เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เดี๋ยวก็โต : ตอนพิเศษ คุณคนเก่า : 17/04/63  (อ่าน 18551 ครั้ง)

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

เรื่องยาว
เหวี่ยง ซบ พบ(รัก)เธอ [จบแล้ว]
ความน่ารักชนะทุกอย่าง [จบแล้ว]
8 วัน 7 คืน [จบแล้ว]
To...คนที่ได้อ่านสิ่งนี้ในวันที่ผมจากไปแล้ว[จบแล้ว]
อยากให้เธอฝันยามหนุน [จบแล้ว]
My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม [จบแล้ว]
P H O T O (X) ความลับในภาพถ่าย [จบแล้ว]
เหนือลิขิต [จบแล้ว]


เรื่องสั้น
★  สองแถวกับสองเรา
★  อยากบอกว่าชอบเธอ
★  พรหมลิขิตไม่มีอยู่จริง


====================


เดี๋ยวก็โต

เด็กมันบอกว่า
"ผมก็ใช่ว่าจะเป็นเด็กตลอดไปมั้ยวะ"

ผมเลยสวนกลับไปว่า
"แต่กว่าเธอจะโตพี่ก็แก่แล้วมั้ยวะ"



#เดี๋ยวก็โต
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2020 18:09:44 โดย kinsang »

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 1 แรกพบสบเธอ


            "อิงครัช ท่านแม่อยากกินน้ำเต้าหู้ คิดว่าหน้าสวนจะมีขายมั้ย"

            คำถามจากเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวถูกโยนมาให้ผมหลังจากรถตู้ขับออกจากหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งเดียวในย่านนี้ได้ไม่นาน วันนี้เป็นวันเสาร์ วันหยุดที่ผมยังต้องชดใช้เวรกรรมด้วยการทำโอที หลังเลิกงานเลยออกปากชวนท่านเพื่อนมาดูหนัง ส่วนเรื่องน้ำเต้าหู้นั้นไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ

            ป.ล. ผมล่ะเกลียดการออกเสียงชื่อผมของเพื่อนคนนี้จริงๆ อิง-คะ-รัช ไม่ใช่ อิง-ครัช แบบเน้น ช.ช้างจนน้ำลายกระเด็น

            "ไม่แน่ใจครับ แล้วทำไมท่านแม่ถึงอยากกินเอาตอนนี้"

            ผมถามกลับด้วยสีหน้าที่แสดงความสงสัยออกไปอย่างเต็มที่ และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเราถึงพูดคุยกันด้วยภาษาสุภาพนัก ความจริงลุงปันเป็นคนเริ่ม เวลาแชตกันมันชอบพิมพ์แบบมีหางเสียงตลอดเลยลามมาติดตอนคุยกันปกติด้วย หรือจะพูดอีกอย่างก็คืออยากกวนตีนจนสุดท้ายมันติดเป็นนิสัยไปแล้ว

            "อารมณ์ผู้หญิงนั้นยากจะเข้าใจ"

            "เพราะฉะนั้นคบผู้ชายดีกว่า"

            "อันนี้ไม่น่าจะเกี่ยว"

            ลุงปันทำหน้าเหนื่อยใจใส่ เมื่อหาคำตอบเกี่ยวกับร้านน้ำเต้าหู้ที่ต้องการจากผมไม่ได้สักนิด เลยต้องถามอะไรที่มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาสักหน่อย

            "แล้วปกติซื้อที่ไหน"

            "ในตลาดไง แต่ตอนนี้ร้านน่าจะเก็บกันหมดแล้ว"

            "ก็สามทุ่มกว่าแล้ว"

            ตลาดที่ลุงปันพูดถึงคือตลาดใหม่ที่ซึ่งเป็นป้ายสุดท้ายของรถโดยสารเกือบทุกชนิด มีของขายเยอะแยะมากมายตั้งแต่เสื้อผ้ายันของสด คลินิกเสริมความงาม ร้านทอง ร้านเสริมสวย ร้านขายอาหารหมาแมวก็มี แต่ร้านใดๆ ที่ว่ามานั้นล้วนปิดเร็วตั้งแต่ยังไม่สองทุ่ม จะเหลือก็แค่เซเว่นอีเฟลเว่นเพื่อนแท้ยามหิว ที่ถึงแม้จะมีน้ำเต้าหู้ขายเหมือนกันแต่ไม่ใช่อย่างที่ท่านแม่ของลุงปันอยากกิน

            "ก็ตลาดหน้าสวนไง ผ่านทุกวันไม่ใช่เหรอ เคยเห็นร้านน้ำเต้าหู้บ้างมั้ย"

            ลุงปันมันยังเซ้าซี้ผมไม่เลิก ก็ถูกของท่านเพื่อนที่ผมต้องนั่งรถผ่านหน้าสวนทุกวัน แต่ใช่ว่าผมจะมีอารมณ์เชยชมวิวข้างทางที่ไม่ได้ชวนให้มองเสียหน่อย ป้ายที่ผมลงคือสุดสายที่หน้าตลาดใหม่ ซึ่งอยู่ถัดไปอีกป้าย ฉะนั้นแล้วเรื่องตลาดหน้าสวนผมไม่เชี่ยวชาญ พอๆ กับมันที่นานๆ ทีจะโผล่หัวมาตลาดสักครั้งเพราะทำงานแถวบ้านแทบไม่ต้องกระดิกตัวไปไหน

            "เดี๋ยวค่อยเดินไปดู" ผมตัดปัญหาโดยการบอกปัด มันต้องมีสักร้านล่ะวะไอ้น้ำเต้าหู้เนี่ย

            "ถ้าซื้อไปให้ไม่ได้ท่านแม่เฉาะหัวแน่"

            นั่นก็ปัญหาของคุณมึงแล้วเพื่อน

 

            ฝ่าดงรถติดที่วันหยุดก็ยังติดเพราะเส้นทางนี้กำลังสร้างรถไฟฟ้าที่น่าจะได้ใช้งานจริงๆ ในอีกหลายปีข้างหน้า นั่งก้นติดเบาะเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะมาถึงตลาดหน้าสวนทั้งที่ระยะทางไม่ได้ไกลกันเลยสักนิด

            ลงรถแล้วก็จ่ายเงินคนละสิบห้าบาทที่แสนจะแพง จากนั้นผมกับลุงปันก็ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ เราถูกทิ้งไว้หน้าร้านขายยาที่เดินไปทางขวาจะเป็นตลาดหน้าสวน แต่ถ้าเดินไปทางซ้ายจะเจอแฟมิลี่มาร์ทกับพวกร้านขนมอีกสองสามร้าน ซึ่งเมื่อมานึกๆ ดูแล้วมันก็เริ่มจะคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน

            "ตรงหน้าซอยเหมือนจะมีร้านอะไรไม่รู้ ไปดูมั้ย" ผมชี้ไปฝั่งแฟมิลี่มาร์ท ถ้าจำไม่ผิดมันจะมีปลาหมึกย่าง ส่วนน้ำเต้าหู้นั้นไม่อาจทราบได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่

            "ซอยมานะมีชัยอ่ะนะ"

            "ไม่รู้ ไม่เคยจำชื่อซอย"

            ลุงปันมันทำตาขีดใส่ผม อารมณ์เหมือนเบื่อจะคุย แต่นี่เพื่อนก็ช่วยเต็มที่แล้ว ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ตลาดหน้าสวน จะไปรู้จักทุกร้านได้ยังไง

            "ไปดูเดี๋ยวก็รู้เอง"

            ก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ผมก็เดินนำหน้าลุงปันไปตามทางที่บอก ผ่านแฟมิลี่มาร์ต เจอร้านขายปลาหมึกย่างที่ผมจำได้ว่าอยู่หน้าซอย ส่วนร้านน้ำเต้าหู้นั้น...

            "อยู่นั่นไง"

            มันต้องมีสิน่า

            ลุงปันยิ้มกว้างเดินแซงผมข้ามไปฝั่งตรงข้ามของซอยซึ่งร้านน้ำเต้าหู้ตั้งอยู่ มีเมนูให้เลือกสรรหลากหลาย ทั้งแบบธรรมดา ชาเขียว เต้าฮวยน้ำขิง หรือจะเป็นขนมปังสังขยาก็มี

            "เอาธรรมดาหนึ่งถุงครับ แล้วก็ชาเขียวหนึ่งถุง"

            สาวใหญ่เจ้าของร้านที่ดูเหมือนจะมีเชื้อจีนตักน้ำเต้าหู้ตามออร์เดอร์ที่ลุงปันสั่ง ผมยืนมองป้ายเมนูแล้วก็ชักอยากจะลองกินขึ้นมา ไหนๆ ก็พาเพื่อนมาแล้ว ซื้อกลับไปฝากที่บ้านด้วยจะเป็นไรไป

            "ของผมเอาสามถุงครับ ไม่ใส่แมงลักหนึ่งถุง"

            ผมรับน้ำเต้าหู้สามถุงราคายี่สิบสี่บาทมาถือไว้ เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจพาลุงปันตามหาร้านน้ำเต้าหู้ให้ท่านแม่ เท่านี้ก็รอดพ้นจากการโดนแม่เฉาะกบาลแล้วเพื่อน

 

            น้ำเต้าหู้อุ่นๆ ไร้เม็ดแมงลักในแก้วมัคสีขาวใบโปรดวางบนโต๊ะหน้าทีวีคู่กับโดนัทสตรอเบอรี่ฟลาวเวอร์ที่แม่ซื้อมาฝากซึ่งดูไม่น่าจะเข้ากันได้นัก หวานชนหวาน น้ำตาลขึ้นแน่งานนี้

            ผมยกแก้วน้ำเต้าหู้ขึ้นดื่มแล้วก็ต้องแปลกใจกับรสชาติที่อร่อยกล่อมลงอย่างลงตัว รสชาติปกติของร้านที่ผมไม่ได้สั่งอะไรเพิ่ม ไม่หวานเกินไม่จืดไป เอาเป็นว่าถูกปากและถูกใจผมยิ่งนัก

            เพลิดเพลินกับน้ำเต้าหู้ได้ครึ่งแก้วผมก็หยิบโดนัทมากิน มันหวานจนต้องยิ้มตาปิด แต่กินได้ไม่ถึงกับแย่นัก กินเพลินๆ ไปแป๊บเดียวก็หมดชิ้น ผมเลยหยิบแก้วน้ำเต้าหู้มาดื่มอีกครั้ง แล้วก็ลืมไปเสียสนิทว่าต่อมรับรสหวานมันถูกกระตุ้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นน้ำเต้าหูแก้วนี้มันเลย...จืดสนิท

            แต่ถึงจะจืดผมก็ยังดื่มมันจนหมดไม่เหลือแม้กระทั่งลูกเดือยแสนมีประโยชน์ติดก้นแก้วที่พยายามใช้นิ้วเขี่ยเอา จัดการจนไม่เหลือแม้น้ำสักหยดก็มองแก้วมัคใบโปรดด้วยความรู้สึกอันเปี่ยมล้นอย่างบอกไม่ถูก อร่อย ถูก แล้วก็อร่อย มีแต่คำว่าอร่อยเต็มไปหมด แม้จะโดนรสชาติหวานขอโดนัทกลบไปก็ตาม

            เหมือนจะติดใจน้ำเต้าหู้ร้านนี้เข้าซะแล้วสิเรา

 

            พออายุมากขึ้นความกระตือรือร้นของผมก็ชักจะหมดลงเรื่อยๆ กว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้านก็หมดแรงจะทำอะไรต่อมิอะไรต่อ แต่อย่าเพิ่งพูดถึงตอนถึงบ้านแล้วเลย เพราะตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาหกโมงห้าสิบห้านาทีผมยังติดแหง็กอยู่บนถนน หลับไปหลายตื่นจนคืนนี้ไม่ต้องนอนเลยยังได้

            เวลาร่วมชั่วโมงที่อยู่บนท้องถนนของผมมักหมดไปกับการงีบหลับและฟังเพลง มองวิวที่คุ้นเคย ปล่อยให้ความคิดไหลไปเรื่อยๆ ตามบทเพลง พยายามทำตัวให้ผ่อนคลายท่ามกลางความน่าเบื่อ

            เพราะได้ที่ทำงานไกลบ้านบางทีผมก็นึกอิจฉาลุงปันอยู่เหมือนกันที่ได้ดูแลกิจการร้านแก๊สของครอบครัว เรารู้จักกันตอนเรียนมอปลาย พอขึ้นมหาวิทยาลัยก็เรียนคนละที่ ผมจบรัฐศาสตร์ ส่วนลุงปันจบรัฐประศาสนศาสตร์ ผมได้งานเป็นนักวิเคราะห์นโยบายที่บริษัทแห่งหนึ่งทำงานมาได้สี่ปีแล้วทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี ผมหมายถึง ชีวิตราบเรียบเป็นปกติ

            ส่วนชื่อท่านเพื่อนที่ผมเรียกว่าลุงปันนั้นความจริงแล้วลุงปันชื่อปันเฉยๆ ผมหมายถึงชื่อ ปัน คำเดียวไม่ได้มีเฉยๆ ต่อท้าย แต่ที่เรียกลุงปันเป็นเพราะนิสัยลุงๆ ของมัน ชอบทำตัวเหมือนคนแก่ แม้อายุอานามพวกเราจะเข้าใกล้เลขสามในอีกไม่กี่ปีก็เถอะ อีกอย่างมันชอบเต๊าะเด็ก ซึ่งทุกวันนี้ลุงปันก็ยังพยายามจีบเด็กอยู่

            พอได้ฟังเพลงแล้วระลึกถึงความหลังเกี่ยวกับลุงปันถนนก็ดันโล่งขึ้นมาดื้อๆ วิ่งฉิวมาแป๊บเดียวก็ใกล้ถึงที่หมาย ผมเปิดกระเป๋าสตางค์เตรียมเงินสำหรับจ่ายตอนลง แต่พอรถติดตรงสี่แยกก่อนถึงตลาดหน้าสวนกลับลังเลขึ้นมาเสียอย่างนั้น อยู่ๆ ก็อยากกินน้ำเต้าหู้ขึ้นมา

            "ป้ายหน้าด้วยครับ"

            ผมบอกพี่คนขับ ที่ทั้งรถเหลือผมกับพี่ผู้หญิงอีกคน แต่ด้วยสภาพการจราจรที่แสนติดขัดทำให้รถไม่สามารถจอดตรงป้ายได้ หรือพี่แกไม่อยากจอดให้ผมก็ไม่รู้ ทำให้เลยร้านน้ำเต้าหู้มาไกลโข เสียเวลาต้องเดินย้อนกลับไปอีก แต่เพื่อของกินเดินแค่ไม่กี่เมตรสบายมาก

            ที่หน้าร้านมีลูกค้าอยู่สองคน ผมยืนต่อคิวคิดเมนูรอไปพลางๆ ซึ่งคงไม่ซื้ออะไรอื่นนอกจากน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เม็ดแมงลักเหมือนเดิม แต่จะว่าไปขนมปังสังขยาก็ดูน่ากินดีเหมือนกัน

            ยืนคิดได้แป๊บเดียวก็ถึงคิว ผมมองหน้าคนขายกำลังจะอ้าปากสั่งแล้วก็ต้องแปลกใจที่วันนี้แม่ค้าหน้าตาเปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กผู้ชายตัวสูงหน้านิ่งไม่รับแขก ใส่เสื้อยืดสีเทากับกางเกงนักเรียนสีดำ แขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาแลดูดูสุขภาพดี สีใกล้เคียงกับน้ำเต้าหู้

            "เอาอะไรครับ" เสียงทุ้มนิ่งถามผมเหมือนไม่อยากขาย ผมเผลอสบตาไร้อารมณ์คู่นั้นแล้วอยู่ๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมา เลยต้องเปลี่ยนจุดพักสายตามาที่แขนสุขภาพดีนั้นแทน

            หน้านิ่ง ตัวสูง ดูเย็นชา นี่มันแฟนเด็กในฝันของผมเลยให้ตายเถอะ

            "ไม่ใส่แมงลักหนึ่งถุงครับ"

            ผมมองแขนที่ขยับตักเครื่องสามอย่างใส่ถุง ตักน้ำเชื่อมเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนเปิดฝาหม้อตักน้ำเต้าหู้ใส่ หยิบหนังยางมามัดด้วยความคล่องแคล่ว ยิ่งเห็นเส้นเลือดที่ปูดออกมาตามมือกับแขนยิ่งทำให้ใจเต้นแรงกว่าเดิม

            น้องน้ำเต้าหู้คนนี้ร้ายกาจชะมัด นอกจากจะมัดถุงเก่งแล้วยังมัดใจผมได้ตั้งแต่แรกเจอ

            น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เม็ดแมงลักถูกจับใส่ถุงหิ้วแล้วยื่นมาให้ผมแลกกับแบงค์ยี่สิบ น้องเขาเขี่ยหาเหรียญในกระป๋องก่อนทอนเงินมาให้สิบสองบาท เป็นอันเสร็จสิ้นการซื้อขายโดยสมบูรณ์

            รวดเร็วจนทำใจไม่ทัน

            ผมก้าวถอยหลังขณะที่สายตายังมองน้องน้ำเต้าหู้ที่เดินกลับไปนั่งเล่นมือถือ ก่อนจะหันไปโฟกัสขนมปังสังขยาที่อยู่ในตู้ ลืมไปเสียสนิทว่าจะซื้อไปลองกินด้วย เพราะความหล่อกับแขนสุขภาพดีของน้องแท้ๆ ที่ทำให้ผมลืมทุกอย่างไปจนหมดสิ้น

            ครั้งหน้าต้องแก้มือ

 

            มือถือผมสั่นรัวๆ เพราะโดนเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก่อกวนอย่างหนัก ลุงปันรัวข้อความมาในกล่องข้อความส่วนตัวของอินสตาแกรม เหตุเพราะสตอรี่ที่ผมเพิ่งลงไปเมื่อสองนาทีก่อน

            เพื่อนใคร ทำไมทันเหตุการณ์จริงๆ

 

            punnummaipentua : มันหมายความว่ายังไงอิงครัช

            punnummaipentua : น้องน้ำเต้าหู้คือใคร

            punnummaipentua : ร้านที่เราไปซื้อกันวันนั้นใช่มั้ย

            punnummaipentua : คนขายเป็นป้าแก่ๆ นี่

            punnummaipentua : นายจะเรียกป้าเขาว่าน้องไม่ได้นะ

 

            ผมไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้ลุงปันตีความไปไกลได้ขนาดนี้ กับแค่คำว่าน้องน้ำเต้าหู้กับอีโมรูปหัวใจดวงเดียว

 

            ing.ka.rach : ใจเย็นก่อนลุงปัน

            ing.ka.rach : ไม่ได้หมายถึงป้าคนนั้น

            punnummaipentua : แล้วหมายถึงใคร

            punnummaipentua : ไหนส่งรูปมาดูซิ

            punnummaipentua : อยากรู้นักว่าใครบังอาจมาทำให้อิงครัชกลายเป็นใจง่ายแบบนี้

            ing.ka.rach : เราว่ามันจะไปกันใหญ่แล้วล่ะ

 

            ผมล่ะปวดหัวกับเพื่อนตัวเอง ไหนจะเริ่มเวียนหัวเพราะเล่นมือถือบนรถตู้อีก ต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะว่าระหว่างทำให้ลุงปันมันหยุดเล่นใหญ่กับผมอ้วกเพราะเมารถอะไรจะเกิดก่อนกัน

 

            punnummaipentua : สำหรับอิงครัชไม่มีอะไรเล็ก

            ing.ka.rach : หมายความว่าไง

            punnummaipentua : อย่ามาไขสือ

            ing.ka.rach : จริงๆ เราไม่เล็กนะ

            punnummaipentua : แต่เล็กกว่าเรา

            ing.ka.rach : หมายถึงอะไร

            punnummaipentua : พอเถอะ

            punnummaipentua : นายกำลังพาเรานอกเรื่อง

 

            อยากจะเถียงว่าไม่ใช่ผมสักหน่อยที่พาออกนอกเรื่อง แต่ต้องข่มความโกรธเกรี้ยวเล็กๆ นี้เอาไว้ในใจเพราะเดี๋ยวจะคุยไม่จบสักที

 

            punnummaipentua : จะบอกได้หรือยังว่าน้องน้ำเต้าหู้คือใคร

            ing.ka.rach : ลุงปันไม่รู้จักหรอก

            punnummaipentua : อย่าให้ต้องถามซ้ำ

            ing.ka.rach : ลูกชายร้านน้ำเต้าหู้ครับ

            punnummaipentua : ก็แค่นี้

            punnummaipentua : วันหลังจะไปดูหน้า

            ing.ka.rach : อย่ามาเลย

            ing.ka.rach : เดี๋ยงลุงปันมาแย่งเรา

            punnummaipentua : อะไรทำให้พิภูมองเพื่อนเป็นคนแบบนี้

            ing.ka.rach : ขอโทษครับ

            punnummaipentua : สำนึกแล้วก็ดี

            punnummaipentua : เราให้อภัย

 

            ผมรู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะอ้วก ไหนจะเมารถไหนจะปวดหัวกับเพื่อนจนต้องควักยาดมออกมาดม คงต้องบอกลาลุงปันก่อนจะมีอะไรพุ่งออกมาจากปากจริงๆ

 

            ing.ka.rach : ลุงปันเราเวียนหัว

            punnummaipentua : อ่าว เป็นอะไรมากมั้ย

            ing.ka.rach : เพราะคุยกับคุณมึงนี่แหละ

            punnummaipentua : ถึงกับขึ้นมึง

            punnummaipentua : เสียใจ

            ing.ka.rach : ไม่ตอบแล้วนะ

            punnummaipentua : คนไม่สำคัญก็งี้

            ing.ka.rach : แล้วแต่

 

            ผมกดออกจากไอจีล็อกหน้าจอมือถือแต่เครื่องยังสั่นไม่เลิกเลยต้องหยิบมันขึ้นมาอ่านแจ้งเตือนที่ค้างอยู่บนหน้าจอ

 

            punnummaipentua : ไม่ง้อหน่อยเหรอ

            punnummaipentua : ไปจริงดิ

            punnummaipentua : ไอ้อิงครับ

            punnummaipentua : โอเค

            punnummaipentua : กลับถึงบ้านแล้วบอกด้วย

 

            บางทีก็แอบเบื่อเพื่อนขึ้นมานิดๆ เหมือนกัน

 
tbc

 
มาเปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว ฮ่าๆๆ
เรื่องจะเบาๆ นะคะ อ่านแล้วไม่ต้องคิดมาก
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ติดตามจ้า...   :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
อ๋อยยยยยยย ชอบจังเลย  :katai2-1:

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
คนเขียนบรรยายสะจนเราใจเต้นตามอิงครัชเลย

 :pig4:

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ติดตามค่าาา
อยากรู้จักน้องน้ำเต้าหู้ อุอุ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

จากหัวเรื่องที่โปรย

เด็กมันปิ๊งก่อนไม่ใช่เหรอ?

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
มาต่อโดยพลัน นะ

จะรอ


ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 2 ขาดหวาน


            กดชัตดาวน์คอมพิวเตอร์ตอนสี่โมงห้าสิบเก้านาที เก็บของไปพลางระหว่างรอเวลา หันกลับมามองอีกทีหน้าจอคอมฯ ก็ดับเรียบร้อย พร้อมกับเข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมืดที่ขยับมาชี้เลขสิบสอง

            หมดเวรหมดกรรมสำหรับวันนี้

            "จะกลับแล้วเหรอ"

            เชื่อว่าหากได้ยินเสียงหัวหน้าทักตอนเลิกงานเป็นใครก็ต้องมีสะดุ้งกันบ้าง แต่กับหัวหน้าของผมน่ะ จะว่ายังไงดี แผนกผมนับแล้วนับอีกนับหลายๆ รอบยังไงก็นับได้แต่สองคน เราเลยเหมือนเพื่อนกันมากกว่า หรืออาจจะมีบางทีที่มากกว่าเพื่อนไปนิดนึง

            "เลิกงานแล้วจะอยู่ทำไมล่ะครับ"

            "รีบกลับหรือเปล่า"

            เปิดมาแบบนี้ผมคงไม่ได้กลับบ้านง่ายๆ แน่

            "แล้วคุณภามต้องการอะไรล่ะครับ"

            ท่านหัวหน้าหัวเราะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะผมติดนิสัยพูดเพราะกับทุกคนไปแล้ว แม้จริงๆ แค่อยากกวนประสาทเล่นก็ตาม แต่ที่คนฟังหัวเราะเป็นเพราะรู้ว่าผมถามเพื่อบ่ายเบี่ยงทั้งที่รู้ความต้องการอยู่แล้วมากกว่า

            ก็วันนี้ผมอยากรีบกลับบ้านไปนอนนี่

            "ไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ" แต่ท่านหัวหน้าผมมันไม่ยอม

            "กินข้าวอย่างเดียวเหรอ"

            "คืนนี้ค้างที่คอนโดได้มั้ยล่ะ"

            "คุณภามก็รู้ว่าผมไม่มีคอนโด ผมอยู่บ้าน"

            "โอ๊ย อิงครัช"

            โอ๊ยเกลียด ทำไมมีแต่คนเรียกผมว่า อิง-ครัช มองบนใส่ไปหนึ่งที ท่านหัวหน้าก็ทำสีหน้าเหนื่อยใจใส่ก่อนยืนท้าวเอวมอง

            "เรียกชื่อยังไม่ถูกเลย"

            "แล้วต้องทำยังไงล่ะครับ"

            "คิดเองครับคิดเอง"

            แค่ไม่ได้ร่วมเตียงกันสองอาทิตย์ความสามารถตกหรือไงท่านหัวหน้า ช่างอ่อนหัดนัก บอกไว้ก่อนเลยว่านี่แค่เริ่มต้น ถ้าไม่สู้ก็ยอมแพ้ไปซะเถอะ ตื๊ออีกสิตื๊ออีก

            "คืนนี้กลับคอนโดภามนะครับ"

            "แล้ว..."

            "ต้องให้พูดเหรอ"

            "ก็ถ้าไม่พูดผมจะรู้มั้ยครับ"

            "อยากกอดครับ เดี๋ยวพาไปกินข้าว แล้วคืนนี้ค้างคอนโดภาม โอเคนะ"

            อยากจะเล่นตัวอีกสักนิดแต่ก็เห็นแก่มื้อเย็นฟรี ช่วงนี้ผมเองก็ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานแล้วเหมือนกัน ว่าแต่สองอาทิตย์นี่มันนานมั้ยนะ

            "สรุปว่า?"

            "ไปจ้า"

            "ก็แค่นี้" โดนจิ้มหน้าผากหนึ่งทีจนเกือบหงายตกเก้าอี้ แกล้งผมได้แล้วท่านหัวหน้าก็เดินยิ้มกว้างกลับไปที่โต๊ะ

            แก่กว่าแค่ปีเดียวเองแถมยังเป็นหัวหน้าก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์มาทำแบบนี้นะ อยากจะตะโกนว่ากลับไปแต่ก็ต้องหยุดปากตัวเองไว้ ทั้งข้าวฟรี ที่นอนฟรี แถมยังได้ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กลับมาอีก จะว่าไปท่านหัวหน้าก็ให้อะไรผมเยอะเหมือนกันนะ

            ถึงจะไม่ใช่แฟนกันก็เถอะ

 

            punnummaipentua : วันนี้เงียบ ไม่ได้แวะมาหาน้องหู้เหรอ

 

            มาแล้วเพื่อนสมัยมัธยมคนที่เหลืออยู่ของผม ตั้งแต่ลงสตอรี่เกี่ยวกับน้องร้านน้ำเต้าหู้ในไอจีไปคราวก่อนลุงปันก็ดูใส่ใจเรื่องของเพื่อนขึ้นเยอะเลย

            มองหน้าจอมือถือแล้วก็ลังเลว่าจะตอบหรือไม่ตอบดี หนึ่งคือผมไม่ค่อยชอบเล่นโทรศัพท์บนรถเพราะมันจะทำให้เวียนหัว สองคือผมอยู่กับท่านหัวหน้า เรากำลังมุ่งหน้ากลับคอนโดหลังจากสุขสำราญกับมื้อเย็น ถ้าเล่นมือถือก็กลัวว่าแสงจะไปแยงตาสารถีเข้า อีกอย่างตอนนี้เป็นเวลาของคุณภามเขา เวลาของเพื่อนน่ะรอไปก่อน

            ว่าแต่ไอ้ลุงปัน เรียกน้องสุดหล่อของผมว่าน้องหู้เลยเหรอ

            ผมคว่ำหน้ามือถือลงบนตักแล้วเหล่มองท่านหัวหน้าที่หันมาสบตากันพอดี คุณภามยิ้มให้ก่อนหันกลับไปมองถนนตรงหน้า ท้องฟ้ามืดแล้ว ท้องถนนเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถและสีสันตามข้างทาง วิวอันแสนน่าเบื่อที่ผมเห็นมาทั้งชีวิต

            "อารมณ์ดีเนอะ" ผมทักหลังจากปล่อยให้ระหว่างเราตกอยู่ในความเงียบอยู่นาน

            "ได้กลับบ้านพร้อมอิงทั้งที"

            "ไม่เขินนะ ไม่ได้ผล"

            คนฟังหัวเราะก่อนถามต่อ

            "แล้วต้องทำไงล่ะครับบอกหน่อย"

            "ให้มันเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว"

            จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดของเราเริ่มจากต่างฝ่ายต่างรู้รสนิยมของกันและกัน ยังนึกแปลกใจไม่หายที่ตอนนั้นเขาขอผมออกมาตรงๆ แล้วผมดันเออออเล่นตามไปด้วย แต่เราก็เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่มีผลประโยชน์ต่อกัน ผมไม่ได้ชอบคุณภาม ผ่านมาจนตอนนี้แล้วก็ยังไม่มีความคิดแบบนั้นเข้าผมในหัว แต่กับอีกฝ่ายผมไม่รู้และไม่อยากถาม ไม่ได้สนใจด้วยว่ามุกที่ชอบมาพูดหยอดใส่กันบ่อยๆ นั้นหวังผลประโยชน์แค่ไหน

            "เป็นแค่ลูกน้องกับหัวหน้าก็พอครับคุณภาม" เพราะผมขีดเส้นไว้ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว

 

            ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังผมก็สะดุ้งตื่น แต่ยังขยับไปไหนไม่ได้เพราะโดนคนข้างๆ กอดเอาไว้ หยิบมือถือมาตั้งใจจะดูเวลาแต่ความสนใจถูกดึงไปที่ข้อความของลุงปันเสียก่อน รัวอะไรมาเยอะแยะตั้งแต่เมื่อคืน

 

            punnummaipentua : นี่คุณหายไปไหนครับ

            punnummaipentua : ว่าจะไปดูหน้าน้องหู้ซักหน่อย

            punnummaipentua : จะไม่ตอบเพื่อนจริงดิ

            punnummaipentua : ทำอะไรอยู่ครับคุณ

 

            ผมแงะแขนท่านหัวหน้าออกก่อนม้วนตัวออกจากผ้าห่มลุกขึ้นมานั่งกดมือถือดีๆ ถึงจะเป็นเวลาของคุณภามเขาแต่เจ้าตัวหลับอยู่คงไม่เป็นอะไร

           

            ing.ka.rach : โทษทีครับเพิ่งตื่น

            punnummaipentua : ตื่นป่านนี้ไปทำงานทันเหรอ

 

            พอถูกทักผมถึงได้ดูเวลาแบบจริงๆ จังๆ จำไม่ได้ว่าตั้งปลุกไว้กี่โมง แต่ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงยี่สิบห้า คอนโดคุณภามอยู่ใกล้ที่ทำงานยังไงก็ไปทัน ส่วนบ้านผมน่ะเหรอ ถ้าเพิ่งตื่นเอาเวลานี้ก็ลาป่วยไปเลยดีกว่าไปสายให้เสียประวัติ

 

            ing.ka.rach : ทันครับ พอดีไม่ได้อยู่บ้าน

            punnummaipentua : มันยังไงนะ

            ing.ka.rach : มีธุระนิดหน่อยกับคนคุ้นเคย

            punnummaipentua : โอเค เข้าใจ

 

            เรื่องท่านหัวหน้าลุงปันเองก็รู้ โดนบ่นมานิดหน่อยแต่ชีวิตใครชีวิตมันไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย ก็เลยทำได้แค่เตือนกันตามประสาเพื่อน

           

            punnummaipentua : เป็นปีแล้วเมื่อไรจะคบ

            ing.ka.rach : ใครบอกจะคบ

            punnummaipentua : ลีลาจริงๆ

            ing.ka.rach : แค่ friend with benefits

            punnummaipentua : อย่าให้รู้ว่าหลงจริง

            ing.ka.rach : ถ้าหลงคงหลงไปตั้งนานแล้ว

 

            มองจากดาวพลูโตก็รู้ว่าลุงปันน่ะแอบเชียร์ท่านหัวหน้า อยากให้ผมมีแฟนเป็นตัวเป็นคนสักทีแต่เพื่อนคนนี้น่ะยังไม่อยากเอาตัวเองไปผูกมัดกับใคร เพราะถ้ามีแฟนก็จะเต๊าะน้องร้านน้ำเต้าหู้ไม่ได้ ก็น้องคนนี้น่ะถูกสเป็กจัดจ้าด

            ลุงปันยังไม่ตอบอะไรกลับมา ท่านหัวหน้าเองก็ดูเหมือนจะตื่นแล้วเช่นกันเพราะได้ยินเสียงเสียดสีกันของผ้าอยู่ด้านหลัง แต่ยังไม่ทันได้หันกลับไปมองก็โดนจู่โจมจากข้างหลังเสียก่อน

            "ใครจะอาบน้ำก่อน หรืออาบพร้อมกัน" เจ้าของอ้อมกอดเอ่ยถาม

            "คุณภามอาบก่อนเลยครับ"

            "ก็ได้"

            ปลายจมูกฝังลงมาบนแก้ม ผมหันไปสบตา ท่านหัวหน้ายิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม สายตาคู่นั้นละจากดวงตาเลื่อนลงมาโฟกัสอวัยวะที่ต่ำกว่าก่อนจะขยับเข้าหาด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม แต่ว่าผมไวกว่า

            "บอกแล้วไงครับว่าไม่"

            "โอเค ยอมแพ้แล้ว" ท่านหัวหน้าคลายอ้อมกอดออก ลุกขึ้นจากเตียงหากแต่รอยยิ้มยังแต้มที่ริมฝีปาก รู้หรอกว่าคงไม่ได้คิดยอมแพ้จริงๆ

            ถึงจะมีเซ็กซ์กันมากี่ครั้งแต่ผมไม่เคยยอมให้ท่านหัวหน้าจูบแม้แต่ครั้งเดียว จูบน่ะมันต้องใช้ความรู้สึก แล้วเรื่องที่ต้องใช้ความรู้สึกแบนั้นผมไม่อยากทำมันหรอก

 

 

            เมื่อวานไม่ได้กลับบ้านวันนี้ผมเลยตั้งใจจะแวะร้านน้ำเต้าหู้เพื่อไปดูหน้าน้องสุดหล่อให้หายคิดถึงเสียหน่อย บอกคนขับตอนรถวิ่งใกล้ถึงป้าย พี่คนขับก็แสนใจดีจอดเลยไปให้ตั้งไกล เลยต้องเดินย้อนกลับมาให้เสียเวลาอีกเกือบนาที แต่ไม่เป็นไรผมไม่โกรธ คิดซะว่าเป็นการเดินออกกำลังกายก่อนไปเจอสุดหล่อ

            เห็นเป้าหมายอยู่ในสายตาผมก็เริ่มคีพลุคนิ่งขรึม ก้าวช้าๆ เข้าหาแบบไม่เกร็งเลยสักนิด ต้องไม่ตื่นตูม เดี๋ยวพ่อค้ารู้ว่ามาซื้อน้ำเต้าหู้แบบมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง

            มือถือที่กำลังเล่นอยู่ถูกวางทิ้งไว้เมื่อลูกค้ามายืนหน้าร้าน ผมพยายามเหล่มองแต่โหลใส่เม็ดแลงลักมันบดบังทัศนวิสัย เป็นศัตรูคู่อาฆาตของผมจริงๆ ขอปฏิญาณตนเลยว่าผมจะไม่กินไอ้เม็ดดำๆ พองๆ นั่นชั่วชีวิต

            "เอา?" น้องสุดหล่อถามออกมาคำเดียวพลางเลิกคิ้ว นี่ถ้าไม่รู้ว่าขายน้ำเต้าหู้ผมต้องเผลอคิดไปไกลแล้วแน่ๆ อยู่ดีๆ ก็มาพูดคำสองแง่สองง่ามแบบนี้

            "ไม่ใช่เม็ดแมงลักหนึ่งถุงครับ"

            พ่อค้าสุดหล่อหยิบถุงตักเครื่องใส่ตามออเดอร์จากลูกค้า เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมจะได้ลอบสังเกตอีกฝ่ายขณะขยับร่างกาย ไล่จากผมสีดำขลับ เสียดายที่มองไม่เห็นใบหน้าเพราะกำลังก้มอยู่ ไล่ลงมาอีกนิดเพื่อไปที่แขน แต่กลับโดนโบกเรียกด้วยเส้นด้ายสีน้ำเงินที่ปักเป็นตัวอักษรอ่านได้ว่า ‘อภิชา’

            ชื่อหล่อเหมือนหน้าเลย

            ตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุงแล้วก็หยิบหนังยางมารัด เก่งเหมือนเดิมจนอยากจะชมอีกหลายๆ รอบ รวมถึงหน้านิ่งๆ แสนเย็นชานี้ด้วย อยากจะบอกเหลือเกินว่าตรงใจ

            ภายในใจกำลังยิ้มเบิกบานแต่ต้องแสร้งทำหน้านิ่งตอนรับถุงน้ำเต้าหู้มา หมดเวลาแล้วสำหรับการพบเจอกันในวันนี้ หันหลังแล้วเดินจากมาด้วยความเสียดาย แต่อย่างน้อยก็ได้ข้อมูลใหม่แสนสำคัญเพิ่มมา ว่าอภิชานั้นเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน แถมยังอยู่มอหกแล้วด้วย

            ถึงจะยังไม่รู้อายุที่แน่ชัด แต่ก็เหมือนจะเดินห่างออกมาจากคุกแล้วนิดนึง...ล่ะมั้ง

            ช่างมันเถอะ

 

 

            น้ำเต้าหู้อุ่นๆ ในแก้วมัคสีขาวใบเดิม ยิ่งนึกถึงหน้าคนตักให้ยิ่งดูน่าอร่อย ประคองแก้วด้วยสองมือก่อนยกขึ้นดื่ม ความอบอุ่นสัมผัสโดนลิ้น ลิ้มรสความอร่อยที่... ไม่อร่อยเหมือนครั้งก่อน

            จืดสนิท อภิชาลืมใส่น้ำตาลแน่ๆ

            โกรธ บอกเลยว่าโกรธมาก ไม่ได้สั่งหวานน้อย ไม่ได้พูดเลยสักคำ แล้วมันยังไงกันฮะสุดหล่อ ลืมใส่น้ำตาลให้ลูกค้าแบบนี้ได้ยังไง แบบนี้มันต้องถ่ายรูลงไอจีสตอรี่

 

            ‘อภิชาลืมใส่น้ำตาลให้พี่!’

 

            โพสต์เสร็จก็วางมือถือมองแก้วมัคสีขาวด้วยความเจ็บปวดใจ ผมเป็นพวกติดหวาน ถามว่าแบบนี้กินได้มั้ยมันก็กินได้ แต่มันไม่อร่อย!

 

            punnummaipentua : ใครอี๊ก

 

            ส่วนไอ้เพื่อนคนนี้ก็เร็วเหลือเกิน ผมเพิ่งลงไม่ทันถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ อย่างกับมีเรดาร์ตรวจจับเรื่องที่น่าสอดรู้สอดเห็นยังไงยังงั้น

 

            ing.ka.rach : น้องน้ำเต้าหู้

            punnummaipentua : นึกว่าเด็กใหม่

            ing.ka.rach : พักก่อน

 

            ถึงผมจะใจกว้างกับมนุษย์ร่วมโลกหลายๆ คน และดูเป็นคนไม่เลือกเท่าไรแต่จริงๆ ผมก็เรื่องเยอะนะ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มีมาเรื่อยๆ แต่คนที่จะมอบความรู้สึกจริงๆ ให้ได้มันเลือกยาก

 

            punnummaipentua : แล้วทำไมถึงรู้ชื่อ

            ing.ka.rach : วันนี้น้องใส่ชุดนักเรียนครับ กรุบๆ

            ing.ka.rach : เด็กโรงเรียนเราด้วย

            punnummaipentua : แบบนี้ต้องรีบไปดูหน้าแล้วครับ

            ing.ka.rach : หล่อครับ หล่อกว่าลุงปัน

            punnummaipentua : มันหยามกันชัดๆ

           

            พูดถึงความหล่อแล้วก็ชวนให้นึกถึงหน้านิ่งๆ ของอภิชาขึ้นมา อยากรู้ว่าเวลายิ้มจะเป็นยังไง จะมีมุมอื่นที่ชวนให้ค้นหาเยอะแค่ไหน คิดแล้วก็อยากจะนั่งรถกลับไปซื้อน้ำเต้าหู้ใหม่อีกถุง กำชับด้วยว่าอย่าลืมใส่น้ำตาล

            ผมไม่ได้ตอบกลับลุงปัน อีกฝ่ายก็เงียบไปแล้วเช่นกัน เลยต้องกลับมานั่งมองน้ำเต้าหู้รสชาติจืดสนิทในแก้ว แล้วก็เผลอถอนหายใจออกมา

            แกล้งกันได้นะอภิชา


tbc.

 
เมื่อไรคุณอิงครัชกับน้องน้ำเต้าหู้เค้าจะได้คุยกันจริงๆ เน้อ
จริงๆ แล้วใครจะปิ๊งใครก่อนมาติดตามกันค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
แอบปันใจให้หัวหน้า เรือผีที่ไม่มีวันเป็นจริงสินะคะ :sad4:
น้องอภิชาลืมจริงเพราะลืมหรือเขินพี่เขาจนลืมหรือแกล้งๆลืมหื้ม :hao3:

 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
น้องลืมจริงหรือแกล้ง  #เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้  o18

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ทำให้อยากกินน้ำเต้าหู้ เลย

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
รีบไปท้วงนะ 555555555555

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ pearlluv

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 รอค่ะ  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #16 เมื่อ05-01-2020 17:34:52 »


ตอนที่ 3 อดกิน


            ผมเกลียดโอที

            มองนาฬิกาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจว่าทำไมเวรกรรมวันนี้มันถึงได้มากมายก่ายกองนัก งานแผนกตัวเองก็ไม่ใช่ เป็นแบบนี้มันทุกปี พวกบัญชีถ้าคนไม่พอก็รับเพิ่มมาสิ ลำพังแค่ตามติดพวกคนใหญ่คนโต คิดโครงการ ทำแผนงบประมาณต่างๆ ก็หัวฟูจะแย่แล้ว ยิ่งช่วงจะเปลี่ยนงบใหม่เป็นแบบนี้มันทุกปี

            "หน้างอ"

            แล้วก็จะงอกว่าเดิมถ้าท่านหัวหน้ายังไม่หยุดทำหน้ากวนประสาทใส่

            "กลับบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ"

            "แล้วทำไมไม่ให้กลับตั้งแต่ห้าโมง"

            "เอ้า" ท่านหัวหน้าทำเป็นอุทานเหมือนตกใจไปงั้นแต่ยังเห็นยิ้มแฉ่งเหมือนเดิม

            "เหนื่อยอ่ะคุณภาม หัวจะระเบิดแล้ว"

            "งั้นคืนนี้ค้างคอนโดผมมั้ย จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลๆ"

            ได้ข่าวเพิ่งไปค้างมาเมื่อวันก่อน ได้ทีแล้วมันเอาใหญ่เลยนะนายคนนี้ ผมว่าถ้าไปค้างต้องเหนื่อยกว่าเดิมแน่ เพราะฉะนั้นต้องปฏิเสธ

            "ไม่เอาอ่ะ"

            "งั้นไปกินข้าวมั้ยก่อนกลับ"

            "ไม่เอา"

            "ไม่หิวเหรอ"

            "หิว แต่ไม่ไป"

            "เดี๋ยวก็ปวดท้อง"

            "ผมหากินเองได้ครับคุณภาม"

            ท่านหัวหน้าส่ายหน้าใส่ เพราะวันนี้เหนื่อยมากเลยใจแข็งเป็นพิเศษ

            "งั้นเดี๋ยวไปส่ง"

            "กลับเองได้"

            "ใจแข็งจังนะวันนี้"

            "ถ้าขึ้นรถคุณภามไม่มีทางได้กลับบ้านแน่นอน"

            คนฟังยิ้มจนเห็นแก้มบุ๋ม ผมรู้ทันท่านหัวหน้าหมดแล้ว ตะล่อมคนเก่งนัก แม้ความจริงจะเป็นเพราะความใจง่ายของผมด้วยก็เถอะ พอได้ขึ้นรถแล้วมันก็เหมือนก้าวเท้าเข้าสู่ความสบายไปแล้วก้าวหนึ่ง เลยคิดว่างั้นก็กลับคอนโดกับท่านหัวหน้าไปให้มันจบๆ เพราะไอ้ที่บอกว่าจะไปส่งน่ะก็แค่วินรถตู้ ยังไงผมก็ต้องดั้นด้นกลับบ้างเองอยู่ดี

            "ไม่ไปด้วยกันแน่นะ"

            "ไม่"

            "เดี๋ยววันนี้ไปส่งบ้านเลย"

            "ไม่ให้นอนนะ"

            "ไม่ได้ผลอีกละ"

            ถ้าให้ท่านหัวหน้าขับไปส่งถึงที่บ้าน กว่าจะกลับถึงคอนโดคงได้เวลาเริ่มงานพรุ่งนี้พอดี

            "งั้นกลับดีๆ เจอกันพรุ่งนี้"

            "ครับ คุณภามก็ขับรถดีๆ"

            เรายิ้มให้กันก่อนท่านหัวหน้าจะเดินกลับไปเก็บของที่โต๊ะ ส่วนผมน่ะปิดคอมฯ ยัดเครื่องคิดเลขใส่ในลิ้นชักตั้งแต่ได้ยินคำว่ากลัวบ้านแล้ว ระหว่างคุยกันก็เก็บของไปด้วย คุยเสร็จก็เก็บของเสร็จพอดี รีบสะพายกระเป๋าเดินหนีออกมาโดยไม่มีการล่ำลาเพื่อนร่วมงานที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นครั้งที่สอง

            บ๊ายบายนะเวรกรรม แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้

 

            ก้าวลงรถแล้วขาพับขาอ่อน อยากกระโดดกลับขึ้นรถอีกรอบก็ทำไม่ได้เพราะรถมันขับออกไปนู่นแล้ว ฟึดฟัดใส่ตัวเองไปหนึ่งทีด้วยความโมโห ต้องเป็นเพราะวันนี้ใช้พลังไปเยอะแน่ๆ สมองผมเลยทำงานช้า แทนที่จะลงป้ายสุดท้ายดันมาลงป้ายหน้าสวน แถมร้านน้ำเต้าหู้ของอภิชาก็ปิดแล้วด้วย

            สี่ทุ่มยี่สิบสี่นาที มองนาฬิกาแล้วเหมือนน้ำตาจะไหล

            ไหนๆ ลงผิดป้ายแล้วก็แวะเข้าแฟมิลี่มาร์ตมันซะเลย ผมหยุดยืนอยู่หน้าตู้น้ำตั้งใจจะหาอะไรเย็นๆ ดื่มให้สดชื่นขึ้นสักหน่อย เพราะยังเหลือการเดินทางอีกหนึ่งต่อกว่าจะถึงบ้าน

            หยิบเป๊ปซี่จากตู้มาหนึ่งกระป๋อง เดินเลาะฝั่งที่เป็นขนมนมเนยในตู้แช่ อยากหาขนมเอาไว้กินระหว่างทางเดินไปขึ้นรถ เนื่องจากสภาพร่างกายอันเหนื่อยล้าคาดว่าอาจจะมีโอกาสหมดแรงระหว่างทางสูงมาก หลังจากเลือกของได้เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เจอลูกค้าอีกคนเดินมาจากฝั่งตรงข้ามก่อนจะเลี้ยวเข้าช่องด้านขวาไป

            นั่นมันอภิชา!

            จิตใจที่ไร้ความรู้สึกเหมือนถูกช็อตจนกลับมาเต้นโครมคราม แข้งขาไร้เรี่ยวแรงกลับมามีกำลัง ความหม่นหมองในชีวิตเหมือนถูกพัดหายไปเพียงเพราะได้เห็นหน้าสุดหล่อเพียงเสี้ยววินาที นี่สินะที่เขาเรียกว่าพลังของอาหารตาชั้นเลิศ

            ไม่รู้ว่าอภิชาเห็นผมหรือเปล่า แต่ผมไม่ใช่วิญญาณยังไงก็คงต้องเห็น เพียงแต่จะจำได้หรือเปล่าว่าผมเป็นใคร ลูกค้าแต่ละวันมีเป็นร้อยคน กับผมที่เพิ่งเคยไปซื้อแค่ไม่กี่ครั้งจะอยู่ในส่วนไหนของความทรงจำอีกฝ่ายกันเชียว

            อยากเดินไปมองหน้าให้ชัดๆ แต่กลัวโป๊ะแตกว่าแอบมอง เลยใช้วิธีเหลือบตามองตาม เมื่อยนิดหน่อยแต่ด้วยส่วนสูงของอภิชาแล้วหาได้ไม่ยาก อีกอย่างในร้านตอนนี้มีลูกค้าแค่สองคนคือสองเรา ฮิ้ววว

            อภิชาเดินไปทางตู้น้ำ ชวนให้ลังเลว่าควรจะทำยังไงดี รีบกลับบ้านไปนอน แอบมองจนเธอออกไป หรือทักทายกันสักนิดหน่อย สมมุติว่าผมเลือกข้อสุดท้ายแล้วสุดหล่อจะงงมั้ยว่าไอ้ผู้ชายห่อเหี่ยวคนนี้มันเป็นใคร หรือสารภาพไปเลยดีว่าเป็นแฟนร้านน้ำเต้าหู้ของเธอ แอบมองอยู่นะจ๊ะแต่เด็กเกินไปไม่ได้คิดอะไรเกินเลยจริงๆ

            จะลีลาต่อไปก็คงไม่ได้อะไร เห็นอภิชากำลังเดินตรงไปที่แคชเชียร์เลยรวบรวมความกล้าทำทีเดินไปเจอกันพอดีแบบบังเอิ๊ญบังเอิญ มองหน้ากันแบบเลิ่กลั่กไปหนึ่งครั้ง นึกขึ้นได้เลยทำหน้าแบบตกใจใส่แล้วทักออกไป มันเนียนเชื่อสิว่ามันโคตรจะเนียน

            "อ้าว น้องร้านน้ำเต้าหู้ใช่เปล่าครับ"

            "ครับ" พยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางนิ่งๆ ที่ชวนให้หัวใจหวั่นไหว แต่หล่อ ให้อภัยได้เสมอ

            "วันนี้ร้านปิดเร็วนะ ขายดีเหรอครับ"

            มันยังไงกันไอ้ท่าทางยิ้มน้อยๆ หลังจากฟังคำถามจบ แบบนี้หล่อกว่าเดิมอีกนะอภิชา

            "ผมว่าพี่มาช้ามากกว่ามั้งครับ"

            "เออเนอะ สี่ทุ่มครึ่งแล้ว"

            อยากคุยต่อแต่หมดเรื่องจะคุย ผมยิ้มแห้งๆ ใส่ แต่ก็ดูอภิชาไม่ได้รีบไปไหน... มั้งนะ สบตาตอบเหมือนรอว่าผมจะพูดอะไรต่อ ซึ่งถ้าไม่รีบต่อบทสนทนาภายในสามวินาทีโอกาสครั้งนี้ของผมอาจจะจบลง

            "บ้านน้องก็อยู่แถวนี้เหรอ"

            เพิ่งคุยกันได้ไม่ถึงสิบประโยคถามถึงที่อยู่อาจจะดูเสียมารยาทไปหน่อย แต่ผมนึกอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ก็แค่อยากจะรั้งเธอไว้ให้นานที่สุด

            "ครับ อยู่ซอยมานะมีชัยนี่แหละ"

            จบคำตอบบรรยากาศเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมาก็เข้ามาปกคลุม หรือผมควรจะปล่อยให้อภิชากลับไปนอนดี มันดึกแล้วเด็กมัธยมไม่ควรออกมาเดินเล่นคนเดียวแบบนี้ แต่สุดหล่อก็ทำเหมือนมีใจชวนคุยต่อนี่สิ

            "นี่พี่เพิ่งเลิกงานเหรอ"

            "เลิกนานแล้วครับ แต่ที่ทำงานพี่มันไกล วันนี้ทำโอทีอีก กว่าจะกลับถึงบ้านกว่าจะได้นอน หลับได้แป๊บเดียวต้องตื่นไปทำงานอีกแล้ว เรียนก็ยากแล้วยังต้องมาเหนื่อยตอนทำงานอีก"

            "ดูลำบากนะครับ"

            "อ่า ครับ"

            ผม... ลืมตัว พอถูกถามเรื่องงานก็หลุดปากพูดไปซะยาวเหยียด คนฟังก็แอบยิ้มขำ จากมาดนิ่งๆ หล่อๆ กลายเป็นหล่อแบบน่ารักไปเลย แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ยังน่ามอง นายนี่มันร้ายกาจจริงๆ อภิชา

            "ว่าแต่จำพี่ได้จริงๆ ใช่มั้ย" ลองถามเพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้แล้วแกล้งคุยไปงั้นเพราะกลัวอีกฝ่ายหน้าแตกหรอกนะ ผมรู้ มุกแบบนี้ผมใช้บ่อยเวลาถูกทักแล้วจำอีกฝ่ายไม่ได้

            "จำได้ดิครับ คุยกันมาขนาดนี้แล้ว"

            "จริงอ่ะ"

            "ก็เคยเห็นมาซื้อน้ำเต้าหู้อยู่"

            เอาเป็นว่าผมจะยอมเชื่อ แม้อภิชาอาจจะพยายามรักษาน้ำใจผมอยู่ ในสถานการณ์นี้ถึงไม่รู้จักก็พอเดาได้อยู่แล้ว ในเมื่อผมทักเรื่องร้านน้ำเต้าหู้ไปตั้งแต่แรก

            ว่าแล้วก็ฟ้องเรื่องลืมใส่น้ำตาลมันซะเลย

            "เออใช่ คราวก่อนลืมใส่น้ำตาลให้พี่ โคตรจืดเลย"

            "อ่า..." ทำหน้าเหมือนจะนึกออกแต่ก็ไม่พูดอะไร อมยิ้มอย่างเดียว มันยังไงกันฮะอภิชา

            "งั้นไม่กวนแล้วครับ เดี๋ยวพี่เดินดูของต่ออีกหน่อย"

            "ครับ"

            ผมเดินแยกออกมา ไม่ได้อยากซื้ออะไรเพิ่มแค่ไม่อยากยืนต่อแถวจ่ายเงินต่อกันกลัวอภิชาจะอึดอัดใจ ก้าวถอยหลังออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับไปมอง หยิบมือถือขึ้นมากดแอบถ่ายแผ่นหลังกว้างที่แสนจะน่าซบ กดซัตเตอร์ได้ครั้งเดียวคนที่ยืนจ่ายเงินอยู่ก็หันกลับมามอง ผมยิ้มให้หนึ่งทีก่อนเดินหนี ทำตัวเลิ่กลั่กใส่แบบปฏิเสธไม่ได้เลยทีนี้ หมดกันที่อุตส่าห์คีพลุคนิ่งขรึมมาตลอด

            อภิชาออกจากร้านแล้ว ทิ้งระยะห่างนิดหน่อยผมก็เดินไปจ่ายเงินบ้าง ไม่ได้หวังเลยว่าจะเจอสุดหล่ออยู่หน้าร้าน

            แล้วก็ไม่เจอจริงๆ

           

            ออกมาจากห้องน้ำแจ้งเตือนก็ดังหลังจากลงสตอรี่ในไอจีไม่ถึงห้านาที คนที่ทักมาเร็วแบบนี้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นใคร

            ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงคว้ามือถือมาดูหลังจากแต่งตัวเสร็จ แต่กลับผิดคาด ไม่ใช่ลุงปันอย่างที่ผมคิดไว้ กลับเป็นท่านหัวหน้าที่นานทีปีหนจะได้คุยกันแบบนี้สักที

 

            pampampampam : ยังไม่ถึงบ้านอีกเหรอ

 

            ผมลงรูปที่แอบถ่ายอภิชาในแฟมิลี่มาร์ตกับแคปชั่นว่า ‘อยากกินน้ำเต้าหู้’ ถ้าเป็นลุงปันต้องรู้แน่ว่าผมหมายถึงอะไร แต่กับท่านหัวหน้าไม่มีทางรู้ความหมายที่แท้จริงแน่นอน

 

            ing.ka.rach : ถึงนานแล้ว เพิ่งลงเฉยๆ

            pampampampam : ได้กินน้ำเต้าหู้มั้ย

            ing.ka.rach : ไม่ได้กินครับ ร้านมันปิดแล้ว

            ing.ka.rach : เลยซื้อเป๊ปซี่แทน

            pampampampam : ใกล้เคียงกันมาก

 

            ผมจะไม่ขัด ไม่เถียง ไม่แก้ตัวใดๆ ปล่อยให้ท่านหัวหน้าเข้าใจไปอย่างนั้น จะเก็บอภิชาไว้ในใจ จะไม่แพร่งพราย แม้แต่ลุงปันก็จะไม่ยอมให้เห็นหน้า

            นี่ไม่ได้หวงเลยนะ

 

            pampampampam : แล้วแอบถ่ายคนอื่นเขาทำไม

 

            ท่านหัวหน้าที่ก็ช่างสงสัยจริง

 

            ing.ka.rach : แอบถ่ายใคร

            pampampampam : คนในรูปไง ขออนุญาตเขาหรือยังเอามาลงเนี่ย

            ing.ka.rach : ไม่เห็นหน้าสักหน่อย

            ing.ka.rach : คุณภามไปนอนได้แล้ว

            ing.ka.rach : ผมก็จะนอนแล้วเหมือนกัน

            ing.ka.rach : ฝันดีครับ

 

            ตัดจบแบบไม่เปิดโอกาสให้ถามอะไรต่อ ออกจากแอปฯ กดล็อกหน้าจอข้อความจากท่านหัวหน้าก็เด้งขึ้นว่า ‘ฝันดี’ ผมไม่ได้กดเข้าไปอ่าน วางมือถือทิ้งไว้ก่อนลุกขึ้นไหยิบไดร์มาเป่าผมจะได้รีบนอนบ้าง


tbc.

 
เขาคุยกันเรื่องอื่นนอกจากน้ำเต้าหู้แล้ว ฮ่าๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม เจอกันตอนหน้าค่า

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #17 เมื่อ05-01-2020 18:03:21 »


อิงครัชเป็นคนตลกอะ เดาว่าที่คิดว่าตัวเองคีพลุคนิ่งขรึมมาก่อนหน้านี้เนี่ยไม่เนียนชัวร์ น้องอภิชาดูออกหมดแล้ว  5555555555
ส่วนน้องอภิชาก็น่ารักจังเลย อ่านแล้วอยากไปอุดหนุนน้ำเต้าหู้น้องทุกวัน

 :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #18 เมื่อ05-01-2020 18:41:13 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #19 เมื่อ05-01-2020 19:42:15 »

 .....จิตใจที่ไร้ความรู้สึกเหมือนถูกช็อตจนกลับมาเต้นโครมคราม แข้งขาไร้เรี่ยวแรงกลับมามีกำลัง ความหม่นหมองในชีวิตเหมือนถูกพัดหายไปเพียงเพราะได้เห็นหน้าสุดหล่อเพียงเสี้ยววินาที นี่สินะที่เขาเรียกว่าพลังของอาหารตาชั้นเลิศ.....

อร้ายยยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
« ตอบ #19 เมื่อ: 05-01-2020 19:42:15 »





ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2493
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1177/-5
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #20 เมื่อ05-01-2020 22:22:12 »

ให้ความหมายของการได้เห็นหน้าคนหล่อได้ดีมากเลยค่ะ เวลาเห็นหน้าหล่อๆ แล้วไม่ว่าใครก็รู้สึกดี

เรื่องนี้น่ารักมากๆ เลยค่ะคุณคินซัง แม้ว่าจะมีอารมณ์เรื่อยๆ แต่ก็มีอะไรให้ลุ้นตลอด อย่างสำคัญเลยคือลุ้นว่าเขาสองคนจะได้ใจตรงใจกันเมื่อไหร่ อิงครัชนี่ปิ๊งน้องแล้ว แล้วน้องอภิชาล่ะจะปิ๊งพี่ตอนไหน จะว่าไปเด็กมัธยมตัวสูงๆ นี่ก็ดู...น่ารักดีนะคะ แหะๆ

ขอเป็นแฟนนักอ่านติดตามเรื่องนี้ยาวๆ เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #21 เมื่อ07-01-2020 21:42:53 »

อภิชาไม่ใส่น้ำตาเพราะขุดหลุมไว้แน่ๆ
กะให้อิงครัชตกหลุมพราง
แต่อิงครัชคือพร้อมกระโดลงหลุมแล้วจ้า
ดูออก

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #22 เมื่อ07-01-2020 23:35:59 »

คลั่งน้องเหมือนคลั่งดารา  555    :laugh:

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #23 เมื่อ08-01-2020 10:24:14 »

ติดตามต่อค่ะ

 :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: เดี๋ยวก็โต : ตอนที่ 3 อดกิน : 05/01/63
«ตอบ #24 เมื่อ09-01-2020 14:09:50 »

เรื่องน่ารักมาก
ว่าแล้วก็ต้องไปส่องหา
แผงน้ำเต้าหู้บ้าง
จะมีเด็กมัธยมกรุบกริบ
พอเป็นอาหารตาบ้างไหม

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ตอนที่ 4


            ผมเป็นคนขี้โรค ป่วยง่ายจนบางทีก็นึกรำคาญตัวเอง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้น แค่เมื่อวานกลับดึกนิดหน่อยบวกกับนอนน้อย ตื่นขึ้นมาอีกทีโลกก็ไม่สดใสเหมือนเดิม

            พูดแล้วก็ไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน

            ออกมายืนรอรถหน้าหมู่บ้านก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม ผมก้าวถอยหลังเพื่อกลับไปนั่งที่ป้ายเมื่อรู้แล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

            หน้ามืดแต่เช้าเลยให้ตาย

            พออายุเริ่มมากขึ้นเชื่อว่าหลายคนต้องมีอาวุธพกติดตัวเอาไว้ แม้ความจริงผมจะชอบพกมันไว้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วก็เถอะ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ช่วยเราได้ทุกสถานการณ์ บางทีนึกอะไรไม่ออกหยิบมันขึ้นมาถือไว้ก็เป็นอุ่นใจ

            ผมควักยาดมออกมาจากกระกางเกงแล้วสูดเข้าไปหลายรอบ รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย สลับกับนั่งมองรถตู้ที่ต้องคอยจับตามองเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา

            นั่นไงรถมาแล้ว

            ยาดมใส่กระเป๋ากางเกงแล้วรีบลุกขึ้นยืนเพื่อไปโบกรถ แต่เป็นเพราะความอ่อนแอของร่างกายหรือวัยที่เริ่มสูงก็ไม่ทราบเลยเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาอีกรอบ และก็เหมือนว่ามันจะหนักกว่าเดิม

            เวรเหอะ ข้างหน้าเป็นถนนและผมควบคุมตัวเองไม่ได้ นี่เราจะต้องมาตายที่นี่เหรอเนี่ย

            ผมอยากบังคับร่างกายให้ถอยหลัง พยายามอย่างยิ่งที่จะครองสติเอาไว้ แต่แล้วทุกอย่างก็ดีบมืดไป

 

            ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาล ไม่มีใครอยู่เฝ้าและไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนหามผมมาที่นี่ อาจจะเป็นชายหนุ่มรูปงามที่บังเอิญผ่านเห็น หรือเด็กนักเรียนมอปลายที่นั่งรถผ่าน แต่ไม่ว่าจะเป็นใครผมก็อยากขอบคุณเขาจากหัวใจ

            หลังจากคุณหมอเข้ามาดูอาการเขาก็แจ้งว่าผมสามารถกลับบ้านได้แต่ต้องรอให้น้ำเกลือหมดก่อน ส่วนสาเหตุนั้นเกิดจากพักผ่อนน้อยและขาดน้ำ คุยกับหมอเสร็จแล้วผมเลยตั้งใจว่าจะหลับอีกสักตื่น ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้มันวันทำงานนี่หว่า แถมพ่อกับแม่รู้เรื่องหรือยังก็ไม่รู้

            ควานหากระเป๋าหยิบมือถือมาดูก็เจอแจ้งเตือนค้างเต็มหน้าจอ แต่เหมือนจะสงบลงเมื่อชั่วโมงที่แล้ว โดยมีข้อความจากไลน์ของแม่ผมปิดท้าย

 

            ‘แม่มาทำงานแล้วนะ เดี๋ยวปันไปเฝ้าต่อ อยากรู้อะไรก็ถามเพื่อนเอา’

 

            แค่นี้เลยข้อความจากแม่ผม แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ว่าแม่มาหา มาเฝ้าจนรู้ว่าผมอาการคงที่แล้วถึงจะกลับไปทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต่อ ว่าแต่ไหนล่ะลุงปัน

            กำลังจะโทรหาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ลุงปันก็ปรากฏตัวพอดี

            "อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ"

            "ตั้งนานแล้ว ไปไหนมา"

            "ไปหาอะไรกิน" ตอบคำถามพลางเดินมานั่งข้างเตียง

            "หิวเหมือนกันอ่ะ ทำไมไม่ซื้อมาเผื่อ"

            "แล้วจะรู้มั้ยว่าฟื้นแล้ว หมอว่าไงบ้าง"

            "รอน้ำเกลือหมดก็กลับได้แล้ว"

            "งั้นเดี๋ยวพาไปกินข้าวก่อนกลับบ้าน"

            ผมยิ้มกว้างให้ กินข้าวเช้าตั้งแต่หกโมงเช้า เลยเที่ยงมาเกือบชั่วโมงแล้วมันก็ต้องหิวเป็นธรรมดา

            "ว่าแต่ลุงปันรู้มั้ยว่าใครเป็นคนพาผมมาส่งโรงบาล"

            "รู้"

            "หล่อมั้ยผู้ชายคนนั้น"

            "ฝันอยู่เหรอ" ลุงปันทำหน้าเหนื่อยใจ ทำไม แค่หวังก็ผิดเหรอ แค่คิดว่าต้องมีสุดหล่อสักคนเป็นคนพาผมส่งโรงพยาบาลก็ผิดเหรอ

            "ฝันอะไรแค่อยากขอบคุณเขา"

            "งั้นก็ไปขอบคุณลุงยามเลยจ้า"

            ดับฝันมาก โธ่เว้ย

            "ทำหน้าเซ็งทำไม ลุงยามก็หล่อนะทำเป็นเล่นไป"

            "หล่อแต่อายุไม่ได้แล้วมั้ยอ่ะ"

            "ทีเด็กยังจะกินได้ ทำไมกินคนแก่ไม่ได้"

            "มันม่ายด้ายยยย" ผมส่ายหน้า ลุงปันควรรู้สิว่าในกรณีแบบนี้มันต่างกันยังไง

            เพื่อนสมัยมัธยมเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของผมหัวเราะร่วน ชอบใจนักล่ะเล่นงานผมได้เนี่ย แต่ยังไงก็คงต้องไปขอบคุณลุงยามสักหน่อยที่คอยช่วยเหลือกกันมาตลอด

            "แต่สภาพคุณแย่มากรู้มั้ย ดูนี่ๆ" ลุงปันยื่นมือถือมาให้ผม เห็นรูปแล้วอยากจะลบทิ้งทันที

            "โหย ทุเรศมาก ดีแล้วที่เป็นลุงยาม"

            "ต้องขอบคุณต้นไม้ด้วยที่ช่วยชีวิตอิงครัชไว้"

            "สงสัยต้องชื่อน้ำเอเวียงไปรดให้แล้วแหละ"

            "ได้ เดี๋ยวผมช่วยแบก"

            ว่าแต่ไม่ห้ามเพื่อนซักหน่อยเหรอ

            เพราะรูปที่ลุงปันให้ดูทำให้รู้แล้วว่าผมรอดชีวิตจากการเป็นลมล้มลงไปบนถนนและโดนรถทับได้ยังไง นั่นเป็นเพราะต้นไม้บนทางเท้าแท้ๆ เพราะดันหงายลงไปนอนในอิฐบล็อกโง่ๆ ที่ก่อทำเป็นเหมือนกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ผมเลยรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด ก่อนหน้านี้ผมเคยหงุดหงิดว่าทำไมต้องมาปลุกต้นไม้ขวางทางเดินด้วย แต่วันนี้ได้รู้จุดประสงค์ของการทำแบบนี้แล้ว เพราะเอาไว้ช่วยชีวิตคนนี่เอง ซึ้งใจจริงๆ

            "ลุงปันส่งรูปนี้ให้ด้วยนะ"

            "อยากได้เหรอครับ ว่าจะลบทิ้งแล้วเนี่ย"

            "อยากได้ครับ จะเอาไปโพสต์บอกทุกคนถึงความดีงามของต้นไม้บนฟุตบาทที่ช่วยชีวิตผมไว้ครั้งนี้"

            "งั้นยินดีเลยครับ"

            ลุงปันกดส่งรูปมาให้ผมด้วยความรวดเร็ว ตอนแรกความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะโพสต์รูปของผมมีสูงมาก แต่พอมองดูรูปดีๆ อีกทีก็คิดได้ว่าอย่าดีกว่า

            เฮ้อ... อาย

            "ว่าแต่ทำไมถึงไปเป็นลมตรงนั้นล่ะครับ กลางคืนไม่หลับไม่นอนเหรอ" หลังจากคุยไร้สาระกันอยู่นาน บทสนทนาที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยก็เริ่มต้นขึ้น

            "นอนหลับครับแต่น้อย แถมงานเยอะช่วงนี้ทำโอหลายวันติด หมอบอกว่าขาดน้ำด้วย"

            "แล้วทำไมไม่กินน้ำเยอะๆ"

            "ยุ่งไงครับ ช่วงนี้มันยุ่ง แล้วเดินทางไกลด้วย เหนื่อย"

            "งั้นทำไมไม่หาที่อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานล่ะครับ หาเช่าพวกคอนโด อพาร์ตเม้นต์อะไรแบบนี้"

            "เออนั่นสิเนอะ ทำไมคิดไม่ได้" ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย

            "ลองเอากลับไปคิดดู หรือถ้าจะให้ช่วยหาก็บอกได้"

            "แต่ถ้าไปอยู่ใกล้ที่ทำงานก็อดเจออภิชาสิครับ"

            "เอาสุขภาพตัวเองก่อนมั้ยแล้วค่อยห่วงเด็ก"

            ลุงปันไม่รู้อะไรซะแล้ว เด็กนี่แหละช่วยทำให้สุขภาพดี ขนาดวันนั้นแค่เห็นหน้า เหนื่อยๆ จากการทำงานยังกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้เลย อย่าดูถูกพลังของอาหารตารุ่นเล็กเชียว

            แต่เอาจริงเห็นสภาพตัวเองเป็นแบบนี้ผมว่าการย้ายไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานก็น่าจะเป็นเรื่องดี ย่นทั้งเวลาผ่อนทั้งกำลัง คงต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกครอบครัวแล้วหาคอนโดดีๆ ในเมื่อซักที่ แต่ว่ายังไม่มีตังค์ งั้นก็หาเช่าไปก่อนแล้วกัน เป็นอันว่าตกลง

            คุยนั่นคุยนี่กันไปเรื่อยเปื่ยเผลอแป๊บเดียวน้ำเกลือก็หมดขวด ออกจากโรงพยาบาลแล้วลุงปันก็พาไปกินข้าวก่อนมาส่งที่บ้าน อยู่คุยกันนิดหน่อยก่อนเพื่อนรักก็ขอตัวกลับไปช่วยกิจกรรมร้านแก๊สของที่บ้านต่อ ส่วนผมก็นอนต่อ

            วันนี้ขอพักก่อนนะเจ้าเวรกรรม แล้วเจอกันใหม่วันทำงาน

           

            โชคดีที่ผมป่วยวันศุกร์ เสาร์อาทิตย์เลยได้หยุดพักฟื้นต่อ แต่ก็อย่างว่าความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ นอนยังไม่ทันอิ่มลืมตาขึ้นมาอีกก็ถึงวันจันทร์ซะแล้ว แถมวันนี้ยังต้องทำโอทีช่วยแผนกบัญชีไม่จบไม่สิ้นอีก ลาออกมันซะเลยดีมั้ย

            "เฮ้ย!" ผมสะดุ้งสุดตัวจนเกือบหลุดกรี๊ดเพราะอยู่ๆ ท่านหัวหน้าก็เอาแก้มน้ำมาแปะแก้ม

            "โกโก้เย็น ซื้อมาฝาก"

            "ให้ดีๆ ก็ได้มั้ย"

            "ดีขึ้นยัง"

            "ดีแล้ว หายสนิท"

            "รู้มั้ยโคตรตกใจเลยตอนแม่อิงโทรมาบอก"

            "ตกใจเหมือนกันที่อยู่ๆ ก็ไปโผล่โรง’บาล"

            "ใช่เรื่องมาพูดเล่นมั้ยเนี่ย"

            ผมไหวไหล่ หายดีแล้วก็พูดเล่นได้ แต่ถ้ายังต้องทำงานที่ไม่ใช่งานของตัวเองแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ต้องป่วยอีกแน่ แค่กๆๆ เหมือนจะป่วยอีกแล้ว

            "แล้ววันนี้กลับบ้านยังไง"

            "มายังไงก็กลับบอย่างนั้นแหละครับ"

            ท่านหัวหน้านี่ก็ถามแปลก ทำงานที่นี่มากี่ปีผมเคยเปลี่ยนวิธีเดินทางด้วยเหรอ

            "วันนี้ก็ทำโอนะจะกลับบ้านไหวเหรอ"

            "จะชวนไปค้างที่ห้องก็บอกมาเลยครับคุณภาม จะไปก็ได้เพราะขี้เกียจกลับบ้านเหมือนกัน แต่ไม่ทำอะไรนะ เหนื่อย"

            "โอเคๆ" ท่านหัวหน้ายิ้มน้อยๆ พลางส่ายหน้าก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง

            ยอมง่ายจังเลยวันนี้

 

            ตอนคุยกันก่อนหน้านี้ตกลงหรือเปล่าไม่รู้แต่พอเลิกงานแล้วก็ยัดตัวเองเข้ามาในรถของท่านหัวหน้า และมาอยู่ในห้องของคอนโดหรูใจกลางกรุงเรียบร้อย

            หลังจากกินข้าวอาบน้ำจนหอมฟุ้งผมก็พร้อมนอน กระโดดขึ้นเตียงขนาดคิงไซซ์นุ่มๆ ที่คุ้นเคย พร้อมกับห่มผ้าให้ตัวเองเสร็จสรรพ

            "จะนอนแล้วจริงดิ" แต่แล้วท่านหัวหน้าที่ท่อนล่างพันแค่ผ้าเช็ดตัวก็เดินมาถาม

            "ก็บอกแล้วว่าจะมานอน"

            "รออาบน้ำก่อนได้มั้ย คุยกันก่อน"

            "จะคุยอะไรอีก คุยกันมาทั้งวันแล้ว"

            "อย่าใจร้ายนักเลย"

            ท่านหัวหน้าเดินมานั่งข้างผม ดึงผ้าห่มที่ผมอุตส่าห์ห่มจนถึงปากลงมากองที่อก

            "จะคุยอะไรล่ะครับ"

            "ก็แค่อยากคุย"

            "วอแวจังเลยนะ"

            "ก็คิดถึงไม่เจอตั้งสามวัน แถมป่วยอีก เป็นห่วง"

            "ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ"

            สายตาที่เจือความเหนื่อยใจเล็กๆ มองมาอย่างทุกครั้ง ผมยังคงหนักแน่นและแน่วแน่เหมือนเดิม เรื่องความรู้สึกยังไงมันก็เปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ หรอก เพราะถ้าจะชอบคงชอบไปนานแล้ว

            "ไม่คิดจะคบใครจริงๆ"

            "ใครนี่หมายถึงใครครับ คุณภามเหรอ"

            "ใครก็ได้ หรือจะเป็นผมก็ได้"

            "งั้นก็ยังครับ ยังไม่รู้สึกว่าอยากผูกใครไว้กับชีวิต"

            "แค่สักนิดก็ไม่รู้สึกเหรอ"

            ผมส่ายหน้า จะพูดกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม กับคุณภามก็เช่นกัน จะพยายามอีกกี่ครั้งสถานะของเราก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่มีผลประโยชน์ร่วมกันก็เท่านั้น

            "โอเค งั้นนอนเถอะ" รอยยิ้มแสนอบอุ่นถูกส่งมาให้ ถ้าเป็นคนอื่นใจคงสั่นไหว แต่ผมน่ะชินแล้วกับรอยยิ้มและสายตาแบบนี้

            ท่านหัวหน้าก้มลงมาจูบหน้าผากกันก่อนลุกออกไป ผมมองตามแผ่นหลังเปลือยเปล่านั้น เห็นรอยแดงจางๆ ที่พอจะเดาออกว่ามันคือรอยอะไรแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรใส่ใจ

            ในความสัมพันธ์นี้ไม่มีใครที่ซื่อสัตย์ต่อกันทั้งนั้น

 

            ไหนจะป่วยไหนจะต้องทำงานหนัก ทำโอทีหลายๆ วันทำเอารู้สึกท้อแท้ในชีวิต อยากได้น้ำเต้าหู้ร้อนๆ ซักถุงมาเป็นกำลังใจ ตะโกนบอกพี่คนขับเรียบร้อยว่าจะลงป้ายไหน เห็นไฟร้านยังเปิดก็ใจชื่นขึ้นมาหน่อยว่าวันนี้ได้กินแน่ๆ

            คิดถึงอภิชาจังเลย

            ลงรถแล้วก็เดินย้อนกลับไปหา แต่ยังไม่ทันถึงร้านไฟร้านหน้ากลับดับไปแล้ว นี่มันหมายความว่ายังไงฮะอภิชา

            ขาที่กำลังก้าวหยุดชะงัก มองสองแม่ลูกช่วยกันเก็บของอย่างขะมักเขม้น นี่ผมโดนหลอกหรือนี่ โดนหลอกว่ายังมีน้ำเต้าหู้ขาย โดนหลอกว่าจะได้กินน้ำนมถั่วเหลืองอุ่นๆ ก่อนนอน

            ไอ้แต่ยืนสะอึกสะอื้นกับดวงอับเฉาของตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมนักเมื่ออภิชาเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบ หัวคิ้วค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน แต่สุดท้ายก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา

            จำผมได้แล้วสินะ

            สุดหล่อละมือจากสิ่งของที่หยิบจับเดินมาหาผม ไม่ผิดแน่ๆ ล่ะ รอยยิ้มนั่นก็ด้วยมันส่งให้ผม ไม่มีทางเดินไปหาคนอื่นได้นอกจากน้องจะเป็นคนตลก

            "หมดแล้ว" ที่แท้ก็เดินมาย้ำให้ชอกช้ำใจ

            "รู้แล้ว"

            "พี่มาช้านะ ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมา"

            "อือ งานเยอะ" บอกตรงๆ ว่าหมดแรง แต่ความหล่อของอภิชาช่วยให้ผมยืนทรงตัวได้จนถึงตอนนี้

            "ดูเหนื่อยๆ"

            "ก็เหนื่อย นี่จำพี่ได้จริงๆ ใช่มั้ย"

            "เดินมาคุยขนาดนี้แล้วนะ" อภิชาพูดกลั้วหัวเราะ ผมก็ถามไปอย่างนั้นเองเพื่อความชัวร์

            "งั้นกลับแล้ว"

            "เออพี่ เอางี้"

            ตวัดสายตาขึ้นมองหน้าสุดหล่อเป็นเชิงถาม รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย ไหนว่ามาซิสุดหล่อ พูดแบบนี้ต้องมีอะไรดีๆ มาเสนอใช่มั้ย เพราะถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่น่ะแหละ

            "แลกไลน์กัน ถ้าจะกินแต่กลับดึกบอกผมได้ จะเก็บไว้ให้"

            โอ้โหไอ้เด็กสมัยนี้มันช่างไวไฟ น้องกล้ามากนะที่มาขอไลน์พี่แบบนี้ ดูพี่สิแอบมองเป็นอาหารตามาตั้งนานทำได้แค่ซื้อน้ำเต้าหู้เธอวันละถุงสองถุง แบบนี้มันน่าคิด คิดว่าเธอต้องชอบพี่แน่ๆ

            "เอางั้นเหรอ" แต่คำตอบมันต้องนิ่งๆ คูลๆ

            "แล้วแต่พี่ผมไม่บังคับ" ไม่ตื๊อหน่อยเลยเหรอ

            มันชวนให้คิดหนักเพราะผมไม่ได้คิดอะไรกับอภิชาไปมากกว่าอาหารตาชั้นเลิศ พอจะรู้ตัวว่าเป็นคนเสน่ห์แรงใครๆ ก็อาจตกหลุมความเป็นอิงครัชได้ง่ายๆ แต่บางทีสุดหล่ออาจจะแค่ใจดีอยากเก็บน้ำเต้าหู้ไว้ให้จริงๆ ก็ได้ ผมน่ะก็แค่คิดมากเกิน

            "ได้ๆ"

            เห็นแก่ความใจดีของอภิชาหรอกนะถึงได้ตอบตกลง

            "พี่ชื่ออิงครัชเหรอ"

            "ครับ" รักอภิชาจัง อ่านชื่อผมถูกต้องทุกพยางค์ ก็แน่ล่ะ ในไลน์แยกพยางค์ไว้ให้ขนาดนั้น

            "มีชื่อเล่นมั้ย"

            "อิง"

            "โอเคพี่อิง ผมชื่อไอ่นะ"

            ไอ่กับอิง ชื่อคล้องกันอย่างกับเป็นเนื้อคู่ แต่ผมติดเรียกอภิชาไปแล้วนี่สิ เพราะงั้นจะเรียกว่าอภิชาในใจต่อไป

            "ครับ น้องไอ่"

            "งั้นผมไปช่วยแม่ต่อก่อนนะ กลับบ้านดีๆ ครับ" บอกแล้วก็ยิ้มให้ก่อนเดินกลับไป

            ผมค้อมหัวให้คุณแม่ที่มองมาเล็กน้อย ยิ้มตอบอภิชาที่หันมามองด้วยเช่นกัน ก่อนจะเดินด้วยแรงอันน้อยนิดที่มีไปขึ้นรถอีกต่อเพื่อกลับบ้าน

            ผู้ชายมาขอไลน์โว้ยยยยยยย
 

tbc.


น้องเค้าก็มีความคืบหน้าน้า แลกไลน์กันแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
...ไอ่กับอิง ชื่อคล้องกันอย่างกับเป็นเนื้อคู่......

อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
เกือบหลงใจอ่อนเชียร์คุณหัวหน้าซะแล้ว... :m16:

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น้องอภิชาาาาา โอ่ย เด็กมันร้ายจริงๆ

 :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด