Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 21: ไข่เจียวและคืนฝนตก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 21: ไข่เจียวและคืนฝนตก  (อ่าน 52713 ครั้ง)

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
#The Classy Jealousy
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
#The Classy Jealousy
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 20[/b



ติ๊ง!!!

เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนเครื่องหรูดังขึ้นเป็นรอบที่ร้อยของวัน และทำลายบรรยากาศความสงบสุขในช่วงบ่ายวันเสาร์ระหว่างผมกับมิลค์

ผมนั่งพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์ สายตาละจากหนังสือเรียนตรงหน้าขึ้นมามองเจ้าของห้องที่กำลังทำหน้ามุ่ยอยู่ฝั่งตรงข้าม มิลค์ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ กำลังขมวดคิ้วแน่น นิ้วเรียวสวยไถหน้าจอมือถือด้วยความรำคาญใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วโยนเครื่องมือสื่อสารราคาแพงทิ้งลงบนเบาะข้างตัวเสียงดังตุบ

"เป็นอะไร หน้ามุ่ยเชียว" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติ

"แม่ง ทักมาทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ..." มิลค์สบถอย่างหัวเสีย

"... กูจำไม่ได้แล้วเนี่ยว่าใครเป็นใคร ชื่อในไลน์ก็ตั้งเหี้ยอะไรไม่รู้ บางคนมาเป็นอีโมจิ บางคนมาเป็นจุด... แล้วกูจะไปรู้ไหมว่ามึงคือใคร"

ผมแอบลอบยิ้มในใจ ก็แน่ล่ะ... ระดับมิลค์ ติณสิงห์ Rare Item ของมหาวิทยาลัย แถมพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งทายาทมหาเศรษฐีที่หน้าตาสวยจนผู้หญิงยังต้องมองค้อน จะมีคนเข้าหาเยอะก็ไม่แปลก แต่ข้อเสียของมิลค์คือมันเป็นคนขี้รำคาญ และเกลียดความวุ่นวายที่ควบคุมไม่ได้เป็นที่สุด

"ก็ใครใช้ให้มึงเที่ยวไปแจก Contact คนอื่นเขามั่วซั่วล่ะ"

"กูไม่ได้แจก พวกแม่งไปหามาจากไหนก็ไม่รู้ บางทีก็เนียนมาขออ้างว่าคุยเรื่องงานคณะ มึงจะให้กูปฏิเสธยังไงวะ น่ารำคาญชิบหาย" มิลค์ยกมือขึ้นนวดขมับ ท่าทางเหมือนคนจัดการชีวิตตัวเองไม่ได้

"เอามานี่มา เดี๋ยวกูช่วยจัดการระบบให้..." ผมวางหนังสือลง แล้วยื่นมือออกไป มิลค์ขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมหยิบมือถือส่งมาให้ผมอย่างว่าง่าย

"ระบบเหี้ยไรของมึง?"

ผมซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ในใจ ใครจะคิดว่านั่งอยู่เฉย ๆ โอกาสในการจัดการปัญหาก็หล่นมาใส่มือ รหัสปลดล็อกหน้าจอผมก็รู้ กุญแจเพนต์เฮาส์ผมก็มี ความไว้ใจที่มันมอบให้ ผมจะใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด

"Contact โคตรเยอะ มึงต้องจัดหมวดหมู่ให้มัน มึงจะได้รู้ว่าใครสำคัญ ไม่สำคัญ จะได้ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดเวลาคนทักมามั่วซั่ว" ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหวังดีแบบสุดๆ

"ทำไงอะ"

"เวลา Save ชื่อ มึงก็ตั้งโค้ดไว้ข้างหลังสิ ..." ผมกดเข้าหน้าจอตั้งค่ารายชื่อพลางอธิบาย

"... ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อนมัธยมมึงก็ลงท้ายด้วยชื่อย่อโรงเรียน เพื่อนในคณะก็ลงท้ายด้วย Vet เพื่อนคณะอื่นก็ลงท้ายด้วยชื่อย่อคณะเขา หรืออย่างไอ้นี่ ทักมาเรื่องค่าย มึงก็วงเล็บไปว่า (ค่าย)"

"เออว่ะ ฉลาด" มิลค์พยักหน้าหงึกหงัก เริ่มเห็นด้วยกับไอเดียของผม

"แต่ถ้าเป็นพวกที่ไม่ได้สนิท หรือพวกที่เจอกันตามผับแล้วมาเนียนขอเบอร์..." ผมชะงักนิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงข้าม

"... มึงก็ใส่เครื่องหมายกากบาทท้ายชื่อดิวะ เช่น ลงท้ายด้วย [X] มึงจะได้รู้ไงว่าพวกนี้ไร้สาระ ทักมาก็ไม่ต้องรีบตอบ ปล่อยเบลอไปเลย"

"จริงของมึง! กูจะได้ไม่ต้องกดเข้าไปอ่าน แค่เห็นชื่อก็รู้ละว่าไม่มีอะไร" มิลค์ยิ้มกว้าง ดูพอใจกับระบบที่ผมเพิ่งนำเสนอไปอย่างมาก

"งั้นมึงจัดการเซตให้กูเลยนะ กูขี้เกียจทำ... กูไปนอนเล่นเกมในห้องละ เสร็จแล้วเรียกด้วย"

"อืม เดี๋ยวกูทำให้" ผมพยักหน้ารับ

มองตามแผ่นหลังบางที่เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีกลับเข้าห้องนอนไป ผมก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปากออกมา มิลค์เป็นคนฉลาด แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ซื่อจนตามผมไม่ทัน ... ระบบจัดระเบียบชีวิตบ้าบออะไรนั่น ผมไม่ได้ทำเพื่อความสบายใจของมันอย่างเดียวหรอก แต่ผมทำเพื่อ 'ลดเวลา' ของตัวเองด้วยต่างหาก ผมไม่ได้มีเวลามากพอจะมานั่งสุ่มเช็กทุก Contact ในมือถือของมันหรอก แต่ถ้ามิลค์ช่วย Save ชื่อพวกนั้นแยกไว้เป็นหมวดหมู่ ผมจะได้รู้ว่าใครบ้างเป็นพวกที่ ... ต้องกำจัดทิ้ง


----------


ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาใต้ตึกคณะสัตวแพทย์ในช่วงเย็น กวาดสายตามองหาโต๊ะม้าหินอ่อนประจำที่มิลค์มักจะมานั่งรอผมหลังเลิกเรียน ไม่นานผมก็เจอเป้าหมาย ... แต่ปัญหาคือ วันนี้มิลค์ไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว ข้าง ๆ ร่างโปร่งบางของเพื่อนสนิท มีผู้ชายในชุดนิสิตแขนยาวนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินกว่าเหตุ รอยยิ้มกว้างที่พยายามชวนคุย และสายตาแพรวพราวที่มองเพื่อนสนิทของผม

ผมเห็นไอ้หมอนั่นเลื่อนแก้วพลาสติกที่มีน้ำสีเขียวเข้มไปตรงหน้ามิลค์ พร้อมกับทำหน้าตาออดอ้อน มิลค์ยิ้มรับแกน ๆ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิดหน่อยแบบที่ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่เห็น แต่มันไม่พ้นสายตาผมหรอก มิลค์เกลียดมัทฉะเข้าไส้

"รอนานไหมมิลค์" ผมปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ดึงจังหวะการเดินให้ดูชิลที่สุด ก่อนจะเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

มิลค์เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายดีใจอย่างปิดไม่มิด

"ไม่นาน กูเพิ่งเลิก Lab เนี่ย"

ผมทิ้งตัวลงนั่งแทรกที่เก้าอี้ฝั่งเดียวกับมิลค์ จงใจขยับเข้าไปชิดจนหัวเข่าของเราชนกัน แขนข้างหนึ่งของผมพาดไปด้านหลังพนักพิงเก้าอี้ของมิลค์ เป็นการโอบกลาย ๆ ก่อนจะปรายตามองไอ้เพื่อนร่วมคณะที่หน้าเจื่อนลงไปถนัดตา

"หวัดดีจี มารับมิลค์เหรอ" แก้วทักทายผมอย่างที่ทำเป็นประจำ

"อืม ... เดี๋ยวจะพามิลค์ไปกินข้าวเย็นกับที่บ้านนะ ม๊าอยากเจอลูกชายคนโปรดจนอดใจรอไม่ไหวแล้ว" ผมตอบรับเพื่อนสนิทของมิลค์ ก่อนจะหันกลับมาสนใจคนข้าง ๆ

ผมสวมบทเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร วางแก้วพลาสติกที่เริ่มมีหยดน้ำเกาะลงตรงหน้ามิลค์ ก่อนจะยกแก้วมัทฉะออกไปให้พ้นทาง

"Mocha เย็น ... กูแวะซื้อร้านประจำมึงมาให้" ผมบอกเสียงเรียบ

"ขอบใจ กูกำลังอยากกินอยู่พอดี" มิลค์คว้าแก้วกาแฟของผมไปดื่มอึกใหญ่ด้วยความกระหาย ใบหน้าสวยคลายความอึดอัดลงทันที

ผมปรายตามองแก้วอีกใบที่ถูกทอดทิ้ง แล้วอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอยู่ในใจ

"เอว Lab วันนี้โคตรเหนื่อยเลย อาจารย์สั่งงานยาวเป็นหางว่าว..." มิลค์ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เริ่มหันมาบ่นเรื่องเรียนให้ผมฟังอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนทุกวัน โลกทั้งใบของมิลค์ถูกดึงกลับมาอยู่ที่ผมอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งให้คนนอกกลายเป็นอากาศธาตุที่แทรกบทสนทนาไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว

ผมรับฟังมิลค์เงียบ ๆ ปล่อยให้มันบ่นไปเรื่อย ๆ จังหวะที่มันหันมาพูดจนหยดน้ำจากแก้วกาแฟเปื้อนมุมปาก ผมก็เอื้อมมือออกไปอย่างเชื่องช้า ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำออกจากริมฝีปากนุ่มนั้นอย่างเบามือ

มิลค์ชะงักไปนิดนึง แต่ก็ไม่ได้หลบ แถมยังยิ้มรับสัมผัสของผมอย่างเคยชิน

จังหวะนั้นเอง... ผมตวัดสายตาข้ามหัวมิลค์ ไปมองหน้าใครอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มันเป็นสายตาที่ผมไม่ต้องประดิษฐ์ เย็นเยียบ นิ่งสนิท และแฝงไปด้วยคำเตือนที่ชัดเจน

ไม่นานเกินรอเขาก็ทนความอึดอัดและบรรยากาศโลกส่วนตัวของเราสองคนต่อไปไม่ไหว

"เอ่อ... มิลค์ งั้นเรากลับก่อนนะ" มันรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋า

"อ้าว ไปแล้วเหรอ เออๆ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ" มิลค์โบกมือลาเพื่อนแบบงงๆ

ผมมองตามแผ่นหลังที่เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมาฉีกยิ้มละมุนให้คนข้างๆ มือหนาเลื่อนไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของมิลค์เบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

"ป่ะ กลับบ้านกัน" ผมลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าเป้ของมิลค์มาถือไว้เองด้วยความเคยชิน

มิลค์ลุกตามมาอย่างว่าง่าย เดินเคียงข้างผมออกไปจากใต้ตึกคณะ โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองเพิ่งถูกผมสวมปลอกคอแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าคนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว


----------



เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดรถยนต์คันหรูบอกเวลาตีหนึ่งกว่า ๆ ผมนั่งเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยรถที่จอดสนิทอยู่บริเวณลานจอดหน้าร้านเหล้าชื่อดัง สายตาจับจ้องไปที่ประตูทางเข้า ผมไม่ได้ทักไปเร่ง ไม่ได้โทรไปตาม ปล่อยให้มิลค์ได้สนุกกับเพื่อนในคณะอย่างเต็มที่

เมื่อถึงเวลาที่กะเกณฑ์ไว้ว่าตอนนี้ เจ้าตัวน่าจะเริ่มทรงตัวไม่อยู่แล้ว ผมจึงลงจากรถแล้วเดินฝ่าฝูงชนและเสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงเข้าไปในร้าน ใช้เวลาสอดส่ายสายตาไม่นานก็เจอเป้าหมาย

มิลค์ในเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนจนเห็นไหปลาร้าขาวเนียนแวบ ๆ กำลังยืนโยกตัวเบา ๆ อยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่ง แก้มใสขึ้นสีแดงจัดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ในมือเรียวถือแก้ว Cocktail ทรงสวยเอาไว้หลวม ๆ ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะดูเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับหยาดเยิ้มและปรือปรอยจนน่าหงุดหงิด และแน่นอน... ความน่ารักที่ไร้การป้องกันตัวแบบนั้น ย่อมดึงดูดแมลงให้เข้ามาตอม

ผมเห็นแก้วเพื่อนสนิทของมิลค์ยืนทำหน้าเหนื่อยหน่ายอยู่ข้าง ๆ โดยมีต่อกับต้นยืนขนาบซ้ายขวาทำหน้าตึงเป็นบอดี้การ์ดจำเป็นอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ทรงนักเที่ยวตัวยงพยายามอาสัยจังหวะทีเผลอ เบียดเข้ามาชนแก้วกับมิลค์จนได้

ทันทีที่แก้วหันมาสบตาเจอผมเข้าพอดี สีหน้าเบื่อโลกของเธอก็เปลี่ยนเป็นโล่งอกราวกับเห็นพระมาโปรด

"โอ๊ยยยย อิจี มารับเพื่อนสนิทของมึงกลับไปสักทีค่ะ..." แก้วรีบพุ่งตัวฝ่าเสียงดนตรีเข้ามากระซิบฟ้องทันทีที่ผมเดินไปถึงโต๊ะ

"... กูขี้เกียจเป็นไม้กันหมาแล้วเนี่ย! เสน่ห์แรงเกินนนน กูกับพวกมัน 2 คน กันจนเหนื่อยแล้วนะเว้ย จะมาเต๊าะอะไรนักหนาก็ไม่รู้"

ต่อกับต้นที่ยืนอยู่ข้างหลังพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย สภาพแต่ละคนคือหมดพลังงานจะสู้รบกับความฮอตของเพื่อนตัวเองแล้ว

"อืม ขอบใจพวกมึงมาก เดี๋ยวกูจัดการต่อเอง" ผมพยักหน้ารับคำแก้ว

ผมสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวมิลค์จากทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวาดท่อนแขนสอดเข้าที่เอวบางแล้ววางฝ่ามือหนาแหมะลงบนเอวสอบนั้นอย่างถือวิสาสะ ออกแรงรั้งเพียงนิดเดียว ร่างโปร่งของเพื่อนสนิทก็ปลิวเข้ามาปะทะแผ่นอกกว้างของผมทันที

มิลค์สะดุ้งสุดตัวในตอนแรก แต่พอจมูกโด่งรั้นได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย และสัมผัสที่ปลอดภัย ร่างกายที่เกร็งเขม็งก็อ่อนยวบ ทิ้งน้ำหนักเอนหลังพิงอกผมอย่างอัตโนมัติ

"จี" เสียงหวานครางเรียกชื่อผมยานคาง

"อืม กูเอง" ผมกระซิบตอบข้างหู ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองข้ามไหล่มิลค์ไปปะทะกับอีกคน

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว ดึงแก้วเครื่องดื่มออกจากมือมิลค์ วางมันทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะกระชับอ้อมแขนที่รวบเอวบางไว้ให้แน่นขึ้น

"กลับได้แล้วมิลค์ เมามากแล้ว" ผมออกคำสั่งเสียงดุ ๆ แต่มิลค์กลับหัวเราะคิกคัก เอาหัวทุย ๆ ถูไถกับแผ่นอกผมอย่างออดอ้อน ก่อนที่ผมจะประคองร่างไร้สติของมันฝ่าฝูงชนกลับไปที่รถ

เมื่อกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ ผมจัดการเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนตัวโคร่งให้มิลค์อย่างเบามือที่สุด ร่างบางสิ้นฤทธิ์หลับสนิทไปตั้งแต่ตอนอยู่บนรถ ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหน้าอก นั่งลงบนขอบเตียงแล้วทอดสายตามองใบหน้าสวยที่หลับพริ้มอย่างหลงใหล


----------



ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ผมละสายตาจากใบหน้าหวาน เอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารของคนบนเตียงขึ้นมา

นิ้วยาวกดรหัสผ่าน 6 ตัวที่ผมจำได้ขึ้นใจ ปลดล็อกหน้าจอแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันแชตสีเขียวทันที

ข้อความใหม่ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาทำให้ผมกระตุกยิ้มมุมปาก

Top [X]
ถึงห้องยังครับ วันนี้เมาน่ารักมากเลยนะ ฝันดีครับ

ผมไม่เสียเวลาเปิดเข้าไปอ่านข้อความไร้สาระพวกนั้น นิ้วโป้งของผมปัดหน้าจอไปทางซ้ายอย่างรวดเร็วและเลือดเย็น ... Swipe -> Block -> Delete ... ข้อความตรงหน้าหายวับไปจากหน้าจอราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

ผมจัดการเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อที่ลงท้ายด้วยตัวอักษร [X] และวงเล็บแปลก ๆ ที่ถูกจัดหมวดหมู่ไว้ แล้วจัดการบล็อกและลบทิ้งจนหน้าแชตของมิลค์สะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งร่องรอยของศัตรูหัวใจหน้าไหนทั้งสิ้น

ผมวางมือถือที่ไร้มลทินคืนไว้ที่เดิม ก่อนจะใช้นิ้วมือไล่สัมผัสกับผิวแก้มของคนที่กำลังหลับใหล แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่จมูกกลับได้กลิ่นหอมละมุนจากผิวกายเนียนนุ่มเข้าเต็มปอด

"กูไม่ได้รีบหรอกนะมิลค์..." ผมกระซิบแผ่วเบาในความเงียบงัน

"... กูจะรอจนกว่ามึงพร้อม และเปิดใจให้กู"



1 เดือนต่อมา

บรรยากาศคืนวันเสาร์ในห้องนอนของผมเย็นฉ่ำไปด้วยอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ จีในชุดนอนตัวเก่งกำลังนอนคว่ำหน้าอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงฝั่งหนึ่ง ส่วนผมนั่งพิงหัวเตียงไถหน้าจอมือถือเช็กโซเชียลไปเรื่อยเปื่อย นี่เป็นกิจวัตรปกติของเราสองคนที่มักจะมาขลุกอยู่ด้วยกันในวันหยุด

"มึง พรุ่งนี้ไปกินข้าวร้านเปิดใหม่หน้ามอไหม กูเห็นรีวิวว่าพาสต้าอร่อย" ผมเอ่ยทำลายความเงียบ

"อืม เอาดิ มึงจองโต๊ะยังล่ะ" จีตอบโดยที่สายตายังไม่ละจากหน้ากระดาษ

"ยัง เดี๋ยวทักไปจอง..." ผมกดเข้าแอปพลิเคชันแชตเพื่อจะหาร้าน แต่พอมองดูหน้าจอรวมๆ แล้วคิ้วผมก็อดขมวดเข้าหากันไม่ได้

"... มึงว่าไลน์กูพังป่ะวะ" ผมถามขึ้นมาลอยๆ

"ทำไม เครื่องเป็นอะไร" จีปิดหนังสือ พพลิกตัวนอนตะแคงหันมามองหน้าผม

"ช่วงนี้แม่งโคตรเงียบ เงียบแบบผิดปกติ เงียบจนกูคิดว่ากูลืมจ่ายค่าเน็ต..." ผมเลื่อนหน้าจอขึ้นลงให้ดู

"... ไอ้พวกที่เคยวอแวทักมาเช้าถึงเย็นถึง หายไปไหนหมดไม่รู้ว่ะ ปกติคืนวันเสาร์แบบนี้ต้องมีทักมาชวนไปร้านเหล้าบ้างล่ะ"

ผมไม่ได้เสียดายหรอกนะ แค่รู้สึกว่ามันผิดปกติเกินไปหน่อย

จียกยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนจะสบตาผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ก็ดีแล้วปะ มึงบ่นรำคาญเองไม่ใช่หรือไง"

"มันก็ใช่ แต่มันเงียบแปลกๆ ดิวะ บทจะหายก็หายไปดื้อ ๆ พร้อมกันหมดเลย"

"มึงคิดมาก ใกล้ช่วงสอบมิดเทอมแล้วเปล่าวะ ช่วงนี้ใครเขาก็ยุ่งๆ ต้องอ่านหนังสือกันทั้งนั้นแหละ... หรือไม่ก็" จีลากเสียงยาว แววตาพราวระยับขึ้นมาอย่างจงใจกวนประสาท

"หรือไม่ก็อะไร?"

"คนเขาคงเลิกเห่อ 'มิลค์ ติณสิงห์' กันแล้วมั้ง มีเฟรชชี่ปีหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามาใหม่ตั้งเยอะแยะ ใครจะมามัวตื่นเต้นกับมึง"

"ไอ้สัส!..." ผมคว้าหมอนใบเล็กปาใส่หน้าคนปากหมาทันที

"... กูยังฮอตเว้ย! เฟรชชี่ก็สู้กูไม่ได้หรอก!"

จีหัวเราะร่วน รับหมอนเอาไว้ได้อย่างสบายๆ

"เออๆ ฮอตก็ฮอต... แต่ไม่มีใครมากวนใจก็ดีแล้วไง ไม่งั้นเดี๋ยวก็มานั่งบ่นให้กูฟังอีกว่าไลน์เด้งไม่หยุดทั้งวัน"

ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เถียงสู้ไม่ได้ แต่พอคิดตามที่มันพูดก็...

"เออว่ะ โล่งๆ แบบนี้ก็สบายหูสบายตาดีเหมือนกัน ไม่ต้องมานั่งจำชื่อจำหน้าใครให้ปวดหัวด้วย"

ผมโยนมือถือไปไว้บนโต๊ะหัวเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ มัน โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่า... รอยยิ้มของคนข้างกายมันดูพึงพอใจและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้มากแค่ไหน

บางทีผมก็คิดนะว่าการมีเพื่อนสนิทที่รู้ใจและคอยจัดการชีวิตให้แบบจี... มันก็เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตผมแล้วจริงๆ


----------

#Swipe #Block #Delete
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2026 11:04:16 โดย Milky_Milky_Way »

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
#Swipe #Block #Delete
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
#Swipe #Block #Delete
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตอนพิเศษที่ 21 : ไข่เจียวและคืนฝนตก



ใกล้สิ้นปี งานที่ต้องสะสางก็เยอะขึ้นเป็นธรรมดาตามวงรอบ ธันวาคมเป็นเดือนที่ยุ่งที่สุดสำหรับผม และจีก็ไม่ต่างจากกันเท่าไหร่นัก ... ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นจีในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั่น ขนเอา PC ออกมาทำงานที่โต๊ะกินข้าว ด้วยหน้าตาเคร่งเครียด

“ฝนตกหนักฉิบหาย ทำไมวันนี้กลับเร็วละ” ผมถามเพราะปกติช่วงนี้จีมักจะกลับถึงคอนโดไม่ต่ำกว่า 4 ทุ่ม แต่ตอนนี้เพิ่งจะ 3 ทุ่มกว่าเองๆ

“กูลืมเอา External ไปอะดิ เลยรีบกลับมา clear งานต่อให้เสร็จ ต้องส่งพรุ่งนี้วะ ...” เจ้าตัวตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาออกจากหน้าจอ PC เลยแม้แต่น้อย

“... โทษที มัวแต่ยุ่งเลยไม่ได้ Line บอกมึงว่ากลับมาตั้งแต่บ่ายแล้ว”

“ไม่เป็นไร แล้วนี่กินข้าวเย็นหรือยัง ...”

“... มึงนี่นะ เดียวกูไปอุ่นกับข้าวให้” ผมอดไม่ได้ที่จะบ่น เพราะคนตรงหน้าส่ายหัวแทนตอบคำถาม ดึกขนาดนี้ข้าวปลาไม่ยอมกิน เดียวได้เป็นโรคกระเพาะกันพอดี

พอเปิดตู้เย็นถึงได้เห็นว่านอกจากไข่ไก่ 3 ฟอง น้ำดื่มและก็ขวดไวน์แล้ว ชั้นที่ปกติจะมีกล่องอาหารที่พี่แอนเตรียมมาเติมให้นั้นว่างเปล่า ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าผมก็เห็นว่ายังมีเหลืออยู่และปกติวันนี้พี่แอนต้องเอามาของมาเติมใหแล้ว

“จี ทำไมกับข้าวมันหายไปหมดเลยอะ” ผมเดินกลับมายังห้องกินข้าวอีกครั้ง

“เมื่อบ่ายกูกลับมาเลยกินที่เหลือไปหมดแล้ว”

“แล้วพี่แอนยังไม่ได้เอากับข้าวใหม่เข้ามาให้เหรอ”

“ตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นพี่แอนเข้ามาเลยนะ” จีตอบ ในขณะที่นิ้วมือยังเคาะ keyboard รัวๆ

“งั้นเดียวกูเช็คก่อน ... อ่า!!! มึง พี่แอนบอกว่าฝนตกตั้งแต่บ่าย รถติดมากเลยเข้ามาวันนี้ไม่ทัน ...” พี่แอนไลน์บอกผมตั้งแต่ช่วงเย็น เป็นผมที่ยุ่งจนไม่ได้เปิดอ่าน

“... เอางี้ กูไปเปลี่ยนชุดแล้วค่อยกลับมสเจียวไข่ให้นะ ไข่เจียวเปล่าๆ ไม่มีข้าวสวย มึงกินได้ไหม”

“อืม” จีตอบกลับมาเท่านั้น ก่อนจะถูกดูดกลับเข้าไปในโลกส่วนตัวอีกครั้ง

หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน ผมเดินกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง น้ำมันสีเหลืองทองถูกเทลงกระทะในปริมาณที่พอเหมาะ ความร้อนของเตาไฟฟ้าถูกตั้งไว้ในระดับความร้อนปานกลาง ในขณะที่รอให้น้ำมันเดือนได้ที่ ผมตอกไข่สามฟองลงในถ้วยแก้ว ตีด้วย hand blender อย่างเบามือจนไข่ขึ้นฟูเป็นฟองเนียนละเอียด สีเหลืองนวลดูละมุนตา เครื่องปรุงทั้งซีอิ้วขาว และซอสหอยนางรมถูกใช้เพื่อปรุงรสให้ไข่เจียวหอมกลมกล่อม ... ด้วยพอจะมีเสน่ห์ปลายจวักมากกว่าแต่ก่อน ผมทดลองหยดไข่ลงกระทะเบา ๆ หนึ่งหยด เสียง “ฟู่” ที่ดังขึ้นพร้อมกลิ่นหอมแรกแตะจมูกคือสัญญาณว่าทุกอย่างพร้อม ไข่ทั้งถ้วยถูกเทลงในกระทะอย่างนุ่มนวล เนื้อไข่ขยายตัวฟูขึ้นเรื่อย ๆ รับกับไอร้อนจนเป็นแผ่นสีเหลืองทองน่ากิน กลิ่นหอมของไข่ที่ผสมน้ำมันร้อน ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ผมหวังว่ากลิ่นที่คุ้นเคยจะค่อย ๆ ปลุกความหิวของใครบางคนให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ... ทุกจังหวะถูกใส่ใจราวกับเป็นเมนูสำหรับ fine dining ไม่ใช่แค่ไข่เจียวในคืนฝนตกธรรมดา



ไข่เจียวสีทองถูกวางลงบนจานเปลสีน้ำเงินเข้มและปิดด้วยฝาครอบเพื่อรักษาความร้อน ก่อนที่ผมจะยกอาหารมื้อดึกมาเสิร์ฟสามีถึงโต๊ะอาหาร จียังคงนั่งอยู่ท่าเดิมราวกัปรูปสลัก

“จี มากินข้าวก่อน”

“อืม” แม้จะตอบรับแต่เจ้าตัวก็ยังรัวมือลงบน keyboard ไม่หยุด

“เดียวเย็นแล้วไม่อร่อยนะ พักก่อน ใช้เวลากินแค่ 10 นาทีเอง” ผมเดินอ้อมไปยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยและวางมืออย่างแผ่วเบาลงบนดวงตาชั้นเดียวทั้ง 2 ข้าง เสียงพิมพ์หยุดชะงักทันที

“พักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” จีตอบรับ มือหนาดึงมือของผมลง ก่อนจะจุมพิตเบาๆ ลงบนหลังมือทั้ง 2 ข้าง

“มึงรู้ไหม กูเคยฝันไว้ตอนเรียนมหาลัย ว่าวันหนึ่งจะได้ทำมื้อดึกให้มึงกินในคืนฝนตกแบบนี้” ผมระบายยิ้มกว้าง เราแต่งงานกันมาเกือบ 2 ปีแล้วแต่ผมก็ยังตกหลุมรักจีทุกครั้งที่เราสบตากัน

“ไหน กูขอลองชิมไข่เจียงฝีมือ CEO คนดังหน่อยซิ” จีเขยิบ PC ออก พร้อมกับลากถาดอาหารมาวางไว้ตรงหน้า และทันทีทีฝาครอบถูกเปิดออก ดวงตาชั้นเดียวของจีก็เบิกกว้าง

ภาพตรงหน้าคือไข่เจียว ... ที่ถ้าจะเรียกให้ถนอมน้ำใจคือมีสี dark golden brown แต่ถ้าจะให้เรียกตามภาษาของคนทั่วไปคือ ... ‘ไหม้’ ... รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของจี และเมื่อสังเกตความยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของมิลค์ เขาคิดว่ามิลค์ไม่รู้จริงๆ ว่าไข่ที่ตัวเองทอดมานั้นอยู่ในสภาพที่น่ากลัวขนาดไหน แต่เมื่อคิดทบทวนถึงความตั้งใจแล้วของคนทำแล้ว จะไม่ชิมซักหน่อยก็ดูจะทำร้ายจิตใจกันเกินไป ช้อนสีเงินถูกตักตงบนไข่เจียวส่วนที่มีสีอ่อนที่สุด และเมื่อลิ้นของเขารับรู้ได้ถึงรสมือของศรีภรรยาแล้ว

“แค๊ก!!! แค๊ก แค๊ก … ”

“... มิลค์ ... มันเค็มมาก” เค็ม เค็มฉิบหาย เค็มจนทะลุชั้นบรรยากาศ และเมื่อคนตรงหน้าเห็นเขาไอโครกอยากรุนแรง สีหน้าเปื้อนยิ้มก็จางหายไป

“ไม่นะ” ไอ้ตัวดียังคงเถียง

“มิลค์ มันเค็มจริง” จียังคงมีสีหน้าปูเลี่ยนๆ รสเค็มจัดยังคงตลบอบอวนอยู่ในโพรงปาก แค่จะกลืนน้ำลายเขายังไม่กล้า เค็มระดับที่ถ้ากินหมดทั้งจานพรุ่งนี้คงต้องเข้าโรงพยาบาลไปฟอกไต

“ไหน กูชิมซิ ...” ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากห้าม มิลค์ก็จ้วงไข่เจียวชิ้นโตเข้าปาก

“... แค๊ก!!! แค๊ก แค๊กกกกกกกกกกกกกกกก” เพียงแค่ต่อมรับรสสัมผัสกับเนื้อไข่เจียว มิลค์ก็คว้าเอาทิชชูบนโต๊ะเพื่อคายความหายนะออกจากปาก

“กินน้ำก่อน” พอรับแก้วจากมือของจี มิลค์ก็กระดกน้ำหายไปทั้งแก้ว

“อีเหี้ย!!! เค็มอย่างกับน้ำทะเล”

“นี่มึงใส่ซีอิ้วขาวไปกี่ช้อน ...” จีเอ่ยปากถาม คนตรงหน้ายกมือขึ้นพร้อมกับโชว์นิ้วชี้ แค่ 1 ช้อนชาก็ไม่น่าจะเค็มขนาดนี้นะ ... แต่เดียวก่อน!!!

“... มึงใช้อะไรตวง ... ช้อนชา?...” ศรีภรรยาส่ายหัวแทนคำตอบ

“... ช้อนโต๊ะ? ...” ใบหน้าสวยยังคงส่ายไปมา สายตาของมิลค์หลุกหลิกราวกับเด็กที่กลัวจะถูกจับได้ว่าแอบทำความผิดเอาไว้ ... ไอ้ฉิบหาย!!! อย่าบอกนะ

“... ช้อนกลางเหรอ”

“กูกลัวมันจะไม่อร่อย เลยใส่ไปทั้งซีอิ้วขาว และซอสหอยนางรม ... อย่างละช้อน” คำตอบของมิลค์ราวกับฟ้าผ่าเข้ากลางหัวใจของจี มันทั้งน่ารัก น่าขยี้ และน่าหยุมหัวไปพร้อมๆ กัน

“ไอ้มิลค์เอ้ยยยยย”

“กูขอโทษนะ ฝนยังไม่หยุดตกเลย ทำไงดีอะ กูขับรถออกไปซื้อให้มึงดีไหม”

“ไม่ต้องหรอก ตกหนักขนาดนี้จะออกไปทำไม ที่จริง กูไม่หิวเท่าไหร่ เมื่อบ่ายกินไปเยอะเลย เดียวกินนมถั่วเหลืองในตู้เย็นก็อยู่ได้ถึงเช้าแหละ ... มานี่มา ...” มิลค์เดินต้วมเตี้ยมมานั่งลงบนตักของเขา แขนทั้ง 2 ข้างของจีโอบเอวมิลค์ไว้จากด้านหลัง จมูกโด่งกดลงบนหลังคออย่างทนุถนอม

“... ไม่ต้องเสียใจ แค่ได้ตื่นเช้ามาแล้วเจอว่ามึงนอนข้างๆ ชีวิตนี้ กูก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ...”

“... ไปอาบน้ำไป ตัวมึงมีแต่กลิ่นน้ำมัน”

“อืม เดียวกูเอาจานไปล้างให้ก่อน”

“ไม่ต้อง เดียวกูจัดการเอง มึงไปอาบน้ำ จัดการตัวเองให้เรียบร้อย รู้ใช้ไหมว่าคืนนี้ต้องทำยังไงให้กูอิ่มท้อง” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู ในขณะที่ฝ่ามือใหญ่เริ่มเลื้อยจากเอวลงมาลูปไล้บริเวณต้นขา

“อืม อย่านานนะ”

“ไม่นานครับ” เขาหอมแก้มศรีภรรยาอีกครั้ง ก่อนที่มิลค์จะเดินกลับไปยังห้องนอน ส่วนจีก็ยกถาดอาหารเข้ามาเก็บในครัว หัวใจเขาเต้นแรงเมื่อเริ่มจิตนาการถึงสิ่งที่เขาจะทำกับมิลค์ แน่นอนว่าฝีมือการทำอาหารของมิลค์ไม่เคยพัฒนาขึ้นมาจากตอนเด็กๆ เลยแม้แต่น้อย แต่การขาดเสน่ห์ปลายจวักก็ถูกทดแทนด้วยความเผ็ดร้อนของเจ้าตัวบนเตียง ... แค่เอาถาดไปวางไว้ก็พอ ถ้าเข้าไปตอนนี้ มิลค์น่าจะกำลังอยู่ในห้องอาบน้ำพอดี

เท้าทั้ง 2 ข้างหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องครัวราวกับถูกสาบ หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับเต้นถี่ระรัว ภาพตรงหน้าทำเอาเส้นเลือดในสมองของจีแทบระเบิด มือหนากำแน่นจนข้อนิ้วขึ้นเป็นสีขาว

บนอ่างล้างจานคือจานชามไม่ต่ำกว่าสิบใบที่วางซ้อนกันอย่างระเกะระกะ ขอบของจานบางใบปรากฏรอยบิ่นชัดเจน hand blender ที่ควรเป็นแค่เครื่องตีไข่ถูกพอกด้วยคราบไข่แน่นเสียจนจีไม่แน่ใจว่าควรล้างหรือควรทิ้ง คราบน้ำมันเหนียวๆ และเศษเปลือกไข่ที่กระจัดกระจายทั่วเตาไฟฟ้า กลิ่นคาวของไข่ไหม้ยังคุกรุ่นอยู่ในอากาศ

จีหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พยายามสะกดทุกอารมณ์ไว้ในอก ก่อนจะกัดฟันแน่นแล้วสบถเสียงดังฟังชัด

“ไอ้เหี้ยมิลค์!!!”


----------

#ไข่เจียว #ฝนตก
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สวัสดีครับทุกคน

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา
เรื่องราวตอนพิเศษของมิลค์และจีก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วครับ
ยอมรับว่าใจหาย เพราะนิยายเรื่องนี้ใช้เวลาแต่งนานมาก ประมาณ 2 ปี บางช่วงก็ไหลเลื่อน
บางช่วงก็ว่างเปล่าไปหลายสัปดาห์ มีหลาย version มาก แก้แล้วแก้อีกจนกลายมาเป็นฉบับปัจจุบัน

สุดท้าย ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน
ทุกยอดวิวที่เพิ่มขึ้น เป็นกำลังใจในการเขียนของผมเสมอ

ขอบคุณครับ

ปล.1 ถ้าผมมีไอเดียของตอนพิเศษเพิ่ม เราอาจจะได้เจอมิลค์กับจีอีกครั้ง
ปล.2 สำหรับเรื่องถัดไป เสร็จแล้วครับ ผมรีวิวรอบแรกเสร็จแล้ว แต่อยากจะขอเวลาอีกซักหน่อยเพื่อความเรียบร้อยของนิยาย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด