]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก (จบ) แจ้งข่าว ให้ติดตามในแฟนเพจ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก (จบ) แจ้งข่าว ให้ติดตามในแฟนเพจ  (อ่าน 283369 ครั้ง)

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


สวัสดีครับ ผมเองก็เขียนนิยาย (หรือเรื่องสั้น) ในเล้ามาหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงจะเปลี่ยนแนวจากที่เคยๆ ไปบ้างเล็กน้อยตามสไตล์ผม ยังไงก็หวังว่าจะรักจะชอบตัวละครของผมกันนะครับ ถ้าหากมีอะไรไม่ดี อยากให้ปรับปรุง เสนอแนะอะไร ก็บอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ อยากครับ อยากได้อยากโดนคำติชมครับ ถึงขั้นกระสันกันเลยทีเดียว

ติดต่อและคอยติดตามความเคลื่อนไหวของไอ้นั่นไอ้นี่ของผมได้ทางแฟนเพจนะครับ http://www.facebook.com/ExecutionerNovel

ส่วนนี่คือนิยาย/เรื่องสั้น ล่าสุดของผมที่เพิ่งจบไป ใครเพิ่งรู้จักผมก็ตามไปอ่านกันได้เน้อ

|เรื่องไม่สั้นและไม่เล่า|[ กระดานดำหลังรั้วโรงเรียน ... ชาย

:: series เรื่องสั้น :: |[ love is ... ]| >> ออกัสกับแพนด้า (รักคือ...)

:: series เรื่องสั้น :: |[ love is ... ]| >> กีตาร์กับอาร์ม (รักคือ...)

:3123: :3123: :3123:

ร่วมติดตามความรักและความซี๊ดดดดส์กันได้ที่นี่ทุกอาทิตย์นะครับ ^3^
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-05-2013 03:41:16 โดย Poes »

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #1 เมื่อ05-01-2012 09:36:07 »

SeeeDz ที่ 1

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงสองสัปดาห์แรกของการเปิดเทอมหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้ว ผมก็เริ่มที่จะเคยชินกับการเรียน การใช้ชีวิตอยู่หอ การทำกิจกรรม และการรับน้องมากขึ้น โชคดีที่ก่อนจะเปิดเทอมผมต้องมาเรียนปรับพื้นฐานก่อนประมาณหนึ่งเดือนด้วย ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนๆ รุ่นพี่ และคณะของตัวเองดีกว่าเด็กอีกหลายๆ คนที่ไม่จำเป็นต้องเรียนปรับพื้นฐานในช่วงปิดเทอม
บางทีเกิดมาฉลาดน้อยกว่ามาตรฐานนิดหน่อยก็ทำให้เรามีข้อได้เปรียบอยู่เหมือนกันแฮะ

ที่จริงผมก็เป็นคนกรุงเทพฯ และมีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ ผมจึงไม่จำเป็นต้องนอนหอด้วยซ้ำ แต่พ่อกับแม่ผมอยากให้ผมหัดดูแลตัวเอง จัดการชีวิตของตัวเอง และได้สัมผัสกับประสบการณ์ชีวิตนักศึกษาอย่างเต็มที่ จึงยอมควักเงินจ่ายค่าหอให้ผมทุกเดือน โดยแลกกับการที่ผมจะไม่มีรถมาขับเวลาเดินทางไปไหนมาไหน ซึ่งผมก็โอเค ไม่ได้ซีเรียสมากมายอะไร จะให้ขึ้นรถตู้ โหนรถเมล์ ต่อบีทีเอส มุดลงใต้ดิน ลงเรือ หรือเดินทางแบบไหนผมก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ เพราะถึงยังไงตอนอยู่มัธยมผมก็เดินทางแบบนั้นประจำอยู่แล้ว ถึงจะเห็นผมหน้าตาดีแลดูคุณหนู แต่ผมก็ถูกเลี้ยงมาติดดินนะจะบอกให้

ครอบครัวของผมไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยอะไรมากมายนัก ก็แค่ฐานะปานกลาง มีให้กินให้ใช้ได้ไม่ลำบาก แต่ผมดันเป็นลูกคนกลางที่เกิดมามีบุญกว่าพี่น้องอีกสองคนเยอะหน่อยตรงที่ผมได้ผิวขาวจากแม่มาเต็มๆ ในขณะที่พี่ชายกับน้องสาวของผมจะผิวออกคล้ำและหน้าไทยๆ บ้านๆ มากกว่า

ตั้งแต่เด็ก ผมมักถูกชมว่า ‘น่ารัก’ มาตลอด เป็นส่วนน้อยที่คนจะบอกว่าผม ‘หล่อ’ เพราะผมเป็นคนผิวขาว หน้าตี๋ คิ้วบาง ปากบาง แก้มป่องๆ นิดหน่อย แถมยังเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วด้วย จึงมักจะมีแต่คนบอกว่าผมเป็นคนหน้าหวาน น่ารัก น่ากอด แต่ไม่ใช่คนหล่อ เท่ หรืออะไรแนวนั้น และเพราะเหตุนี้นั่นแหละ ผมถึงได้ชอบเล่นกีฬา ดื่มนมเยอะๆ และออกกำลังมาตั้งแต่มัธยมต้น โชคยังดีที่ผมค่อนข้างสูงและไม่ใช่คนผอมเก้งก้าง ความเจ้าเนื้อนิดๆ ในตอนเด็ก ทำให้ผมสามารถปั๊มกล้ามเนื้อได้เร็วและดีกว่าคนอื่นๆ บวกกับการที่ผมเล่นบาสเก็ตบอลเป็นประจำจนเคยเป็นนักกีฬาโรงเรียน ทำให้ผมมีร่างกายแบบพอที่จะชดเชยหน้าตาน่ารักของตัวเองไปได้บ้าง

อ้อ แล้วก็ตอนช่วงมัธยมปลายสักราวๆ ม.5 ม. 6 นี่แหละ ที่ผมเริ่มสูงขึ้นอีกนิด หน้าของผมเริ่มเรียวขึ้น และเริ่มมีคนชมด้วยว่าหน้าตาผมดู ‘กวนตีน’ มากกว่าตอนเด็กๆ เยอะ

ผมถือว่านี่คือคำชมนะ ผมชอบ

อาจจะเพราะใบหน้าและรูปร่างของผม ที่ทำให้ผมเป็นที่รู้จักในหมู่เด็กคณะของเราค่อนข้างเยอะ แล้วมันก็พลอยทำให้ผมต้องทำกิจกรรมเยอะมากขึ้นตามไปด้วย อย่างเช่นสำหรับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ มหาวิทยาลัยของเรากำลังจะจัดงานกีฬาสีขึ้น ซึ่งทุกคณะต้องส่งเด็กปี 1 ลงแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ร่วมกับรุ่นพี่ แต่จะเน้นให้พวกเราเฟรชชี่เป็นตัวยืนและให้รุ่นพี่เป็นแค่พี่เลี้ยงหรือตัวสำรองมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าผมก็เสนอตัวลงแข่งขันบาสเก็ตบอลทันที เพราะมันเป็นกีฬาที่ผมรักและถนัดอยู่แล้ว หรือถ้าไม่อย่างนั้นผมก็อาจจะถูกจับให้ไปลงแข่งกีฬาชนิดอื่น หรือยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือถูกจับไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ก็เป็นได้

ด้วยการที่ทั้งต้องเรียน ต้องซ้อมร้องเพลงเชียร์ ซ้อมเดือน และซ้อมกีฬา จึงทำให้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของผมยุ่งมาก เวลาหลังเลิกเรียนของผมเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกมอบหมาย อย่างเช่นในวันนี้ หลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องเชียร์ช้ากว่าคนอื่นเพราะถูกสั่งซ่อมและลงโทษนิดหน่อย ผมก็รีบวิ่งไปที่โรงยิมของมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะซ้อมบาสเก็ตบอลต่อทันที
โชคดีที่ผมไม่ใช่แค่มาใช้โรงยิมสำหรับฝึกซ้อม แต่ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ทำให้ผมมีล็อคเกอร์เป็นของตัวเอง และสามารถใช้อุปกรณ์ในโรงยิมทุกอย่างได้ฟรี รวมถึงห้องอาบน้ำและห้องฟิตเนสก็ด้วยเช่นกัน

เมื่อผมวิ่งมาถึงที่สนามบาส ผมก็พบกับรุ่นพี่ที่คณะของตัวเองและเพื่อนรุ่นเดียวกันอีก 4-5 คนกำลังยืนคุยกันอยู่ใต้แป้นบาส ผมเดินเข้าไปทักทายพวกเขาแล้วก็ถูกสั่งให้รีบไปเปลี่ยนชุดเสีย ผมหันหลังกลับและรีบวิ่งเหยาะๆ ตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อ แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้มองทางให้ดีและลืมระวังคนที่จะเดินสวนออกมา ผมจึงชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากข้างในห้องเข้าอย่างจัง

ผมว่าผมก็ไม่ใช่คนตัวเล็กแล้วนะ แต่คนที่ผมวิ่งไปชนนั้นกลับตัวสูงและใหญ่กว่าผมเสียอีก เขาทำให้ผมต้องเซถลาไปด้านหลัง 2-3 ก้าวก่อนจะตั้งหลักได้ทัน

“โทษทีๆ เป็นไรป่าว” ชายคนนั้นถามขึ้น แต่ผมรู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความรู้สึกขบขันอยู่จางๆ

“ไม่ๆ ไม่เป็นไร โทษที ผมไม่ได้มองทางเอง”

“โอเค ดีแล้ว” เขายิ้มพร้อมยักคิ้วข้างหนึ่งให้ผมก่อนจะเดินจากไป

ผมรีบเดินไปยังล็อคเกอร์ของตัวเองแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็กลับออกมาซ้อมกับเพื่อนๆ และรุ่นพี่ต่อจนถึงหัวค่ำ หลังจากที่ซ้อมเสร็จ ผมก็เดินไปเก็บของที่ห้องล็อคเกอร์ และเดินออกจากมหาวิทยาลัยพร้อมกับเพื่อนๆ ผมปฏิเสธที่จะไปกินข้าวกับพวกมัน เพราะอยากจะรีบกลับไปอาบน้ำที่หอก่อนเป็นอย่างแรก

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินลงจากหอออกไปหาอะไรกิน แต่หลังจากเดินไปเดินมาอยู่พักหนึ่ง ผมก็คิดไม่ออกสักทีว่าจะกินอะไรดี ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเดินเข้าเซเว่นฯ แล้วหยิบข้าวกล่องออกมาสองกล่อง พร้อมด้วยขนมขบเคี้ยว นม และน้ำผลไม้อีกจำนวนหนึ่ง ในตอนที่ผมจ่ายเงินเสร็จและกำลังจะเดินออกจากเซเว่นฯ นั้นเอง ผมก็ต้องผงะเล็กน้อย เมื่อผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะเดินสวนเข้ามาข้างในพอดี

เมื่อเราสองคนมองหน้าของกันและกัน และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร เราต่างก็ยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยกันทั้งคู่

“จะชนอีกแล้ว วันนี้เราเจอกันแบบนี้ตลอดเลยแฮะ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ก็นั่นน่ะสิ”

เขาพยักหน้าให้ผมน้อยๆ พร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ส่วนผมก็เดินออกจากเซเว่นฯ ตรงกลับหอไปแบบไม่ได้คิดอะไรอีก

เช้าวันต่อมา ผมเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า แต่ก่อนที่จะไปยังตึกคณะ ผมก็แวะที่โรงอาหารเพื่อกินข้าวเช้าเสียก่อน แล้วผมก็เจอกับผู้ชายคนเมื่อวานอีกครั้งเข้าจนได้ เขาเพิ่งรับจานข้าวมาจากแม่ค้าและกำลังจะเดินออกมาจากร้านที่ผมกำลังจะไปต่อแถวซื้อพอดี

“อ้าว หวัดดี” เขาทักผมก่อน “กินข้าวเช้าเหรอ”

“ใช่ๆ แต่โชคดีนะที่วันนี้เราไม่ได้จะเดินชนกันอีกน่ะ”

“ฮ่าๆๆ นั่นสิ เราว่าเราสองคนต้องเลิกเจอกันแบบจะเดินชนกันได้แล้วว่ะ แถมวันนี้ยังใส่ชุดนักศึกษาอีกด้วย ขืนเลอะไปล่ะเซ็งตายห่าเลย”

ด้วยชุดนักศึกษาและเนกไทของมหาวิทยาลัยที่เขาใส่อยู่ ทำให้ผมมั่นใจเลยว่าเขาเองก็ต้องเป็นเด็กปี 1เหมือนผมแน่ๆ

“ช่ายยย แต่วันนี้เรายังไม่ได้ชนนายนะเว้ย”

“รู้แล้วน่า ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

“ฮ่าๆ เปล่าๆ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกัน แค่ออกตัวไว้ก่อนเฉยๆ”

“แล้วนายมากับใครล่ะ มากับเพื่อนรึเปล่า”

“เหอะ มาคนเดียวอะ”

“งั้นซื้อข้าวแล้วไปนั่งกินด้วยกันมั้ย” เขาชวน

“ได้ๆ งั้นรอแป๊บนึงแล้วกัน”

หลังจากที่ผมซื้อข้าวเสร็จ ผมกับเขาก็เดินไปหาโต๊ะว่างแล้วนั่งลงกินข้าวด้วยกัน เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ นะ เรียนอยู่คณะวิศวะ ส่วนผมก็บอกเขาไปว่าผมชื่อ ซี เรียนอยู่บริหารภาคอินเตอร์ฯ แต่โง่ภาษาอังกฤษมาก ดูท่าทางเขาจะชอบใจเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้น ตลอดเวลาที่เราคุยกัน ผมว่าเขาดูเป็นคนที่อารมณ์ดีและเป็นคนสุภาพคนหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าหน้าตา รูปร่าง และบุคลิกของเขาอาจจะดูขัดๆ กับสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่บ้างก็ตามที เพราะอย่างที่ผมบอกว่าเขาเป็นคนรูปร่างสูงกว่าผมเสียอีก น่าจะสูงถึง 185 ด้วยซ้ำ นอกจากนั้นเขายังมีร่างกายที่กำยำ และผิวสีแทนแบบคนเล่นกีฬา ซึ่งพอผมถามเขาว่าเขาเล่นกีฬาอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เขาก็บอกผมว่าเขาเคยเป็นนักกีฬารักบี้สมัยตอนเรียนมัธยม เราสองคนต่างก็ยอมรับว่าเราไม่ได้รู้จักกฎกติกาของกีฬาที่อีกฝ่ายเล่นดีนัก แต่นอกเหนือจากนั้นเราก็คุยกันอย่างถูกคอ ถูกคอเสียจนเราต่างก็แทบจะลืมเวลาไปเลย

“เฮ้ย เก้าโมงแล้วว่ะ เราต้องรีบไปแล้ว คาบแรกนี้อาจารย์เช็คชื่อเร็วด้วยดิ” ผมพูดขึ้นพร้อมกับหยิบกระเป๋า

“เออ เราก็เหมือนกันว่ะ ตึกวิดวะแม่งอยู่ไกลด้วย” เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบจานของผมไปวางซ้อนลงบนจานเปล่าของเขา

“เฮ้ย ไม่ต้องๆๆ เดี๋ยวเราเก็บเองได้”

“ไม่เป็นไร นายรีบไปเหอะ เดี๋ยวสาย”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า สายก็สายเหมือนๆ กัน เอามานี่” ผมหยิบจานของตัวเองออกมา แล้วจากนั้นเราสองคนก็เดินเอาจานไปเก็บตรงที่วางจานด้วยกัน

“โอเค ถ้างั้นเราไปแล้วนะเว้ย เอาไว้ค่อยเจอกันใหม่แล้วกัน” เขาพูดพลางดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

“โอเคๆ โชคดีๆ”

เราสองคนโบกมือลา แล้วเขาก็รีบหันหลังวิ่งไปทางตรงกันข้ามกับตึกของผม ส่วนผมเองก็ต้องรีบวิ่งเพื่อไปเรียนให้ทันด้วยเหมือนกัน

หลังจากที่เรียนครึ่งเช้าจบ ผมที่ไม่มีเรียนในตอนบ่าย ก็อาศัยเวลาเท่าที่มีอยู่ นั่งรถไปหาน้อย แฟนของผมที่ห้างแห่งหนึ่งตามที่เรานัดกันเอาไว้ น้อยเป็นแฟนคนล่าสุดของผมที่เราดูๆ กันมาได้สักพักแล้ว แต่เนื่องจากที่บ้านของเราอยู่ไกลกัน เราเรียนกันคนละมหาวิทยาลัย และช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ตารางเวลาของผมแน่นมาก ทำให้เราแทบจะไม่ค่อยได้เจอกันเลย แต่ถึงอย่างนั้น เราสองคนต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันและตัดสินใจจะคบกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับหาเวลามาเจอกันและกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมเคยมีแฟนมาหลายคนนะ ถึงผมจะไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่คงด้วยหน้าตาของผมที่ทำให้ผมมีตัวเลือกเดินเข้ามาให้เลือกเยอะ แต่น่าเศร้าที่ตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่คบกับผมได้เกินปีเลยสักคน และสำหรับน้อยแล้ว ผมก็ยังไม่คิดว่าเราจะคบกันรอดเกินหนึ่งปีด้วยเช่นกัน ถึงผมจะชอบเขามาก แต่ทว่ามันก็ยังไม่มากพอที่ผมจะรู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่ และบางครั้งผมคิดว่าน้อยเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน เพียงแค่เราไม่ได้พูดมันออกมาเท่านั้นเอง เราต่างก็คงอยากจะมีความสุขกับช่วงเวลาที่มีกันและกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ มากกว่า

“นี่ ซีไม่อยากเปลี่ยนทรงผมมั่งเหรอ” น้อยถามผมขึ้นในขณะที่เรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน “ซีไว้ผมทรงนี้ทรงเดียวมาตั้งแต่เรารู้จักกันแล้วนะ พอเข้ามหาลัยแล้วน้อยก็คิดว่าซีอยากจะไว้ผมยาวขึ้นอีกสักหน่อยซะอีก”

ผมยกมือขึ้นลูบหัวเกรียนๆ ของตัวเองเบาๆ “ม่ายเอาอะ ซีชอบผมทรงนี้มากกว่าน่ะ เวลาเล่นกีฬาก็ไม่น่ารำคาญด้วย แล้วซีก็เคยบอกน้อยแล้วไง ซีคิดว่าทรงนี้มันทำให้หน้าซีดูไม่หวานแล้วก็ไม่เด็กเกินไปด้วยอะ”

“ไอ้เรื่องทำให้หน้าดูแมนขึ้น ดูไม่หวานเนี่ย ก็พอเข้าใจอยู่หรอก แต่น้อยว่ายิ่งหัวเกรียนๆ แบบนี้ ซียิ่งดูหน้าเด็กลงกว่าเดิมอีกนะ แถมน้อยกว่าบางทีแววตาของซีก็ทำให้ซีดูกวนโอ๊ยอีกด้วย จะบอกให้”

“จริงอะ”

“อื้อ ก็จริงอะดิ นี่ถ้าซีไม่ใส่ชุดนักศึกษาหรือตัวไม่สูงใหญ่แบบนี้นะ น้อยว่าซีคงยังโดนทักว่าเป็นเด็กมัธยมอยู่เลยแน่ๆ”

“เฮ้ยยย แต่ซีก็ตัวประมาณนี้มาตั้งแต่ม. ปลายแล้วนะ”

“นั่นแหละๆ หน้าไม่ให้ แต่ตัวใหญ่ยังกะควายไง”

“เกินไปๆ ตัวเองนั่นแหละ หน้ามัธยมแต่นมปริญญาโท จะแบกมาทำไมเยอะแยะเนี่ย ขุดออกไปเก็บไว้ที่บ้านมั่งก็ได้”

“ทะลึ่ง!” น้อยหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะขึ้นปาใส่หน้าผม

“นี่ ตัวเอง... คืนนี้ไปนอนหอซีป่าวววว” ผมทำตาหวาน

“ไม่ได้อะ คืนนี้ไปไม่ได้ ป๊าอยู่บ้านอะ”

“โหหห อะไรวะ อีกแล้วเหรอเนี่ย ทำไมไม่บอกเค้าไปล่ะว่าไปค้างบ้านเพื่อน ทำงงทำงาน อะไรแบบเนี้ย”

“น้อยไม่อยากโกหกป๊ากับม้าบ่อยๆ นะ ซี เกิดพอถึงช่วงเวลาทำงานจริงๆ แล้วป๊าไม่ยอมให้น้อยออกจากบ้าน ไม่ยอมให้กลับดึกอะไรแบบนี้ แล้วน้อยจะทำไงล่ะ”

“รู้แล้วๆ ซีก็ไม่อยากให้น้อยโกหกป๊ากับม้าเหมือนกัน แต่ว่ามันก็นานแล้วนะที่เราไม่ได้....” ผมใช้นิ้วชี้เขี่ยหลังมือของน้อยเบาๆ

“ทะลึ่ง! เดี๋ยวใครก็เห็นหรอก!” น้อยชักมือกลับพร้อมรอยยิ้มอายๆ

“แคร์ทำไม ก็หน้าตาดีอะ คนหน้าตาดีทำอะไรก็ม่ายยผิดดดด” ผมทำหน้าทะเล้น

“จ้าาา พ่อคนหล่อ! อย่าให้จับได้นะว่าแอบไปกิ๊กกับสาวอื่นหรือแอบไปมีอะไรกับใครที่ไหนน่ะ ไม่อย่างนั้นน้อยฟันหลุดเลยจริงๆ ด้วย!”

“คร้าบบบบ ไม่ไปแอบกิ๊กกั๊กใครที่ไหนหรอกครับ ซีไม่ใช่คนเจ้าชู้และไม่เคยนอกใจใครอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เจอแต่สาวๆ หักอกซี แอบซีไปมีกิ๊กทั้งนั้นแหละ” ผมเบะปาก

“สมน้ำหน้า!”

“โห ใจร้ายว่ะ อย่าบอกนะว่าตัวเองก็คิดจะทิ้งซีไปมีกิ๊กด้วยอีกคนน่ะ”

“ก็ถ้าซีเจ้าชู้ก่อนก็ไม่แน่!” น้อยแลบลิ้นใส่ผม

“ถ้างั้นก็ไม่มีวันหรอก!” ผมแลบลิ้นใส่คืน

เวลาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไป ผมก็ยังคงไปซ้อมที่ยิมตามปกติ และผมก็เริ่มได้เจอกับนะบ่อยมากขึ้นด้วยเช่นกัน ถึงในช่วงกลางวันเราจะไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะตึกคณะเราอยู่กันคนละฝั่งของมหาวิทยาลัย และถึงแม้ในตอนเย็นเราจะไม่ได้เจอกันทุกเย็นที่โรงยิม แต่เราสองคนก็มีนัดกินข้าวเช้าด้วยกันเกือบทุกวันโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูดหรือนัดกันอย่างเป็นทางการเลย

นะเล่าให้ผมฟังว่าตั้งแต่เขาเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็ไม่ได้เล่นรักบี้อีกเลย เขาจึงต้องมาเล่นกล้ามที่ฟิตเนสของมหาวิทยาลัยเป็นประจำเพื่อดูแลหุ่นและร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ และเขาก็ยังบอกกับผมอีกว่าหลังจากนี้ เมื่อเขาเริ่มชินกับการเรียนและชีวิตมหาวิทยาลัยแล้ว เขาจะกลับไปเล่นรักบี้อีกครั้ง ถ้าหากไม่ใช่กับที่ชมรม ก็คงจะไปเล่นกับพวกเพื่อนเก่าของเขานอกมหาวิทยาลัย

“แล้วจะว่าไป ทำไมนายไม่ไปเล่นฟิตเนสที่อื่นอะ อย่างแบบฟิตเนสเฟิร์ส หรือแคลิฟอร์เนียฯ อะไรเงี้ย อุปกรณ์มันน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ อย่างเราเองก็เป็นสมาชิกที่ฟิตเนสเฟิร์สอยู่เหมือนกัน แต่พักหลังๆ นี้ก็ไม่ได้ไปเลยว่ะ ไม่มีเวลาเลย”

“เราไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก เสียดายตังค์อะว่ะ และที่สำคัญ เล่นที่ ม. เรานี่ก็ได้ ถึงมันจะไม่ได้หรูหราเท่ากับที่แบบนั้น แต่ผลลัพธ์มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มซื่อๆ

“เออ มันก็จริงนะ”

“ใช่มั้ยล่ะ ยิ่งเรามาจากต่างจังหวัด เราก็ไม่ค่อยอยากจะขอเงินครอบครัวเยอะแยะอะนะ”

“นายมาจากต่างจังหวัดเหรอ มาจากที่ไหนอะ”

“เราเป็นคนโคราช นายล่ะ”

“เราคนกรุงเทพฯ ว่ะ แต่มานอนหอเพราะพ่อกับแม่ไม่รักอะ”

“เหออออ”

“ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ คือเค้าค่อนข้างปล่อยเราไง เพราะเค้ารู้ว่าเราจะทำกิจกรรมเยอะ แล้วก็อยากให้เราฝึกดูแลตัวเอง ไรเงี้ย เค้าก็เลยให้เรานอนหอน่ะ”

“อ๋อออ เออ ก็ดีนะ”

จากแรกๆ ที่เราคุยกันถึงแต่เรื่องมหาวิทยาลัย เรื่องรับน้อง งานกีฬาสีที่ใกล้จะมาถึง และเรื่องไกลตัวอื่นๆ ทั่วไป จนถึงตอนนี้ เราก็เริ่มที่จะคุยกันเรื่องส่วนตัวกันมากขึ้น เช่นเรื่องของครอบครัว ความชอบ นิสัย และอะไรอื่นๆ

“ว่าแต่นายเล่มกล้ามมานานยังวะ นะ” ผมถาม

“ก็ตั้งแต่ ม. 3 ล่ะมั้ง คือเราเป็นคนสูงมาตั้งแต่เด็กแล้ว และไม่อยากจะผอมจนดูเก้งก้างเกินไปน่ะ ก็เลยออกกำลังมาตลอด แต่พอ ม. 4 เริ่มเล่นรักบี้ ก็เลยยิ่งต้องปั๊มกล้ามเนื้อขึ้นไปอีกหน่อยน่ะ”

“อ๋อออ เออๆ คล้ายเราเลย เราก็เป็นคนสูงเแล้วก็ไม่อยากดูผอมเกินไปเหมือนกัน ก็เลยต้องออกกำลังสักหน่อย ว่าแต่นายสูงเท่าไหร่วะ ไม่สนใจเล่นบาสบ้างรึไง”

“เราสูง 183 ว่ะ แล้วเราก็เคยเล่นบาสนะ คือก็เล่นได้ เล่นเป็น แต่ไม่ได้เล่นจริงจังเท่านั้นเอง ไม่ได้รู้กฎกติกาอะไรมากมายด้วย เราว่าเราชอบรักบี้มากกว่าอะว่ะ”

“อืมๆ เข้าใจๆ”

“เฮ้ย ถามจริง นายว่าเราดูตัวใหญ่เกินไปรึเปล่าวะ” เขาชะโงกหน้าเข้ามาหาผมแล้วพูดเสียงต่ำ

ผมเลื่อนสายตามองไปยังหัวไหล่และแขนทั้งสองข้างของเขา เมื่อนะเห็นว่าผมกำลังสำรวจร่างกายของเขาอยู่ เขาก็เอนหลังกลับไปเป็นนั่งหลังตรงทันที หน้าอกของเขาดันเสื้อนักศึกษาที่ขนาดพอดีตัวออกมาเป็นลูกเล็กน้อย

“ก็ไม่นะ เราว่าปกติว่ะ คือก็ดูล่ำอะ ดูก็รู้เลยว่าหุ่นดี แต่ก็ไม่มากเกินไปหรอก นายตัวสูงด้วยไง แล้วยังหน้าเข้มๆ อีก หุ่นประมาณนี้ก็กำลังดีแล้วว่ะ แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่แน่”

“เออ นั่นดิ แฟนเรามันชอบเรียกเราว่า ‘ไอ้หมีควาย’ อยู่เรื่อยจนเราเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองแล้วเนี่ย”

“เฮ้ยย อย่าไปซีเรียสเด่ะ หุ่นดีๆ ก็ดีแล้วน่า แฟนนายตัวเล็กเองรึเปล่าเหอะ”

“เอ่ออ ก็ใช่อะ แฟนเราสูงแค่ 160 เอง”

“แล้วแฟนนายเรียนอยู่ที่คณะเดียวกันรึเปล่าวะ”

“เปล่าว่ะ เค้าอยู่ที่โคราชอะ”

“อ้อออ... สวยมะ” ผมยักคิ้วกวนๆ

“สวยเด่ะ โด่ ระดับนี้แล้วจะมีแฟนหน้าปลวกๆ ได้ไง” เขาหัวเราะ “ล้อเล่นๆ เราไม่ได้คบคนที่หน้าตาหรอก แต่มันก็น่ารักอะ เราชอบผู้หญิงตัวเล็กด้วยไง แล้วนายอะ มีแฟนยัง”

“มีแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ได้อยู่มหาลัยนี้ว่ะ ไม่ค่อยได้เจอกันหรอก”

“อืมๆ แล้วสวยมะ”

“แน่นอนดิว่ะ โด่!”

“ฮ่าๆๆ กะแล้ว แต่จะว่าไปจะมีใครบอกว่าแฟนตัวเองไม่น่ารักเหรอวะ”

“เออ ก็นั่นน่ะสิ... เออ ใช่ๆ เราว่าหลังจากจบกีฬาสีนี้แล้วเราก็จะกลับไปเล่นฟิตเนสเหมือนกัน สนใจไปด้วยกันมั้ยล่ะ จะได้มีเพื่อนเล่นและคอยช่วยดูให้ด้วย”

“ที่ไหน ที่ๆ นายเล่นอยู่อะเหรอ ถ้าแบบนั้นคงไม่ได้หรอกว่ะ เราไม่ได้เป็นสมาชิกนี่”

“ก็เล่นที่นี่น่ะแหละ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนไง หรือจริงๆ ถ้านายอยากไปลองเล่นที่ฟิตเนสที่เดียวกับเราก็ไปได้นะเว้ย เราพาเกสท์เข้าไปได้อยู่แล้ว จำไม่ได้เหมือนกันว่ากี่ครั้ง แต่เอาไว้ลองไปดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่หว่า”

“โอเค ถ้าแบบนั้นก็คงได้แหละ” เขายิ้มกว้าง “ขอบใจนะเว้ย”

“ไม่เป็นไร เราเองจะได้ขอคำแนะนำจากนายด้วยไง นายดูเชี่ยวชาญกว่าเราเยอะว่ะ เราอยากเล่นแขนช่วงบนกับหัวไหล่เพิ่มอีกหน่อยอะ เวลาเข้าใต้แป้นจะได้สู้คนอื่นได้ แล้วก็อยากเพิ่มขากับเพิ่มสปีดตัวเองด้วย”

“เพิ่มขานี่เพิ่มไงวะ เพิ่มจากสองขาเป็นแปดขาเหรอ”

“ตลกมาก!” ผมดีดเศษข้าวที่หล่นอยู่บนโต๊ะใส่หน้าเขา เขาหลับตาปี๋ทันทีที่เม็ดข้าวกระเด็นไปโดนหัวคิ้วของเขา “ทุกวันนี้ก็ได้ชื่อว่า ‘ซีสามขา’ อยู่แล้ว จะเอามาอีกทำไมเยอะแยะ”

“ถุ๊ยยย! ฮ่าๆๆ!”

“เดี๊ยะๆ กวนตีนนะเราเนี่ย” ผมยกส้อมขึ้นชี้หน้าเขา

“แล้วจะเอาไงล่ะ จะเริ่มเมื่อไหร่ดี”

“อืมมมม” ผมคิด “ก็คงหลังงานเฟรชชี่จบอะมั้ง ซึ่งมันก็คง...”

“เฮ้ย ไอ้ซี!”

ผมหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็เห็นเพื่อนของผมที่คณะสี่คนกำลังเดินตรงมาหาพวกเรา

“แดกข้าวเหรอวะ”

“เออ เสร็จแล้วเนี่ย นั่งคุยกับเพื่อนกูอยู่” ผมพูดกับพวกมัน แล้วจากนั้นก็หันไปหานะ “นะ นี่เพื่อนเรา ชื่อไอ้ก้อง ไมค์ โต แล้วก็ ไอ้รัน”

“ทำไมแค่ชื่อกูกับไอ้ก้องถึงต้องมีคำว่า ‘ไอ้’ นำหน้าด้วยวะ สาดแม่ง เลือกปฏิบัตินี่หว่า” ไอ้รันพูดขึ้น

“ครวย ทำเป็นน้อยใจ ไอ้จืด เดี๋ยวกูเตะกระเด็นเลย แล้วก็พวกมึง นี่เพื่อนใหม่กู ชื่อนะ เรียนอยู่วิดวะ”

“หวัดดีๆ” นะผงกหัวน้อยๆ ให้เพื่อนผมทุกคน

“งั้นเดี๋ยวพวกเราขอนั่งด้วยคนนะครับ จะมากินข้าวเหมือนกัน” ไอ้ก้องพูด

“ได้ๆ ตามสบายเลย แต่เดี๋ยวเราก็จะไปเรียนแล้วว่ะ ตึกแม่งไกล ไม่อยากวิ่งไปเหมือนครั้งก่อนอีก เหนื่อย” นะหัวเราะเบาๆ

“อ้าว จะไปแล้วเหรอ”

“ช่าย แล้วตกลงเรื่องที่คุยกันว่ายังไงดี เย็นนี้จะเจอกันมั้ยวะ”

“เออ นั่นดิ ทุกวันนี้ก็อาศัยบังเอิญเจอตลอด เอางี้ๆ เอาเบอร์มา เดี๋ยวเรายิงไปแล้วถ้าจะนัดเจอกันยังไงเดี๋ยวโทรไปอีกที เค๊”

“ได้ๆ” เขาบอกเบอร์ของเขาให้กับผม แล้วจากนั้นก็โบกมือลาพวกเราทุกคนพร้อมกับเดินออกจากโต๊ะไป

“ใครวะ ไอ้ซี เพื่อนมึงตอนมัธยมเหรอ ไม่ใช่ใช่มะ” ไอ้ก้องถาม

“เออ บังเอิญรู้จักกันอะว่ะ ก็รู้จักได้สักพักแล้วล่ะ เล่าแล้วยาว ทำไมวะ”

“เปล่า ไม่มีไร แค่ถามเฉยๆ” มันยักไหล่ “เห็นมึงเพิ่งขอเบอร์กันด้วย ไรเงี้ย”

“กูว่าแม่งล่ำว่ะ ล่ำกว่ามึงอีก แถมหน้าตาดีด้วย นายแบบรึเปล่าวะ” ไอ้โตถามขึ้นบ้าง

“มันเคยเป็นนักกีฬารักบี้น่ะ แต่เรื่องหน้าตา กูว่ากูหน้าตาดีกว่านะ” ผมพูดกวนๆ

“ถุย! ไอ้ตี๋เอ๊ยย!” ไอ้ก้องตบหัวผมเบาๆ

“แต่รู้มั้ยว่าการที่มึงสองคนนั่งอยู่ด้วยกันเมื่อกี้น่ะ พวกมึงแม่งโคตรเด่นเลยว่ะ พวกกูกวาดตามองเข้ามาในโรงอาหารแปร๊บเดียวก็เห็นมึงสองคนส่องประกายแว้บว้าบท่ามกลางไอ้พวกสามัญชนพวกนี้อย่างชัดเจนมากๆ อะ ไอ้ครวย มึงช่วยแบ่งความหล่อมาให้กูมั่งสิวะ สาดเอ๊ยยยย สวรรค์แม่งไม่ยุติธรรมเลยว่ะ!” ไอ้โตทำท่าทุบโต๊ะ

“ก็มึงมันไม่ใช่สวรรค์ส่งมาเกิดแต่เป็นนรกน่ะสิ ไอ้ควาย!”

“อ้าว ไอ้เชี่ยก้อง ไอ้ไข่กบ! ถ้ากูนรกส่งมาเกิด มึงก็เป็นผีพุ่งใต้แล้วล่ะ ไอ้เชี่ย!”

“อ้าวๆ ไอ้โตมันบอกว่ามึงชิงหมาเกิดอะ ไอ้ก้อง” ไอ้รันช่วยพูดเสริม

“เสือก!!”

“พอๆๆ พอได้แล้ววว พวกมึง! นี่ตกลงจะแดกข้าวกันรึเปล่า ถ้าจะแดกก็รีบๆ ลุกไปได้แล้ว กูจะเฝ้าของให้ นี่มันจะเก้าโมงแล้วนะเว้ย!” ผมรีบเตือน

“เดี๋ยวเหอะมึง สักวันพวกมึงจะโดนกูเตะปาก” ไอ้ก้องยืนขึ้นแล้วชี้หน้าเพื่อนทั้งสามคน

“อ้าว เวร แล้วกูเกี่ยวอะไรด้วยวะเนี่ย...” ไอ้ไมค์พึมพำเบาๆ แล้วจากนั้นพวกมันสี่คนก็เดินออกไปซื้อข้าวด้วยกัน

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #2 เมื่อ05-01-2012 09:36:58 »


จากตอนแรกที่ผมเคยรู้สึกเฉยๆ ก็กลายเป็นผมเริ่มที่จะรอคอยการได้มากินข้าวเช้ากับนะมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้รู้จักเขามากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกชอบเขามากขึ้นเท่านั้น เขาดูเป็นคนซื่อๆ จริงใจ และอารมณ์ดีมาก เวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็ดูเหมือนเราจะมีเรื่องให้คุยกันได้แทบจะทุกเรื่อง เรามีความสนใจและความเห็นคล้ายกันในหลายๆ อย่าง ผมคิดว่านั่นคงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เราสนิทสนมกันไวมาก จนในที่สุดเขาก็เริ่มสนิทกับกลุ่มเพื่อนๆ ของผมมากขึ้นตามไปด้วย

ผมยังคงต้องไปซ้อมบาสเก็ตบอลในตอนเย็นแทบทุกวัน และบางเย็นผมยังต้องไปซ้อมการแสดงสำหรับประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัยจนต้องกลับดึกถึงเที่ยงคืนหรืออาจจะหลังจากนั้นอีกด้วย ทำให้ผมที่มีเรียนเช้าทุกวันเริ่มจะทรุดโทรมลงไปทุกทีๆ

“เฮ้ย นายโทรมมากเลยนะเนี่ย ไอ้ซี ไหวรึเปล่าวะ” นะพูดขึ้นในตอนที่เรากำลังนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน เขาคงเห็นว่าสภาพผมไม่ไหวแล้วจริงๆ ล่ะมั้ง

“ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละวะ ทนอีกอึดใจเดียว อาทิตย์หน้าก็จะจบแล้ว”

“คือหน้านายโทรมมากอะ ตอนนี้ โทรมกว่าในรูปโปสเตอร์ที่แปะอยู่เต็มมหาลัยเยอะเลยว่ะ”

“จริงดิ” ผมยกมือขึ้นจับใบหน้าของตัวเองทันที “โทรมขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“หน้ายังเนียนอยู่หรอก แต่ตาโบ๋ว่ะ แถมดูเพลียๆ เหนื่อยๆ อะไรเงี้ย”

“ก็เหนื่อยอะดิ แม่งงง ทั้งซ้อมบาส ซ้อมการแสดง ซ้อมร้องเพลง ห่าเหวไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดเลยอะ เหนื่อยยย! นี่ยังดีนะที่เราไม่ได้มีเรียนบ่ายทุกวัน เลยยังพอมีเวลาได้กลับไปนอนพักที่หอตอนบ่ายบ้าง แต่ก็แย่ตรงที่ดันมีเรียนคาบเช้าทุกวันด้วยนี่แหละ”

“เอาเว้ย สู้ๆ อีกแค่อึดใจเดียวอย่างที่นายบอกนั่นแหละ แล้วถ้าไงตอนแข่งบาสเดี๋ยวเราจะไปเชียร์ด้วย”

“หือออ จะมาเชียร์คณะเราเนี่ยนะ แล้วคณะตัวเองล่ะ”

“เอาเป็นว่าเข้ารอบมาเจอกับเด็กวิศวะให้ได้ก่อนเหอะ เด็กบริหารมันจะมาสู้วิศวะได้ยังไง” เขาหัวเราะ

“หืมมมม เดี๋ยวคอยดูเหอะ มึ๊งงง”

“เออ จะคอยดู แล้วก็จะคอยดูตอนนายไปยืนเต้นร้องเพลงแสดงความสามารถพิเศษบนเวทีด้วย”

“เฮ้ย! ไม่ต้องเลยยยย จริงๆ เราก็ไม่ได้อยากประกวดเลยนะเว้ย วุ่นวายจะตายห่าอะ เหนื่อยด้วย”

“แล้วจะประกวดไปทำไมวะ ก็ปฏิเสธเค้าไปตั้งแต่แรกดิ”

“ปฏิเสธไม่ได้อะดิ โดนขู่มาว่าถ้าไม่อย่างนั้นจะจับไปเป็นหลีดแทนอะ” ผมเบ้ปาก

“จริงเหรอวะ ฮ่าๆๆ อยากเห็นอะ”

“ไม่ต้องเลย ไม่ขำนะเว้ย และอีกอย่าง ประกวดเดือนก็ดีอะ ถือเป็นเกียรติดีออก เราหน้าตาดีก็ต้องภูมิใจและเต็มใจนำเสนอกันหน่อยดิ จริงมะ” ผมยักคิ้วรัวๆ ส่วนนะก็หัวเราะชอบใจใหญ่ “ว่าแต่นายเองเหอะ ทำไมไม่เป็นตัวแทนคณะตัวเองประกวดเดือนมั่งวะ บอกตรงๆ นะเว้ย เราเห็นหน้าเดือนคณะวิดวะแล้วแม่งเพลียว่ะ คือมันก็ไม่ได้ขี้เหร่นะเว้ย แต่แบบแม่งเซอร์ไปปะ เราว่านายหน้าตาดีกว่าเยอะเหอะ”

“ฮ่าๆๆ ไอ้โด่งใช่มะ แต่ไอ้โด่งมันนิสัยดีนะเว้ย ออกแนวบ้าๆ บอๆ อะ โคตรจะกล้าแสดงออก คนชอบมันเยอะแยะ เราเองก็เคยมีรุ่นพี่มาชวนมาตื๊ออยู่หลายรอบเหมือนกัน แต่เราไม่เอาว่ะ แบบนี้มันไม่ใช่แนว เราอาย แถมเพื่อนเราก็ไม่เยอะเท่าไอ้โด่งด้วย ให้มันไปประกวดน่ะ ดีแล้ว”

“เหรอออ นายเป็นคนขี้อายเหรอวะ” ผมยักคิ้ว

“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย!” เขาเหวี่ยงแขนขึ้นทำท่าจะตบหัวผม “ว่าแต่วันเฟรชชี่แฟนนายจะมาให้กำลังใจด้วยรึเปล่าวะ”

“มาแหละมั้ง ก็ชวนไว้แล้วน่ะนะ ช่วงนี้เรายิ่งไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนเราหนักกว่าเดิมอีกว่ะ เครียดเหมือนกัน” ผมถอนหายใจ

“เอาน่าๆ อย่าคิดมาก” เขาเหยียดแขนขึ้นตบบ่าผม “ช่วงนี้ก็สู้ๆ หน่อยแล้วกัน เค้าคงเข้าใจ แล้วก็ทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวพอถึงวันเฟรชชี่เมื่อไหร่เราจะไปเชียร์ด้วยอีกคน สัญญาเว้ย กำลังใจมีให้เพียบ แล้วเราจะได้พาแฟนเรามาให้นายรู้จักด้วย”

ออฟไลน์ DEK-JANGRAI™

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #3 เมื่อ05-01-2012 09:37:16 »

มันยอดมากกก  มาจิ้มรออ

ออฟไลน์ comics_boy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #4 เมื่อ05-01-2012 10:05:05 »

เย้ เย้ แล้วเค้าก้อมาจนได้ๆๆๆๆ

winnie_the_far

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #5 เมื่อ05-01-2012 10:16:15 »

ความบังเอิญ ในความบไม่บังเอิญ การได้พบกันจนทำให้รู้จักกัน...จะทำให้เกิดอะไรต่อไป...จะรอคอยนะคร้าบบบ

ออฟไลน์ eunbee2523

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 241
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #6 เมื่อ05-01-2012 10:37:31 »

อิอิ

เข้ามาดัน กระทู้เจ้าข้า

เชียร์ๆๆ  รอตอนต่อไปด้วย

 :mc3: :mc4: :mc4: :mc2:

tippy

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #7 เมื่อ05-01-2012 10:40:47 »

เข้ามารอคนแต่งด้วยคนค่ะ มารอเพาะรัก :กอด1:

ออฟไลน์ Forget_Me_Not

  • ความศรัทธา ความหวัง และรักแท้ ™
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-13
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #8 เมื่อ05-01-2012 10:57:41 »

:mc4:  เพาะรักมาลงเล้าแล้ว

tamahomae

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #9 เมื่อ05-01-2012 11:07:36 »

มารดน้ำใส่ปุ๋ยพรวนดิน ให้เมล็ดพันธุ์นี้ จะได้โตไวๆ ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
« ตอบ #9 เมื่อ: 05-01-2012 11:07:36 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






Huasia

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #10 เมื่อ05-01-2012 12:33:24 »

เป็นกำลังใจกับเรื่องใหม่ค่ะ

ออฟไลน์ suginosama

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #11 เมื่อ05-01-2012 13:03:29 »

มารอค่ะ ^________^

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #12 เมื่อ05-01-2012 13:30:12 »

เริ่มต้นด้วยมิตรภาพที่สวยงาม
เดี๋ยวกลับไปดูหน้าน้องซีอีกที จะได้จิ้นถูก

ออฟไลน์ jeeu

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #13 เมื่อ05-01-2012 13:53:17 »

เด่นกันทั้งคู่เลยอ่ะ
รอคู่นี้เค้ารักกันนะคะ
>______<
พี่ต้นคะ
เอาอิมเมจ นะกับซี มาลงด้วยสิ
นะอย่างหล่ออ่ะ
ซีน่ารักมากกกกก~

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #14 เมื่อ05-01-2012 16:52:06 »

 :กอด1:

ออฟไลน์ Vesi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1795
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-3
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #15 เมื่อ05-01-2012 17:50:37 »

เพาะกล้าม เพาะรัก : D

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #16 เมื่อ05-01-2012 19:29:14 »

ซี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด
เพาะรักและและแอบมีเพาะกายด้วยนะเนี่ย

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #17 เมื่อ05-01-2012 19:44:00 »

SeeeDz ที่ 2

เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงวันแข่งกีฬาสีของมหาวิทยาลัย หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘เฟรชชี่เดย์ แอนด์ เฟรชชี่ไนท์’ ตามตารางเวลา ในตอนกลางวันผมต้องลงแข่งขันบาสเก็ตบอล เอาชนะเพื่อเข้ารอบต่อไปเรื่อยๆ ส่วนตอนเย็นจนถึงกลางคืนก็ต้องเข้าหอประชุมประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยต่ออีก แต่ด้วยตารางที่แน่นเอี๊ยดไปจนเกือบถึงเที่ยงคืนและความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายวัน ทำให้ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลกับทั้งการแข่งบาสและการประกวดในอีกหลายชั่วโมงข้างหน้าเลย สิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจมีเพียงแค่อยากจะให้วันนี้มันผ่านไปไวๆ สักทีเท่านั้น

“มึงนี่คิวแน่นยังกะดารานะ ไอ้ซี” ไอ้ก้องพูดกับผมในตอนเช้าก่อนที่มันจะต้องเตรียมตัวขึ้นสแตนด์เชียร์

“ก็นั่นน่ะสิวะ แม่งงงง ปกติเค้ามีใครที่เป็นทั้งนักกีฬาแถมยังต้องประกวดเดือนมหาลัยแบบกูอีกมั้ยวะ ดีนะที่กูไม่ต้องทำอย่างอื่นอีกน่ะ ไม่งั้นกูตายแหงๆ”

“เอาน่ะ อย่าบ่นน่ามึง สู้ๆ แล้วว่าแต่แฟนมึงอยู่ไหนวะ เห็นบอกว่าจะมาเชียร์มึงด้วยไม่ใช่เหรอ”

“น่าจะมาสายๆ อะว่ะ นี่มันเพิ่งหกโมงกว่าเองนะเว้ย เค้าจะรีบมาทำไมเล่า”

“เออว่ะ จริงด้วย ถ้างั้นกูไปก่อนแล้วกันนะเว้ย เดี๋ยวมึงต้องไปเดินพาเหรดด้วยไม่ใช่เหรอวะ”

“ฮะ! กูต้องเดินพาเหรดด้วยเหรอวะ!”

“อ้าว มึงยังไม่รู้เหรอ กูได้ยินพวกรุ่นพี่เค้าคุยๆ กันอะ”

“เหยดดดด!! คือจริงๆ เมื่อกี้พี่นกเค้าก็เพิ่งตามกูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเนี่ยแหละ แล้วก็บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับกูด้วย แต่กูไม่รู้เค้าหายไปไหนแล้วอะ กูเลยไม่รู้จะทำอะไรต่อที่ไหนเหมือนกัน”

“น้องซี!” เสียงของรุ่นพี่ผู้หญิงที่บอกว่าจะพาผมไปแต่งตัวดังขึ้น “มาทางนี้ๆ เร็วๆ ขึ้นไปบนห้อง 403!”

“พูดถึงก็มาพอดี พี่นก เออๆ งั้นกูไปก่อนนะเว้ย ไอ้ก้อง แล้วเจอกัน”

“โชคดีเว้ย ไอ้ซี”

ผมวิ่งไปหาพี่นกที่ยืนรออยู่หน้าลิฟท์พร้อมถุงใส่พู่เชียร์ใบใหญ่ “มาพี่ ผมช่วยถือ แล้วว่าแต่นี่เอาขึ้นไปทำไมอะ”

“แต๊งกิ้วๆ แต่อันนี้มันไม่ใช้แล้ว พี่จะเอาไปเก็บ ส่วนเราจะต้องแต่งหน้าเตรียมตัวเดินขบวนนะ”

“ฮะ! แต่งหน้า! แต่งทำไมอะพี่! นี่ตกลงผมต้องเดินพาเหรดจริงๆ เหรอ แล้วเดี๋ยวผมต้องแข่งบาสตอนเก้าโมงด้วยนะครับ พี่จะให้ผมแต่งหน้าทั้งอย่างนั้นไปลงเล่นบาสรึไง”

“แหม ก็เกินไปย่ะ แค่แต่งหน้าบางๆ นิดเดียวเอง พอดีไอ้กั๊ต คนที่ต้องถือป้ายแม่งท้องเสียขี้แตกอะ เราเลยต้องถือแทนให้พี่หน่อย แค่ถือเฉยๆ เอง ถือป้าย แล้วก็ทำหน้าหล่อๆ เดินๆๆ ไม่ยากหรอก ซีทำได้อยู่แล้ว พี่รู้ นะๆ ช่วยพี่หน่อยนะค้าาาาา”

“อืออออ...” ผมนิ่วหน้าอย่างลำบากใจ “เอ้า! ก็ได้วะพี่!”

“กรี๊ดดดด! น่ารักมากกก!” พี่นกกระโดดเกาะแขนผมตอนที่ลิฟท์ลงมาถึงชั้นหนึ่งและประตูลิฟท์เปิดออกพอดี

“อ้าว อีนก! มึงจะทำอะไรน้องน่ะ!” คนที่อยู่ในลิท์พูดขึ้น

เราสองคนหันไปมองข้างในลิฟท์พร้อมกันทันที

“หวัดดีครับ พี่แบงค์” ผมยกมือไหว้พี่แบงค์ รุ่นพี่ปี 2อีกคนที่เป็นกะเทยตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ยกมือไหว้รุ่นพี่คนอื่นๆ ที่กำลังทยอยเดินออกมาจากในลิฟท์ด้วย

“เสือกค่ะ! รีบๆ ถอยไปเลย กูจะพาน้องซีขึ้นไปให้อีแนนแต่งหน้าให้”

ผมกังวลนิดหน่อยว่าการที่ผมต้องเดินถือป้ายแบบนี้ด้วยจะมีผลกระทบต่อการแข่งบาสเก็ตบอลของผมรึเปล่า แต่พี่นกก็บอกว่าพี่เขาไปคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายคนอื่นๆ ในทีมให้ผมแล้ว และยังยืนยันอีกด้วยว่าผมจะต้องเดินเสร็จก่อนถึงเวลาลงแข่งแน่นอน

นี่สรุปคือทุกคนรู้เรื่องหมด ตกลงกันเองหมด โดยไม่ได้ถามความเห็นอะไรจากผมสักคำเลยใช่มั้ยเนี่ย

เวลาในช่วงเช้าระหว่างการเตรียมงานผ่านไปอย่างวุ่นวาย ทุกคนรอบข้างผมมีแต่คนที่ทั้งวิ่ง ทั้งเดิน ร้องตะโกน โหวกเหวก หัวเราะ มีความสุข หรือแม้แต่ร้องไห้ บรรยากาศทั้งหมดแลดูสับสนอลหม่านและวุ่นวายอย่างที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ จนเมื่อผมเดินถือป้ายของคณะบริหารอินเตอร์ฯ ของเราเสร็จ ผมที่เหนื่อยสะสมมาตลอดหลายวันแถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้าก็แทบจะล้มทรุดลงทันทีที่ได้นั่งพักหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

“ไหวมั้ยคะ น้องซี” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพัดให้ผม

“ไหวครับพี่ ไหว แค่หน้ามืดนิดหน่อยอะครับ แดดร้อนมาก ชุดก็แน่น หายใจไม่ค่อยออกอะครับ” ผมขยับคอเสื้อของตัวเองออก เพราะที่จริงแล้วเสื้อตัวนี้เป็นขนาดของไอ้กั๊ตที่ตัวเล็กกว่าผมพอสมควร “แล้วที่สำคัญผมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยด้วยอะ”

“อ้าว แล้วทำไมไม่กินล่ะ!”

ผมหัวเราะแหะๆ แล้วคิดในใจว่าผมจะเอาเวลาที่ไหนไปกินได้(วะ)ครับ

“อีกบ!! มึงมาเทคแคร์น้องเทคมึงหน่อยซิ! อีกบไปไหนวะเนี่ย อีโก๊บบบบบบ!!” พี่เขาหันไปตะโกนเรียกหาเพื่อนของเขา ซึ่งก็คือพี่เทคของผมที่ชื่อว่าพี่กบนั่นแหละ

ผมดูนาฬิกาข้อมือแล้วก็เห็นว่าตัวเองยังมีเหลืออยู่อีกเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนที่การแข่งขันบาสเก็ตบอลระหว่างคณะผมกับคณะวิทยาศาสตร์จะเริ่มต้นขึ้น อย่างน้อยๆ ผมก็ยังพอมีเวลาได้หายใจหายคออยู่บ้างล่ะน่ะ

“อะไรๆๆ ไหนๆ น้องซีของกูเป็นอะไร!” พี่กบ ซึ่งเป็นผู้หญิงร่างเล็กรีบวิ่งเข้ามาหาผม

“น้องเค้าหิวข้าว มึงไปหาอะไรมาให้น้องเค้ากินหน่อยซิ ข้าวกล่องอะ เอามาก่อนเลยกล่องนึง”

“ได้ๆ น้องซีรอพี่แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวพี่เอาข้าวเอาน้ำมาให้”

“ไม่เป็นไรครับพี่ อีกเดี๋ยวผมต้องไปแข่งบาสแล้ว กินตอนนี้เดี๋ยวจุกอะ” ผมยืนขึ้น “ผมว่าผมไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า อึดอัดมากเลย ตอนนี้”

“เอางั้นเหรอ โอเคๆ ค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่พาไปนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่รบกวนพี่ดีกว่า ผมไปเองได้ แค่นี้เอง แล้วเดี๋ยวผมจะไปเข้าห้องน้ำด้วย”

“เอางั้นเหรอ ถ้างั้นก็ได้ค่ะ อะนี่ กระเป๋าที่น้องฝากพี่ไว้”

“ขอบคุณครับพี่” ผมรับกระเป๋าสะพายบ่าคืนมา แล้วจากนั้นก็เดินออกจากม้านั่งใต้แนวต้นไม้ตรงไปยังตึกคณะ

“ไง ไหวมั้ยวะเนี่ย เรา” เสียงคุ้นหูของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของผม

“ไหวสิวะ แค่นี้เอง ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า” ผมหันไปยิ้มให้กับนะ

“เหงื่อไหลเป็นน้ำตกเลยนะ วันนี้แดดแม่งก็ร้อนหนักเลยซะด้วยดิ”

“ชุดแม่งอึดอัดอะ คือจริงๆ เสื้อแม่งไม่ใช่ของเราไง เป็นของคนอื่น แล้วพอดีแม่งเสือกขี้แตก ท้องเสีย เดินไม่ได้ เราเลยต้องมาใส่แทน กว่าจะยัดตัวเองลงไปได้ก็แย่เหมือนกัน”

“เอ้านี่” เขายื่นนมให้ผมกล่องนึง “ดื่มซะหน่อย จะได้มีแรง ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่รึไงล่ะ เมื่อกี้ได้ยินอยู่พอดี”

“โหหห ขอบใจเว้ยยยย” ผมรับนมเย็นๆ มาจากเขาแล้วจากนั้นก็เจาะหลอดดูดทันที

“แล้วแฟนนายอะ มายัง”

“เออว่ะ! อยู่ไหนแล้ววะเนี่ย!”

“อยู่เนี่ยแหละ!”

ผมหันไปตามทิศของเสียงที่ได้ยินแล้วก็เห็นว่าน้อยกำลังเดินตรงเข้ามาหาเราอยู่พอดี “น้อย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วไปอยู่ไหนมา!”

น้อยเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรนัก “น้อยโทรหาซีตั้งหลายรอบนะ ทำไมไม่รับสายเลย น้อยนั่งรออยู่ใต้ตึกนี่มาเกือบจะชั่วโมงแล้วเนี่ย”

“พอดีซีต้องไปเดินถือป้ายอะ เลยฝากกระเป๋าไว้กับรุ่นพี่ ซีเองก็เพิ่งรู้ว่าต้องไปเดินพาเหรดกับเค้าเมื่อเช้านี้เอง เลยยังไม่ได้บอก ซีขอโทษ”

“แล้วน้อยก็นั่งรอไปสิเกือบชั่วโมง ทำไมก่อนจะฝากกระเป๋าพี่เค้าถึงไม่โทรมาบอกน้อยก่อน หรืออย่างน้อยๆ ส่งเมสเสจมาก็ยังดี”

“ซียุ่งน่ะ น้อย พอรู้ตัวว่าต้องแต่งหน้าซีก็ไม่ได้อยู่ใกล้กระเป๋าแล้วอะ และที่จริงซีโทรไปหาน้อยตั้งแต่เช้าแล้วด้วย แต่น้อยยังหลับอยู่เลยไม่รับสายซีอะ ใช่มั้ยล่ะ แล้วแบบนี้น้อยจะให้ซีทำไงล่ะเนี่ย”

น้อยตีหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ แต่ก็เถียงผมต่อไม่ถูก

“เออนี่ นี่เพื่อนซี ชื่อนะ เรียนอยู่วิดวะ คนที่ซีเคยเล่าให้ฟังไง” ผมฉวยโอกาสนี้นะแนะนะให้น้อยรู้จัก “นะ นี่น้อย แฟนเรา น่ารักมั้ยล่ะ”

“ฮ่าๆ หวัดดีครับ น่ารักกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”

น้อยหน้าแดงยิ้มกว้างจนปากแทบถึงรูหูทีเดียว “บ้าเหรอ! นี่ซีคุยอะไรกับเพื่อนเรื่องน้อยบ้างเนี่ย!”

“แล้วว่าแต่แฟนนายอะ มายัง”

“มาแล้ว แต่เค้าไปหาเพื่อนที่คณะอักษรน่ะ เจอกันอีกทีก็เที่ยงนั่นแหละ ถ้าไงตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันมั้ยล่ะ จะได้แนะนำให้รู้จักด้วยเลย”

“ได้ๆ ถ้าไงตอนเที่ยงเดี๋ยวเจอกัน เราขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อนว่ะ ไม่ไหวแล้ว อึดอัด หายใจไม่ออก”

“เฮ้ยย เดี๋ยวยังไงเราก็เจอกันที่สนามบาสอยู่ดีนั่นแหละ แข่งเก้าโมงใช่มั้ยล่ะ บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวไปเชียร์”

“อ้าว จะไปจริงอะ แล้วว่าแต่นายไม่ต้องขึ้นสแตนด์หรือทำอะไรเลยรึไง”

“ไม่ต้องขึ้นว่ะ วิศวะเด็กมันเยอะ และที่สำคัญ เราต้องทำอย่างอื่นแทนด้วยน่ะ ก็เลยว่างหน่อย” เขาพูดยิ้มๆ

“ทำไรวะ”

“เอาเหอะน่ะ ถ้าไงเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ เราไปแล้วเว้ย แล้วเดี๋ยวเจอกัน” เขาโบกมือลาผมกับน้อย แล้วจากนั้นก็ออกวิ่งเหยาะๆ หายไป

โชคดีที่หลังจากนั้นน้อยก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้น เราจึงไม่มีปัญหาอะไรกันอีก แต่โชคไม่ดีที่ถึงแม้ทีมบาสเก็ตบอลของคณะบริหารอินเตอร์ฯ ของเราจะเอาชนะคณะวิทยาศาสตร์ไปได้ในรอบแรก แต่รอบต่อมาที่เราต้องแข่งกับคณะนิเทศฯ เรากลับแพ้ไปด้วยคะแนนที่ต่างกันไม่ถึงเลขสองหลักเท่านั้น

“ไม่เป็นไรนะ ซี ซีเล่นดีแล้วล่ะ” น้อยเดินมาให้กำลังใจผมหลังจากที่ผมเดินออกจากสนาม

“อืมมม ก็คงงั้นอะ ไม่ได้คิดไรมากมายหรอก” ผมตอบพร้อมเสียงหอบเบาๆ

“อ้ะ นี่ ผ้าขนหนู”

“แต๊งกิ้วครับ ที่รัก”

“แหม ทำปากหวาน จะอ้วก!” น้อยหัวเราะเบาๆ “หิวมั้ย จะกินอะไรรึเปล่า นี่มันก็บ่ายโมงแล้วนะ”

“นั่นสิ เดี๋ยวซีไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุด แล้วเราก็ไปกินข้าวกันดีกว่า” ผมหันซ้ายหันขวา “แล้วไอ้นะล่ะ มันไม่ได้มาเหรอ”

“มา มาพร้อมแฟนเค้าน่ะแหละ แต่มาแป๊บเดียวก็ไปแล้วอะ บอกว่ามีเรื่องต้องไปทำที่คณะ แล้วก็ยังบอกอีกว่าถ้าซีแข่งจบแล้วให้โทรไปหาเค้าด้วย”

“เหรอๆ แล้วแฟนมันน่ารักมั้ย”

น้อยหลิ่วตา “อะไร สนใจแฟนคนอื่นด้วยหรือไง”

“เฮ้ยยย ป่าววว แค่สงสัยว่าแฟนไอ้นะจะเป็นคนยังไงเท่านั้นเอง เห็นมันบอกว่าแฟนมันเป็นคนตัวเล็กอะ เลยอยากรู้”

“ก็ตัวเล็กนะ เตี้ยกว่าน้อยอีก”

“เฮ้ย! เตี้ยกว่าน้อยอีกเหรอ คนแคระป่าววะเนี่ย!” ผมหัวเราะ

“ปากดี!” น้อยดึงผ้าขนหนูที่ผมพาดไว้บนบ่าออกแล้วฟาดมันเข้าที่ท้องของผมเสียงดัง ‘เพี๊ยะ!’

“โอ๊ย! ล้อเล่นๆๆ”

“ไปๆ รีบไปอาบน้ำเลย จะได้ไปกินข้าวกัน น้อยหิวแล้ว”

“คร้าบบบ” ผมชะโงกหน้าเข้าไปหอมแก้มน้อยเบาๆ ซึ่งก็สร้างเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ จากกลุ่มผู้หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลขึ้นมาได้

“นี่ถ้าซีทำแบบนี้บ่อยๆ นะ น้อยว่าสักวันน้อยต้องโดนเด็กมหาลัยนี้ดักตบแน่ๆ เลยเนี่ย”

ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็โทรหานะแล้วนัดเจอเขากับแฟนที่โรงอาหาร ครั้งแรกที่ผมเห็นแฟนของเขา ผมก็นึกขำในใจขึ้นทันที ผมว่าน้อยที่สูงแค่ 160 ต้นๆ ก็ตัวเล็กแล้วนะ แต่แฟนของนะนี่ไม่น่าจะสูงถึง 160 ด้วยซ้ำ บวกกับเขาที่เป็นคนตัวสูงใหญ่อยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้เวลาเขาสองคนเดินด้วยกันดูตลกปนน่ารักบอกไม่ถูก และที่สำคัญคือผมอดคิดไม่ได้ด้วยว่าเวลาที่เขามีอะไรกับแฟน เขาจะมีกันท่าไหนยังไงนะ ให้เมื่อขนาดร่างกายของพวกเขาต่างกันถึงขนาดนี้เนี่ย

แต่ก็อย่างว่าแหละ ความสูงในแนวตั้งไม่ใช่อุปสรรคในแนวราบอยู่แล้ว อย่างผมกับน้อยก็เหมือนกัน

“ซี นี่แฟนเรา ชื่อกิ๊ก กิ๊ก นี่ซีแล้วก็น้อย แฟนไอ้ซีมัน” นะแนะนำ

“หวัดดีค่ะ” กิ๊กยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือเบาๆ ให้เราสองคน

“อ๋ออ นี่เองที่เค้าลือกันว่าไอ้นะแม่งแอบมีกิ๊ก!”

“ครวยเถอะ!” นะหัวเราะพร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าจะตบหัวผม “อย่าเล่นมุกสองแง่สองง่ามดิวะ เดี๋ยวเราก็ซวยหรอก!”

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นๆ ไปๆ กินข้าวกันเหอะว่ะ หิวข้าวแล้วว่ะ”

ในระหว่างที่กินข้าวด้วยกันสี่คน พวกเราต่างก็พูดคุยหยอกล้อเล่นกัน ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน โดยที่น้อยดูจะเข้ากับทั้งนะและกิ๊กได้เป็นอย่างดี ที่จริงน้อยกับกิ๊กต่างก็ขอพินบีบีกันแล้วเรียบร้อยด้วยซ้ำ แถมน้อยยังดูจะโอเคกับนะมากอีกด้วย ทั้งๆ ที่ปกติแล้วน้อยเป็นคนที่ค่อนข้างจู้จี้เรื่องเพื่อนที่ผมคบพอสมควร ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะนิสัยของนะที่เป็นกันเองและการเป็นคนอารมณ์ดีมากๆ ของเขานี่แหละที่ทำให้น้อยรู้สึกประทับใจได้

หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ผู้หญิงทั้งสองคนก็ชวนกันเดินไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้เราผู้ชายอยู่กันตามลำพัง

“เป็นไงวะ บอกแล้วว่าเอาชนะผ่านมาถึงรอบแข่งกับวิศวะให้ได้ก่อน แล้วค่อยห่วงว่าเราจะเชียร์ใคร” นะพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เออ สาดดดด ขอโทษเว้ยที่แพ้อะ แม่งงง แต่ก็ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่เหนื่อยและมีเวลาพักหน่อยด้วย”

“ใช่ แล้วอีกอย่าง เราจะได้ไม่ต้องลำบากใจมากด้วย”

“ลำบากใจอะไร” ผมนิ่วหน้า

นะยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วก้มไปเปิดซิปกระเป๋าเป้ของตัวเองออก เขาหยิบเสื้อบาสเก็ตบอลตัวหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วโชว์ให้ผมดู

“เฮ้ย!”

“ฮ่าๆๆ แค่ตัวสำรองน่ะ ไม่ต้องตกใจ แล้วเราคิดว่าเราคงไม่ต้องลงหรอก ทีมบาสวิศวะแม่งเก่งนะเว้ย ตัวจริงแม่เก่งๆ กันทั้งนั้น”

“แล้วทำไมไม่เห็นมึงเคยบอกกูเลยยย!” ผมชี้หน้าเขา “สาดดดด เก็บเงียบเลยนะมึง!”

“ฮ่าๆๆๆ ก็มึงไม่ได้ถามนี่ว่ากูลงเล่นบาสด้วยรึเปล่า”

“ไอ้เจ้าเล่ห์เอ๊ยยยย แม่งงง แล้วนี่ได้ซ้อมมั่งรึเปล่าน่ะ”

“ก็ซ้อมเหมือนกัน แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่หรอก แค่ลงๆ ชื่อไปสำรองให้มันครบๆ คนน่ะ กูก็เคยบอกแล้วไงว่าไม่ได้ชอบเล่นบาสเท่าไหร่น่ะ ไม่ถนัด”

“อ้อ เรอะ”

เขามองหน้าผมแล้วยิ้มๆ

“อะไร ยิ้มอะไรอีก ขำอะไรนักวะ”

“เปล่า ก็แค่คิดว่าในที่สุดเราสองคนก็ขึ้นมึงขึ้นกูกันจนได้นะเนี่ย”

“เออว่ะเฮ้ย จริงด้วย ลืมตัวว่ะ ขอโทษที”

“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องขอโทษหรอก แบบนี้ก็ดีแล้ว เป็นธรรมชาติดีออกว่ะ เพราะปกติกูก็ใช่ว่าจะเป็นคนพูดเพราะซะเมื่อไหร่”

“โอเค ว่าไงก็ว่ากัน” ผมหัวเราะเบาๆ “แล้วว่าแต่นี่ใช่มั้ยที่บอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำเลยไม่ต้องขึ้นสแตนด์น่ะ”

“ก็ช่าย แต่ก็ไม่เชิงว่ะ” เขายิ้มกวนๆ อีกครั้ง

“อ้าวเวร มีอะไรอีกวะ ยังเหลืออะไรที่ไม่ได้บอกกูอีกรึไง”

“ไม่มี๊ มีที่ไหน” เขายักไหล่ แต่สีหน้าของเขานั้นบอกอย่างชัดเจนเลยว่าเขากำลังโกหกและยั่วผมอยู่

ผมพยายามคาดคั้นจากเขาว่าเขาต้องทำอะไรอีกกันแน่ แต่เขาก็ไม่ยอมบอกผมสักทีจนผมต้องยอมแพ้ในที่สุด และเมื่อแฟนๆ ของพวกเรากลับมา เขาสองคนก็ขอตัวกลับไปที่คณะของตัวเอง ส่วนเราสองคนก็กลับไปที่ตึกของผมด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นในช่วงเย็น น้อยก็ขอตัวกลับบ้านก่อน เพราะว่าเขาไม่สามารถกลับบ้านดึกมากได้ และผมเองก็ไม่อยากให้น้อยนั่งเบื่อดูผมซ้อมบ้าๆ บอๆ ของการประกวดดาวเดือนในคืนนี้อีกต่อไปแล้วด้วยเหมือนกัน ดังนั้นหลังจากที่น้อยกลับไป ผมกับหนิง ดาวจากคณะของเราก็ต้องอยู่กันตามลำพังโดยถูกตัดขาดจากเพื่อนคนอื่นๆ อย่างแทบจะสิ้นเชิง เพราะพวกเราตัวแทนจากคณะต่างๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากหอประชุมใหญ่ไปพบกับใครอีกเลยจนกว่าจะหมดคืน

กิจกรรมในช่วงหัวค่ำผ่านพ้นไปจนกระทั่งถึงช่วงไฮไลท์ของงาน ตัวแทนดาวและเดือนของคณะต่างๆ ต้องออกไปเดินโชว์ตัวพร้อมกันบนเวที ในระหว่างที่ถูกแนะนำตัวและเดินอยู่บนเวที ผมก็เห็นกลุ่มเพื่อนๆ และรุ่นพี่จากคณะของผมอยู่ท่ามกลางฝูงคนนับร้อย พวกเขาส่งเสียงกรี๊ดและเชียร์ผมอย่างเอาเป็นเอาตาย และผมก็รู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่ผมยังได้รับเสียงกรี๊ดจากเด็กคณะอื่นด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่มีแต่พวกตัวเองมาอวยกันเองอยู่แค่นั้น

เมื่อถึงการแสดงความสามารถพิเศษของตัวแทนจากแต่ละคณะ ผมกับหนิงก็ขึ้นไปร้องเพลงคู่ด้วยกัน ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่นักร้องที่ดีนัก แต่เราก็ผ่านพ้นมันไปได้แบบไม่มีอะไรผิดพลาดหรือน่าอายแต่อย่างใด เอาน่ะ ก็ผมมันเป็นนักกีฬานี่หว่า ไม่ใช่นักดนตรีหรือนักร้อง ถึงผมจะเล่นกีตาร์ได้ แต่ผมก็ไม่ได้ชอบหรือถนัดร้องเพลงสักหน่อย แค่ผมสามารถร้องจนจบเพลงไปได้แบบไม่โดนคนดูโห่ไล่ผมก็พอใจแล้ว

หลังจากที่การแสดงจากตัวแทนคณะสุดท้ายจบลงไป พิธีกรก็ประกาศว่าจะมีการแสดงดนตรีสดจากเฟรชชี่ที่เพิ่งเข้าชมรมดนตรีสากลเป็นการคั่นเวลาระหว่างรอรวบรวมคะแนนผลโหวตตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ได้ตำแหน่งดาวและเดือนของมหาวิทยาลัยไปครอง และเมื่อสิ้นเสียงแนะนำชื่อวงจากพิธีกร เสียงกลองก็กระหน่ำตี ตามมาด้วยเสียงกีตาร์และเสียงกรี๊ดจากคนดูที่ดังกระหึ่ม

ผมที่อยู่ด้านหลังเวทีไม่ค่อยได้ยินเสียงของนักร้องและดนตรีชัดเท่าไหร่นัก และผมก็ไม่ได้สนใจด้วย เพราะว่ามัวแต่ต้องวุ่นอยู่กับการฟังกำหนดการจากพวกพี่ๆ และการเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นชุดนักศึกษาอีกครั้ง จนกระทั่งเมื่อเพลงแรกจบลงไป นักร้องนำก็เริ่มทักทายคนดูและแนะนำสมาชิกของวงทีละคน แต่ก็นั่นแหละ ถึงผมจะพอได้ยิน แต่ก็ไม่ได้สนใจฟังชื่อของคนพวกนั้นเลยสักนิดเดียว

“แกๆ! นักร้องนำหล่อมักม้ากกกกก!! ไปดูกันมั้ยแก๊!”

ผมได้ยินเสียงของพี่เก๋ รุ่นพี่ผู้หญิงที่เป็นคนดูแลการประกวดดังขึ้นแว่วๆ จากทางด้านหลัง

“เหรอๆ ใครวะๆ!”

“กูก็ไม่รู้ว่ะ เค้ายังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย แต่เพื่อนกูบอกว่าอยู่คณะวิศวะอะ”

“จริงเหรอแก ไปๆๆ!”

พอได้ยินชื่อคณะวิศวะ ผมก็เริ่มสนใจขึ้นในทันที แว้บแรกผมก็คิดว่ามันจะเป็นนะหรือเปล่า แต่เมื่อมาคิดดูดีๆ แล้วก็ไม่น่าใช่ เพราะว่าเขาเป็นคนบอกผมเองว่าเขาขี้อาย ดังนั้นการที่เขาจะไปยืนร้องเพลงอยู่หน้าเวทีนี้จึงไม่น่าเป็นไปได้เลย

“ส่วนผม นายชนะชัย ชื่อเล่นชื่อนะ เรียนอยู่วิศวะปี 1ครับ!”


ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #18 เมื่อ05-01-2012 19:45:03 »

เมื่อสิ้นเสียงแนะนำตัวเองของนักร้องนำ เสียงกรี๊ดจากคนดูก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆ กับเสียงดนตรีเพลงถัดไปที่เริ่มบรรเลง ส่วนผมก็หันขวับคอแทบหลุดแถมยังรีบวิ่งออกจากหลังเวทีทั้งๆ ที่ยังใส่กางเกงไม่เสร็จเรียบร้อยดีด้วยซ้ำ

จากด้านข้างของเวที ผมเห็นไอ้เจ้านะ เพื่อนใหม่ของผมกำลังยืนถือไมค์ร้องเพลงร็อคอย่างเต็มที่และสุดพลัง ราวกับเขาเป็นคนละคนกับที่ผมรู้จักทีเดียว ปกติแล้วนะจะดูเป็นคนขี้อายนิดๆ แต่ยิ้มเก่ง อารมณ์ดี แต่เขาในตอนนี้กลับสวมวิญญาณนักร้อง ยืนร้องเพลงต่อหน้าคนดูหลายร้อยคน ไม่เหลือเค้าของนะคนที่เคยยิ้มเก่ง คนที่เคยบอกว่าอายการขึ้นประกวด หรือแม้แต่คนที่ผมเคยคิดว่าเป็นคนซื่อๆ เหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

จะว่ายังไงดีล่ะ เอาเป็นว่าเขาบนเวทีตอนนี้ดูขัดแย้งกับนะคนที่ผมเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบนะ ผมกลับรู้สึกชื่นชมเขามากกว่าที่เขามีความสามารถพิเศษแบบนี้ ร้องเพลงได้เพราะแบบนี้ เขาแค่ไม่เคยบอกผมเลย

ผมล่ะเจ็บใจตัวเองจริงๆ ที่ฟังไม่รู้ว่าเสียงนี้มันคือเสียงของเขาตั้งแต่ตอนแรก เพราะการอยู่หลังเวที เสียงที่พูดผ่านไมโครโฟนก็ทำให้ฟังดูแตกต่างออกไป และผมยังอคติเสียจนไม่คิดว่ามันจะเป็นเขาไปได้อีกด้วย

“ว้าย! น้องซี! ออกมาทำอะไรสภาพนี้เนี่ย!” พี่เก๋หันมาเห็นผมเข้า

ผมก้มลงเห็นว่าตัวเองยังไม่ทันได้รูดซิปและติดตะขอกางเกงให้เรียบร้อยเลย

“กลับไปๆๆ กลับไปหลังเวที! ออกมาทำไมกันคะ ออกมาทำมายย!”

ผมหันไปมองด้านหลังของตัวเองแล้วเห็นว่ายังมีบรรดาดาวและเดือนจากคณะต่างๆ อีก 4-5 คนยืนอออยู่ข้างหลังผมด้วย พวกเขาคงรู้สึกสนใจและวิ่งตามผมออกมาเมื่อครู่นี้แน่นอน

“ผมออกมาดูเพื่อนอะพี่! นั่นมันไอ้นะ เพื่อนผมๆ!” ผมชี้ไปบนเวที

“ค่าๆ เพื่อนค่ะเพื่อน! กลับไปหลังเวทีได้แล้ว ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย ทุกคนเลย เร็วๆๆ!”

พวกเราโดนต้อนให้เดินกลับไปหลังเวที แต่ในขณะที่ผมกำลังเดินกลับไปอยู่นั้นผมก็ยังชะโงกชะแง้คอหันไปมองนะอยู่เรื่อยๆ เผื่อว่าเขาจะหันมาเห็นผมบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นผมเลย

หลังจากที่การแสดงดนตรีจบลง เสียงปรบมืและเสียงกรี๊ดก็ดังกึกก้องทั่วทั้งหอประชุม ผมว่านะคงได้แฟนคลับเพิ่มขึ้นเยอะกว่าพวกผมที่เป็นเดือนคณะอีกมั้งเนี่ย จากนั้นพิธีกรก็ขึ้นเวทีแล้วประกาศรวบรวมผลโหวตจากนักศึกษาที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมด พวกเราทุกคนถูกต้อนให้ขึ้นไปบนเวทีอีกครั้งเพื่อโชว์ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และระหว่างกำลังเดินไปขึ้นเวที พวกเราต้องเดินสวนกับวงดนตรีที่เพิ่งลงมายืนอยู่ข้างๆ บันไดด้วย

“ไอ้นะ!” ผมกระซิบขณะกำลังจะเดินผ่านเขา

เขาหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มกว้าง “เซอร์ไพรส์มะ”

“เดี๋ยวเสร็จงานแล้วคุยกันนะมึง!” ผมชี้หน้าเขา จากนั้นก็เดินผ่านเขาและเพื่อนๆ ในวงของเขาไป

“สู้ๆ นะค้าบบบบ พี่ซี!” เขาตะโกนแซวไล่หลังผม

ผมล่ะอยากจะเดินลงจากบันไดไปเตะก้นเขาจริงๆ!

หลังจากที่เดินรอบเวที แนะนำชื่อแต่ละคน เรียกเสียงกรี๊ดเสียงเชียร์จากคนที่มารอลุ้นเพื่อนๆ น้องๆ ของตัวเอง และไอ้นั่นไอ้นี่อีกประมาณหนึ่ง สุดท้ายก็มาถึงช่วงท้ายสุดและไฮไลท์จริงๆ ของงานสักที และผลที่ออกมาก็คือ ผมได้คะแนนเยอะเป็นอันดับสอง จึงได้รางวัลรองอันดับหนึ่งไปครอง ส่วนคนที่ได้อันดับหนึ่งนั้นมาจากคณะอักษรฯ แถมยังเป็นเกย์ (แอ๊บแมน) อีกด้วย ในขณะที่ดาวจากคณะมนุษฯ คว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยไปครอง ซึ่งเขาก็สวยจริงๆ ผมยอมรับเลย แต่น่าเสียดายที่หนิงนั้นไม่ได้รับรางวัลอะไรเลย

กว่าพิธีการมอบรางวัลเสร็จสิ้นลงเล่นเอาผมรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง แต่งานเฉลิมฉลองหลังจากนั้นก็จะยังคงมีต่อไปโดยนักดนตรีมืออาชีพ ของจริง ไม่ใช่วงของพวกนะอีกแล้ว และพวกเขาก็จะรับช่วงสร้างความบันเทิงให้แก่เหล่านักศึกษาต่อไปจนถึงเที่ยงคืน แต่ตัวผมเหนื่อยและเพลียจนไม่มีอารมณ์จะอยู่ร่วมสังสรรค์อะไรกับใครได้อีกต่อไป เพราะในช่วงบ่ายของวันผมก็ไม่ได้นอนพักหรือแม้แต่พักผ่อนเอาแรงสักเท่าไหร่เลย ดังนั้นผมจึงปฏิเสธคำเชิญให้อยู่ฉลองของพี่ๆ และเพื่อนๆ ที่ร่วมประกวดด้วยกัน แล้วตัดสินใจที่จะตรงดิ่งกลับไปที่หอแล้วนอนพักผ่อนเอาแรงทันที

“ว่าไง คนเก่ง จะกลับแล้วเหรอวะ” เสียงของนะดังขึ้นทางด้านหลังของผมในขณะที่ผมกำลังเก็บของเตรียมกลับหออยู่

“ก็ไม่เก่งเท่านักร้องบางคนแถวนี้หรอกว่ะ” ผมหันไปยิ้มกวนๆ ให้เขา “แหม เก็บเงียบเลยนะมึง สาดดด”

“ฮ่าๆๆ ก็บอกแล้วไงว่าเขิน ไม่กล้าบอกหรอก”

“เขินห่าอะไรไปยืนร้องเพลงอยู่บนเวทีแบบนั้นได้วะ แหมเว้ย ทีให้เป็นเดือนเสือกบอกไม่เอา เขิน แต่ยืนร้องเพลงบนเวทีเดียวกันกลับไม่เขินซะงั้น”

“ก็มันไม่เหมือนกันนี่หว่า”

“ไม่เหมือนยังไง”

“โห เล่าแล้วยาวอะ อธิบายยากนะเนี่ย” เขาฉีกยิ้มกว้างพลางเกาหัวแกรกๆ

“แล้วทำไมต้องไม่กล้าบอกด้วยวะ หืออ ตกลงเมื่อกลางวันที่ไม่บอกนี่ไม่กล้า หรือว่าแค่จงใจกวนตีนกูกันแน่”

“ฮ่าๆๆ ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”

“มึงนี่มันร้ายนักนะ!” ผมยกเท้าขึ้นเตะเขา

“แล้วตกลงนี่จะกลับเลยรึไง ไม่อยู่ดูคอนเสิร์ตต่อก่อนเหรอวะ”

“ม่ายอะว่ะ เหนื่อย อยากกลับไปนอน... เอ้อ แล้วแฟนมึงอะ ไปไหนแล้ว ไอ้นะ”

“กลับห้องไปนอนแล้ว มันเพิ่งเดินทางถึงเมื่อเช้าอะ ก็เหนื่อยๆ แล้วก็เลยอยากกลับไปพักผ่อนแล้วก็คุยเล่นกับเพื่อนๆ มันนู่น”

“เพื่อนเค้าเหรอ เหอ ที่หอมึงอะนะ” ผมนิ่วหน้าสงสัย

“เปล่าๆ มันไปนอนหอเพื่อนมันน่ะ”

“อ้าววว โหหห น่าสงสารว่ะ แฟนอุตส่าห์มาหา นานๆ ได้เจอกันที แต่กลับไม่ได้โด๊ะกันซะงั้น”

“ฮ่าๆๆๆ เอาไว้คืนพรุ่งนี้ก่อนก็ได้ กูไม่รีบ อย่าว่าแต่กูเลยเหอะ มึงเองก็ไม่ค่อยได้เจอแฟนเหมือนกันไม่ใช่รึไง”

“เออ ก็จริงเหมือนกัน” ผมกลอกตา “แต่เอาไว้คราวหลังดีกว่าว่ะ ต่อให้วันนี้น้อยไปนอนกะกูได้กูก็โด๊ะไม่ไหวเหมือนกัน เหนื่อยมากกกก เฮ้อออ ถ้าไงกูกลับก่อนแล้วกัน ไม่ไหวแล้วว่ะ ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง ทั้งหิว คอยดูนะ กูจะนอนจนตื่นแม่งสี่โมงเย็นของวันพรุ่งนี้เลย!”

“โอเค ไปๆ เดี๋ยวกูไปส่ง”

“เฮ้ย ไม่ต้องๆ กูไปเองได้”

“แล้วไปยังไง เดินไปรึไง ไม่ต้องเกรงใจน่า เดี๋ยวมึงเป็นสก๊อยดงซ้อนท้ายกูไปก็ได้ กูมีรถเครื่อง แล้วกูจะพามึงไปกินข้าวด้วย หิวไม่ใช่รึไง กูเลี้ยงเอง ฉลองที่ได้รางวัลอันดับสองไง”

“แต่เสือกแข่งบาสตกรอบ”

“เออ ฉลองเรื่องนั้นด้วยก็ได้ เพราะวิศวะได้อันดับหนึ่ง ฮ่าๆๆ” เขาหัวเราะ

“เออๆ เอาวะ ไปก็ไป แต่ไม่ไปกินไกลนะเว้ย กูเหนื่อยจริงๆ”

“ก็กินแถวหอนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไปๆ เร็ว”

ผมกับเขาเดินออกมาจากหอประชุมทางประตูหลัง เพราะผมไม่อยากเจอเพื่อนๆ ของผมที่คณะเลย จากนั้นเขาก็เดินนำผมไปยังมอเตอร์ไซค์ฟีโน่ของเขาที่เขาเรียกว่า ‘รถเครื่อง’ เมื่อครู่ เขาบอกผมว่ารถคันนี้นับเป็นสมบัติสุดรักสุดหวงของเขาชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว เพราะว่าแม่ของเขาซื้อให้เป็นของขวัญที่เขาสอบเอ็นทรานซ์ติด ก่อนที่แม่เขาจะเสียไปหลังจากนั้นไม่นานด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

“เฮ้ย คือ... เราเสียใจด้วยนะเว้ย ไอ้นะ เราไม่...” ผมพูดออกไปทันทีที่เขาพูดจบ ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ

“โอ๊ยยย ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องมันผ่านมาแล้ว ไม่ได้คิดอะไรแล้วว่ะ แล้วก็ที่สำคัญ...” เขายิ้ม “พูดมึงกูเหมือนเดิมก็ได้เว้ย ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกน่า”

ผมอึ้งไปนิดหน่อย เพราะผมไม่รู้ตัวเลยว่าผมสลับกลับไปใช้สรรพนามแบบนั้นกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“มา! ขึ้นมาซ้อนท้ายพี่ได้เลยน้อง!” เขาหันมายิ้มกวนๆ ให้ผม “วันนี้แว้นซ์บอยจะพาสก๊อยดงไปกินข้าวเอง!”

“ไอ้เกรียนเอ๊ยยย!” ผมหัวเราะ

หลังจากนั้นนะก็พาผมไปร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยที่ตั้งอยู่ประมาณครึ่งทางระหว่างหอของผมกับหอของเขาพอดี เขาถามผมถึงเรื่องความรู้สึกตอนประกวดว่าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีใจหรือเสียใจที่ได้ที่สองหรืออะไรแบบนี้มากมายหลายคำถาม แต่กลับไม่ยอมพูดถึงเรื่องของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

“เลิกพูดถึงแต่เรื่องของกูได้แล้ว ตกลงจะบอกกูได้รึยังว่ามันต่างกันยังไง”

“อะไรต่างกันยังไงวะ”

“ลืมเหรอ! นี่มึงลืมแล้วเหรอออ!” ผมชูส้อมขึ้นชี้หน้าเขา

เขารีบยกมือสองข้างขึ้นในท่ายอมแพ้ทันที “ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ ก็บอกแล้วไงว่าถ้าให้อธิบายแล้วมันยาวน่ะ ขืนเล่าตอนนี้มึงก็หลับไปก่อนพอดีน่ะสิ เหนื่อยไม่ใช่รึไง”

“กูว่ากูนอนไม่หลับแหง ถ้ายังคาใจแบบนี้น่ะ”

“ขนาดนั้นเลย อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

“อย่าๆ ไม่ต้องเลย กูว่าถ้ายิ่งกูอยากรู้มากมึงก็จะยิ่งไม่บอกกูใช่มั้ยล่ะ กูว่ากูพอเดานิสัยมึงออกแล้วล่ะ ไอ้ล่ำเอ๊ยยย... ไอ้ตูด!”

“ฮ่าๆๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า ก็กูบอกแล้วไงว่าตอนนั้นกูเขินจริงๆ กูอาย เลยไม่รู้จะบอกมึงยังไงน่ะ คิดว่าให้มึงเห็นเองน่าจะดีกว่า”

“ก็แล้วมันเขินเพราะอะไรยังไงล่ะเว้ย”

“อืมมม...” เขาทำท่าครุ่นคิด “ถ้าเล่าแล้วยาวนะ”

“กูรู้แล้วค้าบบบบบ แต่กูอยากรู้ไง กูไม่หลับง่ายๆ หรอกน่ะ เล่ามาสักทีเหอะ”

“มันยาวนะเว้ย จะให้เล่าที่นี่ ร้านข้าวมันไก่ริมทางเนี่ยนะ”

“งั้นไปหอกูเลยไป จบ ไปเล่าให้กูฟังที่ห้องก็ได้ ถ้าแม่งยาวมากนักกูก็จะได้นอนฟังแล้วหลับบนเตียงแม่งไปเลย” ผมตัดปัญหา

“จริงอะ นี่คือมึงชวนกูไปนอนหอมึงใช่มะ”

“เออ จะไปมะล่ะ แฟนมึงก็ไม่อยู่ห้องไม่ใช่รึไง”

“โอเค จัดไป งั้นเดี๋ยวขอกูแวะเซเว่นซื้อแปรงสีฟันกับเบียร์สักสองกระป๋องก่อนนะ”

“จะเอาเบียร์ไปทำมะเฟืองอะไรวะ”

“เอ๊า ก็เอาไปฉลองที่มึงได้ตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยรองอันดับหนึ่ง เพราะดันไปแพ้เดือนมหาวิทยาลัยที่เป็นเกย์ซะได้นี่ไง เฮ้ยยย ชายแท้ที่หล่อแพ้เกย์ หาไม่ได้ง่ายๆ นะเว้ยยย”

“ไอ้สาดดดดด! นี่ถ้ากูยังมีแรง กูสาบานว่ากูคงถีบมึงตกเก้าอี้ไปแล้วจริงๆ นะเนี่ย!”


ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1713/-40
    • FB Page
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #19 เมื่อ05-01-2012 19:48:10 »

เด่นกันทั้งคู่เลยอ่ะ
รอคู่นี้เค้ารักกันนะคะ
>______<
พี่ต้นคะ
เอาอิมเมจ นะกับซี มาลงด้วยสิ
นะอย่างหล่ออ่ะ
ซีน่ารักมากกกกก~

ให้ไปดูในแฟนเพจเอาละกันนะคับ ฮ่าๆๆ เดี๋ยวผิดกฎเล้า เอิ๊กกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
« ตอบ #19 เมื่อ: 05-01-2012 19:48:10 »





ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #20 เมื่อ05-01-2012 20:12:27 »

เขาทั้งคู่เริ่มสนิทกันมากขึ้นๆทุกที

winnie_the_far

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #21 เมื่อ05-01-2012 20:44:14 »

กริ๊ดดดดดด แบบว่า...น่ารักทั้งคู่เรยนะ+ซี อีกนานไหมหนอจะรักกัน คิดแล้วต้องมีดราม่าแน่ๆๆ

ออฟไลน์ londoneye

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #22 เมื่อ05-01-2012 21:06:32 »

อั้ยย่ะ....นิยายของพี่ต้น

ตามมาช่วยพรวนดิน  หว่านเมล็ดด้วยคน

หุ...หุ...นะเป็นคนโคราชเหมือนกันเลย :o8:

ดูท่าแล้วความสัมพันธ์ของสองคนนี้นี่น่าจะได้เพาะรักกันอีกนาน

เพราะตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน

 :L2:ให้ดอกไม้HNYอีกรอบเพราะเพิ่งให้ไปหลังจากที่อ่านเรื่องกระดานดำจบ

ออฟไลน์ jeeu

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #23 เมื่อ05-01-2012 21:47:11 »

ไม่ใช่เกย์ตั้งแต่แรก
มีแฟนแล้วทั้งคู่
ต้องลุ้นอีกนานไหมน้อ
กว่าจะรักกันได้
ค่อยๆซึมลึกแบบนั้นสินะ
ลุ้นอยู่นะคะ
รอตอนต่อไปจ้า

stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #24 เมื่อ05-01-2012 22:11:22 »

นึกว่าไม่ลงในเล้าซะแล้ววววววววว
ไปเซเว่นนี่ซื้อแค่นั้นจริงหรอคะ 55

hexagon1

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #25 เมื่อ06-01-2012 01:57:40 »

ตามมาจากในเฟสเลย  o13 o13 o13

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #26 เมื่อ06-01-2012 02:46:25 »

แหมชวนนอนด้วยซะเลย

TimelessOne

  • บุคคลทั่วไป
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #27 เมื่อ06-01-2012 05:20:28 »

น่ารักกันจริงงงง อ่ากกกก  :serius2:

อ่านตอน 2 แล้ว ชอบบุคลิกของนะมากมาย

ให้กำลังใจคุณต้นด้วยยครับ  :n1:

ออฟไลน์ eunbee2523

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 241
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #28 เมื่อ06-01-2012 08:16:42 »

อิอิ

ย่องเข้ามารอตอน 3

รอๆๆ   อยากอ่านแล้ว

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: ]Lov3 SeeeDz + :: เพาะรัก
«ตอบ #29 เมื่อ06-01-2012 11:25:39 »

คืบหน้าแล้วเฮ้ย
ถึงกับไปนอนค้างที่ห้อง
เหมือนจะยังไม่มีอะไร แต่ก็อยากให้มีนิด ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด