♣♣♣ {My Lord} ทาสสวาท ♣♣♣ Up!!!! ตอนที่ 18 (100%) P.4 (23/05/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ♣♣♣ {My Lord} ทาสสวาท ♣♣♣ Up!!!! ตอนที่ 18 (100%) P.4 (23/05/63)  (อ่าน 8413 ครั้ง)

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
♣♣♣ {My Lord} ทาสสวาท ♣♣♣

อารัมภบท
        ในยุคที่ทาสหลบหนีเป็นที่น่ารังเกียจเทียบเท่าขยะโสโครก ซึ่ง “แพม” เป็นสิ่งนั้น ตลอดหลายปีเขาได้แต่ขัดรองเท้าให้แขกในบาร์ ไม่มีสิทธิ์แม้จะมองใบหน้าแขกด้วยซ้ำ แต่ “มอร์ริส วิลลี่ วอซลี” ขุนนางผู้สูงศักดิ์ขึ้นชื่อเรื่องรูปงามราวกับรูปสลักและสุขุมเยือกเย็น กลับจ่ายเงินซื้อตัวเขาในราคาที่สูงลิบ
        แต่โชคร้ายของแพมที่เขาไม่ได้ถูกซื้อตัวไปเป็นทาสรับใช้อย่างที่เข้าใจ กลับได้ไปเป็นทาสอารมณ์บนเตียงแทน ซ้ำร้ายท่านลอร์ดผู้เลือดเย็นกลับมีรสรักที่รุนแรงแบบคาดไม่ถึง!!!
สารบัญ

1         2       3       4         5        6.1
6.2        7        8        9       10        11
12      13       14        15       16        17
18        19            20               21               22              23
24         25           26               27               28              29
30         


จูฝากติดตามเพจด้วยนะคะ ภายในเพจจะมีการแจ้งอัพเดตนิยาย และมีการอธิบายเนื้อหานิยายที่จูอยากให้นักอ่านเข้าใจตรงกัน และมีโพสต์บางฉากที่บางทีจูคิดขึ้นมาได้สด ๆ สปอยเล็ก ๆ (คือหลอกล่อให้มาติดตามนั้นเอง 55555)
ชื่อเพจ : Juharah บางทีพิมพ์ชื่อเพจอาจจะไม่ขึ้นนะคะ เพราะจูเพิ่งเปิดใหม่ อาจจะค้นหาไม่เจอค่ะ
คลิ๊กไปเพจ Juharah ตรงนี้เลยจ้า   :mc4:

  :call:  :call:  :call:
 :pig2:


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-05-2020 12:46:49 โดย Juharah »

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
​​​​​​สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอ่าน

ขุนนางสากลประกอบไปด้วยบรรดาศักดิ์ห้าชั้นเรียงจากสูงไปต่ำดังนี้
ดยุก  สตรีเรียก ดัชเชส
มาร์ควิส สตรีเรียก มาร์คียอเนส
เอิร์ล สตรีเรียก เคาน์เตส
ไวเคานต์  สตรีเรียก ไวเคาน์เตส
บารอน  สตรีเรียก บารอเนส
โดยทั่วไปจะใช้คำว่า ลอร์ด แทนบรรดาศักดิ์ทั้งสี่ ยกเว้น ดยุก บรรดาศักดิ์สูงสุดจะไม่เรียกแทนว่าลอร์ด จะเรียกว่าดยุกไปเลย

(ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia)

*************************
ตอนที่ 1

         ผ้าผืนเล็กสีเขรอะขระถูกม้วนเป็นก้อนแบบยาวเพื่อให้ถนัดกับการใช้ขัดรองเท้าหนังราคาแพง ก่อนหน้านี้ผ้าผืนนี้เคยเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว แต่ตอนนี้ถูกแปรสภาพมาเป็นเศษผ้าใช้ขัดรองเท้า สีของมันไม่ได้มีขาวเหมือนอย่างเก่า มันดำและสกปรกยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว เพราะถูกใช้ทำความสะอาดคราบสปรกที่ติดรองเท้าของคนหลายคน บางครั้งก็ผ่านการเหยียบย่ำโคลนเหนียว เลอะฝุ่นดินแดง อีกทั้งยังชุบน้ำมันสำหรับขัดรองเท้ามานับครั้งไม่ถ้วน เพราะเช่นนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะยังคงเป็นสีขาวเหมือนเก่า

         มือแห้งกร้านจับชายผ้านั้นไว้ทั้งสองมือ ขัดไปตามปลายรองเท้าหนังที่ดูแล้วราคาที่ต้องเป็นระดับชั้นขุนนางเท่านั้นที่จะสามารถจ่ายเงินเพื่อแลกมันมาได้ รองเท้ามอมแมมที่ใช้เวลาขัดมาเกือบยี่สิบนาทีจนกลายเป็นรองเท้าที่เงางามราวกับได้ซื้อคู่ใหม่ และดูเหมือนว่าชายคนนี้ค่อนข้างจะถูกใจมากทีเดียวเมื่อดูจากเหรียญเพนนีที่ถูกโยนมาที่พื้นเพื่อจ่ายให้กับเขา

         3 เพนนีเชียวหรือ?
         ร่างที่กึ่งนั่งกึ่งหมอบแทบกองพื้น ขยับศีรษะมองเหรียญที่กลิ้งไปตามพื้นโดยไม่เงยหน้าสูงไปกว่าหัวเข่าผู้ให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเผยแววดีใจเมื่อรู้ว่าวันนี้ได้รับทริปมากกว่าที่เคยได้รับมา นิ้วเรียวยาวที่เลอะคาบน้ำยาเคลือบรองเท้าเอื้อมไปหยิบสตางค์ขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเก่า หัวทุยสีดำขลับก้มลงแนบรองเท้าที่พึ่งขัดไป เป็นการขอบคุณ

         “ทาสคนนี้ฝีมือดีทีเดียวนะลอร์ดมาร์ลอน ทั้งๆที่รองเท้าคุณเพิ่งผ่านการเดินทางไกลจากปารีส แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนใหม่ราวกับเพิ่งออกจากโรงงาน”

         “อืม...ตามที่คุณบอกเลย นี่ผมค่อนข้างถูกใจเลยนะ อันที่จริงผมคิดจะซื้อใหม่ในเร็วๆนี้ แต่ดูเหมือนเด็กในบาร์นี้มีฝีมือเสียจนผมทิ้งรองเท้าที่ขัดจนเหมือนใหม่ไม่ลงเลยทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าเป็นทาสผิดกฎหมายผมคงรับไปเป็นคนขัดรองเท้าส่วนตัว”

         “น่าเสียดายจริงๆ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาขัดให้ฉันทีสิ”

         หลังลอบฟังบทสนทนาของเหล่าชนชั้นสูงที่กำลังคุยกัน ปลายรองเท้าหนังสีน้ำตาลของคนพูดยื่นมาแทบชิดหน้าร่างโปร่งที่ก้มอยู่เกือบชิดพื้นเพื่อเป็นการบังคับโดยนัย ซึ่งมันไม่ใช่คำขอแต่อย่างใด ถึงจะไม่ขอ...เขาก็ต้องทำให้อยู่แล้ว เพราะมันไม่อาจเลี่ยงหน้าที่นี้ได้ คนต่ำเตี้ยเช่นเขาไม่มีสิทธิแม้ที่จะคิดปฏิเสธ

         “ครับลอร์ด”

         ชื่อของเขาคือ แพม แพม ผู้ชายสูงห้าฟุตกว่า อายุน่าจะย่าง 25 ปี ผิวขาวชมพูตามลักษณะคนตะวันตก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ไร้จุดเด่นใดๆทั้งสิ้น  อาจจะฟังดูแปลกทั้งชื่อจริงและนามสกุลของเขานั้นใช้เหมือนกัน และจะยิ่งแปลกไปยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่านามสกุลเขาไม่ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษแต่อย่างใด ตั้งแต่จำความได้ตอน 4-5 ขวบเขาต้องนั่งเช็ด ขัด ถู รับใช้ผู้ใหญ่ หรือบางทีก็ต้องคอยรับใช้คนรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่ออยู่ไปได้ไม่เกิน 5 ปี เขาก็ต้องย้ายถิ่นฐานที่อยู่ไปต่างเมืองเพราะมีการตรวจสอบหาทาสผิดกฎหมาย ซึ่งเขาเป็นทาสผิดกฎบ้านเมือง

         จนย้ายมาอยู่เมืองเดนยอร์กตอนอายุได้ประมาณเกือบ 15 ขวบ เขาก็ได้มารู้จักคุณนายเพนนี เจ้าของบาร์ที่ใหญ่โต และหรูหราที่สุดในเมือง มีมากซึ่งอิทธิพลและเงินทอง อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง คุณนายเพนนีเป็นคนมอบชื่อให้แก่ทาสที่มาทำงานทุกคน โดยใช้ชื่อจริงและนามสกุลเหมือนกัน เพื่อให้จำง่าย ความจริงอาจจะเรียกว่าชื่อในทางปฏิบัติก็ได้ แพมจึงได้ชื่อนี้มาใช้จนปัจจุบัน เขามาทำงานรับใช้ในบาร์ของคุณนายเพนนีเพื่อแลกกับการมีที่อยู่ที่กินตลอดหลายปี โดยไม่ต้องห่วงเรื่องหลบหนี

         การแบ่งชนชั้นวรรณะอย่างชัดเจนในหลายเขตเมืองและหลายๆประเทศเป็นที่รู้กันคร่าวๆว่า บุคคลที่อยู่สูงสุดคือคิงและควีนของประเทศ รองลงมาคือบรรดาชนชั้นสูงขุนนางทั้ง 5 บรรดาศักดิ์ อันดับสุดท้ายคือทาส แต่ช่างโหดร้ายที่ผู้คนตีค่าทาสหลายระดับนัก บางคนส่งลูกหลานไปเป็นทาสรับใช้ขุนนาง ทาสที่มีรูปโฉมงามก็จะนั่งอยู่ตามบาร์ ร้านเหล้า ร้านเบียร์ เพื่อให้เศรษฐีหรือคนรวยมาซื้อตัวไป ซึ่งแน่นอนแพมเป็นบุคคลที่มีชั้นวรรณะต่ำสุดยิ่งกว่าทาสที่กล่าวมา เขาเป็นทาสหลบหนี ผิดกฎหมาย ถ้าโดนจับได้เขาจะถูกจับไปขังในห้องกรง ถูกทรมานและทำงานหนักเพื่อประเทศ

         ในบาร์ของคุณนายเพนนีมีทาศทุกระดับ ทาสที่มีหน้าตาโฉมงาม สระสลวยจะทำหน้าที่คอยรับใช้ดูแลแขก ลูกค้าอย่าใกล้ชิด โดยได้ค่าจ้างเป็นทริปจากลูกค้า ส่วนพวกทาสหลบหนีอย่างเขาจะต้องคอยเช็ดรองเท้าให้แขกทุกคนที่เข้ามาในร้าน โดยมีกฎห้ามเงยหัวเกินหัวเข่าของแขก ห้ามสบตาแขกเด็ดขาด ต้องก้มหน้าและเสวนาให้น้อยที่สุด เพราะในประเทศคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทาสหลบหนีอย่างเขามันน่ารังเกียจที่สุด ทาสแบบเขาไม่มีค่าจ้าง ถ้าได้ทริปต้องเอาให้คุณนายเพนนีทั้งหมด แต่คุณนายจะตอบแทนให้โดยการเพิ่มอาหารให้ในแต่ละมื้อ

         “วันนี้แกก็ได้ทริปเยอะอีกแล้วนะแพม ได้เยอะกว่าพวกเกรด A บางคนเสียอีก”

         หญิงสูงวัยรูปร่างอ้วนท้วมแต่งตัวสีจัดจ้าน มือและคอเต็มไปด้วยเครื่องเพชรเครื่องประดับสมฐานะ เธอพูดกับแพมด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก แล้วโยนเศษเหรียญลงในโหลใบใหญ่ แพมถูกพูดเปรียบเทียบกับพวกทาสที่มีหน้ามีตากว่าเขา ทริปที่ว่ามันเยอะสำหรับบรรดาทาส แต่สำหรับคนทั่วไปมันเป็นแค่เศษเหรียญเท่านั้น มือหยาบกร้านที่กำลังเช็ดผื้นไม้หยุดชะงัก

         “ครับคุณนาย วันนี้ลอร์ดมาร์ลอนท่านอารมณ์ดี” แพมพูดถึงขุนนางที่มักจะมาดื่มเบียร์ที่ร้านบ่อย ๆ ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาแต่ก็ได้ยินแขกคนอื่นพูดบ่อย ๆ ว่าเป็นขุนนางที่ดูแลเขตเมืองเดนยอร์ก

         “หืม ลอร์ดมาร์ลอดกลับมาจากปารีสแล้วหรือ ไม่เห็นเข้ามาทักทายเพื่อนแก่อย่างฉันเลย ให้ตายสิ! อ้อ นี่แพม พรุ่งนี้แกไม่ต้องออกไปรับแขกนะ อาบน้ำแต่งตัวให้สะอาดสะอ้าน รอหนึ่งทุ่มตรงไปทำหน้าที่ขัดรองเท้าให้แขกคนสำคัญของร้านด้วย ขัดให้ดีและสะอาดกว่าทุกวัน

         “ครับคุณนาย” แพมตอบรับ เป็นปกติเมื่อมีชนชั้นสูงที่พิเศษกว่าคนอื่นมาเยือนร้าน แพมจะถูกใช้ให้ไปขัดรองเท้าให้บุคคลนั้น เพราะว่าเขาขัดดีที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด ส่วนพวกทาสเกรดเอที่หน้าตาดีที่สุดจะถูกจับแต่งตัวให้ดูดีเพื่อไปรับใช้พวกเขา

         “เดี๋ยวก่อนแพม ไปบอกเจ้าพวกนั้นด้วย ไม่ต้องไปรับใช้ท่านนะ ท่านไม่มีรสนิยมซื้อทาส เดี๋ยวท่านจะอารมณ์เสียเปล่า ๆ ให้แค่แกไปขัดรองเท้าให้ท่านก็พอ แต่อย่าไปทำตัวให้ท่านรังเกียจล่ะ อย่าเงยหน้ามองแขก จำไว้ด้วย”

         “ครับคุณนาย”

         เขาขอกลับคำ ครั้งนี้มันไม่ปกติจากครั้งที่ผ่านๆมา ท่านลอร์ดคนนี้ช่างแปลกประหลาด มีขุนนางคนไหนไม่ชอบการถูกรับใช้บ้าง



         ในห้องทำงานกว้างเรียบหรู สไตล์ยุโรปสีโทนน้ำตาลดำดูทะมึน เกินครึ่งห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือหลายชั้น ทุกชั้นเต็มไปด้วยหนังสือวิชาการหลากหลาย และตู้โชว์ถ้วยรางวัลหลายตู้ ภายในห้องมีชายร่างใหญ่สองคนนั่งประจันหน้ากันแต่บรรยากาศของทั้งสองคนช่างแตกต่าง คนหนึ่งซึ่งเป็นแขกกำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจและเคร่งเครียด ส่วนผู้เป็นเจ้าของห้องกำลังนั่งจิบไวน์ด้วยท่าทีสบายๆ ในมืออ่านจดหมายบางอย่างอยู่

         “แน่ใจแล้วหรือที่จะไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้ มันเป็นหน้าตาของคุณเลยนะมอร์ริส” น้ำเสียงเคร่งเครียดถูกเปล่งออกมาโดยบุคคลที่เป็นแขก

         “ทั้งๆที่คุณรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่กลับมาถามผมเนี่ยนะ ยังคงตลกเหมือนเดิมเลยนะคุณกิล”

         นัยน์ตาสีเขียวแกมฟ้าละจากจดหมายที่อ่านจบมามองหน้าอีกฝ่าย ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลักเทพนิยายกรีกที่แม้แต่ผู้ชายด้วยกันเองยังรู้สึกหวั่น รับกับนัยน์ตาสีประหลาดหาได้ยากในโลกนี้ ไหนจะรูปร่างที่สมชาย แข็งแรง สมส่วนพอดี ราวกับทุกอย่างที่สมบูรณ์แบบมารวมอยู่ในคนๆเดียว...สมบูรณ์แบบ

         “ผมก็ยังหวังเล็กๆว่าคุณจะเปลี่ยนใจ งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะครับลอร์ดมอร์ริส วิลลี่ วอซลี”

         “คุณวิล คุณอย่าเรียกชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนั้นอีกนะ ถึงมันจะไม่ได้ผลก็เถอะ ผมยืนยันคำเดิมจะไม่เปิดเผยตัวเอง ผมเกลียดความวุ่นวายเป็นที่สุด” มอร์ริสยิ้มมุมปากเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมามีใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่จะวางจดหมายที่เพิ่งอ่านจบลง

         “เฮ้อ ผมล่ะเหนื่อยจริงๆเลย ถ้าผมปฏิเสธราชินีที่จะไม่คุยกับคุณได้ผมคงทำไปแล้ว การที่มาขอร้องคุณมันเหนื่อยยิ่งว่านั่งรถม้ามาหาคุณถึง 4 คืน มีใครที่ไหนไม่อยากจะให้ตัวเองมีชื่อเสียง อ้อ มีคุณนี่เองสินะ” กิลบ่นงึมงัม พร้อมส่ายหัวกับความดื้อดึงของชายหนุ่มรูปงาม

         “ชีวิตผมไม่ต้องการอะไรพวกนั้นเลยสักนิด ผมทำวิจัยพวกนั้นออกมาเล่นๆเพื่อตอบสนองความอยากรู้ของตนเองเท่านั้น แต่เผอิญไปต้องตาคนอื่นเข้า” มอร์ริสพูดอย่างถ่อมตัว

         “อ่าฮะ ก็ได้ ๆ ผมยอมแพ้ ส่วนเรื่องจดหมายนี่ คำตอบยังคงเหมือนเดิมสินะ ผมจะไม่เซ้าซี้แล้วกันเพราะผมมาคุยกับคุณเรื่องนี้เป็นครั้งที่ครึ่งร้อยแล้ว เดี๋ยวผมจะเอาไปบอก...”

         “ผมยังไม่ตอบสักหน่อย” ชายหนุ่มยิ้มอ่อน

         “!!!” กิลอ้าปากเหวอ มองคนพูดอย่างตกใจ สีหน้าหลากหลายอารมณ์ทั้งดีใจ และประหลาดใจ

         “แต่ก็คงไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ ผมรู้ว่าคุณจะไม่มาแค่เรื่องวิจัยเรื่องเดียวแน่นอน คงจะมีเรื่องเดิมๆที่ราชินีขอมา ผมจึงเขียนจดหมายนี้เพื่อฝากคุณไปให้ราชินี” นิ้วมือเรียวยาวคีบซองจดหมายส่งให้ คนที่นั่งตรงข้าม

         “เราค่อนข้างสนิทกันพอสมควร ผมสามารถรู้ได้ไหมว่าคุณเขียนอะไรถึงราชินี” กิลเอ่ยถามอย่างสงสัย

         “ตำแหน่งดยุกที่ราชินีพระราชทานให้ ผมขอรับไว้”

         “โอ้พระเจ้า! นี่คุณ!”

         “...แต่จะขอรับเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ” มอร์ริสบอกต่อ เพื่อไม่ให้ความหมายผิดเพี้ยนไป

         “อ่า...ถึงอย่างนั้นก็เป็นคำตอบรับที่ดี อย่างน้อยตำแหน่งพระราชทานนี้ก็เป็นของคุณแล้วหลังจากที่คุณปฏิเสธมา 49 ครั้ง!”

         “ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถอยู่ต้อนรับคุณได้นาน เผอิญผมต้องเดินทางไปเมืองเดนยอร์กในคืนนี้”

         “ไม่เป็นไร ผมก็ต้องรีบเอาข่าวดีนี้ไปส่งให้แก่ราชินีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นแล้วผมขอตัว ขอบคุณสละเวลามาคุยกัน”

         “ยินดีครับ”

         ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนก่อนจะจับมือลากันเป็นมารยาท กิลหยิบไม้เท้ามาถือเดินออกจากห้องทำงานของมอร์ริสไป ไม่นานก็มีชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดพ่อบ้านเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ฮาร์วีก้มหัวทักทายมอร์ริสผู้เป็นนาย

         “รถม้าจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน” พ่อบ้านฮาร์วีพูด

         “เราจะเดินทางไปถึงเมื่อไหร่”

         “ตอนนี้ห้านาฬิกา ถ้าออกเดินทางตอนนี้คาดว่าจะถึงเดนยอร์กประมาณบ่ายแก่ๆวันพรุ่งนี้ขอรับ”

         “อืม งั้นไปกันเลย”


         ผ้ากับแปรงขัดรองเท้าอันใหม่ถูกจัดเรียงเข้าไปในกล่องในเล็กอย่างเชื่องช้า แพมนั่งอยู่ในห้องพัก และจงใจทำไปอย่างช้าๆเพื่อให้ถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรงพอดี วันนี้เนื้อตัวเขาสะอาดสะอ้านกว่าทุกวัน เพราะไปไม่ได้เอาตัวไปเกลือกกลั้วกับพื้นอย่างทุกวัน

         “เป็นแค่ทาสนอกกฎหมายแท้ๆ แต่ได้รับคำยกยอชมชอบกว่าคนอื่น เพื่อนพ้องไปเอาหน้าแนบพื้นขัดรองเท้าแขกตั้งแต่บ่ายสี่ ส่วนตัวเองนั่งนอนรอสบายตัวสบายใจ อยากรู้จริงไปทำยังไงให้คุณนายเอ็นดู”

เสียงแหลมเล็กเอ่ยถ้อยคำเสียดสี ขัดแย้งกับใบหน้าที่สวยหวาน ชื่อเธอคือแอนนาเป็นทาสที่คุณนายเพนนีซื้อมารับใช้ส่วนตัว และเอาไว้รับแขก เพราะแอนนาจัดเป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยทีเดียว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แพมถูกแขวะ ด่าทอ แต่แพมก็ไม่เคยโต้ตอบแม้แต่ครั้งเดียว

         “ชิ หน้าเบื่อจริง เป็นใบ้หรือไง!” แอนนาสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วปัดกล่องอุปกรณที่แพมนั่งจัดจนหล่นกระจัดกระจาย แพมเงยหน้ามองหญิงสาว

         “เธอรู้ไหม ถ้าเธอปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบนี้ เธอจะน่ารักในสายตาทุกคน”

         แพมบอกหญิงสาวเสียงเย็นแล้วก้มลงเก็บของ แอนนาโมโหจัด เธอตั้งใจจะโต้ตอบ แต่ถูกขัดด้วยเสียงของคุณนายเพนนีที่ตะโกนมาจากนอกห้อง

         “แพม จวนจะได้เวลาแล้ว ออกมาสักทีสิ”

         แพมทำหน้าเรียบเฉยไม่สนใจอีกคนที่หายใจฟึดฟัด ร่างโปร่งเดินผ่านหญิงสาวร่างบางไปโดยไม่ชายตามอง ยิ่งเพิ่มโทสะให้แก่อีกคนกว่าเก่า

         เมื่อแพมออกมาหน้าร้าน เขาก็หมอบคานลงกับพื้นไปยังโต๊ะพิเศษที่อยู่มุมสุดของร้าน เขาคลานผ่านทาสหลายคนที่กำลังขัดรองเท้าให้แขก ทาสทุกคนรวมทั้งเขาถูกแขกหลายคนเตะ บ้างก็ไม่ตั้งใจเพราะพวกเขามันเกะกะ บ้างก็จงใจทำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกในสายตาคนทั่วไปเลย

         ปึก!

         “อ๊ะ!”

         แพมล้มลงไปนอนกับพื้นเมื่อจู่ๆราวกับมีกำแพงเคลื่อนที่มาชนเขาเต็มแรง ร่างโปร่งมองเห็นชายกระโปรงพลิ้วสีแดงสดที่มาของกำแพงที่ว่า ชุดเดรสของแอนนา แพมจำได้เพราะเพิ่งคุยกับเธอไปก่อนหน้านี้ แอนนายืนถือถาดเครื่องดื่มชำเลืองตามามองแพมที่ล้มนอนกับพื้น เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากทาสคนอื่นๆที่ดูสะใจกับเขาที่เป็นฝ่ายโดนกระทำ

         “ไม่ยักรู้ว่าคนในบาร์นี้มีสายตาฟั่นเฟือง คนตัวออกจะใหญ่ยังชนได้เต็มแรง ฮาร์วี...”

         “ครับนายท่าน”

         สิ้นเสียงออกคำสั่ง เงาทะมึนสีดำมาปกคลุมร่างโปร่ง แพมถูกประคองขึ้นมาจากพื้นพยามให้เขาลุกขึ้น แพมที่เพิ่งรู้สึกตัวขัดขืนเล็กน้อยและนั่งก้มหน้ากับพื้น

         “มะ ไม่เป็นไรครับคุณท่านทั้งสอง” แพมกล่าวเสียงเบา

         “คุณหนูเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ ให้กระผมดูสักหน่อยไหม”

         ชายที่เป็นผู้ประคองเขาขึ้นถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แพมหน้าซีดเผือด เขาผู้ไม่เคยได้รับการเอาใจถึงกับพูดไม่ออก แต่การให้แขกมาทำตัวใกล้ชิดแบบนี้ คุณนายเพนนีต้องงดอาหารเขาไปสามวันแน่เลย

         “ขะ..ขออภัยค่ะคุณท่าน นายคนนั้นเป็นแค่ทาสในร้านเรา คุณท่านไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะคะ” แอนนายืนค่อมพูดจาติดขัด

         เรียวขายาวของชายร่างใหญ่อีกคนมายืนชิดแพม ร่างบางคิดว่าน่าจะเป็นเจ้านายของคนที่มาประคองเขาขึ้นจากพื้น แต่สิ่งที่เขารับรู้ได้เพียงอย่างเดียวคือ กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยออกมาจากตัวของชายคนนี้ เป็นกลิ่นที่ดึงดูดเสียจริง เขาได้กลิ่นน้ำหอมจากแขกมานับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน

         “เมื่อกี้เธอชนเขาไม่ใช่หรือ ทำไมยังไม่เอ่ยปากขอโทษ” เสียงทุ้ม เย็นชาดังออกมาโดยร่างสูง แพมสะดุ้งก่อนจะก้มหน้าลงกับพื้นแล้วพูดอย่างร้อนรน

         “ผมไม่เป็นไรครับคุณท่าน ผมไม่ระวังเอง ให้...”

         “ทำไมเธอยังนิ่งล่ะ เธอเป็นทาสเหมือนกันไม่ใช่หรือไง คำสั่งแขกถือเป็นเด็ดขาดไม่ใช่หรือ”

         แอนนามองตาสีฟ้าเขียวสุกใสแต่กลับเย็นชาอย่างเกรงกลัว แม้อีกฝ่ายจะมีรูปร่างหน้าตาที่แทบจะคร่าชีวิตเธอได้ บรรยากาศใกล้ตัวเงียบลงเล็กน้อยราวกับดูสถานการณ์ตอนนี้อยู่ แอนนาวางถาดที่โต๊ะใกล้ๆก่อนจะนั่งลงกับพื้น

         “อะ เอ่อ ฉันขอโทษนะจ๊ะ พอดีฉันไม่ทันมองเธอเข้าน่ะ” สาวร่างบางจับบ่าของแพมไว้ ก่อนจะกระซิบใกล้หู “หลังจากนี้แกตายแน่”

         มอร์ริสไม่สนใจหญิงสาวที่เงยหน้ามามองเขาเจื่อนๆ สายตาเขาจดจ้องกับอีกคนที่เอาแตนั่งหมอบก้มหน้าแทบชิดพื้น คอเสื้อสีขาวตัวใหญ่ที่ร่างโปร่งสวมตกลงมาจนเห็นเนื้อในและยอดอกสีชมพู ผมสีน้ำตาลยาวถึงต้นคอเกะกะ จนปกปิดใบหน้าไปหมด จะว่าไปแล้วพวกทาสหลบหนีพวกนี้ก็จะมีลักษณะนี้ทุกคน มอร์ริสเบือนหน้าหนีก่อนจะเดินจากทาสรับใช้สองคน พร้อมกับพ่อบ้านฮาร์วีที่เดินอยู่ตามหลัง

         แพมมองตามเรียวขายาวที่เดินจากไปตาละห้อย ก่อนจะดึงตัวเองให้หลุดพ้นออกจากแอนนาราวกับรังเกียจ สองมือหยาบรีบเก็บอุปกรณ์ขัดรองเท้าของตัวเองที่กระจัดกระจายรีบไปทำหน้าที่ที่สำคัญ และทำเป็นไม่ได้ยินเสียงสบถสาบแช่งของแอนนา


         ลอร์ดมาร์ลอนที่นั่งคุยกับคนรู้จักอยู่ในโซน VIP พลางจิบเบียร์ด้วยท่าทีสบายๆ คนที่คุยอยู่ด้วยละสายตาจากเขาไปมองมองบางอย่าง ลอร์ดมาร์ลอนจึงหันไปมองตามสายตาก่อนจะชะงักเล็กน้อย ชายน่าตาดีสูงโปร่งสองคนเดินตรงมายังเขา แต่ที่โดดเด่นจนหยุดสายตาคนโดยรอบมากที่สุดคงจะเป็นผู้เป็นนายที่เดินนำหน้ามา แม้จะมีใบหน้าที่เรียบเฉยดูไม่เป็นมิตรแต่ก็ไม่ทำให้เจ้าตัวดูย่ำแย่ขึ้นมาแม้แต่น้อย

         “ดูเหมือนแขกของท่านลอร์ดจะมาแล้ว กระผมขอตัว”

         ลอร์ดมาร์ลอนยิ่มอ่อนให้กับเพื่อนคุย ก่อนจะลุกขึ้นหันหน้าไปหามอร์ริสที่เดินตรงเข้ามา อีกฝ่ายยื่นมือมาหาเขาก่อนเพื่อทักทาย

         “ยินดีที่ได้พบครับลอร์ดมาร์ลอน ต้องขออภัยที่ผมมาเลทไป” เสียงทุ้มเย็นกล่าว

         “ยินดีที่ได้รู้จักลอร์ดวอซลี ผมสบายๆอยู่แล้ว เชิญนั่งครับ” ลอร์ดมาร์ลอดผายมือไปยังโซฟาหรู แล้วมองรูปหน้ามอร์ริสอีกครั้ง

         “ผมค่อนข้างแปลกใจ คุณดูดีเกินที่คนเขาล่ำลือกัน ทั้งที่ผมอายุมากกว่าคุณไม่เท่าไหร่แต่กลับดูคล้ายรุ่นพ่อ” ลอร์ดมาร์ลอนพูดติดตลก

         “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ คุณไม่ดูแก่เหมือนพ่อผม”

         “ฮะ ๆ ๆ ต้องขอโทษที่นัดมาที่ร้านแบบนี้ แต่ได้ยินมาว่าคุณค่อนข้างคลั่งไคล้ไวน์ พอดีร้านนี้เป็นร้านของเพื่อนผมที่หมักไวน์เอง มีรสชาติที่ทันสมัยอยากให้คุณได้ลอง...ลอร์ดวอซลี” ลอร์ดมาร์ลอนเรียกชื่อคู่สนทนาที่เบือนหน้าไปสนใจอย่างอื่น
มอร์ริสจับจ้องที่ร่างบางที่คลานคุกเข่าตรงมาทางเขาและลอร์ดมาร์ลอน เขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมร่างโปร่งไร้บรรดาศักดิ์คนนี้ถึงดึงดูดเขานักตั้งแต่ที่เขาย่างเท้าเข้ามาในบาร์หรู ก่อนจะตอบมาร์ลอนโดยไม่ละสายตาจากร่างบาง

         “อ่าครับ...งั้นผมคงต้องลิ้มลองรสไวน์ของที่นี่เสียแล้ว”


         แพมเข้ามานั่งใกล้ๆบุคคลทั้งสองอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนแล้วเอาอุปกรณ์ออกมา ร่างโปร่งบางแน่นิ่งไปขณะหนึ่ง

         ...กลิ่นนี้อีกแล้ว...

         เขาจำได้ กลิ่นของชายน้ำเสียงเยือกเย็นที่ช่วยเขาเมื่อกี้ ผ้าผืนใหม่เริ่มถูกละเลงขัดไปบนรองเท้าหรู ถึงแม้มันจะไม่สกปรกเท่าที่ควร เขาคิดว่าเขาคงแย่แน่ๆถ้าต้องได้กลิ่นนี้เป็นเวลานาน ไม่ใช่เพราะมันเหม็นฉุน แต่มันทำให้เขาเคลิ้มจนหลับไปเลยก็ได้ น้ำหอมนี้คงแพงมากแน่ๆ เขาอยากได้บ้างจัง

         ปึก!

         Oh sh***t แพมกู่ร้องในใจ ขณะที่ปลายจมูกเขาแนบอยู่ที่หน้าขาของแขกที่เขากำลังขัดรองเท้าให้อยู่ ร่างบางตัวสั่นด้วยความเกรงกลัวเป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมนั่นทำเขาเผลอตัว แพมค่อยๆเอาใบหน้าออกมาช้าๆ เขาจะถูกรังเกียจ ถูกตี ถูกด่าทอหรือเปล่า แต่ชนชั้นสูงทั้งสองคนจะยังคงคุยกันอยู่ แพมเกิดความสงสัยในใจกว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อกี้อีกฝ่ายอาจจะรู้สึกตัว เขาก็ไม่ได้ชนแรง (หรือเปล่า)นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำผิดกฎของบาร์เลยก็ว่าได้ นัยน์ตาร่างบางเริ่มคลอเล็กน้อย การทำให้แขกไม่พอใจยิ่งจากทาสชั้นต่ำอย่างเขาแล้ว จะได้รับโทษขนาดที่คุณนายเพนนีไล่ออกได้เลย

         ร่างบางรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นลอบมองชายตัวใหญ่ที่อยู่เหนือเขา ก่อนจะเบิกตากว้าง สั่นระริก เมื่อสบกับนัยน์ตาสีสวยสะกดที่จดจ้องเขาอยู่ทั้ง ๆ ที่ยังคุยกับลอร์ดมาร์ลอนราวกับจดจ้องเขามาก่อนหน้านี้แล้ว มือที่กำลังขัดรองเท้าหยุดทันที และสั่นจนสัมผัสได้

         แพมไม่แน่ใจว่าที่สั่นเพราะเขากลัว หรือเพราะใบหน้ารูปสลักเรียบเฉยนั่นจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ มุมปากของร่างสูงยกขึ้นพร้อมกับเสียงหึในลำคอ ทำให้แพมก้มหน้างุดแล้วรีบขัดรองเท้าหรูนั่นให้เสร็จเร็วไว แพมเบี่ยงตัวจะไปขัดให้ลอร์ดมาร์ลอน แต่อีกฝ่ายปัดมือไล่เขาขณะกำลังคุยธุระที่เคร่งเครียด และแพมก็ได้รู้ว่าชายคนนั้นที่ทำสติเขาหลุดคือมอร์ริส ลอร์ดวอซลี

         ...แววตาเหมือนลูกกวางนั่นคืออะไร ยั่วกันหรือไง...

         ร่างสูงเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้าง ยิ้มเจ้าเล่ห์ นิ้วมือเรียวยาวแกว่งแก้วไวน์ไปมา สายตาจับจ้องการไหวของมัน

         “ลอร์ดมาร์ลอน ไวน์บาร์นี้ถูกใจผมจริง ๆ คงต้องให้ฮาร์วี ‘พากลับบ้าน’ เสียแล้ว”


***********************************

         สวัสดีค่ะ นับว่านี่เป็นนิยายเรื่องแรกของจูอย่างเป็นทางการเลยค่ะ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยกล้าที่จะลงเว็บหรือเอามาเผยแพร่ เพราะความไม่มั่นใจในการเขียนของตัวเอง อาจจะมาลงช้าบ้าง ไวบ้าง เพราะมีงานหลักที่ต้องทำอยู่ แต่จะพยายามลงให้ไว และจะแต่งให้จบนะคะ 55555 ฝากเนื้อฝากตัว ฝากใจไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ
        หากแต่งไม่ดี ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยล่วงหน้าเลยนะคะ ยินดีที่จะรับคำติชมค่ะ แสดงความคิดเห็นพูดคุยกันได้ แต่อย่าว่าแรงนะคะ อ่อนไหว 55555555
         
ฝากเรื่อง My Lord ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-01-2020 16:15:15 โดย Juharah »

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ติดตามจ้า~

ออฟไลน์ Fengfang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อยากอ่านต่อแน้ว

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
:katai2-1: :pig4: ขอบคุณคอมเม้นต์น่ารัก ๆ ด้วยนะคะ

ตอนที่2

   เพี๊ยะ!

   แพมถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกโดยอาการเจ็บแปลบที่ใบหน้าซูบของตัวเอง เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงมองคนที่กระทำ

   “แอนนา เธอทำอะไร”

   แอนนาในชุดนอนผ้าลินินยืนหน้าทะมึง พร้อมกับชายสองคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเพราะเป็นทาสเหมือนกัน สองคนนั้นเข้ามาล็อกตัวเขา ความที่ตัวเล็กกว่าอยู่มากโขทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ แอนนาเดินตรงมากระชากหัวเขาไม่ยั้งแรง

   “ถ้าเธอโกรธฉันเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ ฉันขอโทษเธอก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรไปมากกว่านี้เลย” แพมพูดเสียงอ่อน

   “อย่าโง่ได้ไหม คิดว่าฉันจะหายโกรธแกหรือไง ทำให้ฉันอับอายคนในร้านตั้งมากมาย ทั้งที่ฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณนายเพนนี แต่คุณนายก็ไม่ลงโทษอะไรแกเลย รู้ไหมพวกทาสคนอื่นๆ ก็ต่างพากันแค้นใจแกทั้งนั้น”

   พูดจบก็ตามด้วยแรงปะทะที่ใบหน้าของแพมอีกข้าง เขาหลุบตาต่ำ ใช่ว่าเขาไม่รู้ตัวเรื่องที่คนในบาร์ไม่พอใจเขา แต่เขาก็ไม่สนใจเพราะชีวิตของเขาต้องทำเพื่ออยู่รอดเท่านั้น

   “ถึงตบไป ก็ไม่สะใจเปล่าๆ”

   แอนนาเดินไปหยิบบางอย่างที่มุมห้อง แล้วเดินเข้ามาใกล้แพมด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย แพมหน้าซีดเผือดแม้กระทั่งคนที่ล็อกตัวเขายังหน้าเจื่อน

“นี่แอนนา นั่นไม้หน้าสามเลยนะ เดี๋ยวมันก็ตายหรอก” หนึ่งในคนที่ล็อกเขาพูด

   “หุบปากซะ ฉันไม่ฆ่ามันหรอก แกจับมันไว้เฉยๆ ก็พอถ้าไม่อยากโดนลูกหลง”

   “!!!”



   “อย่าลืมประคบหน้านั่นด้วยล่ะ เดี๋ยวป่วยไปจะลำบากฉัน”
 
   คุณนายเพนนีนั่งนับเงินเหลือบมองแพมที่กำลังออกไปทำงานหน้าร้าน เธอไม่ได้รู้สึกตกใจเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาสในร้านตีกัน แพมไม่พูดอะไรกลับเพราะแค่กะพริบตาเขาก็ทำได้ยากแล้ว ตอนนี้โลกทัศน์เขามันแคบกว่าเดิมเพราะตาข้างหนึ่งปูดบวม กับแก้มซ้ายบวมช้ำจากการถูกตีด้วยไม้หน้าสาม ไม่นับรอยแผลนับไม่ถ้วนใต้ร่มผ้า นับว่าเป็นช่วงที่ทรมาน ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนทำร้าย

   บาร์หรูยามเย็นวันนี้ค่อนข้างสงบกว่าทุกวัน มีแขกให้เห็นอยู่ประปราย ไฟสีส้มทำให้ทั่วร้านอบอุ่นขัดกับบรรยากาศด้านนอกในช่วงหน้าฝน ทาสที่ว่างงานนั้นเช็ดขัดถูจานเพื่อไม่ทำตัวว่าง โต๊ะไม้แก่หลายโต๊ะยังคงว่างเพื่อรอให้ลูกค้าคนต่อ ๆ ไปมานั่ง วันแบบนี้ถูกใจบรรดาทาสทุกคนจริง ๆ

   วันนี้เขายังคงทำหน้าที่เดิม ๆ อย่างทุกวันเหนื่อยน้อยกว่าเก่าเล็กน้อย เพราะแขกน้อยลง สิ่งที่ดูน่าตื่นเต้นในทุก ๆ วันของเขานั่นก็คงเป็นการนั่งฟังแขกที่คุยกันถึงประสบการณ์ในแต่ละวันของพวกเขามันเป็นเช่นไร เหมือนตอนนี้ที่เขากำลังนั่งเช็ดคราบดินออกจากรองเท้าส้นสูงของคุณผู้หญิงสองท่านและลอบฟังการสนทนานั้นไปด้วย

   “เธอรู้อะไรไหม เมื่อตอนบ่ายฉันเดินสวนกันกับลอร์ดวอซลีที่ตลาดด้วย ท่านเดินมากับลอร์ดมาร์ลอน คงจะมาตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ของหมู่บ้าน”

   “อุ๊ยตายจริง อิจฉาเธออะไรขนาดนี้ ฉันได้ยินมาว่าท่านขุนนางมอร์ริส วอซลีขึ้นชื่อเรื่องความเฉลียวฉลาดและหล่อเหลาเอาการเลยไม่ใช่หรือ” หญิงสาวอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

   “จากเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ฉันได้เห็นอย่าเรียกว่าหล่อเฉยๆ เลย ฉันนึกว่าเทพบุตรลงมาจุติ… อ่ะนั่น! คุณพระ” ไม่ทันหญิงสาวจะได้สาธยาย พลันเหลือบเห็นบุคคลที่พวกเธอกล่าวถึงอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าบาร์

   กริ๊ง... กริ๊ง...

   เสียงกระดิ่งติดประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เริ่มชัดขึ้นของคนสองคนที่ย่างเข้ามา แพมชะงักมือเมื่อทั้งสองเดินผ่านเขาและหญิงสาวที่ซุบซิบไป จมูกรั้นได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เคยได้กลิ่นมาแล้วครั้งหนึ่งพลันใจวูบไหว เขาแอบชำเลืองมองเรียวขาของคนสองคนที่ไปนั่งตรงที่ว่าง

   ...ใช่เขาจริง ๆ รองเท้าหนังราคาแพงสีน้ำตาลแก่ที่แพมเพิ่งขัดให้เมื่อวาน แพมหลุบตาต่ำเมื่อคนติดตามของมอร์ริสเดินตรงมาที่เขา สองสาวขี้ซุบซิบก็ลุกลนเล็กน้อยเพราะเกรงว่าคำซุบซิบของพวกเธอจะเข้าหูท่านลอร์ดเข้า ก่อนจะนิ่งไปเมื่อพ่อบ้านฮาร์วีนั่งคุกเข่าหนึ่งข้าง หันหน้าไปทางชายร่างโปร่งที่ก้มหน้าเช็ดรองเท้าไม่มองโลกภายนอก

   “คุณหนูท่านนี้ขอรับ กระผมชื่อฮาร์วีเป็นพ่อบ้านของลอร์ดมอร์ริส เผอิญว่านายท่านของกระผมถูกใจฝีมือการขัดรองเท้าของคุณหนูมาก ต้องขอเสียมารยาทให้คุณหนูช่วยไปทำอีกครั้งได้หรือไม่ขอรับ” ฮาร์วียิ้มอ่อนโยนให้กับคนที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเขา อีกฝ่ายเอียงตัวมาทางเขาเล็กน้อย

   “อะ เอ่อ ได้ครับ” ร่างบางผงกหัวรับ

   แพมเก็บของคลานคุกเข่าไปหามอร์ริสอย่างเชื่องช้า เนื่องจากอาการบาดเจ็บ เขานั่งลงแทบเท้ามอร์ริสด้วยความอึดอัด ถึงแม้แพมจะคอยก้มหน้าก้มตามองพื้นตลอดเวลาแต่ก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จดจ้องเขาอย่างจงใจ รู้สึกตั้งแต่เขาคลานไปหาจนมานั่งอยู่ด้านหน้าเจ้าตัว ความรู้สึกที่ถูกจดจ้องนั้นยังคงไม่หายไปไหนกลับทวีรุนแรงขึ้นตามระยะห่าง กลิ่นหอมที่ช่วยผ่อนคลายนั้นไม่ได้ผลกับตอนนี้ แพมมีความรู้สึกกลัวท่านลอร์ดคนนี้เพราะใบหน้าเรียบเฉยน่ากลัวนั้น และเขายังทำตัวเสียมารยาทไป

   “สั่งไวน์ให้ทีสิ ฮาร์วี” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นเหนือหัวเขา

   ผ้าหมาดถูกเช็ดลงอย่างเบามือลงบนรองเท้าหนังที่มีฝุ่นเกาะเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เจ้าของรองเท้ารู้สึกขัดใจ แต่ทว่าเรียวขายาวข้างนั้นกลับถูกยกขึ้นวางบนท่อนขาอีกข้างให้สูงขึ้นราวกับจงใจ

   ...ถ้ายกสูงแบบนั้นเขาก็ต้องเงยหน้าสิ ร่างบางจึงย้ายไปเช็ดรองเท้าหนังอีกข้าง

   ทำขนาดนี้ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองหรือ บาร์นี้ช่างเกณฑ์คนดีจริงมอร์ริสคิดในใจ มองหัวทุยที่ขยับไปมาเล็กน้อย สัมผัสบางเบาที่รองเท้าราวกับกำลังนวดผ่อนคลายทำเขาถูกใจ มอร์ริสขมวดคิ้วเมื่อเห็นเนื้อหนังภายใต้คอเสื้อตัวโคร่งที่ตกลงมา มันกลับไม่ได้เป็นเนื้อหนังสีขาวปกติ แต่มีรอยช้ำเขียวจนเกือบจะม่วงขนาดใหญ่หลายจุด อีกทั้งรอยช้ำเล็ก ๆ ตามเรียวแขนขาผอมบางนั่นนับไม่ถ้วน

   ผ้าสกปรกในมือล่วงลงที่พื้นไม้ นัยน์ตาสีน้ำตาลของเบิกโพลงด้วยความอึ้ง แพมราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ ร่างทั้งร่างไม่ไหวติงราวกับไม่มีชีวิต เมื่อครึ่งหนึ่งของใบหน้าบอบช้ำถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือใหญ่ของมอร์ริสจนมิด มือใหญ่ผิวของคนตะวันตก เส้นเอ็นเล็กมามือไล่มาถึงช่วงแขนใต้ร่มผ้าน่าหลงใหล ฝ่ามือนั้นออกแรงบังคับให้คนที่ตัวเล็กกว่ามากเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาผู้ที่ไม่ว่าใคร ๆ ได้เห็นก็ต้องตะลึงในความงดงามราวรูปสลัก

   ตากวางสั่นไหวด้วยความเกรงกลัว ครั้งหนึ่งแพมเคยมองหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึกของมอร์ริสเพียงชั่วครู่ก็ทำเขากลัวแล้ว แต่ครั้งนี้ใบหน้าคมนั่นกลับดูเหมือนขัดใจอะไรบางอย่าง คิ้วที่เรียงตัวสวยขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาสีประหลาดมองไปทั่วร่างของเขา แพมขยับตัวออกห่างท่านลอร์ดอย่างเกรงกลัว รังสีทะมึนออกมาจากตัวมอร์ริสจนเขากับพ่อบ้านฮาร์วีสัมผัสได้ ร่างบางสะดุ้งเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหรียญทองหลายเหรียญถูกวางบนโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านไป ด้วยความไม่เข้าใจของแพม



   “เดนยอร์กของผมเป็นอย่างไรบ้างลอร์ดวอซลี หลังจากที่คุณได้มาพักดูงานเป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์”

   ลอร์ดมาร์ลอนไถ่ถามชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนดูวิวเมืองใหญ่จากระเบียงคฤหาสน์หลังใหญ่โตของลอร์ดมาร์ลอนผู้ดูแลเขตเมืองที่เขาพูดถึง

   “เมืองใหญ่โตกว่าเมืองที่ผมดูแลอยู่มากโข แต่ระบบการจัดการค่อนข้างดีนับว่าใช้ได้เลยทีเดียว ผังต่าง ๆ มีความเป็นระเบียบจนไม่อยากเชื่อว่าคุณดูแลเพียงคนเดียวลอร์ดมาร์ลอน ผมนับถือจากใจ” มอร์ริสกล่าวชื่นชม

   “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณวิจัยหลายๆ อย่างของคุณที่ผมขอซื้อมา หลายๆ อย่างที่นี่ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร น้ำ เครื่องมืออุปกรณ์ประหลาดที่ล้ำสมัย ก็เพราะผลงานคุณทั้งนั้น ผมจึงเชิญคุณมาดูว่าผลงานของคุณ มันสามารถสร้างประโยชน์ได้ขนาดนี้” มาร์ลอนมายืนข้างๆ ชายที่สูงกว่า เขามองเมืองที่ตัวเองปกครองด้วยความภาคภูมิ

   “สิ่งใด ๆ จะมีประโยชน์หรือไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่เลือกใช้มัน ลอร์ดมาร์ลอนไม่จำเป็นยกความดีความชอบนั้นให้ผมหรอกครับ”

   “โอ้ว คำพูดนั้นจะสมบูรณ์แบบถ้าคุณพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่อ่อนโยน ฮ่า ๆ ๆ” มาร์ลอนตบบ่าแน่นของอีกฝ่ายอย่างขบขัน ก่อนจะถามเจ้าเล่ห์ “มีเพียงแค่นั้นหรือที่ถูกใจ”

   “ผมไม่เข้าใจที่คุณสื่อ” เขายังคงมองวิวตรงหน้าขณะพูด บ่งบอกถึงความไม่เกรงใจใคร

   “เมื่อหลายวันก่อนผมได้ยินจากสาวๆ ในเมืองว่าคุณกลับไปที่บาร์นั่น ถูกใจอะไรที่บาร์หรือเปล่า”

   “แน่นอนว่าต้องเป็นไวน์หมักขึ้นชื่อของร้าน ผมถึงกับต้องซื้อกลับถึงสองถัง” มอร์ริสเริ่มเข้าใจความหมายของคำถามนั้น แต่ยังคงบ่ายเบี่ยง

   “ผมนึกว่าถูกใจทาสที่คุณเอาแต่นั่งจ้องไม่ละสายตา ทั้ง ๆ ที่คุยกับผมอยู่ ฮะ ๆ ๆ ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป ผมว่าจะไปขอซื้อตัวมาเป็นคนขัดรองเท้าให้เสียหน่อยเพราะมีฝีมือเทียบเท่าช่างชื่อดัง ทั้ง ๆ ที่ใช้เพียงน้ำและแว็กซ์ราคาถูก”

   มาร์ลอนพูดลองเชิงร่างสูงซึ่งดูเหมือนจะได้ผลเมื่อในที่สุดอีกฝ่ายก็หันหน้ามามองเขาด้วยสายตาที่ทำเอาขาสั่น

   “แหม ๆ ผมล้อเล่นหรอก ผมไม่นิยมเก็บพวกทาสหลบหนีมาเลี้ยงหรอกนะ เป็นคนอยู่ในกรอบขอบเขตน่ะ” มาร์ลอนชะงักเหงื่อตก...เหมือนเขาด่าอีกฝ่ายอยู่อย่างไรไม่รู้

   “อะ เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณมากลอร์ดวอซลี หวังว่าครั้งหน้าจะได้ร่วมงานกันอีกครั้ง” ทั้งสองยื่นมือมาจับกัน

   “เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาชมเมืองเดนยอร์ก ยังไงคราวหน้าผมขอเรียนเชิญไปที่เมืองของผมเหมือนกันครับ ยังไงก็ขอลา”

   ร่างสูงเดินออกมายังนอกคฤหาสน์ มองฟ้ามืดครึ้มมีฝนเม็ดเล็กตกปรอย ๆ ฮาร์วีพ่อบ้านผู้จงรักภักดีรู้หน้าที่ กางร่มสีดำขึ้นกางให้เหนือหัว

   “รถม้าพร้อมแล้วขอรับนายท่าน จะเดินทางเลยไหมขอครับ”

   “เรื่องที่ให้จัดการล่ะ” ร่างสูงยืนนิ่งสายตามองไปด้านหน้า

   “เรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน” พ่อบ้านหนุ่มยิ้มอ่อน

   มุมปากได้รูปยกขึ้นก่อนจะก้าวขาเรียวยาวเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ รอนับวันถึงคฤหาสน์ตัวเองจนไม่ไหว



   “อะไรนะครับ!”

   แพมมองหน้าคุณนายเพนนีอย่างตกใจหลังอุทานเสียงดัง เพนนีมองร่างบางหน้าเครียด

   “อย่างที่ฉันบอก น่าขายหน้าชะมัดถ้าใครต่อใครรู้ว่ามีแขกมาขอซื้อทาสหลบหนีชั้นต่ำหน้าตาก็ไม่ได้ดีจากบาร์ฉันไป แทนที่จะเป็นทาสเกรดเอที่ฉันคัดมาเสียดิบดี” เพนนีกุมขมับ

   แพมยืนตัวสั่น เขาไม่ได้อยากไปเป็นทาสใครก็ไม่รู้ เขาได้ยินมาเยอะว่าทาสที่ถูกซื้อไปบางคนนั้นทั้งถูกทรมาน ถูกขาย ถูกทำร้าย ยิ่งเขาไม่ได้มีดีเป็นทาสนอกกฎหมายด้วยแล้วไม่อยากจะคิดว่าเขาจะถูกไปเอาทำอะไรบ้าง

   “มะ ไม่ไปได้ไหมครับคุณนาย ทาสคนอื่นดี ๆ กว่าผมมีตั้งมากมายคุณนายลองคุยหน่อยได้ไหมครับ ผะ ผมอยากทำงานบาร์นี้มากกว่า”

   “คิดว่าฉันไม่พูดหรือไง จะปฏิเสธก็ยากเขาจ่ายค่าตัวแกมากกว่าพวกทาสที่ดีที่สุดในบาร์ถึงสามเท่า”

   “ฮะ!!!”

   “ฉันก็เสียดายแกอยู่หรอก แต่แกไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนายใหม่ของแก เขาไม่ใช่คนใจคอเหี้ยมโหดอะไร เผลอๆ เขาอาจทำให้แกสุขสบายกว่าอยู่กับฉัน”

   แพมยืมก้มหน้าเครียด เขาคงพูดอะไรต่อไม่ได้เขามันแค่ทาส ใครจะซื้อขายเขาก็ได้แล้วแต่ใจ แต่เขาที่เป็นเจ้าของร่างกายตัวเองกลับไม่มีสิทธิ์ท้วงเลยแม้แต่นิด

   “ฉันก็ไม่อยากเชื่อว่าลอร์ดวอซลีที่ใครๆ ก็ต่างพากันพูดว่าสุขุม กลับดื้อด้านจะเอาที่ต้องการให้ได้”

   “ลอร์ดวอซลี…คุณนายหมายถึง เอิร์นมอร์ริส วอซลีจากต่างเมืองหรือครับ!” น้ำเสียงตกใจดังขึ้น ถามออกไป

   “ใช่สิ เอ๊ะ! เขาน่าจะถูกใจฝีมือการขัดรองเท้าของแก ใครๆ ก็พากันอยากได้แกทั้งนั้นนี่นะ”

   แพมกุมอกตัวเองที่มันเต้นระรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ พลันนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาที่ตราตรึงในหัวไม่ไปไหน ลอร์ดซื้อตัวเขาไป แถมในราคาที่สูงลิบ แสดงว่าเขาต้องย้ายไปอยู่กับร่างสูง เขาคงต้องขัดรองเท้าให้นายใหม่ทุกวัน ต้องอยู่ด้วยกัน เห็นหน้าคร่าตาบ่อยๆ เพียงสบตาแค่ห้าวินาทีก็แย่แล้ว แค่คิดแพมก็แทบตาย

   “พรุ่งนี้แกก็เก็บของเตรียมตัวให้ดี วันมะรืนจะให้จอห์นกับขับรถม้าไปส่ง”

   “จอห์น…เอ่อ ครับ”

   แพมหน้าซีด คุณนายคงยังไม่รู้สาเหตุที่เขาเจ็บตัว บอบช้ำ ก็เพราะลูกน้องของคุณนายคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมมือกับแอนนาทำร้ายเขา

   ไม่หรอก…มันคงไม่มีทางให้สินค้าอย่างเขาต้องแปดเปื้อนก่อนถึงมือลูกค้า



   “ว่าไงนะ! แกได้ยินมาอย่างนั้นจริงๆ หรือ!”

   เสียงแหลมตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจแกมไม่พอใจ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางสวยหมดจรดบิดเบี้ยวด้วยความริษยา

   ภายในห้องเล็กๆ ที่มีเหล่าคนใช้และทาส4-5คนจับกลุ่มคุยกันในยามดึกดื่น หนึ่งในนั้นมีแอนนา และจอห์นที่เป็นคนส่งข่าว

   “ใช่น่ะสิ! ฉันยืนอยู่ข้างคุณนายตลอด ได้ยินเต็มสองรูหู ว่ามีชนชั้นสูงมาขอซื้อตัวไอ้ทาสหลบหนีชั้นต่ำนั่น ค่าตัวมันสูงกว่าเธอตั้งสิบเท่า!” จอห์นพูดสิ่งที่ได้ยินมา โดยแต่งเติมให้ข้อมูลบิดเบืยนไปจากเดิมเล็กน้อย

   “ทั้งชนชั้นสูงคนนั้นก็ยังหนุ่มยังแน่น หน้าตาหล่อเหลาเอาการ แถมมีเงินมหาศาล!”

   “เลิกพูดเดี๋ยวนี้! ฉันไม่อยากฟังแล้ว!” แอนนากอดอก…เธอหงุดหงิด

   “นี่แอนนา แบบนี้มันหักหน้าพวกเรา แถมมันหักหน้าเธอที่เป็นถึงเบอร์หนึ่งของบาร์เลยนะ” หญิงสาวอีกคนพูดใส่ไฟให้แอนนาโกรธ และอีกคนที่นั่งใกล้ๆ กัน ไม่เปิดช่องว่างก็พูดทับทันที

   “ใช่ๆ แต่แอนนา เธอจะปล่อยมันไปเฉยๆ จะดีเหรอ นี่จอห์น นายก็ต้องเป็นคนไปส่งมันใช่ไหมล่ะ นายไม่สมเพชตัวเองบ้างหรือไงที่ต้องไปขับรถม้าให้ทาสด้วยกันน่ะ”

   “…แต่ฉันก็ทำแบบนี้บ่อยๆ อยู่แล้วนี่ ทำไมคนก่อนๆ เธอไม่มีปัญหา” จอห์นแอบหงุดหงิดที่ถูกหญิงสาวจงใจพูดให้โมโห

   “มันไม่เหมือนกันนี่ยะ! แพมมันหักหน้าพวกเราหลายรอบแล้ว มันไม่เหมือนคนอื่น!”

   “คิดว่าฉันจะปล่อยมันไปสบายๆ หรือไง ไม่ต้องมาพูดให้ฉันโกรธ ยังไงฉันก็ต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว ยัยโง่!” แอนนาพูดเสียดสีใส่หญิงสาวทั้งสอง

   “แอนนา เธอจะทำบ้าๆ แบบวันก่อนไม่ได้นะ ถ้าของมีตำหนิขนาดนั้น คุณนายเอาเธอตายแน่!”

   “ฉันรู้น่า! หึ แกคอยดูแล้วกันจอห์น” แอนนาเหยียดยิ้ม ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเดินออกจากห้องไปท่ามกลางสายตาคนอื่นๆ

   “ยัยโรคจิต!”

------------------ 60 % -------------------
มีต่อด้านล่างค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-01-2020 00:20:18 โดย Juharah »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
รอติดตามจ้า

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 :pig4:
รออ่านต่อคร่า
 :3123:

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
โหยสงสาร​ จะรอดปลอดภัย​จนถึงมือพระเอกมั้ยคะเนี่ย

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
สนุกมาก

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
-------------ต่อ--------------

   วันมะรืนที่พูดถึงมันไวมากสำหรับแพม เขาตื่นมาอาบน้ำไปสี่ห้ารอบเพื่อให้เนื้อตัวสะอ้านสะอ้านที่สุดตามคำสั่งคุณนาย เสื้อยืดกับกางเกงตัวใหม่ถูกสวมใส่บนร่างกายเขา แพมยกถุงผ้าขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กขึ้นมาหิ้ว ภายในมีสัมภาระเล็กๆ น้อยๆ ของเขา ร่างผอมบางเดินออกมานอกบาร์ไปยังคุณนายเพนนีที่ยืนรออยู่

   “ฉันมาส่งแก แกน่าจะไปถึงในวันพรุ่งนี้เช้า เพราะเมืองวาแคนอยู่ถัดไปไม่ไกลมากถ้านั่งรถม้าไป ไปถึงที่นั่นทำตัวดีๆ อย่าให้เสียชื่อบาร์ฉัน ไปได้แล้ว”

   “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ”

   ร่างอ้วนป้อมเท่าไหล่แพมเดินผ่านเขาไปโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะวางมืออ้วนป้อมบนไหล่เขาแล้วตบเบาๆ แพมยิ้มจาง อย่างน้อยที่แห่งนี้ก็ดีที่สุดตลอดชีวิตคนต่ำต้อยอย่างเขา

   “เฮ้ย เร็วๆ หน่อย” จอห์นที่อยู่บนม้าตัวใหญ่สีน้ำตาล หันมาตะโกนใส่แพม

   ร่างโปร่งสาวเท้าไปยังตัวห้องสำหรับผู้โดยสารขนาดเล็กที่ต่อกับตัวม้า มีหลังคาบังแดดเพียงเล็กน้อย แพมยื่นมือไปเปิดผ้าเพื่อเข้าไปนั่งด้านใน ก่อนจะผงะเมื่อเจอรองเท้าส้นสูงอยู่ในระดับสายตาพอดี แพมไล่มองตามเรียวขาของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนรถก่อนหน้านี้แล้ว คิ้วเรียงตัวสวยของแพมขมวดเข้าหากัน อย่างไม่เข้าใจ

   “ดูเหมือนเธอจะขึ้นผิดคันนะ แอนนา”

   “ถูกแล้วล่ะ ฉันแค่อยากจะไปส่งแกก็แค่นั้นเอง” แอนนาเหยียดยิ้มมุมปาก

    “แต่เธอไม่ต้องอยู่ช่วยงานที่บาร์หรือไง ลงมาเถอะ เดี๋ยวคุณนายจะดุเอา” แพมพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวลงจากรถ

    “จุ๊ๆๆ ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้คุณนายเพนนีเป็นคนสั่งฉันมาเอง ถ้ายังไม่รีบขึ้นมา คนที่จะโดนดุคงเป็นแกมากกว่า”

    แพมมองใบหน้าสวยหมดจรดอย่างระแวง แพมเหยียบตัวรถไม้เพื่อจะขึ้นไป แต่กลับถูกหญิงสาวดันตัวต้านเอาไว้

    “ที่นั่งของแกน่ะ อยู่ที่เก็บเสบียงด้านหลัง ที่ส่วนนั่งตรงนี้…ของฉัน” มือเรียวลูบไล้บนเบาะที่เธอนั่งอยู่

    แพมมองไปยังด้านหลังของเธอคือพื้นที่เก็บข้าวของที่แคบจนคิดว่าถ้าไปอยู่คงหายใจลำบาก ทั้งยังเป็นพื้นไม้ผุเลอะฝุ่น แพมส่ายหัวก่อนจะขึ้นไปนั่งตามที่แอนนาสั่ง เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียง ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีกอยู่แล้ว เมื่อได้ที่นั่งที่คิดว่าสบายเท่าที่จะทำได้ แพมก็แง้มผ้าปิดตัวถังผู้โดยสารออกเล็กน้อยเพื่อให้อากาศและแสงสว่างลอดเข้ามา

    ไม่นานนักรถม้าคันเล็กก็เริ่มเคลื่อนตัวไปโดยผู้คุมบังเหียนม้าคือจอห์น แพมสอดสายตาผ่านช่องเล็กๆ ดูเมืองที่เขาอยู่มาหลายปีจนภาพตึกรามบ้านช่องร้านค้าเล็กลงเรื่อยๆ จนเริ่มเข้าเขตที่มีป่าปกคลุม จนกระทั่งเขาออกนอกเขตเมืองมาในที่สุด แพมทิ้งแผ่นหลังพิงข้าวของ กอดเข่าที่ชันขึ้นมาเพราะพื้นที่มีขนาดเล็ก หัวทุยพิงกับขอบถังใบเก่า

    ชีวิตเขาจะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน มาอยู่แล้วก็จากไปเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ผิดแผลกไปจากเดิมหน่อยก็คือ เขาไม่ได้จากเมืองมาเพราะกฎหมายไล่ล่าอย่างทุกครา เปลือกตากะพริบเบาๆ นัยน์ตาเหม่อลอยเพราะไม่มีสิ่งใดที่ดึงดูเขาได้อีก นอกจากหูที่ได้ยินเสียงเกือกม้ากระทบพื้นดิน กับตัวรถที่โคลงเคลง เขาไม่รู้ว่าเมืองวาแคนนั้นอยู่ที่ไหน ไกลเท่าใด แต่ถ้าเปรียบเทียบใช้เวลาในการเดินทางประมาณเกือบวัน ก็คงจะไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก

        รถม้าเคลื่อนตัวเข้าไปในป่าลึกอย่างช้าๆ ตามเส้นทางเพื่อไปยังอีกเมือง มีจอดพักเป็นครั้งคราว จนเดือนมาแทนที่ตะวันที่ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บริเวณรอบข้างเริ่มมืด และเงียบสงัด ทีเพียงแสงไฟเล็กๆ จากรถม้าเพียงแค่นั้น จอห์นหันซ้ายหันขวาก่อนจะส่งเสียงหาแอนนา

    “ฉันคิดว่าเรามาเกินครึ่งทางแล้ว”

    แอนนาเปิดผ้าคลุมดูรอบข้าง แล้วเหลือบมองคนที่นั่งขดตัวอยู่ด้านหลัง และมองเธออยู่เช่นกัน

    “เราจะพักกันที่นี่เหรอแอนนา” แพมถามเมื่อเห็นว่ารถม้าชะลอตัวลง

    เสียงจิ้งหรีดร้องเป็นพักๆ ป่าทึบเงียบสงัดไร้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ ไม่มีแสงไฟริบหรี่จากหมู่บ้าน บ่งบอกว่าอยู่ห่างไกลตัวหมู่บ้านพอสมควร และไม่มีเสียงแม่น้ำลำธารใดๆ หญิงสาวแสยะยิ้มร้าย ตะโกนบอกจอห์นที่คุมบังเหียน

    “ที่นี่แหละ”

    สิ้นเสียง รถม้าที่แทบจอดสนิทก็เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว ตัวรถโคลงเคลงอย่างรุนแรงจนต้องหาที่จับยึดไว้ แพมมองหน้าแอนนาร้อนรน เพราะตัวเขาแทบจะตกรถอยู่แล้ว แอนจับชายผ้าคลุมรถแน่น ย้ายตัวกึ่งนั่งกึ่งยืนหันไปทางแพม

    “ฉันคิดว่าเราจะพักกันที่นี่เสียอีก จู่ๆ เธอก็รีบไปหรือไง” แพมเอ่ยถามเสียงสั่น

    “ใช่สิ” หญิงสาวตอบเสียงเอื่อยพร้อมรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย

    “งะ งั้นบอกจอห์นขับช้าๆ หน่อยสิ ถ้ามีเหวแล้วตกลงไปขึ้นมาจะทำยังไง”

    “ที่บอกว่าพักที่นี่น่ะ ไม่ใช่เรา แต่เป็นแกคนเดียวต่างหาก!”

    ว่าจบเรียวขาขาวก็ยกขึ้นมาถีบตัวแพมอย่างแรง ส้นรองเท้าแหลมจิกลงบนตัวของเขาจนนิ่วหน้า แต่เขาก็เลือกที่จะจับขอบรถค้ำไว้ไม่ให้ตัวเองตกลงไป ถึงจะหมิ่นเหม่ก็ตาม แพมพอเข้าใจจุดประสงค์ของหญิงสาวและสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว แพมส่งสายตาขอร้องแล้วเอ่ยเสียงสั่น

    “เธออย่าทำฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันก็จะไปพ้นหน้าเธอแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ขอร้องล่ะแอนนา”

    “แกนี่มันหลุดยากจริงนะ! ถ้าฉันอยากให้แกหลุดจากชีวิตตอนนี้ แกก็ต้องไปตอนนี้เท่านั้น!” แอนนาถลกกระโปรงขึ้นพยายามถีบตัวแพมที่จับยึดตัวรถไว้แน่น

    “หยุดนะ! แอนนา” แพมตะโกนสุดชีวิต ถ้าเขาตกลงไปตอนนี้ ด้วยความเร็วรถม้าขนาดนี้ เขาอาจจะหัวกระแทกพื้นตายไปเลยก็ได้!
   
    “แพมจ๋า ยังไงก็จะจากกันอยู่แล้วฉันขอสั่งเสียสักอย่างนะ ฉันดีใจที่มีแกมารองมือรองเท้าฉันมานานหลายปี แต่ฉันคงส่งแกได้เท่านี้อีกเกือบครึ่งทาง แกคงต้องหาทางไปเองแล้วกันนะ อ้อ! อย่าคิดหนีล่ะ ถ้าแกไม่โผล่หัวไปหานายใหม่ของแก ท่านชนชั้นสูงผู้นั้นได้ล่าแกแน่!!!”

    พลัก! เรียวขาส่งแรงครั้งสุดท้าย คนที่หมดแรงจับยึดไว้ตกลงไปจากรถม้าที่เคลื่อนตัวเร็ว

    “อ้าก!”

    แพมตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด กลิ้งคลุกๆ ไปตามพื้นหลายตลบ เขายกสองแขนขึ้นป้องกันศีรษะไว้ถึงแม้จะป้องกันไม่ได้มาก ตัวเขากลิ้งไปชนต้นไม้อย่างแรงจนมันสั่นไหว ร่างโปร่งยกเปลือกตามองตามรถม้าที่ชะลอตัวอยู่ไม่ไกล แต่เขาคงไม่มีความพยายามพอที่จะพาสังขารตัวเองไป หญิงสาวร่างเพรียวบางหน้าตาสวยหมดจรดแต่ทว่าจิตใจกลับตรงข้ามกับรูปลักษณ์ เธอลงจากรถม้ามายืนกอดอกเหยียดยิ้ม

    “ถือว่าพระเจ้ายังคุ้มครองแกที่ยังไม่ตาย! ถือว่าสงสาร ฉันจะบอกอะไรแกให้เอาบุญสักหน่อยแล้วกัน คฤหาสน์ของเอิร์ลมอร์ริส วิลลี่ วอซลี อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจากเส้นทางนี้เกือบ 100 ไมล์ หวังว่าแกคงไปหาลอร์ดวอซลีได้ทันก่อนที่ท่านจะโกรธ ถ้าแกไม่ตายก่อนนะ ฮะๆๆๆ” (เอิร์ล คือ ยศของขุนนาง ยศอันดับ 3 จาก 5 อันดับ)

    หญิงสาวกลับขึ้นไปบนรถม้า แพมมองตามตาละห้อย รถม้าเคลื่อนกลับมาทางเขาและผ่านไปยังทางเดิมที่มา แพมพยายามลุกเดินตามอย่างคนโง่ แต่สุดท้ายแสงไฟจากรถม้าคันนั้นก็ริบหรี่จนหายไปในที่สุด สองเรียวขาหยุดเดินมองที่เส้นทางนั้นอย่างไร้ความหวัง เขารู้สึกถึงของเหลวและกลิ่นคาวเลือดบนขมับของเขา ท่อนแขนข้างซ้ายไม่สามารถยกขึ้นมาตามที่สมองสั่งการ ซึ่งแน่นอน แขนเขาหักจากการกระแทกอย่างรุนแรง

    “ถือว่าฉันหมดเวรหมดกรรมกับพวกเธอแล้ว” แพมพึมพำ ไม่อยากแค้นเคือง หันหลังกลับมามองเส้นทางที่มีจุดหมายอยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ

    “อย่างน้อยก็ขอบใจแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้”

    แพมยังพอเห็นเส้นทางเล็ก เพราะมีแสงสว่างจากจันทร์ที่เต็มดวง แพมไม่หยุดพัก ร่างโปร่งเดินไปตามทางเพื่อหาหมู่บ้านให้ไวที่สุด และต้องรีบไปคฤหาสน์ของลอร์ดวอซลีให้ได้ ‘100 ไมล์’ มันช่างไกลสำหรับคนเดินเท้าและเชื่องช้า



    แพมเดินมาตามทางเรื่อย ๆ จนกระทั่งป่าทึบสว่างขึ้นเพราะเป็นเช้ามืดของอีกวัน ร่างโปร่งที่เคยมีผิวขาวเหลือง ตอนนี้ซีดเซียวไปทั่วทั้งตัวราวกับคนตาย ใบหน้าอ่อนล้า ปากแห้งผาก แพมไม่รู้ถึงความเจ็บปวดอีกต่อไปชาไปทั้งตัว มือขวาที่พยายามกดห้ามเลือดตรงขมับถูกปล่อยลงข้างตัว ปล่อยให้เลือดไหลซิบตลอดเวลา

    ไม่มีวี่แววหมูบ้าน…

    ไม่มีคน…

    แม้กระทั่งอาหาร…

    เขาจะต้องตายวันนี้จริงๆหรือ เขาอยากมีความสุขจริง ๆ สักครั้งในชีวิต เขาอยากมีคนที่เขาสามารถมองได้เต็มตาไม่ต้องคอยก้มหลบมองต่ำ สามารถยิ้มออกมาด้วยใจจริง…สักครั้ง

    จนพระอาทิตย์ขึ้นมาเกือบถึงเหนือศีรษะก็ไร้วี่แววสิ่งที่เขาตามหา คน หมู่บ้าน ไม่มีสักอย่าง...ร่างบางล้มคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนที่ทั้งตัวจะทิ้งลงพื้นตามลงไป ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ของเหลวสีแดงไหลเข้าตาจนต้องหลับตาลง ไม่มีแม้แต่แรงที่จะพยายามลุก เขาคงเสียเลือดมากเกินไป…สมเพชตัวเองเหลือเกิน

--------------------- 100% ----------------------

ใจเย็น ๆ นะคะรีดเดอร์ทู้กโค้นนนน กว่าพระนายจะเจอกันจะต้องผ่านอุปสรรคนิดนุงง  :ling3:


ขอบพระคุณ Comment น่ารัก ๆ จากทุคคนที่ติดตามเลยนะคะ กราบเบญจางค์สามที จะรีบมาลงนะคะ  :katai4:
 :3123: :3123: :3123:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-01-2020 00:19:27 โดย Juharah »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ยัยแอนนากับนายจอห์นเลวมาก ขอให้ได้รับผลกรรมอย่างสาสมเถอะ :fire:
น้องแพมแพมสู้ๆนะลูก  :กอด1:
เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ :L2:

 :pig4:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ขอให้แกโดนแบบนี้บ้าง แอนนา

ออฟไลน์ Fengfang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แพมสู้ๆ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
อยากอ่านต่อแล้ว

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
สงสารน้องงงง​ พี่พระเอกมาตามหาที  ดจอกันคราวนี้จะหมดเคราะห์​หมดโศก​แล้วนะ

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
​ฝากติดตามเพจให้จูหน่อยนะคะ รายละเอียดท้ายตอนที่ 3 ค่ะ

ตอนที่ 3

“กี่วันแล้ว” ในตาสีเขียวแกมฟ้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างบนคฤหาสน์ใหญ่โต ยังคงไร้ความรู้สึก แต่ทวีความน่ากลัวขึ้นจากปกติหลายร้อยเท่า เป็นแบบนี้มาสี่วันแล้ว

“เลยกำหนดที่จะถึงเข้าวันที่สี่ขอรับนายท่าน ถ้านับตั้งแต่ส่งตัวก็เจ็ดวันขอรับ” พ่อบ้านฮาร์วีตอบเสียงเบา ยืนชิดประตู

“ฉันเพิ่งรู้ว่าจากเดนยอร์กมาวาแคนใช้เวลาถึงหนึ่งสัปดาห์ ไม่ใช่ว่าหนีไปแล้วหรือยังไง!”

ฟิ้ว! ปัก!

พ่อบ้านฮาร์วีหลับตาก้มหัวลงต่ำ ไปกล้ามองมีดสั้นที่ถูกเขวี้ยงมาปักบานประตูที่เขายืนอยู่ มันเฉียดหูเขาไปนิดเดียวเท่านั้น

ปั้ง!

พ่อบ้านฮาร์วีมองเจ้านายอารมณ์ที่ใช้สองมือทุบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ร่างกายล่ำสันสูงโปร่งยืนย้อนแสงแดดจนดำมืด แต่ทว่าเขามองเห็นแก้วตาสีสวยตอนนี้มันวาวโจทย์ด้วยโทสะ จ้องมายังเขาเขม็ง เส้นเอ็นตรงขมับปูดขึ้นมาจนเกรงว่ามันจะแตก

น่ากลัว…คงนิยามได้น้อยไป

“กระผมไปสืบข่าวมา แอนนาหญิงสาวที่ร่วมเดินทางมากับรถม้าคันเดียวกัน เธอเล่าว่าระหว่างที่แวะพักกลางดึกวันที่ออกเดินทาง พวกเขาหลับไปพร้อมกัน แต่พอตื่นขึ้นมาก็ไม่พบแพม แพม แล้วขอรับ คาดว่าน่าจะหนีไป”

“แอนนา…” ร่างสูงเอ่ยชื่อสงสัย

พ่อบ้านฮาร์วีเดินมาที่โต๊ะทำงานกว้าง ไม่ลืมที่จะเก็บมีดสั้นที่ปักประตูมาคืน ก่อนจะหยิบรูปถ่ายสองใบจากกระเป๋าเสื้อด้านในวางไปบนโต๊ะ

“นี่คือแอนนา กับจอห์น คนที่ร่วมเดินทางมาวันนั้นขอรับ”

นัยน์ตาสีสวยแข็งกร้าว ลุกโชนด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาและนั่งลงไปบนเก้าอีกตัวใหญ่ขาเรียวไขว่ห้าง นิ้วมือเรียวกดที่ขมับเบาๆ

“บางที่กวางน้อยอาจจะไม่ได้หลุดไปเพราะอยากหนีก็ได้ ไปเค้นจากพวกมันมาให้หมด ถ้ามันพูดเท็จ…ก็ตัดลิ้นพวกมันมาให้ฉันซะ!”

“ขอรับ” ฮาร์ก้มหัว ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

สงสัย ‘กวาง’ ตัวนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว นายของเขาผู้ที่อัดแน่นด้วยความรู้และการแก้ปัญหาที่มีเหตุผล ไม่เคยใช้วิธีโหดเหี้ยมไร้ความเป็นมนุษย์แบบนี้มาก่อน

 

สัมผัสเปียกชื้นและลากไล้ไปตามใบหน้าขาวเหลืองจนเจ้าของใบหน้านั้นรู้สึกตัวจากการหลับใหล

แพมปัดป่ายสัมผัสนั้นก่อนจะลืมตาที่หนักอึ้งช้าๆ เขาหลับตาปรี่เมื่อไม่คุ้นชินกับแสงราบกับไม่เจอกัยแสงสว่างมาหลายวัน ก่อนจะค่อยๆลืมตาช้า ๆ ปรับความคุ้นชิน และเขาก็ได้รู้ถึงที่มาของสัมผัสสากนั่น

“โฮ่ง!” สุนัขตัวโตสีน้ำตาลแกมขาวตามลำตัว มันกระโดดข้ามตัวเขาไปมาราวกับอยากให้เล่นด้วย และเลียหน้าเขาซ้ำๆ

“หยุดก่อนเจ้าตูบ หน้าฉันเปียกไปหมดแล้ว” แพมพยายามลุกขึ้นนั่ง แล้วมองป้ายที่ปอกคอที่ดำของมัน

“แพม…นี่แกชื่อแพมเหรอเนี่ย! ให้ตายสิ!” แพมหน้าบูด เมื่อรู้ว่าชื่อหมาเหมือนกับชื่อตัวเอง

ร่างโปร่งมองไปรอบๆ ตัว เขานั่งอยู่บนเตียงไม้ในบ้านปูนเก่าๆ ข้าวของแออัด แขนข้างซ้ายเขาถูกดามไว้ด้วยไม้แน่นหนา มันยังเจ็บอยู่แต่นับว่าน้อยลงมากจากวันแรก มือขาวยกขึ้นจับแผลตรงขมับที่ถูกผ้าพันไว้รอบหัว...เขาคงโชคดีที่ถูกช่วยเหลือมา

“ตื่นแล้วเหรอพ่อหนุ่ม ยายกำลังจะเข้ามาทำแผลให้เลย”

แพมหันไปมองตามเสียงแหบพร่าตามอายุ หญิงชราร่างเล็ก แต่ยังคงทะมัดทะแมงเดินเข้ามาหาแพมเร็วปรี่ ในมือมีตะกร้าใส่อุปกรณ์ทำแผล

“คุณยาย ผมขอขอบพระคุณจนไม่รู้จะตอบแทนยังไง เพราะผมไม่มีอะไรตอบแทนให้สักนิด ถ้าไม่ได้คุณยายเมื่อวานผมคงตายไปแล้ว” แพมก้มหัวลงชิดพื้นเตียง แต่ถูกดันขึ้นมาด้วยแรงของหญิงชรา

“อย่าขยับเยอะสิ เดียวแผลมันจะอักเสบเอา!” หญิงแก่ตีแพมเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาปลดผ้าพันแผลที่หัวให้เขา แล้วเริ่มพูด

“วันนั้นตาแก่ไปเก็บของในป่า เผอิญเจ้าแพมหมาของฉันมันได้กลิ่นเลือดพ่อหนุ่ม ตาแก่เลยช่วยเหลือไว้ได้ พอหนุ่มเกือบตายเพราะเลือดหมดตัวแล้วรู้ไหม แล้วอีกอย่างพ่อหนุ่มน่ะหลับไปสามวันเต็ม ๆ เลยนะ”

“ฮะ! สะ สามวัน” แพมตกใจ ก่อนละลุกลี้ลุกลนลุกออกจากเตียง เขายอมตามเพราะเลือดหมดตัว ดีกว่าโดนล่าหัวอย่างทรมาน

เพียะ!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันทำแผลอยู่นะ” แรงมหาศาลบังคับให้ชายหนุ่มนั่งลงที่เดิม “ไหนบอกชื่อมาซิ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมา”

“…ผมชื่อแพมครับ เป็น…ทาส” แพมพูดเสียงเบาแล้วมองหน้าหญิงชราเพื่อดูปฏิกิริยา

“อะไร? พูดต่อสิ แต่บังเอิญจัง ชื่อเหมือนหมาฉันเลย”

“ผมถูกซื้อตัวจากชนชั้นสูง แต่ระหว่างทางก็ตกจากรถม้าเสียก่อน เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ” แพมเล่า ภายในใจโล่งเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีรังเกียจ เขามองเจ้าตูบตัวโตนอนแทะกระดูกอันใหญ่อยู่ข้าง ๆ

“คงโดนกลั่นแกล้งสินะ แล้วพ่อหนุ่มคงจะต้องรีบไปหานายคนนั้นใช่ไหม เลยดูร้อนรน”

อุปกรณ์ถูกเก็บลงในตะกร้าเมื่อทำแผลเสร็จ หญิงชรานั่งมองหน้าเขาเขม็งเพื่อรอฟังคำตอบ

จ๊อกกก

“อะ เอ่อ ครับ” แพมเกาแก้มเบา ๆ เขินอาย กุมท้องตัวเองที่ส่งเสียงร้องดังก้องโลก

“อาหารอยู่หน้าบ้านไปกินเสียสิ ดีนะที่วันนี้ฉันทำเยอะ มีสตูล ไก่ทอด และผักผลไม้เยอะแยะ” หญิงชราประคองตัวแพมลุกขึ้น แล้วเดินนำออกไปหน้าบ้าน

แพมออกมาสูดอากาศสดชื่น ตัวบ้านถูกล้อมรอบไปด้วยป่า หน้าบ้านมีโต๊ะอาหารอยู่ใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่และสวนผักขนาดกลาง ๆ หลากหลายไปด้วยผักหลายชนิด กับต้นแอปเปิลหลายต้นที่มุมหนึ่ง ในสวนมีคุณตาหลังค่อมกำลังเก็บเกี่ยวผักใส่จานใบใหญ่ เจ้าตูบชื่อแพมวิ่งไปในสวนรวดเร็วแล้วส่งกระบอกน้ำที่คาบไปให้คุณตาเปิดดื่ม

“โฮะ ๆ ๆ ขอบใจมากนะ อ้าว! ตื่นแล้วเหรอ เป็นอย่างไรบ้างล่ะ” ชายชราเดินมาหา แล้วส่งจานผักให้เขาเพื่อไปวางบนโต๊ะ

“ดีขึ้นมาก ๆ เลยครับ ผมขอบคุณคุณตามาก ๆ เลยนะครับที่ช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักอย่างผม” แพมก้มโค้งต่ำ

“ไม่เป็นไร ๆ กินอาหารเถอะ คงหิวมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะ ยายแก่ มากินด้วยกันเร็ว!”

“เออ ๆ มาแล้ว ๆ ฉันไปเอาน้ำอยู่”

แพมและสองคนแก่นั่งอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีอาหารหลากหลายแบบที่เขาไม่เคยกินมาก่อน แพมไม่กล้ากิน แพมได้แต่นั่งมองทั้งสองและ สุนัขที่ได้รับส่วนแบ่งอาหารนั้น แล้วเอ่ยถาม

“ทำแบบนี้จะดีหรือครับ…ผมเป็นทาสนะครับ”

“ไม่มีทาสที่บ้านของฉัน ทุกคนเป็นคนเหมือนกัน กินเสียเถอะอย่าคิดมากไปเลยมันจะทำให้สตูลเสียรสชาติ”

แพมลังเล ก่อนจะจับช้อนและตักสตูลเข้าปากช้า ๆ เมื่อลิ้นได้รับรสชาติในคำแรก เขาก็กินคำต่อไปอย่างรวดเร็วด้วยความหิวโหย สองตายายหัวเราะขำขัน เติมสตูลให้เด็กหนุ่ม

“ไหนบอกชื่อชนชั้นสูงผู้นั้นมาให้ฉันรู้ที” คุณตาที่ได้รับรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เอ่ยถาม

“ลอร์ดวอซลีครับ” แพมตอบ

“วอซลี…วอซลี อืม…อ้อ ลอร์ดมอร์ริสใช่ไหม” คุณตาทำท่านึก

“ใช่ครับ” แพมนึกสงสัยที่ชายชราเรียกชื่อผู้นั้นราวกับสนิทสนม

“ท่านเคยมาช่วยเหลือที่บ้านหลังนี้โดยบังเอิญเมื่อนานมาแล้ว มาทำให้ดินที่บ้านของพวกเราปลูกพืชผลอะไรก็ขึ้นแถมสวยงามราวกับมีเวทมนตร์!” คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงซึ้งใจ

“พ่อหนุ่มช่างโชคดีจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อหนุ่มไปขายผักที่เมืองกับฉันในตอนเช้านะ คฤหาสน์ของท่านน่าจะใช้เวลาราวครึ่งวันกว่าจะเดินทางไปถึง แต่ฉันคงส่งได้แค่ที่เมือง เพราะไม่อยากทิ้งยายแก่ไป”

“โอ้ย ตาแก่ไปส่งเจ้าแพมเถอะ เจ็บตัวแบบนี้จะให้ไปเองได้ยังไง!”

“แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วครับคุณยาย เดี๋ยวผมเดินทางไปเองครับ ขอแค่แผนที่ก็เพียงพอ”

“จะดีเหรอพ่อหนุ่ม” คุณยายถาม

“ที่สุดเลยครับ เดี๋ยวผมล้างจานให้นะครับ เดี๋ยวทำงานบ้าน เก็บผัก ทำสวนให้ด้วยในทั้งวันนี้” แพมยิ้ม จับมือหญิงชราไว้

 

 

“นายท่านขอรับ พรุ่งนี้ต้องไปงานเลี้ยงน้ำชาของดัชเชสเอลลิซ่า นายท่านต้องเดินทางในคืนนี้นะขอรับ กระผมจัดเตรียมสัมภาระให้แล้ว” พ่อบ้านฮาร์วีบอกคนที่เอาแต่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง

“กี่วัน”

“งานเลี้ยงน้ำชาหนึ่งคืน แต่เป็นโอกาสที่เหมาะสมเพื่อคุยเรื่องเขตเมืองวาแคนกับดยุกอิลองเตนะขอรับ”

“…”

ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ฮาร์วีเชื่อว่าลอร์ดมอร์ริสจะต้องรีบเดินทางโดยไม่คิดเป็นแน่แท้ เพราะเรื่องการขยายอนาเขตเมืองวาแคนลอร์ดมอร์ริสใช้เวลาในการหารือมานาน แต่ตอนนี้ชายผู้สมบูรณ์แบบกลับไม่มีท่าทีจะอยากไปถึงแม้จะปฏิเสธไม่ได้

“เข้าใจแล้ว” เสียงทุ้มต่ำตอบกลับพ่อบ้านหนุ่ม

“ส่วนเรื่องทาสจากเดนยอร์ก กระผมให้คนไปตามเรื่องให้อยู่ขอรับ”

“อย่าเอ่ยคำนั้นออกมาอีก ไม่มีทาสในที่ของฉัน”

“ขอรับ” พ่อบ้านฮาร์วีเกาหัวแกรก ๆ

 

 

แพมเดินทางออกจากบ้านในป่าตอนเช้ามืด คุณยายห่อเสบียงให้เขาจนหนักกระเป๋า และเอ่ยลาก่อนที่เขาจะออกมาพร้อมกับคุณตาและสุนัขตัวใหญ่ที่มีชื่อเหมือนเขาแถมสนิทกันอีกต่างหาก คุณตาปั่นจักรยานที่ลากรถเข็นใส่ผักไว้ด้านหลังส่วนเขาก็เดินตามไป

ใช้เวลาหลายชั่วโมงเขาก็เดินมาถึงตลาดนัดในเมืองคนพลุกพล่าน แพมใช้ผ้าคลุมใบหน้าตัวเองเหลือไว้เพียงลูกตาและจมูกไว้หายใจ

“นั่นใครน่ะตาแก่” คนที่รับซื้อผักจากคุณตาถาม

“อ๋อ…หลานชายห่างๆ ของฉันน่ะ ห่างมากๆๆๆๆ พอดีเขาแวะมาหา กำลังกลับแล้ว อ้อ ต้องรีบไปส่งแล้วสิ ขอให้ขายดี ๆ นะ”

“อ้าว เดี๋ยวสิ!”

 

“ฉันว่าพ่อหนุ่มรีบไปเถอะ คนที่นี่เขาไม่คุ้นหน้าพ่อหนุ่มเดี๋ยวจะลำบากเอา…นี่แผนที่นะ รีบหน่อยล่ะ เดี๋ยวจะถึงตอนมืดค่ำเอา”

“ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณตากับคุณยายยังไงแล้ว ถ้าผมเลือกได้จะขออยู่รับใช้พวกคุณดีกว่า”

“มันทำแบบนั้นไม่ได้ ถึงแม้ลอร์ดมอร์ริสจะเป็นคนดี แต่การหลบหนีคนที่ซื้อตัวเธอมา มันเป็นอันตราย ไม่ว่าใครก็ย่อมโกรธ เขาไม่ปล่อยเธอแน่”

“ครับ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะครับ ไม่คิดว่าในชีวิตจะได้เจอคนที่หวังดีแบบคุณตา คุณยาย ถ้ามีโอกาสผมจะมาทดแทนบุญคุณให้ได้”

“ไม่เป็นไรหรอก เธอก็เป็นคนดีฉันเชื่อว่าพระเจ้าต้องคุ้มครองเธอ ต่อไปในชีวิตเธอต้องได้เจอคนดี ๆ อีกมากมายแน่ ๆ”

“ขอบคุณครับ” แพมกล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วก้มมองไปยังเจ้าหมาที่ยืนแลบลิ้นมองเขา ก่อนจะก้มลงไปลูบหัวมัน “ฉันไปก่อนนะเจ้าแพม ให้ตายสิ ฉันไม่ชินกับการเรียกแกเลยแฮะ เดี๋ยวฉันกลับมาหานะอย่าลืมกันล่ะ”

“โฮ่ง! โฮ่ง!” เจ้าหมาตัวใหญ่แลบลิ้นเลียใบหน้าแพมเหมือนตอบรับ มันวิ่งไปส่งแพมได้ 2-3 ก้าวก่อนจะกลับมายืนข้างชายชราที่ยืนโบกมือพร้อมรอยยิ้ม มันเห่าเสียงเบาจนร่างโปร่งบางของแพมเดินจากไปไกล

“ชอบเขามากเลยหรือไงฮึ ไอ้หมาอ้วน” ชายชราเขกหัวเจ้าตูบหนึ่งทีเมื่อมันเห่าไม่หยุด

“โฮ่ง!”

“โฮะ ๆ ๆ เดี๋ยวเขาก็กลับมาหาแก เชื่อสิ”

 
----------------50%-----------------

อ่านหน่อยน้าาาา

สวัสดีค่ะะ ตอนนี้พระนายก็ยังไม่เจอกัน แหะๆๆ

ตามที่จูได้วางพล็อตไว้ในหัว พระนายจะมาเจอกันประมาณตอนที่ 4 นะคะ ไม่อยากดำเนินเรื่องไวมาก อยากให้มันดูสมูทได้มากที่สุด

และอีกเรื่องหนึ่งคือจูฝากติดตามเพจด้วยนะคะ ภายในเพจจะมีการแจ้งอัพเดตนิยาย และมีการอธิบายเนื้อหานิยายที่จูอยากให้นักอ่านเข้าใจตรงกัน และมีโพสต์บางฉากที่บางทีจูคิดขึ้นมาได้สด ๆ สปอยเล็ก ๆ (คือหลอกล่อให้มาติดตามนั้นเอง 55555)
ชื่อเพจ : Juharahบางทีพิมพ์ชื่อเพจอาจจะไม่ขึ้นนะคะ เพราะจูเพิ่งเปิดใหม่ อาจจะค้นหาไม่เจอค่ะ
คลิ๊กไปเพจตรงนี้เลยจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2020 15:01:19 โดย Juharah »

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
----------------ต่อ-----------------

ฮาร์วียืนอยู่ด้านนอกคฤหาสน์สายตาทอดมองดวงตะวันที่กำลังจากขอบฟ้าส่องแสงสีแดงอมส้ม พ่อบ้านฮาร์วียืดแขนบิดตัวไล่อาการเมื่อยขบจากการที่เขาไปแอบนอนกลางวันเพื่อพร้อมกับการขับรถม้ายามวิกาล ฮาร์วีเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ ตรงไปยังมอร์ริสที่กำลังนั่งจิบชาอ่านหนังสือวิชาการอยู่บนโซฟาหนังสัตว์หนานุ่ม

“นายท่านขอรับ รถม้าพร้อมแล้ว จะไปเลยไหมขอรับ” ฮาร์วีเอ่ยถาม

มอร์ริสส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปยังประตูคฤหาสน์บานใหญ่ ก่อนจะมีสาวใช้ร่างท้วมวัยเลยกลางคนมาแล้ววิ่งมาหา ในมือถือเสื้อโค้ตตัวใหญ่หนา

“คุณท่านเดี๋ยวก่อนค่ะ ใส่โค้ตไปด้วยนะคะตอนกลางคืนอากาศมันเย็นค่ะ เดี๋ยวป้าใส่ให้นะคะ” มืออวบสวมเสื้อโค้ตให้คนตัวสูงจนต้องเขย่งเท้า โดยที่อีกฝ่ายไม่มีท่าจะลดตัวลงมาให้เธอทำได้สะดวกเลยแม้แต่นิด

เธอชื่อแครอไลน์ เป็นหัวหน้าสาวใช้ที่มีอยู่น้อยนิดของคฤหาสน์นี้ ตระกูลของเธอเป็นคนรับใช้ของตระกูลวอซลีมาหลายรุ่น เธอเห็นนายท่านตั้งแต่แบเบาะ จนตอนนี้นายท่านของเธอตัวโต สมบูรณ์แบบจนเธอภูมิใจราวกับเป็นลูกชายแท้ๆ ทั้งๆ ที่เธอมีลูกสาวอายุ 15 ปีที่เป็นสาวใช้ตัวน้อยในคฤหาสน์นี้เหมือนกัน

“ขอบใจมากแครอไลน์” เสียงทุ้มเอ่ย

“ป้าแคร์ ได้เอามาเผื่อกระผมบ้างหรือเปล่า” พ่อบ้านฮาร์วียิ้มอ่อน พูดเสียงนุ่มติดอ้อน

“แน่นอนสิคะคุณฮาร์วี ตัวนี้หนานุ่มพิเศษสำหรับพ่อบ้านมือหนึ่งของตระกูลวอซลี จะลมเย็นหรือหิมะตกก็เอาอยู่” มืออวบสวมเสื้อโค้ตทับสูทสีดำตัวยาวของฮาร์วี

“โธ่ ป้าแคร์ มันคงไม่มีหิมะตกตอนซัมเมอร์นี่สิขอรับ” ฮาร์วียิ้มอ่อน ก้มลงไปเอาแก้มแตะกับแก้มของหญิงร่างอวบทั้งสองข้าง ก่อนจะสวมถุงมือหนังสีดำเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการควบคุมบังเหียนม้า แล้วเดินไปเปิดประตูรถม้าให้มอร์ริส จุดเทียนให้แสงสว่างและปิดม่านให้แก่ผู้เป็นนาย

“ไปก่อนนะขอรับ ป้าแคร์”

ฮาร์วีพารถม้าออกจากนอกคฤหาสน์หรูไปตามทางที่คลุมด้วยป่าเป็นระยะพร้อมฮัมเพลงในลำคอเบาๆ อย่างคนอารมณ์ดี พลันสายตาเหลือบมองบุคคลที่กำลังจะสวนทางกันในไม่นาน ฮาร์วีเพ่งสายตามองอย่างสงสัย

เขตนี้เป็นเขตที่ตั้งคฤหาสน์ ปรกติจะไม่มีใครเข้ามาในเวลาแบบนี้…ร่างโปร่งผอมบาง แต่ด้วยลักษณะกายภาพที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ผู้หญิงแน่นอน ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าปิดมิดชิดก้มมองกระดาษสีขาวในมือ แขนข้างหนึ่งถูกดามไว้ราวกับกำลังบาดเจ็บ เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่ามีรถม้าตรงไปหาจึงหลบตัวเข้าใกล้ต้นไม้ให้เพื่อเปิดทางให้

เมื่อเคลื่อนที่สวนกัน ฮาร์วีจ้องมองอีกฝ่าย พบว่านัยน์ตาคล้ายกวางที่คุ้นเคยเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนก็เหลือบมองเขาเหมือนกัน อีกฝ่ายมองหน้าเขาเบิกกว้างแล้วถอดผ้าคลุมออก โบกมือส่งเสียงทัก แต่ทว่ารถม้าเคลื่อนตัวมาไกลจนได้ยินเสียงนั้นบางเบา

อืม…สงสัยนายเขาจะโดนพระผู้เป็นเจ้ากลั่นแกล้งเสียแล้ว

แต่ถ้ามอร์ริสเห็น ‘นายน้อย' ในสภาพสะบักสะบอมนั้น คงได้อาละวาดโกรธเป็นฟืนไฟ และคงได้ย้อนกลับไปคฤหาสน์ไม่เป็นอันทำงาน

“ฮาร์วี…เมื่อกี้้เหมือนฉันได้ยินเสียงใคร”

ฮาร์วีสะดุ้งเมื่อมอร์ริสเปิดหน้าต่างออกมาถามเขา…เซนส์แรงจริงๆ เลยนะ

“กระผมฮัมเพลงน่ะขอรับ”



แพมคิดว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่ขับรถม้าคันหรูคนนั้น เขารู้สึกคุ้นกับเครื่องแต่งกายพ่อบ้านเต็มยศ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องเป็นพ่อบ้านฮาร์วี คนติดตามของลอร์ดวอซลีแน่นอน แต่ดูเหมือนว่ากำลังจะไปที่ไหนกันสักที่ เขาจึงไม่เลือกวิ่งตามไปและเดินมุ่งหน้าไปตามแผนที่นี้ ตามข้างทางเริ่มมีไฟและป่าดูไม่รกร้างเหมือนทางที่เดินมา

“คงใกล้ถึงแล้วสินะ อ่ะ!”

แพมย่างเท้าไวเมื่อเห็นว่าด้านหน้าเริ่มมีเค้าลางเหมือนที่อยู่อาศัย นัยน์ตากวางเบิกกว้างตกตะลึงเมื่อพบว่ายิ่งเข้าใกล้ตัวสิ่งก่อสร้างเท่าไหร่ มันยิ่งสวยงามอลังการแม้กระทั่งโดยรอบก็ประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลายหลายชนิด จนในที่สุดคฤหาสน์หลังใหญ่โตก็ปรากฏต่อหน้าเขา

“ถึงแล้ว…สุดเขตเมืองจะมีคฤหาสน์ เงียบสงบ มีพันธุ์ไม้ดอกหลากหลายประดับโดยรอบ ตามที่คุณตาบอกเลย”

เส้นทางเข้าหน้าคฤหาสน์เป็นพื้นหินอ่อนกว้างใหญ่ มีประตูรั้วสูงสีทองอร่ามขวางกั้นไว้ แต่ทว่ามันไม่ได้ล็อกและไม่มีคนเฝ้ายาม ที่หน้าคฤหาสน์มีน้ำพุรูปปั้นหญิงสาวเปลือยกายเป็นศิลปะทางกรีกดูสวยงามและเรียบหรู บรรยากาศเงียบสงบราวกับไม่มีคนอยู่ ตัวคฤหาสน์เองก็มีแสงสว่างเพียงน้อยนิดจากบรรดาห้องนับสิบ ถึงมันจะดูสวยอลังการ แต่ด้วยความเงียบและความมืดที่เริ่มปกคลุม กับอากาศที่ค่อนข้างเย็นเฉียบทำให้มันดูน่ากลัวมากกว่า ถ้าบอกว่านี่เป็นคฤหาสน์ร้าง มีภูตผีสิงอยู่ แพมก็คงเชื่อเช่นนั้น

“เงียบไปหรือเปล่านะ”

ร่างโปร่งพึมพำกำชับกระเป๋าสัมภาระในมือราวกับมันเป็นเพื่อนในยามนี้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ย่างก้าวเข้ามาในเขตคฤหาสน์แล้ว จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบานสูงที่กำลังจะปิดโดยฝีมือของหญิงสูงวัยตัวอวบอัด ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เห็นเขาที่เพิ่งมาถึง แพมรีบสาวเท้าส่งเสียงเรียกเธอ

“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง กรุณารอก่อน”

แครอไลน์ชะงักมือที่กำลังปิดประตูบานใหญ่ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วรีบเปิดออกไปตามเสียงเรียก มองชายร่างผอมโปร่งเนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยบาดแผล

“เฮ้ นี่เธอเป็นใคร เข้ามาได้ยังไงน่ะ”

“พอดีผมเห็นว่าประตูรั้วมันไม่ได้ล็อก และไม่มีใครอยู่ที่ด้านหน้าเลยผมเลยวิสาสะเข้ามาครับ”

“เจ้าเอ็ดเวิร์ดลืมปิดประตูรั้วอีกแล้วสินะ! ว่าแต่เธอมีปัญหาอะไรงั้นหรือ ตอนนี้นายท่านไม่อยู่หรอกนะคงจะอีกสี่ถึงห้าวันถึงจะกลับ ถ้าจะแจ้งอะไรค่อยมาใหม่แล้วกัน หรือเขียนจดหมายไว้สักหน่อยไหมล่ะ”

แพมมองหญิงร่างอวบตรงหน้าที่พูดจาคล่องแคล่วเป็นมิตร การแต่งกายดูจะเป็นสาวใช้ ผ้ากันเปื้อนแต่งขอบลูกไม้ช่วยสนับสนุนข้อสันนิษฐานนั้นเป็นอย่างดี แพมไม่รู้จะตอบอย่างไร ‘เจ้านาย' ใหม่ของเขาไม่อยู่งั้นหรือ คงจะไปกับพ่อบ้านฮาร์วีที่ขับรถม้าสวนกับเขา ส่วนสาวใช้ตรงหน้าจะรู้เรื่องที่นายท่านของเธอรับตัวทาสมาใหม่หรือเปล่านะ แพมหันรีหันขวางมองรอบข้างที่เริ่มมืดสนิท…แต่เขาไม่มีที่ไป

“ถ้าเช่นนั้นผมจะกลับมาใหม่ก็ได้ครับ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ”

แพมก้มหัวก่อนจะหันหลังให้เธอ แครอไลน์มองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกตงิดใจ

...ไม่ใช่คนในเมืองนี้หรอกหรือ

ปรกติคนที่เมืองนี้จะทราบกันถ้วนหน้าอยู่แล้วว่าถ้ามีปัญญาอะไรจะต้องมาปรึกษาท่านเอิร์ลในตอนกลางวันเท่านั้น นอกเสียจากจะเร่งรีบจริงๆ และอีกทั้งก่อนหน้านี้ พ่อบ้านฮาร์วีก็กำชับเธอหนักแน่นเรื่องจะมีแขกคนสำคัญมาเยี่ยมเยือน ถึงแม้มันจะล่วงเวลามานานหลายวันแล้ว แครอไลน์ยืนกระสับกระส่าย ก่อนจะตัดสินใจเรียกร่างโปร่งที่เดินไปไม่ไกล

“เดี๋ยวก่อนหนุ่มน้อย ช่วยบอกชื่อเธอมาได้ไหม” แครอไลน์ตะโกนถาม

แพมหันหน้าไปมองตามเสียงเรียก แล้วตอบคำถามนั้น

“แพมครับ แพม แพม”



“ไม่อยากเชื่อว่าคนของเอิร์ลวอซลีจะโง่ขนาดนั้น แค่ฉันแสร้งทำหน้าซื่อบอกว่ามันหนีไป พูดอะไรก็เชื่อไปหมด คิดว่าจะคุยยากกว่านี้เสียอีก”

ริมฝีปากแดงจัดพ่นประโยคออกมาด้วยรอยยิ้มสะใจ แอนนาปิดปากแล้วหัวเราะออกมา คนใช้และทาสในบาร์นั่งเกาะกลุ่มฟังเรื่องที่แอนนาเล่าขณะรอบาร์เปิด

“แล้วตอนที่เธอถีบมันลงไปล่ะๆ มันเป็นอย่างไรบ้าง!”

แอนนาเหยียดตามองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อนึกถึงเหตุการ์ณในวันนั้น แล้วพูดโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัวว่ามีบางคนย่างกายเข้ามา

“พอมันถูกส้นสูงของฉันถีบเข้าอกมัน มันก็กลิ้งคลุกๆ ไปตามพื้นหลายร้อยเมตร ตอนที่เห็นตัวมันกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง อ๊ะๆ แรงขนาดที่ว่าต้นไม้นี่สะเทือนไปทั้งต้น! ฉันนี่สะใจจริงๆ”

“เอ่อ แอนนา ฉันว่าพอก่อ…” หญิงสาวที่นั่งร่วมวงบอกแอนนาเสียงสั่น สายตามองไปยังด้านหลังคนที่กำลังเล่าประสบการ์ณอันโหดร้ายมาอย่างสนุกปาก แต่ดูเหมือนแอนนาจะไม่เข้าใจ

“ฉันยังพูดไม่จบ! แล้วตอนที่ฉันนะนั่งรถม้าผ่านหน้ามันไป มันก็หอบร่างโชกเลือดของมันคลานตามมา น่าสมเพชสุดๆ ถ้าฉันมีกล้องนะ ก็อยากจะถ่ายเก็บไว้ซะจริง!” แอนนาหัวเราะร่า ไม่สังเกตความเงียบที่เกิดขึ้นมาขณะหนึ่งแล้ว

“รู้สึกว่าข้อมูลที่ให้มาจะไม่ตรงกันนะ มิสแอนนา”

ชายร่างใหญ่บึกบึนสองคนที่มาทันได้ฟังข้อมูลนั้นเข้า จึงเดินมาจับไหล่บางของหญิงสาวทั้งสองข้าง แอนนาขนลุกซู่ไปทั้งตัว เป็นใบ้ไปชั่วขณะ มองหน้าชายทั้งสองที่เพิ่งเคยเจอกันไปเมื่อไม่นาน ดูเหมือนหลายคนจะรู้สถานการณ์จึงแยกย้ายออกห่าง ทำเป็นไม่เห็นชายน่ากลัวสองคนนั้นพาแอนนาออกไป

แอนนาถูกบังคับให้ออกมาด้านนอกของบาร์ เข้าไปในซอกตึกคับแคบและสกปรกไปด้วยกองขยะ สัตว์ท่อน่าขยะแขยงไต่กันยั้วเยี้ย แต่ตอนนี้แอนนากลับไม่มีกะจิตกะใจจะรังเกียจสิ่งเหล่านั้น

“ได้ยินแว่วๆ เธอบอกว่าพวกฉันเป็นไอ้โง่ด้วยสินะแอนนา” ชายคนแรกพูดยิ้มเหี้ยม

“ดีจริงๆ ที่คุณฮาร์วีสั่งงานมาอีกครั้ง ทำให้ฉันได้ยินอะไรเด็ดๆ เข้า อีกอย่างไม่ต้องเสียเวลามานั่งเค้นด้วย” ชายคนที่สองขยับตัวเข้ามาใกล้แอนนาที่ยืนตัวสั่นอยู่ในซอกตึกที่โดนพวกเขายืนปิดรูมิด

“ไม่เหมือนไอ้จอห์น ที่เอาแต่บ่ายเบี่ยงนานทีเดียว จนสุดท้ายพวกฉันก็ทนไม่ไหว สุดท้ายมันก็เป็นแบบนี้”

ชายบึกบึนคนแรกเดินเข้ามาใกล้เธอ พร้อมกล่องกระดาษในมือ แอนนามองกล่องนั้นสงสัยก่อนจะเปิดปากกล่องขึ้นดูสิ่งที่อยู่ข้างใน

“กรี๊ดดด อุ๊บ!”

“อีบ้านี่! เงียบกว่านี้ไม่ได้หรือไง อยากตายหรอ!” ใบหน้าเหี้ยมเกรียมขู่ชิดหลังมือของตัวเองที่ใช้ปิดปากของหญิงสาวที่หน้าซีดเซียวด้วยความตกใจ ก่อนจะเอามือออก

“ได้โปรด…ฉันยอมรับก็ได้ แต่อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเลยนะ อย่าทำอะไรฉันด้วย…ได้โปรด ได้โปรด…” แอนนานั่งกองกับพื้น เนื้อตัวสั่นเทิ้ม เกาะแข้งขาแข็งแรงนั้นไว้อย่างอ้อนวอน

“มิสแอนนา…เอาแต่ขอนั่นนี่ แต่ไม่มีอะไรมาแลก ช่างละโมบเสียจริง”

มือหยาบกร้านลูบไล้ใบหน้าเธอ แล้วไล่ลงมาเนินออกตูมที่โผล่พ้นคอเสื้อรัดติ้ว จนแอนนานึกขยะแขยง แต่เธอก็ปั้นใบหน้ายั่วยวน จับแขนเสื้อกล้ามให้หล่นลงมาที่ไหล่ขาวเนียน

“งั้น…ถ้าพี่ ๆ สัญญาว่าจะไม่เอาไปบอกใคร อยากได้อะไรก็บอกฉันมาสิ ฉันให้ได้ทุกอย่าง”

สองผู้ร้ายหันมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาดังลั่นจนหญิงสาวหน้าเจื่อนเหมือนกับตัวเองกำลังโดนปั่นหัว ฝ่ามือใหญ่ของหนึ่งในนั้นกระชากผมของแอนนารุนแรงจนเธอร้องออกมาดังลั่น

“เธอนี่มันโง่! คิดว่าพวกฉันจะเลือกเอาโสเภณีสวะอย่างเธอแล้วหักหลังเอิร์ลวอซลีหรือไง! ที่แกกับไอ้จอห์นเป็นแบบนี้ ก็เพราะแกไปยุ่งกับคนของท่านไม่ใช่หรือไง ยัยโง่!”

เพี๊ยะ!

สิ้นคำพูดแข็งกร้าว ฝ่ามือใหญ่ก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าขาวจนเลือดกบปาก แอนนาล้มไปตามแรงตบ ก่อนจะแน่นิ่งเป็นหินเมื่อได้ยินประโยคถัดมาะคุณผู้หญิง แลบลิ้นของเธอมาสิ มันจะได้เสร็จไวๆ อ๊ะ ไม่ต้องกลัวตายนะ มีคลินิกอยู่ใกล้ๆ นี่ ยังไงก็รีบวิ่งตามไอ้จอห์นไปแล้วกันนะ”

“ไม่นะ…ขอร้อง อย่า!”

“เอาน่า…กลั้นใจสักครู่นะ”



หลังจากนั้นในซอกตึกสกปรกก็เงียบลง ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาโดยไม่สนใจมัน และไม่คิดว่ามันเป็นปรกติ ชายร่างใหญ่ทั้งสองเดินออกมาจากซอกตึกนั้นด้วยท่าทีไร้พิรุธและเดินสอดแทรกไปตามผู้คนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ริมฝีปากทั้งสองยิ้มเยาะเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นตามหลัง

“กรี๊ดด ทำไมเลือดไหลท่วมขนาดนั้นล่ะ”

“ยัยบ้า อย่ามาโดนตัวฉันนะ!”


--------------ครบ----------------
ช่วงนี้มือติดจรวดค่ะ 55555 มาไวไปไว ฝากติดตามเพจหน่อยน้าา
ชื่อเพจ : Juharah บางทีพิมพ์ชื่อเพจอาจจะไม่ขึ้นนะคะ เพราะจูเพิ่งเปิดใหม่ อาจจะค้นหาไม่เจอค่ะ
คลิ๊กไปเพจตรงนี้เลยจ้า  :call:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2020 15:00:06 โดย Juharah »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
กรรมติดจรวดเร็วดีจัง555

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-5
เคลมเร็ว คนทำไม่ดี จะได้รับ สิ่งไม่ดี

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ดีใจๆคิดว่าน้องแพมต้องออกไปตกระกำลำบากอีกรอบสะแล้ว ท่านลอร์ดรีบๆกลับมานะคะ

 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
ตอนที่ 4

แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าปัดเป่าความมืดออกไปอย่างเชื่องช้า แต่ยังคงมีแสงที่เล็ดลอดผ่านตามต้นไม้ส่องมายังตัวคฤหาสน์หรูเงียบสงบ นกตัวเล็กบรรเลงเพลงยามเช้าอย่างอารมณ์ดี ดอกไม้ พันธุ์ไม้นานาเบ่งบานเตรียมรับแสงยามเช้า บางดอกมีผีเสื้อ ตัวผึ้งบินมาเกาะเพื่อดูดน้ำหวานอีกทั้งยังขยายพันธุ์ไปในตัว

คฤหาสน์ที่ยามราตรีวังเวงดูน่ากลัว แต่ตอนสว่างกลับดูเหมือนสวรรค์ที่มองไปทางใดก็สดใสและปลอดภัย ถึงแม้ตามพื้นจะมีใบไม้ที่เหี่ยวแห้งหล่นกระจายเต็มพื้น แต่มันก็กำลังจะถูกกำจัดโดยคนสวนที่ชื่อว่าเอ็ดเวิร์ด ชายวัยกลางร่างสูงใส่เสื้อลินินสีทึบ กางเกงสามส่วน สวมหมวกฟางบานใหญ่ทั้ง ๆ ที่แดดไม่แรง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะใส่เป็นลักษณะเฉพาะตัวเสียมากกว่า เอ็ดเวิร์ดผิวปากฮัมเพลงกวาดพื้นกว้างเพียงลำพัง บางจังหวะเขาก็หยุดเต้นอย่างอารมณ์ดี

แพมละมือจากการเช็ดบานหน้าต่างที่ทำจากกระจกหนาหลังจากเช็ดมันมาตั้งแต่ยังไม่เช้า แพมได้หลับเพียงน้อยนิดตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้เพราะด้วยความแปลกที่ เขาจึงตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเช็ดถูแบบนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้น

“คุณแพมอยู่ที่นี่นี่เอง วันนี้ก็ตื่นเช้าอีกแล้วนะคะ ป้าบอกว่าไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้”

แครอไลน์วิ่งตรงมาแย่งผ้าเช็ดหน้าต่างในมือแพมอย่างรวดเร็ว แอบตีเบาๆที่แขนผอมของคนที่เธอเพิ่งดุไป

“ป้าแคร์ไม่ต้องเรียกผมแบบนั้นหรอกครับ ผมก็บอกป้าแล้วว่าผมเป็นใคร สิ่งที่ผมทำอยู่มันถูกต้องกับหน้าที่ผมแล้วครับ” แพมจำไม่ได้ว่านี่เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วที่เขาบอกหญิงตรงหน้า เธอมักจะดุทุกครั้งที่เห็นเขาทำความสะอาด

แครอไลน์สับสน เธอยอมรับว่าตอนที่ได้ฟังหนุ่มน้อยผอมแห้งคนนี้บอกว่าตนเองเป็นใครเธอก็ตกใจ นายท่านของเธอไม่นิยมซื้อทาส และอีกเรื่องที่ทำให้เธอลังเลใจมากๆคือ พ่อบ้านฮาร์วีบอกว่าคนที่ชื่อประหลาดว่า ‘แพม แพม' เป็นแขกคนสำคัญซึ่งเธอต้องให้การต้อนรับอย่างดี แต่หนุ่มน้อยคนนี้เป็นเพียงทาสเองนะ!

“งั้นเอาที่ป้าแคร์สบายใจเถอะครับอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นเลย เอ่อ…ป้าครับ ผมวานป้าช่วยตัดผ้านี่ออกให้ได้ไหม” แพมชี้ไปที่ผ้าพันแผลบนหัว

“โอ้ว มันหายแล้วหรอ” แครอไลน์พินิจดู

“ผมรู้สึกว่ามันไม่เจ็บแล้ว แต่แขนข้างนี้ที่หักคงต้องดามไว้อีกพักนึงครับ” แพมเหลือบตามองมองแขนซ้ายที่ถูกดามด้วยผ้าหลายชั้น

“ต้องกินยาเรื่อยๆนะ มันจะได้หายไวๆ แต่เดี๋ยวผ้านี้ป้าแกะให้เอง แล้วไปกินข้าวด้วยกันนะ”

“ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปตามคุณเอ็ดเวิร์ดให้นะครับ” แพมชี้นิ้วไปนอกหน้าต่าง มองคนที่กวาดพื้นอย่างอารมณ์ดี

“เอางั้นก็ได้ค่ะ” ป้าแพมตอบรับยิ้ม ๆ



แพมนั่งทานอาหารเช้าบนโต๊ะไม้ขนาดกลางในห้องครัวกับป้าแคร์ เอ็ดเวิร์ด กับลูกสาวของป้าแคร์ที่ชอบลอบมองเขาบ่อยๆ แต่ไม่เคยกล้าพูดคุย สิ่งที่แพมสงสัยคือ คฤหาสน์หลังใหญ่โตแต่กลับมีแม่บ้าน สาวใช้จำนวนน้อยนิดมีคนสวนเพียงคนเดียวในพื้นที่ขนาดกว้างขวาง ที่แพมสังเกตดูอาจมีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ แต่ตัวคฤหาสน์และพื้นที่รอบๆก็ไม่ได้สกปรกเท่าที่ควร

“คุณแพมหน้าตาดูเหนื่อยล้ายิ่งกว่าวันที่มาแรกๆอีกนะเนี่ย”

แพมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง มองเอ็ดเวิร์ดที่เป็นคนพูด ใบหน้าคร้ามแดดจ้องหน้าเขาด้วยแววตาสงสัย ในปากเคี้ยวอาหารอยู่ แพมถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดตอบ

“คือผมรู้สึกแปลกที่ เลยนอนไม่หลับ”

“หน้าแบบนี้ นอนถึงห้าชั่วโมงหรือเปล่า” เอ็ดเวิร์ดสันนิษฐาน

“ความจริงแล้วสามหรืออาจน้อยกว่านั้น” แพมพูดไม่ทุกข์ร้อน

“นี่คงเป็นเหตุผลที่ตื่นมาเช็ดหน้าต่างตั้งแต่ตีสาม” เอ็ดเวิร์ดชี้ช้อนมาทางเขา

“ป้าว่านอนเยอะๆกว่านี้หน่อยก็ดีนะคะคุณแพม แผลจะได้หายไวๆ” แครอไลน์จับบ่าแพมเบาๆ

“ครับป้าแคร์” แพมตอบหญิงร่างท้วม แล้วส่งยิ้มให้เด็กสาวที่แอบลอบมองเขา

“ลิลลี่ แกจะแอบอะไรนักหนา ขอโทษทีนะคุณแพม ลูกสาวป้าไม่ค่อยชินกับคนแปลกหน้าน่ะ แต่เดี๋ยวก็ชินเองแหละ ตอนเจ้าเอ็ดเวิร์ดมานี่แรกๆนะ ก็เป็นแบบนี้เลย” แครอไลน์พูดพร้อมหัวเราะ

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะลิลลี่” แพมพูดกับเด็กสาวเสียงเบา แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งมุดตัวอยู่หลังแม่ เรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ



“เพิ่งผ่านงานเลี้ยงของดัชเชสเอลลิซามาแท้ๆ ทำไมถึงรีบมาคุยเรื่องเคร่งเครียดจังล่ะเอิร์ลวอซลี”

ดยุกอิลองเตลูบเคราแพะของตัวเองใบหน้ายิ้มเยาะเจ้าเล่ห์เอ่ยถามชายหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งฝั่งตรงข้ามในห้องทำงานใหญ่ประดับทองคำหลายจุดสมฐานะและบรรดาศักดิ์ ดยุกจงใจพูดเยาะใส่บุคคลที่นับว่าเป็นคู่ค้าคนหนึ่ง หากไม่มีเรื่องที่สำคัญ ท่านเอิร์ลผู้เลื่องชื่อผู้นี้คงไม่คิดออกเดินทางหนึ่งคืนเพียงเพื่อมางานเลี้ยงน้ำชาของภรรยาเขาเท่านั้น

“พอดีผมอยากจะกลับบ้านไวๆเพียงเท่านั้น เลยมาคุยธุระเรื่องเดิมๆกับท่านให้มันเสร็จสักที” มอร์ริสพูดเสียงเย็น ใบหน้าเรียบเฉย

“แต่คุณเพิ่งมาถึงได้เพียงสองวัน ได้ยินข่าวลือว่าเอิร์ลวอซลีเป็นคนติดบ้าน ไม่คิดว่าจะเป็นถึงขั้นนี้ ไม่ทราบว่ามีสิ่งสำคัญรออยู่หรือเปล่าท่านลอร์ด”

ดยุกตาประกายวาววับ ใครๆต่างก็รู้ว่าเอิร์ลผู้นี้ยังไม่แต่งงานและไม่มีครอบครัวให้ห่วงหา บางทีที่คฤหาสน์หรูของมอร์ริสอาจจะมีอัญมณี ทรัพย์สมบัติมากมายจนไม่สามารถรักษาไว้เพียงผู้เดียวได้

“ไม่มีอะไรหรอกครับดยุก แค่คิดว่าบางที ‘กวาง' ที่ผมซื้อมามันจะกลับมาบ้าน เผอิญก่อนหน้านี้หลุดไปจากรถม้าที่มาส่งน่ะครับ” มอร์ริสยิ้มมุมปาก

พ่อบ้านฮาร์วีที่ยืนอยู่ไม่ไกลลอบยิ้มออกมาเข้าใจประโยคที่นายท่านของเขาพูด เจ้านายของเขายังคงไม่รู้ว่า ‘กวาง' ที่ว่านั่น ตอนนี้ได้ถึงบ้านหลังใหญ่นั้นตั้งแต่วันที่พวกเขาออกเดินทางแล้ว คลาดกันเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น

“พูดจาตลกดีนะลอร์ดวอซลี ว่าแต่คราวนี้จะมาเสนออะไรล่ะ คงจะเป็นสิ่งที่ผมแนะนำไปคราวที่แล้วนะ” ดยุกพูดพลันสายตามองไปยังกระเป๋าขนาดกลางที่พ่อบ้านฮาร์วีถืออยู่

มอร์ริสมองสายตานั้นด้วยความสมเพชในใจ กระเป๋าที่ฮาร์วีถือถูกล็อกกุญแจแน่นหนาบ่งบอกถึงมูลค่าของภายในกล่องซึ่งแน่นอนว่าเขาเตรียมมาให้ดยุกผู้โลภมากคนนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการหารือเรื่องอาณาเขตของทั้งสองเมือง เนื่องจากอาณาเขตที่มอร์ริสต้องการมันกินพื้นที่ที่ดยุกอิลองเตดูแลอยู่จนครั้งล่าสุดดยุกผู้ละโมบก็บอกเจตนารมณ์อันน่าสมเพชมาว่า ที่ดินที่มอร์ริสต้องการมันต้องแลกด้วยทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

มอร์ริสกระดิกนิ้วเรียกฮาร์วี ซึ่งพ่อบ้านรู้หน้าที่ดีเดินมาวางกระเป๋าใบนั้นลงบนโต๊ะกึ่งกลางระหว่างคนทั้งสองที่กำลังจะเจรจาพร้อมกับไขกุญแจออก มอร์ริสเปิดกระเป๋าโชว์สิ่งของด้านในให้คู่เจรจาดู แล้วแสยะยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของดยุก

อัญมณีน้ำงามสามชิ้นวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ มันดูน้อยชิ้นแต่มูลค่าของมันมากเสียกว่าจะแลกกับอาณาเขตที่ขยายไปเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ดยุกตาประกายวาววับเมื่อเห็นอัญมณีที่เคยได้ยินมาเพียงชื่อแต่ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้าเขา และจะกลายเป็นของเขา มือที่สั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นจะเอื้อมไปจับของมีค่านั้นแต่กระเป๋ากลับถูกพับปิดลงด้วยฝีมือคนเปิด

“เพียงพอกับสิ่งที่ผมต้องการหรือเปล่าครับ ท่านดยุก” มอร์ริสเอ่ยถามเสียงเย็น เคาะปลายเล็บลงกับกระเป๋าใบนั้น

“อะแฮ่ม! ก็ใช้ได้ทีเดียวเลยลอร์ดวอซลี แบบนี้สิถึงคุยกันง่ายหน่อย” ดยุกเก็บอาการโลภของตัวเอง ทั้งที่ภายในใจกำลังลิงโลด

“แต่ผมมีสิ่งที่ควรค่ามากกว่านี้อีกนะครับดยุก คุณสนใจหรือเปล่า” มอร์ริสแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

“อะไรงั้นหรอ” ดยุกอิลองเตทำหน้าฉงน มองฮาร์วีที่ส่งซองกระดาษสีน้ำตาลให้มอร์ริส

“เมื่อดยุกได้เห็นมัน ดยุกคงแทบจะยกที่ตรงนั้นให้ผมในทันที”

สิ้นเสียงทุ้มเย็น มอร์ริสก็หยิบเอกสารหลายสิบแผ่นออกจากซองส่งให้ดยุกดู รอคอยปฏิกิริยาที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างลิบลับ ดยุกอิลองเตไล่มองกระดาษเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นทุบโต๊ะดังลั่น

“มอร์ริสนี่แก!” ดยุกตวาดดังลั่นห้อง

“ฮืมม…เราไม่สนิทกันขนาดที่จะเรียกชื่อกันได้นะดยุกอิลองเต” มอร์ริสยกสองขาขึ้นพาดบนโต๊ะทำงานปลายเท้าชี้หน้าอีกฝ่ายที่มีบรรดาศักดิ์สูงกว่า ไม่รู้สึกสะทกสะท้านตื่นตกใจกับท่าทีของดยุกที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“ฉันเป็นถึงดยุก! แกกล้าดียังไงเอาข่าวมั่วๆนี่มาขู่ฉัน!” ดยุกยังคงตวาดลั่น

“ยังกล้าพูดว่าข่าวมั่วอีกหรือดยุก? หลักฐานคาตา หรือจะให้ผมนำตัวคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มายืนยันด้วยอีกแรงดีล่ะ” มอร์ริสเอ่ยราบเรียบสองนิ้วมือคีบกระดาษในมือก่อนจะพูดต่อ

“ใช้โอกาสที่เป็นสุนัขรับใช้ราชินี ทำบัญชีรับจ่ายในพระราชวังแอบลักลอบขโมยของในคลัง โดยมีผู้ร่วมกระบวนการเป็นทอด ๆ อีกทั้งยังเอาไปแลกเปลี่ยนซื้อขายของผิดกฎหมายกับพวกมังค่า ถึงแม้มันจะสาวถึงตัวดยุกได้ยาก แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของผมเท่าไหร่” สิ้นคำพูด ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ดยุกทิ้งตัวลงจ้องไปที่มอร์ริสจริงจัง

“แกรู้มานานแค่ไหนแล้ว” ดยุกถามเสียงเหี้ยม

“นานพอ ๆ กับที่เราหาลือกันเรื่องนี้ ไม่คิดว่าจะต้องงัดเรื่องนี้ออกมาใช้ แต่ดยุกปลิ้นปล้อนเกินไป ผมเลยเบื่อที่จะต่อรอง” มอร์ริสหัวเราะในลำคอ เพิ่มโทสะให้อีกฝ่าย

“แกอยู่ในที่ของฉัน คิดว่าจะรอดกลับไปหรือไง ฉันเป็นถึงดยุกแค่กำจัดเอิร์ลอย่างแกมันไม่ยากหรอกนะ” ดยุกฉีกยิ้มเยาะราวกับถือไผ่เหนือกว่า

มอร์ริสละสายตาจากดยุกไปมองพ่อบ้านฮาร์วีที่ยังคงยืนยิ้มไม่เกรงกลัวคำพูดนั้น มอร์ริสเองก็แสร้งทำท่าหัวเราะขำขันแล้วกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยไม่ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า

“ดยุกดูถูกพ่อบ้านของผมเกินไป แต่ถ้าดยุกจะตัดสินใจเช่นนั้นก็เชิญ ถ้าผมตายที่นี่ก็ดีไป…” สองเท้ายกลงมาอยู่ที่เดิม มอร์ริสเอื้อมหน้าเข้าไปใกล้ดยุกอิลองเตแล้วมองด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

“แต่ถ้าผมรอด…ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลอิลองเตบ้าง” มอร์ริสหัวเราะแสยะ แล้วถอยตัวไปนั่งตามเดิม ผายมือให้ดยุก “เชิญตัดสินใจครับดยุกอิลองเต…ผู้สูงศักดิ์”

“ก็ได้! แกต้องการแค่ไอ้พื้นที่ฉันเอาจากพ่อแกมาใช่ไหม ได้! ฉันจะเอาให้!” ดยุกหัวเสียกุมขมับ

“อืม…ผมคิดว่าอาณาเขตแค่นั้นมันไม่คุ้มกับการที่ผมเดินทางมางานเลี้ยงน้ำชาไร้สาระนั่นเท่าไหร่” มอร์ริสทำท่าคิด

“แกหมายความว่ายังไง” ดยุกใจสั่น มองฮาร์วีที่เดินมาเปิดแผนที่ขนาดใหญ่

“เขาสองลูกที่อยู่ถัดไป ดยุกคงไม่หวง” มอร์ริสยิ้มเจ้าเล่ห์ ชี้ไปยังแผนที่ที่กางบนโต๊ะ

“เขาสองลูกมันเกือบจะครึ่งเมืองของฉันเลยนะ! และเขาลูกนั้นมันเป็นพื้นที่ของฉัน!” ดยุกตบโต๊ะ

“งั้นการเจรจาเราคงจบเท่านี้ คุณคงรู้ว่าถ้าราชินีรู้เรื่องที่คุณทำจะเป็นยังไง… ชีวิตคุณสั้นเกินไปนะ…อิลองเต” มอร์ริสตัดคำว่าดยุกออกไปราวกับอีกฝ่ายไม่ใช่ชนชั้นสูง

“โธ่เว้ย! โธ่เว้ย! ก็ได้! แกต้องการแค่นี้ใช่ไหม!” ดยุกโกรธจนหน้าแดงจัด

“ผมไม่มักมากหรอกนะ ฮาร์วีเอาเอกสารให้ดยุกเซ็น ฉันจะไปรอที่รถ” มอร์ริสลุกขึ้นยืนกระชับสูทไหมตัวนอก ก่อนจะหันไปทิ้งท้ายกับคนที่แพ้แบบไร้ทางสู้

“ยินดีที่ได้ร่วม ‘ธุรกิจ' ดยุกอิลองเต”

…ถึงเขาจะไม่เอาหลักฐานนี้ไปบอกใคร แต่ก็ไม่รับรองว่า คนที่รู้เห็นจะสาวเรื่อง มาถึงตัวดยุกเองหรือเปล่า…ช่างโง่เขลา





“ลิลลี่ไม่สบาย?”

แพมถามแครอไลน์เสียงเบา มองเด็กสาวที่นอนตัวแดงบนเตียงไม้ในห้องขนาดกลาง เธอป่วยหนักจนไม่รู้สึกตัว แครอไลน์หันมาตอบแพมทั้งที่ยังกุมมือลูกสาวไว้

“ใช่ค่ะ ป่วยหนักตั้งแต่เมื่อคืนไม่รู้ไปทำอะไรมา”

“ให้ผมพาเธอไปโรงพยาบาล...” แพมอาสา แต่ไม่ทันจะพูดจบก็โดนขัดโดยเอ็ดเวิร์ด

“เดี๋ยวผมไปเองดีกว่า คุณแพมไม่รู้จักทางนี่…เดี๋ยวผมอุ้มเธอไปโรงพยาบาลเอง ป้าแคร์ไปกับผมแล้วกัน” เอ็ดเวิร์ดเสนอ

“แต่ป้าต้องทำความสะอาดห้องคุณท่าน พรุ่งนี้เดี๋ยวคุณท่านก็จะกลับมาแล้ว ถ้าเห็นว่ามันสกปรกเขาต้องโกรธมากแน่ๆ” ป้าแคร์พูดหน้าเครียด

ใจแพมเต้นแรงเมื่อได้ยินสิ่งที่แครอไลน์พูด ใบหน้าเรียบเฉยแฝงความน่ากลัวยามพิศมองพุ่งเข้ามาในโสตประสาทของแพม…พรุ่งนี้เขาจะกลับมา ร่างโปร่งสะบัดหัวไล่ความคิด

“เดี๋ยวผมทำให้ก็ได้ครับ ป้าตามไปดูลิลลี่เถอะ” แพมอาสา

“จะดีหรือคุณแพม” แครอไลน์มองอย่างมีความหวัง

“ดีที่สุดเลยครับป้าแคร์ คุณเอ็ดเวิร์ดรีบพาลิลลี่ไปเถอะครับ” แพมหันไปบอกเอ็ดเวิร์ด คนที่ถูกกล่าวถึงก็กระตือรือร้นทันที

“ป้าขอบคุณมากนะคะ ไปเถอะเอ็ดเวิร์ด”

แพมมองทั้งสามคนที่รีบวิ่งออกไป แล้วเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนผนังที่บอกเวลาสี่โมงเย็น แพมเดินไปปิดประตูบานสูงแล้วเดินขึ้นไปอีกชั้นของคฤหาสน์พร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดที่หยิบมาด้วย



แพมเปิดประตูห้องบานหรู สิ่งที่รับรู้ได้เป็นอย่างแรกคือ กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นจมูก เป็นกลิ่นที่แพมชอบ…กลิ่นของเขา ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนน้ำตาล ดำ เตียงนอนกว้างอยู่กลางห้องหนานุ่ม มุ้งบานหรูถูกพับเก็บตามเสาขอบเตียง ประตูกระจกติดระเบียงนอกห้องที่แต่งแต้มไปด้วยเถาไม้ประดับ ดูท่าเจ้าของคฤหาสน์จะชื่นชอบกระจกและต้นไม้เป็นพิเศษ เพราะคฤหาสน์เกินครึ่งหลังไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างหรือประตูก็ทำด้วยกระจกใสทั้งสิ้น ที่มุมหนึ่งมีประตูฝ้าอีกบานมองเห็นด้านในซึ่งเป็นห้องน้ำและมีห้องเล็กข้างห้องน้ำอีกห้องซึ่งเป็นห้องเสื้อผ้า มีตู้ใหญ่หลายตู้ ชั้นหนังสือและชั้นเก็บเอกสารบางส่วน

แพมสนใจตู้ขนาดกลางที่วางอยู่ข้างเตียงมันถูกล็อกด้วยโซ่และกุญแจดึงดูดความสนใจ ทำให้ใคร่อยากรู้ว่าด้านในคืออะไร มือบางลูบไล้บนตู้ไม้สีแก่อย่างใคร่รู้ แต่ทำอย่างไรก็คงเปิดไม่ออก จึงเลิกสงสัยมันไป…เขาเป็นแค่คนใช้ เป็นทาส ไม่มีสิทธิ์ไปอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเจ้านาย

ห้องกว้างขวางถูกทำความสะอาดทีละนิดทุกซอกทุกมุมของห้อง หนังสือที่เรียงรายไม่เป็นที่ในตอนแรกถูกจัดเรียบร้อยให้ตั้งอยู่บนชั้นอย่างที่ควรจะเป็น เหยือกน้ำที่เหลือน้ำเพียงครึ่งถูกเติมจนเต็มและสับเปลี่ยนแก้วใบใหม่ วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงตามเดิม โต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกบานใหญ่ติดอยู่ มีของใช้ผู้ชายประปรายไม่มากความเหมือนของเพศสตรี

แพมส่องดูตามโต๊ะและตู้เสื้อผ้าเพื่อหาที่มาของน้ำหอมที่ได้กลิ่นมาจากท่านลอร์ด กลิ่นที่สร้างปัญหาให้กับเขาเมื่อครั้งแรกพบกับอีกฝ่าย คิ้วเรียงตัวสวยขมวดเข้าหาอย่างขัดใจ…ไม่มีน้ำหอมที่ว่านั่น ไม่มีสักขวดเดียว บนโต๊ะเครื่องแป้งมีเพียงแป้งฝุ่น เจล และของจุกจิกไม่เป็นหมวดหมู่

แพมยักไหล่ไม่ยี่หระ เดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่พอสำหรับผู้ชายยุโรปถึงสามคน เขาเดินไปจัดมุ้งสีขาวทั้งสี่มุมให้เข้าที่เป็นระเบียบ ที่นอนหนานุ่มถูกดึงตึงไม่เห็นรอยย่น คลุมทับด้วยผ้าห่มผืนหนาแต่ทว่ากลับไม่ร้อนและเบา หมอนสีขาวหลายใบถูกจัดวางใหม่บนหัวนอน

ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะล่วงแล้วเสร็จ ร่างบางเดินห่อไหล่อ่อนล้ามาทรุดลงที่ข้างเตียงนอนกว้าง มือบางลูบไล้บนที่นอนสายตาเหม่อลอยนึกถึงเรื่องเก่า ในชีวิตที่ผ่านมาของเขาไม่เคยเลยสักครั้งที่แผ่นหลังจะสัมผัสฟูกนอนที่นุ่มสบาย ไม่เคยซุกตัวในผ้าห่มที่อุ่นคลายหนาวได้ อย่างดีที่สุดก็คือฟูกนอนแข็ง ๆ ที่บาร์ของคุณนายเพนนีนั่นคือที่หลับนอนที่ดีที่สุดในชีวิต จะว่าไปการมาอยู่ที่นี่ของแพมมันช่างแตกต่างกับที่ผ่านมายี่สิบกว่าปีสิ้นเชิง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาได้กินอาหารครบทุกมื้อและรสชาติดี มีที่นอนที่ดีแม้จะเป็นห้องนอนคนใช้ ไม่มีแรงกดดันราวกับได้รับอิสระ

แพมซุกหน้าลงไปบนที่นอนที่เขาเพิ่งดึงมันจนเรียบตึง จมูกรั้นสูดดมกลิ่นหอมติดเตียงชัดเจนของเจ้าของห้องไม่ว่าจะมุมไหนของห้องก็มีกลิ่นหอม แพมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโรคจิต แต่เขาชอบที่จะสูดดมกลิ่นนี้ มันทำให้เขาผ่อนคลายราวกับคนที่เสพสารเสพติดเหมือนอย่างที่พวกทาสในบาร์เคยเป็นกันยามใช้กัญชา ล่องลอย และใบหน้าบ่งบอกว่ามีความสุข หนังตาเริ่มหนักปรือลงคล้ายอยากนอน หลังจากไม่รู้สึกแบบนี้มาหลายวัน เพราะด้วยอากาศที่เย็นกำลังดี กลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย กับบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยแสงเทียนบวกความเงียบสงัด แพมคิดว่าถ้าแอบนอนตรงนี้คงไม่มีใครว่าอะไรถ้าพวกเขาไม่รู้

เพราะด้วยความเหนื่อยล้าจากหลาย ๆ วัน ไม่นานร่างโปร่งก็แน่นิ่งเข้าสู่นิทราทั้งที่ยังนั่งพิงขอบเตียงเอาหัวซุกบนที่นอน ในคฤหาสน์ใหญ่ไร้ผู้คน สาวใช้คนอื่นๆก็กลับไปที่เขตบ้านพักของตนเองที่อยู่ข้างๆคฤหาสน์ ไม่มีสิ่งจำเป็นที่จะต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้เมื่อเจ้านายผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ไม่อยู่



รถม้ามาจอดเทียบหน้าประตูบานสูงในตอนฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงสว่างจากดวงดาวและพระจันทร์ พ่อบ้านฮาร์วีรีบลงมาจากรถม้ามาเปิดประตูห้องผู้โดยสารด้านหลังให้ผู้เป็นนายลงมา

มอร์ริสเดินลงจากรถม้ามืดหนาเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นแต่มันก็ยังคงตกลงมาเช่นเดิมเพราะเจลเซ็ตผมก็เสื่อมลงตามระยะเวลา ผมที่ปรกหน้าผากเสริมให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าปรกติที่เป็น ร่างกายแข็งแรงไปด้วยมันกล้ามที่ขนาดกำลังดีไม่ใหญ่เทอะทะสวมเพียงเสื้อซาตินสีขาวแขนยาวพอง กระดุมถูกปลดลงมาถึงหน้าอก ท่อนแขนถือเสื้อตัวนอกของตัวเองไว้รอให้ฮาร์วีเดินมารับเสื้อตัวนั้นไปถือไว้แทน

“วันนี้เงียบ” มอร์ริสพูด

ผู้เป็นเจ้าของบ้านอยู่ตรงหน้าประตูที่ปิดสนิท ปรกติยามที่เขากลับมาบ้านจะมีแครอไลน์วิ่งหน้าตื่นมารับและอำนวยความสะดวกแก่เขา แต่วันนี้กลับเงียบราวก็ไม่มีคนอยู่ ฮาร์วีหันมองไปรอบตัวราวกับหาใครที่มอร์ริสนึกถึง แล้วพูดตอบ

“ป้าแคร์เธอคงไม่คิดว่านายท่านจะกลับมาเร็วน่ะขอครับเพราะตามกำหนดกลับคือวันพรุ่งนี้ และอีกทั้งตอนนี้มันดึกมาก ๆ เลยทีเดียว” ฮาร์วีพูดพลางเดินไปเปิดประตูบานใหญ่ ผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน

“เดี๋ยวกระผมเตรียมน้ำชาให้นะขอรับ” ฮาร์วีพูดขณะถอดถุงมือออก

“ไม่ต้อง ฉันจะขึ้นไปพัก” มอริสปฏิเสธ

“งั้นให้กระผมไปเตรียมน้ำอุ่น…” ฮาร์วีพูดต่อลุกลี้ลุกลน

“ทั้ง ๆ ที่ปรกติอะไรที่ฉันไม่สั่งนายก็จะไม่ทำ” มอร์ริสพูดเท่านั้น แล้วจ้องหน้าฮาร์วีที่ยิ้มเจื่อน

“คือกระผมมีเรื่องที่ยังไม่บอกนายท่าน คือ… คุณแพมมาถึงที่นี่ตั้งแต่วันที่เราออกเดินทางแล้วขอรับ”

ฮาร์วีก้มหน้าเตรียมโดนต่อว่า แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง พบว่ามอร์ริสเดินขึ้นบันไดไปแล้วไม่มีท่าทีตกใจกับเรื่องที่เขาบอก ฮาร์วีเกาหัวตัวเองมึนงง

หลังจากฟังพ่อบ้านส่วนตัวสารภาพมอร์ริสก็ได้แต่แสยะยิ้มขำราวกับเป็นเรื่องตลก ความจริงเขารู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองที่พ่อบ้านผู้ภักดีปิดบังเอาไว้เพื่อให้หน้าที่การงานของเขาไม่เสียหาย แค่เจ้ากวางน้อยเดินทางมาถึงที่นี่ ฉลาดที่จะเลือกไม่หนีไปไหนเขาก็ยินดีแล้ว

มอร์ริสเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนมืดสลัวของตัวเอง วางหนังสือและของส่วนตัวลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ เขาทำทุกอย่างในความมืด ปลดเสื้อซาตินออกจากร่างกายที่ชุ่มเหงื่อเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่อากาศค่อนข้างเย็นทิ้งมันลงบนพื้นที่ผ่านการปัดกวาดมาแล้ว มือที่กำลังจะปลดกระดุมกางเกงทรงสวยชะงักเมื่อมองฝ่าความมืดเข้าไปเห็นสิ่งผิดปรกติเป็นเงาตะคุ่มเล็ก ๆ ที่ข้างเตียง มอร์ริสเดินหน้าสุขุมเข้าไปใกล้ ๆ กลับพบว่าเป็นคนที่เขาเพิ่งนึกถึงไปนี่เอง

“มีเรื่องให้แปลกใจอยู่เรื่อยเชียว”

เขายืนมองร่างบางที่เข้าสู่ห้วงนิทราลึก หน้าอกขยับเข้าออกเบา ๆ เป็นจังหวะตามการหายใจเข้าออก แขนซ้ายที่ยังถูกดามไว้แนบกับตัวส่วนแขนอีกข้างใช้วางบนเตียงเพื่อหนุนหัวตัวเอง ไม่รู้ว่าร่างสูงยืนมองแบบนี้นานแค่ไหนแล้ว เขาสงสัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เพราะอะไรเจ้ากวางตัวนี้ถึงได้มานอนในห้องของเขาแทนที่จะเป็นห้องของตัวเองที่เขาเตรียมไว้ให้ และบาดแผลที่เต็มเนื้อเต็มตัวนั่นอีก มอร์ริสเดินไปช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นสูงแล้วขมวดคิ้วอย่างขัดใจ

...เบา

แพมถูกวางบนเตียงนอนกว้างไม่รู้สึกตัวว่ามีคนที่กำลังจดจ้องร่างกายของเขาอยู่ ร่างโปร่งไม่ใช่คนที่ตัวเล็กเตี้ยแต่ด้วยเพราะชอบใส่ชุดที่ตัวหลวมโคร่งทำให้มอร์ริสไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีน้ำหนักที่เบาถึงขนาดนี้ ร่างสูงนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ กึ่งคร่อมร่างที่ตัวเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกัน ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามเรียวแขนขาแต่ทว่าพบแค่เพียงหนังหุ้มกระดูกมากกว่าที่จะเป็นเนื้อหนัง เขาขมวดคิ้วมากกว่าเดิมขัดใจในอารมณ์ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปลูบไล้ใบหน้าตอบใช้นิ้วมือเรียวยาวปัดปรอยผมให้เปิดออกเห็นแผลเป็นบนขมับที่ทำให้พื้นที่ส่วนนั้นไม่สามารถเกิดเส้นผมได้อีก

เขาหยุดการเคลื่อนไหวนิ้วมือบนใบหน้าของคนที่กำลังจะตื่น ร่างโปร่งขยับตัวลำบากด้วยความอึดอัดเพราะมอร์ริสใช้แขนกำยำคร่อมตัวเขาไว้ แพมเริ่มรู้สึกตัว ตากลมคล้ายกวางปรือขึ้นมาช้า ๆ อย่างมึนงง มอร์ริสขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ใช้นัยน์ตาสีสวยจ้องมองปฏิกิริยานั้น

แพมกะพริบตาเบา ๆ ก่อนจะเบิกตากว้างใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมีเงาตะคุ่มขนาดใหญ่คร่อมทับเขาไว้ แพมยกร่างที่อ่อนล้าตัวเองลุกลงไปจากเตียงด้วยความตกใจ แต่สุดท้ายก็ต้องล้มลงไปกองกับพื้นเพราะสองขาอ่อนปวกเปียก แพมมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนไม่พูดอะไร เขารู้แล้วว่าร่างสูงที่ว่านั่นเป็นใคร นัยน์ตาสีเขียวฟ้าสะท้อนรับกับแสงจันทร์จนประกายโดดเด่นแต่มันแฝงความน่ากลัวไว้ตลอดเวลาเพื่อข่มคนที่จ้องตอบ มีเพียงคนเดียวในโลกที่มีสีและแววตาแบบนี้

เอิร์ลมอร์ริส วิลลี่ วอซลี


---------------------------------

ขอบคุณคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ที่สนุกกับนิยาย ให้กำลังใจ และขอบคุณมากๆที่ติดตามนะคะ

ฝากติดตามเพจและดูการอัปเดต ข้อมูลต่างทางนี้เลยนะคะ

​​​​​​(จิ้มลิงค์ด้านล่าง)

Page :Juharah


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2020 14:59:45 โดย Juharah »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
 โดนจับกินแน่ แพม

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ท่านมอร์ริสจะแกล้งอะไรน้องแพมไหมเนี่ย

 :pig4:

ออฟไลน์ Hnggnh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ท่านมอริส ร้ายแน่ๆ ดูออก สู้ๆนะน้องกวางงง

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1068
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
สนุกมากเหมือนได้ย้อนกลับไปอ่านนิยายโรมานส์ฝรั่ง ชอบหาอ่านแนวนี้น้อยมากมีแต่แนวจีนโบราณเยอะ  มาต่อไวๆนะคะ   +1

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
 :a5: :a5: :a5:

สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้ไม่มาอัปนะคะ และยังคงไม่มาอีกสักพักเลย ช่วงสัปดาห์นี้และถัดไปจูติดภารกิจใหญ่หลวงเลยค่ะ ไม่ว่างมาแต่งเพิ่มเลย ตอนนี้แต่งไปได้ 10%เท่านั้น แล้วจิตใจไม่อยู่กับตัว ขอโทษนะคะ แต่จะรีบกลับมาอัพหลังงานเสร็จเรียบร้อยเลยค่ะ

เลยมาปล่อยสปอยเอาไว้ให้นะคะ บอกเลยว่า...

ตอนหน้าแซ่บมาก!

(spoiler ไม่สนใจกดข้ามได้ค่ะ)

Click ตรงนี้เลยค้าบ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เป็นกำลังใจให้นะ เรารอเสมอจ้า รีบๆกลับมานะ

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
สู้ๆค่ะ ขอให้ผ่านภารกิจใหญ่ไปได้ด้วยดี :L2:

 :pig4:

ออฟไลน์ Juharah

  • ❤จูฮาราห์ อ่านว่า จู-ฮา-ร่า ❤ Page Facebook : Juharah
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • Juharah
​ความเดิมตอนที่แล้ว

แพมกะพริบตาเบา ๆ ก่อนจะเบิกตากว้างใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมีเงาตะคุ่มขนาดใหญ่คร่อมทับเขาไว้ แพมยกร่างที่อ่อนล้าตัวเองลุกลงไปจากเตียงด้วยความตกใจ แต่สุดท้ายก็ต้องล้มลงไปกองกับพื้นเพราะสองขาอ่อนปวกเปียก แพมมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนไม่พูดอะไร เขารู้แล้วว่าร่างสูงที่ว่านั่นเป็นใคร นัยน์ตาสีเขียวฟ้าสะท้อนรับกับแสงจันทร์จนประกายโดดเด่นแต่มันแฝงความน่ากลัวไว้ตลอดเวลาเพื่อข่มคนที่จ้องตอบ มีเพียงคนเดียวในโลกที่มีสีและแววตาแบบนี้

เอิร์ลมอร์ริส วิลลี่ วอซลี

**********************

ตอนที่ 5


เป็นร่างบางที่ต้องก้มหน้าหลบสายตาน่ากลัวนั้น แพมตัวสั่นเทิ้มด้วยความเกรงกลัว และแอบเขินอายที่อีกฝ่านอวดรูปร่างที่งดงามท่อนบนแบบไม่สนใจเขาที่อยู่ตรงหน้า ไม่เข้าใจตนเองเมื่อทุกครั้งที่เจอกันเขามักจะทำตัวเป็นปัญหาทุกครา แพมสะดุ้งโหยงเมื่อมอร์ริสเพียงแค่ขยับตัวหันมาทางเขาตรง ๆ

“กลัวมาก?” น้ำเสียงบ่งบอกว่านั่นเป็นคำถามมากกว่าจะเป็นประโยคบอกเล่า

“ผมขอโทษครับลอร์ดวอซลี คือผม...” แพมพูดเสียงสั่นทั้ง ๆ ที่ยังก้มหน้ามองพื้นอย่างเคยตัว

“ที่นี่ไม่ใช่บาร์ และฉันไม่ชอบคู่สนทนาที่ไม่สบตา” เสียงราบเรียบพูดขัด

แพมไม่อยากสบตากับคนน่ากลัวแต่ถ้าจะปฏิเสธ เขาคงได้รับโทษหนักเพราะร่างสูงดูเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาขัดคำสั่ง แพมเงยหน้าขึ้นมองตามคำสั่งแล้วพูดอธิบาย

“ผมขอโทษจริง ๆ ครับลอร์ดวอซลี ผมรู้สึกเหนื่อยจึงเผลอหลับไปที่บนเตียงของคุณ จะทำโทษผมก็ได้แต่อย่าฆ่าผมเลยนะครับ” แพมพูดเสียงสั่น

“ฆ่าเหรอ...ฉันดูโหดเหี้ยมมากเลยหรือ” มอร์ริสยิ้มเย็น ๆ มองคนที่ไม่กล้าสบตาเขาเต็ม ๆ กวาง คือสัตว์ป่ากินพืชห่วงโซ่อาหารต่ำกว่านักล่า ยามที่มันกำลังตื่นกลัว จะตัวสั่นลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่เป็นสุขเมื่อรู้สึกถึงอันตราย ร่างบางเป็นเช่นนั้นในตอนนี้ มอร์ริสพูดต่อ “มานี่สิ”

แพมทำหน้าสงสัยอย่างเปิดเผยก่อนจะค่อย ๆ คลานเข่าไปใกล้ร่างสูงอย่างเกรง ๆ รอว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร

“มานั่งนี่” มอร์ริสวางมือที่หน้าขาตัวเอง

“มะ ไม่ได้หรอกครับ”

แพมทำหน้าตกใจรีบส่ายหัวปฏิเสธประกอบคำพูด แต่อีกฝ่ายกลับเงียบตอบ ผ่านไปนานแรงกดดันที่รับรู้ได้ทางความรู้สึกก็ทวีพูนขึ้นเรื่อย ๆ แพมจึงกัดริมฝีปากแล้วลุกขึ้นไปนั่งบนตักของเจ้านายอย่างปฏิเสธไม่ได้

ลอร์ดวอซลีบังคับให้เขานั่งตัก!

“เรียกฉันว่ามอร์ริส เพราะว่าเดี๋ยวยังไงเราก็จะสนิทกันอยู่แล้ว” ร่างสูงพูดเสียงเบา จ้องคนที่ทำหน้าอึดอัดอย่างไม่ลดละ

“เอ่อ...ครับ ลอร์ดมอร์ริส” แพมตอบเสียงเบา พยายามดันตัวออกให้ห่างร่างสูงมากที่สุด เขาเกร็งตัวเพื่อไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงไปมาก

“รู้ใช่ไหมว่าฉันซื้อตัวเธอมา” มอร์ริสถาม

“ครับ”

แพมสะดุ้งเมื่อท่อนแขนเปลือยโอบผ่านหลังเขาแล้วมาจับเบา ๆ ที่เอว แพมขมวดคิ้วจ้องมองฝ่ามือที่ลูบไล้เอวคอดไปมาจนรู้สึกมวลท้องแต่ภายในใจเริ่มรู้สึกแปลกกับการกระทำดังกล่าว ตั้งแต่ให้เขามานั่งตักผู้ชายด้วยกันทั้งยังเป็นถึงเจ้านาย ทั้งคู่อยู่ชิดกันมากถึงขนาดที่แพมได้กลิ่นหอมนั้นมาจากกายเปลือยของร่างสูงชัดเจน เสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ

“แล้วรู้หรือเปล่าว่าซื้อเธอมาในฐานะอะไร” มอร์ริสขยับหัวทุยสีดำสนิทมองเสี้ยวหน้าคนมึนงง

“เอ่อ…ผมรู้สึกขอบพระคุณลอร์ดวอซลีจริง ๆ นะครับที่เมตตารับทาสอย่างผมมาเป็นคนรับใช้ในที่ของคุณ ทั้ง ๆ ที่คุณรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย…แล้วก็ขอบคุณที่พักดีๆ …” แพมพูดติดขัดทั้งกลัวและตื้นตัน

มอร์ริสตาประกายวาววับเจ้าเล่ห์มองคนใสซื่อที่พูดความในใจออกมาด้วยหลากอารมณ์ที่ตีกันจนพันยุ่งเหยิง สองมือผอมจิกหน้าขาตัวเองแน่นบังคับไม่ให้มันสั่น มอร์ริสปล่อยมือที่จับเอวบางขึ้นมาบังคับหัวกลมของร่างโปร่งบางให้หันหน้ามาทางเขา ปากกระจับสีสดประกบลงไปบนริมฝีปากอวบอิ่มของคนที่พูด

แพมเกร็งริมฝีปากปิดลงอัตโนมัติ ตากลมสุกใสเบิกกว้างสบกับนัยน์ตาสีสวยของอีกฝ่ายที่จ้องตอบในระยะใกล้ ความรู้สึกนุ่มหยุ่นบดเบียดบนริมฝีปากที่ปิดแน่นช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง แพมผลักกล้ามอกเปลือยด้วยพละกำลังทั้งหมดอย่างไม่คิด ลุกขึ้นยืนถอยหลังออกห่างไปไกลใช้มือปิดปากที่เพิ่งถูกขโมยจูบแรก

“หรือว่าคุณ…” แพมถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ ถอยหลังช้า ๆ ไม่ยักเคยได้ยินว่าลอร์ดชื่อดังผู้นี้จะเป็นพวกนิยมเพศเดียวกัน ส่วนมากก็มีแต่เลดี้พากันตื่นเต้นกัน ส่วนน้อยนักที่จะมีผู้ชายสนใจ แพมถอยหลังชิดตู้เมื่อมอร์ริสลุกขึ้นเต็มความสูงจนเขาต้องเงยหน้ามอง

“คิดว่าฉันจ่ายเงินมากมายเพื่อแลกกับอะไรที่ไร้สาระอย่างนั้นหรือ” มอร์ริสล้วงประเป๋ากางเกงมองร่างบางนิ่ง ๆ

“ผะ ผมจะไม่ทำอะไรแบบนั้น” แพมส่ายหน้า แล้วก้าวถอยหลังให้ห่างจากเตียงนอนใหญ่ พูดต่อเสียงสั่น “ผมจะไปจากที่นี่”

แพมวิ่งอ้อมเตียงตรงไปยังประตูเพื่อออกจากห้อง มอร์ริสก้าวเท้ายาวตามไปอย่างรวดเร็วก่อนที่คนคิดหนีจะเปิดประตูออกไป แล้วพูดเสียงเข้มไม่พอใจ

“คิดให้ดีก่อนจะออกไปจากที่นี่”

มือที่จับลูกบิดประตูชะงัก ตอนนี้แพมสติหลุดไปไกลอย่างตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงเพราะความกลัวครอบงำ แพมหันหลังไปเผชิญหน้ามอร์ริสอีกครั้งรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

“ถ้าจะหนี…ก็หนีให้พ้น คงไม่อยากจะคิดใช่ไหมล่ะว่าจะโดนอะไร” น้ำเสียงราบเรียบ ทิ้งคำถามปลายเปิด

มอร์ริสย่างสุขุมไปร่างโปร่งที่ยืนตัวสั่น ถ้าเปรียบกันเขาก็คงเหมือนเจ้าป่าที่กำลังต้อนกวางเนื้อหวานที่หมดทางหนีทีไล่ หนีไปไหนก็ไม่รอด คนที่ถูกเปรียบเป็นกวางถอยหลังจนชนประตู มอร์ริสแสยะยิ้มแล้วพูดต่อเมื่อเดินมาแทบชิดตัวคนที่เตี้ยกว่า

“มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คน ๆ หนึ่งซื้อทาสมาเป็นคู่นอน เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือไง…แพม” มอร์ริสก้มลงกระซิบที่ข้างหูแพมที่ยืนตัวสั่น และเบี่ยงตัวหนี

“ผมไม่ใช่ทาสพวกนั้น ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตจะมีพวกมากตัณหามาซื้อผมไปใช้ระบายอารมณ์เตียง!”

ปึง! มือหนาทุบประตูที่แพมพิงไว้อย่างแรงจนร่างบางสะดุ้งโหยง

“เอาฉันไปเปรียบกับพวกสวะแบบนั้นคิดดีแล้วใช่ไหมที่พูดออกมา” มอร์ริสก้มลงสบตากลมสีน้ำตาลหมองที่คลอใสเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“เปล่า ผม…ผมไม่ได้ตั้งใจ” แพมเหลือบมองตาแข็งกร้าววาวโจทย์ของมอร์ริส

“อยากจะหนีก็เชิญ ฉันไม่ห้ามอยู่แล้ว…แต่คงไม่คิดใช่ไหมว่าฉันจะอยู่เฉย ๆ” มอร์ริสเชยคางมนขึ้น แต่ก็ถูกร่างโปร่งปัดออกที่ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจ มอร์ริสมองคนที่กำลังทำหน้าคิดอะไรบางที่คร่ำเครียด ดูจากหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่น

“ผะ ผมไม่หนีแล้ว” แพมกัดปากล่างตัวเองแน่น แล้วพูดต่อ “แต่ผมขอเวลาหน่อยได้ไหม ลอร์ดมอร์ริส”

“พูดง่ายก็เป็นเหรอ นึกว่าจะดื้อดึงกว่านี้เสียอีก” มอร์ริสยิ้มมุมปากเดินถอยหลังออกห่างเล็กน้อย

“ผมเข้าใจแล้วว่าคุณต้องการอะไร ผมแค่ขอเวลา อย่างน้อยก็ตอนที่ผมหายดี” แพมจับแขนข้างที่หักเบา ๆ ประกอบคำพูด

“ย่อมได้ ฉันไม่รีบ…ถึงตอนแผลหายนะ” มอร์ริสย้ำข้อตกลง

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเมื่อทั้งสองต่างไม่มีอะไรจะพูด แพมยืนไม่นิ่งมือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหนแตกต่างจากคนตัวสูงที่ยังคงยืดกอดอกมองไม่ละสายตาจนทำให้ร่างโปร่งอึดอัด จนในที่สุดมอร์ริสก็เอ่ยปากขึ้น

“กลับไปห้องของเธอซะ หรืออยากจะอยู่ตรงนี้ทั้งวัน” มอร์ริสยกยิ้ม

แพมนึกขึ้นได้ทันทีที่ร่างสูงพูด เขาไม่ตอบอะไรกลับไปแต่รีบเปิดประตูบานหรูแล้ววิ่งออกจากห้องทันที

 

หลังจากตอนนั้นแพมก็กลับมาที่ห้องพักตัวเองปิดประตูลงกลอนแน่นหนา เขานอนเครียดทั้งคืนนั้นจนหลับไปเองด้วยความเหนื่อยอ่อน ในเช้าต่อมาเขาก็เดินกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง ตรงไปยังห้องครัวเป็นอย่างแรก แล้วพบกับแครอไลน์ที่ยืนถือตะกร้าสานในมือเตรียมตัวจะไปข้างนอก

“ป้าแคร์จะออกไปตลาดเหรอครับ” แพมไถ่ถาม

“ใข่ค่ะคุณแพม ต้องไปซื้อของมาทำอาหารเช้าให้นายท่าน” แครอไลน์ตอบกลับยิ้ม ๆ

“แล้วลิลลี่เป็นอย่างไรบ้างครับ” แพมสอดส่องหาเด็กสาวทั่วครัว

“ลิลลี่ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลค่ะ แต่เย็นนี้ก็กลับได้แล้ว เดี๋ยวป้ารีบไปก่อนนะคะ” แครอไลน์พูด รีบเดินออกไปทันที

“ป้าแคร์ ให้ผมไปด้วยคนได้ไหมครับ” แพมถาม

“ได้สิคะ! ดีเลย”

ชายหญิงต่างเพศและวัยพากันเดินคุยกันสนุกสนานอารมณ์ดีไปตามทางคฤหาสน์ ไม่สังเกตเห็นว่ามีสายตาสองคู่กำลังจับจ้องผ่านม่านหน้าต่างกระจกใสที่ห้องชั้นบน นัยน์ตาสีเขียวแกมฟ้าสุกใสลอบมองร่างโปร่งที่เดินคู่สาวอวบออกไปและแวะทักทายคนสวนเอ็ดเวิร์ดที่กำลังกวาดพื้นถนน ก่อนจะพูดกับพ่อบ้านฮาร์วีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“ดูสนิทกับคนที่นี่ไวดีนะ ว่างั้นไหมฮาร์วี”

“ขอรับนายท่าน คงด้วยเพราะคุณแพมเป็นคนที่ค่อนข้างถ่อมตนจึงเป็นที่เอ็นดู” ฮาร์วีมองไปตามสายตาเจ้านายพลางยิ้มอ่อน

“ช่วงนี้จับตาดูกวางตัวนี้ไว้ให้ดี” มอร์ริสพูดเสียงนิ่ง ปิดผ้าม่านลงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ปิดประตู เสื้อคลุมถูกทอดทิ้งลงบนพื้น สองขาแข็งแรงก้าวลงอ่างอาบน้ำที่ถูกเตรียมไว้ให้ ฮาร์วีมองผู้เป็นนายสงสัย

“มีอะไรหรือเปล่าขอรับ” ฮาร์วีถาม

ร่างสูงแนบศีรษะลงกับขอบอ่างหลับตาพริ้มลง ผ่านไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามนั้น พลันลืมตามองเพดาน

“เจ้ากวางแสนฉลาดตัวนี้กำลังคิดหนีออกไปจากถ้ำ อยากรู้จริง…ว่าทำอะไรได้บ้าง”

“รับทราบขอรับนายท่าน” ฮาร์วีก้มหัว

พ่อบ้านหนุ่มเดินไปปิดประตูห้องน้ำให้ แล้วนำเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ไปวางบนที่นอนยับ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของมอร์ริสไป

 

ที่ตลาดยามเช้าค่อนข้างครึกครื้น บรรดาชาวบ้านและผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของตุนไปไว้สำหรับทำอาหาร เสียงดังระงมไปทั่วพื้นที่ แพมหันซ้ายแลขวามองลักษณะเมืองที่แปลกตา ท่าทางของแพมทำให้แครอไลน์อดทักไม่ได้

“หาอะไรหรือคะคุณแพม” หญิงท้วมถาม สลับกับหันไปยิ้มรับเงินทอนจากแม้ค้าขายเนื้อหมู

“ผมแค่สงสัยว่าลักษณะบ้านเรือนที่นี่ค่อนข้างแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน” แพมเอ่ยถาม

“อ๋อออ ไม่ว่าใครมาเมืองวาแคนก็ต่างพากันสงสัยทั้งนั้นแหละค่ะ ก่อนหน้านี้เมื่อหลายสิบปีก่อนเมืองนี้ค่อนข้างทรุดโทรม แต่โชคดีที่คุณวอซลี หมายถึงคุณพ่อของลอร์ดมอร์ริสน่ะค่ะ ท่านมาดูแลเขตเมือง ด้วยความเป็นคนฝรั่งเศสบ้านเรือนที่นี่เลยออกแนวไปทางฝรั่งเศสด้วยน่ะค่ะ” แครอไลน์พูดยิ้ม ๆ

“ฝรั่งเศส?” แพมพูดน้ำเสียงสงสัย

“ฝรั่งเศสไงคะไม่รู้จักเหรอ…อ่า รู้จักปารีสหรือเปล่าคะ” แครอไลน์ทำหน้าไม่อยากเชื่อ

“เหมือนเคยได้ยินอยู่ครับ คือผมไม่ค่อยได้เรียนรู้อะไรสักเท่าไหร่” แพมพูดทำหน้าเศร้า

“โอ้ตายจริง ป้าขอโทษด้วยนะคะ ฝรั่งเศสก็คือประเทศหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก ๆ เลยค่ะ ต้องนั่งรถไฟไป”

แครอไลน์มองเด็กหนุ่มน่าสงสาร ไร้ความรู้การศึกษาเพราะตนเองเป็นทาสมาแต่เกิด แครอไลน์แม้จะเป็นหญิงแต่ก็ได้รับความเมตตาจากตระกูลวอซลีให้ได้รับการศึกษา ถึงแม้จะเป็นแค่การอ่านออกเขียนได้

“ป้าแคร์ครับ เมืองนี้มีทางออกกี่ทางครับ” แพมกระซิบถาม

“มันไปได้หมดนะคะ แต่ทางหลักที่ไปง่ายและไวมีอยู่สามทาง ตรงไปทางสามนาฬิกาทางนี้ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคุณแพม”

“เอ่อ..ผมแค่อยากศึกษาไว้ครับป้าแคร์” แพมอึกอัก มองไปยังทิศที่แครอไลน์บอก

“แครอไลน์ได้ข่าวว่าลิลลี่ป่วยหรือ หายดีหรือยัง”

แม่ค้าขายนมวัวและชีสร่างอ้วนท้วมทักถามแครอไลน์อย่างเป็นห่วงทันทีที่เธอก้าวมาที่แผงหน้าร้าน

“เมื่อคืนนะไข้ขึ้นสูงมาก แต่คุณหมอเขาเก่งมากจริง ๆ ช่วยได้เยอะเลย” แครอไลน์ตอบด้วยรอยยิ้ม หยิบนมสองขวดกับชีสหนึ่งก้อนลงตะกร้าที่แพมอาสาถือให้ แล้วส่งเงินค่าของให้

แพมเหลือบมองเห็นหญิงสูงวัยอีกคนที่ตั้งแผงข้าง ๆ กันเธอทักทายแครอไลน์ แผงของเธอขายใบชาและสมุนไพรหลากหลายที่แพมไม่รู้จัก

“ฉันฝากเครื่องหอมไปให้ลอร์ดมอร์ริสทีนะ ช่วงนี้เห็นเดินทางบ่อย ๆ คงเพลีย โรยลงบนน้ำอาบทำให้รู้สึกสดชื่นดีนะ” แม่ค้ายิ้มอ่อนโยนพูดกับแพม มือเหี่ยวส่งถุงผ้าที่มัดไว้แน่นหนาให้อย่างรวดเร็ว

“ครับ” แพมรีบรับไว้เพราะกลัวมันตก เดินตามแครอไลน์ต้อยๆ

ระหว่างทางที่ซื้อของหลาย ๆ คนพูดคุยกับแครอไลน์และมักจะถามหามอร์ริสตลอดทาง ส่วนมากถามไถ่อย่างเป็นห่วงและอยากรู้ความเคลื่อนไหว แพมทำหน้ายู่ถามแครอไลน์

“ลอร์ดมอร์ริสดูเป็นที่รู้จักกับคนที่นี่ดีนะครับ หลาย ๆ คนก็ดูเป็นห่วงเป็นใย” แพมพูดเสียงเรียบ

“ก็นายท่านเป็นคนใจดีนี่คะ ที่นี่เจริญได้แบบนี้เพราะมีนายท่านเลยนะคะ” แครอไลน์ทำหน้าตาปลาบปลื้ม

ใจดี!

แพมลอบเบะปากอยู่ข้างหลัง เขาหานิยามคำอื่นนอกจากคำว่าน่ากลัวจากลอร์ดคนนี้ไม่ได้เลย น่ากลัวมาก ๆ แพมชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นได้แล้วถามแครอไลน์

“ผมขอมาตลาดแบบนี้กับป้าแคร์อีกได้ไหมครับ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ แต่ป้าจะมาสามถึงสี่วันต่อครั้งนะคะ”

“ขอบคุณครับป้าแคร์” แพมตอบรับแสร้งทำหน้าตาดีใจ ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งคิดบางอย่างเงียบ ๆ

 

แพมกลับมาถึงคฤหาสน์ก็ตรงไปห้องครัวทันที เขาพยายามเลี่ยงที่จะไม่เจอเจ้าของบ้านหลังนี้โดยการขลุกในห้องครัวร้อนอบอ้าวตั้งแต่แครอไลน์และสาวใช้อีกสองคนเริ่มทำอาหารจนกระทั่งยกไปวางที่โต๊ะ อาหารบางส่วนถูกแบ่งมาวางบนโต๊ะไม้สำหรับคนงานในบ้าน เอ็ดเวิร์ดผู้ตรงต่อเวลาในเรื่องการกินวิ่งเข้ามาในครัวตื่นตาตื่นใจกับอาหารมื้อนี้ แพมขำเบา ๆ ก่อนจะเงียบไปเมื่อชายสวมชุดพ่อบ้านเต็มยศเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“สวัสดีขอรับคุณแพม กระผมชื่อฮาร์วีเป็นพ่อบ้านในคฤหาสน์หลังนี้ และเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของเอิร์ลมอร์ริส วิลลี่ วอซลี หรือลอร์ดมอร์ริส เป็นเกียรติที่ได้พบอีกครั้งขอรับ”

แพมอ้าปากเหวอมองชายตัวสูงที่จับอกก้มทำความเคารพเขา ทั้งยังคำพูดคำจาที่สุภาพสุด ๆ แบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ไหนจะทำตัวนอบน้อมเกรงใจเขาที่เข้ามาเป็นคนใช้ในบ้านเท่านั้น ทั้งที่ตามหลักแล้วหัวหน้าคนงาน คนใช้ในบ้านหลังนี้ ต้องเป็นเจ้าตัวเอง

“อย่าทำแบบนี้เลยครับ ไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนั้นก็ได้คุณฮาร์วี” แพมพูดรัว รีบยกสองมือส่ายไปมาปฏิเสธท่าทางอีกฝ่าย

“ฮาร์วีเขาก็เป็นแบบนี้แหละคุณแพม เดี๋ยวก็ชินไปเอง” เอ็ดเวิร์ดพูดตลก หัวเราะกับคนอื่น ๆ

“เอ่อ คุณฮาร์วีมีอะไรหรือเปล่าครับ” แพมถาม

“ขอบคุณจริง ๆ ขอรับที่ถาม นายท่านให้กระผมมาตามตัวคุณแพมไปร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันที่โต๊ะขอรับ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ป้าแคร์จัดเตรียมอาหารอีกที่ด้วยนะขอรับ ให้เวลา 5 นาที” ประโยคหลังพ่อบ้านหนุ่มหันไปพูดกับแครอไลน์ ไม่รอให้แพมตอบกลับอะไร

“อุ๊ยตาย! จะรีบเดี๋ยวนี้แหละ” แครอไลน์ลนลานทันที

“ผมไม่…” แพมจะปฏิเสธ

“เร็วเข้าเถอะครับ เดี๋ยวนายท่านจะอารมณ์เสียเอา”

ฮาร์วีพูดขัดแต่ใบหน้ายังคงรอยิ้มอ่อนโยนเอาไว้ ฝ่ามือขาวผายมือไปทางประตู มันไม่ได้ดูเชื้อเชิญแต่เป็นการบังคับกราย ๆ แพมทำหน้าเครียด สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทำตามคำสั่งนั้นแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ดังที่ฮาร์วีพูด

“ฉันบอกแล้วว่าคุณแพมเธอไม่ธรรมดา”

“อย่าปากมากได้ไหม ทำหน้าที่ของตัวเองไปสิยัยบ้า”

แพมคิ้วกระตุกทำเป็นไม่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของสาวใช้ในห้องครัว เขาเดินไปยังโต๊ะอาหารตัวยาวที่เพียงพอสำหรับคนเกือบยี่สิบคน ที่กลางโต๊ะมีแจกันดอกไม้ประดับไว้ไม่ให้ดูโล่งจนเกินไป ที่หัวโต๊ะด้านหนึ่งมีเจ้าของบ้านที่อยู่ในชุดเชิ้ตลำลองพอดีตัวนั่งรออยู่ตรงหน้ามีจานอาหารหลายอย่าง แพมรู้สึกได้ถึงสายตาไร้ความรู้สึกยากจะคาดเดาความคิดจับจ้องมายังเขาตลอดเวลาแต่แพมเลี่ยงที่จะจ้องตอบ เขาหันมองฮาร์วีเป็นเชิงถามว่าจะต้องนั่งตรงไหน

พ่อบ้านหนุ่มเดินนำไปเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่หัวโต๊ะตรงข้ามกับมอร์ริส แล้วหันมาผงกหัวให้แพมเป็นการบอกว่านี่คือที่ที่เขาจะต้องนั่ง แพมถอนหายใจโล่งอกเดินไปนั่งเงียบเชียบ

อย่างน้อยเขาก็นั่งห่างจากเจ้าของสายตานั่นเป็นสิบเมตร ขอบคุณโต๊ะอาหารตัวนี้ที่มันยาวจริง ๆ

อาหารหลายอย่างถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขาโดนแครอไลน์และสาวใช้ ฮาร์วีหยิบผ้าเช็ดปากบนโต๊ะมาเหน็บที่คอเสื้อให้เขา แพมขยับตัวอึดอัดเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์บนโต๊ะอาหารที่เกิดขึ้น ฮาร์วียิ้มแล้วพูดออกมาเบา ๆ

“รับประทานจากนอกเข้าในนะขอรับ” เสียงนุ่มทุ้มบอก แล้วผายมือไปยังจานอาหารตรงหน้าเขา

“ไม่ต้องพิธีรีตองฮาร์วี ตอนนี้เราอยู่บ้าน”

แพมสะดุ้งเมื่อคนที่นั่งเงียบอยู่ไกล ๆ เอ่ยออกมากังวานน้ำเสียงติดดุ ฮาร์วียิ้มก้มหัวรับก่อนจะถอยตัวออกไปยืนที่มุมห้อง แพมลอบมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เริ่มจัดการกับอาหารเช้า เขาจึงทำตามโดยไม่รอช้า

“เมื่อคืนหลับสบายดีไหม” มอร์ริสถาม

“ครับ” แพมตอบ ใช้ซ่อมเขี่ยเนื้อหมูในการกระเบื้องหินอ่อนลวดลายสวยงาม ก่อนจะพูดสิ่งที่คิด

“ผมอยากไปกินอาหารในห้องครัวกับป้าแคร์และคุณเอ็ดเวิร์ด กับคนอื่น ๆ”

“ไม่มีเหตุผลที่จะห้าม แต่เวลาที่ฉันมานั่งอยู่ตรงนี้เธอก็ต้องมานั่งด้วย” มอร์ริสพูดโดนไม่มองคนช่างต่อรอง

มันไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด! แพมได้แต่คิดในใจ เกิดความเงียบขึ้นหลังจากนั้นมีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบกันจานเบา ๆ แพมฝืนกินเนื้อหมูในจาน ทั้งที่มันรสชาติดีมาก ๆ แต่ความกดดันที่สูงแบบนี้ไม่ว่าใครก็คงกินไม่ลง แพมจำใจวางอุปกรณ์การกินลงบนจาน จนมอร์ริสสบตามอง

“กินทิ้งกินขว้างไม่สมเป็นทาสเลยนะ กินให้หมดซะ ไม่อยากนั้นฮาร์วีจะเป็นคนป้อนเธอเอง” มอร์ริสพูดเสียงราบเรียบ

“ผมกินเองได้ครับ” ร่างโปร่งรีบพูด จับช้อนขึ้นมาอีกครั้ง

แพมหันไปมองพ่อบ้านฮาร์วีที่ยืนยิ้มตลอดเวลา ไม่รู้สึกตกใจกับคำสั่งที่เผด็จการของมอร์ริส แพมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ยังจะมีคนที่ยืนยิ้มได้ทั้ง ๆ ที่ได้ยินแบบนั้นอีกหรือ

“หลังมื้ออาหารจะมีหมอมาตรวจร่างกาย ฮาร์วีจะเป็นคนดูแลเธอ”

“หมอ?” ร่างบางเอ่ยย้ำสงสัย

แพมขมวดคิ้วมุ่น หมอมาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขากัน…หรือว่าจะตรวจร่างกายเขา ร่างสูงไม่พูดอะไรต่อเพื่อเป็นการอธิบาย หลังจากนั้นพวกเขาก็ทานอาหารกันอย่างเงียบเชียบ จนในที่สุดมอร์ริสก็เป็นฝ่ายลุกออกไปก่อนแบบไร้คำพูดจา แพมวางช้อนลงบนจาน อาหารส่วนของเขาเหลือเป็นบางอย่าง เล็ก ๆ น้อย ๆ แพมมองแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไปอย่างคร่ำเครียด

************ 100% **********

แล้วเจอกันตอนที่ 6 เร็ว ๆ นี้นะคะ

ขอบคุณคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ที่สนุกกับนิยาย ให้กำลังใจ และขอบคุณมากๆ ที่ติดตามนะคะ

ฝากติดตามเพจและดูการอัปเดต ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านช่องทางนี้เลยนะคะ

Page  : Juharah

1 Comment 1 กำลังใจ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด