CaLL Me:ครวญรัก(อิโรติกลึกลับสยองขวัญ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: CaLL Me:ครวญรัก(อิโรติกลึกลับสยองขวัญ)  (อ่าน 365 ครั้ง)

ออฟไลน์ keisarinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครั



ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

                                                       *****************************************************************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-01-2024 11:12:16 โดย keisarinna »

ออฟไลน์ keisarinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: CaLL Me (Le Miel):ครวญรัก
«ตอบ #1 เมื่อ05-12-2023 21:41:51 »

Title : CaLL Me (Le miel) : ครวญรัก
Author: Keisarinna
Rating: NC 17
Genre: Erotic Drama : Mystery & Thrillers
Length: Series Fiction : Period
Status: Preview Special Complete
Summary:
การรอคอยที่มั่นคง รอการกลับมา รอการเคียงคู่คลอเคลียกับคนรัก...
การว่ายเวียนหมุนวนไปตามกฎแห่งกรรม จุติ เจ็บป่วย ดับสูญ...
จะเรียกความสุขหรือความทุกข์บางครั้งหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรักก็ไม่อาจแยกแยะได้
คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงในการอ่านเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
องก์ 0 - ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับ - Welcome To My World
           กลีบปากสีชมพูสวยใสพร่ำอ่านบทกวีที่บังเอิญเก็บมาได้จากระเบียงในห้องนอนอย่างตั้งอกตั้งใจ มือเรียวแตะผิวกระดาษอย่างเบามือราวกับกลัวเนื้อกระดาษจะขาดวิ่นด้วยมือทั้งสอง ผิวกระดาษที่เคยขาวกระจ่างเริ่มขึ้นดอกดวงสีน้ำตาลอ่อนประปรายอยู่หลายแห่งเหมือนจะสลายไปกับมือเมื่อจับต้อง แต่ความเก่าคร่ำคร่าก็ไม่ได้กลบบังความเข้มคลักของน้ำหมึกแห้งกรังที่ยึดเกาะแนบแน่นบนเนื้อกระดาษเก่าเก็บแผ่นนั้นได้ หากแต่กลับกันข้อความเหล่านั้นกลับยิ่งกระจ่างชัดยิ่งขึ้น
มาซิมากับฉัน...
เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
หลั่งสัมพันธ์เลือดรสหวานปานขาดใจ
เอนกายลง ข่มตานอนคล้ายคนหลับ
มากับฉัน อย่าตระหนักร่างรับรักล่องหนหาย
ด้วยอกอุ่น ด้วยสัมผัส ด้วยรสจูบซ่านทรวงกาย
รอนะ รักมิคลายถึงเร่ร่อนรอนแรมนาน
เพื่อคุณ...เพราะตัวคุณ..ฉันยอมได้ ฝืนตรรกะไซร้ไร้ความตาย...
            “ท่องบ้าอะไรเชอร์รี น่ากลัวชะมัดเลย” เสียงเล็กติดขี้อ้อนแบบเด็กๆ ทำให้คนที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทกวีต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
            “บรื้อ” ร่างบางอีกคนพ่นน้ำลายแตกฟองฟอดเพราะปากรูปกระจับพ่นลมจากด้านใน ส่งกลีบปากอิ่มตีกันส่งเสียงดังแปลกๆ ชวนให้ขัน
            ช่างเหมือนกันจริง ๆ ถ้าทำเสียง ฮ้า! ฮ้า! อีกนิด...ใช่เลยสัตว์โลกตัวน้อยในคราบมนุษย์เดินดิน
            “อ่านกลอน อีโรติกดีนะ...นายอ่านบ้างซิเมลย์” เด็กหนุ่มแก่วัยกว่ายื่นบทกลอนไปให้เมลย์ได้อ่านบ้าง
            “กลอนอะไร มีแต่เรื่องตายๆ ไม่อ่านหรอก อ่านกลอนแบบนั้นในที่แบบนี้” ตาเรียวสีฟ้ากระจ่างเหลือบตามองบรรยากาศวังเวงในปราสาทเก่าหลังนี้ นี่ถ้าไม่ใช่ญาติคนสนิทลากเขาให้มาเป็นเพื่อน เพื่อตอบแทนการสอนปรัชญาแสนยากในการสอบปลายภาคแล้วก็เขาจะไม่มาเหยียบที่นี่เด็ดขาด
            บ้านพักตากอากาศอารมณ์ไหนกัน...ยังกับปราสาทท่านเคาท์แดร็กคิวล่า!
            "โห้ว!...ฉันไม่อ่านด้วยหรอก” เมริส์ส่ายหน้าพร้อมโบกมือปฏิเสธพัลวัน
            “ไม่อ่านจริงอ่ะ ภาษาเพราะออกอ่านแล้วรู้สึกวูบวาบดีออกนะ” เชอร์รียังคะยั้นคะยอให้ญาติผู้น้องได้อ่านบ้าง
            “วูบวาบยังไง?” คนฟังถามด้วยความสงสัย แต่ก็ยังจดๆ จ้องๆ แผ่นกระดาษเก่าคร่ำครึที่อยู่ในมือเรียวเล็กๆ นั่น
            “ก็...แบบนี้ไง”
            “!” มือเรียวไล้แผ่วเบาผ่านส่วนกลางลำตัวบริเวณเป้ากางเกงของเมลิส์ พร้อมทำตาเชื่อมหวานฉ่ำส่อความนัยมาให้หนุ่มน้อยวัยแรกรุ่นถึงกับขนลุกซู่...ความเสียววาบผ่ากลางลำตัวจนร้อนวูบเลยทีเดียว!
         ..แล้วสติก็เริ่มกลับมา..
            “อ้า...แกล้งกันได้ไง เอามาอ่านก็ได้” มือเรียวดึงมือที่ถือกระดาษเก่านั่นให้หันมาทางเขา
            “มันอ่านยังไง? ” ตาเรียวตวัดมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย ถึงเขาจะด้อยวิชาการแต่เขาก็ไม่ได้โง่ขนาดอ่านหนังสือไม่ออกหรอกนะ
            “ถามแปลกน่าน้องรัก ก็ใช้ตาดูปากก็อ่านออกเสียงออกมาไง” เชอร์รี มองญาติผู้น้องแบบดุๆ นี่ถึงกับประสาทแตกเลยเหรอเนี่ย ลูบนิดลูบหน่อยเองนะ!
            “ก็ตัวหนังสือมันกลับหมด ดีเลย! ไปทาบกับกระจกอ่านแล้วกัน” ร่างบางวิ่งขึ้นไปบนชั้นบนของปราสาทโบราณ จุดหมายคือกระจกบานใหญ่ขนาดเท่าตัวเขาในห้องนอนโอ่โถงที่เขาใช้เป็นที่ซุกกายนอนหลับใหลเมื่อคืนนี้
            “เดี๋ยวซิไปด้วย เมลิส์อย่าวิ่ง อันตรายนะ!” คนร้องเตือนวิ่งตามมาติด ๆ สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมอ่านบทกลอนที่เขาอ่านไปไม่ออก
         หรือกระดาษแผ่นนั้นมันแปลก ๆ ...จะคิดมากไปหรือเปล่า
            ช่างมันเถอะ! แต่...

            “นี่เมลย์ ทำไมนายอ่านไม่ได้ฉันยังอ่านได้เลยนะ” มือบางดึงมือคนแผ่นกระดาษเก่าเก็บเบาๆ เพื่อมองดูกระดาษสีหมองที่อยู่ในมือของอีกคน
           “ต้องทำแบบนี้ไงถึงอ่านออก เชอร์รีฉันฉลาดเห็นไหมล่ะ” เมลิส์ชี้แจงด้วยสำเนียงพึงพอใจสีหน้าท่าทางดูภาคภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง
         …เรื่องอื่นนอกเหนือการเรียนเขาไม่โง่นะ...
             ...ก็แค่ไม่อยากอ่านหนังสือยากๆ ไปสอบเท่านั้นเอง!...

            เรียวปากอิ่มสีแดงสดค่อยๆ อ่านตัวหนังสือที่สะท้อนออกมาด้านหน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่เขาลงทุนวิ่งกระหืดกระหอบจนถึงห้องของตัวเองโดยมีญาติผู้พี่รักวิ่งตามมาติด ๆ
            “อ่านยากจังนะ” คิ้วเรียวขมวดเป็นปมตาเรียวจับจ้องไปที่เงาตัวหนังสือที่สะท้อนบนผิวกระจกเงาบานหนา
มาเถอะให้เราสองได้พลอดกาย
เสียงหวานไซร้หาได้ไร้สิ้นทรวงหวาม
สัมผัสเคล้ายวนยั่วเย้าเทพอำพราง
เอนกายลง ทับทาบฉัน ...ทาสรักคุณ
นำฉันไปล่องหนหายปลายจักษุ
โหมโรมรัน พลันไล่ล่า ท้ากระหาย
ขอแค่ฉัน...ได้เป็นหนึ่งคู่ข้างกาย...ไม่อาจตายรอนแรมลาข้ามเขตกาล
            “ว้าว! อีโรติกสุดๆ ...เอนกายลงทับทาบฉันทาสรักคุณ…กรี๊ด!”
            บทกลอนที่ขับขานออกมาแทบทำเชอร์รีหลอมละลายเสียให้ได้ ความ รู้สึกช่างแตกต่างจากกลอนที่เขาอ่านบทแรกอย่างสิ้นเชิงบทที่เขาอ่านนั้นแม้จะดูน่ากลัวแต่ก็กลับอบอุ่นอ่านแล้วรู้สึกหวิวในหัวใจ
            ‘โหยหา’ ...ใช่แล้วเหมือนร่างกายโหยหาอะไรบางอย่างที่รอคอยมานานแสนนาน
            “นายกรี๊ดเหรอนั่น ผู้ชายที่ไหนเขาร้องเสียงประหลาดอย่างนั้นกัน”
            เมลย์เอามืออุดหูเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดแหบแห้งบาดแก้วหูจากน้ำเสียงของวัยแตกหนุ่ม พยายามทำใจฟังทั้งที่ไม่ชอบเสียงแหบเปร่งๆ ของเชอร์รีนักในระยะหลังมานี้ แต่ตัวเขาเองก็ต้องเป็นเหมือนกันเมื่อเข้าวัยหนุ่ม
            “ดูนายซิ เขินจนหน้าแดงไปหมดแล้ว"  นิ้วเรียวจิ้มไปที่แก้มยุ้ยของเมลย์ที่เริ่มขึ้นสีชมพูสวยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ผิวเนียนนุ่มบนใบหน้าอ่อนหวานนั่น
            “…เสียงหวานไซร้หาได้ไร้สิ้นทรวงหวาม...โอ้ว! ฟังแล้วมันร้อนๆ หนาวๆ เลยนะเนี่ย” สองมือเชยหน้าหวานใสให้ขึ้นมาสบตากลมโตสีอำพันของตัวเอง
            “แหม...ของนายก็ใช่ย่อยที่ไหนกัน ฉันจำได้นะ เดี๋ยวๆ นึกก่อนอะไรน้า...หลั่งสัมพันธ์เลือดรสหวานปานขาดใจ ฮะ ฮ่า หลอนชะมัด นายนิยมรักแนวนั้นหรือเชอร์รี” มือเรียวของเมลย์แกล้งลูบไล้อกบางได้รูปสวยของญาติผู้พี่ส่งอารมณ์หวามมาให้ ทำให้เชอร์รี่หน้าขึ้นสีแทบจะทันที
            “ว่าแต่เขาตัวก็หน้าแดงเหมือนกันแหละน่า แล้วทำมาเป็นพูดดีไป”
            “ฮะ ฮ่า” , “ฮ่า ฮ่า”
            เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสองคนดังก้องทั่วห้องนอนใหญ่เงาทั้งสองที่ทอดผ่านกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพเด็กชายสองคนรูปร่างเพรียวบางต่างวัยกัน
            เด็กน้อยหนึ่งรอยยิ้มสดใสใบหน้าละมุนอ่อนโยนกับอีกหนึ่งหนุ่มน้อยใบหน้าหวานชดช้อยเจือยิ้มงามดึงดูดใจ
         มันก็แค่บทกลอนที่เก็บได้หรือมีเล่ห์ลับกลใดซ่อนอยู่ในกลอนแผ่นนั้น...
         ในระหว่างเด็กหนุ่ม และเด็กน้อยน่ารักทั้งสองคนกำลังส่งเสียงหัวเราะสดใสดังกึกก้องจนดังไปทั่วปราสาทมืดทึบ
        นานเท่าไหร่แล้วที่ความสดใสห่างหายไปจากปราสาทสีโศกแห่งนี้ เชอร์รีและเมลย์ เปรียบดังแสงสว่างให้กับปราสาท เสียงหัวเราะที่สดใส ความร่าเริงสนุกสนานอย่างเด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นแต่งเติมปราสาทหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวา
            ทุกที่ในปราสาทที่มีเชอร์รีความสวยงามความอ่อนช้อยกัดกร่อนความแข็งแกร่งดุดันให้ดูอ่อนบางลง
            ทุกแห่งในตัวปราสาทที่มีเมลย์ความสดใสสุกสกาวแผดซ่านฉายทับความดำมืดถมึงทึงให้ลางเลือน

อยู่คนเดียว อยู่โดดเดี่ยว อย่างเดียวดาย
อยู่เพื่อรอ อยู่เพื่อรัก ที่หาได้จักเสื่อมมลาย
ข้ามภพชาติ ข้ามกาลไกล ท้ารอยร้าวเคล้ารอยอาลัย
พันทิวา หมื่นราตรี ขอมั่นภักดี หทัยรักนี้ หาไม่มรณา
     
  … “กลับมาแล้วซินะ...หัวใจแห่งข้า” …

          เรื่องนี้ค่อยๆ ทยอยลงนะค่ะท่านผู้อ่านอย่าพึ่งใจร้อน คอมเม้นท์ให้กำลังใจ และบอกความรู้สึกของคุณผู้อ่านได้นะคะ
          ไม่ต้องตกใจไป องก์ 0 นะคะ เพราะเป็นตอนเปิดเรื่อง ความจริงอยากจะใช้คะว่า special แต่ใช้องก์ละ ดูเป็นบทละครเก่าๆ  ช่วงนี้จะองก์ 0-1/2/3 ไปเรื่อยๆ จนจบนะคะไม่ต้องงงกัน เพราะยังไม่ได้ขึ้นเรื่องจ้า *หัวเราะบ้าคลั่ง*
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2023 11:03:14 โดย keisarinna »

ออฟไลน์ keisarinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: CaLL Me (Le Miel):ครวญรัก
«ตอบ #2 เมื่อ05-12-2023 21:53:07 »

โหมโรง-บทกลอนซ่อนรัก
ภาคอธิบายบทกลอนซ่อนรัก
ว่าด้วยเรื่องบทกลอนที่เป็นบทเด่นในเรื่องนี้จ้า
แบบ 2 ภาษา พร้อมคำแปลนะคะ ตอนต่ออาจจะไม่ลงทวนบทลอนอีก บทแรกกันเลยค่ะ

Come to our life …
take on blood... sweet on syrup
lay down asleep…
with me… take you
warm up my hold, cares, kisses
simulated step, feel paradise told
waiting as long as one sigh soul
for you...
only you I need…will take an undead life flow

มาซิมากับฉัน...
เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
หลั่งสัมพันธ์เลือดรสหวานปานขาดใจ
เอนกายลง ข่มตานอนคล้ายคนหลับ
มากับฉัน อย่าตระหนักร่างรับรักล่องหนหาย
ด้วยอกอุ่น ด้วยสัมผัส ด้วยรสจูบซ่านทรวงกาย
รอนะ รักมิคลายถึงเร่ร่อนรอนแรมนาน

เพื่อคุณ...
เพราะตัวคุณ..ฉันยอมได้ ฝืนตรรกะไซร้ไร้ความตาย...

       อ่านกลอนแล้วพอจะนึกถึงบรรยากาศรักของทั้งสองคู่ได้บ้างกันแล้วนะคะ สำหรับใครที่ยังอ่านแล้วไม่เข้าใจจะบอกไว้ตรงนี้เลยจ้า
       บทแรกของคู่ที่หนึ่ง นี่คือบทรัก No! คือบทกลอนของพระเอกทุกอย่างที่สรุปรวมมาไว้ในกลอนคือตัวตนจริงๆ ของเขา กลอนบทนี้บอกความคิด การแสดงออกทางความรักของตัวละครแบบสมจริงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเจอกันอีกกี่ครั้งพระเอกยอดชายของเราก็จะเป็นแบบนี้ และอีกอย่างอ่านกลอนจบสามารถสรุปเรื่องเลยก็ได้ แต่อย่าเลยน้า รอคนแต่งมาแต่งให้อ่านดีกว่า เดี๋ยวคนอ่านจิ้นกันเองจนจบคนแต่งไม่รู้จะแต่งให้ใครอ่านล่ะยุ่งเลย

      มาพูดถึงการแต่งกันบ้าง กลอนทั้งสองบทนี้ถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษก่อน แต่งไปแต่งมาทำไมมันเรทอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าพึ่งจะมารู้นะคะ แต่รู้มานานแล้วหล่ะ และจงใจให้เป็นแบบนี้ด้วย

       แต่อ่านภาษาอังกฤษจะไม่เรทมากมายนัก แต่พอแต่งแปลงเป็นภาษาไทยเท่านั้นแหละ กลับมาอ่านอีกทีก็ต้องตั้งสติดีๆ กลัวจะกลายเป็นกลอนลามกอนาจารไป อ่านไปแล้วก็วูบวาบดีค่ะ เหอๆ วูบวาบเนี่ย กลัวจะโดนแบนคิดภาพตามกันเองนะจ๊ะแล้วแต่ประสบการณ์ 55+ ต่อบทที่สองของอีกคู่กันนะคะ

Let’ s us come annoy
take noises form your soul
possess touch…invitees lust such as free rove
lay on me… I’ m going be your slave role
take me…with yours
bluntness, violate and desirous throw
for me…
I’ m one you need… will take myth an undead cruel
มาเถอะให้เราสองได้พลอดกาย
เสียงหวานไซร้หาได้ไร้สิ้นทรวงหวาม
สัมผัสเคล้ายวนยั่วเย้าเทพอำพราง
เอนกายลง ทับทาบฉัน ...ทาสรักคุณ
นำฉันไปล่องหนหายปลายจักษุ
โหมโรมรัน พลันไล่ล่า ท้ากระหาย

ขอแค่ฉัน...
ได้เป็นหนึ่งคู่ข้างกาย...ไม่อาจตายรอนแรมลาข้ามเขตกาล

      และนี่คือกลอนประจำตัวของพระเอกคนที่สอง กลอนบทนี้แทนสถานะของเขาเองก็ได้ค่ะ ว่าจะยอมเป็นทาสรัก แต่จะเป็นทาสรักของใคร...จิ้นล่วงหน้ากับไปก่อนก็ได้ อ่านไปก็เหมือนเป็นคนชั่งออดอ้อน เป็นคนขี้เหงา(อะไรจะขนาดนั้น) และก็รู้สึกถึงความผิดหวังกลายๆ นี่ขนาดยอมเป็นทาสรักแล้วยังจะไม่สมหวังในรักอีกหรือเนี่ย แต่เองทรมานเอง ป๊าดดโธ่!

ตกลงในเรื่องนี้สมหวังเน๊อะ...ใช่ไหม?
เสริมความสัมพันธ์ระหว่างพระนายกับกลอนบทนี้
บทกลอนนี้จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้า

       1. คนที่อ่านไม่ใช่เชอร์รี และเมลย์ เพราะกลอนบทนี้ทำให้นายเอกของเรา ระลึกอดีตได้ แต่ต้องมีความสัมพันธ์รักกับคู่ของตัวเองเท่านั้น ประมาณตราตรึงด้วยการร่วมกายรวมใจเป็นหนึ่งประมาณนั้นเลย

       2. กลอนบทนี้คืออาถรรพ์ หรือกลอนต้องคำสาป ไม่ว่าคู่ไหนก็หนีคำสาปไม่ได้ ทั้งที่ใจจริงแล้วไม่มีพระเอกคนไหนอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่...ถึงทั้งสองคู่จะต้องเจ็บปวดจากการจากลา และการทนทุกข์กับการรอคอยด้วยอาถรรพ์แห่งกลอน แต่ต่างก็เต็มใจที่จะติดตามคนรักไปทุกภพทุกชาติ

      ส่วนนอกเหนือจากนั้น....คนอื่นที่กลอนร่อนไปหาคือบุคคลถูกเลือกต้องเป็นคนที่มีด้านมืดในจิตใจถึงสามารถอ่านกลอนได้และสัมผัสตัวตนพระเอกสองหน่อของเราได้ เพราะความมืดมิดในจิตใจคนเปรียบเหมือนซาตาน ซาตานที่อยู่ในจิตไร้สำนึก นี่คือความชั่วร้ายที่ดึงดูดด้านมืดด้วยกันให้เข้า ประมาณเหมือนมองตาก็รู้ใจ

      พระเอกต่างไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่เทวดา เทพเจ้าหรือพวกกึ่งเทพ หรือจัดอยู่ในจำพวกปีศาจ และผีสาง แต่จัดอยู่ในประเภทผู้มีพลังเวท มีวิชาด้านมืด คล้ายพ่อมดหมอผีแต่ดูดีกว่านั้น (เยอะ) ถึงจะอยากจะทำดีอยากช่วยคนไม่ได้ตาย แต่ก็ไม่สามารถช่วยคนเหล่านั้นได้ ไม่เช่นนั้นคงได้อยู่คนรักกันได้ทุกชาติแล้ว

       แล้วทำไมต้องดึงดูดพลังความชั่วร้าย...

       เพราะไม่ใช่มนุษย์น่ะสิคะ คนที่เวียนว่ายอยู่ในวังวนเหนือกาลเวลาไม่ใช่คนปกติแน่นอน สาเหตุหรือต้นกำเนิดเรื่องทั้งหมด จะอยู่ในบทที่ 1 รอกันหน่อยคะ

       การอยู่เหนือธรรมชาติต้องใช้พลังช่วยค่ะพลังอำนาจด้านมืดที่รุนแรง คือสิ่งที่ทำให้สามารถข้ามผ่านจักรภพแต่ละช่วงไปได้ ไม่ใช่เห็นเด็กหนุ่มเห็นคนสวยก็หวังอึ๊บอย่างเดียวไม่ใช่ๆ การหื่นกระหายแบบนั้นสนองตัณหาอย่างเดียว (ถึงอยากแค่ไหนทั้งสองก็ไม่ร่อนกลอนสวาทมาหาหรอกค่ะเพราะช่วยอะไรไม่ได้) พระเอกของเราต้องหมั่นเติมพลังดำมืดแห่งจิตใจเรื่อยๆ ในการต้านแรงถ่วงจำเป็นต้องใช้ดวงวิญญาณที่กระหายเลือดเพื่อต่อเติมพลังต้านสังสารวัฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

     3. ใครก็ตามที่ได้อ่านกลอนนี้สามารถขอสิ่งที่ปรารถนาได้หนึ่งอย่าง ได้แต่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน และต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ถ้าขอในสิ่งที่ฝืนชะตาชีวิตทำไม่ได้ค่ะ (แต่ท่านชายท่านก็มีเล่ห์ของเขาแหล่ะค่ะ อย่าให้ท่านอยากได้ตัวแล้วกันน้อยรายจะรอดปลอดภัย) ทำได้แค่เพียงดลบันดาลให้เหตุการณ์บางอย่างเกิดเร็วขึ้น หรือชะลอให้มันเกิดช้าลงเท่านั้น ซึ่งการคาดคะเนนั้นใช้หลักความน่าจะเป็น อาจเกิดข้อผิดพลาดหรือผลที่เกิดคาดคำนวณไว้บ้างแต่สำเร็จผล (คนแต่งไม่กล้ารับประกัน กรั่ก ๆ)

      ข้อแลกเปลี่ยนนั้นไม่ยากค่ะ ไหนๆ ก็จะต้องตายแล้วขอหมดทั้งตัวเลยแล้วกัน (มันจะเริ่มหื่นเกินพอดีไปแล้วนะเนี่ย เดี๋ยวคนอ่านจะคิดว่าตัวพระเอกหื่นเกิน) ขอแลกเปลี่ยนนั้นคือ “การเสพบริสุทธิ์” ต่อหนึ่งคำขอ

      “การเสพบริสุทธิ์” มีหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องเป็นเซ็กส์ นอกจากร่วมรักแล้ว การหลั่งเลือดก็ถือเป็นการเสพความบริสุทธิ์ การครอบครองดวงวิญญาณที่ดีจิตใจสะอาดก็ถือเป็นการเสพบริสุทธิ์...สารพัดสาระเพ แต่ตั้งชื่อให้ผู้ขอรู้สึกเสียตัวไปอย่างนั้นเอง (โอ๊ะ...คนแต่งนี่ยังไง ก็คนแต่งวางคอนเซ็ปอีโรติกนี่นา ต้องจิ้นกันลึกซึ้งหน่อย)

       แนวเรื่องนี้เป็นแฟนตาซี ย้อนยุค และ ลึกลับนะคะท่านผู้อ่าน อย่าไปคิดมากมายจ้าเอาบรรยากาศเป็นหลัก ที่เหลือให้เรื่องราวเล่าเรื่องไปจิ้นกันไป อาจลงช้านะคะ เนื้อหาล่อแหลมอยู่ต้องตะล่อมโดยใช้บทกลอนมาช่วยบ้างเพื่อบรรเทาความรุนแรง อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ

ออฟไลน์ keisarinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: CaLL Me (Le Miel):ครวญรัก
«ตอบ #3 เมื่อ05-12-2023 22:27:50 »

องก์ 1  - ร่ายรักเล่ห์ล่องหน
           กลับมาแล้วซินะ...หัวใจแห่งข้า
            ฟังซิ...

          ตัวปราสาทแข็งแกร่งแต่กำลังกรีดร้องอย่างโหยหวนทรมาน ความเย็นชื้นของผิวผนังกำลังกลั่นความร้อนจนไอน้ำพรมเกาะทั่วทุกผืนอณู พื้นปราสาทหยาบกร้านส่งแรงสะท้านอย่างแผ่วเบา เงาสีดำลอยตัวแล้วแทรกไปทั่วทุกสารทิศ ปราสาทหลังนี้กำลังตื่นหลังจากหลับใหลมานานแสนนาน
           พ่อบ้านสูงวัยผู้อยู่อาศัยร่มไม้ชายคาคุ้มฟ้าฝนหลบเภพภัยในปราสาทหลังนี้มาเกือบค่อนชีวิต เริ่มนึกถึงเรื่องเล่าขานของปราสาทแห่งมนต์ขลังหลังนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน สายตาที่น่าจะฝ้าฟางไปตามอายุกาลกลับมองเห็นภาพชายหนุ่มสองคนได้อย่างชัดเจน…ใครกันเชื้อเชิญพวกท่านให้กลับมาที่นี่!....
           “...เมื่อใด ที่จิตใจเจ้าเรียกข้า รัตติกาลจะนำพาให้เจอกันและเมื่อนั้นเราสองต้องต่างตอบแทน...”       
            พ่อบ้านผู้คุ้นเคยกับตำนานรีบสั่งข้าทาสในปราสาทรีบวางคบเพลิงชุบน้ำมันว่านต้านอาถรรพ์จนทั่วบริเวณตามความเชื่อของท้องถิ่น ที่ไหนมีแหล่งน้ำที่นั่นจะถูกน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากโบสถ์ท่านคุณเจ้าเทผสมลงจนทั่ว ไม่แบ่งแยกว่าเป็นแหล่งน้ำดื่มหรือน้ำใช้ พงหญ้าที่ขึ้นรกอยู่รอบบริเวณถูกทำให้โล่งเตียนไม่ว่าจะถางหรือเผา คนงานทำงานกันอย่างไม่รู้เหนื่อย
            เมื่อตะวันลาลับจะพลบค่ำคบเพลิงถูกจุดรับความมืดจนสว่างไสว เวรยามถูกจัดวางอย่างรัดกุม กระสุนเหล็กกล้าผ่านพิธีกรรมทางศาสตร์แห่งความเชื่อ พร้อมปืนกระบอกสั้นยาวแนบติดตัวพร้อมใช้งานได้ทันท่วงที
            ...หากจะหาทางปกป้อง แค่เพียงคิดได้ ทุกอย่างได้สายเกินการณ์...
            ร่างบางทอดกายลงนอนบนเตียงนุ่มสีสะอาด หลังจากอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าที่พรั่งพรูมาจนแทบกระอักเลือดตาย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไรขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ตั้งแต่เช้าจรดวันเขาก็ปกติดีทุกอย่าง ยังออกไปช่วยคนงานปักคบเพลิงรอบตัวปราสาทอยู่เลย ไหนยังวิ่งเล่นกับเมลย์ไปทั่วสวน ลานน้ำพุหน้าปราสาท ยังรวมหัวกันแกล้งคุณพ่อบ้านอีกด้วย แต่ไม่เห็นจะเหนื่อยล้าหมดแรงเหมือนตอนนี้เอาเสียเลย ไม่ว่าจะที่มือ แขน ไล่ลงไปยัง เอว สะโพก เรียวขา ฝ่าเท้าชาดิกแทบไร้ความรู้สึก เหมือนคนเป็นอัมพาต
            กลัวจับใจ...ถึงจะทำใจเรื่องสุขภาพของตัวเองมานานว่าอาจใช้ชีวิตไม่ยืนยาวเช่นคนอื่น
            ความเย็นวาบฉาบทั่วแผ่นหลังบาง เตียงที่เคยอ่อนนุ่มอบอุ่น ในตอนนี้เขาสัมผัสได้แต่ความเย็นจนสั่นสะท้าน ความอ่อนนุ่มไม่ทำให้เขาอยากเอนตัวลงนอนเสียแล้ว แต่ไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับเขยื้อนกายไปไหน ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหมุนวนไปทั่วทุกทิศทาง สมองที่เคยสั่งการตามปกติเริ่มอ่อนล้าชะลอตัว ดวงตากลมโตค่อย ๆ หรี่เปลือกตาลงจนมืดมิดดำสนิท
            ความรู้สึกกลัวส่งสัณญาณให้หวั่นใจ ความมืดมิดที่เกาะกุมรอบตัวช่างน่ากลัวเหลือเกิน
           (...มาซิมากับฉัน...) น้ำเสียงหวานปานน้ำผึ้งดังแผ่วเบาที่ใบหูบาง เสียงขับขานกลอนคร่ำครึกลับดังก้องในโสตประสาท ตาเรียวโตพยายามเปิดหนังตาที่หนักอึ้งให้มองดูร่างผู้มาเยือนยามวิกาล…แต่ทำได้เพียงนอนนิ่งต้อนรับการมาเยือนของบุคคลในเงามืด
           (...เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน...) ปลายมือเย็นค่อย ๆ ลากผ่านใบหน้า กลางอก หน้าท้อง ขาเรียวจรดปลายเท้า ผิวสัมผัสอันแผ่วเบา…แต่ตัวเขากลับร้อนวูบวาบไปกับสัมผัสชวนละลายนั่น
           ร้อน...แรงสัมผัส แต่ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บจากเบื้องลึกแห่งจิตใจ
           เข้าใจแล้วว่า เตียงยังคงอุ่นเหมือนเดิม มีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่โดนดูดกลืนด้วยไอเย็นดั่งใกล้ตาย!
           (...หลั่งสัมพันธ์เลือดรสหวานปานขาดใจ...)
           “อ๊ะ...เจ็บ!” ผมร้องออกมาเมื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างรุกล้ำเข้ามาในตัวของผม ความแข็งขืนที่สอดแทรกเข้ามาแม้จะไม่ใหญ่มากนักแต่มันทำให้ผมอึดอัด จนอยากดันตัวออกไปจากสิ่งแปลกปลอมนั่นแต่ไร้สามารถ ร่างกายผมกลายเป็นอัมพาตไปเสียหมด
           (...เอนกายลง ข่มตานอนคล้ายคนหลับ...) น้ำเสียงหวานทุ้มนุ่มนวล ชวนให้เคลิบเคลิ้มยังคงดังอย่างต่อเนื่องที่ข้างหูของผม เหมือนกำลังร่องลอยร่างกายผมกำลังถูกยกสูงขึ้น
            ไม่นะ...ไม่
            ผมจะโดนทำอะไร!
            จะพาผมไปไหน?
            ลืมซิ..ลืมตา
            วิ่ง..หนีไปให้ไกลจากห้องนี้ ได้แต่นึกคิด ถ้าทำได้คงหลบหนีจากตรงนี้ได้

           “เจ็บ…เอามันออกไป” หยาดน้ำตาเริ่มไหลหลั่งออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิท
           “ได้โปรด...เอามันออกไปผมขอร้อง”
            เจ็บจนร้าวไปหมด มีบางอย่างเริ่มแทรกเข้ามาในตัวของผม ค่อยๆ เพิ่มความอหังกาฬทั้งร้อนทั้งอึดอัด ยิ่งร่นสะโพกหนีของสิ่งนั้นก็ยิ่งดันลึกเข้ามา ความปวดร้าวที่มีตอนนี้เริ่มชาจนผมเลิกใส่ใจกับมัน
            ผมนึกว่าตัวเองจะชิน แต่กลับสะดุ้งทุกครั้งเมื่อสิ่งแปลกปลอมสอดเข้าออกความรู้สึกใหม่ไม่รัญจวนใจนัก ผมพยายามจะเบี่ยงสะโพกออกแต่ยิ่งดันออกเหมือนของแปลกปลอมที่กระจุกอยู่ที่ตัวผมนั้นยิ่งดันเข้ามาลึกขึ้นลึกขึ้น
            เสียว! ไปทั่วแนวกระดูกสันหลัง...
            นี่ผมเป็นอะไรทุกครั้งที่ดันตัวออกแต่ผมกลับดันกลับเข้าไปใหม่ ทั้งที่สิ่งแปลกปลอมด้านในแน่นิ่งแทบไม่ขยับไปไหน ผมกลับเป็นฝ่ายขยับขับเคลื่อนมันเสียเองทุกครั้งที่ดันตัวเข้าออกผ่านสิ่งสิ่งนั้น เสียงแปลกประหลาดในตัวผมมันจะคอยเปล่งออกมาให้ได้อายอยู่เรื่อย
            (...มากับฉัน อย่าตระหนักร่างรับรักล่องหนหาย...)
            “ฮะ...ยะ...อย่า..มะ..มัน!”
            ผมแทบจะขาดใจให้ได้เมื่อเจ้าสิ่งนั้นหมุนวนอยู่ในช่องร้อนรักทั้งกระอักกระอ่วนปั่นป่วนมวนในท้องเมื่อความคับขึงไม่แน่นตึงเหมือนช่วงแรกสิ่งนั้นขยับเข้าออกจากเชื่องช้าเล้าโลมแล้วค่อยๆ เร่งโหมโรงจนแน่นอกหายใจขัด ทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัด ทั้งเสียวซ่าน ยากบรรยายความรู้สึกที่ตัวเองกำลังได้รับอยู่ตอนนี้
            ผมอยากร้องไห้...
            ตัวผมเป็นอะไรไป…
            ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้…หลากหลายคำถามที่ไร้คำตอบชวนให้ท้อใจ

            ทุกครั้งที่สิ่งนั้นสอดใส่ลมหายใจเหมือนติดขัด ใบหน้าร้อนผ่าวเสียวแนวสันหลังวูบวาบแขนขาสั่นเทาร่างกายเหมือนไร้น้ำหนัก ยิ่งสิ่งนั้นขยับเร็วขึ้นๆ ผมรู้สึกได้ว่าตัวผมโยกโยนไปมา ผมแทบจะลืมไปเลยว่า ผมได้นอน หรือนั่ง หรืออยู่ในท่าอะไรซักอย่างบนเตียงของผมเอง
            “คุณคือใครกัน...แล้วจะทำอะไรผม...”
           ปลายนิ้วกรีดน้ำตาจากหางตาที่ปิดสนิททั้งสองข้างของผม มือเย็นยะเยือกนั้นทำไมมันช่างอบอุ่นอ่อนโยนขนาดนั้น ผมอยากเห็นเขา ผมต้องทำเช่นไร หรือเขาคนนั้นเป็นภูตผีปีศาจ เป็นซาตานจำแลงที่หน้าตาน่ากลัวน่าขยะแขยงหรือ ถึงต้องปิดตาผมไว้เช่นนี้
           แต่ความรู้สึกลึก ๆ มันกลับบอกว่าไม่ใช่ จังหวะหัวใจที่เต้นกระชั้นถี่ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเย็นสัมผัสร่างกายของผมมันช่างดูคุ้นเคย...ใครกัน
           (...ด้วยอกอุ่น ด้วยสัมผัส ด้วยรสจูบซ่านทรวงกาย...) กลอนบทนี้ กลอนเมื่อเช้า เขาจะทำผมเหมือนในบทกลอนเหรอ!
           ไม่..นะ จะเอาเปรียบผมแบบนี้ไม่ได้ ผมอยากเห็นหน้าเขา...
           “ขะ...ขอผมลืมตาเถอะนะ...ผ ผม...อ๊า....ออ..อยากเห็นหน้าคุณ”
            ผมออกเสียงลำบากขึ้นเมื่อความแข็งขึงรุกล้ำเร็วขึ้นและแรงมาก มากจนสะโพกผมเกร็งจนปวดร้าวไปหมด ปลายเท้าจิกกดลงไปบนที่นอนนุ่ม มือดึงทึ้งผ้าคลุมเตียงสีอ่อนอย่างบ้าคลั่ง และความเป็นชายของผมกำลังเรียกร้องการปลดปล่อยบางอย่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าจู่โจมทั่วร่างกายโดยเฉพาะบริเวณบุรุษเพศปวดระบม ผมรู้สึกถึงการตั้งลำสั่นระริก
           ยามผมโยนตัวตามแรงส่งเบื้องล่าง ส่วนแข็งตึงตีระรัวดั่งเกลียวคลื่นบนหน้าท้องราบเรียบทิ้งคราบชื้น ความรู้สึกเหนอะหนะชวนไม่สบายตัว คงเป็นเพราะสายรักน้ำแรกรุ่นของผมเป็นแน่
           ผมอายจนอยากจะแทรกตัวหนีหายไปจากตรงนี้เลยจริงๆ เด็กวัยหนุ่มคนอื่นอาจบรรเทากำหนัดแล้วหลายครั้ง เปรียบกับผมที่ร่างกายไม่แข็งแรงนักเป็นหนังคนละม้วนกันเลย...ทำไมเขาต้องทำกับผมถึงขนาดนี้ ผมไปทำอะไรเขาตอนไหน เขาถึงทำเรื่องน่าอายแบบนี้กับผม
           (...รอนะ รักมิคลายถึงเร่ร่อนรอนแรมนาน...)
            ทุกอย่างรอบตัวผมหยุดการเคลื่อนไหวลง...สิ่งแปลกปลอมหลอมมลายเหมือนถูกถอน ความแฉะชื้นถูกทาบมาที่อกของผม
            สิ่งนี้หรือที่มันเคยอยู่ในตัวของผม…มือเย็นเฉียบของเขา...
            ร่างกายผมไม่ยอมหยุด...มันยังต้องการ
            ไม่นะ...มันน่าอายที่จะ ร้องขอให้เขาทำแบบเดิมอีก
            ไม่อยากให้เขาถอดถอน...
            ไม่อยากให้เขาหยุด...
            ผมเป็นบ้าอะไร...ร่างกายไม่รักดีไม่ยอมหยุดสั่น และยังแอ่นรับผิวสัมผัสเย็นชื้นนั้นอย่างบ้าคลั่ง

            เสียงเขากระซิบอีกครั้ง..เป็นน้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยน เมื่อเขาเรียกชื่อของผมด้วยเสียงที่คุ้นเคย...
            ‘คุ้นเคย’ ผมไม่เคยเจอเขาเลยด้วยซ้ำนะ?
            (...เพื่อคุณ...เพราะตัวคุณ..ผมยอมได้ ฝืนตรรกะไซร้ไร้ความตาย...)
           ผมเบิกตากว้างสุดความโค้งโตของเบ้าตา เป็นครั้งแรกที่เขาให้ผมเห็นหน้า ใบหน้าหล่อเหลาแต่ดูเย็นชา ดวงตายาวเรียวสวยแต่แข็งกระด้าง นัยน์ตาสีนิลดูมืดมิดเฉยชาแต่กลับรู้สึกว่าช่างเร่าร้อนรุนแรงคุกรุ่นด้วยความนัยบางอย่างที่ทั้งอันตรายและต้องรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
           ตัวผมสั่นเทาขึ้นมาในทันที สองมือผมโอบกอดตัวเองไว้ ผิวสัมผัสเนื้อแนบเนื้อทำให้ผมต้องก้มลงไปมองร่างกายตัวเอง
ตัวผมเปล่าเปลือย ไม่มีแม้เสื้อผ้าคลุมกายซักชิ้นเดียว
           ผมเปลือยกายต่อหน้าชายคนนี้!
           ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไปริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้นก็ประกบทับบนเรียวปากผมเสียแล้ว...
           แล้วทุกอย่างนับตั้งแต่วินาทีนี้ไป ผมได้รู้แล้วว่าทุกทุกอย่างของผมเป็นของคนคนนี้
           "เรียกชื่อเราสิ เณอรีน แล้วเราจะให้เจ้าในสิ่งที่ต้องการ" น้ำเสียงแห่งรักครางครวญชื่อคนรักอย่างโหยหา
           “รักเรา? ...แต่เราชื่อเชอร์รี” ชื่อที่เรียกร้องความรักด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนร้างลามาเนิ่นนานนั่นฟังดูแล้วคลับคล้ายคลับคลาชื่อของเขา
           “นำเรา...” คนเงามืดวอนขอความต้องการที่ร่ายกายโหยหา
           “นำทางเรา...” ขอร้องให้คนรักชักนำชี้ทางสว่างเหมือนทุกครั้งที่เคยๆ มา
          “แล้วเราต้องทำเช่นไร..." เชอร์รีฟังคำขอที่แสนน่าสงสารอดที่จะช่วยไม่ได้
           เสียงหวานครางกระเส่าบ่งบอกความต้องการที่จะสอดประสานหลอมรวมกันกับชายหนุ่มเบื้องหน้า
          "เฌอรีนที่รัก คุณไม่ต้องทำอะไรปล่อยกายปล่อยใจไปกับผมก็พอ..."
สองร่าง สานรักสอด สัมผัสพลิ้ว หิวกระหาย
เปียกชื้น ทั่วเรือนกาย หาได้ห่าง ช่วงนาที
ทางร้อน กรุ่นเบื้องล่าง สอดประสาน รักเสียดสี
เสียงร้อง ครวญครางมี น้ำไหลปรี่ ชุ่มอุ่นเปรม

            มือเรียวค่อย ๆ สัมผัสใบหน้าสงบนิ่งแลดูเย็นชาช้าๆ นิ้วมือค่อยๆ ลูบไล้ไปทั่วใบหน้าคมอย่างรักใคร่โหยหา
           “เด-อุส-มาร์ส” ชื่อใครบางคนที่เคยรู้จักและผูกพันดังขึ้นในห้วงคำนึง
            ริมปากอิ่มบรรจงจูบแผ่วเบาลงบนท้องแขนขาวนวลเนียน ไล่ประพรมจูบหวานไปเรื่อยๆ ผ่านไหล่บาง ซอกคอขาว ปลายคางมน ริมปากแดงสีเชอร์รี่ฉ่ำวนมาที่จมูกเรียวสวยได้รูป แล้วจรดตรงหน้าผากโหนกใส ไล่เรียวปากหยักให้กลับทวนทิศทางจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
            แขนเรียวโอบรอบคอแกร่งให้โน้มลงไล้โลมรสจูบอ่อนหวานให้แนบชิดผิวเนื้อมากยิ่งขึ้น สองร่างต่างเรียกร้องรักซึ่งกันอย่างโหยหา ดวงตากลมโตมองร่างสูงตรงหน้า ไม่อาจละสายตาให้ห่างหายไปจากใบหน้าคมหล่อเหลานี้ได้
          “เราขอโทษ...”
           อ้อมกอดอบอุ่นโอบล้อมร่างบางที่กำลังสั่นสะท้าน...
           สะท้านด้วยความเจ็บปวด
           สะท้านด้วยความรู้สึกตื้นตันกดดันแห่งจิตใจ
           สะท้านด้วยแรงสะอื้นไห้

           รู้ดีต่อให้หลั่งไหลน้ำตาใสจนกลั่นตัวกลายเป็นหยดเลือดก็ไม่อาจทดแทนความเจ็บปวดของคนเบื้องหน้าได้
           “ข..ขอโทษ กระหม่อมไม่ดีเอง ผิดแต่ผู้เดียว ผิดไปแล้ว”
            มือหนาลูบแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นเทาช้าๆ เบียดร่างกายหนาให้แนบชิดร่างบางมากขึ้น จนแทบจะกลืนกินเป็นร่างกายเดียว
            (“ไม่ต้องขอโทษเรายอดรัก ไม่มีใครผิดมันคือพรหมลิขิต ชะตาชีวิตที่ใครก็เปลี่ยนไม่ได้”)
           แม้จะแทรกตัวในอกอุ่นของร่างใหญ่กว่าแต่แรงสะอื้นกลับไม่มีทีท่าจะสงบลง ยิ่งทาบร่างขนาบนาบแนบแน่นกับคนร่างสูง กลับยิ่งซึมซับความเจ็บปวดที่สั่งสมแทรกซึมทั่วทุกอณูของร่างแกร่งเบื้องหน้าทำให้ร่างบอบบางแทบแหลกสลายไปด้วยความเจ็บปวด ความทนทุกข์ทรมานที่ซ่อนซึมแทรกแซงดังปลายแหลมของแท่งเข็มทิ่มแทงไปทั่วเรือนร่าง
           (“คิดจะทำอะไรยอดรักของข้า”)
           ร่างบางกดช่องทางรักโอบอุ้มแก่นเนื้อร้อนอย่างไม่ลังเลในความเจ็บปวดที่จะได้รับ
           (“อย่า! ให้เลือดออก!”)
           สายไปเสียแล้ว เมื่อไม่ได้เตรียมการเสพรักไว้รอความบอบช้ำทางรักจึงปริฉีกตามขนาด
           “บรรเทาความทรมานของท่าน มาที่กระหม่อได้เลย”
           ความแข็งขืนเบียดชิดความอ่อนนุ่มอุ่นชื้นด้วยน้ำต้องห้ามหนืดข้นค่อยๆ ไหลซึมจนเปียกชุ่มทั่วช่องทาง แรงกดบดเบียดเริ่มแรงและเร็วขึ้น พันธสัญญาดุจน้ำอมฤตเปรียบตัวแปรแห่งความลุ่มหลง ความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงดุดัน ความสัมพันธ์ทางกายที่เนิบนาบเชื่องช้าแปรเปลี่ยนเป็นจาบจ้วงโจนทะยาน สองร่างโยกโยนสนองรสเสพรักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
            ถึงจะเจ็บปวดแต่ก็สุขสมหาได้โรยรา แม้วันเวลาจะผันผ่านไปกี่ภพชาติ ร่างกายนี้ไม่มีวันจืดจางรอวันหวนคืน กลับมาอยู่ในเงื้อมมือของผู้เป็นที่รักทุกครั้งครา
            “ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน แบ่งความเจ็บปวดมาให้ร่างกายอันอดสูนี่ได้รู้บ้าง”
            หยาดน้ำตาร่วงไหลอาบสองแก้มเนียนของเชอร์รี่ ไม่อาจรู้ได้ว่าเจ็บที่ไหนกันแน่ ทางรักที่แสบร้อน การโถมเข้าเคลื่อนออกที่รวดเร็วรุนแรงไร้ความปรานี แต่ลึกๆ กลับเสียวซ่านอิ่มเปรมกับความสุขระลอกแล้วระลอกเล่าจนแทบจะรับไม่ไหว หรือความทุกข์ทนทรมานที่ร่างสูงเบียดบังไว้ในจิตใจ ทุกแรงสัมผัสเข้าออกสอดแทรกแฝงความเจ็บปวดที่ฝังลึกของอีกคนหนึ่งให้รับรู้
            ภาพในอดีตฉายวาบตามจังหวะโยนตัวรับความหฤหรรษ์...
            ทุกครั้งที่ร้องขอ
            ทุกครั้งที่แรงกระแทกประชิดตัว
            ทุกครั้งที่ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายซ้ำซาก

            (“อ่า..เฌอรีนที่รักของข้า”) เสียงครวญรักที่ฟังแล้วชวนใจจะขาดรอน ๆ หัวใจดวงน้อยเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียให้ได้
            “ขอโทษ...ที่ให้คุณรอมานานแสนนาน...เหนือเกล้าของกระหม่อม ข้าน้อยกลับมาแล้ว...เรามาแล้ว...กลับมาเพื่อเป็นของเดอุสมาร์ส” เสียงพร่ำพรรณนาสับสนอลหม่านเหมือนคนสองร่างไม่อาจเปรียบเปรย
เชอร์รียังไม่ทันจะเอื้อนเอ่ยพันธสัญญา ฉับพลันสติสัมปชัญญะขาดสะบัดดับวูบจมสู่สภาวะหยุดนิ่งแห่งกาลเวลา
           เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขและปรับปรุงจะทยอยลงเรื่อยๆ ลงกี่ครั้งก็แก้ทุกครั้งไม่ถูกใจไคซ์เสียทีหวังว่าปรับปรุงแก้ไขครั้งนี้น่าจะได้นิยายครวญรักที่สมบูรณ์ที่สุด ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะชาวเล้าเป็ดทุกคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2023 14:52:28 โดย keisarinna »

ออฟไลน์ keisarinna

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: CaLL Me (Le Miel):ครวญรัก
«ตอบ #4 เมื่อ04-01-2024 18:08:11 »

องก์ 2 : ร้ายเล่ห์ล่องหารัก
          ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างเนือยๆ ย่างก้าวแต่ละทีดูโอนเอนซวนเซไม่ตรงทาง เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดปกปิดร่างกายอย่างลวกๆ การแต่งกายล่อแหลมด้วยเสื้อคลุมที่ถูกสวมแบบส่งๆ ขอแค่มีเครื่องแต่งกายปิดบังความอนาจาร จึงออกมาในสภาพจะหลุดไม่หลุดแหล่แต่สภาพหมิ่นเหม่นั้นไม่เป็นที่ใส่ใจของเขาเลยแม้แต่น้อย ดีแค่ไหนแล้วที่ยังหาอะไรมาคลุมตัวเองได้ เพราะมือทั้งสองข้างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไปดื้อๆ แม้แต่จะสวมชุดนอนก็ยังไม่ได้ต้องถือคาไว้อยู่ในมื
          แปลกจัง อยู่ๆ ก็เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงหรือเราจะไม่สบาย
          ไข้ขึ้น...ตัวร้อน... แพ้แดด...พ่ายลม...ก็ไม่น่าใช่...เมื่อตอนกลางวันยังวิ่งเล่นอยู่กับเชอร์รีอยู่เลย ตอนหัวค่ำก็ยังไม่มีอาการเหนื่อยอ่อนแบบนี้ หรือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่วัยหนุ่ม! ต้องรีบสวมเสื้อก่อนไม่อย่างนั้นคงเป็นหวัดแน่ ๆ แค่เสื้อก็ยังดี
          เมลย์ค่อย ๆ เดินโซซัดโซเซมาที่กระจกบานใหญ่บริเวณปลายเตียงนอน มือเรียวคลี่เสื้อนอนสีอ่อนออกมา
          พรึ่บ! เสื้อนอนร่วงหล่นไปกองอยู่บนพื้นพรมสีขรึม ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะคว้าเสื้อเนื้อบางให้กลับมาอยู่ในอุ้งมือ ทำได้แค่ปล่อยให้มันนอนกองอยู่ด้านหน้าเท้าเรียวไว้อย่างนั้น ตาเรียวสวยปรายตามองกางเกงที่เข้าชุดกับสีเสื้อ แล้วก็ปล่อยให้มันหล่นลงไปกองไว้ในบริเวณเดียวกัน ขนาดเสื้อยังไม่มีปัญญาใส่ แล้วกางเกงไม่ต้องหวัง ถ้าจะให้ยกขาข้างหนึ่งแล้วทรงตัวอยู่บนขาอีกข้างหนึ่งได้หกล้มหัวทิ้งหน้าคะมำแน่ๆ
          จริงซิ....เชอร์รี่ เป็นยังไงบ้าง? จะเป็นเหมือนเขาหรือเปล่า?
         ไม่ได้การ...เขาจะยืนเป็นตอไม้ตายซากอยู่ในนี้ไม่ได้ต้องไปดูแลเชอร์รี่ มือคว้าเอาเสื้อคลุมเอาสวมอย่างลวกๆ
         ขาเรียวพยายามก้าวออกห่างจากกระจกเงาบานใหญ่ แล้วเดินตรงไปยังประตู แต่ขาสองข้างกลับหนักอึ้งเหมือนก้อนหินแข็งกร้าวขึ้นมากะทันหัน ความเจ็บร้าวพุ่งปะทะทุกครั้งที่จะก้าวหนีออกมาจากกระจก ความเจ็บปวดทำให้ร่างบางหยุดความคิดที่จะก้าวขาเดิน ลำตัวบางเอนทาบผนังผิวกระจกเย็นเฉียบเพื่อพยุงไม่ให้ล้มไปกองอยู่กับพื้น ใบหน้าวัยละอ่อนมองเงาตัวเองที่สะท้อนออกมาจากบานกระจกใสเบื้องหน้า
          นายมันทุเรศสิ้นดีเมลย์ แม้แต่คนที่คิดจะปกป้องยังทำไม่ได้
          แค่นี้ก็อ่อนแอ...เจอความเจ็บปวดเข้าหน่อยก็ท้อแท้สิ้นหวัง แล้วนายจะไปดูแลคนสำคัญได้อย่างไร
          ‘ไม่...ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ!’
          "อ๊าก!" ผมร้องเสียงหลงหลังจากที่พยายามรวบรวมพละกำลังที่มีทั้งหมดก้าวหนีไปจากกระจกเนื้อเรียบบานนั้น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านวิ่งพล่านไปทั่วเรียวขาทั้งสองข้าง แขนขาพาลเย็นเฉียบอย่างฉับพลัน
           (...มาเถอะให้เราสองได้พลอดกาย…) น้ำเสียงอ่อนละมุนดังแผ่วเบาที่บริเวณใบหู...ผมเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจ ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ผมได้ยินเสียงใครคนหนึ่งพูดที่ข้างหูผม ผมเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่แทบจะในทันที
          แปลกจัง ผมไม่เห็นใครเลย นอกจากตัวเองกับ...กับชุดคลุมหมิ่นเหม่ ที่ผมสวมทับอยู่บนตัวอย่างลวก ๆ ชุดนี้
          ‘ไม่นะ! สายรัดเอวมันกำลังจะหลุด’
          (...เสียงหวานไซร้ หาได้ไร้ สิ้นทรวงหวาม...) โอ้ว..ไม่! ผมพยายามที่จะจับชุดคลุมไม่ให้มันเปิดเห็นสัดส่วนและของสงวนของผมแต่มือผมไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยซักนิด ยิ่งผมพยายามขยับมือแต่เหมือนมันกลับยิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย
          “เป็นไงเป็นกันอยากหลุดก็หลุดไป ในนี้ก็ไม่มีใครเข้ามาอยู่แล้วนี่”
          ชายเสื้อคลุมที่ซ้อนทับกันอยู่ค่อยๆ คลายตัวออกจากกัน เปิดเผยสัดส่วนบริเวณกลางลำตัวเป็นแนวตรงยาวผ่าผ่านขนาบทาบตั้งแต่ลำคอ ไหล่กว้างผึ่งผายด้วยเริ่มเข้าวัยหนุ่ม หว่างอกบางหน้าท้องแบนราบและส่วนอ่อนไหวสะดุดตา
          ผมพยายามใช้ ต้นขาปิดบังความอุจาดลูกนัยน์ตา พยายามเบี่ยงสายตาหนีภาพปลุกเร้าของตัวเองที่ฉายตำตาอยู่เบื้องหน้า แต่เหมือนโดนแรงดึงดูดให้ต้องจ้องตอบกลับไปที่กระจกเงาบานใหญ่เพียงแห่งเดียว
          อายตัวเองทำไมผมต้องมานั่งพินิจพิเคราะห์ตัวเองตอนนี้ด้วย
          (...สัมผัสเคล้า ยวนยั่วเย้า เทพอำพราง...) อะไรบางอย่างดันให้ตัวผมแนบทับลงไปบนกระจกผืนเรียบเย็นเฉียบ ความเย็นแทรกซึมไปตามผิวเนื้อเนียน ความรู้สึกบางอย่างกำลังวิ่งพล่านอยู่ในตัวผม
          (...เอนกายลง ทับทาบฉัน ...ทาสรักคุณ...) เสียง..ใครกัน? ทำไมต้องอ่านกลอนบทนั้นให้ดังก้องอยู่ในหัวเขา
          “อ๊า...อะ...อุ๊บ!” น่าอายจริง ๆ ผมเปล่งเสียงอะไรออกมาเนี่ยมันเหมือนเสียงผู้หญิงที่อยู่ในหนังปลุกกำหนัดไม่ผิดเพี้ยน ถึงจะไม่ได้ดูจริงจังแต่เพื่อนๆ ก็เคยเอามาให้เขาได้ดูเปิดหูเปิดตา
          (...นำฉันไป ล่องหนหาย ปลายจักษุ...) “อ๊า...” ไม่! น้ำเสียงน่าเกลียดนี่
          “อื้มม...”
          เมื่อไหร่แรงดันบริเวณสะโพกมันจะหยุดซักที ทุกครั้งที่สะโพกผมโดนดันให้แนบลงสัมผัสพื้นผิวกระจกนั่น เจ้าน้องชายล่อนจ้อนของผมก็แนบสนิททาบแนวลำตัวยาวแนบชิดเบียดตัวกับพื้นผิวเรียบเย็น
          ตอนแรกผมรู้สึกเจ็บ อยากจะขืนสะโพกต้านแต่ก็ทำไม่ได้...ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
          แต่ ตอนนี้ ผมรู้สึกดีอย่างประหลาด...
          แรงดันที่กระทั้นเป็นจังหวะ จากหนักๆ แรงๆ เป็นช่วงๆ ค่อยๆ เพิ่ม จังหวะขึ้น
         กระชั้นขึ้น...หนักหน่วงขึ้น...เร็วขึ้น...แรงขึ้น...
         สะโพกกลมมนของผมไม่รีรอที่จะตอบรับจังหวะกระแทกอย่างบ้าคลั่ง พร้อมเสียงครางชวนอับอายนั่น
         ทุกจังหวะสงบลง หยุดนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมสัมผัสได้ถึงความชื้นบริเวณใบหน้าด้านข้างที่ทาบบนผืนกระจกใส หยาดเหงื่อเกาะพราวไหลรวมกันมายังใบหน้าซีกนั้นจนผมรู้สึกถึงความชื้นแฉะ
         (...โหมโรมรัน พลันไล่ล่า ท้ากระหาย...) ลมหายใจร้อนชื้นของผมเป่ารดผิวกระจกใสจนขึ้นฝ้าบางๆ แล้วก็จางหายไป บริเวณหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจเข้าออกสูดรับออกซิเจนเพื่อทดแทนการขาดหายไปเป็นช่วงๆ ปลายเล็บจิกลงบนกระจกจนนิ้วมือสั่นระริก
          และ...ผิวกระจกบริเวณส่วนน่าอายของผมที่เบียดตัวอยู่ เปรอะเปื้อนน้ำใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนปลายแรกแย้มที่ขยายออกอย่างเต็มที่ ความอึดอัดพุ่งทะยานมาที่ส่วนปลายแก่นกายสีสวยไหวสั่นแล้วปลดปล่อยอย่างทะลักทะลาย...
          อุบาทว์จริงๆ …
          ผมทบทวนเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมา...มันไม่ได้ต่างจากการช่วยตัวเอง! ต่อหน้ากระจก...ช่วยตัวเองกับกระจก!...
          (...ขอแค่ฉัน...ได้เป็นหนึ่ง คู่ข้างกาย...ไม่อาจตาย รอนแรมลา ข้ามเขตกาล…) กลอนบทต่อมายังคงดังก้องอยู่ในสมองของผมอย่างต่อเนื่องผมรู้สึกได้ว่าเสื้อคลุมถูกถลกขึ้นไปอยู่เหนือสะโพก...
          ผมตกใจ! อยากต่อต้านผู้รุกรานความบริสุทธิ์ของผม ถึงผมจะไม่ประสีประสาเรื่องอย่างว่า แต่ผมก็ไม่โง่ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เหตุการณ์เริ่มเกินขอบเขตไปแล้ว ถึงจะอ่อนประสบการณ์ด้านความรักแต่ไม่ได้ขลาดเขลาการเสพใคร่
          แต่จะทำอะไรได้...อยากจะทำอะไรก็ทำ รีบทำให้มันจบ ๆ ผมจะรีบไปหาเชอร์รี่
          “อ๊า...เจ็บ!!” อะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในตัวผมอย่างรวดเร็วต่างจากครั้งแรกมากนัก ขาผมสั่นพั่บๆ เม็ดเหงื่อซึมออกมาทั่วไรผมชื้น ความกลัวเริ่มเกาะกุมทั่วร่างกาย มือผมจิกลงบนผืนกระจกเพื่อระบายความเจ็บ ความปวดร้าวแสดงขอบเขตไปทั่วสะโพกจนชาดิก แน่นิ่งแช่อยู่นานความกลัวค่อยๆ จางหายไปทีละน้อยๆ อย่างน้อยก็รับรู้ว่าผมจะไม่เจ็บมากไปกว่านี้…ถ้า
          คน... ผี…ภูต...หรือจะตัวอะไรก็ตาม ที่กำลังย่ำยีผมอยู่นี้ ใจดีพอ
          เสียงคนร่ายบทกลอนยังคงดังอยู่ในโสตประสาท น้ำตาก็เอ่อล้นไหลรินออกมา ไอความร้อนเกาะผืนกระจกจนเกิดฝ้าสีขาวจางๆ ไปทั่วบริเวณที่ใบหน้าหวานได้พ่นผ่อนลมหายใจ ทั้งที่อากาศหนาวเย็นแต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงไอเย็นเลยซักนิด
          ผมเริ่มรู้แล้วว่า…ตัวผมได้เชื้อเชิญความอัปรีย์มาสู่ตัวเอง...
          เชอร์รี่จะเป็นอย่างไรบ้าง...!
          'ได้โปรด...อย่าทำอะไรเชอร์รี่เลยชีวิตที่มีอยู่ของเขาช่างเหมือนดอกไม้งามที่รอวันโรย’
          “ลงกับผมคนเดียวเถอะ...ทำผม...ย่ำยีผมให้อับอาย...ทำร้ายร่างกายผมให้พอจนคุณพอใจแล้วปล่อยญาติผู้เป็นที่รักของผมไป อย่าให้คนบริสุทธิ์แบบนั้นต้องแปดเปื้อน” เด็กน้อยฟังคำภาวนาของตัวเองที่พร่ำบอกใครบางคนไม่หยุดหย่น
          ตัณหาราคะ ถ้าปราถนา...เชิญลงที่ผมนี่!
          สภาพรอบตัวยังคงสงบเงียบเชียบ ผมพยายามพูดจาอ้อนวอนต่อสรรพสิ่งที่อำพรางตัวอยู่ในเงามืด แม้มันจะดูสูญเปล่าแต่ผมก็อยากจะขอร้อง เพื่อคนคนนั้น ผมยอมแลกได้ถึงจะเอาวิญญาณของผมไป...ผมก็จะให้ แค่เพียงให้เชอร์รี่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
          … (“แด่เดอมีทรี คนที่ผมเฝ้ารอมานานแสนนาน”) ...
          ผมรีบหมุนตัวกลับมายังเสียงพูดอ่อนโยน ทุ้มลึกละมุนหู
          เสียงนี้...เสียงที่ผมมักได้ยินตอนหลับใหล เสียงที่ผมเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ผมจะได้เห็นหน้าบุคคลที่พร่ำรำพันคำหวานให้ผมได้ฟังแทบจะทุกคืน
          เขาอยู่ที่นี่...เขาอยู่กับผมแล้วที่ปราสาทแห่งนี้
          “อา!” ช่องทางที่เชื่อมระหว่างผมกับคนๆ นั้นเบียดหมุนวนตามจังหวะเอี้ยวตัวของผม เขายกขาทั้งสองข้างของผมโอบรอบเอวหนาของเขาไว้หลวมๆ
          … (“อดทนหน่อยนะ...คนดี เจ็บนิดเดียว แล้วคุณจะจำผมได้”) ...
          “อ๊ะ!” ผมแทบจะสิ้นสติเมื่อคนแปลกหน้าดันแทรกลึกไปจนสุด ร่างกายเราสองคนเชื่อมชิดแนบสนิทยิ่งกว่าเก่า ผมกระพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นจนมองทุกอย่างลางเลือนไปหมด โดยเฉพาะผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าผม ใบหน้าสองเราห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นต์ มือเขาค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาผมไปมา เหมือนมันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง
          เพราะตอนนี้ผมกลับรู้สึกอึดอัด และร่างกายช่วงล่างมันปวดแปลกๆ อยากจะทำอะไรกับสิ่งที่สอดแทรกเข้าในตัว แต่ก็ไม่รู้ว่าผมต้องจัดการกับมันยังไง
          ... (“ขยับนะที่รัก...”) ... ทันทีที่เขาขยับตัวออกแล้วดันเข้าไปใหม่ซ้ำๆ ช้าๆ มันยิ่งทำให้ผมทรมาน อาการปวดที่ผมบรรยายไม่ถูกก็ยังไม่หายไปเสียที
          “ผะ...ผมรู้สึกแปลกๆ” ผมเริ่มเป็นฝ่ายดันสะโพกเข้าหาเขาเสียเอง แต่ทุกอย่างดูเชื่องช้าขัดหูขัดตาผมไปเสียหมด
          “ทำให้ผมรู้สึกดีกว่านี้ก่อน” แทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินน้ำเสียงของตัวเองส่งคำสั่งเอาแต่ใจ และเน้นหนักบ่งชี้ความต้องการทางเพศเช่นนี้
          ผมสาบานผมเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากชายคนนั้น จากนั้นสติผมก็หลุดลอย ในหัวผมโล่งไปหมด ผมได้แต่ปล่อยตัวปล่อยใจ ไปกับแรงกระแทกถี่กระชั้น แรงเสียดสีจากภายในที่ร้อนระอุ เสียงเนื้อกระทบกันไม่หยุดหย่อนกระแทกย้ำๆ ซ้ำที่จุดๆ เดิมมันทำให้ผมแทบคลั่ง
          “พะ พอ...ผมไม่ไหวแล้ว สุดทนแล้ว”
          ทันทีที่ผมหลุดประโยคนั้นออกไป...ผมรู้สึกว่าแล้วว่าผมก็เหมือนนางเอกหนังต้องห้าม...ไม่เป็นไรผมยอมขอให้คนที่ผมห่วงใยปลอดภัย
           ... (“คิดถึงใครอยู่ เดอมีทรีคุณต้องคิดถึงแต่ผมเท่านั้น...อย่าลืมซิ”) ...
          ผะ..ผมรู้สึกว่าเขาทำรุนแรงขึ้น...แต่ทำไมยิ่งแรง..ผมก็ยิ่งรู้สึกดี ผมเอื้อมแขนสองข้างคล้องลำคอแกร่งเพื่อพยุงตัว หวังให้ช่วยผ่อนแรงกระแทกกระทั้นที่รุนแรงนั้นได้บ้าง
          ทำไมนะ...ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์นี่มันเกิดซ้ำๆ ย้ำๆ แต่ที่เดิม ๆ
          ใบหน้าขาวนวลใส แววตาคมไหวระยิบระยับด้วยไฟปรารถนา ช่วงไหล่กว้างผึ่งผายจนผมเผลอพรมจูบไล่เรียงตามแนวกระดูกเหยียดตรง แล้วไล้ริมฝีปากบนลำคอแกร่งไปเรื่อยจนถึงปลายคาง ร่างโปร่งสูงเพรียวเป็นฐานให้ผมได้ร่ายทำนองรักจาบจ้วงโจนทะยานต่ำมิดขั้วและสูงเสียดยอดปลายแก่นกายที่อุ่นร้อนสอดใส่ร่องริ้วอ่อนนุ่มอย่างหิวกระหาย
          คำพูดสั่นเทิ้มไม่ได้สรรพ ทุกซุ่มเสียงครางกระเส่าในลำคอ ร่างกายโยกขยับเป็นจังหวะ หยาดเหงื่อเย็นชื้นเกาะพราวตามใบหน้าหล่อเหลานุ่มนวล
          ทุกอย่างของคนๆ นี้เป็นของผม!
          ที่เดิมตำแหน่งเดิมความใคร่ในแบบเดิม ...
          บทรักที่โหมพัดกระหน่ำเริงร่านช่ำชองกับคน คนเดิม...

          ทุกการเคลื่อนไหวมีแค่ผมเท่านั้นที่ได้สัมผัส!
          “ระ...แรงหน่อย ยูดาล์สรู้ใช่ไหมทำให้ผมรู้สึกดีต้องทำยังไง!” ร่างกายบิดเร้ายั่วยวนเมื่อความต้องการทางร่างกายถูกเร่งเร้าและเติมเต็มอย่างรู้ใจ
          ... (“บอกแล้วไง ประเดี๋ยวคุณต้องจำผมได้”) ...
          “อื้ม...คิดถึงผมหรือเปล่า...รักผมซิ แบบเดิมๆ” รุกล้ำรุนแรงแค่ไหนก็ยังไม่รู้จักดับความกระหายที่ปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม แรงรักแรงอารมณ์พุ่งทะยานไร้สติสัมปชัญญะที่จะควบคุมให้กลับมาสู่ภาวะความพอดี
          ร่ายมนต์ เริงรัก ประทับสวาท ไม่ว่าเมื่อไหร่ร่างกายไม่เคยเรียนรู้คำว่าพอ
          … (“หึ...ใจร้ายไม่เปลี่ยนเลยเดอมีทร์ที่รัก ผมจะรักคุณให้คุณจำไปจนตาย”) ...
          ผมประกบริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่แสนจะคุ้นเคย...ผมสาบานผมไม่เคยเจอชายคนนี้เลย
          ปลายลิ้นผมเกี่ยวตวัดไล่ต้อนลิ้นหนาอย่างชำนาญ...ผมสาบานนี่คือจูบแรกของผม
          สะโพกกลมโยกพลิ้วรับสอดสัมผัสร้อนปรนเปรอแรงกระสันอย่างคนรู้ใจเสพรสรักอย่างกระหายร้อนแรง…ผมสาบานผมบริสุทธิ์แต่ไม่ผุดผ่องนักตามประสาเด็กผู้ชายเริ่มเข้าวัยหนุ่ม
          ผมคือใคร...ผมเป็นใคร....
          ใครบางคนอยู่ในตัวผม? หรือมันคือตัวตนจริงๆ ของผมกันแน่!
          แต่...ผมรู้สึกดีจัง...
          ยูดาล์ส ทาสรักของผม นานแค่ไหนเขาก็จะยังรักแต่ผม
          "ดี!ทาสรัก...ของข้าทำให้ระลึกถึงมากกว่านี้สิ" เสียงใครคนหนึ่งกรีดร้องเรียกหารักอย่างโหยหา จนร่างกายของเมลย์สั่นเทิ้มสุดจะต้านทานแรงโหยไห้แห่งจิตวิญญาณที่สะท้อนออกมาจากทุกอณูในร่างกายนี้
ร้อนแรง แต่อบอุ่น ร้อนรุ่ม กรุ่นอ่อนโยน
ร้อนรัก จาบจ้วงโจน ร้อนแรงดล คาวคราบรัก และภักดี
ร้อนแรง อัคคีสาน ร้อนรุ่มการณ์ คาวโลกีย์
ร้อนรัก สอดเสียดสี สองร่างนี้ หล่อหลอม รวมหนึ่งเดียว
ร้อนแรง ซ่านทรวงจิต ร้อนรุ่มฤทธิ์ ลิ้นปราดเปรียว
ร้อนรัก ชื้นลำเรียว ถางทางเปลี่ยว ช่องหวานหอม ห่างโรยรา
ร้อนแรง ดั่งเสพติด โยนโยก ชิดโหยหา หายใจ ล้ากายา รักหรรษา
เผาอุรา ลิ้มโลกันตร์

          เสียงถอดถอนลมหายใจดังสอดรับกันเป็นจังหวะพร้อมเสียงครางครวญไม่หยุดหย่อน
          ร่างกายทั้งสองเกร็งกระตุกก่อนการปลดปล่อยพันธนาการแห่งรักจนล้นเอ่อทั้งภายในและภายนอก สายใยสีขาวขุ่นชโลมร่างอิ่มเอมทั้งกายใจของคนทั้งคู่
          ยิ่งกว่าการร่วมรัก ยิ่งกว่าความกำหนัดในอารมณ์ใคร่
          ยิ่งกว่าความรักที่หล่อหลอมรวมใจ ยิ่งกว่าความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งใด
          วิญญาณรักพันธะใจปลดปล่อยไซร้จากภูตบาล
         “มันยังไม่สายไปใช่ไหม...ถ้าเราอยากเป็นคนทำพันธสัญญาครั้งนี้เสียเอง!”
         (... “เดอมีทรี! แน่ใจแล้วหรือที่จะทำ” …)
          หากนี่คือการตัดสินใจครั้งแรกและครั้งเดียวในชาตินี้ ขอให้การติดสินใจครั้งแรกและครั้งสุดท้ายจงสัมฤทธิ์ผล ผมขอใช้ตัวเองหันเหวิถีทางแห่งอาถรรพ์ ขอใช้ความตั้งมั่นด้วยจิตบริสุทธิ์ตอบแทนคำขอที่จะบังเกิดผลในอีกไม่กี่อึดใจ
          “หากมีใครต้องสูญสิ้นวิญญาณ คน ๆ นั้น ขอให้เป็นข้าเอง ใช้ชีวิตทั้งหมด คืนชีวิตให้ญาติอันเป็นที่รักคนเดียวบนโลกได้มีชีวิตอยู่ต่อไปในชาตินี้”
          ให้ดอกไม้ผ่องอำไพได้ชูช่อโล้สายลมล้อแสงแดดอาบแสงจันทร์หมื่นแสนวันหาได้ร่วงโรย
          รับรู้การร้องขอ วงล้อรับวัฏสาร เอื้อนเอ่ยธุรการ เสนอข้า ต่างตอบแทน
          “ขอโทษ...ข้าเดินผิดทาง ผิดเองทั้งหมด ผมอยากแก้ไขแม้ผลที่ได้จะเล็กน้อย”
          (... “แล้วข้าล่ะจะทนได้อย่างไร อดทนรอเจ้าเพื่ออะไร” …)
          "ยูดาล์สทุกอย่างมันเกิดจากผม ปล่อยผมให้แก้ไขปมในอดีตชาติ”
          (... “ข้าปล่อยเจ้ามาตลอด...แต่คนที่ไม่ยอมปล่อยข้าคือเจ้า” …)
          “จะเสียใจไปไย สรรพสิ่งล้วนมีชีวิตและทางเดินเป็นของตนเอง”
          ชายร่างสูงมองเข้าไปยังดวงตาสีฟ้ากระจ่างสดใสหวังจะสัมผัสความหมายของหัวใจในร่างที่เขาแสนรักตรงหน้า การสื่อความหมายที่ตัวเขาไม่เคยมีวันจะหยั่งถึง ร่างบางโอบกอดเขาอ้อมกอดที่อบอุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก แต่กลับเหว่ว้าว่างเปล่าในความรู้สึกของยูดาล์ส
          “แปลกจังนะ ทุกครั้งที่คุณสัมผัสผม ผมได้แต่เจ็บปวด” เสียงเด็กน้อยย่างเข้าวัยแตกหนุ่มพรรณาโวหารเกินอายุได้น่าหมั่นไส้นักคนซึมเศร้าได้แต่หยุดนิ่งตั้งใจฟัง
          “เจ็บปวดที่รักคุณไม่ได้มากเท่าที่คุณรักผม อ้อมกอดของคุณทำให้ผมทรมานที่ไม่สามารถโอบรับกอดตอบคุณโดยที่ไม่นึกถึงคนอื่น” ยูดาล์สพยักหน้ารับพร้อมถอนใจออกอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อต้องมาฟังเด็กน้อยพูดจาแก่แดดแก่ลมแต่กลับอิ่มอกอิ่มใจจนไอร้อนตีขึ้นใบหน้า
          "รสรักของคุณผมซาบซึ้งใจ ไม่ว่ามากแค่ไหนผมก็ไม่เคยพอ" เสียงเพราะเสนาะหูเอ่ยวาจาเจื้อยแจ้วเปิดเผย
          ยังไม่ทันได้ได้ลิ้มรสความกระหยิ่มยิ้มย่องให้สาแก่ใจต้องสะดุดหน้าทิ่มเพราะทำถามที่ยากจะตอบมากมายจากคนร่างเด็กความคิดโต
          "ผมเคยเป็นคนเลวอย่างนั้นหรือ คุณผู้มาเยือน แต่...ถึงผมจะเลว แล้วทำไมคุณยังมาหาผมอีกล่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
          (... “มันไม่ใช่ความผิดคุณ...คุณไม่ต้อ...ง” …) มือบางปิดริมฝีปากสีเข้มอิ่มสวยไม่ให้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ
          “คุณรักผมใช่ไหม”
          (... “รัก...รักมาก” …)
          “ทางเดียวที่ผมจะได้อยู่กับคุณอีกครั้ง...”
          (... “ไม่...ข้าไม่ต้องการให้เจ้าต้องทรมานแบบนี้” …)
          “แต่ผมต้องการ ผมต้องการคุณนะให้ผมได้อยู่ในที่ๆ เดียวกับคุณ”
          (... “คุณไม่ได้ทำเพื่อผม คุณทำเพื่อเฌอรีน คุณไม่ได้รักผมจริง” …) เสียงสะท้านแหบแห้งสั่นเครือด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่คนแสนรักหาได้ทำทุกอย่างเพื่อเขาดังคำกล่าวหวานหูประโยคนั้นไม่
         “เชอร์รี่น่ะเหรอผมเกิดมาก็ถูกสอนให้ทำทุกอย่างเพื่อญาติผู้พี่อันเป็นที่รักอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่ดูแลให้ดีเปลี่ยนมันไม่ได้ สำหรับคุณมันแปลกมากเลยผมกลับรู้สึกว่าผมเกิดมาเพื่อวันนี้”
         มือเรียวดึงมือหนาทาบทับที่หน้าอกด้านซ้าย รอยยิ้มหวานปานเทวดาองค์น้อยทำให้ร่างบางตรงหน้าเหมือนดังคนพิเศษที่เกิดมาเพื่อตัวเขาจริงๆ
         "ถึงผมจะให้ความรักไม่ได้ครึ่งหนึ่งที่คุณรักผม แต่ทุกอย่างที่เป็นผมเป็นของคุณไปแล้วนะ” คนได้ฟังยิ่งปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจแต่อยากให้คนผู้เป็นที่รักได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ปกติมากกว่าเร่ร่อนรอยเคว้งเป็นจิตวิญญาณล่องลอยไร้ร่างกาย
          (..." อย่าเลย ผมขอร้องอย่าทำแบบนี้...ได้โปรด"…)
          “ฟังผมนะพ่อคนสวย...ต่อจากนี้ไป ผมจะกลับไปยังที่ของผม ที่ๆ มีคนชื่อคล้ายๆ ผมอยู่ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป จนกว่าวิญญาณผมจะสูญสลาย” ไม่พูดเปล่าสองมืออูมยังประคองคนหนุ่มหน้าสวยต่างวัยให้มองสบตาระยะใกล้

          เพล้ง!
          กระจกใสแตกร้าวไปครึ่งบาน เศษเสี้ยวที่แตกหักล่วงหล่นลงบนพื้นสีเข้มทึบทึม มือเรียวกำเศษกระจกชิ้นถนัดมือค่อยๆ กดความคมแวววาวบนลำคอขาวเนียนค่อยๆ เพิ่มแรงกดช้าๆ นิ้วเรียวขาวซีดรีบจับมืออูมที่เต็มใจทำอัตวินิบาตกรรมหวังทำการหยุดยั้งก่อนเกินการณ์
          เรียวแรงมหาศาลของจิตภูตมีหรือจะสู้แรงคน...
          น้ำทับทิมสีเข้มกลิ่นเหมือนผงเหล็กไหลออกมาทีละนิดๆ จากหยดเล็กๆ รวมตัวกันเป็นทางยาวแล้วบรรจงไหลรวมดั่งธารโลหิตลงมาเรื่อยๆ ลำเลียงไล่มาช้าๆ ผ่านลำคอขาว ผ่านแผงอกบาง เสื้อคลุมสีขาวดูดซับความเปียกชุ่มอุ้มธารน้ำสีแดงไม่ให้ไหลลงยังเบื้องล่างแต่ไม่อาจห้ามการไหลรินบนลำคอของผู้สวมใส่ได้
          (... “ทำไมต้องเป็นคุณ” …) ใบหน้าเย็นแนบเนื้ออุ่นอ่อนนุ่มที่ข้างแก้มร่างเด็กของคนรักในชาตินี้ ดวงหน้าอดสูสงสารเมลย์ที่เลือกวิธีเจ็บตัวทำพันธสัญญาซาตาลความตายมีหลากหลายอย่างหากเลือกที่จะไม่ตายทรมานเขาก็คงไม่ทุกข์ใจ
          “อย่าร้องไห้ ยูดาล์สเรากำลังจะมีความสุข ต่อจากนี้ไป....” / “อย่าเศร้าไปคนงามของผม เราจะมีความสุข ต่อจากนี้ไป” เสียงทั้งสองผสานกันทั้งโสตประสาทและเสียงสัมผัสทั้งดีใจทั้งประหลาดใจที่ชาตินี้อาจได้ควงคนงามถึงสองคนต่างวัย!
คมวาบแวววาวปาด  เศษแหลมกราดกรีดเนื้อองค์
มือกดกรีชปลงลง   ปลดเปลื้องทรงระทนทุกข์
ขมขื่นสุขดุจพรายลวง  อนึ่งทรวงดวงหทัยหาย
ครวญคร่ำครากรีดกราย  หลั่งเลือดไล้โลมกายา
อาถรรพ์คณนา    สุดปรารถนาจงลงทัณฑ์
มัจจุราชกัณฑ์ร้องก้อง รับเลือดนองผ่องตัวข้า โปรดพาจิตวิญญา
คนรักหวนคืนหล้า สลับร่างแปลงญาณตรา ตราบชั่วกาละนานเทอญ
(ร่ายสุภาพ)
          ตอนที่ 2 ลงแล้วนะคะ ฝากผลงานเรื่องนี้อีกเรื่องและเรื่องต่อๆ ไปด้วยจ้า  :katai3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด