- - - คืนฤดูร้อนที่ยาวนาน - - - CHAPTER 22 [14/9/63] P.2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: - - - คืนฤดูร้อนที่ยาวนาน - - - CHAPTER 22 [14/9/63] P.2  (อ่าน 7246 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ยังไม่ได้ดีกันสักที พอรุ้ความจริงทะเลาะกันชัว เตรียมหม้อต้มน้ำหลายๆใบได้เลย

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-2
    • ข้ามพิภพ
CHAPTER 18



KIM’s Talk


ตรงข้ามร้านสวรรค์ชั้นเจตคนละฝั่งถนน มีร้านกาแฟน่านั่งอยู่ร้านหนึ่ง กาลพาผมเข้ามาคุยพร้อมกับสั่งเครื่องดื่มตามเมนูที่พนักงานสาวสวยแนะนำ เห็นได้ชัดว่าเธอแสดงออกอยากได้เบอร์โทรกาลมากกว่าจะเป็นแผ่นกระดาษเช็กลิสต์รายการอาหาร  ออร่าความหล่อและรวยของกาลกลบสารรูปผมจนเธอแทบไม่ชายตาแล นึกแล้วก็ได้แต่ขำคุณเธออยู่ในใจ หรือที่ถูกผมสมควรหัวเราะเยาะตัวเองมากกว่าใครทั้งหมด
 
ผมนายคิมหันต์ คนที่สวมหน้ากากไปหากาลทุกครั้งยามเขาเรียกหา ไม่น่าขำมากกว่าใครในโลกนี้หรือ

“...”

ดวงตากาลที่จ้องมองผมหลังจากพนักงานสาวเดินจากไปแล้วทำเอาผมต้องเสหลบมองบรรยากาศในร้านกลบเกลื่อน ผมไม่รู้จะเริ่มต้นพูดว่าอะไร ในเมื่อผมทำผิดต่อเขาหลายเรื่อง ตั้งแต่เผลอไปจูบเขาตอนไปช่วยขนของ หรือเรื่องใหญ่สุดก็คือการสวมหน้ากากไปหากาลนั่นล่ะที่ปิดปากผมชนิดที่ว่าเหมือนมีกำปั้นอุดไว้

“เฮียเจตบอกว่า...”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นอ่ะ”

“...” กาลสร้างบรรยากาศกดดันได้ราวกับเนรมิตเพียงแค่ทำหน้าเฉยชา

“กูขอไปทำงานก่อนละกัน” ผมเตรียมตัวจะลุกยืน แต่สีหน้ากาลกลับทำให้ผมต้องแสร้งเป็นยืนปัดกางเกงก่อนจะรีบหย่อนตัวนั่งตามเดิม

“ขอโทษ”

ผมยกคิ้วประหลาดใจ นี่ผมหูฝาดไปหรือว่ามีโต๊ะไหนกำลังมีคู่รักง้อขอคืนดีกันอยู่หรือเปล่า

“เรื่องคืนนั้น กูขอโทษที่ทำเหมือนโกรธ แต่จริงๆแล้วกูไม่ได้โกรธ เข้าใจนะ”

ผมเห็นสีหน้ากาลปรับเปลี่ยนเป็นขาดความมั่นใจ หลุดมาดคุณชายอนันตกาลแบบนั้นก็ทำให้ผมอยากจะเอาคืนสักหน่อย โทษฐานที่คืนนั้นไม่ยอมจูบตอบผม ไม่งั้นอะไรๆก็คงง่ายกว่าตอนนี้ ผมเลยทำเป็นขมวดคิ้วแล้วถามกลับ

“กูจำไม่ได้ว่าทำอะไรให้มึงโกรธ”

หนึ่งหมัดน็อค คุณชายอนันตกาลหน้าชาอย่างเห็นได้ชัด เขาลบสีหน้ากระตุกวูบนั้นแล้วแสร้งยิ้มนิดหน่อย

“อันที่จริงกูไม่จำเป็นต้องมาขอโทษมึงด้วยซ้ำ”

เขาลุกขึ้นยืนแล้ววางบัตรเครดิตลงบนโต๊ะ หยิบแว่นกันแดดที่แขวนอยู่บนรอยแหวกคอเสื้อขึ้นสวม ผมต้องรีบร้องโวยวายว่า

“เออๆ กูก็ต้องขอโทษมึงเหมือนกันแหละ นั่งก่อนดิวะ”

กาลทำเป็นเล่นตัวนิดหน่อยแล้วยอมนั่งตามคำขอของผม ก็พอดีกับของที่สั่งถูกนำมาเสิร์ฟ รอยแหวกของคอเสื้อเชิ้ตซึ่งกาลคงตั้งใจปลดกระดุมสองสามเม็ดทำให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน มีหรือที่สาวพนักงานเสิร์ฟผู้โน้มตัวเข้ามาใกล้ๆจะไม่ทันสังเกตเห็น คุณเธอหน้าแดงแล้วอมยิ้มน้อยๆ

จู่ๆผมก็รู้สึกหวงเนื้อหวงตัวกาลราวกับตัวเองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของซะอย่างนั้น จึงกระแอมเหมือนมีส้นเท้าติดอยู่ในลำคอ

“แค่กๆ”

ผมเริ่มสำลักน้ำลายตัวเองจนไอไม่หยุด เป็นผลให้กาลต้องขยับตัวมาลูบหลังผมพร้อมทั้งร้องขอแก้วน้ำเปล่าจากพนักงานสาว

“ค่อยๆหายใจ”

เสียงนุ่มในระยะประชิดแบบนี้ทำเอาผมหวนนึกไปถึงคืนก่อน

ผมใกล้เสร็จแล้วแต่ดูเหมือนกาลยังไม่ถึงฝั่งง่ายๆ ผมจึงคิดใช้มือช่วยอีกฝ่ายให้เสร็จพร้อมกัน แต่กาลกลับปัดมือผมออก ถึงแม้เขาจะหลับตาแต่ห้วงจังหวะหายใจผสมคำพูดแหบต่ำในระยะประชิด ทำเอาผมมือไม้อ่อนทันควัน

“ปล่อยให้เสร็จเอง นะ นายช่วย...ขยับจนกว่า... จะได้หรือเปล่า”

ผมไม่ตอบแต่ก็ยินยอมทำตามที่กาลร้องขอ อันที่จริงผมต้องฝึกควบคุมการปลดปล่อยของผมให้หนักขึ้นเมื่อต้องรับใช้กาล ชายหนุ่มผู้มีหุ่นเชิญชวนให้เรือล่มปากอ่าวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ผมศึกษาตามคำแนะนำต่างๆในเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ไม่ลองคิดใช้ยาชะลอการหลั่งเป็นตัวช่วย แต่หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ผมคงเลี่ยงไม่ได้ ก็เพราะใบหน้ากาลใต้ร่างผมกระตุ้นน้องชายจนเกือบเสร็จก่อนเขามาหลายครั้งหลายหนแล้วด้วย

กาลค่อยๆหายใจ ราวกับพยายามจะกดอารมณ์จุดสุดยอดไว้ ผมได้แต่เปลี่ยนท่วงท่าเพื่อกำหนดระยะเวลาเสร็จให้ยืดยาวออกไป ผิวขาวๆของกาลทำเอาผมอยากทำเครื่องหมายความเป็นเจ้าของไว้สักที่ใดที่หนึ่งแต่ก็ไม่กล้า ข้อแรกผมไม่อยากให้ผิวของเขาต้องมีรอย ข้อสองอาชีพแบบผมไม่ควรกระทำเกินกว่าสิ่งที่แขกร้องขอ ข้อสุดท้ายผมไม่ควรฝากสิ่งใดไว้กับกาลอีกแล้ว เพียงแค่ใจผมที่เขาได้ไว้ก็มากเกินพอแล้ว

“น้ำค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

กาลยกแก้วน้ำประคองให้ผมดื่ม อาการสำลักน้ำลายจึงค่อยดีขึ้นตามลำดับ เมื่อเห็นว่าผมดีขึ้นก็ดูเหมือนว่ากาลเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยชัดเจน ทำให้เขารีบย้ายร่างกลับไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที ผมไม่คิดถามเซ้าซี้ บางทีเราทั้งคู่คงผิดพอๆกันในคืนที่ผมรับงานว่าจ้างไปขนของ หากรวมเรื่องที่ผมสวมหน้ากากไปหาเขา ความผิดของผมก็ดูจะสูงลิบมากกว่าด้วยซ้ำ

“กูรับคำขอโทษ ถือว่าหายกัน กูไปทำงานต่อได้หรือยัง” ผมไม่คิดแตะกาแฟหรือเค้กสักนิด เตรียมตัวจะกลับไปร้านสวรรค์ชั้นเจต กาลก็พูดมาคำหนึ่งว่า

“เลิกงานกี่โมง”

ผมนี่หูฝาดติดกันสองหนหรือสมองเบลอผิดปกติกันแน่ จึงจำเป็นต้องยกคิ้วเป็นเชิงถามกาลกลับ

“ถามว่านายเลิกงานกี่โมง ร้านปิดตีหนึ่ง แล้วนายต้องเคลียร์งานต่อ คงจะเสร็จสักตีสองใช่หรือเปล่า” กาลถามราวกับกำลังวิเคราะห์ภาระงานของพนักงานเสิร์ฟไปในตัว คงหวังไม่ให้ผมตอบเป็นอื่นไปได้

“ประมาณนั้น มึงมีอะไรหรือเปล่า หรือจะจ้างไปขนของตอนตีสอง”

“ได้หรือเปล่าล่ะ” กาลถามกลับหน้านิ่ง ดูเอาจริงเอาจัง นี่มึงพูดเล่นหรือเปล่า “ล้อเล่นหรอก มีงานให้ช่วยนิดหน่อยพรุ่งนี้ จำรูปภาพที่ไปช่วยขนที่บ้านใหญ่ได้หรือเปล่า พอดีมีคนสนใจซื้อต่อ จะให้ช่วยขนไปส่งลูกค้าสักหน่อย ก็เลย...”

นั่นกาลกำลังอายหรือเขินใช่หรือเปล่า อาการใช้มือเกาหลังคอแบบนั้น

“จะรับมานอนค้างด้วยกัน พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบ”

“กูไปหามึงเองได้ ว่าแต่กี่โมงวะ” ผมปฏิเสธที่จะไปนอนกับกาลรวดเร็ว

“สิบโมง”

“เออ...”

“เรื่องงานวิชาแคมป์” กาลเหมือนนึกขึ้นได้ก็รีบพูดทันที ผมกำลังจะลุกยืนก็ต้องนั่งต่อ “ไอ้ฟรานมันบอกให้กูคู่กับมึงช่วยหาหัวข้อประวัติความเป็นมาของการตั้งแคมป์”

“หะ ไม่เห็นรู้เรื่อง” ผมจำได้ว่ายังไม่มีการแบ่งงานใดๆทั้งสิ้น แล้วอีกอย่างรายงานกลุ่มก็ส่งอีกสองสัปดาห์โน่นแน่ะ คุณชาย

“รีบๆทำดีกว่า กูเรียนหนัก ไม่ค่อยมีเวลาว่าง” กาลคีบลุคคุณชายอย่างเคย จนผมไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดแอบแฝงก็ได้แต่เออออตามน้ำ

“มึงไม่ต้องมารับกู แล้วเจอกันสิบโมง” คราวนี้ผมไม่ได้ยินถ้อยคำใดๆรั้งผมไว้อีก ได้แต่เดินตัวปลิวออกมาจากร้านกาแฟอย่างโล่งอก
   

คืนนี้ดูเหมือนทุกคนเต็มใจออกมาเที่ยวกลางคืน ผมเดินจนขาแทบพันกันเป็นเลขแปด หลังจากเก็บกวาดเช็ดโต๊ะในร้านและโบกมือลาเฮียเจต พี่กวาง และเพื่อนร่วมงานแล้วก็ออกมายังรถจักรยานยนต์คู่ใจ วันนี้มะขามมันลางาน บอกว่าป่วย นานๆทีจะเห็นมันป่วยเหมือนคนปกติทั่วไป ผมได้แต่โทรไปบอกให้มันกินยาแล้วรีบนอนจะได้หายไวๆ

เชี่ย ใครมาปล่อยลมยางรถผมวะ

ล้อรถหลังแบนติดดิน ถ้าไม่รั่วก็คงมีใครจงใจปล่อย
 
“...”

คนที่สวมเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงขายาวสีดำ สวมแว่นกันแดดตอนตีสอง ก้าวลงมาจากรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถทำเอาผมได้แต่คิดว่าคงง่วงแล้วก็เหนื่อยแน่ๆถึงได้เผลอคิดไปว่าเป็นกาล กระทั่งคนคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ผมแล้วถอดแว่นกันแดดออก แสงไฟที่ส่องสว่างท่ามกลางคืนฤดูร้อนก็ทำให้ดวงตาผมพร่ามัวชั่วขณะ

“เผอิญแวะมาดูร้าน อ้าว รถนายยางแบนนี่นา”

โอ้โห โคตรไม่เนียนเลยคุณชาย พนันด้วยน้ำเชื้อของผมทั้งหมดที่มีอยู่ในสต็อกเลยว่า สาเหตุที่ยางรถผมแบนติดดินขนาดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกาลแน่ๆ หากไม่ใช่ก็ขอให้น้ำเชื้อของผมมีอันหลั่งเร็วกว่าปกติเลยคอยดู สาธุ


TBC.


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
   
พูดคุย

:pig4:
 :3123:
:pig4: :impress3:

ยังไม่ได้ดีกันสักที พอรุ้ความจริงทะเลาะกันชัว เตรียมหม้อต้มน้ำหลายๆใบได้เลย
สักกี่หม้อดีครับ ฮ่าๆ

:L2: :pig4: :pig4: :pig4: :L2:



 o13
ขอบคุณคราบๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-12-2019 17:14:47 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
กาลฟอร์มเยอะจริงๆ

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-2
    • ข้ามพิภพ
CHAPTER 19


KALN’s Talk

   

คิมหันต์ตามผมขึ้นรถมาโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะร้านซ่อมรถส่วนใหญ่ปิดไปหมดแล้ว อีกอย่างหนึ่งผมยกเหตุผลปนเกลี้ยกล่อมว่า ไหนๆสิบโมงพรุ่งนี้เขาจะต้องเป็นพนักงานขนของช่วยผมขนรูปไปส่งลูกค้าอยู่แล้ว จะต้องวุ่นวายกลับไปนอนที่ห้องตัวเองเพื่ออะไร เมื่อขามพยายามโต้แย้ง ผมก็ชกหมัดเด็ดด้วยประโยคที่ว่า หรือนายกลัวเผลอใจหวั่นไหวกับผมอยู่ลึกๆ ถึงได้เล่นบทปฏิเสธแบบหัวชนฝาเช่นนี้ นั่นจึงทำให้คิมหันต์รับปากเออออตกลงทันทีว่าจะตามไปนอนที่ห้องของผม
   
ผมคงต้องสารภาพผิดว่า ผมเป็นผู้จ้างวานให้พนักงานหนุ่มหน้าซื่อๆคนหนึ่งไปปล่อยลมยางรถนายคิมหันต์ ทั้งจ้างวานด้วยสินทรัพย์ พ่วงบารมีฐานะหุ้นส่วนร้านคนสำคัญเข้าไปอีก จึงทำให้เด็กหนุ่มหน้าซื่อคนนั้นยินยอมตกปากรับคำ ผมกลับไปห้องก่อนจะวนรถกลับมาที่ร้านอีกครั้ง นั่งรอจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน ก่อนจะเห็นขามออกมาจากร้านเพื่อพบกับยางรถที่แบนติดดินจนไม่สามารถขี่ไปไหนได้
   
ทำไมผมต้องวางแผนทำถึงขนาดนี้ด้วย
   
คำตอบของคำถามตกตะกอนอยู่ในความคิดผม จนกระทั่งสมองสั่งการให้ทำทุกวิถีทางเพื่อจะพิสูจน์ว่า หัวใจที่ผมเกิดเต้นระรัวในคืนที่ขามจูบผม ณ บ้านใหญ่ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญหรือตื่นเต้นเกินเหตุ ผมต้องการพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มีอิทธิพลต่อใจหรือความคิดผม ทุกสิ่งอย่างเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่น อย่างเช่นเกิดกับนายคิมหันต์อีกคน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
   
แต่ผมคิดผิด
   
ทันทีที่นายคิมหันต์คนนี้เหยียบเท้าลงบนพื้นห้องผมก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต เผยสัดส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า พร้อมบ่นว่าร้อนอยากอาบน้ำทันที นั่นทำให้สีหน้าซึ่งผมฉาบไว้ราวกับหน้ากากพลันร้อนวูบ
   
“ผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนอยู่ในห้องแต่งตัว นายใช้ได้เลย”
   
ผมพูดพร้อมกับหันตัวไปจัดระเบียบสิ่งมีชีวิตภายใต้กางเกงให้สงบ
   
“กูไม่เกรงใจละกันนะ ไหนๆมึงก็เป็นคนเซ้าซี้ให้กูมานอนด้วย อีกอย่างมึงก็ผู้ชาย กูก็ผู้ชาย ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงนี้ละกัน”
   
ไม่ทันขาดคำ เขาก็พูดจริงทำจริงอย่างที่พูดทุกอย่าง พอปลดหัวเข็มขัดได้ก็ถลกกางเกงยีนลงไปกองที่พื้น เผยกางเกงชั้นในสีดำแนบเนื้อปกปิดของสำคัญไว้เพียงส่วนเดียว ผิวภายนอกร่มผ้าแม้จะเข้มกว่าผิวใต้ร่มผ้า แต่ก็ดูออกว่าเนื้อผิวดั้งเดิมคือแบบไหน ทั้งกล้ามเนื้อมัดแขน หน้าท้องหรือน่องขา ล้วนแสดงว่านายคิมออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เขาอ้าปากถามบางอย่าง เป็นเพราะผมมัวแต่จดจ้องรูปร่างเขา กระทั่งอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้แล้วขมวดคิ้วถามว่า
   
“มึงมองกูแบบนี้ เดี๋ยวกูก็จูบให้ลุกไม่ขึ้นซะเลย”
   
“หะ”
   
ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คิมหันต์ขมวดคิ้วใส่แทบประชิดใบหน้า ห่างกันไม่เกินหนึ่งไม้บรรทัด
   
ตลอดชีวิตนับแต่ผมเติบโตมาภายใต้ชื่อ อนันตกาล ศิวาณิชย์ ไม่เคยสักครั้งที่จะมีใครกล้าพูดกับผมด้วยคำพูดประโยคเมื่อครู่ อาจเป็นเพราะนามสกุลผมบ่งบอกฐานะทางสังคมว่าเป็นลูกหลานเจ้าสัวนักธุรกิจรายใหญ่ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าเฉยชา ปิดกั้นผู้คนออกจากตัวผมในระดับหนึ่ง ทำให้ใครต่อใครมีแต่จะเข้าหาผมด้วยวาจาสุภาพเป็นมิตร ยกเว้นเหมและวัส รวมถึงไอ้ฝรั่งฟราน ที่มักจะหลุดสรรพนามกูมึงบ้างในฐานะเพื่อนสนิท แต่ถ้อยคำแสดงเจตนาชัดเจนว่า อยากจูบผมให้ลุกไม่ขึ้น ชาตินี้ทั้งชาติไม่คาดคิดว่าจะมีใครกล้าพูด กระทั่งได้ยินซึ่งหน้าตนเอง
   
คิมหันต์ยักคิ้วท้าทาย ถ้านายไม่ดื่มเหล้าหรือเบียร์ที่บรรดาแขกเชื้อเชิญให้ดื่มระหว่างปฏิบัติงาน ก็นับว่ากล้าหาญพอตัว แต่มาคิดๆดู นายขามก็มีลักษณะนิสัยแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากไม่ใช่เขา หากว่าเป็นคนอื่น ผมน่าจะชกกลับคืนเอาเลือดมาล้างคำพูดหมิ่นเหม่เมื่อครู่ไปแล้ว ไม่ใช่ให้อีกฝ่ายมายืนยิ้มกวนบาทาได้หน้าระรื่นแบบนี้แน่ๆ
   
“ตามสบายแล้วกัน”
   
ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่จะผละออกไปรับลมนอกระเบียง
   
ชั้นที่ผมอยู่มีสายลมคืนฤดูร้อนพัดพาดผ่านมาเป็นระยะๆ ช่วยบรรเทาอาการเหงื่อซึมมุมขมับจากเหตุการณ์เมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี ผมควรจะจัดการปัญหาต่างๆได้อย่างที่ควรจะเป็นเช่นทุกครั้ง แต่ตัวปัญหาครั้งนี้ทำเอาผมเสียอาการไปหลายครั้งเลยทีเดียว ผมต้องใจเย็น ผมเพิ่งขอโทษเขาในเหตุการณ์ ณ บ้านใหญ่ ไม่ควรที่จะสร้างรอยร้าวขึ้นใหม่อีก มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยที่จะต้องมองหน้ากันไม่ติดซ้ำซาก
   
คืนนั้นเราต่างคนต่างนอนคนละฝั่งของเตียง โดยไม่ได้มีการสนทนาใดๆอีก พอผมกลับเข้าไป นายขามก็อาบน้ำเสร็จพอดี หลังจากผมอาบน้ำเสร็จออกมา ขามก็นอนหลับไปแล้ว ผมเปลี่ยนชุดแล้วล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกัน เปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นสบายแล้วหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทำอาหารอยู่ในห้องครัว เวลาเจ็ดโมงครึ่งไม่ใช่เวลาที่ผมจะตื่นโดยธรรมชาติของชีวิตนักศึกษาปีสอง
   
ผมสวมแว่นแล้วลุกเดินไปทางห้องครัว เห็นนายขามกำลังยกกระทะด้วยมือหนึ่ง อีกมือก็กำตะหลิวไว้ ข้าวผัดที่อยู่ในกระทะหมุนวนตามจังหวะแรงสะบัด พร้อมพัดพากลิ่นหอมของข้าวผัดไข่โชยมาอีกระลอก
   
“นายทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ”
   
“อืม”
   
ขามหันมายักคิ้วหน้านิ่ง เขาสวมผ้ากันเปื้อนไว้ด้านหน้า ดูน่ารักไม่ใช่เล่น
   
เดี๋ยวก่อน ผมใช่คนที่จะชมใครว่า น่ารัก พร่ำเพรื่อ ตัวอย่างล่าสุดก็คือพิมพ์พลอยสาวมนุษย์ปีสองข้างห้องที่ผมจัดเธออยู่ในขอบข่ายน่ารัก แล้วจู่ๆผมก็ผุดคำน่ารักมอบให้นายขาม หนุ่มตัวสูง หล่อล่ำ ผิวแทน ทำไมมาตรฐานของผมมันผิดเพี้ยนได้ขนาดนี้
   
เขาอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผมเรียบร้อยแล้ว แม้จะฟิตไม่พอดีไปซะหน่อยแต่ไซส์เราสองคนก็ใกล้เคียงกัน แขนเสื้อโปโลสีดำที่ขามใส่จึงรัดต้นแขนอีกฝ่าย เป็นการอวดหุ่นนักกีฬาไปในตัว
   
จานอาหารสีขาวสองจานถูกวางไว้คนละฝั่งโต๊ะอาหาร บนนั้นมีแตงกวาและมะเขือเทศหั่นเป็นแว่น ใบกรีนโอ๊กและแครอตหันฝอยจัดวางไว้ขอบจาน เมื่อข้าวผัดไข่สุกพอได้ที่แล้วเขาก็ตักอาหารลงบนจานทั้งสอง โยนกระทะลงในอ่างล้างจานพร้อมกับปลดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้บนตะขอ ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งแล้วหยิบช้อนส้อมตักอาหารใส่ปาก
   
“มึงจะยืนหล่ออีกนานไหม ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วมากินดิวะ”
   
ผมเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวก็หมุนตัวไปจัดการตัวเองตามคำแนะนำ แล้วกลับมานั่งทานข้าวผัดไข่ฝีมือนายขามอย่างว่านอนสอนง่าย คำแรกที่ผมทาน ราวกับวันวานเมื่อในอดีตผมได้กินข้าวผัดไข่รสชาติแบบนี้มาก่อน จนผมต้องรีบดื่มน้ำตามแล้วถามนายขามกลับว่า
   
“นะ นายเคยผัดข้าวแบบนี้ให้ใครทานมาก่อนหรือเปล่า”
   
สีหน้าและคำพูดผมคงร้อนรนแบบแปลกๆ แต่ขามก็ทำเป็นไม่สนใจก่อนจะจัดการข้าวคำสุดแล้วดื่มน้ำตาม ก่อนจะพูดพร้อมกับจ้องหน้าผมว่า
   
“มึงไม่ใช่คนแรกที่กูทำให้กิน”
   
แววตาของคิมหันต์บอกว่าเขาพูดจริง ทำให้ผมซึ่งบังเกิดความคิดหนึ่งจุดวาบขึ้นมาถูกดับฝันในทันที ผมวางช้อนส้อมลงแล้วดื่มน้ำซ้ำ กำลังจะลุกขึ้นยืนก็ถูกคำพูดสะกดไว้
   
“น้องกูมันก็เคยกินเหมือนกัน”
   
ผมจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะได้เตรียมตัวขนภาพวาดไปส่งลูกค้าคนสำคัญ แต่คิมหันต์ก็ไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ เขาพูดต่อไปราวกับจะลบล้างบางอย่างที่ฝังใจผมไปแล้ว
   
“แม่กูก็เคยทาน”
   
“ฝากเก็บจานแล้วก็ล้างกระทะให้ด้วยละกัน บางทีเราน่าจะไปส่งรูปก่อนกำหนดเวลาได้ คนบ้านนั้นตื่นเช้าอยู่แล้ว นายจะได้กลับไปทำธุระของตัวเอง” ผมยิ้มเนือยๆ เมื่อนึกได้ว่าหลงลืมเหตุการณ์ ณ สวนพฤกษศาสตร์ นายขามอาจจะไม่ได้ตัวคนเดียว แล้วผมเหนี่ยวรั้งเขาไว้ด้วยเหตุผลโง่ๆ แฟนหนุ่มคนนั้นของเขาคงรอคอยอยู่ที่ห้องและบางทีคนที่สมควรได้ทานข้าวผัดไข่จานนี้ควรเป็นของคนๆนั้นต่างหาก
   
“มึงเป็นเพศผู้คนแรกที่กูทำให้กิน ยกเว้นไอ้น้องชายตัวแสบ”
   

TBC.
   

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  - -

พูดคุย

:3123: :pig4: :3123:
ขอบคุณฮะ

กาลฟอร์มเยอะจริงๆ
คุณชายของเราคงมีแบบฟอร์มเก็บไว้ในแฟ้มเยอะ 55+



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2020 18:15:32 โดย LoveBlueSky2203 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-2
    • ข้ามพิภพ
CHAPTER 20





KIM’ s Talk
 
ผมเคยทำข้าวผัดไข่เลี้ยงไอ้สารทเป็นประจำตอนแม่ต้องออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำขนมนาน ๆ เพราะฉะนั้นคุณชายขี้งอลจึงเป็นผู้ชายหนึ่งในสองคนที่ได้ชิมรสมือทำกับข้าวของผม

ไม่สิ ยังมีไอ้เด็กปากแดงนั่นอีกคนที่เคยกิน

ข้าวผัดไข่มื้อนั้นเป็นเมนูอาหารที่ผมไม่มีวันลืม หลังจากผมทำแผลบนนิ้วชี้ซึ่งถูกแก้วบาดของมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และหมอนั่นยอมเลิกร้องไห้ ผมถามว่ามันจะกินข้าวต้มเลยมั๊ย เพราะต้องกินยาลดไข้ มันทำหน้าเหมือนเหม็นเบื่อข้าวต้มเต็มที นับตั้งแต่ป่วย แม่ก็ต้มข้าวต้มให้มันทานทุกมื้อ

“หรือมึงอยากกินอะไร ถ้ากูทำได้กูจะทำให้” ผมเสนอตัว ไม่อยากขัดใจ เกิดมันร้องไห้ขึ้นมาอีก ผมก็ไม่รู้จะหาวิธีไหนมาหยุดมันได้

“สปาเก็ตตี้”

“ตี้พ่อง” ผมสบถอย่างหัวเสีย ไอ้ปากแดงเริ่มตาแดงอีกครั้ง “เออ ๆ โทษที มึงมีอย่างอื่นที่อยากกินหรือเปล่า บ้านกูไม่ใช่โรงแรมหรูหราห้าดาวนะเว้ย”

มันสั่นหน้า เวรแล้วไง กูจะเอาความสามารถไหนไปทำสปาเก็ตตี้ให้ไอ้เด็กบ้านรวยนี่กินได้วะ

“เอางี้ มึงนั่งรอแป๊บ”

ผมปิ๊งไอเดียแล้วยกเก้าอี้ให้มันนั่งรอ ระหว่างนั้นก็จัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อเนรมิตเมนูขั้นเทพ ระดับหมอนั่นแล้วตั้งแต่เกิดมาคงไม่เคยกินมาก่อนแน่ ๆ ผมเปิดเตาแก๊ส วางกระทะบนเตา ใส่น้ำมันเล็กน้อย พอไฟแรงก็ตอกไข่แล้วยีด้วยตะหลิว จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผสม บดบี้ขยี้ขยำจนหนำใจ ผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดี พอร่วนซุยแล้วปรุงรสด้วยซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน กระทั่งสีข้าวเริ่มเปลี่ยน ไข่กับข้าวเข้ากันดีแล้วก็ใส่ต้นหอมคลุกอีกครั้ง เสร็จแล้วโว้ย

ผมวางจานข้าวผัดไข่ตรงหน้าไอ้ปากแดง ตกแต่งด้วยแตงกวาฝานเป็นชิ้นบางๆ พร้อมช้อนส้อมและแก้วน้ำเปล่า เชฟขั้นเทพอย่างผมทำตั้งแต่ปรุงอาหารจนกระทั่งพนักงานเสิร์ฟเลยหรือวะ เอาวะ ๆ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวหรอกน่า

ผมนั่งลงบนเก้าอี้มองแขกไม่ได้รับเชิญซึ่งเอาแต่จ้องมองข้าวผัดไข่ฝีมือผม

“กินได้แน่เหรอ”

ขึ้นเลยครับ ขึ้นเลย ผมตบโต๊ะดังฉาด พอเห็นตามันสั่น ๆ ก็ลดตัวลงนั่งแล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็นเครื่องหมายว่า แดก ๆ ไปเหอะ กูจะได้ไปทำงานบ้านอื่น

หมอนั่นใช้จมูกดมฟุดฟิด เหลือบตามองผม ปากมันแห้งแต่ก็แดงระเรื่อน่าจุ๊บฉิบหาย

เฮ้ย ไม่ใช่ น่าหาลิปออยมาให้มันทาต่างหาก

ไอ้ปากแดงจับช้อนส้อมแล้วค่อยตักเข้าปากครึ่งคำ มันเคี้ยวงึบ ๆ แล้วรีบคว้าแก้วน้ำไปดื่มทันที ผมหลับตาลง กูว่ากูชิบรสชาติกลมกล่อมดีแล้วนะ

“อร่อย”

“หะ”

“อร่อยมาก ๆ เลย” ไอ้ปากแดงชูนิ้วโป้งทั้งสองนิ้วของมัน หลังจากนั้นก็ตั้งใจกินข้าวผัดไข่ผม เอ้ย ไข่ไก่ จนผมต้องบอกมันค่อยๆ กิน ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น กูควรจะดีใจสินะที่มึงชอบฝีมือทำกับข้าวกูขนาดนี้ โตไปผมไปเรียนเป็นเชฟทำอาหารจะดีมั๊ยวะ ฮ่า ๆ

มันกินไปถึงสองจานเต็ม ๆ กินเสร็จผมก็ไล่มันกลับขึ้นไปบนห้อง แล้วผมจะเอายากับน้ำไปให้ทีหลัง ผมใช้เวลาล้างจานกับกระทะอยู่พักหนึ่ง ถ้าไม่ล้างให้เรียบร้อยแม่กลับมาเจอหลักฐานคาหนังคาเขา มีหวังกลายเป็นหนังเรื่องยาวแน่

ผมขึ้นไปถึงห้องนอนชั้นบน อันที่จริงห้องนี้ก็คือห้องไอ้สารทกับผมนั่นแหละ แต่พอแม่รับไอ้ปากแดงมาก็ถีบหัวลูกชายคนโตมากลางมุ้งนอนชั้นล่างด้านหน้าทีวี

โถ นี่ผมเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงของแม่หรือเปล่ากันแน่เนี่ย

ไอ้ปากแดงกำลังเช็ดตัวลดไข้อยู่ มันคงพอมีแรงขึ้นหลังจากได้กินข้าวอิ่ม ๆ ไปสองจาน ข้าวต้มเละ ๆ จะไปอิ่มท้อง มีแรงได้ยังไง พอได้ข้าวผัดไข่ผมไป เอ่อ ข้าวผัดไข่ไก่ของผมไปก็ฟื้นร่างกายทันที

“กูวางยาไว้ตรงนี้นะ” ผมวางยากับน้ำไว้บนโต๊ะกำลังจะออกไปทำงานบ้านต่อ

“ช่วยเช็ดหลังที”

ผิวมันขาวราวกับกระดาษ ผมจ้องเนื้อตัวมันอยู่นาน กระทั่งอีกฝ่ายเรียกซ้ำ ผมก็รับผ้าชุบน้ำแล้วลูบบนหลังไอ้ลูกคุณหนู ตอนแรกเหมือนลงแรกหนักไปหน่อย จนผิวขาว ๆ ของหมอนั่นขึ้นรอยแดง แทนที่มันจะบอกให้เบามือ แต่ก็ปิดปากไว้นิ่ง มันน่าหาอะไรมางัดปากแดง ๆ นั่น ซะจริง ๆ เลย

“ปกติไอ้สารทมันเป็นคนเช็ดให้มึง กูไม่รู้ว่าต้องออกแรงขนาดไหน เจ็บก็บอกกูด้วยละกัน มือตีนกูหนักแบบนี้แหละ”

“อืม”

มันพูดตอบรับเบา ๆ ทำเอาผมรู้สึกขัดใจ ทั้งที่ผมเช็ดแรงขนาดนี้มันจะบอกให้หยุดก็ได้ ผิวมึงแดงไปหมดแล้วเนี่ย สาด ผมเลิกแกล้งมันแล้ววางผ้าเช็ดตัวลงในอ่างอย่างอารมณ์เสีย คนรวยเค้าไม่ค่อยแสดงความรู้สึก ไม่มีปากมีเสียงกันหรือไงวะ ทั้งที่โดนผมแกล้งไปขนาดนี้ยังไม่ร้องห้าม

“ขอบใจ”

“อะไรอีก” ผมตะคอกกลับ

“ขอบใจที่เช็ดตัวให้ แล้วก็ข้าวผัดไข่”

ผมหัวเสียอย่างสุด ๆ ผมควรจะโกรธมันที่กลายเป็นภาระให้แม่ผมกับน้อง ผมควรจะต้องโกรธมันต่อไปจนกว่ามันจะไปให้พ้น ๆ บ้านของเรา แล้วไหงตอนนี้ผมถึงรู้สึกว่าแววตาและริมฝีปากแดงก่ำ ทำลายความโกรธผมจนสิ้นซาก รวมถึงรูปลักษณ์ใบหน้าของมันยังกระตุ้นอารมณ์บางอย่างที่ผมไม่ได้ปลดปล่อยมานานหลายวันแล้ว ผมจึงรีบลุกขึ้นตรงไปยังห้องน้ำชั้นล่างทันที

ผมถอดเสื้อกล้ามสีหม่นออกทางหัว ตั้งใจจะทำให้เสร็จ ๆ ไปด้วยความเร็ว ถลกกางเกงบ็อกเซอร์แล้วถุยน้ำลายใส่มือ ละเลงน้ำบ่อน้อยเข้าหาอวัยวะส่วนกึ่งกลางที่ขยายตัวรออยู่แล้ว ผมหลับตานึกถึงพี่สาว ม.ปลายคนสวยดาวโรงเรียนที่มีหน้าอกและหุ่นเพรียวสวย ผสานจังหวะดึงเข้าดึงออก หากผมจินตนาการให้รุ่นพี่สาวไม่ได้สวมชุดล่ะ ผิวขาว ๆ เนียน ๆ หากถูกมือผมลูบขึ้นลูบลงคงเกิดรอยแดงเหมือนผิวไอ้หมอนั่นแน่ ๆ จู่ ๆ ความรู้สึกผมก็เหมือนใกล้เสร็จ เพียงนึกถึงแผ่นหลังขาว ๆ ของคนบนห้อง

ประตูห้องน้ำเปิดออกรวดเร็ว

ไอ้ปากแดงตัวจริงยืนถือขันน้ำกับผ้าเช็ดตัวจ้องมองผมไม่วางตา

เหี้ย

ผมดึงกางเกงบ็อกเซอร์ที่คาอยู่ตรงหัวเข้าขึ้นปกปิดส่วนล่าง มันสวมกางเกงตัวเดียวเช่นกัน แต่รีบหันหลังไปอีกด้านหนึ่งทันที

“ขอโทษ”

มันใช่เวลาไหมเนี่ย

“มึงรีบขึ้นไปรอบนห้องเลย” ผมตะโกนสั่งหน้าดำหน้าแดง ไม่รู้ว่าอายหรือโกรธมากกว่ากัน มันวางอุปกรณ์ไว้บนโต๊ะหน้าห้องน้ำแล้ววิ่งแจ้นกลับชั้นบนทันที

ผมปิดประตูห้องน้ำดังปัง คงดังไปถึงชั้นบน ผมจ้องนาฬิกาบนฝาผนัง ไอ้สารทมันชอบหาเรื่องอ้อนแม่ให้ซื้อโน่นนี่เป็นประจำ ทำให้การไปส่งขนมไม่ใช่จะรีบไปรีบกลับได้ หัวใจผมเต้นโครมครามแปลก ๆ ผมรู้ว่าผมกำลังคิดทำอะไร ผมเดินขึ้นไปชั้นบน ผลักประตูห้องไอ้สารท พบไอ้ปากแดงนั่งอยู่ริมขอบเตียง ทำหน้าเหมือนรู้สึกผิดที่เข้าไปขัดขวางกิจกรรมเล่นกีฬาทางอากาศกลางวันแสก ๆ

“ขอโทษ”

ผมก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ค่อย ๆ ปิดประตูแล้วล็อคลูกบิด

หากมันปฏิเสธ ผมจะปลดล็อคลูกบิดทันทีแล้วจัดการตัวเองด้วยแม่นางทั้งห้าแทน

ดวงตาสั่น ๆ รวมกันเนื้อตัวขาว ๆ แวววาวจนเกือบสะท้อนแสงทำเอาใจผมสั่นแปลก ๆ อีก

“ช่วยกู” ผมพูดเบา ๆ ไม่ใช่คำสั่ง แต่คล้ายประโยคขอร้องมากกว่า “นะ”

ผมรู้ว่ามันเพิ่งฟื้นไข้ ผมไม่ควรข้อร้องมันแบบนี้ ผมกำลังตัดสินใจยุติความคิดทั้งหมด ก็พอดีกับหมอนั่นตอบมาเพียงว่า

“อืม”

มันค่อยปลดกางเกงออกด้วยมือสั่น ๆ แล้วนอนคว่ำอยู่บนเตียง

ผมควรสั่งให้มันใส่เสื้อผ้า แต่ทว่าผมกลับทำสิ่งตรงกันข้าม ไอ้ลูกชายผมมันตื่นตัวเต็มที่แล้ว และปัจจัยทั้งหมดก็มาจากไอ้ปากแดงนั่นคนเดียว ผมปลดบ็อกเซอร์ อากาศร้อนจนผิวของเราสองคนผุดหยดเหงื่อเต็มไปหมด ผมนั่งคล่อมตัวหมอนั่น ผมจัดการแยกขาเขาออก เนินก้นดูหน้าค้นหาอย่างประหลาด มีหรือที่ผมจะยับยั้งชั่งใจได้ ก็กดตัวนำอวัยวะแข็งแกร่งและร้อนแรงถูไถร่องเนิ่นน่าค้นหานั้น นานพอดูกว่าผมจะสบถร้องมองเห็นสวรรค์อยู่รำไร
 
 
“ถึงแล้ว” เสียงกาลบอกผมให้ตื่นจากภวังค์

รถยนต์แล่นเข้ามาจอดเบื้องหน้าเรือนไทยประยุกต์หลังหนึ่ง ผมมองบรรยากาศสดชื่นร่มรื่น ไกลออกไปเป็นทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา ผมก็เลยเดาว่าลูกค้าซื้อภาพของคุณชายอนันตกาลคงอยู่นอกเมืองแน่ ๆ วิวทิวทัศน์แบบนี้ไม่ใช่จะหาได้ง่าย ๆ ในตัวเมือง ผมก้าวลงจากรถ กาลเปิดท้ายรถสำรวจภาพวาดว่ายังคงปกติดี เขาถอดแว่นสีดำจับจ้องมองผมนิ่ง ๆ

“นี่บ้านตาของกูเอง”

“มึงหายโกรธกูหรือยัง” ผมถามกลับไม่ตรงประเด็น

“อืม”


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

พูดคุย

:pig4:
 :3123:
 o13
ขอบคุณครับ



ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 821
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +79/-0
คิม...​ถอดหน้ากากเองเลย จะได้รู้กันไป
ว่านายคลานจะยังเรียกใช้บริการอยู่อีกมั้ย :hao6:

รอตอนต่อไปนะคะ  :3123:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-2
    • ข้ามพิภพ
CHAPTER 21



KALN’s TALK

   
ผมมีสิทธิ์จะโกรธเขาอย่างงั้นหรือ
   
ทั้งผมและคิมหันต์ไม่ได้มีความสัมพันธ์อื่นใดนอกจากนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น เขาจะไปทำข้าวผัดไข่ให้ใครทานก็เป็นเรื่องส่วนตัว ผมมีสิทธิ์จะทักท้วงห้ามปรามไม่ให้ทำได้เหรอ ที่ผมมีอารมณ์ฉุนเฉียวตอนนี้ไม่ใช่สาเหตุว่าใครเคยกินนายคิมหันต์มาแล้วบ้าง ไม่ใช่สิ ผมรีบร้อนไปหน่อยเลยตกหล่นคำว่า ‘ฝีมือ’

หรืออันที่จริงลึก ๆ ในใจ ผมอยากกินเขามากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด รู้สึกว่ายิ่งคิดยิ่งปวดหัว

“นี่ไม่คิดจะกลับมาบ้านนี้เลยรึ ไอ้กาล”

ชายมากอายุผมดำแซมขาว ไว้หนวดเหมือนนายจันหนวดเขี้ยวในหนังเรื่องบางระจัน แต่รูปร่างค่อนข้างใหญ่ ดู กระฉับกระเฉง ออกมายืนร้องเรียกบริเวณหัวบันได มือหนึ่งถือไม้ตะพด อีกมือก็สะบัดผ้าขาวม้าไล่แมลงวันรบกวนแล้วพาดไว้บนบ่า ท่อนบนเปลือยกล้ามอกชัดอย่างคนทำการทำงานแข็งขัน

“สวัสดีครับ คุณตา” ผมยกมือไหว้ท่านทันที แล้วพยักหน้าให้คิมหันต์ทำตาม ขามจ้องดูคุณตาของผมด้วยอาการเกร็ง ๆ รีบทำความเคารพตามมารยาท

“ขึ้นมา”

คุณตาของผมเป็นกำนันตำบลแห่งหนึ่งชื่อว่า แสง ในละแวกนี้หากถามหาบ้านกำนันแสง ชาวบ้านทุกคนย่อมรู้จัก ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ ห้าหกขวบ จนกระทั่งผู้สูงอายุวัยชราแปดสิบเก้าสิบปี ทุกคนล้วนรู้จักกำนันแสงทั้งสิ้น ชื่อเสียงความร่ำรวยนั้นก็ส่วนหนึ่ง เห็นได้จากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยใหญ่โต มีเรือกสวนไร่นาหลายร้อยไร่ ปล่อยให้เช่าก็อีกมากมาย ทำกินเองก็อีกเยอะ  ส่วนชื่อเสียงความยำเกรงนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้า ว่ากันว่าสมัยหนุ่ม ๆ คุณตาของผมเป็นลูกเศรษฐีประจำตำบล มีเรื่องชกต่อยกับนักเลงหัวไม้ตามงานวัดต่าง ๆ แทบจะทุกเทศกาล ฝีไม้ลายมือเด่นดังพอ ๆ กับฐานะร่ำรวยเลยทีเดียว

คุณตาแสงเป็นคนหน้าตาดี เรียกได้ว่าหล่อ หัวกระไดไม่แห้งมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น เพราะฉะนั้นลูกสาวบ้านไหนต่างก็อยากเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ทั้งสิ้น แต่ก็มีหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ผูกใจคุณตาของผมได้สำเร็จ เมื่อสร้างครอบครัวร่วมกันจนกระทั่งมีลูกชายหญิงทั้งสิ้นสามคน แม่ของผมเป็นลูกสาวคนโต มีอาชายคนรอง และอาหญิงคนเล็ก ที่ต่างก็แยกตัวออกไปสร้างครอบครัวจนหมด ยายของผมจากไปตอนผมยังจำความไม่ได้ ตอนนี้กำนันแสงจึงอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว ทำให้ประโยคทักทายเมื่อครู่ ไม่ผิดไปจากผมคาดการณ์ไว้มากนัก

“ผมเรียนหนักครับ”

ผมตอบคำถามท่านที่ค้างคาไว้

กำนันแสงเรียกสาวใช้ให้ยกน้ำมาเสิร์ฟ แล้วเจ้าตัวจึงนั่งลงบริเวณชานเรือนรับแขก

“ถ้ากูไม่ขอซื้อภาพวาดของแม่มึง มึงก็คงไม่คิดโผล่หัวมาให้เห็นหน้าแน่ ๆ” เอากันเข้าไปใหญ่ ผมได้แต่ยิ้มรับ “แล้วนี่ใครวะ กูไม่เคยเห็นมึงพาใครมาบ้านกูสักที”

สรรพนามกู-มึงนี้ ผมชินเสียแล้ว อันที่จริงตาผมก็พูดแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่ขัดหูสักเท่าไหร่ แต่นายคิมหันต์มองหน้ากำนันแสงแล้วเกิดทำหน้ากลัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจู่ ๆ เขาถูกกล่าวถึงในบทสนทนา

“เพื่อนครับ ชื่อคิมหันต์” ผมตอบแทนเจ้าตัว แล้วชวนเขานั่งลงข้าง ๆ กัน “ตาแสงบอกว่าจะซื้อภาพวาดทั้งหมด ผมจึงต้องจ้างคนมาช่วยขน แม่วาดทิ้งไว้เยอะมาก”

“คนบ้านนั้นไม่คิดเก็บไว้เลยเรอะ” กำนันแสงกระแทกไม้ตะพดลงบนพื้นแล้วเบือนหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ “กูไม่น่ายอมให้แม่มึงแต่งเข้าบ้านนั้น”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วครับ” ผมพยายามหยุดอารมณ์ร้อนของท่าน “อีกอย่างผมก็ย้ายของจากบ้านใหญ่มาอยู่คอนโดแล้วด้วย”

“ประเสริฐแล้ว ไอ้หลานรัก กูรออยู่ว่าเมื่อไหร่มึงจะออกมาเสียที บ้านนั้นมีคนดีเพียงคนเดียวคือคุณหญิงท่าน นอกนั้นมีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงโฉด มึงไม่ต้องไปร้องขอเอาอะไรอีก หากเงินขาดมือก็มาขอจากกู”

“ครับ”

“นอนนี่สักคืนสองคืน” กำนันแสงพูดคล้ายออกคำสั่งแกมบังคับมากกว่าจะขอร้อง “มหา’ลัยเค้าไม่เปิดสอนวันเสาร์อาทิตย์แน่ ๆ อย่าคิดปฏิเสธ”

“แต่ว่าผมมากับเพื่อน แล้วมันก็มีงานต้องทำ” ผมคิดใช้คิมหันต์เอาตัวรอด แต่ดูเหมือนตาผมจะรู้ว่าสาเหตุของไอ้เพื่อนหนุ่มหน้าเข้มของเจ้าหลานชายถูกพามาด้วยนี้ คงไม่ใช่เพื่อมาช่วยขนของ แต่คงจะเอาไว้เป็นใบเบิกทางกลับแน่ กำนันแสงจึงให้ไปพูดกับคิมหันต์โดยตรง

“ไงมึง ไอ้คิมหันต์ มึงจะยอมร่วมมือกับกูดี ๆ หรือว่ามึงจะอยู่ข้างไอ้กาล” ถ้าผมเป็นขามแล้วเจอคุณตาผมถามด้วยคำถามเลือกฝักฝ่ายแบบนี้ ผมคงจะรีบตอบโดยเร็วว่า

“นอนครับนอน” นั่นไง ผิดไปจากที่ผมคิดไว้เสียที่ไหน

ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีแผนสำรอง จึงตอบท่านไปว่า

“ผมมีนัดทำรายงานครับ” ผมพูดยิ้ม ๆ ไม่ให้มีพิรุธ

“เดี๋ยวกูโอนเงินให้มึงห้าแสน เลิกหาข้ออ้างได้หรือยัง” นิสัยเสี่ยใจป๋าแบบนี้ผมคงได้มาจากกำนันแสงนี่เอง “รวมกับค่าภาพวาดของแม่มึงอีกเป็นสี่ล้านห้าแสน”

คิมหันต์สำลักน้ำดื่ม ไอโขลก ๆ ไม่หยุด จนผมต้องลูบหลังให้เขาบรรเทาอาการ

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เขาไอจนน้ำตาไหล จมูกแดง ตาก็แดงอยู่พักนึง อาการจึงสงบลง

พอเห็นว่าผมไม่มีท่าทีตกปากรับคำ กำนันแสงก็กวักมือเรียกชายหนุ่มวัยกลางคน แต่งตัวสุภาพสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตาเข้ามา ผมจำได้ว่าเป็นคุณดิน เลขานุการหนุ่มของคุณตา จึงยกมือไหว้ทักทาย อีกฝ่ายยกมือรับไหว้

“มีอะไรให้ช่วยหรือครับ”

“ไอ้ดิน มึงโอนเงินเข้าบัญชีไอ้กาลสี่ล้านห้าแสน ตอนนี้เลย”

“ได้ครับ” เลขาฯหนุ่มของคุณตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผมจะร้องห้าม คุณเอกบดินทร์ก็ชูหน้าจอโทรศัพท์ให้ผมดูว่าธุรกรรมการเงินสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
 
กำนันแสงลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์ดีที่ได้เสียตัง ชายวัยห้าสิบกว่าสั่งเลขาฯคนสนิทให้เตรียมอาหารเลี้ยงฉลองต้อนรับหลานชายให้เต็มที่ เครื่องดื่มมึนเมาอย่าให้ขาดตก

“กูอยากจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้มึงคอยังแข็งอยู่หรือเปล่า ลูกหลานบ้านนี้ไม่เคยเมาหัวราน้ำ ไป ๆ ไปนอนพักผ่อนเอาแรงก่อน เย็น ๆ ค่อยออกมา”


ตาแสงยังคงดูแลให้คนเข้ามาทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูห้องของแม่ผมจนแทบไม่เห็นฝุ่นจับ ห้องนอนของแม่อยู่ทางปีกเรือนไทยด้านขวาติดกับคูคลองรั้วบ้าน สภาพของตกแต่งไม่พ้นภาพวาดสีน้ำแสดงบรรยากาศท้องทุ่งนาเขียวขจี ของทุกสิ่งยังคงอยู่ที่เดิม นับแต่วันที่แม่ออกจากบ้านนี้ไปอยู่บ้านใหญ่ ตาแสงไม่เคยขยับเคลื่อนย้ายข้าวของไปที่ใด

“แม่มึงเป็นจิตรกรหรือวะ”

คิมหันต์ถามผม ดูตื่นตาตื่นใจเมื่อเห็นภาพวาดใส่กรอบหลุยส์ประดับอยู่ตามผนังห้อง

“กูว่าจะถามตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว แต่ก็...นะ ลืมว่ะ”

“อืม” ผมพยักหน้าตอบเพียงสั้น ๆ

จินดารา ชื่อจริงของแม่ผม บุตรสาวคนโตที่คุณตารักมากที่สุดกว่าลูกคนไหน เพราะฉะนั้นผมจึงกลายเป็นหลานรักไปโดยปริยาย ท่านแสดงสีหน้าเจ็บปวดทุกครั้งที่เอ่ยถึงแม่ผม ตาแสงมักจะโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้แม่ผมตรอมใจตาย เป็นความผิดท่านที่ไม่คิดยับยั้งให้จินดาราแต่งงานเข้าบ้านใหญ่

จริงสิ พวกคุณคงยังไม่ทราบความขัดแย้งของสองตระกูลนี้ ระหว่าง ศิวาณิชย์ และ พิชยะนันต์ รวมถึงท่าทีและถ้อยคำของคุณตาที่ใช้เรียกบ้านศิวาณิชย์ว่า บ้านนั้น

ผมไม่ใช่สายเลือดของศิวาณิชย์

ผมเป็นเพียงลูกติดแม่จินดารา ก่อนที่เธอจะแต่งงานเข้าบ้านศิวาณิชย์

พ่อไม่เคยบอกผม จนกระทั่งคืนหนึ่งหลังจากแม่ผมเสียไปไม่กี่เดือน ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี เขากลับมาด้วยอาการมึนเมา และพูดความจริงที่ปิดบังไว้ว่า

“มึงไม่ใช่ลูกกู”

สายฟ้าซึ่งผ่าลง ณ ที่ใดที่หนึ่งจากภายนอกสว่างวาบพ่วงเสียงคำรนคำราม ผมในขณะนั้นได้แต่เฝ้าคิดว่าท่านพูดโกหกเพราะเมาสุรา แต่ทว่าเช้าต่อมา คนที่ผมเรียกว่าพ่อมาตลอดตั้งแต่จำความได้พูดกลางโต๊ะรับประทานอาหารที่มีคุณย่าระเบียบรัตน์รวมอยู่ด้วย

“ผมยินดีจะรับกาลเป็นลูกบุญธรรม หากคุณแม่ยกหุ้นส่วนทั้งหมดในบริษัทให้ผมดูแล”



---------------------------------------------------

พูดคุย

คิม...​ถอดหน้ากากเองเลย จะได้รู้กันไป
ว่านายคลานจะยังเรียกใช้บริการอยู่อีกมั้ย :hao6:

รอตอนต่อไปนะคะ  :3123:
ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ ถ้าคิมถอดหน้ากากเรื่องก็จบกันพอดีสิครับ 55+ เอาเป็นว่าเมื่อไหร่คิมจะบอกความจริงมิสเตอร์คลาน แล้วกาลจะรู้สึกยังไง นั่นและฉากที่ยาก และต้องมีแน่ ๆ



ออฟไลน์ LoveBlueSky2203

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-2
    • ข้ามพิภพ

CHAPTER 22





KIM’ s TALK


แววตาของกาลตอนที่ถูกผมถามว่าแม่ของเขาเป็นจิตรกรใช่หรือเปล่า ทำเอาผมใจสลาย

ผมต้องรีบเบี่ยงเบนประเด็นไปพูดชื่นชมถึงความใจกว้างของกำนันแสง รวมถึงงานเลี้ยงฉลองต้อนรับหลานชาย ว่าจะมีเหล้ายาปลาปิ้งชั้นยอดขนาดไหน

คุณชายอนันตกาลกลับมายิ้มได้นิดนึง ก่อนจะพูดปิดท้ายว่า

“ตากูคอแข็ง นายอย่าคิดลองของก็แล้วกัน”

 

เราหลับนอนกันยาวตั้งแต่สายจนถึงเที่ยง เฮ้ย โทษที ผมใช้คำผิด พวกเราเพียงแค่นอนหลับบนเตียงคิงไซส์จนถึงทานข้าวเที่ยง เป็นเพราะผมอดหลับอดนอนทำงานร้านเฮียเจตก็อย่างหนึ่ง แถมมิสเตอร์คลานยังปลุกผมมาบ้านกำนันแสงแต่เช้าตรู่อีก พอผมตื่นขึ้นมาก็พบว่ากาลตื่นก่อนแล้ว บนโต๊ะมุมห้องมีจานอาหารกลางวันสไตล์ลูกทุ่งวางไว้อยู่รอเสิร์ฟ

“ทานข้าวมั๊ย?”

ผมขยี้หัวปลุกสติตัวเอง ทำไมท่านอนผมมันอุจาดตาแบบนี้วะ ถ่างขาอ้าซ่าไม่พอ ชายเสื้อยืดยังเลิกขึ้นมาเกือบถึงคอ จนโชว์จุกหัวนมให้ชาวประชารู้เห็นกันทั่ว นายกาลคงมองดูจนสาแก่ใจไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้ยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้น ผมดึงเสื้อลงมาปิดสัดส่วนท่อนบนแล้วขยับขาเป็นรูปตัวไอ

“ไม่ทันแล้วมั้ง”

ผมกระแอมเหมือนมีส้นเท้าติดคอ ทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดอีกฝ่าย พอดีกับมีสายเรียกเข้าโทรศัพท์ของผมดังขึ้นเป็นสัญญาณช่วยชีวิต

“ว่าไงไอ้ฝรั่ง”

ผมเดินเกาพุงออกมายังนอกระเบียง ปลายสายไม่ใช่มีเพียงเสียงเดียว ผมสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชาวแก๊งร่วมก๊วนทั้งสี่พระหน่อ

ว่าแต่พวกมันไปรวมตัวกันทำอะไรวันเสาร์วะ

“เหี้ยคิมมาถึงหรือยัง” ไอ้ฝรั่งแช่บ๊วยฟรานถามกวนส้นเท้ามาก

“มาถึงไหน อะไรยังไงวะ” ผมถามด้วยท่าทีสับสน

“ถามแบบนี้มึงเบี้ยวนัดพวกกูอีกแล้วใช่ไหม ไอ้คิมหวย” ฉายานี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่พวกเพื่อนผมมาสักระยะแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ไอ้ฟรานมันเคยเรียกก็ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่ผมมัวแต่ซ้อมกีฬาจนลืมไปงานเลี้ยงวันเกิดไอ้น้ำฝนเมื่อปีที่แล้ว

“กูขอโทษ คุณฟรานเก้านิ้ว”

“เออ ๆ กูรู้หรอกน่า” พอพูดฉายาประจำตัวไอ้ฝรั่งเข้าหน่อย ทำเป็นเสียงอ่อนเสียงหวานเลยนะ ไอ้นิ้วพิการ สัด “ว่าแต่มึงไปไหนไม่ทราบ”

“กูขอโทษจริง ๆ มารับงานนอกว่ะ”

“งานคู่เดตนั่นอ่ะเหรอวะ” ไอ้ฟรานเริ่มลดเสียงลง

“เออ” ผมพูดตรง ๆ ไปเลยดีกว่า ขี้เกียจไถสีข้างละ

“กับคุณชายของมึงอ่ะนะ”

“เออ” ผมยอมรับให้จบ ๆ ไป

“มึงคงลีลาเด็ดสุดยอดจริง ๆ ว่ะ เพื่อน ถึงกับขนาดทำให้ผู้ชายมาดแมนแอนด์แฮนซั่ม ยอมให้มึงซั่มจนติดอกติดใจไม่ยอมให้ห่างตัวขนาดนี้ ถามจริง มึงไปได้ของดีมาจากไหน บอกกูหน่อยดิ กูจะเอาไปใช้กับน้องมะขามหวานของกูบ้าง”

“มีก็เหี้ยละ เค้ากับกูยังไม่มีอะไรกัน เออ แล้วน้องมะขามหวานของมึงเนี่ย ไม่คิดจะพามาแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักเลยหรือไง” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ไอ้ฟรานเงี่ยน เอ๊ย เงียบไปพักนึงก่อนจะพูดว่าไว้จะพามาแนะนำ ก่อนจะบอกว่ามันเคยส่งข้อความมาบอกผม เรื่องนัดทำรายงานวิชาแคมป์วันนี้ ก็ไหงคุณชายอนันตกาลบอกว่ามึงสั่งให้มันแยกมาทำกับกูสองคนไงวะ งงในงง ไม่รู้ใครโกหกใครกันแน่ สงสัยต้องไปถามเจ้าตัวในห้องให้ได้ความซะแล้ว

พอผมกลับเข้าไปในห้อง มิสเตอร์คลานก็กำลังเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋า เขาเหลียวมองผมชั่วครู่แล้วพูดเสียงนิ่ง ๆ ว่า

“ต้องรีบกลับ นายจะทานอาหารกลางวันก่อนก็ได้นะ”

ผมงงยิ่งกว่าเดิม ก็ไหนว่าจะอยู่ค้างคืนตามคำเชิญของกำนันแสงไงล่ะ คุณชาย

“ไม่ว่ะ” ผมปฏิเสธ ไม่ได้หิวจัดขนาดนั้น “แล้วนี่จะบอกตามึงว่ายังไง”

“พราวประดับมาขอคืนดีกับผม”

ประโยคไขคำตอบทำเอาผมเหมือนล้มทั้งยืน ไม่ใช่ว่าผมเป็นแฟนคลับเพจเทพสามฤดู หรือติดตามไอจีคุณชายอนันตกาล แต่ผมก็พอจะรู้ว่าคนตรงหน้าเคยมีแฟนสาวสุดสวย เคยได้ยินทั้งไอ้ฝรั่งเก้านิ้วเคยพูดว่าเธอคนนั้นเหมาะสมกันราวกับดาวคู่เดือน ยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก เธอคือคนที่ทำร้ายกาลจนเขาต้องใช้บริการผมเป็นคู่เดตเพื่อย้อมใจ เธอคนนั้นยังใจร้ายกับกาลไม่พอ ตอนนี้ยังมาทำร้ายหัวใจผมซ้ำเติมไปอีก

กาลมีสีหน้ากึ่งดีใจกึ่งตื่นเต้นตลอดเวลาที่ขับรถกลับสู่ใจกลางเมือง ส่วนผมเหมือนคนกึ่งใจสลายกึ่งตายไปแล้วทั้งตัวและหัวใจ

 

คืนนั้นผมโทรเรียกกลุ่มเพื่อนทั้งสี่คนมากินฟรีที่ร้านสวรรค์ชั้นเจต ผมขอลางานกับเฮียเจตเพื่อใช้น้ำเมารักษาแผลหัวใจตัวเอง เฮียแกไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่พูดสั้น ๆ ว่า

‘กฎสำคัญของงานบริการที่มึงควรรู้ไว้ ไอ้คิม… ห้ามหลงรักลูกค้าเป็นอันขาด’

ผมรู้ว่าเฮียเจตรู้ว่าผมรับงานอย่างว่า และผมควรจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าผมควรตัดใจจากกาลก่อนที่เหตุการณ์วันนี้จะมาถึง หรือผมหวังลึก ๆ ว่ากาลจะหันมามองผมไม่ใช่ในฐานะคนขนของหรือคนปรนเปรอสวมหน้ากาก แต่เป็นผมที่มีฐานะต่ำกว่าเขาในทุกด้าน ตอนผมรู้ว่าเขากำพร้าทั้งพ่อและแม่ ทำให้ผมเข้าใจกาลมากขึ้นไปอีก ผมเองก็กำพร้าพ่อเช่นเดียวกัน

กิจและก้านจับตามองผมราวกับอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังในใจผมเสียให้ได้ ผมบอกทั้งฟรานและน้ำฝนรวมถึงคู่หูตัวกอว่า ผมดวงดีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ในความเป็นจริงแล้วผมถูกคุณชายอนันตกาลกัดกินหัวใจดวงน้อยจนแทบไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ผมควรจะทำใจกับเรื่องพวกนี้ ผมเองก็เคยหักอกสาว ๆ หนุ่ม ๆ มานักต่อนัก พอโดนเข้ากับตัวถึงได้รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกโคตรบัดซบ แม้แต่น้ำเมาก็ไม่อาจทำให้ผมลืมใบหน้าดีใจของกาลที่จะได้กลับไปคืนดีกับผู้หญิงคนได้

“ไอ้เหี้ยนี่ตัวหนักอย่างกับช้าง” ก้านกับน้ำฝนต่างพยายามหิ้วปีกผมกลับไปยังรถแท็กซี่ ส่วนกิจมันอาสาพาไอ้ฟรานไปส่งหาน้องมะขามหวานของมัน ทุกคนเมาหัวราน้ำไม่ต่างกัน ยกเว้นที่ผมน่าจะเป็นคนที่เมาหนักมากที่สุด ผมเพิ่งมารู้วันนี้นี่เองว่า น้องมะขามหวานของไอ้ฟรานก็คือไอ้ขาม น้องในชมรมกีฬาของผมนั่นเอง ขามมันตามจีบผมมาเกือบปี สุดท้ายก็ไปสะดุดตาไอ้เก้านิ้วอย่างเสี่ยฟรานจนได้ ผมว่าน้องมันโชคดีแล้วที่ไอ้ฟรานชอบ ฝ่ายนั้นทั้งหล่อทั้งรวย หากมะขามมันยังจมปลักอยู่กับผม ไม่พ้นต้องทำงานใช้หยาดเหงื่อแลกเงินไปจนตาย จะว่าไปผมเองนั่นแหละที่ปฏิเสธมะขาม

สุดท้ายผมก็มีสภาพจิตใจไม่ต่างจากคนที่ผมเคยทำร้ายไป

โลกนี้ทำไมถึงต้องมีการแบ่งแยก มีขาวมีดำ มีจนมีรวย มีสวยมีหล่อ หากฐานะทางบ้านผมเทียบเท่ากับกาลก็คงดีหรอก ผมคงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้กาลกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น ผมคงมีอะไร ๆ ไปสู้เธอได้บ้าง

“ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมดูแลเค้าเอง”

เสียงเสียงหนึ่งพูดขัดความคิดผม ก้านกับน้ำฝนเหมือนถูกหยุดไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

“มึงจะพาไอ้คิมไปไหน” น้ำฝนถามกลับ

“เขาชื่อเล่นว่า ‘คิม’ เหรอครับ” ผมจำเสียงของ ‘เขา’ ได้ แม้ไม่ต้องลืมตามอง

ฝ่ายก้านเหมือนกับรู้ว่าต้องแก้ตัวให้ผมก็รีบบอกอนันตกาลไปว่า “มันชื่อจริงว่าคิมหันต์ กูก็เรียกมันสั้น ๆ ว่า คิม มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ว่าแต่พวกกูดูแลมันได้ ไม่ต้องให้มึงดูแลหรอก”

ผมอยากขัดขืนคำพูดก้านแต่ก็ไม่เหลือสติหรือเรี่ยวแรงใด ๆ นอกจากอาการโลกหมุนเท่านั้น

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับเขา”

“ไม่จำเป็น” ก้านตอบโต้เด็ดขาด คำพูดมันเหมือนโกรธแทนผมอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ผมไม่เคยเล่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับกาลให้มันฟังสักครั้ง

“ผมจำเป็นต้องดูแลคิมหันต์”

“ในฐานะเด็กเสิร์ฟของร้านเหรอ ถ้าใช่ก็คงไม่จำเป็น วันนี้ไอ้คิมมันลางาน” ก้านเดินหน้าสู้ต่อไป ผมอยากให้ไอ้น้ำฝนมันเรียกรถแท็กซี่ได้เร็ว ๆ เสียที ใจหนึ่งผมอยากไปกับกาล แต่อีกใจที่แหลกสลายอยากหายตัวไปจากสถานการณ์ตรงนี้ให้เร็วที่สุด

“มึงทำมันเสียใจขนาดนี้ยังจะโผล่หน้ามาให้มันเห็นอีกทำไม ไอ้สัด”

เสียงหมัดกระทบสันกรามดังชัดเจนจนผมต้องรีบลืมตามองมุมปากกาลที่ปรากฏรอยช้ำ ไอ้ก้านกำหมัดแน่นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

“มึงไสหัวไปไกล ๆ จากเพื่อนกู”

อนันตกาลไม่คิดตอบโต้ เขาเอาแต่จ้องมองมาที่ผม

สุดท้ายผมใช้สติที่หลงเหลืออยู่ดึงแขนก้านให้ถอยออกมา แล้วพูดว่า

“ไปกันเถอะ”




ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ความลับจะแตกเพราะความเมานี่ละนะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด