(เรื่อสั้น-ตอนเดียวจบ)ทั้งหมดก็เพราะคุณ[ภาคดิว-คิม]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่อสั้น-ตอนเดียวจบ)ทั้งหมดก็เพราะคุณ[ภาคดิว-คิม]  (อ่าน 5678 ครั้ง)

SHINee

  • บุคคลทั่วไป
…………………………………
อ่า! ต้องขอบคุณ คุณPAAPAENG~ ด้วยนะค่ะ ที่ให้เอาเรื่องนี้มาแต่งในมุมมองของอีตาเป็ดเตี้ย
ไม่น่าเชื่อว่า20หน้า จะแต่ได้ในเวลาไม่กี่วัน ถ้าไม่สนุกตรงไหนติเตียนได้นะค่ะ เพราะเป็นแค่เด็กใหม่หัดแต่งเหมือนกัน ไร้NCค่ะ เพราะแต่ไม่ค่อยเป็น แห่ๆ=o= ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค่ะ^ ^


“เฮ้ย!!  วันนี้แกก็ไม่ว่างอีกแล้วหรอวะไอ้ดิว?”  ผมกระโดดกอดมันจากด้านหลังอย่างตั้งใจ ทั้งยังถามย้ำเพื่อความแน่อีกครั้งว่ามันจะไม่ไปกับผมจริงๆ

   “เอ๊ะไอ้นี่!!  ฉันบอกแกไปแล้วนี่นาว่าวันนี้ฉันมีเดทกับนานา  จะต้องให้บอกอีกกี่ครั้งวะ” มันตอบพร้อมหันมาตบกะโหลกผมอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะเบะปากใส่มันอย่างไม่ค่อยพอใจ

   “แกเห็นแฟนดีกว่าเพื่อนหรอวะ  แม่ง!  ไอ้หล่อใจร้าย~” ผมพยามพูดอ้อนมันอีกครั้ง มีหรือว่านายคิมหันต์คนนี้จะยอมง่ายๆ
   “จะเสียงดังทำไมวะไอ้ คิม!!”  ผมโดนไอ้บ้าดิวลากออกจากห้องล็อคเกอร์ ผมผิดอะไรผมก็แค่เสียงดังไปเท่านั้นเอ๊ง!

   แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกห้องล็อกเกอร์สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหน้าใสๆซะก่อน และเจ้าเด็กนั่นก็มองไอ้ดิวอยู่ซะด้วย พอไอ้ดิวมองไปเจ้าเด็กนั่นก็รีบหลบตาทันที แกคิดจะแย่งฉันหรอ ฝันไปเถอะ!! > “ <

   “ฉันลืมเอากระเป๋า ตังค์มา!!”  ผมตะโกนใส่ไอ้ดิว มันหันมามองด้วยสายตาหมั่นใส้สุดขีด

   “ฮึ!!  อย่ามาตอแหล  แกคิดว่าฉันจะหลงเชื่อแกซ้ำสองรึไงห๊ะ!!”  เอ๊ะ มันรู้ได้ไงเนี่ยว่าผมโกหกอ่ะ ง่า~

   “คราว นี้พูดจริงนะเว้ย แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อข้าวล่ะเนี่ย” ผมพูดพร้อมล้วงระเป๋าทั้งสองข้างแสดงความบริสุทธิ์ใจที่หลอกลวง 555

   “ท่านดิวสุดหล่อพ่อรวย คร๊าบ~” ผมพยามปีนกายมันทั้งยังเขย่งขาเพื่อกระซิบข้างๆหูมันอีก เฮ้อ! เซ็งความสูงตัวเองT^T

   “ไม่!” ไอ้ดิวตอบเสียงแข็ง ง่า~ เย็นชาชะมัดT^T

   “ท่าน ดิวคร๊าบ  ได้โปรดเถอะ  ให้ผมยืมเงินหน่อยนะคร๊าบ” ผมเปลี่ยนสรรพนามให้ดูดี๊ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ให้มันเลิกเย็นชา(และผมจะได้กินข้าวฟรีไปอีกมื้อ อิอิ)

   “ไปขอคนอื่นเลยไป๊” มันพูดเชิงไล่

   “ไอ้คนขี้งก!!”เมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ ผมจะงัดไม้แข็งขึ้นมาใช้(ก็ด่ามันดีๆนี้แหละครับ)

   “นี่แกหาว่าฉันขี้งกงั้นหรอ?  แล้วไอ้เงินสองหมื่นบาทที่แกยืมไปล่ะ  เอามาคืนเดี๋ยวนี้เลยนะ”อ๊าคคค แกมาทวงหนี้อะไรตอนนี้เนี้ย!!

   “อ่า...  ท่านดิวสุดหล่อพ่อรวยคร๊าบ~” ผมกลับไปพูดกับมันดีๆด้วยสายตาอ้อนๆอีกครั้ง แกใจอ้อนให้ฉันซะทีสิ ฉันหิวนะเว้ยยย!!






ในที่สุดผมก็ได้กินข้าวฟรีครับ โฮะๆ คิมหันต์สุขใจ  ขืนไม่มันได้ขายขี้หน้าหนักแน่ ก็ผมเดินงอแงใส่มันจนทั้งโรงอาหารมองกันเป็นตาเดียว ถ้าถามว่าอายไหม? โฮะๆ คนอย่างคิมหันต์รึจะอาย คนอย่างผมซีเมนส์เรียกพ่อครับ ตอนที่ไอ้ดิวยื่นเงินให้ มันมองราวกับจะฆ่าผมให้ตายซะให้ได้ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะผมด้านไปแล้ว ฮะฮะฮะ

   “ไอ้คิม แกรู้จักผู้ชายตัวเล็กๆผิวขาวๆที่อยู่ข้างห้องเรารึเปล่าวะ?” ไอ้ดิวถามขณะที่ยัดการบ้านลงกระเป๋าอย่างลวกๆ

   “เอ๋~  ใครวะ?” คุณเพื่อนบอกลักษณะมาแค่นั้น ใครมันจะไปตรัสรู้ฟ่ะ!!

   “ก็คนที่ผมสั้นๆแล้วก็ชอบทำหน้าเศร้าๆไง” ผมสั้นหน้าเศร้าๆ? ไม่มีลักษณะอื่นเลยรึไงเล่าไอ้บ้า!!

   “คิดไม่ออกวะ ทำไมหรอ?” ผมนั่งขมวดคิ้วอยู่นานก่อนจะถามต่อไปตามสันชาติญาณ ความอยากรู้อยากเห็นของผมมีเกินร้อยครับ

   “เออ ช่างเหอะ...  วันนี้แกกลับบ้านไปก่อนล่ะกัน  ฉันจะเข้าไปที่ชมรม”ผมนั่งมองมันเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ แผ่นหลังที่ชวนให้ผมหลงใหลเสียทุกครั้ง ถ้ามันรู้ตัวซักนิด ผมอาจไม่ต้องทรมาณอย่างนี้ก็ได้

ผมยืนมองหน้าต่างชมรมดนตรีจากกลางสนาม มุมของหน้าต่างกับจุดที่ผมยืนทำให้มองเห็นภาพของดิวชัดจนผมอยากหยุดอยู่ตรงนี้แล้วยกกล้องถ่ายรูปมาถ่ายซะเลย  เอ๊ะ!หมอนี่คุยกับใครกัน อ๊ะ!! ไอ้เด็กหน้าใสที่แอบมองมันตอนออกมาจากห้องล็อคเกอร์นี่
  สองคนนั้นคุยกันซักพักก่อนจะลากันไป แต่ไอ้เด็กนั่นกลับหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก อย่าบอกนะว่าแกมาอ่อยไอ้ดิวหน่ะ!!

   ผมนั่งเหม่ออยู่ในห้องชมรมศิลปะ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใจลอย ภาพของไอ้เด็กนั่นตอนที่ยืนคุยกับไปดิวลอยเข้ามาในหัวก่อนที่ต้องสะบัดไล่แรงๆ เฮ้ออ...ทำไมเรื่องเล็กๆน้อยๆถึงได้มาค้างคาใจผมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนี้นะ ผมมองจ้องลงไปในกระดาษวาดเขียนแผ่นโตที่วาดแต่รูปไอ้ดิวเอาไว้ ก่อนจะด่ากับรูปนั้นเบาๆ
    “ไอ้บ้าเอ้ย ...แกทำให้ฉันปวดหัวอีกแล้วนะ” ผมเบ้ปากใส่รูปอย่างไปสบอารมณ์ ทำไงได้ล่ะที่ผมเข้าชมรมศิลปะก็เพราะอยากจะวาดรูปมันนั่นแหละ ผมคิดก่อนเอนหลังลงพิงกันเบาะนุ่มของเก้าอี้ก่อนจะหลับไป

      นี่เป็นอีกวันที่ไอ้บ้าดิวไม่ยอมไปกินข้าวกับผม ผมได้แต่วาดรูปของมันเพื่อช่วยคลายความเหงา ก็ดูมันสิ กินข้าวก็ไม่ยอมไปกินด้วย กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับด้วยกัน เอาแต่บ่ายเบี่ยงเรื่องนานา อะไรก็นานาๆ น่าเบื่อชะมัด
       “เฮ้อ... ทุกนายก็หนีฉันไปทุกทีเลย ฉันกลัวนะดิว กลัวสิ่งที่ฉันคิดจะเป็นจริง” ผมผึมพำเบาๆกับตัวเอง ก่อนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนห้องชมรมศิลปะ...สะ สองคนนั้นคุยกันอีกแล้ว เด็กนั่น ทำไมกัน ทั้งๆที่ผมเป็นเพื่อนมัน ทำไมผมถึงไม่เคยได้รับรอยยิ้มที่อบอุ่นอย่างนั้นบ้าง ทำไม ทุกครั้งที่ดิวมองหน้าโฟม มันจะยิ้มอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับไอ้เด็กหน้าจืด ที่เอาแต่ทำหน้าแดงใส่ไอ้ดิว(ที่ผมรู้มาภายหลังว่าชื่อโฟม แหม่คนอย่างคิมหันต์ อยากรู้อะไรก็ต้องรู้!)
Share This Topic To FaceBook

SHINee

  • บุคคลทั่วไป
“โอ๊ย!!  ทำบ้าอะไรของแกวะไอ้เชี่ยดิว!!”  ผมโวยวายใส่มันทันที ที่มันซัดซัลโวลเข้าเต็มๆหน้าผม ไอ้บ้าหน้าคนนะโว้ยไม่ใช่โกลบอล!
   “โทษทีว่ะ  ตีนมันสั่น  ช่วยไม่ได้  แกอยากมายืนขวางทางเองทำไม” มันตอบอย่างไม่แยแส
   “เฮ้ย! ว่าไงนะ! ฉันไปยืนขวางทางแกตรงไหน  ฉันยืนอยู่ข้างสนามแล้วนะเว้ย!!”ผมตะโกนด่ากลับไปทันที ก็เห็นชัดๆว่าแม่งตั้งใจยิงเข้าหน้าผมอ่ะ

   “ช่างแกสิ” มันตอบอย่างเย็นชาก่อนเอาเขี่ยบอลไปมาอีกรอบราวกับไม่เห็นผมที่กุมจมูกด้วยความเจ็บ

   “แก มันเลือดเย็นไอ้เชี่ยดิว!”ผมเบะปากอย่างเคยใส่มันที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ ผมไม่ใช่หรอที่ควรไม่สบอารมณ์? กูเป็นคนเจ็บนะไอ้บ้า
   “เฮ้ย! ว่าไงนะ! ฉันไปยืนขวางทางแกตรงไหน  ฉันยืนอยู่ข้างสนามแล้วนะเว้ย!!”ผมตะโกนด่ากลับไปทันที ก็เห็นชัดๆว่าแม่งตั้งใจยิงเข้าหน้าผมอ่ะ

   “ช่างแกสิ” มันตอบอย่างเย็นชาก่อนเขี่ยบอลไปมาอีกรอบ ราวกับไม่เห็นผมที่กุมจมูกด้วยความเจ็บ

       ถึงมึงจะหล่อ กูไม่ยกโทษให้หรอกนะเว้ย!!!

   หลังจากที่ออดหมดเวลาพัก เหล่านักบอลมือสมัครเล่นทั้งหลายก็เตรียมตัวขึ้นห้องกันหมด ส่วนผมก็พยามยามลากไอ้บ้าดิวที่ทำหน้าเซ็งๆขึ้นเรียน

   “วันนี้แกไปบ้านฉันนะ  ฉันได้หนังมาใหม่  ไอ้แทนคุณบอกว่าเด็ดดวงทั้งน้าน~” ผมพูด อ่ะ! ผมไม่ได้หื่นนะ>-< ผมก็แค่ชอบความเร้าใจ อิอิ

   “ไม่ว่างโว้ย  ไม่อยากไปกับแก” มันพูดใส่ด้วยสายตาเฉยชา เอาอีกแล้ว ผมเกลียดสายตา
   “แก มันเลือดเย็นไอ้เชี่ยดิว!”ผมเบะปากอย่างเคยใส่มันที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ ผมไม่ใช่หรอที่ควรไม่สบอารมณ์? กูเป็นคนเจ็บนะไอ้บ้า


แบบนี้ชะมัด

   “อะไรวะเชี่ยดิว  พูดงี้ฉันน้อยใจนะเว้ย” ผมเบะใส่มันเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ในวันนี้

   มันทำท่าจะตบผม ก่อนจะหันไปหาไอ้เด็กโฟมนั่น เด็กนั่นสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตามมาด้วยใบหน้าแดงๆนั่น ทำไมไอ้เด็กนี่เขินบ่อยชิบ เขินจนน่าอิจฉา ถ้าผมเขินไอ้ดิวจะมองว่าผมน่ารักไหมนะ

   “หวัดดีโฟม” ไอ้ดิวเป็นคนเอ่ยปากทักออกไป ชิผมอยากจะฆ่าเด็กนี่ทิ้งชะมัด น่าหมั่นใส้สุดๆ

   “วะ....หวัด  หวัดดี” ไอ้เด็กโฟมทักตอบด้วยเสียงสั่นๆก่อนลากน้องนิวจากไป หรือว่ามันจะจับรังสีอาฑาทของผมได้ว่ะ อ่า..ไม่ได้ไม่ได้ ต้องทำตัวดีๆกะมันแล้วสิ

   “หมอนั่นหน้าแดงด้วยว่ะ  เออนี่...นั่นโฟมคนที่แกอยู่ด้วยบ่อยๆช่วงนี้ใช่มั๊ย?” ผมถามลองเชิงมันออกไป ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร

   “แกรู้จักโฟมด้วยหรอ?” มันถามด้วยสีหน้าแปลกใจ  ...ถ้าแกลองสนใจฉันซักนิดแกก็คงรู้

   “เออ  เคยคุยกันนิดหน่อยน่ะ  ก็โฟมเป็นเพื่อนนิว  แล้วนิวก็เป็นเด็กในชมรมฉัน” ผมพูดถึงน้องนิวเด็กน่ารักๆที่ชอบมาถามเรื่องการเขียนแบบอยู่บ่อยๆ

   “แล้ว แกคุยอะไรกับโฟมบ้าง?” มันถามด้วยท่าทางร้อนรน ทำไมกลัวฉันจีบเด็กแกรึไง ถ้าทำหน่ะฉันไม่จีบหรอก แต่จะฆ่ามันให้ตายเลย!
   “เยอะ แยะ  ตอนแรกก็ดูหยิ่งๆนะ  แต่พอได้คุยกับเขาก็น่ารักดี  แถมขี้อายด้วยว่ะ” ผมตอบมันยิ้มๆ แต่ดูท่าว่ามันจะดูไม่ออกนะ ว่ารอยยิ้มเนี่ย มันจอมปลอม
    มันทำท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่กับเรื่องนี้ หรือว่าแกกำลังหลงเด็กนั่นจริงๆ ฉันต้องเสียแกไปจริงๆหรอ ....ดิว
 
     ผมแอบดิวที่ยืนอยู่หน้าห้องล็อคเกอร์จากมุมอับของทางเดินที่มันมองไม่เห็น สายตาที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัดของมัน ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเว้นระยะไว้เกือบเมตรเลยที่เดียว ผมมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจ แกหงุดหงิดเพราะใครกัน เพราะฉันไปคุยกับเด็กแกงั้นหรอ แกหวงฉัน หรือหวงเด็กโฟมกัน  ....ขอได้ไหม อย่าให้เป็นเด็กนั่นเลย

   “วันนี้ไปกิน KFC ด้วยกันนะ  ผมเลี้ยงคุณเอง”  โฟมเอ่ยเสียงใส ทำให้ผมละจากความคิดของตัวเองกลับไปมองที่ทั้งสองต่อ
   “โทษที  พอดีวันนี้ฉันมีเดทน่ะ” เดท ...ผมทวนคำนั้นในใจ หมอนั่นไม่เห็นบอกผมซักคำ ทั้งที่เมื่อก่อนก็บอกกันตลอดแท้ๆ
   “อ่อ...คุณมีแฟนแล้วสินะ  ขอโทษที่มารบกวนครับ” เด็กโฟมหน้าจ๋อยทั้นที
   “ไม่ใช่แฟนหรอก  ก็แค่คู่ขาน่ะ  พอดีช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ไปกับเธอน่ะ” คู่ขา? ใครกัน ยัยนานาก็ไม่ได้ควงมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอ ป่านนี้นังชะนีมีนอนั่นคงไปติดกระซู่ตัวอื่นแล้วล่ะมั้ง

   “คง เป็นเพราะคุณมัวแต่ไปส่งผมที่บ้าน ขอโทษนะครับ ลาก่อน” อะ! ที่มันไม่ยอมกลับบ้านกับผม ก็เพราะมันไปส่งเด็กนี่งั้นหรอ บ้าชิบ!! หลังจากทั้งสองเดินไปไกล น้ำตาที่เริ่มปริมก็ไหลรินอย่างช่วยไม่ได้  ผมไม่มีทางสู้เด็กนั่นเลยหรอ หัวใจของดิวเป็นของเด็กนั่นไปแล้วหรอ ผมเอาหมัดหนักๆต่อยเข้ากับกำแพงปูนแรงๆ แต่ทำไมความรู้สึกมันถึงเทียบกับหัวใจที่เริ่มมีรอยร้าวไม่ได้เลยนะ ผมคิดพลางอัดหมัดเข้ากับกำแพงต่อ 
~Trrr Trrrrr~  โทรศัพท์รุ่นดึกดำบรรณ์ของผมดังขึ้นไม่หยุด จนต้องยกขึ้นมารับอย่างไม่เต็มใจ แน่นอนผมยังนั่งอยู่ที่กำแพงเดิม
    “ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปเบาๆ
    “คิมไปเดินห้างกะพวกกูป่ะ” เสียงที่แสนลั้นลาของพวกไอ้ฟิวไม่ทำให้อารมณ์ของผมดีขึ้นเลย
     “...ไปก็ได้” ผมกรอกเสียงลงไปอีกครั้ง ก่อนทำสภาพของตัวเองให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ มือที่ช้ำกดวางโทรศัพท์ ก่อนจะหยิบเป้และออกเดินไปตามจุดนัดหมายทันที

      ผมเดินกับพวกไอ้ดิวอยู่ไม่นานก่อนจะทิ้งพวกมันมาเดินเตร่อยู่คนเดียว ก็พวกแม่งถามอยู่นั่นแหละทำไมตาบวม ไปโดนใครทิ้งมาล่ะ ซักพักก็ทักเรื่องมือผมอีก มึงไปมีเรื่องกะใครมาว่ะ โน่น นี่ นี่ นั่น น่าเบื่อชะมัด ผมมองไปรอบจนกระทั่งสะดุดตากับใครบางคนในร้าน KFC.  เด็กโฟมกะไอ้เชี่ยดิว ผมมองแค่ผ่านหางตาก็รู้ น้ำตาปริ่มอีกครั้ง ผมกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำบ้าๆนี่ออกไปก่อนเดินเข้าไปทักทั้งสองทันที

   “เฮ้!!  ใช่แกจริงๆด้วยไอ้เชี่ยดิว!!” ไอ้ดิวถ้าปากค้างกับคำพูดบางคำ ก่อนทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ผม
   “แกมาได้ไงวะเชี่ยคิม?” มันถามงงๆ นั่นสิโลกกลมชะมัด...

   “พอ ดีฉันมาส่งนิวน่ะ  เดินผ่านร้านแล้วเห็นพวกแก  เลยเข้ามาทัก” ผมยิ้มกว้างๆใส่ทั้งสอง ปั้นหน้ามีความสุขใส่
   “แกนะชอบทิ้งฉันไว้  รู้มั๊ยว่าฉันเหงานะเว้ย  ไปไหนก็พาฉันไปด้วยสิ” ผมพูดเชิงหยอกใส่มันที่ทำหน้าสะอิดสะเอียนเรียบร้อย ....แกรังเกลียดฉันขนานั้นเลยหรอ

   “ให้แกมาด้วยเนี่ยนะ?  ไม่เอาหรอก” มันตอบตามภาษาคนตรง

   “ทำไมวะ?” ผมก็ถามในภาษาคนตรงด้วยกัน

   “ก็.....”  มันหยุดพูดสิ่งที่คิดออกมา

   “เออ  วันหลังจะพาแกมาด้วย”ก่อนจะตอบคำพูดอีกคำอย่างหัวเสีย แกมันคนโกหก

   “ดี จัง  ฉันมีเรื่องจะคุยกับโฟมเยอะแยะเลย” ผมชีกยิ้มกว้าให้ทั้งสอง ผมอยากแยกทั้งคู่ออก
จากกันชะมัด ทำไมผมถึงงี่เง่าอย่างนี้ว่ะ เกลียดตัวเองชะมัดเลย





SHINee

  • บุคคลทั่วไป
    วันเสาร์ที่ปรกติผมคงนอนอืดอยู่บ้านแล้วกลับไม่เป็นอย่างวันปรกติ ผมอยู่ในบ้านกับโฟม คุยกันในเรื่องต่างๆนาๆ สนุกบ้างไม่สนุกบาง ก่อนที่ต่างคนจะหันไปสนใจทีวีกันแทน ลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะแม่นของผมมันดันบอกให้เดินไปเปิดประตูซะได้ แน่นอนว่าโฟมก็มาด้วย

   “ไอ้ดิว!  แกมาสายนะเว้ย!” เมื่อผมเห็นคนตรงประตูบ้านก็ทักออกไปทันที ถึงแม้ดิวจะควันออกหูเพราะผมโอบไหล่โฟมอยู่ก็ตาม ให้มันฆ่าผมให้ตายก็ยังดีกว่า ....ก็ตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่

   “ไง...” โฟมเอ่ยเสียงเบา

   “อรุณสวัสดิ์ครับ” มันพูด เฮอะ! พูดดีกว่าตอนคุยกะเพื่อนพันเท่า

   “ฉันจะพาแกชมบ้านเอง” ผมพูดขัดจังหวะการมองตาซึ้งๆของมันสองคน

   “แกเป็นเจ้าของบ้านหรอวะไอ้คิม?” มันถามอย่างเคือง

   “เหอะหน่า” ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง

   “แก นี่มันตัวปัญหาจริงๆไอ้หน้าเป็ด” มันพูดทีเล่นทีจริง แต่ดูเหมือนจะเป็นกึ่งจริงมากกว่า มันพลักผมเบาๆให้พ้นทาง แต่การพลักของมัน แรงจนกระเทือนเข้าไปในจิตใจของผมเลยล่ะ
   ตั้งแต่เข้ามา ตามประสาของคนอยากรู้อยากเห็นทำให้ผมรื้อนั่นค้นนี่ไม่หยุด เผื่อมีหลักฐานว่าไอ้เด็กนี่มันร้ายลึก หึหึ

   “สูบบุหรี่ได้ไหมโฟม?” ไอ้ดิวถามขึ้น

เมื่อค้นไปค้นมาไม่เจอหลักฐาน แต่กลับเจอของที่ทำให้ผมตาลุกวาวซะงั้น

   “ว้าว~  นายมีอัลบั้มของ Linkin Park ด้วยหรอโฟม?”

   “อื้ม  ผมชอบ LP มาก  คิมก็ชอบเหมือนกันหรอ?”

   “ใช่  ฉันชอบที่เสียงของเชสเตอร์นักร้องนำ  คนอะไรเสียงมีพลังชะมัด”

   “อ่า ใช่เลย  แต่ผมชอบร็อบมือกลอง  อย่างเทพเลยเหอะ”  โฟมพูดพลางหัวเราะอย่างร่าเริง 

   “แถว นี้มีร้านสะดวกซื้อไหมโฟม?” ไอ้ดิวถามขึ้นทำให้ผมหันไปมองด้วยสายตาเย้ยหยัน

   “มีครับ”

   “ฉันจะออกไปซื้อบุหรี่  แกจะเอาด้วยรึป่าวไอ้คิม?”

   “ไม่ว่ะดิว  ช่วงนี้ฉันกำลังลด” ผมตอบ
 
  “แกไปซื้อให้ฉันหน่อยดิ หนี้ที่ติดไว้จะยกให้ล่ะกัน” ข้อเสนอที่น่าสนใจของมันทำให้ผผมตาวาวทันที

   “จริงหรอวะ?  เออได้ๆ  โฟมไปกับฉันหน่อยนะ” ผมเรียกให้โฟมไปด้วย จะได้กันไอ้ดิวของจากเด็กบ้านี่ซะที

   “แล้ว ทำไมแกไปคนเดียวไม่ได้วะ  หัดเกรงใจคนอื่นเค้าซะบ้างซิ” กลับเป็นไอ้ดิวที่หันมาด่าผมแทน

   “ก็ฉันอยากไปกับโฟมนี่หว่า  แกจะยุ่งกับพวกเราทำไมวะ?”  ผมพดอย่างไม่แยแส ส่วนมันดวงตาก็วาวโรจด้วยความโกรธที่เจืออยู่ถึงแม้จะไม่มาก แต่ผมก็รู้สึกถึงมัน

   “เออ  งั้นก็รีบหน่อยล่ะกัน”

   “งั้น เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะโฟม”  ผมบอกก่อนลุกออกไปห้องน้ำ ทั้งที่ที่จริงไม่ใช่ ผมแค่ยืนฟังทั้งสองคนอยู่ข้างนอกเท่านั้น

    “เยี่ยมไปเลยนะ  ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะ  นายทำได้ดีมากๆเลยนะโฟม  ไอ้คิมเองก็ดูเหมือนจะชอบนายซะด้วยสิ” ทั้งที่เป็นคำพูดแสดงความดีใจ แต่น้ำเสียงกลับไม่ทำให้รู้สึกอย่างนั้งซักนิด

   “ไปกันเถอะโฟม  เดี๋ยวฉันกลับมานะเว้ยไอ้ดิว”  ผมเดินออกมาตามโฟมเพราะเห็นว่าเวลาสมควรแล้วถ้ายังคงยืนฟังอยู่คนอื่นคงคิดว่าผมโดนส้วนดูดไปพอดี

   
ผมงงที่อยู่ดีๆโฟมก็วิ่งจากทางไปร้านขายของกลับมาบ้าน จึงต้องวิ่งตามมาอย่างเสียไม่ได้

   “บ้าเอ้ย!!”เสียงสบทของไอ้ดิวดังขึ้น พร้อมกับโฟมที่หยุดอยู่หน้าห้องพอดี

   “โฟม...”     “เกิดอะไรขึ้น?  ลืมของงั้นหรอ?”

   “..........” โฟมไม่ได้ตอบอะไร

   “ผม.....ผมน่ะ.....”

   “โฟม  ทำไมอยู่ๆวิ่งกลับมาล่ะ?” ผมส่งเสียงถามออกไปทันทีที่ขาสั้นๆก้าวขึ้นบันไดตามมาทัน แต่ก็คงสายไป ดิวจงใจปิดประตูใส่หน้าผมทันทีที่ผมจะก้าวตามเข้าไป

   “เอ๋?  อะไรเนี่ย?  แกทำอะไรของแกวะดิว  เปิดประตูดิ๊!”ผมพยามตะโกนให้ทั้งสองคนข้างในเปิดประตูให้ผม

   “ขอโทษ  ขอเวลาฉันแป๊บ” เสียงของไอ้สูงตะโกนกลับออกมา

   “แกเล่นอะไรของแกวะเนี่ยไอ้ดิว” แน่นอนผมยังคงไม่ลดละ พยามบิดลูกบิดที่ถูกล็อคไว้ให้เปิดออก

   “ฉันไม่ได้เล่นเฟ้ย!!”

   “งั้นก็เปิดประตูสิวะ!!”

   “ไอ้ คิมหันต์!!  ฉันขอเหอะ  เงียบซะ!!” เสียงแสนอำหิตของไอ้สูงตะโกนออกมาจะผมตกใจและหยุดเสียงลงตามคำสั่ง ก่อนจะนั่งลงเอาหลังพิงกำแพงอีกฟาก แล้วฟังบทสนธนาของทั้งสองเงียบๆ

   “ดิว...  ผมขอโทษ  ที่ใช้ประโยชน์จากข้อเสนอของคุณ” 

   “ผมโกหกคุณ  ผมขอโทษ...”

   “..........”

   “จริงๆ แล้วคนที่ผมชอบไม่ใช่คิม.....  แต่เป็นคุณ  ผมชอบดิวมาตลอด”ผมคิดว่าคงไม่ใช่ผมคนเดียวแน่ๆที่ตกใจ คิดว่าคนในห้องคงตกใจไม่แพ้กัน ความอึ้งที่ตามมาด้วยเจ็บปวด

   “โฟม.....”

   “ผม มองคุณมาตลอด  ผมเอาคิมมาอ้างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับคุณ  แต่เมื่อผมรู้ว่าคุณไม่ได้คิดเหมือนผม 
ผมเลยคิดแค่ว่าขอแค่ได้อยู่ข้างๆคุณก็พอแล้ว  แต่มันก็ยิ่งไปกันใหญ่  ผมขอโทษ  ผม.....” แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
 แต่ผมกลับเดาสถานการณ์ออกไม่ยาก หัวใจที่ร้าว ตอนนี้กลับแหลกจนต่อกันไม่ติดดังเดิม

   “จริง หรอเนี่ย?  ฉันนี่บื้อจริงๆเลย”     

   “แต่นายก็บื้อเหมือนกันนะโฟม  ดูไม่ออกรึไงว่าฉันชอบนาย” ‘ฉันชอบนาย’ เพียงเพราะประโยคประโยคนี้
ทำให้น้ำตาที่ไม่ได้ไหล ไหลออกมาไม่หยุด ขาไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกหนีไปจากสถานการณ์ตรงหน้า
คนที่อยู่ข้างในจะรู้รึกเปล่า ว่าผมเจ็บแค่ไหน ความเจ็บที่ไม่มีวันบรรยายออกมาได้
สิ่งที่ผมมีให้ดิวไม่เคยเป็นความผูกพันแบบเพื่อเลยซักครั้ง แต่ทำไม...

   “ตั้ง.....ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่....คุณชอบผม.....”

   “ตั้งแต่ แรกเจอเลยล่ะ” 

   “พวกนายสองคนทำอะไรกันหน่ะให้ฉันเข้าไปด้วยสิ” ผมเช็ดน้ำตาลวกๆก่อนลุกและตะโกนไปอีกครั้ง
อยากหยุดเหตุการณ์ตรงหน้าจัง

   “หุบปากแล้วออกไปเดี๋ยวนี้เลย!!”

   “พวกนายทำอะไรกันอ่ะ?  ให้ฉันเล่นด้วยได้มั๊ยอ่ะ?” ผมถามไปทั้งที่ในใจก็รู้ดี

   “ขอโทษครับ.....เดี๋ยวผมเปิดให้”

   “เอ๋?.....อ่า....คือ.....” เมื่อประตูเปิดภาพของคนตัวสูงกำลังแลกลิ้นอย่างเมามันส์กับอีกคนก็ปรากฎให้เห็นอยู่ตรงหน้า

   “ดิว.....คิม.....เห็นนะ”

   “โทษ ที  แต่ฉันแทบคลั่งทุกครั้งเวลาที่ได้ยินชื่อหมอนั่นออกจากปากของนาย”
ขาที่ไร้เรี่ยวแรงพาผมให้เดินออกจากภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่อีกแล้ว ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว
ผมเดินห่างจากบ้านหลังเล็กๆของโฟมอย่างไร้จุดหมาย หัวใจของผมมันพังยับ ถึงแม้ขาจะอ่อนแรง
ดวงตาถูกน้ำใสๆบดบังทางจนแทบมองไม่เห็น แต่ผมก็ยังเดินต่อไป ทุกประโยค
ทุกถ้อยคำสนทนาของดิวและ โฟมยังก้องอยู่ในหัวผม ราวกับว่าอยากให้ผมรับรู้ว่าเขารักกันมากแค่ไหน
ผมเหมือนมองท้องฟ้าที่แปลเปลี่ยนจากสีฟ้าสดใสเป็นสีทมิฬ คล้ายกับว่ารับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในใจของผม
ฝนที่ตกบางๆ กลายเป็นดั่งพายุที่โหมเข้าใส่
แม้หลายคนจะหลบอยู่ใต้หลังคา เพื่อจะบังตัวเองจากสายน้ำที่กระทบมาโดนผิว
แต่ผมยังยืนนิ่งให้สายน้ำใสๆ หยดใส่เรื่อยๆ แม้น้ำจะหยดใส่รุนแรงเพียงใด
 จะแสบผิวเท่าไหร่ผมก็ไม่หลบ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำตาที่มีแห้งเหือดไปรึยัง รู้เพียงแต่น้ำฝนที่ทำ
ให้รู้สึกชุ่มชื่นไม่ได้ช่วยให้หัวใจของผมมันกลับมา แข็งแรงเหมือนเดิมได้เลย
น้ำฝนชะล้างน้ำตาออกจากใบหน้าของผมได้ แต่มันก็ไม่สามารถชะล้างความเจ็บปวดออก
จากหัวใจของผมได้ซักทีแต่ตรงกันข้ามฝนที่ตกลงมาอย่างไม่บันยะบันยังกลับเป็นเหมือนเข็มเล็กๆ
ที่ตรงเข้าจู่โจมหัวใจของผม เจ็บจนชา จนแทบไม่มีความรู้สึก ผมไม่ได้ร้อง
แต่เพียงแค่น้ำตายังไม่หยุดไหล ขาที่ปวดจนแทบไร้ความรู้สึก
เพราะระยะทางที่ไม่รู้ว่าไกลเพียงใด ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ รู้เพียงแต่เป็นเส้นทางที่คุ้นเคย
ผมหยุดลงที่ป้ายรถเมลล์ใกล้ๆ ก่อนจะมองรถที่ขับไปมาบนถนน ผมตัดสินใจก้าวขึ้นรถเมลล์สายที่คุ้นเคยเพื่อตรงกลับบ้าน


   “เฮ้ยคิมแกไปทำอะไรมาว่ะ” คุณพ่อสุดที่รักเอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นสถาพที่
เชกเชนซอมบี้ของผม ตาบวมปูด เสื้อผ้าเขรอะไปด้วยน้ำฝน

   “ก็แค่เดินตากฝนเล่นไงพ่อ” ผมตอบส่งๆก่อนลากสังขารตัวเองขึ้นห้อง ผมปิดห้องอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเอง
 ปล่อยให้สายน้ำเย็นๆไหลใส่อย่างไม่กลัวไข้หวัดถามหา ก่อนปล่อยน้ำตาให้ไหลมาอาบแก้มอีกครั้ง

    เมื่อวานผมไม่ได้กินข้าวตั้งแต่ตอนกลางวัน เย็นก็ไม่ได้ลงไปกิน ตอนกลางคืนก็เอาแต่ร้องไห้
เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ผมเอาแต่นั่งกดแป้นคีบอร์ดอยู่ในห้อง ไม่ต่างอะไรกับฝนที่กลับมาตกอีกรอบ
ผมนั่งกดแป้นคีบอร์ดเคล้าเสียงฝนเบาๆ

     “คิมโว้ยยย ลงมากินข้าวโว้ยยยย!” เสียงของพ่อตะโกนขึ้นมาอีกครั้งเป็นครั้งที่3แล้ว ผมถอนหายใจ แต่ก็เดินลงไปตามเสียงของพ่อ จะทำไงได้ล่ะ ก็เขากับพ่อเหลือกันแค่สองคนนี่หน่า ถ้าผิดใจกันก็คงมองหน้าไปติดอีก

      “วันนี้ฉันทำของโปรดแกด้วนนะ ถ้าเหลือกันฆ่าแกแน่” พ่อพูดขู่แบบยิ้ม ส่วนผมได้แต่นั่งนิ่งๆไม่ได้ยิ้มตอบไป

      “ผมอิ่มแล้ว ขอตัวนะพ่อ” ผมพูดทั้งที่มือยังไม่ได้แตะช้อนแม้แต่นิด ผมกินอะไรไม่ลงซักนิด

      “เดี๋ยวไอ้คิม บอกกูมาดิมึงเป็นอะไร มีอะไรก็บอกกูได้นะ ยังไงกูเป็นพ่อมึง” พ่อพูดเสียงเข้มอย่างที่ผมไม่ค่อยได้เห็น เห็นครั้งสุดท้ายก็คงเป็นตอนที่แม่กับพ่อหย่ากันล่ะมั้ง…

        “ผม...ไม่เป็นไรครั้ง แค่กินไม่ค่อยลง”
 
        “เดี๋ยวไอ้ลูกดื้อ มากินนมหน่อยก็ดีมา แล้วก็กินยาด้วย เมื่อวานมึงตากฝนนิ เดี๋ยวก็เป็นหวัดตายห่-าหรอก”
พ่อพูดยิ้มๆ ก่อนลูบหัวของผมเบาๆ ผมยิ้มบางๆตอบให้พ่อก่อนจะทำตามคำสั่งนายตำรวจพุงพลุ้ย
 


        วันจันทร์เวียนมาถึงอีกครั้ง ผมถ่อสังขารไปโรงเรียนทั้งๆที่ยังมีไข้อ่อนๆอยู่
หัวก็ปวดเหมือนมีนักบอลร้อยกว่าคนมาเล่นบอลในหัว แขนขาไร้เรี่ยวแรงไปหมด
ผมขอย้ายที่นั่งกับเพื่อนเปลี่ยนให้เพื่อนไปนั่งข้างๆไอ้ดิวแทน
ตอนกินข้าวทั้งๆที่ปกติจะตื้นมันให้ไปนั่งด้วยทุกครั้งก็ไม่ได้ทำ
ที่จริงผมไม่ได้กินข้าวด้วยซ้ำ พอไอ้ดิวมาชวนก็ปฏิเสธไป ก่อนจะแอบขึ้นมารับลมเย็นๆบนดาดฟ้า
ผมหลบหน้าไอ้ดิวมาร่วมสองอาทิตย์ไม่เข้าไปวุ่นวายกับมันอีก มันก็ไม่ได้สนใจอะไร
ก็...ผมไม่ใช่คนสำคัญของมันนี่หน่า คิดแล้วตาก็พาลจะไหลลงมาอีกรอบ
จนผมต้องเงยหน้าเก็บมันไว้อีกครั้ง ผมคิดว่าการไม่ยุ่งกับเขาเลยพยามไม่คิดเรื่องมัน มันจะลืมได้
แต่มันไม่ใช่เลย แค่หลับตาความทรงจำต่างๆก็พากันไหลมาผสมปนเปกันอีกครั้ง
 ผมมีไข้อ่อนๆมาสองอาทิตย์แต่อาการก็ยังทรงตัว ไม่หายซักที อาจเพราะผมไม่ยอมกินยาด้วยมั้ง
แต่ตอนนี้ผมก็ยังคงยืนตากลมให้ลมพัดใส่หน้าอย่างแผ่วเบา
ราวกับรับรู้ถึงความเจ็บปวด และอยากจะช่วยให้ความเจ็บปวดในหัวใจของผมเบาบางลงไป

     “ไอ้คิม”ผมหันไปมองตามเสียงที่แสนคุ้นเคย เมื่อผมหันไปเห็นผมจึงเดินสวนมันลงบันไดไป แต่มือใหญ่กลับคว้าเข้ากับข้อแขนเล็กๆของผมอย่างแรง

      "มีอะไร" ผมถามทั้งที่ยังไม่หันไปมอง

      "มึงหลบหน้ากูทำไม"มันพูดแกมตะคอกใส่ผม มือใหญ่เริ่มบีบข้อมือของผมแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บไปหมด

      "ผมไม่ได้หลบ" ผมเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้พูดราวกับว่าผมกับมันไม่รู้จักกัน

      "ไอ้คิม มึงทำแแบนี้ทำไมว่ะ"

      “ผมไม่ได้ทำอะไร กรุณาปล่อยมือคุณด้วย"ผมพูดก่อนมือมือมัน

      "กูไม่ปล่อย จนกว่ามึงจะบอกว่ามึงเป็นเชี่ยอะไร"มันตะคอกอีกครั้ง ส่วนผมก็พยามบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากพันธนาการ

       “ผมขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้เป็นอะไร" ผมพูดโดยไม่สะทกสะท้านกับแรงบีบที่เพิ่มขึ้นตามความโกรธของเจ้าตัว

       "พ่อมึงบอกกูว่ามึงไม่ยอมกินกินข้าวมาเกือบสองอาทิตย์ แดกแต่น้ำแดกแต่นม แถมมึงแม่งไม่ยิ้มมาเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ คุยกับกูมึงก็ไม่ยอมคุย เป็นห่าอะไรของมึงมิทราบ" มันร่ายยาว ส่วนผมได้แต่เงียบ

       "นั่นมันเรื่องของผม ปล่อยมือด้วย"ผมมองด้วยแววตาเฉยชา

       "ไอ้เชี่ย!! เมื่อไหร่มึงจะเลิกเป็นแบบนี้ว่ะ"แววตาเกรี้ยวกราดแสดงความโมโหอย่างถึงขีดสุด

       "คุณกลับไม่หาแฟนคุณเถอะ ผมไม่อยากให้ใครผิดใจกันเพราะผม"

       "อ๋อ ที่มึงเป็นแบบนี้เพราะโฟมใช่ไหม? มึงชอบโฟมหรอ"มันตะคอกใส่ผมดังขึ้นอีก จนผมที่ไม่คิดแม้จะแตะต้องตัวมัน ใช้มือข้างที่ไม่โดนจับต่อยปากมันแรงๆทีนึง มันยืนนิ่งไม่คิดจะทำอะไร อาจจะเพราะผมไม่ค่อยได้กินข้าวเลยไม่มีแรงจะต่อยมันมั้ง มันเลยไม่เจ็บ

      "ถ้าคุณยังมีความคิดโง่ๆแบบนั้น คุณก็อย่ามาคุยกับผมเลยดีกว่า"  ผมเลือกใช้คุณกับผม แทนที่จะเป็นคำว่า'เรา'

      “แล้วมึงเป็นเชี่ยอะไรล่ะ บอกกูได้ไหม ถ้ามึงยังนึกว่ากูเป็นเพื่อนมึงอยู่” มันมองผมด้วยแววตาอ่อนลง ภายในตาความความจริงใจแฝงอยู่ ผมที่เริ่มกลั้นน้ำตาไม่ได้ก็ปล่อยน้ำใสๆให้ไหลออกมาอีกครั้ง

       “นี่มึงไม่รู้จริงๆหรอ”ผมถามด้วยเสียงสั่นมองพื้น

        “เฮ้ย! มึงร้องไห้ทำไมคิม”มันที่เริ่มลนทำอะไรไม่ถูกเพราะผมไม่เคยร้องไห้ให้มันเห็นซักครั้ง กลับน้ำตาไหลไม่หยุดต่อหน้ามัน

        “กู ....กูชอบ..มึงไงไอ้ควาย!!!” ผมตะโกนใส่หน้ามันก่อนผลักมันล้มลงกับพื้นดาดฟ้าแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องชมรมทันที

 

       “แฮ่กๆ”ผมเหนื่อยหอบใจเต้นไม่เป็นจังหวะ น้ำตาก็ไหล นี่ผมบอกไปแล้วจริงๆหรอ... ผมรู้ว่าผลจะเป็นยังไง ก่อนที่เสียงเพลงของเด็กห้องข้างๆจะแว่วเข้ามาในหู

      “ทำไงเธอก็ไม่รัก ฉันเลยไม่มีทางรักฉันได้เลย เมื่อใจก็รู้ฉันนั้น มันไม่คู่ควร
ความจริงก็คือเป็นไปไม่ได้เลย ให้เธอมารักไม่มีทาง
แต่เธอรู้ไหมรักแท้นั้นแพ้ทุกๆอย่างเมื่อมาเจอเธอ
ได้แต่แอบรักเธอไป ได้แต่แอบมองแอบฝัน แค่เพียงได้เห็นหน้าทุกวันก็ยังดีใจ
ไม่ได้ใฝ่ฝันเกินตัว ไม่ได้อาจเอื้อมและคิดไกล แค่เพียงได้รักและชื่นชมเธออยู่ไกลๆ”

        “ใครบอกว่ามึงได้แต่แอบรักกู...”เสียงหนึ่งดังแทรกเสียงเพลง
จึงทำให้ผมที่นั่งน้ำตาซึมอยู่หันไปมอง
ไอ้ดิวเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนจะดึงผมไปกอด อะไรกัน อะไร ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมมันกอดผม

         “ปล่อย!! มึงทำอย่างนี้แล้วน้องโฟมเขาจะคิดยังไง!!”ยามพลักมันออกห่าง
แต่ก็ไม่เป็นผลเลย ผมแรงน้อยขนาดนี้เลยหนอว่ะเนี่ย

         “กูกับโฟม .....ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว”เสียงมันสลดลง

         “ทะ ทำไม” ผมอึ้งไปชั่วขณะ

         “กะ กูพึ่งรู้ วะว่า....กูชอบมึง”มันตอบทั้งทียังไม่ปล่อยผมออกจากอ้อมกอด จากน้ำเสียงคิดว่าหน้ามันคงจะแดงไปหมดแล้ว

         “มึงรู้ไหม เวลาที่มึงอยู่กับพวกไอ้ฟิวกูอิจฉามันแค่ไหน ทุกครั้งที่พวกรุ่นพี่มันมาวอแวกันมึงกูอยากเข้าไปชกมันแค่ไหนทุกครั้งที่ไปเที่ยวพวกไอ้บ้ามันทำหน้าหื่นเหมือนจะกลืนมึงเข้าไปทั้งตัวกูรู้สึกยังไง มึงก็โง่เหมือนกันนั่นแหละที่ดูไม่ออก”

         “ละ แล้วโฟมล่ะ” ผมตอบอู้อี้ เพราะหน้าถูกอกมันเบียดจนหน้าผมจะแบนอยู่แล้ว

          “โฟมเขาก็บอกว่าไม่เป็นไรเขาเข้าใจ ตอนนี้ไอ้เด็กนิวก็ตามจีบโฟมอยู่เหมือนกัน”(หมายเหตุ : เด็กนิวเพื่อนโฟมแหละจ๊ะ) ห๊ะ น้องนิว ไอ้เด็กหน้าหวานนั่นอ่ะนะ

           “แล้วตกลง .....นายจะเป็นแฟนฉันได้ไหมอ่ะ”มันปล่อยผมออกจากอ้อมกอดก่อนเปลี่ยหันไปมองมันตรงๆแทน
 
            “เอ่อ.... คือ”

            “คิม...” ดวงตาที่มุ่งมั่นของมันทำผมใจสั่น อ๊าคคค ผมจะตายแล้วนะ

            “อะ อืม”ผมส่งเสียงออกไปใบหน้าแดงจนถึงใบหู

            “จริงนะ”มันยิ้มท่าทางดีใจก่อนจะเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้
ก่อนริมฝีปากจะจรดลงกับริมฝีปากผม ริมฝีปากของมันนุ่มนิ่มเหมือนเอาปากแตะกับเยลลี่
เหมือนจะสื่อความรู้สึกที่จริงใจมากกว่า มันถอนปากออกก่อนจะจูบลงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันกลับสอดลิ้นเข้ามาในริมฝีปากผม ผมไม่ได้ห้ามอะไร
เอ่อ...ไม่ใช่เพราะผมอยากจูบกับมันนะครับ>///< ลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดกับลิ้นของผม
ก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ราวกับมีผีเสื้อเป็นสิบๆตัวมาบินในช่องท้อง มันถอนจูบออกเมื่อเห็นว่าผมจะไม่มีอากาศหายใจ

         “กูรักมึงนะ คิม” มันพูดพร้อมจูบหน้าฟากผมบ้าง “อืม กะ..กูก็รักมึง”ผมพูดพร้อมหลบสายตาของมัน
.
.
.
.
ทุกคนครับ .....ผมสมหวังแล้วนะครับ^ ^


…………………………………
จบแล้วค่าาาา^^

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +224/-2
+1 ให้ก่อนแล้วค่อยไปอ่านต่อ

nam_lah

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ ชะรอยน้อย

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
แก้คำผิดกับใส่กฎด้วยนะคะ คห.ที่สองเหมือนจะมีท่อนซ้ำอ่ะค่ะ

ออฟไลน์ TanyaPuech

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +530/-23
 :impress3:


สงสารโฟมอ่าาาา

ดิวเลวอ่ะ  เรื่องนู้นบอกรักโฟม  แถมฟันแล้วด้วย

ตกลงฟันแล้วทิ้งหรอเนี่ย   เชี่ยจิงๆ

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
 :z3: :z3:

ปวดตับเลยอ่ะ
ทำไมเป็นแบบนี้

 :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ bleach_pa

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
ช๊อค  :a5:
ควบสองสงสารหนูโฟม
แต่ก็แอบเชียร์คิม มันยังไงกันฟ่ะ  :really2:
เอาเป็นว่าเกลียดดิวที่สุดแล้วกัน   :m31:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด