⧔ Time Machine ⋇ #5 ภาพบาดตาที่น้ำตกแม่สา ⧕ ชายรักชายในยุค 90
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ⧔ Time Machine ⋇ #5 ภาพบาดตาที่น้ำตกแม่สา ⧕ ชายรักชายในยุค 90  (อ่าน 670 ครั้ง)

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-08-2023 16:54:57 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10

- ภาพยนตร์ -

ความรักของเด็กหนุ่มสองคนในยุค 90 เริ่มต้นขึ้นในงานกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพใน พ.ศ. 2538

อาร์ต - เด็กหนุ่มจากครอบครัวคนจีนที่ย้ายจากสุโขทัยมาอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ในช่วงวัยมัธยม เขาเป็นคนหน้าตาดี มีสาวๆ มาชอบหลายคน ขณะที่เขาเองกลับมีความรู้สึกบางอย่างแอบซ่อนให้แก่ใครคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ม่อน - เด็กหนุ่มจากอำเภอหางดง เกิดและโตที่เชียงใหม่ ม่อนขาดพ่อ ถูกแม่กับพี่สาวเลี้ยงมาอย่างตามใจ พอขึ้นมัธยมต้น ม่อนย้ายมาเรียนที่อำเภอเมืองเชียงใหม่กับพี่สาวที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เขาได้เจอกับพี่อาร์ตที่โรงเรียนแห่งนี้ พี่อาร์ต...ผู้ชายที่เป็นมากกว่าเพื่อนรักต่างวัยหรือพี่ชายที่อบอุ่น


--- --- ---

#1 : ส่งใจไปซ้อม ฝากใจไปแข่ง

8 ธันวาคม 2538 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

“ส่งใจไปซ้อม ฝากใจไปแข่ง ชีพจรเต้นแรง เชียร์คนเก่งคนไทย ร้อยพ่อพันแม่ แต่เพื่อเมืองไทย สู่ความยิ่งใหญ่ ผูกใจเป็นหนึ่ง”

เสียงเพลงปลุกใจชาวไทยให้ส่งใจเชียร์นักกีฬาซีเกมส์ดังไปทั่วสนามกีฬา มองจากมุมสูงจะเห็นผู้คนคลาคล่ำอยู่ตรงลานกว้างด้านหน้ามากเป็นพิเศษ บนพื้นมีลายห่วงวงกลมสีขาวสิบห่วงล้อมรอบวงเวียนสีเขียวขนาดใหญ่บริเวณทางเข้าใกล้แนวโค้งหักศอกของคลองชลประทาน ห่วงสิบห่วงหมายถึงสิบชาติอาเซียนนั่นเอง

เหนือวงเวียนสิบห่วงขึ้นไปเป็นทางเดินเข้าสู่สนามกีฬา มีห่วงสีขาวสามห่วงบนพื้นสีเขียวคล้องกันสามทอด ฝั่งซ้ายเป็นทะเลสาบเทียมและบ้านพักนักกีฬาเรียงกันเป็นแถว ส่วนฝั่งขวาเป็นสนามกีฬาประเภทต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส โรงยิมสำหรับกีฬาในร่มและสนามกีฬากลางซึ่งใช้สำหรับพิธีเปิด แข่งกรีฑาและฟุตบอล เลยสนามกีฬาไปไม่ไกลจะเห็นดอยสุเทพซึ่งแลเห็นเป็นเงาเขียวทะมึนท่ามกลางหมอกหนาของหน้าหนาว

เด็กหนุ่มคนหนึ่งขี่รถมอไซค์มาจอดตรงที่จอดรถของสนามกีฬา เขามีชื่อว่าอาร์ต เจ้าตัวใส่เสื้อกันหนาวสีแดงและกางเกงวอร์มสีดำทับเสื้อนักเรียนมัธยม เมื่อถอดกุญแจรถออกแล้ว เขาก็วิ่งออกไปด้วยความรีบร้อนท่ามกลางไอหมอกของอากาศหนาว

ที่ร้านขายของที่ระลึก คนหลายสิบคนกำลังแย่งกันซื้อของ ต่างก็หยิบเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไปคนละตัวสองตัวจนแทบจะหมดจากชั้นวาง อาร์ตพยายามแหวกฝูงชนไปตรงชั้นวางสินค้า สอดส่ายสายตาหาสิ่งที่ต้องการ เขาเห็นตุ๊กตาแมวซีเกมส์เหลืออยู่หนึ่งตัวพอดี จึงรีบเอื้อมมือไปคว้ามา ทว่าก็มีมือใครคนหนึ่งเอื้อมมาด้วย แต่อาร์ตจับได้ก่อนอย่างเฉียดฉิว อีกคนที่กำลังแย่งตุ๊กตาแมวซีเกมส์กับเขาเป็นเด็กนักเรียนเช่นกัน แต่ดูแล้วน่าจะเด็กกว่า อาร์ตจึงรีบแสดงความเป็นเจ้าของ

อาร์ต: ของพี่นะน้อง

เด็กชายคนนั้นใช้มืออีกข้างดึงหูฟังออก ได้ยินเสียงเพลง “อยากให้เธออยู่ตรงนี้” ดังลอดออกมาเบาๆ

ม่อน: อะไร ผมเห็นก่อน พี่มาทีหลังผมนะ

อาร์ต: ก็ดูสิว่าใครจับก่อน

เด็กชายชื่อม่อนมองดูมือของตัวเอง เมื่อเห็นว่าตัวเองจับมืออาร์ตอยู่ก็รีบเอามือออก เขาทำหน้าเสียดาย เด็กชายอีกสองคนซึ่งอยู่แถวนั้นเดินมาสมทบกับม่อน ทั้งสามคนใส่ชุดกันหนาวหลากสีทับเสื้อนักเรียนเช่นกัน

ดั๊ก/วิทย์: พี่อาร์ต

อาร์ตหันไปมอง เขายิ้มให้เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเดียวกัน

อาร์ต: อ้าว ไอ้วิทย์ ไอ้ดั๊ก มาด้วยเหรอ

อาร์ตถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสนิทสนม ขณะที่ม่อนมองอย่างสงสัย แถมยังคอยเหลือบมองดูอาร์ตบ่อยๆ ไม่รู้ว่ามองอะไร

วิทย์: พี่อาร์ตมาคนเดียวเหรอ

อาร์ต: แล้วมึงเห็นกูมากี่คนวะ

ระหว่างนั้นม่อนหันไปกระซิบถามดั๊กเป็นคำเมือง

ม่อน: ใครเหรอวะ

ดั๊ก: พี่อาร์ตไง เรียนโรงเรียนเดียวกัน อยู่มอสาม มึงไม่เคยเห็นพี่เขาเหรอ เขาเรียนห้องเดียวกับพี่เมี่ยงของมึงไง

ม่อนส่ายหน้าเดียะ

ม่อน: ไม่เคย

วิทย์: เหลือตัวเดียวเหรอพี่

อาร์ตพยักหน้าและยิ้มดีใจ

อาร์ต: เออ เหลือแค่นี้แหละ เกือบไม่ได้แล้วเนี่ย

ม่อนเผลอมองค้อน ขณะที่ดั๊กยิ้มมีเลศนัย

ดั๊ก: ซื้อไปให้ใครเหรอพี่

อาร์ต: เสือกอะไรวะมึง

อาร์ตเอาตุ๊กตาแมวทุบหัวดั๊กเบาๆ ก่อนเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ส่วนม่อนกับเพื่อนเดินซื้อของที่ระลึกต่อ ตุ๊กตาแมวซีเกมส์หมดแล้ว จึงซื้อได้เพียงหมวก แก้ว โปสต์การ์ดและตราไปรษณีย์ที่มีสัญลักษณ์กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 มาคนละนิดหน่อย

อาร์ตเดินกลับมาหาเด็กชายสามคน เขามองไปที่ม่อนอย่างสนใจ

อาร์ต: เป็นน้องเมี่ยงเหรอ

ม่อนพยักหน้า เขามองอาร์ตด้วยแววตาที่ยังดูไม่ไว้ใจนัก อาจจะเป็นเพราะขุ่นเคืองที่ถูกแย่งตุ๊กตาหน้าตาเฉย

อาร์ต: แปลก ทำไมไม่เคยเห็น

ดั๊ก: เมื่อก่อนมันเรียนอยู่หางดงน่ะพี่ มันเพิ่งย้ายมาเรียนมอต้นที่นี่

อาร์ตพยักหน้ารับรู้

อาร์ต: อ๋อ ถึงว่าล่ะ ไม่เคยเห็นเลย

วิทย์: พี่อาร์ตจะไปไหนต่อครับ ไปดูกีฬากันไหมพี่

อาร์ต: เออ ก็ดีเหมือนกัน

สายหมอกหนาเมื่อเช้าเริ่มบางลงแล้วเมื่อโดนแสงแดดยามสายแผดเผา ทว่าอากาศก็ยังหนาวอยู่ บอลลูนพานาโซนิคล่องลอยอยู่เหนือสนามกีฬากลาง คอยเก็บภาพบรรยากาศมุมสูงมาฝากผู้ชมทางบ้าน

เด็กทั้งสี่คนเดินเที่ยวชมจุดต่างๆ ของสนามกีฬาและถ่ายรูปกันสนุกสนาน ใบหน้าของม่อนคอยแอบมองอาร์ตด้วยความสนใจบ่อยๆ แต่ไม่แน่ใจว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ

อาร์ตกับเพื่อนรุ่นน้องสามคนเดินมาเจอชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งซึ่งทำท่าเมียงมองหาใครสักคน อาร์ตเป็นคนอาสาเดินเข้าไปถาม

อาร์ต: May I help you?

หญิงชาวเอเชียหันมามองอาร์ต เธอตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงสิงคโปร์

หญิงชาวเอเชีย: We’ d like to take a photo.

อาร์ต: Sure. Give me the camera.

หญิงชาวเอเชียส่งกล้องของเธอให้อาร์ต อาร์ตถ่ายรูปให้เธอและเพื่อนๆ สองรูป เมื่อถ่ายเสร็จเขาก็ส่งกล้องคืนให้

หญิงชาวเอเชีย: Thank you very much.

อาร์ต: You’re welcome.

หญิงชาวเอเชียพาเพื่อนๆ เดินจากไป ขณะที่ม่อนมองอาร์ตด้วยแววตาทึ่ง เมื่ออาร์ตเดินกลับมาเขาก็ชม

ม่อน: พี่อาร์ตพูดภาษาอังกฤษเก่งจัง

อาร์ตยิ้มภูมิใจ แต่ก็ไม่ตอบอะไร

วิทย์: พี่อาร์ตได้เกรดสี่ภาษาอังกฤษทุกเทอมเลยมึงรู้เปล่า

ม่อนหันไปมองอาร์ตด้วยแววตาชื่นชม จังหวะนั้นดั๊กเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า เขาร้องออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นบอลลูนพานาโซนิคลอยอยู่เหนือสนามกีฬากลาง

ดั๊ก: เฮ้ย บอลลูน

ดั๊กชี้ให้เพื่อนๆ ดูวัตถุขนาดใหญ่บนฟ้า เด็กทั้งสี่คนมองไปที่บอลลูนอย่างตื่นเต้น ลงเอยด้วยการถ่ายรูปกับบอลลูนอย่างตื่นเต้นสนุกสนาน ในเวลานั้นมันคือของแปลกใหม่ที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ

ooo - ooo - ooo

14 ธันวาคม 2538

ในห้องนั่งเล่นก่อนอาหารเย็น แม่ พี่สาว น้องชายและป้านั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน ในจอทีวีมีกีฬาซีเกมส์ชนิดหนึ่งกำลังแข่งอยู่ คนที่นั่งดูคุยกันไปด้วยเป็นคำเมือง ตอนแรกก็เชียร์กีฬา พอกีฬาจบ ฝ่ายน้องชายก็หันไปคุยกับพี่สาวที่นั่งข้างๆ

ม่อน: พี่เมี่ยง ม่อนอยากไปดูบอลรอบชิง ไทยแข่งกับเวียดนามวันที่สิบหกนี้

พี่สาวมองหน้าแม่กับป้าด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนหันมาตอบน้องชาย

เมี่ยง: มันดึกนะม่อน พี่ไปไม่ได้หรอก

ม่อนหน้างอและทำเสียงฟึดฟัด

ม่อน: ก็ผมอยากไปดูน่ะ นี่มันเป็นครั้งแรกที่เชียงใหม่จัดซีเกมส์นะพี่

ผู้เป็นแม่เห็นท่าไม่ดีจึงเข้ามาช่วย

แม่หมิว: พี่เมี่ยงเขาเป็นผู้หญิงนะลูก จะให้ขี่มอไซค์ไปกลับดึกๆ ได้ยังไง อีกอย่างสนามกีฬาก็อยู่ไกล มันอันตราย

ม่อน: งั้นแม่ไปส่งม่อนหน่อยสิ

ป้าหมอนได้ยินหลานชายพูดอย่างนั้นก็รีบบอก

ป้าหมอน: แม่เขาตาไม่ดีเวลาขับรถกลางคืน เขาจะไปได้ไงล่ะม่อน

ม่อนกระแทกหลังลงกับโซฟา สีหน้าบอกบุญไม่รับ

ม่อน: แต่ผมอยากไปดูมากเลยนะป้า ผมอยากไปดูพี่ซิโก้ตีลังกา แล้วก็อยากไปเชียร์พี่เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ด้วย พี่สองคนนี้ไม่ได้มาแข่งที่เชียงใหม่บ่อยๆ ซะหน่อย

แม่หมิว: แล้วเพื่อนสองคนนั้นล่ะ เขาไม่ไปเหรอ

ม่อน: ไม่ได้ไป

ป้าหมอน: ก็มันดึกน่ะสิ พ่อแม่ที่ไหนจะให้ไป เราตัวแค่นี้ จะไปเบียดสู้คนเป็นหมื่นๆ ได้ยังไง เดี๋ยวก็โดนเหยียบหรอก

ม่อนลุกขึ้น อึดใจหนึ่งก็เดินปึงปังขึ้นบันไดไป ได้ยินเสียงปิดประตูดังปังตามมา ดังจนคนที่นั่งอยู่ข้างล่างสะดุ้งตกใจ

เมี่ยงครุ่นคิด ไม่นานก็ลุกขึ้นและเดินไปตรงโต๊ะวางโทรศัพท์ตรงมุมห้อง เธอหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์บ้านเบอร์หนึ่งแล้วโทรออกไป

เมี่ยง: เจ๊เอ้เหรอ ขอสายอาร์ตค่ะ เมี่ยงเอง

เอ้: อ๋อ เมี่ยงเหรอ แป๊บหนึ่งนะ อาร์ต เมี่ยงโทรมาหา

เมี่ยงได้ยินเสียงพี่สาวของอาร์ตตะโกนไกลๆ ตามด้วยเสียงคนเดินแกมวิ่งที่ค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้

อาร์ต: เมี่ยงเหรอ

เมี่ยง: อือ อาร์ตจะไปดูบอลรอบชิงซีเกมส์มะรืนนี้ไหม

อาร์ต: ว่าจะไปอยู่

เมี่ยง: เหรอ ไปกับใครบ้าง

อาร์ต: หลายคน ไอ้แก้ว ไอ้เจ้า ไอ้งาย ไอ้ฟ้าฮ่าม

เมี่ยง: งั้นดีเลย เราอยากให้อาร์ตช่วยอะไรหน่อยน่ะ

อาร์ต: ว่ามาสิ

เมี่ยง: พอดีน้องชายเราเขาอยากไปดูบอลรอบชิงน่ะ

อาร์ต: อ๋อ ม่อนใช่ไหม

เมี่ยง: ใช่ อาร์ตรู้จักด้วยเหรอ

อาร์ต: อือ เพิ่งเจอกันเมื่อวันเสาร์ที่แล้วนี่เอง เจอที่งานซีเกมส์นั่นแหละ

เมี่ยง: งั้น…เราฝากม่อนไปดูบอลรอบชิงกับอาร์ตด้วยคนได้ไหม พอดีที่บ้านเรามีแต่ผู้หญิงน่ะ แม่เขาตาไม่ค่อยดีตอนขับรถกลางคืน ส่วนเรา…แม่ไม่ให้ไป มันเลิกดึกน่ะ

อาร์ต: ได้สิ ไม่มีปัญหาหรอก

เมี่ยง: เขายังไม่มีบัตรน่ะ พรุ่งนี้เช้า อาร์ตช่วยพาเขาไปซื้อบัตรหน่อยได้ไหม

เมี่ยงทำหน้าเกรงใจ

อาร์ต: อ๋อ…ได้ แต่พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้ามืดเลยนะ ไม่งั้นซื้อไม่ทันแน่ๆ

ooo - ooo - ooo

15 ธันวาคม 2538

ที่สนามเจ็ดร้อยปีมีคนมารอซื้อบัตรเข้าชมฟุตบอลเป็นหมื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เจ้าหน้าที่ขายตั๋ววิ่งวุ่น ต้องเพิ่มช่องขายตั๋วเป็นสิบแปดช่อง ขณะที่คนรอคิวซื้อตั๋วยืนกระสับกระส่าย ต่างชะเง้อมองว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเปิดขายตั๋วเสียที

ม่อน: พี่อาร์ต เราจะซื้อได้ไหมเนี่ย คนเยอะขนาดนี้

อาร์ต: ต้องได้สิ

ม่อน: แล้วพวกเพื่อนๆ พี่ล่ะอาร์ตล่ะ ไม่เห็นมาเลย

อาร์ต: ไม่รู้สิ สงสัยจะไปต่อแถวอื่นมั้ง

อาร์ตมองไปยังแถวคนรอซื้อตั๋วทั้งด้านซ้ายและขวา ยุคนั้นยังไม่มีมือถือที่จะติดต่อหากันได้ เมื่อไม่เห็นเพื่อนๆ เขาจึงหันกลับมากำชับม่อน

อาร์ต: ไปไหนต้องไปกับพี่เท่านั้นนะ ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด เดี๋ยวหลง

ม่อน: ครับ

อาร์ต: ม่อน! เขาเปิดห้องขายตั๋วแล้ว!

อาร์ตกับม่อนยิ้มดีใจ แต่ผ่านไปเพียงสามสิบนาทีก็ต้องผิดหวัง เพราะห้องขายตั๋วปิดอีก คนที่ยังไม่ได้ตั๋วโห่ร้องอย่างไม่สบอารมณ์

ผู้ชายราวสิบคนตรงเข้าไปดึงเต็นท์อำนวยความสะดวกล้มครืนพร้อมกับจุดไฟเผา มีคนเอาป้ายผ้ามาเขียนโชว์นักข่าวหลายข้อความ เช่น เราต้องการบัตรฟุตบอลปกติ ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบบัตร มีเสียงเฮสนับสนุนดังกึกก้อง อาร์ตกับม่อนก็เฮกับเขาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งดับเพลิงให้มาดับไฟและขอตำรวจปราบจลาจลมาเพิ่ม แต่โชคดีว่าสุดท้ายก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

ห้องขายตั๋วเปิดอีกทีตอนสิบโมงเช้า คนแย่งกันซื้อกันอลหม่านเช่นเดิม ม่อนกับอาร์ตได้บัตรมาคนละใบอย่างงงๆ กระนั้นก็ดีใจสุดขีด ขณะเดินกลับออกมา ทั้งคู่ได้ยินคนที่มารอซื้อบัตรคุยกันด้วยความรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ทำได้เพียงเห็นใจ

ผู้ชายคนหนึ่ง: ผมขับรถมาจากสุราษฎร์เลย มารอตั้งแต่ตีห้า เกือบจะได้อยู่แล้ว เสียดาย

ผู้ชายอีกคนหนึ่ง: ผมก็มาจากลำพูน ยังไม่ได้เหมือนกัน ผมได้ยินว่าพรุ่งนี้เช้าจะเปิดขายอีกรอบ เดี๋ยวมาลุ้นใหม่

ooo - ooo - ooo

16 ธันวาคม 2538

การแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศระหว่างไทยกับเวียดนามเริ่มขึ้นในเวลา 20.00 น. คนเต็มอัฒจันทร์สนามกีฬากลางจนไม่เหลือที่นั่ง ด้านนอกมีจอฉายเตรียมไว้ให้คนที่ซื้อบัตรไม่ได้หลายจุด กะด้วยสายตาคนข้างนอกก็น่าจะหลักหมื่น เสียงเชียร์และโห่ร้องดังกึกก้องทั้งจากในและนอกสนาม บอลลูนพานาโซนิคยังคงล่องลอยเก็บบรรยากาศมุมสูงให้ผู้ชมทางบ้านต่อไป

อาร์ตกับม่อนเชียร์กีฬาอย่างสนุกสนาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แววตาดูมีความสุข ทั้งคู่ร้องเชียร์กันจนเสียงแหบเสียงแห้ง จนกระทั่งจบการแข่งขันในเวลาสี่ทุ่มกว่า คนก็เริ่มทยอยกลับ

อาร์ตขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ส่วนม่อนนั่งซ้อนท้าย รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของอาร์ตวิ่งสบายๆ ไปตามถนนมืดๆ ได้ยินเสียงลมตีวือๆ ตลอดทาง

อาร์ต: ไม่คิดเลยนะว่าวันนี้ไทยจะชนะตั้งสี่-ศูนย์

ม่อน: ใช่ สุดยอดไปเลย ผมชอบลูกยิงสองลูกของพี่เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์มาก โคตรเจ๋ง ยิงได้ไง โคตรยากเลย

อาร์ต: ลูกที่พี่ซิโก้ยิงก็สุดยอดเหมือนกันนะ

ม่อน: ใช่ครับ ผมว่าวันหลังถ้าผมยิงได้ ผมจะลองตีลังกาแบบพี่ซิโก้ดูบ้าง

อาร์ตขี่รถไปตามทางเรื่อยๆ ได้ยินเสียงคุยกับม่อนไกลๆ และค่อยๆ ใกล้เข้ามาอีก

อาร์ต: หนาวเหรอ

ม่อน: ครับ

อาร์ตทำหน้าครุ่นคิด ไม่นานก็บอก

อาร์ต: ถ้าหนาวก็กอดพี่สิ

ม่อน: ไม่เป็นไรครับ

ม่อนทำหน้าเกรงใจระคนตกใจ เขาไม่กล้ากอดผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันหรอก

อาร์ต: เหอะน่า เดี๋ยวเป็นปอดบวม เมี่ยงจะมาด่าพี่เอาว่าดูแลน้องชายเขาไม่ดี

เมื่ออีกฝ่ายย้ำ ม่อนจึงต้องยอมทำตาม

ม่อน: ครับ

ม่อนสวมกอดอาร์ตจากทางด้านหลังอย่างเก้ๆ กังๆ แต่เมื่อทนหนาวไม่ไหวเขาก็กอดแน่นขึ้น ทว่าสีหน้าของเขาก็ดูกระอักกระอ่วนใจ แต่หากดูดีๆ จะเห็นว่าเขาดูพอใจไม่น้อย

ม่อน: ทำไมพี่อาร์ตไม่อู้กำเมืองล่ะครับ

อาร์ต: พี่ไม่ใช่คนเชียงใหม่ไง แต่พี่ฟังออกหมดนะ

ม่อน: แล้วพี่อาร์ตเป็นคนที่ไหน

อาร์ต: เกิดที่สุโขทัย อำเภอสวรรคโลก

ม่อน: แล้วที่สุโขทัยเขาไม่อู้กำเมืองกันเหรอครับ

อาร์ต: ตรงที่พี่อยู่เขาไม่พูดน่ะ เขาพูดสำเนียงสุโขทัย

ม่อน: แล้วสำเนียงสุโขทัยมันเป็นยังไง ผมไม่ได้เคยได้ยินเลย เคยได้ยินแต่ภาษาลาวกับภาษาปักษ์ใต้

อาร์ต: อยากฟังเหรอ

ม่อน: ครับ อยากฟัง

อาร์ต: พี่เป็นคนซุโข่ทัย คนซุโข่ทัยเป๋นคนมีสะเน๋ เจ๋อกั๋นก็ถ่ามไถ่กั๋น เป๋นไงบ้างเล่า อันนี้กี่บาทเล่า สบ๋ายดี๋ม้อ สำเสียงฟังดู๋ขะแม่งๆ ม้อ”

ม่อนหัวเราะคิกคักชอบใจ ส่วนอาร์ตยิ้มชอบใจที่ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะได้

ม่อน: ทำไมมันเหน่อเหมือนสำเนียงสุพรรณเลย

อาร์ต: เหน่อที่ไหน ภาส่าซุโข่ทัยมีสะเน๋จะตาย

ม่อนหัวเราะชอบใจอีก

ม่อน: เหน่อสิ

อาร์ต: ไม่เหน่อ

ม่อน: ไม่เหน่อก็ไม่เหน่อ พี่อาร์ตพูดอีกสิ

อาร์ต: ชอบเหรอ

ม่อน: ใช่ แปลกดี ผมไม่เคยได้ยินสำเนียงแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย

เสียงพูดคุยของอาร์ตกับม่อนดังไกลออกไป ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ก็วิ่งฝ่าความมืดจนมาถึงทางเข้าบ้านของอาร์ต เห็นป้ายบอกทางไปอำเภอแม่ริมตรงต้นถนน อาร์ตขับมอไซค์มาจอดหน้าตึกแถวหนึ่ง สักพักก็ได้ยินเสียงคนดึงประตูม้วนบานพับขึ้น มีแสงไฟลอดออกมา พี่สาวของอาร์ตปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม เธอใส่ชุดนอนสีชมพูดูน่ารัก ตาตี่แบบอาหมวยขนานแท้

เอ้: เป็นไง สนุกไหม

อาร์ต: สนุกครับเจ๊

เอ้: นี่น้องชายเมี่ยงเหรอ

ม่อน: ครับ สวัสดีครับ

ม่อนพูดพร้อมกับยกมือสวัสดี เอ้รับไหว้แล้วถาม

เอ้: ชื่ออะไรล่ะเรา

ม่อน: ม่อนครับ

เอ้: ชื่อน่ารักนะ ม่อนกับเมี่ยง เข้ากันดี ไป...เข้าบ้านกันดีกว่า มันหนาว

อาร์ตเอารถไปจอดตรงมุมห้อง ก่อนมาช่วยพี่สาวดึงประตูม้วนลงและล็อกไว้ เอ้เดินกลับขึ้นไปบนห้องก่อน อาร์ตกับม่อนเดินตามขึ้นไปทีหลัง คุยโขมงโฉงเฉงเรื่องฟุตบอลรอบชิงไปด้วย

ประตูห้องนอนของอาร์ตเปิดออก อาร์ตเดินเข้ามาเป็นคนแรก ม่อนตามเข้ามาแล้วก็มองสำรวจรอบๆ อย่างสนใจ ในห้องนี้มีภาพวาดและอุปกรณ์วาดภาพหลายอย่าง ม่อนหันไปเห็นภาพวาดโป๊เปลือยของผู้หญิงซึ่งติดไว้ใกล้โต๊ะทำการบ้าน เขาเพ่งมองอย่างสนใจ

อาร์ต: ม่อนจะอาบน้ำเลยไหม

ม่อน: ยังครับ ขอทำใจก่อน พี่อาร์ตอาบก่อนเลย

อาร์ต: ไม่หนาวหรอก บ้านพี่มีเครื่องทำน้ำอุ่น

ม่อน: นั่นแหละ พี่อาร์ตอาบก่อนเลย

อาร์ต: ตามใจ

อาร์ตเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากไว้ตรงระเบียงห้องมา เขาถอดเสื้อกันหนาวออกก่อน จากนั้นก็ถอดที่เหลือออกจนหมด เหลือแต่กางเกงในสีฟ้า ม่อนหันมาเห็นพอดี เขาทำหน้าตื่นตะลึง แต่มองดูไม่นานก็รีบเงยขึ้นมองช่วงบนของอาร์ตแทน

ม่อนนึกย้อนไปตอนเขาอายุหกขวบ ตอนนั้นเขายังอยู่กับแม่ที่หางดง เย็นวันหนึ่ง เขาเห็นผู้ชายวัยหนุ่มข้างบ้านใส่กางเกงในสีฟ้าตักน้ำอาบตรงตุ่มหลังบ้าน เขายังจำได้ดีว่าผู้ชายคนนั้นชื่อน้าพล ม่อนมองน้าพลอาบน้ำอย่างสนใจ เขารู้ตัวว่าเป็นเกย์ก็เพราะผู้ชายใส่กางเกงในสีฟ้านี่แหละ

อาร์ตออกมาจากห้องน้ำ พันผ้าเช็ดตัวออกมาด้วย เขาเห็นม่อนถอดเสื้อผ้าออกหมด และเอาผ้าเช็ดตัวที่ติดมาจากบ้านพันตัวไว้ก่อนแล้ว

อาร์ต: ไม่หนาวหรอก ไปอาบเลย

ม่อนพยักหน้าตกลง

ม่อน: ครับ

ม่อนเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ปิดประตู ก่อนอาบน้ำภาพอาร์ตใส่กางเกงในสีฟ้าเมื่อกี้ก็โผล่ขึ้นในหัวอีก เขาจึงรีบอาบน้ำเพื่อจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน พออาบน้ำเสร็จก็พบว่าอาร์ตหลับไปแล้ว ม่อนจึงใส่เสื้อผ้าและเอาผ้าเช็ดตัวไปตากที่ระเบียงห้อง ก่อนกลับเข้ามาปิดไฟนอนในเวลาไม่นาน

ooo - ooo - ooo

17 ธันวาคม 2538

หม่าม้าและพี่สาวช่วยกันเอาอาหารเช้ามาวางบนโต๊ะ มีเครื่องเคียงหลายชนิดที่เอาไว้กินกับข้าวต้ม อาร์ตกับป่าป๊านั่งรออยู่ มีม่อนนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ เขาเหลือบมองดูศาลเจ้าเล็กๆ ซึ่งตั้งไว้ติดผนังบ้านสองสามครั้ง ก่อนตัดสินใจถามอาร์ตด้วยความสงสัย

ม่อน: ทำไมมีศาลเจ้าในบ้านด้วยล่ะครับ

อาร์ต: ตี่จู๋เอี๊ยะไง

ม่อน: ตี่จู๋เอี๊ยะคืออะไรเหรอครับ

อาร์ต: อ้าว ไม่รู้จักเหรอ

เอ้: ก็ม่อนไม่ใช่คนจีน เขาจะรู้จักได้ไง

หม่าม้า: เป็นเจ้าที่น่ะจ้ะ คนจีนเขามีแบบนี้ทุกบ้าน คล้ายๆ กับศาลพระภูมิของคนไทยนั่นแหละ

หม่าม้ายิ้มขณะวางชามข้าวต้มลงตรงหน้าม่อน

หม่าม้า: ใช้ตะเกียบเป็นไหมจ๊ะ จะเอาช้อนไหม เดี๋ยวป้าไปเอาให้

ม่อนส่ายหน้า

ม่อน: ไม่เป็นครับ

เอ้: เดี๋ยวหนูไปเอามาให้เองค่ะหม่าม้า

เอ้เดินหายเข้าไปในครัว ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับช้อนและส่งให้ม่อน

ป่าป๊า: นี่อาตี๋ เทอมนี้ลื้อต้องได้เกรดสี่ทุกวิชานะ อย่าให้มีเกรดสามเหมือนเทอมที่แล้วล่ะ รู้ไหมว่าลูกชายอาแปะเขาเอ็นติดแพทย์จุฬาแล้ว ลื้อต้องทำให้ได้เหมือนเฮียเขาล่ะ

อาร์ตหยุดกิน สีหน้าเครียดเล็กน้อย เมื่อเหลือบไปมองหม่าม้าและพี่สาวก็เห็นความอึดอัดซ่อนในดวงตา

อาร์ต: ครับป่าป๊า

เอ้: อาร์ตทำได้อยู่แล้วค่ะป่าป๊า อาร์ตเขามีคนติวส่วนตัว ได้เกรดสี่ทุกเทอมเหมือนกัน

ป่าป๊า: ใครเหรออาหมวย

เอ้: เมี่ยงค่ะป่าป๊า พี่สาวของม่อนไงคะ

หม่าม้าทำหน้าแปลกใจ

หม่าม้า: อ้าวเหรอ คนที่ติวให้อาร์ตมาตั้งแต่มอหนึ่ง…เป็นพี่สาวม่อนเหรอ

เอ้: ค่ะหม่าม้า เมี่ยงเขาเก่งมาก เขาอยากเป็นหมอเหมือนกัน หนูว่าเขาได้เป็นแน่ๆ

ป่าป๊ามองอาร์ตอย่างสนใจ ก่อนทำหน้ายิ้มๆ

ป่าป๊า: แฟนลื้อเหรออาตี๋

อาร์ต: เปล่าครับ

ป่าป๊า: อ้าว แล้วทำไมเขาติวให้ลื้อทุกเทอมเลยล่ะ

อาร์ต: เพื่อนครับป่าป๊า ไม่มีอะไร

เอ้: ไม่ใช่เมี่ยงหรอกป่าป๊า หนูรู้แล้วว่าแฟนอาร์ตเป็นใคร อาร์ตเขาซื้อตุ๊กตาแมวซีเกมส์เตรียมไว้เซอร์ไพรส์งานวันเกิดแล้ว

พี่สาวของอาร์ตหันมายิ้มล้อเลียนอาร์ต

ม่อน: พี่อาร์ตมีแฟนแล้วเหรอครับ

อาร์ตหยุดกินและหันไปมองม่อน

อาร์ต: อือ

ม่อน: พามาให้ผมรู้จักหน่อยสิ

อาร์ต: อือ วันหลังนะ

ป่าป๊า: ลื้อระวังเรื่องผู้หญิงไว้ด้วยนะอาตี๋ ลื้อน่ะมันชอบเชื่อคนง่าย คราวที่แล้วก็โดนเขาหลอกให้ซื้อสร้อยทองให้ อย่าให้โดนเขาหลอกอีกล่ะ

อาร์ต: ครับป่าป๊า

อาร์ตก้มหน้าก้มตากินข้าว ขณะที่หม่าม้ากับพี่สาวมองหน้ากันอีก แต่ก็ไม่พูดอะไร

ooo - ooo - ooo

เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งมาจอดหน้าบ้าน เมี่ยงกับแม่หมิวเดินออกมาดู เพราะคิดว่าน่าจะเป็นลูกชาย พอเห็นม่อนลงจากมอเตอร์ไซค์ เมี่ยงก็รีบเดินมาเปิดประตูให้

เมี่ยง: ขอบคุณมากนะอาร์ต มาส่งถึงที่เลย

อาร์ต: อือ ไม่เป็นไร

อาร์ตหันไปเจอแม่หมิวจึงยกมือไหว้ เขามองสำรวจบ้านของเพื่อนซึ่งทำด้วยไม้ รั้วบ้านก็เป็นไม้ มีต้นไม้สีเขียวๆ เต็มไปหมด ดูร่มรื่นดี

อาร์ต: สวัสดีครับน้า

แม่หมิวรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม เธอพูดกับอาร์ตเป็นภาษากลางแต่ฟังดูแปร่งๆ

แม่หมิว: ขอบใจมากนะลูก ถ้าไม่ได้อาร์ตนี่ ม่อนคงไม่ได้ไปดูแน่ๆ เขาอยากไปดูมาก น้าก็พาไปไม่ได้ เวลาขับรถตอนกลางคืนมันมองไม่ค่อยเห็นทางน่ะ

อาร์ต: ไม่เป็นไรครับ

แม่หมิว: กินอะไรมาหรือยังล่ะลูก เดี๋ยวน้าทำอะไรให้กินเอาไหม

อาร์ต: ผมกินมาเรียบร้อยแล้วครับ ม่อนก็กินมาแล้วครับ

แม่หมิวหันไปทางลูกชายบ้าง

แม่หมิว: ไม่ได้กวนพี่เขาใช่ไหมม่อน

อาร์ต: ไม่กวนเลยครับน้า

เมี่ยงหัวเราะ ไม่รู้ว่าขำอะไร

เมี่ยง: อาร์ตจะกลับเลยหรือเปล่า หรือว่าจะไปไหนต่อไหม

อาร์ต: อ๋อ ว่าจะไปหาออนน่ะ

เมี่ยงพยักหน้ายิ้มๆ

เมี่ยง: อ๋อ นัดเขาไว้เหรอ

อาร์ต: อือ

เมี่ยง: งั้นก็ตามสบาย

อาร์ตร่ำลาเพื่อนและแม่หมิว แต่ก่อนจะขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไป ม่อนก็เดินมาบอกที่รถ

ม่อน: พี่อาร์ต ขอบคุณมากนะครับที่พาผมไปดูบอลซีเกมส์ สนุกมากเลยครับ

อาร์ต: อือ เอาไว้วันหลังจะพาไปเที่ยวใหม่

ม่อน: ครับพี่ เดี๋ยวเจอกันที่โรงเรียนนะครับ

อาร์ต: โอเค

อาร์ตและม่อนส่งยิ้มให้กัน ไม่นานอาร์ตก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ม่อนมองตามไปจนกระทั่งรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นหายลับตา

TBC…
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-08-2023 17:39:37 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10

- ภาพยนตร์ -

#2 : ตุ๊กตาแมวซีเกมส์จากพี่อาร์ต

มกราคม 2539

ม่อนกลับมาถึงบ้านในช่วงเย็นหลังจากไปเล่นเตะบอลกับเพื่อนแถวบ้าน เสื้อกีฬาของเขาขาดเป็นรูโหว่ พี่สาวเห็นจึงเดินเข้ามาถามเป็นคำเมืองด้วยสีหน้าตกใจ

เมี่ยง: เสื้อไปโดนอะไรมาน่ะม่อน ทำไมขาดเป็นรูอย่างนี้ล่ะ

ม่อน: ลวดหนามมันเกี่ยวน่ะพี่ ผมลอดรั้วไปเก็บลูกบอล รั้วลวดหนามก็เลยเกี่ยวเสื้อขาด

เมี่ยง: อ้าว ทำไมไม่ระวังล่ะม่อน ก็รู้อยู่ว่าตรงนั้นมันเป็นรั้วลวดหนาม แล้วนี่จะทำไง ขาดแบบนี้มันจะซ่อมได้ไหมเนี่ย

ม่อน: ทำไมพี่เมี่ยงต้องดุด้วยล่ะ ผมไม่ได้อยากให้มันขาดซะหน่อย

ม่อนกระแทกเสียงแล้วเดินตึงตังขึ้นไปบนบ้าน ขณะที่เมี่ยงมองตามไปอย่างงงๆ แม่หมิวได้ยินก็เลยเดินมาบ่นลูกสาว

แม่หมิว: ทำไมไปดุน้องอย่างนั้นล่ะเมี่ยง

เมี่ยง: แม่ก็ดูสิ เสื้อขาดแบบนี้ มันก็ต้องซื้อใหม่ แม่เพิ่งซื้อให้เขาไม่นานนี้เอง

แม่หมิว: ทีหลังอย่าดุน้องแบบนี้ น้องเป็นผู้ชาย เมี่ยงเป็นผู้หญิง อย่าไปข่มน้องสิลูก ก็รู้อยู่ว่าน้องไม่มีพ่อ

เมี่ยงหน้าสลด อดนึกน้อยใจไม่ได้ที่แม่ปกป้องน้องมากกว่า

เมี่ยง: ค่ะแม่

แม่หมิว: เมี่ยงโชคดีกว่าน้อง ยังไงเมี่ยงก็มีแม่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ม่อน…

แม่หมิวละไว้แค่นั้น แต่ลูกสาวดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่แม่ต้องการบอก สีหน้าของเธอมีร่องรอยของความรู้สึกผิด

ooo - ooo - ooo

บรรยากาศยามเย็นตอนเลิกเรียนที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พ่อแม่มารับบุตรหลานด้วยรถยนต์ส่วนหนึ่ง นักเรียนบางส่วนขี่มอเตอร์ไซค์กลับเองบ้าง มีน้อยคนที่พอเดินกลับได้เพราะบ้านอยู่ใกล้ นักเรียนบางส่วนยังนั่งคุยกันเป็นกลุ่มๆ ตามจุดต่างๆ บางกลุ่มยังเล่นกันอยู่ที่สนามหน้าโรงเรียน

นักเรียนชายหญิงสองคนเดินลงมาจากตึกเรียน ระหว่างทางก็คุยกันมาด้วย

เมี่ยง: คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สี่วิชานี้ อาร์ตคิดว่าอันไหนยากสุด จะได้ติววิชานั้นให้ก่อน

อาร์ต: โห…ยากหมดเลย เท่าๆ กันเลยมั้ง แต่…ชีวะน่าจะยากสุด

เมี่ยง: งั้นเรามาเริ่มติวชีวะกันก่อนไหม ติวไว้แต่เนิ่นๆ เลย

อาร์ต: เอางั้นก็ได้

เมี่ยง: โอเค งั้น…พรุ่งนี้เรามาเริ่มติวชีวะกันเลยนะ

อาร์ต: ได้

อาร์ตยิ้มให้เพื่อนร่วมห้องด้วยแววตาขอบคุณ

เมี่ยง: พรุ่งนี้เจอกัน

เมี่ยงกับอาร์ตเดินไปยังที่จอดมอเตอร์ไซค์ติดกับรั้วโรงเรียน วันนี้ทั้งคู่จอดไว้ไม่ห่างกันมากนัก ม่อนมารออยู่ก่อนแล้วเพราะต้องกลับกับพี่สาว พอเห็นพี่สาวมาเจ้าตัวก็เดินแกมวิ่งมาหา เขายิ้มดีใจและร้องถามพี่สาวเป็นคำเมือง

ม่อน: พี่เมี่ยง พี่เมี่ยงคุยกับแม่หรือยัง

เมี่ยง: คุยเรื่องอะไร

ม่อน: อ้าว พี่เมี่ยงลืมเหรอ

เมี่ยง: อ๋อ เรื่องเกมบอยน่ะเหรอ

ม่อน: ใช่ พี่เมี่ยงคุยกับแม่แล้วใช่ไหม

เมี่ยง: ยังน่ะ

ม่อน: อ้าว ทำไมล่ะ

เมี่ยง: พี่ไม่กล้าคุยน่ะม่อน ตอนนี้แม่เขาบ่นๆ เรื่องเงินอยู่

ม่อน: แม่เขาก็บ่นไปงั้นแหละ เขามีตังค์เยอะ

เมี่ยง: ถ้าม่อนอยากได้ม่อนก็คุยเองสิ คราวที่แล้วพี่โดนแม่ด่าเลยรู้ไหม

ม่อน: โห พี่เมี่ยงน่ะ ช่วยอะไรไม่ได้เลย

เมี่ยง: แม่เพิ่งซื้อซาวอะเบาท์ให้เป็นของขวัญวันเกิดม่อนเองนะ ไหนจะเสื้อกับรองเท้ากีฬาอีกล่ะ เมื่อวานม่อนก็ทำเสื้อขาดอีก แม่ก็ต้องไปซื้อให้ใหม่ เอาไว้ก่อนได้ไหมม่อน

ม่อน: ก็ม่อนอยากเล่นน่ะ ไอ้ดั๊กมันยังซื้อได้เลย

เมี่ยง: ก็พี่ไม่กล้าคุยกับแม่ตอนนี้ไง รออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ยืมไอ้ดั๊กเล่นไปก่อนก็ได้ หรือถ้าม่อนอยากได้ ม่อนก็คุยกับแม่เองสิ

ม่อนถอนหายใจแรงอย่างรำคาญ

ม่อน: แค่นี้ก็ช่วยน้องไม่ได้ จ๊าดง่าว

เมี่ยงหน้าเสีย เธอหันไปเจออาร์ตที่มองมาอย่างเห็นใจพอดี จึงรีบเบือนหน้าหนีพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล แต่ไม่นานเธอก็รีบเอามือเช็ดน้ำตาและพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ

เมี่ยง: กลับบ้านเหอะ เดี๋ยวแม่เป็นห่วง

ม่อน: อือ

ม่อนหน้างอและเดินลงเท้าหนักๆ ไปขึ้นรถมอไซค์กับพี่สาว เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าอาร์ตมองดูอยู่อย่างสนใจ

ooo - ooo - ooo

บรรยากาศที่โรงอาหารตอนเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงนักเรียนเซ็งแซ่แข่งกับเสียงอุปกรณ์กินข้าว นักเรียนมอหนึ่งกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ใกล้ๆ กับทางเข้าโรงอาหาร วิทย์กับดั๊กกินข้าวหมดแล้ว มีแค่ม่อนกับมลเท่านั้นที่ยังกินไม่เสร็จ

ม่อน: นี่…พวกมึงมีแก้วแบบกูหรือเปล่า

ม่อนยกแก้วน้ำซีเกมส์ขึ้นมาอวดเพื่อนๆ ในแก้วนั้นมีน้ำเปล่าเย็นๆ อยู่เกือบเต็ม

ดั๊ก: ทำไมวันนี้มึงกล้าเอามาใช้ที่โรงเรียนวะ ไหนว่าจะเก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียว

เพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่รีบบอกทันที

มล: ก็มันเห็นไอ้วิทย์เอามาใช้เมื่อวานไง มันก็เลยเอามามั่ง ไอ้นี่มันขี้อวดจะตาย กลัวคนไม่รู้ว่ามี

ม่อน: ไม่ได้อวดซะหน่อย ก็แค่เอามาใช้เฉยๆ

มล: แต่เมื่อกี้มึงยกแก้วขึ้นมาอวด

เพื่อนๆ พากันหัวเราะ ม่อนเถียงไม่ออกจึงเงียบ

วิทย์: มึงรีบๆ กินเลยไอ้ม่อน กูจะไปเล่นแล้ว อย่ามัวแต่คุย

ม่อนรีบกินข้าวที่เหลือจนหมดตามที่เพื่อนบอก จากนั้นก็ยกแก้วน้ำซีเกมส์ขึ้นมาดื่ม ส่วนมลหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่นั่งติดกัน

ดั๊ก: กูว่ามึงก็ขี้อวดอย่างที่มลว่านั่นแหละ

ม่อนหยุดดื่มน้ำแล้วหันไปกระแทกเสียงใส่เพื่อน

ม่อน: เรื่องของกู

วิทย์: ช้าจริงมึงนี่ กูไปแล้ว ไปเหอะดั๊ก

วิทย์ลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไป ดั๊กรีบตามไปทันที ส่วนม่อนดื่มน้ำอย่างเร่งรีบ

ม่อน: รอกูด้วย เดี๋ยวกูเอาแก้วไปเก็บก่อน

ม่อนลุกขึ้นพร้อมกับแก้วน้ำในมือ พอหมุนตัวและจะวิ่งตามเพื่อนไป เขาก็ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินมาอย่างจัง แก้วที่ถือในมือร่วงตกพื้นเสียงดังเพล้ง ม่อนก้มมองบนพื้น พอเห็นเศษเซรามิกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ก็อุทานอย่างเสียดายระคนโกรธ

ม่อน: เฮ้ย!

ม่อนเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เดินมาชน พอเห็นว่าเป็นใครก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ม่อน: พี่อาร์ตน่ะ แก้วผมแตกเลยเห็นไหม ผมมีใบเดียวด้วย ทำไมพี่อาร์ตไม่ระวังน่ะ

อาร์ต: ก็พี่ไม่รู้ว่าม่อนจะลุกขึ้นมาไง ก็เลยเดินมาหา

ม่อนสะอื้นไห้ด้วยความเสียดายของ ทำเอาอาร์ตหน้าเสียไปเลย

ม่อน: ไม่ต้องมาพูดเลย พี่อาร์ตแย่งซื้อตุ๊กตาแมวซีเกมส์ผม แล้วยังมาทำแก้วซีเกมส์ผมแตกอีก ผมไม่มีของที่ระลึกซีเกมส์เชียงใหม่เหลือเลย

อาร์ต: พี่ขอโทษ

ม่อน: ขอโทษแล้วแก้วมันหายแตกหรือเปล่าล่ะ นี่มันซีเกมส์ครั้งแรกที่เชียงใหม่จัดนะ งานมันจบไปแล้ว ของมันก็ขายหมดแล้ว ผมจะไปซื้อใหม่ที่ไหนล่ะ

ดั๊กกับวิทย์รีบเดินมาดู พอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ทำหน้าตกใจ

วิทย์: เกิดอะไรขึ้นน่ะม่อน

ม่อน: ก็พี่อาร์ตเขาเดินมาชนกูเมื่อกี้ แก้วกูตกแตกเลย กูมีแก้วซีเกมส์แค่ใบเดียวด้วย มึงคิดดูสิ เมื่อไหร่เชียงใหม่จะได้จัดซีเกมส์อีก กูไม่มีของที่ระลึกซีเกมส์เชียงใหม่เหลือเลย

ดั๊ก: เดี๋ยวกูเอาของกูมาให้ก็ได้

ม่อน: ไม่ต้อง อันนั้นมันของมึง ไม่ใช่ของกู กูชอบลายนี้

วิทย์เห็นอาร์ตยังหน้าเสียจึงเดินไปกระซิบใกล้ๆ

วิทย์: พี่อาร์ตไปเหอะ เดี๋ยวพวกผมจัดการไอ้ม่อนเอง ไอ้นี่มันเอาแต่ใจอย่างนี้แหละ

อาร์ต: เอางั้นเหรอ

วิทย์: ครับ เดี๋ยวพวกผมจัดการเอง

ooo - ooo - ooo

ออดเลิกเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น นักเรียนต่างก็เก็บของเตรียมกลับบ้าน อาร์ตเห็นเมี่ยงคว้ากระเป๋าเดินออกไปไวๆ เขารีบวิ่งตามมาดักหน้าทันที

เมี่ยง: อ้าวอาร์ต มีอะไรเหรอ

อาร์ต: วันนี้เราขอพาม่อนไปส่งที่บ้านได้ไหม

เมี่ยงทำหน้าแปลกใจ

เมี่ยง: อ้าว ทำไมล่ะ

อาร์ต: เรามีเรื่องจะคุยกับม่อนนิดหนึ่งน่ะ

ooo - ooo - ooo

เมื่ออาร์ตพาม่อนซ้อนมอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านของตัวเอง เขาก็ลงจากรถพร้อมกับกำชับ

อาร์ต: รอพี่แป๊บหนึ่งนะ พี่ขึ้นไปเอาของก่อน

ม่อนพยักหน้าตกลง นั่งรอไม่นานก็เห็นอาร์ตเดินออกมาจากบ้านซึ่งเป็นห้องแถว ชั้นล่างเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์ ที่หลังยังมีกระเป๋าเป้สะพายไว้ตามเดิม

ม่อน: พี่อาร์ตไม่เอากระเป๋าไปเก็บเหรอ

อาร์ต: ยัง ไปเหอะ

ม่อน: พี่จะพาผมไปไหน

อาร์ต: สนามเจ็ดร้อยปี

ม่อน: ไปทำไม

อาร์ต: เออ เดี๋ยวก็รู้

อาร์ตสตาร์ทมอเตอร์ไซค์แล้วก็ขี่ออกไป เมื่อมาถึงสนามกีฬาเจ็ดร้อยปี เขาพาม่อนไปเดินเล่นตรงลานหน้าสนามกีฬากลาง แม้ซีเกมส์จบไปแล้ว ที่นี่ก็ยังเปิดบางส่วนให้คนเข้ามาเล่นกีฬาได้

อาร์ต: ม่อนอยากได้เกมบอยเหรอ

ม่อน: ครับ

ม่อนตอบด้วยสีหน้าที่ยังมึนตึงอยู่ เพราะยังเคืองที่อาร์ตทำแก้วเขาแตก

อาร์ต: พี่ว่าจะซื้อรุ่นใหม่อยู่ วันไหนพี่ซื้อมา เดี๋ยวพี่เอามาให้เล่นเอาไหม

ม่อน: ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเก็บเงินซื้อเอง

อาร์ต: แพงนะ เมื่อไหร่จะเก็บได้

ม่อน: แล้วพี่อาร์ตจะให้ผมทำไงล่ะ พี่เมี่ยงเขาไม่ยอมคุยกับแม่ให้ผมน่ะ

ม่อนทำเสียงฉุนเฉียว

อาร์ต: ยังไม่หายโกรธพี่เมี่ยงอีกเหรอ

ม่อน: ก็เขาไม่ยอมช่วยผมน่ะ

อาร์ต: ก็รออีกหน่อยสิ เดี๋ยวพี่เมี่ยงเขาก็คุยให้

ม่อน: เขาไม่คุยหรอก ไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลย

อาร์ต: พี่ว่า…ม่อนต้องเข้าใจพี่เมี่ยงเขาหน่อยนะ เดี๋ยวเขาก็ช่วยพูดให้เองนั่นแหละ แต่ตอนนี้…หน้าหมิวเขาต้องใช้เงินทำอย่างอื่นไง

ม่อน: พี่อาร์ตรู้ได้ไง

อาร์ต: พี่รู้ก็แล้วกันน่า

อาร์ตหยุดเดิน ทำสีหน้าจริงจังมากขึ้น

อาร์ต: พี่ว่าม่อนน่ะ…ทำตัวดีๆ กับพี่เมี่ยงหน่อยก็ดีนะ ยังไงเขาก็เป็นพี่สาวของม่อน

ม่อน: แล้วพี่อาร์ตมายุ่งอะไรล่ะ หรือว่าพี่อาร์ตชอบพี่เมี่ยง

อาร์ต: เปล่า ไม่ได้ชอบ พี่มีแฟนอยู่แล้ว แต่ที่พี่ยุ่งน่ะ เพราะพี่สงสารเมี่ยง ม่อนด่าพี่เมี่ยงแรงไปนะ

ม่อน: น้อยไปด้วยซ้ำ เป็นพี่ประสาอะไร เรื่องแค่นี้ก็ช่วยน้องไม่ได้

อาร์ตชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง จึงเตือนด้วยเสียงเข้ม

อาร์ต: ม่อนพูดแบบนี้ พี่เมี่ยงเขาก็เสียใจแย่สิ

ม่อน: แค่นี้เขาไม่เป็นไรหรอก

อาร์ตถอนหายใจแรงๆ เริ่มหนักใจกับนิสัยดื้อรั้นของม่อนเต็มที

อาร์ต: ป่าป๊าของพี่น่ะ เขาสอนพี่ตลอดนะว่าให้ดูแลพี่สาว เพราะพี่สาวเป็นผู้หญิง ถึงพี่จะเป็นน้องแต่พี่ก็เป็นผู้ชาย ยังไงก็แข็งแรงกว่า ถ้าพี่ด่าพี่สาวเมื่อไหร่ ป่าป๊าจะตบปากพี่เลย

ม่อน: ก็เรื่องของพี่อาร์ตสิ ก็พี่อาร์ตมีพ่อคอยสอนนี่ แต่ผมไม่มี

ม่อนกระแทกเสียง เมื่อไหร่ที่ถูกสะกิดแผลเรื่องพ่อ เจ้าตัวมักจะอดสะเทือนใจไม่ได้ ไม่ทันไรก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำเอาอาร์ตหน้าเสียขึ้นมาอีกรอบ

อาร์ต: พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นซะหน่อย

อาร์ตทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นม่อนร้องไห้หนักขึ้น จะปลอบก็ไม่รู้จะปลอบยังไง

ม่อน: พี่อาร์ตไม่เคยไม่มีพ่อ พี่อาร์ตไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไง

อาร์ต: ไปกันใหญ่แล้ว

ม่อนยังคงไม่หยุดร้องไห้ อาร์ตจึงก้าวเข้าไปหาแล้วเอามือโอบไหล่ไว้เพื่อปลอบใจ แต่ก็ยังดูเก้ๆ กังๆ อยู่ดี

อาร์ต: อย่าร้องไห้สิม่อน พี่ขอโทษ

ม่อน: พี่อาร์ตเคยโดนล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อเหมือนผมหรือเปล่าล่ะ

อาร์ต: ไม่เคย

ม่อน: ผมผิดเหรอที่ผมไม่มีพ่อ

อาร์ต: พี่ขอโทษม่อน พี่ไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น

ม่อนเงยหน้าขึ้นมองอาร์ตคล้ายกับคิดอะไรบางอย่าง ก่อนเอามือสวมกอดเอวผู้อาวุโสกว่าแล้วซบหน้าร้องไห้บนไหล่ สะอื้นฮักๆ อย่างน่าสงสาร คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็มองกันใหญ่ อาร์ตจำใจต้องกอดปลอบแม้จะรู้สึกอายๆ อยู่บ้าง เขาเอามือลูบผมตรงท้ายทอยของม่อนเบาๆ

อาร์ต: พี่ขอโทษม่อน อย่าร้องไห้ เป็นผู้ชายอย่าขี้แงสิ

พอได้ยินประโยคนี้ ม่อนพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ทำเอาอาร์ตอดขำเบาๆ ไม่ได้ สักพักเด็กชายขี้แยก็ค่อยๆ สงบลง เจ้าตัวผละออกจากอาร์ตอย่างอายๆ ท่าทีดื้อรั้นเปลี่ยนเป็นสงบเสงี่ยม อาร์ตทำหน้าโล่งอกและแอบถอนหายใจเบาๆ ขณะที่ในใจก็คิด

อาร์ต: เกือบซวยแล้วกู

อาร์ตนั่งชันเข่าลงกับลานเดิน ส่วนม่อนนั่งขัดตะหมาดเงียบๆ สักพักอาร์ตก็เอาเป้ข้างหลังออกมาค้นหาอะไรบางอย่าง เขาหยิบสิ่งนั้นออกมาแล้วก็ส่งให้ม่อน

อาร์ต: พี่ให้

พอม่อนเห็นว่าเป็นอะไรก็ตาโต

ม่อน: ตุ๊กตาแมวซีเกมส์เหรอ

อาร์ตพยักหน้า

อาร์ต: ใช่

ม่อน: พี่อาร์ตซื้อมาเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่ออนไม่ใช่เหรอ

อาร์ต: เอาไปเหอะน่า

ม่อนทำท่าลังเล อาร์ตจึงพูดย้ำ

อาร์ต: เอาไปสิ เดี๋ยวพี่เปลี่ยนใจนะ

ม่อนจึงค่อยๆ ยื่นมือไปรับตุ๊กตาแมวซีเกมส์มาถือไว้ สายตามองอย่างชื่นชมและดีใจ เขาเอามือกดที่ท้องของตุ๊กตาตัวนั้น มันพูดคำว่าสวัสดีออกมา เด็กชายถึงกับยิ้มพอใจและดูตื่นเต้น

ม่อน: มันพูดสวัสดีได้ด้วย

อาร์ตยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของม่อน นึกเอ็นดูเด็กชายคนนี้ไม่น้อย

อาร์ต: เก็บไว้ดีๆ ล่ะ

ม่อน: ครับผม คราวนี้ผมจะเก็บไว้ที่บ้าน ไม่เอาไปโรงเรียนอีกแล้ว

ม่อนยิ้มดีใจ ดูก็รู้ว่ามีความสุขมากที่ในที่สุดก็มีของที่ระลึกซีเกมส์ที่เชียงใหม่เก็บไว้ แถมยังเป็นตุ๊กตาแมวซีเกมส์ที่ใครๆ ก็อยากได้

อาร์ต: ม่อนสัญญากับพี่อย่างหนึ่งได้ไหม

ม่อนหยุดยิ้มและหันมามองอาร์ตด้วยแววตาสงสัย

ม่อน: อะไรเหรอครับ

อาร์ตมองหน้าม่อนอย่างชั่งใจ ครู่หนึ่งเขาก็บอกออกมา

อาร์ต: ต่อไป…ม่อนอย่าด่าพี่เมี่ยงว่าจ๊าดง่าวอีกนะ

ม่อนหน้าสลดทันที เด็กชายนั่งเงียบ แม้ไม่พูดแต่ก็ดูเหมือนจะรู้สึกผิด

อาร์ต: ว่าไง สัญญากับพี่ได้หรือเปล่า

ม่อนนิ่งคิดพักใหญ่ก็พยักหน้าตกลง

ม่อน: ครับ

อาร์ตยิ้มพอใจออกมาทันที

อาร์ต: ดีมาก ลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้นนะ

ม่อน: ครับผม

ม่อนทำท่าตะเบ๊ะ อาร์ตเอามือลูบผมม่อนเบาๆ อย่างเอ็นดู ม่อนดูเขินๆ เล็กน้อย

อาร์ต: กลับบ้านเหอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง

ม่อน: ครับ

อาร์ต: อย่างนี้ค่อยน่ารักสมชื่อหน่อย

ม่อน: พี่อาร์ตพูดสำเนียงซุโข่ทัยให้ผมฟังด้วยนะ

อาร์ต: ได้เลย

รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของอาร์ตแล่นไปตามแนวโค้งของถนนเลียบคลองชลประทานท่ามกลางแสงส้มแดงของฟ้ายามเย็น ผู้พี่พูดสำเนียงสุโขทัยให้ผู้น้องฟังระหว่างทางไปด้วย ม่อนหัวเราะคิกคักชอบใจไปตลอดทาง

ooo - ooo - ooo

เด็กสาวยิ้มดีใจเมื่อได้รับกล่องของขวัญจากเด็กหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งตกลงเป็นแฟนกันมาหลายเดือนแล้ว เธอเอามือลูบๆ คลำๆ กระดาษห่อสีสวย สายตาจับอยู่ที่โบว์ที่ผูกไว้อย่างปราณีต ดูก็รู้ว่าคนให้ตั้งใจทำมาให้อย่างดี

ออน: ออนแกะเลยได้ไหมพี่อาร์ต

อาร์ต: แกะเลย

ออนยิ้มอีกครั้ง ก่อนลงมือแกะกระดาษและกล่องของขวัญออก เมื่อเห็นว่าน่าจะเป็นตุ๊กตาเธอก็ยิ้มกว้างขึ้น แต่พอเห็นทั้งหมดเธอก็ทำหน้าผิดหวัง

ออน: อ้าว ไม่ใช่ตุ๊กตาแมวซีเกมส์เหรอ

อาร์ต: พี่ซื้อไม่ทันน่ะ

อาร์ตยิ้มแหยๆ ออนมุ่นคิ้วเข้าหากัน ดูเหมือนไม่เชื่อเรื่องที่อาร์ตพูดมากนัก

ออน: เอาไปให้สาวที่ไหนหรือเปล่า

อาร์ต: เปล่า ไม่ได้เอาไปให้ใครเลย พี่ซื้อไม่ทันจริงๆ

ออน: ออนว่าไม่ใช่หรอก ตอนช่วงงานซีเกมส์ พี่อาร์ตพูดกับออนเหมือนว่าพี่อาร์ตซื้อได้แล้ว ออนจำได้ ตกลงว่าพี่อาร์ตเอาไปให้คนอื่นหรือเปล่า บอกออนมาตรงๆ ได้ไหม

อาร์ตทำหน้ายุ่งยากใจ แต่สุดท้ายก็ยอมสารภาพ

อาร์ต: อือ แต่ไม่ใช่สาวๆ หรอก พี่เอาให้ม่อน น้องชายของเมี่ยงน่ะ

ออน: อ้าว แล้วพี่อาร์ตเอาไปให้เขาทำไม

อาร์ต: ก็พี่ทำแก้วซีเกมส์ของม่อนแตกไง เขาร้องไห้ใหญ่เลย เพราะเขาไม่มีของที่ระลึกซีเกมส์เชียงใหม่เหลือแล้ว พี่ก็เลยเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไปให้เขาแทนน่ะ

ออนสะบัดหน้าหนีและทำหน้าไม่สบอารมณ์

ออน: โหพี่อาร์ต ทำไมพี่อาร์ตทำแบบนี้ ออนก็อยากได้ตุ๊กตาแมวซีเกมส์เหมือนกันนะ เอาไปให้คนอื่นทำไม

อาร์ต: พี่ขอโทษออน

ออน: นี่มันวันเกิดของออนนะพี่อาร์ต พี่อาร์ตรู้อยู่แล้วว่าออนอยากได้อะไร แล้วยังเอาไปให้คนอื่นอีก ทำแบบนี้ได้ยังไง

อาร์ต: พี่ขอโทษ ก็ออนเคยบอกพี่ว่าชอบตุ๊กตาหมีพูไม่ใช่เหรอ พี่ก็ซื้อมาให้แล้วนี่ไง เอางี้…เดี๋ยวพี่ไปหาซื้อตุ๊กตาแมวซีเกมส์มาให้ออนใหม่

ออน: ไม่เอาแล้ว

ออนโยนตุ๊กตาหมีพูคืนกลับให้อาร์ต เธอลุกจากม้านั่งหินอ่อนแล้วก็เดินปึงปังออกไป ขณะที่อาร์ตนั่งหน้าเหวออยู่ที่เดิม

ooo - ooo - ooo

ที่ว่าการอำเภอเชียงใหม่หลังเก่ายามเย็นมีไฟเปิดส่องสว่างนอกอาคารเป็นจุดๆ ที่นี่มีตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญให้บริการด้วย หรือจะใช้บัตรโทรศัพท์ก็ได้ ช่วงเย็นๆ มักจะมีวัยรุ่นมาต่อแถวรอใช้โทรศัพท์เป็นประจำ

ถึงคิวม่อนพอดี เขาเข้าไปในตู้แล้วก็หยอดเหรียญลงไปสามบาท กดเบอร์โทรของสถานีวิทยุแห่งหนึ่งแล้วก็กดโทรออก เมื่อมีคนรับสายเขาก็กรอกเสียงลงไป

ม่อน: ขอเพลงอยากให้เธออยู่ตรงนี้ของพี่ โบ สุนิตา ครับ

ดีเจ: ได้ค่ะ จะฝากให้ใครเป็นพิเศษไหมคะ

ม่อน: ไม่มีครับ ฟังเองครับ

ดีเจ: ได้ค่ะ รอฟังนะคะ

ม่อน: ขอบคุณครับ

ม่อนวางสายแล้วก็ออกมาจากตู้โทรศัพท์เพื่อให้คนถัดไปโทรบ้าง ขณะที่กำลังเดินออกไปม่อนก็เหลือบไปเห็นคนหน้าคุ้นๆ ทันทีที่จำได้ว่าเป็นใคร เขาก็ยิ้มดีใจและเดินมาคุยด้วย

ม่อน: พี่อาร์ต มาโทรศัพท์เหรอ

อาร์ต: อือ ม่อนโทรไปขอเพลงเหรอ

ม่อน: ครับพี่ แล้วพี่อาร์ตล่ะ โทรไปหาแฟนแน่ๆ เลย

อาร์ต: อือ

ม่อนหรี่ตามองอย่างสงสัยเพราะเห็นอาร์ตทำหน้าเศร้าๆ

ม่อน: มีอะไรหรือเปล่าครับ

อาร์ต: เปล่า ไม่มีอะไรหรอก

ม่อน: งั้นผมกลับก่อนนะ

อาร์ต: อือ แล้วมาไงล่ะ

ม่อน: มากับพี่เมี่ยง พี่เมี่ยงไปซื้อของที่ตลาดอยู่ เดี๋ยวมารับ

อาร์ตพยักหน้ารับรู้ ม่อนยิ้มให้แล้วก็เดินมานั่งรอพี่สาวใต้ต้นไทรหน้าที่ว่าการอำเภอ ตรงนั้นมีที่นั่งทำด้วยหินอ่อนล้อมต้นไทรเอาไว้ พอนั่งลงเขาก็กระชับเสื้อกันหนาวให้เข้าที่ ขณะที่สายตาคอยชำเลืองมองดูอาร์ตด้วยความเป็นห่วง

เมื่อถึงคิวของอาร์ต เขาหยิบเงินสามบาทหยอดลงไปในตู้หยอดเหรียญ กดเบอร์โทรแล้วกดโทรออก รอจนกระทั่งมีคนรับเขาก็กรอกเสียงลงไป

อาร์ต: ขอเพลงโลกทั้งใบให้นายคนเดียวครับ

ดีเจ: วันนี้อยากฟังเพลงเก่าเหรอคะ

อาร์ต: ใช่ครับ

ดีเจ: ขอให้ใครเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ

อาร์ต: ให้คนชื่อออนครับ

ดีเจ: มีข้อความฝากให้คุณออนหรือเปล่าคะ

อาร์ต: มีครับ เอ่อ…ผมฝากบอกออนว่า…พี่อาร์ตขอโทษ อย่าโกรธพี่อาร์ตนานนะครับ ออนเป็นโลกทั้งใบของพี่อาร์ต

ดีเจ: ได้ค่ะ อยากบอกอะไรคุณออนเพิ่มอีกไหมคะคุณอาร์ต

อาร์ต: ไม่มีครับ มีแค่นี้ครับ

ดีเจ: ได้ค่ะ เดี๋ยวจะเปิดให้นะคะ รอฟังได้เลยค่ะ

อาร์ต: ขอบคุณครับ

อาร์ตเดินออกมาจากตู้โทรศัพท์ ขณะที่กำลังจะเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ เขาก็เห็นม่อนยังนั่งรอพี่สาวอยู่ใต้ต้นไทร หนุ่มน้อยจึงเดินมาหาและนั่งลงข้างๆ

อาร์ต: เมี่ยงยังไม่มารับอีกเหรอ

ม่อน: ยังเลยครับ ไม่รู้ว่าทำไมไปนานจัง

ม่อนทำหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

อาร์ต: เดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อนละกันนะ

ม่อน: ครับ

ม่อนครุ่นคิด สีหน้าเหมือนอยากถามอะไรบางอย่าง

ม่อน: ผมได้ยินมาว่า…พี่อาร์ตทะเลาะกับพี่ออนเหรอ

อาร์ตสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่นานก็พยักหน้ายอมรับ

อาร์ต: อือ แต่ไม่มีอะไรแล้วล่ะ

ม่อน: เกี่ยวกับผมหรือเปล่า

อาร์ตอึกอักจนดูมีพิรุธ ม่อนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าเขาเดาถูก

ม่อน: ใช่แน่ๆ เลย งั้น…พรุ่งนี้ผมเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์มาคืนพี่อาร์ตละกันนะครับ

อาร์ต: ไม่ต้องๆๆ พี่ให้ม่อนแล้ว จะเอามาคืนได้ไง พี่ไม่รับหรอก

ม่อน: พี่อาร์ตเอาคืนไปเหอะ เอาไปง้อพี่ออนไง เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเอาไปให้ที่โรงเรียน

อาร์ต: พี่บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องไงม่อน เรื่องออนน่ะ เดี๋ยวพี่แก้ปัญหาเอง

ม่อน: ดุอีกแล้ว

อาร์ต: พี่ไม่ได้ดุ พี่แค่ทำเสียงเข้มเฉยๆ ไม่งั้นม่อนก็จะไม่ฟังไง

ม่อน: ก็เหมือนกันนั่นแหละ

อาร์ต: อย่าบอกนะว่างอนอีกแล้ว

ม่อน: เปล่าซะหน่อย

อาร์ต: เปล่าได้ไง ดูทำหน้าสิ เป็นผู้ชาย ทำไมชอบงอนเหมือนผู้หญิง

ม่อน: อ้าว ทำไมพี่อาร์ตพูดแบบนี้ล่ะ

ม่อนชักจะเริ่มโกรธ

อาร์ต: พี่ขอโทษละกัน

อาร์ตทำเสียงอ่อนแล้วก็เงียบ ต่างคนต่างเงียบ จนกระทั่งเห็นแสงไฟของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งมา ม่อนลุกขึ้นเพราะจำเสียงเครื่องยนต์ของมันได้

ม่อน: พี่เมี่ยงมาแล้ว ผมไปก่อนนะครับพี่อาร์ต

อาร์ต: อือ

เมื่อพี่สาวมาถึงม่อนก็ขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย เมี่ยงมองมายังเพื่อนร่วมห้องด้วยสีหน้าแปลกใจ

เมี่ยง: อ้าวอาร์ต มาโทรศัพท์เหรอ

อาร์ต: ใช่ กำลังจะกลับแล้ว มานั่งเป็นเพื่อนม่อนเฉยๆ

เมี่ยง: ขอบคุณมากนะอาร์ต ไปละ แม่รออยู่

อาร์ตพยักหน้าและยิ้มให้เพื่อน เมื่อไกลออกมาหน่อยเมี่ยงก็หันไปถามน้องชายเป็นคำเมือง

เมี่ยง: สงสัยอาร์ตทะเลาะกับแฟนแน่ๆ เลย หน้าหงอยเชียว

ม่อน: เขาทะเลาะกันเรื่องของขวัญวันเกิดน่ะ

เมี่ยง: พี่ก็ได้ยินมาอย่างงั้นแหละ

ม่อน: เมื่อกี้ม่อนบอกพี่อาร์ตว่าจะคืนแมวซีเกมส์ให้ เขาก็ไม่เอา

เมี่ยง: อาร์ตเขาไม่เอาคืนหรอก เขาให้แล้วก็ให้เลย พี่รู้จักนิสัยเขาดี

ม่อน: ทำไงดีพี่เมี่ยง ผมอยากช่วยพี่อาร์ตน่ะ

เมี่ยง: อยู่เฉยๆ เหอะ เรื่องของผู้ใหญ่

ม่อน: ครับ

ม่อนรับคำทว่าก็นิ่วหน้า ในใจก็พยายามคิดหาทางจะช่วยอาร์ต คิดไปคิดมา เขาก็นึกออกว่าจะทำยังไง

ม่อน: งั้น…เอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไปให้พี่ออนเองดีกว่า

TBC…
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-08-2023 17:40:07 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10

- ภาพยนตร์ -

#3 : เด็กชายม่อนผู้ขาดความอบอุ่น

มุมมองสูงของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยค่อยๆ เลื่อนต่ำลงสู่ระดับอาคาร เด็กนักเรียนมัธยมกำลังเดินกลับขึ้นห้องเรียน ป้ายห้อง ม. 2/3 ปรากฏขึ้นเหนือประตูห้อง และค่อยๆ เลื่อนต่ำลงจนมาเจอกับเด็กนักเรียนหญิงสามคนที่กำลังเดินคุยกันมาตามทางเดิน เมื่อเข้ามาในห้องเรียน ออนเหลือบไปเห็นวัตถุขาวๆ บนเก้าอี้ที่เธอนั่ง สาวน้อยมุ่นคิ้ว เธอตรงเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความสงสัย

ออน: ตุ๊กตาแมวซีเกมส์นี่

เพื่อนของออนอีกสองคนเดินตามมาดูด้วย ทั้งคู่ดูสงสัยเช่นกัน จึงถามออนเป็นคำเมือง

เพื่อนคนที่หนึ่ง: ของเธอเหรอออน

ออน: ไม่ใช่ ฉันไม่ได้ซื้อเลย

เพื่อนคนที่สอง: หรือว่า…พี่อาร์ตเขาเอามาง้อเธอ

ออน: แล้วเขาจะไปเอามาจากไหนล่ะ มันไม่มีขายแล้ว

เพื่อนคนที่หนึ่ง: พี่อาร์ตซื้อต่อมาจากใครหรือเปล่า บางคนเขาก็เอามาขายต่อนะ ขายแพงมาก มีคนอยากได้เยอะเลย

เพื่อนคนที่สอง: เออ เป็นไปได้

เพื่อนคนที่หนึ่ง: แสดงว่าพี่อาร์ตเขารักเธอมากเลยนะเนี่ย อุตส่าห์ไปหามาให้จนได้

สีหน้าของออนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม ดูเหมือนเธอจะเชื่อตามที่เพื่อนพูด

ออน: เดี๋ยวฉันมานะ

ออนเดินดุ่มๆ ออกจากห้องด้วยรอยยิ้มพอใจ เธอเอามือไพล่หลังซ่อนตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไว้

ในห้อง ม. 3/1 อาร์ตยืนคุยกับเพื่อนผู้ชายอย่างออกรสออกชาติ สาวน้อยคนหนึ่งโผล่มาตรงประตูทางเข้า เธอยิ้มหวานและเดินเข้ามาหาอาร์ต

ออน: พี่อาร์ต

อาร์ตหยุดคุยและหันมามองเจ้าของเสียง เขายิ้มดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เพื่อนๆ ของเขาพากันแซวสนุกสนาน

ฟ้าฮ่าม: สาวมาหามึงเว้ย

งาย: สงสัยน้องเขาจะหายงอนมึงแล้วแน่ๆ เลย

ออนมาหยุดยืนตรงหน้าอาร์ต เธอเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ที่ซ่อนไว้ข้างหลังขึ้นมาอวด ยิ้มเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย

ออน: ขอบคุณนะพี่อาร์ต

อาร์ตหุบยิ้ม สายตาจับอยู่ที่ตุ๊กตาแมวซีเกมส์ แววตาของเขาดูสงสัย

อาร์ต: ออนไปเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์มาจากไหน

ออน: อ้าว ก็พี่อาร์ตเอาไปวางไว้ที่โต๊ะออนไม่ใช่เหรอ

อาร์ตทำหน้าฉงนหนักขึ้น ก่อนพยายามเก็บสีหน้า เขาน่าจะรู้แล้วว่าใครเป็นคนเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไปวางไว้ที่โต๊ะของออน

ออน: ไม่ใช่พี่อาร์ตเหรอ ถ้าพี่อาร์ตไม่เอาไปวางไว้ แล้วใครจะเอาไปวางไว้ล่ะ หรือว่า…มีคนมาวางลืมเอาไว้

อาร์ต: ไม่ใช่หรอก

ออน: อ้าว แล้วใครล่ะ

อาร์ตไม่ตอบ ใบหน้าของออนเผยให้เห็นแววตาขุ่นเคือง เธอกัดฟันกรอดๆ ก่อนทำเสียงกระฟัดกระเฟียด

ออน: ไอ้เราก็อุตส่าห์ดีใจ นึกว่าไปซื้อมาให้ใหม่

ออนเหวี่ยงตุ๊กตาแมวซีเกมส์ลงไปบนพื้นอย่างแรงจนมันไถลไปอยู่ใต้โต๊ะ เธอเดินกระแทกเท้าตึงๆ ออกไปจากห้อง ม. 3/1

อาร์ตเดินไปตรงโต๊ะตัวนั้น เขาก้มลงไปเก็บตุ๊กตาแมวซีเกมส์ขึ้นมา เมื่อยืนขึ้นก็พบว่าเพื่อนๆ มองมาที่เขาเป็นตาเดียวกัน อาร์ตบ่นพึมพำลอดไรฟันอย่างไม่พอใจระคนระอาใจ

อาร์ต: พูดไม่ฟังเลย

อาร์ตเอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไปใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ ก่อนรีบวิ่งตามออนออกไป

… … …

มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ ลานกว้างของหมู่บ้าน เด็กผู้ชายสิบกว่าคนเล่นเตะบอลกันอยู่ตรงนั้นเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ดูจากความสูงและรูปร่างน่าจะมีทั้งเด็กประถมปลายและมัธยมต้นคละกัน อาร์ตลงจากรถแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

เด็กชายม่อนกำลังเล่นเตะบอลกับเพื่อน เขายิ้มกว้างและหัวเราะมีความสุข แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นอาบทาเส้นผมและใบหน้าของเขาจนฟุ้งวาวสว่างใส อาร์ตมองไปที่ม่อนอย่างสนใจ สีหน้าขุ่นเคืองผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เด็กชายคนหนึ่งหันมาเห็นอาร์ตยืนอยู่ข้างสนาม จึงหันไปตะโกนบอกเพื่อนๆ

เด็กชายคนหนึ่ง: เฮ้ยพวกมึง ใครมาวะ

ม่อนกับเพื่อนๆ หยุดเล่นและหันมาดู เขายิ้มดีใจและหันไปบอกเพื่อนๆ เป็นคำเมือง

ม่อน: พวกมึงเล่นไปก่อนนะ เดี๋ยวกูมา

เพื่อนๆ ของม่อนบ่นพึมพำเพราะขาดคนเล่นไปหนึ่งคน แต่ไม่นานก็เล่นกันต่อตามเดิม อาร์ตเอามือไพล่หลังซ่อนตุ๊กตาแมวซีเกมส์ไว้ ม่อนเดินแกมวิ่งใกล้เข้ามา

ม่อน: พี่อาร์ตมาหาผมเหรอ

อาร์ต: อือ

ม่อน: พี่ออนหายโกรธพี่อาร์ตแล้วใช่ไหม

อาร์ต: ไม่หาย โกรธมากกว่าเดิมอีก

อาร์ตทำเสียงดุ ม่อนหุบยิ้มและหน้าเสีย

ม่อน: อ้าว

อาร์ต: เราต้องคุยกันหน่อยนะม่อน

ม่อน: พี่อาร์ตจะด่าผมหรือเปล่า

อาร์ต: ก็มันน่าด่าไหมล่ะ

เด็กชายหน้าสลดวูบ ท่าทางดูหวาดกลัวและไม่กล้าสบตาอาร์ต ขณะที่ใบหน้าของอาร์ตมีแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย

อาร์ต: ตามพี่มานี่

ม่อน: ครับ

ม่อนเดินตามอาร์ตไปที่รถมอเตอร์ไซค์อย่างว่าง่าย สายตาจับอยู่ที่ตุ๊กตาแมวซีเกมส์ที่อาร์ตถือไว้ อาร์ตขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์ก่อน ม่อนตามมานั่งซ้อนท้าย ไม่นานอาร์ตก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

สองข้างทางบนถนนเล็กๆ เคลื่อนที่สวนทางความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ ครู่หนึ่งแม่น้ำปิงก็เริ่มปรากฏขึ้นไกลๆ และค่อยๆ ใกล้เข้ามา รถเลี้ยวซ้ายและวิ่งไปเรื่อยๆ ตามถนนเลียบริมน้ำจนมาถึงที่ดินโล่งๆ แห่งหนึ่ง มีป้ายปักว่าที่ดินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ แต่ก็เปิดทางไว้ให้เข้าได้ตรงด้านหน้า อาร์ตเลี้ยวรถเข้าไปในนั้น เขาตรงเข้าไปจอดใกล้ๆ กับแม่น้ำปิง ทั้งสองคนลงจากรถและเดินไปนั่งตรงที่นั่งริมแม่น้ำ ได้ยินเสียงแม่น้ำไหลเอื่อยๆ และเห็นด้านหลังของเด็กชายสองคนที่นั่งเคียงกัน แสงส้มอ่อนของดวงอาทิตย์สาดส่องอยู่ด้านบน อากาศในเดือนนี้ของเชียงใหม่ยังคงหนาวอยู่

อาร์ต: ทำไมถึงไม่เชื่อที่พี่บอกล่ะ

ม่อน: ก็ม่อนอยากช่วยพี่อาร์ต

เด็กชายทำเสียงอ่อย สีหน้ายังดูหวาดกลัว เวลาอาร์ตดุแล้วดูน่ากลัวไม่น้อย

อาร์ต: แล้วมันช่วยได้ไหมล่ะ

ม่อน: ก็ผมนึกว่ามันจะช่วยได้ไง

อาร์ตส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจและถอนหายใจเบาๆ

ม่อน: แล้วทำไมพี่ออนต้องโกรธด้วยล่ะ เขาไม่อยากได้ตุ๊กตาแมวซีเกมส์เหรอ

แววตาของเด็กชายดูไร้เดียงสา ขณะที่ใบหน้าของอาร์ตดูอ่อนอกอ่อนใจ

อาร์ต: อยากได้สิ ทำไมเขาจะไม่อยากได้ล่ะ

ม่อน: อ้าว แล้วทำไมพี่ออนโกรธล่ะ ผมก็เอาไปให้แล้ว

อาร์ตถอนหายใจ สีหน้าของเขายังดูขุ่นเคือง ทว่าก็ดูอ่อนลงค่อนข้างมาก

อาร์ต: คนที่จะเอาไปให้เขาต้องเป็นพี่สิ ไม่ใช่ม่อน ออนเป็นแฟนพี่ ไม่ใช่แฟนม่อนซะหน่อย

ม่อน: อ๋อ

ม่อนเงียบไป เขาก้มหน้า สีหน้าบ่งบอกว่ารู้สึกผิด ไม่หันมาสบตาอาร์ตตรงๆ

ม่อน: แล้ว…พี่อาร์ตเสียใจหรือเปล่าที่พี่ออนโกรธ

อาร์ต: เสียใจสิ ถามได้

เสียงของอาร์ตดุ ใบหน้าของเขาดูขุ่นเคืองขึ้นอีกนิด แต่ไม่นานก็อ่อนลงอีก เขาเงยหน้ามองฟ้าและถอนหายใจยาวอย่างอ่อนล้า แววตาดูวิตกกังวลและเศร้า ม่อนลอบมองด้วยความเห็นใจระคนรู้สึกผิด

อาร์ต: ต่อไป ถ้าพี่บอกว่าไม่ก็คือไม่นะม่อน

ม่อนพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย

ม่อน: ครับพี่อาร์ต

อาร์ต: คนเราเวลาทำผิดน่ะ ม่อนรู้ไหมว่าควรต้องทำอะไร

ม่อน: ก็ขอโทษ

อาร์ต: แล้วม่อนจะไม่ขอโทษพี่เหรอ ตอนพี่ทำแก้วซีเกมส์ม่อนแตก พี่ยังขอโทษม่อน แล้วก็เอาตุ๊กตาแมวซีเกมส์มาให้ม่อนแทนเลย

ม่อนยิ้มแหยๆ และดูอายๆ เขาไม่เคยขอโทษใครเวลาทำผิดเลย ยิ่งในบ้านยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแม่ตามใจลูกชายคนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ

ม่อน: ขอโทษครับ

อาร์ต: ฟังไม่เพราะเลย ไม่เคยขอโทษใครเลยเหรอ เอาใหม่

ม่อนยิ้มแหยๆ แต่สักพักเขาก็ยอมพูดอีกครั้ง

ม่อน: ผมขอโทษครับพี่อาร์ต

อาร์ต: ดีมาก ลูกผู้ชาย…ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด

ม่อน: ครับ

อาร์ต: แล้วก็อย่าลืมขอโทษพี่เมี่ยงแล้วก็แม่ด้วยล่ะ คนทำผิดแล้วไม่ขอโทษ…เป็นคนใช้ไม่ได้รู้ไหม

ม่อน: ครับพี่อาร์ต

อาร์ต: ม่อนรับปากพี่แล้วนะ ต้องทำให้ได้ล่ะ เดี๋ยวพี่จะคอยดู

ม่อน: ครับ

ม่อนยิ้มกว้างขึ้น แววตาหวาดกลัวเริ่มหายไป

ม่อน: ผมขอโทษพี่อาร์ตแล้ว พี่อาร์ตหายโกรธผมหรือยัง

อาร์ต: พยายามอยู่ บอกตรงๆ ว่าพี่โกรธม่อนมาก ควันออกหูเลย แต่ตอนนี้โกรธไม่ลง

ม่อน: อย่าโกรธผมเลย สงสารเด็กตาดำๆ ไม่มีพ่ออย่างผมนะครับพี่อาร์ต

น้ำตาของม่อนร่วงเผาะๆ อาร์ตมองด้วยสีหน้าแปลกใจ ได้ยินม่อนขอความสงสารเพราะเจ้าตัวไม่มีพ่อแล้วก็นึกเห็นใจไม่น้อย

อาร์ต: อ้าว ร้องไห้ทำไมล่ะ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่โกรธแล้ว

ม่อนพยายามกลั้นสะอื้น

ม่อน: ผมอยากมีคน...คอยสอนผมแบบพี่อาร์ตน่ะ

อาร์ต: อ้าว แล้วแม่กับพี่เมี่ยงล่ะ พี่ก็เห็นเขาสอนม่อนอยู่นะ

ม่อน: มันไม่เหมือนกัน

ใบหน้าของอาร์ตฉายแววเวทนา แต่ก็มีคำถามในแววตาของเขา

ม่อน: ถ้าม่อนมีพ่อ พ่อจะสอนม่อน…แบบที่พี่อาร์ตสอนม่อนหรือเปล่า

อาร์ต: พี่จะรู้ได้ไง พี่ไม่ใช่พ่อม่อนซะหน่อย

ม่อน: แล้วป่าป๊าของพี่อาร์ต สอนพี่อาร์ตแบบนี้หรือเปล่า

อาร์ต: อือ บางทีก็สอนแบบนี้ แต่บางทีก็ดุ ดุมากด้วย

อาร์ตยิ้มระคนขำเบาๆ สายตาจับอยู่ที่ใบหน้าของม่อน

อาร์ต: ม่อนไม่เคยเจอพ่อเลยเหรอ

ม่อนส่ายหน้า

ม่อน: ไม่เคย เขาทิ้งแม่ไปตั้งแต่ผมยังจำความไม่ได้ แล้วก็ไม่เคยมาหาพวกเราเลย

อาร์ต: ม่อนอยากเจอพ่อหรือเปล่าล่ะ

ม่อน: ไม่รู้ครับ แต่แม่ไม่ให้เจอหรอก แม่โกรธพ่อมาก เขาบอกว่าถึงตายก็ไม่ต้องมาเผาผี

อาร์ต: ขนาดนั้นเลยเหรอ

ม่อน: อือ แม่บอกว่าพ่อเป็นคนเจ้าชู้ มีเมียหลายคน เขาทำแม่เจ็บมาก แม่ก็เลยไม่ให้อภัย

อาร์ตพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

อาร์ต: เลิกร้องไห้ได้แล้ว เป็นผู้ชายอย่าขี้แงสิ

ม่อน: ก็ผมกลัวพี่อาร์ตด่าผมน่ะ

อาร์ต: ไม่ด่าแล้ว ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่โกรธแล้ว เห็นพี่เป็นคนชอบด่าไปได้

ม่อนเอามือป้ายน้ำตา เสียงสะอื้นเริ่มหายไป

ม่อน: ผมอยากมีพี่เหมือนพี่อาร์ตจังเลย

อาร์ต: ทำไมล่ะ

ม่อน: บ้านผมมีแต่ผู้หญิง ไม่มีผู้ชายเลย

อาร์ต: ขาดความอบอุ่นเหรอเรา

ม่อน: ก็คงงั้น

อาร์ตมองเด็กชายที่นั่งข้างๆ ด้วยแววตาเห็นใจ กระนั้นเขาก็กระอักกระอ่วนใจที่จะคุยเรื่องทำนองนี้ต่อ จึงตัดบท

อาร์ต: กลับบ้านดีกว่า มืดแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง อ้อ นี่ตุ๊กตาแมวซีเกมส์ของม่อน อย่าเอาไปให้ใครอีกรู้ไหม รักษาไว้ดีๆ ให้สมกับที่อยากได้หน่อย

อาร์ตส่งตุ๊กตาแมวซีเกมส์ในมือให้ม่อน เด็กชายรับมาถือไว้ด้วยสีหน้าดีใจระคนรู้สึกผิด

ม่อน: ครับพี่อาร์ต

เด็กชายสองคนลุกขึ้น มีแสงสะท้อนสีส้มแดงของดวงอาทิตย์ระยิบระยับเป็นฉากหลังขณะเดินออกไป แม้ยังไม่ถึงหกโมงเย็นแต่ก็มืดไวเพราะยังอยู่ในช่วงหน้าหนาว

… … …

มีนาคม 2539

ป่าป๊าเพ่งดูบางอย่าง คิ้วสองข้างมุ่นเข้าหากัน แววตาค่อยๆ ฉายแววโกรธจัด สักพักก็ฟาดสมุดเกรดลงบนพื้นโต๊ะไม้อย่างแรง ลูกชายที่นั่งก้มหน้าอยู่ถึงกับสะดุ้ง

ป่าป๊า: ทำไมได้เกรดสี่แค่วิชาเดียวล่ะอาตี๋ แย่กว่าเทอมที่แล้วอีก ลื้อรับปากอั๊วแล้วนะว่าจะทำให้ได้เกรดสี่ทุกวิชาเทอมนี้ บอกป่าป๊ามาซิว่าทำไมทำไม่ได้

อาร์ต: ผมพยายามแล้วครับป่าป๊า

ป่าป๊า: พยายามจริงเหรอ ไม่ใช่ลื้อแอบไปวาดรูปอีกล่ะ อย่าคิดว่าอั๊วไม่รู้นะ จะวาดให้มันได้อะไรขึ้นมา อยากเป็นศิลปินไส้แห้งหรือไง ตระกูลเราไม่มีใครเขาทำแบบลื้อสักคน

อาร์ต: ไม่ใช่นะครับป่าป๊า ผมติวหนังสือกับเมี่ยงทุกวันเลยนะครับ

ป่าป๊า: ลื้อไม่ต้องมาโกหกเลยอาตี๋

ป่าป๊าลุกจากโซฟา เขาเดินลงส้นหนักๆ ขึ้นไปข้างบน ได้ยินเสียงบ่นไกลๆ ดังก้องสะท้อนตามมา

ป่าป๊า: เดี๋ยวกูจะเผาทิ้งแม่งให้หมดเลย

หม่าม้าและพี่สาวโผล่ออกมาจากครัว ทั้งคู่เดินมานั่งข้างๆ อาร์ตด้วยสีหน้ากังวล

เอ้: เจ๊เอาของพวกนั้นไปซ่อนในห้องเจ๊แล้ว ป่าป๊าเขาหาไม่เจอหรอก

หม่าม้า: เย็นนี้ หม่าม้าว่าอาตี๋ไปนอนที่อื่นดีกว่านะ เดี๋ยวป่าป๊าจะตีเอาอีก

อาร์ต: ไปนอนที่ไหนล่ะหม่าม้า

หม่าม้า: บ้านเพื่อนไง อาตี๋ไปนอนบ้านเพื่อนสักคนดีไหม มีเพื่อนคนไหนพอที่อาตี๋จะขอไปนอนด้วยสักคืนสองคืนได้บ้างหรือเปล่า หม่าม้าไม่อยากเห็นอาตี๋โดนป่าป๊าตีเลย

เอ้: ไปบ้านเมี่ยงไหมอาร์ต ป้าของเมี่ยงมีโฮมสเตย์อยู่ อาร์ตไปพักที่โฮมสเตย์ก็ได้

หม่าม้า: ไปเลยอาตี๋ เดี๋ยวหม่าม้าจ่ายค่าที่พักให้เอง อาตี๋รีบไปสิ เดี๋ยวป่าป๊าลงมา

อาร์ต: แต่ผมยังไม่มีเสื้อผ้าเลยนะหม่าม้า ผมต้องขึ้นไปเอาที่ห้องก่อน

เอ้: หม่าม้าเขาเตรียมให้แล้ว

พี่สาวของอาร์ตเดินไปหยิบกระเป๋าซึ่งซ่อนไว้ในครัวมาให้ อาร์ตรับมาด้วยสีหน้าซาบซึ้งในความห่วงใยของผู้เป็นแม่

หม่าม้า: ไปเร็วอาตี๋ ป่าป๊าอีจะลงมาแล้ว

อาร์ต: ครับหม่าม้า

อาร์ตถลาไปที่รถมอเตอร์ไซค์พร้อมกระเป๋า เขารีบสตาร์ทรถแล้วก็ขี่ออกไปเลย มีสายตาของพี่สาวและหม่าม้าที่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

ป่าป๊าได้ยินเสียงรถลูกชายแล่นออกไปก็รีบลงมาดูทันที ทว่าก็เห็นแต่ลูกสาวกับเมียยืนอยู่ เขาจึงถามอย่างฉุนเฉียว

ป่าป๊า: อาตี๋ไปไหน

หม่าม้า: อั๊วะไม่รู้

ป่าป๊า: ไม่รู้ได้ยังไง

หม่าม้า: ก็อั๊วะไม่ได้ถามน่ะ

ป่าป๊า: ให้มันได้อย่างนี้สิ แล้วไอ้ของวาดรูปพวกนั้นมันหายไปไหนหมด

เอ้: ไม่รู้ค่ะป่าป๊า

ป่าป๊า: พวกลื้อสองคนโกหกอั๊วะหรือเปล่า อย่าให้รู้นะว่าช่วยกันปิด ตกลงอาตี๋ไปไหน

หม่าม้า: อั๊วะไม่บอกลื้อหรอก อั๊วไม่ให้ลื้อตีลูกของอั๊วะแล้ว

ป่าป๊า: จะไม่ให้ตีได้ยังไง ทำตัวเหลวไหลแบบนี้ มันใช้ได้เหรอ อั๊วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เดี๋ยวพวกนั้นมันก็มาหัวเราะเยาะอั๊วะอีก

หม่าม้ากับเอ้พากันเงียบ คนโมโหจึงได้แต่บ่นพึมพำและเดินตึงๆ ขึ้นไปข้างบนอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ตะโกนเสียงก้องๆ ลงมาสั่งด้วย

ป่าป๊า: พวกลื้อปิดร้านไปเลย ไม่ขงไม่ขายมันแล้ว

… … …

ประตูห้องมืดๆ เปิดออก มีเงาตะคุ่มๆ ของหลายคนเดินเข้ามาข้างใน ตามด้วยเสียงเปิดสวิตช์ไฟ พริบตาเดียวไฟก็สว่างไปทั้งห้อง

ป้าหมอน: หนูพักหลังนี้ละกันนะ หลังเล็กหน่อย พอดีอีกหลังเพิ่งมีคนมาพักก่อนหนูมาถึงเมื่อกี้นี้เอง

อาร์ต: ได้ครับป้าหมอน ไม่มีปัญหาเลยครับ

เมี่ยง: แล้วอาร์ตกินอะไรมาหรือยังล่ะ

อาร์ต: ยังไม่ได้กินเลยเมี่ยง

เมี่ยง: อยากกินอะไรล่ะ เดี๋ยวเราทำให้

อาร์ต: ไข่เจียวก็ได้

เมี่ยง: โอเค เดี๋ยวเราทำมาให้นะ เอาแกงจืดด้วยไหม

อาร์ต: ได้

ม่อน: พี่อาร์ตไม่กินเผ็ดเหรอ

เมี่ยง: อาร์ตเขาไม่กินเผ็ดหรอก

ม่อน: อ้าว พี่เมี่ยงรู้ได้ไง

เมี่ยง: รู้สิคะคุณชายม่อน อาร์ตเรียนห้องเดียวกับพี่มาตั้งแต่ปอสามแล้วนะ ไม่รู้ก็แปลกแล้ว

ทุกคนพากันหัวเราะ ม่อนเอามือเกาท้ายทอยและยิ้มเขินๆ

แม่หมิว: งั้นให้อาร์ตไปอาบน้ำอาบท่าก่อนดีไหม เพิ่งมาเหนื่อยๆ

ม่อน: แม่…ผมอยากมานอนเป็นเพื่อนพี่อาร์ตน่ะ

แม่หมิว: พี่เขามาเป็นแขกนะลูก อย่าไปรบกวนพี่เขาเลย

อาร์ต: ไม่รบกวนหรอกครับน้าหมิว ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้มีเพื่อนคุย

แม่หมิว: เอางั้นเหรอ

อาร์ต: ครับ

ม่อนยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า อาร์ตเอากระเป๋าไปวางบนชั้นวาง ไม่นานทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

ม่อนเดินตามพี่สาวเข้าไปในครัว ก่อนเอ่ยปาก

ม่อน: พี่เมี่ยง ม่อนอยากทำไข่เจียวให้พี่อาร์ตกินน่ะ พี่เมี่ยงสอนผมทำหน่อยสิ

เมี่ยง: อย่าเลยม่อน เดี๋ยวแม่เห็นก็จะมาดุพี่อีก ไปอยู่เป็นเพื่อนอาร์ตเหอะ

ม่อน: เดี๋ยวไป พี่อาร์ตเขาอาบน้ำอยู่

เมี่ยง: แหม...เดี๋ยวนี้ดูสนิทกับอาร์ตเยอะเลยนะ

ม่อน: ก็พี่อาร์ตเขาใจดี

เมี่ยงหรี่ตามองน้องชายราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

เมี่ยง: พี่ไม่เคยเห็นม่อนชมใครแบบนี้เลยนะเนี่ย แต่จะว่าไป ตั้งแต่ม่อนรู้จักกับอาร์ตมา พี่ว่าม่อนเปลี่ยนไปเยอะเลย

ม่อน: เปลี่ยนยังไงล่ะ

เมี่ยง: ก็ดีขึ้น หน้างอน้อยลง แล้วก็รู้จักขอโทษด้วย อาร์ตเขาสอนเหรอ

ม่อน: อือ

เมี่ยง: สอนแบบไหน

ม่อน: ไม่บอก ไปดีกว่า

ม่อนหันหลังและรีบเดินออกมาจากครัวด้วยรอยยิ้มเขินๆ พี่สาวมองตามมาอย่างสงสัย แต่ไม่นานก็หันกลับไปทำอาหารให้แขกที่เพิ่งมาพัก

ผ่านไปพักใหญ่ เมี่ยงยกอาหารมาวางบนโต๊ะในห้องที่อาร์ตพักอยู่ มีม่อนนั่งรออยู่ด้วย เมี่ยงหันไปมองน้องชายด้วยสีหน้ายิ้มๆ

เมี่ยง: ม่อนจะกินเป็นเพื่อนอาร์ตไหม

ม่อน: กินครับ

เมี่ยง: งั้นรอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวพี่ไปเอาข้าวมาให้

ม่อน: ครับ

เมื่อพี่สาวเดินออกไป ม่อนจึงหันมาชวนอาร์ตคุย

ม่อน: แล้วทำไมพี่อาร์ตไม่นอนที่บ้านล่ะครับ หรือว่าไม่มีคนอยู่

อาร์ต: เปล่า มีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย

ม่อน: เหรอ ถ้าผมอยากรู้ พี่อาร์ตจะด่าผมไหม

อาร์ต: เรานี่ยังไง เห็นพี่เป็นคนชอบด่าไปได้

อาร์ตหัวเราะเบาๆ เขาเว้นจังหวะแล้วพูดต่อ

อาร์ต: พี่ทะเลาะกับป่าป๊าน่ะ หม่าม้าก็เลยให้พี่ไปพักที่อื่นก่อน อีกวันสองวันค่อยกลับ

ม่อน: ป่าป๊าของพี่อาร์ตดุเหรอ เขาตีพี่อาร์ตหรือเปล่า

อาร์ตพยักหน้า

อาร์ต: อือ

ม่อน: แต่พี่อาร์ตโตแล้วนะ

อาร์ต: ใช่ พี่โตแล้ว แต่ป่าป๊าก็ยังตีพี่อยู่น่ะ เทอมนี้…พี่ได้เกรดสี่แค่ตัวเดียวเอง

ม่อน: จริงเหรอ แต่ก่อนสอบผมเห็นพี่อาร์ตติวหนังสือกับพี่เมี่ยงแทบทุกวันเลยนะ

อาร์ต: พี่หัวไม่ดีเท่าเมี่ยงไง

ม่อน: อ๋อ แล้ว…วิชาที่ได้เกรดสี่ใช่ภาษาอังกฤษหรือเปล่า

อาร์ต: อือ ก็มีวิชานี้วิชาเดียวนี่แหละที่ง่ายที่สุดสำหรับพี่

ม่อน: ผมไม่เคยได้เกรดสี่ภาษาอังกฤษเลย ได้แค่สาม เรียงประโยคไม่ถูกสักที ขนาดอีสแอมอาร์ง่ายๆ ผมยังใช้ไม่ถูกเลย

อาร์ต: ให้พี่ช่วยสอนไหมล่ะ

ม่อน: จริงนะ

อาร์ต: จริงสิ อยากเรียนหรือเปล่าล่ะ

ม่อน: อยาก

อาร์ต: โอเค งั้นกินข้าวเสร็จเดี๋ยวพี่จะสอนให้

ม่อนยิ้มดีใจ จังหวะนั้นเมี่ยงเปิดประตูเข้ามาพอดี เธอเอาจานข้าวมาวางให้ม่อน

เมี่ยง: อาร์ตยังไม่กินข้าวอีกเหรอ

อาร์ต: รอกินพร้อมม่อนน่ะ

เมี่ยงหันมาทางน้องชายและมองอย่างเอ็นดู

เมี่ยง: วันนี้คุณชายม่อนกินข้าวเย็นสองรอบเลยเหรอ

ม่อน: ผมจะกินเป็นเพื่อนพี่อาร์ตไง

เมี่ยง: แหม...เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็พี่อาร์ต

ม่อน: ก็พี่อาร์ตใจดี

เมี่ยง: อ้าว แสดงว่าพี่เป็นคนใจร้ายล่ะสิ

ม่อน: ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย

เมี่ยง: งั้นก็กินไป ไปแล้วนะอาร์ต แขกที่มาใหม่เขาสั่งอาหารเพิ่มน่ะ

อาร์ต: เหนื่อยแย่เลย

เมี่ยง: ไม่เหนื่อยหรอก สนุกดี เราทำแค่ตอนเย็นเท่านั้นแหละ แม่กับป้าหมอนเหนื่อยกว่าอีก ทำทั้งวันเลย แต่ช่วงนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาเชียงใหม่แล้วล่ะ หน้าร้อนแล้วเขาไปทะเลกันหมด

ม่อน: ผมก็อยากช่วยนะพี่อาร์ต แต่แม่ไม่ยอม มาถึงบ้านก็ไล่ไปเตะบอลทุกที

อาร์ต: อ้าว ทำไมล่ะ

ม่อน: ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เขาไม่ให้ผมเข้าครัว ไม่ให้ซักผ้า ไม่ให้ทำงานบ้าน ให้เรียนกับเตะบอลอย่างเดียว

อาร์ตทำหน้าแปลกใจ จึงหันไปมองเมี่ยงเพราะอยากให้อีกฝ่ายอธิบาย ทว่าเมี่ยงก็เพียงแต่ยิ้มกระอักกระอ่วน

เมี่ยง: เราไปก่อนนะอาร์ต อาร์ตกินข้าวเหอะ หิวแย่แล้ว จะเอาอะไรเพิ่มก็โทรไปนะ

อาร์ต: ได้ๆ

เมื่อเมี่ยงออกไปแล้ว เด็กชายทั้งสองก็ลงมือกินข้าว อาร์ตตักไข่เจียวมาใส่จานข้าวของตัวเอง ทว่าก็ยังไม่กินทันที เขาเอาช้อนส้อมตัดและตักไข่เจียวไปใส่จานให้ม่อนด้วย เด็กชายมองเขาด้วยแววตาชื่นชม

อาร์ต: เวลากินข้าวน่ะ ม่อนต้องรู้จักตักอาหารให้คนอื่นด้วยนะ

ม่อน: ครับพี่อาร์ต งั้นม่อนตักแกงจืดให้พี่อาร์ตนะครับ

อาร์ตพยักหน้า ระหว่างนั้นเขาตักไข่เจียวและข้าวใส่ปากเคี้ยวหงุบหงับ สักพักเขาก็ยิ้มพอใจ

อาร์ต: เมี่ยงทำอาหารอร่อยเหมือนกันนะเนี่ย

ม่อน: ก็แหงอยู่แล้ว เขาช่วยป้าหมอนทำมาตั้งแต่เด็กๆ

ม่อนเอาช้อนกลางตักแกงจืดไปใส่จานให้อาร์ต แต่ดูงกๆ เงิ่นๆ แถมยังทำหกอีก อาร์ตก็เลยขำเบาๆ อย่างเอ็นดู

อาร์ต: แล้วทำไมเมื่อก่อนม่อนไม่ได้มาอยู่กับป้าหมอนล่ะ

ม่อน: ตอนเด็กๆ ผมกับพี่เมี่ยงก็อยู่หางดงกับแม่แหละ แต่ป้าหมอนแกขอพี่เมี่ยงมาอยู่ด้วยที่นี่ เพราะแกไม่มีลูก ผมก็เลยอยู่กับแม่ที่หางดงสองคน แต่ป้าหมอนกับพี่เมี่ยงเขาก็ไปหาทุกเดือน

อาร์ต: แล้วทำไมตอนนี้ม่อนย้ายมาอยู่นี่ล่ะ

ม่อน: ป้าหมอนเขาอยากให้ผมมาเรียนที่นี่ไง เขาว่ามันดีกว่าที่โน่น พอผมย้ายมา แม่ก็ต้องมาด้วย ก็เลยย้ายมาอยู่กับป้าหมอนกันหมดเลย

อาร์ต: แล้วบ้านที่หางดงล่ะ

ม่อน: ตอนนี้แม่ให้คนมาเช่าครับ

อาร์ต: อ๋อ

ม่อน: พี่อาร์ตเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่เมี่ยงมาตั้งแต่ประถมเลยเหรอ

อาร์ต: ใช่ เพื่อนๆ ในห้องของม่อนหลายคนก็เรียนประถมที่เดียวกับพี่นั่นแหละ ไอ้ดั๊กไอ้วิทย์ก็ด้วย แต่แปลกนะ พี่ไม่เคยรู้เลยว่าเมี่ยงมีน้องชาย

ม่อน: พี่เมี่ยงเขาไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอครับ

อาร์ต: ไม่แน่ใจ อาจจะเล่าก็ได้ เมี่ยงเขาเป็นเด็กเรียนไง เวลาอยู่โรงเรียน เขาไม่ค่อยคุยหรอก

ม่อนยิ้มกริ่ม แววตาดูมีเลศนัย

ม่อน: ถามจริง พี่อาร์ตเคยคิดจะจีบพี่เมี่ยงไหม

อาร์ต: เฮ้ย ทำไมถามอย่างงั้นล่ะ

ม่อน: อยากรู้เฉยๆ

อาร์ต: ยังไม่เคยคิดหรอก

ม่อน: ตอนนี้พี่อาร์ตก็ไม่มีแฟนแล้ว ลองจีบพี่เมี่ยงดูไหม เดี๋ยวผมช่วย

อาร์ต: เดี๋ยวๆๆๆ พี่ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เลย

อาร์ตหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ

ม่อน: ก็...ถ้าพี่อาร์ตแต่งงานกับพี่เมี่ยง บ้านเราก็จะมีผู้ชายมาอยู่ด้วย ผมก็จะได้มีเพื่อนไง

อาร์ต: คิดไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่ยังไม่แต่งงานตอนนี้หรอก อ้อ วันไหนเมี่ยงแต่งงาน เดี๋ยวก็มีผู้ชายมาอยู่บ้านนี้เองแหละ ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยล่ะ

ม่อน: ก็ผมอยากให้พี่อาร์ตเป็นพี่เขยมากกว่า

อาร์ต: แล้วทำไมต้องเป็นพี่ล่ะ

ม่อน: ก็ผมชอบพี่อาร์ตไง

อาร์ต: หา! ม่อนพูดว่าอะไรนะเมื่อกี้

ม่อน: ไม่ใช่ชอบอย่างนั้นซะหน่อย

อาร์ต: แล้วมันยังไงล่ะ

ม่อน: ก็ชอบเหมือนพี่ไง

อาร์ต: พี่ชายใช่ไหม

ม่อน: อือ

อาร์ต: แล้วไป

อาร์ตทำหน้าโล่งอก แต่สักพักก็ขำเบาๆ และยิ้มเอ็นดู

ม่อน: ตกลง…พี่อาร์ตจะจีบพี่เมี่ยงหรือเปล่า

อาร์ต: ยัง พี่คิดว่าเมี่ยงเขาไม่ชอบพี่หรอก ไม่งั้นก็ชอบไปนานแล้ว

โต๊ะกินข้าวตัวเดิมเปลี่ยนมาเป็นที่สอนหนังสือ บรรยากาศสอนภาษาอังกฤษเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ หลังสอนเสร็จ อาร์ตก็วาดรูปให้ม่อนดู เขาเอาปลายดินสอแรเงาขึ้นลงอย่างชำนิชำนาญบนกระดาษที่มีเส้นบรรทัด มันคือภาพเหมือนเด็กผู้ชายที่กำลังยิ้มมีความสุขนั่นเอง อาร์ตส่งรูปนั้นให้ม่อน เด็กชายรับมาดูอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าเป็นรูปตัวเองเขาก็ยิ้มดีใจ

อาร์ต: เก็บไว้ดีๆ ล่ะ พี่ไม่เคยวาดภาพเหมือนให้ใครเลยนะรู้ไหม

ม่อน: ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้แม่เอาไปใส่กรอบ

TBC…
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-08-2023 17:40:27 โดย sarawatta »

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
หลังจากไม่ได้เข้ามาในเล้านาน ตอนนี้เงียบเหงามากเลยครับ

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10

- ภาพยนตร์ -

#4 : เธอไม่เคยถาม

กรกฎาคม 2539

เด็กสาวคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบหน้าตาตื่นมายังกลุ่มเด็กนักเรียนที่นั่งล้อมวงคุยกันตรงโต๊ะม้าหินอ่อน นักเรียนชายหญิงที่นั่งคุยกันตรงนั้นหยุดคุยกันและหันไปมองด้วยแววตาสงสัย

[บทสนทนาคำเมือง]

นักเรียนหญิงที่วิ่งมา: เมี่ยง น้องชายเมี่ยงต่อยกับเพื่อนน่ะ รีบไปดูเร็ว ที่โรงอาหาร

เมี่ยง: เฮ้ย! จริงเหรอ

เมี่ยงทำหน้าตกใจ แต่คนที่วิ่งออกไปก่อนคืออาร์ต ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

เสียงเฮๆ เหมือนคนกำลังเชียร์กีฬาดังขึ้นไกลๆ และค่อยๆ ใกล้เข้ามา นักเรียนชายหญิงรุมล้อมเป็นวงคล้ายกับมุงดูอะไรสักอย่าง ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชาย อาร์ตแทรกตัวทะลุเข้าไปในวงนั้น จึงเห็นเด็กชายสองคนต่อสู้กันอยู่กลางวง คนหนึ่งนั่งอยู่บนตัวของอีกคนหนึ่งซึ่งตัวเล็กกว่า และรัวหมัดตุ้บตั้บใส่คนที่เพลี่ยงพล้ำไม่ยั้ง ขณะที่อีกฝ่ายพยายามเอามือปัดป้อง

นนท์: บ่าห่า ลูกบ่ามีป้อ

อาร์ตตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อด้านหลังของนนท์ เขาเหวี่ยงร่างนั้นไปด้านข้างสุดแรงจนล้มก้นจ้ำเบ้า ก่อนตามไปกระชากคอเสื้อและตะโกนใส่หน้านนท์ด้วยความโมโห

อาร์ต: มึงทำน้องกูทำไม!

นนท์: ก็มันกวนตีนผมก่อน

อาร์ต: กวนตีนเรื่องอะไร

นนท์ไม่ตอบและหลบสายตา

อาร์ต: มึงห้ามทำอะไรน้องกูอีก ไม่งั้นมึงเจอกูแน่

อาร์ตผลักนนท์ออก เขาหันมาทางม่อนซึ่งกำลังเอาหลังมือซับเลือดซิบๆ ตรงมุมปาก กระดุมเสื้อขาดไปสองสามเม็ด เขาถลามาดูใกล้ๆ ด้วยแววตาเป็นห่วง

อาร์ต: เป็นไรหรือเปล่าม่อน

เมี่ยงตามมาทันพอดี เธอทำหน้าตกใจเมื่อเห็นสภาพของน้องชาย

เมี่ยง: ม่อน!

อาร์ตหันไปทางคนที่มามุงดูด้วยสีหน้าไม่พอใจ

อาร์ต: ทำไมไม่รู้จักห้ามวะ

ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน อาร์ตเทเบตาดีนใส่สำลีก้อนกลม ของเหลวสีน้ำตาลเข้มซึมเข้าไปในก้อนใยขาวๆ

ใบหน้าของม่อนมีรอยฟกช้ำและแผลสดหลายจุด โดยเฉพาะตรงริมฝีปากและโหนกแก้ม ตามแขนและขามีรอยฟกช้ำและรอยแผลถลอกตามข้อศอกและหัวเข่าด้วย

อาร์ตเอาสำลีชุบเบตาดีนซับลงตรงมุมปากของม่อนเบาๆ สองสามครั้ง ม่อนซี้ดปากเบาๆ อาร์ตย้ายไปทำแบบเดียวกันตรงโหนกแก้ม ข้อศอกและหัวเข่า ครูพยาบาลนั่งอยู่ใกล้ๆ คอยอำนวยความสะดวก ส่วนเมี่ยงยืนมองน้องชายด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกันก็สังเกตดูบางอย่างไปด้วย

อาร์ต: ม่อนไปหาเรื่องเขาก่อนเหรอ

ม่อน: เปล่าครับ ผมแค่ไปทวงเกมบอยผมคืน ไอ้นนท์มันยืมไปเล่นตั้งหลายวันแล้ว ผมทวงคืนตั้งหลายทีมันก็ไม่คืน วันนี้ผมไปทวงมันอีก มันบอกว่าทวงอยู่ได้น่ารำคาญ มันผลักผมก่อน ผมถามมันว่าผลักผมทำไม มันก็ผลักผมอีก ผมก็เลยโมโห ก็เลยต่อยกับมัน

อาร์ต: แล้วมันคืนเกมบอยให้ม่อนหรือยัง

ม่อน: ยังครับ มันเอาไว้ที่บ้าน

อาร์ต: เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ บ้านมันอยู่ไหน

ม่อน: อยู่แถวๆ บ้านพี่ฟ้าฮ่าม

อาร์ต: ได้ เดี๋ยวเลิกเรียนพี่จะไปเอาให้

ม่อน: ครับ

อาร์ต: แล้วเพื่อนสองคนนั้นไปไหนล่ะ

ม่อน: อ๋อ ไอ้ดั๊กมันไปงานบวชญาติมัน ส่วนไอ้วิทย์ไม่สบาย

อาร์ตเช็ดแผลให้ม่อนต่อ เด็กชายลอบมองอาร์ตด้วยแววตาชื่นชม เมี่ยงสังเกตดูเหตุการณ์นั้นอย่างสนใจครู่หนึ่ง

เมี่ยง: ขอบคุณอาร์ตมากเลยนะที่มาช่วยม่อน ถ้าไม่ได้อาร์ตละก็แย่เลย

อาร์ต: ไม่เป็นไร ม่อนก็เหมือนน้องเรานั่นแหละ

เมี่ยงยิ้มบางๆ ก่อนหันไปมองน้องชายที่นั่งอยู่บนเตียงพยาบาล

เมี่ยง: ทีหลังถ้ามีปัญหาแบบนี้ ม่อนมาคุยกับพี่อาร์ตก่อนนะ เดี๋ยวพี่อาร์ตเขาช่วย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว

ม่อนพยักหน้าตกลงและยิ้มแหยๆ ให้พี่สาว

ม่อน: ครับพี่เมี่ยง

เมี่ยง: เรื่องนี้เราฝากม่อนด้วยนะอาร์ต เราเป็นผู้หญิง ทำแบบอาร์ตไม่ได้หรอก

อาร์ต: อือ ไม่ต้องห่วงหรอก ต่อไปเราจะช่วยดูแลม่อนให้เอง

ม่อนเผลอมองอาร์ตด้วยแววตาชื่นชมอีกครั้ง ดูเหมือนจะมีความพึงใจปรากฏขึ้นรางๆ ด้วย เมี่ยงลอบสังเกตดูเงียบๆ บนใบหน้าของเธอมีคำถามนับร้อยนับพันกับสิ่งที่เห็น ม่อนอยู่มอสองแล้ว คงไม่แปลกหากจะมองสาวน้อยสักคนด้วยสายตาแบบนี้ แต่อาร์ตไม่ใช่คนที่ม่อนควรมองแบบนี้เลย

ooo - ooo - ooo

ใต้ต้นลำไยต้นใหญ่หน้าบ้านมีโต๊ะหนึ่งตัวและเก้าอี้สำหรับนั่งคุยกันสี่ตัวจัดเรียงไว้ น้าหมิว เมี่ยงและอาร์ตเดินมานั่งลง แม่หมิวยิ้มอ่อนโยนให้เพื่อนของลูกชาย แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกเอ็นดู

แม่หมิว: ขอบคุณอาร์ตมากนะที่ช่วยดูแลลูกชายให้น้า

อาร์ต: ไม่เป็นไรครับน้าหมิว

แม่หมิว: ถ้าอาร์ตไม่รังเกียจ น้าอยากให้คิดซะว่าม่อนเป็นน้องชายของอาร์ตคนหนึ่ง

อาร์ต: อ๋อ ได้เลยครับน้าหมิว

แม่หมิว: ที่น้าเรียกอาร์ตมาคุยด้วย น้าอยากคุยเรื่องนี้แหละ

อาร์ตพยักหน้า

อาร์ต: ครับ

แม่หมิวเงียบสักพัก ใบหน้าของเธอคล้ายกับพยายามนึกว่าจะเล่าเรื่องนี้ยังไง

แม่หมิว: พ่อของเมี่ยงกับม่อนทิ้งพวกเราไปตั้งแต่ม่อนยังไม่สามขวบ ม่อนจำความได้เขาก็ไม่เห็นพ่อแล้ว บ้านน้าเองก็มีแต่ผู้หญิง แต่น้าก็พยายามให้ม่อนอยู่กับเพื่อนๆ ผู้ชายให้มากที่สุด งานบ้านงานผู้หญิง น้าก็ไม่ให้เขาทำ แต่ไม่ว่ายังไง น้ากับลูกสาวก็ดูแลม่อนได้แบบแม่และพี่สาวแค่นั้นแหละ ยังไงก็เป็นพ่อให้เขาไม่ได้ เมี่ยงน่ะยังโชคดีที่เขามีแม่มีป้าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ม่อน…เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน หัวเดียวกระเทียมลีบ น้าไม่รู้ว่าอาร์ตเข้าใจเรื่องที่น้าพูดหรือเปล่า แต่น้าจะบอกว่า…ม่อนคงไม่มีโอกาสได้เจอพ่อหรอก แต่อย่างน้อย…น้าก็อยากให้เขามีพี่ชายสักคน เขาจะได้รู้สึกว่ามีเพื่อนในครอบครัวบ้าง

อาร์ต: อ๋อ

เมี่ยง: อาร์ตรู้ไหมว่าบางทีเราก็เคยคิดอยากเป็นผู้ชาย จะได้เป็นพี่ชายให้ม่อนได้ เวลาม่อนโดนรังแกหรือโดนล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ เราจะได้ไปต่อยกับพวกนั้นให้ม่อนไง

เมี่ยงกับอาร์ตขำเบาๆ พร้อมกัน

แม่หมิว: น้าก็ไม่มีอะไรหรอก น้าแค่อยากขอให้อาร์ตช่วยเป็นพี่ชายให้เขาหน่อยเท่านั้นแหละ เพราะน้ากับลูกสาว…ทำให้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะลำบากเกินไปสำหรับอาร์ตหรือเปล่า

อาร์ต: ไม่เลยครับน้าหมิว ผมยินดีครับ

แม่หมิว: ขอบใจมากจ้ะอาร์ต

แม่หมิวยิ้มให้อาร์ต ก่อนหันไปยิ้มกับลูกสาวด้วยแววตาปลื้มปีติ

แม่หมิว: น้ายอมรับเลยนะว่าตั้งแต่ม่อนรู้จักกับอาร์ต เขานิสัยดีขึ้นเยอะเลย น้าเข้าใจแล้วล่ะว่า…บางเรื่อง…มันก็ต้องให้ผู้ชายกับผู้ชายเขาคุยกัน

แม่หมิวเว้นจังหวะนิดหนึ่งจึงสรุปท้าย

แม่หมิว: ถ้าอาร์ตจะมาหาม่อนที่นี่ ก็มาได้เลยนะ ป้าหมอนเขายกเรือนหลังเล็กให้ วันไหนอาร์ตอยากมาเล่นกับน้อง หรือมานอนเป็นเพื่อนน้อง ก็มาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

อาร์ต: ครับน้าหมิว

ที่ห้องนั่งเล่นในบ้าน ม่อนนั่งเล่นเกมบอยอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าจริงจัง บนใบหน้ายังมีรอยฟกช้ำดำเขียวจางๆ อยู่ เล่นไปสักพักเขาก็มุ่นคิ้วเข้าหากัน

ม่อน: อ้าว ถ่านหมดแล้ว

ม่อนลุกขึ้นยืนแล้วเดินแกมวิ่งออกไป ประตูหน้าบ้านเปิดออก ม่อนโผล่ออกมาจากตรงนั้น เขาปิดประตูแล้วก็เดินแกมวิ่งไปตรงต้นลำไยหน้าบ้าน คนที่นั่งอยู่หันมามองพร้อมกัน ม่อนชูเกมบอยในมือให้อาร์ตดู

ม่อน: พี่อาร์ต ถ่านหมด พาผมไปซื้อถ่านหน่อยสิ

อาร์ตหันไปมองคนที่เดินมาหา ใบหน้าหล่อใสส่งยิ้มให้

อาร์ต: ไปตอนนี้เลยเหรอ

ม่อน: ครับ

อาร์ตหันไปมองแม่หมิวเป็นเชิงขออนุญาต แม่หมิวยิ้มและพยักหน้าตกลง

อาร์ต: โอเค เดี๋ยวพี่พาไป

อาร์ตลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าของแม่หมิวยิ้มเอ็นดูเด็กทั้งสอง คอยมองตามจนทั้งคู่หายออกไปด้วยกัน เธอจึงหันมาจ้องหน้าลูกสาวและยิ้มแปลกๆ

[บทสนทนาคำเมือง]

แม่หมิว: แม่ว่าอาร์ตนี่ก็ใช้ได้เลยนะ เมี่ยงว่าไหม

เมี่ยงเลิกคิ้วสูง

เมี่ยง: เหรอคะ

แม่หมิวขำเบาๆ

แม่หมิว: ไม่สนใจเหรอ

เมี่ยง: เป็นเพื่อนน่ะได้ค่ะแม่ แต่เป็นแฟน…ไม่ดีกว่าค่ะ

แม่หมิว: ทำไมล่ะ

เมี่ยง: ไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าเหมือนแม่

แม่หมิวเลิกคิ้วสูงบ้าง

แม่หมิว: อาร์ต…เป็นคนเจ้าชู้เหรอ

เมี่ยงไม่ตอบ เธอลุกจากเก้าอี้และเดินเข้าบ้านไป แม่หมิวมองตามด้วยสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

ooo - ooo - ooo

ป้ายห้อง ม. 4/1 ตรงประตูหน้าห้องเรียนปรากฏขึ้นแล้วเลื่อนต่ำลง อาร์ตเดินออกมาจากห้องเรียนและเดินออกไปกับเพื่อนๆ ถัดมาป้ายห้อง ม. 2/2 เลื่อนต่ำลง ม่อนเดินออกมาจากห้องเรียนและเดินออกไปเช่นกัน ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตึกเรียน อาร์ตกับม่อนเดินมาคนละทางและนั่งลง ทั้งสองคนและเพื่อนๆ นั่งคุยกันและหัวเราะสนุกสนาน อาร์ตเอามือกอดคอม่อนอย่างสนิทสนม ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรักต่างวัยไปแล้ว

ที่ถนนเลียบกำแพงเมือง มอเตอร์ไซค์ของอาร์ตแล่นผ่านไปไม่เร็วนัก ม่อนนั่งซ้อนท้าย ต่อมาอาร์ตกับม่อนเดินหาที่นั่งริมคูเมือง อีกพักหนึ่งก็เห็นมือของอาร์ตจับปากกาวาดลายเส้นขึ้นลงบนสมุดสเก็ตช์ภาพ มองไกลออกมาจะเห็นเป็นภาพคูเมืองเชียงใหม่ ม่อนมองดูภาพนั้นแล้วก็ตาโตด้วยความทึ่งและเอ่ยปากชม

ที่ต้นลำไยต้นใหญ่หน้าบ้านม่อน อาร์ตนั่งวาดภาพลายเส้นเป็นรูปวัดล้านนาโบราณ ม่อนนั่งดูข้างๆ ด้วยแววตาชื่นชมเหมือนเช่นเคย ยามเย็นที่โฮมสเตย์หลังเล็ก อาร์ตสอนภาษาอังกฤษให้ม่อนตรงโต๊ะทำงาน อาร์ตแกล้งสอนให้ม่อนแลบลิ้นตอนพูดไปด้วย ม่อนทำหน้าไม่เชื่อ อาร์ตหัวเราะชอบใจ ที่โต๊ะอาหารเย็น แม่หมิว ป้าหมอน เมี่ยง อาร์ต ม่อน นั่งกินข้าวด้วยกัน ทุกคนต่างมีรอยยิ้มขณะพูดคุย ต่างก็ดูสนิทสนมกันมาก จบลงที่อาร์ตกับม่อนหัวถึงหมอน ทั้งคู่หันมายิ้มให้กัน ไฟในห้องดับลงจนมืดสนิท

ป้ายร้านไอศกรีมศาลาโฟร์โมสต์ตรงข่วงท่าแพปรากฏขึ้น อาร์ตกับม่อนนั่งกินไอศกรีมกันอยู่สองคนที่ร้านนั้น อาร์ตมองไปทางหนึ่งด้วยแววตากรุ้มกริ่ม เขาสะกิดไหล่ม่อนๆ เบาๆ แล้วพยักพเยิดให้ดูสาวๆ โต๊ะข้างๆ ม่อนหันไปมองตามอาร์ต เขาเพียงแต่หันมายิ้มเรียบๆ

ที่ลานสเกตบอร์ดในกาดสวนแก้ว ล้อโรลเลอร์เบลดไถครูดไปบนพื้นน้ำแข็งดังครืดคราด อาร์ตกับม่อนเล่นสเกตบอร์ดอย่างสนุกสนานและชำนาญ มีวัยรุ่นหนุ่มสาวหลายคนเล่นอยู่ตามจุดต่างๆ แต่พักหนึ่งอาร์ตก็เปลี่ยนไปสอนสาวๆ สองสามคนเล่นสเกตบอร์ดแทน ขณะที่ม่อนเล่นคนเดียวด้วยสีหน้าเซ็งๆ

ที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง อาร์ตค้นหาหนังสือสอนศิลปะมุมหนึ่ง ม่อนค้นหาหนังสือการ์ตูนอีกมุมหนึ่ง เห็นเขาหยิบหนังสือดราก้อนบอล โดราเอม่อนกับขายหัวเราะมาดู ย้ายมาที่แผงหนังสือแห่งหนึ่ง อาร์ตหยิบหนังสือโป๊ยี่ห้อดังขึ้นมาแล้วหันมายักคิ้วให้ม่อน จบลงที่ร้านขายเทปเนตรทิพย์ อาร์ตเดินดูเทปเพลงร็อก ส่วนม่อนดูเฉพาะเทปเพลงของค่ายแกรมมี่ เขาเป็นสาวกค่ายนี้ตั้งแต่มอต้นแล้ว

ที่สนามกีฬาเจ็ดร้อยปีช่วงเย็น อาร์ตกับม่อนเล่นเตะบอลกับเพื่อนๆ แถวนั้นในสนามบอลเล็ก ขากลับอาร์ตพาม่อนขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน เห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นหลังดอยสุเทพ ย้ายมาที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านอาร์ต ป่าป๊า หม่าม้า เจ๊เอ้ อาร์ต ม่อน นั่งกินข้าวด้วยกัน ใบหน้าแต่ละคนมีรอยยิ้มที่แสดงความเป็นกันเอง ย้ายมาที่ห้องนอนของอาร์ต อาร์ตกับม่อนนอนเล่นเกมบอยด้วยกัน หันมาสบตากันเป็นบางครั้ง เสียงเกมดอทแมตทริกซ์ดังออกมาจากเครื่องรัวๆ จบลงที่อาร์ตกับม่อนหัวถึงหมอน ทั้งคู่หันมายิ้มให้กัน ไฟในห้องดับลง

ooo - ooo - ooo

กุมภาพันธ์ 2540

งานปอยหลวงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้บ้านของม่อน แสงหลากสีจากหลอดไฟนีออนสว่างจ้าประดับทั่ววัดที่จัดงาน ผู้คนทุกเพศวัยเดินขวักไขว่ไปมาตามจุดต่างๆ เสียงดนตรี เสียงการละเล่น เสียงประกาศและเสียงคนคุยกันเซ็งแซ่

ที่ซุ้มฟ้อนเล็บ เสียงกลองแอว กลองตะโล้ดโป๊ด ฉาบ ฆ้องโหม่งใหญ่ ฆ้องโหม่งเล็ก ฉิ่ง ปี่แนหน้อยและปีแนหลวงบรรเลงเพลงล้านนาดังขึ้น สาวในชุดฟ้อนเล็บสีแดงอมชมพูยกมือขึ้นฟ้อนบนผืนเสื่อที่ปูต่อๆ กัน พวกเธอเขยิบเท้าขึ้นลงเนิบๆ ตามจังหวะเพลง แต่แทบจะไม่เปลี่ยนท่ามือเลย ข้างๆ กันนั้น กลุ่มผู้ชายซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนถึงสูงวัยเป็นคนเล่นดนตรีให้

อาร์ต ต่ายและม่อนยืนชมการแสดงฟ้อนเล็บอยู่พักใหญ่ จากนั้นทั้งสามคนก็เดินไปดูซุ้มอื่นๆ อาร์ตจับมือต่ายไว้ตลอดเวลา ม่อนเดินตามเงียบๆ นานๆ ทีจะคุยกับอาร์ตและต่ายสักครั้ง

ที่ซุ้มยิงปืนตุ๊กตา อาร์ตหยิบคูปองยิงปืนที่ซื้อมาส่งให้ต่าย ก่อนชี้มือไปยังจุดหนึ่ง

อาร์ต: ต่ายไปยืนตรงนั้นเลย

ต่ายเดินมาตรงบาร์กั้นด้านหน้าแผงตุ๊กตา เธอยื่นคูปองให้ผู้ชายเจ้าของซุ้มซึ่งยืนอยู่ข้างใน ผู้ชายคนนั้นส่งปืนจุกน้ำปลาพร้อมกับจุกสีซึ่งจะใช้เป็นกระสุนยิงให้เธอ อาร์ตเอามาช่วยใส่ให้ เขาส่งปืนให้ต่ายยกขึ้นเล็งแผงตุ๊กตาซึ่งจัดเรียงเป็นช่องๆ

อาร์ต: ต้องเหนี่ยวไกยังไงครับ

เจ้าของซุ้ม: ดึงตรงนั้นเข้ามา

อาร์ต: อ๋อ ดึงตรงนี้ ต่ายดึงมาเลย

ต่ายดึงตัวสไลด์เข้าหาตัวจนลงล็อก จากนั้นยกปืนขึ้นเล็งอีกครั้งและทำท่าเหนี่ยวไก

อาร์ต: ต่ายชอบตัวไหนก็เล็งตัวนั้นเลย

ต่าย: ตัวสีชมพู

อาร์ต: เอาเลย

อาร์ตคอยลุ้นอย่างตื่นเต้น ขณะที่ม่อนยืนดูเงียบๆ

อาร์ต: จะได้ไม่ได้

เสียงปืนยิงออกไปดังปัง ตุ๊กตาตัวสีชมพูร่วงลงจากแผง อาร์ตกับต่ายยิ้มดีใจและเอามือมาทำไฮไฟว์กัน

อาร์ต: โอ้โห ร่วงเลย ฝีมือไม่ธรรมดา

ต่าย: ต้องได้สองในสามถูกต้องไหมคะ

เจ้าของซุ้ม: ใช่ครับ

อาร์ต: ตัวที่สอง เล็งเลย เอาสีไหน

ต่าย: สีฟ้า

อาร์ต: โอ้โห ดูท่าเล็งสิ มืออาชีพมาก

เสียงปืนยิงออกไปอีกครั้ง แต่คราวนี้พลาดเป้า พอลองครั้งที่สามก็พลาดเป้าอีกเช่นกัน

ต่าย: อดเลย

อาร์ต: ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองให้ม่อนยิงบ้างดีกว่า ม่อนเล่นไหม เดี๋ยวพี่ซื้อคูปองให้

ม่อนส่ายหน้า

ม่อน: ไม่ดีกว่าครับ

อาร์ต: ทำไมล่ะ ลองหน่อยไหม เผื่อได้รางวัลนะ

ม่อนทำท่าลังเล ไม่นานก็พยักหน้าตกลง

ม่อน: ลองดูก็ได้ครับ เดี๋ยวผมซื้อคูปองเองนะครับพี่อาร์ต

ม่อนควักแบงก์ร้อยออกมาจากกระเป๋ายื่นให้เจ้าของซุ้ม อึดใจหนึ่งเขาก็ได้คูปองมาพร้อมกับเงินทอน

ม่อนเห็นต่ายทำให้ดูสามครั้งเมื่อกี้ก็ทำตามได้ไม่ยาก เขายกปืนขึ้นเล็ง แต่ยิงออกไปนัดแรกก็พลาด นัดที่สองพลาดซ้ำ นัดที่สามก็ยังพลาดอีก

ต่ายจึงหันมาแซวม่อนเป็นคำเมือง

ต่าย: อะไรกันม่อน ยิงไม่แม่นเลย พี่ยังยิงได้ตั้งครั้งหนึ่ง

ม่อนยิ้มเขินๆ แต่ไม่พูดอะไร ก่อนหันไปสบตากับอาร์ตด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและห่างเหิน

ที่ชิงช้าสวรรค์ สองหนุ่มหนึ่งสาวเดินมายืนรออยู่ตรงฐานจอด มีเด็กคุมเครื่องคนหนึ่งยืนคอยดูแลตรงนั้น

อาร์ต: ม่อนขึ้นก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่กับพี่ต่ายจะขึ้นอันหลัง

ม่อน: อ๋อ ได้ครับ

ม่อนก้าวขึ้นไปนั่งบนกระเช้าชิงช้าสวรรค์ เด็กคุมเครื่องปิดประตูลูกกรงสีขาวๆ ให้ วงล้อหมุนเลื่อนให้กระเช้าต่อไปลงมาที่ฐาน อาร์ตกับต่ายขึ้นไปนั่งบ้าง ทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน เด็กคุมเครื่องปิดประตูให้ อึดใจหนึ่งชิงช้าสวรรค์ก็เริ่มเคลื่อนที่

ชิงช้าสวรรค์เลื่อนสูงขึ้น ม่อนก้มมองลงไปยังกระเช้าของอาร์ตกับต่าย หนุ่มน้อยและสาวน้อยหัวร่อต่อกระซิกกัน ต่างก็ชี้ชวนกันให้ดูวิวรอบๆ เมื่อสูงขึ้นไปอีก ม่อนเหลือบไปเห็นทั้งคู่จับมือกัน แววตาหยาดเยิ้ม เมื่อวนมารอบที่สอง อาร์ตก็เขยิบมานั่งข้างๆ ต่าย ร่างสองร่างเบียดแนบชิดมากขึ้น จมูกโด่งๆ หอมลงไปบนแก้มใสๆ ของสาวน้อย ต่ายยิ้มเอียงอาย ม่อนเงยหน้าขึ้นจากภาพที่เห็น แววตาของเขาหม่นเศร้าและดูเจ็บปวด

ที่หนังกลางแปลงซึ่งฉายหนังไทยเก่าเรื่องหนึ่งอยู่ อาร์ตกับต่ายนั่งคู่กันและจับมือกัน ขณะที่ม่อนนั่งอยู่ใกล้ๆ เงียบๆ คนเดียว สายตาของม่อนคอยมองไปที่สองหนุ่มสาวบ่อยๆ บางจังหวะอาร์ตก็หันมามองม่อนและยิ้มบางๆ ให้

พอเริ่มดึก สองหนุ่มสาวก็นั่งซบกัน เดี๋ยวแอบสบตากัน เดี๋ยวแอบหอมแก้มกัน เดี๋ยวแอบหอมมือกัน ม่อนทนดูอยู่นานก็ลุกขึ้น สีหน้าบ่งบอกว่าเขาเริ่มไม่ไหวแล้ว สองหนุ่มสาวหยุดซบกันแล้วก็หันมามอง

ม่อน: ผมขอกลับก่อนนะครับพี่อาร์ต มันดึกแล้ว เดี๋ยวแม่เป็นห่วง

อาร์ต: จะกลับตอนนี้เลยเหรอ

ม่อน: ผมง่วงนอนแล้วครับ

อาร์ต: งั้น…เดี๋ยวพี่ไปส่ง

ม่อน: ไม่เป็นไรครับ ผมเดินกลับเองก็ได้ ไม่ไกลหรอก

อาร์ต: จะเดินกลับได้ไง เป็นกิโลเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง

อาร์ตปล่อยมือจากต่าย ก่อนขยับตัวและลุกขึ้น

อาร์ต: ต่ายรอพี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งม่อนที่บ้านก่อน

ต่าย: ค่ะพี่อาร์ต

อาร์ต: ไปม่อน

รถมอเตอร์ไซค์ของอาร์ตวิ่งฝ่าความมืดออกไป ม่อนนั่งซ้อนท้ายเงียบๆ แววตาของเขายังดูหม่นหมอง ขณะที่อาร์ตรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป แต่เขาก็ไม่ได้ถาม

ooo - ooo - ooo

ประตูตู้เย็นเปิดออก ม่อนหยิบเอาม้วนเทปสีเทาๆ ออกมา มองเห็นตัวหนังสือใหญ่ๆ เขียนไว้ว่า “MGA BEAU สุนิตา ลีติกุล A” อยู่บนม้วนเทป เขาปิดตู้เย็นแล้วก็เดินขึ้นไปบนห้อง ประตูห้องนอนเปิดออก ม่อนเดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู เขาเอาม้วนเทปเมื่อกี้ไปวางไว้ที่โต๊ะทำการบ้าน บนนั้นมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทโซนี่รุ่นเสียงดีเบสหนักวางอยู่ ถัดไปเป็นชั้นวางตลับเทปคาสเซ็ท เห็นแถบข้างหลากสีของตลับอัลบั้มเพลงเรียงเป็นตั้ง ม่อนหยิบผ้าเช็ดตัวมาและเดินไปทางห้องน้ำ หน้าประตูห้องน้ำมีโปสเตอร์ โบ สุนิตา ติดไว้ ใกล้กันมีโปสเตอร์ของมอส ยูเอชที ทาทายังและอัลบั้มพิเศษ 6.2.12 ติดบนผนังห้องด้วย

ที่โต๊ะทำการบ้านของม่อน เด็กชายนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยชุดนอนสบายๆ เขาเอาดินสอแท่งเหลี่ยมๆ สอดเข้ารูข้างหนึ่งของม้วนเทป โบ สุนิตา อัลบั้มแรก ก่อนแกว่งมือขึ้นลงสั้นๆ เร็วๆ เพื่อกรอม้วนเทปให้มาอยู่หน้าที่ต้องการ

ช่องใส่เทปคาสเซ็ทอ้าออก ม่อนใส่ม้วนเทปลงไปดังแกร๊ก เขาเอานิ้วดันปิดดังปึ้ก จากนั้นก็กดปุ่มเล่น พอเห็นว่ายังไม่ตรงกับเพลงที่อยากฟังเขาก็กรอไปข้างหน้าอีกหน่อย เมื่อกดเล่นอีกครั้ง เสียงเพลงหนึ่งเริ่มเฟดเสียงลงพอดี ไม่นานอินโทรเพลง “เธอไม่เคยถาม” ก็ดังขึ้น

ม่อน: เก็บมานานแสนนาน ฝังในใจฉันอยู่ อยากให้เธอรู้ใจกันสักครั้ง

ม่อนเอาคางเกยแขนซึ่งวางทับกันบนโต๊ะ เขาร้องเพลงคลอไปกับเสียงเพลงที่ดังอยู่ สีหน้าดูอินไปกับเพลงนั้น

ม่อน: แต่เธอไม่เคยถาม ไม่เลยสักคำ เธอไม่เคยถาม ไม่เคยจะเข้าใจ เธอไม่เคยมองตาฉันเลย ว่าเก็บอะไรเท่าไหร่ ไม่เคยจะรู้ว่าใครคนหนึ่งรักเธอ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ม่อนหยุดร้องเพลงและหันไปมอง เขาลุกขึ้นและเดินเร็วๆ ไปเปิดประตู เมี่ยงปรากฏตัวขึ้นในชุดนอน เธอยิ้มและเดินเข้ามาในห้องของน้องชาย

[บทสนทนาคำเมือง]

ม่อน: มีอะไรเหรอ

เมี่ยง: เบาๆ หน่อยค่ะคุณชายม่อน เดี๋ยวแขกเขาจะนอนไม่หลับ ตั้งแต่ซื้อมาเนี่ยฟังไปกี่ร้อยรอบแล้วล่ะ พี่จะร้องได้ทุกเพลงแล้ว ยานหมดแล้วมั้งเนี่ย

ม่อนเดินไปหรี่เสียงเพลงที่เล่นลง จากนั้นก็เดินกลับมาหาพี่สาว

เมี่ยง: ชอบเหรอเพลงนี้ เห็นฟังเป็นสิบรอบละ

ม่อน: อือ

เมี่ยง: แอบชอบใครแน่ๆ เลย

ม่อน: ไม่มี แค่ชอบเพลงเฉยๆ

เมี่ยง: ถ้าไม่มีแล้วจะเขินทำไม อุ๊ยๆ หน้าแดงเลยดูสิ เดี๋ยวพี่จะไปบอกแม่ว่าม่อนแอบชอบสาว

ม่อน: อย่านะพี่เมี่ยง ผมไม่ได้แอบชอบใครซะหน่อย

เมี่ยง: จริงเหรอ

ม่อน: อือ

เมี่ยง: แต่ถ้าอยากมีแฟนก็มีได้นะ แม่เขาไม่ว่าหรอก แม่บอกว่าถ้าม่อนขึ้นมอสามเมื่อไหร่ เขาจะอนุญาตให้มีแฟน

ม่อน: งั้นพี่เมี่ยงก็มีก่อนเลย พี่อยู่มอสี่แล้วนะ ไม่เห็นจะมีแฟนเลย

เมี่ยง: พี่จะเอาเวลาที่ไหนไปมี เรียนสายวิทย์นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ ไหนจะต้องช่วยป้าอีก พี่ยังไม่รีบหรอก

ม่อน: งั้นผมก็ไม่รีบเหมือนกัน

เมี่ยง: ก็แล้วแต่ อ้อ แต่อย่าเจ้าชู้เหมือนอาร์ตล่ะ ไม่รู้ว่าต่ายมันรู้หรือยัง เมื่อวานพี่เห็นอาร์ตไปยืนจีบสาวมอสามคนนั้นอีกละ เรียนห้องเดียวกับต่ายเลย

ม่อน: น่าจะยังไม่รู้

เมี่ยง: แต่ม่อนก็ไม่ต้องยุ่งเรื่องของเขาหรอก

ม่อน: ผมไม่ยุ่งอยู่แล้ว

เมี่ยง: เออ ดีแล้ว แล้วเมื่อกี้อาร์ตมาส่งหรือเปล่า

ม่อน: ครับ

เมี่ยง: แล้วเขาจะไปส่งต่ายที่บ้านต่อใช่ไหม

ม่อน: ก็น่าจะอย่างนั้น

เมี่ยงพยักหน้ารับรู้

เมี่ยง: อ้อ เมื่อตอนเย็นพี่ฟังดีเจสมเกียรติ เขาบอกว่าพี่โบจะมาเล่นคอนเสิร์ตฉลองล้านตลับที่ท่าแพเดือนหน้า ม่อนจะไปดูไหม

ม่อน: ผมไม่พลาดอยู่แล้ว จะต้องไปขอลายเซ็นพี่โบให้ได้ อีกตั้งเดือนหนึ่ง เก็บเงินทันอยู่

เมี่ยง: ม่อนนี่ก็แปลกนะ เป็นผู้ชาย…แต่ชอบฟังเพลงผู้หญิง

ม่อนหน้าเจื่อนเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ตอบโต้ใดๆ

เมี่ยง: งั้นพี่ไปละ อย่านอนดึกล่ะ

ม่อน: ครับ

เมี่ยงเดินออกไปจากห้อง ม่อนปิดประตูแล้วก็ยืนพิงอยู่ตรงนั้น เขาครูดตัวลงเล็กน้อยและห่อไหล่ สีหน้าดูกังวล เสียงคิดในใจดังกึกก้องขึ้นมา

ม่อน: จะยะจะใดหนอ

TBC…

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10
It's completely dark here.

ออฟไลน์ sarawatta

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +300/-10

- ภาพยนตร์ -

#5: ภาพบาดตาที่น้ำตกแม่สา

กุมภาพันธ์ 2540

บรรยากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเวลากลางวัน มองมุมสูง จะเห็นนักเรียนหญิงชายเดินขวักไขว่ไปมาตามทางเดิน เสียงคุยกันเซ็งแซ่กระจายตามจุดต่างๆ นักเรียนกลุ่มหนึ่นั่งกินข้าวกันอยู่ในโรงอาหาร หนึ่งในนั้นลุกขึ้นท่ามกลางความสงสัยของเพื่อนๆ

[บทสนทนาคำเมือง]

ดั๊ก: อ้าว มึงกินเสร็จแล้วเหรอ

ม่อน: เออ เสร็จแล้ว

วิทย์: แล้วมึงจะไปไหน

ม่อน: ไปดูพี่อาร์ตซ้อมดนตรีไง

ดั๊ก: แหม เดี๋ยวนี้ไปหาแต่พี่อาร์ตนะมึง มึงเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขาหรือไง

วิทย์: แล้วมึงไม่ไปกับพวกกูเหรอวันนี้

ม่อน: พรุ่งนี้ละกัน พอดีกูว่าจะเอาตลับเกมไปคืนพี่อาร์ตด้วย

ม่อนยกจานอาหารที่กินหมดแล้วและเดินออกไป เพื่อนๆ มองตามด้วยแววตาสงสัย

ooo - ooo - ooo

ที่ห้องดนตรีใหญ่ นักเรียนหญิงชายกำลังซ้อมการแสดงวงโยธวาทิตงานกีฬาประเพณียุพราช ยืนกระจัดกระจายไม่เป็นแถวเป็นแนว บ้างเป่าแตร บ้างตีกลอง แต่ยังฟังไม่เป็นเพลงเพราะต่างคนต่างฝึกของตัวเอง ม่อนโผล่เข้ามาในห้อง เขาสอดส่ายสายตาหาใครคนหนึ่ง ไม่นานก็ยิ้มคล้ายกับเจอคนที่อยากเจอ

อาร์ตกำลังซ้อมเป่าทรอมโบนอยู่ตรงมุมหนึ่ง ขณะเดียวกันก็หยุดคุยกับนักเรียนชายหญิงที่อยู่ตรงนั้นเป็นระยะๆ เขาหันมามองเมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเรียก

ม่อน: พี่อาร์ต

อาร์ต: อ้าวม่อน

ม่อนเดินเข้าไปหาอาร์ตพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง

ม่อน: พี่อาร์ตพร้อมหรือยังครับ

อาร์ต: พร้อมแล้ว

ม่อน: ยังไม่ซ้อมเหรอครับ

อาร์ต: ครูยังไม่มาเลย

ม่อน: แล้วพี่ต่ายล่ะ

อาร์ต: กินข้าวอยู่มั้ง

นักเรียนหญิงคนหนึ่งซึ่งยืนคุยกับอาร์ตมาสักพักพูดแทรกขึ้น

มิลค์: พี่อาร์ต พี่อาร์ตได้ข่าวคอนเสิร์ตพี่โบ สุนิตาหรือเปล่า

อาร์ต: ยังเลย พี่โบจะมาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่เหรอ

มิลค์: ใช่ ที่ท่าแพ แล้วก็จะแวะมาแจกลายเซ็นที่ร้านเนตรทิพย์ด้วย พี่อาร์ตจะไปดูไหม

อาร์ต: ไม่รู้เหมือนกัน แต่ม่อนคงไม่พลาดใช่ไหม

มิลค์: ม่อนชอบพี่โบเหรอ

ม่อน: ครับ ผมกำลังเก็บตังค์ซื้อบัตรอยู่

มิลค์: แต่บัตรก็แพ้งแพง มิลค์อยากไปดูจังเลยพี่อาร์ต แต่ไม่รู้จะเก็บตังค์ทันหรือเปล่า สงสัยจะซื้อบัตรไม่ทันแน่ๆ เลย

อาร์ต: บัตรราคาเท่าไหร่

มิลค์: ห้าร้อย สามร้อย แล้วก็สองร้อย ห้าร้อยอยู่หน้าสุด สองร้อยอยู่ด้านหลังเลย

อาร์ต: มิลค์อยากได้บัตรราคาไหนล่ะ

มิลค์: มิลค์อยากอยู่หน้าสุด จะได้เห็นพี่โบใกล้ๆ

เพื่อนของมิลค์ซึ่งฟังอยู่สักพักออกความเห็นบ้าง

แหวน: ฉันว่าเราเก็บตังค์ไม่ทันหรอกมิลค์ ซื้อบัตรสองร้อยเอาละกัน ยกเว้นว่า…จะมีใครช่วยเป็นสปอนเซอร์

แหวนชายตามาทางอาร์ตและยิ้มมีเลศนัย

มิลค์: แล้วต่ายเขาจะไปดูหรือเปล่าคะพี่อาร์ต

อาร์ตส่ายหน้าพร้อมกับขำเบาๆ

อาร์ต: เขาชอบศิลปินอาร์เอส เขาไม่ไปหรอก

มิลค์: งั้น…พี่อาร์ตไปกับพวกหนูไหม

อาร์ต: วันไหนล่ะ

มิลค์: สิบห้ามีนา วันเสาร์ ปิดเทอมแล้ว ไปไหมพี่อาร์ต

อาร์ตทำท่าลังเลและหันมามองม่อนคล้ายจะขอความเห็น นักเรียนหญิงสองคนจึงคะยั้นคะยอ มิลค์ถึงกับเข้ามาเกาะแขนออดอ้อน

มิลค์: นะๆๆๆๆ ไปดูด้วยกันนะคะพี่อาร์ต

ใบหน้าของม่อนหม่นเศร้า ท่าทางดูเหมือนน้อยใจบางอย่าง

ม่อน: พี่อาร์ต ผมเพิ่งนึกได้ว่านัดกับไอ้วิทย์กับไอ้ดั๊กไว้ ผมเอานี่มาคืนเฉยๆ ครับ

ม่อนเอาตลับเกมออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้อาร์ต อีกฝ่ายยื่นมือมารับด้วยสีหน้างงๆ

ม่อน: ไปก่อนนะครับพี่อาร์ต

อาร์ต: อ้าว ทำไมรีบไปจัง

อาร์ตทำหน้าเสียดาย ส่วนม่อนเดินเร็วๆ ออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียก อาร์ตมองตามอย่างสงสัย แต่สักพักก็หันมาคุยกับสาวๆ ต่อ

ooo - ooo - ooo

ใต้ต้นลำไยหน้าบ้าน ม่อนนั่งเหม่อมองไร้จุดหมายเพียงลำพัง เมี่ยงเปิดประตูออกมาเห็นพอดี เธอจึงตะโกนถาม

[บทสนทนาคำเมือง]

เมี่ยง: อ้าวม่อน พี่ก็นึกว่าไปเตะบอลกับเพื่อน

ม่อนหันไปทางต้นเสียง

ม่อน: วันนี้มีคนเล่นน้อย ก็เลยยกเลิก

เมี่ยงเดินมาหาและนั่งลงฝั่งตรงข้าม

เมี่ยง: เก็บตังค์ได้เท่าไหร่แล้วล่ะ

ม่อน: ยังไม่ถึงร้อยเลย

เมี่ยง: จะซื้อทันไหมเนี่ย เอาของพี่ไปก่อนไหม พี่ให้ยืม

ม่อน: ไม่เป็นไร ขอเก็บเองก่อน

เมี่ยง: ตามใจ แต่ถ้ากลัวไม่ทันก็บอกพี่ละกัน ว่าแต่…เป็นไรเหรอ ทำไมดูเศร้าๆ

ม่อน: เปล่าครับ ไม่ได้เป็นไร

เมี่ยง: แน่ใจนะ

ม่อน: ครับ

เมี่ยง: อ้อ รู้ข่าวอาร์ตหรือยัง

ม่อน: ยัง ข่าวอะไรเหรอ

เมี่ยง: อ้าว ก็เห็นสนิทกัน ไม่รู้เรื่องเลยเหรอ

ม่อนส่ายหน้า

เมี่ยง: วันนี้เขาทะเลาะกับต่ายตอนเลิกเรียนอีกแล้ว

ม่อน: เรื่องอะไรเหรอ

เมี่ยง: ก็เรื่องมิลค์นั่นแหละ ต่ายมันได้ยินมาว่าอาร์ตจะไปดูคอนเสิร์ตพี่โบกับมิลค์ ก็เลยเป็นเรื่อง

ม่อน: อ๋อ

เมี่ยง: พี่กลัวว่าอาร์ตมันจะโดนหลอกน่ะ โดนสาวปะเหลาะหน่อย เดี๋ยวก็ซื้อบัตรให้เขาจนได้ พี่เคยเตือนหลายทีแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยฟังหรอก เฮ้อ แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเรา ไปกินข้าวแลงกันเต๊อะ

ooo - ooo - ooo

ในพิธีเปิดงานกีฬาประเพณียุพราช นักเรียนหญิงในชุดขาวแถบสีบานเย็นถือป้ายชื่อโรงเรียนเดินนำหน้า นักเรียนชายในชุดโยธวาทิตสีชมพูสลับขาวกับดำเดินเรียงกันเป็นแถวตามมา คนหน้าสุดตีกลองใหญ่ ตามด้วยกลองแต๊กและเครื่องเป่า เห็นอาร์ตกำลังเป่าทรอมโบนเดินผ่านไปพร้อมเสียงทุ้มหนักของกลองและเสียงสารพัดแตร เขาดูหล่อและเท่มากจนสาวๆ กรี๊ด

หลังจบงาน มีเพื่อนๆ และสาวๆ เข้ามาถ่ายรูปกับอาร์ตหลายคน แม้ว่าจะชอบใจที่ได้ถ่ายรูปกับสาวๆ แต่อาร์ตก็ทำท่าเหมือนมองหาใครสักคน เขาไม่เห็นใครคนนั้นตั้งแต่เช้าแล้ว

ที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างตึกยุพราช เมี่ยง อาร์ตและเพื่อนๆ หลายคนในห้องนั่งติวหนังสือกันอยู่ แต่ละคนหน้านิ่วคิ้วขมวด อาร์ตคอยเหลือบมองเมี่ยงบ่อยๆ เหมือนมีเรื่องอยากถาม

อาร์ต: เมี่ยง ม่อนหายไปไหนน่ะ เราไม่เห็นเขาหลายวันแล้ว

เมี่ยง: ก็ไม่ได้ไปไหนนี่

อาร์ต: เหรอ แปลก ทำไมไม่เจอเลย

ที่หน้าห้อง ม. 2/3 ช่วงใกล้คาบบ่าย อาร์ตเดินผ่านมาหน้าประตูห้อง เขาเมียงมองหาใครคนหนึ่ง ดั๊กกับวิทย์หันมาเจอพอดีจึงร้องถาม

ดั๊ก: อ้าวพี่อาร์ต มาหาม่อนเหรอ

อาร์ต: อือ พวกมึงเห็นม่อนไหม

วิทย์: เมื่อกี้มันบอกว่าจะไปซื้อน้ำที่ร้านมุกหวานน่ะ

อาร์ตพยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็เดินเร็วๆ ออกไป ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียน อาร์ตวิ่งออกมาและมองซ้ายมองขวา เขาเดินไปดูที่ร้านมุกหวาน แต่ก็ไม่เห็นม่อน

ที่หน้าบ้านของเมี่ยง อาร์ตขี่มอเตอร์ไซค์มาจอด สักพักเมี่ยงก็เดินออกมาดูพร้อมกับตะโกนถาม

เมี่ยง: มาหาม่อนเหรออาร์ต

อาร์ต: ใช่ ม่อนอยู่ไหม

เมี่ยง: ไม่อยู่ เขาไปเตะบอล

อาร์ต: เมื่อกี้เราไปดูแล้ว แต่ไม่เห็นน่ะ

เมี่ยง: อ้าว จริงเหรอ

ที่ห้างกาดสวนแก้วช่วงเช้าวันเสาร์ วัยรุ่นหนุ่มสาวสิบกว่าคนยืนรอคิวหน้าตู้ถ่ายสติกเกอร์ ต่ายกับอาร์ตถ่ายสติกเกอร์อยู่ในนั้น ฝ่ายหญิงดูสนุก แต่ฝ่ายชายกลับเผลอเหม่อลอยบ่อยๆ จนฝ่ายหญิงต้องเตือน

ต่าย: พี่อาร์ตอย่าเหม่อสิ เดี๋ยวรูปไม่สวย

อาร์ต: อ้อ ขอโทษๆ

ต่าย: พี่อาร์ตเป็นไรหรือเปล่า ดูแปลกๆ

อาร์ต: เปล่า ไม่มีอะไร

ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะในห้างกาดสวนแก้ว อาร์ตสอดบัตรโทรศัพท์ลงไปและกดโทรหาเมี่ยง

อาร์ต: เมี่ยง ม่อนอยู่ไหม

เมี่ยง: วันนี้ม่อนไม่อยู่ เขากลับหางดงกับแม่

อาร์ต: แล้วเขาจะกลับวันไหน

เมี่ยง: วันอาทิตย์บ่ายๆ พรุ่งนี้อาร์ตจะมาติวหนังสือกับเราไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ได้เจอ ตกลงมาใช่ไหม

อาร์ต: ไปสิ ก็นัดไว้แล้ว

ooo - ooo - ooo

ที่ห้องนั่งเล่นบ้านอาร์ต ฟ้าฮ่ามผ่านมาพอดีจึงแวะมาคุยกับเพื่อน อาร์ตถือโอกาสนี้ถามความเห็นเพื่อนเรื่องหนึ่งที่เขาคิดไม่ตกมาหลายวันแล้ว

อาร์ต: กูถามอะไรมึงหน่อยสิไอ้ฟ้าฮ่าม

ฟ้าฮ่าม: อะไร

อาร์ต: ถ้าสมมติว่าเพื่อนรักของมึง…กับแฟนของมึง…บังเอิญเกิดวันเดียวกัน แต่มึงมีเงินซื้อของขวัญให้ได้แค่คนเดียว มึงจะซื้อให้ใครวะ

ฟ้าฮ่าม: ก็แบ่งครึ่งกันสิ ไม่เห็นจะยาก สมมติว่ามึงมีห้าร้อย ก็แบ่งซื้อให้คนละสองร้อยห้าสิบ

อาร์ต: แล้วถ้าของที่เพื่อนกับแฟนอยากได้…ราคาห้าร้อยเท่ากัน แต่กูมีเงินแค่ห้าร้อย มึงคิดว่ากูควรจะทำไง

ฟ้าฮ่าม: ก็ซื้อของถูกๆ ให้ไปก่อนสิ ปีหน้าค่อยซื้อให้ใหม่

อาร์ต: แล้วถ้าปีหน้ามันไม่มีขายล่ะ อย่างเช่น…บัตรคอนเสิร์ต มันต้องซื้อตอนนี้ แล้วมึงจะซื้อให้ใครวะ

ฟ้าฮ่ามทำท่าครุ่นคิด ไม่นานก็ตอบ

ฟ้าฮ่าม: เพื่อน

อาร์ต: ทำไมมึงเลือกเพื่อนล่ะ

ฟ้าฮ่าม: ก็เพื่อนมาก่อน

อาร์ต: แล้วมึงไม่กลัวแฟนมึงโกรธเหรอ

ฟ้าฮ่าม: กลัวสิ แต่คนเป็นแฟนกัน มันต้องเข้าใจกันสิ

อาร์ต: แล้วถ้าแฟนมึงเขาซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนเขา แต่ไม่ซื้อให้มึง มึงโอเคเหรอ

ฟ้าฮ่ามอึ้งไปทันทีก่อนหัวเราะแหะๆ

ฟ้าฮ่าม: เหมือนจะไม่โอเคว่ะ

ที่โต๊ะวางโทรศัพท์ตรงมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น อาร์ตยืนครุ่นคิด ครู่หนึ่งก็ยกหูขึ้นมาโทร

อาร์ต: ต่าย…วันที่สิบสี่นี้ หม่าม้าจะกลับสุโขทัย พี่จะต้องไปเป็นเพื่อนหม่าม้าน่ะ

ต่าย: อ้าว งั้น…ที่เรานัดกันไว้ว่าจะไปดูหนังล่ะ

อาร์ต: ก็ต้องเลื่อนไปก่อน เอาไว้เรานัดกันใหม่ดีไหม

ต่าย: พี่อาร์ต นี่มันวันวาเลนไทน์นะ

อาร์ต: พี่ขอโทษ แต่พี่ต้องไปกับหม่าม้าน่ะต่าย

เสียงกระแทกโทรศัพท์ดังมาจากปลายสาย ตามด้วยเสียงตู๊ดๆ อาร์ตวางหูลงด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เขาถอนหายใจ สักพักก็กดโทรออกไปใหม่

อาร์ต: สวัสดีครับ ผมจะขอยกเลิกหนังสือสอนวาดลายเส้นที่ผมลงชื่อไว้น่ะครับ

คนรับสายผู้หญิง: อ๋อ ได้ค่ะ รบกวนขอชื่อ-นามสกุลด้วยค่ะ

อาร์ต: ปรมัตถ์ โชติเศรษฐกุล ครับ

คนรับสายผู้หญิง: สักครู่นะคะ

อาร์ต: ครับ

คนรับสายผู้หญิง: ยกเลิกเรียบร้อยแล้วค่ะ

อาร์ต: ขอบคุณครับ

ตัดมาที่ร้านเนตรทิพย์ โปสเตอร์หน้าร้านแจ้งว่ามีบัตรคอนเสิร์ตโบ สุนิตา จำหน่ายแล้ว อาร์ตเดินเข้าไปในร้านขายเทปและตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว

อาร์ต: ขอตั๋วคอนเสิร์ตพี่โบ สุนิตา สองใบครับ

คนขายตั๋วผู้หญิง: เอาบัตรราคาไหนคะ ห้าร้อย สามร้อยหรือสองร้อยดีคะ

อาร์ต: ห้าร้อยบาทสองใบครับ

คนขายตั๋วผู้หญิง: สักครู่นะคะ นี่ค่ะ วันงานอย่าลืมเอาหางตั๋วมาลุ้นรับของรางวัลด้วยนะคะ

อาร์ต: อ๋อครับ

อาร์ตหยิบธนบัตรห้าร้อยสองใบส่งให้คนขาย เขารับบัตรคอนเสิร์ตมาแล้วก็เดินออกไปจากร้าน

ooo - ooo - ooo

ที่บ้านของม่อนช่วงบ่ายวันอาทิตย์ อาร์ตนั่งติวหนังสือกับเมี่ยงและเพื่อนๆ อีกสองคนใต้ต้นลำไย ป้าหมอนเอาของว่างมาเสิร์ฟให้ เด็กๆ กินไปคุยกันไปเพลินๆ

เสียงรถยนต์ดังขึ้นที่หน้าบ้าน เมี่ยงหยุดติวหนังสือให้เพื่อนและฉีกยิ้มดีใจ

เมี่ยง: แม่กลับมาแล้ว

อาร์ต: เดี๋ยวเราไปเปิดประตูให้

อาร์ตลุกขึ้นและวิ่งไปเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน เขาดูตื่นเต้นไม่น้อย รถเก๋งคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดตรงโรงจอดรถ อาร์ตวิ่งตามไปยืนรอข้างฝั่งคนนั่ง เมื่อม่อนเปิดประตูออกมาเขาก็ส่งยิ้มให้ ต่างคนต่างยิ้มเขินๆ

ที่สนามกีฬาสมโภชเจ็ดร้อยปีเมืองเชียงใหม่ มีคนเดินเล่นและวิ่งออกกำลังกายค่อนข้างบางตาบริเวณลานด้านหน้าสนามกีฬากลาง อาร์ตกับม่อนนั่งขัดตะหมาดบนพื้น แลเห็นดวงอาทิตย์สีส้มอ่อนกำลังจะแตะสันเขาดอยสุเทพ

อาร์ต: ไปไหนมาน่ะม่อน พี่ไม่เจอหน้าสี่ห้าวันแล้ว

ม่อน: ไม่ได้ไปไหน

อาร์ต: แต่พี่ไปดูที่ห้องก็ไม่เจอ มาหาที่บ้านก็ไม่เจอ โทรมาทีไรเมี่ยงก็บอกว่าไม่อยู่

ม่อน: สงสัยโทรมาตอนผมไม่อยู่มั้งครับ

อาร์ต: ช่างเหอะ พี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก

อาร์ตเอากระเป๋าเป้ที่สะพายหลังออกมา คุ้ยหาของสักพักก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมายื่นให้ม่อน เด็กชายมองด้วยแววตาสงสัย

ม่อน: อะไรเหรอครับ

อาร์ต: บัตรคอนเสิร์ตพี่โบ สุนิตาไง

ม่อน: พี่อาร์ตไปซื้อมาเหรอ

อาร์ต: อือ

ม่อน: พี่อาร์ตจะไปดูเหรอ

อาร์ต: อือ แต่ไม่ได้ไปคนเดียว

ม่อน: ไปกับใคร ไปกับพี่ต่ายเหรอ

อาร์ต: จะบ้าหรือไง ต่ายไม่ชอบนักร้องแกรมมี่ เขาไม่ไปหรอก

ม่อน: อ้าว แล้วพี่อาร์ตจะไปดูกับใคร กับพี่มิลค์เหรอ

อาร์ต: ลองไปดูสิ ต่ายเอาพี่ตายแน่

อาร์ตขำเบาๆ ส่วนม่อนยังไม่หายสงสัย

ม่อน: อ้าว แล้วพี่อาร์ตจะไปดูกับใครล่ะ

อาร์ต: กับม่อนไง พี่ซื้อมาให้ม่อน

ม่อนทำตาโตราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อเหลือบดูราคาบัตรเขาก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม

ม่อน: พี่อาร์ต มันแพงมากเลยนะครับ ผมรับไว้ไม่ได้หรอก

อาร์ต: พี่ตั้งใจซื้อมาให้ม่อนเลยนะ

ม่อน: ไม่ดีหรอกครับพี่อาร์ต ถ้าแม่ผมรู้เข้า เขาด่าผมแน่

อาร์ต: แล้วม่อนจะให้พี่ทำไง พี่ซื้อมาแล้ว ต่ายไม่ไปดู แล้วพี่ก็จะไม่ไปกับมิลค์ด้วย

ม่อน: งั้น…ผมซื้อต่อได้ไหมครับ

อาร์ต: จะมาซื้อต่งซื้อต่ออะไร พี่ซื้อมาให้ม่อน ไม่ได้เอามาขาย

ม่อน: ผมเกรงใจน่ะครับพี่อาร์ต เดี๋ยวผมเก็บตังค์คืนให้พี่อาร์ตดีกว่า

อาร์ต: แสดงว่าม่อนไม่เห็นว่าพี่เป็นพี่ใช่ไหม

ม่อนมุ่นคิ้วเข้าหากันเหมือนไม่เข้าใจคำถาม

ม่อน: พี่อาร์ตหมายความว่ายังไง

อาร์ต: ถ้าม่อนเห็นพี่เป็นพี่ พี่ก็อยากให้ม่อนรับไว้ ถือซะว่า…พี่ให้เป็นของขวัญวันเกิดละกัน

ม่อน: พี่อาร์ตก็ซื้อของขวัญวันเกิดให้ผมแล้วนี่ครับ

อาร์ต: ก็ซื้อให้อีกไง พี่ซื้อของให้น้องไม่ได้เหรอ เมี่ยงเขายังซื้อเสื้อให้ม่อนได้เลย แล้วทำไมไม่ให้พี่ซื้อให้ม่อนบ้างล่ะ

ม่อน: ก็พี่เมี่ยงเป็นพี่สาวผม

อาร์ต: แล้วพี่ล่ะ ม่อนไม่เห็นพี่เป็นพี่ชายของม่อนเหรอ

ม่อน: ไม่ใช่อย่างนั้น

อาร์ต: งั้นม่อนก็รับไว้สิ

ม่อนมองบัตรคอนเสิร์ตสลับกับมองหน้าอาร์ต สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ไม่นานก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซาบซึ้งใจบางๆ

ม่อน: ก็ได้ครับ

ม่อนรับบัตรคอนเสิร์ตมา เขามองดูด้วยแววตาเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะได้เป็นเจ้าของ ไม่นานน้ำตาก็คลอเบ้า

ม่อน: ขอบคุณนะครับพี่อาร์ต แต่ผมไม่ใช่น้องแท้ๆ ของพี่ พี่อาร์ตไม่ต้องซื้อให้ผมแพงขนาดนี้หรอก

อาร์ต: ก็พี่อยากให้ม่อนเห็นพี่โบชัดๆ ไง ม่อนไม่อยากเห็นพี่โบใกล้ๆ เหรอ

ม่อน: อยากครับ แต่ว่า…

ม่อนพูดไม่ออก เขาเอามือป้ายน้ำตา อาร์ตยื่นมือมาลูบผมให้ม่อนเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู

ม่อน: พี่อาร์ต

ม่อนหันไปมองคนข้างๆ แววตามีทั้งความซาบซึ้งและเว้าวอนระคนกัน

อาร์ต: มีอะไรหรือเปล่า

ม่อน: คือว่า…

อาร์ตเอียงคอมองด้วยแววตาสงสัย

อาร์ต: ว่ามา อยากให้พี่ช่วยอะไรก็บอกเลย ม่อนเป็นน้องพี่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ

ม่อนยังดูลังเล ขณะที่อาร์ตรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

ม่อน: ผม…ขอกอดพี่อาร์ต…ได้ไหมครับ

อาร์ตฉีกยิ้ม มองดูม่อนด้วยแววตาเอ็นดู

อาร์ต: เรื่องแค่นี้เอง พี่ก็นึกว่าอะไร มา

อาร์ตอ้าแขนออก ม่อนยิ้มเขินทั้งน้ำตา จากนั้นก็โผเข้ากอดอาร์ตและหลับตาพริ้ม อาร์ตเอามือลูบหลังม่อนเบาๆ

อาร์ต: ถึงพี่เป็นพ่อให้ม่อนไม่ได้ แต่ก็เป็นพี่ชายให้ได้นะ วันไหนอยากกอดพี่ก็มากอด พี่ไม่ว่าหรอก

ม่อน: ครับพี่อาร์ต

อาร์ต: ต่อไป…ม่อนอย่าหายหน้าไปนานๆ อย่างนี้นะ พี่เป็นห่วงรู้ไหม

ม่อน: รู้ครับ

อาร์ต: ไม่เจอกันหลายวันแบบนี้ ไม่คิดถึงพี่เหรอ ทำไมไม่มาหาพี่เลย

ม่อน: คิดถึงสิ แล้วพี่อาร์ตล่ะ

อาร์ต: ถ้าไม่คิดถึงแล้วพี่จะตามหาทำไมล่ะ พอม่อนไม่อยู่ พี่ก็ไม่รู้จะไปดุใคร เหงาปากสุดๆ เลย

อาร์ตขำเบาๆ ม่อนผละออกทันที

ม่อน: โธ่ ผมก็อุตส่าห์ซึ้ง

อาร์ต: พี่พูดเล่น ม่อนน่ารักขึ้นเยอะเลย พี่จะดุได้ยังไง แค่สอน…แล้วก็ทำเสียงเข้มๆ เฉยๆ

ม่อนส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ

ม่อน: ก็นั่นแหละ เขาเรียกว่าดุ

ที่มุมด้านข้างซึ่งเห็นทะเลสาบเทียมอยู่ไม่ไกลนัก ม่อนกับอาร์ตนั่งชันเข่าคุยกันที่เดิมด้วยท่าทางสบายๆ

ม่อน: จบมอหกแล้ว พี่อาร์ตจะไปเรียนต่อที่ไหนครับ

อาร์ต: ปาป๊าจะให้พี่ไปเรียนหมอที่ไต้หวันน่ะ พี่ต้องเรียนพิเศษภาษาจีนเพิ่มด้วยตอนนี้

ม่อน: โห ไปไกลเลย แล้วพี่อาร์ตจะไปอยู่กับใครล่ะ

อาร์ต: ป่าป๊ามีญาติอยู่ที่ไต้หวัน เขาจะให้พี่ไปอยู่ด้วย

ม่อน: อ๋อ เอ...แล้วพี่อาร์ตไม่อยากเรียนศิลปะเหรอ

อาร์ต: ปาป๊าไม่ยอมน่ะสิ

ม่อน: ผมว่าเวลาพี่อาร์ตวาดรูปน่ะ พี่อาร์ตมีความสุขมากเลยนะครับ ไม่เหมือนตอนเรียน ผมเห็นพี่อาร์ตบ่นตลอดเลยว่ามันยาก

อาร์ต: ก็ทำไงได้ล่ะ

อาร์ตทำหน้าเศร้า

อาร์ต: แล้วม่อนล่ะ จะไปเรียนต่อที่ไหน

ม่อน: ผมยังไม่ได้คิดเลย ผมเพิ่งอยู่มอสองเอง แต่อาจจะเป็น มช. ก็ได้

อาร์ต: ก็ดีนะ ไม่ต้องไปไกล

ม่อน: ครับ เรียนจบแล้ว พี่อาร์ตต้องกลับมาหาผมนะ

อาร์ต: อือ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ถ้าพี่นับถือใครเป็นพี่น้องแล้ว พี่จะให้เป็นตลอดชีวิต ไม่ทิ้งกันหรอก

อาร์ตกับม่อนสบตากันและยิ้มให้กัน แววตาของทั้งคู่ส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างออกมา

ที่งานคอนเสิร์ตของโบ สุนิตา ซึ่งจัดขึ้นที่ท่าแพ ศิลปินในชุดกะลาสีกำลังร้องเพลง "ฉันรู้" อยู่บนเวทีคอนเสิร์ต เสียงร้องตามและเสียงกรี๊ดดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ อาร์ตกับม่อนยืนโบกมือโยกตัวไปมาอยู่หน้าเวที ปากก็ร้องเพลงคลอตามศิลปินไปพร้อมๆ กับคนอีกนับหมื่น สีหน้าของทั้งคู่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

ooo - ooo - ooo

กันยายน 2541

สายน้ำขาวไหลซู่ๆ ผ่านร่องโขดหินลงที่ต่ำซึ่งเป็นแอ่งที่สามารถเล่นน้ำได้ เด็กวัยรุ่นชายหญิงกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ผู้ชายบางคนถอดเสื้อ บางคนก็ใส่เสื้อ

ม่อนถอดเสื้อเล่นน้ำกับเพื่อนมอสี่และรุ่นพี่มอหกอยู่ตรงมุมหนึ่ง เขาไปยืนใกล้หน้าผาให้น้ำตกไหลรดทั่วตัว เพื่อนคนอื่นๆ เล่นตามบ้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ ม่อนก็ทำท่าเหมือนกับกำลังมองหาใครสักคน

[บทสนทนาคำเมือง]

ม่อน: พี่อาร์ตกับพี่ต่ายไปไหน

วิทย์: นั่นไง นั่งคุยกันอยู่ตรงนั้นไง

วิทย์พยักพเยิดไปทางที่อาร์ตกับต่ายนั่งคุยกันอยู่

ม่อน: ทำไมไม่มาเล่นน้ำล่ะ

ดั๊ก: กูจะรู้ไหม มึงก็ไปถามเขาเองสิ

ม่อนมองไปทางอาร์ตอีกครั้ง เขามุ่นคิ้วสงสัย ไม่นานก็ขึ้นจากน้ำและเดินออกไป

ตัดมาที่โขดหิน อาร์ตกับต่ายยังนั่งคุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งคู่หยุดคุยกันเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินมาหา ม่อนมองทั้งคู่อย่างเกรงใจ

ม่อน: พี่อาร์ต พี่ต่าย ไม่มาเล่นน้ำด้วยกันเหรอครับ

อาร์ต: อย่าเพิ่งมากวนตอนนี้ได้ไหมม่อน เห็นไหมว่าพี่กำลังคุยกับต่ายอยู่

น้ำเสียงของอาร์ตฟังดูหงุดหงิด ม่อนถึงกับหน้าเสียไปเลย เขาถามเพราะหวังดีแท้ๆ

ม่อน: ขอโทษครับ

ม่อนเดินกลับมาเล่นน้ำกับเพื่อนตามเดิม แต่ก็คอยมองไปที่โขดหินนั้นเป็นระยะๆ เมื่อได้เวลากลับ ม่อนและเพื่อนๆ ขึ้นจากน้ำ ผู้ชายที่ถอดเสื้อเดินไปหยิบเสื้อมาใส่ ระหว่างนั้นม่อนมองไปที่โขดหินนั้นอีกครั้ง เห็นเพียงความว่างเปล่า เขามุ่นคิ้วเข้าหากัน

[บทสนทนาคำเมือง]

ม่อน: เดี๋ยวกูมานะเว้ย

มล: มึงจะไปไหน

ม่อน: จะไปบอกพี่อาร์ตว่าเราจะกลับแล้ว

มล: อ๋อ รีบมาล่ะ

ม่อน: อือ พวกมึงรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวกูมา

ม่อนเดินแยกตัวออกมา เขาไต่ขึ้นไปตามโขดหิน สอดส่ายสายตามองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่เห็นอาร์ตหรือต่ายเลย เขาจึงเดินเลยจากโขดหินก้อนนั้นไปอีก ไม่นานก็เห็นโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งมีต้นไม้ขึ้นแทรกหลายต้น ตรงนั้นน้ำตื้นจึงไม่มีคนมาเล่นน้ำ

ม่อนเดินไปอีกด้านของโขดหิน เขาว่าจะตะโกนเรียกหาอาร์ต แต่สายตาก็พลันเจอบางอย่างเข้าโดยไม่ตั้งใจ เขาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด อาร์ตกับต่ายกำลังกอดจูบลูบคลำกันอย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนเห็นขอบกางเกงในและบรา อาร์ตสอดมือเข้าใต้ชายเสื้อและบีบขยำหน้าอกฝ่ายหญิงอย่างเมามัน ต่างก็หอบหายใจด้วยความเสียวกระสัน แต่เมื่อเริ่มรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่ ทั้งคู่ก็ผละออกจากกันด้วยท่าทางตกใจ

ม่อนหันหลังกลับและวิ่งหนีไปทันที อาร์ตกับต่ายลุกขึ้น ทั้งคู่จับดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่เรียบร้อย จากนั้นก็เดินเร็วๆ ออกไป สีหน้าทั้งคู่ดูเป็นกังวลพอสมควร

วัยรุ่นชายหญิงนั่งเบียดกันหลายคนในรถ มีเสียงพูดคุยและหัวเราะฟังไม่ได้ศัพท์ไปตลอดทางที่รถแล่นไป ม่อนนั่งเงียบไม่พูดไม่จากับใครเลย ส่วนรถอีกคันที่วิ่งตามมาข้างหลังก็มีสภาพคล้ายๆ กัน อาร์ตนั่งเงียบ สีหน้าดูเครียด เขาไม่คุยกับต่ายและเพื่อนๆ แม้แต่น้อย

ที่ห้องของม่อน ประตูห้องเปิดออก ม่อนเดินเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนล้า เขาปิดประตูแล้วเดินไปนั่งชันเข่าที่เตียงนอน ภาพอาร์ตกอดจูบกับต่ายปรากฏขึ้นในหัว ไม่นานก็มีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นตามมา น้ำตาของม่อนไหลพรากๆ ราวกับเขื่อนแตก

พักหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ม่อนรีบเช็ดน้ำตา เขาวิ่งลนลานเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้าลวกๆ และหาผ้ามาซับให้พอแห้ง

หลังจากนั้นม่อนเดินไปที่ประตู เขาดึงลูกบิดและเปิดออก เมี่ยงยืนรออยู่สักพักแล้ว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอเดินเข้ามาข้างในห้อง จ้องหน้าน้องชายตลอดเวลา

[บทสนทนาคำเมือง]

เมี่ยง: เป็นไร ร้องไห้เหรอ

ม่อน: เปล่าครับ

เมี่ยง: จะเปล่าได้ไง ตาแดงขนาดนี้

ม่อนหลบตา เมี่ยงเดินไปปิดประตูห้อง ก่อนเดินกลับมายืนตรงหน้าม่อน สายตาคอยจับสังเกตน้องชายตลอดเวลา เธอถอนหายใจสั้นๆ แววตาแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้เป็นน้อง ทว่าจู่ๆ ก็ถามออกไปตรงๆ

เมี่ยง: ม่อนชอบอาร์ตใช่ไหม

ม่อนเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ขนแขนของเขาลุกซู่

เมี่ยง: ถ้าไม่กล้าพูดก็ไม่ต้องพูด เอาเป็นว่าพี่รู้ พี่ผิดเองที่พาอาร์ตมาหาม่อน

น้ำตาของเมี่ยงค่อยๆ ไหลลงมาจากสองตา เธอมองดูน้องชายด้วยแววตาสงสารจับจิตจับใจ

เมี่ยง: แอบรักเขามานานแล้วใช่ไหม

ม่อนมองพี่สาวอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้ายอมรับ

เมี่ยง: วันนี้เขาทำม่อนเจ็บใช่ไหม

ม่อน: พี่อาร์ตเขาไม่รู้หรอกครับพี่เมี่ยง ไม่ใช่ความผิดของเขา

เมี่ยง: รักเขาทำไมน่ะม่อน อาร์ตเขาเป็นแบบนี้ มันมีแต่เจ็บกับเจ็บรู้ไหม

ม่อนรู้สึกสะเทือนใจจึงสะอื้นไห้จนตัวโยน เมี่ยงเดินเข้าไปกอดปลอบน้องชาย สองพี่น้องร้องไห้ด้วยกันอย่างน่าเวทนา

TBC…

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด