♥ [เรื่องสั้น] At first sight +Another sight (จบ) 21/11/58
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♥ [เรื่องสั้น] At first sight +Another sight (จบ) 21/11/58  (อ่าน 119877 ครั้ง)

ออฟไลน์ Viewonohm

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-5
ถ้าเป็นเรื่องยาว คงจะดราม่าหนักมาก  :ling3:

ออฟไลน์ Dark_Noah

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 838
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-3
โอย สั้นไป  :katai4:

ออฟไลน์ MIkz_hotaru

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-4
ไม่จบได้ม้ายยย
น่ารักมากเลย
 :mew3:

ออฟไลน์ ที่เดิมในหัวใจสาววาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เปายังไม่ได้บอกอรุณเลย :ling1:

ออฟไลน์ Raccoooon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +185/-2
น่ารักมากกกกกกกกกกกแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
อ่านแล้วเขินเลยค่ะะะ //////T///T///

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4991
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
ขอตอนพิเศษอีกสักตอนสองตอนไม่ได้เหรอ มันยังไม่จุใจเลย

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ nu-tarn

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 800
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-6
โอย น่ารักกันจัง
ขอตอนพิเซษได้ไหมคะ แบบว่าอยากอ่านตอนที่เค้าหวานกันมากกว่านี้อ่ะ  :impress2:

ออฟไลน์ whitelavenders

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
มันดีมากกกกกก มันควรจะมีตอนพิเศษต่อออ ยังมุ้งมิ้งไม่พอนะคะ อยากเห็นว่าแฟนอรุณจะแซ่บขนาดไหน 5555555 ป.ล.จริงๆเข้าใจป๊านะและรู้สึกว่าเหตุผลป๊าไม่ผิดเลย ดีที่สามารถทำความเข้าใจกันได้

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
  ตอนแรกดูหน่วงๆในอารมณ์ยังไงไม่รู้  แต่สุดท้ายต่างฝ่ายก็ต่างอดทนรอ จนมาพบ(คบ)กันจนได้

ออฟไลน์ mizue

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เราเป็นคนค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเรื่องในครอบครัว
พออ่านอะไรก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องน้ำตาเลยริ้นๆแบบอดไม่ได้

ปกติแล้วเรื่องสั้นเราอ่านแล้วจะรู้สึกว่ายังไงอะไรอยากให้มันมีต่อไป
แต่เรื่องนี้มันจบแบบสมบูรณ์มากเลย ไม่มีคำถามให้ค้างคา
คุณเวสไม่ได้แต่งเรื่องสั้นมานาน แต่ฝีมือไม่ตกเลยนะคะ

ป.ล. อยากเป็นอรุณบ้างจะได้ขอชิมซาลาเปาลูกนี้ว่าแซ่บไม่แซ่บยังไง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ♥ [เรื่องสั้น] At first sight (ตอนเดียวจบ)
« ตอบ #69 เมื่อ: 18-11-2015 16:34:24 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Nighttime

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เป็นเรื่องสั้นที่อยากให้ต่อเป็นเรื่องยาว
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบมากก

ออฟไลน์ hoshichi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
ฮ่าๆๆๅๆๆ อยากอ่านต่อ สรุปแฟนอรุณนี่ใสหรือแซ่บ????

เปาน่ารักนะ แต่อยู่ในกรอบมากไป พอหมดความอดทน วันนึงมันเลยระเบิดออกมา
อาป๊านี่จีนจ๋ามาเลย เอาจริงๆคนจีนหัวโบราณก็ประมาณนี้
พูดยาก เข้าใจยาก เคัาไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ
แต่อันนี้ถึงกับช๊อก ก็แย่เหมือนกันนะ
ยังดีที่อรุณมั่นคงพอที่จะรอ
แต่เรื่องสั้นนี่สั้นมากกก
ไหลเร็ว เดินเรื่องเร็ว และจบเร็วววว
555555555

ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านนะคะ
ปล.  ขอสเปหน่อยจิ

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
น่ารักดีฮะ อ่านไปยิ้มไป
ขอบคุณมากฮะกับเรื่องสั้นที่น่ารัก ว่างๆก็แต่งลับฝีมืออีกนะฮะ จะได้มีเรื่องดีๆอ่านอีก 555+

ออฟไลน์ paenggiz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ความดีงามของโลกใบนี้ ฮือออออ อ่านนานแล้วพึ่งมาเม้นต์ *ตะโกนขอเรื่องยาวแรงมาก* #คนเขียนไม่ได้ยินเลย
 :mew6: :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อยากให้มีตอนพิเศษเลย

ออฟไลน์ Jploiiz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-2
อยากให้เป็นเรื่องยาวจังเลยค่ะ
เนื้อเรื่องจบแล้วแต่เรายังไม่จบ  :hao5:

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4338
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
น่ารักค่ะ นายอรุณที่พาเปาโดดเรียน ปิ๊งกันแต่แรกเลยเนอะ
ตอนป๊าถีบนี่พีคมาก ตกใจ คิดว่าทุกอย่างจะจบแล้ว แต่เปาดื้อกว่าที่คิด และทุกความพยายามมีค่าตอบแทน
ต่อรองได้เจ๋งค่ะ นึกๆ แล้วสงสารอรุณเนอะ คงแบบโคตรเก้อ อยู่ดีๆ คนที่ชอบก็หายไป
แต่ห่างกันแบบมีความหวังว่าจะได้เจอก็ดีไปอีกแบบ ตอนเจอกันลุ้นมาก กลัวอรุณโกรธ
แต่ออกมาดีงาม ปลื้มค่ะ คู่นี้ฮอตมากแน่ๆ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Sye.B

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
โง้ยยย น้องเปาน่ารักมากเลยยย

ออฟไลน์ Arancia

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-2
น่ารักกกกก ชอบอะ
แต่อยากให้กลับไปคืนดีกับครอบครัวด้วย สงสารป๊ากะม๊า

รออ่านต่อ ถ้ามีอีก 555

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1875/-12
    • FACEBOOK PAGE
♥ [เรื่องสั้น] Another sight (ตอนเดียวจบ)
«ตอบ #79 เมื่อ21-11-2015 01:01:26 »



Another            sight




เห็นครั้งแรก ก็อดมองหาเรื่อย ๆ ไม่ได้แล้ว

หมอนั่นเป็นเด็กเนิร์ด ๆ ผิวขาว หน้าตี๋ ปากแดง นั่งอยู่ในมุมเงียบ ๆ ของห้องเรียนเสมอ ๆ แว่นตาหนาเตอะ หิ้วกระเป๋าใบใหญ่ เวลาเดินทีตัวแทบโย้ไปข้าง ไม่ได้ผอมบาง แต่นับว่าตัวเล็กถ้าเทียบกับผู้ชายวัยเดียวกัน

ผมมีเพื่อนกลุ่มใหญ่ มันชอบชวนไปนั่งหลังห้อง แต่ถ้านั่งไกลขนาดนั้นระหว่างกลางคงมีคนอื่นมานั่งบังทัศนียภาพ ผมเห็นเขาตั้งแต่คาบเรียนฟิสิกส์วันแรก โดดเดี่ยว ไม่พูดกับใคร ดูเป็นคนไม่น่าสนใจแต่ยอมรับว่าตัวเองสนใจไม่น้อย


“ทำไมรุณชอบมานั่งตรงนี้ แอร์ตก เอื้อยหนาว”

เพื่อนผู้หญิงที่รู้จักกันเมื่อเทอมก่อนในช่วงฤดูกาลแข่งกีฬาบ่นกระปอดกระแปด กระนั้นก็ยอมนั่งข้างกันแต่โดยดี เพื่อนของผมมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย เป็นคนที่เจอกันระหว่างการแข่งขันอะไรสักอย่าง หรือแม้กระทั่งเดินมาคุยด้วยโต้ง ๆ ในร้านอาหาร รถไฟฟ้า ถึงขั้นเดินสวนกันแล้วฝากเพื่อนมาขอเบอร์ก็มี ผมเป็นคนอัธยาศัยดี แน่ล่ะ เป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่นักดนตรีทุกคนพึงจะมี เราอารมณ์ขัน ตลกโปกฮา ไหลลื่น คุยแล้วไม่น่าเบื่อ ดังนั้นเมื่อเผยตัวออกมาทีละนิดว่าเป็นโฮโมเซ็กชวลก็ไม่กระทบอะไรกับความสัมพันธ์


“มองตี๋นั่นอีกแล้วสินะ”

ใครบางคนกระซิบถาม ผมไม่ตอบในทันที แต่สายตาที่ทอดตรงไปก็ทำให้เกิดเสียงแซวกันอื้ออึง เขาหันมองกลับมา คาดว่าคงจับประเด็นไม่ได้ว่ากำลังถูกพูดถึง เมื่อเราสบตากันจึงหันหน้าหนีไปใหม่

ยิ้มให้ขนาดนี้แล้วก็ยังไม่คิดจะสนใจกันเลยนะ

มีหัวใจบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้





“มาก่อนคนอื่นอีกแล้ว”

ผมเอ่ยในคาบเรียนที่จงใจตื่นเช้ามาเรียนชดเชย หลังจากสบตาในตอนนั้นก็ยังมองเรื่อย ๆ เขาเหลือบมองกลับมาบ้าง แต่ไม่มีเหตุให้คุยกัน ไอ้พวกเพื่อนผมก็อยู่กันเป็นโขลงเบ้อเริ่มเสียขนาดนั้นจะปลีกตัวมาหาก็กลัวลูกแกะไหวตัวหนีทัน สุดท้ายเลยแอบถามพี่ที่ประชาสัมพันธ์ได้ความว่าตี๋แว่นมีเรียนเคมีเหมือนกัน แต่เป็นเช้าวันเสาร์


“แว่น นั่งด้วยดิ”

เมื่อเห็นว่าตัวเองยังไม่ได้รับความสนใจเลยทักอีกครั้ง คราวนี้ตาตี่ ๆ เหลือบมองกลับมา ดันแว่นหนาเตอะขึ้นชิดจมูก โกยหนังสือกับกระเป๋าเก็บไว้ไม่ให้เกะกะ ท่าทางนั้นไม่ได้เงอะแงะ แต่เยือกเย็น น่าค้นหา ผมชวนเขาคุยเรื่องสรรพเพเหระ รู้จักชื่อและโรงเรียนในที่สุด ท่าทางกวนประสาท หยิ่งยะโส ปลายจมูกรั้นโบราณว่าเป็นคนดื้อ แต่ดูท่าทางคงดื้อเงียบ มีบรรยากาศกดดันแผ่ออกมา สีดำทะมึนสลับแดงฉานคล้ายถ่านที่ยังไม่มอดสนิท นิสัยขวางโลก ไม่สามารถควบคุมได้โดยง่าย


“เลิกเรียนแล้วไปดูกูซ้อมดนตรีสิ จะลองขอเพื่อนให้ลองเล่นดู”

ผมหยั่งเชิง ไม่บังคับ เห็นแววลังเลอยู่ในดวงตา เมื่อชวนอีกครั้งสุดท้ายเขาก็ตกลง






“ไอ้เปาน่ารักว่ะ” ภัทรเอ่ยชมหลังจากผมกลับจากส่งเปาที่โรงเรียนกวดวิชา มันดีดกีตาร์ตัวโปรดของผม หลิ่วตาให้แล้วพูดต่อ “เป็นคนที่น่าสนใจฉิบหาย”

“ของกู กูเจอก่อน กูจองแล้ว”

“ไอ้เหี้ย แค่จ้องไม่ถือว่าจองโว้ย”

“เดี๋ยวเอากีตาร์ฟาดปาก”

“แหม ถ้ากีตาร์พังจะเอาอะไรไปล่อเขามาล่ะคร้าบ” เพื่อนสนิทกล่าวอย่างรู้ทัน เมื่อรถพ่อไอ้โป้มาถึงเราก็เงียบเสียง ขนเครื่องดนตรีฝากมือกลองกลับไปนอนบ้าน ส่วนอีกสามตกลงกันว่าจะไปสังสรรค์กันต่อ


“กูว่าหน้าคุ้น ๆ”

“คุ้นอะไร ไอ้ธีร์”

“เปาน่ะ เหมือนกูเคยเจอ อ้อ นึกออกแล้ว เพื่อนพี่ธัชชื่อปิง เคยพาน้องชายมา มึงถามเปาดิว่ามีพี่ชื่อปิงหรือเปล่า กูว่าใช่”

“รู้แต่ว่ามีพี่ชายว่ะ”

“เออ ถ้าใช่แม่งงานยากแล้ว” มือเบสกล่าวพลางคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุด ส่งหนึ่งมวนที่เหลือให้ผม และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปฎิเสธ ผมรับมา ต่อบุหรี่จากมัน อัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ “บ้านพี่ปิงโคตรเข้ม พ่อเขาน่ะ ดุอย่างกับหมา กูจำได้เพราะพี่ธัชเคยเล่าให้ฟัง เป็นตลกร้ายว่ะ ที่บ้านพี่ปิงโดนเข็นให้เรียนหมอตั้งแต่ม.ต้น แต่เรียนไม่ไหวจริงเลยได้วิศวะแทน ตอนนี้เวรกรรมเลยไปลงที่น้องชาย”

ผมครางรับ เป็นข้อมูลที่ตรงกับที่ได้ยินมา ตั้งใจว่าเจอกันเสาร์หน้าจะลองถามดู

“เออ แต่วันนี้ทำไมไม่ใส่ต่างหูวะ เพิ่งได้มาไม่ใช่เหรอ”

“ไม่รู้ว่าเปาเป็นแบบไหนว่ะ” ผมสารภาพกับคนถามตามจริง “กลัวเถื่อนไปแล้วเขาจะกลัว”

“ไม่น่าเป็นคนปอดแหกนะ”

“ดูไกลๆ เหมือนเรียบร้อยไง” เด็กเรียนสุด ๆ ตอนที่รู้ว่าชอบเล่นกีตาร์หัวใจผมโลดแล่น กู่ร้องตะโกนว่ากูมีช่องจีบแล้วโว้ย

“กล้าโดดเรียนตามเพื่อนที่เจอกันครั้งแรกมาได้ ไม่เรียกป๊อดนะ ไม่เนิร์ดด้วย”

“เพราะกูหล่อ แถมคารมดีต่างหาก”

“ถ้าสบายใจที่คิดแบบนั้นก็เอาเถอะ”






ผมเฝ้ารอวันเสาร์ นับจากนั้น

เวลาเรียนพิเศษเย็นวันธรรมดาถูกเลื่อนเป็นเช้าตรู่ทั้งเสาร์และอาทิตย์ เข้าเรียนบ้าง โดดเรียนบ้าง เวลาที่เห็นเปากับกีตาร์แล้วก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขไปด้วย เขาไม่ได้ฉีกยิ้ม ซ่อนทุกอย่างไว้ที่มุมปาก จับคอร์ดได้แม่นยำ ตั้งใจจริง

ว่ากันว่าผู้ชาย พอแน่วแน่กับอะไรแล้วจะเท่อย่างประหลาด

ผมเท้าคางมองเปา อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาหวานเยิ้ม พวกไอ้ภัทรเลิกแซวไปแล้ว แต่ยังหลิ่วตาล้อเป็นระยะ แน่นอน คำพูดของพวกมันไม่ได้ทำให้เปาเขินอาย คนที่หัวเราะแก้เก้อตลอดกลายเป็นผม หมอนี่แน่นิ่ง ไม่เผยความรู้สึก เก่งเรื่องเก็บทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบ แต่ผมสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายก็มีใจ


“โน้ตตรงนี้มันเพี้ยนหรือเปล่า”

“หืม?”

“ที่แกะมาเมื่อคืนน่ะ” ผมลุกขึ้นจากที่ที่ตัวเองนั่ง อ้อมหลังมาเพื่อชะโงกหน้าดูสมุดเยิน ๆ ของตัวเอง ตัวอักษรโย้ไปมา เพลงนี้แกะตอนเมา “ฟังแล้วมันเพี้ยน ๆ”

ตี๋แว่นดีดให้ฟังอีกรอบ ไม่มีอาการเคอะเขินเมื่อผมอยู่ใกล้ กระทั่งถูกกระชิบชิดหูว่าผมแกะผิดโน้ตจริงเสียงกีตาร์ก็บอดขึ้นมาดื้อ ๆ ไหล่เล็กสั่น แต่ยังคงสีหน้านิ่งสนิท


“ตัวนี้น่าจะเป็นจีชาร์ป”

“ไม่ต้องพูดใกล้ๆ หรอก”

“เขินเหรอ”

“ลองบ้างไหมล่ะ”

“ไม่เอา” ผมเถียง ยิ้มกรุ้มกริ่ม “กูได้เขินจนต้องเอากีตาร์ตีหัวตัวเองแน่”

“สงเคราะห์ให้ไหม” ไอ้ภัทร ไอ้ตัวเสือก ไอ้โป้ที่ไม่ค่อยพูดยังใช้จังหวะนี้ตีกลองรับ ผมชูนิ้วให้มันแทนคำตอบ และนั่นทำให้ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเปาอีกครั้ง

“ไอ้รุณ หูมึงแดง” แม้แต่ธีร์ผู้ซึ่งไม่ค่อยกวนประสาทผมเท่าไรยังตะโกนแซวมาด้วย ผมตะครุบหูตัวเอง เหลือบมองตัวการที่รอยยิ้มลามไปสู่การหัวเราะเสียงใสแล้วก็เผลอยิ้มตาม

“ปล่อยให้เราถูกจีบแบบโต้ง ๆ บ้างเถอะน่า” เปาทำตาวิบวับล้อเลียน ใครบอกว่ามันใส แสบใช่เล่นเลยต่างหาก “อีกนิดก็ไม่ได้จีบแล้ว”

“เฮ้ย อะไรวะ” ผมรีบโวยวาย ดูแลดีขนาดนี้ยังจะทิ้งกันลง คิ้วบางเลิกขึ้นเล็กน้อย เป็นไอ้ตี๋แว่นที่โคตรน่าต่อย แต่ทำไม่ลง อยากจับมาจูบให้หายแค้นเสียมากกว่า

“เมื่อกี้ไม่ได้ขอคำตอบเหรอว่าคิดยังไง”

“เออ ก็ถามว่าคิดยังไง พูดเองว่าจะบอกหลังงานเปิดหมวกไม่ใช่เหรอ”

“ก็ถ้าเราพูดความรู้สึกออกไปจะจีบต่อหรือคบเลยล่ะ”

เชี่ยแว่นเล่นกูแล้ว แต่ผมไม่โกรธหรอก โอเค ตอนนี้หน้าผมร้อนมาก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะร้อนกว่า แก้มขาว ๆ ขึ้นสี มือดีดคอร์ดกีตาร์โน้ตเพี้ยน ๆ เสียงบอด ๆ ต่อไป ไม่ได้เรื่อง ห่วยแตกชะมัด อยากบอกว่าถ้าเขินแล้วเล่นดนตรีเพี้ยนขนาดนี้มึงไปเรียนหมอเหอะไอ้แว่น แต่นี่เป็นสิ่งที่เปารัก ถึงเพี้ยนแค่ไหนมันก็ทำให้เสียงนั้นน่าฟังกว่าปกติ

“วันนี้กลับค่ำหน่อยได้ไหม แต่ทันพี่มึงมาแน่”

“ทำไม”

“อยากจีบต่ออีกนิด”

ผมทำตาเจ้าชู้ใส่ ไม่ใช่เรื่องปกติ ยิ่งรู้จักมากเท่าไร ยิ่งรู้สึกชอบมากกว่านั้น เปาที่ปอกเปลือกออกไป เปาที่เป็นแค่เด็กผู้ขายคนหนึ่ง

“เดี๋ยวเลี้ยงข้าวราดแกงลิโด้เลยเอ้า”

“ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน”

“งั้นแวะกินบิงซูกันไหม”

“คิวอย่างยาว เดี๋ยวกลับไปที่กวดวิชาไม่ทันเฮียปิง”

กฎเกณฑ์เยอะไปหมด พอพูดถึงเรื่องพวกนี้สีหน้าของเปาจะเปลี่ยนเป็นอีกอย่าง ผมอยากให้มันมีความสุขมากกว่านี้ แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ แม้กระทั่งเปลี่ยนครอบครัวคนอื่น หรือเปลี่ยนให้เปากล้าแสดงจุดยืนยังไม่สามารถทำได้

ถ้ามันได้เรียนคณะที่ชอบก็คงดี

“งั้นเดี๋ยวเลี้ยงข้าวเซเว่น จะสอนเล่นเพลงเจ๋งๆ อีกเพลง”

มันโคลงหัว การตอบตกลงของเปาคือความเงียบ ผมชินแล้ว สั่งไอ้ภัทรไปซื้อข้าวกล่องขณะที่ตัวเองสอนเพลงใหม่ พอภัทรกลับมาก็ให้เปาเล่นพร้อมวงเป็นครั้งแรก

หัวไวชะมัด

ไวจนผมรู้สึกว่าการทำลายอนาคตหมอของมัน ช่างเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน






ความจริงแล้ว วันนั้น จบลงด้วยการที่ผมแอบแตะปลายนิ้วระหว่างเราเดินข้างกันเบา ๆ เริ่มต้นจากการอยากรู้จักแค่เพียงฉาบฉวย จู่ ๆ ก็ผันกลายเป็นเรื่องจริงจังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ผมมองเห็นหน้ามัน ไม่รู้ปัญหาของมัน แต่สัมผัสว่าสิ่งที่อีกฝ่ายแบกรับอยู่ใหญ่หลวง ใหญ่สำหรับเด็กวัยเดียวกันที่ผมรู้จัก กระนั้น ทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกันราวกับเปาโยนทุกอย่างออกจากบ่า

ผมนับวันที่จะได้เจอกันอีกครั้ง คำพูดมากมายเต็มไปหมด รู้ว่าตัวเองไม่อาจแก้ปัญหาของมันได้ ไม่อาจเป็นหนึ่งในทางออกของมัน สังคมเราต่างกัน ครอบครัวก็เช่นกัน แต่การได้อยู่ข้าง ๆ มันแล้วเติมความสุขให้ทีละนิดก็เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจผมฟูฟ่องไปด้วย

อะไรจะมีความสุขไปมากกว่าการได้อยู่เคียงข้างคนที่เข้าใจ ไม่จำเป็นต้องสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด แต่เข้าใจว่ามันคิดอะไร รู้สึกยังไงเท่านั้น


แต่ทว่า วันเสาร์ถัดมา มันก็หายไป

“ไม่มาจริงเหรอวะ”
ภัทรเป็นคนถาม หลังจากการรอคอยถึงขีดสุด ผมไม่พูด นั่งแท็กซี่ตามพวกมันมาอนุสาวรีย์หลังจากพบแน่ชัดแล้วว่าเปาไม่มาเรียน ส่วนโทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อได้

เปาไม่ชอบเล่นโทรศัพท์ ไม่ใช่คนติดมือถือ แต่อย่างน้อยทุกคืนผมส่งราตรีสวัสดิ์ไปก็จะมีใครบางคนกดอ่าน แม้ไม่เคยตอบกลับมา ผมรับรู้ได้ด้วยตัวเองว่าเขาต้องยิ้ม ในความเครียดขมึง ท่ามกลางสงครามประสาทขนาดย่อม ผมจะเป็นโอเอซิสให้เขาเสมอ
แต่สองวันหลังจากที่เจอกันคราวนั้น แอคเคาน์ที่คุยกันก็ถูกลบไป

ผมโทรติดต่อเปาไม่ได้ ไม่มีคำอธิบายอะไร แม้กระทั่งวันนี้ที่ไปนั่งรอหน้ากวดวิชาจนหมดชั่วโมงแรก เปาก็ไม่โผล่มา


“ได้เรื่องไหมวะไอ้ธีร์”

เคยได้ยินว่าพี่ชายธีร์เป็นเพื่อนกับพี่ชายเปา นั่นเป็นแสงสว่างสุดท้ายที่เหลืออยู่ แค่อยากรู้ว่าเปาเป็นอะไร สบายดีหรือไม่ ผมไม่โกรธเลยที่เขาหายไป สิ่งที่อัดแน่นในหัวใจคือความเป็นห่วงต่างหาก


“กูว่ารอจบงานค่อยไปฟังเฮียธัชเล่าดีกว่า”

“กูไม่รอแล้ว กูเล่นไมได้แน่ถ้าไม่รู้ว่าเปาหายไปไหน”

“แล้วถ้ากูบอกให้มึงตัดใจ มึงจะเล่นได้ไหม”

“มีเรื่องอะไรก็พูดมาสิวะ! มึงรู้! อย่าทำให้กูเป็นบ้าไปกว่านี้ได้ไหม! บอกกูว่าเปาเกลียดกู เปาไม่อยากเจอหน้ากูอีกก็ได้ แต่บอกหน่อยได้ไหมว่าเขาไปไหน เขาสบายดีหรือเปล่า!”

บ้าชะมัด ทำไมไอ้แว่นถึงทำให้ผมเครียดได้ขนาดนี้ ระเบิดอารมณ์ใส่มือเบสไปโครมใหญ่ก็เหลือเพียงความนิ่งเงียบ เราพร้อมกันอยู่ที่ฟุตปาธของอนุเสาวรีย์แล้ว อุปกรณ์เครื่องเสียงตั้งครบ มีเพียงกีตาร์ตัวที่เปาชอบเล่น กับตัวที่ผมใช้ออกงานวางสงบนิ่งอยู่ ใช่ ผมเอามาเผื่อเขา ถ้าเปาอยากเล่นด้วยกัน ครั้งแรกของเรา ผมจะให้เปาเล่นด้วย จะไม่แกล้งให้เขิน ให้อีกฝ่ายดีดกีตาร์ผิด จะให้มันเป็นหนึ่งในความภูมิใจของเปา

แต่ตอนนี้ทุกอย่างว่างเปล่า


“รุณ ใจเย็นดิวะ”

“บอกกูเถอะ”

“เปาทะเลาะกับพ่อเรื่องเพื่อน ให้กูเดาก็คงเป็นมึง” ธีร์คลายสิ่งที่กำไว้ออกมาในที่สุด มันไม่โกรธที่ผมขึ้นเสียงใส่ เราสนิทกันจนเข้าใจว่าในภาวะแบบนี้ผมซึ่งไม่เคยเครียดกำลังเครียดมากแค่ไหน “พ่อเปาเข้าโรง’บาล พี่ปิงเองก็ยุ่ง ๆ กูรู้อะไรไม่มากหรอก แต่ถ้าพ่อกับแฟน เป็นมึง มึงก็เลือกพ่อใช่ไหม”

ภัทรบีบหัวไหล่ผมเบา ๆ

“ตัดใจเถอะว่ะ ทุกบ้านไม่ได้ให้โอกาสลูกตัวเองเหมือนที่บ้านมึงเป็น”

“เล่นดนตรีวันนี้ ก็ถือว่าเล่นเผื่อเปาที่คงไม่ได้จับกีตาร์อีกก็แล้วกัน”






มันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของผมเลยทีเดียว
แย่ยิ่งกว่าแพ้รักบี้ ยิ่งกว่าสายกีตาร์ขาด แย่กว่าโดนวงดนตรีก่อนหน้ากินเวลา ความจริงแล้วเพิ่งรู้ตัวเองว่าผมเป็นคนโชคดีขนาดไหนที่มีเรื่องเครียด ๆ เล็กน้อยเหลือเกิน

เปาหายไปจากชีวิตผม ไอ้ธีร์เองก็ไม่พูดถึงอีก ผมไม่รู้ว่ามันไม่ได้ยินข่าวของบ้านเปาจากพี่ชายมันแล้ว หรือแค่ไม่อยากเล่าให้ฟัง ทุกสิ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ผมเข้าใจได้ เป็นใครครอบครัวก็ต้องมาก่อน แม้ว่านั่นจะเป็นความสุขของเปาหรือเปล่าก็ตาม

แต่แน่นอน ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนอยากทำร้ายลูกตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ผมเบาใจไปว่าเปาจะมีอนาคตที่ดี

“ลืมไฟแช็กไว้ที่โต๊ะกินข้าว” คนเปิดประตูห้องมาเป็นแม่ ผมนั่งครอบหูฟังไว้แต่ไม่ได้เปิดเพลง อาการอกหักของผมก็แค่นั่งนิ่ง ๆ ในห้องเงียบ ๆ ไม่เอะอะมะเทิ่ง ไม่ดื่มเหล้าจนจะเป็นจะตาย ส่วนบุหรี่ก็ไม่ได้สูบจัดเท่าไร

“กำลังหัดเลิกบุหรี่เหรอ”

“เปล่าครับ แค่ไม่อยากสูบ”

“เลิกได้ก็ดีนะ แม่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไร”

“ติดไปแล้วน่ะสิ”

“ถึงได้บอกว่าเลิกได้ก็ดี ค่อย ๆ แล้วกัน ไม่ใช่แค่กับตัวเอง แต่กับคนรอบข้างด้วย ที่พูดเข้าใจไหม”

“จะพยายาม”

“งั้นไฟแช็กนี่แม่ยึดนะ”

“โธ่ แม่ นี่รุณก็ลดเหลือวันละมวนแล้วนะ ยึดแล้วให้จุดไฟกับอะไรล่ะ หินกระทบกันหรือไง”

“อย่างนั้นก็ดี จะได้เหนื่อยแล้วเลิกไปซะ เรานี่มันลูกพ่อไม่มีผิด”

“ตอนอยู่กับพ่อ พ่อก็บอกลูกแม่”

“ไม่ได้อยากจะได้มาเล้ย ไอ้ลูกคนนี้ แต่เอาเถอะ ตอนนี้วันละมวน เดือนหน้าขอเป็นสองวันมวนนะ แล้วจะพิจารณาเรื่องกีตาร์ตัวใหม่ให้”

ผมถอดหูฟังออก เดินมากอดมารดาที่ตัวเล็กนิดเดียวไว้ในอ้อมแขน หอมแก้มซ้ายขวาทีละข้างอย่างเอาใจ พานนึกไปถึงใครอีกคนว่าเคยมีช่วงเวลาแบบนี้หรือเปล่า

คนที่เข้าใจเรา แม้จะทำตัวไม่ดีแค่ไหนก็ตาม






ฤดูหนาวผ่านไปแล้ว การปิดเทอมแสนยาวเหยียดเดินทางมาถึง ผมใช้เวลากับการซ้อมดนตรีเสียส่วนมาก พวกเพื่อน ๆ เข้ามหาวิทยาลัยแตกต่างกัน ไม่มีคนไหนได้เรียนด้วยกันอีก ดังนั้นหลังจากเปิดเทอมการรวมตัวกันอีกครั้งก็ยากที่จะทำ ส่วนการใช้ชีวิตผมเหมือนเดิม พบปะเพื่อนฝูง รู้จักคนใหม่ ๆ มีหลายคนเข้ามา และหลายคนผ่านออกไป ทว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่แสนยาวนานไม่อาจทำให้ผมลบภาพใครบางคนออกไปได้เลย

อยากเจออีกครั้ง อยากเห็นว่าเปามีความสุขดีมากกว่าตอนนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะรอ แต่ผมคิดว่าเราน่าจะมีโอกาสเจอกันอีก

บางที...อาจเพราะคำถามของเปาครั้งหนึ่งที่เคยกล่าวในทำนองว่าจะสอบตามกันมาก็ได้


“เฮ้ย ไอ้น้องเสื้อเขียวรด.คนนั้นน่ะ ลงชื่อประกวดเดือนคณะไหม”

พักเที่ยงของวันแรกพบคณะผมถูกรุ่นพี่ประกาศโทรโข่งเรียก เรื่องกิจกรรมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ที่เหม่อถึงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เมื่อครู่ถูกเก็บลงลึกในใจ ผมรู้ว่าแพทย์ที่มหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้โด่งดัง ครอบครัวเปาอาจไม่ยอมให้ลูกชายที่มีความสามารถขนาดนั้นมาลงเรียนด้วย แต่ทว่า...ก็ยังหวังอยู่

ถ้าผมเป็นเดือนคณะ โอกาสที่ได้แสดงตัวให้เปาเห็นอีกครั้งจะมีหรือเปล่านะ
ถึงเวลานั้น...เราจะได้เจอกันอีกสักทีไหม






ความจริงแล้วงานประกวดก็ไม่ได้แย่อะไร ผมชินชากับเวที ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ ทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก ขึ้นไปด้วยความหวัง แน่นอน ผมไมได้หวังจะได้ตำแหน่งใด ๆ คิดเรื่องเดียวคือเปา ไอ้แว่นที่ต้มผมว่าเนิร์ดเสียจนเปื่อย เด็กที่นั่งหน้าสุดในห้องเรียนกวดวิชา ห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหนาว แต่ที่พกมาเป็นเพียงเสื้อคลุมตัวบาง ๆ เท่านั้น

ผมไม่รู้จักทั้งชื่อและนามสกุลของมัน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พ่อแม่เป็นใคร มองเห็นแต่ความสุข ความทุกข์ในแววตาคู่นั้น จำได้ตั้งแต่ยังไม่ได้สบตา มองอยู่ฝั่งเดียวจนจำหน้าได้ขึ้นใจ ดังนั้นเมื่อลงจากเวทีประกวดเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนก็ทำให้ใจเต้นรัว กิริยาท่าทาง ทรวดทรง กระทั่งจังหวะการขยับตัวที่ผมมองอยู่ฝ่ายเดียวบ่อย ๆ ชัดเจนขึ้น วันนี้ดูมันแปลก ไม่ใช่เหี้ยแว่นที่พกความมั่นใจมาเต็มหน่วย


“คิดไว้แล้วเชียวว่าเด็กกิจกรรมอย่างนายต้องขึ้นประกวด”

เป็นประโยคที่กวนตีนเป็นบ้า มันดูจิตตก กำมือแน่นเข้าหากัน เม็ดเหงื่อผุดพราย ท่าทางที่เห็นแล้วต้องซ่อนรอยยิ้มไว้ลึก ๆ ดีใจเป็นบ้าที่เจอกันอีกครั้ง


“แล้วยังไงต่อ” แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อดูปฏิกิริยา ไอ้แว่นหน้าซีดมากกว่าเดิม เหงื่อแตกพลั่ก

“ขอโทษ พอดี...มีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย”

“ไม่นิดหรอกมั้ง หายไปจนติดต่อไม่ได้ขนาดนี้ เกือบครึ่งปีเชียวนะ”

“อืม...ไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรอก มีแฟนแล้วใช่ไหมล่ะ ป่านนี้แล้วนี่เนอะ” สีหน้ามันผิดหวัง อาจเป็นความผิดหวังไม่กี่อย่างในชีวิตที่มองเห็นแล้วหดหู่ใจไปด้วย ผมเลิกแกล้งมันตั้งแต่นั้น มันคือคนที่ผมรอตลอด มาเจอในวันนี้ ไม่รู้จะเป็นการกล่าวลาหรือไม่ด้วยซ้ำ

“ติดหมอแล้วล่ะสิ”

เปาพยักหน้า ขณะที่หัวใจผมสั่น เขาเดินตามเส้นที่ทางบ้านตีกรอบไว้ให้ ทั้ง ๆ ที่เข้าใจเหตุผล แต่กลัวคำบอกลาอย่างเป็นทางการอยู่ดี ผมเงียบไปอึดใจ ในหัวเฝ้าเพียรคิดว่าหากอีกห้านาทีมันจะหายไปอีกผมควรทำอะไรในเวลานี้

สองขาขยับก้าว ยื่นมือจับปลายคาง วันนี้น่ารักกว่าทุกที ไม่มีแว่นสายตาหนาเตอะมาช่วยบังตาตี่ ๆ อีกแล้ว “ทำไมไม่ใส่แว่นมา แล้วเมื่อกี้มีคนขอเบอร์หรือเปล่า”

“ไม่มี”

“รุ่นพี่มาจีบเยอะไหม”

“ไม่มี ถามอะไรของนายน่ะ”

“เฮ้อ” ถอนหายใจโล่งอก แค่ได้แสดงความหึงหวงชั่วครู่ชั่วยามก็ยังดี “ไม่อยากให้ใครเห็นหน้าแบบนี้จริง ๆ สิพับผ่า”

คลึงข้างแก้มขาว ก่อนมันจะขึ้นสี ถ้ามีกีตาร์อยู่ในมือตอนนี้เปาคงเล่นจนเสียงพังพินาศ เขาเบนสายตาหนี แต่ไม่ขืนตัวออก อย่างน้อยนาทีนี้ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง ติดก็แต่เรื่องที่บ้าน...

“เออ...ป๊าอนุญาตให้อยู่หอแล้วนะ”

เปาตอบคำถามในใจผมกลาย ๆ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องน่าประหลาด ลูกชายคนเล็กที่ทางบ้านหวงแหนนักหนาจะได้อิสระอย่างที่ไม่เคย ผมเลิกคิ้ว ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “เหรอ เข้มงวดน้อยลงแล้วสิ”

“ก็...ประมาณนั้น”

นั่นหมายความว่า “แล้วอนุญาตให้มึงหาลูกเขยมาให้หรือยัง”

ไม่ตอบคำถาม คือการตอบแบบหนึ่งของเปา ผมรับรู้เรื่องนี้มาตลอด เสียงหัวเราะนั่นทำให้หัวใจผมชุ่มชื้นขึ้นมา ทอดมองอีกฝ่ายด้วยความคิดถึงทั้งหมดที่มี เปาขยายความ คล้ายกับเป็นการสารภาพรักกลาย ๆ ในแบบที่คนหลงตัวเองอย่างผมจะคิดได้

“ที่จริงก็อนุญาตให้เป็นเกย์...แต่คบคนดี ๆ หน่อย ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้กันนักหรอก คงยังทำใจยอมรับอยู่”

“เหรอ อย่างกูนี่เรียกว่าดีหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิ”

ไอ้แว่นแกล้งเฉไฉไปอย่างนั้น สารภาพตามตรง ผมไม่ควรรอเขา ใคร ๆ ก็บอกให้ตัดใจ ความเป็นไปได้ในเรื่องของเรามันริบหรี่ ผมรู้ว่ายาก แต่ในความยากก็มีเรื่องที่ไม่สามารถทำได้อยู่ อย่างเช่นลืมหัวใจตัวเองดวงนี้ไป ใครจะทำลง

เปาพูดแต่คำว่าไม่รู้ หลับหูหลับตา ไม่ยอมจ้องหน้า บางทีการบีบคั้นอาจทำให้เขาร้องไห้ มือที่จับแก้มอยู่รู้ว่าอีกฝ่ายสั่น ผมเองก็อยากดึงเขาเข้ามากอดแล้วร้องไห้ใส่สักทีให้สมกับที่เผชิญความทรมานในฤดูหนาวที่ผ่านมาสักครั้ง กระนั้นก็ไม่อาจทำได้ หลายคนมองเราอยู่ และผมไม่อยากให้เปาถูกมองมากกว่านี้

ชั่วจังหวะที่เราส่งความโหยหาให้แก่กัน เวลานั้นเปาน่ารักเกินไป และผมก็ไม่อาจอดใจได้อีก ไอ้แว่นไม่มีแว่นแล้ว ผมรู้ว่าข้อดีอย่างหนึ่งคือทำให้ผมขโมยจูบมันได้รวดเร็วและแนบแน่น

คนตัวเล็กกว่ายืนแน่นิ่ง ลิปสติกจากเครื่องสำอางก่อนขึ้นเวทีของผมติดอยู่ที่ปากมัน เปายังคงไม่ขยับตัว เผยอริมฝีปากนิด ๆ ทำอะไรไม่ถูก ผมขยิบตาให้อีกครั้ง ปล่อยให้มันเผชิญกับความรู้สึกที่ส่งไปให้เพียงลำพัง หัวใจผมพองโต ขึ้นไปฟังผลการประกวดเป็นเพียงหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ ผมได้รางวัลแล้ว เป็นรางวัลที่เฝ้ามองมานาน

“แฟนเหรอ” พี่สต๊าฟท์ถามขึ้น คงเห็นจังหวะที่ผมฉวยจูบพอดี “น่ารักดีนะ เรียนอะไร”

“แพทย์”

“เออ หน้าตาก็เหมาะจะเป็นหมอ”

“มันทำอย่างอื่นได้ดีกว่าหมออีก เล่นกีตาร์ก็เก่ง”

“พูดจริง พวกนั้นเขามีเวลามาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วยเหรอวะ”

“ไม่ไร้สาระนะพี่” ในฐานะนักดนตรีขอเถียงคอเป็นเอ็น “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก”

“เออ เข้าใจ แต่...”

“อย่าตัดสินมันที่ภายนอก มันทำอะไรได้มากกว่าเป็นหมอเยอะ แต่เป็นหมอก็ดี ทำให้ผมได้เจอกันอีกครั้ง” พูดตามจริง อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“เรียนหมอทำให้มันได้ทำอะไรที่เหมาะสมมากกว่า”

“มีอะไรที่เหมาะกว่าเรียนหมออีกเหรอ”

“มีดิ” ผมยักคิ้ว สวมเสื้อที่ถอดทิ้งเมื่อครู่เข้าทางศีรษะ เมื่อหัวโผล่พ้น ยืดแขนสุดทั้งสองข้างก็เฉลย

“เป็นเมียผมไง เหมาะสุดแล้ว”

เสียงกรีดร้องดังอีกครั้งเมื่อสองขาก้าวขึ้นบนเวที ผมกวาดตามองหามันเหมือนอย่างเคย แน่นอน ปราดเดียวก็เจอหมอเปายืนกอดอกมองตรงมา สายตาผมไม่ขยับไปทางไหนอีก จากฝั่งนี้ สู่ปลายทางเดิม เป้าหมายเดิม






ไอ้เหี้ยแว่นที่หลอกผมว่าเป็นเด็กเนิร์ดเสียจนเปื่อย





END

ฉลองฟอลโลวเวอร์(@westnovel) ครบสี่ร้อย เย่
/ไม่เกี่ยว
จริง ๆ อีนี่บ้ายุค่ะ โดนยุมาว่าอยากอ่านพาร์ทของรุณบ้าง เลยลองเขียนดู เป็นอีกมุมที่เอาช่วงเวลาเดียวกันมาใส่ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์มากนะคะ มีอะไรแนะนำให้ปรับปรุงบอกได้เลยน้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

♥ [เรื่องสั้น] Another sight (ตอนเดียวจบ)
« ตอบ #79 เมื่อ: 21-11-2015 01:01:26 »





ออฟไลน์ fammi50

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
ว้ายยยยยยยยยยย เข้ามาเจอพอดีเลย ขออ่านก่อนนะค้าาาาาาาา

---------------------------------------------------------------------------------

จะเอาตอนพิเศษอีกๆๆๆ อยากเห็นคู่นี้ตอนเค้ามุ้งมิ้งกันบ้าง ยังไม่ได้หวานกันเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2015 01:19:59 โดย fammi50 »

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
ช่างกล้ามากนะตารุณ เป็นเมียผมดิเหมาะที่สุดแล้ว
เจอประโยคนี้ฟินตัวแตก ตายตาหลับ

ออฟไลน์ Dark_Noah

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 838
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-3
น่าร้ากกกกกกกก ชอบคู่นี้ที่สุดเลย  :mew1:

ออฟไลน์ Autonomyz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
โอ๊ยยยกมือทาบอกก
ไอ้แว่นที่แกล้งเป็นเด็กเนิร์ด 5555
เราขออีกตอนได้ไหมคะ ขอตอนที่เค้าเป็นแฟนกันแล้ว
อ๊ายยยยยย
อยากรู้ ต้มจนเปื่อยจริงป่าว

ออฟไลน์ chaoyui

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
คบกันแล้วจะเป็นไงน้าา อยากอ่านต่ออีกกกก

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9
ขออีกสักตอนเถอะ พาร์ทที่เค้าได้เสียเป็นผัวเมียกันแแล้วน่ะ :z1: จุดธูปกราบอ้อนวอนนักเขียนก่อน  :call: :call: :call:

ออฟไลน์ Mickey199663

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ขออีก ขออีก ขออีก เอาตอนเป็นแฟนกันนนนน เราอยากรู้ 5555

ออฟไลน์ paenggiz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หน่องเปาแสบได้น่ารักสุดดด ชอบนาง
ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทผัวหรือเมียเล่าก็กรุ่มได้ใจอินี่จริมๆขร่ะ
ยินดีกับยอดฟอลโล่ด้วยนะคะ พี่เวสต์ไม่ได้บ้ายุหรอก ถ้าบ้ายุนะแต่งเรื่องยาวให้เราละ
นี่รู้สึกว่ามีอีกหลายชีวิตที่ร้องขอ ฮือออออออออ ใจรั้ยยยยย
 :ling1: :ling1: :ling1:

ปล 'ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดารเป็นคนชอบกลนัก'
ประโยคนี้มาโผล่เรื่องนี้อีกละ คิดถึงแคนดี้เลย จ้า พ่อพระเอกบทกวีคนเก่งฝากคุม(ว่าที่)เมียให้อยู่นะจ้ะ ดูถ้าแสบๆทั้งนั้น ฮี่ๆ
 :z2:

เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่าา เขียนดีทุกเรื่องเลย ติดตามเสมอน้าาา เขียนนิยายดีๆสนุกๆให้อ่านเนอะๆนะคะ  เยิฟ
 :mew1:

ออฟไลน์ Monochii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ความคิดที่ผุดขึ้นมาในขณะที่เรากำลังอ่านเรื่องนี้อยู่คือ
คุณ west แต่งนิยายเก่งจังเลย

จริงๆนะคะ ไม่มีเรื่องไหนของคุณ west ที่เราไม่ชอบเลย555

อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกอิ่มใจค่ะ
อย่างแรกคือเราชอบที่จบแฮปปี้เอนดิ้ง
อย่างที่สองคือ ขอบคุณที่มี Another sight ค่ะ
รู้สึกอิ่มเอมใจ ชอบที่ได้รู้จักเปากับอรุณ
ในแบบที่ได้อ่านเรื่องราวจาก ทั้ง2 ด้าน

จะรอเรื่องสั้นเรื่องอื่นๆนะคะ
ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆมาให้อ่านค่ะ *กอดแรง*

ออฟไลน์ MooMiew

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 326
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
อยากอ่านหลังจากได้คบกันแล้ว อ่า  :katai1: :katai1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด