ฑูตพิสูจน์รัก (ตอนเดียวจบเด้อหลานๆ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ฑูตพิสูจน์รัก (ตอนเดียวจบเด้อหลานๆ)  (อ่าน 6042 ครั้ง)

singsayam

  • บุคคลทั่วไป

เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง แผดเสียงกร้าวไปทั่วห้องนอนที่เรื่องของเราเริ่มต้น มือของเจเจตบไปที่มันอย่างรำคาญสุดทน ก่อนที่จะขยี้ตา และลุกขึ้นจากเตียงไปห้องน้ำ แสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านลงบนเตียง ที่ข้างหมอน เจเจไม่สังเกตเลยถึงสิ่งหนึ่งที่แปลกไป หลังจากที่เขาจัดการตัวเองเรียบร้อย สายตาสลึมสลือจึงเหลือบไปเห็น สมุดบันทึกสีดำสนิทไร้ตัวอักษรหรือรูปภาพใดๆเล่มหนึ่ง วางอย่างจงใจไว้ตรงข้างหมอนสุดรักของเขา ความสงสัยเข้าครอบงำจิตใจเด็กหนุ่มทันที ก่อนที่จะปล่อยให้จิตใจของตัวยิงคำถามเข้าใส่ตัวเองมากกว่านี้ เจเจตัดสินใจเอื้อมไปหยิบสมุดลึกลับเล่มนั้นมาด้วยมืออันสั่นเทา
    (สมุดใครกันนี่? พิลึกพิกลๆ)
    ขณะที่เจเจค่อยๆเปิดกระดาษแผ่นแรกของสมุด เขาก็แทบหัวใจวายเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบแตะเขาที่ไหล่ เมื่อหันไปดูว่าเป็นอะไร เจเจกระโดดออกจากเตียงอย่างตกใจแบบถึงขีดสุด
    “อ๊าก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
    สายตาของเด็กหนุ่มจ้องไปที่ร่างโปร่งใสร่างหนึ่งบนเตียงที่ที่เขานั่ง อยู่เมื่อครู่นี้ ทั้งๆที่เสียงแผดกร้าวด้วยความตกใจยังไม่หยุดหลุดออกจากลำคอ เจเจตาค้าง
    (วิญญาณ? ทูต? ผ...ผ...ผี ผี?!!!!!!!!!!!!)
    แต่หลังจากที่เจเจหยุดส่งเสียงแล้ว(เขาทรุดลงกับพื้น) ร่างปริศนาร่างนั้นกลับยิ้ม
    ทันใดนั้น...
    “สวัสดี ขอโทษที่ทำให้เธอตกใจ ไม่นึกว่าเธอจะขี้ตื่นขนาดนี้”
    ร่างนั้นยิ้ม และพูดกับเจเจราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาสอยู่ นั่นยิ่งทำให้เจเจขวัญผวาหนักเข้าไปอีก หลังจากเงียบงันกันไปประมาณหนึ่งนาที ในที่สุด เด็กหนุ่มรวบรวมความกล้าถามคำถามออกไป
    “ค...ค...คุณเป็น...เอ่อ...ใครครับ?”
    “อืม... จริงสิ เรายังไม่ได้บอกกล่าวแนะนำตัวกับเธอเลยนี่ ขอโทษอีกครั้งก็แล้วกัน”
ร่างปริศนาลุกขึ้นยืน และเดิน(เจเจตาค้างอีกครั้ง) มายืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม เขายิ้มให้อย่างสุภาพ ใบหน้าโปร่งใสนั้นแฝงความขี้เล่นเอาไว้
    “เราเป็นทูตจากเบื้องบน ลงมาเพื่อลองพิสูจน์จิตใจของมนุษย์บนโลกนี้อย่างไรล่ะ...”
ดูเหมือนว่าคำอธิบายนั้นจะยิ่งทำให้เจเจสับสนงงงันมากขึ้น (ทูตหรือ?...หูเขาไม่ได้ฝาด เขาได้ยินอย่างนั้นจริงๆ)
“ม...หมายความว่าอย่างไรครับ?” เด็กหนุ่มถามอย่างกล้าๆกลัวๆ เขายังคงนั่งอยู่ที่พื้น
    “อืม...จะอธิบายอย่างไรดีล่ะ...เอาเป็นว่าฉันถูกส่งมาจากเทพเบื้องบนให้มาดูแลเรื่องการทดสอบจิตใจเธอก็แล้วกัน”
    เจเจเริ่มหายเกร็งลงบ้างแล้ว แม้จิตใจจะยังเต็มไปด้วยคำถามและความไม่อยากจะเชื่อ
    “แล้ว... ทำไมต้องเป็นผม เทพเบื้องบนของคุณต้องการอะไร แล้วท่านเป็นใครหรือครับ”
    “เรารับคำสั่งมาจากเทพเบื้องบน ให้เลือกสุ่มคนบนโลกมนุษย์ที่อยู่ในวัยเดียวกันกับเธอมาทดสอบความเข้มแข็ง ของจิตใจดู เพื่อจะได้รู้ว่า โลกกำลังอยู่ในมือของมนุษย์แบบไหนแล้วจะหมุนต่อไปอย่างไร เธอคือหนึ่งในนั้น แล้วฉันต้องทำหน้าที่ทดสอบเธอ เจเจ”
    “เอาเถอะ...ถ้าจะอธิบายให้เธอเข้าใจเรื่องทั้งหมดคงใช้เวลาเป็นเดือนๆแน่ เอาเป็นว่า ฉันจะเริ่มทดสอบเธอเลยก็แล้วกัน”
    เขาพูดแบบมัดมือชก ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกสีดำเล่มนั้นจากมือของเด็กหนุ่ม ขณะที่เขาพลิกหน้ากระดาษสีขาวแต่ละหน้า เจเจสังเกตเห็นลายมือมากมายที่ไม่เหมือนกันเลยปรากฏอยู่บนนั้น
    ในที่สุด เขาก็หยุดลงที่หน้ากระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง
    “เธอเคยฝันว่าอยากจะเป็นอะไรบ้างไหม พูดออกมา แล้วเธอก็จะได้เป็นอย่างที่เธอฝัน แต่มีข้อแม้ว่า เธอขอได้แค่อย่างเดียว ครั้งเดียว และก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วย”
    เจเจชะงักไปพักหนึ่ง...อะไรนะ? เขาจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากเป็นหรอกหรือ? นี่เป็นแบบทดสอบแบบไหนกัน?
    “อะไรก็ได้เลยหรือครับ?” เด็กหนุ่มถามช้าๆชัดถ้อยชัดคำ
    “ใช่” ทูตตนนั้นตอบสั้นๆ “แต่คิดให้รอบคอบก่อนล่ะ เพราะเธอจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ได้รับไม่ได้ หากเธออยากขอให้เป็นนก เธอก็จะเป็นนกไปตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีก
    เจเจนึกภาพปีกที่งอกออกมาจากด้านหลังของเขาอย่างหวาดๆ...อะไรก็ได้หรือ? ชีวิตที่ผ่านมาสิบหกปีของเขาก็เลื่อนลอยไปวันๆ เขาฝันอยากจะเป็นอะไรมาตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ก็ไม่เคยตั้งใจทำอะไรเพื่อสิ่งที่ฝันแบบจริงๆจังๆสักที ...เขาอยากเป็นหลายอย่างเหลือเกิน... แต่ขอได้แค่อย่างเดียว ดูเหมือนเป็นคำถามง่ายๆที่จะตอบ แต่มันก็ตอบยากแสนสาหัส เมื่อถึงเวลาที่ต้องตอบจริงๆว่า  “ชีวิตนี้อยากเป็นอะไร?”
    ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดได้ถึงคำพูดคำหนึ่งที่แม่เคยพร่ำสอนไว้ตอนเด็กๆ
    “จำไว้นะ เจเจ ชีวิตน่ะ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆหรอก ถ้าลูกอยากจะเป็นหรือได้อะไรสักอย่าง ลูกจงพยายามทุ่มเทให้เต็มที่เพื่อสิ่งนั้น อย่านอนรอโอกาสหรือรอให้ใครเอามาให้ อะไรที่ลูกได้มาง่ายๆน่ะ ลูกจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของมันเท่าไรหรอก”
    ใช่แล้ว! ในที่สุด เจเจก็พูดโพล่งออกไป ชนิดที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันรู้ตัว
    “ผมขอให้ผมเป็นอย่างที่ผมเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นี่ล่ะครับ”
    บนหน้ากระดาษ ปรากฏลายมือของเขาเขียนเป็นคำพูดเมื่อครู่นี้เหมือนกับมีมือล่องหนกำลัง เขียนอยู่ ทูตตนนั้นเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่แววตาแฝงความสนใจเอาไว้
    “ทำไมเธอถึงไม่ขอให้ตัวเองเป็นคนรวยหรือคนที่มีชื่อเสียงล่ะ หือ?”
    “ผม...” เจเจหยุดคิดครู่หนึ่ง “ผมคิดว่า การที่ได้อะไรมาง่ายๆหรือการมีชื่อเสียงเงินทองไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความ สุขอย่างแท้จริง ชีวิตผม ถ้าให้ผมเลือกจริงๆ ผมอยากที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยตัวเองดีกว่านอนรอคอยโอกาส หรือรอให้ใครนำมันมาให้ผม ผมคิดว่านั่นทำให้ชีวิตของผมลดความสำคัญลงไป เพราะผมไม่ได้ทำให้มันดีขึ้นด้วยตัวเองอย่างแท้จริง อีกอย่าง อะไรจะเกิดกับผมมันก็ต้องเกิด ผมต้องยอมรับมันและแก้ไขมันด้วยตนเอง”
    เจเจหยุดพักพลางมองทูตร่างโปร่งอย่างหวาดๆเล็กน้อย เขารู้สึกตัวว่า ตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว
    “ค...คุณเข้าใจใช่ไหมครับ?”
    ร่างนั้นยิ้ม เขาปิดสมุด และพูดขึ้นด้วยเสียงอันอ่อนโยน
    “เธอเป็นคนแรกที่ขออะไรแบบนี้ ฉันดีใจที่เธอเลือกกำหนดชีวิตของตัวเองด้วยมือของตัวเอง คงจะดีมากทีเดียวถ้าบนโลกนี้มีคนที่ไม่ยึดติดกับชีวิตแบบเธออีกเยอะๆ” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนหรอก คนที่ไม่ยึดติดกับสิ่งของรูปธรรมบนโลกจะดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ฉันว่าอย่างนั้นนะ”
    ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่ง แล้วทูตตนนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้ง
    “เอาล่ะ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันต้องไปดูแลคนอื่นๆต่อ ฉันดีใจมากนะที่ได้พบกันเธอ เจเจ”
    “คุณจะไปแล้วหรือครับ” เจเจถามพลางลุกขึ้นยืนในที่สุด
    “ใช่ หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีกที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ฉันขออวยพรให้เธอตามไขว่คว้าความฝันของตัวเองให้ได้แล้วกัน”
    ร่างโปร่งใสนั้นยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายและค่อยๆจางหายไป เจเจยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ในห้องนอนมีแต่เขาและความเงียบสงบอีกครั้ง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังท้องฟ้าสีครามสดใส... เขาคงกำลังอยู่ทีไหนสักแห่งบนนั้นสินะ...ตอนนี้...
    เด็กหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง...จากนี้ไปฉันก็ต้องทำตามสิ่งที่ฉันพูดออกไป แล้วสินะ... เจเจเดินออกไปจากห้องนอน เพื่อไปเผชิญหน้ากับวันใหม่ที่กำลังรอคอยให้เขาไขว่คว้าต่อไปอย่างมีความสุข



จบแล้วเด้อ....
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ WEERACHOT

  • ฉันดีใจที่มีเธอ
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 985
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +337/-5
 :mc4:>>>ฉลอง หิ๋ว~~~~~~~~~~~~~~~~ :o

เรื่องสั้ยเรื่องใหม่ ดีใจที่ได้อ่านครับ

เรื่องความฝัน...สิ่งที่ผมเองก็ตามหาเหมือนกัน


singsayam

  • บุคคลทั่วไป
:mc4:>>>ฉลอง หิ๋ว~~~~~~~~~~~~~~~~ :o

เรื่องสั้ยเรื่องใหม่ ดีใจที่ได้อ่านครับ

เรื่องความฝัน...สิ่งที่ผมเองก็ตามหาเหมือนกัน



+1 เป็น 59 ให้แล้วนะหลาน

ที่มาให้กำลังใจคนแก่อ่ะ

Plabu

  • บุคคลทั่วไป
หุหุ :m32: :m32:
อยากเจออย่างนี้บ้างจัง
อิอิ :o8: :o8:
 :laugh: :laugh:
 :bye2:

chaianan

  • บุคคลทั่วไป
อ่านะเขียนได้ดีจัง
รู้สึกว่ามีความฝันขึ้นมาเล็กๆนะ
"ชีวิตที่กำหนดขึ้นมาเองนะหรอ หรือชีวิตที่เราเป็นคนขีดเขียนมันขึ้นมา
หน้าจะดีนะ ถ้าคนทุกคนคิดว่าสิ่งที่จะได้มาจะต้องทำด้วยตัวเอง"
โลกใบนี้คงจะสวยงามกว่านี้

กล์อฟ

butajang

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณนะคะ คนเเต่ง 55++เรื่องสั้นจริงๆ เเต่มีข้อคิดด้วย

ramgaythai

  • บุคคลทั่วไป
ชอบครับ  :L1: :L1:

สั้นๆ แต่แฝงด้วยข้อคิด  :m13:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด