เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63  (อ่าน 18219 ครั้ง)

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
แหนะ น้องอภิชามีความนัดเจอพี่อิงครัชหน้าตาเฉยเลยนะ อิงครัชก็ไหลตามเด็กเก่งจริงๆแล้วอย่างนี้น้องมันจะไม่คิดไปไกลได้ยังไง

 :pig4:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 7 บ๊ายบายน้ำเต้าหู้



          มือกำยาดมแน่น กำหนดลมหายใจเข้าออก หลับตาไม่วอกแวก และภาวนาให้ไฟแดงสุดท้ายก่อนถึงป้ายนั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวเร็วๆ

          เปิดยาดมขึ้นจ่อจมูกอีกครั้งหลังจากทนไม่ไหว อาการเมารถกำลังเล่นงานผม รู้สึกวิงเวียนและพะอืดพะอม แต่ไม่ได้พกถุงก๊อบแก๊บติดตัวเลยต้องอดทนเอาไว้ก่อน

          อยากเพิ่งออกมานะเว้ยขอร้อง

          รถจอดที่ป้ายหน้าสวนก็เดินโซซัดโซเซมานั่งรอที่หน้าร้านยาซึ่งปิดไปแล้ว ดมยาดมและกำหนดลมหายใจเข้าออกอีกครั้ง อาการวิงเวียนยังไม่หายไปแต่ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยที่ได้สูดอากาศภายนอก แม้มันจะไม่บริสุทธิ์เพราะฝุ่นควันเยอะเหลือเกินก็เถอะ

          มือไม้ที่อ่อนแรงหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาพร้อมกับพิมพ์บอกแม่ที่ขอให้ออกมารับก่อนหน้านี้ เสร็จแล้วก็ถือมันไว้ นั่งเหม่อมองรถที่ขับผ่านไปมาบนถนนตอนสี่ทุ่มกว่า

          หน้าร้านที่ผมใช้เป็นจุดนั่งรออยู่ห่างจากร้านน้ำเต้าหู้ของอภิชาแค่ซอยกั้น ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจะเดินไปหา เลยได้แต่หันมอง แต่เพราะที่ตั้งของร้านเลยทำให้มองเห็นได้แค่ป้ายร้านเลยต้องตัดใจ

          แม้จะเป็นอาหารตาชั้นเลิศที่ช่วยให้ผมรู้สึกสดชื่นได้บ่อยๆ แต่กับอาการเวียนหัวแบบนี้ต่อให้มีอภิชาสิบคนก็คงทำให้ผมดีขึ้นไม่ได้หรอก

          ใจอยากจะเอนตัวลงนอนแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ แม่ตอบกลับมาว่าอีกสองไฟแดงจะถึง ผมก็ทำได้แต่นั่งดมยาดมรอ

          จังหวะที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ๆ ก็มีถุงก๊อบแก๊บที่ข้างในมีน้ำเต้าหู้ลอยอยู่ตรงหน้า ผมเงยขึ้นมอง แล้วก็พบกับอภิชายืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

          หล่อเหมือนเดิม แต่หมดแรงจะดี๊ด๊าจริงๆ

          "อะไรอ่ะ" อยู่ๆ ยื่นมาแบบนี้ผมก็งง วันนี้ไม่ได้บอกให้เก็บไว้ให้ด้วย

          "น้ำเต้าหู้ไง"

          "รู้ครับ แต่พี่ไม่ได้สั่งนี่"

          "ผมเลี้ยง" ยื่นถุงมาใกล้กว่าเดิมผมเลยต้องรับไว้ก่อนมันจะฟาดหน้าเสียก่อน ส่วนอภิชาก็หย่อนตัวนั่งลงข้างกัน

          "ขอบคุณครับ"

          "ไม่สบายเหรอ หน้าซีดๆ"

          "นิดหน่อย เมารถ"

          "แล้วทำไมมานั่งตรงนี้ หรือกลับไม่ไหว"

          "เปล่า รอแม่มารับ"

          อภิชาพยักหน้ารับพร้อมสีหน้าโล่งอก อาการผมมันน่าห่วงขนาดนั้นเลยเหรอ

          "พี่มียามั้ย หรือกินยาไปหรือยัง"

          ผมส่ายหน้า ปกติไม่เคยพกยาแก้เมารถอยู่แล้วเพราะไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยๆ ที่พึ่งเดียวที่มีก็คือยาดม

          "งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อให้"

          "ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่ก็มาแล้ว"

          ต้องคว้าข้อมือเอาไว้เพราะอภิชาทำท่าจะลุกทันทีที่พูดจบ คิดเร็วทำเร็วจริงๆ เด็กคนนี้

          "แต่หน้าพี่ดูไม่ไหวแล้วนะ"

          "อืม อยากเอนหัว" อยากจะเอนตัวนอนแต่ก็เกรงใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมา

          "งั้นนอนตักผมก่อน"

          เวียนหัวแค่ไหนก็ต้องมีตกตะลึงกันบ้างกับประโยคนี้ ผมค่อยๆ หันไปมองเพราะหมดแรงจะหันขวับ อภิชาก็ยังคงทำสีหน้าเคร่งเครียดไม่เปลี่ยน

          "ไม่ดีมั้ง"

          "แต่เอนได้นะถ้าพี่ไม่ไหว พิงไหล่ก็ได้ เดี๋ยวผมนั่งรอเป็นเพื่อน" บอกด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาผมทำตัวไม่ถูก ใจหนึ่งก็อยากเอนแต่อีกใจก็กลัว เพราะความแสนดีในช่วงที่กำลังอ่อนไหวแบบนี้มันมีอิทธิพลต่อหัวใจผมมากเกินไป

          "ไม่เป็นไรครับ ยังไหว แม่พี่มาพอดี" ตอบปฏิเสธออกไปเป็นจังหวะเดียวกับที่เห็นรถของแม่ขับมาจอดเทียบพอดี

          อภิชายืนประกบผมไม่ห่าง มือทำท่าจะช่วยประคองตลอดเวลาแต่ผมยังไหวไม่ได้อ่อนแอเอะอะจะล้มใส่ท่าเดียวขนาดนั้น

          "ขอบคุณนะ" บอกก่อนเปิดประตูขึ้นรถ

          แม่ผมชะโงกหน้ามอง อภิชาคงเห็นพอดีก่อนประตูจะปิดเลยยกมือขึ้นไหว้ เราไม่ได้โบกมือลากันหรือแม้กระทั่งยิ้มส่ง ก่อนแม่ผมจะขับรถออกมา

          "เด็กที่ไหนล่ะนั่น" แล้วก็โดนสอบปากคำทันที

          "เด็กร้านน้ำเต้าหู้"

          "ไปรู้จักกันได้ไง"

          "ก็ซื้อน้ำเต้าหู้บ่อยๆ ไง เวียนหัวอ่ะแม่ อยากนอน" ผมรีบตัดบทก่อนจะถูกถามยืดเยื้อไปมากกว่านี้ แต่กลายเป็นว่าถูกบ่นแทน

          "เดี๋ยวก็ป่วยเดี๋ยวก็เมารถ เป็นไงล่ะ แม่บอกให้หัดขับรถก็ไม่ยอม ก็รู้ว่ารถสาธารณะมันเป็นยังไงก็ยังทนนั่งรถตู้อยู่ได้" แล้วก็อีกสารพัดที่แม่หาเรื่องมาบ่น

          ไม่ว่าลูกคุณจะโตจนอายุเท่าไรก็ตาม แม่ก็ยังเห็นเราเป็นเด็กน้อยและขยันหาเรื่องมาบ่นได้ทุกวันนั้นเป็นเรื่องจริง

 

          แม้วันนี้จะเป็นวันเสาร์ และแม้เมื่อคืนคุณจะเมารถจนอยากหาถุงมาคล้องหู แต่ก็ต้องตื่นเช้าแบกสังขารไปทำงานเมื่อวันนี้มีโอที

          แค่ครึ่งวันท่องไว้ สู้เขาอิงครัช

          ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่ผมไม่ได้แตะมือถืออีกเลยตั้งแต่ก้าวขึ้นรถที่แม่ขับมารับ ได้เปิดดูเป็นเรื่องเป็นราวอีกทีก็ตอนแวะเข้ามานั่งร้านกาแฟในบริษัท บนรถก็ไม่อยากเล่นเดี๋ยวอาการมันจะกำเริบขึ้นมาอีก

          ผมไล่ดูแจ้งเตือนทั้งหมดที่ส่วนใหญ่จะมาจากพวกแอปฯ ต่างๆ เสียมากกว่า หนึ่งเดียวที่พอจะทำให้จิตใจแจ่มใสขึ้นมาได้ก็คือไลน์จากอภิชาที่ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน

 
          Ai : พี่ถึงบ้านหรือยัง

          Ai : หรือหลับไปแล้ว

          Ai : ฝันดีครับ พักผ่อนเยอะๆ นะ

 
          อ่านแล้วก็เผลอยิ้มอยู่คนเดียว มองจากดาวพลูโตก็รู้ว่าอภิชาเป็นห่วง แต่พอนึกถึงเส้นที่ตัวเองขีดไว้ก็ต้องรีบหุบยิ้มทันที

          กับเด็กยังไม่สิบแปดเลย จะจริงจังแน่เหรอ

         
          ing.ka.rach : เมื่อวานขอบคุณนะ

          ing.ka.rach : ตอนนี้สบายดีแล้ว


          ยังไม่ทันได้กดออกจากหน้าจอข้อความก็ขึ้นว่าถูกอ่าน ชวนให้สงสัยว่าอภิชาตื่นเช้าและกำลังเล่นมือถืออยู่พอดี หรือผมทักไปกวนกันแน่ นี่มันวันเสาร์นะ เด็กๆ ต้องอยากนอนตื่นสายสิ


          Ai : ตื่นเช้าจัง

 
          ผมหรือเปล่าที่ต้องเป็นคนทักคำนี้

 
          ing.ka.rach : พี่มาทำงาน เธอนั่นแหละตื่นเช้า

          Ai : ผมตื่นเช้าปกตินะ

          Ai : วันเสาร์พี่ต้องทำงานด้วยเหรอ


          ถามแบบนี้ไม่รู้ซะแล้วว่าความลำบากของผู้ใหญ่มันเป็นยังไง เพื่อเงินเราต้องยอมทำทุกอย่าง แต่บางทีผมก็ไม่อยากได้หรอกนะเงินน่ะ อยากลาออกมากกว่า แต่ถ้าลาออกแล้วจะเอาอะไรกิน


          ing.ka.rach : นี่แหละความเหนื่อยยากของผู้ใหญ่ ตอนเรียนสบายที่สุดแล้ว

          Ai : ว่าแต่พี่โอเคแล้วจริงๆ ใช่มั้ย

          ing.ka.rach : โอเคแล้ว

          Ai : จะไม่เมารถอีกใช่มั้ยวันนี้

 
          ใครจะไปตอบได้ บางวันผมคิดว่าไม่เป็นอะไรแน่ๆ ยังเมาได้เลย ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวาน


          ing.ka.rach : ตอบไม่ได้หรอก

          Ai : วันนี้พี่เลิกงานกี่โมง

          ing.ka.rach : วันนี้ทำแค่ครึ่งวัน เที่ยงก็เลิกแล้ว

          Ai : พี่ทำงานแถวไหน

          ing.ka.rach : ทำไมจะมารับเหรอ

 
          มือไวไปแล้วตัวผม ในหัวคิดอยากจะแกล้งหยอดแต่ไม่ได้ตั้งใจจะพิมพ์ลงไปจริงๆ กลัวอภิชาจะคิดว่าอ่อย จะกดยกเลิกก็ไม่ได้ด้วยเพราะมันถูกอ่านแล้ว

 
          Ai : ได้นะครับ ส่งโลเคชันมา

          ing.ka.rach : ล้อเล่น

          Ai : แต่ผมจริงจังนะ

          ing.ka.rach : จริงดิ

          Ai : ครับ อยากขับรถ

 
          นี่คือเหตุผลที่อยากมารับผมหรอกเหรอ ขับเล่นแถวๆ บ้านก็ได้มั้งสุดหล่อ

 
          ing.ka.rach : ขับรถเป็นด้วยเหรอ

          Ai : ผมมีใบขับขี่แล้ว แต่รถมอไซค์

 
          ถ้านั่งมอเตอร์ไซค์จากที่นี่ถึงบ้านผม ไม่สิเอาแค่ตลาดก็พอ ผมว่าเหน็บกินตูดแน่นอน หรือไม่ก็คงเป็นตะคริวกันไปข้าง


          Ai : หรือไม่ชอบมอไซค์

          ing.ka.rach : ก็เปล่าครับ

          Ai : รับรองไม่เมารถ

 
          แต่เมาควันแน่ๆ ตอบเองในใจเพราะไม่กล้าพิมพ์ลงไปเดี๋ยวสุดหล่อจะน้อยใจ

 
          Ai : ขอโลเคชันด้วยครับ


          โดนตื๊ออีกรอบผมเลยกดส่งไปให้ ใครอ่านก็คงรู้ว่าเราคุยกันเล่นๆ อภิชาคงไม่ขับมารับผมจริงๆ หรอกมั้ง แบบว่ามันไกลนะน้องไหวเหรอ

 
          ing.ka.rach : พี่ต้องทำงานแล้วนะ

          ing.ka.rach : จริงๆ ไม่ต้องมารับก็ได้เดี๋ยวพี่กลับเองดีกว่ามันไกล หมวกกันน็อกก็ไม่มี อันตรายด้วย วันนี้เลิกเร็วพี่กลับเองได้สบายมาก

 
          พิมพ์ย้ำลงไปแบบว่าเกรงใจมากๆ ก็ได้แต่ภาวนาว่าอภิชาคงไม่คิดเป็นจริงเป็นจั...

 
          Ai : หมวกกันน็อกผมมีครับ เดี๋ยวเตรียมผ้าปิดจมูกไปให้ เที่ยงตรงเจอกัน


          คงจะจริงจังมากๆ แล้วล่ะแบบนี้

 

 

          ผมขอเพิ่มอีกหนึ่งฉายาให้น้องน้ำเต้าหู้สุดหล่อเลยว่า 'อภิชาคนจริง' เที่ยงปุ๊บมือถือผมก็สั่นปั๊บ ไลน์เด้งขึ้นมาเพื่อบอกว่าตอนนี้อภิชารออยู่ที่หน้าตึกแล้ว

          "ไปกินข้าวกันมั้ย"

          "ไม่ล่ะครับ วันนี้มีผมธุระ" บอกปัดท่านหัวหน้าทันทีที่ถูกชวน ผมรีบเก็บของแล้วก้าวยาวๆ ออกจากออฟฟิศ ไลน์จากอภิชาก็เพิ่งได้มาตอบตอนเข้ามาในลิฟต์แล้ว

 
          ing.ka.rach : มาจริงดิ
 

          สงสัยกลัวไม่เชื่อสุดหล่อเลยส่งรูปมายืนยัน ประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่งผมก็ก้าวนำหน้าทุกคนออกมา กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหน้าตึกตรงจุดที่เขาอนุญาตให้จอดรถได้ชั่วคราว พอเห็นผมในสายตาเท่านั้นอภิชาก็ยิ้มกว้างออกมาทันที

          เวรละ สงสัยผมต้องเหนื่อยเกินไปแน่ๆ ใจถึงเต้นแรงขนาดนี้

          "ขับมาได้ไงเนี่ย ขอแม่ยัง แม่ไม่ว่าเหรอ"

          "โธ่พี่ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ" อภิชาทำหน้าเครียดใส่ แต่ผมนี่แหละเครียดกว่า

          "ขับมอไซค์ไกลๆ มันอันตรายนะ"

          "ผมขับแข็งแล้วครับ หรือกลัวไม่กล้าซ้อน"

          "ก็นิดนึง" สารภาพก็ได้ว่าผมไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์ไกลๆ เลย ปกติซ้อนพี่วินไปแค่หน้าปากซอย ถึงกิโลเมตรหรือเปล่าก็ไม่รู้

          "รับรองปลอดภัยไม่พาพี่ไปล้มหรอก ถ้าผมทำพี่เจ็บเดี๋ยวรับผิดชอบทั้งชีวิตเลย"

          เดี๋ยวนะ ผมรู้สึกว่ารูปประโยคมันแปลกๆ

          "นี่หมวกกันน็อกกับผ้าปิดจมูก" แล้วก็ยื่นของที่เตรียมไว้มาให้อย่างที่บอกไว้ในไลน์

          ผมรับมันมาแต่ยังไม่ยอมใส่ เหลือบมองอภิชาที่ยิ้มให้แล้วชักรู้สึกระแวง เด็กคนนี้ยิ่งรู้จักยิ่งร้ายกาจขึ้นทุกวัน

          "ใส่เป็นมั้ย หรือให้ผมใส่ให้"

          "ใส่เป็นๆ" เสียลุคมากผม เป็นเสียอาการไปหมดตอนอภิชาจะยื่นมือมาคว้าหมวกกันน็อกไป เลยต้องรีบใส่ผ้าปิดจมูกแล้วจับหมวกกันน็อกครอบหัว แต่ดันหาที่ล็อกตรงคางไม่เจออีก

          ผมพยายามไม่สบตาไม่มองหน้า หาที่ล็อกไปเรื่อยๆ เหมือนคนโง่เง่า จนอภิชาทนไม่ไหวช่วยใส่ให้ เสร็จแล้วก็วางมือลงบนหมวกกันน็อกของผมแล้วอมยิ้ม

          นี่ลืมไปหรือเปล่าว่าผมแก่กว่าสิบปีเลยนะ อย่ามาทำสีหน้าเอ็นดูกันแบบนี้นะอภิชา!

          ได้แต่โวยวายในใจเพราะอภิชาละมืออกไปสตาร์ทมอเตอร์ไซค์รอแล้ว ลืมแซวด้วยว่าสีชมพู เหมือนจะเป็นรุ่นสกู้ปปี้ไอมั้ง ผมเองก็ไม่ได้สันทัดเรื่องรถเท่าไร

          "เออใช่ผมลืมถาม แวะกินข้าวเที่ยงกันก่อนมั้ย เสร็จแล้วเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน" หันมาถามตอนผมกำลังจะก้าวขึ้นรถด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ สุดหล่อเลยหลุดยิ้มออกมา วันนี้ผมเสียฟอร์มไปกี่รอบแล้วเนี่ย

          "กินข้าวก็ได้อยู่ แต่ส่งพี่ที่ตลาดก็พอ"

          "ตลาดก็ตลาดๆ ครับ แล้วราจะกินข้าวที่ไหนกันดี"

          "ที่ตลาดเลยก็ได้"

          "โอเค พี่ขึ้นเลย ถ้ากลัวตกกอดได้ไม่ว่า" มุกเก่ามาก แต่ถามว่ากลัวตกมั้ยก็กลัว

          ผมขึ้นคร่อมรถ ไม่ได้กอดอภิชาแค่กำเสื้อตรงเอวเอาไว้ รถเคลื่อนออกจากหน้าบริษัทช้าๆ สุดหล่อน่าจะขับเก่งอย่างที่ปากว่า แต่พออยู่บนถนนใหญ่โดนรถยนต์ขับมาใกล้ๆ ก็ชวนให้ใจหายวาบทุกที

          งั้นขอกอดเอวนิดนึงก็แล้วกัน แค่นิดเดียว

 

          นั่งจนก้นชาในที่สุดก็ถึงจุดหมาย อภิชาเข้ามาจอดรถในตลาด ผมเลือกร้านตามสั่งที่เคยมากินกับลุงปันบ่อยๆ สมัยเรียน จะว่าไปก็เกือบสิบปีมาแล้ว ช่างนานแสนนาน

          ผมสั่งกะเพรากุ้ง เมนูโปรดที่สั่งแทบทุกครั้งที่มากิน ส่วนอภิชาสั่งผัดซีอิ้ว พร้อมกับพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า ‘ผมกินประจำเลย’ ดูไม่ออกเลยว่าอยากให้ผมรู้ แต่ไม่เป็นไรผมอยากรู้ก็ได้ บันทึกลงในสมองเรียบร้อย

          “พี่ ผมมีอะไรมาเล่าให้ฟัง” ระหว่างรอข้าวมาเสิร์ฟอภิชาก็พูดขึ้นมา

          ผมพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ ตั้งแต่รู้จักกันมานี่เป็นครั้งแรกที่อภิชาขอพูดอะไรสักอย่างด้วยสีหน้าที่ดูตั้งใจขนาดนี้ คิดแล้วก็ตื่นเต้นว่าสุดหล่อจะเล่าอะไร หรือว่า...

          “มีครั้งหนึ่งผมเคยไปซื้อตามสั่ง แล้วก็สั่งกะเพราตับกุ้ง พี่รู้มั้ยแม่ค้าบอกผมว่าไง”

          “...”

          “ป้าแกโยนตะหลิวเลยพี่ แล้วก็บอกว่า ‘ไอ้หนู กุ้งไม่มีตับ!’ ผมนี่อึ้งไปเลย”

          “...”

          “ไม่ขำเหรอ”

          “หึ”

          ผมไม่ขำแต่อภิชาขำแทน ถามจริง นี่คือสิ่งที่สุดหล่อต้องทำหน้าตั้งอกตั้งใจก่อนเล่าขนาดนั้นเลยเหรอ ผมก็อุตส่าห์ตื่นเต้นเก้อคิดไปเองว่าน้องจะพูดอะไรที่มันน่าใจเต้นกว่านี้หน่อย

          “แต่จริงๆ กุ้งมีตับนะ แต่ใครจะไปกินกะเพราตับกุ้งอ่ะบ้าป้ะ ป้าไม่เข้าใจผมเลย” อภิชายังไม่จบประเด็นกะเพราตับกุ้ง แต่ก็โอเคแหละ แค่เป็นอภิชาผมก็ให้อภัยอภัยได้เสมอ เล่นมุกไม่ฮาก็ยังหล่อ ขนาดผมยังเล่นมุกแป้กบ่อยๆ เลย

          ฟังเรื่องกะเพราตับกุ้งจบกะเพรากุ้งเฉยๆ ของผมก็มาเสิร์ฟพอดี อภิชาก็เอาแต่อมยิ้มมอง จนผัดซีอิ้วของตัวเองมานั่นแหละถึงได้เลิกสนใจหน้าผม

          อาการชักจะออกชัดไปแล้วนะอภิชา เป็นแบบนี้ผมควรรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเลยดีหรือเปล่า

          “ไอ่” พอเรียกชื่อเล่นแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยชินปาก แต่จะให้เรียกอภิชาแบบในใจนั้นคงแปลกกว่า

          “ครับ”

          “ถามตรงๆ เลยนะ จีบพี่อยู่ป้ะ”

          ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มเก่ง หล่อเก่ง ทำคนอื่นใจสั่นเก่งเหลือเกิน แต่นายต้องใจแข็งไว้อิงครัช นี่คือเยาวชน ห่างกันสิบปีเลยนะท่องเอาไว้ ห่างกันตั้งสิบปี

          “ครับ”

          แต่โดนอภิชาสารภาพว่าจีบกันตรงๆ เลยนะใครจะไปใจแข็งไหว

          “ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอครับ”

          “จะให้พูดอะไรล่ะ”

          “พี่ไม่ชอบผมเหรอ” นี่ก็ตรงเกินไป ตรงมาก ตรงจนอายุผมจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว ประสบการณ์ก็มี แต่ดันมาใจเต้นกับเด็กอายุสิบเจ็ดแบบนี้สุดจะเสียฟอร์ม

          ถามว่าผมชอบอภิชามั้ย แน่นอนว่าคำตอบคือชอบ ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ผมหวังไว้ไม่ใช่แบบนี้ ผมชอบน้อง แค่มองแล้วมีความสุขเล็กๆ ในมุมของตัวเองและเป็นกำลังใจเล็กๆ ในแต่ละวัน สิ่งที่ได้รับกลับมาทุกวันนี้มันมากเกินไปด้วยซ้ำ

          “บอกมาตรงๆ ได้นะ ผมโอเค”

          “งั้นขอถามหน่อย ชอบพี่ตอนไหน”

          “ชอบตอนได้คุย แต่เริ่มสนใจก็คงตอนมาซื้อน้ำเต้าหู้”

          “ไม่ใส่เม็ดแมงลักหนึ่งถุง แค่นี้อ่ะนะ” ผมทำเสียงกับหน้าเหมือนตอนไปซื้อน้ำเต้าหู้แล้วอภิชาก็ขำ

จริงๆ ก็ว่าอภิชาไม่ได้หรอก ผมยังถูกใจน้องตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าเลย แต่สิ่งที่ได้ฟังมันเหนือความคาดหมายไปหน่อย ผมไม่เคยคิดจริงจังว่าอภิชาจะชอบผมจริงๆ

“แล้วต้องแค่ไหนถึงจะชอบได้ล่ะครับ หน้ามึนๆ เดินมาซื้อน้ำเต้าหู้ น่ารักดีออก”

ถึงกับต้องยกมือห้ามไม่ใช้อภิชาพูดอะไรต่อ กับคุณภามไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ โดนชมว่าน่ารักกี่ครั้งก็ไม่เคยจะเขิน แต่พอเป็นอภิชาแล้วคนละเรื่องกันเลย

“ไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าจะจีบ แต่ว่า... เด็กอ่ะ” ห่างกันตั้งสิบปี ผมว่ามันไม่ได้

“โธ่พี่ ผมก็ใช่ว่าจะเด็กตลอดไปมั้ยวะ”

“แต่กว่าเธอจะโตพี่ก็แก่แล้วมั้ยวะ”

วะมาวะกลับไม่โกง เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอภิชาทำหน้าเหนื่อยใจ โดนดักแบบเถียงไม่ออกขนาดนี้ผัดซีอิ้วหมดอร่อยไปแล้วมั้ง

“ไม่ให้โอกาสกันเลย”

“จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไง” พูดแล้วก็รู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ แบบนี้ก็เท่ากับว่าเราตัดขาดจากกันแล้วหรือเปล่า แล้วผมจะมีหน้าไปซื้อน้ำเต้าหู้ที่ร้านอภิชาอีกได้ยังไง

อภิชาไม่พูดอะไรต่อ เราต่างคนต่างกินเงียบๆ ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดขึ้นมา กินเสร็จอภิชาก็เดินมาส่งผมขึ้นรถ เราบอกลากันเหมือนปกติ สุดหล่อยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า ผมเองก็เช่นกัน

ขึ้นมานั่งบนรถก็เปิดเพลงเศร้าฟังแล้วทำเป็นนั่งเล่นเอ็มวี บอกตัวเองว่าทำถูกแล้ว ในเมื่อไม่คิดสานสัมพันธ์ต่อก็ควรหยุดไว้แค่ตรงนี้ ถลำลึกเกินไปจะทำให้อภิชาเจ็บเสียเปล่าๆ

ถึงเวลาต้องบอกลาน้ำเต้าหู้แล้วสินะ

บ๊ายบาย... น้องน้ำเต้าหู้

 

tbc.

 
ตรงคำโปรยมาแล้วนะ ปาไปตอนเจ็ด ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

บ๊าย บาย ไปแล้ว

อ่าว...นุ้งอภิชาไม่ใช่พระเอกของเรื่องเหรอเนี่ย?

แต่....ชื่อเรื่องคือ  เดี๋ยวก็โต    แสดงว่านุ้งไอ่ไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก  ใช่ป่ะ?

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
น้องไอ อย่ายอมแพ้นะ :กอด1:

ออฟไลน์ kosmos

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
น้องหู้วววว โอ๋เอ๋ๆ วันนี้ปล่อยพี่อิงไปก่อนเนอะ พรุ่งนี้เริ่มใหม่
เดี๋ยวพี่เขาก็ใจอ่อนแหละ

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Ai   สู้  สู้

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เอ๊า มาบ๊ายบายกันแบบนี้ เหมือนถูกทิ้งไว้กลางทางเลย
เลี้ยงต้อยไปเรื่อย ๆ ค่ะ เดี๋ยวก็ใช้งานได้ เอ๊ย เดี๋ยวก็โต คิคิ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
เจ็บแปลบขึ้นมาทันที..อกหักใช่ไหมแบบนี้  :o12: :o12: :o12:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3615
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ไอ่ พี่ลงเรือเราเต็มที่เลยนะ
อย่ายอมแพ้

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เอ้าๆ งี้จิงดิ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
น้องคับ TT

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2493
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1177/-5
เคมีของพี่อิงครัชกับน้องอภิชานั้นดีมากๆ เข้ากันได้ดีมากๆ อ่านแล้วต้องอมยิ้ม อมยิ้มให้กับความพยายามเก๊กหล่อของน้องอภิชา(แต่ก็หล่อจริงๆ รู้สึกอย่างนั้น) อมยิ้มให้กับความปล่อยมุกเนียนๆ ของอิงครัช แล้วก็...สำคัญที่สุด...อมยิ้มให้กับความพยายามหลอกใจตัวเอง คือรู้สึกกับน้องไปขนาดนี้แล้วยังจะพยายามปฏิเสธอีก นี่คอยดูเลยนะคะว่าน้องจะยอมถอยจริงไหม แล้วถ้าน้องไม่ยอมถอย อิงครัชจะทำยังไงงง

ขอบคุณคุณคินซังมากๆ นะคะสำหรับตอนใหม่ทั้งสองตอน
เป็นกำลังใจห่างๆ อย่างห่วงๆ ค่ะ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
แงงงง สงสารอภิชา คนเราเลือกเกิดไม่ได้เปล่าพี่อิง เดี๋ยวก็โตๆๆๆ

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 8 ปีศาจน้ำเต้าหู้


            หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่าน หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เงียบหาย แม้จริงๆ จะไม่ได้หายไปเสียทีเดียวหรอก แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ก็แน่สิ ปฏิเสธเขาไปแล้วนี่อิงครัช จะให้อภิชาทำตัวเหมือนเดิมได้ยังไง

            การสนทนาในไลน์กลับสู่จุดประสงค์ที่แท้จริง อภิชาถามผมแค่เรื่องน้ำเต้าหู้ ตอบแล้วก็คือจบ อาจจะมีนอกเรื่องนิดหน่อยแต่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำเอาผมรู้สึกผิดจนไม่กล้าโผล่หน้าไปที่ร้านน้ำเต้าหู้อีกเลย

            นายมันเลวอิงครัชที่ทำให้อภิชาเสียใจ

            "อิง"

            ผมละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ที่เปิดงานทิ้งไว้หันไปสบตากับท่านหัวหน้าที่มายืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

            "เจอคอนโดน่าสนใจ"

            "ถ้าบอกว่าห้องคุณภามผมไม่เอานะ" ดักไว้ก่อนเผื่อเจอมุกซ้ำอีก

            "ไม่ใช่ ชวนตั้งสองรอบอิงไม่อยู่ก็ขี้เกียจตื๊อแล้ว"

            "ที่ไหนครับ”

            "คอนโดเดียวกับผมแต่คนละตึก ลองดูรายละเอียดก่อนก็ได้"

            ท่านหัวหน้าส่งรายละเอียดให้ผมในไลน์ ตอนเปิดอ่านก็มีคุณภามที่สวมบทเป็นพนักงานขายคอยอธิบายอยู่ข้างๆ โดยรวมแล้วก็ดูน่าสนใจดี ราคาไม่แพงมากแถมยังเดินทางสะดวก แต่ไม่ดีตรงที่อยู่ใกล้คุณภามเกินไปนี่แหละ

            "จะเก็บไว้คิดดูครับ"

            "แล้วอิงเจอที่ดีๆ บ้างหรือยัง"

            "ก็ดูๆ อยู่ ที่น่าสนใจก็มีเยอะ" เรื่องที่อยู่อาศัยต้องดูดีๆ ยังไงผมก็คงทำนานอยู่ที่นี่อีกนานเพราะไม่ได้คิดจะย้ายไปไหนอยู่แล้ว บางทีหาซื้อไว้ซักห้องเลยก็น่าจะดีเหมือนกัน มีไว้มันก็สะดวกในหลายๆ เรื่อง

            "แต่ถ้าอยู่ที่นี่เราไปกลับพร้อมกันได้นะ ประหยัดค่ารถ"

            "เดี๋ยวขอปรึกษากับที่บ้านก่อนนะครับ"

            "แล้วคืนนี้" เปิดด้วยคำถามปลายเปิดสั้นๆ ให้ผมคิดต่อ แค่ท่านหัวหน้าอ้าปากผมก็รู้แล้วว่าต้องการอะไร กี่สัปดาห์แล้วนะที่ผมไม่ได้ไปค้างห้องคุณภามเขา

            "จะชวนกินข้าวเหรอครับ"

            "อิงครับ"

            ท่านหัวหน้ายิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ แบบเหนื่อยใจ ก่อนเขาจะก้มลงมาหา เผยให้เห็นพื้นผิวใต้เสื้อเชิ้ตสีกรมท่าที่ปลดกระดุมบน รอยช้ำข้างไหปลาร้ากับเนินไหล่หลายจุด นี่คุณภามไปนอนกับปลาซัคเกอร์มาหรือยังไง

            "อยากกอดครับ" กระซิบบอกข้างหูก่อนจะกลับไปยืนตัวตรง

            ผมเงยขึ้นไปสบตา มองรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่กลับดูไร้เสน่ห์สำหรับผม คงไม่มีทางที่คุณภามจะไม่รู้ตัวว่ามีรอยอะไรอยู่บนตัว แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจและพูดคำหวานใส่ ส่วนผมก็เลือกที่จะเมินเฉยเหมือนทุกครั้ง มันก็แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ไม่มีคนรักจริงคนไหนหรอกที่บอกว่าชอบ แต่ก็ยังไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น

            ใจผมลังเลว่าควรจะตอบตกลงดีหรือไม่ เป็นความรู้สึกที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย ที่ผ่านมาผมสามารถตอบออกไปได้ทันทีตามความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนั้น อยากก็ไปเหนื่อยก็พัก แต่ตอนนี้กลับลังเล

            “อิงไม่ได้ไปห้องผมนานแล้วนะ” ก้มลงมากระซิบอีกรอบ ทำทีเป็นเหมือนมาเช็กงาน แต่ก็แปลกดีเหมือนกันที่คนอื่นๆ ในออฟฟิศดูไม่สงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผมกับท่านหัวหน้าเลย

            "ก็ได้ครับ"

            ได้คำตอบที่พอใจท่านหัวหน้าก็เดินอมยิ้มกลับโต๊ะตัวเองไป ผมกลับมาสนใจงานตรงหน้าแต่กลับไม่มีสมาธิเลยสักนิด ไม่บ่อยที่ผมจะรู้สึกสับสนหรือลังเลกับการตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง แล้วสาเหตุที่ทำจิตใจผมฟุ้งซ่านครั้งนี้คืออะไรกัน

            รู้... แต่ไม่อยากยอมรับเลยจริงๆ

 

ท่วงท่า สัมผัส และน้ำเสียง ผมยอมรับได้อย่างจริงใจเลยว่าท่านหัวหน้าทำให้ผมมีความสุขได้ทุกครั้งที่เราร่วมเตียงกัน หากเป็นคู่รักแล้ววันหนึ่งต้องเลิกกัน เหตุผลที่ว่าเข้ากันไม่ได้ต้องถูกตัดออกเป็นอันดับแรก เข้ากันที่ไม่ได้หมายถึงนิสัย

ได้ออกแรงจนสบายตัวแล้วแต่ท่านหัวหน้าไม่ยอมผละออกจากตัวผมซักที กอดก่ายคลอเคลียจูบไหล่จูบคอ มือก็ไม่อยู่สุขบีบเอวบีบก้นไม่หยุด

แนบริมฝีปากจากคอไล่ขึ้นมาที่แก้ม เพราะรู้นิสัยทำให้ผมรู้ว่าต่อจากนี้คุณภามคิดจะทำอะไร กับสิ่งที่ไม่เคยให้ก็ไม่เคยย่อท้อเสียที

"คุณภาม" ใช้สายตาดุๆ ปราบพลางขยับหน้าหนีเมื่ออีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลง ทำแบบนี้บ่อยๆ พาลจะทำให้อารมณ์ดีๆ เสียเอา

"แค่จูบเอง"

"ก็แค่จูบเองไงครับ"

"อิงรู้มั้ย ถ้าจูบมันจะช่วยให้เซ็กซ์ของเราดีกว่าเดิมนะ"

"งั้นแสดงว่าเมื่อกี้มันไม่ดีเหรอ"

"ไม่ใช่แบบนั้น"

ผมไม่ใช่คนหวงตัว แต่การจูบกลับเป็นสิ่งที่ผมปฏิเสธทุกครั้งเวลาร่วมรักกับใคร ถึงช่วงปีสองปีมานี้จะมีแค่คุณภามก็เถอะ แล้วก็ใช่ว่าผมไม่เคยจูบ เพียงแต่มันนานมาแล้วเท่านั้น นานจนเกือบลืมไปแล้วว่าจูบจริงๆ มันเป็นยังไง

"ผมสงสัยจริงๆ นะว่าทำไมอิงถึงไม่ยอมให้จูบ"

"ก็แค่ไม่ชอบ"

"ผมจูบเก่งนะ"

"รู้ครับ" เรื่องบนเตียงเก่งขนาดนี้ แค่จูบคงไม่ต้องพูดถึง

"งั้นขอเปลี่ยนคำถาม จูบแรกของอิงคือเมื่อไร"

เรื่องความเจ้าเล่ห์เองคุณภามก็ดูเหมือนจะไม่แพ้ใครเหมือนกัน แค่ถามไปเรื่อยๆ ด้วยคำถามง่ายๆ เดี๋ยวคำตอบที่อยากรู้คงหลุดมาเอง แต่ใช้ไม่ได้กับผมหรอก

"นานแล้วครับ"

"ก็เคยจูบนี่"

"ไม่เคยบอกนี่ครับว่าไม่เคย"

"แล้วจูบครั้งสุดท้ายล่ะ"

ผมไม่ตอบและไม่อยากตอบเลยได้แต่เงียบ จนคุณภามถอดใจแล้วเลิกรอคำตอบไปเอง

"โอเคครับ ไม่ถามแล้วก็ได้" ประทับริมฝีปากลงมาที่ข้างขมับ ก่อนเจ้าของเตียงจะช้อนตัวผมไปกอด

จูบครั้งสุดท้ายเท่ากับคนล่าสุดที่ผมรัก

นาน... จนเกือบลืมไปแล้ว

 

            เวลามนุษย์เราทำอะไรติดต่อกันหลายๆ วันนั้นจะติดเป็นนิสัย อย่างผมน่ะไม่ต้องรอให้ถึงยี่สิบเอ็ดวัน เพราะแค่วันแรกผมก็ติดน้ำเต้าหู้จนเหมือนแม่ค้าใส่กัญชา พอไม่ได้กินหลายวันก็ชักรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะไม่สบาย

            โอเค ยอมรับก็ได้ว่าอยากเจออภิชา ทั้งที่หักอกเขาไปนั่นแหละ

            วันนี้อภิชาไม่ได้ทักมาไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ดันเป็นวันที่ผมเลิกงานเร็วแถมยังอยากกินน้ำเต้าหู้มากๆ ลงรถที่ป้ายก็รีบเดินย้อนกลับไปที่ซอยมานะมีชัย ก่อนหน้านี้ตอนที่รถตู้วิ่งผ่านเพราะมีรถกำลังรอเลี้ยวเข้าซอยบังอยู่ทำให้มองไม่เห็นว่าอภิชาอยู่ร้านหรือเปล่า กระทั่งผมเดินมาถึงจึงพบว่าสุดหล่อไม่อยู่ร้าน

            ขนาดโชคชะตายังกลั่นแกล้งผมเลยคิดดูสิ

            สั่งน้ำเต้าหู้ไม่ใส่แมงลักกับขนมปังสังขยาอีกหนึ่งชุดหลังจากเล็งไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจออภิชาแต่ก็ลืม ได้ของครบก็เดินกลับไปที่ตลาดด้วยอาการหงอยเหงา ทุบตีกับความย้อนแยงของตัวเองในความคิดแล้วเผลอถอนหายใจออกมาเสียงดัง

            อยากตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่อยากจริงจัง ถอยออกมาตั้งแต่ต้นแบบนี้น่ะถูกต้องแล้ว จะมารู้สึกเสียดายเอาอะไรล่ะอิงครัช อภิชาไม่เหมือนคุณภามนะที่จะคบด้วยความสัมพันธ์แบบนั้นได้ น้องอายุยังไม่ถึงสิบแปดเลยด้วยซ้ำ

            เอาแต่เดินคิดนู่นคิดนี่จนลืมมองทาง ดึงสติกลับมาได้ก็ตอนเกือบชนคนที่เดินสวนมา แถมยังเป็นเด็กนักเรียนที่ผมไม่กล้าเงยขึ้นไปมองหน้าอีก เพราะสายตาดันโฟกัสที่ชื่อบนหน้าอกเสียก่อน

            ชัดเลย

            เพิ่งโทษว่าโชคชะตากลั่นแกล้ง และใช่เลย มันกลั่นแกล้งผมจริงๆ

            "ขอโทษครับ" ไม่ใช่คนที่ยืนประจันหน้าผมพูด แต่เป็นเด็กผู้ชายอีกคนที่ดึงแขนคนตรงหน้าผมให้เดินต่อ

            ผมพยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่แขนกลับถูกคว้าเอาไว้เหมือนกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์การจับแขนที่ซับซ้อนขึ้นมาทันที

            "เอ่อ..."

            "มึงไปจับแขนพี่เขาทำไม" ขณะที่ผมกำลังจะพูดอะไรซักอย่างเพื่อจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าเพื่อนของอภิชาก็ถามด้วยสีหน้าตกใจ

            "นี่พี่อิงที่กูเคยเล่าให้มึงฟัง ตอนนี้งอนกันอยู่ ขอเวลาไปง้อแป๊บ"

            "ฮะ"

            งงทั้งผมทั้งเพื่อนอภิชา ประเด็นแรกคือสุดหล่อเอาเรื่องผมไปเล่าให้เพื่อนฟัง และประเด็นที่สองคือเรากำลังงอนกันอยู่เหรอ ผมว่ามันไม่ใช่

            "เดี๋ยวก่อนนะ"

            "สวัสดีครับพี่อิง" ก่อนผมจะได้แก้ตัวอะไรเพื่อนอภิชาก็ยกมือไหว้จนผมรับไหว้แทบไม่ทัน

            ยังคงงงแต่หนีไปไหนไม่ได้เพราะอภิชาไม่ยอมปล่อยแขนที่จับไว้ ได้แต่มองสุดหล่อบอกลาเพื่อนก่อนน้องคนนั้นจะยิ้มให้ผมแล้วเดินจากไป เหลือเพียงสองเรากับบรรยากาศน่าอึดอัดนิดๆ

            จากแขนเลื่อนมาจับมือ งงตัวเองเหมือนกันที่ไม่ขัดขืนปล่อยให้อภิชาพาเดินมาหลบมุมเพื่อไม่ให้ขวางทางคนเดิน พอโดนเด็กตัวสูงยืนขวางเอาไว้ก็ได้แต่เงยขึ้นสบตาแล้วยิ้มแห้ง คนตรงหน้าดูโทรมไปนิดหน่อยตามประสาคนอกหัก ว่าแต่ผมควรจะพูดอะไรก่อนดี

            สมัยเรียนผ่านประสบการณ์รักๆ ใคร่ๆ มาก็เยอะ หลังเรียนจบก็โชกโชนไม่น้อย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเกร็งจนเหมือนคนทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนอภิชาใช้สายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนสายตาคู่นั้นจะหยุดอยู่ที่ถุงในมือผม

            "ไปซื้อน้ำเต้าหู้มาเหรอ"

            "ใช่”

            ถามแค่ไหนก็ตอบแค่นั้น ผมพยายามคีพลุกนิ่งขรึมแบบที่ทำมาตลอด จะให้อภิชารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าแอบหวั่นไหว ไม่อยากให้เด็กได้ใจและรู้ว่าผมแอบเผลอใจให้ไปนิดนึง

            "คุยกันหน่อยมั้ยครับ"

            "คุยเรื่องอะไรอีก" รู้อยู่แล้วว่าโดนลากมาขนาดนี้อภิชาต้องขอคุยเรื่องที่ว่าจะจีบผมแน่นอน แต่ทำเป็นลีลาไขสือแกล้งถามไปงั้น ตอนคุยกันในไลน์ทำตัวห่างเหินขนาดนั้น เลยต้องรับบทเป็นคนที่เข้าใจไปเองแล้วว่าสุดหล่อตัดใจจากผมได้แล้ว

            "ผมปิดเทอมแล้วนะ หลังจากนี้มีเวลาว่างแล้ว"

            "แล้ว?"

            "ก็มีเวลาตามจีบพี่ได้เต็มเวลาไงครับ"

            ได้แต่กะพริบตามองปริบๆ เอาแบบนี้เลยนะ

            "ทำหน้างงอะไรครับ" อภิชายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน ยิ่งเห็นยิ่งหวั่นไหวจนอยากจะทึ้งหัวตัวเอง

            "ยังจะจีบพี่ต่อเหรอ"

            "ครับ"

            "แต่พี่ปฏิเสธไปแล้วนะ"

            "แต่ผมไม่ได้บอกนี่ว่าจะเลิกจีบ"

            เอาแล้ว เด็กมันเล่นผมอีกแล้ว แล้วตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ดูเงียบๆ ไปนี่หมายความว่ายังไง ทำเป็นมึนตึงจนผมนึกว่าหักอกอภิชาจนช้ำชอกไปแล้วเสียอีก

            "ก็ทำเหมือนจะไม่จีบแล้ว พี่ก็งงดิ"

            "สัปดาห์นี้ผมติดสอบเฉยๆ เลยไม่ค่อยได้คุย อยากทำให้ดีครับเลยตั้งใจ เพราะไม่ได้ไปเรียนพิเศษเหมือนคนอื่นเขา กลัวว่าถ้าทักพี่ไปบ่อยๆ แล้วอดใจไม่ไหวเผลอชวนคุยยาว"

            เหตุผลที่ให้มานั้นเข้าใจได้แต่หัวคิ้วผมยังไม่หายขมวด ก่อนจะได้ฟังอีกหนึ่งเหตุผลที่อยากฟาดเด็กตรงหน้าซักที

            “แต่จริงๆ ก็อยากรู้ด้วยว่าถ้าห่างไปพี่จะคิดถึงผมหรือเปล่า”

            “แล้วรู่มั้ยล่ะ”

            “ใจแข็งมาก ยอม”

            “ยอมง่ายจัง”

            “ก็เลยตั้งใจจะเริ่มใหม่วันนี้ไงครับ คืนนี้ตั้งใจจะกวนพี่หนักๆ เลย แต่บังเอิญเจอกันก่อน ผมว่าคนบนฟ้าก็เข้าข้างผมอยู่นะ”

            พูดซะผมต้องเงยหน้ามองฟ้า ควรเรียกประโยคเมื่อกี้ว่าโรแมนติกหรือเลี่ยนนิดๆ ดี ประโยคเมื่อกี้ไม่ผ่านนะสุดหล่อ เพราะไม่เขิน

            “มองอะไรครับ”

            “คนบนฟ้าไง ไม่เห็นมีเลย”

            อภิชาขำเบาๆ แล้วส่ายหน้า แต่ไอ้สายตาเอ็นดูที่มองมานั่นมันคืออะไร ผมแก่กว่าตั้งสิบปีเลยนะ อย่ามาใช้สายตาแบบนี้มองกันเชียว โดนเด็กเอ็นดู บ้าไปแล้ว

            “หยุดมองแบบนี้เลย”

            “แบบไหน”

            “ก็แบบนี้ไง”

            “ก็พี่น่ารัก”

            โอยยยย อยากจะหันหน้าหนีเข้ากำแพง ถึงจะเคยถูกคุณภามชมว่าน่ารักบ่อยๆ ตอนอยู่บนเตียงก็เถอะ แต่พอเป็นอภิชาพูดแล้วมัน... จะบ้าตาย

            “เฮ้อ”

            "ถึงกับถอนหายใจ"

            "ห่างกันสิบปีเลย ลองคิดดูอีกทีมั้ย" ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ความต่างของอายุก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คู่รักจะคบกันรอด ทั้งความคิด เวลา การใช้ชีวิต และอะไรอีกหลายอย่างที่แตกต่างกัน

            "ไม่ชอบเด็กขนาดนั้นเลย"

            "ก็ไม่เชิง แค่ไม่คิดว่าจะคบกันรอด รู้สึกเหมือนเกิดกันคนละยุคยังไงไม่รู้" ชอบที่ได้มอง แต่ให้คบจริงๆ ผมไม่เอาหรอก

            "ถ้างั้นให้ผมลองพยายามดูก่อนได้มั้ย ขอแค่พี่อย่าเพิ่งผลักผมออกจากชีวิตก็พอ”

            “เธอเพิ่งอยู่มอหกนะ เดี๋ยวก็จะขึ้นมหา’ลัยแล้ว อาจจะเจอคนที่ดีกว่าพี่ในสังคมที่เหมาะกับเธอก็ได้” อภิชายังเด็กยังต้องเจอสังคมอีกหลายแบบ กว่าจะเรียนจบกว่าจะทำงาน สุดหล่อควรไปเจอคนที่เหมาะสมกว่าผม

            “แล้วทำไมเราต้องรอให้ถึงคนในอนาคตด้วยล่ะครับ ในเมื่อปัจจุบันผมชอบพี่ จะยอมให้ผมมีความสุขกับปัจจุบันไม่ได้เลยเหรอ”

            อยากเถียงแต่มันจะเหมือนคนแก่หัวโบราณซึ่งผมไม่ใช่เพราะยังไม่แก่ เลยได้แต่มองสบตากับอภิชาที่ทำหน้าจริงจังแบบเลเวลสิบ

            “พี่ไม่ชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ”

มาอีกแล้วคำถามแบบนี้

            “งั้นผมจะทำให้พี่ชอบเอง”

            ถ้าไม่มีกำแพงอยู่ข้างหลังผมคงหงายหลังลงไปแล้ว

            “ว่าแต่ที่ปฏิเสธผมขนาดนี้ไม่ใช่ว่ามีแฟนอยู่แล้วใช่มั้ย” ยังไม่ทันหายเขินกับประโยคเมื่อกี้อภิชาก็ตั้งข้อสงสัยกับผมเสียแล้ว แต่จะบอกอะไรให้นะสุดหล่อ สิ่งที่พี่มีมันยิ่งกว่าแฟนอีก

            "ถ้าไม่มีแฟนแต่มีคู่นอนล่ะ"

            อึ้งไปเลยสิอภิชา ผมไม่ได้อยากบอกหรอกว่าผมน่ะเด็ดแค่ไหน แต่อยากบอกไว้เฉยๆ ว่าตัวตนจริงๆ ของผมน่ะเป็นยังไง อาจจะไม่ใช่คนน่ารักแบบที่สุดหล่อคิดเอาไว้ก็ได้

            "แค่นอนด้วยกันเหรอ"

            "ใช่”

            “ทุกวันนี้ก็ด้วยเหรอ”

            “อืม”

            ผิดหวัง มันต้องมีคำนี้เกิดขึ้นในใจบ้างล่ะหากได้ยินคนที่ชอบพูดแบบนี้ เพียงแต่ท่าทีของอภิชายังนิ่งก็เท่านั้น

            “พี่อาจจะไม่ใช่คนอย่างที่เธอคิดก็ได้นะ”

            "ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ จากนี้แค่ศึกษากันไปเรื่อยๆ อีกอย่างพี่จะนอนกับใครก็ไม่ผิดอะไร แต่ผมยังจีบพี่ได้เพราะพี่ยังไม่มีแฟน" ตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ แบบที่อยากมอบโล่ชนะเลิศให้ ว่าแต่ไอ้ความใจกว้างนี่มันคืออะไรกัน

            “ไม่คิดอะไรจริงดิ”

            “มันก็เรื่องธรรมดาของผู้ชายที่ไม่มีอะไรผูกมัดนี่ครับ” ความจริงแล้วเธอโกงอายุอยู่ใช่มั้ยอภิชา สารภาพมาเดี๋ยวนี้

            "อย่าบอกนะว่ามีเหมือนกัน"

            "ไม่ใช่พี่ ผมแค่เข้าใจ ไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าคบผมแล้วพี่ต้องเลิกนอนกับคนนั้นนะครับ"

            "อย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้นเลย" ผมต้องรีบเบรก พูดเองแท้ๆ ว่าควรอยู่กับปัจจุบัน

            "คนเราต้องมีความหวังไง"

            ผมหมดคำจะพูด หรือจะพูดได้อีกอย่างว่ายอมแพ้แล้ว พี่ยอมเธอก็ได้อภิชา

            "คบเด็กมันก็ไม่แย่นะครับ"

            "..."

            "คบกับผมนะ"

            "เดี๋ยว!"

            อภิชายิ้มชอบใจที่ทำผมเสียอาการได้ ขอยืนยันอีกครั้งว่าเด็กคนนี้มันร้าย น้องน้ำเต้าหู้อะไรกัน นี่มันปีศาจน้ำเต้าหู้ชัดๆ

 

tbc.

 

น้องไม่ยอมแพ้ค่ะ เดินหน้าจีบพี่อิงเต็มที่
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ทีมอภิชา

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
อภิชาสู้ตายมาก ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ขนาดอิงครัชบอกว่ามีคู่นอน ยังสู่ต่อเด้อ
รอบหน้าคุณภามต้องไม่ได้ซีนละนะ
 :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

นุ้งไอ่สู้ ๆ จีบผู้ร้ายใจแข็งให้อยู่หมัดไปเลย

ออฟไลน์ kosmos

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ทำคนพี่เสียอาการได้อ่ะ รุกหนักไปอีกกกน้องหู้ววว
'...ตอนนี้งอนกันอยู่ ขอเวลาไปง้อแป๊บ' ทำไมเราเขินกับประโยคนี้ >\\\<

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3615
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2493
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1177/-5
อืมม ความคิดน้องแอบโตกว่าอายุ ต้องรอดูว่าพอคบกันไปแล้วจะเป็นยังไง แต่ก็เชียร์เต็มที่กับการที่ไม่ยอมแพ้ สู้ๆ นะคะอภิชา เจ๊ถือปอมปอมคอยให้กำลังใจอยู่ข้างสนาม (คือไม่สนเลยว่าอิงครัชจะตอบตกลงหรือเปล่า นี่เข้าข้างอภิชาเต็มๆ)

ขอบคุณคุณคินซังสำหรับอัปเดตค่ะ

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
 :hao7: ไอ้เด็ก สู้ๆ....

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :hao6:




ยอมๆ เด็กมันไปเถ๊อะ !!

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น้องไอ่~~ทำให้เขินเก่ง :-[
ถึงอายุจะเด็กแต่ความคิดไม่เด็กสินะเนี่ย
มีไปเปิดตัวกับเพื่อนไว้แล้วด้วย เอ็นดู เป็นกำลังใจให้น้องนะครับ :110011: :z7:

 :pig4:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พี่อิงใจร้าย....ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  :serius2:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เชียร์อภิชาจ้า

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ดีเนาะ ไม่ยอมแพัดี

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
อภิชาสู้ๆ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เด็กมันเอา  o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด