา” เพราะความไม่เคยและสิ่งนั่นของเดี่ยวก็ไม่ใช่เล็ก จึงทำให้เก่งกลัว  เก่งลุกขึ้นจะหยิบเสื้อผ้าขึ้นใส่  แต่โดนรั้งเอวไว้ซะก่อน

“ นะเก่งนะ   “ โอย อ้อนอีกแล้ว  ทำไมต้องใจอ่อนทุกที

เก่งมองสิ้งนั้นของเดี่ยวอย่างกลัว ถึงแม้สีจะสดเกือบแดง แต่มันเกินทำใจ  เอาวะทำเพราะรักก็แล้วกัน  เก่งหลับตาอมสิ่งนั่นเข้าปาก

ความรู้สึกร้อนๆ ที่มันเต้นตุ๊บอยู่ในปากทำให้เขาแปลกใจจนต้องมองเจ้าของ   เดี่ยวทำหน้าเซ็กซี่มากๆ ครางออกมาเบาอย่างพอใจ สั่งเสียงแผ่ว

“ ลึกๆกว่านี้อีกสิครับ “  จะให้ลึกยังไงมันก็ได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เก่งรู้สึกว่าคับปากไปหมด  เดี่ยวครางแอ่นเอวเข้าออก ให้เข้าลึกกว่านี้ จนเก่งหน้าแดงแทบสำลัก    เดี่ยวหายใจหอบรู้สึกตัวเกร็งๆ ดึงเก่งขึ้นแล้วพลิกให้นอนหงายแทน และทำอย่างเดียวกับที่เก่งทำ     

“ เดี่ยว  ..เรา จะไม่ไหวแล้ว “ เดี่ยวใช้เวลาไม่นานปลุกเร้าอารมณ์เก่งจนเกือบถึงจุด

“ อย่าเพิ่ง เราต้องถึงพร้อมกัน “ เสียงหัวเราะเบาเมื่อเดี่ยวทับร่างของเก่งไว้  จูบแรงๆ จนเก่งอ่อนยวบไปหมด 

“ ทนหน่อยนะ “   เดี่ยวเริ่มแทรกของสิ่งนั้นเข้าสู่เก่งอย่างเร็วๆ  เก่งเจ็บจนตัวงอ จะร้องออกมา   แต่ถูกปากของเดี่ยวอุดไว้แล้วบดปากนุ่มๆ นั่น ไปมาจนเสียวซ่านไปหมด   เมื่อเข้าจนสุด  เดี่ยวเริ่มขยับตัวในขณะที่ยังจูบเก่งอย่างเอาเป็นเอาตาย  แรงกระแทกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเก่งครางอู้อี้ในลำคอ 

รู้สึกเสียวซ่านจนต้องรับแรงนั่นอย่างลืมตัว แรงกะแทกหนักเข้ามาสู่เก่งอยากต่อเนื่องหลายสิบครั้ง  จนในที่สุดเดี่ยวตัวเกร็งถอนปาก จ้องหน้ากัดฟันแน่น ตัวกระตุกหลายครั้ง แต่ยังไม่เลิกขยับตัว  เก่งเอง ก็ครางออกมาเบาๆเมื่อตัวเองถึงจุด แล้วหลับตาพริ้มลงด้วยความเหนื่อย   

“ วันนี้นายเก่งมากเลยนะ “  เสียงชมที่กระซิบข้างหูทำให้เก่งลืมตาขึ้นมอง   เดี่ยวยังคงทับร่างของเขาไม่ขยับไปไหน 

“ เดี่ยว ลุกเหอะเราหนัก “ จริงๆไม่ได้หนักอะไรมาก  แต่อยู่อย่างนี้เดี๋ยวมีรอบต่อไปแน่ ตอนนี้เขากำลังเจ็บๆแสบ 

“ ไปอาบน้ำได้แล้ว  นี่เดี๋ยวแม่จะมาแล้ว “ เดี่ยวถอนตัวออกอย่างว่าง่าย แล้วจูงเก่งเข้าไปด้วย  นี่สงสัยจะได้อีกรอบแหง  เฮ้อ !  ไอ้คนบ้าตัณหาเอ๊ย !

 
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเก่งรู้สึกว่ามีความสุขมากๆ เพราะได้อยู่กับเดี่ยวทั้งวันทั้งคืน  แต่ไม่ค่อยได้มีอะไรบ่อยๆ เพราะเก่งมักได้เลือดจากการร่วมรัก     เดี่ยวเองก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร เพราะไม่อยากให้เขาเจ็บตัว  แต่ก็ยังคงตามมาเคล้าเคลีย ไม่ห่างไปไหนเลย  ถ้าอยู่กัน 2 ต่อ  เอ้อ มีความสุขจัง   นี่หล่ะมั้งการที่ได้อยู่กับคนที่รักมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

“ เป็นอะไร เหม่อเชียว “ เสียงเดี่ยวเตือนสติเมื่อ  เก่งเดินยิ้ม 

“ ทำไมเหรอ  อยากเหรอ “ เสียงแซวมาพร้อมกับข้อมือที่โอบเอวไว้

“ เฮ้ย ปล่อย “ เก่งโดดเลี่ยงออกมาเมื่อเห็นว่าหลายคนเริ่มมอง “ ไอ้บ้า “ เก่งเขินวิ่งหนีเข้าห้องเรียนไปคนเดียว

วันนี้รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างมันดูแปลกชอบกลสำหรับเก่ง  เขารู้สึก ว่ามีสายตาหลายคู่มองมาที่เขา พอรู้สึกตัวหันไปมองก็หลบตาวูบ   ยิ่งเมื่อเวลาเดินคู่กันกับเดี่ยว มักจะมีสายตามองมาพร้อมเสียงกระซิบกระซาบที่เขาจับใจความไม่ได้

“ เดี่ยว นายสังเกตรึเปล่า ช่วงนี้คนโรงเรียนมองเราแปลกนะ “ เก่งบอกเมื่ออยู่กันสองต่อ สองที่สนามบาส

“ก็เรามันคนหน้าดีมั้งเลยมีแต่คนมอง  ทำไมหึงเหรอ “   เฮ้อ!  มาอีกแล้วไอ้คนหลงตัวเอง

“ เปล่าไม่ได้หึง ใครอยากได้ก็มาเอาไปสิ “ เล่นแซวกันอย่างนี้ก็เขินแย่สิ  เก่งหน้าแดง 

“ นี่ หึงก็บอกมาตรงๆดิ” แขนที่ตรงเข้ามารัดคอเขา เสียงกระซิบที่แผ่วข้างหูทำให้เก่งหน้าแดงขึ้น  เดี่ยวกดปลายจมูกลงอย่างจงใจก่อนที่เก่งจะรู้ตัวแล้ววิ่งหัวเราะหนีไปอย่างขำๆ

สิ่งที่ดูแปลกในสายตาของเก่งตอนนี้ชักเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย คนในโรงเรียนดูจะสนใจในความเป็นไปของเขามากเกินพอดี  “ ทุเรศวะ “ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น จนเก่งเริ่มจับใจความได้   นี่2 คนนั่นว่าเราเหรอ แล้วมันเรื่องอะไร

“ ไอ้แก้ว  มึงว่าช่วงมันแปลกไม๊ วะ “ เก่งถามเพื่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคิดไม่ผิด 

“ เออ ข้าก็ว่าแปลกช่วงนี้เอ็งไปทางไหนก็มีแต่คนมองเอ็งแล้วซุบซิบว่ะ “   ไอ้แก้วสรุปมาตรงใจกับของเขา “แล้วมันเรื่องอะไรวะ ข้างงไม่หมดแล้ว “

“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นแบบนี้มา เกือบอาทิตย์แล้ว “  เก่งบอกรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ

“ เฮ้ย ! อย่าคิดมากคงไม่มีไรหรอกน่า “ เสียงแก้วบอกกับเขาเพื่อให้เลิกคิด  แต่ใครล่ะมันจะหยุดความคิดได้  นี่มันต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ
 

sakuamru

  • บุคคลทั่วไป
ความทรงจำ [ the Remember ] # PART 19


“ เก่ง  !  เก่ง ดูนี่เร็ว   “ เสียงเรียกของ 2สาวแพทกับบีมดังจนเก่งต้องหยุดมือจากภาพวาดแล้วหันมอง  กระดาษอะไรบางอย่างถูก ยื่นมาให้อย่างเร่งรีบ 

“ ยายบีม ยายแพท มีอะไร ทำไมต้องตื่นเต้น  “ เก่งบอกเมื่อเห็นเพื่อนของเขายืนหอบเพราะวิ่งมา  เขารับกระดาษตรงหน้าแล้วอ่านมัน

“ ไอ้พวกคนวิปริต   ไอ้คนหักหลัง   แย่งได้แม้กระทั่งแฟนเพื่อน  พวกนายมันทุเรศ“

เก่งจะไม่ตกใจหากมันไม่มีรูปของเดี่ยวที่กอดเขาในงานกีฬาสี อยู่ใต้ข้อความ !

“ นี่ ได้มันมาจากไหน “ เก่งถามแพทกับบีมเสียงเข้มตายังดูกระดาษไม่ยอมวาง

“ เราเข้าไปดูใน web ของโรงเรียนน่ะ  แล้วมันมีนี่ในกระทู้เลยเอามาให้เก่งดู “

“ เฮ้ย เก่ง !  “เสียงไอ้พัฒน์ไอ้เคนวิ่งหน้าตื่นมา

“ เฮ้ย รู้เรื่องแล้วยัง  “  ไอ้เคนเหลือบมองมายังกระดาษที่เก่งถือ 

“ อ้าวรู้แล้วเรอะ     แล้วนี่ใครทำวะ “  เก่งส่ายหน้าพยายามสูดลมหายใจระงับอาการโกรธ แต่มันไม่เป็นผล

“ช่างมันเหอะเรื่องนี้  เดี๋ยวมันก็เงียบไปเองแหละ “  เก่งทำเป็นไม่สนใจแต่เสียงไม่นิ่งเพราะความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้า     ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย!    เก่งนั่งเงียบลงจับพู่กันวาดภาพต่อแต่มือสั่นจนเพื่อนสังเกตได้  พยายามระงับอารมณ์อย่างหนักไม่คิดอะไร   

ทุกคนในกลุ่มเงียบเมื่อเก่งเกิดปฏิกริยาและสีหน้าเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ความเงียบนิ่งเกิดขึ้นเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้   

“ ไอ้เก่งมึงใจเย็นๆ  ก่อน “  เสียงไอ้แก้วที่นั่งวาดภาพอยู่ข้างเอ่ยขึ้นเมื่อจับความรู้สึกจากสีหน้าได้

“ เราไม่เป็นไร  อยากอยู่คนเดียว โทษทีนะ“  เก่งเดินแหวกกลุ่มเพื่อนหนีไปอีกทาง ความปรารถนาดีของเพื่อนตอนนี้ไม่สามารถทำให้เขาระงับอารมณ์ที่เกิดขึ้นมากมายของเขาได้

 

เก่งเดินมาหยุดอยู่ข้างของสนามบาสในโรงยิม  ตอนนี้เงียบเพราะไม่มีคนซ้อม     ความรู้สึกหดหู่มีมากจนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อ ต้องทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ข้างสนาม     นี่ทำไมเป็นแบบนี้ ตัวเขาไม่เคยว่าร้ายใคร  ทำไมเขาต้องโดนแบบนี้   ทำไมส้มต้องทำขนาดนี้   การรักคนเพศเดียวกันมันผิดมากนักหรือไงถึงทำกันอย่างนี้ 

ตอนนี้ในสายตาของทุกคนในโรงเรียน เก่งไม่ต่างจากหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่วิ่งหลงเข้า มีแต่คนรังเกียจ    เขาเกลียดสายตาทุกคู่ที่มองเขาแบบนี้เหลือเกิน   น้ำตาเริ่มไหลเมื่อจิตใจมันหดหู่อัดอั้นไปหมด เก่งก้มหน้านิ่งน้ำตาหยดลงกับพื้นเป็นรอยดวงๆ นี่คือสิ่งที่เก่งกลัวมาตลอด   ทำไมมันเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

 
“ เก่ง “ เสียงทีมาพร้อมมืออุ่นที่บีบบ่าเขาไว้อย่างปลอบโยน 

“ อย่าร้องไห้ “  เงยหน้าขึ้นมอง เดี่ยวยืนอยู่ตรงหน้า แต่ก็สีหน้าแย่ไม่แพ้กัน แต่ยังคงฝืนปลอบเขาที่กำลังย่ำแย่อยู่ตอนนี้

“ อย่าไปสนใจคนอื่นเลย  เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเอง” นั่นเป็นคำพูดที่เก่งคิดว่ามันคงไม่มีวันเป็นจริง  เพราะตอนนี้ เหมือนทุกคนพร้อมใจกันประทับรอยไว้บนหน้าผากของเขาและเดี่ยว     เป็นรอยที่ แสดงถึงบุคคลที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับซึ่งมันไม่อาจลบออกได้อีกแล้ว

“ เดี่ยว เรากลัว  “ น้ำตายังคงไหลเป็นสายแบบไม่หยุด 

“ อย่ากลัวเลย เราอยู่ข้างนาย เราจะดูแลนายเหมือนตอนเด็กเอง “    เดี่ยวดึงเขาเข้ามากอดแต่นั่นไม่ช่วยให้ความรู้สึกกลัวในใจของเก่งจางหายได้   

“ กลับบ้านกันเหอะ “ เดี่ยวเช็ดน้ำตาให้เขาแล้วจูงมือพาเดินออกมาจากโรงยิม    ถึงแม้จะเย็นมากแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีเด็กนักกีฬาที่ยังไม่กลับบ้านนั่งจับกลุ่มกันอยู่   สายตาทุกคู่มองเขม็งมายังเก่งจนเก่งต้องดึงมือออก

“ แม่งคิดไงว่ะ ถึงเลิกกับผู้หญิงมาเอาผู้ชาย “ เสียงพูดคุยดังๆที่จงใจให้ได้ยิน ทำให้เดี่ยวชะงัก

“กูว่าไอ้ตัวเล็กนั่นแม่งต้องลีลาเด็ดแน่เลยว่ะ  ฮ่าๆๆ”   เสียงคุยที่จงใจให้ได้ยินนั่นแทงเข้าที่ใจของเก่งอย่างแรง อายจนไม่รู้จะทำไง   เดี่ยวกัดกรามแน่นเดินเข้าหาคนพูดโดยที่เก่งห้ามไม่ทัน

“ มึงว่าใคร หะ “  เสียงเข้มเอาเรื่องจนเก่งใจหาย    “ เมื่อกี้มึงว่าใคร “

“ใคร แม่งร้อนตัว ก็รับไปสิโว้ย  “    เสียงอีกฝ่ายที่ไม่กลัวเกรงตอบขึ้นมา  “ กูพูดลอยๆขึ้นมาไม่ได้เอ่ยชื่อมึงสักหน่อย “   เดี่ยวกัดฟันแน่นข่มอารมณ์หันหลังกลับ

 “ โธ่เอ๊ย  ไอ้พวกวิปริตเอากันที่อื่นไม่พอ ต้องมาเอากันต่อที่โรงยิมอีกรึไงวะ “ สายตาของเดี่ยววูบขึ้นอย่างยั้งไม่อยู่

“ พลั่ก! “กำปั้นหนักๆกระแทกเข้าที่ปากคนพูดอย่างจัง จนหงายหลัง 

“ ไอ้เหี้ย ปากหมานักพวกมึง   มึงเก่งจริงมึงเข้ามาเลย”  ไอ้คนอีกฝ่ายโจนเข้าใส่เมื่อได้ยินเสียงท้า  จนล้มกลิ้งคลุกกันที่พื้นอิฐทั้งคู่ 

“ เฮ้ย หยุด  ” เก่งตะลึง วิ่งเข้าห้ามแต่ถูกลูกหลงมาจนริมฝีปากแตก เซล้ม   หลายคนวิ่งเข้ามาจับแยก เมื่อเห็นเดี่ยวชกอีกฝ่ายจนจนนิ่งไป

“ เฮ้ย! เก่ง  “ เดี่ยวสะบัดตัวออกมาเมื่อเห็นเก่งมีเลือดซึม วิ่งเข้ามาพยุงเก่งให้ลุกขึ้น   

“ เป็นไรเปล่า “ เก่งส่ายหน้าตอบ แต่สายตามองไปยังไอ้คนที่ล้อเลียนเขา   ที่โดนชกจนนอนหมอบ
ปากและหัวคิ้วแตก 

“ พวกมึงจำไว้ให้ดี  ถ้ามึงปากหมาอีก  มึงโดนอีกแน่ “  เดี่ยวว่าแล้วจูงมือเก่งให้เดินตาม  แต่มือที่จูงกลับกำแน่นจนเก่งเจ็บแต่ไม่กล้าร้อง  เหมือนเดี่ยวกำลังจะสื่ออะไรให้เขา........

 

“ เจ็บมั้ย “ เมื่อเห็นแผลแล้วเก่งรู้ว่ามันไม่ใช่น้อยเลย  นั่นทำให้เขาอยากจะร้องไห้      แต่ต้องกลั้นไว้จนน้ำตาที่คลอ  เพราะถ้าร้องไห้เดี่ยวต้องไม่สบายใจมากกว่านี้แน่ๆ

“ ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง “เสียงนุ่มๆของเดี่ยวบอกปฏิเสธและยิ้มให้เมื่อเห็นเก่งทำท่าจะร้องไห้ ในขณะที่เช็ดเลือดแล้วทำแผลให้เขา    เดี่ยวนั่งนิ่งอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขาเสื้อนักเรียนเปื้อนๆถูกถอดออกกองไว้

แผลที่ปากเริ่มเป็นสีม่วงคล้ำแต่เลือดยังซึมอยู่น้อยๆ  หัวคิ้วก็ช้ำเกือบแตก  ตามตัวมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆเล็ก  เดี่ยวยังคงนั่งนิ่งมองเก่งที่กำลังน้ำตาคลอไปทำแผลไป   “ แล้วแผลนายล่ะ “ เก่งส่ายหัวตอบแต่ตายังมองรอยแผลของคนตรงหน้า

“เดี่ยว ทำไมต้องมีเรื่องกับพวกนั้นด้วย “ เดี่ยวนิ่งเมื่อเก่งถาม  “ เดี่ยว  ตอบมาสิ”

“ เราไม่ชอบให้ใครว่านาย “ คำตอบของเดี่ยวไม่ทำให้เก่งดีใจเลย 

“ เดี่ยว ถ้างั้นนายก็ต้องไปมีเรื่องกับคนทั้งโรงเรียนเลยใช่มั้ย  เพราะตอนนี้ใครๆมันก็ว่าเราทั้งนั้น  “ เดี่ยวยังคงก้มหน้านิ่ง ถอนใจเฮือกใหญ่  นอนแล้วหลับตาลงไม่สนใจคำพูดของเก่ง

“ เดี่ยว  ฟังเรานะ  นายอย่าทำแบบนี้อีก เราขอร้อง”  เก่งนั่งลงข้างคนตัวใหญ่ที่นอนหลับตานิ่ง
ไม่สนใจเรื่องที่เขาพูด

“ เราขอร้องนะ  เราไม่อยากให้นายโดนทัณฑ์บน “  แต่คนนอนก็ยังนอนนิ่งแบบไม่ใส่ใจ  เก่งถอนใจเฮือกรู้สึกกลุ้มไปหมด

“ ถ้านายหลับแล้วเรากลับบ้านล่ะนะ “

ก่อนที่เก่งจะลุกขึ้นแขนอุ่นก็รัดเอวไว้แน่น  คางของคนกอดยังคงวางเกยที่ไหล่เขาเหมือนเดิม   เก่งชอบให้เดี่ยวเกยคางไว้อย่างนี้เหลือเกิน

“ อย่าเพิ่งไปสิ เรายังไม่หลับเลย  “   จมูกโด่งกดลงมาที่แก้มพร้อมเสียงพูด

“ งั้นนาย ก็ได้ยินที่เราพูดนะ  ทำตามด้วยล่ะ “ เก่งยังคงย้ำเพราะแน่ใจว่าเดี่ยวคงจะไม่ทำตามแน่

“ นายอย่าห่วงเราเลย  เราดูแลตัวเองได้”  เดี่ยวกอดรัดจนแน่น คางยังคงเกยอยู่ที่บ่านิ่งไม่ไปไหน   

“ เก่ง  คืนนี้นอนนี่นะ “ เก่งเงียบไม่มีคำตอบ  ความอบอุ่นในวันนี้ไม่สามารถลบความกังวลใจที่เกิดขึ้นมากมายได้

“ นะ นอนนี่นะ พรุ่งนี้พ่อแม่เรากลับแล้ว อีกหน่อยก็ไม่ค่อยมีโอกาสนอนด้วยกันแล้ว  “   เสียงอ้อนวอนนั่นทำให้เก่งไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ลงเลยซักที………


เก่งลืมตาขึ้นในความมืด  เวลาเลยเที่ยงคืนมานานแล้ว   ทำไมคืนนี้เป็นคืนที่หลับยากสำหรับเขา    อาจเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้เขาต้องคิดหนัก  ถ้าเกิดขึ้นกับเขาคนเดียวมันก็ยังพอที่จะรับได้    แต่นี่กลับมีเดี่ยวติดเข้ามาด้วย        ความจริงเก่งรู้ว่าเดี่ยวนั้นกังวลเรื่องนี้มากไม่แพ้เขา แต่ยังพยายามทำเข้มแข็งไม่สนใจเพราะกลัวว่าเก่งจะยิ่งกังวลหนักขึ้น   

เก่งมองหน้าเดี่ยวที่มีรอยช้ำอยู่ น้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว ทำไมเดี่ยวต้องมาเจ็บตัวเพราะเขาด้วย  เขาเองไม่ได้ทำอะไรเพื่อเดี่ยวเลย ถึงแม้เดี่ยวจะบอกว่าทนได้แต่มันคงไม่นานหรอกเพราะคลื่นของสังคมที่มันซัดโถมเข้ามันรุนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ     เก่งคิดว่ามันต้องไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแน่ ถ้ายังเป็นอย่างนั้นเดี่ยวอาจจะต้องเสียอนาคตเพราะเขา    เขาต้องหาทางออกสำหรับเรื่องนี้

เก่งยังคงมองหน้าคนที่หลับอยู่ข้าง มองเดี่ยวทั้งที่น้ำตายังคงไหล  เก่งยังคงมองนิ่งเหมือนจะจำภาพเหล่านี้ไว้ เมื่อตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง   “ ขอโทษนะเดี่ยว “  เก่งลูบหน้าของคนตัวสูงที่ยังนอนกอดเขาไว้อย่างเบามือ  แกะมือนั่นออก แล้วลุกขึ้นเดินจากห้องนอนของเดี่ยวมายังประตูบ้าน   แล้วเปิดประตูออกไปสู่ความมืดภายนอก......

 
“เก่ง นายกลับไปตอนไหนน่ะเราไม่รู้สึกตัวเลย“  เดี่ยวถามเมื่อเห็นเก่งนั่งอยู่ในห้องเรียนแต่เช้าตรู่   เดินยิ้มเข้าไปพร้อมวางมือลงบนบ่าของเด็กน้อยของเขา   แต่อีกฝ่ายปัดมือออกลุกขึ้นเดินหนีไปทั้งที่ยังไม่ได้ตอบอะไร  นั่นทำให้เดี่ยวงงมากเพราะอยู่ๆเก่งก็แปลกไปเป็นคนละคนกับเมื่อวาน

“ เป็นไรอ่ะ  งอนอะไรเรา “ เดี่ยวถามเพราะไม่แน่ใจว่าตนทำอะไรพลาดไปรึเปล่าเมื่อมองสายตาของเก่งที่มองมายังมันดูเย็นชา จนเดี่ยวรู้สึกใจหาย 

“ นายโกรธอะไรเราน่ะ เก่ง บอกเราสิ “  เดี่ยวเดินตามทันจนคว้าข้อมือไว้ได้

“ เฮ้ย ปล่อยมือ “ เสียงเก่งฟังแปลกดูไม่เหมือนคนเดิม

“ ไม่  บอกเรามาก่อนนายโกรธอะไร “ เดี่ยวยังกำมือไว้แน่น

“ ไม่มีไร ที่นี่ก็ปล่อยมือได้แล้ว  ปล่อย! “  เก่งกระตุกมือกลับแล้ววิ่งหนีหายไป ทิ้งเดี่ยวให้ยังยืนงงกับปฏิกิริยาแปลกๆ
 

หลายวันที่ผ่านมาเดี่ยวรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อเห็นเก่ง ผิดปกติไปจากเดิม    คอยหลบหน้าเขาทุกครั้งที่เจอกัน หนีกลับบ้านก่อน และไม่ยอมพูดคุยด้วยเลยแม้แต่คำเดียว  นี่ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเก่งแน่ๆ  แต่เดี่ยวยังไม่รู้แค่นั้นแหละว่าอะไร   แต่การที่เก่งทำอย่างนี้มันทำให้เดี่ยวเริ่มรู้น้อยใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน  เก่งโกรธเขารึเปล่า แล้วโกรธเรื่องอะไร เดี่ยวยังคงสงสัยเพราะไม่มีคำอธิบายอะไรทั้งสิ้น   ยิ่งช่วงนี้ไม่ได้นอนด้วยกันเลยตั้งแต่พ่อแม่กลับมาจากดูงานนั่นทำให้เดี่ยวคิดถึงเด็กน้อยของเขาแทบบ้า   เขาอยากรู้ตอนนี้เก่งกำลังจะทำอะไร

“ ไอ้แก้ว กูกลับบ้านก่อนนะ “ เสียงเก่งตะโกนบอกเพื่อนเมื่อไอ้แก้วเดินมารอเพื่อจะไปห้องชมรมด้วยกัน

 “ เฮ้ย  วันนี้ต้องเข้าชมรมนี่ ทำไมรีบกลับว่ะ “  เสียงไอ้แก้วถามอย่างสงสัย  เก่งรู้ว่าเพื่อนของเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นช่วงนี้แต่ไม่กล้าถามเพราะเห็นเก่งยังนิ่งเงียบดูน่ากลัว

“ ถ้าอาจารย์ถามก็บอกแกแล้วกันว่า กูปวดหัว ขอกลับก่อน    ไปแล้วนะ “  เก่งไม่สนใจเสียงท้วงติงเดินออกจากโรงเรียนไปอย่างรวดเร็ว 

เมื่อเดินพ้นจากประตูโรงเรียน    เก่งถอนใจเฮือกรู้สึกเหมือนโยนของหนักอึ้งทิ้งไปจนไปหมด  การที่ต้องแบกอะไรไว้คนเดียวโดยที่ยังต้องทำหน้าเฉยๆ ยิ้มชื่นตลอดเวลา  มันทำให้รู้สึกเหนือยล้ามากจริงๆ     

เก่งเดินกลับบ้านมาคนเดียวทางเดิมอย่างเงียบๆ  ทางเส้นนี้เขาเดินมาจนคุ้นเคยแล้วเพราะมันมากกว่า  4 ปีที่ต้องเดินมาทางนี้ทุกวัน   แต่ไม่มีวันไหนเลยที่กลับบ้านทางนี้แล้วรู้สึกอย่างนี้  รู้สึกทรมานที่ต้องทำอะไรอย่างตอนนี้

 เก่งชะงักเมื่อเดินถึงสระบัวริมทาง   ร่างใครบางคนยืนมองอยู่เงียบๆ นั่นทำให้เขาก้าวเดินหน้าต่อไปอย่างยากลำบาก   แต่ทุกอย่างมันต้องดำเนินต่อไป

“ เก่ง “  เสียงเรียกดังๆของเดี่ยวมาพร้อมมือที่คว้าแขนไว้ทัน เมื่อเก่งเดินเลยไม่สนใจ 

“ ทำไมเดินหนีเรา  ไม่เห็นเรารึไง “ เสียงมีแววโกรธแต่คนพูดพยายามระงับอารมณ์ 

“ แล้วนี่ ช่วงนี้ทำไมต้องคอยหลบหน้าเรา  โกรธอะไรทำไมไม่บอก  “

“ เราไม่ได้เป็นไรนี่  ปล่อยมือเราจะกลับบ้าน”  เก่งร้องบอก  แกะมือที่กำแขนออกแต่ไม่หลุดเพราะมือนั่นแข็งแรงเกินกว่าแรงของเขา 

“ แล้วไอ้ที่เป็นอยู่อย่างนี้มันอะไร  บอกเรามา”  มือที่เริ่มบีบแรงขึ้นเหมือนจะบังคับให้เก่งบอก

” เจ็บ ปล่อยมือนะเว้ย “  เก่งหน้านิ่วด้วยความเจ็บ เดี่ยว ขอร้องล่ะ อย่าถามอีกเลย !   แต่เดี่ยวก็ยังคงกำแน่นไม่ปล่อย “ ก็บอกมาดิ “    แรงบีบนั่นทำให้เก่งเงยหน้ามองเดี่ยวที่มองมาด้วยสายตาที่ดุคม   เดี่ยวขอโทษนะ !

“ เดี่ยวนายยังจำสัญญาตอนที่อยู่หัวหินได้นะ “ เก่งก้มหน้าลงต่ำซ่อนตาที่เริ่มแดง

“ เราอยากให้นายเลิกยุ่งกะเราซะที”  หน้าของเดี่ยวที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   แรงบีบยิ่งมากขึ้นด้วยอารมณ์โกรธ

“ ทำไม หะ ทำไม  นายบอกเรามาซิ  ว่ามันทำไม “ เดี่ยวถามเสียงดัง   อารมณ์โกรธรุนแรงขึ้นเมื่อเก่งยังคงก้มหน้านิ่งไม่มีเสียงตอบกลับมา   

“ เงียบทำไมเล่า  ก็บอกมาเด้! “ แรงเขย่าที่มาจากความโกรธทำให้เก่งนิ่วหน้าเงยขึ้นมองหน้าของเดี่ยวที่โกรธจัด   อย่าถามอีกเลย พอแล้ว!   

“ พูดสิ  ! “

“งั้นนายฟังเราดีนะ   เราเบื่อนาย   เราเบื่อสิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้  มันเป็นเพราะนายที่ทำให้เราต้องอายคน  ทีนี้รู้แล้วใช่ไม๊   งั้นก็เลิกยุ่งกับเราซะที  “ เก่งแกะมือนั่นจนหลุดเดินหนีไปไวๆ  ไม่อยากจะตอบคำถามอะไรอีกแล้ว

“ ไม่ เก่งอย่าเพิ่งไป  “ เดี่ยวคว้าข้อมือของเขาไว้ทันก่อนที่จะวิ่งหนีไป เสียงสั่นๆ
บอกถึงความสะเทือนใจที่เกิดขึ้น     

” แต่เรากับนายรักกันนะ แล้วทำไมต้องให้มันเป็นแบบนี้ “

“แต่  เราไม่ได้รักนาย ปล่อย “   เก่งดึงมือคืนแต่มือกำแน่นเกินกว่าจะสะบัดหลุดได้  การบอกเดี่ยวอย่างนี้ทำให้เขาต้องพยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดฤทธิ์ 

“ เก่ง  เราไม่เชื่อนาย  นายโกหก ถ้าไม่รักเราแล้ว ทำไมนายต้องยอมเรา   ที่นายยอมเราเพราะนายรักเราใช่มั้ย”

“แล้วนายเคยได้ยินเราบอกว่าเรารักนายรึยัง   ที่เรายอมนายเพราะมันเป็นความต้องการทางกายเท่านั้น  นายมันก็แค่อารมณ์ๆหนึ่งของเรา  เราไม่ได้คิดว่าจะรัก  นายสำคัญตัวผิดไปแล้ว  “ เก่งพยายามฝืนยิ้มเยาะทั้งที่น้ำตาคลอ   

“ ถ้ารู้แล้ว ก็เลิกยุ่งกับเราซะที “

มือที่กำข้อมือเขาไว้แน่นคลายออก  สายตาตัดพ้อที่มองมามีแต่คำถาม  เก่งหันหน้าหนีหลบหน้าของเดี่ยวเมื่อรู้สึกน้ำตาปริ่มๆเกือบจะไหล  พยายามกัดฟันไม่ให้มันไหลออกมา

“ เราเข้าใจแล้ว เรามันโง่เอง “ เสียงของเดี่ยวแทงเข้ามาที่ใจ  ทำให้เก่งต้องหันมองตามเมื่อคนร่างสูงที่เขารักเดินจากไปอย่างรวดเร็ว   ห่างออกไปเรื่อยๆ        น้ำตาของเขาที่กลั้นไว้ก็พังทลายเหมือนทำนบแตก  เก่งทรุดตัวนั่งลงเงียบๆข้างทางปล่อยให้น้ำตานองหน้าอย่างไม่อายใคร................
 

“ เฮ้ย  !  ไอ้เก่งทำไมตาบวม  เป็นไรเปล่า“     เสียงไอ้แก้วถามเมื่อเห็นสภาพของเขาเมื่อโผล่เข้ามาในห้องเรียน  นั่นคงเป็นผลมาน้ำตาเมื่อคืน   เก่งมองไปทางคนตัวสูงที่คุ้นเคยแว๊บนึงแล้วนั่งลงตรงที่นั่งตัวเอง   ไม่มีแววตาที่มองอย่างห่วงใยจากเดี่ยว  ไม่แม้แต่จะมองเขา   

เก่งรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ    เพราะไม่มีใครคนนั้นมาเหลียวแลอีกแล้ว   เก่งพยายามกัดฟันข่มไม่ให้น้ำตาไหล ต้องอดทนไว้   ถึงแม้จะอยากคุย อยากมองหน้า แต่ตอนนี้มันคงทำไม่ได้แล้ว  ความรู้สึกแว๊บนึงเกิดขึ้นทำให้เขาอยากบอกความจริงทุกอย่างให้เดี่ยวรู้    แต่ถ้าทำอย่างนั้นทุกอยากต้องเหมือนเดิมอีกครั้งและคราวนี้เรื่องคงไม่เงียบง่าย

การเจอหน้ากันช่วงนี้  ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจสำหรับเก่งที่ต้องกลายเป็นอากาศธาตุในสายตาของเดี่ยว     เดี่ยวคงเจ็บกับคำพูดของเขา  แต่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ดีแล้ว  ข่าวลือบ้าๆนั่นมันจะได้จบลง  เดี่ยวจะได้ไม่ต้องมานั่งทุกข์ทรมานกับสายตาคนอื่น 
 

“ไอ้เก่ง พวกกูมีเรื่องจะถามมึง “ เสียงของเพื่อนในกลุ่มที่เดินเข้ามานั่งล้อมรอบ  ทำให้เก่งหันมองแว็บนึงแล้วหันไปทำงานต่อ 

“  มีไรล่ะ  ถามมาดิ “ เก่งบอกในขณะที่ยังสนใจกับงานตรงหน้า

“ มึงกับไอ้เดี่ยวช่วงนี้เป็นไรกันวะ  ไม่เห็นคุยกันเลยนะ “ ไอ้แก้วเริ่มก่อนหลังจากที่เกี่ยงกันอยู่นาน

“ ไม่มีไรนี่  ก็แค่ไม่คุยกัน  “ เก่งยังคงวาดภาพต่อไปเรื่อยๆ แต่ในใจจี้ดขึ้นเมื่อ พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

“ ก็แล้วทำไมไม่คุยกันวะ มันเพราะอะไรล่ะ  “ ไอ้เคนเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากที่อึดอัดกับท่าที่ของเก่ง   

“ กูบอกไม่ได้  พวกมึงอย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้ไม๊  กูยังไม่อยากบอก  “

“ มึงทำไมบอกพวกกูไม่ได้ มึงไม่เห็นพวกกูเป็นเพื่อนหรือไง “  เสียงไอ้พัฒน์ทำให้เก่งหยุดมือ หันกลับมองหน้าทุกคนที่นั่งล้อมวงเขาอยู่   

“ เพราะกูเห็นพวกมึงเป็นเพื่อนน่ะสิ  กูถึงไม่บอก กูรู้ว่าพวกมึงหวังดี อยากให้กูเข้าใจกับมัน  แต่ที่กูไม่คุยกะมันกูมีเหตุผลของกู   รอให้ทุกอย่างมันผ่านไปก่อน

“แล้วนายกำลังทำอะไรอยู่บอกพวกเราไม่ได้เหรอ “  บีมพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพราะ พวกที่ถามก่อนหน้านี้เริ่มโมโห จากการนิ่งเงียบของเก่ง

“ เราบอกไมได้ตอนนี้  พวกนายเข้าใจเรานะ   ไม่ต้องห่วงเรา  เราเข้มแข็งพอ “ เก่งหันมองหน้าเพื่อน ที่มีแต่สายตาที่มองเขาแบบไม่เข้าใจ    แล้วหันกลับวาดรูปต่อที่ทั้งเพื่อนยังคงนั่งมองเขาอย่างเงียบๆ
 

เวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆทำให้เสียงล่ำลือในตัวของเขาและเดี่ยวเงียบลง   พอๆกับที่เดี่ยวและเก่งไม่เคยเฉียดใกล้กันอีกเลย   เก่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะทุกคนลืมง่ายหรือเพราะเห็นเก่งกับเดี่ยวต่างฝ่ายต่างทำเหมือนไม่รู้จักกันเรื่องถึงได้เงียบได้   แต่ที่รู้อยู่ตอนนี้คือ เก่งกับเดี่ยวไม่ได้คุยกันอีกเลย  แต่ละฝ่ายทำหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตนเมื่อเผอิญต้องเดินผ่านกัน       

มันคงจะดีแน่ถ้าเขากับเดี่ยวเกลียดกัน    แต่ไม่ใช่กับเก่ง  ในเมื่อเขายังไม่เลิกรักเดี่ยว   ทรมานทุกครั้งที่ต้องเจอหน้ากันแต่อีกฝ่ายไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย    ถึงแม้เสียใจแต่ต้องฝืนยิ้มทำร่าเริงเพื่อให้เพื่อนๆที่คอยจับผิดอยู่ไม่ให้สงสัย     เก่งเบื่อที่จะต้องทรมานอย่างนี้แล้ว แต่ปมที่ตัวเองผูกไว้ มันแก้ไม่ออกจำต้องปล่อยให้มันรัดตัวเองให้ทรมานต่อไป

 
ลมหนาวผ่านไปพร้อม การสอบปลายภาคของ ม.5     เก่งยุ่งมากจนลืมเรื่องของเดี่ยวไปชั่วขณะ การสอบเป็นสิ่งสำคัญมาก  การรักใครแล้วการเรียนตกต่ำมันคงทำให้เขารู้สึกแย่ไปกว่านี้อีกแน่ๆ     แต่ว่างเมื่อไหร่ ภาพต่างที่อยู่ในความทรงจำช่วงปีใหม่มักจะผุดขึ้นมาตลอด   

ความฟุ้งซ่านดูจะมากขึ้นเมื่อปิดเทอม  เมื่อไม่มีการติดต่อมา  ไม่มีการง้อเหมือนคราวก่อน  ความเหงาเริ่มคืบคลานเข้าหาเก่ง    จนต้องเก่งตัดสินใจเรียนพิเศษบางที่การมีอะไรทำให้ยุ่งๆอาจคลายเหงาได้บ้าง   ถึงแม้จะเบื่อ แต่ดีกว่าการนั่งเศร้าอยู่กับบ้าน  แปลกที่ตอนนี้ไม่ร้องไห้  ไม่มีน้ำตา  แต่ไม่เคยลืม และคิดถึงทุกครั้งที่มองตุ้งติ้งที่ใส่อยู่ที่ข้อมือ    อยากคุยกับเดี่ยวอีกครั้งเหลือเกิน ถึงแม้ว่าเดี่ยวจะเกลียดเขาแล้ว แต่ยังไงก็อยากคุย.....

 

เก่งก้าวเข้ามาที่ห้องรับแขกด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นน้า  น้าอรแม่ของเดี่ยวนั่งอยุ่ที่โซฟาและอีกคนก็เป็นคนที่เขาคุ้นเคย  เก่งยกมือไหว้น้าอรที่ยิ้มให้  แต่ตามองไปยังคนร่างสูงที่มองมาด้วยสายตาว่างเปล่า    สายตานั่นทำให้เก่งจุกขึ้นมา   

“เก่ง รีบไปติวรึเปล่า นั่งคุยก่อนสิ “  เสียงแม่ของเก่งบอก

“ เก่งสายแล้วแม่  ไปแล้วนะ “ เก่งรีบผลุนผลันออกจากบ้านโดยไม่ฟังเสียงเรียกของแม่   เขารู้สึกน้ำตามันกำลังจะไหลหลังจากที่สบตากับตาคู่นั้น   ตาที่ไม่มีเขาอีกแล้วตอนนี้    ……

 
สายตานั่นยังคงติดอยู่ในหัวของเก่งจนถึงเปิดเทอม   นั่นทำให้เขาไม่กล้าเจอเดี่ยวอีกเลย    เก่งกลัวที่เห็นความเย็นชาจากสายตา

วันเปิดเทอมวันแรกเก่งเดินออกจากบ้านมาทางเดิม ทางที่เขาเดินไปโรงเรียนตั้งแต่ ม.1   นี่มันก็ เป็นปีที่ 6 แล้ว  เส้นทางยังไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิม   ไม่เหมือนกับผู้คนที่สัญจรไปมาที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ   
 เก่งหยุดยืนมองหน้าบ้านที่เป็นซุ้มไม้เลื้อนดอกหอม หวังลึกๆว่าจะได้เห็นคนตัวสูงขี่จักรยานออกมาจากบ้านแล้วรับเขาไปโรงเรียนด้วยกัน  แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่หวังไม่ได้เกิดขึ้น  บ้านยังคงเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่  เก่งถอนใจเฮือก ความรู้สึกอยากเจอหน้าของเดี่ยวรุนแรงขึ้น  แต่ไม่แน่ใจเลยว่าเดี่ยวต้องการเจอเขาหรือไม่

" เฮ้ย  เก่งเป็นไงมั่ง  ช่วงปิดเทอมหายเงียบไปเลย " เสียงไอ้แก้วร้องทักตบมือลงที่บ่าเบาๆเป็นการทักทาย

" ก็ปิดเทอมว่างเลยไปติวอ่ะ แล้วเอ็งล่ะ "  เก่งหันมองเพื่อนที่อยู่ข้างหลังนั่งลงอยู่ข้างหลังเขา   ตาเหลือบเลยไปมองยังที่นั่งประจำของเดี่ยว  สายแล้วทำไมมันยังไม่มา

" ทำงานพิเศษว่ะ   ไอ้เดี่ยวมันส่งข่าวมายัง  แล้ววันไปมึงไปส่งมันรึเปล่าวะ  " เก่งงงกับคำถามที่ไอ้แก้วถามเขา 

" ใครส่งใครวะ   ไม่รู้เรื่อง แล้วใครไปไหน "

" อ้าว ก็ไปส่งไอ้เดี่ยวไง " เก่งขมวดคิ้ว งุนงงกับคำพูดของเพื่อน   

" ไอ้แก้ว  มึงพูดใหม่ดิ ไอ้เดี่ยวมันไปไหน "

"มึงไม่ต้องมาอำกูเลย  อย่าบอกว่ามึงไม่รู้ว่ามันไปไหน "เสียงล้อของเพื่อนไม่ได้ทำให้เก่งหายงุนงง  นี่มันอะไร เดี่ยวไปไหน

" เฮ้ย นี่มึงไม่รู้จริงๆเหรอ  ไอ้เดี่ยวมันเอ็นท์ติดทางเหนือแล้วมันก็ไปรายงานตัวแล้วตั้งแต่อาทิตย์ก่อน มันโทรมาบอกกูไว้  “ เก่งอึ้งเงียบแทนคำตอบนี่ไอ้แก้วมันพูดจริงรึแกล้งอำ

“กูนึกว่ามึงรู้แล้ว  ถึงว่าตอนกูถามมันว่าดีกับมึงรึยัง  มันเงียบเลย  "  เก่งนิ่งรู้สึกว่าชาวูบขึ้นในหัวใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน  โกหกใช่มั้ย

" กูไม่รู้เรื่องเลย  มันไม่ได้บอกกู  " เก่งตอบเสียงแผ่ว ใจหายวูบลงรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงเลย   

" เฮ้ย เก่งมึงไม่เป็นไรนะ "

" ไม่  ไม่เป็นไร  “ เก่งเสียงแผ่วมากจนไอ้แก้วมองอย่างจับสังเกต   แต่เสียงอาจารย์ที่เดินเข้าห้องมาทำให้แก้วนั่งลงในที่ของตัวเองแต่ตายังคอยเหลือบมองเก่งอยู่ตลอดเวลาเรียน

 
“ กลับมาแล้วเหรอเก่ง “  เก่งยิ้มให้แม่ที่กำลังทำกับข้าวในครัว

”  นี่เดี่ยวส่งข่าวมาบ้างรึยังน่ะลูก   ไปตั้ง 2 อาทิตย์แล้วนี่  อยู่หอพักคนเดียวซะด้วย “   เก่งหุบยิ้ม นี่แม่ของเขาก็รู้เหรอนี่  “ แม่รู้เรื่องเดี่ยวด้วยเหรอ  ทำไมไม่เห็นบอกผมเลย“

”อ้าวเก่งยังไม่รู้เหรอ    แม่นึกว่าเดี่ยวบอกเก่งแล้ว  ก็วันนั้นที่น้าอรกับเดี่ยวมาลา เก่งกำลังรีบนี่เลยยังไม่รู้เรื่อง   อรกะโด่งน่ะเขาไปประจำอยู่ที่บริษัทแม่ที่เมืองนอก   จริงๆ จะเอาเดี่ยวไปด้วย    แต่เดี่ยวสอบติดที่เชียงใหม่ซะก่อน   เลยปล่อยให้เรียนที่นั่นไป    นี่ตอนนี้อรกะโด่งเป้นไงมั่งน้อ ไม่ส่งข่าวเหมือนกัน    นี่เก่งอย่าลืมติดต่อหาเดี่ยวนะแม่เป็นห่วง  อ้าว  เก่งไม่ฟังแม่พูดเลย “   เก่งไม่มีแรงฟังสิ่งที่แม่พูดอีกแล้ว  กัดฟันเดินขึ้นห้องตัวเองเงียบๆ

เมื่อปิดประตูห้องทุกสิ่งทุกอย่างที่ทนเก็บไว้ก็ระเบิดออกมา   เก่งนั่งมองภาพของเดี่ยวที่ตั้งอยู่มุมห้อง  มองทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด   เดี่ยว  ไปแล้ว ....... ไปโดยไม่บอกลา   ....... ไปโดยที่ยังโกรธเขา......เดี่ยวไม่สนใจเขาอีกแล้ว .....

 เก่งกอดเข่าแน่นตัวสั่นไปหมด น้ำตายังไม่หยุดไหล  รู้สึกเหงาสะท้านอยู่ในใจลึกๆ   เมื่อรู้ว่าเดี่ยวไม่สนใจเขาอีกแล้ว  ต่อไปนี้เขาจะไม่มีเดี่ยวเคียงข้างอีกแล้ว  ไม่มีอีกแล้ว   

ลมหน้าร้อนพัดเขามาแรงๆจนกระดาษปลิว   เก่งไม่สนใจที่จะเก็บ   เพราะสิ่งที่อยากจะเก็บคือ    ความรักของเดี่ยวที่เขาทำหลุดมือปลิวหาย ไปกับสายลมในฤดูร้อน


{ เช่นเคยครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ ไงช่วย comment ด้วยน่ะครับ ผมจะได้ปรับปรุง }

joypluss

  • บุคคลทั่วไป
 :m15: :m15: :m15:

อ่านแล้วเศร้าน้ำตาคลอเลยอ่ะ....+1

sakuamru

  • บุคคลทั่วไป
ความทรงจำ [ the Remember ] # PART 20 ( อวสาน )


เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังรัว  ทำให้เก่งต้องนิ่วหน้ามองระหว่างวิ่งวุ่นใส่เสื้อผ้าอยู่ในห้องของตังเอง    ไอ้พัฒน์โทรมาอีกแน่เลย  เฮ้อเซ็งจะเร่งอะไรกันนักหนาวะ   เก่งจะปล่อยให้เพื่อนรอสายนานๆ แต่ก็รำคาญเสียงโทรศัพท์   จนต้องกดรับ

“ มึงไรของมึงนักหนาหะ  กว่าจะรับโทรศัพท์โคตรนานเลย  “เสียงที่พูดมาตามสายดังกวนทีนเขาดีแท้

“กูแต่งตัวอยู่  “ เก่งบอก

“ อะไรมึง  นี่กูนัดมึงกี่โมง เนี้ย แล้วนี่เพิ่งแต่งตัวมึงจะรอให้ผับมันปิดก่อนรึไงถึงมา “  อ้าวไอ้นี่พูดงี้เรอะ  มึงตาย!

“ เออ งั้นกูไม่ไปก็ได้ เที่ยวให้สนุกนะพวกมึง “ เก่งพูดแกล้งเสียงเข้มใส่ลงโทรศัพท์  

“ เฮ้ย เดี๋ยวๆ ไอ้เก่งอย่าเพิ่งงอน กูล้อเล่น  ชิบหายนี่มึงอย่าโกรธจริงดิ  ไอ้แก้วมาช่วยกูหน่อย “ ได้ผลแฮะ เก่งยิ้มสะใจ เสียงไอ้แก้วลอดสายมา

“ ไอ้เก่งเมื่อไหร่มึงจะเลิกอำมันซักทีวะ “ อ้าวไอ้นี่รู้อีก   เก่งหัวเราะขำ

“ ฮ่าๆ เออ มันส์ดี  พวกมึงล่วงหน้าไปก่อนได้เลยไม่ต้องรอกูกำลังจะออกจากบ้าน เดี๋ยวไปตามไป  
เออ ok หวัดดี”

 
เก่งวางสายจากเพื่อนอย่างขำๆ เดินเช็ดหัวที่เพิ่งสระไปมาอยู่ในห้อง   หยุดยืนอยู่ตรงรูปของเดี่ยวที่บัดนี้ แขวนอยู่โดดเดี่ยวไม่มีมีรูปอื่นแขวนคู่ไว้เลย   ห้องของเก่งดูเปลี่ยนแปลงไปมาก จากที่เคยมีรูปติดไว้เยอะแยะมากมายก็กลายเป็นผนังโล่ง ๆ    เพราะรูปส่วนใหญ่ที่วาดเก็บไว้ ขายไปบ้าง ให้คนอื่นไปบ้าง   จะมีก็แต่รูปนี้แหละ ที่เขายังตัดใจขายไม่ได้สักที  รู้สึกหวงแหนมันมากเหลือเกิน เพราะ มันเป็นสิ่งเดี่ยวที่ทำให้เขารู้สึกว่าเดี่ยวยังคงมีเยื้อใยกับเขาอีกครั้ง  ถึงแม้จะเป็นการหลอกตัวเองก็ตาม แต่เขายังคงขอหลอกตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

ถึงเวลาผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้วก็ตาม   แต่ เวลาก็ไม่ทำให้เก่งลืมเรื่องต่างๆได้สักที   นั่นเป็นเพราะ เขาไม่อยากลืมหรือไม่พยายามก็ไม่รู้ หรืออาจเป็นเพราะภาพนี้ เพราะเมื่อเก่งมองภาพนี้ที่ไร  เหมือนกับได้เจอเดี่ยวนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใกล้ๆกัน    เฮ้อ นี่เขายังไม่เลิกเพ้อเจ้ออีก !

หลังจากที่เดี่ยวเอ็นท์ติดเชียงใหม่  ก็ไม่มีข่าวอีกเลย จนถึงทุกวันนี้   เดี่ยวหายเงียบไปเหมือนสายลม  จนแม่ของเขาบ่นถึงอยู่บ่อยๆ   เก่งมักจะเงียบทุกครั้งที่แม่บ่นถึงลูกชายคนใหม่ เพราะเขาเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรของเดี่ยวอีกเลยหลังจากที่แยกกัน    การแยกจากกันครั้งนั้น มันเจ็บปวดก็จริงอยู่ แต่ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป เก่งเข้มแข็งขึ้นได้ด้วย ความรักของพ่อแม่พี่น้อง ความห่วงใยของเพื่อนๆ ที่มีต่อเขา  ไม่มีน้ำตา ไม่นั่งเพ้อคิดถึง   เพียงแต่ยังคงไม่ลืม    และยังหวังอยู่ลึกว่าจะได้เจอเดี่ยวอีกครั้ง .....  

 
“ อ้าวเฮ้ย !” เก่งมองนาฬิกาแล้วตกใจ  เหม่อซะจนลืมเวลาไปเลย   เก่งรื้อค้นหานาฬิกาที่เก็บไว้ในลิ้นชัก  อยู่ไหนนะ  ! แต่ตาดันเจอถุงแพรใบหนึ่ง   เก่งสงสัยว่านี่มันคืออะไร    จึงแกะแล้วเทออกมาดู

จี้หยกรูปสิงห์ สีเขียวใสชิ้นเล็กที่อยู่ในมือของเขา  มันทำให้เก่งเห็นภาพของเดี่ยวตอนที่เที่ยวเชียงใหม่ด้วยกัน  

“ ก็ซื้อให้แฟนไง”  เสียงของเดี่ยวที่เคยบอกกับเขา  แจ่มชัดขึ้นเมื่อเจอกับสิ่งของเตือนความจำ   เก่งยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องตอนนั้น  หยกนี่เหมือนบรรจุด้วยความสุขในช่วงเที่ยวเชียงใหม่ไว้  จึงทำให้เขายิ้มออกได้ เพียงแค่เจอมัน   เก่งจับมันเกี่ยวกับสร้อยทองคำขาวที่ใส่อยู่   เหมือนกับจะตกลงยอมรับเป็นแฟนกับคนให้ในตอนนี้   ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันสายไปแล้ว .......

เก่งลงจากรถเมื่อเวลาเกือบ 3 ทุ่ม  เขาห่อไหลเพราะลมหนาวที่พัดมา   นี่ถึงหน้าหนาวอีกแล้วเหรอ  อีกแล้ว  หนาวที่ไรต้องคิดถึงเดี่ยวทุกที  เก่งสะบัดหัว  ทิ้งความรู้สึกต่างๆออกไป  แล้วยื่นบัตรให้พนักงานตรวจก่อน ก้าวเข้าร้าน

บรรยากาศในที่นี้ยังไงเมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม ถึงแม้ไม่ได้มาเกือบ 5 ปีหลังจากมาครั้งแรกในงานกีฬาสี  และเก่งก็ยังไม่ชอบที่จะมาในที่แบบนี้เหมือนเดิม    

หลังจากที่กวาดตามองหาเพื่อนอยู่นาน ก็เจอกับกลุ่มคนที่ยกมือโบกให้ ทุกคนดูเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจนเก่งรู้สึกแปลกใจนี่แค่ไม่ได้เจอกันแค่ปีเดียว ไอ้พัฒน์ดูตัวหนาขึ้น  ไอ้เคนสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย  สองสาวแพทบีม  เปลี่ยนจากสาวน้อยน่ารักกลายเป็นสองสาวสวยที่ไปไหนใครต้องมอง  แน่นอน2 คู่นี้ก็ยังคงเป็นคู่รักแหวนแหววกันอยู่นั่นเอง

“ เฮ้ย ทำไมช้าจัง “  เสียงไอ้เคนร้องถาม

“รถติดน่ะ  “ เป็นข้ออ้างที่ยอดฮิตมากสำหรับชาวกรุง  

“ แล้วนี่ทำไมต้องนัดที่นี่ วะ หายใจไม่ค่อยออกอึดอัด  “ ไอ้แก้วส่ายหน้าเมื่อ ได้ยินเข้าพร้อมยักหน้าไปทางไอ้พัฒน์  

“ ถามมันดิ “

“ ก็มาระลึกความหลังไง   นี่มึงจะเอาอะไร วอดก้าอีกไม๊ “ เสียงของไอ้พัฒน์ยังคงล้อๆทำให้เพื่อนหัวเราะ   ชะ!ไอ้นี่ความจำดีนะ  

“ ไม่เอาอ่ะ เข็ด กูกินโค้กแล้วกัน “   เขาบอกเพื่อนยิ้มๆ    เพื่อนยังไงก็ยังเป็นเพื่อนอยู่วันยังค่ำ  เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งกันเลย  

“ ไอ้แก้ว มึงจะจบรึยัง แล้วนี่ทำไมไม่ตัดผมวะ “ เก่งหันไปถามไอ้แก้วที่ดูแปลกไปมากกว่าคนอื่น เพราะผมที่ยาวจนเลยหลังที่มัดไว้ตรงท้ายทอย  ดูเผินๆ เหมือนผู้หญิงเลยที่เดียวเพราะหน้าตาหวาน แต่ก็มีเคราน้อยๆที่เจ้าตัวตั้งใจไว้มัน เพื่อเบรกความหวาน  

“  กูกำลังหาวิธิประหยัดเงินอยู่ ถ้ามึงอยากให้กูตัดก็บริจาคเงินมาดิ “   เก่งขำ เออ ไอ้นี่ยังงกเหมือนเดิม  

“ มึงไม่ต้องตัดหรอก เดี๋ยวกูพาไปประกวดรับรองมึงได้รางวัลแน่  “ เสียงไอ้พัฒน์แซว

“ ไอ้เฮียนิ  มึงเห็นกูเป็นอะไรเนี้ย   ว่าแต่เงินรางวัลน่ะมันเท่าไหร่วะ ถ้าแสนนึงมึงพากูไปวันนี้เลยนะ “   ทุกคนขำก๊าก เมื่อไอ้แก้วปล่อยมุข   เสียงคุยยังดังขรมไปหมดในกลุ่มดูเหมือนเพราะไม่ค่อยได้เจอกันเลยมีเรื่องให้คุยมากมาย เก่งนั่งมองทุกคนที่แย่งกันอย่างขำๆ   คิดถึงช่วงปีม.6 ที่เขาต้องต่อสู้กับสายตาของของคนในโรงเรียน   ก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละ ที่อยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจจนเขาผ่านช่วงนั้นมาได้  ไม่มีสิ่งใดตอบแทนมิตรภาพดีๆนี้ได้เลย

“ เฮ้ย !ไปห้องน้ำนะ “ เก่งลุกขึ้นไปเดินหลบเหลีกคนที่ยืนนั่งกันอยู่เต็มร้าน ก้มมองพื้นเพราะกลัวเหยียบเท้าของผู้คนที่ยืนกันอยู่ในเงามืด   แต่ต้องหยุดยืนนิ่งเมื่อโดนขวางหน้าไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ และแปลกตรงที่เมื่อเขาหลบซ้ายร่างนั้นก็เคลื่อนที่ขวางไว้เช่นเดิม    “ ไอ้นี่มันขวางตูทำไมฟะ “   เก่งขมวดคิ้วเงยหน้ามอง

“ เฮ้ย !  “ นี่ผีหลอกในผับเรอะ  เป็นไปไม่ได้ เก่งตะลึงมองคนตรงหน้า  หน้าตาที่ยังคุ้นเคยครึ้มไปด้วยหนวดเครา  มองเขาด้วยสายตานิ่งๆ  เก่งทำอะไร ไม่ถูกหันหน้าวิ่งกลับมาที่โต๊ะ  

“ เฮ้ย มึงเป็นไรวะ ทำอย่างกับวิ่งหนีผีมา “ เสียงไอ้แก้วถามเมื่อเห็นเขาหน้าตาตื่นละล่ำละลักบอกเพื่อน  

“ คือ เมื่อ.กี้กูเจอ...  “ ยังไม่ทันตอบ ผีตัวนั้นก็มายืนอยู่ข้างเขา

“ เฮ้ย ไอ้เดี่ยว มึงมาได้ไงวะ บังเอิญจังว่ะ  “ ไอ้พัฒน์ร้องทัก แต่หน้าไม่ได้บอกถึงความแปลกใจ ดูมันแปลกพิลึก ! เมื่อเห็นเดี่ยวทุกคนในกลุ่ม ต่างพากันร้องถาม  มีแต่เก่งคนเดียวที่นั่งเงียบหลบตาคมๆ คู่นั้นที่มองเขานิ่งๆอย่างไม่วางตา  เดี่ยวยังคงตอบคำถามของเพื่อนเขาไปเรื่อยๆ โดยที่ยังมองเขาอยู่  เก่งจับความได้ว่าเดี่ยวเรียนจบวิทย์-คอมส์   แล้วก็ทำงานแล้วด้วย     แต่เก่งยังสงสัยอยู่ตงิดๆ กับท่าทางของไอ้พัฒน์ ที่วันนี้ มันทำยิ้มแปลก ยักคิ้วให้เขา ไอ้นี่มันนักวางแผนต้องมีไรแน่ๆ

“ ไอ้แก้ว มึงรู้ไรบอกกูมานะ  นี่ไอ้พัฒน์มันกำลังทำไรวะ “  ไอ้แก้วยิ้มให้แต่ไม่พูด  นี่มันทุกคนสุมหัวกันเรอะ     เก่งรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเมื่อ ทุกคนยิ้มให้แปลก บวกกับสายตาของเดี่ยวที่ยังมองมาไม่ยอมหยุด ชักรู้สึกอยากจะกลับบ้านตงิดๆแล้ว  แต่กลัวเสียฟอร์มเลยต้องนั่งทนต่อไปทั้งที่ตอนนี้ใจเต้นตูมๆ  ภาพความทรงจำต่างที่อยากจะลืมมันหวนเข้ามาอีกครั้งเมื่อได้เจอหน้ากัน   ความรู้สึกจี้ดกลับมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงตอนที่เดี่ยวไปไม่ลา

ความอดทนของเก่งสิ้นสุดลงเมื่อเก่งเริ่มรู้สึกว่าสายตาของเดี่ยวชักไม่ได้มองอย่างเดียวแล้ว มันค่อยเยิ้มหวานขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเพราะมันดื่มหนักรึอะไรสักอย่าง “ เฮ้ย กูกลับแล้ว นะ ดึกแล้ว   “

“อะไรมึง  เพิ่ง 5ทุ่ม “ เสียงไอ้เคนท้วง  

“ เออ แต่กูจะกลับแล้ว “ เก่งไม่รอฟังเสียงท้วงติง เดินออกจากร้านอย่างเร็วๆ แต่ต้องชะงักเมื่อมือใหญ่ๆคว้าข้อมือแล้วลากให้เดินตาม

“ เดี๋ยวพาไปส่งบ้าน เรากำลังจะกลับเหมือนกัน “

“ เฮ้ย ไม่เป็นไร เรากลับเองได้” เก่งบอกพร้อมแกะมืออก แต่เดี่ยวไม่ฟังเสียงลากมาจนถึงรถ คันใหญ่  แล้วจับเขายัดเข้าไปในรถ พร้อมคาดเข็มขัดให้อย่างดี   เก่งนั่งเงียบเมื่อ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย   บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจที่เจอหน้าเดี่ยว

บรรยากาศในรถเงียบจนอึดอัดเมื่อ  ไม่มีเสียงคุย  แม้ไม่มองหน้ากันตรงๆแต่เก่งก็เห็นคนตัวสูงที่ขับรถอยู่เงียบๆ หันมองมาบ่อยๆ มือซ้ายที่กุมเกียร์เลื่อนไปกดปุ่มเครื่องเล่น  CD   เสียงเปียโนพลิ้วแผ่วของเพลงคุ้นเคยที่เก่งชอบดังขึ้น จนเก่งต้องหันมองหน้าเจ้าของรถ แล้วหันกลับมองข้างทางที่มืดสนิทอยู่

“ เก่งนายเป็นไงมั่ง  เรียนจบรึยัง “ เสียงเดี่ยวถามเมื่อเมื่อเห็นเก่งเงียบ  

“ ใกล้จบแล้วอีก 3เดือน  แล้วนายล่ะ เป็นไงมั่ง” เก่งตอบแล้วหันมองเดี่ยวแว๊บนึง  เดี่ยวยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน  ยังหล่อยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น รูปร่างดูล่ำขึ้นกว่าเดิม ผิดแต่ว่าตาคมนั่นไร้รอยยิ้มในแววตาเหมือนตอนอยู่ม.ปลาย  

“ เราสบายดี ยังไม่ตาย “ เสียงตอบสะบัดพร้อมตาคมดุจ้องมา เก่งรู้สึกหนาววูบๆขึ้นมาทันทีจนต้องหลบก้มหน้านิ่ง  รู้สึกเหมือนว่าเดี่ยวกำลังกัดฟันแน่น ขับรถเร็วขึ้น   เวลาไม่ถึงชั่งโมง  เดี่ยวก็มาถึงบ้านตัวเอง  ขับรถจอดพรืดเข้าไปทันทีที่ประตูอัตโนมัติเปิด

“คืนนี้นายนอนนี่แหละ “ เสียงห้าวต่ำที่บอกมาหน้าแดง ลมหายใจแรงๆคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าจางๆ ตัวที่โน้มจากเบาะคนขับทำให้หน้าเกือบชิดเขา   นี่ไอ้เดี่ยวมันกำลังจะ....เรา!  

“  เราจะกลับบ้าน ขอบใจที่มาส่ง “ เก่งลงจากรถรวดเร็ววิ่งทีเดียวไปถึงประตูรั้ว

แต่ด้วยขาที่ยาวกว่า เดี่ยววิ่งมากันเก่งไว้ทันที่ประตูรั้ว

“ เราบอกให้นายนอนนี่ คืนนี้ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ  “ มือขวาคว้าหมับเข้าที่เอวของเก่งแล้วจับลากเข้าบ้าน   อีกมือปิดปากไว้ไม่ให้ส่งเสียง

เสียงประตูปิดดัง พร้อมกับร่างของเก่งที่ถูกดันติดประตู มือทั้งคู่ของเก่งถูกมือใหญ่กำจนแน่นแล้ว ขึงมันไว้เหนือหัว  อีกจับค้างเก่งไว้ไม่ให้เบี่ยงหน้าหนี ริมฝีปากร้อนที่เคลียคลึงไปทั่ว  แล้วมาหยุดนิ่งที่ปากของเขา บดปากร้อนๆนั้นลงจนหนาใจแล้วแทรกลิ้นพัวพันอยู่ในปากของเก่ง   ร่ายของเดี่ยวที่แนบชิดเบียดอัดร่างเล็กของเก่งไว้ มันร้อนไปหมด เดี่ยวกระแทกอะไรบางอย่างที่แข็งร้อนใส่เขาในขณะที่เบียดอัดกันอยู่  ทั้งหมดนี่ทำให้เก่งสั่นหอบและไร้เรียวแรงไปโดยฉับพลับ

เดี่ยวยังคงอารมณ์แรงเหมือนคนฉุดไม่อยู่ จับเก่งลงนอนกับพื้นห้อง จัดการถอดเสื้อผ้าออก แล้วก้มลงซุกไซร้รุนแรง เก่งไร้เรียวแรง เสียงสั่น “ เดี่ยว พอก่อน เราจะกลับบ้าน “

“ นายได้กลับบ้านแน่  แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้หรอก “ เดี่ยวเงยหน้าขึ้นบอก พร้อมจัดการเสื้อผ้าตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วโถมทับเก่งที่นอนอยู่กับพื้น  กดมือ 2 ข้างของเดี่ยวไว้แน่น ริมฝีปากร้อนๆ จูบลงไปทุกที่ทั้งตัว จนเก่งเผลอครางออกมาไม่รู้ตัว  

“ เรารู้ว่านายก็ต้องการเราเหมือนกัน  นายจะขัดขืนไปทำไม เรา 2 คนมันก็แค่ต้องการกันทางกายไม่ใช่เรอะ นายเป็นคนบอกเอง “ เดี่ยวยิ้มเยาะจับเองเก่งพร้อมแทรกบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในเก่งอย่างรวดเร็ว  

“ เจ็บ ! “  เก่งงอตัวดิ้นรนให้หลุด แต่เดี่ยวรัดเอวแล้วกดไว้แน่น หน้าเข้มนั่นมองมาอย่างไม่พอใจเมื่อเก่งพยายามผลักตัวหนาๆของเดี่ยวให้ออกไป จนเดี่ยวต้องล็อกเมื่อแล้วจับยันไว้เหนือหัวอีกครั้ง  

“ ดิ้นทำไมเล่า เราจะทำให้นายรู้ว่า ความต้องการของเรามันมากนาดไหน”  เดี่ยวคำรามพร้อมขยับตัวเข้าออก แรงขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจแรงๆ ร้อนกระทบหน้าของเก่ง  เก่งหลับตาหนีหน้าดุที่มองเข้าเขม็งเกร็ง   เจ็บไปหมดเมื่อเดี่ยวเพิ่มแรงกะแทกให้มากขึ้น  

“    ลืมตาขึ้นสิ   เกลียดเรานักรึไง ถึงหลับตาหนี  “ เดี่ยวร้องสั่งเสียงห้าวกระเส่า หายใจหอบ  เพิ่มแรงมากขึ้นเพื่อให้เก่งลืมตา  

“ เจ็บๆเดี่ยวพอแล้ว เจ็บ “  เก่งทนแรงนั้นไม่ไหวลืมตาขึ้นมามองหน้าเดี่ยวสายตาอ้อนวอน  

“ เจ็บเหรอ แล้วเราละ แล้วที่ทำกับเราล่ะ เราไม่เจ็บรึไง แลกกันไง เราเจ็บใจนายเจ็บกาย  เราเจ็บ 4 ปี นายเจ็บแค่คืนนี้ แล้วทุกอย่างก็จบ “ เสียงเดี่ยวยังคงเข้มขึ้นหน้าดุดันจนเก่งน้ำตาไหล  

“ นายไม่ต้องเป็นห่วงเราไม่ให้นายเจ็บอย่างเดียวแน่  มีอะไรกับเรารับรองนายต้องมีความสุข “ เดี่ยวยิ้มเยาะ เก่งมองหน้าเดี่ยว     นี่ไม่ใช่เดี่ยวคนเดิม  ไม่ใช่อีกแล้ว    เก่งอ่อนแรงทำไม่ได้แม้แต่จะโต้เถียง  นอนนิ่งเหมือนตุ๊กตาให้เดี่ยวทำตามใจชอบ   หลับตาลงไม่อยากรับรู้อะไรตรงนี้อีกแล้วปล่อยให้คนร่างสูงที่กำลังรุกเร้าเขาอยู่ทำตามอารมณ์ที่รุนแรงต่อไป    เสียงห้าวต่ำยังคงพึมพำ

“  เราต้องการนาย เก่งเราต้องการนาย  ทำไมนายไม่ต้องการเรา  “  เสียงของเดี่ยวยังคงถามเสียงกระเส่า  เมื่อจับเก่งพลิกไปพลิกมา ตามใจชอบ  ท่อนล่างที่ยังขยับกระแทกแรงๆจนเก่งชาไปหมดแล้ว  

“ เก่งทำไมนายไม่รักเรา ทำไม “เดี่ยวซุกหน้าลงเกลือกลงของแก้มของเก่งที่มีแต่รอยน้ำตา  ไม่มีการขัดขืนจากร่างเล็กนั่น  เดี่ยวเคลื่อนหน้าจูบเก่ง มือก็เลื่อนไปเคล้าคลึงส่วนนั้นของเก่งจนมันร้อน เดี่ยวขยับตัวแรงขึ้นเรื่อยขณะยังจูบเก่งอยู่   แรงจูบและแรงมือของเดี่ยวทำให้เก่งสั่นสะท้าน ตัวเกร็งไปหมดทุกส่วน จนเผลอรับแรงกระแทกที่เร็วและแรงของเดี่ยว   เดี่ยวสนองแรงรับนั้นด้วยแรงกระแทกที่แรงสุดๆ แล้ว ตัวสั่นกระตุก  

“ เก่ง  เรา รั......    โอย !“  เดี่ยวเงยหน้าเชิดขึ้นสูดอากาศเข้าปาก ตัวเกร็งเขม็งเมื่อถึงจุด   มือยันพื้น กดเอวชิดบดเบียดเก่ง  สิ่งอุ่นๆหลั่งไหลมาอย่างมากมาย   เดี่ยวมองเก่งที่นอนหลับตาหอบหายใจเมื่อถึงจุดไปเหมือนกัน   ยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนพื้นข้างๆ เดี่ยว

เสียงกรนเบาๆของคนข้างๆ ที่มีอะไรกันเมื่อกี้ทำให้เก่งรู้ว่าเดี่ยวหลับไปแล้ว   รู้สึกเจ็บแสบไปหมด น้ำตาไหลเมื่อนึกถึงคำพูดของเดี่ยว ที่บอกว่าต้องการแค่ร่างกายของเขา    เก่งเสียใจเพราะเพิ่งรู้ว่าเดี่ยวคิดกับเขาแค่นี้  แค่นี้จริงๆ ไม่ได้รัก  แค่อยากมีอะไรด้วยแค่นั้น...

เก่งหยิบเสื้อผ้าขึ้นสวมแล้วออกจากบ้านของเดี่ยวมายังถนนที่มืดสนิท  ความหนาวเย็นของฤดูหนาวยิ่งทำให้เก่งสั้นสะท้าน รู้สึกว่าตอนนี้เหลือตัวคนเดียวจริงๆ  ไม่มีความรักที่หวังรออยู่อีกแล้ว แค่คิดก็น้ำตาไหล  ทำไมต้องอ่อนแอขนาดนี้นะ    เก่งเช็ดน้ำตาจนแห้งสนิท   ต่อไปจะไม่ร้องไห้เพราะเดี่ยวอีกแล้ว   ไม่อีกแล้ว ......

 
“ อืม “ เดี่ยวรู้สึกไอ้ยินเสียงไก่ข้างบ้านขัน แต่ยังงัวเงียตาไม่ลืม  คว้ามือหาคนข้างที่เขามีอะไรด้วยเมื่อคืนหวังจะกอดขอความอุ่นจากร่างเล็กนั่นให้หนำใจ  แต่เมื่อคว้าก็พบแต่ความว่างเปล่า  ความแปลกใจทำให้เขาลืมตาขึ้น ไม่มีเร่างเล็กอุ่นๆของเด็กน้อยของเขา   เดี่ยวกวาดตาไปทั่วบ้านหวังจะเจอกับร่างเล็กนั่น ก็พบแต่ความว่างเปล่า  

เก่งหายไปแล้ว  ใจหายวูบเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เขายอมรับว่าครั้งนี่อารมณ์มันรุนแรงเกินไป  นั่นเพราะ เขาต้องการเก่งมากเหลือเกินขณะเดียวกันก็โกรธ เสียใจที่เก่งไม่รักเขาเลย  ทุกอย่างมันผสมกันไปหมดจนเกิดเป็นอารมณ์เมื่อคืน เขาไม่อยากโทษว่าเป็นเพราะเหล้า  เพราะเดี่ยวรู้ตัวว่าไม่ได้เมา แต่เขาทำมาจากข้างในที่มันเรียกร้องมา    

เดี่ยวลุกขึ้นนั่งกุมขมับตัวเองเมื่อนึกถึงเก่งแล้วรู้สึกใจหาย เมื่อเห็นน้ำตาของเก่ง   แต่ก็ยังคงปลอบใจตัวเองว่าเก่งเองก็สมควรโดนแบบนี้   แต่นั้นก็ไม่ทำให้เดี่ยวหายจากความรู้สึกผิด       เดี่ยวรู้สึกสับสน เสยผมแรงๆแล้วลุกขึ้นจะเข้าห้องน้ำ แต่เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง

จี้หยกรูปสิงห์พร้อมสร้อยทองคำขาวเส้นเล็ก เป็นประกายเมื่อกระทบแสงไฟ   จี้หยกนี่เขาเป็นคนซื้อให้เก่ง ตอนนี้มันกลับมาอยู่กับเขาแล้ว  เหมือนกับเก่งทิ้งความรักที่เขามีให้คืนมาผ่านจี้หยกนี้    เดี่ยวกำจี้หยกแน่น บอกกับตัวเองว่าครั้งนี้เป็นคงเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้กอดเก่งแล้ว  ทุกอย่างมันจบแล้ว .....

 

“ ขอเชิญศิษย์เก่า ร่วมสังสรรค์ และ ประมูลผลงานศิลปะ เพื่อเข้ากองทุนเพื่อการศึกษาเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ เนื่องในวันครบ 95  ปี ของโรงเรียน    ในวันที่.... “ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่เก่งจะอ่านบัตรเชิญจบ  “  อืม ไอ้แก้ว  มีไรเหรอ  “  เก่งตอบด้วยเสียงเนือยๆ

“ เฮ้ย งาน 95 ปี นี่เอ็งมาปะ “ เสียงไอ้แก้วถาม  “ อืมไปดิ “

“ เออ อาจารย์สันติ แก ฝากมาบอกว่าให้เอารูปผลงานมาร่วมประมูลด้วยเพราะที่โรงเรียนมีไม่พอ มึงพอมีเหลือมั่งปะ เห็นไอ้พัฒน์บอกมึงฝากมันเอาไปขายหมดแล้ว“

“ ก็พอมีเหลืออยู่  แล้วงานวันไหนวะ  กี่โมง“   เก่งตอบแล้วมองรูป ที่ใส่กรอบแขวนไว้โดดเดี่ยวอยู่ในห้อง

“ วันศุกร์นี้แหละ   เริ่มประมูล 5 โมงเย็นนะ พอเสร็จก็เป็นงานเลี้ยง  มาก่อนเวลาซักชั่วโมงนะมึง  “ ไอ้แก้ววางสายเมื่อเก่งตอบรับสั้นๆ     เก่งยังคงมองภาพวาดตรงหน้านิ่งๆ รู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปหมด   ลังเลอยู่นานแล้วก็หักใจได้ในที่สุด  วิธีนี้มันคงดีที่สุดที่จะช่วยให้เขาตัดใจง่ายขึ้น    ถ้าไม่ต้องมานั่งมองรูปนี้ ….
 

วันนี้ที่โรงเรียนเก่าที่จากมา เกือบ 4 ปีจอแจไปด้วยผู้คน    ถึงแม้นี่เพิ่ง 4 โมง แต่ก็มีคนจับกลุ่มนั่งคุยกันเฮอาไปทุกที่  นั่นคงเป็นเหล่าบรรดาศิษย์เก่า    แก่ง หันมองรอบตัวไปยังสถานที่ที่เคยวิ่งเล่นเคยทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ภาพเก่าๆยังคงชัดเจนเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีน   ย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง  วันเวลาที่มีแต่ความสุข

“ เฮ้ย พวกกูอยู่นี่  “ ไอ้แก้วตะโกนเรียกเมื่อเห็นเขา หยุดยืนอยู่หน้าหอประชุมที่จัดเป็นที่ให้ศิษย์เก่ามาประมูลภาพ

“ เออ รอแป๊บ เดี๋ยวเอารูปไปให้อาจารย์ก่อนนะ “  เก่งก้าวเข้าไปยังห้องประชุมขนาดใหญ่ แอร์เย็นเฉียบ  รอบๆ มีภาพวาดติดอยู่เต็มไปหมด  ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่  เด็กๆในชุดนักเรียนเดิน จัดของตามเสียงอาจารย์สันติ ที่ยืนสั่งงานอยู่กลางห้อง   เก่งยิ้ม อาจารย์สันตินี่แกยังขี้บ่นเหมือนเดิม

“ อ้าวเก่งกาจ   มาแล้วเหรอ  ไหนๆ รูปที่เอามาน่ะ ขอดูหน่อยซิ “  เก่งส่งให้อย่างว่าง่าย  พร้อมช่วยแกะประดาษที่ห่อมา  

“ อ้าว เป็นรูป portrait  (รูปคน)นี่    อืมสวยนะ   ได้อารมณ์เหมือนคนนอนหลับจริงๆ  แล้วรูปนี่ชื่ออะไรล่ะ  “

“ ชื่อ  the lover in sleep ครับ“  เก่งนิ่งมองภาพตรงหน้ารู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างบอกไม่ถูก   เพราะมันอยู่กับเขามามากกว่า 5 ปี เป็นภาพที่เขาใส่ความรู้สึกต่างๆไว้มากมาย จนมันเหมือนเป็นสมุดบันทึกเล่มใหญ่ ที่เก็บความรักของของเขากับบุคคลในภาพไว้มากมาย  แต่เปล่าประโยชน์ที่จะเก็บมันไว้เพราะความรักที่เกิดขึ้น  ไม่มีใครต้องการอีกแล้วโดยเฉพาะคนคนนั้น

“ครูเอาภาพนี้เป็นของชิ้นสุดท้ายแล้วกัน ดูมันมีราคาดี  ขอบใจมากเก่งกาจที่ร่วมทำบุญกับโรงเรียน  เดี๋ยวเข้ามาดูงานประมูลด้วยนะ ”  อาจารย์พีระ ยิ้มขอบอกขอบใจเก่ง  จนเก่งเดินออก จากหอประชุมมายังกลุ่มเพื่อน

“ เฮ้ย รูปมึงลำดับที่เท่าไหร่วะ  “ ไอ้พัฒน์ถามเมื่อเก่งนั่งลงข้างไอ้แก้ว  “ ลำดับสุดท้ายวะ “

“ โห งั้นก็แพงดิ กูอุตส่าห์จะมาประมูลเอารูปมึงไปติดที่ร้านกาแฟกู “  ไอ้พัฒน์ร้องอย่างเสียดาย

“ แต่ไม่เป็นไรกูสู้ “ ไอ้พัฒน์ยิ้มพร้อมตบกระเป๋า

“ นี่ไอ้เดี่ยวไม่มาเหรอ “ ไอ้เคนถามเมื่อเห็นเก่งฉายเดี่ยว    เก่งเงียบลงจนเพื่อนสงสัย  

“ เฮ้ยนี่ยังไม่ดีกันอีกเรอะ  วันนั้นกูอุตส่าห์ให้มึง 2 คนกลับบ้านด้วยกัน จะได้เคลียร์กัน  “

“เดี่ยวกะกูคงดีกันไม่ได้แล้ว  เป็นไม่ได้แม้แต่เพื่อนแล้ว  พวกมึงเลิกคุยเรื่องมันได้แล้ว    “  เสียงถอนใจทำให้เพื่อนๆ เงียบลง

“ เก่งนายยังไม่ได้เคลียร์กับเดี่ยวใช่ไม๊ เรื่องที่นายบอกเลิกเดี่ยวตอนนั้นน่ะ “   แพทถามขึ้นเมื่อเก่งเงียบจน ทุกคนเริ่มเครียดตาม  

“ จะเคลียร์หรือไม่เคลียร์ตอนนี้มันก็มีค่าเท่ากันแล้วล่ะแพท  ยังไงเรากับเดี่ยวคงต่อกันไม่ติดแล้ว เดี่ยวมันไม่ได้รักเรา มันเลยเวลาที่เราจะคุยกันเรื่องนี้มานานแล้ว “ เก่งตอบยิ้มๆมองหน้าเพื่อนที่ยังนิ่งอึ้ง  

“ เรื่องนี้ช่างมันเถอะปล่อยให้มันกลายเป็นความทรงจำสำหรับเราไปแล้วกัน  “ เก่งยิ้มกว้างทั้งที่น้ำตาคลอ  ยิ้มที่เพื่อนต่างพากันถอนใจเมื่อได้เห็น

 





sakuamru

  • บุคคลทั่วไป
ความทรงจำ [ the Remember ] # PART 20 ( อวสาน ) และบทส่งท้ายครับ



เดี่ยวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ที่เวลามันจวนจะ 5  โมงเย็น แล้ว เขาขับรถมาท่ามกลางความมึนหลังจากได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ที่เพิ่งโทรมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

“ เดี่ยว นายรีบมาที่หอประชุมโรงเรียน ถ้านายยังรักเก่งอยู่ให้รีบมาให้ทัน ก่อน  5 โมง เรามีเรื่องของเก่งจะบอกนาย “    เสียงนั่นดูฟังคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก  แถมยังไม่บอกชื่ออีก    เดี่ยวคิดว่าตัวเองช่างเชื่อคนง่ายเหลือเกิน เพราะไม่แน่ใจว่าใครจะเล่นตลกรึเปล่า นี่แค่บอกว่าจะพูดเรื่องของเก่งมันก็ทำให้เขาวุ่นวายจนต้องรีบแล่นออกมา 

เดี่ยวกระวนกระวายใจเมื่อ รถยังคงติดอยู่ไม่ยอมขยับ  มองนาฬิกา นี่มันจะ 5 โมงแล้ว เอาไงดี   เดี่ยวถอนใจยังคงสับสนวุ่นวายในหัว   นี่เขาเป็นอะไร ทำไมต้องมาทำอะไรบ้าๆอย่างนี้  ต้องการจะรู้เรื่องของเก่งไปทำไม ถึงแม้รู้เก่งก็ยังไม่รักเขาอยู่ดี   สู้กลับตอนนี้ยังพอจะทัน เดี่ยวมองดูจุดกลับรถกับไฟจราจรที่กำลังเขียว แล้วเลือกที่จะตรงข้ามแยกไป!

รถBMW  ของเดี่ยวจอดเข้าที่จอดอย่างรีบๆ  เขาวิ่งเข้าห้องประชุมอย่างรีบจนเหงือชุ่มเสื้อ   เสียงมือถือดังขึ้นอีกหลังจากที่ เขายืนหันรีหันขวางอยู่นาน   

“ ฮัล โหล นั่นใครบอกมาว่าเรียกให้มาทำไม “ เดี่ยวเริ่มหงุดหงิดเมื่อเข้ามาแล้วไม่เจอแม้แต่เงาของเก่ง 

“ นี่ ใจเย็นก่อน หันมาทางขวาแล้วเดินตรงมา   “ เดี่ยวทำตามเดินตรงไปจนสุดก็เจอกับ ชายหนุ่มร่างเล็กที่ไว้ผมยาว  เดี่ยวกดวางสายด้วยความมึนงง

“ นายเองเรอะแก้ว ที่เป็นคนโทรหาเรา  “  แก้วยังคงยิ้มให้

“ เดี่ยว นายมาสาย ไป 15 นาทีวะ นายต้องรอให้งานประมูลจบก่อน   แล้วเราจะบอกเรื่องไอ้เก่ง “เดี่ยวขมวดคิ้วมองแก้วอย่างไม่เข้าใจ  พยายามมองหาเก่ง

“ นายมองหาเก่งมันเรอะ   มันกลับไปแล้ว มันบอกว่าทันดูของที่มันรักถูกประมูลไม่ได้ “

เดี่ยวงงจะถามแต่ถูกแก้วดักคอไว้ก่อน 

“ เราว่านายทำตามที่เราบอกดีกว่า อยู่รอจนงานจบแล้วนายจะรู้อะไรดีๆ  ไปๆ ไปนั่งตรงนู้นกัน”  แก้วชี้มือไปยังที่นั่งที่ยังว่างอยู่  2 ที่คนที่นั่งถัดไปคือไอ้พัฒน์ บีม ไอ้เคนและแพท   

“ อ้าวนายมาแล้วเหรอเดี่ยว นายมาไม่ทันไอ้เก่งกลับนะ “ เสียงไอ้พัฒน์บอก   แต่เดียวยังคงงงหนัก

“ พวกนายเล่นไรกันเนี้ยไม่ขำนะ จะบอกเรื่องอะไรของไอ้เก่งก็รีบบอกมา “

“ พวกเราจะไม่บอกจนกว่างานประมูลจะเลิก  ถ้านายทนไม่ไหวก็ตามใจนาย  เราก็ไม่อยากให้เก่งมันยุ่งกับคนไม่มีความอดทนอย่างนายหรอก “ เสียงแก้วทำให้เดี่ยวเงียบได้ แต่ก็ยังคงนั่งขมวดคิ้วหงุดหงิดอยู่

การประมูลดำเนินมาจนเกือบ จะ 2 ชั่วโมง เดี่ยวถอนใจไปเกือบ 50 เฮือกได้แล้วมั้งถ้านับกันจริงๆ  เบื่อที่จะต้องรออะไรนานๆ  เหลือบมองไปทางเพื่อนๆของเก่งทุกคนยังคงทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้

“ เอาล่ะคะ  ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายแล้วนะคะ   ชื่อภาพ the lover in sleep” ค่ะ  ศิลปินผู้เขียนภาพคือ เก่งกาจ  สินธุวงศ์  “   เสียงฮือฮาจาคนประมูลจนเดี่ยวต้องหันดูภาพนั่น    มัน เดี่ยวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เพราะหน้าคนในภาพเหมือนกับหน้าของเขา

“ภาพนี้เขียนเมื่อ 5 ปีที่แล้วค่ะ เป็นภาพสีน้ำมัน วาดแบบศิลปะคลาสสิกนะคะ  เป็นภาพชายหนุ่มที่หลับใหลในยามเข้าที่มีแสงสว่างส่องกระทบตัว   ขอเริ่มราคาประมูลที่ 20,000 บาทค่ะ “

นี่มันอะไรกันนี่มันรูปของเขา !   นี่ใครเป็นคนวาด  เอ๊ะ! ศิลปินชื่อเก่งกาจ    งั้น เก่งเป็นคนวาดรูปเขาไว้หรือนี่ 

“ นี่ไง ของที่ไอ้เก่งมันรักมาก รักมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ “ เสียงแก้วที่บอกออกมา  ทำให้เดี่ยวเริ่มย้อนคิด อะไรบ้างอย่าง   ภาพนี้เก่งรักมากหรือ  แล้วทำไมมันไม่รักเรา 

“ แก้ว เราไม่เข้าใจ   ถ้าเก่งรักเราทำไมต้องบอกเลิก”  เดี่ยวเสียงแผ่ว รู้สึกร้อนรนอยู่ในใจไปหมด 

“ เพราะมันรักนายยังไงล่ะ  รักเลยไม่อยากให้นายเสียชื่อ เพราะรักเลยต้องบอกเลิก “    เดี่ยวหันมองหน้าแก้ว   ผู้ซึ่งเป็นคนเขี่ยเศษของความเจ็บปวดที่ติดอยู่ที่ใจให้หลุดออก  มองภาพที่เก่งวาดแล้วนึกอยากเจอเก่งเหลือเกินอยากเจอตอนนี้   

“ เก่งอยู่ไหนตอนนี้  “ เดี่ยวถามด้วยใจที่ร้อนรน   

“ เดี่ยวนายมาช้าไปแล้ว  ไอ้เก่งมันเลิกรักนายไปแล้ว  “ ไอ้พัฒน์แทรกขึ้นมา   

“ 25,000  บาทครับ “ พร้อมเสนอราคาภาพขึ้นแล้วหันมายิ้มเยาะ   

 “ 25,000  นะคะ มีใครจะเสนอเพิ่มไหมคะ”   เสียงของผู้ดำเนินการประมูลยังคงร้องถาม 

“ เราว่ามันไม่สายหรอก  เพราะเรารักเก่ง และเราก็แน่ใจว่าเก่งก็รักเรา     35,000  ครับ  “ เดี่ยวบอกพร้อมเสนอราคาให้สูงขึ้น  “ 35,000 แล้วนะคะมีใครจะให้ราคาเพิ่มไหมคะ  “

“ 40,000  ครับ  “   เสียงไอ้พัฒน์บอกพร้อมหันมายักคิ้วให้  “ เราจะเอารูปนี้ไปติดร้านกาแฟเรา  เราไม่ให้นายง่ายๆหรอก “

เดี่ยวมองหน้าไอ้พัฒน์ขวางๆ

“ เราก็ไม่ยอมนายหรอก    60,000  ครับ “  เดี่ยวบอกแล้วหันไปยักหน้าพัฒน์  เสียงผู้คนฮือฮา เพราะราประมูลเริ่มสูงขึ้น เสียผู้ดำเนินการประมูลยังคงร้องถาม  มีใครให้มากว่าอีกไหมคะ    เดี่ยวมองหน้าพัฒน์แล้วยักหน้าให้ประมูลสู้กัน     “ ok  เรายอมแพ้ นายเอารูปนี้ไปเลย “   

 Ok  งั้นจบที่ราคา 60,000 นะคะ  เชิญผู้ประมูลมารับรูปด้านหลังนะคะ ต่อไปขอเชิญแขกทุกท่านร่วมสังสรรค์ในงานเลี้ยงคะ “  เดี่ยวผละออกจากกลุ่มเพื่อนของเก่ง  เพื่อไปรับรูป แล้วกลับมาอีกครั้งในเวลาไม่นาน พร้อมหน้าที่ถมึงทึง 

” ตอนนี้เก่งมันอยู่ไหน “ เสียงถามที่ร้อนทำให้เพื่อนๆของเก่งหัวเราะขำๆ   

“ มันไปไหนเราจะไปรู้ได้ไง  มันอาจจะไปสถานที่ในภาพมั้ง “  ได้ยินแค่นั้นเดี่ยวก็วิ่งออกไปทันที 

“ เฮ้ย ขอให้หาเจอนะ “

เดี่ยวขับรถออกจากโรงเรียนเก่า  ในหัวยังคงคิด ว่าเก่งไปไหน สถานที่ในภาพนี้มันที่ไหน  รึจะเป็นหัวหิน น่าจะเป็นที่นั่น เก่งมุ่งหน้าไปขับรถไปด้วยใจที่ร้อนรน……

เดี่ยวขับรถอย่างร้อนใจกลับมาจาก ไปเที่ยวค้นหาเด็กน้อยของเขาอย่างวุ่นวาย  แต่ก็ไม่เจอ สมองยังคงคิดอย่างหนักว่า เก่งไปอยู่ไหน  สถานที่ในภาพ คือที่ไหน  โอ๊ย   คิดไม่ออก    เดี่ยวรู้สึกเหนื่อยมากเมื่อจอดรถอยู่หน้าบ้านของตัวเอง วันนี้สงสัยคงหาไม่เจอแล้ว   เขาถอนใจหยิบรูปที่เพิ่งได้มาเดินเข้าบ้านด้วยใจห่อเหี่ยว

หลังจากอาบน้ำจนสดชื่นเดี่ยวเดินมาหยุดมองภาพของตัวเองที่เพิ่งแขวนพร้อมครุ่นคิด   สถานที่ในภาพงั้นเหรอ   เท่าที่จำได้  เก่งมักมานอนห้องเขาแต่ก็ไม่ได้หยิบอุปกรณ์มาด้วย   เฮ้ย ! งั้นรูปนี้ต้องวาดในห้องของเก่งสิ    โธ่เอ๊ย ! ไมโง่งี้วะตู ตอนนี้ไอ้เก่งมันอยู่บ้านแน่ๆ    เดี่ยวผลุนผลันวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ไฟที่เปิดสว่างชัดเจนทำให้เห็นพนังที่โล่งไร้รูปแขวนไว้  ผิดกับเมื่อวาน    เก่งมากแล้วรู้สึกสะท้อนใจ รู้งี้ไม่เอาไปประมูลก็ดี นั่นเป็นสมบัติที่เค้ารักมากที่สุดเลย ตอนนี้อะไรๆที่เกี่ยวเดี่ยวก็หายไปหมดแล้ว จี้หยกไม่รู้ไปตกหายที่ไหน  รูปก้ไม่มี   เออยังดีที่เหลือ ตุ้งติ้งเส้นเดียว เฮ้อ ทำอย่างนี้แล้วไม่เห็นตัดได้เลย ยังทรมานกว่าเดิมอีก   ไม่เอาไม่คิดแลนอนดีกว่า ....

“ เก่ง ! เก่ง!  “ เสียงทำให้เก่งชะงัก   ใครเรียกวะ !  เขาหน้ายุ่งเดินไปยังระเบียงห้อง   ร่างสูงๆคุ้นตาอยู่ในความมืดสลัว   แต่ที่เห็นแจ่มชัดที่สุดคงจะเป็นรอยยิ้มกว้างบนหน้าขาวที่ส่งมาให้   

“ เก่ง!  ออกมาคุยกับเราหน่อยเรามีเรื่องจะคุยด้วย  “

“ เราไม่มีอะไรจะคุยกะนายกลับบ้านไปซะ “ แม่งเอ๊ย ตามรังควานกันอยู่ได้แล้วงี้จะตัดใจได้ไง

“ เก่ง ! ออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้นะ เร็ว !  “ เสียงสั่งที่แสดงให้เห็นว่าโกรธ  ทำให้เก่งโกรธวูบขึ้นมาเหมือนกัน   

“  ไม่  เราไม่ไป  นายฝันไปเหอะ “ แล้วหันหลังเดินเข้าห้องทันทีที่พูดจบ 

“ ไม่ยอมเปิดใช่มั้ย “ เก่งสะใจเมื่อได้ยินเสียงคำรามอย่างขัดใจอยู่ข้างล่าง

“ฮ่าๆ สมน้ำหน้า เก่งจริงก็ขึ้นมาให้ได้สิ “ เก่งตะโกนบอกพร้อมล้มตัวลงนอน  เสียงของเดี่ยวเงียบไปแล้ว สงสัยคงกลับบ้านไปแล้ว   รู้สึกเคลิ้มแต่ต้องตกใจเมื่อมีร่างบางร่างโถมทับเข้ามาจนกระดิกตัวไม่ได้  ผีอำ !  จะไม่น่ากลัวมากไปกว่าคนตัวโตที่นอนทับเขาจนกระดิกไม่ได้ 

“ นายนี่ยังตัวหอมเหมือนเดิมนะ “ คนตัวใหญ่มีกลิ่นเหงือจาง  กล้ามเนื้อชุ่มไปด้วยเหงือลื่นๆ  ลมหายใจร้อนรดหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา 

“วันหลังนายหัดล็อกกระจกบานเลื่อนมั่งนะ  เดี๋ยวมีคนปีนขึ้นมาแล้วจะยุ่ง  หึๆ” เสียงหัวเราะขำดังมาจากคนร่างใหญ่หายใจแรงๆ   ตัวที่เบียดกันชักจะเริ่มร้อนขึ้นมา   จนคนตัวใหญ่ชักทนไม่ไหวก้มลงมากดจมูกแรงๆ บนแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว 

“ เฮ้ย อย่าทำไรนาเว้ย จะคุยไรก็คุยมา  “ เก่งดิ้นเพราะมันเริ่มจะมาอีกแล้ว   

“ นายนี่ยังไงพอเรียกให้คุยกันดีกลับไม่คุย พอเวลาเราอยากคุยไม่คุย นายกลับจะคุย “  เก่งหน้าแดงเพราะแรงที่เบียดมากขึ้นทำให้อารมณ์ฟุ้งซ่าน   

“ เก่งนายรักเราทำไมนายไม่บอกเรา  “   เสียงเดี่ยวเว้าวอนนัยน์ตาเยิ้มไปหมด   

“ ใครว่าเรารักนาย เราไม่ได้รักนาย “   เสียงตอบที่สั่นๆเมื่อเดี่ยวก้มหน้าลงมาจนชิด 

“ เก่งนายนี่ปากแข็งไม่เลิกนะ  นอกจากปากแข็งแล้วปากนายยังหวานน่าจูบด้วย “ เดี่ยวยิ้มก่อน ประกบปากลง เก่งหน้าตื่นสะบัดหน้าออก 

“  เราไม่ได้รักนาย  อย่ามาทำบ้าๆงี้นะเว้ย “

“แน่ใจนะ  งั้นนายมากับเรา  เราจะทำให้นายปฏิเสธไม่ได้ว่านายไม่ได้รักเรา  “ คนตัวใหญ่กำข้อมือเก่งไว้จนแน่น แล้วลากเก่งให้เดินตามจนออกมานอกตัวบ้าน   

“ เฮ้ย ไปไหน ไม่ไป ปล่อยเว้ย “  แต่เดี่ยวทำเหมือนไม่ได้ยินยังคงลากเก่งให้เดินตามต่อไปอย่างเร็ว ๆ  จนเก่งเดินตามไม่ทัน

“ เฮ้ย พามาบ้านนาย ทำไม !  “ หัวเก่งเริ่มขึ้นอะไรขึ้นมาหลายอย่างขนเริ่มลุกซู่  นี่มันจะพาเรามาทำอย่างว่ารึเปล่าวะ 

“ ตามเหอะ ยังไม่ทำอะไรตอนนี้หรอ ก “ เหมือนคนเดินนำหน้าจะรู้ตัว บอกออกมาแล้วหัวเราะขำ แต่เก่งไม่ได้ขำด้วยเลย   มันว่าจะไม่ทำไรตอนนี้แล้วถ้าเลยตอนนี้ไปมันคงทำงั้นสิ   แต่เพราะแกะมือไม่ออก เก่งก็ยังต้องเดินตามแรงดึงจนมาถึงห้องนอนของเดี่ยว

“ ที่นายบอกว่านายไม่ได้รักเราแล้ว รูปนี้มันหมายความว่าไง “  เก่งยืนจ้องรูปที่คิดว่าคงจะไม่ได้อีกเจอแล้วอย่างตะลึง 

“ นายได้รูปนี้มาได้ไง  “ เก่งถามขณะที่เอื้อมมือจับภาพอย่างทะนุถนอม รู้สึกดีใจที่ได้เจอสมบัติที่มีค่าของตนอีกครั้ง 

“ เราประมูลมันมา  เพราะเราคิดว่ามันคงเก็บความรักที่นายมีต่อเราไว้ เยอะน่าดู “  เสียงของเดี่ยวมาพร้อมอ้อมกอดอุ่นที่มาจากข้างหลัง 

“ ตกลงนายจะปฏิเสธอีกเปล่าว่านายไม่รักเรา”  อ้อมกอดนั่นรัดแน่นเสียงหัวใจของคนตัวโตดังจนเก่งได้ยิน    เก่งตัวเบาหวิวเมื่อคนตัวโตฝังจมูกลงที่แก้มแล้วเลื่อนไปยังซอกคอ   รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อหลังสัมผัสกับที่นอนนุ่มๆ เนื้อตัวเปลือยเปล่า โดยมีเดี่ยวทับอยู่   

“ เก่ง นายช่วยบอกยืนยันอีกทีได้มั้ยเราอยากฟัง “

เก่งมองสบตานิ่งกับตาคู่นั้น ตาที่มี่หวานเยิ้มคู่นั้น  เก่งหน้าแดงยิ้มตอบ  ชะโงกหน้ากระซิบที่ข้างหู 

“ บอกเราดังได้มั้ยเราไม่ได้ยินเลย “  เสียงของเดี่ยวร้องอ้อน จนเก่งสายหัว

“ ก็ได้   เดี่ยว  เรารักเดี่ยวนะ รักมานานแล้ว “

คนตัวโต ยิ้มรับพร้อมประกบปากลงเนิ่นนานนำพาเก่งไปสู่อารมณ์ปรารถนา  เสียงพึมพำผสมกับเสียงลมหายแรง ทุกอย่างดำเนินไปตามอารมณ์เร้าร้อนและ แรงกายของคนทั้ง 2   

“ เก่ง เราต้องการนาย  “ เสียงพึมพำยังคงดังกระซิบข้างหู   แรงอารมณ์ของเดี่ยวนำพาแรงกายที่เร่าร้อนและรุนแรงมาเข้ามาสู่เก่ง   

“ เก่ง..เรารักนาย  รักนายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว  “ เสียงบอกที่ดังแผ่วกระท่อนแท่นเมื่อเดี่ยวสั่นสะท้านไปทั้งตัว   กอดเก่งไว้จนแน่นอยู่เนิ่นกว่าที่จะคลายอ้อมกอดออก  เก่งยิ้มเมื่อได้สิ่งที่รอคอยมานานแล้ว  ในที่สุดก็ได้คำบอกรักจากเดี่ยว......แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องการอะไรแล้ว ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ......


                                              บทส่งท้าย

“ มึงเป็นไงมั่งวะ ช่วงนี้  ขอโทษที่ไม่ได้ไปงานรับปริญญานะ  ก็มึงแหละไม่ยอมบอกก่อน  กูเลยกะเวลาไม่ถูก แต่ยังไงกูมีของขวัญไปให้มึงแน่นอน   ตอนนี้ที่อังกฤษฝนตกไม่ค่อยชอบวะ  ไม่ค่อยได้ไปไหน  ไม่ค่อยได้ไปเที่ยว  ได้แต่ช่วยงานร้านอาหารของพ่อแม่ไอ้เดี่ยว  ช่วงนี้คนโคตรเยอะเลย หัวหมุนไปหมด ไม่น่าเชื่อเลย เปิดมาแค่ 1 ปีเดียวลูกค้าจะเยอะขนาดนี้   เดือนหน้ากูก็จะกลับเมืองไทยแล้วไอ้เดี่ยวมันก็จะกลับพร้อมกันด้วย มันว่ากูไปไหนมันไปด้วย  ไอ้นี่ตามติดอย่างกับตังเม  ความจริงมันขอให้กูอยู่กับพ่อแม่มันที่อังกฤษเลย    แต่กูก็คิดถึงเมืองไทย คิดถึงพ่อแม่แล้วก็พวกมึงก็    เลยกลับเมืองไทยดีกว่า  เอาไว้ค่อยไปเยี่ยมพ่อแม่ของไอ้เดี่ยวบ่อยๆแล้วกัน   ดีใจมั้ยมึงที่กูคิดถึงพวกมึง   อย่าลืมมารับด้วยนะ   ไว้ได้วันกลับที่แน่นอนจะโทรมาบอก     นี่ๆ ได้ข่าวตอนนี้มึงมีหนุ่มหล่อมาคอยเฝ้าเรอะ ฮ่าๆๆ เสร็จแน่ไอ้แก้ว   วันนั้นไอ้พัฒน์มันนินทาให้กูฟังว่าพี่เค้ามาเฝ้ามึงที่ร้านกาแฟไอ้พัฒน์นี้   แหม มึงไปทำอะไรพี่เขาวะถึงได้หลงมึงซะขนาดนั้น   นี่ถ้ามึงชอบเขาก็ตอบรับเค้าไปเหอะ รอนานเดี๋ยวก็แก่หรอกมึง   แล้วตอนนั้นจะมานั่งเสียใจไม่ได้นะเว้ย

กูแนบรูปที่กูไปเทียวมาให้มึงดูด้วย  ดูรูปแล้วอย่าอ้วกนะมึง  กกูกะไอ้เดี่ยวรักกันนี่ ถ่ายรูปมามันก็ต้องอย่างนี้แหละ   ถ้าอิจฉาก้รีบมีซะ   เชื่อกูชีวิตคนเรามันสั้นนะเว้ย  อะไรที่มึงอยากจะทำมึงก็ทำไปเลย ถ้าไม่เดือนร้อนใคร  มึงอย่าเอาอย่างกูที่กว่าจะเข้าใจกับไอ้เดี่ยวก็เกือบจะสาย    มันอาจมีคนรับไม่ได้บ้างก็คงต้องปล่อยวะ เพราะไม่นานเขาก็ชินไปเอง แต่นี่พูดจริงนะ ไม่รู้พ่อแม่กูจะร้รึยัง   กูยังเสียวๆ อยู่เหมือนกัน  กลัวเค้าทำใจไม่ได้   อ้าวโทษทีเริ่มเศร้า  เอาเป็นตอนนี้กูมีความสุขดี ที่นีเค้าไม่ค่อยถือเรื่องชายรักชายว่ะ กูกะไอ้เดี่ยวเลยสวีทกันน่าดูเลย

 อ้อ แล้วอีกอย่างนึง  เมื่อไหร่มึงจะสมัคร  msn ซะทีวะ    กูกะมึงจะได้คุยกันบ่อยกว่านี้ กูขี้เกียจเขียนจดหมาย  ถ้ามึงสมัครแล้วให้ให้พัฒน์มันเมลล์ E.mail  มึงมาบอกกูด้วย

ปล.ห้ามเข้ามาคุยกับกูตอนกูจะนอนนะ เดี๋ยวโดนไอ้เดี่ยวมันบ่นเอา เพราะกูมีไรต้องทำกับมันเยอะเลย 
ไม่มีเวลาว่ะ  อิๆๆ    อย่าลืมดูรูปนะมึง

                                                                             คิดถึงนะโวย

                                                                         เก่ง(เพื่อนของมึงแหละ)

 

“ ขำอะไรน่ะแก้ว   แล้วนั่นจดหมายใคร  พี่เห็นเราอ่านแล้วนั่งยิ้มไปยิ้มมาอยู่ได้  “ เสียงของผู้ชายร่างสูงที่เดินมาจากโต๊ะคอมพิวเตอร์มุมห้องเข้านั่งชิด จนแก้วต้องขยับหนี 

“ จดหมายเพื่อน ครับ “

“ เหรอ อ่านจบยัง  ไปไปนอนกันได้แล้ว “ เสียงพี่ใหญ่ดังมาใกล้หูมือดึงแก้วให้เดินตามไปนอน โอยหน้าแดง  ไอ้เก่งนะไอ้เก่งอุตส่าห์จะไม่คิดเรื่องนี้แล้วเชียวเสือกปลุกระดม  ไอ้พัฒน์เหมือนกันตัวดีนักนะมึง  ปากโป้ง ถ้าเจอกันครบละก็พวกมึงตายแน่   

“ เอ้า  นอนได้แล้ว  “ แก้วหลับตาตามเสียงสั่งปล่อยให้มืออุ่นนั่นรัดให้ความอบอุ่นอีกครั้ง  นี่เรื่องของจะเหมือนเรื่องของไอ้เก่งรึเปล่านะ   ...........เฮ้ย !  คิดอะไรเนี้ย ...


{ เช่นเคยครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ ไงช่วย comment ด้วยน่ะครับ ผมจะได้ปรับปรุง }
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2008 12:58:42 โดย sakuamru »

marchmenlo

  • บุคคลทั่วไป
 :เฮ้อ: นิยายดี ๆ จบไปอีกแร๊ะ เสียดาย แต่จบได้อิ่มเอิบใจน่าดูชม  o13 o13

ออฟไลน์ Sohso

  • You are my precious thing And I will always love you.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1434
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-3
Re: ความทรงจำ [ the Remember ]
«ตอบ #37 เมื่อ11-10-2011 08:09:00 »

สนุกมากเลยครับ  :impress2: :impress2: :impress2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด