Imagination ฝัน หวาน อาย ตูด [18+] .:: ตอนที่ 4 ::. {28/3/65}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Imagination ฝัน หวาน อาย ตูด [18+] .:: ตอนที่ 4 ::. {28/3/65}  (อ่าน 796 ครั้ง)

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 

- - - -- - - - - -- - - - - - -




เรื่องราวของ 'ดินสอ' หนุ่มน้อยปีสองช่างฝันที่แอบหลงรักรุ่นพี่ปีสามอย่าง 'พี่ภาคภูมิ' หนุ่มหล่อสุดฮอตที่เป็นที่หมาดของทั้งชาย และหญิงในมหาวิทยาลัย เอิร์ธนั้นเป็นคนขี้อาย แถมยังไม่รู้วิธีทำความรู้จักคนอื่นสักเท่าไหร่อีก เพราะงั้นจึงได้แต่แอบชอบ... แอบมอง... คิดถึงเรื่องของเขา จนแอบเอาไปเพ้อ เอาไปฝัน


แอบจินตนาการว่าได้เป็นแฟนของพี่เขา แอบเอาเขาไปแต่งนิยายรัก จิ้นว่าพี่เขาคือพระเอกของเรา หรือว่าจะแอบเอาพี่เขาไป...


โธ่!! ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา ผมก็แค่เป็นมโนในพื้นที่ของผมเองนี่นา อย่างน้อยแค่ในการมฌโนของผม..


อร้างงงง แค่คิดมถึงมันก็ อร้างงงงงงงงงง >.<


 o18 o18 o18 o18 o18 o18 o18 o18
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2022 19:56:49 โดย MarinG »

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
.:: ตอนที่ 1 ::.





  'ณ มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง



  มีนักศึกษาชายที่แสนเฟอร์เฟ็คอยู่ผู้หนึ่ง เขาคนนั้นมีมานว่า 'ภาคภูมิ'  เป็นทั้งเดือนคณะ รูปร่าง และหน้าตาที่แสนจะหล่อเหลาเร้าใจ ผลการเรียนก็ดี การกีฬาก็เด่น ฐานะทางบ้านเองก็คือดี พูดได้หลายภาษา แถมได้ข่าวว่าเรื่องงานบ้งงานบ้าน งานจิปาถะก็ยังเด่งอีก โอ๊ย ตายแล้ว นี่จะสาธยายความดีเลิศของคนคนนี้ยังยังดีนะ... โอ๊ยๆ    บั่กๆ แผล็บๆน้ำลายไหลๆ ใจเย็นๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ



  ...ฮีดดดดดด ฮาดดดดด ฮืดดดดดดด ฮาดดดดดดด เอาละโอเค ต่อได้



  ใครๆก็อยากได้รู้จัก อยากได้พูดคุย มนุษย์สัมพันธ์ก็ดี กลุ่มเพื่อนก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น ดูบรรยายกาศรอบๆตัวพี่เขาสิ มันช่างดูน่าสดใสซะเหลือเกิน เห้อ ลองคิดดูนะว่าได้เข้าไปมีบทบาทในชีวิตพี่เขามันจะดีมากขนาดไหน ขอแค่ได้เข้าสูดกลิ่นอายพี่เขาใกล้ๆก็ยังดี... แต่มันก็เป็นไปไม่ได้หรอก ก็ตัวผม 'ดินสอ' เด็กมหาลัยที่แสนธรมด๊า ธรรมดา หน้าตาก็ธรรมดา ผลการเรียนก็ธรรมดา การกีฬาก็ไม่ได้เก่ง ฐานะทางบ้านก็ธรรมดา มีครอบครัวแสนธรรมดา แล้วก็ความคิด... อ๊ะ แต่อันนี้อาจจะไม่ได้ธรรมดาเท่าไหร่แหะ แต่ช่างเถอะ สรุปแล้วการที่คนธรรมดาๆอย่างผม คิดอยากที่จะมีบทบาทในชีวิตพี่เขามันคงเป็นไปไม่ได้หรอก



  เห้อ



  ถ้านี่เป็นนิยายรักน้ำเน่าละก็นะ ผมก็จะเขียนให้เขาเนี่ยเป็นพระเอก ส่วนตัวเองเป็นนางเอก... นายเอกสิก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนี่หว่า แล้วก็ในตอนที่เราพบกันครั้งแรก เราสองคนก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น อิฮิฮิ แค่คิดนะก็เขินไปทั้งตัวแล้วเนี่ย



  "โอ้ย!!"



  ในขณะที่ผมกำลังคิดมโนฟุ้งซ่านต่างๆนานาอยู่นั้น ก็เลยเผลอเดินไม่มองทางแล้วไปชนคนคนหนึ่งเข้า อะฮ้า ด้วยแรงชนอันน้อยนิด แต่มันกลับทำให้ผมกำลังล้มหงายหลัง อะอ๊าาาาาาาาา ในขณะที่ผมกำลังหงายหลังสโลโมชั่นแบบหนังอินเดียอยู่นั้นเอง ผมก็เห็นคนที่ผมไปชนเข้านั้นก็คือ…



  “พี่ภาค…”



  พี่ภาคที่หันกลับหลังมาเห็นผมกำลังล้มหงาย พี่เขาก็เอื้อมมือมาฉุดรั้งผมเอาไว้ และออกแรงดึงผมให้กลับเข้ามา แต่มันอาจจะแรงไปนิดนึงทำให้โน้มตัวไปข้างหน้า แต่พี่ภาคก็จับมือผมชูขึ้นเหนือแล้วหมุนตัวผมหนึ่งที ก่อนที่ร่างของผมจะตกลงที่วงแขนแน่นๆ ฮึ้ยยยยย ของพี่ภาค แอร้ย ผมที่อยู่อ้อมแขนของพี่ภาค เมื่อมองไปข้างหน้า ก็พบกับใบที่เคยฝันถึง ดวงตาของเขาจ้องเข้ามาที่ดวงตาของผม มันเหมือนกับฉากในละครเลยแก๊



  กล้องหมุนรอบพวกเรา3รอบ แล้วก็กลีบดอกกุหลาบที่โปรยปรายลงมาแบบไม่มีสาเหตุ ที่ตรงนี้คือหน้าตึกคณะ แต่กลับมีเพียงแค่เราสอง โรแมนติดเวอร์ๆ เวอร์ เวอร์ เวอร์!!!!



  “น้องเป็นอะไรรึป่าวครับ” เสียงที่ทุ่มต่ำของพี่ภาคเปล่งออกมา อ๊ากกกกกกกก



  “มะ ไม่เป็นไรครับ ขะ ขอโทษที่เดินชนนะครับ… พี่ภาค”



  “หืม น้องรู้จักชื่อพี่ด้วยเหรอครับ”



  “ชะ ใช่ครับ”



  “แล้วทำไมพี่ถึงได้ไม่รู้จักคนที่น่ารักขนาดนี้กันนะ ชื่ออะไรหรอครับ… ตัวเล็ก” โอ้ย ตาย ไอ้ดินสอตายแน่งาน นี่กูจะวีดอันไหนก่อนดี พี่ภาคยิ้มให้กู พี่ภาคชมกูน่ารัก พี่ภาคเรียกกูตัวเล็ก หรือที่พี่ภาคถามชื่อกูดี โอ้ยยยยยยย



  “ผะ ผม… ดินสอครับ”



  “ดินสอ… ชื่อน่ารักตังเลยครับ” ผมสามารถตายได้เลยวันนี้ ที่นี่ เดี๋ยวนี้! ไม่มีอะไรค้างคาอีกแล้ว เห้อออออ



  “อีกครั้งได้ไหมครับ...”



  "อะไรหรอครับ"



  "เรียกชื่อผม... อีกสักครั้ง"



  "น้องดินสอ"



  "อะห๊าาาาาาาา"



  "ดินสอ"



  "โอ้ว มาย ก๊อดดดดด"



  "อีดินสอ..."



  "หืม?"



  "อีดินสออออออออออออออออออออ"


  ...



  "เหี้ยยยยย! พี่ภาคกำลังเรียกกูอยู่" ผมสะดุ้งขึ้นเสียงเรียกสูงแสบแก้วหูของพี่ภาคคคคคคค แต่เดี๋ยวนะ ทำให้เมื่อกี้พี่ภาคเสียงคุ้นๆจังว่ะ ทำไมเสียงมันเหมือนกับ...



  "พี่ภาคบ้าอะไรละ กูเนี่ยแหละที่เรียกมึง ตื่นได้แล้ว! หมดคาบแล้วโว้ย"



  เสียงยัยน้ำขิง... เห้ออออออ ว่าแล้วเชียวฝันไปอีกแล้วหรอเนี่ยยยยย พี่ภาคเขาจะมาพูดแบบนั้นกับเราได้ยังไงละเนอะ ผมที่ทำหน้าเซงก็ค่อยเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋า แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาจารย์ไปหนึ่งกรุบ อุ้ย ผมก็ได้แต่แสยะยิ้มเจื้อนๆ เพราะวันนี้ก็หลับในคาบอาจารย์เขาอีกแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะครับอาจารย์ถึงผมจะหลับในคาบ แต่ผมขอสัญญาเลยว่าจะไม่ให้ติดเอฟแน่นอน... เออ นั้นแหละ เอาแค่ไม่ติดเอฟก็พอ ตอนนี้ทั้งคลาสเหลือแค่กลุ่มของพวกผมทั้งห้าแค่นั้น อันประกอบไปด้วย...



  น้ำขิง แม่สาวจริตเวเน โหวกเหวกโวยวายคือที่หนึ่ง เรื่องมั่นหน้าให้ที่สอง ถือคติประจำใจ ใครดีมาเราก็ดีกลับ แต่ถ้าใครแรงมาเราก็ต้องจัดหนักจัดเต็ม เชิ่ด! รู้จักแต่คำว่า เชิ่ด! อย่ามาเก่งกับพวกกูนะอีปลาทอง!



  บิว แม่สาวเนิร์ดผู้เรียนเก่งไปหมดซะทุกวิชา เรียบร้อย พูดน้อย ต่อยหนัก... เออ อันนี้หมายถึงต่อย ที่แบบต่อยจริงๆอะนะ เพราะที่บ้านยัยนี้เป็นค่ายมวย แถมยังกลัวผู้ชายอีก ถ้าเกิดมีผู้ชายไปแตะตัวโดนละก็... ไม่พูดดีก่า



  ดรีม คนปกติแห่งกลุ่มเรา ก็คงจะเรียกได้ว่าปกติที่สุดละมั้ง แต่โดยรวมก็ดูบ๊องๆ ต๊องๆบ้างเหมือนกัน รักการกินเป็นที่สุด ของคาว ของหวาน ไทยเทศได้หมด แต่บางทีก็เหมือนจะกังวลเรื่องความจ่ำม่ำของตัวเองอยู่เหมือนกัน



  นที พระแม่ของงกลุ่มเรา ทั้งใจดี ทั้งอ้อนน้อม ในแบบนี่ผู้หญิงอย่างยัยน้ำขิง ควรที่จะมาเรียนเรื่องกุลสตรีกับนทีเลย ตัวเล็กๆ น่ารัก ก็เป็นที่หมายปองของใครหบายๆคน แต่ทีก็ไม่เคยตอบรับใครซักที เหมือนจะยังไม่ลืมแฟนเก่าละมั้ง



  และสุดท้ายผม ดินสอ เด็กหนุ่มผู้มีความคิดจินตนาการมากล้นกว่าคนอื่น... ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือชอบมโนนั้นแหละ แถมด้วยความสามารถพิเศษ หลับได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกคาบเรียน จนปีที่แล้วเกือบจะได้เอฟมากินเพียบ แถมด้วยเป็นคนที่ซุ่มซ่ามแบบที่คาดไม่ถึงอีกด้วย    แต่ก็ยังพอมีโชคอยู่บ้างที่ดวงค่อนข้างดี แล้วก็มีเพื่อนๆที่ค่อยเกื้อหนุน โอ้ย น้ำตาจะไหล งานอดิเรกก็คือวันๆคิดถึงแต่เรื่องของ พี่ภาคภูมิ รุ่นพี่ที่ใครหลายๆคนรวมถึงผมแอบปลื้ม เห้อ แย่จังเลยนะตัวเรา



  "เหอ ฝันถึงพี่ภาคอีกกแล้วสิมึง" น้ำขิงพูดขึ้น



  "ห๊า มึงรู้ได้ยังไงอ่ะว่ากูฝันถึงพี่ภาค มึงนี่ฉลาดจริงๆ เมก้าโครฟเวอร์สุกๆ"



  "เมก้าเครฟเวอร์โว้ยยยยยยยยยยยยย แล้วก็ไม่ต้องมีใครบอกหรอก เขารู้กันหมดทุกคนนั้นแหละ ฉันละอยากรู้จริงๆ กลางค่ำกลางคืนแกทำอไรว่ะ ถึงได้มาหลับในคาบเรียนเกือบทุกคาบเนี่ย" เอ้าหรอ นี่ผมโป๊ะขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย นี่ก็คิดมาตลอดเลยนะว่าเนียนสุด ความโป๊ะเป็นศูนย์ เห้อ แย่จัง...



  "นี่ๆ รีบไปโรงอาหารกันเถอะ ดรีมหิวจะตายเลยแล้ว" ดรีมพูดออกมาก่อนทำท่าเอามือลูบท้อง



  "ห๊ะ คาบที่ผ่านมาแกกินขนมไปตั้งสามห่อยังไม่อิ่มอีกหรอ"



  "ขิง...อันนั้นมันขนม แต่นี่มันข้าวกลางวันนะ เป็นอาหารมื้อหลัก เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้ความสำคัญกับมันมากๆนะ เอาเถอะ ดรีมวว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวที่โรงอาหารจะคนเยอะนะ ป่ะขิง ดินสอ ไปกันเถอะๆ"



  ยัยขิงยังดูจะงงกับคำพูดของดรีมอยู่ แต่ก็โดนดรีมลากออกไปจากห้องก่อนที่จะทันให้เจ้าตัวได้คิด พวกเราที่เหลือก็เลยมูฟตามกันไปที่โรงอาหาร ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราจริงๆที่วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ก็เลยได้มีที่นั่งกินข้าวสบายๆ นั่งเม้าท์กันได้อย่างชิวๆ



  "ไอ้ดิน ฉันถามแกจริงเถอะ ทำไมแกถึงปลื้มพี่ภาคเขาขนาดนี้ว่ะ ถึงขนาดที่เก็บมาฝันถึงเช้า กลางวัน เย็น สามเวลาหลังอาหารเนี่ย"



  "ก่อนนอน กับตื่นนอนกูก็คิดถึงพี่เขาเถอะ"



  "อีดิน!"



  "เออๆ กูพูดเล่น(ไม่อ่ะพูดจริง) ก็... พี่ภาคเขาทั้งดูดี ทั้งเท่ โปรไฟล์ก็ดี ใครๆเขาก็ปลื้มกันทั้งนั้นแหละ"



  "มันก็จริง... แต่นี่มึงม่คิดว่ามันมากไปหน่อยหรอว่ะ พี่ภาคเขารู้จักมึงไหม"



  "...น่าจะไม่"



  "พี่เขาเคยเห็นมึงไหม"



  "น่าจะเคย...ละมั้ง"



  "เขาเคยทักมึงไหม"



  "ก็... เออ ไม่อ่ะ"



  "เนี่ย! กูไม่ได้จะว่าอะไรมึงเรื่องที่มึงบ้าเรื่องพี่เขาขนาดนี้หรอกนะ แต่มึงไม่คิดที่จะทำอะไรซักอย่างเลยหรอว่ะ อย่างถ้ามึงทำให้ที่เขาหันมาสนใจมึงได้ซักนิด เอาแค่แบบรุ่นน้องคนหนึ่งไรเงี้ย มันจะไม่ดีกว่ามานั่งเพ้อเรื่องพี่ขนาดนี้หรอว่ะ" ผมฟังสิ่งที่น้ำขิงพูดแล้วก็ลองคิดตาม มันก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปมีบทบาทในชีวิตพี่เขาหรอกนะ แต่ก็กลัวเข้าไปสร้างปัญาแต่ก็แอบบปลื้มอยู่ห่างๆแบบนี้มันก็โอเคแล้วรึเปล่า... ก้ไม่รู้เหมือนกันแหะ



  "กูอยู่แบบนี้ก็โอเคแล้วมึง"



  "กูละเชื่อมึงเล๊ย ถ้าเป็นกูนะชอบเขาหลงเขาขนาดนนี้ แล้วไม่ได้ทำอะไรซักอย่างเลยนะ กูคงได้อกแตกตายแน่ๆ"



  "หืม งั่มๆ นั้นพวกพี่ภาคนิ งั่มๆ" ดรีมพูดออกมาทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก พร้อมกับชี้ไปที่ทางเข้าตึกคณะ กลุ่มของพี่ภาคกำลังเดินออกมา ซึ่งกลุ่มเพื่อนของเขานอกจากพี่ภาคแล้วก็ยังมีอีกสามคน นั้นก็คือพี่แทนคุณ พี่สายฟ้า แล้วก็พี่กวิน ซึ่งงอีกสามคนก็ฮอตพะอสมควรเลยทีเดียว แต่ผมไม่ค่อยรู้ข้อมูลของทั้งสามคนนั้นเท่าไหร่หรอกนะ ก็ผมสนใจแค่เรื่องของพี่ภาคคนเดียวนี่นา เห้ออออออออ



  "เฮ้ย ดีเลยไอ้ดิน ยังไงลองเดินสวนกับพี่เขาเลย...อะ อ้าว ไอ้ดินมันหายไปไหน... มันอยู่ตรงนี้ มันหายไปหน้ายยยยยย!!" ในขณะที่น้ำขิงหันไปดูทางที่ดรีมชี้ แต่พอหันกลับมาก็ไม่เจอร่างของผมแล้วละ นั้นก็เพราะทันทีที่ผมรู้ว่าพี่ภาคปรากฏตัวในรัศมีสองร้อยเมตร ผมรีบแว้บตัวเองออกไปจากพื้นที่โล่งแจ้งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย และมาหลบอยู่ข้างถังขยะที่หลบอยู่ข้างหลังเสาต้นใหญ่อีกทีนึง



  "อีดิน!!"



  น้ำขิงตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อมองเห็นผม ผมจึงเอานิ้วชี้ขึ้นมาทำท่าจุ๊ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เงียบไว้ เดดี๋ยวพี่ภาคได้ยินนนนนนน



  "เห้อ เดี๋ยวพี่ภาคก็หันมาเห็นจะทำยังไง..."



  "แล้วดินจะหลบทำไมละ..."



  "ก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ ร่างกายมันขยับไปเอง... หือ เหี้ย! แล้วทีมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย" ผมตกใจแล้วกลับไปเมื่ออยู่ดีๆก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง พอหันหลังกลับไปก็เจอกับนทีที่มาแอบอยู่ข้างหลังผมอีกที



  "ก็เห็นดินมาแอบพี่ภาค กลังดินเหงาก็เลยมาแอบเป็นเพื่อน"



  "ไม่เหงาาาาาา ไม่ต้องมาแอบด้วยก็ได้ เดี๋ยวมันโป๊ะ!!" ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้เนียนสักเท่าไหร่หรอกนะ จากนนั้นแปปเดียวผมก็รู้สึกถึงเงาที่มาหยุดอยู่ตรงข้างหน้าผม นั้นก็คือเพื่อนที่เหลืออีกสามคนนั้นเอง



  "มึงมาหลบทำไม" น้ำขิงพูดด้วยเสียงเอื่อมระอา



  "กลัวพี่เขาเห็น..."



  "เขาไม่เห็นมึงหรอกค่ะ แล้วก็ไม่มีวันเห็นด้วย ถ้ามึงยังทำอย่างงี้อยู่เนี่ย!"



  "ใจเย็นๆขิง" บิวห้ามปรามน้ำขิง



  "ลุก! เตรียมตัวไปเรียนคาบต่อไปได้แล้ว"



  "อ่ะกระเป๋าของทีกับดิน งั่มๆ" ดรีมพูดทั้งที่ในแก้มยังอาหารเต็ม พร้อมกับส่งกระเป๋าให้พวกเราทั้งสองคน จากนั้นพวกเราก็เดินไปที่ห้องเรียนคาบต่อไป แต่สุดท้ายก็โดนน้ำขิงเฉ่งไปอีกดอก เพราะจะเดินอ้อมไปห้องเรียน เพราะกลัวไปป๊ะหน้ากับพวกพี่ภาคเข้า ซึ่งมันไกลกว่ามากกกก แต่ไงได้ละก็คนมันกลัวนี่นา ก็เหมือนตอนที่เด็กเดินทางอ้อมเพราะจะหลบหมาที่ฝ้าทางอยู่นั้นแหละ อุ่ย แต่เออ... ผมไม่ได้หมายความว่าพวกพี่ภาคเขาเป็นหมาหรอกนะ แหะๆ



  ...



  "เห้อ ถึงห้องสักที ข้างนอกทำไมแม่งร้อนชิบหายจังว่ะวันนี้" หลังจากถึงที่หอสิ่งแรกที่ผมทำคือการเปิดแอร์ ไปล้างหน้าล้างตา แล้วก็มาทิ้งตัวลงที่เตียง อ๊าาาาาา มันช่างมีความสุขเหลือเกิน ถึงจะต้องมาเหงื่อตกตอนบิลค่าไฟมาก็เถอะนะ แต่ตอนนี้ขอให้อยู๋ในสวรรค์เย็นๆนี่ก่อนละกัน หลังจากกลิ้งไปกลิ้งมาได้ซักพักผมก็นอนแผ่และมองไปที่เพดาน จากนั้นก็ลองคิดทบทวนคำพูดของน้ำขิงวันนี้ 'รู้จักไหม... เคยเห็นไหม... เคยทักไหม...' ผมครุ่นคิดสักพักแล้วก้นลงไปลากเอากล่องที่อยู่ใต้โต๊ะเตียงออกมา บนฝากล่องใบนี้มันเขียนเอาไว้ว่า 'My Hero'ข้างในกล่องนั้นเต็มไปด้วยของในวัยเด็ก ที่ผมเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ



  "เคยสิ... เคยทั้งหมดนั้นแหละ"



  ผมเปิดกล่องแล้วหยิบอัลบั้มรูปสมัยเด็กออก ในนั้นมีรูปความทรงจำตอนเด็กๆอยู่มากมาย ก่อนที่ผมจะไปหยุดอยู่ที่รูปใบหนึ่ง มันเป็นรูปเด็กผู้ชายสองคนจับมือกับพร้อมยิ้มอย่างมีความสุขให้กับกล่อง แถมไอ้ตัวเล็กนี่ยังยิ้มทั้งที่ฟันหน้าหลออีก ขำตัวเองชะมัดเลย ส่วนเด็กผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ในภาพมีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ว่า 'ดินสอ กับพี่ภัค' ใช่ครับพี่ภัคก็คือ... ใช่แล้วครับความจริงเราเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันครับ แต่ก่อนบ้านพวกเราอยู่ใกล้ๆกัน ก็เลยได้เล่นด้วยกันบ่อยๆ พี่ภาคสุดยอดมาตั้งแต่ก่อนแล้ว ค่อยดูแลผม ช่วยผม เอาใจใส่ผม จนผมมองว่าพี่เขาคือต้นแบบ อยากเป็นอย่างพี่เขา จนกลายเป็นคิดถึงแต่เรื่องพี่เขาไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมเก็บอัลบั้มลงในกล่องแล้วหยิบโมเดลซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาดู



  "พี่ภัคครับ..."



  ...



  'ฮืออออออ ดินสอไม่อยากให้พี่ภัคไปเลยอ่าาาาา ฮืออออ แล้วต่อไปใครจะเล่นกับดินสอละ ฮือออออออ' เด็กน้อยร้องไห้ออกมา เมื่อพี่ชายตรงหน้าบอกกับเขาว่าตัวเองจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น จากนนี้ไปอาจจะไม่ได้เจอหรือเล่นด้วยกันอีกแล้ว เด็กน้อยรู้เสียใจมากจนไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะเขาเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆของเด็กน้อยอีกคนเลยก็ว่า



  'ดินสออย่าร้องไห้นะ เอ้านี่พี่ให้'



  เด็กชายพูดพร้อทกับลูบศรีษะเด้กน้อยอย่างอ่อนโยน พร้อมกับยื่นโมเดลซุปเปอร์ฮีโร่ที่เป็นของเล่นที่ตัวเองชอบที่สุดให้ เด็กน้อยมองและทำหน้างง แต่ก็รับเอามาถือไว้กับตัว'



  'ฮึก นี่มันของที่พี่ภัคชอบเล่นนี่ฮับ'



  'ใช่แล้วละ... พี่ให้ดินสอนะ'



  'ทำไมอ่ะ...'



  'ดินสอจะได้คิดถึงพี่เวลาเล่นมันไง'



  'แต่ผมอยากเล่นกับพี่ภัคมากกว่า...'



  'ฮ่าฮ่าฮ๋า งั้นเอางี้ละกัน พี่ฝากมันไว้กับดินสอ แล้วเอาไว้ซักวันหนึ่งตอนที่เรากลับมาเจอกัน... เราจะได้กลับมาเล่นกันเหมือนเมื่อก่อนนะ' เด็กชายพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับ้ชเด็กน้อย ซึ่งนั้นมันเป็นรอยยิ้มที่ยังคงติดตรึงอยู่ในใจของเด็กน้อยมาจนถึงทุกวันนี้



  ...



  สิบปี... ไม่สิ สิบสองปีได้แล้วมั้งที่ผมไม่ได้เจอกับพี่เขาอีกเลย ไม่ได้ติดต่อกันเลยซักนิด ผมไม่รู้ว่าพี่เขาจะยังจำผมได้อยู่รึป่าว และถึงพี่เจาจะจำได้ อะไรๆมันก้ไม่ได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว เราไม่ใช่เด็กๆที่จะมานั่งเล่นของเล่นอะไรแบบนี้อีกแล้ว แต่ในใจผใก้ยังหวังเล็กๆนะว่า... พี่ภัคครับ



  "ผมอยากไปยืนอยู่ข้างพี่เหมือนเมื่อก่อนจัง..."



 



 

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
.:: ตอนที่ 2 ::.





  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว



  มีเจ้าชายผู้หนึ่งได้ถูกแม่มดใจร้ายร่ายคำสาป ว่าเมื่อเจ้าชายอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์เมื่อไหร่ เจ้าชายจะต้องถูกเข็มพันเล่ม… เอ้ย เข็มเครื่องปั่นด้าย ทิ่มที่นิ้วนิ้วชี้และจะกลายเป็นจะเทย… เอ้ย ไม่ใช่ๆ และต้องหลับไหลไปตลอดกาล!! โดยไม่มีอะไรสามารถลบล้างคำสาปนี้ได้ เว้นแต่ จุมพิตจากรักแท้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า



  “เร็วเข้าเจ้าชายภาคภูมิ รีบไปหาเจ้าชายดินสอก่อนที่มันจะสายเกินไป!” นางฟ้านทีพูดขึ้น แต่แล้วก็คิดเสียงๆหนึ่งเังแทรกขึ้นมา



  “คิดว่าข้าจะยอมให้ทำอย่างงั้นหรอ!! ก๊าซซซซ” เสียงของแม่มดแบล็คดรีมดังขึ้น พร้อมกับร่างมังกรอวบอั๋นมีน้ำมีนวลเสียเหลือเกิน “แล้วทำไมกูต้องเป็นมังกรอ้วนด้วยเนี่ย!”



  “เออนะ ก็นี่มันเป็นฝันของอีเจ้าชายดินสอนิ ก็เล่นๆตามบทไปเถอะ”



  “เออก็ได้!! งั้นพวกมึงก็ตายห่าตรงนี้กันให้หมดเลยละกัน!!!” มังกรแบล็คดรีมตะโกนออกมาเสียงดัง ก่อนที่จะพ่นเปลวไฟสีชมพูร้อนแรงออกมา เจ้าชายรีบยกโล่ขึ้นมาบังไฟเอาไว้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเจ้าชายคงเสร็จมังกรตัวนี้แน่ๆ



  “แย่แล้วขืนเป็นแบบนี้ เจ้าชายต้องแพ้แน่ๆ เร็วเข้านางฟ้า พวกเราต้องรีบช่วยเจ้าชาย หยิบคทาขึ้นทาแล้วเริ่มร่ายคาถา!!”



  “โอมมะลึกกึ้ยกึ๋ย ด้วยความเรียบง่าย” นางฟ้านทีเริ่มร่ายคาถาคนแรก



  “โอมมะลุกกุ๊กกู๋ก ด้วยความอ่อนโยน” นางฟ้าบิวร่ายคาถาตาม



  “โอนมะลิกกิ๊กกี๋ ด้วยเสียงอันดัง… เฮ้ย! เดี๋ยวดินี่มันใช่คาถาของยัยนางฟ้ามนุษย์ป้าสามสีแน่หรอ นี่มันเหมือนคาถาของของแม่มดน้อยโด-มีมากกว่าละม้าง!”



  “เมจิคัล เสต็จ(นที)/เมติคัล เสต็จ(บิว)/เฮ้ย! เดี๋ยวดิไม่รอให้ฉันพูดพร้อมกันหรอห๊ะ!(น้ำขิง)”



  “ขอให้พวกเราช่วยจัดการกับมังกรแบล็คดรีมด้วยเถิด(นที-บิว)/ก็บอกให้รอกันก่อนไงย๊ะ!!(น้ำขิง)”



  แสงจากคทาของนางฟ้าทั้งสามเปล่งประกายแสง และรวมกันเป็นจุดเดียว แสงสว่างมันเจิ่ดจ้าซะจนมังกรแบบ็คดรีมยังต้องใช้มือป้องตาเอาไว้ นางฟ้าน้ำขิงและเจ้าชายภาคภูมิมองดูก้อนแสงนนั้นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วนางฟ้านที กับนางฟ้าบิวก็…



  “สตาร์ไลท์ เบรคเกอร์!!!!(นที)/บอลเกงกิ!!!!(บิว)/อ้าวเฮ้ย! แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นท่าไม้ตายของยัยสาวน้อยเวทมนต์กันดั้ม กับการ์ตูนที่เซ็นเซอร์หัวนมผู้ชายด้วยละ! อย่างน้อยๆก็ให้ทำเป็นท่าเดียวกับหน่อยสิเฮ้ย!!!!(น้ำขิง)”



  นางฟ้านทีและบิวใช้คทาฟาดลงไปที่ก้อนแสงเมื่อกี้ ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่มังกรแบล็คดรีม จนร่างของมันสลายไปจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นธุลี



  “เหอะ อ่อนชะมัด(นที-บิว)”



  “นี่พวกหล่อนเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย นี่มีฉันคนเดียวที่เป็นนางฟ้าจริงๆสินะ เ้ห้อ เอาเหอะ… เจ้าชายภาคภูมิรีบไปช่วยเจ้าชายดินสอเถอะ” เจ้าชายพยักหน้ารับ ก่อนที่ทุกคนจะรีบเดินทางมาจนถึงห้องที่เจ้าชายดินสอหลับไหลอยู่



  “เชิญพะยะค่ะเจ้าชาย” นางฟ้านทีพูดพร้อมกับผายมือไปทางร่างของเจ้าชายดินสอ เจ้าชายภาคภูมิเดินเข้าไปใกล้ร่างของเจ้าชายดินสอ จากนั้นก็ลูบไปที่หัวของเจ้าชายดินสอ



  “หืม นี่นางฟ้าน้ำขิง นางฟ้านที เมื่อกี้ตอนที่เจ้าชายภาคภูมิลูบหัว เหมือนรู้สึกว่าเจ้าชายดินสอจะยิ้มเลยนะ ได้ไงอ่ะ โดนคำสาปอยู่ไม่ใช่หรอ”



  “ไหนๆ อ่อออออออ กูว่าละ อีร่างอวตารนี่ทำตัวให้สมชายาออโรร่านจริงๆนะ ตลบแตลง ตอหลบ ตอแหล ชั่วจริงๆเลย ดัดจริต ตอแหล นี่หอคอยนะไม่ใช่ซ่อง หล่อนมันหน้าซื่อใจร่าน สันดานร่าน หล่อนน่ะมันเป็นโรคโลกีจับใจ ออกไปจากปราสาทกูเดี๋ยวนี้นะ อีช็อคการี!!”



  “ขอบคุณนะคะ ที่ด่าฉันว่า…ช็อกการี” เจ้าชายดินสอพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่



  “มึงโดนคำสาปอยู่อีเจ้าชายยยยยยยยยย!!! เจ้าชายภาคภูมิรีบจูบอีเจ้าชายนี่สักทีเถอะ อีฝันปัญญาอ่อนนี่จะได้จบซะที”



  เจ้าชายภาคภูมิพยักหน้ารับ ก่อนที่จะค่อยๆโน้มหน้าลงไปหาเจ้าชายดินสอ ในส่วนของเข้าชายดินสอตอนนี้ก็คือรูจมูกบานหายใจแรงด้วยความตื่นเต้น แล้วก็แอบปรืตาเพื่อให้มองเห็นฉากจูบที่ตัวเองใฝ่ฝัน



  แผล็บๆ



  หืม?



  แล้วทำไมเจ้าชายภาคภูมิถึงเลียหน้ากันละ…



  ….



  แผล็บๆ



  “หืมมมม…. กูว่าแล้ววววว ปุกิ!!!” ผมตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เพราะความเปียกชื้นบนใบหน้า ซึ่งมันจากการเลียใบหน้าแบบเอาเป็นเอาตายของเจ้าปุกิ แมวสามสีที่ผมเลี้ยงเอาไว้ เห้อ ฝันที่แสนหอมหวานของผม ล่มไม่เป็นท่าอีกแล้ว



  ติ้ง!!(ไลน์เด้ง)



  หืม ผมพลิกตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมา มันเป็นไลน์จากพี่ชายผมเอง ‘สีไม้’ ข้อความกล่าวว่า



  ‘เป็นไงตื่นรึยัง’

‘ตื่นแล้ว’

‘มีอะไร’
‘มีอะไร’

  ‘โอโห้’

  ‘นี่มึงพิมพ์ตอบพี่ชายแบบนี้หรอ’

‘มีอะไรจ๊ะ พี่ชายสุดหล่อเท่’

‘ขนลุกว่ะ’

‘มีอะไร’

‘เออๆ’

‘มึงเจอรึยัง’

‘เจออะไร??’

‘ผี??’

‘ไม่ใช่โว้ย’

‘คนที่ย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ข้างห้องมึงอ่ะ’

‘ที่กูบอกเป็นเพื่อนกูอ่ะ’

‘ไม่รู้สิ’

‘เมื่อวานเหนื่อยก็เลยไม่ได้ไปดู’

'อ้าวหรอ'

'เห็นมันบอกเดี๋ยวจะไปทักทายซะหน่อย'

'ผมรู้จักหรอ?'

'รู้จักสิ'

'งั้นเดี๋ยวก็ได้เจอกันแหละ'

'งั้นผมไปอาบน้ำก่อนะ'

'เครๆ'



  หลังจากที่จบบทสนทนากับพี่สีไม้ ผมก็ลุกขึ้นจากเตียงเตรียมพร้อมไปอาบน้ำชำระร่างกาย ผมเอามือไปขยี้หัวของเจ้าปุกิ แล้วพูดขึ้นเล่นๆว่าไปอาบน้ำกันไหม แน่นอนว่าพอแมวได้ยินคำว่าอาบน้ำ มันก็ขู่ฟอๆแล้วโดดหนีไปซะไกลเลย ฮ่าฮ่า พอแกล้งเจ้าปุกิเสร็จผมหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็ออกมาแต่งตัว วันนี้ผมเรียนบ่ายโมงตรง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลา... เที่ยงยี่สิบละ โอ้ย ชิวๆ แปปเดียวก็ถึงแล้วละ ฮ่าฮ่าฮ่า



  "พ่อไปเรียนก่อนนะ เฝ้าห้องดีๆนะปุกิ จุ๊บๆ"



  หลังจากบอกลาเจ้าปุกิแล้วผมก็เดินอกอมาจากห้องและล็อคกุญแจเรียบร้อย แต่ผมก็ไปสะดุดตากับประตูห้องข้างที่เปิดไว้ไม่ได้ปิด และเสียงดังที่แสดงว่าคนในห้องกำลังจักแต่งภายในห้องอยู่ เพื่อนของพี่ไม้ที่ผมรู้จักอย่างงั้นหรอ... ใครหว่า ด้วยความสงสัยผมค่อยเดินเข้าไปใกล้ที่ห้องนั้น เพื่อที่จะสนองความอยากรู้นี้...



  Rrrrrrrr



  ซึ่งมันถูกขัดจังหวะไว้ด้วยสายจากน้ำขิง



  "มีอารายมึงงงงงงง"



  'อาจารย์นิคมบอกว่าคาบนี้ใครสายเกินห้านาทีจะล็อคห้อง แล้วเช็คขาด มึงต้องมาเดี๋ยวนี้... เดี๋ยวนี้!!!!'



  "เชี้ยยยยยย อาจารย์ยิ่งๆหนั่มไส้กุ ชิบหายแล้ว ชิบหายแล้ว!!"



  สุดท้ายแล้วเรื่องหน้าตื่นเต้นที่น้ำขิงโทรมาแจ้ง มนก็ทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมกระโจนหายไปจากสมองจนหมด แล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ผมไม่ทันรู้ตัวเลยว่า คนที่อยู่ในห้องเมื่อกี้นี้แอบมองผมจนหายไปจากสายตา...



  ...



  "อ๊าาาาาาา วันนี้ก็เซฟ"



  "เกือบเอ้าท์แล้วไหมละมึง" น้ำขิงพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย วันนี้ผมได้สร้างสถิติใหม่ พุ่งทะลุประตูเข้าไปก่อนที่อาจารย์จะล็อคประตูในอีกสองวินาที เอาน่าทันก็คืือทันนั้นแหละเนอะ ฮ่าฮ่า ผมหัวเราะแห้งในใจ แล้วใช้ปากดูดชานมไข่มุกในมืออย่างแรง



  "จ๊วบบบบบบ แค่กๆๆๆๆ" ดูดแรงไปไข่มุกติดคอ!! แค่กๆๆๆ



  "ดูดแรงแบบนี้ไม่ได้นะดินสอ จ๊วบบบบบบ" ไม่อยากโดนแกว่าหรอกนะดรีม



  "เอาน่าน้ำขิง ดินสอมาทันก็ดีแล้วนะ เนอะ"



  "ช่ายยยยยยยยยย จ๊วบบบบบบบบ"



  "ฉันละเชื่อพวกแกเลยจริง หืม... นั้นมันพวกพี่ภาคนี่นา" ผมหันขวับเมื่อได้ยินที่น้ำขิงพูด เฮ้ย พี่ภาคจริงๆด้วย แล้วมาทำอะไรที่ตึกนิเทศนี่ว่ะเนี่ย ตายละๆ เอาไงดีว่ะ ต้องรีบไปหลบ...



  หมับ!!



  ผมที่กำลังจะแว้บตัวเองหายไปจากตรงนี้ แต่ก็โดนยัยน้ำขิงล็อคแขนเอาไว้ซะก่อน ไม่ใช่แค่ผมแต่นทีเองก็โดนล็อคไว้เช่นกัน



  "ไม่ต้องไปไหนกันทั้งนั้น จุดหทายกูอยุ่แค่ตรงหน้า และกูจะไม่ยอมเดินอ้อมอีกแล้วแน่นอน"



  "น้ำขิงแล้วทำล็อคผมไว้ด้วยละ..." นทีกล่าว



  "ไป! เดินกันไปซึ่งๆหน้าเนี่ยแหละ ไปด้วยกันทุกคนเลย" น้ำขิงประกาศเกล้า และลากทั้งผมและนทีเดินไปข้างหน้า โอ้ยตายแล้ว นี่ผมจะต้องเข้าไปใกล้พี่เขาในระยะร้อยเมตรเหรอเนี่ย ตื่นเต้นว่ะ หัวใจเต้นตึกตักเลยเนี่ย พี่เขาจะเห็นผมรึป่าวนะ หรืออาจจะจำผมได้ เขาอาจจะทักผม หรือจับมือผมไว้รึป่าวนะ อ้ากกกกกกกกกกก ตอนนี้พวกเราค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กลุ่มของพี่ภาคเรื่อยๆ เข้าใกล้เรื่อยๆ ใกล้จนตอนนี้ได้แต่เม้มปาก ก้มหน้า หลับตาปี๋



  หมับ!!



  และแขนของผมมันก็ถูกจับเอาไว้ด้วยมือของใครบ้างคน ผมลืมตาขึ้นแล้วก็เงยหน้าขึ้นแล้วพบกับพี่ภาคที่จ้องมาทางผม พี่ภาคใช้แรงกระชากผมเข้าไปที่วงแขนของพี่ เขา



  "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะดินสอ"



  "พี่ภัคจำผมมได้ด้วยหรอครับ"



  "ใครจะจำน้องคนสำคัญไม่ได้ละ"



  "แงงงงง พี่ภัคครับบบบบบ"



  ผมร้งไห้ออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่จะสวมกอดพี่ภาคไปอย่างเต็มรัก และพี่ภาคเองก็กอดตอบผมเช่นกัน โดยมีเพื่อนของผมและพี่เขายืมดูเป็นพยานนนนนนนนนนนนน



  ...





  "อ๊าาาาาาาาาาา"



  "กูไม่รู้หรอกนะว่ากำลังมโนเรื่องอะไรอยู่ แต่มันไม่มีทางแกขึ้นแน่นอนกูเอาหัวเป็นประกัน"



  น้ำขิงพูดตัดบทมโนในหัวของผม ตอนนี้กลุ่มของพวกผมและพี่ภาคเดินเข้ามาใกล้กันอย่างผมมโนไว้เมื่อกี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่เกิดขึ้นก็เถอะ แต่ยังไงมันก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ดีนั้นแหละ โอ้ย ตื่นเต้นนนนนนนนนนนน



  ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก



  ...



  หมับ!!



  เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยย มันเกิดขึ้นจริงๆว่ะ เรื่องที่ผมมโนในหัวเมื่อกี้แม่งเกิดขึ้นจริงว่ะ!!!! แม่งมีคนจับจริงๆว่ะ เพียงแต่... คนที่จับกันมันไม่ใช่ผมกับพี่ภาค แต่เป็น....



  "นที..."



  "พี่แทน..."



  เป็นพี่แทนคุณที่เอื้อมมือมาจับแขนนทีเอาไว้ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้ทั้งพวกผมและพวกพี่ภาคยืนอึ้งก้าวขาไม่ออก นี่มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกันแน่นะเนี่ย...



  "พี่แทนปล่อยผมนะ!"



  "พี่ไม่ปล่อย! พี่เจอตัวทีแล้ว พี่ไม่ยอมปล่อยทีให้ไหมไหนอีกแล้ว!"



  "ทีบอกให้ปล่อยไง!!!!"



  "โอ้ย!!"



  พี่แทนคุณร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อนทีกัดไปที่มือพี่เขาเต็มแรง พอได้จังหวะที่พี่แทนคุณปล่อยมือจากตัวเอง นทีก็รีบวิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว พี่แทนคุณที่เห็นนทีวิ่งหนี ก็พุ่งออกมาจากกลุ่มแล้ววิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความกระทันหันของอะไรหลายๆอย่าง ตอนที่พี่แทนคุณพุ่งตัวออกไปนั้น ก็ดันไปกระแทนกับพี่สายฟ้าจนพี่เขาเซ แล้วข้ามาใกล้จนแตะโดนตัวของบิว... ชิบหายละ



  "กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ผู้ชายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!"



  "อั้ก!!"



  หมัดสลาตันของบิวพุ่งตรงเข้าที่เบ้าหน้าของพี่สายฟ้าอย่างแรง จนพี่เขากระเด็นถอยหลังไปชนพี่ภาคกับพี่กวินล้มคว่ำไปตามๆกัน ด้วยความเป็นคนดีผมก็เอื้อมมือไปจับแขนบิวเอาไว้ แต่ก็ลืมนึกไปว่าเพื่อนก็ไม่เว้นนี่หว่า...



  "กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด"



  "อั่ก!"



  หมัดของบิวตรงเข้าที่ท้องของผมอย่างเต็มแรง เล่นเอาผมจุกจนก้าวถอยไปด้านหลัง แล้วด้วยความไม่ระวังก็เลยไปสะดุดขาใครสักคนเข้า จนตอนนี้ผมกำลังจะล้มหงายหลัง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอาจจะล้มไปทับพี่ภาคเอาก็ได้ เอาไงดีว่ะ ไม่อยากทำให้พี่เขาเจ็บเลยอ่ะ งั้นก็ต้องลองเสี่ยงดู... ไม่รู้จะได้ผลไหมแต่ว่า...!!!!



  "ฮึ้บบบบบ!!! ย้ากกกกกกกกก!!!"



  "เหี้ยยยยยยยยย ท่าอุบาทว์มาก!! แต่มึงต้องอดทนไว้นะไอ้ดิน เพราะถ้ามึงผ่อนลมออกตอนนี้ หน้าหล่อๆของพี่ภาคภูมิได้จูบกับร่องก้นของมึงแน่ๆ!!"



  ผมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่น้ำขิงพูดซักเท่าไหร่ เพราะแค่พยายามเกร็งให้ตัวเองอยู่ในท่าสะพานโค้งแบบก็เหนื่อยจะตายแล้ว ร่องก้น? หน้าหล่อ? คืออะไรว่ะไม่เข้าใจโว้ย แต่เมื่อกี้โดนชกที่ท้องมา แม่งเลยรู้สึกเหมือนกำลังที่มวลพลังงานบางอย่างกำลังจะทำงานว่ะ...



  ชิบหายละ



  ปู๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!



  "เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!"



  พอได้ผายลมออกมาแล้วมันก็เหมือนทำให้ผมหมดแรงไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถคงอยู่ในท่าสะพานโค้งได้อีก แล้วปล่อยตัวเองได้ร่วงลงสู่พื้น แต่นอกจากจะไม่เจ็บแล้ว ผมกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรแหลมๆมันจิ้มเข้ามาในร่องก้นด้วน มันคันๆจั๊กกะจี้ จนทำให้รู้สึก...



  ปู๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!



  "เหี้ยยยยยยยยยยยย!! ครั้งเดียวไม่พอมึงตดให้หน้าพี่เขาสองรอบแล้ววววววว!!"



  ผมไม่เห็นเหตุการณ์อะไรทั้งนั้น ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิิ้น โอ้ พระผู้เป็นเจ้าครับ ช่วยทำให้ผมหายไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยได้ไหมครับ ฮืออออออออออออ



  ...
 


  สรุปแล้ววันนี้หลังจากทำเรื่องงามหน้าแล้ว พวกผมก็รีบขอโทษขอโพยแล้ววื่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่รู้ว่าพี่เขาจะรับคำขอโทษของพวกผมรึป่าว เพราะเหมือนจะอยู่ในอาการช็อคที่โดนตกใส่หน้าระยะปะชิดไปถึงสองรอบ



  "กูอยากจะบ้าตาย"



  ผมพูดออกมาในขณะที่กำลังจิบเบียร์ที่ระเบียง เพื่อให้ลืมเรื่องเครียดๆในวันนี้ นี่มันเวรกรรมอะไรของผมเนี่ย การพบกันในรอบสิบกว่าปี แทนที่จะได้ทักทายกันแบบซึ้ว แต่ดันไปตดใส่หน้าพี่เขาเนี่ย กูไม่มีความกล้าไปสู้หน้าพี่เขาอีกแล้ว หรือไม่พี่เขาก็คงเกียดผมไปแล้วแน่ๆ ฮืออออออ จากนั้นผมก็เหลือบปเห็นไฟที่ห้องข้างสว่างขึ้น สงสัยเพื่อนของพี่ไม้คงกลับมาแล้วมั้ง วันนี้ก็มีเรื่อววุ่นวายจนไม่ได้ไปทักทายอีกแล้วสิ เอาไว้วันอื่นละกันเนอะ... วันที่สภาพจิตใจผมดีขึ้นกว่านี้อ่ะนะ



  "เห้อ... ถ้าเกิิดพี่ภัคได้มาอยู่ข้างๆห้องเราก็คงดีสิ"



  "ถ้าเกิดมาอยู่แล้วจะทำไมเหรอ"



  "อย่างแรกก็จะได้ขอโทษที่ไปตดอัดหน้าพี่เขาน่ะสิ..."



  ผมพูดพร้อมกับหันไปที่ต้นเสียงข้างระเบียง และแล้วผมก็พบกับชายหมุนในฝันกำลังยืนจ้องมาที่ผม อ๊าาาาา สุดยอดไปเลยนะมโนภาพแบบนี้ก้ไม่แย่เท่าไหร่นะ จิบเบียร์ไป ที่พี่ภาคยืนอยู่ข้างแบบนี้ก็สุดยอดไปเลยนร้า ผมคิพร้อมกับหันมาจิบเบียร์ต่อ แล้วก็หันกลับไปมองอีกครั้ง... อีกครั้ง... อีกครั้ง...  มโนภาพไม่ยอมหายไปสักทีแหะ...



  "ตดเหม็นชิบหายเลยนะ... ดินสอ"



  "เห๊ะ..."



  ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าทำไมภาพมโนถึงดูเหมือนจริงขนาดนี้จังว่ะ ภาพมโนพี่ภาคก็โยนก้อนกระดาษมาใส่หัวผม ผมมองมันก้อนที่จะหยิบขึ้นมาคลี่ออก ซึ่งในนั้นมันมีข้อความเขียนอยู่...



  'เดี๋ยวไปหา เปิดห้องด้วย'



  ผมอ่านข้อความในกระดาษแล้วก้เริ่มคิดว่า...



  "พี่ภัค... ตัวจริงหรอ"



  "คนที่โดนมึงตดอัดหน้า แบบเต็มๆสองรอบนั้นแหละ"



  ...



  โอ้วหมายก๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!

 

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
.:: ตอนที่ 3 ::.





  ตึกตักๆๆ



  โอ้วมายก๊อดๆๆ ผมตะโกนคำนี้อยู่ภายในใจเป็นล้านๆรอบ ตัวจริง ตัวจริงนี่หว่า ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนทุกๆครั้ง พี่ภาคภูมิตัวจริงมาอยู่ข้างๆห้องของผมจริงๆ โอ้ย จะบ้าตายรายวัน ก่อนอื่นเลย… พี่ไม้ ต้องโทรถามพี่ไม้ก่อน!!



  …



  “ฮัลโหล พี่ม้ายยยยยยยยยยย!!”



  ‘โอ้ย! มึงเป็นอารายยยยย จะโทรมาตะโกนใส่หูกูทำไมเนี่ย!’



  “เพื่อนของเฮียที่บอกว่าจะมาอยู่ที่ข้างห้องผมคือใคร!”



  ‘ห๊ะ? อะไรว่ะ’



  “ใครรรรรรรรร!!!!”



  ‘อะไรของมึงว่ะ ก็ไอ้ภาคภูมิ พี่ภัคที่แสนดีของมึงไง’ ก็รู้อยู่แล้วละ ก็แค่ลองถามดูเผื่อมันว่ามันจะเป็นความฝัน ถึงมันจะไม่มีทางเป็นไปได้ก็เถอะ ฮืออออออ



  “ฮือออออ แล้วทำไมเฮียไม่บอกผมก่อนนนนนน”



  ‘เอ้า!! ก็มึงไม่ได้ถามนี่หว่า กูก็เลยนึกว่ามึงรู้อยู่แล้ว’



  “ฮืออออออ แล้วนี่คือเฮียยังคุยกับพี่ภัคเขาอยู่อีกหรอ ไม่ไได้เจอกันมาสิกว่าปีแล้วไม่ใช่หรออออ”



  'ห๊ะ? ก็ตอนมัธยมปลายก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน มหาลัยมันก็เรียนอยู่ ม. เดียวกับมึง กูก็ยังคุยกับมันอยู่ว่าทักทายมึงด้วยนะถ้าเจอ มึงอยากเจอมันชิบหายเลย'



  "ทำไมดินไม่เคยรู้ว่าเฮียเรียนมัธยมกับพี่ภัคอ่ะ ทำไมอ่ะ!!!!"



  'ก็มึงไม่เคยถามกูนิ แล้วทำไมกูถึงต้องคอยเล่าให้มึงฟังด้วยละห๊ะ!!!!'



  "ไอ้พี่บ้าาาาาา!!!!"



  ‘ไอ้นี่! อยู่ๆมาว่ากู-’



  ผมไม่รอให้พี่ไม้ด่าอะไรผมหรอก เพราะผมรีบกดตัดสายทิ้งไปก่อนเลย จากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงที่นอน จากนั้นก็คว้าหมอนมาปิดหน้าเอาไว้ ก็ที่ผมร้องออกมาสุดเสียง



  “อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!”



  เรื่องแบบนี้มัน…



  วิเศษที่สุดไปเลยยยยยยยยย พี่พัคมาอยู่ที่ข้างห้องกูโว้ยยยยย ทำไงดีอยากออกไปตะโกนที่ระเบียงจัง แอร้ย หลังจากที่กรี้ดใส่หมอนเสร็จ ผมก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงแล้วหันไปอุ้มเจ้าปุกิมาขึ่นชูเหนือศรีษะ แล้วก็หมุนมันไปรอบๆเป็นวงกลม



  “ปุกิดีใจกับพ่อไหมลูก คนที่พ่อปลื้มเขามาอยู่ใกล้พ่อแค่นี้เองอ่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”



  “แง้วววววววววว!!”



  เจ้าปุกิขู่ผมฟ่อๆ พร้อมกับเหวี่ยงมือที่มีกรงเล็บอันแหลมคมไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ฝากรอยแผลไว้ที่แขนของผมเต็มไปหมด แต่ว่า… ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ไม่เจ็บเลย ฮ่าฮ่าฮ่า



  ก๊อกๆ!!



  “โอ๊ะ!/แง้ว!”



  เสียงเค๊าะประตูทำให้ผมหยุดหมุนเจ้าปุกิ แล้วปล่อยมันให้เป็นอิสระ ผมรีบเดินไปที่หน้าประตูแล้วมองลอดช่องไป ก็พบกับพี่ภัคที่ยืนรออยู่ อ้ากกกกก ดินสอแกทำใจดีๆไว้ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆผ่อนลมออก ดินสอแกทำได้ แกทำได้ !เอาละงั้นก็เปิดประตูออกไปเผชิญหน้าเลย!



  แก๊ก…



  “สะ สวัสดีครับ”



  “ว่าไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…ดินสอ”



  “มะ ไม่ได้กันนานเลยนะครับพี่ภัค… เอ้ย! พี่ภาคภูมิ...”



  "เรียกภัคแบบเมื่อก่อนก็ได้ กูไม่ว่าอะไรหรอก" พี่ภัคพูดพร้อมกับยิ้มมา นั้นมันทำให้ให้หัวใจของผมฟูขึ้นมาในทันที คนอะไรยิ้มที่โลกสดใสโครตๆ ถึงผมจะอยากวีดออกมาขนาดไหนก็ตาม แต่ผมก็ต้องะยายามอึ๊บความรู้สึกเอาไว้ จากนั้นพี่ภัคก็ยกกล่องขนมขึ้นมา มันคือของฝากที่พี่เขาซื้อมาให้ผม ทำไมเป็นคนช่างเป็ฯคนดีแบบนี้นะ ทั้งที่ผมไปตกใส่หน้าเขาไว้แท้ๆ... "แล้วนี่เราจะยืนคุยกันแบบนี้หรอ?"


 
  "อ่ะ อ่อ คะ คือ ชะเชิญเข้ามาเลยครับ"



  ตายแล้ววว ห้องผมยิ่งรกๆอยู่ อ๊าาาาาาา แต่สุดท้ายก็แล้วผมก็ให้พี่ภัคเข้ามาแบบไม่คิดจะปฏิเสธอยู่ดี ไม่สิ ปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก พี่ภัคเดินเข้ามาในห้องของผมแล้วก็มองไปรอบๆ โชคดีที่ผมไม่ได้เอาของอะไรแปลกเข้ามาไว้ในห้อง แต่บอกไว้ก่อนนะถึงผมจะเป็นคนเพี้ยนๆ แต่ว่าเรื่องการตกแต่งห้องผมก็ค่อนข้างที่จะทำได้อาร์ทอยู่นะ แล้วผมก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่กำลังเดินเข้าไปใกล้พี่เขา จากนั้นมันก็พันรอบขาพร้อมกับถูไถไปมา หึ! กับกูที่เป็นเจ้าของนี่ไม่เคยหรอกนะมานัวเนียแบบนี้เนี่ย นี่แกเป็นแมวหรือเป็นแรดกันแน่ห๊ะ นิสัยเหมือนใครเนี่ยอย่าให้รู้นะ



  "นี่มึง... เล่นดนตรีด้วยหรอ" พี่ภัคพูดขึ้นเมื่อเปนกีตาร์โปร่งที่ผมวางไว้ตรงมุมห้อง



  "ใช่ครับ"



  "ไอ้เด็กน้อยขี้แยเมื่อตอนนั้น มันโตขึ้นขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย เห้ออออ รู้สึกเหงาเหมือนกันแหะ"



  "พี่ภัคพูดอะไรเนี่ย ผมไม่เห็นเข้าใจเลย"



  "ช่างเหอะๆ ก็แค่พูดในฐานะพี่ชายคนหนึ่งที่เห็นน้องชายโตเป็นผู้ใหญ่นั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้คุยกันมาตั้งสิบกว่าปีแล้วนะ ตอนแรกคิดว่าจะเกร็งมากกว่านี้ซะอีก อืม.... หรืออาจจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อตอนเย็นหว่า ไอ้ความรู้สึกเกร็งมันก็เลยหายไปหมดไม่เหลือเลย"



  "กระผมขอประทานอภัยอย่างยิ่งที่บังอาจไปนั่งทับใบหน้าของท่านขอรับ แถมยังกล้าไปตดใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาของท่านตั้งสองปู้ดอีกด้วย ได้โปรดให้ข้อน้อยด้วยเถิด" ผมพูดพร้อมกับทำท่าก้มลงกราบแทบเท้า  นั้นทำให้พี่ภัคหัวเราะชอบใจใหญ่ อ่าเริ่มรู้สึกหายเกร็งแล้วแหะ เหมือนจะเริ่มพูดคุยได้แบบปกติแล้วสิ



  "อืม เริ่มหายเกร็งแล้วสินะ แถมเมื่อกี้มึงกวนตีนกูใช่ม่ะ ไอ้เด็กนี่"



  "ป่าวซะหน่อย ก็ตั้งใจขอโทษจริงจังเกินไปก็แค่นั้นเอง"



  "เออๆ โตขึ้นแล้วไม่เห็นจะน่ารักเหมือนเมื่อก่อนเลยว่ะ"



  ตึกตัก!



  "พะ พี่ภัคก็เหมือนกัน ตอนแรกเห็นเป็นตั้งเดือนคณะ แถมทำอะไรก็เก่งไปซะหมด นึกว่าจะเป็นคนสุภาพ แล้วก็นิสัยดี แต่ความจริงแล้วขี้แกล้ง หยาบคาย กวนตีนนนนน! ไม่เห็นหล่อนิสัยดีแบบเมื่อก่อนเลย..."



  "หืม แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูเป็นเดือนคณะ แอบมองกูอยู่ใช่ไหมละ" พี่ภัคพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของผม ใจผมของผมมันเต้นแรงราวกับจะระเบิดออกมาจากอก แต่สมองของผมก้ยังพยายามทำงานเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเอาไว้ หวังว่าพี่ภัคเขาจะไม่สงสัยอะไรนะ



  "ปะ ป่าว ซะหน่อยก็พี่ออกจะดัง ถึงไม่ได้สนใจก็พอจะรู้จักอยู่แล้วรึป่าว"



  "อ่อหรอ..." ไม่รู้ผมคิดไปเองรึป่าว แต่เหมือนเมื่อกี้พี่ภัคจะทำหน้าเศร้าๆหลังจากที่ผมตอบกลับไปแบบนั้นเลย จากนั้นพี่เขาก้นั่งลงไปกับพื้น เอาหลังพิงขอบเตียง แล้วจากนั้นก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา ผมเองก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมาเหมือนกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ... เพราะข้างหลังที่พี่ภัคพิงอยู่ตอนนี้ มันคือตำแหน่งที่ซ่อนกล่องแห่งความลับของผมยังไงละ!



  "ความจริงที่มาวันนี้ ไม่ใช่แค่จะมาทักทายหรอก...แต่อยากมาคุยเรื่องของไอ้แทนด้วยน่ะ"



  "เรื่องพี่แทนคุณหรอครับ" พี่ภัคพยักหน้ารับพร้อมทำสีหน้าจริงจังเข้าไปอีก 



  "มึงจะรู้เรื่องของแทนคุณกับนทีรึป่าว..." ผมส่ายหัวเป็นคำตอบ พวกผมกับนทีเราพึ่งรู้จักกันตอนเข้ามหาลัยปีหนึ่งเอง ตอนแรกๆก็แปลกใจเรื่องที่บอกว่าไม่มีคนรู้จักเรียนที่เดียวกันเลย แล้วก็ตอนที่คุยกันเรื่องรักๆใคร่ๆ นทีก็ดูจะอิดออดไม่อยากพูดเป็นพิเศษ แถมไม่เคยคิดจะพูดเรื่องในอดีตให้เพื่อนฟังเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่บ้าน เรื่องที่โรงเรียนเก่า เคยมีแฟนเก่าไหม หรือตอนนี้ชอบใครอยู่รึป่าว... พอมาคิดดูดีดีแล้วพวกเราแถบไม่รู้เรื่องของนทีเลยนี่หว่า! ทั้งที่รู้จักกันมาปีกว่าแล้วเนี่ยนะ! "เมื่อซักประมาณทุ่มนึงไอ้แทนมันโทรมาร้องห่มร้องห้ายกับกู ประมาณว่าในที่สุดกูก็เจอนทีแล้ว ทำยังไงนทีถึงจะยอมคุยกับกูว่ะ หรือกูจะรออยู่ที่หน้าหอจนนทีกว่าเขาจะลงมาดีว่ะ..."



  อือหืม… หนัก



  “สรุปคือสองคนนั้นเขาเป็น…”



  “แฟนเก่า… คือเมื่อก่อนไอ้แทนมันเหี้ย เหี้ยมากๆ จนนทีทนมันไม่ไหวแล้วก็ขอเลิก”



  “แล้ว… ที่ภัคมาบอกผม คือจะให้ช่วยพี่แทนเรื่องนทีหรอครับ”



  “ป่าว”



  “อ้าว?”



  “ไม่ต้องมาอ้งไม่มาอ้าว ที่มาบอกเนี่ยแค่จะเตือนว่า ถ้ามันมาขอความช่วยเหลือเรื่องนทีกับมึง แล้วก็พวกเพื่อนๆ ห้ามช่วยมันเด็ดขาด!”



  “ทำไมอ่ะ?”



  “เห้อ กูรู้จักมันมาเกือบสิบปีละ กูรู้ว่าคนอย่างมันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้นทีกลับมาแน่ๆ แล้วอีกสักพักมันต้องลามมาถึงพวกมึงแน่ๆ”



  “แล้วพี่ไม่อยากให้เพื่อนพี่สมหวังหรอ”



  “เห้อ… ก็อยากให้มันสมหวังสิ ตอนที่มันเลิกกับนทีจนมาถึงตอนนี้ กูเห็นมันร้องไห้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว… แต่เรื่องนั้นมันก็ส่วนเรื่องนั้น สิ่งที่มันทำกับนทีในอดีตมันเหี้ยเกินไปจริงๆ เพราะฉะนั้นถ้ามันอยากได้นทีกลับมา มันจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของมันเอง ต้องทำให้นทียกโทษด้วยตัวของมันเอง ถ้ามันพยายามดึงทุกอย่างมาเพื่อช่วยให้นทียกโทษให้มันละก็ กูไม่คิดว่านทีจะยอมยกโทษให้มันหรอก แล้วถ้าต่อให้มันไม่สำเร็จ มันก็ต้องยอมรับในควาทเป็นจริงให้ได้”



  แปะๆๆๆๆ ปรบมือ



  “โอโห้ โครตหล่ออ่ะพี่ ตอนแรกนึกว่าจะเข้าข้างเพื่อนตัวเองนะเนี่ย”



  “เอ้า ก็นั้นเพื่อนกู ถ้าทำผิดแล้วบอกว่าถูุกจะใช่เพื่อนได้ไงว่ะ” อืม… แต่เวลาผมกับน้ำขิงทำข้อสอบผิด ไอ้ที่เหลือมันก็บอกว่าถูกนะ “ถึงไอ้แทนมันเกี้ย แต่มันก็รักนทีจริงนะ ลูกตื้อลูกอ้อนมันก็เยอะอยู่ เมื่อก่อนก็คบๆเลิกตั้งสิบกว่าครั้งได้มั้ง แต่กูก็ไม่รู้หรอกนะว่ารอบนี้นทีจะยอมใจอ่อนป่าว มันก็คงขึ้นอยู่กับว่าบุญเก่าที่ไอ้แทนมีมันหมดรึยังละ”



  "โอเค เข้าใจละ เอาเป็นว่าผมก็ขึ้นอยู่กับนทีละกัน แต่ว่าผมไม่รับปากหรอกนะ เพราะถ้ามันเกิดน่าสงสารเกินไป ผมก็คงทำเป็นเมินเฉยไม่ได้หรอก... อะ โอ้ย พี่ภัคทำไรเนี่ย!"



  "ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นคนดีจริงนะมึง เห็นแล้วมันหมั่นเขี้ยวว่ะ นี่แนะๆ" พี่ภัคหัวเราะชอบใจใหญ่ จากนั้นยีหัวผมเล่นจนยุ่งเหยิงไปหมด ผมรีบปัดป้องมือของพี่ภัค แล้วถอยออกห่างทันที ไม่งั้นอาจจะมีนกมาทำรังบนหัวผมในอีกไม่ช้าแน่ๆ



  "ก็ขอเล่นให้สมกับที่คิดถึงหน่อยสิ ฮ่าฮ่าฮ๋า"



  ตึกตัก...



  "บ้า..." ผมพูดออกมาเอาแต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ภัคจะได้ยินรึป่าว



  "นี่... เล่นกีต้าร์ให้ฟังหน่อยสิ"



  "ห๊า!!! พี่จะบ้ารึป่าว นี่มันกี่โมงกี่ยามกัน สี่ทุ่มครึ่งแล้วนะ รบกวนห้องอื่นเขาไม่เอาหรอก"



  "ไม่ได้จริงๆหรอ..." พี่ภัคพูดพร้อมกับทำสายอ้อนผม เล่นเอาผมเกือบจะยอมตอบตกลงในทันทีเลยแหละ ผมต้องหลบสายตาไปทางอื่นไว้งั้นอาจใจอ่อนได้ อดทนไว้นะตัวเรา ที่หนึ่งตะวันนาจะมาโป๊ะตรงนี้ไม่ได้



  "อะ เอาเป็นว่าถ้าอยากฟังผมเล่น เดี๋ยววันเฟรชชี่ไนท์ผมต้องขึ้นไปเล่นกับวง ยังไงถ้าอยากฟัง... ก็ไปดูด้วยนะครับ" ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนพูดหน้าตัวเองร้อนผ่าวไปหมด ส่วนพี่ภัคพอได้ยินแบบนั้นก็ฉีกยิ้มดีใจใหญ่ แต่เขาไม่รู้เลยรึไงว่ามันยิ่งทำให้ผมใจสั่นเข้าไปอีกเนี่ย โอ้ย ตัวจะระเบิดแล้ว ช่วยด้วยยยยยยยยยยย!!



  "โอเคดีล แล้วจะไปดูแน่นอน อะ ห้าวววววววว งั้นวันนี้กูกลับก่อนดีกว่าง่วงละ" พี่ภัคพูดแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ผมเองก็เดินไปส่งเขาที่หน้าประตูเช่นกัน พี่ภัคเปิดประตูแล้วเดินออกไปแต่เขาก็หันกลับมาพูดกับผม "เห้ ดินสอ..."



  "หืม ครับ?"



  "ฝันดีนะ... แล้วพรุ่งนี้เจอกัน"



  ปึก...



  เสียงประตูปิดลง แต่ผมไม่รู้หรอกว่าที่ภัคจะทันเห็นสีหน้าของผมเมื่อกี้รึป่าว แต่มันต้องเหวอมากแน่ๆ พอพี่ภัคไม่อยู่แล้วผมถึงกับทรุดลงงไปกับพื้น เหมือนวามเขิน และความร้อนของร่างกาย และเสียงัวใจที่เก็บพยายามเก็บเอาไว้มันระเบิดออกมาที่เดียวพร้อมกัน คำพูดว่า... คิดถึง... ฝันดี... แล้วก็เจอกันพรุ่งนี้ แค่คิดว่าจะพรุ่งนี้จะได้คุยกับพี่เขาอีก มุมปากของผมมันก็ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหุบ เจ้าปุกิเดินเข้ามาเอาตัวไถกับผม



  "แง้วววว"



  "ปุกิ... ถ้าพ่อตายไม่ตอนนี้ตรงนี้ แล้วใครจะเป็นคนเลี้ยงหนูละเนี่ย"



   ผมพูดพร้อมกับลูบหัวเจ้าปุกิเบา อ่า คืนนี้คงจะหลับฝันดีแน่ๆเลยละ



  ...
 


  ถึงแม้ว่าประตูห้องของดินสอจะปิดลงไปได้สักพักแล้วก็ตาม แต่ชายหนุ่มที่หน้าประตูก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน แต่ยังคงยืนมองไปที่ประตูบานนี้ แล้วยิ้มออกมามีความสุขราวกับได้พบกับสิ่งที่ตัวเองตามหามานานแสนนาน ภาคภูมิใช้มือแนบลงกับประตูอย่างแผ่วเบา พร้อมกับพูดออกมาเบาๆ เพื่อไม่ให้อีกคนที่อยู่ตรงข้ามประตูได้ยิน



  "พี่กลับมาแล้ว... และครั้งนี้พี่จะไม่หนีเราไปไหนแล้วนะ"



  แล้วภาคภูมิก็ค่อยๆพับนิ้วมือที่แนบกับประตูลงจนเหลือเพียงนิ้วก้อย
 


  "พี่สัญญา..."

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
.:: ตอนที่ 4 ::.




  "วอหนึ่งเรียกวอสอง เส้นทางโล่งปลอดโปร่ง ทราบแล้วเปลี่ยน" น้ำขิงยื่นหน้าออกมาจากหลังกำแพง พร้อมกับทำให้เหมือนกำลังใช้เครื่องสื่อสารอยู่ ซึ่งแน่น่อนว่าผมเองก็ต้องร่วมวงเล่นอะไรต๊องแบบนี้อยู่แล้ว



  "นี่วอสอง พบเป้าหมายแล้วที่สิบนาฬิกกา เปลี่ยน"



  "วอสองสิบนาฬิกามึง หรือสิบนาฬิกากู เปลี่ยน"



  "นี่วอสอง กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่อยากลองพูดดู ทราบแล้วเปลี่ยน"



  "โอ้ย ทั้งสองคนเลิกเล่นกันสักที พวกเเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเล่นอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้นะ" นานทีจะโดนบิวด่าซักทีก็รู้สึกเจ็บแปลบๆเหมือนกันแหะ วันนี้พวกเรามาตามพวพวกพี่ภัคกันที่ตึกบริหาร เพราะบิวอยากจะมาขอโทษพี่สายฟ้าที่ต่อยหน้าเขาไปซะเต็มแรง แล้วก็อยากเอาขนมมาให้แทนคำขอโทษด้วย ตอนนี้พวกเราเจอพวกพราเขาแล้ว เหมือนจะนั่งกินข้าวอยู่ใต้ตึกคณะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกเรากำลังะเจอกับปัญหานิดหน่อย



  "งั้นจะเอาไงต่อ... เดินเข้าไปให้พี่เขาเลยไหม" ดรีมพูดขึ้นพร้อมกับยกถุงกระดาษที่ใส่ขนมเอาไว้ข้างในขึ้นมา



  "ไอ้ดินมึงไปดิ จะได้ไปหาพี่ภาคของมึงด้วย"



  "งั้นก็ให้บิวไปสิ ตั้งใจมาขอโทษพี่เขานี่นา"



  "หะ ให้เราไปเดี๋ยวก็มีโอกาสไปโดนตัวเขา แล้วได้ต่อยเขาอีกรอบน่ะสิ น้ำขิงช่วยบิวหน่อยนะ"



  "ทำไมต้องเป็นฉันละเนี่ยยยยยย ไม่อาววววววว"



  พวกเราสามคนเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา จในที่สุดดรีมถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วก็เป็นเดินไปที่โต๊ะพวกพี่ๆเขาให้เอง ส่วนพวกเราก็ดูสถานการณ์กันอยู่ที่หลังกำแพง ดรีมเดินเข้าไปถึงโต๊ะพวกพี่เขาแล้ว อ๊ะ ยื่นถุงขนมให้พี่สายฟ้าไปแล้ว และก้เหมืนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ผมไม่ได้ยินบทสนทนาหรอก ดรีมก้มหัวให้พี่สายฟ้าไปหนึ่งทีเป็นการขอโทษสินะ ดรีมกำลังจะเดินกลับมาแล้ว... แต่เอ๊ะ เหมือนจะโดนพี่ภัคเรียกเอาไว้ พี่ภัคเดินเข้าไปหาดรีมแล้วคุยอะไรกันอ่ะ อยากรู้โว้ย! ห๊ะ! หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว แลกไลน์กันหรอ! อะไรกันน่ะเสร็จแล้วหรอ พี่ภัคยิ้มด้วย! หรือว่าจะ…



  …



  “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ดรีมพูดพร้อมกับหลังเตรียมเดินจากไป แต่แล้วก็ถูกเสียงของใครคนหนึ่งรั้งเอาไว้



  “น้องครับ! รอเดี๋ยวก่อนนะครับ” ภาคภูมิพูดขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้กับดรีม จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “พี่ขอไลน์น้องได้ไหมครับ”



  “อะ เอ๋ ขอไลน์ผมไปทำไมครับ…”



  “เพราะว่าพอพี่เห็นหน้าน้องแล้ว ใจของพี่มันก็เต้นไม่เป็นจังหวะเลยครับ เลยอยากจะขอไลน์ เผื่อเย็นนี้พี่อยากจะชวนเราไปกินข้าว”



  “ผะ ผมเขินนะครับ พี่ภาคภูมิ…”



  …



  โอ้สมายก๊อด หรือว่ามันจะเป็นอะไรประมาณนี้กันเนี่ย ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรต่อ ดรีมก็กำลังเดินกลับมาถึงที่ๆผมอยู่ซะแล้ว



  “ดรีมเมื่อกี้พี่ภาคคุยอะไรกับแกอ่ะ”



  “เออ พี่เขาขอไลน์-”



  “นั้นไงจริงๆด้วย พี่เขาขอไลน์ดรีมแบบนี้หมายความ… พี่เขาชอบดรีมแน่ๆเลย ตายละ ไม่นึกเลยว่าเสปคพี่เขาจะเป็นแบบนี้ แล้วกูต้องทำยังไงต่อไปดีว่ะเนี่ย”



  “เออไม่ คือพี่เขาขอไลน์ของ-”



  “ไม่ใช่ไลน์ดรีมหรอ แล้วใครอีกละน้ำขิง หรือบิว! ใครกันแน่... ใคร!”



  ดรีมไม่ได้ตอบคำถามของผมที่กำลังสติแตกอยู่ เพียงแต่เบ๊ะปากยกมือขึ้นแล้วชี้มาทางผม… ผมจึงชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วทำหน้าประมาณ ‘กูหรอ?’ และดรีมก็พยักหน้ารับ เพื่อให้แน่ใจจึงหันไปทำแบบเดิมกับอีกสองคน ซึ่งทั้งสองก็ทำหน้ากบับมาประมาณว่า ‘มั้ง’ จากนั้นไม่นานโทรศัทพ์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นไม่หยุด ผมหยิบขึ้นมาแล้วก็พบว่ามันมีไลน์ที่ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่นักทักมา...



  'โย่ว'

  'เมื่อวานลืมขอไลน์มึงไว้'

'เออ...'

'ใครเหรอครับ'

  'ห๊า'

  'อันนี้คือกวนตีนกู?'

'ป่าวนะครับ'

'ก็แค่ถามให้แน่ใจ...'

  'งั้นมึงก็ลองชะโงกหน้าออกมาดูสิ'



  ผมอ่านข้อความแล้วก็ลองทำตามที่บอก โดยชะโงกหน้าออกไปดู แล้วก็พบกับพี่ภัคที่ยืนจ้องมาทางผม แล้วจึงเก็บคอกลับเข้ามาหลังกำแพง เพื่อความแน่ใจลองชะโงกหน้าออกไปดูอีกรอบ ครั้งพี่ภัคใช้นิ้วจิ้มไปที่โทรศัพท์ เป็นบอกบอกเชิงสัญลักษณ์ว่า...



'พี่ภัคหรอ?'

  'ก็เออสิว่ะ'

  'ชื่อไลน์ก็มีทำไมไม่อ่าน?'

'ก็ผมไม่แน่ใจนี่นา'

'แล้วพี่ภัคของไลน์ผมกับดรีมทำไมอ่ะ'

  'เอ้า'

  'ก็เอาไว้คุยไว้ติดต่อกันไง'

'เรื่องอะไรอ่ะ?'

  'กวนตีนกูจริงๆสินะ'

'ป่าวนร้าาาาา'

'ดินก็แค่สงสัยว่าพี่ภัคมีเรื่องอะไรจะคุยกับดินแค่นั้นเอง'

  'บ่ายนี้ว่างไหม?'

'ตอนบ่ายมีซ้อมดนตรีครับ'

  'แล้วเย็นละ'

'ถ้าตั้งแต่ซักห้าโมงก็ว่างอยู่ครับ'

  'งั้นไปกินข้าวกัน'

'ไปกินทำไมอ่ะ?"

  'หยุดกวนตีนกูสักทีได้ม่ะ'

'เอ้า'

'ก็อันนี้ถามจริงๆ ว่าชวนผมไปกินทำไมอ่ะ'

  'ก็กูอยากชวนน้องกินข้าวนี่มันแปลกหรอว่ะ'

'.....'

  'นะครับน้องดินสอ พี่กินข้าวคนเดียวเหงามากเลย น้องดินสอไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะครับ'

'.....'

'ก็ได้'

  'โอเค งั้นคิดไว้เลยว่าอยากกินร้านไหน'

  'ตอนห้าโมงรอที่หน้าตึกบริหารนะ เดี๋ยวจะไปรับ'



  "โอเคครับ..." ผมพูดพร้อมกับพิมพ์ตอบไลน์พี่ภัคไป ไม่รู้เหมือนกันว่ารัหว่างที่ผมคุยไลน์อยู่เมื่อกี้ ผมจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมามาแค่ไหน แต่ไอ้รังสีทมึนที่แผ่มาจากทางด้านหลังตอนนี้ มันทำให้ผมรู้สึกเย็นวาบไปหมดเลย



  "เฮ้ย..." เสียงเย็นเรียบของน้ำขิงดังมาจากด้านปลังของผม พร้อมกับมือที่ยื่นมาจับไหล่ผมไว้เพื่อไม่ให้หนี "ทำไมมึงถึงคุยไลน์กับพี่ภาคภูมิเขาสนิทสนมขนาดนั้นห่ะ... มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น"



  "อะ เอ่อ..."



  "เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้นะ..." ยัยน้ำขิงคงไ่ยอมปล่อยผมไปอย่างแน่นอน ถ้าผมไม่ยอมเล่าว่ามันเดิกอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นเลยต้องพยายามแถ แต่ไม่ได้บอกเรื่องทั้งหมดแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ บอกไปแค่เรื่องที่บังเอิญพี่เขามาอยู่ข้างห้อง และพี่เขาก็เป็นเพื่อนของพี่ชายอีก เมื่อคืนก็เลยได้คุยกัน



  "โห อะไรว่ะ! แต่ไปตดใส่หน้าพี่เขาก็ทำได้ขนาดนี้เลยหรอ แบบนี้กูจะไปตดใส่หน้าพี่กวินบ้าง พี่กวินขา น้ำขิงมาแล้ว!!"



  "เฮ้ย!! อีน้ำขิงคองใจเย็นก่อน บิว ดรีม ช่วยจับยัยนี่เอาไว้เร็ว ก่อนที่มันจะไปทำอะไรพี่กวิน เร็วววววว"



  ผมและเพื่อนช่วยกันจับยัยน้ำขิงเอาไว้ ยัยนี่แรงเยอะชะมัด ผมต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งก่อนที่ยัยน้ำขิงจะสงบลง ก่อนที่จะไปซ้อมดนตรี ผมก็บอกให้บิวกับดรีมจับน้ำขิงไว้ดีดี เดี๋ยวมันเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีพี่กวินจะมีอันตรายแล้วเดินจากไป ผมไม่รู้หรอกนะว่าหน้าผมตอนเดินไปห้องชมรมมันเป็นยังไง เพียงแต่คนที่อยู่ระหว่างทางหันมามองหน้าผมกันหมดก็แค่นั้นเอง



  ปัง!!



  "ยะโฮยยยยยยย เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนนนนนนนนน"



  "ยิ้มหน้าบานมาเชียวนะมึง เจอเรื่องอะไรดีดีมารึไง" คนแรกที่ทักผมก็คือพี่แซมมือกลอง พ่อหมุ่นมาดสุดแบดบอย แห่งคณะวิศวกรรมโยธา แต่นิสัยกลับดีผิดกับมาดโดยสิ้นเชิง



  "อ้าว สวัสดีน้องดินสอ" คนต่อมาก็คือมือคีบอร์ด พี่มาร์คชายหนุ่มคิ้วบอย ยิ้มหวานจนใครเห็นก็ต้องใจสั่น แต่ไอ้คนใจสั่นอาจจะต้องระวังหน้าสั่นด้วย เพราะอาจจะโดนไม้กลองของพี่แซมฟาดหัวหลุดเป็นก็เป็นได้



  "เฮ้ย ไอ้ดินกูยินข่าวว่ามึงไปตดใส่หน้าพี่ภาคภูมิเดือนคณะสถาปัตย์ปีสามมาหรอว่ะ แม่งโครตเจ๋งเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ๋า" ไอ้คนที่หัวเราะเป็นคนบ้าอยู่ตอนนี้ก็คือไอ้ท็อป มีอกีต้าร์อีกคนของวงเรา นิสัยชอบกวนตี อ่านบรรยายก็ไม่เป็น แถมชอบพูดอะไรก็ไม่คิด เพราะแบบนี้ถึงได้แต่บ่นว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนซักที



  "วันนี้ไม่มาสายรึไง ไอ้ตัวดี" เสียงนุ่มลึกสุดคูลของพอร์ช เดือนคณะวิศวกรรมปีสอง มือเบสของวงเรา หน้าตาก็ดี นิสัยก็คูล เรียกได้่าเป็นเฟอร์เฟ็กแมนอีกคนเลยก็ว่าได้ เสียงของพอร์ชดังมาจากด้านหลังของผม พร้อมกับมือที่สัมผัสกับหัวของผม และลูบมันเบาๆ



  "พี่แซมครับ คือวันนี้ถ้าผมเล่นได้ดี เล่นได้เป๊ะ ผมขอเลิกก่อนหมดเวลาซ้อมนะ" ผมหันไปพูดกับพี่แซมที่เป็นหัวหน้าวง ความจริงแล้วเวลาซ้อมพวกผมก็จะเลิกกันประมาณห้าโมงเย็นนั้นแหละ แต่มันก็แล้วแต่ด้วยว่าวันไหนฟีลลิ่งมันกำลังได้ก็อาจจะต่อเวลาเพิ่มไปอีกหน่อย แล้วนี่อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ต้องขึ้นแสดงแล้ว ก็เลยอาจจะต้องจริงจังกับการซ้อมสักหน่อย แต่มันต้องไม่ใช่สำหรับวันนี้!!



  "อือ มันก็ได้อยู่หรอก แต่ว่ามึงมี-"



  "มีเรื่องอะไร" ทั้งผมและพี่แซมหันไปทางพอร์ชแทบจะพร้อมกัน นั้นเพราะยังไม่ไม่ทันที่พี่แซมจะพูดจบ พอร์ชก็พูดตัดขึ้นมาก่อนเลย แล้วทุกคนก็เงียบกันหมด ผมเองก็เช่นกันเพราะก็ตกใจที่พอร์ชพูดแทรกขึ้นมาแบบนี้เหมือนกัน "ก็แค่ถามดู เผื่อดินสอจะมีธุระสำคัญไง"



  "อะ อ่อ คือตอนเย็นมีนัดกินข้าวกับรุ่นพี่อ่ะ... พอร์ชมึงจ้องหน้ากูขนาดนี้...มีอะไรรึป่าว"



  "ไม่มีอะไรหรอก รีบซ้อมกันเถอะเด๊่ยวดินสอต้องรีบไปธุระนิ" พอร์ชพูดแล้วขยี้หัวของผมเบาๆพร้อมกับยิ้มให้หนึ่งที แล้วก็เดินไปหยิบเบสของตัวเอง อืม... บ้างทีผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดของคนคูลๆเลยแหะ ว่าในหัวเขากำลังมีเรื่องประมาณไหนอยู่กันแน่ รวมถึงไอ้การกระทำแบบนี้เนี่ยมันหมายความว่ายังไง คือมันมีความหมายตรงๆ หรือความจริงแล้วต้องไปถอดรหัสอีกรอบกัน เห้อ ปวดหัวชะมัดเลยนร้าาาาา



  "เออ เลิกก่อนเวลาก็ได้ แต่อย่างมึงจะเล่นได้เป๊ะหรอว่ะ กูไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนั้นสักครั้งเลยนะเว้ย" พี่แซมพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน และไอ้หน้ายียวนนั้นอีก ผมละอยากเดินเข้าไปดีดปากสักที



  "เหอะ พี่แซมคอยดูเถอะ ดินจะทำให้อ้าปากค้างไปเลย"



  ผมพูดพร้อมกับเดินไปวางสัมภาระ จากนั้นก็ไปหยิบกีต้าร์โปร่งของผมขึ้นมา ใช่แล้วครับผมดินสอเป็นมือกีต้าร์ แล้วก็เป็นนักร้องนำด้วยนะ ถึงจะบ้าบอๆแบบนี้แต่ก็ร้องเพลงเพราะนะจ๊ะจะบอกให้ พวกเราห้าคนเริ่มเข้าประจำตำแหน่ง การที่การเคาะไม้กลองของพี่แซมจะเป็นสัญญาณของการเริ่มต้น เพลงที่หนึ่งถูกบรรเลงขึ้น... ต่อด้วยเพลงที่สอง... และเพลงที่สาม...



  "เอาละพอก่อน!!" พี่แซมพูดออกมาเป็นสัญญาณของการพัก จากนั้นแกก็มองมาที่ผม แถมทำหน้ายังกับเจอผีอีก "ดินสอวันนี้มึงทำเป๊ะทั้งเล่นทั้งร้องเลยเหรอว่ะ..."



  "เหอะ เห็นม่ะ ของกล้วยๆ พี่แซมอ่ะประเมินผมต่ำไปแล้วแหละ"



  "กูต้องฝันอยู่แน่ๆเลย ตื่นสิว่ะตัวกู" ว่าแล้วแกก็ตบหน้าตัวเองเบาๆ เอ้า ไอ้พี่แซมเวลาผมเล่นผิดก็บ่น เล่นดีก็ไม่เชื่ออีก จะเอายังไงกับตัวผมกันแน่ห๊าาาาาาา "แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้กูตกใจมากกว่าที่ไอ้ดินสอมันเล่นได้เป๊ะอยู่นะ..."



  "..."



  "พอร์ชวันนี้มึงเป็นอะไรรึป่าว วันนี้มึงเล่นพลาดเยอะมากเลยนะ ถ้าเป็นไอ้ดินสอกูก็ไม่แปลกใจหรอก เพราะแม่งพลาดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่กับมึงที่ไม่เคยพลาดมาก่อนเลยเนี่ย..." มีการพาดพิงผมอีก...



  "ไม่มีอะไรหรอกครับพี่แซม... วันนี้ผมอาจจะเหนื่อยนิดหน่อยแหละครับ"



  "เป็นอะไรรึป่าวพอร์ช ไม่สบายรึป่าว วันนี้พักก่อนก้ได้นะ" พี่มาร์คเดินเข้าไปจับไหล่พอร์ช และพูดแสดงความเป็นห่วง แต่พอร์ชยิ้มขอบคุณพร้อมกับส่ายหัวปฏิเสธ


 
  "ไม่เป็นไรหรอกครับพี่มาร์ค พี่แซมครับถ้างั้นผมขอไปนั่งพักสักแปปนึงนะครับ"



  "เออๆ ไปพักเถอะ"



  เมื่อได้รับคำอณุญาติจากพี่แซมพอร์ชก็วางเบสไปที่ที่วาง แล้วเดินออกจากห้องซ้อมไป ผมเห็นแบบนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ก็เลยขอพี่แซมออกไปดูพอร์ช ส่วนไอ้ท็อปโดนพี่แซมกักตัวให้ซ้อมต่อ เพราะก็เล่นพลาดเยอะเหมือกัน ผมเดินออกจากห้องซ้อมมาก็เจอกับพอร์ชที่นั่งหลับตาอยู่ที่นั่งตรงหน้าห้องซ่อม ผมเลยเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆอย่างเบาๆ



  "บอกแล้วไงว่าได้เป็นอะไร..." พอร์ชพูดขึ้นก่อนที่จะลืมตาแล้วเอียงหน้ามาทางผม พร้อมกับรอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย



  "ก็เป็นห่วงนี่นา ปกติมึงไม่เคยเล่นพลาดเลยนี่นา"



  "ที่ห่วงนี่คือกลัวกูเล่นดนตรีได้ไม่ดี?"



  "ป่าวซะหน่อย ก็เป็นห่วงแบบ...เป็นห่วงนั้นแหละ" ผมหันหน้าหนีด้วยความเขิน ไอ้บ้านี่ทำไมต้องทำให้ผมพูดอะไรน่าอายแบบนี้ด้วยเนี่ย "แล้วสรุปเป็นอะไรกันแน่เนี่ย"



  "อืม ปิดมึงไปก็คงจะเซ้าซี้น่ารำคาญจนต้องบอกอยู่ดีสินะ" ขอโทษทีละกันนะที่ชอบเซ้าซี้น่ารำคาญน่ะ "...นั้นสินะ ก็คงจะคิดมากเรื่องเรื่องหัวใจนั้นแหละ"



  "มึงเป็นโรคหัวใจหรอ?"



  "นี่มึงพูดจริงๆ หรือว่ากวนตีนกูอยู่กันแน่เนี่ย"



  "..."



  "กูละปวดหัวกับมึงจริงๆดินสอ..."



  "มึงมีคนที่ชอบแล้วหรออออออ!!" ถึงตอนแรกนั้นจะตอบไปด้วยความโง่จากข้างในจริงๆก็เถอะ แต่ในที่สุดผมก็เข้าใจความหมายที่พอร์ชมันจะสื่อแล้วละ นี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานยังไม่เคยเห็นมันพูดเรื่องรักๆใคร่ๆให้ฟังเลยนะเนี่ย คนที่อยู่ในใจเดือนคณะคนนี้ จนทำให้มันกลั้ดกลุ่มใจนี่มันเป็นใครกันนะอยากรู้ชะมัดเลย "ใครว่ะ เป็นคนแบบไหน แล้วกูรู้จักรึป่าว"



  "หึหึ มาเป็นชุดเลยนะมึง เอาเป้นว่ามันเป็นคนบื้อมาก... มากจนไม่รู้เลยว่าใครกำลังสนใจมันอยู่บ้าง"



  "เหหหหห มีคนบื้อขนาดนั้นอยู่ด้วยหรอว่ะ เดือนคณะสนใจเลยนะเว้ย"



  "อืม แม่งโครตบื้อ..."



  "บื้อเหี้ยๆ"



  "อุ... ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า แม่งโครตตลกเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า" แล้วอยู่ๆพอร์ชมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ทำไมหว่า มันตลกขนาดนั้นเหลยหรอว่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย แต่ในขณะที่ยังงงๆอยู่นั้นเอง พอร์ชมันก็โน้มตัวเอาหัวลงซบที่ไหล่ของผม ไอ้บ้าทำอะไรเนี่ย ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่แบบนี้มันกฌเขินเหมือนกันนะเฮ้ย "กูขำจนเหนื่อยเลยว่ะ ขออยู่แบบนี้ซักพักนะ...ดินสอ"



  แล้วเล่นพูดแบบนี้ ด้วยน้ำเสียงนุ่มๆแบบนี้อีก แล้วใครมันจะกล้าผลักออกละเนี่ย ไอ้บ้าเอ้ยยยยยยยย ความจริงแล้วมึงควรจะไปทำอะไรแบบนี้กับคนที่ชอบไม่ใช่รึไง... สักพักนึงพี่แซมก็เดินออกมาบอกว่าให้วันนี้เลิกซ้อมก่อนก็ได้ เพราะเดี๋ยวพี่แซมกับพี่มาร์คเองก็ต้องไปธุระเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวค่อยมาซ้อมเพิ่มวันหลังแทน พวกเราก็เลยเก็บของเรียมตัวกลับ พอร์ชขับรถมาส่งผมที่หน้าตึกคณะบริหาร ก่อนที่จะจากไป...



  เห้อ น่าอิจฉาคนที่ไอ้พอร์ชชอบจังเลยนะ ทั้งหล่อ ทั้งนิสัยก็ถือว่าดี แถมยังรวยอีก อยากรู้จังว่าใรคือผู้โชคดีคนนั้นกัน...


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด