รักเล่ห์กลลวงตอนที่22 พี่ณุกXซอมพอ เรื่องเดียวที่ผมขอครับแม่นิดาคือซอมพอ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักเล่ห์กลลวงตอนที่22 พี่ณุกXซอมพอ เรื่องเดียวที่ผมขอครับแม่นิดาคือซอมพอ  (อ่าน 2094 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-08-2020 22:55:44 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
 
ซอมพอ   
สวัสดีค่ะ มือใหม่หัดแต่งนิยายอ่านอยู่หลายเรื่องแม้จะไม่ได้กดเม้น เห็นทุกคนแต่งได้เก่งมากๆ เลยขอลองบ้างค่ะ ผิดพลาดประการใดผู้แต่งต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เนื้อเรื่องไม่ได้ใช้ภาษาเหนือแต่ส่วนตัวชอบคนเหนือเลยวาดนายเอกเป็นคนเหนือค่ะ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ จุ๊บๆ
   หนุ่มหน้าหวานราวกับสตรีก็ไม่ปาน รูปร่างเล็กบอบบาง ผิวพรรณเรียบเนียนจนไร้ที่ติ เขาเป็นลูกชายคนเล็กที่ได้ทุกอย่างมาจากแม่ แม่ของเขาเป็นสาวเหนือ ด้วยความที่พ่อแม่ตั้งใจอยากจะมีลูกสาวแต่ได้เด็กผู้ชายน่ารักราวกับตุ๊กตามาแทน พวกเขาจึงตั้งชื่อให้เขาว่า ซอมพอ  ที่แปลว่า นกยุง ปกติเขาจะตั้งให้เด็กผู้หญิงกันแต่นี้ก็เพราะเขาทั้งสองตั้งใจเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนแม่แว่นแก้วท้อง แม่บอกว่าแม่แพ้ท้องหนักมากจนถึงคลอด แน่นอนใครก็ถักว่าจะได้ลูกสาว ด้วยความที่บ้านนี้มีลูกชายหนึ่งคนแล้ว มันจึงทำให้พ่อกับแม่ของเขานั้นวาดภาพลูกสาวไว้รอในหัว แต่เมื่อเขาเกิดมากกลับเป็นผู้ชาย ก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ไม่รักเขามีแต่จะรักเขามากรวมทั้งพี่ชาย พี่น่าน หรือน่านฟ้า ที่พี่ชายของเขาได้ชื่อน่านฟ้าก็เพราะ คุณพ่อของพวกเขาเคยเป็นนักบินให้กับสายการแห่งชาติและด้วยภาระหน้าที่ ที่ทำให้พ่อของเขาต้องห่างบ้าน ห่างครอบครัว คุณพ่อของเขาเลยตัดสินใจลาออกและมาช่วยครอบครัวของแม่ของเขาดูแลกิจการรีสอร์ทแทนและยังมีธุรกิจปางช้าง ที่เป็นของคุณปู่ของพ่อของเขาทั้งสอง

“ซอมพอ มีจดหมายมานะลูก” แม่แว่นแก้ว หญิงสาวที่มีผิวพรรณงดงามแม้จะอายุล่วงเลยไปจนเกือบหลักห้าแล้วก็ตามแม้ก็ยังดูสวยอ่นกว่าวัย ใครก็บอกว่านี้คือกรรมพันธุ์ที่สืบทอดมาจนถึงซอมพอเช่นกัน

“ครับแม่”ซอมพอ เด็กหนุ่มลุกจากที่นอนหมอนอิงของเขา เดินออกไปหาผู้เป็นมารดา ซอมพอ จบจากมหาวิทยาลัยมาได้ปีหนึ่งแล้ว เขาจบด้านเครื่องประดับ ทั้งที่พ่อของเขาอยากให้เขาเรียนบัญชีหรืออะไรที่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ด้วยความที่เขารักด้านนี้ พี่ชายเขาเลยขอพ่อของเขาให้ และพี่น่าน ก็รับหน้าที่ดูแลกิจการทุกอย่างและจะดูแลน้องเชายของเขาด้วยหากน้องชายไม่ประสงค์จะรับช่วงต่อก็ตาม พ่อของเขาเลยอนุญาติ

“จะรีบวิ่งมาทำไมเรานี้.....เดินก็ได้” แม่แว่นแก้วเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว เมื่อนางเห็นลูกชายวิ่งมาหาตนยังกับเด็กๆ ทั้งทีอายุก็เข้าไปยี่สิบสองปีแล้ว ซอมพอเข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่ถามกลางสายตาผู้เป็นพ่อที่มองตาขมึง

“อย่ากอดนานนั้นเมียพ่อ” พ่อพสิน พ่อเป็นคนกรุงเทพแต่กำเนิด พ่อของเขาได้พบรักกับแม่ผ่านเพื่อนของพ่ออีกทีแต่กว่าพ่อจะได้รักกับแม่ก็เล่นเอาพ่อต่องเที่ยวไปเทียวมากรุงเทพเชียงใหม่อยู่บ่อยๆจน พ่อของแม่ซึ่งเป็นปู่ของซอมพอยอมใจอ่อนและเมื่อซอมพอเกิด พ่อตัดสินใจลาออกจากนักบินมาช่วยแม่และคุณปุ่ดูแลกิจการทุกอย่าง 

“แม้พ่ออ่ะ นี้ก็แม่ผม ผมจะกอดนานๆเลย”

“หึๆ ให้มันจริงนะ แต่อีกไม่นานก็คงเป็นผู้หญิงอื่น สู่พ่อก็ไมได้มีหญิงเดียวโว้ย” พ่อของซอมพอพูด ซอมพอก็หยิบเอาจดหมายในมือของแม่มาเปิดอ่านทันที เป็นเหมือนจดหมายจากบริษัทมากกว่า นี้เขาจบมหาวิทยาลัยมาได้เกือบปีแล้ว แต่พ่อกับแม่เขาไม่อยากให้เขาไปทำงานที่อื่น อยากให้อยู่ช่วยพี่ชายเขาดูแลกิจการครอบครัว

“แม่...ทางบริษัทที่ผมสมัครงานไว้เขาตอบกลับมาว่าให้ผมไปเริ่มงานได้เลยแม่”ซอมพอดีใจสุด

“อะไรนะ นี้แกไปสมัครงานตอนไหน ที่ไหนซอมพอ” พ่อวางหนังสือลง พ่อมองหน้าซอมพอบุตรชายคนเล็ก และแม่ผู้ที่เข้าใจเขามากที่สุดก็หันมามองลูกชายคนเล็ก

“คือผมได้ทำเรซูเม่ สำหรับสมัครงานและยื่นออนไลน์ไว้กับทางมหาวิทยาลัยนะครับพ่อ” ซอมพอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ  ผู้เป็นแม่ยังคงมองใบหน้าลูกชายที่กล้าๆกลัวๆที่จะบอกกับพ่อของเขา

“สมัครไว้ที่ไหนละเรา” แม่แว่นแก้วเอ่ยถามลูกชาย

“หลายทีเลยแต่นี้ที่กรุงเทพครับแม่ แต่ไม่ไกลนะแม่แค่ ...”

“กรุงเทพ ..ฉันไม่ให้ไป” พ่อของเขารีบปฏิเสธทันที

“พ่อ ...ผมเรียนจบด้านออกแบบเครื่องประดับมา ผมอยากทำในสิ่งที่ผมรัก น่ะพ่อ นะ นะ “ ซอมพอหันไปทำหน้าอ้อดอ่อนผู้เป็นพ่อ พ่อของเขาได้แต่ส่ายหัวเขาไม่เห็นด้วย

“ไกลไปนะแม่ว่า” แม่แว่นแก้วอีกคน

“ก็ซอมพอสมัครหลายทีแล้วที่นี้นะแม่ ที่เชียงใหม่ และงานประเภทนี้มันก็ไม่ได้หาได้ง่ายนะครับแม่” ซอมพอยังคอเกลี่ยกล่อมผู้เป็นแม่ของเขา

“ก็ฉันบอกแกแล้วว่าให้เรียนอย่างอื่น” พ่อของซอมพอ ไม่เคยสนับสนุนให้เขาเรียนออกแบบเครื่องประดับเลยสักนิด

“พ่อผมรักงานแบบนี้ และพ่อจะให้ผมไปทนเรียนที่ตัวเองไม่ชอบได้ไง “ ซอมพอพูดทำหน้างอนผู้เป็นพ่อ ทำเอาแม่แว่นแก้วหันไปส่งสายตาแอบดุพ่อของเขา

“เออ จะไม่พูดแล้วเรื่องนี้แต่ เรื่องไปทำงานไกลบ้านขนาดนั้นพ่อไม่อนุญาติ” พ่อของซอมพอยังคงยืนยันคำเดิน

“แม่” ซอมพอหันมาอ้อนแม่ของเขาแทน

“อะไรกันนะซอมพอ นายอายุจะยี่สิบห้าแล้วนะ นายยังออดอ้อนแม่เป็นเด็กๆอีก” เสียงพี่ชายของเขาดังเข้ามา พี่คงกลับมาจากกรุงเทพฯ พี่น่านต้องเดินทางติดต่อเรื่องงานทุกเดือนเป็นอย่างต่ำ

“พี่น่าน ซอมพอได้งาน” ซอมพอหันไปบอกพี่ชาย พี่เขาพยักหน้าแต่แอบหันไปมองหน้าพ่อที่ส่ายหน้าเหมือนทั้งคู่กำลังพยายามส่งซิกอะไรบางอย่าง

“แล้วยังไง” พี่น่านถามซอมพอไม่ได้มีสีหน้าตื่นเต้นมองน้องชายยิ้มๆ ทำเอาซอมพอทำแก้มป่องแอบงอนพี่ชายขึ้นมาทันที

“ผมอยากไปทำแต่”

“พ่อไม่ให้นายไป” พี่น่านรู้ทัน หันไปมองผู้เป็นพ่อที่พยักหน้า

“งานที่ไหนละ”พี่น่านถามซอมพอ

“ที่กรุงเทพ” ซอมพอตอบเสียงเบาๆ

“ไกลไป พี่ก็ไม่เห็นด้วย” น่านฟ้าพูดขึ้นทำเอาซอมพอหน้างอไปกว่าเดิมอีก เสียใจที่ไม่มีใครเข้าข้างเขาบ้างเลย ทำให้ซอมพอคิดถึงแม่ย่า แม่ย่าเสียไปเมื่อปีที่แล้ว แม่ย่ารักเขามากตามใจเขาตลอด

“ถ้าแม่อุ้ยอยู่แม่อุ้ยจะเข้าข้างซอมพอและฟังซอมพอบ้าง” ซอมพอพูดด้วยย้ำเสียงสั่นเครือซอมพอรักคุณยายของเขามาก

“ซอมพอ อยู่ช่วยงานพี่ก็ดีแล้วนิ นายจะไปเป็นลูกจ้างเขาทำไม เพราะนายอาจจะโดนใช้ทำนั้นทำนี้ อยู่ที่นี้สบายจะตาย” พี่น่านพูดปลอบน้องชาย

“ทำไม ผมแค่จะไปหาประสบการณ์  ผมอยากไปเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกภายนอกบ้างที่ไม่ใช่แค่...ในนี้ “ ซอมพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียใจมาก เขาเสียใจที่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะโตพอที่จะออกไปประเชิญกับโลกใบใหญ่ใบนี้


    สาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นพ่อและพี่ชายของเขานั้นห่วงเขามาก็มาจากที่ซอมพอนั้นเคยมีแฟน ตั้งเรียนมัธยมต้น แฟนซอมพอนั้นเป็นผู้ชาย เป็นหนุ่มหล่อ หน้าหล่อเหลาเป็นดาราได้เลย พี่เขาย้ายมากจากกรุงเทพ มาเข้ามาเรียนมัธยมปลายปีเดียวกับ น่านฟ้า แม้จะคนละห้องก็ตามเพราะน่านฟ้าเป็นคนเรียนเก่งกิจกรรมเด่น เขาเลยได้อยู่ห้องคิงมาตลอด และนี้ทำให้ใครต่อใครรู้ว่า ซอมพอนั้นเป็นเกย์ ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่บางคนที่ยังไม่ทันสมัยก็มองว่าเขานั้นเป็นตุ๊ด เป็นแต้ว แต่ความรักก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อคนที่ซอมพอรักมาก ได้ทิ้งเขาไป ทั้งที่เขาบอกกับซอมพอว่าเขาจะเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่หลังจากเรียนจบมัธยมปลายที่นี้แต่จู่เขาก็มาหายไปและไม่กลับมาเลย 
   ซอมพอนั้นคิดเสมอว่าคงเป็นเพราะความเอาแต่ใจของเขา อยากได้อะไรก็วีนๆใส่ แต่พี่ณุกก็ยอมเขาตลอดจน กระทั้งวันนั้น ซอมพอไม่ยอมจะให้พี่ณุกพาเขาไปทานไอศรีมให้ได้แต่ณุกบอกว่าไม่ได้เขามีธุระต้องกลับกรุงเทพด่วน แต่เหตุผลอะไรซอมพอนั้นไม่ได้ฟัง เพราะเขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจคำว่าธุระด่วน ซอมพอโวยวายใส่ณุก จนณุกเริ่มหยุดเขาไม่อยู่ทางกลางผู้คนผ่านไปมาในตลอดแห่งหนึ่งในตัวเมือง และนั้นคือภาพสุดท้ายที่เขาเห็นพี่ณุกเดินหนีขึ้นรถแดงไปและเขาก็หายไปเลย ไม่โทรหาซอมพอ ซอมพอก็เฝ้ารอก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาง้อ จนกระทั้งเวลาผ่านไปเกือนเดือน คนที่กินไม่ได้ เอาแต่ร้องไห้ก็คือซอมพอ และเมื่อซอมพอให้เขามาง้อไม่ไหว ซอมพอเลยตัดสินใจให้เพื่อนขับรถมอเตอร์ไซด์ไปที่บ้านของพี่ณุก แต่เขาก็พบว่าบ้านถูกล๊อกและประกาศขาย ทำเอาซอมพอหน้าซีด น้ำตาไหลรินตลอดทางที่เพื่อนรักเขาขับพามาส่งที่บ้าน ผีซ้ำด้ามพลอย เขามาเจอผู้หญิงที่แต่ตัวดี เหมือนกับว่าเขาจะเห็นครั้งหนึ่งที่บ้านของพี่ณุก ซอมพอรีบเดินเข้าไปในบ้านและได้สัมพัดถึงบรรยากาศที่ตึ้งเครียดของพ่อแม่เขาและคนที่ยืนตะหงาดอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหันมาเจอซอมพอเข้า

“อ้อ อยู่นี้นี่เอง นี้ ฉันจะมาบอกว่า ให้เลิกตามจอแจลูกชายฉันได้แล้ว เขาไม่ได้รักผิดประเพศแบบเรา “ ผู้หญิงคนนั้นหันมาพูด

“พี่ณุกอยู่ไหนครับ” ซอมพอถามด้วยเสียงสั่นเครือ

“ซอมพอ มาหาแม่”แม่แว่นแก้วเรียกซอมพอเข้าไป ซอมพอได้แต่ยืนมองผู้หญิงที่แต่งตัวดีคนนั้นที่ยืนมองเขาด้วยสาดตาเหยียดๆ

“คุณพูดจบแล้วก็เชิญกลับไปได้แล้ว และลูกชายผมก็จะไม่ไปเหยีบบบ้านคุณอีก คุณนิดา และบอกลูกชายคุณด้วยว่า ไม่ต้องมาเหยียบที่นี้เช่นกัน” พ่อพสินพูดด้วยน้ำเสียงเกลี่ยวกลาด อย่างที่ซอมพอไม่เคยเห็นมาก่อน

“ดี ห้ามลูกตัวเองด้วยนะ นี้ผู้ชายนะ ถ้าเป็นผู้หญิงละ”

“หยุด! คุณออกไปได้แล้วคุณนิดา ก่อนที่ผมจะเหลืออดและโทรเรียกตำรวจมาแทน” พ่อพสินพูด ทำเอาคุณนิดา หันมามองด้วยหางตาก่อนจะก้มลงหยิบกระเป๋าราคาแพงขึ้นมาถือไว้

“ฉันไปแน่ไม่ได้อยากอยู่ที่...นี้หรอกนะ บ้านนอก”คุณนิดาพูดและหันมาแสยะยิ้มให้ครอบครัวผม แม่แว่นแก้วที่กอดซอมพอไว้ ซอมพอได้แต่ร้องไห้จนตัวโยน

“ขึ้นบ้านเถอะลูก” แม่แว่นแก้วพูด ซอมพอหันไปมองพ่อ พ่อได้แต่ยกมือห้ามซอมพอก่อนจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปที่ห้องทำงาน สายตาคนงานที่มองก็พากันมองด้วยความเห็นใจแต่ก็อาจจะไม่ทุกคนและนั้นก็เริ่มมีคนนินทามากขึ้น ซอมพอเก็บตัวไม่ออกไปไหน ไมอยากไปเรียนจนกระทั้งครูประจำชั้นต้องมาพบพ่อแม่เขา เพื่อนๆก็พากันมาหาเขาทุกวันเพื่อให้เขากลับไปเรียนกลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่มันก็ไม่ได้ปกติแล้วหลังจากนั้น ด้วยคำพูดที่ใครต่อใครพูด ว่ารักชายกับชายมันไม่จีรังหรอก เปลี่ยนคู่บ่อย รักแล้วก็เลิก ผู้ชายเจอผู้หญิงอื่นก็ทิ้งไป แต่เหตุผลที่ณุกทิ้งเขาไปนั้นคืออะไร ซอมพอยังอยากหาเหตุผลที่แท้จริงอยู่ และเหตุการณ์วันนั้นพ่อของเขายื่นคำขาดว่าห้ามมีแฟนเป็นผู้ชายอีก ทั้งที่เขาก็พยายามจะคบผู้หญิงแต่ก็เรียกว่าฝื่นจนทนไม่ได้และเขาก็พูดกับพ่อแม่ของเขาตรงว่าเขาไม่อาจจะรักผู้หญิงได้ พ่อเขาจึงบอกว่าถ้ารักไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ไม่เอาแล้วนะผู้ชายนะ ถ้าไม่มีก็อยู่แบบนี้กับพ่อแม่ เพราะพวกเขาไม่อยากเห็นซอมพอเสียใจอีกนั้นเอง

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องนอนของซอมพอ นี้เขาไม่ได้ลงไปทานอาหารเย็น อยู่แต่ในห้อง

“ไม่ได้ล๊อก” ซอมพอพูด  และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือพี่ชายของเขานั้นเอง พี่น่านฟ้า น่านฟ้ามองน้องชายที่นั่งอยู่บนเตียงนอนของเขา

“ซอมพอ”พี่น่านฟ้าเปิดประตูเข้ามายืนมองซอมพอ ซอมพอเขาแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเขาเสียใจที่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเข็มแข็งพอ

“ซอมพอ เรื่องที่เราอยากไปทำงานนะ” พี่น่านเอ่ยขึ้น

“พี่น่าน ซอมพออยากออกไปหาประสบการณ์จริงๆนะ “ ซอมพอหันมาพูดกับพี่ชายของเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผมจบมหาวิทยาลัยแล้วนะพี่น่าน ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลทำไมไม่มีใครเชื่อผมบ้างเลยว่า”ซอมพอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

“แล้วเมื่อไหร่ผมจะรู้ว่าผมควรจะรับมือกับโลกใบนี้ยังไง” ซอมพอพูด ทำเอาผู้เป็นพี่ชาย พ่นลมหายใจออกมา

“ทำไมนายต้องเลือกไปกรุงเทพ” พี่น่านฟ้าถามซอมพอ เหมือนเขากำลังคิดว่าซอมพอจะไปหาไป ณุกนั้น นี้จะแปดปีแล้วนะที่ณุกหายไป น่านฟ้ารู้แค่ว่าเขากลับกรุงเทพฯไปกับแม่ของเขา แม่ของเขาไม่ชอบซอมพอ น่านฟ้ารู้แค่นั้น

“ก็บริษัทนี้เขาติดต่อผมมาและผมคิดว่าน่าสนใจมาก ไม่ได้ไกลสักหน่อย นั่งเครื่องชั่วโมงกว่าๆเอง” ซอมพอพูด

“นายไม่เคยไปกรุงเทพนานไม่รู้หรอกว่า มันต่างจากบ้านเรามากแค่ไหนและ ...มันไม่ได้น่าอยู่นะ” พี่น่านฟ้าพูดกับน้องชายของเขา

“ก็ให้ผมได้ลองก่อนซิ ถ้าไม่ดี ผมก็กลับมาช่วยพี่ดูแลกิจการเหมือนเดิม นะพี่น่าน “ ซอมพอพูดอ้อนพี่ของเขาอีกครั้ง

“และพี่ก็ต้องไปกรุงเทพฯทุกเดือน นะพี่น่าน “

“ก็ได้ จะให้นายลองแค่สามเดือน ถ้าไม่ดีกลับนะ เพราะยังไง บริษัทก็คงให้นายทดลองงานสามเดือนเหมือนกัน ว่าแต่บริษัทอยู่ตรงไหนเนี๊ยะ” พี่น่านฟ้าพูดทำเอาหนุ่มน้อยหน้าหวานยิ้มหวานให้พี่ชายของเขากลับทันที

“บริษัทอยู่ตรงสีลม แต่อย่าถามนะสีลมอยู่ตรงไหน ฮาๆ” ซอมพอพูดยังมากวนพี่ชายตัวเองอีก น่านฟ้าส่ายหัวกับน้องชายของเขา ก็แบบนี้ไงเขาถึงไม่อยากให้น้องชายเขาไป ยิ่งตัวเล็กบอบบาง รูปร่างสวยราวกับสตรีแบบนี้

“การใช้ชีวิตใรกรุงเทพน่ะไม่ง่ายเลยนะซอมพอ” พี่น่านฟ้าพูดกับซอมพอ

“ซอมพอรู้ครับ แต่ซอมพอคิดว่าซอมพอเรียนรู้มันได้ น่ะ น่ะ พี่น่าน” ซอมพออดอ้อนพี่ชาย เขาคิดพี่ชายกำลังใจอ่อนแล้วแหละแพ้ลูกอ้อนของน้องชายเสมอ

“เราแน่ใจนะว่าต้องการไปทำงานไม่ได้ไปตามหา” น่านฟ้าพูด

“ตามหาอะไร” ซอมพอทำหน้างงกับสิ่งที่น่านฟ้าพูด

“ก็พี่ว่าเราจะไปตามหา......ไอ้...” พี่น่านฟ้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่าเขานั้นยังอาฆาตณุกหนุ่มที่ทิ้งเขาไปอยู่ แม้จะหลายปีแล้วก็ตาม

“พี่น่าน หมายถึง พี่ณุกเหรอ”

“ใช่” น่านฟ้าตอบน้องชายของ

“พี่น่าน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ณุกอยู่ตรงไหน ส่วนไหนของกรุงเทพ ถึงรู้ก็ไปไม่ถูกหรอกและ” ซอมพอพูด จนมาหยุดนิ่ง

“เพื่อนของซอมพอนะเคยเจอพี่ณุกเพราะว่าเขาไปเรียนที่ต่างประเทศ เพื่อนของซอมพอเห็นพี่ณุกเขา...เดินอยู่กับผู้หญิงในสนามบิน  และเขาน่าจะเป็นแฟนกัน” ซอมพอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทำเอาผู้เป็นพี่ถึงกับนิ่งตามเช่นกัน ทำให้เขารู้สึกผิดที่ไม่น่าขุดมันขึ้นมาอีก

“ดีแล้ว และนายก็จะได้เลิกคิดว่าเขาจะกลับมา นี้แสดงว่ามันแค่หลอกน้องพี่  “ พี่น่านฟ้าพูด

“หมับ “น่านฟ้านั่งลงที่เตียงนอน ซอมพอและรวบร่างบางๆของน้องเขาเข้าไปกอดไว้ สัมผัสได้ว่าเขาทั้งรักและห่วงน้องชายคนเล็กเขามากแค่ไหน

“พ่อแม่และพี่ไม่อยากเห็นเราเสียใจอีก พ่อแม่ทนไม่ได้นะรู้ไหมซอมพอ” พี่น่านฟ้าพูด เด็กหนุ่มพยักหน้ายิ้มตาหยีให้พี่ชายของเขา

“ก็ได้พี่จะพูดกับพ่ออีกครั้งและเราต้องพักที่คอนโดของพี่ อยู่ไม่ไกลจากสีลม นั่งรถแทกซี่ก็ประมาณ สิบห้านาทีได้ หรือจะนั่งรถมอเตอไซด์ไปต่อบีทีเอสก็ได้นะ ห้ามไปอยู่ที่อื่น “ พี่น่านฟ้ายื่นข้อเสนอให้น้องชายของเขา ซอมพอพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“พี่ละเบื่อนายชอบทำหน้าตาอ้อนพี่ยังกับลูกแมว” พี่น่านฟ้าพูด พร้อมกับเอามือลูบหัวน้องชายเบๆอย่างเอ็นดู นี้เขาก็ทำราวกับว่าน้องของเขาไม่ใช้ผู้ชายเหมือนกันนะ เพราะเขาทั้งรักและถนอมซอมพอมากกว่าไข่ในหินซะอีกจนกระทั้งไอ้ณุกเข้ามานั้นแหละ หน้าที่พี่ชายเริ่มหายไป มีแต่ความรำคาญจากน้องชายเพราะเขาอยากจะอยู่ตามรำพังกับนุ๊กแต่น่านฟ้าก็ไม่ไว้ใจพี่ณุกและไม่พอใจที่มาแย้งความสนใจไปจากเขาอีก หลังจากที่ณุกหลุดหายไปจากชีวิตซอมพอ หน้าที่พี่ชายหวงน้องก็เริ่มกลับมา ไปไหนก็จะมี่แค่พี่ชายน้องชายอยากที่เขาต้องการ

“เอาละ เดี๋ยวเตรียมตัวลงไปทานอาหารด้วยละ และพี่จะลงไปคุยกับพ่อให้นะ” น่านฟ้าพูด ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องนอนซอมพอไป  จริงๆ พ่อของเขาก็เคารพการตัดสินใจของเขาเพราะว่าน่านฟ้าบรรลุนิติภาวะแล้วและเขาก็ทำหน้าที่พี่ชายได้ดีตลอดมา

ซอมพอเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน บ้านของเขาเป็นเรือนไทย ปลูกด้วยไม้สักทองทั้งหลัง มรดกตกทอดมาจากรุ่งคุณปู่ของเขา แม้จะมีการซ้อมแซมไปตามกาลเวลาก็ตาม ซอมพอเห็นพ่อกับแม่นั่งอยู่พร้อมกับพี่ชายของเขา ทุกคนคงสนทนากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ซอมพอ มานี่ซิ” แม่แว่นแก้วเรียกซอมพอไว้  ซอมพอเดินมาหาแม่ของเขาพร้อมกับมองบิดาของเขาเช่นกัน

“พ่อคุยกับพี่เราแล้วนะ จะให้เราไปทำงานที่กรุงเทพได้แต่นายต้องพักที่คอนโดของพี่”พี่น่านฟ้าพูดกับผมต่อหน้าพ่อและแม่ ผมก็พยักหน้ารับ เพราะอย่างน้อยผมก็ได้ออกไปเผชิญโลกที่ไม่ใช่แค่ในรีสอร์ทหรือในเชียงใหม่

“เอาละ นายก็แพ็คกระเป๋านะ เอาไปแค่พอใช้ก่อน พี่ต้องไปทุกอาทิตย์จะขนตามไปให้บ้าง” พี่น่านฟ้าพูดกับซอมพอ แค่นี้ก็ทำให้ซอมพอส่งยิ้มตาหยีมาให้และ โผ่เข้าไปกอดแม่และพ่อ

“ที่อย่างนี้ละยิ้มออกมาเชียวนะ “ พ่อของซอมพอแอบแซวลูกชายคนเล็ก

“ซอมพอจะวิดิโอคอลหาแม่แว่นแก้วทุกวัน” ซอมพอออดอ้อนผู้เป็นแม่ ในสายตาแม่แว่นแก้วยังคงมองซอมพอว่าเป็นเด็กเสมอและนี้ต้องไปอยู่ไกลหูไกลตาอีก ก็คงอดที่จะกังวลไม่ได้

“พี่จะพากับไปก่อนหนึ่งวันเพื่อแนะนำการเดินทางอะไรอีกหลายอย่าง” พี่น่านฟ้าพูด

“น่านฟ้า วันนี้เราบอกน้องคำแก้วไปทานอาหารไม่ใช่รึ” แม่แว่นแก้วพูด พี่น่านหันไปมองแม่แว่นแก้วและพยักหน้า ผมรู้สึกว่าพี่น่านเหมือนอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก แต่พี่น่านก็ทำตามที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย นันคือทางพ่อแม่ผมและแม่ของพี่คำแก้ว คุณปู่ของผมและคุณปู่ของพี่คำแก้วเป็นเพื่อนกัน ทำธุรกิจรีสอร์ทมาด้วยแม้จะคนละที่ แต่ก็พึ่งพาอาศัยกันมาตลอดจนเมื่อทั้งคู่มีหลานคนแรก ก็ตกลงกันจะให้หมั้นหมายแต่งงานกัน แต่ผมแปลกใจว่าทำไมพี่น่านไม่เคยมีแฟนเลยนะและไม่เคยจีบใครจนพ่อแม่ผมเลยถึงเวลาที่ควรจะให้พี่คำแก้วและพี่น่านได้พยายามรู้จักกันมากขึ้น ผมดูก็รู้ว่าพี่คำแก้วนะชอบพี่น่านฟ้า พี่คำแก้วเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยและไม่เคยขัดคำสั่งพ่อแม่เลยสักครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นแม่ไม่จัดสำหรับกับข้าวรอเรานะ และรีบไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว อย่าให้คำแก้วรอนาน”แม่แว่นแก้วหันไปบอกลูกชายคนโต พี่น่านฟ้าขึ้นไปเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว ส่วนซอมพอก็เข้าครัวช่วยแม่ จัดโต๊ะอาหาร ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมีคนทำงาน แต่เรื่องงานครัวแม่แว่นแก้วจัดการเองหมดและยิ่งซอมพออยู่ด้วยนี้ ซอมพอจะเป็นคนช่วยแม่จัดโต๊ะตลอด มันทำให้แม่แว่นแก้วเหลือบไปมองลูกชายและอดคิดไม่ได้หากเขาไปอยู่ไกลๆ แม่แว่นแก้วคงคิดถึงลูกชายคนเล็กมากกมาย

“แม่ ทำไมทำสีหน้าแบบนั้นละครับ” ซอมพอถามแม่แว่นแก้ว

“ก็แม่อดคิดไม่ได้นิ เราจะไปอยู่กรุงเทพซะแล้ว ใครจะช่วยแม่จัดโต๊ะอาหารละทีนี้” แม่แว่นแก้วพูด

“อันที่จริงแม่ให้พี่ๆเขาทำแทนก็ได้นะ แม่แว่นแก้วจะได้พัก “ ซอมพอพูด

“ไม่ได้หรอก หน้าที่นี้คือหน้าที่ศรีภรรยาเขาทำกัน “ แม่แว่นแก้วพูดพร้อมกับใช้นิ้วเสยผมที่ปกใบหน้าผากเขาอย่างเอ็นดู ซอมพอยิ้ม เพราะแบบนี้ไงพ่อถึงรักแม่แว่นแก้วมาก เขาเองก็อยากเป็นแม่ศรีเรือนให้ได้ครึ้งหนึ่งของแม่แว่นแก้วก็ยังดี ถึงแม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชายก็ตาม ซอมพอนั้นเคยฝันไว้ว่าเขาจะดูแลพี่ณุกแบบนี้แบบที่แม่ผมปฏิบัติต่อพ่อผม แม่แว่นแก้วคือศรีภรรยาและเป็นแม่ที่ดีที่สุด

*********อยากได้ชื่อใหม่ หากมีไอเดียร์รบกวนด้วยค่ะ **************

มีคำผิดแจ้งได้เลยค่ะ ยินดีแก้ไขปรับปรุงค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2020 19:28:45 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ติณภพ

วันแรกของการใช้ชีวิตต่างเมืองของซอมพอ
    ผมเดินทางมาถึงกรุงเทพวันเสาร์พร้อมกับพี่น่านฟ้า พี่น่านฟ้าก็อธิบายการเดินทางไปยังที่ทำงานและการใช้ชีวิตที่ต้องเดินทางไปไหนยังไง แต่จะว่าไปสะดวกสบายกว่าบ้านผมอีก ที่ต้องนั่งรถเป็นสิบๆกิโลเพื่อเข้าตัวเมืองเพื่อที่จะไปซื้อเสื้อผ้าตามห้างใหญ่ๆ แต่นั่งรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่สถานี เดินออกไปไหนก็เจอเซเว่นอีเลฟเว่น ยิ่งไปที่ทำงานผมนะมีแต่ร้านกาแฟ แต่พวกคาเฟ่แถวรีอร์ทผมก็มีแต่ไม่มาก เขาเน้นบรรยากาศและรสชาติกาแฟ

“ฮัลโล พี่น่าน” ผมกดรับสายพี่น่านหลังจากที่ผมก้าวลงจากบีทีเอสเพื่อจะเดินไปต่อรถมอเตอร์ไซด์ไปยังบริษัทที่ผมจะเข้าไปทำงานวันแรก

“อยู่ไหนแล้วเรา” พี่น่านถามผม

“กำลังจะนั่งวินไปที่ทำงานครับ” ผมบอกพี่น่าน ว่าผมกำลังจะนั่งรถวินมอเตอร์ไซด์ไปยังที่ทำงานต่อ

“นั่งดีดีนะ อย่าลืมถามหาหมวกกันน๊อกนะซอมพอ” พี่น่านสั่งผม

“ครับ คุณพ่อ”

“นายว่าพี่หน้าแก่เท่าพ่อเหรอ” พี่น่านทำเสียงดุใส่ผม ผมยิ่งหัวเราะ ผมชอบเรียกพี่น่านฟ้าว่าคุณพ่อเวลาพี่เขาสั่งโน้นสั่งนี้จนดูเยอะไปกว่าพ่อผมซะอีก

“พี่ละขึ้นเครื่องหรือยัง” ผมถามพี่น่านเช่นกัน พี่น่านออกไปตั้งแต่เช้าตรู เห็นบอกจะรีบกลับเพราะว่ามีคนมาตรวจที่รีสอร์ทพี่น่านต้องไปช่วยพ่อตอบคำถามเพราะช่วงนี้เขาต้องการตรวจเข้มเรื่องการบริการที่ถูกหลักอนามัย

“ขึ้นเครื่องแล้วรอเครื่องออกอย่างเดียว “ พี่น่านบอกผม

“อย่าลืมนะ เลิกงานห้ามไปไหน พี่ทำอาหารใส่ตู้เย็นไว้ให้แล้ว อย่าออกไปไหนตอนกลางคืนถ้าไม่จำเป็น ถ้าอยากไปไหนรอพี่ไปแล้วพี่จะพาไป “ พี่น่านฟ้ายังคงสั่งกำชับผมอีกเรื่อง พี่เขาบอกว่าไม่ไว้ใจให้ผมอยู่ตามลำพังก็เพราะว่าที่นี้อันตรายกว่าบ้านเรา แต่ผมก็ดูผู้คนที่นี้ก็ไม่มีอะไรแค่ เขาทำเหมือน เดินกันตามลำพังและแต่ละคนก็สังคมก้มหน้ากันหมด ก้มจนแถบจะเดินชนกันคือเงยหน้ามาอีกทีก็เกือบแล้วว่างั้น และนั้นเขาถึงจะเดินเลี่ยงไปคนละทางและก้มหน้าใหม่อีกครั้ง มันแปลกสำหรับผมแน่นอนเพราะที่ผมอยู่ส่วนใหญ่จะเอ่ยทักทายกันตลอดก็มันเป็นเมืองเล็กไปไหนมาไหนใครก็รู้จักทักทาย

“ครับพี่น่าน ถึงยังไงซอมพอก็ยังไม่กล้าไปไหนอยู่ดี” ผมบอกพี่น่านฟ้าไป

“ดีแล้วแค่นี้นะ เครื่องบินพี่จะออกแล้ว พี่เป็นห่วงเรานะ เลิกงานโทรหาพี่ทันทีนะซอมพอ”

“ครับผม เดินทางปลอดภัยครับพี่น่าน ซอมพอรักพี่น่านเช่นกัน” ผมพูดและพี่น่านก็กดตัดสายไป ผมเดินมาหยุดที่วินรถมอเตอไซด์

“ไปบริษัทSST Group ครับ” ผมบอกพี่เขา

“อ้อบริษัทเครื่องเพชรเครื่องประดับตรงหัวมุมโน้นใช่มั้ยครับ ไปครับ 15 บาท” พี่เขาพูดผมก็พยักหน้าแต่ยังไม่ขึ้น

“ยืนรออะไรละครับขึ้นซิครับ”

“หมวกกันน๊อกด้วยครับพี่ “ ผมพูด พี่ก็เลิกคิ้วและมองซ้ายมองขวา คือแต่ละคนกระโดดขึ้นโดยไม่ถามหาหมวกกันเลยซักคน

“น้องกลัวผมเสียทรงหรือไง” พี่เขาผม

“ผมกลัวหัวกระแทกพื้นมากกว่าเสียทรงครับ ขอหมวกด้วยครับ” ผมพูดและแบมือ

“ก็ได้ เพิ่มห้าบาท” ผมก็ทะลึงตาแต่ก็จำใจเพราะความปลอดภัยมาก่อน พี่เขาก็เดินไปหยิบหมวกที่ดูไม่น่าจะป้องกันได้มากแต่ก็ดีกว่าไม่มี ผมรับมาสวมและซ้อนท้าย พี่เขาขับเร็วมากจนน่ากลัว ผมคิดว่าจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเองดีกว่าปลอดภัยกว่าเยอะ

“นี้ครับพี่ 20 บาท “ ผมส่งเงินให้หลังตาที่ถึงจุดหมายปลายทางเกือบจะไม่ถึงอย่างปลอดภัย เล่นเอาผมช่วยพี่เขาเบรคไปหลายรอบคือดึงเอวพี่ไว้ตลอดเลย

“ที่หลังไม่ต้องช่วยพี่เบรคนะไอ้น้องพี่มีเบรคเป็นของตัวเอง ถ้าสาวๆ นี้จะไม่เล่นเนื้อเล่นตัวเลยจริงๆ กอดซะ” พี่เขาพูดทำเอาผมนี้หน้าแดงไปเลยอายครับ

ผมเดินเข้าไปในตัวอาคาร เป็นตู้โชว์มีสินค้ามากมาย ผมเข้าไปก็เจอคนที่ทำหน้าที่เหมือนจะเป็น รปภ. ผมเลยตรงเข้าไปสอบถาม

ขอโทษนะครับ ผมมาทำงานวันแรกนะครับ ผมจะขึ้นไปห้องธุรการนะครับ “ ผมถามพี่เขา

“ได้ครับคุณ เดินตรงไปที่ลิฟท์และขึ้นไป ชั้นที่ 12 “ พี่เขาบอกผม ผมก็พยักหน้า

“น้อง ต่อไปถ้ามาทำงานอีกให้เข้าด้านหลังนะครับ ด้านหน้านี้ให้ลูกค้าครับ” พี่เขาบอกผม ผมก็พยักหน้า แอบเกาหัวแก้เขินด้วย ผมเดินไปตามที่พี่เขาบอกจนมาถึงชั้นที่ 12 ผมมองหาป้ายธุรการ ผมต้องเข้าไปรายงานตัวกับพี่เขาก่อนจะไปเช้าห้องทำงาน

“ก๊อกๆ “ ผมเคาะประตูที่ห้องมีป้ายฝ้านบุคคลแขวนอยู่

“เชิญค่ะ” เสียงที่ดูสภาพดังลอดออกมาเพราะว่าประตูไม่ได้ปิดสนิทเปิดไว้แง้มๆ ผมก็เปิดออกและเดินเข้าไป ก็มีโต๊ะทำงาน4 ตัวแต่มีแค่คนเดียวที่นั่งวุ่นวายอยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ แต่งตัวดูดีแม้จะมีรูปร่างที่อวบมากผมว่าเกินระยะสุดท้ายไปแล้ว

“สวัสดีค่ะ น้องชื่อ?”

“ซอมพอครับ” ผมพูด พี่เขาก็ค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งพี่เขาหาเจอ

“น้องซอมพอนะคะ ที่มาจากเชียงใหม่ “ พี่เขาพูดซอมพอ ซอมพอก็ก็พยักหน้าให้เบาๆ

“เชิญนั่งค่ะ “ ยิ้มหวานๆของพี่เขาทำให้เห็นว่าพี่เขาสวยจริงๆแม้จะไม่ได้หุ่นบอบบางแต่แค่รอยยิ้มก็เป็นเสน่ห์

“พี่ชื่อพี่ส้มค่ะ เป็นหัวหน้าฝ้ายบุคคลที่นี้ค่ะ”พี่ส้มแนะนำตัว

“ครับพี่ส้ม ผมฝากตัวด้วยนะครับ” ซอมพอพูดกับพี่ส้ม  พี่ส้มเป็นสาวแก้วป่อง ออกจะอวบๆหน่อยแต่เขาสวยน่ะผมว่า สาวๆในกรุงเทพนี้หน้าตาดีก็เยอะนะเท่าที่ผมเห็นบนรถไฟบีทีเอส แม่แปลกใจที่แม่ของพี่ณุกจะบอกว่าพี่เขามีแฟนแล้วและเป็นผู้หญิงสวยหน้าตาดี ตะกูลดี

“วันนี้ไปเรียนรู้งานกับพี่หลินนะคะ พี่เขาจะมาสอนเราแต่แค่วันนี้เพราะว่าพี่เขาลาออกไว้นานแล้ว”

“แต่พี่หาคนมาแทนไม่ได้สักทีจนมาเจอใบสมัครของเรานี้แหละ พอดีมันตกไปอยู่ในจังเมลล์นะคะ พี่เลยเรียกตัวเราเข้าทำงานด่วนมากไปหน่อย ขอโทษนะคะ “พี่เขาพูด ผมก็ยิ้มๆ

“แป๊ปหนึ่งนะคะ พี่จะถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวให้เลยค่ะเพราะว่าหนูต้องใช้เข้าออกจากบริษัทนะคะ เพราะเขาจะต้องแสกนพนักงานก่อนเข้าออกค่ะ”พี่เขาพูด ผมก็พยักหน้า

“พักที่ไหนค่ะตอนนี้” พี่เขาถามผม

“ผมพักที่ไดมอนด์สวีท เอ็กครูซีพครับไม่ไกลจากที่ทำงาน” ผมพูด พี่เขาเงยหน้ามองผมแบบตกใจ

“หนู ที่นั้นมันแพงมากนะคะ เงินเดือนจะพอเหรอลูก”พี่เขายิ่งทำหน้าตกใจเข้าไปใหญ่ ผมนี้กลืนน้ำลายลงคอไปเลย

“พี่ชายผมซื้อไว้นานแล้วนะครับ “ ผมพูด

“จริงซิ ที่นั้นนะดูสวยดูแพงแต่ก็แพงจริงๆ ว่าแต่พี่ชายแน่เหรอไม่ใช่มีเสี่ยเลี้ยงนะ เพราะดูเราซิ ผิวพรรณสวยแบบนี้ เป็น...เออ..เป็น สาวประเภทสองมั้ยคะ” พี่เขาถามผม

“ขอโทษนะที่ถาม แต่พี่ไม่ว่าจ๊า จะเป็นอะไรก็เป็นแต่ขอให้ตั้งใจทำงาน” พี่เขารีบพูดทันที

“ผมไม่ได้เป็นครับ” ผมพูดแต่จริงๆผมเป็นเกย์ ที่ชอบผู้ชาย แต่ตอนนี้ต้องพัก เพราะผมให้สัญญากับพ่อแม่ไว้แล้ว ว่าจะพยามยามชอบผู้หญิง แต่ให้ผมลองกี่ครั้งก็ไปไม่รอด และอีกข้อหนึ่งคือถ้ามีแฟนเป็นผู้หญิงไม่ได้ให้อยู่เป็ฯโสดไป ผมคงเลือกอย่างหลังดีกว่า

“จริงอ่ะ “พี่เขาเหล่ตามองผมยิ้ม

“จริงครับ ผม แมนครับ”ผมพูดแต่แมนนี้เต็มเสียงเท่าไหร่

“อ่ะนี้บัตรพนักงานค่ะ อย่าลืมรูดบัตรเข้าออกทุกครั้งนะคะ พี่มีเอกสารการขอทดลองานสามเดือนแต่พี่รอคุณตรินภพเซนต์อยู่ ไว้พี่จะเรียกเราเข้ามาเซนต์อีกทีนะคะ “ พี่ส้มพูดยิ้มๆ ผมพยักหน้าว่าได้

“เอาละ เดี๋ยวซอมพอลงไปชั้นล่าง ชั้นที่9ค่ะลูกและไปหาพี่หลินนะคะ พี่เขาอยู่ รอสอนงานเราอยู่และอย่าลืมยืนเอกสารธนาคารที่จะให้เงินเข้าบัญชีด้วยนะหนู่ ก่อนวันที่20 เพราะพี่ต้องส่งเรื่องเบิกเงินเดือนไปที่แผนกบัญชีค่ะ” พี่ส้มพูด

“ได้ครับ ผมมีแล้วครับ ผมเพิ่งไปเปิดมาครับ”ผมพูดและส่งตัวสำเนาให้พี่ส้มไป

“ดีมากเลยน่ารักจริงๆ ปกตินะแต่ละคนต้องเคี่ยวเข็ญให้ไปเปิดแต่พอเปิดแล้วเปิดช้าทำเอาส่งเงินเดือนช้าก็มาเคี่ยวเข็ญเอาเงินเดือนให้ตรงซะงั้น “ พี่ส้มพูดไปก็ขำไปด้วย

“งั้นก็ไปที่ห้องทำงานได้แล้วค่ะ ขอให้เรียนรู้งานเยอะๆนะคะ “ พี่ส้มพูดผมพยักหน้าและส่งยิ้มให้ก่อนจะเปิดประตูออกไปเพื่อตรงไปยังห้องทำงานของผม แต่จะว่าไปเจ้าของบริษัทชื่อตรินภพ ฟังดูสะมุลหูยังไงก็ไม่รู้ชักอยากเห็นหน้าซะแล้วซิ

ผมเดินลงมาจนถึงห้องชั้นที่พี่ส้มบอกผม ผมเห็นเป็นห้องกระจกใสๆ ใสจนเห็นคนในห้องมีอยู่ 4 คน ดูแต่ละคนก็น่าจะอายุมากกว่าผมหลายปีอยู่

“ก๊อกๆ” ผมเคาะประตูก่อนจะเปิด

“เชิญค่ะ “ปะตูถูกเปิดออกโดยพี่ผู้หญิงคนหนึ้ง หุ่นเล็กบอบบาง ผิวขาวสวยหน้าตาจัดว่าสวยทีเดียว

“พี่หลินใช่ไหมครับ” ผมถามชื่อแต่จริงผมเห็นป้ายห้อยคอวงเล็บว่าหลินห้อยอยู่

“ใช่ค่ะ น้องซอมพอใช่มั้ยคะทีจะมาทำงานแทนพี่” พี่หลินถามผม ผมก็พยักหน้า

“นี้แก คนมาแทนชั้นมาแล้วค่ะ” พี่หลินหันพูดดังบอกทุกคน

“ไหน...มาแล้วเหรอ เชิญค่ะ “พี่อีกคนดูแต่งกายจะผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิง คือสวมกางเกงเสลปสวมเสื้อเชิ้ตรัดรูปไม่ได้ผอมแต่ก็อวบระยะสุดท้าย พี่เขาเดินกรีดกายลุกจากเกาอี้ขึ้นมา พร้อมกับผายมือต้อนรับผม ผมนี้เขินเลยครับจะเข้ามาก็เจออีกสองคนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ส่งยิ้มมาให้ผมแต่อีกคนทำหน้าบึ่งและพลักอีกคนไม่ให้จ้องผมนานหนัก

“หนูชื่อซอมพอเหรอคะ ชื่อน่ารักจังเลย เป็นคนที่ไหนคะ” พี่คนที่ผมว่าเหมือนกระเทยมากกว่าแมน

“พี่ชื่อพี่กัสซี่ หรือเรียกพี่ว่ากัสก็ได้ค่ะ “ พี่แนะนำตัวเอง

“นี้พี่โบวี่ ชื่อในเฟสแต่จริงๆ ก็อีโบว์นี้แหละคะ” พี่กัสซี่แนะนำผู้หญิงอีกที่มองผมและยิ้มแต่คนข้างๆม่ยิ้มด้วย

“อีกคนพี่แก้มค่ะ พี่คนนี้สายโหด ฮาร์ดคออ่ะ” พี่กัสพูดและยังจำพี่เขาอีก

“ยินดีที่รู้จักพี่นะครับผมชื่อซอมพอครับ ผมฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ผมไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อนเลย ถ้าผิดพลาดยังไงแนะนำผมได้เลยนะครับ” ผมพูดบอกพี่ๆ

“จ๊า น่ารักขนาดนี้ ว่าแต่มาทำงานไกลนะ ไม่คิดถึงบ้านแย่เหรอ พี่นี้บ้านอยู่อุบล พี่ยังคิดถึงใจจะขาดอยากย้ายกลับไปแต่ทำไม่ได้” พี่กัสพูด

“ทำไมละเจ้ ...ติด...”

“ติดผู้ชาย อีผัวฉันนะซิ มันไม่ยอมไปกลัวความลำบาก” พี่กัสพูด

“ชื่อซอมพอ เป็นชื่อทางเหนือเหรอคะ ชื่อเพราะดีจัง พี่โบว์ชอบ”

“ชื่อหรือคนค่ะพี่โบว์ แต่ตอบดีดีนะ เพราะตรีนนะที่จะลอยไป...ไม่ใช่ปากนะค่ะที่จะไปกระทบที่แก้มป่องๆของหลอน”พี่กัสหันไปแซวพี่โบว์ที่นังทำหน้าเขินผมอยู่ 

“แม้พี่กัสนิ อย่าซิเดี๋ยวน้องรู้” พี่โบว์พูด ผมก็ยังง แต่ดูพอรู้นิดหน่อยว่าพี่โบง์กับพี่แก้มต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ เลย ผู้หญิงชอบผู้หญิง  ผมก็ยิ้มๆ กลับ

“ชื่อซอมพอ พี่ขอไปตั้งให้ลูกได้มั้นคะ พี่กำลังหาชื่อไว้ให้ลูกในท้องอยู่พอดีเลยค่ะ” พี่หลินพูด ผมยิ้มๆ

“ดีเลยหลิน แต่ ผัวแกนะมันนิโก้ ลูกออกมาก็ต้องดำ ไม่ดำทำธรรดา ดำมาก ดำขำเลย แต่แกจะเอาชื่อซอมพอ ชื่อคนเหนือและช่วยดูเจ้าของชื่อด้วยว่าเขาผิวสวยขนาดไหน นางโบว์ยังชิดซ้ายเลย “ พี่กัสหันไปแซวพี่หลิน

“ แม้พี่กัส ก็เผื่อว่าลูกหนูมันอาจจะเกิดมาได้แม่มากกว่าพ่อ”

“นิถ้าลูกแกออกมาแล้วขาวขัดกับพ่อเด็กนี้มันคงนึกว่าลูกชู้ แล้ว” พี่แก้มพูดทำเอาทั้งห้องพากันขำ หัวเราะ ผมนี้ชอบบรรยากาศแบบนี้ยังมันดูอบอุ่นแบบพี่น้อง ผมเคยฝึกงานมาก่อนและที่นั้นอบอุ่นมาก

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตู ห้อง ใครสักคนเปิดประตูเข้ามา หุ่นผอมบางร่างเพรียวมาพร้อมกับกระโปรงที่สั้นมากแต่พี่เขาหุ่นดีมันดูสวยอยู่แล้ว

“โอ้ยลมอะไรหอบมาจะหญิงลี่ “ พี่กัสแซวพี่เปิดประตูเข้ามา

“ก็ลม...อุ้ยใครอ่ะ พนักงานใหม่เหรอ “ พี่เขาชีมาที่ผม

“ใช่เป็นไง  บอกแล้วแผนกนี้เขาคัดเข้ามาที่หน้าตาล้วน ไม่พึ่งความสามารถ “ พี่กัสพูด

“จริงๆ ถ้าคัดมาด้วยความสามารถ งานคงไม่ต้องส่งแก้ ส่งแก้ตลอดแบบนี้หรอก อ่ะ นี้งานแก้ค่ะพี่หลิน “ พี่เขาพูดและวางกล่องที่ดูแล้วจะเป็นสร้อยคอทีมีเพ็ชรเม็ดใหญ่ประกอบอยู่ ด้วยสีที่บอกว่าเซ้งมาก

“อะไรกันเพิ่งแก้ไป ลูกค้าคนนี้แก้หลายรอบแล้วเนี๊ยะ” พี่หลินบ่นอุบอิบทันที

“เขาบอกว่ารอบนี้ แก้ไม่ผ่านเขาจะให้ออก” พี่ลี่พูด

“ไม่ต้องกรูออกแล้ว โทรหาผัวก่อน ผัวจ๊าซื้อตั๋วด่วน กรูจะไปอยู่แดนมะกันแทน” พี่หลินพูด

“งั้นรีบแก้เลยนะพี่หลินไม่งั้นใครจะแก้ต่อ” พี่ลี่พูด

“จริงพี่ งานหนูก็เยอะเนี๊ยะ “ พี่กัสอีกคน

“ไม่ต้องมองมาทางหนูสองคนเลย หนูก็รีบ เพราะจะลายาวไปแต่งงานกัน” พี่โบว์พูดและหันไปพยักเพยอกับพี่แก้ม

“งั้นผมเองครับ ผมช่วยพี่หลิน ผมพอมีประสบการณ์จากที่ผมฝึกงานมาบ้าง” ผมพูดกับพี่หลิน

“ก็คงต้องตามนั้นคะ แต่พี่จะทำให้ดีที่สุดก่อนเพราะไม่อยากทิ้งไว้ให้เราเป็นภาระแน่อนนค่ะ” พี่หลินพูด ผมก็พยักหน้าและเดินไปนั่งที่โต๊ะที่พี่หลินเพื่อเตรียมเป็นลูกมือ

“งั้นพี่ทำเสร็จไปส่งให้ห้องคิวซีเลยนะคะ ไปก่อนนะค่ะ เออ น้องชื่อ...”

“ซอมพอครับ”

“ชื่อซอมพอเหรอพี่มีเพื่อนชื่อนี้นะ พี่เรียนจบตากมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ เรามาจากเชียงใหม่เหรอ”พี่ลี่ถามผม

“ครับผม”

แต่เพื่อนพี่มันเป็นผู้หญิงอ่ะ” พี่ลี่พูด

“ครับ ชื่อซอมพอ ส่วนใหญ่เป็นชื่อของผู้หญิงครับ และถ้าใครได้ยินชื่อผมก็จะขำกันนะครับ “ ผมพูดและแอบขำชื่อตัวเองเช่นกัน

“แต่ก็น่ารักอยู่สำหรับพี่” พีกัสพุด

“งั้นพี่ฝากงานด้วยนะคะซอมพอ ไปละ” พี่ลี่พูด ผมก็พยักหน้าและหันมาช่วยพี่หลินแก้งาน เพราะว่าพี่หลินจะไม่มาทำงานแล้ว ผมก็ทำไปด้วยคุยกันไปด้วย ผมดูแล้วงานติดไม่เรียบถ้าไม่ใช่เซียนแพ็ชรพลอยเครื่องประดับจริงจะดูยาก ผมเพิ่งรู้ว่าลูกค้าคือน้องสาวของแม่เจ้าของบริษัทที่ชื่อตรินภพ ดังนั้นเขาจึงค้อนข้างจุกจิก

“เฮ้อเสร็จซะที ขอบใจนะซอมพอ พี่ว่าดูดีขึ้นเยอะเลย เก่งนะเรานะ “ พี่หลินพูดชมผมใหญ่เลย

“นี้วันนี้รับน้องกันไหม” พี่กัสหันมาพูดผมก็มองพี่กัส พี่เชาชี้นิ้วมาที่ผม และพยักหน้า

“เรานะซอมพอ  พนักงานใหม่และเลี้ยงส่งพี่หลินด้วย เออ ..ไปกินหมูกะทะเปิดใหม่ดีกว่า เขาบอกว่าติ๋งเกาหลีต้องไปร้านนี้ มีหมดที่เป็นเกาหลี” พี่เขาพูดผมก็ยิ้ม ผมไม่เคยทานเลยหมูกะทะ เพื่อนๆ นี้ชวนไปกันแต่แม่ผมไม่อยากให้ผมไปทาน เพราะว่ามันเป็นปิ้งย่างแม่ผมว่ามันไม่ค่อยดี ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ จะปฏิเสธดีไหมนะ ไม่เคยทานมาก่อนกลัวจะเก้ๆกังๆ ทำอะไรไม่ถูก

“ไปนะซอมพอ” พี่โบว์หันมาเชิญขวนผม

“คือผม..”

“ทำไมเหรอ “ พี่กัสหันมาถามผม

“ผมไม่เคยทานหมูกะทะนะครับ”

“ทำไมละ” พี่กัสทำเสียงสูง

“แม่ผมว่ามันไม่ค่อยดีกับสุขภาพนะครับ”ผมพูดเบาๆ เขินๆ

“โอ้ย ไม่ได้ทานบ่อย ไปเถอะ..นะ นะซอมพอ” พี่กัสพูดชวนผม

“แถวไหนครับ ผมนะยังไม่ชินกับกรุงเทพ ผมกลัวว่าจะ”

“พี่กัสขับรถไปส่งค่ะ และร้านอยู่ไม่ไกลค่ะ เลยไปสองซอยได้ “ พี่กัสพูด ผมก็จำใจพยักหน้าไป

“เย้ๆ วันนี้เคลียร์งานเร็วๆนะจะได้ไปแรดดดด” พี่กัสพูด

“เรื่องแบบนี้ขอให้บอก โบวี่จัดให้ค้า” พี่โบว์อีกคน ผมเห็นพี่แก้มตีแขน และเขาก็เข้าโหมดสวีทกันสองคน แต่ผมซิ จะต้องหาวิธีหลอกแม่ยังไงว่าไม่ได้ไปทานหมูกะทะนะ ถ้าแม่รู้แม่บ่นแน่ๆ 

“พี่หลินอย่าลืมบอกน้องซอมพอด้วยนะว่าให้ลงเพ็ชรแหวนหมั้นน้องสาวคุณตรินด้วนะ เห็นว่าเขาเลื่อนงานเข้ามาอีก เป็นเดือนหน้านี้ “ พี่โบวี่พูด ผมหันไปมองพี่หลิน

“ก็รออยู่เขาเอาไปสลักชื่อก่อน แหวนคนมีตังก็ต้องพิธีพิถันหน่อย “ พี่หลินพูด ผมก็ยิ้ม

“น้องสาวคุณตรินนะ เขาจะแต่งงาน หน้าตาดีสวยหล่อทั้งบ้านเลยบ้านนี้นะ แฟนเขาก็หล่อมากเลย พี่เจอสองครั้งยังหลงรักเลย คนอะไรก็ไม่รู้หล่อเหมือนโดม ปกรณ์ลัมเลย สไตล์นั้นเลย” พี่หลินพูด ผมก็ยิ้มๆอีก จะว่าไปมันทำให้ผมนึกถึงพี่ณุก พี่ณุกนะใครก็บอกว่าเหมือนโดม ปกรณ์ลัมไม่มีผิดเพี้ยนเลย และนี้มันทำให้ผมต้องสั่นหัวไล่มันออกไป เพราะผมบอกกับตัวเองแล้วว่าจะไม่คิดถึงเขาอีก ผมต้องตัดเขาออกไปจากหัวใจผมให้ได้ ไหนเมื่อเขาตัดผมได้ผมก็ต้องตัดเขาได้เช่นกัน

************มาลงอีกตอน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ จุ๊บๆ*******


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2020 21:20:33 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
วันนี้ซอมพอมาทำงานได้สี่วันแล้ว จะว่าไปเขากิคิดถึงบ้านมากเหมือนกัน มาอยู่ในเมืองที่ไม่มีใครรู้จักเลยแต่พี่น่านฟ้าบอกว่าจะมหาเขาวันอาทิตย์เพราะวันเสาร์พี่น่านติดธุระต้องไปร่วมงานหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ พี่น่านว่าจะมาถึงแต่เช้าจะได้พาผมไปเที่ยวสยามและพาไปดูหนังเรื่องใหม่ด้วย 

“สวัสดีค่ะซอมพอ” พี่ส้มนั้นเองผมเจอพี่เขาตอนกำลังรูดบัตรเข้าทำงานพอดี

“สวัสดีครับพี่ส้ม”

“เป็นอย่างไรบ้างคะซอมพอทำงานมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว พรุ่งอีกวันก็วันหยุดแล้วนะ” พี่ส้มบอกผม

“ครับ” ผมพยักหน้ารับ

“พี่ยังไม่ได้เสนอเอกสารเราเลยอ่ะ เพราะว่าคุณตรินภพเขาไม่อยู่ไปต่างประเทศน่าจะกลับวันนี้ งั้นวันจันทร์แล้วกันนะจ๊ะ” พี่ส้มพูด

“ได้ครับพี่ส้ม” ผมพยักหน้าและพี่ส้มก็แยกตัวออกไป ผมก็รีบขึ้นห้องทำงาน  เพราะว่าผมกำลังสนุกกับการทำงานที่ผมชอบวันนี้แหวนแต่งงานคู่ที่เป็นของน้องสาวคุณตรินภรพ จะส่งมาให้ผมทำยังไม่เห็นแบบแต่แอบตื่นเต้นที่จะได้ทำแหวนที่สำคัญและมันจะมีค่ามากๆเลยเพราะมันคือแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน

“ซอมพอ” พี่โบวี่เดินมากับพี่แก้ม ทั้งคู่คงลงไปซื้อของขึ้นมาทานกัน

“สวีสดรครีบพี่โบวี่ พี่แก้ม” ผมยกมือไหว้พี่ทั้งสองคน

“พี่ซื้อผลไม่มาเดี๋ยวทานด้วยกันนะ” พี่โบวี่พูด

“พี่กัสมาแล้วเหรอครับ” ผมถามพี่โบวี่

“มาส่ายวันนี้ เมื่อคืนผู้ชายพาไปเมา...จนป่านนี้ไม่รู้ฟื้นหรือยังหรอก “ พี่โบวี่พูดผมก็ยิ้มๆ และเดินช้าไปในห้อง ผมก็เห็นกล่องว่างอยู่ มีจดหมายไว้ว่า ฝากถึงน้องซอมพอ ผมดูแล้วน่าจะกล่องงาน ผมเลยเปิดดู ใช่จริงๆด้วยแหวนคู่ ผมหยิบขึ้นดู ทำไมผมกับนึกถึงพี่นุ๊กนะเรามีแหวนเงินที่ไปซื้อมาจากบ่อสร้างด้วยกันเป็นแหวนเกลี้ยง ผมยังคงห้อยคอไว้ ผมอยากจะสวมมันอีกครั้งจัง ผมแอบคิดว่าถ้าแหวนคู่นี้เป็นของผมกับพี่ณุกก็คงจะดี

“แหวนหมั้นน้องสาวคุณตรินเหรอซอมพอ” พี่โบวี่ถามผม

“น่าจะใช้ครับ”

“ใครนะเอาว่างแบบนี้ ถ้าหายไปนี้ซวยแย่เลย” พี่แก้มพูด

“นั้นซิ คงเป็นพี่ลี่แหละ “ พี่โบวี่อีกคน ผมก็เปิดดูมีเพ็ชรมาด้วยน้ำงามมากดูสวยงามจริงๆ ผมก็จัดการเตรียมเริ่มงานทันที แหวนผู้ชายก็จะเกลี้ยงแต่ซวยเพราะเป็นทองคำขาว สัมผัสได้ว่าเนื้อดีมากถึงแม้จะฝังเพ็ชรแค่เม็ดเดียวแต่มันดูสวยผมก็หยิบพลิกดูแหวนมีการสลักชื่อว่า  ประวีร์  ตรีญาดา  ชื่อเขาสองคนดูว่าเหมาะสมกัน 

ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานของผมจนเกือบเสร็จเหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อย แต่ว่าตอนนีก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วยซิ แต่พี่กัสก็ยังไม่มาส่งสัยว่าจะไม่มาแล้วแน่ๆเลย

“ก๊อกๆ “ เสียงเคาะประตูห้อง มีผู้หญิงแต่ตัวรัดรูปเดินเข้ามาในห้องทุกคนหันไปมองรวมถึงผมด้วย เขาแต่งหน้าจัดจ้านมาก

“ใครชื่อซอมพอคะ” พี่เขาเรียกชื่อผม พี่โบวี่ก็ชี้มาที่ผม พี่เขามองผมและ

“ท่านประธานเชิญที่ห้องหน่อยค่ะ ตอนนี้ค่ะ” ผมก็สะดุ้ง ทุกคนหันมามองหน้าผม

“มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่วุ้น” พี่โบวี่เอ่ยถามพี่คนที่มาเรียกผมไปห้องประธาน

“ไม่ทราบคะ ท่านประธานไม่ได้บอกไว้ บอกแค่ให้ตามคนที่แก้แหวนให้คุณหญิงฤดีค่ะ “ พี่เขาตอบแค่นั้นก็เดินออกไป ผมก็ลุกขึ้น รู้สึกตัวเย็นๆยังไงไม่รู้

“มีอะไรเรียกพี่นะ “ พี่โบวี่พูด ผมพยักหน้าและยิ้มๆให้ ทำใจดีสู้เสือเอาวะ ผมเดินออกมาและตามพี่คนสวยไปที่ห้องประธาน นี่ผมมาทำยังไม่ถึงอาทิตย์เลย หรือว่าจะโดนไล่ออกก่อนสามเดือนวะซอมพอ อุตสาห์ได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง

“เชิญค่ะ” พี่วุ้นเขาเปิดประตูและผายมือให้ผม ผมก็เดินเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ผมเห็นมี หญิงวัยกลางคนรูปร่างดีทีเดียว ทรงผมม้วนปลายทำให้ดูสวยสมวัยและมีชายเลยวัยกลางคน และมีผู้หญิงอีกคนที่ดูไม่ผอมและไม่อ้วนยืนอยู่การแต่งตัวทำให้รู้ว่าเซียนเครื่องประดับแน่ๆ

“อ้าว หนู  หนูชื่ออะไรลูก” ผู้หญิงคนที่รูปร่างดีหันมาถามผม หน้าไม่สามารถระบุอายุได้เพราะว่าดูสวยและดูไม่แก่เหมือนอีกคน ที่ดูรู้ว่าผ่านวัยกลางคนไปแล้วและ รอยยิ้มที่ดูมีเมตตาและดูอบอุ่นส่งมาให้ผม

“ผมชื่อซอมพอครับ พี่วุ้นเขาไปเรียกผมให้เข้ามาพบท่านประธานครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบา

“เราใช่มั้ยที่แก้แหวนให้ฉัน” ผู้หญิงอีกคนเอ่ยถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ  แอบกลืนน้ำลายลงคอ

“เข้ามาใกล้ๆซิค่ะลูก” น้ำเสียงที่ดูมีเมตตามาก ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยด้วยความเกรงใจ

“นี้ส่งมาให้แก้ไม่รู้กี่ครั้ง” ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้น ซึ้งผมก็ได้ยินมาแบบนั้นจากปากพี่หลิน

“ผมขอโทษนะครับ ถ้าผมทำไม่ดี ผมจะปรับปรุงครับ” ผมรีบพูดขอโทษทันที

“ใครบอกเธอ ดูดีเรียบสวยดีขึ้น ฉันเลยขอดูหน้าคนทำหน่อย นี้เธอเป็นผู้ชายแต่มือเบาและทำสวยขนาดนี้ หนูมาจากไหนคะลูก” ผู้หญิงเจ้าของแหวนเพ็ชรที่ผมช่วยไม่ซิ ผมเองดีกว่าที่แก้แทนให้พี่หลิน เขากล่าวชมผม

“มาจากเชียงใหม่ครับ” ผมพูดเบาๆ

“ดูซิผิวพรรณดีจริงๆ  อย่างที่เขาพูดคนเชียงใหม่ผิวพรรณดี นี้ถ้าบอกว่าเป็นผู้หญิงเชื่อนะ” ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้น

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวเบาๆ

“เอาละ ฉันให้นี้เป็นรางวัล รู้ใหม่แหวนนี้ฉันจะเอาไปให้ลูกสาวเขาจะแต่งงาน ฉันถือเป็นของขวัญให้เขา “ ผู้หญิงเจ้าของแหวนควักแบ่งพันส่งมาให้ผม

“ผมไม่รับได้ไหมครับ เพราะว่าผมทำด้วยใจ และผมก็ได้เงินเดือนแล้ว อันนี้ผมรักงานพวกนี้จริงๆ ผมก็เลยตั้งใจทำนะครับ” ผมบอกปฏิเสธเขาไป

“มีอย่างนี้ด้วย” ผู้หญิงคนนั้นทำท่าจะต่อว่าผมแต่อีกคนที่น่าจะเป็นภรรยาท่านประธานบกมือห้ามเขาไว้

“งั้นก็ขอบใจมากนะ “

“นาฏ พี่ไปก่อนนะพี่ต้องรีบบินไปเยอรมันตอนเย็นเลย”

“ได้ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะคุณพี่”

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้

“มารยาทน่ารักเชียวนะ ทำไมหนูมาทำงานไกลจังละลูก “คุณนาฏเอ่ยถามผม

“คือผมอยากลองมาหาประสบการณ์จากเมืองใหญ่ดูนะครับ คุณหญิง” ผมตอบ

“เรียกคุณนาฏก็ได้จะ ฉันชื่ออนงค์นาฏ เป็นภรรยาคุณตรัย “ คุณหญิงนาฏพูด ระหว่างนั้นประตูก็ถูกเปิดออก มีชายหนุ่มรูปร่างสูงไม่ใหญ่ หุ่นดี เสื้อผ้าทรงผมเนียบมากเดินเข้ามพร้อมกับกำลังคุยมือถือ

“พี่เพิ่งถึงครับตรี ได้ครับ พี่จะบอกคุณแม่ให้นะครับ ครับผม  ครับ สวัสดีครับ”

“กลับมาแล้วรึตริน”  ผมหันไปมองคนนี้หรือคือคุณตรินภพ  คุณตรินภพหันมามองผมและชะงักไป ผมคงเหมือนเด็กกะโปโลแน่เลย ผมเลยก้มหน้าลง

“ตาตริน” แม่ของพี่ตรินเรียกชื่อเขา

“เออ..ครับ..แม่ ...ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ทราบว่าคุณพ่อคุณแม่มีแขก” คุณตรินภพพูดและยังหันมามองผมอยู่

“น้องเขามาทำงานใหม่แทน คนที่ชื่อหลินนะ และนี้เขาก็ก็แก้แหวนให้คุณน้าเขา รอบนี้รอดผ่าน นี้ยิ้มดีใจกลับไปแล้ว” คุณหญิงนาฏพูดกับคุณตรินภพสะบัดหน้ามามองผม

“เหรอครับ ผมนี้ก็เบื่อนะครับแม่  คือบางเรื่องไม่ควรจะจู้จี้จุกจิกเลย” คุณตรินภพพูด ผมก็ยังคงก้มหน้าอยู่

“แล้ว”

“หนูซอมพอ “

“ชื่อซอมพอเหรอครับ” คุณตรินภพถามผม ผมก็พยักหน้ายิ้มๆ

“ใช่ . ฝีมืองานนี้เนี๊ยบเลยทีเดียวแสดงว่าใจเย็นมก มือก็คงเบา น่าจะเอาไว้ทำงานสำคัญๆนะตริน” คุณนาฏพูด ผมเงยหน้าตกใจ

“ผมประสบการณ์ยังไม่เยอะครับ ผม”

“ก็ดีนะครับแม่ บางงานต้องการคนที่ฝีมือดี” คุณตรินภพพูด

“งั้นก็ให้เข้าไปนั่งทำงานในห้องตรินดีไหม “ สะบัดหน้าหันไปมองคุณตรินภพ

“ก็ดีนะครับแม่ จะได้มีคน ดูแลพวกเรื่องเอกสารสำคัญให้ผมด้วย “ คุณตรินภพพูด ผมก็ยังคงมืดงง

“อุ้ยเลยเวลาแล้ว หนูทานข้าวเที่ยงหรือยังลูก “ คุณนาฏถามผม

“ยังครับ..เดี๋ยวผมลงไป...”

“งั้นไปลงไปทานด้วยกันลูก..ไปพ่อไปทานข้าวเที่ยงกันหลังจากทานข้าวแล้วพ่อต้องไปหาหมอกระดูกนะพ่อ” ผมก็มองหน้า ฮะ ตกใจอย่างตั้งตัวไม่ทัน

“ไปทานด้วยกันเลยลูก” คุณหญิงนาฏพูดนี้เขาไม่ถือตัวเลยทั้งที่ผมเพิ่งจะมาเจอท่านวันนี้เอง ผมหันมามองคุณตรินภพเขาก็พยักหน้า

“อย่าขัดใจแม่พี่นะ แม่พี่นะขี้น้อยใจ” พี่เขาเข้ามากระซิบข้างหูผม

“อะไรตรินเดี๋ยวโดน” แม่ของพี่ตรินภพชี้หน้าพี่ตรินภพ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมก็รอให้ท่านเดินนำหน้าไปก่อน และผมก็เดินตาม คุณตรินภพหันมายิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มกลับ จะว่าไปถ้าผมไม่ติดว่าเคยสัญญากับพ่อแม่ไว้ว่าจะไม่มีแฟนเป็นผู้ชายอีกนี้ผมคงใจลาย เพราะคุณตรินภพ เป็นผู้ชายที่ใครๆก็คงฝันอยากจะได้ หน้าตาอหล่อคิ้วเข้ม แถมยังสูงหุ่นไม่ล่ำแต่ว่าลำส่วนชายไทย

“ทำไมเดินตัวลีบจังครับ กลัวเหรอครับ” คุณตรินภพหันมาแซวผมในลิฟท์ขณะที่พ่อแม่เขากำลังคุยกัน

“ก็คือ...แม้..ผมเพิ่งมาทำงานได้อาทิตย์เดียวก็ได้รับเชิญทานอาหารกับท่านประธานซะแล้ว “ ผมพูดยิ้มๆ

“คุณตริน” ผมเรียกชื่อเขา

“เรียกพี่ตรินก็ได้ครับ” พี่เขาบอกให้ผมเรียกเขาว่าพี่

“ครับพี่ตริน” ผมพูดเบาๆ ทันทีที่ลิฟท์เปิดออก ก็มีสาวๆ ออฟฟิตที่กำลังจะใช้ลิฟท์ หยุดและรอให้คุณนาฏและแฟนคุณนาฏก้าวออกไปก่อนตามด้วยพี่ตรินภพและผม  สายตาสะบัดมที่ผมกันหมด

“ใครอ่ะ “ มีแต่คนถาม  ผมก็ยิ่งอาย ผมคงดูเหมือนเด็กกะโปโรมากที่เดินตามผู้บริหารแบบนี้

“ไม่รู้อ่ะ ไม่เคยเห็น”

“เราไปทานที่ไหนกันดีตริน “ แม่ของพี่ตรินหันมถาม

“ข้างบริษัทนี้เลยไหมครับคุณแม่ เดินไปได้เลยครับ” พี่ตรินภพพูด คุณแม่ของพี่ตรินภพหันไปมองพ่อของพี่ตริน ท่านก็พยักหน้าและผมก็เดินก้มหน้าก้มตาตาม ไม่กล้ามองสบตาผู้คนที่เดินผ่านจนกระทั้ง

“ตุบ “ ผมชนกับ อกพี่ตรินภพ  เพราะว่าพี่เขาหยุดโดยที่ผมไม่รู้

“เดินก้มหน้าแบบนี้เดี๋ยวก็ชนประตูหรอกครับ ซอมพอ” พี่ตรินภพพูดขำๆ ผม

“ก็ดูซิ มีแต่คนมองผมอ่ะคุณ...เอ้ย พี่ตริน” ผมพูดเขินๆ   ผมกับพี่ตริงภพก็เดินคุยกันไปจนถึงร้ายอาหาร  ดูในร้านหรูหรามาก น่าจะเป็นอาหารตะวันตก ผมก็เดินตามท่านเข้าไปนั่งด้านใน ผมนั่งฝั่งเดียวกับพี่ตรินภพ


“อยากทานสั่งได้เลยนะหนูซอมพอ” คุณแม่ของพี่ตรินภพหันมาบอกผมและท่านก็หันไปคุยกับคุณพ่อของพี่ตรินต่อ พี่ตรินมองผมยิ้มๆ

“ทำไมครับ ไม่ชอบหรือครับ พี่เห็นเปิดดูและผ่าน “

“คือผมไม่เคยเข้าร้านอาหารแบบนี้เลยครับพี่ตริน นี้ถ้าแม่รู้แม่ตีตายเลยครับพี่ตริน”ผมบอกพี่ตริน พี่เขาก็เหมือนจะกั้นหัวเราะผม

“แม่ชอบให้ผมทานอาหารพื้นบ้านนะครับและส่วนใหญ่เป็นอาหารทำเอง แม้ผมขี้น้อยใจถ้าผมทานอาหารนอกบ้าน” ผมพูดและก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้ แต่นี่ผมเลือกเองที่จะมา

“พี่เลือกให้ครับ เออ เราทานรสจัดไหมครับ”

“ไม่ครับ ผมไม่ทานเผ็ดครับ “ ผมพูด พี่ตรินเงยหน้ามองผมยิ้มๆ ก่อนจะหมุนรายการอาหารมาให้ผมดู

“สปาเก็ตติคาโบนาร่า” ผมอ่านตามที่คุณตรินชี้ให้ผมดู

“ครับน่าจะสำหรับเรา  น้องสาวพี่ชอบมาก สั่งบ่อยเลยถ้ามาร้านนี้ ” พี่ตรินพูดขำๆ ผมก็ยิ้มให้และพยักหน้าว่าเอาอันนี้  ไม่น่านพนักงานก็เข้ามารับออเดอร์ พี่ตริงก็สั่งอาหารให้ทุกคนและสั่งเครื่องดื่มให้ผมอีกด้วย

“หนูซอมพอ หน้าสวยมาก แม่เป็นคนเหนือใช่ไหมคะลูก”

“ครับแม่ผมเป็นคนเหนือครับแต่พ่อผมเป็นคนกรุงเทพครับ”

“ลูกหน้าตาดีขนาดนี้พ่อแม่ปล่อยมาทำงานได้ไงไกลๆไม่เป็นห่วงแยรึไง” แม่ของพี่ตรินพูดและยิ้มๆให้ผม

“คือผมอ้อนขอคุณพ่อนะครับ ผมอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆนะครับ “ ผมพูดกับท่าน

“ตรินพรุ่งนี้เราต้องไปงานแสดงเครื่องเพ็ชรด้วยนะ แม่คงไปด้วยไม่ได้นะ คุณยายนะเขาจะให้แม่ไปดูฤกษ์งานหมั้นยายตรีใหม่และยายตรีเองก็เร่งแม่เหลือเกินเขาอยากได้เลิกที่เร็วขึ้น” แม่ของพี่ตรินภพพูด พี่ตรินหันมามองหน้าผม แต่พี่ตรินกับส่ายหัวเล็กน้อย

“พ่อคงไม่ไปแน่ๆ” พี่ตรินพูด

“งานแบบนั้นถ้าไม่มีแม่แกไปฉันก็ไม่ไป” พ่อของพี่ตริน

“ผมเอาซอมพอไปเป็นเพื่อนละกัน เพราะว่าผมก็ไม่ค่อยชอบไปนั่งกับลูกสาวไฮโซ สวยแต่คุยไม่รู้เรื่อง” ผมก็สะบัดหน้าไปมองและต้องสำลักน้ำที่ผมยกขึ้นดื่ม

“แค๊กๆ”

“ทำไมตกใจขนาดนั้นละครับน้องซอมพอ”

“พี่ชวนผมไปด้วยจะดีเหรอครับงานสำคัญแบบนั้น”  ผมพูดเบาๆ

“เอานะ ไปเป็นเพื่อนพี่เขาหน่อย  มีเพื่อนจะได้อุ่นใจ แต่ก่อนจะเป็นยายตรี แต่ตอนนี้ยายตรีเขาจะมีครอบครัวแล้ว พี่ตรีนเขาเลยไม่ค่อยอยากไปออกงานสักเท่าไหร่”แม่พี่ตรินพูด ผมก็ยิ้มๆ ผมแอบคิดวนใจ แค่นี้ก็โดนนินทาแย่แล้วนี้ถ้าไปออกงานด้วย ตายแน่ซอมพอ

“พรุ่งนี้งานจะเริ่มราวๆบ่ายสองโมงครั้ง พี่จะเข้าไปรับที่ห้องทำงานนะครับ ก่อนเที่ยงสักครึ้งชั่วโมง เราจะได้ไปหาอะไรทานกันก่อนและค่อยไปเข้างานนะครับ”  พี่ตรินพภพพูด ผมก็หันไปมองจะดีเหรอ

“นะครับ” พี่ตรินบอกผมอีกครั้ง ผมหันไปเจอแม่ของพี่ตรินภพที่ยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดู ยิ่งเป็นผู้บริหารด้วยใครจะกล้าปฏิเสธละครับผมก็พยักหน้าตอบตกลงไป ผมก็นั่งทานอาหารพี่ตรินก็ชวนคุยนั้นนี้ พี่ตรินภพน่ารักมาก พี่ชายน่ารักขนาดนี้น้องสาวจะน่ารักขนาดไหนนะแต่พี่ผมกับน้องสาวพี่เขารุ่นเดียวกันเลย ส่วนพี่ตรินก็รุ่นเดียวกับพี่น่านผมด้วย แต่พี่น่านแก่เดือนกว่าสามเดือน ดังนั้นพี่ตรีนก็จะอายุเท่ากับพี่ณุกผมเลยซิ เกิดเดือนเดียวกันแต่ห่างกันแค่สองวัน

“ซอมพอ...ไปครับกลับขึ้นออฟฟิตกัน พ่อกับแม่พี่เขาจะรีบไปธุระต่อ” พี่ตรินภพบอกผม ทำเอาผมสะดุ้งเลยเพราะมัวแต่มองพี่ตรินแต่ทำไมภาพพี่ณุกมันลอยมาแทนก็ไม่รู้

“ครับ ๆ “ ผมตอบอย่างเร็ว ระหว่างที่ผมกับพี่ตรินภพกำลังเดินผ่านร้านเครื่องดื่ม ผมเห็นชาเขียวแล้วก็

“จะซื้อเหรอครับ”

“คือผม..”

“สั่งเลยครับ พี่รอ” พี่ตรินพูด ผมก็หันมามองพี่ตรินภพ

“จะดีเหรอครับ ให้ผู้บริหารมารอพนักงานอย่างผม”

“แล้วผู้บริหารไม่ใช่คนเหมือนพนักงานอย่างคุณซอมพอเหรอครับ” พี่ตรินภพพูดหยอกผม ผมนี้เขินเลย

“ดูซิเขินก็น่ารักเชียว” พี่ตรินภพยังคงแซวผมอยู่

“จะทานอะไรดีครับ” พี่ตรินถพถามผม

“ชาเขียวลาเต้ครับ ปั่นด้วยครับ เอาหวานน้อย” ผมบอกกับคนขายเขาก็ยิ้มๆให้ผมสองคน

“งั้นผมเอาเหมือนกันครับ” พี่ตรินภพบอกคนขายน้ำที่อยู่ในซุ้มขายน้ำเล็กกะทัดรัดน่ารัก

“ปกติพี่ไม่ดื่มชาเขียวนะ วันนี้ลองดู “ พี่ตรินภพพูดผมก็แอบเขินอีกแล้วครับ

“คนเหนือชอบดื่มชาเหรอครับ”พี่ตรีนภพถามผม

“บ้านผมก็มีไร่ชาครับ และนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านผมครับ ผมบอกพี่ตรินภพแต่ผมไม่กล้าบอกว่าผมีรีสอร์ท กล้วเขาจะไล่ผมกลับไปช่วยพ่อแม่ดูแลรีสอร์ทดีกว่า

“ได้แล้วค่ะ ชาเขียวลาเต้หวานน้อย สองแก้วค่ะ” ผมก็ยื่นมือไปจะหยิบแก้วชาเขียวที่วางแต่ใจตรงกันกับพี่ตรินซะง้นเราหยิบแก้วเดียวกันเลย

“อุ้ยย..ก่อนครับ” พี่ตรีนภพพูดผมก็หยิบมาหนึ่งแก้วและส่งให้พี่ตรินภพอีกหนึ่งแก้ว

“วันนี้เลิกงานไปไหนต่อไหมครับ ซอมพอ” พี่ตรินภพถามผม ผมก็มอง

“ไปเดินห้างเล่นกันไหมครับ” พี่ตรีนภพถามผม

“ไม่ได้ครับวันนี้...คือว่า..ผมโดนทำโทษอยู่ครับ ผมโดนพี่ชายดุที่ไปทานหมูกะทะแล้วกลับดึกครับ” ผมพูดเสียงอ่อยๆ ก็วันก่อนที่พี่กัสชวนไปทานหมูกะทะ เลี้ยงรับผมและเลี้ยงส่งพี่หลินนะครับ ทานไปทานมากลับห้องพักผมเกือบสี่ทุ่ม พี่น่านบ่นผมชุดใหญ่เลย

“พี่ชายหวงเหรอครับ”

“พี่เป็นห่วงมากกว่านะครับ เพราะว่าซอมพอไม่เคยมาอยู่เมืองใหญ่ๆแบบนี้” ผมพูดกับพี่ตรินภพ

“เอาไว้พี่คุยกับพี่ชายเราให้ไหม จะบอกว่าพี่ขอดูแลแทน” พี่ตรินภพพูด ผมเงยหน้ามองคาค้างเลย ทำตาปริบๆ

“ทำไมเหรอ คำพูดพี่มันเฉยเหรอครับ...ซอมพอ!” ผมก็ก้มหน้าลง มันเหมือนชวนเป็นแฟนเลยอ่ะ ขอพี่ดูแล แต่ว่ามันคล้ายกับพี่ณุกมากตอนที่เขาเข้ามาจีบผมใหม่ๆ ขอพี่ดูแลได้ไหม

“พี่ตรินภพครับผมขึ้นห้องทำงานก่อนนะครับ เออ นั้นพี่ๆที่ทำงานในห้องทำงานผมครับ “ ผมกับพี่ตรินภพเดินเข้ามาในตัวอาคาร ผมก็เห็นพี่โบวี่โบกไม้โบกมือให้ผม

“ได้ครับ ... พี่จะให้คนจัดโต๊ะให้ก่อนแล้วซอมพอค่อยย้ายเข้ามาทำที่ห้องพี่นะครับ ส่วนเรื่องงานที่ห้องนั้นพี่คุยกับคุณส้มเองนะครับซอมพอ ว่าให้คุณส้มจัดหาคนใหม่ทำแทนจำแหน่งคุณหลิน” พี่ตรินภพพูด ผมก็ยิ้มๆ  ระหว่างที่ผมเดินออกมา พีตรินภพก็ยังคงยืนมองผม ผมนี้ไม่อยากจะเชื่อเลยนี้ผมฝันไปหรือเปล่า มาถึงได้เปลี่ยนงานไปทำงานห้องผู้บริหารเลย

“ซอมพอ...พวกพี่รออยู่นึกว่าโดนเฉือดไปแล้ว” พี่โบวี่รีบเข้ามาหาผม

“คือว่าผม...ผมไม่ได้โดนเฉือดครับ...คุณฤดีเขาชอบงานที่ผมแก้ครับ และคุณแม่พี่ตรินเขาชวนผมออกไปทานข้าวด้วยเลยนะครับ” ผมบอกพี่โบวี่

“จริงซิ คุณนาฏนะใจดีมากกกก” พี่โบวี่พูด

“จะมีข่าวดีหรือเปล่า” พี่แก้มแซวผมอีก ผมก็ยิ้มและส่ายหัว

“เอาละเราขึ้นไปทำงานกันเถอะ พี่กัสนะลานะวันนี้....มาไม่ไหว"

" เออ เราให้พี่ไปส่งแทนแล้วกันนะหลังเลิกงานนะ ” พี่โบวี่พูด ผมพยักหน้าว่าตามนั้น เพราะว่าพี่กัสอาสาขับรถพาผมกลับตลอดเลยจน วินแอบแซวผมว่าแค่เก็บค่าหมวกกันน๊อกเพิ่มถึงกับเลิกนั่งรถเขาเลยเหรอ ฮาๆ จริงๆไม่ใช่ผมบอกเขาไปแบบนั้น

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
           ซอมพอ วันนี้ผมตื่นมาแต่เช้าเพื่อลงไปซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋และรีบขึ้นมาแต่งตัวเพื่อจะไปทำงาน วันนี้ก็จะพิเศษหน่อยเพราว่าพี่ตรินภพจะพาผมไปออกงานด้วยไปดูแฟชั่นเครื่องเพชร รู้สึกตื่นเต้น ผมเลยเลือกเสื้อผ้าสีอ่อนหวานหน่อยสวมร้องเท้าสีน้ำตาลหัวตัดสีน้ำตาลกับเข็มขัดที่พี่น่านฟ้าซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว

“ตรืดๆ” เสียงมือถือผมสั่นเพราะว่ามีข้อความเข้าในกล่องสนทนาของผมกับพี่น่านฟ้า
พี่น่านฟ้า = “ตื่นหรือยังครับซอมพอ วันนี้ไปทำงานอีกวันก็หยุดแล้วนะ”
ซอมพอ    = “ตื่นแล้วครับพี่น่านผมกำลังเตรียมตัวไปทำงาน”
พี่น่านฟ้า   = “จะเอาอะไรเพิ่มไหม พี่จะได้หิ้วติดมือไปให้ “ พี่น่านถามผม พี่น่านบอกว่าจะมาถึงเช้าวันเสาร์และพาผมไปเที่ยว
ซอมพอ      = “ไม่ครับพี่น่านเพราะว่าที่ห้องพี่ก็มีครบหมด”ผมบอกพี่น่านฟ้า
พี่น่านฟ้า    = “โอเค ถ้าอย่างนั้นไปทำงาน เดินทางดีดีนะซอมพอ ถึงที่ทำงานแล้วอย่าลืมโทรหาพี่ละ”พี่น่านฟ้า
พี่น่านฟ้า     =“ห้ามไปเที่ยวไหนนะคืนนี้วันศุกร์คนเที่ยวเยอะพี่เป็นห่วง” พี่น่านฟ้าย้ำผมอีกแล้ว
ซอมพอ       = “ครับคุณพ่อ”
พี่น่านฟ้า     =“ซอมพอนายนี่นิ พี่รักนายนะ เจอกันเร็วๆนี้” พี่น่านฟ้า ผมเหลือบไปมองเวลาตายแล้วเดี๋ยวสายและช่วงนี้คนขึ้นรถไฟฟ้าเยอะมากแน่นเบียดกันจนถึงสถานี่ที่ผมต้องลงเลยทีเดียวบางเที่ยวก็หยัดไม่เข้าเอาซะเลยต้องรอเที่ยวต่อไป

“อุ๊บ” ผมรีบเดินและตรงไปกดลิฟท์แต่จังหวะนั้นมีมือใครสักคนมากดพร้อมกันกับผมพอดี

“ขอโทษครับพี่” ผมหันไปมอง หนุ่มชุดนักศึกษาหน้าตาดี ขาว ส่งยิ้มมาให้ผม

“ไม่เป็นไรครับ” ผมยิ้มให้เขา เด็กหนุ่มมองผมและยิ้มๆให้ผม จนกระทั้งมือถือของเขานั้นดังขึ้นและลิฟท์ก็มาจอดที่ชั้นผมพอดี ผมสองคนเดินเข้าไปในลิฟท์ ยังเช้าอยู่เลยยังไม่ค่อยมีคนใช้ลิฟท์เท่าไหร่

“ฮัลโล ครับ  ...ไดมอนด์กำลังไปนี้ไงครับ รู้ครับ ทำไมต้องงอนด้วยก็ม่อนบอกว่าม่อนอ่านหนังสือดึก ...เดี๋ยว...” น้องเขาเหมือนกำลังทะเลาะกับใครสักคนผ่านมือถือและปลายสายก็กดสายทิ้ง มันช่างเหมือนผมตอนที่คบกับพี่ณุกไม่มีผิด ผมน่ะพอเวลาโกรธพี่ณุก แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไร้สาระทั้งนั้น เหมือนกับแฟนน้องคนนี้เลยผมคิดว่า ไม่ฟังเหตุผลเอาแต่ใจ ถ้าผมย้อนกลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้นเลยจริงๆ  ผมเห็นสีหน้าน้องเขาดูจะกังวลและทำท่าจะกดมือถือไปอีกครั้ง และผมก็เดาได้ว่าปลายสายไม่รับและตัดสายทิ้ง เหมือนที่ผมทำกับพี่ณุก จนพี่ณุกต้องเดินลงจากห้องเรียนมาหาผมและง้อผม

“ทะเลาะกับแฟนเหรอครับ “ ผมถาม

“แฟนผมงี่เง่านะพี่ ผมบอกว่าผมอ่านหนังสือและผมดันเผลอหลับไป ผมเลยไม่ได้โทรกลับหาเขา ทั้งที่ผมบอกว่าผมมีสอบวิชาสำคัญมาก” น้องเขาพูด

“เอาน่ะ แฟนเราคงตั้งตารอสายเราอยู่” ผมพูดเขาก็หันมามองหน้าผม

“เดี๋ยวก็ไปง้อเขาหน่อย พาไปทานอะไรที่ชอบเดี๋ยวก็หาย” ผมพูดเพราะว่าพี่ณุกทำแบบนี้กับผมบ่อยและมักจะพาไปร้านประจำเป็นคาเฟ่ที่มีเด็กนักเรียนมานั่งติวเตอร์ทุกวัน เพราะว่าเขาให้ใช้ไฟไวฟรี

“พี่เข้ามาอยู่ใหม่ใช่ไหมครับ ผมไม่คุ้นหน้าพี่เลย” น้องเขาถามผม ผมก็ทำหน้าแปลกใจ

“เพราะว่าตึกนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติ “ น้องเขาพูด ผมพยักหน้าเบาๆ

“ครับพี่มาใหม่ พี่ชายพี่เขาซื้อไว้นะครับและพี่ก็มาทำงานที่นี้” ผมบอกน้องเขา

“พี่ชื่ออะไรครับ ผมชื่อไดม่อนด์ครับ” น้องเขาแนะนำตัว
“พื่ชื่อซอมพอครับ” ผมบอกชื่อน้องเขาทำตาโต

“ชื่อแปลกจังแต่ฟังแล้วเพราะนะครับ พี่เป็นคนที่ไหนครับ”

“พี่เป็นคนเชียงใหม่ครับ “

“อ้อ...ผมชอบไปเชียงใหม่ครับ อากาศดีที่พักก็สวยแต่แฟนผม บ้านเขามีรีสอร์ท แฟนผมเขาเป็นคนใต้ครับ” น้องไดม่อนบอกผม ผมพยักหน้ารับทราบ

“สวยแน่ๆเลยแฟนน้อง” ผมพูดชม

“ฮาๆ แฟนผมไม่สวยหรอกครับ “ น้องไดม่อนหัวเราะร่วนทันที

“ทำไมละ ถ้าไม่ชมว่าแฟนตัวเองสวยแล้วจะไปชมใครละ ต้องชมแฟนตัวเองไว้ก่อนซิ” ผมพูด

“แฟนผมนะหล่อครับ เขาไม่สวย เพราะแฟนผมเป็นผู้ชายครับ” น้องเขาพูด ผมก็อดขำตัวเองไม่ได้เช่นกัน

“ผมดูไม่เหมือนเกย์ใช่ไหมครับ”

“อืมม...นิดหน่อย” ผมพูด ก็น้องเขามีหนวดเคลาแบบเด็กห้าวๆทั่วไปถ้าบอกว่าเด็กช่างนี้ก็ได้เลยนะ ผมเชื่อสนิท

“อ้อ..ไดม่อนพี่ต้องรีบไปแล้วนะ ยินดีที่รู้จัก”ผมหันไปบอกไดม่อน เขาก็ยิ้มให้ผม

“ยินดีที่รู้จักครับพี่ซอมพอ...พี่ครับ ผมอยู่ชั้นบนพี่ไปหนึ่งชั้น ห้อง1509 พี่เรียกผมได้ตลอดเลยนะพี่ อยากมีเพื่อน” น้องไดม่อนตะโกนตามหลังไป  ผมก็ยกนิ้วโป้งให้ว่าเยี่ยมเลยและผมรีบวิ่งออกจากที่พักและจะตรงไปขึ้นบรรไดเพื่อไปที่สถานีรถไฟฟ้า

“ปี้น”เสียงแตรรถ ผมก็หยุดและหันไปมอง มีรถจอดอยู่ที่ริมฟุตบอล รถคันนั้นก็เปิดกระจกลง พี่ตรินภพนั้นเอง 

“ซอมพอ” พี่เขาเรียกผม ผมนี้ตกใจมาก

“พี่ตริน” ผมเรียกชื่อพี่เขาและเดินไปที่รถ

“ขึ้นซิครับ พี่จอดรออยู่พี่ไม่กล้าโทรไปกลัวน้องซอมพอยังเตรียมตัวไม่เสร็จ” พี่ตรินภพพูด ผมหันซ้ายหันขวาและก็เดินวนมาขึ้นขึ้นรถ พี่ตรินภพขับรถมาเอง

“พี่รู้ได้ยังไงว่าผมพักที่นี้” ผมถามพี่ตรินภพ พี่เขายิ้มๆและชูใบสมัครงานที่พี่ส้มบอกว่ายื่นเสนอพี่ตรินภพอยู่ ผมทำแก้มป่อง

“พักกับใครครับน้องซอมพอ”พี่ตรีนภพถามผม

“ห้องพี่ชายผมครับ พี่เขาซื้อไว้นานแล้วครับ เพราะว่าพี่น่านต้องมากรุงเทพทุกเดือนครับแต่พี่ชายผมอยู่ที่เชียงใหม่กับพ่อแม่ผมครับ” ผมพูด พี่ตริภพพยักหน้า ผมก็นั่งแต่พี่เขายังไม่ออกรถและยังหันมายิ้มให้ผมอีก ทันใดนั้นพี่เขากก็เข้าใกล้ผม เขาเอื้อมแขนมาผ่านตัวผมไป ผมนี้หลับตาปรี่นี้พี่เขาจะจูบผมเหรอ ไม่น่ะ นี้มันถนนใหญ่รถผ่านไปมา

“พี่จะออกรถได้ยังไงครับซอมพอ” พี่ตรินภพพูด

“เรายังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย พี่จะโดนเขียนใบสั่งเอานะครับ” พี่ตรินภพพูดผมก็ค่อยลืมตา ใช่ครับตรินภพเอื้อมไปดึงเข็มขัดมาคาดให้ผมนั้นเอง

“ผมขอโทษครับพี่ตริน” ผมพูดแบบรู้สึกผิดที่คิดไปไกล ฮาๆ

“คิดอะไรอยู่” พี่ตรินภพถามผม

“เปล่า” ผมตอบเสียงสูงแบบไม่กล้ามองหน้าพี่ตรินภพตรงๆ กลัวเขาจับได้

“เอี้ยด!!!” ระหว่างที่พี่ตริงกำลังจะออกรถก็มีรถสปอร์ตคันหนึ่งเลี้ยวออกมาอย่างเร็วดีนะที่พี่ตรินภพเบรคทัน แต่ก็ทำเอาผมเกือบหัวทิ่ม
“ซอมพอพี่ขอโทษ เป็นอะไรไหมครับ “ พี่ตรินภพถามผม ผมก็มองรถคันนั้นที่เปิดกระจก นั้นมันนายไดม่อนนั้นเอง เขามองผมก่อนจะลงจากรถมาที่รถผม ผมก็หันไปมองพี่ตรินภพและเลื่อนกระจกลง พี่ตรินภพก็มองนายไดม่อนเช่นกัน

“พี่ซอมพอ ผมขอโทษครับพี่เป็นอะไรไหมครับ พอดีผมมั่วแต่อ่านข้อความในมือถือนะครับ” ไดม่อนบอกผม

“ไม่เป็นไรครับไดม่อน” ผมพูด

“นิ นายขับรถยังไงของนาย นายรู้จักให้ทางไหม ทางโทต้องให้ทางทางเอกก่อน” พี่ตรินภพพูด ไดม่อนก็มองหน้าพี่ตรินภพ ผมก็มองหน้าสองคนสลับไปมาเช่นกัน

“ก็ลุงนะมัวแต่จะออกไม่ออกไง “ ไดม่อนพูดกับพี่ตรินภพ ยังมาเรียกพี่ตรินภพว่าลุงอีก

“นาย” พี่ตรินภพ

“เอาเป็นว่าพี่ไม่เป็นอะไรกัน แต่ไดม่อนควรจะระวังหน่อยนะ” ผมพูดเพื่อตัดบทไม่อยากให้ทั้งคู่ทะเลาะกันเลยและรถนายไดม่อนก็จอดขวางทางออกอยู่ด้วย

“ไดม่อนมีรถจะออกต่อจากรถเรานะ” ผมบอกไดม่อน

“ดีนะลุงที่มีรถคันคืนรอนะ”ไดม่อนด์พูดกับพี่ตรินภพ

“พี่ซอมพอ..วันนี้เลิกงานเร็วไหมครับ ผมว่าจะชวนพี่ไปหาอะไรทานใกล้ๆ ผมอยู่คนเดียวเหงา” ไดม่อนเอ่ยชวนผมซะงั้น ผมหันมามองพี่ตรินภพ

“เหงาก็ชวนเพื่อนดิ ไม่มีใครคบเหรอที่มหาลัยนะ” พี่ตรินภพพูด

“มีเยอะด้วยแต่..อยากไปกับเพื่อนใหม่ “ น้องไดม่อนพูด

“นะครับพี่ซอมพอ...ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนบ้านกัน” น้องไดม่อนพูด

“ซอมพอ...วันนี้คงเลิกเย็นมากพี่ว่าจะแวะทานอาหารเย็นเลย พี่ก็ไม่มีเพื่อนทานเหมือนกันกว่าจะขับรถกลับไปถึงบ้าน พ่อแม่พี่คงทานกันหมดแล้วพี่ก็คงหิวไส้กิ่วเลย” พี่ตรินภพ ทำเอาซอมพอไปไหนไม่ถูกเลย ซ้ายก็ไดม่อนที่เพิ่งรู้จักกัน ขวาก็พี่ตรินภพ

“ไดม่อนเอาเป็นวันอาทิตย์ได้มั้ยครับ คุณตรินภพเขาเป็นเจ้านายพี่ พี่ต้อง”

“ใช้แรงงาน” ไดม่อนพูด

“ก็ได้ครับพี่ซอมพอ” ไดม่อนพูด

“ม่อนไปออกรถได้แล้วหลายคันแล้วนะและพี่ต้องไปทำงานแล้วพี่จะสายเอนะครับ” ผมบอกไดม่อน เขาก็พยักหน้ายิ้มให้ผมแต่มาแยกเขี้ยวให้พี่ตรินภพซะงั้น พี่ตรินภพก็ชิ้งออกรถทันที

“อะไรกัน เสน่ห์แรงไปไหมซอมพอ ดูซิเด็กมหาลัยจีบด้วยอ่ะ”พี่ตรินภพพูดเหมือนแซวผมเลยนะ ผมก็แอบเขินแต่ผมนะไม่ได้คิดกับทุกคนซะหน่อย แอบทำแก้มป่อง

“ทานอาหารเช้ามาหรือยังครับซอมพอ” พี่ตรินภพถามผม ผมหันไปมองพี่ตริน

“พี่มีคาเฟ่ใกล้ๆกับที่บริษัท พี่แวะทานกับตรีประจำก่อนไปส่งเขาที่โรงเรียน โรงเรียนตรีจะอยู่ใกล้ๆกับบริษัทครับ” พี่ตรินภพบอกผมและชี้ให้ผมดู เป็นโรงเรียนสามภาษานั้นเอง ผมยิ้มให้พี่ตรินภพ พี่ตรินก็ยิ้มกลับมาให้ผมรถพี่ตริงก็เลี้ยวเข้าไปด้านหลังคาเฟ่แห่งหนึ่ง

“เชิญครับ” พี่ตรีนภพจอดรถและรีบเดินลงไปเปิดประตูให้ผมทันที ผมนี้เขินหนักเลยครับแต่ก็ก้าวเท้าลงมาจากรถ ผมกับพี่ตรินภพผมเดินเข้าไปในร้าน ดูพนักงานจะคุ้นเคยกับพี่ตรินภพดี ผมก็เดินตามพี่เขาเข้าไปนั่ง

“ทานอะไรดีครับซอมพอ”

“เออ ...ผมขอเป็นข้าวต้มกุ้งครับพี่ตริน” ผมบอกพี่ตริง พี่เขาก็ขมวดคิ้ว

“ข้าวต้มกุ้งเป็นอาหารเช้าเหรอครับ ไม่หนักไปหน่อยเหรอครับ” พี่ตรินภพถามผม

“ไม่หรอกครับ ปกติอยู่บ้านทานชุดใหญ่กว่านี้ แม่ผมนะทำไว้เยอะทุกวันครับ” ผมพูด

“ปกติของพี่ก็แค่ขนมปังปิ้งไข่ดาว แฮม ไส้กรอก และของโปรดพี่นะ egg benedict sauce อันนี้แม่บ้านพี่ทำให้ทานบ่อยเพราะว่าพี่ชอบตั้งแต่ตอนไปเรียนที่อเมริกาแล้วครับ” พี่ตรินภพพูด ผมก็ทำตาโตพี่เขาเรียนที่อเมริกาด้วยเหรอ

“พี่ไปอยู่กับพี่สาวของแม่พี่นะครับส่วนน้องสาวพ่อพี่ยังไม่อยากส่งไปและเพิ่งตัดสินใจส่งไปตอนที่เขาจบม.3 นะครับ พี่นะไปเรียนตั้งแต่ม.1เลยครับ” พี่ตริงภพพูด ผมก็ยิ้มๆ ผมนั่งทานอาหารกันไปจนเสร็จเรียบร้อยพี่ตรินภพก็พาผมไปยังที่ทำงาน จริงๆ ก็ไม่ไกลจากที่พักผมเท่าไหร่แต่แค่ต้องนั่งรถไฟฟ้า มันอ้อมไปหน่อยถ้าขับรถเองก็สามารถเข้าซอยทางรัดได้นั้นเอง

“ซอมพอ...พี่ลงมารับตอนเที่ยงนะครับ “ พี่ตรินภพบอกผม ผมก็พยักหน้าและรีบเดินไปรูดบัตรเข้าทำงานปกติ

“อ่อยเก่งเนอะเรานะ ไปยืนอ่อนท่าไหนละคุณตรินถึงลากขึ้นรถมาด้วยนะ” พี่วุ้นที่เป็นเลขาฯพี่ตรินภพทักผมแบบไม่ค่อยดีหนัก ผมหันไปมองเขา

“ผมไม่ได้อ่อยนี่ครับ” ผมพูดขึ้น

“ถ้าไม่อ่อยจะมาพร้อมกันแบบนี้เหรอ ไม่น่าจะใช่ความบังเอิญหรอก โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่” พี่วุ้นพูด

“ซอมพอ...” พี่กัสนั้นเองที่เดินมาหาผมและมองพี่วุ้น

“มีอะไรหรือเปล่าซอมพอ...เหมือนกับมีชะนีตาร้อนแถวนี้” พี่กัสพูดและมองหน้าผมพร้อมกับเหล่ตามองพี่วุ้นที่ยืนกอดอก

“พี่ไม่มาวันเดียวได้ข่าวว่าซอมพอจะย้ายไปทำงานที่ห้องคุณตรินภพเหรอ พี่ดีใจจริงๆเลย พี่ดูก็รู้ว่ารูปร่างหน้าตาผิวพรรณแบบนี้ ต้อง...”

“ต้องอะไร...คุณตรินก็แค่ให้ไปนั่งเฝ้าเอกสาร” พี่วุ้นพูด

“แต่ยังดีกว่าเลขาแบบเธอที่โดนถีบไปนั่งไกลเจ้านาย อ่อยไม่ขึ้นไม่มีวาสนาแถบยังพาเขาลำคาญ เธอนะควรจะไปเรียนอ่อยมาใหม่”

“นี่”

“เอาซิ เดี๋ยวกรูตบให้ซิลิโคนกระเด็นเลย”

“พี่กัสพอเถอะคนมองใหญ่แล้ว” ผมรีบห้ามพี่กัสก่อนและพากันเดินออกจากจุดรูดบัตรทันที 
“ยายชะนี้หน้าวอกนี้มันอิจฉาซอมพอ เพราะว่าทุกคนรู้ พี่รู้ แม่คุณตรินภพก็รู้ว่านางอ่อยคุณตรินอยากได้คุณตรินจน...สั่นไปหมด” พี่กัสพูด

“แต่พี่เชื่อว่าเรามีดีกว่านางชะนีนี้เยอะ พี่ดีใจด้วยนะ ได้ดีอย่าลืมพี่กัสนะคะ” พี่กัสพูดกับผม

“พี่กัส ผมไม่ได้ไปได้ดีอะไรแค่เปลี่ยนที่นั่ง ยังไงผมก็ยังเป็นพนักงานเหมือนพี่นะครับ”

“แม้แววนายหญิงมาแล้ว คว้าเลย คุณตรินภพนะเป็นผู้ชายที่อบอุ่น พี่ยังแอบฝันเลย แต่น้องได้ดีพี่ก็ดีใจ “ พี่กัสพูดระหว่างที่ผมเดินขึ้นไปยังห้องทำงาน

“ซอมพอ” พี่ส้มเรียกผมไว้ขณะที่ลิฟท์เปิดออกพี่เขาก็รีบออกมาจากลิฟท์ทันที

“พี่กำลังจะโทรตามเราพอดีเลย พี่ต้องทำบัตรพนักงานให้เราใหม่นะ แม้มาทำงานได้อาทิตย์เดียวตำแหน่งเลื่อนเลยนะ “ พี่ส้มบอกผม ผมก็ยังคงทำหน้างง

“เลื่อนเป็นอะไรคะพี่ส้ม  เมียเจ้าของเปล่า” พี่กัสพูด

“เลขาหมายเลข 1 ค่ะ ส่วนแม่วุ้นอะไรนั้นตกไปเป็นธุรการค่ะ” พี่ส้มพูดและพากันแตะมือกับพี่กัส ผมก็มองมีอะไรกันหรือเปล่า

“แม่คนนี้นะ มาถึงก็วางมาดเลขาหาเรื่องเขาไปทั่วกะว่าฉันได้ใกล้ชิดคุณตรินภพและอ่อยคุณตรินแต่...”

“เขาไม่เล่นด้วย” พี่กัสกับพี่ส้มพูดพร้อมกันประโยคนี้

“คุณแม่เขาเลยให้ไปนั่งไกลโพ้นเลย สมน้ำหน้าเนอะพี่ส้ม” พี่กัสพูด ผมก็ยิ้มๆเพราะว่าผมไม่รู้เรื่อง ผมมาที่หลัง ผมก็เข้าไปนั่งและหยิบงานที่ผมทำค้างไว้นั้นคือแหวนแต่งงานน้องสาวพี่ตรินภพ ผมก็นั่งทำไปเงียบ พี่โบวี่เดินเข้ามาก็ยิ้มทักทายผมไม่ได้พูดอะไร เพราะว่าผมต้องการสมาธิ ผมทำไปเรื่อยๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-06-2020 22:04:35 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
        ซอมพอ

“ก๊อกๆ” มีคนมาเคาะประตูพี่โบวี่ออกไปเปิดและกลับเข้ามาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มสี่แก้ว ผมก็มอง

“ลาบปาก ....คุณติณเขาซื้อให้ซอมพอและก็เลยซื้อให้พวกเราด้วยคะ ชาเขียวจากร้านดังด้วย” พี่โบวี่พูดและเอาแก้วมาวางให้ผมถึงโต๊ะทำงาน ของผมมีโน๊ตแปะมาด้วย

           อย่าลืมนะครับเจอกันตอนเที่ยง (ตั้งใจทำงานนะครับ)
      จากพี่ติณภพ

ผมอ่านข้อความก็อดยิ้มไม่ได้แต่ระหว่างนั้นก็มีสายตาพี่ๆแอบมองผม ยิ่งทำให้เขินกันไปใหญ่

“ดูซิคนมีความรักอ่ะ น่าอิจฉาอ่ะ “ พี่โบวี่พูด

“พี่โบอ่ะ อย่าแซวผมเขินผมพูด และก้มหน้าก้มตาทำแหวนต่อไปจนเสร็จเรียบร้อย ผมเห็นพี่กำลังจะเตรียมตัว ผมก็มองนาฬิกา นี้เที่ยง ห้านาทีแล้ว ผมต้องรีบไปแล้ว ผมก็จัดการเก็บของทุกอย่างลงลิ้นชักใส่กุลแจ พรุ่งนี้ผมจะเอาไปส่งให้คิวซีเค้าตรวจ

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูและถูกเปิดออก พี่ติณภพนั้นเอง

“สวัสดีค่ะคุณติณ” พี่ทุกคนทักทายพี่ติณณพกัน ผมก็มองอย่างรู้สึกผิดที่ผมไม่ตรงเวลา

“สวัสดีครับ เออ ผมมารับซอมพอไปทานข้าวและว่าจะชวนไปดูงานเป็นเพื่อนผมนะครับ” พี่ติณณภพบอกพวกพี่ๆ ทุกคนหันมาเหล่มองผมและทำท่าจะแซวผมด้วยแต่ก็คงเกรงใจพี่ติณอยู่

“ได้เลยค่ะ งั้นพวกเราไปนะ ไม่อยากเป็น กขค” พี่กัสพูด ผมรีบทำแก้มป่อง พี่ติณภพก็ยิ้มๆ ไม่มีแก้ให้ผมเลยนะพี่ติณภพ ทุกคนก็เดินออกกันหมด มีโบกมือบายๆผมด้วยนะ

“ผมขอโทษครับพี่ติณที่ผมไม่ตรงเวลานัด” ผมพูดขอโทษพี่ติณณภพใหญ่เลย

“พี่โกรธมากนะ” พี่ติณพูดผมก็ทำหน้าเศร้า

“ต้องทำโทษ...เลือกร้านอาหารให้พี่เลย เอาที่ซอมพอชอบ” พี่ติณพูด ผมเงยหน้ามองนี้คือคนโกรธเขาทำกันเหรอครับ

“เอ๊ะนั้นแหวนน้องสาวพี่หรือเปล่าครับ” พี่ติณภพถามผม

“ครับ ผมว่าจะเอาไปให้คิวซีดูก่อน” ผมบอกพี่ติณภพ พี่ติณก็เดินมาหยิบขึ้นมาดูและมองผมและมองที่แหวน

“ถ้าไม่สวยผมแก้ให้ใหม่นะครับ” ผมพูดกับพี่ติณภพด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ พี่ติณภพมองหน้าผมและยิ้มๆ

“สวยครับ ไม่ต้องถึงมือคิวซีหรอกครับ พี่ว่าผ่าน “ พี่ติณภพพูดและหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป

“พี่ติณ ผมยังไม่รู้ว่ามัน”

“ผ่านแล้ว พี่ยืนยันให้ “พี่ติณภพพูด ผมก็ยิ้มเขินๆ

“เราไปหาอะไรทานกันก่อน ไปทานที่ห้างพี่ขับรถไปประมาณครึ้งชั่วโมง น้องซอมพอหิวมากไหมครับ” พี่ติณภพถามผม ผมก็ยิ้มๆและส่ายหัวเบาๆ

“งั้นเราไปกันดีกว่านะครับ เดี๋ยวเพื่อว่าแต่ละร้านคนเยอะ พี่กลัวน้องซอมพอจะไม่ได้ทานและพี่ติณจะรู้สึกผิดมาก” พี่ติณภพ บอกผม ผมก็พยักหน้าตามนั้น ผมเดินลงมากับพี่ติณ

“พี่ไม่ได้ขับรถไปเองนะครับ พี่ไปรถบริษัท เพราะว่าถ้างานเลิกเย็นมากพ่อแม่พี่ไม่อยากให้พี่ขับเองครับ” พี่ติณภพพูด ผมก็พยักหน้า

“ส่วนรถพี่คนขับรถที่บ้านจะขับพาพ่อกับแม่พี่กลับครับ” ผมพยักหน้าตามนั้น ระหว่างที่เดินทางจะออกที่ไปที่ด้านหน้า ผมหันไปเจอสายตาอาฆาตของพี่วุ้น เขามองผมและยืนกำกระดาษ พี่ติณภพคงสังเกตุผม

“มีอะไรหรือเปล่าครับซอมพอ” พี่ติณภพถามผม

“เออ...ไม่มีอะไรครับพี่ติณ”

“งั้นเราไปขึ้นรถกันนะครับ” พี่ติณภพบอกผมและเอาแขนเหมือนมาโอบที่เอวผมพร้อมค่อยดันผมเดินไปข้างหน้าเบาๆ  ผมยังคงเห็นสายตาพี่วุ้นผ่านกระจก ผมแอบกลัวอยู่นะ  ผมเข้าไปนั่งในรถคันหรูลีมูซีม

“ออกรถได้เลยครับพี่พงษ์” ตริ


“ครับคุณติณ เออ ไปที่ห้างก่อนใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ ผมจะไปทานอาหารกันก่อน “

“ครับผมคุณติณ” พี่คนหันมาพูดกับพี่ติณณภพและส่งยิ้มให้ผมผ่านกระจกมองหลัง ผมก็ยิ้มกลับเช่นกัน

“พี่พงษ์นี้น้องซอมพอครับ เขามาเป็นเลขาฯผมแล้วครับ” พี่ติณณพแนะนำผมกับพี่พงษ์ พี่เขาก็พยักหน้ารับทราบ ผมนี้เขินอีกแล้วก็ผมผู้ชายนี้ครับ 

“พี่ติณครับ ทำไมพี่ให้ผมเป็นเลขาละครับทั้งที่ พี่มีพี่วุ้นเป็นเลขา” ผมถามพี่ติณณภพ

“คือว่า...พี่ว่าเขาไม่น่ารัก ไม่ควรจะเป็นเลขาพี่นะครับซอมพอ คนที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ควรมีมนุษยสัมพันธุที่ดี นี้เขาเที่ยวไปคุยกับใครๆว่าพี่กับเขากำลังจะคบกันเพื่อขมคนอื่น พี่ไม่ชอบ” พี่ติณณพพูด ผมก็ได้แค่ยิ้มๆเพราะผมไม่ทราบตื้นลึกหน้าบางระหว่างพี่วุ้นกับคุณติณมากหนักแต่พอจะได้ยินมาว่า พี่วุ้นอยากจับคุณติณแค่นั้น แต่ด้วยวิธีอะไรผมไมได้ถาม

“เขาข่มเราหรือเปล่า” พี่ติณถามผม ผมก็ส่ายหัวทันที ทั้งที่ผมก็เพิ่งเจอมาสดๆร้อนตอนเช้าเลยแต่ผมไม่ใช่คนจุกจิกช่างฟ้องเลยไม่บอกจะดีกว่า

“ถ้าเขาว่าอะไรเรา บอกพี่น่ะ ถึงเขาจะเป็นลูกสาวเพื่อนแม่พี่แต่ถ้าทำตัวไม่น่ารักพี่ก็ไม่อยากได้ คนที่อยากทำงานมีเยอะ เช่นซอมพอ” พี่ติณณภพพูดผมก็ยิ้มๆให้

“แป๊ปหนึ่งนะครับ น้องสาวพี่โทรมาครับ ” พี่ติณภพพูดและกดรับสายเฟสไทม์ จากมือถือไอโฟนรุ่นล่าสุด รุ่นหลังจากผมอีก ผมนะไม่อยากฟุ้มเฟื่อยแต่นี้พี่น่านฟ้าซือ้ให้เป็นของขวัญหลังจากที่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัย

“พี่ติณ...แม่บอกว่าพี่จะมีแฟนเหรอ” พี่ติณเปิดลำโพงคุยกับน้องสาว พี่ติณหันมายิ้มให้ผม ผมก็ทำหน้าตาเหลอหลาซิครับเงยหน้ามองพี่ติณ

“ไม่รู้ซิ น้องเขาบอกต้องไปขอพี่ชายเขาก่อน”

“ขอน้องดูหน่อยน่ารักหรือเปล่า” น้องสาวพี่ติณบอกพี่ติณขอดูหน้าผมหน่อย ผมนี้เขินอีกแล้วผมกลัวเขาจะว่าผมเป็นเด็กกะโปโลจังและพี่ติณณภพก็เบนมือถือมาที่ผม

“น่ารักอ่ะ ชอบๆ   สวัสดีค่ะซอมพอ” น้องสาวพี่ติณภพ เขาดูน่ารักตาคมและหน้าหวานมาก ดูสวยมากเหน้าเขาเหมือนกับขวัญ อุษามณีเลย

“คุณตาของคุณตาของแม่อีกที เขาเป็นคนแขกขาวครับ พี่นะได้พ่อมาเต็มๆน้องสาวพี่ได้ทางแม่ไปเยอะกว่าพี่  เลยดูเหมือนลูกครึ้งใช่ไหมครับ ” พี่ติณภพพูด ผมก็ยิ้มโบกมือทักทายน้องสาวพี่ติณ แต่จะว่าไปผมก็เห็นแววแขกขาวนิดๆจากพี่ติณภพนะ ผมคิดในใจ

“เราชื่อตรีนะซอมพอ “

“ยินดีที่รู้จักครับตรี “

“คนนี้เหรอที่ทำแหวนให้ตรีกับพี่ณุกนะ” น้องพี่ติณภพพูด ผมสะดุดที่ชื่อนี้ทุกครั้งที่มีคนเอ่ยแม้จะไม่ใช่คนเดียวกันก็ตาม

“ใช่ครับ ผ่านไหมครับตรี” พี่ติณณภพพูดและหันมามองหน้าผมอีก

“ผ่านซิค่ะ สวยมากเลย ขอบใจนะซอมพอ “  ตรีญาดาพูด ผมก็ยิ้มแก้มแทบปรีเหมือนกันมีคนชมผม

“แล้วไอ้ตัวแสบละไปไหน”

“ไปดูงานค่ะที่สิงค์โปไปเมื่อวานค่ะไปกับพี่มาร์ค” ตรีญาดาพูด คงเขาหมายถึงแฟนเขา

“น้องพี่จะกลับมาหรือยังครับ”พี่ติณณภพพถามน้องสาวเขา

“อยากไปใจจะขาดเพราะว่างานหมั้นก็ใกล้แล้วแต่ตรียังเหลืออีกวิชาเดียวมันมีปัญหานะพี่ติณไม่งั้นนะไปสิงค์โปกับพี่ณุกแล้ว” ตรีญาดาพูด

“เอานะ เอาเรื่องเรียนเราให้เรียบร้อยก่อน แล้วนี้ไอ้ตัวแสบมันไปวัดตัวตัดชุดหรือยัง ทำไมพี่เห็นมีแต่เรานะที่วุ่นกับงานแต่ไอ้”

“พี่ติณ พี่ณุกก็ยุ่งค่ะ ไหนจะงานและพ่อเขาอีก นี้ตรีได้ยินมาว่าพ่อของพี่ณุกเขาทรุดลงอีกแล้วนะ”

“พี่ก็เข้าใจนะตรีแต่”พี่ติณณภพพูดและหยุด พร้อมกับหันมามองหน้าผม

“พี่ว่าถ้าไม่พร้อมเลื่อนไปก่อนไหมตรี”

“พี่ณุกทำไมพูดแบบนั้นละ ตรีอยากเลื่อนเข้ามาอีกด้วยซ้ำไปและอยากจะเลื่อนงานแต่งด้วย”

“ตรี มีอะไรหรือเปล่าทำไมเรา อย่าบอกนะว่า”

“ไม่หรอก แค่ รู้สึกว่าเหมือนพี่ณุกเขา”

“มันมีคนอื่น”

“ไม่เชิงแต่..ไม่รู้ซิ ตรีอาจจะคิดมากไปเอง เหมือนจะมีคนเข้ามาพรากพี่ณุกกับตรียังไงก็ไม่รู้” ตรีญาดาพูด ผมนี้เข้าใจเขาเลยคือเวลามีคนรักก็ต้องรู้สึกระแวงว่าจะมีคนมาแย้งเขาไปตลอดเวลาคอยคิดนั้นนี้ แต่พอผมเลิกกับพี่ณุก ผมกับไม่ได้ไปคิดอะไรแบบนั้นอีกเลย

“เอานะ ถ้าพี่เจอมันพี่จะบ่นมันซะหน่อย” พี่ตรีนภพพูด

“ไม่เอานะเดี๋ยวพี่ณุกหาว่าตรีขี้ฟ้อง เอาเป็นว่าตรีจะรีบบินไปดูหน้าพี่สะใภ้เร็วๆนี้นะ อ้ออยากได้ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้ป่ะ คิกๆ “น้องสาวพี่ติณภพพูด

“ไม่ได้ ไม่ได้ เดี่ยวเพื่อนไอ้เจ้าบ่าวมันจีบของพี่ พี่หวง” พี่ติณภพพูด ผมหันมาอยากตีจริงๆเลย ทำไมพูดแบบนั้นนะ พี่ติณภพยิ้มให้ผมและหยักคิ้วเจ้าเหล่ห์ด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบขอซอมพอเลยซิจะได้แต่งไปพร้อมกันเลย “ ตรีญาดาพูด ผมนี้อยากเอาหน้าหมุดหายไปอยู่ใต้เบาะจริงๆเลย พี่ติณณภพยิ่งมองหน้าผมเข้าไปอีก

“ต้องรีบทำความรู้จักคุณพี่ชายน้องซอมพอด่วน “ พี่ติณภพพูด

“พี่ติณณภพ ตรีต้องรีบไปมหาลัยแล้ว ตรีจะโทรหาแม่หลังจากกลับมาแล้วนะคะ “ ตรีญาดาบอกพี่ติณณภพ

“ได้ครับพี่จะบอกแม่ให้ อย่าโทรดึกนะครับเพราะว่าพี่อยากให้คุณแม่กับคุณพ่อเขาพักผ่อนมีเวลาสวีทกันบ้าง” พิ่ติณพูด

“ค่ะพี่ติณ ซอมพอตรีไปก่อนนะ เจอกันเร็วๆนี้นะว่าที่พี่สะใภ้ “ ตรีญาดาพูดผมก็ยิ้มและโบกมือบาย บ้ายให้ก่อนที่สายจะถูกตัดไป รถก็แล่นมาจอดที่ตัวห้างพอดีเลย วันนี้รถติดนิดหน่อย

“วันนี้คงเพราะบางบริษัทเลิกงานเที่ยงนะครับ” พี่พงษ์หันมาบอกผมกับพี่ติณ

“พี่ชายซอมพอมาหาวันไหนครับ พี่อยากชวนไปทานอาหารที่บ้านพี่” พี่ติณณภพถามผม ผมก็มองจะดีเหรอ

“นะครับ พี่จริงจัง “

“พี่หมายถึง” ผมเอ่ยถาม

“ซอมพอ พี่รู้สึกชอบตั้งแต่ที่พี่เดินเข้าไปเจอในห้องที่ซอมพอคุยกับพ่อแม่พี่แล้ว และพี่บอกพ่อกับแม่พี่ตรงๆ พ่อแม่พี่เป็นคนสมัยใหม่ ไม่ยึดติดกับเพศครับ” พี่ติณภพพูด ผมก็ทำหน้าไม่ถูกมันบอกไม่ถูกจริงๆ

“คือเออ” ผมจะบอกยังไงดี ผมก็ยังกลัวกับความรักแบบนี้อยู่ดี

“นะครับ พี่อยากมีใครสักคนเคียงข้างบ้างแล้วตอนนี้ อยากมีคนไปไหนด้วยกัน เดินทางไปด้วยกัน พอวันหยุดก็พากันไปนั้นไปนี้ที่เราชอบ นะครับ” พี่ติณภพพูด ผมก็ทำตาปริบๆ

“ผมจะบอกพี่น่านฟ้าให้นะครับ พี่น่านมาวันเสาร์นี้ครับ” ผมบอกพี่ติณ  ผมคงรอให้พี่น่านฟ้ามาก่อนแล้วค่อยบอก เพราะถ้าบอกไปพี่น่านก็จะไม่เห็นด่วยและพาลจะพาผมกลับเชียงใหม่ด่วน ผมอยากให้พี่น่านเจอพี่ติณภพได้ลองคุยกับพี่ติณและครอบครัวพี่ติณพี่น่านจะได้สบายใจ เหมือนผม ผมรู้สึกอบอุ่นที่ได้ทำงานที่นี้ยังไงก็ไม่รู้แม้จะคิดถึงบ้านมากก็ตาม

“พี่ว่าเราลงไปหาอะไรทานกันก่อน ตกลงเราเลือกได้หรือยังว่าทานอะไรดี” พี่ติณภพเอ่ยถามผม ผมก็ยิ้มๆเพราะผมลืมไปเลย

“คงต้องให้พี่ติณเลือกแล้วละครับ ผมมัวแต่ฟังตรีเลยลืมคิดไปเลยอ่ะครับ” ผมบอกพี่ติณณภพ พี่เขาแอบหัวเราะผม

“ถ้าอยางนั้นเราลองไปทานที่ร้านอาหารเวียดนามดูไหมครับ” พี่ติณภพพูด ผมก็พยักหน้าแบบว่าตอนนี้อะไรก็ได้ พี่ติณจับมือผมตอนขณะกำลังจะข้ามถนนเพื่อนเข้าไปยังตัวห้าง ผมนี้รู้สึกหน้าแดงๆร้อนๆยังไงก็ไม่รู้ เขินหนักไปอีกแล้วนะซอมพอ ผมแอบบอกตัวเองในใจ  พี่ติณพาผมไปที่ร้านอาหารเวียดนามและก็สั่งมาทานกับผมหลายอย่างเลย ผมรู้สึกชอบ พี่ติณบอกว่าจะพาผมมาทานอีกบ่อยๆ
*******************************************
พี่ติณภพ

 ผมไม่เคยเจอรักแรกผมมาก่อน และผมก็ไม่เคยเชื่อว่ามันจะมีจริงๆ จนกระทั้งผมได้พบเจอซอมพอครั้งแรกในห้องทำงานของคุณพ่อและคุณแม่ของผม แม่ผมเองยังบอกชอบซอมพอเลยตั้งแต่แรกพบ น่าจะเป็นเพราะแม่อยากมีลูกสาวอีกคน ผมมีน้องสาวสองคน คนกลางเสียไปก่อนที่ ตรีญาดาจะเกิด ผมเองก็ยังเด็กมาก 

อายุอานามผมก็เกือบจะสามสิบแล้ว หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เข้ามาช่วยพ่อแม่ดูแลกิจการทันที ผมไม่มีเวลาไปหาคู่รักกับใครเขาด้วยความที่ผมยังไม่เจอคนที่ใจผมต้องการด้วย แม้กระนั้นก็ไม่วาย พี่สาวของแม่ผมก็พยายามหาผู้หญิงมาให้ผมรู้จักแต่เคมีไม่ตรงกันสักคน ไปทานข้าวด้วยกันผมก็ไม่อยากไปด้วยอีกมันไม่ใช่ เพื่อนแม่ก็พาลูกสาวมาแนะนำผมก็ยังว่าไม่ใช่อีก

“พี่ติณครับ” ซอมพอเรียกชื่อผม ผมหันไปมองหนุ่มน่ยอของผมว่าไง นี้ผมชวนซอมพอมาดูงานเครื่องประดับมีชุดของบริษัทผมเข้าไปอยู่ในงานชุดหนี่ง เรียกได้ว่าเป็นชุดเด่นของงานด่วน ฟินาเล่ของงานเลย

“ครับซอมพอ เบื่อเหรอครับ” ผมถามซอมพอที่นั่งใกล้ชิดกับผม

“ไม่ครับ ไม่เลย ผมชอบครับ ผมได้เห็นแบบใหม่ๆชุดเครื่องประดับพวกนี้สวยงามมากเลยครับพี่ติณ” ซอมพอพูดผมหันไปยิ้ม

“เออ..” ผมเห็นผมมันปกหน้าซอมพอกลัวว่าจะมองไม่ถนัดและไหนนั่งจดชื่อเครื่องประดับที่นางแบบใส่ออกมาโชว์อีกผมเลยใช้นิ้วเขี่ยให้ ทำเอาหนุ่มน้อยของผมเขินผมทันที

“หึๆ” ผมหัวเราะเขาในลำคอ

“หัวเราะผมทำไมอ่ะพี่ติณ” ซอมพอถามผม ผมหันไปเหล่มอง ยังอีกยังไม่เลิกทำหน้าตาหน้ารักอีก นี้ถ้าไม่เกรงใจมีนักข่าวมาทำข่าวนี้มากผมคงโชว์สวีทหวานมากกว่านี้แล้ว

“ก็เราชอบทำหน้าตาน่ารักเหมือนลูกแมวไงครับ” ผมกระซิบกระซาบกับซอมพอ

“เลิกงานนี้แล้ว เราลงไปหาอาหารญี่ปุ่นทานกันไหมครับ ซอมพอชอบทานอาหารญี่ปุ่นไหมครับ” ผมถามซอมพอ เขาหันมามองหน้าผมและยิ้มแหยๆ เออ ผมลมไปว่าแม่ของเขาแถบจะไม่ให้เขาไปทานอาหารที่อื่นเลยและซอมพอก็ติดฝีมือแม่เขามากด้วยเช่นกัน

“ยังเลยครับ แต่ผมก็อยากลองนะพี่ติณ” ซอมพอพูด ผมยิ้มให้

“ลองดูครับ “ ผมกระซิบ

“อาหารญี่ปุ่นเหรอครับ” ซอมพอถามผม

“ลองพี่นี้แหละครับ”

“พี่ติณ” ซอมพอทำท่าจะตีไหล่ผม

“เธอนี้คุณติณภพนี้ หนุ่มหล่อทายาทนักธุริกจเพชรพลอย ว่าแต่เขาเป็นเกย์เหรอ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยดูซิมากับใครน่ะ “ ผมได้ยินสาวๆจากด้านหลังนินทาผมได้ระยะเผาขนมาก ผมหันไปยิ้มให้ทันที เขาก็ก้มหน้าก้มตา แต่ผมก็จับได้ถึงปฏิกิริยาของซอมพอ เขาขยับออกแต่ผมดึงเขากลับ

“ทำไมครับ” ผมถามซอมพอ เขามองหน้าผมและก้มหน้าลง


“ซอมพอคิดว่าพี่แคร์เหรอครับ “ผมถามซอมพอ และหันไปมองกลุ่มผู้หญิงที่นินทาผมกับซอมพอ จัวหวะที่อีกคนเงยหน้าขึ้นมาเจอผมพอดีและเขาก็ยิ้มให้ผมแบบเขินๆที่ถูกจับได้ว่านินทาผมอยู่

“สวัสดีครับคุณญาณี “ ผมรู้จักครับ

“สวัสดีค่ะคุณติณ เออ...มากับใครคะนั้น ไม่เคยเห็นหน้าเลยคะ” คุณญาณีถามผม ผมก็หันมามองซอมพอ

“เลขาส่วนตัวของผมครับ “

“อ้อเหรอค่ะ ..ปกติเห็นมากับน้องสาวหรือไม่ก็คุณแม่นะคะ “

“ครับ แต่ช่วงหลังมานี้แม่ผมไม่อยากเดินทางบ่อยครับ ช่วงนี้ผมอยากให้ท่านพักบ้างแล้วนะครับ” ผมบอกคุณญาณี ผมสะกิดซอมพอที่นั่งก้มหน้า ให้หันไปทักทายคุณญาณี แบบนี้เหมือนการเปิดตัวนิดหน่อยนะครับ

“สวัสดีครับ”ซอมพอหันไปทักทายคุณญาณี คุณญาณีก็เป็นกลุ่มนักธุรกิจเครื่องประดับเช่นกัน และผมสองคนก็หันมาดูการแสดงชุดต่อไป

 ผมนั่งดูการแสดงเครื่องเพ็ชรและเครื่องประดับจนจบงาน ผมเหลือบมองเวลาก็เกือบสี่โมงเย็นแล้วด้วย ผมว่าจะพาซอมพอไปทานร้านอาหารโรงแรมนี้ซะหน่อย


“ซอมพอครับ ไปครับลงไปทานอาหารเย็นกัน “ ผมบอกซอมพอ

“เออ ..ที่นี้เหรอครับ”

“ใช่ครับ ร้านอาหารอิตตาเลี่ยนครับ “ผมบอกซอมพอ เขาก็ดูสีหน้ากังวลนิดหน่อย

"พี่ลืมไปว่าร้านอาหารญี่ปุ่นที่นี้ไม่มีนะครับ เอาไว้พี่พาเราไปทานที่ห้างใกล้ๆกับที่ทำงานแล้วกันนะครับ" ผมบอกซอมพอ

"แต่ผมไม่เคยทานที่ร้านอาหารอิตตาเลียนมาก่อนนะครับพี่ติณ ..ผม"ซอมพอทำท่าอึกอัก

“เอานะลองดูถ้าซอมพอไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ถือว่าได้ลอง” ผมบอกซอมพอ เขาก็ยิ้มๆให้ผมและผมสองคนก็พอกันเดินออก

“ผมสองคนไปก่อนนะครับคุณณี” ผมหันไปบอกคุณญาณี ถึงพวกเขาจะนินทาผมแต่ยังไงก็ยังต้องเอื้อธุรกิจกันอยู่บ้าง คุณญาณีได้แต่ยิ้มๆให้ผม ผมก็จูงมือซอมพอออกไป

“เห็นไหมแก...เกย์ชัดๆเลยอ่ะคุณติณนะ เสียดายชะมัดเลยอ่ะ” ที่ผมได้ตามหลังมาทันที ผมไม่แคร์ครับ

“ผมขอโทษนะครับพี่ติณที่ผมทำให้พี่ติณ” ซอมพอหันมาขอโทษขอโพยผมด้วยทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ผมนี้ส่ายหัวในความไร้เดียงสาและน่ารักของเขาจริงๆ ซอมพอ

“พี่ไม่แคร์ครับ พี่จะแคร์ก็คือคนที่พี่รักคนเดียว”ผมบอกซอมพอ เขาก็ยิ้มเอียงอาย ผมมาพากันเข้าไปในร้านอาหารอิตตาเลี่ยน แน่นอนสิ่งที่ต้องสั่งในร้านอาหารอิตตาเลี่ยนก็คือ พาสต้าและพิซซ่า 

“ทานอะไรดีครีบพาสต้าหรือว่าพิซซ่าดีครับ” ผมถามซอมพอทันทีที่พนักงานเอาเมนูอาหารมาให้ และเขาก็เดินไปรับออร์เดอโต๊ะอื่นก่อน

“เออ..พิซซ่าดีกว่าครับ ผมทานได้และชอบด้วยครับ” ซอมพอพูดทำตาหยี  ผมก็อดที่จะฉีกยิ้มให้กับความใส่ๆน่ารักของซอมพอไม่ได้ 

“งั้นเอาหน้าเปปปาโรนี่และฮาวาเอี้ยนดีไหมครับซอมพอ” ผมถามซอมพอ เขาก็ยิ้มๆพยักหน้าให้ผม  พนักงานรับออเดอร์เดินมาพอดี ผมก็สั่งอาหารทันที

“ซอมพอมาทำงานไกลบ้านแบบนี้ไม่คิดถึงบ้านแย่เลยเหรอครับ” ผมถามซอมพอ ซอมพอเงยหน้าขึ้นมองผมและยิ้มเจื่อนๆ

“คิดถึงครับ คิดถึงแม่ผมมาก ผมแทบจะไม่เคยไปค้างที่ไหนเลยนอกจาก ไปเข้าค่ายแม้กระทั้งบ้านเพื่อนผมยังไม่เคยไปค้างเลยครับ แต่..นี้ผมเลือกขอมาเองเพราะว่าผมอยากลองใช้ชีวิตโดยลำพักดู” ซอมพอพูด

“ผมเป็นลูกคนเล็กและมีพ่อแม่พี่ชายอีกคนที่รักและตามใจผมมาก บางครั้งคนรอบข้างก็คิดว่าผมนะเป็นตุ๊ดเป็นแต้วไปซะด้วยซ้ำครับ” ซอมพอพูด

“แต่ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง คือทำไมพี่ไม่มีแฟน ทั้งที่พี่หล่อและพร้อมขนาดนี้ “ ซอมพอถามผม ทำเอาผมสำลักน้ำที่ผมกำลังดื่มทันที

“แคร๊กๆ”

“พี่ติณ ซอมพอขอโทษครับ “ ซอมพอพูดและรีบเข้ามาลูบหลังผมทันที ทำเอาสาวๆรอบๆ ถึงกับหันมามองและกระหยิมยิ้มหย่องให้ผมสองคน

“น่ารักเนอะ แฟนกันแน่ๆ เลยอ่ะแก”

“ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณซอมพอ ซอมพอก็กลับไปนั่งและดูท่าจะเขินซะด้วย

“เล่นเอาพี่สำลักน้ำเลย “ ผมพูดแซว

“แม้..ผมก็แค่ถาม พี่นะสำลักเองต่างหาก” ซอมพอพูดและทำหน้าเขินผมด้วย

“พี่ยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ” ซอมพอพูดและทำแก้มป่อง มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูซะนี่กระไร คนอะไรนะ ดูหน้าก็เด็ก เหมือนคนอายุ 16ปี มากกว่าจะอายุ 22ซะอีก

“คือจะให้พี่พูดยังไงดี ที่พี่ไม่มีแฟน เพราะว่าพี่รู้สึกตัวมาได้สักพัก ตั้งแต่พี่มีเพื่อนคนหนึ่ง พี่แอบชอบเขาแต่พี่ก็ไม่เคยบอกเขานะ เพราะความที่เราสนิทกันเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก” ผมบอกซอมพอ ผมก็แอบคิดถึงมันนะ ตอนนี้มันก็จะแต่งกับน้องสาวที่ผมรักแล้วเช่นกัน 

“แล้ว” ซอมพอทำท่าจะถามผม

“เขาจะแต่งงานแล้วแหละและพี่ก็ยินดีกับเขาด้วย นั้นคือสิ่งที่ธรรมชาติเขาสร้างมาอยู่แล้ว เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงที่รักเขามากที่สุด” ผมตอบซอมพอ ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย เพราะผมเองก็ไม่เคยบอกไปว่าผมรู้สึกยังไง แต่ถึงยังไงเขาก็จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผมและคงจะเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผมด้วยเช่นกัน

“เอาอย่างนี้ พี่ไปส่งเรานะจะให้นั่งรถไฟฟ้ากลับไปเองน่าจะลำบากน่าดูนะเวลานี้ “ ผมบอกซอมพอ ผมเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาโรเล็กซ์ของผม

“และเวลานี้ คนเริ่มจะเลิกงานกันแล้วด้วย คนก็จะใช้รถไฟฟ้ากันเยอะ “ คนที่นั่งตรงข้ามผมก็พยักหน้า ตอนนี้ผมสองคนก็น่าจะอิ่มแล้วด้วย

“ท่าทางจะชอบทานพิซ่านะ” ผมแอบแซวและเห็นตัวเล็กๆแบบนี้ก็ทานเก่งเหมือนกันและคนโดนแซวถึงกับอายมวนไปเลย


“ครับ พี่ติณ “ ซอมพอตอบผม ผมเรียกพยักงานเพื่อนำบิลมาให้ผม และผมก็รูดบัตร เพื่อชำระค่าอาหาร

“อย่าลืมนะครับ วันอาทิตย์ไปทานอาหารที่บ้านพี่ ถ้าเป็นไปได้ชวนพี่ชายไปด้วยนะครับ” ผมบอกซอมพอ

“ได้ครับ” ซอมพอยิ้มให้ผม  ผมสองคนลุกเดินออกมา ก่อนจะเดินผ่านโต๊ะสาวๆที่มองผมสองคนและซุบซิบกัน ผมได้ยินว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรผมสองคนมีแต่แซวแบบน่ารักๆ กัน ผมก็ยิ้มตอบกับให้

“พี่ติณครับ ผมอยากทานไอติมของเดลิควีนได้ไหมครับ” ซอมพอถามผม ขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านร้านไอศรีมเดลิควีนของห้าง

“ได้ซิครับ แต่พี่คงไม่ทานนะครับ พี่ไม่ค่อยชอบทานของหวานหลังอาหารทันที “ ผมพูดและซอมพอก็เดินตรงเข้าไปสั่งทันที ผมยืนมอง ทำไมเขาดูใส่น่ารักเหมือนผ้าขาวบางแบบนี้นะ เด็กน้อยจริงๆ น่ารักแบบนี้พี่ชายจะห่วงไหมนะ

“ริงๆ “ คุณหญิงแม่ของผมโทรมา

“สวัสดีครับแม่”

“นี้ติณ ออกมาจากงานหรือยัง”

“ผมออกมาได้สักพักแล้วครับและผมก็พาซอมพอไปหาอะไรทานกัน กำลังจะไปส่งซอมพอที่คอนโดน้องก่อนนะครับแม่” ผมตอบหญิงแม่ของผม

“เออแม่อยากให้เรามารับแม่หน่อยนะพอดีคุณหญิงนภาเขาจะพาเพื่อฝรั่งเขามาคุยเรื่องเครื่องเพ็ชรด้วยแม่กลัวว่าจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง” แม่ของผมพูด

“กี่โมงครับแม่”

“น่าจะมาถึงประมาณสองทุ่มนะติณ” ผมก็ค่อยโลงอกหน่อย

“ได้ครับแม่ถ้าอย่างนั้นผมส่งซอมพอและไปหาแม่เลยนะครับ” ผมบอกหญิงแม่ของผม

“ได้จ๊ะ แล้วนี้ได้ชวนซอมพอหรืยังว่าจะ”

“ชวนแล้วครับแม่ เห็นซอมพอบอกว่าพี่ชายจะมาหาพรุ่งนี้ ผมว่าจะให้ซอมพอชวนไปด้วยครับ”

“แม้กะจะเอาใจเพื่อจีบน้องชายเขาละซิ เรานิ “

“แม่นี่รู้ทันผมอีกแล้ว สมกับเป็นคุณหญิงแม่ของผมจริงๆ “ ผมแซวแม่ผม

“เอาละ แค่นี้ก่อนนะ อย่ามาสายละ และขับรถดีดีนะลูก”

“ครับแม่” ผมพูดและกดวางสายทันที ผมก็รีบหันไปว่าจะบอกซอมพอว่า

“ปึก” ผมก็รู้สึกว่าผมชนกับซอมพอเข้าอย่างจัง

“แผละ” ถ้วยไอติมล่วงลงไปคว้ำอยู่กับพื้นห้างและก่อนที่ถ้วยนั้นจะลงไปมันก็ต้องไถลผ่านเสื้อเชิ้ตเข้ารูปของผม สีไข่ไก่อ่อนกับ ไอศรีมที่มีสตอเบอรี่ราดมันช่างเด่นชัดมาก

“พี่ติณ ผมขอโทษ” ซอมพอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมากและรีบหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดทำความสะอาดให้ผมอย่างเร็ว ผมก็อดขำไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไรซอมพอ แต่ พี่ต้องไปงานกับแม่นี้ซิ” ผมพูดและแอบขำตัวเอง

“พี่รีบมากไหมครับ”

“ก็มาอยู่นะ จะกลับไปเปลี่ยนที่บ้านก็จะไม่ทันเอาเพราะว่าแม่พี่นัดไว้สองทุ่ม” ผมเหลือบมองเวลานี่มันจะหกโมงครั้งแล้วด้วย และไหนจะไปส่งซอมพอก่อนอีก

“ถ้าอย่างนั้นไปคอนโดผมก่อน ผมมีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบไม่น่าจะนาน” ซอมพอพูด ผมก็คิดว่าคงต้องตามนั้น

“ซอมพอจะลำบากใจหรือเปล่า” ผมถามซอมพอ

“ผมจะลำบากใจได้ยังไงละพี่ติณ และที่พี่เลอะแบบนี้ก็เพราะซอมพอด้วย” ซอมพูดและทำแก้มป่อง ผมก็พยักหน้าเอาตามนั้นแล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2020 21:14:56 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
[ซอมพอ]  พี่ติณและพี่น่านเจอกันครั้งแรก
   พี่ติณขับรถมาที่คอนโดของผมและผมก็รีบพาพี่ติณขึ้นไปที่ห้องผมทันที ไม่ใช่อะไรเพราะว่าผมดันเดินไม่ดูและพี่ติณก็หันมาอย่างไวก็เลยชนเข้ากับถ้วยไอศรีมเดลิควีนของผม และพี่ติณก็ต้องรีบไปงานกับคุณแม่พี่เขาต่ออีก ผมเลยเอาวะพาพี่ติณไปอาบน้ำและผมก็ต้องซักเสื้อผ้าให้พี่ติณก่อน 

“พี่ติณ ถอนเสื้อผ้าและอาบน้ำก่อนเลยก็ได้ครับ เพราะว่าดูแล้วมันน่าจะเหนียวตัวพี่อยู่นะผมว่า” ผมบอกพี่ติณ

“แอบคิดอะไรกับพี่หรือเปล่า” พี่ติณถามผม และยังขำอีกนะ (เห็นผมมีแฟนตั้งแต่ม.ต้นแต่ผมยังซิงอยู่ครับ เพราะว่าพี่และพ่อหวงผมมาก พี่ณุกนะทำได้แค่จับมือและหอมแก้มผมแต่นับครั้งได้เลย)

“พี่ติณอ่ะ “ ผมเขินด้วยเลยเอาหมอนอิงปาใส่ทันที พี่ติณก็เข้าไปในห้องนอนผมเพื่อเปลี่ยนชุด ผมก็เตรียมพวกผ้าขนหนูไว้ให้เรียบร้อย

“พี่ติณ เสร็จหรือยังครับ ผมจะได้รีบซักเสื้อให้พี่นะครับ” ผมถามพี่ติณ

“เสร็จแล้วครับ “ พี่ติณตอบผม ผมก็ค่อยเดินเข้าไป ผมเห็นพี่ติณยืนอยู่มีผ้าขนหนูพันกายอยู่

“ผมเอาเสื้อผ้าไปซักให้นะครับ ไม่นานครับ” ผมตอบพี่ติณ และรีบหยิบเสื้อผ้าพี่เขาออกไป นี้กลับเป็นผมเองที่อายพี่เขา ดูหุ่นพี่ติณซิ พี่เขาน่าจะดูแลตัวเองดี แม้จะไม่มีกล้ามท้องเหมือนพี่น่านก็ตาม รายนั้นชอบฟิตเนสออกกำลังกายเองที่บ้านทานอาหารเน้นพวกโปรตีนเป็นหลัก ไม่แตะขนมหวานเลย จะไม่ให้หุ้นดีได้ยังไง ส่วนผมนะผอมจนแม่บอกว่าให้ผมทานให้เหมือนพี่ชายบ้างแต่ผมนะทานโปรตีนน้อย ผมเน้นทานผัก เป็นคนชอบทานผักกับน้ำพริก หนุ่มน้ำพริกอ่องนี้ชอบมากๆ  ผมเอาเสื้อผ้าพี่ตินใส่เครื่องซักผ้าเลือกซักแห้งและแบบรวดเร็ว ที่ห้องผมมีเครื่องรีดผ้าด้วย พี่ชายผมทันสมัยซะจริงๆ  ผมก็หยิบเอา ไอพอร์ตมาใส่หูฟังเพลงเบาๆ

[พี่ติณภพ]
   ผมอาบน้ำชำระล้างซะสะอาด ผมก็รีบเช็ดตัวให้แห้งพออกมาจากห้องน้ำก็ยังไม่เห็นซอมพอและชุดที่ซอมพอลเอาไปซักให้ผมเลยใช้ผ้าขนหนูพันกายไว้ และเดินออกมาจากห้องนอน ผมเองก็ไม่รุ้ซอมพอไปซักที่ห้องไหนนะ จะว่าไปคอนโดนี้ก็น่าจะถูกตกแต่งแบบพิเศษ ไม่เหมือนแบบคนโดนทั่วไป น่าจะกั้นห้องเพิ่มเอง เรียกว่าสมาร์ทโฮมดีดีนี้เองทุกอย่างดูทันสมัยเอามากๆ ซอมพอบอกผมว่านี้มันคอนโดของพี่ชายเขานิ แสดงว่าเป็นคนค้อนข้างที่จะหัวสมัยใหม่ น่าจะคุยกันได้ไม่ยากนะ ผมคิดว่า

“แกร็ก” เสียงมีคนรูดบัตร หรือว่าซอมพอลงไปซื้อของนะ ผมหันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามา แต่ ไม่ใช่ซอมพอ เขาสูงมากกว่า และดูหุ่นล้ำกว่าเยอะ

“เฮ้ยย!” ทั้งเขาและผมก็ร้องออกมาพร้อมๆกัน

“มรึงเป็นใคร” ไอ้นี้มันเปิดประตูเข้ามาและมาถามผมว่าผมเป็นใคร

“คุณนั้นแหละเป็นใคร นี้ผมอยู่ห้อง....เออ...แฟนผม” ผมบอกคนที่เปิดประตูเข้ามา เขาวางกระเป๋าเดินทางใบเล็กน่ารักเชียวและมีเหมือนถุงน่าจะเป็นพวกเนื้อสัตว์และผักที่ไปซื้อจากห้างมา เขาวางลงที่พื้น มองผมด้วยสีหน้าดุดันมาก เหมือนผมนี้ไปเผาบ้านเขามาเลย ผมก็ถอยหลังทันที เพราะว่ากลัวครับ และแอบกลืนน้ำลายลงคอ

“พูดใหม่ดิ มรึงแฟนใคร” นั้นชี้หน้าผมด้วย ผมก็ค่อยๆถอย

“และดูมรึงแต่งตัวดิ นี้ มรึง ทำอะไรน้องกรู”  ผมก็เหมือนนึกได้ว่าซอมพอบอกว่ามีพี่ชายนิ

“ใช่ น่านฟ้าหรือเปล่า” ผมถามเขากลับ

“จะใช่หรือไม่ใช่ ไม่ใช่ธุระอะไรของมรึง น้องกรูอยู่ไหน” นั้น มาแบบคล้ายๆ ช้างกรูอยู่ไหนเลย

“เออ...ไป..ซักผ้า อยู่” ผมพูด

“อย่ามาตอแหล มรึงทำอะไรน้องกรู”

“ปึก” หลังผมชนกลับ ฝาผนังห้อง แต่คนที่ขมขู่ผมก็เดินเข้ามา

“ไม่ได้ทำอะไรผมแค่มา..มาส่งซอมพอและอุบัติเหตุผมเลยขอขึ้นมา..” ผมพูดและก็กลัวคนตรงหน้า นี้พี่หรือหมาวะนี้ผมคิดในใจ

“มรึงคิดระยำอะไรกับน้องกรู”

“ไม่ได้คิดด~~~” ผมพูดแอบกัดฟัน เพราะจริงๆนะผมคิด ก็น้องซอมพอตัวเล็กๆขาวๆน่ารักขนาดนี้ใครบ้างไม่คิด
หันมามองพี่ชายที่จับตามองผม

“โกหก))))))” พี่ชายที่ผมวาดภาพไว้ เพราะดูจากการแต่งห้องที่ทันสมัย แต่ตอนนี้ภาพนั้นมันหายไปหมดเกลี่ยงเหลือไว้แต่ภาพสุขพันธุ์ที่ดุสุด คือร๊อตไวเลอร์ ชัดเลย

“ก็ผมบอกว่าเออ..ไม่ได้คิด ระยำแต่แค่คิด..”

“คิดอะไร”นั้นขึ้นเสียงใส่ผมด้วย ดีนะที่ไม่ตามมาด้วยเสียงขู่

“คิดว่าชอบ” ผมตอบ

“หมับ” เฮ้ย มันดึงผ้าขนหนูผม ผมรีบคว้าแต่เหมือนจะไม่ทัน แต่ก็ดึงรั้งเอาไว้ที่สุด เพราะว่ามันกำลังจะหลุดไปกับมือไอ้พี่มหาโหดนี้แล้ว

“นี้คุณจะดึงผ้าผมทำไม ผมไม่มีกางเกงในนะคุณ”

“มรึงไม่ได้ใส่มาหรือว่ามรึงพึ่งถอดออกไปละ...” ดูมันยิ่งทำหน้าโหดเข้าไปใหญ่ผมก็ดึงรั้งเอาไว้ คนที่ยื้อแย้งก็พยายามกระฉากผ้าผืนน้อยที่ผมมีให้ได้

“แล้วใครจะอาบน้ำทั้งกางเกงในละคุณ ผมก็ต้องถอดออกซิครับ” ผมพูดแต่เหมือนจะยิ่งเติมเชื้อไฟ หน้ายิ่งโหดมากไปอีก 

“พี่ติณครับ ได้แล้ววว” ซอมพอออกมาพอดีเลย

“ซอมพอ” ผมกับพี่ชายของซอมพอเรียกชื่อเขาออกมาพร้อมกัน

“พี่น่าน~~~~~~~~~”  ซอมพอเรียกชื่อพี่ชายเขาเสียงหลงแต่ผมคิดว่าก่อนจะตื่นเต้นที่พี่ชายมา   ช่วยมาห้ามให้เขาไม่ดึงผ้าพี่ก่อนดีกว่าไหมครับ เพราะว่าผมเองก็ไม่เคยแก้ผ้าให้ใครอื่นดูมาก่อนเลยนะจริงๆ จังหวะนั้น ผ้าผืนน้อยของผมก็หลุดไปกับมือของพี่ชายซอมพอ

“แล้วนี่ ...พี่น่าน ไปดึงผ้าคุณติณทำไมอ่ะ” ซอมพอร้องถามพี่ชายตัวเอง และรีบเอามือปิดตาตัวเองทันที ผมก็มอง ผมโป้คือไม่มีอะไรปิดบังเลย ผมก็รีบหันไปคว้าเอาหมอนอิงมาหนึ่งใบแต่ทว่าก้นผม เอามาอีกหนึ่งใบ

“ไอ้นี้มันใคร” พี่โหด นี้ผมคิดผิดไหมที่จะให้ซอมพอชวนไปบ้านผม ไปกินข้าว

“เขาเป็นเจ้าของบริษัทที่ผมทำงานอยู่พี่น่าน” ซอมพอเหล่ตามองผม คงเห็นว่าผมก็มีอะไรปิดบังอยู่บ้างก่อนจะค่อยเดินเข้ามาและส่งเสื้อผ้าให้ผมที่ซอมพอซักและรีดมาให้เรียบร้อยเลย

“แล้ว เอามันมาทำไม หรือว่ามันหลอกน้องพี่มา” ผมสะบัดหน้าไปมอง

“คุณ...คิดได้ยังไง น้องคุณนะยี่สิบกว่าแล้วนะไม่ใช่สองขวบผมจะได้หลอกเขามา” ผมหันไปบอกคนทำหน้าโหด

“ก็...น้องกรูอาจจะอ่อนต่อโลกกว่ามรึงไง ดูหน้าก็รู้ว่าหื่นขนาดไหน” นั้นมาว่าหน้าผมหื่น ผมชี้ตัวเอง ผมนี้นะ

“พี่น่าน ไหนพี่บอกว่ะจะมาพรุ่งนี้ไงละ” ซอมพอหันไปถามพี่ชาย

“เปลี่ยนใจ ถ้าไม่เปลี่ยนใจก็คงไม่มาเห็นไอ้เจ้าของบริษัทจอมหื่น   ที่ตามลูกน้องมาถึงห้องแบบนี้หรอก”


“สองคำก็หื่น สามคำก็หื่น เดี๋ยวก็หื่นจริงๆเลย” ผมพูด

“มรึงอยากลองใช่ไหม”

“พอแล้ว ให้พี่ติณไปแต่งตัวได้แล้วพี่เขาจะรีบไปงานต่อ พี่น่าน” ซอมพอรีบเข้ามาห้ามพี่ชายที่ดุราวกับร๊อตไวเลอร์ออกไปและผมก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนซอมพอทันที่

“นี้ให้มันเข้าห้องนอนเราด้วยเหรอ” ผมได้ยินเสียงตามหลังมาผมก็รีบแต่งตัวอย่างไว พี่ชายจะดุอะไรเบอร์นั้น มิหน้าละ หน้าไม่โหดแต่ทำไมถึงโสด อ้อ ก็พี่นะโหดขนาดนี้ไง ผมคิดเองตอบเองทันที ผมแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาเห็นสองคนพี่น้องที่นั่งกันคนละมุม

“มาแล้วเหรอมรึง” นั้นคือคำทักทายที่น่าฟังจริงๆ

“พี่น่าน ซอมพอบอกแล้วไงว่าให้พูดกับพี่ติณเพราะๆ เขาเป็น”

“ลูกเจ้าของ แล้วไง “

“ก็..ซอมพอไม่พูดกับพี่น่านแล้ว..ไม่น่ารักเลย  “ซอมพอลุกขึ้นและเดินมาหาผม

“ผมขอโทษนะพี่ติณ เออ พี่จะรีบไปหรือเปล่าเพราะว่ามันทุ่มครึ้งแล้ว” ซอมพอบอกผมผมก็พยักหน้า

“รีบๆไปเถอะ อย่ายืนนาน เกะกะ”  ผมก็ชะเง้อมอง

“ตกลงนี้พี่หรือพ่อครับ”

“ทำไมมรึงกว่ากรูหน้าแก่เหรอ” นั้นของขึ้นอีก

“ก็เห็นดุ “ผมตะโกนไป

“พอ พอ พี่น่านหยุดเลย หัวร้อนก็ไปอาบน้ำก่อนเลย และผมจะได้จัดโต๊ะอาหารให้ ส่วนผมนะทานมาแล้ว กับพี่ติณ” ซอมพอพูด ผมก็หยักคิ้วให้

“อะไรนะ นี้เราไป”

“ผมไปดูงานกันและพี่ก็ไม่ได้บอกว่าพี่จะมาซะหน่อย พี่ติณเลยพาผมไปทานก่อน “ ซอมพอพูด ทำเอาอีกคนไม่กล้าเถียง

“ฝากไว้ก่อนนะมรึง” นั้นมีชี้หน้าอาฆาตอีกและลุกขึ้นเดินไปอีกห้องทันที

“พี่ไปก่อนนะครับเดี๋ยวคุณแม่พี่รอ เออ ยังไงวันอาทิตย์ ซอมพอไปทานอาหารกับที่บ้านพี่นะครับ แม่พี่นะให้ชวนซอมพอให้ได้แต่ พี่จอมโหดของซอมพอนะก็ไปได้นะครับ “ ผมพูด ซอมพอก็ปิดปากหัวเราะผมด้วย

“รบกวนหาอะไรครอบปากไปด้วยนะครับ”ผมบอกซอมพอแบบว่าเบาๆมากๆ

“กรูได้ยิน” นั้นคนในห้องนั้นตะโกนออกมา อย่างนั้นก็แสดงว่าแอบฟังอยู่

“งั้นผมลานะครับคุณพี่” ผมตะโกน

“ไปซะทีซิโว้ยย”  ไพเราะจริงๆ ว่าที่พี่เขย

“พี่ไปนะครับซอมพอ”

“ครับพี่น่าน พี่ลงไปเองได้นะครับ “

“มันโตแล้วซอมพอให้มันลงไปเอง” นั้นไงเปิดประตูออกมาและยืนมองผม

“พี่ลงเองดีกว่าครับ พี่...เกรงใจพี่เข้มเขานะครับน้องซอมพอ” ผมบอกซอมพอและแอบส่องพี่ชายซอมพอด้วย คนที่ยืนกอดอกกระดิกเท้าด้วยเหมือนจะบอกผมเป็นลางยังไงก็ไม่รู้ หรือว่าพี่เขาจะเป็นฮองกงฟุต มันเหมือนจะขันๆ

“ดี ถ้าเรื่องมากกรูนี้จะเตะก้นมรึงลงไป และมรึงคงจะหายหื่นไปอีกนาน” พี่เขาพูด ผมก็รีบหันไปคว้ารองเท้าและสวมใสอย่างว่องไว ซึ้งปกติผมจะจัดระเบียบร้องเท้าให้ดูดีดูเนียบด้วยแต่วันนี้ไปจัดข้างหน้าครับผมรีบ

      ผมก็หันไปจะโบกลาอีกซักทีแบบอาลัยอาวรแต่พี่ชายซอมพอก็ยืนกอดอกมองผม ผมก็รีบเปิดประตูออกไปแทบไม่ทัน เรียกว่าใส่ตีนมาอย่างที่ใครๆพูดเลยก็ว่าได้ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเลยนะเนี๊ยะอายครับ ผมเดินมาถึงหน้าลิฟท์ได้ก็กดรั่วๆเลยครับ ไม่นานมีลิฟท์กำลังขึ้นมาพอดีเลย จังหวะนันทันทีที่ลิฟท์เปิดออกผมก็รีบและก็มีคนเดินสวนออกมาเช่นกัน เขาคนนั้นก็เกือบจะชนผมเข้า เพราะว่ามัวแต่กดมือถือตลอดเวลา

“ขอโทษ...เฮ้ย ลุง” นั้นไงไอ้เด็กที่มันจะขับชนรถผมและมันยังลงมาเรียกผมว่าลุงอีก ตอนนี้มันก็เรียกผมว่าลุงเหมือนเดิม

“นี้ หน้าฉันนะไม่ได้แก่ไปกว่าหน้าของนายเลยด้วยซ้ำ อย่าเรียกลุง”ผมบอกเด็กนั้น

“ทำไมอะ เรียกลุง เรียกเบาๆก็เจ็บ”นั้นไง ผมก็มองชุดนักศึกษา

“ยังเรียนอยู่ อย่าปากดีนะ เดี๋ยจบมาไม่มีงานทำ” ผมพูดเพราะว่าผมก็รู้จักบริษัทมากมาย เดียวบอกไม่ให้รับไอ้หมอนี้ซะเลย

“ผมไม่กลัวเพราะว่า..”

“ทำไม”ผมถามแบบรำคาญ และทำท่าจะแทรกไปเขาลิฟท์แต่ไอ้คนนี้มันขวางผม

“พ่อผมรวยมากกกกกก”  มันพูดและลากเสียงยาวประมาณว่ารวยระดับบิล เกตส์เลยหรือไง

“อืมม..มหาจำเริญ ใช้เป็นแต่เงินพ่อ   หาเองก็ไม่ได้ อยากมีแฟนก็คงดูแลไม่ได้หรอกเชื่อฉัน”ผมพูดและมันได้ผลด้วยคนตรงหน้าผมชักสีหน้าโกรธขึ้นมาทันที

“หลบด้วยฉันรีบไป”ผมบอกคนที่ยืนขวางอยู่

“นี้คุณขึ้นมาทำไม “

“ก็น้องซอมพอเขาชวนผมขึ้นมา ก็คนพิเศษ” ผมบอก

“พี่ซอมพอเพิ่งจะบอกว่าคุณนะเป็นเจ้านาย ใช่สิทธิ์เจ้านายบังคับหรือเปล่า “ ไอ้หนุ่มปากดี ผมแอบคิดในใจวันนี้มันซวยอะไรขนาดนี้หว่า เจอพี่ดุยังมาเจอเด็กปากบอนอีก

“หลบ ฉันจะไป ไม่อยากยืนเถียงกับเด็กสร้างบ้าน” ผมพูดและดันเด็กคนนั้นออก

“ผมนะจะเป็นนักสร้างบ้านในอนาคตแน่นอนเพราะว่าผมเป็นวิศวะและพ่อผมก็มีบริษัทสร้างบ้านที่มีสาขาทั่วประเทศ พี่สนใจสร้างกับผมไหมละ แต่คงไม่ใช่เรือนหอแน่นอน บ้านเอาไว้พักยามชรา “ ดูมันพูด ผมนี้พ่นลมหายใจยาวๆ และรีบเดินก้าวเข้าไปในลิฟท์ซะก่อนจะหันมากระทืบเด็กมหาลัย ก่อนที่ลิฟท์จะปิดสนิทผมก็หันไปยกนิ้วกลางให้ทันที ผมยืนกอดอกเอามือกุมขมับ นี้ผมคงเจอศึกหนักทั้งพี่ชายและไอ้เด็กมหาลัยปากดีนี้อีกคน แต่ผมไม่ยอมหรอกครับ ผมจะเอาซอมพอมาเป็นแฟนผมให้ได้ ภาพซอมพอยิ้มละมัยกับตลอดทั้งวันวันนี้แล้วมันทำให้ผมมีกำลังใจขึ้น สู้โว้ยติณภพ บอกตัวเอง 

[ซอมพอ]
   ผมนั่งฟังพี่น่านฟ้าเทศผม เรื่องการไว้ใจคนมากเกินไป พี่ติณภพเขาเป็นเจ้าของบริษัทที่ผมทำงานด้วยแท้ๆ หาว่าหน้าตาเขาไม่น่าไว้ใจ และเจ้าของบริษัทดีดีอะไรจะมาหาลูกน้องถึงห้องนอน ก็ผมพาเขามา

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น พี่น่านหันมามองหน้าผม ผมก็คิดว่าพี่ติณภพคงจะลืมอะไรแน่ๆ

“พี่ติณอาจจะลืมของนะพี่น่าน” ผมพูดและทำท่าจะลุกแต่พี่น่านยกมือห้ามผม

“พี่เปิดเอง” พี่น่านฟ้าพูดและเดินไปเปิดประตูแต่พอพี่น่านฟ้าเปิดก็ต้องปิดทันที ผมที่นั่งดูทีวีอยู่ก็เหลือบตาหันไปมองว่าทำไม

“ฟู” เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

“นี้ใครอีกเนี๊ยะ ไอ้ชุดนักศึกษานี้อ่ะ ฮะ ซอมพอ” พี่น่านฟ้า ผมก็ขมวดคิ้ว

“ใครอ่ะ” ผมถามและพี่น่านก็เปิดประตุ

“พี่ซอมพอ ผมเองพี่ไดม่อน” ผมก็นึกขึ้นได้คนที่ผมเจอตอนเช้า

“อ้อ ไดมอนด์เหรอ ว่าไง” ผมตะโกนถามไป

“อย่า..ยืนตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา” พี่น่านฟ้าร้องห้ามไดมอนด์ ผมก็ลุกขึ้นไปดูเอง

“ไดมอนด์ ว่าไง “ ผมถามไดมอนด์ ไดมอนด์มองพี่น่านฟ้าและผมสลับกันไปมา

“พี่ชายพี่ครับ พี่น่าน เขาเพิ่งมาจากเชียงใหม่นะครับ” ผมบอกไดมอนด์ ไดมอนด์รีบยกมือไหว้พี่น้านฟ้าทันที

“สวัสดีครับพี่” ไดมอนด์

“ไอ้นี้มันใคร” พี่น่านถามผม

“เพื่อนบ้านครับ ผมอยู่ขึ้นไปหนึ่งชั้นครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่น่าน “ ไดมอนด์พูด

“แล้ว..” พี่น่านฟ้ายกข้อศอกขึ้นขั้นประตูแบบก่ายหน้าผากก้มมองไดมอนด์ ไม่มีการยิ้มตอบรับใดๆ ไดมอนด์ก็เริ่มหน้าเสีย

“ไดมอนด์มีอะไรกับพี่ไหมอ่ะ “ ผมถามไดมอนด์

“ดูท่าฤกษ์จะไม่ดีนะพี่ซอมพอ ไดมอนมาวันหลังแล้วกันนะพี่ ไดมอนซื้อขนมมาว่าจะ”

“วันไหนก็ไม่ต้องมา ทำไมไม่มีเพื่อนคบหรือไงที่มหาลัยนะ และน้องกรูไม่ชอบคบเด็กสร้างบ้าน” พี่น่านฟ้าพูดและผมก็เงยหน้ามองพี่ชายผม แอบส่ายๆเล็ก

“เด็กสร้างบ้านอีกแหละ “ ไดมอนด์แอบบ่นพึมพัม

“วันอื่นก็ได้ไดมอนด์ พอดีวันนี้พี่ชายพี่เขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา” ผมพูดและแอบเหล่มองพี่ชายจอมโหดของผม พี่น่านฟ้า

“ครับ ถ้าอย่างนั้นวันเสาร์ผมมาหาได้ไหมครับ”

“ไม่ได้นะพี่ชายพี่เขาจะพาไปดูหนัง”

“ดูหนังเรื่องอะไรพี่ผมขอ”

“จะขอไปด้วย “ พี่น้านฟ้าเปลี่ยนเป็นท่ากอดอกทันที

“สงสัยจะไม่ได้” ไดมอนด์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ดูปากนะ ฉันไปกันแค่สองคนพี่น้องและฉันก็มีน้องชายคนเดียว” พี่น่านพูดทำเอาคนฟังพยักหน้าหงึกๆเลย

“ถ้าอย่างนั้นราตรีสวัสดิ์ “

“ปึก” พี่น่านฟ้าปิดประตูใส่ไดมอนด์ทันที และหันมามองหน้าผม

“นี้เรามาอยู่ไม่ถึงเดือน มีเพื่อนบ้าน มีเจ้าของบริษัท มาเที่ยวหาที่ห้องแล้ว พี่นี้อยู่นี้ไปๆมาๆ เกือบห้าปี ยังไม่รู้จักใครสักคน ข้างห้องยังไม่รู้เลยซอมพอ “ พี่น้านฟ้าพูด ผมก็เอานิ้วแหย่หูตัวเอง

“ก็พี่เล่นทำหน้าโหดตลอดเวลาแบบนี้ใครจะกล้าทักทายพี่ละ “ ผมพูดและทำท่าจะเดินหันหลังออก

“เราไว้ใจใครมากเกินไปไม่ได้ซอมพอ พี่ขอเตือน เราไม่รู้จักพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เหมือนคนในหมู่บ้านของเรา” พี่น้านฟ้าพูด

“พี่คิดว่าผมไม่ควรจะมีเพื่อนเลยหรือไง” ผมถามพี่น่านฟ้า

“พี่รู้ไหม ผมไม่เคยมีเพื่อนเกินสองคนเลย และไม่เคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนเลย ไม่เคยพาเพื่อนมาค้างบ้านเลย “ ผมหันมาพูดกับพี่น่านฟ้า

“เพราะว่า ไม่เคยมีใครไว้ใจให้ผมคบใคร “

“ก็ตั้งแต่ไอ้ณุกมันทำกับเราแบบนั้นไง”

“แต่มันจบไปแล้วนะพี่น่าน” ผมพูดและหันมามองพี่น่านฟ้า

“ผมจะไปนอนแล้ว ผมง่วง ราตรีสวัสดิ์” ผมพูดและรีบเดินหันหลังออกหยิบไอแพตที่ผมนั่งเล่นอยู่และเดินเข้าห้องนอนตัวเองทันที

“ตึง” เสียงข้อความดังขึ้น

“ซอมพอ ขอบคุณนะครับ ที่ซักเสื้อและรีดให้พี่ด้วย และขอบคุณที่ไปออกงานเป็นเพื่อนพี่นะครับ นอนหลับฝันดี เจอกันวันอาทิตย์นะครับ 
       ติณภพ”
 
ปากก็บอกว่าเรื่องพี่ณุกมันจบไปแล้วแต่ในใจผม เขายังไม่เคยไปไหน เขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจผมตลอดเวลา หรือว่าผมแค่ต้องการเหตุผลจากปากเขากันแต่ว่าที่แม่ของพี่ณุกพูดนะเป็นความจริงไหม ว่าเขานะไม่เคยรักผมเลยและไม่เคยคิดอะไรแบบผม และเขาก็มีแฟนอยู่แล้วเป็นผู้หญิง แต่จากที่ผมคบกับเขาเขาก็มีแค่ผมคนดียวจริงๆ 
***********ฝากนิยายด้วยนะคะ กราบงามๆ*************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2020 21:54:51 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
 ณุก

    ผมชื่อณุก ชื่อจริงปริญญ์ ปุณยะพันธุ์กุล  ผมเป็นบุตรชายคนโตของคุณพ่อ ผมเพิ่งเดินทางกลับมาจากสิงคโปร์หลังจากไปคุยกับลูกค้าและผมก็ได้ออเดอร์เข้าบริษัทของผมเกือบร้อยล้านวันนี้ ผมเป็นนักธุรกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนเป็นพันล้านแต่มันยังไม่พอสำหรับผม ผมต้องการหุ้นส่วนของพ่อผมคืน หุ้นส่วนบริษัทเพ็ชรพลอยทีพ่อผมลงทุนกับเพื่อนรักของเขา

    ผมนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวที่บาร์แห่งหนึ่ง มีหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ชายตามาให้ผมเป็นสะพาน แม้กระทั้งสาวๆสวยๆก็มีมา แต่ผมหาได้สนใจไหม ผมนั่งคิดตรึกตรองถึงคนสองคนที่ผมเข้าไปในชีวิตเขาเพื่อจุดหมายใกล้เคียงกัน คือหาผลประโยชน์และอีกคนแก้แค้น

 

   ตรีญาดา คือผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างหน้าตาที่สระสวย ผิวพรรณดี เป็นลูกหลายผู้ดีเก่า และเป็นลูกสาวคนเดียวของเพื่อนของพ่อผมที่ได้เป็นเพื่อนรักและหุ้นส่วนเปิดบริษัทเครื่องประดับเพ็ชรพลอย ที่ตอนนี้โด่งดังไปทั่วโลก

 

ซอมพอ เด็กผู้ชายน่ารักตัวเล็ก เป็นคนเชียงใหม่ ตอนนั้นแม่ผมให้ผมไปเรียนมัธยมปีที่หกโดยให้เหตุผลว่าหากว่าผมต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไทยให้ผมไปเรียนเพื่อรีเกรดใหม่และให้ผมไปจีบเด็กคนนี้ ก็เพราะว่าบ้านนี้มีแต่ลูกชาย ตอนแรกผมก็ตั้งใจแบบนั้น และผมก็ตั้งใจที่จะเลือกตรีญาดาคือคู่ชิวิตของผม แต่พอผมได้รู้จักและคบกันเป็นแฟน ทั้งคู่ในเวลาใกล้กันมากตรีญาดา รักผมมากแต่ใจผมกับรักซอมพอขึ้นทุกวันตอนนั้นซอมพอและตรีญาดาก็อยู่มัธยมปีที่สอง เหมือนกันแต่ผมกันตรีเรารู้จักมาก่อนผมเป็นเพื่อนเล่นกับติณภพมาตั้งแต่เด็กๆแม่กระทั้งตอนไปเรียนที่อังกฤษก็เรียนที่โรงเรียนเดียวกัน

     เมื่อผมได้แกล้งทำเป็นแฟนซอมพอ มันกลับไมใช่แค่การแกล้ง ผมกับรักซอมพอเข้าจริงๆ ทั้งๆ ที่ซอมพอนะตอนนั้นเอาแต่ใจก็เพราะว่าน้องเขาน่ารักมีแต่คนชอบ เป็นที่ขวางหูขวางตาแก่บรรดาเด็กผู้หญิงหลายๆโรงเรียนและพอน้องซอมพอเลือกคบผมเป็นแฟน ก็มาเจอพี่ชายจอมหวงอย่างไอ้น่านฟ้าอีกคน ผมกับไอ้น่านฟ้าต่อยกันเรื่องซอมพอมาหลายครั้ง จนซอมพอประกาศว่าถ้าน่านฟ้ายังมีเรื่องกับผมน้องซอมพอจะไม่พูดกับน่านฟ้าตลอดไป และนี้ก็เลยทำให้น่านฟ้ามันหยุดแต่มันก็ยังคอยจับตาดูผมกับซอมพอ ตลอดเวลา

 

 

“ริง “  เสียงมือถือผมดังขึ้น นี้เป็นสายที่ ห้าสิบแล้วนะที่ตรีญาดาโทรหาผม

“ว่าไงตรี” ผมรับสายด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย ทั้งที่ผมกับตรีตอนนี้กำลังจะหมั้นหมายกันอีกไม่ถึงเดือน ผมนะอยากให้เลื่อนออกไปด้วยซ้ำเพราะว่างานผมเยอะขึ้นเงินหมุนเวียนก็เข้ามาเยอะขึ้น แต่ตรีอยากจะเลื่อนเข้าทั้งงานหมั้นและงานแต่งซะด้วยซ้ำ เพราะว่าเขาคอยหวาดระแวงว่าผมกำลังมีคนอื่นตลอดเวลาๆ แต่จริงๆแล้วผมนะไม่เคยมีเขาในหัวใจผมเลยด้วยซ้ำ

 

“พี่ณุก พี่ไปไทยหรือเปล่า” ตรีญาดาถามผม

 

“ตรี พี่บอกว่าพี่อยู่สิงคโปร์ ตรีถามพี่ไม่รุ้กี่ครั้งแล้วนะตรี ถ้าตรีไม่ไว้ใจพี่ พี่ว่าเราควรจะหยุดความสัมพันธ์เราไว้ดีกว่าไหม เพราะถ้ามันก้าวข้ามไปถึงชีวิตคู่มันจะไปไม่รอด” ผมพูดออกมาตรงๆ เพราะว่าผมเองก็เริ่มคิดว่าไม่อยากได้แล้วซิหุ้นส่วนของพ่อผมนะ ผมเริ่มอึดอัดเต็มที

 

“พี่ณุก “ ตรีญาดาเสียงสั่นเครือ เขาเอาน้ำตามาเป็นเครื่องต่อรองผมอีกแล้ว ถึงจะไม่เห็นแต่ได้ยินแค่เสียงก็เถอะ

 

“ตรีรักพี่ณุกนะ และเราก็คบกันมา จะ 9 ปีแล้วนะพี่ณุก เราจะหมั้นกันแล้วและแต่งงานกัน ทำไมพี่พูดแบบนี้ละพี่ณุก  ฮือๆ” ตรีญาดาสะอึกสะอื้นร่ำไห้

 

“ก็เราไม่เคยไว้ใจพี่ ไม่เคยเชื่อใจพี่นี้ครับตรี พี่ก็เลย..

 

“ไม่เอานะ ตรีเชื่อค่ะ พี่ณุกอย่าพูดแบบนั้นอีกนะคะ และที่ตรีถามคือตรีอยากให้พี่ณุกไปวัดตัวตัดชุดค่ะ ใกล้งานเราแล้วนะพี่ณุกและแหวนหมั้นของเราสองคนก็เสร็จแล้วด้วย” ตรีญาดาพูด

 

“ก็ได้ พรุ่งนี้พี่จะไปนะคะ ตอนนี้พี่ขอตัวพักผ่อนก่อนได้ไหมคะตรี พี่เหนื่อย” ผมพูดกับตรี

 

“ได้ค่ะ พี่ณุก ตรีรักพี่ณุกมากนะคะ “

 

“พี่รู้ค่ะ ตรีก็เตรียมตัวไปมหาลัยได้แล้วมั้งคะ เพราะว่าตรีมีเรียนนี้ค่ะวันนี้และตรีจะได้เรียนจบป.โทไงคะ และนี้จะเป็นของขวัญวันหมั้นของเรา” ผมพูดพร้อมพ้นลมหายใจยาวๆ

 

“ได้ค่ะพี่ณุก ตรีเลิกเรียนแล้วตรีโทรหาได้ไหมคะ”

 

“เอาเป็นว่าพี่โทรหาตรีเองนะคะ ทันทีที่พี่ตื่น นะคะ แค่นี้ก่อนนะคะ ตรี “ ผมบอกตรีและกดวางสายทันที ผมเดินออกมาจากมุมที่เขามีไว้ให้สูบบุหรี เพื่อที่จะเดินไปยังบาร์ที่ผมนั่งดื่มอยู่ ระหว่างที่ผมเดินออก

 

“ทำไม ถ้ากรูมันไม่ดีเหมือนที่เพื่นมรึงว่า  ก็ไม่ต้องมาคบกับกรูไอ้ม่อนด์”

 

“ ใช่ซิ กรูมันขี้หวีนชี้เหวียง เที่ยวเก่ง และมรึงนะเป็นแฟนที่แย่มากเอาแต่เล่นเกมส์ ไม่ต้องมาพูดแล้วกรูเบื่อฟัง ใช่ถ้าเบื่อมากก็เลิกไปเลย “ มีเด็กผู้ชายสวมชุดนักศึกษามหาลัยกำลัวยืนเถียงกับใครสักคนในโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ดูแล้วก็น่าจะทะเลาะกับแฟนมา จะว่าไปก็น่าสนใจอยู่ หาที่ระบายดีกว่าผม ผมเดินช้าๆ จนน้องเขาหันมาอย่างไวและชนกับผมเข้า มือถือน้องเขาตกลงพื้นทันที ผมก็ก้มลงเก็บให้ และเงยหน้าพร้อมส่งมือถือคืน

 

“มือถือครับ” น้องที่กำลังหัวเสียก็ยื่นมือมารับมือถือน้องคืนแต่ น้องได้สะดุดกับใบหน้าอันหล่อเหลาของผมอย่างจัง

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ พี่ได้ยินเหมือนทะเลาะกับแฟน” ผมถามน้องคนตรงหน้า

 

“แฟนมันไม่เคยรักผมพี่ มันรักแต่เกมส์ และเพื่อนๆมันก็ไม่ชอบผม มันก็บอกว่าผมนะขี้หวีน ไปทางไหนก็วงแตก” น้องเขาพุด

 

“แล้ว แค่งอนกัน” ผมพูดและทำท่าจะเดินออก

“หมับ” น้องขาจับต้นแขนผมไว้

 

“มากกว่างอน มันบอกเลิกผมไปแล้ว” น้องคนที่จับแขนผมไว้บอกผม ผมหันมามองหน้าน้องเขาและเลิกคิ้ว

 

“พี่มาคนเดียวเหรอครับ”

 

“ผมชื่อปวินครับ พี่ชื่อ...”

 

“ณุกครับ”

 

“ชื่อน่ารักจัง พี่มาคนเดียวเหรอครับ”

 

“ครับ พี่มาคนเดียว ก็ไม่มีใคร...ตามพี่มานี่ครับ”

 

“ผมมากับเพื่อนแต่ผมอยากหาใครสักคนปลอบใจได้ไหมครับ” ปวินพูดและใช้นิ้วมือของเขาค่อยๆไล่จากแผ่นอกของผม เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมที่รัดรูด ผมก็มองน้องเขา

 

“ไปหาที่นั่งดื่มกันไหมครับ พี่ก็เบื่อพอดีเลย แฟนพี่ก็งี่เง่า “ ผมพูดน้องเขาก็กอดอกทำท่าคิด

 

“ถ้าทำให้พี่ติดใจอาจจะเลิกกับแฟนมาหาคนที่ถูกใจกว่า” ผมพูด

 

“งั้นก็คงต้องเลิกกับแฟนคืนนี้แน่ๆ “ ปวินบอกผม ผมสองคนมองตากันเหมือนเข้าใจสิ่งที่ต้องการทั้งคู่และผมก็พากันเดินออกมาข้างนอกทันที ปวินโทรหาเพื่อนบอกเพื่อนว่าจะไปกับคนรู้จักไม่ต้องรอให้กลับได้เลย  ผมโทรไปเปิดโรงแรมชื่อดังย่านธุรกิจแห่งหนึ่งที่ผมพักประจำและหาเศษหาเลยมาบำเรอความใคร่ของผม

 

“โรงแรมหรูจังครับพี่ณุก” ปวินพูด ระหว่างที่ผมสองคนนั่งรอเครื่องดื่มกระตุ้นอารมณ์กันและจะได้ไปจบกันบนเตียง ผมสั่งเซ็กซ์ออนเดอะบีชให้น้องเขา ส่วนผมก็วัสกี้

 

“เรียนที่ไหนครับน้องปวิน”

 

“เรียนมหาวิทยลัยxxxx สาขาการเงินการธนาคารครับ “ น้องปวินพูด ผมพยักหน้า

 

“เป็นคนใต้” ผมถาม

 

“พี่ณุกรู้ได้ไหงอ่ะ” ปวินถามผม

 

“ไม่รู้ซิพี่เดาเพราะว่าเราดูมีเค้านะแต่ผิวเราขาว คนใต้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยขาวเท่านี้ “

 

“แม่ผมเป็นคนกรุงเทพครับ ผมเป็นลูกคนสุดท้อง ผมมีพี่เป็นผู้หญิงทั้งหมดและทุกคนก็ผิวไปทางพ่อผม มีผมคนเดียวที่ออกมาขาวมากที่สุด”ปวินพูดและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

 

“แต่ส่วนหนึ่งผมก็ทานกรูตาไธโอนด้วยมันก็เลยขาวแบบมีออร่าส์” ปวินพูดและจิบเครื่องดื่มไปด้วย สายตาก็มองผม น้องเขาก็ยกเท้าขึ้นมาเขี่ยที่ต้นขาผมและค่อยๆไต่ ดีที่เป็นมุมที่อับแสงสำหรับพลอดรักกัน

 

“ขึ้นห้องเลยไหม” ผมถามปวิน ผมรู้สึกว่าน้องจะปลุกผมน่าดู ปวินยิ้มให้ ผมก็พากันลุกขึ้น เพื่อนขึ้นไปยังห้องพักของผม ผมเปิดประตูห้องพัก ขณะที่กำลังปิดประตุปวินก็กระโจนใส่ผม ผมกับปวินนัวเนียกันเหมือนอดอยากมานาน เสื้อผ้าถอดและโยนไปคนละทิศละทางและสองร่างเปลื่อยเปล่าก็กระโจนขึ้นเตียง ฟาดฟันกันจนเหงือท่วม ปวินนี้คงประสบการณ์เยอะน่าดู ลีล่านี้ถึงใจผมมากแต่..ผมไม่เลือกเด็กใจแตกที่ยอมนอนกับใครในแค่ไม่กี่ชั่วโมงแบบนี้แน่ๆ  สองร่างพากันหลับไหลหลังจากสูญเสียพลังงาน

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
ซอมพอชื่อน่ารักแต่หัวอ่อนในเรื่องความรักและการใช้ชีวิตจังเลยลูก 555 หยอกๆ  ไอ้พี่ณุกนี่มีดีไรให้จดจำมิรู้ลืมอ่ะ เอาจริงนะคิดว่ายังไม่มีใครเหมาะเป็นคนรักของซอมพอเลยสักคน คุณตรินภพก็ดูจะสปอยล์ซอมพอพอประมาณ รู้สึกว่าเคมีกับไดม่อนมากกว่า กัดกันดี 555 ซอมพอต้องได้กับคนรักที่ชีวิตเคยลำบาก กำลังสู้ชีวิตสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ เอาตัวรอดได้ถึงจะเหมาะเพราะจะได้เป็นแบบฝึกหัดชีวิตของซอมพอ แล้วต่อสู้ไปด้วยกันงี้ ซอมพอก็จะเอาตัวรอดเก่งจนพี่และพ่อไม่ต้องห่วงอีกต่อไป แอร๊ยยยย เล่าเองจบเอง 55555 จริงๆแล้วใครจะเป็นพระเอกในเรื่องนี้นะ ก็ได้หมดแระเพราะซอมพอน่ารักเกิ๊น 5555 แต่งเก่งอยู่นา แต่คำผิดมีพอประมาณเลย เพิ่งแต่งถือว่าทำได้ดีแล้วระดับนึง สู้ต่อไปจ้า อย่าท้อ รอตาม โอเค๊!  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ณุก เป็นพระเอกจริงดิ :a5: :a5:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอชื่อน่ารักแต่หัวอ่อนในเรื่องความรักและการใช้ชีวิตจังเลยลูก 555 หยอกๆ  ไอ้พี่ณุกนี่มีดีไรให้จดจำมิรู้ลืมอ่ะ เอาจริงนะคิดว่ายังไม่มีใครเหมาะเป็นคนรักของซอมพอเลยสักคน คุณตรินภพก็ดูจะสปอยล์ซอมพอพอประมาณ รู้สึกว่าเคมีกับไดม่อนมากกว่า กัดกันดี 555 ซอมพอต้องได้กับคนรักที่ชีวิตเคยลำบาก กำลังสู้ชีวิตสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ เอาตัวรอดได้ถึงจะเหมาะเพราะจะได้เป็นแบบฝึกหัดชีวิตของซอมพอ แล้วต่อสู้ไปด้วยกันงี้ ซอมพอก็จะเอาตัวรอดเก่งจนพี่และพ่อไม่ต้องห่วงอีกต่อไป แอร๊ยยยย เล่าเองจบเอง 55555 จริงๆแล้วใครจะเป็นพระเอกในเรื่องนี้นะ ก็ได้หมดแระเพราะซอมพอน่ารักเกิ๊น 5555 แต่งเก่งอยู่นา แต่คำผิดมีพอประมาณเลย เพิ่งแต่งถือว่าทำได้ดีแล้วระดับนึง สู้ต่อไปจ้า อย่าท้อ รอตาม โอเค๊!  :pig4: :pig4:
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ จะพยายามไม่ให้มีคำผิดค่ะ  มีอะไรที่ควรปรับปรุงแนะนำได้เลยค่ะ ฝากด้วยนะค่ะ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ณูก

[ณุก]
“ริงๆ “เสียงมือถือผมดังขึ้น ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้น  ผมรู้สึกได้ว่ามีแขนใครมาพาดอยู่ ผมก็กระดกหัวขึ้นมอง เพิ่งจะจำได้เด็กที่ผมหิวมาเมื่อคืน และผมจับแขนคนที่นอนก่ายกอดผมออก ผมเหลือบมองเรือนร่างที่เปลือยเปล่ามีแค่ผ้าห่มที่พาดผ่านช่วงล่างไว้เท่านั้น ผมลุกขึ้นและหันไปหยิบมือถือของผมขึ้นมา ไอ้มาร์คคู่หูและคู่นักธุรกิจของผม เราเป็นเพื่อนกันมานานมาร์คสูญเสียพ่อแม่ไปนานแล้วตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย 

“ว่าไงมาร์ค” ผมถามต้นสายด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย

“นี้มรึงไม่บอกตรีเหรอวะว่ามรึงอยู่ไทยแล้ว” ไอ้มาร์ค ถามผม

“ทำไมเขาโทรหามรึงเหรอวะ”

“ใช่ดิ แต่อย่าบอกตรีว่ากรูบอกนะ และกรูไม่อยากให้มรึงขู่ว่าจะเลิกกับเขาวันละสามเวลาแบบนี้ “ ไอ้มาร์คพูด

“ก็มันน่าลำคาญ มรึงเห็นไหมละ “

“เขาอยากให้มรึงไปวัดตัวตัดชุดซะที มรึงจะหมั้นและแต่งงานแล้วนะโว้ย” ไอ้มาร์คมันพูดและย้ำ

“มรึงไปแทนกรูทีดิวะ” ผมบอกไอ้มาร์ค

“มรึงจะบ้าเหรอวะ ถ้ากรูเดินเข้าไปในร้านที่มรึงสองคนไปคุยกันเรื่องชุดแต่งงานแต่วันนั้นดันเสือกไม่วัดตัวเลยดันบอกมีธุระด่วน และวันนี้ให้อีกคนไปวัดแทน มันใช่เหรอวะ ไอ้ณุก”

“มรึงเพื่อนเจ้าบ่าวไง” ผมบอกมันไป

“แล้วเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างกรูต้องมาทำหน้าที่แทนเจ้าบ่าวทุกอย่างเหรอวะ ให้กรูแต่งแทนเลยไหม” ไอ้มาร์ค ไอ้นี้พอส่งมันไปเรียนภาษาไทยได้มันบ่นผมเป็นชุดเลย

“โอเคโอเค พี่มาร์คครับ ผมขอคุณมาร์คแค่ครั้งนี้ อ้อนวอนด้วยไปวัดตัวให้ผมหน่อย ผมติดงานจริงๆ คุณมาร์คจะเอาเงินเข้าบริษัทไหมครับ “ ผมถามไอ้มาร์ค

“เอาเงินมาขู่กรูอีกแล้ว” ไอ้มาร์ค

“เออนะ ไปวัดให้กรูหน่อย ยังไงมรึงก็ไซ้เดียวกับกรูอยู่แล้วยกเว้นตรงเป้า ให้ทำเพื่อไว้ยังไงก็เล็กกว่า” ผมพูดและกดตัดสายทันที ผมหันไปมองคนที่นอนยิ้มให้ผมและลุกมากอดผมจากด้านหลัง

“พี่ณุก ผมมีความสุขมากเลยครับเมื่อคืน “ ปวินพูดผมหันไปยิ้มและ

“พี่ก็มีความสุขมากนะครับแต่..”

“หึ” ปวินทำเลิกคิ้วขึ้น

“เราแค่สนุกนะพี่ยังไม่คิดว่าเราจะไปถึงขั้นแฟนกัน แค่สนุก” ปวินทำสีหน้าตกใจ

“ไหนพี่บอกว่า”ปวินลุกพล้วดขึ้นมานั่งทันที

“ถ้าทำให้พี่ติดใจ แต่นี้พี่ยัง ไม่ติดใจและดูจากลีลาทั้งคืนที่ผ่านมา น้องคงผ่านมาเยอะมาก” ผมพูดและเหลือมองปวิน

“ผมไม่เคยผ่านใครมา..เยอะซักหน่อย ผมมีแฟนแค่คนเดียวแต่..” ปวินพูด

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปหาแฟนน้อง หรือไม่ก็แค่เป็นของสนุกของพี่ เลือกเอาแล้วกัน” ผมหันไปถามหนุ่มน้อยที่นั่งหน้างออยู่บนเตียง ส่วนผมนะแต่งตัวเรียบร้อยแล้วและเตรียมจะออ  เพราะ ผมกะว่าจะแวะไปเซอร์ไพรส์ ไอ้ติณภพมันซักหน่อยก่อนจะบินไปประเทศอื่นต่อและค่อยกลับไปหาตรีญาดา ถึงยังไงผมก็ต้องทวงธุรกิจชองพ่อผมคืนก่อน  ผมเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวและออกมาสวมเครื่องประดับของผม เด็กหนุ่มน่ารักยังคงนั่งอยู่บนเตียง ผมหันมามองเหลือบมอง

“ไม่เอาน่า เราสนุกกันดีกว่าไหม จะมาสร้างพันธะกันทำไม เพื่อว่าเราเจอคนที่ถูกใจกว่าพี่ เราจะได้ไปไม่ต้องมานั่งกังวลกัน ” ผมถามปวิน

“ทำไมไม่เสือกพูดแบบนี้ตั้งแต่ทีแรก” ปากดีซะด้วย ผมหันมาและเดินมาที่เตียง

“หมับ” ผมใช้ฝ่ามือจับเข้าที่คางและบับมันด้วยความโกรธ  ผมรับรู้ว่าปวินรู้สึกเจ็บ

“ทำไมพูดกับพี่ไม่เพราะเลยครับ พี่ไม่ชอบนะครับ” ผมพูดและมองหน้าปวิน

“ซี้ด” ปวินทร์คงเจ็บมีเสียงที่รอดออกมาจากไร้ฟันคู่งามนั้น

“หรือว่าไม่พอใจ ทั้งที่สมัครใจมาเอง หรืออยากจะได้เงินค่า..”

“ผมไม่ได้มาขายตัว” ปวินขึ้นเสียงกับผม

“ก็ดี แต่งตัวและเตรียมตัวกลับได้แล้ว พี่จะไปธุระ ถ้าคิดได้ก็โทรกลับมาหานะถ้าคิดว่าอยากได้แบบพันธะผูกพันก้ไปหาที่อื่น พี่ไม่ได้ชอบแบบนั้น” ผมพูดและสวมเสื้อสูททับก่อนและผมก็เดินออกทันที ผมส่งหนามบัตรและเงินหนึ่งพันบาทให้

“พีไม่ได้ให้เพราะว่าค่าตัวแต่ให้เป็นค่ารถแทกซี่กลับ ทำตัวน่ารักน่ารักแล้วจะได้หาความสุขกันอีกนะครับ ปวิน พี่ชอบเรานะร้อนแรงถึงใจพี่ดีแต่พี่ไม่ได้คิดถึงขั้นต้องเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกันและกัน โอเคนะ จ๊วบ” ผมพูดและหันไปหอมแก้มซะหน่อย   ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อเช็คเอาท์ แต่มั้นก่อนเวลาผมเลยจะบอกว่าให้รอน้องอีกคนค่อยเคลียร์ห้องและทุกอย่างผมก็จ่ายผ่านบัตรอยู่แล้ว

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณปริญญ์ ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ “ พนักงานต้อนรับสาวสวยที่ค่อยส่งยิ้มหวาน และพยามยามทอดสะพานให้ผมทุกครั้งที่ผมมาตรงกับวันที่เธอทำงานตลอดและครั้งนี้ก็เช่นกัน

“ขอบคุณนะครับ คุณ”

“ณัฐรีย์ค่ะ ยินดีให้บริการ”

“ครับ รอบหน้าคงได้มีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้นนะครับ คุณณัฐรีย์” ผมพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาที่หน้าโรงแรมเพื่อรอรับรถคันหรูของผมและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ผมเหลือบมองเวลานี้ก็เกือบ สิบโมงเช้าแล้ว ไอ้ติณณภพคงมาที่บริษัทเรียบร้อยแล้วแหละ ไอ้คนนี้มันขยันและมัวแต่ทำงานเลยไม่มีเวลาหาแฟน

    ผมขับรถคันหรูเข้ามาจอดด้านหน้าบริษัท ผมก็เหลือบไปเห็นรถประจำที่คุณแม่ของติณภพและพ่อของเขานั่ง มีคนขับให้ตำแหน่งเจ้าของบริษัทแต่ได้มาจากส่วนหนึ่งของพ่อผมแท้ๆ  ผมเงยหน้ามอง

“ต่อให้ตอนนี้ผมมีเงินเยอะแล้วก็ตามนะพ่อแต่ผมจะทวงสิ่งที่เป็นของพ่อคืน” ผมพูดในใจตัวเองและสวมแว่นตาเรแบนด์ราคาแพง ผมเดินเข้าไปในบริษัท พนักงานทุกคนรู้จักผมดี ประชาสัมพันธ์ก็ยกมือไหว้ผม

“นี้เธอ ใช่คุณณุกหรือเปล่าอะ” ผมกำลังยืนรอลิฟท์อยู่ มีพนักงานบริษัทของติณณภพซุบซิบกันผมหันไปและขยับแว่นตาเรแบ้นและส่งยิ้มเท่ๆให้ไป

“ใช่ด้วยอ่ะ แก หล่อจัง “ พนักงานสาวสวยหันไปกระหยิ่มยิ้มหย่องด้วยกันและหันมาทางผม  ผมยอมรับว่าผมเป็นคนหน้าตาดี หน้าตาเหมือนดาราคนดังคนหนึ้ง แต่ผมคิดว่าผมหล่อกว่านะ

“คุณณุก สวัสดีค่ะ”สาวๆสองคนรวบรวมความกล้าทักทายผมทันที

“สวัสดีครับ”

“มาคนเดียวเหรอคะ”

“ครับ พอดีว่าตรีเขายังไม่เรียบร้อยนะครับ ยังไงผมก็ต้องบินไปรับเขากลับมางานหมั้นผมอีกสามอาทิตย์แน่นอน” ผมบอกสาวๆ สองสาวยิ้มเจื่อนให้ผม

“อิจฉาคุณตรีจังเลยอ่ะ ทำบุญด้วยอะไรนะ แฟนถึงได้หล่อแบบนี้” ผมยืนฟังเขาซุบซิบกันไปมาจนกระทั้งลิฟท์มาจอดยังชั้นของผู้บริหารและผมก็เดินออกจากลิฟท์ ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปที่ห้องทำงานติณณภพ ผมก็เจอคุณส้ม หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่กำลังเดินมา น่าจ้ะเพิ่งออกมาจากห้องทำงานติณณภพ

“สวัสดีครับคุณส้ม” ผมกล่าวทักทาย ดูคุณส้มตกใจผมเล็กน้อย

“อ้าวคุณณุก กลับมาแล้วเหรอคะ แม้ไม่เจอกันเกือบครึ้งปีได้เลยนะคะ ว่าแต่มาคนเดียวเหรอคะ” คุณส้มถามผม

“ครับ พอดีว่าตรีเขายังติดเรื่องเรียนปริญญาโทเขาอยู่นะครับ แต่ไม่นานครับก็กลับมา” ผมบอกคุณส้ม

“แล้วนี้คุณส้มเพิ่งออกมาจากห้องไอ้ติณหรือเปล่าครับ

“ค่ะ ส้มมาให้เด็กๆเขายกโต๊ะทำงานไปไว้ในห้องคุณติณนะคะ สำหรับเลขาฯของคุณติณค่ะ” คุณส้มพูด ผมก็พยักหน้า สำหรับเลขาฯ ตกลงนี้เอาเข้าห้องแล้วหรือไง ทั้งที่นางพยายามวางยาติณและดีที่วันนั้นผมเข้าไป ไม่อย่างนั้นมันเสร็จไปแล้วในห้องทำงานเลย แค่คิดก็อยากจะหัวเราะแต่ผมไม่แค่ยิ้มๆให้คุณส้มและ

“เออ คุณส้มว่าย้ายโต๊ะทำงานเข้าไป อย่าบอกนะครับว่าย้านแม่เรขา”ผมพูดและคุณส้มก็ทำสีหน้าจะหัวเราะแต่ก็กลั้นไว้

“คุณณุกหมายถึงคนที่ชื่อวุ้นเหรอคะ โอ้ยย คุณณุกก็รู้ว่าคุณติณนะสยองแม่นั้นจะตายไป “

“คุณณุกเพิ่งจะมาคงยังไม่รู้ว่าคุณติณมีเลขาใหม่แล้วนะคะ ผู้ชายด้วยค่ะ น้องน่ารัก ผิวสวย เป็นคนเหนือค่ะคุณณุก” คุณส้มบอกผม

“แม้ชักอยากจะเห็นแล้วซิ ว่าน่ารักมากกมายขนาดไหนไอ้ติณถึงได้เอาเข้าไปนั่งอยู่ในห้องทำงานด้วยกันเลย “ ผมพูดและแอบหัวเราะ สุดท้ายนายก็หนีความจริงตัวเองไม่พ้นที่ผมเคยบอกว่ามันนะเป็นเกย์แน่นอน มันก็ปฏิเสธผมมาตลอด  ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้องติณภพ ผมยังคงเห็นภาพที่ผมสองคนเล่นด้วยกัน ติวกันสองคน แต่ทว่าสิทธิ์ของพ่อผม ผมก็ต้องเรียกคืน
“ก๊อกๆ” ผมเคาะประตู

“เข้ามาได้”  เสียงติณภพ ผมเปิดประตูเข้าไป คนที่ก้มหน้าก้มตาเซนต์เอกสาร

“มีออเดอร์เข้าเยอะหรือไงถึงเซนต์ซะมือหงิกเชียว” ผมพูดและถอดแว่นตาเรแบนด์ออก สวมไว้ที่กระเป๋าเสื้อด้านบนของอกแน่นๆของผม ติณภพเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม  ผมเดินไปหยุดและนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับหมุนเก้าอี้เพื่อจะได้นั่งไขว่ห้างเท่ๆได้สะดวก ติณทำสีหน้าเหมือนจะตกใจแต่ก็ไม่

“นี้มรึงมาโดยที่ไม่บอกน้องกรูอีกแล้วใช่ไหมณุก” ไอ้ติณภพเงยหน้าขึ้น ทันทีที่มันเห็นว่าเป็นผม มันเปิดฉากบ่นผมทันที

“มรึงก็รู้จักน้องมรึงดี “ ผมพูดก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับติณภพ

“และถ้าน้องกรูมันงี่เง่าเอาแต่ใจมรึงจะแต่งกับน้องกรูทำไม” ติณภพถามผม

“มรึงรู้ดีคำตอบนั้น” ผมพูดขึ้น ทำให้ติณภพ วางปากกาลง คนที่อยากแต่งกับผมมากนั้นคือตรีญาดาน้องมัน

“เอานะ ยังไงกรูก็รักตรี และที่กรูไม่บอกก็เพราะว่ากรูอยากให้ตรีเรียนจบและจะได้มาช่วยมรึงไง  “

“และกรูก็ไม่อยากทิ้งให้ตรีอยู่ที่อังกฤษคนเดียวเพราะว่ากรูงานเยอะเดินทางก็บ่อยขึ้น จะให้กะเตงตรีไปด้วยทุกที มันไม่ได้หรอกวะ  ติณ” ผมบอกไอ้ติณภพและหันไปมองมีโต๊ะทำงานใหม่

“มีเลขาคนใหม่เหรอวะ คุณส้มเพิ่งจะบอกแล้วนี้ไปไหนอ่ะ อยากเห็น” ผมถามถึงเรขาฯคนใหม่ตินภพทันที

“แม่กรูลากไปด้วย “ ติณภพพูด

“หึๆ” ผมหัวเราะในลำคอ

“ก็ลูกสาวแม่กรูแฟนมรึง และก็ว่าที่คู่หมั้นของมรึงนะดันติดมรึงแจจนลืมแม่กรูไปแล้ว"

" แม่ก็เหงาและพาลไปคิดถึงลูกสาวอีกคนที่เสียไป และพอมาเห็นน้องเขาน่ารักก็เลยคิดว่าเป็นลูกสาวอีกคนแล้วมั้ง” ติณภพพูด

“มรึงหึงเหรอวะ แสดงว่ารักเขาเหรอวะ “ผมแอบแซว

“ว่าแต่มรึงนะไปวัดตัวหรือยังวะ” ติณภพถามผม ผมเหลือบมองข้อความในมือถือผมลืมอ่านเลยที่ไอ้มาร์คมันส่งมามันบอกว่ามันไปมาแล้ว

“ไปมาแล้ววะ”

“ดี แต่ถ้าจะให้ดีมรึงควรจะกระตือรือร้นหน่อยเรื่องงานหมั้นและงานแต่ง เพราะญาติแม่กรูนะ เขามองว่าน้องกรูอยากแต่งแต่มรึงไม่อยากแต่ง” ติณภพพูด ผมก็เอนหลังและคิดว่าตาดีจริงๆมันใช่เลย

“ถ้าไม่อยากจะขอแต่งทำไมวะ “ ผมพูดกับติณภพ

“เออ กรูแค่แวะมาทักทายและจะไปมาเลเซียต่อ และก็บินไปรับน้องสาวมรึงกลับมางานหมั้น” ผมพูดและทำท่าจะลุกขึ้น

“แหวนมั้นเสร็จแล้วนะ น้องเขาทำให้” ไอ้ติณภพพูดและโบ้ยปากไปที่โต๊ะทำงานใหม่ นั้นแปลว่าคนเลขาฯเป็นคนทำเหรอ ผมพยักหน้า

“ตรีบอกว่าสวยถูกใจไม่ต้องแก้แล้วนะ” ติณภพพูดและส่งกล่องแหวนให้ผมดู ผมก็เปิดดู

“ก็สวยดี” ผมพูดและจะส่งกลับคืนให้

“มรึงเก็บไว้ดิ “ติณภพพูด ผมก็รับกล่องแหวนนั้นมา

“งั้นกรูกลับก่อนนะ ฝากสวัสดีพ่อกับแม่ด้วยนะ “ผมพูดก่อนจะหันหลังออก

“ณุก “ ติณภพเรียกชื่อผม ผมหันหลังไป

“แม่มรึงเอาสร้อยที่เคยสั่งทำที่นี้มาขายวะ มันฝังเพ็ชรเม็ดเล็กๆไว้และยังเขียนไว้ด้วย กรูคิดว่าพ่อมรึงน่าจะให้ไว้เป็นตัวแทนความรักวะ แต่คุณหญิงนิดาต้องการอะไรอันนี้กรูไม่รู้วะ” ติณภพพูดและส่งกล่องสร้อยคอเลื่อนมาให้ผม ผมหันไปหยิบมาเปิดดู มันเขียนไว้ที่จี้หัวใจโปรงๆว่า  รักนี้สุดเขตแดนสยาม  ผมไม่เคยเห็นสร้อยเส้นนี้มาก่อน

“พ่อกับแม่กรูบอกว่าพ่อมรึงสั่งทำไว้ให้ผู้หญิงที่เขารักมาก นั้นคงหมายถึงแม่มรึงวะ ณุก” ติณภพพูด ผมก็มองหน้าติณภพ

“แม่กรูเอาเงินไปเท่าไหร่” ผมถาม

“ห้าล้านบาท”

“กรูขอซื้อคืน” ผมพูดและนั่งลงพร้อมกับหยิบสมุดเช็คขึ้นมา

“เฮ้ย เอาไว้ก่อนก้ได้วะ” ติณภพพูด แต่ผมก็ก้มหน้าก้มตาเซนต์เบิกให้และฉีกส่งให้ติณภพ

“กรูจ่ายเลย เพราะแม่กรูคงเอาเงินไปทำอะไรต่อมิอะไรหมดแล้ว และอาจจะไปใช้หนีให้ไอ้น้องชายที่ขี้เกียจและหาแต่เรื่องมาให้แม่กรูเสียตังจากการพนัน” ผมพูด ผมหยิบสร้อยนั้นและหย่อนมันลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในของผม ผมเดินออกจากห้องทันที ผมอยากรู้ว่าทำไมแม่ถึงได้ทำแบบนี้ ทั้งที่เป็นสร้อยที่พ่อให้เป็นของขวัญ พ่อสั่งทำพิเศษให้ ถ้าแม่เดือดร้อนอะไรทำไมไม่บอกผมเหมือนทุกครั้ง  ผมรีบเดินลงมาชั้นล่างเพราะว่าผมต้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปสนามบินและบินไปที่มาเลเซียเพื่อพบลูกค้าคนสำคัญและคงหาเที่ยวบินและบินกลับอังกฤษเลยทันที ผมยังไม่ได้เข้าบ้าน ผมได้แต่โทรหาแม่บ้านที่ดูแลบ้านและพ่อผม เขาก็บอกว่าพ่อผมนั้นเหมือนเดิมไม่มอะไรเปลี่ยนหรือดีขึ้น  ส่วนแม่นิดาก็ไม่อยู่บ้าน เห็นแม่บ้านบอกว่าเดินสายไปทำบุญกัน 

“เจอไหมลูก เจอเหรอ ดีจ๊า ขอบใจมากนะ แม่นี้หลงๆลืมๆ ดูซิ ของสัมคัญลืมได้ยังไง จ๊ะๆ  แม่รอลูก ยังไงเราก็ต้องขึ้นไปดูห้องทำงานใหม่ด้วยกัน “ ผมเดินมาเจอคุณแม่ของติณภพและว่าที่แม่ยายของผม ที่กำลังโทรคุยกับใครสักคน

“อ้าวตาณุก มายังไงนี้” แม่เขาหันมาทักผมแบบตกใจ

“คือผมไปสิงคโปร์มาครับ ก๊เลยแวะมาหาติณก่อนที่จะบินกลับไปมาเลเซียครับคุณแม่”

“ และผมก็จะบินกลับไปอังกฤษเลยครับ เพื่อไปรับตรีและกลับมาไทยพร้อมกันด้วยครับ” ผมพูด

“แล้วนี้เราไป...”

“ไปแล้วครับแม่ ผมไปวัดตัวตัดชุดหล่อเพื่อใส่ให้คุณแม่ว่าที่แม่ยายผมดูเรียบร้อยแล้วครับ” ผมพูดและยิ้ม ว่าที่แม่ยายก็ยิ้ม

“ดีแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี แม่เห็นตรีเขาร้อนใจเหลือเกิน “ ผมก็ยกมือขึ้นเกาหัวนี้รู้เลยว่าลูกสาวได้ใครมา

“ผมจะจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่างก่อนวันงานแน่นอนครับแม่” ผมพูด

“ทุกอย่างนะเรียบร้อยหมดแล้วแหละพ่อคุณ เหลือแต่พาตัวมาก็พอ “ แม่ของตรีพูด

“เอาละ แล้วนี้จะกลับเลยรึ”

“ผมจะไปเตรียมตัวและไปขึ้นเครื่องบินครับแม่ ผมต้องบินเย็นนี้ครับ ถ้าอย่างงั้น ผมขอตัวนะครับ” ผมพูด

“อ้อ ผมเพิ่งจะทราบว่าคุณแม่จะได้ลูกสะใภ้เป็นผู้ชายน่ารัก ดีใจด้วยนะครับคุณแม่” ผมหันหลังมาแซวคุณว่าที่แม่ยายของผม

“ขอบใจจ๊ะณุก ว่าที่ลูกสะใภ้แม่คนนี้น่ารักแถมยังมาจากทางเหนือด้วยนะ” แม่ของติณพูด ผมก็สะดุดตรงคำว่าคนเหนือนี้แหละ ไม่น่าจะใช้นะ เพราะว่าคนเหนือน่ารักมีหลายคน ผมคงไม่ซวยขนาดนั้น ผมหันมายิ้มให้ว่าที่แม่ยายผม และยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไปทันที

“ริงๆ” เสียงมือถือผมดังขึ้น ผมก็กดรับสายทันที ระหว่างที่ผมกำลังคุยก็มีคนกำลังถือของผมก็มีน้ำใจนะเปิดประตูให้

“พี่ณุก ผมเองนะครับปวิน “

“ว่าไงครับ” ผมถามคนที่โทรหาผม

“ผมขอโทษ ที่ผมเร่งรัดพี่มากไป พี่ครับพี่ณุก คือ...”

“จะเป็นเด็กดีของพี่ว่างั้น”

“ครับ”

“พี่จะไปธุระนะอีกประมาณอาทิตย์หนึ่งพี่จะกลับมารอพี่แล้วกันนะ เป็นเด็กดีแล้วพี่จะให้รางวัล” ผมพูดระหว่างนั้นก็มีเสียงแทรกเข้ามา

“ขอบคุณครับ” คนที่ขอบคุณผม เพราะว่าผมเปิดประตูค้างไว้ แต่ผมไม่ได้มอง

“พี่ณุก ผมรอให้รางวัลพี่แบบจัดเต็มนะครับ” ปวินพูด ผมรู้สึกคุ้นหูน้ำเสียงเมื่อกี้มาก มันเหมือนที่ผมเคยได้ยินจากเด็กผู้ชายตัวเล็ก บังเอิญว่ามีรถเช็นกล่องผ่านผมไปพอดี และผมก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น ผมคงหูฝาดไป

“ได้ครับ พี่ก็จะให้รางวัลงามๆเราสักหน่อยเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะครับ พี่รีบ จ๊วบ” ผมบอกปวินและส่งจูบผ่านมือถือไป ยังไงซะปวินอาจจะมีประโยชน์กับผมก็ได้เก็บไว้ก่อนดีกว่า ผมคิดว่าอย่างนั้น ผมหยิบแว่นตาเรแบนขึ้นมาสวมและเปิดประตูรถหรูราตาหลายสิบล้านบาท ก่อนจะออกรถผมเหลือบมองบริษัทที่ผมกำลังจะทวงมันคืนโดยการแต่งงานกับตรีญาดา ผู้หญิงที่เพียบพร้อมแต่ทำไมเขาไม่สามารถทำให้ผมรักเขาได้เลย มีเขาแค่คนเดียวที่กุมหัวใจผมแต่ผมก็ต้องเลือกที่จะตัดเขาออกไปจากหัวใจของผม ผมเหลือบไปหยิบสมุดที่ใช้บันทึกการนัดหมายของผม ผมเปิดไปยังหน้าที่ผมสอดเอาดอกซอมพอใส่ไว้ในนั้น ผมยังคงเก็บมันไว้ตลอด
       “ พี่ขอโทษ พี่แค่ไม่อยากรอวันที่นายเกลียดพี่แล้วเราค่อยเลิกกัน “ ผมได้แค่บ่นพรึมพรำในใจตัวเอง วนเวียนไปตลอดทุกครั้งที่ผมหยิบสมุดขึ้นมาและเจอดอกไม้ช่อนั้น

“ตืด” เสียงมือถือผมสั่นเพราะว่าผมปิดเสียงไว้  คนที่โทรหาผมนั้นคือตรีญาดา ผมก็เลยต้องกดรับสาย  ก่อนที่จะมีการเหวียงผมมากไปกว่านี้เพราะว่าตั้งแต่ผมตื่นมาผมยังไม่ได้โทรหาเธอเลย

“พี่ณุก ทำไมไม่โทรหาตรีค่ะ ตอนนี้พี่อยู่ไหนค่ะ” นั้นไงคำถามที่รีบยิ่งมาหาผม

“ตรีรู้ดีว่าพี่อยู่ไหน มาร์คบอกพี่หมดแล้ว” ผมบอกตรีไปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆที่สุด

“ก็พี่ณุกไม่บอกตรีว่าไปไทยนี่ค่ะ” ตรีญาดาเสียงอ่อยลง

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาครับ พอดีว่าพี่นึกได้ว่าพี่ควรจะไปวัดตัวตัดชุดเพราะว่าน้องตรีว่าที่ภรรยาของพี่บ่นพี่ทุกวันครับ” ผมพูดเพื่อว่าตรีญาดาจะหายงอนผมขึ้นมาหน่อย

“และพี่ก็ไม่อยากให้เราร้องตามมาทั้งที่เรื่องของเรายังไม่เสร็จเรียบร้อย” ผมบอกตรี

“ นี้พี่จะไปเตรียมตัวเพื่อจะบินไปมาเลเซียต่อเพื่อคุยงานอีกและก็บินกลับไปหาเราทันที  จะได้เดินทางกลับมาไทยพร้อมกันด้วย ดูซิทุกอย่างของพี่มันจำกัดเวลาทั้งนั้น ดังนั้นพี่พาตรีมาด้วยเราก็จะหน้างอใส่พี่อีกหาว่าพี่เร่งเรา” ผมส่งข้อความไปหาตรี แปลกนะผมไม่ค่อยอยากจะโทรคุยกับตรีนานๆ เท่าไหร่ 

“จริงนะ รีบๆมานะ ตรีเหงา”

“ครับ พี่จะรีบไป แค่นี้ก่อนนะครับพี่ขับรถ รักตรีนะครับ” ผมบอกตรีและรีบวางสายก่อน ผมก็ชับรถออกจากด้านหน้าบริษัทเพื่อตรงไปยังคอนโดของผม ผมไม่เคยพาใครไปที่นั้นเลยแม้แต่ตรีญาดา ผมรีบเดินขึ้นห้องพักผม เพื่อจะได้อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดและจัดกระเป๋าเดินทางอีก

“ปึก” ผมชนเข้ากับกรอบรูป รูปหนึ่งเข้าและมันก็หล่นลงพื้น ผมหยิบขึ้นมา มันเป็นภาพสมัยที่ผมไปเรียนมัธยมปีที่หกที่เชียงใหม่ ภาพนี้เป็นภาพที่ผมได้เป็นแฟนซอมพอเรียบร้อยแล้ว เรากินขนมป๊อกกี้แท่งเดียวกันโดยมีเพื่อนซี่ของซอมพอเป็นคนถ่ายไว้ให้ ผมต้องอมยิ้มทุกครั้งที่เห็นภาพนี้ และนี้คือสาเหตุที่ผมไม่เคยพาตรีญาดามา เพราะว่าเขาจะรู้ได้ว่าผมคบซ้อน แต่ในความเป็นจริง มีแค่เขาคนเดียวที่อยุ่ในหัวใจผม 

“ห้ามรักมันเด็ดขาดนะณุก มันทำให้แม่เสียใจ นางแม่มันน่ะมันทำให้แม่เสียใจ เข้าใจไหมณุก แม่แค่อยากให้ลูกมันเสียใจเช่นกัน” คำพูดของแม่ผมที่บอกผมก่อนที่จะส่งให้ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับน้องเขา อันนี้ยังไม่สาสมกับที่แม่ผมต้องการด้วยซ้ำแต่ทว่าผมทนไม่ได้ที่ผมจะทำร้ายซอมพอ เด็กน้อยที่ใสซื่อคนนั้นแม้ว่าจะเอาแต่ใจกับผมมากแค่ไหนก็ตามแต่ผมกับยอมเขาทุกครั้งและผมเองกับขอแม่นิดากลับก่อนเพื่อจะไปเรียนเมืองนอกแทน และผมก็ต้องมาเลือกผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างตรีญาดา เพื่อจะได้ส่วนของพ่อผมคืนมาและผมคิดว่าผมคงจะรักตรีญาดาได้สักวัน 
**********************
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจค่ะ  จะพยายามแก้ไขและปรับปรุงนะคะ ขอบคุณทุกคำแนะนำด้วยค่ะ  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2020 19:32:39 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
ผู้ชายอย่างณุกนี่เฮงซวยดีๆนี่เอง ไม่มีออร่าความเป็นพระเอกซ้ากกกกนิด พูดแต่ละอย่างทำแต่ละอย่าง แก้ตัวแถไปเรื่อย พูดให้เห็นใจเข้าใจยังไงก็ทำไม่ได้ ดูเป็นผู้ชายแบบหน้าตัวเมียอ่ะ คือยังไงละ คือถ้าแบบมีเรื่องเดือดร้อนในเรื่องของตัวเองแล้วดึงคนอื่นมาเกี่ยวด้วย ก็จะเอาตัวรอดคนเดียวงี้ จะชิ่งก่อนใครเพื่อนเลย มองณุกเป็นคนประเภทนี้ละ เอาจริงนะ 555555 มาเจอกับซอมพออีก อะนี่ก็ยังลืมเขาไม่ลง ถ่านไฟเก่าคุใหม วนลูปอะจ้า หึหึ 5555 รอตอนต่อปาย

มรึง/กรู เหมือนนิยายสมัยก่อนที่แบบไม่อยากจะหยาบมาก เราว่าจะมึงก็มึง กูก็กูไปเลย อ่านง่ายกว่านะ ลงในthaiboysหยาบถ่อยเถื่อนได้ค่ะ 55555   :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
รออยูน่า ถ้าเป็นนุ๊กจริงขอให้ได้รับบทเรียนหนักๆก่อนนะ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น่านฟ้า
ติณณภพ
ไดม่อน

ติณณภพ
  วันนี้ซอมพอบอกว่าพ่อกับแม่ของเขาจะบินมาหาเขาจากเชียงใหม่ ผมเลยอยากจะเจอท่าน ซอมพอก็เลยชวนผมไปทานอาหารกลางวันที่คอนโดด้วยเลย แม้มันช่างตื่นเต้นซะไม่มีละผม แต่งตัวอยู่หน้ากระจก ตรวจสอบว่าผมดูดีพอหรือยัง เล่นเอาผมที่ค่อนข้างหัวนอกคนนี้ขาดความมั่นใจจนแม่ต้องมาช่วยผมเลือกและก็ได้สีสุภาพที่สุด ผมไม่ลืมที่จะซื้อพวกโสมและรังนกเพื่อให้ทานเป็นของขวัญในฐานะที่เจอกันวันแรก

“ติ้ง” เสียงลิฟท์จอดนะชั้นที่ซอมพออยู่ ประตูลิฟท์ก็เปิดออกและสิ่งทีผมพบเจอคือนายไดม่อนที่เดินผิวปากลงมาจากบันไดเพราะว่ามันอยู่เลยซอมพอไปหนึ่งชั้นนั้นเอง เดินถือแก้วน้ำชาที่มีฝาลายเบญจรงค์ อย่าบอกนะว่าซอมพอก็เชิญนายไดม่อนไปด้วย

“ลุงมาทำไม “  “นายไดม่อนทันทีที่เขาหันมาเจอผมก็ต้องผงะและร้องทักผมทันที

“นายละมาทำไม”ผมถามนายไดม่อนกลับทันที ตาผมสองคนประสานกันเปรี้ยงปร้างเลยทีเดียว

“ก็มาหาพ่อแม่พี่ซอมพอ” นายไดม่อนบอกผม

“ฉันก็มาหา ว่าที่พ่อตาแม่ยาย” ผมพูด

“ฮาๆ  คิดเองเออเองหรือเปล่า “ ดูมันพูด

“นี้นาย” ผมชี้หน้าแต่ทันใดนั้นลิฟท์ก็เปิดออกมาและคนที่ออกมาก็คือน่านฟ้า เขามองผมสองคน

“จะตีกันเหรอถ้าจะตีกันฉันจะได้บอกพ่อแม่ฉันว่านายสองคนไม่มาทานอาหารด้วยและเราจะได้ใช้เวลาครอบครัวด้วยกันแค่ฉัน น้องฉันและพ่อกับแม่” น่านฟ้าพูด พร้อมกับยืนเอามือเท่าวะเอวมองผมสองคนสลับไปมา

“พี่น่านครับ สวัสดีครับ  แม้ผมก็อยากเจอคุณพ่อคุณแม่ของพี่กับพี่ซอมพอนะครับ ผมเอาอันนี้เป็นเครื่องลายครามที่พ่อผมสั่งมาจากประเทศจีนครับ” นายไดม่อนรีบโอ้อวดสรรพคุณทันที

“ของฉันนี้ เพื่อสุขภาพ โสมและรังนก”

“มาจากประเทศจีน?” น่านฟ้าหันมาถามผม

“ก็ไม่รู้ซิแต่อันนี้ของแท้”ผมพูด น่านฟ้าก็ถอนหายใจและ

“ถ้าจีนเก็บไว้เถอะ เพราะว่าพ่อกับแม่ฉันไปประเทศจีนบ่อย ท่านมีเพื่อนที่นั้น พวกนายไม่ต้องท่อสังชารไปซื้อหรือสั่งมาหรอกนะ “ น่านฟ้าพูดทำเอาผมกับไอ้ไดม่อนหุบยิ้มทันที และผมก็เดินตามน่านฟ้า โดยมีนายไดม่อนที่คอยหันมาแยกเขี้ยวใส่ผม

“ตกลงจะกัดกันไหม” น่านฟ้าหันมาถามผมสองคน  ผมก็ส่ายหัวพร้อมกันและนายน่านฟ้าก็เปิดประตูเข้าไป

“อ้าวมาแล้วคุณ แขก” พ่อของน้องซอมพอกับน่านฟ้าแน่ๆ ผมก็รีบยกมือไหว้ ส่วนนายไดม่อนก็รีบเดินปรีเข้าไป มันไปเรียกคะแนนแม่ของซอมพอ มันตรงไปไหว้อย่างเร็ว ผมก็รีบเช่นกันครับ

“คุณแม่สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แม่ของซอมพอ  แม่ของซอมพอเรียกว่าสวยทีเดียว มิหน้านะซอมพอถึงได้น่ารักขนาดนี้ 

“สวัสดีค่ะ คุณติณณภพใช่ไหมค่ะ และนี้ไดม่อนละซิ”

“ใช่ครับผมติณณภพ “ผมพูดและส่งของที่ผมซื้อมาฝากให้กับแม่ของซอมพอ

“ที่หลังไม่ต้องนะคะ “

“แม่ผมนะเขาเน้นทานพวกผัก อาหารที่สดและสะอาด ไม่เน้นทานยาบำรุงหรอกครับคุณ!” เสียงน่านฟ้าที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์พูดลอยๆมา 

“มีคนซื้อฝากเยอะแต่แม่ไม่ค่อยชอบนะ แต่ไม่เป็นไรเอาไปให้พี่สาวพ่อเขาได้เขาชอบ” แม่ของซอมพอพูด ผมก็ยิ้มครับ แต่คนที่ยืนข้างๆผมทำปากมุบมิบ

“นี้ครับคุณแม่ของฝากจาก”

“ประเทศจีน “ อันนี้น่านฟ้า ผมเห็นสีหน้าแม่ที่รับ ผมหันไปอดขำมันไม่ได้ไอ้ไดม่อน

“คุณแม่ไม่ชอบเหรอครับ”

“แม่มีเยอะแล้วแต่ก็ได้จ๊ะ เดี๋ยวเสียน้ำใจ” แม่ของซอมพอพูดและรับไป

“แม่ซอมพอไปไหนอะ”น่านฟ้าถาม ผมก็หันไปมองรอบอยากจะถามอยู่เหมือนกัน

“แต่งตัวอยู่ยังไม่ออกมาเลย”

“ฮ่ะ จะแต่งอะไรนานขนาดนั้นเนี๊ยะแม่” น่านฟ้าพูดและลุกขึ้นคงจะเดินไปตามซอมพอ ผมก็มองตามแต่ไอ้แค่มอง

“เชิญนั่งเลยคะ “แม่ของซอมพอบอกผมสองคนให้นั่งลงที่โต๊ะอาหารที่จัดรอไว้แล้วและผมก็เห็นว่าซอมพอเดินออกมาในชุดสบายๆ เสื้อเชิ๊ตและกางเกงขาสั้นไม่สั้นมาก เสื้อเชิ้ตพับแขนดูน่ารัก และทรงผมยุ่งๆแต่ยุ่งแบบน่ารักที่สุดของผม

“จะแต่งอะไรนานขนาดนี้นายนิ” น่านฟ้าบ่นซอมพอ ซอมพอยิ้มมาที่ผม ผมคิดว่าผมคนเดียวแต่นายข้างๆผมจะฉีกยิ้มทำไม

“เขาไม่ได้ยิ้มให้นาย” ผมกัดฟันบอกนายไดม่อน

“ก็เขายิ้มมาทางนี้ “ นายไดม่อนพูด

“ทางฉันนี้” ผมพูด

“ลุงนี้เป็นโรคที่ควรจะรีบหาหมอรักษาเลยนะ โรคคิดไปเอง มโนเก่ง” ผมหันไปจะแยกเขี้ยวใส่แต่พ่อตากระดกแว่นมองผมสองคนและผมก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้มันซะงั้นและพ่อของซอมพอที่ลุกมานั่งหัวโต๊ะและน้องซอมพอที่นั่งตรงข้ามกับผมส่วนแม่ของซอมพอก็นั่งใกล้พ่อของซอมพอนั้นเอง และผมก็หันมาเจอนายน่านฟ้าที่นั่งท้ายโต๊ะใกล้กับผม

“แม่ทำอาหารเหนือให้ทานกันนะคะ หวังว่าจะไม่เผ็ดไปนะ “  คุณแม่ของซอมพอพูด

“ถ้าแค่นี้ทานไม่ได้ อยู่ที่บ้านไม่ได้นะ เพราะนี้คืออาหารหลักของที่บ้านเลย เราไม่ค่อยทานอาหารนอกบ้าน ฟาสฟูดส์และ จั้งฟู้ดส์ ” น่านฟ้าพูดลอยๆ และหยักคิ้วให้ผมสองคน ผมหันมามองไอ้ไดม่อน ไอ้เด็กน้อยมึงทานไม่ได้หรอก

“แม่ใส่พริกเยอะเหรอ” ซอมพอถามแม่ของเขา

“ไม่หรอกแต่ก็ใส่หน่อยๆให้พอมีรสชาตินะซอมพอ แม่รู้เราไม่ทานเผ็ด มีแต่พ่อกับพี่เราเท่านั้นและวันนี้มีแขกมาด้วย ไม่ใส่เยอะหรอกลูก” นั้นทำให้ผมยิ้มอย่างสบายใจ

“พี่ซอมพอครับ ผมว่าจะชวนไปดูหนังเข้าใหม่ “ ไอ้ไดม่อนชิ้งถามซอมพอ ทำให้น่านฟ้าเหล่ตามอง ผมก็จัดการมันเลย

“วันไหนเหรอไดม่อน”ซอมพอถามไดม่อน

“วันนี้ครับ” นายไดม่อนพูด

“วันนี้พี่อยากอยู่กับแม่เนื้อนวลนะ ขอโทษนะ เพราะว่าแม่อุตสาบินมาหาพี่นะ” ผมนี้อยากจะเซย์เยสดังๆ เพราะความซะใจ

“เก็บอาการได้ไหมลุง” ไอ้หนุ่มข้างๆผมมันกระซิบกับผม ผมก็แอบส่งนิ้วกลางใต้โต๊ะอาหารให้ไป 

“อันนี้อะไรเหรอครับซอมพอ” ผมถามซอมพอและชี้ไปที่แกง”

“อันนี้แกงแคไก่ครับพี่ติณ อันพี่น่านฟ้าทำเองเลย” ซอมพอพูดทำให้ผมหันไปมองน่านฟ้านี้นะที่ทำอาหาร

“ผมแนะนำ ลองทานเลย ถ้าไม่ลองนี้ผมคงจะ” น่านฟ้าพูดและทำท่าคิดหรี่ตานิดหน่อยมันช่างน่าคิดนะว่าผมควรจะกินดีไหมแต่พี่แฟนทำก็ต้อง

“ได้ครับเดี๋ยวลอง” ผมพูดและทำท่าจะตักแต่ก็กลัวๆกล้าๆ

“อะไรกันลุงป๊อดเหรอ” นั้นไอ้ไดม่อมมันก็ชิ้งตักไปก่อนผมและจัดการชิมทันทื  พอมันเคี้ยวได้มันก็มองหน้าผมและหันไปหันมา ผมว่ามันเป็นอะไรของมัน ยาพิษเหรอ

“พี่ซอมพอครับผมขอน้ำหน่อยครับ...อู้ยยยยยย ซู้ดดดดดดด” ดูสีหน้าไดม่อนมันแดงขึ้นมาอย่างไวเลย ก็มันขาวมาก  ผมรีบวางช้อนลงก่อนไม่กล้ากินครับ

“ตายแล้วลูก ซอมพอหาน้ำลูกหาน้ำให้น้องหน่อย ”แม่ของซอมพอก็ตกใจ แต่ผมเห็นน่านฟ้าตักทานแบบไม่มีอาการอะไรเลย ผมเองก็มองที่ผมตักมาพักไว้ก่อนจะดีกว่า

“ไดม่อนอะน้ำ” ซอมพอรีบวิ่งไปหาน้ำมาให้เลยและไดม่อนมันก็กระดกน้ำลงคอไปอย่างไว้

“ใจเย็นพ่อคุณ ระวังลำลักลูก”แม่ของซอมพอพูดร้องปราม

“ถ้าเผ็ดมากอันนี้ดีกว่าไหมจอผักกาดไดม่อน “ ซอมพอแนะนำ

“พี่น่านทำไมใส่พริกซะเยอะเลยละ” ซอมพอบ่นน่านฟ้า ผมก็คงไม่กล้าทานเช่นกัน

“พี่ติณครับ อันนี้ไหมครับ ผัดยอดมะระหวานกุ้งสด ผมชอบมาเลยนะ” ซอมพอพูดและตักมาให้ผม ผมก็ยิ้มขอบคุณ ผมนั่งทานแต่เลือกเฉพาะที่ไม่เผ็ด รวมทั้งไดม่อนด้วย ผมหันเหล่ตามอง เป็นยังไงละ ซ่าดีหนัก

“น้ำพริกหนุ่มก็มีนะลูกไม่เผ็ดแม่ทำแบบที่ซอมพอเขาชอบ” แม่ของซอมพอพูดผมก็ตักมาชิ้มนิดๆก่อน ไม่เผ็ดจริงๆด้วยน้ำพริกกะปิบ้านผมเผ็ดกว่า

“พี่น่านครับ นั้นรูปพี่ถือเหรียญรางวัลเยอะแยะเลย พี่เป็นนักกีฬาด้วยเหรอครับ” ไดม่อนถามขึ้น ผมก็มอง ภาพนั้นผมยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ ตอนนั้นที่มารูปนี้ก็ยังไม่มีด้วย น่านฟ้าหันไปมองและพยักหน้า

“ใช่ครับพี่เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียนและมหาลัย”น่านฟ้าตอบ

“กี่ฬาอะไรเหรอครับพี่” ไดม่อนถาม

“นักมวยสากลครับ” น่านฟ้าพูด

“พล้วด!!   แคร๊กๆ ” ผมครับที่กำลังสดน้ำซุบถึงกับสำลักทันทีและนายไดม่อนอีกคน  น่านฟ้าเงยหน้ามองผมสองคน สลับไปมาเหมือนท้าดวลแต่ติณไม่ครับไม่สู้คน
“พี่น่านฟ้านะ เป็นแชมป์ได้เหรียญทองตั้งแต่ม.1เลยนะ” ฮะ ต่อยมวยตั้งแต่ม.1 เลยเหรอ ซอมพอพูดขึ้น ผมก็หันไปคว้ากระดาษมาซับเหงือที่อยู่ดีดีก็แตกผลักขึ้นมา แม้นึกถึงคืนนั้นถ้าโดนไปนี้ติณคงสลบเหมือดแน่ๆ

“ตอนนี้ก็มีชกโชว์นักท่องเที่ยวบ้างให้กับงานจังหวัดแถมยังชกกับนักท่องเที่ยวฝรั่งด้วยนะ” ซอมพอพูด ผมก็กลืนน้ำลายลงคอเข้าไปอีก ส่วนอีกคนก็ยิ้มไม่ออกเลยซิมึง

“หน้าซีดกัน ร้อนเหรอ หรืออาหารเผ็ดไป แต่ดูแล้วน่าจะใกล้เป็นลม” น่านฟ้าพูด และมองหน้าผมสองคน

“อืมม นั้นซิ เป็นอะไรหรือเปล่า” พ่อของซอมพอมองหน้าผมสองคนและถามด้วยความเป็นหวงเป็นใย

“ไม่เป็นอะไรครับสบายดี” ผมสองคนตอบพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย พวผมก็ทานกันไปอย่างสงบ ไม่กล้าหืออืออะไรกันเพราะถ้ามีหันมาแยกเขี้ยวใส่กันและน่านฟ้าอาจจะโมโหผมและไอ้ไดม่อนอาจจะได้ตายอย่างสงบศพสีชมพูแน่ๆ

“ขอบคุณนะครับคุณแม่”ผมบอกแม่ขอบซอมพอ ขอบคุณที่ทำอาหารอร่อยให้ผมทานกัน ผมไม่เคยลองทานอาหารเหนือมาก่อน และพวกผมก็ไปนั่งคุยกันกับพ่อของซอมพอ ผมก็คุยกันเรื่องพ่อแม่ของพวกผม คุยไปคุยมาเลยคิดว่าควรจะขอตัวกลับดีกว่า ผมดูแล้วซอมพอน่าจะคิดถึงแม่ของเขามาก ผมเลยคิดว่าให้เขาได้อยู่กับครอบครัว

“ซอมพอ พี่มารับไปทำงานนะครับพรุ่งนี้” ผมบอกซอมพอ

“ครับพี่ติณ พี่ติณครับผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้คุยกับพี่เท่าไหร่ ปล่อยให้พี่คุยกับพ่อและพี่น่าน เพราะว่าผมคิดถึงแม่เนื้อนวล” ซอมพอพูด ผมหันมายิ้มให้

“พี่เข้าใจครับ “ ผมบอกซอมพอและหันไปเห็นไอ้ไดม่อนที่ยังคุยกับพ่อของซอมพอ

“คุณพ่อครับผมลาเลยนะครับ ผมจะไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณป้ากับคุณพ่อคุณแม่นะครับวันนี้” ผมบอกพ่อของซอมพอ และก็มองนายไดม่อนขยิบตาว่ามันก็ควรจะกลับได้แล้ว

“คุณจะไปแล้วเหรอ” น่านฟ้าถามผม พร้อมกับเดินมาประชิดตัวผมและผมรู้สึกว่าขยุกขยิกอะไรที่มือผม

“ครับผมมีธุรนะครับ “ ผมบอกน่านฟ้า และเขาก็แอบหยัดเศษกระดาษใส่มือผม และขยิบตาผมก็เข้าใจแหละวาผมควรจะเก็บไว้ค่อยอ่าน

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณมากนะครับอาหารอร่อยมาก “ ผมยกมือไหว้ลาท่าน

“นายก็กลับได้แล้ว ไดม่อน “

“พี่ส่งแขกเลยเหรอ”ไอ้ไดม่อนพูด ผมก็มองทำนิ้วเฉือดคอให้ดู

“เออ... กลับก็ได้ครับพี่น่านฟ้า ถ้ามีโอกาส ผมจะชอเชิญไปทานอาหารกับพ่อแม่ผมบ้างนะครับ ถ้ารอบหน้าคุณพ่อคุณแม่มากรุงเทพกันอีก” นายไดม่อน

“ไปกันได้แล้วหมดเวลา” น่านฟ้าพูดและชี้ให้ผมสองออกไปทางประตู

“พี่ซอมพอ วันไหนวางเราไปดู....หนัง..กันนะพี่  ..”ไอ้ไดม่อนมันหันไปพูดกับซอมพอแต่น่านฟ้าดันมันออกให้ได้จนอกมานอกห้อง

“เชิญ บ้านใครบ้านมัน” และผมก็หันมาเจอไอ้เด็กหนุ่มหน้าตี๋ที่ยืนมองผมก่อนจะสะบัดเดินออกไป เพราะว่าห้องพักมันอยู่ขึ้นไปหนึ่งชั้น ผมก็เดินไปกดลิฟท์โชคดีที่ลิฟท์มาถึงพอดี พอเข้าไปในลิฟท์ผมก็คลี่กระดาษที่น่านฟ้าหยัดใส่มือผมไว้ ออกมาอ่าน

[รอผมที่ล๊อบบี๊ชั้นล่าง ผมมีเรื่องจะคุย ]  น่านฟ้าเขียนบอกผม ผมก็แปลกใจนะ แต่ก็เอาวะ ผมเดินลงมาก็ไปหาที่นั่งรอ เขาคงไม่ได้เล่นตลกอะไรกับผมหรอกนะ และไม่นานผมก็เห็นเขาเดินออกมาจากลิฟท์ เขาคงลงมาไล่ๆกับผม

“คุณรีบไหม” น่านฟ้าถามผม ผมก็ส่ายหัว

“ไม่รีบหรอกแต่ที่ผมขอตัวกลับผมคิดว่าซอมพออยากใช้เวลากับพ่อแม่มากกว่า” ผมบอกน่านฟ้า เขาก็ยิ้มให้ผมแบบเท่ๆ  แม้ถ้าเป็นสาวๆ หรือสายรับคงละลายละครับ 

“ไปหาที่นั่งคุยกันตรงโน้น” น่านฟ้าบอกผม ผมก็เดินไปมันเป็นมุมหนึ่งของทางคอนโด ผมก็มองน่านฟ้า เขาก็นั่งลง สีหน้าเขาบอกว่าค้อนข้างซีเรียส

“มีอะไรหรือเปล่าคุณ” ผมถามเขากลับ

“คุณรักน้องผมจริงไหม” น่านฟ้าถามผมเขาประสานมือไว้ด้วยกันด้านหน้าและมองผม

“ผมตอบตรงๆ ไม่เล่นนะ ผมรักจริง ผมไม่เคยรักใครแบบนี้เลย “ผมบอกน่านฟ้า เขาก็วางแว่นตาราคาแพงลง

“พ่อกับแม่และผมเป็นหวงเขามาก เขาเป็นเด็กโลกสวย คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม”

“อืม”ผมพยักหน้าเพราะเท่าที่ผมรู้จักซอมพอเป็นแบบนั้นจริงๆ

“ช่วงนี้ผมมีปัญหาที่ไร่ชา คนงานกำลังจะเรียกร้องสวัสดิการต่างๆและไหนจะมีคนเข้าตรวจสอบอีก ผมอาจจะไม่ได้มาหาซอมพอสองสามอาทิตย์ จนกกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น” น่านฟ้าพูด

“ผมฝากน้องผมกับคุณได้ไหม”

“ได้ซิ ผมยินดีเพราะว่าผมรักเขา”

“แต่ผมอยากให้คุณสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรน้องผม หรือที่เขาเรียกชิงสุกก่อนห่าม “ น่านฟ้าพูด ผมก็มองหน้าเขา

“ต่อให้น้องผมเป็นผู้ชายก็เถอะ” น่านฟ้าพูด

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะเก็บสิ่งนั้นไว้เมื่อถึงเวลาของมันเช่นกัน “ผมบอกกับน่านฟ้า

“ผมเชื่อว่าน้องผมก็ไม่ใช่คนแบบนั้น เพราะตั้งแต่แฟนคนแรกของเขาแล้วแต่มันก็ทิ้งน้องผมไปซะก่อน ผมเฝ้าดูแลหวงแหนเขามาก ต่อให้บางครั้งเขาจะมองว่าผมวุ่นวายผมก็ไม่แคร์เพราะว่าเขาคือทุกอย่างของผม ของพ่อแม่ผม” น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้า

“นี้คือคีย์การ์ด ผมให้คุณไว้เพื่อว่าซอมพอมีอะไร คุณจะได้มาช่วยเขาทัน “ น่านฟ้าพูดและส่งคีย์การ์ดให้ผมถือไว้

“เรื่องนี้ที่เราคุยกันมีแค่ผมกับคุณ อย่าบอกซอมพอ เพราะว่าเขาจะกังวล และรู้สึกผิด แต่เรื่องภายในครอบครัวผมจัดการเองได้ ผมเห็นเขามีความสุขกับสิ่งที่เขาชอบก็พอแล้ว” น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้า

“คุณกลับบ้านเถอะ ขับรถดีดีนะ” น่านฟ้าพูด ผมก็เงยหน้า มามุขไหนนะ

“เวลาคุณไม่ดุนี้ก็ชิสุดีดีนี้เอง “ผมพูด เขาก็หันมามองหน้าผม

“และถ้าเวลาผมดุละ” น่านฟ้าถามผม

“ก็ร๊อตไวเลอร์เถอะครับคุณ” ผมพูด น่านฟ้าหันมากอดอก ชิบหายแล้วผม ดันหลุดปากไปได้ยังไง มันนักมวยนีหว่าผมลืมสนิทเลย

“ผมล้อเล่นนะคุณ”

“ดีที่ผมสัญญากับซอมพอว่าจะไม่ต่อยใครอีกจะไม่ใช้กำลังอีก เพราะล่าสุดผมต่อยแฟนซอมพอจนปากแตก คิ้วแตก เนื่องจากว่าผมเข้าใจผิดคิดว่ามันทำมิดีมิร้ายน้องผมไปแล้ว” ผมก็ถอยดีกว่าไม่เอาดีกว่า แค่ยิ้มแบบเว้นระยะห่าง คิดในใจเราควรห่างกันสักพัก

“ผมรีบไป ไปก่อนนะ ถ้ายังไงผมจะดูแลซอมพอให้อย่างดี”

“ดูแลอย่างดี ไม่ต้องดีมากจนทำอะไรซอมพอน้องผม เออ เดี๋ยวเอาเบอร์คุณมาผมจะได้โทรถามเพราะว่าซอมพอไม่ค่อยอยากจะบอกผมเท่าไหร่” น่านฟ้าถามผม และแย้งมือถือผมไปกดเบอร์เขาใส่เครื่องเองเลยและโทรหาเขาเองอีกต่างหาก และส่งโทรศัพท์คืนผมมา

“ให้ใส่ชื่อว่าอะไรดีละครับคุณน่าน พี่เขยเลยได้ไหม”  ผมถามน่านฟ้า

“กร๊อบๆ” เสียงบีบมือเหมือนจะเตรียมขึ้นชกใครสักคนและในระแวกนี้ก็มีแค่ผม 

“อู้ยยยย   ผมล้อเล่นนะน่านฟ้า ชื่อน่านฟ้าแล้วกันนะ” ผมพูดและใส่ชื่อลงไปแต่เป็นพี่เข้มแทนฮาๆ และรีบขอตัวเดินออกก่อนจะว่าไปก็ถือว่าผ่านไปขั้นหนึ่งนะได้คีย์มาถือไว้และได้ดูแลน้องซอมพอ เอาวะ เราต้องซื้อใจให้ได้ ยังไงตอนนี้ผมก็ได้ดูแลซอมพอแล้วด้วย ถือว่าได้ไพ่เหนือไอ้เด็กนั้นไปครึ้งหนึ่งได้เลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2020 18:21:46 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอ X ติณณภพ   
  วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมมาทำงานที่บริษัทของพี่ติณณภพและผมก็ทำงานที่ได้หนึ่งเดือนพอดีเลย วันก่อนพ่อกับแม่บินมาหาผมและวันนั้นพี่ติณณภพก็ไปหาผมเพื่อพบพ่อกับแม่ผมและนายไดม่อนด้วย แถมยังตีกันอีกแต่ก็ไม่ได้ต่อยตีอะไรกันหรอกครับก็แค่เล่นสงครามน้ำลายกันหน่อยๆ ผมนี่ละกลัวว่าพ่อจะบังคับให้ผมกลับบ้านที่เชียงใหม่เหลือเกิน เพราะว่าตอนนี้ผมกำลังสนุกกับงาน

     และผมยังได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ถ้าอยู่บ้านก็มีคนทำให้หมด แต่นี้ผมต้องทำเองทุกอย่างแม้กระทั้งซักผ้าตากผ้า ผมก็ต้องทำเอง ยกเว้นอาหาร ก็ตอนเช้าผมก็ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ตอนเที่ยงก็ทานอาหารตามร้านค้า แต่ช่วงหลังมานี้ส่วนใหญ่ไปกับพี่ติณณภพและตอนเย็นก็ไดม่อนที่ขยันพาผมไปหาที่ทาน ผมก็ดีนะไดเปิดหูเปิดตากับเขาเยอะเหมือนกัน  แต่ดีมันทำให้ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องพี่ณุกเลย ผมลืมเขาไปพักหนึ่งแล้วนะ

“พี่ติณณภพครับ ผมขอไปส่งแฟ็กซ์แบบงานให้บริษัทที่รับทำแหวนทองคำขาวให้กับเรานะครับ” ผมบอกพี่ติณณภพ พี่ติณณภพเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่มาให้พี่เขาเซนต์ได้ทุกวัน มันทำให้ผมไม่แปลกใจทำไมพี่ติณณภพถึงบอกว่าไม่มีเวลาไปมองหาใครมาเป็นแฟน

“อย่าไปนานนะครับ” พี่ติณณภพบอกผม ผมหันไปทำปากรูปตัวโอ \\o// 

“เดี๋ยวพี่คิดถึงครับ” พี่ติณณภพพูด

“แม้พี่ติณอ่ะ ผมเดินไปไม่ถึงสิบเก้าเลยก็กลับแล้ว” ผมพูดและทำแก้มป่อง

“เดินระวังด้วยนะครับน้องซอมพอ” ผมหันไปมองพี่ติณทำไมอีกอ่ะ

“หัวใจพี่หล่นอยู่แถวนั้นครับ เดี๋ยวจะเยียบ” พี่ติณพูด ทำเอาผมยืนทำท่าคิดว่า

“เมื่อเช้าพี่กินอะไรผิดไปหรือเปล่าครับพี่ติณ พี่สบายดีไหมครับ” ผมหันไปถามพี่ติณณภพ เพราะว่าวันนี้พี่เขาหยอดผมน่าดู

“ต้องถามซอมพอมากกว่าเอาอะไรใส่กาแฟให้พี่เพราะพี่รู้สึกไม่ค่อยดี ดูแล้วท่าจะแย่”พี่ติณณภพพูดนั้นหันมาโทษผมอีกก็เขาใช้ผมไปชงกาแฟให้ ผมก็ทำท่านึก

“ก็กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะและน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ และครึ้งแก้วหน่อยๆ “ ผมพูด

“เฮ้ยย พี่สั่งผม 2 ช้อนชาใช่ไหมครับไม่ใช่สองช้อนโต๊ะ  ผมขอโทษครับพี่” ผมรีบขอโทษพี่ติณทันที มือใหม่หัดชงก็แบบนี้

“ฮาๆ ทำเอาพี่นี้ตาค้างไปทั้งคืนนี้แน่เลยซอมพอแต่ พี่ก็ดื่มหมดนะ คนชงหวานกาแฟขมๆก็เลยหวานไปเลย” นั้นหยอดผมอีกแล้ว ผมหันไปแลปลิ้นให้ ก่อนจะรีบออกจากห้องไปเพราะว่าคนที่จะแย่คือผมนะ โดนหยอดขนาดนี้ ใจที่แข็งๆจะอ่อนเอานะ ผมสัญญากับพ่อแล้วว่าจะไม่มีแฟนเป็นผู้ชาย แต่จริงๆแล้วผมก็นะรอใครสักคน เหมือนผมกับเขายังไม่จบจากกันผมแค่รอว่าให้เขามาบอกว่าทำไมเขาถึงหายไปแค่นั้นมั้ง

“เดี๋ยวนี้ชูคอใหญ่เลยนะ “ ขณะที่ผมกำลังกดส่งแฟล็กซ์  ก็มีคนทักผมจากด้านหลัง ผมหันไปมองก็เป็นพี่วุ้นที่ยืนกอดอก รอส่งเอกสารเช่นกัน ผมหันไปยิ้มให้

“สวัสดีครับพี่วุ้น” ผมทักทายเขาเพราะว่าเราทำงานที่เดียวกัน แต่พี่วุ้นกับเบ๊ะปากใส่ผม

“คิดว่าคุณติณเขาจะเอาไปเชิ้ดชูเป็นศรีภรรยาเหรอ หึ ไม่เจียมตัวเลย มีใครเอาผู้ชายตุ๋ดอย่าวเธอขึ้นแท่นเป็นภรรยายะ ไม่มีหรอก”ผมหันมามองหน้าเขาแต่ผมคิดว่าไม่โต้ตอบจะดีกว่า ผมก็เลยเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกหลังจากที่ผมส่งแฟล็กแล้ว แต่จังหวะที่ผมกำลังหมุดตัวออก ผมก็ทำกระดาษแฟล็กซ์หล่น ผมก็เลยก้มลงเก็บ

“โอ้ยย” ผมรู้สึกเจ็บเพราะว่าพี่วุ้นเขาเอาส้นรองเท้าแหลมของเขาเหยียบที่หลังมือผม แม้ว่าจะรีบชักออกผมก็ชักมือกลับเช่นกันผมเงยหน้ามองเขา

“ขอโทษนะ ไม่เห็น!” เขาพูดเน้นเสียง

“แต่กรูเห็น!”  พี่กัสเดินมายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พูดขึ้นและรีบเดินมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นทันที พี่กัสจ้องตากับพี่วุ้น

“เห็นอะไรย๊ะ!” พี่วุ้นถามพี่กัส ผมก็แตะแขนพี่กัสว่าพอเถอะ

“เห็นว่าหลอนนะตั้งใจเหยียบมือน้องซอมพอไง ทำไมชะนีว๊อก หน้านีลอยไปถึงดาวอังคารแล้วย๊ะหลอน” พี่กัสพูด ทำเอาพี่วุ้นนี้โกรธจนตัวสั้นเลย

“อีนี่ เดี๋ยวมึงได้หางานใหม่แน่ รู้ไหมว่ากูใคร”พี่วุ้นมาต่อว่าพี่กัสและชี้ตัวเองว่าเขาคือใครแต่จังหวะนั้น

“แล้วเธอเป็นใครละ” ผมสองคนหันไปมองต้นเสียงเพราะว่านี้ไม่ใช่เสียงของผมกับพี่กัสแต่เป็นแม่ของพี่ติณที่เดินมายืนด้านหลังพี่วุ้น ผมสองคนยกมือไหว้ทันที แต่ท่านทำนิ้วจุปากไม่ให้ส่งเสียง

“กูนี้ลูกสาวเพื่อนสนิทของแม่พี่ติณ ไม่ต้องไหว้ฉันหรอก ยังไงฉันก็จะบอกแม่ฉันให้บอกคุณแม่พี่ติณว่าให้ไล่แกออก” พี่วุ้นพูดและทำท่าชี้หน้าชี้ตาผมสองคน

“ถึงสนิทฉันก็ไล่ออกได้นะ แต่ไม่ใช่พวกเขาแต่เป็นเธอ แม่วุ้น” เสียงนั้นทำเอาพี่วุ้นตกใจก่อนจะหันไปมอง พี่กัสนี้ยกมือปิดปากขำอย่างซะใจ

“อะไรกันนี้ ทำไมต้องเสียงดังโวยวายด้วยละแม่วุ้น และนี้เธอไปทำอะไรซอมพอเหรอ” คุณแม่พี่ติณถามพี่วุ้น

“คุณแม่สวัสดีค่ะ”

“เรียกฉันเหมือนเดิมเถอะ คุณน้า ไม่ใช่คุณแม่และเธอทำไมทำกิริยาแบบนี้กับพนักงานของเรา ฉันนี้นะยังไม่เคยทำกิริยาแบบเธอเลยนะวุ้น มันดูไม่ดีเลย ไม่ว่าในสายตาใครก็ตาม รวมถึงพนักงานกันเองก็เช่นกัน “ แม่ของพี่ติณณภพพูด

“พอดีกัสจะมาหาซอมพอค่ะคุณท่าน คุณติณบอกว่าซอมพอมาส่งใบงาน ก็เลยเดินมาดูคะ และก็เห็นชะนีนางหนึ่งมันเอารองเท้าสนสูงเหยียบที่หลังมือซอมพอค่ะ แต่ดันบอกไม่เห็น!” พี่กัสพูดผมทำท่าจะห้ามแต่พี่กัสห้ามผมแทนซะนิ

“จริงเหรอแม่วุ้น เธอทำแบบนั้นจริงๆเหรอ” คุณแม่ของพี่ติณณภพหันไปถามพี่วุ้น พี่วุ้นหันมามองหน้าผม

“คือว่าวุ้นไม่เห็นนะตอนที่น้องเขาก้มลงและวุ้นก็รีบค่ะ อันนี้เอกสารสำคัญนะคะต้องรีบส่งค่ะคุณน้า” พี่วุ้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“แล้วซอมพอละ แม่วุ้นทำแบบนั้นกับเราจริงหรือเปล่า” แม่พี่ติณหันมาทางผม พี่กัสก็ใช้ไหล่กระแทกไหล่ผมให้ผมพูดออกไป

“คือผมก็คิดว่าพี่วุ้นเขาไม่เห็นนะครับ “ พี่กัสหันมามองผม ผมขยิบตาไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้

“เอาละ แล้วหนูซอมพอเป็นอะไรมากไหมละ ไหนให้แม่ดูซิ มือใช่ไหมลูก”แม่ของพี่ซอมพอขอดูมือผม ผมก็ส่งให้ดู มันเป็นรอยส้นรองเท้าอยู่ แม่พี่ติณก็นิ่งและหันไปมองพี่วุ้น

“ที่หลังเธอต้องระวังหน่อยนะแม้วุ้น และอันที่จริง ไม่ต้องใส่ซะแหลมขนาดนี้ก็นะ ดีนะที่ไม่ได้บาดมือซอมพอละ” คุณแม่พี่ติณหันไปต่อว่าพี่วุ้น พี่วุ้นก็ยิ้มแหยๆแต่แอยหันมาจิกผมด้วยสายตาที่อาฆาต ผมไม่อยากสร้างสัตรูเลยจริงๆ แต่พี่กัสซิไม่ยอมหันไปส่งสายตา

“เอาละ ต่างคนต่างพากันไปทำงานแล้วกันนะ “ แม่ของพี่ติณพูด

“ซอมพอละลูกส่งแฟล็กซ์แล้วหรือยัง” คุณแม่พี่ติณณภพถามผม ผมก็พยักหน้าว่าส่งแล้ว

“แล้วกัสเราจะคุยกับซอมพอหรือเปล่า “ แม่พี่ติณหันไปถามพี่กัสบ้าง

“ค่ะ พอดีมีใบงานมาว่าจะมาถามซอมพอค่ะ เขาเก่งมากค่ะ” “ พี่กัสพูด จัวหวะที่พี่วุ้นกำลังเดินออกพี่เขาก็หันมาเบะปากใส่ผมลับหลังคุณแม่พี่ติณ ผมก็รีบดึงแขนพี่กัสไปหาที่คุยทันที เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องไม่ยอมจบแน่ๆ

“พี่กัสมีอะไรครับ” ผมถามพี่กัส

“ทำไมไปยอมมันละลูก...ซอมพอ ดูซินางชะนีนี้ต้องเอาให้เข็ดหลาบ ดีนะที่คุณแม่พี่ติณเดินมาพอดี นางชะนีหน้าว๊อกและยังตีสองหน้าทำเป็นอิโนเซ้นอีก พี่นี่นะอยากจะกระโดดกัดหูมันให้รู้แล้วรูรอดไปเลย” พี่กัสพูดผมหันมามองพี่จะกัดหูเขาเลยเหรอ

“ผมไม่อยากมีเรื่องมากไปกว่านี้พี่กัส เอาเป็นพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”ผมพูดและถามพี่กัส

“พี่ว่าจะให้เราดูแบบอันนี้ให้พี่หน่อย “

“พี่กัสเก่งจังผมว่ามันสวยดีเลยนะครับ เอาเป็นว่าผมจะไปลองเสนอพี่ติณดูนะครับ พี่กัส” ผมพูดและรับกระดาษที่พี่เขาเขียนแบบแหวนส่งมาให้

“ถ้าพี่มีโอกาสอยากจะทำให้แฟนพี่เหมือนกันนะแต่มันยังไม่คิดจะขอพี่แต่งงานเลย “ พี่กัสพูดผมก็มองพี่กัส

“ผมว่าเรื่องแบบนี้ คนสองคนนะดีที่สุด เพราะว่าการแต่งงานไม่ได้บอกว่านั้นคือความสำเร็จของเส้นทางของความรักหรอกนะครับพี่กัส” ผมพูด

“น่ารักจริงๆเด็กคนนี้ ใสซะไม่มี แต่พี่ชอบเรานะ “ พี่กัสพูดก่อนจะเดินกลับห้องทำงานไป ผมก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานพี่ติณ แต่ผมไม่เห็นคุณแม่พี่ติณแล้ว

“คุณแม่พี่ติณละครับ” ผมถามพี่ติณณภพ พี่เขาหันมามองผมและลุกขึ้นมา

“แม่พี่บอกว่าวันนี้จะไปกับคุณพ่อพี่นะครับ ท่านจะไปตีกอล์ฟโชว์เพื่อนๆ “พี่ติณณภพพูดและเดินตรงมาหาผมและเขาก็คว้าข้อมือผมไปพลิกดูและมองหน้าผม ผมก็ดึงมือกล้บ

“แม่พี่บอกพี่ว่าวุ้นทำเราเจ็บ เดี๋ยวพี่จะไปพูดกับเขาเดี๋ยวนี้” พี่ติณณภพพูดผมก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่ติณดูสีหน้าเขาจริงจังมาก

“หมับ” ผมดึงแขนพี่ติณณภพเอาไว้

“พี่ติณ แค่ผมแย่งงานเขามาก็ผิดแย่แล้ว และนี้พี่ไปทำแบบนั้นอีก ชาตินี้เขาก็ไม่ให้อภัยผมหรอก” ผมพูด กับพี่ติณณภพ พี่เขาหันมามองหน้าผม

“พี่เป็นคนให้งานเรา ไม่ใช่แย่งเขามาและพี่ไม่ชอบให้เขาทำตัวข่มขู่ใครต่อใครไปทั่ว พี่ไม่เห็นด้วย”

“เอานะ อย่าพึ่งไปวันนี้เลย พี่วุ้นก็โดนคุณแม่พี่เอ็ดไปแล้ว พอแล้ว นะครับ” ผมพูดกับพี่ติณณภพ พี่เขามองผมและส่ายหัว

“พี่ทายาให้นะ รอพี่แป็ป” พี่ติณณภพพูดและเดินหายไปในห้องเล็กๆ ห้องนั้นจะมีพวกตู้ยาอยู่ และพี่เขาก็ออกมาพร้อมกับหลอดยาเล็ก แก้ฟกช้ำและพี่ติณก็เปิดหลอดยาและบีบยาออกมานิดหน่อยพี่ติณก็จับมือผมขึ้นและบรรจงทายาอย่างเบามือที่สุด ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูอ่อนโยนอย่างนั้นนะ

“อุ้ย” ผมมองพี่ติณณภพเพลินไปหน่อยจนพี่ติณเขาทายาให้ผมเสร็จแต่ผมยังคงมองเขาอยู่ พี่ติณก็ยิ้มให้ผม

“ขอบคุณครับพี่ติณ” ผมดึงมือผมกลับและขอบคุณพี่ติณณภพ

“ทำไมเราชอบทำหน้าตาน่ารักใส่พี่นะซอมพอ ห้ามไปทำหน้าตาแบบนี้กับใครนะ พี่ขอ” พี่ติณณภพพูดและก็ยกมือเขาขึ้นมาปัดผมที่หน้าผากผม มันทำให้ผมรู้สึกว่าคนที่ทำนี้ไม่ใช่พี่ติณกลับเป็นพี่ณุก ผมก็ส่ายหัวเพื่อไล่มันออกไป

“ริงงงงง” เสียงมือถือพี่ติณดังขึ้น” พี่ติณณภพหยิบขึ้นมาและมองหน้าผมก่อนจะกดรับสายนั้น


“ว่าไงตรี”

“อะไรนะเธอมาไทยแล้วหรอ ไหรบอกว่าจะมาอาทิตย์หน้าไงค่ะตรี” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ติณชี้ไปที่มือถือ พี่ติณก็บอกผมอย่างนั้น

“ตอนนี้ อยู่ที่ไหน จะให้พี่พาซอมพอไปทานข้าวด้วยเหรอ แต่พี่มีประชุมบ่าย พ่อกลับแม่ออกไปแล้วครับ ท่านไปตีกอล์ฟ อ้อจะเซอไพร์พ่อกับแม่เราว่างั้น ก็ได้แต่ไม่นานนะแล้วเรามากับใคร ไอ้ตัวดี อืมม เยี่ยม ได้ครับถ้าอย่างนั้นร้านเดิมเลยครับ สั่งอาหารไว้ให้พี่ด้วยนะครับและซอมพอไปถึงจะได้ทานเพราะว่าพี่ต้องรีบกลับมาประชุม ครับตรี บายครับ” พี่ติณณภพว่างสายและมองผมยิ้มๆ ผมก็มองแบบงง

“น้องสาวพี่บินกลับมาเซอไพร์พ่อกับแม่พี่ น่าไหมละ “ พี่ติณณภพพูด ผมก็ยิ้มแต่ก็ยังงอยู่ว่ามันไม่ดีตรงไหนละ

“เขาชวนเราไปทานอาหารเที่ยงตอนนี้เลย เพราะว่าพี่จะมีประชุมบ่ายโมงครึ้งครับ”พี่ติณณภพบอกผม 

“ไปตอนนี้เลยเหรอครับพี่ติณ” ผมถามพี่ติณ พี่เขาก็พยักหน้าว่าใช่ครับ ผมก็เก็บของบนโต๊ะ และพี่ติณก็เตรียมตัว ผมสองคนพากันเดินออกมาจากห้อง ผมเห็นพี่วุ้นเดินถือแฟ้มเอกสารมา  เมื่อเช้าผมเห็นเขาใส่เสื้อทับแต่ตอนนี้มันโชว์มาแค่สายเดี่ยวและกระโปรงที่เข้ารูปมาก หุ้นเขาดีทีเดียวเลยแหละ

“วุ้นมีอะไรครับ”

“พอดีมีเอกสารที่พี่ต้องเซนต์นะคะ วุ้นเลยเอามาให้ ว่าแต่พี่จะไปไหนเหรอคะ”พี่วุ้นถามพี่ติณโดยไม่หันมาแหลผมสักนิด ทำเหมือนมีแค่พี่ติณ

“พี่จะพาซอมพอแฟนพี่ไปทานข้าวครับ” พี่ติณณภพบอกพี่วุ้น ทำให้พี่วุ้นหันมามองผม

“อุ้ย! วุ้นไม่ทันสังเกตุว่าน้องยืนอยู่คะพี่ติณ” พี่วุ้นพูด

“ที่หลังก็สังเกตุหน่อยนะเพราะว่าเขาคือคนสำคัญที่จะไปไหนมาไหนกับพี่ตลอด” พี่ติณณภพูดและจับมือผม

“เอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะเลยนะครับ พี่จะกลับมาเซนต์ให้นะวุ้น” พี่ติณณภพพูดและทำท่าจะเดินออกพร้อมดึงแขนผมไปด้วย

“อ้อวุ้น  ถ้าจะให้ดีนะคะ วุ้นควรจะแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ แบบนี้คนในบริษัทพี่เห็นเขาจะคิดว่าวุ้นแค่มาเที่ยวค่ะ ไม่ได้มาทำงาน และมันดูสบายเกินไปเหมือนอยู่บ้านแต่นี้มันออฟฟิตค่ะน้องวุ้นไม่ใช่ที่บ้าน” พี่ติณณภพพูดผมนี้หน้าแดงแทนพี่วุ้น พี่วุ้นยิ่งมองผมแบบอยากจะฆ่าผมแน่ๆ ผมรีบหันออกก่อนและพี่ติณก็รีบพาผมเข้าไปในลิฟท์

“พี่ติณนี้ปากคอร้ายเหมือนกันเลยนะครับ” ผมพูดและทำแก้มป่อง

“พี่เลือกจะร้ายแต่กับบางคนครับไม่ทุก และทุกคนจะรู้ดีว่าพี่สุภาพแค่ไหน ถ้าพี่ร้ายใส่นั้นแปลว่าเขาต้องไม่ดีจริงๆ”พี่ติณณภพพูด ผมก็แค่ยิ้ม

“และพี่พร้อมจะปกป้องคนที่พี่รักเสมอหากพี่ต้องร้าย” พี่ติณณภพพูด ทำเอาผมนี้เขินหนักมากไม่นานก็ลงมาที่ชั้นจอดรถผมเดินตามพี่ติณณภพไปและพากันไปขึ้นรถคันหรู ระหว่างที่ผมเข้าไปนั่งผมก็รู้สึกเจ็บจี้ดที่ท้องผมทันที

“ซอมพอเป็นอะไรไปนะครับ”

“ผมปวดท้องนะครับ สงสัยว่าเมื่อวานผมไปทานอาหารรสจัดเกินไปนะครับ” ผมบอกพี่ติณณภพ พี่เขาก็ขมวดคิ้ว
“เมื่อวาน เออ ไดม่อนชวนผมไปทานบะหมี่ต้มยำนะครับ” ผมบอกพี่ติณณภพ และแอบหลบสายตานิดๆ

“พี่จะจัดการว่าให้เลยนายนิ พี่บอกว่าห้ามมาจอแจกับแฟนพี่อีกไม่อย่างนั้นมันเจอดีแน่ๆ ” พี่ติณณภพพูด ผมก็ยิ้มๆ  ผมนี่นึกภาพไม่ออกเลยว่าพี่ติณจะไปจัดการอะไรเขาได้แต่ถ้าพี่น่านนี้ผมไม่ต้องนึกเพราะว่าพี่ชายผมสายโหด ฮาๆ

“และวันนี้พี่มี่ประชุม รอพี่ได้ไหมหรือจะให้พี่”

“ยกเลิกการประชุมเพราผมเหรอ มันไม่ใช่เลยนะพี่ติณ เอาเป็นว่าผมโอเค ผมว่านอนพักสักหน่อยก็คงจะดีขึ้นนะครับ” ผมบอกพี่ติณณภพ

“ช่วงบ่ายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่างานเอกสารอะไรก็ตาม พี่จะให้คนยกไปให้วุ้นทำ” พี่ติณณภพพูด ผมก็เบิงตาโพลงเลย ผมส่ายหัว พี่ติณณภพก็เลิกคิ้วมอง

“แค่เมื่อเช้าก็เกลียดผมจะแย่อยู่แล้ว และยิ่งเอางานผมไปให้เขาทำอีก เขาอาฆาตพยาบาทผมทุกชาติไปแน่ๆ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้นนะพี่ติณ” ผมพูด กับพี่ติณ

“หึๆ” พี่ติณณภพยังมาหัวเราะผมอีกนะ คนอะไรก็ไม่รู้  ไม่นานรถก็มาจอดที่ห้างที่ผมกับพี่ติณมาด้วยกันประจำและตรงไปร้านประจำอีกเช่นเดิม ร้านนี้พี่ติณบอกน้องสาวพี่ติณณภพชอบให้พามาเป็นร้ายอาหารอิตตาเลี่ยนผมเองก็พอทานได้แล้วนะตอนนี้ เพราะว่าทานกับพี่ติณบ่อยๆ

“สวัสดีคะมากี่ท่านคะ”

“พอดีว่าน้องสาวผมกับแฟนเขามาจองโต๊ะกันก่อนแล้วนะครับ อยู่ด้านในครับ”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านในเลยคะ” พนักงานก็ผายมือให้ผมสองคนเดินเข้าไป พี่ติณชะเง้อมองและก็มีผู้หญิงลุกขึ้นโบกมือให้โดยมีผู้ชายนั่งหันหลังอยู่ ผมจำตรีญาดาได้ดี ผมเคยเห็นแต่หน้าเขาผ่านวีดิโอคอลอย่างเดียวแต่ก็รับรู้ได้ว่าตรีญาดาเป็นผู้หญิงที่สวยมากและเมื่อมองภาพรวมแบบนี้ ตรีญาดาคือผู้หญิงที่เพอร์เฟคที่สุดในสายตาของผมเท่าที่ผมเคยเห็นผู้หญิงมา ผมเองก็ยังตะลึงเลย ถ้าเป็นผู้ชายแท้ผมต้องตกหลุมรักแน่ๆ
**************************ฝากด้วยนะคะ เอ๊ะใครจะคู่ใครน่า ลองเดากันดูค่ะ และพระเอกจะกลับมาเป็นคนดีได้แบบไหน   :mew3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2020 13:56:52 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
แต่พอผู้ชายอีกคนหันหน้ามาเท่านั้นแหละ ตึ้ง ตะลึงๆ ตึ้งๆ 5555

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ซอมพอ 
ณูก
ผมจำตรีญาดาได้ดี ผมเคยเห็นแต่หน้าเขาผ่านวีดิโอคอลอย่างเดียวแต่ก็รับรู้ได้ว่าตรีญาดาเป็นผู้หญิงที่สวยมากและเมื่อมองภาพรวมแบบนี้ ตรีญาดาคือผู้หญิงที่เพอร์เฟคที่สุดในสายตาของผมเท่าที่ผมเคยเห็นผู้หญิงมา ผมเองก็ยังตะลึงเลย ถ้าเป็นผู้ชายแท้ผมต้องตกหลุมรักแน่ๆ

“มาแล้วเหรอ น่ารักจังเลยอ่ะ ซอมพอ” ตรีญาดาพูดและตรงเข้ามากอดผม ทันที

“อย่ากอดนานนะน้องตรีเพราะว่าคนนั้นของพี่” พี่ติณณภพพูด

“พี่ณุกมัวแต่เล่นมือถืออยู่ได้ พี่ติณกับว่าที่พี่สะใภ้ของตรีมาแล้วนี้” ตรีญาดาบอกคนที่นั่งดูมือถือโดยไม่ได้สนใจการมาของผมกับพี่ติณณภพตั้งแต่แรก และเขาคนนั้นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพี่ติณณภพก่อนและหยักคิ้วให้ ผมนี้แถบหยุดหายใจตรงนั้นเลย ต่อให้ผ่านไปเจ็ดแปดปี หรือนานแค่ไหนผมก็จำเขาได้ดี ผมรู้สึกได้ว่าผมตัวแข็งทื่อมากจนกระทั้งเขนหันมามองผมและ

“ปึก” มือถือเขาหลุดล่วงลงไปทันที

“ซอม” เขากำลังจะเอ่ยชื่อผม

“พี่ณุก ! “ ตรีญาดาเรียกเขา ใจผมก็เรียกชื่อเขาแต่มันดังแค่ในใจผม พี่ณุก!  ผมหันกลับมามองพี่ติณณภพ ผมไม่เคยรู้เลยว่าแฟนของตรีญาดาคือเขา ผมได้ยินแต่ชื่อผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน แต่ชื่อปริญญ์นี้ไม่ใช่ชื่อเขาตอนที่เรียนเลย ตอนนั้นเขาชื่อ อาณุภาพ

“ทำไมตกใจในความน่ารักของซอมพอเหรอคะ” ตรีญาดาถามเขา เขายังคงมองผม ผมนะจำเขาได้ดีแต่เขาจะจำผมได้ไหม ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เขาเปลี่ยนไปมากเพียงใดแต่ผมยังคงจำเขาได้ดี พี่ณุก ผมต้องกลั้นใจฝืนยิ้มกลับไป 

“นั่งเลยนั่งข้างตรีนะ ตรีอยากคุยกับซอมพอ”ตรีญาดาบอกผมและผมก็นั่งข้างตรีส่วนพี่ติณนั่งตรงข้ามผม

“ไงวะไอ้ณุก”

“เออ.. สบายดีวะ มึงละ “ พี่ณุกหันมาทักพี่ติณอย่างสนิทสนม นี้เขารู้จักกันมาก่อนรึนี้ ผมไม่เคยรู้เลย เพราะว่าผมไม่เคยถามด้วย ผมนั่งนิ่งๆเงียบ แต่ในใจนะร้องไห้ออกมาแล้ว พี่ณุกหันมามองผมเป็นระยะ

“พี่ณุก ดูซิ นี้ไง ที่ตรีว่าจะให้เขาจัดซุ้มถ่ายรูปงานแต่งงานให้เราอ่ะ ดูซิ” ตรีญาดาส่งมือให้กับพี่ณุก ก็เขาจะแต่งงานกันแล้วนิ

“ตรีให้พี่ดูรอบที่หนึ่งร้อยแล้วค่ะ ตรีจะให้เจ้านี้จัดให้ก็ติดต่อเขาเองเลยคะ พี่ไม่รู้เรื่องนี้หรอกตรี” พี่ณุกพูด

“อะไรกัน “ตรีญาดา

“ซอมพอ  ซอมพอดูซิ คนนี้เขาจัดดีนะ ว่าไหมอะ พี่ณุกไม่ค่อยช่วยตรีเลยอ่ะ “ ตรีญาดาส่งให้ผมดู ผมก็พยักหน้า ผมเห็นพี่ติณคุยกับพี่ณุก

“ตรีสั่งอาหารให้พี่แล้วนะและซอมพอด้วย เห็นพี่ติณบอกว่าซอมพออยากทานสปาเก็ตตี้” ตรีญาดาพูด

“ซอมพอ ชื่อนี้น่ารักจัง เป็นคนเหนือเหรอคะ”ตรีญาดาถามผม

“ครับ ผมเป็นคนเหนือ” ผมพูดและเหลือบไปมองพี่ณุก

“เอ๊ะ ตรีจำได้ว่าพี่ณุกเคยไปเรียนที่เชียงใหม่ใช่ไหมคะ “ ตรีญาดาถามพี่ณุก พี่ณุกพยักหน้าและมองผม

“เออใช่วะ ตอนนั้นกูยังงงเลยเพราะว่ามึงจบไฮสกูลพร้อมกูแต่ดันกลับไปเรียนอีกทีเชียงใหม่ และแม่กูบอกว่ายายตรีร้องตามจะไปเรียนกับมึงด้วย“พี่ติณณภพพูด อย่างนั้นแสดงว่าตรีญาดาคือแฟนพี่ณุกก่อนผมอีกใชไหม ผมมาที่หลังใช่ไหม หรือไม่เคยมีผมเลยกันแน่

“ก็คนเป็นแฟนกัน แม้เชียงใหม่ไกลจะตานแต่ดันะที่พี่ณุกเรียนแค่ปีเดียว ตอนแรกตรีนึกว่าพี่ณุกจะเรียนมหาวิทยาลัยที่นั้นเลยซะอีก”ตรีญาดาพูด

“ว่าแต่เรียนที่เดียวกันหรือเปล่าคะ ซอมพอกับพี่ณุก ” ตรีญาดาถามผม ผมนี้สะดุ้ง

“ไม่ครับ ไม่ใช่ครับ ผมไม่เคยเจอพี่เขา” ผมรีบปฏิเสธ พี่ณุกเงยหน้ามองผมและเขาก็หันไปหาตรีญาดา แฟนเขา

“ตอนแรกพี่ก็ตั้งใจแบบนั้นนะแต่พอดีว่า พี่...”พี่ณุกพูดและหยุดแค่นั้นเขามองหน้าผม

“เปลี่ยนใจไปเรียนนอกกับไอ้ติณไง” พี่ณุกพูดและหันมาเหล่มองพี่ติณณภพคนที่นั่งข้างๆ

“ชื่อซอมพอ มาจากอะไรเหรอคะ น่ารักจังแต่ ตรีญาดาเคยได้ยินพี่ณุกพูดว่าอยากให้ลูกชื่อซอมพอนะ ตอนแรกตรีว่ามันตลกมากนะ แต่พอมาเจอซอมพอ น่ารักดีน่าเอาไปตั้งชื่อลูกเรานะพี่ณุก” ตรีญาดาพูดพี่ณุกเงยหน้าขึ้นมองตรีและมองผมและเขาก็ก้มหน้าลงกับมือถือของเขาเหมือนเดิม

“ไม่ได้หรอกครับ ป้าซอมพอและมีหลานยังหลายซอมพออีก จะดีเหรอครับตรี” พี่ติณณภพพูด

“จริงซิ ลืมไปคะพี่ติณ ว่าซอมพอเป็นแฟนพี่ติณแล้ว” ตรีญาดาพูดและหันมายิ้มให้ผม

“ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ “ ผมลุกขึ้นทันทีและเดินออกไป ผมต้องออกไป ผมทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ มันเจ็บเหลือเกิน ผมเดินเข้าไปในห้องและผมก็เปิดก๊อกน้ำให้น้ำมันไหลเพื่อกลบเสียงสะอื่น

“ฮือๆๆ” ผมร้องไห้ออกมาดังๆ และจู่ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาผมรีบหันหนี ผมได้ยินเสียงเขาล๊อกประตูจากด้านใน ผมหันไปมองคนนั้นผมจำเขาได้ดี เขาเดินเข้ามาหยุดกึ่งกลางห้องในห้องน้ำชาย ผมหันไปมองเขา

“ซอมพอ นายมานี้ทำไม”นั้นคือคำถามแรกที่เขาถามผมงั้นรึ นี้คือคำถามของคนเคยรักกันเขาถามกันอย่างนั้นหรือ ผมค้อนข้างผิดหวังที่สุด

“ผมก็ไม่รู้ว่าผมมาทำไม แต่ถ้าผมรู้ผมก็....จะไม่มา” ผมหันไปพูด มือก็ปาดน้ำตา พี่ณุกมองผมและใช้ฝามือปิดหน้าก่อนจะหันไปพร้อมพ่นลมหายใจออกมา และเขาก็เดินเข้ามาหาผมแต่ผมหันหน้าหนีเขาและถอยหลังหนี เขาก็ยังคงเดินเข้าหาผมไม่หยุด จนหลังผมชนกับฝาพนัก

“ฮึกๆ” ผมยังคงสะอื้น

“พี่อุตสาห์เขี่ยนายออกไปจากเกมส์แล้วนะซอมพอ”

“ที่ผ่านมาผมคือส่วนหนึ่งของเกมส์พี่เหรอ “

“พี่...”

“แต่ช่างมัน ผมแค่ข้องใจพี่หายไปทำไม พี่ไม่บอกผมละว่าพี่ไม่ต้องการผมแล้ว พี่รู้ไหมว่าผมเป็นยังไง และผมยังคงคิดว่าพี่จะกลับมาผมตลอด เพราะว่าเรายังไม่ได้เลิกกัน” ผมพูดและฝามือก็ทุบที่อกเขา ผมทุบไปจำนวนเท่าไหร่ผมจำไม่ได้แต่ผมก็ยังคงทุบอยู่แบบนั้น

“ทำไมไม่บอกเลิกผมก่อนที่พี่จะไป...ฮือๆ ทำไมอะ ทำไมอะ ....”

“พี่...ไม่อยากบอกเลิกไง พี่ถึงหายไปแบบนั้น!” พี่ณุกพูดกับผม พี่ณุกใช้ฝามือเขาดันกำแพงไว้ระหว่างตัวผมที่อยู่กึ่งกลางและตรงหน้าพี่ณุก

“แต่ตอนนี้พี่ควรจะบอกเลิกผมได้แล้วใช่ไหม เพราะว่าพี่มีตรีญาดาแล้ว “

“พี่..” พี่ณุก

“กึกๆ” เสียงคนกำลังดึงประตู เพราะว่าพี่ณุกล๊อกไว้ พี่ณุกหันไปมองและผมก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำซะก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็นว่าผมร้องไห้

“ยูล๊อกประตูทำไม” เสียงคนคุยกับพี่ณุก เสียงที่ไม่คุ้นุเคย สำเนียงที่พูดไทยไม่ค่อยชัด

“ยูมาแล้วเหรอ ไอคงมือไปโดนนะ มันเลยล๊อก”

“ตรีบอกไอว่ายูมาเข้าห้องน้ำ นานม๊าก”

“สิบนาทีได้” พี่ณุกพูด

“ก๊อกๆ”เสียงเคาะประตูห้องน้ำที่ผมเข้าไปดังขึ้น

“ซอมพอ ออกไปพร้อมพี่ไหมเพราะว่าคนอื่นจะตกใจเอา” พี่ณุกถามผม

“พี่ออกไปก่อน ผมจะตามไป  “

“ซอมพอ” พี่ณุกยังคงเรียกผมอยู่ เสียงนี้ที่เรียกชื่อผม นานมากแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ยิน

“พี่ไปก่อนได้ไหมผมขอร้อง” ผมบอกพี่ณุก

“Who’s that ?”

“It’s not your business. You just get out. I will be there soon, OK? ” พี่ณุกพูดภาษาอังกฤษกับคนข้างนอก
 
“What the hell?  why are you so mad, Man?”

“OK OK, I get out now.  See you there.” เสียงที่บอกได้ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนไทยและพี่ณุกก็บอกให้เขานั้นออกไปข้างนอก แต่ผมยังคงอยู่ในนั้น เพื่อปาดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดให้เหือดหายไป

“ซอมพอ” พี่ณุกพยายามเรียกผมอีก

“พี่ออกไปเถอะผมขอร้อง” ผมบอกพี่ณุก

“ก็ได้รีบออกไปนะ ไม่อย่างนั้นไอ้ติณมันจะ”

“ดังนั้นพี่จึงควรจะรีบออกไป เพราะผมก็ไม่อยากให้พี่ติณเข้าใจผมผิด เรื่องระหว่างเรามันจบแล้ว” ผมพูดทั้งน้ำตา  ผมได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปจากห้องน้ำนั้นแหละผมถึงได้เปิดประตูออกมาและเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าตาที่เปียกไปด้วยคราบน้ำตา เก้าปีที่ผมรอเขา ผมจะรอทำไม รอเพื่ออะไร

“แต่เขาอยู่นี้แล้วไงซอมพอ แต่เขาไม่ได้อยู่ในฐานะคนรักนาย เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่สวยที่สุด “ ผมพูดและกำมือ

“นายควรจะปล่อยเขาไปได้แล้ว ซอมพอ” ผมพูดกับตัวเอง ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหน้าตาตัวเองและทำทุกอย่างให้ปกติที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ และผมก็เดินออกมาและกลับเข้าไปยังห้องอาหารนั้น ผมเห็นมีคนที่นั่งหัวโต๊ะใกล้กับพี่ณุก และพิ่ติณกระเทิบเข้าไปนั่งด้านในตรงข้ามกับตรีญาดา ส่วนผมก็นั่งตรงข้ามพี่ณุกแทน

“ซอมพอเป็นอะไรหรือเปล่าคะทำไมเข้าห้องน้ำนานจังและพี่ณุกบอกว่าไม่เจอซอมพออ่ะ” ตรีญาดาถามผม

“พี่ติณจะไปตามแล้วนะเนี๊ยะ” ตรีญาดาพูดผมมองพี่ติณ

“ซอมพอ ปวดท้องเหรอ ดูสีหน้าไม่ดีเลย กลับออฟฟิตกับพี่เลยไหม” พี่ติณณภพถามผม ผมหันมามองพี่ณุก

“เออ ขอขัดนิดนึงนะครับ น้องคนนี้ชื่ออะไรนะครับ”

“ซอมพอคะพี่มาร์ค”

“อ้อ ซ้อมพอ” สำเนียงเรียกชื่อผมเพี้ยน

“ซอมพอครับ” ผมพูด

“ถ้าออกเสียงขื่อเขาเพี้ยนๆแบบนี้ อย่าออกอายเขา” พี่ณุกบอกพี่คนที่นั่งหัวโต๊ะ

“นี้พี่มาร์คเพื่อนพี่ณุกค่ะซอมพอ” ตรีญาดาแนะนำ ผมก็ยิ้มให้

“น่ารักนะครับ ยินดีที่รู้จักครับ” พี่มาร์คเขายื่นมือมาขอจับมือผม ผมก็มองพี่เขาและทำท่ายื่นมือไปจับเหมือนกันเพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมหยิ่ง ทั้งที่จริงผมรู้สึกแย่วันนี้

“อิ้วว” พี่เขาร้องและดึงมือตัวเองกลับ ผมเห็นพี่ณุกเหล่มองพี่เขาผมก็ดึงมือผมกลับเช่นกัน

“เป็นอะไรไปคะพี่มาร์ค”ตรีญาดาถาม

“เป็นตะคิ้วครับผม” พี่มาร์คพูด

“มึงจะขอจับมือเขานะ ขอแฟนเขายังนั่งอยู่นั้นไอ้ติณนะ” พี่ณุกพูด พี่ติณมองหน้าพี่มาร์คอยู่

“อู้ยย ไมหยักกะรู้ว่ามีแฟนแล้ว”

“รู้ไว้ก็ดีนะ เพื่อนไอ้หมอนี้กูก็เตะได้” พี่ติณพูด แต่ผมยังคงนิ่ง

“ซอมพอ ดูเงียบๆ ปวดท้องมาเหรอคะ พี่ติณบอกตรีว่าซอมพอปวดท้องตั้งแต่ในรถแล้วคะ” ตรีญาดาพูด
 
“ซอมพอรอพี่ได้นะ พี่เลิกประชุมบ่ายสองครึ้ง” พี่ติณณภพถามผม

“น้องเขาปวดท้องจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว มึงจะให้น้องมันไปรอที่ออกฟิตอีกเหรอวะ” พี่ณุกถามพี่ติณณภพ

“ก็กูมีประชุมด่วน”พี่ติณณภพพูด

“ตรีคิดว่าซอมพอน่าจะกลับไปนอนพักค่ะ ตรีไปส่งให้ไหมคะที่พักของซอมพอนะคะ” ตรีญาดาอีกคน

“พี่มาร์คดีกว่าไหมครับพี่มาร์คว่างมากครับ” นี้อีกคน

“ตรี ตรีบอกว่าจะไปหาคุณแม่เลยไม่ใช่เหรอคะ เพราะว่าตรีกะจะไปเซอไพรส์แม่และไปเซอร์ไพรคุณย่าด้วยนี้คะ มันจะไม่ทันนะคะ” พี่ณุกพูด

“เออ ผมไปรอพี่ติณได้ครับ” ผมเลยตัดสินใจพูดออกมา

“พักแถวไหนนะ” พี่ณุกหันไปถามพี่ติณณภพ ผมก็มองพี่ติณ

“แถวสาธร” พี่ติณณภพบอกพี่ณุก

“กูไปที่นั้นพอดีเลย มีงานชิ้นหนึ่งและกะว่าจบงานนี้จะได้พักอยู่กับตรี” พี่ณุกพูด

“อ้าวแล้วไม่ให้ผมไปแล้วเหรอครับ ไหนบอกว่าให้”

“มึงคุยกับเขาไม่รู้เรื่องหรอก และคนนี้เคี้ยวมาก กรูจะพล้าดเอาและเสียหายเยอะนะมึง” พี่ณุกพูด ทุกคนหันมามองพี่ณุกกันหมดรวมทั้งตรีญาดา

“แล้วพี่ณุกไม่ไปกับตรีเหรอคะ”

“ให้มาร์คไปส่งนะคะและพี่จะตามตรีเข้าไปเพราะว่างานนี้สำคัญจริงๆ พี่กะว่าจะบอกตรีแต่พี่ลืมคะ นะคะตรี”พี่ณุกพูด

“เฮ้ย ณุก กูไปส่งซอมพอดีกว่า กูเข้าสายไม่เป็นไรหรอกวะ”

“มึงเป็นเจ้าของเข้าสาย เขาจะประชุมกับใครวะ” พี่ณุกพูด

“เอาตามที่พี่ณุกว่าแล้วกันคะ พี่ณุกไว้ใจได้อยู่แล้วนะพี่ติณ” ตรีญาดาพูด

“แค่ไปส่ง มึงหวงเหรอ มึงคิดว่ากูจะทำอะไรน้องเขาวะ” พี่ณุกพูดและหันมาเหล่มองผม

“เออ ๆ ไปส่งแค่นั้น” พี่ติณณภพพูด ผมก็นั่งเขี่ยอาหารในจานไปมาคือว่ามันไม่อยากกินเลย กินไม่ลง

“ถ้าอย่างนั้นไปเลยนะ เพราะว่าพี่จะได้ไปส่งเราก่อนและเลยไปพบลูกค้า” พี่ณุกพูดและลุกขึ้น

“ไปเลยเหรอพี่ณุก” ตรีญาดาถามขึ้น

“ดูน้องเขาไม่อยากทาน คงปวดมาก ไปนอนพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น” พี่ณุกพูดและพยักกับผมแต่ผมยังคงนั่งอยู่ คือมันอึดอัดนะถ้าให้ไปกับพี่ณุก

“พวกเราลุกไปพร้อมกันเลยแล้วกัน เพราะว่าพี่จะกลับออฟฟิตตอนนี้เลย ถ้าประชุมก่อนได้จะเปิดประชุมเลยและจะได้เลิกเร็ว”พี่ติณณภพพูดและมองหน้าผม

“และพี่จะแวะไปหาเราก่อนกลับบ้านนะซอมพอ เพราะว่าพี่ชายเราฝากเราให้ดูแล” พี่ติณณภพพูด พี่ณุกสะบัดหน้าไปมองผมรู้ว่าพี่ณุกรู้จักพี่น่านฟ้าดี

“พี่ชายเขานี้นะ “ พี่ณุกหันไปถามพี่ติณณภพ

“เอออะดิ เขาฝากดูแลน้องเขา”

“คนที่ไว้ใจใครยากขนาดนั้นนี้นะ” พี่ณุกพูดขึ้น

“แล้วมึงรู้ได้ไง”พี่ติณณภพถามพี่ณุก สายตาพี่ติณเหมือนกำลังจะค้นหาคำตอบอะไรสักอย่าง พี่ณุกก็นิ่งอึ้งไปผมก็มองพี่ณุกอย่านะเพราะว่าผมไม่อยากให้เรื่องที่พี่ณุกอยู่ที่นี้ถึงหูพี่น่านฟ้า 

“โอ้ยย” ผมลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บ

“หมับ “คนที่มารับตัวผมไว้ก็คือพี่มาร์ค 

“ปวดมากเหรอครับ เดินไหวไหมครับ พี่อุ้มไหม” พี่มาร์คถามผม

“นั้นซิ พี่มาร์คอุ้มดีไหมกว่าจะไปถึงรถไกลคะ” ตรีญาดาพูด

“ไม่ต้อง กูนี้แฟน” พี่ติณณภพพูดและเข้ามาแย่งตัวผมออกไป ผมนี้ทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ

“เดี๋ยวนะคะ ทำไมตรีเหมือนเป็นชะนีในฝูงเก้งกวางยังไงก็ไม่รู้อ่ะ” ตรีญาดาพูดปนขำ แต่ผมไม่ค่อยอยากขำด้วยเลย พี่ติณณภพก็ประครองร่างผมพาผมเดินออกไป ลงไปจนถึงที่จอดรถ พี่คนขับรถวิ่งเข้ามาแต่พี่ติณนกมือขึ้น ผมเห็นพี่ณุกเดินไปที่รถของเขา รถเขาหรูมาก และพี่ณุกก็ขับรถมาจอดตรงหน้าผม

“มีอะไรโทรหาพี่ทันทีเลยนะ ซอมพอ “ พี่ติณณภพกระซิบกับผม ผมพยักหน้าและพี่ณุกก็เดินมาเปิดประตูรถให้ผม แต่ผมยังคงไม่อยากไปกับเขา

“ขึ้นรถที่ซิครับ พี่จะสายเอาและเดี๋ยวคุณแฟนประชุมเสร็จเขาก็ตามไปดูแลเองนะครับ น้องควรจะคิดถึงงานไว้ก่อนนะครับ “ พี่ณุกพูดเหมือนสังสอนผมด้วยและผมก็ต้องเข้าไปนั่งข้างคนขับ ตาผมยังคงมองพี่ติณณภพ  พี่ณุกเดินมานั่งทำหน้าที่คนขับรถ

“พี่ณุก อย่าลืมนะคะ เสร็ตปุ๊ปไปหาตรีเลยค่ะ” ตรีญาดาบอกพี่ณุกและเขาสองคนก็จุ๊บกัน ก่อนที่พีณุกจะเลื่อนปิดกระจก และออกรถ ผมได้แต่นั่งนิ่งที่สุด จนกระทั้งรถพี่ณุกออกมาจากตัวห้างสรรพสินค้าและเขาก็เข้าจอดข้างทาง

“พี่จะทำอะไรผม” ผมตกใจผมหันไป

********************************************ฝากด้วยนะคะ *******************************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-07-2020 13:14:45 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
 :katai1: :katai1:ซอมพอ)))))) ไม่นะ))))

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ผมได้แต่นั่งนิ่งที่สุด จนกระทั้งรถพี่ณุกออกมาจากตัวห้างสรรพสินค้าและเขาก็เข้าจอดข้างทาง

“พี่จะทำอะไรผม” ผมตกใจผมหันไปมองหน้าเขา มือก็จับเพื่อว่ามีอะไรจะเปิดประตูไปได้เลยแต่ประตูถูกล๊อก

 
 

“จะนั่งตัวงอทำไมซอมพอ เราปวดท้องไม่ใช่เหรอและเราก็ไม่ได้คาดเข็มขัดด้วย” พี่ณุกพูดพร้อมกับปรับเก้าอี้ให้ผมให้เอนให้ผมเอนนอนได้และเขาก็ดึงเข็มขัดมาคาดให้ผม ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจทีผาดผ่านผม พี่ณุกเขาหายใจแรงพอสมควร 

 
 

“คิดอีกทีพี่ดีใจนะที่พี่เจอเราอีก ซอมพอ” พี่ณุกมองหน้าผม พี่ณุกชะงักค้างไว้แค่นั้นและเขาก็กำลังจะก้มลงจูบผม แม้ว่าเราจะเคยจูบกันมาก่อนก็ตาม

 
 

“อย่าพี่ณุก พี่ไม่ควรทำกับผมแบบที่ผ่านมา” ผมพูดและหลับตาปรี้ แขนผมเกร็งเหมือจะพยายามต่อต้านเขาและพี่ณุกก็กลับไปนั่งในท่าขับรถแต่ยังไม่ได้ออกรถ 

 
 

“นับจากนี้พี่จะไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของผมอีกต่อไปแล้ว เก้าปีมานี้พี่พันธนาการผมมานานมากแล้วและผมก็พร้อม” ผมพูดและหันไปมองหน้าพี่ณุก

 
 

“ผมพร้อมที่จะปล่อยพี่ไป” ผมพูดและน้ำตาผมก็ไหลออกมาอีกครั้ง

 
 

“แล้วเก้าปีมานี้พี่ไม่รู้สึกอะไรหรือไงซอมพอ” พี่ณุกหันมามองผมเช่นกัน

 
 

“ ตอนแรกพี่ก็แค่ ทำตามที่แม่พี่สั่งพี่ว่าจะไม่รัก แต่พี่ก็รักไปแล้วและพี่ก็ต้องหายไปทั้งพี่ยังรัก ซอมพอว่าพี่ไม่รู้สึกอะไรบางหรือไง” พี่ณุกหันมามองหน้าผม

 
 

“แล้วทำไมเราไม่เลิกโดยที่เกลียดกันไปเลยละ มันจะได้ไม่ทรมารผมแบบนี้ ฮือๆ” ผมหันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

 
 

“ตอนที่พี่หายไป ผมเฝ้าไปมองดูบ้านพี่ทุกวัน จนวันที่แม่พี่มาด่าผมกับพ่อกับแม่ผม” ผมพูด พี่ทำสีหน้าตกใจอย่างมากแสดงว่าเขาไม่เคยรู้

 
 

“ และวันนั้นพ่อบอกไม่ให้ผมไปที่บ้านพี่อีก “ ผมพูด พี่ณุกหันมามองหน้าผมเหมือนกับว่าพี่ณุกไม่รุ้เรื่องนี้

 
 

“แม่พี่นี่นะ” พี่ณุกถามผม

 
 

“ใช่แม่พี่ แต่เขาก็ไม่ได้ชอบผมอยู่แล้ว” ผมพูดและหันหน้าออกไปทางอื่น

 
 

“ผมก็อยากรู้ว่าเพราะอะไรพี่ถึงทำกับผมแบบนี้ ถ้าพี่ไม่รักพี่จะล่อเล่นกับผมทำไม”ผมถามพี่ณุกโดยไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาอีกครั้ง

 
 

“ก็เพราะว่า...” พี่ณุกหันจะพูดแต่ก็เงียบไป

 
 

“เอาเป็นว่าพี่ไม่พูด ซอมพอต้องไปถามแม่เนื้อนวลเอาพี่ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าใครที่ทำให้แม่พี่เสียใจ” พีณุกพูดขึ้น 

 
 

“แต่ถึงยังไงพี่ก็มีคุณตรีญาดาอยู่แล้วและพี่ก็มีเขาก่อนผมใช่ไหม” ผมถามพี่ณุก พี่ณุกหันมามองผม 

 
 

“ไม่เชิงหรอก พี่กับติณณภพ เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก และตรีญาดาก็ติดพี่ชายของเขามาก”

 
 

“พี่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กกับติณณภพ” พี่ณุกพูด ผมพยักหน้าไปอย่างนั้น

 
 

“ที่จริงพี่เรียนจบมัธยมปลายแล้วรอแค่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้นและเพราช่วงที่พี่แม่ขอให้พี่กลับมาและไปเชียงใหม่เพื่อ”

 
 

“หลอกให้ผมรักและพี่ก็ทิ้งผมไปงั้นรึ” ผมค่อยหันหน้ามาถามเขา 

 
 

“ฟู่ “ พี่ณุกพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่แล้ว 

 
 

“ดังนั้นผมควรจะปล่อยพี่ไป ผมพร้อมแล้วที่จะปล่อยพี่ไปกับคนที่ดีพร้อม แต่ผมก็ควรจะดีใจที่ผมได้ทำแหวนหมั้นให้พี่ สวมมันในวันที่พี่จะมีความสุขที่สุด” ผมพูดพี่ณุกหันมามองหน้าผมแบบเต็มๆ

 
 

“ซอมพอ ...พี่ไม่พร้อม”พีณุกหันมามองผม เขาบอกว่าเขาไม่พร้อม

 
 

“ที่จะปล่อยเราไป” พี่ณุกพูด ผมก็ได้แต่มองใบหน้าของเขา มือพี่ณุกกำพวกมาลัยแน่นมาก

 
 

“พี่จะมีคนสองคนในเวลาเดียวกันไม่ได้และผมก็ทำไม่ได้ พี่เห็นสีหน้าตรีญาดาไหม เขามีความสุขแค่ไหนที่จะได้แต่งงานกับพี่นะ ผมทำร้ายเธอไม่ได้ “ ผมบอกพี่ณุก 

 
 

“ปึก” พี่ณุกทุบที่พวกมาลัยรถยนต์ของเขาและหันไปมองทางอื่น พร้อม พ่นลมหายใจยาวๆ 

 
 

“พี่ว่าเราเลิกคุยกันเรื่องนี้ก่อน สีหน้าเราไม่ดีเลย เอนหลังและนอนพักซะ ถึงแล้วพี่จะปลุก “พี่ณุกพูดและเขาก็ถอดเสื้อสูทของเขาออกและเอามาคลุมให้ผมแทน 

 
 

“นอนลง ถึงแล้วพี่จะปลุก หน้าเราซีดมากเลยซอมพอ ปวดมากใช่ไหมเนี๊ยะ”พี่ณุกพูดแต่ผมไม่ได้ตอบอะไร ผมก็เอนตัวลง ผมยอมรับว่าปวดมากแต่จะไม่แสดงให้เขารู้เด็ดขาด ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าปวดท้องกับปวดใจอันไหนเจ็บปวดมากกว่ากัน เพราะว่ามันทวีคูณเท่าๆกัน  แอร์เย็นๆมันทำให้ผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ก็น่าจะนานพอดูจนกระทั้ง

 
 

“ซอมพอ  ซอมพอ “มีคนปลุกผม ผมก็สะดุ้งตื่น คนที่ปลุกผมคือพี่ณุกนั้นเอง ผมมองเขานี้ผมฝันไปหรือเปล่า ไม่ใช่ซิ ผมอยู่ในรถของเขา และมองไปรอบๆ มันไม่ใช่ที่คอนโดของผมเลย

 
 

“พี่จะพาผมไปไหน  พี่จะทำอะไรผม พี่ณุก” ผมโวยวายใส่เขาทันที

 
 

“ซอมพอ ดูป้าย” พี่ณุกพูด ผมก็เงยหน้าดูป้าย  เป็นโรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง ผมก็หันมามองหน้าพี่ณุก

 
 

“ไปหาหมอ เราปวดมากพี่รู้ดี” พี่ณุกพูด

 
 

“ไม่”ผมปฏิเสธทันที

 
 

“จำได้ไหม ที่เราปวดแบบนี้ และพี่ต้องอุ้มเราไปโรงพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉินนะ “พี่ณุกพูด ผมจำได้ดี

 
 

“จำได้และพี่ก็โดนพี่น่านต่อย จนคิ้วแตก ปากแตก กว่าผมจะออกมาบอกความจริงกับพี่น่านได้” ผมพูดและหันไปมองหน้าพี่ณุก ผมยังเห็นรอยแผลเป็นอยู่เลย มันไม่ใหญ่จนสังเกตุได้ก็ตาม 

 
 

“และวันนั้น ผมก็โกรธพี่น่านมากจนไม่ยอมพูดกับพี่น่าน เกือบเดือน “ ผมบอกพี่ณุก พี่ณุก พยักหน้าเพราะว่าพี่ณุกรู้ดี 

 
 

“แต่หลังจากที่พี่ไปจากผม ผมเพิ่งรู้ได้ว่าวันนั้นผมไม่ควรทำ ที่จะโกรธพี่น่านจนไม่พูดกับพี่ที่รักผมที่สุด “ ผมบอกพี่ณุก พี่เขาก็ก้มหน้าลง

 
 

“พี่มีเหตุมากกมายเหลือเกินซอมพอ”

 
 

“เหตุผลอะไรที่ดึงผมเข้าไปในเกมส์ของพี่” ผมถามพี่ณุก พี่ณุกพ่นลมหายใจออกยาวๆ และพี่ณุกก็เปิดประตูลงไปก่อนเขาก็เดินมาเปิดประตูข้างผม

 
 

“วันหนึ่งซอมพอจะเข้าใจ ตอนนี้ไปหาหมอก่อน ถ้าไม่ลงพี่อุ้มนะ” พี่ณุกพูดขู่ผมแต่ผมก็ไม่ยอม

 
 

“พี่ครับ ผมขอรถเข็นหน่อยครับ แฟนผมปวดท้องมากครับ” พี่ณุกตะโกนบอกคนที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล และพี่ณุกก็เข้ามาปลดเข็มขัดและเขาก็อุ้มผมจริงๆ 

 
 

“อย่าพี่ณุก ไม่เอา” 

 
 

“ก็ดื้อนิ อยู่นิ่งๆเลย”พี่ณุกพูดและหันไปวางผมลงที่รถเข็นแม้จะมีสายตาพนักงานเวรเปลที่มองผมสองคนแปลก 

 
 

“แฟนเหรอครับ” พี่เขาถาม

 
 

“ไม่ใช่ครับ เพื่อนกันเฉยๆ” ผมรีบตอบทันที แต่พี่เขาก็ยิ้มๆและเข็นผมเข้าไป

 
 

“ผมเป็นหลานคุณหมอรชต ครับ” 

 
 

“ครับ ...ท่านโทรบอกไว้แล้วว่าถ้ามาถึงให้เข็นไปที่หน้าห้องตรวจได้เลยครับ” พี่เวรเปลบอกพี่เขา ผมเงยหน้ามองพี่ณุก

 
 

“โรงพยาบาลอาของพี่นะ น้องของพ่อแต่พ่อพี่โกรธอาเรื่องอะไรก็ไม่รู้จนไม่ยอมพูดกับอามาหลายสิบปีแล้วแต่พี่ก็ยังติดต่ออาอยู่” พี่ณุกพูด ผมก็พยักหน้า จะว่าไปตอนนี้ผมก็ปวดเกร็งขึ้นมาทันที รถนั่งคนไข้ถูกเข็นไปจอดไว้ที่ด้านหน้าโต๊ะซักประวัติคนไข้ทั่วไป 

 
 

“สวัสดีคะ คุณณุกใช่ไหมคะ” 

 
 

“ใช่ครับ ผมณุกหลานคุณหมอรชต ครับผม” พี่ณุกตอบ

 
 

“ขอซักประวัติคนไข้ก่อนนะคะ”พยาบาลพูดและทำการวัดไข้ วัดความดันและตรวจซักประวัติเบื้องต้นจนสักพักเขาก็เข็นผมมานั่งรอกับพี่ณุก 

 
 

“กินน้ำหน่อยไหม น้ำอัญชันที่เราชอบ” พี่ณุกเดินไปหยิบแก้วน้ำสำหรับคนไข้และผู้มารอรับบริการของโรงพยาบาบ เขาหยิบมาให้ผม ผมก็มอง 

 
 

“ดื่มซะหน่อย” พี่ณุกบอกผม ผมก็รับมาจิบๆ

 
 

“น่ารักอ่ะแก แฟนกันไหมอ่ะ แต่หน้าตาละหม้ายคล้ายกันมาก ถ้าแฟนก็เนื้อคู่แน่ๆ “ พนักงานของโรงพยาบาลแอบแซวผมกับพี่ณุก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงยิ้มแก้มปริเลยแต่นี้ผมจะฝืนยิ้มยังยิ้มไม่ออกเลย ก็เขาไม่ใช่ของผมและอาจจะไม่เคยเลยซะด้วยซ้ำ 

 
 

“ณุก” มีคุณหมอไม่หนุ่มและไม่แก่เดินออกมาเรียกพี่ณุก และพี่พยาบาลมาเข็นรถผมเข้าไปในห้องตรวจ 

 
 

“สวัสดีครับอา สบายดีไหมครับ” 

 
 

“สบายดีนะ ว่าแต่วันนี้ใครเป็นอะไรละ” 

 
 

“เออ ..” พี่ณุก “ ผมเป็นรุ่นน้องที่เรียนที่เดียวกันกับพี่ณุกครับ” ผมรีบชิ้งตอบแทนทันทืคุณหมอมองหน้าผมและพี่ณุกสลับไปมาก่อนจะส่งยิ้มละไมมาให้

 
 

“เขาปวดท้องมากครับอา และดื้อด้วยไม่อยากมาหาหมอ เขาเป็นแบบนี้บ่อยเมื่อก่อนนะครับอา” พี่ณุกพูดและมันใช่เมื่อก่อนผมชอบทานของจุกจิกมากกว่าของหลัก 

“ไปทานอาหารผิดสำแดงมาหรือเปล่า “ อาหมอของพี่ณุกถามผม

 
 

“คือผมไปทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำมานะครับ มันเผ็ดนะครับ”

 
 

“มีสองอย่างนะ อาจจะเป็นโรคกระเพาะหรืออาจจะอาหารเป็นพิษนะ ไปนอนบนเตียงเดี๋ยวจะตรวจดูให้” อาหมอพูดและพยาบาลก็เข้ามาจะช่วยพยุงผมแต่พี่ณุกซิรีบอุ้มผมทันที และเอาไปวางไว้บนเตียงแทน ผมนี้อายพยาบาลเหลือเกิน 

 
 

“ถ้าอย่างนั้นคุณพยาบาลออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเรียกเอง” อาหมอของพี่ณุกบอกพยาบาลและอาหมอก็ปิดผ้าม่านแลจัดการตรวจคล้ำตามช่องท้องของผม

 
 

“เอาละดูแล้วไม่พบก้อนเนื้ออะไร ก็เอายาไปทานนะ จะฉีดยาเลยไหมเพราะว่าปวดมากและจะได้หายปวดแต่อาจจะง่วงนอนนะ” อาหมอพูด พอบอกว่าง่วงนอนผมไม่กล้าไว้ใจพี่ณุกเลย

 
 

“ไม่ฉีดครับ ผมขอยาไปทานดีกว่า”

 
 

“อาหมอเขากลัวเข็มนะครับ” พี่ณุกพูด อาหมอมองผมและยิ้มๆ และก็เขียนอะไรหยิกๆ ก่อนจะกดกริ่งเรียกพยาบาลเข้ามาและส่งกระดาษให้ 

 
 

“พักผ่อนและจิบน้ำเกลือนะ ถ้าเป็นเยอะจะกลับมาหาอาหรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านก็ได้นะ “ อาหมอพูด

 
 

“ขอบคุณครับอา” 

 
 

“ไม่เป็นไร ว่าแต่เรากลับมาตั้งแต่เมือไหร่ พ่อเราละเป็นยังไงบ้าง”

 
 

“เหมือนเดิมครับอา อาการทรงๆ บางทีพ่อก็ดูแย่ลง ผมไม่รู้อ่ะครับ ที่จริงผมอยากให้อา”

 
 

“ทำยังไงได้พ่อเราบอกอาว่าไม่ขอเจอหน้าอาอีกตลอดชีวิตนี้ ทำไมเขาถึงได้โกรธอาหนักก็ไม่รู้”อาของพี่ณุกพูด ผมหันไปมองพี่ณุก ผมไม่เคยรุ้เรื่องพ่อพี่ณุกป่วยมาก่อนเลย 

 
 

“ผมว่าตอนนี้คงเปลี่ยนไปหมดแล้วอา พ่อป่วยมาแบบนี้เกือบจะสิบปีแล้วนะครับอาแต่ว่าช่วงสองปีหลังมานี้พ่อทรุดลงตลอด” ผมก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ณุก นั้นแปลว่าพ่อพี่ณุกป่วยก่อนที่ผมกับเขาจะเจอกันเหรอ 

 
 

“ได้เอาไว้อาจะไปเยี่ยมนะ” 

 
 

“ขอบคุณครับ ผมสองคนลานะครับ “

 
 

“ไปรับยาและกลับได้เลย “ อาหมอบอกผมสองคน พี่พยาบาลก็เข็นผมออกมาณะ จุดรับยาและพี่ณุกก็เข้าไปจัดการทุกอย่างจนได้ห่อยามาหนึ่งห่อ คนเข็นก็เข็นผมออกมาด้านนอก 

 
 

“พี่จะไปเอารถนะครับ “ พี่ณุกพูด 

 
 

“พี่ณุก ผมอยากกลับเอง ให้ผมนั่งรถแท็กซี่ไปได้ไหมครับ” ผมบอกพี่ณุก พี่ณุกหันมามองผม

 
 

“ไม่ได้พี่ไปส่ง และเรารู้เหรอว่าที่เราอยู่นี้ที่ไหน”พี่ณุกพูดและหันมามองผม ผมยอมรับว่าไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี้ที่ไหน หางไกลจากที่ผมอยู่แค่ไหนกัน ที่เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลไม่เล็กไม่ใหญ่ และอยู่ติดถนนใหญ่ซะด้วย ผมหันไปมองรอบๆ เพื่อว่าจะหาดูว่าผมจะกลับเองได้ยังไงจนกระทั้งผมเห็นใครสักคนที่สวมชุดนักศึกษาเดินออกมาจากเซเว่นอีเลฟเว่นข้างๆโรงพยาบาลของอาพี่ณุก 

 
 

“ไดม่อน” ผมรวบรวมแรงที่มีเรียกเขา และพี่ณุกที่เดินไปจะขับรถออกมารับผมที่ด้านหน้าห้องฉุกเฉินก็หันมามองผม

 
 

“ไดม่อน))))” ผมตะโกนอีกครั้ง เขาหันมาพอดี เขาก็มองผม และผมก็มองพี่ณุก พี่ณุกทำท่าวิ่งมาหาผมเพื่อห้ามผม แต่ผมก็ฝืนลุกและวิ่งออกไป แม้จะปวดท้องมากแต่ผมไม่อยากไปกับเขา 

 
 

“พี่ซอมพอ” ไดม่อนเรียกผมและวิ่งมาหาผม ผมแทบจะทรุดตรงหน้าเขาแต่เขาประครองผมไว้ก่อน

 
 

“พี่มาทำอะไรที่นี้ครับพี่ซอมพอ” ไดม่อนถามผม

 
 

“ซอมพอ หยุดนะ” พี่ณุกร้องห้ามผม

 
 

“ไดม่อน พาพี่กลับคอนโดทีได้โปรด” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบา เกือบจะกระซิบ 

 
 

“ไดม่อน” ผมเรียกเขาไดม่อนมองพี่ณุกทีเดินปรีเข้ามา 

 
 

“ได้พี่ และไอ้นี้ใคร”

 
 

“ไปเถอะ” ผมพูดและไดม่อนก็พยุงผมจะให้ไปที่รถ

 
 

“หยุดนะ มึงปล่อยแฟนกูเดียวนี้ไอ้เด็กเวร” พี่ณุกเรียกไดม่อนให้ปล่อยผม

 
 

“ใครแฟนมึง มึงลองเข้ามาดิกูต่อยให้นะโว้ยย “ ไดม่อนชี้หน้าและพาผมเข้าไปนั่งในรถข้างคนขับ ไดม่อนชี้หน้าพี่ณุกตลอด 

 
 

“ซอมพอ ลงมาพีจะไปส่ง เดี๋ยวไอ้ติณมันก็ว่าพี่เอานะซอมพอ” ผมรู้ว่าไดม่อนล๊อกประตูรถให้ผมแล้ว

 
 

“ซอมพอ ซอมพอ” พี่ณุกไล่เคาะกระจกและไดม่อนก็กำลังจะออกรถเพราะว่ารถค้อนข้างเยอะ มีรถเข้าออกจากโรงพยายาลค้อนข้างเยอะเหมือนกัน และจู่ๆ ผมก็เห็นมีใครก็ไม่รู้วิ่งไปดึงแขนพี่ณุก ผมไม่ทันได้มองเช่นกัน และผมก็พยายามไม่มองเหมือนกัน จนกระทั้งรถของไดม่อนเลี้ยวออกและแล่นไปอย่างเร็วตามประสารถแรง

 
 

“พี่ซอมพอโอเคนะ เป็นอะไรหรือเปล่าและไอ้คนนั้นมีนทำอะไรพี่ไหม “ ไดม่อนถามผม ผมรู้สึกว่ามือผมสั่นไปหมด 

 
 

“พี่เออ ..ไม่เป็นไร แค่ปวดท้องนะ “ ผมบอกไดม่อน เขาก็มองผม 

 
 

“มีน้ำไหม พี่จะกินยาแก้ปวดหน่อย”ผมถามซอมพอ เขาก็เอื้อมไปหยิบขวดน้ำมาหนึ่งขวดจากด้านหลังและส่งให้ผม

 
 

“ไว้ใจผมได้ผมไม่ใส่ยาแน่ๆ นี้ขวดที่ผมซือ้จากเซเว่นเลย “ ไดม่อนบอกผม ผมก็เปิดออกและรีบหยิบเม็ดยาขึ้นมาทานตามฉลากที่เขาบอกว่าให้ทาน 2 เม็ดทุก4-6 ชั่วโมงเวลาปวด 

 
 

“ทำไมพี่มาไกลจังอ่ะพี่ซอมพอ นี้มันแถวมหาวิทยาลับผมเลยนะพี่ “ ไดม่อนบอกผม

 
 

“ที่ไหนอ่ะ พี่ไม่รู้”

 
 

“คลองเตยพี่” 

 
 

“คลองเตย พี่ก็ไม่รู้อยู่ดี” ผมบอกไดม่อนไป ผมนั่งไปนั่งมาก็เริ่มง่วง

 
 

“นอนเลยพี่อีกนานเพราะว่ารถติด “ ไดม่อนบอกผม ผมก็พยักหน้าว่าน่าจะต้องเป็นอย่างนั้นเพราะว่าตาผมลืมไม่ขึ้นแล้ว ผมคงต้องนอน และผมก็เอนตัวผิงกับเบาะ ผมรู้สึกว่ารถจอดน่าจะติดไฟแดง และมีคนปรับเบาะให้ผม 

 
 

“ฟ๊อด” มีคนหอมผมด้วยที่แก้มแต่ว่าผมอ่อนเพลียเกินกว่าจะลืมตาดูว่าใคร
 

“ผมอยากได้พี่เป็นแฟนผมจริงๆนะพี่ซอมพอ” ผมได้ยินแต่ผมสลึมสลือเกินกว่าจะเปิดตาเพื่อโต้ตอบได้ ผมรู้สึกว่ามือถือผมสั่นแต่ก็ไม่มีแรงจะหยิบมันขึ้นมากดรับสายได้เช่นกัน ผมอยากขอให้เรื่องวันนี้เป็นแค่ฝันไปได้ไหม ตื่นมาคือผมไม่ได้เจอเขาจริงๆ พี่ณุก ผมแค่ฝันไป 

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1008
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
ใจก็อยากให้ตริณเป็นพระเอก​ แต่เหมือนตริณจะคู่กับพี่น่าน​ น้องไดม่อนนี่ก็น่าเอ็นดูออกแนวพระรองกวนๆ​ แยากให้น้องมีคู่ที่ไม่ใช่กับแฟนน้องจังเลยค่ะ​ เหมือน​ณุกเป็นพระเอก​แต่เราไม่เชียร์​ณุกอ่ะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด