สืบลับ สืบรัก: CLSI ๗๗. (This) Boy (Still) Can't Cry _ 02.29.2024
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: สืบลับ สืบรัก: CLSI ๗๗. (This) Boy (Still) Can't Cry _ 02.29.2024  (อ่าน 4739 ครั้ง)

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-02-2024 15:30:22 โดย KADUMPA »

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: Pilot _ 6.27.2023
«ตอบ #1 เมื่อ27-06-2023 13:38:22 »

สืบลับ สืบรัก: Pilot



“ถ้านายเข้าใจคำว่าหน่วยสืบพิเศษที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่นี้ นายต้องเปิดใจ” สารวัตรหนุ่มรับคำเบา ๆ ก่อนกดวางสายจากหัวหน้าหน่วย หลังจากได้ยินประโยคดังกล่าว สายตามองตรงไปข้างหน้า ชายหนุ่มตัวเล็กหน้าใสคนหนึ่งชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะทำท่าเหมือนตัดสินใจเดินตรงเข้ามาหาเขา

“ผมก็พอจะเข้าใจล่ะนะ ว่านี่คือหน่วยสืบลับพิเศษ” สารวัตรหนุ่มเปิดฉากทักทายผู้มาใหม่ “แต่ก็ไม่นึกว่า ถึงกับต้องใช้” หนุ่มหน้าใสที่เพิ่งมาถึง สบตากับสารวัตรคมเข้มรูปหล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้า “หมอดู” สารวัตรหนุ่มอมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปแบบนั้น

“ผมไม่ใช่หมอดู” เสียงพูดนั้นเกือบจะห้วน ไม่มีหางเสียง พูดจบหนุ่มหน้าใสก็ทำท่าจะเดินผ่านประตูตรงหน้าเข้าไป “รึก็อาจจะเป็นแค่หมอเดา” คนมาใหม่ถึงกับต้องถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา แต่ก็ขมวดเก็บคำพูดตอบโต้เอาไว้ ในฐานะที่ถูกขอให้มาร่วมคดี แค่ครั้งนี้เท่านั้น

“หยิ่งเสียด้วย” สารวัตรหนุ่มไม่วายเอ่ยแซวออกไปให้อีกฝ่ายได้ยิน หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปด้านในบ้านหลังใหญ่หรูหรานั้น “พบศพผู้ตายในห้องน้ำด้านในห้องนอนใหญ่” หนุ่มหน้าใสพอจะรู้รายละเอียดเคสนี้มาบ้างแล้วก่อนหน้า ได้ยินเสียงสารวัตรหนุ่มเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกครั้ง

“ผู้พบศพเป็นสามีผู้ตาย” หนุ่มหน้าใสหันไปมองทางสารวัตรหนุ่ม “เป็นคุณหมอศัลยแพทย์” สารวัตรบอกออกไป เห็นหนุ่มหน้าใสพยักหน้าเบา ๆ รับทราบ “นี่คุณได้กินข้าวบ้างหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้ตัวเล็กแคระแกร็นขนาดนี้” สารวัตรหนุ่มหัวเราะกับคำพูดของตัวเอง เมื่อมองสำรวจรูปร่างของอีกฝ่าย

“ผมสูงร้อยเจ็ดสิบ” อยู่ ๆ ก็เกิดนิ่งเงียบเอาไว้ไม่อยู่ หนุ่มหน้าใสถึงกับต้องกัดริมฝีปากล่างเตือนตัวเองเอาไว้ “ถ้าหิว ไม่มีแรงขึ้นมา บอกผมได้นะ เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงข้าว” อีกครั้งที่หนุ่มห้าใสต้องถอนหายใจออกมา และได้ยินเสียงหัวเราะหึ ๆ ชอบใจนั้นจากสารวัตรหนุ่ม

“สามีผู้ตาย คุณหมอ ตอนนี้อยู่ที่ไหน” สารวัตรได้ยินคำถามนั้น ก่อนตอบออกไปว่า “ตอนนี้อยู่กับทีมสอบปากคำ” พูดจบก็เดินตามหนุ่มหน้าใสไปที่ด้านในห้องน้ำ หนุ่มหน้าใสแทบจะในทันทีที่เดินเข้าไปในนั้น รู้สึกเซ ก่อนจะหยุดยืนเพื่อให้ตัวเองทรงตัวได้ “ไม่ได้กินข้าวมาจริง ๆ ใช่มั้ยเนี่ย” สารวัตรหนุ่มพูด น้ำเสียงฟังดูเหมือนกำลังดุเด็กน้อย

“จำกัดกันแค่ความเป็นมืออาชีพก่อนนะครับ” หนุ่มหน้าใสพูด สารวัตรหนุ่มเป็นฝ่ายที่ต้องถอนหายใจออกมาบ้าง “มีบางอย่างหายไปจากห้องนี้” สารวัตรหนุ่มมองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดดูรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ก่อนจะยื่นให้กับอีกฝ่ายได้ดู ภาพถูกเลื่อนไปมา แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรกันแน่ที่หายไป

“จากคำให้การของคุณหมอที่เป็นผู้พบศพภรรยา คุณหมออยู่ที่โรงพยาบาลตลอดช่วงเช้า เพราะมีเคสผ่าตัดติดกับสองเคส แต่พอกลับมาถึงบ้านช่วงบ่าย ก็พบกับภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ คุณหมอพยายามทำซีพีอาร์ แต่ก็ไม่เป็นผล ภรรยาของคุณหมอเสียชีวิตนานแล้ว” สารวัตรหนุ่มให้ข้อมูลและรายละเอียด

“คุณหมอรีบโทรแจ้งตำรวจ รวมถึงตอนให้การอีกครั้งที่ศูนย์สืบสวน ก็ดูจะเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะดูจะควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ จากการสูญเสียภรรยาไป” หนุ่มหน้าใสสบตากับสารวัตรหนุ่ม ก่อนจะหันไปมองที่บริเวณอ่างล้างหน้าอีกครั้ง “อะไรบางอย่างที่หายไป” ก่อนจะมองไปที่มุมสุดของที่ว่างข้างอ่างนั้น

“น่าจะเคยมีอะไรวางอยู่ตรงนั้น” สารวัตรหนุ่มมองตาม ก่อนจะเดินไปมองดู “มีรอบคราบวงกลมจาง ๆ” สารวัตรพูดขึ้น มองกลับไปที่หนุ่มหน้าใส ก่อนจะยกกล้องโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายภาพเก็บหลักฐานเอาไว้ “ไม่เลวนี่คุณหมอเดา” สารวัตรหนุ่มเอ่ยชม พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องกำลังทำตาเขียวใส่เขาอยู่

“หมดหน้าที่ผมแล้วนะ ผมจะได้กลับ” หนุ่มหน้าใสพูดกับสารวัตรหนุ่ม “เดี๋ยวสิครับ อะไรกัน จะมาแค่นี้เองหรือ คุณช่วยดูรูปพวกนี้ให้ผมก่อน” ไม่พูดเปล่า สารวัตรหนุ่มกวักมือให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ ๆ “รูปพวกนี้” สารวัตรหนุ่มเริ่มพูด เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามายืนใกล้เกือบชิดกันกับเขา หนุ่มหน้าใสต้องเคลื่อนใบหน้าออก เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอาฟเตอร์เชฟของอีกฝ่ายชัดเจนเกินไป

“คือเสื้อเปื้อนเลือดของคุณหมอ ที่ทางนิติเวชกำลังมีข้อสงสัยอยู่ และถ้าคุณจะช่วยยืนยัน ด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ที่เขาว่ากันว่า” สารวัตรที่สูงกว่าอีกฝ่าย ได้กลิ่นแชมพูหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทำแกล้งสูดหายใจลึก ๆ รู้สึกตื่นเต้นที่ทำให้ร่างกายมันแสดงออกแปลก ๆ

“สารวัตรกำลังจะบอกว่า รอยเลือดกระเซ็น มันไม่ตรงกับที่คุณหมอให้การ” แทนคำตอบหนุ่มหน้าใสเห็นสารวัตรหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนที่จะเห็นหนุ่มหน้าใส เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ารอยวงกลมบนที่ว่างข้างอ่างล้างหน้านั้น “อาจจะไม่ได้ผลนะ ผมบอกเอาไว้ก่อน” หนุ่มหน้าใสผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ แล้วใช้นิ้วแตะลงไปบนรอยวงกลมนั่น

“คุณชนธัญ” ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้สึกตัวอีกที หนุ่มหน้าใสก็กำลังได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองอยู่ “คุณโอเคมั้ย” เสียงนั้นแสดงความห่วงใยอยู่ในที “ผมไม่เป็นไร” เจ้าตัวเมื่อได้ครองสติได้อีกครั้ง ก็ขืนตัวออกจากอ้อมแขนของสารวัตรหนุ่ม “คุณแน่ใจนะ” แทนคำตอบ ชนธัญรีบลุกขึ้นยืน โดยมีสารวัตรหนุ่มยืนตาม มือทั้งสองข้างยังทำท่าพร้อมจะประคองอีกฝ่ายอยู่

“เกิดอะไรขึ้นครับ สารวัตรรัฐนนท์” ชนธัญประหลาดใจอยู่เหมือนกัน อะไรแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเช่นกัน “หลังจากคุณเอามือแตะไอ้รอบวงกลมนั่น” สารวัตรหนุ่มเองก็ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เขาเห็นเช่นกัน “คุณก็เดินไปที่ราวแขวนเนกไทนั่น” ชนธัญมองตามสารวัตรหนุ่มไป “แล้วคุณก็เดินไปที่ห้องชาวเวอร์นั่น” ตรงนั้น ตอนนั้น สารวัตรหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง

“คุณใช้เนกไทนั่นเหมือนคล้องรัดคอใครบางคน จนเขาแน่นิ่งไปบนพื้นห้องน้ำนี่” ชนธัญฟังที่สารวัตรหนุ่มเล่า “แล้วคุณก็คว้าอะไรบางอย่างที่เคยตั้งอยู่ตรงรอยวงกลมนั่น หยิบมันมาฟาดลงไปตรงพื้นนั่น ฟาดไม่ยั้ง ก่อนผมจะเห็นคุณทรุดตัวลงไป คุณพูดออกมาว่า รอยเลือดกระเซ็นที่แขนเสื้อเชิ้ต ตรงคัฟลิงค์ ด้วยเสียงผู้หญิง ไม่ใช่เสียงคุณ ไม่ใช่การดัดเสียง” สารวัตรหนุ่มสบตากับหนุ่มหน้าใสในแบบที่ว่า ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่า มันเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเขาเช่นกัน



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“กลับมาแล้วครับ” อุ่นเดินเข้าบ้าน ก่อนจะพูดออกไป “เหนื่อยมั้ย” เสียงถามกลับมา แสดงถึงความห่วงใยอาทร “กลับค่ำเลย เรียนหนักหรือเปล่า” อุ่นนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันกับเจ้าของคำถาม “นิดหน่อยเอง” อุ่นพูด ยิ้มให้กับอีกฝ่าย “ปีหน้าก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้วสินะ” อุ่นพยักหน้าให้ แทนคำตอบ

“ถ้าพ่อเขายังอยู่ เขาต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” อุ่นได้ยินคำพูดประโยคนั้น นิ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่าง “ป๊าก็ภูมิใจในตัวอุ่นได้เหมือนกันนะ” อุ่นมองหน้าคนที่ตัวเองเรียกว่า 'ป๊า' ก่อนจะได้ยินป๊าของเขาพูดออกมาว่า “ไม่มีวันไหนเลยสักวัน ที่ป๊าไม่ภูมิใจในตัวลูกของป๊า” รอยยิ้มของป๊า เป็นสิ่งที่อุ่นเห็นมาตลอดตั้งแต่จำความได้

“พรุ่งนี้อุ่นมีสอนพิเศษตอนเย็น และก็ว่าจะไปแวะร้านหนังสือก่อนกลับบ้าน ป๊าหิวป๊ากินข้าวก่อนอุ่นเลยนะ ไม่ต้องรอ” อุ่นขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟานั้น “อุ่น นี่เราอายุถึงวัยที่ต้องเริ่มโกหกป๊าแล้วนะ” อุ่นหันไปมองหน้าป๊า “นี่เราไม่คิดที่จะทำอย่างที่วัยรุ่นวัยเดียวกันคนอื่น ๆ เขาทำกันบ้างหรือไง” ป๊าพูดเอง ยังอดไม่ไหวที่จะหัวเราะออกมา

“มีคนมาจีบลูกของป๊าบ้างหรือยัง” ป๊าทนไม่ไหว โพล่งถามลูกชายออกไป “เฮ้ย ลูกป๊าออกจะน่ารัก” ป๊าพูด มองตามอุ่นที่เดินส่ายหัวไปที่บันไดชั้นสอง “อุ่นขึ้นห้องก่อนละ ไม่คุยกับป๊าแล้ว” อุ่นส่ายหัวให้กับความใจกว้างของป๊าตัวเอง “พามาเปิดตัวให้ป๊ารู้จักก็ได้นะ เดี๋ยวป๊าทำกับข้าวมื้อใหญ่เลี้ยงเอง” เสียงป๊าดังไล่หลังมา เมื่ออุ่นปิดประตูห้องนอนลง

เด็กหนุ่มวางกระเป๋านักเรียนและโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะเขียนหนังสือที่มุมห้อง ติดกับหน้าต่างด้านข้าง อุ่นเอื้อมมือไปดันหน้าต่างนั้นให้เปิดออกรับลม ก่อนที่ลมเย็น ๆ จากด้านนอกจะพัดเข้ามา ม่านขอบลายฉลุดอกไม้ ปลิวไหวเบา ๆ เสียงมือถือที่สั่นดังขึ้น เมื่อมีข้อความส่งเข้ามา อุ่นหยิบมันขึ้นมาดู

'อุ่น ช่วยรับโทรศัพท์ผมด้วย' ข้อความนั้นที่ส่งมา 'อุ่นโกรธผมหรือเปล่า' อ่านข้อความถึงตรงนั้น ที่หน้าจอก็มีสายโทรเข้ามา อุ่นรอจนสายนั้นเงียบเสียงไป 'อุ่นอ่านข้อความผมแล้ว' ข้อความใหม่เด้งเข้ามา 'อย่าโกรธผมเลยนะ' อุ่นมองอีกข้อความที่ส่งมา 'อย่าโกรธผมเลย ผมอดใจเอาไว้ไม่ไหว ที่ผมจูบอุ่น' อ่านข้อความนั้นจบ 'พรุ่งนี้ติวกันที่เดิมนะ ผมเอง เคนตะ' อุ่นได้แต่เม้มริมฝีปากของตัวเองเข้าหากัน

***********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

จีบ... (May I) - YouTube

https://www.youtube.com/watch?v=Ed6Tjb8s194


เดินคนเดียวเธอเหงารึเปล่า

Walking alone is so lonely, don’t you think?

มีใครคอยปลุกตอนเช้า

Is anyone there giving a morning call,

ด้วยการบอกรักบ้างไหม

With the word saying he loves you?

ฝากคำกู้ดไนท์ก่อนนอน

Saying good night before going to bed

พิมพ์เป็นข้อความไว้

Leaving the similar messages

แบบนี้มีใครทำให้หรือยัง

Any of these, has any guy done them for you?


ฟังเพลงคนเดียวเธอเหงารึเปล่า

Listening to music alone, does that make you feel sad?

เวลาอากาศมันหนาว

When it’s cold and shivering,

มีใครห่มผ้าให้ไหม

Is there anyone covering a blanket for you?

เวลาที่ไม่สบาย

When you’re under the weather,

มีใครคอยห่วงใย

There’s someone who cares you for

ให้ฉันทำให้เธอได้ไหม

Will you let me be that someone?


เหมือนท้องฟ้าจะไม่สวยเท่าไหร่

Seems like the sky isn’t so bright

ถ้าค่ำคืนนี้ไม่มีดวงดาว

If tonight none of the stars shines up above

ที่คอยส่องแสงข้างดวงจันทร์

Glittering stars that pair with the moon

เธอก็คงจะไม่เหงา

You’re not being alone

แค่เพียงเรามาอยู่ข้างข้างกัน

That you and I are together


อยากขอเป็นคนของเธอ

I would like to be yours

ที่เธอหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ

I am always here when you need me

เป็นส่วนหนึ่งในทุกนาที

Be a part of every minute

ต่อจากนี้จะอยู่ตรงนี้

From now on, right here waiting

ดวงใจดวงนี้ จะใช้รักเธอคนนี้คนเดียว

This very heart of mine will love you and only you


มองใครใครที่เขาคู่กัน

Looking at people who are in love

ก็แอบรู้สึกอิจฉา

I can only envy them

อยากให้เป็นฉันกับเธอ

Wish you and I would become one

ที่เดินข้างกันจับมือ

Holding hands side by side

มองตาก็อุ่นใจ

Feeling love in our eyes

แบบนั้นจะเป็นไปได้ไหม

Will that be possible, my dear?

ออฟไลน์ Vergintomza

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: Pilot _ 6.27.2023
«ตอบ #2 เมื่อ03-07-2023 15:52:03 »

เรื่องนจะต้องมีเงี่ยนงำแน่ๆ :hao6:

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๑. ใครน่ารัก



“ด็อค มีอะไรให้ผมวันนี้” คนถูกเรียกว่าด็อคเงยหน้ามองไปที่ตำรวจหนุ่มที่ผลักประตูเข้ามา “ขอเฉพาะข่าวดีนะ” สารวัตรรัฐนนท์ยังไม่ทันให้ด็อค คนที่เขาเรียกแบบนั้นมาตั้งแต่รู้จักกัน ได้ทันเปลี่ยนสีหน้าที่เอือม ๆ นั้นเลยสักนิด ก็แจ้งความประสงค์ออกไป ว่าเขาต้องการผลตรวจที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเท่านั้น

“ได้ข่าวว่า ได้คู่หูคนใหม่ เป็นไงบ้างล่ะ หมวด” ด็อคหรือแพทย์หญิงดรุณี ที่บรรดานักเรียนแพทย์ต่างพากันเรียกว่าอาจารย์ดุ แทนดรุณียังไม่ให้คำตอบกับนายตำรวจหนุ่มในทันที “ได้ข่าวว่าน่ารักมาก” และยังคงเรียกยศดั้งเดิมของอีกฝ่าย ตั้งแต่ตอนที่ได้ร่วมงานกันครั้งแรกอยู่เช่นเดิม

“ขี้เกียจแก้แล้วเนี่ย” ทำหน้าตาขึงขังไปอย่างนั้น แต่สารวัตรรัฐนนท์กลับมีน้ำเสียงไม่จริงจังอะไรด้วยซ้ำ “ที่ขี้เกียจแก้เนี่ย คือเรื่องยศทางราชการ หรือเรื่องที่คู่หูคนใหม่น่ารักกันแน่” อยู่ ๆ ด็อคเตอร์ดุ ก็เพิ่งเคยเห็นอาการอ้ำอึ้งของสารวัตรคนเก่ง แบบอาการอึก ๆ อัก ๆ ขึ้นมาเสียเฉย ๆ

“ผลตรวจด็อค ผมต้องการผลชันสูตร” สารวัตรรัฐนนท์ทำทีกระแอมกระไอ ก่อนจะเลี่ยงไปถามเรื่องการชันสูตรพลิกศพ คุณหมอดรุณีได้แต่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เธอคิดว่า เธอจับอาการอะไรบางอย่างจากสารวัตรหนุ่มได้ “รอยเลือดสแปตเตอร์ สี่รอย ที่ชายเสื้อเชิ้ตเหนือคัฟลิงค์ กระดุมข้อมือ” ด็อคดุฉายภาพขึ้นบนจอใหญ่ด้านบน

“ตรวจแล้ว ยืนยันว่า คือเลือดของผู้เป็นภรรยาแน่นอน” ด็อคเตอร์ดุอธิบายความให้กับสารวัตรหนุ่มฟัง “ที่ชัดเจนไปกว่านั้น หากว่าการให้การของคุณหมอชีพ เป็นไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ว่าคุณหมอจับร่างของภรรยาที่ชุ่มไปด้วยเลือด เพื่อมาทำซีพีอาร์” สารวัตรรัฐนนท์สบตากับดอกเตอร์สาว

“มันเป็นปไม่ได้เลย ที่จะมีรอยเลือดเกิดขึ้นตรงนี้ นอกเสียจากว่า” ด็อคเตอร์ดุยกมือขึ้นเหนือศีรษะ แล้วทำท่าหวดมือลงมากลางอากาศซ้ำ ๆ หลาย ๆ ที “รอยสแปตเตอร์นี้ ถึงจะเกิดขึ้นได้ สี่นิ้วขึ้นมาบนแชนเสื้อเชิ้ตเหนือคัฟลิงค์” คำพูดของคุณหมอสาว ทำให้สารวัตรถึงกับหลุดปากพูดออกมา

“เป็นไปได้ยังไง ที่เขาจะรู้รายละเอียดนี้” คุณหมอดรุณีพอจะทราบเรื่องที่สารวัตรไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกับคู่หูคนใหม่นั่น “มันมีไม่กี่คนที่รู้รายละเอียดตรงนี้ ตั้งแต่ตอนหน่วยฟอเรนสิกซ์เข้าไป” คุณหมอดรุณีเองก็ยังอึ้งกับการอื้ออึงของเจ้าหน้าที่ที่รู้ข่าว “อาวุธที่ใช้น่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่เคยตั้งอยู่ที่ข้างอ่างล้างหน้านั่น” แต่อาวุธที่ว่านั้น ก็ยังไม่สามาถสืบรู้ได้ว่า มันคืออะไร และคุณหมอชีพเอามันไปทิ้งไว้ที่ไหน

“แต่คุณชนธัญหวดให้ดูต่อหน้าเลยไม่ใช่หรือคะหมวด” ด็อคเตอร์ดุยังนึกทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น การสืบสวนแบบใหม่ ที่ทำให้อะไรกระจ่างขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ “ใช่ครับด็อค ต่อหน้าผมเลย หวดไม่ยั้ง แต่ก็ เหมือนกับเขาไม่เป็นตัวของเขาเอง ณ ตอนนั้น” สารวัตรรัฐนนท์ยังคงจำภาพนั้นได้ติดตา

“คุณหมอชีพอ้างว่า เขามีเคสผ่าตัดตั้งแต่เช้า เคสใหญ่สองเคสติด จะเป็นเขาไปได้ยังไง ที่เป็นคนฆ่าภรรยาตัวเอง” ด็อคดุลำดับการให้การของคุณหมอชีพ ผู้เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ “แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่า ได้ตามหาคุณหมอชีพอยู่พักใหญ่ กว่าที่คุณหมอชีพจะเข้ามาที่ห้องผ่าตัดอีกครั้ง” สารวัตรรัฐนนท์ลำดับความต่อ

“โดยห้วงเวลาที่ตามหาคุณหมอชีพอยู่ เป็นเวลาที่มากพอ พอจะให้คุณหมอชีพหลังจากผ่าตัดเคสแรงเสร็จแล้ว ก็ขับรถกลับบ้าน ลงมือฆาตกรรมภรรยาตัวเอง แล้วกลับมาที่โรงพยาบาล ทันเคสที่สองในเช้าวันนั้น” ด็อคเตอร์ดุพยักหน้าตามกับสิ่งที่ได้ยินสารวัตรหนุ่มว่ามา

“เวลาในการเสียชีวิตของภรรยาคุณหมอชีพ คาดว่าน่าจะเป็นเวลาในช่วงนั้น” การระบุเวลาการเสียชีวิต อาจจะบอกไม่ได้ชัดเจนลงไป ว่าชั่วโมงไหน นาทีใด แต่ก็กะคร่าว ๆ ได้ว่า อยู่ในช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุนั่น “ขอบคุณครับด็อค” สารวัตรรัฐนนท์กล่าวอย่างสุภาพกับด็อคเตอร์ดรุณี

“หมวดยังไม่ได้บอกเลย ว่าคู่หูคนใหม่ของหมวดน่ารักมากอย่างที่เขาลือกันใหม่” ด็อกดุยังไม่ได้รับคำตอบกับสิ่งที่เธอถามไปในตอนแรกเลย สารวัตรนุ่มทำยิ้มกลบเกลื่อน คว้าแฟ้มเอกสารรายงานชันสูตร ที่คุณหมอดรุณีเตรียมเอาไว้ให้ ไปถือเอาไว้ในมือ “ใจสั่นมั้ย หวั่นไหวมั้ยหมวด” คุณหมอดรุณีไม่ได้คำตอบอะไร เมื่อสารวัตรรัฐนนท์ใช้หลังดันประตูห้อง ก่อนเดินออกไป

สารวัตรหนุ่มมาถึงคอนโดแห่งนี้ ก็สายมากแล้ว ก่อนจะเดินมาที่สระว่ายน้ำตามที่ผู้ดูแลให้ข้อมูลกับเขาเอาไว้ สายตาที่มองไปที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่นั่น มีคนร่างเล็ก ๆ กำลังว่ายจากกึ่งกลางสระไปยังที่ขอบสระ ซึ่งดูยังไงสำหรับสารวัตรรัฐนนท์ มันคือท่าว่ายแบบลูกหมาตกน้ำชัด ๆ

“ถ้าคุณคิดจะเรียนว่ายน้ำจริงจัง ให้มันไม่ดูต๋อมแต๋ม ๆ แบบนี้ ผมสอนให้ได้นะ ผมนี่ แชมป์รุ่นตอนเรียนตำรวจเลยนะ” ชนธัญตกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงพูดนั้น พอเงยหน้าขึ้นดู ก็พบว่าเป็นสารวัตรรัฐนนท์คนขี้เก๊กนี่เอง “นี่คุณเข้ามาได้ยังไงเนี่ย ที่นี่เป็นสระส่วนตัวของลูกบ้าน” เสียงพูดแลดูจะไว้ตัวอยู่ไม่น้อย

“ผมกำลังสืบคดี เป็นงานราชการ ใคร ๆ ก็ต้องให้ความร่วมมือทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะคุณ” สารวัตรหนุ่มกลั้นคำว่า น่ารัก จากการลงท้ายประโยคนั้นเอาไว้ได้ทัน “คุณนี่ก็ออฟเฟอร์เก่งนะ ครั้งที่แล้วก็จะเลี้ยงข้าว ครั้งนี้ก็จะสอนว่ายน้ำ” คำพูดจากชนธัญนั้น แสดงอาการค่อนขอดอย่างชัดเจน

“คุณนี่ ก็ช่างจำเรื่องของผมเก่งเหมือนกันนะ” ไม่พูดเปล่า ยังทำให้ชนธัญรู้สึกตึงไปทั้งหน้า เมื่อสารวัตรหนุ่มมอบรอยยิ้มกว้าง แจกความสดใสให้แบบนั้น “ใครจะอยากจำ” ชนธัญบ่นงุบงิบ ๆ ทำหน้าว่าเบื่อหน่าย “อีกอย่าง งานผมที่ต้องช่วยสารวัตรก็จบแล้ว หมดหน้าที่ผมแล้ว” จากที่ได้รับการร้องขอมา ชนธัญก็คิดมาเสมอว่า มันคือการร่วมงานกับหน่วยสืบพิเศษนี้ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“ยัง เรายังไม่ได้ปิดคดีนี้ ดังนั้น คุณยังเป็นผู้ช่วยของผมอยู่ ขึ้นมาจากสระซะ และนี่คือคำสั่ง” สารวัตรรัฐนนท์ทำเสียงเข้มจริงจังใส่อีกฝ่าย ชนธัญส่ายหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อเลย “คุณก็หลบไปก่อนสิ” ชนธัญส่งเสียงบอก “จะมาอายอะไร มันก็มีเหมือน ๆ กันนั่นแหละ” ยังไม่ทันที่สารวัตรหนุ่มจะได้ยินอีกฝ่ายต่อล้อต่อเถียง

“รีบ ๆ ไปจะได้รีบทำให้มันเสร็จ ๆ สักที” อยู่ ๆ ชนธัญก็ดันตัวทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากสระ มายืนอยู่ที่ด้านหน้าของสารวัตรหนุ่ม รัฐนนท์นั้น ความคิดแล่นเข้าหัวมา จริง ๆ อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตัวแคระแกร็นอะไรขนาดนั้น แต่ก็อีก ชนธัญนั้นตัวเล็กกว่าเขาอยู่เยอะพอสมควรนั่นแหละ

“รับปากผมก่อนสารวัตร ว่าผมทำคดีนี้แค่คดีเดียว” ใบหน้าที่มีหยาดน้ำเกาะพราวอยู่นั้น มองจ้องตรงมา ทำให้สารวัตรหนุ่มต้องเบนหน้าไปทางอื่น ยิ่งกางเกงว่ายน้ำสีนู้ดที่อีกฝ่ายนั้นนุ่งอยู่ด้วยแล้ว “รู้แล้วน่า” พูดตอบไปแบบนั้นเอง ก่อนจะเห็นชนธัญเดินไปที่ห้องล็อกเกอร์ สารวัตรรัฐนนท์เดินตามไป

“เดินตามมามองผมหรือไง” ชนธัญที่เปิดประตูล็อกเกอร์เพื่อเอาเสื้อผ้าออกมาเปลี่ยนถามขึ้น “จะดูตอนไม่ใส่เสื้อผ้าด้วยมั้ย” สารวัตรหนุ่มทำหันหลังให้อีกฝ่าย “อย่าพูดจาโยกโย้ ทำตัวโอ้เอ้น่า” เสียงนั้นดุ แต่ใบหน้าที่หันอีกทางของสารวัตรหนุ่ม เผลอยิ้มออกมา

“ชักช้า เสร็จหรือยัง” สารวัตรหนุ่มทำพูดเสียงดังใส่อีกฝ่าย “ก็หันมาดูสิ เจอของจริง ได้เห็นของดีไม่รู้ด้วยนะ” ชนธัญเองอดไม่ได้ที่จะพูดจาเลื่อนเปื้อนตามอีกฝ่าย ที่เอาแต่ออกคำสั่งให้ทำตาม “อย่าทำเป็นพูด ของดีจริงหรือเปล่า” สารวัตรรัฐนนท์หันกลับมามองอีกฝ่าย ไม่รู้จะดีใจหรือว่าจะยังไง ที่ชนธัญสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

“เส้นผมคุณยังเปียกน้ำอยู่เลย” สารวัตรหนุ่มมองไปที่คนตัวเล็กกว่า หยุดน้ำจากปลายปอยผมด้านหน้าของอีกฝ่าย ยังมีให้เห็น ชนธัญยกมือขึ้นปัดหยดน้ำนั้นลวก ๆ “หมดแล้ว” สารวัตรหนุ่มพูดออกไป ชนธัญเองก็เสมองไปทางอื่น แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้พูดอะไรกันต่อ ชนธัญก็บอกให้รัฐนนท์ฟังเสียงเพลงที่กำลังดังขึ้น

******************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=kIZBDoEF_1Q


ถูกใจเธอจนได้ ถูกใจเธอจนได้

You’re it, yeah you that hit me hard

เมื่อเธอมาทำให้จิตใจของฉันเต้นรัว

You’re the one that makes my heart flutter

ยิ่งเจอก็ยิ่งชอบ

The more I see you, the more I like you

ยิ่งชอบก็ยิ่งกลัวรู้ไหมคนดี

And that frightens me that my heart falls for you


บางทีเธอก็ใช่บางทีก็ไม่ใช่

You’re the one, but you scare me sometimes

ดูเธอมีใจให้แต่บางทีเหมือนไม่มี

You seem giving me all the signals, but am I rubbing you the wrong way?

ก็เดาใจเธอยากไม่รู้ว่าที่จริงนั้นคิดยังไง

Which way baby? Please, just show me the clear sign


อย่าทำให้รัก

Don’ t make me fall

เดี๋ยวมันหลงเดี๋ยวมันรัก

“Cause I’m ready to fall in love

ฉันตั้งหลักไม่ทัน

Can’t step the brake

เดี๋ยวจะรั้งไว้ไม่ไหว

Can only step on the gas

รักมันปักหัวใจทำไง

When I’m head over heels

จะดึงออกไปก็ดึงไม่ออก

How can I stop myself from loving you?


อย่าทำให้คิดถ้าไม่รักฉันสักนิด

Don’t give me the wrong idea if this is just a game for you

เข้าใจผิดขึ้นมาฉันไม่รับผิดชอบ

You mislead me, I don’t guarantee the consequences

มาทำให้เคลิ้มตลอด

You’re making me high

เดี๋ยวเผลอไปกอดแล้วเธอจะว่ายังไง

Right there, then you’re already in my arms, what you’d say?


ก็คนมันใจง่าย

I’m easy to fall in love

ก็เลยชอบคนง่าย

Therefore, I’m kinda bruised easily

อย่าเลยเธอฉันไหว้

Please I’m begging of you

อย่าทำให้ชั้นใจสั่น

Don’t make my heart tremble

บอกมาแค่สั้นสั้น

One word you say to me

เธอรักฉันเหมือนกัน

That you too love me so

ก็ว่ากันไป

Then we call it even

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๒. เพลงเพลงนั้น



“สารวัตร ได้ยินอะไรมั้ย” ชนธัญถามนายตำรวจหนุ่ม ด้วยสีหน้าแสดงอาการประหลาดใจ “เสียงอะไร” สารวัตรรัฐนนท์เลิกคิ้วขึ้น พลางเงี่ยหูฟัง “เสียงเพลง” คนตัวเล็กกว่าให้คำตอบ “เพลง” สารวัตรตัวสูงกว่าทวนคำตอบนั้นเบา ๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะนิ่งเงียบ และตั้งใจฟัง

สารวัตรรัฐนนท์พอได้ฟังอย่างตั้งใจ ถึงกับต้องเดินนำออกมาจากห้องล็อกเกอร์ เสียงเพลงเบา ๆ แว่วมาจากที่ไกล ๆ ชนธัญเองก็เดินตามออกมา ทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูทางออกจากสระว่ายน้ำของโครงการคอนโดมีเนียม เสียงเพลงที่ดังอยู่เมื่อสักครู่ กลับจู่ ๆ ก็เงียบหายไป

“เฮ้ย” สารวัตรหนุ่มร้องออกมาเสียงดัง เมื่อภาพตรงหน้าที่เห็นอยู่ตรงนี้ คือชนธัญที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ประตูที่เป็นซี่ลูกกรง และมีร่างจาง ๆ ที่มองออกว่าเป็นร่างของผู้หญิง ยื่นมือผ่านซี่ลูกกรงนั่น เอื้อมมือแตะเข้าที่ข้างแก้มของชนธัญ ที่ตอนนี้ ได้แต่ตกใจกลัว ตัวสั่นเทา และปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มอย่างหยุดไม่ได้ เมื่อเห็นร่างจาง ๆ เหมือนควันของภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว ของคุณหมอชีพ มายืนอยู่ตรงหน้า

ในห้องสอบสอนที่กองบัญชาการ คุณหมอชีพยังคงยืนกระต่ายขาเดียว ให้การว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตของภรรยาตัวเอง ต่อให้ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนจะเอาหลักฐานมากมายแค่ไหนมากองให้ดู คุณหมอชีพก็ยังคงยืนกรานคำเดิม ว่าตลอดทั้งเช้าวันนั้น ในวันที่เกิดเหตุ ตัวคุณหมอนั้นติดผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล

“แต่รอยเลือดที่ปลายแขนเสื้อของคุณหมอ เล่าเรื่องราวอีกอย่างหนึ่งเลยนะครับ” หนึ่งในทีมสอบสวนพูดออกไป ก่อนจะผลักรูปถ่ายรอยหยดเลือดไปที่ด้านหน้าของหมอชีพอีกครั้ง คราวนี้คุณหมอชีพเบือนสายตาไปอีกทาง ไม่ยอมมองภาพนั้นอย่างเคย “แถมรอยหยดเลือดเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ที่รองเท้าของคุณหมอ” อีกหนึ่งร่องรอยคดี ที่ด็อคเตอร์ดรุณีพบ หลังจากนำเอารองเท้าคู่ที่คุณหมอชีพใส่ทำงานในวันนั้น มาตรวจดูไมโครสค็อปปิกให้ละเอียดอีกครั้ง

“คุณหมอจะอธิบายรอยเลือดบนรองเท้านี้ ว่าอย่างไรดี เพราะผลตรวจทางนิติเวชยืนยัน ว่านี่คือดีเอนเอของภรรยาของคุณหมอแน่นอน และวิธีการหยดลงบนรองเท้าของคุณหมอ มันไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ มันไม่มีทางเปื้อนรองเท้าคุณหมอได้ ถ้าการไปพบศพภรรยาของคุณหมอ เป็นไปอย่างที่คุณหมอให้การไว้จริง”

คุณหมอชีพมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และครั้งนี้ เบือนหน้าหนีจากหลักฐานภาพถ่ายและการชันสูตรอย่างจงใจ คุณหมอชีพดูจะไม่เปิดปากพูดอะไรต่อมิอะไร ที่ฟังดูแล้ว ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง กับหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างที่เคยทำในช่วงแรก ๆ ของการสอบสวน เหงื่อเม็ดโป้งหยดลงจากหน้าผากของคุณหมอชีพ เมื่อภาพในความทรงจำขอคุณหมอชีพ เริ่มขับเคลื่อนอีกครั้ง

คืนวันก่อนหน้าวันเกิดเหตุ คุณหมอชีพพาภรรยาออกไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารหรูหรา ในโอกาสวันครบรอบวันแต่งานปีที่สิบห้าของคนทั้งคู่ ก่อนจะย้ายไปนั่งดื่มฉลองความสุขกันต่อที่รูฟท็อปบาร์ราคาแพงระยับ หลังจากที่ดินเนอร์กันเสร็จ ทุกอย่างดูจะเป็นไปด้วยดีและชื่นมื่น จนกระทั่ง มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามาที่มือถือของคุณหมอชีพ

“ฉันจะขอไว้สักคืน สักครั้งไม่ได้เชียวหรือคะ คุณชีพ” ภรรยาของคุณหมอที่เริ่มดื่มไปมากพอสมควร เปิดเผยอารมณ์ขุ่นมัวกับคุณหมอชีพด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ คุณหมอชีพเลือกที่จะไม่รับสาย และพยายามพูดไกล่เกลี่ย “ผมก็ไม่ได้รับสายเขานี่นา ไม่เอาน่า ตอนนี้ผมอยู่กับคุณ วันของเราสองคน ไม่ใช่หรือไง” คุณหมอชีพทำท่ายกแก้วไวน์ที่พร่องไปเพียงเล็กน้อยขึ้นชนแก้วกับภรรยา

“แล้วที่คุณบอกกับฉันว่า คุณเลิกกับมันแล้ว คุณกับมันไม่ได้ติดต่อกันเป็นเดือน ๆ แล้ว” ภรรยาของคุณหมอชีพ หยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมา “คุณหมอชีพตอแหลใส่ภรรยาของคุณหมอเองหรือคะ” ก่อนจะกระดกไวน์สีแดงอำพันเต็มแก้วนั้นเข้าปากจนหมด คุณหมอชีพหันไปมองโต๊ะข้าง ๆ ที่เริ่มให้ความสนใจกับโต๊ะของเขา

“เบาเสียงหน่อยสิคุณ คุณจะมาทำโวยวายเสียงดังอะไรตอนนี้ ไม่อายเขาหรือไง” คุณหมอชีพทำน้ำเสียงปรามภรรยา “ถ้าเรื่องทั้งหมดนี่ มันเริ่มต้นที่ยางอาย” ภรรยาของคุณหมอชีพมีหยาดน้ำใส รื้นขึ้นหน่วยตา พูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ฉันคงไม่ต้องมามองหน้าคนนอกใจ สันดานชั่วอย่างคุณอยู่หรอกค่ะ คุณชีพ” คุณหมอชีพรู้สึกหน้าสั่นชา เมื่อได้ยินเสียงภรรยาของเขาพูดแบบนั้น แถมยังตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันนั้นอีก

หลังจากไวน์ในขวดที่เพิ่งเปิดใหม่นั้นหมดลง คุณหมอชีพเองที่พยายามประคองอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้แสดงออกแบบประเจิดประเจ้อ ขับรถพาภรรยาของเขากลับบ้าน โดยที่มีฝ่ายภรรยาที่เมามายอย่างหนัก ด่าทอเขาด้วยคำผรุสวาทอยู่ภายในรถ ไปตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้าน คืนนั้น ภรรยาของคุณหมอชีพล็อกประตูห้องนอนทันที โดยปล่อยให้คุณหมอชีพนอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

เช้าวันถัดมา คุณหมอชีพออกไปที่โรงพยาบาลตั้งแต่ภรรยาของเขายังไม่ตื่น คุณหมอค้นกุญแจสำรองไขห้องนอนมาสเตอร์จนเจอ ก่อนจะเปิดประตู มองเงียบ ๆ ไปยังภรรยาที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง สีหน้าของคุณหมอคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะปิดประตูห้องนอนนั้นลง แล้วขับรถออกไปทำงาน

หลังจากที่คุณหมอชีพผ่าตัดคนไข้เคสแรกเสร็จ มองดูเวลาแล้ว คิดว่าน่าจะทัน ที่จะกลับมาทันผ่าตัดเคสที่สอง เนื่องจากบ้านของคุณหมอและโรงพยาบาล ไม่ได้ไกลกันมาก คุณหมอจึงขับรถออกมาโดยที่ไม่ได้บอกใคร ใช้เวลาขับรถไม่นานก็เลี้ยวเข้าจอดที่ในนโรงรถด้านข้างตัวบ้าน ปลอดจากสายตาเพื่อนบ้าน

“คุณ” คุณหมอชีพเรียกภรรยาของเขา เมื่อเดินขึ้นมาชั้นสอง และเห็นภรรยาอยู่ในห้องน้ำด้านในห้องนอนใหญ่ “คือผม” คุณหมอชีพกำลังจะเอ่ยพูดอะไรบางงอย่าง มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มือกำกล่องกำมะหยี่สีแดงเอาไว้ “ฉันจะให้ทนายส่งใบหย่าไปให้คุณ” คุณหมอชีพกำลังจะหยิบเอากล่องกำมะหยี่นั้นออกจากกระเป๋ากางเกง

“คุณก็เซ็นให้ฉันซะ” ภรรยาของคุณหมอชีพมองไปยังผู้ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตสามี ผ่านทางกระจกบานใหญ่ “แล้วคุณจะไปลงนรกกับอีนั่นที่ไหนก็ไป” เสียงของภรรยาฟังบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคุณหมอชีพ “แต่คุณจะไม่ได้เงินสักสตางค์แดงเดียวของฉัน ไปปรนเปรออีนังนั่นหรอกนะ เมื่อคุณมาแต่ตัว คุณก็คลานกลับออกไปแต่ตัว” อาการเย้ยหยันนั้น ทำให้คุณหมอชีพตัดสินใจเดินไปที่ราวแขวนเนกไท ก่อนจะคว้ามันเอามารัดคอผู้เป็นภรรยา

รู้ตัวอีกที ภรรยาของคุณหมอชีพก็นอนอยู่บนพื้น คุณหมอชีพรู้ตัวอีกครั้ง ก็เห็นภรรยาของตัวเองกำลังตะเกียกตะกาย ใช้มือควานหาโทรศัพท์มือถือบนอ่างล้างหน้า เพื่อจะโทรเรียกตำรวจ โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นร่วงหลุดจากมือภรรยาของคุณหมอ ทันทีที่คุณหมอชีพคว้าเชิงเทียนฐานกลมนั้นมาหวดกระหน่ำลงไปบนศีรษะผู้เป็นภรรยา แบบนับไม่ถ้วน โดยมีเสียงเพลงจากโทรศัพท์เพลงหนึ่ง ดังคลอไปด้วย

สารวัตรรัฐนนท์กับชนธัญหยุดยืนอยู่ที่ด้านนอกห้องขังของคุณหมอชีพ ที่กองบัญชาการ หลังจากบอกให้ทางหน่วย เปิดเพลงเพลงหนึ่งออกลำโพงให้คุณหมอชีพได้ฟัง เพลงเดียวกันกับที่ทางหน่วยสืบสวน บันทึกเอาไว้ว่าเล่นเป็นเพลงสุดท้าย บนมือถือของภรรยาคุณหมอชีพ และในที่สุด คุณหมอชีพก็ระเบิดเสียงกรีดร้อง บอกให้ปิดเพลงซะ ก่อนจะร้องโหยหวน ว่าเห็นภรรยาของตัวเอง มานั่งแสยะยิ้มมองเขาอยู่

“ยอมแล้ว ปิดเพลงเสียที ยอมแล้ว เอามันออกไป เอากูไปฆ่าไปแกงอะไรก็ได้ แต่เอามันออกไปที เออ กูฆ่าเมียกูเอง กูฆ่ามันเอง เอามันออกไป มันเป็นผีมาหลอกกู ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่า ไม่นะ อย่าเดินมาใกล้กู ช่วยกูด้วย มันมานั่งอยู่ข้างกู ช่วยกูด้วย ช่วยด้วย ไม่เอาแล้ว พอแล้ว”

เพลงเพลงนั้น มันเป็นเพลงที่คุณหมอชีพและภรรยาเปิดฟลอร์ เต้นด้วยกันในคืนวันแต่งงาน



**********************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=soDmhy5RJmE


เพลงแผ่วเบาแว่วมา

As soft melody goes

น้ำตาท่วมใจ

Tears flow down my heart

เพลงที่เราได้เคยร่วมฟัง

The very same song we shared

จะผ่านมาเนิ่นนานเท่าไร

No matter how long it’s been

ไม่เคยเลือนราง

It never fades away

พอได้ยินก็ยังใจหาย

It aches my heart every time


อีกนานไหมใจจะชิน

How can I get used to?

เมื่อยามได้ยินเพลงนั้น

Listening to this song

บทเพลงที่เคยผูกพันสองเรา

The song that bonded both of us

แต่ใจไม่เคยจะชิน

I’m never used to it

เมื่อยามได้ยินเพลงเก่า

When this song comes on air

ยิ่งร้าวร้าวในใจ

It pains, hurting me so


ยามที่เพลงตอกย้ำ

The song cuts me deep

ทุกคำทำนอง

Every verse, all the words

ใจยิ่งตรมหม่นหมอง แทบพัง

My heart’s beaten, brutalized

ตั้งแต่วันที่เธอบอกลา

Since the day you went away

ไม่เคยกล้าฟัง

I don’t dare listen to it

พอได้ยินอีกครั้ง ใจหาย

Now it’s being played, killing me

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๓. ความเจ็บปวด



“คุณพอจะเล่าให้ผมเข้าใจง่าย ๆ ได้หรือยัง” หลังจากที่สารวัตรรัฐนนท์ขับรถไปรับชนธัญถึงที่คอนโด ต่างพากันนั่งเงียบ ๆ มาได้พักใหญ่ สารวัตรหนุ่มที่ยังคงติดค้างความสงสัยนี้ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ที่ได้เจอกับอีกฝ่าย “สารวัตรจะให้ผมพูดอะไร” ชนธัญถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ในกระแสการจราจรที่ค่อนข้างคับคั่งของเมืองหลวง

“อะไรก็ได้ ที่มันพอจะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้น มันพอจะสมเหตุสมผล พอจะอธิบายได้ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์” สารวัตรรัฐนนท์เบรก ก่อนจะหันไปมองอีกฝ่าย ชนธัญถอนหายใจออกมาเบา ๆ หันไปสบตาสารวัตรหนุ่ม “สารวัตรก็เห็นด้วยตาของตัวเองแล้วไม่ใช่หรือครับ” สารวัตรหนุ่มจ้องตากับคนที่นั่งคู่กับเขาในรถ

“เห็นด้วยตาตัวเอง สารวัตรน่าจะบอกตัวเองได้ ว่าสารวัตรจะเชื่อหรือไม่เชื่อ กับสิ่งที่เกิดขึ้น” ชนธัญเอง ก็ไม่รู้ว่า จะมีคำอธิบายใดอีกที่จะดีไปมากกว่านี้ สารวัตรรัฐนนท์ที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเช่นกัน กับเงาจาง ๆ ที่ประกอบเป็นรูปร่างของภรรยาหมอชีพ ที่มาปรากฏให้เห็นต่อหน้าต่อตา

“ที่เขาตั้งหน่วยงานสืบสวนใหม่นี้ขึ้นมา แล้วจับเอาสารวัตรที่ไม่เชื่อเรื่องราวอะไรแบบนี้มานำทีม มันอาจจะเป็นเหตุผล ที่ให้สารวัตรเป็นตัวแทนของวิทยาศาสตร์ก็ได้” สามสี่วันมานี่ สารวัตรหนุ่มเองก็พยายามจะหาคำตอบให้กับตัวเอง ว่าเรื่องจริงที่ตาเห็น หรือมันเป็นเพียงเรื่องลวงตา ที่มันบังเอิญเกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย

สารวัตรหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปด้านในของโรงพยาบาล ก่อนจะเห็นทีมสืบสวนโบกมือให้ขับเลยไปอีกนิด เพื่อจอดรถ สารวัตรหนุ่มมีคำถามเพิ่มเติม แต่ทีมสืบสวนส่งสัญญาณให้เดินเข้าไปที่อาคารสูงที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา ชนธัญเดินผ่านทีมดังกล่าวเข้าไป หลายคนมองตามเขาตาไม่กะพริบ เพราะต่างก็รับรู้ถึงการสะสางคดีแรกของคุณหมอชีพที่เพิ่งจบไป

สารวัตรรัฐนนท์ส่งเสียงกระแอม เตือนให้ทีมเลิกจ้องไปที่ชนธัญ ทำราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นตัวประหลาด ทีมสืบสวนเอ่ยปากขอโทษ ชนธัญเอง ได้แต่บอกตัวเอง ว่าให้ทำตัวให้ชิน เพราะก่อนหน้านี้ ได้ถามหาคำตอบกับสารวัตรหนุ่มแล้ว ว่านี่จะเป็นคดีสุดท้ายที่เขาจะต้องเข้าร่วมใช่หรือไม่ แทนคำตอบ สารวัตรรัฐนนท์นิ่ง ไม่ตอบอะไรเขาทั้งสิ้น

“เคสนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง อายุสามสิบปี มีบาดแผลการถูกทำร้ายร่างกาย ร่องรอยการทำร้าย ส่วนใหญ่อยู่ที่ใบหน้า ตอนแรกเจ้าหน้าที่คิดว่าเสียชีวิตที่เกิดเหตุ แต่รอดได้อย่างปาฏิหาริย์ และตอนนี้ได้สติฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ยังดูสับสน ยังให้การได้ไม่ละเอียดนัก” เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชนธัญที่ฟังรายละเอียดจากทีมสืบสวน ก็ถามขึ้นว่า

“ทางหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้มั้ยครับ” สารวัตรรัฐนนท์หันไปมองทางชนธัญ “ที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต เป็นชายอายุน่าจะราว ๆ เดียวกันกับผู้บาดเจ็บ คาดว่าจะเป็นแฟนกัน ส่วนหมอก็ไม่ได้ห้ามให้เข้าเยี่ยม แต่อย่าให้นานนัก และทางผู้บาดเจ็บยังไม่ได้รับทราบเรื่องที่แฟนของเธอเสียชีวิต” ทีมสืบสวนให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“ถ้าผมพอจะได้พูดคุยกับเธอ อาจจะได้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติม ในขณะที่ความทรงจำของเธอยังคงใหม่ ๆ อยู่” ชนธัญพูดขออนุญาตกับสารวัตรหนุ่ม “มีอะไรก็เรียกผมได้ทันที เดี๋ยวผมขอคุยกับทีมก่อน” สารวัตรรัฐนนท์ไม่ขัดข้องอะไร ชนธัญกล่าวขอบคุณสารวัตรหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องผู้ป่วย ตามที่ทีมบอกทางเอาไว้ เดินมาไม่ไกล เลี้ยวซ้ายหนึ่งครั้ง เลขห้องดังกล่าวก็แสดงตัวอยู่เบื้องหน้าของชนธัญ เขาเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ บิดลูกบิดแล้วผลักประตูเปิดเข้าไป

“เป็นอย่างไรบ้างครับ รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย” ชนธัญตกใจเล็กน้อย เมื่อมองเห็นรอยช้ำขนาดใหญ่ที่โหนกแก้มของหญิงสาว ที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย “นี่คุณเป็นใครอีก ฉันเล่าให้ตำรวจฟังไปหมดแล้ว จำได้แค่นั้น แค่ที่เล่าไป” หญิงสาวชิงพูดยาว ตั้งแต่เห็นชนธัญที่ไม่คุ้นหน้า เดินเข้าไปในห้อง

“ผมขอโทษที่ต้องรบกวนเพิ่มเติม” ชนธัญแสดงบัตรประจำตัวทีมสืบสวนพิเศษให้หญิงสาวได้เห็น หญิงสาวที่ใบหน้าบวมฉึ่ง มองมาที่เขา ด้วยสายตาหวาดระแวงเล็ก ๆ “ถ้าคุณจะเล่าให้ผมฟังอีกสักครั้ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ชนธัญพยายามใช้น้ำเสียง และท่าทางที่เป็นมิตรกับหญิงสาวมากที่สุด

“ฉันอยู่ที่บ้านกับแฟน” หลังจากที่ดูลังเลอยู่สักครู่ หญิงสาวก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ชนธัญฟัง “เราเพิ่งกลับถึงบ้าน กำลังขนของที่ซื้อมาเข้าบ้าน ยังไม่ทันรู้ตัว” ชนธัญมองเห็นความหวาดกลัวในท่าทีของหญิงสาว “ก็มีคนใส่ไอ้โม่งเข้ามาในบ้าน มันชกฉันเข้าที่หน้า แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีก” หญิงสาวเล่าเรื่องออกมา ด้วยท่าทีที่กำลังข่มความรู้สึกที่พรั่งพรูอยู่ในใจ

“คุณพอจะจำรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้บ้างมั้ยครับ” ชนธัญถามต่อ เดินไปหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากด้านข้างเตียงคนไข้มากนัก มองเห็นร่องรอยการร้องไห้ของหญิงสาว กับใบหน้าที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำ “ไม่ได้ค่ะ ตอนมันเข้ามาในบ้าน ฉันยืนหันหลังให้มัน พอหันหน้ามาเจอมัน ก็โดนมันชกเปรี้ยงเข้าให้ แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไปเลย” หญิงสาวยืนยันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ

“จากรอยช้ำนั่น ผมสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะตัวใหญ่มาก แรงน่าจะเยอะมากด้วยเช่นกัน แรงมากพอที่จะน็อกคุณได้ด้วยหมัดเดียว เพราะนอกจากรอยช้ำใหญ่นั้นแล้ว ก็ไม่มีร่องรอยบาดแผลอื่น ๆ อีก” จากประเมินด้วยสายตา ชนธัญก็พอจะบอกได้ว่า รอยช้ำใหญ่ที่ใบหน้าของหญิงสาวนั้นสะดุดตามากที่สุด

“มันคงไม่อยากให้ฉันจำมันได้” หญิงสาวสรุปให้ ยิ้มแบบพยายามฝืนความเจ็บให้ชนธัญ เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ “มันคงอยากจะปล้นเอาเงิน แต่มันคงโง่ ฉันไม่ได้เป็นคนมีเงินทองอะไร ที่มาไปกว่านั้น มันก็เลวมากที่ทำร้ายฉันขนาดนี้” ชนธัญมองเห็นรอยแตกบุ๋มตรงโหนกแก้ม ที่ความบวมปิดมันเอาไว้จนเกือบมิด

“ยังดีที่มันไม่ข่มขืนฉันซ้ำ” หญิงสาวพูด พลางน้ำตาคลอหน่วย ท่าทางของเธอดูกังวลใจมาก เมื่อพูดถึงตรงนี้ “ฉันคงจะรู้สึกย่ำแย่มาก ๆ ถ้ามันทำแบบนั้นกับฉัน” น้ำเสียงของเธอฟังดูกล้ำกลืนและอ่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด “ฉันยังพอจะโชคดีกับเขาอยู่บ้างใช่มั้ยคะคุณ” ชนธัญยิ้มบาง ๆ อย่างให้กำลังใจหญิงสาว เมื่ออีกฝ่ายถามเขาออกมาตรง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

“มีเจ้าหน้าที่มาบอกฉัน ว่าฉันโชคดีที่ไม่ถูกข่มขืน” หญิงสาวเล่าให้ชนธัญฟัง ถึงขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บหลักฐาน ที่เป็นไปได้ทั้งหมด “ผมเสียใจที่คุณต้องมาเจอเรื่องราวร้าย ๆ แบบนี้” ชนธัญเอง ก็บอกตัวเองไม่ได้เลย จินตนาการไปไม่ถึงซึ่งความรู้สึกของเหยื่อที่ได้รับความทุกข์ทรมานใจนี้ได้เลย

“ถ้าคุณจำอะไรได้เพิ่มเติม หรืออยากจะให้ข้อมูลอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี คุณบอกกับผมได้ทันทีเลยนะครับ” ชนธัญยื่นคอนแทคให้กับหญิงสาว ที่ค่อย ๆ ยื่นมืออกมารับ ปลายนิ้วของทั้งสองคน แตะกันเพียงชั่วครู่ ชนธัญสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเห็นหญิงสาวรับเอาไปพลิกดู แต่ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ

ชนธัญเดินออกมาจากห้องนั้น สารวัตรรัฐนนท์เดินเข้ามาหา ก่อนจะถามหนุ่มหน้าใสตัวเล็กกว่าเขาว่า มีอะไรหรือเปล่า ชนธัญบุ้ยบ้ายให้สารวัตรเดินเลี่ยงออกไปคุยอีกทาง ให้ไกลจากหน้าห้องผู้ป่วย จนทั้งสองเดินมาจนไกลมากพอ ที่จะไม่มีใครได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนพูดกัน

“ตั้งแต่เริ่มต้นจนการสนทนาจบลง เธอไม่ถามถึงแฟนสักคำเดียว” ชนธัญบอกกับสารวัตรออกไป กับสิ่งที่เขาสังเกตเห็น “เธอเล่าเรื่องที่ว่า โดนทำร้ายตอนกลับมาถึงบ้านกับแฟน แต่ก็เท่านั้น ไม่มีอะไรอื่นอีกเลย ที่เธอพูดถึงแฟนตัวเอง ไม่ถามสักคำ ว่าแฟนเธอเป็นอะไรยังไงบ้าง แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาหาเธอ” ชนธัญพูด สารวัตรรัฐนนท์ฟังพลางคิดตาม

“อาจจะไม่มีไอ้โม่งที่ไหน” สารวัตรหนุ่มพูด ชนธัญส่ายหน้าตาม “ซึ่งคุณคิดว่า บาดแผล รอยชกหน้านั้น ก็มาจาก” สารวัตรรัฐนนท์ถามกลับไป และชนธัญก็พยักหน้าตาม “ที่แฟนของเธอเสียชีวิต” สารวัตรรัฐนนท์กำลังลำดับความน่าเชื่อถือทางคดี “เซลฟ์ดีเฟ้นส์” ชนธัญพูดขึ้น “ป้องกันตัวเอง” ก่อนจะสบตากับสารวัตรรัฐนนท์ ยืนยันในสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่

********************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=JVMt82-XmoA



ยังมีอยู่จริงใช่ไหมคนรักที่ไม่หลอกกัน

Is there still anyone that won’ t fool me?

ยังมีอยู่จริงใช่ไหมความรักที่เป็นดั่งฝัน

Is there still around love that truly exists?

ฉันแค่กลัวว่าเธอนั้น

I’m afraid that you,

จะมองฉันเป็นทางผ่าน

You won’t take me seriously

อย่างใคร ใครที่เขาเคยเข้ามา

Like those who came and left me behind


โหยหาจนมันไม่คิดว่ารักแท้มีอยู่จริง

Feeling desire, but real love might not be mine

โหยหาจนมันไม่หวังจะพบใครดีสักคน

Feeling desire, but I might not be deserving anyone

ถ้าเป็นเธอในวันนี้

If it is you before me today

ช่วยทำให้ฉันรู้ที

Please give me a sign to realize

ว่าเธอมีความรักที่เที่ยงแท้

That you can become my ultimate love


ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ

If not feeling hurt like me, who’ll get it?

ว่ารักน่ากลัวเท่าไร

How scary love is

กี่คนที่เขามาดีมากมาย

Those who seemed so perfect for me

แต่สุดท้ายหลอกกันทุกที

All ended up so pathetic and hideous



มันหมดไปแล้วทุกความรู้สึก

The feelings I had ran out

ไม่อยากรักใครอีกวันนี้

Don’t want to love anyone anymore

เธอช่วยบอกกับฉันที

Please, I’m begging of you

ว่ารักแท้มีอยู่จริง

Tell me true love is still in you


ฝันร้ายอย่างเดิมซ้ำซ้ำ

Nightmares repeat themselves all the time

กับทุกคนที่ผ่านมา

With the past love interests of mine

ฝันร้ายอย่างเดิมซ้ำซ้ำ

Bad dreams do occur

สุดท้ายก็จมน้ำตา

Then I drown in my own tears

ถ้าเวลาจากวันนี้

If we start over again now

เธอทำให้ฉันหายดี

And you can really heal me

ก็คงตื่นจากฝันที่มันร้าย

You’ll wake me up from my night terrors


ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ

If not feeling hurt like me, who’ll get it?

ว่ารักน่ากลัวเท่าไร

How scary love is

กี่คนที่เขามาดีมากมาย

Those who seemed so perfect for me

แต่สุดท้ายหลอกกันทุกที

All ended up so pathetic and hideous


มันหมดไปแล้วทุกความรู้สึก

The feelings I had ran out

ไม่อยากรักใครอีกวันนี้

Don’t want to love anyone anymore

เธอช่วยบอกกับฉันที

Please, I’m begging of you

ว่ารักแท้มีอยู่จริง

Tell me true love is still in you


ว่ารักแท้มีอยู่จริง

Real love is also for me

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๔. ความคลุมเครือ



“ยังไงตอนนี้ ผมคงต้องขอดูผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากด็อคก่อน” สารวัตรรัฐนนท์พูด ขณะที่กำลังเดินนำชนธัญไปยัง 'ออฟฟิศ' ของแพทย์หญิงดรุณี ที่เรียกแทนห้องตรวจศพให้มันฟังดูน่าอภิรมย์ขึ้น ชนธัญไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ว่าจะยังคงค้างคาใจอยู่ หากว่าเคสนี้จะกลายเป็นว่า มันคือการป้องกันตัวเอง จนพลั้งเผลอให้เกิดการเสียชีวิตขึ้น

“สวัสดีครับด็อค ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่สารวัตรหนุ่มผลักประตูเข้าไปในห้องชันสูตร ก็เอ่ยถามเจ้าของพื้นที่ในทันที แต่ด็อคเตอร์สาว ไม่ตอบคำถามนั้นในทันที เพราะสายตามองเลยไปถึง ชายหนุ่มหน้าใสตัวเล็กอีกคนที่เดินตามมาด้านหลัง “อ้าว วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวหรือเนี่ย” สารวัตรหนุ่มเสทำเป็นไม่รับรู้ถึงน้ำเสียงทีเล่นทีจริงนั้นของแพทย์สาว

“หมอดรุณีนะคะ หรือเรียกว่าหมอดุก็ได้ค่ะ คนแถวนี้เขาเรียกกัน” ชนธัญยิ้ม ยกมือขึ้นไหว้ พลางค้อมหัวให้กับดรุณี ด็อคเตอร์สาวยิ้มก่อนจะยกมือรับไหว้ “ผลตรวจด็อค” สารวัตรรัฐนนท์ทำเสียงเข้ม ถามหาผลตรวจของคดีที่กำลังสืบอยู่ “ใจเย็นสิคะหมวด ผลตรวจมันไม่หนีไปไหนหรอก แต่คุณหน้าใสนี่สิ กว่าจะได้เห็นตัวจริง หน้าตาน่ารักจัง” ด็อคเตอร์ดุจงใจพูดถึงชนธัญต่อหน้าสารวัตรรัฐนนท์

“ไม่หรอกครับ” ชนธัญออกตัวว่าเขาไม่ได้หน้าตาดีอะไรขนาดนั้น ดรุณีมองชนธัญด้วยสาวตายิ้ม ๆ ก่อนจะไพล่เลยมองไปที่สารวัตรหนุ่ม ที่กำลังมองชนธัญอยู่เช่นกัน และทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าการลอบมองของเขา ถูกจับจ้องมาจากด็อคเตอร์ดรุณี เท่านั้น สารวัตรรัฐนนท์ก็ทำทีมองไปรอบ ๆ ห้องตรวจ และถามคำถามแพทย์สาวแทน

“หวังว่า ด็อคจะมีข่าวดีให้ผมเหมือนเดิม” ด็อคเตอร์ดรุณีจำเป็นต้องพักเรื่องสนุกตรงหน้าเอาไว้ก่อน “ผู้ตายเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน” ด็อคดุยื่นเอกสารผลตรวจให้สารวัตรหนุ่มดู สารวัตรรัฐนนท์ขมวดคิ้ว “แต่ผลตรวจร่างกายอย่างอื่นปกติดี เป็นไปได้ยังไง” สารวัตรหนุ่มเงยหน้าจากผลตรวจในมือ

“โดยที่ผู้ตายไม่มีประวัติการรักษา หรือรร่องรอยโรคหัวใจมาก่อน” ใบหน้าของด็อคเตอร์ดรุณีจริงจังมาก เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ “หมอเลยสั่งตรวจหาพิษวิทยาเพิ่ม” ได้ยินแบบนั้น สารวัตรหนุ่มก็รับรู้ได้ทันทีว่า เคสนี้มันมีอะไรมากไปกว่าที่ตาเปล่าเห็นจริง ๆ “อย่าบอกนะด็อค ว่ามันจะไปเหมือนกับคดีดังที่เพิ่งเกิดขึ้น” สารวัตรหนุ่มในหัวตอนนี้ ย้อนนึกภาพจากคดีที่คนร้ายใช้ไซยาไนด์ในการสังหาร แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ทำคดีนั้นก็ตาม

“ถ้าเป็นไซยาไนด์จริง คดีมันคงจะง่ายขึ้นเยอะน่ะสิ” สิ่งที่ด็อคดุพูดนั้น ทำให้สารวัตรรัฐนนท์ที่รับผลตรวจท็อคซิโคโลจี้ไปดู “ด็อค” สารวัตรหนุ่มถึงกับร้องออกมาเสียงดัง “ไม่พบสารพิษใด ๆ ในร่างกาย” ด็อคเตอร์ดรุณีส่ายหน้ายืนยันผลดังกล่าว ที่เธอขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจย้ำจากเส้นผมผู้ตายถึงสองรอบ

“ในสต็อมมัคคอนเท้นท์ สิ่งที่ผู้ตายกินและยังหลงเหลืออยู่ในกระเพาะอาหาร ก็ไม่พบสิ่งปกติ หรืออะไรก็ตามที่เป็นไปได้ ที่ทำให้เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน” ด็อคเตอร์ดรุณีพูดพลางนึกถึงคดีต่าง ๆ ที่เธอเคยผ่านประสบการณ์มา “อันนี้หมอขอเดานะคะ และหมอขอย้ำว่า หมอแค่คิดเล่น ๆ เท่านั้น” ด็อคเตอร์ดรุณีสบตากับทั้งสารวัตรรัฐนนท์และชนธัญ

“ถ้าเคสนี้จะเกิดจากสารพิษจริง ก็อาจจะไม่ใช่จากการกินเข้าไป” มาถึงตรงนี้ ชนธัญรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมา เมื่อนึกถึงภาพเพียงแวบเดียวที่ผ่านเข้ามาให้เขาเห็น จากตอนที่นิ้วมือของเขาสัมผัสกับหญิงสาวที่โดนทำร้ายคนนั้น “ก็เป็นไปได้ว่า จะเกิดจากการฉีดสารพิษนั้นเข้าทางเส้นเลือด” ด็อคเตอร์ดุคิดถึงวิธีที่เป็นไปได้

“แต่หมอไม่ได้ใส่ไว้ในรายงานนะคะ นี่มันเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของหมอคนเดียว หมอยังไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือแบ็คอัพความคิดนี้ของหมอ แต่ตอนนี้ หมอมีสารอยู่สองสามตัวในหัว ที่คาดว่าพอจะเป็นไปได้ แต่ขอยังไม่พูดถึงแล้วกัน” แพทย์หญิงดรุณีเอง ก็ต้องคงความเป็นมืออาชีพของเธอเองเอาไว้เช่นกัน

“ที่น่าสนใจในตอนนี้” หมอดุยื่นเอกสารการตรวจอีกฉบับให้กับชนธัญ ที่พอก้มลงอ่านเอกสารในมือแล้ว ก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาทันที “ผู้เสียหายไม่ได้ถูกข่มขืนก็จริง แต่” สารวัตรรัฐนนท์รับเอาเอกสารจากชนธัญไปอ่านดู “มีการร่วมเพศแบบสมยอมเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เพราะตรวจพบเนื้อเยื่อจากอวัยวะเพศชายภายในช่องคลอดของผู้เสียหาย จากการร่วมเพศโดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน” ด็อคเตอร์สาวอธิบายรายงานที่ตรวจพบ

“ผู้ตายมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายก่อนตาย” สารวัตรหนุ่มพูดขึ้นเชิงคำถาม “เทียบกับเนื้อเยื่อของผู้ตายแล้ว ผลออกมาคืออันโนน โดเนอร์ เป็นผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่ผู้ตาย” มาถึงตอนนี้คดมันดูจะซับซ้อนมากขึ้นจริง ๆ “ผู้เสียหายที่แท้จริง อาจจะไม่ใช่คนที่เราคิดสินะ” สารวัตรหนุ่มเหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะขอความเห็น

“แผลถูกชกที่ใบหน้าของเหยื่อ มันดูรุนแรงกว่าแค่กำปั้นหรือหมัดธรรมดาเท่านั้น แถมบริเวณมือของผู้ตาย ก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใด” ด็อคเตอร์ดุเองก็คิดว่า รอยชกที่ใบหน้าของผู้เสียหายนั้น ไม่น่าที่จะเกิดจากผู้ตายเป็นคนกระทำ “ยกเว้นจะมีการสวมอะไรที่มือ เช่นสนับหรือว่า” ด็อคเตอร์ดรุณียังไม่ทันจะจบประโยคของตัวเอง

“แหวน” ชนธัญเอ่ยขึ้น ต่อท้ายประโยคของด็อคเตอร์สาว “เป็นไปได้ ถ้ารอยบวมที่ใบหน้าของเหยื่อลดลง เราคงเห็นว่า รอยแตกตรงกลางนั้น เป็นรูปร่างของอะไรกันแน่” ด็อคเตอร์ดรุณีหมายถึงรอยบุ๋มที่ใบหน้าของผู้เสียหาย ที่ยังมองไม่ออก เพราะเนื้อเยื่อรอบ ๆ รอยแผลบนใบหน้านั้นบวมขึ้นมาก จนปกปิดร่องรอยนั้น

“ผมคิดว่า เราคงต้องกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง” สารวัตรรัฐนนท์พูดขึ้น ชนธัญเห็นด้วย เพราะเขาเองก็รู้สึกว่า หลาย ๆ อย่างมันดูแล้ว ไม่ตรงกับคำให้การของผู้เสียหายเลย สารวัตรรัฐนนท์กล่าวขอบคุณด็อคเตอร์ดรุณี ก่อนที่เขาและชนธัญจะขอตัว ทั้งคู่เดินมาจนถึงที่รถ ชนธัญพูดขึ้น เมื่อไปหยุดยืนอยู่ที่ประตูรถ

“ตอนที่ผมเข้าไปคุยกับผู้เสียหาย มีจังหวะหนึ่งที่นิ้วผมสัมผัสกับมือของเขา” ชนธัญนึกถึงภาพที่เขาเห็นในวันนั้น แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม “คุณเห็นอะไร” สารวัตรรัฐนนท์ถามขึ้น เมื่อทั้งสองคนเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว “ผมรู้สึกถึงคนอื่นอยู่ที่นั่นด้วย ในวันเกิดเหตุ” ชนธัญบอกกับสารวัตรรัฐนนท์

“แต่ผมเห็นไม่ชัดว่าใคร มันเป็นเพียงแค่ภาพที่ผ่านเข้ามาให้เห็นไวมาก” ชนธัญสบตากับสารวัตรรัฐนนท์ “ถ้าคราวนี้สารวัตรจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูด” มาถึงขั้นนี้แล้ว กับสิ่งเหลือเชื่อที่สารวัตรหนุ่มเอง ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้พบเจอ “เดี๋ยวเรากลับไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นอีกรอบ เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวค่อยว่ากัน” สารวัตรรัฐนนท์ติดเครื่องยนต์ ก่อนจะค่อย ๆ ออกรถเข้าสู่กระแสการจราจร โดยที่ทั้งสารวัตรหนุ่มเองและชนธัญ ต่างก็ใจเต้นแรงด้วยอดรินาลีน เพราะยังไม่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนี้

*******************************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=M0tGAzYHsL4


หากบางคน ที่เคยรักกัน

When someone you love

เขานั้นทำขรึมทำนิ่งเฉย

Now they have only few words to say

เจอะเจอกัน ก็ไม่เป็นเหมือนเคย

When you see them, they’re not the same

คล้ายคล้ายไม่คุ้นกันอย่างนั้น

Somehow feeling like we’re all strangers


เขาแปลกแปลก เขาเลื่อนลอย

They’re different, their mind’s somewhere else

ไม่ค่อยยอม รับรู้เรื่องใดใด

Don’t wanna talk, not wanna share

เขาซึมเซา เหมือนทุกข์ใจ

All empty, like they’ re feeling down

ส่ออาการ ไม่เหมือนที่แล้วมา

Nothing’s the same as before


ลางร้าย บอกให้รู้ให้เตรียมใจ

A bad sign is telling to be prepared

อะไรร้ายร้าย ให้ระวังให้ดี

Something bad is about to happen

ลางร้าย บอกให้รู้ให้คอยจับตาให้ดี

A bad luck is for you to watch it over

คนที่เคยรัก เขาจะเป็นอื่น

The one you love is not the same anymore


หากบางคน ที่เคยรักกัน

When someone you love

เขานั้นดูคล้ายคนเงียบเหงา

They’re showing like they’ re lonely

ไม่ร่าเริง ไม่พูดคุยเหมือนเก่า

Seem unhappy, they used to b talkative

ไม่รู้ใจเขาไปอยู่ไหน

Now they’re not with you at all times


เขาแปลกแปลก เขาเลื่อนลอย

They’re different, their mind’s somewhere else

ไม่ค่อยยอม รับรู้เรื่องใดใด

Don’t wanna talk, not wanna share

เขาซึมเซา เหมือนทุกข์ใจ

All empty, like they’re feeling down

ส่ออาการ ไม่เหมือนที่แล้วมา

Nothing’s the same as before


ลางร้าย บอกให้รู้ให้เตรียมใจ

A bad sign is telling to be prepared

อะไรร้ายร้าย ให้ระวังให้ดี

Something bad is about to happen

ลางร้าย บอกให้รู้ให้คอยจับตาให้ดี

A bad luck is for you to watch it over

คนที่เคยรัก เขาจะเป็นอื่น

The one you love is not the same anymore


ฉันเคยเจอกับตัวเอง เจ็บจนจำขึ้นใจ

This is what happened to me, it hurts like hell

ไม่หวัง ให้ใครเป็นอย่างฉัน

Hope no one comes to this end like I did

เพราะไม่เคยได้ระวัง ไม่ใส่ใจช่างมัน

‘Cause I didn’t care, I was not aware of this

จึงเสียใจ จวบจนวันนี้

Now I am so deep in my own sorrow

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๕. หนัก _ 7.19.2023
«ตอบ #7 เมื่อ19-07-2023 13:13:41 »

๕. หนัก



“ริน ริน” เสียงเรียกย้ำหลายครั้งจากเพื่อนที่นัดรวมตัวกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง “แกได้ยินที่ฉันถามมั้ยเนี่ย” ดึงให้หญิงสาวกลับมาสู่บทสนทนาที่ทั้งกลุ่มเพื่อนกำลังสนุกสนานเฮฮากันอยู่ “แหม ริน นี่นั่งใจลอยไปถึงไหนกันจ๊ะ” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนนั้น พูดแซวริน เสียงเพื่อนทุกคนหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

“แกพูดไม่ถูกแล้วนะ แบบนี้ แกต้องพูดว่า รินน่ะ นั่งใจลอยไปถึงใครต่างหาก” เสียงเฮดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเพื่อนทุกคนเห็นพ้องกับประโยคดังกล่าวนี้ “พวกแกก็ต้องเข้าใจรินมันนะ คนเราได้สามีดี ได้สามีเด่น เรียกได้ว่า เป็นสามีแห่งชาติเชียวแหละ เพื่อนได้ผู้ชายแบบนี้มาเป็นคู่ชีวิต รินมันโชคดีที่สุดในกลุ่มแล้วแหละ” รินได้ฟังเพื่อนพูดแบบนั้น หญิงสาวยิ้มรับออกไปเท่านั้น

“แต่หลัง ๆ มา แกไม่ค่อยพูดถึงสามีผู้แสนดีเท่าไหร่เลย ทำไม กลัวเพื่อนแย่งหรือไง” เพื่อนอีกคนที่ถือได้ว่า เป็นคู่แข่งด้านความสวยกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เอ่ยแซว เพื่อนที่เหลือต่างลอบมองตากัน เพราะนอกจากน้ำเสียงที่ฟังดูชัดเจนถึงความริษยาแล้ว ยังฟังดูจิกกัด เพราะรินนั้น ได้แต่งงานก่อนใครในกลุ่ม

“แต่พวกแกก็รู้ดีนี่ ในกลุ่มพวกเราทั้งหมด ก็มีแต่ฉันคนเดียวนี่แหละ ที่อยากให้รินมันก้าวหน้าในทุก ๆ เรื่อง มากกว่าใคร” เพื่อนทุกคนในกลุ่ม ได้ฟังแล้ว ก็เสยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แสร้งทำเออออกับเพื่อนคนที่พูดไปด้วย “แกไม่ต้องเป็นห่วงรินมันหรอก” ใครอีกคนในกลุ่ม พูดแทรกขึ้น รู้สึกเห็นใจรินทุกครั้ง ที่ต้องมาทนนั่งฟังอะไรแบบนี้

“บ้านรินมันก็รวยจะตาย แถมยังได้แฟนที่รวยไม่แพ้กัน ทั้งยังเอาใจใส่รินทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ชีวิตรินมันสุขสบายกว่าพวกเราเยอะ เนอะรินเนอะ” รินไม่ได้ตอบอะไรออกไป แค่ยิ้ม แล้วขยับแว่นตากรอบหนาเตอะที่สวมอยู่ ที่แม้ว่าแว่นตาจะดูเชยมากขนาดไหน แต่ใบหน้าที่สะสวยของริน ก็ทำให้หญิงสาวดูน่ามองอยู่ดี

“แน่ะ พูดยังไม่ทันจะขาดคำ ดูสิ สามีโทรตามแล้วแน่เลย” รินก้มมองที่หน้าจอมือถือของตัวเอง สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย เมื่อเห็นชื่อของคนที่กำลังโทรหาเธอ “อ้าว ทำไมไม่รับสายล่ะริน” เพื่อนคนที่อิจฉารินมาตลอด ถามขึ้น ด้วยอาการปกปิดความหมั่นไส้ไม่มิด เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนโทรหาริน

“ไม่เป็นไร ฉันอยู่กับพวกแกไง เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว ค่อยโทรกลับก็ได้” รินที่คว่ำหน้าจอดโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงกับโต๊ะ บอกกับเพื่อน คนอื่น ๆ ในกลุ่มก็พูดเห็นด้วย ว่าตอนนี้เป็นเวลาของเพื่อนสาว ไว้รินค่อยโทรหาผู้ชายทีหลังก็ยังได้ ถึงยังไง สามีของรินก็ต้องเข้าอกเข้าใจภรรยาเป็นอย่างดีแน่นอน นาน ๆ รินจะตกปากรับคำ ออกมาเจอกลุ่มเพื่อนรักที จากเหตุผลที่ว่า สามีของรินทั้งหวงทั้งห่วงภรรยาของเขาออกขนาดนั้น

เวลาล่วงมาอีกพอสมควร กว่าที่ทั้งกลุ่มจะร่ำลาและแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อนหลายคนอาสาจะขับรถไปส่งรินที่บ้าน แต่รินดูจะละล่ำละลักรีบปฏิเสธ จนมีคนหนึ่งถามว่า รินมีอะไรหรือเปล่าด้วยความเป็นห่วง รินนิ่งไปสักพักเพราะเธอไม่แน่ใจว่า นานแค่ไหนแล้ว ที่ได้ยินใครสักคนถามเธอด้วยคำถามนี้ แต่รินก็ยิ้ม พลางส่ายหน้า บอกเพื่อน ๆ ไปว่าไม่มีอะไร

รถแท็กซี่ที่รินนั่งมา จอดเทียบที่หน้าประตูรั้ว หญิงสาวมองเลยเข้าไปในตัวบ้าน เธอมองเห็นไฟในบ้านถูกเปิด รินใจเต้นโครมคราม เพราะเธอคาดหวังขณะที่นั่งมาในแท็กซี่ ว่าไฟในตัวบ้านจะยังคงปิดมืดอยู่ เมื่อเธอกลับมาถึง คนขับรถแท็กซี่กระทุ้งถามว่ารินจะเอายังไง เมื่อหญิงสาวจ่ายค่าโดยสารแล้ว แต่ดูทำท่าลังเล ไม่ยอมลงจากรถสักที

รินตัดสินใจเปิดประตูก้าวลงจากรถ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก เปิดประตูรั้วบ้านแล้วเดินเข้าไปด้านใน ระยะทางจากด้านหน้ารั้วไปจนถึงตัวบ้านนั้น ไม่ได้ไกลเลย แต่รินรู้สึกเหมือนกับว่า อยากให้ทางเดินที่ทอดไปด้านหน้าเธอนั้น ยาวและไกลกว่านี้ กับสิ่งที่เธอกำลังจะต้องเจอ

“คุณกลับบ้านเร็วจังค่ะวันนี้” รินเอ่ยทักชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธออยู่กลางบ้าน “เดี๋ยวรินจะรีบ” รินกำลังจะพูดประโยคถัดไป “ออกไปข้างนอกมาสนุกมั้ยครับ” แต่ชาติหันหลังกลับมามองเธอ และเอ่ยแทรกประโยคของเธอขึ้นมาเสียก่อน “คือรินออกไปเจอเพื่อน ๆ มา คือมันโทรนัดรินกะทันหัน รินก็เลย” ชาติยิ้มกว้างให้ริน ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นแนบกับริมฝีปากของตัวเอง ส่งเสียงจุ๊ ๆ ให้ริน

“มานี่สิครับ รินเดินมาหาผมตรงนี้หน่อย” รินกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามจะก้าวเท้าเพื่อเดินไปหาชายหนุ่ม ขาของเธอสั่น “ชาติถามว่า รินออกไปข้างนอกมา สนุกมั้ยครับ” สามีถามผู้เป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล พลางใช้สองมือแตะเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่าย เพื่อให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าเขา หันไปมองกระจกบานยาว ที่วางพิงอยู่ที่ผนังห้อง

“สนุกสินะครับ ใช่มั้ย ฮึ” ชาติถามรินออกไป ก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกถึงแรงดัน เพื่อให้เธอเดินเข้าไปหากระจกบานนั้น “ผมไม่น่าถามเลย รินสนุกจนลืมเวลา ลืมทุกสิ่งแบบนี้” ชาติดันตัวรินให้มาหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจก ก่อนที่รินจะได้ยินเสียงสวิตช์ไฟถูกกดเปิด ไฟสว่างขึ้น รินมองเห็นชาติยิ้มให้เธอในกระจก

“รินใส่แว่นหนาเตอะอีกแล้ว” ชาติพูดพลางถอดแว่นของรินออก “แว่นอัปลักษณ์แบบนี้ ปิดบังความสวยของรินหมดเลยนะ” รินมองตามมือของชาติ ที่เอื้อมมาปัดเส้นผมของเธอ ให้ไปทัดที่หลังหู รินตัวสั่นเทิ้ม เมื่อชาติไล่ปลายนิ้วแตะไปที่รอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ที่พาดอยู่ตามแนวไรผมของเธอ ที่รินใช้เส้นผมปิดบังมันเอาไว้ เพื่อไม่ให้เพื่อน ๆ เห็น

“รินนี่ ขี้ลืมจังนะครับ” ชาติจ้องตากับรินผ่านกระจก “สงสัยว่า ชาติจะต้องเตือนความจำรินสักหน่อยแล้ว” ชาติพูดพลางกลั้วหัวเราะ ก่อนจะทัดผมอีกข้างที่เหลือของริน ที่แนวไรผมด้านนี้ ยังคงว่างเปล่า ไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่อย่างที่อีกข้างหนึ่งมี “รินสัญญา ว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก รินไม่นึกว่า เพื่อนมันจะอยู่คุยกันนานขนาดนี้” แรงบีบอย่างแรงที่ต้นแขนทำให้รินทำหน้าเหยเก ก่อนจะรีบหยุดพูด

“ทำไมรินถึงบังคับให้ผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ ที่ผมไม่อยากทำอยู่เรื่อยเลย” ชาติเอียงคอ ยิ้มน้อย ๆ มองสบตารินผ่านกระจก “รินขอโทษค่ะ” น้ำเสียงของหญิงสาวเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว “ชาติยกโทษให้รินนะคะ” รินรีบพูดออกไป เมื่อจดจำได้ดีถึงเหตุการณ์ ที่เธอได้ลิ้มรสชาติของแผลใหญ่ฉกรรจ์แผลนั้น

“รินก็รู้ว่าชาติรักริน และทั้งหวงทั้งห่วงรินมากแค่ไหน” รินพยักหน้าเร็ว ๆ “ค่ะ รินรู้ ว่าชาติรักริน” รีบพูดสนับสนุนคำพูดของอีกฝ่าย “รินขอโทษอีกครั้งนะคะ” รินพูดออกมา รู้สึกได้เลย ว่าตัวเองหายใจขัด ๆ เมื่อความรู้สึกเสียดในใจ มันทำให้เธอแน่นและอึดอัดไปหมด

“รินครับ หันหน้ามามองผมเร็ว” ชาติทำเสียงคะยั้นคะยอให้หญิงสาวทำตาม รินหันมาทางชายหนุ่ม ตัวเธอยังไม่หายสั่นเทิ้ม ชาติเอื้อมมือไปหยิบเอากระเป๋าสะพายจากมือของริน ก่อนจะทิ้งลงไปบนพื้น เมื่อในมือของเขาถือกระเป๋าสตางค์ของหญิงสาวเอาไว้ รินมองตามมือของชาติ ที่หยิบเอาเงินสดก้อนที่เธอเพิ่งไปกดเอทีเอ็มมา เพื่อจะเอาไปชำระบิลต่าง ๆ ที่ยังค้างจ่ายอยู่

“มันไม่พอนะครับริน รู้ใช่มั้ย ว่าต้องทำยังไง” ชาติพูดกับริน ขณะที่เขายัดเงินใส่กระเป๋ากางเกง “รินเพิ่งเอ่ยปากกับคุณพ่อคุณแม่ไป รินก็เพิ่งไปกดเงินมาวันนี้ มันมีบิลที่” รินพูดได้เพียงเท่านั้น “หรือรินกำลังจะบอกผมว่า รินทำไม่ได้หรือครับ” ชาติยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับริน จ้องตา ยิ้มน้อย ๆ ให้กับอีกฝ่าย

“ใช่มั้ยครับ” ชาติถามย้ำ รินหลบตา ก่นจะส่ายหน้าแทนคำตอบ “ชาติรักรินที่สุดเลย” หญิงสาวตัวแข็งทื่อ เมื่อถูกชายหนุ่มดึงตัวเธอเข้าไปกอด “สามแสนนะครับริน ก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ มือผมกำลังขึ้นเลย” ชาติทิ้งคำพูดกับรินเอาไว้อย่างนั้น รินรอจนได้ยินเสียงชาติขับรถออกไป ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งพังพาบกับพื้น แล้วร้องไห้ออกมาอย่างคนที่สิ้นหวังในชีวิต

******************************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=Vaoc7_fKm98


เหนื่อยล้ามาเท่าไรหัวใจต้องสู้มา

I’m totally weary, my heart says to keep on walking

ร้อยพันปัญหาต้องสะสางไป

A big mess I must deal with

ได้แต่หวังไว้ว่าเธอ

I wish you’ll be the one

จะช่วยผ่อนช่วยคลาย

To help me ease the pain

แล้วเธอกลับกลายกลับทำปัญหา

But you’ve become my greatest enemy


หนักเกินไปแล้ว เกินจะแบก

Too much to handle, you’re my cross to bear

แบกมันไว้จนเต็มบ่า

A burden I am carrying around

รับเธอเข้ามา

Since I took you in

เธอกลับเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่มันหนัก

You’re now a light straw too heavy

ใจฉันทานไม่อยู่

My heart can’t take it no more

ไม่อยากเห็น (ไม่อยากเห็น)

Don’t want to see

ไม่อยากรู้ (ไม่อยากรู้)

Don’t want to even know

หมดแรงจะทำเรื่องใด

You’ve already worn me out

หมดแล้วกำลังใจ

Nothing’s left for my heart to go on


แค่นี้ก็จะตาย รอบกายต้องสู้หนัก

Everything around me is now killing me so

แล้วพอจะรักยิ่งหนักหัวใจ

Now this love keeps stabbing through my heart

ต่อไปนี้คงจะพอ ไม่อยากรักใคร

From now on, I’m done with loving anyone

หนีไปให้ไกลจากตัวปัญหา

Need to run away from the troublemaker


หนักเกินไปแล้ว เกินจะแบก

Too much to handle, you’re my cross to bear

แบกมันไว้จนเต็มบ่า

A burden I am carrying around

รับเธอเข้ามา

Since I took you in

เธอกลับเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่มันหนัก

You’ re now a light straw too heavy

ใจฉันทานไม่อยู่

My heart can’t take it no more

ไม่อยากเห็น (ไม่อยากเห็น)

Don’t want to see

ไม่อยากรู้ (ไม่อยากรู้)

Don’t want to even know

หมดแรงจะทำเรื่องใด

You’ve already worn me out

หมดแล้วกำลังใจ

Nothing’s left for me to go on

ฉันคงไม่รักใคร

I’m done with loving, seriously


ได้แต่หวังไว้ว่าเธอ

I wish you’ll be the one

จะช่วยผ่อนช่วยคลาย

To help me ease the pain

แล้วเธอกลับกลายกลับทำปัญหา

But you’ve become my greatest enemy


หนักเกินไปแล้ว เกินจะแบก

Ridiculously, you’re too much for me to care

แบกมันไว้จนเต็มบ่า

A burden I am carrying around

รับเธอเข้ามา

Since I took you in

เธอกลับเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่มันหนัก

You’re now a light straw too heavy

ใจฉันทานไม่อยู่

My heart can’t take it anymore

ไม่อยากเห็น (ไม่อยากเห็น)

Don’t want to see

ไม่อยากรู้ (ไม่อยากรู้)

Don’t want to even know

หมดแรงจะทำเรื่องใด

You’ve already worn me out

หมดแล้วกำลังใจ

Nothing’s left for me to go on

ฉันคงไม่รักใคร

I’m done with loving you

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๖. หาย _ 7.20.2023
«ตอบ #8 เมื่อ20-07-2023 16:20:35 »

๖. หาย


“เฝ้ากันยังไง ถึงปล่อยให้หนีไปได้ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นสักคน” สารวัตรรัฐนนท์หัวเสียไม่น้อย ที่เมื่อเขากับชนธัญมาถึงที่โรงพยาบาล ก็พบว่าริน หญิงสาวที่พัวพันกับเคสล่าสุดนี้ ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ชนธัญเดินข้าไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียง ก็ชี้ให้สารวัตรหนุ่มดู ว่ามีถาดอาหารวางอยู่ แต่ไม่ได้มีการแตะต้องอาหารแต่อย่างใด

“คุณคิดว่าไง” สารวัตรรัฐนนท์ถามชนธัญ ที่ตอนนี้เขากำลังคิดว่า “คุณรินไม่น่าจะทำทุกอย่างนี้ด้วยตัวเองทั้งหมด ถ้ากล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้เลยแบบนี้” สารวัตรรัฐนนท์สบตากับชนธัญ เมื่อได้ยินประโยคนั้น พลันโทรศัพท์มือถือของสารวัตรหนุ่มก็ดังขึ้น “ครับด็อค” สารวัตรหนุ่มกรอกเสียงไปตามสาย และกดเปิดสปีกเกอร์โฟน ให้ชนธัญได้ยินบทสนทนาด้วย เมื่อเป็นด็อคเตอร์ดรุณีโทรเข้ามา

“หมวดคะ หมอคิดว่า ถ้าหากผู้ตาย คือหมอหมายถึงคุณชาติ ถ้าจะเป็นแบบที่คาดการณ์เอาไว้จริง ยาที่ใช้หมอคิดว่า น่าจะเป็นยาในกลุ่มที่ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงาน ประเภทที่ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ” สารวัตรหนุ่มทำท่าคิดตาม “หมอดุครับ ผมเองก็คิดว่า นจะมีใครอีกคนที่มีส่วนในเรื่องนี้ด้วย” ชนธัญพูดความเห็นของเขาออกไป

“เป็นไปได้สูงค่ะ ตามรายงานประวัติของคุณริน ไม่พบว่าเธอมีความเกี่ยวพันด้านใด ๆ กับความรู้ด้านการแพทย์” แพทย์หญิงดรุณีทวนประวัติของผู้เสียหายอีกครั้ง “ถ้าจะเป็นคนใกล้ชิดของคุณรินล่ะครับ ครอบครัว เพื่อน” ชนธัญคิดตามถึงความเป้นไปได้ “หมวดว่าไง” ด็อคเตอร์ดรุณีถามสารวัตรรัฐนนท์

“คุณชาติ สามีของคุณริน ตามประวัติแล้ว ลอยชายไปมา ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง คบหากับคุณรินตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน” สารวัตรกำลังทบทวนถึงสิ่งที่เขาได้รับรายงานมา “แฟนเก่า” ชนธัญพูดขึ้น สารวัตรรัฐนนท์ทำท่าเห็นด้วย ทันทีที่ชนธัญพูดขึ้น ทางด็อคเตอร์ดรุณีเองก็พูดว่า ทั้งสองคนควรจะสืบต่อในเรื่องนี้

“ยาที่หมอกำลังคิดว่าเป็นไปได้มาก ๆ ในคดีนี้ น่าจะเป็นยาที่เกิดการสลายตัวในร่างกายคน แทบจะในทันทีที่ร่างกายได้รับเข้าไป ซึ่งมันจะตรวจหาร่องรอยได้ยากมาก ๆ แต่ก็ยังพอเป็นไปได้อยู่ เพียงแต่ว่ามันอาจจะนานเป็นสัปดาห์ กว่าจะทราบผล ยังไงหมอจะลองร้องขอให้ตรวจพิษวิทยาเพิ่มเติมจากร่างของคุณชาติอีกครั้ง” สารวัตรรัฐนนท์วางสายจากแพทย์หญิงดรุณี ก่อนจะหันมาขอความเห็นจากชนธัญ

“ตอนเรียนคุณมีแฟนกี่คน” สารวัตรรัฐนนท์ถามออกไป ทำน่าขึงขังจริงจัง รอคำตอบจากอีกฝ่าย “มันเกี่ยวอะไรกันไม่ทราบ” คนถูกถามเผลอตัวถามออกไป ด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ หันมองมาเป็นตาเดียวกัน “ผมก็อยากรู้ไง ว่าคนที่เขาฮ็อต ๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยน่ะ เขามีแฟนกันมาแล้วกี่คน เพื่อคดีน่ะ” สารวัตรรัฐนนท์เห็นอีกฝ่ายอึกอัก ๆ แบบคนไม่รู้ว่าจะตอบออกมายังไง

“คุณไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยหรือ” สารวัตรรัฐนนท์ทำกระซิบกระซาบถาม ชนธัญเม้มปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรง รู้ตัว ว่ากำลังโดนสารวัตรหนุ่มแกล้ง แต่แล้วก็เหมือนกับมีระฆังมาช่วยชีวิตคนตัวเล็กกว่าอย่างชนธัญเอาไว้ เมื่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลมีเสียงเอะอะดังขึ้นเสียก่อน

“ฉันมาขอเยี่ยมเพื่อนฉัน ทำไมถึงให้เข้าเยี่ยมไม่ได้คะ” เสียงหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับคุณริน เอ่ยถามเจ้าหน้าที่สืบสวน ที่เข้ามารับหน้าเสื่อแทนเหล่าพยาบาล ที่ถูกกันให้หลบฉากเดินไปด้านหลัง “คือ คุณรินยังคงต้องพักรักษาตัวให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อนนะครับ” หนึ่งในทีมสืบสวนตอบเลี่ยงไป ไม่สามารถพูดตรง ๆ ได้ว่า ตอนนี้รินนั้นหายตัวไป

“พอจะแจ้งชื่อ ให้ทราบได้มั้ยครับ ชื่อคุณน่ะครับ พอดีผมเป็นหัวหน้าทีมที่ทำคดีนี้อยู่” สารวัตรรัฐนนท์เข้ามาพูดแทรกสถานการณ์ดังกล่าว ก่อนจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ในทีมแยกตัวออกไป “ตำรวจไทยเดี๋ยวนี้คัดรูปร่างหน้าตาด้วยหรือคะ แหม เห็นแล้วอยากจะทำผิดเสียจริง ๆ เชียว” คำพูด น้ำเสียง และท่าทีชม้ายชายตานั้น ส่งตรงมาหาสารวัตรหนุ่มหล่อจนครบ

“อย่าถึงอย่างนั้นเลยครับ เพราะถ้าคุณทำผิดจริง ผมไม่ยกเว้นให้แน่นอน” สารวัตรรัฐนนท์ทำพูดกลั้วหัวเราะ “ตกลง คุณบอกผมได้หรือยังครับ ว่าคุณชื่ออะไร” สารวัตรหนุ่มย้ำคำถามที่หญิงสาวยังไม่ได้ตอบ “ฉันกับริน เราสนิทกันมากสนิทกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย” หญิงสาวที่เพิ่งโวยวายขอเข้าเยี่ยมเพื่อนพูดขึ้น

“สารวัตร” ชนธัญร้องเตือนสารวัตรเบา ๆ เมื่อได้รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของคุณรินสมัยเรียนหนังสือ “แต่ก็แปลก คนอื่นเขาดันเอาไปซุบซิบกันว่า ฉันกับรินเป็นคู่แข่งกัน แข่งกันเรื่องเรียน แข่งกันเรื่องกิจกรรม แข่งกันเรื่องผู้ชาย” สารวัตรหนุ่มลอบมองอากัปกิริยาของหญิงสาว

“ถ้าขนาดแข่งกันทุกเรื่องแบบนี้แล้วนี่ คุณสามารถที่จะ” สารวัตรรัฐนนท์ทิ้งท้ายประโยคของตัวเองเอาไว้แบบนั้น “ฉันสามารถจะอะไรคะ” หญิงสาวเพื่อนของรินพูดขึ้น พลางทำหน้างง ก่อนจะตามทันในสิ่งที่สารวัตรรัฐนนท์หมายความไว้ “ทำร้ายรินเพื่อแย่งชาติมาน่ะหรือคะ” หญิงสาวหัวเราะให้กับความคิดนั้น

“ถ้าฉันต้องการ อยากได้ชาติมาเป็นผัวจริง ฉันจะฆ่าเขาทำไมล่ะคะ” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก อย่างเห็นว่า นี่มันน่าขบขันเสียเต็มประดา “แล้วอีกอย่างนะคะ ผู้ชายอย่างนี้” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่ง เหมือนจะชั่งใจว่า เธอควรจะพูดดีสิ่งที่คิดอยู่ในใจดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายเธอก็พูดออกไป

“ผู้ชายชาติหมาอย่างนี้ ฉันไม่เสียเวลาด้วยหรอกค่ะ” หญิงสาวเพื่อนของริน บอกกับสารวัตรรัฐนนท์ออกไปตรง ๆ “วันที่ฉันจอรินครั้งสุดท้าย รินคงไม่คิดว่าจะมีใครรู้ถึงความระยำของผู้ชายคนนี้ คงไม่คิดว่าฉันจะรู้ว่ารินต้องเจอะเจอกับอะไรบ้าง ตั้งแต่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้” ที่ปลายน้ำเสียง บ่งบอกว่าหญิงสาวเอง ก็เวทนาเพื่อนของเธออยู่ไม่น้อย

“ถ้าไม่เชื่อ คุณตำรวจรูปหล่อ จะเอาฉันไปตรวจร่างกายให้ละเอียดทุกซอกทุกมุมก็ได้นะคะ” สารวัตรรัฐนนท์ได้ยินแบบนั้น ก็หันไปมองชนธัญทันที หญิงสาวมองเห็น ก็ถอนหายใจออกมาดัง ๆ “คนที่มีเจ้าของแล้วนี่ น่าเบื่อทุกคนเลยนะคะ ว่ามั้ย” หญิงสาวมองสบตากับชนธัญ ที่เสหันมองไปที่อื่น

“วันนี้ ผมคงยังให้คุณเข้าเยี่ยมคุณรินไม่ได้ คงต้องเป็นวันหลัง” สารวัตรรัฐนนท์วกกลับไปบอกหญิงสาวถึงเรื่องนั้น ก่อนจะเห็นหญิงสาวมองไปที่ชนธัญ เธออมยิ้มแบบเอ็นดูแกมหมั่นไส้ “แปลกดีเหมือนกันนะคะ ตั้งแต่รินแต่งงานไป นาน ๆ ถึงจะได้ออกมาเจอเพื่อนสักครั้ง นี่อะไร พอมาโดนทำร้าย เพื่อนมาเยี่ยม ก็เจอกันไม่ได้อีก” หญิงสาวพูดบ่น เมื่อเธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม

“ทุกคนต่างก็คิดว่า รินจะมีชีวิตดั่งเทพนิยายหลังจากที่แต่งงานแล้ว แต่แล้วก็ทำเหมือนกับนกในกรงทอง อยู่แต่กับบ้าน ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ เพราะผัวห้าม หรือไม่ก็ไปหาแฟนเก่า ไม่สิ” หญิงสาวทำเบ้หน้า เมื่อพูดถึงตรงนี้ “ลูกคนงานในบ้านของรินน่ะค่ะ พ่อกับแม่รินเห็นว่าเรียนเก่ง ก็ส่งเรียนจนจบ ก็เรียนเก่งจริงล่ะนะ” หญิงสาวยักไหล่ “แต่จนแบบนั้น ใครจะชอบ ต่อให้เป็นรินก็เถอะ ผู้ชายก็ได้แต่แอบหลงรักรินข้างเดียวมาตั้งแต่เด็ก” มาถึงตรงนี้ สารวัตรรัฐนนท์และชนธัญสบตากัน เพราะคิดว่า พวกเขาได้เรื่องที่จะสืบต่อไปแล้ว

****************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=VsjkAyvjvwQ


สิ่งที่ใจฉันได้สัมผัส

What my heart did feel

เมื่อเวลาที่เราใกล้กัน

When we were together

คืนวันเปลี่ยนไป

Time changed

ใจเธอเปลี่ยนผัน

So did you


แต่ว่าเธอก็ยังทนอยู่

Yet, you’re still here with me

แต่ว่าเธอไม่กล้าจากไป

You haven’ t yet said goodbye

คงลำบากใจ

You might feel awkward

ที่จะบอกฉัน

To tell me in my face


คำที่เคยผูกพันเหมือนสัญญา

Promise that you never kept

จะมีค่าอะไรถ้าไม่รักกัน

It’s not worth of anything

หากว่าเธอไม่เหลือใจ

You didn’t feel the same way you used to

เหตุใดทนทรมาน

Why you’re still suffering from it

อาจเป็นเพียงคำสั้นสั้น

It might be because of one word

อย่างเช่นเธอ

Like that you


ลืม

Forget

เธอลืมหมดแล้ว

You forget the whole thing

ลืมว่าเราเคยรักกัน

That we once fell in love

บอกเถอะฉันรู้ว่าเธอ

Just say it, I know that you


ลืม

Forget

ลืมคนที่เคยจริงใจ

Forget who is so sincere

และคอยห่วงใยเธอทุกอย่าง

Caring for you with the whole world

หากไม่รักก็พูดมาให้เข้าใจ

If you don’t love me no more, please say so


หากความรักไม่ใช่คำตอบ

If love isn’t the answer,

หากความดีไม่มีความหมาย

And being good to you means nothing

เธอควรบอกไป

Just spill it out

เปิดใจกับฉัน

Open yourself up with me


จะวันนี้หรือว่าเมื่อไหร่

Say it today or after this

จะอย่างไรก็ต้องจบกัน

We would find the end of it anyway

เหตุและผลแค่เพียงสั้นสั้น

One simple word, that’s all

ช่วยทำให้ฉันเข้าใจที่เธอ

That will make me get how you feel


ลืม

Forget

เธอลืมหมดแล้ว

You forget the whole thing

ลืมว่าเราเคยรักกัน

That we once fell in love

บอกเถอะฉันรู้ว่าเธอ

Just say it, I know that you


ลืม

Forget

ลืมคนที่เคยจริงใจ

Forget who is so sincere

และคอยห่วงใยเธอทุกอย่าง

Caring for you with the whole world

หากไม่รักก็พูดมาให้เข้าใจ

If you don’t love me no more – please say so,

ว่าความจริงเป็นเช่นไร

What’s truth is on your mind?

ช่วยบอกที

Please tell me

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๗. สาละวน _ 7.21.2023
«ตอบ #9 เมื่อ21-07-2023 16:48:57 »

๗. สาละวน


“มันจะได้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป” ผู้เป็นพ่อพูดกับลูกสาวของตัวเอง รินที่กำลังกอดม้าตัวโปรดของเธอร้องไห้อยู่นั้น เธอได้ยินที่พ่อของเธอพูด แต่จะให้เธอหักห้ามใจในทันทีทันใด หญิงสาวทำไม่ได้จริง ๆ “รินเห็นเจ้าแก่มาตั้งแต่รินยังเด็ก” รินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอเองนั้น ถึงแม้จะเคยคิดเรื่องที่จะต้องสูญเสียม้าตัวโปรดของเธอไปในวันหนึ่ง

“รินไม่อยากเห็นมันจากไป” แต่พอวันนั้นมันเดินทางมาถึงจริง ๆ เข้า เธอก็เจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องเอ่ยคำอำลา “ทศ แน่ใจนะ ว่ามันจะไม่ทำให้มันเจ็บปวดอะไร” ผู้เป็นแม่ของริน หันไปถามกับสัตวแพทย์หนุ่มที่เธอและสามีรับเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้ ทศเรียนจบได้เป็นสัตวแพทย์ 'เพื่อมาช่วยเหลืองานฟาร์มม้าของคุณท่านผู้มีพระคุณ' อย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“ผมรับรอครับนายหญิง มันเป็นวิธีที่ทำให้เจ้าแก่ไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป” ทศรีบพูดรับรองออกไป เพื่อให้ทุกคนสบายใจ รินหันมามองทศด้วยน้ำตานองหน้า ภาพแบบนี้ไง ที่ทำให้ทศทำใจไม่ได้ ยิ่งกว่าการที่จะต้องเห็นม้าที่แก่มากแล้วจากไป คือ การที่ทศต้องมาเห็นดวงใจของเขาต้องเสียใจ

“ฉันทนดูไม่ได้จริง ๆ” แม่ของรินพูด ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงม้าไป พ่อของรินเองก็ขอตัวเช่นกัน “ขอบใจที่มานะทศ ช่วยจัดการให้ด้วย” ชายสูงวัยที่ทศเรียกว่าคุณท่าน เดินออกจากตรงนั้นตามภรรยาไป ทศส่งสัญญาณบอกกับรินว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องจัดการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว

รินนั้น กอดเจ้าม้าแก่ตัวโปรดที่นอนอยู่ข้างรางหญ้าแน่น ๆ อีกครั้ง ก่อนจะต้องตัดใจ ลุกขึ้นมายืนที่ด้านฝั่งตรงข้าม สายตามองทศเดินเข้าไปหาเจ้าม้าแก่ ทศนั่งลงข้าง ๆ ตัวม้า จัดการเตรียมเข็มฉีดยาเพื่อช่วยให้มันพ้นไปจากความทรมานจากโรคร้ายที่มันกำลังเผชิญอยู่

“ยานี้จะช่วยให้แกสบายขึ้นนะ” ทศพูดพลางลูบที่แผงขนของเจ้าม้าแก่ และเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ ทศหยิบเอาเข็มฉีดยามาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะมองสบตากับริน “บางครั้ง เราก็คงจะต้องทำอะไรที่ยากและสาหัสกับความรู้สึก เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่เลวร้าย ไม่ให้มันกัดกินเราไปมากกว่าที่เป็นอยู่” รินฟังที่ทศพูด มองมาที่สัตวแพทย์หนุ่มด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา

“ผมอยากให้คุณรินรู้ ว่าผมสามารถทำให้ความเลวร้ายนั้น” ทศพูดมาถึงตรงนั้น หยุดนิดหนึ่ง เมื่อเขาจิ้มเข็มฉีดยาปักลงไปที่เนื้อต้นขา ของเจ้าม้าแก่ รินมองไปที่ม้าตัวโปรดของเธอ “หยุดลงได้” ฤทธิ์ของยาที่ถูกฉีดเข้าไปในตัวเจ้าม้าแก่ มันได้ผลไวอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อรินเห็นม้าตัวโปรดของเธอนั้น หยุดนิ่งไม่ขยับขาไปมาแสดงอาการเจ็บปวดอีกต่อไป

“ยาตัวนี้ มันทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ขยับตัวไม่ได้” ทศพูดบอกกับริน ที่รินดูจะชะงักไปเพราะตกใจ “และยาตัวนี้นั้น” ทศพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนขึ้น มือข้างขวาของเขาจับค้อนปอนด์เอาไว้แน่น จนเห็นเส้นเลือดที่แขน “มันก็ใช้ได้ผล ไม่เฉพาะกับม้า” รินหันหน้าไปอีกทาง ยกมือขึ้นอุดปากตัวเอง น้ำตาไหลลงอาบแก้ม โดยมีคำพูดของทศ วนเวียนไปมาเต็มไปหมดอยู่ภายในความคิด

สารวัตรรัฐนนท์กับชนธัญขับรถออกมาจากบ้านพ่อแม่ของรินได้สักพัก สารวัตรหนุ่มนั้น บ่นมาตลอดทางถึงการบอกปัดไม่ให้ความช่วยเหลือในคดีดังกล่าวของพ่อแม่ผู้เสียหาย โดยพูดแต่เพียงว่า ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตัวเองนั้น ตอนนี้อยู่ที่ไหน ในเมื่อลูกสาวของพวกเขาเป็นเหยื่อที่ถูกทำร้าย ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยเสียหน่อย

“คุณแน่ใจนะ” สารวัตรรัฐนนท์หันไปถามคนที่นั่งเบาะคู่กันกับคนขับ “บางทีคุณริน เธออาจจะไม่มีที่ไปจริง ๆ” ชนธัญนั่งมองตรงไปด้านหน้า “ที่ที่อันตรายที่สุด แต่ไม่มีคนที่ทำร้ายเธอได้แล้ว ก็คงจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอก็เป็นได้” ชนธัญคิดว่า เขาคงจะคาดการณ์ไม่ผิดมากนัก

ขณะที่สารวัตรรัฐนนท์กำลังจะเลี้ยวหันหัวรถเข้าจอดที่หน้าบ้านของริน ก็พลันมีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งผลุนผลันออกมา ราวกับว่ารู้แล้ว ว่าที่หลบซ่อนของเธอไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ชนธัญที่ปลดเข็มขัดนิรภัยได้ก่อน เปิดประตูแล้วรีบลงจากรถ วิ่งไล่ตามรินที่กำลังวิ่งหนีไปนั้นจนทัน

“คุณริน หยุดก่อน ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อย” ชนธัญที่วิ่งไปจนประชิดตัวหญิงสาว คว้ามือไปจับที่ข้อมือของรินได้ พลันแสงสว่างก็วาบขึ้นตรงหน้า มารู้ตัวอีกที ชนธัญก็เห็นตัวเองยืนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของริน เขาต้องตกใจพอสมควร ที่เห็นรินและชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ยืนถกเถียงกันอยู่ โดยมีร่างของชาติ สามีของริน นอนหงายอยู่บนพื้นห้อง

“ไหนเธอบอกว่า ฉีดแค่พอให้เขาเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำร้ายเราไม่ได้ เพื่อให้เราสามารถหนีไปได้ยังล่ะ” รินตวาดใส่ทศเมื่อเห็นว่า เรื่องมันเลยเถิดไปมาก จนทำให้ชาติต้องสิ้นใจไป “ก็ผมเห็นว่าเขาขยับตัว ผมก็เลยฉีดซ้ำไปอีกเข็มกะจะให้เขาไม่ขยับตัวนานอีกหน่อย จนเราหนีไปแล้ว” ทศเองก็ไม่คิดว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้เช่นกัน

“ปกติมันก็แค่ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ใช้ตอนผ่าตัด ตอนสอดท่อเครื่องช่วยหายใจ ผมไม่นึกว่า มันจะทำให้เขาถึงกับหัวใจวายได้” เกือบจะในทันทีที่ทศฉีดยาเข็มที่สองให้กับชาติ สามีของรินก็แน่นิ่ง และหยุดหายใจลงไป “แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ” รินพูดด้วยอาการร้อนรน กระวนกระวายอย่างที่สุด

“ฉันไม่ยอมติดคุกเพราะไอ้ชาติชั่วนี่หรอกนะ ถึงแม้ว่ามันจะสมควรตายก็เถอะ” รินแหวใส่ทศ ที่ดันทำเรื่องทั้งหมดพัง “เราหนีไปตั้งหลักกันก่อน” ทศออกความเห็น รินตะโกนด่าทศว่าอย่าแนะนำให้เธอทำเรื่องโง่ ๆ อีก “ทศ เธอต่อยฉัน ต่อยฉันเลย” รินบอกให้ทศทำตามที่เธอบอก

“ต่อยเข้าที่หน้าฉันนี้ เอาแรง ๆ นะ” ทศตกใจที่คุณหนูรินของเขา สั่งให้เขาทำร้ายเธอ “คุณริน ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก” ทศปฏิเสธที่จะทำอย่างนั้น “หรือเธออยากเห็นฉันติดคุกหรือไง เธออยากเห็นฉันตกนรกทั้งเป็น เพราะไอ้ผู้ชายเศษสวะคนนี้ใช่มั้ย” รินจ้องตาเขม็งใส่ทศ เขาส่ายหน้า ก่อนจะเห็นรินพยายามข่มความโกรธของตัวเองลง

“ถ้าอย่างนั้น ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็น ว่าเธอไม่ได้เป็นพวกเดนมนุษย์ เป็นผู้ชายสันดานเลวเหมือนกับไอ้นี่” รินพูดขึ้น สูดหายใจเข้าปอดจนลึก “นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะทำ เธอต่อยหน้าฉัน ให้ดูเหมือนว่าฉันถูกทำร้าย ส่วนไอ้ชาติให้ดูว่า นั่นคือการป้องกันตัวเอง ฉันฟื้นขึ้นมา ฉันจะให้การว่ามีคนบุกรุกเข้ามาทำร้ายฉันจนสลบไป นอกนั้นฉันก็ไม่รู้อะไรแล้วทั้งนั้น ส่วนเธอ ก็อย่าได้พูดเรื่องนี้กับใคร เข้าใจมั้ย” ยิ่งฟังแผนของรินที่เธอพรั่งพรูออกมา ทศยิ่งใจเสีย มันเลยเถิดมากกว่าตอนที่เขาจัดการเจ้าม้าแก่ตัวนั้นเยอะ

“เอาเลย ชกหน้าฉัน แรง ๆ นะ” รินออกคำสั่ง ก่อนที่จะร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวด เมื่อทศนั้น ทำตามที่เธอสั่ง แต่ “ไอ้ทศ ไอ้เวร ทำไมแกไม่ถอดแหวนออกก่อน แกทำไมยังใส่ไอ้แหวนห่วย ๆ นั่นอยู่อีก” ทศหน้าเสีย รีบขอโทษขอโพยคุณหนูรินของเขา ด้วยว่า นี่คือแหวนที่เขาเตรียมเอาไว้ เผื่อว่าวันหนึ่ง รินจะตอบตกลงรับรักเขา

รินสะบัดแขนจนหลุดออกจากมือของชนธัญ เธอมองหน้าชนธัญแบบประหลาดใจ และเห็นผู้ชายหน้าใสตัวเล็กคนนี้ เหมือนได้สติกลับคืนมา เมื่อเธอสะบัดแขนออก สารวัตรรัฐนนท์เดินเข้ามาสมทบ แล้วบอกกับรินว่า ขอเชิญตัวรินไปที่กองบัญชาการสืบสวนสอบสวน ทีแรกหญิงสาวทำทีปฏิเสธ แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

***************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=v6xyq-D-tpk


คนเคยเจอความรักซักครั้งคงฟังแล้วเข้าใจ

Anyone already has found love will understand

คนเคยมีความรักช้ำช้ำคงจำได้ติดใจ

Any one has had brutal love will never forgets

แต่คนที่ไม่เคยเจอสักครั้ง

But those who never experiences once

อยากเตือนให้ระวังถ้าจะลอง

Beware if being tempted to try

หากลองไปรักใครอย่าปล่อยไปทั้งใจ

To be falling in love, not to give everything you’ve got

ให้ฝึกใจเอาไว้ให้ทนทาน

Train your heart to be protected


รักเป็นเกมอันตรายแม้ไม่เตรียมใจระวัง

Love in a dangerous game, it’ll trick you

บาดเจ็บสักครั้งจำไปนาน

You get hurt once, it’s then permanent

ฉันเคยเจอมาเต็มเต็มรักเป็นเกมทรมาน

I took it to the fullest, love is the game of torture

จนใจแหลกราญอย่างที่เห็น

Now living with shattered heart as you see

ใครจะเป็นรายต่อไป

Who’ll be next in the game?


ในมุมหนึ่งความรักล้วนล้วนมันชวนให้สุขใจ

The bright side of love, you’ll be on cloud nine

อีกมุมหนึ่งความรักนั้นร้ายมันทำร้ายจิตใจ

The other side then, it’s killing you softly

กับคนที่ไม่เคยเจอสักครั้ง

To those who never ever know love

อยากเตือนให้ระวังถ้าจะลอง

Be careful if seduced to jump in

หากลองไปรักใครอย่าปล่อยไปทั้งใจ

To be falling in love, not to give everything you’ve got

ให้ฝึกใจเอาไว้ให้ทนทาน

Train your heart to be protected


รักเป็นเกมอันตรายแม้ไม่เตรียมใจระวัง

Love in a dangerous game, it’ll trick you

บาดเจ็บสักครั้งจำไปนาน

You get hurt once, it’s then permanent

ฉันเคยเจอมาเต็มเต็มรักเป็นเกมทรมาน

I went for it till it ended, love is the game of torture

จนใจแหลกราญอย่างที่เห็น

Now living with shattered heart as you see

ใครจะเป็นรายต่อไป

Who’ll be next in the game of love?

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สืบลับ สืบรัก: ๗. สาละวน _ 7.21.2023
« ตอบ #9 เมื่อ: 21-07-2023 16:48:57 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๘. จับใจ จากใจ



“ผลแล็บยังไม่ออก แต่หมอคาดว่าว่า น่าจะเป็นสารจำพวกซัคซินิลโคลีน ที่ใช้ในการผ่าตัดสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ม้า” แพทย์หญิงดรุณีพูดกับสารวัตรรัฐนนท์ หลังจากได้ฟัง 'เรื่อง' ที่ชนธัญเล่า ว่าเขาเห็นเหตุการณ์อะไรตอนที่คว้าข้อมือของคุณริน “แต่ยังไงเราก็ต้องมีหลักฐานมายืนยันในคดีอยู่ดี ต่อให้เรื่องที่คุณเห็นจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม” สารวัตรหนุ่มหันไปมองทางชนธัญ ที่ก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน

“ตอนนี้เจ้าหน้าที่สืบกำลังพาตัวคุณทศมาที่นี่” สารวัตรรัฐนนท์พูดพลางคิดว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไปดี “ถ้าเป็นสารตัวที่ใช้กับม้าจริงอย่างที่ด็อคว่า สัตวแพทย์ก็เข้าข่าย” สารวัตรหนุ่มคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นไปได้ ประกอบกับชนธัญเห็นทศอยู่กับริน จะเรียกว่าอะไรดี ถ้าหากจะหมายถึงหนึ่งในความหมายของคำว่านิมิต กับการมองเห็นภาพต่าง ๆ เหตุการณ์ที่จะ หรือเกิดขึ้นแล้วก็คงจะไม่ผิดนัก

หลังจากนั้น สารวัตรรัฐนนท์และชนธัญก็เดินเข้าไปในห้องสอบสวน รินนั่งอยู่ในนั้น เงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนในทันที แววตาของเธอที่ใช้มองคนทั้งคู่ ไม่ได้ดูเป็นมิตรนัก แต่ที่ชนธัญเห็นได้ค่อนข้างชัด รับรู้ได้ก็คือ ถ้าเทียบกับวันนั้นที่โรงพยาบาล หญิงสาวมีท่าทีไว้ตัวกับทุกคน

“ฉันก็ให้ความร่วมมือดีขนาดนี้แล้ว ฉันไปได้หรือยังคะ” รินเปิดฉากถามขึ้น เมื่อเห็นสารวัตรรัฐนนท์นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกับเธอ ส่วนชนธัญนั้น ยืนห่างออกไปที่ด้านหน้าประตูห้อง “คุณรินลองตอบคำถามผมก่อนนะครับ ว่าทำไมคุณถึงต้องหนีออกจากโรงพยาบาลด้วย” สารวัตรรัฐนนท์ถามหญิงสาวกลับ

“ก็ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นั่นแล้วนี่คะ ทำไมคะ ฉันทำอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่า” แทนคำตอบสารวัตรหนุ่มยิ้มพลางส่ายหัว “ตอนนี้อาจจะยังครับ” เมื่อสารวัตรหนุ่มพูดจบ “จะตอนไหนฉันก็ไม่ได้ทำค่ะ” หญิงสาวพูดสวนขึ้นมาในทันที “ฉันเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหายถูกทำร้าย ทางที่ดี คุณตำรวจรีบหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้จะดีกว่า” รินมองหน้าของสารวัตรรัฐนนท์ ก่อนจะไล่เลยไปมองชนธัญที่ยืนฟังอยู่ด้วย

“และก็อย่าได้แตะต้องเนื้อตัวฉันอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น ฉันจะฟ้องในข้อหาคุกคามทางเพศ” ประโยคนี้ของริน ส่งตรงไปถึงชนธัญที่คว้าข้อมือของเธอ “คุณชนธัญไม่ได้มีเจตนาทำให้คุณเสื่อมเสียหรือเสียหายอย่างแน่นอน ผมเป็นตำรวจ ผมรับรองได้” สารวัตรรัฐนนท์ออกตัวแทนชนธัญในทันทีเช่นกัน

“แหม” น้ำเสียงของริน ฟังดูกระแนะกระแหนอย่างชัดเจน “ปกป้องกันหรือคะ” หญิงสาวแค่นเสียงหัวเราะออกมา “อยากมีคนมาปกป้องฉันแบบนี้บ้างจัง” ก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมาอย่างขำขัน “คุณรินไม่มีใครปกป้องจริง ๆ หรือครับ” ชนธัญพูดขึ้น รินหุบริมฝีปาก สีหน้าแทบจะบึ้งตึงอย่างทันควัน

“ผมว่ามีนะครับ” ชนธัญพูดไปอย่างนั้น กับสิ่งที่เขาเห็นในนิมิต “พูดอะไร มันต้องมีหลักฐานนะ อย่าพูดจาลอย ๆ” อีกครั้ง ที่ชนธัญรู้สึกว่า หญิงสาวรู้ตัวดี ว่าเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่าทีมสืบสวนของตำรวจ เสียงข้อความเด้งขึ้นมาที่หน้าจอมือถือของสารวัตรรัฐนนท์ นายตำรวจหนุ่มจึงพูดขึ้นว่า

“ถ้าอย่างนั้น เรามาลองหาหลักฐานเพิ่มกันดีกว่า” สิ้นเสียงพูดของสารวัตรหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทศ เดินเข้ามาในห้องสอบสวน ทศนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ กับสารวัตรรัฐนนท์ มองไปที่รินอยู่เพียงแวบเดียว ก่อนจะหลบตาลง “อะไรกันคะเนี่ย” รินร้องถาม น้ำเสียงเช่นเคย ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก

“คุณรินรู้จักคุณทศใช่มั้ยครับ” สารวัตรรัฐนนท์ถามหญิงสาวออกไป “แน่นอนค่ะ ก็แค่เด็กในบ้าน” ทศที่นั่งนิ่ง ก้มหน้าและฟังอยู่ มีท่าทีอึดอัดที่ได้ยินคุณหนูรินของเขาพูดแบบนั้น “คุณพ่อคุณแม่เก็บมาเลี้ยง เห็นว่าหัวดีก็เลยส่งเสียให้เรียน จบสัตวแพทย์เลยนะคะ” รินพูด เสียงเธอเน้นย้ำที่ว่า ทศนั้นเรียนจบหมอรักษาสัตว์มา

“แล้วยังไงคะ เขาเกี่ยวอะไรกับคดีนี้ด้วย หรือพวกคุณจะบอกว่า ทศเป็นคนร้ายในคดีนี้” รินเปิดประเด็นใหม่ให้กับทางสารวัตรรัฐนนท์ โดยที่ทศนั้น นั่งนิ่งบีบมือตัวเองฟังอยู่ทุกถ้อยคำ “เรื่องนั้น ยังต้องรอคอยการพิสูจน์ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงและผลตรวจยืนยันแล้วก็คือ” สารวัตรรัฐนนท์ยื่นเอกสารชุดหนึ่งไปตรงหน้าหญิงสาว

“ผลตรวจการล่วงละเมิดทางเพศ ออกมาว่า คุณไม่ได้ถูกข่มขืน แต่” รินมองไปที่เอกสารเหล่านั้น ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาดูแต่อย่างใด “มีการร่วมเพศโดยสมยอมในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น” ได้ยินแบบนั้น ทศยิ่งดูมีท่าทีอึกอักเพิ่มมากขึ้น “คุณกำลังจะบอกฉันว่า ไอ้ทศมันข่มขืนฉันหรือ” รินกรีดร้องออกมาจนแทบจะเป็นการตะโกน

“ไม่มีใครข่มขืนคุณทั้งนั้นครับ คุณริน” สารวัตรรัฐนนท์พูดดังขึ้น เพื่อให้รินหยุดการกล่าวหาคนอื่น “แต่ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีการร่วมเพศหลับนอนโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ทางทีมแพทย์ตรวจพบเซลล์ผิวหนังชั้นนอกเอพิธิเลียลเพศชาย ที่เรายังหาไม่ได้ว่า เจ้าของเซลล์นั้นเป็นใคร” สารวัตรหนุ่มพูดพลางจ้องตากับริน ที่หญิงสาวนั้น สะบัดหน้าหันหนีมองไปทางอื่น

“และก็หวังว่า เมื่อตรวจแล้วจะไม่ตรงกับคุณทศ” เจ้าของชื่อหันมามองทางสารวัตรรัฐนนท์ ก่อนที่จะก้มหน้ามองมือที่ตัวเองกำลังบีบจนแน่นอีกครั้ง “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันหลอกกันไม่ได้นะครับ” สารวัตรรัฐนนท์พูดย้ำในเรื่องหลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้ “ผมขอเตือนนะครับ ถ้ามีใครที่กำลังให้การปกป้องคุณอยู่ เขาเองนั่นแหละ ที่กำลังจะเดือดร้อนเสียเอง” ชนธัญมองไปที่มือข้างซ้ายของทศ ที่ตอนนี้ถูกบีบจนซีดขาว

“คุณทศใส่แหวนประจำใช่มั้ยครับ” ชนธัญเอ่ยขึ้น ทุกคนมองตามไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของทศ จังหวะนั้นเอง ที่รินแสดงอาการหัวเสียออกมา “ใส่มานานแล้วสินะครับ พอเพิ่งจะถอดออกได้ไม่นาน นิ้วถึงได้ขึ้นรอยแหวนแบบนั้น แหวนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตนั่นหรือเปล่าครับ” คำพูดของชนธัญทำให้ทศน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชนธัญเองจำได้ว่าเห็นทศเอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมลวก ๆ ตอนเจ้าหน้าที่พาเดินเข้ามาในห้องนี้

“คุณรินมีรอยถูกทำร้ายที่ใบหน้า” สารวัตรรัฐนนท์วกกลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง “รอบ ๆ รอยแผลที่ใบหน้าของคุณกำลังลดบวมลง รอยบุ๋มที่เราสงสัยว่าอาจจะเกิดจากสนับ หรือว่าหัวแหวน คงจะไม่ตรงกับแหวนที่คุณทศใส่นะครับ” สารวัตรรัฐนนท์ประหนึ่งกำลังกล่าวเตือนสติของทศออกไปตรง ๆ

“ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นคนทำ ก็จับมันเข้าคุกไปเลยสิคะ” รินร้องบอกกับสารวัตรรัฐนนท์ “ผมทำแน่นอนครับ ถ้าเขาผิดจริง” สารวัตรหนุ่มหล่อตอบกลับไป “แต่ผมต้องให้แน่ใจด้วยว่า ผมจับคนร้ายไม่ผิดคน และผมจับได้ครบทุกคน” รินนั่งหลังตรง คอแข็ง เชิดหน้า ลักษณะไม่ได้ยี่หระใด ๆ ต่อคำพูดของสารวัตรรัฐนนท์

“อีกอย่างที่รอผลตรวจ” คราวนี้สารวัตรรัฐนนท์ยื่นเอกสารไปหยุดอยู่ตรงหน้าทศ แทนที่จะเป็นริน หญิงสาวมองตามอย่างสนใจ “ที่เกิดเหตุ เราพบปลอกเข็มฉีดยาตกอยู่ข้างกับศพของคุณชาติ” ทศก้มมองดูรูปถ่ายหลักฐานประกอบที่เกิดเหตุ รูปปลอกเข็มฉีดยาปะอยู่ด้านหน้าเอกสารพวกนั้น ทศเงยหน้าขึ้นมองรินในทันที

“เราตรวจพบคราบน้ำลายบนปลอกเข็มฉีดยานี้ ที่คาดว่าจะเป็นสารที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายคุณชาติ” ทศได้ยินแบบนั้น ก็หลับตาลง คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มันคือความคุ้นเคยของสัตวแพทย์อ่างเขา ที่บางทีการดูแลรักษาสัตว์นั้น ระหว่างปฏิบัติงาน เรื่องการใช้ปากช่วยดึงปลอกเข็มฉีดยา มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งอยู่แล้ว เขาทำไปโดยไม่ทันได้คิด แต่ที่ต้องคิดก็คือ ตอนนั้นรินบอกกับเขาให้รีบออกไปจากบ้านก่อน และหญิงสาวจะเป็นคนทำลายหลักฐานทุกอย่างให้เอง ก่อนจะโทรแจ้งตำรวจว่าเพิ่งฟื้นคืนสติจากการถูกทำร้าย

“ผลดีเอ็นเอจากหลักฐานน้ำลายเทียบกับตัวอย่างที่เก็บจากคุณทศในวันนี้ คงออกมาภายในไม่กี่ชั่วโมงนี้” สารวัตรรัฐนนท์พูดจบ รินก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “คุณตำรวจคะ ไอ้ทุกอย่างที่คุณบอกกับฉันมา มันพูดเหมือนกันหมดเลยค่ะ ว่ามันเป็นคนทำ” รินหันไปมองทศ ที่ตอนนี้เขาได้แต่มองคุณหนูรินของเขาด้วยสายตาที่ตัดพ้อ

“ก็คงจะเป็นมันนั่นแหละที่ทำร้ายฉันจนสลบไป ฉีดยาฆ่าสามีฉัน แล้วก็ล่วงละเมิดฉันตอนที่ฉันไม่มีสติที่จะขัดขืนต่อสู้ ฉันรู้ว่ามันแอบมีใจให้ฉันมาโดยตลอด แต่มันก็เป็นได้แค่เด็กในบ้าน เด็กถูกเก็บมาเลี้ยง ฉันไม่เคยคิดกับมันเกินเลย” ทศหัวใจแทบสลาย เมื่อในวันเกิดเหตุนั้น รินโทรตามเขาไปที่บ้าน เพื่อร่วมกันลงมือกำจัดสามีอย่างชาติให้พ้นไปจากชีวิตเธอ นี่เขาเชื่อและรักคนผิดหรือนี่ เพราะก่อนที่ชาติจะกลับมาพบว่าเขาและรินได้ช่วยยันสวมเขาให้แล้ว รินนั่นแหละ ที่เป็นฝ่ายเริ่มต้นขอร่วมรักกับเขา ยอมตกเป็นของเขาและพร้อมจะหนีไปใช้ชีวิตร่วมกัน

“ถ้าพวกคุณมีหลักฐานอื่น ๆ ที่สามารถสาวมาถึงฉันได้ ฉันยินดีจะกลับมานั่งฟังคุณพล่ามใส่ฉันใหม่” รินลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้อง สารวัตรรัฐนนท์ลุกขึ้นยืน มองตามหญิงสาวไป “แต่ถ้าหลักฐานทุกอย่าง มันพุ่งตรงไปยังไอ้ทศนี่” ในวันนั้น รินที่มองเห็นทศใส่ถุงมือตอนฉีดยาให้กับชาติ แต่เผลอใช้ปากดึงปลอกเข็มฉีดยาออก เธอจึงทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่า ตำรวจจะเจอหลักฐานชิ้นนี้ ตกอยู่ข้าง ๆ ตัวของชาติ และไม่มีรอยนิ้วมือแฝงของตัวเธอเองปรากฏอยู่

“ฉันขอตัวนะคะ ผู้ชายนี่ ต้องเลือกดี ๆ จริง ๆ ไม่ว่าจะคู่ชีวิต ไม่ว่าจะขี้ข้าในบ้าน” รินพูดพลางหันไปมองที่ชนธัญ “คุณหน้าใสเอง” รินพูดขึ้น ก่อนปรายตาไปมองสารวัตรรัฐนนท์ “ก็เลือกให้ดีนะคะ อย่าให้เป็นเหมือนฉัน” รินพูดจบ ก็เดินออกไปจากห้องสอบสวนในทันที ไม่มีแม้แต่จะปรายตามองมายังทศ ที่ตอนนี้เสียงสะอึกสะอื้นของเขา ดังขึ้นเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ

*************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย Jay J

https://www.youtube.com/watch?v=owzQZCiUE0A


A scrub is a guy that thinks he's fly

ผู้ชายห่วยห่วยก็คิดว่าตัวเองเจ๋งกันใหญ่

And is also known as a busta

พวกเอาถ่านไม่เอาไหนนั่นแหละผู้ชายพวกนี้

Always talkin' 'bout what he wants

คอยแต่เพ้อฝันวันวันจะมีนั่นมีนี่

And just sits on his broke ass, so

สุดท้ายทุกทีที่เห็นข้าวสารพอได้กรอกหม้อก็แค่นั้น


No, I don't want your number

เอามาทำไมเบอร์โทรเปลืองเม็ม

No, I don't wanna give you mine and

เบอร์ในเครื่องก็เต็มแล้วมือถือฉัน

No, I don't wanna meet you nowhere

ไม่เอาหรอกออกเดตเจอกับพวกดีแต่ฝันกลางวัน

No, don't want none of your time and

พอแล้วกันเปลืองเวลาเสียอารมณ์


No, I don't want no scrub

ไม่เอาหรอกพวกดีแต่ปากแต่กากอย่างอื่น

A scrub is a guy that can't get no love from me

ผู้ห่วยห่วยอย่าฝืนเฝ้ารอรักฉันให้สุขสม

Hangin' out the passenger side of his best friend's ride

ได้แต่เกาะเพื่อนนั่นนู่นนี่ไปอย่างนั้นช่างอกตรม

Trying to holla at me

ได้แต่เรียกฉันไปร่วมขื่นชมไม่เอาหรอกเธอ


Well a scrub checkin' me, but his game is kinda weak

ทำอย่างเดียวเลี้ยวมามองเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง

And I know that he cannot approach me

บอกเลยตะขิดตะขวงอย่ามาแอะอย่ามาทำตีเสมอ

'Cause I'm lookin' like class and he's lookin' like trash

ทำตัวดูไม่ได้เธอมันสวะฉันมันเริ่ดเกินเบอร์

Can't get wit' a deadbeat ass, so

ไม่มีทางจะเผลอร่วมหอลงโรงกับเธอแน่นอน


If you don't have a car and you're walkin'

รถก็ไม่มีขับบังคับให้ฉันเดินร่วมกับเธอ

Oh, yes son, I'm talkin' to you

นี่พ่อหนุ่มฉันกำลังพูดอยู่กับเธอ

If you live at home with your momma

บ้านก็ไม่มีแถมยังเป็นเบบี้อยังยู่บ้านแม่

Oh, yes son, I'm talkin' to you

นี่พ่อคุณใช่ฉันพูดถึงเธอนั่นแหละ

If you have a shorty that you don't show love

แถมพอมีหญิงยังไม่รู้ว่ารักต้องทำยังไง

Oh, yes son, I'm talkin' to you

โอ๊ยพ่อยอดขมองอิ่มเธอนั่นแหละฉันหมายถึงเธอ

Wanna get with me with no money

จะอยู่กับฉันแต่สตางค์ดันบ่จี๊

Oh no, I don't want no

ขอเถอะไปซะเถอะไม่มีทาง


See, if you can't spatially expand my horizons

ถ้าเธอไม่อาจจะพาฉันไปแตะขอบฟ้าได้

Then that leaves you in the class with scrubs, never risin'

เธอก็ได้แค่เป้าหมายเป็นพวกห่วยห่วยไม่มีทางก้าวไปไหน

I don't find it surprisin' if you don't have the Gs

อย่างหนึ่งนะถ้าบอกว่าเธอไม่มีมันนี่ก็ไม่ประหลาดใจ

To please me and bounce from here to the coast of overseas

โถพ่อคุณแล้วเมื่อไหร่จะพาฉันไปได้สุดขอบน้ำมหานที


So, let me give you somethin' to think about

คืองี้นะมันเป็นสิ่งที่ฉันต้องตรองดูต้องครวญคิด

Inundate your mind with intentions to turn you out

ถ้าวันวันเธอตั้งจิตคิดจะเอากันแต่อย่างว่านี้

Can't forget the focus on the picture in front of me

พอเถอะภาพแย่แย่อยู่ตรงหน้าฉันพอกันที

You as clear as DVD on digital TV screens

ยิ่งกว่าชัดแอลอีดีแคสท์ภาพขึ้นจอบิ๊กบึ้มเต็มตา


Satisfy my appetite with somethin' spectacular

ทำให้ฉันพอใจร้องครางด้วยอะไรที่โชติช่วง

Check your vernacular, and then I'll get back to ya

แล้วต้องพ่วงด้วยภาษามีระดับที่ทักหาแล้วฉันถึงตอบกลับ

With diamond-like precision, insatiable is what I envision

ความคิดประดุจเพชรเจียรไนเอาใจฉันไม่เว้นแบบสับสับ

Can't detect acquisition from your friend's Expedition

ฉันไม่สามารถสดับกับการเห็นเธอเส็งเคร็งกับเพื่อนของเธอ


Mister Big Willy if you really wanna know

พ่อปืนโตคุยโอ่ถ้าอากจะฟังฉันจริงจริงนะ

Ask Chilli, could I be a silly ho? Not really

ถามใครก็ได้ตอบทีวะใครจะอยากรู้สึกเป็นคุณโส

T-Boz and all my señoritas are steppin' on your FILAs

ไม่ว่สาวไหนจะเพื่อนฉันหรือใครพูดใส่หน้าเธอขนาดนี้แล้ว

But you don't hear me though

ก็อีกนั่นแหละเธอก็ยังไม่ใส่ใจขอเซย์กู้ดบายแล้วกัน

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๙. ย้อนวัน _ 7.25.2023
«ตอบ #11 เมื่อ25-07-2023 14:18:51 »


๙. ย้อนวัน



“อย่างน้อยคุณก็มีส่วนทำให้เราปิดคดีลง และจับคนร้ายเข้าคุกได้สำเร็จ” สารวัตรรัฐนนท์พูดขณะเปิดประตูลงจากรถตามอีกฝ่าย “แต่นั่นก็เป็นเพราะคุณทศ ไม่ยอมซัดทอดไปถึงคุณริน” ชนธัญยังจำได้ถึงเหตุการณ์ในศาล ที่ทศนั้นยอมรับสารภาพผิดแต่เพียงผู้เดียว และไม่ยอมอุทธรณ์คดีต่อ ทั้ง ๆ ที่ศาลมีคำสั่งลงโทษสถานหนัก

“มันก็ยังดีกว่า ที่ความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นเลย ถึงแม้ว่าจะมีคนหลายคนคิดว่า ผู้ตายอย่างสามีเก่าของคุณริน สมควรจะถูกกำจัดไปจากสังคมก็ตาม” สารวัตรหนุ่มพูดกับหนุ่มหน้าใส ที่ตอนนี้ใบหน้าดูจะไม่สบายใจนัก “ผมว่า ผมไม่จำเป็นต่อการสืบคดีอะไรแล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นความจริง ใครจะเชื่อ ว่าผมมองเห็นอะไร” ชนธัญรู้สึกว่า ต่อให้เขารู้ความจริง รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันก็ยากที่จะแสดงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ได้

“ท่านผู้บัญชาการฝากคำชมมาถึงคุณด้วยนะ ว่าถ้าไม่ได้คุณช่วย คดีที่ผ่านมา คงจะปิดได้ช้ากว่านี้เยอะ และอีกอย่าง” สารวัตรรัฐนนท์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน ที่ชนธัญจะได้พูดขัดอะไรออกไป “คุณจำเป็นมากสำหรับคดีต่าง ๆ อย่างน้อยก็กับคดีใหม่นี้” ชนธัญมองไปที่ด้านหน้าของตึกร้างเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า

“เรามาที่นี่กันทำไมครับ ดึกขนาดนี้” ชนธัญเอ่ยถาม เมื่อสารวัตรรัฐนนท์เดินนำไปที่ประตูทางเข้าตึก ซึ่งมันไม่ได้ล็อก แต่เหมือนเพิ่งมีคนมาเปิดประตูรอเอาไว้ “มันมีโคลด์เคส คดีที่ยังปิดไม่ลงอยู่คดีหนึ่งที่ผมเคยอ่านรายละเอียด” สารวัตรหนุ่มหล่อหยุดยืนรอจนชนธัญเดินมาจนทันเขา

“เจ้าของตึกนี้ติดต่อมาหาผมโดยตรง” สารวัตรรัฐนนท์เปิดประตูบานนั้นออก ชนธัญมองตามเข้าไปด้านใน แสงไฟที่เปิดไว้สว่าง ทำให้เขารับรู้ว่า สถานที่นี่น่าจะเป็นผับหรือบาร์เก่าที่ปิดตัวลงไปนานแล้ว “และอยากพบคุณเป็นการส่วนตัว” ชนธัญมองเห็นคนที่อยากพบกับเขาที่นี่ ยืนรออยู่ที่ด้านหน้าพื้นที่ถูกยกขึ้นไม่สูงนัก คล้ายเวทีที่ตั้งอยู่ตรงกลางร้าน

“ขอบคุณนะครับที่ยอมมาพบผม” ชนธัญจำได้ว่าคนที่เพิ่งกล่าวทักเขานั้น เคยเป็นหนึ่งในกลุ่มซิลเวอร์ฟ็อกส์สุดเซ็กซี่ประจำปีก่อน แต่สิ่งที่กลายเป็นที่ฮือฮาและเกรียวกราวมากในตอนนั้นก็คือ การที่รู้ว่าหนุ่มใหญ่คนนี้ ยังโสด ซึ่งนั่นทำให้เขายิ่งถูกพูดถึงและเป็นที่จับตามอง เพิ่มขึ้นจากจำนวนเงินมหาศาลที่กองรวมกันอยู่ในบัญชีเงินฝากของเขา

“ผมดนัย ดีใจที่คุณชนธัญให้เกียรติมาที่นี่” ชนธัญกล่าวตอบกลับหนุ่มใหญ่ไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ยินดีครับ” ดนัยยิ้มรับ ก่อนจะมองไปทางสารวัตรรัฐนนท์ที่พยักหน้าเป็นเชิงบอกกับดนัยว่า ให้เริ่มพูดในสิ่งที่ต้องการได้เลย “ผมทราบมาว่า คุณชนธัญมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ” ดนัยดูลังเล แต่เขาก็ตัดสินใจพูดในสิ่งที่ต้องการออกไป

“คนที่ผมรัก แขวนคอตายที่กลางเวทีนั่น” ชนธัญตกใจเหมือนกันที่ได้ยินแบบนั้น สายตาในทันที พุ่งมองตามไปที่ด้านบนเวทีนั้นสิ่งที่หนุ่มหน้าใสจ้องอยู่ คือเชือกเส้นหนึ่งห้อยตัวลงมาให้เห็น “ผมไม่เชื่อว่าเขาจะทำอะไรแบบนั้น คุณชนธัญช่วย” ดนัยยื่นมือข้างหนึ่งของเขาออกมาให้ชนธัญจับ แต่ชนธัญบอกกับเขาว่า

“มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งที่ผมได้จับหรือสัมผัสตัวใคร ยิ่งยื่นให้จับเองแบบนี้ด้วยแล้ว” ดนัยได้ยินพลางหลุดหัวเราะออกมา “ขออภัยคนสูงวัยอย่างผม ที่ทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อนด้วยเถอะครับ” ชนธัญได้ยินดนัยพูดแบบนั้น ก็ยิ้มออกมาเป็นเชิงว่าเขาเข้าใจ ดนัยหันกลับไปมองที่เชือกเส้นนั้น

“ผมแค่คิดถึงเขามากจริง ๆ” ชนธัญมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหนุ่มใหญ่ ที่แสดงความรู้สึกต่อคนรักที่จากไปได้อย่างชัดเจน จังหวะนั้นที่สารวัตรรัฐนนท์มองตามมือของชนธัญไป น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่แล้วของดนัย ไหลลงมาที่แก้ม ทันทีที่ได้รับรู้ถึงสัมผัสมือที่ชนธัญจับลงที่ต้นแขนเขา ซึ่งชนธัญนั้น รู้สึกว่าตอนนั้นเหมือนเวลาถูกย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว

ดนัยสมัยที่ยังเป็นหนุ่ม เขาเพิ่งเริ่มทำงานหลังเรียนจบ หนุ่มทำงานธนาคารที่หน้าตาดี การศึกษาดี แถมที่บ้านก็ยังฐานะดี กำลังถูกกลุ่มเพื่อนผู้ชายสามสี่คนถึงดันกึ่งลากมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบาร์อะไรสักที่หนึ่ง ที่หลบตัวเข้ามาไม่ไกลนักจากถนนใหญ่ เพื่อนกลุ่มนี้ที่ต่างก็ทั้งห่าม ทั้งเฮฮา ทั้งเสียงดังกันทั้งนั้น

“เร็ว ๆ เลยไอ้ดนัย ลีลาเสียเวลา เนี่ยเดี๋ยวโชว์ก็จะเริ่มแล้ว” เพื่อนคนหนึ่งของดนัยพูดขึ้น หลังจากที่พากันเข้ามาในร้าน จัดแจงหาที่นั่ง พร้อมทั้งสั่งเครื่องดื่ม “นี่มันบาร์อย่างว่า” ดนัยแอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อรู้ตัวว่าเพื่อน ๆ พามาบาร์ต้องห้าม “จะกลัวอะไรกันวะไอ้ดนัย ก็แค่บาร์ตุ๊ด แถมพวกกูก็แต่งงานมีครอบครัวกันแล้วทั้งนั้น” หนึ่งในเพื่อนอีกคนของดนัยพูดเสริมขึ้น

“ใช่ ดูอย่างกูสิ ลูกสองแล้ว เราก็แค่มาสนุกกัน แค่มาดูโชว์สวย ๆ เพลิน ๆ จะคิดมากอะไรวะ” เพื่อนของดนัยพูดประโยคนั้นเสร็จ แสงไฟรอบร้านก็ถูกหรี่ลง ไฟสปอตไลต์ถูกส่องสว่างไปที่เวทียกพื้นเตี้ย ๆ ตรงกลางร้านนั่น เสียงเพลงจังหวะคึกคักชวนออกสเต็ปดังขึ้น ก่อนที่ดนัยจะเห็นคนที่พวกเพื่อน ๆ ของเขาเรียกกันว่านางโชว์เดินออกมาอยู่ตรงกลางแสงไฟนั่น

ในระหว่างที่โชว์ดำเนินไป สายตาของดนัยจับจ้องไปที่นางโชว์ที่ดนัยเองก็รู้ ว่าภายใต้รูปร่างอวบอัดและชุดเสื้อผ้าที่ดูวิบวับเป็นประกายอลังการนั้น นั่นคือผู้ชายเหมือน ๆ กันกับเขา แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่า เขาไม่สามารถควบคุมบางส่วนของร่างกายไม่ให้มันตื่นตัวไม่ได้เลย แถมดนัยที่ห้ามตัวเองเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่อาจจะละสายตาจากนางโชว์คนนี้ไม่ได้เช่นกัน

“มากันอีกแล้วนะคะ พวกหนุ่มแบงก์” พอโชว์แสดงจบ นางโชว์คนสวยประจำร้านก็เดินลงมาทัก หนุ่ม ๆ กลุ่มนี้ที่ดูจะเป็นลูกค้าประจำร้านด้วยแล้ว ดนัยได้ยินเสียงพูดที่ไม่ได้แม้แต่จะพยายามดัดให้เล็กแหลมแต่อย่างใด กับกิริยาชมดชม้อยจริตจะก้านเต็มพิกัด ยิ่งกลิ่นหอมหวานจากตัวของนางโชว์ที่โชยมาเข้าจมูกด้วยแล้ว ดนัยห้ามส่วนที่แข็งขันนั้นไม่ได้เลย

“คนนี้มาใหม่นี่คะ ไม่เคยเห็นหน้า” นางโชว์คนเก่งประจำร้านที่แขกติดกันมากมายเอ่ยทัก “เพื่อนพวกผมเอง มันชื่อดนัย” ดนัยจำไม่ได้แล้ว ว่าเขาเคยเขินมาก ๆ แบบนี้มาก่อนหรือไม่ แต่ตอนนี้เขาได้แต่ผงกหัว ยิ้มแก้อาย แต่ทำท่าไม่ถูก ไม่กล้าสบตากับสายตาของนางโชว์คนสวยที่มองมาตรง ๆ ที่เขา

“ขี้อายจัง” เสียงแซวนั้นกลั้วหัวเราะ ดนัยเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย รอยยิ้มของอีกฝ่าย ทำให้ดนัยยิ้มออกมาบ้าง ก่อนที่นางโชว์คนสวยจะไล่สายตาลงไปที่กึ่งกลางลำตัวของดนัย ที่โป่งนูนอยู่ภายใต้กางเกงทำงานนั้น โดยที่เมื่อมองกลับมาที่ดนัย หนุ่มแบงก์คนนี้ ก็ไม่หลบสายตาอีกต่อไป

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องนอนที่อยู่ด้านบนของบาร์นางโชว์นั้น ดนัยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เขาจะตื่นเต้นและแข็งขืนได้ถึงขนาดนี้ มันคือเพศรสที่เขาชื่นชอบ การเสพสังวาสที่เขากำลังบอกตัวเองว่า มันเป็นวิธีที่ผิด แต่ทำไมเขาถึงหยุดตัวเองไม่ได้ เขาอยากจะทำอีก ทำซ้ำ ๆ อีก ทำอย่างนี้ไปตลอด ยิ่งเสียงร้องครวญครางกึ่งเจ็บกึ่งสุขสมของอีกฝ่ายดังให้เขาได้ยินด้วยแล้ว สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ มอบความเป็นชายให้กับเธอคนนี้คนเดียว

หลังจากค่ำคืนนั้น ไม่มีเพื่อนในที่ทำงานพูดถึงหรือถามอะไรดนัยทั้งสิ้น ทุกคนทำเหมือนไม่รู้ ว่าดนัยหายตัวขึ้นไปที่ห้องพักของนางโชว์ด้านบนของบาร์นั่น ก่อนจะลงมาด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบสุขสม และถึงตอนนี้ ดนัยเองก็ไม่สามารถลืมคืนนั้นได้ลง ในหัวเขาเฝ้าแต่คิดถึงนางโชว์คนนั้นไม่มีลืม

ดนัยรอจนบาร์เลิก เมื่อเขากลับมาที่นี่อีกครั้ง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ชั้นบนของบาร์ เพราะประตูด้านหน้าไม่ได้ล็อก ประตูห้องนอนถูกเปิดออก หลังจากที่ดนัยเคาะและเรียกคนด้านในห้องเบา ๆ เมื่อเห็นหน้ากัน ดนัยตรงเข้าระดมจูบอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม โดยไม่สนว่า อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในคราบของนางโชว์แล้ว ก่อนที่ดนัยจะเปิดฉากบรรเลงเพลงรักอย่างเร่าร้อนจนเกือบรุ่งสาง

“Voulez - vous coucher avec moi ce soir?” ที่ปลายประโยคของตัวเอง ชนธัญได้ยินตัวเองพูดบางอย่างออกไป และเมื่อเขาเหมือนออกจากภวังค์มาได้ ดนัยที่ได้ยินแบบนั้น ก็ถึงกับยิ้มออกมา “คุณคงเห็นคืนแรกที่ผมเจอกับสตาร์สินะครับ นั่นคือเพลงที่สตาร์แสดงในคืนนั้น” ชนธัญรู้สึกหน้าผะผ่าวไปหมด กับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้มา

“เห็นหมดแล้วสินะครับ อะไรที่เกิดขึ้นในคืนนั้น” ดนัยกล่าวเขิน ๆ ซึ่งลักษณะท่าทางเขินของหนุ่มใหญ่ ชนธัญก็จำได้ว่า มันไม่ได้ต่างอะไรจากตอนที่ดนัยเป็นหนุ่มน้อยเลย “ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเองเลือกสิ่งที่เห็นไม่ได้ ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวกับความคิดของคุณดนัยในตอนนี้ ว่าจดจำช่วงไหนที่เกี่ยวกับคนคนนั้นได้มากที่สุด” ชนธัญยิ้มอาย ๆ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่เข้าใจกระบวนการที่ทำให้เขามองเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ มากนัก

“ไอ้วู ๆ ซัว ๆ ที่คุณพูดออกมา มันหมายความว่าอะไรคุณ” สารวัตรรัฐนนท์ที่ไม่ถนัดภาษาฝรั่งเศสเลย ทำกระซิบถามชนธัญ “คุณไม่ต้องรู้หรอก” ชนธัญทำกระซิบตอบ ด้วยความเกรงใจเจ้าของเรื่องที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เอ๊า กูเกิ้ลก็ได้ พิมพ์ให้หน่อย” สารวัตรหนุ่มหล่อยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้กับหนุ่มหน้าใส “ไม่” ชนธัญปฏิเสธเสียงแข็ง อยู่ ๆ จะให้มาแปลความหมายประโยคที่ชวนคนขึ้นเตียงด้วยเนี่ยนะ ดนัยหัวเราะออกมาเบา ๆ หนุ่มใหญ่มองสารวัตรรัฐนนท์กับชนธัญ ยืนเถียงกันไปมา ความรู้สึกที่มีในใจ ทำให้ดนัยหวนคิดถึงเรื่องราวสมัยก่อนที่เกิดขึ้นของตัวเอง เมื่อนานมาแล้ว

******************************************************

เนื้อร้องแปลเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=RQa7SvVCdZk


He met Marmalade down in old Moulin Rouge

หนุ่มน้อยเจอเจอสาวงามคืนหนึ่งบนถนนโลกีย์

Struttin' her stuff on the street

เธอก็เดินหาคนรู้ใจอย่างที่เคยทำมาเช่นนั้น

She said, "Hello, hey Joe, you wanna give it a go?"

สาวสวยเอ่ยทัก ว่านี่พ่อหนุ่มสนุกกันดีกว่าว่ามั้ย


He sat in her boudoir while she freshened up

เขานั่งรอในห้องพักแสนแคบของเธอ ตอนเธอตบแป้งเติมลิป

Boy drank all that Magnolia wine

หนุ่มน้อยตื่นเต้นกระดกไวน์รสหวานนั้นจนเกลี้ยง

On her black satin sheets' where he started to freak, yeah

และเมื่ออยู่บนผ้ารองพื้นนิ่ม นั่นเองที่เขาค้นพบความสุขสม


We come through with the money and the garter belts

อะไรอะไรมันก็เกี่ยวกับเรื่องเงิน เผลอเผลอก็พัวพันสายรัดต้นขาอยู่บ้าง

Let him know we 'bout that cake straight out the gate

แค่อยากให้หนุ่มหนุ่มรู้ ว่าทุกอย่างอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นเสมอไป

We independent women, some mistake us for whores

เกิดขึ้นบ่อยบ่อยที่สาวทำงานดูแลตัวเองได้ จะถูกสับสนกับกลุ่มน้องโสคนงาม

I'm sayin', "Why spend mine when I can spend yours?"

แหมก็นะ จะให้สาวสวยใช้เงินตัวเองทำไม ถ้าเราใช้เงินของพวกหนุ่มหนุ่มได้น่ะ

Disagree? Well, that's you, and I'm sorry

ไม่เห็นด้วยงั้นหรือ นั่นมันเรื่องของคุณ แหม โทษทีละกัน

I'ma keep playing these cats out like Atari

ยังไงฉันก็มีน้องน้อยให้เล่น ซึ่งมันน่าเล่นมากเชียวแหละ

Wear high heel shoes, get love from the dudes

ใส่ส้นสูงหน่อย หนุ่มหนุ่มก็วิ่งเข้าหาบ๊อยบ่อย

Four badass chicks from the Moulin Rouge

ก็นะ ฉันมันวกตัวแม่ในบรรดาย่านนี้ทั้งหมด

Hey sistas, soul sistas, betta get that dough, sistas

เงินน่ะซิส ในสีไหน สกุลเงินอะไร ยังไงก็คือเงิน

We drink wine with diamonds in the glass

นี่ถ้าดื่มไวน์ในแก้วที่ที่มีเพชรวิบวับ

By the case, the meaning of expensive taste

มันก็หมายความว่า ไวน์นั่นโคตรแพงจริงมั้ยล่ะ

If you wanna gitchie, gitchie, ya-ya

ถ้าอยากจะจิ๊จ๊ะ ดี๊ด๊ากัน แล้วล่ะก็

Mocha Chocolata (what?)

กินม็อคค่าช็อคที่ฉันมี

Creole Lady Marmalade

รู้ใช่มั้ยว่าฉันคือสาวสวยอรุ่มเจ๊าะ


Touch of her skin, feeling silky smooth, hey

สัมผัสตัว ก็รู้ได้ว่ายองใยเหือนเส้นไหม

Color of café au lait, alright

สีรึก็กาแฟนวลนวลใส่นมชื่นใจ

Made the savage beast inside roar until he cried

มันยิ่งทำให้สัตว์ร้ายภายในใจคลั่ง คำรามดังลั่นว่า

More (more) , more (more) , more

เอาอีก อยากอีก ต้องการอีก


Now he's back home doin' 9 to 5

ต่อให้เขากลับไปทำงานรูทีนประจำนั่นแล้ว

He's livin' the grey flannel life

ดำเนินชีวิตไปตามครรลองทึมทึมน่าเบื่อนั้น

But when he turns off to sleep, memories creep

แต่เมื่อใดที่เขาหลับตาเข้านอนแล้วล่ะก็ ความทรงจำจะผุดขึ้นคืนคลานเรียกร้อง

More (more) , more (more) , more

ทำอีก เพิ่มอีก ขอเอาอีก


Creole Lady Marmalade

สาวสาวแห่งย่านอโคจร

Voulez-vous coucher avec moi, ce soir? (Ce soir)

ว่าไง คืนนี้ขึ้นเตียงกันดู ดีมั้ย

Voulez-vous coucher avec moi?

คืนนี้ไปกับฉัน แล้วเราเอา กันดีมั้ย

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๐. ต่อหน้า _ 7.26.2023
«ตอบ #12 เมื่อ26-07-2023 15:57:17 »

๑๐. ต่อหน้า


“พี่ดนัยลองดูนั่นสิคะ น้องล่ะนึกแปลกใจ ว่าเดี๋ยวนี้ผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิงนี่ เขาเลือกที่จะเป็นแบบนั้นไปทำไมนะคะ เพราะไม่มีใครในสังคมอยากที่จะยอมรับ” ดนัยมองไปตามเสียงพูดของหญิงสาวที่พ่อกับแม่ของเขาหาเอาไว้ให้ เพื่อให้เป็นภรรยาของเขาในอนาคตอันใกล้นี้

เบื้องหน้าของเขา ผู้ชายลักษณะกิริยาท่าทางประหนึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังเดินตรงมาทางเขา ที่ยืนอยู่ด้านหน้าร้านขายอาหารตามสั่ง เสียงคนขายถามผู้ชายคนนั้นว่า จะรับข้าวกล่องเมนูเดิมอย่างที่เคยสั่งทุกครั้งใช่มั้ย ดนัยเห็นคนคนนั้นพยักหน้ารับคำ ไม่ได้มองมาทางเขาแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ดนัยจงใจมองหน้าแบบตรง ๆ

ดนัยกลับเข้ามาในธนาคาร ในสมองของเขาตอนนี้กำลังคิดว่า เขาจะทำยังไงถึงจะสามารถบอกกับสตาร์ได้ว่า ความจริงมันเป็นเช่นไร ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่กับเขา ไม่ได้มีความผูกพันกันทางใจเลยสักนิด เป็นเพียงคนที่พ่อและแม่ของเขาเห็นสมควร คลุมถุงชนแบบที่ผู้ใหญ่ต้องการ แต่ท่าทางที่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดของสตาร์นั่นแหละ ที่ทำให้กำลังทำให้ดนัยรู้สึกไม่สบายใจ

“เฮ้ย ไอ้ดนัย ศุกร์นี้ไปกัน” เพื่อนผู้ชายในกลุ่มที่ทำงานธนาคารด้วยกัน เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นดนัยเดินกลับเข้ามา “ไปสิ” ดนัยกล่าวตอบรับคำชวนนั้นโดยไม่มีท่าทีอิดออดแต่อย่างใด ดวงตาของเขาดูเป็นประกายขึ้นอย่างชัดเจน “จะแอบไปเที่ยวไหนค่ำ ๆ มืด ๆ กันหรือคะหนุ่ม ๆ ที่อโคจรมีผู้หญิงเต้นระบำโป๊เปลือยแนวโชว์ผู้ชายแบบนั้นหรือเปล่าคะ” หญิงสาวที่แทนตัวเองว่าน้องทุกคำ ทำท่าขนพองสยองเกล้า

“น้องไม่อยากให้พี่ดนัยไปสถานที่แบบนั้น” หญิงสาวเกาะแขนของดนัย พลางรอคำตอบจากชายหนุ่ม ว่าเขาจะไม่ไปตามคำชวนของเพื่อน “มันไม่มีหรอกครับ โป๊เปลือย มีแต่นางโชว์สวยงาม สนุกสนานเฮฮากันไป” ใครคนหนึ่งในกลุ่ม ทนไม่ไหวกับท่าทางของหญิงสาว หลุดปากพูดแก้ต่างให้กับโชว์ที่พวกเขาไปดูประจำ

“ถ้างั้น น้องไปด้วย น้องก็อยากจะสนุกบ้างเหมือนกัน เพราะน้องยึดถือความเท่าเทียมหญิงและชาย” คำพูดนั้นของหญิงสาว ทำให้เพื่อน ๆ ของดนัยสบตากับเขาอย่างเข้าใจ แต่ทั้งหมดไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะมันมีบางอย่างที่พวกเขานั้น ต้องการที่จะเก็บมันเอาไว้ ให้รู้กันเพียงในกลุ่ม ถึงความต้องการลึก ๆ ภายในใจ โดยที่รู้ว่า มีเพียงคนอย่างสตาร์และเหล่านางโชว์ที่บาร์เท่านั้น ที่เข้าใจ 'ผู้ชายอย่างพวกเขา'

เมื่อวันศุกร์มาถึง ดนัยยิ่งดูกระวนกระวาย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งวันเหลือบมองแต่นาฬิกาข้อมือที่ดูจะเดินช้ากว่าวันอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า สองสามวันที่ผ่านมานี้ ดนัยเพียรพยายามโทรหาสตาร์ที่ร้าน แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมรับสายเขาเลย โทรไปทีไรคนที่บาร์ก็พูดแต่ว่าสตาร์ไม่ว่าง ซึ่งดนัยรู้ว่ามันไม่จริง เขารู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สตาร์หลบหน้าไม่ยอมพูดกับเขา

สตาร์รู้แล้วว่า กลุ่มของดนัยมาถึงที่ร้านและนั่งอยู่โต๊ะประจำด้านหน้าเวที เธอแต่งหน้า ทำผม แต่งตัวอยู่ที่ห้องด้านหลังเวที พยายามสงบจิตใจไม่ให้แสดงอาการอะไรออกไป หลายวันมานี้ มันมีสิ่งรบกวนความคิดของเธออยู่ไม่น้อย ซึ่งเธอพยายามขจัดมันออกไป แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

แสงไฟบนเวทีถูกหรี่ลง ไฟจากสปอตไลต์สว่างจ้าไปที่บนเวที สตาร์ก้าวออกมาหน้าเวที กลุ่มผู้ชายที่สตาร์คุ้นหน้าดี และรับรู้ว่าพวกเขาคือชายหนุ่ม Married & Down – Low พวกที่แต่งงานแล้ว แต่ยังหาเศษหาเลยกับกลุ่มผู้ชายด้วยกัน หรือไม่ก็ชอบบรรดานางโชว์แบบที่สตาร์เป็นอยู่

โดยที่เหล่าบรรดานางโชว์นั้น จะไม่ล่วงล้ำเข้าไปในชีวิตปกติประจำวันของกลุ่มผู้ชายเหล่านี้ แสดงออกแค่เพียงว่า พวกเขามาเที่ยวเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น โดยใช้เกราะป้องกันอันศักดิ์สิทธิ์ปกป้องเอาไว้ว่า พวกเขาคือกลุ่มชายแท้ทั้งแท่ง 'ที่แต่งงานแล้ว'


I know you like me (I know you like me)

ฉันรู้ ว่าคุณชอบฉัน

I know you do (I know you do)

ไม่ผิดหรอกฉันดูออก

That's why whenever I come around, she's all over you

เพราะเมื่อไหร่ที่ฉันใกล้คุณ เธอจะอยู่ไม่ห่างคุณเสมอ

And I know you want it (I know you want it)

ก็รู้นะ ว่าคุณต้องการอะไร

It's easy to see (It's easy to see)

ไม่เห็นต้องเดาให้วุ่นวาย

And in the back of your mind

เพราะลึก ๆ แล้วคุณก็รู้

I know you should be fucking with me

ว่าคุณกับฉันควรอยู่และเอากัน



สตาร์นึกสนุก จึงเลือกเพลงโชว์ในคืนนี้ด้วยเพลงที่เธอคิดว่า มันแอบแซวแอบหยอกกลุ่มหนุ่มทำงานธนาคารเหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนจบนอกกันมาทั้งนั้น สตาร์ปรายตามองไปที่ดนัยที่นั่งคู่อยู่กับหญิงสาวที่เธอเห็นเมื่อหลายวันก่อน ที่ตอนนี้ทั้งหญิงสาวและทั้งดนัยมองมาที่สตาร์เป็นตาเดียวกัน

“นั่น คนคนเดียวกันกับที่เราเห็นที่ร้านข้าวจริง ๆ หรือคะ น้องไม่อยากจะเชื่อ” สตาร์นั้น เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ในคราบของนางโชว์แล้ว สตาร์เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ด้วยที่ว่าเธอรักในสิ่งที่เธอทำ และเธอทำได้ดีจากสิ่งที่เธอเป็น มีชาวต่างชาติมากมายที่มาดูเธอแสดงเกือบทุกค่ำคืน ด้วยคำพูดปากต่อปากว่า นางโชว์คนนี้ทั้งสวย ทั้งมีเสน่ห์ ทั้งยังสนุกสนานเฮฮา เป็นกันเองกับลูกค้าของร้าน


Fight the feeling (fight the feeling)

หักห้ามใจงั้นหรือ

Leave it alone (leave it alone)

ไม่ดีกว่ามั้ง

'Cause if it ain't love

เพราะถ้ามันไม่ใช่ความรัก

It just ain't enough to leave a happy home (uh-uh, uh-uh)

มันฟังไม่ขึ้นหรอก ที่ออกมาหากัน ทำไมไม่อยู่บ้าน

Let's keep it friendly (let's keep it friendly)

อยู่อย่างมิตรไมตรีต่อกัน

You have to play fair (you have to play fair, yeahh)

ไม่เอาเปรียบกันดีมั้ย

See, I don't care

ฉันน่ะไม่สนหรอก

But I know, she ain't gon' wanna share

แต่ไม่คิดว่าเธอคนนั้นจะยอมแบ่งคุณให้ฉันหรอกนะ


ดนัยเข้าใจดี ว่านี่มันคืองานของสตาร์ แต่คืนนี้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เขารู้ว่าสตาร์ต้องแสดงให้ลูกค้าทั้งร้านชอบอกชอบใจ และกลับมาอุดหนุนการดื่มการกินของร้านอีก แต่วันนี้ดนัยรู้ตัว ว่าเขาคงเป็นลูกค้าคนเดียวทั้งร้าน ที่ไม่ชอบเลยที่เห็นสตาร์ หัวร่อต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่น

ไม่เว้นแม้กระทั่งบรรดาเพื่อนที่ทำงานธนาคารด้วยกัน ที่สตาร์เดินลงมาจากเวที แล้วมาหัวร่อต่อกระซิก เล่นหูเล่นตาให้กลุ่มเพื่อนของเขาโห่ฮาชอบใจ มันดูสนุกสนานจนเกินขอบเขต ถึงแม้ว่าเพื่อนเขาทุกคนจะยืนยันด้วยความหนักแน่นว่า ไม่เคยมีใครที่สตาร์เล่นด้วยจนเกินเลยไปถึงเรื่องอย่างว่า แต่กับนางโชว์คนอื่นในร้าน นั่นอีกเรื่องหนึ่ง


Don't cha wish your girlfriend was hot like me?

ไม่คิดอยากจะมีแฟนที่เร่าร้อนอย่างฉันบ้างหรือ

Don't cha wish your girlfriend was a freak like me?

ไม่อยากให้แฟนตัวเองเป็นพวกนอกคอกอย่างฉันหรือไง

Don't cha, don't cha, baby

ไม่จริงจริงหรอ

Don't cha, alright, sing

ไม่สักนิดแน่นะบอกมา

Don't cha wish your girlfriend was raw like me?

ไม่อยากได้แฟนที่ใจถึงอย่างฉันสักนิดเลยหรือ

Don't cha wish your girlfriend was fun like me?

ไม่อยากให้แฟนตัวเองหนุกหนานแน่แน่ใช่มั้ย

Don't cha, ahhh, don't cha

ไม่เลยใช่มั้ย แน่นะ


ตลอดเวลาที่หญิงสาวนั่งดูนางโชว์คนนี้แสดง เธอรู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายสั่นคลอนความมั่นใจที่เคยมีลงเกือบหมด กับความที่ลูกค้าที่เป็นผู้ชายทั้งหมดในร้าน ให้ความสนใจกับผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิงคนนี้กันหมด ไม่มีใครสนใจเธอเลยแม้สักนิด ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเพื่อน ๆ ของดนัยจะบอกว่า พวกเขามาที่เพื่อความสนุกสนานนั้น แต่เธอกลับเห็นแต่ความพิลึกพิลั่น เสียงโห่ฮาดูจะเกินความจำเป็น อาการเล่นด้วยตอบกลับนางโชว์ เธอรู้สึกว่ามันน่าสะอิดสะเอียน

หญิงสาวคล้องแขนรอบกล้ามแขนของดนัยเอาไว้ และขยับมานั่งจนชิดเบียดชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าสตาร์เข้ามาใกล้ และเธอต้องหันขวับไปมองดนัย เมื่อชายหนุ่มขยับตัวออกห่าง จนกล้ามแขนของเขาหลุดออกจากการเกาะกุมของเธอ เมื่อสตาร์มองตรงมา และดนัยเห็นแบบนั้น ความรู้สึกว่าเธอกำลังเสียหน้าอย่างแรงของหญิงสาว มันทำให้ความคุกรุ่นบางอย่างก่อตัวขึ้นภายในใจ


I know I'm on your mind

ฉันรู้คุณคิดถึงแต่ฉัน

I know we'd have a good time

เพราะเรามีเวลาดีดีด้วยกัน

I'm your friend, I'm fun and I'm fine

ฉันเป็นเพื่อนแก้เหงา สนุกกัน เพลินเพลิน

I ain't lyin'

ไม่โกหกกันล่ะนะ

Look at me (shh) , you ain't blind

มองมาที่ฉันสิ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เห็น

I know I'm on your mind

เห็นชัดชัดว่าคุณลืมกันไม่ลง

I know we'd have a good time

เราต่างชอบใจที่ได้อยู่ด้วยกัน

I'm your friend, I'm fun and I'm fine

ฉันเป็นเพื่อนคลายเหงา เฮฮากัน ฉันพอใจ

I ain't lyin'

จะไม่โกหกคุณแต่อย่างใด

Look at me (shh), you ain't blind

มองมาทางนี้ ฉันรู้ว่าคุณชอบใจ


ตลอดทั้งคืนจนกระทั่งร้านปิด สตาร์พยายามรักษาระยะห่าง ระหว่างเธอกับดนัยเอาไว้ มีหลายจังหวะที่ดนัยยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นเพื่อจะชนกับเธอ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สตาร์มองออกว่า ดนัยนั้นกรึ่มอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงกับควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ยิ่งเมาขึ้น ดนัยดูยิ่งกล้าที่จะเข้าหาสตาร์ จนเธอต้องหาทางออก ด้วยการดึงหญิงสาวที่นั่งหลังตรง ดูจะเชิด ๆ เกินไปเสียด้วยซ้ำ ให้ร่วมการสนทนาด้วย

ดนัยนั้น รู้สึกดีใจที่เขาสามารถส่งทุกคนขึ้นรถกับบ้านได้ รวมถึงหญิงสาวที่พ่อและแม่ของเขาหมายมั่นเอาไว้ให้ ดนัยรู้ตัวดี ว่าเขาต้องหาโอกาสคุยกับสตาร์ในคืนนี้ คุยให้รู้เรื่อง และคงจะต้องใช้เวลาหลังจากที่บาร์เลิกแล้ว ดีที่พรุ่งนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ เป็นวันหยุด คือถ้าหากต้องคุยกับสตาร์จนถึงเช้า เขาก็พร้อม


See, I know she loves you (I know she loves ya)

ฉันรู้ว่าเธอคนนั้นรักคุณ

I understand (I understand)

ก็พอจะรู้ดีอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร

I probably be just as crazy about you if you were my own man

เป็นฉันก็คงคลั่งรักคุณไม่ต่างกัน ถ้าฉันได้คุณมาเป็นแฟนจริงจริง

Maybe next lifetime (maybe next lifetime)

บางทีเราอาจจะสมหวังกันในชาติหน้า

Possibly (possibly)

ก็เป็นไปได้นะ

Until then, old friend, your secret is safe with me (shh)

จนกว่าจะถึงวันนั้น ความลับของคุณ กับฉันปลอดภัยเสมอ


“สตาร์ คุณฟังผมนะผมกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน” ดนัยที่บุกเข้ามาจนถึงห้องแต่งตัวด้านหลังเวทีของบาร์ แม้ว่าสตาร์จะพยายามทัดทานและเอ่ยห้ามชายหนุ่ม ทั้งนางโชว์และน้อง ๆ พนักงานประจำร้านคนอื่น ๆ ยอมกลับบ้าน เมื่อสตาร์บอกว่าไม่เป็นไร “มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ต่อให้คุณกับเธอจะเป็นอะไรกัน” สตาร์ไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอถึงได้รู้สึกกังวลในใจ หากว่าดนัยกับผู้หญิงคนนั้นจะชอบกันจริง ๆ

“มันไม่เหมือนผมกับคุณ สตาร์ แบบที่เรามีอะไรกัน” ดนัยเดินตรงเข้าหาสตาร์ ก่อนจะรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของเขา สตาร์ดิ้นขัดขืน บอกให้ดนัยปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่ดนัยกลับก้มลงจูบสตาร์อย่างหนักหน่วง “คุณทำให้ผมหัวเสียมากนะสตาร์ คืนนี้” ดนัยดันให้สตาร์ที่ยอมอ่อนให้เขาแล้ว หันเขาหากระจกบานใหญ่ เขายกขาข้างหนึ่งของสตาร์ขึ้นพาดบนโต๊ะแต่งหน้า

“คุณยั่วให้ผมโกรธ คุณรู้ว่าผมไม่ชอบเวลาผู้ชายพวกนั้นเข้าใกล้คุณ” กระโปรงที่สตาร์ใส่อยู่ ถูกเลิกขึ้นไปกองอยู่ที่บั้นเอวของสตาร์ ก่อนที่เธอจะหันมามองดนัย เมื่อรู้สึกถึงน้ำลายที่เหนียวและอุ่นถูกป้ายเข้าด้านหลังของเธอ เมื่อชั้นในของเธอถูกถลกลงไปด้านล่าง ดนัยกดหน้าของสตาร์ให้ก้มลงติดโต๊ะแต่งหน้า เขาดันแก่นกายตัวเองแทรกเข้าไปด้านในตัวของสตาร์ พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ดนัยก็ไม่รั้งรอที่จะกระแทกกระทั้นลงไปที่บั้นท้ายของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง

'สัญชาตญาณของผู้หญิง' คงเป็นเพราะคำคำนี้ ภาพตรงหน้าของน้องที่มองผ่านรอยแยกของประตูห้องแต่งตัวนางโชว์ที่ด้านหลังเวที คือดนัยที่กางเกงทำงานหล่นลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า กำลังเสพสังวาสกับนางโชว์ ที่ทั้งสองคนกำลังร้องระงมไปด้วยความสุขสม เหตุว่าหญิงสาวเกิดฉุกใจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา จึงบอกให้แท็กซี่เลี้ยวกลับมาที่บาร์แห่งนี้อีกครั้ง

********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=xTkY0Kbp3BE

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๑. สองคน _ 7.27.2023
«ตอบ #13 เมื่อ27-07-2023 15:33:08 »

๑๑. สองคน


“ผมกับสตาร์เราเริ่มคบกัน” ดนัยพูดขึ้น แววตาของเขาบ่งบอกถึงช่วงเวลาที่ทำให้หนุ่มใหญ่อย่างเขามีความสุขในชีวิต “โดยที่คนอื่นไม่รู้” ดนัยมีแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความเศร้าเข้ามาเจือ “คิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องของเรา” น้ำเสียงของหนุ่มใหญ่ที่เล่าออกมา ฟังดูก็รู้ ว่าเขาเสียใจอย่างมาก กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น

“ผมเข้าใจว่า ตอนนั้น ทุกอย่างคงยากไปหมดสำหรับคุณสองคน” ชนธัญพอจะเข้าใจว่า เมื่อความเข้าใจไม่ได้ถูกผนวกเข้ามาในสมการความรู้สึกใน ณ ตอนนั้น “ผมไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดอะไร บอกให้กับคนทั้งโลกได้เข้าใจ” ดนัยพยักหน้ายอมรับ “นอกจากพวกผมที่ทำงานด้วยกันที่ธนาคารแล้ว ก็คงมีแค่สตาร์ ที่เข้าใจความรู้สึกของพวกเรา พวกที่ต้องฝืนแต่งงานมีครอบครัว เพื่อให้ชีวิตดูปกติที่สุด” ดนัยพูดพลางไล่สบตากับทั้งชนธัญและสารวัตรรัฐนนท์

“ยุคสมัยมันไม่ได้เปิดกว้าง อ้าแขนตอบรับผมกับสตาร์ เหมือนกับที่ตอนนี้ที่มีพื้นที่มากมายให้ยืนด้วยกันท่ามกลางคนอื่น ไม่ได้โชคดีเหมือนกับคุณสองคน” ดนัยพูดกับสารวัตรหนุ่มและคนหน้าใสที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา “เอ่อ ไม่ใช่นะครับคุณดนัย” ชนธัญเสียงตะกุกตะกักทำทีแก้ต่างออกไป เมื่อได้ยินดนัยพูดออกมาเช่นนั้น

“คือกำลังจะ คือยัง ไม่ได้ เอ่อ เป็นแฟนกันครับ” ท่าทางของสารวัตรรัฐนนท์เอง ที่ทำทีหรี่ตามองไปที่ชนธัญ ทำให้ดนัยมีรอยยิ้มออกมาได้ “ตอนนั้นผมเลยมีความคิดว่า ถ้าหากผมทำได้ ผมจะทำให้สตาร์ไม่รู้สึกว่า ตัวเองไร้ตัวตน ต้องคอยหลบอยู่แต่ในมุมมืด รองรอบแต่เรื่องความใคร่ที่ผมมี ผมอยากให้สตาร์รู้ว่า เขาคือคนที่ผมรัก เขาคือคู่ของผม” ดนัยนึกย้อนไปยังวันวาน วันนั้น วันที่เขาอยากให้สตาร์ได้จดจำเอาไว้เป็นความทรงจำดี ๆ

ก่อนสุดสัปดาห์นั้น ดนัยงานยุ่งมาก ๆ สิ่งที่ขาทำได้คือ โทรศัพท์หาสตาร์ก่อนที่เธอจะขึ้นแสดงทุกคืน ทั้งสองคนมีเวลาสิบถึงสิบห้านาทีที่จะพูดคุยกัน แต่มันเป็นช่วงเวลาอันสั้นที่มันมีคุณภาพ คำถามที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใย อะไรก็ตามที่ทั้งสองคนอยากจะบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ ความอาทรในน้ำเสียง มันคือพลังใจให้ชีวิตขับเคลื่อนได้ ในวันต่อ ๆ ไป

เช้าวันเสาร์ ดนัยขับรถออกจากบ้านแต่เช้า เขาบอกกับที่บ้านว่ามีธุระที่ต่างจังหวัด แต่จริง ๆ แล้วดนัยนั้น อยากขับรถพาสตาร์ไปเที่ยวพักผ่อนสมอง เมื่อทางบาร์ประกาศปิดปรับปรุงระบบไฟ ระบบเวทีเป็นเวลาสองวัน เพื่อให้โชว์ใหม่ที่สตาร์และเหล่านางโชว์คิดขึ้น ได้แสดงเต็มที่อย่างที่ออกแบบเอาไว้

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง” ดนัยเอ่ยคำทักทาย คนที่เขาบอกว่า ให้เต็มที่ที่สุด ก่อนจะเห็นสตาร์นั้นทั้งวิกผม แว่นตากันแดดขนาดใหญ่ ทั้งผ้าพันคอ ทั้งเฟอร์ฟูฟ่อง ทั้งชุดเลื่อมระยิบระยับ ไหนจะหมวกปีกกว้างนั่นอีก “นี่ออมมือแล้วนะ” สตาร์ที่เข้ามานั่งในรถ ทำหน้านิ่ง สบตากับดนัยตอนพูด รอปฏิกิริยาตอบกลับมาจากชายหนุ่ม กับการแต่งตัวที่สุดพลังขนาดนี้

“ไม่ร้อนแน่นะ แอร์รถไม่ค่อยเย็นเสียด้วย” ดนัยอมยิ้มไปกับคำพูดของตัวเอง ก่อนจะเห็นสตาร์ยิ้มกว้างออกมา “กลัวเสียที่ไหนกัน เรื่องเล็กน่า” เสียงพูดกลั้วของหัวเราะของสตาร์ ทำให้ดนัยต้องหัวเราะตาม ก่อนที่เขาจะติดเครื่องยนต์ และออกรถจากที่ด้านหน้าบาร์ของสตาร์ เพื่อเดินทางออกต่างจังหวัด

ขับรถออกมาได้สักพัก สตาร์ก็เก็บอุปกรณ์เครื่องแต่งกายเครื่องประดับ จัดใส่กระเป๋าจนหมด ใจจริงตั้งใจจะเอามาแกล้งดนัยแค่นั้น แต่ต้องหมดสนุกเสียก่อน เมื่อดนัยไม่ได้สนว่าสตาร์จะแต่งตัวแบบไหน เพราะถึงอย่างไร ขับรถออกไปเที่ยวที่ไกล ๆ แบบนี้ ก็ไม่มีใครรู้จักพวกเขาทั้งสองคนอยู่แล้ว

“ขอไม่เป็นสตาร์สักวันนะ” ดนัยมองไปยังชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ที่อายุมากกว่าเขาเล็กน้อย คนที่อยู่ในเสื้อยืด กางเกงยีนตัดขาสั้นกว่าปกติ ผิวพรรณผ่องนวล ใบหน้าไม่แต่งดูแปลกตา แต่ยังคงหน้ามอง “เปิดได้มั้ย” ดนัยพยักหน้าทำตามอย่างเอาใจ เมื่ออีกฝ่ายชี้บอกและขอให้เขาเลื่อนเปิดประทุนออกรับลม

สตาร์ยืนขึ้นเอาลำตัวแนบไปกับขอบกระจกหน้ารถ ดนัยขับรถไม่เร็วมากนัก เมื่อตอนนี้เขาสองคน กำลังมุ่งหน้าไปตามถนนที่กำลังพาพวกเขาบ่ายหน้าออกสู่ทะเล รถไม่เยอะกับวันหยุดแบบนี้ ลมเย็น ๆ ปะทะเข้าหน้าของสตาร์ ที่หลับตารับลมทะเล ที่ได้กลิ่นอายทะเลนั้น ว่าอยู่อีกไม่ไกล

ดนัยมองไปยังชายหนุ่มที่หันมามองเขาด้วยสายตาปลาบปลื้ม ในแววตาบอกคำขอบคุณผ่านมาให้เขานับครั้งไม่ถ้วน มันไม่ใช่เพียงการได้มาเที่ยวทะเลอีกครั้งเท่านั้น หลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน แต่มันเป็นการเดินทางกับใครสักคน ที่ไม่สนอะไรมากไปกว่า การให้เราได้เป็นตัวเอง และได้เห็นเรามีความสุข

แทบจะในทันที ที่ทั้งสองคนเข้าพักในบังกะโลที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว หลบเข้ามุมและห่างจากบังกะโลหลังอื่น ๆ พอสมควร ดนัยและสตาร์ร่วมรักกันอย่างเผ็ดร้อน โดยที่สตาร์ไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ของนางโชว์ มันคือสิ่งที่เขาทั้งสองคนใช้แทนคำพูดว่า พวกเขายินยอมพร้อมใจที่จะเป็นของกันและกัน และใช้มันบอกถึงสถานะที่ตกลงกันแล้วว่า มันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าสตาร์จะแสดงออกถึงตัวตนของตัวเองอย่างไร

สตาร์นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาดนัย ที่ตอนนี้นอนหงายแผ่หลาหลังจากฝากความรักของเขาเข้าสู่ร่างกายของสตาร์ ดนัยผ่อนลมหายใจจากหอบหนัก ๆ ลงสู่แรงลมหายใจปกติ สายตาของเขาไล่มองจากใบหน้าของสตาร์ ก่อนจะใช่ปลายนิ้วไล่เลาะแตะที่ปลายคาง ลำคอ อก เอวเว้า ก่อนจะหยุดมือของเขาเอาไว้ที่แนวผ้าห่ม ที่สตาร์ยกขึ้นปิดบริเวณใต้ท้องน้อยของตัวเองลงไป

“คุณรู้ใช่มั้ย ว่ามันไม่ได้มีผลอะไรกับความรู้สึกของผมเลย ผมไม่ได้รังเกียจอะไรในตัวคุณเลย สตาร์” ดนัยรู้ ว่าอีกฝ่ายนั้น มีความคิดที่จะจัดการอะไรบางอย่าง เพื่อความสมบูรณ์ทางความรู้สึก “งั้นก็จับเลย” สตาร์คว้ามือของดนัยแหมะลงไปที่ใต้ผ้าห่ม ดนัยคลึงขยำอย่างสนุกมือ จนบางอย่างเริ่มสู้มือ สตาร์เลยดึงมือของดนัยออก ทั้งสองคนหัวเราะเสียงดังขึ้นพร้อมกัน

“รอยอะไร ผ่าไส้ติ่งหรือครับ” ดนัยใช้ศอกยันตัวเองขึ้น ปลายนิ้วแตะลงไปที่รอยแผลเป็นที่ท้องด้านซ้ายของสตาร์ “ไม่สิ ไส้ติ่งอยู่ทางด้านขวา แต่นี่” ดนัยมองสบตากับสตาร์ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดออกมา “มีดน่ะ” น้ำเสียงของสตาร์ที่พูดออกมาเรียบ ๆ แปลกที่มันทำให้ดนัยรู้สึกเย็นเฉียบเข้าไปในใจ

“เขาใช้มีดแทง แล้วปล่อยให้นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น” สตาร์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “คงยังไม่ถึงที่ตาย เพราะ” ดนัยฟังสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า ว่าเกิดขึ้นกับเขาพร้อม ๆ กัน “ได้ดั้งใหม่” สตาร์จับมือของดนัยไปแตะที่จมูก ที่เคยถูกชกจนหัก “และก็นี่ รู้สึกมั้ย” ดนัยที่นิ้วมือไล่เลาะไปตามกระดูกซี่โครงของสตาร์

“มันหักแล้วทิ่มเข้าปอด” ดนัยตกใจกับคำพูดของสตาร์ “ตอนนั้นความรักทำให้ฉันคิดว่า สิ่งที่โดนกระทำ คือเรื่องที่สมควรแล้ว เมื่อกะเทยนางโชว์อยากจะมีความรักดี ๆ กับผู้ชายสักคน ที่สะเออะเสนอหน้าหึงหวงเขา” สภาพของสตาร์ในตอนนั้น ยับเยินยิ่งกว่าอะไร ตอนที่นอนยังไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู ใคร ๆ ก็คิดว่าน่าจะรอดมาได้

“หลังจากนั้น ก็ไม่คิดว่า ความรักมันคือเรื่องจริงจังอะไร เพราะไม่มีใครยอมรับว่าคบอยู่กับนางโชว์ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ความรักไม่ได้เกิดมาคู่กับคนอย่างฉัน ว่าไม่เอาอีกแล้ว” ดนัยเข้าใจแล้ว ว่าทำไมสตาร์ถึงเลือกที่จะไม่รับโทรศัพท์ตอนเขาโทรไปหา กับสิ่งที่สตาร์เคยผ่านมา “จนกระทั่ง” ดนัยสบตากับสตาร์ ที่มีน้ำตารื้นขึ้นขอบตา

“หรือว่า ฉันยังพอมีหวัง” สตาร์เสียงสั่นเครือ ดนัยขยับตัวเข้ารั้งร่างของสตาร์เข้ามากอดเอาไว้ กล้ามแขนใหญ่ ๆ ของเขาโอบรอบตัวของนางโชว์คนที่เป็นที่รัก ดนัยปล่อยให้สตาร์สะอื้นกับแผงอกของเขา ชายหนุ่มพรมหอมหัวหอมหูของสตาร์ จูบแก้มเพื่อปลอบใจและปลอบประโลมคู่ของเขา อย่างน้อยก็ให้ผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปด้วยกัน

*****************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=U6oRNDGpvjA



Estoy loca

I’ m crazy

ฉันคลั่ง

Enamorada, de ti

In love with you

รักคุณ


It seemed to be like the perfect thing for you and me

มันดูว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับคุณและฉัน

It's so ironic you're what I had pictured you to be

ถึงมันจะดูไม่ตรงกับภาพที่ฉันคิดเอาไว้เกี่ยวกับคุณเท่าไหร่

But there are facts in our lives

แต่ความจริงในชีวิตของคนเรานั้น

We can never change

เราก็เปลี่ยนแปลงตามใจชอบไม่ได้ทั้งหมด

Just tell me that you understand and feel the same

แค่บอกกับฉันมาว่าคุณกับฉันเราเข้าใจตรงกัน


This perfect romance that I've created in my mind

เรื่องราวความรักที่ฉันสร้างมันขึ้นในจินตนาการนี้

I'd live a thousand lives

ฉันสร้างเห็นการณ์ชีวิตนับเป็นพันพัน

Each one with you right by my side

แต่ละอันมีคุณกับฉันเคียงข้างกันไป

But yet we find ourselves in a less than perfect circumstance

แต่ก็อีก เราต่างเจอสถานการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจหลากหลาย

And so it seems like we'll never have the chance

มองดูไปพวกเราก็ไม่น่าที่จะไปกันได้รอด


Ain't it funny how some feelings you just can't deny (oh)

ตลกดีไม่ใช่หรือกับความรู้สึกที่หักห้ามไม่ได้

And you can't move on even though you try (oh)

กลับไม่ได้ให้เดินไปต่อก็ไปไม่ถึงแม้จะลองแล้ว

Ain't it strange when you're feeling things you shouldn't feel

มันประหลาดใช่มั้ยเมื่อรู้สึกในสิ่งที่ใจไม่ควรจะรู้สึก

Oh, I wish this could be real

ได้โปรดเถอะขอให้ทุกอย่างมันเป็นจริง


Ain't it funny how a moment could just change your life (oh)

มันตลกดีไม่ใช่หรือจังหวะหนึ่งเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

And you don't want to face what's wrong or right (no)

และคุณไม่สนแล้วว่ามัจะผิดหรือมันจะถูก

Ain't it strange how fate can play a part

มันประหลาดดีแท้ที่โชคชะตามันจัดแจงจัดสรร

In the story of your heart

เรื่องราวคามรักในจิตใจของคุณ


Sometimes I think that a true love can never be

บางครั้งฉันก็คิดนะว่ารักแท้มันไม่มีอยู่จริง

I just believe that somehow it wasn't meant for me

ฉันจึงเชื่อว่าอย่างน้อยมันอาจจะไม่ได้มีไว้พื่อฉัน

Life can be cruel in a way that I can't explain

ชีวิตมันก็โหดร้ายโดยที่ฉันเองนั้นหาคำอธิบายไม่ได้

And I don't think that I could face it all again

และฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้อีกแล้ว


I barely know you but somehow I know what you're about

ฉันแทบจะไม่รู้จักคุณเลยด้วยซ้ำแต่ฉันกลับรู้สึกว่าคุณคือคนที่ใช่

A deeper love I've found in you

ความรักอันแสนสุดที่ฉันพบในตัวคุณ

And I no longer doubt

และตัวฉันทำให้คำถามนั้นสิ้นสงสัยไป

You've touched my heart and it altered every plan I've made

คุณครองหัวใจฉันและนั่นมันทำให้ทุกอย่างที่ฉันคิดไว้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด

And now I feel that I don't have to be afraid

และฉันรู้แล้วว่าฉันไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีกต่อไป


Ain't it funny how some feelings you just can't deny (oh)

ตลกดีไม่ใช่หรือกับความรู้สึกที่หักห้ามไม่ได้

And you can't move on even though you try (oh)

กลับไม่ได้ให้เดินไปต่อก็ไปไม่ถึงแม้จะลองแล้ว

Ain't it strange when you're feeling things you shouldn't feel

มันประหลาดใช่มั้ยเมื่อรู้สึกในสิ่งที่ใจไม่ควรจะรู้สึก

Oh, I wish this could be real

ได้โปรดเถอะขอให้ทุกอย่างมันเป็นจริง


Ain't it funny how a moment could just change your life (oh)

มันตลกดีไม่ใช่หรือจังหวะหนึ่งเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

And you don't want to face what's wrong or right (no)

และคุณไม่สนแล้วว่ามัจะผิดหรือมันจะถูก

Ain't it strange how fate can play a part

มันประหลาดดีแท้ที่โชคชะตามันจัดแจงจัดสรร

In the story of your heart

เรื่องราวคามรักในจิตใจของคุณ


I locked away my heart

ฉันเก็บซอนหัวใจของฉันเอาไว้

But you just set it free

แต่เป็นคุณที่ให้อิสระแก่มันอีกครั้ง

Emotions I felt

ความรู้สึกที่ฉันมี

Held me back from what my life should be

เคยฉุดรั้งฉันเอาไว้จากชีวิตที่มันควรจะเป็น

I pushed you far away

ฉันผลักไสคุณไปแสนไกล

And yet you stayed with me

คุณก็ยังหนักแน่นอยู่กับฉันไม่ไปไหน

I guess this means

ฉันคิดว่านี่มันคงเป็นไปได้ว่า

That you and me were meant to be

ทั้งคุณและฉันเจอะเจอกันด้วยพรหมลิขิตบันดาล

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๒. ในใจ _ 7.28.2023
«ตอบ #14 เมื่อ28-07-2023 14:57:30 »

๑๒. ในใจ

“หมอเรียกเอกสารที่สำคัญกับภาพหลักฐานในที่เกิดเหตุมาเกี่ยวกับคดีนี้มาดู แต่มันหลายปีมากแล้ว ไม่ค่อยได้อะไรมากนัก” แพทย์หญิงดรุณีตอบกลับสารวัตรรัฐนนท์ที่อยู่อีกปลายสายกลับไป “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เมื่อสมัยนั้น หมอไม่อยากพูดว่ามันไม่รอบคอบดีพอ เพียงแต่มันไม่ให้แนวทางอื่น ๆ กับเราเลย ที่จะสืบไปในทางอื่นเพิ่มเติม นั่นทำให้คดนี้และรวมถึงโคลด์เคสอื่น ๆ ยังคงดองกันอยู่อีกพะเรอเกวียน” สารวัตรหนุ่มหัวเราะกับคำอะไรโบราณ ๆ ที่หมอดุใช้ เดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นเพราะละครพีเรียดที่กำลังดังเป็นกระแสอยู่ แพทย์สาวเองก็ยังอดขำไปด้วยไม่ได้

“แล้วนี่หนุ่มหน้าใสนั่นอยู่ด้วยกันหรือเปล่า” หมอดุอดไม่ได้ที่จะถามถึงคู่หูสืบคดีคนใหม่ของอีกฝ่าย “อยู่ ก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ” หมอดุจับน้ำเสียงความอ่อนโยนนั้นจากสารวัตรหนุ่ม “ห่างกันไม่ได้เลยนะหมวด” แพทย์หญิงดรุณีแซวออกไป ได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบา ๆ “ทำไงได้ล่ะ” โดยไม่ได้พูดบ่ายเบี่ยงอย่างที่เคยทำ ก่อนที่สารวัตรรัฐนนท์จะขอวางสายจากหมอดุไว้เพียงแค่นั้นก่อน

“คุณชนธัญเห็นวิญญาณด้วยมั้ยครับ” ดนัยเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ “ก็มีบ้างครับ บางครั้ง” ชนธัญนึกถึงคดีแรกที่เขานั้นเห็นวิญญาณภรรยาของหมอชีพมาปรากฏกายให้เห็นต่อหน้าต่อตา “แล้ว คุณชนธัญเห็น” ดนัยถามต่อ แต่น้ำเสียงฟังดูลังเลที่จะพูดออกไปตรง ๆ “ที่นี่หรือครับ” ชนธัญถาม ก่อนจะได้คำตอบเป็นการพยักหน้าจากหนุ่มใหญ่

“ไม่เห็นครับ” คำพูดของชนธัญทำให้ดนัยหลุบตาลงต่ำ เหมือนผิดหวังที่ได้ยินแบบนั้น “แต่ถึงผมไม่เห็นว่ามีวิญญาณอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า พวกเขายังอยู่ที่นั่น หรือจากไปแล้วนะครับ” ดนัยสบตากับชนธัญก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ สารวัตรรัฐนนท์ที่ยืนฟังคำสนทนาอยู่เงียบ ๆ จึงเอ่ยขึ้น

“คุณดนัยพอจะยังจำสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้อยู่มั้ยครับ ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่คุณดนัยทราบให้พวกเราฟังอีกสักครั้ง” ดนัยหลับตาลง พ่นลมหายใจออกมายาว ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น “คืนนั้นเป็นคืนที่ผมสัญญากับสตาร์เอาไว้ ว่าผมจะไปหาที่บาร์” ดนัยเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง ว่าเขาตั้งใจจะไปหาคนรัก จากที่สัปดาห์นั้นเขายุ่งมากจริง ๆ จนแทบไม่มีเวลาทำอะไรอย่างอื่น

“งั้นพวกกูล่วงหน้าไปกันก่อน จะไปจองโต๊ะ ไอ้ดนัย เดี๋ยวเอ็งตามไปนะโว้ย” กลุ่มเพื่อนผู้ชายที่ทำงานธนาคารด้วยกันรีบพูด ก่อนจะเร่งพากันเดินเลี่ยงไป เมื่อเห็นหญิงสาวคู่หมั้นคู่หมายที่ทางพ่อแม่ของดนัยประกาศออกสื่อใหญ่โต ว่าทั้งสองคนกำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้านี้ เธอเดินถือข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือเข้ามาหา

“อ้าว พวกนั้นเขารีบไปไหนกันคะพี่ดนัย” คนถูกถามไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มเฉย ๆ ก่อนจะถามหญิงสาวกลับไปว่า “เย็นนี้พี่ต้องเคลียร์งาน น้องมีอะไรหรือเปล่า เพราะพี่กำลังยุ่งมากจริง ๆ” จบประโยคของดนัย ก็เห็นหญิงสาวยกมือทั้งสองขึ้นชูถุงอาหารและขนมมากมายให้ดนัยดู

“กะว่าจะมาหาเพื่อนทานข้าวเย็นกัน กินด้วยกันหลาย ๆ คนก็สนุกดี แต่กลับไปกันหมดเลย เหลือแต่เราสองคน ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้คราวหลังก็ได้” ดนัยรู้สึกใจชื้นเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดแบบนั้น เพราะคิดว่าพอหญิงสาวของตัวกลับเลย เขาก็จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ แล้วจะได้ขับรถบึ่งไปที่บาร์ ให้ทันสตาร์ขึ้นโชว์

“มื้อนี้ เราสองคนก็กินด้วยกันไปก่อน ดูสิคะพี่ดนัย น้องซื้อแต่ของชอบของพี่ดนัยมาทั้งนั้นเลย กินข้าวก่อนนะคะ เพิ่มพลังก่อนเคลียร์งานให้เสร็จ” ดนัยฝืนกลืนคำพูดบางอย่างที่มีลงไป คิดเสียว่า รีบ ๆ กิน รีบ ๆ หาทางไล่หญิงสาวให้กลับบ้านไป แล้วก็รีบ ๆ ทำงานให้เสร็จ จะได้รีบ ๆ ไปหาสตาร์ได้เสียที

“ทั้ง ๆ ที่วันนั้น ผมไม่คาดหมายว่าจะมีอะไรต้องทำเยอะมากมายขนาดนั้น” ดนัยพูดให้กับทั้งสารวัตรรัฐนนท์และชนธัญฟัง “แต่งานก็สุมรุมเร้าผมตั้งแต่เช้า มีลูกค้ารายใหม่ติดต่อเข้ามาตลอด รายใหญ่ทั้งนั้น จะบอกปัดให้ติดต่อมาใหม่เช้าวันจันทร์ก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมตั้งใจเอาไว้แล้ว ทั้ง ๆ ที่ผมสัญญากับสตาร์เอาไว้เป็นอย่างดี” น้ำเสียงและแววตาของดนัย แสดงออกมาอย่างชัดเจน ว่าเขาผิดหวังในตัวเองมากแค่ไหน

ที่บาร์นางโชว์ ตั้งแต่เพื่อน ๆ กลุ่มของดนัยมาถึงที่ร้าน พอได้เจอกับสตาร์ ก็บอกกับนางโชว์เบอร์หนึ่งของร้าน เบอร์ต้น ๆ ของกรุงเทพมหานครว่า ดนัยกำลังเคลียร์งานสำคัญอยู่ เป็นลูกค้ารายใหญ่ และกำลังตามมาในอีกไม่ช้า แต่จากเย็น จนเป็นหัวค่ำ จนถึงเวลาที่โชว์จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ยังไม่เห็นวี่แววของดนัยแต่อย่างใด

“เฮ้ยดนัย ยังไม่เสร็จอีกหรือวะ” ใครคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อน โทรกลับไปหาดนัยที่ธนาคาร “งานน่ะเสร็จแล้ว แต่กำลังหาทางไล่น้องให้กลับไปอยู่ นี่ก็รบเร้าให้ไปส่งที่บ้าน” ไม่ต้องบอกก็รู้ “จริง ๆ สตาร์น่าจะขึ้นโชว์แล้ว แต่นี่ให้นางโชว์คนอื่นขึ้นก่อน สตาร์น่าจะรอมึงอยู่ ดนัย” ว่าถ้าดึกขนาดนี้แล้ว หากดนัยขับรถกลับไปส่งหญิงสาวที่บ้าน รับรองว่านอกจากเขาจะไปไม่ทันดูสตาร์ขึ้นแสดงแล้ว ที่แย่ไปกว่านั้น คือดนัยจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนรักของเขา

ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ หลังจากที่ดนัยวางสายจากเพื่อนที่โทรมาถามว่าเขาเสร็จงานหรือยัง ดนัยก็พูดเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวกลับบ้านได้สำเร็จ โดยที่ดนัยเรียกรถแท็กซี่ให้กับเธอ ดนัยเองอดคิดไม่ได้ว่า อย่างกับหญิงสาวทำตัวถ่วงเวลาเพื่อให้เขาไปไม่ทันดูสตาร์ขึ้นโชว์ ยังไงยังงั้นแหละ เพื่อนของดนัยโทรมาหาเขาจากบาร์นางโชว์อีกครั้ง ก่อนจะบอกว่า

“สตาร์กำลังจะขึ้นโชว์แล้ว ถ้าแกรีบขับรถมา ยังไงก็ทัน” เสียงเพื่อนบอกกับดนัยไปตามสาย “สตาร์โกรธมั้ยวะ” ดนัยอดเป็นห่วงในเรื่องนี้ไม่ได้ “ดูเฉย ๆ นะ ไม่ได้พูดอะไร แต่หน้าก็เศร้า ๆ แหละ แฟนมีแต่แฟนไม่มา” ดนัยด่าเพื่อนไปชุดใหญ่ ที่พูดจาไม่เข้าหู ก่อนจะรีบวางสาย แล้วขับรถออกไปในทันที

ดนัยรู้สึกว่า ยิ่งเร่ง ทุกอย่างดูเหมือนจะช้าลงไปกว่าเดิมเสียหมด ไฟแดงกี่แยก ๆ ก็เหมือนกำลังแกล้งเขา ไม่มีสักสี่แยกเดียว ที่เข้าใจคนที่กำลังรีบเร่งอย่างเขา รถราก็ขวักไขว่เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ท้องถนนในเวลาที่เริ่มดึกมากแล้วแบบนี้ ควรจะต้องโล่ง จนแทบไม่เหลือรถยนต์ให้เห็นหนาตาเช่นช่วงกลางวัน

“ทำนองเพลงมันเศร้าจังวะ ไหนเมื่อกี้มีคนบอกว่า สตาร์เตรียมเพลงสนุก ๆ ขึ้นโชว์ในวันนี้” ทุกคนถึงแม้จะสงสัย แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ได้ดูโชว์ของสตาร์ เจ้าตัวนั้นขึ้นแสดงกับเพลงที่ช้า ๆ ทำนองสวย และความหมายดี เสียงคนดูลูกค้าทั้งไทยและเทศ ส่งเสียงกรีดร้องให้กำลังใจ แม้ว่า ในการแสดงครั้งนี้ของสตาร์ ทุกคนไม่เห็นนางโชว์ที่เคยมีแต่ใบหน้าสดใส แสดงรอยยิ้มออกมาเลยสักนิดเดียว

ดนัยเล่ามาจนถึงตอนนี้ น้ำเสียงของหนุ่มใหญ่เริ่มสั่นเครือ การพูดของเขาเริ่มขาดเป็นห้วง ๆ ตามความรู้สึกและห้วงอารมณ์ที่กำลังเล่นงานเขา สารวัตรรัฐนนท์รับฟังด้วยความรู้สึกเห็นใจ ชนธัญนั้น เลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นลำคอตีบตันไปด้วย กับเรื่องราวที่พรั่งพรูออกจากปากของดนัย

เสียงเพลงจบลง ไฟบนเวทีมืดดำ สตาร์มองไปที่ห้องแต่งตัวที่ด้านหลังเวที ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปที่ประตูห้องนั้น ทิ้งเสียงจ้อกแจ้กตะโกนเชียร์ของลูกค้าบาร์นางโชว์เอาไว้ที่เบื้องหลัง สตาร์เดินมาหยุดอยู่กลางห้อง มองตรงไปที่กระจกแต่งหน้าบานใหญ่ เสียงคนเดินตามเข้ามาในห้องดังขึ้น สตาร์ยิ้มที่ริมฝีปาก แต่เมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจก สตาร์ก็หุบยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาสวยคู่นั้นลง

**************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย Jay J

https://www.youtube.com/watch?v=X1CL5pJM0cg


Now I don't wanna lose you

ฉันไม่อยากเสียคุณไป

But I don't wanna use you

แต่ฉันก็ไม่อยากจะใช้คุณเป็นข้ออ้าง

Just to have somebody by my side

เพียงแค่อยากมีใครสักคนข้างกาย


And I don't wanna hate you

ไม่เลยสักครั้งที่ฉันอยากเกลียดคุณ

I don't wanna take you

แต่ก็เช่นกันฉันไม่อยากจะยื้อคุณไว้

But I don't wanna be the one to cry

เพราะฉันไม่อยากจะเป็นคนร้องไห้ออกมาเสียเอง


And that don't really matter

และฉันนั้นมันไม่ได้สำคัญ

To anyone, anymore

ไม่ว่ากับใคร ทั้งนั้นอีกแล้ว

But like a fool I keep losing my place

ไม่ต่างจากคนโง่งมงายที่ย้ายที่ของตัวเองอยู่ร่ำไป

And I keep seeing you walk through that door

แต่ก็หวังจะเห็นคุณเดินผ่านประตูบานใหม่นั้นเข้ามาหากัน


But there's a danger in loving somebody too much

มันอันตรายเมื่อคุณรักใครสักคนจนมากเกินไป

And it's sad when you know it's your heart you can't trust

และยิ่งน่าเศร้า เมื่อหัวใจของคุณเอง คือสิ่งที่ไว้ใจไม่ได้

There's a reason why people don't stay where they are

มันคือเหตุผลที่คนเราไม่ยอมอยู่ที่เดิมนั่นต่อ

Baby sometimes love just ain't enough

เพราะความรักแค่นั้นมันคงจะไม่พอ


Now I could never change you

ฉันไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงคุณได้

And I don't wanna blame you

ซึ่งจะให้ฉันโทษคุณได้อย่างไรกัน

Baby you don't have to take the fall

ที่รัก ไม่เลย คุณไม่ต้องรับผิดแทนฉัน


Yes I may have hurt you

จริงอยู่ฉันอาจจะทำร้ายคุณลงไป

But I did not desert you

แต่ใช่ว่าฉันจงใจทอดทิ้งคุณ

Maybe I just want to have it all

ลึกลึกแล้วฉันคงอยากให้มันเป็นอย่างใจไปเสียทุกสิ่ง


It makes a sound like thunder

มันฟังดูเหมือนถูกสายฟ้าฟาดผ่าน

It makes me feel like rain

แต่ก็ตามด้วยสายฝนที่เย็นสะท้าน

And like a fool who will never see the truth

และจะให้คนโง่มองเห็นความจริงไปได้เช่นไร

I keep thinking something's gonna change

ที่ในใจฉันคิดเอาเองว่าสักวันมันคงเปลี่ยนแปลง


But there's a danger in loving somebody too much

มันอันตรายเมื่อคุณรักใครสักคนจนมากเกินไป

And it's sad when you know it's your heart you can't trust

และยิ่งน่าเศร้า เมื่อหัวใจของคุณเอง คือสิ่งที่ไว้ใจไม่ได้

There's a reason why people don't stay where they are

มันคือเหตุผลที่คนเราไม่ยอมอยู่ที่เดิมนั่นต่อ

Baby sometimes love just ain't enough

เพราะความรักแค่นั้นมันคงจะไม่พอ


And there's no way home

และมันคงไม่มีที่ใดให้ไป

When it's late at night and you're all alone

เมื่อถึงดึกดื่นค่ำคืนและเหลือเพียงตัวคนเดียวลำพัง

Are there things that you wanted to say

มันมีหลายอย่างที่อยากจะเอื้อนเอ่ยมันออกไป

And do you feel me beside you in your bed?

คุณยังคงรู้สึกไออุ่นของตัวฉันไหมเมื่อเราร่วมเตียง

There beside you, where I used to lay

ที่ข้างข้างกายของคุณ ที่ที่ฉันเคยร่วมเคียง


And there's a danger in loving somebody too much

มันคือสิ่งอันตรายเมื่อเรารักใครสักคนจนล้นใจ

And it's sad when you know it's your heart they can't touch

และต้องเสียใจ เมื่อรู้ว่าหัวใจคุณที่มีคือสิ่งต้องห้าม

There's a reason why people don't stay who they are

และนี่คือเหตุผลว่าคนเราไม่กล้ายอมรับออกไปว่าเราเป็นใคร

Baby sometimes love just ain't enough

บางครั้งแค่รักนั้นยังไม่พอ

Baby sometimes love, it just ain't enough

หลายครั้ง ความรักคงยังไม่พอ

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๓. ผิด _ 7.29.2023
«ตอบ #15 เมื่อ29-07-2023 15:46:03 »

๑๓. ผิด


“แย่หน่อยนะ อยู่กับกะเทยนางโชว์น่ะ” สตาร์พูดพลางหัวเราะคิกคักกับตัวเอง ที่เพิ่งไปหาริบบิ้นมาผูกเป็นหูกระต่ายให้ดนัยเป็นที่เรียบร้อย “เดี๋ยวก่อน” ดนัยที่ยืนนิ่ง ๆ ให้สตาร์ผูกหูกระต่ายให้ ก้มมองไปที่ตัวเอง “คือยังไง ชุดเจ้าบ่าวถึงได้มีแค่หูกระต่ายอย่างเดียว” ดนัยก้มลงมองสภาพของตัวเอง ที่สตาร์บอกเอาไว้แล้วว่า

“ก็มีหูกระต่ายกันโป๊แล้วไง ชุดนี้แหละ เจ้าบ่าวหล่อที่สุด จริงใจดี” สตาร์พูดพลางย่นจมูกให้อีกฝ่าย ที่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ จากที่ดนัยเอง ลองแย็บ ๆ ถามถึงเรื่องที่เวลาคนเขาแต่งงานกัน เขาทำอะไรกันยังไง “โอเค ผมมีหูกระต่ายกับไอ้จุดสองห้อยนี่ก็หล่อแล้วใช้มั้ย” เป็นอีกครั้งที่ดนัยได้เห็นสตาร์ยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี และมันเป็นภาพที่เขาชอบมากที่สุด

“ส่วนฝั่งเจ้าสาว” สตาร์ดึงเอาผ้าปูที่นอนสีขาวของทางห้องพักบังกะโล มาพันรอบตัวเป็นชุดราตรีเกาะอก “หวังว่าทางเจ้าบ่าวคงไม่อยากเห็นเจ้าสาวแข่งโชว์จุดสองห้อยนั่นด้วย” ดนัยส่ายหน้าพลางยิ้มกว้างออกมาเช่นกัน เมื่อได้ยินสตาร์พูดแบบนั้น “ชุดราตรีเกาะอกยาวสีขาว เพราะเจ้าสาวยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่” ดนัยฟังสตาร์พูด ที่พากันเล่นไปตามจินตนาการของกะเทย ตามที่สตาร์เรียกมันแบบนั้น

“และแน่นอน ช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวจะต้องโยนในตอนท้าย” สตาร์คว้าเอาดอกไม้พลาสติกสองสามดอก จากแจกกันที่ใช้ประดับตกแต่งห้องพักเอามาถือไว้ “และแน่นอน รับค่ะ เจ้าบ่าวไม่รู้ แต่เจ้าสาว แต่งค่ะ” สตาร์หัวเราะออกมาอย่างตลกไปกับมุกของตัวเอง ที่ไม่ว่าเจ้าบ่าวจะคิดอย่างไร แต่เจ้าสาวนั้นพร้อมแต่งงานด้วยเสมอ

“เจ้าบ่าวจะทำงานเก็บเงินให้เยอะ ๆ ซื้อบ้าน ซื้อรถ จะดูแลเจ้าสาวเป็นอย่างดี รับมาดูแลเป็นภรรยาออกหน้าออกตา ให้เจ้าสาวไม่อายใครทั้งนั้น รับครับ แต่งครับ” สตาร์หัวใจเต้นแรง รู้สึกอึ้งอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินดนัยพูดออกมาแบบนั้น และที่สำคัญดนัยพูดด้วยท่าทางที่จริงจัง ไม่ใช่แค่เล่นไปตามบทในจินตนาการของกะเทยอย่างในตอนแรก

“เราแต่งงานกันจริง ๆ มั้ย” ดนัยเอ่ยถามออกไป ในหัวใจของเขาชุ่มชื่นไปด้วยความรู้สึกที่สุขใจอย่างประหลาด “แต่งงานกับผมมั้ย สตาร์” ดนัยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง นั่งลงที่ข้างหน้าของสตาร์ “ผมยังไม่มีแหวนแต่งงาน ผมยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง แต่ผมสัญญา ว่าผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้” ดนัยเอื้อมมือไปจับมือข้างซ้ายของสตาร์เอาไว้

“สตาร์ แต่งงานกับชีเปลือยอย่างผมนะครับ” ดนัยนั่งคุกเข่าเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย สตาร์หัวเราะทั้งน้ำตา เพราะไม่เคยคิดว่า จะมีวันหนึ่ง ที่วันนี้มีผู้ชายดี ๆ สักคนมาอ้อนวอน ขอให้สตาร์ตอบรับที่จะแต่งงานด้วย “แต่งก็แต่ง แต่ขอแค่วันจริง เจ้าบ่าวใส่ทักซิโด้ก็แล้วกัน สตาร์หวง” ไม่พูดเปล่า สตาร์ชี้ไปที่แก่นกลางลำตัวของดนัยที่แสนหวง

ดนัยหัวเราะลั่น ก่อนจะลุกขึ้นมากอดเจ้าสาวในชุดราตรีผ้าปูที่นอนของเขาเอาไว้ ก่อนจะก้มจูบอย่างแผ่วเบาลงบนริมฝีปากของสตาร์ เจ้าของริมฝีปากหลับตาลงอย่างรู้สึกอบอุ่นใจ แม้ว่าจะคำถามและความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาในความคิด ว่ามันจะออกมายังไง งานแต่งงานของหนุ่มนายธนาคารกับสาวนางโชว์กะเทยบาร์กลางคืน

“ทางพฤตินัย สตาร์เป็นเมียผมโดยสมบูรณ์” ดนัยพูดกับสารวัตรรัฐนนท์และชนธัญ “ผมขอสตาร์แต่งงานในห้องพักบังกะโลเล็ก ๆ ริมชายหาด มันไม่ได้หรูหราอะไร” สีหน้าของดนัยแสดงออกถึงความสุขที่ได้หวนคิดถึงเหตุการณ์เก่าก่อน “ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไร ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง” รอยยิ้มที่ริมฝีปาก แต่ดวงตานั้นเต้นระริกไปด้วยน้ำตาอุ่น ๆ ที่คลอหน่วย

“ไม่ได้คิดเสียด้วยซ้ำไป ว่ามันจะเป็นยังไงต่อ มันจะเกิดขึ้นได้มั้ย รู้แค่ว่าเราสองคนให้สัญญากันและกันเอาไว้แล้ว พร้อมกับแหวนแต่งงานอุปโลกน์ขึ้นมาวงหนึ่ง ที่ผมสวมให้กับนิ้วนางข้างซ้ายของสตาร์” ดนัยหวนกลับไปรู้สึกอย่างเช่นที่เขาได้รับรู้ในวันนั้น มันรู้สึกดีแค่ไหน ที่มีกันและกัน

“มันคงยากมากสำหรับคุณสองคนในตอนนั้น” สารวัตรรัฐนนท์พูดขึ้น เขาพอจะเข้าใจความลำบากของคนทั้งคู่ กับสภาพสังคมที่แวดล้อมพวกเขาอยู่ “ผมมีข้อสงสัยอยู่นิดหนึ่ง” สารวัตรนุ่มพูดต่อ “จากรายงานการสืบสวน ในเอกสารฉบับหนึ่ง บอกว่าคืนวันเกิดเหตุ มีใครบางคนเป็นคนพบศพของสตาร์เป็นคนแรก” สารวัตรรัฐนนท์จ้องตากับดนัยตรง ๆ

“มันมีรอยถมดำ ขีดฆ่าชื่อของคนคนนั้นออกไป และจนวันนั้นยังหาเอกสารอื่น ๆ ในคดีมาเชื่อมโยงไม่ได้ว่า เขาคนนั้นเป็นใครกันแน่” ดนัยฟังสิ่งที่สารวัตรรัฐนนท์พูดออกมาเงียบ ๆ “แต่ทีนี้ คุณดนัยเล่าว่า คืนวันนั้น คุณดนัยตั้งใจจะไปที่บาร์อย่างแน่นอน” ดนัยพยักหน้าตามไป กับสิ่งที่สารวัตรหนุ่มเป็นคนพูด

“แต่ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ไม่ว่าผมจะอ่านเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” สารวัตรหนุ่มสังเกตเห็นว่าดนัยขยับเท้าเดินเข้ามาหาเขากับชนธัญช้า ๆ สารวัตรหนุ่มเริ่มระวังตัว “ตกลงคุณดนัยได้ไปที่บาร์ของสตาร์หรือไม่ครับ” สารวัตรรัฐนนท์ข้องใจอย่างที่สุดในเรื่องนี้

“เพราะถ้าคุณดนัยอยู่ที่นั่น และไม่สนว่าใครจะคิดยังไง คนรักตายไปทั้งคน ใจคอคุณดนัยจะไม่ให้ปากคำ ไม่ให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยหรือครับ ใจดำทำกับคุณสตาร์ได้ลงคอขนาดนั้นหรือครับ เพราะผมหาข้อมูลคำให้การของคุณดนัยไม่เจอ แต่แปลกใจมาก ที่คุณดนัยติดต่อผมมา อยากให้รื้อฟื้นคดีนี้” สารวัตรรัฐนนท์ต้องการรู้เรื่องมากไปกว่าที่ดนัยเล่ามา

“ผมรักสตาร์ ผมไม่มีวันทำร้ายคนที่ผมรัก” ดนัยตอบโต้คำพูดของสารวัตรรัฐนนท์ “ไม่อย่างนั้นคุณก็โกหกกับทุกอย่างที่คุณพูดมาทั้งหมด” ดนัยยังคงเดินเข้าหาสารวัตรรัฐนนท์ “ถ้าผมเป็นคนฆ่าสตาร์จริง ผมจะมาขอให้สารวัตรรื้อฟื้นคดีทำไมกัน” ดนัยเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของชนธัญพอดี เห็นแบบนั้น ชนธัญตัดสินใจคว้าข้อมือของดนัยเอาไว้ในทันที

ตอนนี้ชนธัญเห็นตัวเองยืนอยู่ที่ด้านล่างเวทีในบาร์ สิ่งที่เห็นกับตา ทำให้ชนธัญถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อภาพตรงหน้าในตอนนี้ คือดนัยที่กำลังดึงเชือกที่ผูกรัดคอสตาร์เอาไว้ ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ดนัยดึงเชือกที่พาดไว้บนขื่อเหนือเวที ชายหนุ่มดึงเชือกขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ใบหน้าของเขาปะทะเข้ากับเท้าที่เย็นเฉียบของสตาร์

ดนัยน้ำตาไหลพราก จูบเบา ๆ ลงบนเท้าของสตาร์ ด้วยความเสียใจเกินกว่าจะบรรยาย เขาดึงร่างของสตาร์ขึ้นไปจนสุด แขวนห้อยอยู่กลางอากาศเอาไว้อย่างนั้น ก่อนที่ตัวเองจะทรุดตัวลงนอนกองกับพื้นเวที ร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่นและทรมานใจอย่างแสนสาหัส เสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวดถูกกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง

“คุณดนัย” ชนธัญผงะถอยหลัง ปล่อยมือออกจากข้อมือของดนัย “มีอะไร คุณเห็นอะไร” สารวัตรรัฐนนท์รีบเข้าไปประคองให้ชนธัญที่ล้มลงนั่งกับพื้น ให้ยืนขึ้น “ทำไม” ชนธัญถามดนัยออกไปด้วยเสียงที่สั่น ดนัยส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “สตาร์ไว้ใจคุณ เชื่อใจคุณ แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคนในโลกที่เข้าใจ ไม่ใช่หรือครับ” ชนธัญรู้สึกหวาดกลัวแทนสตาร์ ทั้งยังเห็นใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธออย่างที่สุด

“ชนธัญ บอกผม ว่าคุณเห็นอะไร คุณดนัยเขาทำอะไร” สารวัตรรัฐนนท์ถามชนธัญด้วยเสียงที่เข้ม พร้อมจะโจมตีในทันที ชนธัญหันไปสบตากับสารวัตรหนุ่ม ก่อนจะหันกลับไปมองที่ดนัย ที่ตอนนี้หนุ่มใหญ่น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างไม่ขาดสาย กับเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น ที่กลับมาให้เขาต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง

“ภาพที่ผมเห็น” ชนธัญพูดขึ้น รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสตาร์ “คุณดนัยผูกเชือกที่คอของสตาร์ แล้วดึงร่างของเธอขึ้นไปแขวนที่กลางเวทีนั่น” เมื่อชนธัญพูดจบ ไวเท่าความคิด สารวัตรรัฐนนท์ดึงปืนพกออกจากซองที่เอว เล็งปากกระบอกปืนไปที่ดนัย ที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าเหมือนคนที่รู้สึกผิดอย่างมหันต์

**********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย Jay J

https://www.youtube.com/watch?v=CFJtRiKgLhE


Closed off from love, I didn't need the pain

เคยถูกรักทำร้ายมา ฉันไม่อยากให้ใจเจ็บปวดอีก

Once or twice was enough and it was all in vain

ครั้งหนึ่ง สองครั้งก็พอแล้ว เพราะทุกครั้งจบลงอย่างไร้ประโยชน์

Time starts to pass, before you know it, you're frozen

ใช้เวลาเป็นเครื่องเยียวยา พอรู้ตัวอีกที ใจมันก็ด้านชาไปเสียแล้ว


But something happened for the very first time with you

แต่บางอย่างเกิดขึ้นเมื่อครั้งแรกที่เราเจอกัน

My heart melts into the ground, found something true

ใจฉันพลันละลายอ่อนลง เมื่อเจอคนที่รักฉันจริง

And everyone's looking 'round, thinking I'm going crazy

จนใครต่อใครรอบตัวฉัน พากันคิดว่าฉันนี่หลงจนงมงายไปเสียแล้ว


But I don't care what they say

แต่ฉันไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง

I'm in love with you

ฉันมีใจให้คุณไปแล้ว

They try to pull me away, but they don't know the truth

พวกเขาพยายามเตือนให้ฉันเลิก แต่พวกเขาจะไปรู้ความจริงอะไร

My heart's crippled by the vein that I keep on closing

หัวใจที่ชำรุด ที่ฉันปิดท่อลำเลียงรักไปนานแล้ว

You cut me open and I

คุณเข้ามา เปิดมัน และปล่อยให้ฉัน


Keep bleeding, keep, keep bleeding love

รักล้นในใจ ปล่อยให้รักรินไหลออกมาอยู่อย่างนั้น

I keep bleeding, I keep, keep bleeding love

ปล่อยรักให้ล้น ปล่อยให้มันไหลรินไม่หยุดหย่อน

Keep bleeding, keep, keep bleeding love

สิ่งที่เอ่อล้นคือความรัก ที่ท่วมท้นทั้งใจ

You cut me open

คุณเปิดใจฉันให้กับรักอีกครั้ง


Trying hard not to hear, but they talk so loud

พยายามจะไม่ฟังอะไรใคร แต่พวกเขาก็กรอกหูฉันดังลั่น

Their piercing sounds fill my ears, try to fill me with doubt

เสียงหวีดเตือนดังเข้าหาฉัน พยายามจะให้ฉันเกิดความลังเลใจ

Yet I know that their goal is to keep me from falling

แต่ก็รู้นะ ว่าที่เขาทำแบบนั้นก็เพื่อกันฉันจากความผิดหวัง


But nothing's greater than the rush that comes with your embrace

แต่อะไรจะดีเกินไปกว่าความรู้สึกที่แล่นมาหาฉันจากอ้อมกอดอบอุ่นของคุณ

And in this world of loneliness, I see your face

กับโลกที่แสนจะโดดเดี่ยวเดียวดายนี้ แต่ฉันได้พบหน้ากับคุณ

Yet everyone around me thinks that I'm going crazy

โดยที่มีแต่คนรอบข้างคิดว่าฉันมันบ้าหลุดโลกไปแล้ว

Maybe, maybe

ก็อาจจะนะ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น


But I don't care what they say

แต่ฉันไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง

I'm in love with you

ฉันมีใจให้คุณไปแล้ว

They try to pull me away, but they don't know the truth

พวกเขาพยายามเตือนให้ฉันเลิก แต่พวกเขาจะไปรู้ความจริงอะไร

My heart's crippled by the vein that I keep on closing

หัวใจที่ชำรุด ที่ฉันปิดท่อลำเลียงรักไปนานแล้ว

You cut me open and I

คุณเข้ามา เปิดมัน และปล่อยให้ฉัน


Keep bleeding, keep, keep bleeding love

รักล้นในใจ ปล่อยให้รักรินไหลออกมาอยู่อย่างนั้น

I keep bleeding, I keep, keep bleeding love

ปล่อยรักให้ล้น ปล่อยให้มันไหลรินไม่หยุดหย่อน

Keep bleeding, keep, keep bleeding love

สิ่งที่เอ่อล้นคือความรัก ที่ท่วมท้นทั้งใจ

You cut me open

คุณเปิดใจฉันให้กับรักอีกครั้ง


And it's draining all of me

และมันทำให้ฉันปลดปล่อยทั้งหมดที่ตัวฉันมี

Though they find it hard to believe

แม้มันจะเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อของใครใคร

I'll be wearing these scars for everyone to see

แต่ฉันจะเปิดเผยรอยแผลจากรักนี้ให้กับทุกคนได้เห็น

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๔. ขืน _ 7.30.2023
«ตอบ #16 เมื่อ30-07-2023 14:46:50 »

๑๔. ขืน


“คุณดนัยยังคงยืนกรานว่า เขาไม่ได้เป็นคนฆ่าสตาร์” ชนธัญที่เพิ่งพูดคุยกับหนุ่มใหญ่อีกครั้ง บอกกับสารวัตรรัฐนนท์หลังจากออกมาจากห้องสอบสวน “แล้วคุณเชื่อที่เขาพูดมั้ย” คำถามนี้ของสารวัตรหนุ่ม ทำให้ชนธัญลังเลที่จะให้คำตอบ “เทียบกับภาพที่ผมเห็น” ชนธัญส่ายหน้าออกไป

“แต่จากที่พูดคุยกับคุณดนัย ผมก็มองไม่ออกว่าคุณดนัยจะทำอย่างนั้นกับสตาร์” แม้ในใจจะไม่อยากเชื่อว่าดนัยจะเป็นคนร้าย แต่ภาพตอนที่เห็นดนัยดึงเชือกเพื่อให้ร่างของสตาร์แขวนขึ้นไปกับขื่อ ก็ทำให้ชนธัญสับสนไม่น้อย เพราะเขาไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าและหลังจากนั้น เขาเห็นแค่ช่วงเวลานั้นเท่านั้น และมันคงเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของดนัยมากกว่าเหตุการณ์อื่น ๆ จึงเด่นชัดมากพอที่ทำให้ชนธัญมองเห็นได้

“หลักฐานที่มีไม่พบรอยนิ้วมือแฝงบนเชือกที่รอบคอของสตาร์” สารวัตรรัฐนนท์อ่านรายงานในคดีจนจำได้ขึ้นใจ “แต่ด็อคดุเพิ่งส่งข้อความมาหาผม ว่าเชือกเส้นที่อยู่บนขื่อเหนือเวทีนั่น ที่ปลายเชือกมีแถบกาวติดอยู่ และมีรอยนิ้วมือบนนั้น แต่มันแขวนอยุ่อย่างนั้นผ่านมานานหลายสิบปี ด็อคเองไม่แน่ใจว่ารอยนิ้วมือจะสมบูรณ์หรือเปล่า” ทันทีที่สารวัตรรัฐนนท์พูดจบ ด็อคเตอร์ดรุณีก็เดินมาถึงพอดี

“ทางทีมเจ้าหน้าที่ตรวจพบบางส่วนของลายนิ้วมือ ถือว่าเราโชคดี ที่มันสมบูรณ์มากพอจะระบุตัวตน” สารวัตรทำท่าทางดีใจที่มาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้คดีนี้มีความคืบหน้าเสียที “คุณหมอดุเทียบกับรอยนิ้วมือของคุณดนัยแล้วใช่มั้ยครับ” ชนธัญถามออกไป แพทย์สาวพยักหน้าแทนคำตอบ ทั้งชนธัญและสารวัตรหนุ่มใจเต้นตึกตักเมื่อกำลังรอคำตอบจากด็อคเตอร์ดรุณี ชนธัญและสารวัตรได้ฟังผลตรวจเสร็จ ก็เดินกลับเข้าไปในห้องสอบสวนอีกครั้ง

“คุณดนัยครับ” ชนธัญเอ่ยเรียกหนุ่มใหญ่ที่นั่งนิ่ง ก้มหน้า มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอยู่ตลอดเวลา ดนัยเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกนั้น “สิ่งที่เกิดขึ้น มันมีอะไรมากกว่าที่บันทึกเอาไว้ในคำให้การ ใช่มั้ยครับ” ชนธัญถามหนุ่มใหญ่ออกไป “มันมากกว่าสิ่งที่ผมเห็นในนิมิตนั่น” ลึก ๆ ในใจแล้ว ชนธัญก็ไม่อยากเชื่อว่าดนัยจะเป็นคนทำร้ายคนที่เขารักได้ลงคอ

“คืนนั้นมีคนยืนยันว่าคุณไปถึงที่บาร์ของสตาร์ อย่างน้อยก็มีคนยืนยันว่ารถยนต์ของคุณจอดอยู่ที่หน้าร้าน” สารวัตรรัฐนนท์หวังว่า คดีนี้จะถูกคลี่คลายลงได้ “เพียงแต่มันไม่มีบันทึกว่าคุณดนัยอยู่ในที่เกิดเหตุ” สารวัตรรัฐนนท์กังขาในส่วนนี้ของคดีมาโดยตลอด “แต่ไม่มีรอยนิ้วมือของคุณบนเชือก แต่คุณเองกลับเป็นคนดึงร่างของสตาร์ขึ้นไป เกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นกันแน่ครับ” สารวัตรรัฐนนท์ยื่นเอกสารการตรวจเชือกที่แขวนอยู่เหนือเวทีนั่นไปตรงหน้าของดนัย

“แต่เราพบรอยนิ้วมือที่บนเชือกเส้นนี้ ที่ไม่มีใครสนใจมาตลอดหลายปีมานี้” ดนัยมองรูปถ่ายและเอกสารที่แสดงผลการตรวจเทียบกับรอยนิ้วมือของเขา จากเชือกเส้นที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความหลอนของสถานที่ที่มันแขวนอยู่ ผ่านกาลเวลามา โดยไม่ได้สนใจถึงที่มาที่ไปของมันเลยสักนิด

“มันไม่ใช่รอยนิ้วมือของคุณครับ คุณดนัย คุณพอจะบอกได้มั้ย ว่ามันน่าจะเป็นรอยนิ้วมือของใคร” หนุ่มใหญ่หลับตาลงเมื่อได้ยินแบบนั้น หน้าตาเขาเริ่มเหยเก บิดเบี้ยว ปากคอสั่นไปด้วยแรงอารมณ์ โกรธเกรี้ยว เสียใจอย่างที่สุด “เขาพรากหัวใจของผมไป” ดนัยลืมตาขึ้นมอง มันพร่าไปด้วยหยาดน้ำตา หนุ่มใหญ่ร้องออกมาอย่างโหยหวน ดั่งคนที่ถูกควักหัวใจออกมาวางให้เห็นตรงหน้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันปวดหนึบในความรู้สึกไปหมด

“ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว” คำพูดของสตาร์กลับมาดังก้องในหัวของดนัยอีกครั้ง สิ่งที่สตาร์พูดกับเขาที่บังกะโลริมทะเล หลังจากที่ดนัยขอเธอแต่งงาน “ทำไมพูดอะไรแบบนั้นล่ะ สตาร์ไม่มั่นใจในตัวผมหรือไง” เสียงถามของดนัยปนความน้อยใจ “เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น” สตาร์กอดดนัยจากทางด้านหลังแน่นขึ้น เธอก้มลงจูบที่ซอกคอของชายหนุ่ม ก่อนจะหอมเขาที่แก้มฟอดใหญ่

“แค่เผื่อไว้ ว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว หมดวาสนาต่อกัน” สตาร์พูดสิ่งที่อยู่ในใจ สิ่งที่อยากให้ดนัยรับรู้เอาไว้ “มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ คุณใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป ฉันรู้แบบนั้นแล้ว ฉันจะมีความสุขไปกับคุณเช่นกัน” นี่คือสิ่งที่สตาร์ต้องการและอยากเห็นจากดนัย ไม่ใช่บ้านช่องใหญ่โต ทรัพย์สินเงินทองมากมาย สตาร์อยากให้ดนัยมีความสุขไม่ว่าจะมีเธอหรือไม่มีเธออยู่ด้วยก็ตาม

“แล้วสตาร์ไม่หวงมันแล้วหรือไง” ดนัยทำส่งสัญญาณถึงเจ้าแท่งคู่กายของตัวเอง สตาร์ชะโงกดูจุดสองห้อยที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ “ถึงตอนนั้น มันโดนเซ้งไปแล้ว ก็ยินดีกับคนที่ได้มันไปใช้ด้วยละกัน” สตาร์พูดพลางทำท่าทำทางไม่สนอะไร “เซ้ง” ดนัยถึงกับต้องพูดออกมาเสียงดัง ไม่อยากจะเชื่อหูเลยว่าจะได้ยินแบบนั้น

“ปากคอเราเนี่ยนะสตาร์” ดนัยแกล้งทำท่าทำทางเสียใจ “อยู่กับกะเทยนางโชว์ปากเสีย ไม่น่าจะไหวนะ” ดนัยพยายามทำหน้านิ่ง ว่าเขาโกรธอีกฝ่ายหนึ่ง แต่พอเห็นสตาร์ทำหน้าทะเล้นใส่ ชายหนุ่มก็หลุดหัวเราะออกมา “ทำไงได้ ก็มันรักไปแล้ว” ดนัยและสตาร์สบตากัน ความรู้สึกถูกส่งผ่านและถ่ายทอดให้กันและกันผ่านดวงตา

“สตาร์บอกรักคุณหรือยัง” สตาร์ซุกหน้าลงที่บ่าของดนัย ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงน้ำตาอุ่น ๆ ของสตาร์ เขาดึงมือของอีกฝ่ายมาหอม ก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาให้สตาร์ “เดี๋ยวไม่สวยนะ” มันมักจะได้ผลเสมอที่ห้ามไม่ให้สตาร์ร้องไห้ “เป็นนางโชว์ขี้เหร่ได้ด้วยหรือ” ดนัยเย้าอีกฝ่ายให้มีรอยยิ้ม “กะเทยขี้แยไม่ได้นะ” ดนัยรู้ดีว่า สตาร์นั้นผ่านอะไรมาในชีวิตมากมายเหลือเกิน

ดนัยรวบรวมพลังใจ เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หรูหรา ที่เขาไม่ได้มาเหยียบย่างนานแล้ว บรรดาคนรับใช้รุ่นเก่า ที่รู้ว่าเขาเป็นใคร พอได้เห็นดนัยอีกครั้งต่างก็พากันดีใจ แต่พอนึกถึงตอนที่ดนัยตัดสินใจออกจากบ้านนี้ไปแล้ว ยังไงก็ไม่ยอมแต่งงานกันผู้หญิงที่พ่อและแม่เลือกให้ ไม่ว่าใครในบ้านก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เอ่ยชื่อของดนัยอีกเลย

“ใครให้แกเข้ามาในบ้านนี้ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ใครอยู่แถวนี้ มาลากคอมันออกไปที” เสียงพ่อของดนัยเอ็ดตะโรดังลั่น เมื่อเห็นหน้าของลูกชาย เดินเข้าบ้านมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ไม่ต้องรีบไล่ผมหรอกครับ ผมอยู่ไม่นาน แค่มาทำในสิ่งที่ผมต้องทำเท่านั้น ทำเสร็จแล้ว ผมไปแน่นอน และจะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีกอย่างเด็ดขาด” ดนัยพูดด้วยหัวใจที่เป็นทุกข์ แต่เขารู้ดี ว่าเขาต้องทำสิ่งนี้

“ใจเย็นกันก่อน พ่อลูกกัน” ท่านรัฐมนตรีที่มาเยี่ยมพ่อของดนัย เอ่ยปากให้ทั้งสองคนพ่อลูกค่อย ๆ คุยกัน “พูดเรื่องของแกมา เสร็จแล้วก็จะได้รีบไสหัวไป” พ่อของดนัยพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “แน่นอนครับ” ดนัยรับคำ รับปากผู้เป็นบิดา ว่าเขาจะใช้เวลาไม่นานอย่างแน่นอน ก่อนจะวางเอกสารทางนิติวิทยาศาสตร์ลงบนโต๊ะด้านหน้าพ่อของเขา

“อะไร” พ่อของดนัยตวาดลั่นบ้าน “คดีของสตาร์ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่” ดนัยพูด “อย่ามาเอ่ยชื่อเรียกตัวเสนียดอย่างมันในบ้านนี้” พ่อของดนัยพูดสวนขึ้นมาในทันที ดนัยพยายามเลี่ยงไม่เก็บคำพูดเหล่านั้นมาเป็นอารมณ์ หนุ่มใหญ่เตือนตัวเอง ว่าเขามาที่นี่เพื่อสตาร์ เขากำลังทำสิ่งที่ทำอยู่นี้เพื่อสตาร์

“รอยนิ้วมือแฝงจากเชือกที่ใช้แขวนศพสตาร์ เพื่ออำพรางคดี ถูกตรวจพบจากเชือกที่เหลือ หลังจากตัดเชือกบางส่วนเพื่อนำร่างของสตาร์ลงมา” พ่อของดนัยมองดูเชือกเส้นนั้นจากรูปถ่าย ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน “และในคืนวันนั้น ผมกับพ่ออยู่ด้วยกันที่บาร์ของสตาร์ ถ้ารอยนิ้วมือใหม่ที่พบ ไม่ใช่รอยนิ้วมือผมแล้วละก็” ดนัยหันรอยนิ้วมือให้พ่อของเขาได้เห็นชัด ๆ

“รอยนิ้วมืออะไร ไม่รู้เรื่องทั้งนั้น ไปพล่ามที่อื่น แกออกจากบ้านนี้ไปได้แล้ว” เสียงด่าจากพ่อของดนัยดังไปทั่วทั้งบ้าน ทำเอาคนงานต่างพากันมาแอบฟังว่าเกิดอะไรขึ้น “คุณตำรวจเชิญครับ” ดนัยเอ่ยเรียกสารวัตรรัฐนนท์ที่รอท่าอยู่ก่อนหน้านี้ “เฮ้ย พวกลื้อเข้ามาในบ้านอั๊วได้ยังไง ใครอนุญาต” พ่อของดนัยด่ากราดเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมพิสูจน์หลักฐานหลายนายที่เดินตามเข้ามา

“นี่หมายศาลครับ ขออนุญาตตรวจค้นบ้านและเก็บรอยนิ้วมือของท่านเจ้าสัวครับ” สารวัตรรัฐนนท์ยื่นหมายศาลให้กับพ่อของดนัย “อั๊วไม่ยอมทำตามอะไรทั้งนั้น พวกลื้อกล้าดียังไงมาสั่งอั๊ว ท่านรัฐมนตรี” พ่อของดนัยหันไปหาตัวช่วยที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ท่านรัฐมนตรีรับหมายศาลที่ท่านผู้พิพากษาอนุมัติมาให้อย่างฉิวเฉียด พออ่านจบ ท่านก็พยักหน้าให้กับสารวัตรรัฐนนท์เป็นเชิงว่าเข้าใจและเห็นด้วยตามนั้น

“ขออนุญาตครับท่านเจ้าสัว ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยครับ” สารวัตรรัฐนนท์แจ้งกับพ่อของดนัย โดยมีท่านรัฐมนตรีพูดขอตัวกลับก่อน อย่างไม่รีรอ เพราะไม่อยากให้ตัวเองเป็นข่าว ว่าอยู่ด้วยกับเจ้าสัวขณะที่มีหมายค้นจากศาลมาถึงบ้าน “ถ้าฉันโดน แกก็ต้องโดนด้วย ไอ้ดนัย” พ่อของดนัยตะโกนใส่หน้าลูกชาย ที่พยักหน้ายอมรับ ถ้าหากว่าเขาจะต้องรับผิดด้วย ในสิ่งที่เขาทำลงไป

*******************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=sQtnhwU2R9Y


What would I do without your smart mouth?

ผมจะทำอย่างไรดีเมื่อไม่มีปากร้ายร้ายของคุณจำนรรจา

Drawing me in, and you kicking me out

ดึงดูดผมเอาไว้ แต่แล้วก็กลับเล่นงานกัน

You've got my head spinning, no kidding

คุณทำผมหัวหมุนเชียวล่ะ นี่ไม่ได้พูดเล่นเล่น

I can't pin you down

ผมเอาชนะคุณไม่ได้จริงจริง


What's going on in that beautiful mind?

อยากรู้นักถึงข้างในความคิดลำหน้านั่น

I'm on your magical mystery ride

มันทำให้มอย่างกับอยู่บนหนทางมหัศจรรย์

And I'm so dizzy, don't know what hit me

ผมถึงกับมึนงงไปหมด ไม่รู้เลยว่าโดนอะไรเข้าไปบ้าง

But I'll be alright

แต่ผมกลับชอบใจเสียด้วยซ้ำ


My head's under water

เหมือนเอาหัวจุ่มอยู่ใต้น้ำ

But I'm breathing fine

แต่ยังหายใจได้ดีสบายมาก

You're crazy and I'm out of my mind

ก็คุณมันบ้าบอและผมก็เพี้ยนตาม


'Cause all of me

เพราะทั้งหมดของตัวผม

Loves all of you

รักทั้งหมดที่เป็นคุณ

Love your curves and all your edges

รักทรวดทรงองค์เอวรวมถึงความขรุขระทางอารมณ์

All your perfect imperfections

ความไม่สมบูรณ์แบบที่พอเหมาะเหล่านั้นของคุณ


Give your all to me

คุณมอบให้ผมมาทั้งหมด

I'll give my all to you

ผมให้คุณกลับไปทุกอย่างที่ผมมี

You're my end and my beginning

ผมจะจบลงตรงที่คุณเพื่อเริ่มชีวิตกับคุณตรงนี้

Even when I lose, I'm winning

ต่อให้ผมต้องแพ้ แต่ความรู้สึกคือผมกำลังชนะ

'Cause I give you all of me

เพราะผมให้คุณเต็มที่ของผม

And you give me all of you, oh-oh

และคุณก็ให้เต็มกำลังของคุณ


How many times do I have to tell you?

ต่อให้ผมต้องพูดอีกมากมายสักกี่ครั้ง

Even when you're crying, you're beautiful too

คุณสวยเสมอแม้ในยามที่คุณกำลังร้องไห้

The world is beating you down,

โลกอาจจะกำลังถาโถมเข้าใส่คุณ

I'm around through every mood

แต่ผมจะอยู่เคียงข้างไม่ว่าคุณจะอารมณ์ไหน


You're my downfall, you're my muse

คุณเป็นทั้งวันที่แย่ แต่คุณก็ยังเป็นงานศิลป์และแรงบันดาลใจ

My worst distraction, my rhythm and blues

คุณเป็นความไขว้เขวที่แย่ที่สุด แต่ก็คือความสุนทรีย์ในใจผม

I can't stop singing, it's ringing in my head for you

ผมหยุดร้องเพลงให้คุณไม่ได้ เพราะเสียงก้องในหัวผมมีไว้ให้คุณเท่านั้น


My head's under water

เหมือนเอาหัวจุ่มอยู่ใต้น้ำ

But I'm breathing fine

แต่ยังหายใจได้ดีสบายมาก

You're crazy and I'm out of my mind

ก็คุณมันบ้าบอและผมก็เพี้ยนตาม


'Cause all of me

เพราะทั้งหมดของตัวผม

Loves all of you

รักทั้งหมดที่เป็นคุณ

Love your curves and all your edges

รักทรวดทรงองค์เอวรวมถึงความขรุขระทางอารมณ์

All your perfect imperfections

ความไม่สมบูรณ์แบบที่พอเหมาะเหล่านั้นของคุณ


Give your all to me

คุณมอบให้ผมมาทั้งหมด

I'll give my all to you

ผมให้คุณกลับไปทุกอย่างที่ผมมี

You're my end and my beginning

ผมจะจบลงตรงที่คุณเพื่อเริ่มชีวิตกับคุณตรงนี้

Even when I lose, I'm winning

ต่อให้ผมต้องแพ้ แต่ความรู้สึกคือผมกำลังชนะ

'Cause I give you all of me

เพราะผมให้คุณเต็มที่ของผม

And you give me all of you, oh-oh

และคุณก็ให้เต็มกำลังของคุณ


Give me all of you, oh

คุณให้ทุกอย่างมาทั้งหมดกับผม

Cards on the table, we're both showing hearts

ถึงเวลาต้องทิ้งไพ่ในมือ เราต่างก็ใช้หัวใจกันทั้งสองคน

Risking it all

มันคือความเสี่ยงทั้งหมดที่มี

Though it's hard

แม้ยากเหลือเกินที่มันจะเป็นจริง

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๕. จำ _ 7.31.2023
«ตอบ #17 เมื่อ31-07-2023 20:42:35 »

๑๕. จำ


“ร้านยังไม่เปิดนะคะ ไว้ค่ำ ๆ หน่อยค่อยกลับมาดูโชว์ดีมั้ยคะ” สตาร์หันไปพูดกับชายกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในบาร์ สตาร์มองเลยไปที่ประตูร้าน มีชายฉกรรจ์สองคนยืนเฝ้าอยู่ที่นั่น ชายคนที่เพิ่งเดินเข้ามา จงใจยืนเว้นระยะห่างจากสตาร์ สายตากวาดไปจนทั่วร้าน เหมือนจะสำรวจสภาพความเป็นไป แต่มันทำให้นางโชว์อย่างสตาร์รับรู้ได้ในทันทีว่า กำลังถูกตัดสินและดูแคลน

“แกคิดว่าทุกคนที่เดินเข้ามาในที่แบบนี้ เป็นคนประเภทไหนกัน” คำถามนั้น คนอย่างสตาร์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย ไม่ต้องสาธยายอะไรให้ยืดยาว สตาร์เดาได้เลยทันที ว่าคนคนนี้เกี่ยวข้องกับดนัย “เขาไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ ถ้าคุณอา” สายตาที่มองมายังสตาร์ ทำให้เธอรู้ได้ทันที ว่าไม่มีวันที่จะนับญาติกับเธอ

“คุณสบายใจได้ค่ะ ลูกชายของคุณไม่ได้อยู่ที่นี่” สตาร์ตอบกลับไปด้วยคำพูดที่สุภาพที่สุด เท่าที่เธอพอจะนึกคำพูดออก เพราะมันมีอีกหนึ่งความรู้สึกกำลังถาโถมเข้าใส่เช่นกัน ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าอยากจะหยุดการสนทนาเอาไว้เพียงเท่านี้ “ฉันก็ไม่รู้นะ ว่าดนัยมันมีสักแอะหนึ่งมั้ยในใจ ที่จะรู้ว่ามันน่าขยะแขยงแค่ไหน” จากทั้งคำพูดและสายตา สิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับผู้ชายวัยกลางคนคนนี้ ก็ทั้งบาร์นี้และก็ตัวของสตาร์ด้วย

“ถ้าคุณจะมาเพื่อค่อนขอด พูดจาดูถูกฉัน มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ ฉันได้ยินมันมามากพอแล้ว” ถึงมันจะเป็นความจริงตามที่สตาร์โต้ตอบกลับพ่อของดนัยไป แต่พอมันมาเป็นคนในครอบครัวของผู้ชายที่สตาร์รักไปแล้ว เธอก็พอจะรู้ว่า ปลายทางของความสัมพันธ์นี้ที่ดนัยกับเธอ มันไม่มีทางจะดำเนินต่อไปได้ยืดยาว

“ดี ปากกล้าดี ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย” อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกผิดอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้มาเพื่อญาติดีด้วย “ฉันจะได้พูดอะไรสะดวกปากเหมือนกัน กับแกมันก็คงต้องใช้วิธีแบบนี้” สตาร์สะกดความรู้สึกกับคำพูดถากถางทำร้ายความรู้สึกนั้น “ฉันไม่อยากให้เจ้าดนัยมันมาเกลือกกลั้วกับคนอย่างแก” สตาร์มีจังหวะได้สบตากับพ่อของดนัยตรง ๆ เธอมองไม่เห็นความอ่อนโยนใด ๆ ในนั้น

“ถ้าอย่างนั้น คุณควรจะไปบอกดนัยเขาเอง” สตาร์พูดว่าเธอไม่สามารถห้ามดนัยได้ “ฉันรู้จักลูกชายฉันดี ถ้าฉันบอกมันไป มันก็คงไม่ยอมง่าย ๆ ถ้าลองมันปักใจอะไรลงไปแล้วละก็” พ่อของดนัยพูดด้วยความที่รู้ว่าดนัยเป็นคนยังไง “ไอ้ที่จะให้แกมาทำลายอนาคตของมัน แถมยังจะลากตระกูลของฉันให้แปดเปื้อน เป็นขี้ปากชาวบ้านว่าลูกชายบ้านนี้ ลากอีตัวอีตุ๊ดที่ไหนมาทำเมีย ฉันก็ยอมไม่ได้เช่นกัน” สตาร์คิดว่าเธอได้ยินอะไรแบบนี้มาเยอะแล้ว แต่เอาเข้าจริง วันนี้เธอก็รู้ได้เลยว่า มันไม่มีวันที่ใจเธอจะชินกับมันได้เลย

“เป็นนางโชว์นี่” สตาร์ไม่ได้ตอบอะไร “ขึ้นเต้นแรด ๆ ปั่นหัวผู้ชาย ยั่วยวนหวังจะโชคดีกลับผิดเป็นถูก ให้ผู้ชายเห็นชั่วเป็นดีสินะ” สตาร์ได้คำตอบแล้ว ว่ายังไงก็ไม่ทางชินต่อคำเหยียดหยามดูถูกแบบนี้ไปได้เลย “ถึงแกจะบอกว่า ดนัยมันเกิดมาเป็นพวกลักเพศแบบเดียวกับแก” สตาร์นึกถึงใบหน้าของดนัยขึ้นมาในทันที

“ทั้งแกและมันก็ไม่มีสิทธิ์ทำให้นามสกุลฉัน สิ่งที่ฉันสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องมาพังทลายลงด้วยเรื่องเลว ๆ ด้วยน้ำมือคนอย่างพวกแก” พ่อของดนัยพรั่งพรูคำพูดออกมา จากความรู้สึกจริง ๆ ที่มีภายในใจ “ฉันให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ฉะนั้น” สตาร์มองตรงยังชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้

“ความลับต้องตายไปพร้อมกับมัน” มาถึงตอนนี้ความกลัวแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจของสตาร์ “เมื่อแกเป็นนางโชว์ แกต้องขึ้นแสดงเพื่อแลกกับเศษเงิน เป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ ฉันให้ทางเลือกแกสองทาง ถ้าแกไม่ขึ้นโชว์ เจ้าดนัยมันต้องมาเค้นเอาคำตอบจากแกแน่นอน แล้วแกก็คงจะบอกมัน ว่าฉันมาขู่แกอย่างนั้นอย่างนี้” พ่อของดนัยพูดด้วยท่าทีอย่างคนที่รู้ดี ว่ามาที่นี่เพื่ออะไร

“ฉันจะฆ่าดนัยมันทิ้งเสีย โดยที่แกก็คือฆาตกรที่ฆ่า เพราะว่าดนัยมันไม่ยอมเล่นด้วยกับแก มันรังเกียจแก มันเลยกลายเป็นเหยื่อของกะเทยกามวิปริต” สตาร์ไม่อยากจะเชื่อว่าในชีวิตนี้ จะมาได้ยินอะไรแบบนี้ออกจากปากผู้เป็นพ่อคน ที่ตอนนี้มองมายังสตาร์ด้วยท่าทีที่สะในอารมณ์ โดยที่สตาร์คิดว่าทุกอย่างมันไม่ควรเป็นแบบนี้

“แต่ถ้าแกขึ้นโชว์ ฉันก็จะปล่อยดนัยมันไป มันจะได้ไปเจอผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงจริง ๆ ที่สามารถสืบสกุลให้มันได้ มีโอกาสสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ที่คนทั่วไปเขายอมรับ ที่เขาไม่ตั้งคำถาม ที่ไม่มีใครตั้งแง่รังเกียจ พานจะคิดว่าดนัยมันเป็นตัวเชื้อโรค เพราะอยู่กับพวกผิดเพศ ที่วิตถารทำกันย่างไร้ยางอาย” พ่อของดนัยพูดมาถึงตรงนี้ จำได้ดีว่าตอนที่หญิงสาว ผู้เป็นคู่หมั้นที่เขาและภรรยาหาเอาไว้ให้ลูกชาย เข้ามานั่งร้องไห้ฟูมฟาย เล่าว่าดนัยนั้นมาหลงผิด ติดกามโสโครกกับกะเทยที่บาร์แห่งนี้ จนพ่อของดนัยต้องวางแผนให้หญิงสาว ไปถ่วงเวลาดนัยที่ธนาคารช่วงเย็นวันนี้

“แต่แกจะต้องเป็นฝ่ายไปเสียเอง” สตาร์ได้มองเห็นความอำมหิตในจิตใจของอีกฝ่าย “แกจะต้องถูกกำจัดทิ้ง โดยที่ลูกชายฉันจะไม่มีวันรู้ว่า แกตายไปเพราะอะไร สุดท้ายดนัยมันก็จะลืมแกไปเอง ก็อยู่ที่แกแล้วล่ะ” น้ำเสียงพ่อของดนัยช่างเลือดเย็นสิ้นดี “แกจะเลือกให้ดนัยมันได้มีชีวิตต่อไป โดยไม่มีแกมาขวางทางมัน หรือแกเลือกที่จะเห็นแก่ตัว และเป็นต้นเหตุให้มันตาย อย่างน่าเสียดาย” สตาร์กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ความรู้สึกที่ตีบตันขึ้นมาที่คอหอย ทำให้เธอต้องเงียบเสียงลง

“เลือกสิ แกจะให้ดนัยมันเป็นฝ่ายจำ ว่าแกทิ้งมันไป ไม่ยอมบอกลามันสักคำ” น้ำตาที่รื้นขึ้นมา ทำให้ขอบตาของสตาร์ร้อนผะผ่าว “หรือแกจะเป็นฝ่ายจดจำมันเสียเอง ว่าแกนั่นแหละ ที่เป็นคนฆ่าดนัยมันอย่างไร้ความปรานี ไม่ยอมปล่อยให้มันเป็นอิสระ ได้มีอนาคตในแบบที่แกให้ดนัยมันไม่ได้ คิดดี ๆ แล้วกัน ถ้าคิดว่าฉันไม่กล้าทำอย่างที่พูด” พ่อของดนัยทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินออกจากบาร์ไปพร้อมพวก

จิตใจของสตาร์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย สตาร์ตัดสินใจแต่งหน้าทำผม เมื่อหลาย ๆ คนในบาร์เริ่มถาม ว่าทำไมวันนี้สตาร์ถึงเตรียมตัวช้า จนป่านนี้แล้วยังไม่แต่งตัวอีก เพราะค่ำนี้จะต้องขึ้นแสดงเป็นโชว์แรก ยิ่งพอเพื่อน ๆ ที่ธนาคารของดนัยมาถึงร้านกันแล้ว พวกเขาบอกกับสตาร์ว่า ดนัยติดเคลียร์งานนิดหน่อย แต่เดี๋ยวจะตามมาอย่างแน่นอน

พอถึงเวลาเริ่มโชว์ สตาร์บอกให้นางโชว์คนอื่นรันการแสดงไปก่อน หลาย ๆ คนทำหน้าสงสัย เพราะปกติสตาร์ไม่เคยไม่พร้อม แต่ด้วยความที่เป็นคนทำทุกอย่างเนี้ยบ ทุกคนเลยขึ้นแสดงแทนสตาร์ไปก่อน จนเริ่มดึกและจะถึงโชว์ของสตาร์ที่จะต้องขึ้นแสดงปิดท้ายแล้ว สตาร์เดินไปหยุดยืนอยู่ที่เครื่องโทรศัพท์ อาการสองจิตสองใจกำลังกัดกินความรู้สึกของเธอ ดนัยที่รีบล็อกประตู เพื่อจะได้บึ่งรถไปหาสตาร์ ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นด้านในธนาคาร ทีแรกคิดว่าจะเข้าไปรับสาย แต่ก็คิดว่า คงเป็นเพื่อน ๆ ที่โทรมาตามอีกรอบมากกว่า จึงขับรถออกมาเลย

สตาร์วางหูโทรศัพท์ลงกับตัวเครื่อง ได้เสียงประกาศบอกว่า ต่อไปคือโชว์ที่ลูกค้าทุกคนในร้านรอคอย สตาร์มองออกไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย หลายคนมาอุดหนุนบาร์แห่งนี้กันเป็นประจำ ตั้งแต่สตาร์เพิ่งเริ่มต้นเป็นนางโชว์ ไฟในร้านหรี่มืดลง ก่อนที่เสียงเพลงจะดังขึ้น เพื่อนของดนัยพูดกันว่าทำไมดนตรีคืนนี้ มันฟังดูเศร้าจัง และเมื่อไฟสปอตไลต์ส่องมาที่กลางเวที สตาร์ยืนอยู่ที่ตรงนั้น

ดนัยทรุดเข่าลงประคองร่างที่ไร้ลมหายใจของสตาร์ขึ้นมากอดเอาไว้ ก่อนจะปล่อยเสียงโฮออกมา ปริ่มว่าใจจะขาด ดนัยเรียกชื่อสตาร์ให้ลืมตาขึ้นมามองเขาก่อน แต่สตาร์ก็ไม่ทำ ดนัยซุกหน้าลงกับร่างของสตาร์ ชายหนุ่มใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยว ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างคนใจจะขาด สตาร์ถูกปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้ลำพัง ไม่มีใครรู้ เพราะปกติทุกคนในร้านจะไม่มารบกวนสตาร์เมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้าห้องนี้มา ตั้งแต่หลังโชว์จบ

“แกจะปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ได้ ทุกคนจะคิดว่าแกเป็นคนทำ ถ้ามีใครมารู้เข้า แกอยากจะจบอนาคตแบบนี้หรือไง” ดนัยเห็นพ่อของตัวเองอยู่ที่นั่นด้วย เขายิ่งงง ยิ่งสับสนไปกันใหญ่ เขาถามว่าพ่อมาทำอะไรที่บาร์นี่ “ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว เอ้า เอามันออกไปที่เวทีนั่น เอ้า สวมถุงมือซะ” ดนัยรับถุงมือที่พ่อเขายัดใส่มือมาให้ ก่อนจะเห็นพ่อเขายื่นเชือกเส้นหนึ่งมาให้

“ทำให้เหมือนกับการฆ่าตัวตาย เรื่องอื่นแกไม่ต้องห่วง พ่อจะทำให้มันหายไปเอง ผูกเชือกที่คอมันเข้า” รู้ตัวอีกที เท้าของสตาร์แตะเข้าที่ใบหน้าของดนัย เมื่อเขาดึงร่างของเธอขึ้นไปบนขื่อเหนือเวที ดนัยจูบที่เท้าของสตาร์เพื่อเป็นการร่ำลากันครั้งสุดท้าย ด้วยหัวใจที่แตกสลายย่อยยับลง อย่างไม่เป็นชิ้นดี

***********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=3JWTaaS7LdU


If I should stay,

ถ้าฉันยังอยู่ต่อตรงนี้

I would only be in your way

กังแต่จะขวางทางคุณอยู่

So I'll go, but I know

ฉันจึงตัดสินใจจะจากไป แค่ฉันรู้ว่า

I'll think of you every step of the way

ฉันจะคิดถึงคุณกับทุกทุกย่างก้าวที่เราห่างกันไป


And I will always love you

และฉันจะรักคุณเสมอไป

I will always love you

ฉันจะรักคุณอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง


Bitter - sweet memories

ความทรงจำที่มี ไม่ว่าจะสุขหรือจะเศร้า

That's all I'm taking with me

ฉันจะเก็บและนำมันติดตัวไปด้วย

So good-bye, please don't cry

คงต้องเอ่ยคำว่าลาก่อน แต่อย่าเสียน้ำตาไปเลยนะ

We both know that I'm not

เพราะเราต่างก็รู้กันดีอยู่

What you need

สุดท้ายฉันก็เปลี่ยนเป็นคนที่เธอต้องการไม่ได้


And I will always love you

แต่ฉันยังคงรักเธอเสมอไป

I will always love you

ฉันจะยังคงรักเธอเปลี่ยนไป


I hope life treats you kind

หวังว่าจากนี้เธอจะมีแต่ชีวิตที่ดีต่อไป

And I hope you have all

และหวังว่าเธอนั้นจะมีแต่

You dreamed of

สิ่งที่เคยได้ฝันเอาไว้

And I wish to you joy

ขออวยพรให้มีแต่ความสมหวัง

And happiness

เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

But above all this

แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด

I wish you love

คือความรักที่ฉันมีให้กับเธอ


And I will always love you

ฉันจะรักเธอเสมอไป

I will always love you

จะรักเธอตลอดนับจากนี้

I will always love you

รักเธออยู่ตราบนานเท่านาน

I will always love you

รักเธอมั่นคงนิรันดร์

I will always love you

และฉันรักตลอดไปเพียงเธอ

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๖. มีเธอ _ 8.1.2023
«ตอบ #18 เมื่อ01-08-2023 11:20:53 »

๑๖. มีเธอ


“ขอบคุณที่มานะครับสารวัตร” ดนัยเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นหนึ่งในรายชื่อแขกของทางร้าน มาตามคำเชิญ “ยินดีด้วยนะครับคุณดนัย” สารวัตรรัฐนนท์กล่าวกับเจ้าของบาร์คนใหม่ “ตั้งแต่ผมเก็บเงินได้พอ และขอซื้อต่อที่นี่จากเจ้าของเก่า ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทำอะไรกับบาร์เก่านี้เลย ที่ซื้อตอนนั้นเพราะอยากจะเก็บมันเอาไว้ ไม่อยากให้มันโดนทุบทิ้งเพราะเป็นตึกเก่าไร้ประโยชน์” สารวัตรพยักหน้าตามหนุ่มใหญ่ที่เล่าเรื่องให้เขาฟัง

“บรรยากาศเป็นแบบในสมัยนั้นเลยมั้ยครับ” สารวัตรหนุ่มเอ่ยถามขึ้น พลางมองไปรอบ ๆ ร้าน ที่ตอนนี้มีลูกค้าทยอยเข้ามาหนาตามากขึ้นกว่าเมื่อตอนเย็น ที่นายตำรวจหนุ่มมาถึง “ครับ เหมือนตอนผมมาตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม ๆ” ดนัยเก็บเกือบทุกอย่างเอาไว้เหมือนเดิม มีบ้างที่ต้องเปลี่ยนใหม่และซ่อมแซม เพราะมันเก่าชำรุดตามกาลเวลา

“มันเป็นสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำ ดูอย่างตรงนั้นสิ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน” ดนัยชี้นิ้วไปที่กลางร้าน สารวัตรรัฐนนท์มองตามหนุ่มใหญ่ไป “ผมเพิ่งโดนสารวัตรยกปืนขึ้นส่องผมเองนะ” ดนัยพูดขึ้นกลั้วหัวเราะ สารวัตรหนุ่มเองก็หัวเราะตามออกมา “สัญชาตญาณตำรวจน่ะครับ” ดนัยมองดูสารวัตรหนุ่มที่มีอะไรบางอย่างคล้ายกับเขา

“สารวัตรยกปืนขู่ผมที่เป็นคนร้าย หรือว่าเพราะมีใครอีกคนอยู่ที่ตรงนั้นด้วย แล้วสารวัตรต้องปกป้องหรือเปล่าครับ” สารวัตรรัฐนนท์ได้ยินสิ่งที่ดนัยพูด แต่นายตำรวจหนุ่มเสยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ ดนัยหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อจำได้ดีว่า สารวัตรรัฐนนท์ไม่ลังเลเลยที่จะเอาตัวเองเข้ากันชนธัญเอาไว้ เมื่อตอนที่หนุ่มหน้าใสคนนั้นเห็นภาพของดนัยว่ากำลังทำอะไร

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณเรื่องคดีนะครับ” สารวัตรส่ายหน้าให้กับหนุ่มใหญ่ “ผมไม่ได้ทำคดีนี้แล้ว ตั้งแต่สืบสวนเสร็จ” คดีนี้ถูกยกไปให้กับทีมตำรวจอีกทีม เมื่อหมดหน้าที่ของทีมสืบสวนลับ “ผมเลยมาตามคำเชิญเปิดร้านใหม่ของคุณดนัยได้ ไม่อย่างนั้น มันจะขัดกันซึ่งผลประโยชน์” ดนัยเข้าใจดีกับสิ่งที่สารวัตรรัฐนนท์พูด เพราะตอนนี้คดีโคลด์เคสนี้ ย้อนหลังเช็กบิลนักการเมืองและตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่ในตอนนั้นหลายต่อหลายคน ที่ช่วยพ่อของดนัยปกปิด อำพราง และทำลายหลักฐาน ไม่เว้นแม้ดนัยที่ร่วมมืออำพรางศพให้คิดว่าสตาร์ฆ่าตัวตาย

“ทางทีมใหม่เขาขอความเห็นผมกับชนธัญมา ในฐานะทีมสืบ” ดนัยสบตากับสารวัตรหนุ่มหล่อ “ผมให้ความเห็นแย้งไป ว่าทางอัยการไม่ควรมีคำสั่งเห็นชอบสั่งฟ้องคุณ” นั่นคือสิ่งที่สารวัตรรัฐนนท์พึงจะทำให้ดนัยได้ เพราะมันหมดหน้าที่ของทีมสืบลับที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับรูปคดีแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมและดุลยพินิจของศาล ว่าท่านผู้พิพากษาจะมีความเห็นตัดสินลงมาอย่างไร

“ผมเองก็ให้คำแนะนำอะไรใครไม่ได้มาก” ดนัยเอ่ยขึ้นหลังจากกล่าวขอบคุณสารวัตรหนุ่มหล่อเกี่ยวกับเรื่องคดี “อย่าทำผิดพลาดเหมือนผมก็พอนะครับ โดยเฉพาะเมื่อในตอนนี้ อะไร ๆ มันก็เปิดกว้างให้เราเป็นตัวเองได้แล้ว” สารวัตรรัฐนนท์รู้ว่าที่ดนัยพูดนั้น หนุ่มใหญ่หมายถึงเรื่องอะไร

“พูดถึงขึ้นมาพอดีแบบนี้ เอ ผมว่าผมเห็นว่ามากับสารวัตรเมื่อตอนเย็นนะครับ” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มทั้งสองคนจะได้พูดอะไร “บอสคะ พวกหนูยอมให้แค่วันนี้วันเดียวนะคะ เรื่องที่บอสจ้างนางโชว์นอกเข้ามาน่ะ” หนึ่งในบรรดานางโชว์ประจำร้านเดินเข้ามาพูดกับดนัย “นางโชว์นอก” ดนัยงงที่นางโชว์ที่อยู่ประจำร้านบอกมาแบบนี้ “ใช่น่ะสิคะ แหม บอสก็กลั่นแกล้งพวกเรามากเกินไปแล้ว เปิดร้านวันแรก ก็หานางโชว์ตัวเล็ก หน้าใส แต่ท่าทางราวกับนางพญา แต่งหน้าทำผมเองอยู่ในห้องด้านหลังโน่น พวกหนูไม่กล้าเข้าไปหรอกค่ะ มันรู้สึกแปลก ๆ” เหล่านางโชว์พูดเป็นเสียงเดียวหันว่า ห้องส่วนตัวที่ด้านหลังเวทีนั้น ยิ่งใกล้เวลาขึ้นแสดง อยู่ใกล้แล้วยิ่งขนลุก

“แต่งออกมาก็สวยเช้งเชียว แถมยังดูคล่องแคล่วมาก รู้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหนยังไง” ดนัยกะพริบตาถี่ ๆ รู้สึกจุกขึ้นมาที่คอหอย เมื่อมวลก้อนอารมณ์แข็ง ๆ มาอัดแน่นอยู่ตรงนั้น “แถมบอกว่า ต้องให้ขึ้นโชว์เป็นคนแรกเท่านั้นด้วย” มาถึงตรงนี้ ดนัยไม่อยากจะคิดไปเอง ว่าอะไรทำให้เขานึกถึงสตาร์ได้มากขนาดนี้

“เออนี่ แล้วมีใครจุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางหรือยัง วันนี้เปิดร้านวันแรกด้วย” กลุ่มกะเทยนางโชว์หันไปซุบซิบถามกัน “ไหว้แล้วสิ ฉันไหว้เอง ขอหมดแหละเจ้าที่เจ้าทาง คนเก่าคนแก่อยู่มาก่อน ให้มาอวยพรพวกเราให้ทำมาค้าขึ้น ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน เฮงตลอดปีตลอดชาติ” หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้น ก่อนที่ไฟในร้านจะถูกหรี่ลง ทุกคนหันไปให้ความสนใจกับเวทีที่ยกขึ้นสูงจากพื้นร้านนั้น



Every now and then

ไม่บ่อยครั้งนัก

We find a special friend

ที่เราจะพบกับเพื่อนสักคน

Who never lets us down

ที่ไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจ



Who understands it all

เพื่อนที่เข้าใจเราทุกอย่าง

Reaches out each time you fall

มาหาทุกครั้งที่เราพลาดพลั้ง

You're the best friend that I've found

เธอคือเพื่อคนนั้นที่ฉันได้เจอ


ไฟสปอร์ตไลต์ติดขึ้นส่องไปที่เวที คนในร้านส่งเสียงฮือฮาขึ้น สารวัตรรัฐนนท์กำแก้วเครื่องดื่มที่ถืออยู่ในมือจนแน่น เมื่อเห็นชนธัญอยู่ในองค์ทรงเครื่องแดร็กควีนแบบจัดเต็ม แต่ท่าทางการเดิน การมองมาต่างหาก ที่ทำให้ดนัยตกใจมากกว่าใคร เพราะมันทำให้เขาคิดถึงคนที่เขารักจนหมดใจ

“สตาร์” สารวัตรรัฐนนท์ถึงกับต้องหันไปมองดนัย เมื่อได้ยินหนุ่มใหญ่เรียกชื่อคนรักออกมา “ชุดนี้เป็นชุดที่สตาร์ใส่ คืนที่ผมมาที่บาร์นี้ครั้งแรก” สารวัตรรัฐนนท์หันกลับไปมองบนเวที “สตาร์ไม่ได้เกลียดผมสินะ นี่คือสิ่งที่ผมสวดมนต์ไหว้พระทุกคืน ขอให้สตาร์ยกโทษให้ผม” สารวัตรหนุ่มเอง ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน



I know you can't stay

รู้ดีว่าเธออยู่กับฉันไม่ได้

A part of you will never ever go away

แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นเธอจะไม่จากฉันไปไหน

Your heart will stay

หัวใจของเธอจะยังคงอยู่ตรงนี้ตลอดไป


สิ่งที่สารวัตรรัฐนนท์เห็น คือชนธัญกำลังร่ายเวทมนตร์ด้วยการแสดงโชว์บนเวที สะกดสายตาของลูกค้าทุกคนทั้งไทยและเทศ เสียงโห่ร้องแสดงความชอบใจดังลั่นร้าน สารวัตรหนุ่มยิ่งเห็นว่า ท่าทางเหล่านั้นที่แสดงอยู่บนเวที มันไม่เหมือนกับชนธัญเลยสักนิด เพราะมันดูเหมือนคนเจนเวที ไม่ตื่นคนดู รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ดนัยสำรวจนางโชว์บนเวทีด้วยน้ำตาคลอหน่วย สตาร์ของเขาชอบขึ้นโชว์เป็นคนแรก ชุดที่เขาเห็นชนธัญใส่ มันอาจจะดูไม่พอดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ เพราะชนธัญนั้นตัวเล็กกว่าสตาร์ ค่ำคืนแรกที่ดนัยได้พบกับสตาร์ไหลกลับเข้ามาในความทรงจำ ตั้งแต่สตาร์จากเขาไป ไม่ว่าใครจะบอกว่าที่นี่มีความลี้ลับอย่างไร แต่ดนัยไม่เคยเห็นอะไรอย่างที่คนก็พูดปากต่อปากกันไป



And I'll be right behind your shoulder watching you

ฉันจะคอยเฝ้ามองเธออยู่ไม่ไกล

I'll be standing by your side and all you do

จะคอยเคียงข้างเสมอไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม

And I won't ever leave

ฉันไม่เคยจะจากไปไหน

As long as you believe

ตราบใดที่เธอยังคงเชื่อใจกัน

You just believe

เพียงหากเธอยังเชื่อแบบนั้น


ชนธัญเดินลงมาจากเวที แล้วมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าดนัย โดยที่สารวัตรรัฐนนท์รู้สึกยิ่งตะลึง เมื่อคนตรงหน้าเขาในตอนนี้ เป็นชนธัญที่ไม่ใช่ชนธัญ ชนธัญยิ้มให้กับดนัย ก่อนจะวางมือลงบนหน้าอกข้างซ้ายของหนุ่มใหญ่ ดนัยปล่อยให้น้ำตาของเขาไหลลงมา เมื่อเขารับรู้ได้ว่า สตาร์ไม่เคยโกรธหรือเกลียดเขา ยิ่งเมื่อคดีเปิดเผยออกมาว่า มันไม่ใช่การฆ่าตัวตายอย่างที่รับรู้กัน

สารวัตรรัฐนนท์เห็นชนธัญหันมาสบตากับเขา แววตานั้นดูพินิจพิเคราะห์ เหมือนกับว่า เพิ่งได้มีโอกาสมองหน้าเขาแบบชัด ๆ ใกล้ ๆ ก็คราวนี้เอง รอยยิ้มแบบชม้อยชม้ายที่สารวัตรหนุ่มไม่เคยเห็นชนธัญทำเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้สารวัตรหนุ่มนึกสงสัยว่า นี่มันแค่การแสดงแค่นั้นใช่มั้ย ก่อนจะต้องตกใจ เมื่อชนธัญเขย่งเท้าขึ้นกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูนายตำรวจหนุ่ม ก่อนจะใช้มือแตะที่ข้างแก้มของสารวัตร ราวกับพี่สาวที่เอ็นดูน้องชายก็ไม่ปาน

ชนธัญเดินกลับขึ้นไปบนเวที นางโชว์ประจำร้านตกใจที่อยู่ ๆ ก็เห็นบอสของพวกเธอร้องไห้ออกมา บางส่วนก็กำลังเล็งว่า นางโชว์นอกเฉพาะกินเปิดตัวร้านที่คิดว่าดนัยจ้างมา และรู้สึกว่า จงใจจะมาฆ่ากะเทยบอร์นทูบีอย่างพวกเธอนั้น ว่าตกลงแล้วเป็นของใครกันแน่ ระหว่างบอสหนุ่มใหญ่อย่างดนัย หรือว่าสารวัตรหนุ่มหล่อมาดเข้มคนนั้นกันแน่

เมื่อเพลงใกล้จะจบลง สารวัตรรัฐนนท์รับรู้ได้ในทันที ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อชนธัญที่เพิ่งเดินบนส้นสูงห้าหกนิ้วขนาดนั้น เริ่มจะเหมือนยืนไม่อยู่ ใบหน้าเริ่มตระหนกตกใจ ว่าตัวเองมาทำอะไรบนเวทีต่อหน้าคนดูเยอะแยะแบบนี้ สารวัตรรัฐนนท์ด้วยสกิลความเป็นตำรวจ ไวเท่าความคิด รีบกระโดดขึ้นบนเวที คว้าตัวของชนธัญที่อยู่ ๆ ก็ทำท่าล้มลงได้ทัน ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนที่สารวัตรหนุ่มจะเห็นหนุ่มหน้าใสในอ้อมแขนของเขาหมดสติไป

***********************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

https://www.youtube.com/watch?v=2BDIG5tnhH8


Every now and then

ไม่บ่อยครั้งนัก

We find a special friend

ที่เราจะพบกับเพื่อนสักคน

Who never lets us down

ที่ไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจ


Who understands it all

เพื่อนที่เข้าใจเราทุกอย่าง

Reaches out each time you fall

มาหาทุกครั้งที่เราพลาดพลั้ง

You're the best friend that I've found

เธอคือเพื่อคนนั้นที่ฉันได้เจอ


I know you can't stay

รู้ดีว่าเธออยู่กับฉันไม่ได้

A part of you will never ever go away

แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นเธอจะไม่จากฉันไปไหน

Your heart will stay

หัวใจของเธอจะยังคงอยู่ตรงนี้ตลอดไป


I'll make a wish for you

ฉันขออวยพรให้กับเธอ

And hope it will come true

สมหวังในสิ่งที่ชอบทุกประการ

That life would just be kind

ขอให้ชีวิตมอบแต่ความกรุณาให้กับเธอ

To such a gentle mind

สำหรับคนที่จิตใจแสนดีอย่างเธอ


If you lose your way

หวกวันใดเธอมองไม่เห็นหนทางให้เดินไป

Think back on yesterday

ขอให้หวนกลับมาคิดถึงวันวานนี้

Remember me this way

ระลึกถึงฉันในแบบนี้ต่อไป

Remember me this way

คิดถึงฉันในแบบที่เป็นก็พอ


I don't need eyes to see

ฉันไม่ต้องใช้ตาก็มองเห็นได้

The love you bring to me

กับความรักที่เธอนำมาให้ฉัน

No matter where I go

ไม่ว่าตอนนี้ฉันจะอยู่ที่ใดก็ตาม


And I know that you'll be there

และฉันรู้ว่าเธอจะอยู่ที่นั่นด้วยกัน

Forevermore a part of me, you're everywhere

ส่วนหนึ่งของฉันจะเป็นนิรันดร์ เธออยู่กับฉันในทุกที่

I'll always care

ฉันจะดูแลเธอไม่เคยเปลี่ยน


And I'll be right behind your shoulder watching you

ฉันจะคอยเฝ้ามองเธออยู่ไม่ไกล

I'll be standing by your side and all you do

จะคอยเคียงข้างเสมอไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม

And I won't ever leave

ฉันไม่เคยจะจากไปไหน

As long as you believe

ตราบใดที่เธอยังคงเชื่อใจกัน

You just believe

เพียงหากเธอยังเชื่อแบบนั้น


I'll make a wish for you

ฉันขออวยพรให้กับเธอ

And hope it will come true

สมหวังในสิ่งที่ชอบทุกประการ

That life would just be kind

ขอให้ชีวิตมอบแต่ความกรุณาให้กับเธอ

To such a gentle mind

สำหรับคนที่จิตใจแสนดีอย่างเธอ


If you lose your way

หวกวันใดเธอมองไม่เห็นหนทางให้เดินไป

Think back on yesterday

ขอให้หวนกลับมาคิดถึงวันวานนี้

Remember me this way

ระลึกถึงฉันในแบบนี้ต่อไป

Remember me this way

คิดถึงฉันในแบบที่เป็นก็พอ


This way

แค่นี้ก็พอ

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๗. ขัด _ 8.3.2023
«ตอบ #19 เมื่อ03-08-2023 12:40:55 »

๑๗. ขัด


เสียงระเบิดบึ้มกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เศษกระจกจากตึกอาคารทั้งสองข้างทาง ปลิวกระจายลงเต็มท้องถนน ความโกลาหลเกิดขึ้นอยู่รอบทิศทาง ชนธัญนั่งพิงหลังหลบอยู่ที่ข้างกำแพงอิฐที่ก่อสูงเลยหัวของเขาขึ้นไปเล็กน้อย ล้อมรอทำเป็นที่กั้นต้นไม้พุ่มเตี้ยที่ปลูกเป็นทางยาว ด้านหน้าสำนักงานสืบสวนลับ กองบัญชาการคดีพิเศษ

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ชนธัญรู้ตัวอีกที สัญชาตญาณก็พาเขารีบทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ซุกหลังเข้าหลบในทิศทางตรงกันข้ามกับเสียงระเบิด อาการกลัวรวมทั้งความตกใจ ยังไม่เท่าความสับสนอลหม่าน ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่แรก ชนธัญคิดว่าเขาได้ยินเสียงปืนรัว ๆ ใกล้เข้ามา แต่แล้วเสียงบึ้มที่ทำทุกอย่างสั่นไปหมดก็ดังขึ้น

สารวัตรรัฐนนท์ได้รับแจ้งเหตุ ก็รีบรุดมายังด้านหน้าของสำนักงานสืบ ภาพความเสียหายตรงหน้าทำเอานายตำรวจหนุ่มใจหาย หัวใจของเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะสภาพที่สารวัตรหนุ่มหล่อเห็น มันดูเละเทะจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้ และสำคัญยิ่งไปกว่านั้น สายตาของเขากวาดมองหาใครคนนั้น ที่ก่อนหน้าที่ก่อนสารวัตรรัฐนนท์จะขับรถมาถึง เขาได้รับข้อความจากหมอดุว่า คนคนนั้นอยู่ที่ด้านหน้าสำนักงานสืบ

“คุณ คุณเป็นอะไรมั้ย” สารวัตรรัฐนนท์วิ่งไปจนถึงตัวอีกฝ่าย ที่ส่ายหน้าให้สารวัตรหนุ่ม “แล้วทำไมเลือดถึงเปื้อนเต็มตัวแบบนี้” สารวัตรรัฐนนท์ถึงกับตกใจอย่างที่สุด ที่เนื้อตัวของชนธัญเต็มไปด้วยเลือด “คุณบาดเจ็บตรงไหน” สารวัตรหนุ่มพยายามพลิกตัวของอีกฝ่ายหันหน้าหันหลังดู เพื่อหาร่องรอยของบาดแผล

“ผมไม่เป็นอะไร สารวัตร” ชนธัญร้องบอกสารวัตรอีกครั้ง “นี่ไม่ใช่เลือดผม” ได้ยินแบบนั้น สารวัตรรัฐนนท์ดูจะแสดงอาการใจเย็นลง ดูจะคลายความกังวลได้มากขึ้นอีกหน่อย “เลือดน้องคนนั้น” สารวัตรรัฐนนท์มองไปตามสายตาของชนธัญ ที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้น

“ผมพยายามจะทำซีพีอาร์ ทีแรกผมไม่เห็นเขา ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีคนนอนอยู่ ผมไม่ทันได้ตั้งสติดูให้ดี” สารวัตรทำเสียงชู่เบา ๆ  บอกกับชนธัญว่าไม่เป็นอะไร “รู้ตัวอีกที ผมเห็นเขานอนคว่ำหน้าอยู่ มีรอยเลือดที่หลัง เลยจับตัวเขาพลิกเพื่อที่จะ” สายตาของชนธัญดูเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่สามารถยื้อชีวิตให้กับเด็กหนุ่มคนนั้นได้

“คุณทำดีที่สุดแล้ว” สารวัตรรัฐนนท์ปลอบใจชนธัญออกไป พราะสารวัตรหนุ่มหล่อรู้ดีว่า ก่อนที่ชนธัญจะมาเริ่มช่วยเหลืองานนี้นั้น ชนธัญต้องผ่านการฝึกอบรมและเข้าเทรนนิ่งอะไรมาบ้าง มันยากมากจริง ๆ แม้แต่ตำรวจมืออาชีพอย่างเขา ที่จะต้องมารับมือกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้

“ขออนุญาตครับ” เสียงหัวหน้าทีมหน่วยเก็บและพิสูจน์หลักฐานดังขึ้น “คุณไม่เป็นอะไรนะ” หัวหน้าทีมหลักฐานถามชนธัญ พลางชี้มาที่เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดที่ชนธัญใส่อยู่ “ไม่ใช่เลือดผม เลือดของ” ชนธัญชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้น “ผมพยายามจะทำซีพีอาร์ให้เขา” หัวหน้าทีมหลักฐานได้ยินแบบนั้น ก็หันไปพยักหน้าให้กับลูกทีมของเขา

“ผมต้องขอเสื้อของคุณไว้เป็นหลักฐาน” หนึ่งในลูกทีมกางปากถุงพลาสติกที่ใช้เก็บหลักฐานให้อ้าออก “ตอนนี้เลยหรือ” สารวัตรรัฐนนท์ถามขึ้นในทันที “ตอนนี้ครับ” หัวหน้าทีมตอบกลับทันควันเช่นกัน “คุณก็รู้ดีนี่ สารวัตร” หัวหน้าทีมพูดขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับชนธัญว่า

“เมื่อคุณสัมผัสกับผู้เสียชีวิต คุณถือเป็นทั้งพยานและผู้ต้องสงสัยไปในคราวเดียวกัน หรือหลักฐานอื่นใดทางคดี อาจจะติดไปกับเสื้อของคุณ ดังนั้น เพื่อป้องกันการ Contaminate และ Compromise ของหลักฐานที่จะนำไปใช้ในศาล ไม่ให้ปนเปื้อนหรือถูกโต้แย้งได้” สารวัตรรัฐนนท์ได้ยินแบบนั้น ก็ไม่ได้เถียงอะไรต่อ

“ครับ ผมเข้าใจ” ชนธัญตอบหัวหน้าทีมหลักฐานไป ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต สารวัตรรัฐนนท์เห็นแบบนั้น ก็รูดซิปเสื้อแจ็กเกตของตัวเอง ก่อนถอดมันออกมาถือรอเอาไว้ ชนธัญหย่อนเสื้อเชิ้ตลงไปในถุงซิปล็อก “ใส่นี่เอาไว้” สารวัตรรัฐนนท์เอาเสื้อแจ็กเกตคลุมไหล่ของชนธัญ ก่อนจะพูดสำทับว่า

“ใส่ดี ๆ” จนชนธัญต้องสวมแขนเข้าไปทั้งสองข้างละต้องรูดซิปขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย หัวหน้าทีมเก็บและพิสูจน์หลักฐานสบตากับลูกน้องในทีม ที่พากันยิ้ม ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร “ไอดีน้องคนนี้เขาได้มั้ยครับหัวหน้าทีม” สารวัตรรัฐนนท์ถามขึ้น หัวหน้าทีมเองรู้ดีว่า ฝ่ายสืบสวนมักจะใจร้อนเสมอ ก็มองไปรอบ ๆ ตัวของผู้ตาย ก่อนจะนั่งลงเพื่อค้นตัว

“นี่ครับ” หัวหน้าทีมดึงบัตรประชาชนออกจากกระเป๋ากางเกงของผู้ตาย ที่เกือบจะหล่นออกนอกกระเป๋าแล้วเสียด้วยซ้ำ “มีแต่บัตร ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ไม่มีเงินติดตัว” หัวหน้าทีมพิสูจน์บอกกับสารวัตรรัฐนนท์ “แปลกใช่มั้ยครับหัวหน้า” สารวัตรรัฐนนท์สบตากับหัวหน้าทีมหลักฐาน ที่ไม่ได้พูดอะไร โดยที่สารวัตรหนุ่มหล่อรู้ดี ว่าทีมเก็บและพิสูจน์หลักฐานใจเย็นจนน่าหงุดหงิดแค่ไหน จะไม่ยอมพูดอะไรจนออกมา จนกว่าจะแน่ใจแล้ว

“ผมขอถ่ายเก็บอาไว้หน่อย” สารวัตรรัฐนนท์ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายบัตรประชาชนของผู้ตายเอาไว้ “ยังไงผมขอให้คุณสองคนออกจากไครม์ซีนก่อน พวกผมต้องทำ Grid Search ปูพรมค้นบริเวณนี้ทั้งหมด ผมไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น” เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า สารวัตรรัฐนนท์บางครั้งจะรู้สึกหมั่นไส้กับทีมนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า พวกเขาทำงานกันได้อย่างยอดฝีมือจริง ๆ

“คุณกลับไปพักก่อนนะ เดี๋ยวผมไปส่ง” สารวัตรรัฐนนท์บอกกับชนธัญ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายควรจะพักสักหน่อย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คงจะหนักมากเกินไปแล้ว “ความทรงจำผมกำลังสดใหม่อยู่” ชนธัญส่ายหน้าปฏิเสธที่จะกลับบ้านไปพัก “ให้ผมอยู่ต่อนะ ผมกลัวจะลืมรายละเอียดที่จำเป็นต่อรูปคดี” ชนธัญขอร้องสารวัตร อนุญาตให้เขาอยู่ช่วยก่อน

“คุณแน่ใจนะ” ใจจริงสารวัตรรัฐนนท์อยากจะพูดแสดงความห่วงใยชนธัญมากกว่านั้น แต่บังเอิญที่ว่าลูกน้องในทีมสืบลับ พากันเดินเข้ามาเสียก่อน “ได้เรื่องเพิ่มเติมจากทีมพิสูจน์บ้างมั้ยครับสารวัตร” หนึ่งในทีมสืบถามขึ้น ก่อนที่สารวัตรรัฐนนท์จะให้ทั้งทีมดูรูปของเด็กหนุ่มที่เสียชีวิต แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไร

“นั่นมันแจ็กเกตสารวัตรนี่ครับ ที่คุณเขาใส่อยู่ ผมจำได้” ชนธัญคนใส่แจ็กเกตของนายตำรวจหนุ่มอยู่ ทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดนั้น “โฟกัสงาน” สารวัตรรัฐนนท์สั่งเสียงเข้ม ก่อนจะลอบสังเกตเห็นว่า ช่วงนี้พวกลูกน้องในทีมของเขา แอบสบตาแล้วพยายามกลั้นยิ้มกันบ่อย ๆ และมันชักจะถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ไอ้เด็กคนนี้หรือ” หนึ่งในทีมสืบพูดขึ้น “ผมว่าผมเคยเห็นหน้าที่ไหนอยู่นะ” คนพูดทำท่าทางนึก ว่าคลับคล้ายคลับคลา เคยเห็นผู้ตายที่ไหน “มันมีอยู่ช่วงหนึ่งนะครับสารวัตร ที่มีสองแก๊งมันไม่ถูกกัน ตอนนั้นผมยังเป็นสายตรวจอยู่ ผมเคยเข้าไปห้ามปรามไม่ให้พวกมันตีกัน ผมจำได้ว่าเห็นไอ้น้องคนนี้ ผมแน่ใจ ว่ายืนอยู่กับหัวหน้าแก๊งหนึ่ง เหมือนจะสนิทชิดเชื้อกันดีด้วย” สารวัตรรัฐนนท์ฟังที่ลูกน้องทีมสืบลับรายงานมา

“แล้วที่เกิดขึ้นวันนี้ มันคือสองแก๊งไม่ถูกกัน รุมยำกันอย่างนั้นหรือ” อีกคนในทีมสืบลับถามขึ้น “ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงระเบิด มันมีเสียงปืนดังขึ้นรัว ๆ” ชนธัญให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจะเล่าว่า เขาเข้ามาที่สำนักงานสืบสวนลับ เพื่อส่งรายงานของคดีที่แล้ว ก่อนที่หมอดรุณีจะทักเขาที่หน้าทางเข้าอาคาร พูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนที่ชนธัญบอกว่า เขาจะต้องวิ่งกลับออกมาที่ด้านนอกตึก เพราะต้องการจะถามข้อมูลบางอย่างจากหมอดุ

“แต่ตอนออกมา ก็ไม่เจอหมอดุแล้ว” ชนธัญไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนหลังตามที่เกิดขึ้น “แล้วผมก็เริ่มได้ยินเสียงคนกรีดร้อง พอหันไปทางต้นเสียง” ทุกคนมองตามชนธัญไปทางถนนใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกล “เสียงปืนก็ดังขึ้นติด ๆ กันหลายนัดจากทางด้านนั้น ก่อนที่จะมีเสียงระเบิดดังสนั่น ที่ชนธัญพุ่งเข้าทรุดตัวหลบที่ด้านหลังกำแพงอิฐนั่น

“แต่” ชนธัญทำหน้าพยายามคิดอย่างหนัก “แต่ผมไม่ทันเห็นว่าน้องคนนี้มานอนอยู่ตรงนั้นได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทุกอย่างมันสับสนไปหมด โกลาหลอย่างที่สุด แถมเสียงกรีดร้อง เสียงอื่น ๆ มันดังลั่นไปทั่วบริเวณ แต่พอเห็นน้องเขา รู้ตัวอีกที ผมก็ทำซีพีอาร์จนหมดแรง” ชนธัญเล่ามาถึงตรงนี้ ทำให้สารวัตรรัฐนนท์รู้สึกว่า มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้น

**************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย Jay J

Gangsta's Paradise - Coolio

https://www.youtube.com/watch?v=-5qqrMu_AZc


As I walk through the valley of the shadow of death

เมื่อข้าได้ก้าวเท้าเข้าสู่หุบเขาแห่งความตายอันมืดดำ

I take a look at my life and realize there's nothin' left

หันมามองดูชีวิตตัวเองแล้วข้าก็รู้ว่ามันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

'Cause I've been blastin' and laughin' so long that

เพราะข้าเที่ยวเอาแต่สุดโต่งและหัวเราะดังลั่นมานาน

Even my momma thinks that my mind is gone

จนแม้แต่แม่ของข้าเองยังว่าข้านั้นหลุดโลกจนเสียสติ


But I ain't never crossed a man that didn't deserve it

แต่ข้าไม่เคยกำจัดใครโดยที่ไอ้พวกนั้นมันไม่สมควรโดน

Me be treated like a punk, you know that's unheard of

ใครกล้ามาทำกับข้ายังกับพวกเหลือขอ ไม่มีซะล่ะ เอ็งฟังมาผิดแล้ว

You better watch how you talkin' and where you walkin'

พวกเอ็งนั่นแหละที่ต้องระวังปาก ไปไหนมาไหนสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้

Or you and your homies might be lined in chalk

ไม่งั้นเอ็งกับพวกได้นอนให้ตำรวจเอาช็อกมาเขียนร่างที่พื้นแน่


I really hate to trip, but I gotta loc

ข้าเกลียดที่จะคุยดม้จริงจริงว่ะ แต่บังเอิญมันมีของหนักดำมะเมี่ยมอยู่ในมือ

As they croak, I see myself in the pistol smoke

เมื่อมันส่งเสียงดังขึ้น ข้าเองก็ได้แต่มองพวกเอ็งผ่านควันลำกล้องปืน

Fool, I'm the kinda G the little homies wanna be like

พวกโง่เอ๊ย ข้าเป็นดั่งศาสดา ที่พวกเอ็งทั้งหลายอยากจะได้เป็นบ้าง

On my knees in the night, sayin' prayers in the streetlight

คุกเข่าอ้อนวอนยามค่ำคืน สวดอ้อนภาวนาเงยหน้าขึ้นกลางแสงไฟส่องทาง


Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ในวังวนสวรรค์แห่งอาชญากร

Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ปะปนกับสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร


Look at the situation they got me facing

พวกเอ็งก็ดูสิ่งที่พวกมันให้ข้าต้องเผชิญสิ

I can't live a normal life, I was raised by the street

จะให้ข้ามีชีวิตปกติอย่างคนอื่นเขาได้ยังไง ในเมื่อข้าเติบโตมากับข้างถนน

So I gotta be down with the hood team

นั่นทำให้ข้าต้องอยู่กับพรรคพวกของข้าทั้งหมด

Too much television watchin', got me chasing dreams

ในทีวีที่หรอกหูข้าทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้ข้าต้องออกเสาะแสวงหาความฝันนานา


I'm a educated fool with money on my mind

ข้าก็แค่คนมีความรู้ไร้พุทธิปัญญาคนหนึ่งที่วันวันสมองมีแต่เรื่องเงิน

Got my ten in my hand and a gleam in my eye

เมื่อมีเงินกำเอาไว้ในมือ เมื่อนั้นแววตาก็สุกสว่างโชติช่วง

I'm a loc'd out gangsta, set trippin' banger

ข้ามันพวกขึ้นไกตลอดเวลา ที่มือลั่นโคตรง่าย

And my homies is down, so don't arouse my anger

แม้แต่พวกเดียวกันเองยังยอม เพราะงั้นอย่ายั่วให้ข้าโมโห


Fool, death ain't nothin' but a heart beat away

พวกโง่ทั้งหลาย ความตายไม่ได้อยู่ไกลแค่ปากซอยยังร่วงได้

I'm livin' life do or die, what can I say?

ชีวิตข้าจะให้บอกว่ายังไงดี ก็ถ้าไม่รอดก็ลาก่อน

I'm 23 now but will I live to see 24?

ตอนนี้ข้าอายุยี่สิบสาม แต่ถามว่าจะอยู่ถึงฉลองยี่สิบสี่มั้ย

The way things is going I don't know

เทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่ะ


Tell me why are we so blind to see

ช่วยบอกทีทำไมเราทุกคนถึงพากันตาบอดมองไม่เห็น

That the ones we hurt are you and me?

ว่าคนที่กำลังเจ็บปวดก็คือพวกเรากันเองทั้งนั้น


Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ในวังวนสวรรค์แห่งอาชญากร

Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ปะปนกับสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร


Power and the money, money and the power

อำนาจกับเงินตรา เงินทองกับอำนาจ

Minute after minute, hour after hour

มันคือที่ข้าทำหมดไป นาทีต่อนาที ชั่วโมงต่อชั่วโมง

Everybody's runnin', but half of them ain't lookin'

ทุกคนพากันวิ่งลนลาน แต่ครึ่งหนึ่งในนั้นไม่มองทางกันสักคน

It's going on in the kitchen, but I don't know what's cookin'

เหมือนรู้ว่าในครัวกำลังปรุงอาหาร แต่ไม่รู้ว่าอาหารที่จะกินคืออะไร


They say I gotta learn, but nobody's here to teach me

มีคนเคยบอกว่าข้าต้องหัดเรียนรู้ แต่ไม่มีใครหน้าไหนมาสอนข้าเลยสักคน

If they can't understand it, how can they reach me?

ถ้าพวกเขาไม่เคยเข้าใจข้าเลยสักนิด แล้วพวกเขาจะเข้าถึงตัวข้าได้ยังไง

I guess they can't, I guess they won't

ข้าว่าพวกเขาทำไม่ได้ ไม่สิ ข้าว่าพวกเขาไม่คิดจะทำ

I guess they front, that's why I know my life is out of luck, fool

มีแต่จะเผชิญหน้ากัน นั่นเป็นเหตุให้ชีวิตข้าไม่ได้โชคดีอย่างใครใคร


Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ในวังวนสวรรค์แห่งอาชญากร

Been spendin' most their lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเขา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตที่มีของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ปะปนกับสวรรค์แห่งอาชญากร

Keep spendin' most our lives

ใช้ชีวิตหมดไปของพวกเรา

Livin' in a gangsta's paradise

อยู่ท่ามกลางสวรรค์แห่งอาชญากร


Tell me why are we so blind to see

ช่วยบอกทีทำไมเราทุกคนถึงพากันตาบอดมองไม่เห็น

That the ones we hurt are you and me?

ว่าคนที่กำลังเจ็บปวดก็คือพวกเรากันเองทั้งนั้น

Tell me why are we so blind to see

บอกฉันทีว่าทำไมพวกเราต่างมองกันไม่ออก

That the ones we hurt are you and me?

ว่าทุกคนที่เจ็บปวดนี้คือพวกเรากันเองทั้งนั้น

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๗. ขัด _ 8.3.2023
« ตอบ #19 เมื่อ: 03-08-2023 12:40:55 »





ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๑๘. UNHOLY _ 8.4.2023
«ตอบ #20 เมื่อ04-08-2023 13:31:19 »

๑๘. UNHOLY


ดรีม เด็กหนุ่มร่างผอมบาง ดูอ้อนแอ้นทั้งรูปร่างและลักษณะท่าทางการแสดงออก เขารู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ เมื่อคิดว่า คืนวันศุกร์แบบนี้คนมาเที่ยวน่าจะเยอะจนร้านแน่น แต่ก็ผิดคาด เมื่อหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาว่าเกือบจะเที่ยวคนแล้ว 'แต่ก็ดี' ดรีมบอกตัวเอง อย่างนี้ก็คู่แข่งส่วนแบ่งทางการตลาดน้อยดี

“เอาเข้ม ๆ นะพี่ หนูอยากเมา” ดรีมตะโกนบอกบาร์เทนเดอร์แข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มออกมาจากลำโพง ที่หันดอกมาสาดเสียงเข้าใส่ลูกค้า “มึงมาก็สั่งแค่แก้วเดียว” เสียงบาร์เทนเดอร์ตะโกนกลับมา “ก็ถึงบอกให้ชงเข้ม ๆ” ดรีมตอบกลับไป สีหน้าสีตาระรื่น “หรือพี่ก็ให้เหล้าหนูฟรีสิ เดี๋ยวหนู” ดรีมไล้ปลายนิ้วกับมือของบาร์เทนเดอร์หนุ่มขณะรับแก้วเครื่องดื่มสีสวยนั้นมาถือเอาไว้

“ตอนนี้กูมีเมียแล้ว” บาร์เทนเดอร์ตอบกลับมาอย่างนั้น ดรีมทำหน้ากระเง้ากระงอดเมื่อได้ยิน “น่าเบื่อ” ก่อนจะส่งเงินค่าเหล้าให้ บาร์เทนเดอร์หัวเราะขำไปกับท่าทางของดรีม แต่ไม่ได้คิดอะไร ก็จริง ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้ การแลกเหล้าระหว่างเขากับเด็กหนุ่มคนนี้ ก็คงเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ

“ไปดีกว่า” ดรีมทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ก่อนจะผละจากบาร์เหล้า เดินมาหยุดอยู่ที่กลางร้าน ที่ดึก ๆ มักจะกลายเป็นฟลอร์ออกสเต็ปแดนซ์ของลูกค้าทั้งไทยและเทศ แต่ความบางตาของลูกค้าที่มาเที่ยวยามค่ำคืนในวันนี้ กับบาร์เกย์ชื่อดังที่สุดของกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งการโอบอุ้มล้าแขนรับกลุ่มชายรักชายแบบนี้ ดูจะแปลกอยู่ไม่น้อย

ดรีมกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพวกขั้วเดียวกันแล้วก็นึกเซ็ง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อค่ำคืน ที่เขาอุตส่าห์ออกมาท่องราตรีได้อย่างนี้ ดรีมนั่งลงที่เก้าอี้เหล็กทรงสูงแบบหมุนได้ วางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะกลมเล็ก ๆ เข้าคู่กันกับเก้าอี้ ดรีมลองหมุนตัวบนเก้าอี้นั้น มันหยุดกลางคันก่อนจะครบรอบ ทำให้ดรีมเกือบจะร่วงลงจากเก้าอี้

ดรีมใช้เท้ายันพื้นเอาไว้ได้ทัน รู้สึกอายพวกออกสาวกลุ่มนั้นที่พากันหัวเราะขบขัน ก่อนที่ดรีมจะเงยหน้าขึ้น แล้วมองเห็นผู้ชายหน้าตาพอใช้ได้คนหนึ่ง อายุน่าจะสามสิกว่า ๆ มองแล้วยิ้มมาทางดรีมด้วยสายตาที่เป็นประกาย ดรีมสบตากับชายหนุ่ม ทำท่าอาย ๆ แต่ก็ตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มถือแก้วเครื่องดื่ม เดินตรงเข้ามาหา

“นั่งด้วยได้มั้ยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามดรีม “นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับว่า” ดรีมตอบกลับไป แต่ก็เห็นว่าชายหนุ่มถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเขาแล้ว ดรีมปรายตาไปทางกลุ่มออกสาวที่หัวเราะเยาะเขาก่อนหน้านี้ ยิ้มที่มุมปาก แน่นอนว่านี่คือการเย้ยตอบ ที่ดรีมรู้สึกชอบใจ ว่าผู้ชายเขาก็ย่อมจะเลือกคนสวย ไม่ใช่พวกขยะที่รอกทม.มาเก็บ

“หนูยังไม่ได้ชวนเลย” ดรีมทำพูดเย้าหยอกชายหนุ่ม แต่ก็ทำหัวเราะอาย ๆ ใส่อีกฝ่ายอย่างจงใจ “ผมน่าจะอดใจไม่ไหว” ดรีมได้ยินชายหนุ่มพูดมาแบบนั้น ก็ออกจะวางมือวางไม้ไม่ถูกเหมือนกัน ดรีมทำขมุบขมิบปากว่าอีกฝ่ายว่า 'บ้า' ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ดรีมรู้สึกดีใจไม่น้อย ที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาทักเขา

“ชื่ออะไรครับ” ชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาถามดรีม แม้ว่าตรงนี้เสียงเพลงจะไม่ได้ดังขนาดนั้นก็ตาม “ดรีม” เจ้าของชื่อตอบกลับไป รู้เลยว่าตัวเองประดิษฐ์ทั้งรูปปากและน้ำเสียงขนาดไหน “ชื่อเพราะนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวชม แม้ว่าดรีมจะรู้สึก นึกอยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ยอมทำท่าเขินมาก จนตัวเองยังเกลียดในสิ่งที่ตัวเองแสดงออกไป

“พ่อแม่ตั้งให้น่ะ เขาคงรู้ว่าดรีมมีฝันอันยิ่งใหญ่” ไหน ๆ ก็ดูว่ามีผู้ชายมาติดกับแล้ว ดรีมก็ใส่เพิ่มเข้าไปให้เต็มข้อ “ไม่เรียกแทนตัวเองว่าหนูแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มถามกลับมา ดรีมสบตากับชายหนุ่มแบบลองหยั่งเชิง “หนูก็ไม่นึกว่าจะมีคนชอบ” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ ตายกแก้วขึ้นดื่มแล้วใช้สายตาสื่อความหมายมาแทน

“ผมชื่อฤกษ์นะ” ชายหนุ่มพูดออกมาตอนวางแก้วเหล้าที่เพิ่งกระดกลงคอไปจนหมดลงบนโต๊ะ “หนูคิดว่าพี่จะไม่บอกหนูซะแล้ว” จริง ๆ ดรีมก็ไม่ได้อยากจะรู้ชื่อของชายหนุ่มสักเท่าไหร่นัก “จริง ๆ คนชื่อฤกษ์ก็มีความฝันนะครับ” ดรีมสบตานิ่งกับอีกฝ่าย รอว่าชายหนุ่มเตรียมที่จะพูดอะไรต่อ

“ฝันว่า” ฤกษ์ที่ตอนนี้รู้สึกว่า เขาสาดเหล้าลงคอไปมากพอ ที่จะมีแต่ความกล้าและไม่จำเป็นต้องยั้งอะไรตัวเองเอาไว้แล้ว “ริมฝีปากบาง ๆ ของดรีม ทำอะไรได้บ้าง” ฤกษ์คิดว่าเขาไม่พลาดเป้าหมายแน่นอน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงเลือกเด็กหนุ่มลักษณะอ้อนแอ้นแบบดรีมเสมอ เพราะมันจบดีลได้ง่ายและเข้าทางเขา

“มันก็ต้องลองดู” ดรีมยิ้มให้กับฤกษ์ เป็นรอยยิ้มที่เชิญชวนและตอบรับอย่างเปิดเผยที่สุดแล้ว ดรีมแกล้งเหลือบดูไปที่เป้ากางเกงของชายหนุ่ม ซึ่งมันก็นูนแน่นไปหมดแล้วในตอนนี้ ดรีมนั่งรอที่โต๊ะอยู่สักพัก ทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจอะไร เมื่อฤกษ์คล้อยหลังเดินขึ้นไปบนชั้นสองของร้านได้อึดใจใหญ่ ดรีมก็ลุกขึ้นเดินตามไป

ที่บนชั้นสอง ถูกแบ่งพื้นที่เอาไว้สำหรับเป็นห้องน้ำ โดยที่ชั้นหนึ่งทำเป็นโถปัสสาวะ แต่ลูกค้าส่วนมาก ไม่ค่อยจะขึ้นมาข้างบนนี้ โดยเฉพาะวันที่ลูกค้าน้อย ๆ แบบนี้ เพราะกลัวว่าจะเสียที่นั่งที่เป็นกลยุทธ์ที่ชั้นล่าง เสียโอกาสให้ทุกคนในร้านมองเห็น และคัดสรรตัวเองให้กลับไปมอบความสุขความหฤหรรษ์กันต่อ หลังจากบาร์เลิก

ห้องน้ำทั้งสามห้อง ถัดเข้าไปในมุมด้านไกล ไฟไม่สว่างมากนักเพราะมีหลอดไฟดวงหนึ่งขาด มีเพียงห้องเดียวริมสุดที่บานประตูปิดอยู่ นั่นก็ทำให้ดรีมเดาไม่ยาก เขาเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ ก่อนที่มันจะเปิดออก ฤกษ์ยืนรอเด็กหนุ่มอยู่ในนั้น ดรีมเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนปิดประตูล็อกกลอนตามหลัง

“ดูดให้พี่หน่อย” เสียงฤกษ์สั่น กระเส่า กระซิบบอกเด็กหนุ่ม ก่อนดึงมือของดรีมไปจับที่เป้ากางเกงทำงานที่ฤกษ์สวมอยู่ ที่ตอนนี้มันโป่งพองก๋าท้าทายอย่างที่สุด “ปกติหนูไม่เคยทำอะไรแบบนี้นะพี่” ดรีมทำพูดออกตัว “นะ” ฤกษ์พูดก่อนจะรูดซิปกางเกงลง แล้วงัดเอาท่อนลำคล้ำอวบใหญ่ออกมาให้ดรีมจับเล่น

“น้ำมันเยิ้มปลายเยอะจังพี่” มือของดรีมที่รูดขึ้นรูดลงนั้นเหนียวเปรอะไปทั่ว ก่อนที่ฤกษ์จะเงยหน้าสูดปากเหมือนกินพริกเข้าไปทั้งกำมือ เมื่อเกือบสุดความยาวที่เขามี เลื่อนตัวเข้าไปพักอยู่ในโพรงปากของดรีมที่โอบรอบมันเอาไว้ ดรีมน้ำตาซึมเล็กน้อย เมื่อมันใหญ่เกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้ ทำให้เขาหายใจติดขัดเล็กน้อย แต่ยังไงเสียก็ตาม จะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ใหญ่เกินไปกว่าร่องและรูที่สวรรค์สรรค์สร้างเอาไว้ให้ใช้หรอก

“ปล่อยในปาก” ฤกษ์พูดขึ้น ดรีมถอนปากออก ทำสีหน้าลังเล “หนูไม่เคย” ดรีมทำสายตาวิงวอน “พี่มีค่าขนมให้” ฤกษ์ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบแบงก์สีเทาปึกหนาออกมาถือไว้ “มันกลืนได้” ฤกษ์ใช้มือดึงท้ายทอยของดรีมให้กลับมาอ้าปากรับความยาวของเขากลับเข้าไป ดรีมเสียงอู้อี้ สายตาเหลือกมองสบตากับฤกษ์ ที่ชายหนุ่มยัดเงินใส่มือข้างหนึ่งของดรีม

ดรีมกำเงินนั่นจนแน่น จริง ๆ ไม่ได้คิดว่า คืนนี้เขาจะได้เงินอะไรนี่ด้วย แค่อยากจะออกมาปลดปล่อยและให้ไฟราคะมันสงบลงบ้างเท่านั้น ตอนนี้ดรีมจึงจัดกลเม็ดเด็ดพรายที่เขารู้ทั้งหมดใส่ให้กับฤกษ์ เผื่อว่าชายหนุ่มจะติดใจ จนมีครั้งต่อ ๆ ไปจากนี้ตามมา ดรีมรู้ดีว่านี่มันมาถึงท้ายเกม เมื่อกล้ามเนื้อขาของฤกษ์เริ่มเกร็ง สะโพกของฤกษ์ยิ่งขยับเข้าออกเร็วและแรง ลมหายใจถี่หอบ และอาการกระตุกถี่ ๆ และบดเบียดลำยาวเข้าไปในปากของดรีมจนสุด พ่นทะลักลงคอของดรีมโดยไม่ต้องกลืนเอง

“มีเบอร์พี่ละนะ โทรไปรับสายด้วย” ฤกษ์พูดจบ ก็เปิดประตูออก ก่อนจะรีบเดินงุดหน้าลงไปชั้นล่าง ประตูห้องน้ำที่เปิดกว้างออก ทำให้มองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างมือ มองเห็นดรีมนั่งยอง ๆ อยู่ในห้องน้ำ สะท้อนผ่านเงาในกระจก ชายหนุ่มคนนั้นหันมาทางดรีม ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำมา แต่ไม่ยอมปิดประตู

“ทำให้บ้างสิ” เสียงนั้นฟังดูกึ่งให้ทำตามคำสั่ง ก่อนจะยัดเอาท่อนไม่ยาวมากชมพูสวยเข้าปากดรีม ที่หลับตาพริ้มรับการถูกใช้เป็นเครื่องระบายอารมณ์กลัดมันนี้ ดรีมทำอยู่สักพัก ก่อนจะส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายปิดประตูห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันที่ประตูจะงับปิดดี ที่หางตาของดรีมก็เห็นมีใครอีกคนเดินตรงเข้ามา

โดยไม่มีคำพูดใด ๆ หนุ่มบาร์เทนเดอร์ก็ส่งความยาวสวยของตัวเองที่ดรีมนั้นเอง ก็เคยคุ้นกับมันมาก่อนเข้าร่วมด้วย บาร์เทนเดอร์ที่เพิ่งมาถึง ใช้นิ้วปาดความขุ่นเหนียวข้นที่ยังคงติดอยู่ตามคางของดรีม เข้าปากเด็กหนุ่มไป ก่อนที่ดรีมจะต้องใช้มือทั้งสองข้างละปากของเขา แสดงให้เห็นว่า ริมฝีปากบาง ๆ ของเขานั้น มันทำอะไรได้บ้าง

“อืม กำลังกลับ” ฤกษ์กรอกเสียงลงไปในมือถือ เมื่อเข้ามานั่งอยู่ที่ด้านคนขับ “ผมก็มาผ่อนคลายอะไรของผมบ้าง มีนั่งดื่มกับพี่ ๆ ที่ทำงานนั่นแหละ” เสียงตอบกลับไปของฤกษ์แสดงความเหนื่อยหน่ายอย่างเห็นได้ชัด “ก็ผมต้องทำงาน และก็อย่าขออะไรเกินตัว ใบเก่าก็ใช้ไปก่อน ผมทำงานเก็บเงินนี่ก็เพื่อครอบครัว คุณกับลูก” ฤกษ์เกือบจะตวาดปลายสายกลับไป เมื่อได้ยินว่าลูกรอเขากลับบ้านจนหลับไปก่อนแล้ว และผู้เป็นภรรยาบอกขอซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ ทดแทนใบที่ใช้มาจนเก่าและขาดแล้ว

“เดี๋ยวคุณก็จะคลอดอีก ถ้าผมไม่ทำงานหนักแบบนี้ มันจะไปพออะไร นี่วัน ๆ ผมก็แทบจะไม่ได้ใช้อะไรส่วนตัวเลย ไหนจะค่าน้ำมัน ค่ากินผมอีก แล้วยังจะภาษีสังคมจิปาถะ คุณจะมาอย่างนั้นอย่างนี้กับผมอีก ผมเหนื่อย เห็นใจกันมั่งสิ รู้บ้างมั้ย ว่าผมเบื่อ แค่นี้นะ ผมขับรถอยู่” ฤกษ์กดวางสายลงก่อน ที่จะทันได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของอีกฝ่ายดังผ่านเข้ามา

******************************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาไทย โดย Jay J

Unholy - Sam Smith

https://www.youtube.com/watch?v=QMGGaNynpLI


Mummy don't know daddy's getting hot

หม่ามี้จะไปรู้อะไรว่าแด๊ดดี้นั้นเร่าร้อน

At the body shop, doing something unholy

ไปนั่งที่ร้านอะไรนั่น ทำอะไรสักอย่างที่เขาไม่กล้าพูดกัน


A lucky, lucky girl

หญิงสาวผู้แสนโชคดี โชคดีกว่าใคร

She got married to a boy like you

ได้แต่งงานกับผู้ชายพรรค์อย่างคุณ

She'd kick you out if she ever, ever knew

เธอเตะโด่งคุณไปให้พ้นแน่ถ้ารู้เรื่องเข้า

'Bout all the - you tell me that you do

ไอ้เรื่องที่คุณบอกฉันไว้ ว่าไปทำอะไรอะไรมา


Dirty, dirty boy

ไอ้หนุ่มผู้เคล้าโลกีย์

You know everyone is talking on the scene

คุณก็รู้ว่าใครใครก็พูดถึงกับภาพที่มันเกิดขึ้น

I hear them whispering 'bout the places that you've been

ฉันได้ยินพวกนั้นกระซิบกระซาบกันถึงที่ที่คุณไปมา

And how you don't know how to keep your business clean

และคุณดันไม่ปกปิดอะไรอะไรนั่นให้มันไร้ร่องรอย


Mummy don't know daddy's getting hot

หม่ามี้จะไปรู้อะไรว่าแด๊ดดี้นั้นเร่าร้อน

At the body shop, doing something unholy

ไปนั่งที่ร้านอะไรนั่น ทำอะไรสักอย่างที่เขาไม่กล้าพูดกัน

He's sat back while she's dropping it, she be popping it

แด๊ดดี๊นั่งกางขารอตอนที่ยัยนั่นคุกเข่าลงตรงหน้า หล่อนเปิดปากอ้า

Yeah, she put it down slowly

แล้วครอบปากลงไปอย่างช้าช้า


Oh-ee-oh-ee-oh, he left his kids at

แด๊ดดี๊ปล่อยให้ลูก

Ho-ee-oh-ee-ome, so he can get that

อยู่บ้าน เพื่อแด๊ดดี๊จะได้ ทำนั่นทำนี่


Mummy don't know daddy's getting hot

หม่ามี้จะไปรู้อะไรว่าแด๊ดดี้นั้นเร่าร้อน

At the body shop, doing something unholy

ไปนั่งที่ร้านอะไรนั่น ทำอะไรสักอย่างที่เขาไม่กล้าพูดกัน


Mmm, daddy, daddy, if you want it, drop the add'y

แด๊ดดี้ขา ถ้าแด๊ดดี้อยาก ทิ้งความเป็นพ่อคนเอาไว้ก่อน

Give me love, give me Fendi, my Balenciaga daddy

แล้วมอบความรักให้หนู มันชื่อว่าเฟนดิ มันคือบาล็อง เชื่อหนูแด๊ดดี้

You gon' need to bag it up, 'cause I'm spending on Rodeo

แด๊ดดี้ต้องขนมันมาให้หนู เพราะห้างหรูหนูจะไปกวาดมาให้เรียบ

You can watch me back it up, I'll be gone in the a.m.

หนูจะรวบตึงเอาไว้ให้หมดทุกใบ ก่อนรุ่งเช้าแล้วหนูจะหายตัวไปจนหมดจด


And he, he get me Prada, get me Miu Miu like Rihanna

แด๊ดดี้จะหาปราด้ามาให้ หนูอยากได้มิวมิวใช้อย่างเซเล็บตัวเจ๋ง

He always call me 'cause I never cause no drama

แด๊ดดี้โทรหาหนูบ่อยบ่อย เพราะหนูชอบอ่อยแต่ไม่ค่อยสร้างดราม่า

And when you want it, baby, I know I got you covered

และเมื่อแด๊ดดี้แข็งขึ้นก็เรียกหาหนู เดี๋ยวหนูจะจัดการคลายเหงาแด๊ดดี้เอง

And when you need it, baby, just jump under the covers

เมื่อไหร่แด๊ดดี้อยากปลดปล่อย มาเลยหนูรอโดนสอยไม่ปริปากแพร่งพราย


Mummy don't know daddy's getting hot

หม่ามี้จะไปรู้อะไรว่าแด๊ดดี้นั้นเร่าร้อน

At the body shop, doing something unholy

ไปนั่งที่ร้านอะไรนั่น ทำอะไรสักอย่างที่เขาไม่กล้าพูดกัน

He's sat back while she's dropping it, she be popping it

แด๊ดดี๊นั่งรอตอนที่หล่อนคนนั้นคุกเข่าลงตรงหน้า เปิดปากอ้า

Yeah, she put it down slowly

แล้วครอบปากลงไปอย่างช้าช้า


Oh-ee-oh-ee-oh, he left his kids at

แด๊ดดี๊ปล่อยให้ลูก

Ho-ee-oh-ee-ome, so he can get that

อยู่บ้าน เพื่อแด๊ดดี๊จะได้ ทำนั่นทำนี่


Mummy don't know daddy's getting hot

หม่ามี้จะไปรู้อะไรว่าแด๊ดดี้นั้นเร่าร้อน

At the body shop, doing something unholy

ไปนั่งที่ร้านอะไรนั่น ทำอะไรสักอย่างที่เขาปิดปากเงียบกัน

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
๑๙. อัปลักษณ์


“ผมขอข่าวดีนะด็อค” ทันทีที่สารวัตรรัฐนนท์ผลักประตูห้องชันสูตรเข้าไป “ใจร้อนเสมอนะหมวด” สารวัตรหนุ่มก็ทักเจ้าของห้องตรวจด้วยประโยคที่ได้ยินเสมอ ๆ โดยที่แพทย์หญิงดรุณีนั้นถือว่าเป็นคำกล่าวทักทายจากนายตำรวจหนุ่มไปแล้ว “วันนั้นหมอเป็นห่วงเรามากเลย” ก่อนที่ด็อคเตอร์สาวจะหันมาพูดกับชนธัญที่เดินตามเข้ามา

“ผมโอเคครับ ไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณนะครับด็อคดุ” ชนธัญตอบกลับไป ก่อนจะเห็นรอยยิ้มแสดงความห่วงใยจากแพทย์สาว “อยากรู้เรื่องไหนก่อน” ด็อคเตอร์ดรุณีถามสารวัตรรัฐนนท์ ที่เลิกคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น “มีหลายเรื่องเลยหรือหมอ” สารวัตรหนุ่มมองด็อคดุพยักหน้าช้า ๆ เพราะสารวัตรหนุ่มมาเพื่อขอข้อมูลยืนยันตัวบุคคลเท่านั้น

“หมอคิดว่าหมวดน่าจะรู้ข้อมูลพวกนี้เอาไว้ด้วย เคสนี้อาจจะไม่ใช่แค่ที่สิ่งที่เราเห็นเท่านั้น” เวลาที่ได้ยินด็อคดุพูดแบบนี้ สารวัตรรัฐนนท์รู้เลยว่า รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในทันที “เริ่มจาก” แพทย์หญิงดรุณีเริ่มต้นให้ข้อมูลการชันสูตรพลิกศพของเด็กหนุ่มที่นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ด้วยท่าทีจริงจัง

“หมอกำลังสงสัยว่า ที่เกิดเหตุอาจจะไม่ใช่ไพรมารี่ ไครม์ ซีน” สารวัตรรัฐนนท์ถึงกับทำหน้าเซ็งออกมา “ไม่เอาน่าด็อค” ด็อคดุยักไหล่ให้สารวัตรหนุ่มทีหนึ่งก่อนพูดต่อ “ความสำคัญมันอยู่ที่ Rigor Mortis ภาวะแข็งตัวของร่างกายหลังการเสียชีวิต” ด็อคเตอร์ดรุณีมองหน้าของสารวัตรรัฐนนท์และชนธัญสลับไปมา

“ตามปกติหลังจากเสียชวิตได้ประมาณสองชั่วโมง กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าจะเริ่มขึ้น แล้วค่อยตามด้วยแขนขา ประมาณหกถึงแปดชั่วโมงหลังการเสียชีวิต” ชนธัญถึงกับพูดออกมาในทันทีว่า “ถึงว่าผมถึงกับหมดแรง หน้าอกของเขาแข็งมาก ผมกดแทบไม่ลงตอนทำซีพีอาร์” ชนธัญรู้ดี ว่าเขาใช้แรงทั้งหมดที่มีไปกับการทำซีพีอาร์ที่ไม่เป็นผล

“นี่คือสิ่งแรกที่ทางทีมเก็บหลักฐานคุยกับหมอ” ด็อคเตอร์ดรุณีจึงมีความเห็นว่า ที่ที่พบศพเด็กหนุ่มคนนี้ ไม่น่าจะใช่ที่ที่เขาเสียชีวิต “แต่เป็นที่ที่เอาศพมาทิ้ง อำพรางศพ” สารวัตรรัฐนนท์ก่อนพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมา “อีกอย่าง ตอนที่คุณชนธัญให้การ ว่าเจอศพเด็กหนุ่มคนนี้นอนคว่ำหน้าอยู่ ต้องจับพลิกตัวขึ้นมาช่วยทำซีพีอาร์” ด็อคเตอร์ดรุณีอธิบายต่อ

“เลือดในร่างกายของเขาไหลลงไปอยู่ที่ด้านหน้าทั้งหมด แสดงว่าตั้งแต่เขาเสียชีวิต นั่นคือท่าที่เขานอนตอนตาย คือนอนคว่ำหน้า จึงเป็นไปไม่ได้เลย ว่าเขาเพิ่งจะมาเสียชีวิตจากการถล่มกันของสองแก๊งที่ด้านหน้าสำนักงานสืบ” ด็อคเตอร์ดรุณีพูดให้รายละเอียดกับทั้งสองคน เพื่อเคลียร์ในประเด็นนี้

“นั่นก็อธิบายได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมตอนที่ชนธัญจับตัวของเด็กหนุ่มคนนี้” สารวัตรรัฐนนท์สบตากับชนธัญ “ผมถึงได้ไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง” จากความสามารถที่ชาธัญมี ก็ช่วยยืนยันในสิ่งที่ด็อคเตอร์ดรุณีตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ว่าผู้ตายถูกนำมาทิ้งที่ด้านหน้าสำนักงานสืบอย่างแน่นอน

“ถัดมา Scoliosis” ด็อคดุส่งรูปถ่ายจากการชันสูตรร่างของเด็กหนุ่มให้กับทั้งสองคนได้ดู “เด็กหนุ่มคนนี้มีอาการสันหลังคด อาจจะไม่เด่นชัดนัก แต่มันก็ทำให้กระดูกสะบักซ้ายถูกดันนูนขึ้นมา แนวของหัวไหล่จึงไม่เท่ากัน จากการประเมินคร่าวๆ อายุน่าจะไม่เท่าไหร่ ประมาณสิบปลาย ๆ ถึงยี่สิบต้น ๆ แต่อาการของโรคอาจจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด” สารวัตรรัฐนนท์ไล่สายตามองดูรูปถ่ายพวกนั้น ชนธัญเริ่มนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ตอนเขาพลิกตัวเด็กหนุ่ม ทำไมถึงขลุกขลักแบบนั้น เพราะหลังของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เรียบเสมอไปกับพื้น

“แต่ก็เป็นไปได้ ที่จะเกิดขึ้นจากการถูกทำร้าย หรือไม่ก็จากการถูกใช้งานหนักมากมาเป็นเวลานาน แต่ที่แน่ ๆ หมอไม่คิดว่าเด็กคนนี้เคยเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะว่า พอใส่เสื้อผ้าโคร่ง ๆ หรือหลาย ๆ ชั้นแล้ว เพื่อปกปิด มันก็มองไม่ค่อยออก” น้ำเสียงของแพทย์หญิงดรุณีบ่งบอกถึงความเห็นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มคนนี้ ที่ด็อคดุอธิบายเพิ่มเติมว่า เด็กหนุ่มอาจจะมีอาการเสียบาลานซ์ในการทรงตัวบ้าง ในบางกรณี

อูมองไปที่แฟนหนุ่มที่นั่งหน้านิ่งง่วนอยู่กับสิ่งที่ทำตรงหน้า จริง ๆ เขาควรจะต้องช่วยอีกฝ่ายจัดการพวกกล่องพัสดุตรงหน้า แต่ช่วงนี้ ใครก็เข้าหน้าแฟนหนุ่มของอูไม่ติด ต่างก็พากันเลี่ยงไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งปะทะกัน ทางที่ดีที่สุดที่อูคิด ก็คือออกไปข้างนอกดีกว่า ไม่ต้องอยู่ขวางหูขวางตากันให้เกิดเรื่อง

“มึงจะไปไหนอีกเนี่ย ออกจากบ้านแทบทุกคืน” แววตานิ่ง ๆ ที่มองมานั้น ทำให้อูรู้สึกประหม่าและเลิ่กลั่กไม่น้อย “แหมพี่ พี่ไม่ต้องการให้ฉันอยู่ช่วยหรอก เกะกะพี่เปล่า ๆ ฉันก็ออกไปเที่ยวเล่นเปิดสมองของฉันบ้าง” อูรีบเดินเลี่ยงไปหยิบรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมยี่ห้อแพง ที่เพิ่งได้มาใหม่มาสวม

“มึงไปเที่ยวกลางคืนตลอด เงินกูทั้งนั้น ที่มึงเอาไปถลุง” เสียงนั้นกึ่ง ๆ จะรำคาญ จะโมโห อูเองก็เดาอารมณ์คนพูดไม่ค่อยถูก “แหม” อูลากเสียงยาวออกไป “แต่ฉันก็หาลูกค้าใหม่มาให้พี่ได้เสมอนะ” ไม่พูดเปล่าแต่อูทำหน้าตาออดอ้อน รูปร่างผอมบาง แต่ผิวพรรณเนียนสวย จะออกตุ้งติ้งหน่อยมันก็ดูแล้วไม่ขัดตา

“โอ๊ย ไอ้กร กูก็ไม่เข้าใจมึงจริง ๆ ว่ามึงจะอะไรกับอีตุ๊ดนี่นัก” บทสนทนาระหว่างอูและแฟนหนุ่มกำลังจะจบลงด้วยดี ก็มีอีกเสียงหึ่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อน “เรื่องของฉันน่ะแม่” กรตอบหญิงกลางคนผู้เป็นแม่กลับไป “หวง หวงจัง ห่วงเหลือเกิน อีเมียตุ๊ดเมียกะเทยของมึงเนี่ย กูล่ะหมั่นไส้” อูได้แต่พยายามทำหน้านิ่ง ๆ เมื่อหลัง ๆ มาเขาชักจะยิ้มไม่ออกกับคำพูดของแม่แฟนหนุ่มแบบนี้

“ฉันก็รักพี่กรเหมือนกับที่แม่รักนั่นแหละ” ใจจริงอูเองก็อยากจะตอบโต้ให้มากกว่านี้ แต่สายตาของกรที่มองมา ก็ทำให้อูได้แต่พูดอ้อมแอ้ม ตอบโต้เท่าที่ทำได้ “รัก” เสียงแม่ของกรแค่นหัวเราะออกมา “มึงจะรักกรลูกกู อย่างที่กูรักมันได้ยังไงกัน อีอู กูนี่ รูกูนี่ ที่เบ่งมันออกมา รูมึงล่ะ ทำอะไร ไม่ตดก็ขี้” เสียงแม่ของกรหัวเราะดังลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน

“มึงดูสภาพตัวมึงหน่อยเถอะ สารรูปแบบนี้เนี่ยนะ ก่อนจะสำรอกอะไรออกมา นี่ถ้ากูไม่ได้ไปคุยกับหมอดูมาแล้ว ก็คงคิดว่า อีอู มึงต้องทำคุณไสยใส่ลูกกูแน่ ๆ แหละ” ก่อนที่อูจะต้องกลืนคำพูด ว่ากรนั้น ใช้รูของเขาทำอะไรบ้าง แม่ของกรก็พูดจาชมเชยลูกชายคนเดียวของเธอออกมาเสียยกใหญ่

“กรลูกของกูน่ะ มันเป็นคนจิตใจดี เห็นหมาเห็นแมวลำบากมา มันก็เก็บมาช่วยเสียหมด ไม่ได้คิดหรอก ว่าหมาแมวจรจัดมันก็แว้งกัดเป็น” อูถึงกับทำหน้าไม่พอใจ “ที่แม่พูดนี่ แม่หมายความว่ายังไง” น้ำเสียงของอูดูละล่ำละลักพอสมควร รู้สึกเหมือนตัวเอง เพิ่งถูกแม่ของแฟนหนุ่มพูดพาดพิง

“กูไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น อีนี่ อย่ามาทำขึ้นเสียงกับกูนะ” สายตาของกรที่มองมาที่อู ทำให้เด็กหนุ่มต้องกลืนคำพูดที่อยากจะเถียงแม่แฟนออกไป ลงคอไปอีกครั้ง “กูชมลูกชายกู เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่กูมีปัญหา ก็มีแต่ลูกกูเท่านั้นแหละ ที่ช่วยเหลือกูได้ตลอด จริงมั้ยกร” อูเห็นแม่ของกรหันไปยิ้ม ทำเสียงอ่อนเสียงหวานกับลูกชาย

“เนี่ย แม่ก็ว่าจะมาถามกรอยู่พอดี เผอิญว่า” กรมองไปที่แม่ของเขา ที่ทำพูดเลียบ ๆ เคียง ๆ “มีบ่อนเปิดใหม่ แบ็คดี ที่ท้ายตรอกโน่น” อูอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป “อีอู อีเหี้ยนี่ อีสัตว์ อีปากไม่มีหูรูด อีสันดานนี่” เสียงแม่ของกรด่าสารพัดคำหยาบใส่อู ที่ทำลอยหน้าลอยตาใส่แม่ของแฟนหนุ่ม

“อู มึงจะไปไหนก็ไป” เสียงกึ่งไล่กึ่งตวาดใส่ ดังมาจากกร มันทำให้อูต้องกะพริบตาถี่ ๆ ไล่ความชื้นที่เริ่ก่อตัวอย่างฉับพลันที่ขอบตาทั้งสองข้างของเขา ให้รีบหายไป เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ไม่เคยเลยแม้สักครั้ง ที่กรจะพูดจาปกป้องเขา จากคำพูดร้าย ๆ ของแม่ คิดถึงเรื่องนี้แล้ว ในความรู้สึกของอูมันก็อดไม่ได้จริง ๆ

“มันก็ดีไม่ใช่หรือไง ที่นี่เขาเชื่อใจได้ นี่ถ้าลงเงินเกินหมื่นนึงนะ เขาเบิ้ลให้อีกสองเท่าเลยเชียวนะ ช่วงนี้มือแม่ยิ่งขึ้นอยู่ด้วย เผลอ ๆ แม่มีเงินเอามาใช้คืนทุนกรได้คืนนี้เลยด้วยซ้ำ” แม่ของกรบอกกับลูกชาย หลังจากที่คนเป็นแฟนลูกชายอย่างอู คล้อยหลังออกจากบ้านไปแล้ว กรมองแม่เขาก่อนจะบอกว่า อย่าติดพนันมากเกินไปนัก

“แม่ก็เล่นพอสนุก ให้คนแก่คิดเลขฝึกสมอง แถมได้อะไรติดปลายนวมกลับมาด้วย มันก็ดีไม่ใช่หรือ” แม่ของกรตาโต เมื่อเห็นจำนวนเงินปึกใหญ่ ที่ลูกชายยื่นให้ “กร ชื่นใจของแม่” กรได้ยินแม่ของเขาเอ่ยชม “จะเสียอยู่อย่างว ก็ตรงเอาอีตุ๊ดนี่มาทำเมียนี่แหละ กร แม่ถามจริง ๆ เถอะ ทิ้งมันไป เลิกกันมันไปไม่ได้หรือไง” แม่ของกรไม่เข้าใจลูกชายของตัวเองจริง ๆ

“ฉันก็รักของฉันน่ะแม่ ฉันรักอูมัน” อย่างหนึ่งที่ลูกชายของเธอเป็นมาโดยตลอด ก็คือความตรงไปตรงมานี่แหละ อ้ะ ๆ แม่ไม่พูดแล้ว เดี๋ยวแม่รีบไปก่อน” เมื่อได้เงินจากลูกชายแล้ว เธอก็ไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรกรอีก “ลูกชายกูเนี่ย ดีที่สุด พวกมึงในสลัมรู้เอาไว้ให้ทั่วเลยนะ ว่ากูโชคดีแค่ไหน ที่มีลูกอย่างไอ้กรมัน” แม่ของกรชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ตะโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณ

รถยนต์คันนั้นจอดซ่อนหลบสายตาของคนจากถนนเส้นหลัก ก่อนที่ผู้ชายสองคนต่างวัยจะลงจากรถ แล้วเดินเลาะเข้าไปด้านหลังพุ่มไม้ ก่อนจะเปิดแสงจากไฟฉายในโทรศัพท์มือถือ ส่องทางเดินเล็ก ๆ ที่ถูกย่ำเอาไว้ จนเป็นที่รู้กันว่า มีหลายคนที่เดินผ่านเข้าออกทางนี้อยู่เนือง ๆ ซึ่งมันตรงเข้าไปสู่บ้านร้างที่แชร์กันในแอพโซเชียลนัดเจอกัน โดยที่คนทั้งคู่เริ่มนัดพบกันบ่อยขึ้น หลังจากการเจอกันครั้งแรก ที่บาร์นั่งดื่ม

“ถอดเลย” เสียงชายหนุ่มอายุเยอะกว่าบอกกับเด็กหนุ่ม ที่พยักหน้าให้จากไฟสลัวจากด้านนอกถนน ที่พอส่องให้เห็นราง ๆ ให้เห็นถึงหนั่นเนื้อขาวโพลน ผิวพรรณดีของเจ้าตัว “น่าเอาเป็นบ้าเลย” เสียงชายหนุ่มพูดหลังจากที่เขาถอนเข็มฉีดยาจากแขนของตัวเอง และรู้สึกว่า ตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในวิมานฉิมพลี เด็กหนุ่มที่ดันเข็มเข้าแขนตัวเองหลังจากนั้น พูดห้ามชายหนุ่ม

“พี่อย่าถลกเสื้อหนู” แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเด็กหนุ่มถูกอีกฝ่ายใช้มือดันให้โก้งโค้ง ยกบั้นท้ายขึ้นสูง หันหลังให้กับเขา เผยให้เห็นถึงกระดูกสันหลังที่คดงอของเด็กหนุ่ม ชายหนุ่มคว้าเข้าที่ไหล่ที่เอียงไม่เท่ากันของอีกฝ่าย ไม่ได้สนใจที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับมัน เพราะตอนนี้อารมณ์ที่มีมันกำลังพาไป “สดนะ พี่กินเพร็พ” ชายหนุ่มบอกกับเด็กหนุ่มที่ต่างอยู่ในอาการล่องลอยเคลิ้มฝัน “แต่พี่ดึงออกมาปล่อยน้ำข้างนอกนะพี่” เด็กหนุ่มร้องเตือน ก่อนที่กามวิถีของทั้งคู่จะเริ่มขึ้น

********************************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภษาไทย โดย KADUMPA

Unpretty - TLC

https://www.youtube.com/watch?v=QsJa-6Ci1Rk


I wish I could tie you up in my shoes

ฉันอยากให้คุณลองมาเป็นฉันดูจะได้รู้

Make you feel unpretty too

ว่ารู้สึกถึงความไม่งดงามด้วยกันมันเป็นยังไง

I was told I was beautiful

ครั้งหนึ่งมีคนเคยบอกว่าฉันนั้นสวย

But what does that mean to you?

แต่มันความหมายเดียวกันกับคุณมั้ย

Look into the mirror who's inside there

ลองส่องกระจกดูเห็นใครในเงาสะท้อนนั่น

The one with the long hair

คนสวยผมสลวยยาวสยาย

Same old me again today

คนเดิมคนเดียวกับฉันเมื่อวานนั่นไง


My outsides look cool

รูปลักษณ์ภายนอกฉันก็ดูดีไม่หยอก

My insides are blue

แต่ความรู้สึกข้างในความเศร้าเกาะกุม

Every time I think I'm through

ทุกครั้งที่ฉันนึกว่าฉันผ่านพ้นมันไปได้แล้ว

It's because of you

แต่กลับกลายว่ามันเป็นเพราะคุณ

I've tried different ways

สารพัดวิธีฉันลองทำมันมาหมดทุกอย่าง

But it's all the same

แต่ก็ลงเอยไม่แตกต่างกัน

At the end of the day

สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่ว่านั้น

I have myself to blame

ได้แต่โทษที่ตัวฉันเองทั้งนั้น

I'm just trippin'

ว่ามันเป็นเพราะตัวเองทุกอย่าง


You can buy your hair if it won't grow

เมื่อเส้นผมไม่งอกใหม่ก็ซื้อวิกใส่ปลูกผมไปง่ายจะตาย

You can fix your nose if he says so

จมูกไม่โด่งชันดั่งใจก็หาหมอบอกว่าเราอยากถอยซีรี่ส์ใหม่

You can buy all the make-up that MAC can make

อยากสวยไฉไลเดินไปเคาน์เตอร์เรื่องสำอางเสกเนรมิตเอง

But if you can't look inside you

แต่หากว่าวันใดคุณมองไม่เห็นตัวตนข้างในนั่นแล้ว

Find out who am I to

ว่ากับคุณตัวฉันนั้นเป็นอะไร

Be in the position to make me feel so

นั่นเท่ากับคุณอยู่ในมุมที่กำลังทำให้ฉันรู้สึก

Damn unpretty

โคตรอัปลักษณ์เลยจริงจริง

Yeah, I'll make you feel unpretty too

และฉันจะทำให้คุณรู้สึกอย่างที่ฉันรู้สึก


Never insecure until I met you

ไม่เคยต้องหวั่นไหวอะไรแบบนี้เลยจนได้มาพบคุณ

Now I'm bein' stupid

จะว่าไปฉันนี่แหละที่กำลังโง่งมงาย

I used to be so cute to me

ฉันเคยคุ้ยเคยกับตัวเองว่าแม่งโคตรน่ารักเลยว่ะ

Just a little bit skinny

จะผอมก็ไม่ได้ผอมอะไรเท่าไหร่

Why do I look to all these things

แล้วทำไมฉันต้องมากังวลดูแลอะไรพวกนี้ด้วย

To keep you happy?

หมายถึงพยายามทำให้คุณมีความสุขอย่างนั้นหรือ

Maybe get rid of you and then I'll get back to me

หรือบางทีกำจัดคุณทิ้งซะมันคงเป็นหนทางทำให้ฉันได้เป็นตัวเองอีกครั้ง


My outsides look cool

รูปลักษณ์ภายนอกฉันก็ดูดีไม่หยอก

My insides are blue

แต่ความรู้สึกข้างในความเศร้าเกาะกุม

Every time I think I'm through

ทุกครั้งที่ฉันนึกว่าฉันผ่านพ้นมันไปได้แล้ว

It's because of you

แต่กลับกลายว่ามันเป็นเพราะคุณ

I've tried different ways

สารพัดวิธีฉันลองทำมันมาหมดทุกอย่าง

But it's all the same

แต่ก็ลงเอยไม่แตกต่างกัน

At the end of the day

สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่ว่านั้น

I have myself to blame

ได้แต่โทษที่ตัวฉันเองทั้งนั้น

Can't believe I'm trippin'

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันพลาดทำอะไรลงไป


You can buy your hair if it won't grow

เมื่อเส้นผมไม่งอกใหม่ก็ซื้อวิกใส่ปลูกผมไปง่ายจะตาย

You can fix your nose if he says so

จมูกไม่โด่งชันดั่งใจก็หาหมอบอกว่าเราอยากถอยซีรี่ส์ใหม่

You can buy all the make-up that MAC can make

อยากสวยไฉไลเดินไปเคาน์เตอร์เรื่องสำอางเสกเนรมิตเอง

But if you can't look inside you

แต่หากว่าวันใดคุณมองไม่เห็นตัวตนข้างในนั่นแล้ว

Find out who am I to

ว่ากับคุณตัวฉันนั้นเป็นอะไร

Be in the position to make me feel so

นั่นเท่ากับคุณอยู่ในมุมที่กำลังทำให้ฉันรู้สึก

Damn unpretty

โคตรอัปลักษณ์เลยจริงจริง

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๐. LIE _ 8.8.2023
«ตอบ #22 เมื่อ08-08-2023 14:05:51 »

๒๐. LIE


“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ใช่สายหรืออะไร” กรจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างระแวดระวัง แน่นอนกับสิ่งที่เขาทำ มันต้องรอบคอบระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าในคราวนี้นั้น “ไว้ใจได้พี่กร พี่ฤกษ์เขาติดใจของของเรามากน่ะพี่” เสียงพูดเสริมด้วยอาการร่าเริงนั้น ทำให้กรต้องหันกลับมาต้องหน้าคนพูดด้วยอีกคน

“ใช่ครับ คือ ดรีมเคยแบ่งให้ผมลอง มันดีมากเลยผมชอบ เลยอยากจะขอซื้อเก็บเอาไว้ส่วนตัวบ้าง” ฤกษ์รีบพูดแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะได้แรงเชียร์คำพูดสนับสนุนจากคนที่พาฤกษ์มาหากรถึงที่ “ดรีม” กรเอ่ยขึ้นพลางเลิกคิ้วไปทางเจ้าตัว ที่ยิ้มอาย ๆ เมื่อไม่เคยบอกให้กรรู้มาก่อน ถึงชื่อที่ตัวเองใช้เวลาออกไปหาลูกค้าให้กับอีกฝ่าย

“มึงไปหยิบของมาให้เขาทีสิ” กรเอ่ยกับดรีมด้วยน้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ ฤกษ์ๆ ได้ยินแบบนั้นก็พอจะยิ้มออก เพราะก่อนหน้าที่เขาจะตัดสินใจมากับดรีม เขารู้สึกกังวลและกลัวอยู่ไม่น้อย ว่ามันจะเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า ที่จะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ แต่พอมาเจอกับกรที่ดรีมนั้น รับรองแล้วรับรองอีก ว่ากรนั้นไม่มีอะไร แค่เป็นคนตรงไปตรงมา แต่อาจจะหน้าดุไปหน่อยเท่านั้นเอง

“บ้านน่าอยู่นะครับ” ฤกษ์ชวนกรคุย ขณะที่รอให้ดรีมเข้าไปด้านหลังบ้าน เพื่อเอาของที่ต้องการซื้อมาให้ กรกวาดสายตาไปรอบ ๆ บ้านไม้ในชุมชนแออัดของเขา แค่นลมหายใจหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กับฤกษ์ ที่ชายหนุ่มชวนอีกฝ่ายคุย เพื่อหวังจะลดบรรยากาศความตึงเครียดให้น้อยลง เมื่อต้องอยู่กันต่อหน้ากับกรลำพัง

“สามแพ็กนะพี่” กรและฤกษ์หันไปมองทางต้นเสียง กรเช็กดูของเหล่านั้น ไม่ได้พูดอะไร “ห้าหมื่นใช่มั้ยครับ” ฤกษ์รีบหยิบเงินออกจากกระเป๋ากางเกง มือสั่นเล็กน้อย เพราะตื่นเต้นทั้งกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ รวมไปถึงกับกรที่ดูเป็นคนเงียบ พูดน้อย เดาใจได้ยาก และกำลังมองตรงมาที่เขา

“หนึ่งแสน” ฤกษ์ชะงักเมื่อได้ยินกรพูดแบบนั้น “คุณเพิ่งมาครั้งแรก ห้าหมื่นสำหรับราคาคนคุ้นเคยกันแล้ว” ฤกษ์เหลือบสายตาไปมองทางดรีม ที่ทำยิ้มแหย ๆ เป็นเชิงขอโทษขอโพยชายหนุ่ม เพราะปกติดรีมก็บอกราคานี้กับพวกลูกค้าคนอื่นเสมอ ไม่คิดว่าฤกษ์จะเปลี่ยนราคาต่อหน้าแบบในครั้งนี้ แต่ดรีมก็เลือกที่จะเงียบ เป็นการดีกว่าที่จะไม่ได้ทักท้วงอะไรกรออกไป

“ของมันดีจริงนะพี่ฤกษ์ เชื่อดรีมสิ พี่ชอบแน่ ๆ” ดรีมพูดเชียร์ กรยืนยันราคาที่บอกออกไป ฤกษ์หน้าเสียเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาจะจ่ายในราคาที่น้อยกว่านี้ แต่ต้องมาเพิ่มเงินอีกเท่าตัว “โอเคครับ แต่ผมต้องกลับไปเอาเงินที่รถ” ฤกษ์คิดถึงเงินที่เขาซุกเอาไว้ที่ใต้เบาะคนขับ เงินที่ได้มาจากลูกค้า จ่ายให้เป็นค่าโปรเจ็กต์ใหม่ที่ลูกค้าตกลงว่าจ้างบริษัทที่ฤกษ์ทำงานอยู่

“ห้าหมื่นนั่น วางเอาไว้ก่อน” เสียงพูดนั้นไม่เชิงสั่ง แต่เด็ดขาดอยู่ในที “ไม่เป็นไรหรอกพี่” ดรีมคะยั้นคะยอให้ฤกษ์ทำตามที่กรบอก “พี่รีบออกไปเอาเงิน เดี๋ยวหนูแพ็กของเตรียมเอาไว้ให้อย่างดี พอพี่กลับมา ก็รับของไปได้เลยทันที” ฤกษ์มองไปที่เงินปึกใหญ่ที่เขาวางลงบนโต๊ะข้างหน้ากร ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมออกไปเอาเงินที่รถแต่โดยดี

“มึงไปเจอไอ้นี่ที่ไหน อู” คล้อยหลังฤกษ์เดินออกจากบ้านไปแล้ว กรก็ถามอูในทันที “ก็ที่บาร์ที่ฉันไปนั่นแหละ วันนั้นไอ้นี่มันเมามาก ถามหาของไม่ขาดปาก ฉันก็เลยลอง ๆ แย็บมันดู มันเล่นด้วย พอดีฉันติดของไปนิดหน่อย ก็เลยให้มันลอง มันก็ติดใจ” ดรีมเล่าเรื่องในเวอร์ชันปลอดภัยของตัวเองให้กรฟัง

“แล้วมึงก็คิดว่ามึงไว้ใจมันได้” กรยิงคำถามออกไปอีกครั้ง อูรีบพูดบอกกับกรออกไปในทันที “ไว้ใจได้สิพี่” อูพูด “พี่กรก็รู้ว่า ก่อนที่ฉันจะตกลงซื้อขายกับลูกค้า ฉันต้องมั่นใจแล้วเท่านั้นว่ามันไม่ได้เป็นสายหรือพวกสืบปลอมตัวมา แล้วที่ผ่านมาฉันเคยทำให้พี่ผิดหวังด้วยหรือ แถมคราวนี้ ฉันก็หาหมูมาให้พี่เชือดสองเท่าถึงที่เลย พี่ต้องตกรางวัลให้ฉันอย่างงามแล้วล่ะ” อูพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำท่าออดอ้อนแฟนหนุ่มอย่างเปิดเผย

“แล้วมึงชื่อดรีมเนี่ยนะ” กรถามออกไป นึกหมั่นไส้อีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย “ก็ฉันอยากจะมีชื่อเพราะ ๆ อย่างคนอื่นเขาบ้างน่ะ อะไรกัน ชื่อฉันมันทำให้ฉันลืมกำพืดตัวเองไม่ได้สักที ฉันไม่อยากจำแล้ว ว่าฉันมาจากไหน ที่มาฉันเป็นใคร พอพี่เอาฉันมาเลี้ยงดู ฉันก็อยากจะเป็นคนใหม่ ลบคราบเน่า ๆ ที่ฉันเคยเป็น” อูไม่อยากเหลือความทรงจำอะไรทั้งนั้น กับสถานที่ที่เขาจากมา

“ไม่ใช่ว่ามึงเรียกตัวเองว่าดรีม เพื่ออ่อยใคร ทำอะไรอย่างว่ากับไอ้นี่หรอกนะ” กรพูดออกไป อูส่งเสียงร้องปฏิเสธในทันที “บ้าสิพี่ ฉันมีผัวแล้วนะ พี่เป็นผัวฉัน แล้วฉันจะไปให้ใครคนอื่นเอาได้ยังไง พี่พูดแบบนี้ฉันเสียใจนะ” อูทำท่ากระเง้ากระงอดใส่กร ที่กรทำหัวเราะในลำคอเบา ๆ

ฤกษ์กำเงินในมือเอาไว้แน่น เงินอีกสองแสนบาทที่อยู่ในซองกระดาษสีน้ำตาล ที่เขาได้รับมาจากลูกค้า ตอนตามลูกค้าไปเบิกเงินที่ธนาคาร ที่ฤกษ์ยืนยันว่า อยากให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสดมากกว่า เพื่อความคล่องตัวในการจัดการซัพพลายเออร์ วิธีรับเงินจากลูกค้า ที่ฤกษ์ทำมาโดยตลอด โดยยังไม่เคยมีปัญหาอะไร

“เอาวะ ได้กำไรจากตรงนี้ เงินลูกค้าก็ไม่ได้หายไปไหนนี่หว่า เงินหมุนมันเอาไปทำกำไรได้ ทำไมไม่ทำวะ” การจับเสือมือเปล่าแบบนี้ ฤกษ์เคยทำมาก่อน และมันก็ทำเขาได้เงินมาใช้แบบสบายมือ เพียงแต่ครั้งนี้มันเกี่ยวกับเรื่องเสี่ยงมาก ๆ แต่ชายหนุ่มก็คิดว่า เขาสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้สบาย คิดแบบนั้นแล้ว ฤกษ์ก็แบ่งเงินอีกห้าหมื่นบาทถือลงจากรถ แล้วเดินกลับเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ นั้นอีกครั้ง

เพียงไม่กี่วันต่อมา กรต้องเจอเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อตอนนี้เขากำลังนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้านายใหญ่ ที่กำลังโมโหอย่างบ้าคลั่ง บุกมาหาเขาถึงบ้าน ด้วยความฉุนเฉียว เมื่ออยู่ ๆ ของที่เคยขายได้ดี กลับมีใครไม่รู้มาตัดหน้า ทำให้ทางกลุ่มต้องสูญเสียเงินไปไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

“มึงจะบอกกูอย่างนั้นหรือวะ ไอ้กร ว่ามึงไม่รู้เรื่อง” นายใหญ่ชี้นิ้วไปที่ถุงพลาสติกอัดแน่นไปด้วยของ ที่วางกองกันอยู่บนโต๊ะ ในมือของนายใหญ่ถือปืนกระบอกดำมะเมื่อม กวัดแกว่งๆ ไปมาอยู่ใกล้ใบหน้าของกร แลดูน่าหวาดเสียว “นอกจากของจะโดนขายตัดหน้าแล้ว มึงเห็นอะไรนี่มั้ยไอ้กร ของเราแม่งถูกมือดีเอาเหี้ยอย่างอื่นมาผสม เฮียเขาโกรธกูมาก หาว่ากูย้อมแมวให้กับลูกค้าเขา เพราะของมันเป็นของที่มาจากเรา” กรมองที่ถุงพลาสติกอัดแน่นไปด้วยผงสีขาวนั้น

“ถ้ากูจะยิงกบาลมึงทิ้ง มึงก็ตายเปล่าไอ้กร แล้วกูก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาด้วย เมื่อมึงตายห่าไปอย่างหมาข้างถนน” นายใหญ่ตวาดเสียงดังลั่นไปหมด “ถ้างั้นมึงไอ้กร มึงไปหามา ว่าใครที่เป็นตัวการในเรื่องนี้” กรรับปากนายใหญ่ออกไปในทันที “มึงแน่ใจนะ ว่าไม่มีใครในคนของมึง ที่ทรยศกู” กรกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบาก แต่ก็ตอบนายใหญ่ออกไป ว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

ทันทีที่อูกลับมาถึงบ้านในคืนนั้น หลังจากออกไปท่องราตรีเพื่อหาลูกค้า และหาความสุขสนุกส่วนตัว โดยไม่ทันได้ตั้งตัวใด ๆ อูก็ถูกกรที่รออยู่เกือบทั้งคืน ให้อีกฝ่ายกลับมาถึง ก็ตรงเข้าคว้าตัวอู แล้วประเคนหมัดลุ่น ๆ เข้าใส่ที่ใบหน้าของอู เด็กหนุ่มถึงกับร่วงลงไปนอนที่พื้น มึนงงไปหมด แบบจับต้นชนปลายไม่ถูก

“พี่กร” อาการทั้งเจ็บทั้งจุก เกือบจะหมดสติลงไปของอู ทำให้เขาทำได้แค่เรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยเสียงอันอ่อนระโหย กรเตะซ้ำเข้าที่ชายโครงของอูอีกหลายที ก่อนจะยืนมองเด็กหนุ่มหมดสติสลบเหมือดคาที่อยู่ที่พื้น แม่ของกรที่ได้ยินเสียงเอะอะดังลั่นรีบวิ่งออกจากห้องนอนมาดู ก่อนที่จะเห็นกรชี้นิ้วให้แม่ของเขากลับเข้าห้องไป หญิงวัยกลางคนทำตามอย่างโดยดี นึกดีใจลึก ๆ ที่เห็นอูตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเช่นนั้น

ใช้เวลาจนถึงรุ่งเช้า ที่กรเองก็ยังไม่ได้นอนเลย อูถึงฟื้นคืนสติกลับขึ้นมา ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าวไปทุกส่วน ระบมไปหมดทั่วสรรพางค์กาย แต่ก็เอ่ยเรียกชื่อของกรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันบนเตียงนอนนั้น ออกไปเบา ๆ กรหันไปมองหน้าอู ที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ทำไม่ไหว ได้แต่พังพาบนอนอยู่ที่เดิม

“อู มึงบอกกูมาที ว่ามึงไม่ได้หักหลังกู” กรถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเครือนั้นให้เป็นปกติ “ฉันไม่เคยหักหลังพี่เลยสักครั้ง พี่กร” อูตอบกลับไป เหลือบมองไปที่โต๊ะเครื่องแป้งใกล้ ๆ กันกับเตียงนอน เงินปึกใหญ่ที่อูได้มาจากการขายของให้กับลูกค้า ตอนออกไปเมื่อคืน วางอยู่ตรงนั้น อูมีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม

“เงินอยู่ครบใช่มั้ยพี่กร เพราะฉันไม่เคยโกงพี่เลยจริง ๆ” กรมองหน้าอู ขอบตาของเขาร้อนผะผ่าว เมื่อต้องกลั้นไม่ให้หยาดน้ำใสอุ่นนั้นไหลล้นพ้นขอบตาลงมา “กูถามมึงอีกครั้งนะ” อูทำท่าสะดุ้งเพราะความกลัว เมื่อกรพูดพลางยื่นมือไปแตะแผลบนใบหน้าของอู “มึงกับกูเอากันเมื่อคืนก่อน ไหนมึงบอกกูมาที ว่ามึงขายยาให้ไอ้เหี้ยนั่นอย่างเดียว มึงไม่ได้ไปเอากับมันมา” กรมองอูหลับตาส่ายหน้าปฏิเสธ ร้องสะอึกสะอื้น น้ำตาไหลพรากลงมาไม่ขาดสาย

ฤกษ์ใจชื้นขึ้น เมื่อคนที่เขานัดไว้จากแอพเมื่อวาน ขับรถเข้ามาจอดตรงที่นัดแนะกันเอาไว้ ก่อนจะเดินมาเปิดประตูรถของเขา ที่จอดอยู่ไม่ไกล ฤกษ์มองอีกฝ่ายอย่างเซ็ง ๆ เล็กน้อย เมื่อตัวจริงกับรูปที่ลงเอาไว้ ไม่ตรงปกเลยสักนิด แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฤกษ์บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ให้คิดเสียว่ายังไงก็เป็นลูกค้า

“ของดีจริง ๆ รับรองได้” ฤกษ์หยิบเอาถุงพลาสติกเพียงถุงเดียว ที่เขายังไม่ได้เอาตัวอื่นลงไปผสม เป็นถุงดั้งเดิมของเพียว ๆ ที่ได้มาจากตอนไปบ้านกร แน่นอน เขาต้องการให้ลูกค้าติด ก่อนจะซื้อเพิ่มกับเขา ซึ่งเขาจะให้ของที่เอามาผสมใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณและอัพราคา ฤกษ์ไม่ได้คอกจะทำแบบนี้ต่อเนื่อง แค่อยากจะทำกำไรให้ได้มากที่สุดในคราวนี้ เพราะมันมีความเสี่ยงมหาศาลต่อชีวิตของเขาจริง ๆ

“ลองด้วยกันสิครับคุณ ลอย ๆ เสียว ๆ” ลูกค้าคะยั้นคะยอให้ฤกษ์ร่วมวงด้วย ฤกษ์ไม่อยากเสียเที่ยว เขาหงุดหงิดงุ่นง่านมาหลายวัน อยากจะหาที่ระบายอยู่เช่นกัน พอคิดว่าจะทำตัวเป็นเอเย่นต์แบบนี้แค่ชั่วคราว ฤกษ์ก็เลยไม่ออกไปเจอดรีมอีก เพียงไม่นานหลังจากดึงเข็มฉีดยาออกจากแขน ฤกษ์ก็รู้สึกล่องลอยอยู่ในฉิมพลีวิมาน โดยที่มีลูกค้านั้นก้มหน้าซุกลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะครอบปากอุ่นชื้นลงตลอดความใหญ่ยาวของฤกษ์ที่มี

เสียงโทรศัพท์มือถือของฤกษ์ดังขึ้น ดึกมากขนาดนี้แล้ว ภรรยาของเขาจึงโทรตามด้วยความเป็นห่วง ฤกษ์หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นเป็นชื่อใคร ก็กดนิ้วลงที่หน้าจอทันที ก่อนจะโยนมันไปไว้ที่หน้ารถ เสียงครางกระเส่าของฤกษ์สั่งให้ลูกค้าที่กำลังป้อนความสุขทางกามกิจให้เขา เร่งเร้าดูดดุนให้สะใจมากขึ้นอีก ดังไปทั่วรถแบบไม่ต้องปกปิดกันอีกต่อไป เมื่อตอนนี้ฤทธิ์ของของดีกำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในตัวของผู้ชายทั้งสองคน

“พี่ฤกษ์ พี่อยู่กับใคร พี่ทำอะไรน่ะ” เสียงภรรยาของฤกษ์ตะโกนถามอย่างบ้าคลั่งมาตามสาย เมื่อสายที่เธอโทรไปหาสามี ยังไม่ถูกตัด แต่เธอได้ยินเต็มสองรูหูว่าสามีของเธอนั้น สั่งผู้ชายอีกคนให้ทำเรื่องน่าบัดสี และพากันร้องระงมไปด้วยความสุขสมจนดังลั่น “หยุดร้อง หยุดร้องเสียที แม่บอกให้หยุดร้องยังไงล่ะ พี่ฤกษ์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เนี่ยนะที่พี่บอกว่าออกไปหาเงินพิเศษน่ะ ไอ้พี่ฤกษ์ ไอ้เหี้ยฤกษ์” เสียงภรรยาของฤกษ์ทั้งตวาดลูกน้อยวัยไม่กี่ขวบที่ร้องไห้โยเยหาผู้เป็นพ่อ รวมถึงตะโกนใส่ไปตามสายกับสามีของเธอ ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่ากำลังทำอะไรอยู่กับผู้ชายอีกคน

***************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทยโดย Jay J

Eminem feat. Rihanna - Love the Way You Lie

https://www.youtube.com/watch?v=RnkShwdXfyc


Just gonna stand there and watch me burn?

จะแค่ยืนมองอยู่ตรงนั้นตอนที่ฉันรวดร้าว

Well, that's alright, because I like the way it hurts

ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะฉันก็สะใจดีที่วิถีความเจ็บนี้

Just gonna stand there and hear me cry?

หรือจะยืนอยู่อย่างนั้นฟังเสียงฉันคร่ำครวญ

Well, that's alright, because I love the way you lie

ก็ไม่เป็นไรอีกนั่นแหละ เพราะฉันชอบวิธีโกหกของเธอ

I love the way you lie

รักในการโกหกที่เธอให้กัน


I can't tell you what it really is

ฉันก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร

I can only tell you what it feels like

ที่รู้ก็แค่บอกเธอได้ว่ารู้สึกยังไง

And right now, there's a steel knife in my windpipe

ในตอนนี้ เหมือนได้กลืนมีดเหล็กกล้าลงคอไป

I can't breathe, but I still fight while I can fight

หายใจแทบไม่ออก แต่ก็ต้องสูดเมื่อยังพอสู้ไหว

As long as the wrong feels right, it's like I'm in flight

ตราบใดไอ้ก้อนความรู้สึกแย่มันยังคงถูกอยู่ ก็เหมือนกับบินขึ้นสู่ฟ้า

High off of love, drunk from her hate

เคลิ้มไปตามแรงรัก เมาไปกับความจงชังจากเธอ

It's like I'm huffing paint and I love her, the more I suffer

เหมือนฉันสูดดมสารพิษ เมื่อยิ่งรักเธอก็ยิ่งไม่ยอมหยุด

I suffocate and right before I'm about to drown

หายใจไม่ออกยังไง แม้จะกำลังจมดิ่งลงถึงที่สุด

She resuscitates me, she fucking hates me

เอกลับฟื้นเรียกให้ฉันมีชีวิตกลับมาใหม่อีกครั้ง ให้รับรู้ว่าเธอแม่งโคตรเกลียดกัน

And I love it, "Wait

และฉันก็ยังคงรักอยู่ ได้แต่พูดว่าเดี๋ยวนะ

Where you going?" "I'm leaving you"

เธอจะไปไหนกัน เธอบอกว่าเธอจะทิ้งกันไป

"No you ain't, come back"

ฉันได้ตู่ดว่า ไม่มีทาง เธอกลับมาหากันเดี๋ยวนี้

We're running right back, here we go again

เราสองคนกลับไปที่เดิมอีกครั้ง และที่นี่เอง

It's so insane 'cause when it's going good, it's going great

มันช่างบ้ามากจริงจริง เพราะยามรักน้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน

I'm Superman, with the wind at his back, she's Lois Lane

ฉันเหมือนเป็นดั่งซุปเปอร์แมน ต่อให้หนักหนาแค่ไหน ก็ยังต้องมีเธอลูอิส เลน เป็นนางเอก

But when it's bad, it's awful

แต่พอจืดจางน้ำต้มผักนั้นก็ขมไม่เจือจาง

I feel so ashamed, I snapped, "Who's that dude?"

ฉันได้มีแต่ความอับอาย สติหลุด ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร

I don't even know his name, I laid hands on her

ฉันไม่รู้จักชื่อจริงจริงของมันด้วยซ้ำ จนต้องลงมือลงไม้กับเธอ

I'll never stoop so low again, I guess I don't know my own strength

ฉันไม่สามารถรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าไปมากกว่านี้อีกแล้ว ฉันว่าฉันประมาณพละกำลังตัวเองไม่เป็น


You ever love somebody so much you can barely breathe when you're with 'em?

เธอเคยรักใครสักคนจนมากไปบ้างไหม คุณแทบจะหายใจไม่ออก เวลาอยู่ใกล้กัน

You meet, and neither one of you, even know what hit 'em

ตอนเจอกัน ทั้งคุณและเขาทั้งคู่ ไม่รู้เลยว่าถูกอะไรเข้าครอบงำ

Got that warm fuzzy feeling, yeah, them chills, used to get 'em

มันมีแต่ความอบอุ่นสบายใจ อะไรก็สบายตา เคยได้รับแต่สิ่งพวกนั้น

Now you're getting fucking sick of looking at 'em

แต่มาตอนนี้ แค่ได้เห็นก็ยิ่งรู้สึกผะอืดผะอมกระอักกระอ่วน

You swore you've never hit 'em, never do nothing to hurt 'em

คุณเคยสาบานว่าคุณจะไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บช้ำ

Now you're in each other's face

แต่มาตอนนี้ได้แต่มีการเผชิญหน้า

Spewing venom in your words when you spit 'em

ด่าทอคำหยาบคายถ่มแต่ความเลวร้ายใส่กันและกัน

You push, pull each other's hair, scratch, claw, bit 'em

ผลัก ดึง ทึ้ง ข่วน คว้า กัด อะไรก็ตามที

Throw 'em down, pin 'em, so lost in the moments when you're in 'em

ดันให้ร่วงลงกับพื้น กดให้อยู่อย่างนั้น จำไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน

It's the rage that took over, it controls you both

มันคือความเดือดดาลที่เข้าสิงสู่ มันควบคุมคุณทั้งคู่

So they say you're best to go your separate ways

ใครก้บอกถ้างั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไปเสียเถิด

Guess that they don't know ya 'cause today, that was yesterday

เดาว่าพวกเขาไม่รู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้างแล้วในวันนี้ จำได้แต่เรื่องวันวาน

Yesterday is over, it's a different day

วันก่อนจบลงปแล้ว วันนี้มันไม่เหมือนเดิม

Sound like broken records playin' over

เหมือนแผ่นเสียงดังตกร่องอยู่ซ้ำซ้ำ

But you promised her, next time you'll show restraint

คุณได้แต่สัญยาว่าครั้งหน้าจะควบคุมตัวเองให้ดี

You don't get another chance, life is no Nintendo game

แต่คุณไม่มีโอกาสครั้งใหม่อีกแล้ว ชีวิตจริงไม่ได้แค่กดปุ่มเริ่มเกมใหม่

But you lied again

คุณก็ได้แต่ดกหกอยู่อย่างเดิม

Now you get to watch her leave out the window

คราวนี้คุณได้แต่มองเธอเหมือนนกบินจากออกหน้าต่างไป

Guess that's why they call it window pane

คงเพราะอย่างนี้ล่ะมั้งเสียงมันถึงพ้องกับคำว่าเจ็บปวด


Now I know we said things, did things that we didn't mean

มาตอนนี้ฉันรู้ดีว่าเราต่างพูดต่างทำสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ

Then we fall back into the same patterns

เราจึงกลับเข้าสู่วังวนเหมือนเดิมนั้นซ้ำไปซ้ำมา

Same routine, but your temper's just as bad as mine is

ทำทุกอย่างเหมือนเดิมและอารมณ์เกรี้ยวกราดของเธอก็พอพอกับของฉัน

You're the same as me, when it comes to love, you're just as blinded

เธอกับฉันไม่ได้ต่างอะไรกัน เมือ่มันเกี่ยวของกับคำว่ารัก เราต่างก็ตาบอดกันทั้งคู่

Baby, please come back, it wasn't you

ที่รักได้โปรดกลับมา มันไม่ใช่ความผิดของเธอ

Baby, it was me, maybe our relationship isn't as crazy as it seems

แต่มันเป็นที่ฉัน ที่ว่าความสัมพันธ์ของเราอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เห็น

Maybe that's what happens when a tornado meets a volcano

มันอาจจะเป็นเพราะเรื่องขนมพอสมกับน้ำยา

All I know is I love you too much to walk away though

และฉันรู้ว่าฉันรักเธอมากเกินกว่าที่จะเดินจากกันไปได้

Come inside, pick up your bags off the sidewalk

กลับเข้าบ้านมา ถือกระเป๋าเสื้อผ้ากลับเข้ามาด้วย

Don't you hear sincerity in my voice when I talk?

เธอยังไม่ได้ยินถึงความจริงใจในน้ำเสียงเวลาฉันพูดกับเธออีกหรือ

Told you this is my fault, look me in the eyeball

บอกกับเธอเลยว่านี่มันความผิดฉัน มองตาของฉันสิมองให้ดีดี

Next time I'm pissed, I'll aim my fist at the drywall

ครั้งหน้าหากฉันโมโหโกรา ฉันจะชกเข้ากำแพงแทนใบหน้าของเธอ

Next time? There won't be no next time

ครั้งถัดไป แน่ใจหรือว่าจะมีครั้งใหม่อีกครั้งต่อจากนี้

I apologize, even though I know it's lies

ฉันอยากจะขอโทษ แม้ว่ามันจะเป็นแค่การเอ่ยคำโกหกออกไป

I'm tired of the games, I just want her back, I know I'm a liar

ฉันเหน็ดเหนื่อยกับการต้องมาทำอะไรอะไรแบบนี้ แค่ต้องการเธอกลับมา และฉันมันก็แค่พวกขี้โกหก

If she ever tries to fucking leave again

ถ้าฉันเห็นเธอพยายามจะไปจากฉันอีกครั้งล่ะก็

I'm a tie her to the bed and set this house on fire

ฉันจะจัดการเธอให้อยู่หมัด ถึงขั้นต้องสูญเสีย คงต้องยอม


Just gonna stand there and watch me burn?

จะแค่ยืนมองอยู่ตรงนั้นตอนที่ฉันรวดร้าว

Well, that's alright, because I like the way it hurts

ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะฉันก็สะใจดีที่วิถีความเจ็บนี้

Just gonna stand there and hear me cry?

หรือจะยืนอยู่อย่างนั้นฟังเสียงฉันคร่ำครวญ

Well, that's alright, because I love the way you lie

ก็ไม่เป็นไรอีกนั่นแหละ เพราะฉันชอบวิธีโกหกของเธอ

I love the way you lie

รักในการโกหกที่เธอให้กัน


I love the way you lie

รักที่เธอไม่เลิกโกหกกัน

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๑. HURT _ 8.9.2023
«ตอบ #23 เมื่อ09-08-2023 13:10:50 »

๒๑. HURT


“ตามที่ด็อคดุบอก มันน่าจะเป็นไครม์ ออฟ แพชชั่น ใช่มั้ยครับสารวัตร” ชนธัญเอ่ยถามออกไป เมื่อเขากับสารวัตรรัฐนนท์กำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่เป้าหมาย “ถ้าคาดเดาเอาจากอาวุธที่คนร้ายใช้นะ ลักษณะรวมถึงแนวโน้มมันน่าจะเป็นแบบนั้น” สารวัตรหนุ่มตอบรับเห็นด้วยกับหนุ่มหน้าใส ว่าคดีนี้น่าจะเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ส่วนตัวใกล้ชิด

“เพราะชนิดของอาวุธที่คนร้ายใช้ มันต้องเกิดขึ้นด้วยการประชิดตัว” สารวัตรรัฐนนท์พูดขณะขับรถไปบนท้องถนน “ด็อคดุบอกว่า จำนวนแผลมีมากถึงสิบกว่ารอย ยิ่งโดนบริเวณตับด้วยแล้ว ยิ่งเสียเลือดมากและไวกว่าปกติ โอกาสช็อกและเสียชีวิตในทันทีมีสูงมาก” ชนธัญทวนสิ่งที่ด็อคเตอร์ดรุณีบอกไว้ สารวัตรรัฐนนท์พยักหน้าตาม นายตำรวจหนุ่มกำลังคิดตามถึงสิ่งที่คนร้ายพายามจะทำให้ทีมสืบสวนไขว้เขว

“รวมทั้งร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่ตรวจพบบนศพ ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากการโดนเศษระเบิด ยกเว้นรอยสะเก็ดของแผลตามผิวหนังแผ่นหลัง แต่นั่นก็อธิบายได้ว่า ทำไมเลือดที่แผ่นหลังถึงได้มีไม่มาก เพราะผู้ตายเสียชีวิตมานานหลายชั่วโมงแล้ว” ชนธัญยังจำได้ถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่ตอนนั้น เขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า การพยายามช่วยเหลือเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ตรงหน้า

“คนร้ายพยายามปิดบังอำพรางการฆาตกรรมที่ตัวเองก่อขึ้น รวมทั้งอาจจะเลยไปถึงการสร้างสถานการณ์ที่ด้านหน้าสำนักงานสืบสวนขึ้นมา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ มันมีความพยายามในการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดสองแก๊งที่ไม่ค่อยถูกกันอยู่ จากที่มีอยู่บ่อยครั้ง ที่ต่างฝ่ายต่างข้ามเขตกันและกันเพื่อแย่งลูกค้า” ชนธัญสบตากับสารวัตรรัฐนนท์ ก่อนที่สารวัตรหนุ่มจะเร่งเครื่องเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

อูพยายามทำตัวให้เงียบเสียงที่สุด เท่าที่อาการบาดเจ็บของเขาจะอำนวยมากพอ ใจของอูเต้นไม่เป็นส่ำ ตื่นเต้นจนถึงขีดสุด เมื่อเหงื่อในมือชื้นลามไปจนถึงกระเป๋าสะพาย ที่เขากำมันเอาไว้จนแน่น ในนั้นมีเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุด ของสำคัญสำหรับเขาอยู่ไม่กี่สิ่ง ที่ได้ติดตัวเอามา ไฟในห้องถูกปิด อูเฝ้าสังเกตเสียงด้านนอกห้องนอนมาได้สักพัก ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ที่ข้างนอกนั่นแล้ว

อูใจเต้นแรงมาก เมื่อตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอน สายตาจับจ้องไปยังลูกบิดประตู ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าทีละก้าวเพื่อไปที่บานประตู ทุกก้าวมันทำให้อูรู้สึกใจหาย เมื่อรู้ตัวเองดีว่า เขากำลังจะหนี ใช่ เขาต้องหนีเพื่อเอาชีวิตรอด สัญชาตญาณมันสั่งเขาแบบนั้น ด้วยความรู้สึกที่ว่า อันตรายกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาเขา

มือที่จับลูกบิดเอาไว้ของอู ทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะพ่นมันออกมาทางปากช้า ๆ อาการสั่นเทาจากลูกบิดที่เย็นเฉียบ ความเย็นที่เขาไม่เคยสัมผัสรับรู้มันมาก่อน มันทำให้อูรู้สึกกลัวอย่างอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างยากลำบาก มันคือความรู้สึกที่อูเองที่เคยคิดว่า ที่นี่คือที่สุดท้ายที่ปลอดภัยสำหรับเขา นั้นเปลี่ยนไป

ฤกษ์จอดรถที่หน้าบ้าน ดับเครื่องยนต์ ที่ตอนนี้ทุกอย่างรอบตัวของเขาเงียบงันจนน่าใจหาย ก่อนจะขับรถกลับมาถึงบ้าน ฤกษ์ได้สติอีกที ก็ตอนที่ตัวเขาสะดุ้งขึ้นจากเสียงแตรรถ ตอนที่ข้อศอกและลำตัวของเขาไถลไปโดน ฤกษ์จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่า ทำไมเขาถึงเพิ่งฟื้นคืนสติเอาตอนรุ่งเช้า สิ่งสุดท้ายที่จำได้ คือลูกค้าที่มาซื้อยากับเขาแล้วมีเซ็กส์กับเขาบนรถ ให้เขากลืนเม็ดยาอะไรบางอย่างเข้าไป บอกว่ามันจะช่วยให้กามารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้นไปอีก

“เหี้ยเอ๊ย” ฤกษ์ร้องออกมาอย่างคนหมดหนทาง เมื่อเขารู้ว่า ซองกระดาษสีน้ำตาลที่ใส่เงินจากลูกค้าบริษัทนั้น หายไปพร้อมกับทรัพย์สินอื่น ๆ ของเขา กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาข้อมือ ไม่เหลือแม้กระทั่งแหวนแต่งงาน ยังดีที่มันไม่ได้เอารถยนต์ที่เป็นชื่อของบริษัทคันนี้ไป ฤกษ์รู้สึกหายใจติดขัดเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ พยายามจะหายใจเข้าออกอย่างเป็นปกติ แต่ก็ทำไม่ได้ สั่งตัวเองให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อน เพื่อรวบรวมสติ แต่ก็สูญเปล่า เมื่อมีอีกสิ่งหนึ่งพุ่งขึ้นมาแทรกเสมอ

“พี่ฤกษ์ เมื่อคืนพี่ไปไหนมา” ฤกษ์ที่เดินเข้าบ้านด้วยอาการระโหยโรยแรง ได้ยินเสียงภรรยาของเขาที่ยังได้นอนตลอดทั้งคืนถามขึ้น เสียงของเธอนั้นสั่นเครือ แทบจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ให้เป็นปกติไม่ได้ด้วยซ้ำ “โทรศัพท์หายน่ะ ตามหาทั้งคืนเลย” ฤกษ์ทิ่มเรื่องส่ง ๆ ไปก่อน ยังไม่อยากให้ภรรยาของเขาเอาอะไรอย่างอื่น มาสุมหัวเขาเพิ่มอีก

“ตอแหล” ฤกษ์สะดุ้งเมื่อภรรยาที่กำลังท้องของเขาด่าออกมาอย่างสุดเสียงที่เธอจะสามารถตะแบงมันออกมาได้ “ไอ้คนตอแหล มึงไปเอากับผู้ชายมา แล้วมึงมาบอกกูว่ามือถือมึงหายเนี่ยนะ ไอ้สันดานชั่ว ไอ้สารเลว” ฤกษ์มองเห็นภรรยาของเขาน้ำตาไหลพรากลงมา แต่ที่ทำให้เขายืนนิ่งรู้สึกวาบไปทั้งตัวก็คือ

“เออ ก็รู้ว่ามึงไปทำเรื่องเหี้ย ๆ มา ใช่ กูได้ยินมึงสั่งไอ้เหี้ยอีกตัวนั่นให้ดูดให้มึง ท่านั้น ท่านี้ มึงคงไม่รู้ตัวหรอก คงจะร่านมั่วกันอยู่ ว่ามือถือมึงยังไม่ได้ตัดสายทิ้ง กูได้ยินสิ่งที่มึงทำกันหมดทุกอย่าง” ความเคียดแค้นชิงชังที่เธอไม่เคยมีต่อสามีมาก่อน มาถึงตอนนี้ มันพรั่งพรูออกมาประดุจเขื่อนทะลัก

“ก็กูไม่มีที่ลง กูก็ต้องไปหาเอาของกูบ้าง” ฤกษ์สวนกลับภรรยาของเขาไป ว่าภรรยาของเขาท้อง เขามีความอยากก็ต้องไประบายทางอื่น “กูท้องลูกให้มึงนะ ไอ้เหี้ย นี่กูท้องลูกของมึงอยู่นะ” เสียงของภรรยาที่รู้สึกเจ็บปวดจอย่างที่สุด ดังเข้ามาในโสตประสาทของฤกษ์ เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน ภรรยาของฤกษ์ไม่เคยแม้แต่เถียงเขาเลยสักครั้ง

“ก็แล้วอย่างอื่นที่มึงเรียกร้องเอาจากกูอีกล่ะ กูเครียดจะแย่อยู่แล้ว นี่ก็หาเงินเพิ่มให้มึงกับลูกอยู่ มึงอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมจะเอาไปอวดเพื่อน กูก็ไปหามาให้มึง” ฤกษ์ชี้นิ้วไปที่รถยนต์ด้านนอก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูใบที่เขาเพิ่งซื้อมาจากห้างดัง ราคาเป็นแสน ที่เขาวางมันเอาไว้ที่เบาะหลังรถ มันได้อันตรธานหายไปแล้วด้วยเช่นกัน

“แต่มันแค่ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย กูเอาเงินไปลงทุนต่อ แล้วกำไรมันยังไม่ได้” ฤกษ์ยังไม่รู้เลยว่า เขาจะเอายังไงดี กับเงินที่ลูกค้าบริษัทจ่ายล่วงหน้ามา แล้วถูกลูกค้าที่มาซื้อยากับเขาเมื่อคืน ฉกไปแล้วจนเกลี้ยง จะเอากระเป๋าแบรนด์มาขายต่อ ก็ไม่เหลือแม้แต่กล่องที่ทางร้านจัดใส่ให้เสียอย่างหรูหราเชียว ก่อนที่เขาจะถือมันออกจากร้านมา

“คงเป็นเงินที่บริษัทมึงโทรหากูเมื่อวานทั้งวัน เพราะติดต่อมึงไม่ได้สินะ” อยู่ ๆ ภรรยาของฤกษ์ก็รู้สึกว่าโลกนี้ยังพอมีเรื่องให้หัวเราะอยู่บ้าง “กูหวังว่าจะสมใจมึง ที่มึงเลือกของมึงเอง” ภรรยาของฤกษ์มองมาที่เขาด้วยสายตาแห่งการหมดเยื่อใยต่อกัน “กูลำบากมึงก็ต้องพร้อมอยู่ช่วยกู มึงเป็นเมียกู” ฤกษ์ตะโกนใส่ภรรยากลับไป “กูไม่ได้จดทะเบียนกับมึง ดังนั้น มึงตัวคนเดียว ไอ้ฤกษ์ เรียนผูกก็เรียนแก้เอาเองแล้วกัน” ภรรยาของเขาไม่พูดเปล่า หยิบเอาขวดพลาสติกใส่ยาขวดหนึ่งมาปาใส่หน้าเขา

“กูก็ไม่รู้ว่ามึงไม่ได้แดกไอ้ยาเพร็พห่านี่ นานแค่ไหนแล้ว ยังไงมึงก็ไปตรวจหน่อยก็แล้วกัน กูบอกให้เอาบุญ เพราะไม่รู้ว่าชีวิตมึงจะจบลง ด้วยหนี้ก้อนไหนก่อน หนี้กรรมก้อนที่มึงก่อเอาไว้กับกู หรือที่มึงทำตัวเอง” ภรรยาของฤกษ์ตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าเธอจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ พร้อมเอาลูกทั้งสองไปเลี้ยงด้วยตัวเอง

อูตัดสินใจบิดลูกบิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ เปิดง้างประตูออกช้า ๆ ไม่ลืมที่จะแตกมือลงที่กระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ว่าสิ่งนั้นยังอยู่ติดตัวหรือไม่ จนเมื่อประตูเปิดออกจนสุด อูก็รู้สึกถึงความเย็นเฉียบ เสียดเข้าที่ใต้ชายโครงด้านขวา เขารู้สึกจุก แน่น และเริ่มวิงเวียนไปหมด ก่อนที่จะมองเห็นใบหน้าของกร ยืนอยู่ตรงหน้าเขา กรมีใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาเต้นระริกไปด้วยหยาดน้ำตาที่แล่นขึ้นมาเอ่อล้น

“ชู่” กรส่งเสียงเบา ๆ ห้ามอูเอาไว้ อูคว้ามือข้างหนึ่งยึดคอเสื้อยืดของกรเอาไว้ ในขณะที่อูรู้สึกถึงแรงกระหน่ำเข้ามาที่ใต้ซี่โครงด้านเดิมนั้นอีกสิบกว่าครั้ง ตัวของกรสั่นเทิ้มผสมกับร่างของอูที่สั่นไปด้วยความเจ็บปวด อูมองหน้ากรเมื่อความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวของเด็กหนุ่ม และตอนนี้มันกำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นความชาไม่รู้สึก และความอ่อนแรงหายใจอ่อนเข้ามาแทนที่

“อย่าร้องไห้พี่กร” อูบอกกับกร ที่ตอนนี้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม “ฉันจะไม่เป็นไร” พูดบอกอีกฝ่ายไปแบบนั้น แต่อูรู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่เขามีกำลังลดน้อยถอยลงอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มที่อูพยายามฝืนทำมันให้ได้ กลับแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เหยเกเสียแทน กรปล่อยให้น้ำตาไหลริน ปากคอของเขาสั่นระรัวไปด้วยอารมณ์ที่ผสมผเสปนเปกันไปหมด ร่างของอูค่อย ๆ ไหลลงจากอ้อมกอดของกร ก่อนจะลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น

“พี่จะพาฉันไปอยู่เมืองไทยด้วยหรือ” กรยังจำประโยคนี้ ที่อูพูดกับเขาได้ดี เมื่อครั้งที่เขาข้ามฝั่งชายแดนไป “จริง ๆ นะพี่” อูถามอีกครั้งด้วยอาการลิงโลด กรยิ้ม ๆ ก่อนจะพยักหน้ายืนยัน ตอบอูกลับไปเป็นครั้งที่สองเช่นกัน “มึงพูดภาษาไทยเก่ง มึงน่าจะช่วยงานกูได้” กรมองเห็นอูยิ้มกว้างให้กับเขา มันเป็นรอยยิ้มของคนที่รู้สึกว่า ชีวิตกำลังมีความหวัง

“ฉันฝึกอ่าน ฝึกพูดภาษาไทย เพลง ละคร อะไรก็ตาม ฉันอยากไปให้พ้นจากที่นี่ ฉันจะไปกับพี่ทุกที่ พี่ให้ฉันทำอะไรฉันทำหมดทุกอย่าง ขอแค่พี่ให้ฉันไปด้วยก็พอ” แววตาที่สุกสกาวทำให้กรรู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่ม ที่อูเล่าให้เขาฟังว่า อูต้องทำงานหนักแบกหามตั้งเด็ก เพื่อเลี้ยงปากท้อง เพราะเขาไม่มีใคร “แต่หลังฉันมันคดหน่อยนะพี่ แต่ฉันสู้งาน ฉันกินไม่เยอะ ฉันจะช่วยพี่ประหยัด” อูบอกกับกรด้วยความหนักแน่น

“งานอะไรก็ทำใช่มั้ย” กรถามออกไป อูพยักหน้าเร็ว ๆ แทนคำตอบ “งั้น” กรหยิบเอาบัตรพลาสติกใบแข็งสีฟ้าใบหนึ่ง ยื่นให้กับอู “พี่กร” อูตกใจเมื่อเห็นบัตรไอดีคนไทยมีรูปหน้าเขาติดอยู่ พร้อมกับรายละเอียดทุกอย่างเหมือนจริงทุกกระเบียดนิ้ว “ทุกอย่างมันจะได้ง่ายขึ้น” คำตอบของกร ไม่ได้ทำให้อูเปลี่ยนใจ ไม่ได้ทำให้อูถามซักไซ้อะไร

“อีกอย่าง อู” กรถามขึ้นลดเสียงลงเบากว่าเดิม ให้ได้ยินกับเพียงสองคน “มึงชอบผู้ชายใช่มั้ย” อูตกใจไม่น้อย ที่ได้ยินกรถามแบบนั้น “พี่รังเกียจพวกฉันหรือ” แทนคำตอบ กรส่ายหน้า อูยิ้มออกมา “ฉันบอกแล้ว ไม่ว่าพี่จะให้ฉันทำอะไร หรือว่าเป็นอะไร” อูเอื้อมมือมาวางบนเป้ากางเกงของกร ก่อนจะบีบเบา ๆ อย่างทะนุถนอม

“ฉันทำให้พี่ได้ทุกอย่าง ถ้าวันไหน ฉันเปลี่ยนไปจากนี้ พี่ฆ่าฉันทิ้งได้เลย” ประโยคของอู ยังคงดังก้องอยู่ในหูของกร เขาทรุดตัวลงนั่งที่ข้าง ๆ ร่างอันไร้วิญญาณของอู กรนั่งอยู่บนเลือดของอูที่ไหลนองอยู่ทั่วพื้น กรร้องไห้ออกมาจนแทบขาดใจ น้ำตาของเขาไหลออกมาจนแทบเป็นสายเลือด ไม่ทำก็ผิด ทำก็เจ็บปวด ความปวดร้าวที่เกาะกินอยู่ในใจ จะไม่มีวันหายไปไหนจากใจกร

**************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

Paloma Faith - Only Love Can Hurt Like This

https://www.youtube.com/watch?v=WdkBgaIntfs


I tell myself you don't mean a thing

ฉันบอกกับตัวเองว่า เธอไม่ได้มีความหมายอะไร

And what we got, got no hold on me

และสิ่งที่เรามีร่วมกัน ไม่ได้มีผลอะไรกับฉัน

But when you're not there, I just crumble

แต่พอไม่มีเธออยู่แล้ว ทุกอย่างของฉันก็พังทลาย


I tell myself I don't care that much

ฉันบอกกับตัวเองว่าฉันไม่ได้แคร์อะไรเธอเลย

But I feel like I die 'til I feel your touch

แต่อยู่ไปก็เหมือนตายทั้งเป็น เมื่อไม่มีรสสัมผัสจากเธอ

Only love, only love can hurt like this

มีเพียงแค่ความรัก มีความรักเท่านั้นที่ทำเราเจ็บปวดได้อย่างนี้


Only love can hurt like this

ความรักเท่านั้นที่ทำเราทุกข์ทนแบบนี้

Must've been a deadly kiss

มันต้องเป็นรอยจูบอสรพิษนั่น

Only love can hurt like this

เป็นได้แค่ความรักที่ทำให้เราทรมานใจ


Say I wouldn't care if you walked away

บอกเลยฉันไม่ได้ใส่ใจหากเธอจะทิ้งกันไป

But every time you're there, I'm beggin' you to stay

แต่เมื่อใดที่ฉันเห็นเธอทำจริง ฉันได้แต่อ้อนวอนขอร้องให้เธออยู่

And when you come close, I just tremble

และเมื่อเราได้เข้าใกล้กัน ฉันได้แต่หวั่นไหว


And every time, every time you go

และทุกครั้ง ทุกครั้งที่เธอห่างหาย

It's like a knife that cuts right to my soul

มันเหมือนคมมีดกรีดเข้าที่กลางจิตใจของฉัน

Only love, only love can hurt like this

มันเป็นความรักเท่านั้น ที่ทำฉันร้าวรานได้แบบนี้


Only love can hurt like this

ความรักเท่านั้นที่ทำเราทุกข์ทนแบบนี้

Must've been a deadly kiss

มันต้องเป็นรอยจูบอสรพิษนั่น

Only love can hurt like this

เป็นได้แค่ความรักที่ทำให้เราทรมานใจ


Only love can hurt like this

เป็นได้แค่ความรักเท่านั้นที่ทำให้เราชอกช้ำ

Your kisses burn into my skin

รอยจูบของเธอทิ้งรอยเผาไฟรักไว้ให้กับฉัน

Only love can hurt like this

เป็นเพียงความรักเท่านั้นที่ทำให้รวดร้าว


But it's the sweetest pain

แต่มันคือความเจ็บปวดที่สุดแสนจะหอมหวาน

Burnin' hot through my veins

แผดเผาผ่านเลือดร้อนทั้งหมดในกายของฉัน

Love is torture, makes me more sure

รักคือความทรมาน ทำให้ฉันแน่ใจอย่างเพิ่มพูน

Only love can hurt like this

ว่ารักนั้นทำร้ายได้มากกว่าสิ่งอื่นใด


Only love can hurt like this

รักแสบสันต์กว่าทุกสิ่ง

Only love can hurt like this

รักเหือดหายลงทุกอย่าง

Must've been a deadly kiss

มันคือรอยจูบแห่งมฤตยู


Only love can hurt like this

ความรักคือสิ่งที่ทรมานเราทุกอย่าง

Only love can hurt like this

เป็นได้แค่ความรักเท่านั้นที่ทำให้เราบาดเจ็บ

Your kisses burn into my skin

รอยจูบของเธอทิ้งรอยเผาไฟรักไว้ให้กับฉัน

Only love can hurt like this

เป็นเพียงความรักเท่านั้นที่ทำให้ฉันรวดร้าว


Only love can hurt like this

มีเพียงความรักที่ทำร้ายเราได้ถึงขั้นนี้

Save me, save me

ช่วยฉันที ปลดปล่อยฉันไป

Only love, only love

มันคือความรัก มีเพียงความรัก

'Cause only love can hurt like this

เพราะว่ามีความรักเท่านั้นที่ทำร้ายกันได้ถึงขนาดนี้

And it must've been a deadly kiss

และรอยจุมพิตนั้นคือจูบมหันตภัย

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๒. CORNERED _ 8.10.2023
«ตอบ #24 เมื่อ10-08-2023 14:42:52 »

๒๒. CORNERED


“แม่เห็นว่า กรขายของดี ลูกค้ามากขนาดนี้ ก็อยากจะขอเงินกรเอาไปทำทุนแบบซื้อมาขายไปสักหน่อย เอาแบบพออยู่ได้ ไม่ต้องมารบกวนกรบ่อย ๆ ไงลูก” อาการตะล่อมพูดจาอ่อนโยนแบบนี้ ไม่ใช่ว่ากรรู้ไม่ทัน แต่เขาก็เดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบธนบัตรออกมาปึกหนึ่ง แล้วเอามายื่นให้แม่ของตัวเอง

“โอ้ เยอะขนาดนี้เลยหรือลูก” พูดไปอย่างนั้น แต่กรก็เห็นแม่รีบคว้าเงินไปจากมือของเขา แล้วยัดใส่เข้าในอกเสื้อชั้นในทันที “เงินมันเยอะ แม่กลัวมันหาย” แม่ของกรทำพูดติดตลกพลางหัวเราะออกมา “แต่ก็แปลกดีนะ วิตามินที่กรขาย ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่แม่เห็นในทีวี ไหงมันถึงได้ขายดิบขายดี เงินไหลมาเทมาขนาดนี้” แม่พูดจบก็สบตากับกร ที่เขานิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป

“อ้อ แต่ขายดี มันก็ดีแล้วนี่เนอะ ตอนแรกแม่ว่าจะขอแบ่งไปกินบ้าง แต่ไม่แล้วล่ะ กรเก็บเอาไว้ขายเถอะ ได้กำไรจากลูกค้าดี” แต่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แม่ของกรก็รีบพูดออกไป แล้วเสไปพูดเรื่องอื่น โดยที่เธอนั้นไม่เคยได้ยินออกจากปากลูกชายของเธอสักครั้งเดียว ว่ากรนั้น ขายยาเสริมอาหารวิตามิน

“ว่ายังไงครับคุณแม่” เสียงถามกระทุ้งของสารวัตรรัฐนนท์ ทำให้แม่ของกรดึงสติตัวเองกลับมาจากภวังค์ความคิด “คุณตำรวจจะให้ฉันพูดว่าอะไรล่ะคะ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นแหละ” แม่ของกรที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ตอนที่ตำรวจนำกำลังมาล้อมบ้านเอาไว้ พูดปฏิเสธอย่างที่เธอบอกตำรวจไปไม่รู้กี่รอบแล้ว

“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” เธอยังคงย้ำคำเดิม “คุณแม่ดูรูปนี้อีกที” สารวัตรรัฐนนท์นั้น แม้จะรู้สึกเหลืออด แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ชูกระดาษที่เป็นรูปบัตรประชาชนใบนั้นให้อีกฝ่ายดู “บัตรประชาชนใบนี้เป็นบัตรปลอม ข้อมูลบนบัตรเป็นของคนที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว และไม่ตรงกับรูปของเด็กหนุ่มที่คุณแม่เห็นอยู่นี้” สารวัตรหนุ่มยื่นรูปของเด็กหนุ่มให้แม่ของกรดูชัด ๆ

“แต่บังเอิญว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ดูหน้าเขาให้ชัด ๆ นะครับคุณแม่ เพราะคนแถวนี้ยืนยันว่า เด็กหนุ่มคนนี้คือแฟนของลูกชายคุณแม่ ที่ถูกฆาตกรรมโดยเอาศพไปอำพรางเหมือนกับว่า ถูกทำร้ายโดยแก๊งค้ายากลุ่มตรงข้าม” สารวัตรรัฐนนท์รู้สึกเดือดดาลทุกครั้ง ที่จับได้ว่า มีคนพยายามช่วยเหลือคนที่กระทำผิดแบบนี้

“และถ้านี่คือบัตรประชาชนปลอม นั่นก็แสดงว่า เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนไทย อาจจะถูกลักลอบพาเข้ามาในประเทศ นั่นเท่ากับว่า ยังพ่วงการค้ามนุษย์เข้าไปด้วย ทุกอย่างที่ผมพูดกับคุณแม่ไปนี่ มันร้ายแรงมากทั้งนั้นเลยนะครับ” สารวัตรหนุ่มพูดกับหญิงวัยกลางคนขนาดนี้แล้ว แต่เธอก็ยังคงนิ่ง เหลือบมองรูปของเด็กหนุ่มเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

“บอกผมมาเถอะครับคุณแม่ ว่ากร ลูกชายของคุณแม่อยู่ที่ไหน เราเชื่อว่าเขาเป็นคนฆ่าแฟนหนุ่มของเขาเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แล้วอำพรางคดี” มาถึงตรงนี้ แม่ของกรเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่ยอมเอ่ยปากพูดใด ๆ อย่างตอนแรกที่เธอเจื้อยแจ้ว พยายามบอกปัดการรู้เห็นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียงดังลั่นไปหมด

“สารวัตร” รัฐนนท์หันไปทางต้นเสียง ก่อนจะเห็นหัวหน้าทีมเก็บและพิสูจน์หลักฐาน พยักหน้าให้เป็นเชิงว่า สารวัตรรัฐนนท์ควรจะมาดูอะไรนี่ “จากการใช้ลูมินอล” หัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐาน “แม้ว่าจะมีการทำความสะอาดพื้นตรงนี้ไปแล้ว ชี้ให้ลูกทีมของเขาปิดไฟดวงตรงกลางห้อง ก่อนจะเปิดหลอดแบล็กไลท์ ที่กลางห้องนั้นก็เรืองขึ้นด้วยแสงสีฟ้าเป็นวงกว้างในทันที

“รอยเลือดขนาดใหญ่สอดคล้องกับผู้ตายที่เสียเลือดจากการถูกแทงเข้าที่ตับเป็นจำนวนหลายครั้ง แล้วสารวัตรดูนี่” สารวัตรหนุ่มมองตามที่หัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐานชี้ให้ดู “ตรงนี้น่าจะเป็นรอยคนนั่ง” สารวัตรรัฐนนท์สบตากับหัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐาน “กรนั่งอยู่ ตอนที่ฆ่าอูอย่างนั้นหรือครับ” สารวัตรรัฐนนท์ถามออกไป

“ถ้าดูจากรอยเลือดแล้ว รอยเลือดใหญ่ตรงนี้ น่าจะเป็นตรงที่อูล้มลง แต่จุดเริ่มต้นจริง ๆ น่าจะมาจากตรงประตูนั่น เมื่อมีรอยหยดเลือดสอดคล้องกับลักษณ์แผลที่เกิดขึ้น” รอยสีฟ้าที่เกิดจากสารลูมินอลทำปฏิกิริยาเคมิลูมิเนสเซนส์ ทำให้เฮโมโกลบินในเลือดเรืองแสงออกมา ไล่เป็นจุด ๆ ก่อนจะมานองเป็นกองเลือดขนาดใหญ่ตรงนี้

“เขาน่าจะนั่งอยู่กับศพมากกว่า อาจจะเสียใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป” หัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐานพูด แต่ก็ออกตัวว่า นี่เป็นเพียงแค่ความเห็นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะพิสูจน์ได้ ในเรื่องภาวะอารมณ์ของกรในตอนนั้น นอกเสียจากว่าจะได้มีการสอบปากคำของกร รวมถึงประเมินสภาพจิตใจกันก่อน

"แต่ผมเชื่อว่า เราเจอไพร์มมารี่ ไครม์ ซีน จุดเกิดการฆาตกรรมแรกของคดีนี้ ที่เราตามหากันแล้ว” ชนธัญที่ยืนเงียบ ๆ ฟังสารวัตรรัฐนนท์และหัวหน้าทีมเก็บและพิสูจน์หลักฐานพูดคุยกัน เขารู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย หางตาของชนธัญพลันเห็นเงาของใครบางคน เดินหายอย่างไวเข้าไปในห้องนอนนั้น

ชนธัญนึกฉุกใจ ก่อนจะเดินตามเข้าไปในห้องดังกล่าว มันเป็นห้องนอนของคนสองคน สังเกตได้จากข้าวของเครื่องใช้ที่มีความต่างกัน แม้ว่ามันจะเป็นประเภทเดียวกัน แก้วน้ำ ผ้าขนหนู เสื้อที่แขวนอยู่ที่ราว ชนธัญมองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่ได้พบความผิดปกติอะไร จากการที่เขามองหาอะไรบางอย่าง ที่สามารถจะให้เขาเชื่อมสู่คดีได้

แต่แล้วชนธัญก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อเขาหันจะเดินออกจากห้องนี้ แต่ก็เจอร่างหนึ่งยืนขวางหน้าเขาอยู่ ชนธัญสบตากับเด็กหนุ่มคนนั้น แววตาของเขาดูเศร้า ก่อนจะเห็นว่า เด็กหนุ่มยื่นมือชี้นิ้วไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง ชนธัญเอี้ยวตัวหันมองตามไป รอยฝุ่นรอบ ๆ ทำให้พอเดาได้ว่า มันมีอะไรบางอย่างวางไว้ที่ตรงนั้นก่อนหน้านี้

ชนธัญเดินมาที่โต๊ะ จ้องไปที่รอยที่มีฝุ่นล้อมรอบนั้น ถ้าจะให้เขาเดามันมองดูเหมือนมีกรอบรูป ที่เคยตั้งอยู่ตรงนั้น ชนธัญตัดสินใจแตะนิ้วลงไปที่รอยนั้น แล้วก็ต้องใจเต้นรัวไปด้วยความกลัว ตกใจ และไม่คาดคิดกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็น ก่อนจะถูกดึงกลับมาได้สติอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นยื่นหน้าเข้ามาจนเกือบชิดใบหน้าของเขา แล้วพูดออกมาเบา ๆ กับชนธัญว่า 'หนี'

“เสียดายที่เรามาช้าไปนิดเดียว กรถึงไหวตัวทันและหนีออกไปได้ทัน” ชนธัญสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สารวัตรรัฐนนท์เดินตามเข้ามาในห้องนอนห้องนี้พอดี “ดูท่าทางฝ่ายแม่จะช่วยปกปิดให้ลูกชายอย่างแน่นอน บอกแต่ว่าลูกฉันเป็นคนดี นี่ก็ร้องตะโกนให้ตำรวจจับ บอกว่าตัวเองฆ่าเด็กอูนั่นเอง ตอนรู้เรื่องว่าฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน เจอคราบเลือดรอยใหญ่ที่กลางบ้านแล้ว” สารวัตรรัฐนนท์อัปเดตข้อมูลให้กับชนธัญได้รู้

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูหน้าตื่น ๆ มีอะไร” ชนธัญรีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ทันทีที่ได้ยินสารวัตรหนุ่มถาม “อ้อ ไม่มีอะไรครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร” สารวัตรรัฐนนท์มองดูชนธัญยิ้มออกมา “ห้องนี้ก็ไม่มีอะไร” ชนธัญบอกออกไปแบบนั้น สายตากวาดมองไปรอบห้อง แต่ไม่เห็นร่างของเด็กหนุ่มอูคนนั้นแล้ว

ฤกษ์ยังคงนั่งถือกระดาษผลตรวจเลือดในมืออยู่อย่างนั้น สิ่งต่าง ๆ อะไรต่อมิอะไรวุ่นวายอยู่ในหัวของเขาเต็มไปหมด เขายังไม่กล้าเปิดมันขึ้นดู ว่าผลมันออกมาเป็นเช่นไร เสียงในหัวของเขาดังไปหมด คำถามผุดขึ้นมากระหน่ำซัดเขาจากทุกทิศทาง ว่าถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้น หรือทำไมไม่ทำแบบนี้

กับการเหลือตัวคนเดียว เมื่อภรรยาของฤกษ์เพิ่งยื่นเรื่องฟ้องหย่ากับเขาเมื่อวานนี้ แล้วเธอจะร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนแต่เพียงผู้เดียวด้วย ส่วนวันนี้ทั้งวัน ฤกษ์รอจนเย็นแล้วจึงออกมาที่คลินิกตรวจเลือดแห่งนี้ รอให้แน่ใจว่า พวกลูกค้าที่เคยซื้อยาจากเขาไป จะตามมาเจอแล้วเอาเงินคืน เมื่อรู้ว่ายาที่เขาขายให้ ฤกษ์ผสมสารอื่นลงไป เพิ่มพิษหลังจากเสพเข้าไปในร่างกายแล้ว มากขึ้นไปอีก

ไหนจะยังพวกแก๊งเจ้าถิ่น ที่ฤกษ์เข้าไปเสนอขายให้กับกลุ่มนักเที่ยวในเขตของพวกมัน ที่ตอนนี้มันรู้แล้ว เป็นฤกษ์ที่กล้าเหยียบจมูกมันถึงถิ่น แถมฤกษ์ยังอ้างชื่อแก๊งที่ได้ยินมาจากปากของดรีม ที่ฤกษ์ไปขอซื้อยา บอกว่ายาพวกนั้นมาจากกลุ่มของกร จนแก๊งของกรเองก็ออกตามล่าหาตัวเขาอยู่เหมือนกัน

ยังไม่รวมกับเรื่องที่บริษัทรู้แล้ว ว่าเขาเอาเงินของลูกค้าไปใช้ ฤกษ์โดนไล่ออก แถมบริษัทยังจะจับเขาดำเนินคดีข้อหายักยอกอีกต่างหาก แล้วเรื่องที่ฤกษ์มั่วยามั่วเซ็กส์ก็ไปถึงหูคนในบริษัทแล้ว เดาไม่ยากว่าคงจะเป็นภรรยาของฤกษ์นั่นแหละ ที่ปูดเรื่องนี้ออกไป ยิ่งคิดฤกษ์ก็ยิ่งเจ็บใจ ที่เขาต้องมาตกเป็นรองไปเสียทุกเรื่อง

ฤกษ์อยากจะเอาคืนภรรยาเก่าของเขาเหมือนกัน แต่ติดอยู่ตรงที่ เขาเองก็ไม่กล้าไปแจ้งความเรื่องที่ถูกไอ้ลูกค้าสารเลวนั่น ขโมยข้าวของทรัพย์สิน รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนมนั่นไป เพราะตำรวจก็ต้องถามว่า เขาไปทำอะไรในสถานที่ที่กระฉ่อนกันดีว่า มีกลุ่มเกย์ไปมั่วสุมนัดมีอะไรกันแถบบริเวณนั้น

ตอนนี้ฤกษ์พอได้สติกลับมาคิดไตร่ตรองอะไรได้กระจ่างชัดขึ้น ก็แก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว ไม่รู้ว่าเขาทำไมถึงไม่สามารถยับยั้งใจตัวเองได้เลย ถ้าหากว่าเขากำลังจะกลายเป็นผู้ป่วยใหม่ ก็ไม่รู้เลยว่า เขาได้รับเชื้อมาตั้งแต่ตอนไหน จะเป็นตอนที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือตอนที่บอกกับดรีมว่า เขานั้นกินยาเพร็พและจะไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ตอนที่เขาสอดใส่เข้าไปในตัวเด็กหนุ่ม โดยที่เขาคิดเอาเองว่า ยาเพร็พที่เขากินเพิ่งหมด ยังไม่ได้ไปขอรับเพิ่ม ไม่ได้กินแค่ไม่กี่สัปดาห์ ไม่น่าจะเป็นอะไร

ฤกษ์ก้มลงมองเอกสารกระดาษผลตรวจ ที่ถืออยู่ในมือนั้นอีกครั้ง มันพับครึ่งอยู่ และเจ้าหน้าที่พูดว่า ถ้าดูผลเสร็จแล้ว ก็ให้เรียกเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ใจที่สั่นระรัว มือทั้งสองข้างที่สั่นเทิ้ม ค่อย ๆ แง้มเปิดกระดาษแผ่นนั้นขึ้น สายตาของฤกษ์ไล่อ่านไปทีละตัวอักษร ด้วยความรู้สึกว่าเหมือนโลกทั้งใบนี้กำลังจะหยุดหมุน แล้วเขาเองกำลังจะหยุดหายใจ

เสียงรายงานข่าวด่วนช่วงค่ำ ดังขึ้นบนจอโทรทัศน์ในร้านข้าวข้างทาง ที่สารวัตรรัฐนนท์จอดรถชวนชนธัญลงมากินข้าวเย็นกันก่อน เพราะต้องกลับไปทำอะไรอีกมากมายที่สำนักงานสืบ ในเนื้อข่าวรายงานว่า พบศพชายหนุ่มจมน้ำเสียชีวิต ลอยมาติดท่าเรือริมแม่น้ำ ทราบภายหลังว่า ผู้ตายทำอาชีพเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่บาร์นั่งดื่มของกลุ่มเกย์ที่หนึ่ง โดยที่ผู้ตายมีภรรยาที่กำลังจะให้กำเนิดบุตรแก่คนทั้งคู่ในอีกไม่ช้า เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เหตุการณ์เสียชีวิตอาจจะมาจากที่ผู้ตายดื่มจัดมาจากที่ทำงาน แล้วพลัดตกน้ำตรงที่ไหนสักแห่ง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว น่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ

**************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

Waterfalls - TLC

https://www.youtube.com/watch?v=R09S7CNPhFs


A lonely mother gazin' out of the window

แม่ผู้เดียวดายมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างนั่น

Staring at her son that she just can't touch

เฝ้ามองลูกชายของเธอ ที่เธอไม่อาจจะตักเตือนอะไรได้

If at any time he's in a jam, she'll be by his side

ทุกทุกครั้งที่เขามีปัญหาเธอจะอยู่เคียงข้างกับเขาเสมอ

But he doesn't realize he hurts her so much

แต่เขาไม่รู้เลย ว่าเขาได้ทำร้ายแม่ของตัวเองไปมากขนาดไหน


But all the praying just ain't helping at all

บทสวดมนต์ที่แม่เคยพร่ำไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรได้เลย

'Cause he can't seem to keep his self out of trouble

เพราะเขาเองก็ไม่คิดที่จะดึงตัวเองออกจากปัญหา

So he goes out and he makes his money the best way he knows how

เขาจึงได้แต่ออกไปเพื่อทำเงิน กับวิธีที่เขารู้จักและทำมันได้ดีที่สุด

Another body layin' cold in the gutter, listen to me

แต่สุดท้ายก็ต้องมีคนแดดิ้นดับสูญไปไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง


Don't go chasin' waterfalls

อย่าไล่ตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกลายเป็นน้ำตกเลย

Please stick to the rivers and the lakes that you're used to

ขอให้หยุดอยู่กับแม่น้ำหรือทะเลสาบที่คุ้นเคยจะดีกว่า

I know that you're gonna have it your way or nothing at all

ฉันรู้ว่าเธอน่ะ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ไม่ต้องทำมันเสียเลยทั้งหมด

But I think you're moving too fast

แต่ฉันคิดว่าเธอใจเร็วด่วนได้มากไปนะรู้ไหม


Little precious has a natural obsession

ชายหนุ่มวัยกลัดมันมีความลุ่มหลงในสัมผัสแห่งธรรมชาติ

For temptation but he just can't see

ความยั่วยวนที่มองเห็นได้แต่มิอาจปฏิเสธ

She gives him loving that his body can't handle

เลยได้รับความรักแบบนั้นมาแล้วร่างกายก็เริ่มรับไม่ไหว

But all he can say is, "baby, it's good to me"

แต่ก็ยังไม่วายพูดว่า มันเยี่ยมที่สุดเลยแบบนี้


One day he goes and take a glimpse in the mirror

พอมาวันหนึ่งเมื่อส่องกระจกดูเงาของตัวเอง

But he doesn't recognize his own face

แปลกที่คนในนั้นไม่คุ้นหน้าจำไม่ได้เสียเลย

His health is fading and he doesn't know why

สัขภาพถดถอยลงโดยไม่รู้สาเหตุว่าเป็นอะไร

Three letters took him to his final resting place, y'all don't hear me

ตัวอักษรภาษาอังกฤษสามตัว จะพาให้เขาสู่ที่พำนักสุดท้าย ได้ยินกันบ้างมั้ยทุกคน


Don't go chasin' waterfalls

อย่าไล่ตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกลายเป็นน้ำตกเลย

Please stick to the rivers and the lakes that you're used to

ขอให้หยุดอยู่กับแม่น้ำหรือทะเลสาบที่คุ้นเคยจะดีกว่า

I know that you're gonna have it your way or nothing at all

ฉันรู้ว่าเธอน่ะ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ไม่ต้องทำมันเสียเลยทั้งหมด

But I think you're moving too fast

แต่ฉันคิดว่าเธอใจเร็วด่วนได้มากไปนะรู้ไหม


I seen a rainbow yesterday

ฉันได้เห็นรุ้งกินน้ำเมื่อวันก่อน

But too many storms have come and joined

แต่พายุมากมายก็พัดเข้ามาสมทบ

Leavin' a trace of not one God-given ray

ทิ้งร่องรอยบอบช้ำไม่ใช่แสงทองที่พระเจ้าประทานให้

Is it because my life is ten shades of gray

หรือเป็นว่าชีวิตฉันมันหม่นเทาซับซ้อนเกินไป

I pray, all ten fade away, seldom praise Him for the sunny days

ฉันวิงวอนให้ฟ้าหม่นทั้งหมดจางหาย ไม่บ่อยขอให้พระเจ้ามอบวันที่สดใส

And like His promise is true, only my faith can undo

และเมื่อคำสัญญาของพระองค์เป็นจริงเช่นนั้น ศรัทธาของฉันก็ยังคงมั่น

The many chances I blew to bring my life to anew

ต่อให้ฉันทำโอกาสตัวเองเสียไปมากมาย ก็เพื่อรอคอยชีวิตใหม่ที่กำลังจะมาถึง

Clear and blue and unconditional

ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆบังที่ทุกอย่างไร้เงื่อนไข

Skies have dried the tears from my eyes, no more lonely cries

ท้องฟ้าสีครามผืนนี้จะเช็ดน้ำตาฉันเหือดหาย พอแล้วกับน้ำตาแห่งความเดียวดาย

My only bleedin' hope is for the folk who can't cope

ความหวังเดียวของฉันที่หลั่งริน มีให้กับผู้คนที่ยังไม่พบทางของตน

With such an endurin' pain that it keeps them in the pourin' rain

กับการที่ต้องอดทนต่อความปวดร้าว เหมือนต้องยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ

Who's to blame for tootin' 'caine into your own vein

จะโทษใครได้ เมื่อเป็นเราที่กดเข็มฉีดยาใส่แขนตัวเองเพื่อรับยาอะไรพวกนั้น

What a shame, you shoot and aim for someone else's brain

มันน่าเศร้าใจที่เราดันโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นกับการกระทำของตัวเอง

You claim the insane and ain't this day and time for fallin'

แล้วประกาศว่าตัวเองแค่เพี้ยนไป เพื่อว่าวันนี้จะได้ไม่ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองก่อ

Prey to crime I say the system got you victim to your own mind

พูดว่าตัวเองคือเหยื่อของระบบที่มี แต่นั่นเราคือเหยื่อของการตัดสินใจผิดพลาดของเราเอง

Dreams are hopeless aspirations in hopes of coming true

ความฝันมันก็คือการหายใจทิ้งไปวันวัน หากนึกเอาว่ามันจะเป็นจริง

Believe in yourself, the rest is up to me and you

ที่ต้องทำคือเชื่อมั่นในตัวเอง ที่เหลือก็ปล่อยให้ชีวิตของฉันและเธอดำเนินไป


Don't go chasin' waterfalls

อย่าไล่ตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกลายเป็นน้ำตกเลย

Please stick to the rivers and the lakes that you're used to

ขอให้หยุดอยู่กับแม่น้ำหรือทะเลสาบที่คุ้นเคยจะดีกว่า

I know that you're gonna have it your way or nothing at all

ฉันรู้ว่าเธอน่ะ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ไม่ต้องทำมันเสียเลยทั้งหมด

Oh, you're moving too fast

โอว เธอวิ่งเร็วเกินไปแล้ว


Don't go chasin' waterfalls

อย่าไล่ตามความฝันที่เกินจริงเลย

Please stick to the rivers and the lakes that you're used to

รับเอาความจริงว่าความฝันมันตั้งอยู่บนความจริงและความเป็นไปได้ของชีวิต

I know that you're gonna have it your way or nothing at all

รู้หรอกว่าว่าเมื่อฝันให้ไกลก็ต้องไปให้ถึงในชีวิตนี้

But I think you're moving too fast

แต่ฉันคิดว่าเธอกำลังมุ่งไปอย่างเร็วแต่ผิดทางนะ

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๓. GONE _ 8.11.2023
«ตอบ #25 เมื่อ11-08-2023 14:53:51 »

๒๓. GONE


“คุณเลือกได้เลย ร้านนี้อร่อยทุกอย่าง สั่งเต็มที่ เดี๋ยวมื้อนี้ผมจ่ายเอง” สารวัตรรัฐนนท์ยื่นเล่มเมนูอาหารให้กับชนธัญที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ กัน “ยศสารวัตรนี่น่าจะเงินถุงเงินถัง” ชนธัญพูดพลางก้มดูเมนูในมือ สารวัตรรัฐนนท์เผยยิ้มจาง ๆ ที่ริมฝีปาก “ก็ไม่เยอะหรอก แต่ถ้าจะให้เลี้ยงแบบนี้ ก็ได้นะ ได้หลายปีเลยแหละ ผมว่า” สารวัตรหนุ่มรอให้อีกฝ่ายหันขวับมามองเขา

“ใจดีจัง” เป็นไปตามที่สารวัตรหนุ่มหล่อคาดเอาไว้ ชนธัญไม่พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเพียงเท่านั้น แต่ไอ้การที่เจ้าตัวขมวดคิ้วแล้วหรี่ตาลงนิด แบบส่งสายตาคอมเมนต์มาแบบนั้น พอเห็นชนธัญทำใส่บ่อย ๆ เข้า สารวัตรหนุ่มก็ชักจะเสพติด อยากหาเรื่องที่ทำให้ชนธัญเผลอทำแบบนั้นกลับมาบ่อย ๆ

“ผมเลี้ยงคุณไหวแน่นอน” เสียดาย สารวัตรรัฐนนท์พูดกับตัวเองในใจ เสียดายที่ชนธัญพอรู้ตัวว่าเสียท่า เปิดโอกาสให้ถูกสารวัตรหนุ่มหล่อหยอดใส่ ก็จะทำนิ่ง ทำเป็นหูทวนลมขึ้นมาทันที “แต่แค่คุณคนเดียวนะ คนอื่นด้วยผมเลี้ยงไม่ไหวหรอก” ชนธัญเผลอขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมาหรี่ตาใส่สารวัตรรัฐนนท์อย่างลืมตัว อาการที่สารวัตรหนุ่มหล่อคิดว่า มันน่ารักที่สุด

“ครับด็อค” สารวัตรรับสายโทรศัพท์หลังจากฝากให้ชนธัญสั่งอาหารให้กับตัวเขาเองด้วย ก่อนจะกดรับสายโทรเข้าจากแพทย์หญิงดรุณี “หมอสั่งตรวจยืนยันผลเลือดที่กลางบ้านแล้วนะ โชคดีที่ตัวอย่างเลือดจากที่เกิดเหตุ ถึงจะถูกน้ำยาขัดห้องน้ำล้างไป แต่ก็ยังได้ตัวอย่างเลือดมาค่อนข้างสมบูรณ์ หมอยืนยันกรุ๊ปเลือดแล้ว ว่าตรงกับของผู้เสียชีวิต แต่ต้องรอผลยืนยันดีเอ็นเอว่าใช่คนเดียวกันมั้ย”

“อ้อ หมอมีข้อสงสัยนิดหน่อย เลยสั่งตรวจเลือดจากร่างของผู้ตายเพิ่ม แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” สารวัตรรัฐนนท์ฟังด็อคดุพูดยาวจนเพลิน เหมือนกับว่า ด็อคเตอร์สาวอยากจะพูดให้สารวัตรหนุ่มฟังให้ครบถ้วนกระบวนความ “โห หลายเรื่องเลยด็อค ฟังแทบไม่ทัน” สารวัตรรัฐนนท์เอ่ยแซวด็อคเตอร์ดรุณีออกไป

“ก็หมอจะไม่อยู่สองสามวัน เลยอยากแจ้งให้หมวดรู้รายละเอียดพวกนี้ก่อน” ด็อคเตอร์ดรุณีนึกขำตัวเองเหมือนกัน ที่ติดเอานิสัยของอาจารย์หมอมาด้วยอยู่เนือง ๆ “รับทราบครับ” สารวัตรรัฐนนท์ตอบอีกฝ่ายกลับไป และคงจะมีเพียงด็อคดุคนนี้คนเดียวเท่านั้น ที่ยังเรียกสารวัตรรัฐนนท์ว่าหมวด โดยที่สารวัตรหนุ่มเองก็ไม่คิดที่จะแก้ไขอะไร

“ด็อคเห็นข่าวเมื่อตอนเย็นแล้วใช่มั้ยครับ ที่มีคนจมน้ำลอยมาติดท่าเรือ” สารวัตรถามด็อคดุกลับไป “เห็นแล้วค่ะ แต่ทางหน่วยสืบสวนแจ้งให้หมอทราบว่า ตำรวจท้องที่รับคดีไปแล้ว ไม่น่าจะเป็นหน้าที่อะไรของหน่วยสืบลับ ทำไมล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ด็อคเตอร์ดรุณีมักจะเป็นคนที่สารวัตรรัฐนนท์ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ อยู่เสมอ

“หวังว่าจะไม่มีอะไรครับด็อค” สารวัตรหนุ่มมองไปที่ชนธัญที่สบตาเขาเข้าพอดี “กังวลเรื่องที่ยังจับผู้ต้องสงสัยอย่างกร ไม่ได้ใช่มั้ยหมวด” สัญชาตญาณความเป็นตำรวจของรัฐนนท์ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดอะไรให้เยอะขึ้น “อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เพราะที่บ้าน ตอนที่คุณชนธัญเข้าไปในห้องนอนของกร ก็ไม่เจออะไร” ชนธัญก้มลงดูดน้ำเปล่าจากหลอด ตอนที่ได้ยินสารวัตรรัฐนนท์พูดถึงตอนนั้น

“อยู่ด้วยกันหรือ ตอนนี้น่ะ” ด็อคดุถามสารวัตรหนุ่มที่อีกฝั่งโทรศัพท์ เธอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ที่ตั้งแต่สารวัตรรัฐนนท์ได้ชนธัญมาเป็นคู่หู ก็ดูสารวัตรหนุ่มหล่อจะมีชีวิตนอกเหนือจากหน้าที่การงานมากขึ้น “มากินข้าวน่ะ ไม่มีอะไร” ตอบปัดเป็นพัลวันออกไป แต่ก็ไม่อยากจะพูดเสียงดัง กลัวชนธัญจะหาว่าเขาไม่อยากจะมากินข้าวด้วย

“ไม่มีรายละเอียดเรื่องงานแล้ว เปิดสปีกเกอร์โฟนหน่อย หมออยากคุยกับคุณชนธัญ เร็วหมวด” สารวัตรรัฐนนท์บางทีก็นึกว่าเวลาคุยอะไรกับด็อคดุ ก็ต้องรีบคุยรีบจบวางสายไป อย่าเปิดช่องเปิดโอกาสเชียว “มาดินเนอร์กันหรือคะ” ทันทีที่สารวัตรหนุ่มกดลงบนหน้าจอ แล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เสียงของด็อคเตอร์ดรุณีก็ดังทักทายออกมา

“เอ่อ ครับ มาทานข้าว” ชนธัญรับคำหมอดรุณีออกไป “เสียดาย หมอไม่ได้ร่วมวงทานด้วย ไว้คราวหน้านะคะ อย่าลืมนะหมวด คราวหน้าชวนด้วย” แล้วจะให้สารวัตรหนุ่มตอบปฏิเสธ บอกปัดด็อคดุออกไปยังไง “ไว้ว่ากัน” ด็อคเตอร์ดรุณีรู้ดีว่า บางทีสารวัตรรัฐนนท์ก็อยากจะบีบคอเธออยู่เหมือนกัน

“หมอจะไม่อยู่สองสามวัน ดูแลกันดี ๆ นะคะ ทั้งสองคน ปลอดภัยนะ” เสียงแสดงความห่วงใยหนุ่ม ๆ ทั้งสองคน ดังออกมาจากอีกฝั่งสายโทรศัพท์ ก่อนที่ด็อคเตอร์ดรุณีจะขอตัววางสายไป ก็พอดีกับอาหารของทั้งคู่มาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี ก่อนที่ทั้งคู่จะก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า มันเป็นหนึ่งในมื้อที่อร่อยมากที่สุดมื้อหนึ่ง เนื่องจากวันนี้ทั้งวัน ทั้งสองคนยุ่งมาก ๆ ไอ้ขนมปังจากร้านสะดวกซื้อที่ใช้รองท้อง แก้หิวให้พวกเขาแทบจะไม่ได้เลย

“ขอบคุณนะครับ” ชนธัญเอ่ยขอบคุณสารวัตรรัฐนนท์ เมื่อเข้ามานั่งในตัวรถของสารวัตรแล้ว “ยินดีครับ” เสียงตอบกลับไปของสารวัตรรัฐนนท์นั้น “ขอบคุณคุณด้วย ชนธัญ ที่ยังอยู่ทำสืบกับผม” อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใย มันทำให้ชนธัญถึงกับต้องตำหนิตัวเองในใจว่า จะมาใจเต้นแรงอะไรกับคำพูดอะไรแบบนี้ ได้ยังไงกัน แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะพูดอะไรกันต่อ สารวัตรรัฐนนท์กำลังจะติดเครื่องยนต์

“ทุกหน่วยที่อยู่ใกล้ เร่งตรวจสอบรถยนต์เก๋งสีเทาดำ จอดขวางอยู่บนเกาะกลางถนน” เสียงจากวิทยุสื่อสารหน่วยสืบลับดังขึ้น แจ้งเหตุ “ทุกหน่วยที่อยู่ใกล้ ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ” เสียงจากวิทยุสื่อสารย้ำมา “รับทราบ 009RC ยืนยันตรวจสอบ พร้อมแจ้งกลับรายละเอียดภายในสิบนาที” สารวัตรรัฐนนท์คิดว่าตอนรถไม่ติดแบบนี้ จากตรงที่เขากับชนธัญอยู่ ขับรถบึ่งไปไม่เกินสิบนาทีก็ถึง

สารวัตรรัฐนนท์ขับรถมาไม่นาน สายตาก็มองเห็นรถยนต์สีเทาดำคันเป้าหมาย จอดนิ่งล้อเกยขึ้นไปบนเกาะกลาง ของถนนออกนอกเมือง ที่ไม่มีรถราผ่านไปผ่านมาเลย ชนธัญค่อย ๆ เปิดประตูลงจากรถช้า ๆ ตามคำแนะนำของสารวัตรหนุ่ม ที่เตือนให้หนุ่มหน้าใสกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าใกล้ตัวรถคันดังกล่าว

“อยู่ข้างหลังผมเอาไว้” ไม่สั่งเปล่า สารวัตรรัฐนนท์ที่ชักปืนสั้นขึ้นประทับเตรียมในท่าพร้อมยิง สาวเท้าเดินขึ้นนำหน้าชนธัญไป คนหน้าใสที่เดินอยู่เยื้องมาด้านหลัง “ผมคิดว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้” เขาบอกสารวัตรหนุ่มไป เมื่อสำรวจแล้วว่า ไม่มีใครหรืออะไรหลบหรือแอบดูอยู่แถวนั้น

“นี่ตำรวจสืบสวน มีใครอยู่ในรถนั่นมั้ย แสดงตัวให้เห็นด้วย ชูมือขึ้นมาถ้าได้ยินเสียงของผมแล้ว” สารวัตรรัฐนนท์ตะโกนไปที่รถคันนั้น แสงไฟจากเสาไฟข้างทางส่องสว่างเหนือขึ้นไป แต่ไม่เห็นว่าจะมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่ในตัวรถ “ผมเตือนอีกครั้ง ถ้ามีใครซ่อนตัวอยู่ในรถ ให้แสดงตัวเดี๋ยวนี้ เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริง ขอเตือน เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริง” ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง คือส่วนหนึ่งของภารกิจประจำวันของทุกคนในหน่วยสืบ

สารวัตรรัฐนนท์ส่องปลายกระบอกปืนไปด้านหน้า ขณะสืบเท้าเดินเข้าใกล้ตัวรถ ประตูด้านคนขับเปิดทิ้งเอาไว้ แต่มองไม่เห็นใครที่ด้านหลังพวงมาลัยรถ สายตาของสารวัตรรัฐนนท์มองไปที่กระจกหน้ารถ มีรอยรูขนาดใหญ่ ที่นายตำรวจหนุ่มรู้ได้ทันที วามันเป็นรอยอะไร จึงส่งสัญญาณให้ชนธัญหยุดรอเขาอยู่แค่ตรงนี้ ส่วนเขาจะเดินเข้าไปดูที่รถเพียงคนเดียวเท่านั้น

ชนธัญใจจริงอยากจะเดินเข้าไปด้วย แต่จากที่ได้รับการอบรมมา ก่อนจะมาช่วยงานที่หน่วยสืบลับนี้ การเชื่อฟังคำสั่งหัวหน้าทีม สำคัญมากในทุก ๆ การปฏิบัติการ สารวัตรรัฐนนท์ค่อย ๆ ชะโงกหน้าดูที่เบาะด้านหลังรถ แสงไฟจากด้านนอกช่วยให้สารวัตรหนุ่มแน่ใจว่า ไม่มีใครซุกตัวแอบอยู่ที่เบาะด้านหลัง

“เคลียร์” สารวัตรรัฐนนท์ประกาศพื้นที่ปลอดภัย ชนธัญเดินเข้าไปหาสารวัตรหนุ่ม “รอยที่หน้ารถนั่น” สารวัตรพยักหน้าตอบกลับหนุ่มหน้าใส ก่อนจะแจ้งกลับหน่วยบัญชาการ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น “มีรอยกระสุนตรงประตูรถข้างคนขับ” ชนธัญชี้ให้สารวัตรรัฐนนท์ดุ นายตำรวจมองตามก่อนจะเลยสายตาเข้าไปในตัวรถ

“ชนธัญ” สารวัตรรัฐนนท์เรียก เจ้าของชื่อมองตามเข้าไปที่เบาะนั่งด้านคนขับ “รอยเลือดนี่” ชนธัญเห็นรอยเปื้อนเป็นทางยาวที่ข้างเบาะ “เรารอหน่วยเก็บและพิสูจน์หลักฐานก่อน” สารวัตรรัฐนนท์ไม่อยากให้ไครม์ซีนถูกปนเปื้อน แม้ว่าเขาอยากจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างก็ตาม ใช้เวลาพอสมควรจนหัวหน้าทีมพิสูจน์ เก็บรายละเอียดหลักฐาน ที่ต้องการจนเสร็จ ก่อนจะส่งคืนรถยนต์ต้องสงสัยคืนให้กับสารวัตรรัฐนนท์

“ยังบอกอะไรมากไม่ได้” หัวหน้าทีมพิสูจน์พูดขึ้น ทำท่ากำลังจะกลับไปที่หน่วยกับลูกทีม “คุณอยากลองมั้ยชนธัญ” เจ้าของชื่อพยักหน้า “ผมจะลองนั่งบนเบาะคนขับดู” ชนธัญพูดเป็นเชิงถามหัวหน้าทีมพิสูจน์ ที่พยักหน้าอนุญาตเช่นกัน ชนธัญเดินไปยืนที่ด้านข้างรถ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งลงบนเบาะ แล้วใช้มือจับที่เบาะ ข้าง ๆ รอยเปื้อนเลือดนั้น

ชนธัญตกใจกับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า หญิงสาวที่กำลังขับรถด้วยความหวาดกลัว กรีดร้องไล่ให้รถยนต์อีกคัน ที่จับจี้ตามติดเธอมา ไปให้พ้น ชนธัญพยายามหายใจเข้าจนลึก แต่ก็ทำได้ไม่เต็มท้อง เมื่อมองเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นเต็ม ๆ ตา ทั้งเสียงพูด เสียงกรีดร้อง และน้ำตาที่นองอยู่บนใบหน้า

“ชนธัญ” สารวัตรรัฐนนท์เรียกชื่ออีกฝ่าย ที่พุ่งตัวออกมาจากรถด้านคนขับ “มีคนขับรถตามเธอ” ชนธัญพูดพยายามสูดลมหายใจเข้า “คนขับเป็นผู้หญิงหรือครับ” หัวหน้าทีมพิสูจน์แม้จะได้ยินถึงความสามารถของชนธัญที่คนในหน่วยพูดถึงกัน แต่ก็เพิ่งจะได้เห็นมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาครั้งแรก

“รถสองคนขับไล่จี้ตามกันมา” เสียงของชนธัญสั่นเครือ “คนขับรถคันด้านหลัง พยายามเบียดรถคันนี้” หัวหน้าทีมมองไปที่ข้างรถ มันมีรอยขูดข้างตัวรถเป็นทางยาว ซึ่งเป็นไปอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้เช่นกัน และให้ลูกทีมเก็บเศษสีแผ่นเล็ก ๆ ที่ติดอยู่นั้นไปด้วยแล้ว “ก่อนจะขับรถเลยไป แซงขึ้นไป” พูดจบชนธัญก็หลับตาลง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นในความทรงจำ

“เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด” ชนธัญพูดถึงตรงนี้ น้ำตาเขาก็ไหลลงมา “คุณโอเคมั้ย” สารวัตรรัฐนนท์รีบถามด้วยความเป็นห่วง “คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้หรือครับ” หัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐานถามขึ้น สารวัตรรัฐนนท์สบตากับเจ้าตัว ชนธัญพยักหน้าเร็ว ๆ “เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน เราเพิ่งคุยกันเมื่อวันก่อน ว่าเธอจะขอเข้ามาคุยกับทางทีมสืบ” ชนธัญเหมือนจะกลั้นอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่

“เธออาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้ อาจจะหลบอยู่แถวนี้” ชนธัญรู้สึกเจ็บใจ ที่ว่า เขาเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น “ผมควรจะเห็นมากกว่านี้ ผมควรจะช่วยได้มากกว่านี้ เพื่อนผมทั้งคน หนิงแกอยู่แถวนี้มั้ย ออกมาได้แล้ว แกปลอดภัยแล้ว หนิง” ชนธัญตะโกนเรียกเพื่อนออกไปจนสุดเสียง จนหัวหน้าทีมพิสูจน์หลักฐานต้องปลอบให้เขาใจเย็น ๆ

“คุณจะให้ผมใจเย็นได้ยังไง เพื่อนผมโดนยิงอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างนอกนั่น” ชนธัญพูดออกไปด้วยน้ำตานองหน้า “ผมต้องช่วยเพื่อนผม” ชนธัญพูด สบตากับสารวัตรรัฐนนท์ “ผมรู้ ชนธัญ ผมรู้” สารวัตรรัฐนนท์อยากจะดึงตัวขอชนธัญเข้ามากอดเอาไว้แน่น ๆ ใจจะขาด “ผมจะไม่หยุด จนกว่าจะหาเพื่อนของผมจนเจอ” เมื่อเห็นหนุ่มหน้าใสมีน้ำตาไหลนองใบหน้าไม่ขาดสายแบบนั้น

********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

Rachel Platten - Fight Song

https://www.youtube.com/watch?v=xo1VInw-SKc


Like a small boat

คือเรือเล็กเพิ่งออกจากฝั่ง

On the ocean

กลางมหาสมุทรกว้างใหญ่นั่น

Sending big waves

พลันก่อเกิดกำเนิดคลื่น

Into motion

ให้ซัดออกจากหัวเรือกระจายไป


Like how a single word

เช่นคำคำเดียวแค่คำนั้น

Can make a heart open

เปิดใจดวงเดิมขึ้นได้

I might only have one match

ฉันอาจจะมีไม้ขีดเพียงก้านเดียว

But I can make an explosion

แต่ฉันจะทำให้มันเป็นแรงระเบิดสะท้านปฏพี


And all those things I didn't say

ไม่ว่าคำพูดนานาที่ฉันไม่เคยเอ่ยออกไป

Wrecking balls inside my brain

เป็นลูกเหล็กล้มล้างความมุ่งมั่นในหัวของฉัน

I will scream them loud tonight

แต่ฉันจะตะโกนก้องร้องดังดังในคืนนี้

Can you hear my voice this time?

ได้ยินเสียงของฉันแล้วใช่มั้ยทุกคน


This is my fight song

นี่คือเพลงการต่อสู้ของฉัน

Take back my life song

ฉันขอเพลงแห่งชีวิตของฉันคืนมา

Prove I'm alright song

พิสูจน์ว่ามันเป็นเพลงร้องว่าฉันไม่เป็นไร


My power's turned on

พลังของฉันนั้นถูกจุดขึ้น

Starting right now I'll be strong

เริ่มจากวันนี้ฉันจะแข็งแกร่งเสมอ

I'll play my fight song

เพลงการต่อสู้ของฉันถูกบรรเลง

And I don't really care if nobody else believes

และฉันไม่สนใจหากไม่มีใครเลยที่เชื่อฉัน

'Cause I've still got a lot of fight left in me

เพราะฉันยังคงเหลือแรงสู้อยู่ข้างในตัว


Losing friends and I'm chasing sleep

สูญเสียเพื่อนไป พร้อมอดตาหลับขับตานอน

Everybody's worried about me

ใครใครก็พากันเป็นห่วงฉัน

In too deep

มันมาไกลเกินจะกลับแล้ว

Say I'm in too deep

บอกเลยฉันหันหลังกับไม่ได้อีกแล้ว


And it's been two years I miss my home

ผ่านมาหลายปีนี้ ฉันเองก็คิดถึงบ้านอบอุ่น

But there's a fire burning in my bones

แต่ทำไมได้เมื่อร่างฉันจุดติดไฟไปทุกส่วน

Still believe

ยังคงเชื่อมั่น

Yeah, I still believe

ใช่ ฉันยังคงเชื่อมั่นอย่างนั้น


And all those things I didn't say

ไม่ว่าคำพูดนานาที่ฉันไม่เคยเอ่ยออกไป

Wrecking balls inside my brain

เป็นลูกเหล็กล้มล้างความมุ่งมั่นในหัวของฉัน

I will scream them loud tonight

แต่ฉันจะตะโกนก้องร้องดังดังในคืนนี้

Can you hear my voice this time?

ได้ยินเสียงของฉันแล้วใช่มั้ยทุกคน


This is my fight song

นี่คือเพลงการต่อสู้ของฉัน

Take back my life song

ฉันขอเพลงแห่งชีวิตของฉันคืนมา

Prove I'm alright song

พิสูจน์ว่ามันเป็นเพลงร้องว่าฉันไม่เป็นไร


My power's turned on

พลังของฉันนั้นถูกจุดขึ้น

Starting right now I'll be strong

เริ่มจากวันนี้ฉันจะแข็งแกร่งเสมอ

I'll play my fight song

เพลงการต่อสู้ของฉันถูกบรรเลง

And I don't really care if nobody else believes

และฉันไม่สนใจหากไม่มีใครเลยที่เชื่อฉัน

'Cause I've still got a lot of fight left in me

เพราะฉันยังคงเหลือแรงสู้อยู่ข้างในตัว

A lot of fight left in me

พละกำลังเอาไว้ต่อสู้ยังคงเต็มเปี่ยมในกายฉัน


Like a small boat

ดุจดั่งนาวาลำน้อย

On the ocean

ออกทะเลอันไพศาล

Sending big waves

แหวกคลื่นทะเลใต้ท้องเรือ

Into motion

ส่งแรงไปทั่วมหรรณพ


Like how a single word

ดุจคำน้อยเอ่ยวาจา

Can make a heart open

นำพามาด้วยหทัยหมาย

I might only have one match

ขีดจุดไฟเพียงก้านเดียวนี้

But I can make an explosion

แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวธรณี


This is my fight song

นี่คือเพลงการต่อสู้ของฉัน

Take back my life song

ฉันขอเพลงแห่งชีวิตของฉันคืนมา

Prove I'm alright song

พิสูจน์ว่ามันเป็นเพลงร้องว่าฉันไม่เป็นไร


My power's turned on

พลังของฉันนั้นถูกจุดขึ้น

Starting right now I'll be strong

เริ่มจากวันนี้ฉันจะแข็งแกร่งเสมอ

I'll play my fight song

เพลงการต่อสู้ของฉันถูกบรรเลง

And I don't really care if nobody else believes

และฉันไม่สนใจหากไม่มีใครเลยที่เชื่อฉัน

'Cause I've still got a lot of fight left in me

เพราะฉันยังคงเหลือแรงสู้อยู่ข้างในตัว


Know I've still got a lot of fight left in me

รู้ดีว่าฉันยังคงมีแรงงผลักดันให้สู้ต่อข้างในตัวฉัน

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๔. RUSH _ 8.15.2023
«ตอบ #26 เมื่อ15-08-2023 13:13:18 »

๒๔. RUSH


ป้ายหน่วย Ballistic งานเชี่ยวชาญทางด้านตรวจระบุวิถีกระสุน เด่นชัดเมื่อสารวัตรรัฐนนท์สาวเท้าอย่างเร็ว ๆ เข้าใกล้ห้องทดสอบวิถีกระสุนปืนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้านในห้องที่สารวัตรหนุ่มมองเห็น รถยนต์เช่าคันนั้นจากที่เกิดเหตุ คันที่เพื่อนของชนธัญขับ ก่อนจะหายตัวไปและยังหาไม่เจอตัว ซึ่งคาดว่าจะถูกยิงบาดเจ็บด้วย รถถูกจอดอยู่ตรงกลางของห้องที่เป็นลักษณะโถงใหญ่

“สวัสดีครับสารวัตร” เสียงหนึ่งเอ่ยทักทายนายตำรวจหนุ่มขึ้นมาในทันที “ยังหล่อเหมือนเดิมนะครับ” สารวัตรรัฐนนท์มองเห็นเจ้าของสถานที่ 'พวกเด็กเนิร์ด' ที่หน่วยอื่น ๆ ตั้งฉายาให้กับหน่วยอาวุธปืนหน่วยนี้ “เขายังให้เด็กน้อยคุมหน่วยนี้เหมือนเดิมนะครับ” อดไม่ได้จริง ๆ ที่สารวัตรหนุ่มจะเอ่ยปากแซวออกไป เพราะราวกับว่าทางหน่วยนี้นั้น คัดทั้งหน้าตาของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ที่ดูเด็กกว่าอายุจริง และดูคงแก่เรียนอย่างที่สุด

“ตามนโยบายของท่านผู้บัญชาการครับ หน่วยพวกผมนั้นต้อง ฮิป ยังแอนด์คูล” เสียงตอบจากหนุ่มเนิร์ดใส่แว่นตากรอบบาง หน้าตาดูน่าไว้ใจ สะอาดสะอ้าน ดังตอบกลับสารวัตรหนุ่มหล่อกลับไป “ไม่ดูแก่ไป อย่าง” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดทำหน้าตาเหยเกมองไปที่สารวัตรหนุ่ม

“เคสนี้ ว่าไง” รู้สึกเหมือนเหมือนตัวเองกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ สารวัตรรัฐนนท์ก็ชี้นิ้วไปที่รถยนต์คันที่จอดอยู่ เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดนั้น ยิ้มที่มุมปากอย่างกวน ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถามคำถามขึ้นว่า “ทำไมสารวัตรมาคนเดียวล่ะครับ แล้ว” เจ้าหน้าที่หนุ่มชะเง้อมองหาใครอีกคน ที่เขานึกว่าจะได้เจอในวันนี้ “ได้ข่าวว่าน่ารักมากด้วย หน้างี้ใสเชียว” ทำหน้าผิดหวัง ก่อนจะเดินไปที่ผนังด้านในของห้องโถง สารวัตรรัฐนนท์ต้องข่มใจอดกลั้นความขุ่น ๆ ของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะต้องพูดขึ้นมาอย่างประหลาดใจว่า “เอเคแปดสิบเอ็ด” เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดหยิบชนิดของอาวุธปืนมาถือไว้มือ

“ตามหลักฐานจากหน่วยเก็บพิสูจน์ ทั้งจากปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งขนาดของรอยกระสุนบนกระจกหน้ารถนั่น” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดกระชับอาวุธปืนแบบ Assault Rifle เอาไว้ในมือ “สารวัตรพร้อมที่จะตามผมมาหรือยังครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดถามขึ้น สารวัตรรัฐนนท์พยักหน้า

“ว่าแต่ พอจะมีหลักฐานอะไรบ้างมั้ยครับสารวัตร ว่าคุณชนธัญเขาบังเอิญชอบคนที่อายุน้อยกว่า หรือว่าดูเด็กกว่าอายุจริงบ้างมั้ยครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดก็ว่ากันไปตามหลักฐานด้วยความเคยชิน “เรื่องนี้คุณคงจะต้องไปถามเจ้าตัวเขาเองนะครับ” ปลายหางเสียงของสารวัตรรัฐนนท์ซ่อนความเคืองเอาไว้ไม่มิด เมื่อถูกถามคำถามแบบนั้น

“ผมถามแน่ครับ ถ้าผมได้เบอร์โทรศัพท์ของคุณชนธัญมา” สารวัตรหนุ่มหล่อเสทำเป็นไม่พูดอะไรต่อ มองไปที่รถยนต์เช่าคันนั้นแทน เมื่อทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้ารถยนต์คันดังกล่าว ห่างออกมาพอประมาณ “จากสิ่งที่คุณชนธัญเห็น ประกอบกับความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎี” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดเริ่มให้ข้อมูลแก่สารวัตรรัฐนนท์

“รถคันนี้น่าจะขับหนีรถอีกคันอยู่ โดยรถที่ขับตามมาน่าจะพยายามเบียดรถคนนี้ เพื่อให้ตกไหล่ทาง หรือเพื่อให้คนขับเกิดความกลัวแล้วจอดรถ สังเกตได้จากรอยขูดที่ข้างตัวรถ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดพูด พลางยกปืนขึ้นประทับในท่าพร้อมยิง “ก่อนที่รถคันที่ขับตาม จะเร่งเครื่องขึ้นแซงไปจอดอยู่ด้านหน้า ตรงที่ผมยืนอยู่นี้” อยู่ ๆ ลักษณะของหนุ่มเนิร์ดที่ดูเจี๋ยมเจี้ยม ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูแข็งกร้าวและดุดัน ทะมัดทะแมงพร้อมออกสนามขึ้นมาในทันที

“คนร้ายลงจากรถ เดินตรงเข้าหารถคันนี้ที่กำลังจอดอยู่” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดพูด “นัดแรกถูกยิงเข้าที่ด้านซ้ายสุด” สารวัตรรัฐนนท์มองตามไปที่รูกระสุนนั้นบนหน้าต่างหน้ารถ “ก่อนที่คนร้ายจะยิงต่ออีกสามนัด ระยะ Penetration ของรอยกระสุนขยับเข้าใกล้ตัวรถคันนี้เพิ่มขึ้นทุกนัด นั่นหมายความว่า คนร้ายเดินตรงเข้าหารถคันนี้ขณะที่ยิง” สารวัตรรัฐนนท์นึกเห็นใจหญิงสาว คุณหนิงกับเหตุการณ์ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นกับเธอ

“ผมรู้ว่าสารวัตรอยากจะอะไรต่อ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดจากหน่วย Ballistic พูดขึ้นทันทีที่สบตากับสารวัตรรัฐนนท์ ที่กำลังจะขยับถามขึ้น “เป็นไปได้ว่า คนขับรถคันนี้ พยายามจะเร่งเครื่องหนี เมื่อรอยกระสุนทั้งสี่พวกนี้ ที่เจาะเข้าที่หน้าต่างหน้ารถ ไม่ถูกตัวของคนขับเลย แต่เสียดายที่ว่า” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะส่งสัญญาณให้สารวัตรหนุ่มทราบว่ารถเช่าคันนี้พยายามจะขับหนีโดยเบี่ยงรถออกไปทางขวามือ

“คนร้ายยิงเข้าที่ด้านข้างคนขับหนึ่งนัด และกระสุนนัดนี้” สารวัตรรัฐนนท์จำรอบกระสุนที่ด้านข้างประตูด้านคนขับนี้ได้ดี รอยเลือดที่เปื้อนเบาะคนขับ “รถแล่นต่อไปข้างหน้าได้ไม่ไกล จากรอยล้อรถในที่เกิดเหตุ ก่อนจะไปหยุดอยู่บนเกาะกลางถนน ตอนมีพลเมืองดีโทรแจ้งเข้ามา” สารวัตรรัฐนนท์คิดภาพเหตุการณ์ตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดเล่า

“คนร้ายเดินตามไปที่รถ ก่อนจะบังคับให้คนขับรถลงมา เพื่อไปขึ้นรถของตัวเอง” เจ้าหน้าที่เก็บและพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันว่าพบรอยล้อรถยนต์ใหม่ ๆ สองคัน ณ จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดพยักหน้าเห็นด้วยกับที่สารวัตรรัฐนนท์พูด “การใช้อาวุธประเภทนี้เพื่อหมายเอาชีวิตคนคนเดียว” สารวัตรรัฐนนท์ที่พยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์เข้าเป็นเคสเดียวเข้าด้วยกัน

“หรืออาจจะมีคนอื่นอีก ที่เป็นเหยื่อและเป้าหมาย” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดพูดพลางพยักหน้า ก่อนจะเดินถืออาวุธกลับไปที่แผงเก็บอาวุธที่ผนังห้องโถง “ผมจะตรวจเพิ่มเติมให้ ทันทีที่สารวัตรหาอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ว่ากระสุนถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดหันมาพูดกับสารวัตรรัฐนนท์ หลังจากที่เก็บอาวุธปืนคืนเข้าที่เรียบร้อยแล้ว

“ทีนี้สารวัตรให้เบอร์โทรศัพท์ของคุณชนธัญกับผมได้หรือยังครับ” สารวัตรรัฐนนท์ขุ่นเคืองใจเจ้าหนุ่มจำไมช่างถามในเรื่องต้องห้าม “ใช่ครับ ผมทวง” และท่าทางของหนุ่มเนิร์ดนั้นเอาจริง ไม่ได้พูดเล่น ๆ แม้ว่า พอหลังจากเก็บอาวุธปืนไรเฟิลไปแล้ว เจ้าหน้าที่หนุ่มจะกลับมาดูเนิร์ด ไม่มีพิษมีภัย ไม่เหมือนตอนประทับปืนขึ้นบ่าท่าเตรียมพร้อมยิงแบบนั้น แต่สำหรับสารวัตรรัฐนนท์ ไอ้การจะปล่อยให้หนุ่มหน้าตาไม่ได้แย่ แถมท่าทางเท่มากกับงานที่ทำ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชนธัญ

“คงจะไม่ได้นะครับ คุณชนธัญถือเป็น Asset ของหน่วยสืบลับ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวแบบนั้น มันคือการรุกล้ำ Confidentiality ที่ถือเป็น First Protocol” สารวัตรรัฐนนท์อัดคำภาษาอังกฤษไปเยอะ ๆ เพื่อเลี่ยงการให้เบอร์โทรศัพท์ของชนธัญกับเจ้าเด็กหนุ่มนี่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาก็มี แม้แต่ด็อคดุเอง ชนธัญก็ให้เบอร์เอาไว้ เผื่อว่ามีอะไรเร่งด่วน

“หวังว่าที่ผมกำลังมองอยู่นี่ มีตำแหน่งเป็นสารวัตรนะครับ” เจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ดแห่งหน่วย Ballistic พูดขึ้น ขณะที่สารวัตรรัฐนนท์กำลังเปิดประตูออกจากห้องโถงนั้นไป “ไม่ใช่สมภาร” ไอ้รอยยิ้มแบบรู้ทันกัน รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ และคิดอะไรเหมือน ๆ กัน ของเจ้าหน้าที่หนุ่มเนิร์ด ทำเอาสารวัตรหนุ่มหล่อถึงกับต้องฝืนยิ้มกลับไป ทั้ง ๆ ที่อยากจะยกนิ้วมือสัญลักษณ์ให้ทั้งสองข้าง

“ไม่ว่าเราใช่มั้ย ที่อยู่ ๆ ก็โทรมาขารบกวน ทั้ง ๆ ที่ห่างกันไป จนขาดการติดต่อไปเลย” ชนธัญยังคงจำวันที่ได้รับสายจากเพื่อนเก่าได้ดี “เฮ้ย อย่าคิดมาก มีอะไรที่เราทำได้ เรายินดี” ชนธัญตอบกลับเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน จากโรงเรียนมัธยมจนกระทั่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย อ่างน้อยการได้ยินเสียงเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังทำให้เขารู้สึกดีใจ

ติดตรงที่ปลายสายจากเพื่อนนั้น เหมือนพยายามจะพูดให้เบาที่สุด คล้ายกับกลัวว่า จะมีใครเดินมาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ชนธัญไม่ได้ทักเรื่องที่ตัวเองรู้สึกแปลก ๆ นี้ออกไป แต่เสนอว่า ถ้าเพื่อนสะดวกก็ให้ออกมาเจอกัน นั่งคุยกันที่ร้านกาแฟก็ได้ แต่หนิงเพื่อนสนิทของชนธัญบอกว่า อยากจะไปเจอเขาที่สำนักงานสืบลับมากกว่า ด้วยคำพูดว่า 'เรามีอะไรจะให้ดู'

“นอกจากจะน่ารักจนเกินไปแล้ว ยังเที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วอีกนะ มันน่าโมโหจริง” สารวัตรรัฐนนท์บ่นอุบ กับการที่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่จากต่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสืบ แสดงออกอย่างเปิดเผยว่า สนใจในตัวของชนธัญ แถมยังจะมีไอ้เจ้าเด็กหนุ่มเนิร์ดบ้านี่อีก ที่พูดเหมือนกับมองออก ให้สารวัตรหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกจับได้ ว่าคิดยังไงกับหนุ่มหน้าใสของหน่วยสืบลับ

“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมไปรับ” ทันทีที่ชนธัญรับสายโทรศัพท์ สารวัตรรัฐนนท์ก็กรอกเสียงถามไปตามสายทันที “เอ่อ คือ ผม” ไอ้อาการอึกอักแบบนี้ ไม่ยอมตอบคำถามทันที สำหรับตำรวจอย่างเขาแล้ว มันมีอยู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น “คุณอยู่ที่ไหน” อดไม่ได้จริง ๆ ที่สารวัตรจะทำเสียงเข้มใส่อีกฝ่ายกลับไป

“ผมมาที่บ้านหนิง” ชนธัญบอกสารวัตรรัฐนนท์ออกไปตามตรง เพราะโดยหน้าที่แล้ว ชนธัญรายงานตัวโดยตรงกับสารวัตรรัฐนนท์ ผู้ถือว่าเป็นทั้งคู่หูและหัวหน้าผู้ดูแลไปพร้อม ๆ กัน “ผมอยากจะสืบเรื่องให้ได้ข้อมูลมากกว่านี้เร็ว” โดยที่ชนธัญรู้ตัวแน่นอน ว่าจะต้องโดนสารวัตรรัฐนนท์ตำหนิเอา

“คุณนี่นะ” สารวัตรหนุ่มหล่อไม่รู้ว่าจะอยากปกป้องอีกฝ่าย หรือว่าพอเจอหน้ากัน เขาอยากจะจับตัวอีกฝ่ายเขย่าแรง ๆ ดี “รออยู่ตรงนั้นก่อน ผมกำลังส่งทีมสืบไป อย่าเพิ่งทำอะไร รอผมไปถึงก่อนนะชนธัญ” สารวัตรรัฐนนท์วางสายจากชนธัญทันที ก่อนจะรีบแจ้งหน่วยสืบสวนให้รุดหน้าไปที่บ้านของหนิงในทันที ส่วนตัวสารวัตรนั้น ก็เร่งรีบขับรถตามชนธัญไปเช่นกัน

บ้านของหนิงเงียบเชียบ ไร้วี่แววใด ๆ อีกทั้งไม่มีรายงานว่าหนิงนั้น เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใด หรือมีใครได้ให้การช่วยเหลือแล้ว ชนธัญรีรออยู่ที่ด้านหน้าประตูบ้าน เขามองไปที่ลูกบิดประตู ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปหมุนลูกบิดนั้น จนประตูถูกเปิดออก ชนธัญร้องเรียกชื่อของหนิงออกไป แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

ชนธัญสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก กลืนน้ำลายลงคอ ตอนที่ปลายนิ้วแตะลงที่ปืนกระบอกที่เหน็บอยู่ที่เอว ตามที่เคยได้เข้ารับการฝึกมา ที่เขานั้นเพิ่งได้รับการอนุญาตให้พกอาวุธได้ ชนธัญค่อย ๆ ผลักให้ประตูบ้านเปิดกว้างออก มองเข้าไปภายในบ้านที่ปิดม่านจบทึบ ไม่พบการเคลื่อนไหว จึงได้ก้าวเท้าเข้าไปในบ้านของหนิงเพียงลำพัง

**************************************************

คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

4 Minutes - Madonne feat. Justin Timberlake and Timbaland

https://www.youtube.com/watch?v=3cZP3k9rAnA


C'mon, boy

มาเถอะคุณ

I've been waiting for somebody to pick up my stroll

ฉันคอยใครสักคนมามาช่วยทำให้มันสนุกขึ้น

Well, don't waste time

ถ้างั้นอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่

Give me a sign, tell me how you wanna roll

บอกกันมาได้เลยว่าอยากให้ฉันต้องทำอย่างไร

I want somebody to speed it up for me

ฉันอยากให้ใครสักคนมาช่วยเร่งให้มันเร็วขึ้น

Then take it down slow

แล้วก็ผ่อนแรงให้มันเบาลงสักหน่อย

There's enough room for both

เพื่อให้ทั้งสองคนไปพร้อมพร้อมกันได้ด้วย

Well, I can handle that

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ยากเกินไป

You just gotta show me where it's at

แค่บอกมาว่าจะให้เริ่มที่ตรงไหน

Are you ready to go?

พร้อมจะไปกันหรือยัง

Are you ready to go?

พร้อมกันแล้วมั้ย


If you want it, you already got it

หากคุณต้องการอย่างนั้น คุณได้มันไปอยู่แล้ว

If you thought it, it better be what you want

ถ้าคุณคิดเช่นนั้น หวังว่ามันคือสิ่งที่คุณอยากได้นะ

If you feel it, it must be real just

หากคุณรู้สึกถึงมัน นั่นก็คือของจริง เพียงแค่คุณ

Say the word, and I'mma give you what you want

พูดมันออกมา แล้วฉันจะสนองตอบให้คุณเอง


The time is waiting

เวลาที่มีมันดำเนินไปอยู่

(We only got four minutes to save the world)

มันมีเพียงแค่ชั่วขณะที่เราจะกอบกูโลกนี้ไว้ได้

No hesitating

อย่าได้ลังเลใจใดใด

Grab a boy (Then grab a girl)

มาถึงหนุ่มมาเถอะสาว

Time is waiting

เวลามันเดินไปต่อตลอด

(We only got four minutes to save the world)

มันแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่เราจะช่วยเหลือโลนี้เอาไว้

No hesitating

อย่าใดคิดแล้วคิดอีกแต่อย่างใด

(We only got four minutes, heh, a-four minutes)

เหมือนเพลงในอุดมคติที่ยาวแค่เพียงสี่นาทีก็จบเพลง


So keep it up, keep it up

ดังนั้นสู้กันต่อ ต้องไปกันต่อ

Don't be a pri (Hey) ma donna, uh

อย่าทำตัวเหียก เข้าใจแล้วนะ

You gotta get 'em on, hop

คุณต้องทำให้มันพุ่งทะยาน

(Tick tock, tick tock, tick tock, tick tock)

เสียงเข็มนาฬิกาเดินต่อเร่งเร้า

That's right, keep it up, keep it up

ถูกแล้ว ไปต่อ ต้องไปกันต่อ

Don't be a pri (Hey) ma donna, uh

อย่าทำตัวเห่ย เข้าใจใช่มั้ย

You gotta get 'em on, hop

คุณต้องทำให้มันดูสดใส

(Tick tock, tick tock, tick tock, tick tock)

เสียงเข็มนาฬิกาเดินไปไม่หยุดพัก


Sometimes I think what I need is a "you" intervention, yeah

บางทีฉันก็คิดนะ ว่าคุณนี่แหละที่ฉันต้องการให้เข้ามาแทรกแซงมันสักที

And you know I can tell that you like it

และบอกได้เลยว่าคุณเองก็ชอบให้มันเป็นแบบนั้น

And that it's good, by the way that you move, oh hey

ทุกอย่างมันดีเยี่ยม กับสิ่งที่คุณขยับขยายเปลี่ยนแปลงมัน

The road to hell is paved with good intentions, yeah

หนทางอาจพุ่งตรงสู่ความยากลำบากมันก็ด้วยความตั้งใจดี

But if I die tonight, at least I can say I did what I wanted to do

เพราะหากเราต้องดับสูญกันลงในค่ำคืนนี้ อย่างน้อยฉันก็พูดได้เต็มปากว่า ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว

Tell me, how 'bout you?

คุณล่ะ ว่าไง ไหนบอกทีว่าคิดเช่นเดียวกันหรือเปล่า


If you want it, you already got it

หากคุณต้องการอย่างนั้น คุณได้มันไปอยู่แล้ว

If you thought it, it better be what you want

ถ้าคุณคิดเช่นนั้น หวังว่ามันคือสิ่งที่คุณอยากได้นะ

If you feel it, it must be real just

หากคุณรู้สึกถึงมัน นั่นก็คือของจริง เพียงแค่คุณ

Say the word, and I'mma give you what you want

พูดมันออกมา แล้วฉันจะสนองตอบให้คุณเอง


The time is waiting

เวลาที่มีมันดำเนินไปอยู่

(We only got four minutes to save the world)

มันมีเพียงแค่ชั่วขณะที่เราจะกอบกูโลกนี้ไว้ได้

No hesitating

อย่าได้ลังเลใจใดใด

Grab a boy (Then grab a girl)

มาถึงหนุ่มมาเถอะสาว

Time is waiting

เวลามันเดินไปต่อตลอด

(We only got four minutes to save the world)

มันแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่เราจะช่วยเหลือโลนี้เอาไว้

No hesitating

อย่าใดคิดแล้วคิดอีกแต่อย่างใด

(We only got four minutes, heh, a-four minutes)

เหมือนเพลงในอุดมคติที่ยาวแค่เพียงสี่นาทีก็จบเพลง


So keep it up, keep it up

ดังนั้นสู้กันต่อ ต้องไปกันต่อ

Don't be a pri (Hey) ma donna, uh

อย่าทำตัวเหียก เข้าใจแล้วนะ

You gotta get 'em on, hop

คุณต้องทำให้มันพุ่งทะยาน

(Tick tock, tick tock, tick tock, tick tock)

เสียงเข็มนาฬิกาเดินต่อเร่งเร้า

That's right, keep it up, keep it up

ถูกแล้ว ไปต่อ ต้องไปกันต่อ

Don't be a pri (Hey) ma donna, uh

อย่าทำตัวเห่ย เข้าใจใช่มั้ย

You gotta get 'em on, hop

คุณต้องทำให้มันดูสดใส

(Tick tock, tick tock, tick tock, tick tock)

เสียงเข็มนาฬิกาเดินไปไม่หยุดพัก

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๕. AGONY _ 8.16.2023
«ตอบ #27 เมื่อ16-08-2023 13:05:17 »

๒๕. AGONY


หนิงค่อย ๆ ชะโงกหน้าจากประตูห้องนอนของเธอ เพื่อมองออกไปห้องนั่งเล่นมืดทึมเล็ก ๆ ของบ้าน เมื่อมองไม่เห็นคนที่เธอมองหา หนิงก็ผลุบเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูตามหลังอย่างเงียบเชียบ เพียงแต่เธอไม่ได้ล็อกกลอนประตู เนื่องจากมันเป็นกฎที่ทำร่วมกัน ว่าประตูแต่ละบานภายในบ้านหลังนี้ จะไม่มีความลับระหว่างกัน

หนิงเดินมาหยิบโทรศัพท์มือถือจากที่หัวนอน เธอกดไล่หาดูรายชื่อ จนพบเบอร์โทรศัพท์ที่เคยบันทึกเอาไว้ เบอร์ของเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมา ตั้งแต่ชั้นมัธยมและตามด้วยชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เพียงแต่หนิงไม่มั่นใจว่า ตั้งแต่เงียบหายและขาดการติดต่อกับเพื่อนสนิทคนนี้ไป และหนิงเองก็เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้ว ชนธัญจะยังคงรับสายเธออยู่หรือไม่

หนิงรู้สึกทั้งโล่งใจและดีใจ ที่ได้ยินเสียงตอบโทรศัพท์จากอีกฝ่าย ชนธัญยังไม่เปลี่ยนเบอร์โทรอย่างที่เธอกังวลแต่อย่างใด ผิดกับเธอที่ต้องเปลี่ยนเบอร์บ่อยจนจำไม่ได้ แต่ที่ทำให้หนิงรู้สึกดีใจมากจริง ๆ ก็คือ เรื่องที่ชนธัญตอบรับและยินดีที่จะพบกับเธอ แม้จะรู้ว่า การที่หนิงโทรหาในครั้งนี้ คือการนำปัญหามาปรึกษา

หนิงวางสายจากเพื่อนเก่า โดยต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ชนธัญเข้าไปร่วมงานกับหน่วยสืบลับ นั่นคือที่หนิงรับรู้มา เธอก็คิดว่า ชนธัญน่าจะช่วยเธอได้เป็นอย่างมาก เธอพร้อมจะเอาหลักฐานที่เธอแอบเก็บรวบรวมทั้งหมดนี้ เอาไปให้เพื่อนดู ด้วยหวังใจว่า มันจะช่วยยับยั้งเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ทันกาล หนิงยัดทุกอย่างที่เธอคิดว่าสำคัญลงในกระเป๋าเอกสาร แล้วเดินไปที่ประตูห้องนอน ก่อนจะได้ยินเสียงลูกบิดถูกหมุน แล้วประตูก็เปิดออก

หลังจากที่ชนธัญบิดลูกบิดประตูบ้านเข้ามาด้านในแล้ว เขาก็ต้องรู้สึกผิดหวัง เขาไม่พบใครที่บ้านของหนิง บ้านถูกปิดเงียบเชียบ ผ้าม่านก็ปิดจบทึบกั้นสายตาจากภายนอก ไม่นานนักจากที่ชนธัญเข้ามาด้านใน ทีมสืบลับก็มาถึง ชนธัญหน้าเสียเล็กน้อย เมื่อได้ยินทุกคนในทีมพูดว่า สารวัตรรัฐนนท์กำชับนักกำชับหนา ว่าอย่าให้ชนธัญทำอะไรบุ่มบ่ามคนเดียวลำพัง ชนธัญได้แต่พูดขอโทษทีม เพราะเขาไม่อยากให้เสียเวลาอันมีค่าในการตามหาหนิงให้เจอ มากไปกว่านี้

“คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่ผมขอพูดเอาไว้ตรงนี้ อีกครั้งเลยนะ ว่ามันเสี่ยงมากที่คุณทำอะไรโดยไม่มีกำลังสำรองอยู่กับคุณ” สารวัตรรัฐนนท์พูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง ทันทีที่ได้เจอหน้ากันกับชนธัญ ก่อนจะมองปราดไปที่ลูกทีมสืบลับ ที่มาไม่ทันชนธัญเข้ามาในบ้าน “อย่าตำหนิคนอื่นเลยครับ ผมผิดเอง” ชนธัญรีบพูดกับสารวัตรหนุ่มหล่อ

“ผมขอร้อง” สารวัตรรัฐนนท์คำรามเบา ๆ ในลำคอ เห็นลูกทีมกับชนธัญเหลือบมองตากัน สารวัตรหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่มีคราวหน้าอีกแล้วนะ และนี่เป็นคำสั่ง” ลูกทีมสืบลับพากันยิ้มออก ทำพยักพเยิดให้กับชนธัญเป็นการขอบคุณ “รับทราบครับ จะไม่มีคราวหน้าอีก” ชนธัญยอมรับความผิดและให้คำมั่นแต่โดยดี

“ทางทีมสำรวจตรวจดูรอบบ้านโดยรอบแล้ว รวมถึงห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่ด้านหลังบ้าน แต่ยังไม่พบอะไร” ชนธัญหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น “โอกาสของหนิงยังพอมีแค่ไหนครับสารวัตร ในตอนนี้” สารวัตรรัฐนนท์รู้ดีว่าชนธัญเลี่ยงใช้คำพูด 'โอกาสรอด' ของเพื่อนสนิท ว่าตามรูปการณ์แล้ว ถ้าหญิงสาวบาดเจ็บด้วยอาวุธปืนแบบนั้น การจะพบตัวหญิงสาวแล้วมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

“โอกาสมันมีไม่มาก” สารวัตรรัฐนนท์ตอบออกไปตามความเป็นจริง “แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหวังเสียทีเดียว” สารวัตรรัฐนนท์ให้กำลังใจอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ชนธัญพยักหน้าน้อย ๆ เข้าใจในสิ่งที่นายตำรวจหนุ่มต้องการจะบอก “หนิงเป็นครูที่ดี ผมไม่คิดว่าเพื่อนจะทำแบบที่สื่อกำลังประโคมข่าวกัน” ชนธัญคิดว่าตัวของเขาเองนั้น รู้จักเพื่อนคนนี้ดีพอ

“จะออกไปข้างนอกหรือ” หนิงพยายามกลบเกลื่อนอาการสะดุ้งของตัวเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดประตูห้องนอนเข้ามา “อ้อ เปล่าหรอก คือ ใช่ ว่าจะเอางานของเด็ก ๆ กลับไปเก็บที่โรงเรียนน่ะ” ใจของหนิงตอนนี้เต้นไม่เป็นส่ำ มันเต้นแรงจนแทบจะทะลุหน้าอกของเธอออกมา หนิงพยายามสะกดความตื่นเต้นและความกลัวให้ซ่อนลงไปด้วยรอยยิ้มนั้น

“กำลังอยากนั่งรถเล่นอยู่พอดีเลย ไปด้วยคนสิ” โดยไม่รอคำตอบ ชายหนุ่มคนที่เพิ่งปิดประตูเข้ามา ก็หันหลังเดินนำออกไป “เร็วเข้าสิ คุณครูคนเก่ง” เสียงเรียกนั้น ทำให้หนิงต้องปรับเปลี่ยนแผนการในหัวโดยเร็ว มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่หนิงจะไปหาชนธัญตามที่ได้นัดเอาไว้แล้ว และมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ที่หนิงจะมีโอกาสได้โทรหาเพื่อนเก่าอีกครั้ง

“นอกจากที่เราจะต้องตามหาหนิงแล้ว เรายังจะต้อง” สารวัตรรัฐนนท์กำลังจะจบประโยค แต่ก็ต้องถูกขัดเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังแว่ว ๆ ขึ้นมาเสียก่อน “ใช่ เราต้องการหาเด็ก ๆ พวกนั้นให้เจอ แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำเสียงเลียนแบบเด็กเล็ก ๆ พวกนั้นก็ได้นะ” ชนธัญหันมาจ้องหน้าสารวัตรรัฐนนท์

“ผมไม่ได้ทำเสียงอะไรนั่น” ชนธัญปฏิเสธ สารวัตรรัฐนนท์ทำหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะสั่งให้ทุกคนเงียบเสียงและช่วยกันฟัง จนชนธัญทำตาโตเกือบเท่าไข่ห่าน เมื่อเขาได้ยินเสียงเด็กน้อยกำลังพูดอะไรบางอย่าง “คุณไม่ได้มีนิมิตอยู่ใช่มั้ย เพราะไม่อย่างนั้น เราทุกคนที่นี่ก็มีความสามารถเดียวกันกับคุณ” ชนธัญส่ายหน้าให้กับสารวัตรหนุ่มหล่อ เมื่อทุกคนตรงนั้น เงี่ยหูฟังแล้วได้ยินสิ่งเดียวกันทุกคน

“เสียงมาจากไหน” หนึ่งในทีมสืบลับถามขึ้น “เสียงเหมือนอยู่ไม่ไกล แต่ฟังเหมือนอยู่ด้านหลังประตูหรืออะไรทึบ ๆ สักอย่าง” อีกคนในทีมให้ข้อสังเกต ชนธัญลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่น จนกระทั่งก้มลงมองที่พื้นตรงที่ตัวเองยืนอยู่ “ใต้พื้นห้อง” เร็วเท่าความคิด ลูกทีมสืบต่างกรูกันเข้ามา สารวัตรรัฐนนท์สั่งให้ทุกคนเลื่อนโซฟาตัวนั้นออกไป ใครอีกคนดึงพรมที่ปูรองโซฟาออก

“มีบานประตูอยู่ที่พื้น” ชนธัญร้องบอก ก่อนที่หนึ่งในทีมสืบลับจะงัดเอาแม่กุญแจดอกใหญ่อันนั้นออก ภาพที่เห็นต่อหน้าทุกคนหลังจากที่ประตูถูกเปิดออกก็คือ “ทำไมมันเป็นแค่ช่องว่าง ๆ” ทุกคนกำลังคิดว่าอะไรกัน ทั้งหมดของทีมสืบจะหูแว่วได้ยินเสียงเด็กเล็ก พร้อม ๆ กันเนี่ยนะ พลันก็มีใบหน้าน้อย ๆ แหงนหน้าขึ้นมามองตาแป๋ว

“หนิงน่าจะซ่อนเด็กนักเรียนเอาไว้ที่นี่” ชนธัญพูดขึ้น เมื่อทางทีมสืบลับพาเด็ก ๆ ขึ้นมาจากช่องใต้พื้นห้อง “แต่มีเด็กแค่เพียงครึ่งเดียว” สารวัตรรัฐนนท์กำลังเรียบเรียงอะไรบางอย่างในหัว ก่อนจะพยักหน้ากับชนธัญเมื่อทั้งสองคนกำลังคิดอย่างเดียวกัน “แจ้งผู้ปกครองของเด็กกลุ่มนี้ ว่าเจอพวกเขาแล้ว แล้วแจ้งหน่วยแพทย์เด็กปลอดภัยดี แต่มีอาการอิดโรยเล็กน้อย ให้รีบนำเด็ก ๆ ส่งโรงพยาบาล เดี๋ยวนี้” พูดจบสารวัตรรัฐนนท์และชนธัญก็วิ่งไปขึ้นรถ ก่อนจะขับรถตรงดิ่งไปยังโรงเรียนที่หนิงเป็นครูอยู่ที่นั่น ทั้งสารวัตรหนุ่มหล่อและหนุ่มหน้าใส ต่างก็รู้สึกร้อนรนในใจไม่ใช่น้อย ตลอดทางที่เร่งขับรถกันไป

ที่โรงเรียนอนุบาล สารวัตรรัฐนนท์และชนธัญแยกกันออกตามหา ว่ามีตรงไหนบ้างในพื้นที่โรงเรียน ที่เด็กนักเรียนส่วนที่เหลือของห้องประจำชั้นครูหนิง จะสามารถไปแอบหลบซ่อนตัวได้บ้าง ชนธัญวิ่งนำไปพลางตะโกนร้องเรียกให้เด็ก ๆ ออกมาได้แล้ว ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ไม่ต้องเล่นซ่อนหาแล้ว ครูหนิงกำลังรอทุกคนอยู่ แต่ก็ไม่มีวี่แววเด็กคนใด จะวิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว

“เด็ก ๆ” ชนธัญวิ่งต่อไปที่ด้านหลังตึกเรียน เรียกให้เด็กน้อยออกมา ก่อนจะเห็นสารวัตรรัฐนนท์ยืนอยู่ที่ด้านหน้าของห้องน้ำนักเรียน “ผมว่าคุณอย่าเข้าไปเลย” ชนธัญรู้สึกหัวใจหล่นลงไปที่ตาตุ่ม แต่ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็ต้องพบกับภาพที่สะเทือนใจอย่างที่สุด ชนธัญทำอะไรไม่ถูก ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง โลกทั้งใบไม่ไหวติง

“ออกมาก่อน” สารวัตรรัฐนนท์พูดกับชนธัญ ก่อนจะดึงตัวของอีกฝ่ายให้เดินตามออกมา “เราต้องรอทีมนิติวิทยาศาสตร์กับมูลนิธิให้เข้ามาเก็บ” สารวัตรรัฐนนท์เองพูดถึงตรงนั้น ก็รู้สึกตีบตันในลำคอ กับภาพที่เขาเห็นร่างน้อย ๆ กองทับกันที่ในห้องน้ำห้องในสุดนั่น มันเป็นภาพที่แม้แต่นายตำรวจที่ทำงานมานานแล้วอย่างเขา ก็อดสะเทือนใจอย่างที่สุดไม่ได้

ชนธัญเดินออกมาหยุดยืนเอาหลังพิงกำแพงห้องน้ำ ขาของเขาหมดเรี่ยวแรง สารวัตรรัฐนนท์มองไปที่ชนธัญอย่างเข้าใจ ที่หนุ่มหน้าใสค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งยอง ๆ กับพื้น ก่อนจะต้องร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะคิดอะไรต่อ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่มันแสนโหดร้ายสิ้นดี

ไม่นานนักหลังจากสื่อประโคมข่าวออกไป ว่าทางเจ้าหน้าที่พบนักเรียนอนุบาลครึ่งหนึ่งของห้องครูหนิง ว่ายังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่พบรายชื่อลูกหลานของตน ว่าเข้ารับการดูแลจากทีมแพทย์อยู่ในโรงพยาบาล ก็พากันมาโรงเรียนเพื่อตามหาบุตรหลานของตัวเอง ทางทีมสืบลับมีปากเสียงกับทางนักข่าว ที่พอจะรู้อะไรระแคะระคายและจะบุกเข้าไปในถ่ายรูปในห้องน้ำหลังโรงเรียนให้ได้ เนื่องจากเห็นทีมฟอเรนสิกส์เดินเข้าออกอยู่ในบริเวณนั้น

ชนธัญเข้าไปพยายามพูดให้ทางพ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ยังไม่มีรายชื่อ ใจเย็นๆ ก่อน แต่ก็ถูกรุมด่าทอว่านี่ไม่ใช่ลูกของเขาเอง เขาก็พูดได้ ก่อนจะถูกใครคนหนึ่งในกลุ่มผู้ปกครองตบหน้าเข้าให้ฉาดใหญ่ ชนธัญยืนก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบโต้ เมื่อมีนักข่าวถามเขาด้วยว่า ชนธัญใช่เพื่อนสนิทของครูหนิง ตามที่ข่าวออกไปเมื่อก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่ และนั่นเอง ที่เสียงด่าสาปแช่งโถมเข้าใส่ชนธัญจากทุกทิศทุกทาง จนสารวัตรรัฐนนท์ต้องดึงตัวหนุ่มหน้าใสออกไปเสียจากตรงนั้น

**************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

Zombie - The Cranberries

https://www.youtube.com/watch?v=e28Fq4avMKA


Another head hangs lowly

อีกครั้งที่เราต้องก้มหน้ารับกรรม

Child is slowly taken

เด็กน้อยค่อยค่อยถูกพรากจากไป

And the violence caused such silence

เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ

Who are we mistaken?

เราไปสร้างเวรอะไรกับใครไว้


But you see, it's not me

แต่อย่างที่เห็น มันไม่ได้เกิดกับฉัน

It's not my family

มันไม่ได้เกิดกับครอบครัวเรา

In your head, in your head, they are fighting

แต่คุณรับรู้ แต่คุณรู้ดี ผู้คนกำลังรบร่าฆ่าฟันกัน


With their tanks and their bombs

ด้วยอาวุธสงคราม ด้วยระเบิดเพลิง

And their bombs and their guns

ด้วยอาวุธทรงอานุภาพ ด้วยปืนที่กลาดเกลื่อน

In your head, in your head, they are crying

ในหัวคุณมีภาพ คุณรู้ดี ใครหลายคนกำลังสูญเสียน้ำตา


In your head, in your head

ในหัวของคุณ ในความคิดของคุณ

Zombie, zombie, zombie-ie-ie

คนมันร้ายกาจ คนมันบิดเบี้ยว คนมันคือปิศาจ

What's in your head, in your head?

ในหัวของคุณคิดอะไรอยู่ คุณกลายเป็นตัวอะไร

Zombie, zombie, zombie-ie-ie-ie, oh

เป็นผีร้าย เป็นสัตว์อุบาทว์ เป็นฆาตกร หรืออย่างไร


Another mother's breaking

ความเจ็บปวดในจิตใจ

Heart is taking over

กำลังฆ่าคนเป็นแม่ในตอนนี้

When the violence causes silence

เมื่อความรุนแรงอยู่ใกล้จนไม่รู้สึกตัว

We must be mistaken

พวกเราเนี่ยแหละที่ทำอะไรผิดสักอย่าง


It's the same old theme

มันเป็นเรื่องเก่าเก่าซ้ำซากมาแต่ยุคไหน

Since nineteen-sixteen

ตั้งแต่เราจำความกันได้ใช่มั้ย

In your head, in your head, they're still fighting

ในการรับรู้ของคน ของคุณเอง ใครใครก็ยังต่างวุ่นวายทะเลาะกัน


With their tanks and their bombs

ด้วยอาวุธสงคราม ด้วยระเบิดเพลิง

And their bombs and their guns

ด้วยอาวุธทรงอานุภาพ ด้วยปืนที่กลาดเกลื่อน

In your head, in your head, they are dying

ในหัวคุณมีภาพ คุณรู้ดี ใครหลายคนกำลังล้มตาย


In your head, in your head

ในหัวของคุณ ในความคิดของคุณ

Zombie, zombie, zombie-ie-ie

คนมันร้ายกาจ คนมันบิดเบี้ยว คนมันคือปิศาจ

What's in your head, in your head?

ในหัวของคุณคิดอะไรอยู่ คุณกลายเป็นตัวอะไร

Zombie, zombie, zombie-ie-ie-ie, oh

เป็นผีร้าย เป็นสัตว์อุบาทว์ เป็นฆาตกร ไปแล้วหรือยัง

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๖. ABSOLUTION _ 8.17.2023
«ตอบ #28 เมื่อ17-08-2023 12:00:35 »

๒๗. ABSOLUTION


ด็อคเตอร์ดรุณีเลื่อนการลาพักของตัวเองออกไปก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ระดับประเทศ ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่ว เธอเดินเข้าไปในห้องชันสูตร หัวใจของเธอเต้นแรง แต่ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นกับงาน แต่มันเป็นเพราะเธอกำลังจะเข้าไปเผชิญหน้ากับความโหดร้าย ที่มันนำมาซึ่งความสูญเสียที่ต้องได้รับการแก้ไข และมีมาตรการป้องกันที่ดีกว่านี้

ด็อคดุสวมชุดจั๊มสูท เป็นชุดคลุมปฏิบัติการ ก่อนที่เธอจะรวบผมขึ้นไปมัดเป็นมวยผม สวมแฮร์เน็ตทับเพื่อป้องกันหลักฐานเกิดการปนเปื้อน ด็อคเตอร์สาวหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นสวม ก่อนจะสวมหน้ากากใสป้องกันดวงตาอีกชั้นหนึ่ง แพทย์สาวสวมถุงมือและรองเท้ายาง สายตามองไปยังเตียงที่เรียงรายอยู่นั้น

ร่างของหนูน้อยเพียงส่วนหนึ่ง อยู่ภายใต้การดำเนินการตรวจพลิกศพของแพทย์หญิงดรุณี ตลอดการทำงานที่ผ่านมาของเธอ แพทย์สาวไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจเธอถูกบีบคั้นได้มากเท่าเคสนี้ กับสิ่งที่เธอได้อ่านจากรายงานของหน่วยเก็บละพิสูจน์หลักฐาน ถึงสภาพของเด็กน้อยที่เห็น ในห้องน้ำด้านหลังโรงเรียนนั้น

“ช่วยหมอตามหาคนที่ทำแบบนี้กับพวกหนูด้วยนะ” แพทย์หญิงดรุณีต้องเร่งมือ ทำงานแข่งกับเวลา ทั้งการแข่งกับร่างที่เนื้อเยื่อเริ่มเน่า แข่งกับการเรียกร้องหาคำตอบจากครอบครัวของเด็ก ๆ เหล่านี้ รวมถึงแข่งกับความคาดหวังของสังคม ที่กดดันมายังหน่วยค้นหาความจริง ที่ไม่มีใครเลยที่นิ่งดูดายกับความสูญเสียที่ใหญ่หลวงแบบนี้

ด็อคดุหยิบมีดผ่าชันสูตรขึ้นมาถือไว้ในมือ ก่อนจะเริ่มลงมือกับร่างของหนูน้อยคนแรก น้ำตาที่รื้นชื้นขึ้นคลอหน่วยในทันที ที่ด็อคดุจรดปลายมีดลงบนหน้าอกของเด็กน้อยคนนั้น แพทย์สาวต้องรวบรวมกำลังใจเป็นอย่างมาก เพื่อทำงานนี้ให้ไร้ที่ติ ได้ข้อมูลและหลักฐานไปประกอบคดีอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เธอจะทำได้ แม้ว่าหัวใจของเธอจะรู้สึกทรมานมากแค่ไหนก็ตาม คิดว่า ถ้านี่เป็นลูกหลานของเธอเอง

ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ด็อคเตอร์ดรุณีและผู้ช่วยของเธอ ทำการชันสูตรร่างหนูน้อยเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทุกอย่างที่เธอเห็น ทุกอย่างที่ดึงเอาประสบการณ์ การช่างสังเกตของแพทย์นิติเวชอย่างเธอ ด็อคเตอร์ดรุณีใช้ทุกสรรพกำลังที่เธอมี แพทย์สาวเดินออกจากห้องชันสูตรด้วยอาการอ่อนล้าและหมดกำลัง

แต่เธอก็ยังต้องคงความเป็นหมอ ที่คนต่างศรัทธาและมอบความหวังเอาไว้ เธอส่งข้อมูลทุกอย่างที่เธอตรวจไปให้กับทีมสืบสวน ก่อนจะเดินผ่านหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ด้วยใบหน้าที่เรีบเฉย คนที่มองมาเห็นด็อคดุ เหมือนว่าแพทย์ทางนิติอาชญาวิทยา เป็นกลุ่มคนเพียงหยิบมือ ที่ไร้หัวใจ ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ด็อคเตอร์ดรุณีเดินมาที่รถยนต์ของเธอ ที่จอดอยู่ที่ด้านหลังอาคาร เธอเปิดประตูรถ ก้าวเข้าไปนั่งที่ด้านคนขับ ด็อคดุเอื้อมมือจะกดปุ่มสตาร์ทรถ แต่มือของเธอสั่นเทาเกินกว่าจะทำมันได้ แพทย์สาวต้องดึงมือของตัวเองกลับมากุมเอาไว้ ริมฝีปากของเธอเริ่มสั่น และสั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ที่กำลังมาถึงขั้น ที่เธอเองก็เก็บอาการเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป แพทย์หญิงดรุณีปล่อยโฮออกมาตามลำพัง ในรถยนต์ของเธอ ที่ไม่มีผู้ใดได้เห็นความอ่อนแอของเธอ ไม่มีใครผ่านมาและรับรู้ถึงความพ่ายแพ้ทางอารมณ์ ที่กำลังควบคุมเธออยู่ในตอนนี้

'ท่านผู้บัญชาการเข้าใจนะครับ ถ้าคุณจะ' ชนธัญเหลือบตามองไปที่ข้อความล่าสุดจากสารวัตรรัฐนนท์ ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือของเขา ข้อความขึ้นมาให้เห็นเพียงเท่านั้น แต่ก็พอจะเดาได้ ว่าความหมายของประโยคดังกล่าว นั้นหมายความว่าอย่างไร โดยที่ชนธัญไม่ต้องกดเพื่อเปิดดู

ชนธัญปิดเตาแก๊ส ก่อนจะยกกระทะใบใหญ่ลงไปวางไว้บนถาดกลมกันความร้อน หนุ่มหน้าใสใช้ทัพพีตักอาหารที่อยู่ในกระทะ ที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ควันโก๋ ส่งกลิ่นหอมฉุยลงใส่ภาชนะที่เตรียมเอาไว้ การทำอาหารช่วยให้ชนธัญรวบรวมสมาธิให้จดจ่อกับสิ่งที่ทำตรงหน้าได้ดี ในยามที่เขาฟุ้งซ่านจนสตินั้นยากต่อการควบคุม

สารวัตรรัฐนนท์ได้คุยกับท่านผู้บัญชาการ ท่านก็เข้าใจว่า มันเป็นการยากของชนธัญที่จะรับความหนักอึ้งทั้งหมดนี้เอาไว้ ด้วยความที่หน่วยสืบลับ เป็นการขอความร่วมมือแต่แรกจากชนธัญ ดังนั้น หากว่าชนธัญต้องการที่จะถอนตัวจากการร่วมทีม ทางท่านผู้บัญชาการก็พร้อมอนุมัติคำร้อง และขอบคุณชนธัญกับทุกการร่วมมือที่ผ่านมา

สารวัตรรัฐนนท์ก้าวลงจากรถ ก่อนจะเห็นรถแท็กซี่ปราดเข้ามาจอดที่ด้านหน้าของหน่วยสืบลับ ชนธัญลงจากรถมาหลังจากนั้น มองตรงมายังสารวัตรหนุ่มหล่อ เมื่อรถแท็กซี่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ชนธัญเดินไปทันสารวัตรรัฐนนท์ที่เดินมาหยุดรอที่ประตูทางเข้าหน่วยสืบลับพอดี

“ทุกคนน่าจะกำลังหิว” ชนธัญชูมือทั้งสองข้าง ที่หอบข้าวปลาอาหารที่เขาทำเองมาจากบ้าน เพื่อเอามาฝากทุกคน ที่ตอนนี้ง่วนอยู่กับเคสหนูน้อยกันจนหัวหมุน “นี่ซื้อหรือทำเอง” สารวัตรหนุ่มหล่อดีใจที่ได้เห็นชนธัญที่ด้านหน้าตึกสืบลับ โดยที่ชนธัญไม่ได้เอ่ยอะไรถึงข้อความที่สารวัตรรัฐนนท์ส่งไปหาก่อนหน้านี้เลยสักนิด

“ทำผมเองสิ ผมชอบทำอาหาร มันช่วยให้ใจสงบลงได้บ้าง” ชนธัญบอกกับสารวัตรหนุ่มหล่อออกไป ก่อนจะต้องทำหน้าบึ้ง เมื่อเห็นสารวัตรรัฐนนท์ทำหน้าหวั่น ๆ “งั้นสารวัตรก็ไม่ต้องกิน” พูดจบ ชนธัญก็เดินเข้าตึกสืบลับไป โดยไม่รออีกฝ่าย “ก็ผมแค่อยากให้แน่ใจ ว่ามื้อนี้ ทั้งหน่วยไม่ต้องการยาแก้ท้องเสีย” สารวัตรหนุ่มหล่อพูดเย้า ก่อนจะเดินตามชนธัญเข้าไปด้านใน

“โอ๊ย เหมือนพระมาโปรด” ทุกคนในทีมสืบลับที่ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย โห่ร้องเสียงดัง เมื่อเห็นชนธัญเดินถืออาหารเข้าหน่วยมาจนเต็มสองไม้สองมือ “ผมคิดว่าทุกคนคงกำลังหิว” ไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านั้น ทุกคนในทีมก็มาแย่งอาหารที่ชนธัญเตรียมมาไปแบ่งสันปันส่วนกัน

“โห อร่อยมาก” ทั้งทีมต่างชมเปาะไม่ขาดปาก ไม่ว่าจะด้วยอาหารอร่อยจริง หรือวว่าทุกคนนั้นหิว “เห็นมั้ยสารวัตร ฮ่า ฮ่า” ชนธัญหันมาทำเสียงหัวเราะตอบโต้นายตำรวจหนุ่มหล่อ ที่ตอนนี้มองไปที่หนุ่มหน้าใสด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะถามอีกฝ่ายออกไปด้วยความห่วงใยว่า

“ยังเจ็บอยู่มั้ย” ทุกคนในทีมสืบลับที่กำลังตักข้าวเข้าปาก ไม่วายใช้ข้อศอกสะกิดกันให้หันไปดูสารวัตรรัฐนนท์ ที่แตะปลายนิ้วลงเบา ๆ ที่โหนกแก้มของชนธัญ ข้างที่โดนผู้ปกครองของเด็กน้อยรายหนึ่ง หวดฝ่ามือเข้าให้เสียเต็มแรง รอยนิ้วแดง ๆ ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน “ไม่เป็นไรแล้ว” ชนธัญตอบกลับสารวัตรหนุ่มหล่อกลับไป

“แล้วไหนของผมล่ะ ข้าวผมล่ะ” สารวัตรรัฐนนท์แก้เขินด้วยการทำพูดกลบเกลื่อนเสียงดัง ก่อนจะหยิบกล่องที่ยังเหลืออยู่ กล่องใหญ่พิเศษขึ้นมาตักกิน “ทำไมอร่อยล่ะ” สารวัตรรัฐนนท์เอ่ยปากชม พลางทำตาโต “แถมหน้าตาดีเหมือนคนทำด้วยนะ ใช่มั้ยหัวหน้า” เสียงจากหนึ่งในทีมสืบพูดขึ้น ที่เหลือในทีมต่างพากันส่งเสียงฮือฮา และหัวเราะกันคิกคัก ๆ เมื่อสารวัตรรัฐนนท์นั้น ได้ยินแต่ทำเป็นไม่ตอบ

แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดแซวหัวหน้าทีมอย่างสารวัตรรัฐนนท์มากไปกว่านั้น ทุกคนก็หันไปเห็นเจ้าหน้าที่ด้านล่าง พาใครบางคนมาส่งที่หน่วยสืบลับ ชนธัญมองไปทางนั้นเช่นกัน เห็นหญิงสูงวัยท่านหนึ่งกำลังเดินมาหาเขาอย่างช้า ๆ แต่ที่ยังคงยืนอยู่ที่ประตูกระจก ว่าจะตัดสินใจเดินตามเข้ามาดีหรือไม่ ก็คือคนที่ตบหน้าชนธัญเพื่อระบายความโกรธนั่นเอง

ชนธัญมองเห็นหญิงชราเดินมาจนถึงตรงที่เขายืนอยู่ ชนธัญหลับตาแน่น เตรียมรับแรงกระแทกจากฝ่ามือของอีกฝ่าย เมื่อเห็นหญิงชรายกมือขึ้น ก่อนที่ชนธัญจะได้รับสัมผัสอันแสนจะอบอุ่นแล่นผ่านเข้าไปในหัวใจของเขา ชนธัญลืมตาขึ้นมอง หญิงชรามีความเศร้าอยู่ในแววตา ดวงตาโศกด้วยความเสียใจคู่นั้น รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาคลอ

“เอามาสิ” หญิงชราผู้เป็นคุณย่าของเด็กน้อย หันไปสั่งคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตู ให้นำของที่เธอเตรียมมามามอบให้กับหน่วยสืบลับ “เจ้านี้เขาอร่อย กินเยอะ ๆ นะ” เสียงพูดของหญิงชราไม่มีความโกรธแค้นหรือเกลียดชังเจือปนอยู่เลย แม้ว่าเสียงนั้นจะฟังดูเศร้าสร้อยมากเพียงใดก็ตาม แต่เธอก็พูดด้วยความเข้าใจ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ

ทางมือตบนั้น ยกมือไหว้ขอโทษชนธัญที่ตัวเองนั้นวู่วาม ทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์โมโหล้วน ๆ จนคุณย่าของเด็กน้อย ได้พูดเตือน ตัวเองจึงได้สติ เป็นที่มาของการไปซื้อน้ำขิง น้ำเต้าหู้ และปาท่องโก๋เจ้าดัง มาให้กับทางหน่วยสืบ เพื่อเป็นการขอขมาและไถ่โทษ กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป

“ผมขอโทษ” ชนธัญพูดก่อนที่น้ำตาจะไหลเผาะลงมาข้างหนึ่ง “ชู่” หญิงชราทำเสียงห้ามปราม ก่อนที่จะดึงตัวของชนธัญเข้าไปสวมกอด ชนธัญกอดตอบหญิงชรา “ผมจะทำให้ดีที่สุด” ชนธัญพูดขึ้น “พวกเราจะทำให้ดีที่สุดครับ” ชนธัญพูดด้วยเสียงอู้อี้ เมื่อหญิงชราถอนกอด เธอมองแล้วยิ้มให้กับทุกคน สารวัตรรัฐนนท์และลูกทีมสืบลับทุกคน

*****************************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA

Superman (It's Not Easy) - Five For Fighting

https://www.youtube.com/watch?v=GRz4FY0ZcwI


I can't stand to fly

ฉันไม่ค่อยชอบที่จะบินอยู่ที่สูงสักท่าไหร่

I'm not that naïve

ก็เพราะว่าฉันไม่ใช่พวกไม่ประสีประสาอะไร

I'm just out to find

ฉันเพียงออกไปข้างนอกนั่นเพื่อค้นหา

The better part of me

ในส่วนที่ดีที่ฉันพึงจะเป็นได้


I'm more than a bird, I'm more than a plane

ฉันว่าฉันบินได้ดีกว่านก ฉันว่าฉันไปได้ไกลกว่าเรือเหาะ

I'm more than some pretty face beside a train

ฉันยังคงคิดว่าฉันเป็นได้มากกว่าหน้าสวยสวยป้ายข้างตัวรถไฟฟ้า

And it's not easy to be me

แต่มันไม่ได้ง่ายเลยกับตัวฉันที่เป็นอยู่


I wish that I could cry

คิดนะว่าอยากจะร้องไห้โฮอย่างใครเขาได้บ้าง

Fall upon my knees

ทรุดเข่าลงนั่งสิ้นเรี่ยวแรงแบบไม่ต้องอายใคร

Find a way to lie

สามารถหาคำโกหกสวยงามให้กับตัวเอง

'Bout a home I'll never see

ว่าครั้งสุดท้ายที่กลับบ้านยาวยาวมันเมื่อไหร่กัน


It may sound absurd, but don't be naïve

มันอาจฟังดูแล้วบ้าบอมาก แต่อย่าทำเหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราว

Even heroes have the right to bleed

แม้แต่ยอดมนุษย์ก็เสียเลือดเสียเนื้อเป็นเหมือนกัน

I may be disturbed, but won't you concede

ฉันอาจจะดูแล้วอารมณ์สั่นคลอน แต่คุณไม่แม้แต่จะคล้อยตามเลยหรือ

Even heroes have the right to dream?

แม้แต่พวกเหนือมนุษย์ก็ยังมีความฝันกับเขานะ

And it's not easy to be me

มันไม่ง่ายเลยจริงจริงที่จะเป็นอย่างฉันนี้


Up, up, and away, away from me

แบก ใช่ แบกมันเอาไว้ แม้จะหนักอึ้งเต็มบ่า

Well, it's all right

แต่ไม่เป็นไรเลย อย่าได้กังวล

You can all sleep sound tonight

คุณเข้านอนเถอะ หลับฝันดี

I'm not crazy

ฉันยังไม่ได้เสียสติคลุ้มคลั่ง

Or anything

ยังเข้าใจทุกอย่างที่เป็นไปได้ดี


I can't stand to fly

ฉันไม่ชอบที่จะบินให้สูงลิบเท่าไหร่นัก

I'm not that naïve

เพราะฉันเข้าใจความเป็นจริงของโลกเรานี้

Men weren't meant to ride

คนปุถุชนธรรมดาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ

With clouds between their knees

คิดว่าตัวเองล่องลอยยอยู่จนเท้าไม่ติดดิน


I'm only a man in a silly red sheet

ฉันเป็นแค่คนคนหนึ่งกับผ้าคลุมสีแดงอันน่าขันที่คนสวมให้นี้

Digging for kryptonite on this one-way street

ขุดลึกลงไปเจอะเจอกับจุดอ่อนของตัวเอง บนทางที่ไม่มีการเลี้ยวกลับ

Only a man in a funny red sheet

เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร

Looking for special things inside of me

แต่ก็เพียรค้นหาบางอย่างที่พิเศษภายในตัวเอง

Inside of me

ลึกเข้าไปในตัว

Inside of me

เข้าไปในจิตใจ

Yeah, inside of me

ค้นหาให้เจอข้างใน

Inside of me

ด้านในจิตใจของฉัน


I'm only a man in a funny red sheet

ฉันก็แค่คนธรรมดาที่สวมหัวโขนเพื่อการบางอย่าง

I'm only a man looking for a dream

ฉันก็แค่คนคนหนึ่งที่เฝ้าฝันเอาไว้

I'm only a man in a funny red sheet

ฉันก็แค่ใครอีกคนที่ทำทุกอย่างแม้คนจะมองไม่เห็นค่ากัน

And it's not easy, ooh, ooh, ooh

และนั่นไม่ง่ายเลยจริงจริงนะ


It's not easy to be me

สำหรับการเป็นตัวของฉันเองตรงนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-08-2023 12:19:37 โดย KADUMPA »

ออฟไลน์ KADUMPA

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: สืบลับ สืบรัก: ๒๗. WHY? _ 8.18.2023
«ตอบ #29 เมื่อ18-08-2023 14:41:00 »

๒๗. WHY?



“นักศึกษาแพทย์อาทิตย์ นี่เธออย่านึกนะ ว่าเรื่องที่คุณพ่อของเธอเป็นผู้บริจาคทุนทรัพย์ให้กับทางคณะ แล้วอาจารย์จะไม่กล้า ให้เธอต้องลงเรียนใหม่ในวิชานี้” ดรุณียืนแอบดูเพื่อนของเธอ ยืนก้มหน้ายอมให้อาจารย์ประจำวิชา ที่ถือว่าโหดและหินที่สุดของคณะแพทยศาสตร์ดุด่าเอา เรื่องผลการเรียน

“อีกเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เธอก็จะสำเร็จการศึกษา ได้เป็นแพทย์สมความภาคภูมิ เรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่กำลังรบกวนจิตใจเธออยู่ อาจารย์ขอสั่งให้เธอไปจัดการมันซะ” เสียงพูดออกคำสั่งนั้นเด็ดขาด แต่ก็แฝงไปด้วยความหวังดี ที่ครูมีต่อลูกศิษย์ “แล้วเธอ ดรุณี เธอเป็นคู่แล็บของอาทิตย์เขาใช่มั้ย” ดรุณีรีบรับคำที่อาจารย์ถามมาในทันที

“ค่ะอาจารย์” อาจารย์ท่านลดอุณหภูมิความร้อนแรงในคำพูดตักเตือนลง “ถ้าอย่างนั้น เธอก็ควรจะช่วยพาเพื่อนของเธอ กลับมาเป็นนักศึกษาแพทย์อาทิตย์ ที่มีผลการเรียนดีคงเส้นคงว่า ดังเดิม อาจารย์ฝากเธอเรื่องนี้ได้ใช่มั้ย” ดรุณียิ้มทำหน้าเจื่อน ๆ ตอนที่อาจารย์เดินจากไป

“เละเลยสิ” ดรุณีพูดกับอาทิตย์ ที่ตอนนี้เขาหน้าตาหงุดหงิดอย่างไม่ต้องเดา “เราไม่เข้าใจ” เปล่าเลย ที่อาทิตย์พูดนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งถูกอาจารย์ด่ามาหยก ๆ “ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังที่เราอยากจะอธิบาย” ดรุณีเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เมื่อได้ยินอาทิตย์พูดออกมาแบบนั้น สายตาของเขาดูเสียใจอย่างที่สุด

“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดจากัน” การพูดปลอบอาทิตย์ออกไปแบบนั้น ดรุณีรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากของเธอเสมอ “คนรักกัน ยังไงเดี๋ยวก็ปรับความเข้าใจกันได้แหละ เชื่อเรา” ดรุณีฝืนยิ้มออกมา ยิ้มที่อยากทำให้เพื่อนอย่างอาทิตย์สบายใจ เธออยากให้กำลังใจเพื่อน แม้ว่าในตอนนี้นั้น หัวใจของเธอกำลังปั่นป่วนอย่างที่สุดแล้ว

“แปลกนะ” อาทิตย์พูดยิ้ม ๆ มองมาที่เพื่อนสนิทอย่างดรุณี “มันอาจจะไม่ใช่แค่เพราะเราสองคนเรียนหมอหรอก” อาทิตย์พูดพลางตบไปที่ต้นแขนของดรุณีเบา ๆ ดรุณีมองดูการกระทำของอาทิตย์ที่มีต่อเธอ กายสัมผัสที่มันทำให้เธอลิงโลดในใจ “มันดีมากแค่ไหน ที่คนแปลกแยกอย่างเรา” อาทิตย์รู้สึกดีใจที่ดรุณีเป็นเพื่อนของเขา

“อย่างน้อยก็มีแกนะดุ ที่เข้าใจตัวประหลาดแบบเรา แม้แกจะเป็นผู้หญิงก็ตาม เราขอบใจแกจริง ๆ ไม่คิดเหมือนกันว่าแกจะไม่รังเกียจเราเหมือนคนอื่น ๆ” ดรุณีรู้ดีว่า มีไม่กี่คนหรอก ที่ล่วงรู้ความลับนี้ของอาทิตย์ เพราะอย่างดรุณีเอง ก็รู้ว่าอาทิตย์เป็นรักร่วมเพศชอบผู้ชายด้วยกัน ก็ด้วยความบังเอิญเช่นกัน

“ไม่หรอก แกก็แค่ยังไม่ได้เปิดใจกับเพื่อนสนิทคนอื่น ๆ ยังไงถ้าแกลองได้พูดออกไป มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่แกคิดก็ได้” ดรุณีนั้นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเธอนั้น สามารถหาคำพูดเหล่านี้มาปลอบใจอาทิตย์ได้ทุกครั้ง ที่เห็นเขาทุกข์ใจ เห้นเขาทรมานใจ เห็นเขาเศร้ากับเรื่องตัวตนและความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับผู้ชายสักคน

“แต่เราว่าไม่ เพื่อนสนิทเรารังเกียจชายรักชาย พวกมันเคยพูดว่า คนที่เป็นเกย์นั้นอุบาทว์” ดรุณีได้ยินน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความขมขื่น เจือไปด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจกันแบบนั้น ออกมาจากปากของอาทิตย์ และแปลกที่ตัวของดรุณีเอง ไม่ได้รู้สึกขยะแขยงอะไรกับอาทิตย์เลย ในเรื่องที่เขามีใจปฏิพัทธ์ในเพศชายด้วยกัน แต่เธอกลับเข้าใจอาทิตย์และกลายเป็นถลำลึกในความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย

“เฮ้ยอาทิตย์ แกตามหาวินมันอยู่ไม่ใช่หรือ” เพื่อนต่างคณะของอาทิตย์เดินผ่านมาพอดี “ใช่ วินอยู่ที่ไหน” ดรุณีเห็นท่าทางของอาทิตย์ ที่ถามเพื่อนออกไป ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที “หน้าคณะมันนั่นแหละ เห็นว่ารุ่นพี่ที่คณะจะพาไปเลี้ยงข้าว แกรีบไปสิ ก่อนที่พวกนั้นจะออกไปกัน” ไม่ต้องรอให้ต้องพูดอะไรให้มากความ อาทิตย์รีบเดินไปที่ตึกคณะของวินทันที

ดรุณีกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามอาทิตย์ ไปทันแค่ตอนที่เห็นวินสะบัดแขนอย่างแรงให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอาทิตย์ ก่อนจะรีบไปขึ้นรถของรุ่นพี่คณะที่จอดรออยู่ อาทิตย์มองตามด้วยอารมณ์โมโห ด้วยแววตาของผู้แพ้ที่แสนจะผิดหวัง เมื่ออาทิตย์นั้นไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร วินก็ดูจะไม่ยอมฟังเขาเลยสักนิด

“ดุ แดกเหล้ากันดีกว่า” อาทิตย์พูดขึ้น “ไม่มาก็ตามใจนะ” น้ำเสียงห้วนแต่หมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ เมื่ออาทิตย์ไปที่ร้านขายของชำและหยิบขวดเหล้ามาแบบที่ดรุณีพยายามห้ามปราม ก็ทัดทานเอาไว้ไม่ได้ เมื่อมาถึงห้องพัก อาทิตย์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระดกเหล้าเข้าปากแบบไม่ยั้ง แถมยังคะยั้นคะยอดรุณีที่ไม่อยากดื่มจนเมาไปด้วยอีกคน ให้ตามเขามาให้ทัน

“เราผิดอะไร วินถึงไม่ยอมมีเราแค่คนเดียว ดุ เราผิดอะไร ดุ ไหนบอกมาซิ” อาทิตย์รินเหล้าลงแก้วเพิ่มทั้งน้ำตา ก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดมันออกจากแก้มอย่างลวก ๆ แล้วกระดกน้สีอำพันลงคอไปจนหมดแก้ว “เกิดเป็นพวกผิดเพศต้องเอาคนนั้นคนนี้ มั่วไปเรื่อย ๆ หรือวะ มันใช่หรือวะ” ดรุณีพยายามดึงแก้วเหล้าออกจากมืออาทิตย์ แต่ก็ถูกอาทิตย์คว้าข้อมือเอาไว้แทน ดรุณีจ้องตากับอีกฝ่าย ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง

“ถ้ากับอาทิตย์ เราไม่รังเกียจเลย” ดรุณีพูดจบ ก็ยื่นใบหน้าเข้าหาอาทิตย์ ก่อที่เธอจะจูบที่ริมฝีปากของเขา อาทิตย์ชะงัก ผละถอยห่างจากดรุณี ทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่ง และดูจะกระอักกระอ่วน แต่แล้วอาทิตย์ก็ยื่นหน้ากลับเข้าดรุณี ก่อนจะจูบดรุณีอย่างเร่งเร้า ดุดัน ดดื่ม จนดรุณีนั้นรู้สึกร่างกายของเธออ่อนระทวย ด้วยฤทธิ์แห่งไฟราคะที่เพิ่งเคยได้รับจากชายหนุ่ม

ด็อคเตอร์ดรุณีจอดรถอยู่ที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟร้านนั้น เธอจอดตรงนี้มาได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว ทำให้ความทรงจำครั้งหลัง ยย้อนคืนกลับมาให้เธอหวนคิดได้เป็นฉาก ๆ ประหนึ่งว่า เรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะมันช่างชัดในความทรงจำ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ และทุกสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเธอ

ครั้งล่าสุดที่เธอได้กลับมาที่แห่งนี้ ร้านกาแฟน่ารัก ๆ ร้านนี้ ที่เปิดติดกับโรงพยาบาล ที่ครั้งนั้นมันยังเป็นเพียงแค่มหาวิทยาลัยแพทย์ แต่ตอนนี้เมื่อเวลาได้เปลี่ยนไปนานขนาดนี้ ตัวของมหาวิทยาลัยได้ยกระดับไม่ใช่เป็นเพียงสถาบันสอนความรู้ทางด้านหมอรักษาคน แต่ยังได้กลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ เชี่ยวชาญการรักษาด้านต่าง ๆ มากมายไปแล้ว

แพทย์หญิงดรุณีกลับมาที่นี่อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะเคสเกี่ยวกับเด็กที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ แต่เธอตั้งใจจะกลับมาที่นี่ เพื่อพบเจอใครบางคน ที่หัวใจของเธอไม่เคยลืมเลือน ไม่เคยสักครั้งที่เธอจะหยุดรักพวกเขาได้ ทั้ง ๆ ที่หลายต่อหลายครั้ง เธอตั้งใจแน่วแน่แล้ว ว่าจะไม่ทำอย่างเดิมอีก แต่เธอก็พ่ายแพ้มันไปทุกครั้ง ด็อคเตอร์สาวยังคงจดจำเรื่องราวย้อนไป ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ที่เธอมาที่ร้านนี้หลังจากที่เธอเป็นหมอได้ไม่กี่ปี

“เชิญครับ” ดรุณีได้ยินเสียงกล่าวต้อนรับจากชายหนุ่มหน้าตาหวานคนหนึ่ง เดาได้ว่าเขาคงเป็นเจ้าของร้าน “ดื่มอะไรดีครับวันนี้” ชายหนุ่มถามเธอ ก่อนที่เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งจะวิ่งออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์ ทำท่าจ๊ะเอ๋กับเธอ แล้ววิ่งกลับไปหลบที่ด้านหลังชายหนุ่ม ดรุณีมองตามเด็กตัวน้อยนั้นไปแบบไม่ละสายตา

“ขอโทษทีนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวขึ้น “กี่ขวบแล้วคะ” ดรุณีถามชายหนุ่มออกไป “สี่ขวบแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบ “กำลังซนเชียว” ดรุณีชวนคุยต่อ “ที่หนึ่ง” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “น่ารักนะคะ คุณคงรักเขามาก” ดรุณีลอบสังเกตอากัปกิริยาจากอีกฝ่าย “ที่สุดในหัวใจผมแล้วครับ” ดรุณีรู้สึกเจ็บแปลบเขาที่หัวใจของเธอ ซึ่งเธอรู้ดีว่า มันเป็นเพราะอะไร

“คนเป็นพ่อนะคะ เข้าใจได้” ดรุณีพูดออกไป ทำหัวเราะกลบเกลื่อนหัวใจของเธอที่กำลังประท้วง “คือ ไม่ใช่หรอกครับ” สีหน้าและแววตาของชายหนุ่มดูเปลี่ยนไป ความผิดหวังอะไรบางอย่างฉายออกมาให้เห็น “พ่อเขายังไม่มาร้านน่ะครับ ตอนนี้ช่วงบ่าย ยังไม่ค่อยมีลูกค้า เขาจะมาช่วยช่วงตอนเย็นแล้ว ทั้งหมอ ทั้งพยาบาล ทั้งนักศึกษา” ดรุณีคิดว่าเธอเข้าใจถึงความรู้สึกของการไม่สามารถเป็นใคร อยู่ในตำแหน่งนั้น ๆ ที่ตัวเองอยากเป็น แต่เป็นไม่ได้ โดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากไปกว่านี้

“ดีจังเลยนะหนุ่มน้อย มีพ่อที่รักหนูตั้งสองคน” ดรุณีพูดกับเด็กชายตัวน้อย ที่เอียงคอมองเธอ ยิ้มอาย ๆ แล้วกอดขาของชายหนุ่มเอาไว้จนแน่น ชายหนุ่มเองก็ยิ้มออกมาได้ เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดแบบนั้น ภาพจำดำเนินมาถึงตรงนี้ ทำเอาแพทย์หญิงดรุณีต้องกะพริบตาถี่ ๆ มองข้ามไปที่ร้านกาแฟอีกฝั่งถนนนั่น

ดรุณี นักศึกษาแพทย์ ปิดประตูหอพักตามหลังด้วยความรู้สึกที่อ่อนแรง อาทิตย์เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า และรับรู้ว่าวินมาหาที่ห้อง ก็ผลุนผลันลงไปหาผู้ชายอีกคน โดยไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ ดรุณีต้องแข็งใจ รีบใส่เสื้อผ้าแล้วออกมาจากหอพักชายของอาทิตย์ ก่อนที่ใครจะมาเห็นเธอในสภาพนั้น

ดรุณีมองตัวเองในกระจกห้องน้ำ ก่อนที่เธอจะปล่อยให้น้ำตาของเธอไหลลงมาเป็นสาย สิ่งที่เธอมอบให้กับอาทิตย์ไปนั้น เธอคิดว่าเธอตัดสินใจถูก ดรุณีบอกกับตัวเองว่า เธอคิดดีแล้ว แต่ทำไมในตอนนี้ ดรุณีถึงได้รู้สึกว่า ตัวเธอนั้นช่างไร้ค่าสิ้นดี ดรุณีใช้มือกุมคอเสื้อนักศึกษาที่ใส่ ใช้มือดึงจับที่ชายกระโปรง ด้วยหัวใจที่รู้สึกร้าวราน เธอทำตัวเอง เธอมอบให้เขาเอง เธอกำลังสมน้ำหน้าตัวเอง ดรุณีพยายามจะหัวเราะออกมาให้สาสมกับความโง่ของตัวเอง แต่เธอกลับได้ยินแต่เสียงร้องไห้ที่ใบหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา

********************************************

คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย KADUMPA

ทำไมเป็นคนแบบนี้ - นิโคล เทริโอ

https://www.youtube.com/watch?v=cjOoFYIdu0E


โกรธตัวเอง ว่าตัวเอง

Pissed, can’t kick my own butt enough

เห็นไหมที่เราใส่ใจเขา

Doesn’t matter how much I care for him

สิ่งดีดี จากมือของเรา ให้เขาแล้วเขาอยากได้ไหม

All the goodies given to him, he doesn’t even want them

ไม่หลับไม่นอน ไม่สนตัวเอง แล้วเขาจะรู้อะไร

Chasing sleep, low self – esteem, he too doesn’t acknowledge

ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเขาไม่สนใจ

Deep down in my heart, I already know this is how he is


เรื่องดีดีให้ไปไม่เคยฝืน

All the good things are really for him

เขาไปเดินหัวเราะกับคนอื่น

While he’s with someone else have a good time laughing

เราคนเดียวต้องนอนร้องไห้

It’s only me that’ s now crying myself to sleep


ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำไมยังทำแบบนี้

Why am I like this? Why am I doing this?

ใจเราเหลือแค่นี้ ให้เขาไปทำไม

Not much left from my heart, still offering him, why?

ใจเรามีเพียงเท่านี้ ดูแลใครคงไม่ไหว

This heart’s got small amount left, can’t afford to take care of anyone

เก็บเถอะเก็บมันไว้ เช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

Keep it to myself, still enough to wipe my own tears


เก็บมานาน นิ่งมานาน

Keep behaving like this, never said a word

ครั้งนี้เหมือนคนได้เรียนรู้

Now feeling like I’m enlightened

แต่ทำไมต้องคอยเฝ้าดู

But still why I need to look after him

ต้องขอให้เขาสุขสบาย

Wondering if he’s feeling alright then

เมื่อไหร่มาเจอ เมื่อเขาซึมซึม แล้วเหมือนหัวใจสลาย

Every time I see him being dull, and that’ s breaking my heart

ต้องร้อนต้องหนาว จนเขาไม่เป็นไร

Have to be acting up until all is fine with him


เรื่องดีดีให้ไปไม่เคยฝืน

All the good things are really for him

เขาไปเดินหัวเราะกับคนอื่น

While he’s with someone else have a good time laughing

เราคนเดียวต้องนอนร้องไห้

It’ s only me that’s now crying myself to sleep


ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำไมยังทำแบบนี้

Why am I like this? Why am I doing this?

ใจเราเหลือแค่นี้ ให้เขาไปทำไม

Not much left from my heart, still offering him, why?

ใจเรามีเพียงเท่านี้ ดูแลใครคงไม่ไหว

This heart’s got small amount left, can’t afford to take care of anyone

เก็บเถอะเก็บมันไว้ เช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

Keep it to myself, still enough to wipe my own tears


มีคนหนึ่งคนที่เข้าใจ

There’s this one who understands me

ในกระจกตรงหน้านั่นไง

In the mirror right there to see

ไม่มีใครอีกแล้ว

It’s me, and there’s no one else
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-08-2023 12:18:32 โดย KADUMPA »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด