เล่าเรื่องเพื่อนสนิทจากความทรงจำคับผม โดย Seventh Sin //
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าเรื่องเพื่อนสนิทจากความทรงจำคับผม โดย Seventh Sin //  (อ่าน 24939 ครั้ง)

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
คุณพี่ขา

จะลงแทนทั้งที

ทำไมลงซ้ำเคอะ

น้องรับไม่ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


เอามาลงใหม่เด๋วนี้เลย

แงๆ

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
ขออภัยอย่างสูงครับ
พอดีมือใหม่หัดโพส อิอิ

พอดีสงสัยว่าตอนเล่านี่ฝนจะตกทุกวัน
เลยหยิบตอนผิดมาลง

แก้ไขให้แล้วนะครับ
ขอบคุณนะครับ
 :oni2: :oni2: :oni2:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
ความสำคัญ ของ คำสัญญา คืออะไร
และหากมันจะสำคัญ ในคำสัญญานั้นควรมีอะไรอยู่ ...
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมเคยผิดคำสัญญากับใครๆหลายคน หลายครั้ง
แต่ไม่ใช่เพราะคำสัญญานั้นไม่สำคัญ
ไม่เคยเลยสักครั้งที่มันจะไม่มีความหมาย ...
ผมจึงเข้าใจ
หลังจากวันที่ไอ้พัทให้คำมั่นกับผมเอาไว้ ว่าเราจะเจอกันอีกครั้ง
ผมยิ่งแทบไม่ต้องคิดกังวลใจใดๆ
เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกมากมายด้วยซ้ำ นับได้อีกหลายเดือนทีเดียว
ระหว่างนั้น เราสองคนก้อยังคงเหมือนเดิม ตัวติดกันเช่นเคย
ผมเดินไปรอมันที่ห้องในตอนเย็น เพื่อเดินกลับลงมาจากตึกพร้อมๆกัน
และพ่อแม่ไอ้พัท ก้อจะมารับมันกลับไปอย่างรวดเร็ว
ผมเดินเล่นกับมันอยู่ตรงที่ๆเราชอบไป
และบางครั้ง มันก้อจะนอนหนุนตักตักผมอย่างที่เคยทำ ...
หลายความทรงทำที่ปลีกย่อยมากมาย กองสุมกันอยู่ในหัว
แต่ว่า ผมขออนุญาติไม่เล่านะคับ ^ ^ เพราะมันกระจัดกระจายกันมากเกินไป
เกินกว่าจะเรียบเรียงเป็นเรื่องราวที่ชัดเจนได้ จะดูน่าเบื่อยืดเยื้อเสียเปล่าๆ
ยิ่งนานไป วันสอบยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไอ้พัทเริ่มไปเรียนพิเศษมากขึ้น
ผมรู้สึกว่า ท่าทางครอบครัวไอ้พัทจะสนับสนุนให้มันเข้าโรงเรียนที่จะไปสอบมากๆ
มันเอง ก้อดูไม่ยินดียินร้ายอะไรมากนัก ภายใต้สีหน้ามึนๆเฉยๆอย่างที่ผมเคยเห็นประจำ
แต่ผมไม่รู้หรอก ว่ามันคิดอะไรอยู่กันแน่ ...
บางที มันอาจจะดีใจก้อได้นะคับ เหะๆ ที่จะได้เจอโลกใหม่ๆบ้าง
เรื่องแบบนี้ มันย่อมน่าตื่นเต้นเป็นของธรรมดา โลกใบเก่าๆที่คุ้นเคย สำหรับผมบางเวลายังดูไร้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง
นับประสาอะไรกับคนอื่นๆจะคิดบ้างหละคับ ว่าไม้
แต่ไม่ว่ามันจะคิดอะไรอยู่ มันเป็นคนประเภทที่ว่า หากต้องทำอะไรแล้ว ต้องทำจนถึงที่สุด
ผมจึงรู้สึกได้ว่า มันเองก้อตั้งใจมากเช่นกัน
และผมไม่ควรจะทำอะไรๆให้ความตั้งใจของมันน้อยลง ถูกไม้คับ ^ ^
แต่เราก้อไม่เคยพูดถึงการสอบอีกเลย หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ที่ผมบอกชัดเจนว่าจะไม่ไปสอบด้วย
และผมก้อไม่เคยถามด้วยซ้ำไปว่าจะสอบวันไหน ...
ผมไม่จะอยากสนใจเลยจริงๆ
วันๆที่เราอยู่ด้วยกันจากนั้น ก้ออยู่อย่างไม่สนใจอะไรนั่นแหละคับ
ผมไม่เคยย้ำเตือนตัวเองว่า เราสองคนกำลังจะจากกัน
เพราะผมรู้ว่าเราจะต้องเจอกันอีกแน่นอน ด้วยคำสัญญาที่ให้เอาไว้ ...
ตอนนี้ ผมเองก้อรู้จักเพื่อนมากขึ้นๆ แต่ไม่ใช่ว่า ผมกับไอ้พัท เราได้อยู่ด้วยกันน้อยลง
เป็นเพราะว่า ผมเติบโตขึ้นนั่นเอง
ผมเรียนรู้การเข้ากับคนอื่น การอยู่ร่วมกับคนอื่นไปตามวัย
และผมเองก้อยังมีความสุข ที่ผมได้เจอกับใครหลายคน ที่ปัจจุบันมีผลต่อชีวิตของผมด้วย ...
" พรุ่งนี้เราจะไปสอบแล้วนะ ... "
วันหนึ่ง เหมือนทุกวันที่ผ่านมา ไม่มีอะไรแตกต่าง มันบอกผมขึ้นมาแบบ อยู่ๆก้อบอก
ผมเองที่อยู่ๆก้อได้ฟังว่ามันจะสอบวันรุ่งขึ้น จึงรู้สึกตกใจเล็กน้อย
เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ ผมยังคิดอยู่ในใจว่า เร็วจัง...
นับจากวันที่เราคุยกันตอนนั้นก้อเทอมนึงแล้วเหรอเนี่ย...
" โชคดีละกัน ... " ผมตอบ
มันยิ้ม
แต่ผมคิดตรงข้ามกับที่พูด ................
นิดนึง จริงๆนะ ... ^ ^
ไม่นานนัก จากวันสอบ
ไอ้พัทก้อบอกผมอีกครั้งว่า มันสอบติดแล้ว.... เช่นเคยคับ อยู่ๆก้อบอก...
ผมเองก้อเหมือนเคย อยู่ๆก้อได้ฟัง...
ตลกดีนะคับ ว่าไม้ ...
แต่ไม่มีความรู้สึกใดๆ นอกจาก ผมดีใจกับมันจริงๆ
ความจริง ผมรู้อยู่แล้วว่ามันต้องสอบติดแน่นอน
ถึงแม้จะแอบคิดให้มันสอบไม่ได้ก้อเหอะนะ แต่ความจริงแล้วผมรู้จักนิสัยมันนี่คับ
แล้วทำไมผมถึงจะไม่รู้แต่แรกว่ามันต้องสอบติดอย่างแน่นอน ...
มันเองก้อดูมีความสุข ที่ทำอะไรบางอย่างสำเร็จได้เช่นกัน
อย่างเดียวที่แน่นอนมากขึ้นสำหรับผม คือเราสองคนต้องจากกัน ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
แค่มันชัดเจนยิ่งขึ้น เท่านั้นเอง ....
วันจบการศึกษาใกล้จะมาถึง
ผมนั่งมองหน้าของมัน พลางคิดในใจว่า พรุ่งนี้ผมจะเอากล้องมาถ่ายรูปหน้ามันดีไม้น้า...

********************
วันนี้ ...
ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มไม่ใหญ่นัก ออกมาจากกล่องที่เก็บไว้ในห้อง
หลังจากที่หยิบออกมาดู เมื่อครั้งแรกที่เริ่มเล่าเรื่อง
เปิดไปหน้าที่ถูกคั่นไว้ ด้วยรูปถ่ายใบหนึ่ง ...
บนกระดาษสีฟ้า มีลายมือที่ผมเคยจำได้ วางตัวเป็นบรรทัดๆ
ในรูปถ่ายเพียงใบเดียวที่ผมมี ไอ้พัทยืนอยู่บนบันได
หันหน้ามาชู2นิ้ว ในชุดลูกเสือ ^ ^
ผมยิ้มแทบจะขำ ...
รอยยิ้มจืดๆ สายตา มึน ๆ ที่ผมเคยเห็นอยู่บ่อยๆ จ้องผมกลับมาจากในภาพ...
ให้ตายสิ นี่แหละที่ทำให้ผมไม่เคยลืมมันเลย ...
ข้อความในสมุด เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน ไม่มีร่องรอยของวันเวลาที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย
เพราะผมเก็บมันไว้อย่างดี ...
สองบรรทัดสุดท้าย เขียนไว้ด้วยลายมือแบบเด็กๆของมันว่า
กรุณาอย่าลืมข้าพเจ้า ขอให้นึกหน้าไว้ตลอด
ถ้าลืมจะสาปแช่ง เพราะฉะนั้นอย่าลืม please ...
พัท
บาย วงเล็บ ยังไม่ไปไหน...

ผมยิ้ม เพราะผมไม่เคยลืมหน้ามันเลย ...
ก้อมันย้ำเหลือเกินนี่คับ ว่าไม่ให้ผมลืมมัน ... มีการจะสาปแช่ง เด็กหนอเด็ก.... 555
เล่นให้นึกหน้ามันอยู่ตลอดเวลา ใครมันจะไปทำได้วะ...
แต่คำที่สะดุดความรู้สึกของผมมากที่สุด ก้อคือคำว่า
ยังไม่ไปไหน ...
ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า มันเอง ก้อไม่ได้คิดว่าจะห่างผมไปไหนจริงๆ
มันยังจำคำสัญญาที่ให้กับผมไว้ได้ ในตอนนั้น
สัญญาที่จะนำมันจะกลับมาหาผมอีกครั้ง ...
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก้อตาม
จนถึงตอนนี้ ผมก้อยังเชื่อ ว่ามันยังไม่ลืม ....
ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ ...

หลังจากที่ไอ้พัทมันสอบติดแล้ว เหตุการณ์ระหว่างผมกับมันที่เหลืออยู่ในความทรงจำผมก้อเหลือน้อยแล้วคับ
เพราะจากนั้นมา เราก้อใกล้จะแยกจากกันเต็มที
ผมและไอ้พัทเดินทางมาถึงจุดปลายของสิ่งที่เราสร้างร่วมกันมา...
ผมยังไม่เคยรู้สึกว่ามันต้องไปไหนเลยคับ แม้จะถึงเวลาเกือบจะท้ายที่สุด
แต่ผมเองก้อกลับรู้สึกแปลกๆมากกว่า
ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร มันคล้ายๆกับความเหงา
ที่ถึงแม้มีคนอยู่ข้างๆ เราก้อยังรู้สึกอยู่ดี
ผมรู้สึกอย่างนั้นเพิ่มขึ้นทีละนิดๆในใจ อย่างไม่รู้ตัว ...
จนกระทั่งวันสุดท้ายที่มีการเรียนการสอนมาถึง ...
" พัท ...... " ผมเรียกมันให้หันหน้ามาหาผม ในตอนเย็นระหว่างทางเดินลงจากตึก
" อะไรอะ ... " มันถาม
" ถ่ายรูปหน่อยดิ ... " ผมขอมัน แล้วยิ้ม ..
" อะ .... " อะโห ไอ้นี่ โฟโต้โพสสิทีพมากๆเลยคับ ไม่ค่อยบ้ากล้องเลย
มันจัดท่าทางของมันทันที ไม่มีการเขินอายใดๆ
น่าหมั่นไส้ชะมัด ผมด่ามันในใจ ทั้งๆที่เป็นคนขอเค้าถ่ายรูปเองเนี่ยแหละคับ เหอะๆ
หลังจากสิ้นเสียงชัตเตอร์ ไอ้พัทเดินกลับมายืนข้างผม
" เอากล้องมาดิ เดี๋ยวถ่ายให้ ... " มันจะถ่ายรูปผมคับ
" ไม่อาว ... " ผมไม่บ้ากล้องคับ ถ้าจะพูดให้ถูก ผมเกลียดการถูกถ่ายรูปมากๆ
ไม่รู้ทำไม ผมไม่ชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้วคับ
ที่บ้านจึงมีรูปผมตอนเด็กๆน้อยมาก ตอนนี้ อันที่จริงก้อยังไม่หายหรอกคับ เหะๆ
จะต้องมีคนถ่ายด้วย ผมยังไม่ชอบถ่ายรูปเดี่ยวๆอยู่ดี ...
พิลึกคนเนอะ ว่าไม้คับ ผมเนี่ย ....
" ทำไมอะ ... " มันถามผมหละคับ ว่าทำไม
" เออๆ ช่างเหอะ รูปตัวเองเนี่ย จะถ่ายไปทำไมอะ... " ผมตอบมันแบบหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์
มันก้อไม่บังคับผมคับ เป็นอันว่า ผมมีรูปมันอยู่ที่ผมแล้ว
ถึงแม้ จะรูปเดียวเท่านั้น และมันก้อไม่มีรูปผม ก้อตาม ^ ^ ...
วันนั้นเอง เราสองคนก้อได้ลาจากกันด้วยความเข้าใจ
ว่าวันหนึ่ง เราต้องได้เจอกันอีก
จึงไม่มีการโอบกอด หรือหลั่งน้ำตาใดๆ
มีเพียงการโบกมือ พร้อมกับกล่าวลากันสั้นๆ เหมือนกันกับที่เราจะจากกันตอนเลิกเรียน
เหมือนเดิมกับทุกที ที่เราเดินลงมาจากอาคารเรียนด้วยกันตอนเย็นๆ
ภาพสุดท้ายในความทรงจำของผมถึงไอ้พัทในวัยเด็ก จึงถูกบันทึกเอาไว้อย่างนั้นเอง...

3ปีผ่านไป...
ผมยืนอยู่ตรงอาคารเรียน มองบอร์ดประกาศการสอบเข้าโรงเรียนของผม
ความคิดของผมย้อนกลับไปใน3ปีที่แล้วนั้นอีกครั้ง
ในวันที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน
ผมยิ้ม และนึกอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
ก่อนจะเดินต่อไป ...

*******************
การที่เราไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับคนที่เรารัก ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้คิดถึงเค้าเสมอไป
ถูกไม้คับ ....
ผมกำลังพูดถึงความมั่นคงของความสัมพันธ์
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมตลอดเวลา 3 ปี ผมจึงไม่ติดต่อกับไอ้พัทเลย
ในส่วนของผม
ผมรอมันอยู่คับ แต่ไม่ได้รอให้มันติดต่อมา
ผมรอให้มันทำตามสัญญาต่างหาก...
ผมเองก้อเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ความคิดอารมณ์เพิ่มเติมขึ้นตามวัย
และผมรู้สึกอยู่ตลอดว่า ผมเองก้อมีส่วนของชีวิตที่อยู่นอกเหนือจากไอ้พัทแล้วนะ
ผมมีโลกที่ไม่มีไอ้พัท
และผมกำลังเติบโตอยู่ในโลกใบนั้น ไม่ใช่โลกที่เคยมีเรา ...
ผมมีเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ที่ผมต้องทำความเข้าใจ และให้เวลากับทุกอย่างหากไม่อยากให้มันพัง
ซึ่งหากผมต้องการโลกของผมแล้ว
ไอ้พัทเองก้อมีสิทธิที่จะต้องการโลกที่ไม่มีผมเหมือนกัน
เราแค่ออกไปเรียนรู้ โลกที่ไม่มีเรา สักพัก... ก้อเท่านั้นเอง...
ผมรอคอยวันที่เราจะเจอกันอยู่เงียบๆ เพราะผมอยากรู้ว่า
เราสองคน จะเปลี่ยนแปลงไปมากสักแค่ไหนกันนะ
การที่เราไม่เจอกันนานๆ คงทำให้เรามีเรื่องมากมายที่จะแลกเปลี่ยนกัน
เราจะนั่งลงพูดคุยอย่างไม่รู้เบื่อ ยิ่งนาน ก้อยิ่งมีเรื่องคุย แลกกันเรียนรู้อีกครั้ง
เหมือนที่เราเคยเรียนรู้ตัวตนของต่างฝ่ายก่อนที่เราจะเจอกัน… ซึ่งมันคือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์
ผมมักจะนึกอย่างนั้นในใจ แล้วก้อยิ้มอยู่ในใจ
ผมจะวางหูโทรศัพท์ หลังจากกดเบอร์โทรแล้วนึกขึ้นมาได้ ...
ใช่แล้วคับ อยู่ในใจ ..
ผมเป็นนักเรียนชั้นมอต้นที่เรียนดีเลยทีเดียวแหละคับ ไม่ได้อวดนะคับเนี่ย ^ ^
อาศัยหัวดีเข้าว่า ความขยันที่แทบเป็นศูนย์จึงถูกกลบมิดชิด
เรียนๆเล่นๆ ไม่นานนัก เวลาก้อผ่านไป 3ปี
ประกาศการสอบเลื่อนชั้นขึ้นมอ4 ออกมาอย่างรวดเร็ว
ทุกคนต้องอ่านหนังสืออย่างหนัก เพื่อที่จะสอบเลือนชั้นให้ได้
ไม่มีใครอยากถูกกำจัดออกด้วยนโยบายคัดเด็กเรียนไม่ดีออกทางอ้อมนี้หรอกคับ 555
ยกเว้นผม และเพื่อนๆอีก จำนวนหนึ่ง
ที่สามารถขึ้นเรียนชั้นมอ4 ได้เลยโดยที่ไม่ต้องสอบ ...
ผมรู้สึกดีใจจัง ไม่น่าเชื่อว่าผมที่แสนจะขี้เกียจจะไม่ถูกลงโทษให้ขยันกะเค้าบ้าง ^ ^
การสอบเข้าชั้นมอปลายโรงเรียนของผม แบ่งเป็น 3 รอบคับ
รอบแรก ให้สำหรับเด็กในโรงเรียนเดิม มีโอกาสก่อนโรงเรียนอื่นที่อยากเข้าโรงเรียนผม
แน่นอนคับ แทบจะเป็นโอกาสเดียวของนักเรียนที่ไม่ได้เดินขึ้นอย่างผม
เพราะคนสอบมีไม่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับรอบสองซึ่งเป็นรอบสำหรับเด็กโรงเรียนอื่น และคนที่พลาดจากรอบแรก ...
ส่วนรอบสุดท้าย ใครก้อได้คับ จะพลาดจากไหนก้อตาม ขอให้มีเงินหนักๆ แล้วก้อไม่แย่นัก
ในระหว่างที่บรรยากาศกำลังเครียดๆ ผมก้อได้เดินเล่นไร้สาระอย่างมีความสุข
ไปเรียนแต่ละวันก้อเหมือนไปเล่นซะมากกว่า ^ ^
วันสอบรอบแรกใกล้เข้ามาถึง ผมยืนดูประกาศรายชื่อผู้ยื่นใบสมัครสอบใต้อาคารอำนวยการ
นึกถึงใครบางคน...
ผมไล่รายชื่อเพื่อนๆในโรงเรียน คิดในใจว่าขอให้เพื่อนๆผมสอบติดทีเหอะ
เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันซะที ^ ^
หลังจากสอบรอบแรกผ่านไป มีคนผิดหวังหลายคน สมหวังหลายคน
ผมนังมองคนที่สอบติดวิ่งพร้อมตะโกนอย่างสะใจออกมาจากห้องรับผลสอบ
และนั่งมองคนที่ถือกระดาษสีขาวเดินออกมาช้าๆ อย่างซึมๆ
หลายคนร้องไห้ดีใจ หลายคนร้องไห้เสียใจ ...
บรรยากาศที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน แปลกจังเลยนะคับ ว่าไม้...
เพื่อนๆที่ผมสนิท สอบติดกันหมด ผมไม่มีอะไรต้องห่วงอีก
ยกเว้นอีกเรื่องเดียวเท่านั้นเอง....
หลายวันถัดมา ผมกลับมายืนอยู่ที่เดิม หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อคนที่ยื่นใบสมัครสอบ
แต่คราวนี้เป็นรอบสอง รอบที่ให้นักเรียนจากต่างโรงเรียนสอบ
รอบที่ผมนึกถึงอยู่ตลอดนั่นเอง...
ผมไล่รายชื่อทีละแผ่นอย่างรวดเร็ว... มองหาโรงเรียนที่ใครบางคนไปสอบเข้า ในตอนนั้น
เมื่อ3ปีที่แล้ว...
ไม่นานเลย สายตาผมก้อสะดุดเข้ากับชื่อของตนที่ผมคุ้นเคยทันที ผมเจอแล้วคับ
ไอ้พัท ....
มันกำลังจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผม มันจะกลับมาเจอผมอีกครั้งแล้ว
ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดีใจแบบสุดๆ และเดินจากบอร์ดนั้นออกมา ด้วยอารมณ์แบบบรรยายไม่ถูก
การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วหละคับ ผมคิดอย่างนั้น...
ผมคิดถึงเรื่องราวมากมายที่ผมอยากเล่าให้มันฟัง ผู้คนมากมายที่ผมอยากให้มันรู้จัก
เหนือสิ่งอื่นใด
ผมคิดถึงหน้าตาของมันที่ผมไม่เคยลืม มันจะเปลี่ยนแปลงไปสักแค่ไหนนะ
3 ปี เหรอ
ก้อแค่นี้เอง...

วันรายงานตัว ....
ผมยืนอยู่ตรงที่เดิมอีกครั้ง
หน้าบอร์ดที่เคยประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ ตอนนี้ประกาศรายชื่อนักเรียนที่จะเข้าเรียนต่อชั้นมอ4
ชื่อของทุกคนถูกแยกเป็นห้องๆ และมีเลขประจำตัวเรียบร้อยแล้ว
ผมยืนอยู่ตรงนั้น เพราะผมอยากจะแน่ใจอีกแค่ครั้งเดียว
ว่าไม่มีชื่อของไอ้พัทอยู่จริงๆ...
ผมแค่อยากแน่ใจอีกครั้งเท่านั้นเอง...
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกคับ
มันสอบไม่ติด หรือว่ามันเลือกที่จะสละสิทธิ์
ผมรู้แค่ว่า ..
ผมจะไม่เจอมันในวันพรุ่งนี้ เหมือนที่เคยเจอกันเวลาที่เราจากกันตอนเย็น
รู้แค่ว่า มันจะไม่เดินอยู่ข้างผมเหมือนที่เคยเดินลงบันไดด้วยกันทุกวันในตอนนั้น
เราสองคนกลายเป็นอดีตโดยสมบูรณ์แบบ ...
ผมไม่มีความกล้าพอที่จะโทรไปถามเหตุผล ...
ผมไม่อยากได้ยินคำตอบอะไรเลย
เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมเท่านั้นคือความจริง และผมต้องยอมรับ ...
ตั้งแต่นาทีที่ผมไม่เห็นชื่อของมันที่เคยมีอยู่ในรายชื่อผู้เข้าสอบ... อยู่ในรายชื่อนักเรียนจริงๆ
ผมต้องยอมรับว่าจะไม่มีมัน ในโลกของผม และจะไม่มีผม ในโลกของมัน ...
ผมเดินออกห่างจากบอร์ด
เดินไปตามทางเดินที่ผมคุ้นเคยมาตลอด 3 ปี
ก้อแค่ผมจะไม่เจอมันนานอีกหน่อย เท่านั้นเอง ...
ผมไม่ควรรู้สึกแย่มากนัก และผมก้อไม่ควรจะร้องไห้
ใช่ไม้คับ ....
^ ^....


จบแล้วนะคับ.....
คงจะมีหลายครั้ง ที่เราอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ ไม่ให้ชีวิตเดินต่อไป
เพราะไม่อยากจะผ่านจุดๆหนึ่ง ที่มีความสุขที่สุดไป ใช่ไม้คับ
แต่ความเป็นจริง หากชีวิตไม่ก้าวต่อไป
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าอาจมีความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นรออยู่เบื้องหน้า
ผมเองมักจะคิดย้อนไปในอดีตของตัวเองหลายๆครั้ง
ใช้เวลานึกถึงความทรงจำที่บางครั้งเลือนลางจนถึงขีดสุด
เคยแม้แต่กลายเป็นคนปิดตัวเองจากอนาคต ไม่ต้องการรับรู้สิ่งใดๆ
ขอแค่มีชีวิตอยู่ เพื่อที่จะนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้น
ดูไม่ดีเลยใช่ไม้คับ... นั่นสิ ไม่ดีเลยคับ
น่าขอบคุณใครบางคน เหตุการณ์บางอย่าง ที่เปิดตาผมอย่างรวดเร็ว ...
ทันเวลาก่อนที่ผมจะจมหายลงไป ...
ขอบคุณมากนะคับ ทุกๆคน
ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว
เพื่อนๆที่ตามอ่านกันมา ถึงจะเป็นช่งวเวลาสั้นๆ
แต่ก้อเติมผมให้เต็มไปด้วยความรู้สึกและอารมณ์มากมายเลยทีเดียว
ขอบคุณจากใจจริงเลยคับ


ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
ธันวาคม 47
ห้าโมงเย็น...
ผมยืนอยู่ตรงทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารเรียนที่ผมไม่คุ้นเคยเลย
ไม่รู้ว่าตึกที่อยู่ตรงหน้าของผม มีไว้ทำอะไร ตึกข้างหลังผม มีชื่อว่าอะไร
สิ่งรอบข้างดูแปลกตาสำหรับผมไปหมด...
คับ .... ผมไม่ได้เดินอยู่ในโรงเรียนของผม...
แล้วผมมาที่นี่ทำไมกันหละ ... อืมมม
ผมเป็นนักเรียนมอปลายปีสุดท้าย ที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
พร้อมกับผู้ร่วมชะตากรรมอีกหลายหมื่นคน ...
หนึ่งในสิ่งที่สามารถชี้ขาดอนาคตทั้งชีวิตของผมไปตลอด... พอๆกับการสอบเอนทรานซ์
มันคือการสอบคัดเลือกเข้ามหาลัยโดยตรงนั่นเองคับ
เรียกง่ายๆว่าสอบโควต้านั่นแหละ ... เป็นที่คาดหวังของนักเรียนมอ6ในเขตภาคเหนือเลยทีเดียว ...
พูดถึงสอบแล้ว รุ่นของผมจะเรียกว่าโชคดีก้อคงได้ ที่เป็นรุ่นสุดท้ายของการสอบเอนท์แบบที่เคยๆทำกันมา
จากรุ่นของผมไป ก้อกลายเป็นแอดมิชชั่น ที่สร้างความปวดหัวมาจนถึงวันนี้เลยทีเดียว
หรือว่าไม่ใช่คับ น้องๆทั้งหลาย ^ ^
ผมเองไม่ใช่คนขยัน การอ่านหนังสือเตรียมตัว จึงน้อยกว่าคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผมไม่มีความรู้สึกกดดัน หรือกระตือรือร้นใดๆ อย่างเดียวที่ผมรู้สึกคือ
เมื่อไหร่จะสอบให้เสร็จๆไปซะทีนะ...
ดูไม่เป็นกังวลกับอนาคตของตัวเองเลยใช่ไม้คับ...
จะว่าอย่างนั้นก้อได้ ผมยอมรับคับ... ก้อผมไม่ได้อยากเข้าคณะที่ผมเลือกสอบไว้นี่นา...
แล้วจะเลือกทำไม คำตอบคือ ตามใจบุพพการีนั่นเองคับ - -...
เฮ้อ... อนาคตของผม ....
เอาเหอะๆ มาต่อกันดีกว่าคับ
เป็นอันว่า ผมอยู่ในโรงเรียนที่เป็นสนามสอบของมหาลัยนั่นเองคับ พร้อมๆกับนักเรียนจากทั่วภาคเหนือ...
ผมยืนอยู่ตรงทางเชื่อมตึกพร้อมกับฝูงเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง
การบุกโรงเรียนอื่นเนี่ย พวกมากได้เปรียบแหละคับ แถมเด็กโรงเรียนผม ถ้าเดินไปทางไหนก้อมีแต่คนมองตาม
ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่นะคับ ป่าวหรอกคับ คือโดนมองตามด้วยสายตาหมั่นไส้มากกว่า
ก้อโรงเรียนคุณหนูอะคับ เหอๆ ใครๆม้อมักจะว่าอย่างนั้น
จะถูกหมั่นไส้ก้อไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด... อยู่ด้วยกันไว้ อุ่นใจดีคับ ^ ^
การสอบของวันนี้เพิ่งจะสิ้นสุดลง เรื่องที่คุยๆกันจึงไม่หนีเรื่องข้อสอบที่เพิ่งผ่านพ้นไป...
แต่สำหรับผม ยืนฟังไอ้พวกเพื่อนๆคุยกันไม่รู้เรื่องเลยคับ
เมื่อมีคำถามว่า ข้อนี้ตอบอะไรอะ ตอบเหมือนกันรึป่าว คิดยังไงแบบไหน
ผมจะงงๆ จำข้อสอบที่เค้าพูดๆกันมาไม่ได้เลย สงสัยแต่ว่ามีข้อนี้ด้วยเหรอ...
ไม่ก้อจำไม่ได้ว่าตอบอะไรไป...ทั้งๆที่เพิ่งเดินออกจากห้องสอบ
ผมความจำแย่ขนาดนั้นเลยหละคับ... ^ ^
ผมเดินออกจากกลุ่มเพื่อน ตั้งใจจะเดินไปยังอีกฟากหนึ่ง เพราะไม่อยากได้ยินเรื่องข้อสอบแล้ว
ตรงนั้น สายตาผมมองเห็นแต่ไกล เพื่อนของผมอีกกลุ่มยืนอยู่ตรงนั้นเอง
ไกลออกไปประมาณห้าร้อยเมตร... ผมเดินรีบๆ ตัดผ่านสนามฟุตบอลที่มีคนเล่นบอลจำนวนหนึ่ง
เหมือนจะเล่นคลายเครียดตอบสอบเลิกแล้วนั่นแหละคับ แต่ผมคิดในใจ ...
แมร่ง เล่นไม่ดูเล้ย คนออกจะเยอะแยะ เดินตัดผ่านสนามบอลกันเป็นแสน พวกยังเล่นอยู่ได้
ถ้ามันโดนใครเข้านะ จะทำหน้ากันยังไง ฯลฯ .....
ผมก้มหน้าก้มตาเดินลูกเดียว พยายามหลีกเลี่ยงวิถีของลูกบอล
เพราะผมเกลียดลูกฟุตบอลคับ มันทำผมเจ็บ จากนั้นมาผมไม่เดินเข้าใกล้มันอีกเลย...
พาลเกลียดคนที่กำลังรุมวิ่งไล่ลูกบอลอยู่ ไม่เห็นมันจะสนุกเลยอะ... บอลก้อมีลูกเดียว..
ไม่รู้จะไปวิ่งไล่กันทำไม... เนอะ..
ผมก้มหน้าเดินใกล้ออกจากกึ่งกลางสนามเต็มที โล่งใจนิดๆที่ไม่เห็นลูกฟุตบอลในสายตา คิดว่าคงออกจากเขตที่ล่นกันแล้ว...
แต่ว่า ...
จังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นมา นักบอลคนหนึ่งเลี้ยงบอลสวนทางกับทิศทางเดินของผม
ทางซ้ายมือ วิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เร็วไปกว่าที่สายตาของผมจะรับรู้
ลักษณะของร่างกาย สีผิว ท่าทางตอนวิ่ง
รวมทั้งส่วนหนึ่งของใบหน้า ...
ผมหยุดเดินทันที เหมือนโดนแช่แข็ง... ตามองค้างไปข้างหน้า
ไอ้พัท...
เหมือนมาก เหมือนจริงๆ คือไอ้พัทใช่ไม้...
ที่นี่มันโรงเรียนของมันนี่หว่า ใช่แล้ว... โรงเรียนนี้แหละ ทำไมผมถึงไม่นึกว่าจะเจอมันนะ
ก้อเพราะไม่นึกว่ามันจะสอบที่สนามสอบเดียวกับผมไง
ผมจำได้ดี ท่าทางของมัน ลักษณะของมัน หน้าของมัน แม้จะเพียงแวบเดียว
ผมหันกลับไปอย่างรวดเร็ว...
แต่ภาพที่ผมเห็นคือเด็กนักเรียนจำนวนมากพากันเดินอยู่ในสนาม มากมายจนผมมองไม่เห็นคนที่กำลังวิ่งซะแล้ว
กลุ่มนักเรียนที่เตะบอลอยู่ดูเหมือนถูกกลืนหายไป...
ภาพเหมือนในหนัง ที่รอบตัวผมมีแต่คนเดินสวนไปสวนมา ในขณะ ผมยืนหันซ้ายหันขวา
อาจจะแค่คล้ายๆกันก้อได้มั้ง ... คงไม่บังเอิญมากขนาดนั้นหรอกน่า ...
ใช่ว่ามาสอบโรงเรียนที่มันอยู่แล้วจะได้เจอกันนี่นา... เพราะขนาดผมเองยังไม่ได้สอบที่โรงเรียนตัวเองเลย ...
ผมเองถึงได้เลิกล้มความหวังที่จะเจอมันที่นี่ไปแล้ว ...
อีกอย่าง ... ถึงจะใช่จริงๆ
มันที่วิ่งสวนทางกับผมจะจำผมไม่ได้เลยเหรอ...
ไอ้พัทจำผมไม่ได้จริงๆอะ ... แต่ผมจำมันได้อย่างชัดเจนนี่นา
หรือว่าจะมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้น ที่จำมันได้ ....
ผมคนเดียว ...
ผมหันกลับ ถอนหายใจเบาๆ เดินออกจากสนามช้าๆ ในใจผมรู้สึกแปลก ๆ
แต่ผมบอกไม่ถูกจริงๆ ว่ามันคือความรู้สึกอะไร
เข้าใจอารมณ์ใช่ไม้คับ ...
^ ^

หวัดดีคับทุกๆคน
ขอบคุณที่ตามอ่านกันอยู่นะคับ
นี่ก้อเป็นตอนที่นอกเหนือจากเรื่องเล่าในอดีตอันแสนไกล
ซึ่งเรื่องราวของผมกะไอ้พัท ก้อได้จบลงไปแล้ว ... มั้งนะ
เหลือตอนที่ผมได้เจอกับมันนี่แหละที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังอีก
วันสอบยังเหลืออีกหนึ่งวันคับผม ^ ^ มาดูกันซิว่า
ผมจะได้เบอร์โทรมันมาตอนไหน
แล้วเจอกันใหม่นะคับ ..
มีความสุขมากๆนะ


*************
วันรุ่งขึ้น ... สถานที่สอบเดิม ...
เที่ยงกว่าๆ ...
ผมเดินไปเดินมา หาข้าวกินกับกลุ่มเพื่อนๆ แถวๆนั้น
ในใจผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเมื่อวานเลย แม้แต่น้อย
เพราะผมคิดจนหมดความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้วคับ แล้วข้อสรุปก้ออกมาว่า
ช่างมันเหอะ ....
ไม่ว่าไอ้คนที่เล่นฟุตบอลคนนั้น จะเป็นไอ้พัท หรือคนหน้าเหมือนเฉยๆ
ไม่ว่ามันจะจำผมได้หรือไม่ได้
ในกรณีที่มันจำได้... หรือว่ามันมัวแต่มองลูกบอลจนไม่เห็นผม ...
แต่โอกาสที่ผมจะได้คำตอบนั้นคงไม่ผ่านมาอีกแล้วหละคับ
ก้อนี่มันชีวิตจริงๆนี่คับ ไม่ใช่ละครหลังข่าว ที่พระเอกนางเอกจะได้เดินสวนกันไปมาหลายๆฉาก
แล้วมาคอยหลบตากัน จากนั้นก้อรวบรวมความกล้าทำความรู้จักกันใหม่ หลังจากที่พลัดพรากจากกันไปนาน ...
เฮ่ย ... ไม่ใช่สิ ไม่ใช่พระเอกนางเอก .... - -"
เอาเป็นว่า มันคงไม่มีโอกาสมาเดินสวนให้ผมมองหน้ามันชัดๆหรอกคับ
อยู่ในช่วงสอบอย่างนี้ วุ่นวายขนาดนี้ คนขนาดนี้ ผมก้อคงไม่อยากหวังอะไรให้มันผิดหวังทีหลังหรอกคับ
ปล่อยมนุษย์ปริศนาคนนั้น อยู่ในความสงสัยของผมไปเหอะ ...
แล้วคิดเรื่องที่จะต้องทำต่อไปดีกว่า ... วิชาที่ต้องสอบต่อไปตอนบ่าย ...
ผมกินๆอย่างรวดเร็ว แล้วก้อนั่งอยู่ที่โต๊ะ หยิบโน๊ตย่อวิชาที่จะสอบออกมา
แล้วนั่งจ้อง... แต่ไม่ได้อ่าน ...
เย็นนี้หลังเลิกสอบ... ผมเดินผ่านสนามบอลเหมือนเดิม... ในเวลาเดิม
ในจังหวะเดิม ชายคนที่เลี้ยงฟุตบอลคนเดิม ก้อวิ่งเฉียดผมไปทางซ้ายเหมือนเดิม
ลักษณะเดิม ผมจำได้แน่ๆ คราวนี้ผมจะไม่ปล่อยมันไปแล้ว
ผมหันกลับไปคว้ามือนักเรียนคนนั้นไว้ทันที เค้าหันหน้ากลับมา .. และแล้ว.....
............... เสียงกริ่งเตือนบอกเวลาใกล้สอบก้อดังขึ้น ...........
ผมพับชีทสรุปใส่กระเป๋า หน้าตาเซงๆ ทำไมมันหมดเวลาพักเร็วจัง...
ยังอยากพักต่ออีกหน่อยนี่นา ... T T
ผมเดินขึ้นไปบนอาคารเรียน ที่เกิดมาเพิ่งเคยมาเหยียบ พร้อมๆกับเพื่อนอีกสองสามคน..
เพื่อนๆกลุ่มใหญ่ๆ ถูกแยกไปสอบตามห้องอื่นๆ ตึกอื่นๆกันหมดแล้วคับ ..
ส่วนตัว ผมไม่ได้อะไรมากมายกับการสอบ หน้าตาผมจึงไม่ได้ดูซีเรียสเหมือนแต่ละคนที่เดินสวนไปคนละทางกะผม
ในตอนที่เดินๆไป ผมจึงมองหน้าคนที่ทำหน้าเครียดๆ เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย
ว่าอย่างน้อย เราก้อไม่เดือดร้อนเท่าคนเหล่านี้นี่นา ^ ^
ในขณะที่มองๆอยู่นั่นเอง ... เห้ย... ทำไมไอ้คนนั่นหน้าคุ้นๆนะ
หน้าตาเหมือนคนที่ผมเพิ่งจะคิดถึงเมื่อกี้เลย ......... ไอ้พัทนี่หว่า ....
สิ่งที่ผมคิดเป็นนิยายดันเป็นจริงแล้วคับ... มันเดินอยู่ข้างหน้าผม กำลังสวนทางกับผมในอีกห้าวินาที
ลักษณะเดียวกับชายคนที่เลี้ยงลูกบอลเมื่อวานแน่ๆ
ตัวมันไม่สูงไปกว่าผมมากนัก หน้าตาก้อเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หรือว่าในสมองของผม ยังคงมองเห็นตัวมันเป็นคนในอดีตเมื่อ 6 ปีที่แล้วกันนะ
เหมือนเวลาหยุดเดิน เพื่อที่จะให้ผมจำมันได้ในทันทีที่เห็นมัน...
ภาพสโลว์โมชั่นเหมือนในหนัง...
มันไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย...
ระยะประชิด..... 5 .... 4 ..... เอาไงดีวะ ผมจะมองหน้ามันต่อไปดีไม้เนี่ย มันยังไม่เห็นผมนี่นา
ยังเดินไปคุยไปกับเพื่อนอยู่เลย ... แล้วถ้ามันเห็นผมมันจะจำผมได้ไม้นะ 3 .... เฮ้ยใกล้เกินไปแล้ว...
เดี๋ยวๆ ยังไม่ทันคิดว่าจะพูดอะไรเลยอะ
2..... ว้ากกก เดี๋ยวก่อนนน ผมตื่นเต้น รู้สึกแปลกๆ มันไม่หันมามองผมซักที ... 1 ว้ากกก ไม่เอาแล้วว...
ในวินาทีสุดท้ายนั้นเอง.... ผมก้อตัดสินใจ ถอนสายตาออกจากหน้ามัน มองไปทางอื่น
และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ... มันกลับตัดสินใจ ถอนสายตาจากเพื่อนมัน มองมาทางคนที่มองมันอยู่
ก้อคือผม ...
เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ... ก่อนจะเดินสวนกันไป
ผมกลั้นหายใจชั่วขณะที่เราเดินผ่านกันและกัน เหมือนโลกหยุดหมุน ...
คิดแวบขึ้นมาว่าขอให้มันจำได้ ขอให้มันจำได้ ขอให้มันหยุดแล้วทักผม ..
แต่แล้วผมก้อเดินต่อไป โดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไปมองอีกเลย...
มันไม่ได้หยุดคับ ...
ผมแน่ใจแล้ว ไอ้พัทอยู่ที่นี่แน่นอน คนเมื่อวานคือมันแน่นอน
แล้วที่เดินสวนผมไปอีกครั้งนั้น ก้อคือหลักฐานที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้อสงสัย
ผมด่าตัวเองในใจ.... ไอ่โง่เอ้ยยยย ...งี่เง่าจริงๆ
ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เดินสวนกันอีกแล้วแท้ๆ
แต่ผมก้อไม่หันกลับไปทักมัน เพราะไม่แน่ใจว่ามันจะจำผมได้หรือเปล่า
เพราะมันไม่ทักผมก่อน ...
ผมสมควรโดนด่าใช่ไม้คับเนี่ย ........... T T
ผมปล่อยโอกาสที่คาดว่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายหลุดลอยไปซะแล้ว
ผมนั่งที่เก้าอี้ที่มีเลขที่นั่งของผมในห้องสอบ ในใจคิดอยู่เรื่องเดียว
ว่าในเสี้ยววินาทีที่เราสบตากันนั้น มันจะนานพอที่จะทำให้มันระลึกถึงผมได้หรือเปล่า...
มันมากพอหรือเปล่านะ ... ที่จะรื้อเอาเรื่องความทรงจำดีๆเมื่อ 6 ปีที่แล้วกลับมาสู่สายตาของมันอีกครั้ง ...
กริ่งบอกเวลาเริ่มทำข้อสอบดังขึ้น... ผมต้องหยุดคิดแล้ว ...
แต่ผมกลับไม่สามารถหยุดความรู้สึกของผมได้จริงๆ ...

เฮ้อ.... หวัดดีทุกๆคนนะคับ
ตอนนี้ ผมคงโดนหลายๆคนสาปแช่งอยู่ในใจแหงๆเลย
ยอมรับผิดคับ T T...
ตัวผมมีนิสัยอย่างนี้แหละ
ในตอนนั้น ผมไม่รู้จริงๆนี่นาว่าความกล้ามันหายไปไหนหมด
ไม่ทันคิดชั่งใจถึงผลได้ผลเสีย...
ผมปล่อยโอกาสที่สองหลุดไปซะแล้วคับ ... เหะๆ
อย่าว่าผมเลยนะ เข้าใจผมเหอะ นะคับ ^ ^
แต่ว่า ฟ้าก้อเป็นใจ ประทานโอกาสที่สามมาให้ผม ...
แล้วจะมาเล่าต่อนะคับ คงเป็นตอนสุดท้ายจริงๆละ
ขอบคุณมากๆเลยนะคับ ที่ยังติดตาม
มีความสุขมากๆนะคับ


***********************
หวัดดีทุกๆคนคับ
เหะๆ ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอโทดจริงๆที่หายไปนานๆ
แต่มันเป็นเพราะความจำเป็นจริงๆคับ
เข้าบอร์ดก้อไม่ได้ มีเวลาแค่พอเชกเมล์เท่านั้นเอง T T
ตอนนี้งานผมเสร็จไปหลายส่วนแล้วคับ
พอเริ่มว่างผมเลยรีบมาจัดการเรื่องนี้ต่อทันที กลัวคนเพื่อนๆจะรอนานมากไปกว่านี้
ยังไงก้อขอโทดอีกทีนะคับ
ตอนที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ คงเป็นตอนสุดท้ายจริงๆแล้วหละ
บางทีหลังจากนี้ไป ผมอาจจะไม่ได้เข้าบอร์ดนี้สักพัก
เพราะงานบางอย่างที่ผมต้องทำต่อไปมันผูกพันตัวผมไปจนถึงสิ้นปีเลย
แต่ก้อยังไม่มีอะไรแน่นอนคับ ก้อนะ ชีวิต...
แต่ผมจะพยายามเข้ามาวิ่งเล่นบ่อยๆนะคับ ^ ^
เล่าต่อๆ
งืมๆ ถึงไหนแล้วนะ....
จากวันสุดท้าย ของวันสอบ
วันที่ผมได้แน่ใจว่า มนุษย์คนนั้น คือไอ้พัทจริงๆ
ก้อผ่านมาเกือบๆ 1 ปี
ผมไม่ได้เห็นมันอีกเลย ไม่ว่าจะฉิวเฉียดแค่ไหน
ไม่มีข่าวคราวใดๆของมัน เพราะผมไม่รู้จักเพื่อนในโรงเรียนของมันเลย แม้แต่คนเดียว ...
ตอนนี้ ผมเรียนอยู่ในคณะที่ผมเลือกสอบเอาไว้ในตอนนั้นแหละคับ
อาจจะเพราะตอนปี 1 เพื่อนๆในคณะต่างเรียนแยกกัน กระจายไปตามภาควิชาต่างๆ
ผมเลยไม่ได้รู้จักใครจริงๆจังๆ ยกเว้นเพื่อนเก่าๆ ที่ตามๆกันมาจากมอปลาย
ถือเป็นกลุ่มใหญ่ในคณะเลยทีเดียวคับ
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมยิ่งมีเรื่องราวมากมายที่ต้องผ่าน
การเป็นน้องใหม่ปีหนึ่ง ทำให้ผมเจออะไรๆมากมายเลยทีเดียว
มีเรื่องสนุกเรื่องเศร้า มากมายจนผมลืมนึกถึงใครๆที่เคยอยู่ในชีวิต ... รวมทั้งไอ้พัท
จนถึงช่วงท้ายปี
ผมกับเพื่อนๆต้องไปงานเลี้ยงอำลารุ่นพี่คับ
เค้าบังคับกลายๆว่าต้องแต่งตัวหรูๆ ผมก้องงๆ ไปเดินห้างเข้าๆออกๆกับเพื่อนอยู่หลายที
เพราะปกติผมไม่ชอบแต่งตัวแนวนี้เลย สูทผมก้อไม่ชอบใส่ ... ก้อผมยังเด็กนี่คับ ^ ^
นอกจากจะหาให้ตัวเองแล้ว ยังต้องช่วยเพื่อนๆเลือกอีกด้วยแหละ
ต้องพึ่งสายตาคนอื่นประกอบการตัดสินใจคับ ทุกคนกลัวออกมาดูตลก ...
แต่ผมว่า ยังไงมันก้อดูแปลกๆอยู่ดี แต่ละคนเหมือนเด็กแก่แดด ค้นเสื้อผ้าของพ่อมาใส่ ^ ^
แต่จนถึงเย็นของวันพรุ่งนี้จะมีงาน ผมยังต้องมาเดินๆหาเสื้อผ้าอยู่กับเพื่อนเลย - -"
ไม่ใช่อะไรหรอกคับ ผมไม่ได้เรื่องมากนะ มาเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกทีอะคับ
เพราะตัวมันใหญ่ เลยหาชุดใส่ลำบาก ต้องเลือกกันนานเลย
ผมเดินเข้าๆออกๆ ร้านเสื้อผ้าอยู่หลายๆร้าน
ตรงนี้เป็นแหล่งเลยคับ แต่มันจะมีตรอกซอกซอยหลายอัน ดูซับซ้อนนิดนึง
ก้อเลยยิ่งทำให้พวกเราเดินกันวุ่นวายเข้าไปใหญ่...
ผมกำลังชี้ๆเสื้อผ้าให้เพื่อนผมลองดู สักพักก้อมีเสียงทักดังออกมาจากข้างหลัง
" ซิน...ใช่ปะ... " เสียงผู้ชาย ใครกันวะ...
" หา.... อ่าว ... " ผมหันไปทางเสียง พบเพื่อนร่วมคณะอีกจำนวนหนึ่ง
" มาหาเสื้อผ้าเหรอ " เจ้าของเสียงเพื่อนร่วมรุ่นของผมถามคำถาม คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้วคับ...
" อืมม มาเป็นเพื่อนเค้าอีกทีอะ ของเราได้ละ " ผมตอบไป
" นายอะ มาหาเสื้อผ้าเหมือนกันเหรอ... " ผมถามคำถามสิ้นคิดเดียวกัน - -" ในใจกำลังนึกว่า เอ... ไอ้คนนี้ชื่ออะไรนะ ...
ก้อไม่รู้จะคุยอะไรอะคับ ผมไม่ได้รู้จักเค้ามากมายอะไรนี่นา... จำได้แต่หน้า
" เปล่า เรามาส่งเพื่อนเราเดินเล่น พอดีมันเพิ่งมาจากกรุงเทพ เลยมาเที่ยวด้วยกัน... " เพื่อนผมตอบ
" อ๋อ.. อืมม แล้วไหนอะ.. " ผมถามหาคนที่มาด้วย
แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะอยากเห็นหรอกคับ ถามไปงั้น ไม่มีเรื่องคุยอะ...
" อยู่ข้างนอกอะ... นั่นไง ... " เพื่อนผมเอาคางชี้ไปทางด้านทางเข้าร้าน
คนๆนึงกำลังเดินเข้ามา ผมมองหน้าเค้า เค้าก้มหน้าเล็กน้อย แต่แทบจะทันทีที่ผมมอง เค้าก้อมองหน้าผม
เราสองคนหยุด ยืนนิ่ง มองหน้ากันจังๆ....
ถูกแล้วคับ ไอ้คนที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอ หลังจากพลาดไปแล้วหลายครั้ง
คนที่ผมอยากเจอมาตลอด เป็นเวลานานหลายปี...
คนที่ทำให้ผมรอคอยการทำตามสัญญาที่ผ่านมานานแสนนาน...
ไอ้พัท.........
เรายืนอยู่ตรงหน้าของกันและกัน ในที่สุด...
ในเวลาที่ไม่คาดคิดเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้แต่นึกถึงมัน ผมก้อไม่ได้นึกถึงมานานแล้วด้วยซ้ำไป...
ผมงง เป็นมันไปได้ไงวะ มันเองก้อคงงง เพราะหน้ามึนๆของมัน บ่งบอกชัดเจน ...
ตกลง ไอ้เพื่อนคณะเดียวกับผมคนนี้ เป็นเพื่อนกะไอ้พัทเหรอเนี่ย...
ผมไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี สถาณการณ์มันดูแปลกๆ เราทั้งสองได้แต่ยืนมองกัน นานมาก เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
สำหรับผม...
ในใจผมเต็มไปด้วยความคิด คำถาม และความสับสนมากมาย
บทจะเจอแต่ละทีก้อไม่เคยคิดว่าจะได้เจอเลย ... ยิ่งเมื่อผมคาดหวัง แล้วผมกลับต้องผิดหวัง ผมยิ่งไม่คิดว่าจะได้เจอ...
เพือนคณะผมเริ่มมองผมกับไอ้พัทไปมา
เค้าคงสงสัยว่ารู้จักกันรึป่าว แต่ไม่ได้ถามอะไรผม เมื่อสุดท้ายผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปตรงหน้าไอ้พัท
" พัท..... " ผมทักด้วยการเรียกชื่อมัน .... แล้วผมก้อยิ้ม
" อืมม " มันยิ้มตอบ..
ผมพยายามนึกเรื่องจะชวนมันคุย เราสองคนดูเก้ๆกังๆ
เราแลกเบอร์กัน แลกเปลี่ยนกันบอกข่าวคราวสั้นๆ
คุยอะไรๆสัพเพเหระเล็กๆน้อยๆ
เวลานี้ผมดูมันแบบเต็มๆตา ... แล้วก้อพบว่า มันไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ
จากวันที่เราสองคนจากกันไป... ไม่เปลี่ยนไปเลยด้วยซ้ำสำหรับผม
รูปร่างผอมๆ ที่สูงกว่าผมนิดๆ ท่าทางการยืน ที่เหมือนจะไม่ค่อยมั่นคง ...
รวมทั้งสีหน้าที่ผมคุ้นเคย
ผมเริ่มนึกเรื่องคุยไม่ออก ถามอะไรออกไปตอนนี้ผมก้อจำไม่ได้ แม้แต่ตอนนั้น ผมเองก้อยังไม่รูเลยว่าพูดอะไรออกไป...
มีแต่ความรู้สึกเท่านั้น
ว่าทำไมกันนะ
ยิ่งผมยืนอยู่ตรงนั้น พยายามคุยกับมันอยู่ตรงนั้น ...
ผมยิ่งรู้สึกว่า.....
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผม มันช่างห่างไกลเหลือเกิน
เป็นไอ้พัท ที่ผมไม่คุ้นเคย เหมือนในความทรงจำของผม ที่ผมมีอยู่ในใจ ...
ผมไม่รู้จะอธิบายให้เข้าใจความรู้สึกที่เหมือนมีกระจกกั้นอยู่ตรงหน้า ระหว่างเราสองคนได้อย่างไร ...
แม้จะอยู่ตรงหน้า ให้ผมเห็นด้วยสองตาชัดๆก้อตาม
แต่เราสองคนอยู่กันคนละโลกซะแล้ว ...
ผมได้รู้ที่เรียนของไอ้พัท ก้อตอนนี้เอง ... มันเลือกไปเรียนที่กรุงเทพคับ
คณะที่ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเรียน แถมยังดูไม่เหมาะกับมันเลยซักนิด ^ ^
ในมหาลัยยอดนิยมแห่งหนึ่ง.... แถวๆสยาม ... 555 ไม่รู้เล้ยยย ^ ^
เราสองคน ไม่ได้คุยอะไรกันมากมายนัก
เพราะเพื่อนผมคอยผมอยู่ และเราต้องทำเวลาคับ ...
นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกไอ้พัทไป
แต่จริงๆแล้วในใจ...
ผมอยากจะเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนต่างหาก
ผมอยากถอยออกมาตั้งหลัก ... เพื่อเตรียมตัวดีๆ
ผมอยากเรียบเรียงความคิดตัวเองดีๆก่อน เท่านั้นเอง...
เราสองคนลากันตรงนั้น และเดินจากกันมา ....
ผมหันหลังกลับไปมองไอ้พัท มันเดินกลับออกไปตามทางเดินพร้อมกับเพื่อนๆ ที่มาด้วยกัน..
ผมมองมันจนมันเดินหายไปในโค้งร้านค้า ลับสายตาไป...
พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่อยู่ในใจ
ผมเดินออกมาจากร้านเสื้อผ้า มองไปข้างหน้าแบบเหม่อๆ
ค่อยๆพาตัวเอง จมลงไปในความคิด
จริงสิ ...
ผมยังไม่ได้รู้สิ่งที่ผมอยากรู้เลยนี่นา ...
มันจะยังคงสำคัญอยู่รึป่าวนะ...
เรื่องนั้นน่ะ


ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอไอ้พัท ก้อคือตอนนั้นเองหละคับ
จากนั้นมาก้อปีครึ่งแล้วสิ ไวจริงๆ...
ผมไม่ได้ติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ผมได้รับมาโดยตรง
มันเองก้อไม่ได้ติดต่อผมมาเช่นกัน
แต่ผมเข้าใจดีคับ...
เราสองคนเป็นความทรงจำของกันและกัน
ซึ่งบางทีผมควรจะเก็บมันเอาไว้อย่างนั้นจะดีกว่า
เพราะว่า ผมสร้างโลกของตัวเองต่อจากที่ๆเราเดินออกจากกันมาโดยที่ไม่มีไอ้พัทอยู่
ตัวไอ้พัทเอง มันเองก้ออยู่ในโลกที่ไม่มีผมเช่นกัน
เวลาที่ยาวนานอาจไม่สำคัญ แต่สิ่งที่เจอระหว่างนั้นต่างหาก ที่สำคัญกว่า
ผมผ่านเรื่องราวมามากมาย ผมเติบโต และก้าวข้ามเส้นแบ่งหลายๆอย่างที่สำคัญในชีวิต
และทั้งหมดนั้น ผมทำโดยที่ไม่มีไอ้พัทอยู่เคียงข้าง
ผมเปลี่ยนไปมาก ผมยอมรับคับ
แต่ว่า เวลาที่ผ่านไม่ได้ทำให้ผมเท่านั้นที่เปลี่ยน
ไม่ได้มีแต่โลกของผมเท่านั้น ที่หมุนไป...
ผมไม่คิดว่าเวลานี้ ใครที่เคยหายไปจากโลกของผมจะเข้าใจได้ง่ายๆอีกครั้ง
และถึงจะพยายาม ...
แต่เราสองคนอยู่ห่างกันมากเกินกว่าจะใช้เวลาร่วมกันค่อยๆรื้อฟื้น ค่อยๆทำความเข้าใจโลกของกันและกันได้อีกครั้ง
ผมมักจะนึกถึงวันที่ไอ้พัทนอนหนุนตัก และผมนั่งมองท้องฟ้าอยู่บ่อยๆ ...
เวลาที่ผมนึกถึงทีไร ...
ผมอยากขอบคุณอะไรก้อตามที่ทำให้เราเคยอยู่ร่วมกันช่วงหนึ่งของชีวิต
และแอบหวังเล็กๆให้โลกของเราสองสองคนหมุนมาใกล้ๆกันอีกครั้ง
ไม่จำเป็นต้องซ้อนทับกัน แค่ให้ผมได้นึกถึงความสุขนั้นก้อพอ...
เหนือสิ่งอื่นใด
ผมดีใจ ที่สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมเป็นผมนั้น ได้มีไอ้พัทเป็นส่วนประกอบ
และไม่ว่าในอนาคตเราจะได้พบกันอีกหรือไม่อย่างไร
ผมจะนึกถึงวันนั้นอยู่เสมอ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความทรงจำดีๆที่เคยมี เหมือนกับผมนะคับ
แล้วคุยกันใหม่ ^ ^

*******************

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
ขอขอบคุณคนเขียนด้วยนะครับ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแสนประทับใจ
ทำเอาน้ำตาซึมในไปหลายวัน
 :pig4:

เลยอยากเอามาเก็บไว้ที่นี่ โทษทีที่บอร์ดนี้คนอ่านน้อยไปหน่อย
เดี๋ยวคงทยอยตามมาอ่านกันนะครับ


ขอบคุณป๋อมแป๋มด้วย ขนาดไม่ว่าง ยังโดนใช้งาน
อุตส่าห์โพสให้ ตอนนี้คงยุ่งสินะ เอาหนุ่มๆมาฝากอีกเด้อ
 :pig4:
 :laugh: :laugh: :laugh:

isonteen

  • บุคคลทั่วไป
อ่านแล้ว รู้สึกว่า

ถ้าคนเรามีความรู้ สึกดีๆ กับใครนั้น ก็ ควรที่จะเก็บเอา ความรู้ สึกนั้น ไว้ให้ดีที่สุด เพราะว่า มันอาจจะ ไม่มีความรู้สึก แบบนั้นอีก แล้ว

 :L2: :L1: :L2: :L1: :L2: :L1: :L2: :L1: :L2:

Mono_Koro

  • บุคคลทั่วไป
ช่างน่าซาบซึ้งใจ


ขอบคุณทั้งคนเขียนเเละก็คนโพสต์มากเลยครับ


 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ nana

  • 아주마 애기 두명 ㅋㅋ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2

ออฟไลน์ Pongkemon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
 :L1: :c5: :L2: ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ ครับ เพิ่งได้ตามเข้ามาอ่าน อ่านแล้วคิดถึงอดีตของตัวเองเลย ความทรงจำดี ๆ ร่วมกับคนรอบข้าง คนแล้วคนเล่า ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป บางคนหายไปจากชีวิตของเราตอนนี้ เหลือแต่ความทรงจำดี ๆ ไว้ให้นึกถึง (พูดยังกะคนแก่เลยวุ้ย)

ออฟไลน์ BIRD

  • บี เบิ๊ด นก ^___^
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อืมจริงๆด้วยเนาะ เรื่องบางเรื่องเก็บไว้ให้มันเป็นแค่ความทรงจำดีกว่า .. เฮ้อ

ขอบคุณนะครับ ..

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






kwa

  • บุคคลทั่วไป
ไม่รู้ทำไม พออ่านจบแล้วน้ำตาซึม  :m15:

ความทรงจำกับคนสำคัญเป็นสิ่งที่ล้ำค่า

เมื่อมองย้อนกลับไปก็คือวันและเวลาดีๆที่เราใช้ร่วมกัน

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาให้อ่านนะคะ

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2948
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
ขอบคุณนะทั้งคนเขียนและคนโพส
ที่ทำให้นึกถึงความทรงจำดีๆที่บางทีก็เริ่มจางหายไปกับวันเวลา
มันทำให้เราอมยิ้ม น้ำตาคลอ เหงา และอะไรอีกหลายๆอย่าง ในเวลาเดียวกัน
ว่าแล้วก็คิดถึงเพื่อนๆจัง อ่านไปก็เห็นภาพวันเก่าๆลอยมาเป็นฉากๆ

ขอบคุณอีกที  :L2:

ออฟไลน์ honeymic

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-0
อ่านแล้วก็เหมือนประสบการณ์ของตัวเองเช่นกัน ในความทรงจำมันก็มีทั้งเรื่องดี ดี และเรื่องที่ไม่น่าประทับใจ
แต่เมื่อวันหนึ่งที่ต้องจากกันไป และต้องกลับมาพบกันใหม่ทำได้เพียงแต่ร่ำร้องในใจอยากให้มุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม
มันเหมือนกับมีเยื่อบางๆขวางกั้นไว้และมันเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลาและในที่สุดมันก็ทึบเหมือนกำแพงจนไม่สามารถที่จะสื่อถึงกันได้อีก

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23
2ปีผ่านไป เข้ามาดูห้องนิยายจบ
พอเห็นชื่อตัวเองก็แอบงงว่ากูเคยเอาเรื่องนี้มาลงด้วยเหรอวะ
ที่แท้ก็ภารกิจเมื่อนานมาแล้วนี่เอง
แถมท้ายๆเรื่องยังยุ่งมากจนไม่มีเวลามาลง สุดท้ายพี่เรย์ต้องเอามาลงเอง
ยังไงก็ขอโทษพี่เรย์นะที่น้องทำภารกิจไม่สมบูรณ์ (ช้านานข้้ามปีเลยกว่าจะรู้ตัว กร๊ากกกกก)
 :3123:

ลป.เรื่องนี้สนุกจริงๆนะจ๊ะตัวเอง

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
เป็นความทรงจำที่ดีนะคะ อย่างน้อยก็เคยได้ใช้เวลาร่วมกันกับใครซักคน :o8:
ขอบคุณค่าาา :L2:

nove

  • บุคคลทั่วไป
ซึ้งมากเลยค่ะเรื่องนี้ ยังไงก็ชขอให้พัทสนิทกับซินได้เหมือนเดิมนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

info001

  • บุคคลทั่วไป
หลายๆ คน ก็คงเคยมีสิ่งที่ประทับใจในวัยเด็ก อย่างนี้เหมือนกัน
แต่ ณ ปัจจุบัน หลายๆ อย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว
คงเหลือเป็นเพียงภาพความทรงจำในอดีต ที่ไม่มีวันหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก
แต่ถึงแม้ ความประทับใจเหล่านั้น จะค่อยๆ รางเลือนไปตามกาลเวลา
แต่คิดว่าทุกคนก็คงอยากเก็บสิ่งดีๆ เหล่านั้น ไว้ในความทรงจำของเราตลอดไปตราบนานเท่านาน....  :o8:

Spissy

  • บุคคลทั่วไป
 :z13: :z13:โดนมากเลยครับ อ่านแล้วทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนอดีตที่เคยผ่านมาน่ะครับ ยังงัยก็เป็นกำลังใจให้น่ะครับ

ออฟไลน์ whynotme

  • ♥ 09-07-2012 ♥
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
เพื่อนในความทรงจำของเรา กับ เราในความทรงจำำของเพื่อน .. มันต่างกัน ..

อ่านแล้วทำให้นึกถึงเรื่องในอดีตจัง

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่านะคะ ^^

rakna

  • บุคคลทั่วไป
เป็นเรื่องราวความทรงจำที่ทำให้รู้เหงาๆยังไงบอกไม่ถูก

ทำไมอ่านแล้วถึงอยากร้องให้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

รู้แต่ว่าอ่านแล้วทำให้คิดถึงอดีตจังกับความทรงจำดีๆ

ที่มีต่อใครบางคน


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2648
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7
 :pig4: :pig4: :pig4:

เสียดายที่ได้ไม่ติดต่อกันอีก.... :3123: :3123:

ออฟไลน์ yibsee2009

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :o8:ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ครับ
น่าเสียดายที่จบแบบนี้   สู้ๆ ครับ

ออฟไลน์ GMT101

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2

ออฟไลน์ mentholss

  • "เหตุผล" หรือ "ข้ออ้าง"
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +526/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด