{Omegavers} The InsTinct ‘สีแดง’ [20+] :: 01 # ABnormal {18/09/2020}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: {Omegavers} The InsTinct ‘สีแดง’ [20+] :: 01 # ABnormal {18/09/2020}  (อ่าน 151 ครั้ง)

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
                                                     

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*********************************************************************



สวัสดีจ้าถึงผู้อ่านทุกท่าน ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านเรื่องนี้กันนะจ๊ะ

 

 

 

ก่อนอื่นเลยคิดว่าคงจะมีคนที่ไม่เข้าใจคำว่า Omegaves แน่นอน ถ้าจะให้อธิบายอย่างเข้าใจง่ายก็ "เคะท้องได้" ประมาณนั้น ส่วนรายละเอียดแบบลึกนั้น จะมีการใส่ไปอธิบายในเนื้อเรื่องเรื่อยๆนะจ๊ะ

 

เราเองก็เป็นนักเขียนใหม่ที่ชอบในการแต่งนิยาย เพราะงั้นก็คงจะยังไม่รอบคอบซักเท่าไหร่ และก็อาจจะยังใช่คำผิด และไม่สวยงามสักเทาไหร่ ก็จะพยายามัมนาตัวเองไปเรื่อยนะจ๊ะ

 

*สำหรับฉากเรทในเรื่องนั้นไรเตอร์ขอใส่ตามความเหมาะสมนะ บางฉากอาจจะออกแนว SM นิดๆด้วยซ้ำ ดังนั้นหากคิดว่ารับความรุนแรงไม่ก็ขอให้หลีกเลี่ยงนะ

 

 *คนที่อ่านแล้วอาจจะคิดว่าเนื้อเรื่องน่าจะดราม่า ไรเตอร์ก็ขอบอกว่ามันก็ไม่ได้ดราม่าเยอะซักเท่าไหร่หรอก :)

 

คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์กันได้น้า >0<
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2020 20:54:01 โดย MarinG »

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

EpisodeZERO



ในปัจจุบันนี้ได้วิวัฒนาการการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้ในสังคมนั้นได้มีเพศเกิดขึ้นมาใหม่ที่นอกเหนือจาก หญิง และ ชาย โลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชายก็สามารถตั้งครรภ์ได้ และให้กำเนิดบุตรได้ โดยเพศเหล่านั้นก็คือ

โอเมก้า อัลฟ่า และ เบต้า

เบต้า (Beta)

หรือถ้าจะให้อธิบายอย่างเข้าใจง่ายนั้นก็คือ... ‘ธรรมดา’

เบต้านั้นก็เปรียบเสมือนกับคนธรรมดา เบต้านั้นไม่มีวงจรฮีทเหมือนกับโอเมก้า และก็สามารถควบคุมอารมณ์ทางเพศได้ต่างกับอัลฟ่า แต่ทางด้านความสามารถแล้วเบต้ามักจะถูกสังคมมองว่าเป็นรองอัลฟ่าอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะมีเบต้าบางคนที่มีความสามารถโดดเด่นออกมาก็ตาม แต่ก็จะถูกมองว่าความสามารถเทียบได้กับอัลฟ่าชั้นล่างๆเท่านั้น เบต้าเป็นเพศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดถึง 70% จากทั้งหมด

อัลฟ่า (Alpha)

อัลฟ่านั้นคือเพศที่สามารถทำให้โอเมก้าและเบต้าท้องได้ ภายในสังคมปัจจุบันเชื่อว่าอัลฟ่านั้นมีความสามารถที่มาก และมีภาวะที่เป็นผู้นำสูง ส่วนใหญ่จึงจะได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้างาน และครอบครัวที่มีอัลฟ่าอยู่มากก็จะมีอำนาจในสังคมมากตามไปด้วย อัลฟ่านั้นมีอยู่ประมาณ 30%

โอเมก้า (Omega)

โอเมก้านั้นเป็นเพศที่มีอยู่เพียงแค่ 10% เท่านั้นเอง แถมยังเป็นเพสที่ถูกสังคมดูถูกมากที่สุดอีกด้วย โอเมก้านั้นมีวงจรฮีทที่จะทำให้ตัวโอเมก้านั้นเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โอเมก้านั้นสามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งหญิงและชาย และโอเมก้านั้นสามารถสร้างฟีโรโมนที่เบต้าและอัลฟ่า(ได้กลิ่นง่ายกว่าเบต้า)รู้สึกได้ โอเมก้านั่นถูกสังคมมองว่าเป็นเพียงแค่เพศที่เอาไว้เพียงกำเนิดบุตร จึงถูกสังคมเหยียดหยามและไม่เป็นที่ยอมรับ โอเมก้าบางคนที่ไม่มีที่ไปก็อาจจะถูกซื้อขายแล้วกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของอัลฟ่าในที่สุด

โอเมก้านั้นในช่วงฮีทนั้นร่างกายจะรู้ว่ามีความต้องทางเพศที่สูงมากและร่างกายก็จะสร้างฟีโรโมนที่มีกลิ่นแรงกว่าปกติหลายเท่า หากอัลฟ่าได้กลิ่นที่ฟีโรโมนที่โอเมก้าปล่อยออกมาในช่วงฮีท หากอัลฟ่าคนใดควบคุมสติเอาไว้ไม่ได้ก็จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง และจะเกิดอารมณ์ทางเพศ จนรู้สึกอยากจะข่มขืนโอเมก้าคนนั้น และอยากที่จะฝังเขี้ยวลงไปที่ต้นคอของโอเมก้า หากโอเมก้าคนใดถูกอัลฟ่ากัดที่ต้นคอแล้วละก็ ทั้งสองคนจะกลายเป็นคู่กันในทันที รอยที่เกิดจากการกัดนั้นจะไม่หายไปชั่วชีวิตเปรียบเสมือน

“เครื่องหมาย”

และจะปรากฏให้เห็นชัดตอนที่มีเซ็กส์ โอเมก้าที่มีคู่แล้วฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาจะมีผลแค่กับคู่ของตัวเองเท่านั้น และหากจะไปมีเซ็กส์กับอัลฟ่าคนอื่นที่ไม่ใช่คู่จะให้เกิดอาการต่อต้านบางทีก็เกิดอาการอาเจียน วิงเวียนศีรษะจนไม่สามารถมีเซ็กส์ได้

‘คู่แห่งโชคชะตา’

เป็นเรื่องเล่ากันว่าเมื่อโอเมก้าบางคนเข้าสู่ช่วงฮีทนั้นจะดึงดูดอัลฟ่าเพีนงคนเดียวให้เข้าหา แค่สบตากันเพียงแค่แวบแรกเท่านั้นทั้งคู่ก็จะตกหลุมรักกันและกัน รสสัมผัสและความสัมพันธ์ก็จะไม่จางหายไป แต่อาการแบบนี้นั้นหายากมาก ยากจนแทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากความรู้สึกของทั้งสองคนแล้วก็ไม่มีสิ่งยันที่แน่ชัดอีกเลย...

ในสังคมนั้นมีเบต้า อัลฟ่า และโอเมก้าอยู่รวมปะปนกัน แต่ถึงอย่างนั้นการเอาเปรียบก็ยังมีให้เห็นอยู่เป็นปกติแม้จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม หากในตระกูลไหนที่เป็นตระกูลอัลฟ่าและอำนาจมาก การที่จะต้องมีโอเมก้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวจคงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก...

...

ปิ๊ด... ปิ๊ด... ปิ๊ด...

เสียงที่ดังมาจากนาฬิกาข้อมือทำให้ร่างเล็กที่อยู่ใต้ผ้าเริ่มรู้สึกตัว เขาค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นจากเตียง ร่างกายที่เปลือยเปล่าของเขาสัมผัสลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มันทำให้เขารู้สึกหนาวนิดหน่อย ทันทีที่เท้าของเขาแตะถึงพื้น อาการเจ็บที่บริเวณสะโพกก็ค่อยๆเริ่มขึ้น เขาค่อยๆเคลื่อนร่างไปหยิบนาฬิกาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาดู เวลาในตอนนี้คือสองทุ่มสามนาที... ดูเหมือนว่าเขาจะหลับไปประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ความจริงแล้ววันนี้คือวันจบการศึกษาของเขา แต่แทนที่จะไปฉลองกับเพื่อนเขากลับเลือกที่จะ...

“เทียน... มีอะไรเหรอ”

เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังของร่างเล็ก ก่อนที่จะถูกวงแขนแกร่งรวบเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ใช่แล้วเขาเลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับคนรักมากกว่า ทันทีที่กลับมาถึงบ้านหลังจากที่จูบแรกเริ่มขึ้นก็เหมือนการจุดไฟ ที่พร้อมจะลุกไหม้ทั้งสองคนใหิเหลือเพียงธุลี ทั้งสองคนมีเซ็กส์ซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนกับสัตว์ป่า... มีเซ็กส์กันจนกระทั่งเหนื่อยและผล่อยหลับไป

“ก็ไม่มีอะไรหรอก นี่สกาย... ขออะไรอย่างหนึ่งสิ”

“หืม? อะไรเหรอ... อืมมมม”

ยังไม่ทันที่ร่างแกร่งจะได้ถาม ก็ถูกร่างเล็กภายในอ้อมกอดหันมาประกบปากซะก่อนแล้ว ลิ้นของทั้งสองคนพัวพันกันเป็นเกลียว ปลายนิ้วของร่างเล็กค่อยๆลากลงจากกล้ามอกแกร่งผ่านหน้าท้องลอนจนกระทั่งถึงส่วนที่เป็นพงหญ้าอ่อนนุ่ม นั้นทำให้ร่างแกร่งรู้สึกเสียวสยิวไปทั่วกายจนส่วนนั้นชูชันขึ้นมาได้ไม่ยากเย็น เสียงหายใจที่หอบรวนรินของแต่ละฝ่ายมันทันช่างเป็นการกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายเสียนี่

“วันนี้นายดูคึกเป็นพิเศษเลยนะ เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตนักเรียนรึไง”

“อ่า... แต่คนที่แข็งขนาดนี้ยังจะทำเป็นพูดดีอีกนะ”

“อะ... อ๊า!!”

เสียงร้องกระสันนี่เกิดจากการมือที่อ่อนนุ่มของร่างเล็กกำลังเล่นสนุกอยู่กับส่วนนั้นของร่างแกร่ง มือเล็กๆนั้นค่อยๆรูดขึ้น... รูดลงอย่างสนุกสนาน ส่วนใบหน้าของร่างแกร่งเองก็ค่อยเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนในสุดก็ตัดสินใจครอบปากลงไปที่หัวนมสีสวยของร่างเล็ก และออกแรงดูดอย่างเอาเป็นเอาตายทำเอาร่างเล็กสั่นไปทั้งร่าง แต่ก็นั้นทำให้ร่างเล็กเร่งจังหวะชักให้เร็วขึ้นจนในที่สุดร่างแกร่งก็เกร็งหน้าท้องพร้อมกับปล่อยน้ำขาวขุ่นจำนวนมากทะลักออกเลอะเต็มหน้าท้องของเขาและร่างเล็ก

“ทั้งที่แตกไปตั้งสามรอบแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังเยอะขนาดนี้เลยนะ... สมแล้วละที่เป็ลอัลฟ่า”

“แฮ่ก แฮ่ก นั้นไม่เกี่ยวซักหน่อย แต่เราะนายเซ็กซี่เกินไปตั้งหาก... แฮ่ก”

“อ๊า อย่างงั้นหรอกเหรอ...”

ร่างเล็กค่อยๆเขยิบตัวออกจากร่างแกร่งและเลื่อนหน้าลงไปที่ส่วนที่ยันคงแข็งอยู่ ร่างเล็กครอบปากลงแท่งนั้นจนสุดทำเอาร่างแกร่งถึงกับร้องออกมาเสียงดันสนั่น จนเมื่อร่างแกร่งใกล้จะถึงแล้วร่างเล็กจึงผละริมฝีปากออก และเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นไปคร่อมร่างแกร่งเอาไว้และจัดให้ส่วนนั้นตรงกับทางเข้าพอดี...

“เทียน... เดี๋ยวก่อน ยังไม่ได้ใส่ถุงยางเลยนะ”

“ของแบบนั้นไม่เห็นจำเป็นเลย...”

จากนั้นร่างเล็กก็ค่อยกดทับช่องทางของตัวเองลงไปที่ส่วนนั้นของร่างแกร่ง แต่มันเข้าไปเพียงแค่ส่วนปลายเท่านั้น น่าแปลกจริงๆทั้งที่พวกเขาสองคนก็มีเซ็กส์กันมากหลายรอบแล้ว แต่ทำไมเวลาใส่มันยังรู้สึกลำบากอยู่เลยละ ในตอนที่ร่างเล็กกำลังพยายามดันให้มันเข้าจนสุดก็ถูกร่างแกร่งกระเด้งเอวอย่างแรงจนไม่ทันได้ตั้งตัว ด้วยความตกใจทำให้ร่างเล็กถูกร่างแกร่งกดในนอนหงายลงบนเตียงได้อย่างง่ายดาย แต่นั้นก็ทำให้ร่างเล็กรู้สึกจุกและเสียวสะท้านไปทั่วร่าง

“เห็นไหมเข้าไปจนหมดแล้ว...”

“ไอ้บ้า... อะ อ๊า อ๊า!!”

ถึงอยากจะด่าก็ตามแต่เมื่อร่างแกร่งเริ่มโยกสะโพกเข้า...ออกจากช้าๆกายเป็นเร็วขึ้นตามจังหวะ ร่างเล็กก็ทำได้เพียงส่งเสียงครางออกมาด้วยความสุข... ความสุขจริงๆรึป่าวนะ ร่างแกร่งก้มลงไปไปประกบจูบอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นร่างแก่งกลับต้องแปลกใจ...

“นาย... ร้องไห้?”

“อะ เออ น้ำตาแห่งความสุข อะไรแบบนั้นไง”

“หมายความว่าไงเนี่ย... อ๊า ฉะ ฉันจะแตกแล้ว...”

“งั้นก็ปล่อยเข้ามาข้างในเลย... ปล่อยออกมาทั้งหมดเลย”

“ห๊ะ!!”

ร่างแกร่งร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ส่วนร่างเล็กก็ได้แต่ทำหน้านิ่งเพื่อเป็นสิ่งการันตีว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ก็ไม่แปลกที่ร่างแกร่งนั้นจะตกใจ เพราะสำหรับโอเมก้าแล้วการปล่อยข้างในมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย อีกอย่างอายุรวมถึงวุฒิภาวะของทั้งสองคนตอนนี้คงไม่สามารถรับกับเรื่องที่จะตามมาภายหลังได้แน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น...

“เฮ้ย!! นี่นายเล่นใช้ขารัดฉันแบบนี้เลยเหรอ... รู้ไม่ใช่รึไงว่ามันอันตราย นายอาจจะท้องก็ได้นะ”

เพราะนั้นสิ่งที่เขาอยากให้เป็น...

“ไม่เป็นไรหรอกฉันยังไม่ได้อยู่ในช่วงฮีทซักหน่อยเพราะงั้นเป็นไรหรอก ปล่อยเข้ามาเถอะ... ทั้งหมดของนายน่ะ”

“นี่นาย... โธ่เว้ย!! จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่เสียใจแน่นะ!!”

“อืม...”

เมื่อได้ยินดังนั้นร่างแกร่งจึงเลิกที่จะคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดและตั้งหน้าตั้งตาซอยเอวเข้าออกอย่างเอาเป็นเอาตาย ร่างเล็กเองก็เด้งเอวรับเป็นจังหวะจนในที่สุดร่างแกร่งก็เกร็งหน้าท้องอย่างแรงพร้อมกับปล่อยน้ำขาวขุ่นทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ภายในตัวของอีกฝ่าย ทั้งสองคนหอบด้วยความเหนื่อยร่างแกร่งล้มตัวลงบนร่างเล็กก่อนที่จะหลับไปอีกครั้งด้วยความเหนื่อยล้า ร่างเล็กเองก็เช่นแต่เขากลับไม่ยอมที่หลับแล้วพยายามฝืนร่างกายให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ไปชำระล้างร่างกายและแต่งตัวก่อนที่จะออกจากห้องนั้นไปร่างแกร่งก็ยังคงหลับอยู่บนเตียง ทำให้ร่างแกร่งไม่ได้ยินสิ่งที่ร่างเล็กพูดต่อไปนี้ ถึงเหตุผลที่เขาทำลงไปอย่างนั้นเพราะ... ครั้งนี้มันคือครั้งสุดท้าย

“พวกเราน่ะ... จบกันแค่นี้แหละ”

...

“โอเมก้า กับ อัลฟ่าน่ะ... ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้หรอก”

ออฟไลน์ MarinG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: {Omegavers} The InsTinct ‘สีแดง’ [20+] :: ABnormal {18/09/2020}
«ตอบ #2 เมื่อ18-09-2020 20:53:06 »

ABnormal


ณ คอฟฟี่ช็อป แห่งหนึ่ง


คอฟฟี่ช็อปแห่งนี้เป็นเพียงแค่ร้านเล็กๆที่อยู่ห่างออกมาจากรั้วมหาลัยประมาณห้าร้อยเมตร ภายนอกร้านนั้นก็ดูตกแต่งธรรมดา แต่เมื่อเข้ามาดูภายในร้านแล้วละก็จะพบกับผู้คนนั่งกันอยู่แน่นร้าน สาเหตุนั้นอาจจะเป็นเพราะกลิ่นหอมที่กระจายไปทั่วร้านจนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และอีกเหตุผลหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะ... บาริสต้าของร้านนี้ พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าของร้านซะกระมัง


‘เทียนหลี่’


หรือที่คนรู้จักส่วนใหญ่จะเรียกกันสั้นว่า ‘เทียน’ ด้วยใบหน้าที่สวย และรอยยิ้มที่อบอุ่นแสนหวานชวนฝัน ความสามารถที่พูดคุยให้คำปรึกษากับผู้คนอย่างเป็นมิตร นั้นทำให้ใครหลายๆคนต่างก็หลงไหล


และที่นี่ก็ยังเป็นที่เบต้า อัลฟ่า และโอเมก้าอยู่กันอย่างเท่าเทียม ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ผู้คนที่อยู่ในร้านนี้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นมิตร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพศอะไรก็ตาม เมื่ออยู่ที่นี่แล้วรู้สึกผ่อนคลาย นั้นอาจก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นที่นิยมในเกือบทุกกลุ่มวัย


“เฮ้อ... ทำไมวันนี้มันถึงได้แย่แบบนี้นะ อยู่ดีดีอาจารย์ก็ดันสอบควิชซะงั้นเลย”


เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาพูดบ่นขึ้นพร้อมกับเอาหน้าลงไปฟุ่บกับโต๊ะเคาเตอร์บาร์ เทียนหลี่ที่เห็นดังนั้นก็อดหัวหัวเราะในลำคอไม่ได้ เทียนหลี่ค่อยๆเทชาเขียวปั่นลงในแก้วพลาสติกจากนั้นก็ปิดฝาแล้วเสิร์ฟให้กับคนที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง


“มันก็เป็นสิทธ์ของอาจารย์เขานิ แล้วกานต์ทำข้อสอบได้รึป่าวละ... ชาเขียวปั่นของคุณลูกค้าได้แล้วครับ”


“มันก็ทำได้แหละครับ... แต่ดูเหมือนเขาจะมองผมแปลกๆ คงจะสงสัยละมั่งว่าทำไมโอเมก้าอย่างผมถึงทำข้อสอบได้ละมั่ง...”


“...”


“สุดท้ายแล้วไม่ว่าที่ไหนโอเมก้าก็ยัง...”


มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เทียนหลี่เองก็ยอมรับว่าในสังคมตอนนี้โลกยังคงมองโอเมก้าในแง่ลบกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็มักจะถูกจัดให้อยู่กลุ่มสุดท้ายเสมอ ยิ่งเด็กพึ่งเคยใช่ชีวิตในสังคมใหญ่แบบนี้ด้วยแล้วด้วย มันคงยากที่จะยังยากในการปรับตัว คงจะกลัวอยู่แน่นอนว่าถ้าเกิดฮีทในสถานที่ใหญ่ๆอย่างมหาลัยขึ้นมาคงกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ในตอนนี้ก็คงจะพูดทำได้แค่พูดกำลังใจเท่านั้น และเทียนหลี่ก็ค่อยๆลูบหัวของกานต์พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน...


“ก็ที่นี่ไงละที่กานต์สามารถอยู่ได้อย่างสบายใจ ไม่เป็นไรนะ ถ้ายังเชื่อมั่นความสุขจะต้องเดินมาหากานต์อย่างแน่นอน...”


“ฮะฮะฮะ ขอบคุณนะครับพี่เทียน... หว่า!!”


จากสัมผัสจากการลูบหัวที่อ่อนโยนเมื่อกี้ มันกลับการเป็นการขยี้มันเมามันส์แทน ซึ่งคราวนี้ไม่ได้มาจากเทียนหลี่แต่อย่างใด เมื่อกานต์หันหลังไปก็พบกับโอมที่อยู่ในชุดของพนักงานร้านเช่นเดียวกับเขา รอยยิ้มที่ออกมาจากโอมนั้นต่างจากเทียนหลี่อย่างลิบลับ แต่ดูกวนประสาท... แต่มันกลับทำให้กานต์รู้สึกชื่นใจมากกว่า


“พะ พี่โอม...”


“อย่าพูดอะไรน่าหดหู่แบบนั้นสิ มีอะไรก็มาปรึกษาพี่ได้นะ”


พูดจบก็ขยี้หัวกานต์อีกสองสามที ก่อนที่โอมจะเดินไปทำงานเสิร์ฟอาหารต่อ ส่วนกานต์หลังจากที่โอมเดินจากไปแล้วก็เผลอเอามือขึ้นมาจับตรงที่ถูกขยี้อย่างไม่รู้ตัว เมื่อเทียนหลี่เห็นดังนั้นก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเกือบจะทุกอย่าง  ดันเจอเรื่องยุ่งยากเข้าซะแล้วสิ... งั้นตัวเขาควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยในเรื่องนี้มากแค่ไหนกันนะ


“สนิทกับโอมด้วยเหรอ”


“ห๊ะ!! ก็ เออ ประมาณว่าเป็นรุ่นพี่ที่คณะน่ะครับ แล้วก็รู้จักกันตอนรับน้อง... แล้วพี่เขาก็คอยช่วยเหลือผมด้วย แล้วก็... แล้วก็...”


“...ก็เลยชอบเค้าสินะ”


“พะ พี่เทียนพูดอะไรนะครับ ผมน่ะไม่ได้... ไม่ได้...”


“...”


“...ผมชอบเขาครับ”


ถึงตอนแรกกานต์จะพยายามปฏิเสธสิ่งที่เทียนหลี่พูดก็ตาม แต่ด้วยใบหน้าที่แดงจัดรวมถึงท่าทีร้อนตัวของกานต์นั้นมันออกจนชัดเจน ซะจนสามารถอธิบายทุกสิ่งได้ทั้งหมด กานต์รู้เลยว่าเขาคงไม่สามารถโกหกผู้ชายคนนี้ได้แน่นอน ในวันนี้กานต์ได้รู้แล้วรอยยิ้มของผู้ชายคนที่นอกจากมันจะดูอบอุ่น แล้วมันยังสามารถดูเจ้าเล่ห์ได้อีกด้วย


“แต่ว่าพี่เขาเป็นอัลฟ่า... เพราะงั้นแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ต่อให้เรารักกันได้ครอบครัวของเขาคงจะไม่มีทางยอมรับผมหรอก”


คำพูดของกานต์ทำให้เทียนหลี่สะอึกไปเล็กน้อย มันทำให้เขานึกย้อนกลับไปยังอดีตของตัวเอง เขาเองก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน และในใจตอนนี้เขาก็ยังคงคิดอยู่ แต่... เขาอยากจะให้ความคิดนี้เกิดเพียงแค่กับเขาคนแค่เดียว ไม่จำเป็นต้องให้ใครเลือกทางเดียวกันกับเขา เพราะสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันจะออกเป็นอย่างไรตัวของเทียนหลี่ย่อมรู้ดีที่สุด...


“กานต์เชื่อเรื่องคู่แห่งโชคชะตารึป่าว...”


“เออ จะว่ายังไงดีละมันก็พูดยากเหมือนกันนะครับ ถ้าถามว่าเชื่อไหม...ก็คงเชื่ออยู่บ้างละมั่งครับ”


“แล้วไม่คิดมั่งเหรอว่าโอมอาจจะเป็นคนในโชคชะตาคนนั้นก็ได้น่ะ”


“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้ามันง่ายแบบนั้นคนเขาคงจะมีคู่กันเกลื่อนเต็มไปเป็นหมดแล้วละครับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความรักแบบนี้แล้ว ผมเองอยากรู้เรื่องของพี่เทียนเหมือนกันนะครับ พี่เทียนเองก็เป็นคนสวยนะครับ มีแฟนรึยังครับเนี่ย”


พอพูดถึงเรื่องนี้เทียนหลี่ก็ยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเช่นเคย เพียงแต่ความรู้สึกที่ปล่อยออกมาจากรอยยิ้มนั้นมันต่างออกไป แต่คนที่จะรู้สึกถึงมันมันได้ก็คงจะมีแค่ตัวของเขาเองเท่านั้นละ


“ก็เคยมีนะ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วละ สำหรับโอเมก้า... ไม่สิ สำหรับคนอย่างพี่แล้ว เรื่องมีแฟนเนี่ยเอาไว้หลังสุดเลยละ”


“พี่เทียนเป็นโอเมก้า!! ผมก็นึกว่าพี่เป็น...”


“เบต้า... ใช่ไหมละ”


ประโยคที่ถูกเทียนหลี่พูดตัดขึ้นมานั้นมันทำให้เกิดช่องว่างความเงียบที่ทำให้กานต์รู้สึกเหงื่อตก กานต์รู้สึกตกใจจริงๆที่รู้ว่าเทียนหลี่เป็นโอเมก้า เพราะจากการที่สังเกตมาตลอดนั้น จากการกระทำต่างๆที่ผ่านมา ไม่ว่าใครก็คงจะคิดว่าเทียนหลี่เป็นเบต้า หรือถ้าจะไม่ใช่ก็ดูแล้วควรจะเป็นอัลฟ่ามากกว่าโอเมก้าเสียอีก แต่ตอนนี้ที่แน่ๆกานต์ต้องพยายามหาเรื่องคุยเพื่อทำลายให้บรรยายหนักอึ้งนี่เสียก่อน


“อ๊ะ จริงด้วย!! แล้วคู่แห่งโชคชะตาของพี่เทียนละครับ...”


“...”


“...เคยเจอบ้างรึป่าว”


กานต์พึ่งรู้สึกตัวว่า ตัวเองได้พลาดในการเลือกประโยคคำถามไปซะแล้ว... (อ๊ากกกกกกกกกกกกกก/เสียงในใจกานต์)


“คู่แห่งโชคชะตา... ก็อาจจะเคยเจอแล้วละมั้ง”


“จริงเหรอครับ!!” น่าสนใจขึ้นมาซะงั้นกานต์คิด


“แต่สุดท้ายพี่ก็เลือกที่จะทิ้งโชคชะตาที่ว่านั้นไปเอง ไม่ว่านั้นจะเป็นของจริงหรือไม่ก็ตาม...”


สุดท้ายอารมณ์ก็ยังคงดิ่งลงเหวอย่างช่วยไม่ได้ กานต์อยากจะพูดขอโทษเหลือเกิน ที่ไม่ฉลาดในการตั้งคำถามชวนคุยเอาซะเลย บรรยายการในตอนนี้ทำเอากานต์อยากจะร้องไห้มากๆ แต่เมื่อกานต์ได้ก้มลองดูที่นาฬิกาข้อมือ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีเรียนบ่าย และมันก็ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วด้วย ถ้าขืนเป็นแบบนี้เขาอาจจะเข้าเรียนสายก็ได้ ดังนั้นกานต์จึงตัดสินใจคว้าแก้วน้ำที่อยู่บนเคาน์เตอร์ และรีบสะพายกระเป๋าเตรียมออกวิ่ง


“พี่เทียนครับงั้นผมคงต้องขอตัวก่อน...”


หมับ!!


“เอ๋...จับแขนผมไว้ทำไมครับ!!”


“โอมใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วใช่ไหม ถ้างั้นพี่ฝากกานต์ไปกับโอมด้วยนะ”


“ได้คร้าบ! งั้นกานต์ไปรอพี่ที่หลังร้านก่อนเลย เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อแปปเดียว”


กานต์ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อเมื่อตามสิ่งที่เทียนหลี่ทำไม่ทัน สุดท้ายกานต์ก็ได้ไปกับโอมตามที่เทียนหลี่จัดแจงเอาไว้ โดยมีเทียนหลี่โบกมือลาเป็นกำลังใจให้จากในร้าน สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าเขาเผลอไปยุ่งเรื่องคนอื่นจนได้ แต่มันอาจจะเป็นการทำไป เพราะแก้อาจการตกใจจากเรื่องเมื่อกี้ที่พูดออกมา
ตัวเขาได้ทิ้งคนที่อาจจะเป็นโชคชะตาของตัวเองไปจริงๆงั้นเหรอ... งั้นไงเขาก็เป็นคนเลือกเอง เพราะอาจจะดีกว่าที่คนๆนั้นจะได้อยู่กับเขาก็ได้


หลังจากเลยเวลาบ่ายโมงไปแล้ว คนในร้านก็ค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน หรือประมาณห้าโมงเย็นนั้นเองที่จะคนจะเริ่มแน่นขึ้นมาอีกครั้ง ร้านของเทียนหลี่มักจะปิดไม่เป็นเวลาเท่าไหร่นัก บางครั้งก็หนึ่งทุ่ม สามทุ่ม หรือปิดร้านเกือบห้าทุ่มก็เคยมีมาแล้ว


ซึ่งเมื่อถึงช่วงเย็นก็มักมีลูกค้าที่คุ้นหน้าคุ้นตา แวะเข้ามาในเวลาช่วงหนึ่งทุ่มกว่าๆด้วยชุดไปรเวทเสมอ แล้วเทียนหลี่ก็ยิ้มออกมาเพื่อทักทาย กานต์มักจะมาที่ร้านในช่วงเวลานี้บ่อยๆ เพราะมันอยู่ห่างจากหอพักของเขาไม่มากนัก


“เมื่อตอนบ่ายทำกันแสบมากเลยนะพี่เทียน...”


“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ...”


“...”


กานต์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่แสดงออกด้วยท่าทางที่หลบสายตา แถมด้วยแก้มสีแดงที่ชัดเจนขึ้นไปถึงใบหูนั่นทำให้เทียนหลี่สรุปได้ว่า...


‘มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ’


เมื่อเห็นดังนั้นเทียนหลี่จึงหยุดไม่ได้เลยที่จะต้องซักถามความจริงจากปากของกานต์ ถึงจะดูเป็นเด็กไปหน่อย แต่ยังไงการได้ยุ่งเรื่องน่ารักๆแบบนี้ก็สนุกจริงๆ ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นเองบทสนทนาทุกอย่างก็ต้องถูกหยุดลง เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน


กริ๊ง...!!


เมื่อเทียนหลี่เห็นผู้ชายคนนี้ก็มองไปรอบๆร้าน โชคดีที่ตอนนี้ก็ค่อยข้างจะเหลือน้อยแล้ว เทียนหลี่ขอโทษที่ต้องให้กานต์กลับไปก่อน เพราะดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะต้องปิดร้านเร็วๆกว่าปกติซะแล้ว หลังจากที่ลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้าน และเทียนหลี่เอาประตูเหล็กลงหมดทุกบานแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้เริ่มคุยกับผู้ชายคนนี้ซักที...


“วันนี้มาที่นี่มีอะไร...”


“เทียนหลี่... ใครสอนให้นายพูดกับพี่ชายห้วนๆแบบนี้กัน”


ผู้ชายคนนี้ก็คือ ‘จงซิน’ หรือพี่ชายของเทียนหลี่ ผู้บริหารใหญ่ของบริษัทชั้นนำในเรื่องผลิตยาระงับฟีโรโมน และความต้องการทางเพศ ที่มีความจำเป็นสำหรับโอเมก้าและอัลฟ่าในปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งในวันนี้ที่จงซินมาที่นี่ก็เพื่อจะมาดูความคืบหน้าของสินค้าทดลองนั้นเอง


“เป็นยังไงบ้างละ มันอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งก่อนที่ฉันมาตรวจสอบรึป่าว”


“ทุกอย่างยังเป็นปกติ ยังไม่มีใคร... ไม่มีโอเมก้าคนไหนที่เกิดอาการฮีทภายในร้ายเลยซักราย รวมถึงอัลฟ่าเองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลุ้มคลั่งด้วย”


“งั้นก็หมายความว่ากลิ่นอโรม่าตัวนี้ประสิทธิภาพใช่ได้ น่าจะใช้เป็นสินค้าตัวใหม่ได้...”


สิ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็คือตัวจริงของกลิ่นหอมภายในร้าน สาเหตุที่คนที่เข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกใจใจสงบนั้นก็เป็นเพราะคุณสมบัติของยาระงับตัวใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบของกลิ่นอโรม่า ส่วนร้านแห่งนี้ก็คือห้องทดลองที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเอง จงซินเอากระดาษบางอย่างขึ้นมาจดพร้อมกับเดินดูไปทั่วร้าน หลังจากเสร็จแล้วก็วางของต่างๆเอาไว้ที่โต๊ะแล้วเดินเข้ามาหาเทียนหลี่


“เรื่องงานจบแล้ว... งั้นต่อไปก็ถึงเรื่องของเราบ้างละนะ”


“...เห้อ” เทียนหลี่ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย


“เทียนเทียน!! เมื่อไหร่นายจะกลับบ้านซักทีห๊ะ!! รู้บ้างรึป่าวว่าคนที่บ้านเป็นห่วงแค่ไหน ทั้งที่เฮียก็บอกแล้วว่าการสังเกตการณ์ให้คนอื่นมาทำแทนก็ได้”


เทียนหลี่ถอนหายใจอีกครั้งกับสภาพของพี่ชายที่อยู่ตรงหน้า ถ้ายังอยู่ในเรื่องงานก็จะทั้งวางมาดและก็น่าหมั้นไส้ที่สุดเลยแท้ๆ แต่พอเรื่องงานจบที่ไรก็จะกลายเป็นพี่ติดน้องแบบนี้ทุกที่ เพราะแบบนี้ไงเทียนหลี่เลยไม่ค่อยอยากจะกลับบ้านซักเท่าไหร่ เพราะถ้ากลับไปบ้านเขายังต้องเจอคนที่นิสัยแบบนี้อีกตั้งสามคน คงเป็นเพาะว่าตัวเขาเป็นลูกคนเล็กด้วยละมั่ง ที่บ้านก็เลยทำเหมือนว่าเขาเป็นเด็กเล็กๆที่ต้องทะนุถนอมอยู่ตลอดเวลา


“เป็นผมนั่นแหละดีแล้ว... เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมา ผมก็คงจะไม่เป็นอะไรอยู่ดี”


“อย่าพูดอย่างงั้นสิ... แล้วม๊าก็บอกมาด้วยว่า นสบควรจะมีคนดูแลได้แล้วนะ”


“เรื่องนี้ผมขอเถอะเฮีย... แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว”


“หรือว่านาย... ยังคิดถึงไอ้หมอนั้นอยู่”


คำถามนี้ของจงซินทำให้เทียนหลี่ชะงักไปเล็กน้อย ถ้าหากถามว่าเขายังคิดถึงอยู่รึป่าว เทียนหลี่ยังคงคิดถึงเขาอยู่... เพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะคนรัก มันอาจจะเป็นเหมือนกับที่ใครๆต่างพูดกันว่าใจของมนุษย์นั้นมันเปลี่ยนกันได้อย่างง่ายดาย เมื่อเวลาผ่านไปคนที่เคยรักก็เป็นเพียงแค่คนรู้จัก หากวันใดได้เจอหน้ากันอีกพวกเขาอาจจะไปแม้แต่ทักกันเลยก็ได้


“เห้อ... ผมจะกลับบ้านก็ได้”


“เฮียรู้อยู่ละว่านายต้อง... ห๊ะ จริงเหรอ!! งั้นหมายความว่านายจะเลิกทำงานนี้แล้วกลับไปอยู่ที่บ้านใช่รึป่าว”


“ผมจะกลับไปอยู่ที่บ้านสามวัน แล้วก็ไม่เลิกทำงานนี้ด้วย”


“ทำไมละเทียนเทียน...”


“เพราะงานนี้มันเหมาะกับผม... ที่ไม่ปกติ” พูดจบเทียนหลี่ก็เดินหายเข้าที่หลังร้านปล่อยให้จงซินอยู่เพียงลำพัง


ไม่ปกติ... จะว่าไปแล้วนั้นมันก็เป็นเหตุผลที่เทียนหลี่ขอรับหน้าที่จะเป็นคนสังเกตการณ์นี่นะ จงซินเอามือลูบหน้าตัวเองหนึ่งทีพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ คำว่าไม่ปกติที่เทียนหลี่พูดนั้นหมายถึงร่างกายของตัวเขาเอง ระบบร่างกายของเทียนหลี่นั้นไม่ปกติมาตั้งที่เข้าเกิดแล้ว แพทย์ไม่สามารถระบุได้ว่าเทียนหลี่นั้นเป็นเพศอะไรกันแน่ระหว่างอัลฟ่าหรือว่าโอเมก้า แต่เนื่องจากในใบรับรองจำเป็นต้องใส่เพศที่ชัดเจน ทางครอบครัวจึงขอให้แพทย์ใส่เพศของเขาเป็นโอเมก้า ระบบฮอร์โมนที่ทำงานผิดปกตินั้นทำให้เขายากที่จะไม่เข้าสู่ช่วงฮีทหรืออาจจะไม่มีเลย และทนต่อฟีโรโมนที่โอเมก้าปล่อยออกมาได้อย่างกับเบต้า แต่เขาก็ไม่ใช่เบต้า...


ถึงแม้ว่ามันมันจะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เพราะมันเป็นแบบนั้นบางครั้งร่างกายของเทียนหลี่มักจะทำงานผิดปกติทำให้เขาเป็นลมสลบไป และถ้าหากมันเกิดขึ้นบ่อยๆคงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ


หลังจากที่เทียนหลี่เก็บของเสร็จ เขาก็เดินไปที่รถของจงซินโดยที่มีคนรับใช้คอยรอรับอยู่ หลังจากที่จงซินที่ตามมาที่หลังขึ้นนั่งแล้ว รถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากบริเวณร้านกาแฟทันที เทียนหลี่มองออกไปที่นอกหน้าต่างพร้อมกับครุ่นคิดบางอย่าง ถึงเหตุผลอีกอย่างที่ทำให้เขาไม่อยากจะกลับไปที่บ้าน นั่นเป็นเพราะป๊าและม๊าของเขาอยากให้เทียนหลี่แต่งงานมีครอบครัว เพราะนั้นอาจจะเป็นวิธีที่จะทำให้เทียนหลี่เป็นปกติ จากที่แพทย์สันนิฐานไว้ก็คือ ‘การใช้วิธีบางอย่างเพื่อนกระตุ้นให้ฮอร์โมนเพศทำงานอย่างสมบูรณ์’ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเทียนหลี่ต้องเลือกว่า...
 

จะกัดต้นคอ โอเมก้า เพื่อจะเป็น อัลฟ่า


หรือจะยอมโดน อัลฟ่า กัดเพื่อเป็น โอเมก้า


...



ในระหว่างที่รถแล่นออกไปนั้นเองเทียนหลี่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งเห็นเขาตอนเดินออกจากร้านก่อนที่จะเดินขึ้นรถซะแล้ว


“หาพบแล้ว...”



 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด