The Blue Seaคลื่นคราม
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: The Blue Seaคลื่นคราม  (อ่าน 107 ครั้ง)

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
The Blue Seaคลื่นคราม
« เมื่อ15-09-2020 12:17:23 »

***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
         
                                                                                 สารบัญ
The Blue Sea #คลื่นครามCH.1เสื้อกล้ามตัวบางกับบ็อกเซอร์ลายดอก
The Blue Sea #คลื่นครามCH.2 ท่อแตก
The Blue Sea #คลื่นครามCH.3 นวด
The Blue Sea #คลื่นคราม CH4. คู่จิ้นVSคู่จริง
The Blue Sea #คลื่นคราม Ch.5 คู่จิ้น VS คู่จริง 2
The Blue Sea #คลื่นคราม CH6. ทะเลาะ


                                       


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2020 13:40:41 โดย memayy20 »

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
                                                      The Blue Sea 1: เสื้อกล้ามตัวบางกับบ็อกเซอร์ลายดอก

“ทำอะไรกินครับแม่กลิ่นหอมจังเลย” เสียงใสเจ้าของร่างเล็กร้องถามพลางเข้ามากอดผู้เป็นแม่ที่กำลังสาละวนกับการทำกับข้าวอยู่ในครัว

“ตื่นแล้วเหรอลูก ดูสิ แม่ได้สูตรทำแกงฟักทองมาใหม่” คนเป็นแม่บอกลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเอง ก่อนจะตักมาให้ลูกชายตัวเองชิม

“เออคราม ช่วยเอาแกงอันนี้ไปให้……..” ยังไม่ทันพูดจบ คนเป็นลูกก็ถอนหายใจออกมา

“น้านีย์” ครามบอกออกมา มันเป็นเรื่องปกติจนเขาชินเสียแล้ว เมื่อแม่ได้เข้าครัวเมื่อไหร่ก็ต้องเอาไปให้น้านีย์ทุกครั้ง

“ดีมากจ๊ะ” คนเป็นแม่เอ่ยชมออกมาก่อนจะลูบหัวลูกชาย คนสวมเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แต่ยังไม่ทันจะก้าวออกจากปะตูห้องครัวก็ถูกเรียกเอาไว้ซะก่อน

“ไม่เปลี่ยนชุดรึไงลูก” แม่ ‘ขิม’ ถามลูกชายเมื่อเห็นว่าลูกชายสวมแค่เสื้อกล้ามสีขาวตัวบางกับกางเกงขาสั้นลายดอกเท่านั้น มันปกติหากจะใส่อยู่แค่ในบ้าน แต่นี่เจ้าลูกชายเล่นใส่ออกนอกบ้าน แถมบ้านที่จะไปก็อยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

“ไม่ล่ะครับ ไปไม่นานเดียวเดี๋ยวก็กลับมา” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะคว้าจักรยานที่อยู่ในโรงรถแล้วจูงออกมา

“เดี๋ยวก็ได้ชุดใหม่กลับมาอีกหรอก” คนอยู่ในครัวพูดออกมายิ้มๆ

โฮ่งๆ

เสียงทักทายจาก ‘บลู’ สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเพศเมีย สุนัขตัวโปรดของครามกล่าวทักทายเมื่อเห็นว่าเจ้าของตัวเองจะออกไปข้างนอก

“ไปแปปเดียวบลูเดี๋ยวกลับมาให้อาหารนะ” ร่างเล็กของครามก้มลงลูบหัวสุนัขตัวโปรด เตรียมตัวคร่อมจักรยานเพื่อปั่นไปยังเป้าหมายที่จะไปส่งอาหารแต่ก็โดนฟันคมของบลูงับเข้าที่กางเกงขาสั้นเอาไว้

“ไปด้วยไม่ได้ เดี๋ยวเปอร์ก็มาหาเองนั่นแหละรอไปก่อน” ครามบอกพร้อมจ้องตาเป็นเชิงห้ามปราม ทำให้บลูยอมปล่อยเจ้านายของตัวเองให้เป็นอิสระ ครามจึงปั่นจักรยานไปยังบ้านของเป้าหมายอย่างไม่รีบร้อน
.
.
.
.
.
“น้านีย์ครับ น้านีย์!!” เมื่อจอดจักรยานไว้หน้าบ้านเรียบร้อยเจ้าของร่างเล็กก็กดกริ่งที่ประตูหน้าบ้านประมาณสองสามครั้งพร้อมร้องเรียกเจ้าของบ้าน ครามไม่ได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าบ้านแต่คาดว่าในบ้านเสียงกริ่งคงจะดังน่าดู และดูเหมือนจะทำให้ใครบางคนในบ้านที่พึ่งตื่นนอนไม่พอใจกับเสียงนั้นเป็นอย่างมาก

“กูว่าแม่มึงกับแม่กูควรย้ายบ้านไปอยู่ด้วยกันว่ะแม่ง คนจะหลับจะนอนยังให้ลงมาเปิดประตูอีก” คนมาเปิดประตูบ่นพร้อมขยี้ผมจนยุ่งไปหมด ท่าทางทีดูหงุดหงิดทำให้คนมาเยือนรู้ว่าเจ้าของบ้านน่าจะยังอยากนอนต่อมากกว่าลงมาเปิดประตูบ้านให้
‘พึ่งตื่นนอนทำไมต้องดูหล่อขนาดนี้ด้วยวะ’ ครามคิดในใจ เขารู้สึกหมันไส้ความหล่อของคนตรงหน้าเล็กน้อย เพราะส่วนใหญ่คนมักจะชมเขาว่าน่ารักมากกว่าหล่อ ทั้งๆที่เขาก็อยากจะหล่อแบบแมนๆเหมือนกัน แต่คนตรงหน้ากลับดูดีได้ทุกที่ทุกเวลาแม้ว่าพึ่งจะตื่นนอนก็ตาม
 
“แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้าน” เมื่อหาวออกมาหลายฟอดคนตัวสูงกว่าหลายเซนก็ถามขึ้นเมื่อสำรวจเสื้อผ้าที่คนมาเยือนใส่

“พึ่งตื่น น้ำยังไม่ได้อาบ แล้วอากาศร้อนขนาดนี้จะให้ใส่สูทมารึไง” เจ้าของเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงบ๊อกเซอร์ถามย้อนกับไปแล้วยักคิ้วให้อย่างกวนๆ พร้อมยื่นกล่องใส่อาหารให้คนตรงหน้า

“แม่ฝากมา แกได้สูตรใหม่เลยจะเอามาให้แม่มึงลองชิมดู”

“ไม่บอกก็รู้” เจ้าของบ้านพูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติและกลายเป็นชีวิตประจำวันไปซะแล้ว เพราะแม่เขากับแม่เจ้าของร่างเล็กนี่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน พอมีลูกลูกก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอีก เวลาใครทำกับข้าวก็จะเอามาแบ่งให้กันเสมอซึ่งคนที่เอามาส่งก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาสองคน

“เอาไปดิ” คนเอาแกงมาให้บอกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านยังยืนนิ่งไม่ได้รับกล่องอาหารไป ร่างสูงยืนกอดอกมองสำรวจคนตรงหน้า ไล่ตั้งแต่กางเกงมาจนถึงเสื้อกล้ามสีขาวที่คนตรงหน้าสวมใส่ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงแขนเล็กให้เข้าบ้าน

“อะไรของมึงเนี่ยคลื่น กูแค่เอาแกงมาให้กูจะกลับไปอาบน้ำ” คนถูกดึงแขนโวยออกมา ก่อนที่ร่างเล็กของครามจะล้มไปกองกับพื้นเมื่อมีบางอย่างกระแทกเข้ากับร่างกาย
.
.
.
.
.
.
“โอ๊ยยย” ผมร้องออกมาเมื่อมีบางอย่างกระแทกเข้ากับร่างกายจนทำให้ผมต้องลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น แถมไอตัวที่กระโจนใส่ผมก็เอาลิ้นมาเลียไปทั่วใบหน้า

“เปอร์ หยุด!!!!” ก่อนที่ตัวผมจะเลอะไปมากกว่านี้คนตัวสูงอย่างกับเสาไฟฟ้าแบบคลื่นก็สั่งออกมาเสียงเข้มทำให้เจ้าที่กำลังดมผมหยุดนิ่งสนิท

“ฮ่าๆ ได้กลิ่นบลูล่ะสิ” ที่ไฮเปอร์หรือเปอร์สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนเพศผู้ของคลื่นเข้ามากระโจนใส่ผมคงเพราะได้กลิ่นเจ้าบลูแน่ๆ เพราะเจ้านี่ชอบหนีไปอยู่บ้านผมเพื่ออยู่กับบลูเป็นประจำ

“ลุกขึ้นมา!!” ดุหมาไม่พอมันก็มองมาทางผมพร้อมกับทำเสียงเข้มใส่

“อย่ามาดุกูนะ” ผมพูดพร้อมทำทำปากยื่นใส่มันเล็กน้อย ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะหมามันต่างหากที่เข้ามากระโจนใส่ผมน่ะ

“ลุกมา!” มันพูดอีกรอบพร้อมเดินเข้ามาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นเพื่อพาเดินเข้าไปบ้าน

“กูไม่เข้าไป กูจะกลับไปอาบน้ามมมม” ผมโอดโอยเมื่อยังคงถูกฉุดกระชากให้เข้าไปในบ้าน
 
“คลื่นอย่าลากน้องแบบนั้น” เมื่อเข้ามาพ้นขอบประตูบ้านเพียงเล็กน้อย เสียงนางฟ้าใจดีคนที่สองของผมก็ร้องดุไอคนตัวสูงที่เอาแต่ลากผมอยู่ตอนนี้ เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ผมกลับสู้แรงไอบ้านี่ไม่ได้เลย

“น้องอะไรเล่าแม่ มันเกิดหลังผมไม่กี่นาทีเอง” ไม่ยอมครับ ไอสูงก็ยังคงเถียงแม่มันต่อไป

“ตายแล้วลูกทำไมเนื้อตัวเปื้อนแบบนั้นล่ะคราม” น้านีย์นางฟ้าใจดีของผมยังคงเข้ามาสำรวจร่างกายของผมต่อไปโดยไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของลูกชายตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ผมล่ะอายจริงๆรู้งี้น่าจะเปลี่ยนเสื้อก่อนออกจากบ้าน ใครจะคิดว่าไอสูงที่จับข้อมือของผมอยู่จะลากผมเข้าบ้านล่ะ

“ขึ้นไปกับกู” ไม่ได้สนใจคนอื่นเลยนะมึงเนี่ย มันวางกล่องกับข้าวที่ผมเอามาให้ไว้ที่โต๊ะและลากผมขึ้นไปที่ชั้นสองทันที ผมหันไปมองที่แม่ไอคลื่นก็เห็นว่าน้านีย์มองมาที่พวกผมยิ้มๆพร้อมส่ายหัว

“มึงลากกูขึ้นมาทำไมเนี่ย กูจะกลับไปอาบน้ำ”

“สภาพนี้?” ไม่ถามเปล่าเจ้าตัวยังคงยืนกอดอกพร้อมมองสำรวจเสื้อผ้าที่ผมใส่มาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่
ก็คนมันร้อนปะวะ

“เออ สภาพนี้แหละ!!” ตอบกลับแบบไม่ได้ใส่ใจมากเท่าไหร่ ผมก็ใส่ของผมแบบนี้ในบ้านเป็นปกติ แต่ที่ออกมานอกบ้านสภาพนี้เพราะขี้เกียจเปลี่ยน

“สภาพเสื้อกล้ามสีขาว บางจนเหมือนไม่ได้ใส่ กับกางเกงบ๊อกเซอร์ขากว้างลายดอกเนี่ยนะ มึงได้ใส่ข้างในมารึเปล่า”

“ไหนมาดูดิ๊”

“เฮ้ยๆ มึงจะทำไร” ผมร้องเสียงหลงทันทีเมื่อไอคนพูดไม่ได้วิจารณ์เสื้อผ้าผมเพียงอย่างเดียว มันก้าวขายาวๆเข้ามาพร้อมเอื้อมมือมาดึงขากางเกงของผมขึ้นทำให้ผมดึงมือมันออกแทบไม่ทัน เมื่อมันปล่อยกางเกงผมเป็นอิสระมันก็หัวเราะ

“หึ” ยังมีหน้ามาหัวเราะอีกไอคนบาป

“ถ้ามึงไม่มาเปิดมันก็ไม่เห็นหรอกเว้ย มึงมันโรคจิต”

“อ่อ เหรออออ” น้ำเสียงกวนประสาทนี่มันน่าต่อยจริงๆเลยให้ตายเถอะ ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบผู้ชายแบบไอนี่จังวะ นอกจากความหล่อแล้วนิสัยกวนส้นของมันไม่ได้น่าสนใจเลยสักนิด แถมผู้หญิงรอบตัวผมยังบอกว่าชอบผู้ชายเคร่งขรึมแบบมันอีก

‘ฉันชอบผู้ชายขรึมๆ ผู้ชายนิ่งๆแบบคลื่นอ่ะแก’
 
เสียงพูดของเพื่อนผู้หญิงในคณะยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม เมื่อตอนที่พวกเธอเห็นคลื่นครั้งแรกตอนประกวดเดือนคณะตอนปีหนึ่ง

ผู้ชายนิ่ง ผู้ชายเคร่งขรึม………..ที่กำลังจะเปิดกางเกงผมเพื่อดูกางเกงในเนี่ยนะ !!!!

เจริญพรเถอะครับ กูจะบ้าตาย!!!

“นี่ดีนะที่พี่กูพาเมียกับลูกไปเที่ยว ไม่งั้นหลานกูต้องเห็นอะไรประหลาดๆแบบมึงแน่ๆ” ปากก็บ่นผมแต่มือมันก็ค้นอะไรก็ไม่รู้ในตู้เสื้อผ้า ผมเบะปากและแลบลิ้นอย่างหมันไส้ คนอะไรบ่นยังกับคนแก่

“แลบลิ้นใส่กูเหรอ” แหน่ะรู้ดีอีก นอกจากจะดุเหมือนหมายังแสนรู้เหมือนหมาอีกนะมึงเนี่ย
แต่...ผมก็คิดได้แค่ในใจเท่านั้นแหละครับ

“ป๊าว” เรื่องอะไรผมจะยอมรับล่ะ

“มึงจะทำอะไรไอคลื่น” ผมร้องถามอย่างตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวสูงอย่างมันก็เดินเข้ามาใกล้จนตัวผมตอนนี้ถอยหลังไปชนกับโต๊ะบนหัวที่นอน มันไม่ตอบแต่มันยื่นเอาหน้าของมันเข้ามาใกล้กับใบหน้าของผมแทน ถ้ามองไม่ผิดผมแอบเห็นมันยิ้มมุมปากด้วยนะ
มึงแกล้งกู ไอเวร

“โอ๊ย ไอเชี้ย เจ็บนะโว้ย” ผมร้องออกมาเมื่อมันเอานิ้วมาดีดที่ปากของผม เสียงหัวเราะอย่างสะใจของมันนี่ผมล่ะเกลียดจริงๆ มันชอบแกล้งผมอยู่ได้ตั้งแต่เด็กจนโต

“เข้าไปอาบน้ำ เอานี่เสื้อผ้า” พูดจบมันก็เอาผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าที่คาดว่าจะค้นหามาจากในตู้มาโยนใส่หน้าผม

“กู จะ กลับ ไป อาบ ที่ บ้าน” ผมเน้นคำพูดทีละคำให้มันฟังเข้าใจซะที ผมไม่อยากอาบน้ำที่นี่
 
“จะอาบดีๆ รึจะให้กูจับแก้ผ้า” มันว่าออกมาแล้วทำท่าจะเดินมาดึงกางเกงลายดอกผมอีกรอบ

“ไอคลื่น ไอเลว ไอคนบาป!!” ปากผมก็ด่ามันแต่ขาผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไวเลยครับ ไอนี่มันคนเถื่อนถ้ามันพูดอะไรมันทำจริงหมดนั่นแหละครับ แล้วผู้ชายตัวน้อยๆอย่างผมจะไปสู้อะไรมันได้
.
.
.
.
“ไอเตี้ยเอ้ย นี่เรียนหมอได้ไงวะเนี่ยติ๊งต๊องแบบเนี้ย” คนตัวสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำพูดเบาๆกับตัวเองโดยไม่ได้รู้สึกเลยว่าตัวเองยิ้มกว้างมากแค่ไหนที่ได้แกล้งคนที่วิ่งเข้าห้องน้ำไปเมื่อสักครู่ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงชอบแกล้งเพื่อนคนนี้ของตัวเองนัก

“ไอเชี้ยคลื่น!!!!” เสียงโวยวายดังมาจากในห้องน้ำพร้อมกับประตูที่ถูกกระชากออก

“มึงเอาชุดอะไรให้กูใส่เนี่ย มันเหมือนกูไม่ได้ใส่กางเกงเลยนะเว้ย” คลื่นมองคนที่โวยวายออกมาจากในห้องน้ำ เสื้อบาสที่เขาคิดว่าเล็กที่สุดสำหรับเขามันกลายเป็นใหญ่ไปสำหรับคนตรงหน้า แถมกางเกงขาสั้นที่เขาใส่ไม่ได้ก็ถูกเสื้อตัวใหญ่ปิดจนมิดขาขาวๆที่พ้นออกมาจึงทำให้ดูเหมือนคนตรงหน้าไม่ได้ใส่กางเกงจริงๆ

“รอกูแปป”

“มึงรีบเอาเข้าไปเปลี่ยนเดี๋ยวกูจะไปส่งมึงที่บ้าน” เสียงเข้มบอกออกมาพร้อมโยนกางเกงไปให้อีกคนที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ คนตัวเล็กกว่าหยิบกางเกงตัวใหม่มาใส่พร้อมยักคิ้วให้เจ้าของกางเกง คลื่นได้แต่ส่ายหัวเบา
ทำไมแม่งน่ารักจังวะ
.
.
.
.
พอผมเปลี่ยนชุดใหม่ของคลื่นเสร็จเรียบร้อยไอคลื่นก็ปั่นจักรยานมาส่งผมที่บ้าน และแน่นอนว่ามันเอาจักรยานผมมาส่งส่วนขากลับมันบอกว่ามันจะเดินกลับ

“เห็นไหมแม่บอกแล้วว่าต้องได้เปลี่ยนชุดกลับมา” แม่ผมที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่พูดออกมาหลังจากที่ไอคลื่นจอดรถจักรยานแล้วเรียบร้อย

“ก็คลื่นดิแม่ มันให้ผมอาบน้ำที่บ้านมัน ผมจะกลับมาอาบน้ำที่บ้านมันก็ไม่ยอม” ผมได้ทีก็ฟ้องแม่เลยครับ

“ขืนให้กลับบ้านสภาพกางเกงขากว้างลายดอกเดี๋ยวคนก็ได้แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน” ผมล่ะหมันไส้กับคำพูดของมันนัก บางครั้งมันก็ดูเอาใจผมแต่บางครั้งก็จิกกัดผมเหลือเกิน

“สวัสดีครับแม่ขิม” เมื่อกัดผมเสร็จมันก็หันไปทักทายกับแม่เสียงหวาน ไม่แปลกใจเลยครับที่แม่ผมจะชอบมันเหมือนเป็นลูกของตัวเอง

“กินข้าวกันรึยัง กับข้าวยังอยู่ในครัวนะคราม หามาให้คลื่นกินสิลูก”

“จะหามาให้มันกินทำไมแม่แค่นี้มันก็บวมอยู่แล้ว ดูหน้ามันดิ ฮ่าๆ” ได้ทีผมก็พูดเหน็บมันออกไปจนมันส่งสายตาอาฆาตมาให้ เมื่อผมเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มของมันไปด้วย ก็จริงนี่ครับแก้มมันบวมตัวก็สูงใหญ่เหมือนยักษ์ นี่มันยักษ์วัดแจ้งชัดๆ

“พูดกับพี่เขาดีๆหน่อย ไปมหาลัยก็ดูแลกันดีๆหน่อยนะ ไม่มีเรียนก็กลับบ้านนะพ่อออกไปทำงานบ่อย แม่เหงา”

“ไม่ต้องห่วงครับแม่ขิม ผมจะช่วยดูแลครามให้ครับ” คลื่นบอกกับแม่ผมแล้วส่งยิ้มให้ ทำให้แม่ผมยิ้มตอบกลับมาพร้อมพยักหน้า
เป็นเชิงพอใจ แล้วเดินออกไปให้อาหารเจ้าบลูที่อยู่ในกรง

“แม่มึงกับแม่กูนี่เหมือนกันเปี๊ยบ คลอดห่างกันไม่กี่นาทีได้เป็นพี่เป็นน้องกันเฉย” ผมพูดออกมาแบบขำๆ มันก็พยักหน้าเห็นด้วย

“มึงเก็บของเตรียมตัวกลับหอยัง” คลื่นถามผมขึ้นมา เมื่อเรานั่งบนโซฟาที่ห้องนั่งเล่นได้สักพัก

“เรียบร้อยแล้วครับคุณชายยยย” ตอบกลับไม่พอผมก็ยิ้มให้มันไปด้วย พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเทอมหลังจากปิดเทอมใหญ่ไป ผมกับคลื่นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันเพียงแต่ผมเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ส่วนคลื่นเรียนวิศวะกรรมโยธา ส่วนแฟนของผม ‘มะปราง’ แฟนที่คบกันเมื่อตอนอยู่ปีสองก็เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่มะปรางเรียนคณะอักษรศาสตร์ มะปรางเป็นดาวคณะอักษรด้วยแหละครับ

“อย่ายิ้มแบบนี้”

“ทำไมน่ารักอ่ะดิ” ผมแกล้งถามแบบหยอกๆพร้อมยื่นหน้าเข้าไปหา แต่ก็หดคอกลับแทบจะไม่ทันเมื่อมันยื่นหน้าเข้ามาหาเหมือนกัน

“มันน่าเกลียด มากกกกก”

“อือหือ นี่กลิ่นปากหรือขยะเปียกวะเนี่ย” ผมเอามืออุดจมูก เจ้าของลมปากหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วเอานิ้วมาจิ้มหัวของผม

“น้อยๆหน่อยมึง อย่าลืมล่ะเดี๋ยวบ่ายสองกูมารับกลับมอ” พูดเสร็จเจ้าของส่วนสูงเป็นเสาไฟฟ้าอย่างคลื่นก็เอื้อมมือมาผลักหัวผมเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกจากบ้านไป

“มึงแม่ง ไอคนเลวยุคดึกดำบรรพ์”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2020 12:40:14 โดย memayy20 »

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: The Blue Sea คลื่นคราม [CH2.] ท่อแตก
«ตอบ #2 เมื่อ15-09-2020 12:36:59 »

                                                       
                                                                             The Blue Sea 2: ท่อแตก

“ทำไมวันหยุดมันสั้นแบบเน้” ร่างเล็กเจ้าของใบหน้าหวานบ่นออกมาพร้อมบิดขี้เกียจ เมื่อก้าวเท้าลงจากรถบิ๊กไบค์ KTM 1290 สีส้มของคลื่น

“โวยวายจังวะ มาเอากระเป๋าไป”คลื่นบอกเมื่อเดินไปปลดเอากระเป๋าเป้ข้างรถของตนเอง

“ทีมึงยังชอบบ่นเป็นคนแก่”
“เรื่องของกู”

“ทำไมมึงไม่เอารถยนต์มาอ่ะคลื่น” คนถามเอียงคอถามด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านของร่างสูงจะมีรถหลายคันเพราะพี่ชายของคลื่นทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ แต่ดูเหมือนร่างสูงจะชอบขับรถมอเตอร์ไซต์มากกว่า

“เรื่องของกูอีกนั่นแหละ มึงขึ้นห้องมึงไปเลยคราม กูจะเอารถไปจอด” คนสูงกว่าพูดแค่นั้นพร้อมคร่อมรถบิ๊กไบค์ของตนเองก่อนจะเอาไปจอดไว้ที่ใต้หอพักนักศึกษา

“ใครใส่หมวกกันน็อกก็เท่หมดแหละ” ครามเบะปากออกมาเมื่อนึกหมันไส้ความหล่อความเท่ของเพื่อนสนิท ครามเดินขึ้นไปบนห้องพักของตัวเองแล้วไขประตูออก
.
.
.
“เชี้ยเกิดไรขึ้นวะเนี่ย!!” เมื่อเข้ามาในห้องร่างเล็กก็ต้องตกตะลึงกับสภาพห้องที่มีน้ำนองเต็มพื้นฟูกที่นอนที่เอาไว้ที่พื้นก็เปียกหมด สรุปสิ่งของหลายอย่างที่วางบนพื้นห้อง……เปียกหมด

“ฮัลโหลครับพี่เป้า ทำไมสภาพห้องผมมันเป็นแบบนี้ล่ะครับพี่” ครามโทรศัพท์หารุ่นพี่เจ้าของหอพักที่สนิทกันตั้งแต่ตอนที่เขาเข้ามาโครงการปรับพื้นฐานก่อนเข้ามหาลัย เมื่อเห็นว่าปลายสายรับสายแล้วเจ้าของห้องโวยวายใส่ปลายสายทันที

“คือน้ำมันท่วมไปทั่วห้องผมเลยพี่ พี่มาดูให้ผมด้วยนะครับ” ครามบอกปัญหาของห้องตัวเองให้เจ้าของหอพักได้ฟัง หลังจากได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจว่าเจ้าของหอจะมาดูให้ครามก็เอ่ยบอกพร้อมวางสาย

“โอเคครับพี่รีบมานะครับ” ร่างเล็กของครามมองสภาพห้องที่โดนน้ำท่วมไปเรียบร้อย

“เกิดอะไรขึ้นวะ” เจ้าของร่างสูงของคลื่นเมื่อเอารถไปจอดก็แวะขึ้นมาหาเพื่อนสนิทตัวเอง แต่เมื่อเค้ามาเห็นสภาพห้องก็ต้องตกตะลึงไม่ต่างจากเจ้าของห้องที่ยืนหน้าบึ้งอยู่

“น้องคราม” เสียงเรียกดังขึ้นหน้าประตูทำให้สองคนที่อยู่ในห้องหันไปมอง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอ่ะครับพี่” คลื่นถามขึ้นแทน เพราะตนเองก็สนิทกับเจ้าของหอเหมือนกัน

“สงสัยท่อน้ำห้องน้องครามมันแตกน่ะครับ พี่เห็นน้องครามไม่อยู่ห้องพี่เลยไม่ได้เข้ามาเช็ค เพราะห้องข้างๆน้องครามท่อน้ำเขาแตกเหมือนกันแต่เขาอยู่ห้องเขาเลยแจ้งพี่เอาไว้” เจ้าของหออธิบายให้ฟังแต่ดูเหมือนร่างเล็กของครามจะไม่ค่อยได้ฟังมากเท่าไหร่

แล้วคืนนี้จะนอนยังไงวะเนี่ย

“โชคดีนะครับที่ผมเก็บเอกสารการเรียนไว้บนโต๊ะไม่งั้นผมต้องโกรธพี่มากแน่ๆ” ผมบอกออกมาเมื่อทำใจได้แล้วเรื่องห้องเพราะพี่เป้าแกบอกว่าจะจัดการให้แต่ดูเหมือนว่าผมต้องไปหาที่พักประมาณสองคืนกว่าห้องจะเป็นเหมือนเดิมเพราะช่างซ่อมคนเก่าติดธุระเลยต้องหาช่างซ่อมใหม่ที่ดีๆหน่อย

“เก็บของไปอยู่ห้องกูก่อนคราม” ระหว่างที่กำลังเครียดๆกับน้ำท่วมห้อง คลื่นก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆทำให้ผมหันไปมอง

“ไม่เป็นไรมึง เดี๋ยวกูไปนอนกับเพื่อนกูก็ได้” ผมพูดถึงเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน เพื่อนสนิทในคณะตั้งแต่ตอนเข้ามาเรียนปีหนึ่งนก็มีไฟฉาย กับน้ำมนต์นี่แหละครับคบง่ายดีนิสัยคล้ายๆกันดี

“แล้วกูไม่ใช่เพื่อนมึงรึไง” ครามพูดออกมาสายตาก็มองสภาพห้องของผมแล้วคิ้วขมวด ดูเหมือนมันจะหงุดหงิดมากกว่าผมที่เป็นเจ้าของห้องอีกนะเนี่ย

“ไม่ใช่แบบนั้น ก็ปกติมึงบอกไม่ค่อยชอบให้ใครไปที่ห้อง” ผมบอกออกมาเสียงเบาเล็กน้อย ก็จริงนี่หน่า ขนาดเพื่อนวิศวะในกลุ่มของมัน มันยังไม่ค่อยชอบให้ไปที่ห้องมันเลย เวลาเพื่อนขอมากินเหล้าที่ห้องก็ไม่ชอบให้ค้าง

“มึงคือข้อยกเว้น”

“เออๆ เดี๋ยวกูลองโทรถามพวกไอฉายก่อน จะได้ไปพร้อมมันเลยพรุ่งนี้มึงจะได้ไม่ต้องอ้อมไปส่งกูที่ตึกคณะกูจะได้ไม่เด๋อด้วย” ผมพูดออกมาเพราะไม่อยากให้มันคิดว่ามันไม่สำคัญ แต่พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าถ้าผมไปนอนกับเพื่อนในคณะก็คงดีกว่าที่มันจะขับรถอ้อมไปส่งผมให้เสียเวลา

“ฮัลโหลไฟฉาย วันนี้กูไปนอนด้วยได้ไหมวะห้องกูท่อน้ำแตกอ่ะมึง” ผมบอกไฟฉายเพื่อนร่วมคณะและอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ก็ได้รับคำตอบว่าพ่อกับแม่มันมาหาจากเชียงใหม่จะมาค้างที่ห้องมันประมาณสี่วัน หลังจากนั้นผมก็โทรไปถามน้ำมนต์เพื่อนอีกคน และได้รับคำตอบมาว่ามันจะกลับมามหาลัยพรุ่งนี้เช้าแถมไอไฟฉายยังไล่ให้ผมไปนอนกับไอคลื่นเพราะรู้ว่าผมกับคลื่นสนิทกัน ส่วนไอน้ำมนต์ก็แนะนำให้ไปนอนวัดจะได้ประหยัดข้าวกินตอนเช้าพรุ่งนี้
สรุป!! ไม่ว่างทั้งคู่

“พวกมันไม่ว่าง งั้นกูไปนอนกับมึงละกัน”

“อืม” คลื่นพยักหน้ารับก่อนจะเข้ามาช่วยผมถือของและเดินนำขึ้นห้องตัวเองไป ส่วนผมก็เดินไปเก็บของใช้ที่จำเป็นและเอกสารที่ต้องใช้เรียนบางส่วนไปไว้ที่ห้องของคลื่นชั่วคราว


และตอนนี้ผมก็เข้ามาอยู่ที่ห้องของคลื่นแล้วครับ คลื่นมันชอบอะไรที่เงียบๆสงบๆไม่แปลกที่มันจะชอบอยู่ห้องคนเดียว เพราะแบบนี้แหละผมถึงเกรงใจไม่อยากมาค้างห้องมันถึงเราจะสนิทกันมากก็ตาม จริงๆผมก็ไปนอนที่บ้านมันบ่อยแหละครับเพราะแม่กับพ่อชอบไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยแมของผมไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียวเลยให้ผมไปอยู่ที่บ้านไอครามบ่อยๆ แต่ผมคิดว่าเมื่อเข้ามามหาลัยอิสระก็เพิ่มมากขึ้นมันคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่ามีคนมาอยู่ด้วย

“มึงเอาผ้าห่มไปวางไว้พื้นทำไม” คลื่นถามขึ้นเมื่อผมจัดการวางผ้าห่มกับหมอนไว้ข้างเตียง

“มึงจะได้นอนสบายไง เพราะมึงนอนคนเดียวก็เต็มเตียงละฮ่าๆ” ใจจริงก็อยากขึ้นไปนอนบนเตียงอยู่หรอก แต่กลัวมันนอนไม่สบายเพราะแค่มันนอนคนเดียวก็เต็มเตียละ

“มึงอย่าทำเหมือนเราพึ่งรู้จักกันได้ปะวะ กูกับมึงคบกันมากี่ปีละอย่าให้กูโมโหได้ไหมคราม” เอาแล้วไงเทพเจ้าอสูรจะเข้าสิงล้าววว

“เออๆ บ่นเป็นคนแก่ไปได้” ผมเอาผ้าห่มกับหมอนโยนไปที่เตียงแล้วกระโดดขึ้นเตียงทันที ทำไมเตียงมันหอมจังวะ

“ทำเป็นลีลา ทีแต่ก่อนไปนอนบ้านกูบ่อยยังไม่สะดีดสะดิ้งเท่านี้”

“สะดีดสะดิ้งบ้านมึงพูดดีๆ” ผมว่าออกมาก่อนจะเอาตุ๊กตายีราฟที่ผมเป็นคนซื้อให้มันในวันเกิดตีไปที่หัวมัน

“อย่าตีไอครามเดี๋ยวหัวยีราฟขาด” มือใหญ่ของคลื่นพยามยามดึงเอายีราฟคืนแต่ผมก็ไม่ยอม ดึงกันไปดึงกันมาจนไม่รู้ว่ามันนึกบ้าอะไรถึงปล่อยมือจนทำให้ผมล้มลงไปที่เตียง

ทำไร” ผมถามออกมาเมื่อหน้าของไอคลื่นโน้มหน้าเข้ามาหา ผมหดคอหนีก่อนจะมองหน้าไอเพื่อนสนิทเมื่อได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะในลำคอ

“มึงชอบแกล้งกูแบบนี้อีกละนะ” ผมบอกก่อนจะผลักหน้าอกหนาของมันเพื่อลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในกระเป๋าเป้

“ว่าไงคะปราง” ผมรับโทรศัพท์เสียงหวานเมื่อปลายสายคือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนของผม อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละครับว่าผมกับแฟนเรียนมหาลัยเดียวกัน แต่มะปรางเรียนคณะอักษรศาสตร์

“ครับ อยู่หอแล้ว แต่มานอนที่ห้องเพื่อนเพราะท่อน้ำที่ห้องแตกน่ะ”

“เราโอเคๆไม่ต้องเป็นห่วง”

“จะบ้าเหรอ ให้ไปนอนห้องปรางได้ไงฮ่าๆ” ผมหัวเราะออกมาเมื่อมะปรางบอกให้ผมไปนอนที่ห้องเธอก็ได้ส่วนเธอจะไปนอนกับเพื่อน แต่ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ถ้าคนอื่นรู้เข้าเธอเสียหายแย่

“โอเคครับแล้วเจอกันนะ” ผมไม่รู้ว่าผมคุยโทรศัพท์นานเท่าไหร่รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ผมวางสายจากมะปรางพร้อมหันไปมองรอบตัวก็พบว่าเจ้าของห้องอย่างไอคลื่นหายไปไหนก็ไม่รู้ ผมหยิบโทรศัพท์มาเล่นโดยเปิดแอพนกสีฟ้าที่ชอบเล่นประจำ

‘ความซวยก่อนเปิดเรียนคือน้ำแตกโว้ยยย’

“มึงไปไหนมา” ผมเงยหน้าขึ้นไปถามเมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามา ผมกดทวีตข้อความไปก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋า แล้วหันมาสนใจคนที่เพิ่งจะเข้ามาในห้อง

“ไปซื้อข้าวมา” มันพูดพร้อมชูถุงกับข้าวที่ซื้อมา ผมยิ้มออกมาทันทีเพราะมันเป็นของโปรดที่ผมอยากกินพอดี

“กูเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายิ้มแบบนั้น” ผมหุบยิ้มทันที…..ซะเมื่อไหร่ฮ่าๆ ผมก็ยิ้มล้อมันจนมันเดินหนีผมไปนั่นแหละ ผมกับคลื่นก็นั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน จริงๆเราก็กินข้าวด้วยกันบ่อยแหละครับ เมื่อกินข้าวเสร็จผมก็เอาจานเอาถ้วยไปล้างเพราะคลื่นมันอุตส่าห์ลงไปซื้อมาให้กิน จากนั้นผมก็ไปอาบน้ำแล้วมานอนเล่นบนเตียง

“มึงนอนก่อนเลยนะ” คลื่นบอกเมื่อผมอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“อ่าว แล้วมึงจะไปไหน”

“ไปดูทีวีข้างนอก” มันบอกก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกไป ผมลืมบอกว่าหอพักของที่นี่คล้ายๆกับคอนโดเลยครับเพราะมีห้องแยกสัดส่วนชัดเจน ห้องนั่งเล่นห้องนอน ห้องน้ำ ยกเว้นห้องครัว เพราะเจ้าของหอกลัวไฟไหม้ ผมเอามือถือออกมาเล่นก็พบว่าข้อความที่ผมโพสมีการทวีตและตอบกลับเยอะจนผมต้องเข้าไปดู

Flashlight008 @Flashlight008
‘น้ำอะไรแตกไอคราม เดี่ยวพรุ่งนี้ก็ไปเรียนไม่ได้หรอก’

GN.Namm @waterr
‘เห็นหน้าหวานๆที่แท้เป็นคนเปิดเผยแบบนี้เองเหรอฮ่าๆ’

ทำไมไอไฟฉายกับน้ำมนต์มันมาทวีตตอบกลับแปลกๆวะ
เชี้ยยยย!!! ผมทวีตอะไรลงปายย เมื่อผมรู้สาเหตุของการที่เพื่อนและหลายๆคนตอบกลับผมก็ลบข้อความพร้อมอัพใหม่ทันที

Blue-Chonatee @BBlue38
“อย่าตกใจครับเมื่อกี้พิมพ์ผิด ท่อน้ำที่ห้องผมแตกคร้าบบบ”

ผมอัพทวีตใหม่พร้อมแนบรูปเป็นหลักฐานว่าท่อน้ำแตกไม่ใช่น้ำแตกอย่างเดียว ผมไถทวีตไปเรื่อยๆไอคลื่นก็ยังไม่เข้ามาซะที
1 ชั่วโมงผ่านไป

“ทำไมยังไม่นอนวะ” ไอคลื่นที่ดูเหมือนจะอาบนำเสร็จเดินเข้ามาให้องนอนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมยังคงนอนลืมตาอยู่ ผมเก็บโทรศัพท์ไปตั้งนานแล้วครับแต่ผมนอนไม่หลับ

“นอนไม่หลับ” ผมบอกก่อนจะหันหน้าไปทางมันเมื่อมันล้มตัวลงนอนข้างๆ

“นอนได้แล้วมึง พรุ่งนี้เรียนเช้าจะได้ไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวไปกินที่คณะกูละกัน” ผมพยักหน้าเชิงรับรู้ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกง่วงขึ้นมาทันที ผมค่อยๆหลับตาลงก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท

“อืม คราม” เสียงครางเบาๆทำให้ผมลืมตาขึ้นพร้อมตาโตเมื่อรู้สึกถึงความเย็นสัมผัสบริเวณคอ

“ตื่นแล้วเหรอ ที่รัก” นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย!!

“มึงจะทำอะไรน่ะคลื่น อย่านะโว้ย” ผมดิ้นแต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดเพราะแรงที่มากกว่าของคนที่คร่อมอยู่ แถมตอนนี้จมูกโด่งๆของมันก็มาอยู่แถวๆบริเวณซอกคอของผม

“เป็นของกูนะ” คลื่นพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาที่ช้อนขึ้นมามองผมเป็นประกายจนทำให้ผมรู้สึกใจเต้นเร็วระรัว แต่มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้

“ไม่นะ ไม่ ม่ายยยยยยย”

พลั่กก!!!!

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2020 12:40:40 โดย memayy20 »

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: The Blue Sea คลื่นคราม [CH.3] นวด
«ตอบ #3 เมื่อ15-09-2020 12:43:26 »

                         
                                                                           The Blue Sea3: นวด

“คลื่น กูขอโทษจริงๆนะ” ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เมื่อพวกผมพากันอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับกำลังออกจากหอพัก

“มึงอ่ะเป็นบ้าอะไรวะครามถีบกูมาได้” คลื่นพูดพร้อมจับหลังและสะโพกของตัวเอง ผมมองตามด้วยความรู้สึกผิดก็ใครจะไปคิดล่ะว่า

 “ก็กู…..”

“แล้วเมื่อคืนมึงเป็นอะไร ดิ้นอยู่นั่นแหละกูนึกว่ามึงละเมอเลยจะเอื้อมมือไปสะกิด แต่มึงก็เสือกถีบกูตกเตียงเนี่ย”

“กูขอโทษ เมื่อคืนกูคงฝันร้ายอ่ะมึง เดี๋ยวกูขับรถให้ละกัน” ผมพูดพร้อมเข้าไปจับแขนมันอย่างเอาใจ ใครจะคิดล่ะครับว่าเมื่อคืนผมแค่ฝันไปแถมเป็นฝันที่ค่อนข้างน่ากลัวนิดนึงด้วย

“ขาสั้นแบบนี้จะขับได้มั้ยให้ทาย”

“ได้ดิ พูดเหมือนกูไม่เคยขับรถมึง เอากุญแจมา” ผมบอกพร้อมจูงมือมันลงมาที่จอดรถ ผมคร่อมรถบิ๊กไบค์ของมัน

เออ….รถแอบคันใหญ่นิดนึงเนอะ

“คราม ถ้าปล่อยให้มึงขับกูว่าเราจะได้ไปโรงพบาบาลก่อนไปมหาลัยว่ะ ลงมา! แล้วไอรถที่มึงขับให้กูนั่งอ่ะมันเป็นรถฟีโน่ ไอเด๋อเอ้ย”

“แหะๆ ทำไมต้องเกรี้ยวกราดด้วยอ่ะ”

“ไปๆขึ้นรถ”

 มันพูดแล้วจับผมลงมาจากรถแล้วขึ้นไปคร่อมบนรถแทน ผมแอบเห็นมันเบ้หน้าด้วยอ่ะ ผมรู้สึกได้ว่าเมื่อคืนผมถีบมันแรงมาก
แถมเตียงมันก็ยกสูงกว่าเตียงของผมเพราะเตียงผมมีแค่ฟูกที่นอนแต่ของมันเป็นเตียงที่ยกสูงจากพื้น

“แล้วมึงไม่ปวดหลังอ่อวะ” ผมถามเมื่อเห็นมันยืดหลังตรง

“ปวด แต่มึงอ่ะรีบขึ้นมาเดี๋ยวก็ไปกินข้าวสายเดี๋ยวปวดท้อง” มันพูดพร้อมใส่หมวกกันน็อกและยื่นหมวกอีกใบมาให้ผม ผมเลยรับ
มาใส่แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่นานผมก็มาถึงมหาวิทยาลัย คลื่นเอารถไปจอดไว้ที่ตึกคณะมันแล้วพาผมเดินผ่านสนามบาส

“คลื่น เชือกรองเท้ามึงหลุดอ่ะ” ผมบอกเมื่อเหลือบไปเห็นว่าเชือกรองเท้ามันหลุด ผมจึงจับแขนมันให้มานั่งที่อัฒจันทร์ข้างสนามบาส

“ทำไร” คลื่นถามนิ่งๆเมื่อผมจับให้มันนั่งชั้นสองแล้วให้มันวางขาลงมาก่อนจะผูกเชือกรองเท้าให้มัน

“ถ้ามึงก้มมาผูกเชือกเอง มึงจะปวดหลังอ่ะดิ” เมื่อผมผูกเชือกรองเท้าให้มันเสร็จผมก็เงยหน้าขึ้นไปพูดกับมันก็พบว่ามันก็มองผมอยู่แล้วส่งยิ้มมาให้ผมนิดๆ

“น่ารักที่สู๊ดดดด”

“อย่าขยี้หัวไอคลื่น” ผมร้องออกมาเมื่อมันเอื้อมมือมาขยี้หัวจนหัวผมยุ่งไปหมด ผมจับมือมันออกแล้วหัวเราะเมื่อมันทำหน้าเจ็บปวดเพราะตอนมันเอื้อมมือมาขยี้หัวผมทำให้หลังมันเจ็บ มันยิ้มออกมาอีกรอบก่อนที่ผมกับมันจะเดินเข้าไปในโรงอาหารของคณะวิศวะ คนค่อนข้างเยอะ คลื่นจับแขนผมให้เดินไปทางเพื่อนที่คบกันตอนมัธยมปลาย

“ไงไอคลื่นทำไมเดินงั้นวะ” สกายเพื่อนในกลุ่มตอนมัธยมทักถามขึ้นเมื่อผมกับไอคลื่นเดินมาที่โต๊ะในโรงอาหารแล้วเห็นไอคลื่น
เดินจับเอวจับหลังอยู่ตลอดเวลา ในกลุ่มพวกผมตอนมัธยมจะมี ผม คลื่น สกาย ไวน์แล้วก็ไอศีลครับ ทุกคนเรียนคณะวิศวะหมด ยกเว้นผมที่เรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์

“ก็ไอครามอ่ะดิแม่งถีบกูตกเตียง” คลื่นพูดออกมาแล้วหันมามองผม ผมยิ้มให้มันแห้งๆ

“เออ ไอคราม ได้ข่าวเมื่อวานน้ำแตกเหรอ” ไอไวน์หันมามองทางผม ทำให้เพื่อนทุกคนในกลุ่มหันมามองตามโดยมิได้นัดหมาย

“ไอไวน์ ไอปากสุนัขไม่รับประทาน กรุณากลับไปอ่านใหม่ให้ดีๆ” ผมบอกแค่นั้นเพราะมั่นใจว่ามันต้องเห็นที่ผมโพสไปแน่ๆ

“มันสนุกเหรอวะไอนกสีฟ้านั่นอ่ะ” คลื่นหันไปถามเพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

“มึงต้องไปหัดเล่นเว้ยเพื่อน แล้วมึงจะตามทันโลก” ไวน์บอกพร้อมหัวเราะออกมา เพื่อนผมเล่นทุกคนแหละครับยกเว้นไอสูงที่ยืนอยู่ข้างผมเนี่ย

“ช่างเหอะ กูจะไปซื้อข้าวมึงรอนี่แหละครามเดี๋ยวกูซื้อมาให้” คลื่นบอกพร้อมวางกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้

“อ่าวแล้วพวกกูล่ะ” ไวน์ถามออกมาเพราะพวกมันก็ยังไม่ได้ซื้อข้าวเหมือนกัน

“ไปหาสะแตกเองครับ” คลื่นหันมายักคิ้วพร้อมเดินไปซื้อข้าวแล้วไม่ได้สนใจเพื่อนที่โห่ไล่หลัง

“ไม่ใช่ไอครามก็แบบนี่แหละมึง” สกายพูดออกมาแล้วหันมาทางผมก่อนที่ทั้งหมดจะหัวเราะออกมา ไวน์กับศีลลุกไปซื้อข้าวตามไอคลื่น ส่วนผมกับสกายก็ไปซื้อน้ำ

“มึงกับไอคลื่นนี่ดีเนาะ สนิทกันเกือบๆยี่สิบปี กูอยากมีโมเม้นนั้นบ้าง” สกายบอกเมื่อผมกับมันต่อแถวซื้อน้ำ สาวๆในคณะที่ยืน
ใกล้ๆพวกผมก็พากันหันมามอง จริงๆก็มีคนหันมามองตั้งแต่ที่พวกผมนั่งอยู่บนโต๊ะแล้วล่ะครับ ผมไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่เพราะกลุ่มผมหล่อทุกคน นี่ผมไม่ได้อวยเพื่อนหรือตัวเองนะครับที่ผมพูดน่ะความจริงทั้งนั้น ไอคลื่นนี่ผมจะหมันไส้เป็นพิเศษ มันหล่อแบบคมๆหน้านิ่งๆ ส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่า เล่นบาส เล่นดนตรี ไม่แปลกใจเลยครับที่ตอนมัธยมมันจะฮอตมากที่สุดในกลุ่ม ส่วนไอสกายมันจะออกแนวเป็นผู้ใหญ่ดูอบอุ่น ดูเถื่อนน้อยที่สุดในกลุ่ม ผิวขาวออกแนวหนุ่มตี๋ดูดีมากเลยทีเดียว ไอไวน์ถ้าพูดถึงความหล่อก็ไม่แพ้คนอื่นหรอกครับแต่ไอนี่มันหล่อแบบกวนๆขี้เล่น ส่วนคนสุดท้ายหลวงพี่ศีลธรรม หล่อแบบหนุ่มแว่น ที่เรียกว่าหลวงพี่เพราะมันชอบเข้าวัดทำบุญสวดมนต์ ตอนแรกเพื่อนในกลุ่มก็คิดว่ามันจะเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับพระไปแล้ว แต่ที่ไหนได้กลับมาเรียนวิศวะโยธาซะงั้น ส่วนผม ผมว่าผมก็หน้าตาดีนะครับแต่คนส่วนใหญ่ชอบชมผมว่าน่ารักบ้างล่ะ หน้าหวานบ้างล่ะ คือผมอยากหล่อแบบแมนๆเหมือนพวกเพื่อนผม แต่คำตอบที่ได้รับคือ
หน้าแบบมึงอ่ะเหมาะกับคำว่าน่ารักนั่นแหละ


“รีบกินจะได้ไปส่งที่คณะ” เมื่อได้ข้าวมาคลื่นก็บอกผม ผมพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ และนั่งกินจนหมด พอกินเสร็จคลื่นก็ทำหน้าที่ไปส่งผมที่คณะทันที
.
.
.
“เลิกเรียนกี่โมงก็โทรมาหรือทักไลน์มาละกัน” คลื่นบอกเมื่อมาส่งผมที่ตึกคณะผมพยักหน้ารับรู้

“นั่นเพื่อนมึงมาละ” คลื่นพยักหน้าไปทางด้านหลังผม ผมหันไปมองตาม ก็เห็นไฟฉายกับน้ำมนต์กำลังเดินเข้ามาหา ตอนนี้นักศึกษาหญิงบางคนหันมามองทางพวกผมยิ้มๆ บางคนก็เอามือถือขึ้นมาเหมือนถ่ายรูป

“กูไปละ” คลื่นพูดก่อนจะขับรถออกไป ผมหันไปทักเพื่อนสองคนที่เดินเข้ามาหาก่อนจะพากันเข้าตึกเรียน
ผ่านไปสามชั่วโมง

“แค่คาบแรกก็จะตายห่าแล้วโว้ยยยยย” ผมโอดโอยออกมา เพื่อนอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

“แล้วจะกินข้าวเที่ยงที่คณะปะรึว่าเพื่อนมึงจะมารับ” ไฟฉายถามผม ในมือก็เล่นโทรศัพท์ไปด้วย

“ไม่รู้อ่ะตอนบ่ายไม่มีเรียน มีอีกทีเข้าแลปสี่โมงเย็นใช่ปะ” ผมถามออกมาเพื่อนทั้งสองก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

“พรุ่งนี้ก็มีเรียนถึงค่ำ แม่งเอ้ยยย ชีวิตปี3” ไฟฉายบ่นออกมาอีกส่วนน้ำมนต์ก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่พยักหน้าเท่านั้น
 
“งั้นเดี๋ยวกูโทรหาคลื่นก่อนไม่รู้ว่ามันเลิกกี่โมง ถ้ามันเลิกค่ำกูขอไปอยู่ห้องมึงก่อนนะน้ำมนต์”
 
“ได้ๆ” น้ำมนต์ตอบออกมาสั้นๆ ผมก็พยักหน้าแล้วเอาโทรศัพท์ออกมาโทรหาไอคลื่น
 
‘ฮัลโหลไอคราม’ เสียงปลายสายรับแต่ไม่ใช่เสียงของเจ้าของโทรศัพท์
 
“ใครวะไอกายเหรอ แล้วไอคลื่นอ่ะ”
 
‘มันเข้าห้องน้ำอยู่ อ่ะคุยกับมันนะมันมาละ’ สกายบอกก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์จะเข้ามารับสาย
 
‘มึงเลิกแล้วเหรอรึว่าพักเที่ยง’ ไอคลื่นถามออกมา ผมได้ยินเสียงพึมพำๆอยู่ที่ปลายสาย แต่ฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
 
“เลิกแล้วมึงล่ะ”
 
‘กูว่า…..โอ๊ยไอไวน์เบาๆดิวะ!’ เสียงไอคลื่นยังพูดไม่จบมันก็ตะคอกออกมา พวกมันทำอะไรกันอยู่วะเนี่ย
 
“เป็นไรวะคลื่น” ผมถามออกมาเมื่อฟังจากน้ำเสียงของมัน
 
‘ไม่ได้เป็นไร มึงรอกูก่อนได้ปะวะ เดี๋ยวกูไปรับที่คณะ’
 
“ไม่เป็นไร มึงไม่ต้องมารับกู เดี๋ยวกูไปหา ไม่ต้องโวยวายแค่นี้แหละ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะหันไปหาเพื่อนสองคนที่ยังยืนอยู่ข้างๆ
 
“มึงจะกลับหอกันเลยปะ แวะไปส่งกูที่ช็อปวิศวะก่อนดิ” ผมถามน้ำมนต์ เพราะรู้ว่าไอไฟฉายน่าจะรีบกลับเพราะพ่อกับแม่มันรออยู่ที่หอ
 
“ได้ๆ” น้ำมนต์ตอบออกมาสั้นๆเหมือนเคย ผมพยักหน้าก่อนที่จะซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ของน้ำมนต์ไปที่คณะวิศวะ
 
ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงตึกคณะวิศวะ สายตาสาวๆหลายคู่หันมามองทางผมแล้วหันไปซุบซิบกันก่อนจะพากันยิ้มออกมา ผมเดินหาเพื่อนผมทันทีเมื่อเห็นแล้วผมก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
 
“ถึงกับทายาเลยเหรอวะ” ผมถามขึ้นเมื่อเห็นว่าไอไวน์กำลังทายาที่หลังให้คลื่น
 
“ให้กูรอไหมคราม” น้ำมนต์ถามผมออกมาเพราะมันเดินตามผมเข้ามาด้วย
 
“มึงกลับก่อนก็ได้น้ำมนต์” ผมหันไปบอกเพื่อน ไอไวน์เองก็เงยหน้าขึ้นมามองพวกผมด้วยเหมือนกัน
 
“แล้วมึงกลับไง” น้ำมนต์ถามออกมาอีก
 
“เดี๋ยวครามกลับกับกู ขอบใจที่มาส่งนะ” คลื่นที่นั่งอยู่บอกออกมา น้ำมนต์ก็พยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรอีกแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้เดินออกไป
 
“ไอคลื่นแม่งเดินไม่ระวัง หลังก็เลยไปชนกำแพงอีกรอบเลยเจ็บกว่าเดิม” สกายบอกออกมาผมเลยเดินไปที่ด้านหลังของมัน ตอนนี้สายตาหลายคู่ก็มองมาทางพวกเราแต่ผมก็ไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่
 
“มากูนวดให้” ผมว่าออกมาพร้อมคลึงหลังให้มันเบาๆ
 
“กูว่าไปนวดที่ห้องดีกว่าว่ะ กูรู้สึกไม่อยากเรียนละ” คลื่นพูดออกมาพร้อมหันมาบอกผม
 
“แต่มึงมีเรียนต่อไม่ใช่อ่อ”
 
“กูไม่มีอารมณ์เรียนละ เดี๋ยวแวะซื้อแผ่นติดแก้ปวดก่อนเข้าหอละกัน” มันพูดอีกรอบก่อนจะหันไปบอกพวกไอสกายว่าให้จดเลคเชอร์ให้ด้วย
 
“ไปน้ำมนต์ออกไปพร้อมกันนี่แหละ” ผมบอกน้ำมนต์มันก็พยักหน้ารับ ผม คลื่น น้ำมนต์จึงเดินออกมาจากตัวตึกด้วยกัน
 
“กลับดีๆนะมนต์” ผมบอกเพื่อนตัวเอง ก่อนที่ผมและไอคลื่นจะขับรถกลับหอ ก่อนเข้าหอพวกผมก็แวะร้านขายยาก่อน
 
“เอาแผ่นติดแก้ปวดเอวกับหลังหน่อยครับ” ผมบอกเภสัชกรที่ขายยา พี่คนขายก็มองผมกับคลื่นสลับกันไปมาก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเขินๆ
 
“หนักไปใช่ไหมคะเมื่อคืน”
 
“ครับ?” ผมถามออกมาพร้อมมองหน้าคนถามไปด้วย
 
“ก็น้องปวดสะโพกไม่ใช่เหรอคะ” พี่เขาถามผมออกมา ผมว่าพี่เขาถามผิดคนนะครับ
 
“ครับแต่คนที่ปวดคือเพื่อนผมครับ”
 
“สลับที่นอนกันเหรอคะ” โว้ยอะไรวะเนี่ย คนขายทำไมถามเยอะจัง
 
“คืองี้ครับพี่ เพื่อนผมมันนอนตกเตียงมันปวดหลังกับปวดสะโพกนิดหน่อย ผมเลยมาซื้อยาทากับแผ่นแก้ปวดครับ” ผมอธิบายออกมายืดยาว ไอคลื่นก็ส่ายหัวยิ้มๆ คนขายอ้าปากพร้อมพยักหน้า เอาเป็นว่าพี่เขาเข้าใจแล้วนะครับ
 
“ขอโทษทีค่ะ พี่ก็หมายความว่าแบบนั้นแหละ” พี่แกบอกพร้อมเอาของที่ผมต้องการมาวางให้ ผมจ่ายเงินแล้วรีบเดินออกมาจากร้านขายยาทันที
 
“กูขอโทษนะเว้ย เดี๋ยววันนี้นวดให้เลยทั้งวัน” ผมบอกออกมาเพราะรู้สึกผิดจริงๆ
 
“เออๆอย่าคิดมาก ไปเหอะกูอยากนอนละ” คลื่นบอกออกมาอีก พวกเราเลยกลับหอทันทีไม่ได้แวะไปไหน
 
“โอ๊ยย เบาๆหน่อยคราม”
 
“มึงก็อย่าแหกปากดิวะ มันช้ำแตะนิดนึงมึงก็เจ็บแล้ว” ผมเอ็ดออกมาเพราะไอคลื่นร้องยังกับโดนเชือด ตัวก็ใหญ่อย่างกับยักษ์แค่นี้ร้องจะเป็นจะตาย
 
ก๊อกๆ
 
“เดี๋ยวกูออกไปเปิด” ผมบอกออกมาเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้อง ผมพุ่งตรงไปยังประตูก่อนจะเปิดออก
 
“มาหาใครรึเปล่าครับ” ผมถามออกมาเมื่อเปิดประตูแล้วพบว่าเป็นนักศึกษาผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง สายตาคู่นั้นมองผมตั้งแต่ตัวช่วงบนไปถึงเท้าก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
 
“ช่วยทำอะไรกันเบาๆหน่อยได้ไหมครับ พอดีว่าน้องสาวผมมาหาที่ห้องผมไม่อยากให้น้องได้ยิน เดี๋ยวน้องผมจะมโนไปกันใหญ่ ขอบคุณครับ” พูดจบคนมาเคาะประตูห้องก็เดินจากไป เห้ย! อะไรเนี่ย แล้วไอทำกันเบาๆเนี่ยคืออะไร ตายๆคนข้างห้องไอคลื่นต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
 
“เพราะมึงเลยคลื่นมึงอ่ะชอบเสียงดัง” หลังจากปิดประตู ผมก็เดินเข้าไปหามันที่นอนอยู่บนโซฟาแล้วโวยวายออกมา
 
“อะไร” มันถามเสียงนิ่ง
 
“ก็ห้องข้างๆคิดว่าเรามีอะไรกันอะดิ” ไอคลื่นมองหน้าผมก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
 
“เดี๋ยวกูมา” ไอคลื่นพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ไม่นานมันก็เดินเข้ามา
 
“ไปไหนมา”
 
“มึงก็แค่อธิบายไปดิว่าทำอะไรอยู่ มึงจะมาโวยวายใส่กูทำไม” ไอคลื่นพูดออกมา มันบอกว่าไปบอกห้องข้างๆว่ากำลังทายานวดอยู่ขอโทษที่เสียงดัง ผมพยักหน้าเข้าใจ หลงจากนั้นผมก็นวดยาแล้วก็ทำหน้าที่เป็นหมอคนชั่วคราวให้มันทั้งวัน โดยไม่ได้ไปเรียนต่อ และนั่นก็ทำให้ผมต้องท่องบทเรียนหนักกว่าเดิม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2020 12:55:36 โดย memayy20 »

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 
                                                           The Blue Sea 4: คู่จิ้นVSคู่จริง

คลื่น Part

“ไอครามไปอาบน้ำได้แล้ว” ผมเดินมาที่ข้างเตียงที่ครามนอนอยู่พร้อมสะกิดคนที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มไปด้วย แต่เหมือนมันจะไม่ยอมลุกขึ้นมาง่ายๆ ดังนั้นผมจึงดึงแขนมันขึ้นมา แรงดึงทำให้มันฝืนตัวเองลุกมาแล้วจ้องมองมาทางผม

“อะไร” ผมถามออกมาเมื่อมันเอาแต่นั่งมองผมอยู่บนเตียง วันนี้พวกผมมีเรียนเช้าทั้งคู่ผมเลยกะว่าจะพามันไปกินข้าวที่คณะผมก่อน

“กี่โมงละ”

“หกโมงครึ่งแล้ว ไปอาบน้ำได้แล้ว”

“หกโมงครึ่งเองเรียนตั้งเก้าโมง”

“ธีรชล ไปอาบน้ำ” ผมบอกมันอีกครั้ง มันได้แต่ทำหน้างอแงแต่ก็ยอมลุกจากเตียงและเดินออกไปเข้าห้องน้ำ เสียงโทรศัพท์ของครามดังขึ้นบนโต๊ะข้างเตียงผมจึงเดินไปดู

“ไอครามแฟนมึงโทรมา” ผมตะโกนเข้าไปในห้องน้ำ ไอครามปิดฝักบัวสักพักก็ตะโกนออกมา

“เดี๋ยวกูโทรกลับมึงไม่ต้องรับหรอก” ผมจ้องหน้าจอโทรศัพท์นิ่งๆก่อนจะวางมันเอาไว้ที่เดิมแล้วไปหยิบเสื้อช็อปมาใส่แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเล่น ผมตัดสินใจโหลดแอพพลิเคชั่นนกสีฟ้ามาใช้

“เล่นไงวะ”

เมื่อโหลดมาเล่นผมก็จัดการลงทะเบียนอะไรเสร็จสรรพ แต่ประเด็นคือผมเล่นไม่เป็นครับ อันดับแรกก็ต้องลงรูป ผมจึงเอารูปที่คิดว่าหล่อที่สุดลง แต่ทำยังไงก็หารูปที่หล่อที่สุดไม่ได้สักที ก็เพราะมันหล่อทุกรูปน่ะสิครับ มันเป็นเรื่องยากนะครับเพราะเขาให้เอาเป็นรูปโปรไฟล์ได้แค่รูปเดียว

Sea_Teenachon @TeeSea
“มันเล่นยังไงเหรอ”

ผมโพสข้อความหรือที่เขาเรียกกันว่าทวีตข้อความ แต่ที่น่าแปลกใจคือมีคนมาติดตามผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่ได้ติดตามใครนะครับ เพราะผมยังไม่เห็นคนที่ผมรู้จัก แต่พอไถโทรศัพท์สักพักผมก็เห็นทวีตของไอครามเด้งขึ้นมา


Follow


ผมกดติดตามและเข้าไปดูว่าไอครามมันบ่นอะไรบ้าง ส่วนใหญ่มันก็ทวีตเรื่องเรียนบ้างเรื่องความรักบ้าง ผมเปิดดูรูปกระดิ่งที่ขึ้นการแจ้งเตือนเอาไว้ มีคนมาตอบกลับที่ผมลงเอาไว้เยอะแยะเต็มไปหมด


 ‘ลองถามเพื่อนสนิทสิคะ’

‘ติดตามคนเดียวซะด้วย’

แล้วก็อีกหลายๆคอมเม้นท์ซึ่งผมค่อนข้างขี้เกียจอ่าน ไม่นานไอครามก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ


“มึงสมัครแล้วเหรอวะ” ไอครามถามเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ผมพยักหน้าแทนคำตอบ มันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนที่มันจะโทรกลับไปหามะปรางแฟนของมัน ผมมองดูมันคุยโทรศัพท์สักพัก พอมันคุยโทรศัพท์เสร็จเราก็พากันเดินทางไปมหาวิทยาทันที

“มึงทำไมมีแต่คนมองมาทางเราวะ” ไอครามถามเมื่อเราสองคนเดินเข้าไปในโรงอาหารคณะวิศวะ ผมเห็นไอครามยิ้มให้กับผู้หญิงที่มองมา ทำให้หลายๆคนร้องกรี๊ดออกมาเบาๆ

“ขอโทษนะคะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” นักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมกับไอคราม ไอครามพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะยิ้มให้
   
“เอ่อ…..ถ่ายรูปคู่ของพี่สองคนน่ะค่ะ” ผู้หญิงคนเดินพูดอีกทำให้ไอครามมองมาทางผมพร้อมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แต่มือมันก็มาดึงแขนผมให้ไปยืนใกล้ๆ ตอนนี้ผมไม่ค่อยเจ็บหลังแล้วล่ะครับเพราะไอครามมันคอยเอาน้ำแข็งประคบแล้วก็เอายานวดทาให้

“พี่คลื่นกับพี่ครามใช่ไหมคะ” สักพักก็มีนักศึกษาอีกคนเดินเข้ามาพร้อมถามขึ้นไอครามก็พยักหน้าให้อีก ดูท่าทางน่าจะเป็นเด็กปีหนึ่งที่เข้ามาทักเราสองคน

“มึงๆนั่นไง เขาอยู่ด้วยกันเว้ย” เสียงหลายเสียงดังขึ้นทำให้ผมกับไอครามหันมามองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะดูเหมือนว่าวันนี้ที่โรงอาหารมันจะโหวกเหวกโวยวายมากกว่าปกติ

“โอโห พวกมึงนี่ดูท่าจะฮอตใหญ่ละ” เสียงไอไวน์ดังขึ้นขัดเสียงรอบข้างพร้อมกลุ่มเพื่อนผมที่เดินตามกันเข้ามา

“มันเกิดไรขึ้นวะ”

“คือกูงงมากอ่ะมึงอยู่ๆก็มีคนมาขอถ่ายรูปพวกกูสองคน แล้วก็พูดอะไรไม่รู้” ไอครามบอกออกมาแต่ก็ยังไม่หยุดส่งยิ้มไปให้พวกผู้หญิงที่ยืนอยู่รอบข้าง

“มึงไม่ต้องยิ้มให้เขาไปทั่วก็ได้มั้งคราม เขารู้อยู่หรอกว่ามึงดัดฟันอ่ะ” ผมบอกออกมาอย่างหมันไส้ คนอะไรจะร่าเริงแล้วก็เป็นมิตรกับทุกคนแบบมันตลอดเวลาอย่างนี้

“นี่มึงสมัครทวีตแล้วแต่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลยใช่ปะวะ” ไอไวน์ว่าออกมาก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดให้พวกผมดู ผมกับครามก็รับโทรศัพท์มาดูพร้อมกัน

เห้ย!! นี่มัน


“ภาพมึงกับกูที่สนามบาสเมื่อวานนี้นี่หว่า” ไอครามพูดออกมา ใช่ครับ ภาพที่พวกเราเห็นคือภาพที่ไอครามผูกเชือกรองเท้าให้ผม กับอีกภาพคือผมยื่นมือไปขยี้หัวมัน ในภาพคือพวกผมกำลังยิ้มอยู่ด้วย

‘โอ๊ยยย ดีใจที่ตื่นเช้าไม่คิดว่าจะเจออะไรฟินๆแบบนี้ เหมือนหลุดมาจากฟิคเลยเว้ย’ เจ้าของทวีตเตอร์ที่อัพรูปลงพร้อมแคปชั่น

“โห! คนรีทวีตเยอะไปอีก” ไอครามตาโตเมื่อเห็นยอดคนที่แชร์ออกไป……เกือบแสน!!!

‘นี่มันคลื่นเดือนมหาลัยxx ปี3’

‘สองคนนี้เห็นอยู่ด้วยกันบ่อยมาก มีคนบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน เพื่อนสนิทเค้าพูดเชือกให้กันเหรอค่า’

“เค้าสนิทกันตั้งแต่ประถมแล้ว เราอยู่โรงเรียนเดียวกันกับสองคนนี้”

“นี่ยังไม่รวมในเฟสบุ๊คนะมึง” ไอกายบอกออกมา ผมไม่แปลกใจแล้วล่ะครับว่าทำไมคนถึงดูวุ่นวายในเช้านี้ ไอกายมองไปทางเข้าโรงอาหารคณะวิศวะ ผมหันไปมองตามก็เห็นว่าเป็นเจ๊ตวง ประธานชมรม Star Vers ซึ่งเป็นชมรมของคณะวารสารศาสตร์ที่ทำหนังสือพิมพ์และนิตยสารของมหาวิทยาลัย และชมรมนี้เป็นที่นิยมมากในมหาลัยเพราะเนื้อหาที่น่าสนใจเห็นไอสกายบอกว่าชมรมนี้มีลงคลิปในยูทูปด้วย ไอสกายหันมามองหน้าผมมีกับไอคราม

“ท่าทางงานจะเข้าพวกมึงสองคนแล้วล่ะ”

คลื่น Part End


คราม Part

ตอนนี้ผมงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆเลยครับ รูปที่ผมผูกเชือกรองเท้าให้คลื่นเป็นที่สนใจมากในอินเทอร์เน็ต


“คลื่น ครามมมมม” เสียงของประธานชมรม Star vers ดังแทรกเสียงของนักศึกษาที่ยืนล้อมรอบตัวพวกผม

“อยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว เจ๊ขอสัมภาษณ์เราสองคนหน่อยสิ” เจ๊ตวงบอกออกมา เจ๊แกเป็นที่รู้จักของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้ครับ เพราะชมรมแก มหาลัยของเราถึงเป็นที่รู้จัก ผมหันไปมองไอคลื่นที่ยืนอยู่ข้างๆก็เห็นมันยืนทำหน้านิ่งไม่ได้พูดอะไร

“ยัยจวงเอาที่บันทึกเสียงขึ้นมาเร็ววว”

“เดี๋ยวตีเลยเจ๊ บอกให้เรียกจุมมี่” รุ่นพี่ร่างยักษ์หัวใจสาวลูกทีมของเจ๊ตวงว่าออกมาแต่ไม่ได้จริงใจอะไรมากนัก

“ผมสองคนเลยเหรอครับ” ผมถามออกไป เจ๊ตวงหันมามองหน้าผมพร้อมส่งยิ้มมาให้

“ใช่ค่ะน้องคราม ตอนนี้น้องคลื่นกับน้องครามกำลังเป็นที่พูดถึง เจ๊ก็อยากจะให้ทุกคนได้รู้จักเราสองคนมากกว่านี้”

“คงไม่ได้หรอกครับ” เสียงไอคลื่นขัดขึ้นทำให้เจ๊ตวงหันไปมองทันที

“ทำไมล่ะคะน้องคลื่นสุดหล่อของพี่” เจ๊แกถามพร้อมทำตาปริบๆใส่

“ไอครามมันมีเข้าแล็ปเช้า ข้าวมันก็ยังไม่กินผมว่าเจ๊ตวงกลับไปก่อนเถอะครับ” ไอครามพูดอย่างไม่ค่อยใส่ใจมากเท่าไหร่ ทำให้เจ๊ตวงหน้างออย่างขัดใจแต่คงไม่ได้โกรธอะไรจริงจังหรอกครับ เจ๊แกปลื้มไอคลื่นจะตาย ไม่งั้นคงไม่เอารูปไอคลื่นไปลงนิตยาสารมหาลัยบ่อยๆหรอก

“เดี๋ยวตบด้วยปากเลยเด็กคนนี้ เจ๊บอกแล้วว่าให้เรียกเจ๊ว่า ติช่า” ก่อนที่จะเกิดสงครามประสาทเกิดขึ้นผมก็นึกบางอย่างออก

“เอาอย่างนี้นะครับ ผมเลิกห้าโมงครึ่ง ไอคลื่นเลิกสี่โมง ถ้าเจ๊จะสัมภาษณ์วันนี้ เรานัดสัมภาษณ์ตอนหกโมงกว่าๆก็ได้นะครับ” ผมบอกออกมาเพื่อตัดปัญหา ผมรู้ตารางไอคลื่นเพราะมันเคยส่งมาให้ผมดูเวลากลับหอจะได้กลับพร้อมกัน เมื่อเจ๊แกได้ยินก็ตาโตอย่างถูกใจในสิ่งที่ผมเสนอขึ้นมา

“แอร๊ยยยยย แบบนี้สิลูกรักของเจ๊” เจ๊แกกรี๊ดสาวแตกพร้อมเข้ามาหยิกแก้มผม แต่ดึงได้ไม่เท่าไหร่ไอคลื่นที่ยือยู่ใกล้ๆก็มาดึงมือออก

“แหม่ แค่นี้มาทำเป็นห่วงเด้ออออ” เจ๊แกมองด้วยสายตาหมันไส้แล้วหันมาหาผมอีกรอบ

“เอาแบบที่น้องครามว่าก็ได้จ๊ะ แล้วเจอกันที่ห้องชมรมเจ๊นะค่า” เจ๊ตวงพูดก่อนจะนำกองทัพลูกทีมหายออกไปจากโรงอาหาร

“ขอโทษนะครับ ผมขอกินข้าวก่อนนะครับ” ผมหันไปพูดกับนักศึกษาบางคนที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆกับพวกเราพร้อมยิ้มให้ ทำให้พวกเธอยิ้มและพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“อะไรวะ พวกมึงสนิทกันมาตั้งนาน พึ่งจะมีประเด็น” ไอศีลที่เงียบมานานพูดขึ้น ก็จริงอย่างที่พวกมันพูดนั่นแหละครับผมกับไอคลื่นก็สนิทกันมาตั้งนานแต่พึ่งจะเป็นที่พูดถึงก็วันนี้

“ตอนมัธยมตัวติดกันจะตายห่ายังไม่ดังเท่านี้ นี่ถ้าพวกกูเอาโมเม้นเอารูปไปปล่อยท่าทางจะดังกว่านี้ฮ่าๆ”

“เคยนั่งแดกข้าวแล้วหงายหลังมั้ยมึง”

“ขอโทษครับเฮีย แหม่เกรี้ยวกราดจังนะมึงเนี่ย” ไอไวน์ว่าออกมาอย่างล้อๆ ผมจับกระเป๋าตัวเองเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างสั่น

“ฮัลโหลว่าไงครับปราง” ผมรับโทรศัพท์เมื่อเห็นว่าเป็นแฟนของผมโทรมา

‘ครามอยู่ไหนเหรอ’

“เราอยู่โรงอาหารวิศวะ กินข้าวอยู่” ผมบอกออกไป พร้อมนั่งตักข้าวเข้าปากไปด้วย

“มีอะไรรึเปล่า”

‘อ่อ ไม่มีอะไรหรอก ครามมีเรียนเช้าใช่ไหม ตอนเย็นไปกินข้าวด้วยกันไหม’ มะปรางถามออกมา ผมก็อยากจะตอบตกลงอยู่นะครับแต่ผมรับปากเจ๊ตวงแกเอาไว้แล้วว่าจะให้แกสัมภาษณ์ตอนเย็น

“คือเรามีนัดสัมภาษณ์กับนิตยาสารมหาลัยอ่ะปราง เรากลัวปรางรอนาน เอาไว้วันอื่นนะครับ” ผมพูดออกมาอย่างเอาใจ

“แค่ก แค่ก”

“มีอะไรปะวะ” ผมถามเพื่อนที่นั่งอยู่เมื่อจู่ๆไอไวน์ก้ไอออกมา แถมไอคลื่นก็เอาแต่มองผม ส่วนไอไวน์ก็ยังไม่หยุดไอสักที

“ส้นตีนติดคอรึไง แดกเข้าไปดิน้ำอ่ะ” ไอคลื่นยื่นน้ำเปล่าให้ ไอไวน์ก็รับมายิ้มๆ

‘คราม ฟังเราอยู่รึเปล่า’

“อ่อๆ ขอโทษนะมะปรางพอดีส้น….เอ้ย! ข้าวติดคอเพื่อนอ่ะ มะปรางว่าอะไรนะ” ผมกลับมาสนใจที่ปลายสายอีกครั้ง 

‘ช่วงนี้ครามไม่ค่อยมีเวลาว่างให้เราเลยนะ ขนาดวันหยุดครามยังไม่ไปเที่ยวกับเราเลย’ ปลายสายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ทำให้ผมรู้สึกผิดทันทีเพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาให้เธอจริงๆ

“เราขอโทษนะปรางคณะเราเรียนหนักน่ะ เอางี้ไหม พรุ่งนี้มะปรางว่างกี่โมงเดี๋ยวเราพาไปกินข้าวดูหนัง พรุ่งนี้เราว่างตอนห้าโมงพอดีอาจารย์แม่ติดธุระแกมีนัดเมคคลาสห้าชั่วโมงวันเสาร์แทน” ผมเสนอออกมาเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่าผมไม่สนใจเธอ

‘ครามเลี้ยงเราเหรอ’

“อือ เราเลี้ยง”

‘งั้น! พรุ่งนี้ห้าโมงเย็นเดี๋ยวเราไปรับครามที่คณะนะ’ น้ำเสียงดีใจทำให้ผมยิ้มออกมา อย่างน้อยผมก็ทำให้เธอมีความสุขได้

“โอเคครับ” ผมบอกปลายสายก่อนที่เธอจะวางสายเพราะมีคลาสเรียนช่วงเช้าเหมือนกัน

“มึงแดกยังไงคราม” เสียงกรี๊ดดังขึ้นเบาๆเมื่อไอคลื่นที่นั่งตรงข้ามผมเอื้อมมือมาเช็ดปากให้

“โมเม้น!!!” เสียงเพื่อนอีกสามคนดังประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมเอามือมาเช็ดแก้มเช็ดปากตัวเองแบบลวกๆอีกครั้ง

“ไม่ได้อยู่บ้านไม่ต้องเช็ดให้กูก็ได้มึง” ผมว่าออกมาเบาๆ ไอเพื่อนสามคนก็มองมาอย่างแซวๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“แดกซอสทีไรเป็นแบบนี้ทุกที รีบกินกูจะได้ไปส่ง” ไอคลื่นบอกออกมาแล้วนั่งกินข้าวในจานของมันต่อ


“เดี๋ยวตอนเย็นมึงมาเจอกูที่คณะนะจะได้ไปสัมภาษณ์ที่ห้องชมรมพร้อมกัน” ผมบอกคลื่นเมื่อมันขับรถมาส่งผมที่ตึกคณะเหมือนทุกวัน

“มึงสัมภาษณ์คนเดียวละกัน แค่เอารูปกูไปลงนิตสารโปรโมทมหาลัยกูก็ขี้เกียจมากพอละ”

“เออ กูรู้มึงชอบถ่ายรูปคนอื่นแต่ไม่ชอบให้ใครถ่ายรูปมึง” ผมบอกออกมา นอกจากจะชอบวัดถนนก็มีการถ่ายรูปนี่แหละครับที่มันชอบ แต่เป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาถ่ายรูปตัวเองเยอะๆ

“แต่ถือว่าช่วยเจ๊แกละกัน ไม่น่าจะนานหรอก” ผมพูดออกมาธรรมดาแต่เหมือนว่ามันมีท่าทีลังเล

“นะคร้าบบบ คุณธีรชล”

“อ่าๆ กูไปละ” มันพยักหน้ารับทำให้ผมยิ้มออกมา มันคร่อมรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ก่อนจะขับออกไป

“ไอคราม!” เสียงเรียกทำให้ผมหันไปมองก็เห็นว่าเป็นไฟฉายกับน้ำมนต์

“ดังใหญ่ละนะ” ไฟฉายว่าออกมาอย่างแซวๆ

“คิดไรมากมึง ไอคลื่นมันปวดหลังกูก็แค่ช่วยมันผูกเชือกรองเท้าแค่นั้นเอง”

“แหม่ ยังไม่ทันได้พูดไรเลยนะ” ไฟฉายแซวออกมาอีก ไอนี่ก็ตัวชงเหลือเกิน ช่วงที่คบกับพวกมันแรกๆพวกมันก็ถามนั่นแหละ ว่าทำไมผมกับคลื่นถึงได้ดูสนิทกันมาก ทั้งๆที่อยู่ต่างคณะ ผมก็เลยเล่าให้พวกมันฟังว่าสนิทกันตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้

“อย่าไปแซวมันดิไอฉาย ส่วนมึงไอคราม พวกกูก็รู้แหละว่ามึงกับเพื่อนมึงสนิทกันมาก พวกกูจำได้ ก็แค่แซวๆ เพราะในทวีตกับเฟสกระแสมาแรงมาก” น้ำมนต์พ่อพระประจำกลุ่มผมอธิบายออกมาอย่างใจเย็น จริงๆผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายหรอกครับเพราะตอนมัธยมก็มีคนชอบจับคู่ให้ผมกับไอคลื่นประจำ แต่ด้วยความที่พวกผมสนิทกันมากเลยไม่ได้ใส่ใจ แต่รู้สึกว่าภาพนั้นจะทำให้ผมกับคลื่นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
 
“ไปเหอะพวกมึง วันนี้เรียนหนักไหนจะแล็ปไหนจะเลคเชอร์”ผมพูดพร้อมดันหลังเพื่อนสองคนให้เข้าไปในตึก วันนี้ผมเรียนค่อนข้างหนักครับ เพราะผมมีเรียนติดกันจนถึงตอนเย็น ช่วงเที่ยงผมก็แทบจะไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง



12.40

“ครามๆมีคนมาหาหน้าห้องน่ะ” เสียงเพื่อนผู้หญิงในคลาสตะโกนเรียก ผมที่กำลังง่วนอยู่กับการทำแล็ปของตัวเองอยู่ก็เงยหน้าขึ้นไปมอง

“บอกให้รอก่อนแปปหนึ่งดิหนิง ใกล้สรุปเสร็จแล้ว” ผมตะโกนบอกหนิงที่เป็นเพื่อนในคลาสเรียน เธอพยักหน้ารับ ผมจึงรีบเขียนสรุปผลการทดลองลงในสมุดบันทึกให้เสร็จ เมื่อเสร็จแล้วผมก็เดินออกไปหน้าห้อง

“กูแวะเอาขนมปังมาให้ คิดว่ามึงน่าจะหิว แล้วก็นี่กาแฟปั่น” เมื่อผมออกมาก็เห็นว่าเป็นไอคลื่นที่นั่งรออยู่หน้าห้องแล็ป 

“มึงเห็นตารางกูแล้วใช่ปะเนี่ยถึงรู้ว่ากูพักตอนไหน” ผมถามมันพร้อมดูดกาแฟปั่นใส่วิปครีมไปด้วย ผมนั่งลงเก้าอี้หน้าห้องด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย ตอนแรกที่มาเรียนคณะนี้รุ่นพี่ก็บอกว่าเรียนหนักแต่ผมไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้

“เออเห็นแล้ว แต่มึงพักแปปเดียวกูเลยคิดว่ามึงน่าจะกินขนมปังรองท้องไปก่อน รึมึงอยากกินข้าวกูจะได้ไปซื้อให้” มันถามออกมา ผมส่ายหัวปฏิเสธเพราะมันเองก็มีเรียนต่อเหมือนกัน ผมก็เลยไม่อยากเป็นภาระมันมากเท่าไหร่

“ไม่เป็นไรมึง อ่ะ ถือฝาแก้วให้กูหน่อยกูจะแดกวิปครีม” ผมบอกพร้อมแกะฝาแก้วน้ำไปให้มันถือ มันก็ถือเอาไว้ให้ผม ผมรู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองผมอยู่ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าคนที่อยู่ในห้องแล็ปหลายคนมองออกมาทางพวกผมอย่างยิ้มๆบางคนก็ถ่ายรูป ผมคิดว่าในทวีตเตอร์คงจะมีพวกผมสองคนอีกแน่ๆ

“ทำไมไม่มีคนเอาอะไรมาให้กูแบบนี้บ้าง” ไอไฟฉายกับน้ำมนต์ที่ทำแล็ปเสร็จก่อนผมเดินเข้ามาพร้อมของกินเต็มมือ มันสองคนทำเสร็จก่อนเลยอาสาไปซื้อของกินมาให้

“รู้อย่างนี้ไม่น่าซื้อมาเผื่อเลยว่าไหมไฟฉาย แล้วฝาแก้วน้ำอ่ะทิ้งขยะก็ได้มั้งคลื่น” น้ำมนต์ที่เหมือนจะเป็นคนเงียบๆก็ว่าออกมาบ้าง ผมมองพวกมันด้วยหางตาพร้อมเอื้อมมือไปดึงถุงของกินที่อยู่ในมือไฟฉาย

“คลื่นมันเอามาให้นิดเดียวเอง กูยังต้องมีชีวิตรอดให้ถึงตอนเย็นเพราะฉะนั้นต้องแดกเยอะๆ” ผมบอกแล้วนั่งกินขนมปังที่คลื่นซื้อมาให้ ไฟฉายมันเลยเก็บถุงขนมเอาไว้กินอีกรอบเวลาหิวเพราะเรามีเรียนติดกันจนถึงตอนเย็น

“เจอกันตอนเย็นละกัน” คลื่นบอกออกมา ผมก็พยักหน้าพร้อมยกมือโบกไปมา

“บายมึง” ผมมองมันเดินไปตามทางเดิน สาวๆที่เดินผ่านมันไปก็พากันมองตามไม่วางตา ใส่ช็อปวิศวะมาตึกแพทย์ขนาดนี้ก็ต้องเด่นธรรมดาแหละ

“ไปมึง เดี๋ยวอาจารย์แม่สอนละ” ไฟฉายบอกออกมาเมื่อผมกินขนมปังเสร็จ ผมรีบดูดกาแฟในแก้วให้หมดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วโยนลงถังขยะก่อนจะเดินไปเข้าเรียน



17.40
“ไปเลยไหม” เมื่อผมเลิกเรียน ผมก็เดินลงมาจากตึกคณะพร้อมไฟฉายและน้ำมนต์ สภาพพวกผมตอนนี้เหมือนผีดิบเลยครับ เรียนหนักแถมที่อาจารย์สอนก็เหมือนจะไม่ได้เข้าสมองมากเท่าไหร่

“มึงไหวปะเนี่ย ให้กูทักไปยกเลิกไหม” มันว่าออกมาเมื่อก้มลงมามองหน้าผมกับเพื่อน

“ไม่เป็นไรมึง ไม่น่าจะนาน” ผมบอกออกมาเพราะไม่อยากผิดสัญญา

“เออ น้ำมนต์ไอไวน์มันฝากมาบอกให้รับแอดมันหน่อยน่ะ มันติดตามไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่มึงยังไม่รับ” คลื่นหันมาพูดกับน้ำมนต์ทำให้ผมกับไฟฉายหันไปมอง เพราะน้ำมนต์ตั้งค่าไม่ให้ใครเห็นนอกจะขอติดตามแล้วมันยอมรับ ถึงจะเห็นได้ว่ามันทวีตว่าอะไร

“ไม่ค่อยได้เล่นอ่ะ ฝากบอกเพื่อนมึงด้วยละกัน” น้ำมนต์ว่าออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ไอคลื่นพยักหน้ารับรู้ แต่ไฟฉายกลับหรี่ตามองไปที่น้ำมนต์อย่างจับผิด

“มีอะไรที่ไม่ได้บอกกูไหมน้ำมนต์ มึงสิงทวีตบ่อยกว่าคุยกับพวกกูอีกนะ” ไฟฉายถามออกมา ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย ถึงตัวจริงน้ำมนต์ไม่ค่อยพูด แต่ในทวีตเตอร์มันมักจะโพสข้อความอยู่บ่อยๆ และก็ยังแซะพวกผมในทวีตเตอร์ด้วย

“ก็ไม่มีอะไร กูกลับก่อนละ วันนี้วันพระกูว่าจะไปนั่งสมาธิกับยายที่บ้าน เจอกันพรุ่งนี้” น้ำมนต์ตอบก่อนจะเดินไปโรงจอดรถหลังตึกคณะ ไฟฉายส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนตัวเองเท่าไหร่

“กูว่าเพื่อนมึงกับหลวงพี่ศีลจับมือกันไปบวชได้เลยว่ะฮ่าๆ” ไอคลื่นบอกพร้อมหัวเราะ ไฟฉายมองพวกผมอย่างงงๆเล็กน้อย เพราะมันไม่ค่อยสนิทกับแก๊งวิศวะเท่าไหร่

“ไปกันเหอะมึงเลยเวลามานานละ” ผมพูดชวนคลื่นก่อนจะบอกลาไฟฉาย

ห้องชมรม Star Vers

“มาแล้วที่รักของเจ๊ทั้งสองคน” เสียงเจ๊ตวงดังขึ้นเมื่อพวกผมเปิดประตูห้องชมรมเข้าไป

“เริ่มสัมภาษณ์กันเลยค่า!!!!”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2020 12:51:21 โดย memayy20 »

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

                                                            The Blue Sea 5: คู่จิ้น VS คู่จริง 2
                                                                               

 “เอาล่ะเริ่มเลยนะคะน้องคลื่นน้องคราม” เจ๊ตวงบอก แล้วหันไปสั่งให้เด็กในชมรมเตรียมถ่ายคลิป และอัดเสียงเพื่อที่จะเอาไปเขียนในนิตยาสารมหาลัย

“เดี๋ยวเริ่มจากแนะนำตัวกันก่อนเลยนะคะทั้งสองคน พร้อม 3 2 1” เจ๊ตวงที่อยู่หลังกล้องนับออกมาก่อนกล้องจะเริ่มถ่ายพวกผม
 
“สวัสดีครับ ผมชลธี ศิริวัฒนตระกูล ชื่อเล่นชื่อครามนะครับ ตอนนี้เรียนอยู่คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ชั้นปีที่3 มหาลัยxx ครับ” ผมแนะนำตัวแบบปกติ ผมเคยถ่ายวิดีโอโปรโมทคณะบ่อยๆ เรื่องนี้เลยง่ายสำหรับผม ซึ่งน่าจะแตกต่างกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆซึ่งไม่ค่อยชอบเรื่องอะไรแบบนี้มากเท่าไหร่

“สวัสดีครับ ผมชื่อคลื่นครับ ธีรชล มงคลเลิศปราชัย”

“ชื่อคณะด้วยมึง” ผมสะกิดบอกเมื่อมันลืมแนะนำคณะกับภาควิชา

“คณะวิศวะ ภาควิชา วิศกรรมโยธา ปี 3 ครับ” มันบอกออกมาแล้วก็เงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเจ๊ตวงก็ถามเรื่องมหาลัยและเรื่องเรียน เหมือนเป็นการแนะนำมหาลัยกับคณะไปในตัว

“มาพูดถึงเรื่องเพื่อนกันดีกว่า ได้ข่าวว่าทั้งสองคนสนิทกันตั้งแต่สมัยประถมเลยใช่ไหมคะ”


“จริงๆพวกผมรู้จักกันก่อนเข้าโรงเรียนอีกครับ เพราะแม่เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน” ผมอธิบายและยิ้มไปด้วย ส่วนคลื่นมันก็นั่งของมันไปเงียบๆ

“แสดงว่าต้องสนิทกันมาก”

“ใช่ครับ” ไอคลื่นตอบออกมาแทบจะทันที ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย

“งั้นแสดงว่าภาพที่เขาแชร์ๆกันทั้งในเฟสแล้วก็ในทวีตเตอร์นี่แสดงว่าเป็นเรื่องปกติของเราสองคนใช่ไหมคะ”

“แต่ปกติเพื่อนกันเขาไม่น่าจะผูกเชือกรองเท้าให้กัน นวดไหล่ให้กันไม่ใช่เหรอคะ”

“ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่นะครับ เพราะผมสองคนสนิทกัน อีกอย่างวันนั้นคลื่นเขาเจ็บหลังก้มลงมาผู้เองลำบากผมเลยผู้เชือกให้น่ะครับ” ผมอธิบายออกมา คนในชมรมก็พยักหน้าเขาใจแต่ก็ยังยิ้มๆกันอยู่ เจ๊ตวงก็ถามคำถามเรื่อยๆผมกับคลื่นก็ช่วยกันตอบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผมมากกว่าที่ตอบ

“มีสาวๆเม้นมาถาม สาวๆอยากรู้สเปคของทั้งสองคน เริ่มจากครามก่อนก็ได้”

“ผมเหรอครับ ผมก็คงชอบคนที่ไม่เรื่องมาก ไม่จุกจิก คุยกันเข้าใจ ประมาณนี้ครับ”

“แล้วคลื่นล่ะ นั่งเงียบมาตั้งนานครามแย่งพูดหมดละ”

ผมหันไปมองไอคลื่น ผมก็อยากรู้ว่าสเปคมันเป็นยังไง มันเคยมีแฟนนะครับแต่มันเป็นพวกเก็บอารมณ์เก่ง ไม่ค่อยโรแมนติกสาวๆเลยอยู่กับมันได้ไม่นานเท่าไหร่ก็ขอเลิกกับมันหมด

“ผมชอบคนหน้าหวานๆหน่อยน่ะครับ อ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอ งี่เง่าบ้างแต่ก็ทำให้ผมมีความสุขได้ อีกอย่างคือรอยยิ้มครับ คนๆนั้นต้องทำให้ผมยิ้มได้และเป็นรอยยิ้มที่มีให้ผมคนเดียว” แม่เจ้า! ผมพึ่งจะเคยเห็นคลื่นมันพูดยาวๆเรื่องผู้หญิงก็วันนี้ ผมมองมันอย่างทึ่งๆมันก็หันมามองผมเล็กน้อย แล้วก็หันกลับไปมองกล้องตามเดิม ผมแอบได้ยินเสียงกรี๊ดมาจากสต๊าฟหลายคนที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง นั่นทำให้ผมยิ้มออกมา นี่สินะที่เขาบอกกัน สาววายไม่มีวันตาย

“โอเคค่ะ สุดท้ายขอให้ทั้งสองโปรโมทมหาลัยกับคณะหน่อยค่ะ” สุดท้ายผมทั้งสองคนก็ทำหน้าที่      โปรโมทคณะตัวเอง เจ๊ตวงก็ขอบคุณเราสองคนยกใหญ่เพราะในเพจแกมีคนดูคลิปที่ถ่ายทอดสดเยอะที่สุดจากทุกคลิปที่เคยเอาลง เมื่อทำคลิปสัมภาษณ์เสร็จพวกผมสองคนก็พากันออกจากมหาวิทยาลัย ตอนแรกเจ๊ตวงจะขอถ่ายรูปโปรโมทชมรมอีกแต่เมื่อได้รับสายตากดดันจากไอคลื่นเจ๊แกเลยพับความคิดเก็บไว้ก่อน มันบอกว่าที่มันทำหน้าเบื่อโลกเพราะมันหิวข้าวมากๆน่ะครับ

“แวะแดกข้าวมันไก่ก่อนไหมมึง” ผมที่นั่งซ้อนบิ๊กไบค์โน้มตัวไปถามไอคนที่ขับรถอยู่ เพราะเห็นมันบ่นว่าหิว มันพยักหน้าเราสองคนจึงแวะร้านข้าวมันไก่ที่อยู่ใกล้หอ

“อ่าว! คราม” เสียงทักดังขึ้นด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นมะปรางที่เดินเข้ามาทัก ผมจึงลุกขึ้นเพื่อคุยกับเธอ

“นั่งก่อนไหมมะปราง ทำไมมาอยู่นี่ล่ะเรานึกว่าปรางกลับบ้าน”

“ครามพูดเหมือนไม่ดีใจที่เจอเราอย่างนั้นแหละ” มะปรางว่าออกมาอย่างงอนๆทำให้ผมยิ้มให้เธอแล้วจับให้เธอนั่งเก้าอี้ข้างๆ

“เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ทำไมเราจะไม่ดีใจที่เจอปรางล่ะ ปรางกินข้าวกับเราไหมเดี๋ยวเราเลี้ยง” ผมพูดออกมาอย่างเอาใจเธอ เธอหันมาส่งยิ้มให้เหมือนที่เธอชอบทำพร้อมพยักหน้า

“พอดีเรามาหาเพื่อนที่อยู่หอเดียวกับครามน่ะ เราเห็นครามเลยเดินมาทัก ไม่คิดว่าจะมีคนเลี้ยงข้าวนะเน่ย”

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะคลื่น” เธอพูดกับผมก่อนจะหันไปคุยกับคลื่น ไอคลื่นก็ยิ้มให้เล็กน้อยแล้วพยักหน้า

“เออคลื่น พรุ่งนี้ไปดูหนังด้วยกันไหม เพื่อนเราก็ไปนะแต่น่าจะนั่งคนละที่กับเรา เพราะว่าพรุ่งนี้เราสองคนจะไปเดทกัน ใช่ปะคราม” มะปรางบอกคลื่นแล้วหันมามองผม ผมจับแก้มเธอแล้วพยักหน้าตอบรับ

“ไปกันเถอะพอดีพรุ่งนี้เรามีนัดน่ะ”

“มึงนัดกับใคร!” ผมรีบถามออกมา มะปรางกับไอคลื่นก็หันมามองผมเพราะผมพูดเสียงดังเล็กน้อย

“ถ้ากูกลับมาจากดูหนัง กูก็อยู่คนเดียวดิ”

“ห้องครามพี่เขายังมาทำให้ไม่เสร็จเหรอ” มะปรางถามออกมาผมก็พยักหน้า เธอเลยไม่ได้ถามอะไรต่ออีก พอดีกับข้าวมันไก่ที่เอามาเสิร์ฟพอดี

“น่ากินมากเลย แปปนะ ขออัพไอจีก่อน” เธอบอกก่อนจะเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูป

“เราแท็กครามนะ ขอบคุณเจ้าภาพที่เลี้ยงนะคะ” เธอดูมีความสุขผมก็ได้แต่พยักหน้ายิ้มๆ สักพักพวกเราสามคนนั่งกินข้าวมันไก่จนหมด

“เดี๋ยวคืนนี้โทรหานะครับ” ผมบอกมะปรางเมื่อเดินมาส่งเธอที่ห้องของเพื่อน

“โอเคค่ะ” เธอบอกก่อนจะเข้าห้องเพื่อนไปผมกับไอคลื่นเลยพากันเดินไปที่ห้อง

“มึงไม่ไปกับกูจริงๆใช่ปะ” ผมหันไปถามมันเมื่อเราพากันนั่งดูที่วีอยู่บนโซฟา มันก็พยักหน้า

“ไม่อ่ะ มึงไปเดทกูไม่อยากไปขัดความสุขมึง”
.
.
.
ห้าง BK

“ขนาดไม่ใช่วันหยุดนะเนี่ย คนยังเยอะเลยอ่ะ” มะปรางบ่นออกมาเล็กน้อยเมื่อเราพากันมาถึงห้างประมาณหกโมงครึ่ง

“มะปรางอยากดูเรื่องอะไรเหรอ เดี๋ยวเราซื้อตั๋วให้” ผมถามออกมาอย่างเอาใจเมื่อเห็นเธอดูมีความสุขกับการที่จะได้ดูหนัง มะปรางยืนดูตัวอย่างหนังก่อนจะตัดสินใจชี้ไปที่หนังผีเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นประเภทหนังที่ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้เธอมีความสุขผมก็คงต้องตามใจเธอนั่นแหละครับ

“หนังมันมีรอบสองทุ่มครึ่งนะมะปราง ปรางจะดูเรื่องนี้อยู่รึเปล่ารึว่าจะเปลี่ยนเรื่อง” ผมเดินมาถามมะปรางที่นั่งอยู่บนโซฟาหน้าโรงหนัง เผื่อเธอจะเปลี่ยนใจ ผมไม่ค่อยชอบหนังผีเท่าไหร่น่ะครับ ยิ่งถ้าผมนอนคนเดียวเนี่ยผมหลีกเลี่ยงหนังพวกนี้เลยล่ะครับ แต่เหมือนที่ผมบอกไปแหละครับว่าอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขก็ทำๆไปเถอะ เพราะผมเรียนหนักไม่ค่อยมีเวลาให้เธอมากเท่าไหร่

“รอบสองทุ่มครึ่งก็ได้นะคราม ครามรีบกลับเหรอ”

“เปล่าๆ งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อตั๋วนะ” ผมบอกพร้อมยิ้มให้ ก่อนจะเดินไปซื้อตั๋ว

“ใช่พี่ครามรึเปล่าคะ” เสียงหนึ่งเรียกขึ้นเมื่อผมซื้อตั๋วหนังเสร็จและกำลังจะหันหลังกลับ ผมหันไปก็เห็นผู้หญิงใสชุดนักศึกษากลุ่มหนึ่งยิ้มให้

“ครับ” ผมตอบสั้นๆและยิ้มตอบกลับ

“พี่ครามมาดูหนังกับพี่คลื่นเหรอคะ” ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งถามออก

“เปล่าครับพี่มาดูหนังกับแฟนน่ะครับ” ผมบอกออกมา พวกเธอทำหน้าเสียดายเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าและส่งยิ้มมาให้ผมพร้อมขอถ่ายรูปด้วย

“ดังใหญ่เลยนะเนี่ย” เมื่อผมถ่ายรูปกับนักศึกษากลุ่มนั้นเสร็จผมก็เดินเข้ามาหามะปรางที่นั่งรออยู่ยิ้มๆ

“ไม่เห็นดังเลย อยู่มหาลัยเดียวกันเฉยๆหรอก”

“ดังสิ ในทวีตเตอร์เนี่ยมีแต่แท็กคลื่นคราม เจ๊ตวงก็ช่วยโปรโมทอีก” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม ผมขยี้ผมเธอด้วยความหมันเขี้ยว ผมกลัวเธอจะคิดมากเรื่องคู่จิ้นอะไรนี่แหละครับ แต่ผมก็เชื่อว่าเธอไม่คิดอะไรมากกับเรื่องอะไรแบบนี้หรอก

“ปรางหิวมั้ยมีเวลาเยอะอยู่ กว่าหนังจะฉาย เราไปหาอะไรกินกันไหม” ผมชวนเธอออกมา เพราะผมเองก็หิวเหมือนกัน

“ปรางอยากกินสเต็กอ่ะ เราไปกินสเต็กกันนะ” เธอบอกออกมาก่อนจะจับมือผมเพื่อเดินไปที่ร้าน ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงหนังเท่าไหร่

“ปรางสั่งเลยนะ” ผมบอกเมื่อพนักงานส่งเมนูอาหารมาให้

“ปรางอยากกินสเต็กหมูนะ แต่หมูมันอ้วนอ่ะคราม”

“งั้นเปลี่ยนเป็นสเต็กอกไก่ไหมล่ะ กินกับสลัดผัก ไอคลื่นเวลามันออกกำลังกายมันก็ชอบกิน” ผมแนะนำเธอออกมา เพราะจำได้ว่าไอคลื่นมันชอบกินเวลาออกกำลังกายเสร็จ

“เหรอ งั้นเอาที่ครามบอกก็ได้ครามสั่งให้เราหน่อยนะ” เธอยิ้มพร้อมส่งเมนูมาให้ผม ผมพยักหน้าก่อนจะสั่งอาหารอีกสองสามอย่างมาเพิ่ม

“อ่าวคลื่น” เสียงทักดังขึ้นผมกับมะปรางที่นั่งคุยกันอยู่เลยหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นพี่นิลรุ่นพี่คณะวิศวะภาควิชาเดียวกับไอคลื่น

“อ่าวพี่นิลสวัสดีครับพี่ มากับใครครับเนี่ย” ผมยกมือไหว้และทักทายรุ่นพี่ไอคราม พี่ปลานิลเป็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักมากๆเลยครับ แถมไอคลื่นก็บอกว่าฮอตมากๆในคณะ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าเธอจะคบกับใครสักคนตั้งแต่ที่รู้จักมา

“พี่มากับ…….”

“อ่าวหลวงพี่” ผมร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจเมื่อเห็นหลวงพี่ศีลธรรมหรือไอศีลเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับผมมาอยู่ที่นี่ เพราะปกติผมไม่ค่อยเห็นมันมาห้างเท่าไหร่

“หาที่นั่งได้ยัง” มันยกมือทักทายผม ก่อนจะหันไปพูดกับพี่นิล นั่นทำให้ผมอ้าปากพงาบๆอย่างงงๆ

“พี่มากับศีลน่ะ แล้วคู่จิ้นเราไม่ได้มาด้วยเหรอ”

“อ่อมันไม่ได้มาหรอกครับ วันนี้ผมพาตัวจริงมาเดท” ผมพูดแล้วมองหน้ามะปราง เธอก็เอื้อมมือมาตีแขนผมเบาๆแล้วยิ้มออกมา

“ไม่ต้องบอกเลยเนอะว่าใครรู้โดยอัตโนมัติเลยอ่ะ ฮ่าๆ งั้นพี่ไปหาที่นั่งก่อนนะ” พี่นิลหัวเราะเบาๆแล้วหันมามองมะปรางนิดๆมะปรางก็ยกมือไหว้ พี่นิลยิ้มให้นิดๆ ก่อนจะเดินตามพนักงานไปที่โต๊ะ

“เดี๋ยวมึงไอหลวงพี่” ผมเอื้อมมือไปจับแขนไอศีลเมื่อมันทำท่าจะเดินตามหลังพี่ปลานิลไป

“มึงคบกับพี่เค้าเหรอ” ผมถามออกมาอย่างอยากรู้ ไอศีลหันมามองหน้าผมนิ่งๆ

“แค่ลองศึกษาดูใจกันเฉยๆ ไปละ”

“อ่าว แค่เนี้ย” ผมบ่นออกมาเมื่อไอศีลเดินไปที่โต๊ะโดยไม่ได้หันมาสนใจผม เนื่องจากที่ร้านคนค่อนข้างเยอะ ออเดอร์ที่ผมสั่งไปน่าจะยังไม่มา ผมรู้สึกเบื่อๆเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรออก

‘ว่าไง’ ปลายสายรับสายทันทีเมื่อผมกดโทรออก

“มึงอยู่ไหน” ผมถามไอคลื่น มะปรางขอตัวไปห้องน้ำผมก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วคุยกับปลายสายต่อ

‘อยู่ร้านเฮียโจ้’ มันตอบออกมาสั้นๆ ร้านเฮียโจ้ที่ว่าคือผับของรุ่นพี่วิศวะที่เรียนจบไปแล้ว กลุ่มมันสนิทกับพี่เขา พวกมันเลยชอบไปที่นั่นบ่อยๆ

“อย่าแดกเหล้าจนกลับไม่ได้นะมึง” ผมบอกมันออกไป เพราะเวลามันเมาทีไรมันชอบพูดไม่รู้เรื่องทุกที

“มึงก็อย่าลืมล่ะว่าจองหนังไว้กี่โมง อย่ามัวแต่แดกแล้วก็เดินห้างจนลืมเวลา” มันบอกออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ มันรู้ได้ยังไงว่าผมกำลังจะกินข้าว

“ไอศีลมันทักมาบอกกูว่าเจอมึง มันนึกว่ากูมากับมึงมั้ง” มันบอกออกมาเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไร สักพักมะปรางก็เดินเข้ามานั่ง พอดีกับอาหารมาเสิร์ฟพอดี

“อาหารมึงได้ละงั้นกูวางนะมึงจะกินข้าว กินเยอะๆนะมึงตัวยิ่งเล็กๆอยู่ แค่นี้แหละ” มันพูดทิ้งท้ายแล้ววางสายไปเลย ผมกำลังจะอ้าปากถามว่ามันรู้ได้ยังไงว่าอาหารมาเสิร์ฟ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะไอคลื่นมันเป็นคนช่างสั่งเกตและเป็นคนใส่ใจอะไรเล็กๆน้อยๆอยู่แล้วมันอาจจะได้ยินเสียงพนักงานก็ได้

เมื่อเราพากันกินสเต็กเสร็จมะปรางก็ขอให้ผมพาเธอไปเดินดูเสื้อผ้าแล้วเราก็เดินเล่นจนเกือบจะถึงเวลาหนังฉายพอดี

“เดี๋ยวเราไปซื้อน้ำกับขนมนะ ครามอยู่นี่แหละ” มะปรางบอกออกเมื่อเรามาถึงหน้าโรงหนัง ผมพยักหน้าพร้อมยื่นเงินให้เธอ เธอก็พยักหน้าและรับเงินไปซื้อน้ำและขนมซื้อเสร็จพวกเราก็เดินเข้าไปในโรงหนัง
.
.
.
“เฮือก!!!” ผมกับมะปรางสะดุ้งพร้อมกัน แต่ผมก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ด้วยการทำเป็นไม่กลัวทั้งที่ในใจกลัวจะตายโหง ผมยกมือไปลูบผมมะปรางเพื่อให้เธอลดความกลัว เหมือนเวลาผมไปดูหนังผีกับไอคลื่นเพราะเวลาผมกลัวมันชอบเอามือมาลูบหัวผม ผมก็รู้สึกดีขึ้น ผมเลยอยากให้เธอรู้สึกเหมือนกัน


“คุณครับถ้าจะเดินออกไปก็รีบเดินไปหน่อยครับ” เสียงพูดที่ค่อนข้างดังทำให้ผมเอี้ยวตัวไปมองแต่ก็มองไม่ถนัดเพราะมะปรางกอดแขนผมเอาไว้ อีกอย่างในโรงหนังก็ค่อนข้างมืดทำให้มองไม่เห็นเท่าไหร่ แต่ก็เห็นเหมือนคนที่ยืนขึ้นก้มหัวขอโทษนิดๆแล้วเดินออกไปผมจึงหันมาสนใจหนังที่สยองขวัญตรงหน้าต่อ นี่ถ้ามากับไอคลื่นก็คงไม่น่ากลัวขนาดนี้หรอก

ออฟไลน์ memayy20

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: The Blue Sea คลื่นคราม [CH6.] ทะเลาะ
«ตอบ #6 เมื่อ15-09-2020 12:59:39 »


                                                                    The Blue Sea6: ทะเลาะ

หลังจากดูหนังเสร็จก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มครึ่ง ผมรู้สึกเหนื่อยมากเลยครับ พรุ่งนี้ก็เรียนทั้งวันอีกผมจะตื่นไปเรียนทันไหมเนี่ย


“พรุ่งนี้ครามมีเรียนเช้าใช่ไหม เราขอโทษนะครามเหนื่อยแย่เลยอ่ะ เดี๋ยวเราไปส่งที่หอนะ” มะปรางบอกออกมา ผมพยักหน้าให้ยิ้มๆ เธอควงแขนผม เราสองคนจึงออกไปที่ลานจอดรถ เสียงเพลงที่มะปรางเปิดคลอในรถทำให้ตาผมเริ่มจะปิด แต่ผมยังไม่อยากหลับบนรถเพราะอยากนั่งเป็นเพื่อนเธอ ผมจึงเอามือถือขึ้นมากดเข้าทวิตเตอร์

‘วันนี้เจอพี่ครามด้วยตัวจริงโคตรน่ารัก เฟรนลี่มากกกก #คลื่นคราม’

‘เจอครามที่ห้าง เหมือนจะมาดูหนัง หน้าหวานกว่าผู้หญิงอีกลูกเอ้ย #คลื่นคราม’

‘สเตตัสเพ้ออะไรอีกน้อ #คลื่น #คลื่นคราม’

ผมเลื่อนดูคนที่เมนชั่นมาหาผมพร้อมติดแท็ก คลื่นคราม แต่ละคนดูมีความสุขกับการที่จับคู่ให้ผมกับไอคลื่นมาก ผมว่ามันก็น่ารักดีนะ เพราะตั้งแต่ที่มีกระแสคลื่นครามมันก็ทำให้คนรู้จักพวกผมมากขึ้น สเตตัสสุดท้ายทำให้ผมเข้าไปดูที่ทวิตเตอร์ไอคลื่นที่มันติดตามผมแค่คนเดียว

‘อยากเก็บรอยยิ้มนั้นเอาไว้’

ผมดูข้อความที่ไอคลื่นทวีตเอาไว้เมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว ผมเข้าไปดูแท็กที่มีชื่อตัวเองกับไอคลื่นอยู่

#คลื่นคราม

‘ล่าสุดเรือล้ม คนนึงอยู่โรงหนังกับแฟน อีกคนอยู่ร้านเหล้า’

‘กินเหล้าเหมือนคนอกหักนะมึง’

ผมอ่านแท็กและดูรูปภาพที่มีผมกับคลื่นอยู่ในนั้น ทั้งรูปที่ผมผูกเชือกรองเท้าให้คลื่น รูปผมอยู่โรงหนัง รูปคลื่นอยู่ร้านเหล้า โชคดีที่แฟนผมที่ขับรถอยู่ยังไม่ได้เปิดดูมัน

“จอดนี่แหละปราง ขอบคุณมากเลยนะ” ผมบอกมะปรางพร้อมยิ้มให้

“ขอโทษจริงๆ นะคราม ครามเรียนหนักแต่เราก็ยังเอาแต่ใจคิดว่าครามไม่มีเวลาให้เราตลอด” มะปรางบอกออกมา ใบหน้าที่รู้สึกผิดทำให้ผมเอื้อมมือไปจับมือเธอและบีบเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ครามต้องขอโทษมะปรางมากกว่า ที่ไม่มีเวลาให้แต่มะปรางก็รู้ว่าเราเรียนหนักหลังจากวันนี้คงแทบจะไม่มีเวลาเลย” ผมอธิบายออกมาหวังว่าเธอจะเข้าใจ และเธอก็พยักหน้ารับรู้ เพราะแบบนี้แหละครับผมถึงได้ชอบเธอ

“ขับรถดีๆ นะครับ” ผมยิ้มให้อีกครั้งพร้อมก้าวลงจากรถ ผมรอจนมะปรางขับรถออกไปจึงเดินขึ้นไปบนห้องของไอคลื่น เมื่อถึงห้องผมก็เคาะประตู แต่เคาะหลายรอบก็ไม่มีใครเปิด ผมจึงหากุญแจสำรองที่ไอคลื่นเคยให้ไว้แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผมเลยหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาเจ้าของห้อง สัญญาณรอสายดังนานมากแต่ก็ไม่มีคนรับผมจึงวางสายและโทรกลับไปอีก จนในที่สุดก็มีคนรับ

“คลื่นมึงอยู่ไหน กูลืมเอากุญแจสำรองออกมาจากห้องมาเปิดห้องให้กูที” ผมบอกออกมาทันทีที่มันรับสาย

“ฮัลโหล” เสียงพูดที่ไม่คุ้นหูทำให้ผมชะงักไปนิดนึง
เสียงผู้หญิง

เสียงผู้หญิงที่ผมไม่คุ้นเคยเลยสักนิด

“ผมขอสายคลื่นหน่อยครับ”

“คลื่นเมามากเลยค่ะ พรุ่งนี้จะให้คลื่นโทรหานะคะ” พูดเสร็จปลายสายก็ตัดไปทันที ผมโทรกลับก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก ตอนนี้ผมรู้สึกโมโหมันมาก ผมบอกมันแล้วว่าอย่ากินจนเมา แล้วเป็นไง ห้องก็เข้าไม่ได้ พรุ่งนี้ก็เรียนเช้า เรียนทั้งวันอีก

แม่งเอ้ย!

ผมติดต่อน้ำมนต์กับไฟฉายไม่ได้ คิดว่าไฟฉายจะนอนแล้ว ส่วนน้ำมนต์กำลังนั่งสมาธิอยู่ แล้วผมจะไปนอนที่ไหน ห้องผมพี่เจ้าของหอแกโทรมาบอกว่าเสร็จวันนี้ แต่กว่าผมจะเก็บของทำความสะอาดห้องอีกรอบก็คงจะนาน เอาวะโดนด่าก็โดน

‘พลั่ก!!!’

ด้วยความโมโหเจ้าของห้องผสมกับความเหนื่อย ทำให้ผมตัดสินใจถีบประตูห้องจนลูกบิดมันพัง ผมไม่ได้สนใจประตูห้องมากเท่าไหร่สิ่งที่สนใจตอนนี้คือ ไอคลื่นมันอยู่ไหน ทำไมมันไม่กลับห้อง

“เหนื่อยโว้ย” ผมตะโกนออกมาอย่างปลดปล่อย โดยไม่สนว่าจะมีใครออกมาด่ารึเปล่า ผมเปิดเอาผ้าเช็ดตัวเพื่อไปอาบน้ำ ผมชอบเวลาอาบน้ำมากมันทำให้ผมรู้สึกสบาย มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินเข้ามาในห้องนอน อารมณ์โกรธตอนนี้เริ่มเบาลงกว่าตอนแรก แต่ดูเหมือนมันจะเริ่มขึ้นอีกเมื่อเห็นใครบางคนนั่งทำหน้าบึ้งอยู่ทีเตียง

“มึงไปไหนมา” ผมถามออกมาเมื่อไอคลื่นเงยหน้ามองผม

“กูมากกว่าที่ต้องถามมึง แล้วทำไมมึงทำกับประตูห้องแบบนี้ห๊ะ!!” ไอคลื่นลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกระชากตัวผมอย่างแรง ผมที่ไม่ทันตั้งตัวก็เซไปชนกับหน้าอกของมัน จากตอนแรกที่ผมเริ่มใจเย็นกลับกลายเป็นว่าตอนนี้ตัวผมแทบจะระเบิดเพราะความโกรธ คนที่ควรโกรธคือผมไม่ใช่เหรอ คนที่ต้องขอโทษ ควรเป็นมันไม่ใช่เหรอ

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง นั่งรอมึงอยู่หน้าห้องทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามึงจะกลับมาตอนไหนเหรอ!!”

“กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าแดกเยอะจนเมากลับห้องไม่ได้!!” ผมว่ามันออกมา มันจ้องหน้าผม ผมก็จ้องหน้ามันกลับ

“มึงไม่ใช่แม่กูไม่ต้องมาสอนกูหรอก” เสียงตวาดกับสายตาแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก

“ไอเชี้ยคลื่น มึงจะติดหญิงก็ติดไปแต่อย่าทำนิสัยเลวๆ แบบนี้กับกู” ผมบอกออกมา ผมรู้สึกได้เลยว่าเสียงผมสั่น ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออะไร ปกติมันไม่เคยพูดแบบนี้กับผม ผมรู้ว่ามันเมาอาจจะขาดสติ แต่ผมสาบานได้ตั้งแต่คบกับมันมาเกือบยี่สิบปี ต่อให้โกรธกัน มันก็ไม่เคยพูดกับผมแบบนี้

“หึ ใครกันแน่ ไปเอากันมาอ่ะดิถึงกลับดึก”

พลั่ก

“มึงอย่าคิดว่าทุกคนจะเหมือนมึง กูไปดูหนัง แต่มึงอ่ะไปดูอะไร มึงพูดจาให้เกียรติมะปรางด้วย!!!” ด้วยความโมโหผมเลยชกเข้าที่หน้ามันอย่างแรง ไม่รู้มันเจ็บไหมแต่ผม

โคตรเจ็บ

มันไม่เคยพูดแบบนี้กับผมเลย ต่อให้มันเมาเหมือนหมามันก็ไม่เคยดูถูกผมแบบนี้ มันเงยหน้ามามองผม สายตาของมันตอนนี้เหมือนกำลังกลั้นอะไรเอาไว้ มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง

“มึงจะไปไหน” ผมร้องถามมันทันที

“สูบบุหรี่”

“กูไม่ให้มึงสูบ มึงเลิกสูบสักพักแล้วนะ มึงไปซื้อมาอีกเหรอ” ผมถามมันความโกรธเพิ่มขึ้นอีก เมื่อสิ่งที่มันเคยบอกว่าจะเลิกตอนนี้มันกลับทำเหมือนเดิม

“เรื่องของกู” มันไม่ตอบ แต่เดินไปที่ระเบียงพร้อมกล่องบุหรี่และไฟแช็ค ผมรีบใส่เสื้อผ้าพร้อมเดินไปหามันทันที

“มึงจะทำอะไร!” มันถามเมื่อผมเข้าไปแย่ง บุหรี่ในปากมันมา

“กูไม่ให้มึงสูบ”

“เป็นเมียกูรึไง เลิกยุ่งกับกู เอามา!” มันตวาดออกมา ทำให้ผมชะงักเล็กน้อย ความรู้สึกต่างๆแล่นเข้ามาในใจ มันอึดอัด รู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก ผมเคยโกรธเคยงอนมัน แต่ความรู้สึกครั้งนี้มันต่างออกไป

ฮึก!

“มึงเป็นอะไรวะคลื่น ทำไมมึงเป็นแบบนี้ เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอ” รู้ตัวเองดีว่าตอนนี้เสียงที่ถามมันออกไป สั่นแค่ไหน น้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าเหมือนจะเบลอเล็กน้อยเพราะน้ำตานองเต็มทั้งสองข้าง

“มึงร้องไห้ทำไม!!”

“มึงเป็นอะไรคลื่น มึงเป็นอะไร” ผมถามออกมาซ้ำๆมือก็ดึงเสื้อมันไปด้วย ตอนนี้เหมือนสติตัวเองหลุด เพราะความเหนื่อย เพราะอารมณ์ต่างๆนานา และยิ่งคิดว่าผู้หญิงที่มารับโทรศัพท์เป็นใคร มันไปนอนกับเขามารึเปล่า สติผมยิ่งหลุด

“มึงจะไปนอนกับใครบอกกูหน่อยได้ไหมวะ ในฐานะเพื่อนมึง….กูกลัว”

กลัว ที่จะเสียมึงไป

เสียงสะอื้นของตัวเองยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ไอคลื่นเอามือขยี้หัวตัวเองจนยุ่ง ผมมองไม่เห็นว่ามันทำหน้ายังไง รู้แต่ว่าตอนนี้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย อยากจะถามตัวเองเหมือนกัน…….ว่าเป็นอะไรวะ ตัวกู

“ไม่ไม่อยากให้กูดูดบุหรี่ใช่ไหมวะ” คลื่นถามออกมาผมก็ได้แต่พยักหน้า ความโกรธยังคงเหลืออยู่

“งั้นก็เอาปากมึงมาให้กูดูดแทน” ยังไม่ทันที่สมองผมจะประมวลคำพูด มันก็เข้ามาประกบริมฝีปากของผมทันที กลิ่นเหล้ากับกลิ่นบุหรี่ที่อยู่ในปากมันทำให้ผมรู้สึกมึนหัว ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นใจทำให้สมองเริ่มสั่งการว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

งับ!!!

“โอ๊ย!!! มึงทำเชี่ยไรเนี่ย!!!”

“กูมากกว่าที่ต้องถามว่ามึงทำเชี่ยอะไร เมาก็ไปนอน กูไม่ใช่ผู้หญิงของมึง!!!” ผมด่าออกมา มันยกมือจับริมฝีปากตัวเองเมื่อผมกัดเข้าเต็มแรง ผมผลักอกมันออกพร้อมจะเดินเข้าไปเก็บเสื้อผ้า

“มึงมานี่!!!”

“ปล่อยกู!!!!” ผมโวยวายเมื่อจู่ๆมันก็แบกผมพร้อมเดินตรงไปที่เตียงนอน ต่อให้ดิ้นแทบตายผมก็สู้แรงมันไม่ได้เลยปล่อยให้มันโยนผมลงบนเตียงแบบนี้

“นอน” มันบอกสั้นๆพร้อมล้มลงนอนข้างๆ ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ผมคิดเอาไว้

“มึงไม่ไปอาบน้ำ มันเหม็น”

“นอนเฉยๆ เงียบๆ” ไม่ได้ตอบคำถามแล้วยังมาสั่งอีก ไอเวร!

มันนอนข้างๆเสียงหายใจเข้าออกแรงมากเหมือนสะกดกลั้นอารมณ์ร้อนของตัวเอง สักพักมันก็เอาแขนหนักๆของมันมากอดเอวของผมไว้ หน้าของมันตอนนี้อยู่ตรงอกของผม ทำให้ต้องก้มลงไปมองว่ามันหลับรึเปล่า ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของมันทำให้รู้ว่ามันคงหลับไปแล้ว โชคดีแล้วล่ะที่มันหลับเพราะถ้ามันยังมีสติ มันคงรับรู้ว่าใจของผมเต้นแรงแค่ไหน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด