(เรื่องสั้น?)❤️คนนี้...หม่ามี้ของผม❤️
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น?)❤️คนนี้...หม่ามี้ของผม❤️  (อ่าน 2748 ครั้ง)

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
เป็นกำลังใจ
ให้นะครับ

ออฟไลน์ I rin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตอนที่31

ความรักมันควรมีแค่คนสองคน แต่ทำไมผมถึงต้องมาเห็นอะไรแบบนี้

"แต่งงานกับพี่นะครับ"

ชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนยิ้มให้กันอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ที่เดินสวนกันไปมาในห้างสรรพสินค้า

ผมจะไม่หยุดสนใจถ้าคนที่ยืนหันหลังให้ผมมตอนนี้ มันจะไ่ม่ใช่แผ่นหลังที่คุ้นเคย ไหล่กว้างที่มักจะคว้าผมมากอดไว้เสมอ ไหล่กว้างที่ทำให้หน้าผมจมหายไปและได้ความอบอุ่นมาแทนความอึดอัด

ขาผมหยุดเดินอัตโนมัติ จ้องมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั้นอย่างไม่ละสายตา

แม้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้ตอบตกลง เพียงแต่เขาแต่ยิ้มให้อีกคนเพียงเท่านั้น

"ให้ตายเถอะ ทำไมผมต้องรู้สึกเขิินแบบนี้ด้วยนะ "

ใช่ เสียงนี้ เสียงที่ผมคุ้นเคยและคิดถึงเขามากขนาดไหน และที่บอกว่ายุ่ง ไม่ว่าง นี่คืองานของเขาหรอ

"เรื่องแค่นี้นายยังไม่กล้าเลย ทำอายไปได้"
เสียงพี่ผู้หญิงคนนั้นต่อว่าอย่างหยอกล้อ

"ก็มันไม่เคยนิ"
เขาตอบเธอก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน

"ทำไม......."

เสียงผมหลุดออกไป ทำให้เขาสองคนหันมามอง  ผมที่จ้องเขาอยู่แล้ว ก็ทันได้เห็นเฮียวิคที่มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด

"ตี๋?"

เขาเรียกชื่อผมพร้อมกับสีหน้าที่ยังคงตกใจราวกับเจอผี

"ผมชื่อปาล์มครับ ถ้าคุณจำไม่ผิด"

ผมรู้สึกเสียใจ เสียใจแบบไม่มีเหตุผลไปมากกว่าอะไรตอนนี้

"ตี๋"

เขาเรียกชื่อผมแผ่วเบา

"ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว ขอตัวนะครับ"

ผมว่าผมจะไม่ร้องไห้แล้วนะ แต่มันงุนงงและสับสนไปหมด เรื่องทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ที่ผ่านมามันคืออะไร

ผมไม่เข้าใจ

เสียงที่เขาตะโกนเรียก มันก็มีแค่เสียง ไม่ใช่เขาที่วิ่งตามมาเพื่อจะอธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ ถ้าเขารั้งผมไว้ ผมก็พร้อมจะรับฟัง ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันคืออะไร

ผมเดินออกจากห้างไปด้วยความเร็ว ผมแค่ไม่อยากเป็นน่าสมเพชในสายตาของใคร ผมเพิ่งจะเข้าใจวันนี้ ว่าคนที่โดนบอกเลิกหรือคนที่เพิ่งจะรู้ว่ารักเขาฝ่ายเดียวความรู้สึกมันเป็นยังไง

ที่จริงวันนี้ผมนัดกับวินเนอร์ว่าจะมาทำเค้กกัน ผมเลยออกมาซื้อของที่ขาดเอง แล้วรอไปรับวินเนอร์ที่โรงเรียน

แต่ไม่่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ซะก่อน

"กูจะไม่อยู่ที่นี่สักสามสี่วัน ฝากบอกที่บ้านให้กูด้วยว่าไม่ต้องตามหา"

ผมส่งข้อความไปในไลน์กลุ่มเพื่อน แล้วกดปิดมือถือทันที

ดีนะที่วันนี้เอารถตัวเองมา ไปเที่ยวพักผ่อนสมองกันหน่อยดีกว่า เผื่อจะได้ทบทวนอะไรได้มากขึ้น

ผมขับรถออกจากห้างไปในทันที ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ว่าจะไปไหน

"ขับไปเรื่อยๆก็น่าจะดี"

ผมมาจอดรถที่หน้าโรงเรียน รอรับวินเนอร์ เอาลูกไปด้วยละกัน อย่างน้อยก็จะได้ไม่เหงา -_-

"กล้าดียังไงมาเล่นกับความรู้สึกคนอื่นเขาแบบนี้"

ผมพึมพำกับตัวเองเบาก่อนจะมายืนรอรับวินเนอร์ที่หน้าโรงเรียน ไม่นานเจ้าตัวก็เดินออกมา มองซ้ายมองขวา

ทันทีที่เห็นผม...

"หม่ามี๊!!"

เจ้าตัวกลมก็วิ่งมาแบบไม่คิดว่าจะหกล้ม ผมกางแขนรับ

หมับ

"คิดถึงจังเลยครับ"

เราไม่ได้เจอกันมาหลายวันแล้วครับ

"มี๊ก็คิดถึงครับ ไปขึ้นรถกันเถอะ"

ผมอุ้มลูกชายไปที่รถ จัดการกับลูกชายเสร็จ ผมก็บอกเขาทันที

"วันนี้มี๊จะพาไปเที่ยว"

"เย้!~~~~"

เด็กน้อยทำท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า จากที่ผมเคลียดๆ กลับรู้สึกดีขึ้นมาทันที่เจอหน้าเด็กคนนี้

ยาใจของผม

ผมขับรถมาเรื่อยๆ จนออกจากกรุงเทพฯ ตอนแรกกะจะเปิดจีพีเอส แต่ไม่ได้ ถ้าเปิด คือจบเห่แน่ๆ

"ซื้อใหม่แม่งเลย"

ผมเปิดไฟเลี้ยวทันทีที่มองเห็นร้านขายมือถือ ผมอุ้มน้องวินลงด้วยเพราะปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้ มันอันตรายครับ เด็กกำลังซน

"ลูกค้าสนใจรุ่นไหนครับ"

"เอาแบบที่ถ่ายรูปสวยๆครับ พอดีผมจำเป็นต้องใช้"

ผมบอกพ่อค้า เขาก็แนะนำ ผมเลือกไปหนึ่งรุ่น ราคาก็หมื่นปลายๆ ผมให้เขาเปิดซิมเป็นชื่อของเขา เพราะถ้าเป็นของผม คนที่บ้านจะตามตัวได้ ผมไม่ได้หนีแต่ผมแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง เพื่อให้ตัวเองได้อยู่กับตัวเอง จะได้รู้ว่ารักเขาจริงๆหรือแค่ความผูกพัน

"ผมไม่ทำให้คุณเดือดร้อนแน่นอนครับ นี่คือค่าตอบแทน"

ผมให้เงินสดเขาไปสองหมื่นบาทถ้วน เขาไม่รับไว้หมด เขาเอาแค่ค่ามือถือ ผมไม่สนใจ รีบเดินออกจากร้านทัน ไม่งั้นเขาคงไม่รับไว้แน่ๆ

"น้องวินหิวรึยัง"
ผมถามเด็กน้อยที่เอาแต่มองร้านค้า

"หิวครับ"

ผมลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู ก่อนจะพาไปหาร้านนั่งกินข้าวกันตามประสาพ่อ?ลูก -_-

"หม่ามี๊ครับ ป๊ะป๋าไม่มาเที่ยวด้วยหรอครับ"

น้องวินที่กินข้าวหมดจานก็ถามขึ้น

"ไม่ครับ วันนี้จะมีเราแค่สองคน"

ผมยิ้มหวานให้ลูกชาย  เขายิ้มตามจนตาหยี

เรื่องผมกับพ่อเขาก็เป็นเรื่องส่วนตัวครับ แต่เรื่องของเด็กผมรักเขาแบบไม่มีข้อแม้ ต่อให้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ผมก็ยังมีเขาเป็นลูกชายอยู่ดี

"อิ่มแล้ว ไปกันเลยมั้ย"

"ไปครับ"

ตอนนี้ผมกับวินเนอร์มาเที่ยวทะเลกันครับ พาไปจองที่พัก พาซื้อเสื้อผ้า แล้วก็พาไปเล่นน้ำ

"หม่ามี๊ๆ นี่ปูๆๆๆๆ"
เด็กน้อยกระโดดเหย่งๆ กลัวก็กลัว อยาดดูก็อยากดู เด็กหนอเด็ก

"จับสิ"

"ม่ายยยยย กรี๊ดดดดด หม่ามี๊ อย่าแกล้งน้องงงงงนร้าาา"

ผมจับปูขึ้นมาแล้ววิ่งไล่เด็กตัวอ้วนที่ร้องกรี๊ดๆๆ กรี๊ดไปหัวเราะไป คนรอบข้างก็พากับหัวเราะ เอ็นดูเจ้าหมูอ้วนไปด้วยกัน บ้างก็ถ่ายคลิปไว้ ผมฝากน้องแถวนั้นเขาถ่ายคลิปให้ จ้างเขาน่ะครับ5555

"หม่ามี๊ พอแล้ว น้องวินเหนื่อย"

เจ้าอ้วนหยุดวิ่ง หอบแฮกๆ ผมส่งน้ำให้น้องดื่ม แก้วย้วยๆแดงไปหมด

"สนุกๆ"

เมื่อลูกชายพูดแบบนั้น ผมยิ้มให้เขาแล้วพาเขาไปเช่าห่วงยาง พาเล่นที่ตื้นๆ

"หม่ามี๊ครับ น้ำเค็ม"

เจ้าเด็กอ้วนที่ไม่เคยมา เกิดอยากชิมสะงั้น

"5555ก็มี๊บอกแล้วว่ามันเค็ม"

ผมขำกับท่าทางของเขา เขาแค่เเตะๆเอาน่ะครับ ไม่ได้กินอะไรขนาดนั้น

"อี๋~~~~~"

"ขึ้นได้รึยังครับ เล่นนานแล้ว เดี๋ยวไม่สบายเอานะ"

ผมถามลูกชายที่นอนคว่ำตีน้ำอยู่บนห่วงยางอย่างสนุกสนาน

"อีกนิดนึงได้มั้ยครับ น้องวินยังสนุกอยู่เลย"

เจ้าตัวทำหน้าอ้อนๆ ผมพยักหน้าให้ แล้วสอนเขาว่ายน้ำแทน

ช่วงเย็น

"ฮัดชิ่วววว"
เด็กอ้วน

"ฮัดเช้ยยย"
หม่ามี๊

ทั้งสองหันหน้ามองกันแล้วยิ้มแหย่ๆ ยาไม่ชอบกินทั้งคู่ แล้วป๊ะป๋าก็ไม่อยู่

"ใครจะบังคับเรากินยาละครับหม่ามี๊"
เด็กอ้วนถาม

"เราต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วละงานนี้"

สองแม่ลูกพยักหน้าให้กัน ปาล์มโทรไปสั่งยาจากทางโรงแรม ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูห้อง

"ครับ"

พอขานรับ ปาล์มก็เปิดประตูและรับถาดยามาถือไว้

เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง จัดการยาเม็ดของตัวเอง และยาน้ำของเด็กอ้วนทั้งสองมีแก้วยาและแก้วน้ำวางอยู่หน้าตัวเอง เขาสองคนแม่ลูกมองหน้ากันแล้วก้มมองดูยาตรงหน้า

"อี๋~~~~~"

สองเสียงประสานกันพร้อมทำหน้าตาน่าเอ็นดูทั้งคู่ แต่ยังไงๆวันนี้ก็ต้องกิน ไม่งั้นแย่แน่ๆ แผนที่หนีมาเที่ยวต้องล้มชัวร์ๆ

"พร้อมกันนะ"

"พร้อมครับ"

แก้วยาอยู่อีกมือ แก้วน้ำอยู่อีกมือ

"เริ่ม"

สองคนเอายากรอกใส่ปากแล้วตามด้วยน้ำจนหมดแล้ว

"รอดตายแล้วเรา"

สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วขำ ก่อนจะพากันเข้านอน

ปาล์มเอาปรอทวัดไข้มาวางไว้ข้างเตียง ผ้า กับกะละมังก็พร้อม คืนนี้ลูกชายเขาจะป่วยหนักมั้ย เขาไม่น่าพาลูกมาเลย ปาล์มได้แต่คิดและต่อว่าตัวเองในใจ

ไม่นานลองแม่ลูกก็หลับไป

ออฟไลน์ I rin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตอนที่32

ทางด้านวิคเตอร์

ทุกคน ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ เรื่องทั้งหมดผมอธิบายได้นะ

ที่จริงผมรู้ความจริงหมดแล้ว จากปากเพื่อนสนิทของน้อง และผมก็ดันมีเรื่องต้องไปทำกระทันหัน

"นายครับ จะปล่อยไว้แบบนี้หรอครับ"
พี่นุถามทันทีที่ผมนั่งลงอย่างหมดอะไรตายอยากอยูีที่คอนโด

"ไม่หรอกพี่ แต่ตอนนี้ผมแค่คิดอะไรไม่ออก"

ผมกะจะขอน้องแต่งงานเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีตามสัญญาของน้อง ผมเลยกะจะขอให้เพื่อนๆผมช่วย ผมเป็นผู้ชายที่ไม่เคยขอใครแต่งงานเลยด้วยซ้ำแล้วคนที่ผมรักดันเป็นผู้ชาย แล้วผมก็เขินน่ะสิ ให้ตายเถอะ

"ก็ตามไปสิครับ"
พี่นุพูดขึ้นแบบชิลๆ

"ไปไหนละ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกเลยพี่ งานทุกอย่างที่เตรียมไว้จะล่มรึป่าวก็ไม่รู้ น้องจะเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย ผมละอยากจะบ้า"

ตอนที่ผมพูดว่าขอแต่งงาน คนนั้นอะเพื่อนผม เธอเป็นคนจัดงานให้ทั้งหมด ผมเชื่อใจในฝีมือเธอและทีมงานของเธอ และเธอก็จะช่วยไม่ให้ผมเขิน เลยให้ผมลองพูดกับเธอแทน

ไม่คิดว่าน้องจะมาเจอพอดี เออ แม่งช่างพอดีอะไรขนาดนี่ว่ะเนี่ย

"ทำไมจะรู้ละครับ นี่ไง"

พี่นุยื่นมือถือให้ผมดู เป็นคลิปวีดีโอที่มีเวลา5นาที วีดีโอถูกโพสโดยใครผมก็ไม่รู้จัก แค่20นาที คนแชร์เป็นพัน คอมเม้นอีกเยอะ เจ้าตัวคงไม่รู้ว่า
วีดีโอถูกเผยแพร่แล้วแน่ๆ เสร็จผมละงานนี้ หึหึ

คลิปที่มีผู้ชายสองคน คนนึงคือลูกชายและคนนึงคือคนรักของผม หน่อยยย แสบนักนะ เอาลูกไปด้วยงั้นหรอ ดีนะที่ทางโรงเรียนเขาจะแจ้งตลอดว่าใครเป็นคนไปรับเด็กๆ ผมเลยไม่ได้คิดอะไร แต่พอไปหาที่บ้านกลับไม่เจอทั้งคู่

"แสบจริงๆ"

ผมพึมพำพร้อมกับยิ้ม รอยยิ้มของพวกเขา เสียงหัวเราะของพวกเขา ทำให้ผมมีความสุขขนาดนี้เลยหรอ ผมจะไม่ปล่อยเขาไปไหนหรอกครับ ผมรักของผมมาตั้งนาน

"พี่นุช่วยบอกเพื่อนอาตี๋ทีว่าผมรู้แล้วว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน เดี๋ยวไปตามกลับมาเอง ให้เตรียมทุกอย่างไว้เหมือนเดิม"

ผมสั่งพี่นุ ที่ตอนนี้ ทุกอย่างคือพร้อมหมดแล้ว จะเหลือก็แต่เจ้าสาวของผมนี่แหละ หอบลูกหนีไปดื้อๆแบบนี้ได้ยังไง

"ครับนาย พาตัวนายหญิงกลับมาให้ได้นะครับ พวกเราจะรอ สู้ๆนะครับ"

พี่นุชู้สองนิ้วให้ผม ผมขำกับท่าทางของพี่ชายผมคนนี้ พี่ชายที่คอยอยู่ข้างผมมาตลอด

"ผมจะเอานายหญิงของพี่กลับมาให้ได้แน่นอน"

ผมยักคิ้วให้พี่นุ เป็นอันว่ารู้กัน แล้วตอนนี้ผมจะรออะไรละครับ ผมรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน ผมไม่รีบครับ ยังไงก็ต้องทันแน่นอน


เช้าวันต่อมา

สองแม่ลูกที่นอนกอดกันกลม ก็ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกลียด ท่าทางที่ถอดแบบกันมา มันเหมือนกันเป๊ะ มือเรียววางทาบที่หน้าผากลูกชาย ลูกชายก็เอื้อมมือไปทาบหน้าผากหม่ามี๊

"หาย!!"

สองเสียงประสานกัน ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ทั้งสองทำเหมือนกันทุกอย่าง และทริปวันนี้ก็คือ

"เดินกิน"

สองแม่ลูกที่แต่งตัวตัวเหมือนกันด้วย กางเกงขาสามส่วนสีขาวกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน รองเท้าผ้าใบสีขาว กระเป๋าผ้าที่เพิ่งซื้อเมื่อกี้อีกคนละใบ

พรึบ

หมวกสีขาวถูกสวมลงบนหัวเด็กน้อย และสวมที่หัวตัวเอง

มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เหมือนมาเดินแบบไม่มีผิด เป็นจุดสนใจของผู้คนที่เดินไปมา บ้างก็มาขอถ่ายรูป สองพ่อลูกก็ไม่ว่าอะไร ออกจะสนุกด้วยซ้ำ

เดินไปกินไป แวะถ่ายรูป โปรโมทร้านให้พ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นด้วย

"สนุกๆ"
เด็กน้อยที่ไม่เคยได้มาเดินเล่นแบบนี้ืกลับชอบสะยิ่งกว่่าชอบ ไม่บ่นเหนื่อยสักคำ

"เหนื่อยรึยังครับ"

"นิดหน่อยครับมี๊ น้องวินปวดขาแล้ว"

แน่นอนสิ เดินมาตั้งนาน ไม่ปวดก็บ้าแล้ว

"ขึ้นหลังมี๊มั้ย"

"ขึ้นๆ"

พรึบ

ยังไม่ทันที่ลูกชายจะได้ขึ้นหลัง กลับมีคนมาอุ้มวินเนอร์แทน เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกรอบ ร่างบางค่อยๆหันไปมองก็เจอกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ไล่ระดับสายตาขึ้นมาก็เจอกับเกงสามส่วนสีขาว

ใจเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อไล่ระดับสายตาสูงขึ้นไปอีก ก็เจอกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แขนเสื้อถูกพับขึ้นไปที่ข้อศอก มองเลยขึ้นไปก็เห็นหน้าตาอันหล่อเหลาที่คุ้นเคย ปรากฏอยู่ตรงหน้า ใจที่ว่าเต้นแรงไปแล้ว มันกลับแรงมากขึ้นไปอีก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ปลายจมูกเขาเริ่มแดง รู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บปวดไปหมดราวกับว่ามันจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ

"ป๊ะป๋า"
เสียงใสของลูกชายเอ่ยขึ้นทันทีที่ป๊ะป๋าเอามือที่ปิดปากเขาไว้ออก

"มาทำไม"
ทันทีที่ได้สติ ปาล์มก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็แทบจะไหลอยู่แล้ว

"มาตามกลับบ้าน"
น้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคย กับร้อยยิ้มที่อบอุ่นนั่น มันทำให้น้ำตาเขาไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่

"ผมไม่กลับ คุณกลับไปเถอะครับ"

ปาล์มพูดจบก็เดินหนีทันที โดยลืมไปเลย ว่าตัวเองจะต้องเอาลูกไปด้วย

หมับ

มือหนาคว้าแขนอีกคนไว้ทัน

"อาตี๋กลับบ้านกับเฮียนะครับ"
น้ำเสียงราวกับอ้อนวอนของเขา ทำให้ใจอีกคนพองฟูได้อย่างน่าประหลาด

ไม่สิ เขาจะต้องใจแข็ง

"ผมยังไม่กลับ"

ร่างหนากระซิบข้างหูลูกชาย ลูกชายเขาพยักหน้า

"หม่ามี๊ครับ กลับบ้านกลับน้องวินกับป๊ะป๋านะครับ"

ร่างบางหันกลับไปมองหน้าลูกชาย ที่ทำตาละห้อย น้ำตาคลอ เขารีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองก่อน แล้วสะบัดมืออีกคนออก

เพราะเด็กคนนี้ ทำไมถึงทำให้ผมใจอ่อนได้แบบไม่ต้องคิดอะไรเลยละ สายตา น้ำเสียงและท่าทางของเขา มันไม่โกหกอยู่แล้ว เด็กๆจะเสแสร้งไม่เป็น

"กลับบ้านกันนะ เฮียจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง เฮียขอโทษที่ทำให้เราคิดมากแบบนี้ กลับบ้านเรานะครับ"

มือหนาที่เอื่อมมาจับมือบางไว้ บีบมือบางเบาๆ

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองสองพ่อลูก เขาถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับ

"เย่~~~~"
สองพ่อลูกร้องอย่างดีใจ คนรอบข้างที่ลุ้นไปด้วยก็พากันร้องดีใจไปตามๆกัน

"พี่ครับ"
ปาล์มหันกลับไปมองเด็กผู้ชายคนนึงที่เข้าจ้างมาถ่ายรูป บันทึกวีดีโอให้ก็เรียกเขาพร้อมยื่นมือถือคืนให้

วิคเตอร์ที่เห็นแบบนั้นก็เกิดหึงขึ้นมาทันทีแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวเองยังมีคดีติดตัวอยู่

"ตี๋!!!"
เขาเรียกร่างบางเสียงดัง หน้าตาบึ้งตึงนั่น ทำให้ร่างบางกลั้นขำแทบไม่อยู่ เขาเลยแกล้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วหันไปคุยกับเด็กผู้ชายคนนั้นต่อ

ปาล์มที่กำเงินไว้ในมือ ก็เอื้อมไปรับมือถือแล้วเอาเงินใส่ในมือน้องคนนั้นไว้ แล้วยักคิ้วให้เป็นอันว่ารู้กัน เด็กผช.ยิ้มอย่างรู้งาน

"แล้วเจอกันใหม่นะครับพี่ ผมจะรอ"

เด็กคนนั้นยักคิ้วให้ปาล์มหนึ่งทีแล้วรีบเดินออกไปก่อนที่ตะโดนตีนพี่สุดหล่อคนนั้น หึงน่ากลัวเป็นบ้าเลยพี่ชายคนนั้น เมื่อทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ เขาก็ไม่รอช้า เผ่นสิครับงานนี้

ออฟไลน์ I rin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตอนที่33

"เด็กนั่นเป็นใคร"
วิคเตอร์มองตามเด็กนั่นจนเขาหายลับไปกับผู้คนที่เดินกันไปมาไม่ขาดสาย

"ไม่ต้องรู้หรอก"

ปาล์มตอบแค่นั้นแล้วเดินหนี วิคเตอร์รีบเดินตาม ปาล์มที่ยืนอยู่ร้านน้ำก็สั่งน้ำไว้รอสองพ่อลูกที่เดินเบียดกับผู้คนมากมายที่มาเดินหาของกินกันในช่วงเช้าวันนี้

"กินซิ จะได้ใจเย็นๆ"

ปาล์มส่งน้ำให้ทันทีที่สองพ่อลูกเดินมาถึงตัวเอง

"กลับไปต้องเคลียร์กันยาวๆ หึึหึ"

ร่างหนาก้มลงกระซิบที่ข้างหูอีกคน ร่างบางขนลุกไปทั้งตัว

"เหอะ"

ร่างบางเดินออกจากร้านน้ำ พวกเขาสามคนพากันเดินเที่ยวจนลืมไปเลยว่าโกรธกันอยู่ แต่ช่วงเวลาแบบนี้ จะมามัวโกรธกันไปเพื่ออะไร ความสุขเล็กๆน้อยๆต้องรีบโกยไว้ก่อน

หลังจากเที่ยวกันเสร็จ พวกเขาก็พากันกลับโรงแรม วินเนอร์ที่หลับคาไหล่วิคเตอร์ก็หลับแบบไม่รู้เรื่อง เพราะวันนี้เด็กน้อยใช้พลังงานไปทั้งวัน

"ไปอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วมาคุยกัน"

ปาล์มพยักหน้าแล้วรีบเข้าไปอาบน้ำ วันนี้เขาเสียพลังงานไปเยอะ ส่วนเด็กน้อยที่นอนหลับ แค่เช็ดตัวให้ก็พอ

วิคเตอร์ไลน์ไปบอกในกลุ่มครอบครัว ว่าตอนนี้โอเคแล้ว ส่วนเรื่องงาน ก็ขอให้เลือนไปอีกสองวัน เขาจะพาสองแม่ลูกอยู่เที่ยวต่ออีกสักหน่อย ค่อยกลับ ทางนั้นตอบว่าโอเค

เป็นอันว่า จบการประชุมกลุ่ม

"เฮียก็ไม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อย"

ปาล์มที่แต่งตัวออกมาจากห้องน้ำก็พูดขึ้น เขาเดินไปนั่งรอที่โซฟา เปิดทีวีดูรายการโชว์ วิคเตอร์รีบเข้าไปจัดการตัวเอง เพราะเขาเองก็อยากกอด อยากหอมอีกคนมากมายแค่ไหน ไม่ได้เจอกันหลายวัน คิดถึงใจจะขาด

ตอนนี้ทั้งสองคนนั่งอยู่โซฟาที่อยู่ตรงปลายเตียงนอน วิคเตอร์ที่เอาแต่จ้องหน้าอีกคนก็ยังไม่ยอมพูดอะไร หน้าหวานๆแบบนี้ ไม่ได้เจอมากี่วันแล้ว คิดถึงจัง

หมับ

"เฮ้ย เฮีย ปล่อยเลย มากอดทำไม"

เขาคว้าอีกคนมากอด แล้วกดจมูกลงไปที่แก้ม ค้างไว้แบบนั้น

"คิดถึงมากนะรู้มั้ย"

ปากเขาหวานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ปาล์มเขินหน้าแดง ลามไปยันหู ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่งๆ

"เรื่องทั้งหมด เฮียขอโทษ เฮียไม่ได้จะให้มันเป็นแบบนี้ เฮียรู้เรื่องตี๋กับไหมแล้ว เฮียมีธุระด่วนพอดี เลยไม่ได้รับฟัง เฮียไม่รู้ว่าตี๋จะคิดมากขนาดนี้ เฮียขอโทษนะครับ ที่ไม่พูดให้ตี๋เข้าใจก่อน"

"แล้วเรื่องเมื่อวันก่อน"

"เฮียบอกกับเพื่อน ว่าจะขอตี๋แต่งงาน แต่เฮียไม่กล้า เฮียเขิน เธอเลยอยากช่วยให้เฮียกล้าพูด แล้ววันมีนัดคุยธุระกัน เธอเลยให้เฮียลองพูดกับเธอดูก่อน เผื่อเฮียจะเลิกเขินแล้วมาพูดกับตี๋ได้"

ร่างบางนิ่ง เพราะอึ้ง ของเขาแต่งงานงั้นหรอ เขาพูดจริงหรอเนี่ย

"จริงหรอ"

"จริงสิ เราเนี่ยดันไปเจอพอดี ทำแผนเฮียพังหมด กะจะเซอร์ไพรส์ซักหน่อย"

"ใครจะไปรู้เล่า"

"ช่างมัน เป็นอันว่าเราเข้าใจแล้วนะ แต่.....ไอ้เด็กนั่นเป็นใคร!"

ปาล์มยิ่มแหยๆ

"ตี๋จ้างน้องเขามาคอยถ่ายรูปกับอัดวีดีโอให้เฉยๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย เฮียถามลูกดูสิ"

ร่างหนาหรี่ตาอย่างจับผิด

"จริง"

"จริงสิครับ"

ร่างบางที่ดิ้นยุกยิกในอ้อมกอดแข็งแกร่งก็ยังคงดิ้นต่อไป เพราะอีกคน ไม่ยอมปล่อยแน่ๆ

"โอเค เฮียเข้าใจแล้ว แล้วนี่ทำไมมีแก้วยาวางอยู่"

วิคเตอร์ที่เห็นตั้งแต่เข้ามา แต่ก็ยังไม่ได้ทักอะไร

"เมื่อวานเราสองคนเล่นน้ำนาน พอตกเย็นก็เป็นหวัด ทางโรงแรมเลยจัดยามาให้"

ร่างบางพูดเสียงเบา เพราะรู้ว่าต้องโดนดุ

"อาตี๋!!!"

นั่นไง ว่าแล้ว

"ก็ไม่รู้นี่ว่าจะเป็นอะ ใครจะอยากินยากันเล่า"
ยังจะเถียง

"เห้อ เฮียไม่ได้อยู่ด้วยแบบนี้ ถ้าเกิดเราสองคนเป็นอะไรขึ้นแล้วใครจะดูแลเรา เฮียไม่ได้ดุ แต่เฮียแค่เป็นห่วง"

ปาล์มเงยหน้ามองคนตัวโตที่กอดเขาไว้แน่น  ความรู้สึกผิดในเรื่องนี้มันทำให้เขาเสียใจจริงๆ

จุฟ

ปากบางแตะลงบนริมฝีปากอีกคนเบาๆแล้วรีบถอยออก

"ตี๋ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว"

ร่างหนาอมยิ้ม

"ขออีกที"

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะทำหน้าหงิก

ไอ้คนเจ้าเล่ห์นั่งนิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะโกรธเหมือนน้ำเสียงสักนิด

"ตาลุงหื่นกาม!"

"เร็วๆซิ คิดถึงจะแย่อยู่แล้วครับ"

ทำมาอ้อน

จุฟ

และมันก็ไม่ได้จบแค่นั้น

ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล สำหรับความคิดถึง และโหยหาซึ่งกันและกัน

เบนกล้องไปเพดานห้องละกัน หุหุ





#ไม่รู้นิยายเรื่องนี้จะถูกใจคนอ่านกันมั้ย แต่ไรท์ก็พยายามได้แค่นี้ จะด้วยเวลาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้สมองไม่แล่น ก็ไม่ได้โทษอะไร นอกจากโทษตัวเองที่ไม่คอ่ยมีเวลา และพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองก็เลยตื้อๆไแหมด-_-

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้ว ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ


ติชมได้จ้า ไอริณไม่น้อยใจแต่จะนำไปปรับปรุงในเรื่องต่อๆไป -_-

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
คือลือมากครับ

ออฟไลน์ I rin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตอนที่34

ไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้นแหละครับ เพราะ....

"ยกเลิกทุกอย่าง"
ผมพูดเสียงดังฟังชัด เหมือนออกคำสั่งเพราะอะไรน่ะหรอ

เล่นใหญ่กันเกินไปแล้ว จัดงานอะไรใหญ่โต เว่อร์วังแบบนี้

"ทะ ทะไมละที่รัก ไม่ชอบหรอครับ"
เฮียที่อึกอักพูดติดๆขัดเหมือนคนหายใจไม่ทั่วท้อง สีหน้าแต่ละคนก็ไใ่ต่างจากเฮียเท่าไหร่

"ไม่ชอบ"

ผมตอบออกไปก่อนจะรีบเดินขึ้นห้องนอน โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้แต่ครอบครัวผมเองก็ตาม

ผมเป็นผช.นะครับ ทำไมต้องทำอะไรขนาดนี้ จะตัดงานกันทำไม ครอบครัวผมกับครอบครัวเฮียเขาไม่อายกันหรอ ผมไม่ได้เห็นแก่ตัวผมเอง แต่ผมเห็นแก่หน้าพวกท่านมากกว่า สังคมทุกวันนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ แต่พวกที่ปากไม่อยู่สุก มันก็มีมาก ผมไม่อยากให้ใครมาว่าครอบครัวพวกเราลับหลัง

ก๊อกๆๆๆๆ


"อาตี๋ เปิดประตูให้เฮียหน้อยนะครับ เรามาคุยกันก่อนนะ"

ผมนั่งมองประตูนิ่ง ผมไม่ได้โกรธเฮีย ไม่ได้โกรธใคร แต่ผมแค่น้อยใจที่ทำอะไรมากมายเพื่อผมขนาดนี้

"เฮียไปพักเถอะครับ ตี๋อยากอยู่คนเดียว"
ผมบอกออกไปทั้งๆที่ตายังไม่ละจากประตู

"ไม่เอานะตี๋ อย่าโกรธเฮียเลยนะ ที่เฮียทำแบบนี้เพราะอยากทำ อยากเซอร์ไพร์สตี๋ เฮียอยากทำจริงๆ"

เสียงเฮียเบาเหมือนคนกำลังเสียใจ เสียใจที่คิดว่าผมโกรธเขา

"ตี๋ไม่ได้โกรธ"

"แบบนี้แหละที่เรียกว่าโกรธ"

ยังจะมาเถียงอีก

แกร๊ก


พรึบ

"กอดทำไมเนี่ย อึดอัด"

ผมเปิดประตูให้เพราะทนเสียงแง่วๆหน้าไม่ไหว คนอะไรตื้อเก่งจริงๆ

"อย่าโกรธเลยนะ เฮียเข้าใจแล้ว"

"เข้าใจอะไรครับ"

"ตี๋ไม่อยากแต่งงานกับเฮีย"

"ผมบอกหรอ"

"เปล่า แต่อาการแบบนี้ก็คงใช่"

"คิดเองเออเองอีกแล้วนะเฮีย"

"แล้วตี๋จะให้เฮียยกเลิกงานทำไม ทุกๆคนเขาตั้งใจทำเพื่อตี๋เลยนะ"

"แต่มันไม่เกินไปหน่อยหรอ จัดงานทำไม ตี๋อยากได้เหมือนเราหมั้นกันมากกว่า"

"แต่เฮียอยากให้ตี๋มีความสุข ครั้งหนึ่ง เราเคยมีความทรงจำด้วยกันมากมายแค่ไหน จนทำให้เรามีวันนี้ได้"

"ตี๋รู้ แต่ตี๋ไม่อยากให้ใครว่าครอบครัวเราได้ ตี๋ไม่อยากให้ญาติผู้ใหญ่ของเราต้องอายคนอื่น"

"ถ้าอาย พวกท่านจะให้เราหมั้นกันตั้งแต่แรกทำไมละ ถ้าอายพวกท่านจะยอมรับความรู้สึกที่เรามีให้กันได้หรอ ถ้าพวกท่านอาย ทำไมพวกท่านต้องมีความสุขไปกับเราด้วยละ เฮียว่าตี๋คิดมากเกินไปแล้วนะครับ อย่าสนใจคนอื่นมากกว่าความสุขของตัวเองสิ เฮียรักตี๋ ตี๋รักเฮีย ครอบครัวของเรารักกัน มันจะมีอะไรที่ต้องคิดมากอีกละหืม"

ผมคิดตามที่เฮียพูด มันจริงทุกอย่าง


ถ้าอาย พวกท่านจะยอมให้หมั้นกันตั้งแต่แรกทำไม

ถ้าอาย พวกท่านจะยอมรับความรักของเรางั้นหรอ

ถ้าอาย พวกท่านจะมีความสุขไปพร้อมกับเราทำไม

ถ้าอาย พวกท่านคงทำทุกทางเพื่อให้เราไม่ได้รักกัน

นี่ก็เป็นเพราะผมงี่เง่าเกินไปอีกแล้วงั้นหรอ ผมคิดมากเกินไปจริงๆ ผมทำให้คนที่รักผมทุกคนต้องคิดมากตามผมอีกแล้วหรอ

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ  มันคือความสุข ความสุขที่ได้เห็นลูกๆมีความสุข

ความรักที่ไม่มีข้อแม้

แล้วผมจะมัวกังวลไปทำไม

ถ้าความสุขของผมคือเห็นคนที่ผมรักมีความสุข

"ตี๋ขอโทษนะเฮียที่ทำตัวงี่เง่าแบบนี้ ตี๋ขอโทษนะครับ"

ผมยกมือขึ้นกอดตอบเฮีย

"ไม่เป็นไร ตี๋ไม่ได้ผิด พวกเราทุกคนเข้าใจตี๋นะ อย่าคิดมากไปเลย"

"ครับ"

เฮียปล่อยกอดออกจากผม เขายิ้มให้ผมแบบกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้-_- มันเป็นรอยยิ้มที่เขามีความสุขที่สุด ยิ้มที่สดใส ยิ้มจนเห็นประกายวิบวับในดวงตาคู่คมคู่นั่น

มันเป็นยิ้มที่หล่อที่สุดสำหรับผม

ผมยิ้มให้เฮีย

เรายิ้มให้กัน

"แต่งงานกับเฮียนะครับ"

ผมจะต้องกังวลอะไรอีกละ ในเมื่อเขาพร้อมที่จะมีผมอยู่ข้างกายเขาเสมอ เขาพร้อมที่จะดูแล เขาพร้อมที่ปกป้องผมขนาดนี้

ตายไปกี่ชาติ จากดันกี่ภพ ถึงได้เจอกันอีก


"แต่งครับ"

ผมตอบแล้วยิ้มหวานให้เฮีย เป็นยิ้มที่ผมคิดว่าหวานที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา

"ป๊ะป๋าครับ"

เสียงลูกชายดังขึ้นข้างหลัง เฮียหันไปมอง ผมก็ชะเง้อไปมอง เห็นลูกชายที่ใส่สูทสีขาวมีหูกระต่ายสีฟ้าตีงคอ ยืนยิ้มแฉ่งให้เราทั้งสองคน

ก่อนจะมองไปที่มือน้อยๆนั่น ผมก็เบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็น

แหวน!!!

"ชอบมั้ย"

เฮียหยิบแหวนที่ลูกชายส่งให้ขึ้นมาถือไว้ ผมมองตามอย่างไม่ละสายตา แหวนคู่นี้ เป็นคู่ที่ผมไปเลือกให้เพื่อนของเพื่อนสนิทผมนิ แล้วมันมาอยู่ที่เฮียได้ไง

หรือว่า....

"ร้ายจังเลยนะครับ"

ผมพูดขำๆ เฮียขำตามก่อนจะสวมแหวนวงใหม่แทนที่แหวนวงเก่า ผมหยิบอีกวงมาสวมให้เฮีย

"รักนะครับ"

เราสองคนพูดขค้นพร้อมกัน


"เฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

เสียงเฮฮาดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือ ก่อนที่ทุกคนจะเดินขึ้นบันไดมาหยุดที่หน้าห้องผม ผมยิ่มแล้วส่ายหัวให้ทุกคน

เจ้าแผนการกันตังเลยนะ

"เอาละๆ ไหนก็จัดงานไปแล้ว งั้นพิธีไม่ต้องถือว่าจบตรงนี้เลย"

ป๊าผมพูด

"ส่วนงานเลี้ยงก็จัดเหมือนเดิม"

คุณพ่อเฮีย

"ถ้างั้น ทุกคนไปเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงคืนกันเลยนะ"
ม๊าผม

"ทุกอย่างตรงนี้ถือว่าโอเคแล้วนะ ไปๆ ไปจัดการความสวยความงานของค่ำคืนนี้กัน"

คุณแม่พูดขึ้นก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันลงไป เหลือเราแค่3คน

"น้องวิน หม่ามี๊ขอโทษนะครับที่ทำให้หนูหมดสนุกเลย"
ผมย่อตัวลงตรงหน้าลูกชายที่ยืนยิ้มอย่างไม่งอล

"น้องวินไม่โกรธหม่ามี๊หรอกครับ"
เด็กน้อยพูดจบก็ยิ้มแฉ่งให้ผมทันที

หมับ

ผมคว้าเขามากอดไว้แน่น

"ขอบคุณหนูนะที่อยากให้หม่ามี๊เป็นหม่ามี๊ของในวันนั้น หม่ามี๊นักหนูนะครับ รักที่สุดเลย"
ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

"น้องวินก็ขอบคุณหม่ามี๊นะครับ ที่ยอมเป็นหม่ามี๊ให้น้องวิน น้องวินรักหม่ามี๊ที่สุดในโลกเลยยยย"

เรากอดกันแน่น ก่อนที่เฮียพาเดินเข้ามาในห้อง ไม่งั้นคงได้นอนหน้าประตูกันแน่ๆ5555

"ไม่รักป๊ะป๋ามันมั่งหรอครับ"

คนแก่ขี้น้อยใจก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะ จิ้ๆ เขากำลังอินกัน ขัดจริงๆ

"รักสิครับ น้องวินรักป๊ะป๋าที่สุดในโลกเหมือนกัน"

เราสามคนกอดกัน มันอุ่นมา เฮียกอดเราสองคนไว้รอบเลย คิดเอาว่าเขาตังใหญ่แค่ไหน เอ๊ะ หรือว่าผมกับลูกตัวเล็กเกินไปนะ -_-

"ป๊ะป๋าก็.รักทั้ั้งสองคนที่สุดเหมือนกันอยู่กันไปแบบนี้นานๆนะครับ"

"ครับ"

ผมกับลูกชายตอบพร้อมกัน



ก่อนที่อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปร่วมงานเลี้ยงของค่ำคืนนี้







......จบบริบูรณ์

ออฟไลน์ I rin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตอนพิเศษ1

ตั้ม&ก้านพลู


"ไอ้ตั้ม!!!!!"

เสียงนี้ที่คุ้นเคย ร่างหนาหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอกับคนเรียก จะว่าผมเหม่อก็ได้นะ-_-

ใบหน้าน่ารักที่มันน่ารักเกินผช.ของคนคนนั้น มันทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

"ครับ"

เสียงทุ้มขานรับอย่างเผลอตัว เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อมองหน้าอีกฝ่าย ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารักอีกฝ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเป็นเพราะพวกเราอยู่ด้วยกันมาตลอด เลยถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีอีกคนในสายตา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมถึงได้รู้ว่า...ผมคิดกับเขามากกว่าเพื่อน

"ครับอะไรของมึง แล้วนี่มึงจะจ้องหน้ากูอีกนานมั้ย"

ผมมองปากบางที่ชอบพูดจากวนประสาทคนอื่นไปทั่ว แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ริมฝีปากบางสีพีช มันน่าสัมผัส

"ยังจะมองอีก"

ปากบางที่่ขยับไปมานั่น มันจะหวานมั้ยนร้า

"เป็นบ้ารึไงวะเนี่ย"

ร่างกายที่ผมเคยเห็นเวลาที่มันมาค้างด้วย ผมก็ไม่เคยสัมผัสครับ นอกจากจะเล่นแบบไม่คิดอะไร แต่ตอนที่ผมรู้ความรู้สึกของตัวเอง ความคิดผมก็เปลี่ยนไป

"ก้านพลู"

"อะไร มาเรียกกูซะหวานเชียว"

มันทำท่าขนลุก ก่อนจะเบะปากใส่ผม

"กูมีไรจะบอก"

ผมว่ามันได้เวลาแล้วหละ ผมเก็บมันมานานเกินไป ความรู้สึกของผมน่ะ

"ทำหน้าตาชวนสยิวทำไมวะ"

มันทำหน้าระแวงผม ผมแทบจะหลุดขำ ไอ้นี่มันแสบจะตาย ไม่สมกับหน้ามันหรอกครับ

"กูรักมึง"

ผมบอกไปโต้งๆไม่อ้อมค้อม

"เหอะ เรียกกูมาหาที่บ้านเพราะจะบอกแค่นี้อะนะ"

มันพูดเหมือนไม่ใส่ใจแต่.....

"ห้ะ!!!! มึงว่าไงนะ!!!"

แล้วมันก็แหกปากตามสเต็ป ตาโตยิ่งกว่าเดิมเป็นสิบเท่า มือที่เล็กกว่าผมก็ชี้นิ้วชี้ออกมา

"กู!!รัก!!!มึง"
ผมเน้นทีละคำ

"โกหก"

อ้าว ทียังงี้ละแกล้งโง่เฉย กวนตีน

"กูรักมึง"

ผมพูดไปอีกรอบ เพื่อจี้มันอีก

"หลอก"

จะเอาอะไรกับคนอย่างมัน

"ตั้มรักก้าน"

หยอดสักหน่อย เผื่อจะเลิกแกล้งโง่ได้ หูมันแดงไปละ หึหึ ยังไงก็ไม่รอดจากมือผมหรอกครับ

"มึงงงงงง"

มันลงชักดิ้นแด่วๆที่โซฟา ท่าทางงอแงของมันเหมือนเด็กน้อยที่อยากได้ของเล่นอะ ผมชินละครับ มันชอบงอแงผมแบบนี้เป็นประจำ แต่ผมกลับชอบ มันน่ารักดี

"ตั้มรักก้านพลู"

ผมพูดแล้วนั่งลงข้างๆมัน มันมองผมก่อนแวบหนึ่งแล้วหันหน้าหนี แอบยิ้มทำไม หึหึ

ก่อนมันจะหันมาอีกรอบ แล้วยิ้มมุมปาก ผมบอกแล้วว่ามันอะร้าย

ผลั่ว!!!

"โอ้ย! ตบหัวกูทำไมเนี่ยไอ้ก้าน"

มันฟาดมือลงมาบนหัวผมจังๆ มือหนักแท้ไอ้ห่านิ

"กูรอมึงบอกมาตั้งนานละ ลีลา"

รอบนี้เป็นผมเองที่ตาโตแข่งกับมัน

"หมายความว่า...."

ผลั่ว!!!

"เออสิ กูรักมึงมาตั้งนานละ แต่กู..."

ตบกูจัง เดี๋ยวกูทบต้นทบดอกให้หมดเลย ไอ้เตี้ยนิ

"แต่อะไร"

ผมถามพร้อมกับจ้องหน้ามัน มันจ้องกลับ แล้วยิ้มแฉ่ง ลักยิ้มสองข้างบุ๋มลงไป น่าฟัดชิบผาย

"กูไม่กล้าน่ะสิ โถ่ ใครจะบอกว่ารักเพื่อนตัวเองกัน ถ้าเกิดมึงไม่ชอบกู เตะกูคอหักทำไงละ "

เหตุผลแม่งโครตน่าถีบ

"ดูไม่ออกหรอ ว่ากูชอบมึงน่ะ"

"ออก"

"ไอ้ก้าน!!!ไอ้เชี่ยนิ หลอกให้กูบอกก่อนหรอวะ"

ผมยกทีนขึ้นทำท่าจะถีบมัน มันเด้งลุกจากโซฟาอย่างรู้งาน ไว้อย่างกะลิง
 
"ไอ้เชี่ยตั้ม มึงจะถีบกูเลยหรอ"

มันให้นิ้งกลางผม แสบจัด

"เออสิ มึงมันกวนตีน"

"ไหนมึงบอกว่ารักกูไง มึงกล้าทำกูเรอะ"

มันทำหน้าอ้อนๆ อ้อนตีนผมเนี่ย นี่ผมยังงงกับตัวเอง ว่ารักคนอย่างมันไปได้ยังไง กวนตีนชิบผาย

"ไม่!!!"

ผมบอกยิ้มๆ ผมไม่เคยทำมันแรงๆหรอกครับ กลัวมันเจ็บ

"เออดี อย่าแม้แต่จะคิดนะ กูเอาคืนจริงด้วย"

มันทำท่าปาดคอตัวเอง ผมยิ้มขำ ตัวแค่นี้เก่งจริงๆ

"มาใกล้ๆกูนี่ ไปยืนทำไมตรงนั้น"

ผมกวักมือเรียกมัน มันเดินเข้ามากำลังจะนั่งลงที่เดิม

พรึบ!!!

ไม่ทันผมหรอกครับ

"ไอ้ตั้ม!!!"

มันดิ้นอยู่บนตักผม ตัวมันก็ไม่เล็กมากหรอกครับ แค่เล็กกว่าไอ้ปาล์มนิดหน่อย

"อยู่นิ่งๆเป็นมั้ย"

ผมพูดข้างหูมัน มันหดคอลง

"ก็ปล่อยสิ"

ผมยกตัวมันให้หันหน้ามาทางผม แดกข้าวบ้างมั้ยเนี่ย ตัวเบาเชียว

"จ้องหน้ากูอีกแล้วนะ"

มันพูดแล้วหันหน้าไปทางอื่นแทนที่จะมองหน้าผม

"น่ารัก"

ผมคลั่งรักนะ ทำไมหรอ อิจฉาละซิ

"กูหล่อ"

"ใครบอก"

"เยอะแยะ"

"เดี๋ยวกูตามเก็บให้หมด"

"มึงจะบ้าเรอะ"

"อย่าทำให้กูบ้าละกัน"

"กูไม่..,...อื้ออออ

มันยังพูดไม่จบ ผมโน้มคอมันมาจูบ ริมฝีปากบางที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของลูกอมประจำตัวมัน ลูกอมที่มันชอบ และผมก็ดันชอบเพราะมันชอบด้วยนี่ซิ แย่หน่อยนะ เพราะอะไรที่ชอบ ผมจะไม่มีวันเบื่อ.....





........ไปคิดกันเอาเองนร้า ว่ะฮะฮ่าาาาาาาาา.........

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด