เดือนอิงดอย Chapter 35 : เดือนอิงดอย (END)[190619]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เดือนอิงดอย Chapter 35 : เดือนอิงดอย (END)[190619]  (อ่าน 230363 ครั้ง)

ออฟไลน์ sweetie009

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คีรี น่าจะเคยเจอ หมอเต้ มาก่อนแน่ๆๆ แบบ รักแรกพบ

ออฟไลน์ 19th

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เด็กหนุ่มชาวเขาจริงด้วย หมอเต้เขางอกแล้วเนี่ยโดนเด็กหลอก  :laugh:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
เหมือนคีรีจะรู้จักหมอเต้อยู่ก่อนแล้วนะ และเหมือนจะแอบรักหมอเต้อยู่ข้างเดียวเหมือนหมอเต้รักหมอวินเลยอ่ะ

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
คู่นี้ไวไฟได้เสียกันก่อนจะได้ลุ้นอีก :laugh:

ว่าน้องคีรีเป็นลูกเจ้าของโรงแรมรึเปล่าเนี่ย ไหนจะขึ้นมาที่ห้องหมอเต้ได้ ไหนจะไวน์แพงๆอีก ไม่ธรรมดาค่ะ  :katai2-1:

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ดูจากสภาพน่าจะแค่คลุกวงใน แต่ยังไม่ถึงขั้นสุดท้ายหรือป่าว เดามาหมอเต้ต้องเป็นฝ่ายโดนกดในอนาคต 555

ออฟไลน์ TongRung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ killua1a

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
คีรีเป็นใคร​ ทำไมเหมือนรู้เรื่องหมอเต้​ เหมือนรู้ว่าหมอเต้ชอบวิน​

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
ทำไมถึงเซี้ยวอย่างนี้คะคีรี
แผนเข้าไกล้หมอเต้ซินะ
ไปปิ๊งเขาตอนไหนล่ะนั่น
แล้วทำไมถึงเพิ่งจะเริ่มลงมือล่ะ
โอ้ยอยากรู้ไปหมดเลย

ออฟไลน์ Rateesiri

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เขาเรียบร้อยกันแล้น ไวไฟจนหมอวินอาย ตรงข้ามกันดีจริงๆ 55 :ling1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8

ออฟไลน์ buathongfin

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
คู่นี้ใครรุกใครรับละเนี่ยะ สงสัยหมอเต้ รับชัวร์ อิอิ สรุปหมอเป็นรับทั้งคู่ 555

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
คีรีนี่ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5398
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • Easy Shop 4289
น้องคีรีน่าค้นหาจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นใครยังไง ก็ขอให้พิชิตใจพี่หมอเต้ให้ได้เร็วๆ นะครับ

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
หมอเต้ ต้องได้ผัว!!!!!!   :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
จัดฉากหรือเปล่า

ต้องใช่แน่ๆ

หรืออาจจะแค่เกลือบๆ

โอ๊ยลุ้น

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3

ออฟไลน์ Nung66669

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
คีรีใช่คนที่ร้องเพลงให้หมอเต้ป่ะ โอ้ยๆอยากรู้แล้วอ่ะ หมอเต้ไม่ต้องกินแหวแล้วแต่จะกินเด็กแทน

ออฟไลน์ Mekaming

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ suikajang

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
คนเคยร้าย และยังเจ็บช้ำระกำใจ จะโดนเด็กสอยแย้ววว  :katai3:
สงสารพี่เต้นะ หลังๆ เฮียแกก็ดีตลอด(หลังจากด่าไปหลายตอน) แฮะ แฮะ แฮะ
น้องคีรีมาแบบแปลกๆ อึนๆ มึนๆ ไม่ทราบที่มาที่ไป โผล่มาแล้วก็แย้มเล่ห์เหลี่ยมออกมา เฮียแกจะรอดไหมนะ  :hao3:
แต่ดูจากสภาพไม่น่ารอด  :katai2-1: ดีๆ รอชมความเกรียนในรูปแบบน้องคีรีว่าจะมาแนวไหน

      :L2:  :pig4:  :3123:

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
โดนเด็กหลอกแล้วว หมอเต้

ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


Chapter 3 : พบกันอีกครั้ง


ในตอนบ่ายของวันเสาร์ รถตู้ที่พาทันตแพทย์หนุ่มและหัวหน้าของเขากลับมาจากเชียงรายเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบทางเท้าไม่ไกลจากหอพักแพทย์นัก เตชิตบอกลาหัวหน้าและทันตแพทย์คนอื่นๆ ในรถ รับกระเป๋าเดินทางมาจากคนขับรถ บอกขอบคุณแล้วก็รีบเดินลากกระเป๋าตรงไปยังหอพักทันที

แม่งเอ๊ย น้ำท่าก็ไม่ได้อาบตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า แล้วเมื่อคืนเขาทำเรื่องอย่างว่า เหงื่อก็น่าจะออกมากด้วย ตัวเหม็นรึเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนั่งในรถเขาไม่กล้ายกแขนขึ้นเลย ต้องนั่งหนีบมาตลอดทาง

เขาต้องรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ดีนะเนี่ยที่วันนี้ไอ้วินไปทำคลินิกที่เชียงใหม่ ถ้ามันเจอเขาตอนนี้ มันต้องจับพิรุธเขาได้แน่ๆ

ความสัมพันธ์ของเขากับรวินท์คือเป็นเพื่อนสนิทกัน และควรจะหยุดอยู่ที่ตรงนั้น เพราะงั้นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เขารู้สึกผิดมากๆ ผิดซ้ำผิดซ้อน ผิดหลายกระทงจนนับไม่ไหว

อย่างแรก เขานอนกับเด็ก อย่างที่สอง นอกจากจะเด็กแล้ว อีกฝ่ายยังเป็นชาวเขา ก็ถือว่าเกี่ยวดองกับผู้มีบุญคุณของเขาด้วย อย่างที่สาม เขารักไอ้วิน แต่เสือกไปนอนกับคนอื่น อย่างที่สี่ เขาควรจะรักไอ้วินแบบเพื่อน แต่เสือกไปนอนกับคนที่ตัวเองละเมอไปว่ามีส่วนคล้ายกับไอ้วินได้ อย่างที่ห้า...โว้ย! เยอะเหลือเกิน ขี้เกียจนึกแล้ว!

ขณะที่เดินเข้าตึกหอพัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นให้ผู้เป็นเจ้าของสะดุ้งโหยง เขารีบหยิบขึ้นมาดูแล้วกดรับสาย รู้สึกในคอแห้งเป็นผง “วะ...ว่าไงวะ”

“ถึงหอยังวะมึงอะ”

“เพิ่งถึง มึงโทรมาได้ไงวะเนี่ย ไม่ทำงานอ่อ”

“ก็แวบออกมาโทรศัพท์แค่แป๊บเดียว คือกูจะถามว่ามึงอยากแดกไร เดี๋ยวซื้อไปให้แดก”

“ฮะ! มึงอยู่เชียงใหม่ไม่ใช่เหรอวะ”

“เออ แต่เดี๋ยวเลิกงานจะกลับไปลำพูนกับพิงค์ ให้พิงค์ขับรถให้ มึงจะได้ไม่ต้องห่วงว่ากูจะเหนื่อยแล้วขับรถด้วย คิดมาเร็วๆ แดกไรดี”

ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงจะเป็นคนงอแงขอให้มันมาหาด้วยซ้ำ ไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายวัน คิดถึงจะแย่ แต่ตอนนี้เขาขอเวลาทำใจก่อน ยังรู้สึกผิดไม่หายเลย “มึงไม่ต้องมาหรอก พรุ่งนี้มีคลินิกไม่ใช่เรอะ มานี่ก็ต้องกลับไปทำงานแล้วกลับมาที่นี่อีกอยู่ดี ไปๆ มาๆ เปลืองน้ำมัน ช่วยโลกลดมลพิษหน่อยสิวะ”

“สัส อะไรของมึง ก่อนจะไปครางหงิงๆ เป็นหมาโดนประตูหนีบกระโปก ไหนว่าคิดถึงกูนักหนาไงวะ พอจะไปหาเสือกลีลา”

“ไม่ได้ลีลาเว้ย ไอ้คิดถึงน่ะ ก็คิดถึงอยู่หรอก” เตชิตรีบรุดเดินเข้าลิฟต์โดยสารไป หากพอหันไปเห็นรอยแดงๆ ตรงด้านในคอเสื้อที่ในกระจกแล้วก็หัวใจร่วงวูบ “เย้ย!”

“เป็นอะไรของมึงวะ”

“คือ... คือกูเหนื่อย เออ กูเหนื่อยมากเลยมึง เดี๋ยวอาบน้ำแล้วจะนอนเลย นอนแบบมาราธอน แบบตื่นอีกทีพรุ่งนี้เย็น เพราะงั้นมึงไม่ต้องลำบากกลับมาหรอก พรุ่งนี้ค่อยมา ซื้อราดหน้ากับหมูปิ้งร้านประจำของกูมาให้ด้วยนะ แค่นี้ล่ะ” เขารีบกดวางสาย ยกมือขึ้นตะปบลำคอพร้อมกับทำหน้าเหมือนโดนผีพ่อหม้ายหลอกมาหมาดๆ

เมื่อบานประตูลิฟต์โดยสารที่ชั้นห้าของหอพักแพทย์เปิดออก เตชิตก็ยกกระเป๋าวิ่งตรงไปที่ห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว ด้วยความลนลานทำให้ต้องไขกุญแจที่ประตูอยู่นาน พอเปิดประตูห้องเข้าไปได้ เขาก็ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งตรงเข้าห้องน้ำไปแก้ผ้าตรวจดูตามร่างกายตัวเองทันที

“ฉิบหาย! ลายพร้อยเป็นดัลเมเชียนเลยกู!”

เท่าที่สำรวจดู เขามีรอยสีแดงที่คอ บนแผ่นอกและหัวไหล่ เยอะจนไม่อยากจะนับเพราะเดี๋ยวจะหัวใจวายไปเสียก่อน แต่ก็เป็นแค่รอยช้ำจางๆ เท่านั้น บางทีอาจจะไม่ใช่รอยจูบก็ได้ เขาอาจจะแพ้บางสิ่งบางอย่างหรือโดนตัวอะไรกัดเอา

ใช่ๆ เมื่อวานตอนนั่งริมถังขยะ อาจจะถูกตัวอะไรกัดเข้าก็ได้ ทันตแพทย์หนุ่มปลอบใจตัวเอง

ตัวห่าอะไรทำรอยใหญ่และเยอะขนาดนี้วะ แต่ลึกลงไปในใจก็มีเสียงของความจริงร้องระงมอยู่

อันที่จริงเขาก็ไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อน เพราะไม่เคยพิศวาสผู้ชายคนไหนนอกจากไอ้วินเพื่อนรัก แต่กับผู้หญิงก็พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง บ้างพอๆ กับไอ้วินนั่นล่ะ

เตชิตไม่อาจฟันธงหาคำตอบให้ตัวเองได้ ทว่าเขาก็โกหกตัวเองไม่ได้เช่นกัน เพราะว่าสภาพห้องเมื่อเช้ามัน... สนามรบหลังจบสงครามมาชัดๆ ทั้งเสื้อผ้าที่กองระเกะระกะ ถุงยางที่ถูกแกะเรียบร้อย ผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่ และเขายังนอนแก้ผ้าล่อนจ้อนกับเด็กนั่นอยู่บนเตียงอีก

ทันตแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปาก ถึงจะเมาเหมือนหมาแต่ก็ยังจำรสจูบและรสสัมผัสของเด็กนั่นได้ แล้วยังความรู้สึกอาฟเตอร์ช็อกที่ตรงส่วนกลางร่างอีก “ทำลงไปแล้วจริงๆ สินะ ไอ้เต้เอ๊ย~” ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ เขารีบเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พยายามไม่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วมุ่งหน้าตรงเข้าห้องนอนเพื่อตัดสวิตช์ตัวเองจากความจริงทั้งหมด

แต่นอนไปได้สักพักก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้เอาหมูยอของฝากรวินท์ใส่ตู้เย็น และพอจะหาของฝากอีกชิ้นก็หาไม่พบทั้งที่เขารื้อจนทั่วแล้ว ของฝากอันที่เขาทำหล่นและคีรีเอามาคืนให้นั่นละ สงสัยว่าเขาจะไม่ได้เอากลับมาด้วยเพราะเมื่อเช้ามัวแต่ตื่นตกใจ

“กูหนอกู ช่างแม่งละกัน” ทันตแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นคลึงขมับพลางถอนหายใจยาว



เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไป โดยที่เตชิตไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากเด็กหนุ่มคีรีคนนั้นเลย ทำให้เขาคิดว่าคืนนั้นคงจะเป็น one night stand ไปแล้ว อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของอีกฝ่ายก็ได้

แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเขาแน่

ในตอนเย็นของวันศุกร์ที่ฝนกระหน่ำเทลงมาราวกับฟ้ารั่ว เตชิตขับรถจากลำพูนไปเชียงใหม่พร้อมกับรวินท์เช่นเคย ก่อนจะขับรถพาเพื่อนรักไปทิ้งไว้ที่คณะวิศวะตามที่อีกฝ่ายบอก ส่วนตัวเขานัดขิง ดิวและแซนดี้ไว้ ตั้งใจว่าจะไปดูหนังที่เซ็นทรัลกัน

“อย่ากลับดึกนักล่ะมึง”

“มึงก็เหมือนกันนั่นล่ะ”

“กูน่ะไม่ต้องห่วงหรอกเว้ย ยังไงก็มีขิง ดิวกับแซนดี้ คนถูกทิ้งก็ต้องเกาะกันไว้แบบนี้แหละ”

“สัส ถ้าไม่ติดว่านัดพิงค์กับซันประชุมสโมฯ ไว้ พวกกูก็ไปดูกับพวกมึงด้วยมะ”

เตชิตหัวเราะ ที่จริงเขาก็ไม่อยากปล่อยให้รวินท์ไปอยู่กับไอ้เด็กพิงค์นักหรอก แต่จะทำยังไงได้ คนรักกันเขาก็อยากอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา ภูพิงค์ยุ่งๆ อยู่กับเรื่องรับน้องและเตรียมตัวสำหรับการประชุมเชียร์เนื่องจากใกล้เปิดเทอมใหม่แล้ว เพราะงั้นพวกเขาจึงไม่ได้พบกันมาตลอดสัปดาห์ คงจะคิดถึงกันน่าดู ส่วนตัวเขาน่ะ ปกติพอส่งเพื่อนรักไว้กับภูพิงค์แล้วก็มักจะนัดกับขิง ซัน ดิว และแซนดี้ ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มของภูพิงค์ไปเตร็ดเตร่ ตามประสากลุ่มหนุ่มโสดนั่นล่ะ

หลังรวินท์ลงจากรถไป ทันตแพทย์หนุ่มก็เคลื่อนรถไปช้าๆ พ้นเขตรั้วมหาวิทยาลัยไปได้ชั่วครู่ ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่ก็หันไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ใส่เสื้อผ้าฝ้ายคอจีนกับกางเกงขาสั้นเท่าเข่า กำลังยืนหลบฝนอยู่ที่ใต้กันสาดผ้าพลาสติกหน้าตึกแถวซึ่งมีร้านอาหารตั้งเรียงกันหลายร้าน เขาจำใบหน้าของเด็กหนุ่มได้แม่น แม้จะเห็นแค่แวบเดียวและต้องมองผ่านสายฝนก็ตาม

เตชิตเปิดไฟเลี้ยวแล้วหมุนพวงมาลัยเบี่ยงรถเข้าไปจอดตรงที่ว่างทันที ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย

“กูตาฝาดรึเปล่าเนี่ย! ฉิบหาย! ทำไมมาอยู่แถวนี้ได้วะ!” ทันตแพทย์หนุ่มหันหลังกลับไปดูอีกรอบ เขาเห็นเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายนั่งยองๆ ลงแล้วยกมือขึ้นเกาศีรษะ

“เอาไงดีวะ”

นั่งคิดอยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจดับเครื่องยนต์ จากนั้นก็ก้าวออกจากรถ เดินไปรื้อหาร่มจากกระโปรงรถด้านหลัง กางออกแล้วเดินไปทางที่เด็กหนุ่มนั่งยองๆ อยู่ช้าๆ

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นว่าเด็กหนุ่มไม่ได้กำลังเกาศีรษะ แต่กำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ เสียงฝนตกทำให้ไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร

ทันตแพทย์หนุ่มหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากคนที่นั่งยองๆ ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะเดินมาหาเด็กหนุ่มเพื่ออะไรกันวะ อีกฝ่ายจะจำเขาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ มีสิทธิหน้าแหกหมอไม่รับเย็บสุด

นัยน์ตาของเตชิตจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มเขม็ง เขาเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันว่าคืนนั้นเขาละเมอมองอีกฝ่ายเป็นไอ้วินได้อย่างไร ที่เขาว่าคนเมาจะมองเห็นช้างเป็นหมูได้ ท่าจะจริง

แต่แล้วคนอ่อนวัยกว่าก็ลุกขึ้นพรวดพร้อมกับเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าในกระเป๋ากางเกง เสื้อผ้าฝ้ายสีครีมที่เขาสวมอยู่เปียกเล็กน้อย เขาหันมองซ้ายขวาแบบเซ็งๆ ก่อนจะสบสายตากับเตชิตเข้าอย่างจัง

“หมอเต้” คีรีพึมพำกับตัวเองเสียงเบา เขาหน้าซีด อ้าปากค้าง เบิกตากว้าง ตกใจยิ่งกว่าเจอผีก็ตอนนี้แหละ “อะ เอ่อ...อ้ายเตชิต”

“จำผมได้ด้วยเรอะ”

“เอ่อ...”

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนเจอเจ้าหนี้ก็ได้”

ขณะเดียวกันก็มีรถ BMW เข้ามาจอดเทียบใกล้ๆ คีรีหันไปมองแล้วก็ตกใจจนผมแทบชี้ เขาหันมองเตชิตที หันไปทางรถอีกที ส่อพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

“อ้าย... อ้ายเตชิต” เด็กหนุ่มพูดตะกุกตะกัก “ผมขอเวลาสักกำนึงเน่อ ท่าผมกำ” (ผมขอเวลาแป๊บนึงนะ รอผมแป๊บ) พอพูดจบก็รีบวิ่งตากฝนไปที่รถ BMW คันนั้น

ทันตแพทย์หนุ่มยืนเกาศีรษะ กำนึงนี่มันนานแค่ไหนวะ? พอมองตามคนอ่อนวัยกว่าไปก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำท่าขอโทษขอโพย คนที่ขับรถคันนั้นมาดูเหมือนจะเป็นผู้ชาย บางทีอาจจะเป็นคนที่เด็กหนุ่มนัดไว้ก็ได้ เขาถือร่มเดินเข้าไปตรงที่รถจอดอยู่ ทว่าพออีกฝ่ายหันมาเห็นเขาเข้าก็รีบผละออกมาจากรถ แล้วโบกมือบอกให้คนที่ขับรถคันนั้นขับออกไป

“ถ้าคุณมีนัดก็ไปเถอะ”

“ไม่ เอ๊ย บ่ามีคับ แล้วอ้ายมาตี้นี่ยะหยัง” (ไม่มีครับ แล้วคุณมาแถวนี้ทำไม)

“ผมมาที่นี่ทำไมน่ะเหรอ?” เตชิตชี้ไปที่ตัวเองพร้อมกับทวนคำถามเพื่อความแน่ใจ พออีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ จึงตอบ “แค่ขับรถผ่านมา เห็นคุณยืนหลบฝนอยู่... ก็เลยจอดรถลงมาดู”

แล้วระหว่างทั้งสองคนก็เงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงเม็ดฝนที่ตกลงมากระทบกันสาดพลาสติกดังลั่น

“เอ่อ...” คีรีอ้ำอึ้ง “แต๊กะ ตังค์!” (จริงสิ เงิน!) เขาตบๆ กระเป๋ากางเกงของตน เสียงดังกรุ๋งกริ๋ง แล้วจึงนึกได้ว่ามีแค่โทรศัพท์มือถือ ธนบัตรใบละร้อยหนึ่งใบกับเศษเหรียญอีกเล็กน้อย เขาไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มาด้วย

“ตังค์อะไร”

“อ้ายหื้อสตางค์ผมไว้ ผมกะว่าจะเอามาคืนอ้าย แต่ต๋อนนี้บ่าได้เอากระเป๋าสตางค์มา” (คุณให้เงินผมไว้ ผมกะว่าจะเอามาคืนคุณ แต่ตอนนี้ไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มา)

“อ้อ ไม่ต้องหรอก เก็บไว้เถอะ” เตชิตถอนหายใจ อันที่จริงน่ะนะ ในเมื่อเขาเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ แต่เด็กหนุ่มไม่เคยติดต่อมา ก็น่าจะหมายความว่าไม่ได้อยากมีอะไรข้องเกี่ยวกัน บางทีอาจจะไม่ต้องการนึกถึงหรือพูดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น เลยด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นแล้ว เขาก็ไม่ควรจะยืนทู่ซี้อยู่แบบนี้นี่หว่า “ผมไปล่ะ”

ทว่าพอทันตแพทย์หนุ่มหันหลังก้าวออกไป คีรีก็ถลาเข้าไปจับแขนอีกฝ่ายไว้ “บ่าดีไปเตื่อคับ!” (อย่าเพิ่งไปสิครับ!)

เตชิตหันกลับไปก้มลงมองมือที่จับแขนตน แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมอง “มีอะไร”

“เอ้อ...”

“อ้อ ผมทำให้คุณต้องบอกเลิกนัดกับคนเมื่อกี้สินะ โทรบอกเขาให้รอก่อนสิ ไม่ต้องย้อนกลับมาหรอก เดี๋ยวผมไปส่งให้”

“บ่าใจ่ ผมบ่าได้นัดอะหยังกับคนตะกี้หนา ผ่อสภาพผมตอนนี้ก่อนกะ เหมือนนัดไผไว้กะ เอ๊ย! คือ...จะว่านัดก็นัด  แต่ก็แค่นัด...เอาของ  เออ ใจ่! อู้ถึงของ ! อ้ายบ่าได้เอาถุงของฝากอันนั้นปิ๊กไป ยังอยู่กับผมนะ” (ไม่ใช่ ผมไม่ได้นัดอะไรกับคนเมื่อกี้นะ ดูสภาพผมตอนนี้ก่อนดิ เหมือนได้นัดใครไว้มั้ยล่ะ เอ๊ย! คือ... จะว่านัดก็นัด แต่แค่นัด...เอาของ เออ ใช่! พูดถึงของ! คุณไม่ได้เอาถุงของฝากนั่นกลับไป ยังอยู่กับผมนะ)

เตชิตนิ่งอึ้ง ทวนคำพูดของเด็กหนุ่มอย่างงงๆ “ถุงของฝาก? อ้อ ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ คุณจะทิ้งไปก็ได้” ทว่าอีกฝ่ายยังจับแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย “ปล่อยแขนผมเถอะ คุณจะจับผมไว้ทำไม”

เด็กหนุ่มส่ายหน้า “...บ่าไปเตื่อได้ก่อคับ” (...อย่าเพิ่งไปได้มั้ยครับ)

“ผมนัดกับเพื่อนไว้” ทันตแพทย์หนุ่มหยุดกึก เขาทำให้คีรีต้องยกเลิกนัด แล้วตัวเองก็จะทิ้งอีกฝ่ายไปตามนัดง่ายๆ เนี่ยนะ จะดูแย่ไปหน่อยหรือเปล่าวะ

“อ้ายเตชิต  อู้กั๋นก่อนนะ” (คุณเตชิต คุยกันก่อนนะ)

เตชิตขมวดคิ้ว “คุณมีอะไรจะคุยกับผมเหรอ ผมให้เบอร์คุณไว้นะ ถ้ามีอะไรจะคุยทำไมไม่โทรมา นี่ก็ผ่านมาตั้งเป็นอาทิตย์แล้ว ทำไมถึงเพิ่งจะมีเรื่องคุย”

คีรีทำหน้าเศร้า แล้วพูดเสียงอ่อย “ผมยุ่งขนาด บ่ามีเวลาเลย ผมว่าถ้าว่างแล้วจะโทร แต่ก่อบ่าว่างสักเตื่อ ถ้าโทรไปหาอ้ายหมั่นๆ ผมกั๋วอ้ายจะลำคาน อ้ายเป๋นหมอ ท่าจะยุ่งขนาด” (ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาเลย ผมกะว่าว่างแล้วจะโทรและจะไปหาคุณด้วย แต่ยังไม่ว่างสักที ถ้าโทรไปหาคุณบ่อยๆ ผมก็กลัวว่าคุณจะรำคาญ คุณเป็นหมอ คงจะงานยุ่งมาก)

“ยุ่งเหรอ? คุณทำอะไรถึงได้ยุ่งนัก”

คนอ่อนวัยกว่าอ้ำอึ้ง “ยะก๋าน..ยะก๋านกะคับ บ่าอั้นจะเอาสตางค์ตี้ไหนกิ๋นตี้ไหนใจ๊” (ทำงาน... ทำงานสิครับ ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนกินที่ไหนใช้)

“ที่โรงแรมคนเยอะมากเลยเหรอ”

คีรีพยักหน้ารัว

“ถ้างานที่โรงแรมยุ่ง แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่”

“ผมเพิ่งย้ายมายะก๋านตี้โรงแรมในเจียงใหม่ แล้ววันนี้ผมก็มา... มาเอาของน่ะคับ นายสั่งหื้อมาเอาของหื้อตวย ผมบ่ากึ๊ดว่าจะมาป่ะอ้ายตี้นี้ ก่อเลยบ่าได้เอาของของอ้ายกับสตางต์ติดตัวมาเลย” (ผมเพิ่งย้ายมาทำงานที่เชียงใหม่ แล้ววันนี้ผมก็มา... มาเอาของน่ะครับ นายสั่งให้มาเอาของให้ด้วย ผมไม่นึกว่าจะได้เจอคุณที่นี่ ก็เลยไม่ได้เอาของของคุณกับเงินติดตัวมาเลย)

เตชิตหรี่ตามองพลางย่นคิ้วเข้าหากัน ท่าทางตื่นๆ หลุกหลิกของเด็กหนุ่มทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายนัก แต่ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือของทันตแพทย์หนุ่มก็ดังขึ้น เขาจึงหยิบขึ้นมากดรับสาย “อืม ไม่ลืมๆ ผมกำลังจะไป เดี๋ยวเจอกัน” แล้วกดวางสายไป

ทว่าเมื่อคนที่ยืนอยู่ด้วยกันได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าเศร้า แล้วปล่อยมือออกจากแขนทันตแพทย์หนุ่มช้าๆ 

เตชิตถอนหายใจหนักๆ “ผมนัดกับเพื่อนไว้ก่อนแล้ว ถ้าคุณมีอะไรอยากจะคุยก็โทรมาละกัน เอ้านี่ เอาร่มไปใช้ซะ” พูดจบก็ยัดร่มใส่มือเด็กหนุ่ม จากนั้นก็หันหลัง รีบรุดวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปยังรถที่จอดอยู่ แล้วขับรถออกไปโดยไม่ได้หันกลับมามองคนที่ยืนมองตามเขาตาละห้อยอีก

รถของทันตแพทย์หนุ่มเคลื่อนไปได้นิดเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นอีก เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบมากดรับสาย

“ผมจะท่าอ้ายเตชิตอยู่ตี้นี่ก็แล้วกั๋น” (ผมจะรอคุณเตชิตอยู่ที่นี่แล้วกัน)

“ฮะ!?”

ท่าอะไรอีกวะ?

เตชิตก้มลงมองเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้บันทึกไว้ในเครื่อง

“เดิกๆ ก่อได้ ผมจะท่า” (ดึกๆ ก็ได้ ผมจะรอ)

อ้อ หมายถึงจะรอเขาอย่างนั้นสินะ

“คุณจะบ้าเรอะ ถ้าอยากจะคุยกับผม รอวันอื่นก็ได้ไม่ใช่รึไง ยังไงก็อยู่เชียงใหม่อยู่แล้วนี่”

“ผมบ่าอยากหื้ออ้ายเตชิตกึ๊ดว่าตี้ผ่านมาผมบ่าอยากติดต่ออ้าย  ตี้จริง..ผมอยากป่ะอ้ายมาตลอดเลยนะ” (ผมไม่อยากให้คุณเตชิตคิดว่าที่ผ่านมาผมไม่อยากติดต่อคุณ ที่จริง...ผมอยากพบคุณมาตลอดเลยนะ)

ทันตแพทย์หนุ่มถอนหายใจ “คุณต้องการอะไรจากผมก็พูดมาในโทรศัพท์สิ”

“ผมก่ออู้ไปแล้วว่าผมอยากป่ะอ้าย” (ผมก็พูดไปแล้วไงว่าผมอยากพบคุณ)

“ผมมีนัดกินข้าวกับเพื่อน แล้วจะไปดูหนังด้วย กว่าจะเลิกคงดึกมาก”

“ห้าทุ่มหรือเตี่ยงคืนก็ได้ ผมท่าได้” (ห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนก็ได้ ผมรอได้)

“พรุ่งนี้ผมต้องทำงานนะคุณ”

เด็กหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดเสียงอ่อย “ถ้าอั้นผมไปหาอ้ายเตชิตตี้ยะก๋านได้ก่อ” (ถ้างั้นผมไปหาคุณเตชิตที่ทำงานได้มั้ย)

เตชิตชะงัก ถ้าคีรีมาหาเขาที่ทำงาน ก็ต้องเจอเขากับไอ้วินน่ะสิ เขาให้ไอ้วินรู้เรื่องคืนนั้นไม่ได้หรอกนะ โดนด่าตายห่า อีกอย่างเขาไม่อยากให้เด็กหนุ่มรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขามากไปกว่านี้ด้วย “อย่าเลย”

“ถ้าอ้ายบ่าอยากป่ะผม แล้วลงจากรถมาหาผมยะหยัง ต๋อนแรกผมกึ๊ดว่า ผมอดทนบ่าติดต่ออ้ายเตชิตได้จ๋นกว่าจะแล้วงาน แต่พอได้หันหน้าอ้ายแล้ว ผมถึงได้ฮู้ตั๋วว่าผมกึ๊ดเติงอ้ายนักขนาดไหน ผมกึ๊ดเติงเรื่องในคืนนั่นตลอดเวลาเลยหนา” (ถ้าคุณไม่อยากพบผม แล้วลงจากรถมาหาผมทำไม ตอนแรกผมคิดว่า ผมอดทนไม่ติดต่อคุณเตชิตได้จนกว่าจะเสร็จงาน แต่พอได้เห็นหน้าคุณแล้ว ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน ผมคิดถึงเรื่องในคืนนั้นตลอดเวลาเลยนะ)

ทันตแพทย์หนุ่มนิ่งอึ้ง เขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าตัวเองลงไปหาอีกฝ่ายทำไม แต่ตอนนี้เขามาถึงที่จอดรถในห้างเซนทรัลแล้ว และทุกคนก็รออยู่ด้วย “ผมมาถึงที่นัดกับเพื่อนไว้แล้ว แค่นี้นะ”

“อ้ายเตชิต ผมจะท่าอ้ายอยู่ตี้นี่ เดิกขนาดไหนผมก่อจะท่า” (คุณเตชิต ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่นะ ดึกแค่ไหนผมก็จะรอ)

เตชิตกดวางสายพร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับ แต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก พอก้มลงดู เห็นชื่อของแซนดี้ก็กดรับสาย

“พี่เต้ถึงไหนแล้ววว พวกเรามารอที่หน้าร้านแล้วนา”

“เข้าไปนั่งก่อนได้เลย ผมจอดรถอยู่ ฝากสั่งอาหารเผื่อผมด้วย”

“เมนูเดิมเนอะพี่”

“อือๆ”


(มีต่อค่ะ)



ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


หลังจากพบหน้าและทักทายกันแล้ว สี่หนุ่มก็เริ่มต้นจัดการมื้อเย็นกัน แซนดี้ ขิงและดิวเป็นเพื่อนสนิทของภูพิงค์ที่ตอนนี้สนิทกับเตชิตไปด้วย พวกเขามักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ทุกครั้งที่เตชิตมาทำงานในเชียงใหม่ ปกติแล้วก็จะมีซันอีกคน แต่ซันเป็นนายกสโมสรนักศึกษา ถึงจะยังอยู่ในช่วงปิดเทอม ทว่าเย็นวันนี้อีกฝ่ายนัดกับสมาชิกสโมฯ หลายๆ คนประชุมไว้จึงอดมากับทุกคนด้วย ส่วนรวินท์กับภูพิงค์มักจะไปหาที่สวีตกันตามลำพังสองคน ยกเว้นเวลามีประชุมสโมฯ เหมือนกันนี่ละ ไอ้วินเพื่อนเขาน่ะ ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวะไปเรียบร้อยแล้ว

ขิงกินๆ ไปก็เอ่ยทัก “วันนี้พี่เต้หน้าตาไม่เบยเลยอะ ถูกหวยแดกเหรอวะพี่”

“หวยยังไม่ออกจะโดนแดกได้ไงวะ”

แซนดี้หรี่ตามอง “แน้ เกรี้ยวกราด แปลว่ามีซัมทิงแหง”

“ไม่มีๆ ฝนมันตกน่ะ เลยรู้สึกอึมครึมไปกับบรรยากาศ” ทันตแพทย์หนุ่มแก้ตัวพลางหันไปมองสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำลงมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือ เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว เด็กคีรีนั่นจะยังรอเขาอยู่จริงๆ หรือเปล่าวะ

ฝนตกหนักมากเลยนะ เหมือนครั้งนั้น...

เสียงโทรศัพท์ของดิวดังขึ้น เด็กหนุ่มหยิบขึ้นมารับสาย พูดคุยสักพักแล้วจึงวางไป “ไอ้ซันจะตามมาดูหนังด้วย มันว่าเรื่องนี้มันอยากดูมาก เดี๋ยวต้องจองตั๋วเพิ่มก่อน ไม่รู้จะยังมีที่ว่างรึเปล่าเลยเนี่ย”

“ไม่ต้องก็ได้” เตชิตเอื้อมมือไปคว้าแขนเด็กหนุ่มไว้ แล้วก็ชะงัก ตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเองอยู่เหมือนกัน

“ทำไมเหรอพี่เต้”

“เอ้อ... เอาตั๋วผมไปละกัน”

“อ้าว แล้วพี่เต้ไม่ดูเหรอ”

“ผม... เดี๋ยวกินเสร็จแล้วคงต้องขอตัวก่อน”

“พี่เต้จะไปไหน” สามหนุ่มที่โต๊ะหันขวับมาทางทันตแพทย์หนุ่มอย่างพร้อมเพรียง “เนี่ย! มีอะไรแน่ๆ อะ!”

“ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายอะ กลับไปพักสักหน่อยดีกว่า”

“อือ ก็ว่าอยู่ ที่คลินิกมียาใช่มั้ยพี่”

“มีๆ ไม่ต้องห่วง” เตชิตยิ้มบาง รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องโกหกทุกคน แต่เขาจะบอกความจริงได้อย่างไรกันล่ะ เขานั่งอยู่กับน้องๆ ไปอีกสักพักหนึ่ง จนกระทั่งซันมา จากนั้นจึงบอกลาทุกคน

ทันตแพทย์หนุ่มเดินกลับไปที่รถตัวเองอย่างเซ็งๆ เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคายังคงดังก้องไปทั่ว ทำให้ความทรงจำเมื่อครั้งที่ไปออกหน่วยบนเขาย้อนกลับคืนมา คืนนั้นฝนตกหนักจนน้ำป่าไหลหลาก พื้นดินกลายเป็นโคลน ถนนหนทางถูกตัดขาด เป็นผลให้พวกทันตแพทย์ที่ไปออกหน่วยติดค้างอยู่บนเขา และตัวเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ตอนนั้นก็ได้พวกชาวเขาที่เขารักษาฟันให้ลุยน้ำลุยโคลนเอาอาหารมาให้ ไม่อย่างนั้นคงอดตาย หากนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณลุงชาวเขาคนหนึ่งต้องบาดเจ็บจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ จริงอยู่ว่ามีแพทย์อาสาไปดูอาการให้เบื้องต้นแล้ว แต่บนดอยห่างไกลแบบนั้น จะไปหาหมอแต่ละครั้งก็ลำบาก คงจะต้องทนทรมานอยู่นานกว่าจะหาย

เขายังจำคำพูดของคุณลุงที่บอกไว้กับเขาได้ชัดเจน


“หมอบ่าเป๋นหยังก่อดีแล้ว  ผมเฒ่าละ จะไดก่ออยู่แหมบ่าเมิน  แต่หมอยังต้องอยู่ยะประโยชน์หื้อคนอื่นแหมนัก หมอบ่าต้องห่วงผม” (หมอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมแก่แล้ว ยังไงก็คงอยู่อีกไม่นาน แต่หมอยังอยู่ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้อีกเยอะ หมอไม่ต้องห่วงผม)


มือของทันตแพทย์หนุ่มจับที่เปิดประตูรถค้างไว้ เขาเม้มปากแน่น ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเปิดประตูรถออก ก้าวขึ้นไปนั่งแล้วขับออกไปทันที

ลมพัดมาแรงขึ้นอีก แม้ที่ปัดน้ำฝนในรถจะทำงานเต็มที่ แต่ก็ยังปัดน้ำออกไม่ทัน เป็นผลให้เตชิตไม่สามารถขับรถได้เร็วนัก เขาหันไปมองต้นไม้ข้างทางที่ถูกลมพัดให้เอนไปทางทิศเดียวกัน ลมแรงขนาดนี้ ถ้าหากเด็กหนุ่มยังรอเขาอยู่จริงๆ ก็คงเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่ๆ

ใจเขาภาวนาขอให้อีกฝ่ายกลับไปก่อน

เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปใกล้บริเวณที่เขาพบเด็กหนุ่มก่อนหน้า แวบแรกไม่เห็นใครยืนอยู่ก็โล่งใจ ทว่าเมื่อมองดูอีกทีเขาก็ใจหายวาบ

ทันตแพทย์หนุ่มหยุดรถแล้วเปิดประตูออกทันที จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาคนที่ยืนกอดร่มหลบฝนอยู่ที่ตรงมุมหน้าร้าน แต่เพราะฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มจึงเปียกโชก

พอคีรีเห็นเตชิต เขาก็ยิ้มกว้างรับ “อ้ายเตชิตมาแล้ว” (คุณเตชิตมาแล้ว)

“คุณจะบ้าเรอะ! มายืนตากฝนแบบนี้ทำไม!”

“ก่อผมบอกว่าจะท่าอ้ายอยู่ตี้นี่ ถ้าผมไปนั่งตี้อื่นอ้ายจะหันผมได้จะได” (ก็ผมบอกว่าจะรอคุณอยู่ที่นี่ ถ้าไปนั่งที่อื่นคุณจะเห็นผมได้ยังไง)

“คุณมันเพี้ยนจริงๆ! ไปเร็ว! ขึ้นรถก่อน!” เตชิตฉุดแขนอีกฝ่าย พาวิ่งตรงไปยังรถที่จอดอยู่ ทว่าพอไปถึง เขาเปิดประตูรถให้ อีกฝ่ายกลับหันหน้ามามองเขาอย่างลังเล

“ตั๋วผมเปี๋ยะ” (ตัวผมเปียก)

“เออ ผมรู้ ก็เห็นอยู่ ช่างเถอะน่ะ ขึ้นไปก่อนเร็ว!” พอปิดประตูให้เด็กหนุ่มแล้วก็วิ่งกลับขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งตน เขาหอบแฮกๆ พร้อมกับหันไปมองคนที่นั่งข้างกันด้วยสายตาขุ่นๆ “คุณนี่มันบ้าฉิบหาย ถ้าผมไม่มาจะเป็นยังไงวะ!”

“ผมก่อจะท่าไปเรื่อยๆ” (ผมก็จะรอไปเรื่อยๆ)

“ร่มก็มีทำไมไม่กาง”

“ลมมันแฮง ผมกั๋วจ้องอ้ายเตชิตจะหลุ่”(ลมมันแรง ผมกลัวร่มคุณเตชิตจะพัง)

เตชิตส่ายหน้าไปมา พลางถอนหายใจหนักๆ เขาหันไปเปิดกระเป๋าเป้ที่โยนไว้บนเบาะหลัง หยิบผ้าเช็ดตัวออกมาส่งให้เด็กหนุ่ม “เอ้า เช็ดตัวซะ”

“ขอบคุณคับ” คีรีรับผ้าเช็ดตัวผืนนั้นมาแล้วเอาห่อตัวเองไว้

“หนาวรึเปล่า”

“น้อยเดียวคับ”(นิดหน่อยครับ)

ทันตแพทย์หนุ่มเอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ เขานั่งนิ่ง มองตรงไปเบื้องหน้าสักพักแล้วพูดขึ้น “มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมก็ว่ามา”

“....”

“ไหนว่ามีเรื่องจะคุยไง”

“ผมกึ๊ดเติงอ้าย” (ผมคิดถึงคุณ)

เตชิตชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร

“อ้ายอาจจะบ่าเจื่อ แต่ผมบ่าเกยเข้าหาไผ๋ถึงห้อง อ้ายเป๋นคนแรก” (คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ผมไม่เคยเข้าหาใครถึงห้อง คุณเป็นคนแรก)

ทันตแพทย์หนุ่มหัวเราะเสียงขึ้นจมูก เขาควรจะปลื้มดีไหมวะเนี่ย

“ต๋อนแรกผมกะว่าจะจวนอ้ายไปกิ๋นไวน์แต๊ๆ แค่อยากจะอยู่ใกล้ๆ อ้ายสักครั้ง” (ตอนแรกผมกะว่าจะไปชวนคุณดื่มไวน์จริงๆ แค่อยากจะใกล้ชิดคุณสักครั้ง)

เตชิตยังคงไม่หันหน้าไปหาอีกฝ่าย เขาเท้าแขนลงกับพวงมาลัยรถแล้วกุมขมับ

“แต่พอได้จูบ...”

“พอๆ อย่าพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีกเลยเหอะ”

“อ้ายเตชิตรังเกียจผมก่อ” (คุณเตชิตรังเกียจผมเหรอ)

“.....”

“ผม... บ่าอู้ถึงคืนนั้นแหมก่อได้ แต่ผมขอป่ะอ้ายผ่อง นานๆ เตื่อก่อได้  ได้ก่อ” (ผม...ไม่พูดถึงคืนนั้นอีกก็ได้ แต่ผมขอเจอคุณบ้าง นานๆ ทีก็ได้ ได้มั้ย)

ทันตแพทย์หนุ่มถอนหายใจหนักๆ “ผมถามหน่อยนะ คุณอายุเท่าไหร่”

คนอ่อนวัยกว่านิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงค่อย “ซิบแปดคับ”

เตชิตหันขวับ นัยน์ตาเบิกกว้าง “ฮะ! สิบแปดเรอะ!” ทว่าคราวนี้เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายหันหน้าหนีเขาเสียอย่างนั้น

คีรีก้มหน้าลง สองมือประสานกัน ริมฝีปากเม้มแน่น

ความเงียบคืบคลานเข้าปกคลุมระหว่างทั้งสองคน เตชิตได้แต่นิ่งอึ้ง ช็อกแล้วช็อกอีก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าประปราย เขานอนกับเด็กอายุสิบแปด! ถึงคีรีจะดูไม่เด็กถึงขนาดนั้นและตัวโตมากก็ตามที แต่อายุจริงก็สิบแปดนะเว้ย!

วินาทีนั้นคิดได้แต่ว่าเขาควรจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรับผิดชอบ เผื่อเขาจะได้รู้สึกผิดน้อยลงไปบ้าง

“แล้ว... แล้วตอนนี้คุณทำงานอย่างเดียวเหรอ ไม่เรียนหนังสือเหรอ”

“......”

“อยากเรียนมั้ย”

คีรีอ้ำอึ้ง แต่สักพักก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตาด้วย “อ้ายถามผมยะหยัง” (คุณถามผมทำไม)

“ถ้าอยากเรียน ผมจะช่วยค่าเทอมกับจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้”

คนอ่อนวัยกว่าชักสีหน้า “ผมฮับผิดชอบตั๋วเก่าได้ ผมบ่าอยากได้สตางค์ของอ้าย ตี้ผมเข้าหาอ้ายก่อเพราะผมอยากใกล้ชิดอ้ายเตาอั้น” (ผมรับผิดชอบตัวเองได้ ผมไม่ต้องการเงินของคุณ ที่ผมเข้าหาคุณก็เพราะผมอยากใกล้ชิดกับคุณเท่านั้น)

“ผมหวังดีนะ อยากช่วยเหลือ”

“ผมบ่าต้องก๋านความหวังดีแบบอี้” (ผมไม่ต้องการความหวังดีแบบนี้)

“ไปเรียนในเมืองจะได้พูดภาษากลางได้ ผมจะได้ไม่ต้องนั่งแปลแล้วแปลอีกว่าคุณบ่นอะไรใส่ผม”

“ผมพูดภาษากลางก็ได้”

เตชิตเลิกคิ้วขึ้น ถึงจะฟังแล้วรู้ว่าไม่ใช่สำเนียงแบบคนภาคกลาง แต่เด็กหนุ่มก็พูดได้ชัดเจน “อ้าว! ก็พูดได้นี่หว่า!”

คีรีพยักหน้าหงึกๆ

“แล้วทำไมไม่พูดแต่แรกวะ!”

“ก็...ผมกลัวพูดเหน่อ พูดไม่ชัด เดี๋ยวคุณหัวเราะใส่”

เตชิตเอียงหูฟังอีกครั้ง เขาว่าสำเนียงเด็กหนุ่มไม่ค่อยเหน่อนะ แต่ก็ไม่เหมือนสำเนียงชาวเหนือทั่วไปเวลาพูดภาษากลาง มันไม่เพี้ยน หากฟังแล้วแปลกหูชอบกล อาจจะเพราะความซับซ้อนของภาษา ไหนจะภาษาชาวเขา กำเมือง แล้วยังภาษากลางอีก ก็เลยตีกันวุ่น กลายเป็นสำเนียงแปลกๆ และเขาคงไม่คุ้นหูด้วย ก็ไม่เคยได้ยินอีกฝ่ายพูดภาษากลางมาก่อนนี่หว่า

แต่น้ำเสียงกับการพูดเนิบช้าของคีรี เขาว่าฟังแล้วรู้สึกดีจะตายไป ยิ่งเมื่อมองใบหน้าของเด็กหนุ่มกับรอยยิ้มเวลาพูดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นชาวเหนือแบบหนือแท้ๆ น่าเอ็นดูดีชะมัด

“ผมไม่หัวเราะหรอก” ทันตแพทย์หนุ่มยิ้มบาง “แต่ฟังแล้วแปลกไปเลยแฮะ”

“ใครๆ ก็บอกแบบนี้” คนอ่อนวัยกว่าทำหน้าเซ็ง

เตชิตเอื้อมมือไปตบไหล่คนที่นั่งอยู่ข้างกันเบาๆ “ไม่เป็นไรน่ะ ผมคงยังไม่ชินหูด้วย แต่ผมว่าเสียงคุณเวลาพูดภาษากลางเพราะดี คุณควรพูดเยอะๆ จะได้มั่นใจขึ้นนะ”

คนอ่อนวัยกว่ากุมมือทันตแพทย์หนุ่มไว้ทันควัน “ถ้าคุณเตชิตชอบ ผมจะพูดอีกเยอะๆ จะพยายามพูดให้ชัด เพราะงั้น... ผมจะขอเจอคุณเตชิตบ้าง ขอคุยกับคุณบ้างได้มั้ย”

“มือคุณอุ่นๆ นะ ตากฝนนานจะไม่สบายรึเปล่าเนี่ย” เตชิตดึงมือกลับ แล้วหันไปสตาร์ตเครื่องรถ “พักที่ไหน ผมจะไปส่ง”

พอเห็นว่าทันตแพทย์หนุ่มเลี่ยงที่จะตอบคำถามตน เด็กหนุ่มก็จ๋อยสนิท เขาหลุบตาลงต่ำแล้วพูดเสียงอ่อย “ห้องผมอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ผมไปเองก็ได้ ไม่ต้องรบกวนคุณหรอก”

“อย่าเลย ฝนตกหนักแบบนี้ บอกทางมาเร็ว”

เตชิตขับรถไปช้าๆ ตามเส้นทางที่คนอ่อนวัยกว่าบอก ไม่นานก็ไปจอดอยู่ที่หน้าสวนสาธารณะติดกับคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง “นี่มันคอนโดฯ ไม่ใช่เหรอ คุณอยู่ที่นี่เรอะ”

“เปล่าครับ เดินทะลุสวนนั่นไปข้างหลังเป็นตึกแถวมีห้องให้เช่า แคบหน่อย แต่ไปไหนมาไหนสะดวกดี”

“อืม งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่ตึกแถว”

“ไม่ต้องหรอกครับ กลางคืนรถจอดเยอะ เข้าออกลำบาก ไม่มีที่กลับรถด้วย อีกอย่างมันใกล้แค่นี้เอง”

เตชิตขมวดคิ้ว “แต่ฝนตกหนักมากนะ”

“ยังไงผมก็เปียกอยู่แล้ว มีร่มที่คุณให้ไว้ด้วย”

“งั้นก็ตามใจ มีร่มแล้วก็กางร่มด้วยล่ะ”

“ผมขอผ้าเช็ดตัวผืนนี้ไปด้วยได้มั้ย”

“เออๆ เอาไปเถอะ” เตชิตตอบไปแบบไม่คิดอะไร

เด็กหนุ่มยิ้มบาง นัยน์ตาจับจ้องอยู่ที่ทันตแพทย์หนุ่ม เขาเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่าย “คุณเตชิตครับ”

“ลงไปได้แล้ว รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็หายากินก่อนนอนด้วย มียารึเปล่า”

รอยยิ้มที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยจางหายไปจากใบหน้าของคีรีช้าๆ ทว่าเขาก็พยักหน้า “มีครับ ขอบคุณที่มาส่ง” เขาหันไปเปิดประตูรถออกอย่างอ้อยอิ่ง

เตชิตชำเลืองมอง พลางถอนหายใจกับตัวเอง แต่แล้วก็เอื้อมมือไปคว้าแขนคนอ่อนวัยกว่าไว้ “ผมมาทำคลินิกที่เชียงใหม่ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ถ้าอยากเจอก็โทรมาแล้วกัน”

คีรีหันขวับ พร้อมกับยิ้มกว้าง

ดวงตาที่เป็นประกายฉายแววดีใจออกมาอย่างชัดเจนทำให้ทันตแพทย์หนุ่มชะงักไปเล็กน้อย “คลินิกอยู่แถวมหาลัยนั่นล่ะ”

“ขอบคุณครับ”

“ลงไปซะที”

“ตอนแรกจะลงแล้ว ก็คุณเตชิตเป็นคนรั้งผมไว้นี่นา”

เตชิตผลักไหล่เด็กหนุ่มไปเบาๆ “ไปไป๊!”

“แล้วพบกันนะครับ”

“เออๆ” ทันตแพทย์หนุ่มเบือนหน้าหนีอย่างอ่อนใจ


*TBC*


เด็กดอยนี่ยังไง อยู่เจียงฮายแล้วทำไมมาโผล่แถวดอยสุเทพได้เนี่ย 555555 อาจจะเปงเด็กมัลติดอยนะคะ (Multi-Doi มีภาษาอังกิดกำกับให้ด้วย 55555)

แต่ขอบอกไว้ก่อง อย่าเพิ่งเชื่ออะไรเด็กดอยคนนี้มาก เพราะชายดูมีความลับมากละเกิ๊งงง

ส่วนหมอเต้ผู้น่าสงสาร ทำตัวเป็นป๋าให้เด็กดอยไปซะแล้ว 55555 สำนึกผิดแล้วก็สำนึกผิดอีก เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน ต้องสู้นะหมอเต้

ขอบคุณคนอ่านทุกๆ คนมากค่า อยากจะบอกว่าหลายๆ คนเข้าใจถูกแร้วแหละ แต่เข้าใจอะไรถูกไม่บอกน้าาา อิอิ


ปล. "ภูสอยเดือน" จะวางขายในงานสัปดาห์หนังสือที่จะถึงนี้นะคะ ตื่นเต้นๆ ใครไปงานอย่าลืมแวะไปรับพี่วินกับน้องพิงค์กลับบ้านด้วยน้าาา  :mew1:



ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
นี่รู้ว่ามีความลับปิดบังอะไรแน่ๆ


ไม่ได้ใสๆเลยนะเด็กดอยคนนี้


55555  :hao3:


ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
หมอเต้!!!! หลงกลเด็กซะแล้วว เด็กนี่มันร้ายยยยย
หน้าซื่อๆตาใสๆของคีรีนั้น ต้องมีความเจ้าเล่ห์ อายุ18จริงๆ บ่าขี้จุ๊ก่???

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
โถถ หมอเต้ แพ้เด็กซะแล้ว :laugh:

ออฟไลน์ suikajang

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
หมอเต้กำลังจะโดนเด็กลากไปกิน ความลับเยอะเกิ๊น มาไม่กี่ตอนเริ่มสงสารหมอเต้ แต่ทำไงได้ เราได้แต่มองห่างงงง
อย่างห่วงๆ รอเวลาจับใส่พาน  55555555555

   :katai2-1:  :pig4:  o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด