Beauty and the boy สวยๆเป็นผัว [อัพ*8ตอนพิเศษ {09/11/20}]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Beauty and the boy สวยๆเป็นผัว [อัพ*8ตอนพิเศษ {09/11/20}]  (อ่าน 51515 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • แฟนเพจ
บทที่7




เมื่อสติมา ความกระดากอายก็เกิดขึ้น!



ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วไอ้เอมค่อนข้างจะเป็นคนหน้าหนาและแกล้งหน้ามึนได้เก่ง ... แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ จะให้ทำหน้าด้านๆเหมือนทุกครั้งมันก็ไม่ไหวจริงๆ ในตอนนี้ที่ได้แต่นั่งอึกๆอักๆพยายามคิดว่าจะพูดจะถามอะไรออกไปดี คนข้างตัวที่ก็พูดออกมาซะก่อน



“นั่งดีๆ ถ้าง่วงก็นอนไป”



คำพูดที่พูดออกมาแค่นั้น ไม่ได้หันหน้ามามองกันด้วยซ้ำ สายตาของพี่มันที่ก็ยังทำแค่จับจ้องไปที่ถนนข้างหน้า เห็นแบบนั้นเลยเลือกที่จะหุบปากและไม่พูดอะไรออกไปอีก ได้แต่หันหน้าออกไปมองนอกรถทางฝั่งที่ตัวเองนั่งอยู่แทน



นาทีนี้ ไม่รู้เลยว่าทำถูกไหม

รู้แค่ว่าเสียงหัวใจ บอกว่ารักเธอ และขอฉันให้ทำตามนั้น

นาทีนี้ ให้โลกเป็นของเธอกับฉัน

หากเป็นเพียงช่วงเวลาไม่นาน แค่ได้รู้สึกอย่างนี้เพียงสักครั้ง

ต่อให้เป็นจูบสุดท้ายฉันก็ยอม
[/i][/color]



“เพลงนี้ดี”



คนข้างตัวที่พูดออกมาแบบนั้น ผมที่เงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป ทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆและเริ่มใส่ใจที่จะฟัง เนื้อเพลงที่ว่าแบบนั้น พอฟังแล้วเผลอที่จะยกยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว ชอบตรงท่อนที่ว่า หากเป็นเพียงช่วงเวลาไม่นาน แค่ได้รู้สึกอย่างนี้เพียงสักครั้ง ... เป็นท่อนที่ตรงกับความรู้สึกของผมในตอนก่อนหน้านี้ล่ะมั้ง ก็แค่อยากรู้สึกสักครั้ง

แอร์เย็นๆกับเสียงเพลงเบาๆที่พอฟังแล้วก็เริ่มเคลิ้ม ได้แต่อ้าปากหาวและตาก็เริ่มปรือลงนิดๆ  จนสุดท้ายหนังตาหนักๆก็เอาชนะผมอีกครั้ง และกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เป็นตอนที่ถูกฝ่ามือของคนข้างๆตัวเขย่าปลุกตอนที่เราถึงคอนโดแล้ว



ใช่ครับ กูหลับ ... แต่ถึงจะหลับ ตื่นมาก็ยังอายอยู่นะเว้ย!



“นอนน้ำลายยืด ย้อยลงไปถึงเบาะรถ”



“ผมเปล่านะ” เถียงออกมาแบบนั้นแล้วมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเลิกลั่ก ยกมือขึ้นมาเช็ดๆแถวปากแบบนั้นแต่ก็ยังเถียงไม่หยุด อีกคนที่ก็หันมามองหน้ากัน เป็นจังหวะยิ่งกว่าในละคร ที่พอมองหน้ากันแล้วต้องชะงักค้างในตอนนั้นที่อีกคนก็ไม่พูดอะไรทำแค่ขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ ผมที่เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นพร้อมทั้งขยับตัวถอยหนีแนบตัวไปกับเบาะรถแล้วหลับตาปี๋ ... เดี๋ยวนะ ทำไมกูดูสมยอม



“ทำอะไรอ่ะคะหนู” เสียงของอีกฝ่ายที่ดังออกมาแบบล้อๆทำให้ผมต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองเห็นแววตาอีกคนที่มองมาแบบขบขัน ในมือของมันที่ถือกระเป๋าเสื้อผ้าของผมเอามาวางไว้ที่ตักตัวเอง คิดว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายคงเอื้อมตัวไปหยิบมาจากเบาะหลัง



“หลับตาแน่นเลยน้า อ่อยอยู่ ดูออก”



“ดูออกเชี่ยไรเล่าเจ๊! ผมไม่ได้อ่อยนะเว้ย!!”  ฮึกฮัดเลย แบบนี้มันต้องฮึดฮัด!



ได้แต่ตะโกนออกไปแบบนั้นแล้วเปิดประตูรถออกไป อยู่ไม่ได้แล้วไอ้เอม อายมาก ... ก็ท่าทางก่อนหน้านั้นที่เลื่อนตัวเข้ามาหากันแบบนั้น ใครมันก็คิดไหมวะ ผมก็คิดว่า...คิดว่ามันจะทำแบบก่อนหน้านั้นเหมือนตอนอยู่ที่ร้านอ่ะดิ ปัดโถโว้ย อายนิดหน่อยแต่เขินมากๆ อยู่ไม่ได้แล้วเว้ย กองทัพไอ้ชะเอมต้องล่าถอยก่อน เพราะคิดแบบนั้นเลยเปิดประตูรถแล้วจะพุ่งลงไป แต่มันติดตรงที่พอจะออกไปกลับต้องเด้งตัวหงายหลังกลับมาติดเบาะอีกที



“ฮ่าๆๆ ลนลานน่าดูเลยว่ะ”



“อะไรเล่า!” หันหน้าไปขึ้นเสียงใส่ไอ้คนที่นั่งขำกันอยู่ที่เบาะคนขับ มองหน้ามันตาเขม็ง ไอ้เอมโมโหแล้วนะๆ



“จะอะไรล่ะ นอกจาก....มึงลืมปลดสายคาดเบลท์” คนข้างๆตัวที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วกดยิ้มมุมปากแบบพยายามกลั้นขำ ผมที่ค่อยๆเลื่อนสายตาไปมอง ชัดเลย! กูลืมปลดออกจริงๆ ยังคาดอยู่ที่ตัวกูนี่เลย



ฉ่า!



ไม่ใช่เสียงหมูไหม้ที่เตาหมูกระทะ แต่คือเสียงหน้าผมที่ไหม้เองจ้า ... เต็มที่ไปเลยดานี่ ล้อกูยันลูกบวชไปเลยก็ได้ถ้านายต้องการ



เจ็บไข่แม่มึง!



คนข้างตัวที่ครั้งนี้เลื่อนตัวเข้ามาหากันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไอ้เอมไม่ถอยหนีแล้วนะ พร้อมสู้มากๆ จะไม่ยอมให้แกล้งหลอกแบบเมื่อกี้ให้ต้องอายได้อีกหรอกเว้ย!



แต่เพราะผมไม่ยอมถอยออกห่าง และอีกคนที่ก็ไม่ได้ผละหนีไปหยิบของที่ด้านหลังเหมือนก่อนหน้านี้ ... ไอ้เอมว่ามันมีอะไรแปลกๆอยู่นะตัวเธอ! เจ๊มันที่เลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อๆที่ตอนนี้ยังแต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องสำอางไม่ต่างจากที่เคยเห็น แต่ดวงตาคมเข้มที่ดูวาววับและเจ้าเล่ห์แบบนั้น เป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมใจสั่น ปลายจมูกโด่งที่เลื่อนเข้ามาจนชนเข้ากับปลายจมูกของผม รู้สึกร้อนหน้าจนรู้สึกได้ว่ามันต้องแดงขึ้นมาแน่ๆ รู้สึกได้ว่าแววตาของผมวูบไหวจนอีกฝ่ายก็น่าจะรู้สึกได้ และในตอนนี้ก็มองเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน



‘คลิก’



“โอ๊ะ ออกแล้วค่ะหนู” คนตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วพูดจีบปากจีบคอ ช้อนตามองหน้าอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มมาให้แบบล้อๆ พร้อมๆกับสายเบลท์ที่ค่อยๆคลายออกจากตัวผม ก็คงเป็นอีกฝ่ายที่ถอดออกให้กัน แต่นี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ผมรู้สึกว่าผมถูกคนตรงหน้าแกล้งเล่นอีกเหมือนเคย



“ข..ขอบใจ” หงุดหงิดแต่สู้อะไรไม่ได้เลยตอบออกไปได้แค่นั้น



“หึ” ได้ยินเสียงหัวเราะไล่หลังตามมาอีก แม่งเอ๊ย ไม่เคยเข้าใจอะไรในตัวไอ้ตุ๊ดนี่เลยสักนิด



“ไปค่ะหนู ขึ้นห้องเจ๊นะคะ” คนที่เดินตามออกมาว่าแบบนั้นพร้อมแบกกระเป๋าผมพาดบ่าหน้าตาเฉย สารร่างกับเสียงพูดสวนทางกันจนต้องขมวดคิ้ว อยากจะพูดถามมันออกไปเลยว่าก่อนหน้านั้นจูบกูทำไม ด้วยนิสัยของผมที่ไม่ชอบให้อะไรค้างคาในใจผม แต่เหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ให้ความร่วมมือกันเท่าไหร่ ในเมื่อเจ้าตัวที่บอกออกมาแค่นั้นแล้วก็ก้าวขายาวๆเดินนำห่างออกไปนู่นแล้ว



.

.

.



“อาบน้ำเสร็จแล้วก็มานอนค่ะ” 

เจ๊มันที่ว่าออกมาแบบนั้นในตอนที่พาผมเข้ามาในห้องแล้ว ความรู้สึกไม่ต่างจากเมื่อวานสักนิด ยังกับภาพวนลูปของเมื่อคืนที่เกิดขึ้นยังไงอย่างงั้น ผมที่มองหน้าคนตรงหน้านิ่งๆ อีกฝ่ายที่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก มันที่แค่มองหน้าผมแล้วทำท่าจะเดินหนีกันเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง



“เดี๋ยวเจ๊...” ผมที่เลือกจะเอ่ยปากเรียกคนตรงหน้าไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้เดินหนีกันไป



“มีอะไรคะหนู ตามึงปรือมากเลยนะคะ ไม่อยากนอนรึไง”



“ผม...ผมมีเรื่องอยากจะถาม ผมไม่เข้าใจว่าทำไ....”



“มีอะไรค่อยถามวันอื่นค่ะ ตอนนี้กูง่วง อยากอาบน้ำนอนแล้วค่ะ เคเนอะ” มันที่พูดออกมาดักคอคำพูดของผมทั้งแบบนั้น คำพูดรัวๆขอบอีกฝ่ายที่ไม่ยอมให้ผมได้พูดแทรก และเจ๊มันที่ก็หันหลังหนีกันทั้งแบบนั้น ... ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจแม่งเลยว่ะ



“อย่าคิดอะไรมากให้ปวดหัวเลยไอ้ควายน้อย” มันที่หันหน้ากลับมามองกันแล้วพูดแบบนั้น ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาวางลงบนหัวของผมก่อนจะขยี้มันน้อยๆแบบที่มันเคยทำ



“บางอย่าง ถ้ามึงหาคำตอบที่ตัวเองสงสัยได้ไว แต่มึงยังตอบคำถามของใจตัวมึงเองไม่ได้มันก็ไม่มีประโยชน์นะ”




“ผม...” ได้แต่ช้อนตามองหน้าอีกฝ่าย พยายามที่จะอ้าปากพูดออกไป แต่สุดท้ายก็ได้แต่ทำปากพงาบๆเหมือนปลาทองแดกอาหารเม็ด คนร่างสูงตรงหน้าที่แค่ยิ้มออกมาหน่อยๆ มือที่ขยี้หัวผมอย่างเบาๆนั่นเปลี่ยนมาผลักหน้าผากของผมแทน หัวกูหงายไปด้านหลังแถมเซถอยหลังไปชนประตูห้องน้ำเลยด้วย



“ไปนะคะอิดอกกกก ง่วงมากแล้วจ้า”



ว่าแบบนั้นพร้อมเปลี่ยนเป็นเสียงกลับไปเป็นเสียงสองอีกแล้ว



ไอ้หน้าเหี้ย!



               สุดท้ายก็ทำได้แค่ไปอาบน้ำในห้องน้ำเดิม เพิ่มเติมคือครั้งนี้กูมีผ้าเช็ดตัว กางเกงใน และชุดนอนพร้อม ไม่โปะแตกรอบสองอีกแล้ว ผมที่ใช้เวลาอาบน้ำวันนี้ไม่นาน เพราะว่าไม่ได้สระผม เดินเข้าไปในห้องนอนของเจ๊มันเหมือนเมื่อคืนวานเด๊ะๆ มองหาหมอนและผ้าห่มของตัวเองเพราะตอนนี้อยากนอนมากแล้ว แต่ที่พื้นข้างเตียงกลับไม่มี



“หมอนหายไปไหนวะ หาวว”



“อ้าปากกว้างขนาดนี้ ก็คือมองเห็นไปถึงลำไส้ใหญ่แล้วค่ะหนู” เสียงจีบปากจีบคอที่ดังออกมาจากข้างหลังทำให้ต้องหันไปมอง

“เชี่ย!” สะดุ้งตกใจจนกูต้องเผลอเอามือทาบอก ใจตกลงไปที่ตาตุ่ม



“กรี๊ด มึงตกใจเชี่ยอะไรคะ กูตกใจด้วยค่ะ!”  คนตรงหน้าที่หลุดกรี๊ดออกมาแบบนั้นแล้วกระโดดเข้ามากอดผมไว้ทั้งตัวพร้อมทำหน้าเลิกลักระแวดระวังมองซ้ายมองขวาและกรอกตามองไปรอบๆห้อง แต่ก็ยังไม่ปล่อยอ้อมแขนออกจากตัวผม



“ตกใจเจ๊พี่มึงนี่แหล่ะ ทำเชี่ยไรของเจ๊วะ!!” ผมที่แหวออกไปแบบนั้นแล้วพยายามใช้แขนดันตัวใหญ่ๆนี่ออกไปจากตัวผม แต่พอทำแบบนั้น ไอ้คนที่อยู่ในชุดนอนสีชมพูดลายหัวใจ พร้อมๆกับคาดที่ปิดตาไว้ที่หัวนั่นก็ยิ่งกอดกันแน่นๆมากขึ้นไปอีก



“ปล่อยโว้ยเจ๊”



“ไม่ค่ะ กูตกใจด้วย” มึงจะมาตกใจด้วยอะไรกับกู ต่างคนต่างตกใจสิ มันจะมาตกใจเพราะคนอื่นตกใจมันไม่ได้!



“กูตกใจเจ๊มึงนี่แหล่ะ แปะเชี่ยอะไรไว้ที่หน้า โว้ย ปล่อย”



“เอ๊ะ! นี่มึงตกใจสวยหรอคะ”



“เออ ตกใจมึงเลยเจ๊”



“เอ๊ะ อินี่ ตบไหมคะ มึงตกใจคนสวยทำไมก่อน”



“แล้วมึงเอาอะไรทาหน้าซะขาวแบบนี้วะ”



“อ๋ออ นี่อ่ะหรอคะ” ว่าแบบนั้นแล้วชี้เข้าหน้าตัวเอง



“เออสิ”



“กูพอกหน้าค่ะ เป็นการมาร์คหน้าด้วยครีมน้ำนม ต้องทำอาทิตย์ละสองครั้ง หน้าถึงจะได้นุ่มใสเนียนเหมือนตูดเด็กค่ะ” ว่าออกมาแบบนั้นอวดอ้างสรรพคุณเต็มที่พร้อมพยายามส่งยิ้มให้กัน แต่ก็ยิ้มได้ไม่สุด เหมือนมันจะตึงหน้า



“ใช่เวลาไหมวะ”



“เวลาไหนก็ได้ เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ”



“แต่ถ้าไม่สวย เจ๊ก็ควรหยุดซะนะ” และที่สำคัญคือมึงไม่ใช่ผู้หญิง หยุดมโน!



“อิน้องเอม ตบไหมคะ ตบกันไหมจะได้จบๆ”



“โว้ย ไม่ทะเลาะกับเจ๊แล้ว หมอนผมล่ะเจ๊” เปลี่ยนเรื่องถามอีกคนไปทั้งแบบนั้น มองเวลาก็คือจะเช้าแล้วแต่ยังไม่ได้นอน



“นู้นไงคะ”



“ไหนล่ะวะ”



“บนเตียงนั่นไงคะ ตาบอดหรอ”



“ไอ้บนเตียงน่ะผมเห็น แต่หมอนผมที่จะเอามานอนข้างล่างล่ะอยู่ไหน ผมง่วงแล้วนะ เจ๊เลิกแกล้งกันสักที” แกล้งอยู่ได้ เป็นคนกวนตีนที่ชอบทำหน้าใสซื่อไม่มีอะไร แต่จริงๆก็เป็นตัวร้ายที่ชอบจ้องจะแกล้งกู



“ไม่ได้แกล้ง คืนนี้มึงไปนอนบนเตียงกับกู”



“เห้ย! ได้ไง เจ๊คิดไม่ดีกับผมใช่ไหมวะ” ฮึกฮัดเลย ไอ้เอมฮึดฮัดเลยครับ นี่มึงจ้องจะลวนลามกันใช่หรือไม่ ยิ่งก่อนหน้านี้...เราพึ่งๆ ...เราพึ่งม๊วฟม๊าบฟู๊บฟ๊าบกันมาด้วยนะเว้ย



“กูสิคะต้องกลัวมึง กูเป็นผู้หญิงบอบบางสวยๆนะคะ” ทำหน้าหวาดระแวงใส่กูพร้อมเอาผมทัดหู กูนี่กรอกตาเลย คือมึงไม่มีผมไง



“พอๆ ไม่ต้องทำหน้าเหม็นเบื่อกูค่ะ ขึ้นไปนอนบนเตียงนั่นแหล่ะ เพราะถึงนอนข้างล่าง มึงก็ฉวยโอกาสขึ้นมาลวนลามกูบนเตียงอยู่ดี”



“ผมเปล่านะเว้ย! ผมไม่ได้ปีนขึ้น...”



“มึงละเมอมั้งคะ พอๆ จะยังไงก็ช่าง ปลายทางคือมึงปีนขึ้นมาค่ะ เพราะงั้นก็นอนด้วยกันไปเลยค่ะ แต่นั่น เอาหมอนข้างมากั้นด้วยนะคะ กูกลัวมึงลวนลามกู”  ต้องเป็นกูไหมที่พูดคำนั้นอ่ะ ... แต่ถึงแบบนั้นผมก็เลือกที่จะไม่เถียงอะไรออกไปอีก เพราะตอนนี้ง่วงจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ได้แต่อ้าปากหาวออกมาอีกหนึ่งที



“ไปนอนเถอะค่ะ หนังตามึงจะปิดแล้ว”



“อื้มๆ ฝันดีผีกัดตูดนะเจ๊” พูดออกไปแค่นั้นแล้วรีบปีนขึ้นเตียงไป แอร์เย็นๆกับผ้าห่มนุ่มๆที่ทำให้รู้สึกสบาย ที่พอซุกตัวเข้าไปแล้วได้กลิ่นหอมๆของน้ำยาปรับผ้านุ่มยิ่งทำให้รู้สึกดี



“กัดตูดมึงน่ะสิ” ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายแว่วๆแต่ใครจะสน ตอนนี้ก็แค่รู้สึกง่วงเกินกว่าจะลุกขึ้นมาต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวภายในห้อง คิดว่าอีกฝ่ายคนเดินเข้าไปล้างหน้าล่ะมั้ง เลือกที่จะปิดตาลงแล้วซุกหน้าลงกับหมอนและหลับไปทั้งแบบนั้น



.

.

.



“อื้ม เย็น” ความรู้สึกเปียกๆเย็นๆของสัมผัสบางอย่างที่ทำให้ต้องพูดออกมาแบบนั้น ทั้งง่วงทั้งรำคาญทำให้ต้องขมวดคิ้ว แต่ก็ง่วงเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมามองได้



“ชู่ว นอนเถอะ” เสียงทุ้มเข้มที่กระซิบเข้าที่ข้างหูทำให้ผมเลิกขมวดคิ้ว เสียงคุ้นหูที่ทำให้รู้ว่าใคร ความรู้สึกเหมือนฝันก็ไม่ใช่แต่จะตื่นอยู่ก็ไม่เชิง ความเย็นๆที่มาพร้อมๆกับลมร้อนๆที่เป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มและลำคอ รู้สึกจักจี้จนต้องหดคอเอาหน้าซุกลงกับหมอน แรงกอดรัดแปลกๆที่รู้สึกอยู่ที่เอวจนต้องขยับหนี แต่เหมือนยิ่งหนีก็ยิ่งถูกรัด



“อื้อ อึดอัด อย่าแกล้งเอม”



“หึ เฉยๆน่า กูแค่ติดหมอนข้าง” หมอนข้าง ... อะไรนะ หมายถึงอะไร



บางอย่างที่นิ่มๆเย็นๆถูกกดลงมาที่แก้มอีกครั้งทำให้ยิ่งต้องสงสัย แต่เสียงเข้มๆที่ทำให้อุ่นใจแปลกๆพร้อมๆกับแรงกอดรัดที่พอลองขยับตัวเข้าไปใกล้กับอบอุ่นแปลกๆแบบนั้นก็ทำให้หลับลงไปอีกครั้งแบบยากที่จะทัดทาน



สงสัยอะไรไปก็ช่างมันก่อนแล้วล่ะตอนนี้ ... ความมืดโรยตัวเข้ามาอีกครั้ง พร้อมๆกับสติของผมที่เริ่มจะดับลง



“หึ ควายน้อยเอ๊ย”



เสียงหัวเราะทุ้มขำเหมือนกับเอ็นดูอะไรบางอย่างซะเหลือเกินที่ดังอยู่ข้างๆหู คุ้นจัง...ควายน้อยตัวไหนกันนะ



...



“อื้ม หาวว”



ค่อยๆขยับตัวช้าๆตอนที่เริ่มรู้สึกตัว ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปเกาหัวเพราะเริ่มรู้สึกคัน ลืมตาขึ้นมามองเห็นฝ้าเพดานสูงที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะหลับตาเอียงหน้าลงไปซุกเข้ากับหมอนและผ้าห่มอีกครั้งแบบคนขี้เกียจที่ยังไม่อยากจะตื่น  ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะกลิ่นที่ไม่คุ้นที่มาจากผ้าห่ม แต่ถึงแบบนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลิ่นแปลกๆกลิ่นนี้มันโคตรจะอุ่นจนต้องถูหน้าไปมากับหมอนเล่น ผ่านไปสักพักก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มองเห็นผ้าม่านที่ถูกรูดขึ้นทำแสงสว่างลอดผ่านเข้ามาในตัวห้องให้ได้มองเห็นด้านนอกที่เป็นระเบียงกว้างและสวนดอกไม้เล็กๆที่ดูจากการตกแต่งแล้วมันเป็นแบบเดียวกับสวนของร้านที่ผมทำงานอยู่ตอนนี้



“นี่มันห้องนอนของไอ้เจ๊พี่มันนี่หว่า” สติเริ่มมาก็เริ่มจำได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านญาติตัวเองแล้วนี่หว่า  เด้งตัวขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ ไม่เห็นวี่แววเจ้าของห้อง  คิดว่าอีกฝ่ายคงตื่นก่อนแล้ว



“เจ๊ ทำอะไรอยู่หรอ” เดินลากสังขารออกไปตามกลิ่นของของกิน ภาพเดิมๆที่เหมือนเคยเห็นแบบนี้เมื่อวานก่อน แผ่นหลังกว้างๆที่หันหน้าเข้าหาเตาแก๊สและขยับไปมาแบบคล่องแคล่วแม้ว่าสภาพร่างหนาๆดูแมนๆแบบนั้นจะไม่เข้ากับสภาพห้องครัวหรือแม้แต่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายหมาตัวใหญ่สีขาวๆนั่นเลยก็ตาม



“เอ้า ตื่นแล้วหรอคะหนู แล้วมายืนหัวฟูทำเหี้ยไรคะ ไปอาบน้ำแปรงฟัน”



“มันหอม” ไม่ตอบอย่างอื่นแต่ตายังมองไปที่เตาไฟไม่เลิก มองเห็นเป็นข้าวผัดแฮม



“ค่อยมาแดก ไปอาบน้ำแปรงฟันก่อนค่ะ น่ารังเกียจที่สุด อี๋ๆ คนสวยรับไม่ได้เหม็นขี้ฟัน” เบ้หน้าเบ้ตาใส่แบบรังเกียจกันแบบไม่ปิดบัง ปัดโถ่เว้ย จะอะไรขนาดนั้นอ่ะ ไอ้เอมก็ไม่สกปรกขนาดนั้นไหมวะ ก็แปรงฟันทุกเดือนนะ ถุย!



“เออๆ ไปแล้วๆ ก็ไม่เห็นจะต้องทำรังเกียจกันขนาดนั้นเลยนี่หว่า ทำยังกับว่าไม่เคยจูบกัน”



“กรี๊ดดดดด พูดไรคะ อุ๊บอิ๊บปากมึงเลยนะคะ ใครจูบใคร สวยไม่รู้ สวยไม่เห็น” หน้าตาเลิกลักพร้อมตะหลิวที่หล่นตกพื้น อาการออกแบบเล่นใหญ่เล่นโต



“เจ๊ไม่ต้องร้อนตัว ไม่ได้หมายถึงเจ๊หรอกเว่ย” บอกออกไปแบบนั้น แล้วคนที่กำลังเอามือทาบอกตัวเองอยู่ก็หยุดชะงักไป



“ไม่ใช่กูแล้วมึงไปจูบกับใครมาอีก” ถามออกมาแบบนั้น ก่อนจะหันมามองหน้ากันนิ่งๆ สายตาที่เปลี่ยนเป็นจ้องกันแบบไม่ล้อเล่นเหมือนก่อน ผมที่ยกยิ้มมุมปากน้อยๆมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมหรี่ตาใส่อีกคน



“ผมน่ะ...ไม่บอกหรอก ฮ่าๆ กลัวเจ๊จะตกใจ”



“มึงอย่ามาลีลาไอ้เอม กวนตีนกูหรอ กูเอาตะหลิวฟาดปากมึงนะ” ว่าออกมาแบบดุๆ ผมที่ยังยิ้มร่า และยิ่งยิ้มกว้างขึ้นมากขึ้นไปอีกตอนที่อีกคนก้มลงหยิบตะหลิวและทำท่าจะเดินมาเค้นเอาคำตอบ ผมที่ก็โพล่งออกไปทันทีว่า



“ผมจูบกับพี่ดาบล่ะ เจ๊ตกใจไหมจ๊ะ” ยิ้มกว้างๆใส่คนตรงหน้าที่ชะงักตัวไป ก่อนดวงตาคมเข้มที่ผมคุ้นเคยจะค่อยๆผ่อนคลายลง และเจ้าตัวก็



“กรี๊ดดดดดด หยุดนะ หยุดเรียกชื่อนั้นให้สวยได้ยินน้า”



“ฮ่าๆๆ สะใจโว้ย”



ผมที่หัวเราะลั่นและวิ่งหนีออกมาจากห้องครัวหน้าตาเฉย ได้ยินเสียงสองที่ร้องหวีดๆอยู่ในครัวดังตามมาอีกเป็นระยะ ๆ  ... เช้านี้หนึ่งแต้ม มอบคะแนนมาให้ไอ้เอมซะดีๆ อย่าคิดว่าจะแกล้งกันได้อยู่ฝ่ายเดียวนะอิเจ๊พี่มึง





               แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษา เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วก็เห็นเจ้าของห้องนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวที่แค่ยกแก้วกาแฟร้อนๆขึ้นดื่ม ส่วนสายตาคมๆนั่นยังคงจับจ้องอยู่ที่ไอแพดของตัวเองแล้วไล่ดูอะไรไปเรื่อย คิดว่าคงเช็คข่าวสารทั่วๆไป



“เสร็จแล้วก็มาแดกข้าวค่ะ ลีลา”

 

ขอให้ได้ว่าขอให้ได้บ่น แต่ถึงแบบนั้นก็เห็นว่าอีกคนตักข้าวผัดมาวางไว้ให้เรียบร้อย ข้าวผัดแฮมร้อนๆที่ผัดใส่ไข่ แครอท และต้นหอมซอยที่โรยหน้ามาให้อย่างน่ากิน กลิ่นหอมๆที่พอได้กลิ่นแล้วชวนให้น้ำลายไหล ผมที่รีบนั่งลงบนโต๊ะแล้วตักข้าวเข้าปากแบบไม่เถียงอะไรคนตรงหน้าออกมาอีก



“อื้มมม อาอ่อย”



“กูทำอะไรก็เห็นมึงบอกอร่อยหมดแหล่ะค่ะ”



“ก็เจ๊ทำอร่อยจริงๆนี่หว่า” บอกแบบนั้นแล้วยกนิ้วโป้งสองข้างส่งไปให้อีกคนแบบเน้นๆ กลัวพี่เจ๊มันไม่เชื่อ ก้มหน้าตักข้าวเข้าปากอีกคำแล้วยิ้มตาปิดออกมา ชีวิตคนเราก็ต้องการแค่นี้ไหมวะ แค่ของกินอร่อยๆและอยู่กับคนที่สบายใจ



“เอม”



“หื้ม” เงยหน้าขึ้นมามองคนที่เรียกชื่อกันดีๆออกมาแบบนั้น ปกติพี่เจ๊มันต้องเรียกอิหนูน้องบ๋อย อินู่นอินี่ไปเรื่อย สารพัดชื่อที่ตั้งขึ้นมาเรียกกัน



“มึงไม่ต้องไปทำงานที่ร้านแล้วนะ”



‘เคร้ง’



“ห๊ะ! ทำไมอ่ะเจ๊ ผมทำไรผิดอ่ะเจ๊ หรือเพราะผมเรียกชื่อพี่ดาบหรอ เจ๊ ผมขอโทษนะ เจ๊อย่าไล่ผมออกเลยนะ” ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับช้อนในมือที่ล่วงกระแทกจานข้าว ได้แต่ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า ... ไม่ได้นะ ถ้าผมไม่มีงานนี้ผมตายแน่เลย งานดี เงินดี ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยไปหน่อยแต่มันก็ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้



“มันไม่ใช่แบบนั้น”



“แล้วมันแบบไหน เจ๊ เอมขอโทษนะ เจ๊อย่าไล่เอมออกเลยนะ”



ว่าแบบนั้นแล้วลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งลงตรงหน้าของเจ๊มัน เกาะขามันไว้แบบนั้น รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมายังไงชอบกล แต่ผมเสียงานนี้ไปไม่ได้จริงๆ แค่เงินทุนที่ได้มันก็พอแค่ค่าเทอม แต่ค่ากินอยู่ในชีวิตประจำวันผมไม่มี แล้วจะอยู่ยังไง แค่คิดมาถึงตรงนี้ก็อยากจะร้องไห้แล้ว สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ คนที่รวยอยู่แล้วไม่เข้าใจหรอกว่าความจนมันน่ากลัวมากแค่ไหน



“มึง ใจเย็นๆ ทำเหี้ยไรวะ” เจ๊พี่มันที่ผวาตอนที่เห็นผมเกาะขามันไว้แน่นๆแบบนั้น แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่ปล่อย ก็แค่ต้องขอร้องกันแบบสุดความสามารถ



“ไม่ เจ๊เอมขอร้อง อย่าไล่เอมออกเลยนะ นะเจ๊นะ”



“ไอ้เอม ตั้งสติหน่อยไอ้สัด!” เจ๊มันที่ว่าออกมาอีกครั้งด้วยเสียงเข้มๆที่คล้ายจะตวาด พร้อมๆกับฝ่ามือแกร่งที่ดึงกระชากต้นแขนของผมขึ้นด้วย ผมที่ค่อยๆยืนขึ้นและช้อนตาสั่นๆมองพี่มันที่มองผมนิ่งๆ



“ตั้งสติแล้วฟังกู กูไม่ได้จะไล่มึงออก”



“แต่เจ๊บอกไม่ให้ไปทำงาน”



“เงียบ!” มันที่มองดุกันและพูดออกมาด้วยเสียงเข้มๆที่ทำให้ต้องหุบปากลงทันที เห็นเจ๊มันที่ถอนหายใจออกมานิดๆก่อนจะยกมือขึ้นไปเสยผมออกจากหน้าตัวเองเหมือนอยากระงับอารมณ์



“กูไม่ได้จะไล่มึงออก แค่บอกว่าไม่ต้องไปทำงานที่ร้าน” ผมที่อยากจะอ้าปากเถียงออกมาในตอนนี้ แต่มองเห็นสายตาของอีกคนที่มองกันอยู่เลยต้องเงียบไม่พูดออกไปอีก



“งานที่ร้านมันเลิกดึก แล้วเทอมนี้มึงก็เรียนเช้าบ่อย กูว่ามันจะเสียการเรียนของมึง”



“ไม่เป็นไรเจ๊ ผมไหว” โพล่งออกไปแบบนั้นแบบสุดจะทน อยากพูดมากๆ เหนื่อยกว่านี้กูก็ไหว



“มึงไม่ไหว แค่ไม่กี่วันนี่กูก็เห็นมึงหาวเอาๆเวลาทำงาน”



“ผม...ผมจะไม่หาวแล้วเจ๊ จริงๆนะ เอมจะไม่หาวแล้วนะ” บอกออกไปแบบนั้นพร้อมน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา บัดซบ! นี่กูจะโดนไล่ออกเพราะหาวในเวลางานหรอวะ



“ไอ้เอมมึงฟัง”



เจ๊จะให้ฟังอะไรอีกวะ เจ๊จะไล่ผมออกเพราะผมหาว ผมกำลังจะตกงานแล้วไม่มีเงินนะเว้ย ผมสัญญาจริงๆนะ ผมจะไม่หาวแล้ว”



คนตรงหน้าที่มองหน้ากันเหมือนเหนื่อยหน่ายจะพูดด้วย แต่ผมก็ยังไม่ท้อ เอื้อมมือไปเกาะแขนเจ๊พี่มันไว้แน่นๆเลยในตอนนี้



“กูไม่ได้จะไล่มึงออก กูแค่จะบอกให้มึงเปลี่ยนงาน ไม่ต้องไปเสริฟที่ผับแล้ว แต่มาทำงานความสะอาดห้องให้กูแทน ส่วนวันไหนที่มึงไม่มีเรียนเช้า ถ้าอยากไปทำที่ร้านก็ไปเป็นวันๆเอา กูจะให้ค่าจ้างเสริฟเป็นรายวัน ส่วนทำความสะอาดห้องนี่ก็เป็นรายเดือน เดือนละเท่ากับค่าจ้างของเด็กเสริฟที่เคยตกลงกันไว้ แล้วมึงก็มาพักที่ห้องกูไปเลยจะได้ทำงานง่ายๆ เท่านี้มึงเข้าใจรึยัง เลิกตื่นตูมตีโพยที่พายสักที”



ผมที่ได้แต่กระพริบตาปริบๆตอนที่ได้ยินคนตรงหน้าว่าออกมารัวๆแบบนั้น ก่อนจะค่อยๆประมวลผลตามช้าๆ แต่...แต่สรุปว่าผมไม่โดนไล่ออกใช่หรือไม่จ๊ะ



“เจ๊”



“อืม คราวนี้มึงเข้าใจรึ เห้ย!....”



“ฮื่อออ เจ๊! ขอบคุณนะ เอมขอบคุณนะเจ๊ครับ” แหกปากออกไปแบบนั้น พร้อมๆกับตัวผมที่พุ่งออกไปกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่นๆ ทั้งหน้าทั้งปากทั้งตาที่ยิ้มออกมากว้างๆพร้อมๆกัน เป็นความรู้สึกทั้งดีใจและสบายใจ ผมไม่โดนไล่ออก แถมทั้งยังได้งานที่ดีที่พักที่ดีกว่าเดิมอีกไม่ใช่รึไงกัน



“เฮ้อ มึงนี่แม่งเป็นควายน้อยจริงๆเลยว่ะ” ได้ยินเสียงของคนข้างหูที่พูดออกมาแบบนั้น ก่อนที่จะรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นที่วางลงที่แผ่นหลังของกัน ผมที่ไม่สนใจอะไรอีกนอกจากกระชับอ้อมแขนของตัวเองกอดอีกฝ่ายแน่นๆ



“ขอบคุณนะครับเจ๊”



“ก็กูเคยบอกมึงแล้วไง ว่าคนที่มึงจะพึ่งพาได้ ก็คือกู”





...



(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • แฟนเพจ
“เจ๊ ส่งผมแค่นี้ก็พอ เจ๊จะเดินเข้ามาด้วยทำไมวะ”



ผมที่หันไปบอกคนข้างตัวที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนๆพับแขนเสื้อมาไว้ตรงข้อศอกแถมปลดกระดุมเม็ดบนไปอีกสองเม็ดเผยให้เห็นอกแกร่งที่อยู่ใต้เสื้อนั่นพอให้วับๆแวมๆ ขายาวๆที่อยู่ในกางเกงยีนส์เดฟสีดำแบรนดังแบบที่เจ้าตัวชอบใส่เป็นประจำ ใบหน้าหล่อคมที่วันนี้ทารองพื้นมาพอประมาณและเขียนคิ้วด้วยสีน้ำตาลเข้มให้ตัดกับสีผมของเจ้าตัวได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือสีปากที่วันนี้ก็ยังแดงไม่เปลี่ยน แต่มองจากมุมนี้ ถ้าเจ๊มันไม่กรีดไม้กรีดมือและพูดเสียงสอง มองรวมๆก็แทบจะไม่มีใครรู้หรอกว่ามันเป็นตุ๊ด



“ทำไมคะ มันทำไมคะ ถ้ากูจะเดินสวยๆเข้าคณะไปกับมึงนี่มันทำไม ทำไมต้องอิดออด คือมึงกันซีนกูหรอคะอิหนูน้องบ๋อย”



“เจ๊ไม่ให้ผมเป็นเด็กเสริฟแล้ว ผมไม่ใช่บ๋อยแล้ว”



“แต่กูรู้จักมึงมาจากการที่มึงเป็นเด็กเสริฟ เพราะฉะนั้น กูจะเรียกแบบนี้แล้วมึงทำไมคะหือ”



“แล้วแต่เจ๊เลย”



“นั่นก็ถูกค่ะหนู” ตอบผมออกมาแบบหน้าระรื่น ก่อนที่แขนหนักๆของอีกฝ่ายวางพาดมาที่บ่าของผม เจ้าตัวที่ดึงตัวของผมให้เข้าไปกันกันมากขึ้นอีก



“เจ๊ ทำไรของเจ๊วะ”



“แขนหนัก แขนอ่อนล้า สวยอยากมีที่พักแขนค่ะ” จีบปากจีบคอแล้วก้มหน้าลงมาบอกกันพร้อมรอยยิ้มตอแหล



“เจ๊แม่ง ปล่อยผมเลยนะโว้ย” กัดฟันกระซิบบอกอีกฝ่ายแบบนั้น แต่อีกฝ่ายกับยิ่งยึดตัวผมเอาไว้แน่นๆ



“มึงอยากถูกไล่ออกหรออิหนู” 



มันสู้! มันสู้ไอ้เอม!! คิดว่าขู่แบบนี้แล้วไอ้เอมจะท้อหรอห๊ะ!



“ตามสบายเลยจ๊ะเจ๊ดานี่คนสวย จะวางไว้บนนี้ทั้งศตวรรษเอมก็โอเค เบาสบายไม่หนักเลยจ๊ะ” ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมยิ้มประจบ กูกลัว! กูท้อมาก ดานี่มึงจะทำไรกับกูก็ทำเลย ตามใจท่านเถิด ถุย! เจ็บไข่!!



“เปลี่ยนสีไวเลยนะไอ้ควายน้อย”



“อย่าพูดหยาบคายแบบนั้นสิเจ๊ เค้าเรียกว่าอยู่เป็น”



“อยากจะถุยใส่ลูกตามึงจริงๆ”



“อี๋ สกปรก”



เบ้หน้าใส่คนที่ก็ยังเดินกอดคอกันไปทั้งแบบนั้น มองเห็นรอบๆตัวของเรามีคนจับจ้องพี่มันมาตลอดทาง แอบเห็นสาวๆบางคนก็ยกมือถือขึ้นแอบถ่ายไปอีก เห็นแบบนั้นแล้วได้แต่ถอนใจเลย อย่าให้หนังหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางของมันหลอกพวกคุณได้ครับ ไอ้เจ๊นี่น่ะมันร้าย ตัวอันตรายที่สุดก็คือมันนี่ล่ะ ถามว่าอันตรายตรงไหน ถ้าคิดคำตอบออกมาไม่ได้ อย่างน้อยๆมันก็อันตรายกับใจผมล่ะหนึ่งอย่าง



“มึงไม่มีเหตุผลเลยนะไอ้เหี้ยเก้อ”



“กูมีเหตุผลของกู และเรื่องนี้ไอ้เอมมันก็ต้องฟังกูด้วย”



เสียงโหวกเหวกโวยวายเหมือนคนทะเลาะกัน ทำให้ผมต้องดึงความสนใจจากเรื่องที่คิดอยู่ให้หันไปมอง เสียงสองเสียงที่ทะเลาะกันดังแบบไม่อายใคร แต่สำหรับผมที่พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้โต๊ะหินอ่อนที่ถูกจัดวางไว้ในสวนดอกไม้ข้างตัวตึกคณะ พอเห็นว่าเป็นใครก็ยิ่งอายมากกว่าเดิม เพราะมันสองตัวที่ทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดงอยู่ตอนนี้มันคือเพื่อนสนิทผมน่ะสิ คือพวกมึงทะเลาะอะไรกัน ไหนแถลงพี่เอมซิ



“มึงเป็นบ้าป่ะเนี่ยไอ้เก้อ กูมั่นใจว่าเรื่องนี้ไอ้เอมจะไม่ฟังมึง”



“มันต้องฟัง กูไม่ยอมให้มันไปทำงานที่ร้านห่านั่นอีกแล้ว!”



เสียงดังๆของไอ้เก้อไม่ทำให้ผมตกใจมากเท่ากับคำพูดของมันที่ว่าออกมาแบบนั้น มันบอกไม่ให้ผมไปทำงานที่ร้าน และร้านห่าที่มันพูดถึง ก็คงจะไม่ใช่ร้านไหนนอกจากจะเป็นร้านของคนข้างตัวที่ยืดกอดคอผมอยู่ตอนนี้ ... และไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม มันก็ไม่สมควรที่เจ้าของร้านจะมาได้ยินอะไรแบบนี้ไหมวะ



ผมที่กำลังจะอ้าปากพูดเพื่อหยุดคำพร่อยๆของไอ้เก้อ แต่ดูเหมือนว่าจะช้าไปก้าวนึง



“ร้านเจ๊มันมีอะไรทำให้ไม่พอใจหรอคะ”



คนข้างตัวผมที่พูดออกมาแบบนั้น ถึงคำพูดจะไม่แตกต่างจากที่เจ๊มันชอบพูด แต่ครั้งเสียงมันกลับกระด้างและไม่แด๊ะแด๋เหมือนที่เจ้าตัวชอบทำ ผมเห็นไอ้หยีกับไอ้เก้อที่ละสายตาหันมามองเรา และทันทีที่ไอ้เก้อมองเห็นเรา สีหน้าของมันก็ถมึงทึงมากขึ้นไปอีกเท่าตัว ... คือมึงเป็นอะไรวะเพื่อนเก้อ อยากถามว่ามึงปวดขี้หรอ แต่คิดว่าหุบปากไว้จะดีกว่า



“ว่าไงคะพ่อหนุ่ม มีอะไรกับร้าน กู หรอคะ”



คำพูดคำจาของเจ๊พี่มันที่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกแปลกๆ ได้แต่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนกอดคอกันอยู่ข้างๆตัว มองเห็นเสี้ยวหน้าคมที่นิ่งขึ้นมากกว่าเดิมของอีกฝ่าย ก่อนที่รอยยิ้มร้ายๆจะถูกจุดขึ้นที่มุมปากของพี่มัน

อิฉิบหาย! ไม่ชอบเห็นหน้าตาแบบนี้ของมันเลย

ผมคุ้นเคยดีกว่าใคร รอยยิ้มร้ายๆแบบนี้ ในคือที่เมาๆแล้วเยดุๆมันก็แบบนี้

ไม่นะ...! หรือว่าที่กูคิดว่าเจ๊แม่งชอบไอ้เก้อมันจะจริงวะ แม่ย้อยไข่ใหญ่! ไม่ได้นะเว้ย เจ๊มึงจะมาอยากเยไอ้เก้อไม่ได้นะเว้ย!



“อะ...อ้าว เจ๊ดานี่ สวัสดีค่ะเจ๊ มาส่งอิเอมหรอคะ”



ในช่วงจังหวะที่เหมือนเดดแอร์อยู่นั้น เป็นไอ้หยีที่ได้สติขึ้นมาก่อนใคร ป้ามันที่กระแอมไอเล็กๆแล้วยกมือไหว้เจ๊มันอย่างร่าเริง



“ดีค่ะน้องหยีคนสวยของเจ๊ ... ส่วนพ่อหนุ่มกล้ามล่ำ สรุปยังไงจ๊ะ” อิเจ๊ก็คือกัดไม่ปล่อยยิ่งกว่าหมาบางแก้ว เค้าพาออกไปเรื่องอื่น มึงจะวนกลับมาเรื่องเดิมทำไมวะ แถมเจ๊มันก็ยังมองไอ้เก้อไม่หยุดอีกด้วย



“ไม่สรุปยังไง แค่กูจะไม่ให้ไอ้เอมไปทำงานที่ร้านมึงอีกแค่นั้น!” ไอ้เก้อที่ว่าออกมาแบบนั้น มันที่ขึ้นมึงขึ้นกูแบบไม่สนใจว่าเจ๊มันจะอายุมากกว่า ผมที่เห็นแบบนั้นแล้วไม่เข้าใจมากๆ ไอ้เก้อเป็นเพื่อนที่ดีครับ มันไม่ใช่คนไม่มีมารยาท และนี่อาจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่รู้จักกันมาแล้วเห็นมันไม่มีมารยาทใส่คนอื่นแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้



“ไอ้เก้อ มึงเป็นไรวะเพื่อน พูดจากันดีๆก็ได้นี่” เป็นผมที่พูดออกไปแบบนั้น ไอ้เก้อที่หันมามองกันตาเขม็งจนกูสะดุ้ง คืออะไร มึงหิวตับเด็กหรอวะ



“กูจะพูดแบบนี้ และมึงก็มานี่ไอ้เอม” มันพูดปุ๊บก็คือทำปั๊บ ฝ่ามือแกร่งของมันที่กระชากแขนของผมไปจนตัวปลิว มันติดอยู่ตรงที่ว่า อิเจ๊พี่มันเองก็ไม่ยอมปล่อยมือจากคอผมเช่นกัน มันที่ดึงรั้งตัวผมไว้อย่างแรงและสะบัดตัวผมให้ถอยออกมาจากไอ้เก้อ



“โอ๊ย เจ็บนะ”



“ไอ้เหี้ยเก้อ มึงเป็นบ้าอะไรมึงคะ” ไอ้หยีที่วิ่งเข้ามาห้ามทัพ มันที่ผลักไอ้เก้อออกห่างจากผมแล้วว่าออกมาแบบนั้น



“อิหนูคะ เจ็บหรือเปล่า” เจ๊มันที่เอื้อมมือมาลูบแขนข้างที่ถูกไอ้เก้อกระชากเบาๆ และเพราะผมเป็นคนขาว มันเลยขึ้นรอยแดงได้ง่ายกว่าคนอื่น รอยนิ้วทั้งห้าของมันปรากฏอยู่บนต้นแขนของผม นี่มันบอกให้รู้ว่าไอ้เก้อใช้แรงมากแค่ไหน ผมที่ได้แต่หันไปมองหน้ามันแบบไม่เข้าใจ คือมันเป็นอะไรวะ



“ไอ้เอม”



“พอค่ะ มึงพอค่ะพ่อกล้ามล่ำ มึงไม่เห็นหรอคะว่ามึงทำให้น้องหนูมันเจ็บน่ะ สวยว่า มึงน่าจะมีเรื่องคุยกูมากกว่าใช่ไหมเอ่ย ถ้าแบบนั้นก็อย่าพิรี้พิไรอยู่เลยค่ะ มีอะไรไม่พอใจร้ายเจ๊หรอคะ มาพูดกันดีๆเนอะ เดี๋ยวเจ๊ปรับปรุงให้”



“ถุย มึงเลิกทำท่าแด๊ะแด๋แบบนี้สักทีเหอะว่ะ มึงจะหลอกใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กูล่ะคนนึง”



“ไอ้เหี้ยเก้อ ปากมึงนี่นะ วันนี้มันเป็นเหี้ยอะไรนักหนา ... เจ๊ดานี่ หยีขอโทษแทนเพื่อนหยีด้วยนะคะ มันคงแฮงค์น่ะค่ะ”



“กูไม่ได้แฮงค์เหี้ยอะไรทั้งนั้นล่ะ!”



“จุ๊ๆ ไม่เป็นไรค่ะหนูหยีคนสวยของเจ๊ เรามาดูอิหนูเอมๆนี่ดีกว่า ส่วนพ่อกล้ามล่ำ เราไปคุยกันทางนู้นดีไหม เพื่อจะใจเย็นขึ้นเนอะ” เจ๊มันที่ว่าแบบนั้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะชี้มือออกไปที่สวนที่ถูกจัดไว้ไม่ไกลออกไป มองจากตรงนี้ก็ยังเห็น แต่ถ้าคุยอะไรกัน ถ้าไม่ตะโกนดังๆ เราที่อยู่ตรงนี้คงไม่ได้ยิน



“เหอะ” ไอ้เก้อที่สบถออกมาแบบนั้นแล้วเดินตามเจ๊มันไป ผมกับไอ้หยีที่ได้แต่มองตากันแบบไม่เข้าใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้



“ไม่ต้องกังวลหรอกมึง เจ๊ดานี่เค้าไม่ไล่มึงออกเพราะเพื่อนมึงเป็นบ้าหรอก”



“แล้วไอ้เก้อมันเป็นไรของมันวะ”



“ไม่รู้คะ เห็นฟึดฟัดเป็นหมาบ้าตั้งแต่ตอนไปส่งกูที่บ้านเมื่อคืนแล้ว”



ผมที่ได้แต่มองตามไอ้เก้อและเจ๊พี่มันที่กำลังยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นที่ไกลออกไป มองเห็นเจ๊มันที่ส่งยิ้มเป็นมิตรให้พร้อมพูดคุยด้วยดีๆอยู่ตรงนั้น



.

.

.



               ผมที่เดินนำเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับไอ้เอมให้ออกมาคุยกันที่สวนหย่อมข้างๆที่ถูกจัดไว้ไม่ห่างจากตรงจุดโต๊ะม้าหิน ปลายสายตาไปมองก็เห็นไอ้หนูบ๋อยที่ชะเง้อคอยื่นคอยาวมองมาด้วยสายตาเป็นกังวลอยู่ตรงนั้น



“ว่าไงคะพ่อกล้ามล่ำ ไม่พอใจอะไรร้านเจ๊หรอคะ” เป็นผมที่เปิดปากพูดออกไปก่อนแบบนั้น พร้อมๆกับส่งยิ้มไปให้



“เหอะ มึงเลิกตอแหลสักทีเหอะว่ะ มึงอย่าคิดนะว่าเมื่อคืนกูไม่เห็นว่ามึงทำอะไรไอ้เอม”



“อู้ววว ไม่คิดแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ” ผมที่ว่าแบบนั้น มองเด็กตรงหน้าที่มันล่ำแบบที่ผมเรียกจริงๆ ความสูงก็ไล่เลี่ยแต่ผมสูงกว่านิดหน่อย หน่วยก้านไม่เลว โปรไฟล์ก็ไม่เลว ลูกคนรวย แต่ที่แย่ก็คือมันไม่ค่อยใช้สมองเท่าไหร่



“เพราะว่ากูตั้งใจให้มึงเห็น...ทำไมมึงจะไม่เห็นล่ะวะ” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วกดยิ้มมุมปากนิดๆ มองเห็นแววตาวาวโรจน์ของอีกคนที่มองหน้ากันเหมือนอยากจะตรงเข้ามาต่อยกันให้ตาย



“มึง! ไอ้สัด มึงตั้งใจ มึงจะเอาไงวะ มึงเลิกยุ่งกับไอ้เอมเลยนะไอ้สัดตุ๊ดปลอม อย่ามายุ่งกับเพื่อนกู”



“หัวร้อนเหลือเกินนะมึง แต่ว่า...ที่พูดมาทั้งหมดมึงพูดในฐานะไรวะ ฟังรวมๆแล้ว มันก็เป็นแค่เพื่อนนี่”



“สัด! กูเป็นเพื่อนแล้วมึงจะทำไม กูห่วงเพื่อนกู คนหลอกลวงแบบมึงอ่ะ แค่มองตรงนี้กูก็เห็นความคิดมึงแล้ว จะมาหลอกไอ้เอม มึงอย่าหวังเลย”



“อ้อหรอ แค่เพื่อนอ่ะเนอะ”



“จะเพื่อนหรือจะอะไรมึงเสือกอะไรด้วยวะ”



“ไม่ได้อยากเสือกอะไรด้วยหรอก แต่แค่อยากจะบอกให้มึงฟังนะว่ามึงน่ะเป็นได้แค่เพื่อน คำว่าเพื่อนน่ะ มันมีเส้นที่ขีดกั้นไว้อยู่นะ ว่ามันเสือกเรื่องอะไรในชีวิตของเพื่อนได้บ้าง”



“แล้วมึงจะทำไมวะ! ถึงกูจะเป็นแค่เพื่อนมันก็ยังดีกว่ามึง ที่ไม่ได้เป็นอะไรในชีวิตของไอ้เอมเลย”



“มึงมั่นใจหรอวะ ว่ากูไม่ได้เป็นอะไรในชีวิตของไอ้เอมเลย มึงคิดดูนะ ขนาดกูที่ไม่ได้เป็นอะไรในชีวิตของไอ้เอมแบบที่มึงว่า กูยังได้จูบกับมัน ไม่เหมือนเพื่อนที่อยู่ในชีวิตของมัน แต่เป็นอะไรไม่ได้เลย นอกจากเพื่อนอย่างมึง”



“ไอ้สัด!”



‘พรึบ’



หมัดหลุนๆที่มองดูแล้วคิดว่าต้องหนักพอควรที่ถูกต่อยออกมาจากคนตรงหน้า ผมที่เห็นแบบนั้นแล้วถอยตัวเอียงไหล่พลิ้วหลบได้ทัน ต้องยอมรับว่าไอ้หนุ่มนี่มันก็ร้ายพอควร ดีตรงที่กูคิดไว้อยู่แล้วว่าหน้าโง่ๆแบบนี้ก็คงสติขาดได้ง่ายแบบนี้นี่ล่ะ



‘ตุบ’



ผมที่ถอยหลังแกล้งเป็นสะดุดล้มและทิ้งตัวลงไปนั่งกับพื้นในตอนนั้น เงยหน้ายกยิ้มจ้องหน้าคนตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆแบบเอาเรื่อง



“เด็กแบบมึงดูเอาไว้นะ กูจะสอนให้ดู ว่ามึงต้องหัดมีสติมากกว่านี้ ไอ้อ่อน



“ม...มึง”



“กรี๊ดดดดดดด ช่วยสวยด้วยค่า!!!”



“ไอ้เหี้ยเก้อ! พอเลยนะมึง!”



“ทำเหี้ยอะไรของมึงคะอิบ้า ผีเข้าหรอ”



เสียงของไอ้เอมกับน้องหยีที่ทั้งมาพร้อมๆกับร่างของทั้งคู่ ไอ้เอมที่วิ่งเข้ามาหาผม ก่อนจะผลักอกไอ้เก้อไม่ได้แรงมาก แต่ก็แรงพอจะทำให้มันเซ และน้องหยีที่ตรงเข้ามาประคองผมขึ้นจากพื้น



“ไอ้สัด มึงแม่งตอแหล!”



“พอ! ไอ้เก้อมึงพอเลยนะ มึงเป็นบ้าอะไรวะ” ไอ้เอมที่ว่าออกมาเสียงดังแบบนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นมันเสียงดังที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา



“เจ๊ดานี่โอเคนะคะ หนูขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ”



“ฮึก...เจ๊โอเคค่ะน้องหนูหยี สวยแค่ตกใจนิดหน่อยค่ะ”



“ไอ้เหี้ย มึงนี่แม่ง...” ไอ้เก้อที่กัดฟันโมโหจนหน้าดำหน้าแดง มันที่ตั้งใจจะพุ่งเข้ามาต่อยผมอีกสักหมัด แต่ติดตรงที่ไอ้เอมที่ขวางมันไว้และผลักอกมันให้ออกห่างไปอีก



“เจ๊ดานี่เค้าดีกับกูมากนะเว้ยเก้อ มึงเป็นอะไรของมึงวะ เค้าเป็นเจ้านายกู มึงไปหาเรื่องเค้าทำไม”



“มึงไม่รู้หรอไอ้เอม มันเป็นตุ๊ดปลอมไอ้สัด มันจะหลอกมึง มึงแม่งไม่รู้เหี้ยอะไรเลย!”



“พอเหอะเก้อ มึงเลิกพูดเลยนะ เค้าเป็นเจ้านายกูนะไอ้สัด เค้าช่วยกูมาตั้งหลายรอบ ก่อนหน้านี้ถ้ากูไม่ได้เค้า มึงเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรอวะว่ากูจะเป็นยังไงถ้าไม่ได้ทำงานกับเค้า”



“ไม่ได้ทำก็ไม่ต้องไปทำดิวะ กูดูมึงได้ กูเลี้ยงมึงเองก็ได้ มันให้เท่าไหร่ก็จะให้มึงมากกว่ามันอีก”



“พอไอ้สัด!! มึงเป็นเพื่อนกูมึงยังไม่รู้จักนิสัยกูอีกหรอไอ้เหี้ย มึงหุบปากเลยนะก่อนที่กูจะรู้สึกแย่กับมึงมากกว่านี้ อย่ามาทำนิสัยเงินเป็นใหญ่แล้วเที่ยวเอาเงินบ้านพ่อบ้านแม่มึงมาฟาดหัวกู กลับไปทำตัวให้ดี ถ้ามึงอยากจะเป็นเพื่อนกัน!”



“ไอ้เอม...” ไอ้เก้อที่ส่งเสียงเรียกชื่อเพื่อนมันอย่างเบาหวิว เข้าใจดีว่ามันคงเสียใจแบบที่สุดกับคำพูดของไอ้เอม แต่ก็ถูกของไอ้เอมแบบที่มันว่า ไอ้เก้อเป็นเพื่อนมันแท้ๆแต่กลับไม่รู้นิสัยมันได้ยังไง ผมเองที่เจอมันไม่นานยังรู้เลยว่าเด็กที่กระเสือกกระสนใช้ชีวิตดูแลตัวเองมาตลอดแบบมัน คงไม่มีอะไรที่มันรักมากกว่าศักดิ์ศรีของมันอีกแล้ว



มึงพลาดแล้วไอ้เด็กเก้อ



เห็นแบบนั้นแล้วก็ต้องละสายตาไปมองไอ้เอม มันที่ก็คงเสียใจที่ถูกเพื่อนพูดแบบนั้นใส่ มองเห็นสายตากลมโตที่ผมชอบมองวาววับ คิดว่าคงกลั้นน้ำตาเอาไว้มากๆเหมือนกัน เพราะผมรู้ดีว่า เพื่อนกลุ่มนี้ของมัน เป็นเพื่อนรักของมันเลยจริงๆ



“เจ๊ ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะ เดี๋ยวผมไปส่งที่รถนะ” ไอ้เอมที่หันหน้าหนีจากเพื่อนมันแล้วพูดกับผมแบบนั้น



“ค่ะหนู”



“ไอ้เอมกูไม่ให้มึงไปส่งมัน!”



“เลิกบ้าสักทีค่ะอิเหี้ย! ถ้ามึงไม่หยุดกูจะเอานมฟองน้ำกูถูหน้ามึง เผื่อจะหายบ้าขึ้น หยีขอโทษแทนเพื่อนด้วยอีกรอบนะคะเจ๊”



“ไม่เป็นไรค่ะหนู เจ๊โอเค สวยใสสตรองค่ะ”



“ไอ้เอมมึงไปส่งเจ๊เค้าเถอะ ไปๆ”



“ไอ้เอม!”



“พอค่ะอิเหี้ย มึงมานี่เลย” เห็นน้องหยีที่มาขวางไอ้เก้อไว้ ก่อนจะใช้แรงหนีบขาหนีบแขนไอ้เก้อเอาไว้ไม่ให้มันเดินตามเรามา ผมที่หันไปสบตากับไอ้เก้ออีกครั้งก่อนจะยกยักคิ้วส่งให้มันเป็นของแถม



.

.

.



“เจ๊ ผมขอโทษเจ๊อีกครั้งนะ เพื่อนผมแม่ง...”



“ไม่เป็นไรค่ะมึง กูบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ดูสิเนี่ย ตาแดงหมดแล้ว น้ำตาจะไหลแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่สวยนะมึง”



“ผมจะสวยไปทำบ้าไรวะ ผมไม่ได้เป็นตุ๊ดแบบเจ๊นะ”



“คือมึงเหยียดหรอ มึงบูลลี่กูหรอคะ”



“จะใช่แบบนั้นที่ไหนเล่า” มันที่บ่นงุ้งงิ้งๆทำหน้างอให้ได้เผลอยิ้มออกมา เป็นเด็กบ้านๆธรรมดาๆแต่มีหน้าตาน่ารักเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆที่ดื้อและไม่ชอบทำตามคำสั่งเจ้าของ



“นี่อิหนูคะ”



“หื้ม ว่าไงครับเจ๊”



“มึงอย่าโกรธพ่อกล้ามล่ำนั่นเลยนะ มันคงไม่ตั้งใจพูดแบบนั้นกับมึงหรอค่ะ” เลือกที่จะบอกมันออกไปแบบนั้น มองเห็นมันที่เงยหน้ามองกันแบบไม่เข้าใจ



“ทำไมเจ๊ถึงพูดแบบนั้น มันจะต่อยเจ๊นะ” อยากบอกว่าเพราะกูไปกวนตีนมัน



“จะต่อยก็ส่วนจะต่อย แต่กูแค่คิดว่า มันเองก็เป็นเพื่อนที่ดีของมึงนะ มันคงไม่ตั้งใจพูดเหี้ยแบบนั้นออกมาหรอกค่ะ”



“แต่ผมก็โกรธ โกรธที่มันเหมือนจะเอาเงินฟาดหัวผม แล้วก็โกรธที่มันจะต่อยเจ๊ด้วย” บอกออกมาแบบนั้นพร้อมหน้าบึ้งตึงขึ้นมาอีกครั้ง



“เป็นห่วงกูรึไงคะ”



“ก็ใช่น่ะสิวะ” มันที่ว่าออกมาแบบนั้น เหมือนมันเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอบอะไรผมออกมาเพราะเหมือนจะยังฉุนๆเพื่อนตัวเองอยู่ เห็นแบบนั้นแล้วได้แต่เสหน้ามองไปทางอื่น พยายามข่มสีหน้าเอาไว้ให้มากที่สุด ...กลัวครับ กลัวว่าจะเผลอหลุดยิ้มออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ



“มึงนี่นะ...”



“ทำไม เจ๊จะบอกว่าควายน้อยอีกอ่ะดิ”



“เปล่า...”



“......”



“กูแค่จะบอกว่า มึงนี่นะ...น่ารักดีเหมือนกันนะ



“น...น่ารักบ้าไรเล่า ไปเลยนะ เจ๊กลับไปเฝ้าร้านเลยไป ผมจะไปเรียนแล้ว บายจ้า”



มองเห็นมันที่หน้าแดงขึ้นมาแบบห้ามไม่อยู่ และคำพูดคำจาที่อึกๆอักๆอยู่แบบนั้น เป็นคนเลิกลักเวลาที่เขินเสมอ ผมที่ไม่พูดตอบอะไรออกไป แค่มองตามแผ่นหลังบางๆนั่นไปพร้อมจุดรอยยิ้มบางๆตาม เห็นมันที่วิ่งหน้าตั้งหายไป และก่อนหน้านี้เสือกสะดุดก้อนหินด้วยหน่อยนึง



“ควายน้อยเอ๊ย”



‘ครืดๆ’



ผมที่หันตัวตั้งใจจะขึ้นรถขับกลับไปที่ร้าน แต่ก็ต้องหยุดเพื่อรับโทรศัพท์ซะก่อน สายเรียกเข้าที่โชว์หน้าจอขึ้นมาเป็นชื่อของ ‘ไอ้เมฆ’



“ฮัลโหลลล โทรมาทำไมคะคนหล่อ คิดถึงสวยหรอคะ” รับสายไปพร้อมเสียงสองแบบที่ไอ้เมฆต้องหงุดหงิด



((สัดดาบ! รำคาญเสียงมึงไอ้เพื่อนเหี้ย)) กูว่าแล้วว่ามึงต้องหงุดหงิด



“ดาบเดิบอะไร ยังอีกนะคะ ถ้าอยู่ใกล้กูจะหยิกไข่มึงนะคะ”



((จังไร แล้วนี่มึงอยู่ไหน ทำไมไม่อยู่ร้าน))



“มึงรู้ได้ไงคะ กำลังจะไปร้านแล้วค่ะ”



((แล้วมึงไปไหนวะ ปกติต้องสิงสถิตเป็นผีเฝ้าร้าน))



“ปากมึงนะคะอิเมฆ กูก็แค่แวะมาทำธุระนิดหน่อย”



((ธุระ?))



“ใช่ค่า ก็แค่...มาทำให้เด็กมันดู



((อะไรของมึงวะ แต่ฟังจากเสียงไม่น่าจะใช่เรื่องดี))



“โอ๊ยๆ เสือกค่ะ ว่าแต่โทรมามีเหี้ยอะไร หรืออยากเป็นผัวกูหรืออะไรคะ”



((สัด Kเถอะ))



“กูมีค่ะ ใหญ่กว่ามึงด้วยจำได้”



((โว้ย กูจะบอกว่า เค้า...จะกลับมาแล้วนะ))



“ห๊ะ มึงหมายถึง .. นี่กูไม่ตลกนะไอ้สัด”



((เสียงเข้มเลยนะครับเพื่อน เสียงเปลี่ยนกันเลยทีเดียว แต่กูไม่ได้หลอกมึง เค้ากำลังจะกลับมาแล้วจริงๆเว้ยเพื่อน เค้าไลน์มาบอกกูเมื่อเช้า มึงรีบเข้าร้านมา กูจะเอาไลน์ให้มึงชมเป็นขวัญตา))



มันที่พูดออกมาแบบนั้น และก็เป็นผมที่เงียบไปโดยที่ไม่สนใจจะตอบอะไรออกไปอีก



จะกลับมา...จะกลับมาแล้วหรอวะ



::::::::::::::::::-- to be continued --:::::::::::::::::::::::::



กรี๊ดดดดดด มาแล้วจ้าาา จริงๆแคทชอบพาร์ทนี้มากๆ เจ๊ดานี่ของเรานี่คือที่สุด ดีที่สุดและร้ายที่สุด

แต่เหนือสิ่งอื่นใด แคทสงสารเก้อเบาๆ เก้อครับ พลาดแล้วครับเก้อครับ ไม่น่าไปยุ่งกับอิเจ๊มันเลยจ้า

มามะ มาต่อแล้ว ไหนขอเสียงคนอ่านหน่อยค่ะ พาร์ทนี้เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย อิอิ

ปล. สามารถกรี๊ดกร๊าดคอมเม้นท์และโปรโมทนิยายได้อีกช่องทางในTwitter

ในแฮชแทค #สวยๆเป็นผัว จ้า :mew1: :L1:


ปล. ขอขอบคุณคนอ่านในเล้าเป็ดมากๆเลยค่ะ ตั้งแต่เขียนนิยายลงเล้าเป็ดมา ไม่เคยได้คนอ่านเม้นท์ตอนละ10ท่านเลย ดีใจ



:z1:

 :กอด1: :pig4: :กอด1:

 o13
   :mew1: :mew1: ขอบคุณมากๆเลยนะคะ แคทมาอัพตอนใหม่แล้วน้าาา



:pig4:
 :katai2-1:
ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาเม้นท์ให้กันนะคะ มาอ่านอีกน้า


:pig4: กลัวใจอีเจ๊ เกรงว่าเพื่อนเก้อจะโดนยำตีน

บ้าน่า เจ๊สวยๆไม่สู้คน จริงๆนะคะ อิอิ


:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ขอบคุณนะคะ แล้วเข้ามาอ่านอีกนะคะ จุ๊บๆเลย


รอตอนต่อไปจ้า :L2: :pig4: :pig4: :L2:

แคทอัพตอนใหม่แล้วนะคะ มาอ่านอีกน้าาา


เกิดศึกขึ้นแล้ว,,,
  ศึกอะไรน้าาา บ้าจุงเบย ไม่มีหรอกน่า จริงจริ๊งงง :hao7:


เจ๊หวงเอมแล้ว แต่ปากแข็ง  :เฮ้อ:
ที่จับเอมจูบปาก .......  :z3: 
ชวนเอมที่กำลังเคลิ้มไปนอนด้วย   :o8:
นี่กำลังท้าทายเก้อแน่ๆ  :z6: :z3:
ดูแล้วเก้อนี่แอบชอบเอม แต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวเสียเพื่อนใช่ไหม  o18
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

  ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ยาวๆที่มอบให้แคทเสมอๆเลยนะคะ อ่านแต่ละครั้งคือยิ้มกว้างๆตลอดเลย
ดีใจที่ชอบและสนุกไปด้วยกันในทุกๆตอนนะคะ ยังไงตอนนี้ มาอ่านต่ออีกนะคะ  :mew1:



:pig4: :pig4:
  ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ มาอ่านอีกน้า


พีีดาบคนดุ   :impress2:
  ดุไหมน้าา มาอ่านตอนนี้ดูนะคะ พี่ดาบของเราดุจริงหรอ อิอิ


เจ้ดาบเหอะ เล่นจู่โจมควายน้อยซะเข่าอ่อน คือกะเปิดศึกกะใครรึป่าวค้า   :hao3:

เปิดกับใครไหมน้าา มาอ่านตอนนี้กันนะคะอิอิ



เจ้ดาบลุยเลยค่าาาา
  จัดไปเลยค่าาา  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-11-2019 20:45:15 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :mew5: อิเจ๊มึงมันร้าย

ออฟไลน์ Fengfang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ใครกำลังจะมาอะเจ๊ดานี่ งื้อไม่อยากกินมาม่าง่า   :ling1:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 915
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-6
สงสารเพื่อนเก้อ ถึงตัวจะเท่าๆ กัน แต่กระดูกน่าจะคนละเบอร์กะเจ้ดานี่นะฮะ ก็เจ้มันร้ายจะตาย

ว่าแต่คนที่จะกลับมาเป็นแฟนเก่าอิเจ้นี่ละป่าวอ่ะ.


ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
อ้าว เอาแล้วไง. วุ่นวายแน่ๆ,,,

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
รักเก่ามันฝังลึกงี้

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 798
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
รอตอนต่อไปจ้า  :L2: :pig4: :L2:

ใครจะกลับมา? :hao4:

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
ลุ้นต่อ รอตอนต่อไปจ้าา

ออฟไลน์ sarang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
วันนี้วันเสาร์ คุณแคทลงตอนต่อไปวันนี้นี่นา
รออยู่นะคะ นี่พึ่งเข้ามาอ่านตอนล่าสุด อิพี่ดาบ เธอมันร้าย
เกลียดความร้ายของพี่มัน เกลียดความทิ้งตัวลงโวยวาย
นางเอกสุด อยากตะโกนบอก น้องเอมหนีไปลูกกกกกก
แต่ใคร ใครกำลังมา ไม่ได้นะ มาอ่อยลูกฉันแล้วจะทิ้งล่ะน่าดู! :katai1: :z3:
รอนะคะคุณแคท :call:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • แฟนเพจ
บทที่8



“โอ้โห มาถึงไวทันใจจังเลยนะครับเพื่อนดาบ”



เสียงพูดที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วใส่ดังมาจากที่โต๊ะตัวนึงในร้านชั้นล่าง ไอ้สัดเมฆที่จัดแจงเอาโต๊ะเก้าอี้ลงมาตั้งวางไว้แล้วนั่งกระดิกตีนสบายใจอยู่ตรงนั้นเรียบร้อย  เหลือบมองไปบนโต๊ะ มีอาหารและกับข้าววางไว้พร้อมเพรียง สรุปนี่ร้านมึงหรือร้านกูกันแน่นะ



“มึงไม่ต้องมาพูดมากไอ้สัดเมฆ ไหน มึงเอาหลักฐานมาดู”  ผมที่ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับก้าวขายาวๆไปหามัน วางกระเป๋าเป้ของตัวเองลงข้างตัวและนั่งลงตรงหน้ามันแบบหงุดหงิด



“มันแน่นอก ต้องยกออก รีบร้อนวู่วามมากๆเลยว่ะเพื่อน ขนาดเรียกดาบมึงยังไม่แก้เลยว่ะวันนี้”



“มึงเป็นกระเทยแทนกูเลยไหมไอ้สัด ร้องเพลงใบเตยขนาดนี้ แล้วไม่ต้องมาทำเปลี่ยนเรื่อง เอามาดู” ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมเน้นเสียงให้รู้ว่ากูจะไม่ทนกับมึงนาน ผมมองเห็นไอ้อิฐที่ยื่นหัวเสนอหน้าออกมาเสือกอย่างออกนอกหน้าอยู่ตรงบาร์น้ำ ได้แต่ปรายตาไปมองมันนิดนึง แต่ไอ้เด็กนี่ก็แค่ยิ้มสดใสส่งมาให้แบบไม่สะทกสะท้านอะไร



“ไปไกลๆหน้ากูไอ้อิฐ ขี้เสือกนักนะมึง ไม่มีเรียนหรือไงวะ มาร้านทุกวัน”



“หูยยยเจ๊พี่มึง ทำไมวันนี้เกรี้ยวกราดจังวะครับ ขออิฐดูขออิฐทัชนิดนึงสิจ๊ะเบเบ๋”



“กินตีนกูไหมเบเบ๋”



“อะ ไม่เสือกก็ได้ถ้าแบบนั้น เก็บตีนเจ๊พี่มึงไว้ก่อนน้า พี่เมฆๆ มากระซิบกันหลังไมค์นะจ๊ะพี่จ๋า”



“ได้เลยไอ้น้อง”



“สัดทั้งหมดนะพวกมึง”



“ฮ่าๆๆๆ”



ไม่นำพาคำพูดกูไม่พอ ไอ้อิฐที่ทำแค่ขำลั่นร้านแล้ววิ่งหน้าด้านออกไปหน้าตาเฉย มั่นใจว่ามันต้องไปหาข้าวกินในครัวแน่ๆ ชอบเสือกแล้วยังแดกดุอีก ดีๆทั้งนั้นลูกน้องร้านกู



“ยิ้มทำKไรไอ้สัดเมฆ”



“มันเกรี้ยวกราดแบบที่ไอ้อิฐว่าจริงๆว่ะ ทำไมวะ มันร้อนรนขนาดนั้นเลยดิ”



“ถ้ามึงยังโยกโย้ไม่เลิก มึงได้แดกตีนกูแทนไอ้อิฐแน่ไอ้เมฆ”



“หึ ใจเย็นๆนะครับเพื่อนดาบ กลัวแล้วครับเพื่อนครับ” มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแต่ก็ยังทำหน้าตาระรื่นต่อไป Kทั้งหมด



“อะๆ เอาไปดูให้เต็มลูกตา นี่ไงวะ” มันที่เลิกกวนตีนกันแล้วยื่นมือถือของมันมาให้ผมดู เปิดแอปสีเขียวๆเข้าหน้าแชทไว้ให้ด้วย รูปดิสของอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มสดใสไม่ต่างจากที่เคยเห็น ข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็ยังบอกได้ว่าเป็นคนที่ร่าเริงอยู่เหมือนเก่า



[[Praphay: เมฆ เมฆๆๆๆๆจ๋า เราใกล้จะกลับไปแล้วน้า คิดถึงทุกๆคนมากๆเลยนะครับโผ้ม]]



[[Cloud: พายจะกลับมาแล้วหรอ กลับมาเมื่อไหร่ คิดถึงเหมือนกันครับ]]



[[Praphay: ใช่ๆๆ เราใกล้จะกลับแล้ว แต่ว่าจุ๊ๆก่อนนะ พายอยากไปเซอร์ไพรส์ อย่าพึ่งบอกใครนะ]]



[[Cloud: ถ้าไอ้ดาบรู้มันต้องตื่นเต้นแน่เลย]]



[[Praphay: ดานี่ ดานี่ๆๆๆ อย่าเรียกดาบซี่ เดี๋ยวดานี่โกรธน้า เมฆนี่ไม่ไหวเลย ส่วนดานี่ ต้องจุ๊ๆไว้ก่อนเลยนะ พายอยากไปเซอร์ไพรส์ดานี่ที่ร้านล่ะ]]



[[Cloud: พะพายนี่ยังเป็นพะพายเหมือนเดิมเลยนะ]]


[[Praphay: ทำไมๆ เราทำไม ]]



[[Cloud: ไม่ทำไมครับ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย ]]



[[Praphay: อยากจะเขิน แต่ติดว่าคนแมนๆแบบเราน่ะเค้าไม่เขินซะให้ยากหรอก]]



[[Cloud: เอาที่พายสบายใจเลยครับ]]



[[Praphay: เอ๊ะเมฆ เมฆกวนเราหรอ]]



[[Cloud: ฮ่าๆ ใครมันจะกล้ากับพะพายตัวแสบล่ะ ยังไงถ้ากลับมาเมื่อไหร่บอกเรานะ เราจะไปรับ]]



[[Praphay: ได้เล้ย จริงๆที่เรามาบอกเมฆก่อนก็เพราะจะให้เมฆมารับนี่ล่ะ ฮ่าๆๆ]]



[[Cloud: เห็นเราเป็นแค่คนขับรถสินะ อยากร้องไห้ (ส่งสติ๊กเกอร์หน้าเศร้า)]]



[[Praphay: โอ๋ๆน้าเมฆน้า เดี๋ยวพายซื้อขนมไปฝากเยอะๆเล้ย (ส่งสติ๊กเกอร์กอด)]]



[[Cloud: ฮ่าๆ โอเคครับ แล้วสรุปพายจะกลับมาเมื่อไหร่]]



[[Cloud: พาย พายครับ เงียบเลย เขวี้ยงมือถือออกดาวอังคารไปแล้วหรอพาย]]



[[Cloud:  อะ หายจริงๆสินะ]]



[[Praphay: เมฆๆๆ พายมาๆแล้ว พอดีเพื่อนมาตาม เดี๋ยวพายมาคุยใหม่น้า คิดถึงเมฆน้า แล้วก็จุ๊ๆจั๊มกับดานี่ไว้ก่อนน้า จุ๊บๆเลยคร๊าบบบ (ส่งสติ๊กเกอร์จูบ)]]



     ผมที่เงยหน้าขึ้นมาตอนที่อ่านข้อความเหล่านั้นเสร็จ มองเห็นไอ้เมฆที่กดยิ้มมุมปากมองตรงมาที่หน้าผมอยู่แบบนั้น



“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยว่ะเพื่อนกู”



“ยิ้มเหี้ยไรล่ะ กูเปล่า”



“ปากมึงอ่ะไอ้สัดดาบ มันจะกว้างขึ้นไปถึงกลางหัวมึงแล้วเพื่อน” มันที่ว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมาตบหัวกัน ก่อนจะแย่งมือถือของมันกลับไป



“พายไม่บอกกู”



“มึงอ่านภาษาไทยไม่ออกหรอไอ้สัด พายก็บอกอยู่ว่าอยากเซอร์ไพรส์มึง เค้าจะทักมาบอกมึงทำKไรครับ”



“สัด กูแค่พูดเฉยๆ กูรู้ว่าพายอยากเซอร์ไพรส์ ยังแสบเหมือนเดิมเลยว่ะ”



“ครับเพื่อนครับ เลิกยิ้มเพ้อๆได้ไหมวะ มึงยิ้มแล้วหน้าเหี้ยมาก กูกลัว”



“กวนตีนหรอคะอิเมฆ กูตบมึงได้นะ”



“อะ องค์ร่างอิเจ๊ดานี่มึงพึ่งตื่นหรอ ประทับเข้าร่างมึงดีเลย์จังวะ”



“อย่ามาต่อล้อต่อเถียงกูค่ะ องค์ดานี่กูจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ กูสะดวกแบบนี้ค่ะ”



“มึงไม่ต้องมาดัดจริตใส่กู เมื่อกี้ยังแมนๆเตะบอลอยู่เลยไอ้สัด อยู่กับมึงแล้วกูเหนื่อยว่ะ เหมือนมีเพื่อนเป็นไบโพล่าสองบุคลิกอะไรแบบนี้”



“ว่ากูหรอ เดี๋ยวกูจับทำผัวนะคะ”



“ตีนกูนี่!” ไม่ว่าเปล่า มันที่ยื่นตีนมาถีบใส่ขากางเกงยีนส์กันด้วย รอยเท้าประทับเด่นที่ขากูเลย เกลียดอ่ะ คนสวยๆเกลียดเลยค่ะ โดนผู้ชายทำร้าย



“แล้วมึงนี่อะไร พายบอกไม่ให้บอกกูแล้วมึงมาบอกกูทำไมคะ”



“เหอะ ก็กูห่วงไง”



“ห่วงไรมึงคะ” ทำท่าจีบปากจีบคอใส่มันพร้อมเอาผมทัดหู ทำหน้าทำตาแบบที่ไอ้เมฆเกลียดเพื่อกวนตีนมัน มองมันพร้อมเลิกคิ้วใส่มันด้วยนิดหน่อย



“ห่วงว่ารถไฟจะชนกันตู้มต้ามๆแล้วเพื่อนจะทำใจเลือกขบวนขึ้นไม่ถูกไงครับ” มันที่บอกแบบนั้นแล้วยกยิ้มมุมปากถูกใจตอนที่เห็นผมชะงักไปนิดหน่อย



“ถึงกับชะงักกันเลยทีเดียว”



“พูดเหี้ยอะไรของมึงคะอิเมฆ สวยไม่เข้าใจเลยค่ะ” เชิดหน้าใส่แล้วเอื้อมมือไปหยิบลิปสติกเท่งใหม่ที่อยู่ในกระเป๋าขึ้นมาแกะออกจากกล่อง พึ่งได้มาเมื่อวานเลยค่ะ พรีออเดอร์ลิปสติกแท่งนี้มาเพราะซีรี่ย์ที่ดูทำลิปออกมาขาย ตกเป็นทาสการตลาดที่แท้จริง



“หึ กับน้องเอมเด็กเสริฟวันนั้นน่ะ อย่าคิดว่ากูไม่รู้”



“รู้เหี้ยไรล่ะคะ มึงก็ไปฟังคำพูดคำจาไอ้จั๊มมัน ไร้สาระทั้งหมด”



วันนั้นตั้งแต่ที่ไอ้เมฆกับไอ้จั๊มเห็นไอ้เอม พวกมันสองคนก็เอาแต่ล้อและก็พูดถึงไม่หยุด ทั้งๆที่เห็นแว๊บเดียวแท้ๆก็ยังล้ออยู่ได้ว่ากูสนใจเด็กนั่น ถ้ามึงรู้ว่ากูเคยเยกันมา มึงไม่เอากระดาษแปะหน้าผากไอ้เอมแล้วตราหน้ามันว่าเป็นเมียกูเลยหรอวะ



“หึ แล้วมันถูกของไอ้จั๊มไหมล่ะ มึงสนใจเด็กนั่น”



“บ้าบอคอหอยพอก พูดไรสวยคร้านจะฟัง” ว่าแบบนั้นแล้วเชิดหน้าหนี ค่อยๆแกะลิปสติกออกจากกล่อง สีสวยมากๆชมพูนู้ดๆเหมาะกับคนสวยหวานๆแบบดานี่ สมแล้วที่กูพรีมาจากจีน พรีมานานนม นานจนกูลืมว่าพรีไป พึ่งจะได้ลิปสติกมาใช้ในวันนี้ ว่าแล้วก็แกะออกมาจะทาเลยละกัน วันนี้ลืมทาปากสวยๆ



“แถนะมึง”



“แถอะไรของมึงกันคะอิเมฆ พูดไปเรื่อย กูน่ะ...”



“คืนนั้นกูเห็นมึงจูบน้องเอม”



‘ปึก’



มือไม้อ่อนแรง ได้แต่หันหน้าไปเบิกตากว้างๆมองไอ้คนข้างตัวที่กดยิ้มมุมปากแล้วทำหน้าเหนือกว่ามองหน้ากันอยู่ตอนนี้ กูอยากยกตีนถีบหน้าไอ้สัด



“......”



“ก่อนกูจะพาไอ้จั๊มกลับคืนนั้น กูกะจะเดินออกด้านหลังร้าน กูเลยบังเอิญเห็นมึงจูบน้องมันอยู่ ไม่จูบธรรมดาด้วยนะ แถวบ้านเรียกว่าดีฟคิส มึงจูบดูดดื่มจนน้องมันระทวยคาอกมึง ลิ้นมึงดูดลิ้นน้องมันอยู่กูมองเห็น”



“สัด! หุบปากไอ้เหี้ยเมฆ!”



“ยอมรับไหมล่ะ”



“บ้าบอๆๆ กูๆๆ...”



“หาคำเถียงไม่ถูกล่ะสิครับเพื่อนดาบ ทำตัวแมนๆให้เหมือนเมื่อก่อนหน่อยดิวะเพื่อน”



“แมนก็เหี้ย มึงเห็นลิปสติกในมือกูไหมคะ!”



“ไม่เห็น เพราะมึงตกใจจนทำร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้วครับเพื่อนดาบ”



“ห...หา...อ...กรี๊ดดดดดด ลิปสติกพี่หลานวั่งจีของน้อง น้องจะทาลิปสวยๆไปหาพี่ที่กูซู ลิปกูหักหมดแล้วอิเหี้ยเมฆ!!”



“ฮ่าๆๆ ดัดจริตนัก สมน้ำหน้า .. ว่าแต่กูซูคือเหี้ยอะไรของมึงอีกวะ”



“เพื่อนเหี้ย! ไม่เคยดูซีรี่ย์ปรมาจารย์ลัทธิมารหรอ ควาย โง่นัก ฮื่ออ ลิปของดานี่”



ไม่รู้จะตอบมันต่อว่าอะไรอีกดี ไม่อยากให้มันมาซักมาถามอะไรต่ออีก สุดท้ายเลยใช้วิธีเล่นใหญ่ ทำได้แค่พุ่งตัวลงไปกอดลิปสติกเอาไว้แนบอก แล้วทำตัวเล็กๆสวยๆร้องไห้อยู่ตรงนี้  เล่นใหญ่ๆโวยวายให้ไอ้เมฆมันรำคาญไปแบบนั้น ...



สัดเมฆ หูหมาตาทิพเหลือเกินนะมึง!



...



“นี่ เก้อ มึงจะมาโมโหกูไม่ได้นะ”



เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ผมต้องเอานิ้วไปเขี่ยๆต้นแขนล่ำๆนั่น ไอ้เก้อที่ไม่หันมามองหน้ากันตั้งแต่ที่ผมไปส่งไอ้เจ๊พี่มันที่รถจนกลับมา มันก็ยังนั่งทำหน้าอึมครึมอยู่แบบนี้ มันที่ก้มหน้าก้มตาเหมือนตั้งจะใจเรียน แต่ที่จริงๆนิ้วก็จิ้มมือถือเล่น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคุยกับใคร



“กูไม่ได้ทำไรผิดเลยนะเว้ย แต่ที่มึงทำอ่ะมันไม่ถูก”



“ไม่ถูกเหี้ยไรวะ มึงพูดดีๆนะไอ้เอม”



อะ เหมือนกับกูไปพูดอะไรผิดแล้วไปสะกิดกดปุ่มสตาร์ทเครื่องของมันเข้าอ่ะ ไอ้เก้อที่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าแล้วว่าออกมาเสียงเข้ม มันที่หันมามองหน้ากันเหมือนอยากยกกำปั้นขึ้นมาซัดเข้าหน้าผม แอบๆเหลือบสายตาไปมองกล้ามล่ำๆของมัน คือถ้ามึงต่อยเข้าหน้ากูนะเพื่อน หัวกูปลิวหลุดไปดาวอังคารเลยน้า ใจเย็นก่อนนะเพื่อนเก้อ ... เห็นแบบนั้นกูนี่รีบฉีกยิ้มประจบใส่เลย



“มึงไม่รู้รึไงวะ ไอ้สัดนั่น...”



“พี่เค้าชื่อดานี่ค่ะอิเก้อ”  เป็นไอ้หยีที่แย้งออกมาแบบนั้น เห็นไอ้เก้อขมวดคิ้วแน่นๆแบบหงุดหงิดก่อนจะโพล่งออกมา



“ดานี่ก็เหี้ย มันเป็นตุ๊ดปลอมเถอะ!”



ไอ้เก้อที่ตะเบงเสียงออกมาแบบนั้น ทำเอาทั้งผมและไอ้หยีสะดุ้ง และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกผมสองคนที่สะดุ้ง แต่คนทั้งคลาสก็คือสะดุ้งพร้อมๆกันกูเลยครับ



ชนกันต์เธอเสียงดังอะไร”



เสียงเรียกจากทางหน้าห้องที่ทำเอาผมสะดุ้งไม่แพ้เสียงของไอ้เก้อ เราสามคนที่หันไปมองทางด้านหน้าห้องแล้วเห็นอาจารย์ป้านามว่าสมรศรีหรี่สายตามองลอดแว่นมาทางเราแล้วได้แต่เผลอกลืนน้ำลาย ...



สัดเก้อ เสียงดังไอ้ห่า



“ผมขอโทษครับอาจารย์” ไอ้เก้อที่ยังทำหน้าหงุดหงิดอยู่แบบนั้น แต่ก็พูดขอโทษออกไป แม้เสียงมึงจะแข็งเหมือนอยากด่าอาจารย์ป้าว่าเสือกก็เถอะ มันที่ถอนหายใจฟึดฟัดอีกสองสามครั้งก่อนจะลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไปในตอนนั้น



โอบนิธิ ไปดูเพื่อนเธอหน่อย เป็นบ้าอะไรนัก”



“อ...เอ่อ...ครับ”



และสุดท้ายก็มีแค่กู โอบนิธิ ที่ต้องซวยตามมึงไปอีกคน ไอ้ห่า ... ผมที่หันไปมองหน้าไอ้หยีที่พยักหน้ามาให้ มันที่กระซิบบอกผมว่าเดี่ยวจะจดเลคเชอร์ไว้ให้ ให้ผมไปดูไอ้ห่าเก้อก่อน เผื่อมันเป็นบ้าโดดคูน้ำตาย แบบนี้แหล่ะครับ อากาศร้อนๆก็จะทำให้มันบ้าๆหน่อย



ผมที่ตามหลังมันออกไป แต่ก็ไม่เห็นมันแล้ว ตัวก็ใหญ่แบบนั้นก็น่าจะมองเห็นกันง่ายๆหน่อยไหมวะ ผมเดินตามไปที่ห้องน้ำแล้วก็ไม่เจอ แอบหามันที่ชั้นหนังสือพิมพ์ ใต้พื้นพรหม หรือแม้แต่ถังน้ำดื่มฟรี แต่ก็ไม่เจอมันอยู่ดี แบบนี้คงเหลือที่เดียวแล้วล่ะผมว่า 



เดินลงไปจากตัวตึกอาคารและตรงดิ่งไปที่จุดที่เอาไว้สูบบุหรี่ข้างๆตึก ที่ชาวคณะเรียกกันว่า ‘ชมรมสิงรมควัน’ เคยเผลอเดินเข้าไปแถวนั้นทีไรกูนึกว่าเจ้าหน้าที่จ้างคนมาฉีดยุงลาย ควันขโมงมันทุกที แต่ไอ้เก้อก็ชอบสูบครับ เพราะแบบนั้นเลยคิดว่ามันต้องอยู่ที่นี่



ผมที่ตั้งใจไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง แต่พอเดินใกล้เข้าไป กลับได้ยินเสียงโวยวายดังมาให้เสือกซะแบบนั้น ... และหนึ่งในเสียงนั้นมันเสียงเพื่อนกูนี่หว่าไอ้ฉิบหาย



“ไอ้เด็กเหี้ย กวนตีนกูนักนะ!”



“มึงก็มาดิไอ้เหี้ย แก่กว่าปีเดียวคิดว่ากูกลัวหรอวะ”



‘ผลัว พลัก ตุบ!’



“เห้ยๆๆ! ไอ้เหี้ยเก้อมึงทำเหี้ยอะไรวะ!!” ผมที่ตะโกนออกไปแบบนั้น ภาพตรงหน้าที่เห็นคือไอ้เก้อที่คล่อมทับใครอีกคน เป็นการคล่อมทับที่ไม่ได้วาบหวิวแต่เรียกได้ว่าน่ากลัว กูกลัวไอ้คนข้างใต้ตายคาหมัดมันนี่แหล่ะ



“มึงอย่ามายุ่งไอ้เอม ไอ้เด็กนี่แม่งปากดี”



‘ผลั้ว’



มันที่พูดจบก็ซัดไอ้คนใต้ตัวมันไปอีกหมัด



‘ถุย’



“ก็มึงกวนตีนกูก่อนไหมล่ะ กูมาก่อนแล้วมึงจะมาไล่กูทำห่าไรล่ะ”



ไอ้คนที่ผมยังไม่เห็นหน้าเพราะไอ้เก้อคล่อมไว้ก็ตะโกนใส่มันแบบนั้น แถมยังถุยน้ำลายน้ำเลือดใส่หน้ามันไปอีก เชี่ยเอ๊ย ทำไงดีวะเจ้าคุณพระ



“มึงกล้ามากนะ!”



‘ผลั้ว’



“ไอ้เก้อ ไอ้เหี้ย พอๆ” ผมที่ว่าแบบนั้นอีกรอบและครั้งนี้ไอ้เอมก็คือวีรบุรุษสุดหล่อที่กล้าหาญ พุ่งตรงไปหาเพื่อนแล้วดึงรั้งร่างหมีควายของมันเต็มแรง ตั้งใจเต็มที่ว่าต้องดึงมันขึ้นมาจากพื้นให้จงได้



“อย่ามาเสือกไอ้เอม!”



‘พรึบ’



“โอ๊ย!”



และใช่ครับ วีรบุรุษสุดกล้าหาญแบบกูก็ถูกไอ้สัดเก้อเหวี่ยงออกมาจากวงล้อม ปลิวถลาออกมานั่งหงายหลังอยู่ที่พื้นไกลออกมาจากพวกมัน นี่มึงผลักหรือถีบกูไอ้สัดเก้อ! อูย ข้อศอกแตกถลอกเลยจ๊ะ ฮื่ออ ไอ้เอมเลือดออก ไอ้เอมแสบแผล



แสบแผลๆๆ ไม่ใช่แสบไข่แต่ไอ้เอมแสบแผลเลยครับคราวนี้



“เห้ย ไอ้เอม!”



ใช่ กูคือไอ้เอม วีรบุรุษสุดแสนจะน่ารักกุ๊กกิ๊กที่มึงยันปลิวออกมาไงไอ้เหี้ยเก้อ นั่นคือชื่อของกูเอง มึงไม่ต้องนั่งงงตาเหลือก ไว! รีบมาช่วยกูไอ้เหี้ย



“สัด เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้เด็กเหี้ย” ไอ้เก้อไม่วายหันไปด่าไอ้คนใต้ร่างมันแบบนั้น พร้อมๆกับรีบยันตัวลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเข้ามาหาผม มันที่ประคองผมขึ้นจากพื้น



“เชี่ย เลือดออกเลยหรอวะ” ไอ้เก้อที่บ่นพึมพำแบบนั้น มันที่มองตามเนื้อตามตัวของผม ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองที่ขา และเห็นว่าขากูก็ถลอกเหมือนกัน เห็นมันขมวดคิ้วและบ่นขมุบขมิบปากไม่หยุด แต่ไม่รู้ว่ามันบ่นเหี้ยอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง



“ไอ้เก้อกูไม่เป็นไรมากหรอกมึง” บอกมันไปแบบนั้นแม้ว่าจะซี๊ดปากก็ตาม แต่แผลของผมแค่นี้มันคงเทียบไม่ได้กับไอ้คนที่ถูกมันชกแล้วนอนหงายตายอยู่ตรงนั้นหรอก



“มึงไปดูเค้าก่อนเถอะ”



“ดูทำเหี้ยไร กูไม่กระทืบแม่งตายก็ดีแค่ไหนแล้ว”



“มึงพูดบ้าไรเนี่ย ถ้าเค้าตายมึงก็ติดคุกสิวะ ไปดูเร็ว นี่ในรั้วมหาลัยนะไอ้สัด” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วผลักตัวมันหนี มันที่มองผมแบบหัวเสีย ก่อนจะสะบัดสะบิ้งเดินไปแบบไม่เต็มใจนัก ผมเองก็เดินตามมันเข้าไปด้วย คนที่โดนไอ้เก้อชกตอนนี้นั่งทำตาปรือๆอยู่ที่พื้น คิดว่าคงเมาหมัดไอ้เก้อ



“สัด ก็ไม่ตายนิ” ดูปากมัน



“เป็นอะไรมากไหมครับ”



เป็นผมที่ทรุดตัวลงไปนั่งตรงหน้าเค้า เป็นคนที่ดูแล้วสูงพอๆกับไอ้เก้อเลย อาจจะสูงกว่ามันด้วยสักเซนสองสองเซน แต่ว่าเค้าผอมและบางกว่าไอ้เก้อมาก ริมฝีปากบางๆและจมูกรั้นๆแบบไม่ยอมคน ดูก็รู้ว่าเป็นคนที่ไม่ยอมใคร ไม่งั้นก็คงไม่ซัดกับไอ้เก้อซะจนเพื่อนผมปากแตกได้หรอก



“นี่ครับ ผ้าเช็ดหน้า” เป็นผมที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไปให้ สงสารครับไอ้ห่า หน้าปูดเลย



“มึงเอาไปให้มันทำไมไอ้สัดเอม”



“ชู่ว เงียบปากนะไอ้สัดเก้อ” ต้องหันไปด่าแม่งอีกสักที



“ขอบคุณครับพี่” คนตรงหน้าผมที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมารับผ้าเช็ดหน้าผมไปเช็ดมุมปากตัวเอง



“เราอยู่ปี1หรอ”



“อืม” มันที่ตอบออกมาแบบนั้นแล้วพยายามลุกขึ้นยืน เห็นแบบนั้นเลยรีบเข้าไปประคอง แต่ไอ้เก้อก็ทำแค่มองมาแบบเปรี้ยวตีน



“เดี๋ยวพี่พาไปส่งห้องพยาบาลคณะ”



“ไม่เป็นไรพี่ แค่นี้ผมไหว หมัดเบาๆแบบมันอ่ะ สบาย”



“ปากดีนักไอ้สัด แดกหมัดกูอีกสักทีไหมล่ะ” ไอ้เก้อที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วทำท่าจะตรงเข้ามาจริงๆ ลำบากกูต้องยกตีนขึ้นมากันไว้ ส่วนไอ้เด็กนี่ก็ปากดีจริง กูสุดแสนจะเหนื่อยกับพวกมันสองตัว



“พอๆ เลิกทะเลาะกันทั้งคู่เลย เดี๋ยวอาจารย์มาเห็นพวกมึงจะซวยทั้งคู่”



“กลัวที่ไหนล่ะ”



“มึงก็มาดิ”



“พอไอ้สัด ไม่งั้นกูจะต่อยพวกมึงทั้งคู่นี่ล่ะ!” ผมที่เท้าสะเอวแล้วด่าแม่งแบบนั้น ไอ้เก้อที่เอาแต่มองเขม่นน้องมันแบบพร้อมจะพุ่งเข้าต่อย ส่วนไอ้เด็กข้างๆตัวนี่ก็อ้อนตีนไม่หยุด นี่กูเข้ามาอยู่ในดงอะไรวะ



“งั้นผมไปแล้วพี่ ขอบคุณมากนะพี่ที่มากันผมออกจากหมาบ้า”



“มึงสิหมา”



“เออๆ ไม่เป็นไร พี่ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยละกัน ว่าแต่เราไม่ไปทำแผลแน่นะ”



“ไปขอโทษมันทำเหี้ยไรวะไอ้เอม มันสิที่ควรจะขอโทษกู”



“หุบปากน่าไอ้สัดเก้อ”



“เหอะ” แค่นเสียงกวนส้นตีนออกมาแบบนั้นแล้วหันหน้าหนี ผมที่ต้องส่ายหัวกับความกวนส้นตีนของมันอีกครั้งแล้วหันมาหาเด็กตรงหน้าอีกที



“ไม่เป็นไรพี่ ผมไม่เป็นไร แค่นี้ไกลหัวใจ” น้องมันบอกแบบนั้นพร้อมๆกับยกมือขึ้นเสยผมที่ยาวปรกหน้าของมันออก



“เออ งั้นก็ดี ว่าแต่มึงชื่อไรวะ”



“ผมชื่อเสือ เรียนคณะนี้นี่แหล่ะ”



“ปั๊ดโถ่เอ๊ย รุ่นน้องกันหรอวะ น้องเสือกูชื่อเอมนะ ส่วนไอ้นี่ชื่อเก้อ”



“อ๋อ ถึงว่า แม่งเก้อสมชื่อจริงๆ”



“นี่มึงไม่จบใช่ไหม” ไอ้เก้อที่หันกลับมาอีกครั้ง กูสุดจะทนกับคนแบบพวกมึง



“ผมไปล่ะพี่เอม อยู่ตรงนี้นานๆแล้วเหม็น”



“เออๆ ไปเหอะมึง ไปดีนะๆ” ตะโกนบอกไอ้เด็กที่ก็โบกมือตอบกลับมาให้ มันที่เดินออกไปจากซอกนี้แล้วกรอกตาใส่ไอ้เก้อไปอีกที รู้สึกเหมือนเห็นคนสองคนที่นิสัยคล้ายกันมาทะเลาะกัน แม่งเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก อยากจะถามอาจารย์ป้าว่าทำไมต้องเรียกโอบนิธิลงมา ทำไมไม่เรียกรสรินแบบไอ้หยีให้มันมาห้ามทัพแทนวะ



“เหอะ ไอ้เด็กเหี้ย เสือห่าไร ลูกเสือสำรองน่ะสิ” ไอ้เก้อที่ว่าออกมาแบบนั้นตามหลังของไอ้น้องเสือมันไป ผมที่ถอนหายใจหนักๆและอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปตบหัวมันทีนึง



“โอ้ย ไอ้เอม กูเจ็บนะเว้ย”



“ก็ตบให้มึงเจ็บนี่แหล่ะ เป็นห่าไรของมึงวะ มึงเป็นบ้าอะไรถึงไปต่อยกับเด็กมัน”



“เรื่องกู”



“ไอ้สัด” ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆกับมัน ไอ้เก้อมันเป็นคนดีนะครับ แต่บางครั้งก็มีความประสาทแดกแบบลูกคนรวยอยู่บ้าง ซึ่งกูไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆของมันแบบนี้ได้เลย ผมที่ไม่อยากจะสนใจมันแล้ว เลยแค่เดินนำมันออกมาจากที่ตรงนี้



“เอมเดี๋ยว” แต่ติดตรงที่ฝ่ามือแกร่งของไอ้เก้อที่ดึงมือผมเอาไว้ซะก่อน



“ว่าไง”



“กูพูดจริงๆนะ กูไม่อยากให้มึงทำงานกับไอ้เหี้ยนั่นอีก” มันที่บอกออกมาแบบนั้นด้วยเสียงที่จริงจัง ดีที่ว่าตอนนี้เป็นเวลาเข้าเรียน ที่ตรงนี้เลยปลอดคนและปลอดควัน ผมถอนหายใจออกมานิดหน่อยตอนที่มองหน้ามัน



“กูทำแบบนั้นไม่ได้อ่ะเก้อ”



“ทำไมวะเอม มึงไม่รู้หรอวะ มันหลอกมึง มันเป็นตุ๊ดปลอมนะไอ้สัด” มันที่ว่าออกมาแบบฉุนจัดพร้อมๆกับยกมือข้างนึงขึ้นเสยผมแบบคนหงุดหงิดแต่ถึงแบบนั้นมืออีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนผม  ผมที่มองมันนิ่งๆก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมาน้อยๆพร้อมๆกับพยักหน้า



“กูรู้”



“มึงหมายความว่ายังไง มึงรู้”



“ก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอก แต่มึงบอกว่ามันเป็นตุ๊ดปลอม กูก็เชื่อนะ” เพราะอย่างน้อยครั้งนึงกูก็เคยรู้ว่ามันไม่ใช่ตุ๊ดจริงๆ



“มึงเชื่อแล้วมึงยังไปทำงานกับมันอีก คืออะไรวะ” มันที่ขึ้นเสียงใส่ผมอีกครั้งพร้อมทำหน้าหงุดหงิด รับรู้ได้ถึงแรงกำจากฝ่ามือของมันที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกเจ็บ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้พูดออกไป ไม่พูดด้วยว่าให้มันปล่อยมือกันไป ผมที่ทำแค่ยืนยิ้มโง่ๆแบบเดิมส่งไปให้มัน



“กูไม่รู้หรอกว่ามันจะตุ๊ดปลอมตุ๊ดจริงหรืออะไร แต่ที่กูรู้ก็คือ พี่มันดีกับกู”



“ก็มันจะหลอกมึงไงวะ!”



“เก้อ  กูไม่มีอะไรให้มันหลอกได้หรอก”



“มึงม!...”



“มึงฟังกู ต่อให้พี่มันอยากจะหลอก แต่กูก็ไม่มีอะไรจะให้มันอยู่ดี มึงก็รู้กูจนจะตายอ่ะ”



“ไอ้เอม มึงแม่งไม่เข้าใจอะไรเลยว่ะ”



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงแบบอ่อนแรงปนหงุดหงิด มันเหมือนคนที่มีเรื่องอยากพูดมากๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่อ้าปากพงาบๆและไม่ยอมพูดอะไรออกมา ผมอยากจะเข้าใจว่ามันอยากจะสื่อสารอะไร แต่น่าเสียดาย กูไม่ใช่พระพุทธเจ้า กูตรัสรู้ไม่ได้ ... เอาแต่พูดว่ากูไม่เข้าใจ อืม...กูก็ไม่เข้าใจจริงๆนั่นล่ะ



“กูอาจจะไม่เข้าใจแบบที่มึงบอกจริงๆแหล่ะ แต่ถ้ามึงบอกมันจะหลอกกู กูก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่มันจะหลอกกูได้เลย อีกอย่างกูแค่คิดว่ากูต้องทำงานเพื่อความอยู่รอดของกู ถ้ามึงไม่อยากให้กูทำงานกลางคืน กูก็จะบอกให้ฟังนะ ว่าต่อจากนี้กูไม่ต้องไปทำแล้ว กูจะมาทำงานบ้านให้พี่มันแทน ไม่เสียการเรียนให้ต้องนอนดึก ไม่โดนใครต่อใครจับตูดแล้ว มึงไม่ต้องห่วงนะเพื่อน”



บอกมันออกไปแบบนั้นแล้วยิ้มกว้างๆให้ พร้อมๆกับดึงแขนออกมาจากมือมัน เหลือบมองหน่อยๆเห็นว่าแขนกูขึ้นรอยนิ้วมันเลย แต่ถึงแบบนั้นก็เลือกจะเมินแล้วเดินไปตบไหล่มัน



“จริงๆนะเก้อ มึงไม่ต้องห่วงกูหรอก กูดูแลตัวเองได้น่า”



“ยิ่งมึงเปลี่ยนมาทำงานบ้านมันแทนยิ่งน่าห่วง”



“มึงนี่กระวนกระวายใจเหมือนคนแก่ขึ้นไปทุกทีๆเลยนะเพื่อน กูดูแลตัวเองได้ มึงคิดว่าอิเจ๊จะทำไรกูได้วะ อยากมากก็หักเงินกูอ่ะ”



“สัดเอ๊ย กูหงุดหงิดว่ะจริงๆแล้วนะไอ้เอม”



“กูเข้าใจๆ มึงน่าจะใกล้เป็นเมนล่ะเนาะ”



“เมนพ่อง”



“ฮ่าๆ เอาน่าเพื่อนเก้อ ยิ้มให้กันหน่อยสินะ นะเพื่อนน้า” บอกมันแบบนั้นพร้อมๆกับยื่นมือไปยืดแก้มมันสองข้างให้ยืดออกจากกัน มองตาดุๆของมันที่จ้องมองกันไม่หยุด สายตาที่มองมาทำให้ผมเริ่มประหม่าแปลกๆ แต่ถึงแบบนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจแทน



“ไอ้เอม”



“ว่าไงครับเพื่อนเก้อ”



“มึงย้ายมาอยู่กับกู ถ้ามึงจะไปทำงานบ้านให้ไอ้ตุ๊ดปลอมนั่น มึงก็ต้องย้ายมาอยู่กับกู”



“ห๊ะ! มึง...”



“พอ กูอยากแดกไอติม ไปหาไอติมกินกันดีกว่า”



มันที่ไม่รอให้ผมเถียงอะไรอีก ทำแค่กระชากแขนผมให้เดินตามมันออกไปจากซอกที่เอาไว้สูบบุหรี่นี่สักที ... ไอ้แม่ย้อย มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดมาเลยหรอวะเพื่อนเก้อ!



...


(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • แฟนเพจ



‘ติ๊ด’



ผมที่แตะบัตรเข้ามาในห้องพักของอิเจ๊ในช่วงเวลาหกโมงเย็นใกล้ๆจะทุ่ม ใช้เวลาไม่นานจากมหาลัยก็มาถึงที่คอนโดนี่ เพราะมันเป็นคอนโดที่อยู่ในเส้นรถไฟฟ้า และก็ไม่ได้ห่างจากร้านของเจ๊มันมากด้วย วันนี้ผมเลือกกลับมาที่ห้องนี่พราะเจ๊มันให้การ์ดเข้าห้องเอาไว้แล้ว



“เอ๊ะ เสียงอะไรๆ อ้อออ เสียงของอิน้องหนูบ๋อยนี่เอง ทำไมพึ่งกลับมาค่ะหนู”



เสียงจีบปากจีบคอที่ผมจำได้ดีว่าเป็นเสียงใคร ดังทักทายมาพร้อมๆกับเจ้าของห้องที่เดินออกมาจากในครัวพร้อมการแต่งหน้าแต่งตัวที่จัดว่าเต็มไม่ต่างจากทุกวัน แต่วันนี้เหมือนจะมากกว่าเดิมอีก ดูเจ๊มันอารมณ์ดีแปลกๆ



“ผมเลิกสี่โมง”



“อ่าหะ”



“แล้วไปกินไอ้ติมกับไอ้เก้อมา” ตอบออกไปแบบนั้น แอบบิดเบือนเล็กๆเพราะว่าจริงๆกูไปกินไอติมตั้งแต่บ่าย3แล้วครับ ไม่ได้เรียน เรียกได้ว่าโดด เป็นเรื่องที่เด็กดีๆไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ไอ้สัดเก้อมันเป็นคนชั่วที่ลากคนดีๆแบบผมไปด้วย โทษมันได้เลย



“หรอวะ” คนตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้น ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าถึงรู้สึกว่าหน้าเจ๊มันตึงขึ้นมานิดหน่อย



“แล้วทำไมเจ๊ยังอยู่นี่ล่ะ ทำไมไม่อยู่ร้าน”



“อยู่รอจับผิดเด็กหนีเที่ยวกับผู้”



“อันนั้นเจ๊ว่ากูหรอ” ยกมือขึ้นเกาหัวแล้วถามออกไปแบบนั้น ก็คือมันว่ากูหรอ แต่กูไม่ได้มีผู้นี่หว่า ผู้ไรของเจ๊มันวะ



“หึ มันน่าจับฟาดให้ตูดลาย” ได้ยินมันบ่นแบบนั้นแต่ไม่ได้สนใจมาก เพราะเจ๊มันทั้งบ่นทั้งเดินหายเข้าไปในครัวแล้ว



“เจ๊จะให้ผมทำความสะอาดอะไรตรงไหนก่อนหรอ”



“ตรงไหนรกมึงก็ทำตรงนั้นค่ะ”



“แต่ตอนนี้มันยังไม่ค่อยรกเลยนี่หว่า”



“งั้นก็ยังไม่ต้องทำค่ะ”



“อ้าว แต่วันนี้ผมตั้งใจจะไม่ไปร้านนะเจ๊ พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าอ่ะ เลยตั้งใจจะมาทำงานที่นี่เลย”



“งั้นมึงอยากทำอะไรก็ทำไปค่ะ กวาดพื้นถูพื้นไรก็เรื่องของมึง” ง่ายจังวะ ... แต่เป็นแบบนั้นก็ดีครับ สบายดี



ผมที่พยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบรับว่าเข้าใจแล้ว ตั้งใจเดินออกไปหาไม้มากวาดพื้น ก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่พึ่งคุยกับไอ้เก้อเมื่อก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ร้านไอติม



‘มึงมาอยู่กับกู’

‘เห้ย ไม่ได้ดิ เจ๊มันมีที่พักให้ พักอยู่กับเจ๊มันเลย สะดวก’

‘แบบนั้นไม่ได้ กูไม่ยอม’

‘มึงจะมายอมไม่ยอมเหี้ยไรอ่ะเพื่อนเก้อ มึงเป็นไรมากไหมวะเพื่อน’

‘ก็กู...กูไม่ไว้ใจ อีกอย่างอิเจ๊เหี้ยไรนั่นมันเป็นคนอื่น แต่กูเป็นเพื่อนมึง มาอยู่กับกูมันก็ต้องดีกว่าป่ะวะ’

‘แต่บางทีมึงเอาหญิงมานอน มันไม่สะดวก’

‘ถ้ามึงมาอยู่ กูไม่เอาใคร’

‘นั่นยิ่งไม่ได้ กูจะทำเพื่อนเก็บกดนะเว้ย’

‘แล้วมึงไม่คิดบ้างหรือไงว่ามึงจะทำอิเจ๊เหี้ยนั่นเก็บกด เนี่ย เค้ายิ่งเป็นคนอื่น เค้าก็ควรมีที่ส่วนตัวให้ปลดปล่อย กับกูไม่เป็นไร กูทนได้ กูเพื่อนมึง’

‘แต่เจ๊มันไม่เอาสาวมาหรอก’

‘โวะ! งั้นมันอาจจะเอาหนุ่มมาไงไอ้สัด’

‘เออว่ะ จริงของมึง’






        นึกถึงคำพูดที่คุยกันกับไอ้เก้อเมื่อก่อนหน้านั้น...มันก็จริงนะ บางทีเจ๊มันอาจจะอยากพาใครมาที่ห้องแต่ก็พามาไม่ได้เพราะผม ส่วนไอ้เก้อ ใจจริงผมก็ไม่อยากไปกวนเพื่อน แต่มันบอกว่ามันทนได้ คำพูดนี้ผมไม่เชื่อน้ำหน้าแบบมันหรอกครับ แต่คิดว่า ไอ้เก้อน่าจะหาวิธีลากไปที่อื่นได้ แล้วถ้าผมทำงานได้เงินมากพอก็ย้ายออกจากห้องไอ้เก้อได้ เจ๊พี่มันก็ไม่ต้องเดือดร้อนด้วย แบบนี้ก็น่าจะดีกว่าจริงๆแบบที่ไอ้เก้อมันบอก



“ยืนคิดอะไรอยู่ควายน้อย หน้ามึงขมวดบู้บี้มากค่ะ”



“เจ๊ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” เงยหน้าไปมองคนที่เดินออกมาจากในครัว ในมือเจ๊มันมีข้าวผัดกระเพราถือมาด้วย หอมๆเลย ควันขึ้นเหมือนพึ่งทำเสร็จร้อนๆ ข้าวผัดกระเพราหมูสับ เป็นการเอาผัดกระเพราคลุกข้าวแล้วเอาไปผัดให้เข้ากัน ถ้าได้กินตอนร้อนๆจะยิ่งอร่อยและกลมกล่อมมากๆเลยครับ



“เรื่องอะไร”



“คือว่า...”



“มึงอย่าพึ่งพูดค่ะหนู ไปหยิบอีกจานของมึงมาไป แล้วเอามากินกับกู”



“เจ๊ทำเผื่อผมหรอ”



“โถ่ ควายน้อย คิดแค่นี้ก็ไม่ออกหรอ กูทำให้หมามันแดกมั้ง ไปตัก” ว่าแบบนั้นพร้อมเดินเชิดหน้าหนีกูไปที่โซฟาหน้าทีวี แล้วมันบอกกันดีๆแบบไม่ต้องแซะกูบ้างไม่ได้หรอวะ แต่ถึงแบบนั้นไอ้เอมก็วิ่งหน้าตั้งลัลลาไปตักข้าวผัดกระเพราจากในครัวมาเลยครับ



“เจ๊ หอมมากๆ”



“หอมสู้ไอติมที่มึงไปแดกกับเพื่อนเก้อของมึงได้ไหมล่ะ”



“ไอติมถ้วยเล็กๆของไอ้เก้อก็ต้องเทียบกับข้าวผัดกระเพราของเจ๊ไม่ติดอยู่แล้วสิ โถ่ๆ” ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมทรุดตัวลงนั่งข้างๆเจ๊แก พวกเราที่เอาโซฟาเป็นที่พิงหลัง เพราะนั่งกันที่พื้นและใช้โต๊ะหน้าทีวีวางจาน เจ๊มันที่เอื้อมมือเปิดทีวีพอให้มีเสียงอะไรดังในห้อง



“ปากหวานนะมึง”



“เรื่องจริงนะ เอมไม่ได้ประจบเจ๊เลยน้า” บอกออกไปแบบนั้นแล้วหันไปยิ้มให้คนข้างตัว เจ๊มันที่ก็หันมามองกันในตอนนั้นพอดี อีกคนที่ยกยิ้มมุมปากน้อยๆแล้วเอื้อมมือมาขยี้หัวกัน



“อืม เชื่อ”



“เชื่อว่าเอมไม่ได้ประจบใช่ป่ะ”



“เปล่า...”



“เอ้า!”



“กูเชื่อว่าปากมึงหวานจริง...เพราะกูเคยชิมมันมาแล้ว”



เจ๊พี่มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายจะเลื่อนลงมาวางไว้ที่ข้างแก้ม มืออุ่นๆที่ทำให้ต้องเผลอหลับตาแล้วเอียงแก้มเข้าหาแบบอัตโนมัติ



“หึ ควายน้อยเอ๊ย”



“อื้ม อย่าว่าเอม”



“โอเค ไม่ว่า งั้นมากินข้าว” อีกคนที่บอกออกมาแบบนั้น รู้สึกแปลกๆที่ว่าวันนี้ ตอนนี้ เสียงของมันอบอุ่นแปลกๆ พอลืมตาขึ้นมาแล้วรู้สึกกระดากอายฉิบหาย เมื่อกี้กูทำขนาดที่ว่าเอาหน้าถูๆมือพี่มันด้วยนะ ... เพราะแบบนั้นเลยรีบก้มหน้าก้มตาโซ้ยข้าวตรงหน้าเข้าปากแทน


“อาย่อยย”



“กูก็คิดแล้วว่ามึงต้องพูดแบบนี้” ว่าแบบนั้นพร้อมมองผมกิน พี่มันที่แค่ส่ายหน้าพร้อมส่งยิ้มมาให้



“ก็มันอร่อย เจ๊จะบอกให้ผมพูดว่ารสเหี้ยมันก็ไม่ได้ไง”



“ปากมึงนี่นะ เถียงเก่งจังวะ”



“เปล่าเถียงสักหน่อยอ่ะโด่ว”



“ว่าแต่เมื่อกี้มึงบอกจะมีอะไรคุยกับกู”



“เอ้อ ใช่ๆมีๆๆ”



 บอกออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับรีบพยักหน้าให้ คือลืมไปแล้วพอมีของอร่อยล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้าก็ลืมมันไปทุกสิ่ง และนี่เป็นอีกเรื่องนึงที่จะทำให้ผมเสียใจถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็คือจะไม่มีของอร่อยๆแบบนี้ให้ได้กินทุกมื้อ เพราะถ้าเทียบฝีมือทำอาหารระหว่างเจ๊มันกับไอ้เก้อ ก็คือหน้ามือกับหลังตีน ไอ้เก้อที่ทำแค่มาม่าเฉยๆยังรสชาติเหี้ยเลย อย่าได้เอามาเทียบกับอาหารฝีมือเจ๊มันเลยครับ มันมีดีแค่มีเงินนี่ล่ะมันเลยไม่อดตายเพราะหาซื้อกินได้



“ว่าไง”



“คือเจ๊...ผมว่าจะขอย้ายไปอยู่กับไอ้เก้อ”



‘กึก’



บอกออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับที่คนข้างตัวที่ก็วางช้อนซ้อมลงในจานทันที ก่อนที่ใบหน้าคมที่แต่งแต้มสีสันสดใสนั่นจะหันมามองกันแบบนิ่งๆ ก็คือไม่สดใสแบบอายแชโดว์หรือลิปสติกบนหน้าเจ๊มันเลย รู้สึกเหมือนอากาศรอบๆตัวจะเย็นลงแปลกๆในตอนนี้



“ทำไม” สองคำที่ถามกันออกมาแบบนั้นด้วยเสียงนิ่งๆและก็ยังจ้องตากันไม่หันไปไหน เป็นผมเองที่เลือกจะละสายตาออกมาแล้วจ้องไปที่จานข้าวแทน คือจริงๆกูก็ยังหิวอยู่



“ก็คือว่า...ถ้ามีผมมาอยู่ด้วยเจ๊อาจไม่สะดวก”



“อะไรที่มึงว่าไม่สะดวก”



“ก็แบบ...แบบ แหม จะให้พูดก็เกรงใจจัง” มันเขินเหมือนกันนะที่จะต้องบอกว่า เผื่อเจ๊จะพาใครมาเยดุๆ สัด! พอพูดแบบนี้แล้วนึกถึงตัวเองตอนถูกกระแทกเข้ากระแทกออก วูบวาบเลย



“มึงอย่าลีลา พูดมาไอ้เอม” เป็นอีกคนที่ดูจะอดทนได้ไม่ดี ก็แล้วทำไมต้องเสียงดุใส่กูด้วยอ่ะ กูแค่เขินไง ก็ขอเวลากูเขินหน่อยจะตายหรอ



“ก็เผื่อเจ๊อยากพาใครมานอนด้วยไง ไอ้เก้อบอกว่าบางวันเจ๊ก็ต้องอยากปลดปล่อยซู่ซ่าบ้างไง ผมก็มาคิดๆดูมันก็ใช่นะ ถ้ามีผมมาอยู่ด้วย เจ๊ก็จะไม่สะดวกในการหิ้วผู้ชายมาไงวะ” บอกออกไปรัวๆเพราะเห็นอีกคนยังจ้องมาไม่หยุด ไอ้เอมนี่ถึงกับต้องวางช้อนส้อมลงด้วยเลยนะ ทั้งๆที่ยังอยากกินต่อแท้ๆ



“สัด”



“เอ้า ด่าทำไมก่อน?” หน้างอเลย ไอ้เอมหน้างอเลย ถึงเจ๊มันจะว่าออกมาเบาๆแต่กูหูดีครับ นั่งใกล้ขนาดนี้ด้วย ได้ยิน!



“แล้วมึงไม่คิดว่าเพื่อนมึงจะอยากปลดปล่อยบ้างรึไง”



“มันบอกมันทนได้”



“สัด โง่จนกูท้อ”



“อะไรของเจ๊วะ นี่ด่ากันอ่อ?” ขมวดคิ้วแล้วนะ ไอ้เอมหนหวยแล้วนะ คือด่ากันสองรอบแล้วนะเว่ยเฮ้ย



“แดกไป”



“เอ้า แล้วเจ๊เข้าใจเรื่องที่ผมบอกยัง ผมจะย้า...”



“แดกไป”



“เอ๊ะเจ๊...ฟังเข้าใจยังว่าผมจะ...”



“ถ้ามึงไม่แดกตอนนี้กูจะเททิ้ง”



“แดกจ้า แดกเลย ไม่พูดแล้ว เอมจะแดกให้เกลี้ยง” เอาวะ! ไม่ให้พูดก็ไม่พูดก็ได้ เพราะยังไงข้าวก็สำคัญเกินกว่าจะให้เททิ้ง และอีกอย่าง เรื่องที่พึ่งพูดไปมันก็ไม่ได้เข้าใจยากอะไรนี่หว่า แล้วเจ๊มันก็ไม่หือไม่อือไม่ปฏิเสธด้วย คิดว่ามันก็คงเห็นดีด้วยถ้าผมจะไม่อยู่ที่นี่ เพราะงั้นก็เลยกินข้าวต่อไปแบบไม่รอคนข้างๆที่นั่งเงียบ แอบเหลือบไปมอง เจ๊มันไม่ยอมกินต่อ แต่ทำแค่นั่งนิ่งๆแล้วจ้องมองทีวีอยู่แบบนั้น คือเล่นเอ็มวีหรืออะไรนะ?



“เจ๊ กินเสร็จแล้ว ผมเอาจานไปล้างนะ เจ๊จะ...”



“อืม เอาของกูไปล้างด้วย”



“เจ๊ไม่กินแล้วหรอ”



“อืม”



เจ๊มันที่ตอบออกมาสั้นๆแล้วลุกขึ้นเดินหนี ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างๆที่เดินหายไปแบบงงๆ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ถามอะไรต่อ เมนอาจจะมาแบบไอ้เก้ออีกคนก็ได้ ผมที่เดินสวนกับเจ๊มันเข้าไปในครัว เห็นอีกคนที่เดินออกมาพอดีเหมือนมันถืออะไรติดออกมาด้วยแต่มองไม่ทัน

ผมที่ใช้เวลาไม่นานก็ล้างจานเสร็จ เดินออกมาก็เห็นเจ๊มันยังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหน้าทีวีเลยเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ



“เจ๊...”



“อืม ว่าไง” เจ๊มันที่ตอบออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับเอื้อมมือไปกระดกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม ... นี่สินะที่มันเดินเข้าไปในครัว ว่าแต่กินทำไมวะ เดี๋ยวก็ต้องไปร้าน



“เจ๊ไม่ไปร้านหรอ”



“ทำไม มึงอยากให้กูไปไวๆหรือไง”



“เอ้า เป็นอะไรอ่ะ ก็แค่ถามเฉยๆเอง เห็นเจ๊แต่งหน้าเสร็จตั้งแต่หกโมงแล้วไง ว่าแต่...เจ๊เข้าใจที่ผมบอกก่อนหน้านี้แล้วใช่ป่ะ”



เลือกที่จะถามออกไปอีกครั้ง ก็แค่อยากให้เข้าใจได้ตรงกัน แต่เหมือนกับคำพูดผมจะไปสะกิดใจมันแปลกๆ เพราะอีกฝ่ายที่แผ่รังสีอึมครึมออกมาอีกแล้ว เจ้าตัวที่กระดกกระป๋องเบียร์เข้าปากจนหมดในทีเดียว ก่อนจะวางกระป๋องลงตรงโต๊ะกระจกตรงหน้าดังปัก ... กูนี่สะดุ้งเลยครับ



“จ...เจ๊มองหน้าผมแบบนั้นทำไมอ่ะ”



“ถ้ากูบอกว่ากูไม่เข้าใจ มึงจะว่าไง”



“หา...เจ๊หมายถึง...”



“ถ้ากูบอกว่ากูไม่เข้าใจที่มึงบอกว่าจะย้ายออก กูไม่ยอมมึงจะทำยังไง”



“เอ้า แล้วทำไมเจ๊ต้องไม่ยอมด้วยวะ ผมหวังดีกับเจ๊นะเนี่ย ก็แค่กลัวอึดอัดเผื่ออยากให้ใครมานอนด้วยอะไรงี้”



ขมวดคิ้วตอบกลับไปแบบงงๆ คือเจ๊จะหงุดหงิดใส่กูทำไมก่อน วันนี้ไอ้เก้อก็ทีนึงละ ยังจะมาเจ๊พี่มันด้วยอีกหรอ คือไอ้เอมไม่ใช่ส้วมนะ เอะอ่ะปวดขี้ ก็แวะมาขี้ ขี้ระบายใส่กันพอปลดทุกข์เสร็จสบายตูดแล้วก็จากกันไปน่ะเห้ย ...



เอ่อ แล้วทำไมกูต้องเปรียบเทียบตัวเองด้วยเรื่องขี้ด้วยวะ เอาซะกูเหม็นเลย



“มึงอย่ามาคิดแทนกู กูบอกหรอว่ากูอึดอัด กูบอกหรอจะหิ้วใครมา”



“ก็แค่...”



“เพื่อนมึงนี่แม่งวอนนะ”



“วอนไรวะ เจ๊อย่าหงุดหงิดว่ามันสิ มันก็แค่ห่วงว่าผมจะมาเป็นภาระเฉยๆเองนะ” ช้อนตาบอกอีกคนที่ก็แค่แสยะยิ้มมุมปากออกมาพร้อมๆกับเสียง ‘เหอะ’



“มึงไม่ใช่ภาระ”



“แต่...”



“กูยื่นคำขาด ถ้ามึงย้ายไปอยู่กับมัน ก็ไม่ต้องมาทำงานกับกู”



“ห๊ะ!” กูนี่แหกปากเบิกตากว้างเลย พูดอะไร ดานี่พูดอะไรกับเอม ไหนดานี่พูดใหม่อีกครั้งสิ



“กูพูดจริง มึงห่วงกูมากก็ย้ายออกสิ ถ้าไม่ห่วงตัวเองว่าจะตกงาน” บอกแบบนั้นจบพร้อมจ้องหน้ากันแบบร้ายๆ พร้อมๆกับคิ้วได้รูปที่เจ้าตัวเขียนคิ้วเอาไว้จนเป๊ะนั่นเลิกขึ้นแบบกวนๆกัน



“เจ๊~~~ ผมก็แค่ห่วงเจ๊ เจ๊จะมาไล่ผมออกไม่ได้นะเว้ย”



“ห่วงกู”



“ใช่จ๊ะ” ตอบแบบไม่คิดพร้อมพยักหน้ารับแบบแข็งขัน มองเห็นเจ๊พี่มันที่ทำสายตาพราวระยับแบบแปลกๆมองมาที่หน้ากันก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆใส่มันทั้งแบบนั้น



“ถ้าห่วงกู ... มึงก็ช่วยกูสิ”



“ห๊ะ ช่วย...ช่วยยังไง อื้มม” เสียงของผมที่หายไปพร้อมๆกับริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ประกบลงมาที่ริมฝีปากของผม แรงดูดดุนที่ไม่เบาแต่เน้นหนักที่ทำให้ผมต้องเผยอริมฝีปากตอบรับให้ลิ้นร้อนๆของอีกคนสอดแทรกเข้ามา



“อ๊ะ” สะดุ้งอีกครั้งและเผลอร้องครางออกมาเบาๆแบบนั้นในตอนที่อีกคนดูดเข้าที่ปลายลิ้นแรงๆ ฝ่ามืออุ่นที่เลื่อนไปประคองอยู่ที่ท้ายทอย จัดทาทางวางองศาให้ผมหมุนหน้าทำมุมกับเจ้าตัวได้อย่างเหมาะเจาะ เป็นอีกครั้งที่ต้องหลับตาลงและรู้สึกวาบหวามในอก รับรู้ได้ถึงวงแขนแข็งแกร่งของคนตรงหน้าที่เลื่อนเข้ามาโอบเอวของผมและดึงตัวของผมให้เข้าไปหาอีกฝ่ายมากขึ้น รู้สึกเหมือนตัวเองลอยได้ และก็ลอยมาอยู่บนตักแกร่งของอีกฝ่ายทั้งแบบนั้น ได้แต่โอบรอบลำคอและจูบตอบกลับไปแบบไม่ยอมแพ้ แม้ว่าในความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ผมพอจะเดาได้ว่าเจ๊มันก็คงคิดว่าผมไม่ต่างจากเด็กหัดจูบ เพราะถ้าเทียบกับมัน ผมก็เป็นแค่เด็กที่พึ่งหัดจูบจริงๆ...



รู้สึกได้ถึงฝ่ามือร้อนๆที่สอดเข้ามาในเสื้อนักศึกษาของผม นิ้วเรียวยาวของเจ๊มันที่เลื่อนขึ้นมาจากหน้าท้อง ลากช้าๆผ่านมาจนถึงหน้าอกและสะกิดลงบนยอดอกของผมให้ต้องสะดุ้งจนต้องผละหน้าออกจากอีกฝ่าย



“จ...เจ๊ เจ๊จะทำอะไร” ถามออกไปแบบนั้นด้วยเสียงสั่นๆที่ไม่มั่นคง และทั้งๆที่ตอนนี้มือของมันก็ยังบี้อยู่ที่หัวนมผมแท้ๆ สภาพผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยนั่น กูก็ไม่น่าถามออกไป ... แถมกูยังถ่างขานั่งคล่อมตักเจ๊มันอยู่แบบนี้ อีกฝ่ายที่แค่เงยหน้าจ้องตาผมด้วยสายตาวาวพร้อมๆกับยกยิ้มมุมปาก เป็นสายตาและรอยยิ้มที่ผมเคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง และครั้งแรกก็คือคืนที่เรามีอะไรกันแบบที่จำได้ไม่ลืม



“ถามเหมือนไม่เคย”



“แต่ เจ๊...ก็เจ๊บอก เจ๊บอก...เจ๊บอกเจ๊เป็นตุ๊ด”



“เป็นตุ๊ดแล้วไง กูก็เป็นผัวมึงได้ก็แล้วกัน”



‘พรึบ’



“เห้ย! ใจเย็นก่อนวัยทอง ค่อยพูดค่อยจากันนะ” ว่าออกมาแบบนั้นตอนที่โดนอีกฝ่ายดันตัวลงไปนอนหงายอยู่ที่โซฟาแล้วมันก็ตามมาคล่อมทับกันแบบนั้น ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นแบบตกใจ ยกมือยันอกอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งแบบนั้น



“ปากดีนะมึง”



“ผมหยอก เอมหยอก เจ๊ใจเย็นก่อน เจ๊ อึก. อื้อ..”  ละล่ำละลักบอกออกไปแบบนั้น แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงครางเมื่อฝ่ามือของอีกฝ่ายกดลูบไล้ไปตามแกนกายของผมผ่านกางเกงนักศึกษาของผมแบบเน้นๆให้ไม่ได้หยุดพัก



“ถ้ามึงยังกล้าบอกว่าจะไปอยู่กับไอ้ล่ำนั่นอีกล่ะก็...”



“อื้มม จ..เจ๊”



“กูจะทำให้มึงไม่มีเสียงกลับไปพูดกับไอ้ล่ำนั่นเลยน้องเอม”



::::::::::::::::::-- to be continued --:::::::::::::::::::::::::



เห้ยย๊ะ บ้าน่า อะไรยังไงกันนะ ... สำหรับตอนนี้มีหลายประเด็นให้คนอ่านได้กรีดร้องกันนะคะ

พะพายคือใคร? และ อิเจ๊จะได้กินน้องหรือไม่? เพื่อนเก้อจะเก้อจริงหรือเปล่า?

เห้ย อะไรยังไงกันนะเออ

อ่านตอนนี้จบจะมีใครเรียกหาแคทไหมน้าา ไม่รู้ๆๆๆ แคทไม่รู้เรื่องอะไรเลยจ้า

และ...จะมีทีมแม่น้องเอมเพิ่มขึ้นไหมน้า 55555

เชิญคอมเม้นท์กันเข้ามาเลยค่ะ แคทรออ่านความคิดเห็นของคนอ่านทุกๆท่านอยู่นะคะ หวังว่าจะชอบและอินไปด้วยกันนะคะ

และฝากแทค #สวยๆเป็นผัว ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ


ปล. ขอขอบคุณคนอ่านในเล้าเป็ดมากๆค่ะ 11คอมเม้นท์แคทไม่เคยได้จริงๆจากเรื่องที่ผ่านมา รู้สึกดีใจที่คนอ่านอยู่ด้วยกัน
จนมาถึงตอนที่8ค่ะ


:z1:

 :L2: :pig4: :L2:
  ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เข้ามาอ่านตอน8อีกนะคะ จุ๊บๆ



:katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
  ขอบคุณมากๆนะคะที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ยังไงมาอ่านตอนนี้อีกน้า


:mew5: อิเจ๊มึงมันร้าย
อันนี้จริง อันนี้ใช่อันนี้เห็นด้วยมากๆค่ะ


ใครกำลังจะมาอะเจ๊ดานี่ งื้อไม่อยากกินมาม่าง่า   :ling1:
ไม่กินมาม่า เชื่อใจแคทจิๆๆ แคทไม่ดราม่าหรอกน้าาา


:mew2: :mew2:
จุ๊บเลยๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ


:pig4: :pig4:
ขอบคุณมากๆนะคะ แล้วมาอ่านอีกนะคะ


สงสารเพื่อนเก้อ ถึงตัวจะเท่าๆ กัน แต่กระดูกน่าจะคนละเบอร์กะเจ้ดานี่นะฮะ ก็เจ้มันร้ายจะตาย

ว่าแต่คนที่จะกลับมาเป็นแฟนเก่าอิเจ้นี่ละป่าวอ่ะ.
เป็นคอมเม้นท์เดียวที่พูดถึงเก้อ คือสงสารเก้อเถอะ เพราะกระดูกคนละเบอร์กันจริงๆค่ะ 5555555


อ้าว เอาแล้วไง. วุ่นวายแน่ๆ,,,
  วุ่นวายไหมน้าาา ยังไงน้าาา


รักเก่ามันฝังลึกงี้
  เห้ยยย บ้าน่าา เนี่ยๆๆ รู้ทันกัน


:pig4:
 :3123:
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านและมาเม้นท์ให้กันเสมอๆเลย :mew1:


รอตอนต่อไปจ้า  :L2: :pig4: :L2:

ใครจะกลับมา? :hao4:
  ใครจะกลับมา มาเฉลยแล้วน้าาา อิอิ อะไรยังไงหว่า


ลุ้นต่อ รอตอนต่อไปจ้าา
  ตอนต่อไปมาแล้วจ้า มาอ่านกันนะคะ  :mew1:


วันนี้วันเสาร์ คุณแคทลงตอนต่อไปวันนี้นี่นา
รออยู่นะคะ นี่พึ่งเข้ามาอ่านตอนล่าสุด อิพี่ดาบ เธอมันร้าย
เกลียดความร้ายของพี่มัน เกลียดความทิ้งตัวลงโวยวาย
นางเอกสุด อยากตะโกนบอก น้องเอมหนีไปลูกกกกกก
แต่ใคร ใครกำลังมา ไม่ได้นะ มาอ่อยลูกฉันแล้วจะทิ้งล่ะน่าดู! :katai1: :z3:
รอนะคะคุณแคท :call:
  แคทมาแล้วจ้าาา แคทมาแล้ว มาอ่านตอนนี้แล้วจะมีทีมแม่น้องเอมเพิ่มมาไหมหว่า 55555


ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
โง่จนท้อ จนต้องตอกย้ำความผัว  :katai2-1: 

ออฟไลน์ Fengfang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สงสารเพื่อนเก้อจุง พระพายนี่ใครรักแรกของเจ๊อ่อ หลุดมาดเชียวน๊า

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
ชอบๆ มาอีกไวๆ นะคะ รอจ้าา  :L2:

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 798
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
รอตอนต่อไปจ้า  :L2:

ออฟไลน์ suikajang

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 835
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
มีแต่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อทั้งน้านนน
แต่เอะ ไทเก้อ&เสือ ท่าจะดุนะคู่นี้  :katai3:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :fire: อีพี่ดาบมึงห้ามหลายใจ
มึงห้ามสับสนค่ะ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-6
อิเจ้ เนียนปล้ำเด็กอีกแล้วสิเนี่ย  :hao3:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
โอ๊ย อิเจ๊ดานี่ เจ๊จะมาทำตัวเอาแต่ใจกับน้องแบบนี้ไม่ได้
พรุ่งนี้น้องมีเรียนนะ จะให้ไปแบบปากเจ่อ เดินกระเผลก ไม่มีเสียงพูดไม่ได้
(คนอ่านขอมโนล่วงหน้าไปก่อน ><)

แล้วพระพายคือใคร จะมาทำให้ความสัมพันอิเจ๊กับเด็กบ๋อยควายน้อยคลอนแคลนรึเปล่าเนี่ย
ไม่น่าไว้ใจ(อิเจ๊)อย่างแรง

คุณคนเขียนคะ ขอสารภาพไว้ตรงนี้ว่าตอนแรกไม่อิน
แต่ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้วค่ะ อยากอ่านต่ออออ
เราตกปลักโคลนของควายน้อยเด็กบ๋อยเอมเอมไปแล้ว

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
มาม่าแน่ๆ งานนี้,,,

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • แฟนเพจ
บทที่9.1



“จ...เจ๊ๆ มึงใจร่มๆก่อนนะเจ๊นะ”



ผมที่ร้องบอกออกมาแบบนั้นแล้วเอามือตบๆไปที่หน้าอกของพี่มันไว้ ก็อยากจะให้ค่อยพูดค่อยจากัน ใจร่มๆนะเจ๊พี่มึงนะ คนที่คล่อมตัวทับกันอยู่ได้แต่ส่งสายตามองหน้ากันมาแบบนิ่งๆ ลมหายใจร้อนๆที่ดังฟืดฟาดเหมือนวัวกระทิงป่าที่กำลังข่มความรู้สึกพร้อมแววตาคมดุที่ผมไม่เข้าใจความหมายของสายตานั้น เจ๊มันเป็นคนที่เหมือนจะเข้าถึงง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยสักนิด หน้าตาร่าเริงของมันที่ชอบทำให้ได้เห็น จริงๆก็เป็นแค่หน้าฉากที่มันปั้นแต่งเท่านั้นเอง จะให้เข้าใจความรู้สึกของมันจริงๆ คนโง่ๆแบบผมก็ดูจะไม่มีทางเข้าใจมันได้เลย



“คำตอบ”



“คำตอบเหี้ยอะไร มึงถามอะไรกูเรอะเจ๊” ตอบออกไปแบบนั้นด้วยหน้าตาเหรอหรา ก็กูตกใจจนลืมไปแล้ว มึงถามอะไรกูด้วยหรอ



“มึงจะย้ายออก?”



“ถ้าออก?”



“กูจะเอามึงตอนนี้”



“ถ้าไม่ออก?”



“กูจะเอามึงตอนหน้า”



“เออ ได้ฟังแบบนี้แล้วค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ถุย! พูดเหี้ยอะไรของเจ๊วะ” แหวออกไปแบบนั้น พร้อมถลึงตาใส่อีกคนที่ก็เหมือนจะหลุดยิ้มที่มุมปากออกมานิดหน่อย มึงไม่ต้องมายิ้มกรุ้มกริ่มใส่กัน กูไม่หลงกลมึงหรอกนะเว่ย



“ว่าไง”



“ยังจะว่าไงอะไรอีกล่ะวะ เจ๊เลิกคล่อมกันสักทีจะได้ไหมล่ะ” บอกแบบนั้นออกไปอีกครั้งแล้วพยายามดันอกอีกฝ่ายให้ลุกหนีออกจากกัน



“กูต้องการคำตอบ มึงจะย้ายไปนอนกับไอ้ล่ำนั่น...”



มันที่ถามออกมาแบบนั้นอีกครั้งพร้อมๆกับเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ลำตัวแกร่งที่ก็ค่อยๆแนบชิดเข้าหากันมากขึ้นๆในตอนนี้ สัมผัสที่แนบชิดที่มีแค่เสื้อและกางเกงเนื้อผ้าบางเบากั้นกันอยู่ตอนนี้ทำให้รับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนของผิวหนังเมื่อแนบกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนหน้าแบบแปลกๆ ยิ่งในตอนที่รับรู้ถึงความแข็งแกร่งตรงหว่างขาที่ทาบทับลงมาจนรู้ขนาดตัวตนของอีกคนนั่นก็ได้แต่ทำให้ต้องหลับตาปี๋แล้วเสหน้าหนีสายตาคมที่เลื่อนเข้ามาใกล้เหมือนจะไล่ต้อนกันให้จนมุม



“เออๆไม่ย้ายๆๆ จะอยู่ กูจะไม่ออกๆ ออกแล้วจะเอาอะไรกิน แน่จริงไล่กูดิ๊!” หลับหูหลับตาร้องตะโกนออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับย่นคอหนี ทำตัวให้ลีบแบนที่สุดเพื่อที่จะได้แนบไปกับโซฟา กลัวอีกฝ่ายมันทำการอุกอาจจูบกันลงมาเหมือนที่มันเคยทำ



ถึงมันจะรู้สึกดีก็เถอะ ...



แต่มันก็ไม่ถูกต้องไงวะ ...



“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอที่ได้ยิน ทำให้ต้องค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆอย่างกล้าๆกลัวๆ พอมองชัดๆก็เห็นอีกฝ่ายที่ยังมั่นคงกับการคล่อมกันอยู่ตอนนี้ที่ยกยิ้มอบอุ่นออกมาหน่อยๆ ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาหยิบปรอยผมที่ละใบหน้าของผมออกและเอาไปทัดไว้ที่ใบหูให้กันซะแบบนั้น รู้สึกแก้มร้อนผ่าวๆตอนที่นิ้วยาวของอีกฝ่ายละผ่านแก้มกัน



“เอ่อ...”



“สรุปมึงไม่ย้ายออกจากห้องกูแล้วนะคะ”  ทีแบบนี้ล่ะคะขามาเลยนะมึง



“เออๆ ไม่ย้ายแล้ว ผมจะอยู่จะกินใช้น้ำไฟบ้านเจ๊ให้พินาศเลยคอยดู แล้วอย่ามาไล่กันออกทีหลังก็แล้วกัน บอกไว้เลยว่าถ้าได้อยู่ ไอ้เอมจะสิงสถิตอยู่ตลอดไป”



“หึ ถึงจะออกกูก็ไม่ให้ไปหรอก”



“เจ๊...เจ๊พี่มึงพูดไรนะ” เห็นมันหัวเราะในลำคอหน่อยๆแล้วทำปากขมุบขมิบมุบมิบอยู่คนเดีนว แต่ก็ไม่ได้ยินว่าพูดอะไรออกมา หรือจริงๆมันเลี้ยงกุมารวะครับ เหมือนชอบคุยกับแม่ซื้อบ่อยๆ .... ถ้าแบบนี้ไอ้เอมก็เริ่มที่จะกลัวขึ้นมาหน่อยๆแล้วนะเห้ย



“ไม่เสือกสิคะหนู” จีบปากจีบคอพร้อมกับละมือจากข้างแก้มมาบีบจมูกกัน



“อื้ออ”



“หมั่นเขี้ยวมึงว่ะ ไอ้หน้าดื้อๆของมึงนี่เลิกทำจะได้ไหมคะ” บอกออกมาแบบนั้นแล้วค่อยๆเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กันอีกครั้ง ครั้งนี้ที่ก็เหมือนจะใกล้เข้ามามากกว่าเมื่อกี้นี้เข้าไปอีก ฝ่ามือของผมที่ยังคงทาบทับอยู่ตรงหน้าอกของเจ๊มัน รับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของอีกฝ่ายที่ก็ดูเหมือนมันจะสั่นเร็วไม่ต่างกันกับของผมในตอนนี้



“เจ๊ ผมไม่ออกแล้วไง เจ๊ก็ลุกสิ”



“นี่ก็ลุกอยู่นะ” ลุก...ลุกเหี้ยอะไรล่ะ ยังนอนทับกันอยู่แบบนี้มึงลุกอะไร รุกฆาตกูเรอะ!



“ลุกบ้าไรล่ะ อ๊ะ” ปากที่กำลังจะขยับบ่นออกมาแบบนั้นกลับต้องชะงักตอนนี้ริมฝีปากอุ่นของอีกคนกดลงตรงที่ปลายจมูกของผม ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นแล้วช้อนตามองอีกฝ่ายแบบไม่เข้าใจ

“เอม”  เสียงเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงเข้มๆทุ่มลึกแบบที่มันชอบเรียกให้ผมสับสนเวลาที่มันไม่วี๊ดวายทำตัวออกสาว



“จ..เจ๊” เป็นอีกครั้งที่เสียงผมสั่นแบบคนไม่มั่นใจในตอนที่ต้องเรียกอีกฝ่าย ยิ่งเป็นตอนนี้ที่ฝ่ามืออุ่นๆนั่นทาบลงที่ข้างแก้มกันอีกครั้งพร้อมทั้งลูบไล้แก้มของผมแผ่วๆไปมาอยู่แบบนั้น สายตาคมๆนั่นที่มองกันมาแบบจริงจังและไม่ล่ะสายตานั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกเขินเข้าไปใหญ่



“เอม”



“..ครั....”



“มึงหน้าหยาบกร้านมากเลยค่ะ”



“...ห๊ะ”  ห๊ะ อะไรนะ...



วอหนึ่งเรียกวอสอง เปลี่ยน!!



เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะอิเจ๊พี่มึง กูขออีกครั้ง เปลี่ยน!!



“หน้ากลัวมากค่ะ ผิวหน้าหยาบมาก กูค่อยๆเพ่งมองแล้วเพ่งมองอีก จนสุดท้ายตัดสินใจเอามือลูบ ลูบแล้วอยากเอามือทาบอกเลยนะคะ ผิวหน้าหยาบมาก ตกใจเลยนึกว่าฝ่าตีน



ว่าออกมาแบบนั้นรัวๆด้วยสีหน้าจริงจัง แถมยังเอามือมาลูบๆคลำๆหน้ากันไม่เลิก ผมที่ได้แต่นอนทำหน้าเคลิ้มให้มันลูบเมื่อก่อนหน้านี้ ส่วนตอนนี้ก็ได้แต่นอนอ้าปากค้างแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายตาโตพร้อมกระพริบตาปริบๆ



“ไม่ได้เลยนะคะ ทำไมไม่รู้จักมาร์คหน้าอ่ะคะหนู”



“โว้ย! มึงลุกออกไปจากตัวกูเลยนะเจ๊!”



‘พลัก’



“กรี๊ดดดดด ถีบสวยๆๆ มึงถีบสวยอีกแล้วนะคะอิน้องเอม”



“น่ารำคาญนัก!” ผมที่ผลักพี่มันลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้นข้างโซฟาแล้วลุกหนีเดินออกมาในตอนนั้น ได้ยินแต่เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายเหมือนหมาตัวใหญ่เจ็บปวดใกล้ตาย แต่จริงๆก็แค่แอคติ้ง



“แอคติ้งเก่งนักนะแม่ง! ไม่อยากจะอยู่ใกล้ด้วยเลยว่ะ”



ยืนจ้องมองหน้าตัวเองที่หน้ากระจกในห้องน้ำ มองมันอยู่แบบนั้นแล้วก็เห็นภาพที่กำลังสะท้อนกลับมาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหน้าตัวเอง หน้าตัวเองที่สายตามันกำลังอ่านได้ว่าว่าหวั่นไหว ตาดวงเดิมที่ก็เห็นมาตั้งแต่เกิดตอนนี้มันกลับไม่มั่นคง ได้แต่ยกมือขึ้นแตะที่หัวใจ รับรู้ว่าก้อนในอกข้างซ้ายตอนนี้ก็ยังเต้นรัวแรงไม่เปลี่ยนไปเหมือนเดิม



“อย่านะเว้ยไอ้เอม นั่นตุ๊ดนะเว้ยไอ้เอม อิเจ๊ที่วันๆเอาแต่หลีผู้ชายและด่ามึงให้ไปมาร์คหน้าเพราะหน้าหยาบเหมือนส้นตีนไงวะ”



เปิดน้ำให้ไหลแรงๆแล้วก้มหน้าเอาน้ำกวักเข้าหน้า บางทีอาจจะเพราะว่าอากาศเปลี่ยน เราเลยรู้สึกแปลกๆกับเจ๊มันก็เป็นได้ จริงๆมันไม่มีอะไร ท่องไว้ไอ้เอม อิเจ๊เป็นตุ๊ด อิเจ๊มันไม่ได้คิดอะไร!



ใช่ ถูกแล้ว มันใช่แล้ว



ไม่ได้คิด..



ไม่ได้คิ...



“ไม่ได้คิดแล้วมาจูบกูทำเชี่ยไรวะ โอ้ยยย ไม่เข้าใจเลยเว้ย!”


...

(50%)



เอออออ ไม่ได้คิดแล้วมาจูบกันทำไม !!

จริงๆคืออิเจ๊ไม่ได้แค่จูบ เธอมันตอดเล็กตอดน้อยน้องมาเรื่อยเลยนะอิเจ๊พี่ดาบ!!



ดาบ: กรี๊ดดดดดด ดานี่ค่ะ โปรดเรียกว่าดานี่ และโปรดอย่ามาใส่ร้ายกัน ตอดอะไรตรงไหน ไม่มี๊!



ปล.ต้องขออภัยมากนะคะ จากที่แคทได้แจ้งไว้ในเพจก่อนแล้วว่าจะไม่มาอัพนิยายในวันนี้เพราะติดสอบ

แต่ว่าเห็นคนอ่านหลายท่านบอกรออยู่ ในใจคือดีใจมาก วันนี้ออกจากมธ.รังสิตมาตอนเที่ยงคือบึ่งรถกลับบ้านมาหัวฟูเลย

เลยลากเขียนมาได้เท่านี้ ต้องขออภัยจริงๆหากมันไม่ดีมาก แต่แคทก็ไม่อยากให้คนอ่านรอเก้อ

มาน้อย แต่มานะ

ยังไงมาอ่านกันหน่อยน้าาา แล้วแคทจะรีบมาต่ออีกครึ่งให้นะคะ จุ๊บๆ

ฝากแฮชแท็ค #สวยๆเป็นผัว ในทวิตเตอร์ด้วยค่ะ

ขอขอบคุณคนอ่านจากเล้าเป็ดที่น่ารักที่อยู่ด้วยกันและเพิ่มท่านใหม่ๆเข้ามา ดีใจมากๆค่ะ ไม่เคยได้คอมเม้นท์ในเล้าเยอะเท่านี้ แง้ ขอบคุณทุกๆท่านจริงๆที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนที่9แล้วนะคะ



โง่จนท้อ จนต้องตอกย้ำความผัว  :katai2-1:
งื้อออย่าว่าน้องงงง น้องไม่ได้โง่นะคะ น้องแค่ล้นๆเกินๆ 55555+



สงสารเพื่อนเก้อจุง พระพายนี่ใครรักแรกของเจ๊อ่อ หลุดมาดเชียวน๊า
ต้องช่วยกันกอดเก้อแล้วนะคะ ส่วนพระพายน้านนนนน อิอิ



:z1:

 :กอด1: :pig4: :กอด1:
  ขอบคุณมากๆเลยนะคะ อยู่ด้วยกันมาทุกตอนเลยนะคะ มาอ่านอีกนะคะ



ชอบๆ มาอีกไวๆ นะคะ รอจ้าา  :L2:
แคทดีใจที่ชอบนะคะ แคทมาแล้วน้าาา มาน้อยแต่แคทมาน้าาา


รอตอนต่อไปจ้า  :L2:
  แคทมาแล้วนะคะ วันนี้มาน้อยหน่อยแต่แคทมานะคะ มาอ่านกันน้า



มีแต่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อทั้งน้านนน
แต่เอะ ไทเก้อ&เสือ ท่าจะดุนะคู่นี้  :katai3:
  อุ๊ยๆๆๆ เหมือนมีคนอ่านรู้ทันเลยน้าา ยังไงดีน้าาา อิอิ มาอ่านอีกนะคะ


:fire: อีพี่ดาบมึงห้ามหลายใจ
มึงห้ามสับสนค่ะ
  ถ้าพี่ดาบทำน้องเสียใจ (ยื่นไม้ให้เงียบๆ) จัดเลยค่ะๆๆๆๆ


อิเจ้ เนียนปล้ำเด็กอีกแล้วสิเนี่ย  :hao3:
นายร้าย ตัวร้าย อะไรที่ร้ายๆในเรื่องก็คืออิเจ๊นี่ล่ะจ้า 5555


:hao6: :hao6:
  ขอบคุณมากๆนะคะ เข้ามาอ่านอีกน้าาา จุ๊บๆเลยค่ะ



โอ๊ย อิเจ๊ดานี่ เจ๊จะมาทำตัวเอาแต่ใจกับน้องแบบนี้ไม่ได้
พรุ่งนี้น้องมีเรียนนะ จะให้ไปแบบปากเจ่อ เดินกระเผลก ไม่มีเสียงพูดไม่ได้
(คนอ่านขอมโนล่วงหน้าไปก่อน ><)

แล้วพระพายคือใคร จะมาทำให้ความสัมพันอิเจ๊กับเด็กบ๋อยควายน้อยคลอนแคลนรึเปล่าเนี่ย
ไม่น่าไว้ใจ(อิเจ๊)อย่างแรง

คุณคนเขียนคะ ขอสารภาพไว้ตรงนี้ว่าตอนแรกไม่อิน
แต่ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้วค่ะ อยากอ่านต่ออออ
เราตกปลักโคลนของควายน้อยเด็กบ๋อยเอมเอมไปแล้ว
  ก่อนอื่นเลย ตอนที่ได้อ่านคอมเม้นท์นี้ คือดีใจมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆจริงๆที่เปิดเข้ามาอ่านเรื่องนี้ และเปิดใจอ่านเรื่องนี้นะคะ อาจจะเป็นพล็อตที่แปลกใหม่สักเล็กน้อย แต่ขอบคุณมากจริงๆที่เปิดใจอ่านและรู้สึกสนุกไปด้วยกัน แคทดีใจมากๆเลยค่ะที่ได้ยินแบบนี้ ขอบคุณมากๆจริงๆที่ชอบเรื่องนี้นะคะ ... ส่วนเรื่องเจ๊จะกินน้อง บ้าน่าาาา เจ๊บอกว่ายังก่อน อิอิ หืดหาด


มาม่าแน่ๆ งานนี้,,,
  หึ้ยยย ไม่น่าาา นิยายเราเป็นนิยายตลกโปกฮาน้า เชื่อแคทสิคะ มองตาแคทสิคะ (กระพริบตาปริบๆ) 55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-12-2019 20:34:28 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด