IN CONTROL ... ในปกครอง : Special Chapter : NubNab : July 17, 18 : P.115
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: IN CONTROL ... ในปกครอง : Special Chapter : NubNab : July 17, 18 : P.115  (อ่าน 671128 ครั้ง)

ออฟไลน์ DraCo_SLa13

  • I swear that, will love Super Junior forever..........
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +314/-3
Re: IN CONTROL ... ในปกครอง : Chapter 2 Morning Care : Oct 6, 17
«ตอบ #60 เมื่อ09-10-2017 11:13:08 »

เจิ้นนนนน ยังงี้ก็ได้อ่อ

ออฟไลน์ bambooiihallo

  • ยู้ฮู >w<
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1503/-19
Chapter 3 ออกจากกรง

   โลกภายนอกมันน่าตื่นเต้นไปหมด



   ผมเพิ่งเข้าใจว่าชีวิตของผมช่างคับแคบขนาดไหนจนกระทั่งต้องออกมาอยู่คนเดียว ผมเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนหลักสูตรนานาชาติที่ไกลจากตึกของเจิ้นประมาณสี่สิบนาทีถ้ารถไม่ติด



   เจิ้นบอกว่าที่นี่โอเค...และอยู่ไม่เกินเขตกรุงเทพ



   ผมเคยปรึกษาเพื่อนเรื่องมหาวิทยาลัยก่อนมาปรึกษาเจิ้นเป็นคนสุดท้าย ทุกคนบอกว่ามหาวิทยาลัยนี้สำหรับคนรวยเรียน หลักสูตรผมก็ยิ่งแพงเข้าไปใหญ่มันเป็นหนึ่งในเมเจอร์ของคณะเศรษฐศาสตร์



   ตอนผมคุยกับเจิ้นว่าที่อื่นก็ได้...เจิ้นแค่เลิกคิ้วแล้วพูดงงๆ



   “ค่าเทอมถูกว่าโรงเรียนจันทร์”



   ผมเบิกตากว้าง ผมเรียนโรงเรียนนี้มาตั้งหลายปีตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเจิ้นด้วยซ้ำ...เจิ้นหมดเงินค่าเทอมผมไปกี่ล้านกันแล้ว



   อยากจะย้อนกลับไปด่ายามตัวเองขี้เกียจ งอแงไม่อยากตื่นไปเรียน และบ่นไม่อยากทำการบ้าน ผมไปเรียนทั้งๆที่ไม่รู้ว่าค่าเทอมตัวเองเท่าไหร่มาหลายปีได้ยังไงกัน



   แล้วทำไมเพื่อนๆคนอื่นถึงบอกว่ามหาวิทยาลัยนี้แพงล่ะ ทั้งๆที่โรงเรียนค่าเทอมแพงกว่าอีก...ผมอ่านเอกสารทั้งหมดอีกรอบจึงเห็นว่ามันมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเฉพาะนักศึกษาปีแรกที่แพงหูดับ



   มหาวิทยาลัยนี้คัดคนมีเงินเรียนตั้งแต่ก่อนสมัคร... ส่วนเจิ้นก็ยังคงไม่ใส่ใจ เขาบอกว่าเป็นการซื้อสังคมให้ผม ผมจะได้ไม่เจอเพื่อนที่คบกันเพื่อหวังผลประโยชน์ หักหลัง และเข้าหาเพื่อเงิน การไปอยู่ในสังคมคนประเภทเดียวกันมันปลอดภัยกว่า อย่างมากก็เข้าหาเพื่อคอนเนคชั่นในอนาคตที่อาจจะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ทำงานร่วมกันและช่วยเหลือกัน ยิ่งทุกคนรู้ว่าผมมาจากครอบครัวธุรกิจธนาคารคนก็ยิ่งเข้าหา เพราะทุกกิจการล้วนต้องมีสถาบันการเงินออกทุนให้ ไม่ว่าจะร่วมทุน จะกู้ทำธุรกิจหรือธุรกรรมการเงินอื่นๆ เพื่อนกลุ่มผมก็อาจจะต้องพึ่งพาผลประโยชน์กันในอนาคตเหมือนกัน



   เจิ้นทำเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากศ แต่ผมกลับตกใจและกังวล...เพื่อนกลุ่มนี้ผมคบมาตั้งแต่ประถมด้วยซ้ำ บางคนก็มาสนิทตอนมัธยมแต่เราก็เคยเห็นหน้ากันแม้จะอยู่คนละห้อง



เราคบกันที่มิตรภาพ...แต่เพราะสังคมราคาแพงที่ต่างจ่ายมาในรูปแบบค่าเทอม ทำให้เราได้เป็นเพื่อนกัน เพื่อในห้องผมทุกคนเราจะคุ้นหน้าคุ้นตาในวงสังคม ทำให้ผมเข้าใจว่ารอบตัวผมก็มีแค่เท่านี้



แต่ผมลืมคิดไป...คนธรรมดา ลูกพนักงาน ลูกคนงาน หรือครอบครัวชนชั้นกลางค่อนไปทางชั้นล่าง



ผมไม่เคยเจอพวกเขา



ในห้องเรียนครูเคยบอกว่าสังคมเราเป็นแบบยอดปิรามิด คนรวยมีเพียงหยิบมือ สังคมอยู่ได้จากฐานล่างที่มั่นคง



ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองรวยจนกระทั่งได้คุยกับเจิ้นเรื่องค่าเทอม เราอยู่กันบนยอดปิรามิดแน่ๆ... ยอดธนาคารช่อฟ้าเลยด้วยซ้ำ



ผมเริ่มกังวลว่าผมไหวตัวช้าไปหรือเปล่าที่เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ และคนที่คบผมเขาจริงใจหรือเปล่าหรือผมแค่เป็นสะพานทอดไปหาเจิ้นกันแน่



   แล้วเจิ้นใช้ชีวิตด้วยความกังวลแบบนี้มาตลอดหรือเปล่า?



   “มูนนี่ คิ้วขมวดหมดแล้ว”



   เจิ้นจิ้มคิ้วผมเบาๆ ผมคงกังวลมากจริงๆ ก็จะไม่ให้กังวลได้ไงถ้าวันหนึ่งมีคนมาบอกว่าเพื่อนคุณคบคุณที่ผลประโยชน์นะ และคุณก็อาจจะเป็นเครื่องมือบางอย่างที่ถูกนำไปใช้หาเงิน



   “พี่แค่ยกตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะคิดร้ายกับจันทร์ทั้งหมด แค่อยากให้จันทร์ระวังตัว”



   “อื้อ”



   “ไม่มีใครทำอะไรจันทร์ได้หรอก... พี่วางแผนป้องกันจันทร์ไว้หมดแล้ว จันทร์แค่มีความสุขทุกวันก็พอ”



   เจิ้นวางแผนเผื่อผมไว้หมด...



   ผมสงสัยว่าเขาวางแผนอะไรให้ผมในอนาคตอีกบ้าง ทุกอย่างมันดูมีเหตุและผลในการกระทำตลอด ผมรู้สึก...โลกของผมมันไปไม่ถึงจุดนั้น



   แล้วที่บอกว่าวางแผนป้องกันให้ผมทั้งหมด...มันครอบคลุมถึงขอบเขตไหนกัน



   “... แต่จันทร์บอกเจิ้นหมดนะว่าจันทร์รู้จักใครบ้าง เล่าเรื่องทุกคนให้ฟังด้วย”



   เจิ้นมักจะฟังผมพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้เสมอ เราชอบคุยกันก่อนนอน เจิ้นชอบเล่าแค่ทำงานเหมือนเดิม ส่วนผมมีสารพัดวีรกรรมที่จะนำเสนอ



   บางครั้งเขาก็ขมวดคิ้ว บางครั้งเขาก็หัวเราะ บางครั้งก็ถามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ผมเคยกังวลว่าการกระทำบางอย่างจะทำให้เจิ้นโกรธ แต่เขาแค่ลูบหัวผมเท่านั้น



   “จันทร์จะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมว่าพี่เป็นห่วง”



   มันหมายถึงอย่าทำอะไรไม่ดีเพราะเจิ้นจะเป็นห่วง เจิ้นชอบให้ผมมีความสุข ผมก็เลยใช้ชีวิตแบบมีความสุขมาตลอด



   “ทำถูกแล้ว..เจออะไรมาก็บอกพี่ มีความสุขก็บอก ไม่สบายใจก็บอกพี่ จันทร์ไม่ได้ใช้ชีวิตบนโลกนี้คนเดียว พี่จะอยู่ข้างจันทร์”



   “จันทร์ก็อยู่ข้างๆเจิ้นนะ”



   แล้วผมก็ยกสองแขนโอบรอบคอเจิ้น...ให้รางวัลเป็นจูบที่เจิ้นชอบ...โลกของผมปลอดภัยเพราะเจิ้น เจิ้นรับปากแล้ว เจิ้นควรได้รางวัลของความดี






   ผมขอเจิ้นออกมาอยู่คนเดียวตอนเข้ามหาวิทยาลัยตามที่เจิ้นสัญญาไว้ เจิ้นช่วยผมคิดว่าจะลืมอะไรหรือเปล่า มีแม่บ้านอีกคนคอยช่วยด้วยเพราะผมจัดอะไรก็ไม่ค่อยได้เรื่อง



   “อย่าลืมสืนเชื่อ”



   “จันทร์ไม่เอาไป เดี๋ยวเจิ้นเหงา ให้สินเชื่อนอนกับเจิ้นแทนจันทร์”



   สินเชื่อคือตุ๊กตากระต่ายหูยาวสีขาวนุ่มขนาดพอดีอ้อมกอด เจิ้นเคยซื้อให้เมื่อหลายปีก่อน มันเป็นตุ๊กตาเน่าที่ผมติดมาก ต้องนอนกอดทุกคืน



   แต่ผมจะทิ้งมันไว้กับเจิ้น



   เจิ้นชะงัก...ใบหน้านิ่งยกยิ้มจางๆและลูบหัวผม



   “ไม่มีอะไรแทนจันทร์ได้หรอก”



   หัวใจผมเต้นแรง...จนแทบจะทะลุออกมา



   “แต่ไหนๆจันทร์ให้พี่แล้ว พี่ก็จะกอดทุกคืนเหมือนที่พี่กอดจันทร์ทุกคืนดีไหม?”



   “ไม่ดี”



   การตอบกลับทันทีของผมทำให้เจิ้นเลิกคิ้ว... ก็ผมอิจฉาสินเชื่อ มันตัวนิ่มกว่าขนาดผมยังนอนกอดมันทุกคืน ถ้าเจิ้นเบื่อผมแล้วชอบสินเชื่อมากกว่าจะทำยังไง



   ผมอิจฉาตุ๊กตา



   “ก็...เดี๋ยวมันลืมจันทร์นี่



   เหตุผลผมโคตรปัญญาอ่อน... ตุ๊กตาไม่มีความรู้สึกสักหน่อย แต่จะให้พูดตรงๆมันก็...งื้อออ อ่ะ



“งั้น...จันทร์ก็ต้องกลับมาให้พี่กอดทุกอาทิตย์”



“อื้อ...”



ผมก็ไม่คิดว่าผมจะห่างเจิ้นได้นานนักเหมือนกัน





และโลกทั้งใบของผมก็แกว่งเหมือนเรือเอียง...คอนโดที่เจิ้นบอกว่าซื้อไว้นานแล้วให้ผมมาอยู่ดูแลบ้างก็ดี มันใหม่และไม่เคยมีใครอยู่มาก่อน เป็นห้องชุดกินพื้นที่ครึ่งชั้นของตึก ทั้งชั้นมีแค่สองห้อง



มีสามห้องนอน ห้องโถงใหญ่สำหรับเป็นห้องรับแขก ห้องครัว และห้องกินข้าว ห้องนอนใหญ่มีเตียงไซส์ใหญ่ที่จะเป็นของผมคนเดียว



ผมกุมมือเจิ้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย รอแม่บ้านจัดของให้เสร็จ ตรวจความเรียบร้อยอีกสักพักเราก็กินข้าวเย็น ผมตื่นเต้นมากเพราะพรุ่งนี้ผมต้องไปรายงานตัวแต่เช้า



คอนโดนี่อยู่แค่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยและเจิ้นจะไปมหาวิทยาลัยกับผมพรุ่งนี้ เพราะมีงานปฐมนิเทศน์ที่เชิญผู้ปกครองมาร่วมรับฟัง เหมือนมอบตัวเข้าโรงเรียน



เจิ้นเป็นผู้ปกครองผมแม้ไม่ใช่ตามกฏหมายเพราะพ่อแม่ผมก็ยังอยู่ แต่ทุกคนก็มอบอำนาจให้เจิ้นดูแล ถือสิทธิ์ขาดในหน้าที่นี้



ผมตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับ คุยกับเจิ้นทั้งคืน ถามนั่นถามนี่ไปหมด เจิ้นเคยเข้ามหาวิทยาลัยมาก่อน เขาก็ตอบในส่วนที่จำได้ บางอย่างก็นึกไม่ออก



“เจิ้นได้เป็นเดือนคณะไหม?”



“พี่ไม่หล่อหรอก”



“ฮื่อออ แล้วมีแฟนไหม? สวยหรือเปล่า”



“จำไม่ได้แล้ว ไม่มีมั้ง? ก็ไปรับจันทร์ที่โรงเรียนทุกเย็น”



“แล้วมีสาวๆมาชอบเจิ้นไหม?”



“จำไม่ได้ ไม่ได้ใส่ใจ”



“อะไรก็จำไม่ได้ คนแก่นี่แก่จริงๆ”



เจิ้นเลิกคิ้วแล้วจับผมกดลงกับเตียง ขยับเข้ามาคร่อมกักตัวผมไว้ในอ้อมแขน



“พี่แก่ตรงไหน?”



“ทุกตรงเลยย โหห ตีนกา”



“พูดไม่เข้าหูต้องโดนทำโทษ”



“ฮื่อออ ไม่กลัววว”



ผมยังคงยักคิ้วสู้ แต่แล้วก็ต้องกริ๊ดหัวเราะลั่นเพราะเจิ้นจักจี้ผมจนดิ้นไปมา ผมบ้าจี้ พุงถูกฟัดจักจี้ไปหมด ก่อนจะขนลุกเมื่อฟันคมๆของเจิ้นงับที่ใบหู



หมดแรงเป็นผักต้มให้เจิ้นงับหูจนพอใจ...แพ้แล้ว



ไม่รู้ทำไมเวลาเจิ้นมาอยู่ใกล้ๆหูทีไรผมจะหมดแรงทุกที



“หึ..มูนนี่ของพี่”



“งื้อออ”



เจิ้นยังแกล้งผมต่อ..ลิ้นชื้นๆเลยไปตามใบหูผมช้าๆ สลับกับจูบเบาๆที่เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกโหวงๆจนต้องบิดตัวหนี แต่แขนของเจิ้นที่กักผมไว้ทำให้ผมทำได้แค่หันหน้าหนี



แต่หูอีกข้างก็โดนลงโทษแทน...ผมรู้สึกผ่าวๆจนต้องบิดตัวไปมา มันคล้ายๆกับจักจี้แต่ก็แปลกๆ เป็นความรู้สึกที่ผมพูดไม่ถูก...และไม่คุ้นเคย



ไม่หรอก...ผมคุ้นเคยแต่ไม่เคยบอกเจิ้น



มันมักจะเป็นยามเรามอนิ่งแคร์กัน... หรือตอนจูบให้รางวัล



“มูนนี่...”



เจิ้นกระซิบเสียงพร่ายามคลอเคลียกับแก้มผม ส่วนผมตาพร่าเลือนได้แต่นอนนิ่ง...จนกระทั่งเจิ้นดึงเข้าไปกอด ผมซุกอยู่กับอกเขา



ไม่กล้าเงยหน้าให้เจิ้นเห็นว่าหน้าผมแดง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม...



ร่างกายและความรู้สึกของผมมันสับสนไปหมด







เจิ้นอยู่กับผมอีกแค่วันเดียวเขาก็กลับบ้านไป ทิ้งผมไว้กับคอนโดกว้างๆที่มันวังเวงมากกว่าชั้น 59+1 ที่ผมคุ้นเคย ทั้งๆที่บ้านเราก็กว้างกว่านี้ตั้งเยอะ



ผมชักจะรู้สึกเหงาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด  ที่ระเบียงไม่มีเก๋งจีน ไม่มีน้ำตกจำลอง ไม่มีสระว่ายน้ำ และไม่มีหลักทรัพย์กับออมทรัพย์คอยร้องเพลง



ที่ครัวไม่มีแม่บ้านคอยเตรียมนั่นเตรียมนี้ให้ผมได้เข้าไปคุยเล่นด้วย...ห้องนอนไม่มีสินเชื่อจับจองพื้นที่บนเตียง...และที่ต่างออกไปที่สุด



ไม่มีเจิ้น



การนั่งกินข้าวคนเดียวทำผมน้ำตาร่วง ปกติก็ใช่ว่าจะได้กินกับเจิ้นทุกวันแต่ผมก็ยังได้ไปนั่งกินกับค๊อกคาเทลของผม หรือมีแม่บ้านกินด้วย



และแม้จะดึกแค่ไหนเจิ้นก็จะกลับมานอนกอดผม ผมจะหลับตื่นๆจนกระทั่งเจิ้นกลับมากอด ไม่รู้ว่าเจิ้นจะรู้สึกไหมว่าตอนเขาจุ้บเหม่งผมนั่นแหละ...ผมถึงจะหลับไปจริงๆ



ห้องกว้างๆที่ผมเคยตื่นเต้นมันดูน่ากลัวขึ้นมา...ผมน่าจะไม่ได้ชอบบ้านกว้างๆ แต่ผมชอบบ้านกว้างๆที่มีเจิ้นต่างหาก



เตียงกว้างไปเยอะเลยสำหรับการนอนคนเดียว...คิดถึงเตียงสี่เสาของเจิ้นที่มีม่านบางๆกั้นรอบด้าน ฉากกั้นห้องบานพับที่วาดโดยศิลปินชื่อดังจากจีน โต๊ะกลมที่มีกาน้ำชาของเจิ้น



ผมขอบตาคล้ำไปเรียนวันแรก...



การอยู่คนเดียวทำให้ผมไม่ได้กินข้าวเช้าเป็นวันแรก ผมกะเวลาตื่นไม่ทัน และผมอุ่นนมไม่เป็นแม้จะมีไมโครเวฟ แต่ถ้าอยู่ที่บ้านคุณแม่บ้านจะอุ่นจากกาให้ผม วัตถุดิบทำอาหารเต็มตู้แต่ผมก็ไม่เคยทำกับข้าว มื้อเย็นเมื่อวานเป็นแม่บ้านเตรียมให้ก่อนเจิ้นจะกลับไปเลยไม่มีปัญหา



แต่มื้อเช้าวันนี้จะมาหัดทำตอนนี้ก็ไม่ทันเพราะผมต้องรีบไปเรียน แถมยังต้องนั่งแท็กซี่ไปเอง ผมรู้ว่าเขาพาขับอ้อมเพราะมหาลัยมันอยู่ตรงข้ามนี่เอง...วันหลังผมจะเดินข้ามถนนไปเองดีกว่า






ปวดท้อง... ผมเคยกินแต่ของอุ่นๆตอนเช้า และกินเป็นเวลา แต่เพราะไร้ทางเลือกทำให้ผมต้องเข้าเซเว่นหยิบนมกล่องมากินแทนกับขนมปังง่ายๆ ผลลัพธ์คือผมนั่งหน้าซีด



การเรียนวันแรกโชคดีที่อาจารย์ไม่ค่อยสอน เพื่อนใหม่ของผมนั่งกันเต็มไปหมด บ้างก็เริ่มคุยกัน ส่วนผมยังปวดท้องจนไม่ได้เข้าไปทำความรู้จักใคร



มีกลุ่มผู้ชายนั่งกันอยู่ด้านหลังและหนึ่งในนั้นผมก็รู้จักดี...คิว



ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอยู่เพราะเขาอยู่คนละห้องกับผม เขาตัวสูงชะลูดเป็นคนดังคนหนึ่งของโรงเรียน ยิ่งตอนนี้เขาตัดผมตามสมัยนิยมและทำสีเทายิ่งเด่น



ส่วนผมก็ยังตัดผมสั้นเหมือนตอนมัธยมปลาย ผมหน้าค่อนข้างยาวเพราะผมเขินถ้าคนจะเห็นหน้าผมชัด บางทีเจิ้นก็ชอบมาผูกจุกเปิดหน้าให้ผม



คิวเหมือนจะสังเกตว่าผมมองอยู่ กับลุกขึ้นเดินมาหาผมที่นั่งอยู่คนเดียว ผมตื่นเต้นที่ตัวเองจะได้คุยกับเพื่อนใหม่ครั้งแรกเพราะตัวเองไม่ได้มีสังคมที่กว้างมากนัก อยู่แต่กับกลุ่มเดิมๆ คนเดิมๆ



“เจ้าจันทร์ใช่ไหม?”



“ใช่ๆ คิวใช่ปะ?”



“อื้อ รู้จักเราด้วย?”



“ก็อยู่โรงเรียนเดียวกันตั้งหลายปี ดีจังนึกว่าจะไม่เจอเพื่อนจากที่เดียวกันแล้ว”



"หึหึ มีเพื่อนยัง ไปนั่งด้วยกันดิ”



และแล้วผมก็มีเพื่อนใหม่ กลุ่มของเรามีกันห้าคน ทุกคนล้วนมาจากโรงเรียนนานาชาติหรือเอกชนชายล้วนชื่อดัง สังคมของผมที่เจิ้นเลือกให้ประกอบไปด้วยลูกเศรษฐีทั้งหมด



น่าแปลกที่ทุกคนรู้จักผม ตราธนาคารช่อฟ้าทำให้ผมถูกจัดอยู่ในกลุ่มทายาทตระกูลใหญ่มาโดยตลอด



 ผมเกร็งมากกลัวจะเจอคนไม่ดีแบบที่เจิ้นบอก แต่สนทนาก็ไหลลื่นไปในเรื่องอื่นทำให้ผมสบายใจ เรานั่งเล่นปล่อยเวลาว่างให้ผ่านไป ย้ายห้องเรียนบ้างตามรายวิชา



อาการปวดท้องผมดีขึ้นตอนเรากินข้าวกลางวันกัน ในโซนแคนทีนของมหาลัยมีเฟรนไชน์ร้านอาหารที่ผมคุ้นเคยหลายร้าน เราเลือกนั่งกินอาหารญี่ปุ่นที่เจิ้นไม่เคยพาไปกิน เจิ้นมีร้านประจำอยู่แล้ว ร้านนี้ไม่มีฉากกั้นห้องส่วนตัวแบบที่เจิ้นชอบ เมนูก็แปลกๆไม่เหมือนอาหารญี่ปุ่นที่ผมรู้จัก มันเหมือนฟิวชั่นมากกว่า



ชาเขียวร้อนที่ผมสั่งก็ไม่ใช่ชาคุณภาพ ทุกครั้งเจิ้นจะสั่งชาร้อนเฉพาะเจาะจงและร้านก็มีให้ แต่ร้านนี้ก็แค่ชาเขียวร้อนที่ไม่บอกว่าเป็นชาจากที่ไหน



ผมไม่ได้แสดงความสงสัยออกไป เพราะร้านนี้คงจะถูกกว่าและมีทาเก็ตลูกค้าแตกต่างกัน ผมกินชุดเซ็ตที่ดูแปลกตา มันก็อร่อยดี...



กิจกรรมรับน้องของเรายังไม่เริ่มในวันนี้ กำหนดการแน่นอนคือพรุ่งนี้เย็น มหาลัยนี้ไม่มีว้ากเหมือนที่ผมกังวล ตารางกิจกรรมมีแต่แนวๆสันทนาการสนุกสนาน การประกวดดาวเดือน แข่งกีฬา และจับสายรหัสสายเทค



เราแยกย้ายกันตอนเย็นหลังจากฟังนัดหมายเข้าร่วมกิจกรรมจากรุ่นพี่เรียบร้อย ผมตั้งใจจะเดินกลับเพราะคอนโดผมมันอยู่ไม่ไกล แค่ตรงไปสุดทางออกเหมือนตอนเข้ามาและก็ข้ามถนน



“เป็นกิโลกว่าจะถึงทางออก กลับกับเราดีกว่า เดี๋ยวไปส่งข้างหน้า”



คิวลากผมไปที่รถของเขา คิวขับรถคนละแบบกับเจิ้น ผมตื่นเต้นที่ได้มานั่งหน้าข้างคนขับ มันนานๆครั้งที่เจิ้นจะขับรถเองและพาผมไปไหนมาไหนด้วย ปกติเรานั่งด้านหลังที่มีกระจกทึบกั้นแบ่งจากคนขับรถเพื่อความเป็นส่วนตัว



“คาดเข็มขัดด้วยดิ”



หือ.. ผมคงงกๆเงิ่นๆคิวเลยโน้มตัวมาดึงเข็มขัดนิรภัยใส่ให้ผม จมูกของผมเกือบชนแก้มคิว... ผมไม่เคยใกล้ชิดกับใครในระดับนี้มาก่อนนอกจากเจิ้น…มันทำผมตกใจและมองเขาตาค้าง



“หล่ออ่ะดิ? จ้องเราตาค้างเลย”



“ไม่ใช่ซะหน่อย”



“หึหึ ทำหน้าตลกว่ะ”



คิวโยกหัวผมไปมา เหมือนเจิ้นเวลาที่เรียกผมว่ามูนนี่... คงเพราะผมทำตัวดูโง่ๆ ผมเลยนั่งกอดอกไม่พอใจ แต่คิวกลับผิวปากอารมณ์ดี



เขาพาผมไปกินไอติม บอกว่าเป็นการขอโทษ...แพลนกลับห้องไปเล่าเรื่องมหาลัยให้เจิ้นฟังเลยเลื่อนออกไปจนถึงสองทุ่มเพราะห้างค่อนข้างไกลและรถมันก็ติด



การเดินทางทำผมเหนื่อยจนหลับตั้งแต่ออกจากห้าง คิวปลุกผม ลูบหัวผมอีกทีก่อนผมจะสลึมสลือเดินขึ้นคอนโด ผมลืมโกรธที่เขาทำแบบนั้นในครั้งนี้ แต่ก็ช่างเถอะ ไอติมอร่อยไม่โกรธก็ได้



ผมไม่ลืมโทรหาเจิ้นทันทีที่อาบน้ำเสร็จ เล่าเรื่องวิชาเรียน อาจารย์ ... เสียงทุ้มๆของเจิ้นทำให้ผมเริ่มงัวเงียหนักกว่าเดิม
ประโยคสุดท้ายที่ผมบอกเจิ้นคือ...คิวพาไปกินไอติม และเหมือนเจิ้นจะพูดอะไรสักอย่าง...



“มันเป็นใคร?”



ฮื้อออ เจิ้นไม่เห็นเคยเรียกใครว่ามัน...ผมคงจะฟังผิด ผมไม่รู้ว่าตอบอะไรไปเพราะผมสติหลุดไปแล้ว



“...คิว กินติม มาส่ง...ลูบหัว...งือออ”






เพล้ง



แก้วชาในมือแตกละเอียด ตาเรียวดุมองมือตัวเองที่เลือดเริ่มไหลซึม มืออีกข้างยกขึ้นนวดขมับตัวเอง...เขากำลังเดิมพันตัวเองกับเจ้าจันทร์



อิสระที่เจ้าจันทร์อยากได้...กับกรงทองที่เขาสร้างไว้



เขาจะไม่ห้ามให้จันทร์ได้เจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่...



เจ้าจันทร์ก็ใช้ชีวิตของตัวเองไปส่วนเขาก็จะทำตามวิธีของเขา



เจ้าจันทร์จะมีปีกพี่ไม่ว่า...แต่ปีกของจันทร์ควรรู้ว่าบินได้ไกลแค่ไหน



โลกภายนอกที่ไม่มีพี่มันน่ากลัวรู้ไหม...ศศิมณฑล



=========================



จันทร์เอ้ยยยย ความง่วงทำหนูซวยแล้วลูก  :katai4:

ปล.เผื่อใครสงสัย ตอนเริ่มเรื่องคือตอนเจ้าจันทร์อายุ 21 แต่ช่วงนี้คือเล่าย้อนอดีตกลับมานะคะ

ออฟไลน์ Supparang-k

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1909
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-3
หืมมมม  ออกจากกรงวันแรกก็มีเรื่องให้เจิ้นต้องหนักใจ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ khwanruen

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1051
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-3
เจิ้นอย่ายอมนะ  :katai1:

ออฟไลน์ JellyKei

  • ✧٩(の❛ᴗ❛ の)۶
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เจ้าจันทร์เป็นเด็กที่น่ารักและใสซื่อดีจริงๆ เจิ้นจะทนปล่อยน้องไว้คนเดียวได้จริงๆหรอ แค่วันแรกก็ดูจะมีปัญหาแล้ว

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
คิว ! แกจะยังมีชีวิตเห็นตะวันขึ้นพรุ่งนี้ไหม?  นั่นอะไร ... ของไหว้ไง... รู้จักไหม?  ดูได้แต่ตามือห้ามต้องอ่ะ นี่แกลูบหัวไปกี่ทีแล้ว ตอบ!  5555555

มูนนี่น้อย หนูเป็นผ้าขาวจริงๆ เข้าใจเจิ้นเลยว่าต้องเครียดแค่ไหน? ที่ต้องปล่อยให้มูนนี่น้อยหัดบิน เอ็นดูนางงงง

ออฟไลน์ valenpinkpink

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เจิ้นหึงแล้ววววว :hao3:

ออฟไลน์ แฟนตาเซีย

  • หืมม...?
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 557
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ความเนียนนี้ :katai5:

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
สนุกมากเลยค่ะอยากอ่านแบบยาวๆๆเลยค่ะ :mew1: :mew1: :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ qq_oo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
รอๆๆๆตอนต่อไป

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-0
คิวจะซวยเพราะคนหึง

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
น้องจันทร์น่ารัก แงงงง ใสซื่อบริสุทธิ์มาก และคนที่ตะทำให้แปดเปื้อนก็คงไม่ใช่คนอื่นไกล พี่เจิ้นแน่นอน55555

สงสารตอนน้องนั่งกินข้าวคนเดียสแล้วร้องไห้ แงงงง นี่แค่เริ่มต้นออกจากกรงเองนะเนี่ย จะเจออะไรอีกหนอ

ขอบคุณค่า

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
พี่เจิ้นนนนอย่าร้ายกับน้องงง นี่แค่เรียนวันแรกเองนะพี่เจิ้นยังออกอาการหึงหนักขนาดนี้ต่อจากนี้ถึงพี่เจิ้นจะปล่อยให้น้องออกท่องโลกกว้างแต่พี่เจิ้นต้องคอยตามดูน้องแน่ๆ เจ้าจันทร์ก็น่าเอ็นดูเกิ๊นนี่เรียนมหาลัยจริงๆใช่ไหมลูก

ออฟไลน์ Faii0518

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คิวยังจะมีคิวต่อไปอีกมั้ยเนี่ย กลัวแทนเลย
พี่เจิ้นหวงมูนนี่ยิ่งกว่าจงอางหัวไข่อี๊กกกกก

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ชอบเจิ้นอ่ะ ชอบ

ออฟไลน์ 。Atlas

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
แอบกลัวเจิ้นนิด ๆ 555555
ทั้งกลัวทั้งฟินที่ประคบประหงมน้องจันทร์ขนาดนั้น

ปล.เราชอบพระเอกของคุณแบมแบมมาก ๆ เลยค่ะ ปั้นคาแรคเตอร์มาได้โดนใจทุกเรื่องเลย ❤️

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
เจิ้นน่ากลัวอะ เหมือนจะให้อิสระแต่ก็ไม่

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
เจิ้นนี่สมกับเป็นเจ้าของธนาคารจริงๆ วางแผนไว้หมดทุกอย่าง จันทร์เอ้ยยยย! ขออะไรแบบนั้นลู๊กกก!! นู๋จะงานเข้าเอานะคะ 555

ออฟไลน์ awfsp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เจิ่น น่ากลัว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กินติม... มาส่ง....ลูบหัว....งื้ออ...   
งื้ออออว..... ตายๆๆๆๆ ตายแน่ๆ   :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
 o13 ยิ่งอ่านยิ่งชอบบบ...คลั่งมากกก  :katai1: มาต่อเร็วๆนะค่ะ...รอค่ะ...

ออฟไลน์ jane_August

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
อ่านแหละอยากเป็นเจ้าจันทร์ หวีดดิวแรงมาก อร๊ายพี่เจิ้ลคือใคร 5555  :mew1: :-[

ออฟไลน์ bambooiihallo

  • ยู้ฮู >w<
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1503/-19
ตอนที่ 4



   โลกกว้างของผมชักไม่สนุก



   ผมมองมือตัวเองที่แดงก่ำและแสบเพราะน้ำยาล้างจานและผงซักฟอก เพราะไม่เคยใช้มาก่อนเลยไม่รู้ว่าตัวเองจะแพ้ มันคันยุบยิบไปหมดและเริ่มถลอก



   ของสดในตู้เย็นที่ผมเอามาทำกับข้าวก็กินไม่ได้ต้องไปหวังพึ่งเซเว่น ผมกินข้าวเวฟแทบจะทุกมื้อเช้าและนมแช่เย็น อาการปวดท้องเริ่มมาติดๆกัน



   แต่ผมก็ยังปากเก่งบอกกับเจิ้นว่าสบายดี...ไม่ใกล้คำว่าสบายดีเลยสักนิดอ่ะ นี่เพิ่งวันที่สามเท่านั้นเองผมยังไม่อยากจะรีบตัดกำลังใจตัวเอง แต่หลายเหตุการณ์ก็ทำผมกังวล



   จะเอาผ้าไปร้านซักรีดผมก็ไม่กล้าไปซักรวมกับคนอื่นเพราะเพื่อนที่เรียนด้วยกันบ่นว่าร้านเอาเสื้อมาคืนผิดตัว การข้ามถนนไปมหาวิทยาลัยก็ร้อน บางวันก็ฝนตก ยังดีที่คิวมาส่งติดๆกัน วันไหนคิวไม่ว่างผมคงต้องตากแดดออกมา



   การรับน้องก็สนุกพอจะทำให้ผมมีความสุข แต่สภาพห้องตอนกลับมา...โอย...มันสกปรกอ้ะ คือมันก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆของก็รกไปหมด



   ตอนอยู่บ้านคุณแม่บ้านเก็บให้ตลอดล่ะมั้งผมเลยไม่เคยรู้ว่าตัวเองชอบรื้อของขนาดนี้ รีดผ้าผ้าก็ไหม้
กลับไปอยู่กับเจิ้นได้ไหม?



   ผมพยายามส่ายหัวสะบัดความคิดนั้นออกไปแม้จะอยากกลับบ้านวันละสิบล้านหนก็ตาม เจิ้นบอกว่าอยู่คนเดียวต้องโตเป็นผู้ใหญ่และหัดดูแลตัวเอง...เป็นผู้ใหญ่มันยากจัง



   ผมเริ่มเบื่อห้องจนไม่อยากกลับห้อง พวกเพื่อนๆก็ชอบชวนกันเข้าร้านเหล้าแถวมหาลัย ไม่ก็ไปผับแถวทองหล่อ พวกมันก็เคยชวนผมแต่สองทุ่มครึ่งผมก็หาวแล้ว



   เจิ้นบอกอย่าทำอะไรให้เป็นห่วง...ไปหลับในผับเจิ้นต้องห่วงแน่ๆ



   คิวดูจะแปลกใจที่รู้ว่าผมนอนสองทุ่มครึ่งหรือสามทุ่ม ถึงจะไม่นอนผมก็ต้องอาบน้ำกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ลูบหัวผมและชอบดีดเหม่ง



   ผมประท้วงแล้วบอกว่าไม่ให้ลูบ



   เขาก็ยังทำ...มันดูโง่อ่ะ



   ผมเริ่มห่อเหี่ยวเป็นต้นไม้ขาดน้ำด้วยเพราะเจิ้นคุยกับผมน้อยลง ปกติเราจะต้องคุยกันทุกคืนหรือเกือบทุกคืน แต่เจิ้นกลับยุ่งคุยกับผมแค่ครึ่งชั่วโมง...มันไม่พอ



   นี่เพิ่งจะวันพฤหัสเองและวันเสาร์ก็จะมีกิจกรรมรับน้องรวมของมหาวิทยาลัย ผมจะไม่ได้กลับบ้าน แค่คิดผมก็อยากจะร้องไห้...และผมก็ร้อง



   ไม่รู้จะอดทนไว้ทำไมชีวิตมันเศร้า ไปกินเหล้าก็ไม่ได้ งานบ้านก็ทำไม่เป็น...อยากกินนมอุ่นๆจัง



   “คิดถึงเจิ้น”



   โทรศัพท์โทรไปเจิ้นก็ไม่รับ...ทั้งๆที่ทุกครั้งเจิ้นจะรับตลอด เจิ้นต้องยุ่งมากแน่เลย ผมพยายามจะไม่น้อยใจแล้วนะแต่ติดต่อไม่ได้เลยแบบนี้มันทำผมอึดอัด



   น้ำตาก็ไหลเยอะกว่าเดิม นกก็ไม่อยู่ ตุ๊กตาก็ไม่มี ไม่เอาแล้วอยากกลับบ้าน ไม่อยากล้างจาน ไม่อยากซักผ้าแล้ว อยากให้เจิ้นมารับแต่ก็โทรไม่ติด



   ผมยกมือปาดน้ำตาป้อยๆก่อนจะกดเบอร์ฉุกเฉินเบอร์ที่ 2 เบอร์บ้านที่คุณแม่บ้านจะเป็นคนรับ ตอนผมซื้อมือถือเจิ้นตั้งเบอร์ตัวเองไว้เป็นเบอร์ฉุกเฉินเบอร์แรก เบอร์บ้านเป็นอันที่สอง ละก็อีกหลายๆคนที่เจิ้นบอกว่าถ้าติดต่อเจิ้นไม่ได้ให้โทรตามนี้



   แต่คุณแม่บ้านก็ไม่รับ...



   อาการงอแงของผมมันทวีคูณความรุนแรงสูงมากเพราะผมเริ่มปล่อยโฮ ไม่อายใครทั้งนั้นแหละก็อยู่คนเดียว ผมเริ่มโกรธเจิ้น โกรธคุณแม่บ้าน โทรหาคุณปู่ดีกว่า



   “จันทร์ว่าไง โทรหาปู่ได้ยังไงหือ”



   “โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ คุณปู่ เจิ้นทิ้งจันทร์แล้ว โทรไปก็ไม่รับ ไม่ซักผ้าแล้ว ไม่ล้างจานด้วย จันทร์อยากกินนมอุ่นๆ ไม่เดินด้วย ฮืออออ เสื้อจันทร์ไหม้หมดแล้ว คุณปู่มารับจันทร์ได้ไหม ฮือออ”



   ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมพ่นอะไรออกมาบ้าง...พ่นนั่นแหละเหมาะแล้ว มันเกิดการพูดไปเยอะ รู้แต่ผมร้องไห้โยเยโวยวายลั่นห้องจนคุณปู่บอกว่าจะมารับให้ผมส่งโลเคชั่นไปในเฟสบุ๊คให้เลขาปู่ ซึ่งก็คือพ่อผม



   ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงพ่อก็มาหา พ่อเป็นผู้ชายใจดีคนหนึ่ง จริงๆผมก็กลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่บ้างในบางครั้ง เจิ้นก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็ไปรับไปส่ง



   พ่อเดินดูรอบห้องและมือถลอกๆของผมก็เข้าใจว่าผมมีปัญหากับการอยู่คนเดียว พ่อเลยพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล ลุงหมอคนเดิมที่ดูแลทั้งปู่ ทั้งเจิ้นและผมก็ให้ยามากินแก้ปวดท้องแล้วก็ยาทาแผลที่มือ ผมเกาะแขนพ่อแน่น



   แม่โทรมาบ่นว่าผมงอแงควรโตได้แล้ว พ่อก็อยากให้ผมพยายามอีกนิดแต่เพราะไม่อยากกลับไปคอนโดบ้าๆนั่นอีกแล้วอ่ะ แค่คิดถึงกะละมังก็ฝันร้ายแล้ว ผมเลยบอกแม่ว่าผมจะกลับไปอยู่ก็ได้ถ้าแม่มาอยู่ด้วย แม่เลยหัวเราะแทนแล้วบอกว่าผมคงต้องอยู่ให้เจิ้นเลี้ยงจนตาย จริงๆความคิดนี้ก็เข้าท่าดีแต่ถ้าผมบอกแม่ไปแม่ต้องมาบิดหูผมแน่ๆ



   หลังจากหาหมอพ่อพาผมไปบ้านปู่ บ้านที่ผมโตมากับเจิ้น ปู่รอรับผมด้วยอ้อมกอดอบอุ่นและนมอุ่นๆที่ผมอยากได้ ถึงผมจะไม่ใช่หลานแท้ๆแต่ปู่ก็รักผมมาก รักมากกว่าเจิ้นด้วยซ้ำเพราะเจิ้นไม่อ้อนแกเหมือนที่ผมอ้อน



   คุณปู่บ่นใหญ่ที่เจิ้นปล่อยให้ผมใช้ชีวิตลำบาก แกบอกว่าแกโทรไปดุเจิ้นแล้วแต่ตอนนี้เจิ้นติดงานยังมาหาผมไม่ได้ ผมเลยไปดูต้นไม้ในสวนกับปู่แทน ส่วนพ่อก็แยกไปทำงานต่อ



   คุณแม่บ้านของปู่จัดขนมให้ผมเต็มไปหมดเพราะแกเลี้ยงผมมาก่อน ต้องนั่งรถไปโรงเรียนกับผมทุกวันเพราะผมไปกินข้าวบนรถ เจิ้นก็ด้วย



   แค่คิดถึงเจิ้นผมก็โมโห ไหนบอกผมมีเจิ้นอยู่ข้างๆเสมอ แต่ทำไมโทรหาแล้วไม่รับมันไม่ยุติธรรมเลย แล้วจริงๆผมมีเรียนด้วยแต่ผมก็โดดเพราะผมงอแง แต่ผมงอแงก็เพราะเจิ้น



   ผมไม่ผิด



   แต่เพราะเจิ้นเลี้ยงผมมาเป็นเด็กดีผมเลยรู้ว่าการโดดเรียนและโทรมาร้องไห้คือการที่ผมแพ้ ผมแพ้อิสระที่ผมอุตส่าห์อยากได้ ผมไม่ผ่านบททดสอบการเป็นผู้ใหญ่ ทั้งๆที่ผมก็เป็นคนขอเจิ้นออกมาอยู่คนเดียวเอง เจิ้นก็สนับสนุนและให้ผมได้ใช้ชีวิตของตัวเอง แต่สุดท้ายผมก็อยากกลับไปอยู่กับเจิ้นมากกว่า



   เจิ้นมารับผมตอนสองทุ่ม ผมอาบน้ำแล้วและนั่งดูโคนันอยู่ ส่วนปู่ก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ผมไม่ยอมมองหน้าเจิ้นแม้ว่าเขาจะมานั่งลงข้างๆและดึงมือผมไปจับ



   “ไหนขอพี่ดูมือ”



   เขาลูบมือผมไปมาก่อนจะยกขึ้นจูบเบาๆ ใจผมเต้นรัวไม่กล้าหันไปมอง ไม่ใช่เพราะว่าโกรธแต่มันเริ่มจะเขิน...ผมควรโกรธไม่ควรเขินนะ



   “อาตองบอกว่าจันทร์ปวดท้อง กินยาที่ลุงหมอให้หรือยังครับ หืม?”



   ตองคือชื่อพ่อผมเอง...ผมไม่อยากตอบเจิ้นเพราะผมต้องโกรธอยู่ผมเลยแค่พยักหน้า หงุดหงิดนิดหน่อยตอนได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆของเขา และเขาก็ลูบหัวผมด้วยมืออีกข้าง



   “มูนนี่งอนพี่หรอ”



   “ไม่มูนนี่ ไม่ขำ”



   เวลานี้ผมจะไม่เป็นมูนนี่โง่ๆของเจิ้น โคนันชักจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะผมย้ายความสนใจไปที่เจิ้นจนหมดแล้ว แต่ตาผมก็ยังมองจออยู่จนกระทั่งหน้าโมริ โคโกโร่ถูกแทนที่ด้วยตุ๊กตากระต่ายหูยาว



   “สินเชื่อ!”



   ผ้าคว้าหมับเจ้าสินเชื่อนุ่มนิ่มของผม ขนมันยังนิ่มและหอมน้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนเดิม ผมกอดสินเชื่อแน่นมาก เพิ่งรู้ว่าตัวเองติดสินเชื่อขนาดนี้



   และตัวผมก็ลอยไปนั่งตักเจิ้นเพราะเขาคว้าผมไปกอดผมอีกที... คราวนี้ผมหันหน้าหนีไม่ได้เพราะตาของผมอยู่ที่ปลายคางเจิ้น ระหว่างเรามีสินเชื่อกั้นอยู่ตรงกลาง



   “หายงอนพี่นะ”



   “ไม่...จันทร์ไม่ได้งอน จันทร์โกรธ”



   “พี่ติดประชุม เราดีกันนะ”



   “จันทร์ไม่ไปกับเจิ้นแล้ว จันทร์จะอยู่กับปู่ ปู่รักจันทร์ ไม่เหมือนเจิ้น”



   ผมพยายามชะโงกหน้าข้ามไหล่เจิ้นไปหาตัวช่วย แต่คุณปู่ลุกออกจากห้องไปตอนไหนไม่รู้ เจิ้นหัวเราะเบาๆก่อนจะโยกตัวไปมา



   “รู้ได้ไงว่าพี่ไม่รัก?”



   เจิ้นเชยคางผมขึ้นไปสบตา หน้าผมร้อนผ่าวพยายามเขยิบหนีแต่แขนของเจิ้นก็รัดผมแน่นมากเลยทำได้แค่ทุบไหล่เขาไปแรงๆ แต่แรงผมคงจะไม่ทำให้เจิ้นสะเทือนเพราะเขาหัวเราะแล้วเรียกผมมูนนี่ๆอีกตั้งหลายครั้ง



   “ไม่มูนนี่สิ จันทร์ไม่โง่นะ จันทร์จะนอนบ้านปู่”



   “แล้วพี่จะนอนกับใคร? สินเชื่อตัวเล็กไป ไม่เหมือนจันทร์”



   “ก็นอนคนเดียว”



   “พี่นอนไม่หลับ...ไม่มีจันทร์พี่นอนไม่หลับเลย”



   ผมยอมเงยหน้ามองเจิ้นอีกครั้ง สังเกตใบหน้าเขาชัดๆ เจิ้นดูเหนื่อยล้าแม้แต่รอยยิ้มก็ยังดูอ่อนเพลีย ผมยาวของเจิ้นยุ่งเล็กน้อย...



   “จันทร์ร้องไห้ทุกวันเลย...”



   ผมยอมรับเสียงอ่อยๆ



   “พี่ก็คิดถึงจันทร์ทุกวัน”



   “จันทร์ก็คิดถึงเจิ้น”



   “มูนนี่เด็กดี...”



   เจิ้นกอดผมแน่นจนผมจมไปในอ้อมกอดของเขา และผมก็เริ่มอยากร้องไห้อีก ผมรู้สึกตัวเองอ่อนแอแค่เจิ้นกอด แค่เจิ้นคิดถึงก็ร้องไห้แล้ว



   “จันทร์ร้องไห้ได้ไหม”



   “อยู่กับพี่...จันทร์จะทำอะไรก็ได้”



   ผมก็เลยปล่อยโฮ มันไร้เหตุผล ไม่รู้ทำไมถึงอยากร้องไห้และผมจะร้องทำไม ความรู้สึกของผมดูสับสนไปหมด แต่มันก็ดีเพราะเจิ้นกอดผมไว้ไม่ปล่อย



   สุดท้ายเจิ้นก็พาผมกลับและให้คนไปจัดการเอาเสื้อผ้าผมกลับมาให้เพราะผมต้องใส่ไปเรียนพรุ่งนี้ แม่บ้านโอ๋ผมใหญ่และขอโทษที่ไม่อยู่บ้านรับโทรศัพท์เพราะแกไปซื้อกับข้าวที่เทอมินอล แกรีบอุ่นนมให้ผมแล้วก็บ่นผมเหมือนแม่บ่นเปี๊ยบ แต่คนละทอปปิคกัน คุณแม่บ้านไม่อยากให้ผมไปอยู่ข้างนอกอีกแล้วเพราะแกห่วงเรื่องอาหารการกินของผมและผมก็เห็นด้วย เพราะผมหานมอุ่นๆที่อื่นไม่ได้แล้ว



   สี่ทุ่มกว่าเจิ้นก็พาผมเข้านอน วันนี้ผมนอนดึกกว่าทุกวันเพราะมัวแต่กินนั่นกินนี่ที่ผมชอบกิน เจิ้นก็ใจดีฟังผมบ่นนั่นบ่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย



   “จันทร์กินยาหรือยัง?”



   “ผมกินแล้ว”



   “แปรงฟันหรือยัง?”



   “แปรงแล้ว หอมหวนชวนดมแน่นอน”



   เจิ้นหัวเราะก่อนจะดึงผมไปกอด สินเชื่อกั้นกลางระหว่างเราเหมือนเดิมเพราะผมกอดมันอยู่ มือของเจิ้นลูบหัวผมเบาๆก่อนเขาจะดึงสินเชื่อออกจากผม



   “ขอพี่ดูจันทร์ชัดๆได้ไหม?”



   ผมยอมปล่อยสินเชื่อให้เจิ้นไปวางไว้อีกฝั่งของเตียง เขาขยับเข้ามาใกล้ผม สองมือผมทาบอยู่กับอกเจิ้นปล่อยให้มือหนาลูบไล้ไปตามใบหน้า



   สัมผัสเชื่องช้าและอ้อยอิ่งของเจิ้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแมว ผมงุ้งงิ้งไปกับฝ่ามือเจิ้นทั้งแกล้งงับแกล้งหอมเหมือนที่เจิ้นชอบทำกับมือผม



   “พี่คิดถึงจันทร์”



   “จันทร์ก็คิดถึง”



   มือของเจิ้นสำรวจผมไปทั่ว…มันเริ่มไล้ไปตามลำคอ ลาดไหล่ แผ่นหลัง แม้จะมีชุดนอนกั้นไว้แต่ผมรู้สึกแปลกประหลาด มันหวิวๆ จนกระทั่งเจิ้นบีบก้นผม



   เขาไม่ได้บีบเหมือนแกล้ง…ผมพูดไม่ถูก เพราะผมหลุดเสียงตลกออกมาตอนเขาสัมผัส ตัวผมแอ่นเข้าหาเจิ้น มันควบคุมไม่ได้ ตาผมเริ่มเบลอ



   ฝ่ามืออุ่นของเจิ้นสอดเข้ามาใต้เสื้อผ้าค่อยๆขยับจนมันไปวางอยู่ตรงกลางหลัง ใบหน้าที่ผมคุ้นเคยก้มลงมาจนหน้าผากเราแตะกัน จมูกของเจิ้นติดกับจมูกของผม รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ



   “พี่ขอดูจันทร์ชัดๆ ชัดกว่านี้…ได้ไหม…นะ”



   ผมไม่รู้ว่าการดูผมชัดๆมันคืออะไร แต่เสียงของเจิ้นมันแหบพร่าและเว้าวอน ผมได้แต่พยักหน้าตกลง…เจิ้นเริ่มจากจูบ…จูบที่เหมือนกับมอนิ่งแคร์ของเรา ทั้งลิ้น ทั้งฟันของผมโดนเจิ้นสำรวจจนทั่ว



   ตาผมพร่าเบลอ และครางแผ่วเมื่อเจิ้นกัดที่คอ มันไม่ใช่ความเจ็บแต่มันหน่วงๆและทำผมหมดแรง ข้อมือของผมถูกเจิ้นยึดไว้ปล่อยให้เขา…ได้มองผมชัดๆ



   ชัดๆที่ว่า…มันทำผมเปล่าเปลือย เจิ้นสำรวจผมจนทั่วแม้เสื้อผ้าผมจะยังไม่หลุดออกจากร่างกายก็ตาม แต่เสื้อก็ถูกรั้งขึ้นให้เจิ้นได้มอง



   มือหนาและอุ่นไล้ไปตามเอว ชายโครง…ลากผ่านนมที่ผมเผลอแอ่นตัวไปกับสัมผัส ไม่รู้ทำไมตรงนั้นถึงรู้สึกมากกว่าตรงอื่น ผมได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆ



   “ตรงนี้หรอ”



   เจิ้นใช้ปลายนิ้วสัมผัสตรงนั้นแรงๆ ทำไม…ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้ ผมได้แต่บิดตัวไปมาและหมดแรง



   “เจิ้น…อ๊า”



   เขากัด…กัดนมผม มันไม่เจ็บแต่…อื้ออออ



   ลิ้นอุ่นกับเรียวปากยุ่มย่ามกับนมผมจนพอใจถึงลากลงไปที่แอ่งสะดือ ลิ้นของเจิ้นที่แตะตรงนั้นยิ่งทำผมแทบจะกรีดร้องออกมา



   ร่างกายผมเริ่มมีอาการแปลกๆ ความร้อนผ่าวไหลรวมไปอยู่ตรงกลางลำตัวจนต้องชั่นเข่าขึ้น ผมไม่ได้ใส่ชั้นในกลัวเจิ้นจะเห็น… ว่ามันแฉะ



   แต่เจิ้นก็ดึงขาผมแยกออก ปลายนิ้วเขาสัมผัสกับจุดที่ชื้นน้ำเป็นวงบนกางเกง ผมอายมากพยายามดึงมือเจิ้นออกแต่เขากลับบอกว่า



   “พี่ยังดูไม่ชัดเลย…จันทร์ให้พี่แล้วนะ”



   ผมไม่รู้ว่าการให้ของผมมันครอบคลุมถึงไหน แต่ผมก็ปล่อยให้เจิ้นสัมผัส มืออุ่นแตะเข้าไปใต้ของกางเกงของผม ไล้ไปอยู่บนเนินที่กำลังจะไปส่วนนั้น



   “จันทร์เปียกหมดแล้ว”



   เขาแตะนิ้วลงไปในที่สุด ผมกรีดเสียงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่พึมพำเรียกเจิ้น เขาถามว่าผมต้องการอะไรแต่ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริงๆ



   ผมสับสน งง และไม่เข้าใจ แต่เจิ้นก็มีวิธีหาคำตอบจากผมอยู่ดี



   “อยากให้พี่จับตรงนี้ไหม?”



   “อะ อื้อ…. ตะ ตรงนั้น”



   เขากำรอบ… และขยับ แค่การขยับมันทำให้ผมถึงกับน้ำตาร่วง



   “มูนนี่… มูนนี่ของพี่”



   เขากระซิบพร่าและจูบซับน้ำตาผม



ผมไม่รู้ว่าเจิ้นทำอะไร แต่คำกระซิบ คำถามที่ดังข้างหู และมือของเจิ้น…สุดท้ายผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำและปวดหนึบ ผมพยายามดึงมือเจิ้นออกเพราะเหมือนตัวเองปวดฉี่



“ไม่เป็นไร…พี่ไม่รังเกียจจันทร์ ขอพี่ดูจันท์ชัดๆ…”



“จะ เจิ้น อื้อออ”



ผมปล่อยออกมาทั้งอาย ทั้งเหนื่อยจนไม่กล้าสู้หน้าเจิ้น แต่เขากลับหัวเราะและหอมแก้มผม



“มูนนี่เด็กดี”



มือของเจิ้นยังคงลูบไล้ไปตรงระหว่างขาของผม…ลูบไปถึงข้างหลัง ความชื้นฉ่ำที่ผมปลดปล่อยแตะไปตามก้นของผมจนเขาบีบแรงๆ ผมเริ่มหายใจติดขัดอีกครั้งเขาจึงผละออก



“เจิ้น…เจิ้นทำอะไร ทะ ทำไม จันทร์ รู้สึกแปลกๆ”



“Night Care… พี่อยากดูแลจันทร์ก่อนนอน”



“แล้ว…จันทร์ต้องไนท์แคร์คืนเจิ้นไหม เจิ้นจะรู้สึกเหมือนจันทร์ไหม”



“จันทร์รู้สึกแบบไหนหืม?”



เจิ้นขยับมากักตัวผมไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง ผมเห็นใบหน้าเขายิ้มอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ มันไปถึงแววตา ผมยกมือขึ้นไล้เรียวปากของเขา…เครื่องหน้าของเจิ้นที่ถูกโคมไฟสีส้มหัวเตียงทำเหลี่ยมทำมุมมันดูน่ามองไปหมด



“มัน…แปลกๆ แต่….ดี มั้ง”



มันดี…เพราะเจิ้นบอกว่ามันคือไนท์แคร์ ถ้าไม่เป็นห่วงก็ไม่มีไนท์แคร์ใช่ไหม?



“งั้นถ้าจันทร์ไนท์แคร์พี่ พี่ก็คงรู้สึกเหมือนจันทร์”



“จันทร์ทำไม่เป็น…มันยากกว่ามอนิ่งแคร์เยอะเลย จันทร์เหมือนจมน้ำแล้วก็สุดท้ายเหมือนจะบินได้”



ผมพยายามอธิบาย แต่เจิ้นกลับก้มลงหอมแก้มผม เขางับจมูกผมเบาๆก่อนจะพึมพำว่ามูนนี่ไม่หยุด สงสัยผมจะทำตัวโง่อีกแล้ว
แต่โง่แล้วเจิ้นยิ้ม…ผมโง่อีกหลายๆครั้งก็ได้



“ไม่ยากเลย…พี่สอนให้นะ?”



“จันทร์ต้องจับตรงไหนของเจิ้นบ้าง?”



“ทุกตรง…สัมผัสพี่แบบที่จันทร์อยากสัมผัส…ไนท์แคร์กันนะ?”



ผมพยักหน้าตกลง…แต่การสอนของเจิ้นมันดูจะคนละแบบกับที่เจิ้นทำให้ผม…หรือเพราะเราอายุต่างกันเลยมีวิธีการดูแลคนละแบบ ผมอยากถาม อยากให้เจิ้นอธิบาย แต่หัวผมก็หมุนไปหมด…








“จันทร์…มูนนี่ของพี่”



ร่างสูงกระซิบพร่ากับใบหูเล็ก รู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนเกร็งตัว เขาไม่ได้ไนท์แคร์จันทร์แบบเต็มรูปแบบเพราะจันทร์คงยังไม่พร้อมขนาดนั้น ไนท์แคร์ที่เขาสอนจึงแค่ให้ศศิมณฑลหันหลังให้เขา…หนีบขาแน่นๆ



ให้ตัวเขาได้สัมผัส…แม้เพียงภายนอก



เสียงครางและกรีดร้องจากอีกคนทำให้เขายิ่งรู้สึกดี มือขยับประสานทั้งของเขาที่สอดกระแทกผ่านช่องขาและของเจ้าจันทร์ยิ่งทำให้คนตัวเล็กทำตัว…น่ารัก



ศศิมณฑลน่ารัก…. เขากอดมูนนี่ของเขาจนกระทั่งปลดปล่อยมาในที่สุด ซึ่งมูนนี่ของเขาทำคะแนนไปก่อนแล้วสองรอบเขาถึงจะได้สักรอบ



เด็กน้อยร้องไห้งอแงและบอกว่าจะไม่ให้ไนท์แคร์แล้ว มันเหนื่อยและหมดแรง จะขำก็กลัวคนขี้งอนยิ่งโมโห พอลูบหัวก็หาว่าไม่อยากเป็นมูนนี่โง่ๆ



…มูนนี่ไม่ได้โง่สักหน่อย…



มูนนี่ไม่ได้แปลว่าพระจันทร์ แสงจันทร์เหมือนที่เจ้าตัวเข้าใจว่าเขาเอาชื่อมาล้อ



แต่มันมีความหมายแฝงที่หมายถึง…คนที่ลุ่มหลงจนแยกความฝันและความจริงไม่ออกเพราะว่า… ตกหลุมรัก



เจ้าจันทร์มีเขาอยู่ในกำมือแต่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องอะไรเลย…


=====================================

พี่เจิ้นมันร้ายค่ะคุณ!!!! หลอกน้องงงงงงงง คราวหลังอย่าไปหลอกน้องมาหลอกเรานี่พี่เจิ้นนนน (นอนรอไนท์แคร์แป๊ป)

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
 :m25:  ohhh..noooo..can't wait for full service. ... เจิ้นร้ายยยยย..แต่เราก็โ-ตรชอบ....น้องจันทร์ก็น่าาาาารักกกกน่าหยิก....  :hao6:

ออฟไลน์ qq_oo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
เจิ้นเจ้าเล่ห์อ่ะ

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ทั้งเช้า ทั้งดึก อะไรจะแคร์น้องขนาดนั้นคะพี่ แหมมมมมม ร้ายขนาดนี้ แต่ยังมีแฟน มันคืออะไรคะ ถ้ามูนนี่โตจะให้จัดการเสียให้เข็ด :hao3:

ออฟไลน์ JellyKei

  • ✧٩(の❛ᴗ❛ の)۶
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เจิ้นร้ายมากๆ แอบสงสารน้องจันทร์ที่ตามไม่ทันฤทธิ์หมาป่าอย่างเจิ้น ตอนแรกว่ามอร์นิ่งแคร์คือเยอะแล้ว ไนท์แคร์นี่ยิ่งกว่า กำดาวไหลไปตามๆกัน ฮื่อ :jul1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 :กอด1:

ออฟไลน์ Supparang-k

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1909
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-3
เค้าแคร์กันดี๊ดีอะคะคุ๊ณ~~~~

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด