(เรื่องสั้น)รอยยิ้มของเธอในวันนั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น)รอยยิ้มของเธอในวันนั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ  (อ่าน 767 ครั้ง)

ออฟไลน์ nahimman

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0




 

あの日の君の笑顔は思い出に変わる
รอยยิ้มของเธอในวันนั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ



เรื่อง ' รอยยิ้มของเธอในวันนั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ ' เป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบค่ะ
พอดีอินกับเพลงแล้วก็อยู่ว่างๆเลยลองแต่งตามอารมณ์ตัวเองดูค่ะแฮะๆ
นิยายเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Heartache ของวง one ok rock ค่ะ
แนบลิ้งค์เพลงไว้ให้สำหรับคนที่ไม่เคยฟังค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=x9v8aNl6Aps
ที่สำคัญคือขอขอบคุณ シロクマ ผู้หลงใหลในตีนกา ด้วยค่ะสำหรับคำแปลดีของเพลงนี้ https://shimathewriter.wordpress.com/2016/08/01/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5-one-ok-rock-heartache/

ฝากแนะนำและติชมกันด้วยนะคะʕ→ᴥ←ʔ







Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ nahimman

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
あの日の君の笑顔は思い出に変わる
รอยยิ้มของเธอในวันนั้นกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ

มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าระยะเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง...
แต่สำหรับตัวฉันมันยังคงรู้สึกเหมือนเดิม…

        เช้าวันจันทร์อันเร่งรีบในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะบนถนน ป้ายรถเมล์ หรือสถานีรถไฟฟ้าก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนเหมือนๆกัน

 
        ‘ กรุงเทพฯนี่มันวุ่นวายจัง ไว้ครามเรียนจบ พี่มีเงิน เราไปหาบ้านอยู่ต่างจังหวัดกันเนอะ ’

 
        ...ปิ๊บปิ๊บปิ๊บปิ๊บปิ๊บ...

        เสียงประตูรถไฟฟ้าที่กำลังจะปิดดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ผมมาถึง นั่นหมายความว่ารถไฟผ่านไป 3 ขบวนแล้ว คนที่ยืนอยู่ก่อนบางคนก็ยังไม่ได้ขึ้น พร้อมๆกับที่มีคนใหม่มาต่อแถวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กรุงเทพฯตอนเช้านี่ช่างแออัดและวุ่นวายจริงเชียว ให้ตายเถอะ! ไม่น่าเผลอตัวเผลอใจไปเมาอยู่ที่ห้องไอ้ตี๋เลย ลืมไปซะได้ว่ามีนัดคุยงานตอน 9 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ยังดีที่สะดุ้งตื่นมาตอน 7 โมงด้วยเสียงโอ้กอ้ากของไอ้เพื่อนตัวดีที่ขย้อนน้ำข้าวและกับแกล้มที่กินไปเมื่อคืนซะหมดไส้หมดพุง ขบวนหน้าขอให้ได้ขึ้นเถอะ ไม่งั้นเดือนนี้ทั้งเดือนเห็นทีว่าคงจะต้องกินแกลบแน่ๆ เพราะงานที่จะไปดีลวันนี้เป็นงานใหญ่ชนิดที่ว่าแคนเซิลงานอื่นๆที่มาจับจองคิวไปเพื่อที่จะทุ่มเทให้กับงานนี้ ถ้าพลาดไปเนี่ย ต า ย แ น่ ๆ ! ! ! คำว่า ศิลปินไส้แห้ง นี่ผมไม่อยากเข้าใกล้มันเลยจริงๆ กลัวแล้วจ้าาา

        ไอ้เชี่ยตี๋ มึงนะมึง มาอกหักอยากเมาอะไรคืนก่อนกูมีงานวะ ฮ่วยยย

        ..ครืด ครืด..

        พอบ่นถึงมันก็ไลน์มาทันที ตายยากจริงๆนะมึง

        Tee : ถึงบ้านยังมึง
ถึงกับเตี่ยมึงสิ กูรอมา 3 ขบวนละ ยังไม่ได้ขึ้นเลย :
เวรเอ้ยยยยย ถ้ากูชวดงานนี้ มึงต้องเลี้ยงกูทั้งเดือน! :
        Tee : 555555
        Tee : อย่าเกรี้ยวกราดไป ขบวนต่อไปได้ขึ้นชัวร์ เชื่อกู5555555
   
ไม่ต้องมาขำเลยไอ้เวร ถ้าไม่ใช่เพราะมึงอกหักกูคงไม่ยอมมาเมากับมึงหรอก :
ละกูก็จะไม่ต้องรีบขนาดนี้!! :
        Tee : เอ๊ากูอกหักนี่ผิดหรอวะ55555
        Tee : ตอนนี้ยังเฮิร์ทอยู่นะเว้ย แม่งหายเจ็บแค่เวลาเมาเองว่ะ
        Tee : พอสร่างเมา ภาพเขาก็ขึ้นมาในหัวเหมือนเดิมแหละวะㅠ ㅠ
เอาไว้กูได้งานก่อนนะ :
แล้วกูจะมาเป็นพี่อ้อยพี่ฉอดให้มึงเองเพื่อนรักส์ :

        แล้วบทสนทนาก็ถูกทิ้งไว้แค่นั้น แล้วรถไฟที่ผมเฝ้ารอคอยก็กำลังจะมาถึงชานชาลา ตี๋เพื่อนรักมึงอย่าเพิ่งอกหักคิดสั้นไปก่อนนะ ตอนนี้กูขอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการภาวนาให้กูไปทันเวลานัดก่อน

        ใช้เวลาไม่นานนัก ผมก็มาถึงสถานีสุขุมวิท ผมรีบก้าวเท้าไปตามทางพร้อมๆกับคนอื่นๆที่เร่งรีบแบบไม่มีใครยอมใคร

        นอกจากจะรอรถไฟแล้ว การรอคอยของผมยังไม่สิ้นสุด เรายังต้องมารอคิวมอไซค์ที่ถ้าเป็นเมื่อ 4 ปีก่อนผมคงไม่ต้องมารออย่างงี้ โอ้ยคุณพระคุณเจ้า
 

        ‘ ถ้าครามรีบก็บอกพี่สิ พี่บิดมอไซค์ไม่กี่ทีก็ถึงแล้ว ไม่ต้องไปรอวินให้เสียเวลาด้วย ’

 
        หลังจากรออยู่เกือบ 10 นาทีก็ถึงคิว

        “ ไปสุขุมวิท 29 พี่ เอาแบบด่วนๆเลยนะ ” ผมพูดจบก็รีบโดดขึ้นซ้อนท้ายอย่างเร็ว

        พอบอกว่าด่วนพี่แกก็แว๊นมาให้อย่างไว เมื่อถึงจุดหมายปลายทางผมก็ควักเงินให้แล้วรีบก้าวเท้าเข้าบ้านไป ไม่รู้หรอกว่าจ่ายแบงค์อะไรไป ขาดหรือเกินก็ช่างมันละเวลานี้

        เมื่อชำระล้างสารรูป เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบข้าวของเรียบร้อย ผมก็รีบร้อนออกไปหาลูกรัก 2 ล้อที่จอดอยู่ในโรงรถ สตาร์ทเครื่องไปพร้อมกับตะโกนตอบแม่ที่ถามว่า ไม่กินข้าวก่อนหรอ ด้วยประโยคที่ว่า กินไม่ทันแล้วแม่ ไปด้วย หลังจากนั้นก็ทะยานตัวออกไปเพื่อไปให้ทันเวลานัด

        ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่สถานที่ที่นัดดีลงานกับลูกค้าเป็นคาเฟ่เล็กๆที่ไม่ไกลจากแถวบ้านผมนัก ก็เลยทำให้มาทันเวลาอย่างฉิวเฉียด เฮ้อ รอดตายไปอีกเดือน

        “ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวผมติดต่อไปทางไลน์นะครับ วันนี้คงต้องไปก่อน พอดีมีธุระต่อน่ะครับ ” คุณธีรยุทธลูกค้ากระเป๋าหนักของผมในเดือนนี้เอ่ยขึ้นมาหลังจากคุยรายละเอียดงานกันมาสักพัก

        “ อ่อได้ครับ งั้นถ้าผมร่างแบบเสร็จจะส่งให้ยุทธดูอีกทีนะครับ ” ผมก็ตอบรับพร้อมฉีกรอยยิ้มพิมพ์ใจไปให้ด้วย

        ลูกค้ารายใหญ่ของผมออกจากคาเฟ่ไปแล้ว แต่ผมยังไม่ย้ายสารร่างไปไหน ไหนๆก็บึ่งมาแล้ว นั่งทำงานต่ออีกสักหน่อยก็คงดี เมื่อก่อนสมัยเพิ่งเรียนจบ ยังเป็นฟรีแลนซ์มือใหม่อยู่ ผมนี่ตระเวนนั่งทำไมงานในร้านคาเฟ่ไปทั่วกรุงเทพฯเลย แต่มันก็นานมาแล้วที่ห่างหายไป
 

        ‘ นี่แถวที่ทำงานพี่มีคาเฟ่มาเปิดใหม่ ครามไปนั่งทำงานที่นั่นสิ พี่เลิกงานแล้วเดี๋ยวลงมาหา ’
 

        ...ครืน ครืน…

        นั่งทำงานมาสักพักก็ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ผมเลยเหลือบตามาดูเวลาตรงมุมด้านล่างขวาของโน๊ตบุ๊ค ปรากฏเวลา 11.23 น.

        อะไรกันวะ ตกแต่วันเลยหรอวันนี้

        พอบ่นในใจได้แป๊ปเดียวเท่านั้นแหละ สายฝนก็ร่วงหล่นลงมากันเกรียวกราว ตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ผู้คนที่เดินอยู่ตามข้างทางรีบร้อนหาที่หลบฝนกันใหญ่

        ...กรุ๊ง กริ๊ง…

        เสียงเปิดประตูร้านดังขึ้น พร้อมกับผู้คนแถวนั้นที่หลั่งไหลกันเข้ามาหาที่หลบฝน ด้วยความที่ผมนั่งติดกระจกร้านและหันหน้าไปทางประตูร้าน มันเลยทำให้ผมอดที่จะไม่เงยหน้าขึ้นมามองผู้คนเหล่านั้นไม่ได้

        ผมเงยหน้าขึ้นมาพร้อมๆกับที่ผู้ชายคนนึงที่เข้ามาใหม่ก็หันมาทางผมเช่นกัน และทันทีที่เราสบตากัน เขา มีสีหน้าประหลาดใจส่งมาให้ แต่สำหรับตัวผมเองไม่รู้ว่าทำสีหน้าแบบไหนส่งกลับไป

        ...ในเมื่อคนที่เพิ่งสบตากันนั้น คือ แฟนเก่า ที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 4 ปี…พี่เต้ ผู้ชายที่ผมไม่เคยลบเขาออกจากใจได้เลย

        เขาเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ เสร็จแล้วก็เดินตรงมายังโต๊ะที่ผมนั่งอยู่

        “ พี่นั่งด้วยคนนะ ” เขาพูดแล้วก็เลื่อนเก้าอี้ออกลงนั่ง

        ใจผมอยากจะปฏิเสธออกไป โต๊ะอื่นก็มีว่างทำไมไม่ไปนั่งวะ แต่ว่าปากมันก็เกิดอาการพูดอะไรออกมาซะดื้อๆ เมื่อได้สติพี่เขาก็นั่งลงไปแล้ว

        “ ไม่คิดนะเนี่ยว่าจะมาเจอครามที่นี่ ” เป็นเขาที่เริ่มเปิดบทสนทนา

        ผมก็ได้แค่ฉีกยิ้มแห้งๆส่งกลับไป ไม่รู้จะตอบอะไรจริงๆ หัวมันตื้อไปหมด การเจอเขาในวันนี้ผมทั้งดีใจและก็เสียใจปนๆกันไป

        เขาในวันนี้กับในอดีตไม่ได้ต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือแม้แต่บรรยากาศรอบๆตัว ผมแพ้เขายังไงวันนี้ก็ยังแพ้อยู่อย่างงั้น

        ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนคบพี่เต้ ผมผ่านมาหลายคน แต่มันไม่มีใครเหมือนพี่เขาเลย พี่เขาเป็นคนที่ผมยอมให้ทุกอย่างจริงๆ รอยยิ้มกว้างของเขาที่เป็นเหมือนพลังงานของผม ในวันนี้มันก็ยังเหมือนเดิม

        อะไรๆก็เหมือนเดิม คงมีแต่ความสัมพันธ์ของเรานั่นแหละที่ไม่เหมือนเดิม

        “ พี่ทำให้ครามอึดอัดหรือเปล่า ขอโทษนะ เดี๋ยวพี่ไปนั่งโต๊ะอื่นก็ได้ ”

        “ ไม่! ” ผมพูดออกมาเสียงดังหลังจากจบประโยคของเขา พี่เขาคงเห็นว่าผมไม่ตอบอะไรเลยพูดขึ้นมา ให้ตายสิ ผ่านไปนานเท่าไหร่ผมก็ยังแพ้พี่อยู่ดี

        “ ฮะๆ เบาๆก็ได้ ” เขาพูดขำๆพร้อมกับทำท่าจะมาขยี้หัวผม แต่ก็ชะงักมือกลับไปก่อน แล้วก็ค้อมหัวลงเชิงขอโทษ

        “ ครามดีใจนะที่ได้เจอพี่เต้อ่ะ ” ในที่สุดผมก็พูดมันออกไป อยากจะเงยหน้าขึ้นไปสบตาแต่ใจมันบอกว่าไม่ไหว

        “ นี่ครามยังตระเวนนั่งทำงานตามคาเฟ่อยู่อีกหรอ ไปครบทุกคาเฟ่ในกรุงเทพฯรึยังเนี่ย ” เขาถามอย่างติดตลก ส่วนตัวผมก็ทำได้แค่ส่งยิ้มกลับไปให้

        จะให้พูดยังไง ผมไม่ได้ไปนั่งทำงานที่คาเฟ่ไหนอีกเลยหังจากเราเลิกกัน ผมกลัว กลัวว่าจะอดคิดถึงช่วงเวลาดีๆของเราไม่ได้ ผมไม่อยากเสียน้ำตาอ่อนแอให้ใครเห็น จึงทำได้แค่ส่งยิ้มกลับไปแล้วแสร้งเปลี่ยนเรื่องคุย

        “ พี่เต้เป็นไงบ้าง ยังทำงานอยู่ที่เดิมป้ะ ”

        “ ออกแล้ว ” พี่เขาตอบพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

        “ เบื่อน่ะ มันอิ่มตัวด้วยมั้ง พี่เลยลาออก ตอนนี้ก็มาทำฟรีแลนซ์เหมือนเรานี่แหละ ”

        “ ทำอะไร ” ผมถามกลับไปอย่างไว สมองสั่งว่าไม่อยากรับรู้เรื่องเขาเท่าไหร่ แต่มันก็ปฏิเสธใจที่อยากรู้ความเป็นไปของเขามาตลอดไม่ได้หรอก

        “ รับสอนภาษาอังกฤษน่ะ ”

        เมื่อได้รับคำตอบ ผมก็จินตนาการภาพตาม เขาน่าจะเป็นติวเตอร์ที่ลูกศิษย์ผู้หญิงปลาบปลื้มมากแน่ๆ
แล้วผมก็เห็นภาพซ้อนทับขึ้นมา มันเป็นสมัยเรียนที่เขาช่วยติวภาษาอังกฤษให้ผมตลอด

 
        ‘ ไม่ใช่อย่างงั้น ออกเสียงใหม่สิคราม ทำไมตลกอย่างงั้นหล่ะ สร้างคำใหม่หรอ ’ เขาพูดไปด้วยขำไปด้วย ไม่พอยังยื่นมาขยี้หัวผมซะยุ่งไปหมด
 

        เสียงคนตรงหน้าสนทนากับคนในโทรศัพท์ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ของวันวานมาอยู่กับปัจจุบัน

        คิดถึงมันมากเท่าไหร่ก็คงย้อนเวลากลับไปไม่ได้

        “ เต้ติดฝนอยู่ร้านโปรดฟิล์มนั่นแหละ...จ้าๆสั่งแล้ว ไม่ลืมหรอก..ไว้ฝนหยุดจะรีบไปนะครับ ”

        ทั้งน้ำเสียงทั้งสีหน้ามันบอกว่าเขามีความสุขแค่ไหน ไม่ต้องให้ผมเดาเลยว่าคนในสายคือใคร ที่ไม่ต้องเดาเพราะผมรู้มาตลอด ก็อย่างที่บอกว่าห้ามใจตัวเองไม่ให้อยากรู้เรื่องราวของเขาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้มันให้ผมรับรู้ว่าเขากำลังมีรักครั้งใหม่ที่กำลังสวยงามและไปได้ดี ผมไม่ได้รับรู้มันจากการเห็นด้วยตัวเองหรอก แต่มันมาจากคำบอกเล่าของไอ้ตี๋อีกที ผมจะปฏิเสธที่จะรับรู้ก็ย่อมได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ทั้งๆที่พอรู้แล้วจะทำให้ตัวเองเจ็บเจียนตายก็ตาม

        หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีก พี่เขาได้เครื่องดื่มากินอยู่สักพักฝนที่ตกเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อครู่ก็เริ่มซาลง

        “ คราม ”

        ผมเงยหน้าจากหน้าจากงานที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆนับแต่พี่เขาเข้ามา พร้อมเิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามให้คนตรงหน้า

        “ ฝนเริ่มซาแล้ว เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้วแหละ ”

        “ อื้อ ครับ ”

        “ ไว้พี่มีคาเฟ่เก๋ๆเดี๋ยวส่งไลน์ไปให้นะ แต่พี่ว่าครามคงไปมาหมดแล้วมั้ง ” เขาพูดพร้อมกับขำน้อยๆ ขำแบบสไตล์พี่เต้ ขำที่ทำให้คนยิ้มตามได้

        แต่วันนี้ผมยิ้มไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ ยิ้มที่ส่งให้เขามันต้องฝืดมากแน่ๆ

        “ ไปแล้วนะ ” เขาเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว แล้วก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไป

        ออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ทิ้งไว้ให้ผม

        รอยยิ้มที่จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป

        เมื่อผมดึงสติตัวเองกลับมาจากความเศร้าสร้อยได้แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาตี๋เพื่อนรัก

มึง :
กินเหล้ากัน :
กูอกหักให้กับคนเดิมอีกแล้วว่ะ :


THE END

ออฟไลน์ jjaysn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อกหักกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ ชอบบบบๆๆๆ :katai2-1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด