>29 G.Become 21 Boy.ถ้ากล้ารักจะจัดให้!#แก้คิดถึง 27/6/57
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: >29 G.Become 21 Boy.ถ้ากล้ารักจะจัดให้!#แก้คิดถึง 27/6/57  (อ่าน 122493 ครั้ง)

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 23 Dark body. แสงที่เคียงข้าง...

กาลกิระตี พื้นปฐพีแห่งแสงวัน           
กระแสสินธุ์ อุดมอัน เป็นมารดา แลบิดร
ทั้งข้าและปวงเจ้า ต่างร่วมเผ่าใต้นภาภรณ์   
สถิตคู่ทินกร ลืมหรือ...ข้ายังรัตติกาล
ลางโผผินกลางแสงจันทร์ ลางหลับฝันใต้พงไพร 
ลางซ่อนร่างในรูปเหยื่อ ลางเผยเนื้อล่อให้หาย(นะ) 
ลางบางคืนคืบคลานคลาย ขย้อนหยอกแล้วกัด(กิน)กลืน
..............
............................

[อดีต]Part ภัทร

“ฉันกำลังจะตาย...”

...กี่วันแล้วที่ฉันอยู่ที่นี่ ในห้องเหล็กห้องนี้ .....

ความอึดอัดที่ทรมาน...ความมืดคือสิ่งแรกที่ฉันรับรู้ มันเหมือนกับฝันที่อยู่ๆคุณก็ตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ต่างกันฉันรู้ รู้ว่าถ้าไม่ออกไปจากที่นี้ ฉันจะตาย...แขนขาที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ บวกกับความมืดมิด ทำเอาฉันไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ตรงไหน

...ไม่รู้แม้กระทั้งแขนขาตัวเองอยู่ตำแหน่งไหน แต่สิ่งหนึ่งที่พอรู้สึกได้ลางๆ ฉันได้ยินเสียง ไอ้พี่หมอ เสียงสะอื้นแปลกๆ เหมือนเสียงคำรามของตัวอะไรสักอย่าง เสียงที่ลอยมาจากที่ไกลๆ ภาพต่างๆเริ่มผุดขึ้นมาในหัว ภาพสุดท้ายที่ฉันเพิ่งนึกได้ แววตาวาวในความมืดที่จ้องมองฉัน ฉันรู้ว่านั้นคือ ไอ้พี่หมอ แต่แววตานั่นมันไม่ใช่แววตาของ ‘คน’ แน่เมื่อมันสว่างเหลือเกินในความมืด ถึงจะน่ากลัวไปบ้างแต่นั่นคือ ‘แสงสว่าง’ เดียวที่ฉันรู้สึกได้ มือเย็นๆสากๆ ลูบแก้มฉันเบาๆ เสียงของ พี่หมอ ที่พร่ามอะไรบ้างไม่ก็รู้ เพราะที่รู้สึกได้ตอนนั้นฉันกำลังโดนอะไรบางอย่างกรีดเข้าที่คอซ้ำๆ มันเย็นวาบตามแรงกดที่ลาก จากขวาไปซ้ายซ้ำไปซ้ำมา

..............
............................

“ไม่ต้องห่วงมันไม่ทรมาน...เดี๋ยวมันก็จบ...”

..............
............................

หลังจากประโยคนั้น ฉันก็สำลักของเหลวอุ่นๆ ออกมา...

บอกไม่ได้หรอกว่ามันคือเลือดหรือเปล่า เพราะจมูกมันไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ร่างกายที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ทำให้ฉันได้แต่จ้องแววตาสีวาวนั้นจนภาพทุกอย่างมืดลง ทั้งๆที่ลืมตา...ประสาทรับรู้ทั้งหมดดับสนิท ฉันไม่เห็นอะไร ไม่รับรู้อะไร ... ฉันกลัว..

...หมอ....ภัทร กลัว.....

..............
............................


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 01:43:39 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #31 เมื่อ25-04-2012 14:33:17 »

 :z13: :z13: :z13: จิ้มคนแต่งงงงง

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 24 Another Breath .อีกฟากของทะเลน้ำตา
Part พะเตรียง


สายฟ้า... ฟาดแสงสีเงินลงพื้นดิน มาพร้อมกับแรงกดของคมกริชที่แทงลึกลงบนร่างบางแห่งบุรุษ ...
เสียงคำรามก้องที่ดังตามมาเหมือนดึงสติให้รับรู้รสชาติของความเจ็บปวด

…นางผู้ก่อเหตุทรุดลงกับพื้นทันทีที่ปล่อยมือจากด้ามกริช เหตุแห่งคมกริชนั้นครึ่งหนึ่งมาจากความเชื่อใจ ความเชื่อใจที่ผิดพลาดจนต้องแลกด้วยชีวิต

..............
............................

แววตาคู่งามแห่งบุรุษนั้นหาได้คงโทสะ แววตาแห่งรักอันปราณีเคลือบแววสงสัย กวาดตามองไปยังนางนาม ‘พะเตรียง’ ก่อนที่จักทรุดตัวลงกับพื้น เบื้องหน้านาง

“เหตุใด พะเตรียง…แม้แต่เจ้าก็อยากให้ข้าสิ้นกระนั้นรึ?...”

คำถามนั้นมีแด่นางอันเป็นที่รัก...

แต่เหมือนผู้ถามมิใยดีกับคำตอบ เมื่อแววตาสีวาวหลุบลงต่ำแล้วปิดลงเสมือนไม่อยากมองภาพใด...ไม่แม้แต่จักฟังคำอธิบายถึงเหตุแห่งการกระทำ...

พะเตรียง เพิ่งสำนึก ตนนั้นกระทำสิ่งใดลงไป ‘รัก’ รักมากเหลือเกิน เพลานี้ ‘พะเตรียง’ เพิ่งรู้ว่าตนรักใน ‘องค์ภังคียะ’ มากเพียง
ใด ไม่ต้องการเลือกสิ่งใดแล้ว ไม่เอาแล้วศักดิ์แห่งรานีย์…
   
'ข้า รักในองค์! ข้าจักเป็นนายหญิงแห่งองค์เท่านั้น! ข้ารักในองค์เท่านั้น!… '


...

หากแต่รักนั้นกำลังหลุดลอยไปพร้อมกับเปลวชีพที่กำลังดับแห่งองค์ …ด้ามกริช นั้นยังปักคาอยู่ ณ ช่วงเอวแห่งบุรุษ หยดเลือดที่ไหลซึมเป็นสายค่อยๆเอ่อนองไปทั่วโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด...

...นางค่อยๆคลานเข้าใกล้ร่างที่กำลังสิ้น อุ้งมือเล็กๆแห่งนาง แม้พยายามดึงด้ามกริชนั้นเพียงใดแต่ก็ไร้ผล สองมือเล็กนั้นสั่นเทาและลื่นไปด้วยเลือด สิ่งสุดท้ายที่นางพอจะนึกออก ก่อนหยาดน้ำตาจักบดบังทุกสิ่ง หมดเพลาคร่ำครวญ หากมั่วแต่ร่ำร้องจักได้สิ่งใด? ยัง! ยังพอมีหวัง!

... อำพันสีทองนั้นสิ่งนั้นยังพอให้ความหวัง! ก่อนเปลวชีพเบื้องหน้าจักดับลง…

นางกระชากตลับสายสร้อยอันเป็นของประจำเชื้อสายออกมาจากลำคอระหง ทุบตลับแก้วนั้นกับหินก้อนใหญ่ เพียง สองสามครั้ง ตลับแก้วนั้นก็แตกออกเผยให้เห็น เม็ดหินกลมสีอำพัน ขนาดปลายนิ้วก้อย กลิ้งหล่นอยู่เบื้องหน้า พะเตรียง ตะคุปคว้าแล้ว พยายามยัดมันเข้าริมฝีปาก องค์ภังคียะ ที่ใกล้หมดลม คล้ายดั่งว่า เม็ดอำพันนั้นจักช่วยชุบชีวิตที่กำลังริบหรี่ให้หวนคืน…

“กลืนเข้าไปเพคะ แค่กลืนเข้าไปเท่านั้น กลืนเข้าไปก่อนชีพองค์จักดับ เพียงเท่านั้น”

เพียงชั่วเสี้ยวที่เม็ดกลมสีอำพันหลุดลงลำคอ ร่างบุรุษนั้นก็สงบนิ่งรอยยิ้มบางยังคงฉาบอยู่บนใบหน้า รอยยิ้มที่เคยมีให้ พะเตรียง เสมอ หากแต่บัดนี้รอยยิ้มที่ปรากฏกลับเป็นรอยยิ้มสุดท้าย พะเตรียง ก้มกอดร่างอันไร้วิญญาณไว้แน่นและแทบไม่เชื่อตนเองว่าร่างนั้นจักค่อยๆสลายหายไปกับอากาศธาตุ…

...ก่อนทุกอย่างจะมลายเปลวไฟสีม่วงครามแพร่ไล่ลามออกตามรอยเลือดที่เจ่งนองก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดงแล้วเลือนหาย…หลงเหลือไว้เพียงกริชด้ามยาวที่นางกำแน่นไว้กับมือ เม็ดอำพันสีทองนั้นสลายไปพร้อมกับเปลววิญญาณ ทุกสิ่งทิ้งไว้เพียงความทรงจำ...





...เสียงกรีดร้องแห่งนางดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งหุบเขา!




“มหินทรา ท่านหลอกลวงข้า!”

...........................................................
...................


“จักลอยไป ณ ที่ใด? จักสถิต ณ แห่งไหน? รอ พะเตรียง นะเพคะ… พะเตรียง จักติดตามไปทุกภพชาติ… รอพะเตรียง นะเพคะ… องค์ภังคียะ รอ พะเตรียง!”

..............
............................

..
เสียงกรีดร้องเรียก นามนั้นยังคงได้ยินอยู่ทุกค่ำคืน พระแพง รู้ดีว่าเธอเกิดมาเพื่อใคร คนเพียงคนเดียวที่เธอรัก และจะยังรักตลอดไป ภัทร เป็นของ พระแพง เหมือนที่ องค์ภังคียะ เป็นของ พะเตรียง จักมิมีมันตนใด หรือเล่ห์อันใดจักขัดขวางอีกแล้ว ....รอนะเพคะ ...รอพะเตรียง....


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 01:46:35 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #33 เมื่อ25-04-2012 14:37:47 »

 :z2: :z2:

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 25 Finding.ยุทธการตามล่า "ยักษ์"
Part ภินทร์


“...ว่าไง คุณษิตรินทร์?”

“ครับ?!”

ผมขานรับแบบอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงเรียบเย็นๆ เรียกชื่อผม…

...บรรยากาศรอบข้างดูแปลกๆ ผมกำลังฝันหรือเปล่า? เพราะความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้ผมกำลังจะตายเพราะโดนกดน้ำ....

..แต่…

ผมไม่ได้อยู่ที่ชายหาด… ตอนนี้ผมอยู่ในห้องเรียน…แถมยังมีสายตาอาฆาตของอาจารย์ที่สอนมองมาแบบโหดๆ

“ครับ?”

ผมมองไปที่อาจารย์อีกครั้งอย่างงงๆ เกิดอะไรขึ้น? แล้วไม่ได้ฝันใช่ไหม? ถ้าไม่ได้ฝันตอนนี้ผมอยู่ในห้องเรียนแล้วอะตรอมล่ะ?

“ไม่ต้องหันหาใคร ผมถามคุณว่า ‘ใครเป็นพ่อนางสีดา?’

“…ทศกันต์ครับ?”

รอยยิ้มแปลกๆของ’จารย์โมทย์หุบลงเหมือนจะผิดที่ผมตอบได้อยู่ๆคำถามของอาจารย์ก็ยิงมาแบบ NONSTOP

“มัจฉานุ”

“หนุมาน?”

“อินทรชิต”

“ทศกันต์?”

“พระมงกุฎ”

“พระราม?”

“องคต”

“พระอินทร์?”

“หนุมาน”

“พระอิศรและพระพายครับ?”

...คำถามหยุดลง พร้อมๆกับเสียงตบมือของเหล่านิสิต ที่มองผมอย่างอึ้งๆ ทำไมอะ?คำถามไม่ได้พิศดารอะไรสักหน่อย? ‘จารย์ โมทย์ก้มหน้านิ่งไปสักพักก่อน จะเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาวาว อย่าง...เอ่อ ....น่าสยอง...

“อสูรผัด!”

“หนุมานครับ?”

เสียงเฮมีขึ้นมาอีกครั้งก่อน ‘จารย์โมทย์จะก้มหน้าลงไปแล้วให้น้องนิวขึ้นมาพูดแทน..

ผมเห็นแววตาวิ้งๆของน้องนิวแล้วบอกตามตรงอดขำไม่ได้

“สรุปว่าจากการช่วยเหลือของ คุณษิตรินทร์ งานปีนี้ บริหารปีหนึ่งของเราจะออกร้านกาแฟและประมูลของหารายได้เข้าคณะนะค่ะ ส่วนรายละเอียดของงานคร่าวๆเราจะให้พี่เอมอธิบายต่อนะค่ะ”

หลังจากนั้นก็บลาๆๆ ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย…

มองหาอะตรอมก็ไม่เจอหันซ้ายหันขวาอยู่นานกว่าจะตัดสินใจขอตัวออกไปข้างนอกห้อง …แต่ก็สวนกับไอ้บัพเสียก่อน ผมเดินเลี่ยงโดยไม่ทัก ในหัวคิดแต่เรื่องอะตรอม อยู่ๆไอ้บัพก็คว้าข้อมือผมไว้ สายตาที่มันมองผมเหมือนมีคำถาม

“ปล่อยกู...”

“มึงกลับมาทำไม..?”

เสียงของไอ้บัพถามเบาๆ สีหน้าผิดหวังและเจ็บปวดนั่น… แค่ท่าทีของมัน ผมก็รู้ได้ทันที เวลาของผม ใครเป็นคนเอาไป ...น่าขำ ของผมเหรอ? มันมีของผมด้วยเหรอ?

ตรินทร์ กลับมาแล้วสินะ…

และตรินร์ก็น่าจะเข้ามาแทนผมตั้งแต่ตอนอยู่ที่ชายหาด และเพิ่งจะหายไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา… เพราะผมเข้ามาแทน...

…ไอ้บัพปล่อยมือผมแล้วยื่นนิ่งอยู่แบบนั้น ผมรู้ว่ามันทรมานแต่จะให้ผมทำยังไง?

‘ตอนนี้เป็นกูที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ตรินทร์ อย่ามาใช้สายตาอย่างนั้นมองกู’

ผมเดินห่างออกมาจากไอ้บัพ…

ลองล้วงกระเป๋าดูมีเงินอยู่ประมาณแปดพันกว่าส่วนบัตรคงต้องวัดดวงเรื่องรหัสเพราะไม่รู้ว่าช่วงที่ผมหลับ ตรินทร์ เปลี่ยนรหัสหรือเปล่า อีกเรื่องที่สำคัญกุญแจห้อง อะตรอม อยู่ที่ไหน? อีกข้างของกระเป๋ามีโทรศัพท์เครื่องเล็กอยู่กดเช็คดูแล้วยอดเงินยังเหลือเต็มสตรีมก็แน่หล่ะคนอย่าง ตรินทร์ คนที่เป็น ไอ้บัพ คูณสองจะโทรหาใครเป็น…

เดาเอาเลยคนแบบนั้นนอกจากรับแล้วไม่เคยโทรออก

...ผมกดเบอร์ที่อยู่ในหัวทันที เบอร์ของคนที่อยากเจอที่สุด

‘อะตรอม’

..............
............................

หง่ะ!…ไม่มีการรับสาย...

ทั้งๆทีมีเสียงเพลงเรียกเข้า อะตรอม คงไม่ไดเกลียดผมแล้วใช่ไหม? ผมจะบ้า!โทรศัพท์ผมก็ ไม่รับ!ไปหาที่หอก็ไม่อยู่! ห้องมันปิดเงียบแถมล็อคกุญแจตัวใหญ่… แม่กุญแจที่ผมไม่มีลูกกุญแจ เชี่ยตรินทร์มันเอากุญแจไว้ไหน!? ไอ้เด็กพวกนั้นมันทำอะไร อะตรอม...หรือเปล่า ? เกินไปแล้วนะมึง! อารมณ์ผมตอนนี้เหวี่ยงสุดๆ มันพาลไปหมด ผมติดต่อ อะตรอม ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ห้อง ที่ร้านถามพวกเด็กๆ มันก็ไม่รู้เรื่องอะไร เหมือนไอ้ยักษ์ของผมจะเป็นธาตุอากาศ เหลือตัวเลือกสุดท้าย ‘แพงตรอน’ แต่ที่แย่ ผมไม่มีเบอร์แพงตรอน...

..............
............................

…คิดว่าแค่นี้จะยอมหรอ ผมไม่เชื่อหรอกว่าสสารมันจะหายไปเองได้ ความพยายามเท่านั้นที่ครองโลก!







[‘ราชบุรี 14.32 น.’]


ในเสี้ยวของความทรงจำ… ตอนเป็น ภัทร ก็เคยตีรถไป-กลับต่างจังหวัดบ่อยๆ เพื่อเสนองานให้ทันภายในครึ่งวันมาแล้ว กับไอ้แค่ต้องตาม แพงตรอน ที่ราชบุรี แค่นี้กระจอก!แต่ไอ้ที่ต้องมายืนรอหน้าโรงเรียนหญิงล้วนนี่สิเล่นเอาทำตัวไม่ถูก…

เหมือนกลับไปโรงเรียนเก่าอีกครั้ง…

ผมติดต่อยามหน้าประตูแล้ว ยืนรอเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าซิสเตอร์ จะพา แพงตรอน ออกมาพบ แพงตรอน มีสีหน้าไม่ดีนิดหน่อย แต่พอเห็นผม ก็เหมือนจะพอยิ้มออกมาได้ เมื่อมี แพงตรอน ยืนยันว่าผมเป็น ลูกพี่ลูกน้องจริง ‘เตอร์ถึงได้เชิญให้ไปคุยกันที่ห้องรับรอง...

“พี่ติดต่ออะตรอมไม่ได้...”

ผมบอก แพงตรอน ทันทีที่เธอนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

“พี่อะตรอมไม่สบาย พ่อเลยเรียกให้กลับบ้าน”

แพงตรอน ตอบไม่เต็มเสียง แถมยังจ้องมองลึกลงไปในตาผม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเหมือนข่มอารมณ์

“เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ไม่รู้อะไรเลย....หรอ?...คะ?”

น้ำเสียงประชดสุดๆ ไอ้ ‘คะ’ ประโยคสุดท้าย ถึงมีมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย

“พี่ภินทร์ รู้ไหม การถูกเรียกกลับบ้านใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะคะ...ถ้าพี่เจอพี่อะตรอม พี่จะทำอะไร พี่ตามพี่อะตรอมมาทำไม?”

เด็กสาวข้างหน้าผมตอนนี้อย่างกับทนายที่คอยซักลูกความ เหอเหอเหอ... ถ้าไม่บอกมาก่อนว่าผมสนิทกับ แพงตรอน มากเมื่อก่อน ผมคงคิดเอาเลยว่าเด็กสาวข้างหน้าผม ไม่อยากให้ผมพบพี่ชายเธอ

“ก็อะตรอมมันไม่สบายไง พี่เลย ...ตามมาเล่านิทานให้ อะตรอมฟัง...แล้วพี่ก็จะกลับ...แค่นั้น ที่เหลือก็แล้วแต่มัน...”

..............
............................




[17:55 น.]


...ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านอะตรอมครับ...

แพงตรอน พามา… บ้านหลังใหญ่ทรงไทยที่ดูกว้างมากกกก! แต่เหมือนบรรยากาศมันจะพาให้รู้สึกอึดอัด...คิดไปเองหรือเปล่า…เหมือนผม คุ้นเคยกับทางเข้าบ้านหลังนี้?…อยู่ๆหัวก็ปวดจี๊ดขึ้นมา ทำเอาผมหยุดความสงสัยไว้แค่นั้น...แล้วก้าวตามแพงตรอนขึ้นไปที่ชั้นบน....

“พงศ์หิรัญ”

ชื่อจริงของ อะตรอม ถูกสลักบนหน้าประตู...ดูเป็นการเป็นงานอย่างบอกไม่ถูก

แพงตรอน เคาะประตูแล้วเรียก อะตรอม…แต่เสียงตะหวาดเหวี่ยงอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินดังออกมาจากในห้อง....บอกตามตรงว่าตอนนี้กลัวมาก...ที่อยู่ในห้องนั่น อะตรอม จริงหรือเปล่า?!

สักพักกว่าแพงตรอนจะเปิดประตูห้อง อะตรอม แล้วก้าวเข้าไปข้างในทิ้งให้ผมยืนรออยู่ข้างนอก...

“วันนี้คนในบ้านไม่อยู่...คงไม่เป็นไร แต่พี่ภินทร์ คุยเร็วๆหน่อยก็ดีนะ ....หนูกลับก่อนนะ บายพี่...เอ่อ ขากลับให้พี่อะตรอมพากลับนะ อย่าออกมาคนเดียว ”

แพงตรอน ออกมาจากห้องแล้วพูดๆๆๆสั่งๆๆๆ จากนั้นก็คว้ากระเป๋าเดินตัวปลิวออกไปทิ้งผมไว้หน้าห้องอะตรอม ….

…เสียงฝีเท้าข้างในดังมาหยุดอยู่ที่ประตู แต่ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากหลังประตูบานนั้น....

เงียบไร้การตอบสนอง ... ผมนั้งหันหลังพิงประตูไม้บานใหญ่ อะตรอมคงอยู่หลังประตูบานนี้ เราห่างกันแค่ประตูกั้นเองมั้ง...ห่างแค่นี้แต่ทำไมเหมือนมันไกลกันมาก มากจนถ้าเดินออกไปอีกเพียงก้าวสองก้าว ผมอาจไม่ได้เห็นมันอีก

“อะตรอม มึงได้ยินกูไหม? วันนี้กูทุ่มทุนสร้าง ตีรถมาหามึงเลยนะ...จะว่าบ้าก็ได้นะ ที่มาก็แค่กูอยากมาเล่านิทานให้มึงฟังเรื่อง ....เรื่องหนึ่ง...เล่าเสร็จเดี่ยวกูก็กลับแล้ว มึงก็พักผ่อนไปเถอะนะ...”

เงียบไร้การตอบสนอง แต่ผมรู้สึกนะว่ามันยืนอยู่หลังประตูบานนั้น

“กาลครั้งหนึ่ง มันคงไม่นานมั้ง... มีเจ้าชายอยู่องค์หนึ่ง... โดนสาป... ถ้าเจ้าชายหลับ...ก็จะมี ปีศาจตื่นขึ้นมาแทน แล้วถ้าปีศาจหลับองค์ชายก็จะตื่นขึ้นมา...จนอยู่มาวันหนึ่ง...วันไหนไม่รู้สินะ คงจะสักวัน.... ตอนจบของนิทานมันต้องเป็นอย่างนั้น.. แต่มึงไม่ต้องกังวลหรอก ....สักวัน ปีศาจก็จะหายไปตลอดกาล แล้วเจ้าชายก็จะอยู่อย่างมีความสุข ชั่วนิรันดร์...”

ใช่สิมันต้องจบอย่างนั้น... ปีศาจก็จะหายไปตลอดกาล ... แล้วเจ้าชายก็จะอยู่อย่างมีความสุข ชั่วนิรันดร์...ยิ่งคิดผมก็ยิ่งรู้ตัว น้ำตามันไหลมาจากไหนกันนะทำไมมันมากขนาดนี้ ร้องทั้งๆที่ไม่มีเสียง สะอื้น มันทรมาน....

เสียงเปิดประตู เบาๆ ดังออกมาจากห้อง แต่ผมไม่ได้เงยหน้ามองมันหรอก ทำไม น้ำตามันไหลมากขนาดนี้...เลยนะ

“เจ้าชายก็จะอยู่อย่างมีความสุข ชั่วนิรันดร์...จริงๆหรอ? ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม?”

อะตรอมที่มานั่งข้างๆผมถามขึ้น เสียงมันสั่นๆ ผมได้แต่พยักหน้าทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่ ฝ่ามือใหญ่นั้นลูบหัวผมเบาๆ มันอบอุ่นมากๆ เลยนะแต่ทำไมมันเรียกน้ำตาผมให้ออกมามากกว่าเดิม...

“เจ้าชายจะร้องไห้ทำไมครับ เดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะจบลงด้วยดี...”

อะตรอมพูดปลอบไปลูบหัวไป แต่ประโยคนั้นทำผมนิ่ง นิ่งจนไม่อยากแม้แต่จะหายใจ.... แต่มันก็ต้องจบอย่างนั้นสินะ...บางทีผมคงต้องยอมรับความจริง..เสียที..

“ขอโทษนะอะตรอม....”

ผมเงยหน้าขึ้นแต่ยังจับมือของมันที่วางอยู่บนหัวให้มาทาบหน้าตัวเอง ฝ่ามือใหญ่ที่แสนอบอุ่น ถ้ามันจะหายไป ผมก็รั้งมันไว้ไม่ได้ ทุกอย่างผมทำตัวเอง...

“อะตรอม กูขอโทษนะ...ที่กูจะบอกมึงว่า....กูเป็นปีศาจตัวนั้น กูไม่ใช่เจ้าชาย สักวัน ที่หายไปก็จะเป็นกู...”

พอแล้ว..พอเสียที... ผมจะหลอกตัวเองทำไมจะหลอกคนอื่นทำไม ในเมื่อสุดท้าย ความจริงก็คือความจริง พอแล้วพอแล้วมันควรจบอย่างที่มันต้องจบผมปล่อยมืออะตรอมลงแล้ว ค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นขาแทบไม่มีแรง...

...อะตรอมยังนั่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกเหมือนที่สนามบาสนั่นเลย ความรู้สึกตอนโดนไอ้บัพหันหลังให้ ผมโดนไอ้บัพทิ้ง โดนทิ้งเพราะผมไม่ใช่ ตรินทร์ มันจะไม่หันกลับมา ไม่มีวันหันกลับมา อะตรอมก็เหมือนกัน มันจะไม่มีทางลุกตามผมมา เพราะผม...ไม่ใช่เจ้าชาย ของมัน...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 01:57:11 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 26 One and only .เจ้าชายนิทรา
Part ภินทร์


...ลงจากบันไดบ้านอะตรอมมาได้...

ก็ก้มหน้าก้มตาเดินอย่างเดียวเลย ผมไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดผมไม่รู้หรอกนะว่าอะตรอมจะเชื่อนิทานที่ผมเล่าหรือเล่า เรื่องที่ฟังดูเหมือนนิทาน...

ชิ!... เหมือนนิทานทั้งทียังเสือกเป็นตัวร้ายอีก ไอ้ภินทร์เอ้ย! แล้วน้ำตามันจะไหลไปถึงไหนเนี้ย! กูรำคาญแล้วนะ!...

..............
............................

…แล้ว....แล้ว...ที่นี่มันที่ไหนเนี้ย???!!!

...ผมหยุดยืนอยู่...เอ่อ...สักที่ในบ้านอะตรอม มั้ง? ประตู ไม้บานใหญ่แกะเป็นรูปยักษ์ทั้งสองบาน ภาพแกะแบบนูนสูง เหมือนยังกับพวกยักษ์ข้างในจะก้าวออกมาได้

...สายลมที่พัดผ่านทำเอาผมเย็นยะเยือก ...

มันไม่ได้พัดมาจากด้านหลัง อย่างที่ควรจะเป็น มัน...พัดออกมาประตูบานนั้น ทั้งๆที่มันปิดสนิท ...เอาแล้วไงกู ...ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ…

ขยับครับ....ขยับ...

แต่ไม่ใช่ผมที่ขยับ....เพราะขาผมตอนนี้เหมือนโดนตรึงอยู่กับที่ ...แต่ไอ้ที่มันขยับอะ... พวกรูปปั้นยักษ์ที่อยู่ในบานประตูนั้นต่างหาก...แม่เจ้า ! นี้ผมกำลังฝันใช่ไหม? มันออกมาแย้ววววววววววว !

‘เศษวิญญาณของตนผู้นั้นรึ?เหตุใดครานี้มีกลิ่น สุร เยี่ยงเชื้อสายเรา ’

ตัวที่อยู่หน้าสุดขยับเข้ามาใกล้ผมแล้วยึดจับข้อมือผมไว้…

...มันร้อน...ไปหมด

สาดดดดด!แล้วจะขยับหน้าเข้ามาใกล้ทำมายยยยยยยยย !

‘แถม มีกลิ่นของ ‘นาง’ ติดอยู่ เยี่ยงนั้นครานี้พวก ‘นาคา’ เป็นฝ่ายปราชัยกระนั้นรึ?’

..ตัวที่จับข้อมือผมอยู่หันหน้าที่เหมือนจะติดขัดเวลาขยับไปยังพวกที่เหลือที่ค่อยๆก้าวออกมาจากบานประตูแล้วมารุมล้อมผมไว้เหมือนได้เจอของแปลก ....อีกทั้งยังวิจารณ์กันไปใหญ่

โดยไม่สนใจเลยว่าผมจะรู้สึกยังไง…

กลั๊วววววววว!

‘ยังคงไม่...หากปราชัยจริง ใยนางมิพา เศษปราณนี้ไป? ’

‘ซ้ำปราณนี้ยังมีกลิ่นของ ‘สมิง’ เรื่องนี้พวก นาคา น่าจะยังมิรู้’

‘....หาก...แม้แต่ สมิง...ยังเข้ามาร่วมการแย่งชิงนี้ด้วย...ใยปวงเรามิเข้าร่วม...เมื่อเรื่องมันเริ่มมาจากปวงเรา...จักปล่อยให้นางกาลี กำชัยในครานี้กระนั้นรึ รึปวงเจ้ายอม ’

‘หากแต่กาลนี้ มิต้องทำนายก็รู้ นาง ได้ชัยในครานี้แน่ ขนาด สมิง ที่ถือได้ว่า ซ่อน เก่งยังมิอาจ ซ่อนปราณนี้จากนางได้ ...’

‘งั้นจักล้มกระดานไหม?’

‘…….’

‘นี้เป็นเขตแดนของปวงเรา จักมีใครรู้ว่าเศษปราณ หายไปเยี่ยงไร'

'...ถ้าครานี้ต้องปราชัยต่อ นาง เยี่ยงนี้สู้ล้มกระดานเลยมิดีกว่ารึ ขอรับ? ’

‘.....ซ่อน ปราณนี้เสีย แล้วเก็บไว้ในแดนเรา....เยี่ยงไร ปราณนี้ก็มีเชื้อสายเราอยู่ในเสี้ยวปราณ...เชื้อสายของสุร ก็ต้องอยู่ยังแดนสุร จักปล่อยให้ นาง ได้ไปก็ผิดวิสัย...รึปวงท่านว่าเยี่ยงไร? ’

‘...’

...พวกรูปปั้นยักษ์นั้นเงียบครับ...

เงียบ...เหมือนกำลังใช้ความคิดกันอยู่ ก่อนหนึ่งในนั้นจะพยักหน้า พวกที่เหลือนิ่งอยู่ชั่วครู่แล้วเริ่มจะพยักหน้าตาม จากนั้นทั้งหมดก็หันมาที่ผม! 

‘ถ้าต้องปราชัย ในครานี้...สู้ซ่อนแล้วเก็บปราณไว้เองดีกว่า’

เฮ้ย! พวกยักษ์นี้พูดอะไรกัน?! แถมยังไม่พูดเปล่า เมื่อมือที่ดึงผมไว้เริ่มจับแน่นขึ้นและดึงเข้าไปใกล้ พวกที่เหลือก็เริ่มจะเดินหันกลับเข้าไปในบานประตู จนเกือบหมดแล้ว ตนที่ยึดข้อมือผมไว้ก็ลุกขึ้นหันหลังเหมือนจะเดินกลับเข้าไปในประตูบานนั้น… แต่ยังจับข้อมือผมไว้อยู่ !!
 
‘ไปอยู่ด้วยกัน เถอะ ขอรับ’

เฮ้ย! เตี่ยแกสิ !ไอ้ยักษ์บ้า ! ใครก็ได้ ช่วยด้วย! อยากจะตะโกนให้ใครช่วยนะแต่พอโดนดึง ก้าวข้ามผ่านประตูไม้ไปได้มันก็เหมือนคนจมน้ำมีบางอย่างที่ทำให้อึดอัด...

...แม้จะสูดหายใจเข้าเต็มปอดแต่เหมือนกับไม่มีออกซิเจนเข้าไปเลย....

สมองตอนนี้เหมือนจะเริ่มตัดสวิตซ์ ที่นี้ไม่ใช่ที่ของผม เริ่มรู้สึกแล้วว่าที่นี้ไม่ใช่ที่ของร่างกายนี้...

...กว่าจะคิดได้ทั้งตัวก็ทรุดลงไปกองแทบเท้าของยักษ์ที่ดึงข้อมือผมเข้ามาแล้ว...นี้มัน...

‘ที่ของยักษ์!’

“...ช่วยด้วย อะตรอม...ช่วยด้วย ..ช่วย … ด้วย ....”

ใจจริงผมอยากจะตะโกนนะ แต่พอขยับปากมันก็เหมือน มีน้ำที่มองไม่เห็นเข้ามาแทนที เหมือนจมน้ำ ทั้งๆที่ไม่มีน้ำ แถมยังขยับไม่ได้อีก นี้ผมเจอเรื่องบ้าอะไร ซ้ำตอนนี้ผมยังลากให้ ตรินทร์ มาตายด้วยกันอีก...เพราะผม เพราะผมคนเดียว...

..............
............................


...สายลมเย็นและเม็ดฝน... ปะทะเข้ากับแผงอกกว้างจนเสื้อคลุมหนานั้นเปียกไปด้วยน้ำฝน ร่างใหญ่ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคันเร่งลงเลย ทั้งๆที่มืออีกข้างนั้นยังจับแน่นกับวงแขนที่โอบเอวตนไว้ เกือบสองชั่วโมงกว่าจะมาถึงกรุงเทพฯ ...ยังไงก็ให้อยู่ที่บ้านหลังนั้นไม่ได้ ‘พวกตาแก่’ นั่น คิดอะไรกัน...

ดึงคนเป็นๆเข้าไปในเขตแดน น่าสนุกงั้นรึ หากตนไปช้ากว่านี้ จะเกิดอะไร!

...เมื่อก่อนบอกตามตรงว่าไม่เคยสนใจหากใครจะโดนดึงเข้าไปหรือแม้แต่โดนกินมันก็แค่นั้นซากที่เหลือใช้ ‘ศุภะ’จัดการก็ได้ แต่ครั้งนี้มันเกินไปพวกตาแก่นั่นจงใจดึง ภินทร์เข้าไปพอขอคืนก็เกิดเรื่องอีกตาแก่พวกนั้นไม่ยอมส่ง ภินทร์ คืน...เหตุผลรึ?

‘หากให้ ตนผู้นี้กลับไปกลับเจ้า....พวกเราก็ปราชัย... ’

‘หมดหวังชนะ อย่าได้หวัง’

...ผมไม่รู้หรอกว่าพวกตาแก่พูดเรื่องอะไร... 

ผมสนใจก็แต่ ...คนที่โดนดึงไว้ ...คือ ..ภินทร์!

สุดท้ายเลยต้อง แย่งมา!

หึ! กล้ามากเลยไอ้คุณอะตรอม แค่คิดว่าต้องสู้กับพวกตาแก่ มันก็จบแล้ว... แต่พอคิดว่า ภินทร์ จะโดนขังไว้ที่เขตแดน... ทำไมถึงกล้าที่จะสู้นะ...แถมพวกตาแก่ยังยอมปล่อยง่ายๆเสียด้วย แต่ถึงยังไงก็จะวางใจให้ค้างที่บ้านหลังนั้นไม่ได้ ไม่รู้ว่าพวกตาแก่วางแผนอะไรกันอยู่...แต่ช่างมันเถอะขอแค่ได้ ภินทร์ กลับมา แค่นั้นก็พอแล้ว....

แค่นั้นก็พอ...แล้วหลังจากนี้ที่ตื่นขึ้นมาจะเป็น ‘ปีศาจ’ หรือ ‘เจ้าชาย’ ค่อยว่ากัน อย่างมากถ้าเป็น เจ้าปีศาจ ตื่นขึ้นมาก็แค่กอดมันไว้แน่นๆ แต่ถ้าไอ้ เจ้าชาย บ้านั้นลุกขึ้นมา ก็แค่หาทางให้มันหลับไปอีก...เท่านี้เรื่องก็จบ

..............
............................


.
.
.



‘…เสี่ยงมากเลยนะขอรับที่ปล่อยตนผู้นั้นไปกับ เจ้าหลานซื่อบื้อนั้น ’   
               
‘แววปราชัย สาดส่องมาแต่เริ่มเลยนะขอรับ...แต่เจ้าหลานกล้ามากนะขอรับ ที่กล้าสู้กับปวงเรา...'

‘คงจะเพราะเป็น 'สิ่งสำคัญ' หน่ะขอรับ ถึงได้ทำให้กล้าขนาดนี้...ยอมสละทุกสิ่งเพื่อ ของสำคัญ..’

‘เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆนะขอรับ ...เพราะเห็นมันมีเชื้อปวงเราถึงได้ปล่อยตนผู้นั้นให้ไป..ที่นี้ก็แล้วแต่มัน...จักสู้นางกาลีนั้นได้รึเปล่า’

'เยี่ยงไร...พวกเราพนันข้างเจ้าหลานไปแล้วนิ...’           
                               
‘ที่เหลือก็สุดแต่ผลสิขอรับ...’     
                                                           
‘ข้าเจ้าเพียงแต่วิงวอน อย่าให้มันซ้ำรอยเดิมเลย...’       
    

...เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบานประตูไม้ ลอยพ้นเขตกำแพงแล้วจางหายไปกับสายลม เหล่ารูปปั้นทั้งหลาย ต่างสงบปากสงบคำ เมื่อคิดไปถึง เจ้าหลาน ที่กล้าแม้แต่จะต่อกรกับเหล่าบรรพบุรุษ เพียงเพื่อสิ่งสำคัญ...   
                                           
‘หากแม้ได้ยลเพียงยิ้มนาง... ต่อให้ต้องพินาศทั้งวงศ์วาน ข้าก็ยอม’   
                   
‘ช่างมีสายเลือด สุร เข้มข้นจริงๆนะขอรับ เจ้าหลาน ตนนี้ '     
                         
'...การณ์หน้าจักเป็นเยี่ยงใด ก็คงต้องปล่อยวาง...’

..............
...........................





[แถม.......... คนสำคัญ ของผม...]


..

“อีกครั้งนะ อีกนิดเดี๋ยวก็ได้ นะนะนะ อะตรอม นะนะ ....”

เสียง ภินทร์ อ้อนผมครับ นี้ก็เกือบ ยี่สิบครั้งแล้วที่ ภินทร์ ขอให้ผมทำ...

“อีกครั้งนะ อีกนิดเดี๋ยว ครั้งเดียวพอเลย”

“แต่ครั้งเดียวของ ภินทร์ นี้มันรอบที่ สิบเก้าของผมแล้วนะครับ”

ผมเริ่มจะประท้วงตัวแสบที่อยู่ตรงหน้า ....

แต่พอสายตาวิ้งๆ ส่งมาที่ผม ก็จบ....พอผมพยักหน้า ภินทร์ ก็เอาเลยครับ จับผมฉีกยิ้มแล้วจ้องปากผมอย่างใจจดใจจ่อ ตอนแรกก็เขินเหมือนกันนะครับที่อยู่ต้องมาโชว์เขี้ยว....ฟังไม่ผิดหรอกครับ ‘เขี้ยว’แต่พอบ่อยๆเข้ามันก็ชิน ตั้งแต่กลับมาจากบ้านใหญ่ ผมกับ ภินทร์ ก็สนิทกันมากขึ้น ต่างคนต่างรู้ความลับของกันและกัน ตอนแรกผมก็กลัวนะถ้า ภินทร์รู้ว่าผม ไม่ใช่ จะเป็นยังไง แต่พอ ผมรู้เรื่องของ ภินทร์ มันเลย วิน-วิน ด้วยกันทั้งคู่ แถมตอนนี้ ภินทร์ ยังออกอาการคลั่งเขี้ยวผมเป็นอย่างมาก จนผมเหงือกแทบแห้งอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี

..............
............................

“เหมือนเล็บแมวเลย อะตรอม...หดกลับเข้าไปได้ด้วย สุดยอดดดดดดด! แล้วเคยกัดโดนปากตัวเองปะ!”

สายตา ภินทร์ยังวิ้งๆเหมือนเดิม พาให้ผมเดาได้เลยว่า.....

“อีกครั้งนะ อีกนิดเดี๋ยว ครั้งเดียวพอเลย นะอะตรอมนะ...”

....ผมว่าแล้ว....



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 02:05:03 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #36 เมื่อ25-04-2012 14:57:12 »

 :z2: :z2:

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 27 Candy Boy ออกร้านงานประมูล   


..สวัสดีครับ กระผมนาย ภินทร์ ครับ...

ใช้ชีวิตแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นมาเกือบสามเดือนกว่าแล้วครับ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น มันดีขึ้นจนผมงง ถ้าถามผมไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้บัพ ถึงได้ยอมอ่อนให้ผมขนาดนี้  ส่วนหนึ่งที่พอเดาได้ คงเพราะผมหนีออกมาอยู่กับอะตรอม มันเลยตัดปัญหาการมองหน้ากันไม่ติดออกไป และ...

...มันก็ดีไม่ใช่หรอที่เป็นอย่างนี้? ตรินทร์ กับผมยังสับกันไปสับกันมาอยู่ แต่เราคำนวณไม่ได้ว่าตอนไหนใครจะตื่น เลยมีข้อตกลงกันนิดหน่อยแต่กลับเป็นผมคนเดียวที่ทำ คือ ผมเขียนทุกอย่างที่สำคัญที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้นใส่กระเป๋าไว้ตลอด เผื่อฉุกเฉิน...

...แต่พอทำอย่างนั้นเลยกลายเป็นว่า ตรินทร์ ไม่ค่อยตื่นซะงั้น เลยกลายเป็นว่านอกจากจะ อะตรอม แล้วยังมี ไอ้บัพ มาคอยตามเฝ้าทั้งที่มหาลัย ที่คอนโด หรือที่ ร้านพี่นพ ไอ้บัพ ก็ไปเฝ้าอยู่ เผื่อจะเจอ ตรินทร์ แต่ช่วงนี้มันเองก็ผิดหวังตลอด...เหมือน ตรินทร์ จะไม่อยากตื่น...แต่ผมกับ ตรินทร์ เลือกที่จะตื่นหรือหลับได้งั้นหรอ ?

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่าง ตรินทร์ กับ ไอ้บัพ ตอนนี้ที่ซึมเลยเป็นไอ้บัพ ส่วนอะตรอม ผมไปๆมาๆ ระหว่างที่บ้าน ชลวะเท กับ ที่หออะตรอม ...เกือบลืมพวกไอ้เรดยังคงเป็นเพื่อนซ้อมดนตรีได้ดีเหมือนเดิม คอนโดไอ้กร้ายังคงเป็นที่สถิตของพวกเราเสมอ โดยที่ผมพยายามจะไม่พ่วงอะตรอมไปด้วยเนื่องจากที่หมั่นไปซ้อมเพราะหวังเจอ คนบ้างคนที่คอนโดนั้นแต่ก็คลาดกันตลอด ซ้ำอะตรอมยังตามติดตลอดอีกเช่นกัน.... เป็น คุณไอ้ภินทร์ มันช่างลำบากแท้....

.......................
.............................................
 
.
.
.

“ออกร้าน....”   

..ผมทวนคำเด็กสาวสามคนที่ ยื่นกระดาษ A4 ปึกหนึ่งให้แล้วกวาดสายตาอ่านมันผ่านๆ แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจเนื้อหาของมันเพราะส่วนมากสายตาจะผ่านไปยังพวกน้องๆเขามากกว่า ...น้องๆเขาน่ารักจริงๆ ผมชอบเด็กน่ารักๆ เรียบร้อยๆ นางฟ้าชัดๆ ทุกวันนี้อยู่กับพวกแมนๆจนผมว่าความแมนมันเริ่มซึมเข้าไปในสันดานแล้ว...จะลืมไปแล้วนะว่าครั้งหนึ่งผม...

...เคยเป็นผู้หญิง...

“ออกร้านของคณะแล้วเกี่ยวอะไรกับพี่อะครับ....”

ผมถามพลางมองหน้าเด็กสาวผมสั้นที่เหมือนจะกล้าที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบสักที จนไอ้เรดเริ่มรำคาญ... 
                                               
“น้อง...พี่ๆไม่ได้มีเวลามากนักหรอกนะ นี่มัน จะ 4 โมงแล้วพวกพี่ต้องไปซ้อมดนตรี น้องจะเอาไงก็ว่ามา”

ไอ้เรดมันเข้าโหมดโหดแล้วครับเพราะน้องๆเขาไม่ยอมพูดอะไรเลย นี่ขนาดพวกไอ้บัพกับอะตรอมไม่อยู่ ผู้ปกครองผมยังเยอะขนาด

“ฉันว่าน้องเขามีธุระกับ ตรินทร์นะ ไม่ได้จะมีเรื่องกับแกไอ้เรด...แล้วนี้ก็เรื่องของบริหารไม่ใช่เรื่อง วิศวะ...”
   
..เสียงห้าวดังมาจากข้างหลัง โห่...กล้าเถียงไอ้เรดด้วยสุดยอด ผมมองผ่านสาวๆไปยังเจ้าของเสียง 'เฌอเอม' ประธานคณะนี้หว่า...

..นี่ก็อีกหนึ่งในดวงใจของผมถ้าไม่ติด'น้องก้อย' แฟนสาวของ เฌอเอม นะ คู่นี้มองผ่านจากประสบการณ์ก็รู้ สาวสองคนนี้เขามีซัมติ้งลองกัน...เฮ้ออ..เสียดาย...

“มันไม่มีเรื่องแน่ ถ้าไอ้ภินทร์ ไม่ใช่นักร้องนำของวงฉัน...ยายเอม...”

ไอ้เรดมันยังเถียงครับ...

ผมมองแล้วท่าจะยาวเลยเดินเลี่ยงออกมาโดยไม่ลืมกวักมือเรียกน้องๆสามคนให้ตามมาด้วย วันนี้โปร่งครับ อะตรอมมีทำบุญที่บ้านใหญ่... แน่นอนอะตรอมไม่ให้ผมไปบ้านนั้นด้วยแน่ ถึงให้ไปก็ไม่ไป ยังสยองไม่หาย...แต่ที่คาดไม่ถึงไอ้บัพก็ไปงานนั้นด้วย อะตรอมบอกผู้ใหญ่ที่บ้านเขามีเรื่องคุยกัน...ผมเลย ไร้เงาตามตัว...สวรรค์ชัดๆ....แม่เจ้าโอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ผมเดินเนียนออกมากับพวกน้องๆ จะคุยกับสาวทั้งทีให้มีพวกมารมาขวางก็ใช่เหตุถึงจะเป็นมารที่ชื่อเรด ชื่อกร้า ชื่อแป้นอันเป็นเพื่อนสนิทผมก็เถอะพวกมันหน้าตาก็ใช่ว่าขี้เหร่แถมยังเป็นนักดนตรี ให้น้องๆเขามองมันนานๆเดี๋ยวก็หลงพวกมันจนได้สู้ สอยมาทำคะแนนเองดีกว่า หึหึหึ

“ซันเดย์ 4 ครับช็อค กับสตอฯ”

ผมสั่งโดยไม่ถามน้องๆที่เพิ่งจะวางกระเป๋า น้องเขามองหน้าผมแล้วก็นิ่งไป ลืมตัว...ปกติถ้ามาที่ร้านไอศกรีมผมมักจะเป็นคนสั่งเพราะกว่าไอ้พวกองค์ชายมันจะคิดได้ก็หายหิวแล้ว แล้วทำไงดีวะ น้องๆเขานิ่งไปแล้ว

“พี่เลี้ยงนะ...โทษทีพี่ชินไปนิดนึงปกติมากับกลุ่มพี่จะเป็นคนสั่ง...เอ่อ...แล้วมีเรื่องอะไรกัน...มีอะไรก็บอกได้ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย”

กับสาวๆให้บุกน้ำลุยไฟพี่ก็ยินดีสามสาวหันไปซุบซิบอะไรกันชักพักไอ้ผมก็ทำเป็นรอไอศกรีมจนได้ครบ 4 ถ้วยนั่น เธอๆถึงได้เอ่ยออกมาได้ ...โห่...ต้องใช้ของหวานเข้าล่อนะ ...

“คือ...ที่คณะบริหารมีนโยบายหาเงินเข้าชมรม พี่เอมกับพวกหนูเลยคิดกิจกรรมกัน... ทั้งการประมูลกับการออกร้านกาแฟ ....”

น้องที่นั่งอยู่ทางขวามือเขาว่าแล้วเงียบไป

“ก็ดีนิครับ น่าจะสร้างสรรค์ดี แล้วไงต่ออะ?”

ผมเริ่มสนใจแล้วสิ แต่... ไอศกรีมก็น่าสนใจไม่น้อยกว่ากัน

“ติดแต่ที่ต้องให้พี่ ตรินทร์ช่วย...นิดหน่อย...”

น้องทางซ้ายพูดพร้อมๆกับสาวๆอีกสองคนวางช้อนไอศกรีมลง เหมือนเรื่องสำคัญ...

“ทั้งการประมูลกับการออกร้านกาแฟ ....อาจารย์โมทย์ บอกว่าถ้าไม่ได้พี่ตรินทร์เข้าร่วมจะไม่ให้ผ่านกิจกรรม”

“อ้าว....แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่อะ?”

“ก็พี่ทำอาจารย์เขาเสียหน้าไง...วันนั้นอะจำได้ป่ะ ตอนแรกอาจารย์เขาค้านเรื่องนี้อยู่...เพราะจะให้เป็นกิจกรรมวันภาษาไทย พอพี่เอมเสนอทั้งการประมูลกับการออกร้านกาแฟ ....แกเลยแกล้งตั้งคำถาม ให้เด็กบริหารตอบ ถ้าตอบได้แกจะเซ็นให้ วันนั้นนะแทบหมดหวังเพราะ พี่เล่นหลับเฉยเลย ซ้ำชื่อเสียงพี่ตรินทร์ยังดังเรื่องไม่สนใจใครซะขนาดนั้น พวกหนูยังเสียวเลยว่า โดนยุบกิจกรรมแน่ๆ ...”

“แต่พอพี่ตอบได้นะ.....พวกหนูแทบกรี๊ด...”                                           

“แล้วพอหันไปหา...พี่ก็หายไปแล้ว แถมอาจารย์โมทย์ยังยืนยันคำขาดถ้าไม่มีพี่เข้ากิจกรรม ....”

“จบ!ทั้งคณะ...”

สาวสาวหันมามองหน้าผมแล้วใช้ช้อนไอศกรีมชี้หน้า แหม....ได้ของหวานเข้าหน่อยกล้าขึ้นมาจริงๆ

“แล้วจะให้พี่ทำอะไร? แค่ประมูลกับการออกร้านกาแฟ..บอกมาพี่ก็ทำให้ได้เรื่องแค่นี้”

“มันไม่แค่นี้อะสิค่ะ.....”

ตอนนี้สาวๆมองหน้ากันแล้วครับ เหมือนเกี่ยงกันพูดแล้วจนผมชี้ไปที่สาวมั่นผมสั้นสุด

“น้องพูด....มีอะไรก็พูด ก็บอกพี่ว่าพี่รับได้ แล้วอีกอย่าง พี่ชื่อ ภินทร์ ไม่ใช่ตรินทร์”

ผมไม่อยากพูดต่อนะว่าถ้า พี่เป็นตรินทร์ จริงๆ น้องไม่ได้ทานไอศกรีม ไม่ได้นั่งสวยอย่างนี้แน่ๆ

“....ทั้งการประมูลกับการออกร้านกาแฟ ....”

“.....”

“มันต้องแต่งหญิงเรียกแขกอะพี่....แล้ว....การประมูล...มันก็ต้องประมูล....พวกที่แต่งหญิงอะ ”

“คะ..ครับ”

ผมแทบสำลักไอศกรีม ดีนะที่ น้องๆเขายื่นแก้วน้ำให้

“น้องว่าใครคิดนะครับ ไอ้เรื่องแต่งหญิงเรียกแขกกับประมูลพวกแต่หญิงเนี้ย...น้องๆจะจิ้นกันไปถึงไหนครับ...ใครคิดครับ?”

“พวกหนูกับพี่เอมคิด...ก็แค่สนุกๆ แต่เรื่องประมูล... คืองี้นะพี่ ภินทร์ สมมุติว่าถ้าแค่เรียกแขกมันก็แค่นั้น แต่พี่ลองคิดดูสิถ้ามีการประมูล แล้วได้อย่างพี่มานะ สาวๆยินดีควักเงินแน่ เงินทองไหลมาเทมาเลยนะพี่”

สาวๆทำตาวิบๆครับ แต่ผมคิดไม่ออกสาวที่ไหนมันจะมาประมูลชายแต่งหญิง สู้ให้แต่งหล่อไม่ดีกว่าหรอ?

“....อาจารย์โมทย์บอกว่าถ้าไม่ได้พี่ภินทร์แต่งหญิง ‘จารย์ไม่เซ็นผ่าน นี้อ่ะปัญหา”

“...........”

“นะพี่ภินทร์นะ”               

“......”

"พี่ภินทร์......”

“บอกรายละเอียดมา ถ้าไม่เกินไปกว่าความสามารถพี่จะช่วย ...แต่มันก็ต้องมีข้อต่อรอง พี่เป็นเจ้าหนี้เธอสามคนกับยายเอม ไม่สิทั้งคณะบริหารชุดนี้ ไว้พี่คิดออกแล้วพี่จะบอก ถ้าตกลง โทรบอกยายเอมมาคุยกันที่ร้านตอนนี้....เวลาพี่มีไม่มาก....โอเคไหม?”

“ค่ะ!”

..............
............................

.
.
.

‘แต่งหญิงไม่เท่าไหร่นะพี่ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ การประมูล กติกา คือ เงินประมูล แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คนนอกกับคณะ =25/75 แต่ถ้า Candy Boy กับคณะ =20/80 อธิบายนะพี่ ถ้าคนนอกประมูล Candy Boy 75% จะเป็นของ Candy Boy ส่วนที่เหลือ25% จะเป็นของคณะ แต่มีตัวช่วยนะพี่ถ้า Candy Boy ประมูลตัวเอง 80%เป็นของ Candy Boy ส่วนที่เหลือ 20% เป็นของคณะ แล้วก็อีกอย่างเพื่อความสนุกถ้าคนนอกสามารถประมูล Candy Boy หรือ Candy Boy สามารถประมูลตัวเองได้ 3 วัน 2 คืนเลยพี่ ทำอะไรก็ได้ขอเพียงสั่งมาทางคณะจัดให้หมด... นี่เห็นว่าเป็นพี่ภินทร์หรอกนะถึงได้แอบบอกกติกาขนาดนี้ คนอื่นๆยังไม่รู้เลยนะพี่’

..............
............................

..
ผมฟังน้องๆกับยายเอมแจ้งรายละเอียดอย่างมีความสุขในโลกส่วนตัวของพวกเธอ สาวๆหัวเราะกันคิ๊กคั๊ก เล่าไปคุณเธอก็หน้าแดงกันไป คิดอะไรกันเนี้ยสาวๆพวกนี้     

...แต่ว่าไปก็น่าสนเหมือนกัน ...แต่งหญิงหรอ? ไม่ใช่ปัญหา จะว่าไปความจริงก็อยากแต่งอยู่เหมือนกัน นานแล้วนะที่ไม่ได้แต่งสวย...

แต่ปัญหาที่ไม่อาจคาดเดาได้นี้อะสิ ขืนแต่งแล้ว ตรินทร์ ดันเข้ามาแทนอะ งานไม่ล้มหรือ? อะไม่อยากคาดเดา นรกชัดๆ ...แต่ว่าไปเงินก็ดีนะ กล่อมให้พวกไอ้เรดประมูลดีกว่ามีแต่ได้กับได้...เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ยังไงคงไม่มีใครประมูลสู้อยู่แล้ว หึหึหึ  ถ้ากล่อมพวกไอ้เรดไม่ได้ ยังไง อะตรอม ก็ยังเป็นที่พึ่งหล่ะน่า ไว้ถ้าประมูลได้ค่อยเลี้ยงข้าวตอบแทนแล้วกัน....

...เชื่อใจฉันได้คุณตรินทร์ มือระดับนี้แล้ว เรื่องแต่งสวยฉันสามารถรับรองไม่เป็นกระเทยควายแน่ฉันจะให้นายเฉิดสุดๆ นายเชื่อใจฉันนะ...ตรินทร์ รับรอง แจ่มเจิด!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 02:10:18 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 28 How to pay. อย่าถามว่า เท่าไหร่ จ่ายมาเลยดีกว่า


“สวยยังอะตรอม...”   

..ผมหันไปถามคุณยักษ์ที่ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง...อันแน่....แอบอมยิ้มด้วย เขินอะดิ เกือบลืมตอนนี้จะมาพงผมไม่ได้...งานนี้ต้องสวมวิญญาณสาวน้อย ชิชิชิ เรื่องสวยนานๆที 'ฉัน' จัดเต็มอยู่แล้ว แต่บอกตามตรงว่าเกินความคาดหมายพอแต่งแล้ว ตรินทร์ สวยมาก สวยจนฉันเองยังตะลึง...ยิ่งใส่เสื้อสาวเมดกับกระโปรงลายลูกไม้แอบเซ็กซี่ยิ่งน่ารักโฮก...ยิ่งแต่งยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้ ปากอิ่มพอทาอุทัยทิพย์ลงไปยิ่งน่าร๊าก! ถามว่าทำไมต้องอุทัยทิพย์อะหรอ? เพราะมันหอมและหวานไงแถมยังดูเป็นธรรมชาติสุดๆ เผื่อไว้ได้หอมแก้มสาวๆในงานก็ยังได้ยังไงก็ต้องมี สาวๆมาขอถ่ายรูปอยู่แล้ว เนียนหอมแก้มอะงานถนัด เพราะมันไม่ติดหรอเลอะเหมือนลิปติก แค่คิดก็.....

..............
............................

...
..ส้นสูง 2 นิ้ว ชิ... ชิวๆ 4 นิ้วฉันก็เคยผ่านมาแล้ว...

งานนี้รับทรัพย์เต็มๆแน่ เหอๆๆยายเอมยังแอบมองเลย นี่ถ้าน้องก้อยไม่อยู่มีหวังฉันโดนยายเอมจีบไม่รู้ ฤทธิ์แม่ซะแล้ว....เรื่องอ่อยอะ เรื่องจิ๊บๆ ในร้านที่ถูกเซ็ตขึ้นมาบรรยากาศน่ารักมาก น่าถ่ายรูปสุดๆ สาวๆมาขอถ่ายรูปกับ Candy Boy ก็เยอะยายเอมเลยคิดค่าบริการรูปละ 20 โห่.... กล้าหว่ะประธานคณะ....แต่ก็ไม่ได้มีผม เอ้ย! ฉันคนเดียวหรอกนะ ยังมีเด็กบริหาร อีก 8-9 คนที่โดนจับแต่งหญิงเหมือนกัน สวยๆก็มีอับปรีย์ก็เยอะ ....แต่ทำไมชุดมันไม่เหมือนกันอะ ฉันได้ชุดเมดมา แล้วไหงไอ้พวกนั้นมัน นางฟ้า แม่มด องค์หญิง พริตตี้ ฯอะทำไมสวยๆอย่างฉันถึงได้ราคาตกอย่างนี้อะแกล้งกันเปล่าคะน้องเอม

“น้องสาวกาแฟแก้วเท่าไหร่คร๊าพ”

เสียงกวนโสตดังเข้ามา พวกไอ้เรด! แม่งมาแซวฉันหรอ? ไม่รู้ฤทธิ์แม่ซะแล้ว เดี๋ยวเจอแม่ตายในหน้าที่ ค่อยดู !

...ฉันหันไปยิ้มหวานให้ไอ้กร้า แล้วเมินไอ้เรดที่ทำท่าจะมากวนแบบเต็มสตรีม ซุ้มฉันขายโอวัลติน เฟ้ย!

“กาแฟ ไม่แนะนำ...แต่โอวัลติน คนชง อร่อยมาก... สักถ้วยไหมคะ?”

พูดไปแล้วอดฮาตัวเองไม่ได้"" ตอนนี้มารยามีเท่าไหร่ฉันรีดออกมาหมด เสียงนี้แทบไม่ต้องแอ๊บมันออกมาจากจิตวิญญาณล้วนๆ555+ ไอ้กร้านิ่งไปตั้งแต่โดนช้อนคางแล้วกระซิบข้างๆหู เรื่องโอวัลตินแล้ว... แต่มีอีกเรื่องที่ฉันไม่ได้บอก มันแก้วละ 200 ว๊ะไอ้กร้า!

...แล้วก็โดนกันครบทีมครับ...

..ขาดแต่ไอ้บัพ มันยังไม่กลับมาจากบ้านใหญ่ แต่มันไม่มาก็ดีเหมือนกัน กลัวมันอาละวาดเรื่องเอา ตรินทร์ มาแต่งหญิง ส่วนอะตรอม ไม่ต้องพูดถึง มันโดนไป 3 แก้วแล้ว แต่ฉันก็ยังชิวๆนะเพราะ โอวัลตินมัน 20/80 รับทรัพย์เห็นๆ นี่ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ อะตรอม กับพวกไอ้กร้ารู้นะ แถมพวกมันยังไม่สงสัยอีกว่าฉันถือเครื่องคิดเลขมาทำไมไม่บอกดีกว่าให้พวกมันคิดว่าอุปกรณ์ประกอบฉากดีที่สุด
   
..
ในร้านเพลงก็โอเค บรรยากาศก็ใช้ได้ ทรัพย์ก็เข้ากระเป๋าแบบสายน้ำหลาก สุดยอด ยายเอมฉันรักแกจัง....อะมีน้องมาขอถ่ายรูปอีก 10/90 ถึงจะน้อยแต่เน้นปริมาณ โอ๊ย!ทรัพย์กระจายมีความสุขจัง


..............แล้วก็นรก.........มาเยือน..........


.................................................................แก็งส์ไอ้เหี้ยมเดินเข้ามาในร้านโซนอิฉันค้า............

ซุ้มกูไม่มีเหล้า ไม่ขายกาแฟ! สัดเอ้ย!                                            

อย่าเข้ามาเหยียบร้านกูนะมึง.................. สาดเอ้ย!                                       

เดินเข้ามา เล่นซุ้มกูหมองเลยนะ ทางซ้ายก็พวดไอ้เรด ทางขวาก็พวกไอ้เหี้ยม แถมยังมีอะตรอม เป็นแบ็คกราว .....จบ    

.
.
.

....ต่อให้กูสวยสุดในสามโลกสาวๆก็ไม่กล้าฝ่าพวกมึงเข้ามาหรอก...

แล้วงานนี้เงินจะถึงมือกูไหมอะ?...มีเพื่อนเป็นมาร มีมารเป็นเพื่อนจริงๆ....

เอ๊ะ!รู้สึกจะหลุดซะแล้ว ....จูนๆๆ ถึงจะมีนรกมาเยือน ก็ต้องสวย สวย สวย สวยใสไร้สติเข้าไว้....เพื่อหน้าที่ๆ

“เฮ้ย! ขายอะไรอะ...?”

ลูกค้าจากนรกถาม....

พวกมึงไม่ได้อ่านป้ายหรอสาด! ตาบอดหรอมึง..... ?

“โอวัลติน....คะ...”

คิดด่ามันมากมาย... แต่ที่แสดงออกไปได้...แค่.....ยิ้มหวานสุดตีน... กู...สเต็ปกูขั้นเทพแล้วเรื่องแอ๊ปกับลูกค้าอะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนเอ้ย!         

“พี่คะ ขอถ่ายรูปพี่กับพี่คิงส์ได้ไหมคะ?”

อ้าวเวรแล้ว....น้องเพื่อนพี่ก็มีตั้งเยอะ ไอ้เรดก็หล่อไม่น้อยกว่าไอ้เหี้ยมนั้นหรอก

“น้องขา...พี่ว่าพี่ถ่ายกับพี่เรดได้ไหมคะ....พี่หล่อๆคนนั้นอะค่ะ”

น้องน่ารักหันไปมองไอ้เรดแล้วหน้าแดง แน่ล่ะเพื่อนกูเทพทุกตัว แล้วทำไมต้องกูต้องถ่ายกับนรกด้วย?

“น้องคะ...ถ้าถ่ายกับพี่คนนั้น พี่แถมอ๊อฟชั่นเสริมให้”

..เหมือนขายของเลย ผมรีบเดินไปหาไอ้เรดเลยครับ ชั่วโมงนี้ต้องเข้าวิชาบังคับเลือกนิดนึง... เดี๋ยวถ้าน้องเขาอยากได้รูปไอ้คิงส์กับผมอีก ผมก็ยังมี อะตรอม เป็นด่านต่อไป ฮา....

ผมไม่ได้อ่อยนะ...แต่ช้อย ผมมีเยอะ กับไอ้เรดเล่นไปหลายแอ็คครับ จนสุดท้ายมาจบที่แอ็คหอมแก้มมัน เรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นกอบเป็นกำ 20 แอ็ค 400 ว่าน้องแมร่งคงพอแล้วมั้ง....แต่คิดผิดไม่น่าดูถูกสาวกสาววายเลยกู

“พี่คะ....อีก 5 รูปหนูขอถ่ายพี่กับพี่คิงส์นะคะ...”                                       

น้องจะเอาให้ครบ 500 เลยหรอครับ แหม.... ชอบไอ้นรกกันจัง แต่คิดหรอ พี่จะพลาด

“พี่ขอถ่ายกับแฟนพี่ได้ไหมอะคะ...พี่สูงๆคนนั้นอะ....พี่ไม่อยากกวนพี่คิงส์เขา นะคะ”

..

ผมชี้ไปทางอะตรอมที่ยืนนิ่ง ตั้งแต่เห็นผมถ่ายรูปคู่กับไอ้เรดแบบลืมตายแล้วครับ ตอนนี้เลยเอาใจมันหน่อย... แถมไอ้ประโยคที่ว่าเป็นแฟนมันก็กระตุ้นต่อมวายได้เป็นอย่างดี สาวๆก็กรี๊ดสิครับ เหอๆๆ ทางถนัด ...

ผมเดินไปดึงมืออะตรอมมา แล้วโน้มคอหอมแก้มครับ แค่นั้น สาวๆก็ลืม ไอ้คิงส์กันหมดแล้ว อะตรอมเองก็หน้าแดง ....น่าแกล้งอ่ะ.. 

แอ็คสุดท้ายนี้ขอจูบจริงเลยได้ไหม? ไม่คิดอะไรแล้วครับ อะตรอมมันน่ารักอะจูบจริงเลยแล้วกัน…

...ริมฝีปากนิ่ม แต่ร้อน...

คิดว่าแค่ว่าเล่นๆแต่ทำไมหัวใจมันเต้นแรงจัง... เสียงกรี๊ดดังได้อีก แต่ริมฝีปากตรงหน้า...มันน่าสนใจกว่าเสียงกรี๊ดนี่น่า...ขออีกนิดแล้วกัน ขอหอมแก้มอีกทีนะ....อะตรอม....

..............
............................   

..ชั่วโมงนี้ไม่ได้สนใจสาวๆหรือไอ้คิงส์แล้วครับ... สนใจไอ้คนตรงหน้ามากกว่า ไม่รู้ว่าจูบนานขนาดไหน...รู้ตัวอีกยายเอมก็มาดึงออกจากอะตรอมแล้ว เอ่อ....คนถ่ายรูปเยอะนะ เก็บตังค์เข้าคณะได้เยอะนะแก... ยายเอม...     

..............
............................                                                                           

...

“ถ้าไอ้ 500 จูบได้ เราให้ 1,000 นึง ได้อะไรบ้าง?”

...เสียงไอ้คิงส์ครับ มันพูดพร้อมกับโบกแบ็งค์สีเทา... ยายเอมได้แต่ทำหน้าเหวอ ส่วนผมอะเหวอกว่าเอมอีก ส่วนอะตรอมตอนนี้ช็อคนิ่งไปแล้วครับ...ไอ้เรดกับพวกก็นิ่งไปเหมือนกัน พวกมันคงไม่คิดว่าผมจะจูบอะตรอมจริงๆพลาดแล้วกู ทีนี้จะให้ใครช่วยล่ะ?

.
.
.

“เอม...ให้คนอื่นรับลูกค้าไปก่อน...เราไม่ถูกกับมัน”

...ผมกระซิบเอมแล้วเดินเลี่ยงออกมา กะว่าจะเดินหลบเข้าห้องน้ำ แต่ไอ้มือแข็งๆนั้นมาดึงไว้ก่อนไอ้เหี้ยมมันดึงผมไว้...ขยะแขยง...อย่าคิดว่ากูลืมนะไอ้มือคู่นี้ที่เคยจะฆ่ากู..

“ปล่อยกู...”

พอคิดถึงเรื่องที่ชะอำก็ฟิวส์หลุดแล้วครับ บอกตามตรงว่าสำหรับไอ้คิงส์....ความรู้สึกเดียวที่มีให้มัน

‘เกลียด! กูเกลียดจนไม่รู้จะอธิบายยังไง!’

ไอ้แป้นได้สติก่อนเพื่อนครับมันเข้ามาขวางไอ้เหี้ยมไว้แต่ก็โดนไอ้โล้นนั่นกั้นไว้เหมือนกัน มือไอ้เหี้ยมยังจับข้อมือผมแน่นจนเจ็บ สัด!เสือกจับข้อมือซ้ายกูอีก มันเจ็บเฟ้ย!

“ปล่อยกู....”

ผมหลุดไปอย่างสมบูรณ์แล้วครับตอนนี้...แต่ที่ไม่สะบัดข้อมือมันออกเพราะกลัวข้อมือจะหัก กำไลมันกดรอยกรีดที่ข้อมืออยู่...มีผ้าพันไว้เลยไม่มีใครสังเกตแต่ผมก็รู้สึก มันเจ็บ...

“...เอามันออกไป”

...เหมือนละเมอ ผมไม่รู้ตัวเลยนะว่าผมพูดประโยคนั้น น้ำเสียงผมเย็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ? แต่พอคำพูดมันหลุดออกมา อะตรอมก็ดึงผมออกมาจาก ไอ้คิงส์แล้ว มันเร็วมากจนไม่ทันรู้ตัว ฝั่งไอ้คิงส์มี ไอ้โล้น (ไอ้หน้าโหดตัดสกิลเฮด) ไอ้จิว (มันเจาะจิวที่จมูกเลยเรียกมันว่าไอ้จิวไม่รู้ชื่อมันหรอก) ฝั่งผมก็มีอะตรอม กร้า แป้น เรด เทพทุกตัวแถมมากกว่าเห็นๆ ยายเอมแม่งานก็พวกผม เอาดิถ้ามันจะมีเรื่อง มันก็ไม่พินาศที่ฝั่งกูแน่...

..............
............................


“พอแล้วพี่ภินทร์ จะปิดงานแล้ว...ไปเวทีประมูลดีกว่าสุดท้ายแล้ว ”

น้องก้อยโผล่มาตัดบท ส่วนเอมเองก็ดันผมกับอะตรอมให้เดินไปยังเวทีที่จัดไว้เป็นไฮไลท์ของงาน ผมไม่ได้หันไปมองพวกไอ้เหี้ยมหรอก เสียสายตา...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 02:20:06 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #39 เมื่อ25-04-2012 15:05:06 »

 :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
« ตอบ #39 เมื่อ: 25-04-2012 15:05:06 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 29 Confusing what is real.ไม่ได้กลัว..แต่ขอเปลี่ยนตัวนิดนึง


...มาถึงเวทีครับ มีไอ้ Candy Boy อยู่ 9 คนยืนทำคะแนนอยู่แล้ว และผมก็เป็นคนที่ 10 ที่ก้าวขึ้นมาพร้อมเครื่องคิดเลขสีฟ้าสด ไอเทมกูมึงไม่รู้อะไร ระหว่างยืนโชว์ตัว ก็มีการแนะนำตัวครับ แต่ละคน สุดๆ จนมาถึงผม แนะนำอะไรดีว๊ะ เวรไมค์จ่อมาแล้ว...

“ภินทร์ บริหารปีหนึ่ง งานหลักร้องเพลง งานรองทำสวยไปวันๆคร๊าพพพ คติประจำใจรับได้ทุกอย่าง....ได้ผมไป ถนอมผมหน่อยนะครับ.. ”

..............
............................
..............


ว๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!

ลืมไปได้เลยไอ้ความสวยใส แอ๊บแตร็คแบบไร้สติเมื่อกี้! ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในสงครามการประมูลครับ มันคงจะเป็นไปตามแผน...


....ถ้าไม่มีไอ้เหี้ยมมายืนเสนอหน้าอยู่หน้าเวที...


“1500”

เสียงไอ้เหี้ยม สัด!!ใครให้มึงประมูลกู

“2000”

อะตรอมครับ จูบซื้อใจจริงๆ

“3500”

พ่องแม่งรวยมากนะรึไงสัด!

“4800”

เยี่ยมที่รัก! ตอนนี้ผมกดเครื่องคิดเลขกระหน่ำเลยขอรับ ไม่ว่าอะตรอมหรือไอ้เรด ไอ้กร้า ไอ้แป้น เอ่ยราคามาผมยกมือเป็นของผมหมด เพราะมันได้สิทธิ์ประมูลตัวเองที่ 80/20 ไง ส่วนของไอ้เหี้ยมมึงเสียเต็มๆ ช่างแม่งมึง!

..............
............................

“19600”

ไอ้เหี้ยม มันควักเงินสดออกมาโบก....


...ตอนนี้ผม มองหน้าอะตรอมกับพวกแล้วครับ...

เงินพวกเราไม่ได้พกมาขนาดนั้นแถมตอนเริ่มงานผมยังตัดกำลังตัวเองด้วยโอวัลติน แก้วละ 200 อีกหลายแก้ว ...ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย เพราะไม่คิดว่านอกจากพวกผมแล้วจะมีใครบ้าจี้ประมูลผม จนบนเวทีเริ่มนับแล้วครับเพราะ กติกาเน้นเงินสดเท่านั้นกันเบี้ยว ผมหันไปหาอะตรอมครับโยนบัตร ATM ให้มันกดเลย ตะโกนรหัสให้มันด้วย! ชั่วโมงนี้ให้ตายยังไงกูก็ไม่ไปกับไอ้เหี้ยม!

.
.
.

บนเวทีก็นับถอยหลังกันไป....

ส่วนอะตรอมก็วิ่งร้อยเมตรหายไปแล้ว....ชีวิตผมฝากไว้ในมืออะตรอมเลยนะ ...

..............
............................แต่ที่ผมลืมไป....


ไอ้ตรินทร์มันเปลี่ยนรหัสบัตรนี่หว่า.................................


"....."



.................................................สาดเอ้ย!กูพลาดอีกแล้ว!ขอโทษอะตรอม ขอโทษ!

..............
............................

.
.
.
.


“สามวันนี้...หวังว่าคงมีความสุขกับกูนะ...เห็นมึงว่ารับได้ทุกอย่างนี่น่า ภินทร์ ไว้กูจะถนอมมึงเอง...”

...ไอ้เหี้ยมมันเดินมาหยามผมครับ...

สัด! พรุ่งนี้กูจะเจออะไรเนี้ย! อะตรอมกับไอ้กร้าเดินมาหาผม แป้นเองก็หน้าเครียดๆ ส่วนไอ้เรดไม่ต้องพูดถึง พวกเราพลาดกันแล้ว...

.
.
.


“...อย่าบอกเรื่องนี้กับไอ้บัพ กูโดนฆ่าแน่... ส่วนเรื่องไอ้เหี้ยม กูดูแลตัวเองได้...เรื่องนี้กูเริ่มกูก็ต้องต่อให้จบ”

...พวกผมเงียบไปเลยครับที่มันจบอย่างนี้ ปากผมก็พูดเท่ไปงั้น...แต่ในใจ.... แม่ง...อธิบายไม่ถูกจริงๆ กูอยากจะกรี๊ด! ความรู้สึกเหมือนถูกโยนลงบ่อจระเข้.....................

..............
............................


‘สามวันนี้กูจะเจออะไรในนรกบ้าง...?’



ผมได้แต่ถามตัวเอง......ไม่กล้าพูดออกมา

..............
............................



[วันศุกร์ 12.45 น.]



“...สุดท้ายแล้วของพี่ภินทร์นะ.... ค่าถ่ายรูป 2500 = 10/90 พี่ภินทร์ รับ 2250 ค่าเครื่องดื่ม 5000 = 20/80พี่ภินทร์ รับ 4000 สุดท้ายเงินประมูลพี่...19600 คนนอกประมูลได้ 25/75 พี่ภินทร์ รับ 14700 ….”

...น้องก้อยกำลังจ่ายค่าเหนื่อยครับแล้วกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานแทน เฌอเอม ที่ไปถ่ายรูปลงข่าวประชาสัมพันธ์ แต่บอกตามตรงตอนนี้ผมได้แต่นั่งหมดแรง เงินได้เป็นกอบเป็นกำมาก... แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะได้กรรมหนักหลังรับเงินอะดิ....

.
.
.

...ผมมองดูเงินในมือเกือบสองหมื่น...

หึหึหึ น่าจะเปรมกว่านี้...ถ้า....ไอ้ตัวเหี้ยมมันไม่มายืนประกบอยู่ข้างหลัง...ซ้ำเหมือนโดนทิ้งกลายๆ เมื่อเช้าอะตรอมโดนบ้านใหญ่เรียกกระทันหัน ไอ้บัพก็เหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าสองบ้านนี้เขาสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะทุกครั้งที่มีคำสั่งเรียกตัวทั้งอะตรอม ทั้งไอ้บัพก็มักจะต้องไปที่บ้านใหญ่ของอะตรอมด้วยกัน อย่างไม่มีทางขัดขืน...

จะโทรหาก็ใช่เหตุที่บ้านหลังนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีกระทั้งสัญญาณโทรทัศน์ที่หวังพึ่งพวกไอ้เรดยิ่งแล้วใหญ่...กลุ่มมันเสือกโดนพี่นพจองตัวไปเล่นที่ร้าน เพราะวงประจำดันมีงานนอก แต่ผมไม่ยอมง่ายๆหรอก เตี้ยมกับอะตรอมไว้แล้วว่าถ้าทางสะดวกให้ออกมานอกพื้นที่ปลอดภัยผมเตรียมโทรศัพท์ไว้ ตลอด 24 ชั่วโมง....ไม่อยากตายอีกรอบ...


.
.
.


“นี่อะไรอะเอม?....”

...ผมมองกระดาษกับปากกาในมือของท่านประธานที่เคารพยิ่ง ก่อนกวาดสายตาดูคร่าวๆยายเอมยิ้มแห้งๆแล้วดันตัวน้องก้อยให้มาอธิบายความเสื่อมของกระดาษแผ่นนั้น

“สัญญาอะพี่ภินทร์ ”

“สัญญอะไร?”

“ก็ทางวิศวะที่ประมูลพี่ได้เขาร่างสัญญามา เขาว่าเขาเสียเงินจริงแต่ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่า ของประมูลจะอยู่กับเขาตามสัญญาจริง พี่ก็เลยต้องเซ็นต์เผื่อไว้”

“เฌอเอม! เธอกำลังขายฉันนะ!”         

ผมหันไปตวาดจนท่านประธานหน้าซีด หลบอยู่หลังน้องก้อย ...ชั่วโมงนี้ มันหลุดแล้วจริงๆ ไอ้บ้าเหี้ยมมันจะเอายังไงกับผม

“พี่ภินทร์ อ่านก่อนไหม? เผื่อมีช่องทางอะไรเลี่ยงได้”

น้องฝนสาวผมสั้นที่เคยมาคุยกับผมในตอนแรกแถมยังกินไอศกรีมของผมไป 2 ถ้วย หันมากระซิบ แต่ทำไงได้ต่อหน้าสาว เสียชีพดีกว่าเสียหน้า ผมดูแค่ผ่านๆ กลัวน้องเขาหาว่าปอดเฌอเอม ก็หน้าเสียเหมือนกันคงเพราะน่าจะพอรู้ข่าวจากทางประชาสัมพันธ์ มาแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรระหว่างผมกับไอ้เหี้ยมมาบ้าง

“ภินทร์ เอมขอโทษ เอมไม่นึกว่ามันจะออกมาแบบนี้ นี้เบอร์เอมนะ มีอะไรโทรมาเลยเดี๋ยวเอมเคลียร์ให้...”

เอมเดินเข้ามาแล้วยื่นเบอร์โทรศัพท์ให้ ผมมองหน้าเอมแล้วยิ้มหวาน...

“เปลี่ยนจากเบอร์โทรเป็นเครื่องช็อตไฟฟ้าได้ไหมเอม....สเปรย์พริกไทยก็ยังดี... ”

..............
.......................


.....3 วัน 2 คืนโดยประมาณ ที่ผมต้องไปรับใช้มันดูในสัญญา เวลามันเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืน อันนี้ทางฝ่ายประมูลมีสิทธิเลือกเวลา แล้วทำไมเลือกเริ่มกลางคืนวะ งั้นเวลาอิสระของผมก็จะได้มาตอน วันอาทิตย์เที่ยงคืนอะดิ ตอนนี้จะ บ่ายโมงแล้ว

เอานะเตรียมตัวก่อน...สิ่งแรกที่ผมคิดได้..

..............
............................



'กลับบ้านนอนก่อนเลย....เผื่อตรินทร์จะตื่นขึ้นมา....'


ผมไม่ได้ปอดนะ...

แต่ไม่เก่งต่อยตี......เกือบลืม...ใส่กระดาษโน็ตเรื่องราวไว้ในกระเป๋าไว้ด้วย....แล้วตั้งหน้าตั้งตานอน ......ป้านิ่มเดินเข้ามาถามว่าไม่สบายหรือเปล่าทำไมเข้านอนเร็วจัง....

ผมไม่ได้บอกอะไรแกนอกจากยิ้มให้กว้างๆ...

‘ป้า...ผมไปก่อนนะ ที่เหลือให้ตรินทร์ รับเรื่องแล้วกัน’


อันนั้นผมคิดในใจ ใครว่าผมกลัว... นี่ผมกำลังเตรียมตัวอยู่ เตรียมตัวเอาองค์ชายมาปราบ ปีศาจจระเข้ !

..............
............................


[Part …..?]



[ Waiting for the end to come คอยจนกว่ามันจะจบลง Wishing I had strength to stand อยากให้ตัวเองแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้ This is not what I had planned นี่ไม่ใช่แผน ที่วางไว้ It's out of my control....ควบคุมมันไม่ได้เลย...]


“........”

..ผมลืมตาขึ้นมา เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่ยอมหยุด....ห้องยังเป็นห้องๆเดิม แต่แสงสว่างที่ น้อยลงทำให้เดาได้เลยว่าท้องฟ้าข้างนอก มันมืดแล้ว.....22.45 น. ผมพยายามจะหลับตาลงไปอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะพยามเท่าไหร่มันก็เหมือนเดิม...

..............
............................

สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! แม่ง ไหง ยังไม่หลับอ่ะ??!!

เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด เพลงรอสายมันเหมือนกำลังทำนายชะตากรรมผมเลย กระดาษโน๊ตที่ยังอยู่ในกระเป๋า.... ทำให้ผมรู้เลยว่าที่นอนไปมันแค่ฆ่าเวลา....ตรินทร์ ตอนนี้เราต้องการนายนะ

อ๊ากกกกกกกกกก! จะทำไงดี!? ทำไงดี!? แม่เจ้า!?

เสียงโทรศัพท์ไม่ได้เงียบลงเลย! นี่มันไม่จริงใช่ไหม!? ตรินทร์ หล่ะ? ทำไมทำกับ ภินทร์ อย่างนี้ ?!...

“คุณตรินทร์คะ เพื่อนโทรมาค่ะ”

เสียงป้านิ่มตะโกนมาจากชั้นล่าง...

...มาแล้วสินะ....กอบกรรมที่ได้มาจากเงิน สองหมื่น....

ผมเดินซังกะตายลากผ้าห่มลงไปรับโทรศัพท์ข้างล่าง....
พอรับสายมันก็ใส่เลย....

“กูโทรไปทำไมไม่รับ?!”

..เสียงมาร...

ช่างกระชากโสตเสียจริง ... จะตะคอกกูทำไม? แค่นี้กูก็ขวัญเสียแล้วแล้วกูจะรู้ไหมว่าเป็นมึง เบอร์กู กูไม่เคยให้มึงสักหน่อย

สาดดดดดดดดดดด!!!ด่ามันในใจแต่ประโยคที่พูดออกไปคือ....

“กูไม่สบาย...เพิ่งตื่น...”

ขอสำออยหน่อยครับเผื่อมันจะเห็นใจ...เพราะต่อจากนี้ไปก็สุดแต่บุญแต่กรรมแล้ว...

“กูให้เวลาถึง เที่ยงคืน 15 มาหากูที่ข้าวสาร ร้านZapZeal  อย่าคิดปิดโทรศัพท์นะมึง ให้คุ้มกับเงินที่กูเสียไปหน่อย....ตู๊ดๆๆๆๆๆๆ”

มันสั่งเสร็จก็วางเลย แถมด่ากูว่าตู๊ดอีก... ไม่ให้กูได้ต่อรองสอบถามอะไรเลย แล้วกูต้องใส่ชุดอะไรไปอะ? ไอ้ร้าน....ของมึงนี้แนวไหนอะ? บอกกูสักนิดดิ สัด!มาถึงก็ใส่เอาใส่เอา....แล้วนี้เวลาแค่ชั่วโมง กูจะไปถึงร้านมึงไหม? ขอนอนอีกนิดได้ไหม?

....ตรินทร์กูไหว้ล่ะ...

โอกาสสุดท้ายแล้ว....

...ตื่นมาแทนกูที



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 07:53:50 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 30 First base.วันแรกก็โดนซะแล้ว…

[00.25 น.]



“มึงช้าว่ะ....แล้วแต่งตัวเชี้ยไรมา ชุดเมดเมื่อวานอะ?”

   
...ไอ้เหี้ยมครับมันมายืนรอผมอยู่หน้าร้าน ตอนนี้ผมดูมันเหมือนการ์ดมากกว่าเจ้าของร้านเสียอีกเพราะเจ้าของร้านห่าอะไร มายืนด่าคนเรื่องชุดอยู่ข้างๆการ์ด

.
.
.


“วันนั้นกูก็ขายหน้าให้มึงได้เกือบสองหมื่นแล้ว...วันนี้อย่าให้กูเอาหน้ามาขายฝรั่งอีกเลยกูไหว้เถอะ”

ผมขอมีปากมีเสียงหน่อย แม่งใส่กูตลอด...แต่จะว่าไปที่กูแต่งนี้ก็ใกล้เคียงร้านมึงนะ ร้านมันเป็นแนวฮิปฮอป ครับแต่ค่อนข้างจะติดหรู ดูแล้วน่าจะมีสองชั้นแต่ชั้นสองตอนนี้ไม่เห็นว่ามันเปิด เพลงก็โอเคอยู่ทำเอาผมขยับได้เหมือนกัน มันยืนด่าผมได้อีกสองสามคำก็เตรียมจะลากผมไปไหนสักที่ แต่ผมสะกิดมันให้หยุดก่อนจะให้มันปล่อยข้อมือซ้าย แล้วยื่นมือขวาให้มันแทน

....มันก็งงไปนิดนึงก่อนจะขมวดคิ้ว ...คือไม่ได้อะไรมากกูเจ็บมือ....

มาถึงโต๊ะครับเป็นโซฟาใหญ่...แม่ง! ฮาเรมนี่หว่า...โอ๊ย!...หัวใจจะละลาย สาวๆตรึม!อะถ้าไม่มีไอ้โล้น กับไอ้จิว แล้วก็ไอ้ผมยาวนั่นอยู่ด้วยนะ ผมคงคิดว่านี่คือสวรรค์ แล้วไอ้คิงส์มันก็เข้ามาครับแถมมานั่งเบียดผมอีก .

...แต่ไม่ว่าอะไรหรอกมึงเบียดมากูก็เบียดน้องชุดดำข้างๆ น่ารักโฮกๆ สักพักแก้วต่างขนาดกับแอลกอฮอล์หลากชนิดก็มาวางบนโต๊ะครับ...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอ้ย! อภิสิทธิ์เจ้าของร้านจริงๆ

“นี่ไอ้เวทย์ ไอ้ฟลุ๊ก ไอ้โฟน”

ไอ้คิงส์ แนะนำไอ้โล้น ไอ้จิว ไอ้ผมยาว พวกมันหันมาจ้องหน้าผมแล้วเหยียดยิ้ม แม่งครบชุดที่ยำกูวันนั้นเลยนะ!

....ผมได้แต่นั่งก้มหน้าครับไม่รู้จะทำอะไร ก้มไปก้มมามือมันก็ลื่นไปจับมือน้องชุดดำที่นั่งข้างๆซะงั้น นิ่มเนอะ...เหอเหอเหอ
ไอ้คิงส์ไม่มีท่าทีจะแนะนำน้องๆผู้หญิงเลยอะ ผมเลยอาศัยความมีมนุษย์สัมพันธ์ การตลาดชนะเลิศ สอบถามซะแบบออกนอกหน้านอกตา...

 
ชุดดำที่นั่งข้างๆผมชื่อ อิง แหม ชื่อเข้ากับการกระทำมากๆเพราะตอนนี้นอกจากจะจับมือแล้วผมยังเนียนซบไหล่นิ่มๆของอิงด้วย ถัดไปก็น้องแนน น้องกุ๊พ น้องบิว น้องส้ม แต่ละคนแจ่มๆทั้งนั้น.....ไอ้พวกนี้ทำบุญมาดีเนอะ ผมก็เนียนคุยกับน้องเขาเพลินไปเลยลืมไปเลยนึกว่าอยู่บนสวรรค์ ถ้าไม่มีไอ้นรกสี่ตัวนี้อยู่ด้วยนะ น้องเขาคุยสนุกแถมยังไม่ถือตัวด้วยก็ทางผมสิครับ

“กุ๊พ มีเขี้ยวด้วยนะครับ น่ารักนะเขาว่าคนมีเขี้ยวนี่มีเสน่นะครับ”

พอพูดจี้ไปนิด สาวๆก็เอาเลยครับ กุ๊พยิ้มเขินๆเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆข้างขวา สาวๆที่เหลือก็ดูเขี้ยวกันใหญ่

“ว้า....ส้มไม่มีเขี้ยวเหมือนกุ๊พกับบิว”

ส้มบ่นแต่ยังทำหน้าน่ารัก ติดอยู่ที่ว่าไม่ยิ้ม ผมถือวิสาสะจับแก้มเนียนๆนั่นแล้วบอกให้ส้มลองยิ้มดูเธอก็ว่าง่ายครับยิ้มให้ผม…..อะ.....เข้าทาง

“นี้ไงครับ ข้างนี้มีเขี้ยวเล็กๆน่ารักดี”

บอกเสร็จส้มก็ยิ้มครับส่วนผมถือโอกาสใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากสีสดนั่น ผมโคตรชอบเลยนะเรื่องคุยกับนางฟ้าเนี้ย....

อ๊างงงงงงง....น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก !


ปึง!       

                                                                                               
สวรรค์ล้มครับเหล้าขวดใหญ่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะ ผมหันไปมองไล่ตามมือของคนวาง...
...ไอ้คิงส์หน้าเรียบมากครับ....ลืมไปเลยกูอยู่ในนรกนี่น่า...

“ภินทร์มึงเทสเหล้าทีดิ...”

.....หง่ะ!
..................งานเข้าแล้วววววว !

..............
.........................

.
.
.

เสียงเบสที่ดังกระหึ่ม... บวกกับกลิ่นหอมเอียนๆของเครื่องปรับอากาศและแอลกอฮอล์หลากชื่อ สร้างบรรยากาศในร้านให้สนุกอย่างแปลกๆ ....ตอนนี้มันเป็นงานของผมไปแล้วครับกับการผสมเหล้าให้ไอ้พวกแก็งส์นรก และน้องนางฟ้า ไอ้คิงส์มันว่าผมว่างจัดเลยหางานให้ทำ ซะงั้น.....
   
ผสมจนเมื่อยมือไอ้คิงส์มันเลยถามว่าผมจะดื่มอะไร? อะ....มีน้ำใจ ผมเลยน้อมรับ..ความจริงเห็นประชาชนเขาดื่มกันก็อยากดื่มบ้างเหมือนกันนะ

แค่นั้น... เอาเบียร์กับ สไปร์ท ใส่น้ำแข็งด้วย คิงส์มองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่กี่อึดใจก็ได้ของที่สั่งผมถือเบียร์กับ สไปร์ทไว้คนละข้างแล้วรินเบาเบาให้มันผสมกัน ถ้าชอบหวานก็หนักสไปร์ท ถ้าชอบรสละมุนก็หนักเบียร์ นี่สไตล์การดื่มของผม...

พวกไอ้คิงส์มันก็มองนะ เพราะแต่ละคนเพียวๆทั้งนั้น ไอ้คิงส์ก็ด้วย [ไม่อยากบอกว่าภูธร มากกกกก] น้องๆเขาก็สนใจ อะไรว้า...

เด็กพวกนี้มันไม่เคยดื่มกันหรอ?

เรื่องปกตินะเพราะสำหรับเซลล์ถ้ารับรองลูกค้ามันก็ต้องมีทริคสูตรส่วนตัวที่จะให้ลูกค้าติดจะได้คุยกันง่ายๆ แต่ผมไม่คิดว่าเด็กพวกนี้ไม่รู้จัก? ตอนนี้กำลังกรึ่มๆครับ มองไปบนโต๊ะ แอลกอฮอลล์ หลากชนิดยังเทสไม่หมดเลย แต่สายตาผมสนใจแก้วเล็กบรรจุน้ำสีใสที่วางบนโต๊ะมากกว่า

“กุ๊พ กุ๊พรู้ไหมเครื่องดื่มอะไร SEXY ที่สุด...”

ผมยิ้มตาเชื่อมถามกุ๊พครับ น้องเขาก็ยิ้มๆ แล้วก็หันไปถามคำตอบกับเพื่อนๆ

“ไหมไทย”

“โห่! เล่นง่ายเลยนะ ครับไม่ถูกครับ”

“ลาวา”

“ร้อนไปครับไม่ใช่”

“สกรูไดรเวอร์”

“ยินโทนิก”

“Virgin Berry Sweetheart”

................
..........................

...คำตอบตามมาอีกมากมาย แต่ไม่เห็นตรงใจผมเลย ตอนนี้พวกไอ้คิงส์ก็เล่นครับ... แต่ที่มันพูดมายังไม่ใกล้เคียงเลยอะ นี้ผมแก่เกินหรือมันดื่มกันอย่างเดียวไม่ศึกษาอะไรเลย...? หรือมันแกล้งไม่รู้กัน?

“เฉลยไหม?”

ผมส่ายหัวกับคำตอบพวกนี้ครับ เลยว่าพอดีกว่า พอบอกว่าจะเฉลยทั้งโต๊ะเลยมองที่ผมเป็นตาเดียว ผมเหลือบมองคำตอบ ยังมีเต็มขวด แต่ไม่มีคนประเดิม เลยกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟ แล้วกระซิบกับน้องเขาสองคนอึดใจ

...ในถาดสีเงินก็มีมะนาวชิ้นบางและผงเกลือที่วางเคียงมากับแก้ว ผมไม่พูดแต่ทำให้มันดูมองหน้าน้องกุ๊พไปด้วยประกอบฟิวส์ ผมบรรจงเลียหลังมือตัวเองโดยที่สายตายังจ้องน้องเขาอยู่ หลังจากนั้นก็โรยผงเกลือบนหลังมือที่เปียกน้ำลายนั่น ยกแก้วเล็กนั้นขึ้นดื่มในรวดเดียว เลียเกลือและบีบมะนาวชิ้นเล็กเข้าปาก ก่อนช้อนสายตามองนางฟ้าที่นั่งหน้าแดง หมดลงแล้วกับ Tequila แก้วพิเศษ...

“SEXY พอไหมครับ กุ๊พ...?”
 
..............
............................

...หลังจากนั้นผมก็ขอตัวไปห้องน้ำครับ ไม่ไหวดื่มเบียร์เยอะไป ฟู่! หน้าร้อนๆแล้วด้วย ผมนั่งอยู่ในห้องน้ำเพราะติดนิสัยผู้หญิงไปหน่อยยังไงก็ต้องมานั่งสงบสติก่อนไปเมาใหม่
 
วันนี้จะว่าไปก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรแค่ไม่ต้องมองหน้าพวกมันเท่านั่นเองที่เหลือก็นางฟ้าทั้งนั้น นั่งดูนาฬิกา จะตีสองแล้วครับ นั่งไร้สาระได้ผลาญเวลาดีมาก ออกไปแล้วขอกลับเลยได้ไหมเนี้ย...

..............
............................

“คิงส์ ตีสองเราขอกลับนะ”

ผมหันไปบอกไอ้เหี้ยมมันก่อนครับในฐานะมันเป็นเจ้านาย แต่มันก็ไม่ได้ตอบอะไร จนนาฬิกาผมมันบอกว่าได้เวลากลับ ผมก็ลุกแล้ว แต่พอลุกเท่านั้นแค่เบียร์ผสมสไปรท์ กับ เตกีร่า 8-9 ช็อต ตอนนั่งพิงที่โซฟามันไม่เท่าไหร่แต่พอลุกขึ้นเตรียมกลับเท่านั้นแทบล้ม...

....ผมต้องทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาใหม่ พวกไอ้คิงส์มองผมแล้วยิ้มๆ เฮียแล้วไง ใครแกล้งผสมผิดให้กูตอนไปเข้าห้องน้ำแน่... ผมมองไปที่ไอ้เหี้ยมเจ้าของร้านก่อนเลย

...มันยังนิ่ง ซดเบียร์สดของมันอยู่ ไม่ได้หันมามองผมเลยสักนิด...ช่างมึง กูมีคนขับรถส่วนตัวกำลังจะกดเบอร์โทรหาอะตรอม คงกลับมาจากบ้านใหญ่แล้วมั้ง ไอ้เหี้ยมก็ดึงโทรศัพท์ผมไปเลยแถมยังยึดไว้กับมันอีก

“กูไปส่ง...เมาเหมือนหมาเดี๋ยวเสือกไปเหยียบตีนลูกค้ากูเข้า...เสียดายแขก”

แล้วมันก็ลากผมออกมาจากร้าน เบาๆ...เดี๋ยวข้อมือกูหลุด...ชอบจับจริงมือซ้ายกูเนี้ย นึกว่ามันจะมาส่งที่ TAXI แต่ไอ้เหี้ยมมันกลับยัดผมใส่ในรถมัน กำลังมึนและเบลอได้ที่ความง่วงมันก็เข้ามา แถมไอ้ความร้อนที่เสือกเพิ่มขึ้นอีก อาการเหมือนโดนยา?? คิดไปเองหรือเปล่าวะ...ขับรถออกมาได้สักพัก ไอ้เหี้ยมมันก็ถามว่าจะให้ไปส่งที่ไหน เสียเวลาทำมาหากินของมัน...

อ้าว....กูไม่ได้บอกสักนิดให้มาส่ง ผิดกูอีก ผมบอกให้มันจอดรถตรงตึกข้างหน้า มันก็เลี้ยวเข้าไปเลย แถมยังออกมายืนข้างๆผมที่กำลังหยี่ตามองหา TAXI อีก

“ ไม่เข้าบ้านหรอ?”

“เข้าดิ กำลังหา TAXI กลับอยู่นี้ไง ส่วนมึงอะขับรถกลับไปเถอะ”

“อ้าว!กูก็นึกว่าตึกนี้บ้านมึงเสือกให้กูจอดทำเชี่ยอะไรถ้ายังไม่ถึง...ขึ้นรถไปเลยมึงไอ้ดื้อ!”

“ดื้อเชี่ยไร! กูง่วงแล้ว..ไม่อยากมาเถียงกับมึงนะ แล้วเป็นเชี่ยอะไรถึงต้องมาส่งกู สัด!กูก็ ตัวผู้เหมือนกันไม่มีใครเขามาปล้ำกูหรอก!”

“อย่าเถียง! มึงเมาเหล้าร้านกู กูก็ต้องรับผิดชอบ!”

เถียงผมไม่ได้มันเลยตัดบทดึงผมขึ้นรถซะงั้น เหตุผลมึงขึ้นมากเลยนะเชี่ยคิงส์ มึงไปเปิดอู่รถเลยไหม? จะได้ไปรับส่งลูกค้ามึงกูว่าเป็นหมื่นคืนนึงคืนนึง สัด!

“เร่งแอร์ให้หน่อย...”

ร้อนชิบหาย...ยังกับโดนยา สัดเอ้ย! เป็นบ้าอะไรเนี้ย!

“ร้อนมากหรอ?”

ไอ้คิงส์หันมาถาม... ผมได้แต่ปรือตามอง อาการกูท่าจะแย่ หนาวๆร้อนๆแถมสมองยังไม่ค่อยสั่งการ...
หน้าอกตอนนี้เจ็บแล้วอะ...เพราะมันชูชันสัมผัสสีกับเนื้อผ้าที่ใส่ ส่วนน้องชายตัวน้อยไม่ต้องถามถึง.....

สัด!เล่นกูแล้ว ...

.
.
.

“คิงส์...มึงไม่ได้วางยากูใช่ไหม?”

ผมถามมันตามตรง อาการกูแค่เหล้าผสมบวกกับเตกีร่า ปนเบียร์ไม่แย่ขนาดนี้แน่

“ถามยังกับกูเป็นตัวร้ายในละคร มึงคิดได้นะ”

ยังเสือกมามีมุขติดตลก แต่กูไม่ตลกด้วย

“...กูโดนยา...”

มันเงียบไป...แล้วเบียดรถจอดเข้าข้างทาง... หันไปดูหน้ามัน...
...ตลกโครต มันกำลังอึ้งครับ

'กูอยากหัวเราะหน้ามึงตอนนี้นะ...แต่กูไม่มีอารมณ์นั้น กูมีอารมณ์อื่น...ดูท่าแล้วมันไม่น่ามีส่วนรู้เห็น เอาไงดีกู?'

“แล้วยังไง?”

หันมาถามกูอีก??

หน้าอย่างมึงกูรู้ว่าไม่เคยโดนวางยา แต่มึงก็ต้องรู้กันบ้างดิ มึงจะอ่อนกันไปไหนเนี้ย? ทีเรื่องอื่นเก่งกันนัก!

“พากูไปโรงแรมที หาเด็กให้คนสองคน หรือไม่งั้นก็ทิ้งกูไว้ที่โรงแรมล็อกห้องแล้วบ่ายมึงค่อยมาเก็บศพกู”

ผมขืนอารมณ์ตัวเองเต็มที กูจะไม่ไหวแล้ว ร้อนฉิบหาย สติก็ไม่ค่อยมีแล้ว

.............
............................

.
.
.

“เอ้ย! ภินทร์ไหวไหม?”

เสียงใคร? อืมส์....ไอ้เหี้ยม...แล้ว...?

ห่าเอ้ย! กูบอกให้ไปส่งกูที่โรงแรม!แล้วปิดห้อง! บ่ายค่อยมารับศพ มึงเข้าใจไหมเนี้ย?! แล้วนี้พามาคอนโดมึงทำไม! ขืนบัสเห็นกูจะเอาหน้าไปไว้ไหน!

ผมได้แต่กัดฟันกรอดๆๆ บทฉลาดมึงก็เสือกฉลาดไม่ปรึกษา บทจะโง่... โง่ได้อีกนะมึง อาการโดนยาอย่างกูไม่ใช่แค่ กินยาพาราแล้วดื่มน้ำเยอะๆห่มผ้าหนาๆนะ.......

ช่างมึง....อยากเสียจิ้นก็ช่างมึง!

...ในลิฟต์ดีนะที่ไม่มีกล้อง ไม่งั้นได้ฉาวกันทั้งคอนโด...

ไอ้เหี้ยมมันโอบเอวผมไว้ตั้งแต่เข้าลิฟต์...เพราะผมเองพยุงตัวไว้ไม่อยู่ แต่พอมันโอบเอวก็ยิ่งของขึ้น ผมเลยหันไปโอบคอมันไว้เพื่อพยุงตัวเองอีกชั้น...

...พอซบจมูกลงบนซอกคอ กลิ่นหอมอ่อนๆของเบียร์สดผสมกลิ่นบุหรี่ ยังติดอยู่ที่เสื้อมัน ทำให้มีอารมณ์ไปอีกแบบ ช่วงไหล่กว้าง....ตอนนี้เหมือนดูดีจนอดไม่ได้ที่จะลากนิ้วไล้ไปตามสายตา จนมาสะดุดที่ เนินตุ่ม บนหน้าอกทั้งสองข้าง ผมหันหน้าเข้าไปแนบกับตัวมัน แล้วเลื่อนตัวลงมาขบกัดเบาๆที่หัวนมนั่นผ่านเนื้อผ้า...ไอ้เหี้ยมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผลักหรือด่าอะไรทางโล่งครับมือผมลากลงไปเรื่อย ขณะที่ลิ้นก็เลียหัวนมมันผ่านเนื้อผ้าที่เริ่มจะชื้นแล้ว....

..............
............................

................................ อยู่ๆไฟก็ดับ!?


"..."

“ขอโทษ...ลืมกดเลขชั้น”

.
.
.


...........
.......................


.
.

...

ลิ้นชื่นๆที่สอดรับเข้ามา....ทำผมแทบบ้า.......อยากได้มากกว่านี้…


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 08:15:51 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #42 เมื่อ25-04-2012 15:15:42 »

 :z2: :z2:

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 31 you got it! คิดสู้หรอ?

[Part ?]


ลิ้นชื่นๆที่สอดเข้ามา....ทำผมแทบบ้า !

‘ ไอ้สัดเอ้ย!ไอ้โรคจิตมึงทำอะไรกู?!'

...เต็มหมัดแบบไม่ต้องยั้ง! 

ไอ้บ้าที่มันจูบผมนอนนิ่งไปแล้ว... ..นิ่งสนิท....ครับผมเอง..ตรินทร์!  นี้ผมทำเฮียอะไรอยู่ตรงนี้ รอบข้างมันส่อมากมาย ห้องนอน!สัด! นี่ ภินทร์ มาทำอะไรที่นี้อย่าบอกนะว่าจะมา โอบะบะ กับไอ้สัดนี้!

...มองหน้า ไอ้คนที่หลับไม่รู้เรื่องแล้วผมแทบอ๊วก ผู้ชาย! ผู้ชาย! แถมไอ้นั่น...ที่ผมนั่งทับอยู่ตอนนี้ ถึงจะอยู่ในกางเกงแต่มันก็รับรู้ได้ใหญ่กว่ากูอีก! สัด! จะอ๊วก! 

ทำไมกับไอ้โฆถึงไม่ได้รู้สึกอย่างนี้? ...ไม่ไหวแล้ว... แม่ง! ไมเกรนขึ้นอีก ปวดหัวชิบหาย โทรศัพท์ ...โทรศัพท์ หาไอ้โฆด่วน!


.
.
.



...รถยนต์มาสด้า 2 สีมุกดำ วิ่งมาจอดอยู่หน้าคอนโด พอดีกับเวลาที่เด็กหนุ่มร่างโปร่ง พยุงสติและร่างตัวเองให้พ้นออกมาจากลิฟต์ เสื้อยืดสีเขียวขี้ม้าตัวใหญ่ด้านหลังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ส่วนกางเกงสามส่วนที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็เหมือนจะหลุดออกมาเพราะเข็มขัดถูกดึงหายไป ซ้ำกระดุมเหนือซิบก็ถูกปลดออก แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรเมื่อเห็น คนที่คุ้นตา วิ่งเข้ามาประคอง

สายตาที่ห่วงใยนั่นทำให้อดไม่ได้ที่จะโน้มลำคอร่างสูงให้เข้าใกล้

“...โฆ...”

เสียงพร่ากระซิบข้างหูเพียงแค่คำ คำเดียว

...มันแทนความรู้สึกที่อัดอยู่ข้างในได้มากมาย.....

...............
...........................................

.
.
.

ห้อง Double Room โทนสีคราม....นอกจากเสียงแอร์ ตอนนี้ยังมีเสียงหอบหายใจกับเสียงน้ำที่เปิดไหล ....

เด็กหนุ่มร่างสูงมัวแต่สาละวนแกะถุงน้ำแข็งเทใส่อ่างอาบน้ำใหญ่ที่เปิดน้ำจนเต็มอ่าง ไม่ได้สนใจเลยว่าด้านหลังบนเตียงกว้าง เด็กหนุ่มร่างโปร่งอีกคนเริ่มถอดเสื้อผ้าตนออกทีละชิ้น...

กว่าจะรู้ตัวร่างโปร่งข้างหลังก็เดินผ่านก้าวข้ามลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งเหมือนไม่รู้สึกถึงความเย็นเมื่อร่างโปร่งนั้น ทิ้งตัวให้เลื่อนลงไปใต้ผืนน้ำ และก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่เบื้องบน นานเกือบอึดใจกว่าจะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วไล่สายตาไปยัง ร่างข้างๆที่ได้แต่ยืนนิ่ง...

“...ลงมา....มีอะไรหลายเรื่องที่อยากรู้”

เสียงพร่านั้นเหมือนคำสั่งมากว่า..

ตรินทร์ ทิ้งตัวเลื่อนลงแช่ในน้ำผสมน้ำแข็งแต่ไม่วาย กวาดสายตาให้ ลูกพี่ลูกน้องตนก้าวตามลงมา...ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ มันไม่ใช่คำเชิญชวนให้ตัดสินใจแต่...มันเป็น 'คำสั่ง' และทุกคำสั่งไม่เคยโดนปฎิเสธ....

..............
............................


 “พวกสุร ...อึก...อื้อ !.. สุร...กำลังจะเปิดสงครามกับ ‘นาง’…อะ.อ้า....ตรินทร์....”

โฆษิต เริ่มจะพูดไม่เป็นประโยคเมื่อ คุณชายนั้นผลักตนให้ติดไปกับอ่างอาบน้ำใหญ่แล้วทั้งกัดทั้งเลียลำคอไล่ลงมาถึงยอดอก ทั้งๆที่ไม่มีอะไรติดตัวสักชิ้น แต่ร่างนั้นทำไมถึงร้อนไปหมด....เสื้อผ้าที่เปียกน้ำของโฆษิตไม่ได้ถูกถอดแต่สัมผัสร้อนที่ผ่านทางเนื้อผ้ามันยิ่งทำให้แทบขาดใจ....

.“พูดต่อไป....”

ตรินทร์…ออกคำสั่งผ่านลำคอ เมื่อริมฝีปากนั้นยังครอบอยู่กับยอดอกที่ชูชันของร่างตรงหน้า ร่องรอยของแรงกัดเม้ม เต็มไปทั่วลำคอและแผงอก โฆษิต เหมือนเป็นเพียง หุ่นยนต์ ที่มีหน้าที่นิ่ง และตอบในสิ่งที่เจ้าของต้องการรู้ ...

...ตรินทร์ ไม่เคยให้สัมผัส....

“ มะ....มี... พวกไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่ง ไอ้ยักษ์นั่น กับ ภินทร์ ที่เข้ามายึดร่าง นาย และ อีกฝ่ายที่เป็น สมิง ทางเราไม่รู้อะไรมาก แต่พอเดาได้ว่าฟาก สมิงเองก็น่าจะไม่ใช่มิตร ของ ‘นาง’…ตรินทร์….อย่า...อย่า... ”

โฆษิต เผลอร้องห้ามเมื่อมือร้อนๆของ ตรินทร์ เริ่มที่จะไล้ลงไปใต้บอกเซอร์ตน ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากางเกงกับเข็มขัดถูกปลดออกไปตอนไหน...

“อย่า...ตรินทร์...”

“........”

..............
............................


..ทุกสิ่งหยุดลงทันทีที่ประโยคนั่นเอ่ยขึ้น...แววตาวาวสีเทาเหลือบมรกต จดจ้องอยู่ที่ใบหน้าแดง...

......โฆษิต สำนึกได้ลางๆ เผลอพูดคำที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว.....

สำหรับ ตรินทร์ ถ้าหยุด ....

.....มันหมายถึง 'หยุด' จริงๆ…

..............
............................

“โฆ...ถ้ามึงลบอคติกับไอ้คนที่ชื่อ ภินทร์ ลงไปบ้าง..กูว่ามึงน่าจะมองออกนะ...ภินทร์ไม่ได้ขโมยชีวิตกู แต่ภินทร์โดนดึงให้มาอยู่ในเกมนี้ด้วย...ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ สายตระกูล มึงคิดว่าใครมีอำนาจขนาดนั้น ? และอีกเรื่องที่กูสงสัย ทำไม ภินทร์ ถึงไม่กลับไปหาครอบครัวหรือเพื่อนเก่า ฟังจากนิสัยที่เล่าแล้ว ภินทร์ไม่ใช่ตัวคนเดียวแน่ อาจจะไม่ธรรมดาด้วยซ้ำ...กูว่ามีอะไรบางอย่างซ่อน ภินทร์ไว้...การที่พระแพงยังไม่ปรากฎตัวก็เหมือนกัน กูว่าพระแพงคงเจอไอ้อะไรบางอย่างที่ไม่ยอมพระแพงง่ายๆแน่”

...ตรินทร์ร่ายยาวเรื่องที่ตนวิเคราะห์ โฆษิต ได้แต่นิ่งฟัง....

แต่ไอ้ที่ตรินทร์ว่ามา...มันไม่ได้เข้าสมองน้อยๆนักหรอกเพราะรสสัมผัสมันยังติดอยู่ทุกส่วน

และ...ไอ้การที่ต้องมานอนนิ่งๆแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี้ยมันยิ่งกว่าความทรมาน เพราะปากแท้ๆ.....

ตรินทร์ ....ไหว้หล่ะไอ้เรื่อง SEX เนี้ยหัดเข้าใจเหมือนประชาชนทั่วไปสักทีเถอะ

ไอ้คำว่า ‘อย่า’ .....มันหมายถึง ‘อย่าหยุดนะทำต่อไป’...ตอนนี้โฆได้แต่นิ่ง ส่วนข้างในลึกๆอะ...กำลังซ้ำน้ำตาตก ....

เมื่อตรินทร์หยุดทุกอย่างแล้วไล่ให้โฆ ออกมาจากห้องน้ำ...

เกือบสามชั่วโมงที่ได้ยินแต่เสียงครางออกมาจากห้องน้ำนั้น.....

ทรมานใจคนฟังโฮกกกก....

หลังจากนั้นก็เหมือนเดิม ตรินทร์กลับออกมาในสภาพเดิม สีหน้าไร้อารมณ์....บ่งบอกได้เลยว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ ตรินทร์ มีสีหน้าเย้ายวนขนาดนั้นมันหมดฤทธิ์ลงแล้ว......

.
.
.


... บนเตียงนอนของห้อง Double Room ตรินทร์ พลิกตัวหันกลับมาหาโฆษิตที่นอนนิ่งแล้วโอบลำคอโฆษิตให้โน้มเข้ามาใกล้

“โฆ....กูว่ามึงทำดีกับ ไอ้ภินทร์ นั่นหน่อยเถอะ ...กูบอกตามตรง กูไม่แน่ใจนักหรอกว่าร่างนี้มันเป็นของกูตั้งแต่ต้นจริงๆหรือเปล่า?...บางที คนที่ขโมยร่างนี้มา...อาจเป็นกู...ไม่ใช่ ภินทร์ก็ได้...พรุ่งนี้... มึงไปจัดการธุระเรื่องพวก สุร ให้เสร็จกูต้องการคำตอบทั้งหมด ส่วนเรื่องไอ้คิงส์บ้าอะไร นั่น ปล่อยมัน...ยังไงสัญญาก็ต้องเป็นไปตามสัญญา ...กูจะไปชดใช้มันแทน ไอ้ภินทร์เอง.....หวังว่ามันคงจะไม่ตายง่ายๆนักหรอกนะ ”

พูดจบ ตรินทร์ ก็กระชับวงแขนตนที่กอด โฆษิต ให้แน่นขึ้น... ซุกหน้าลงที่ซอกคอ กลิ่นที่คุ้นเคย กับความวางใจ ทำให้ง่ายที่จะหลับ....

.
.
.

...หลับโดยไม่สนใจเลยว่าคนที่โดนกอดนั้นหลับไม่ลง มัน ...ยิ่งกว่าทรมาน...

..............
............................




[แถม......]

....

[Part  คิงส์]



‘กู เป็นอะไร? ทำไมถึงต้องมานั่งคิดเรื่อง ‘มัน’ อยากเลียช่วงไหลมัน อยากกัดแล้วไล่ทำรอยให้ทั่วทั้งตัว กัดเม้มช่วงลำคอ จูบให้มันลืมหายใจ หลังจากนั่นก็ ป๊าบป๊าบให้หน่ำใจ... แค่คิดกูของขึ้นแล้วทำไมต้องเป็น 'มัน' นะ ไอ้เด็กบ้านั่น ดูขัดตาชิบหาย ยิ่งตอนมันอยู่กับไอ้ยักษ์นั่น ดูน่าหมั่นไส้ชิบ....

...ตอนแรกว่าจะให้มันลองกราบกูดูสักหน่อย...

อุสาไปลากมันมาตอนเมาๆแล้วเชียวนะแต่เพราะพวกไอ้เวทย์อยู่ด้วยจากจะลากมันมา เล่นๆกลายเป็นจับมันกดน้ำซะงั้น ว่าเอากันแค่สนุกๆจนมันเลยเถิดจนกลายเป็นเรื่องแถมยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ตอน แรกว่าจะหยุดแต่อยู่ๆกลับถูกมันซัดเอาแบบไม่ทันตั้งตัวรู้สึกตัวอีกทีมันก็หายไปกับไอ้ปีสองอีกคนแล้ว….

น่าสนใจ! ตอนที่เห็นมันแต่งชุดลูกไม้ยืนเรียกแขก กูบอกกับตัวเองเลยไม่ว่ายังไงกูก็ต้องชนะ ต้องได้มันมาก่อนแล้วยังไงค่อยว่ากัน พอได้มันมาจริงๆ (แกได้มันตอนไหนหรอออออออ... [คน เขียน] ) กูก็ไม่อยากปล่อยมันไป อยากทำให้มันรักให้มันหลงจนถอนตัวจากกูไม่ขึ้นเลย

...ตอนนี้อยากได้ยินเสียงมันครางเรียกชื่อกูจัง...แล้วมันก็เกิดเรื่อง ไอ้เด็กบ้านั่น โดนยา.. ไม่ต้องบอกก็รู้ ฝีมือไอ้โฟน งานถนัดมัน หน้าตาเชี่ยแล้วยังทำตัวยังกับตัวร้ายละครหลังข่าว แต่ก็เข้าทางกูนะ ส่วนมากพระเอกมักได้นางเอกก่อนไม่ใช่หรอ? แต่ไอ้เรื่องตบจูบเนี้ย? ทำไมมันเป็นจูบแล้วชก?แถมชกทีเล่นเอาน็อค...

...คงต้องเปลี่ยนแผนแล้วมั้งกู ’


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 08:30:41 โดย Zitraphat »

Tiamo_jamsai

  • บุคคลทั่วไป
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #44 เมื่อ25-04-2012 15:24:55 »

 :กอด1:

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 32 Sweet blood รัก รส เลือด...กับเปลือกแห่งพื้นดิน...
[อดีต]Part หมอสัตรา



'ยิ่งกว่าตำนานมีชีวิต หลุดออกมาเดินท่ามกลางผู้คน ผมเจอ ‘มัน’ แล้วไม่สิตอนนี้คงต้องเรียก ‘เธอ’ มากกว่า นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เห็นสายพันธุ์ที่บริสุทธิ์และหายากอย่างนี้.. สายพันธุ์เดียวที่มีการบันทึกถึงอย่างสัตว์ในเทพนิยายทั้งที่ ‘เธอ’ไม่ใช่ ‘สัตว์’ ผมแทบจะละลายถึงจะเป็นแค่ตัวอ่อนยังไม่เคยลอกคราบก็เถอะ แต่นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่เคยเห็น

‘สายพันธุ์แห่งผืนดิน’

ใกล้ขนาดนี้ไม่สิแค่เห็นร่องรอยยังยากแต่นี้ตัวเป็นๆ แถมยังเดินได้...โอ้ย !! ผมจะบ้า ผมไม่รู้หรอกว่า ‘เธอ’ เกิดขึ้นมาได้อย่างไรเพราะหลังจากการสังเกตการณ์และการสืบข้อมูล ‘เธอ’ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็น ‘อะไร’ ผมได้แต่มองเธอห่างๆเฝ้าดูทุกฝีก้าวและเข้ามาในชีวิตเธอในฐานะเพื่อนสนิท การสะสมวิชาความรู้ในฐานะ ‘มนุษย์’ ของผมทำให้เราห่างกันบ้างในบางครั้ง แต่ก็เกือบทุกครั้งที่ห่างกันผมอดจะหวงเธอไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ สิ่งที่ผมกังวลกำลังจะเกิดยิ่งทำให้ผมกระวนกระวายเธอต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม นั่นทำให้ผมหวง...

วันนี้ ‘เธอ’ โทรมาหาผม เล่าเรื่อง ‘บ้าน’ ที่เจอฟังจากน้ำเสียงดูท่าจะชอบบ้านหลังนั้นมาก... ไม่สิเข้าขั้นบ้าเลยมากกว่า นี้อาจเป็นสัญญาณที่ดี สัญญาณของสัญชาติญาณที่กำลังเตรียมพร้อม ผมไม่รู้หรอกว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พออยู่ใกล้เธอผมยิ่งห่วง ยิ่งใกล้กันมากขึ้นจากห่วงมันกลับกลายเป็นหวงไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

“ มาอยู่ด้วยกันไหม? ”

...คำชวนนั้นทำเอาผมแทบบ้า ถึงจะสำนึกได้ลางๆว่าเธอชวนเพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน
และเป็นเพราะผมเคยเกริ่นกับเธอไว้แล้วก็เถอะ แต่คำนั้นทำเอาผมลืมทุกอย่าง ผมอยากอยู่ใกล้เธอ...

...จากคำชวนไม่กี่คำ รุ่งขึ้นผมก็จัดการเก็บข้าวของย้ายไปบ้านที่ว่านั่น ทุกอย่างน่าจะลงตัว...ยกเว้นปัญหาที่ผมเห็นตั้งแต่อยู่หน้ารั้วบ้านปัญหาที่ผมเห็น...แต่เธอไม่เห็น... ไอ้ผีบ้าพวกนั้น มันกำลังทำให้ ‘เรา’ ยุ่งยาก สำหรับผม ผมรับรู้และเห็นทุกการกระทำของไอ้ผีบ้าพวกนั้นแต่ต้องทนเก็บไว้เพราะสำหรับเธอหากไม่อยู่ที่บ้านนี้ปัญหาใหญ่จะเกิด แต่ยิ่งวันมันยิ่งเกินเลยไอ้ผีบ้าพวกนั้นกำลังจะเกินขอบเขต ของมัน และขอบเขตนั้นมันกำลังจะกระทบต่อ ‘เธอ’ ของผม ไอ้ผีบ้าพวกนั้นต้องรู้เสียบ้างว่าพวกมันกำลังทำอะไร ต่างคนต่างอยู่ถ้าทำไมได้มันก็ต้องเละกันไปข้าง แต่ต้องเป็นข้างมันไม่ใช่ผม!

.
.
.


...

ฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตากับสายลมที่โหมกระหน่ำ กลบเสียงคำราม ของผมให้เบาลง.....


เข้าวันที่ สองแล้วที่ 'ภัทร' เริ่มขั้นตอนลอกคราบที่ไม่อาจคาดเดาจุดจบ ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้การกรีดปล้องคอที่ทำในวันแรกเหมือนไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ผมได้แต่กอด ภัทร ไว้แน่น ถึงสติจะเลือนลางแต่ ภัทร ก็ยังสำลักไอไม่ต่างจากวันแรก เมือกเหลวนั้นทะลักออกมาเรื่อยๆจนเลอะเต็มหน้าอก รอยรอบคอแม้จะเปิดกว้างแต่ก็ไม่ได้หลุดออกมา มีแค่รอยตรงกลางเท่านั้นที่เปิดออก เปิดออกเพราะผมกรีดมันด้วยกรงเล็บของผมเอง รอยบน และล่างสุดยังคงเป็นแค่รอยลึกไม่ได้ต่างจากเดิมเลย นี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็น ‘การเริ่มลอกคราบ’ ของ ‘สายพันธุ์แห่งผืนดิน’ มันคงเป็นครั้งแรกของ ภัทร เหมือนกันแต่อีกสิ่งที่ผมไม่อยากคิดมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายของ ภัทร ...

...การกรีดปล้องคอเป็นการช่วยอย่างหนึ่งแม้จะเสี่ยงไปบ้างแต่ผมก็มั่นใจในกรงเล็บตัวเอง แม้จะศึกษาการลอกคราบมาบ้างแต่การลอกคราบของ ภัทร บอกตามตรงว่าไม่เคยมีการบันทึกที่สมบูรณ์ไม่มีแม้แต่จะกล่าวถึงด้วยซ้ำ ผมพูดในฐานะการลอกคราบนั้นสำเร็จนะ เพราะถ้าที่มีกล่าวถึงบ้าง ก็เพราะ ‘มันล้มเหลว’ 'ซากปล้อง' คือคำตอบ

...หากเหลือซากปล้องคอไว้แสดงว่า ‘สายพันธุ์แห่งผืนดิน’ ตนนั้น ลอกคราบไม่สมบูรณ์ หรือลอกได้เฉพาะคราบไม่ใช่ชีวิต... ผมอยากให้ ภัทร กลับมา กลับมาเป็น ภัทร ไม่ใช่เหลือแค่ซากปล้องคอ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องสายพันธ์แห่งตำนานอันบริสุทธิ์’ แล้ว แต่มันเป็นเรื่องของ ภัทร ผมรัก ภัทร รักในฐานะที่เป็น ‘ภัทร’ ไม่ใช่ในฐานะ ‘ตำนานที่มีชีวิต’

.
.
.

“ไม่เอาแล้ว ไม่ต้องลอกคราบก็ได้นะ ...ขอแค่ ภัทร ยังอยู่กับผม เป็นแค่ ภัทร ก็ได้ไม่ต้องเป็นมากกว่านี้ก็ได้ ขอแค่ภัทร เท่านั้น เป็นแค่ มนุษย์ก็ได้ ขอแค่อย่าเอา ภัทร ไปเลย ผมขอแค่นั้น โฮกกกกกกก…”

ไม่รู้ว่าผมจะพูดพร่ำคำรามกับอะไร เพราะตอนนี้ ภัทร ที่ผมร้องขอ คงไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ร่างนี้มีแค่อาการสำลักไอที่เรียกว่าสำรอกน่าจะถูก ฝนข้างนอกตกหนักจนกลบเสียงร้องคำรามของผม กลางสวนอย่างนี้คงไม่มีคนสนใจ ใช่คงไม่มี ‘คน’ สนใจ แต่เป็นสิ่งเร้าสำหรับเจ้าพวกผีบ้านั้น เงาดำสามสี่เงาพาดผ่านแถบผนัง ทำเอาผมที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งเสียสติเข้าไปอีก...


.
.
.

..เป็นครั้งแรกนะที่ผม แยกเขี้ยวคำรามกับสิ่งที่ผมเคยคิดว่าเป็นพวกสวะ ผีหรือวิญญาณถ้าเทียบกับผมแล้วมันก็เหมือนแมลงหวี่แมลงวันไร้สาระที่จะสนใจแค่ปัดๆไปก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ผมเป็นเหมือนแมวตัวใหญ่ที่ไล่งับแมลงวัน สมเพทตัวเองซะมัดที่ ภัทร ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้...

การเห็นชีวิตดับลง สำหรับผมเป็นเรื่องปกติเหมือนการหายใจทิ้ง ถ้าเปรียบชีวิตเป็นเปลวเทียน บางทีผมสนุกกับการเป่าเทียนให้ดับด้วยซ้ำจะเอาอะไรกับ ‘สมิง’อย่างผมชีวิตในป่ามีแค่ฆ่ากับถูกฆ่าเท่านั้น พอป่ามันเริ่มไม่เป็นป่าผมเลยออกมาข้างนอก การแลกเปลี่ยนชีวิตทำให้ผมได้อยู่ในฐานะ ‘มนุษย์’ พิเศษกว่าหน่อยก็ตรงที่ มนุษย์อย่างผมเป็น ‘ตำนาน’ ตำนานที่มีชีวิต...

...ครั้งแรกที่สำนึกได้ว่าตัวเองเป็นอะไร หูตาผมก็เห็นในสิ่งที่ มนุษย์ อื่นไม่ควรเห็น เทพ สุร นาคา กินนร หมาป่า เงือก ค้างคาว เคี่ยม รวมไปถึงพวกภูต ผี และอมนุษย์ เกือบทุกสายพันธุ์ที่เดินสวนทางปะปนกับ มนุษย์ ใช้ชีวิตอย่าง ‘มนุษย์พิเศษ’ แต่ผมออกจะคลั่งพวกเดรฉาน (เจริญตามขวาง) มากกว่า ผมมีเพื่อนเป็นนาคา สายพันธุ์ที่พบง่ายและบ่อยที่สุด ผมเคยหลงใหล นาคาตนหนึ่งแต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แทบเรียกว่ารักไม่ได้ด้วยซ้ำ

...แต่กับ ภัทร คงเป็นเพราะเราอยู่ใกล้กัน ไร้ความหวาดระแวงกัน นิสัยที่เข้ากันกับสันดานที่ฝังลึกอันลึกลับ ที่แม้แต่ ภัทร เองก็ยังไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้ผมหลงเธอ จาก ‘หลง’ เปลี่ยนเป็น ‘รัก’ ตอนไหนก็ไม่รู้ ผมรู้แต่เพียงว่า เปลวเทียนของ ภัทร ต้องไม่ดับลง จะต้องไม่ดับลง....

...ผมกลัว กลัวอย่างบอกไม่ถูก นี้ไม่ใช่ ภัทร ที่ผมรู้จัก เสียงคำรามในลำคอของร่างเบื้องหน้า เป็นเหมือนจอบที่ขุดฝันร้ายในสันดานที่ฝังโสตประสาทแห่งความกลัวของผมออกมา... เคยได้ยินมาบ้างว่า เหล่าสัตว์และอมนุษย์ กลัว ‘สายพันธุ์แห่งผืนดิน’แต่ไม่คิดว่ากับขนาดคุ้นเคยอย่างผม ‘ จะกลัวภัทร ’ กลัวเพราะสัญชาติญาณของตนเองร้องเตือน นี้ไม่ใช่สายพันธุ์ธรรมดา...


แววตาสีเทาขุ่นจ้องมองผมอย่างไร้สติ แต่ทำเอาผมเกร็งจนขยับตัวไม่ได้ ยิ่งร่างนั้นค่อยๆ คลานขยับเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้ผมกลัวแทบบ้า...นี้อาจเป็นแค่การเริ่มคุกคาม โดยที่เจ้าตัวยังไร้สติ...

..เพราะหากสติดีกว่านี้ผมคงถูกกินเข้าไปแล้ว แต่นี้ก็คงไม่ต่างกันแค่มีเวลาให้หายใจมากกว่าปกติก็เท่านั้น แม้รู้ว่าจะต้องหนีให้ไกลแต่ ผมกลับก้าวเท้าไม่ออกด้วยซ้ำ...



ปัง!



เสียงประตูที่เปิดออกกระทบกับฝาบ้านเรียกสติผมให้กลับมาแม้จะช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็พอให้ผม กระโจนออกมาจากห้องได้ทัน ...โซ่เส้นเขื่องที่เคยใช้ล่ามอะไรบางอย่างถูกพันคล้องแน่นไว้กับบานประตูและล็อกด้วยแม่กุญแจโบราณตัวใหญ่ทับอีก 2 ตัว อาจพอหยุด ภัทร ได้บาง ผมสงสัยว่าทำไม ภัทร ถึงไร้สติอย่างนั้น การลอกคราบสมบูรณ์แต่ทำไมถึงไม่กลับมาเป็น ภัทร มีอะไรบางอย่างผิดปกติ

.
.
.

“มันหิว...”

เสียงทุ้มเย็นเอ่ย ออกมาจากผนังบ้าน 'ไอ้เสือเนียม' ยังคงนิสัยเดิมมันโผล่แต่เฉพาะครึ่งลำตัวออกมาจากผนังบ้าน เวลานี้ผมได้แต่หอบหายใจถี่ไม่มีอารมณ์จะเจรจากับอะไรทั้งนั้น เลยได้แต่ฟังมัน...

“น้องสาวคนนั้นเริ่มกินซากตัวเองเข้าไปแล้ว แต่มันจะยังไม่อิ่ม...”

“ ‘ตะบองพลำ’ อย่างมัน...ต้องกินมากกว่า คราบซากเดิมที่ขยายใหญ่ มันต้องการเนื้อสด ไอ้สมิง ตะบองพลำ ของมึงต้องการ ‘เนื้อสด’ หาให้มันให้ได้ก่อนที่มันจะกินมึงแทน กูจะเฝ้ามันให้ ตอนนี้มันยังกินคราบเดิมมันอยู่คงพอมีเวลาอีกวัน นี่ก็ขึ้นอยู่กับมึง
จะทิ้งมันหรือช่วยให้มันมีชีวิต”

ผมค่อยๆหันไปมองหน้าไอ้เสือเนียมอีกครั้ง มันรู้ว่า ภัทร เป็นอะไรและต้องการอะไร มันรู้ด้วยซ้ำว่าผม ‘กลัว’

“มึงจะเอายังไง ไอ้สมิง...”

..............
............................



...ผมปิดประตูแล้วทิ้งพวกมันไว้อย่างนั้น ภัทร ชอบ เนื้อสดที่กรีดร้องและคลานหนี ความจริงคงเป็นเพราะผมไม่อยากเห็นการกินอันน่าสยดสยองของคนที่ผมรัก ที่แม้แต่ผมเองยังไม่กล้าดูมากกว่า ...   

ภัทร เป็นประเภทชอบเสียดายของกิน เจ้าสามตัวนั้นจะเหลือแค่หนัง เพราะเนื้อจะค่อยๆถูกเลาะออกแล้วกินช้าๆอย่างละเมียดละมัย ขณะที่ยังมีลมหายใจ... จนเหลือแค่ผิวหนังชั้นนอก ...การกินอันแตกต่างจาก สัตว์เลือดอุ่นอย่างผม...

การกินของ “ตะบองพลำ” สายพันธุ์แห่งผืนดิน อันสาบสูญ ...

เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ตะบองพลำกินช้าง แต่พอศึกษาแล้วถึงรู้ ช้างไม่ได้มีไว้กิน แต่มีไว้เพื่อไข่อ่อนที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ตะบองพลำ หนึ่งตัวจะไข่เพียงหนึ่งใบเท่านั้นแตกต่างจากพวกตะขาบไฟ และไข่หนึ่งใบนั้นก็สำคัญสำหรับเผ่าพันธุ์โบราณบางเผ่า สำคัญมากจนไข่ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยสายเลือดและมนต์คาถา จากรุ่นสู่รุ่น

...แต่มีบางสิ่งที่ผมไม่รู้ทำไมมันถึง มาอยู่ในร่างกายของ ภัทร ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับมันสักนิด จนมาวันนี้ผมก็ได้รู้

...มันเป็นเพราะ ‘นาง’ อีนางกาลีตนนั้น มันเอา ภัทร ของผมไป....



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 08:42:06 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 33 Maybe  I'm  masochism. .ถ้ากูซาดิส มึงก็มาโซ…
Part  ตรินทร์


...ผมมองไล่หลัง แม็กกะที่เพิ่งขับออกไปเหมือน โฆ จะหัวเสียอยู่เหมือนกันที่ผมใช้ให้ไปเก็บข่าวที่พวก ‘สุร’ วันนี้ยังไงก็คงต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมก่อนเวลา เพราะเสียงโทรศัพท์มันไม่หยุดลงเลย เบอร์แปลกไม่เท่าไหร่แต่ไอ้ที่เมมฯชื่อแปลกๆนี้พอเดาได้ ฝีมือ เจ้าภินทร์

“จระเข้”


หึ! เข้าใจตั้งนะ แล้วเมื่อคืนดันเสือกจะฟัดจระเข้!ไอ้แสบเอ๋ย!

ภินทร์เป็นใคร ?ผมเองก็ยังสงสัยนะ...แต่ไม่คิดอยากรู้ เพราะสิ่งเดียวตอนนี้ที่ผมรู้ ‘ภินทร์’ เป็นคนที่ พระแพง ‘รัก’ สำหรับพระแพงถ้าได้ให้ รัก พระแพงจะเป็นยิ่งกว่านางฟ้า แต่สำหรับคนอื่น พระแพงเป็นได้มากกว่า 'ปีศาจ' ไม่รู้สิไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดีเพราะมันจะเลวร้ายแบบสุดๆ เมื่อก่อน โฆมันก็เคยโดน จรินทร์ ถึงขนาดโดนทำให้ตาบอดเพียงเพราะเด็กน่าสงสารนั่นมองผม...แล้วก็มาถึงคราวผม....

เมื่อพระแพงรู้ว่าผม ‘ไม่ใช่’ เพียงแค่นั้น พระแพงก็ฆ่าผมทั้งเป็น...เพียงเพื่อจะให้ ‘คนที่ใช่’ เข้ามาแทน

...เรื่องที่เกิดขึ้นที่ เสม็ด ผมไม่ได้บอก โฆ เพราะบางทีมันอาจทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ซ้ำผมไม่รู้ด้วยว่าตัวเองจะอยู่ในร่างนี้ได้นานเท่าไหร่ แต่ผมก็จะทำให้มันดีที่สุดไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เพราะไอ้โฆ ผมไม่อยากเห็นมันร้องไห้อีก ผมอยากอยู่กับมันนะ อยากนอนกอดมัน อยากหลับและตื่นขึ้นพร้อมมัน แค่มันเท่านั้น....

แต่... เวลาสำหรับผมมันจะมีมากเท่าไหร่... มันจะรู้ไหมนะ...ที่ผมฝืนอยู่นี้ก็เพราะมัน ถ้าวันใดวันหนึ่งมันไม่ต้องการผม....วันนั้นผมอาจหายไป....ตลอดกาล  ผมคิดผิดหรือเปล่าที่จะผูกทั้งชีวิตไว้ที่ตีนมัน.... 

หึ! คราวนี้หวังว่าคงเลือกไม่ผิด สำหรับพระแพง ถึงยังไง เกือบครึ่งชีวิต ผมก็เคยเป็นคนรักและคนที่รักเธอ ถ้าจะให้ลืมตอนนี้ผมคงทำไมได้ แต่ตอนนี้ผมไม่เหมือนเดิมแล้ว ความรู้สึกทีมีให้ พระแพง มันก้ำกึ่ง ทั้ง ‘รัก’ และ ‘เกลียด’

..............
............................

[ Waiting for the end to come  คอยจนกว่ามันจะจบลง Wishing I had strength to stand  อยากให้ตัวเองแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้ This is not what I had planned  นี่ไม่ใช่แผน ที่วางไว้ It's out of my control.... ควบคุมมันไม่ได้เลย... ]


เสียงโทรศัพท์ดึงผมให้ออกมาจากความคิด ‘จระเข้’ เบอร์ที่หน้าจอโชวว์หรา ผมกดรับสายรอมันพูด

“กลับ บ้านนอนสบายไหมมึง? เสือกลืมหรือไงว่าต้องอยู่กับกูจนถึงวันอาทิตย์... หมดเวลาลันลาของมึงแล้ว มาเจอกูที่ ร้าน....วันนี้คงคุ้มกับเงินที่กูเสียไปนะ... ”

จระเข้เชี่ยไรพูดมาก....

“เดี๋ยวเจอกัน”

...ตัดบทตอบมันไปแล้วตัดสายมันทิ้ง สำหรับ ‘พวกเรา’ ‘สัญญา’ คือสิ่งสำคัญ ยังไงก็ถือว่าช่วยเจ้าภินทร์มันหน่อย ถ้าไม่มีมันผมก็คงเป็นหนึ่งใน ของสะสมของพระแพง หึ จะว่าไปก็สงสารเจ้าภินทร์เหมือนกัน แต่ทำยังไงได้เมื่อพระแพงเลือกมันแล้ว ไม่ใช่ผม....ส่วนไอ้จระเข้ตัวนี้เดี๋ยวมึงได้รู้ฤทธิ์ กู.............

..............
............................

[15.45 น.]



...ดื่มแต่หัววัน.....

แก้วใบใหญ่ทรงแปลกถูกยัดใส่มือผม สีสวยแปลกๆในแก้วพอให้รู้ว่าเป็นเหล้าผสมของไอ้จระเข้ลืมไปซะแล้วว่ามันชื่อ อะไร เพราะรับโทรศัพท์ทีไร คำว่า ‘จระเข้’ มันก็ขึ้นมาทุกที เหมือนผ่านมาแล้วผ่านไปผมไม่ได้ชิมเหล้าในแก้วนั้นมันผ่านมือผมมาแล้วก็ผ่าน ไปตั้งบนโต๊ะเลย จนเจ้าของแก้วจ้องหน้าผมนั่นหล่ะถึงได้รู้ตัว

“ดื่มเข้าไป! กูผสมเองไม่ถึงตายหรอกอย่าให้เสียเวลาชงยากนะที่คนอย่างกูจะชงเหล้าให้คนอื่น...”

เสียงเย็นๆเหมือนสั่ง พอเมินหน้าหนีมันก็จับหน้าผมหันมาแล้วบีบปากผมทำท่าจะกรอกเหล้าในแก้วนั้นลงไป บังคับกูเกินไปนิด กล้านะมึง ผมปัดมันเบาๆแต่แก้วเหล้ามันดันหลุดออกจากมือจระเข้เอง เสียดายเหล้า....ผมเลยใช้อีกมือนึงคว้าแก้วที่กำลังตกไว้แล้วสาดใส่หน้ามัน ยังไงก็ยังได้ดื่มบ้างอะนะ แถมยังมีกลิ่นติดอีก .....น่าจะขอบใจผมนะ

“มึง......”

สายตามันดูอาฆาต แต่...ทำไม? กูไม่ผิด กูเสียดายเหล้า...

“ ห้องน้ำไปทางไหน ? ”

ผมหันไปถามเด็กเสิร์ฟ ที่มัวแต่ตะลึงยืนเก้ๆกังๆ มองไอ้จระเข้ที่เปียกโชกสลับกับมองผม พอเด็กเสิร์ฟมันชี้ทาง ผมก็ดึงไอ้จระเข้ให้เดินตามไปที่ห้องน้ำ  มันก็ตามมานะ ...ลองไม่ตามมาดิ กูได้ยำตีนมึงตรงนี้แน่มาถึงผมก็มองหาของที่อยากได้ ในใจคิดถึงฝักบัวกะว่าจะช่วยมันล้างเหล้าที่เลอะได้บ้าง แต่ในร้านเหล้า...มันไม่มีนี้น่า เลยลากมันเข้าไปในห้องน้ำ แล้วปิดประตู มองหน้ามันก็ไม่เห็นว่ามันจะว่าอะไร ผมเลยเอาฝาชักโครกลง จะได้นั่งได้ถนัดๆ หลังจากนั้นก็ .......

..............
............................

หยิบสายล้างขึ้นมาแล้วฉีดใส่มัน

“เผื่อมึงเย็นจะได้หายบ้า”

มันนิ่งไปครับ ก่อนจะเงื้อหมัดใส่ผม........

...

คิดว่ามึงอยู่กับใคร?
....

ไอ้สัด! จระเข้อย่างมึง! กล้าหือกับกูหรอ?!

.
.
.

...พักเดียวมันก็ลงไปกองอยู่ที่เท้า...ผม...อุตสาจะพามาล้างตัว...เสือกหาเรื่องเลอะทั้งตัวนะมึง

..............
............................


...กว่าจะถึงวันอาทิตย์ เที่ยงคืน .......

กูว่าจระเข้อย่างมึง คงเหลือแต่หนังเป็นกระเป๋าใส่ตังค์ให้กูแน่...


...เรายังสนุกกันอีกนาน....

...ไอ้จระเข้...


..............
............................


[Part  คิงส์]


‘เมื่อวานมันยังเหมือนเด็กน้อยขี้เล่น ดูกระดี๊กระด๊า ป้อสาวๆ ของพวกไอ้โฟน แบบออกนอกหน้า แถมพอมันโดนยามันยังสุดๆ

ลิ้นที่เลียหน้าอกผมในลิฟต์กับมือเย็นๆที่ทั้งไล้ทั้งล้วง...ทำเอาเชี่ยวๆอย่าง ผมไปไม่เป็นยอมรับว่า..คิดแต่จะกดมัน... จนลืมกดลิฟต์กันเลยที่เดียว....ยังจะจูบนั่นอีกนี่ผมหลงมันหรอเปล่านะ? ทำไมจูบมันทำเอาผมแทบละลาย หรือยามันออกฤทธิ์ผ่านกันได้ทางน้ำลาย? ทั้งๆที่รู้ว่ามันโดนยา แต่กลับเป็นผมเองที่หยุดตัวเองไม่ได้...

แล้วหลังจากนั้นผมก็ตื่นขึ้นมา...

โดยที่จำอะไรไม่ได้ ...

แถมฟันกรามตรงแก้ม ยังทั้งเจ็บทั้งปวดสุดๆ ปากแตกอีกต่างหาก ...เมื่อคืนเล่นท่าไหนกับมันแน่? แล้วทำไมเสื้อผ้าผมถึงยังอยู่ครบ...เกิดอะไรขึ้น? แล้วมันไปไหนเนี้ย!? หวังว่ามันคงไม่ได้กลับไปหาไอ้ยักษ์นั่นหรอกนะ ???


...
ตอนนั้นผมหาโทรศัพท์มันก่อนเลย... จำได้ว่าผมยึดมาแต่ไม่มีแล้ว นอนทำใจอยู่นานกว่าจะตัดสิ้นใจโทรหามัน ผมโทรตั้งแต่เช้า บอกตามตรงไม่เคยจิกใครอย่างนี้ แต่กว่ามันจะรับก็เกือบเที่ยง....

เจอมันอีกที ไหงความรู้สึกผมถึงเปลี่ยนไป? เหมือนไม่ถูกชะตากับมันความรู้สึกมันบอกว่ามันเป็นประเภทเดียวกับผมไอ้ที่ อยู่หน้าผมมันไม่ใช่เด็กน้อยขี้เล่นเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว...

ผมได้แต่สงสัยตัวเอง  เมื่อคืนผมจูบกับมันจริงๆใช่ไหม?ทำไมตอนนี้ถึงอยากกระทืบ มันมากกว่า... 

หรืออาจเป็นเพราะเมื่อวานมันเมา แต่เจอมันตอนแรกมันก็ไม่ใช่แบบนี้นะ...  ผมยังเชื่อความรู้สึกตัวเองนะเลยกะชงเหล้าฝีมือตัวเองให้มัน ตอนที่ยื่นแก้วให้มันก็มองคอมันไปด้วย ถ้าเสือกมีรอยแดงอะไรนะ ผมเอามันไม่เลี้ยงแน่ แต่ก็ไม่มีร่อยรอยอะไร แถมเหล้าที่ผมชงให้มันยังไม่แตะอีก เลยกะแกล้งกรอกปากมัน....

อยากเห็นไอ้แสบโวยวายแต่ที่ได้กลับมาคือสีหน้ากวน ตีนกับเหล้าที่เปียกไปทั้งตัว ผมว่ามันแปลกๆไป แต่พอมันลากผมเข้าไปที่ห้องน้ำก็อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยเพราะคิดว่ามันจะง้อแบบ เมื่อคืนแต่หลังจาก... 

..............
.........................

.
.
.

“เผื่อมึงเย็นจะได้หายบ้า”

..............

แล้ว...ผมก็หมดความอดทน...

มึงไม่ใช่ไอ้แสบของกูแล้ว! มึงกับกูได้ตายกันไปข้าง! แต่เหมือนจะคิดผิด! เห็นตัวเล็กกว่าผมก็จริง แต่มันก็ทำเอาผมล้มไม่เป็นท่า! สัด!หมดแล้วอารมณ์ที่เคยมี...ไอ้เชี่ยที่เหยียบผมอยู่นี้ วันนี้มึงได้จมตีนกูแน่!   ’

..............
............................


“อย่าลืมนะว่าวันนี้มึงมาเป็นเบ้กู”

ผมกัดฟันบอกมันที่เหยียบอยู่บนหลังผม ไม่มีเสียงตอบรับแต่รู้สึกได้ว่ามันยกเท้าที่เหยียบผมออก แล้วก้มลงมาจับมือผมดึงให้ลุกขึ้น...

“งั้นก็สั่งมา อย่ามัวแต่แข้งขาอ่อน...ในห้องน้ำ”

มันพูดลอยๆ แล้วเปิดประตูห้องน้ำเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้สัด! เมื่อคืนกูโดนของแน่ๆที่จูบมันลง! เสียดายปากฉิบ!

...ผมเดินออกมาข้างนอก เห็นมันยังยืนนิ่งอยู่ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาเหยียดๆ ... มึงจะลองกับกูใช่ไหม? ไอ้ภินทร์!

“กูจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่คอนโด ช่วยไปเป็นมือเป็นตีนให้กูแบบเบ้ที่ดีควรจะทำหน่อยได้ไหม?”

มันไม่ตอบแต่มองผมที่ก้าวออกจากร้านแล้วเดินตามมาที่รถ มองหน้ามันตอนนี้ไม่มีอารมณ์ใคร่สักนิด...มีแต่อารมณ์ อยาก....อยากกระทืบคน!

..............
............................


“เชี่ย!กูให้มึงมาเป็นเบ้กูนะ! ไม่ใช่ให้มานอนเฝ้ากู! สัดภินทร์! ตื่น! ”

ผมเรียกมันที่อยู่ๆ ก็หลับซะงั้น นี่มึงมาเป็นเบ้กูจริงๆใช่ไหม สัด! รถกูก็ขับ แถมมึงยังมานั่งหลับอีก เมื่อคืนกูก็นอนไม่พอเพราะมึงนะ...

โวยวายมันเข้าไป...


...แต่พอมันลืมตาเท่านั้น ......

แม่ง!...ไอ้แสบขี้เล่นกลับมาอีกแล้ว...

...โคตรน่าฟัดเลยอะ...ผมกำลังฝันหรือเปล่า?...มันกระพริบตาถี่ๆก่อนจะมองหน้าผมแล้วยิ้มค้าง...คงจะยังไม่ตื่นเต็มที่ ว่าเมื่อก่อนบัสน่ารักแล้วนะ พอเจอมัน ผมว่าถึงมันจะดูแมนกว่าบัส แต่ความน่ารักไม่ต่างกันเลย ตอนมันเพิ่งตื่นดูดีกว่าไอ้ทีผมเจอเมื่อกลางวันนี้เยอะ

“ไง? หวัดดี คิงส์”

...มันหน้าเหวอๆ แต่ยังไม่หุบยิ้ม ไอ้แววตาขี้เล่นที่ผมหลง ทำเอาผมมึน มันมีสองบุคลิกหรือไง? แล้วมันก็หลับตาลงไปอีก...

.
.
.

...
...ส่วนลึกในความรู้สึกผมเหมือนเตือน อย่าให้มันหลับ!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 08:54:29 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 34 Bring around. อ๊ะหย๊ะ!...จะให้ผมตื่นมาทำไม?!


..กลิ่นกำยานปนคละกลิ่นกำมะถันลอยขึ้นสูง...

เร่งบรรยากาศรอบข้างให้ยิ่งน่าอึดอัด โต๊ะหินตัวใหญ่ถูกใช้เป็นเหมือนเขตแดนกั้นระหว่าง อมนุษย์สองพวก...เขี้ยวโค้งสีเงินวาวตัดกับผิวกายสีทองแดงยิ่งส่งให้ร่างใหญ่นั้นดูสง่างามและทรง พลัง 'พงษ์หิรัญ' หรือ 'อะตรอม' ของ คุณภินทร์  ยังยืนนิ่ง อยู่หน้าประตู

...แววตาสีดำสนิทนั้นตอนนี้ไม่ได้มองภาพเบื้องหน้าหากแต่เหม่อมองไกลไปยัง เพื่อนสนิทจอมแสบ ที่ตอนนี้กำลังหลับลึก...อยู่ที่ไหนสักแห่ง ...

...สองวันแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า สองวันแล้วที่ไม่ได้เห็นได้อยู่ใกล้... เป็นแค่เพื่อนสนิทแต่แค่คำว่าคิดถึง...มันยังน้อยไป... สำหรับความรู้สึก จะต้องทนยืนอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหน? เมื่อไหร่บรรดาตาแก่กับพวกนาคา จะเสร็จธุระเสียที! หรือจะหนีออกไปตอนนี้ดี! คิดถึง! ได้ยินไหม? คิดถึง!

..............
............................

[Part ภินทร์]


‘คิดถึง’

...คำนั้นเหมือนลอยมาตามลม ผมกำลังฝันหรือเปล่า...เหมือนเสียงอะตรอมเลยนะ... อืมส์...คิดถึงเหมือนกัน

‘อยากเจอไหม?'

‘อยากเจอดิ…’

‘ถ้าอยากเจอก็ต้องตื่น’

‘ตอนนี้ยังตื่นไม่ได้...ให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนดิ’

‘ไม่อยากเจออะตรอมหรอ?’

‘…’

..............
.........................

...
เพราะคำล่อลวงของสมองซีกไหนสักซีก กำลังหลอกลวงผมอยู่ทำให้ผมต้องลืมตาตื่น เพียงเพราะชื่อของอะตรอม...

ลืมตาขึ้นมากำลังเมาขี้ตา...เห็นใครสักคนอยู่ตรงหน้า ตัวใหญ่ๆ คิ้วเข้มๆ ก็ต้องอะตรอมอะดิ...นี่ผมผ่านช่วงเผชิญปีศาจจระเข้ไปแล้วใช่ไหม?


เยส!ตรินทร์สุดยอด!

...ยิ้มกว้างสิครับ มรสุมผ่านไปแล้วแถมคนที่อยากเจอที่สุดก็อยู่ตรงหน้า อย่ามาจ้องสิเดี๋ยวมีจูบอรุณสวัสดิ์...

.
.
.

แต่พอมองดีๆ.......

..............ยังไม่ทันหุบยิ้มเลย........

สาดดดดดดดดดดดดดด! ไอ้เหี้ยมนี่หว่า!? มันยิ้มให้ผมด้วย ???!!!

.....เอ่อ.....กูกำลังฝันแน่เลย...ออกไปจากฝันกูนะสัด!

.
.
.
ไล่แล้วทำไมมันไม่หายไปอะ? ใช่มันจริงๆใช่ไหม?

.
.
.

“ไง? หวัดดี คิงส์...”

ผมทักมันแล้วยิ้มค้าง....ผิดคาด... ไอ้สมองซีกไหนมันปลุกกูขึ้นมาอ่ะ! ไม่เอ๊า! มันต้องไม่จบอย่างนี้ดิ! บร๊ะเจ้า!


..............
............................


ไม่เอาแล้วกูหลับดีกว่า... ขอเปลี่ยนตัวอีกรอบเถอะ....


...สำนึกได้ผมก็เนียนหลับตาลงอีกครั้ง....
 

“ภินทร์ ! อย่าหลับ...”

เสียงไอ้เหี้ยมมันเรียกผมไว้แถมไม่เรียกเปล่า มันดึงแก้มผมด้วย... อ้า...เจ็บอะ... ไอ้สัด!ซาดิสนะมึงลงไม้ลงมือกับกูตลอด...

“ถ้าง่วงก็ขึ้นไปนอนข้างบน กูเหนียวตัวแล้ว ไป!”

ไม่ทันให้ผมตั้งตัวเลยอะ... อยู่ๆก็เดินมาเปิดประตูฝั่งผมแล้วเข้ามาดึงข้อมือ....อ๊ะ!อีกแล้วไอ้สัด... มึงทำไมต้องมาจับมือซ้ายกูตลอด เชี่ยมันเจ็บนะ.....อยากจะกระโดดกัดหูมันนะแต่ที่ทำได้คือ…….


สะกิดมัน...แล้วยื่นมืออีกข้างให้มันจับ...

...สาธุภาพนี้อย่าให้บัสมาเห็นเล๊ย.........


..............
............................

ชั้น  6   ห้อง 623 ....


..นึกว่าไอ้คิงส์จะอยู่ชั้นสูงๆแบบพวกที่รู้จัก แต่ห้องของมันกลับอยู่ชั้น 6 ...เหมือนผมจะเคยมาห้องนี้แล้วนะ พอจะจำได้ลางๆ แต่จำอะไรไม่ได้ทั้งหมด...เหมือนละเมอๆนะ...แต่ บอกตรงๆผมชอบชั้นประมาณนี้มากกว่าชั้นสูงๆเสียอีกยิ่งสูงยิ่งหายใจลำบาก ระเบียงที่ยื่นออกไปข้างนอกลมโกรกเข้าสุดๆคงเพราะทำเลที่ไม่มีอะไรมาบังด้วยมั้ง ดูท่าผมชักชอบคอนโดนี้แล้วสิ 

ที่ยิ่งชอบคือ บัสอยู่ชั้น 21 ไม่ได้อยู่ที่เดียวกับไอ้คิงส์ อ๊ะหย๊ะ!....ยังมีหวังๆ

................
...........................................


“กูอาบน้ำ ห้ามหนี!”

ประโยค แว่วๆแต่เป็นคำสั่งไม่ใช่ประโยคบอกเล่า...คุยกับพวกนี้ต้องอาศัยการตีความเป็นอย่างสูง เสื้อไอ้เหี้ยมมันมีกลิ่นเหล้าคลุ้งเลย ไปตกถังเหล้าที่ไหนมา นอกจากเก่งแต่ใช้กำลังแล้วยังซุ่มซ่าม หึ!

มันยังอยู่ในห้องน้ำครับเข้าห้องน้ำโคตรนาน....ผมถือวิสาสะเดินสำรวจห้องมัน ก็โอเคนะเตียงกว้างดี เตียงนี้บัสเคยใช้ไหม?

อ๊ะ..... คิด แล้วพาลเครียด ยิ่งเครียดยิ่งหิว เดินไปเปิดตู้เย็นสัด! แทบจะไม่มีอะไรเลย... ไม่เห็นเหมือนตู้เย็นที่หอ อะตรอม เลยรายนั้นของเกินเยอะมาก...แต่ก็ยังดีในตู้เย็นชั้นบนมันมีน้ำผึ้งอยู่ด้วยผมชอบน้ำผึ้งนะ ที่หออะตรอมกับที่บ้านชลวะเท ผมก็ซื้อใส่ตู้เย็นไว้ แช่ชั้นบนสุดเหมือนกัน .....

ว่าแล้วก็ขอสักคำ....


อ้างงงงงงง...  สุดๆๆ มันต้องอย่างนี้ ถึงไม่มีอะไรมีน้ำผึ้งก็ยังดี แต่มันเอาน้ำผึ้งไว้ทำอะไรว๊ะ? ..ช่างแม่งมัน ....แต่ไม่อิ่มท้องเลยอะ อยากได้อะไรหนักๆอะ

“คิงส์  เราไปซื้อของนะ”

ผมตะโกนบอกมัน แล้วเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่เหมือนมันจะเร็วกว่า อยู่ๆมันก็พรวดออกมาจากห้องน้ำ

เอ่อ.....ฟองเต็มหัว  ผ้าเช็ดตัวที่ปิดอยู่ก็....มึงไม่ต้องปิดก็ได้มั้ง...?

“รอกูเดี๋ยว...เดี๋ยวกูไปด้วย”

มันพูดจบก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปใหม่........เชื่อมันเลย.....อะไรมันจะงกเงินขนาดนั้น.....มึงกะใช้กูให้คุ้มเงินใช่ไหมคุณเหี้ยม ...14,700 บาท ที่กูรับมา... แหมทำยังกะเป็นเจ้าชีวิตกู...ชิ!...แต่ขอโทษ....ไม่ชอบคำสั่ง ผมไม่ได้รอมันหรอกเดินออกมาจากห้องเลย...

กดลิฟต์ไปชั้น 17 ก่อน ดูลู่ทางก่อนว่าพวกไอ้เรดกลับกันมาหรือยัง แต่กุญแจยังคล้องอยู่ที่หน้าประตู....จบกันกู.....หิวอะ...

เอาไงดี?.....ต่อมความหิวทำงานต่อมความรักก็เป็นใจ .....

.
.
.

ไปหาอะไรกินห้อง 21 ดีกว่า....... .แต่จะไปยังไงให้เนียนๆ

อ๊ะ........คิดสิครับ.....คุณภินทร์  คิดสิครับ...

ปิดโทรศัพท์ก่อนอันดับแรก...



หึหึหึ.....

..............
............................



‘กริ๊งงงงงงงงงงงง’  ‘กริ้งงงงงงงงง’

..ตอนนี้ผมจิ้มปล่อยกริ่งหน้าห้องบัสอยู่ครับ จิ้มเสร็จก็มายืนทำหน้าสลด แผนการณ์วางไว้หมดแล้ว แบบเป็นสเต็ปด้วย ซ้ำยังมีแผนสำรองอีกสองชั้น เผื่อพลาด....รายนี้ผมรักจริง จะมามั่วเนียนไม่ได้ แหม พูดฟังดูดีเนอะ อ๊ะ! เปิดแย้วๆ

“บัส....”

ผมจ้องหน้าเจ้าของห้องตาละห้อย....ยังน่ารักเหมือนเดิม...น้องเขายิ้ม เขินๆ ก็พอรู้มาบ้างแล้วอะนะว่าผมอะจีบอยู่ เสื้อยืดตัวใหญ่ๆกับกางเกงสามส่วน......น่าร๊ากกกกกกอ่ะ....อ๊ะ! ไม่หล่ะๆๆ อย่าหลุด อย่าหลุด....

“บัส...พี่เข้าห้องไม่ได้ เพื่อนที่ห้องไม่อยู่ โทรศัพท์พี่หาย พี่ยังไม่ได้ทานอะไรมา ตั้งแต่เมื่อวานแล้วอะ...ขอยืมใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหม? หิวข้าว......”

เนอะ.....เนียนไปเน๊อะ....น้องเขาก็ใส....แถมยังใจดีสุดๆ สีหน้าห่วงใยนั่นได้ใจไปอีก....ได้อีก...สำหรับบัสดีทุกอย่าง ยกเว้น เรื่องครบกับไอ้เหี้ยมนั่นเรื่องเดียว.....

“เข้ามาสิครับ....บัสกำลังทำกับข้าวอยู่ ทานด้วยกันก่อน แล้วค่อยว่ากันนะ”

อ๊ายยยยยยยย! อ๊ายยยยยยยยยยย! ประ-จวบ-เหมาะ ยังกับจับวาง......

.
.
.

“.....สวัสดี ครับน้อง...เอ่อ...”

...วางผิดตำแหน่งไปนิดในห้องมีน้องผู้หญิงอยู่ด้วย ชื่อ 'อ้อม' ผมรู้ เพราะสืบมาหมดแล้ว แต่ที่เอ่อ...เอ่อ..เนี้ยกลัวน้องเขารู้ว่าเรารู้ชื่อน้องเขาแล้วเดี๋ยว เรื่องจะยาก แถมไอ้ที่มีขยะไปวางประจานหน้าห้องก็ฝีมืออ้อม...

..ไม่เป็นไรให้อภัย อ้อมก็น่ารัก...

แต่บัสน่ารักกว่า..... ...เปรม ครับ.... ผมได้ช่วยบัสทำกับข้าวฝีมือใช้ได้ แต่รสไม่จัดเหมือนที่อะตรอมทำ......ทำไมเวลาคิดอะไรต้องเอาอะตรอมมา เทียบด้วยอะ...เป็นเอามาก.... ทานเสร็จก็ขอยืมโทรศัพท์ครับ

อะของตัวเองก็มีแต่ปิดเครื่องไปแว้วววววววววว   ส่วนเบอร์ที่โทรเข้าไปก็เบอร์ผมเองงงงง.... เบอร์บัสผมไม่ได้ขอมาหรอก ถ้าได้มาจากคนอื่นดูมันไม่สำคัญยังไงก็ไม่รู้ ต้องได้มาจากเจ้าตัวเอง...

...อยู่ ห้องบัสเกือบ 30 นาที ทำอาหารก็เสียเวลาไปมากแล้วแต่ถ้าทำกับคนที่เราชอบเวลามันก็ผ่านไปเร็วนะ  ส่วนข้าวทานได้นิดหน่อย เพราะน้องอ้อมเขาห่วงเพื่อน....ผมเลยขอตัวออกมาก่อน...บัสก็ดีแสนดี ตักข้าวกับกับข้าวอีก สองสามอย่างให้ แต่มันเยอะมากกกกกก มีขอบคุณกันเล็กน้อย น้องอ้อมเหมือนจะไม่ชอบหน้าผม...ไม่เป็นไร รักแท้ย่อมมีอุปสรรค พี่เข้าใจ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะดีซะอีกที่บัสมีคนเป็นห่วง ยังไงก็ฝากน้องเป็นไม้กันหมาให้พี่ด้วยนะ กันหมาได้น้องก็กรุณาอัพเลเวลกันจระเข้ด้วยยิ่งดี...

.
.
.

บัสเดินออกมาส่งผมที่ลิฟต์ครับ ส่วนอ้อมนอนดูซี่รีส์อยู่ ออกมาถึงหน้าลิฟต์มองซ้าย มองขวา...ไม่ขอนะ.....ผมลักไก่หอมแก้มบัสก่อนเลย...

“ขอบคุณนะ....ถ้าไม่มีบัส พี่คงแย่แน่ ”

บัส นิ่งไปครับ....ทั้งแก้มทั้งหูแดงไปหมด ..... ตอนนี้คงเขิน แถมค้างไปแล้ว เลยถือโอกาส จูบปากแดงๆนั่นอีกครั้ง เพราะเจ้าตัวแข็งไปแล้ว

“อร่อยมากครับ”

..............
............................

...ลงมาถึงชั้น 6  กำลังเปิดโทรศัพท์ดูเบอร์บัส ยังไม่ทันทำอะไร ไอ้เหี้ยมก็โทรเข้ามาแล้ว

“อยู่ไหน!?”

...เสียงได้ใจมาก ไม่แดกหัวกูไปเลยล่ะ?.....แต่ก็แค่นั่น......โกรธกูแล้วไงทำ ’ไร กูได้  ไม่เคยเจอเนียนตัวพ่อซะแล้วไอ้เหี้ยม....

“ลง ไปซื้อข้าวมาให้นายกิน....กลัวหิวจนไม่มีแรงกดขี่เรา...แล้วอยู่ไหน? ถ้าอยู่ในห้องก็กรุณาเปิดประตูด้วย เราหิวข้าวเหมือนกัน....กินข้าวด้วยกันนะ”

เหมือนจะยิ้มได้ ในน้ำเสียง ก็แหง่อยู่แล้วคนมันมีความสุข เสียงมันก็ต้องสุขสิ....

ไอ้เหี้ยมเปิดประตูออกมาแล้ว อ่ะ มึงจะยิ้มตามกูทำไมอะ?
 
..............
............................



[แถม....]


“คิงส์ กินข้าวไปสิ....จะยิ้มทำไม?”

“กูมีความสุข.....แล้วมึงอะยิ้มทำไม?”

“....เราก็มีความสุข.....”

"............ "

[กลับมาสู่โลกแห่งความจริงเน๊อะคิงส์...ไอ้แสบมันไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก..เฮ่อ...]


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 09:10:57 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 35 # I’m Phat.รักแล้วได้อะไร?
[อดีต]  Part ภัทร


‘รัก?’ คำนั้นมันมีจริงด้วยเหรอ? เคยเห็นมันไหม? หึ! มันก็แค่คำพูด ไอ้คำนั้นฉันก็พูดได้แต่ความรู้สึกมันเป็นไปตามนั้นหรือเปล่า รัก...มันมีอยู่จริงๆหรอ?

..............
............................



“ Ti amo… ”

...เสียงนุ่มนั้นกระซิบเบาๆข้างๆหู หญิงสาวที่นอนซุกอยู่กับท่อนแขนใหญ่ แววตาวาวปรือตาขึ้นมาตามเสียงก่อนจะกระชับวงแขนตนกอดก่ายเจ้าของท่อนแขนนั้นให้แน่นขึ้นอีก แล้วดันพลิกตัวขึ้นมาเหนือแผ่นอกกว้าง

“ Si? ”

เจ้าของแววตาวาวขี้เล่นเอียงหน้าถามชายหนุ่มหน้าคมที่ตนนอนทับ รอยยิ้มหวานฉาบบนใบหน้าเสมอเมื่อเจ้าของต้องการล่อลวงสิ่งที่อยากได้ แล้วตอนนี้ก็ได้สิ่งที่อยากได้มาแล้ว...

....แค่นั้นทุกอย่างมันก็จบ...

‘Ti amo…..เหรอ?

..............
............................


แกอย่ามาสะตอ...ไอ้มักกะโลนี!!!’

..............
............................

.
.
.


“....เข้าใจผิดกันหรือเปล่าค่ะ....หนูอาจเข้าใจผิดก็ได้ เพื่อนเขาอาจจะแกล้งกันเล่น ”

..รอยยิ้มจริงใจกับน้ำเสียงสบายๆของหญิงสาวเบื้องหน้าเหมือนจะปลอบเด็กสาวที่นั่งตัวสั่นข่มอารมณ์โกรธและหยดน้ำตา ยิ่งเสียงนั้นแฝงแววห่วงใยมันเร่งให้เด็กสาว อยากจะระบายหลายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ

“Alex มีคนอื่น เขาถ่ายรูปกับผู้หญิงคนนั้นด้วย ถึงจะไม่เห็นหน้าก็เถอะแต่ภาพบนเตียงขนาดนั้น .... มันชัดอยู่แล้วว่า Alex มีคนอื่น ....เขามีอะไรกัน และที่สำคัญ Alex ก็รักผู้หญิงคนนั้น....รักผู้หญิงคนนั้น!!ไม่ใช่นุ้ย ... ”

ไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลมาตอนไหน....นุ้ยได้แต่ร้องไห้โฮ... จนมือนิ่มของคนข้างๆดึงให้เด็กสาวมาซบอยู่กับอกแล้วค่อยๆลูบเรือนผมนิ่ม...กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำหอมลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูกเชิด หญิงสาวได้แต่กระชับวงแขนตนให้แน่นขึ้น ก่อนจะซุกจมูกตนแนบเข้ากับเรือนผมนั่น

“ไม่เป็นไรนะคะ...พี่ยังอยู่ตรงนี้ ถ้าอยากร้องหนูก็ร้องไปนะคะ”

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เด็กสาวเอาแต่ร้องไห้ ส่วนหญิงสาวก็ได้แต่ลูบเรือนผมนั้นปลอบประโลม

“ร้องพอหรือยังคะ ...คนดี...”

แววตาแดงกล่ำเงยขึ้นเมื่อน้ำเสียงหวานเอ่ยถามรอยยิ้มยังฉาบอยู่บนใบหน้านวลก่อนมือนิ่มจะเชยคางของเด็กสาวเจ้าน้ำตาให้เงยขึ้นแล้วแตะริมฝีปากอิ่มบนเปลือกตาทั้งสองข้าง

“ตาบวมหมดแล้วนะคะ...พอเถอะนะ... เห็นหนูเป็นอย่างนี้ จะให้พี่จะทำยังไงหล่ะคะ ถ้าเขาไม่รักเราเราก็ต้องปล่อยเขาไป...Alex ยังดีนะ ที่มีหนูมานั่งร้องไห้ให้...ส่วนพี่...ต่อให้รักให้เป็นห่วงหนูยังไง พี่ก็เป็นได้แค่คนคอยปลอบใจ...หึ เป็นไปไม่ได้มากกว่านั้นจริงๆ...ใช่ไหมคะหนู?”

น้ำเสียงตัดพ้อกับรอยยิ้มปลอบที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสนเศร้า...

...แววตาของเด็กสาวเหมือนลังเลก่อนจะแตะริมฝีปากตนเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มของหญิงสาวตรงหน้า ถ้ารักที่ทุ่มเท โดนทรยศขนาดนี้มันไม่ผิดใช่ไหมที่จะเปลี่ยนไปให้รักกับคนที่มีรักให้

..............
............................


“เหมือนกระต่ายน้อยเลยนะคะหนู....ตาแดงๆ แก้มนิ่มๆ”

หญิงสาวกระชับอ้อมกอดตนแน่นเข้ากับช่วงเอวบางของร่างเด็กสาวแต่ไม่วายซุกก้มลงมาหอมเรือนผมนิ่ม แล้วลากลิ้นเลียซ้ำๆไปที่ลำคอระหง แค่นั้นเสียงครางเบาๆก็เป็นตัวนำทุกอย่าง มือเย็นไล้ลูบขึ้นไปจนถึงเนินอกอิ่ม แล้วบีบเค้นเบาๆ

....ก่อนจะลากลูบเรื่อยลงไปถึงช่วงเว้าของสะโพกเนียน...

“คืนนี้พี่ค้างที่นี้ได้ไหมคะ?”

..............
............................

.
.
.

...
เกือบเที่ยงคืนที่ หญิงสาวใช้เวลากับร่างบางแสนนิ่มที่ส่งเสียงรัญจวญใจทุกครั้งเมื่อ สัมผัสจากตนไล้ผ่าน.....อยากได้มากกว่านี้แต่ต้องปล่อยให้เด็กสาวได้พักก่อน ....ไหนจะเสียแรงร้องไห้ ไหนจะเสียแรงเพราะสัมผัสจากตน ....

...พรุ่งนี้ค่อยต่อก็แล้วกัน...

[ Waiting for the end to come  คอยจนกว่ามันจะจบลง Wishing I had strength to stand  อยากให้ตัวเองแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้ This is not what I had planned  นี่ไม่ใช่แผน ที่วางไว้ It's out of my control.... ควบคุมมันไม่ได้เลย...]

...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดึงสติหญิงสาวให้ออกมาจากความง่วง เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อที่หน้าจอแล้ว ค่อยๆลุกเดินห่างออกไปจากเตียงที่มีร่างบางอันเปลือยเปล่าของหนูนุ้ยซุกอยู่

.
.
.


“........”

“Ciao…”

เสียงทุ่มนั้นเอ่ยออกมาทันทีที่เธอกดรับโทรศัพท์

“Ciao Ciao Alessandro ….”

..หญิงสาวกรอกเสียงใสไปตามสายเพราะตอนนี้อารมณ์ดีสุดๆ หลังจากนั้นก็กดตัดสาย แล้วปิดโทรศัพท์ถอดซิมออกมาหักและทิ้งลงไปในโถชักโครก ก่อนจะหยิบอีกซิมที่สแตนท์บายในช่องสองมาเปลี่ยน....

‘ Ciao Ciao Alex …ขอบคุณนะที่โง่ให้หนูนุ้ยแอบดูโทรศัพท์...ขอบคุณนะที่ไม่บอกเลิกหนุนุ้ย ทั้งๆที่ YOU มีคนอื่นไปแล้ว สำหรับผู้หญิงการที่ YOU ลังเล มันแสดงว่า YOU กำลังหลายใจ มันเลวร้ายมากถ้ารู้ว่ากำลังโดนหลอก แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ....จะเอาอะไรมากมายยิ่ง YOU เลวแค่ไหน I ยิ่งดีในสายตาหนูนุ้ยเท่านั้น คืนนี้ยังอีกยาวไกลนะ Alex ตามหา I ให้เจอวิ่งพล่านให้สนุก ....ส่วน I จะใช้เวลากับ Ex..girlfriend ของ YOU ให้คุ้มค่าเอง.....ไม่ต้องขอบคุณนะ เพราะอีกไม่นานถ้า I เบื่อ I จะคืนหนูนุ้ยให้ YOU เอง...แต่คงอีกหลายสัปดาห์... ’

..............
............................

.
.
.

[ Waiting for the end to come  คอยจนกว่ามันจะจบลง Wishing I had strength to stand  อยากให้ตัวเองแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้ This is not what I had planned  นี่ไม่ใช่แผน ที่วางไว้ It's out of my control.... ควบคุมมันไม่ได้เลย...]

“ ภัทร....อยู่ไหน?”

...เสียงเย็นออกมาจากโทรศัพท์เครื่องเล็กทันทีที่เจ้าของโทรศัพท์กดรับสาย ‘หมอหมา’ ชื่อบนหน้าจอพาให้หญิงสาวถอนหายใจยาวก่อนจะพยุงตัวที่มีแต่รอยช้ำจากริมฝีปากให้ลุกขึ้นมาจากเตียงได้

“อยู่บ้านเด็ก...เดี๋ยวก็กลับ... ”

หญิงสาวกรอกเสียงเนือยไปตามสาย แต่พอร่างบางข้างๆขยับ หญิงสาวก็โน้มตัวลงมาจูบผิวเนียนที่โผล่ออกมาพ้นผืนผ้าที่ปิดคลุมร่างเปลื่อยของใครบางคนไว้...รอยช้ำแดงกับรอยเขี้ยวคมที่ฝังย้ำบนซอกคอขาวยิ่งทำให้ยากที่จะละสายตา... ความกระสันอยากเริ่มจะก่อตัวทั้งๆที่ร่างบางนั้นหลับลึกไปแล้วก็ตาม...

“เด็กที่ชื่อนุ้ย...โทรมาที่บ้านหลายรอบแล้วนะ จะคบใครก็เลือกสักคนไหนจะ  พิมพ์ กับแจน แล้วก็ยายจิ๊ก อะไรนั้นอีก !เราไม่ไหวแล้วนะกลับมาสักที! ตอนนี้อยู่กับใครกันแน่ ภัทร?! ”

"ไอ้หมออย่าบ่นยาว หนูนุ้ยอะจะให้ทิ้งไปได้ไงน้องเขาเพิ่งโดนแฟนทิ้งเมื่อเดือนที่แล้ว เอ๊ะ! หมอนี่ ไม่มีต่อมความสงสารน้องเขาเลย ช่วยปลอบน้องเขาหน่อยแล้วกัน....ส่วนน้องคนอื่นๆ หมอก็รับเรื่องไปก่อนสิ.....ทำเป็นไม่เคย...แล้วที่ถามว่าตอนนี้อยู่กับใคร? คนใหม่อะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก หมอเคยเห็น...ไว้เล่นจนเบื่อก่อน แล้วจะกลับ.."

ไม่ต้องรอประโยคอะไรจากหมอ...ภัทร กดตัดสายแล้วปิดโทรศัพท์เครื่องเล็กอย่างไม่ใยดี  ล้มตัวลงนอนอีกครั้งโดยที่ไม่ลืมดึงร่างบางข้างๆให้แนบแน่นเข้ามาในอ้อมกอด ....จะลุกออกจากเตียงนี้ตอนไหนยังไม่รู้ รู้อย่างเดียว....ยังไม่พอ...เด็กสาวที่ชื่อ พระแพง เหมือนยาเสพติด...ที่ไม่เคยพอ...

...แต่ก็แค่นั้น ...เดี๋ยวสักวันมันก็เบื่อ..แค่ตอนนี้กำลังหลงเท่านั้นเอง

..หมอ..อีกไม่นานเดี๋ยว ภัทร ก็กลับน่า...

...................
....................

............คำว่ารักมันคงจะมีจริง......กับคนอื่นนะ.....

........ไม่ใช่คนชื่อ ภัทร ......................

ทำไมน่ะหรอ? เพราะ I’m Phat ยังไงล่ะ...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 09:19:23 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 36 Endanger.วันสุดท้ายได้เลือด [1]



..วันอาทิตย์แสนสุข...

คิงส์ มารับภินทร์ที่บ้านชลวะเท แต่เช้า... มันคงจะเช้ามากไปจน ภินทร์ต้องกวาดของใช้ส่วนตัวใส่เป้ใบโปรดแล้ววิ่งลงตามเสียงแตรรถที่กดอย่างไม่สนใจสื่อ....แต่เจ้าตัวแสบไม่ได้คิดอะไรมากเพราะกลิ่นของอิสระเหมือนจะกระจายฟุ้งลอยหอมเย้ายวน......

...วันนี้เป็น...วันสุดท้ายที่ ภินทร์ จะเป็นมือเป็นตีนแทนไอ้เหี้ยมที่เหมือนจะเป็นง่อยหรืออัมพาตชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากมายช่วงเช้าไปเดินตลาดซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นให้คุณจระเข้ ช่วงเที่ยงก็ทำกับข้าวทานข้าวด้วยกันหลังจากนั้นก็ยึดรีโหมตจากคุณเหี้ยมคิงส์มานอนดูการ์ตูนบนโซฟา แต่น่าแปลกทั้งๆทีวางแผนไว้แล้วว่าถ้าบัสลงมาหาคุณเหี้ยมจะหลบยังไง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าบัส จะลงมาที่ห้องนี้

...นอนกลิ้งบนโซฟากับคุณเหี้ยมที่นั่งอ่านหนังสือจนเกือบ 5 โมงเย็นถึงไปที่ร้าน ส่วนมากงานของ ภินทร์จะอยู่ที่ ชงเหล้าหรือไม่ก็นั่งมองน้องๆที่เดินผ่านไปผ่านมา....เหมือนซื้อเวลา ถ้าให้กลับบ้านไปตอนนี้ก็คงเหงา ไม่มีแววว่าอะตรอมจะกลับมาเลย....อยู่ที่นี้มีเหล้ากินฟรีแถมยังมีอาหารตา บางทีการเป็นเบ๊เหี้ยมคิงส์ก็ไม่ได้แย่อะไรนัก



......................................ถ้า..................................



“ เฮ้ย!! คิงส์ !หลบ”

เสียงภินทร์ดังขึ้นก่อนตัวจะกระแทกกับอกกว้างของ คิงส์ ความรู้สึกสุดท้ายที่พอจำได้คือ.... ท่ามกลางความชุนละมุน ใครบางคนกระแทกชน ภินทร์ จนถลามาแทนตำแหน่ง คิงส์ และแน่นอน มาเป็นเป้าของหมัดหนักแทนอย่างงงๆ จากความมึน และอาการชาที่แก้มมันก็เปลี่ยนเป็นความเจ็บปนปวดพร้อมรสเค็มแปล่มๆในปากที่เดาดูก็รู้ว่าเป็นรสชาติของเลือดสดๆ

ภินทร์ ได้แต่ทรุดตัวลงนั่งนิ่งกุมแก้มข้างซ้ายที่ตอนนี้ทั้งชาทั้งเจ็บปนปวดหนึบๆตามเสียงเต้นของหัวใจและเสียงเบส ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ความเงียบเข้ามา คงจะพร้อมๆกับเลือดกำเดาที่ไหล ตอนนี้นอกจากจมูกแล้วมันยังไหลลงคออีกด้วยเพราะตอนแรกที่คิดไปเองว่าหากเงยหน้าขึ้นแล้วบีบดั้งเลือดมันจะหยุดไหลไปเอง

...แต่ไม่คิดว่ามันจะไหลลงคออย่างนี้ นอกจากจะทำให้สำลักแล้วมันยังจะทำให้อ้วก… ในนาทีนั้นใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน คิงส์ ตัดสินใจฉุดมือ ภินทร์ ที่ได้แต่นั่งสำลักและไออย่างเอาเป็นเอาตาย กึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบเข้าห้องน้ำและปิดประตูทันที หลังจากคารวะโถส้วมเป็นวรรคเป็นเวร ดูท่า ภินทร์ เหมือนจะดีขึ้น...

 
....
ชั่วเวลาที่นิ่งมอง ร่างที่ยันโถส้วมแล้วสำลักไอนั้น คิงส์ ได้แต่ถามตัวเอง

‘กู พามันหลบออกมาทำไม? ช่วยมันทำเหี้ยไรเนี้ย?’

ถามไปถามมาจนคิดคำตอบได้เองว่า..

‘กูสมเพชมัน กูสมเพชมันไม่ได้เป็นห่วงมันสักหน่อย’

คิดได้แล้วปากหมาๆก็อดพาลแขว๊ะใส่เจ้าของ ร่างที่ทรุดอยู่ตรงหน้าไม่ได้

“เหี้ยไรเนี้ย แค่เลือดกำเดาออกถึงกับอ้วก ไหวเปล่านิ มึง?”

ภินทร์ หยุดหอบหายใจยาว แต่ยังไม่วายมีอาการไอและสำลักบ้าง ดวงตาแดงวาวจากการก้มหน้าคารวะโถส้วมโก่งคออ้วกและสำลักไอ แหงนหน้าหันจ้องไปที่ ชายร่างสูงที่ยืนค้ำหัว

“ไม่ได้เป็นพวกชอบความรุนแรง เหมือนมึง แล้วที่สำคัญไอ้หมัดที่กูโดน กูโดนแทนมึง สัด!”

จากที่เคยสุภาพๆ สัพนามการเรียกเริ่มเปลี่ยนไปตามอารมณ์ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยโดนชกอย่างนี้....

...ส่วนคิงส์ เองนอกจากจะสมเพชไอ้คนที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะอารมณ์ขึ้นเมื่อนึกไปถึงเรื่องริมหาดชะอำ

“เหรอ----คราวก่อนที่กระทืบกูคาชายหาด ไม่ใช่ไอ้ตัวที่อ้วกแตกอยู่นี้เหรอ…?”

ภินทร์ ชะงักเกร็งปาดมือเช็ดริมฝีปากตนเองที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำลาย ก่อนจะยืนขึ้นมาเผชิญกับเจ้าของคำถาม และตอบออกมาอย่าง มีอารมณ์เหมือนกัน

“ไม่ใช่กู!..เท่าที่จำได้ที่กระทืบมึงไม่ใช่กู! แต่ไอ้คนที่เกือบจมน้ำตายเพราะมึงกดหัวแช่น้ำทะเลอย่างมีความสุขนั้นเป็นกู! แล้วก็เลิกซะทีไอ้นิสัยเถื่อนๆของมึง บ้าพลังนักก็ไปวิ่งรอบไฟแดงไป! อย่าคิดว่าคนอื่นเขาชอบตีนเหมือนมึง ! อย่าเหมารวม! เหี้ย!”

ภินทร์ ระเบิดอารมณ์ลงไปกับคำตอบเมื่อนึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้น หากไม่ได้  ตรินทร์ ตื่นขึ้นมาแทน ทั้งตนและไอ้บัพ คงได้เป็นผีเฝ้าทะเลแน่ๆ แต่ทีโกรธที่สุดคงเป็นเพราะไอ้บ้าที่ยืนอยู่ข้างหน้านี้... แค่อารมณ์ชั่ววูปไอ้บ้านี้สามารถฆ่าใครก็ได้งั้นเหรอ? ใครก็ได้ในตอนนั้นที่อยู่กับอะตรอม ใครก็ได้ในตอนนั้นที่บังเอิญเป็น กู!

..............
.........................

...
เหตุการณ์ต่างๆดูสงบลงได้บ้างแล้วเพราะ Guardในคลับเคลียร์ทุกอย่างทันทีที่ คิงส์ กลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง จะมีก็แต่ ภินทร์ ที่นั้งกอดเข่าเบียดซุกตัวอยู่ริมโซฟาจนติดข้างผนังแก้มซ้ายยังชาอยู่เลย...

แถมยังปวดตุบๆ อีกลองขยับปากก็เหมือนจะปวดขึ้นมา

'วันนี้วันเหี้ยไรเนี้ย! แล้วอย่างนี้จะกลับไง? ขืนไป บ้านใหญ่ เรื่องไม่จบแค่นี้แน่...

....ถ้า ไอ้บัพนั่นเห็นสภาพตน... สลับกันถ้าไปบ้านอะตรอม เรื่องคงพอๆกัน...โอยยยยย! ทำไมเป็นอย่างนี้…เห็นทีต้องไปค้างโรงแรมซะงั้น…แต่ตอนนี้ขอพักก่อนนะไม่ไหวจริงๆ ไอ้การเป็นผู้ชายนี้มันยากจริงๆ มองตานิดหน่อยก็กัดกันแล้ว ยิ่งพวกที่เจอๆนี้ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ละตัวระดับหมาล่าเนื้อ มันใช้ชีวิตอย่างนี้โดยยังครบ 32 อยู่ อืมส์...เก่ง...’

“เฮ้ย! ภินทร์ ง่วงก็ไปนอนชั้น 2 เดี๋ยวกูเปิดห้องให้”

..............
............................


[Part ภินทร์]


...เสียงไอ้เหี้ยมคิงส์ดังขึ้นแถมไม่พูดเปล่ามันยังเอาเท้าหนักๆมาเขี่ยหน้าแข้งผมเล่นอีก เขี่ยไปเขี่ยมาเห็นท่าว่าผมนอนแถอยู่บนโซฟาคงจะมีความสุขมากมายมันเลย

เตะ!

ย้ำว่าเตะแรงๆที่สีข้างผมซะงั้น

...สัดเล่นเอาตื่นเลย... ได้แต่น้ำตาเล็ด เหี้ย! โครตสุภาพเลยนะมึง ที่อยู่กับหญิงทำเป็นสุภาพ ไอ้หน้าไหว้หลังหลอก แมร่งจะรู้ไหม ลึกๆกูก็เป็นผู้หญิง...เชี่ย! ได้แต่มองมันตาขวางสัด! กูช่วยมึงนะทำกูได้.....

ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบเป้มาสะพายกำลังจะลุกหนีมันออกนอกร้าน ยังไม่พ้นร้านเลยครับมันก็เสือกดึงมือไว้อีก

“มึงจะไปไหน?”

ถามเหมือนห่วงกูเลยเนอะ

“กูถามว่ามึงจะไปไหน...”

ไอ้เหี้ยมทำเสียงเย็นถามขึ้นอีกรอบ กูไม่ได้เป็นทาสในเรือนเบี้ยมึงแล้วนะไอ้สัด! ตาไม่มีมองนาฬิการึไงไอ้สาดดดดด!

...มันหมดเวลาความสุขมึงแล้ว กูเป็นไทแล้ว ยังไม่ทันคิดอะไรมากมือมันก็กระชับบีบข้อแขนผมไว้แน่นขึ้นอีกเหมือนเร่งคำตอบ อย่ามาถามอะไรกูมากขี้เกียจตอบปวดกราม...เกิดมาเพิ่งเคยโดนชก ครั้งแรกในชีวิต....อย่ามีครั้งที่สองนะ....ไม่ใช่ทาง...

“กูจะกลับ...พอใจยัง...แล้วก็ปล่อยมือมึงซะ...กูไม่ใช่เด็กในสังกัดมึง...แล้ว....แหกตาดูนาฬิกาด้วยมึง”

ไอ้คิงส์หน้าเหวอไปนิดครับก่อนจะกลับมาวางฟอร์มเหมือนเดิม ที่สำคัญมันไม่ยอมปล่อยผม

“ไปนอนคอนโดกูไหม?...”

น้ำเสียงเหมือนถามแต่มือมันเกร็งลากผมลิ้วๆไปที่รถแล้ว เลยตามเลยครับเพราะสมองตอนนี้คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปหาที่นอนที่ไหน ไปนอนคอนโดมันคงไม่เลวร้ายนักหรอก...แปลกนะพวกที่อยู่รอบๆ ตรินทร์มีแต่พวกแปลกๆ พวกที่ไม่ค่อยชอบพูดแต่แสดงออกจากสายตา กับพวกที่ไม่แสดงออกแต่พูดสิ่งที่คิดไว้ ที่คบๆมามีอะตรอมนี้ล่ะปกติสุด...คิดถึงไอ้ยักษ์นั่นจังสามวันแล้วนะ อยากเจอจังเลย...

.
.
.

...

“หิวอะไรไหม...”

...คนขับหันมาถามผมที่นั่งเหม่อเป็นตุ๊กตาหน้ารถ สมองที่ยังไม่ทันประมวลผล กับความคิดถึงไอ้คุณยักษ์ที่อยู่ๆก็พุ่งสูงพาปากผมเปราะออกไปอย่างลืมตัว

“ไม่หิว ..อยากนอนมากกว่าอะตรอม...เฮ้ย! ..เอ่อ คิงส์...”

เผลอเรียกชื่อผิดครับ แต่ก็ไม่เห็นไอ้คนสำคัญอย่างไอ้คิงส์ว่าอะไรผมเลยเลยตามเลยนั่งเหม่อ มองที่กระจกอย่างสงบปากสงบคำ มาถึงคอนโด โดยสวัสดิภาพ ผมเดินตัวปลิวลงมาจากรถ ลืมกระเป๋าเป้ไปเลย คงเพราะง่วงด้วย นิสัยเคยตัวที่อะตรอมปลูกฝังมาด้วยเรื่องของถ้าไม่จวนตัวจริงๆอะตรอมไม่เคยให้ผมถือเองนี้นา

คอนโดมันเป็นคอนโดเดียวกับพวกไอ้เรด แถมยังเป็นคอนโดเดียวกับที่บัสอยู่ด้วยแหม...ช่างประจวบเหมาะแก่การพักอาศัยเสียจริง...โชคดีแค่ไหนที่มาครั้งที่แล้วไม่เจอพวกไอ้เรด ไม่รู้ว่าเชี่ยคิงส์จะพักทีนี้ทำไม? คงไม่ใช่เพราะบัสพักอยู่ด้วยหรอกนะ!?

คิดนู้นคิดนี้เพลินๆกระเป๋าเป้ก็ถูกยัดใส่มือแล้ว

“แท้งส์...อะตรอม”

เอ่อ...........ชะงักครับ เอาอีกแล้วครับเผลอปากไปอีกครั้ง ไอ้คิงส์ที่ส่งกระเป๋าเป้ให้ถึงกับขมวดคิ้ว แล้วมันก็กระชากกระเป๋าเป้กลับไปถือเอง อะตรอม...กูเพ้อถึงมึงขนาดหนักนะเนี้ย สัญญาถ้าแผลหายกูจะรีบกลับเลยกูสัญญา...

“ไปอาบน้ำ....เดี๋ยวออกมากินยาแก้อักเสบ”

พูดไม่พูดเปล่าผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกโยนมาปิดหัวปิดหูผมซะ จำใจเดินเข้าห้องอาบน้ำครับแต่ไม่วายคว้ากระเป๋าเป้เข้าไปด้วยก็ของใช้ส่วนตัวผมอยู่ในเป้นี้น่าส่วนกระเป๋าตังค์มือถือกับกุญแจวางไว้ตรงโต๊ะกระจกข้างโซฟานั้นแหละหวังว่าไอ้คิงส์มันคงไม่ขโมยหรอกนะ...




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 09:32:32 โดย Zitraphat »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 36 Endanger.วันสุดท้ายได้เลือด [2]


...ตอนแรกว่าจะแค่อาบแต่พอได้โดนน้ำจริงๆ ผมก็ทั้งแช่ตัว ทั้งสระผม อ้า...อ่างอาบน้ำสวรรค์สุดๆ ถ้าถามว่าผมชอบห้องนี้ไหม ทุกอย่างมันจบที่อ่างอาบน้ำแล้วครับ... อ๊า...สุขสุดๆ....


กว่าจะออกมาได้เจ้าของห้องก็เป็นศพไปแล้ว ไอ้คิงส์นอนนิ่งที่โซฟา ผมเดินเข้าไปใกล้ก็ไม่ขยับ สงสัยหลับของจริงเหลือบไปมองที่มือมันอ้าว...กระเป๋าตังค์ผมกับพวงกุญแจผมนี้แล้วมันหยิบมาทำไมแถมหลักฐานคามืออีก ไอ้จระเข้นี่ริจะเป็นโจร...

แต่ก่อนที่ผมจะคิดอะไรเวอร์ไปมันก็ดันลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน มันลุกขึ้นนั่งแล้วยัดกุญแจกับกระเป๋าตังค์ของผมใส่มือผมแล้วลากสังขารเข้าห้องน้ำไป ผมเลยถือโอกาสยึดโซฟาที่มันเคยนอนมานอนเสียเอง นอนกลิ้งไปสักพัก ถึงได้รู้สึกว่าพวงกุญแจมันหนักๆกว่าเดิม พวงกุญแจมันแปลกๆอ่ะ ก้มลงมาดูกุญแจในมือถึงได้รู้มันมีกุญแจเพิ่มขึ้นมาอีก 3 ดอก เอ่อ.... กุญแจบ้านใหญ่ 2 ดอกกุญแจห้องอะตรอม 3 ดอกพร้อมคีย์การ์ดในกระเป๋าตังค์ แต่ตอนนี้มันมี 8 ดอกในพวงกุญแจ กุญแจอะไรที่เพิ่มมาอีก 3 ดอก?  ผมลองกะน้ำหนักดูท่าจะปาหัวหมาแตก...กำลังจะแกะเอากุญแจออกไอ้คิงส์ก็โผล่ออกมาจากห้องน้ำพอดี มันมองตาขวางแล้วเดินมาหยิบพวงกุญแจในมือผมไปใส่กุญแจให้กลับเข้าไปในพวงเหมือนเดิม ตัวก็ไม่ได้เช็ดน้ำเลยเจิ่งมาตลอดทาง แถมมานั่งที่โซฟาข้างๆผมอีก...

“ทำเชี่ยอะไร อะตรอม...”

หง่ะ!! ปากผมอีกแล้วครับเหอเหอเหอ...ไอ้คิงส์หันมาจ้องหน้าผมแล้วยัดกุญแจใส่มือ

“สมองมึงนี้มีแต่ ไอ้ตรอมเชี่ยไรนั้นจริงๆเลยนะ...ไอ้ยักษ์นั่นมีอะไรดีนัก?”

...เสียงเย็นเป็นประโยคบอกเล่าปนคำถามมาอีกแล้ว ผมคาดเดาอะไรไม่ถูกจริงๆ ง่วงด้วยอยากนอนด้วยเบื่อรับอารมณ์มันเลยนอนหันหลังเข้าโซฟา นอนโซฟาก็ได้กูจะหลับแล้วเบื่อประมวลผลประโยคบอกเล่าของมัน สมองผมมีไว้ใช้เรื่องอื่นอีกเยอะ...

กำลังจะเคลิ้มๆมันก็ฉุดแขนลากเข้าไปที่ห้องอีกห้องแล้วทิ้งผมไว้หน้าเตียงใหญ่ ชั่วโมงนี้ใครอะไรยังไงไม่สนใจแล้วครับผมคลานขึ้นเตียงได้ก็ดึงผ้านวมผืนใหญ่ขึ้นมาห่มแล้วหลับทันที เจ้าของห้องจะนอนไหนหรือมันจะมาปลุกผมลงไปนอนโซฟาอีกครั้งก็ช่างมันชั่วโมงนี้กูไม่ไหวจริงๆ

..............
.........................

.
.
.


‘อึก..อืมส์...’

...เหมือนจะหยุดไม่ได้แล้วกับความรู้สึก... มือใหญ่ที่ไล้ลูบช่วงเอวก็ยิ่งส่งอารมณ์ จูบไม่ได้หวานเหมือนตอนจูบกับสาวๆ แถมยังรุนแรงและดิบๆยังไงชอบกล แต่มันก็เหมือนอ้อนให้จูบซ้ำๆ... ผมเผลอจูบตอบมันไปตอนไหนไม่รู้ แสงนวลๆลอดผ่านม่านเข้าแต่ไม่ได้แสบตาอะไรนัก... แต่พอให้เห็นลางๆว่าคนที่กอดผมอยู่คือเชี่ยคิงส์...

ริมฝีปากที่ไล้งับตามช่วงไหล่ผมกำลังดึงสติผมออกไป นี้ฝันอยู่หรือเปล่าวะ?

ผมคิดขณะดึงคอคนในฝันมาโอบไว้แล้วรุกจูบเสียเอง แล้วก็ต้องชะงักเพราะความรู้สึกเจ็บปนปวดที่ข้างแก้ม เอาแล้วไงฝันเชี้ยอะไรเจ็บจริง??!!

..............
............................


“คิงส์...”

ผมลองเรียกมันดู

“อือ...ครับ...”

มันขานซะเพราะพริ้ง...แต่ยังไม่ยอมเอาปากออกจากลำคอผมแถมยังเลื่อนตัวขึ้นมาจูบแบบลึ๊กลึก อีกครั้ง เล่นเอาเซ็ง ผมตบไหล่มันแรงพอควรให้มันรู้ตัว...แต่มันยังไม่ยอมหยุด...

“พอได้แล้วมึง สาด... เล่นเอากูตื่นเลยนะ”

“ไม่เห็นเป็นไรกูก็ตื่นเหมือนกัน”

มันไม่พูดเปล่าครับมือใหญ่ๆนั้นลากมาวนแถวๆท้องน้อยผม แล้วเปลี่ยนมาเป็นจับมือผมให้ล้วงลึกเข้าไปในบอกเซอร์ของมัน...ไอ้ดุ้นใหญ่ที่แข็งสู้มือ...ทำให้รู้สึกยี้แบบแปลกๆ...

....ชั่วโมงนี้หมดกันครับ ความรัญจวนใจอันวาบหวาม...

ผมผลักมันแรงๆให้ลงไปจากตัวสักทีบอกความรู้สึกไม่ถูก...

“ไม่ได้เหรอ...กูเก่งนะ”

“ใช่เรื่องไหม...เดี๋ยวฟ้าผ่าสัด!”

“กูใช้ปลั๊กสามตา เดี๋ยวมันก็ลงดิน”

“ตลกแดกแล้วมึง...คลำไม่มีหางเล่นไปทั่ว...กับตัวผู้อย่างกูยังไม่เว้น ”

“แค่กับมึงหรอก...ตัวผู้อื่นกูก็ไม่ได้ทำอย่างนี้”

“หรอออออ... อย่าแหล...มึงเอาบัสไปทิ้งไหน?...”

ผมพลั้งปากถามออกไป... เจ็บใจตัวเองชะมัด เชี่ยคิงส์เงียบไปก่อนจะลุกออกจากตัวผม

“มึงรู้เหรอ? เรื่องบัส...”

สีหน้ามันแปลกๆ ตอนมองผม ยิ่งผมเงียบมันก็เงียบ...

“.....น้องเขาก็น่ารักดี กูก็แค่ถามดู ไม่ได้ว่าอะไร”

“กูไม่ได้ชอบบัส ก็แค่คบเล่นๆ แค่อยากลอง... ถ้ามึงไม่สบายใจกูก็จะเลิก”

ตอนนี้ผมกัดฟันกรอดเลยก็ว่าได้ น้องที่กูแอบมองมาตลอด... อุตส่าห้ามใจไม่อยากปีนต้นงิ้ว...

...แต่เชี่ยคิงส์ แค่อยากลอง...แค่อยากลอง...

“เหมือนกับที่อยากลองกับกูตอนนี้อะนะ...มึงก็แค่อยากลองเหมือนกันใช่ไหม...เลิกเหอะวะ”

ผมพูดไปจ้องหน้ามันไป ที่ว่าเลิกนี้ผมหมายถึงให้มันเลิกกับน้องเขา สงสารเด็กมันถ้ารู้ว่าเป็นแค่ของเล่นไว้ลองแก้อยาก บัสจะรู้สึกยังไง?

“กูสงสารเด็กมัน ถ้าไม่รักก็ปล่อยมันไปเถอะ เด็กมันจริงจัง ถือว่ากูขอแล้วกัน”

ที่พูดขอนี้ไม่ได้ขออะไรนะ ผมขอบัสจากมันขอกันตรงๆเลยถ้ามึงคิดจะลองน้องเขาเล่นๆ มึงก็ปล่อยน้องเขาไป กูจะได้สวมแทนหรือถ้ามึงยังไม่ยอมกูก็จะแย่งแล้วทีนี้...

...แน่นอนที่คิดมาหลังๆนี้ผมไม่ได้พูดออกไป มองไปที่นาฬิกาบนหัวเตียง เกือบ 6 โมงเช้าแล้ว หมดอารมณ์นอนทั้งๆที่ถ้าเป็นช่วงเวลานี้ผมแทบไม่อยากลุกออกจากที่นอนด้วยซ้ำ ไม่รู้แล้ว......

ผมเข้าห้องน้ำทิ้งไอ้คิงส์ไว้บนที่นอนอย่างนั้น ล้างหน้าล้างตา เสร็จผมก็เดินเก็บข้าวเก็บของ ใส่รองเท้า เปิดประตูลงลิฟต์ไม่ได้ล่ำลาอะไรหรอกเซ็งเรื่องบัส เซ็งตัวเองด้วยชอบซะจริงไอ้คนมีเจ้าของเนี้ย แถมคิดถึงอะตรอมอีกต่างหาก เรื่องแผลที่แก้มนี้ช่างมันแล้ว กลับไปอ้อนอะตรอมดีกว่า...

ถึงไม่มีอ่างอาบน้ำ แต่มีอะตรอมให้อุ่นใจก็พอแล้ว...

“เหวอ!”

กำลังจะออกจากลิฟต์ผมก็โดนผลักให้กลับเข้ามาในลิฟต์อีก กำลังจะโวย ก็ชะงักกึกกับสีหน้าอาฆาตของไอ้คิงส์

มันวิ่งลงมาครับ! แถมยังเร็วกว่าผมที่ลงลิพต์อีกต่างหาก 6 ชั้นนะมึง!

“กู...ยอม..ยอม..แล้ว”

มันพูดปนหอบเหนื่อย แต่ยังมีแรงมายึดข้อมือผมไว้แล้วกดลิฟต์ไปที่ชั้น 6

“เฮ้ย! กูจะกลับบ้าน”

ผมประท้วงครับ ยอมเชี่ยไรของมึงแล้วมาจับกูไว้ทำไม มันทิ้งตัวพิงผนังลิฟต์แล้วหันหน้ามาทางผม

“กูบอกว่า...กูยอมแล้ว...มึงจะไปทำไม...”

“ยอม...ยอมเชี่ยไร?”

ไม่เข้าใจครับบอกตรงๆ

“กู...จะไม่ยุ่งกับบัส กูยอมปล่อยบัสแล้ว คนอื่นๆก็ด้วย แค่มึง...อย่าไป...”

เอ่อ...มึงปล่อยบัส ก็ดี แล้วคนอื่น....โห่! ไอ้ชั่วกูว่ากูชั่วแล้วนะ แต่มึงนี้มัน....

อ้าว?...แล้วคนอื่นมันเกี่ยวอะไรกับกูจะกลับบ้านด้วยครับคุณมึง?

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูจะกลับบ้าน...?”

ผมถามมันตรงๆ

“ไม่กลับไม่ได้เหรอ? ก็กูยอมแล้ว มึงจะงอนอะไรอีก”

“งอนเชี่ยไร?กูจะกลับบ้านง่วงนอน ว่าจะไปนอนต่อค่อยไปหาหมอ ชักปวดๆหัวแล้ว”

ผมบอกมันตามตรงไม่เข้าใจรูปประโยคที่มันพูดครับ อยากไปหาอะตรอมด้วย ไม่สบายต้องหาคนอ้อนอยู่กับเชี่ยคิงส์นอกจากอ้อนมันไม่ได้แล้วเผลอๆยังต้องคอยตามรับใช้มันอีกมั้ง

“งั้นก็ขึ้นไปนอนห้องกู”

ไอ้คิงส์พูดพร้อมดึงข้อมือผมให้ออกจากลิฟต์ที่เปิดตรงหน้าห้องมันพอดี ยังไม่ทันพูดหรือเถียงอะไรก็กลับมาอยู่ที่ห้องมันเหมือนเดิม... อีกแล้ว...ผมยืนเซ็งอยู่หน้าเตียงยับๆเตียงเดิม โยนกระเป๋าเป้ทิ้งทอดรองเท้าผ้าใบ แล้วคลานเข้าไปซุกในผ้านวมผืนเดิม

เอ่อ...

สักตื่นแล้วค่อยกลับก็ได้.....สักพักเตียงด้านซ้ายมันก็ยวบลงไป เชี่ยคิงส์เข้ามานอนเบียดข้างๆอีกล่ะ .....

...ช่างแมร่ง  ตอนนี้กูง่วงโคตร...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 09:45:31 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 37 So many Tears  กบฏ ไร้พ่าย [ตอน 1]



..อากาศชื้นเย็นจนรู้สึกได้ยามหายใจเข้า...

สายหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมพื้นป่าเบื้องหน้าเหมือนดั่งทะเลยามต้องแสงวัน แต่ที่แตกต่างคงเป็นเพราะสายหมอกนั้นเหมือนมีชีวิตยามไอหมอกนั้นล้อไล้กับสายลม....

...มันเป็นภาพที่ทำให้ผมไม่กล้าจะกระพริบตา ภาพเบื้องหน้ามันสวยงามจนกลัวว่าหากเผลอปิดตาตัวเองแล้วลืมขึ้นอีกครั้งภาพนั้นจะหายไป ผมกำลังฝันหรือเปล่า? ถ้าตอนนี้ฝันมันคงจะเป็นฝันดีสินะ.

..สายหมอกพลิ้วเล่นลมลอยเป็นสาย ใกล้มือจนแทบจะเอื้อมแตะได้ ผมไม่ลังเลเลยที่จะก้าวตามให้ตนเองใกล้สายหมอกเย็นนั้น... ไม่สนด้วยซ้ำว่าหนทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ตอนนี้ขอเพียงแค่สัมผัสสายหมอกนั้นได้ก็พอ


“?! ”

พื้นที่เหยียบอยู่มันสุดแค่ปลายเท้าผม!

เหมือนตัวเองจะหล่นฮวบลงไป ถ้าไม่มีวงแขนใหญ่มาโอบและยึดไว้จากด้านหลัง อ้อมกอดที่อบอุ่น ...อุ่นจนเหมือนจะร้อนขึ้นมากลายๆ

“นิลกาฬ...นางชอบล่อลวงยามร่ายรำ รับพระอรุณ...ยังมิชินอีกรึ... ครานี้มีข้าคอยป้องภัย หากต่อไปข้ามิได้สถิตข้าง ใครจักคุ้มครองเจ้า?... ”

เสียงทุ่มกังวานกระซิบเบาเข้ากับซอกคอ พาให้รู้สึกถึงลมร้อนที่ออกมาจากริมฝีปากคนพูด ผมได้แต่นิ่งไม่กล้าขยับ... กลัวว่าผมอาจก้าวพลาดอีกครั้ง สายหมอกมันสวยก็จริงแต่มันก็อันตรายเมื่อมันบังทุกสิ่งที่อยู่เสมอปลายเท้า... วงแขนข้างหนึ่งรัดผมให้แน่นเข้ากับแผ่นอกกว้าง ก่อนที่มือใหญ่จะวาดเป็นวงเหมือนกวาดสายหมอกเบื้องหน้าออกไป เพียงชั่วครู่ก็เหลือเพียงทัศนียภาพที่ผมเองได้แต่ตกตะลึง

ข้างหน้า....เป็นหน้าผาใหญ่ ไล่สายตาลงไปเป็นพื้นป่าสีดำที่กว้างสุดสายตา...

“ทิวาหน้า ข้าจักกลับไปยังเขตแดน หากภายในภัทรมาสนี้ ข้ามีชัยเหนือ สิงหกรรมปุระ เบื้องหน้าจักหาได้เป็นแต่พื้นป่า...ข้าจักสร้างมหาบารายเป็นบรรณาการแด่เจ้า มหาบารายที่จักยิ่งใหญ่กว่า กาลใดๆใน ‘สุรโภคานคร’ มหาบารายอันมีแด่เจ้าเท่านั้นอุปราชน้อย... ลองทำนายดูสิ... ข้าเพียงอยากรู้ว่าข้าทำได้ดั่งคำข้ารึไม่... ”

ผมได้แค่มองไกลไปยังพื้นป่ากว้าง...ความรู้สึกบางอย่างมันเหมือนอัดแน่นอยู่ในอก ความกลัวและความเศร้าที่เหมือนจะทะลักออกมา หากเอ่ยปากพูดอะไรออกไป...

‘พี่ท่านเจ้าขา... มหาบารายนั้นงดงาม...หากแต่มันมิใช่บรรณาการแด่ข้า...สิ่งที่ข้าเห็น...มหาบารายนั้น องค์พี่ท่านสร้าง...............




เพื่อเป็นสุสาน...แด่ข้าเจ้า...... ’


.
.
.


...เสียงหวานอันแสนเศร้า มันไม่ได้ออกเป็นคำพูด แต่มันเป็นแค่เสียงแผ่วเบาที่เหมือนมีแต่ผมเท่านั้นที่ได้ยิน ไม่ได้รู้จักคนที่กอดผมอยู่สักหน่อยแต่ทำไม หน้าอกมันเจ็บไปหมด...เจ็บจนต้องหลับตาข่มทั้งอารมณ์ทั้งน้ำตาที่พาลจะไหลทุกครั้งที่หายใจ...

..............
............................


พอลืมตาขึ้นมา


ผมก็พบกับห้องโล่ง!! ฝันแน่ๆงานนี้....ตอนนี้ผมอยู่ในห้องโล่งตบแต่งด้วยโทนสีครามดูเบาตา เสาหินต้นใหญ่ถูกประดับด้วยผ้าสีครามลากยาวโยงไปทั่วทั้งห้อง พื้นห้องเป็นหินสีดำที่เย็นเท้าเมื่อก้าวเดิน ส่วนด้านข้างเป็นบ่อหรือน่าจะเรียกว่าสระได้มั้งเพราะมันทั้งกว้างทั้งยาวขนานไล่กันไปกับพื้นห้องสระบัวสีคราม...กลิ่นของเกสรบัวลอยคลุ้งไปกับอากาศ...อย่างกับน้ำหอมชั้นดี

“เหตุใดองค์ฑิฆัมตรัง ให้เจ้าหมั่นหมาย กับ เชื้อสายนาคา... ”

เสียงทุ่มดุดังกังวานมาจากที่ไหนสักที่

คนละอารมณ์กับเมื่อครู่นี้เลยทั้งๆที่ผมว่าคนพูดน่าจะเป็นคนๆเดียวกัน ลองมองหาต้นเสียงผมก็เห็นเงาใครคนหนึ่งหลบพิงอยู่ข้างเสาต้นใหญ่ ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ เจ้าของเสียงนั้นก็มาดังอยู่ข้างๆ เร็วเกินไปกว่าที่จะทันรู้ตัว เจ้าของเสียงนั้นมาอยู่ข้างหลังผมแล้ว!!

..............
............................


“ ข้าเพียงฝัน...ฝันว่าตนข้ายืนเหยียบบัลลังค์แห่ง ‘สุรโภคานคร’ ”

ทั้งๆทีเจ้าของเสียงยังอยู่ห่างเกือบ 2 เมตร แต่เสียงคงอำนาจนั้นเหมือนกระซิบอยู่ข้างหูผม

..............
............................


‘แล้วมาบอกทำไม?’

ผมจ้องมองชายร่างใหญ่ที่นุ่งผ้าสีแดงคล้ำ ท่อนบนนั้นปล่อยเปลือยเผยให้เห็นช่วงบนอันเต็มไปด้วยแผลเป็นต่างขนาดที่เหมือนเป็นเครื่องประดับถาวรของร่างกายนั่น ใบหน้าคมเหมือนยังกับหล่อแบบมาจากสัมฤทธิ์ ดวงตาดุแต่แฝงแววอ่อนโยนเหมือนว่าเคยเห็นจากที่ไหนสักที แต่ผมจำไม่ได้... ที่สำคัญสีผิวนั้นเป็นสีทองแดง... มันดูแปลกแต่โดยรวมแล้วแค่คำว่าหล่อมันยังบรรยายคนที่อยู่ข้างหน้าผมไม่ได้...

แต่ก็แค่นั้นขอโทษไม่ใช่ทาง...จนร่างใหญ่นั้นเดินเข้ามาหาผม แล้วจับไหล่สองข้างของผมยึดไว้ แววตาสีดำสนิทจดจ้องมาที่ผม จนทำให้ต้องจ้องดวงตานั้นตอบ แววตาสีดำของคนตรงหน้าสะท้อนภาพของใครสักคนที่...ทำเอาผมลืมไม่ลง ภาพสะท้อนที่ผมเห็นในดวงตานั้นเป็นชายหรือหญิง? มันไม่สำคัญหรอก เพราะทุกอย่างมันรวมกัน เป็นภาพที่สะท้อนนั้น..................

‘งดงาม’

งดงามจนแทบลืมหายใจ….

“หากข้ายืนเหยียบบัลลังค์แห่ง ‘สุรโภคานคร’ จริงระหว่าง... ‘ข้า’ กับ ‘นาง’ เจ้าจักเลือกผู้ใด ? ”

เจ้าของแววตาสีดำกระชับแรงบีบที่หัวไหล่ดึงสติผมให้กลับสนใจกับคำถาม ดวงตานั้นเหมือนอ้อนวอนแต่ก็แฝงแววดุดันไว้ในที บางอย่างบอกผมว่าสำหรับคนตรงหน้า ไม่มีอะไรที่ต้องการแล้วไม่ได้...

“ตอบข้ามาสิ ภังคียะ หากข้าได้เหยียบบัลลังค์ แห่ง ‘สุรโภคานคร’ มันจักมิมีการหมั่นหมายระหว่าง เจ้า กับ นาง”

แรงบีบเหมือนจะยิ่งมากขึ้น... และบางประโยคจากถ้อยคำนั้นมันแฝงไว้ด้วยเรื่องบางเรื่องที่ร้ายแรง...

..............
............................


“หากเลือกไม่ได้ ....ข้าก็จะทำให้เจ้าได้เลือก...ถึงจะมีเชื้อสาย สรุ เพียงครึ่ง แต่เจ้าก็เป็นสุร ข้าไม่มีทางยกเจ้าให้ ‘นาง’ และข้าสาบาน ‘ภังคียะ’ ไม่ว่าด้วยวิธีใดข้าก็ต้องทำให้เจ้า....เลือกข้า ”

“ข้า...มิใช่ผู้มีสิทธิ์เลือก พระพี่ท่าน... หากแต่เป็นคำสั่งพระพ่อเจ้า และกฎแห่ง ‘สุรโภคานคร’หากจักดำรงอยู่ข้าก็ต้องหมั่นหมายกับ ‘นาง’ อากาศสำหรับ สุร กึ่ง นาคา เยี่ยงข้า มันเบาบางเกินชีพแห่งร่างนี้จักคงไว้... ‘นาง’ คือประตูระหว่างร่างและชีพ... หากมิมีนางข้าเองก็มิอาจมีชีวืตอยู่ได้...”

ประโยคและน้ำเสียงหวานใสนั่นดังมาจากปากผม แต่ผมเองไม่ได้เป็นคนพูดนะ!! ตอนนี้ผมเหมือนเป็นคนที่ยืนเผชิญหน้ากับพี่ชายสัมฤทธิ์ทองแดงนี่ แต่ผมได้แค่รู้สึก...เพราะคำพูดและน้ำเสียงไม่ได้มาจากการกระทำของผม

“หากให้เจ้าดำรงอยู่ได้ การหมั่นหมายข้าจักมิขัดขวาง หากเพียงแค่หมั่นหมาย...ข้าเองยังแสนทรมาน...ภังคียะ ...ได้โปรด อย่าคง รัก ในนาง ....เพียงนี้หัวใจข้าก็แทบแตกเป็นสองแล้ว... ”

แววตาสีดำจดจ้องเข้ามาที่ผมเหมือนจะอ้อนวอนขอคำตอบ แต่แรงบีบที่กดลงทั้งสองไหล่เหมือนให้ผมรับรู้กลายๆ นั่นเป็นการบังคับในที...

..............
............................


.
.
.

“ 'ข้าเพียงฝัน...ฝันว่าตนข้ายืนเหยียบบัลลังค์แห่ง ‘สุรโภคานคร’ '  หึ!! ...นายน้อย ใยท่านมิคิดจักปราม มหินทรา บ้างเลยรึขอรับ การเอ่ยเยี่ยงนั้น ต่อให้เป็นเดรัจฉานเยี่ยงข้าก็ทราบความ มหินทราท่าน ต้องการสื่อถึงสิ่งใด... ”

ประโยคนั้นดังซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง...

แต่เสียงที่ได้ยินเหมือนเสียงคำรามมากกว่าที่จะเป็นรูปประโยค ผมอยู่ในห้องที่เป็นสีครามเพราะสีผ้าผืนยาวที่โยงผืนไขว่กันไปมาแต่ก็ดูสวยแปลกตาดี... สายตาผมสำรวจไปทั่วห้อง จนมาจบอยู่ตรงตุ๊กตาตัวใหญ่ แถมยังหนักที่ทับบนหน้าตัก ตุ๊กตาเสือขนสีเงินตัดดำที่แสนนุ่มแถมยังมีพวงหาง สองพวง....

“ !”

ตุ๊กตา...ที่ไหนเสือกขยับได้!!!

ผมแทบช็อค!! เสียงประชดประชันที่ได้ยิน ดังออกมาจากเจ้าขนนุ่มตัวยักษ์ที่นอนทับอยู่บนตักผม !!! เสือตัวเป็นๆ สองหางแถมยังพูดได้ !! ในความรู้สึกผมแข็งเกร็งไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง มือผมกำลังลูบแผงขนนุ่มของเจ้าเสือนั่นซ้ำไปซ้ำมา ทำยังกับไอ้ตัวเขี้ยวโง้งนี่เป็นลูกหมาแสนเชื่อง..

“จักยอม มหินทราท่านไปถึงไหนขอรับ นายน้อย...เพียงแค่มีตำแหน่งรองแม่ทัพ มหินทราท่านก็แทบมิเห็นผู้ใดอยู่ในสายตาแล้ว...ดีนะขอรับที่มีองค์ฑิฆัมตรังคานอำนาจแม่ทัพอยู่... หาไม่แล้วข้าเจ้ามิอยากคิดว่าภายภาคหน้าจักเป็นเยี่ยงไร ...อย่าได้เอ่ยนะขอรับ....ว่าจักยอมให้แม้แต่บัลลังค์แห่งสุรโภคานคร...หากนายน้อยยอมมหินทราท่านได้ขนาดนั้น..... ก็ยอมยก ‘นาง’ให้ มหินทราท่านอีกสักสิ่งสิขอรับจักได้หมดจากภาระหน้าที่จบจาก ‘นาง’ ก็หนีไปกับข้าเจ้า...ไปยังที่ไกลแสนไกล...เรื่องมันจะได้ยุติเสียที... ข้าเจ้ามิอยากเป็นเยี่ยงนี้อีกแล้ว...ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแล้วต้องค่อยกังวล...กังวล...ว่านายของข้าเจ้า...จักยังคงลมหายใจหรือไม่...มันทรมานมากนะขอรับ....”

ไอ้ตัวขนปุยเขี้ยวโง้งยังจ้อเรื่อยเปื่อยไม่หยุด จะว่าไปมันก็น่ารักดีนะแถมตาที่หลับพริ้มตอนโดนลูบขนก็ดูน่าแกล้งไม่หยอก...ถ้าไม่คิดว่ามันเป็นเสือ คิดว่ามันเป็นหมาตัวใหญ่ก็ได้มั้ง !?

“นายน้อย...เหตุใดได้แต่นิ่งเงียบขอรับ...เกรงในมหินทราท่านบ้างเถิด...การเอ่ยเยี่ยงนั้นนายน้อยเองก็ใช่ว่าจักมิรู้ความ มหินทราท่านได้แจ้งแล้ว หาก นายน้อย เลือก ‘นาง’ กองกบฎจักบังเกิด...หากเป็นเยี่ยงนั้นจริง ข้าเจ้าจักทำเยี่ยงไร จักต้องซ่อนนายน้อยไว้ ณ ที่ใด แผ่นดินนี้จักมีที่ใดให้หลบซ่อนอีกรึขอรับ? เราจักหลบซ่อน จากรองแม่ทัพผู้ไร้พ่ายได้เช่นไร?...กำลังของข้าเจ้าจักพอเป็นเกราะกำบังนายน้อยได้แค่ไหน...ข้าเจ้าเองก็ยังมิรู้ ...หากแต่สิ่งเดียวที่ข้าเจ้าจักทำได้ ข้าเจ้าจักอยู่เคียงข้างนายน้อยเสมอเงาขอรับ...”

เจ้าเขี้ยวโง้งขนปุยพลิกตัวนอนหงายท้องแล้วใช้สายตาจ้องมายังผม แววตาสีเงินวาวที่ดูคุ้นเคย แฝงแววกังวล ตอนพูดถึงคนที่ชื่อ ‘มหินทรา’ คนๆนั้นน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ?

..............
............................


...กลิ่นและรสหอมหวานของน้ำผึ้งสีแดง มันติดอยู่ที่ปลายลิ้นความหอมหวาน...ที่เหมือนจะแลกมาด้วยสติ ผมรู้สึกนะว่าผมยิ้ม ยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า...ชื่ออะไรนะ มหินทรา หรอ? ดวงตาสีดำตอนนี้จ้องมองผม... ทำเอาหน้าร้อนผ่าวได้เหมือนกัน...

แล้วนี่ผมอยู่ไหน?

ไอ้เขี้ยวโง้งขนปุยนั่นล่ะ ?

ไหนมันบอกว่าจะอยู่กับผมตลอดเวลาไง ? ผมได้แต่หันซ้ายหันขวามองหาไอ้เสือ จนคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเริ่มจะไม่พอใจ

“ต้องการสิ่งใดรึ ภังคียะ?”

“พยัคฑิฆามาส...เสือเลี้ยงข้าเหตุใดมิอยู่ยังสถานนี้...”

“ในเมื่อเจ้ามีข้า... เหตุใด ยังต้องการเดรฉานตนนั้นอีก”

มหิทรา อะไรนั้นยิ้มเย็นให้ผม ผมมีสตินะ แต่ตอนนี้เหมือนไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ มือไม้มันอ่อนแรงไปหมด คนตรงหน้าผมยิ้มกว้างแล้วโน้มตัวผมให้พิงซบลงไปที่แผงอก ก่อนจะช้อนอุ้มผมทั้งตัวแล้วยกขึ้นสูง โดยที่ผมไร้แรงขัดขืน ผมถูกพาผ่านระเบียงเสาที่เต็มไปด้วยกระดิ่งที่ผูกเรียงไล่ยาวไปตลอดทาง...

จนผ่านมายังประตูไม้บานหนึ่ง เสียงคำรามที่ผมนึกไปเองว่าเป็นเสียงของไอ้ขนปุย...ประตูไม้ที่ปิดไม่สนิทมันแง้มออกมา....ผมเห็น ไอ้ขนปุยของผมถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เส้นใหญ่ ทั้งคอและข้อเท้า ขนสีเงินเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะแรงกระชากของโซ่เส้นใหญ่นั้น...ผมพยายามจะร้องเรียกมัน แต่ไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมาจากลำคอ

'พยัคฑิฆามาส...'

“ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่รึ ภังคียะ...ข้า... จักทำทุกวิถี เพื่อให้เจ้า เลือกข้า... ”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 10:04:12 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 37 So many Tears .กบฏ ไร้พ่าย [ตอน 2 ]


...สุดทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยหมอกกำมะถันและม่านน้ำ...

เข้าไปสู่ทวารกว้างที่ตบแต่งด้วยโกแมนและผลึกนิล เสียงกระดิ่งเดืองที่ดังไปทั่วบริเวณซุ่มเสียงที่เร่งเร้าแทบทำให้บ้าคลั่ง เสียงเพรียกของกระดิ่งรายทางที่ตีกระทบกันอย่างรุนแรงเหมือนเร่งเร้า...ถึงชัยชนะ รูปสลักอันเปรียมอำนาจแห่ง สุร อันฝังสถิตยังสองข้างผนังหิน คล้ายจะปรีดาเมื่อแต่ละตนนั้นปรากฎรอยยิ้มเล็กๆที่พอสังเกตุได้...

สายตารูปสลักทุกคู่ไล่มองตามร่างใหญ่ที่โอบอุ้มสิ่งรักไว้อย่างหวงแหน...

‘ถึงเพลาแล้วที่ สุรโภคานคร จักต้องเปลี่ยนเชื้อสายผู้ปกครอง และถึงเพลาแล้วที่ มณีแก้ว จักต้องอยู่ยังหัตถ์แห่ง สุร หาใช่เป็นไปตามคำบัญชาแห่ง เทวา ถึงเพลาแล้วที่ ‘นางกาลี’ จักต้องเป็นผู้สูญเสีย...’

ปรีดา...แห่งสุร......เสียงสรวญคงอำนาจดังกระหึ่มก้องไปทั่วทั้งสถาน...

..............
............................

..รสหวานหวามของไอ้น้ำผึ้งสีแดงนั้นตอนนี้ผมจำมันได้ดี เพราะทุกครั้งที่ผมจะขยับตัวได้ ริมฝีปากของไอ้มหินทราบ้านั้นก็แนบป้อนรสหวามหวานเข้ากับริมฝีปากผมทุกครั้ง มันหอมหวานเกินกว่าผมจะอธิบายแต่มันก็ขมสุดๆในความรู้สึก...

แต่ที่ทำให้ผมโกรธไม่ลงก็เพราะทุกครั้งที่โดนป้อนน้ำรสหวาน สายตาของคนป้อนที่จ้องมองผม...มันสื่อถึงความรู้สึกบางอย่าง คนตรงหน้าจะไม่ทำร้ายผม...อ้อมกอดจากวงแขนใหญ่ของคนป้อนน้ำหวานที่โอบผมไว้ทั้งตัวมันอุ่นเกินกว่าแค่สัมผัส ความรู้สึกอบอุ่นนั้นอุ่นไปถึงหัวใจ...

“สุรโภคานคร ไม่จำเป็นต้องมี เทวี เพียงแค่มีเจ้าเป็น มณี แห่ง นคร ก็เพียงพอตรองเถิดน้องข้า... เพียงแค่เจ้าเอ่ยปากข้าจักส่ง นาง คืนยัง โภควัตร พันธสัญญาจักจบสิ้นเสียทีการหมั่นหมายระหว่างผืนฟ้าและแผ่นน้ำจักได้ยุติ...กี่คราแล้ว...ที่สายเลือดแห่ง สุร เฉกข้า...ได้แต่เฝ้ามองยามผืนฟ้าแย่งชิงสายน้ำไปครอง ”

...สัมผัสอุ่นจากอ้อมกอดและฝ่ามือใหญ่ที่ค่อยๆลูบหัวผมอยู่...ทำให้แทบเคลิ้ม

ไอ้มหินทราอะไรนี้ก็มีดีเหมือนกันแต่ไอ้ที่พร่ามมาผมไม่ค่อยเข้าใจ นี่มันความฝันบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ที่ผมรู้มีเพียงอย่างเดียวตอนนี้ไอ้บ้าพลังนี้สงบลงแล้ว...ดูๆไปไอ้มหินอะไรนี้ก็อบอุ่นดีนะ ถ้าในความฝันผมจะคิดถึงอะตรอมมันจะผิดไหม? ก็ความรู้สึกมันคล้ายๆกันเลยนี่น่า....


“ ‘รัก’.......ข้าเจ้าคง ‘รัก’ ใน ‘นาง’ พระพี่ท่าน... ”

เฮ้ย!! เสียงหวาน ดังแผ่วเบาออกมาจากปากผม ....

สาดดดดดดดดดดด! จะมาพูดอะไรตอนนี้ เหมือนกวนน้ำที่กำลังจะใสให้ขุ่น เสียงบอกว่ารักนั้นเบาก็จริงแต่ถ้าบอกตอนที่กำลังโดนโอบกอดจนแน่นขนาดนี้ถ้าเจ้าของอ้อมกอดไม่ได้ยินก็พิการซ้ำซ้อนแล้ว ไม่ต้องถามว่าอารมณ์เจ้าของอ้อมกอดที่โอบผมอยู่ตอนนี้เป็นยังไง เสียงกัดฟันกรอดๆกับ การนิ่งเกร็งมันทำให้ผมรู้ความรู้สึกแบบเดียวกับที่ อะตรอมเคยเป็นที่สนามบาส....

โกรธมาก...แต่ทำอะไรไม่ได้เจ้าของวงแขนใหญ่ค่อยๆคลายอ้อมกอดออกจากตัวผมแล้วใช้มือใหญ่นั่นเชยคางผมที่อ่อนแรงให้จ้องมองตอบ แววตาวาวดำเหมือนจะเคลือบสีแดงไว้ชั่วขณะ

“เพียงข้าเท่านั้น....เพียงข้าเท่านั้น ที่เจ้าจักมีรักให้ได้ ภังคียะ ! รักแห่งเจ้ามีให้ข้าได้เท่านั้นหาใช่ นาง! เพียงข้า...เท่านั้น!”

จบคำพูดของคนตรงหน้า ผมก็ถูกปล่อยออกจากอ้อมแขนใหญ่ให้ทิ้งตัวลงบนผืนผ้าที่วางซ้อนเป็นชั้นๆ โถน้ำผึ้งใหญ่สีแดงที่คนตรงหน้าเคยค่อยๆจิบแล้วป้อนเข้าปากผมตอนนี้ของเหลวรสหอมหวานข้างในถูกเทราดลงบนตัวผมทั้งหมด ก่อนที่ร่างใหญ่จะขึ้นคร่อมผมแล้วค่อยๆถอดเสื้อผ้าสีแปลกของตนเองออก ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว!!

ริมฝีปากร้อนสัมผัสเบาลงมาที่หน้าผากผม ก่อนมือใหญ่จะเลื่อนขึ้นมาประคองที่หน้าแล้วไล้ลิ้นลงเลียริมฝีปากอย่างแผ่วเบา ....

ผม .......ขยับไม่ได้.....ไม่สิทำไม่ได้แม้แต่จะออกเสียงด้วยซ้ำ.... ทุกสัมผัสที่ได้มันร้อนไปหมด ไม่ว่าจะโดนส่วนไหนของร่างกายก็ตามมัน....ร้อน ความรู้สึกนี้ ผมเคยเป็นมาก่อน .... ร้อนเหมือน..............

...

ตอนโดนยักษ์ที่บ้านอะตรอมจับ !

..............
............................



...จูบที่ให้ความรู้สึกแปลก ทั้งอยากรับสัมผัสนั่นทั้งอยากผลักไส อารมณ์มันผสมกันไปหมด แต่ที่พอจะรับรู้ผมไม่ได้รังเกียจ...

แต่ทำไมถึงอยากจะร้องไห้...ฝ่ามือใหญ่ไล้ลูบผ่านเนื้อผ้า ในขณะที่ปลายนิ้วนั้นค่อยๆใช้เล็บคมกรีดผ่านเนื้อผ้าที่ผมสวมอยู่ อย่างกับมีดโกน เล็บของคนตรงหน้าคมได้ขนาดนั้น แม้บางช่วงปลายเล็บนั้นจะกรีดเลยมาถึงเนื้อผมจนทำให้มีรอยกรีดไปบ้างแต่ปลายลิ้นร้อนก็ไล้เลียตามทุกครั้งที่ ปลายเล็บลากผ่าน นี้มันฝันนี่น่า แต่ทำไมมันถึงได้เสียววาบทุกครั้งที่เล็บนั้นกรีดเข้ามาที่เนื้อ?

“...ปล่อยข้า...”

เสียงที่รอดออกจากปากผมมันคนละอารมณ์กันกับผมตอนนี้ผมเป็นพวก มาโซหรือเปล่า ผมชอบนะกับสัมผัสแบบนี้ คนตรงหน้าผมเลื่อนตัวขึ้นมามองหน้าผมอีกครั้ง หลังได้ยินเสียงร้องห้าม

คือ...

..ไม่ต้องไปสนใจทำต่อเถอะนี่ถ้าครางให้ได้ก็จะครางให้นะ... ก็นะ...มันรู้สึกดีนี่น่า ยังไม่ทันทำอะไร ไอ้มหินทราบ้าที่คร่อมผมอยู่ก็พยุงตัวเองขึ้นแล้วช้อนอุ้มผมพาดบ่าเดินไปที่ไหนสักที่ ในมุมนี้ผมไม่เห็นอะไร เฮ้ย!! นี้มันความฝันผมนะผมก็ควรมีสิทธิมีเสียงบ้างดิ ได้แต่บ่นในใจเพราะเท่าที่ผมทำได้คือเงี่ยหูฟังไอ้มหินอะไรนี้หยุดอยู่ที่ไหนสักที่

“แจ้งข่าวไปยัง ‘โภควัตร’ ‘สุรโภคานคร’ จักเปลี่ยนเจ้าเหนือหัว หากทาง โภควัตร ต้องการคงพันธสัญญาแห่งฟ้าและน้ำ ‘นาง’ อันถูกกำหนดมาก็ต้องแต่งกับข้า ‘มหินทรา’ .... พัตตรัง ส่งสารลับไปยังเขตแดน หาก สุร ตนใดอยากให้ข้าคงอำนาจเหนือนาคาและเทวา ในแดนแห่ง สุรโภคานคร จันทร์เต็มดวงคราหน้า ข้า....จักนำทัพกบฎ! ”

ผมได้ยินอีกเสียงตอบรับแต่ไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไร เพราะสั่งเสร็จไอ้บ้าพลังที่อุ้มผมพาดบ่านี้ก็เดินลิ่วๆไปโดยเหมือนไม่สนใจอะไร เฮ้ย! นี่ลองเดานะแกจะก่อกบฎแต่แก่สั่งยังกับแกชนะแล้วอย่างนั้นทั้งๆที่แกยังไม่ได้รบกับเขาสักนิด มั่นมากเลยนะแก...ผมว่าผมด้านบวกมั่นมากแล้วนะแต่พอเจอไอ้มหินทรานี้ผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว

...แต่เดี๋ยวก่อนนะท่าทางไอ้คนพูดมั่นใจขนาดนี้มันต้องมีอะไรที่เป็นไม้ตายแน่....อะไรอ่ะ อยากรู้....แล้วก็หยุดอีกแล้ว

เสียงกระดิ่งกังวาลรับกันเป็นทอดๆ ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากแผ่นหลังสีทองแดงที่มีแต่กล้ามกับแผลเป็น แล้วก็พื้นทางเดินสีเขียวคราม...

“ข้าจักอยู่ยังสถานแห่งพันธศิลานิล จวบจนจันทร์เต็มดวงคราหน้า...หากมันผู้ใดก้าวเท้าเหยียบยังสถานแห่งพันธศิลานิล ปลิดหัวมันผู้นั้นโดยมิต้องฟังคำ... ”

สั่งได้สั่งดี สั่งอะไรกับใครว่ะ? แล้วนี้มันจะพาผมไปไหนอ่ะ....กลิ่นหอมของดอกไม้...ไม่สิกลิ่นมันเหมือนน้ำผึ้งนั่น แต่เหมือนจะแรง...และเลวร้ายกว่า กลิ่นที่เหมือนจะคุ้นเคย....กลิ่นของ??....เหล้าหรอ?

“?! ”

เย็น! ผมแทบสะดุ้งเมื่อถูกไอ้บ้านี่วางลงในน้ำ....เฮ้ย! นี่มันอะไร.... บ่อน้ำสีแดงนี้ทั้งหมด

..............
............................

...
มันเป็นเหล้าสีแดง!!!

... ไม่ใช่น้ำหวานหรอกหรอ? ผมสูดอากาศที่ลอยอยู่เหนือเหล้าสีแดงเข้าไปเกือบเต็มปอดกลิ่นมันหอมเหมือนเกสรดอกไม้ ริมฝีปากอุ่นแนบเข้ากับปากผมอีกครั้ง ความเย็นของบ่อเหล้ากับความร้อนของริมฝีปากอุ่นเหมือนจะมอมผมให้จมดิ่งอยู่กับคนตรงหน้า ปลายนิ้วร้อนไล้เกลี่ยริมฝีปากผม จนรสชาติของเหล้าสีแดงมันซึมเข้ามาในปากกลิ่นมันหอม

...แต่ไม่มีรสหวาน... เหมือนน้ำผึ้งก่อนหน้านี้

“มธุรส นาม มณีแดง เจ้ารู้จักดีมิใช่รึ...มันใช้เร่งความกำหนัด มันใช่ลบรสสัมผัสแห่ง นาง มัน.......จะทำให้คำว่ารักของเจ้า มีเพียงข้า...ภังคียะ...”

..............
.........................


...
รอยกรีดของปลายเล็บคมที่กรีดผ่านเนื้อผ้าเลยไปที่เนื้อผม คอยๆจางลงไปทุกๆครั้งที่ปลายลิ้นร้อนของผู้ชายตรงหน้าเน้นเลีย ลงซ้ำๆ เหมือนจะพยายามลบร่องลอยที่ทำไว้

“องค์...เคยให้สัตย์สัญญาว่า..จักมิทำร้ายข้า...”

เสียงนั่นหลุดออกมาจากปากผม เหมือนจะรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมตอนนี้นิ้วเริ่มจะขยับได้แล้ว เหมือนไอ้อะไรที่ออกฤทธิ์กับร่างกายผมกำลังจะหมดฤทธิ์ รึกลิ่นของเหล้าสีแดงที่ผมแช่อยู่ท่าจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น…

..............
............................

“องค์...เคยให้สัตย์สัญญาว่า..จักมิทำร้ายข้า...”

ประโยคแห่ง ภังคียะ ถูกหยุดไว้ด้วยเสียงครางกระเส่าเมื่อ มหินทรา จับสะโพกกลมเนียนนั้นให้แนบบด เบียดเข้ากับส่วนกลางลำตัวของตนที่เริ่มร้อนใต้ชายสาบผ้าหนาที่ปิดทับ อารมณ์ครุกรุ่นนั้นมีตั้งแต่ลิ้นร้อนแห่งตนไล้เลียร่างบาง ที่เกิดร่องรอยบาดแผลจากน้ำมือตน หากแต่ต้องขืนไว้เพราะกำลังลังเลที่จะทรยศต่อความเชื่อใจของ ภังคียะ จวบจนเกือบจบประโยคจากเสียงพร่ากระเส่าอันออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั้นหล่ะที่ทำให้ความรู้สึกทั้งหมดทะลักล้นออกมาพร้อมความกำหนัด! สองมือตนนั้นบัดนี้โอบรอบเอวบางแห่ง ภังคียะ ไว้แน่น พร้อมยกตัวขึ้นกึ่งนั้งกึ่งนอน แผลจากกรงเล็บคมนั้นหายไปจนไม่เหลือร่องรอยการรักษาจากแพทย์ชั้นดี...ที่ใช่เวลาเพียงชั่วอึดใจทิ้งไว้เพียงรอยย้ำความเป็นเจ้าของและความกำหนัดอันรัญจวนใจ มหินทรา ได้แต่จับจ้องแววตาหวานอันน่าหลงใหล ดวงหน้าที่อยากจักเห็นทุกครั้งที่ลืมตาตื่น..

...ตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจแผ่วที่มาจาก ภังคียะ นั้นสัมผัสได้เพียงชั่วเสี้ยว...

ริมฝีปากหนาเบื้องหน้านั้นก็ดึงดูดให้ ภังคียะ ทาบริมฝีปากและใช้ลิ้นสอดหาปลายลิ้นร้อนที่เคยไล้เลียร่างตน กลิ่นคาวเลือดนั้นยังหลงเหลืออยู่แต่ก็ดูจะเร้าใจไปอีกแบบ เร้าใจสัญชาติญาณแห่งยักษา เนิ่นนานที่ ภังคียะ ปิดตาลงเพื่อรับสัมผัสรสอันชวนลุ่มหลงจากริมฝีปากและปลายลิ้นร้อน รสและกลิ่นของมธุรส นามมณีแดง กำลังดึงทั้งสติและอารมณ์ กว่าจะถอนริมฝีปากออกมาได้ ภังคียะ ก็แทบอ่อนไปทั้งตัว และเหมือนจะมิเพียงพอเมื่อริมฝีปากนั้นถูกทับทาบอีกครั้งด้วยความเร้าร้อน เปลือกตาหวานปรือขึ้นเมื่อเริ่มจะรับรสได้ว่า มันยังมิพอเพียงแค่รสจากริมฝีปาก สำหรับเชื้อสายแห่งนาคา รสกามณ์ถือเป็นสิ่งที่มิอาจขัดขืน หากแต่ ภังคียะมีอีกครึ่งเป็น สุร แถมยังถูกโอบอุ้มไว้ในหัตถ์แห่ง พราหมณ์ธาดา การปล่อยอารมณ์นั้นจึงยากแม้แต่จักคิด หากแต่ขอแค่มี มณีแดงเพียงไม่กี่ถ้วยก็ทำลายสติของ ภังคียะ จนสิ้น...


...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรก่อนหลังอย่างไร รู้แต่เพียงว่าสำนึกนั้นมาตอนที่ ตนกดทับแท่งเนื้อนั้นให้เข้ามาในร่าง ความกำหนัดถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อร่างใหญ่ที่นอนอยู่เบื้องล่างตนนั้นกระแทกสวนขึ้นมาเป็นจังหวะจะหยุดอะไรก็หยุดได้แต่หยุดไฟราคะ

ครานี้ท่าจะยาก....

“พี่ท่าน...”

ริมฝีปากอิ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา มหินทรา ได้แต่มองดวงหน้าที่ตนหลงใหล ร่างบางที่สั่นเทา ริมฝีปากแดงที่เม้มเข้าหากันยามสะกดอารมณ์ทำให้ตนเบื้องหน้าดูเย้ายวน มิรู้ว่าอารมณ์ตนตอนนี้เป็นเยี่ยงใดหากแต่ที่พอสำนึกได้ลางๆ อยากบดขยี้ริมฝีปากนั้น อยากกลืนร่างบางเบื้องหน้าเข้าไปทั้งตัว อยากได้ยินเสียงกรีดร้องพร่ำชื่อตน ริมฝีปากชื้นยามสัมผัสให้ความรู้สึกเย็นวาบเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น และดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อวงแขนเล็กโอบกอดให้ตนนั้นแนบลำตัวเข้าหา

'รักเหลือเกิน... รักมากขนาดนี้ ข้าจักปล่อยให้เจ้าไปกับนางได้เยี่ยงไร...'

“ภังคียะ..."

เสียงทุ่มเบานั้นกระซิบข้างหู ก่อนใบหน้างามจะหันกลับมา ริมฝีปากร้อนก็ประทับแน่นที่ต้นคอระหงแล้ว ปลายลิ้นร้อนไล้เลียทั่วต้นคอ ในขณะที่สองมือก็ไม่ได้หยุดซุกไซ้ในชายผ้า แล้วค่อยๆปลดผืนผ้าออกทีละชิ้น สัมผัสจากร่างใหญ่นั้นร้อน หากแต่ยามแช่ตนใน บ่อมณีแดงสัมผัสนั้น ชวนให้หลงไหล ไร้แรงขัดขืน ภังคียะ เพลานี้แนบตนลงกับแผงอกกว้าง ชั่วอึดใจ ร่างใหญ่นั้นจึงผลักตนให้ทอดร่างเหยียดยาวจมลงผืนน้ำก่อนเกมกามจักเริ่มขึ้นอีกครั้งด้วยแรงกระแทกกระทั้นที่มีมากกว่าเดิม

เรือนผมสีนิลนั้นขับให้แววตาสีมรกตกวาวขึ้นแถมผืนน้ำยังสะท้อนให้เห็นริมฝีปากสีแดงอิ่มที่ขบเม้มเข้าหากันเพื่อข่มอารมณ์ ผิวกายที่เคยเข้มเป็นสีทองแดงบัดนี้ดูน่ามองยิ่งขึ้นเมื่อแนบเข้าผิวกายสีเหลืองนวล เล็บยาวสีนิลของภังคียะ กดลงบนบ่ากว้าง ทุกครั้งที่ร่างใหญ่ของเจ้าของบ่านั้นขยับ เหมือนต้องมนต์สะกดเสียเอง มหินทราขัดขืนมิได้ยาม ดวงตางามสีมรกตนั้นจดจ้องดั่งร่ายเวทย์ก่อนมือนุ่มจะค่อยๆดึงตนให้จมลงไปในผืนน้ำ รอยยิ้มยั่วมีบางๆที่ริมฝีปาก ปลายนิ้วเรียวลื่นลากสัมผัสไล้ตั้งแต่แก้มขึ้นไปถึงปลายคิ้วเหมือนจะสำรวจภาพที่เห็นตรงหน้า ภังคียะ นั้นเย้ายวนเกินไป แม้สำหรับการต่อต้านของรองแม่ทัพแห่ง สุรโภคานครเองก็ แทบมิมีทางเป็นไปได้...

...ริมฝีปากเย็นไล้เม้มชิมไปทั่วช่วงไหล่กว้างแล้วขึ้นมาหยุดเย้าที่ริมฝีปากหนา ปลายลิ้นชื้นไล้เลียซ้ำๆที่กลีบปาก ก่อนจะสอดลิ้นหวานหยอกเย้าจน มหินทรา เผลอตัวโต้ตอบเจ้าของปลายลิ้นนั้นอย่างร้อนเร้าไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่หลงอยู่กับรสจูบอันวาบหวามสุขเสียจนแทบลืมหายใจ สายน้ำที่โอบล้อมแม้จะเย็นเยือกแต่อารมณ์ของสองร่างในบ่อน้ำนั้นตอนนี้ไม่ได้เย็นลงตามสายน้ำแม้แต่น้อย ภังคียะ นั้นจมสติทั้งหมดไปกับมณีแดง ส่วนตนที่ว่าน่าจะยั้งใจได้เพลานี้กลับปล่อยทุกสิ่งไปกับร่างเนียนในวงแขน มหินทรา ครางเสียงต่ำอย่างพอใจก่อนถอนปลายลิ้นตนออกมาหอบหายใจ มิอยากปล่อยแต่ก็อดไม่ได้เมื่อคิดถึงการที่จะลองลิ้มรสทุกอย่างของร่างในวงแขนตน

..............
............................


 “อืมส์...แรงกว่านี้อีก... พี่ท่าน...”

...เสียงกระซิบอ้อนเชิญชวน แม้ปลายเล็บนั้นจะจิกแน่นลงกับแผ่นหลังเหมือนผ่อนความเจ็บจากแรงกระแทก เสียงกระเซ่าอ้อนพาสติของรองแม่ทัพเลือนหาย อยากได้มากกว่านี้อยากครอบครองมากกว่านี้ แรงทั้งหมดถูกโหมไปยังร่างใต้แผงอก

เสียงครางกระเซ่าถูกปิดด้วยเสียงน้ำสีแดงที่กระเพื่อมดังยามร่างใหญ่กระแทกตนแนบเข้ากับร่างเนียน แล้วไม่นานเสียงนั้นก็ขาดช่วงเมื่อ มหินทราปิดริมฝีปากนั้นด้วยรสจูบอันเร่าร้อน เหมือนจะยังไม่สาใจเมื่อ ภังคียะ คลายเล็บที่จดจิกแผ่นหลังกว้างมาโอบกอดช่วงเอวของ มหินทรา ที่ไม่ได้ผ่อนแรงโหมลงแม้แต่น้อย

“ข้าอยากได้มากกว่านี้...ภังคียะ...”

เสียงทุ้มด้านบนเอ่ยปนหอบเนื่องด้วยช่วงเอวยังคงทำหน้าที่มิได้หยุด แต่ที่ได้ตอบกลับมาจาก ภังคียะกลับเป็น รอยยิ้มพราวท่อนขานั้นยังโอบเกี่ยวกับช่วงเอวของ มหินทราแต่ปลายนิ้วนุ่มกลับออกแรงผลักแผงอกที่อยู่เหนือตนให้ออกห่าง มหินทรา มิวายสงสัยหากแต่ความสงสัยนั้นหยุดลงเมื่อ ภังงคียะ คลายท่อนขาที่เกี่ยวกระหวัดกับเอวตนออกแล้วย้ายมาคล้องกับลำคอหนาของตนทั้งๆทียังไม่ถอดแท่งเนื้อและแรงที่โหมลงไปสักนิด เหมือนรู้เมื่อ มหินทรา เปลี่ยนเป็นคุกเข่าแล้วจับช่วงขาข้างหนึ่งไล้เลียและเม้มจูบ ถูกใจไปซะทุกอย่างสำหรับรสกามที่ได้มาจากฤทธิ์ของ มณีแดง กาลหน้าจักเป็นเยี่ยงไรก็ช่าง หากแต่ ภังคียะ เป็นของ ข้า

“พี่ท่าน...อ้า...อืมส์...มากกว่านี้...มากกว่านี้”

เสียงพร่าเพรียกหาอย่างเว้าวอนแม้ร่างทั้งร่างจะสั่นคลอนจากแรงโหมที่มิอาจหยุด นั่นกระตุ้นความเสียวซ่านจน มหินทรา อดมิได้ที่จะขบกัดท่อนขาเนียนที่กระหวัดเกี่ยวคอตนไว้ ตนรู้ดีว่า ภังคียะต้องการสิ่งใด เพราะสิ่งที่ภังคียะต้องการตนก็กำลังต้องการเหมือนกัน…รสสวาทที่ตนอื่นให้ไม่ได้...

“ร้องให้ดังกว่านี้...เพรียกนามข้าให้มากกว่านี้...แล้วเจ้าจะได้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ...รักแห่งข้า...”

มหินทรา เอ่ยสั่งเสียงสั่นครั้นพอได้ยินเสียงเครือกระซิบนามตน ขุนพลก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ เร่งแรงโหมลงกับร่างใต้แผงอกอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่างใต้แผงอกเกี่ยวขาตนคล้องลำคอหนาไว้แน่นดั่งจะผ่อนปนความเสียวซ่าน แต่พอแรงโหมนั้นมีมากขึ้นมือสองข้างที่เคยขยุมสองบ่าข่มอารมณ์ก็เปลี่ยนมาเป็นดันแผงผนังบ่อน้ำไม่ให้ตนถอยร่นไปตามแรงโหมของร่างใหญ่ที่ถ่ายทอดความกำหนัด จนความสุขนั้นทะลักทลายลงกับร่าง เท่าไหร่ก็มิพอกับรสชาติที่ได้รับ ไฟราคะเหมือนจะยังมิมอดดับเมื่อ มหินทรา จุดไฟนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า จนตนเองอดกลัวมิได้ว่าเจ้าของเสียงหวานนั้นจะแหลกสลายคามือตน แต่ก็นั้นแหละเพลานี้ใครจะห้ามกามอารมณ์ได้...

พอจะอ้างเหตุมาได้บ้างก็ด้วยกำหนัดนั้นตนมิได้เป็นผู้บังคับด้วยกำลัง ข้าเพียงแค่ใช้ มณีแดงเท่านั้น หรือมิจริง ภังคียะ แห่งข้า...หึ! ท่านพลาดแล้วหล่ะ ฑิฆังตรัง คิดรึว่าการใช้เวทย์สตรีบุชา จองจำร่างแห่งภังคียะ ข้าจักมิอาจสัมผัสร่างนี้ได้ ลืมกระนั้นฤ ท่าน หากอยู่ยังสายน้ำเวทย์นั้นก็ไร้ผล ...และข้าก็มิได้รังเกียจยามจมลงผืนน้ำพร้อมด้วย ภังคียะ ....


...
กว่าไฟราคะจะมอดลงได้ก็เกือบบ่ายของอีกวัน กระนั้นมันก็หาได้ดับลงเสียทีเดียว มหินทรายังมิวายกกกอดร่างแห่งภังคียะไว้แน่นริมฝีปากหนายังคงขบกัดเบาๆที่ไหล่เนียน ไฟราคะมอดดับลงพร้อมกับรสชาติมณีแดงที่เริ่มหมดฤทธิ์ ภังคียะ กลับมาเป็น ภังคียะ ตนเดิมหากแต่ในความรู้สึกของ มหินทรา ไม่ว่าจะรูปลักษณ์ใดร่างในอ้อมแขนตนก็มิต่างกัน ที่ตนกกกอดคือ ภังคียะ มณีแห่งสุรโภคานคร ที่บัดนี้จากพี่ชายต่างสายเลือด ตนกลายมาเป็นตนรักเพียงชั่วข้ามคืน สติยังคงอยู่หากแต่เปลือกตานั้นมิอาจเปิดขึ้นด้วยล้าไปทั้งตัว เมื่อคืนนี้ร้อนแรงเกินไปแต่ก็ยังไม่เพียงพอหากจะหยุดเพียงครึ่งคืน ถ้าทำได้ตนอยากบดเบียดให้ร่างนั้นอยู่ใต้แผงอกตนเพียงเท่านั้น...

แสงสว่างที่รอดผ่านรอยแยกของม่านน้ำเข้ามาดูจะเป็นผู้ปลุกเรียกสติชั้นดีของ ภังคียะ ครั้นพอจะขยับร่างนั้นก็เหมือนจะร้าวไปทั้งตัว ช่วงเอวเหมือนถูกตรึงไว้กับผืนน้ำขณะที่ช่วงอกก็อึดอัดเหมือนอะไรบางอย่างทาบทับ ยากเย็นเหลือเกินกว่าจะเปิดเปลือกตาทั้งสองออกเพื่อจะรับรู้ว่าความอึดอัดที่รู้สึกได้เกิดจากวงแขนใหญ่ที่โอบกอดตนไว้ให้แนบชิดกับแผงอก ส่วนช่วงเอวนั้นล้าเหลือเกินกับการผ่านค่ำคืนแห่งกำหนัด ภังคียะ ค่อยๆลืมตามองผ่านม่านน้ำรอบข้าง....สตินั้นค่อยๆคืนมา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 10:21:32 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 37 So many Tears .กบฏ ไร้พ่าย [ตอน 3 ]

..............
............................



“ภังคียะเจ้าขา...ข้าเจ้าเจ็บข้อเท้าไปหมดแล้ว ....ใยต้องร่ายรำให้ปวงสุรและเทวา ด้วยเล่า? ข้าเจ้าร่ายรำต่อหน้าองค์เพียงเท่านั้นมิได้กระนั้นรึ? ”



...เสียงหวานปนอ้อนที่ได้ยินปลุกสติผมให้กลับมา ความฝันที่ยาวนาน เมื่อวานกินข้าวเยอะไปหรือไง?! แต่ผมก็คิดได้แค่นั้น พอลืมตามาเห็นหน้าเจ้าของเสียงหวานหัวใจผมก็เหมือนจะหลุดตาม.....

นางฟ้า......

ร่างบางนั้นร่ายรำใต้แสงตะวันและไอหมอก... งดงามจนอธิบายไม่ถูก...นี้เป็นครั้งแรกที่ผมตกหลุมรักแค่เพียงแรกเห็น... เมื่อร่างทั้งร่างร่ายรำอยู่กลางสายหมอก เพียงแค่นั้นก็สะกดสายตากับหัวใจผมแล้ว หัวใจผมเหมือนกำลังจะโดนขโมยไป ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ที่แน่ๆเธอ....กำลังแย่งหัวใจผมไป หัวใจผมกำลังจะหายไปในสายหมอก หายไปเพราะ นางรำ ที่อยู่ตรงหน้า....

“ งามไหมเจ้าคะ? ”

เสียงหวานเหมือนหน้าตาคนถาม ผมแทบจะโกรธตัวเองทุกครั้งที่เผลอกระพริบตา เพียงแค่เสี้ยววินาทีผมก็ไม่อยากละสายตาจากหญิงสาวเบื้องหน้า อยากจดจำทุกรายละเอียดของนางฟ้าหน้าหวาน เพียงแค่เห็นรอยยิ้มบางจากริมฝีปากอิ่ม ผมก็เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว หัวใจแทบจะทะลุออกมาเมื่อวงแขนนุ่มนั้นโอบคล้องไว้กับแขนของผม หน้าอกนิ่มนั่นเบียดชิดเข้ากับท่อนแขน ซ้ำยิ่งเธอสวมใส่เพียงผ้าสีครามที่ช่วงบนรัดเฉพาะหน้าอกอิ่ม สมองผมก็ว่างเปล่าซะงั้น

...มันเป็นนิสัยผมนะ ถ้าแค่คิดเล่นๆ จินตนาการผมคงบรรเจิด แต่ถ้ากับคนที่ชอบจริงๆ ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิด...เหมือนกับการกินนั่นแหล่ะ เพราะชอบมากลูกชิ้นถึงได้เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเหลือไว้กินอย่างละเมียดละมัย

“พะเตรียง...คงรักในองค์ ...รักในองค์มากนะเจ้าคะ รักเสียยิ่งกว่าชีวิต ของพะเตรียงเองอีก”

ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแววตาวาวสีน้ำตาล ที่ผมจะไม่มีวันลืม ความรู้สึกหนึ่งที่แทรกเข้ามา ผมก็รัก... ผมรักผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ รักมากที่สุด นางฟ้าของผม เธอชื่อ พะเตรียงใช่ไหม?

..............
............................


ห้องโล่ง ?! ผมมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง ยังฝันอยู่หรอ? โอ้ย! แล้วทำไมไม่ฝันถึงนางฟ้า ....นางฟ้า ของผม นั่นไงเธออยู่ตรงนั้น...

...........อยู่กับคนๆนั้น ชื่ออะไรนะ มหินทรา สินะ.... ผมกำลังจะเดินเข้าไปใกล้ แต่เสียงคำรามเบาๆทำให้ผมต้องหยุดอยู่แค่นั้น



“พยัคฑิฆามาส??...”

ไอ้ขนปุยของผมไหงมันตัวใหญ่ขึ้นอย่างนี้ ?!! ขนยาวยังเป็นสีเงินวาวตัดดำ แถมพ่วงด้วยพวงหางสองพวง แต่ขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำเอาผมตกใจไม่น้อยไอ้เสือนี้ขนาดยืนสีขามันยังสูงเกือบเสมอไหล่ผม...

“พอเถิดนายน้อย เพียงแค่นี้ยังทรมานมิพอหรือขอรับ....อย่าได้คิดฟังคำจากปากนางอีกเลยขอรับ...การที่นางเลือกจะดำรงข้าง มหินทรา มันก็แจ้งอยู่แล้ว ...ว่านางทรยศต่อองค์... ”

...ผมยังจับต้นชนปลายกับสิ่งที่ไอ้เสือพูดไม่ถูก แต่เท่าที่รู้สึกได้ ผมเจ็บ...เจ็บตรงหัวใจไปหมด หึ! ที่ยืนอยู่ตรงนั้น คนหนึ่ง เคยบอกว่าจะ คุ้มครองผม จะทำทุกอย่างเพื่อให้ผมเลือก...คนหนึ่งบอกว่ารักผม...ยิ่งกว่าชีวิต ทุกอย่างอะไรมันจริงมันหลอกลวงกันแน่...

..............
............................

..
หายใจไม่ออก เหมือนทุกอย่างมันมาอัดทับอยู่ตรงตำแหน่งที่เรียกว่าหัวใจ ยังไม่ชินอีกเหรอนี้แค่ฝันยังเจ็บขนาดนี้ ทั้งๆที่เรื่องจริงก็เคยเป็นอย่างนี้ทั้งๆที่บอกว่ารักมาก แต่สุดท้ายมันก็จบทุกครั้ง....

เหมือนกันทั้งหมด จะผู้หญิงหรือผู้ชาย สุดท้ายผมก็ต้องอยู่คนเดียว ถ้ารักแล้วมันต้องทรมานขนาดนี้...

จะรักทำไม จะทำให้คิดทำไม ถ้าคำที่พูดออกมา มันทำไมได้อย่างที่พูด ก็ไม่ต้องคิดแม้แต่จะพูด....

..............
............................


“หากข้า ปล่อยองค์ฑิฆังตรัง ข้าจักได้สิ่งใดตอบแทน?”

คำพูดที่เอ่ยออกมาทำเอาผมหน้าชา รอยยิ้มยั่วของคนตรงหน้าทำผมแทบบ้า หน้าผมตอนนี้ร้อนไปหมดไหนบอกว่าจักคุ้มครองผม? ไหนบอกจะทำทุกอย่างเพื่อผม? แต่ตอนนี้คนตรงหน้าทอดทิ้งผมแล้ว... มันไม่มีอีกแล้วพี่ชายที่แสนดี ไอ้เสือที่อยู่ข้างๆก็เหมือนจะรู้อารมณ์ มันก้าวเข้ามาขวางผมไว้

“ข้าเจ้าขอแลก...ตำแหน่งอุปราชและชีพข้า กับลมหายใจแห่ง องค์ฑิฆังตรัง...”

ผมกัดฟันตอบเสียงเบาให้กับคนที่ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่า เขารักผมและยอมทำทุกอย่างเพื่อผม แต่ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ ผมคิดผิด...

“ข้า...มิอยากได้ตำแหน่งอุปราช ร่วมทั้งชีพกับลมหายใจของเจ้า...ภังคียะ.....หากแต่.......ข้าอยากได้ทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า....”

รอยยิ้มกว้างนั้น ทำเอาผมเจ็บ...เจ็บจนแทบจะขยับไม่ได้ มันใช่เรื่องล้อเล่นหรอ? เมื่อสิ่งที่ผมต้องการแลกคือลมหายใจของพ่อผม ชีวิตของพ่อผมที่ตอนนี้จะเป็นหรือตาย อยู่ที่คำสั่งของคนตรงหน้า คำสั่งของผู้ชายที่ชื่อ มหินทรา !

..

.
.
.

“ข้าเจ้า...ยอมแลก...”

ในเมื่อมันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว บางทีสิ่งที่ผมตอบไปมันอาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด...แต่ก็แค่นั้นนี้เป็นอีกครั้งที่ผมโดนหลอก...

..เรื่องมันร้ายแรงกว่าที่ผมเคยคิด


..............
............................

...
ร่างใหญ่ที่ไร้ศรีษะ โดนตอกตรึงเข้ากับผนังศิลา มือและเท้าทั้งสองข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่เหล็กที่ลงอักษรแปลก อักขระที่สลักอยู่กลางแผงอก บอกผมทันทีว่านั่นคือร่างของใคร…. คนเพียงคนเดียวที่รักผมที่สุด รักที่ไม่มีวันทรยศต่อผม

“พระพ่อเจ้า!”

ผมกรีดร้องจนสุดเสียง น้ำตามันไหลเอ่อออกมาจนเหมือนเลือดนั้นจะไหลรวมมากับน้ำตา ไอ้เสือเดินเข้ามาใกล้ผม ขนนุ่มนั้นเป็นที่ที่เดียวที่จะซับน้ำตาผม น้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะเหือดแห้ง ผมได้แต่ร้องกับร้อง ร้องจนน้ำตามันไม่ไหลออกมาอีกแล้ว

“...องค์ ฑิฆังตรังสิ้นแล้ว....องค์ทอดทิ้งข้าแล้ว....ข้ามิเหลือใครแล้ว พยัคฑิฆามาส....มิเหลือใครอีกแล้ว...”

ผมกอดไอ้เสือของผมไว้แน่น ร้องไห้โดยไร้น้ำตา ผมไม่อยากสูญเสียอีกแล้ว ไม่สามารถรับอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว ไอ้เสือยักษ์นี้....เป็นสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่

“หนีไปพยัคฑิฆามาส...ออกไปให้ไกลจาก สุรโภคานคร.... ”

ผมกระซิบข้างใบหูใหญ่ เสียงหัวใจของไอ้เสือเหมือนจะเต้นแรงขึ้น...

“นายน้อย...”

เสียงมันคำรามแผ่ว... ส่วนผมก็ได้แต่ร้องไห้...อีกครั้ง ไอ้เสือเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่ เพียงสิ่งเดียวที่ผมจะไม่ยอมสูญเสียอีก....

“คำสั่งข้า....พยัคฑิฆามาส...ออกไปให้ไกลจาก สุรโภคานคร....ออกไปให้ไกลจากอำนาจแห่ง มหินทรา...ออกไปให้ไกล....”

นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมร้องไห้ซบลงกับแผงขนนุ่มของไอ้เสือ

..ลืมตาขึ้นมาอีกที ที่ตรงนั้นก็มีเพียงแค่ผม ไอ้เสือไปแล้วสินะ...น้ำตามันไหลออกมาอีกแล้ว…

..............
............................


“ข้าเจ้ารักในองค์....รักในองค์ เป็นความสัตย์จริงนะเจ้าขา...”


...อีกครั้งที่หยาดน้ำตากับวงหน้าหวานกำลังล่อลวงผม เธอต้องการอะไรจากผมกันแน่ รักงั้นรึ! ถ้ารักผมจริงทำไม ทอดทิ้งผมไป? ทำไมเธอเลือกตำแหน่ง รานีย์ แห่ง สุรโภคานคร ฦ เธอเลือกผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ผม พะเตรียง เจ้าเลือก มหินทรา ตนนั้นไม่ใช่หรอ?

“เชื่อข้าเจ้านะเจ้าคะ เพียงองค์เท่านั้นที่ข้าเจ้าเลือก เพียงองค์เท่านั้นที่ข้าเจ้าคงรัก ภังคียะท่าน...”

ผมกำลังแพ้ให้กับเธอ ผมแพ้น้ำตาที่ไหลอาบแก้มแดงนั่น แพ้เสียงสะอื้นไห้ที่ทำให้ปวดใจ แพ้เธออีกครั้ง....ริมฝีปากอิ่มประทับแนบเข้ากับปากผม ดึงอารมณ์ให้เริ่มจะครุกรุ่น แถบผ้าที่คาดอยู่ช่วงอกปล่อยเปลือยลงมา อกคู่งามนั้นเหมือนดอกบัวตูม กลิ่นของพะเตรียงก็เหมือนกัน เชื่อสายแห่งเทวายามผสมกับสายเลือดแห่งนาคา ความงามนั้นดั่งดอกบัวแรกแย้ม....

...มือผมที่ลูบไล้เรือนร่างชวนสัมผัสนั้น สะดุดเข้ากับ สร้อยเงินที่คล้องไว้ด้วย เม็ดอำพันสีทอง.....ผมรู้ว่ามันคืออะไร เพราะเป็นผมเองที่ให้ เม็ดสีทองนี้กับไอ้เสือ....

..แต่มันไม่ใช่อำพันหรอก มันเป็นไข่ของ ตะบองพลำ แต่ทำไม พะเตรียงถึงได้มันมา...

..............
............................


“หญิงกาลี!”

เสียงตวาดก้องดังสะท้อนไปทั่ว เสียงนั่นปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาจากผวังค์ มหินทรา!! ...ยังไม่ทันทำอะไร ผมก็ถูกมือใหญ่ฉุดกระชากให้ลุกจากเตียงผ้า ทิ้งร่างเปลือยเปล่าของพะเตรียงไว้อย่างนั้น ผมหันไปมองร่างบนเตียงผ้า พะเตรียงถูกชายร่างใหญ่ สองสามคนกันไว้ไม่ให้ลุกตามผมมา เธอร้องไห้ ร้องเรียกผม

“ข้าเจ้ารักเพียงท่านนะเจ้าขา องค์ภังคียะ ข้าเจ้ารักเพียงท่าน...”

เสียงของเธอยังเหมือนตะโกนก้องอยู่ในหูผม....ท่ามกลางความมืดมิดตอนนี้พะเตรียงเหมือนเป็นแสงสว่างเดียวที่ทำให้เทียนชีวิตผมยังส่องแสง...

...................


...
ผมถูกพามายังห้องเดิม ห้องสีเขียวครามที่มีบ่อเหล้าสีแดงสดอยู่ตรงกลาง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันผมรู้ดีว่าถ้าผมลงไปในบ่อนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้น...

“องค์...เคยให้สัตย์สัญญาว่า..จักมิทำร้ายข้า...”

“หากแม้ผิดสัญญา ข้าก็ยินดีรับโทษ...แต่ถ้านั่นหมายถึงการให้เจ้าทอดทิ้งข้า เพื่ออยู่เคียงรักกับนาง ต่อให้ต้องกินเจ้าเข้าไปข้าก็จักทำ ภังคียะ...”

ผมถูกโยนลงบ่อเหล้าสีแดงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างกัน ไม่มีความวาบหวามหรือรัญจวนใจจากน้ำผึ้งสีแดง จะมีก็แต่โซ่เส้นใหญ่ที่มหินทรา คล้องล่ามผมไว้ แล้วกดตัวผมให้จมลงบ่อเหล้า…

..............
............................

…ข้อมือซ้ายที่ถูกคล้องไว้กับโซ่เส้นใหญ่.... แม้ออกแรงกระชากแค่ไหนมันก็มีแต่ความเจ็บคืนกลับมา ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ทุกอย่างมันเริ่มซ้ำขึ้นอีก ลิ้นร้อนไล้เลียตั้งแต่ริมฝีปากผมแล้วไล่ลามลงไปเรื่อย ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่น้ำตานั้นเริ่มไหล ร่างกายผมไม่มีแรงสักนิด ยิ่งปลายลิ้นร้อนไล้เลียลงข้างแก้ม น้ำตาก็ยิ่งไหล ไม่มีแรงจะขัดขืน ทั้งอำนาจและกำลัง ไม่มีสักอย่างที่สามารถต่อต้านชายที่อยู่ตรงหน้า ผมกำลังโดนคนๆนี้ ทำลาย!!!

...ความคับแค้นนั้นอัดอั้นจนเป็นเหมือนก้อนหนักที่ทับอยู่บนตัวจนไม่สามารถยกออกจากร่างกายได้... ความกลัว มันเหมือน ปนกับความสิ้นหวัง....ผมอยากออกไปจากที่นี้ อยากไปจากตรงนี้ ....มันต้องมีหนทางสิ หนทาง สุดท้าย...ที่จะหนีจากคนตรงหน้ามีแค่ หนทาง.....

..............
............................

..ที่เรียกว่า....

...ความตาย...

..............
.........................


...

 “ภินทร์! ตื่น ! ภินทร์ !”

“ปล่อยนะ! อย่ามาจับ! อึก…! กลับไปไม่ได้แล้ว! กลับไปหา ‘นาง’ ไม่ได้แล้ว...ปล่อยนะ! อย่ามาจับ! บอกให้ปล่อย! ปล่อย! ”

“ภินทร์! ภินทร์! มีสติหน่อย ! เราคิงส์นะ! ตั้งสติหน่อย! เฮ้ย ! ตั้งสติหน่อย ! ”

เหมือนเสียงเรียกนั้นไม่ได้ผล ภินทร์ได้แต่ร้องไห้ดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของผม เกิดมายังไม่เคยเห็นคนละเมอ ซ้ำยังเป็น……

..............
............................

ละเมอ....ฆ่าตัวตาย....

..........................



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 10:31:40 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 38 These wounds they will not heal.ละเมอ?
[Part คิงส์]


..เหนื่อยครับ..... กว่าจะวิ่ง 200 เมตรไปลากไอ้แสบให้กลับมาที่ห้องผมได้....

มันลื่นมาก ...นึกว่ามันจะเข้าห้องน้ำแล้วมานอนต่อ... รอสักพักมันก็ยังไม่เข้ามาในห้อง จนผมต้องแกล้งเนียนเดินไปหาน้ำดื่มแถวตู้เย็นถึงได้รู้มันเก็บข้าวของลงลิฟต์ไปแล้ว สาดดดดดดดดด! ใครบอกให้มึงไป ไอ้แสบ ! ผมไม่รู้นะว่าคิดอะไรกับมันกันแน่ ความรู้สึกที่มีให้ไอ้แสบมันคลุมเครือไปหมด อยากแกล้งมัน อยากกระทืบมัน อยากกอดมัน อยากให้มันอ้อน อยากเห็นมันยิ้ม...อยากแม้แต่เรื่องจะฟัดมัน.....

..เฮ่อ .......


..............
.........................


...

ผมได้แต่มองตามไอ้แสบที่โยนกระเป๋าไปทางโยนถุงเท้าไปทาง..มันคลานขึ้นเตียงไปแล้ว...ความรู้สึกที่มีให้มันยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ขอใกล้มันให้มากกว่านี้แล้วกันบางทีผมอาจจะรู้คำตอบของตัวเอง


ผมก้าวขึ้นเตียงไปนอนใกล้ๆมัน...คิดว่ามันจะผลักผมออกมา แต่ผิดคาดยังไม่ทันนับสามมันก็หลับสนิทไปแล้ว จากเดิมว่าจะแกล้งนอนเบียดให้มันรำคาญ เปลี่ยนแผนมาเป็นผมนอนจ้องหน้ามันตอนไหนก็ไม่รู้ จมูกเชิดๆ ปากอิ่มๆ ดีดหน้าผากมันไปที แต่มันก็ยังนิ่ง...
 
ผมชอบมันจริงๆใช่ไหม? ผมอะนะชอบมัน?! ไอ้ที่นอนนิ่งหายใจเบาๆข้างๆผมนี่เป็นผู้ชายนะ ถึงจะมีบางมุมที่มันหวานบ้าง...แต่ก็บางครั้งเท่านั้น...บางมุมมันแมนกว่าผมอีก...แถมการแสดงออกไอ้แสบนี่ก็ไม่เหมือนบัสที่นิ่มๆหวานๆเหมือนเค้กวนิลลา

ผมก็บอกไม่ถูกถ้าจะเปรียบกับเค้กไอ้แสบน่าจะเป็นรสอะไรระหว่าง เค้กรสช็อกโกแลตหรือเค้กรสสตอเบอรี่ ...ยืนยันอะไรไม่ได้ด้วยสิเพราะตอนล่าสุดที่ชิม...มันรู้แค่รสอร่อย...แค่มองหน้ามันผมก็ยิ้มได้แล้วนะ .....ท่าจะติดเชื้อบ้าจากมัน...


..............
............................


...
ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปตอนไหน ไอ้แสบไม่ได้อยู่ข้างๆแล้ว คงไม่ได้แอบหนีไปอีกนะ...ผมใช้มุกเดิมเดินเนียนมาหาน้ำดื่มส่วนสายตาก็มองหามันไปด้วย ไม่ได้อยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้อยู่ที่โซฟา...หรือว่าไปหาทำอะไรในครัวอ่ะ ? ผมเดินแถเข้าไปในครัวเห็นหลังมันไวๆ ทำไมไม่ยอมเปิดไฟ ทำอะไรมืดๆ ผมกดเปิดสวิตซ์ไฟ คิดว่าไอ้แสบต้องมีสะดุ้งบ้างหล่ะ แต่เปล่าเลยมันยังเงียบอยู่อย่างนั้น....

แต่ที่สะดุ้งอะเป็นผม

..............
............................


...ภินทร์ มันร้องไห้...ร้องไห้โดยไม่มีเสียง แถมมือยังถือมีดไว้ด้วย ไม่รู้ว่ามันไปหยิบมาตอนไหน แต่ที่เห็นคือมันกำลังกดมีดลงบนข้อมือซ้าย ไม่ได้ล้อเล่น มันกำลังกรีดข้อมือมันเอง ! สัดเอ้ย ! มันถือมีดกดลงข้อมือข้างซ้ายที่เจืองนองไปด้วยเลือด...

...ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ! ผมเข้าไปกระชากมีดออกจากมันแต่เหมือนมันจะไม่รู้ตัว แววตาขี้เล่นที่ผมเคยหมั่นไส้ตอนนี้เหม่อลอยไปไกล เห็นหน้ามันแล้วผมได้แต่นิ่ง.... ตามันเหมือนตากระต่าย ตาที่ช้ำแดง....

...มันร้องไห้ ...คราบน้ำตายังติดอยู่บนหน้า ริมฝีปากเป็นสีแดงห้อเลือดเพราะมันกัดเม้มปากแน่น...

...........
............................



“ภินทร์...”

ผมลองเรียกมันเบาๆ แต่มันยังนิ่งอยู่อย่างนั้น

‘มึงนิ่งแล้วจะให้กูทำยังไง มึงนิ่งแต่เลือดมันยังไหล...ไม่ยอมหยุด’

เท่าที่พอทำได้ผมตบหน้ามันเบาๆให้มันรู้สึกตัว มันกระพริบตาครั้งหนึ่งก่อนน้ำตาจะไหลลงมาเป็นสาย...

“ถ้าตายไป...ทุกอย่างมันจะจบใช่ไหม?”

...เสียงมันเหมือนละเมอ ดวงตาแดงช้ำจ้องผมเหมือนขอคำตอบ... สถานการณ์อย่างนี้ผมควรจะกอดมันไว้ใช่ไหม ? แต่พอผมจะจับตัวมันมากอดไว้มันก็ทั้งร้องทั้งดิ้นให้พ้นจากมือผม

“ปล่อยนะ! อย่ามาจับ! อึก…!กลับไปไม่ได้แล้ว! กลับไปหา ‘นาง’ ไม่ได้แล้ว... ปล่อยนะ! อย่ามาจับ! บอกให้ปล่อย! ปล่อย! ”

“ภินทร์! ภินทร์ ! มีสติหน่อย ! เราคิงส์นะ! ตั้งสติหน่อย ! เฮ้ย ! ตั้งสติหน่อย ! ”

ต่อให้เรียกแค่ไหนมันก็ไม่รู้ตัว จนต้องดึงมากอดไว้ นึกว่ามันจะสงบที่ไหนได้เกิดคลั่งอะไรขึ้นมาไม่รู้แถมยังทั้งร้องทั้งดิ้นยิ่งกว่าเดิม เหมือนเสียงเรียกของผมไปไม่ถึงมัน ไม่ได้ผล ภินทร์ได้แต่ร้องไห้ดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของผม เกิดมายังไม่เคยเห็นคนละเมอ

...ซ้ำยัง...

..............
............................

ละเมอ....ฆ่าตัวตาย....

..........................

... หัวใจของผมเต้นแรง ไอ้แสบมันเป็นอะไร!มันแกล้งผมอยู่ใช่ไหม? เลือดที่ข้อมือมันยังไหลไม่หยุด แล้วมันก็หลับตาลงไป


.
.
.


“ภินทร์! ตื่น ! ภินทร์ ! ”

ผมตบหน้ามันซ้ำๆ จะให้มันหลับไม่ได้ จะให้มันหลับอีกไม่ได้เด็ดขาด !!!!

ช้อนตัวมันแล้วอุ้มไปวางที่โซฟา เลือดที่ข้อมือมันหยดเป็นทาง ทำไงดี!!! จะส่งมันกลับบ้านก็กลัวคนที่บ้านมันเป็นห่วงนี่ก็ดึกแล้วด้วย จะพาไปโรงพยาบาลก็ห่วงไอ้แสบถ้าหมอถามหล่ะจะบอกหมอว่าอะไร...ส่วนไอ้ยักษ์อะตรอมเชี่ยอะไรนั่นเป็นตัวเลือกท้ายสุดที่ผมจะนึกถึง ....ชั่วโมงเร่งด่วนอย่างนี้เท่าที่คิดได้ ที่พึ่งยามฉุกเฉิน....

..............
............................

...'หมอสัตรา' ...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 10:46:37 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 39 Fear is how I fall.ถ้าช่วยไม่ได้ก็...ตายกันไปข้าง..
[อดีต]  Part  พยัคฑิฆามาส [หมอ ]



“หนีไป...ออกไปให้ไกล .... ”

เสียงเบากระซิบแว่วมาตามสายลม....หัวใจมันเต้นแรงเมื่อรับรู้ประโยคนั้น...

“นายน้อย...”

...เลือนลางในความทรงจำอันแสนนาน...แต่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน...เสียงร่ำไห้และใบหน้าที่มีแต่น้ำตามันก็ไม่เคยจางไปจากความรู้สึก...

..............
............................


‘ถ้าต้องให้ตนผู้นั้นทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า... สู้ให้สูญสลายไปมิดีกว่า ฤ ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม...มันจักมิมีวันทำร้าย ปราณดวงนี้ได้อีก...’

..............
............................


[Part  หมอ]


...กลิ่นคาวเลือดมันฟุ้งมาตั้งแต่หน้าประตู....

น่าแปลกที่พวก ‘เคี้ยม’ เอาเหยื่อเข้ามากินถึงรัง แต่น่าสงสัยมากกว่าทำไมถึงยังเก็บ เหยื่อกับกลิ่นเลือดเอาไว้? ผมเคาะประตูห้องของคอนโดแห่งหนึ่งแทบไม่ต้องรอด้วยซ้ำ ประตูห้องก็เปิดออก

หึ! ยากนะที่จะเห็นพวกเคี้ยมกระวนกระวายเป็นบ้าเป็นหลัง !

“หมอ...ช่วยที”

ไอ้เคี้ยมเจ้าของห้องพาเดินไปที่โซฟา รอยเลือดที่หยดเป็นทางพาเอาอารมณ์เสีย! ไม่คิดจะเก็บหลักฐานกันเลยหรือไง ? ร่างเด็กหนุ่มที่นอนหายใจแผ่วบนโซฟา ทำเอาแทบจะยกเท้ากระทืบไอ้เคี้ยมที่อยู่ตรงหน้า !

“.................คิดยังไงเสือกจะแดก พวกนาคา?”

ไอ้เคี้ยมมองหน้าผมแบบงงๆ ก่อนจะหันไปมองร่างที่นอนนิ่ง... เลือดที่เริ่มจะข้นขึ้นเหมือนเป็นสัณญาณกลายๆว่า ร่างนี้กำลังจะแปรสภาพ...เป็นศพ

“ไอ้ภินทร์มันเป็นนาคหรอ? โอ้ย !ทำไมไม่เคยรู้วะ ?! ช่างแม่งมัน! หมอตอนนี้ช่วยก่อน...”

ไอ้เคี้ยมมันเหมือนเป็นบ้า เบื่อจริงๆกับพวกสัตว์เลือดเย็นที่ทำอะไรไม่ค่อยคิด พามาขนาดนี้ยังไม่คิดจะรับรู้ว่าไอ้ที่พามามันเป็นอะไร... เหมือนยายนั่นเลยนะ ลองให้ถูกใจก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ทั้งนั้น.....

...แล้วไง? ใครที่ต้องทนทรมาน ใครที่ต้องปวดใจ ?

..............
............................

..ผมล้วงตลับเล็กออกมาจากกระเป๋าข้างในมีเม็ดสีเงิน เล็กๆขนาดหัวไม้ขีด ไอ้เคี้ยมมัวแต่แกะผ้าพันข้อมือเด็กหนุ่มนั่นออก ไม่ได้หันมามองว่าผมกำลังทำอะไรสายตาผมมองร่างที่หายใจแผ่วมือก็หยิบโปรยเม็ดสีเงินสี่ห้าเม็ดลงบนตัวเด็กหนุ่ม...

ไอ้เคี้ยมมันชะงักแล้วหันหน้าขึ้นมามองผมทันทีที่รู้ว่าผมกำลังทำอะไร….

..............
............................


' พลัก! '


ไม่ได้ทันตั้งตัวส้นเท้าไอ้เคี้ยมก็ฟาดเข้าที่คางแล้ว ผมล้มลงไปทั้งตัวชาไปทั้งหน้า...

ตั้งแต่ที่ยายนั่นเป็นอย่างนั้น....ทักษะการระวังตัวของผมลดลงไปเยอะเลยนะ...หึ! อย่างกับผมสน...

..............
............................


ไอ้เคี้ยมไม่ได้เดินมากระทืบซ้ำผมหรอก โน้น...มันกำลังอาละวาด ไล่ตะครุบคว้า ‘ศุภะ’ ที่ขยายตัวเตรียมกิน.... กลิ่นเลือด เร่งให้มันตะกละ..

“ไอ้สัต ! กูให้มึงช่วย ! ไม่ได้ให้มึงฆ่า ! ”

ศุภะ ห้าตัวมั่งที่ผมโปรยลงไป มองไอ้เคี้ยมมันไล่กระทืบพวก ศุภะ แล้วผมก็ได้แต่คิดถึงตัวเอง... ตอนยายนั่นมีพวกบ้าๆมาวนเวียนผมก็เป็นอย่างนี้สินะ...

..............
............................


..จน ศุภะ ตัวสุดท้ายถูกเขวี้ยงมาที่ผนังเหนือหัวผม...มันตกลงมาแล้วพยายามคลานเข้าไปใกล้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟา...หนอนตะกละที่กินเลือดเนื้อ...รวมไปถึงกระดูก กินแม้แต่เสื้อผ้าหรือของใช้ที่ติดเลือด...

“สมิงเลือดเย็นอย่างมึง...เคยห่วงใครบ้างไหม? เคยรู้จักหรือเปล่าไอ้คำว่ารัก ! กูให้มึงมาช่วย มึงก็ต้องช่วย ! ถ้ามึงช่วยคนของกูไม่ได้...ก็ตายกันไปข้าง ! ”

ไอ้เคี้ยมมันตะโกนใส่ผม แล้วกระทืบ ศุภะ ตัวสุดท้ายแหลกคาเท้า.....

..............
............................



[อดีต]  Part  หมอ-ภัทร



“หมอ..............”

เสียงหวานปนอ้อน.........เกินกว่าเหตุ..........ลากยาวดังลงมาจากชั้นสอง ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ เพิ่งจะขับรถมาถึงยังไม่ทันวางกระเป๋าเลยนะ…..

“จะเอาอะไร ภัทร ?”

อยู่ด้วยกันมานานไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าหวานได้ขนาดนี้ไอ้คนพูดถ้าไม่เมาก็.....กำลังหลอกล่อให้คนฟัง....เข้าบ่วง…

มีเสียงโครมครามจากชั้นบน เกือบสักพักกว่าจะมีเสียงฝีเท้าวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้าน เงาดำข้างผนังเหมือนจะผลุบๆโผล่ๆแอบดูสถานการณ์ น่ารำคาญสำหรับพวกผีไร้ศาล...แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะถ้าไม่มีพวกผีนั่น ป่านนี้คงจะไม่ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาใกล้....

“หมอ.......หาเคสเทสให้เคสหนึ่งสิ.....”

วงแขนหญิงสาวโอบรอบคอของชายหนุ่มแล้วโน้มลำคอให้ก้มต่ำลงมา ขณะที่ แววตาวาวก็จดจ้องดวงตาเบื้องตนหน้าอย่างไม่คิดหลบสายตา

“ทำไม?”

เสียงเย็นของชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไร้เยื่อใยหญิงสาวยิ้มพราวแล้วปล่อยแขนตนออกจากลำคอหนาโดยทันที

“ตังค์หมดอะดิถามได้”

ปฎิกิริยาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ นี่ล่ะตัวจริงของ ภัทร เสียงถอนหายใจของชายหนุ่มดังเบาๆ แต่ยาว....กว่าเก่า....

“ก็เลิกเลี้ยงน้องๆ สักคนสองคน สิเดี๋ยวก็มีตังค์ รักใครชอบใครก็เลือกสักคนสิภัทร”

“หง่ะ...หมอก็พูดได้ดิหมอมีเมียแล้วนิ ”

“ตลก......”

“อ้าว? ไหงพูดงี้ เขาบอกกันทั้งนั้นว่าเมียหมอหน้าตาดี...”

“ใครบอก?”

“ป้าเยาว์ ร้านข้าวหน้าปากทางก็บอก บ้านที่มีหมาสีดำที่โดนรถชนแล้วหมอเอาไปผ่าตัดที่คลินิคอะ”

“ป้าแกมองผิดคนแล้ว”

“จริงหรอ? แล้วทำไมป้าแกบอกว่าเมียหมอกับหมอสมกันดี?”

“ใครภัทร?คนไหนเมียเรา?”

“คนนี้ไง....”

ไม่พูดเปล่า หญิงสาวโอบโน้มลำคอคุณหมอตัวใหญ่ลงมาแล้วเขย่งตัวขึ้นไปเลียริมฝีปากหนาของคุณหมอที่อยู่ตรงหน้า...ถึงจะรู้ว่านี่เป็นการอ้อนอย่างหนึ่งแต่ก็ไม่เคยที่จะชินสักที

“ตลกแล้ว....”

“สรุปว่าจะมี เคสเทส ไหม?”

“....เดี๋ยวหาให้แล้วกัน”

..............
............................


หลายครั้งที่ต้องแปลกใจ....ทำไมเวลาคนตรงหน้าอยากได้อะไร..............
..............ไอ้คำว่า 'ไม่ได้' 'ไม่มี' ถึงไม่เคย....ออกจากปาก......


..............
............................



[Part ภัทร ]



มึนหัวไปหมด... ปวดหัวด้วย.... เจ็บตาด้วย....นี่มันที่ไหน....สมองมันว่างเปล่าไปหมด คิดอะไรไม่ออกซักอย่าง....ข้อมือมันเจ็บอีกแล้ว...ที่ประตู ใครบางคนกำลังจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง..? แววตาสีเงินที่หันมามอง.... ใคร ?

..............
............................


เศษเสี้ยวของความทรงจำ ภาพหนึ่งมันแทรกเข้ามา .............

...................

'...ใครภัทร? คนไหนเมียเรา?'

'คนนี้ไง...'

"หมอ...นั่นหมอใช่ไหม? ...หมอ...อย่าเพิ่งไปนะ...ภัทร อยู่นี่...ภัทรอยู่ตรงนี้ หมอ..หมออย่าเพิ่งไป...”

...ริมฝีปากขยับจะเรียกคนหน้าประตู แต่ไม่มีสักเสียงที่จะเล็ดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก แม้จะพยายามยกมือขึ้นเรียกแต่ตอนนี้แค่ขยับนิ้วยังยาก...


แล้วมันก็เหมือนกับหินก้อนหนึ่งที่ตกลงน้ำ คลื่นเล็กๆก่อตัวขึ้นกระเพื่อมเป็นวง...แต่เมื่อหินก้อนนั้นจมลึกลงใต้น้ำ...สุดท้ายคลื่นนั้นก็ค่อยๆหายไป....พร้อมกับความทรงจำของคนชื่อ ภัทร....

..............
............................


“มึงเป็นอะไร?”

...ไอ้คุณคิงส์มันถามเสียงเครียดใส่ผม โห่...หน้าตาโคตรจะจริงจัง ผมยกข้อมือซ้ายที่ปวดหนึบๆขึ้นมาดูความรู้สึกเจ็บเปลี่ยนเป็นชาไปแล้ว แปลกที่คราวนี้เลือดไม่ไหลโจ้กเป็นน้ำแถมไม่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลอีกต่างหาก ....

เฮ้ย! สะดุ้งครับไอ้คุณคิงส์มันจับหน้าผมให้หันไปมองตามันแล้วถามเน้นทีละคำ

“กู-ถาม-ว่า-มึง-เป็น-อะ-ไร?”

ถามมาได้.....ผมตอบแบบไม่ต้องคิด

“เป็นคน..”

เอาแล้วไงธาตุแท้มันเริ่มโผล่ ตามันเริ่มขวางแล้วพอเจอคำตอบผม

“อย่ามากวนกู..สัด! ไม่ใช่เวลาเล่น..”

แล้วจะบีบแก้มกูทำไม กูไม่ใช่นางเอกละครหลังข่าว เอาแล้วไงไปสะกิดต่อมอะไรมันอีก พอไม่ได้ดั่งใจ ไอ้บ้าตรงหน้าก็เริ่มจะทำร้ายร่างกายผมแล้ว อยู่กับไอ้เหี้ยมนี่ผมมีแต่เรื่องเจ็บตัว...

ผมตีมือมันที่บีบแก้มผมแน่นให้คลายออกแล้วตัดสินใจบอกมัน

..............
............................


“เราจะกลับบ้าน...”

“กูไม่ให้มึงกลับ....จนกว่าจะบอกกูว่า มึงละเมออะไรถึงทำแบบนี้..มึงฝันถึงอะไร?.”

“ทำไมกู ต้องรายงานมึงด้วย...”

ผมเริ่มจะเสียงเขียวแล้ว เชี่ยนี้ท่าจะก้าวกายชีวิตผมเกินไปแล้ว สัญญาทาสของมึงมันจบตั้งแต่เมือวานแล้ว...

“ดูปากกูนะ...สำหรับกู มึง-ไม่-เกี่ยว-อะ-ไร-กับ-ชี-วิต-กู...”

มันนิ่งไปครับ แล้วปล่อยคลายมือที่บีบแก้มผม ลุกเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก็แค่นั้นยุ่งกับชีวิตกูจริงๆ ผมกลับมาสนใจที่ข้อมือ มันหายเจ็บแล้ว แถมไม่มีร่อยรอยของแผลที่เพิ่งเกิด แผล เป็นที่เคยมีก็หายไปด้วย ? ไอ้คิงส์มันทำได้ยังไง?

“บัสไม่ต้องมายุ่งกับพี่แล้ว....พี่ก็จะไม่ยุ่งกับบัสอีกเหมือนกัน ....ง่ายๆแค่ต่างคนต่างอยู่ ...ใช่...เลิกคบ ก็แค่นั้น....ความหมาย ?....เลิกคบกันไง... แค่นี้พี่ว่าบัสน่าจะเข้าใจนะ”

ประโยคที่ได้ยินจากมันครับ มันเดินออกมาจากห้องนอน แล้วมายืนจ้องหน้าผม ไม่ต้องถามผมว่ามันคุยกับใคร

... ผมแทบสะอึก...กับการบอกเลิกทางโทรศัพท์ที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที

หลังจากวางโทรศัพท์มันก็เดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามผม ตาขวางๆนั้นจ้องผมอีกแล้ว

“กูเคลียร์ เรื่องของกูเสร็จแล้ว....ทีนี้ก็เรื่องมึง...”

.........................

“เป็นแฟนกูซะ...

.............

..........................กูจะได้เกี่ยวกับชีวิตของมึงซะที”

เสียงมันนิ่งมาก...

ด้านโครตๆ ด้านได้อีก...มึงถามความเห็นกูรึยัง ....กูอยากเป็นแฟนมึงไหม…?ถามกูสักคำรึยัง? ไอ้สาดดดดดดดดดดดดด!

..............
............................

“เป็นแฟนกูแล้วก็บอกกูมาซะที.....มึงละเมออะไร?”

หักดิบเกินไปแล้วมึง ไอ้ด้าน!!! ไอ้คอนกรีต!!! .....ไอ้ ....ไอ้...เสริมใยเหล็กหนาเป็นพิเศษ.....!




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 11:02:08 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 40 Bring it back down.ความบังเอิญ....


..ดนตรีเบาๆ กับกลิ่นหอมอ่อนๆ บรรยากาศสบายๆ ถูกตัดด้วยเหล้าหลากยี่ห้อที่ผสมกันจนมั่วที่นี่หลังร้านพี่นพครับอยู่ในย่านข้าวสาร แต่ก็พอมีบริเวณส่วนตัว หลังร้านแกเป็นสวนหย่อมเล็กๆที่อัดไปด้วยต้นไม้เป็นร้อย... ตอนนี้ผมนอนยาวไปกับโซฟานุ่ม สบายครับถึงจะไม่มีเครื่องปรับอากาศก็เถอะ ถ้าถามว่ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง ก็เพราะผู้ช่วยพระเอกอย่างพวกไอ้เรดไงครับ...

ผมวิ่งหนีไอ้คิงส์ลงมาแล้วกระโดดขึ้นรถพวกไอ้เรด ได้อย่างหวุดหวิด...

เชี่ยคิงส์มันจะยืนยันการเป็นแฟนมันด้วยการให้ผมกับมันทำสัญญากับ Condom ไม่ต้องถามว่าทำอะไรยังไง...จะอ้วก...ดูท่าทางมันแล้วผมไม่ได้เมียเพิ่มแน่ๆ และผมก็ไม่มีทางยอมเป็นเมียมันเหมือนกัน...จังหวะมันเผลอผมเลยคว้ารองเท้าคว้ากระเป๋าวิ่งลงบันไดสุดชีวิต ลงมาก็เจอรถพวกไอ้เรดกำลังจะขับออกไปพอดีเลยกระโดดขึ้นรถมัน ไอ้คิงส์ที่วิ่งตามลงมาได้แต่มองตาม ความบังเอิญมันช่วยผมไว้จริงๆ

วันนี้ผมเจอการขอเป็นแฟนอย่างหน้าด้านๆของไอ้คิงส์...มันคงไม่ได้จริงจังนักหรอก คงแค่...อยากเสือกเรื่องผมสิไม่ว่า ชิ! กล้าถามนะว่า ละเมอเรื่องอะไร? แล้วละเมอเรื่องอะไรล่ะ? ผมเองยังตอบตัวเองไม่ได้เลยแล้วจะไปตอบมันได้ไง...ผมรู้แค่ผมฝัน...ฝันที่เศร้ามากๆ เศร้าจนความรู้สึกในฝันมันทะลักเข้ามาในโลกของเป็นความจริงได้ ฝันที่เหมือนจะจำได้ลางๆ แต่พอนึกถึงรายละเอียดมันก็จำไม่ได้ซะงั้น เหมือนจะรู้แต่ไม่รู้ ที่แย่กว่านั้นร่างกายนี้มันน่าจะจำความฝันได้ดี...ถึงได้มีปฎิกิริยาตอบสนองอย่างน่าสยอง..

แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเรื่องอะไรก็ตามมันผ่านไปแล้ว ผมจะไม่มีทางทำร้ายตัวเองอีก จะไม่ซ้ำรอย ตรินทร์เด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร มันจบแล้ว...จะไม่มีอีกแล้วน้ำตาที่ไหลโดยไม่รู้สาเหตุ อย่ามาเศร้าขนาดนั้น ผมไม่ชอบบริโภคมาม่า...


...
ก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กถูกโยนเข้าหน้าผากผม ไอ้แป้นเคี้ยวถั่วคั่วแก้มตุ่ย มันเบ้ปากส่งสัญญาณไปทาง ไอ้เรดที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ยังกับกูไม่รู้เลยนะว่าฝีมือมึงเชี่ยเรด”

ผมหันไปเหวี่ยงมันทันที ไอ้กร้าปล่อยหัวเราะก๊าก....

“ฝีมือกู ไม่ใช่ไอ้เรด..”

เสียงไอ้กร้าบอกปนขำ ส่วนไอ้เรดหน้ามุ้ยที่ผมใส่มันผิดตัว

“กูว่ามึงหลอนได้เรื่องว่ะ น่าได้รางวัลหลอนอะวอร์ด ว่ะ เฮ้ย! แล้วพรุ่งมึงจะไปเรียนไหมเนี้ย? แก้มช้ำขนาดนั้น ตาก็แดงๆ โดนเชี่ยคิงส์ทำอะไรหรือเปล่ามึง บอกได้นะพวกกูจัดให้ได้”

ไอ้เรดมันทักผม แถมไม่ทักเปล่ามันจับแก้มผมที่โดนต่อยแทนไอ้คิงส์ถึงจะยังเจ็บนิดๆแต่รอยช้ำยังอยู่เป็นปื้น

“ไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอกมันไม่เกี่ยว แต่เรื่องเรียนไม่รู้ว่าจะไปหรือเปล่า...ดูสถานการณ์ก่อน กูอยากพัก อะตรอมกับไอ้บัพ แม่งยังไม่กลับมาเลย ”

“บ้านมึงอะโคตรหลอนไอ้ตรินทร์ คืนนี้ถ้าไม่ไหวมึงไปค้างคอนโดพวกกูก่อนดิ”

“ไม่ต้องกลัวไอ้แป้นปล้ำหรอก มันไม่มีน้ำยา”

ผมส่ายหน้าให้ไอ้กร้า ขนลุกถ้าจะให้กลับไปที่คอนโดมัน ขืนเจอไอ้คิงส์ผมได้เสียจิ้นแน่....

“ไม่ต้องห่วงกูหรอกเดี๋ยวหาที่ค้างได้เอง คืนนี้สาวไหนมาลากกูยอมถวายทั้งตัวเลย”

“เริ่มเฮี้ยอีกแล้วนะมึง”

“เหมือนพวกมึงเลย ไม่ต้องย้ำกูเฮี้ยเสมอต้นเสมอปลาย”

ต่อล้อต่อเถียงกันสนุกสนานครับ กำลังเพลินๆ ไอ้เรดก็หักเลี้ยวเข้าโหมตจริงจัง

“ตรินทร์...มึง เคยแอบรักใคร หรือเปล่าวะ? รักทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้...รักทั้งๆที่เหมือนว่าคนที่มึงรักจะมีเจ้าของแล้ว..มึงจะรอให้เขาเลิกกันแล้วค่อยบอกรักหรอเปล่าวะ? ถ้ากูรอกูจะเป็นคนดีในสายตาหรือเปล่าวะ?”

อยู่ๆไอ้เรดก็ถามขึ้นมาอย่างนั้นเล่นเอาผม กร้า แป้น ต้องนิ่งฟังมัน

“...ถ้าเป็นมึง มึงจะทำยังไง จะแอบรักอยู่เงียบๆหรอเปล่า?...”

...เสียงไอ้เรดมันถามผมพร้อมทั้งโปรยสายตามองมาแบบแปลกๆ ผมไม่ได้สบตาเพราะไม่ได้คิดจะค้นอะไรในแววตามัน คำตอบมีในหัว คำตอบที่มีแต่จะยิ่งทำให้มันรู้สึกตัวเสียที ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงทำอย่างไอ้เรดมันว่าแต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ชีวิตนี้จะหายไปเมื่อไหร่ยังไม่รู้สิ่งที่ผมคิดเลยเปลี่ยนไปทั้งหมด ผมยกแก้วสีชาขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะหันไปตอบคำถามจริงจัง

“ถ้าเป็นกู กูไม่รอหรอก...ถ้าดูแล้วไม่มีหวังก็เลิกแต่ ถ้าอยากได้จริงๆมึงก็ต้องกล้า จะจีบใครก็จัดการไป จากประสบการณ์ ลองเป็นคนดีอย่างมึงว่านะ หมาคาบไปแดก 1000% เพราะดีเกินไป เพราะทำดีแล้วหวังว่าเขาจะหันมามอง เปล่าเลย มึงไม่รู้หรอหมามันรอขโมยเนื้ออยู่เป็นฝูง ลองหมามันกินเนื้อเข้าไปแล้วถึงคายออกมามึงจะเอาหรอ...คนดีอย่างมึงก็อด สู้แดกๆให้มันจบไปไม่ดีกว่าเหรอ เกิดอะไรขึ้นทีหลังค่อยมาว่ากันอีกที ยังไงเนื้อมันก็อยู่ในปากมึง ไม่ใช่ปากหมาตัวไหน... ”

เสียงตรบมือดังขึ้น เชี่ยแป้นอีกแล้ว มันยื่นแก้วเหล้ามาให้ผมอีกแก้วก่อนจะเอ่ยชมอย่างจริงใจ

“นอกจากจะเจ้าชู้อย่างหน้าไม่อายแล้ว มึงยังเชี้ยเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ตรินทร์ กูขอคำนับมึงเป็นอาจารย์เลย ตั้งแต่ออกมาจากโรง’บาล ต่อมชั่วของมึงเจริญเติบโตได้อย่างคาดไม่ถึงจริงๆ”

“.......”

ผมได้แต่เงียบ...มึงชมกูจริงๆใช่ไหม ?ไอ้แป้น.....

..............
............................

 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 11:11:21 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่  41 Become so numb.ชีพสิ้น.....ศรัทธา...

“พรหมธาดาเจ้าขา
หากมิให้ข้าคงรัก....เหตุใดท่านส่งนางมา
หากมิให้ข้าภักดี....เหตุใดต้องมีพระพี่เจ้าเคียงข้างข้า...”


....สายฟ้า ที่ฟาดแสงสีเงินลงพื้นดิน มาพร้อมกับคมมีดที่แทงลึก...


ชีพนั้นหลุดลอยพร้อมกับคำถามที่มิมีวันได้คำตอบ...

องค์ภังคียะ สิ้นชีพลง บนสงครามแห่ง สุร และ นาคา หากแต่สงครามนั้น ครึ่งหนึ่งมาจากความเชื่อใจ ความเชื่อใจที่ผิดพลาดจนต้องแลกด้วยชีวิต...

แสบสรรค์ เมื่อทุกสิ่งถูกเอาคืนด้วยชาติภพใหม่ แม้ได้พบกันอีกครา... หากแต่มิมีคราใดเลยที่ ภังคียะ จักหยุดสายตาไว้ที่ องค์มหินทรา หรือนางนาม พะเตรียง สายตาวาวคู่นั้น มีไว้มองทุกผู้ที่ต้องใจ หาใช่สายตาที่หยุดภักดีไว้เพียงองค์มหินทรา หรือสายตาที่คงรักในหญิงนามพะเตรียง เฉกเคย... แววตาอันสงบเรียบลึกแต่เปรี่ยมไว้ด้วยความซื่อสัตย์ ถูกแทนที่ด้วย แววตาแห่งชีวิตชีวา ที่เปรี่ยมกิเลส รักและเลิกได้ทุกขณะที่ใจต้องการ... ที่แสบสรรค์กว่านั้น ดวงตานี้มิเคยมองหาองค์มหินทรา ความรู้สึกทั้งปวงถูกลบเลือนด้วย สัจจาธิษฐาน...


‘.... อย่าได้หาความชอบธรรมอันใดเลยองค์.... เมื่อคราก่อนท่านเองที่ทิ้งความชอบธรรมนั้นลงเหวแห่งนิลกาฬ ’


'หากครานี้ข้าทรมานเพราะรัก ข้าจักมิคงรัก...

หากครานี้ข้าทรมานเพราะนาง ข้าจักลืมนาง...

หากครานี้ข้าทรมานเพราะภักดี กาลหน้าข้าสาบาน จักมิมีภักดีในผู้ใด...

หากครานี้ ข้าต้องตกตายเพราะสายเลือด กาลหน้าข้าจักมิใช่ชาติพันธุ์ใด...

หากครานี้ ข้าเป็นชายเพียงเคียงคู่นาง...

กาลหน้าข้าขอคำพร...รักที่ข้ามีจักมิเลือกแม้เพศใด



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 11:13:17 โดย Zitraphat »

ออฟไลน์ kosmos

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: >29 G.Become 21 Boy. ถ้ากล้ารักจะจัดให้!
«ตอบ #58 เมื่อ26-04-2012 01:51:10 »

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ Zitraphat

  • ความแน่นอนตั้งอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1025/-43
    • https://www.facebook.com/zitraphat.chonlavade
บทที่ 42 Drunk as suck.เพราะเหล้า เอาอีกแล้ว....
[Part คิงส์]



...ผมยืนมองไอ้นักร้องที่แหกปากอย่างเมามันบนเวที...

นี้ขนาดยังหัวค่ำอยู่แต่หน้าไอ้นักร้องนั่นก็ฟ้องได้แล้วว่ามันเมาขนาดไหน มันคงจะไม่เมาหรอกถ้าไม่เสือกยกดื่มทุกแก้วที่ชาวบ้านเขายื่นให้ ไม่ต้องถามผมนะครับว่ามาซุ่มยืนจ้องไอ้นักร้องนั่นทำไม ปกติร้านอื่นผมไม่ค่อยเข้าอยู่แล้วร้านตัวเองก็มี อยากได้อะไรแค่ไหนก็มีคนจัดให้...

..แต่เพราะไอ้นักร้องนั่นเป็นคนเดียวกับไอ้คนที่ผมเพิ่งขอเป็นแฟน...แถมมันยังเป็นคนเดียวกันกับไอ้คนที่เขวี้ยงเสื้อกับกางเกงผมลงมาจากคอนโดแล้ววิ่งขึ้นรถหนีไปอย่างไม่ใยดี.....

ครับมันเองครับไอ้ภินทร์ที่รักยิ่ง.....การตามตัว ไอ้ภินทร์ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ๆมันก็หายตัวไปอย่างนั้นโทรศัพท์ก็ล็อคการโทรเข้าของผม ยิ่งเป็นเบอร์แปลกมันยิ่งไม่รับ...
 
แล้วไง? พอบทจะง่ายก็ง่าย.....ไอ้เวทย์มันโทรมาบอกว่าหญิงของไอ้โฟนมันกำลังติดนักร้องของร้านข้างๆกำลังหาพวกไปช่วยกระทืบอยู่แต่ที่ต้องโทรมาหาผมเพราะไอ้นักร้องนั่นเป็นไอ้ภินทร์ ก็เลยโทรมาถามผมก่อนว่าผมจะมาเคลียร์เองหรือจะให้มันกระทืบได้เลย เพราะมันเองก็รู้เรื่องที่ไอ้โฟนเคยมอมยาไอ้ภินทร์แล้วผมเป็นคนพามันกลับคอนโด...มันเดาตอนจบเอง...ตอนจบที่ผมก็อยากให้เป็นอย่างที่มันเดา....แต่มันไม่ใช่อะสิ...ผมถึงได้มายืนเฝ้ามันอยู่อย่างนี้

“คิงส์...เมียมึงนี่หน้าหม้อได้ใจจริงๆลากเด็กกูไปจูบซะกูลืมเลยว่าไอ้ที่มันจูบนั่นแฟนกู”

ไอ้โฟนมันพูดเสียงเย็นใส่ผม ถ้าไม่ติดว่ามันคิดว่าไอ้ภินทร์เป็นเมียผมแล้ว มีหวัง ว่าที่เมียผมคงได้หายตัวไปอย่างลึกลับ....โชคดีขนาดไหนแล้วมึงที่ไม่ต้องนอนให้ ศุภะ มันแทะ...สำนึกบุญคุณกูแล้วก็มาเป็นแฟนกูซะ!

“เคลียร์คนของมึงด้วย...พวกกูกลับแล้ว”

ไอ้โฟนพูดแล้วเดินออกไปอย่างไม่ใยดีเหลือแต่ไอ้ฟลุ๊กที่ยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนหยามผมซะมากกว่า จนไอ้โฟนเดินหายออกไปจากร้านมันถึงได้เอ่ยปาก

“จัดการให้ไอ้คนบนเวทีเป็นคนของมึงซะ...ไม่อย่างนั้นว่าที่เมียมึงจะไม่เหลือแม้แต่กระดูก...ไม่ต้องห่วง...กูมีตัวช่วย แค่สามเม็ดก็พอมั้ง...ครั้งที่แล้วสองเอง..”

ไอ้ฟลุ๊กยัด แคปซูล สีฟ้าห้าเม็ดใส่มือผม แล้วเดินตามไอ้โฟนหายออกไปจากร้าน...คนอย่างกูต้องใช้ยาด้วยหรอ? ชิ.....ผมกำลังจะทิ้งแคปซูลในมือลงพื้น แต่พอคิดถึงเรื่องในลิฟต์หลังจากคนบางคนโดนมอมยา...ผมก็ทิ้งแคปซูลห้าเม็ดนั้น..............

...ลงแก้วเบียร์....

ไอ้ภินทร์มันดื่มอะไร?....เบียร์ผสมสไปร์ท สินะ.... หึ! ผมเทสไปร์ทลงไป แล้วเทเบียร์ที่เหลือตาม.....คนๆๆ จนแคปซูลเหลือแต่เปลือกจากนั้นก็หยิบเปลือกที่เหลือมาเคี้ยวกลืนซะเองจะได้แฟร์ๆกันหน่อยแล้วก็รอจนเด็กเสิร์ฟเดินมา...

“น้อง...พี่ฝากให้นักร้องบนเวทีหน่อย.....”

..............
............................

.
.
.

“คิงส์...รักกูทีดิ...”

...เสียงอ้อนนั่นแว่วมาตอนผมกำลังดื่มน้ำเล่นเอาแทบสำลัก....

คนอย่างไอ้ภินทร์เนี่ยนะอ้อนผม จะหันไปดูมันก็โผเข้ามากอดผมทั้งตัว เอาแล้วไงเรื่องพรรค์นี้ก็เจอมาตลอดแต่พอเป็นมันที่เข้ามากอดก็เหมือนเรื่องที่คาดไม่ถึงมากกว่า ยังไงดีอธิบายไม่ถูกทั้งๆทีครั้งทีแล้วผมมีอารมณ์กับมันสุดขีดแต่มันกลับปฎิเสธอย่างสิ้นเยื่อใยแถมยังหนีขึ้นรถหายไปอย่างนั้น... มาตอนนี้ผมควรปฎิเสธมันบ้างใช่ไหมจะได้รักษาศักดิ์ศรีผมไว้ได้บ้าง...

...ได้แต่คิด...เอาเข้าจริงกลับเป็นผมเองที่หันไปจูบมันเบาๆ แทบไม่เชื่อตัวเองหัวใจมันทำไมเต้นแรงอย่างนี้ อีกอย่างที่ผมเพิ่งรู้ปากไอ้ภินทร์มันทำไมถึงได้หวานขนาดนี้นะ แต่ถ้าจะให้ซั่มมันในร้านนี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่ นี่ไม่ใช่ถิ่นผม แถมพวกไอ้ภินทร์มันก็ยังอยู่บนเวที ยังไงก็ต้องออกจากร้านให้ได้ก่อน...ผมถอดเสื้อนอกตัวเองออกแล้วเอาคลุมทับเสื้อสีครามของ ภินทร์ จากนั้นก็โอบเอวมันเดินออกมานอกร้าน ไอ้แสบเดินตามผมมาอย่างง่ายๆจนออกมานอกร้านได้อย่างไม่ยาก มองหน้ามันแล้วเกิดอารมณ์ กลับคอนโดแม่งก็ไกล...ลากไปที่ร้านดีกว่า พาไปซั่มชั้นสองดีที่สุด....ห้องเพิ่งทำใหม่ประเดิมเลยแล้วกัน...

..............
............................

“คิงส์....จูบอีก จูบอีกสิ..”

กูก็จูบอยู่นี้ไง...แต่มึงอะแทบจะลากตับไตกูออกมาอยู่แล้ว...ใครสอนมันจูบครับ? ขนาดผมผ่านหญิงมาเยอะยังแทบเทียบมันไม่ติด เป็นครั้งแรกที่รับรู้ว่า ถ้าจูบแข่งกับไอ้ภินทร์...ผมเองตกต่ำขนาดไหน... ผมแก้เกมโดยพยายามจับมันถอดเสื้อนะแต่ไอ้ปลาไหลนี้เนียนหนีได้ทุกครั้งแถมยังโต้กลับด้วยการค่อยๆปลดกระดุมเสื้อผมออก แล้วใช้ปากกัดรูดซิบกางเกงผมลง

...ริมฝีปากเย็นๆตอนมันเลียขนที่ช่วงสะดือแล้วใช้นิ้วลากนำลิ้นที่ไล้เลียผ่านช่วงสีข้างทำเอาผมคราง ไอ้สัดนี่คงไม่ได้หน้าหม้อเชิงวิชาการอย่างเดียวแล้วภาคปฎิบัติของมันผมให้ 1,000 เต็ม 100 เลย

“ภินทร์ ครับ ทำให้ทีสิ”

ผมพยายามฝืนเต็มที่เพื่อจะเอาสมองตัวเองมาเรียบเรียงให้คำ ที่วิ่งในหัว ออกมาเป็นประโยคสื่อสาร แต่ที่ได้กลับมามันเกินคุ้ม ไอ้แสบมันก้มลงมาเลียที่น้องชายผมผ่านบอกส์เซอร์ที่ใส่อยู่ สัด! เสียวแปลกๆชิบหาย แต่ละอย่างที่มันทำให้คนละแนวกับที่เจอมาเลย แม่งเอ้ย ! ทำไมไม่เจอมันก่อนหน้านี้นะ กูจะจับแม่งล่อทั้งวัน....

แล้วก็เกือบมาถึงไคลแมกส์ มันขึ้นมานั่งทับอกผมที่นอนราบลงกับเตียง มือมันยันผนังห้องไว้แล้ว ก้มลงมาเลียที่แก้มผม

“คิงส์....ถอดให้ทีสิ...ใช้ปากนะ”

โหย......แทบไม่ต้องให้บอกซ้ำผมใช้ปากกัดดึงเชือกที่ผูกเอวมันออกแล้วปลดกางเกงสามส่วนของมันลง...

เงยหน้ามองมันชัดๆ อย่างกับใน AV มันใส่เสื้อเชิ๊ตสีคราม ที่เปียกไปด้วยเหงื่อ ส่วนท่อนล่างก็มีแค่บอกส์เซอร์ที่สั้นกว่าชายเสื้อเชิ้ตเสียอีก ยั่วกูเกินไปแล้วนะภินทร์....

แทบไม่ต้องบอกอะไร....มือข้างหนึ่งของมันสอดมือเข้าไปในบอกส์เซอร์ตัวเองแล้วค่อยๆทำให้ผมดู ส่วนอีกมือของมันลากลูบน้องชายผมแล้วรูดตามจังหวะไปด้วย

สุโค่ยยยยยยยยยยยย !

..............
............................

แม่งเอ้ย!ไอ้ภินทร์แม่งเชี่ยวเหลือเกินทำเอาแทบละลาย แต่มันเองก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ครางซะขนาดนั้นดีนะที่ข้างล่างเสียงเพลงดังๆนั้นพอจะกลบเสียงครางของผมกับมันได้บ้างพอผ่านจากการช่วยผมและตัวมันเองรอบแรกแล้ว มันก็ไล่เลียไล่กัดแทบทุกส่วนของผมที่โผล่พ้นร่มผ้า... ผมเองก็บ้าตามมันครับ กัดเม้มมันซะทุกส่วนที่ผม สัมผัสได้ยิ่งได้เลียได้กัดเม้มผิวเย็นๆยิ่งเล่นกันแรงขึ้น SEX แปลกๆเหมือนหมาฟัดกันซะมากกว่าแล้ว...

ซี้ด...กัดกูอีกแล้วนะไอ้คุณภินทร์.... ทำไม.....แค่นี้กูยังหลงมึงไม่พออีกเหรอ? คนละฟิวล์กับบัสเลย ไอ้ตาเยิ้มๆ กับแก้มๆช้ำๆ เล่นเอาแทบหมดแรง นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นเจ้าของมันนะ ยังขนาดนี้ ถ้าได้โยกกูคงเล่นยันเช้า จะชมยาไอ้ฟลุ๊กหรือชมไอ้คนตรงหน้าดี...แม่ง!ได้ใจมาก!
   

...อารมณ์กำลังได้ที่ ผมถอดทุกอย่างเขวี้ยงลงข้างเตียงหมดแล้วถึง ไอ้ภินทร์เองจะไม่ได้ถอดตามแต่สภาพมันแค่เสื้อกับบอกส์เซอร์ที่เปียกน้ำคาวนั่นอีกไม่กี่นาทีมันก็จะไม่ใส่อะไรเหมือนกัน...

“คุณคิงส์คะ! คุณคิงส์!มีแขกค่ะ”

เสียงเด็กที่ร้านมาเรียกผมหน้าห้อง...แม่งเอ้ย! ทำไมต้องมาตอนนี้...ช่างแม่ง!...อยากเรียกๆไปกูจะฟัดกันซะอย่าง...เสร็จงานอย่าให้ได้รู้นะว่ามันตัวไหนเรียกแม่งจะไล่ออกให้หมด!

“คุณคิงส์คะ! คุณคิงส์ ! ”

เสียงที่หน้าประตูยังเรียกผมอยู่อย่างนั้น

สัดเอ้ย ! เอาแล้วไงไอ้คนที่นั่งทับอยู่บนตัวผม เหมือนได้สติแล้วมันหน้ามุ่ย แล้ว ลุกออกจากตัวผมเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว

สัด! กูขอไปไล่ไอ้คนเรียกออกจากงานก่อนแล้วค่อยตามไปง้อไอ้ภินทร์ในห้องน้ำแล้วกันฟัดในห้องน้ำก็มันไปอีกแบบ ผมคว้าผ้าขนหนูในตู้มานุ่งแล้วเดินออกไปเปิดประตู...

เด็กเสิร์ฟร้านผม.......

.....ยืนอยู่กับบัส......

“ที่พี่คิงส์ บอกเลิกกับบัส เพราะคนข้างในใช่ไหม?”


..บัสร้องไห้น้ำตานองหน้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหาเหตุผลอ้างเล็กๆน้อยๆพอให้บัสหายโกรธ แต่ตอนนี้ผมกับบัสเลิกกันแล้วนี่น่า ไอ้ที่มีอยู่ในหัวมันเลยเป็น

..............
............................

“อย่ามาทำตัวเป็น ‘ตัวปัญหา’ เราจบกันแล้ว และพี่....ก็กำลังยุ่ง กับ ‘แฟน’ แฟนนะไม่ใช่ ‘ของเล่น’ เหมือนบัส...อย่าสร้างปัญหา...”

..............
............................



[แถม]


"เฮ้ย! แป้น เชี่ยตรินทร์หายหัวไปไหนนานแล้วนะ แม่ง! เมาอย่างกับหมา มันจะรอดกลับมาไหมเนี้ย?"

"อย่าไปห่วงมันเลยตอนนี้ห่วงตัวมึงเองเหอะ กร้า นักร้องนำหาย ใครจะร้อง เบรกวงเสร็จมึงขึ้นมาแทนมันเลย ส่วนเชี่ย ตรินทร์ ปล่อยมันไป ป่านนี้โดนลากไปแดกแล้วมั้ง"

"พูดยังกับไอ้ตรินทร์เป็นไก่ จะแดกมันต้องลากลงน้ำก่อน หรือเปล่าครับคุณ?"

แล้วทั้งสามหนุ่มก็หัวเราะร่าไม่ได้รู้เลยว่า เพื่อนตัวเองอ่ะ..........ตอนนี้โดนลากไปไกลแล้ว.....

 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2013 11:28:03 โดย Zitraphat »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด