วสันตวิษุวัต (werewolf)(Mpreg) วงโคจรที่ 16 16/06/19 P.8 ได้รับการปกป้อง
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: วสันตวิษุวัต (werewolf)(Mpreg) วงโคจรที่ 16 16/06/19 P.8 ได้รับการปกป้อง  (อ่าน 13045 ครั้ง)

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


**********************************************


หมายเหตุจากผู้แต่ง

นิยายเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน สถานที่ เนื้อเรื่องถูกแต่งขึ้นทั้งหมดจากจินตนาการของผู้แต่ง อาจจะมีคำไม่สุภาพบ้างนิดหน่อยในการแทนตัวของตัวละครหรือคำเขียนที่ผิดเพี้ยนจากคำที่ถูกต้องไปบ้าง เพื่อแสดงอารมณ์ของตัวละครในบทสนทนา แต่จะพยายามให้น้อยที่สุดนะคะ และหากเนื้อเรื่องตอนใดของนิยายเรื่องนี้ไปคล้ายคลึงชื่อใคร สถานที่ใด เรื่องใดก็ตามต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย แต่รับรองว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดมาจากจินตนาการผู้แต่งล้วนๆค่ะ ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้นะคะ

---------------------

นิยายเรื่องอื่นๆของผู้แต่ง

กาลครั้งหนึ่งความรัก
Part : Cinderella ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายรองเท้าแตะ

รักวุ่นดีปีโป้ช่วยลุ้น ภาค 1 และ 2

บันทึกรัก..ร้อน (18+)

เคลียร์คิวหัวใจเอาไว้ให้ความรัก

ปรุงรักให้ลงล็อก

ปลดล็อกให้ความรัก

เพลงรักที่หายไป

วสันตวิษุวัต


[ทางไปเพจ Loverouter จิ้มเลย]
[ทางไปทวิต Loverouter จิ้มเลย]


---------------------
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-06-2019 21:37:43 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
สารบัญ วสันตวิษุวัต

[วงโคจรที่ 1] , [วงโคจรที่ 2] , [วงโคจรที่ 3] , [วงโคจรที่ 4] , [วงโคจรที่ 5] , [วงโคจรที่ 6] , [วงโคจรที่ 7] ,
[วงโคจรที่ 8] , [วงโคจรที่ 9] , [วงโคจรที่ 10] , [วงโคจรที่ 11] , [วงโคจรที่ 12] , [วงโคจรที่ 13] , [วงโคจรที่ 14] ,
[วงโคจรที่ 15] , [วงโคจรที่ 16] ,

วสันตวิษุวัต

#ราตรีเสมอภาค


ตามตำนานของเผ่าพันธุ์ชั้นสูงแห่งวงศ์วานมนุษย์หมาป่า ทารกครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่าตนใดถือกำเนิดขึ้นในวันราตรีเสมอภาค ชะตากำหนดให้ทารกนั้นคือว่าที่เจ้าราชันย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งผอง

และแล้ววันที่พวกเขารอคอยก็มาถึง…

ในราตรีนี้ ค่ำคืนวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันวสันตวิษุวัต ได้มีทารกถือกำเนิดขึ้นมาในฝูง

เหล่าสมาชิกล้วนยินดีเมื่อแม่เฒ่าทำนายชะตาให้ว่า ทารกที่ถือกำเนิดในวันนี้จะพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ มีกายที่สมสง่าเกินกว่าใครจะทัดเทียม และยังพร้อมด้วยพลังอำนาจที่เปี่ยมล้นมากกว่าเจ้าราชันย์ใดนับแต่บรรพกาล ยังเป็นผู้ที่จะปกปักษ์รักษาฝูงให้พ้นจากการถูกไล่ล่าจากเผาพันธุ์อื่น

แต่....สิ่งที่แม่เฒ่ามิได้เอื้อนเอ่ยบอกให้ผู้ใดรู้ ว่าที่องค์ราชันย์ผู้นี้มิได้ชนะไปเสียทุกอย่าง จุดอ่อนเดียวที่เขามิอาจก้าวข้ามได้ จะมาจากผู้ที่ถือกำเนิดในวันราตรีเสมอภาคเฉกเช่นเดียวกัน อาวุธร้ายที่อีกฝ่ายถือไว้นั้นเรียกว่า...

‘ความรัก’

.....

“เจ้าเด็กหยิ่งผยอง นึกว่าตัวเก่งเกินใครอย่างนั้นรึ วันใดที่เจ้าเจอเขา เขาจะเป็นผู้ที่ทำให้เจ้ายอมสละได้แท้กระทั่งลมหายใจ”

“ไม่มีวันหรอกแม่เฒ่า ถ้าข้าเจอมัน ข้าจะฆ่ามันเสีย”

“หากเขาต้องตาย ชีวิตอีกครึ่งของเจ้าจะดับสูญ”

“อีกครึ่งหรือ แม่เฒ่าหมายความว่ายังไง”

“เจ้าจะกลับกลายไปเป็นมนุษย์ธรรมดา ไร้ซึ่งอำนาจ แต่หากเขายังอยู่ เจ้าก็มิใช่ผู้เดียวที่ครองอำนาจบริสุทธิ์ เพราะเจ้าทั้งสองเกิดในวันราตรีเสมอภาคเช่นเดียวกัน”

“ข้าจะต้องเสียทุกอย่างเพราะมันหรือแม่เฒ่า ให้อยู่ก็ไม่ดี ฆ่าทิ้งก็ไม่ได้”

“อาจเป็นเช่นนั้น”

“งั้นข้าจะไม่ฆ่ามัน ในเมื่อทำให้มันตายจริงไม่ได้ ก็ต้องตายทั้งเป็น”

......

*วสันตวิษุวัต คือวันที่พระอาทิตย์โคจรไปตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ส่งผลให้ช่วงเวลากลางคืนยาวนานเท่ากับกลางวัน ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘วันราตรีเสมอภาค’ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี


*******************



ปฐมบท : คืนแห่งการเริ่มต้น


ทะเลเพลิงที่โหมกระหน่ำพร้อมทำลายทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าของมันนั้นยังคงคุกคามทุกสรรพสิ่งในผืนป่าอย่างไม่จบสิ้น เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นเมื่อเปลวไฟสีแดงลามเลียแผดเผาไปทั่วร่างทั้งที่ยังมีลมหายใจ เสียงที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดเหล่านั้นดูน่าเวทนา แต่กระนั้นก็หามีผู้ใดยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะต่างต้องหนีเอาตัวรอดจากทะเลเพลิงที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่มันแตะต้อง

“พาแม่เฒ่ากับวันเพ็ญหนีไปก่อน ข้าจะรับมือกับมนุษย์ผู้นั้นเอง” เสียงทุ้มกังวานจากผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชันของฝูงสั่งการ

“พี่ทิน ข้าไม่ไปไหนโดยที่ไม่มีพี่” หญิงสาวที่ตั้งครรภ์อ่อนกล่าวพลางสะอื้น

“เจ้าต้องรักษาลูกเราเอาไว้ เขาคือความหวังเดียวของเรา จงจำคำข้าเอาไว้ จงเลี้ยงดูเขาให้เติบโตเก่งกล้านำพาซึ่งเกียรติของเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งของเรากลับมา”

“แต่ว่า...”

“ข้าฝากวันเพ็ญด้วยนะแม่เฒ่า”

“มิมีผู้ใดเลี่ยงลิขิตพ้นจริงๆ เอาเถอะ ข้ารับปากว่าจะดูแลเมียและลูกของเจ้า ขอวิญญาณบรรพกาลคุ้มครองเจ้า...ทินกร”

สิ้นคำของแม่เฒ่า บุรุษรูปร่างกำยำตรงหน้าก็ก้าวถอยออกมาจากหญิงอันเป็นที่รัก ฉับพลันผิวเนื้อสีแทนก็เริ่มมีขนหนางอกขึ้นมาปกคลุม ดวงตาสีนิลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวเพลิงที่กำลังมอดไหม้อยู่ด้านหลัง ฟันที่เคยเรียงสวยเริ่มยื่นยาวออกมาเป็นคมเขี้ยวแหลมคม ครู่เดียวร่างมนุษย์กำยำนั้นก็กลายเป็นหมาป่าสูงใหญ่ดูน่าเกรงขาม ลำตัวใหญ่กว่าหมาป่าโดยทั่วไปถึงสามเท่า แววตาสีเพลิงมองมาที่คนรักอย่างอาลัยราวกับจะจำจดภาพนี้เอาไว้ชั่วกาล แผงคอที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลเข้มถูกสะบัดแรงๆ สองสามครั้งก่อนเจ้าของแผงขนนี้จะแหงนหน้าขึ้นมองพระจันทร์และส่งเสียงหอนครวญกังวานก้องป่า บ่งบอกให้ฝูงรู้ว่าเจ้าแห่งชีวิตกำลังจะปกป้องเหล่าผองแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม



.......


“มันกำลังจะมา” คนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดทะเลเพลิงในป่าสนเอ่ยกับน้องชาย

“พี่รู้ได้ไง”

“กูจำเสียงหอนของมันได้”

“แล้วเราจะทำยังไงต่อ เราจะสู้มันได้เหรอ ไหนพี่ว่ามันคือราชาแห่งป่า มันไม่ได้เป็นเพียงแค่มนุษย์หมาป่าที่ขลาดกลัว อำนาจและพลังของมันมีมากกว่ามนุษย์อย่างเรา”

“พวกมึงกลับออกไปกันได้แล้ว ตอนนี้เป็นเรื่องของกูกับมันที่จะต้องสะสางกันเอง”

“พี่...”

“ถ้ากูเป็นอะไรไป ฝากเจ้าออด้วยนะ”

“พี่ มันจะคุ้มเหรอที่จะแลกชีวิตกับมัน เจ้าออมันเสียแม่ไปแล้ว จะให้เสียพ่อไปอีกรึไง”

“เห็นใจกูเถอะพนัส ตั้งแต่จันทร์เจ้าตายไปกูไม่เคยนอนหลับได้เลย ถ้ากูไม่ได้แก้แค้นให้เมียของกู กูไม่สามารถมองหน้าลูกได้เต็มตา กูจะบอกลูกได้ยังไงว่ากูปกป้องแม่ของเขาไม่ได้”

“ฉันแค่สงสารมันถ้าต้องอยู่โดยที่ไม่เหลือใครเลย”

“กูสัญญาว่ากูจะรอดกลับไป มึงพาคนอื่นๆ กลับไปก่อน เร็ว!” เพราะพายุรู้ว่าไอ้สัตว์หน้าขนมันกำลังใกล้เข้ามาแล้วจึงเร่งให้น้องชายพาพวกพ้องของตนหนีไป เขารู้ดีว่ากำลังสู้กับอะไรอยู่ เขารู้ดีว่าพวกมันแกร่งและแข็งแรงแค่ไหน เขารู้จักพวกมันดี แต่ถ้าไม่มั่นใจ เขาคงไม่มาถึงรังของพวกมัน

ส่วนพนัสตัดสินใจตะโกนบอกพรรคพวกให้หนีออกจากป่าสนนี้ไป เขาเข้ามาช่วยวางเพลิงถึงรังของพวกมนุษย์หมาป่าตามคำขอของพี่ชาย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจไม่เชื่อว่ามนุษย์หมาป่ามีจริง แต่หลังจากที่พี่ชายของตัวเองแต่งงาน เขาจึงรับรู้ได้ว่าพี่สะใภ้นั้นไม่ใช่เพียงมนุษย์ธรรมดา ทีแรกที่รู้เขาคัดค้านและตั้งแง่รังเกียจ คนกับสัตว์ร้ายจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง แต่ความใจดีและอ่อนโยนของพี่สะใภ้ก็เอาชนะใจเขาได้ เขาจึงช่วยพี่ชายเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จนกระทั่งพี่จันทร์เจ้าให้กำเนิดเจ้าออ โชคดีที่เจ้าออเป็นเพียงเด็กอ่อนแอธรรมดาคนหนึ่ง เขาถึงกับโล่งใจที่หลานไม่ได้เชื้อของมารดามา แต่ไม่นานนักพี่สะใภ้ที่แสนดีผู้นี้ก็ต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าสยดสยองที่ริมป่าสนแห่งนี้

“มาแล้วรึ” เมื่อกลุ่มของพนัสวิ่งจนลับสายตาไป หมาป่าตัวสูงใหญ่ก็มาหยุดยืนตรงหน้าของพายุพอดี เขามองดวงตาสีแดงเพลิงของมันแต่ไม่ได้นึกกลัวเลยสักนิด

“ทำไมถึงต้องทำร้ายกันขนาดนี้” ทินกรกลายร่างเป็นมนุษย์เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าของน้องเขยแล้ว

“มึงถามตัวเองแบบนี้ไหมตอนที่ฆ่าน้องสาวของตัวเอง”

“ข้าไม่ได้ทำ ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าไม่ใช่ฝีมือข้า เจ้าคิดว่าข้าจะทำร้ายน้องสาวของตัวเองได้ลงหรือไง จันทร์เจ้าเป็นน้องที่ข้ารัก”

“จากริมป่าสนนี้ไปเป็นอาณาเขตของมึง สัตว์น้อยใหญ่ตัวใดก็ล่วงล้ำเข้าไปไม่ได้ แล้วร่างของจันทร์เจ้าถูกฉีกเป็นเศษเนื้อ จันทร์เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา สัตว์ป่าทั่วไปทำร้ายไม่ได้อยู่แล้ว แค่นี้ก็ชัดเจนพอ มึงบอกกูมาสิ ถ้าไม่ใช่พวกมึงจะเป็นฝีมือใคร”

“ข้าก็หาคำตอบอยู่”

“ที่จันทร์เจ้าหนีออกมาจากฝูงเพราะโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอดเวลา กูรู้ว่ามึงไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของจันทร์เจ้า แต่ดันทุรังอยากเป็นจ่าฝูง มึงคิดทำร้ายเลือดบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดจากราชันคนก่อนอย่างจันทร์เจ้า”

“ไม่จริง!”

“หมดคำแก้ตัวแล้ว มึงไปอธิบายกับเจ้าจันทร์เองก็แล้วกัน”

พายุพูดจบก็ยกปืนยาวขึ้น เขารู้มาจากภรรยาว่าสิ่งที่สามารถปิดชีพมนุษย์หมาป่าในเผ่าพันธุ์เก่าแก่ของเธอได้คือเห็ดสีเลือดเท่านั้น ซึ่งมันจะขึ้นเฉพาะในวันที่พระจันทร์เต็มดวง ถ้ามนุษย์ธรรมดากินมันเข้าไปจะไม่มีผลอะไรต่อร่างกาย แต่หากมันเข้าไปอยู่ในร่างกายของมนุษย์หมาป่า ร่างนั้นจะถูกแผดเผาจนตายจากพิษของมัน กระสุนจากปืนด้ามนี้ด้านในบรรจุน้ำมันที่เขาสกัดจากเห็ดชนิดนี้เข้าไป เขาทดลองทำมันอยู่ถึง 3 ปีจนสำเร็จ

ปัง!!!!

ทินกรหลบลูกปืนได้อย่างฉิวเฉียด เขากลายร่างกลับมาเป็นหมาป่าดั่งเดิม ดวงตาวาวโลดไปด้วยความโกรธ อันที่จริงเขาไม่อยากเข่นฆ่ามนุษย์คนใดอีก ที่ผ่านมาเขาพยายามเลี่ยงที่จะพบปะและสั่งหมาป่าทุกตัวในฝูงว่าให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงไปมาก เผ่าพันธุ์ของพวกเขาไม่ได้เป็นใหญ่และไม่ได้ดูสูงส่งในสายตามนุษย์ดั่งแต่กาลก่อน การทำร้ายตามล่ากันย่อมไม่เป็นการดี

พายุยังคงสาดกระสุนใส่หมาป่าตัวเขื่องอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ไม่เหลือลูกปืนในลำกล้อง เขารีบหยิบลูกปืนในย่ามมายัดใส่อีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะยกปืนขึ้นมายิงก็ต้องพ่ายให้กับความรวดเร็วของหมาป่าอย่างทินกร อีกฝ่ายกระโจนเข้ามาถึงตัวจนเขาเสียการทรงตัวและล้มไปนอนกับพื้น กรงเล็บจากเท้าขนาดใหญ่จิกเข้าที่ไหล่จนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ฆ่ากูเลยสิ ฆ่ากูเหมือนที่ฆ่าน้องสาว” พายุท้าทาย เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดกลับไปอยู่แล้ว แต่ขอได้ทำให้พวกมันได้ตายในกองเพลิง ได้รับความเจ็บปวดบ้างก็สะใจแล้ว

ทินกรส่งเสียงคำรามดัง ถึงอยากจะฆ่ามนุษย์คนนี้แต่ในใจก็นึกถึงน้องสาว เขารู้มาว่าจันทร์เจ้าให้กำเนิดลูกที่เกิดกับมนุษย์คนนี้ หากสามีของน้องสาวต้องตายตามไปอีกคน เด็กคนนั้นจะกำพร้าทั้งพ่อและแม่

“ถ้ามึงไม่ฆ่ากู กูก็จะตามฆ่าเผ่าพันธุ์ของมึงจนไม่เหลือสักตัวเดียว” พายุขู่กร้าว

ทินกรส่งเสียงคำรามพร้อมกับมองขึ้นไปที่ดวงจันทร์ ก่อนจะส่งคมเขี้ยวแหลมคมลงมาที่ไหล่ของร่างใต้ฝ่าเท้า พายุร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสดๆ พุ่งตามออกมาหลังจากคมเขี้ยวใหญ่ถอนออกจากไหล่ตน

สัตว์ร่างใหญ่กำลังจะฝังคมเขี้ยวอีกครั้ง จุดหมายครั้งนี้คือเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ ไม่อยากก็ต้องทำ เขาไม่สามารถปล่อยให้ใครมาตามล่าเผ่าพันธุ์ของเขาได้อีก

“อย่าทำ อย่า...” เสียงหนึ่งดังมาจากความมืด เป็นเสียงแผ่วเบาคล้ายเสียงของจันทร์เจ้า ทินกรได้ยินจึงชะงักและมองฝ่าความมืดเข้าไป

ปัง!

พายุใช้โอกาสที่ทินกรชะงักไปยกปืนขึ้นมายิงที่ท้องอีกฝ่าย เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากผู้ที่เป็นจ่าฝูงทำให้ป่าทั้งป่าเงียบไป ไอ้สัตว์หน้าขนดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดจนเขารู้สึกสาแก่ใจ ไม่นานขนของมันก็เริ่มมีประกายไฟไปทั่ว มันพยายามจะลุกแต่ทำไม่ได้ ส่งเสียงหอนโหยหวนอย่างน่าเวทนาเมื่อเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ตามลำตัว

แล้วจู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พายุมองไปยังชายป่าสนอีกฝั่งเมื่อรู้สึกถึงการถูกจ้องมอง สิ่งที่เห็นทำให้เขายืนนิ่งไม่ไหวติ่ง ดวงตาสีฟ้าเจิดจ้าอยู่ในความมืด แสงสีขาวเริ่มสว่างขึ้นรอบตัวเจ้าของดวงตาสีฟ้าสด แม้ฝนจะตกหนักไปทั่วบริเวณแต่พื้นที่ในวงแสงสีขาวนั้นกลับไร้แม้แต่ละอองฝนจะย่างกรายเข้าไป

สัตว์สี่เท้าขนสีขาวสะอาดตาจ้องมาที่พายุ ตัวของมันเล็กกว่าทินกรมาก รูปร่างดูเพรียวระหง ท่วงท่าดูสง่างามจนพายุไม่อาจละสายตาไปจากมันได้ มันไม่ได้เดินมาหาเขา แต่มองไปยังร่างของทินกร ไฟที่ลุกโชนทั่วตัวหมาป่าที่ถูกเขาทำร้ายนั้นถูกดับด้วยน้ำฝน แม้กระนั้นพายุก็ยังเห็นว่าความเจ็บปวดของศัตรูยังคงไม่หมดไป มันยังคงนอนหายใจรวยรินด้วยพิษของเห็ดเลือด

หมาป่าขนสีขาวยาวสลวยก้าวช้าๆ มาหาทินกร มันจ้องไปที่บาดแผลของเขา เพียงครู่เดียวบาดแผลสดจากร่างที่นอนหายใจรวยรินก็ค่อยๆ ได้รับการเยียวยา

พายุแน่ใจแล้วว่าหมาป่าตัวนี้ไม่ใช่หมาป่าธรรมดาเขาจึงเล็งปืนไปหามัน มันอาจจะดูคล้ายจันทร์เจ้าแต่ก็ไม่ใช่ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นพวกเดียวกับไอ้ทินกร เมื่อมันหันมามองเขา ดวงตาสีฟ้าที่มองจ้องมามีหยาดน้ำตาคลอ ปลายกระบอกปืนในมือถูกลดลงโดยอัตโนมัติ เมื่อมันส่งเสียงหอนกังวานก้องป่า หัวใจของพายุเหมือนถูกบีบอัดจนหายใจแทบไม่ออก แล้วสติของพายุก็ใกล้ดับลง สิ่งที่เขาจำได้ก่อนสติจะเลือนรางไป คือร่างของเขาอ่อนยวบลงไปนอนเคียงข้างหมาป่าตัวสีน้ำตาลที่เขาตั้งใจฆ่ามันให้ตายนั่นเอง






มาแบบเงียบๆ ทีแรกตั้งใจว่าจะพักยาว แต่กลัวว่าตัวเองจะหมดไฟที่จะแต่งนิยาย

ถ้าหายไปนานๆ คงจะขี้เกียจจนนอนเป็นก้อนเฉยๆ 5555

เลยต้องมาลงเพื่อกดดันตัวเองให้ได้อยู่กับงานที่รักต่อไป

เรื่องแนวนี้เป็นแนวแฟนตาซีจ๋าเลยค่ะ อยากท้าทายตัวเองว่าทำแนวนี้ได้ไหม

เรียกไม่ถูกเหมือนกันว่าแนวไหน ยังไม่อยากเจาะจง มีกลิ่นอายโอเมก้า

ท้องได้ มีความโรแมนติก ปะปนดราม่าให้ได้อรรถรส ให้เนื้อเรื่องพาไปเนอะ

ยังไงฝากเรื่องนี้ในอ้อมใจด้วยนะคะ เข้ามาแล้วก็มาทักทายกันหน่อยเด้อ

อยู่ได้ด้วยกำลังใจ โยนมาให้เค้าโหน่ยยยยย 555555


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-06-2019 21:37:59 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
วงโคจรที่ 1


“พรุ่งนี้น้องออจะสิบสองปีแล้วนะพี่ ฉันว่าจะตัดชุดใหม่ให้น้องออ ใส่แต่ชุดเดิมๆ จนเก่าหมดแล้ว” คำอ้ายพูดกับสามีพลางมองไปที่ลูกติดของเขา

คำอ้ายเป็นแม่ค้าขายผักในตลาดและแอบหลงรักพายุตั้งแต่ภรรยาเขายังมีชีวิต หลังจากที่พายุเป็นพ่อหม้ายแล้วเธอก็พยายามแวะเวียนมาหาอยู่หลายปี ในที่สุดพายุก็ยอมให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ทีแรกเธอก็กังวลว่าตัวเองจะเข้ากันกับลูกติดของพายุอย่างน้องออได้ไหม แต่น้องออเป็นเด็กน่ารัก ถึงจะเก็บตัวไปสักนิดแต่ก็ว่านอนสอนง่าย เธอจึงเอ็นดูและให้ความรักเสมือนลูกของตัวเอง

“เจ้าออมันตัวนิดเดียว ไม่เห็นจะอ้วนหรือสูงขึ้นมากนัก เสื้อผ้าที่มีเลยยังใส่ได้อยู่ ถึงเก่าไปหน่อยแต่ก็สะอาด ยังไม่ต้องไปทำอะไรใหม่หรอก” ผู้ที่เป็นพ่อมองไปทางลูกชายก่อนจะหันกลับมาพูดคำอ้าย

“ผิวพรรณน้องออก็ดี ทำไมพี่ชอบให้ลูกมอมแมม ผมเผ้าก็ปล่อยให้ยาวรุงรัง พาไปตัดให้เป็นทรง จับแต่งตัวใหม่ รับรองว่าหล่อไม่แพ้พี่เลยนะ”

“ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ” พายุตัดบท ได้ยินเสียงถอนหายใจของเมียใหม่เลยลุกขึ้นแล้วเดินออกหนีจากบ้านไปก่อนที่จะต้องมาฟังคำบ่น

คำอ้ายมองตามสามีไปก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ บางครั้งสามีของเธอก็ดูรักและห่วงใยลูกชายคนเดียวคนนี้ แต่บางทีก็ทำเหมือนว่าชังน้ำหน้ายิ่งนัก เจ้าออหรือน้องออทัมไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ สามีของเธอจ้างครูมาสอนให้ที่บ้าน เธอรู้สึกเสียดายแทนเพราะครูที่มาสอนมักจะชมให้ฟังว่าน้องออเป็นเด็กเรียนรู้ไว ถ้าได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาคงจะมีอนาคตที่ดี เธอเคยถามสามีในเรื่องนี้ เขาก็ได้แต่บอกว่าเจ้าออขี้โรค ให้ไปเรียนจะไปเป็นภาระของโรงเรียนเปล่าๆ เป็นคำตอบที่ไร้เหตุผลที่สุดในความรู้สึกของเธอ แต่เธอจะทำอะไรได้ในเมื่อตัวเองเป็นแค่แม่เลี้ยงเท่านั้น

“น้องออ มาหาพี่อ้ายซิ” เธอเรียกเด็กน้อยที่กำลังสนใจหนังสือที่อยู่ในมือ

“ครับพี่คำอ้าย”

“พรุ่งนี้วันเกิดของน้องออแล้ว น้องอออยากได้อะไร พี่คำอ้ายจะซื้อให้เป็นของขวัญ”

หนุ่มน้อยทำคิ้วขมวดอยู่พักใหญ่ก่อนจะส่ายหน้า “ออไม่อยากได้อะไรเลยครับพี่คำอ้าย พ่อบอกว่าวันเกิดของออเป็นวันไม่ดี”

“ตายแล้ว อย่าไปฟังพ่อเขา วันเกิดย่อมดีเสมอ วันตายต่างหากที่ไม่ดี” คำอ้ายยกมือทาบอก อยากจะลุกไปต่อว่าสามีที่เอาคำพูดแย่ๆ แบบนี้มาพูดกับลูก

“ก็เพราะแม่จันทร์เจ้าตายในวันเกิดของออพอดี มันเลยเป็นวันไม่ดีครับ”

“โธ่น้องออ เอาแบบนี้ วันนี้เราไปเที่ยวตลาดกันดีกว่า ไปหาซื้อเค้กมาเก็บไว้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเป่า” คำอ้ายนึกสงสารเด็กน้อยจับหัวใจ เธอรู้แค่เพียงว่าพี่จันทร์เจ้าตายเพราะอุบัติเหตุ ตอนนั้นน้องออมีอายุเพียงแค่ขวบเดียวเอง แล้วตอนที่น้องอออายุราวๆ 4-5 ขวบ พี่พายุก็เกือบเสียชีวิตไปเพราะไฟป่า ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปนอนสลบอยู่ที่ริมป่าสนได้ยังไง ดีที่น้องชายของพี่พายุเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นน้องออคงกำพร้าทั้งพ่อและแม่

..........


เมื่อขัดพี่คำอ้ายไม่ได้ ออทัมจึงได้มาเดินเที่ยวตลาดในที่สุด นานมากแล้วที่ไม่ได้ออกจากบ้านมาเที่ยวในเมือง ทุกอย่างมันดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมดสำหรับคนที่อยู่นอกเมืองอย่างออทัม พี่คำอ้ายพาเขาไปเดินเลือกซื้อผ้าเมตรและให้เขาเลือกลายผ้าที่ชอบ พี่คำอ้ายมีจักรเย็บผ้าอยู่ตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน หรือเสื้อผ้าของพ่อและของเขาก็ล้วนเป็นฝีมือของพี่คำอ้ายเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างเสื้อลายดอกทานตะวันที่ใส่มาในวันนี้พี่คำอ้ายก็ตัดเย็บให้ เขาใส่จนสีเหลืองของดอกทานตะวันซีดจางแต่ก็ยังชอบที่จะหยิบมาใส่เสมอ

“น้องออ รอตรงนี้ก่อนนะ พี่จะไปคุยเรื่องเช่าร้านใหม่กับเถ้าแก่เจ้าของตลาดเสียหน่อย เบื่อขายผักแล้ว ว่าจะเปิดร้านตัดเสื้อ”

“ออไปนั่งรอตรงโน้นได้ไหมครับ” เด็กน้อยในสายตาของคำอ้ายชี้ไปที่เนินหญ้าใต้ต้นหูกระจง

“ได้ แต่อย่าไปไหนนะ”

“ครับ” เมื่อรับคำแล้วออทัมก็เดินมานั่งรอตรงจุดที่บอกพี่คำอ้ายเอาไว้ เขาได้แต่มองไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร จนกระทั่งได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยอยู่ทางด้านหลังของเนินหญ้าเขาจึงได้ลุกไปดู

สิ่งที่ออทัมเห็นคือเด็กผู้ชายตัวไล่เลี่ยกับตัวเองนั่งจับขาเอาไว้ หน้าตาเหยเกบ่งบอกถึงความเจ็บปวด เมื่อมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นพ่อหรือแม่ของเด็กคนนี้ เขาจึงตัดสินใจเดินลงไปหา

“ล้มเหรอ”

“งูกัด”

“หา...”

“ไม่ต้องหา มันเลื้อยไปโน้นแล้ว”

ออทัมถอนหายใจ มันเป็นคำอุทาน ไม่ได้หมายถึงว่าจะหางูสักหน่อย “ไหนดูแผลหน่อย”

“ดูแล้วจะทำอะไรได้” เจ้าของแผลบ่นแต่ก็ยอมถกขากางเกงให้ดู รอยเขี้ยวคมรูเล็กๆ สองรูมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย “เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ” จากที่หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะเจ็บแผลอยู่ ตอนนี้กลายเป็นว่าหน้าตาตื่นเพราะคนที่เดินเข้ามาถามยกขาของเขาขึ้นมาแล้วใช้ลิ้นเลียที่แผล “ยี้ สกปรกนะ เอาน้ำลายมาเลียแผลแบบนี้อะ”

ฝ่ายที่ถูกโวยวายไม่ได้สนใจอาการตื่นตระหนกของเจ้าของบาดแผล ปลายลิ้นเล็กเลียไปทั่ว ไม่นานรอยคมเขี้ยวที่เคยปรากฏบนขาของคนขี้โวยวายก็ค่อยๆ จางหายไป

“หายไปแล้ว ไม่เจ็บแล้ว ทำได้ยังไง”

“ห้ามบอกใครนะ”

“ทำไมบอกใครไม่ได้”

“เราแค่...แค่อยากช่วย แต่ไม่อยากเป็นตัวประหลาด”

“ประหลาดยังไง”

คนถูกถามทำตาโต การที่เขาช่วยรักษาพิษงูให้หายได้ในพริบตามันน่าจะเป็นเรื่องประหลาดไม่ใช่เหรอ ทำไมคนคนนี้กลับถามหน้าตาเฉยเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็ทำได้

“ก็...ก็...”

“อันที่จริงพิษงูทำอะไรเราไม่ได้หรอก เราแค่เจ็บเฉยๆ แต่ไม่ตายหรอก”

“......”

“เอาเป็นว่าจะไม่บอกใครเรื่องพรสวรรค์ของนาย นายก็ห้ามบอกเรื่องที่เราเล่าเหมือนกัน ตกลงไหม”

“อืม”

อันที่จริงออทัมก็แปลกใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเล่ามา เขาอาจจะไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ถ้าตัวเองเป็นแค่คนปกติ แต่ออทัมเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมน้ำลายของตัวเองถึงรักษาแผลได้ มันเริ่มต้นจากที่ตอนที่ตัวเองเคยล้มจนเกิดแผล ด้วยความกลัวพ่อจะว่าที่แอบหนีไปเล่นซนจึงเลียที่แผลหวังจะล้างเลือดออก แต่แล้วแผลที่เต็มไปด้วยเลือดก็หายไปต่อหน้าต่อตา เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกใครแม้แต่พ่อ กลัวว่าพ่อจะรังเกียจความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้

“นายชื่ออะไร”

“ออ”

“ออ..ออเฉยๆ หรือออส่วน”

“ออทัม”

“ใบไม้ร่วงหรือ ชื่อเก๋ดี เราชื่อเหนือ เหนือพิธุ สิบเอ็ดขวบในวันพรุ่งนี้”

“หา...”

“หาอะไรอีก ก็บอกแล้วว่างูมันไปแล้ว”

“มันเป็นคำอุทานที่ติดปากอะ พรุ่งนี้วันเกิดเธอเหรอ”

“เรียกเธอทำไม ดูอ่อนแอ ต้องเรียกนายสิ”

“เฮ้อ พรุ่งนี้วันเกิดนายเหรอ”

“อื้อ”

“พรุ่งนี้ก็วันเกิดเราเหมือนกัน แต่เราสิบสองขวบ” ออทัมพูดแล้วยกยิ้ม แก่กว่าคือชนะ

“เกิดวันเดียวกันเหรอ แต่แก่กว่าปีเดียวไม่เรียกพี่หรอกนะ”

“นิสัยไม่ดี” ออทัมต่อว่าแบบไม่จริงจังก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย เขาไม่เคยมีเพื่อนเล่นในวัยไล่เลี่ยกันมาก่อน พ่อไม่ชอบให้ไปยุ่งกับใคร การเล่นคนเดียวเป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา

“เออ เรียกพี่ก็ได้” เหนือพิธุเอามือถูกจมูกแก้เขินเพราะรอยยิ้มของอีกฝ่ายทำให้รู้สึกประหม่าขึ้นมาดื้อๆ

“บ้านเธอ เอ้ย...บ้านนายอยู่ในตลาดเหรอ”

“เปล่า อยู่ด้านบนป่าสนโน้น”

“บนนั้นมีบ้านด้วยเหรอ มันเป็นป่ารกไม่ใช่เหรอ พ่อบอกว่ามีแต่สัตว์ร้ายกับผี”

เหนือพิธุหัวเราะร่วนเมื่อเห็นหน้าตาเลิ่กลั่กของอีกฝ่าย ข่าวลือนี้มีมานานแล้ว แม่ของเขาเคยบอกว่าไม่ต้องไปแก้ข่าวและห้ามบอกใครว่าพวกเราอาศัยอยู่ที่นี่ ถึงเขาไม่เข้าใจเหตุผลแต่ก็เชื่อฟังมาตลอด ครั้งนี้เขาเห็นว่าออทัมเป็นคนดี แถมยังรู้สึกถูกชะตา เขาเลยกล้าที่จะบอก

“อยากไปเที่ยวบ้านเหนือไหม ใหญ่มาก สวยมากด้วย แต่ห้ามบอกใครนะ”

“ทำไมบอกใครไม่ได้”

“ที่บ้านเหนือไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย พี่ออสัญญาก่อน” เหนือพิธุยกนิ้วก้อยขึ้นมา

ออทัมยอมเกี่ยวก้อยด้วยเพราะเข้าใจ พ่อพายุของออทัมก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่ยวายเหมือนกัน “อื้อ งั้นเรื่องของเราเป็นความลับทั้งหมดนะ”

“ตกลง แล้วจะไปเที่ยวบ้านเหนือไหม ที่บ้านจัดงานวันเกิดให้ พี่ออเกิดวันเดียวกัน ไปฉลองด้วยกัน”

“ไปไม่ได้ พรุ่งนี้พี่มีธุระสำคัญ” แววตาของออทัมหม่นลงจนเหนือนึกสงสัย

“สำคัญกว่าวันเกิดของตัวเองเหรอ”

“อืม อย่าบอกใครนะว่าพี่เกิดวันนี้ พี่ไม่ชอบวันเกิดของตัวเอง”

“เจอกันแป๊บเดียวความลับของเราสองคนเต็มไปหมดเลยเนอะ” เหนือพิธุตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าไม่สบายใจ

“เหนือ! อยู่นี่เอง เขาตามหากันเสียทั่ว” เสียงตะโกนที่ดังมาก่อนตัวทำให้ทั้งสองคนหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน

“งูกัด”

“อีกแล้ว เจ้าเป็นอะไรกับงูนัก เจอทีไรเป็นต้องสู้กันทุกที”

“หา...” ออทัมหลุดคำติดปากเมื่อได้ยินคนมาใหม่พูด คำถามผุดขึ้นมาในหัวทันทีว่าการที่เหนือสู้กับงูบ่อยๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาแบบนี้จริงเหรอ

“นี่ใคร” คนมาใหม่ถาม

“พี่ออ เพื่อนใหม่ของข้าเอง พี่ออ..นี่คิม เพื่อนสนิทเหนือเอง” เหนือแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน

“เพื่อนสนิทรึ เจ้าก็รู้ว่าแม่นายไม่ให้พวกเรายุ่งกับมนุษย์ เอ่อ ข้าหมายถึง...คนอื่น”

“เจ้าก็อย่าบอกแม่สิ”

“พี่กลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่คำอ้ายจะเป็นห่วง” ออทัมรู้สึกว่าเพื่อนของเหนือไม่ชอบตัวเองจึงคิดจะเลี่ยงออกจากวงสนทนาไป

“พี่ออ....”

“หืม...”

“บ้านพี่อออยู่ไหน”

“บอกไม่ได้หรอก”

“หา...” เหนือพูดคำติดปากของออทัมออกมาจนอีกฝ่ายทำหน้ายู่ แต่แล้วใบหน้างอหงิกเพราะนึกว่าอีกฝ่ายล้อเลียนก็ต้องเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อเมื่อฝ่ายนั้นพูดต่อ “หา...เหนือจะหาพี่ออให้เจอเอง พรุ่งนี้จะหาให้เจอ ถ้าไม่เจอคงคิดถึง”

........



เมื่อแยกกับเหนือสินธุแล้วออทัมก็เดินกลับขึ้นมายังจุดที่นั่งรอพี่คำอ้าย ในหัวก็นึกถึงแต่คำพูดของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอกัน จนกระทั่งพี่คำอ้ายเดินมาเขย่าแขนถึงได้หลุดออกมาจากความเหม่อลอย

“พี่หาตั้งนาน หายไปไหนมา ใจหายหมด นึกว่าหลงไปไกล”

“พอดี...” ทีแรกออทัมตั้งใจจะเล่าให้พี่คำอ้ายฟัง แต่เมื่อนึกถึงคำสัญญาก็เลยเงียบไป

“พอดีอะไร”

“พอดีอยากกินไอติมเลยไปเดินหาซื้อ แต่ไม่เห็นมี”

“โธ่ ทำไมไม่บอกพี่ล่ะคะ มา...พี่จะพาไปกิน รีบกินรีบกลับเดี๋ยวพ่อน้องออจะมาบ่นพี่หูชาว่ากลับช้า”

“พี่คำอ้ายครับ”

“ว่าไงคะ”

“คนเรา...ห่างกันแค่วันเดียว จะคิดถึงกันได้เหรอครับ”

“อืม...ถ้าเขาเป็นคนสำคัญ ห่างกันแค่วินาทีเดียวก็คิดถึงแล้วค่ะ น้องออถามทำไมเหรอคะ”

“อ๋อ..คือ ออแค่อยากรู้ เมื่อกี้เห็นคนคนหนึ่งเขาบอกว่าถ้าเขาไม่เจอคนอีกคนก็จะคิดถึงอะครับ”

“อ๋อ เรานี่ก็สนใจเรื่องคนอื่นเหมือนกันนะ ฮ่าๆ สองคนนั่นคงเป็นคู่รักกัน อีกหน่อยน้องออโตจนมีคนรักได้แล้วจะเข้าใจความคิดถึงแบบนี้เองแหละค่ะ ไปกันเถอะ พี่ไม่อยากให้เย็นมากไปกว่านี้”

“ครับพี่คำอ้าย”

........


พายุเอาแต่นั่งถอนหายใจอยู่ที่บ้านของน้องชาย จนเจ้าของบ้านทนไม่ได้ที่เห็นพี่ชายเอาแต่จมอยู่กับเรื่องเดิมๆ จึงเดินเข้ามาหาพร้อมกับส่งเบียร์เย็นเจี๊ยบให้พี่ชายหนึ่งขวดเพื่อดื่มแก้เครียด

“พี่ จนป่านนี้ยังคิดถึงเรื่องคืนนั้นอีกเหรอ”

“กูบอกไม่ถูกว่ะพนัส กูนึกถึงเรื่องคืนนั้นไม่ออกจริงๆ บางทีมันก็เหมือนจะนึกออก แต่สุดท้ายก็จำอะไรไม่ได้เลย”

“พี่คงไปเยี่ยมหลุมศพพี่จันทร์เจ้าแล้วหน้ามืดไปเองมากกว่า พวกมันเคยให้คำมั่นตั้งแต่พี่ได้พี่จันทร์เจ้ามาเป็นเมียแล้วว่าจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีก แล้วช่วงนั้นอากาศแห้ง ไฟป่ามันเกิดขึ้นตามธรรมชาติเหมือนทุกที คงไม่มีอะไรหรอก”

“แต่คืนนั้นฝนตก มันแปลก”

“แปลกยังไง พี่ก็รู้ว่าธรรมชาติมันเกินการคาดเดาทั้งนั้น”

“เพราะมันเหมือนไม่ใช่ธรรมชาติไงวะ ทำไมกูถึงจำอะไรได้ มึงเองก็จำไม่ได้ว่าไปตามกูได้ยังไง มึงว่าไม่แปลกเหรอ”

“พี่คิดมาก เรื่องมันผ่านมาแล้ว พรุ่งนี้วันเกิดเจ้าออ พี่ควรให้ลูกมันรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของมันมากกว่าเป็นวันตายของแม่มันนะ”

พายุไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ครุ่นคิดถึงเรื่องคืนนั้น แน่นอนว่าเขายังจำอะไรไม่ได้ แต่มันมีสิ่งที่คาใจเขามาจนถึงทุกวันนี้ เขาจำได้แค่ว่าเมื่อเขาปลอดภัยกลับมาถึงบ้านอย่างงงๆ เขาก็เชื่อตามที่ทุกคนบอกว่าเขาไปหน้ามืดอยู่ที่ริมป่าสน แต่ในคืนนั้นห้องของเจ้าออเปรอะไปด้วยเศษดิน และรอยบนผ้าปูที่นอนก็เป็นรอยเท้าหมา

หลายปีที่ผ่านมาเขาพยายามพิสูจน์ว่าลูกชายได้เลือดมนุษย์หมาป่ามาจากจันทร์เจ้าหรือไม่ เขาจำได้ว่าหากทำให้จันทร์เจ้าโกรธ สีของดวงตาจะเปลี่ยนไป แต่ไม่ว่าเขาจะทำให้เจ้าออโกรธแค่ไหน สีดวงตาของลูกก็ยังเป็นสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเดิม เขาลองทุกอย่างจนถึงกระทั่งให้เจ้าออลองกินเห็ดสีเลือด ให้กินเพียงน้อยนิดไม่ถึงกับอันตรายถึงชีวิต แต่เจ้าออกินได้โดยไม่มีอะไรปกติ บอกแต่ว่ามันเหม็น ซึ่งปกติกลิ่นของเห็ดสีเลือดนี้เหม็นฉุนอยู่แล้ว ไม่ได้ผิดแปลกแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่งคือจันทร์เจ้าจะไม่ค่อยถูกกับสัตว์ชนิดใดเลย เจอเป็นต้องเลี่ยงหลบ แต่เจ้าออรักสัตว์มาก แถมยังเป็นมิตรกับสัตว์ทุกชนิด ลูกชายคนนี้แตกต่างจากมารดาของตัวเองแทบทุกอย่าง

“แล้วรอยเท้านั่นเป็นของใคร”

“พี่ยังระแวงว่าเจ้าออจะเป็นเหมือนพี่จันทร์เจ้ารึไง”

“แกก็เห็นรอยเท้านั่น”

“ตอนนั้นเจ้าอออายุแค่สามสี่ขวบเองมั้งพี่ รอยเท้านั่นไม่ใช่รอยเท้าหมาตัวเล็กๆ”

“เฮ้อ ยิ่งเป็นอย่างนั้นยิ่งน่าห่วง ถ้าไม่ใช่รอยเท้าเจ้าออ แปลว่าพวกมันเข้าหาเจ้าออได้อย่างง่ายดาย มันอาจจะมาลอบทำร้ายเจ้าออเหมือนที่ทำร้ายจันทร์เจ้า”

“พี่...หลายปีมานี่พวกมันก็เงียบหายไปเลย เราเคยขึ้นไปดูที่ป่าสน แต่ไฟป่าในครั้งนั้นเผาเรียบจนไม่เหลือพวกมันสักตัว มันอาจจะตายไปหมดแล้วก็ได้ พี่จำไม่ได้เหรอ หลังจากไฟป่ามอดลงแล้ว เราเจอซากศพพวกมันเต็มไปหมด”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ”

“พี่จันทร์เจ้าตายไปหลายปีแล้ว พี่เองก็มีเมียใหม่แล้ว ผมว่าเริ่มต้นใหม่ได้แล้วพี่”

“กูขอให้แน่ใจก่อนว่าเจ้าออไม่ได้เป็นมนุษย์หมาป่า”

“แล้วพี่จะแน่ใจได้ยังไง”

“วันที่เจ้าอออายุครบยี่สิบปี”

“ทำไม ครบยี่สิบปีแล้วเจ้าออจะเป็นยังไง”

“ถ้าเจ้าออเป็นมนุษย์หมาป่า เจ้าออจะต้องมีเพศสัมพันธ์กับคู่ของตัวเอง”

“มันก็ธรรมดาไหมพี่ คนปกติยังหาผัวหาเมียตั้งแต่สิบห้าสิบหกแล้วมั้ง”

“ไม่เหมือน จันทร์เจ้าเคยบอกว่าธรรมชาติของมนุษย์หมาป่าเมื่อโตเต็มวัยพร้อมผสมพันธุ์จะอดทนไม่ได้เหมือนคนธรรมดา จะหงุดหงิดงุ่นง่าน ทนอยู่ตัวเดียวไม่ได้ มันจะไม่ยอมมีอะไรกับใครอื่น มันจะตามหาคู่ของตัวเองให้เจอ”

“งั้นต่อให้เจ้าออเป็นมนุษย์หมาป่าจริง คู่ของเจ้าอออาจจะเป็นมนุษย์ธรรมดาก็ได้ เหมือนพี่กับพี่จันทร์เจ้าไง”

“ถ้าเป็นแบบนั้นกูก็คงไม่เครียดหรอก”

“แล้วพี่จะพิสูจน์ยังไง”

“กูจะลองหาเมียให้เจ้าออ ถ้ามันไม่อยากมีเมียก็หาผัวให้มัน”

“จะบ้าเหรอพี่”

“ไม่บ้าหรอก กูมีวิธีของกู”

“มีอะไรที่พี่ยังไม่ได้บอกผมรึเปล่า”

“เฮ้อ กูกลับบ้านก่อนนะ ป่านนี้คำอ้ายมันคงกลับมาจากตลาดแล้ว”

“อ้าว ตัดบทซะดื้อๆ อย่าคิดมากล่ะพี่ ผมสงสารหลาน ถ้ารู้ว่าพ่อเอาแต่ระแวงตัวเองคงจะเสียใจมาก" พนัสตะโกนไล่หลังพายุไป ได้แต่หวังว่าวันเวลาจะทำให้พี่ชายของตัวเองลืมเรื่องในอดีตเสียที

.........



นาฬิกาเรือนเก่าที่แขวนบนกำแพงบอกว่าในยามนี้ได้ก้าวล่วงเข้าสู่วันที่ 21 มีนาคมแล้ว ออทัมฟังข่าวเมื่อหัวค่ำจึงรับรู้ว่าวันนี้พระจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากกว่าปกติ จึงปรากฏให้เห็นเต็มดวงและเด่นชัดมากกว่าทุกคืน แรงลมพัดผ้าม่านสีเทาอ่อนจนปลายผ้าสะบัดขึ้นลงเป็นระยะ แต่คนที่อยู่ในห้องกลับรู้สึกร้อนจนต้องออกมานั่งรับลมเย็นๆ ที่ระเบียงห้อง

น่าแปลกที่ในหัวมีแต่ภาพเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอเมื่อบ่าย โดยเฉพาะคำพูดทิ้งท้ายของเขามันทำให้ออทัมนอนไม่หลับ แต่ก็คิดว่าเพราะตัวเองไม่เคยมีเพื่อน การมีคนรุ่นเดียวมาชวนคุยถามนั่นนี่ แถมยังมีการรักษาความลับให้กัน มันอาจจะทำให้เขารู้สึกดีกับการมีตัวตนสำหรับใครบางคน ยิ่งฝ่ายนั้นบอกว่าอยากฉลองวันเกิดให้ พร้อมกับชวนไปเที่ยวบ้าน มันทำให้เขาตื่นเต้นและดีใจ ถ้าได้มีงานวันเกิดอย่างคนอื่นบ้าง อย่างน้อยชีวิตนี้จะได้ไม่ต้องมีเพียงแค่ภาพหลุมศพของแม่เหมือนอย่างทุกปีแค่นั้น

ที่คิดแบบนั้นไม่ใช่ว่าไม่รักแม่หรืออยากลบภาพของแม่ออกไป ออทัมจำอะไรเกี่ยวกับแม่แทบไม่ได้อยู่แล้ว สิ่งที่จำได้แค่สัมผัสที่อบอุ่น บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารับรู้สัมผัสนั้นได้อย่างไรในเมื่อแม่เสียไปตั้งแต่ตัวเองยังไม่ค่อยรู้ความ เพราะฉะนั้นความทรงจำเดียวที่เด่นชัดคือใบหน้าของแม่ที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหินหน้าหลุมศพ

บรู้วววววว

ได้ยินเสียงครวญแผ่วเบาจนออทัมไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฟาดไปหรือเปล่า เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงหมาหอน เขาลุกขึ้นยืนและเงี่ยหูฟังอีกครั้งจนกระทั่งได้ยินเสียงนั้นอีก จู่ๆ ผิวกายด้านนอกของเขาเกิดหนาวจนขนลุก แต่ภายในกลับร้อนจนแทบทนไม่ได้ ยอดอกตั้งชันขึ้นเองทั้งที่ไม่ได้ไปแตะต้อง ส่วนกลางลำตัวตึงแน่นจนคิดว่าตัวเองปวดปัสสาวะ

“นั่นมันอะไรกัน...” ออทัมสะดุ้งสุดตัวเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง ในความมืดเบื้องหน้ามีแสงสีแดงสองดวงปรากฏอยู่ แม้ระยะของตัวเองและดวงไฟประหลาดนั่นจะไกลกันแต่ก็เห็นค่อนข้างชัด อาจเพราะระเบียงห้องของเขาหันไปทางชายป่าสนที่มีแต่ความมืดมิด

เสียงหอนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ออทัมไร้เรี่ยวแรงในการควบคุมสองขาให้หยัดยืนได้ดั่งเดิม เขาทิ้งตัวลงไปนั่งพิงกำแพงห้อง สองมือรั้งลูกกรงของระเบียงเอาไว้ รู้สึกร้อน ร้อนเหมือนมีไฟแผดเผาอยู่ในร่างกาย เม็ดเหงื่อเริ่มซึมจนเสื้อนอนเปียกชื้น

“ออทัม เจ้าออ ลูกอยู่ไหน” เสียงของพ่อดังมาจากในห้อง

“อยู่นี้ครับพ่อ”

“มาทำอะไรตรงนี้ พอเคาะเรียกตั้งนาน แต่เห็นไฟเปิดอยู่เลยคิดว่ายังไม่หลับ”

“ร้อนครับ” ออทัมตอบตามตรง แต่สายตายังคงมองตรงไปที่เดิม แสงสีแดงสองดวงนั้นหายไปแล้ว

“ไม่สบายอีกแล้วเหรอ เหงื่อชื้นเต็มตัวไปหมด เดินกลับห้องไหวไหม”

“ไหวครับ สงสัยออกินอะไรผิดสำแดงไปอีก”

“เดี๋ยวพ่อหายาให้กิน”

“พ่อมาหาออ มีอะไรรึเปล่าครับ”

“พ่อแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้พ่อคงไม่ได้ไปที่หลุมศพแม่นะ พ่อคิดว่า....พ่อจะจัดงานวัดเกิดให้ลูก”

“..........”

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น หรือไม่อยากให้พ่อจัดงานให้”

“อยากครับ ขอบคุณครับพ่อ ออรักพ่อจังเลย” ออทัมสวมกอดพ่อด้วยความดีใจ นึกขอบคุณอะไรก็ได้ที่ทำให้วันเกิดในปีนี้มีแต่คนให้ความสำคัญ

พายุลอบถอนหายใจ เขากับลูกชายไม่ได้กอดกันแบบนี้มาหลายปี เห็นอาการดีใจของลูกก็เริ่มรู้สึกผิด แต่ถึงยังไงเขาก็ยังไม่สามารถตัดใจลืมเรื่องราวในอดีตได้ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครฆ่าจันทร์เจ้า แล้วคืนนั้นเขาไปที่ริมป่าสนนั่นทำไม ถึงทุกคนจะบอกว่าเขาหน้ามืด แต่รอยแผลเป็นที่ไหล่มันทำให้เขาแน่ใจว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน

.........


คฤหาสน์หลังงามที่ซ่อนตัวอยู่ในด้านหลังของป่าสนขณะนี้มีแต่ความวุ่นวาย งานวันเกิดราชันย์ของฝูงจะต้องสมบูรณ์แบบให้ทันก่อนเช้า นานมากแล้วที่ทุกคนต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในป่าทึบ ด้วยเหตุการณ์ถูกไล่ล่าในครั้งก่อนทำให้หมาป่าทุกตัวในฝูงยังคงขยาดกับความใจร้ายของมนุษย์ พวกนั้นเลวทรามไร้หัวใจยิ่งกว่าพวกมันที่เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์เสียอีก หลายครอบครัวต้องเสียชีวิตไปกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น และความหวังเดียวที่จะกู้เกียรติของเผ่าพันธุ์ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งคือว่าที่ราชันองค์น้อยที่ถือกำเนิดขึ้นในวันราตรีเสมอภาค

ความหวังเดียวนั้นก็คือ ‘เหนือพิธุ’ ชื่อของเขาแปลว่า เหนือพระจันทร์ ถือกำเนิดมาเพื่อเป็นมนุษย์หมาป่าที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจกว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้

“แม่เฒ่า เหนือหายไปอีกแล้ว ข้าตามเขาไม่ทันจริงๆ ข้าจะทำอย่างไรดี” คิม หรือคิมหันต์ หมาป่ารุ่นราวคราวเดียวกับเหนือพิธุบ่นกระปอดกระแปด เขาคือคนที่ถูกคัดเลือกให้มาเป็นสหายคนสนิท

แม่เฒ่าที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของฝูงคือคนที่คัดเลือกเด็กที่มีดวงชะตาส่งเสริมราชันย์ของฝูง คัดเลือกมาได้ถึง 3 คน คิมหันต์คือหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ยังมี เหมันต์หรือเหม และคนสุดท้ายคือสิสิรหรือคะนิ้ง ทั้งสามคนเป็นมนุษย์หมาป่าเพศผู้ที่มีเลือดบริสุทธิ์ และทั้งสามคนเกิดในวันที่มีการเปลี่ยนแปลงของฤดู

ตามตำนานของเผ่าพันธุ์ชั้นสูงแห่งวงศ์วานมนุษย์หมาป่า ทารกครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่าตนใดถือกำเนิดขึ้นในวันราตรีเสมอภาค หรือวันวสันตวิษุวัต ชะตากำหนดให้ทารกนั้นคือเจ้าราชันที่ยิ่งใหญ่แห่งผอง

เมื่อสิบปีก่อน ค่ำคืนวันที่ 21 มีนาคม มีทารกคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา เหล่าสมาชิกล้วนยินดีเมื่อแม่เฒ่าทำนายชะตาให้ว่า ทารกที่ถือกำเนิดในวันนี้จะพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ จะมีกายที่สมสง่าเกินกว่าใครจะทัดเทียม และยังพร้อมด้วยพลังอำนาจที่เปี่ยมล้น แกร่งกล้ามากกว่าเจ้าราชันใดนับแต่บรรพกาล เป็นผู้ที่จะปกปักษ์รักษาฝูงให้พ้นจากการถูกไล่ล่าจากเผ่าพันธุ์อื่น

เด็กที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับภาระที่ยิ่งใหญ่คนนั้นคือเหนือพิธุ เพราะฉะนั้น เหนือพิธุจึงเป็นความหวังของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าที่กำลังเหลือน้อยลงไปทุกที

“ยิ่งใกล้เวลา เจ้าเด็กจองหองนั่นก็จะควบคุมยากขึ้นกว่านี้ ปล่อยเขาไปก่อนเถอะ อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาให้พวกเจ้าสบายใจอีกหลายปี ถึงวันนั้นพวกเจ้าจะปวดหัวมากกว่านี้แน่นอน” แม่เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงติดขำ

“โธ่ แม่เฒ่า จะปวดหัวมากกว่านี้อีกหรือ”

“อาจเป็นเช่นนั้น”

“แค่วันนี้ไปสู้กับงู ข้าก็ปวดหัวจะแย่ ยังจะไปหาเรื่องเป็นเพื่อนกับมนุษย์ ถ้าแม่นายรู้มีหวังบ้านแตก”

“มนุษย์หรือ”

“ใช่ ข้าดูแล้วว่าเหนือจะติดอกติดใจมากด้วยนะแม่เฒ่า ถึงกับบอกว่าจะตามหาให้เจอ ดีว่ามนุษย์ผู้นั้นไม่ใช่ผู้หญิง ไม่อย่างนั้นข้าคงขัดขวางอย่างเด็ดขาด ข้าไม่ลืมว่าข้ามีหน้าที่อะไร”

“โคจรมาเจอกันแล้วอย่างนั้นหรือ...อืม ไวกว่าที่คิด ไวกว่าที่คิดจริงๆ”

“แม่เฒ่าหมายความว่าอะไร ข้าไม่เข้าใจ”

“เจ้าไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างหรอกนะคิมหันต์ แต่อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ ถ้าราชันย์ของพวกเจ้าไปเจอเพื่อนใหม่คนนี้อีก มาบอกให้ข้ารู้ เพียงข้าเท่านั้น”

“ครับแม่เฒ่า” แม้คิมหันต์จะไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่แม่เฒ่าสั่งนั้นย่อมดีกับฝูงเสมอ เขาจึงเต็มใจที่จะทำตามคำสั่งของแม่เฒ่ามากกว่าใคร มากกว่าแม่นายของฝูงอย่างน้าวันเพ็ญเสียอีก


โปรดเคลื่อนตามวงโคจรถัดไป




*ราชัน หมายถึง กษัตริย์

*ราชันย์ หมายถึง สายเลือดของกษัตริย์




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2019 07:59:51 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ sweetie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
น่าสนใจ รอติดตามจ้า  :impress2:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
ดราม่าหนักแน่ใช่ไหมคะ เด็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไรของผู้ใหญ่เลยแท้ๆ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

น่าติดตาม

พายุ ทำไมจึงเป็นคนที่ไร้เหตุผลเช่นนี้  ตั้งแต่การล่าเผ่ามนุษย์หมาป่ายันการเลี้ยงดูลูก

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-4

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 490
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
รอค่ะะะะะ

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
สนุกมาก สตอรี่น่าติดตามต่อมากๆ เลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 890
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากค่า เขียนได้น่าติดตามมากๆเลย

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
วงโคจรที่ 2

 
‘พี่ออชื่อทิวากรหรือ’

‘อืม’

‘มันแปลว่าอะไร’

‘พระอาทิตย์’

‘ดูยิ่งใหญ่นะ แต่ยังไงก็สู้เหนือพระจันทร์ไม่ได้หรอก’

‘นี่เหนือเหรอ จะทำอะไร มันจั๊กจี้นะ’

‘ก็ตัวพี่ออหอมแปลกๆ กลิ่นไม่เหมือนใคร’

‘คิกๆๆ เอาจมูกออกไปนะ’

‘พี่ออไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเหนือเลย’

‘รู้ได้ยังไง’

‘ก็เหนือสำรวจทุกอย่างของพี่ออหมดแล้ว’

‘เหนือเป็นเด็กซน’

‘เหนือไม่ใช่เด็กแล้วนะ วันนี้สิบเอ็ดขวบแล้ว’

‘สิบเอ็ดขวบนี่แหละเด็ก’

‘ที่บ้านของเหนือ อายุเท่านี้มีเมียได้แล้ว’

‘พูดอะไรแบบนั้น ทะลึ่ง คิกๆๆ เหนือ อย่าเลียนิ้วพี่ เป็นหมารึไงกัน’

‘ใช่ เหนือเป็นหมา หมาป่า’

‘หา...หมาป่า!’

‘เหนือขอกินพี่ออนะ เหนือหิว’

 
ทันทีที่เห็นคมเขี้ยวสีขาวแหลมคม ร่างชื้นเหงื่อก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ รีบเอื้อมไปเปิดโคมไฟแล้วมองไปรอบห้อง ออทัมพรูลมหายใจเมื่อรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันเป็นแค่ความฝัน นึกตำหนิตัวเองว่าเพ้อเจ้อจนเก็บเอาคนที่เพิ่งเจอมาฝันเป็นตุเป็นตะ แหงนมองนาฬิกาก็พบว่าตัวเองเพิ่งจะหลับไปแค่สองชั่วโมงแค่นั้น พรุ่งนี้ต้องลงไปใส่บาตรแต่เช้าเลยปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนต่อ ไม่นานก็ผล็อยหลับ เมื่อทั้งห้องเงียบและมืดสนิทแล้ว ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งก็ปรากฏให้เห็นอยู่ที่ปลายเตียง


.......


ราชันย์แห่งฝูงค่อยๆ แฝงกายกลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังจากที่หนีออกไปเล่นซนข้างนอกอยู่นาน คิดเอาไว้ว่าทุกคนคงหลับหมดแล้วจึงไม่ทันระวังตัว จนกระทั่งมีของแข็งบางอย่างเคาะเข้าที่ศีรษะ หนุ่มน้อยจึงหันมาแยกเขี้ยวแล้วส่งเสียงคำรามใส่ผู้ปองร้าย

“คิดจะฆ่าข้าหรือองค์ราชันย์”

“โธ่แม่เฒ่านี่เอง มาเคาะหัวข้าทำไม”

“เจ้าแอบหนีออกไปหามนุษย์ ข้าลงโทษเจ้าก็สมควรแล้ว”

“ชู่ๆ แม่เฒ่าอย่าเสียงดัง เดี๋ยวแม่ข้าได้ยิน”

“เจ้ากลัวนาง แต่ก็ไม่เชื่อฟังนาง”

“ก็แม่เฒ่าบอกข้าเองว่าข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ยิ่งใหญ่ย่อมไม่กลัวผู้ใด”

ป็อก!

“เจ้าเด็กอวดดี ตามข้ามา”

“โอ้ย หัวข้าไม่ใช่กะลานะแม่เฒ่า เคาะอยู่ได้” ถึงปากจะบ่นแต่เหนือพิธุก็ยอมเดินตามแม่เฒ่าไปแต่โดยดี


ชั้นบนสุดของคฤหาสน์คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะมีเพียงผู้ที่แม่เฒ่าอนุญาตเท่านั้นถึงจะย่างกรายเข้ามาได้ เหนือพิธุเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับอนุญาต และเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ขึ้นมาบนนี้บ่อยที่สุด นั่นเพราะแม่เฒ่าคือครูที่คอยสอนเขามาตั้งแต่เริ่มจำความได้

แม่เฒ่าคือมนุษย์หมาป่าที่มีอายุมากที่สุดในฝูง เธอมักจะเล่าให้เขาฟังเสมอถึงเรื่องในอดีต เดิมทีฝูงของเราอาศัยอยู่ในแถบทวีปยุโรป เป็นวงศ์วานเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด บรรพบุรุษของเรามีเชื้อสายพ่อมดและหมาป่า พลังอำนาจจึงถูกถ่ายทอดมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เผ่าพันธุ์ของพวกเราจึงยิ่งใหญ่และเหนือกว่าทุกเผ่าพันธุ์บนโลกใบนี้ แต่แล้วความแข็งแกร่งทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อมีใครบางคนนำพาอาวุธร้ายเข้ามา แม่เฒ่าบอกว่า อาวุธร้ายนั้นเรียกว่า ‘ความรัก’

‘พวกเราต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่ แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ปลอดภัยจากการถูกไล่ล่า ถึงอย่างนั้นสมาชิกก็เริ่มล้มหายตายจากกันไปด้วยหลายสาเหตุ เราเหลือกันแค่นี้ เจ้าคือความหวังเดียวที่จะปกป้องฝูงของเรา และสืบทอดเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่สืบไป’

แม่เฒ่าเคยบอกเอาไว้อย่างนั้น แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าพวกเราจะหนีไปไหน ไอ้อาวุธร้ายที่เรียกว่าความรักก็ยังคงมีอยู่ทุกที และมันทำให้พ่อของเขาต้องตาย เขาไม่รู้รายละเอียดเรื่องนั้นมากนักเพราะวันที่เสียพ่อไปเขายังอยู่ในท้องของแม่ แม่เฒ่าบอกแต่เพียงว่าหน้าที่ของเขาคือการขึ้นเป็นราชันที่กล้าหาญ มีคุณธรรม อย่าใช้พลังอำนาจที่ได้รับไปในทางที่ผิด และให้ถือว่าสมาชิกฝูงคือครอบครัวที่ต้องรักษาเอาไว้ให้ดี มีเพียงแม่ของเขาเท่านั้นที่บอกว่ามนุษย์เป็นผู้ที่ฆ่าพ่อ และขอให้เขาอยู่ห่างไกลจากมนุษย์เอาไว้

“วันนี้วันเกิดของเจ้า”

“แม่เฒ่าจะให้ของขวัญข้าหรือ ข้าขอไม้กายสิทธิ์ได้หรือไม่”

ป็อก!

“โอ้ย”

“เมื่อไหร่เจ้าจะโตเป็นผู้ใหญ่”

“ข้าโตแล้ว”

“เจ้าจำคำทำนายที่ข้าบอกเจ้าเมื่อวันเกิดปีที่แล้วได้หรือไม่”

“ข้าจำได้ จำได้ดี แต่ข้ามั่นใจว่าไม่มีใครจะมาทำร้ายข้าได้ ข้าเกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่แม่เฒ่าก็รู้ ถ้าศัตรูของข้าคือความรัก ข้าก็จะไม่รักใคร”

“เจ้าเด็กหยิ่งผยอง นึกว่าตัวเก่งเกินใครอย่างนั้นรึ วันใดที่เจ้าเจอเขา เขาจะเป็นผู้ที่ทำให้เจ้ายอมสละได้แท้กระทั่งลมหายใจ”

“ไม่มีวันหรอกแม่เฒ่า ถ้าข้าเจอมัน ข้าจะฆ่ามันเสีย”

“หากเขาต้องตาย ชีวิตอีกครึ่งของเจ้าจะดับสูญ”

“อีกครึ่งหรือ หมายความว่ายังไง”

“เจ้าจะกลับกลายไปเป็นมนุษย์ธรรมดา ไร้ซึ่งอำนาจ เหลือแต่กายไร้ซึ่งวิญญาณ แต่หากเขายังอยู่ เจ้าก็มิใช่ผู้เดียวที่ครองอำนาจบริสุทธิ์ เพราะเจ้าทั้งสองเกิดในวันราตรีเสมอภาคเช่นเดียวกัน”

“ข้าจะต้องเสียทุกอย่างเพราะมันหรือแม่เฒ่า ให้อยู่ก็ไม่ดี ฆ่าทิ้งก็ไม่ได้”

“อาจเป็นเช่นนั้น”

“งั้นข้าจะไม่ฆ่ามัน ในเมื่อทำให้มันตายจริงไม่ได้ ก็ต้องตายทั้งเป็น”

“ถ้าหากคนคนนั้นคือมนุษย์ที่เจ้าลงไปเจอ เจ้ากล้าทำร้ายเขาหรือ”

“พี่ออน่ะหรือแม่เฒ่า ฮ่าๆๆๆ” เหนือพิธุหัวเราะจนตัวงอ ก่อนจะกลับมาให้ความกระจ่างแก่สตรีตรงหน้าว่าตัวเองขำสิ่งใด “พี่ออเป็นบุรุษเพศ ไม่ใช่สตรีที่ให้กำเนิดบุตรได้ และหาใช่มนุษย์หมาป่าที่มีเลือดบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นไม่ตรงกับคำนาย แม่เฒ่าสบายใจได้ ข้าไม่มีวันรักหญิงใดนอกจากแม่เฒ่าและแม่วันเพ็ญ”

แม่เฒ่าทำท่าจะเคาะหัวราชันย์จอมทะเล้นแต่ทว่าคราวนี้อีกฝ่ายหลบหลีกทัน ซ้ำยังมายิ้มหน้าเป็นให้เห็นอีก “เจ้ายังไม่เข้าใจคำทำนายของข้าหรอกเด็กน้อย แม่ของเจ้าก็เช่นกัน ให้คนมาล้วงความลับของข้าแล้วไปตีความกันผิดๆ แต่เอาเถอะ ทุกอย่างถูกลิขิตแล้ว หากแม้มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ข้าก็อยากให้เจ้ามีสติ เจ้าอาจจะถือกำเนิดมาเหนือสิ่งอื่นใด แต่หาใช่ว่าเจ้าจะแพ้ไม่เป็น”

“ข้าจะจำคำสอนของแม่เฒ่าเอาไว้ อย่ากังวลไปเลย ทุกวันนี้ฝูงของเราก็เหลือเพศเมียน้อยลงทุกที แม่ของข้าก็กันออกจากข้าจนหมดเพราะกลัวว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นผู้ที่มาทำร้ายข้า มนุษย์ก็ไม่ให้ข้าคบหา แล้วข้าจะสืบทอดเผ่าพันธุ์เราได้ยังไงล่ะแม่เฒ่า”

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าเหมพาเจ้าไปลิ้มรสเรื่องอย่างว่ากับพวกหมาป่าในฝูงมาบ้างแล้ว แต่ข้าไม่ได้เอามาเป็นความ เจ้าก็เข้าวัยที่จะต้องการเรื่องนี้เป็นธรรมดา ส่วนเรื่องคู่ครองเจ้าอย่าได้ห่วง ข้ารู้มาว่าแม่ของเจ้าคัดคู่ให้เจ้าแล้ว”

“หา...” เหนือพิธุหลุดคำติดปากแบบใครบางคนออกมา

“แม่เจ้าคิดเพียงว่าขอแต่เป็นคนที่เจ้าไม่ได้รักและไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์ก็หมดปัญหา เพราะฉะนั้นเจ้าก็อย่าไปเผลอไปรักใครที่ไม่ต้องใจแม่ของเจ้าเข้าล่ะองค์ราชันย์”

“แน่นอน ข้าจะไม่รักใครมากว่าตัวเองและครอบครัว แล้วไหนของขวัญวันเกิดของข้า”

เมื่อโดนเหนือพิธุทวงของขวัญ แม่เฒ่าจึงเดินไปหยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งมา เมื่อฝาของมันถูกเปิดออกก็เห็นสร้อยสองเส้นวางอยู่ในนั้น ลักษณะของมันเหมือนกัน สีเหลือบชมพู ตัวจี้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมพระอาทิตย์เอาไว้ด้านหนึ่ง

“ให้ข้าสองเส้นเลยหรือ”

“เส้นหนึ่งเป็นของเจ้า อีกเส้น...”

“ให้ใคร”

“ข้าจะไปรู้หรือ มันเป็นของเจ้า เจ้าจะให้ใครไม่เกี่ยวกับข้า”

“หมายความว่าข้าจะให้ใครก็ได้อย่างนั้นหรือแม่เฒ่า”

“เป็นเช่นนั้น”


เหนือพิธุหยิบสร้อยสองเส้นออกมาดูใกล้ๆ มันสวยมาก เขาสวมเส้นหนึ่งเอาไว้ที่คอ ส่วนอีกเส้นเขาคิดว่า...เขารู้แล้วว่าเจ้าของของมันคือใคร


เมื่อเหนือพิธุกลับออกไปแล้ว แม่เฒ่าก็เหลือบมองไปทางระเบียงด้านนอก เงาตะคุ่มแวบหายตามองค์ราชันย์ไป นางพรูลมหายใจ นางรู้ดีว่ามารดาของเหนือพิธุกังวลว่าลูกชายจะถูกร้าย หล่อนมาอ้อนขอให้นางบอกเรื่องคำทำนายแต่นางมิเคยปริปาก ไม่ใช่ว่านางอยากปิดบัง แต่นางเองก็ไม่อาจเข้าใจมันอย่างท่องแท้ หากนางทำนายผิดไป สุดท้ายแล้วเผ่าพันธุ์นี้อาจจะต้องจบสิ้นเลยก็เป็นได้

‘เลือดบริสุทธิ์ผู้ที่มาพร้อมวันราตรีเสมอภาค มาเพื่อเสมอ มิใช่แพ้ มิใช่ชนะ เป็นผู้ที่มาเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง มาเพื่อลดทอนอำนาจแห่งองค์ราชัน หนึ่งศัตรูนางนี้คือคนที่ไว้ใจ อาวุธร้ายคือความรัก วสันตวิษุวัตคือจุดเริ่มต้นและจุดจบ’


........


หลังจากที่ทำบุญใส่บาตรตั้งแต่เช้าตรู่เสร็จเรียบร้อย ออทัมจัดการกรวดน้ำให้แม่จันทร์เจ้าเหมือนอย่างที่เคยทำมาทุกปี ระหว่างนั้นก็นึกถึงเรื่องที่ฝันไปด้วย มันเสมือนจริงจนเกินไป แต่ถ้าเป็นความจริง...นอกจากความน่ากลัวของคมเขี้ยวนั้น การถูกคนในฝันซุกไซ้ที่ซอกคอและเลียที่ปลายนิ้วก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ออทัมรู้สึกหายใจติดขัด

“น้ำหมดขันแล้วเจ้าออ” เสียงเตือนของพ่อทำให้ออทัมสะดุ้ง “คิดอะไรอยู่”

“อ๋อ คือ...ออคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยครับ”

“คือพ่อจะมาบอกว่า...เรื่องงานเลี้ยงวันเกิด พ่อขอเลื่อนออกไปก่อนนะ พอดีลุงกำนันแกมีเรื่องด่วนให้พ่อไปช่วย”

“ได้ครับ” แม้จะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่ออทัมเข้าใจดี พ่อพายุเป็นคนเก่ง ไม่ว่าใครมีปัญหาอะไรมักจะมาขอความช่วยเหลือจากพ่อพายุอยู่เสมอ “เอ่อ พ่อครับ” ก่อนที่พ่อจะเดินออกไปเขาอยากขออนุญาตพ่ออีกเรื่องหนึ่ง

“ว่าไง”

“ถ้าอย่างนั้น ออขอไปจัดดอกไม้ที่หลุมศพแม่นะครับ ออจะให้พี่เพิ่มไปเป็นเพื่อน” พี่เพิ่มที่ว่าคือลูกน้องของอาพนัส เป็นคนที่พ่อและอาพนัสไว้ใจ

“ก็ได้”

“ขอบคุณครับพ่อ” ในใจก็หวังว่าจะได้ยินคำอวยพรจากพ่อ แต่เขาก็เริ่มชินแล้ว พ่ออาจจะคิดถึงแม่มาก จนวันนี้เป็นวันที่พ่ออยากจะลืมไปเท่านั้นเอง


ออทั่มเตรียมดอกไม่สีสันสวยงามมากมายเพื่อที่จะไปตกแต่งหลุมศพของแม่ เจ้าตัวเดินมาถึงบ้านของอาพนัสซึ่งเป็นน้องชายของพ่อเพื่อจะมาชวนให้พี่เพิ่มไปเป็นเพื่อน แต่ทว่าเมื่อมาถึงกลับไม่เจอใครเลยสักคนเดียว มองดอกไม้ในตะกร้าแล้วก็ไม่อยากเสียเที่ยว ตัดสินใจเขียนจดหมายเสียบไว้ที่ประตู เผื่อพี่เพิ่มกลับมาจะได้ตามไปทีหลัง

จากนั้นเขาก็เดินเลาะริมป่าสนจนมาถึงหลุมศพของแม่จันทร์เจ้า เขาอยากมาที่นี่บ่อยๆ แต่พ่อไม่อนุญาต พ่อบอกว่าสัตว์ป่ามันเยอะ อาจจะถูกทำร้ายได้ แต่เขากลับคิดว่าสัตว์ป่ามันไม่ลงมายุ่มย่ามกับมนุษย์หรอกถ้าไม่จำเป็น

“ทำไมหลุมศพสะอาดจัง” ทุกปีที่เขามาเยี่ยมแม่ ใบสนที่แห้งตายจะร่วงลงมาทับตรงหลุมศพของแม่เต็มไปหมด แต่วันนี้กลับดูสะอาดตาราวกับว่ามีคนมาปัดกวาดให้ “มีดอกทานตะวันด้วย ใครกันเอามาวาง พ่อเหรอ ไหนว่าจะไม่มาไง ที่แท้ก็แอบมาก่อน” ออทัมพูดกับตัวเองก่อนจะเริ่มหยิบดอกไม้ที่ตัวเองนำมา มาวางเรียงต่อจากดอกทานตะวัน

เมื่อตกแต่งหลุมศพของแม่จนดูสวยงามแล้ว ออทัมก็หลับตาพร้อมกับยกมือไหว้เพื่ออธิษฐานถึงผู้ให้กำเนิด นอกจากคำขอที่ให้แม่มีความสุขอยู่บนฟ้าแล้ว เขายังเล่าเรื่องของเหนือพิธุให้แม่ฟังในใจอีกด้วย จนกระทั่งรู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ทางด้านหลัง เดาว่าคงจะเป็นพี่เพิ่ม แต่เมื่อหันไปดูก็พบว่าตัวเองเดาผิด

“เหนือ มาที่นี่ได้ยังไง”

“ก็บอกแล้วว่าจะหาให้เจอ”

“แล้วมาคนเดียวเหรอ” ถึงออทัมจะสงสัยว่าอีกฝ่ายตามมาถูกได้ไง แต่ก็ไม่คิดจะถามซ้ำ

“อืม ขอไหว้แม่ของพี่ออด้วยนะ” เหนือพิธุชันเข่าลงแล้วยกมือไหว้หลุมศพ จู่ๆ ก็มีลมพัดแรงจนดอกไม้ที่วางอยู่บนหลุมปลิวหล่นระเนระนาด

“ฝนจะตกรึไงนะ แต่แดดก็จ้าอยู่นี่นา” ออทัมบ่นก่อนจะรีบเก็บดอกไม้มาวางที่เดิม

“เดินขึ้นไปอีกหน่อยมีน้ำตก ไปเที่ยวกันไหมพี่ออ” เหนือพิธุเอ่ยชวนหลังจากเคารพหลุมศพเสร็จแล้ว

“มีด้วยเหรอ พี่อยู่ที่นี่มาตั้งนานไม่เคยรู้ว่ามีน้ำตก”

“มีสิ แต่ไม่มีใครรู้หรอก มันถูกพรางตาเอาไว้”

“เพ้อเจ้อ น้ำตกนะไม่ใช่ฉี่จักจั่น”

“อ้าว ไม่เชื่อก็ขึ้นไปดูกัน”

ออทัมทำหน้าลังเลใจ กลัวว่าพ่อจะดุหากรู้ว่าขัดคำสั่ง พ่อเคยสั่งเด็ดขาดว่าห้ามเข้าไปในป่าสนแห่งนี้ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้เขาเกิดอยากตามไปดูให้เห็นกับตาว่าข้างบนมีน้ำตกจริงหรือไม่

“ขึ้นไปนิดเดียวเอง กลัวหรือ เหนือเพิ่งรู้ว่าคนกำจัดพิษงูได้ก็กลัวเป็น”

“ไม่กลัว” พอถูกสบประมาทเลยตัดใจที่จะขึ้นไป

“งั้นไปกัน” เหนือพิธุถือวิสาสะคว้ามือของอีกฝ่ายมาจับแล้วจูงเดินไป

“เมื่อคืนนี้พี่ฝันถึงเหนือด้วย” ออทัมชวนคุยระหว่างทาง

“จริงหรือ”

“ทำไมเหนือชอบพูดเหมือนคนโบราณ”

“ภาษาถิ่น แต่เล่าให้เหนือฟังหน่อยว่าพี่ออฝันอะไร”

“ก็...ฝันว่า เหนือเป็นหมาป่า แล้วก็หิว จะกินพี่ด้วยนะ” ออทัมละเว้นที่จะเล่าเรื่องที่โดนอีกฝ่ายซุกซอกคอและเลียนิ้วมือ

“พี่กลัวหมาป่าหรือ”

“ใครบ้างจะไม่กลัว”

“หมาป่ามันดูดุก็จริง แต่ธรรมชาติของมันไม่ได้ใจร้ายนะ มันรักพวกพ้อง มีอะไรก็แบ่งปันกัน อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ไว้ใจซึ่งกันและกัน มันไม่ทำร้ายใครถ้าไม่โดนรุกรานก่อน ยกเว้นเวลาที่ต้องหาอาหาร”

“จริงเหรอ สงสัยพี่ต้องไปหาประวัติของหมาป่ามาอ่านบ้างแล้ว ดูน่าสนใจ”

“ไม่ต้องไปหาหรอก อยากรู้อะไรถามเหนือ เหนือบอกได้ทุกอย่าง”

“เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างนั้นสินะ”

“ก็พอตัว อ่า...ถึงแล้ว”

“ไหน พี่เห็นมีแต่เถาวัลย์เต็มไปหมด”

“เดินผ่านม่านเถาวัลย์นี้ไปก็เจอแล้ว” ว่าแล้วเหนือพิธุก็จูงมือออทัมฝ่าม่านเถาวัลย์เข้าไป

สระน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกตทำให้ออทัมตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก ความเย็นจากละอองน้ำตกกระเซ็นมาปะทะใบหน้าให้ความสดชื่น ไม่น่าเชื่อว่าป่าสนที่ดูแห้งแล้งจะมีที่ที่สวยงามขนาดนี้ซ่อนอยู่ ไม่รู้ว่าพ่อกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้านจะรู้จักน้ำตกแห่งนี้ไหมเพราะออทัมไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเลย

“ห้ามบอกใครนะ เหนือไม่อยากให้ใครมาที่นี่อีก”

“ความลับเยอะจริงนะ”

“ก็พอตัว พี่ออ...อยากลงไปเล่นน้ำไหม น้ำไม่ลึกหรอก ยืนถึง”

“ไม่ได้เอาชุดมา ถ้าเปียกกลับไปพ่อดุแน่ๆ”

“ไม่เห็นจะยาก แก้ผ้าเล่นเลย”

“บ้า ไม่เอาหรอก”

“อายอะไร เป็นผู้ชายเหมือนกัน เหนือแก้ผ้าเล่นกับเพื่อนบ่อยๆ”

“ก็เรายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” ออทัมว่าอย่างนั้น แต่พอเห็นอีกฝ่ายหน้าสลดลงก็ใจไม่ดี “คือพี่...”

“ไม่เป็นไร เหนือเข้าใจ เหนือเป็นแค่คนอื่น”

“ถ้าพี่แก้ผ้า เหนือห้ามแอบดูนะ” ออทัมตัดสินใจจะลงไปว่ายน้ำเล่น อันที่จริงก็แค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายน้อยใจต่างหาก

“อืม ไม่แอบ” เหนือพิธุยิ้มกว้าง เขาหันหลังให้ จนได้ยินเสียงน้ำกระจายจึงรู้ว่าอีกฝ่ายคงกระโจนลงไปในน้ำแล้ว

“ไหนว่าจะไม่แอบดูไง” คนในน้ำโวยวายเมื่อเห็นเหนือพิธุหันมามอง

“ก็ไม่ได้แอบ แต่จะลงไปเล่นด้วย” ว่าแล้วเหนือพอธุก็จัดการเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด

แม้จะอายุแค่ 11 ปี แต่รูปร่างของเหนือพิธุกลับดูแข็งแรงเหมือนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผิดกับออทัมที่ดูจะผอมบาง โดยเฉพาะขนาดของอวัยวะส่วนนั้น ที่แม้ออทัมไม่กล้ามองตรงๆ ก็ยังรับรู้ได้ว่าของตัวเองเทียบไม่ติด จนกระทั่งฝ่ายนั้นกระโดดตามลงมาเขาถึงรีบหันหลังหลบหยาดน้ำที่กระจายเป็นวงกว้าง

“พี่ออ ผมของพี่ออปิดหน้าหมดเลย มานี่ เหนือจะรัดผมให้” เหนือพิธุจับไหล่อีกฝ่ายให้หันกลับมา ก่อนจะดึงยางรัดผมที่อยู่บนข้อมือของอีกฝ่ายออกมารวบผมด้านหน้าให้จนเป็นจุกน้ำพุ

“รู้ได้ไงว่าพี่มียางรัดผมที่ข้อมือ”

“เหนือสำรวจมาหมดแล้ว”

ออทัมขมวดคิ้ว คำพูดนี้เหมือนเคยได้ยินมาก่อน

“ผิวพี่ออขาวจัง เนียนด้วย” เหนือพิธุอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ไปที่แขนของอีกฝ่าย

“จั๊กจี้” ออทัมขยับตัวแล้วว่ายน้ำหนีไปทางอื่น

“จะหนีเหนือเหรอ หนีไม่ทันหรอก” แล้วเหนือพิธุก็ว่ายน้ำตามไป ไม่นานก็ถึงตัวอีกฝ่ายจึงรวบกอดเอาไว้

“จะกอดพี่ทำไม”

“กอดไม่ได้หรือ”

“ผู้ชายเขาไม่กอดกันหรอก”

“เมือคืนพี่ยังกอดผู้ชายคนนั้นเลย”

“หา...”

“ผู้ชายตัวโตๆ พ่อพี่เหรอ”

“รู้ได้ไง...อ๊ะ สรุปเมื่อคืนแอบดูพี่อยู่เหรอ มันดึกมากเลยนะ” ออทัมตกใจเพราะตอนที่ตัวเองกอดกับพ่อที่ระเบียงนั้นมันก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว

“ก็เหนือคิดถึงพี่ออ”

“......”

“เหนือแอบเข้าไปในห้องพี่ด้วย”

“.......”

“แล้วก็ทำแบบนี้” เหนือพิธุซุกจมูกไปที่ลำคอขาวของอีกฝ่าย เล่นเอาออทัมนิ่งค้างไป แม้น้ำที่โอบกายจะหนาวเย็นชื่นใจ แต่ภายในร่างกายกลับร้อนเหมือนมีใครมาจุดกองไฟสุมอยู่ในนั้น

“ทำแบบนี้ไม่ได้ เรายังเด็ก” ออทัมพึมพำออกมา ถึงจะอายุแค่ 12 ปี แต่ไม่ใช่ว่าจะไร้เดียงสาไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

“สำหรับเหนือ เหนือไม่เด็กแล้ว เหนือช้ากว่าเพื่อนคนอื่นด้วยซ้ำ” พูดจบก็ยกมือของคนอายุมากกว่าตัวเองขึ้นมาแล้วเลียตามง่ามนิ้วช้าๆ

“เหนือ...ไม่ได้ ไม่ดี”

“ทำไมไม่ได้!” เหนือพิธุถามเสียงขุ่น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเริ่มเปลี่ยนสี

“ก็พี่อาย พี่ไม่เคยทำแบบนี้” พอได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายอารมณ์คุกรุ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างง่ายดาย

“พี่รู้ไหม เหนือเหมือนจะตายเพราะคิดว่าพี่ออรังเกียจเหนือ”

ออทัมได้แต่มองดวงตาเศร้าของอีกฝ่าย มันสับสนเพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด คุณครูเคยบอกว่า อย่างออทัมต้องรอให้โตอีกหน่อยถึงจะมีอารมณ์ทางเพศ คุณครูก็เลยยังไม่สอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ทำไมเวลานี้เขากลับรู้สึกพลุ่งพล่านไปหมด มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หรือเขาจะกลายเป็นเด็กแก่แดดอย่างที่คนในตลาดดุด่าว่าลูกหลานอย่างที่เขาได้ยินมา

“ไม่ได้รังเกียจ แต่เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน” ออทัมรีบบอกเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าน้อยใจอีกแล้ว หน้าเศร้าของเหนือพิธุดูน่าสงสารจนเกินไป

“แล้วไง เหมกับคะนิ้งยังติดสัตว์กันบ่อยๆ นั่นก็ผู้ชายเหมือนกัน”

“หา...” ออทัมอึ้งกับศัพท์แสงที่เหนือพิธุพูดถึงเพื่อน

“แต่เอาเถอะ เหนือจะรอจนกว่าพี่จะเลิกอาย” เหนือพิธุหันหลังเตรียมจะว่ายกลับขึ้นฝั่ง แต่ถูกอีกฝ่ายรั้งข้อมือเอาไว้ก่อน

“เหนือ..แล้วเหนืออยากทำอะไรพี่เหรอ” คนถามไม่ยอมสบตา รู้แต่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด

“แค่อยากจอง พี่ออเป็นของเหนือ”

“จองเหรอ จองยังไง”

“แบบนี้”

ว่าแล้วเหนือพิธุก็ออกแรงดึงอีกฝ่ายเข้ามา ไม่รู้ว่าพี่ออตัวเบาหรือเขาแรงเยอะไป ตัวพี่ออละลิ่วตามน้ำมาปะทะจนร่างกายแนบสนิทกัน นิ้วเรียวเกี่ยวคางพี่ออขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากของตัวเองไปทาบทับ  บดเบียดเร้าร้อนรุนแรงเพราะเริ่มควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ไหว ปลายลิ้นเกี่ยวกวัดกวาดต้อนจนแทบจะกลืนลมหายใจอีกฝ่ายจนหมด

“จองแล้วนะ” ในที่สุดก็ยอมทอดถอนเพราะกลัวพี่ออจะขาดใจเสียก่อน

ออทัมไม่รู้ความหมายของคำว่าจอง จองเอาไว้แล้วยังไง ต้องทำยังไงต่อ จึงได้แต่ยืนนิ่งๆ แค่สบดวงตาคู่คมก็ใจสั่นทำอะไรไม่ถูก

“รอแป๊บนึงนะ” เหนือพิธุพูดจบแล้วก็ว่ายน้ำกลับไป ทิ้งให้ออทัมยืนลูบริมฝีปากตัวเองอยู่กลางสระใหญ่ ในหัวก็มีแต่ความผิดถูกตีกันวุ่นวาย พอเงยหน้าไปเห็นอีกฝ่ายปีนขึ้นไปที่กองเสื้อผ้าก็รีบก้มหน้าหลบ ร่างกายเปลือยเปล่าของเหนือพิธุทำให้ออทัมร้อนไปทั้งตัว จนอีกฝ่ายกระโจนกลับลงมาในน้ำ แล้วยื่นบางอย่างให้ดู “ของขวัญวันเกิด”

น้ำที่ว่าเย็นยังไม่เย็นเท่าวัตถุที่เหนือพิธุสวมใส่ให้ ออทัมเอามือไปลูบสายสร้อยที่แนบอยู่บนลำคอ มันสวยมาก สวยจนไม่กล้าจะรับเอาไว้ เมื่อสังเกตถี่ถ้วนก็พบว่ามันเป็นแบบเดียวกันกับสร้อยที่คนให้สวมใส่อยู่ที่คอ

“มันแพงไหม”

“มันสำคัญ”

“พี่กลัวทำหาย เอาคืนไปดีกว่านะ”

“กลัวหายก็ต้องรักษา เรามีกันคนละเส้น พี่ออเป็นของเหนือ”

“แล้วเหนือเป็นของใคร” ออทัมพลั้งปากถาม ทีแรกไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้ยินคำตอบรู้สึกแปลบๆ ที่หัวใจ

“ไม่เป็นของใครทั้งนั้น”

“กลับบ้านกันเถอะ” ออทัมเบี่ยงตัวออกแต่ก็โดนอีกฝ่ายรวบตัวมากอดอีกครั้ง

“แต่ถ้าพี่อออยากให้เหนือเป็นของพี่ออ พี่ออมาเจอกับเหนือที่นี่ทุกวันได้ไหม นะ นะครับ”

เหนือพิธุไม่รู้ว่าทำไมถึงแคร์ความรู้สึกอีกฝ่ายนักหนา แค่ฝ่ายนั้นทำหน้าเศร้าก็ต้องรีบง้อ ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยสนใจว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้ใครเสียใจบ้าง ความคิดที่ฝังหัวมาโดยตลอดคือห้ามให้ความรู้สึกของใครอยู่เหนือความรู้สึกของตัวเอง ไม่เช่นนั้นคำทำนายจะส่งผล แต่กับพี่ออ...พี่ออไม่ใช่คนที่อยู่ในคำทำนายแน่ๆ อย่างแรกคือพี่ออเป็นผู้ชาย ให้กำเนิดสายเลือดของเขาไม่ได้ อย่างที่สองคือพี่ออไม่ใช่มนุษย์หมาป่า พี่ออจึงไม่ควรได้รับความเย็นชาจากเขา เป็นคนที่เขาควรยกเว้น

ที่สำคัญ...ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูผสมพันธ์ของหมาป่า พี่ออมีกลิ่นตัวยั่วยวนเขามากตั้งแต่แรกเจอ แค่เห็นเลือดในกายก็แล่นพล่าน อยากจับมานอนตรงหน้าแล้วกระแทกตัวเข้าใส่ สำหรับเผ่าพันธุ์ของเขาถือเป็นเรื่องปกติถ้าจะมีอะไรในวัยนี้ แต่พี่ออเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คงยังเด็กเกินไป เขาผิดเองที่รีบร้อนจนดูเหมือนคุกคามอีกฝ่าย แต่เขาจะอดทนได้นานแค่ไหนเพราะในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เขาควบคุมตัวเองแทบไม่ได้เลย เหมเคยแนะนำว่าให้เขาปลดปล่อยกับพวกที่เหมหามาให้ แต่เขาไม่ต้องการ ตั้งแต่เจอพี่ออ พี่ออคือคนเดียวเท่านั้นที่เขาอยากมีอะไรด้วย

“พี่ไม่รับปากนะ”

“เหนือจะมารอ ถึงจะต้องรอเก้อแต่ก็จะมา”

“พี่จะพยายาม”

“แล้วเหนือจะไปหาพี่ทุกคืน ที่ห้องของพี่”

“เป็นเด็กเป็นเล็ก ค่ำมืดแล้วจะมาได้ไงคนเดียว เดี๋ยวก็โดนพ่อแม่ดุหรอก”

“ในฝัน”

“แล้วไป..” ออทัมพรูลมหายใจ สรุปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นความฝันหรือเป็นความจริง เพราะเหนือพิธุคนนี้กะล่อนทะเล้นเกินวัย จึงไม่รู้ว่าทุกอย่างที่พูดมาเชื่อถืออะไรได้บ้าง อาจจะแค่เดาแล้วมันตรงกับสิ่งที่เกิดจนนึกว่าจริงก็ได้

“ขอเหนือจองอีกทีได้ไหม”

“แก่แดด” ออทัมตีน้ำใส่หน้าคนทะเล้นก่อนจะว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่ง

เหนือพิธุได้แต่ยิ้มกว้าง รู้สึกหลงใหลคนคนนี้จนไม่อยากให้ห่างกายแม้แต่วินาทีเดียว ตอนนี้ปล่อยไปก่อนก็ได้ แต่คืนนี้เขาจะแอบไปลักหลับคนขี้อายให้สมใจ ก็บังอาจมาว่าจอมราชันย์อย่างเหนือพิธุว่าเด็กแก่แดดทำไมกันเล่า!     



โปรดเคลื่อนตามวงโคจรถัดไป
   

ช่วงแรกนี่จะลงให้ถี่หน่อยนะคะ เพราะอยากให้รู้ความเป็นมาแบบไม่ให้ขาดช่วง
อยากให้อ่านเนื้อเรื่องให้ละเอียดเพราะทุกคำมันมีความลับซ่อนอยู่ 5555
ส่วนคำผิดเดี๋ยวมาแก้จ้า
แต่...นังเหนือ!!!! กระล่อนเหลือเกิน แตกวัยหนุ่มหน่อยก็จะลุยแน้วววว
แกจะหื่นตั้งแต่อายุแค่นี้เลยนะ (สำหรับมนุษย์แกยังเด็กนะยะ)
พี่ออของฉันของไม่บรรลุนิติภาวะเร้ยยย
คุกไหนขังมนุษย์หมาป่าได้บ้างคะคุณ!!!!










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-04-2019 01:24:04 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ทั้งแก่แดด ทั้งไวไฟ  อิอิ

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
เหนืออย่ารังแกพี่ออสิ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
น่าติดตามๆ  :katai2-1:

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
 :impress2: น่ารัก

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
อื้อออออออ

น่ารักกกกกกกกก

 :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
วงโคจรที่ 3


คืนนั้นเหนือพิธุไม่ได้ไปหาออทัมอย่างที่ใจหวัง เนื่องด้วยต้องอยู่ร่วมงานวันเกิดของตัวเอง ตั้งแต่ผู้เป็นบิดาเสียไป ฝูงของเขาก็แทบไม่มีงานรื่นเริงใดๆ แม้กระทั่งในวันที่เขาถือกำเนิด มารดาของเขาก็งดการเฉลิมฉลองเพราะอยู่ในช่วงไว้อาลัยให้บิดา เมื่อเห็นว่าวันนี้เหล่าสมาชิกดูมีความสุขกันถ้วนหน้าเลยไม่กล้าหนีออกจากงานไปหาคนที่คิดถึง

“เหนือ...มากับแม่ แม่มีอะไรจะให้เจ้าดู”

เหนือพิธุเดินตามมารดามาถึงห้องนอนของเธอ กล่องไม้ใบใหญ่ที่มารดานำมาวางตรงหน้าทำให้เขาใคร่รู้ เมื่อเห็นมารดาพยักหน้าให้จึงเปิดออกดูว่าด้านในมีสิ่งใด

“ของเหล่านี้คือของที่พ่อเจ้ารัก เข็มกลัดนี้คือสิ่งที่ย่าของเจ้าทิ้งเอาไว้ให้ในวันที่พ่อของเจ้าขึ้นเป็นราชัน อีกไม่นานเจ้าก็จะต้องขึ้นเป็นราชันเช่นกัน ตำแหน่งนี้ว่างอยู่นานแล้ว แม่คิดว่าคงจะต้องทำให้มันถูกต้อง”

เหนือพิธุหยิบเข็มกลัดขึ้นมาดูก่อนจะวางลง จากนั้นก็ใช้สายตาไล่เรียงดูของอื่นๆ ในกล่อง ส่วนมากจะเป็นเครื่องประดับรูปพระจันทร์ พ่อของเขาคงจะรักแม่มากถึงได้สะสมของทุกอย่างที่เปรียบดั่งชื่อของแม่

“แม่ไม่เคยเล่ารายละเอียดอื่นให้เจ้าฟังเพราะเห็นว่าเจ้ายังเด็ก แต่ในวันนี้เจ้าโตเป็นหนุ่มแล้วเหนือพิธุ...เจ้าควรรู้เรื่องของพ่อผู้เสียสละของเจ้า เจ้าควรรับรู้ว่าคนที่พรากพ่อไปจากเจ้าเป็นใคร”

“ข้าอยากฟัง”

แล้ววันเพ็ญก็เริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต เริ่มจากวันที่เธอได้เจอทินกร เธอเป็นเพียงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ตามบิดามารดาไปเก็บหน่อไม้บนเขา ในวันนั้นบิดาและมารดาของเธอโดนเสือลายพาดกลอนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต เธอเองก็เกือบจะไม่รอดหากทินกรไม่เข้ามาช่วยเอาไว้ แล้วทินกรก็พาเธอมาอยู่ที่ฝูงเมื่อรู้ว่าเธอไม่เหลือใครแล้ว เธอตกใจมากเมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้เป็นมนุษย์หมาป่า

เธอยอมรับว่าอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะถึงอย่างไรเขาและทุกคนที่นี่มีสายเลือดของสัตว์ป่าที่ดุร้ายอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่เธอก็ได้รับความเมตตาจากทุกคน เธอตระหนักแล้วว่าวงศ์วานของหมาป่าไม่ได้ดุร้ายเหมือนเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา ปู่กับย่าของเหนือพิธุยังยินดีให้เธอเป็นคู่ผัวตัวเมียกับทินกร เมื่อทินกรได้ขึ้นเป็นราชันต่อจากบิดา เธอจึงได้ตำแหน่งแม่นายของฝูงไปด้วย เรื่องราวทุกอย่างมันควรสุขสงบเรียบง่ายหากไม่มีการหักหลังครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในฝูง

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เหนือพิธุถาม ตั้งแต่จำความได้เขาไม่เคยเห็นการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นในฝูงเลย สมาชิกทุกคนรักกัน ไว้ใจกัน พร้อมจะตายเพื่อกันและกันเสมอ

“น้องสาวของพ่อเจ้าหนีออกจากฝูงเพื่อไปอยู่กินกับมนุษย์”

“แล้วยังไงครับ ในเมื่อฝูงของเราก็มีผู้ที่อยู่กินกับมนุษย์มากมาย”

“ถ้ามนุษย์ผู้นั้นยินยอมเข้ามาอยู่ในฝูงก็คงไม่มีอะไร แต่สามีของจันทร์เจ้าเป็นพวกล่ามนุษย์หมาป่า เขายอมไว้ชีวิตแค่เพียงเธอ เธอต้องเลือกระหว่างความรักและครอบครัว แล้วเธอก็เลือกเขา เธอทรยศต่อฝูง เธอทำให้ปู่กับย่าของลูกตรอมใจตาย”

“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนครับ”

“เสียชีวิตไปแล้ว สามีของเธอกล่าวหาว่าพวกเราฆ่าเธอ ทั้งที่พ่อของลูกให้คำมั่นแล้วว่าจะไม่คิดแค้นใดๆ ยอมให้เธอออกจากฝูงไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเธอตายได้อย่างไร แต่สามีของเธอฝังใจว่าเป็นฝีมือของพวกเรา เขาเผาป่าสนที่พวกเราอยู่อาศัย สมาชิกในฝูงต้องตายอย่างทรมานในกองไฟ เราหนีรอดกันมาได้เท่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้”

“เหตุนี้เองแม่ถึงไม่ให้ข้าไปคบหากับมนุษย์” แค่ได้ฟังเรื่องราวในอดีตเหนือพิธุก็ปวดไปทั้งใจ การถูกไฟเผาทั้งเป็นเช่นนั้น แค่คิดก็หายใจแทบไม่ออก แม่เฒ่าเคยบอกว่าฝูงของพวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่นับเป็นร้อยๆ ปี ตั้งแต่ยังไม่มีมนุษย์มาอาศัยอยู่บริเวณนี้ด้วยซ้ำ มนุษย์พวกนี้ควรจะเจียมตัวบ้างว่าไม่ใช่ที่ของตนเพียงผู้เดียว

“เจ้าเข้าใจแม่แล้วใช่หรือไม่เหนือพิธุ”

“ข้าเข้าใจในสิ่งที่แม่เป็นห่วง แต่แม่ลืมไปแล้วหรือ แม่เองก็เป็นมนุษย์ มนุษย์ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทุกคน ข้าเกิดมาในวันราตรีเสมอภาค แม่เฒ่าบอกว่าข้าเกิดมาเพื่อปกป้องทุกคน ทุกคนในความคิดของข้าคือฝูงของเรา รวมถึงมนุษย์พวกนั้น”
วันเพ็ญได้ยินลูกชายของตัวเองพูดแล้วระบายยิ้ม ลูกชายของเธอเกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย หากแต่เป็นหัวใจด้วย เธอตัดสินใจซ่อนของชิ้นสุดท้ายที่ตั้งใจจะมอบให้ลูกชายดู เพราะคิดว่ามันคงไม่มีประโยชน์ที่เขาต้องรู้จึงคิดทิ้งมันไปเสีย

“อะไรในมือของท่าน”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ เอาของที่อยู่ในกล่องไป พ่อเจ้าคงอยากให้เจ้าเป็นของขวัญวันเกิด”

“ข้าขอดูของในมือท่าน”

วันเพ็ญถอนใจ สุดท้ายก็ยอมส่งรูปภาพในมือให้กับลูกชาย

“ใคร”

“คนที่ฆ่าพ่อของเจ้า”

เหนือพิธุรู้สึกคุ้นตา แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยพบเห็นที่ไหน ชายในรูปดูโหดร้ายไม่ต่างจากการกระทำ

“ถ้าข้าเจอเขา เขาจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ตายด้วยน้ำมือของข้า”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น แม่แค่อยากให้เจ้าระวังตัว เขายังอยู่ในหมู่บ้านนั่น แม่ไม่อยากให้เจ้าลงไปที่นั่นอีก”

“แม่รู้หรือ”

“มีอะไรที่คนเป็นแม่จะไม่รู้เรื่องของลูกชายบ้าง”

“อย่ากังวล ข้ารู้ดีว่ากำลังทำอะไร หากท่านเชื่อว่าข้าถือกำเนิดมาเพื่อเป็นราชัน ขอจงให้ข้าได้ทำในสิ่งที่ข้าปรารถนา ในสิ่งที่ข้าเลือกเอง”

“เพราะแม่เป็นมนุษย์ แม่ถึงรู้ดีว่าหัวใจของมนุษย์เทียบไม่ได้กับหัวใจของหมาป่า มนุษย์มีแต่ความละโมบ ไร้ความจริงใจ มีแต่ทรยศหักหลัง เจ้าจะเจ็บปวด”

“อาจเป็นเช่นนั้น แต่ต้องไม่ใช่พี่ออ ข้ามั่นใจ”

“พี่อองั้นหรือ” วันเพ็ญรู้สึกคุ้นชื่อแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ รู้ดีว่าลูกชายถึงวัยที่ต้องมีสัมพันธ์ทางเพศแล้ว “ตามแต่ใจเจ้าก็แล้วกันเหนือพิธุ เจ้าอยากจะทำอะไรตามวัยของเจ้าแม่ไม่คิดห้าม แต่แม่ขอเพียงเรื่องเดียว คู่ชีวิตที่จะยืนเคียงข้างเจ้าในวันที่เจ้าขึ้นเป็นราชันจะต้องเป็นคนที่แม่เลือกให้”

“ยังอีกหลายปี ท่านอาจจะเปลี่ยนใจ” เหนือพิธุเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างเอาใจ เขากลัวใจมารดาเหลือเกินว่าจะเลือกคนที่เขาไม่ชอบมาให้ เพราะเขาแน่แก่ใจว่ามารดาจะเลือกคนที่เขาไม่ได้รัก เพื่อที่คำทำนายจะได้ไม่เป็นจริง

“ไม่ต้องมาอ้อนแม่ เจ้าอาจจะกำลังหลงใหลติดกลิ่นมนุษย์คนนั้น ถ้าเจ้าจะพาเขาขึ้นมาอยู่ด้วยแม่ก็ไม่ว่า สมัยพ่อของเจ้าก็มีบ้านเล็กบ้านน้อยจนนับไม่ไหว แต่แม่ขอรู้จักเขาก่อน”

“ข้าเชื่อว่าคะนิ้งคงสืบมาให้แม่รู้หมดแล้ว ข้าคงไม่จำเป็นต้องเล่าอะไร”

“เจ้าคิดว่าแม่รู้ไม่ทันเจ้าอีกล่ะสิ เจ้าใช้พลังอำพรางกลิ่น ใครก็ตามเจ้าไปไม่ถูก แล้วเขารู้หรือไม่ว่าเจ้ามีเลือดหมาป่าอยู่ครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้สำคัญนัก”

“ข้าจะบอกเขาในเร็ววัน”

“ดูเจ้าจะมั่นใจว่าเขารับได้ในตัวตนเจ้า”

“เป็นเช่นนั้น”

“นี่เจ้าเพิ่งย่างเข้าสิบเอ็ดปีเท่านั้นก็เริ่มควบคุมไม่อยู่เสียแล้ว เห็นทีข้าต้องปวดหัวกับบรรดาเมียของเจ้าแน่ๆ”

“โธ่แม่ข้า มันก็เป็นธรรมดา ข้าช้ากว่าคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ จนเจ้าคิมเจ้าเหมมันเยาะว่าข้าอ่อน”

“ยอมแพ้สักเรื่องคงไม่เป็นไรหรอกเหนือพิธุ โดยเฉพาะเรื่องนี้ อีกอย่างเจ้าอยากปลดปล่อย แม่ก็เลือกมาให้เจ้าตั้งมาก ยังไม่พอใจอีกหรือ”

“เอาเป็นว่าข้าจำคำทำนายของแม่เฒ่าได้ดี อย่าได้กังวล ข้าจะไม่ทำให้ท่านและฝูงผิดหวังกับคนที่ข้าจะนอนด้วย”

“แม่เชื่อใจเจ้า ไปเถอะ เพื่อนๆ คงรอให้ของขวัญเจ้าอยู่ แม่รักลูกมากนะเหนือพิธุ”

“ข้าก็รักแม่”


……


หลังจากที่ออกมาจากห้องของมารดา เหนือพิธุก็ออกมายืนชมพระจันทร์อยู่ที่ดาดฟ้าของคฤหาสน์ตามลำพัง ด้านล่างยังคงมีเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะของเหล่าสมาชิกฝูงแว่วมาให้ได้ยิน เขากำลังคิดถึงคนที่เขาตีตราจับจองเอาไว้ ป่านนี้ฝ่ายนั้นจะคิดถึงเขาบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

นึกแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ การจูบมันไม่ใช่การตีตราจอง ไม่เช่นนั้นพวกที่เขาเคยร่วมหลับนอนชั่วครั้งชั่วคราวคงถูกจองไปหมด เขาจองพี่ออตั้งแต่คืนแรกที่เขาลอบไปหาแล้วต่างหาก เขาโลมเลียทุกพื้นที่บนร่างกายของพี่ออ มันคือการทิ้งกลิ่นเพื่อจับจองมิให้ผู้ใดมาแตะต้อง นั่นต่างหากคือการตีตราจอง แต่ขนาดว่าเขาใช้พลังที่มีสะกดให้พี่ออหลับใหล แต่ฝ่ายนั้นกลับมาสนทนากับเขาได้ ถึงจะดูคล้ายการละเมอก็ตาม จะว่าแปลกก็แปลก จะว่าไม่แปลกก็ไม่แปลก ก็ขนาดดูดพิษงูออกได้ พี่ออก็คงมีอะไรพิเศษต่างจากมนุษย์ทั่วไป มันถึงทำให้เขาเลิกคิดเรื่องนี้ไป

นึกย้อนไปในคืนนั้นเลือดในกายก็เริ่มพลุ่งพล่าน เนื้อตัวขาวนวลของพี่ออกระจ่างอยู่ในความมืด กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของฝ่ายนั้นทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากจะทำตามกฎที่ธรรมชาติสร้างเอาไว้แต่ก็กลัวว่ามันไม่สมควร ยิ่งขณะจับจองตีตราร่างกายนั้น แล้วอีกฝ่ายส่งเสียงครวญคราง ร่างผอมบางบิดเร้าดูเย้ายวน เรือนผมสีดำขลับที่เคยรุงรังสยายยาวเร้าสายตา แล้วราชันย์ที่ยิ่งใหญ่อย่างเขาทำอะไรต่อไปนะหรือ

‘ก็ช่วยตัวเองไง น่าอายชะมัด’

นึกแล้วก็อยากกระโจนไปหาแล้วจัดการพี่ออให้ร้องครวญครางไม่หยุด

“น่าแปลกใจ องค์ราชันย์มายืนทำอะไรตามลำพังในคืนวันเกิด”

“แปลกตรงไหน แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่อยู่สนุกในงานล่ะคะนิ้ง”

“เจ้าคงลืมไปว่าข้ามีหน้าที่อะไร” สิสิรเตือนความทรงจำของอีกฝ่าย

“คืนนี้ข้าไม่ต้องการ”

“เป็นเช่นนี้ จะไม่ให้ข้าแปลกใจหรือ”

“ก็ข้าแค่ไม่ต้องการ ไม่แปลก”

“นี่คือคืนวันวสัตวิษุวัต พระจันทร์เต็มดวงและใกล้เรามากกว่าทุกคืน เป็นวันที่เจ้าเติบโตขึ้นอีกปี มันไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย แต่เป็นการเริ่มต้นฤดูที่เจ้าจะต้องปลดปล่อย เจ้าจะมีความต้องการมากกว่าที่เคยเป็น แล้วเจ้ามาบอกกับข้าว่าไม่ต้องการ ไม่ใช่แค่ข้าหรอกนะที่จะแปลกใจ บอกกับใครก็คงแปลกใจ หรือบางทีอาจจะคิดว่าเจ้าไม่สบาย”

เหนือพิธุยกยิ้มเพียงมุมปาก ก่อนจะมองคนตรงหน้าเต็มตา ‘สิสิร’ เป็นหนึ่งในผู้ที่แม่เฒ่าคัดหามาให้อยู่เคียงเขาในฐานะสหาย แต่หน้าที่หลักคือการเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่ให้องค์ราชันย์ของฝูงอย่างเขา ไม่ใช่ว่าเราสองไม่เคยร่วมหลับนอนกัน จะเรียกว่าหลับนอนก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว ฝ่ายนั้นแค่มาปลดปล่อยกำหนัดให้แล้วต่างก็แยกย้ายไปเมื่อเสร็จกิจ มันไม่มีอารมณ์ใดๆ นอกจากเป็นไปตามสัญชาติญาณการติดสัตว์ของหมาป่า มารดาของเขาไว้ใจสิสิรผู้นี้มาก เพราะคงผ่านการตรวจสอบแล้วว่าจะไม่ใช่ผู้ที่ต้องตามคำทำนาย

“ข้าไม่ได้ป่วยหรอกสหาย ข้ายังต้องการ และต้องการมาก หากแต่ผู้นั้นไม่ใช่เจ้า”

สิสิรมุ่นคิ้วทั้งสองเข้าหากัน เขาไม่เคยเห็นความอ่อนโยนในแววตาและน้ำเสียงนุ่มนวลขององค์ราชันย์ผู้นี้เลยตั้งแต่รู้จักกันมา ด้วยภาระที่ติดตัวฝ่ายนั้นมาแต่กำเนิด ความเย็นชาที่ต้องแสดงว่าแข็งแกร่งไม่หวั่นไหวต่อผู้ใดจึงเป็นภาพที่ทุกคนคุ้นตา มีเพียงสหายสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าเหนือพิธุเป็นคนขี้เล่น แต่อาการเหมือนคนตกหลุมรักเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขาอยากพิสูจน์ว่าราชันย์ผู้นี้ไม่ต้องการเขาจริงน่ะหรือ

“ให้ข้าได้ทำหน้าที่เถิดองค์ราชันย์ ข้าไม่อยากถูกแม่นายตำหนิ”

“แต่ว่าข้า..”

เหนือสินธุยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค สิสิรก็มานั่งคุกเข่าตรงหน้า แถมยังปลดเปลื้องกางเกงของเขาออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอ่อนไหวที่แข็งขืนตั้งแต่ตอนที่นึกถึงเรือนร่างของพี่ออนั้นถูกอีกฝ่ายครอบครองด้วยปากอย่างไม่รีรอ เขายอมรับว่าสิสิรเชี่ยวชาญเรื่องนี้มากกว่าหมาป่าตนใด การถูกกระตุ้นอารมณ์ที่คั่งค้างสะสมมาทำให้เหนือพิธุเริ่มเคลิ้มไปกับการปลุกเร้า สีของดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงฉาน ปลายเล็บเริ่มงอกยาว ฝ่ายสิสิรก็เช่นกัน แต่ดวงตาของฝ่ายนั้นเป็นสีเขียวมรกต
เหนือพิธุเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ดวงโต แล้วภาพใบหน้าของคนที่คิดถึงก็ปรากฏเด่นชัด รอยยิ้มที่ดูอ่อนหวาน มันยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาเตลิด มือของเขากดลงบนศีรษะของสิสิร ก่อนจะขยุ้มเส้นผมฝ่ายนั้นและบังคับให้เร่งจังหวะการครอบครองเร็วขึ้น

‘แล้วเหนือเป็นของใคร’

เสียงของพี่ออแว่วเข้ามา เหนือพิธุชะงักนิ่งไป ดวงตาที่โชนแสงสีแดงกลับกลายมาเป็นสีน้ำตาลเข้มดั่งเดิม การเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็ยุติลง สุดท้ายแล้วมือที่เร่งเร้าสิสิรเมื่อครู่ก็ดันใบหน้าอีกฝ่ายออกจากส่วนอ่อนไหวของตัวเอง

“เสร็จแล้วหรือ”

“อย่างไรก็ไม่เสร็จ ถ้าไม่ใช่...”

“ถ้าไม่ใช่อะไร”

“เจ้าไม่ต้องรู้ทุกเรื่องหรอกคะนิ้ง ขอโทษที่ไม่สามารถให้เจ้าทำหน้าที่ให้เสร็จ จากนี้ไปเจ้าไม่ต้องทำหน้าที่นี้แล้ว เจ้าเป็นของเหมคนเดียวก็พอ”

“เจ้ารู้..”

“ใช่ ข้ารู้”

“คือข้า...”

“ข้าจะไม่บอกแม่ในเรื่องนี้ แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องรายงานทุกเรื่องของข้าให้แม่นายของเจ้ารู้เช่นกัน”

“แต่ว่า...”

“ใครคือองค์ราชันย์ของเจ้า!” เสียงที่เฉียบขาดดุดันของเหนือพิธุทำให้สิสิรตัวสั่น

“ข้าเข้าใจแล้ว”

“ขอบใจมากสหาย”

เมื่อเหนือพิธุเดินจากไปแล้ว สิสิระก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เขาไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะรู้เรื่องที่ตัวเองลักลอบมีอะไรกับเหมันต์ และหากแม่นายรู้เรื่องนี้ พ่อแม่ของเขาอาจจะเดือดร้อนได้ แต่เขาก็เชื่อว่าเหนือพิธุจะไม่แพร่งพรายตามที่รับปาก แต่ถึงอย่างนั้นก็คงต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม


……


ออทัมไม่รู้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาพ่อกลับเข้าบ้านตอนกี่โมงกี่ยาม แต่ตื่นเช้ามาพ่อก็ออกจากบ้านไปแล้ว พี่คำอ้ายก็ไม่อยู่เพราะไปขายของที่ตลาดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง คุณครูก็เพิ่งจะโทรศัพท์มาบอกว่ามาสอนไม่ได้เพราะลูกสาวของคุณครูไม่สบาย งานบ้านเขาก็ทำเสร็จครบทุกอย่าง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรทำแล้วเขาจึงเข้าครัวทำอะไรนิดหน่อย อยากเอาของทานเล่นไปฝากบางคนให้ได้ชิมรสมือของเขา คนที่บอกว่าจะมาหาในฝัน แต่ไม่เห็นจะมาปรากฏตามที่บอก อันที่จริงไม่น่าให้ทำให้คนผิดนัดคนนี้กินหรอก

ก่อนจะออกจากบ้านออทัมเขียนจดหมายบอกพี่คำอ้ายกับพ่อว่าจะออกไปอ่านหนังสือที่สวนดอกทานตะวัน ถึงจะรู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่ในเมื่อรับปากเหนือพิธุเอาไว้ว่าจะไม่บอกใครก็เลยต้องทำตามคำสัญญา เขาเดินขึ้นมาถึงน้ำตกสีมรกตก่อนเวลานัด ที่นี่เงียบสงบดี ระหว่างรอให้เหนือพิธุมาเลยหยิบหนังสืออ่านเล่นมานอนอ่านอยู่ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมธารน้ำ เพราะความเงียบและอากาศที่เย็นสบาย ออทัมตัดสินใจวางหนังสือลงแล้วหลับตาฟังเสียงน้ำตก เพลินจนหลับไป

(มีต่อด้านล่าง)
V
V

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
(ต่อจากด้านบน)


เสียงลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าคนที่นอนหลับตานั้นหลับใหลไปแล้ว สัตว์สี่เท้าตัวใหญ่ขนสีเทาเข้มแซมขาวก้าวเดินออกมาจากที่ซ่อน มันเดินเชื่องช้าด้วยความระมัดระวังด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่น เมื่อเดินมาถึงตรงที่คนบุกรุกพื้นที่ต้องห้ามมันก็แยกเขี้ยวคมใส่ หวังจะฆ่ามนุษย์ผู้นี้ให้ตายเสีย แต่พอกลิ่นกายของคนหลับสนิทลอยมาแตะจมูก มันถึงกับผงะแล้วก้าวถอยหลัง มนุษย์ผู้นี้เป็นขององค์ราชันย์

“ออกไป” เสียงเยียบเย็นที่ดังมาจากด้านหลังทำให้มันหัวหด ร่างสัตว์สี่เท้าเปลี่ยนแปลงเป็นมนุษย์รูปร่างสูงใหญ่ผิวสีแทน

“ท่านเหนือ ข้าไม้รู้ว่า...มนุษย์ผู้นี้...”

“รู้แล้วก็ไปเสีย ต่อไปเจ้าไม่ต้องมาที่นี่อีก”

“แต่ว่าข้ามีหน้าที่เฝ้าที่นี่”

“ก็ข้าบอกว่าไม่ต้องมา เจ้าไม่ได้ยินหรือ!”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

“แล้วอย่านำเรื่องนี้ไปบอกใคร นี่คือคำขอ ไม่ใช่คำสั่ง” เหนือพิธุลดน้ำเสียงกร้าวลงเมื่อเห็นว่าตัวเองทำให้อีกฝ่ายกลัว

“ครับ” เมื่ออีกฝ่ายออกไปจากเขตหวงห้ามแล้วเหนือพิธุก็ลอบถอนหายใจ นึกบ่นคนชี้เซาในใจ ‘ดูสิ...ภัยมาถึงตัวยังมัวนอนหลับสนิท’

ตามปกติเข้าไม่เคยวางตัวถืออำนาจกับผู้ใดในฝูง แม้แต่กับเพื่อนสนิทเขาก็ไม่เคยขอให้พวกนั้นทำตัวต่ำกว่าเขา ทุกคนโตมาด้วยกัน สนิทสนมเหมือนเป็นพี่น้อง เขาจึงวางทุกคนไว้ในระดับเดียวกัน แต่ด้วยกฎที่แม่เฒ่าตั้งเอาไว้ ทุกคนต้องเชื่อฟังและปฏิบัติต่อเขาดั่งเป็นเจ้าชีวิต ต่อหน้าฝูงเขาจึงจำต้องทำให้ทุกคนกลัวและเกรงเพื่อไม่ให้เสียการปกครอง

อำนาจและพลังของเขามีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ เขาสามารถพรางตัวได้ พรางอาณาเขตได้ เคลื่อนตัวได้ว่องไวราวกับหายตัว สามารถสะกดจิต มีพละกำลังแข็งแกร่งและทรงพลัง และยังมีอีกหลายๆ อย่างที่เขาต้องเรียนรู้ในอำนาจที่ตัวเองมี สิ่งเหล่านั้นถูกกำหนดมาให้ตั้งแต่เขาถือกำเนิด และเมื่อเขาอายุครบ 15 เมื่อใด เขาจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดทั้งปวง ยกเว้นใครบางคนที่แม่เฒ่าทำนายเอาไว้ ซึ่งเขามั่นใจว่าจะไม่พลาดพลั้งให้กับมัน

“พี่ออ ตื่นเถอะ ถ้าไม่ตื่นเหนือจะปลุกในแบบของเหนือนะ”

ยังไม่ทันรอดูว่าเสียงปลุกของตัวเองได้ผลหรือไม่ แต่เหนือพิธุถือวิสาสะกดจูบไปที่หน้าผากของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่ายังไม่ตื่นจึงใช้ปลายลิ้นเลียไปที่ริมฝีปากอิ่ม เลียช้าๆ และค่อยๆ สอดแทรกรอยแยกของกลีบปากสีแดงระเรื่อเข้าไปชิมความหวานภายใน

“อืม” เสียงครางเบาๆ ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว เหนือพิธุจึงยุติการปลุกคนขี้เซา

“คิดถึงเหนือใช่ไหมถึงมาก่อนเวลา”

“พี่อยากมาเล่นน้ำตาต่างหาก” คนที่เพิ่งหายงัวเงียแถไปดื้อๆ เพราะนึกอายที่อีกฝ่ายจับได้

“แล้วไหนชุดเล่นน้ำ อ่อ...พี่ออคงติดใจการว่ายน้ำแบบตัวเปล่า”

“ถอยไป พี่จะลุกแล้ว” ออทัมรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกทำให้อายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“แต่เหนืออยากนอนกอดพี่ออ”

“เมื่อคืนว่าจะมาในฝันก็ไม่เห็นมา หมดเวลากอดแล้ว” ออทัมเบ้ปากใส่

“เหนือขอโทษที่ให้รอนะ” ใบหน้าที่รู้สึกผิดของคนพูดทำให้ออทัมรีบฉีกยิ้ม

“พี่ล้อเล่น พี่หลับสนิทเลย ไม่ได้รอหรอก”

“ใช่สิ เหนือไม่ได้สำคัญให้พี่ออรอ”

“เอ้า งอนเก่งจริง” ออทัมทำหน้ายุ่ง

“เหนือล้อเล่นหรอกน่า ไหน...พี่ออทำอะไรมาให้เหนือกินด้วยหรือ”

“จมูกดีจริงนะ พี่ทำขนมปังหน้าหมูกับคั้นน้ำส้มมา กินได้ไหม”

“กินได้หมด”

“งั้นกินเลยไหม พี่จะหยิบให้”

“เดี๋ยวค่อยกิน ขอกอดพี่ออก่อน”

“ขาดความอบอุ่นรึไงเรา”

“ใช่ ขาดมาก”

“จ้างให้ก็ไม่เชื่อ”

“จริงนะ พ่อของเหนือเสียไปแล้ว”

“พี่...เสียใจด้วยนะ”

“เหนือเลยขาดความรักจากพ่อ พี่ออสงสารเหนือก็กอดแน่นๆ เลยนะ”

“เป็นพี่อยู่ดีๆ จะให้เป็นพ่อแล้ว” ออทัมบ่นอุบอิบ

“ไม่ชอบเป็นพ่อ งั้น...” เหนือพิธุทำหน้าเจ้าเล่ห์ “เป็นแฟนกัน”

“แก่แดด” ออทัมต่อว่าแต่สองแก้มกลับซับสีเลือด

ตั้งแต่โตมาออทัมไม่เคยโดนใครมาเกี้ยวพาราสีเลยสักครั้ง ไม่เคยได้ยินคำว่าคิดถึงจากคนนอกครอบครัว ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนที่ทำให้ใจสั่น ยิ่งกว่านั้น...ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าคนที่มาสั่นคลอนความรู้สึกและทำให้หัวใจหวั่นไหวได้มากขนาดนี้จะเป็นคนเพศเดียวกัน แถมตัวเองยังมีใจกลับไปให้เขาง่ายดายแค่ได้คุยกันไม่กี่วันเอง

“พี่ออรู้ไหม สำหรับครอบครัวของเหนือ เหนือสามารถมีคู่ครองได้แล้ว มีเพศสัมพันธ์ได้แล้ว เหนือไม่ได้แก่แดดนะ”

“จริงเหรอ แต่ที่พี่เรียนมา เรายังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ ถือว่ายังเด็กมากสำหรับเรื่องนี้”

“อยากพาพี่ออไปอยู่กับเหนือ ที่นั่น...เราจะได้ทำอะไรกันก็ได้” เหนือพิธุทำเสียงอ้อน

ท่าทางของฝ่ายนั้นส่งผลให้ออทัมหุบปากสนิท ทั้งที่บอกเขาไปว่ายังเด็กเกินกว่าจะทำเรื่องพวกนี้ แต่ทำไมคำพูดของเขา สายตาของเขา ทำให้อารมณ์ของออทัมป่วนปั่นเป็นที่สุด เคยแอบเห็นพ่อกับน้าคำอ้ายทำอะไรกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ออทัมรู้สึกอยากทำบ้าง แค่คิดว่าไม่ควรมองจึงหนีขึ้นห้องไป แต่กับเหนือพิธุแล้ว ออทัมกลับอยากลองให้ฝ่ายนั้นทำอย่างที่เขาต้องการ คิดแล้วก็รู้สึกผิด เพราะมันไม่ใช่เรื่องถูกในสังคมที่ออทัมเติบโตมา

“เหนือรู้ว่าที่บ้านของพี่ออมันยังทำไม่ได้ เหนือเข้าใจ”

“แล้วเหนือทำยังไง เวลา...เวลาต้องการ” อย่าว่าแต่เหนือพิธุแก่แดดเลย ตอนนี้ออทัมเองก็คิดว่าตัวเองเริ่มแก่แดดไปด้วยแล้ว

“ก็หาคนมาปลดปล่อย ไม่อย่างนั้นจะไม่สบาย”

“จริงเหรอ จะป่วยเลยเหรอ พี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน”

“พี่ออ เหนือไม่ใช่คนปกติ คือเหนือ...”

“พี่รู้”

“รู้ รู้ว่าอย่างไร”

“พี่ก็ไม่ปกติ น้ำลายของพี่รักษาบาดแผลได้ ส่วนของเหนือ...ก็สู้กับงูได้”

“มันไม่ใช่แค่นั้น คือ...”

“พูดมาสิ”

“เหนือเป็นมนุษย์หมาป่า” เหนือพิธุตัดสินใจบอกความจริงอีกฝ่ายไป พอเห็นสีหน้าซีดจางของคนตรงหน้าก็ใจไม่ดี ยากที่จะมีมนุษย์รับได้

“ล้อพี่เล่นใช่ไหม” ออทัมถามเสียงเบา

เหนือพิธุตัดสินใจพิสูจน์ให้คนตรงหน้าดู เริ่มจากเปลี่ยนสีของดวงตา เล็บที่เริ่มงอกยาว คมเขี้ยวแหลมคมที่งอกออกมา จากนั้นเขาก็ส่งเสียงคำรามใส่ ออทัมยกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าซีดจางหนักกว่าเดิม เหนือพิธุรีบกลายร่างกลับมาเป็นเหนือพิธุคนเดิมเพราะเห็นว่าตัวเองทำให้พี่ออกลัว

“ต่อไปนี้จะไม่มาเจอเหนือแล้วใช่ไหม” หัวใจของเหนือพิธุวูบโหวง พี่ออคงเกลียดและกลัว สุดท้ายแล้วเขาคงต้องสะกดจิตลบความทรงจำของคนตรงหน้าไป คงไม่เหลือความทรงจำต่อกันอีก แค่คิดก็ปวดไปทั้งใจ

“เหนือจะกินพี่ไหม”

“หา...” เหนือพิธุเผลอครางออกมา เขาติดคำอุทานคำนี้ไปเสียแล้ว ติดคำพูดเหมือนติดเจ้าของคำ

“พี่เคยฝันว่าเหนือบอกว่าหิวแล้วจะกินพี่”

“โธ่พี่ออ...ใครจะไปกินคนที่เราชอบได้ลง” เหนือพิธุโอดครวญ

ส่วนออทัมพอได้ยินคำว่า ‘ชอบ’ ก็ใจเต้นตึกตัก “สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำร้ายกัน” ออทัมยกนิ้วก้อยขึ้นมา

“แน่นอนอยู่แล้ว” เหนือพิธุรีบเกี่ยวก้อยกลับ “แล้วไม่แปลกใจเลยเหรอ ทำไมดูไม่ตกเรื่องมนุษย์หมาป่า”

“พี่เชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่านะ แต่ก็ยอมรับว่าตกใจที่ต้องมาเห็นกับตา แต่จะให้พี่กรีดร้องวิ่งหนีพี่ทำไม่ได้หรอก”

“เพราะพี่เชื่อว่าเหนือจะไม่ทำร้ายพี่ใช่ไหม”

“เปล่า พี่ช็อคอยู่” ออทัมพูดจบก็หลุดขำ เพราะใบหน้าที่นิ่งอึ้งของเหนือพิธุดูตลกมาก “ก็มันช็อคจริงๆ นี่นา”

“ถ้าอย่างนั้นเหนือจะปลอบขวัญพี่ออนะ” เหนือพิธุขยับกายเข้าหา แล้วจูบประทับไปทั่วใบหน้าอีกฝ่าย

“ที่บอกว่า ถ้าต้องการก็ต้องหาคนปลดปล่อย พูดจริงเหรอ” ออทัมถามเสียงแผ่ว

“อืม”

“เหนือให้คนอื่นปลดปล่อยมากี่คนแล้ว”

“แก่แดด” เหนือพิธุย้อนคนตรงหน้าเข้าบ้าง พอเห็นอีกฝ่ายชะงักก่อนจะทำหน้าตูมก็ลอบยิ้ม “มันเป็นธรรมชาติของสัตว์ มันห้ามไม่ได้จริงๆ”

“พี่เข้าใจ”

“เข้าใจแล้วอย่างไร”

“ก็ไม่ยังไง”

“จะยอมให้เหนือไปปลดปล่อยกับใครก็ได้หรือ”

“แล้วพี่จะทำอะไรได้ ถ้าเหนือต้องการ”

“เหนือไม่ได้ต้องการใครอีกแล้วเมื่อเจอพี่ออ แต่ถ้าเหนือไม่ปลดปล่อย เหนือจะไม่สบาย”

เหนือพิธุพูดพลางสังเกตอีกฝ่าย ท่าทีอึกอักเหมือนจะพูดอะไรก็ไม่พูดทำให้เขานึกขำ คนตรงหน้าใสบริสุทธิ์เสียจริง รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกทางสีหน้าเสียหมด

“พี่ช่วยได้ไหม” ในที่สุดออทัมก็พูดออกมา

“ช่วยได้ แต่เหนือไม่อยากฝืนใจพี่ออ”

“พี่ดูฝืนหรือไงเล่า” ออทัมหันหน้าหนีไปทางอื่น ตอนนี้ในหัวมีแต่คำว่าแก่แดดเต็มไปหมด

“งั้นก็ช่วยเหนือปลดปล่อยนะครับพี่ออ”

“ยังไง”

“เช่นนี้” เหนือพิธุลูบไล้แขนของอีกฝ่าย ไล้ลงไปถึงปลายนิ้วแล้วประสานมือ ก่อนจะออกแรงพามือนุ่มนิ่มมาวางที่ส่วนสำคัญของตัวเอง “ช่วยให้มันหายดื้อ”

ออทัมไม่กล้าสบตา แต่ก็ไม่ขัดขืน หัวใจและร่างกายยอมทำตามเขาไปเสียหมด ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าอายแต่ก็เต็มใจทำ ไม่อยากให้เขาไปปลดปล่อยกับคนอื่น ไม่อยากให้ใครมาช่วยเขา เขาบอกว่า...

‘พี่ออเป็นของเหนือ’ ถ้าอย่างนั้น เขาอยากให้ ‘เหนือเป็นของพี่ออ’ บ้างคงไม่ผิดใช่ไหม
ออทัมลงแรงกดน้ำหนักมือลงบนสิ่งที่โป่งนูนใต้มือ ร่างกายของตัวเองเริ่มร้อนเหมือนมีใครมาสุมไฟอีกแล้ว หัวใจเต้นแรงจนคิดว่ามันจะกระดอนออกมา เริ่มแสบตามเนื้อตัว มันไม่ปกติ รู้ดีแต่หยุดไม่ได้

“อืม...พี่ออ” เหนือพิธุระบายลมหายใจแรง เลือดในกายแล่นพล่านเมื่อพี่ออสอดมือเข้าไปด้านในกางเกงและเริ่มกอบกุมส่วนสำคัญพร้อมขยับขึ้นลงช้าๆ ในใจก็แอบคิดว่าทำไมพี่ออถึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรในเมื่อดูไม่ประสาออกอย่างนั้น เหนือพิธุคงไม่ทันได้สังเกตว่าสีดวงตาของออทัมกำลังเปลี่ยนไป

เมื่อออทัมก้มหน้าไปยังจุดที่มือของตัวเองขับเคลื่อนอยู่ เหนือพิธุยอมรับว่าตกใจแต่ก็ไม่อาจต้านทางความต้องการของตัวเองได้ ยิ่งเมื่อฝ่ายนั้นปลดกางเกงของเขาลงต่ำแล้วครอบริมฝีปากลงไปที่แกนเนื้อเปลือยเปล่า เขาจึงสวนสะโพกเข้าหาความอุ่นชื้นแทบจะทันทีด้วยควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน

...รู้สึกดี รู้สึกดีกว่าผู้ใดที่เคยสนองอารมณ์ให้ เขาต้องการพี่ออ ต้องการมากกว่านี้...

แล้วจู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มทั้งที่ไม่มีเค้าลางมาก่อนว่าฝนจะตก แต่เหนือพิธุหาได้สนใจลมฟ้าอากาศในตอนนี้ ในสายตามีเพียงเขากับพี่ออเท่านั้น ด้วยพายุอารมณ์ที่ดูจะรุนแรงกว่าท้องฟ้าเบื้องบน เหนือพิธุเหยียดกายขึ้นมาแล้วจับร่างผอมบางตรงหน้าถอดเสื้อผ้าจนสิ้น อีกฝ่ายก็กระทำกับตัวเขาไม่ต่างกัน

‘มนุษย์ก็มีเลือดเนื้อ ต่อให้คิดว่าตัวเองเยาว์วัย แต่ความต้องการคือสิ่งที่ธรรมชาติมอบติดตัวมา พี่ออคงต้องการเขาไม่ต่างกัน’ นั่นคือสิ่งที่เหนือพิธุคิด

สองร่างกายกอดเกี่ยวกันลงไปในสระน้ำใส สายฝนเริ่มโปรยลงมา ท้องฟ้ามืดลงมากกว่าเดิมราวกับไม่ใช่ยามเที่ยงวัน สองร่างกายกอดรัดกันอยู่กลางสระสีมรกต เนื้อแนบเนื้อ บดเบียดริมฝีปาก แลกความอุ่นชื้นผ่านปลายลิ้น เสียงครวญลอดแว่วมาแต่ไม่รู้ว่าจากผู้ใด ต่างก็หูอื้ออึ้งเพราะอารมณ์ที่ไต่สูงจนยากที่จะหยุดยั้ง

ยอดอกของออทัมถูกอีกฝ่ายดูดกลืนอย่างโหยกระหาย ติ่งไตเม็ดเล็กไม่เคยโดนใครแตะต้องมาก่อน เจ้าของมันจึงเพิ่งได้ลิ้มรสความเสียวสะท้านจนต้องแอ่นกายบิดเร้าเป็นครั้งแรก ใบหน้าเริดขึ้นไปมองยังท้องฟ้าสีครามเข้ม ดวงตาสีฟ้าส่องประกายแต่ไร้ผู้ใดเห็น ผมที่เคยยาวประบ่าหากแต่ว่าตอนนี้ปลายของมันยาวถึงสะโพก ใต้หางตาด้านซ้ายมีรอยรูปพระอาทิตย์จางๆ ปรากฏขึ้น ความเปลี่ยนแปลงของออทัมนั้น เหนือพิธุไม่ได้ให้ความสนใจเลย

“เหนือต้องการพี่ออมาก เหนือจะอดทนเพราะยังไม่ใช่เวลาของพี่ออ แต่พี่ออช่วยเหนือหน่อยนะครับ” เหนือพิธุเว้าวอนพลางซุกไซ้ไปทั่วร่าง

แล้วคนถูกอ้อนก็ดำดิ่งลงไปในน้ำเพื่อทำตามคำขอของอีกฝ่าย เหนือพิธุคำรามในลำคอเมื่อส่วนที่แข็งขืนจนปวดหนึบได้รับการเยียวยา ความเย็นของสายน้ำและความอุ่นร้อนจากปากของพี่ออทำให้เขาพึงพอใจอย่างที่สุด ดวงตาสีแดงประดุจโกเมนสะท้อนในความมืด วงน้ำกระเพื่อมตามแรงขยับจากใต้น้ำ หากเหนือพิธุก้มลงมามองสักนิด คงเห็นว่าเส้นผมดำขลับของพี่ออที่ลอยอยู่เหนือน้ำนั้นกลายเป็นสีขาวแซมสีฟ้าเทาไปแล้ว

ความปรารถนาที่รุนแรงได้รับการตอบกลับที่เร้าร้อน แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหนือพิธุได้รับการปรนเปรอ แต่เป็นครั้งแรกที่เขาสุขสมเกินพรรณนา นี่ขนาดยังไม่ได้ครองครองร่างกายอีกฝ่ายโดยสมบูรณ์ เหนือพิธุยังอิ่มเอมขนาดนี้ หากถึงวันที่ได้สอดกายเข้าไปตีตรา เหนือพิธุคงสุขจนขาดใจตายเป็นแน่ รอแทบไม่ไหว อยากพาพี่ออกลับไปนอนทอดกายเคียงข้างตนทุกวันคืน

เสียงคำรามของผู้เป็นราชันย์แห่งเผ่าพันธุ์ดังก้องไปทั่วผืนป่าเมื่อแรงปรารถนาถูกสนองถึงขีดสุด สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงต่างออกมายังรังของตัวเอง นานมากแล้วที่พวกมันไม่ได้ยินเสียงที่ทรงพลังอำนาจเช่นนี้ เสียงของเจ้าชีวิตที่จะรักษาความสมดุลของผืนป่าที่พวกมันอาศัย เสียงของผู้ที่จะปกป้องพวกมันจะการถูกไล่ล่าของมนุษย์ เสียงที่บ่งบอกว่า เจ้าของเสียงนั้นใกล้ที่จะได้รับพลังอำนาจที่สมบูรณ์แบบแล้ว



โปรดเคลื่อนตามวงโคจรถัดไป




มาลงรัวๆ อีก 2 ตอน จากนั้นคงอัพอาทิตย์ละหนนะคะ
เพราะว่าตัวละครเบื้องต้นได้รู้กันแล้ว มารอลุ้นกันว่าจะเป็นยังไงต่อ
น้องยังอายุสิบต้นๆ ก็จริง แต่ด้วยความเป็นครึ่งหมาป่า มันได้วัยของพวกเขาแล้ว
ทักทายกันบ้างน้าพี่จ๋า เดี๋ยวตัวเหงาหล่นทับเค้า อิอิอิ
คำผิดเดี๋ยวตามมาแก้ ตักเตือนกันได้จ้า



ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 490
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
น่าจะประมาณ 15 กำลังน่ารัก พอ11 จินตนาการรูปร่างไม่ออกเลยค่ะรู้สึกเด็กเกิ๊นนน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ไม่ทันไร  ก็มีฉากอัศจรรย์แล้ว

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
แก่แดดจริงๆ พระนาย คู่นี้  :laugh:

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
สนุกมากกกกกกก ตอนนี้คาใจปมเรื่องพ่อแม่มากค่ะ ถ้าออทัมเป็นลูกจันทร์เจ้า น้องของพ่อเหนือ สองคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกันสิเนี่ย มีตัวละครลับอีกมั้ย กลัวดราม่าครอบครัวมากๆ ค่ะ ติดตามเลย สนุกมาก  o13

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
ถ้าได้รับพลังสมบูรณ์แบบจะขนาดไหนกันนะ  o18

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
วงโคจรที่ 4


ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ออทัมหลับไป รู้เพียงว่าพอลืมตาขึ้นมาก็พบว่ามาหลับสนิทอยู่บนที่นอนนุ่มภายในห้องของตัวเอง เมื่อหายจากอาการสะลึมสะลือก็ลุกพรวดขึ้นมา พยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่น้ำตกสีมรกต สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือเหนือพิธุจับมือของเขาไปวางตรงจุดสำคัญนั่น เขาทั้งเขินทั้งอาย แต่อีกใจก็ยอมปล่อยให้เหนือพิธุนำพาไป แล้วร่างกายของเขาก็ร้อนราวกับโดนผลักลงกองไฟ

แค่นั้น...เขาจำได้แค่นั้นจริงๆ

“น้องออ ตื่นรึยังคะ” เสียงของพี่คำอ้ายที่ดังมาก่อนตัวทำให้เจ้าของห้องรีบสำรวจร่างกายของตัวเอง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็โล่งใจ “ตื่นเสียที พี่มาตามรอบหนึ่งแล้วเห็นหลับสบายเลยให้นอนต่อไปก่อน” คำอ้ายถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา เห็นน้องออนั่งตาแป๋วอยู่บนเตียงก็นึกโล่งใจ น้องออไม่เคยหลับช่วงบ่ายมาก่อน แถมวันนี้ยังหลับเสียนานจนนึกว่าจะป่วย

“ออหลับสนิทเลยเหรอครับ นี่มัน...วันไหนแล้วครับ”

“น้องออถามอะไรตลกจัง หลับสนิทจนลืมวันลืมคืนเลยเหรอคะ พี่เห็นน้องออเขียนจดหมายบอกว่าจะไปอ่านหนังสือที่ทุ่งทานตะวัน แต่พอพี่กลับมาจากตลาดก็มาเจอน้องออหลับสนิทอยู่ที่ห้องนี่แหละค่ะ”

“แล้วเสื้อผ้าออ...” ออทัมจำได้ว่าเมื่อเช้าไม่ได้ใส่ชุดนี้

“เสื้อผ้าน้องออทำไมเหรอคะ” คำอ้ายเริ่มสงสัยว่าออทัมจะป่วยจริง ดูท่าทางแปลกๆ เธอเลยเดินเอามือไปอังที่หน้าผากอีกฝ่าย “ตัวเย็นเฉียบเลย ปวดหัวหรือเปล่าน้องออ”

“ไม่ปวดเลยครับ สงสัยหลับเต็มอิ่มจนงงไปหมด” ออทัมคิดว่ากำลังทำให้อีกฝ่ายเริ่มสงสัยในพฤติกรรมเลยเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวก่อน

“อิ่มแน่ล่ะ นอนจนตะวันตกดิน คืนนี้คงไม่ได้หลับแน่ ไปเถอะ พี่มาตามน้องออลงไปทานข้าว พี่พายุกลับมาแล้ว ท่าทางหงุดหงิดน่าดู”

“พ่อโกรธออเหรอครับ” ออทัมร้อนตัว คิดว่าพ่อจับได้ที่โกหก

“แค่นอนหลับตอนกลางวันคุณพ่อเขาไม่โกรธน้องออหรอกค่ะ พอดีมีเรื่องที่หมู่บ้านนิดหน่อย ไปกันเถอะ อย่าให้รอนาน เดี๋ยวพาลโมโหหิวแล้วจะโกรธเราสองคนจริงๆ”

“ครับ”


ออทัมเดินตัวลีบลงมาถึงโต๊ะอาหารเพราะร้อนตัว เขาไม่เคยโกหกพ่อมาก่อน พอย้อนคิดถึงพฤติกรรมของตัวเองก็ละอายใจ ตัวเองเป็นแค่เด็กอายุ 12 แต่ดันไปยุ่งกับเรื่องอย่างว่าแล้ว ถ้าพ่อรู้คงจะโกรธมาก ดีไม่ดีอาจจะถูกพ่อเกลียด แค่คิดก็น้ำตาซึมออกมา สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่เขาไม่ต้องการคือการโดนพ่อเกลียดจนไม่อยากมองหน้า แต่ถ้าถามว่าถ้าย้อนกลับไปได้จะยังทำแบบเดิมอยู่ไหม ออทัมก็คงไม่คิดจะปฏิเสธเหนือพิธุเช่นกัน

“เป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า” พายุถามลูกชายเมื่อเห็นท่าทีที่ซึมเศร้า

“เปล่าครับพ่อ” แม้อยากจะร้องไห้แต่ก็พยายามเก็บความไม่สบายใจเอาไว้

“เหงาเหรอ” คำถามของพ่อทำให้ออทัมประหลาดใจ

“ก็มีบ้างครับ” คนเป็นลูกตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

“อยากมีแฟนรึเปล่า”

“แค่กๆๆๆๆ”

“พี่ก็นะ ไปถามตรงๆ แบบนั้นน้องออสำลักน้ำตายกันพอดี” คำอ้ายนึกขำสองพ่อลูก คนเป็นพ่อก็ถามตรงโผงผาง คนเป็นลูกก็แสนจะขี้อายเก็บเนื้อเก็บตัว

“ก็ถามตรงๆ ไปเลย ผู้ชายเหมือนกันไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา”

“แค่กๆๆๆๆ” คำว่า ‘ผู้ชายเหมือนกัน’ ของพ่อทำให้ออทัมสำลักน้ำอีกรอบ

“เอาเข้าไป จะเขินอะไรนักหนา สรุปว่าอยากมีไหม”

“ถ้าน้องอออยากมีแฟนพี่จะทำยังไง วันๆ ลูกชายของพี่เจอใครที่ไหน เจอแต่แมวหมาวัวควายแถวนี้ หรือพี่จะให้น้องออไปโรงเรียน” คำอ้ายบ่นแทนคนที่นั่งหน้าตื่นอยู่ข้างๆ

“ถ้าอยากมีจะหามาให้ ถ้าชอบผู้หญิงจะแนะนำลูกสาวของไอ้บุญทุ่ม วัยพอกัน คบหากันได้แต่ห้ามไปทำเขาท้องล่ะ เรายังอายุแค่สิบสอง”

“แค่กๆๆๆ”

“หรือถ้าชอบผู้ชาย ลูกชายของพ่อกำนันเขาก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน น่าจะเหมาะสมกันดี”

เพล้ง!!!

เสียงที่ดังมาจากในครัวทำให้เจ้าของบ้านทั้งสามคนหันไปยังต้นเสียงด้วยความตกใจ พายุลุกไปดูก่อนใคร ไม่วายคว้าปืนติดมือไปด้วย คำอ้ายรีบลุกตามไปติดๆ ทีแรกออทัมก็ว่าจะตามไป แต่พอมองออกไปที่หน้าต่างก็เห็นดวงตาสีแดงคู่นั้นจ้องมองมา มันวาวโรจน์ดูน่ากลัว

“สงสัยนังดำมันมาขโมยกินปลาตามเคย พี่ก็เกินเรื่องนะ แค่จานตกแตกถึงกับต้องคว้าปืนไปด้วย” คำอ้ายเดินกลับมาจากในครัว ปากก็บ่นไปตามเรื่องตามราว ‘นังดำ’ ที่ว่าคือแมวเพศเมียสีดำที่ชอบมาขโมยของกินในครัวเสมอ

“มีหมาป่ามาวนเวียนในหมู่บ้าน” พายุพูดขึ้นมา น้ำเสียงเครียดจนเห็นได้ชัด

“แค่กๆๆๆๆ”

“น้องออ ไม่สบายแน่เลย สำลักน้ำตลอด คันคอใช่ไหมคะ”

“เปล่าครับ มันสำลักติดพันมาแต่แรก” ออทัมเหลือบมองไปทางหน้าต่างอีกครั้ง

“แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่ามีหมาป่าเข้ามาในหมู่บ้านเรา”

“สัตว์ของชาวบ้านถูกฆ่าตายไปหลายตัว พ่อกำนันมาตามให้พี่ไปดู รอยเขี้ยวมันเป็นของหมาป่า”

“แต่แถวนี้ไม่มีหมาป่ามานานแล้วนะพี่ ถ้าบอกว่าเสือหรืองูยังน่าเชื่อเสียกว่า”

“ก็ต้องรอดูกันไป ยังไงก็ระวังตัวกันหน่อย ถิ่นนี้มันเคยเต็มไปด้วยหมาป่า อย่าประมาทดีที่สุด” พายุสั่งภรรยากับลูกชาย เขามั่นใจว่ารอยเขี้ยวนั่นเป็นของหมาป่า แต่ยังไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาบอก

“กินข้าวกันเถอะ กับข้าวเย็นหมดแล้ว” คำอ้ายพยักหน้าเป็นการรับรู้คำเตือนของสามีก่อนจะชวนสองพ่อลูกให้กินข้าวต่อ

“แล้วยังไง สรุปอยากมีแฟนไหม” พายุยังคงวกกลับมาเรื่องเดิม

“ยังครับ แต่...” ออทัมก้มหน้า แอบลอบมองไปทางหน้าต่างที่มีแต่ความว่างเปล่า สุดท้ายใบหน้าของคนที่คืบคลานเข้ามาในหัวใจทำให้กล้าที่จะพูดออกไป “แต่ถ้าอออยากมี ออขอเลือกเองได้ไหมครับพ่อ”

พายุจ้องมองลูกชายนิ่ง นิ่งจนคำอ้ายนึกประหลาดใจ ปกติสามีของเธอหวงลูกชายอย่างกับอะไรดี แต่จู่ๆ วันนี้ก็มาพูดเรื่องหาแฟนให้ลูกทั้งที่ลูกอายุแค่สิบสองปี ซ้ำยังใจกว้างให้เลือกได้ทั้งหญิงทั้งชาย แล้วพอลูกชายกล้าที่จะพูดก็จ้องลูกตาขวาง

“เอาสิ ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ แต่ยังไงก็พามาให้พ่อรู้จักด้วยนะว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” แววตาที่แข็งขืนเมื่อครู่อ่อนโยนลง น้ำเสียงก็ดูไม่เครียดขึง ท่าทีผ่อนคลายของพายุทำให้คำอ้ายและออทัมเบาใจ

……

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว เป็นหน้าที่ของออทัมที่จะเก็บล้างจานให้ ทั้งพ่อและพี่คำอ้ายเหนื่อยจากการทำงานกันมากพอแล้ว เขาจึงอาสาทำงานบ้านให้ด้วยความเต็มใจ แต่บางทีพี่คำอ้ายก็ไม่ยอมให้เขาทำ เธอบอกแต่ว่าอยากให้เขาตั้งใจทบทวนอ่านหนังสือ เธอใจดีและมีน้ำใจกับเขามาก มากจนบางทีก็แอบคิดไปว่าแม่ผู้ให้กำเนิดจะใจดีกับเขาแบบพี่คำอ้ายบ้างไหม เขาก็ไม่อยากเอาทั้งสองคนไปเปรียบเทียบกัน แต่ขนาดพ่อพายุยังไม่ค่อยให้ความสนิทสนมกับเขาสักเท่าไหร่ เขาเลยอดนึกไปถึงแม่บังเกิดเกล้าไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไรถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่

“อ๊ะ”

เมื่อมีใครบางคนเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังมันทำให้จานในมือของออทัมเกือบจะหล่นพื้นเพราะความตกใจ ดีว่ามือที่สวมกอดนั้นยื่นมารับจานเอาไว้ได้ทัน เจ้าของมือไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับออทัมอีกแล้ว เพราะคือคนที่มาตีตราจองแล้วบอกว่าเป็นเจ้าของออทัมตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

“น้องเหนือ”

‘ฟอด’ น้องเหนือที่ออทัมเรียกแอบขโมยหอมแก้มนุ่มนิ่มจนเกิดเสียง

“เรียกน้องเหนือแบบนี้เลยอดไม่ได้ เสียงพี่อออ้อนเหนือ” คนบุกรุกทำเสียงอ้อนกลับไปบ้าง

“พี่จะตีน้องเหนือ เมื่อกี้นี้เป็นคนทำจานแตกใช่ไหม” ออทัมถามเสียงขุ่น

“ก็ใช่น่ะสิ อยากจะพังตู้เย็นเลยด้วย” วงแขนที่โอบรัดรอบเอวออทัมอยู่คลายออกอย่างรวดเร็ว เจ้าของวงแขนเดินหน้ามุ่ยไปนั่งที่เคาน์เตอร์ไม้

“นิสัยไม่ดี” ออทัมหันกลับมาล้างจาน ปากก็แกล้งต่อว่าอีกฝ่ายทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่สบอารมณ์เพราะความหวง

“ใครสนกัน”

“น้องเหนือ”

“.........”

“เหนือพิธุ”

“น้องออพูดกับใครเหรอคะ” เสียงของคำอ้ายทำให้ออทัมสะดุ้ง รีบหันไปมองรอบๆ แต่ไม่พบเหนือพิธุอยู่ในห้องครัวแล้ว

“ออร้องเพลงครับ” ออทัมแก้ตัวเพราะกลัวโดนจับได้

“สงสัยจะเหงาจริง ไหนๆ คุณพ่อก็ไฟเขียวให้มีแฟนได้แล้วก็ลองหาดูนะคะ มีความรักแล้วก็คงหายเหงา ความรักทำให้เรามีความสุข” คำอ้ายเดินมาลูบศีรษะลูกติดของสามีด้วยความเอ็นดู

“ครับ” ออทัมอมยิ้ม หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความสุขที่พี่คำอ้ายพูดนั้นมันเป็นอย่างไร “พ่อขึ้นนอนแล้วเหรอครับ”

“ออกไปหาน้องชายคนโปรดแล้วค่ะ คงไปกินเหล้ากินเบียร์กันตามเคย น้องออไม่ต้องรอคุณพ่อหรอกนะคะ ล้างจานเสร็จแล้วก็ปิดบ้านได้เลย ดูแล้วน่าจะเลยเที่ยงคืนไปโน้นถึงจะกลับ”

“ครับพี่คำอ้าย”

เมื่อคำอ้ายออกจากครัวไปแล้ว ออทัมก็มองหาเหนือพิธุ เรียกชื่อเบาๆ สองสามหนแต่ก็ไร้การตอบรับ แอบลอบถอนหายใจเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงหนีกลับไปแล้ว ยังไม่ทันได้ง้อเลย ดูท่าตัวเองจะอาการหนัก เขาหายไปไม่ถึงห้านาทีก็คิดถึงเขามากขนาดนี้ ความคิดถึงมันยิ่งทำให้เหงามากกว่าเดิมอีกเท่าตัว

……

ร่างผอมบางปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปใส่ตะกร้าก่อนจะคว้าผ้าขนหนูผืนบางมาพันรอบเอว จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ มาหยุดยืนอยู่ตรงกระจกบานใหญ่ที่ส่องได้เต็มตัว พี่คำอ้ายบอกว่ากระจกบานนี้เคยเป็นของแม่จันทร์เจ้ามาก่อน

เขาพินิจตัวเองแล้วแอบคิดว่าร่างกายดูเปลี่ยนไป มันไม่ได้อ้วนขึ้นหรือผอมลง ไม่ได้สูงกว่าเดิม แต่รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงกว่าเดิม อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ พยายามเอี้ยวตัวเพื่อส่องดูด้านหลังบ้าง พอสายตาเหลือบไปเห็นรอยอะไรบางอย่างตรงเนินเนื้อบั้นท้ายใกล้สะโพกด้านซ้ายก็ตกใจ

ออทัมรีบเปิดน้ำจากก๊อก แล้วเอาน้ำมาถูที่รอยสีดำ แต่ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถลบได้ เมื่อล้างไม่ออกเลยรับรู้ได้ว่ามันคือรอยสักรูปหมาป่า แต่ไม่รู้ว่ามันได้อย่างไร

“มันลบไม่ออกหรอก มันคือสัญลักษณ์ของคนที่ถูกตีตราจองแล้ว”

“เหนือ!” ออทัมตกใจที่เหนือพิธุโผล่เข้ามายืนชิดด้านหลังโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าฝ่ายนั้นเข้ามาตอนไหน

“ไม่เรียกน้องเหนือแล้วเหรอ”

“ก็ตกใจ มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“สวยจัง” เหนือพิธุลูบมือไปที่รอยสัก ปลายนิ้ววนไปตามรูปอย่างแผ่วเบา ส่งผลให้เรือนร่างที่อยู่เบื้องหน้าสั่นสะท้านไปตามแรงสัมผัส

“เหนือ...”

“สวยทั้งรอยสัก สวยทั้ง....” เหนือพิธุทิ้งค้างคำพูดเอาไว้ แต่มือซุกซนของเขาเลื่อนไปบีบเบาๆ ที่บั้นท้ายขาวนิ่มของพี่ออแทน

“เหนือ..”

“คิดจะมีแฟนงั้นหรือ”

“เปล่า...นะ เหนือ...” เสียงปฏิเสธสั่นมากกว่าเดิมเมื่อมือบอนของคนยืนซ้อนหลังเปลี่ยนตำแหน่งมาสัมผัสส่วนหน้าแทน

“จะเอาลูกสาวของไอ้บุญทุ่มหรือลูกชายของไอ้กำนัน” คำถามแผ่วเบาที่ใบหู แม้จะเป็นการะกระซิบแต่ดูเยียบเย็นจนขนลุก ทั้งน่ากลัวและซาบซ่านปนเปกันไป

“อย่าเรียกคนโตกว่าไอ้สิ อื้อ...”

“เหนือจะเรียกเพราะมันจะมาแย่งพี่ออไป”

“พี่ไม่...ไม่ได้ชอบเขา...น้องเหนือ...พี่ออ...”

“พี่ออทำไมครับ” ปากก็แสร้งถามทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร มือของเขากำลังเคลื่อนไหวช้าๆ ตรงส่วนอ่อนไหวของคนที่เขาตีตราจอง คนคนนี้เป็นของเขา ไม่ว่าใครก็แตะต้องไม่ได้

“พี่เหมือนจะขาดใจ” ออทัมไม่รู้ว่าคำตอบนี้มันใช่สิ่งที่กำลังรู้สึกรึเปล่า แต่ขาก็ยืนแทบไม่อยู่ สติราวกับจะเลือนหาย ร่างกายปั่นป่วน หายใจติดขัด ร่างกายกระตุกสั่นแบบที่ห้ามให้อยู่เฉยๆ ไม่ได้

“พี่ออของเหนือไม่ตายหรอกครับ เพราะเหนือสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำร้ายพี่ออ เหนือแค่อยากทำให้พี่ออรู้ว่าพี่ออจะรักใครไม่ได้นอกจากเหนือ”

“อือ....” ออทัมอยากพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ตอนนี้สมองมันเรียบเรียงอะไรไม่ถูกแล้ว ร่างกายมันสั่นสะท้านทั้งภายนอกภายใน ทั้งร้อนทั้งหนาว ทำได้แค่ส่งเสียงหวานเครือออกไปแทน

“พี่ออ...มองเหนือ”

คำสั่งของผู้ที่ควบคุมทำให้ออทัมจำต้องลืมตามองไปที่กระจกเงา ร่างเปลือยเปล่าของตัวเองมีเลือดสูบฉีดจนแดงระเรื่อ ด้านหลังถูกแนบชิดด้วยคนที่มีรูปร่างแข็งแรงกว่า ผิวสีเข้มกว่า ลำแขนของเขาพาดมาที่ตัวเพราะมือของเขากำลังสร้างความปั่นป่วนให้ความอ่อนไหวกลางลำตัว เมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกเต็มตาแล้วไม่กล้าที่จะมองต่อ

“หลบตาทำไม ดูสิครับ พี่อองดงามจนเหนือทนไม่ได้ รูปร่างของพี่ออไม่ใช่เด็กแล้ว แต่ช่างยั่วยวนเหนือที่สุด ผิวก็เนียนลื่นมือ กลิ่นหอมจนไม่อยากเมินหนี สูดดมเท่าไหร่ก็ไม่พอ ดูริมฝีปากของพี่ออสิครับ” เหนือพิธุใช้มืออีกข้างลูบที่ริมฝีปากอิ่ม “มันเชิญชวนให้เหนือชิมมากเหลือเกิน เหนือจะทำยังไงกับพี่ออดีนะ” เหนือพิธุกัดกรามแน่นเมื่ออารมณ์ของตัวเองแทบจะควบคุมไม่ได้ ยิ่งคนที่อ่อนระทวยส่งเสียงร้องครางยามเขาเคลื่อนไหวจังหวะมือให้เร็วขึ้นยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์ของเขาไต่สูงขึ้นจนทรมาน

ออทัมยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเมื่อถูกปรนเปรอจนถึงขีดที่ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป กลัวว่าเสียงร้องของตัวเองจะทำให้พี่คำอ้ายได้ยิน ร่างกายกระตุกไปทุกส่วนก่อนปลดปล่อยออกมา หมดแรงยืนและทิ้งตัวลงให้คนแก่แดดประคองเอาไว้

คนแก่แดดช้อนร่างของออทัมมาอุ้มไว้แล้วพาเดินไปที่อ่างไม้สักรูปทรงรีที่บรรจุน้ำเอาไว้ค่อนถัง เขาวางอีกฝ่ายลงในอ่างอย่างเบามือ จากนั้นก็หยิบฟองน้ำมาช่วยถูเนื้อตัวให้อย่างทะนุถนอม แม้จะทรมานกับอารมณ์ที่ต้องเก็บกดไว้แต่เหนือพิธุทนได้เพื่อพี่ออคนนี้

“ให้พี่ช่วยไหม” ออทัมตัดสินใจถาม เลิกคิดแล้วเรื่องถูกผิด หัวใจมันสั่งแค่ว่าอย่ารีรอที่จะทำในสิ่งที่ต้องการ

“ไม่ใช่ที่นี่” เหนือพิธุดีใจที่อีกฝ่ายแสดงออกว่าใส่ใจตัวเขาเช่นกัน

“แต่เหนือดูทรมาน”

“เหนือไม่อยากให้พี่ออสลบอีก”

“หา...”

“เมื่อกลางวัน พี่ออสลบจมน้ำไปเลย เหนือตกใจแทบแย่ เรียกยังไงก็ไม่ยอมตื่น”

“พี่จำไม่ได้เลย”

“เหนือขอไปถามแม่เฒ่าก่อนว่า...”

“ว่าอะไร”

“ว่าถ้าเหนือทำพี่ออตามแต่ใจ พี่ออจะทนแรงของเหนือได้หรือเปล่า เหนือไม่เคยกับมนุษย์มาก่อน”

“หา...”

“ก็บอกแล้วว่าเหนือไม่ธรรมดา แล้วเหนือก็ไม่ใช่เด็กแล้ว”

“ถ้า...ถ้า..ถึงกับต้องตายเลยเหรอ” ออทัมหน้าตื่น แอบลอบมองไปที่กางเกงของอีกฝ่าย พอเห็นขนาดที่กำลังคับตึงก็ยิ่งตาโตเท่าไข่ห่าน

“ทำเหมือนไม่เคยเห็นไปได้”

“จริงเหรอ”

“ทั้งเคยเห็นทั้งเคยชิม”

“หา....พี่...พี่..พี่ทำอะไรนะ”

“ก็ช่วยเหนือไงครับพี่ออคนดี ฉกชิมจนเหนือใจจะขาด จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”

ออทัมมองไปที่ส่วนกลางลำตัวของเหนือพิธุอีกครั้ง นึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำอะไรให้ฝ่ายนั้นไป จ้องนานจนเหนือพิธุเอามือมาโบกตรงหน้า

“แก่แดด จ้องจนเหนือกลัว” เหนือพิธุแสร้งต่อว่าอีกฝ่ายพลางใช้นิ้วหยิกแก้มนุ่มเบาๆ

“เหนือนั่นแหละแก่แดด” คนถูกว่าให้อายเมินหน้าหนีไปจากสิ่งที่มองอยู่เมื่อครู่ทันที

“ไม่งอนเหนือนะครับ หันมายิ้มก่อน”

“ชิ” ออทัมหันมาเบ้ปากใส่ก่อนจะลอบยิ้ม “แล้วแม่เฒ่าคือใคร”

“ถ้าภาษาพี่ออน่าจะเป็นย่ายายประมาณนี้”

“ภาษาของพี่กับภาษาเหนือต่างกันตรงไหนเชียว ก็ภาษาไทยเหมือนกัน”

“ภาษาเหนือก็ต้องมีเจ้าลงท้ายไง” เหนือพิธุเล่นมุกพลางเขี่ยผมออกจากใบหน้าพี่ออให้

ออทัมหัวเราะให้กับคำตอบกวนๆ ของอีกฝ่าย และรู้สึกดีกับความอ่อนโยนที่เหนือพิธุมอบให้ ความอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับจากใครขนาดนี้มาก่อน เหนือพิธุทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่าเหลือเกิน

“เหนือหวงพี่ออ เหนือทนไม่ได้ พี่อออย่ามีคนอื่นที่รักมากกว่าเหนือนะ” เหนือพิธุตัดพ้อ

“อืม” ออทัมพยักหน้า แค่คิดว่าถ้ามีคนอื่นมาทำแบบที่เหนือพิธุทำให้ก็รู้สึกแย่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวน้าบุญทุ่มหรือลูกชายลุงกำนัน เขาไม่เอาทั้งนั้น อยากให้คนที่แตะต้องร่างกายนี้เป็นแค่เหนือพิธุคนกระล่อนแก่แดดคนนี้คนเดียวเท่านั้น

“สัญญานะ” เหนือพิธุยกนิ้วก้อยขึ้นมา ออทัมรีบยกนิ้วก้อยเกี่ยวกลับทันที “เหนืออยากตีตราพี่ออแล้ว”

“อ้าว ไหนว่าจะถามแม่เฒ่าก่อน”

“ก็แค่นิดหน่อย ไม่ทำให้ตายหรอกน่า”

“แต่ว่า....” ออทัมมองไปยังส่วนคับตึงของเหนือพิธุอีกครั้งก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าที่น้ำตกเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้สลบไปอย่างที่เหนือพิธุเล่า แต่ถึงกับสลบเชียวนะ!

“แค่ขอกอด ขอจูบ อย่าใจร้ายกับเหนือสิครับพี่ออ”

“ก็...ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ออทัมตอบแบบอ้อมแอ้มจนอีกฝ่ายยิ้มกว้าง

ร่างแข็งแรงกว่ารีบช้อนตัวออทัมขึ้นจากอ่างไม้ราวกับว่าอีกฝ่ายเบาเหมือนปุยนุ่น คิดในใจว่า ‘ไม่ต้องอาบมันแล้วน้ำท่า มันเสียเวลา! พี่ออตัวหอมจะตาย ไม่จำเป็นต้องอาบก็ได้’


จากที่เหนือพิธุบอกว่าจะขอแค่กอดแค่จูบ แต่พอถึงเวลาจริงก็จัดการพี่ออจนอีกฝ่ายหมดแรงหลับไป ถึงไม่ได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ยอมเสียหน้าให้ใครมาว่าได้ว่าองค์ราชันย์ผู้นี้สนองความสุขให้คู่แบบถึงใจไม่ได้

ที่น่าประหลาดใจคือพี่ออโต้ตอบกลับได้อย่างชำนาญจนเขาเองก็แทบขาดใจตายไม่ต่างกัน ในความมืดนั้น เขามีความรู้สึกว่าผมของพี่ออยาวสยายเต็มเตียง เรือนร่างของพี่ออดูเปลี่ยนไป จับส่วนใดก็เต็มไม้เต็มมือ แถมยังเร้าร้อนและยั่วยวนอารมณ์จนเขาเกือบทนอดกลั้นที่จะครองร่างกายฝ่ายนั้นโดยสมบูรณ์ไม่ได้ตั้งหลายหน

ปกติเขาจะสามารถมองทุกอย่างได้ในความมืด แต่มาครั้งนี้เขากลับมองไม่เห็นอะไรเลย จนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทาง เขาถึงกลับมามองทุกอย่างผ่านความมืดได้ดีอย่างเดิม คนที่นอนหลับสนิทคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คิด ผมที่ยาวประบ่าไม่เป็นทรงก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้ยาวสยายอย่างที่สงสัย รูปร่างก็ยังผอมบาง ไม่ได้มีเนื้อหนังเต็มมืออย่างที่รู้สึก แถมยังนอนหลับหมดแรงราวกับสลบไปเหมือนเดิม

“เหนือคงต้องกลับแล้ว ไม่อยากกลับเลย อยากพาพี่ไปอยู่ด้วย ทางไหนกันนะที่เหนือจะสามารถอยู่กับพี่ได้ทุกวินาที เหนือจะทำทุกอย่าง”

เหนือพิธุพึมพำก่อนจะลูบไล้ใบหน้าของพี่อออย่างหลงใหล จูบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไล่เลียทุกพื้นที่บนร่างกายอย่างไม่รู้เบื่อ แม้อีกฝ่ายจะหลับใหลแต่ก็ยังดูเชิญชวนตลอดเวลา สุดท้ายเมื่อได้เวลาจากลาก็ทำได้แค่ถอนหายใจ พี่ออเป็นคนมีครอบครัว แถมเขายังได้ยินบทสนทนาเมื่อเย็น พ่อของพี่ออดูท่าจะไม่ชอบหมาป่า เขาเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด แต่แค่จับน้ำเสียงก็สัมผัสได้ถึงความเกลียดชัง ถ้าพ่อของพี่ออไม่ชอบเขา เขาจะต้องทำอย่างไร

……

เหนือพิธุกลับมาถึงคฤหาสน์เกือบเช้า เขาเจอเหล่าสหายที่มาดักรออยู่ที่หน้าห้องนอน ทุกคนไม่สามารถตามเขาไปได้เหมือนอย่างทุกทีเพราะเขาอำพรางกลิ่นตัวเองเอาไว้ ต่อให้เฝ้าใกล้ชิดแบตาต่อตา แต่เรื่องความเร็วในการเคลื่อนไหวไม่มีใครตามเขาทัน เขารู้ดีว่าช่วงนี้หายตัวไปบ่อย แม่ของเขาคงสั่งให้สหายทั้งสามตามติดเขาอย่างใกล้ชิด ยิ่งใกล้วันที่เขาจะต้องขึ้นเป็นราชัน แม่ก็ยิ่งกลัวว่าคนในคำทำนายนั้นอาจเข้าใกล้เขาเข้ามาทุกที

“ไปหามนุษย์ผู้นั้นอีกแล้วหรือ” คิมหันต์ถามขึ้นก่อนใคร

“เจ้าก็รู้แล้วยังจะถาม”

“เจ้าไม่เคยติดกลิ่นใครเช่นนี้มาก่อนเลย” สิสิรเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์ราชันย์มากขึ้นทุกวันจนอยากจะเจอมนุษย์ผู้นั้น

“ช่วงฮีทก็เป็นเช่นนี้ แปลกตรงไหน” เหนือพิธุย้อนถาม

“แปลกตรงมันไม่ใช่การฮีทครั้งแรกของเจ้า และแปลกตรงที่เจ้าเหมือนจะตกหลุมรัก...มนุษย์” เหมันต์เน้นคำสุดท้าย

“ข้าไม่ได้รักใคร” เหนือพิธุรีบปฏิเสธ

“เป็นเช่นนั้นหรือ” เหมันต์ถามพลางลอบขำ

“เป็นเช่นนั้น ก็แค่วันเกิดของข้าเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วัน พวกเจ้าก็รู้ว่าทุกครั้งที่ผ่านวันวสันตวิษุวัต ข้าจะมีความต้องการมากกว่าปกติ”

“แต่ก็ไม่ใช่กับคนคนเดียว” คิมหันต์เคยเจอมนุษย์ผู้นั้นแล้ว ช่างดูธรรมดาและไม่ได้น่าหลงใหลตรงไหน หมาป่าในฝูงบางตัวยังดูน่าลิ้มลองกว่า แต่ก็ยอมรับว่ากลิ่นกายของมนุษย์ผู้นั้นหอมกว่ามนุษย์คนใดที่เขาเคยเจอ เมื่อได้สูดดมแล้วรู้สึกสดชื่นเหมือนได้รับพลัง

“อยากจะเจอเสียแล้ว” สหายทั้งสามคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“อย่ายุ่งเรื่องของข้า อย่ายุ่งกับคนของข้า” เสียงของเหนือพิธุแข็งกร้าวจนทั้งสามคนนิ่งไป

ตั้งแต่ถือกำเนิดจนถึงตอนนี้ องค์ราชันย์ไม่เคยดุดันใส่พวกเขามาก่อน ต่างก็สนิทสนมกันจนเหมือนพี่เหมือนน้อง เหนือพิธุไม่เคยวางตัวว่าเป็นเจ้าชีวิตของพวกเขา ไม่เคยให้สร้างชนชั้นให้กับพวกเขา นั่นทำให้พวกเขารักและชื่นชมเหนือพิธุเสมอมา แต่ระยะหลังมานี่เหนือพิธุเปลี่ยนแปลงไป เริ่มมีความลับกับพวกเขามากขึ้นและเริ่มตีตัวออกห่างไป จากที่เคยเย็นชาไม่ค่อยแสดงออกว่าคิดอย่างไรก็เริ่มวางตัวลึกลับมากกว่าเดิม เป็นเช่นนี้ตั้งแต่มนุษย์ผู้นั้นก้าวเข้ามา

“พวกเรามิบังอาจทำให้องค์ราชันย์ไม่พอใจ” คิมหันต์รู้สึกน้อยใจจึงพูดจาราวกับไม่ใช่สหายคนสนิท

“ข้าขอโทษ” เหนือพิธุถอนหายใจ รู้ดีว่าน้ำเสียงและท่าทางของตัวเองทำให้สหายรู้สึกไม่ดี “ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวข้า ทั้งพลังอำนาจที่ยากจะควบคุม ทั้งวัยของข้าที่ต้องเริ่มหาคู่ที่สนองตอบอารมณ์ของข้าได้อย่างพึงใจ ข้าแค่สบายใจเมื่ออยู่กับ..กับมนุษย์ผู้นั้น พวกเจ้าอย่าได้กังวล เขาไม่ใช่คนที่แม่เฒ่าทำนายเอาไว้หรอก ข้ารู้ตัวดีว่าข้ามีหน้าที่อะไร ข้าต้องระวังอะไร ขอเวลาให้ข้าได้อยู่กับตัวเองอีกสักนิด ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ก่อนที่จะต้องขึ้นเป็นราชัน ราชันที่จะไม่มีวันรักใครให้พวกเจ้าต้องเป็นกังวล”

สหายทั้งสามได้ยินคำพร่างพรูของเหนือพิธุก็เริ่มนึกเห็นใจ ไม่ว่าจะชนชั้นไหนต่างก็มีหัวใจมีความรู้สึก ถึงจะเข้าใจแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ความหวังเดียวของเผ่าพันธุ์ไปเสี่ยงกับอันตรายได้ พวกเขาเองก็มีหน้าที่ต้องปกป้องเจ้าชีวิตผู้นี้ให้แคล้วคลาดจากบุคคลในคำทำนาย

‘ในวันข้างหน้า...ทุกคนอาจจะต้องทำในสิ่งที่ต้องเจ็บปวดที่สุดแม้ไม่อยากทำเลยก็ตาม’

……

ออทัมตื่นมาในเวลาที่เคยตื่นเหมือนทุกวันเพราะความเคยชิน แต่เช้านี้เขารู้สึกถึงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจนลุกมาทำงานบ้านเรียบร้อยในเวลาอันรวดเร็ว พี่คำอ้ายถึงกับประหลาดใจเพราะเมื่อวานยังดูเหมือนคนป่วย แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะคิดว่าวัยกำลังโตอย่างออทัมนั้นฮอร์โมนก็คงเปลี่ยนแปลงเร็วเป็นธรรมดา

ออทัมชงกาแฟไปหาพายุที่นั่งขัดปืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เขาเห็นพ่อเอาปืนมาวางเรียงเต็มไปหมดก็นึกสงสัย แต่อีกใจก็กังวลเพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นระหว่างคนกับหมาป่า ไม่ว่าฝ่ายไหนเขาก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

“พ่อจะไม่อยู่หลายวันนะ”

“พ่อจะไปไหนเหรอครับ”

“ไปทำธุระกับอาพนัสที่กรุงเทพ”

“แล้ว...ต้องเอาปืนไปด้วยเหรอครับ”

“ทำไม กลัวพ่อจะฆ่าใครรึไง”

“เปล่าครับ ออแค่สงสัย”

“แค่เอามาทำความสะอาด ไม่ได้เอาออกมาดูแลนานแล้ว”

“ออช่วยไหมครับ”

“อยากช่วยพ่อจริงเหรอ”

“ครับ”

“อย่าเพิ่งเลย เอาไว้ถึงเวลาที่พ่ออยากให้ช่วย พ่อจะบอก” พายุตอบลูกชายก่อนจะลอบมอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองดูปืนด้วยความสนใจจึงหยิบปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมา “ปืนอันนี้พิเศษ” เมื่อเห็นลูกชายขมวดคิ้วจึงอธิบายเพิ่ม “กระสุนของมันเอาไว้ใช้ฆ่าหมาป่าโดยเฉพาะ เพราะมันทำจากเห็ดสีเลือด หมาป่าตัวไหนโดนเข้าไปจะร้อนเหมือนถูกไฟเผาทั้งเป็น” พายุพูดจบก็พินิจท่าทางของลูกชาย ฝ่ายนั้นยังคงจ้องปืนในมือของเขานิ่งเงียบ

“เห็ดสีเลือดเหรอครับ” ออทัมทวนคำของพ่อหลังจากที่เงียบไปพักใหญ่ น้ำเสียงดูเปลี่ยนไปจนพายุสัมผัสได้ถึงความเย็นชา จู่ๆ อากาศรอบตัวก็หนาวขึ้นมาจนขนลุกไปทั่วแขน

“ใช่ เห็ดสีเลือด อาวุธที่ฆ่าหมาป่า”

“เช่นนั้น...” ออทัมพูดค้างไว้ก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้ที่เป็นพ่อ ซึ่งฝ่ายที่ถูกสบตาถึงกับชะงักอึ้งเมื่อเห็นว่าสีดวงตาของลูกชายแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้ม “ที่พ่อให้ออกินเห็ดสีเลือดมาโดยตลอด พ่ออยากฆ่าออเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าออ! แก...แกเป็น...เป็นเหมือนจันทร์เจ้า”

โปรดเคลื่อนตามวงโคจรถัดไป


ช่วงต้นอาจจะคิดว่าทำไมนังเลิฟให้พระนายนัวกันตั้งแต่อายุสิบต้นๆ

แม้พระนายจะอายุแค่ 11-12 ปี แต่พวกเขามีเลือดของสัตว์ป่าไหลเวียนในกายครึ่งหนึ่ง

ถึงฤดูที่พวกเขาต้องมีคู่ ด้วยวัยของหมาป่าถือว่าพร้อมแล้ว เขาจึงทำตามกลไกของธรรมชาติ

และด้วยอีกครึ่งเป็นแค่มนุษย์เด็ก เขาจึงขาดความยับยั้งช่างใจ มันนำมาซึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-04-2019 16:57:59 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
วงโคจรที่ 5


“พ่อครับ พ่อ”

“เจ้าออ!” พายุสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าลูกชายยืนอยู่ไม่ไกล ในมือถือแก้วกาแฟเอาไว้ เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำหน้าเหรอหรา และดวงตาของลูกชายยังคงเป็นสีน้ำตาลอ่อน ถึงได้รู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันเป็นแค่ความฝัน แต่เหตุการณ์มันสมจริง จริงขนาดที่ว่าใจเขายังเต้นแรงและมือก็เต็มไปด้วยเหงื่อจนถึงขณะนี้

“พ่อฝันร้ายเหรอครับ”

“อืม สงสัยจะเห็นสภาพซากวัวที่ตายเมื่อวานเลยเก็บมาฝัน”

“แต่พ่อเรียกชื่อออดังเลย”

“จริงเหรอ สงสัยจะเรียกให้ลูกมาช่วย”

“ออไม่น่าปลุกพ่อเลย พ่อจะได้ฝันต่อว่าออมาช่วย” ออทัมระบายยิ้มก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เมื่อครู่นี้เขาเอากาแฟออกมาให้พ่อเหมือนที่เคยทำทุกวัน แต่ออกมาแล้วพบว่าท่านหลับเลยไม่คิดปลุก พอจะเดินกลับเข้าบ้านก็ได้ยินพ่อส่งเสียงเรียกชื่อเขาเสียดังจนเขาตกใจ

“อยากช่วยพ่อรึเราน่ะ” พายุโยกศีรษะลูกชายเบาๆ แต่ก็จ้องมองสีดวงตาของลูกแบบไม่วางตา

“อยากช่วยสิครับ ต่อให้ออต้องตายก็จะช่วยพ่อ” ออทัมพูดจากใจ ตั้งแต่เด็กจนโตเขามีพ่อที่เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แม้ตอนนี้จะมีใครบางคนที่ก้าวเข้ามาเพิ่ม แต่ออทัมไม่อยากคาดหวัง ไม่รู้ว่าเขาจะอยากอยู่กับตัวเองนานแค่ไหน

“พ่อขอโทษนะที่ไม่ค่อยอยู่กับลูก” พายุถอนหายใจเมื่อได้ยิน เขารู้ตัวดีว่าไม่ค่อยได้ดูแลเด็กหนุ่มนัยน์ตาเศร้าคนนี้สักเท่าไหร่ “อยากไปเรียนต่อไหม”

“หา...”

“ที่กรุงเทพ”

“ออไม่อยากไป อออยากอยู่กับพ่อ”

“ถ้าแม่เขารู้ว่าพ่อไม่ให้เราไปโรงเรียนคงโกรธพ่อน่าดู”

“พ่อครับ อออยากรู้เรื่องแม่บ้าง” ออทัมตัดสินใจอ้อนพ่อ รู้ว่าพ่อไม่ค่อยชอบพูดถึงแม่ แต่เขาก็อยากรู้เรื่องของแม่ให้มากกกว่านี้

พายุนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพรูลมหายใจ นึกถึงดวงหน้าหญิงคนรักก็อดจะลอบยิ้มออกมาไม่ได้ “แม่จันทร์เจ้าของลูกเป็นผู้หญิงที่สวยสง่ามาก ไม่ว่าใครเห็นก็ตกหลุมรัก อ่อนโยนทั้งกิริยาท่าทางและจิตใจ พูดจาเสนาะหู ขนาดว่าพ่อเป็นคนหยาบคายแต่เวลาอยู่ใกล้แม่ของลูก ความหยาบกระด้างในตัวพ่อก็หายไปหมด”

ออทัมได้ฟังแล้วอดยิ้มตามพ่อไปไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งได้ยินเรื่องของแม่ในแง่มุมนี้ มันทำให้นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสความอ่อนโยนแบบนั้นบ้าง

“ลูกได้แม่มาเยอะ ทั้งหน้าตาท่าทาง มีเพียงไม่กี่อย่างที่แตกต่างกัน”

“อะไรเหรอครับ”

“แม่ของลูกไม่ค่อยชอบสัตว์” พายุพูดถึงตรงนี้ก็เปลี่ยนท่าทีไป เขายังคงนึกถึงภาพภรรยาสุดที่รักต้องตายอย่างอเนจอนาถ

“ทำไมเหรอครับ”

พายุจ้องมองหน้าลูกชายอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะพูดความจริงให้ลูกได้ฟังเสียที “แม่ของลูกคงรู้ว่าตัวเองจะต้องตายเพราะมัน”

“อะไรนะครับ ไหนพ่อบอกว่าแม่ตายเพราะอุบัติเหตุ”

“แม่จันทร์เจ้าของลูกถูกหมาป่าฆ่าตาย มนุษย์หมาป่า”

เหมือนถูกหินก้อนใหญ่ตกใส่ศีรษะ สิ่งที่ได้รับรู้มันทำให้ออทัมแทบหยุดหายใจ เคยรับรู้มาตลอดว่าแม่ประสบอุบัติเหตุจนถึงกับชีวิต แต่เมื่อพ่อบอกความจริงมันยากที่จะรับได้ ไม่ใช่ไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อพูด เพราะเขารู้ว่ามนุษย์หมาป่ามีจริงไม่ใช่แค่นิทานหลอกเด็ก แต่ตอนนี้ในหัวใจของเขาได้มอบให้มนุษย์หมาป่าไปแล้ว มันจึงยากที่จะทำใจว่าแม่ตัวเองตายเพราะอะไร

“ไม่เชื่อที่พ่อพูดล่ะสิ”

“คือ มนุษย์หมาป่า...” ออทัมไม่รู้ว่าจะพูดกับพ่ออย่างไร

“มันอาจจะฟังแล้วเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่มันคือความจริง นานมาแล้วพวกมันอาศัยอยู่ในป่าสนแถบนี้ พอบรรพบุรุษพวกเราย้ายถิ่นมาอยู่ที่นี่ พวกมันก็เริ่มออกมาฆ่าสัตว์เลี้ยงของพวกเราไปเป็นอาหาร นานไปก็เริ่มออกมาฆ่าคน พ่อก็ไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์หมาป่าจะมีจริง จนพ่อได้เจอกับตัว นี่คือแผลที่มันฝากเอาไว้” พายุปลดกระดุมเสื้อออกให้ลูกชายได้เห็นรอยแผลขนาดใหญ่ที่หัวไหล่ เขาเลี่ยงที่จะเล่าถึงชาติกำเนิดของจันทร์เจ้า เขาไม่อยากให้ลูกชายรู้ว่าตัวเองมีแม่เป็นหมาป่า

ออทัมเห็นแผลเป็นของพ่อก็ยกมือขึ้นปิดปาก ขนาดเป็นแค่แผลเป็นยังดูน่ากลัว พ่อคงเจ็บปวดมากในวันนั้น แค่เห็นน้ำตาก็คลอออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สงสารทั้งพ่อและแม่ของตัวเองจับหัวใจ

“ลูกจงจำเอาไว้ให้ดี ลูกคือสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้พ่อ พ่อจะไม่ยอมให้ลูกได้รับอันตราย”

“แต่ว่า...หมาป่าอาจจะไม่ได้โหดร้ายทุกตัว” ออทัมยังคงมั่นใจว่าเหนือพิธุไม่มีจิตใจโหดร้ายที่จะฆ่าใครได้ ถึงเรื่องที่พ่อเล่ามันจะดูน่ากลัวแค่ไหน แต่สิ่งที่เขาได้รับจากมนุษย์หมาป่ามันช่างอ่อนโยนผิดกับเรื่องที่ได้ยินมา

พายุหรี่ตามองลูกชาย เขาสวมเสื้อให้ดีดั่งเดิมก่อนจะหยิบกาแฟจากมือของลูกชายมาดื่ม “ถ้ามีหมาป่ากำลังจะฆ่าพ่อ ลูกจะช่วยพ่อไหม” คำถามลองใจจากคนที่เป็นพ่อทำให้ออทัมชะงัก “พ่อลืมไปว่าลูกชายของพ่อคนนี้รักสัตว์ อาจจะรักมากกว่าพ่อ”

“ไม่จริงนะครับ ออรักพ่อ รักพ่อมากกว่าใคร” ออทัมรีบบอกเมื่อได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อของพ่อ

“พ่อเย้าเล่น มีอะไรก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวพ่อจะไปบ้านอาพนัสหน่อย เมื่อคืนลืมมือถือไว้ที่นั่น”

“ครับพ่อ” ออทัมไม่รั้งรอเมื่อเปิดทางให้ เพราะตัวเขาก็อยากไปเจอเหนือพิธุให้เร็วที่สุด อยากรู้ว่าเหนือพิธุรู้เรื่องที่แม่ของเขาโดนหมาป่าฆ่าตายหรือเปล่า ถ้าฝ่ายนั้นรู้ เขาก็อยากได้ยินว่ามันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด


……


หลังจากที่พ่อออกจากบ้านไปแล้วออทัมก็รีบเดินทางไปที่น้ำตก รู้ว่าตัวเองไปก่อนเวลาที่นัดหมาย ยังไงก็คงไม่เจอเหนือพิธุ แต่ใจมันร้อนรนจนอยู่ไม่ติดบ้าน มาถึงแล้วก็พยายามส่งเสียงเรียกชื่อเหนือพิธุเพราะเคยรู้มาว่ามนุษย์หมาป่าสามารถได้ยินเสียงแม้ตัวจะอยู่ไกล แต่เขาเรียกจนเสียงแหบก็ไม่มีการตอบกลับจากอีกฝ่าย

จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มตกดิน เลยเวลานัดแล้วแต่ก็ไร้วี่แววว่าคนที่เฝ้ารอจะมา นึกห่วงว่าฝ่ายนั้นจะได้รับอันตราย นึกในใจว่ารู้อย่างนี้ยอมไปบ้านของเหนือพิธุตามคำชวน อย่างน้อยจะได้รู้ว่าฝ่ายนั้นอาศัยอยู่ที่ไหน

“คงไม่มาแล้ว” ออทัมถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับไปรอบ้าน แต่ยังไม่ทันเดินออกไป ม่านเถาวัลย์ก็ถูกเปิดออก คนที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่คนที่เขารอคอย แต่กลับเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย ดูอายุแล้วไม่น่าจะต่างจากเขาสักเท่าไหร่

“มารอเหนือเหรอ เขาไม่มาหรอก”

“คุณเป็นใคร”

“คู่หมายขององค์ราชันย์เหนือพิธุ”

“......”

“ข้ายอมให้คู่หมั้นของข้ามาเจอกับเจ้าเพียงเพราะว่ามันถึงวัยที่เขาต้องหาใครสักคนมาปลดปล่อยความใคร่ตามฤดู ใครก็ได้ที่ไม่ได้สำคัญ เพราะข้ายังทำหน้าที่นั้นให้เขาสมบูรณ์ไม่ได้จนกว่าจะถึงวันแต่งงานของเรา”

“แต่งงานเหรอ” ออทัมรู้สึกปวดแปลบไปทั้งใจเมื่อได้ยิน ที่สำคัญเขาเพิ่งรู้ว่าเหนือพิธุเป็นถึงองค์ราชันย์

“เจ้าอาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูด ข้าให้เจ้าดูนี่ก็แล้วกัน” มือเรียวบางแหวกกระโปรงที่ผ่าสูง เอียงตัวเพื่อให้เห็นเนินเนื้อใกล้สะโพก

ทีแรกออทัมก็ไม่กล้ามอง แต่เมื่อเห็นรอยสักที่เหมือนกับของตัวเองก็อดที่จะจดจ้องไม่ได้

“นี่คือรอยตีตราจากเหนือพิธุ ถึงข้ายังไม่สามารถเป็นของเขาโดยสมบูรณ์เพราะกฎของเผ่า แต่เขาก็ไม่เคยอดใจได้เมื่ออยู่ใกล้ข้า และเพราะเขาจำต้องตัดใจรอให้ถึงวันสำคัญ เขาถึงมาระบายกับเจ้าแทน”

“เราอยากเจอเหนือ อยากได้ยินจากเหนือเอง”

“คืนนี้เจ้าก็ลองเรียกเขาสิ ลองเรียกดูว่าเขาจะมาไหม เพราะวันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาหาข้า ดูสิว่าเขาจะเลือกอยู่กับใคร”

“เหนือจะต้องมาหาเรา” ออทัมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่มันไหลมาเพราะความสะเทือนใจ

“เด็กน้อย ความผิดหวังมันเจ็บปวดนะ สำหรับเจ้าแล้วก็เป็นได้แค่เด็กเมื่อวานซืนที่หลอกง่าย เหนือพิธุถึงเลือกเจ้ามาเป็นที่ระบาย” เมื่อคนที่บอกว่าเป็นคู่หมายของเหนือพิธุพูดจบก็ส่งเสียงคำราม ร่างสาวสวยแปรเปลี่ยนเป็นนางหมาป่าสีเทาอ่อนรูปร่างปราดเปรียว ดวงตาคมเฉี่ยวจ้องมองมาที่ออทัมก่อนจะก้าวเท้าเข้าหา ริมฝีปากเผยอให้เขี้ยวคม

“จะทำอะไร” เสียงคำรามดูน่ากลัวของอีกฝ่ายทำให้ออทัมก้าวถอยหลัง แต่ถอยได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดเพราะถ้าหากยังถอยหลังต่อไปคงต้องตกลงไปในน้ำ

หมาป่าเพศเมียก้าวเข้ามาได้เพียงนิดก็ต้องถอยหลัง มันส่งเสียงครางเหมือนเจ็บปวดทั้งที่ออทัมยังไม่ได้ทำอะไรเลย พอออทัมเตรียมจะเอื้อมมือไปสัมผัส แต่มันกลับยิ่งดิ้นเร่าๆ แล้วมันก็ดีดตัวขึ้นก่อนจะวิ่งหนีออกไปทางม่านเถาวัลย์ ทิ้งให้ออทัมยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่คู่หมายของเหนือพิธุกันแน่


……



เหนือพิธุรู้สึกไม่มีสมาธิเพราะเอาแต่นึกถึงคนที่อยู่ในหัวใจ ได้ยินเสียงร้องเรียกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้แม่เฒ่าห้ามเขาออกไปไหนเพราะต้องทำพิธีกรรมสะกดอำนาจใหม่ให้เสร็จก่อน เขาจึงไม่กล้าขัด แม่เฒ่าบอกว่าพลังของเขาก่อเกิดมากขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมาย อันที่จริงอำนาจพวกนี้ต้องรอจนกว่าเขาอายุครบ 15 ปี แต่มันคงมีสิ่งเร้าหรือกระตุ้นมันออกมาก่อนเวลาอันควร เขามีพลังเสียงที่สามารถสะกดสัตว์ทุกตัวให้ทำตามคำสั่งได้ แต่เมื่อวันที่เขาส่งเสียงคำรามที่น้ำตก เขาไม่รู้เลยว่าเขาทำให้สัตว์บางตัวต้องตายอย่างทรมานเพราะมันทนคลื่นเสียงของเขาไม่ไหว กระจกหลายบานในคฤหาสน์ต้องแตก สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วว่าเกิดอาเพศอะไรขึ้น แม่เฒ่าเป็นเพียงผู้เดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา และสิ่งที่แม่เฒ่าเตือนมันทำให้เขาต้องทนอยู่ทำพิธีกรรมในวันนี้

‘ถ้าเจ้าไม่ฝึกควบคุมสะกดพลังของตน เจ้าอาจจะทำให้มนุษย์ผู้นั้นได้รับอันตราย พละกำลังของเจ้ามีมากจนฉีกร่างเขาได้’

เพราะเหนือพิธุกลัวว่าพี่ออจะต้องตายเพราะตัวเอง จึงต้องอดทนอยู่ทั้งที่ในใจมันร้อนรุ่มอยากไปหาฝ่ายนั้นจะแย่

“เจ้าว้าวุ่นแบบนี้ฝึกอย่างไรก็ไร้ผล” แม่เฒ่าดุเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์คนโปรดนั่งไม่ติดพื้น

“ข้าไม่ได้บอกพี่ออก่อนว่าข้าจะไม่ไปตามนัด ข้ากลัวเขารอ” เหนือพิธุยอมสารภาพความจริง

“เจ้าตีตราเขาเอาไว้แล้วองค์ราชันย์ ไม่มีอะไรทำร้ายเขาได้ มีเพียงแต่เจ้าเท่านั้นที่อันตรายกับเขา เขาเป็นเพียงมนุษย์อายุแค่สิบสองปี แต่เจ้ากับกระทำกับเขาขนาดนั้น”

“ข้าอายุน้อยกว่าเขาอีก ข้ายังไม่คิดว่าตัวเองเด็กเลย” เหนือพิธุเถียงหน้าตาเฉย

“อายุขนาดเจ้า สำหรับมนุษย์แล้วถือว่าเป็นหนุ่มเต็มตัวพร้อมจะสมสู่อย่างไรก็ไม่ผิด แต่ไม่ใช่กับมนุษย์ผู้นั้น เจ้ายังจะกล้าเอาตัวไปเปรียบ”

“แต่พี่ออก็ไม่ใช่เด็กในสายตาของข้า ข้าก็อธิบายไม่ถูก เขาไม่เหมือนเด็กทั่วไป ข้าสัมผัสได้ว่าเขาพร้อมที่จะหลับนอนกับข้า โธ่...นี่แม่เฒ่าคิดว่าราชันย์อย่างข้าจะทำเรื่องอย่างว่ากับมนุษย์เด็กลงหรือ”

“เจ้าก็ทำลงไปแล้วไง”

“ก็ข้าเพิ่งบอกว่าพี่ออไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปไงเล่า แม่เฒ่าไม่เข้าใจหรอก จะเล่าให้ฟังก็พาลจะใจแตกเสียเปล่าๆ โอ้ย!” ว่าที่ราชันของฝูงร้องดังเมื่อถูกไม้เท้าของผู้ที่เป็นอาจารย์โขกเข้าที่ศีรษะ

“แก่แดด” แม่เฒ่าต่อว่าก่อนจะถอนหายใจ “เจ้าอยากจะไปหาเขาก็ไป ให้อยู่ต่อก็ไร้ความหมาย ฟุ้งซ่านเช่นนี้พิธีกรรมของข้ากระเจิดกระเจิงไร้ผล”

“งั้นข้าไปนะ” ว่าที่องค์ราชันไม่คิดต่อปากต่อคำ รีบลุกพรวดทันทีที่ได้รับอนุญาต

“ช้าก่อนองค์ราชันย์” แม่เฒ่าเรียกก่อนจะหลับตาลง

“ว่าอย่างไร” องค์ราชันใจร้อนเลยเร่งให้แม่เฒ่าที่ยืนหลับตานิ่งพูดต่อให้จบๆ

“จงระวังตัว มันเป็นลิขิตที่ข้าเข้าไปยุ่งไม่ได้ จงทำทุกอย่างอย่างมีสติ”

“ข้าเข้าใจแล้ว” เหนือพิธุรับปากก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องของแม่เฒ่าไป

“เจ้าไม่ได้เข้าใจเลยสักนิด ปากบอกว่าโตแต่อย่างไรเจ้าก็ยังทำตัวเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเช่นเดิม เหตุการณ์คราวนี้คงจะทำให้เจ้าเติบโตและพร้อมรับภาระที่แท้จริงของเจ้าเสียที...เหนือพิธุ” แม่เฒ่าพึมพำคนเดียวก่อนจะหลับตาลงแล้วทำพิธีกรรมในส่วนของตัวเองให้เสร็จสิ้น


……


ระยะทางจากคฤหาสน์มาถึงหมู่บ้านริมป่าสนไม่ใช่ใกล้ๆ แต่ด้วยความคิดถึงและความสามารถในการเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วของหมาป่าทำให้เขาใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมาถึงบ้านของพี่ออ แต่ถึงอย่างนั้นรอบบริเวณนี้ก็เงียบและมืดสนิทแล้ว เพราะกว่าเขาจะได้ออกมาจากพิธีกรรมของแม่เฒ่าก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน ไม่รู้ว่าคนที่คิดถึงจะหลับไปหรือยัง ถ้าหลับลงก็คงน่าน้อยใจที่ไม่คิดถึงกันบ้าง

เหนือพิธุกระโจนขึ้นมาถึงระเบียงห้องของพี่ออ ด้านในมืดสนิทแต่สายตาของเขายังสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ เขาเห็นว่าบนเตียงมีคนหลับสนิทอยู่ในผ้านวม เขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความน้อยใจนิดหน่อยก่อนจะกลายร่างมาเป็นมนุษย์ หวังจะเข้าไปกอดเจ้าของห้องให้สมกับความคิดถึง

“พี่ออของเหนือ” เมื่อเหนือพิธุรวบกอดผ้าห่มนวมก็พบว่าข้างในเป็นแค่หมอนที่สุมกองเอาไว้ จนกระทั่งเขาได้เริ่มเอะใจจึงหันไปมองด้านหลัง

‘คลิก’ เสียงไกปืนทำให้เหนือพิธุเคลื่อนไหวตัวไปยืนอยู่ที่ริมประตูห้อง

“มึงกล้ามากนะที่มาถึงบ้านของกู” เสียงเรียบเย็นจากเจ้าของปืนทำให้เหนือพิธุรู้ว่ามนุษย์ผู้นี้มีจิตใจเช่นไร

ไฟในห้องสว่างขึ้นเมื่อมันถูกเปิดโดยผู้ชายอีกคน เหนือพิธุไม่ได้ใส่ใจผู้ที่มาใหม่ แต่หันไปมองผู้ชายที่ถือปืนอยู่ คราวนี้ภาพที่เห็นชัดเจนกว่าตอนที่มองเขาผ่านความมืด มันคือผู้ชายในรูปที่แม่วันเพ็ญเอาให้เขาดู มันคือมนุษย์ที่ฆ่าพ่อของเขา

เสียงคำรามของเหนือพิธุดังขึ้นก่อนที่ร่างมนุษย์ของเขานั้นจะกลับไปเป็นหมาป่าดั่งเดิม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ยังไม่ทันที่กระสุนปืนจะออกจากปากกระบอก เขาก็กระโจนเข้าหาอีกฝ่ายจนล้มลงแล้วตวัดกรงเล็บเข้าไปที่ดวงตาของฝ่ายนั้น

“โอ้ย ตากู พนัส ยิงมัน” พายุร้องลั่นเมื่อความเจ็บปวดแล่นเข้าที่ดวงตาขวา เลือดสีแดงทะลักออกมา เขารีบโยนปืนไปให้พนัส แต่ทว่าน้องชายของเขาเอาแต่ยืนนิ่ง เขาจึงรับรู้ได้ว่าน้องชายถูกดวงตาสีแดงคู่นั้นสะกดเอาไว้จนขยับตัวไม่ได้

เหนือพิธุก้าวเข้ามาแล้วใช้ขาข้างหนึ่งเหยียบอกของพายุเอาไว้ เขาเคยบอกกับแม่ว่า...มนุษย์คนแรกที่เขาจะฆ่าคือผู้ที่พรากพ่อไปจากเขาและแม่ มันสมควรต้องตายเพราะจิตใจที่โหดเหี้ยมของมัน มันเป็นอันตรายต่อฝูง มันเผาครอบครัวของเขาจนไม่เหลือดี สมาชิกฝูงหลายตัวต้องทรมานเพราะโดนไฟแผดเผาทั้งที่ยังหายใจ

“อย่า เหนือ อย่าทำพ่อของพี่” เสียงของใครบางคนทำให้เหนือพิธุชะงัก ดวงตาสีแดงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ได้ยินเสียงอีกฝ่าย

พายุสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของไอ้สัตว์หน้าขนที่เขาเกลียด เขาจึงตั้งใจพูดให้แค่มันได้ยินเพียงลำพัง “กูจะตามฆ่าพวกมึงให้หมดทุกตัว อย่าหวังว่าลูกของกูจะรักมึง ออทัมก็จะฆ่ามึงไม่ต่างจากกู”

มีต่อด้านล่าง
V
V

   
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-04-2019 16:58:18 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-10
ต่อจากด้านบน

เหนือพิธุคำรามลั่น ดวงตาของเขากลับมาเป็นสีแดงเจิดจ้าอีกครั้ง คมเขี้ยวถูกง้างกว้างด้วยความโกรธ ยังไม่ทันที่จะฝังลงไปยังเนื้อของคนที่ฆ่าพ่อ เสียงปืนก็ดังลั่นขึ้นมาเสียก่อน ร่างของหมาป่าเซไปด้วยแรงอัดจากปืน เหนือพิธุมองผู้ที่ทำร้ายเขาด้วยดวงตาที่อ่านได้ว่าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

‘เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน มันไม่ได้เจ็บเพราะกระสุนทะลุเข้ามาในกาย แต่มันเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ’

“พี่ขอโทษ พี่ให้เหนือฆ่าพ่อของพี่ไม่ได้ หนีไป เหนือหนีไป” ออทัมตะโกนบอกทั้งน้ำตา พายุรีบลุกขึ้นแล้วแย่งปืนมาจากลูกชาย เขายกปืนขึ้นเล็งหมาป่าที่เอาแต่ยืนมองลูกชายของตัวเอง แต่แล้วร่างของออทัมกลับเข้ามาบังวิถีของปืนเอาไว้

“ออก็ให้พ่อฆ่าเหนือไม่ได้”

“พวกมันฆ่าแม่ของลูก แล้วลูกก็เห็นแล้วว่ามันคิดจะฆ่าพ่อ!”

ออทัมพูดไม่ออก ถึงพ่อจะหลอกให้เขาไปทำธุระแทนให้ที่บ้านของอาพนัส แต่เขามีลางสังหรณ์ว่าเหนือพิธุจะมาถึงได้ย้อนกลับมาก่อน พอเข้าเขตบ้านก็ได้ยินเสียงคำรามของเหนือพิธุ มันทำให้เขาวิ่งอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะมาให้ทัน เขาไม่รู้ว่าพ่อรู้เรื่องเขากับเหนือพิธุได้อย่างไรถึงวางแผนนี้เอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มาทันได้เห็นว่าเหนือพิธุกำลังจะฆ่าพ่อของเขาจริงๆ และเขาเองก็เป็นผู้ที่ลั่นปืนใส่ผู้ที่เป็นเจ้าของหัวใจ

‘เจ็บ พี่ออคนนี้ก็เจ็บจวนเจียนจะขาดใจที่ทำร้ายเหนือพิธุ’

“ปล่อยเขาไป นะครับพ่อ”

“กูจะฆ่ามัน”

“งั้นพ่อฆ่าออก่อนเลยครับ” ออทัมจับปลายกระบอกปืนมาแนบที่หน้าอกของตัวเอง

“โธ่โว้ย มันหนีไปแล้ว ไวจริงๆ ท่าทางมันแข็งแกร่งกว่าไอ้ทินกรเสียอีก!” พายุโวยวายเมื่อเห็นว่าในห้องนอนของลูกชายไร้วี่แววไอ้สัตว์หน้าขนที่แสนจะเกลียดแล้ว

ออทัมหันไปมองด้านหลังก็นึกโล่งใจที่เหนือพิธุหนีไปได้ แต่เขาไม่รู้เลยว่าฝ่ายนั้นไม่ทันเห็นว่าเขายอมเสียสละชีวิตเพื่อที่จะปกป้องชีวิตเหนือพิธุ ดังนั้นสิ่งสุดท้ายที่เหนือพิธุเห็นคือพี่ออคิดจะฆ่าเขาให้ตาย เขาเพิ่งรู้ว่าเห็ดสีเลือดฆ่าหมาป่าได้จากการที่แอบได้ยินพ่อพูดกับพี่คำอ้าย เขาจึงเลือกที่จะใช้ปืนธรรมดาของอาพนัสยิงใส่เหนือพิธุแทน เขาหวังใจว่าเหนือพิธุจะไม่เป็นอะไรมากอย่างที่เคยคุยให้ฟังว่าเก่งกล้าเกินกว่าจะมีอาวุธใดมาทำร้าย

ออทัมคิดถูกที่ว่าปืนนั้นทำอะไรเหนือพิธุไม่ได้ แต่ที่ออทัมไม่รู้คืออาวุธร้ายที่ทำให้เหนือพิธุตายทั้งเป็นคือความรักทั้งหมดที่เหนือพิธุมอบให้ออทัมไปโดยไม่รู้ตัว

เหนือพิธุแจ้งแก่ใจแล้ว คนในคำทายคือผู้ใด คนที่เกิดในวันวสันตวิษุวัตเช่นเดียวกับเขา เลือดบริสุทธิ์ในความหมายคือเลือดโหดร้ายที่เป็นของมนุษย์ และยังใช้อาวุธร้ายที่เรียกว่าความรักทำให้เขาต้องตายทั้งที่ยังหายใจ

“ในเมื่อพระจันทร์ดวงนี้พรากเอาลมหายใจจากอาทิตย์ดวงนั้นไม่ได้ เหนือพิธุก็จะทำให้ทิวากรตายทั้งเป็นเฉกเช่นเดียวกัน”


……


14 ปีผ่านไป

นี่คือการกลับมายังจังหวัดบ้านเกิดเป็นครั้งแรกหลังจากที่ออทัมไปเรียนต่อที่กรุงเทพ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพ่อพายุสั่งให้เขาและพี่คำอ้ายย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพในเช้าวันถัดไปทันที โดยที่เขาไม่ได้บอกลาคนที่เป็นเหมือนดังดวงใจ แต่ต่อให้เขามีเวลาบอกก็ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นยังอยากเจอหน้าเขาอีกไหม เขาทำได้แค่แอบซ่อนจดหมายเอาไว้ในห้องนอน แอบหวังว่าเหนือพิธุจะย้อนกลับมาแล้วได้อ่านความในใจที่เขาเขียนระบายเอาไว้

แต่ทุกอย่างคงสูญเปล่าเมื่อเขาไม่ได้รับการตอบกลับ เขาแน่ใจว่าต่อให้เขาย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพ หากมนุษย์หมาป่าที่ทรงพลังและอำนาจอย่างองค์ราชันย์เหนือพิธุอยากเจอเขาก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ฝ่ายนั้นคงโกรธและเกลียดเขาแล้วถึงได้เงียบหายไป บางที...อาจจะแต่งงานกับคู่หมายแล้วมีลูกที่น่ารักจนลืมพี่ออคนนี้ไปแล้ว

คิดเพียงแค่นี้น้ำตาก็ไหลออกมา สิบกว่าปีเขาไม่เคยทำใจได้กับรักแรกที่ฝังใจ มันยังคงเป็นรักเดียวของออทัมตลอดมา ถูกตีตราเอาไว้ตั้งแต่เยาว์วัย รอยสักก็ยังติดตรึงบนร่างกาย ย้ำเตือนให้รู้ว่าตัวเองเป็นของใครไม่ได้อีก

“คิดถึงบ้านเก่าเหรอน้องออ” รอยอินทร์ ลูกชายของกำนันดินเอ่ยถามหลังจากที่เห็นว่าคนที่แอบชอบยืนมองที่ดินว่างเปล่าอยู่นานสองนาน เขาจำได้ว่าที่นี่เคยเป็นบ้านหลังเก่าของออทัม แต่ตอนนี้มันถูกขายต่อให้เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดจังหวัดไปแล้ว

“ครับ โดนรื้อออกหมดเลย เขาจะเอาที่ดินไปทำอะไรพี่รอยรู้ไหมครับ”

“เห็นว่าจะทำทุ่งดอกทานตะวัน ที่ดินที่ติดตรงป่าสนนั่นก็มีดอกทานตะวันขึ้นเต็มแล้วนะ อีกหน่อยก็คงบานเต็มมาถึงตรงนี้”

“จริงเหรอครับ อยากไปดูจัง”

“อย่าเลย ได้ข่าวว่าเจ้าของเขี้ยวมาก ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งในพื้นที่เลย”

“น่าเสียดาย”

“แล้วสรุปว่าน้องออจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรเลยจริงๆ เหรอ พี่ดีใจนะครับ” รอยอินทร์แอบเนียนกุมมือคนที่แอบชอบ แต่ฝ่ายนั้นค่อยๆ บิดมือออกจากการถูกเกาะกุมแบบยังรักษาน้ำใจเขาอยู่บ้าง

“ครับ ออเรียนจบสัตวแพทย์ เลยอยากกลับมาทำงานที่บ้านเกิด”

“แล้วน้าพายุกับน้าคำอ้ายจะกลับมาด้วยไหมครับ”

“ออก็ไม่แน่ใจ พ่อยังไม่ได้ตัดสินใจ”

“แล้วน้องออจะอยู่ที่ไหนครับ ไปอยู่กับพี่ก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไรครับ ออเช่าบ้านเอาไว้แล้ว ว่าแล้วก็ขอกลับไปพักก่อนดีกว่า เหนียวตัวไปหมดอยากอาบน้ำแล้ว”

“โอเค เดี๋ยวพี่ไปส่ง เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ”

“ออขอตัวดีกว่า อยากพักจริงๆ เอาไว้วันหลังนะครับพี่รอย”

“ก็ได้ งั้นไปเถอะ พี่ไปส่ง”

“ไม่ต้องหรอกครับ ออเช่าบ้านหลังเล็กๆ ตรงนั้นไง เดินไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว”

“เอ๊ะ น้องออจะอยู่บ้านหลังนั้นเหรอครับ”

“ใช่ครับ ทำไมเหรอ”

“เจ้าของบ้านหลังนี้คือเจ้าของเดียวกับคนที่กว้านซื้อที่แถวนี้จนหมด ก็คนที่ปลูกดอกทานตะวันนี่แหละครับ มีข่าวว่าบ้านหลังนี้มีอาถรรพ์มาก เคยมีคนพยายามเข้าไปขโมยของหลายครั้งแต่ก้พบจุดจบไม่ดีกันหมด รายล่าสุดนี่นอนตายอย่างน่าสยดสยองที่ริมป่าสน”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นขโมยของครับ มีของหายเหรอ”

“ในมือคนตายถือสร้อยเส้นหนึ่ง เหมือนจะเป็นสร้อยรูปพระอาทิตย์กับพระจันทร์ สร้อยธรรมดาไม่น่ามีราคาด้วยนะ ไม่คุ้มเลยจริงๆ”

ออทัมได้ยินก็ใจสั่น สร้อยที่เหนือพิธุมอบให้หายไปในคืนนั้น ทั้งที่มันอยู่ในคอของเขาแท้ๆ แต่เมื่อตื่นมาก็พบว่าสร้อยนั้นหายไปแล้ว คิดแล้วความเจ็บปวดก็แล่นริ้วเข้าไปถึงขั้วหัวใจ แม้กระทั่งของดูต่างหน้าก็ไม่ยอมเหลือเอาไว้ให้ หมดรักกันแล้วใช่ไหม....เหนือพิธุ

“ออขอตัวก่อนนะครับ” ออทัมตัดบทแล้วรีบเดินไปที่บ้านเช่า ทิ้งให้รอยอินทร์ยืนเกาหัวด้วยความเข้าใจ ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดไปคนที่แอบชอบถึงได้ดูเศร้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น รอยอินทร์ตัดสินใจขับรถกลับไปเพราะไม่อยากรุกจนออทัมรำคาญ คิดแค่ว่ายังไงออทัมก็หนีไม่พ้นเขาอยู่วันยังค่ำ คนอย่างรอยอินทร์อยากได้อะไรต้องได้เสมอ

ออทัมเองก็ไม่ได้หันหลังกลับมาสนใจลูกชายของลุงกำนันว่าจะอยู่หรือจะไป จึงไม่ทันเห็นว่ามีใครบางคนก็ยืนกอดอกมองดูแผ่นหลังของตัวเองด้วยแววตาวาวโรจน์

แผ่นหลังนั้นที่ดูบอบบางเช่นเดิมแม้จะมีขนาดที่โตขึ้นตามวัย แผ่นหลังที่เคยจับจองด้วยปลายลิ้นไปทั่ว แผ่นหลังของคนที่คิดฆ่าเขาให้ตาย แต่เขาไม่ตาย...คนที่ตายทั้งเป็นจะต้องเจ้าของแผ่นหลังนั่นต่างหาก ‘ทิวากร’

“ข้าจะไปจัดการมัน” สิสิรเห็นทิวากรแล้วนึกแค้นใจ มนุษย์ที่ทำให้องค์ราชันตายทั้งเป็น

“อย่าไปยุ่ง” เหมันต์เตือนสหาย “มนุษย์ผู้นั้นจะตายไม่ได้”

“เพราะอะไร” สิสิรไม่เข้าใจ

“เจ้ายังไม่ต้องรู้ รู้แค่ว่าเราจะให้มนุษย์ผู้นั้นตายไม่ได้”

“แต่ก็ทำให้มันทรมานได้” คิมหันต์พูดด้วยเสียงเย็นเยียบ ดวงตายังคงจ้องไปยังมนุษย์ที่เข้ามาในอาณาเขตของ ‘วสันตวิษุวัต’

“ดี ข้าถนัดนักในการทรมานคน” สิสิรยิ้มร้าย

“แต่ว่า...” เหมันต์หันไปมองเจ้าชีวิตที่ยังคงยืนกอดอก แววตาสงบนิ่งเกินกว่าจะอ่านออกว่าคิดสิ่งใด

“ท่านจะยอมหรือ” คิมหันต์เองก็ใคร่รู้ตามไปอีกคน เพราะทั้งสามคนรู้ดีว่าราชันผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิตได้มอบหัวใจให้ศัตรูไปแล้ว

“ข้าจะไปหาแม่เฒ่า พวกเจ้าอยากทำอะไรก็ตามแต่ใจ” รูปร่างสูงสง่าหันหลังกลับ ทั้งแววตาและน้ำเสียงช่างดูเย็นชา ถึงจะไม่บอกว่ากำลังคิดอะไร แต่สหายทั้งสามคนกลับขนลุกชันขึ้นมา

“น่ากลัวว่าโกรธอีก พวกเจ้าว่าไหม” สิสิรถามพลางลูบแขนของตัวเอง

“ข้าอดแปลกใจไม่ได้” คิมหันต์ทำท่าครุ่นคิด

“เช่นไร” เหมันต์ถาม

“ทำไมมนุษย์ผู้นั้นถึงกล้ากลับมา มันรู้ว่าราชันของเรามีอำนาจแค่ไหน ทำไมไม่กลัวตาย”

“หรือมันจะรู้ว่าราชันจะไม่ฆ่ามัน”

“พวกเจ้าไม่รู้หรือ การอยากตายแต่ตายไม่ได้มันทรมานกว่าการจบชีวิตไปเสียอีก” เหมันต์รู้ดีว่าการเจ็บปวดเพราะความรักมันหนักหนากว่าอะไรทั้งหมด

“ถึงแม้เหนือจะบอกพวกเราว่ามนุษย์ผู้นั้นไม่ใช่คนในคำทำนาย ย้ำชัดหลายครั้งว่าไม่ใช่ แต่ข้าเชื่อว่าใช่ ข้าจะไม่ยอมให้มันทำให้เหนือได้รับอันตรายอีก” สิสิรพูดจบก็ส่งเสียงคำรามในลำคอ

“เจ้ายังหลงรักองค์ราชันอยู่อีกหรือคะนิ้ง รักทั้งที่รู้ว่าเขาไม่รักเนี่ยนะ” คิมหันต์หันมาถามสิสิร

“ข้าไม่สนใจว่าจะได้รักกลับมาอีกหรือไม่ ตราบใดที่ข้ายังมีโอกาสยืนเคียงข้างเขา ยังได้รับใช้ใกล้ชิด ยังได้ร่วมรัก แค่นี้ข้าพอใจแล้ว”

“ข้าขอตัวก่อน” เหมันต์ตัดบทแล้วเดินออกจากวงสนทนา

“เฮ้อ ข้าไปหาสาวๆ ดีกว่า เบื่อรักสามเส้าของพวกเจ้าเต็มทน” คิมหันต์เดินหนีไปอีกคน ทิ้งให้สิสิรยืนงงกับคำพูดที่ทิ้งท้ายเอาไว้ตามลำพัง

“สามเส้าอะไร คิม...คิมหันต์! กลับมาพูดกับข้าให้รู้เรื่องก่อน!”

สิสิรได้แต่กระทืบเท้าด้วยความขัดใจที่ทุกคนเดินหนีไปหมด แต่เมื่อทุกคนไปหมดแล้วเขาก็หันไปมองไปยังบ้านหลังเล็กนั้นอีกครั้ง รู้แก่ใจว่าองค์ราชันสร้างมันเอาไว้รอใคร รู้แก่ใจว่าหัวใจที่เย็นชาของเจ้าชีวิตนั้นไม่ต้อนรับใครอีก แต่ใครจะสนกัน ในเมื่อสิสิรผู้นี้คือคนโปรดของแม่นาย แม่นายไว้ใจให้เขารับใช้เหนือพิธุอย่างใกล้ชิด เขายืนหนึ่งในฝูง แม้เหมันต์จะเคยบอกว่าเขาเป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ แล้วอย่างไร ยิ่งเหนือพิธุไม่ได้รัก เขายิ่งมีสิทธิ์เป็นคู่หมายของเหนือพิธุในสายตาของแม่นาย หากเขาทำให้เหนือพิธุพึงพอใจในเพศรสจนไม่เรียกหาผู้อื่นได้อย่างที่เป็นอยู่ สักวันความรักจะตามมาเอง

โปรดเคลื่อนตามวงโคจรถัดไป


หนึ่งอย่างสำคัญ อยากให้อ่านให้ดี ทุกตอนมีความหมาย เพราะมันซ่อนคำใบ้มากมาย

ใครปวดหัวมาเอาพาราไปกิน!! 55555555 #เรื่องปมผมถนัดคร้าบ

อ่อ ปฐมบทมีตอนหนึ่งว่าไว้ จันทร์เจ้าไม่ใช่น้องแท้ๆ ของทินกรนะคะ

ส่วนภาคโตเริ่มแล้วค่ะ เด็ดๆ เผ็ชๆ ได้โปรดโดดลงมา เลิฟจะพาไปโลกแฟนตาซี อิอิ

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 890
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ใจเย็นๆเด็กๆ รอโตกว่านี้หน่อยเถอะ ป้าจิ้นไม่ออก :hao7:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-12
ดราม่าเจ็บแค้นเคืองโกรธ โทษ ฉันใยเข้มข้นมากค่า :hao5:

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 399
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ป้าดสองตอนติด ชื่นใจ กินมาม่ารอ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด