✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 62 || P.18 ||01.06.2020 ✤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 62 || P.18 ||01.06.2020 ✤  (อ่าน 19072 ครั้ง)

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
“โห่ รู้งี้ทำพานบอลโลกแบบที่พวกนั้นบอกก็ดี ป่านนี้ชนะไปแล้ว” ปอโอดครวญด้วยความเสียดาย

หลังจากปีนบันไดขึ้นไปเช็กชื่อบนชั้นสามของอาคารอเนกประสงค์เพื่อจะพบว่าครูที่ปรึกษาชุมนุมไม่เข้าสอน (อีกแล้ว) ทั้งหมดก็เดินทอดน่องลงมาดูพานไหว้ครูที่ตั้งเรียงรายอวดความสวยงามอยู่บนโต๊ะยาวหน้าเวทีในโรงอาหาร

พานที่แม่มิคทำนั้นสวยและทนมาก ขนาดวางตั้งทิ้งไว้ทั้งวัน ดอกไม้กับใบตองยังดูสดและสวยเหมือนเมื่อตอนเช้าไม่ผิดเพี้ยน แต่เมื่อเทียบกับพานฟุตบอลโลกสุดสร้างสรรค์ของพี่ม.สามซึ่งคว้าที่หนึ่งไปครอง พวกไจ๋ก็ยอมรับตำแหน่งพานไหว้ครูดีเด่นอันดับที่สองแต่โดยดี

“คอยดูนะ ปีหน้าเราจะเสนอให้ทำพานติดไฟแบล็กไลท์” ปอคุยโวกับข้าวฟ่างเมื่อสังเกตเห็นวงจรไฟฟ้าที่ทำให้ถ้วยฟีฟ่าสีทองตรงใจกลางพานชนะเลิศหมุนวนไปรอบๆ อยู่ตลอดเวลา

คุนสะกิดเพื่อนข้างบ้านให้ดูพานไหว้ครูพานหนึ่งซึ่งตรงฐานมีกระต่ายแกะสลักจากหัวไชเท้าอยู่หลายตัว ไจ๋ยิ้มจนตาปิดก่อนจะก้มลงมองดูกระต่ายแต่ละตัวอย่างสนอกสนใจ

ข้าวฟ่างหัวเราะใส่หน้าปออย่างไม่เกรงใจ “ไหว้ครูตอนกลางวัน คนอื่นจะมองเห็นแบล็กไลท์ของเธอเหรอ”

“โห่ข้าวฟ่างอะ เธอไม่เข้าข้างเราเลย” คนโดนปรามาสทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ในขณะที่พวกเพื่อนๆ กลับหัวเราะเพราะท่าทางพ่ายแพ้หมดรูปของเจ้าตัวอย่างสนุกสนาน

“แต่จริงๆ ได้ที่สองก็ดีนะ ได้เงินมาตั้งพันนึงแน่ะ”

ไจ๋คิดว่าปอคงไม่คิดมากเรื่องพานแล้ว เพราะอยู่ๆ เจ้าตัวก็เปิดประเด็นสนทนาใหม่โดยไม่บอกกล่าว เด็กชายหันไปมองหน้าเพื่อนๆ ทั้งสามพลางผงกหัวหงึกหงักทั้งยังยิ้มให้ทุกคนอย่างเสมอภาค คราวนี้เขาเห็นด้วยกับปอร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!

“ใช่ แม่มิคก็ใจดี ลดค่าพานให้ตั้งพันนึง” ขวัญชีวินเสริม

“ตอนนี้ค่าห้องมีเยอะไหม” ไจ๋ถามข้าวฟ่าง

เด็กหญิงคลี่ยิ้มพลางพยักหน้ารับ หล่อนกับไจ๋คุยเรื่องนี้กันมาหลายวันแล้ว สีหน้าท่าทางของเจ้าตัวบอกกับขวัญชีวินว่า อีกฝ่ายเป็นห่วง ทั้งยังกลัวว่าเพื่อนที่ยังค้างค่าห้องจะลำบากเพราะต้องจ่ายค่าห้องและค่าทำพาน การได้คบหากับคนมีน้ำใจทำให้ข้าวฟ่างรู้สึกภูมิใจอย่างไรบอกไม่ถูก

“ตอนนี้มีแปดพันกว่า”

“โห เยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ปอทำตาโต

“อืม” ขวัญชีวินอมยิ้มน้อยๆ ความรู้สึกยินดีเมื่อเห็นเงินค่าห้องงอกเงยในชั่วข้ามคืนทำให้เด็กหญิงเผื่อแผ่รอยยิ้มนั้นไปให้ไจ๋กับเพื่อนรุ่นพี่ที่ร่วมสนับสนุนเงินห้องด้วยอีกคน

จากที่คิดว่าข้อเสนอของข้าวฟ่างจะช่วยให้บิดาสนับสนุนกันแต่โดยดี เอาเข้าจริง ไจ๋กลับโดนป๊าด่าจนหูชา ทว่าวันรุ่งขึ้น ป๊าก็ให้เงินเขามาตั้งหนึ่งพัน แถมอาม่ายังแอบสมทบทุนด้วยอีกหนึ่งพัน ไจ๋กับตะวันเลยกลายเป็นตัวแทนสปอนเซอร์ใหญ่ที่มอบเงินส่วนกลางให้ห้องถึงคนละสองพันบาท ส่วนบ้านเฮียคุนกับบ้านโมก็ร่วมลงขันด้วยบ้านละพัน เมื่อรวมกับเงินที่ได้มาจากพ่อแม่ของเพื่อนคนอื่นๆ แล้ว พวกเขาก็มีเงินสนับสนุนค่าทำพานเกินครึ่งหมื่น

“ดีนะที่ได้เงินสปอนเซอร์มาตั้งแปดพัน เดี๋ยวถ้าพรุ่งนี้ได้เงินค่าประกวดพานมา เราจะลองเสนอกับโมว่าให้เลิกเก็บเงินค่าห้องไปสักสองเดือน”

เด็กชายทั้งสามพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของขวัญชีวินอย่างพร้อมเพรียง แต่ชั่วขณะที่เด็กหญิงพูดถึงโมที่เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องคนใหม่ (อย่างไม่เป็นทางการ) เมื่อไม่กี่วันมานี้ ปอก็อดนึกถึงหัวหน้าห้องคนเก่าไม่ได้ “น่าสงสารตะวันเหมือนกันนะ เป็นหัวหน้าอยู่ดีๆ อยู่ๆ ก็โดนปลดเฉยเลย”

ไจ๋ละสายตาจากกระต่ายแกะสลักซึ่งอยู่ในท่ากระโดดแล้วหันไปมองปอ เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเสียดายเลยไพล่นึกถึงบุคคลที่เจ้าตัวเพิ่งกล่าวพาดพิงด้วยอีกคน

หลังจากโมประกาศว่าเพื่อนส่วนใหญ่ในห้องอยากให้ตะวันเลิกเป็นหัวหน้า ไจ๋เดาว่าตะวันน่าจะช็อกมาก ก็ขนาดตัวเขาที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ยังอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ตอนที่โมมาถามพวกไจ๋เรื่องปลดตะวัน ไจ๋กับเพื่อนๆ พร้อมใจกันไม่ออกเสียง ดังนั้น สิ่งที่โมบอกตะวันจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสียทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตะวันที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะกลับสู่สมาชิกธรรมดาที่ไม่มีหน้าที่พิเศษกว่าใครกลับยังคงวางตัวได้ดี ตอนที่ตะวันถือพานกับเอิร์น ตะวันก็ทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรีของคู่ถือพานเปิดพิธีไหว้ครูจนไจ๋แอบเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้โหวตให้ตะวันเป็นคนถือพาน

“เรานึกว่านายจะดีใจซะอีกที่ตะวันไม่ได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว”

“เธอนี่ชอบมองเราในแง่ร้ายเรื่อยเลยนะข้าวฟ่าง” ปอเลิกคิ้วมองขวัญชีวินอย่างหาเรื่องหากแต่น้ำเสียงของเด็กชายกลับฟังคล้ายกับการตัดพ้ออีกฝ่ายเสียมากกว่า

“ก็เธอชอบบ่นว่าตะวันบ้าพลังหนิ”

“ก็หรือเธอว่าไม่จริงล่ะ” เด็กชายโต้กลับอย่างไม่ลดราวาศอก แต่ฟังๆ ดู ไจ๋กลับไม่รู้สึกว่าปอหาเรื่องข้าวฟ่าง ซ้ำร้ายยังดูคล้ายกับว่า เจ้าตัวจะชอบใจที่ได้ลับฝีปากกับอีกฝ่ายเอามากๆ

“ขึ้นห้องกันเถอะ ลงมานานแล้ว” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่เพื่อนทั้งสองคนจะเถียงกันไม่จบไม่สิ้น

“เออนี่ เดี๋ยวขึ้นไปเธอช่วยอธิบายวิธีแก้โจทย์ที่ครูเพิ่งสอนไปเมื่อเช้าหน่อยสิ เรางงว่ะ”

ไจ๋ไม่ได้ฟังว่าข้าวฟ่างตอบคำถามปออย่างไร เพราะจังหวะเมื่อครู่ รูปหมีกล้ามล่ำทำท่าเบ่งลูกไฟออกจากฝ่ามือที่เห็นเพียงรางๆ บนหลังมือข้างซ้ายของเพื่อนข้างบ้านก็ทำให้เด็กชายหวนนึกถึงเหตุการณ์ในห้องนอนของอีกฝ่ายช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาเลยมัวแต่อมยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุข


•✤•TBC•✤•

นี่ไม่กล้าเดาคอมเมนต์คนอ่านหลังจากลงนิยายตอนนี้เลยค่ะ กลัวแม่ยกเฮียคุนจะปันใจไปให้ตะวันกันหมด
โถ พ่อคนดีศรีบางเขย่ง โดนปาดหน้าเค้กแล้วขับไล่จากฐานนันดรอันยิ่งใหญ่จนต้องคืนสู่สามัญโดยไม่รู้ตัว 5555
แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงตะวันจะไม่ใช่หัวหน้าห้องแล้ว ออร่าพระเอกของตะวันจะทำให้ตะวันยังอยู่ต่อไปค่ะ
ส่วนคนที่ก้าวเท้าเข้าเฟรนด์โซนไปเรียบร้อยแล้วก็ต้องอดทนกับความรู้สึกสุดประหลาดของตัวเองต่อไปนะคะ
ไม่รู้ว่าอีกนานไหม น้องต่ายจะเกิดพุทธิปัญญา รับสัญญาณแปลกประหลาดที่เพื่อนข้างบ้านส่งออกไปได้สักที

ตอนหน้าเราจะพาไปดูชีวิตหลังเลิกเรียนของพวกเด็กๆ กันค่ะ ใครอยากรู้ว่าสังคมช่วงเย็นๆ ในโรงเรียนของไจ๋เป็นยังไง
และจะเหมือนกับอดีตของใครบ้างหรือเปล่า ก็อย่าลืมรอติดตามกันนะคะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในทุกๆ รูปแบบ ทั้งคอมเมนต์ที่ทิ้งไว้ให้เราชื่นใจในทุกๆ แพลตฟอร์ม ทั้งทวิตฯ ทั้งโดเนต
สิ่งที่คุณมอบให้เรามีค่าและสำคัญต่อใจเรามากๆ ค่ะ ยินดีทุกครั้งที่ได้อ่านข้อความและพูดคุยกับทุกๆ คนนะคะ

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน นะคะ
ถึงช่วงนี้ทวิตภพจะไม่ค่อยปลอดภัย แต่เราจะพยายามเข้าไปคุยด้วยเสมอน้า!
กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือ รักษาระยะห่าง พยายามไม่ใช้สองมือจับหน้า และสวมหน้ากากหากต้องออกไปในพื้นที่เสี่ยง พูดคำเดิมๆ ซ้ำๆ แถมยังจะย้ำคำว่ารักแบบนี้ให้ทุกคนฟังจนเบื่อไปเลยค่ะ เจอกันวันจันทร์น้า!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤•K.kamereborn:•✤•
โอ้ว คุณ kamereborn มีประสบการณ์ตรงเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วยเช่นกัน แต่กลับกับไจ๋เนอะ
เราว่าตอนคุณ kamereborn ย้ายที่เรียนเองก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน
ถึงคุณ kamereborn จะเจอกับน้องต่ายช้าไปหน่อย แต่เราเชื่อว่า ถ้าน้องต่ายอยู่รุ่นเดียวกับคุณ kamereborn
น้องจะต้องให้กำลังใจคุณ kamereborn ให้ผ่านช่วงเวลาปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆ เช่นเดียวกันค่ะ
อย่างไรก็ดี เรื่องที่คุณ kamereborn พบเจอ อาจจะไม่มีคนคอยช่วยแก้ปัญหาให้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แบบที่จิ้งจอกเด็กทำให้น้องไจ๋หรอกนะคะ (จุ๊ๆ ห้ามว่าเราน้า เราแค่แอบรับสินบนมาจากทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
ให้มาพูดจาเกทับพี่รูปหล่อแถวนี้ที่ได้เป็นคนแรกของไจ๋นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น – แหม ไม่ค่อยแค้นฝังหุ่นเลยเนอะ 555)

คือทางเราสองใจมากตอนก่อนจะดับฝันคุณ kamereborn น่ะค่ะ 555
ไม่รู้จริงๆ ว่าควรแอบสปอยล์แบบที่เคยทำดีไหม หรือรอให้ลุ้นไปพร้อมๆ กันดี
ถ้ายังไง รบกวนคุณ kamereborn ชี้แนะหน่อยนะคะ เราจะได้วางตัวถูก (คือใจนึงอยากวางตัวคูลๆ ไม่พูดไม่จา
เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเหมือนกัน แต่จนใจที่วันๆ เขียนนิยายคนเดียว ไม่ค่อยมีเพื่อนให้อวดเนื้อเรื่องเท่าไร พอเจอ
คนรู้ใจแบบคุณ kamereborn (และผู้อ่านที่น่ารักทุกคน) เราก็อยากจะขิงให้โลกรับรู้ไปเสียทุกเรื่อง ทุกตรงเลยค่ะ 555)

ป.ล.ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ที่ทำให้ใจเราฟูฟ่องเป็นซูเฟล่นะคะ
ดีใจทุกครั้งที่ได้คุยกับคุณ kamereborn รูปหล่อน้า รักนะคะ รู้ใช่ไหม


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
โอ๊ย คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจขา เราสองคนชะตาเดียวกันเลยค่ะ คือ ได้แต่มองสยามสเต๊กตาเป็นมัน
แล้วก็ทดความอยากเอาไว้ในใจ ก่อนจะหายไปเก็บเงินหลายๆ วันแล้วค่อยมาล้างแค้นสักที คือ ของมันแพงแต่ก็อร่อยจน
เกินห้ามใจแหละเนอะ (ตอนเราเรียนม.ต้น น่าจะได้เงินค่าขนมน้อยกว่าคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจอยู่นิดหน่อยนะคะ – แหม รู้
เลยเนอะว่าแก่กว่ากันหลายปี อย่าให้ต้องเท้าความเลยค่ะว่าตอนเราเรียนม.ต้น ก๋วยเตี๋ยวเรือถ้วยละเท่าไร 55555)

55555 ไจ๋ทำคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจ ทรมานสำเร็จแล้ว (กระโดดดึ๋งๆ จนหูยาวๆ กับชั้นเหนียงใต้คางกระพือไปรอบๆ)
เด็กน้อยคนนี้มีพิษสงมากนะคะ รอดูเลยค่ะว่าตอนต่อๆ ไป ไจ๋จะมาทรมานกระเพาะของพวกเราอย่างไรอีก
(เอาจริงๆ เขียนๆ ไป เราก็พบว่าไจ๋กินขนมเก่งมากเลยอะค่ะ เพราะเราเกือบจะต้องเขียนถึงของกินแบบตอนเว้นตอน –
สงสารคนอ่านตอนกลางคืนมากๆ เพราะความช่างกินของน้องนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน 5555)

ฮัฟเฟิลพัฟนี่คือบ้านของคุณนิวท์ (Fantastic Beast)ใช่ไหมคะ ถ้าใช่คือเป็นบ้านที่คนน่ารักมากๆ เลยอ่า
หมวกคัดสรรเลือกบ้านที่เหมาะกับคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจแล้วใช่ไหมคะ ถ้าไม่พอใจ ย้ายมาเป็นลูกงูใหญ่กับเราไหมเอ่ย
(ยิ้มพลางแลบลิ้นสองแฉก - ล้อเล่นค่า 555) รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมากนะคะ มาให้กอดหน่อยเร้ว!!


•✤•K.Ac118:•✤•
อ่า เห็นเมนต์ของคุณ Ac118 แล้วสงสาร 555 เอางี้ไหมคะ
ถ้าตอนไหนมีฉากไจ๋กินข้าวอีก เราจะติดคำเตือนไว้ด้านบนนะคะ เผื่อจะเปลี่ยนใจ เลื่อนไปอ่านตอนที่ยังหาอะไรกินได้
แต่ถ้าคุณ Ac118 ไหว เราก็จะยืมมือลูกกระต่ายทรมานเจเจ้ต่อไป (ส่วนเรื่องจิกหมอนและสร้างโมเมนต์ฟินๆ
เราจะส่งไม้ต่อให้เฮียไมโครเวฟเป็นคนทำค่ะ เพราะคุนน่าจะถนัดมาก – เฮียมงคลไม่ถูกใจสิ่งนี้ยิ่งกว่าเดิม 5555)

เอาจริงๆ เรื่องปอนี่เราว่าใครๆ ก็พอจะดูออกแหละนะคะ แต่พวกเด็กๆ ก็ยังไม่เอะใจเสียทีเดียว เพราะปอก็ทีเล่นทีจริง
ส่วนข้าวฟ่างเองก็วางตัวดี ไม่รู้ว่าถ้ามีตัวแปรที่คุณสมบัติดีๆ โผล่เข้ามา คนที่คิดไม่ซื่อกับเพื่อนจะวางท่า ทำเฉยได้อยู่อีก
ไหมนะ (นี่พูดถึงปอนะคะ ไม่ได้พูดถึงจิ้งจอกเด็กเก้าหางแถวๆ นี้เลยแม้แต่นิดเดียว - หลบสายตาทำหน้าหลุกหลิก 555)

รักคุณคุณ Ac118 มากที่สุดเลยค่ะ ดูแลตัวเองดีๆ เพื่อจะได้กลับมาเจอกันตอนหน้าอีกน้า รักคุณ Ac118 มากนะคะ จุ๊บๆ


•✤•K.งงปะ:•✤•
555555 เฮียคุนเสียอาการตลอดจริงๆ ค่ะ แถมยิ่งนาน อาการยิ่งหนักนะคะ
แต่พ่อคุณสงวนท่าทีเก่งมากค่ะ รอดูนะคะว่าเฮียจิ้งจอกจะงัดวิธีไหนมากำราบความรู้สึกแปลกๆ ของตัวเอง
เอาเป็นว่า รออ่านตอนหน้าก็น่าจะเห็นวี่แววแล้วล่ะค่ะ ส่วนปอนั้น เฮ้อ... นอกจากพวกเด็กๆ ในเรื่องจะไม่ไหวตัวแล้ว
เราว่าต่อให้มองจากดาวอังคารลงมา ใครๆ ก็ดูออกทั้งนั้นแหละค่ะว่าปอกำลังเต๊าะใครอยู่ 5555

ทางพี่ริวเราต้องปล่อยไปจริงๆ ค่ะ ริวอาจจะใช้ความรู้สึกน้อยใจมาเป็นข้ออ้างในการเดินหันหลังให้เพื่อนก็ได้
แต่ยังไงซะ เฮียคุนก็จะไม่ปล่อยมือจากเพื่อนคนนี้เสียทีเดียวนะคะ ^_^

ป.ล. เราเองก็รอคุยกับคุณงงปะเช่นกันค่ะ ดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านความเห็นและได้รับกำลังใจจากคุณงงปะนะคะ
ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงน้า เราจะได้มาเจอกันครั้งหน้าอีกยังไงล่ะค่ะ


•✤K.วายซ่า:•✤•
55555 เราว่าปอก็เริ่มรู้จักสร้างภาพแล้วล่ะค่ะ แหม... ก็ข้าวฟ่างน่ารักไม่ใช่น้อยนี่คะ ปอก็ต้องวางตัวดีนิดนึงเนอะ
ส่วนเฮียคุนนั้น เฮ้อ เราไม่มีอะไรจะแก้ตัวให้แล้วค่ะ แค่เห็นน้องต่ายเลียปากก็ชักจะไม่ไหว เป็นอะไรมากไหมน้า
หรือว่าต้องส่งหมอไปดูอาการเฮียคุนสักหน่อยน้อ 5555

น้องแคร์น่ารักมากเลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้ คุณวายซ่าจะได้กินอะไรแซ่บๆ เหมือนน้องแคร์หรือยัง
อย่างไรก็ดี คุณวายซ่าไม่ต้องกังวลไปนะคะ ตอนหน้าไม่มีของกินค่ะ 5555
ท้ายสุดคือความเสียใจและปลงที่มีให้พี่ริวค่ะ ก็อย่างที่รู้ๆ กันแหละเนอะ กับคนนี้เราไม่พูดเยอะแล้วค่ะ เจ็บคอ 555
รักคุณวายซ่ามากที่สุดเลยค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยน้า เจอกันวันจันทร์น้า!!


•✤•K.blove:•✤•
เอาจริงๆ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรกัน ไจ๋ก็จะเอาตัวรอดไปได้เพราะมีเฮียคุนและเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือนี่แหละค่ะ
ส่วนเรื่องที่ว่าไจ๋ยั่วไม่รู้ตัวนี่ต้องยกให้เป็นคุณสมบัติติดตัวไจ๋ไปตลอดเลยนะคะ เพราะไจ๋จะทำไปเรื่อยๆ จนเฮียคุนตายไป
เองค่ะ 555 (นี่ยังไม่นับตอนที่ไจ๋รู้ความและตั้งใจยั่วนะคะ ถ้าถึงตอนนั้น เฮียคุนคือหมอบราบคาบแก้วแน่ๆ ค่ะ 555)

ไจ๋เป็นเด็กกินอะไรหนุบหนับน่าอร่อยไปหมด ดูจากคอมเมนต์ของหลายๆ คนในตอนที่แล้วที่บอกว่า
เห็นไจ๋กินแล้วอยากกินบ้าง เราว่าคุณ blove ต้องไม่หิวอย่างโดดเดี่ยวแน่ๆ เลยค่ะ 555 ต่อไปถ้าตอนไหนมีของกินเยอะๆ
เราจะแจ้งเตือนไว้ตรงต้นตอนนะคะ เผื่อจะบรรเทาอาการหิวโหยกลางดึกได้ 5555

เรื่องทำพานนี่ต้องแล้วแต่เพื่อนในห้องเลยนะคะ ถ้าเพื่อนในห้องเฮไปทางไหน เราก็ไม่ขัดค่ะ
จะทำเอง จะจ้าง จะยังไงก็ตามใจทั้งหมด (เป็นสายสนับสนุนค่ะ ไม่ค่อยออกความเห็น 5555)
ส่วนคนถือพาน ทางเราเองก็โหวตไปค่ะ ตอนเรียนคือมนุษย์จืดจางที่มีหน้าที่จ่ายเงินค่าห้องเท่านั้นจริงๆ ถถถถถ

หูย นี่เราคุยกับเด็กห้องคิงอยู่เหรอคะ คุณ blove เก่งมากๆ เลยค่ะ
ตอนเราเรียนคือไม่ได้อยู่ห้องคิงหรอกค่ะ เป็นห้องกลางๆ ค่อนไปทางดี สงสัยถ้ามีปัญหาเรื่องการเรียนห้องคิง
เราจะต้องส่งเทียบไปเลียบๆ เคียงๆ ขอคำปรึกษาจากคุณ blove ซะแล้ว หวังว่าจะไม่รังเกียจกันนะคะ อิอิ
วกกลับมาที่พี่ริว พี่ริวน่าจะติดบุหรี่อย่างที่คุณ blove ตั้งข้อสังเกตค่ะ แต่พี่ริวจะขึ้นห้องปกครองเพราะสาเหตุอะไรนั้น
เรามารออ่านไปพร้อมๆ กันนะคะ ^_^ ขอบคุณสำหรับความเห็น ความห่วงใยและกำลังใจที่มีให้กันมาโดยตลอดนะคะ
คุณ blove เองก็พักผ่อนเยอะๆ และดูแลตัวเองดีๆ น้า เราเองก็จะดูแลตัวเองเพื่อมาลงนิยายให้ทุกๆ คนได้อ่านกันไปจนกว่าจะเขียนไม่ไหวค่ะ 5555


•✤•K.mab:•✤•
แหม่ คุณ mab ล่ะก็ อย่าดักคอจิ้งจอกเด็กตั้งแต่ยังไม่ออกตัวสิคะ เดี๋ยวไก่ตื่น ไม่ยอมกินเต้าหู้ไจ๋พอดี 5555
ส่วนเรื่องความเปลี่ยนแปลงหลังจากแยกย้ายกันไปนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละคนต้องพบเจอล่ะนะคะ
แต่ก็อย่างที่คุณ mab ว่านั่นแหละค่ะ ลองพี่ริวไปคบกับพวกพี่กลุ่มนั้น คุนไม่มีทางเอาด้วยแน่ๆ
ครั้นจะหันหลังกลับลำ ริวก็กลัวความว้าเหว่จนฝืนใจเดินต่อไปจนได้ (น่าสงสารที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ซะด้วย)
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ในเล้าและในทวิตนะคะ ทุกๆ ครั้งที่ได้เห็นรูปนายท่านที่แปะมาในทวิต
เรานี่ยิ้มกว้างตลอดเลยค่ะ นายท่านน่ารักทุกตัวและมี attitude แรงทุกรูปแบบที่ดูแล้วไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ 5555
รักคุณ mab มากนะคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยน้า!!


•✤•K.piakunaa:•✤•
โอ๊ยยยยยยย! สงสารพ่อใหญ่มาก มีคนดักทางทำมาหากินของพ่อใหญ่ตลอด ๆๆๆๆๆ 555
โธ่ แค่ร้อนวูบวาบนิดๆ หน่อยๆ พ่อใหญ่ก็จะโดนแจ้งแล้ว ต่อไปถ้าพ่อใหญ่ทำมากกว่านั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่า
ทางคุณ piakunaa จะให้อภัย ไว้ชีวิตพ่อใหญ่ไหม เอาดีๆ เราว่าทางหลานไจ๋เองก็ให้การสนับสนุนเฮียมากไปนะคะ
เพราะไม่ว่าเฮียจะทำอะไร น้องต่ายเป็นต้องเห็นด้วยไปเสียทุกเรื่องจริงๆ (นี่ๆ แอบตีแก้มน้องต่ายเพื่อสั่งสอนให้รักนวล
สงวนตัว แต่โดนแก้มเด้งดึ๋งของน้องดีดจนกระเด็นไปแล้ว 55555)

พี่ริวก็จะเดินไปตามทางพี่ริวเลือกแล้วค่ะ ส่วนปอ... ก็กำลังพยายามกรุยทางบางเส้นอย่างหนักหน่วงอยู่เช่นกัน 555
ป.ล. สาวสารคามอย่าลืมดูแลตัวเองนะค้า ทางโน้นเป็นไงบ้างเอ่ย ร้อนแล้งมากไหม ยังไงต้องดูแลตัวเองดีๆ น้า
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ เราดีใจมากๆ ที่ได้อ่านความเห็นของคุณ piakunaa นะคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ kamereborn

  • kamereborn
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
โถ น้องตะวัน พระเอกของพี่ ไม่เป็นไรนะครับ เชื่อว่าโตไปต้องมีบทบาทยันโตแน่ๆเลย

ไจ๋ของพี่เก่งมากครับ เรียนรู้ได้เร็ว เรื่องความแตกต่างทางฐานะ แม้จะรู้มาจากจิ้งจอกเด็กที่หวังเคลมเพื่อนก็เถอะ
จริงๆแล้ว แค่ตกใจครับ ตอนย้าย รร.ใหม่ๆ เพราะขอตังแม่เท่า รร.เก่า ไปวันแรก มีแต่อะไรน่ากิน และแพงเต็มไปหมด แต่ก็ขอเพิ่มได้อยู่ จนอ้วนไปพักนึงเลยครับช่วงมัธยม

ผมอยากบอกว่าไม่ต้องสปอยล์หรอกครับ ไม่ได้อยากรู้เท่าไรหร๊อก //เสียงสูง
แต่แอบเชื่อว่าเดี๋ยวพี่น้อยหน่าต้องหลุดๆออกมาบ้างอยู่ดี

มีความสุขมากๆนะครับ

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ปัญหาทำพานหรือจ้างเองนี่สงสัยจะเป็นกันเกือบทุกที่ เพราะเราก็เจอ 5555 แต่เปลี่ยนจากแม่ของเพื่อนในห้องเดียวกันเป็นแม่ของเพื่อนต่างห้อง สุดท้ายก็จ้่างแหละเหตุผลคล้ายๆกับที่โมบอกแต่ตอนนั้นเพื่อนในห้องไม่ได้บ้าอ่านหนังสือไปโอลิมปิกอะไรขนาดนั้นแค่เน้นเรียนไม่เน้นกิจกรรม ส่วนเราก็เป็นผู้ตามที่ดี

เฮียคุนเค้าเก่งนะคะ ตาดี๊ดี หัวไชเท้าแกะสลักเป็นรูปกระต่ายก็ยังอุตส่าห์มองเห็น เอาไปหยอดไจ๋อีก เหม็นความรัก! แต่ฟิลเตอร์ที่ไจ๋มองเป็นหมีหรอ ทางนี้เค้ามองเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กันทุกคนเลย 5555

ชอบฉากที่เค้านั่งติวกันจังเลยค่ะ ทางนี้ก็จินตนาการเพลินเลย แก้มใสๆของไจ๋  :o8:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
ฟิลนุ้งไจ๋ตอนลุ้นเพราะโดนหัวหน้าห้องกวาดสายตา มาสบตากันวิ้งง นี่มันใช่เลย เหมือนตอนเด้กๆไม่มีผิด อย่ามองมานะ อย่าเรียกชื่อช้าน อย่าถามความเห็น ไม่มีไรในหัวทั้งนั้นนน มีหน้าที่แค่จ่ายตังค์ค่าห้องก็พอแล้วไหม5555
ถึงจะไม่ได้อยู่ห้องคิง ที่มีแต่เด็กเรียน อยู่แต่แถวๆ ห้อง/3 /4 มาตลอด แต่แฮปปี้ไม่คิดอยากไปเฉียดห้องคิงเลย /เหอะๆนี่มันข้ออ้างความขี้เกียจชัดๆ  (╯﹏╰)

ถถถถ พ่อพระเอกซีรีย์ของเจ้ ถูกปลดจากฐานนันดรอันยิ่งใหญ่คืนสู่สามัญ ปุบปัํบเฉยเลยย ไม่เป็นไรนะ คนดี มีออร่าพระเอก อยู่ที่ไหนก็เรืองแสง /คนหรือหลอดไฟ!?  :hao7:

แล้วลูกต่ายก็เห็นหางจิ้งจอกเก้าหางจนได้55555
จำไว้ลูก ไว้ใจเฮียแต่อย่าวางใจเฮีย!

พี่หมีกับน้องกระต่ายน่ารักกก ใสๆมุ้งมิ้งวาดมือให้กัน โง้ยยย หัวใจสีชมพูเบ่งบานนน

เป็นแค่เพื่อนไงเฮีย ถึงน้องจะจิ้มลิ้มน่าน้วยจนใจเต้นแรงแค่ไหนก็ต้องข่มใจไว้ ไม่ไหวก็ต้องไหวนะเฮีย เป็นจิ้งจอกในร่างพี่หมีไปก่อนนน :hao3:

ยังดีมีปอเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม อยู่ในเฟร์นดโซนพอกัน สมกับอยู่แก้งเดียว 5555555555555555555555 /เอ่ะหัวเราะแรงไปมั้ย โทดๆๆ :katai3:
แต่ยังไงข้าวฟ่างน่าจะเอ่ะใจเร็วกว่าเจ้าหมูกระต่ายของเจ้  :hao5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-05-2020 12:01:15 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-0
เฮียคุนคนจริง ไม่ล้างมือจริงด้วยอ่ะ คงวาดสวยถูกใจมากสินะ 55555 ขำ3คนแอบโหวตปอ มันก็จริงนะ แอบโหวตเพื่อนในกลุ่มกันเองไปมา แกล้งกันไง แล้วก็มาถามว่ามึงโหวตกูป่าว ไอ้คนนั่งข้างๆนี้แหละตัวดี 5555 //เฮ้ย!! มีแบบโหวตออกจากหัวหน้าห้องด้วย ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเจอไง ก็แบบห๊ะ!! มีงี้ด้วย อะไรของเด็กโม 5555 ตะวันมาอยู่กับกลุ่มเฮียคุนนี่มา ดูท่านิสัยจิตใจอยู่กลุ่มเดียวกันได้ดีทีเดียวเลย //ถ้าไม่ได้แผนเฮียคุนหาสปอนเซอร์ เด็กโมคงทำให้เพื่อนบางคนลำบากมากขึ้น ต้องยกเครดิตให้เฮียเขาเลย ฉลาดแกมเจ้าเล่ห์ 555 เฮียคุนอธิบายได้ดี ทีนี้เจ้าลูกกระต่ายก็เข้าใจแล้วสินะว่าบางคนเงินน้อยก็เดือดร้อนได้ ไจ๋คนเปย์ 5555 //ชอบบรรยากาศติวกันสองคน ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ได้แลกเปลี่ยนความคิด ปรับความเข้าใจ ความรู้สึกกันและกัน อมยิ้มตามตลอดเลย //อ่านแล้วเพลินดีจริง มาต่อให้ยาวเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งและคุยกัน รอตอนหน้าเลยค่ะ เด็กๆพวกนี้จะมีไรให้เม้าส์อีก 555 อากาศร้อนอบอ้าว ระวังอาหารเป็นพิษนะคะ ไม่อยากให้ท้องเสีย 555 เป็นห่วงค่ะ  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ งงปะ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ตอนนี้ชอบเฮียคุนมากๆ
ที่สอนการคิดสอนให้เห็นภาพชีวิตของแต่ละคนที่ไม่ได้เท่าเทียมกันให้น้อง เรื่องฐานะทางบ้านเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การที่คุนเก็บมาใว้พูดกันสองคนและยกตัวอย่างที่ง่ายๆและดูเบาบางเป็นการรักษาน้ำใจผู้อื่น ซึ่งจะพบเห็นได้ยากมากกับเด็กระดับ ม.ต้นแค่นี้
แสดงให้เห็นเลยว่าเฮียคุนถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดีจริงๆ ซึ้งใจมากๆ อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกดีมากๆกับความคิดการอ่านของเด็กๆ
ส่วนเรื่องตะวันแอบสงสารมากๆโดนปลดเฉยเจ้าตัวจะเสียใจไหม อยากส่งน้องต่ายเข้าไปปลอบและให้กำลังใจจัง แต่ติดตรงน้องต่ายก็ขี้กลัว+ไม่มีความกล้าจนเกินไปและเฮียคุนคงไม่ปล่อยไปคนเดียวแน่ๆ55555

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-0
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าปอจีบข้าวฟ่างแฮะ สังเกตตั้งแต่เปิดเทอมมาแล้วว่าปอเปลี่ยนไป ดูตั้งใจเรียนมาโรงเรียนเช้าขึ้นเพราะมาทำการบ้านนั่งที่โต๊ะไจ๋ จริงๆ แล้วขอไจ๋เปลี่ยนที่เพื่อนั่งกับข้าวฟ่างก็จบ รับรองเฮียคุนจะรีบจับใส่พานถวายแน่ๆ เพราะเจ้าตัวอยากนั่งกับกระต่ายน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนะ.. แล้วอีกอย่างน้ำเสียงที่เถียงกับข้าวฟ่างก็ดูจะไม่เอาเป็นเอาตายก็จะแค่อยากลับฝีปากมากกว่า หรือจริงๆ ก็แค่อยากคุยกับคนที่ชอบก็แค่นั้นแหละ ใช่มะ??? นี่... ยัดเยียดปอสุดๆ เพราะดูแล้วข้าวฟ่างน่าจะกำราบคนเจ้าชู้ได้ ยกเว้นแต่เราเดาผิด 555555

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
"สีหน้าคล้ายกับคนเพิ่งตื่น ดวงตากลมโตที่หรี่ปรือ ริมฝีปากสีแดงที่ดูเจ่อนิดๆ ใบหน้าขาวนวลใต้แสงแดดยามโพล้เพล้ทำให้ไจ๋ดูเหมือนภาพฝันมากกว่าคนที่มีเลือดเนื้อจับต้องได้จริง"  พ่อใหญ่เริ่มอาการหนักขึ้นๆแล้วนะคะ​ 555​ ชั้นหมั่นไส้พ่อใหญ่เหลือเกินนนนนนน​ ความหลงว่าที่ศรีภรรยานี้​ ยอมค่ะยอม​ 555​ ส่วนหลานของเราจากกระต่ายกลายเป็นหมูไปซะงั้น​ 555​ อย่างนี้ต้องเรียกว่า​" หมูกระต่าย" (ได้กลิ่นอายของโกมีนัมลอยมา​ 555)
ส่วนโมนี่  อย่าจะตั๊นหน้าแรงๆ​ หนึ่งที​ กอดปลอบตะวันนะคะ​ I always beside you ค่ะ
สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​ เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
- 60 -


“พี่คะ พี่ยังมีปากกาแพ็คสิบสองสีอยู่อีกไหมคะ”

“มีจ้ะ รอเดี๋ยวนะ” พูดจบ เจ้าของร้านปากกาก็ผลุบหายไปต่อหน้าต่อตาก่อนจะผุดลุกขึ้นพร้อมกับยื่นห่อปากกาสิบสองสีส่งให้ขวัญชีวิน เด็กหญิงเปิดห่อพลาสติกแล้วหยิบปากกาแท่งหนึ่งออกมา ตั้งท่าจะลอง แต่ไจ๋กลับฉุดแขน ยื้อข้อศอกของเพื่อนเอาไว้

“เดี๋ยวข้าวฟ่าง เขาให้เขียนได้ไง” เด็กชายมองเพื่อนสลับกับพี่คนขายอย่างกล้าๆ กลัวๆ ตอนป๊าซื้อของให้ไจ๋ ป๊าไม่เคยขอทดสอบคุณภาพสินค้าเลยสักครั้ง เพราะหากซื้อของไปแล้วมีปัญหา ป๊าจะเอาไปเปลี่ยนใหม่ที่ร้านท่าเดียว

“เราจะซื้อของเขา เขาก็ต้องให้ลองสิ” ขวัญชีวินรวบปากกากว่าครึ่งห่อส่งให้ไจ๋พร้อมด้วยเศษกระดาษปึกเล็กสำหรับทดลองขีดเขียน “อะ ช่วยกันฝนหน่อย แท่งไหนไม่ติดเดี๋ยวให้เขาเปลี่ยนให้”

ในเมื่อข้าวฟ่างเอ่ยอย่างจริงจัง ไจ๋ก็ไม่ลังเล ช่วยเพื่อนลองปากกาอย่างขยันขันแข็ง

“เป็นไง เขียนดีไหม”

“อื้อ!” เด็กชายยิ้มพลางผงกหัวไม่หยุด ก่อนหน้านี้ ไจ๋เคยยืมปากกาแบบเดียวกันนี้ของข้าวฟ่างมาจดงานหลายครั้ง ยิ่งใช้ เขาก็ยิ่งชอบใจ เลิกเรียนวันนี้ไจ๋เลยขอให้เจ้าตัวพามาซื้อบ้าง ดีที่ร้านขายปากกาเป็นหนึ่งในรถเข็นแผงลอยที่มาขายของให้พวกเด็กๆ ในละแวกโรงเรียน พวกเขาจึงเพียงเดินข้ามถนนมายังฝั่งโรงเรียนประถมเท่านั้น ไม่ต้องเดินไกล

“มีแท่งไหนต้องเปลี่ยนหรือเปล่า” ขวัญชีวินยิ้มชอบใจเมื่อเห็นไจ๋ส่ายหัวดิก จากนั้นจึงหันไปถามไถ่เจ้าของร้าน “เท่าไรคะพี่”

“หกสิบบาทเหมือนเดิมจ้ะ”

ไจ๋ตั้งท่าจะยื่นแบงก์ร้อยให้คนขายแต่กลับโดนข้าวฟ่างรั้งข้อมือเอาไว้ เด็กหญิงผินหน้า ช้อนตาจ้องคนขายปากกาพลางเจรจาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “พี่ช่วยลดให้เพื่อนหนูหน่อยได้ไหมคะ ถือว่าต้อนรับลูกค้าใหม่ พวกเราจะได้มาอุดหนุนพี่อีกบ่อยๆ ไงคะ”

ลองว่าโดนสายตาสัตว์กินพืชขนาดเล็กสองคู่สั่นคลอนจิตใจเข้าไปเต็มๆ ไม่ว่าใครก็ยากจะทำใจแข็งอยู่ได้ เจ้าของร้านขายปากกาพยักหน้าให้เด็กทั้งสองคนอย่างพ่ายแพ้พร้อมกับยื่นเงินทอนพอดีจำนวนให้เสร็จสรรพ “อะๆ พี่คิดแค่ห้าสิบห้าบาทแล้วกัน”

“ขอบคุณมากค่ะ”

เห็นเพื่อนยกมือไหว้คนขาย ไจ๋เลยพลอยยกมือไหว้ตามไปอีกคน จากที่ร่ำๆ จะหงุดหงิดเพราะขาดทุนกำไร เจ้าของร้านปากกากลับได้แต่ยืนฉีกยิ้มพลางดื่มด่ำกับภาพความน่ารักคูณสองตรงหน้า “ไว้คราวหน้าแวะมาซื้ออีกนะ ถ้าอยากได้เครื่องเขียนอย่างอื่นก็บอกพี่ได้ เดี๋ยวพี่หามาให้”

“ค่ะ”

“ครับ”

“ไจ๋จะซื้ออะไรอีกปะ” เด็กหญิงยื่นเงินทอนกับปากกาส่งให้เพื่อน

“อืม...” เด็กชายครางในลำคอพลางชั่งใจ เฮียคุนกับปอกำลังแข่งบาสกับห้องอื่นอยู่ วันนี้ทั้งคู่เลยไม่ได้ออกมาเดินซื้อของด้วยกัน แต่ไจ๋อยากแวะไปดูหนังสือให้แน่ใจเสียหน่อยว่าวิถีผู้พิทักษ์เล่มใหม่วางแผงแล้วหรือยัง

ขวัญชีวินยืนหันหลังให้แดด เลยสังเกตเห็นใบหน้ายู่ยี่ของอีกฝ่ายได้ชัดเจน แม้ดวงอาทิตย์จะไม่ปรานี แต่ไจ๋กลับพยายามหยีตาสู้แสงเพื่อจ้องตากับหล่อนโดยไม่หลบเลี่ยง ความจริงจังตั้งใจในการตอบถามของเจ้าตัวกระทั่งไม่ยอมกระเถิบเข้าไปหลบในร่มทำให้ขวัญชีวินนึกเอ็นดูเพื่อนคนนี้ยิ่งกว่าเดิม

“...ขอระ เราแวะไปดูหนังสือการ์ตูนแป๊บนึงได้ไหม”

ร้านการ์ตูนเพิ่งมาเปิดแผงขายได้ไม่นาน อยู่ถัดจากร้านขายปากกาไปเพียงไม่กี่เมตร เด็กหญิงเลยพยักหน้าสนับสนุนคู่สนทนาทันที ระหว่างทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังแผงการ์ตูน ขวัญชีวินก็เอ่ยถามไจ๋ถึงเรื่องที่คาใจตน “ไจ๋อ่านการ์ตูนด้วยเหรอ”

เจ้าของชื่อส่ายหัวพลางอมยิ้มน้อยๆ “ระ เราจะไปดูการ์ตูนให้เฮียคุน”

“พี่คุนอ่านการ์ตูนด้วยเหรอ” ขวัญชีวินตาลุกวาว

น่าสนใจ... พี่คุน เพื่อนใหม่ของหล่อนที่ไม่สนใจใครหรือสิ่งใดที่ไม่เกี่ยวกับไจ๋คนนั้นมีงานอดิเรกอื่น นอกเหนือไปจากคอยตามประกบไจ๋ด้วยอย่างนั้นเหรอ

“อื้อ!”

“เรื่องอะไรอะ สนุกไหม”

“ระ เรื่องวิถีผู้พิทักษ์ มันสนุกมากละ เลยนะข้าวฟ่าง” ไจ๋ยิ้มกว้าง

“เหรอ มันสนุกยังไงอะ”

“พระเอกระ เรื่องนี้ชื่อเอเดน เอเดนเป็นผู้พิทักษ์ในตำนานของอัลติเมตเวิร์ล... คืองี้ อัลติเมตเวิร์ลจะเป็นละ โลกที่อยู่เหนืออันเดอร์เวิร์ลที่พระเอกเคยอยู่อีกทีอะ ตอนระ แรกเอเดนยังเป็นแค่คนธรรมดา แต่พอได้ระ รับการปลุกพะละ ลัง ก็ค่อยๆ ไต่เต้าจนเข้ามาเป็นผู้พิทักษ์ในอัลติเมตเวิร์ลจนได้ แต่ระ เราชอบไวแอ็ตต์ ไวแอ็ตต์เป็นนักเวทตาบอดแต่ไวแอ็ตต์เก่งมากๆ เก่งกว่าเอเดนซะอีก”

“โห ไจ๋พูดซะเราอยากอ่านตามเลย”

ชั่วขณะที่ไจ๋พูดถึงสิ่งที่เจ้าตัวโปรดปราน รอยยิ้มของเจ้าตัวในยามนี้เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแดดที่ส่องหน้าพวกเขาในเวลานี้เสียอีก ต่อให้เรื่องราวที่เพิ่งได้ฟังจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเนื้อหา ไร้ที่มาที่ไป แต่ขวัญชีวินกลับอยากสัมผัสความสนุกของการ์ตูนที่อีกฝ่ายโฆษณาเสียวันนี้พรุ่งนี้เลยทีเดียว

“เดี๋ยวระ เราไปถามเฮียคุนให้นะ” เด็กชายฉีกยิ้มพลางเอ่ยอย่างใจกว้าง เฮียคุนใจดี ถ้าเฮียคุนรู้ว่าข้าวฟ่างอยากอ่านวิถีผู้พิทักษ์ เจ้าตัวน่าจะยอมเอาการ์ตูนมาให้ข้าวฟ่างยืมอ่านแน่ๆ

“เราไปซื้อน้ำก่อน เดี๋ยวเราเดินกลับมาหานะ” เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าแผงการ์ตูน ขวัญชีวินก็บุ้ยใบ้ไปยังร้านน้ำที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล “ไจ๋เอาอะไรปะ”

“หึ!” เด็กชายส่ายหัวเร็วๆ เขามองตามแผ่นหลังของข้าวฟ่างอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับมาไล่สายตากวาดมองปกการ์ตูนในแผงด้านหน้าตัวเองอย่างตั้งใจ

“หาเรื่องไหนอยู่บอกได้นะน้อง” เจ้าของร้านการ์ตูนเอ่ยกับลูกค้าตัวน้อยด้วยน้ำใจไมตรี

“วิถีผู้พิทักษ์ละ เล่มใหม่ออกยังครับ”

“น้องอ่านถึงเล่มไหนแล้วล่ะ เก้าสิบห้าอ่านหรือยัง” คนพูดหยิบการ์ตูนเล่มที่อยู่ใกล้มือไปวางลงตรงหน้าเด็กชาย

ไจ๋หยิบหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นขึ้นมาดูพลางนึกทบทวนถึงชั้นหนังสือที่บ้านเฮียคุนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ “เก้าสิบเจ็ดครับ”

“ตอนนี้มีถึงเล่มเก้าสิบเก้า น้องจะเอาไปหมดเลยไหม”

“เอาครับ”

“งั้นรอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวพี่หยิบให้”

เด็กชายผงกหัวแทนการเอ่ยรับคำ จากนั้นจึงเลื่อนกรอบสายตามองภาพวาดหน้าปกหนังสือการ์ตูนบนแผงเพื่อฆ่าเวลา ทว่าอึดใจเดียวกันนั้น หูก็พลันได้ยินเสียงของใครสักคนขานชื่อตนเองใกล้ๆ

“ตั้งใจ”

“อ้าว ตะวัน?!” ไจ๋อดแปลกใจไม่ได้หลังจากรู้ว่า อดีตหัวหน้าห้องโผล่มาทักทายกัน...

อ่า ไจ๋ไม่มีอะไรจะคุยกับตะวันหรอกนะ ตะวันทักคนผิดแล้ว

“ตั้งใจอ่านการ์ตูนด้วยเหรอ” ดวงตาของตะวันวาดแทบจะสาดแสงสว่างไสวหลังจากพบกับเพื่อร่วมชั้นเรียนที่นี่ เขาเป็นลูกค้าขาประจำที่แวะเวียนมาอุดหนุนแผงการ์ตูนมาตั้งแต่ช่วงเปิดร้านแรกๆ ทว่ากลับไม่เคยเจอคนคุ้นหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความตื่นเต้นยินดีในตอนนี้ทำให้เด็กชายชิงยิงคำถามใส่เพื่อนใหม่อย่างกระตือรือร้น “ตั้งใจอ่านเรื่องอะไรอะ”

“อะน้อง ซื้อสามเล่มพี่ลดให้เล่มละห้าบาท เหลือร้อยยี่สิบ” ว่าแล้ว คนขายก็หย่อนหนังสือการ์ตูนทั้งสามเล่มใส่ถุงรอท่า ไจ๋เลยไม่ทันได้ตอบคำถามของตะวันเพราะมัวแต่ง่วนนับเงินค่าการ์ตูน

“เรื่องนี้สนุกไหมครับพี่” ตะวันวาดถามคนขายพลางบุ้ยใบ้ไปยังการ์ตูนสามเล่มในถุงพลาสติกหูหิ้ว

“สนุกมาก อ่านแล้วแทบวางไม่ลงเลย ไม่เชื่อน้องถามเพื่อนน้องดูก็ได้” เจ้าของแผงหนังสือพยักพเยิดไปทางไจ๋ ฝ่ายตะวันวาดเองก็มัวแต่ตื่นเต้นกับการ์ตูนเรื่องใหม่จนไม่คิดจะสอบถามความเห็นจากเพื่อนร่วมห้องเลยแม้แต่นิดเดียว

“เรื่องนี้ออกถึงเล่มไหนแล้วอะครับ”

“เล่มเก้าสิบเก้าเพิ่งออกเมื่อวานเองน้อง”

“พี่มีเล่มหนึ่งถึงสิบไหมครับ”

“มีๆ น้องรอพี่รื้อกองเดี๋ยวนะ” สีหน้าแน่วแน่ของเด็กชายบอกใบ้กับเจ้าของร้านการ์ตูนว่า ตนปิดการขายได้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงผลุบหายไปรื้อของในตู้เก็บของด้านหลังอย่างกระวีกระวาด ปล่อยไจ๋ให้ยืนถือเงินร้อยยี่สิบบาทเก้อ คนข้างๆ เห็นท่าทางตกประหม่าของเพื่อนร่วมห้องจึงอาศัยจังหวะนั้นชวนเจ้าตัวคุยเสียเลย “ตั้งใจชอบอ่านการ์ตูนเหรอ”

“ก็ชอบนะ” ไจ๋อมยิ้ม ตอนเด็กๆ เขาอาจจะยังไม่ชอบอ่านการ์ตูนสักเท่าไร แต่เพราะเฮียคุนคลั่งไคล้วิถีผู้พิทักษ์เอามากๆ พอเริ่มอ่านตามเพื่อนข้างบ้านไปได้สักพัก เด็กชายก็พบว่า ตนไม่เพียงได้รับความสนุกและสาระ หากแต่ยังช่วยให้พวกเขามีเรื่องพูดคุยกันเยอะขึ้น การ์ตูนเรื่องโปรดของเฮียคุนจึงกลายเป็นงานอดิเรกที่เด็กชายชื่นชอบไปโดยปริยาย

“ตั้งใจเคยอ่านสืบสัมผัสไหม สนุกมากเลยนะ”

“หือ?” เจ้าของชื่อเอียงคอมองคู่สนทนาอย่างงุนงง นอกจากการ์ตูนของเฮียคุนกับมหาสนุกและปังปอนด์แล้ว เขาก็ไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องไหนอีกทั้งสิ้น

ตะวันวาดเห็นสีหน้าฉงนของเพื่อนใหม่เลยคว้าการ์ตูนเรื่องที่ตนภูมิใจนำเสนอบนแผงขึ้นมาอวดโฉมอย่างภาคภูมิใจเป็นที่สุด “เรื่องนี้ไง สนุกนะ เคยอ่านยัง”

“ไม่เคยอะ”

อดีตหัวหน้าห้องเบ้หน้าอย่างเสียดาย กระนั้นกลับไม่ถอดใจเพราะตั้งแต่เปิดเทอมเป็นต้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอคนคอเดียวกัน “ตั้งใจอยากอ่านไหม เดี๋ยวเราเอามาให้ยืม”

“ไม่ต้อง เกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเอามาให้อ่านดีปะ” ดูจากสีหน้าระแวดระวังของอีกฝ่าย คอการ์ตูนก็ยิ่งรุกหนัก เด็กชายเอ่ยสำทับโดยเน้นเสียงทุกถ้อยคำอย่างจงใจ

“อะน้อง วิถีผู้พิทักษ์หนึ่งถึงสิบ”

“พี่ครับ ค่าการ์ตูนครับ” เมื่อครู่นี้ไจ๋ตั้งใจจะบอกปัดข้อเสนอของตะวันวาด โชคดีที่เจ้าของร้านการ์ตูนเดินกลับมาเสียก่อน เด็กชายเลยไม่ต้องพูดจาตัดรอนเพื่อนร่วมห้องให้เสียน้ำใจ เขาคว้าถุงการ์ตูนพร้อมกับวางเงินค่าเสียหายทิ้งไว้ให้คนขาย แล้วจึงหันไปเอ่ยกับอดีตหัวหน้าห้องอย่างรวดเร็ว “ไปก่อนนะ”

“สิบเล่ม พี่ลดให้เล่มละห้าบาทเหลือสี่ร้อยพอดี” ตะวันวาดรั้งไจ๋เอาไว้ไม่ได้เพราะต้องจ่ายเงิน เด็กชายเลยต้องปล่อยอีกฝ่ายไปตามระเบียบ

•✤•✤•✤•


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
“โห่ เมื่อกี้เธอไม่เห็น เราชู้ตสามแต้มลงด้วย ถ้าไม่ได้ลูกนั้นของเรา เมื่อกี้ไม่ชนะหรอก” ปอคุยโว เด็กชายยืนกระพือคอเสื้อพลางดูดน้ำหวานที่เซ้าซี้ขอจากข้าวฟ่างจนเจ้าตัวยอมยกให้เพื่อตัดรำคาญ นานๆ ครั้งพวกเขาจะไม่มีการบ้าน ดังนั้นหลังจากเอาของที่เพิ่งซื้อมาไปเก็บใส่กระเป๋า เด็กหญิงก็ชวนไจ๋เดินมาหาเพื่อนอีกสองคนที่เพิ่งเล่นบาสเสร็จถึงข้างสนาม

ขวัญชีวินยังอารมณ์เสียเรื่องน้ำหวานไม่หาย จึงแย้งขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า “เราก็ชู้ตสามแต้มได้”

“เราไม่เชื่อหรอก” ปอยืดอกพลางปรายตามองเพื่อนใหม่อย่างปรามาส

ในคาบเรียนวิชาพละ คนมีสี่สิบคน ทว่าทั้งสนามกลับมีแป้นบาสเพียงสองอัน ดังนั้นแต่ละคนจึงแย่งกันชู้ตลูกให้จ้าละหวั่น ปอเลยไม่ทันลอบศึกษาฝีมือการทำแต้มของข้าวฟ่าง เมื่อได้ยินเจ้าตัวเอ่ยอย่างเชื่อมั่น เด็กชายเลยตัดสินหล่อนจากผลงานของเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ ในห้องที่มักจะชู้ตไม่แม่นเสียเป็นส่วนใหญ่

“เธอไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ” ขวัญชีวินเอ่ยเสียงเรียบเรื่อยพลางเคาะลูกบาสในมืออยู่สองสามครั้ง จากนั้นจึงตอกย้ำคำพูดของตัวเองด้วยการชู้ตลูกบาสจากตำแหน่งที่หล่อนยืนอยู่โดยไม่เสียเวลาคิด

ภาพลูกบาสเกตบอลลอยโด่งลงในห่วงอย่างสวยงามตามด้วยเสียงสวบสาบหลังลูกหนังสีน้ำตาลอมแดงสัมผัสกับเชือกถักรอบๆ ห่วง กอปรกับท่าทางกึ่งดีใจกึ่งสะใจที่ขวัญชีวินแสดงออกทำเอาปอคิ้วกระตุก กระนั้นเด็กชายกลับไม่วายท้าทายอีกฝ่ายอย่างถือดี “เอางี้ ถ้าเธอชู้ตลูกนี้ลงนะ เราจะเลี้ยงน้ำหวานเธอทุกวันตลอดทั้งเทอมเลย”

“แน่ใจนะ” เด็กหญิงเลิกคิ้วจับจ้องปอตาไม่กะพริบ

เมื่อได้ยินข้อเสนอของข้าวฟ่าง ไจ๋ก็แอบแลกเปลี่ยนสายตากับเพื่อนข้างบ้าน เฮียคุนกระดกน้ำเปล่าลงคอพลางปรายตามองตอบ จากนั้นริมฝีปากของเจ้าตัวก็เหยียดออกอย่างช้าๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง บางอย่างในสายตากับรอยยิ้มของอีกฝ่ายทำเอาไจ๋ฉีกยิ้มตามอย่างห้ามใจไม่อยู่...

น่ากลัวปอจะต้องเลี้ยงน้ำข้าวฟ่างไปตลอดเทอมแหงๆ

“แน่ใจสิ แต่เธอต้องชู้ตจากตรงนี้ ไม่งั้นไม่นับ” ว่าแล้ว ปอก็กระตุกยิ้มมุมปากพลางเดินนำเด็กหญิงไปหยุดยืนตรงจุดที่ตนหมายตา ซึ่งหากยืนชู้ตจากตำแหน่งนี้ จะไม่มีกรอบสี่เหลี่ยมเหนือห่วง หรือพื้นที่รอบๆ แป้นบาสเป็นตัวช่วยกะระยะแต่อย่างใด

ขวัญชีวินรับคำท้าโดยไม่โวยวายหรือต่อรอง เด็กหญิงจ้องมองห่วงเหล็กที่ลอยเหนือพื้นจากนอกเส้นสามแต้มฝั่งใกล้กับเส้นขอบสนามมากที่สุด จากนั้นจึงถกแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นอย่างช้าๆ หล่อนประคองลูกบาสด้วยสองมือ เล็งอย่างตั้งใจ จากนั้นจึงส่งแรงจากต้นแขนพร้อมกับกระดกข้อมือทั้งสองข้าง ผลักลูกบาสให้ลอยโด่งขึ้นไปในอากาศ

ไม่ถึงสองวินาที ไจ๋ก็ได้ยินเสียงโอดครวญของปอคลอไปกับเสียงปรบมือสลับกับเสียงระเบิดหัวเราะด้วยความยินดีของข้าวฟ่าง

“ฮ่าๆๆๆ เธอต้องเลี้ยงน้ำเราทุกวัน วันละแก้ว ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ห้ามเบี้ยวนะปอ!” ขวัญชีวินชี้หน้าผู้แพ้พลางยิ้มกว้างอย่างเบิกบาน

ปอชักสีหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “โห่ เธอไม่ต้องย้ำก็ได้ เราไม่ผิดสัญญาหรอกน่า”

“ดีมาก!” เด็กหญิงชมเชยเจ้ามือด้วยเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ขอลูกบอลหน่อยดิข้าวฟ่าง” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยววางขวดน้ำเปล่าลงตรงใต้แป้นบาส เขายื่นมือไปคว้าลูกบาสที่เด็กหญิงส่งให้อย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจึงเลี้ยงลูกหนังพลางวิ่งแล้วกระโดดเลย์อัพ*ใต้แป้นอย่างลื่นไหลและสวยงาม เมื่อเกี่ยวลูกบาสที่หล่นลงจากห่วงกลับมาเลี้ยงในฝ่ามืออีกครั้ง เด็กชายก็กวักมือเรียกเพื่อนข้างบ้านให้เข้ามาหยุดยืนด้านในพื้นที่ทำคะแนนพลางส่งลูกบอลให้เจ้าตัว “อะไจ๋ ลองเลย์อัพให้เฮียดูหน่อย”
[หมายหตุ: Lay Up (เลย์อัพ) คือ คือการทำคะแนนใต้แป้นโดยนักกีฬาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมกับลูกบอล โดยกำหนดให้เท้าข้างหนึ่งก้าวไปข้างหน้าขณะที่แขนข้างหนึ่งส่งลูกขึ้นชู้ต จะมีจังหวะที่ง่ายๆนั่นคือก้าวเท้า หนึ่ง-สอง ในกรณีเลย์อัพขวา เท้าขวาจะนับเป็นหนึ่ง และเท้าซ้ายจะก้าวตามเป็นสอง ในกรณีเลย์อัพซ้ายจะทำกลับกัน ในที่นี้ จังหวะที่นับหนึ่งจะเป็นการก้าวเพื่อเป็นขาหลักไว้ก่อน และสองจะเป็นขาที่ทำการกระโดดขึ้นไปเลย์อัพ]

เจ้าของชื่อทำปากจู๋ ยู่หน้าทันที เขาเลย์อัพไม่เป็น ทำทีไรก็วอล์กกิง*ทุกที
[หมายหตุ: Walking/Traveling (วอล์กกิง หรือ ทราเวลลิง) คือ การที่ผู้เล่นครองลูกบาสเกตบอลแล้ววิ่งเกิน 2-3 ก้าว หรือ ใช้เรียกการเคลื่อนขาหลักออก แล้วไม่ส่งหรือชู้ต โดยมากแล้วมักจะเป็นการทำฟาล์วที่พบเจอบ่อย เมื่อผู้เล่นโดยคู่ต่อสู้กดดัน หรือจังหวะที่จะทำแต้ม]

“มาเหอะน่า เดี๋ยวเฮียสอนให้”

คุนเพิ่งเริ่มเล่นบาสเกตบอลจริงๆ จังๆ หลังจากได้ลองเล่นบาสในคาบเรียนวิชาพละ ความรู้สึกสมใจเมื่อส่งลูกบอลลงห่วงได้อย่างแม่นยำทำให้เด็กชายรู้สึกชื่นชอบกีฬาชนิดนี้เป็นพิเศษ ทว่าในขณะที่เขากำลังสนุกสนานกับงานอดิเรกใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกระต่ายกับบาสเกตบอลกลับดำเนินไปอย่างประดักประเดิด ไจ๋ชู้ตไม่ค่อยแม่น หนำซ้ำเมื่อมีเวลาว่าง เจ้าตัวยังดันอุทิศตนให้กับการอ่านหนังสือเรียนจนหมดสิ้น ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวจึงไม่แปลกใจกับท่าทีบ่ายเบี่ยงที่อีกฝ่ายแสดงออกเลยแม้แต่น้อย

“ไว้วันหลังได้ไหมอะเฮียคุน” ไจ๋พยายามต่อรอง ถ้าเลือกได้ เขาอยากหัดเลย์อัพตอนอยู่กับเฮียคุนตามลำพังมากกว่าจะได้ไม่ต้องเขินสายตาเพื่อนคนอื่น

“หัดเลย สนามว่าง” คนพูดจ้องตากับคู่สนทนาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนสอบจะได้คล่องๆ ” อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะถึงกำหนดสอบเก็บคะแนนแล้ว ขืนยังผัดผ่อน เลื่อนไปติวเข้มเอานาทีสุดท้าย ลูกกระต่ายของเขาคงเครียดตายพอดี

“พี่คุนสอนเราด้วย!” ขวัญชีวินวิ่งมายืนข้างๆ ไจ๋ก่อนจะคลี่ยิ้มประจบโค้ชจำเป็น

“เฮ้ยๆ เราก็สอนเธอได้นะ”

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ได้สนใจปอ หนำซ้ำยังเดินหน้าสอนเพื่อนทั้งสองคนให้ฝึกเลย์อัพอย่างตั้งใจ แม้ไจ๋จะเงอะงะไปบ้าง แต่หลังจากช่วยชี้จุดที่ต้องแก้ไขและย้ำให้เจ้าตัวทบทวนท่าทางการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ผลงานของลูกกระต่ายก็ทำให้คนสอนเริ่มใจชื้น

“คุน!” เสียงตะโกนที่ดังมาจากสนามฝั่งตรงข้ามดึงดูดสายตาของทั้งหมดให้ย้ายไปวางบนกรอบร่างสูงผอมที่กำลังเดินข้ามเส้นกลางสนามตรงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่

เมื่อคนแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้ ไจ๋ก็นึกขึ้นได้ว่า อีกฝ่ายคือหนึ่งในก๊วนขาประจำที่มักจะแวะมาเล่นบาสตอนช่วงเลิกเรียน เด็กผู้ชายคนนั้นเดินยิ้มแต้เข้ามาหาเฮียคุนด้วยฝีเท้าหนักแน่นทว่ากลับแฝงด้วยความผ่อนคลาย เมื่อทั้งสองอยู่ในระยะที่พอจะสนทนากันด้วยเสียงพูดธรรมดาได้ อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเร็วรัว “ครูเขาให้กูมาถามว่ามึงอยากเป็นนักกีฬาหรือเปล่า”

“นักกีฬาบาสฯ อะเหรอ” คุนเลิกคิ้วมองคู่สนทนา อีกฝ่ายพยักหน้าพลางบุ้ยใบ้ให้เขามองไปยังสมาชิกร่วมทีมบาสเกตบอลประจำโรงเรียนที่กำลังเข็นตะกร้าใส่ลูกบาสกับอุปกรณ์เดินเข้ามาในสนามพร้อมกับครูพละคนหนึ่ง

“ใช่ ครูเขาเห็นมึงมีแววเลยบอกให้กูมาชวนมึงเข้าทีม”

ฟังคำชวนนั้นแล้ว ไจ๋ก็รู้สึกแปลกใจ...

พวกนักกีฬาไม่ใช่คนที่สมัครเข้าเรียนด้วยโควตาพิเศษหรอกเหรอ มีรับสมัครนักกีฬานอกรอบด้วยเหรอ?

“ไม่อะ กูแค่ชอบเล่นบาสเฉยๆ ” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวส่ายหัวดิก

“มึงไม่ลองคิดดูหน่อยวะ” คนพูดทำหน้าเสียดาย เขาภูมิใจกับการเป็นนักกีฬาโรงเรียนรวมถึงสิทธิพิเศษทั้งหลายที่เหล่านักกีฬาได้รับ เด็กชายจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เดียวกันแก่เพื่อนร่วมรุ่นซึ่งมีฝีไม้ลายมือเข้าที

“ไม่อะ ห้องกูเรียนหนัก กูไม่มีเวลาซ้อมหรอก” แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้น แต่แท้จริงแล้ว คุนตั้งใจจะใช้เวลากับลูกกระต่ายให้มากที่สุด สำหรับเขา กีฬาเป็นเพียงกิจกรรมฆ่าเวลายามที่ว่างจนฟุ้งซ่านเกินไปเท่านั้น

“เออใช่ มึงอยู่ห้องหนึ่งนี่หว่า” เมื่อคู่สนทนาอ้างถึงการเรียน นักกีฬาบาสก็ยอมจำนนอย่างจนใจ “งั้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามึงเปลี่ยนใจ มึงมาหากูนะ”

“เออๆ ขอบใจมากเว้ย” คุนโบกมือทิ้งท้าย อีกฝ่ายผงกหัวรับก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปสมทบกับบรรดาเพื่อนนักกีฬาด้วยกัน

“พี่คุนแม่งเจ๋งว่ะ!”

คนเกิดก่อนไม่สนใจปอ เขาหันไปเอ่ยกับเพื่อนอีกสองคนเร็วๆ “พวกเราไปล้างมือกันเหอะ” พวกนักบาสเริ่มอบอุ่นร่างกายกันเกือบจะครบทีมแล้ว อีกไม่นานคงจะลงซ้อมตามปกติ ตามมารยาทการใช้สนาม พวกเขาไม่ควรอยู่ขัดขวางการซ้อมของทีมประจำโรงเรียน

“ดีเหมือนกัน อีกเดี๋ยวแม่เราก็มารับแล้ว” ขวัญชีวินสนับสนุนเต็มที่ “ไปกันเหอะ”

“อื้อ ไปดิ” เด็กชายทั้งสามพยักหน้ารับคำโดยพร้อมเพรียง

อันที่จริง เหตุผลอีกประการที่ทำให้คุนเริ่มเล่นบาสช่วงหลังเลิกเรียนเกิดจากการที่ไจ๋อยากอยู่เป็นเพื่อนข้าวฟ่าง ดังนั้นเมื่อใกล้เวลาที่ขวัญชีวินนัดกับมารดาเอาไว้ ทั้งหมดก็มักจะหยุดกิจกรรมทั้งหลายเพื่อเตรียมตัวไปส่งเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มที่หน้าโรงเรียน

โดยปกติแล้ว ห้องสมุดจะปิดให้บริการหลังจากเวลาเลิกเรียนเพียงครึ่งชั่วโมง พักหลังๆ ข้าวฟ่างเลยเปลี่ยนใจไม่ไปห้องสมุดแล้วย้ายมานั่งอ่านหนังสือ หรือทำการบ้านตรงม้าหินรอบๆ สนามกีฬาที่นักเรียนบางตากว่า กิจวัตรช่วงเย็นของเพื่อนใหม่ทำให้ลูกกระต่ายไม่สบายใจ ไม่อยากปล่อยให้ขวัญชีวินต้องแกร่วรอมารดาอยู่ตามลำพัง รู้ดังนั้น คุนจึงออกหน้าชักชวนปอทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างอยู่รอแม่ข้าวฟ่างด้วยกัน

ทั้งสี่ไปล้างหน้าตรงรางก๊อกน้ำตรงข้ามกับทางเข้า-ออกโรงอาหารฝั่งซุ้มสยามสเต๊กเนื่องจากใกล้ๆ กันนั้น มีตู้กดน้ำซึ่งเป็นสวัสดิการซึ่งฝ่ายบริหารของโรงเรียนจัดไว้ให้ทุกคนดื่มแก้กระหายระหว่างช่วงที่ร้านขายน้ำในโรงอาหารปิดให้บริการ

“พี่คุนๆ นั่นใช่พี่ริวปะวะ” ปอยืนเช็ดหน้าพลางเอ่ยถามเพื่อนรุ่นพี่ที่ยังคงยืนค้อมตัว ก้มหน้า หลับตานิ่งขณะรอให้น้ำจากหัวก๊อกไหลผ่านหนังศีรษะเพื่อคลายความร้อนสะสม

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวปิดน้ำแล้วเดินก้มหัวไปอีกทาง จากนั้นจึงสะบัดหัวไปมาอยู่พักใหญ่ กระทั่งศีรษะเริ่มหมาด เด็กชายก็หยีตาพลางมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องขี้สงสัย “ไหนวะ”

“นั่นน่ะ... ตรงโต๊ะม้าหินนั่นน่ะ” ปอชี้นิ้วนำสายตาให้คู่สนทนามองตรงไปยังม้าหินอ่อนสองตัวซึ่งซ่อนอยู่ตรงซอกหลังห้องเก็บอุปกรณ์ของหมวดพละ แม้เมื่อมองจากตรงนี้ ตำแหน่งที่ปอชี้นิ้วไปนั้นจะค่อนข้างอับแสง แต่ทั้งหมดก็ยังมองเห็นเค้าโครงใบหน้าและรูปร่างของกลุ่มเด็กนักเรียนที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่สุดปลายสายตาได้อย่างชัดเจน

สายตาของปอยังคงแม่นยำไม่เปลี่ยน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนเก่าของพวกเขาซึ่งบัดนี้แยกตัวไปเรียนอีกห้อง ริวอิจิกำลังก้มหน้าคุยกับรุ่นพี่คนที่เคยสละที่นั่งให้พวกเขาเมื่อครั้งทั้งหมดกินข้าวกลางวันด้วยกันช่วงต้นเทอม

ภาพความสนิทสนมของเพื่อนเก่ากับรุ่นพี่ที่ดูเกเรนิดๆ ชวนให้เด็กชายทั้งสามสะท้อนใจ หลังจากข้าวกลางวันมื้อนั้น ปอกับคุนพยายามชักชวนริวอิจิมาใช้เวลาด้วยกันเท่าที่โอกาสจะอำนวย ไม่เท่านั้น ทั้งคู่ยังลงทุนลากไจ๋ตามไปเตะบอลกับเจ้าตัวรวมถึงพรรคพวกในชุมนุมฟุตบอลอยู่หลายครั้ง แต่เพราะตารางเรียนกับการสอบย่อยที่ทั้งบ่อยและหนักหนากว่าเพื่อนร่วมชั้นปี บวกด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการ ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ไม่อาจรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นสมัยประถมเอาไว้ได้...

อาจเพราะทั้งสี่เพ่งสมาธิจับจ้องริวอิจิโดยพร้อมเพรียง ที่สุดแล้ว เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นแล้วมองตรงมาสบตากับบรรดาเพื่อนๆ อยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะหันกลับไปคุยกับพวกรุ่นพี่โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ท่าทีห่างเหินดังกล่าวทำเอาคุน ปอ และไจ๋รู้สึกคล้ายกับตนเองกลายเป็นอากาศธาตุ

...ทั้งที่เคยตกลงกันไว้แท้ๆ ว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันไปเสียแล้ว

“ไปรอแม่ข้าวฟ่างกันเหอะ” คุนเอ่ยขึ้นเบาๆ เขาได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจแทนคำตอบ กระนั้นเมื่อสองขาเริ่มก้าวไปข้างหน้า เพื่อนอีกสามคนก็เดินตามหลังมาโดยไร้สุ้มเสียง ทั้งสี่ไปหยิบกระเป๋าแล้วย้ายทำเลไปนั่งรอแม่ข้าวฟ่างอยู่ตรงม้าหินริมรั้วโรงเรียนที่ในตอนนี้เริ่มมีที่ว่างบ้างแล้ว

“เดี๋ยวมึงกลับบ้านเลยปะ” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลือกทำลายความเงียบด้วยการเปิดบทสนทนากับคนช่างจ้อ

“หึ! เดี๋ยวกูแวะไปรับป่านก่อน”

“ป่านมันยังไม่กลับบ้านอีกเหรอวะ”

ปอส่ายหัว “ตอนนี้ป่านมันเริ่มซ้อมวงแล้ว”

“อ๋อ เออ ลืมไปเลย”

ฟังมาถึงตรงนี้ ไจ๋ก็นึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงฟอร์มวงใหม่ เด็กชายอดแปลกใจไม่ได้ที่รู้ว่า ป่านยังคงมุ่งมั่นเล่นดนตรีในวงโยธวาทิตทั้งที่อีกไม่ถึงครึ่งปี เจ้าตัวก็จะต้องเข้าสู่สนามสอบวัดผลระดับประเทศรวมถึงสอบเข้าม.หนึ่งแล้ว

“พี่คุนว่าเมื่อกี้พี่ริวมันเห็นพวกเราไหมวะ” ปอเปรยถึงสิ่งที่ยังค้างอยู่ในใจ

คนเกิดก่อนส่ายหัวพลางถอนหายใจอย่างอับจน “ไม่รู้ว่ะ”

“กูว่ามันอาจจะมองไม่เห็นหรอก ตรงนั้นมืดจะตาย” แม้จะคลางแคลงใจ แต่ปอก็ไม่อยากคิดเป็นอื่น ช่วงหลังๆ ริวอิจิพยายามตีตัวออกหากจากพวกเขาจริงๆ แต่การเรียน สอบย่อย รวมถึงงานที่ต้องส่งเพื่อแลกคะแนนเก็บ ไหนจะเรื่องของข้าวฟ่างที่ประดังเข้ามาทำให้เด็กชายไม่มีเวลาไปตามง้อเพื่อนรุ่นพี่เหมือนเมื่อครั้งที่ทั้งหมดยังเป็นเพียงเด็กประถม

“งั้นมั้ง” ถึงปากจะเอ่ยไปแบบนั้น แต่คุนมั่นใจว่าเพื่อนสนิทจะต้องมองเห็นกันแน่ๆ แต่หากคำพูดสามารถทำลายความรู้สึกของคนฟังได้ ประโยชน์อะไรที่เขาต้องพูดความจริงออกไปล่ะ

“แม่เรามาแล้ว”

เด็กชายทั้งสามถอนหายใจพร้อมกันโดยไม่ทันรู้ตัว พวกเขาไม่ได้ดีใจที่แม่เพื่อนมารับมากเท่ากับเสียงของหล่อนช่วยดึงพวกเขาออกจากความทุกข์ใจอันเป็นผลจากการพบหน้าเพื่อนเก่าที่แสดงท่าทางราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“ไป กลับบ้านกันเหอะ” ทุกคนพยักหน้าให้คุนพร้อมกับสะพายกระเป๋า เดินออกจากโรงเรียนไปอย่างเลื่อนลอย

•✤•✤•✤•


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 60 || P.17 ||25.05.2020 ✤
« ตอบ #489 เมื่อ: 25-05-2020 22:11:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
“อะ อันนี้เฮียทำสรุปให้แล้วนะ ไจ๋ลองเอาไปอ่านดู” คุนยื่นสมุดที่ตนจดโน้ตย่อวิชาวิทยาศาสตร์ส่งให้เพื่อนข้างบ้าน

อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็จะสอบมิดเทอมแล้ว ยิ่งใกล้วันสอบไจ๋ก็ยิ่งกังวล เจ้าตัวมักจะบ่นตอนติวหนังสือกันสองคนว่าทำคะแนนสอบย่อยได้ไม่ดี ผลของความวิตกนี้ทำให้ไจ๋ตั้งหน้าตั้งตาทบทวนบทเรียนเสียจนลูกกระต่ายจอมขี้เซาที่มักจะหลับคอพับหลังอ่านหนังสือได้แค่สองสามหน้าแทบจะไม่โผล่ออกมาให้เขาเห็นอีกแล้ว

“ถ้ามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจก็จดเอาไว้ก่อน เดี๋ยวเฮียค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง”

“อื้อ!” ไจ๋รับคำพลางวางสมุดเล่มนั้นลงบนกองหนังสือของตัวเองอย่างเบามือ เด็กชายลูบมุมบนของปกที่โค้งนิดๆ ซ้ำๆ คล้ายกับตั้งใจจะรีดให้มันเรียบขึ้นอีกนิด “เฮียคุนเหนื่อยไหม”

“หืม?” จากที่ฉีกยิ้มกับท่าทางหวงแหนสมุดของตนที่ไจ๋แสดงออกโดยไม่รู้ตัว อยู่ๆ สีหน้าคนฟังก็เปลี่ยนปรับฉับพลัน เด็กชายตวัดสายตามองเพื่อนข้างบ้านด้วยความสนเท่ห์...

ทำไมลูกกระต่ายถึงถามกันแบบนี้?

ไจ๋เห็นคำถามในแววตาเพื่อนรุ่นพี่เลยรีบขยายความ “วันนี้เฮียคุนเพิ่งละ เล่นบาสมา แทนที่กลับบ้านมาจะได้พัก เฮียคุนกลับต้องมาช่วยไจ๋อ่านหนังสือ” เฮียคุนทำแบบนี้ทุกวันไม่เคยขาด แถมไม่เคยบ่นสักคำ ลำพังแค่อ่านหนังสือเอง ไจ๋ยังเหนื่อยจะแย่ แต่อีกฝ่ายทั้งเรียน ทั้งสอนไจ๋เลย์อัพ กลับมาถึงบ้านก็ต้องรีบทำสรุปเนื้อหาเพื่อเก็งข้อสอบให้เขาอีก

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวลูบหัวลูกกระต่ายแล้วขยี้น้อยๆ คล้ายกับแหย่ เด็กชายยิ้มมุมปากพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “คิดมากน่า เฮียไม่เหนื่อยหรอก อีกอย่าง ถ้าอันไหนทำแล้วมีความสุข เฮียก็จะทำอันนั้นแหละ”

ชั่ววินาทีที่คู่สนทนาพูดถึงความสุข ไจ๋ก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่ตนตั้งใจจะให้อีกฝ่าย เด็กชายล้วงกระเป๋านักเรียนที่ฝากเจ้าถิ่นหิ้วขึ้นมารอท่า กระวีกระวาดหยิบถุงใส่หนังสือการ์ตูนทั้งสามเล่มออกมาวางตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านแล้วก็ยิ้มเผล่ “อะ ไจ๋ซื้อมาฝาก”

“เฮ้ย! ไปซื้อมาตอนไหน” คุนนั่งนิ่งเป็นเบื้อใบ้ เขาทั้งซาบซึ้งใจและละอายจนพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นการ์ตูนที่ตนยังไม่ได้ซื้อวางกองอยู่ต่อหน้า แถมพอมองดูดีๆ ก็พบว่า หนึ่งในนั้นยังเป็นเล่มล่าสุดที่เพิ่งวางแผงเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วย

ไจ๋ยิ้มกรุ้มกริ่มทว่าไม่ยอมเฉลยคำตอบ ท่าทางมีพิรุธของอีกฝ่ายทำให้คนเกิดก่อนนึกขึ้นได้ว่า เย็นวันนี้ตอนขากลับจากไปซื้อของหน้าโรงเรียน เจ้าตัวถือถุงพลาสติกหลายใบติดมือกลับมาด้วย

ที่แท้ลูกกระต่ายก็ออกไปซื้อการ์ตูนมาให้เขานี่เอง

“เดี๋ยวเฮียเอาเงินให้นะ”

คุนไม่ได้ละเลยการ์ตูนเรื่องโปรด หากแต่เมื่อเร็วๆ นี้ เด็กชายมีเรื่องรบกวนใจถึงขั้นคิดวนเวียนไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดสิ้นสุด กว่าจะหลับได้แต่ละคืน ก็ฝืนข่มตาจนทรมาน ด้วยเหตุดังกล่าว เขาจึงทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพราะเมื่อร่างกายเหน็ดเหนื่อยถึงขีดสุด ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลายก็จะสลายไปทันตา

“ไม่เป็นไร ไจ๋ซื้อให้” เห็นเฮียคุนกำลังจะผุดลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะเขียนหนังสือ ไจ๋ก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเพื่อนรุ่นพี่แล้วบีบเบาๆ คล้ายกับเอ่ยรั้งให้อีกฝ่ายนั่งลง เมื่อรับรู้ว่าสัมผัสนั้นได้ผล เด็กชายก็คลี่ยิ้มหวานแล้วหว่านล้อมเจ้าถิ่นอย่างนุ่มนวล “ไจ๋อ่านด้วย เพราะงั้นเฮียคุนต้องให้ไจ๋ช่วยซื้อมั่งสิ”

คุนถอนหายใจ ลองว่าไจ๋พูดแบบนี้แปลว่าไม่มีทางยอมรับเงิน อันที่จริง เขาตั้งใจจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อหนังสือการ์ตูนช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่เจ้าตัวกลับรู้ใจ ซื้อมาให้กันเสียก่อน เอาเถอะ ในเมื่อลูกกระต่ายตั้งใจดี คราวนี้เขาจะยอมรับน้ำใจเอาไว้แล้วกัน

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วเฮียจะพาไจ๋ไปกินไอติม” พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ ทั้งคู่ตกลงกันกลายๆ ว่าจะใช้เวลาช่วงเย็นของวันสุดท้ายของการเรียนเป็นวันพักผ่อนก่อนที่ไจ๋จะต้องไปทำงานที่ร้านในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นคุนจึงมักจะชวนเพื่อนข้างบ้านดูหนัง ไม่ก็เล่นกับแคร์เพื่อคลายความเครียดจากการต้องโหมอ่านหนังสือ การสอบ รวมถึงการทำการบ้านและทบทวนบทเรียนติดต่อกันหลายๆ วัน

“จริงนะ?!” ไจ๋เขย่าแขนเฮียคุนพลางทำตาโต

“จริงสิ” คนเกิดก่อนยิ้มมุมปากพลางตบหลังมือที่กุมรอบมือเขาสองสามครั้ง “ชวนปอกับข้าวฟ่างไปด้วยดีไหม”

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวรู้ว่า เด็กข้างบ้านชื่นชอบขวัญชีวินมาก ในทางกลับกัน เพื่อนใหม่คนนี้ก็ดีกับไจ๋จริงๆ ไม่เท่านั้น ข้าวฟ่างยังเผื่อแผ่ความรู้และเคล็ดลับในการทำข้อสอบที่ได้จากโรงเรียนกวดวิชาแก่ทั้งคู่อย่างใจกว้าง เขาเลยอยากเอาใจลูกกระต่ายรวมทั้งขอบคุณเพื่อนใหม่ไปพร้อมๆ กัน

“อื้อ!”

เมื่อกำหนดแผนการเย็นวันพรุ่งนี้แล้วเสร็จ ไจ๋ก็ตบถุงหนังสือการ์ตูนที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ พลางกดหน้าต่ำ ทำหน้าจริงจังแล้วช้อนตาจ้องมองเพื่อนรุ่นพี่อย่างดุดัน “เฮียคุนเก็บเอาไว้อ่านเสาร์อาทิตย์นะ อย่าเพิ่งอ่านตอนนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย” เด็กชายเตือนสติเพื่อนข้างบ้านด้วยความหวังดีระคนเป็นห่วง เนื่องจากอีกฝ่ายเคยมีประวัติอ่านการ์ตูนจนนอนตื่นสายมาก่อน

ลูกกระต่ายยากูซ่าทำเอาคุนหลุดหัวเราะ กระนั้นเจ้าตัวกลับพยายามฝืนเก็บอาการแล้วโต้ตอบด้วยท่าทางขึงขังไม่แพ้กัน “รู้แล้วน่า เฮียไม่ตื่นสายหรอก” ตั้งแต่ทั้งคู่นั่งรถสามล้อไปโรงเรียนด้วยกัน คุนก็ไม่ตื่นสายอีกเลย เขาเกรงใจทั้งไจ๋และพี่แต้วจึงไม่เคยปล่อยให้ทั้งคู่ต้องรอเก้อ

“เฮียคุน”

“หืม?” หางเสียงแผ่วเบา หวิวไหวเมื่อครู่ทำเอาคนโตกว่าเลิกคิ้วแล้วจับจ้องใบหน้าขาวผ่องอย่างจริงจัง

“เฮียคุนไม่ไปเตะบอลกับพี่ระ ริวเพราะไจ๋ระ หรือเปล่า” ไจ๋ไม่รู้ว่าเพื่อนอีกสองคนคิดอะไรตอนที่เห็นสายตาห่างเหินของพี่ริว แต่หากถามไจ๋ ไจ๋อดคิดไม่ได้สักวินาทีว่า เขาเองนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

“เปล่า” คุนส่ายหัวพลางทอดสายตามองหนังสือการ์ตูนตรงหน้าตัวเองอย่างเหม่อลอย ตั้งแต่ชวนปอกับไจ๋ไปเล่นบอลกับริวอิจิครั้งล่าสุด ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็แทบไม่เตะบอลอีกเลย...

ถ้าไม่ใช่เพราะไจ๋เล่นบอลได้ดี และถ้าไม่ใช่เพราะนัดหนึ่งเขาต้องอยู่ทีมตรงข้ามกับไจ๋จนต้องแย่งบอลกัน ถ้าไม่ต้องใกล้ชิดกับไจ๋จนใจสั่น เขาคงไม่เริ่มเล่นบาสทุกวันไม่เคยขาด

“ละ แล้วทำไมเฮียคุนถึงไม่ไปเตะบอลกับพี่ระ ริว” รอแล้วรอเล่า ไจ๋ก็ยังไม่ได้ฟังคำอธิบาย เด็กชายจึงช้อนตามองเพื่อนข้างบ้านไม่เลิก

คุนรู้ดีว่าคู่สนทนากำลังเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ เลยยกเหตุผลรองขึ้นมาเป็นคำตอบ “ริวมันบอกเฮียว่า ตอนอยู่โรงเรียน ให้ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า” ครั้งหนึ่ง ริวอิจิเคยบอกกับเขาแบบนั้นโดยไม่ให้เหตุผล แต่พอลองใคร่ครวญดูดีๆ ทั้งลองนึกถึงบรรดารุ่นพี่ที่เพื่อนสนิทคบค้า คุนก็ไม่ทัดทาน เพราะหากพวกเขายังคลุกคลีกันเหมือนเดิม ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทั้งหมดคงต้องทำความรู้จักกับพวกรุ่นพี่ที่ริวอิจิให้ความสนิทสนมจนได้

ให้ตายอย่างไร เขาก็วางใจให้ไจ๋พัวพันกับรุ่นพี่พวกนั้นไม่ลง

“อ้อ” ไจ๋รับคำเบาๆ ในลำคอ กระนั้นความรู้สึกผิดในใจกลับไม่ลดน้อยลง “พี่ระ ริวเขาจะเหงาไหมเฮียคุน” เมื่อสมาชิกสามในสี่ยกโขยงกันมาอยู่ห้องหนึ่ง ในขณะที่พี่ริวต้องปลีกตัวไปอยู่ห้องห้าตามลำพัง ซ้ำร้ายหลังเลิกเรียน พวกเขายังไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันเสียอีก ถ้าไจ๋เป็นพี่ริว ไจ๋จะต้องเหงาจนแอบร้องไห้คนเดียวทุกวันแน่ๆ

คนเกิดก่อนขยี้ผมลูกกระต่ายเบาๆ พลางสัพยอกเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมาก “เดี๋ยวนี้หัดห่วงคนอื่นมากกว่าเฮียแล้วเหรอ หืม?”

“ปละ เปล่าน...อ๊ะ?!”

เห็นไจ๋ตั้งท่าจะแย้ง คุนก็นึกมันเขี้ยว ยื่นนิ้วชี้ไปจิ้มเอวไจ๋จนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นเพื่อนจั๊กจี้ คนขี้แกล้งเลยยิ่งได้ใจ รัวปลายนิ้วสะกิดไปทั่วสีข้างของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือ

“ฮ่าๆๆๆ เฮียคุน! ฮ่าๆ ไจ๋ยอม ไจ๋ยอม ฮ่าๆๆๆ!” คนถูกแกล้งทั้งหัวเราะทั้งสะดุ้งจนเสียหลัก หงายหลังลงไปนอนดิ้นกับพื้นเป็นปลาขาดน้ำพลางระเบิดหัวเราะไม่หยุด

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวชักจะติดลมบนจนเลยเถิด เมื่อเพื่อนเกลือกกลิ้งไปกับพื้นห้อง เด็กชายก็ไถลตัวลงไปตามประกบทั้งยังขยับปลายนิ้วไม่หยุด “ต่อไปห้ามห่วงคนอื่นมากกว่าเฮียอีกนะ”

“ไม่ห่วง ฮ่าๆ ไม่ห่วง ไจ๋ไม่ห่วงคนอื่น ฮ่าๆๆๆ ไม่ห่วง...” เมื่อหัวเราะจนเหนื่อย เสียงเสสรวลก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบสลับกับเสียงครางผะแผ่ว

กว่าคุนจะรู้ตัวว่าตนเผลอคร่อมร่างกักลูกกระต่ายจนดิ้นหนีไปไหนอีกไม่ได้ ใบหน้าแดงก่ำกับดวงตาฉ่ำรื้นเป็นประกายล้อแสงไฟของอีกฝ่ายที่ละม้ายกับภาพในความฝันสุดวาบหวามก็ทำให้เด็กชายชะงักงัน ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวผุดลุกขึ้นนั่งหันหลังพลางหลับตา สูดลมหายใจเข้า-ออกลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือหอบน้อยๆ แบบที่หากไม่สังเกตให้ดีๆ ก็จะจับความผิดปกติทางอารมณ์แทบไม่ได้ “ไม่ต้องห่วงว่าริวมันจะเหงาหรอก ถ้าวันไหนไจ๋ต้องไปร้าน เฮียจะแวะไปหามันที่บ้านเอง”

“อื้อ!” เห็นไจ๋ปาดหยาดน้ำตาแล้วพยักหน้าหงึกหงักรับคำพร้อมกับฉีกยิ้มเจิดจ้าทั้งที่ยังนอนหมดสภาพอยู่กับพื้น คนมีชนักปักหลังก็พลันโล่งอกในบัดดล

•✤•TBC•✤•

คนที่อยู่ในเฟรนด์โซนเวลาลืมตัวนี่น่ากลัวใช่ไหมคะ 55555
ดีนะที่จิ้งจอกเด็กยั้งใจเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เปลี่ยนเรทนิยายแปะป้ายเตือนกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว 555
ตอนหน้าเราจะพาทุกคนไประลึกความหลังและสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ร้านไอศกรีมกันค่ะ
ใครที่รอลุ้นว่าหลังจากมิคเข้าม.หนึ่งแล้วมีชีวิตเช่นไร รออ่านตอนหน้าได้เลยนะคะ เพราะมิคจะมาพร้อมกับเรื่องน่ายินดี
ส่วนแม่ยกคุนกับไจ๋ที่ผันตัวไปเชียร์ตะวันวาด ตอนหน้าตะวันวาดก็จะแวะมาหาซีนเช่นเดิมค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
พ่อคุณจะมีซีนไปอีกยาวๆ เลยค่ะ (แหม่ จุดๆ นี้รู้สึกเห็นใจคุนขึ้นมาเลย รั้งตำแหน่งพระเอกแสนดี มีความอบอุ่นระดับ
ไมโครเวฟยังต้องอับอายมาหกสิบตอน ดันตกม้าตาย พ่ายแพ้ให้แก่คนมาทีหลังที่ไฉไลกว่าเสียเฉยๆ 555)

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในทุกๆ รูปแบบ ทั้งคอมเมนต์ที่ทิ้งไว้ให้เราชื่นใจในทุกๆ แพลตฟอร์ม ทั้งทวิตฯ ทั้งโดเนต
เราซาบซึ้งใจเสมอที่ได้รับไมตรีจากทุกคน ซึ่งที่สุดแล้ว มันได้กลายเป็นพลังใจทำให้เราตั้งใจจะพัฒนาตัวเอง
และก้าวต่อไปข้างหน้าพร้อมกับน้องต่ายและจิ้งจอกเด็กที่จะเติบโตขึ้นอย่างสวยงามและแข็งแรงค่ะ ^_^

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน ด้วยน้า เพราะเราจะเข้าไปเม้าท์มอยด้วยค่ะ
กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือ รักษาระยะห่าง พยายามไม่ใช้สองมือจับหน้า และสวมหน้ากากหากต้องออกไปในพื้นที่เสี่ยง รักทุกคนมากที่สุดเลยค่ะ อย่าลืมกลับมาเจอกันวันศุกร์ที่จะถึงนี้ด้วยน้า!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤•K.kamereborn:•✤•
คุณ kamereborn คือชัดเจนมากเลยค่ะ ตะวันวาดโผล่มาไม่กี่ฉากกลับคว้าคำหวานไปครอบครองได้มากมาย
ตัดภาพไปที่จิ้งจอกเด็กที่ทำดีแทบตาย กลับกลายเป็นคนไม่เข้าตา 5555 (สมน้ำหน้าเด็กมันนะคะหัวหน้า ช่วยไม่ได้
ใครใช้ให้มายุ่งกับน้องต่ายของหัวหน้าใช่ไหมคะ// ใส่ไฟพระเอกสลับกับเลียแข้งเลียขาคุณ kamereborn แผล่บๆ )

5555 พอรู้ว่าคุณ kamereborn ปรับตัวเข้ากับโรงเรียนใหม่ได้จนร่างกายสมบูรณ์ขึ้นช่วงหนึ่ง เราถึงกับอมยิ้มเลยค่ะ
น่ารักมากๆ บอกให้รู้เลยว่า ไม่โรงเรียนใหม่เป็นสถานที่แห่งความสุข ก็ต้องเป็นเพราะขนมอร่อยมากๆ แน่ๆ

เรื่องที่ว่าเราจะสปอยล์ไหมนั้น บอกได้เลยค่ะว่าเราจะทำต่อไป เพราะเราห้ามใจไม่ได้จริงๆ 5555
แต่ประเด็นไหนอ่อนไหว เราก็อาจจะให้ข้อมูลแบบอ้อมๆ เหมือนอย่างที่แล้วมาแหละเนอะ
ขอบคุณสำหรับความเห็น กำลังใจ และคำอวยพรค่ะ เราดีใจมากๆ เลยที่ได้คุยกับคุณ kamereborn รูปหล่อทุกๆ ครั้งที่พา
น้องไจ๋มารายงานตัวนะคะ รักคุณ kamereborn มากๆ ค่ะ // กอดแน่น!


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
เอาจริงๆ เรื่องทำพานเราก็ปล่อยเบลอค่ะ เพื่อนลากไปทางไหน เราก็เอาด้วยทั้งนั้นค่ะ 555
สำหรับงานเต๊าะไจ๋นั้น เฮียคุนเก่งมากนะคะ หลักฐานเหรอคะ อย่าให้เซดเลย เพราะตอนล่าสุดนี่คือแทบจะยอมรับอยู่แล้ว
ว่าตัวเองหลงเข้าเฟรนด์โซนไปแล้วเต็มตัว อะไรคือการไปเล่นบาสเพราะไม่อยากเล่นบอลกับไจ๋
ไม่ไหวๆ จิ้งจอกเด็กนี่ร้ายจริงๆ ค่ะหัวหน้า!!// ว่าแล้วก็รีบแจกหน้ากากกันกลิ่นให้คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจ
จะได้ไม่เหม็นความรักจนเอียนน้องต่ายไปเสียก่อน 555 รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจนะค้า ไว้มาคุยกันอีกนะคะ!!
ป.ล. ถึงคนทั้งโลกจะเห็นเฮียคุนเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แต่ไจ๋ก็จะเห็นเฮียคุนเป็นหมีล่ำใจดีอยู่ร่ำไปงับ!


•✤•K.Ac118:•✤•
เราเองก็ไม่ใช่เด็กห้องคิงเหมือนกันค่ะ ทีแรกอยู่ห้องรองคิงเนอะ แต่เรียนๆ ไป ความเก่งก็ฉายแสง
ปีถัดมาเลยได้รับเชิญให้ไปอยู่ห้องไพร่ฟ้าธรรมดาซะอย่างนั้น (เราเก่งใช่ไหมคะ คนอื่นก้าวไปข้างหน้า แต่เราเดินช้า
แถมยังเผลอเหยียบเกียร์ถอยหลังแบบไม่รู้ตัวเสียด้วย 5555)

เราอ่านที่คุณ Ac118 เขียนถึงตะวันแล้วขำก๊ากเลยค่ะ ที่บอกว่าพ่อมีออร่าพระเอก อยู่ที่ไหนก็เรืองแสง
ว่างๆ ว่าจะชวนตะวันมาทำตัวสว่างไสวในยามค่ำคืนที่บ้านสักหน่อย เผื่อจะช่วยประหยัดค่าไฟได้บ้าง 5555

นับจากตอนนี้ไป เราว่าเฮียคุนจะน่าสงสารขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะถึงเฮียคุนจะรับรู้อาการผิดปกติของตัวเองได้แล้ว
แต่เฮียคุนจะยังไม่ตั้งคำถามและสืบค้นลึกลงไปในใจว่าอาการผิดปกตินี้เกิดจากสาเหตุอะไร ดังนั้นการที่จิ้งจอกเด็กตกอยู่
ในเฟรนด์โซนจึงเป็นความทรมานแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้อย่างแท้จริงค่ะ ซ้ำร้าย เจ้าตัวยังหาเศษหาเลยน้องต่าย สร้างความ
ทรมานใจให้ตัวเองไปเรื่อยๆ เสียอีก – รอดูลีลาการแอบน้วยน้องของเฮียคุนได้เลยค่ะ เพราะเฮียคุนไม่ได้มาเล่นๆ 5555

เอาจริงๆ ระหว่างคุนกับปอนี่ เราว่าน่าสงสารทั้งคู่พอๆ กันนะคะ เพราะของปอคือข้าวฟ่างจะตอบโต้ด้วยความรำคาญ
ในขณะที่ไจ๋นั้น ไม่รับรู้ใดๆ แถมยังจ้องคุนตาใสด้วยฟิลเตอร์เพื่อนข้างบ้านไปอีก ถถถถถถ พระเอกเด็กของป้า!!
รักคุณ Ac118 มากนะคะ ดูแลตัวเองดีๆ น้า


•✤•K.blove:•✤•
เรื่องปลดหัวหน้านี่เราเคยเจอมากับตัวค่ะ 5555 แต่เราเจอตอนม.ปลายนะคะ
ในเมื่อมีประสบการณ์ตรง เราเลยเอาประสบการณ์สมัยนั้นมาปรับใช้เสียเลย
จริงๆ เรื่องหัวหน้าห้องคงเป็นประเด็นเซนซิทีฟของใครหลายๆ คน ถ้าเกิดคนส่วนใหญ่มองว่าคนที่เลือกมามีปัญหา
เราเข้าใจว่าการได้เลือกใหม่ อาจจะทำให้ช่วงเวลาที่เหลือดีขึ้นได้นะคะ (ตอนที่เกิดเรื่องสมัยนั้น เพื่อนเราก็โหวตกันค่ะ
ว่าจะขอเปลี่ยนตัวหัวหน้า ทางเราเองยังไงก็ได้ ใครว่ายังไง เราก็เอาตามตลอดๆ ไม่มีความเห็น 555)

เฮียคุนถือว่าช่วยไจ๋ได้มากเลยค่ะ เพราะถ้าไม่ได้ไอเดียขอสปอนเซอร์ ไจ๋คงว้าวุ่นใจไม่หยุด
ดีไม่ดี น้องจะไม่ได้เรียนรู้เรื่องความแตกต่างของเพื่อนๆ ในห้องไปเสียอีก เพราะงั้นคราวนี้คงพอถือว่าเฮียทำตัวดีกลบ
ความเจ้าเล่ห์ไปได้แบบหวุดหวิดเนอะ 555

เราก็ชอบตอนที่ทั้งคู่อ่านหนังสือด้วยกันมากๆ เลยค่ะ รู้สึกถึงบรรยากาศผ่อนคลายและสงบเวลาคุนกับไจ๋อยู่ด้วยกัน
และความสุขที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เด็กทั้งสองคนเกิดความรักต่อกันโดยไม่รู้ตัวค่ะ ^_^

ขอบคุณความเห็นและกำลังใจจากคุณ blove นะคะ เราจะระมัดระวังเรื่องอาหารการกินและสุขภาพให้ดีๆ เลยค่ะ
ไม่ต้องห่วงเราน้า แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย ช่วงนี้ฝนเริ่มตกแล้ว รักษาตัวเองดีๆ อย่าให้เป็นหวัดนะคะ รักคุณ blove มากค่ะ จุ๊บๆๆๆๆๆ!


•✤•K.งงปะ:•✤•
ทีแรกเราก็ดีใจแทนเฮียคุนเนอะที่ได้รับคำชมจากคุณงงปะแบบล้นหลาม
แต่พออ่านตอนท้ายๆ ที่บอกว่าอยากจะส่งไจ๋ให้ไปเติมกำลังใจให้ตะวันแล้วเราก็เอ๊ะเลยค่ะ 555
นี่หรือคือการตอบแทนความดีของจิ้งจอกเด็กคะ? อะไรคือการคิดจะส่งเสริมให้ลูกต่ายไปชุบชูจิตใจเด็กใหม่ที่มีออร่า
พระเอกมากกว่าใครในเรื่องทั้งๆ ที่เพิ่งโผล่มาแค่ไม่กี่ตอนคะคุณงงปะขา (จุดๆ นี้คือสงสารเฮียคุนมาก 555)
ช่วงนี้เริ่มมีฝนแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ถ้าไปไหนก็พกร่มด้วยน้า จะได้ไม่เป็นหวัดเนอะ ^_^


•✤•K.mab:•✤•
เราว่าคุณ mab เดาถูกค่ะ ส่วนเฉลยคงไม่ต้องให้แล้วล่ะเนอะ
ถ้าได้อ่านตอนล่าสุด เราว่าทุกคนจะต้องเจอคนโป๊ะแตกสองอัตราแน่ๆ ค่ะ
อาการปอที่ว่าชัดแล้ว หันมาดูเพื่อนรุ่นพี่ของปอก่อนเถอะค่ะ รายนี้น่าเป็นห่วงกว่าปอเยอะมาก
ส่วนคำถามที่ว่า ข้าวฟ่างจะกำราบปอได้ไหม รออ่านตอนหน้านะคะ แม่เสือจะเปิดตัวแบบฟาดๆ เลยค่ะ 55555
รักคุณ mab มากนะคะ ดีใจทุกครั้งที่เราได้คุยกันค่ะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ และฝากความคิดถึงถึงนายท่านทั้งหลายด้วยค่ะ
คนทางนี้อยากวาร์ปไปตะกุยเหนียงนายท่านเสมอค่ะ 5555


•✤•K.piakunaa:•✤•
555555 ในที่สุดคุณ piakunaa ก็พ่ายแพ้แก่พ่อใหญ่แล้ว (คุนแอบยิ้มร้ายที่สุดท้ายก็จะไม่โดนแจ้งจับ 5555)
น้องไจ๋กลายเป็นหมูกระต่ายไปแล้ว (ไม่อยากจะบอกเลยว่าน้องจะเป็นหมูกระต่ายที่แท้ทรูในท้ายภาคแรกนี้จริงๆ ค่ะ
เพราะเฮียคุนเปย์หนักและตามใจน้องสุดๆ – อย่างไรก็ดี เราก็ชอบโกมีนัมเหมือนกันค่ะ เรื่องนั้นน่ารักกันทุกคนเลยเนอะ
กระทั่งตัวร้ายเรายังชอบเลยค่ะ ^_^)

ถึงวันนี้โมจะทำตัวร้ายกาจ แต่การปรากฏตัวของโม เรียกฐานแม่ยกให้แก่ตะวันได้มหาศาลเลยค่ะ 5555
นี่ยังกลัวใจแทนคุนเลยว่า ต่อไปตะวันจะมาแย่งความนิยมของคุนไปหรือเปล่า 5555
รักคุณ piakunaa มากนะคะ ดูแลตัวเองดีๆ น้า ไว้กลับมาคุยกันอีกนะคะ!!!


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-0
โอ้ยยยยยย!!! ทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกสงสารเฮียคุนจัง
คิดไกลกับน้องต่ายเกินกว่าเพื่อน ไหนจะความรู้สึกวูบวาบตอนกลางคืนก่อนนอนอีก..เพราะคิดถึงเรื่อง...กับไจ๋ จนต้องไปเล่นกีฬาจะได้เหนื่อยหมดพลังถึงจะข่มตานอนหลับได้ ดูทรมานนะคะ :katai1:

ในส่วนของน้องต่ายไจ๋ของเรานั้น.. ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เฮ้อ!!  :hao7:

..​มาเรื่องริวอิจิที่หันมาสบตากับเพื่อนทั้ง 2 แต่กลับทำเมินใส่นั้นก็อดสงสารปอไม่ได้ มันรักพี่ริวของมันมาก แต่ดูพี่จะไม่แคร์เพื่อนเก่าเลยซักนิด ต่อให้เสียดายความเป็นเพื่อนสมัยประถมที่ผ่านมาแค่ไหนก็ไม่สามารถกลับสนิทกันเหมือนเดิมได้อีกแล้ว.. แม่ทางนี้มาให้กำลังใจปอเด้อ..ทิ้งความเสียใจในเรื่องของพี่ริวแล้วไปจีบข้าวฟ่างให้ติดดีกว่า..  :hao6:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
โถ่เฮียคุนผู้น่าสงสาร  ต้องเปลี่ยนจากเตะบอลไปเล่นบาสแทน

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
เจ้าหมูกระต่ายเอ้ยย โดนขึ้นคร่อมยังหัวเราะคิกคิก ไม่ได้รู้อารัยเลยย :hao7:

ข้างพ่อไมโครเวฟ ปั่นป่วนหัวใจ โถ่วว พ่อคุ๊ณณ ได้แต่ใช้กีฬาดับฟุ่งซ่าน ตามติดน้องใจเต้นกับปากแดงๆแก้มขาวๆ ตาวิบวับ แต่ไม่รู้ว่าใจเหลวเพราะลูกกระต่าย แล้วไหนจะมีอดีตหัวหน้าห้อง แอบมาตีท้ายครัวอีก เนี่ยย เป็นพระเอกเรื่องนี้ต้องอดทนอดกลั้น เก็บกดหนักมากกกก :hao5:
/นี่เฮียไม่ยัดใต้โต๊ะใช่มั้ย ไม่งั้นตอนขึ้นคร่อม เสียหลักล้มใส่น้อง แก้มชนแก้ม ปากชนปากลูกกระต่ายไปแล้วว งื้อออ เสียดายย  :ling1:

ริวเมินเพื่อนแบบชัดเจน เห็นถึงความพยามยามของพวกเด็กๆที่สูญเปล่าแล้วก็สงสาร โอ๋ๆไม่เป็นไรนะปอ มาเก็บแต้มทำคะแนนกับข้าวฟ่างเถอะ สาวเจ้าไม่แลแถมรำคาญ งานหินเลยนะเจ้าปอ :hao7:

ชอบความมีน้ำใจเด็กกลุ่มนี้ ที่คอยช่วยเหลือกันมากๆ มีเพื่อนใหม่เป็นผู้หญิง ก็คอยเป็นห่วงกัน ถึงจะเป็นลูกโซ่ที่เริ่มจากเฮียคุนที่ทำทุกอย่างเพราะมีไจ่เป็นศูนย์กลางก็เถอะ ใครไม่รู้แต่ข้าวฟ่างดูออก โดนจับไต๋ได้เเล้วเฮียคุน  :laugh:

 :กอด1: :กอด1: :กอด1: รักคนเขียนค่าาา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2020 11:47:22 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ kamereborn

  • kamereborn
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
อ่านตอนนี้ รวมถึงสปอยล์ตอนท้ายเริ่มสงสารจิ้งจอกเด็กแล้วแหละครับ แต่ช่วยไม่ได้เกิดก่อนคนอื่น ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน
ไจ๋ของพี่ ก็ อ้อยซะขนาดนี้ พี่ยังทนไม่ไหว จะเอาอะไรกับ เด็กข้างบ้านที่หวังเคลม

อ่านคู่น้องปอ กับ น้องขวัญนี่ก็เขินเหมือนกันนะครับเนี่ย First love vibe  เลย

ตะวันของพี่ พี่เชียร์น้องอยู่เรื่อยๆนะครับ ถ้าเล่นลิเกต้องมีพวงมาลัยจากพี่แน่ๆ

พี่น้อยหน่าก็สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอ

ออฟไลน์ narongyut

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
“ต่อไปห้ามห่วงคนอื่นมากกว่าเฮียอีกนะ” เฮียคุนพูดแบบนี้ แล้วน้องกระต่ายน้อยจะหนีไปไหนได้ละครับ น้องต่ายน้อยตามเฮียทันรึเปล่าเถอะ  :hao3: :hao3: :hao3: :L1: :L1:

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ตัวนะว่ากำลังโดนจีบ คิดว่าข้าวฟ่างก็น่าจะเริ่มเอะใจบ้างนิดๆ แต่รู้สึกออร่าสาวเก่งแบบไม่ง้อผู้ชายก็ขอให้กำลังใจปออยู่ตรงนี้แล้วกันนะ /หัวเราะใส่หน้า บางทีเป็นเพื่อนมันก็ยั่งยืนกว่าอะนะ //ป้องปากพูดดังๆเผื่อเฮียคุนได้ยิน

ตะวันน่ะยังไงงงงงงง เห็นไจ๋ซื้อการ์ตูนไป3เล่ม เรื่องย่ออะไรก็ยังไม่ไม่รู้ฟาดซื้อตามทีเดียว10เล่มเลยนี่ มันน่าคิดน๊าาาาาา

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-0
เฮียคุนจะตบะแตกอยู่ร่ำๆส่วนไจ๋นั้นช่างไม่รู้อะไรเลยยย ทนไว้ๆท่องไว้ๆไปก่อนนะคุน พอถึงเวลาเหมาะสมค่อยขย้ำเต็มที่ 5555555 //ปอเลยต้องเจียดเงินซื้อขนมตัวเองไปเลี้ยงน้ำข้าวฟ่างเพราะปากดีแท้ๆ 5555 เอาหน่าเลี้ยงน้ำเขาเงินหมดก็ขอกินขนมกับเขานั่นแหละ วอแวเข้าไปให้อยู่ในสายตาเขา ให้เขาได้ด่า 555555 //กับริวช่วงแรกมันอาจจะแบบหนึบๆใจที่เพื่อนเมิน แต่ต่อไปเราก็จะชิน เริ่มปลง แล้วก็ซาไป รู้เพียงว่าเราพยายามรักษาความเป็นเพื่อนไว้เต็มที่แล้ว ก็ยังคุยกันได้แต่ไม่ถึงกับสนิทเหมือนเดิมได้อีกอะนะ //ตอนเด็กติดการ์ตูนจริง ประถมเราติดเล่มละ5บาทเรื่องเดียวจบเล่ม ชอบอ่านแนวผี อ่านแล้วก็หลอนเองนะ ผีบ้ามาก 5555 ขายหัวเราะ ดอกไม้กับนายกล้วยไข่ หนูหิ่นงี้ รุ่นพี่ข้างบ้านชอบอ่านฟาโรห์ ไปยืมมาอ่านติดเลย ช่วงนั้นฮิตมาก 555 แล้วก็นะเพื่อนตะวัน ถ้าจะคุยคอเดียวกันต้องไปคุยกับเฮียคุนนะ คนนั้นอะตัวจริงคอการ์ตูน อ่านจนตื่นสาย 5555 //เหตุที่เฮียคุนไม่เล่นบอลนี่แบบ ว้อยย แอบหมั่นไส้ มันใช่หรอ มาเล่นบาสแทนจะได้สอนเขาเพราะเขาไม่เก่ง โคตรเนียน เจ้าเล่ห์อ่ะ 555 //เฮียคุนจะเหนื่อยได้ยังไงถ้าไจ๋จะใส่ใจกับแบบนี้ ไปเดินซื้อของตัวเองก็ยังคิดถึงอีกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทำอะไรก็คิดถึงนึกถึงแต่เขา น่าเอ็นดูจริง ไจ๋สายเปย์ จัดไป คุนปลื้มตายเลย 5555 ละก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะห่วงคนอื่นกว่าหรอกนะ ในเมื่อสายตาไจ๋มีแต่เฮีย ใจก็นึกถึงแต่เฮียคุนอยู่แบบนี้ >.,< -/////-

มาต่อให้ยาวเลย อ่านเพลินสุด ขอบคุณนะคะที่แต่งมาอัพต่อสม่ำเสมอ และคุยกันตลอด รออ่านตอนหน้าเลยค่า เด็กๆจะเป็นยังไง ทำอะไรบ้าง พักผ่อน กินให้อิ่ม นอนหลับให้สบาย อย่าฝันร้าย อย่าปวดหลังนะคะ จะได้มีแรงแต่งนิยาย ฮึบๆ 555  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
ว่าจะรออ่านตอนจบแล้ว เปิดไปนิดนึงโดนกระต่ายน้อยกับจิ้งจอกเด็กตกจนได้ สรุปอ่านยาวตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนปัจจุบัน ขอบตาดำกันเลยทีเดียว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✤ FriEndShit! / พิษข้างบ้าน || 60 || P.17 ||25.05.2020 ✤
« ตอบ #499 เมื่อ: 27-05-2020 13:56:01 »





ออฟไลน์ งงปะ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
เฮียคุนจะตบะแตกแล้วจ้าาาาา บำเพ็ญเพียรเล่นบาสมานมนานจะมาตกม้าตายเพราะจี้เอวมิได้น้าาาา
ตอนนี้สงสารตะวันวาดมากๆ ถูกใจ๋ปฎิเสธ+ไม่กล้าพูดด้วย เกือบๆจะกลายเป็นเมินเลยนะนั้นอะ โถ่พ่อพระเอก(จำเป็น)น่าวงวารเหลือเกิน
อ่านตอนนี้แล้วก็นึกขึ้นได้ อยากจะถามคุณmali ว่าตกลงการ์ตูนเรื่อง ผู้พิทักษ์นี้มันมีจริงไหม คราวที่ตอนไจ๋ติดใหม่ๆก็ลืมถามมาตอนนี้นึกได้พอดี

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
"น่าสนใจ... พี่คุน เพื่อนใหม่ของหล่อนที่ไม่สนใจใครหรือสิ่งใดที่ไม่เกี่ยวกับไจ๋คนนั้นมีงานอดิเรกอื่น นอกเหนือไปจากคอยตามประกบไจ๋ด้วยอย่างนั้นเหรอ" ขนาดคนนอกยังมองออกขนาดนี้​ เมื่อไหร่ไจ๋จะรู้ตัวคะ​ ตายๆๆๆๆๆ​ พ่อใหญ่ของเราได้ตบะอตกอีกแน่ๆ​ 555​ พ่อใหญ่ต้องอดทนหน่อยนะคะ​ หลานคนซื่อ​ ส่วนตะวัน​ คุณคงไม่ได้ชอบหลานของเราใช่มั้ยคะ​ ถ้าคุณชอบหลานของเราบอกเลยว่างานยากค่ะ​ พ่อใหญ่เหนื่อยหน่อยนะคะ​ 555​ สุดท้ายท้ายสุด​ หลานต้องเอาใจพ่อใหญ่​เยอะๆนะคะ​ เดี๋ยว​คนแก่น้อยใจ
เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​ สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
- 61 -


การเรียนในห้องหัวกะทิหนักหนาสาหัสจนกิจวัตรยามว่างช่วงหลังกินข้าวกลางวันของไจ๋เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่ได้วิ่งเล่นกันจนเหงื่อซ่ก ทุกวันนี้ไจ๋กับเพื่อนทั้งสามมักจะซื้อขนมขบเคี้ยวติดมือขึ้นห้องมานั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบย่อย หรือทำการบ้านของวิชาที่เรียนไปช่วงเช้า แต่ก็มีบ้างบางคราวที่ทั้งหมดจับกลุ่มนั่งพูดคุยเล่นหัวกันเหมือนอย่างวันนี้

แน่นอนว่า ถ้ายามนี้พวกเขาสามารถใช้เวลาได้อย่างเสรี คนอื่นๆ ในห้องย่อมจะทำในสิ่งที่อยากทำด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น...

“ตั้งใจ”

“หือ?” จังหวะที่เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมอง อดีตหัวหน้าห้องก็เดินมาหยุดยืนตรงข้างโต๊ะตัวที่เขานั่งอยู่เสียแล้ว ไจ๋ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จึงได้แต่เงยหน้าแล้วจ้องตากับตะวันวาดตาปริบๆ

“เมื่อวานตั้งใจบอกเราว่าชอบอ่านการ์ตูนใช่ปะ อะ... เราเอาการ์ตูนมาให้ยืม ถ้าตั้งใจว่างก็ลองอ่านดูนะ เรื่องนี้สนุกมากๆ ” ว่าแล้ว ตะวันวาดก็วางหนังสือการ์ตูนตั้งหนึ่งลงบนโต๊ะปอซึ่งพักหลังๆ ได้กลายเป็นที่พักพิงชั่วคราวของไจ๋ไปเสียแล้ว ซึ่งสำหรับสาเหตุที่ทำให้ไจ๋ต้องย้ายมานั่งโต๊ะปอช่วงพักเที่ยงวันนี้ นั่นก็เพราะเจ้าของโต๊ะตัวจริงชิงแย่งเก้าอี้เขาเพื่อเล่นซูโดกุกับข้าวฟ่าง เขาเลยย้ายมานั่งเล่นเกมทายเลขกับเพื่อนข้างบ้านด้วยความเต็มใจเป็นที่สุด

“...อ่า...” ไจ๋เหลือบมองกองหนังสือการ์ตูนตรงหน้าก่อนจะเลื่อนกรอบสายตามองหน้าตะวันสลับกับเฮียคุนอยู่พักใหญ่ จากนั้นเด็กชายก็ฝืนฉีกยิ้มพลางดันกองหนังสือกลับไปทางเจ้าของ “ตะวันเอาคืนไปเถอะ ระ เราไม่ได้ชอบอ่านการ์ตูนขนาดนั้น”

“อ้าว แต่เมื่อวานที่เราถาม ตั้งใจบอกว่าชอบอ่านการ์ตูนไม่ใช่เหรอ” อดีตหัวหน้าห้องทำหน้าแปลกใจระคนผิดหวัง “ถ้าไม่ชอบ แล้วตั้งใจจะซื้อวิถีผู้พิทักษ์ไปทำไม”

ไจ๋กำลังจะปฏิเสธ แต่คนข้างตัวกลับเอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน “นั่นการ์ตูนของเรา เมื่อวานเราฝากไจ๋ซื้อการ์ตูน”

“อ๋อ นายฝากตั้งใจซื้อการ์ตูนเองหรอกเหรอ” คนพูดมีสีหน้าแปลกใจ แต่ทันทีที่รู้ว่าคุนชอบอ่านการ์ตูนก็ฉีกยิ้มกว้างพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นระคนยินดี “วิถีผู้พิทักษ์โคตรสนุกเลยว่ะ ตอนแรกเราไม่กล้าซื้อเพราะปกแม่งไม่โดน แต่พออ่านเล่มแรกก็ยาวเลย กว่าจะจบเล่มสิบ... โน่นแน่ะ ตีสอง”

“โห” ไจ๋อ้าปากค้างพลางจ้องมองตะวันอย่างทึ่งๆ

ตะวันอ่านหนังสือเร็วมาก การ์ตูนสิบเล่ม... ไจ๋อ่านตั้งหลายอาทิตย์แน่ะกว่าจะจบ

ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวขุ่นใจกับท่าทางตื่นตะลึงของลูกกระต่าย แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไร ตะวันวาดก็ครองบทสนทนาอีกครั้ง “นายเคยอ่านเรื่องนี้ปะ” ว่าแล้ว อดีตหัวหน้าห้องก็หยิบหนังสือการ์ตูนเล่มบนสุดของกองขึ้นมาอวดหน้าปกให้คุนดูโดยเฉพาะ

สืบสัมผัส... อ๋อ เรื่องที่ตะวันบอกเมื่อวานนี่เอง

ไจ๋เห็นว่าเป็นการ์ตูนเรื่องที่อดีตหัวหน้าห้องเคยโฆษณาถึงเมื่อวานเลยเผลอพยักหน้าหงึกหงักร่วมไปกับเพื่อนทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว

“ไม่เคยว่ะ” ลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวกวาดตามองหน้าปกหนังสือการ์ตูนอย่างสนใจ

ตะวันวาดเห็นแววตาคุนเป็นประกายเลยยกกองหนังสือการ์ตูนย้ายไปวางตรงหน้าเจ้าตัว ทั้งยังคะยั้นคะยอทันที “ลองอ่านเรื่องนี้ดู โคตรลุ้นอะ มันเป็นแนวสืบสวนเว้ย แก๊งพระเอกโคตรเก่ง เก่งแบบ... ตำรวจยังต้องมาขอตัวไปช่วยไขคดีเลยอะ คิดดู”

เมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงใจ คุนก็ตอบรับไมตรีของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจนะ เดี๋ยววันจันทร์จะเอามาคืน”

“เฮ้ยไม่เป็นไร ไม่รีบ อ่านนานๆ ก็ได้” เจ้าของการ์ตูนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำซ้ำยังหยิบยื่นน้ำใจอย่างใจกว้าง “จริงๆ ถ้าอยากอ่านเรื่องไหน ลองมาถามเราก่อนก็ได้ เผื่อที่บ้านมี จะได้ไม่ต้องซื้อ”

ยิ่งฟัง คุนก็ยิ่งรู้สึกติดค้างคู่สนทนาอย่างน่าประหลาด เด็กชายเลยเสนอข้อแลกเปลี่ยนเพื่อความสบายใจของตัวเอง “งั้นเดี๋ยวเราเอาวิถีผู้พิทักษ์มาให้อ่านแล้วกัน”

“ไม่เป็นไร เราบอกให้ที่บ้านซื้อแล้ว คอยดูนะ เสาร์อาทิตย์นี้เราจะอ่านให้ยับเลย” พูดจบ ตะวันวาดก็ฉีกยิ้มเจิดจ้าแบบที่กลบร่องรอยความเหนื่อยล้ากับขอบตาดำคล้ำเสียสนิท “เรากลับไปที่โต๊ะก่อนนะ ไว้คุยกัน”

อดีตหัวหน้าห้องคล้อยหลังไปเพียงอึดใจ ปอก็เอี้ยวตัวหันกลับมาจ้องหน้าเพื่อนทั้งสองคนสลับกัน “เมื่อกี้ตะวันมาทำไมเหรอ”

“เอาการ์ตูนมาให้ยืม” คนเกิดก่อนตอบพลางหยิบหนังสือการ์ตูนทั้งตั้งใส่ในลิ้นชักใต้โต๊ะ

“พี่คุนไปสนิทกับตะวันตอนไหนวะ”

เจ้าของชื่อเหลือบมองใบหน้างุนงงของปอแล้วยักไหล่ ก่อนจะเสเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน “สรุปเย็นนี้เอาไง มึงต้องรอป่านปะ”

“ไม่ต้อง มันบอกวันนี้จะไปร้านเน็ตกับเพื่อน” เด็กชายละสายตาจากเพื่อนรุ่นพี่แล้วหันไปมองหน้าข้าวฟ่าง “เธออะ โทรถามแม่ยัง แม่เธอยอมหรือเปล่า”

ไจ๋ละสายตาจากปอแล้วหันไปจับจ้องเพื่อนใหม่อย่างวาดหวัง...

แม่ข้าวฟ่างจะยอมให้ข้าวฟ่างไปกินไอติมกับพวกเขาไหมนะ?

“โทรแล้ว แต่...” พูดมาถึงตรงนี้ ขวัญชีวินก็ถอนหายใจยาว หล่อนหันไปแสร้งตีหน้าเศร้าใส่ไจ๋ พอเพื่อนใหม่หลงกล ทำหน้าบู้บี้เศร้าหมอง เด็กหญิงก็เผยรอยยิ้มทั้งยังเอ่ยอย่างขบขัน “...เราบอกให้แม่ไปรับเราที่ร้านไอติมแทน”

“แม่ข้าวฟ่างไม่ว่าใช่ปะ” แม้จะดีใจที่รู้ว่าข้าวฟ่างไปกินไอศกรีมด้วยกันได้ แต่ไจ๋ก็ยังเป็นห่วงอีกฝ่ายมากอยู่ดี

เด็กหญิงอยากแก้ตัวที่แกล้งหลอกเพื่อนจนใจแป้วจึงรีบอธิบายเพื่อทำให้อีกฝ่ายคลายความกังวล “ไม่ว่า ร้านไอติมเป็นทางกลับบ้านเราพอดี”

“บ้านเธออยู่แถวๆ โรง’บาลเหรอ”

“อือ” ขวัญชีวินพยักหน้า เด็กหญิงเลิกคิ้วมองหน้าปออย่างสนใจ “ถามทำไม”

“เห็นเธอบอกว่าร้านไอติมเป็นทางผ่านบ้าน ทางนั้นมันทางไปโรง’บาล เราเลยลองถามดูเฉยๆ ไม่มีอะไรซะหน่อย” ปอเฉไฉอย่างมีพิรุธ ซึ่งทันทีที่สำนึกได้ว่าตนเพิ่งเสียอาการไปหมาดๆ เด็กชายก็ชิงเสมองไปอีกทางพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ขวัญชีวินกลอกตา พ่นลมหายใจยาวยืดด้วยความระอา จากนั้นจึงเท้าข้อศอกลงบนโต๊ะของเพื่อนรุ่นพี่แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางสอบถามความเห็นของเพื่อนอีกสองคน “แล้วเย็นนี้พวกเราจะไปร้านไอติมกันยังไง”

“ข้ามถนนไปขึ้นรถกระป๊อแล้วค่อยเดินทะลุตลาดไป” คนเกิดก่อนตอบสั้นๆ

สำหรับคนที่อยากเดินทางไปตลาดโดยไม่ต้องเดินเท้าให้เมื่อย วินรถกระป๊อตรงหน้าโรงเรียนอนุบาล คือ อีกหนึ่งทางเลือกในการสัญจรไปจับจ่ายสินค้าที่ตลาดสดบางเขย่ง แต่เพราะเส้นทางในการวิ่งของรถกระป๊อค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับรถกระบะสองแถวสีน้ำเงินที่ซอกแซกไปทั่ว ปอซึ่งบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน และคุนกับไจ๋ที่บ้านอยู่ไกลเกินระยะวิ่งของรถกระป๊อไปพอสมควรจึงไม่เคยทดลองใช้บริการรถโดยสารชนิดนี้กันเลยสักคน

“ทำไมไม่นั่งตุ๊กๆ ไปอะ สี่คนหารกันไม่เท่าไรเอง” ขวัญชีวินถามอย่างพาซื่อ

คำถามเมื่อครู่ทำเอาทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนอีกสองคนอย่างแปลกใจ แต่เพราะรู้ดีว่าการนั่งตุ๊กๆ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เขาเลยหันไปถามข้าวฟ่างให้แน่ใจอีกครั้ง “ข้าวฟ่างนั่งตุ๊กๆ ได้เหรอ”

คุนเป็นห่วงเพื่อนใหม่ ข้าวฟ่างเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม หากทั้งหมดต้องโดยสารสามล้อร่วมกัน ความสนิทชิดเชื้อทางกายอาจก่อให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจได้

แทนที่จะกังวล เด็กหญิงกลับฉีกยิ้มกว้างพลางพยักหน้ายืนยันเต็มเสียง “ได้ดิ ทำไมจะไม่ได้อะ ตอนอยู่โรงเรียนเก่า เรากับพวกเพื่อนก็เคยเหมาตุ๊กๆ ไปกินไอติมกันบ่อยๆ ”

แม้ว่าขวัญชีวินจะรับรองด้วยตัวเอง แต่คนเกิดก่อนก็ยังไม่คลายใจ ทว่าขณะกำลังจะอ้าปากหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเปลี่ยนความตั้งใจ เพื่อนรุ่นน้องจอมจุ้นก็ออกหน้ารวบรัดเสร็จสรรพ “โอเค รถตุ๊กๆ ก็รถตุ๊กๆ ” ว่าแล้ว เด็กชายก็บุ้ยใบ้ให้ข้าวฟ่างดูหนังสือเกมทั้งยังเร่งเร้าเจ้าตัวด้วยการเคาะปลายนิ้วกับโต๊ะเรียนจนเกิดเสียงราวกับรัวกลอง “ตาเธอวาดตารางแล้ว”

ไจ๋อดแปลกใจไม่ได้ที่รู้ว่าปอชอบเล่นกับข้าวฟ่างถึงขั้นคอยวอแวอีกฝ่ายเป็นประจำ แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ เขาก็พบว่า ที่ผ่านมา เขาแค่ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายคลุกคลีกับเพื่อนผู้หญิงมาก่อน พอได้เห็นมุมอ่อนโยนของเจ้าตัวจึงยังไม่ค่อยชิน อย่างไรก็ดี เรื่องของปอกับข้าวฟ่าถูกปัดตกไปทันทีที่เพื่อนคนอื่นๆ ส่งเสียงฮือฮาหลังจากมิคเดินเข้ามาในห้อง ซึ่งเมื่อเลื่อนกรอบสายตามองไปยังต้นเสียง เด็กชายก็เห็นพี่ม.สองคนหนึ่งกำลังยืนทอดสายตามองส่งมิคอยู่ตรงหน้ากรอบประตู แถมหูยังได้ยินเสียงแอมแซวมิคจนหลุดหัวเราะ จากนั้นเจ้าตัวก็ตีเพื่อนสนิทเบาๆ ก่อนจะโบกมือส่งให้พี่คนนั้นคล้ายกับร่ำลากัน...

ดูเหมือนที่ใครๆ พูดกันว่าพี่คนนั้นเป็นแฟนมิคน่าจะเป็นเรื่องจริง

•✤•✤•✤•

“พี่คุนลงก่อนเลย” ปอเร่งเพื่อนรุ่นพี่หลังจากรถตุ๊กๆ จอดเทียบริมทางเท้าด้านหน้าร้านไอศกรีมได้เพียงชั่วอึดใจ

คนเกิดก่อนเหลือบมองปอที่นั่งงอเข่าขวางทางอยู่บนพื้นตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจ เด็กชายส่ายหัวพลางปีนลงทางช่องว่างด้านข้างเพื่อไปยืนรอรับลูกกระต่าย พอไจ๋ลงจากรถ ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวก็เดินไปจ่ายเงิน ส่วนจระเข้ขวางคลองก็รีบพุ่งตัวลงไปยืนรอท่า เตรียมประคองขวัญชีวินซึ่งนั่งอยู่ด้านในสุด แต่แทนที่เด็กหญิงจะลงทางบันไดดีๆ หล่อนกลับกระโดดแผล็วลงรถจากฝั่งที่อยู่ติดกับถนนใหญ่อย่างคล่องแคล่ว

วูบหนึ่ง ไจ๋รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าปอกำลังมองข้าวฟ่างอย่างเสียดาย แต่พอดูไปดูมา เขากลับเห็นสายตาที่ฟ้องว่าปอน่าจะรู้สึกทึ่งกับเพื่อนใหม่ไม่ต่างจากตนเองเลยสักนิดเดียว...

ข้าวฟ่างนี่เท่จังแฮะ!

“ปะ เข้าข้างในกันเหอะ” คุนเก็บเงินทอนใส่กระเป๋าพลางเอ่ยชวนเพื่อนทั้งสาม สิ้นเสียงนั้น พวกเด็กๆ ก็เดินแบกกระเป๋าตามกันไปตามทางโรยกรวดเพื่อเข้าประตูร้านไอศกรีมซึ่งอยู่ด้านข้าง

“โห คนเยอะจัง จะมีโต๊ะไหมเนี่ย” ขวัญชีวินทำตาโตเมื่อเห็นความคึกคักจนคับคั่งภายในร้านไอศกรีม

“มีโต๊ะว่าง... นั่นไง!” ปอแย้งเสียงดังก่อนจะวิ่งนำหน้าทุกคนผลุบหายเข้าไปนั่งจองโต๊ะล่วงหน้า

คุนกับไจ๋พร้อมใจกันมองไปทางปอแล้วก็ยิ้ม วันนี้เพื่อนของพวกเขาดูกระฉับกระเฉงมากเสียจนไจ๋หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ทั้งหมดมากินไอศกรีมเพื่อให้กำลังใจปอขณะเจ้าตัวสานสัมพันธ์กับแฟนคนแรก...

ปอคงจะชอบกินไอติมน่าดู มาร้านไอติมทีไร ปอเป็นต้องตื่นเต้นไปเสียทุกครั้งเลย

“คนมาทำอะไรกันเยอะแยะเนี่ย” ขวัญชีวินบ่นอุบหลังจากพบว่า ลูกค้าในร้านไอศกรีมเดี๋ยวผุดลุกนั่ง ทั้งยังเดินกันขวักไขว่ชวนให้ตาลาย ทว่าเมื่อลองสังเกตดูดีๆ หล่อนก็พบว่า คนส่วนใหญ่ล้วนแต่กินไอศกรีมเสร็จแล้วทั้งสิ้น กระนั้นกลับไม่ยอมสละโต๊ะเสียที โชคดีที่ปอวิ่งเข้ามาจองโต๊ะให้ก่อน พวกเขาเลยไม่ต้องรอคิว

“เราได้ยินโต๊ะนั้นคุยกันว่า เจ้าของร้านเพิ่งเอาตู้สติกเกอร์มาลง” ปอแถลงโดยไม่รอให้ใครเชิญ

“ตู้สติกเกอร์?!” เด็กหญิงทำตาโตพลางฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ที่นี่มีตู้สติกเกอร์แล้วเหรอ”

“โน่นไง ที่คนยืนมุงกันอยู่โน่นไง” ปอชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของร้าน เดิมที บริเวณนั้นเคยเป็นที่ตั้งกระถางต้นเมเปิ้ลสีแดงสำหรับใช้ตกแต่งสร้างบรรยากาศ ทว่าบัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยตู้ถ่ายสติกเกอร์ตู้ใหม่เอี่ยมอ่อง

ไจ๋จ้องมองด้านข้างของตู้สี่เหลี่ยมสีขาวที่มีผืนผ้าสีชมพูสั้นๆ กั้นโดยรอบประหนึ่งม่านกั้นสายตา ถัดจากชายม่านลงมา คือ ร่างกายท่อนล่างของคนมากกว่าสี่คนกำลังยืดรวมกลุ่มกันอย่างแออัดอยู่ด้านในม่านนั้น ภาพดังกล่าวทำให้เขารู้สึกคุ้นตาระคนห่างเหินอย่างไรบอกไม่ถูก

ว่ากันตามจริง ตู้ถ่ายสติกเกอร์ในร้านไอศกรีมไม่ได้สร้างความประหลาดใจแก่เด็กชายเหมือนกับข้าวฟ่าง เขาเคยเห็นตู้สติกเกอร์ที่พาราไดซ์มาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ดี เท่าที่ดูจากปฏิกิริยาของเหล่าลูกค้าซึ่งนั่งชะเง้อคอรอคิวตู้สติกเกอร์กันหน้าสลอน ไจ๋คิดว่าเจ้าของร้านไอศกรีมคิดถูกแล้วที่เอาตู้สติกเกอร์มาตั้งที่ร้าน เพราะรายได้จากการขายไอศกรีมรวมกับค่าถ่ายสติกเกอร์น่าจะมากกว่าตอนที่ปล่อยให้มุมนั้นของร้านมีเพียงต้นเมเปิ้ลเป็นไหนๆ

“เดี๋ยวกินเสร็จแล้ว พวกเราไปถ่ายสติกเกอร์กันไหม” ขวัญชีวินเสนอขึ้น

ปอเลิกคิ้วมองเพื่อนใหม่อย่างสนใจ “เธออยากถ่ายเหรอ”

“ก็อยากถ่ายสิ ไม่งั้นจะชวนเหรอ” เด็กหญิงสวนกลับเสียงห้วน

แทนที่จะโกรธ ปอกลับยิ้มกรุ้มกริ่มคล้ายกับพึงพอใจที่โดนแหวใส่ ข้าวฟ่างแสร้งไม่สนใจปอ หันมาผงกหัวให้ไจ๋รัวๆ พลางเอ่ยชักชวน “ไจ๋ ถ่ายสติกเกอร์ด้วยกันนะ”

ถึงจะเคยเห็นตู้สติกเกอร์ผ่านตา ทว่าการถ่ายสติกเกอร์ก็นับเป็นอีกเรื่อง ส่วนตัวแล้ว ไจ๋ไม่เคยลองถ่ายรูปที่ตู้สติกเกอร์เลยสักครั้ง จำได้ว่าช่วงที่พาราไดซ์เอาตู้สติกเกอร์มาวางที่ชั้นตู้เกมและเครื่องเล่นใหม่ๆ ตอนเช้าก่อนเข้าเรียนของทุกวัน เขามักจะได้แต่ยืนมองพวกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเก่าเอารูปถ่ายจากตู้สติกเกอร์มาแลกกันที่ห้อง ระหว่างนั้นในใจก็นึกสงสัยว่า ความรู้สึกของการถ่ายภาพในตู้แคบๆ นั่นสนุกสนานเพียงไร ดังนั้นทันทีที่ได้ยินคำเชื้อเชิญของข้าวฟ่าง เขาเลยพยักหน้าหงึกหงักอย่างยินดี “อื้อ!”

“งั้นเดี๋ยวก่อนกลับบ้าน พวกเราถ่ายสติกเกอร์ด้วยกันนะ โอเคไหมพี่คุน” ขวัญชีวินอยากแน่ใจในแผนการที่ตนเสนอ หล่อนจึงหันไปหาสมาชิกอีกคนหนึ่งซึ่งยังคงนั่งก้มหน้าอ่านเมนูไอศกรีมเงียบๆ แม้ว่าทั้งหมดจะสั่งออร์เดอร์ไอศกรีมเสร็จไปนานแล้วก็ตามที

“อือ” เจ้าของชื่อตอบเสียงเรียบ ก่อนจะพลิกเล่มเมนูดูอย่างสนอกสนใจราวกับจงใจใช้รูปไอศกรีมในเล่มเป็นข้ออ้างในการไม่ต้องสนทนากับใคร

ปฏิกิริยาของเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ขวัญชีวินยักไหล่พลางเหล่มองอีกฝ่ายอย่างปลงๆ คนเพียงคนเดียวที่พี่คุนสนใจได้คือไจ๋ ดังนั้นต่อให้อีกฝ่ายจะเมินกัน หล่อนก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อได้ฟังคำยืนยันสมใจ เด็กหญิงก็หันไปชวนไจ๋คุยเรื่องอื่นแทน “ไจ๋ชอบกินช็อกชิปเหรอ”

“...อืม...” เจ้าของชื่อเม้มปาก กลอกตามองรูปภาพเมนูไอศกรีมขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนังโดยรอบพลางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะให้คำตอบที่ใคร่ครวญมาเป็นอย่างดี “ไม่มีที่ชอบที่สุดระ หรอก ละ แล้วแต่ว่าวันนั้นอยากกินระ รสไหน ก็ค่อยสั่ง ข้าวฟ่างอะ”

“ถ้าที่นี่นะ เราชอบไอติมกะทิรวมมิตรที่สุด”

ไจ๋ทำตาวาว “อะระ หร่อยไหม”

ขวัญชีวินยักคิ้วพลางยิ้มมุมปากอย่างแพรวพราว “เดี๋ยวลองชิมของเราดู จะได้รู้ว่าอร่อยหรือเปล่า”

“อื้อ!”

“พี่คุนๆๆๆ ” อยู่ๆ ปอก็เขย่าต้นแขนเพื่อนรุ่นพี่ทั้งยังทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ

“อะไร” ที่สุดคุนก็ยอมวางเล่มเมนู ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลิกคิ้วมองปอที่ดูแตกตื่นเป็นพิเศษแล้วก็อดสงสัยในความกระฉับกระเฉงจนน่ารำคาญของอีกฝ่ายไม่ได้

“ดูนั่นดิ... เร็ว! ดูเร็ว!” ว่าแล้ว ปอก็ชี้นิ้วนำสายตาให้คู่สนทนามองไปยังทางเท้าด้านหน้าร้าน

“ไหน...”

เมื่อคุนหันมอง คนอื่นที่เหลือก็พลอยเหลียวมองตาม ไจ๋เห็นมิคเดินเข้ามาในร้านไอศกรีมพร้อมกับพี่ม.สองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องเมื่อกลางวัน พอทั้งคู่ก้าวเข้ามาในร้านก็สังเกตเห็นพวกเขาทั้งสี่เข้าพอดี มิคเลยยิ้มให้พวกไจ๋แล้วเดินตามพี่คนนั้นไปนั่งยังโต๊ะตัวหนึ่งที่เพิ่งว่างลงหมาดๆ

หลังจากทั้งคู่สั่งไอศกรีมแล้วเริ่มพูดคุย หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนิทสนม ปอก็ไม่อาจสะกดความสงสัยได้อีกต่อไป “สรุปสองคนนั้นเป็นแฟนกันจริงๆ ใช่ไหมวะ”

“ไม่รู้ดิ” คุนตอบส่งๆ เพราะพนักงานเอาไอศกรีมมาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี เด็กชายหันไปคุยกับไจ๋พลางเลื่อนถ้วยไอศกรีมช็อกโกแลตชิปไปวางตรงหน้าเจ้าตัว “รีบกินเร็ว เดี๋ยวไอติมละลาย จะไม่อร่อย”

“อื้อ”

อันที่จริง ปอไม่ได้ต้องการคำยืนยัน เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็อธิบายทุกได้ครบถ้วนและชัดเจน ดังนั้นเมื่อพวกเพื่อนๆ เริ่มกินไอศกรีม เด็กชายก็จำใจก้มหน้ากินไอศกรีมที่สั่งมาอย่างเสียไม่ได้ ทว่านั่งเงียบๆ ได้ไม่เท่าไร ภาพของมิคกับรุ่นพี่ม.สองขณะยืนต่อแถว พูดจากะหนุงกะหนิงกันอยู่ตรงหน้าตู้สติกเกอร์ก็ทำเอาเจ้าตัวคันปากจนทนไม่ไหว

“เด็กโรงเรียนเราแม่งแปลกว่ะ พวกตุ๊ดมีแฟนก็ตามกรี๊ด ตามเห่อยิ่งกว่าดารา”

หลังจากเปิดเทอมได้ไม่นาน มิคก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโรงเรียนเพราะกลุ่มพี่ๆ ที่มิคสนิทสนมด้วยล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกิจกรรมที่ดังระดับเดียวกับนักกีฬาและพวกดาวเดือนประจำโรงเรียน พรรคพวกของมิคดังถึงขนาดที่ใครต่อใครล้วนแล้วแต่เรียกเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ด้วยฉายา ‘แก๊งนางฟ้า’ แทนการเรียกด้วยสรรพนามอย่าง ‘กะเทย’ หรือ ‘ตุ๊ด’

พวกพี่ๆ ที่มิคสนิทชิดเชื้อด้วยต่างช่วยกันกรุยทาง วางสถานะผู้นำภายในโรงเรียนให้กับเด็กนักเรียนเพศที่สามอย่างมั่นคง เกือบทุกเรื่องที่เกี่ยวพันกับ ‘แก๊งนางฟ้า’ จึงได้รับการยอมรับและคำชื่นชมจากคนส่วนใหญ่ ถึงจะยังมีคนไม่พอใจอยู่บ้างแต่สัดส่วนกลับมีน้อย เหล่านักเรียนที่เห็นต่างเลยต้องสงวนท่าที ไม่สามารถกดข่ม หรือทำตัวก้าวร้าวกับเพื่อนนักเรียนที่มีความแตกต่างจากตนเองเฉกเช่นในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ ดังนั้นเมื่อมิคเพิ่งเปิดตัวแฟนนักกีฬาบาสรุ่นพี่ขวัญใจของสาวๆ หลายคน ทั้งคู่จึงกลายเป็นกระแสที่ใครต่อใครต่างพูดถึงอย่างเกรียวกราว

“แปลกยังไง” ขวัญชีวินสวนขึ้นทันควัน

เท่าที่ฟัง ไจ๋อดคิดไม่ได้ว่า น้ำเสียงของข้าวฟ่างเมื่อสักครู่เจือความขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อยแต่แปลกที่ปอกลับจับสังเกตไม่ได้

“เธอไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง มิคมันเป็นตุ๊ดนะเว้ย”

“ก็แล้วไงล่ะ มิคไม่ใช่เพื่อนเธอเหรอ” ขวัญชีวินขมวดคิ้วเขม้นมองคู่สนทนาอย่างหงุดหงิด

ปอจนคำพูด ลองว่าอีกฝ่ายถามกันแบบนี้ เขาก็รู้ทันทีว่า ตนคงโจมตีมิคตรงๆ อีกไม่ได้ เด็กชายเลยเลี่ยงบาลี ยกเหตุผลอื่นขึ้นมาโต้แย้ง “แต่ถ้าเธอเป็นพี่คนนั้น เธอจะไม่รู้สึกแปลกๆ เลยเหรอไง เห็นๆ กันอยู่ว่าไอ้มิคมันไม่ใช่ผู้หญิง อี๋ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว”

“คนสองคนชอบกัน คบกัน เราไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย”

ปอเบิกตามองข้าวฟ่างอย่างเหลือเชื่อ “พี่คนนั้นก็ผู้ชาย ไอ้มิคก็ผู้ชาย คบกันไปได้ไง บ้าหรือเปล่า”

“เธอนั่นแหละบ้า เรื่องของตัวเองก็ไม่ใช่ ยังเที่ยวตัดสินเขาไปทั่ว” เด็กหญิงมองค้อน คำพูดของคู่สนทนาทำเอาหล่อนระงับความโกรธเคืองอีกไม่ไหว “เห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้หรือไงถึงต้องว่าเขาเสียๆ หายๆ แบบนี้”

ปอไม่คิดว่าข้าวฟ่างจะโมโหแทนคนอื่นอย่างจริงจัง แต่ความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงและแววตาของอีกฝ่ายไม่ใช่การเสแสร้ง เมื่อครู่เขาคงเผลอไปแตะขีดความอดทนของเพื่อนใหม่เข้าจริงๆ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอล้ำเส้น ก็กลับลำไม่ทันแล้ว ดังนั้น เด็กชายจึงได้แต่นั่งอ้าปากพะงาบๆ ด้วยไม่รู้ว่าควรแก้ไขสถานการณ์อย่างไร

“จริงๆ ถ้าเธอมีปัญหากับมิค เธอก็เดินไปคุยกับเขาสิ มัวแต่นินทาเขาอยู่ได้ ไม่เห็นจะมีประโยชน์ตรงไหนเลย” เสร็จจากปอ ขวัญชีวินก็หันมาหาไจ๋แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มผิดกับท่าทีที่แสดงออกกับปอแบบลิบลับ “ช็อกชิปอร่อยปะ ชิมหน่อยดิ”

“อื้อ เอาดิ” ไจ๋อำนวยความสะดวกให้ข้าวฟ่างที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยการเลื่อนถ้วยไอศกรีมไปตรงหน้าหล่อน ชั่วอึดใจให้หลัง ถ้วยไอศกรีมของคนที่นั่งติดกันก็เลื่อนมาตรงหน้าคล้ายกับเชื้อเชิญให้ลิ้มลองไอศกรีมรสใหม่ที่เขาหมายตาอยากลองชิมแต่ไม่กล้าสั่ง เด็กชายอมยิ้มจนแก้มเต่งก่อนจะตักไอศกรีมของเพื่อนข้างบ้านขึ้นมากินเต็มปากเต็มคำ

อื้อหือ ไอติมของเฮียคุนอร่อยจัง!

ไจ๋หลับตาพริ้มพลางดื่มด่ำกับรสชาติหวานละมุนในปาก ต่อเมื่อลืมตาขึ้น เด็กชายก็อดตกใจไม่ได้ที่เห็นปอยังทำหน้าอึ้งค้างมาจนถึงตอนนี้ แม้ใจหนึ่งจะนึกสงสารปอ แต่อีกใจ ไจ๋ก็เห็นด้วยกับข้าวฟ่างร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าไจ๋จะคบใครเป็นแฟน ต่อให้คนอื่นจะพูดยังไง มันก็เป็นเรื่องของไจ๋ ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น!!

สมองของปอยังปกติดี เพราะที่สุดแล้ว เด็กชายก็ประมวลผลเหตุการณ์จนเล็งเห็นความผิดที่ตนก่อไว้ได้ครบถ้วนทุกกระทง ยิ่งเมื่อรับรู้ได้ถึงกระแสอารมณ์ขุ่นมัวที่แผ่ออกมาจากคนข้างตัว ท่าทีของเด็กชายจึงอ่อนลงมาก

“เมื่อกี้เราไม่ได้ตั้งใจจะว่ามิคนะข้าวฟ่าง เราแค่แปลกใจเฉยๆ ...” เด็กชายยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นชู ทำท่ายอมแพ้แล้วบุ้ยใบ้ไปยังคู่รักคู่ใหม่ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ในโรงเรียน “...เราสัญญาว่าต่อไปเราจะไม่พูดถึงใครแบบนั้นอีก เธอหายโกรธเราเหอะนะ”

“เราไม่ได้โกรธเธอ แต่ถ้าเธอพูดแบบนี้บ่อยๆ คนอื่นก็จะมองเธอเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าเจ้าตัวพูดอย่าง ลับหลังก็พูดอีกอย่าง เธออยากเป็นคนแบบนั้นเหรอไง”

ปอโบกมือส่ายหน้าเป็นพัลวัน “โห่ ใครมันจะไปอยากล่ะ! เราสัญญากับเธอตรงนี้เลยนะว่า เราจะไม่พูดถึงใครแบบนั้นอีกแล้ว... จริงๆ นะข้าวฟ่าง”

ขวัญชีวินจ้องหน้าปออยู่ชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้ารับรู้ “อือ กินไอติมต่อเหอะ”

ไจ๋มองข้าวฟ่างอย่างทึ่งๆ ข้าวฟ่างเก่งมากๆ ที่ทำให้ปอเลิกพูดถึงมิคในทางไม่ดีได้ แต่คำชมข้าวฟ่างที่เหลืออีกมากมายก็ปลิวหายไปทันทีที่เด็กข้างบ้านสะกิดหลังมือกันเบาๆ

“ช่วยเฮียกินหน่อยสิ เฮียกินไม่หมด”

ไจ๋อมยิ้ม ผงกหัวเต็มแรง “อื้อ!”

•✤•✤•✤•


ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-4
    • facebook
“เฮียคุนได้กรอบสีฟ้าตั้งสามรูปละ เลยไง”

“เหรอ” เจ้าถิ่นเอ่ยเนือยๆ พลางเดินไปหยิบหนังสือการ์ตูนที่ตะวันให้ยืมแล้วจึงกลับมานั่งขัดสมาธิ วางเข่าชนเข่ากับไจ๋ที่นั่งท่าเดียวกันอยู่บนเตียง

ทั้งคู่กลับถึงบ้านได้สักพักแล้ว พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ไจ๋ก็รีบออกมาหาเฮียคุนที่บ้าน วันนี้น้องแคร์งอแงร้องหาแต่น้าจุ้ยท่าเดียว ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวเลยพาไจ๋ขึ้นมานั่งเล่นบนห้องนอน ซึ่งเด็กชายก็อาศัยช่วงเวลาว่างนี้ชื่นชมรูปถ่ายสติกเกอร์ชุดแรกในชีวิตก่อนต้องกลับไปกินข้าวเย็นกับครอบครัว

“แต่ของไจ๋สวยกว่า” ไจ๋อมยิ้มกับตัวเองเมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งสติกเกอร์รูปถ่ายของตนกับเพื่อนข้างบ้าน ทว่าเพิ่งคลี่ยิ้มได้ไม่เท่าไร รอยยิ้มบนใบหน้าขาวผ่องก็ค้างแข็งเมื่อเจ้าตัวสังเกตเห็นรายละเอียดในรูปใบหนึ่งที่เผลอมองข้ามไปในทีแรก “หืม? เฮียคุนแอบใส่เขาให้ไจ๋ตอนไหนเนี่ย”

“ไหน” คนเกิดก่อนละสายตาจากการ์ตูนในมือ ชะโงกหน้าดูสติกเกอร์ที่ลูกกระต่ายถืออยู่ วันนี้ทั้งสี่ถ่ายสติกเกอร์ด้วยกันไปสองครั้ง จากนั้นจึงตัดแบ่งรูปกันคนละแปดรูป แปดท่า รูปที่เขาได้จึงไม่เหมือนกับรูปที่ไจ๋ครอบครองโดยสิ้นเชิง

ความที่ขนาดของรูปสติกเกอร์ค่อนข้างเล็ก ยิ่งเมื่อพวกเขาถ่ายรวมกันถึงสี่คน คุนเลยยิ่งต้องก้มหน้าลงเพ่งมองดูรูปที่ไจ๋ชี้อยู่นาน ต่อเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าเด๋อด๋าของลูกกระต่ายขณะพยายามสอดส่ายสายตาหาเลนส์กล้องจนโดนเขาซึ่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลังชูสองนิ้วแอบต่อเขาให้เสร็จสรรพ เด็กชายก็รีบเม้มปากแล้วกลืนเสียงหัวเราะกลับลงคอทันที

ไม่ได้ๆ เขาจะหัวเราะตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวลูกกระต่ายงอนแล้วกระโดดหนีกลับบ้าน

“ละ แล้วดูดิ ไจ๋ไม่ได้มองกล้องละ เลยอะ” พอดูรูปใบนี้นานๆ เข้า เสียงบ่นในลำคอของไจ๋ก็ยิ่งฟังหงุงหงิงเหมือนเสียงลูกแมวไม่พอใจเข้าไปทุกที

“ไม่มองกล้องก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เฮียว่ารูปนี้น่ารักดีออก เฮียชอบ” ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวพูดแล้วก็อมยิ้มพลางดึงมือของอีกฝ่ายให้ถือรูปในด้านที่ตนดูได้สะดวก จากนั้นจึงกวาดตามองรายละเอียดในภาพอย่างช้าๆ อีกครั้ง ทั้งที่ตั้งใจว่าจะดูองค์ประกอบทุกอย่างในภาพให้ดีๆ แต่ทำไปทำมา สายตาของเขากลับจับจ้องแค่เพียงสีหน้าท่าทางของตนเองกับเด็กข้างบ้านเท่านั้น

ลูกกระต่ายของเขาน่ารักชะมัด ไว้วันไหนชวนไจ๋ไปถ่ายสติกเกอร์ด้วยกันแค่สองคนดีกว่า

ไจ๋พ่นลมหายใจระบายความคับข้องออกทางจมูกอย่างแรงก่อนจะกวาดตาดูรายละเอียดบนรูปถ่ายเล็กๆ ใบนั้นอีกครั้ง ปอกับข้าวฟ่างก็ชูสองนิ้วเหมือนเฮียคุนเปี๊ยบเลย มีแต่ไจ๋นี่แหละที่ไม่เข้าพวกอยู่คนเดียว ทว่าสิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุด กลับเป็นรอยยิ้มกว้างของเพื่อนข้างบ้านหลังจากแอบแกล้งกันได้สำเร็จ

รอยยิ้มของเฮียคุนแบบที่ไจ๋ชอบอยู่ในสติกเกอร์ใบนี้ แถมเจ้าตัวยังชอบมันมากเสียด้วย...

เฮียคุนยิ้มสวยจัง ข้าวฟ่างก็น่ารัก แล้วดูปอสิ ยิ้มหน้าบานเชียว

เมื่อดูทุกรายละเอียดดีๆ อีกที ไจ๋ก็ชักจะชอบรูปใบนี้ขึ้นมานิดๆ เสียแล้ว

“ถ้าไจ๋ไม่ชอบ จะแลกกับรูปอื่นของเฮียก็ได้นะ”

“ไม่เป็นระ ไร ไจ๋ชอบ” เด็กชายส่ายหัวแล้วยิ้มกับรูปใบน้อยในมือ เขาลากปลายนิ้วลูบไปทั่วภาพนั้นพลางชั่งใจว่า ควรติดมันลงบนสมุดเฟรนด์ชิปหรืออัลบั้มภาพเล่มล่าสุดที่เฮียคุนเพิ่งให้กันดี

เฮ้อ! ถ้าไม่ติดว่ารูปนี้ ตัวเขาดันเต๊ะท่าช้าเกินไปหน่อย แถมตาทั้งสองข้างยังดูลอยๆ เหมือนคนนอนน้อยแล้วล่ะก็ สติกเกอร์แผ่นนี้คงได้ย้ายไปอยู่ในกระเป๋าสตางค์แน่ๆ

“คราวหน้าไจ๋จะไม่เปลี่ยนท่าละ แล้ว เดี๋ยวมองกล้องไม่ทัน” ไจ๋เสียดายจนเผลอทำหน้ามู่ทู่

“ไม่ได้ เขาให้ถ่ายตั้งสิบหกแอ็กต์ เราก็ต้องเปลี่ยนท่าให้ทันสิ”

เมื่อหวนนึกถึงความวุ่นวายตอนถ่ายรูปกับเพื่อนๆ เมื่อตอนเย็น ไจ๋ก็หลุดหัวเราะพร้อมกับส่ายหัวทำหน้ายอมแพ้ระคนหนักอก “ไม่เอาอะ ไจ๋โพสต์ไม่เก่ง”

“ต่อไปเวลาส่องกระจกก็หัดโพสต์ท่าไว้ก่อนดิ... แบบนี้ แล้วก็แบบนี้” ว่าแล้ว คนโตกว่าก็กางนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ เก็บสามนิ้วที่เหลือแล้วยกมือขึ้นรองใต้คาง หรี่ตา เลิกคิ้วข้างหนึ่งทั้งยังเอียงตัวเบี่ยงซ้ายที ขวาที “เป็นไง เฮียหล่อไหม”

ไจ๋เห็นท่าทางเก๊กหล่อของเพื่อนข้างบ้านแล้วก็หัวเราะคิกคักชอบใจ “ฮื่อ!”

“เอางี้... ถ้าไจ๋โพสต์ท่าได้คล่องเมื่อไร เฮียจะพาไปแก้มือ ดีปะ” คุนเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะยักคิ้วทิ้งท้ายอยู่สองสามครั้ง

“อื้อ!” เด็กชายคลี่ยิ้มหวานให้คู่สนทนาก่อนจะก้มหน้าลงดูรูปที่ถ่ายกับเพื่อนๆ ต่อ ภาพข้าวฟ่างยิ้มยิงฟันจนตาหยีในสติกเกอร์แผ่นหนึ่งทำให้เรื่องเมื่อตอนเย็นผุดขึ้นในหัว การกระทำของเพื่อนใหม่น่าประทับใจเสียจนไจ๋อดชื่นชมเจ้าตัวไม่ได้ “ข้าวฟ่างเท่เนอะเฮียคุน พูดแค่ไม่กี่คำ ปอก็ไม่ว่ามิคละ แล้ว”

คุนพลิกหน้าหนังสือการ์ตูนพลางครางรับในลำคออย่างแกนๆ “...อือ...”

เขาไม่มีทางลืมหรอกว่า ไจ๋ไม่ชอบเรื่องที่ปอกับริวพูดถึงมิคในทางเสียหายแค่ไหน ยิ่งพอมาวันนี้มีคนกำราบปอได้ เด็กข้างบ้านเลยทึ่งเอามากๆ แต่ถึงคนคนนั้นจะเป็นเพื่อนใหม่ที่เขานิยมชมชอบนิสัยใจคอมากพอสมควร ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวกลับรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจเมื่อต้องทนฟังลูกกระต่ายเยินยอคนอื่นไม่ขาดปาก

“แล้วเฮียอะ เท่ไหม” ความรู้สึกร้อนรุ่มราวกับอกสุมไฟทำให้คุนพลั้งปากถามออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว

ไจ๋พยักหน้าพลางตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด “ฮื่อ! เฮียคุนเท่ที่สุด!”

คนฟังคลี่ยิ้มพอใจ เด็กชายวางหนังสือการ์ตูนแล้วเลื่อนฝ่ามือทั้งสองขึ้นบีบแก้มนุ่มของเพื่อนข้างบ้านเบาๆ จากนั้นจึงวางหน้าผากทาบลงบนหน้าผากเนียนพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกอย่างผ่อนคลาย ขณะลากสายตามองดูรูปอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของไจ๋ในมุมกลับอยู่นั้น สีหน้าทะเล้นของปอก็เตะตาเขาเข้าอย่างจัง

ขณะยืนเบียดกันอยู่ในตู้สติกเกอร์ พวกเขาทั้งสี่พยายามโพสต์ท่าให้แตกต่างกันออกไปตามจำนวนครั้งของการกดชัตเตอร์ แต่เมื่อมองดูภาพรวม คุนกลับสังเกตเห็นความใส่ใจที่เพื่อนรุ่นน้องมอบให้แก่ขวัญชีวิน ไจ๋คงดีใจถ้ารู้ว่าปอเองก็ยอมรับข้าวฟ่างเป็นเพื่อนแล้วเช่นกัน

“พรุ่งนี้ไจ๋ต้องไปที่ระ ร้านนะ” คนพูดถอนหายใจจนไหล่ลู่ ถึงไจ๋จะเรียนหนักเพื่อรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับป๊า แต่การที่เขายืนกรานว่าจะไม่ยอมเรียนพิเศษที่ไหน กลับกลายเหตุผลที่บิดาใช้เป็นเงื่อนไขพาเขาเข้าไปช่วยงานที่ร้านทุกๆ วันเสาร์ไม่เคยขาด

“เลิกกี่โมง”

“บ่ายสอง” ใช่ว่าไม่ชอบช่วยงานที่ร้าน แต่พอนึกขึ้นได้ว่า เวลาที่ตนจะได้เล่นกับเฮียคุนกำลังจะหายไปอีกหนึ่งวัน ไจ๋ก็ทำปากยื่นอย่างไม่สบอารมณ์

“งั้นเดี๋ยวเฮียไปรอที่หน้าตลาดนะ” หลังจากเริ่มติวหนังสือให้ไจ๋ คุนก็หยุดช่วยงานที่ร้านเป็นการถาวร เนื่องจากเขาต้องอ่านหนังสือเยอะกว่าปกติ ทุกวันเสาร์ที่ไจ๋ไปทำงาน ทายาทร้านก๋วยเตี๋ยวจึงมักจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับอีกฝ่ายกลับบ้านเสมอ

“อื้อ!” ไจ๋พยักหน้าแล้วหยิบสติกเกอร์ส่วนของเพื่อนข้างบ้านขึ้นมาดู ระหว่างจับจ้องภาพถ่ายใบจิ๋ว เด็กชายก็เอ่ยถามขึ้นลอยๆ “พรุ่งนี้เฮียคุนไปบ้านพี่ระ ริวไง”

“อือ ว่าจะแวะไปหามันหน่อยแล้วค่อยไปรับไจ๋กลับบ้าน”

“ขี่ระ รถดีๆ นะ ละ แล้วก็อย่าละ ลืมมาระ รับไจ๋ด้วย” เด็กชายส่ายหน้าไปมาโดยออกแรงกดหน้าผากลงกับหน้าผากเพื่อนข้างบ้านคล้ายกับเตือนสติเจ้าตัวระมัดระวังให้มาก ตั้งแต่ขึ้นม.หนึ่ง ไจ๋ก็เลิกน้อยใจและหวาดหวั่นเมื่อรู้ว่าเฮียคุนยังคงไปมาหาสู่พี่ริวอยู่เนืองๆ ยิ่งภายหลังจากที่พี่ริวแยกตัวไปเรียนอีกห้องตามลำพัง ความเห็นใจที่มีให้พี่ริวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น บางครั้งเขายังอดคิดไม่ได้เลยว่า ดีแล้วที่เฮียคุนไปมาหาสู่กับพี่ริวอยู่เนืองๆ ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงเหงามาก

คุนหลับตา ก้มหน้าลงไถหน้าผากกับหัวไจ๋เบาๆ พลางรับปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เฮียไม่ลืมไจ๋หรอกน่า ไม่ต้องห่วง”

•✤•TBC•✤•

อ่านตอนนี้จบ เราว่าทุกคนน่าจะพอมองเห็นอนาคตของปอรางๆ แล้วใช่ไหมคะ 5555
ถ้ารักครั้งนี้สมหวังดังใจ เชื่อได้เลยค่ะว่าสมาคมพ่อบ้านใจกล้าจะต้องจารึกชื่อของนายปาณวัฒน์รวมไว้ในนั้นด้วยค่ะ
แหม่... โดนข้าวฟ่างฟาดเข้าไปทีเดียว หงอเป็นคนละคนไปเลย ส่วนพ่อบ้านใจกล้าอีกคนนั้น
รอบนี้ไม่มีโอกาสฉายออร่าพระเอกแม้แต่นิดเดียวค่ะ ตอนต้นก็โดนอดีตหัวหน้าห้องยิ้มเจิดจ้า ทำป๋าใส่อย่างจัง
ตอนท้ายน้องต่ายยังชมข้าวฟ่างให้ฟังซะอีก ถถถ เราว่าหน้าที่พระเอกของเรื่องนี้ คงเหลือเพียงลักลอบลวนลามเพื่อนข้าง
บ้านไปวันๆ เพื่อชุบชูจิตใจเหล่าแม่ป้าที่คอยลุ้นให้ผีผลักอยู่เท่านั้นแหละค่ะ – ฮะ?! อะไรนะคะ?
สองสามวันนี้มีคนแว่วข่าววงในว่า ในทวิตเตอร์มีกองกำลังไม่ทราบชื่อร่วมลงขันต่อเรือ
ติดเครื่องเทอร์โบให้น้องต่ายกับตะวันวาดแล้วเหรอคะ ว้ายตายแล้ว สงสารจิ้งจอกเด็กเขานะคะ //
ยกมือขึ้นทาบอกแต่แอบเบือนหน้าหันไปหลบหัวเราะเยาะตัวร้ายที่รับบทหลักมาหกสิบตอน 555

ตอนหน้าเราจะพาทุกคนไปสอดแนมสังคมแถวร้านก๋วยเตี๋ยวในตลาดกันบ้างค่ะ ใครว่าสาวๆ เม้าท์เก่งเกินผู้ชาย
เดี๋ยวมาดูกันค่ะว่า เวลาบรรดาลุงๆ ในสภากาแฟออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ จะแซ่บเปรี้ยวเบอร์ไหน ^_^
ส่วนตัวร้ายลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยวก็จะพบเจองานอดิเรกใหม่ค่ะ (ใครเดาว่าสาวไหมหรือชักว้าวเราตีมือจริงๆ นะคะ 555)
ยังไงตอนหน้าเรามาลุ้นกันนะคะ ว่าเฮียคุนจะทำอะไร ส่วนไจ๋นั้น น้องจะเจอประเด็นที่ต้องเก็บมาคิดอีกแล้วค่ะ ^_^

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในทุกๆ รูปแบบ ทั้งคอมเมนต์ที่อ่านแล้วหัวใจฟูจากทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทวิตฯ ทั้งโดเนต
โปรดได้รับคำขอบคุณจากเรานะคะ เราดีใจมากๆ ที่ได้อ่านคอมเมนต์ของทุกคน
ได้รู้ว่าคุณชอบหรือไม่ชอบอะไรในเรื่องราวของพวกเด็กๆ
ที่สำคัญ คือ เราชอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์วัยเยาว์กับทุกๆ คนมากๆ เลยค่ะ
การได้อ่านชิ้นส่วนความทรงจำของทุกคนที่พบเจอเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งเหมือนกับที่ไจ๋กับเฮียคุนพบเจอ
ทำให้เรารู้สึกอิ่มใจมากๆ ที่รู้ว่า ความตั้งใจแรกในการเขียนนิยายเรื่องนี้ สัมฤทธิ์ผลแล้ว ^_^

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดแท็ก #พิษข้างบ้าน ด้วยน้า เราจะเข้าไปชวนเม้าท์ค่ะ
กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือ รักษาระยะห่าง พยายามไม่ใช้สองมือจับหน้า และสวมหน้ากากหากต้องออกไปในพื้นที่เสี่ยง รักทุกคนมากที่สุดเลยค่ะ ขอให้สุดสัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาที่ดีค่ะ เจอกันวันจันทร์นะค้า!
ทางเข้าเพจเรา (กดตรงนี้ได้เลยค่ะ ^^)

•✤•K. AkuaPink:•✤•
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ ไว้คุยกันใหม่น้า ^_^


•✤•K.mab:•✤•
หูย ถ้าเฮียคุนได้อ่านความเห็นของคุณ mab เฮียคุนจะต้องดีใจแน่ๆ เลยค่ะที่รู้ว่าคุณ mab เห็นใจตัวเอง
อย่างไรก็ดี นี่คือคอนเซปต์ของพระเอกเด็กในช่วงต่อจากนี้ไปค่ะ แต่ความน่าสงสารของพ่อคุณยิ่งทวีคูณเข้าไปกันใหญ่
เพราะคุนจะไม่นึกสงสัยเลยว่า ความรู้สึกเหล่านี้มีที่มาอย่างไร และควรต้องจัดการอย่างไร น้องจะด้นไปดื้อๆ แบบนี้
จนกว่าจะเจอทางตันนั่นแหละค่ะ ถึงจะเริ่มสะสางความรู้สึกของตัวเอง – การเติบโตเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กๆ ในเรื่องนี้ค่ะ

ส่วนความสัมพันธ์ของปอกับริวนั้น ปอเองก็ต้องปล่อยผ่านไปอย่างที่คุณ mab แนะนำนั่นแหละค่ะ
เพราะริวได้เลือกทางสายใหม่แล้ว ในขณะที่ปอเองก็มีเป้าหมายชัดเจน เอาจริงๆ ถึงปอจะเสียใจเรื่องริว แต่การไล่ตามข้าว
ฟ่างก็นับเป็นความท้าทายที่เจ้าตัวพึงพอใจมากทีเดียวค่ะ ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ปอคงไม่ยอมลงให้ข้าวฟ่างง่ายๆ หรอกเนอะ
รักคุณ mab มากนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อย่าลืมพกร่มและทำตัวให้อบอุ่นอยู่เสมอนะคะ ^_^


•✤•K.kong6336:•✤•
5555 ใช่ค่ะ เฮียคุนน่าสงสารจริงๆ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกแปลกๆ
เฮียคุนเลยต้องหันไปหัดกีฬาชนิดใหม่อย่างไม่มีทางเลือก ยังดีที่จิ้งจอกเด็กเก่งบาสฯ แบบฟ้าประธานด้วยแหละค่ะ
เจ้าตัวเลยไม่รู้สึกเสียดายเท่าไรที่ไม่ได้กลับไปเล่นบอลทั้งที่มีสนามบอลที่โรงเรียน แถมมีเพื่อนเล่นบอลเพียบเลย
คุณ kong6336 สบายดีนะคะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ น้า!!


•✤•K.Ac118:•✤•
ลูกกระต่ายใสมากค่ะจุดๆ นี้ บอกเลยว่าถ้าไม่ถึงเวลาที่น้องคิดล้ำเส้นกับเด็กข้างบ้าน
ต่อให้เอาน้ำมันมาราดแล้วจุดไม้ขีดใกล้ๆ ไฟราคะในตัวน้องก็ไม่ติดอยู่ดีค่ะ แต่ถ้าเมื่อไรน้องเบิกเนตรล่ะก็...
ไม่อยากจะบอกเลยว่า ควรซื้อผ้าห่มมารอซับน้ำลายเอาไว้หลายๆ ผืนเลยก็ดีค่ะ เพราะเผ็ชแซ่บแน่ๆ 5555

อาการของเฮียคุนจะออกมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ดีว่ามีแค่ข้าวฟ่างเท่านั้นที่ดูออก (แถมข้าวฟ่างยังเก็บความลับได้อีกด้วย – รอด
ตัวไปนะเฮียคุน) ช่วงหลังจากนี้ก็มาคอยดูกันค่ะว่าเฮียคุนจะทรมานเบอร์ไหน แล้วเจ้าตัวจะหาวิธีระบายความอัดอั้นยังไง
กระซิบบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าเฮียเม้งรู้ว่าจิ้งจอกเด็กทำอะไรกับลูกชายเอาไว้บ้าง เฮียเม้งจะต้องคำณวนค่าสินสอดใหม่
โดยคิดย้อนหลังแบบทบดอกเบี้ยหนักมากแน่ๆ เลยค่ะ 5555 // โอ๋ๆ เจเจ้ไม่ต้องเสียใจไปนะคะที่ตอนที่แล้วผีไม่ผลัก
เราชดเชยด้วยการแนบหน้าผากในตอนนี้แล้ว หวังว่าเจเจ้จะพอใจนะคะ 55555

ปอกับริวคืออดีต ข้าวฟ่างคืออนาคตที่ปอจะต้องพิชิตให้ได้ค่ะ ส่วนตะวันนั้น ถึงตอนนี้จะโผล่มาน้อย
แถมยังโดนเฮียคุนสกัดดาวรุ่ง แต่เชื่อเรานะคะว่า ตะวันวาดจะพาตัวเองกลับเข้ามาในวงโคจรของเพื่อนกลุ่มนี้ได้แน่ๆ
รักคุณ Ac118 มากๆ เลยค่ะ ดีใจทุกครั้งที่เราได้คุยกันทุกๆ ช่องทางเลยเด้อ ดูแลตัวเองดีๆ นะค้า เจอกันวันจันทร์ค่ะ!!


•✤•K.kamereborn:•✤•
เย่สสสส! ในที่สุดจิ้งจอกเด็กก็ได้รับความเห็นใจจากคุณ kamereborn รูปหล่อแล้ว
(น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบถึงง่ามเท้าแล้วค่ะ 555) อย่างไรก็ดี เรื่องที่คุณ kamereborn นึกเวทนาพระเอกนั้น
ก็เป็นคนละเรื่องกับความทรมานที่เจ้าตัวต้องเผชิญล่ะนะคะ ซึ่งกว่าจะรู้ใจจนเลยเถิดถึงไหนต่อไหนกัน เราจะได้พบเจอ
การบำเพ็ญทุกกรกิริยาของพระเอกเด็กไปอีกนานเลย หวังว่าคุณ kamereborn จะคอยเอาใจช่วยเฮียคุนของน้องต่ายด้วย
นะคะ (นั่น! ขนาดตอนลงท้ายยังกล้าแสดงความเป็นเจ้าของใส่คุณ kamereborn รูปหล่อเสียอีก ร้ายจริงๆ จิ้งจอกเด็กนี่!)

เราว่าคู่ปอกับข้าวฟ่างนี่บางทีก็เหมือนคู่เวรคู่กรรมนะคะ ยิ่งพออ่านๆ ไปจะรู้เลยว่าข้าวฟ่างรำคาญปอมาก 555
ส่วนตะวันวาดที่ถ้าเป็นพระเอกลิเกจะได้พวงมาลัยจากคุณ kamereborn นั้น ต่อไปจะเข้ามาช่วยดึงมีนกลุ่มให้ยิ่งสูงขึ้นไป
เรื่อยๆ ค่ะ ถ้าตอนประถมมีพี่ริวคอยพาเพื่อนทำตัวแบ้ดๆ ช่วงมัธยม ตะวันจะเป็นสปอตไลท์ช่วยฉายแสงให้เพื่อนแผ่ออร่า
กันถ้วนหน้าเลยค่ะ 5555 เราชอบอ่านคำลงท้ายของคุณ kamereborn ทุกครั้งเลยค่ะ รู้สึกหนึบหนับในใจยังไงก็ไม่รู้ 555
รักคุณ kamereborn มากที่สุดเลยค่ะ ขอให้เสาร์อาทิตย์นี้เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่คุณ kamereborn จะได้ผ่อนคลายกายใจ
อย่างเต็มที่นะค้า จะได้มีแรงไปต่อสู้กับทุกอย่างที่รออยู่ในอาทิตย์ถัดไปอย่างเต็มที่เนอะ!


•✤K. narongyut:•✤•
น้องต่ายไปไหนไม่รอดหรอกค่ะคุณ narongyut โดนประโยคนั้นเข้าไป แต่ก็จริงอย่างที่คุณ narongyut ตั้งข้อสงสัยนะคะ
ไม่รู้ว่าป่านนี้ ไจ๋จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเฮียคุนคิดอะไรกับตัวเอง 555 คุณ narongyut สบายดีนะคะ? ดูแลตัวเองด้วยน้า!!


•✤K.ป้าหมีโคตรขี้เกียจ:•✤•
เรื่องข้าวฟ่างเราไม่ขอออกความเห็นค่ะ ปล่อยให้เป็นความท้าทายที่ปอตั้งใจจะพิชิตต่อไปเถอะ 555
แต่อะไรคือการป้องปากบอกจิ้งจอกเด็กให้ถือคติเป็นเพื่อนยั่งยืนกว่า
และอะไรคือการชงโมเมนต์ตะวันซื้อการ์ตูนตามน้องต่ายค่ะ? ใจคอจะชงตะวันไจ๋เข้มๆ ตั้งแต่เรือยังไม่ต่อเลยเหรอคะ
คุณป้าหมีโคตรขี้เกียจเอาตัวร้ายที่ออกมาหกสิบกว่าตอนไปไว้ไหนแล้วค่ะ (คุนหลับไปนั่งร้องไห้ตรงมุมห้องแล้ว 555)
เพื่อความยุติธรรมต่อพระเอกเด็กของเรา เราขอประกาศว่า ต่อให้ใครจะเข้ามาหาน้องต่าย ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง
เฮียก็จะหลอกแต๊ะอั๋งน้องทุกวันเพื่อสะสมแต้มบุญเอาไว้สู้กับผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลายค่ะ (เดี๋ยว! นี่คืออะไรนะ?!)
รักคุณป้าหมีโคตรขี้เกียจมากนะคะ ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวันเลย อย่าลืมพกร่ม ดื่มน้ำบ่อยๆ และเข้านอนเร็วๆ นะค้า จะได้ไม่เป็นหวัดไปซะก่อน ^_^


•✤•K.blove:•✤•
ไจ๋ไหว แต่คุนไม่ไหวแล้วค่ะ 5555 ต้องอาศัยกีฬาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจหนักมาก
เดี๋ยวตอนหน้า เฮียจะไปหาของเล่นใหม่มาเพิ่มภาระให้ตัวเองอีกแล้วค่ะ
เรามารอดูกันนะคะว่าต่อไปพระเอกเด็กจะบำเพ็ญตบะกันอีท่าไหน 5555

เอาจริงๆ ปอก็ดีใจแหละค่ะที่ได้เลี้ยงน้ำสาว เพราะแม้เขาจะยังไม่มีใจ แต่การได้ไปวนเวียนรอบๆ ตัวเขาทุกวัน
ก็ช่วยสร้างภาพจำอะไรบางอย่างให้กับตัวเขาแล้วล่ะเนอะ (ข้าวฟ่างบอกว่าเหม็นหน้าปอมาก ช่วยไปไกลๆ ทีเถอะ 5555)

ความสัมพันธ์ของริวกับพวกเพื่อนๆ นี่ท่าจะประสานกันยากจริงๆ ค่ะ หลังจากนี้น่าจะมีคุนแค่คนเดียวแล้วละค่ะที่
ยังคงไปมาหาสู่ริวอยู่เหมือนเมื่อสมัยก่อน เอาจริงๆ ก่อนที่พวกเราจะโตเป็นผู้ใหญ่ มีหลายๆ คนที่จากเราไปเพื่อไปเป็น
เพื่อนสนิทของคนอื่น และก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่เลือกจะอยู่เคียงข้างเราแบบนี้นะคะ ^_^

ในที่สุดสิ่งที่คุณ blove ทำนายไว้ก็เป็นจริงค่ะ เพราะคอการ์ตูนเขามาเจอกันแล้ว และการ์ตูนจะเป็นสะพานเชื่อม
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่ะ รอดูได้เลย – เราก็เคยอ่านคำสาปฟาโรห์ค่ะ อ่านจนอ่อนใจที่นางเอกโดนลากไปโน่นมานี่
แถมจนป่านนี้ก็ยังไม่จบซะอีก เฮ้อ มหากาพย์พอๆ กับโคนันเลย 555 ส่วนการ์ตูนห้าบาทนี่เราไม่สันทัดเลยค่ะ
เพราะกลัวผีที่หนึ่งเลย เราเลยไม่กล้าอ่าน 555

เอาจริงๆ เฮียคุนไม่ได้ตั้งใจเล่นบาสเพื่อมาสอนไจ๋เสียทีเดียวค่ะ แค่บาสเป็นตัวเลือกที่ดีมากในการระบายความกลัดมัน
ของตัวเองเท่านั้น ส่วนการได้สอนไจ๋แบบตัวต่อตัวนั้นคือผลพลอยได้ค่ะ 555 อย่างไรก็ดี เรื่องที่คุณ blove แนะพระเอกของ
เราเอาไว้ว่าไม่ให้กังวลเรื่องไจ๋เอาใจออกหากนี่ท่าจะยากค่ะ เพราะน้องต่ายยังใสมาก ยังแยกแยะไม่ได้ว่าตัวเองคิดยังไง
กับเพื่อนข้างบ้านกันแน่ ส่วนคุนเองก็กลัวค่ะ กลัวว่าน้องจะรังเกียจและกลัวตัวเองที่คิดเกินเลยกับน้อง ซึ่งมันก็จะ
ยักแย่ยักยันกันไปอีกนานเลยค่ะ กว่าที่ทั้งคู่จะเจอทางออก (ซึ่งน่าจะอยู่ราวๆ ช่วงปลายม.สองโน่นแหละค่ะ 5555
อดใจรอหน่อยนะคะคนดี)

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรดีๆ นะคะ อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะ เราจะพยายามดูแลตัวเองให้ดีๆ เพื่อที่จะได้มาเจอกับคุณ blove
และคนอ่านทุกๆ ท่านทุกๆ วันจันทร์และศุกร์แบบนี้ไปจนกว่าพวกเด็กๆ จะโตนะคะ แล้วแวะมาคุยกันอีกน้า!!


•✤K. wutwit:•✤•
เราว่าคุณ wutwit ไม่ต้องกังวลเรื่องขอบตำคล้ำตามลำพังแล้วล่ะค่ะ
เพราะตอนล่าสุดมีคนอดนอนเพราะอ่านหนังสือการ์ตูนอีกหนึ่งคนแล้ว
ดีใจที่ได้คุยกันนะคะ หวังว่าโอกาสหน้าเราจะได้คุยกันอีกน้า!!!


•✤•K.งงปะ:•✤•
5555 คุณงงปะล่ะก็ เม้นต์ซะตรงจุดจนเฮียคุนเสียอาการไปเลยค่ะ เอาจริงๆ ต่อไปเฮียคุนจะหลีกเลี่ยงการจั๊กจี้น้องนะคะ
เพราะเฮียกลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหว จับน้องกินก่อนเวลาจะโดนป๊าน้องตามมาแพ่นหัวเอาเลือดชั่ว(?) ออกได้
เอาจริงๆ เราว่าพออ่านตอนนี้แล้ว คุณงงปะจะต้องบอกว่าสงสารตะวันอีกแน่ๆ เพราะไจ๋ก็ยังจะหลีกเลี่ยงตะวันต่อไปค่ะ
น้องไม่คุยกับตะวันค่ะ เพราะตะวันเป็นคนคิดเร็ว ทำอะไรเร็ว แถมยังเจิดจ้าจนไจ๋ต้องหยีตามองเลยทีเดียว 555
แต่ต่อไปไม่ต้องห่วงนะคะ ต่อให้น้องต่ายไม่กล้าคุยด้วย ตะวันก็จะเข้าหาน้องอย่างมุทะลุเลยค่ะ 555
ว่าด้วยเรื่องวิถีผู้พิทักษ์ กับสืบสัมผัส อันนี้เราแต่งขึ้นมานะคะ ไม่ต้องตามหาน้า แต่ถ้าเราคิดพล็อตของเรื่องนี้ออก
เราอาจจะเอาไปแต่งเป็นเรื่องแยกออกไปค่ะ (อันนี้ไม่รับปากใดๆ แต่ใจคืออยากเขียนแฟนตาซีสักเรื่องนึงมานานแล้วค่ะ)รักคุณงงปะมากนะคะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ร่างกายแข็งแรงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการใช้ชีวิตค่ะ ^_^


•✤•K.piakunaa:•✤•
555555 ตอนที่แล้วมีคนโป๊ะแตกหนักมาก (และยังคงโป๊ะแตกมาจนถึงตอนนี้อีกเสียด้วย เฮ้อ!)
แต่ถึงเฮียคุนจะเสียอาการแรงขนาดไหน น้องต่ายก็ยังจะใสๆ แบบนี้ไปอีกปีกว่าๆ เลยค่ะ (เวลาตามท้องเรื่องนะคะ
ไม่ใช่เวลาในโลกของพวกเรา ไม่งั้นนิยายเรื่องนี้ต้องจบที่ตอนสี่ร้อยกว่าแหงๆ 555)

ท่าทีของตะวันยังคงเดายากค่ะ เอาเป็นว่าต้องดูกันไปนานๆ ว่าตะวันจะมาไม้ไหน
ที่แน่ๆ พ่อใหญ่ไม่ปล่อยเสี้ยนหนามไหนๆ ให้ลอยนวลโดยไม่ทำอะไรแน่นอนค่ะ ส่วนน้องต่ายที่แม้จะไม่รู้ตัวว่า
ใครคิดอะไรกับตัวเอง แต่น้องก็จะมั่นคง ภักดี และอยู่ให้จิ้งจอกข้างบ้านแทะโลมไปทุกๆ วันแน่นอนค่ะ
(ซึ่งนั่นจะหมายความว่า พ่อใหญ่จะตบะแตกวันเว้นสองวันเลยทีเดียว 555)
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเมนต์นะคะ รักคุณ piakunaa มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยน้า!!!

ออฟไลน์ kamereborn

  • kamereborn
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
เปล่าคิดจริงๆนะครับว่า จิ้งจอกเด็กจะไปสาวไหมเอง ขนาดรอบแรกยังต้องมีกระตุ่ยน้อยทำข้างๆเลยถึงเสร็จ อิอิ :haun4:

แต่อ่านตอนนี้แล้วมันชักจะเกินไป ทำตัวเป็นพระเอกเกาหลีอีกแล้ว เอาหน้าผากชนกัน เจ้าเด็กแก่แดด มาล่อลวงไจ๋ของพี่

ยินดีกับมิกซ์ด้วย มีแฟนก่อนใครเพื่อนเลย และแอบสงสารปอ พ่อบ้านใจกล้า ดูแววว่าน่าจะได้แค่แอบชอบ :o12:

รอลุ้นเสมอนะครับว่าจะเดาตรงสปอยล์ไหม

เอาใจช่วยพี่น้อยหน่า ให้ฝ่าฟันนิยายสองร้อยตอนจบเรื่องนี้นะครับ // แซว อิอิ

ออฟไลน์ narongyut

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
“เฮียไม่ลืมไจ๋หรอกน่า ไม่ต้องห่วง”   อีกแล้ว เฮียคุน คือ จะไม่ให้น้องต่ายน้อย หันไปมองวิวธรรมชาติที่อื่นบ้างเลยรึไง เฮียคุนกะจะให้น้องต่ายน้อยมีแค่เฮียคุนอยู่ในจุดโฟกัสอย่างเดียว เฮียคุนแผนสูงไปแล้วนะครับ ทีมน้องต่ายน้อยครับ  :mew5: :mew5: :mew5:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
จะสาวไ :mew1:หมหรือชักว่าวก็เอาเลยพ่อคุ๊นน ตามวิถีลูกผู้ชายใจมึนงง  :hao7:

เเหมม มันน่าหยักพุง ก็อิตรงถึงจะยังมึนงง แต่ยังไม่วายน้วยแก้มลูกกระต่าย หน้าผากชนหน้าผาก เนียนเป็นพระเอกเกาหลี นี่สกิลมันตัวร้ายหลบในสะสมความเเต้มน้วยชัดๆ เจ้าจิ้งจอกเก้าหางงงงง!!

ตะวัน มาไวเคลมไว5555 ตะครุบเพื่อนเหมือนเด็กหาเพื่อนคบไม่ค่อยได้ ออร่าเจิดจ้าเกินไปใช่มั้ย ไหนบอกสิๆ

เฮียเบาใจได้ ไม่ต้องเหนื่อยกันซีน ต่อให้ตะวันทอดสะพานให้ลูกกระต่ายยังไงก็ไม่ข้าม! เพราะนัองยัง งงในงง จับทางตะวันไม่ถูกเลยย โอ้ยยลู้กก หอมมมมมหัว

อื้อหื้ออ องค์แม่ลงข้าวฟ่าง เล่นเอาเจ้าปอครางหงิง พ่อบ้านใจกล้าที่แท้ กรรมที่มาในรูปของข้าวฟ่าง :laugh:

น้องมิคดีใจด้วยจ้า รักกันนานๆนะลูก

รักนะจุ๊บๆ กอดดด เทคแคร์ค่าา  :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-05-2020 00:07:43 โดย Ac118 »

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
ข้าวฟ่างเธอเท่มาก ปอต้องเจอคนแบบนี้5555

ลุ้นๆๆ เฮียจะมีงานอดิเรกอะไรน้ออออ :hao7: :hao7:

กระผมสบายดีครับ คนเขียนก็ดูแลสุขภาพด้วยน๊าาาาาาาา

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ข้าวฟ่างงงงงง หนูเป็นสาววายใช่ม๊ายยยย ไหนจะความเข้าอกเข้าใจที่เฮียคุนสนใจแต่ไจ๋คนเดียว ไหนจะปกป้องมิคจากคำพูดปออีก เอารางวัลไปเลย ส่วนปอน่ะ ทำตัวสบายๆทำใจให้ชินนะ ต่อไปเฮียคุนออกอาการแปลกกับไจ๋ก็จะได้ไม่ตกใจมาก  :hao7:

เทรนด์ตู้สติ๊กเกอร์นี่สลับท่าต้องไวจริงๆ ไปๆมาๆกลายเป็นสลับที่ยืนยิ้มเฉยๆเพราะคิดท่าไม่ออก 5555

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ตอนนี้เหมือนพ่อใหญ่โดนตะวันเตะตัดขาาา​ ก๊ากกกกกกกก​ สะใจอิช้อยนักค่ะคุณหลวง​ 555
พ่อใหญ่คะเบาได้เบาค่ะ​ ทุกวันยิ่งปล่อยไก่ออกมานะคะ​ โป๊ะแตกเรื่อยๆ​ คนอ่านเค้าดูออกค่ะ​ ส่วนหลานของเราก็ว่านอนสอนง่าย​เหลือเกินนนนนนนนนน​ หนักใจแทนตาเม้งจริงๆค่ะ​ มีรขับรถไปรับกันด้วยย​ ตาเม้งต้องเรียกค่าสินสอดหนักๆนะคะ
ส่วนปอ​ ยินดีตอนรับเข้าสู่สมาคมพ่อบ้าน​ใจกล้า​นะ​ -​--> พ่อใหญ่กล่าว​ 555
เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​ ​สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด