▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ▼ Bedtime Story ▲ l #เบดไทม์สตอรี่ l บทที่ 14 (2) และ 15 l 31.3.2019  (อ่าน 21203 ครั้ง)

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ
5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน
7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).
9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ
10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป
11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว
บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป
12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด
13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ
14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ
15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข
17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม





ผลงาน

- บ้ า น ซ่ อ น ศ พ -
นิยาย / Romantic Thriller / จบแล้ว
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=50956.0
[/color]

ภพ พราก จาก ตาย
เรื่องสั้น / Thriller (Mpreg) / จบแล้ว
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=54904.0

♪ ♫  อยากให้เพลงนี้... ไม่มี 'ผี' ร้าย  ♫ ♪
นิยาย / Romantic Horror / จบแล้ว
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=55828.0

▼ Bedtime Story ▲
นิยาย / Erotic-Drama-Thriller / ยังไม่จบ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68801.0



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2019 22:16:34 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #1 เมื่อ26-10-2018 17:52:00 »

- บทนำ -








5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




ไข้หวัดใหญ่ไม่ปราณีผมเลยครับ


เกริ่นมาซะขนาดนี้… ใช่ครับ ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ เพิ่งรู้ตัวตอนที่หอบหิ้วสังขารไปโรงพยาบาลเพราะรู้สึกอ่อนเพลียและปวดเมื่อยไปทั้งตัว ถึงจะไม่มีสายพันธุ์ใดห้อยท้าย แต่คุณหมอก็สั่งให้ผมพักผ่อนให้เพียงพอ และหยุดออกไปแพร่เชื้อให้คนรอบข้างเป็นเวลาสี่ถึงห้าวัน


เมื่อน้องสาวรู้เรื่อง ผมก็ถูกกักบริเวณทันที ช่างโหดร้ายเหลือเกินเพราะผมต้องอยู่แต่ภายในห้องพัก ห้ามออกไปดื่มเหล้าอย่างที่เคยทำประจำ แถมยังถูกยึดบุหรี่ซองใหม่ไปอีก


เอาจริงๆ ไอ้ที่ไม่ปราณีผมน่ะ แม่งไม่ใช่โรคภัยหรอก


แต่เป็นน้องสาวตัวดีนี่แหละ


และใช่… พอไม่มีอะไรทำ ผมก็เลยนอนแกร่วอยู่บนเตียง ฟังเพลง เล่นเกมในโทรศัพท์


และผล็อยหลับไปในที่สุด


โอเค เรื่องมันเริ่มจากตรงนี้ ตรงที่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรนิ่มๆ มาแตะบนริมฝีปาก มันเบามากจนผมแทบไม่รู้สึก และคงไม่คิดที่จะสนใจด้วย ถ้าหากสัมผัสที่ว่าไม่เริ่มไต่ระดับเป็นประกบทับและบดบี้


จูบ นี่คือจูบแน่ๆ แถมเป็นการจูบอย่างชำนาญซะด้วย และมันเชื้อเชิญให้ผมดันเปลือกตาหนักอึ้งขึ้นอย่างรวดเร็ว


ถึงจะยังมองเห็นไม่ชัดด้วยความมืดสนิทภายในห้อง แต่จากไรผมกลิ่นหอมสะอาดที่เพิ่งผ่านปลายจมูกไป ก็ทำให้ผมมั่นใจแล้วว่าตัวเองกำลังถูกลักหลับด้วยใครบางคนที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่บนร่าง เธอกดจูบลงบนซอกคอของผม เลิกเสื้อยืดสีขาวที่ผมสวมใส่อยู่ขึ้นก่อนลากริมฝีปากลงมายังช่วงอก แล้วใช้ปลายลิ้นเลียส่วนอ่อนไหวจนผมเผลอครางออกมาเบาๆ


ผมจำได้ว่าไม่ได้นัดใครให้มาหานะ เพราะสภาพตอนนี้ก็ทรุดโทรมเกินกว่าจะต้อนรับแขกที่ไหนได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่ที่ผมเคยมีความสัมพันธ์ด้วยก็มักจะรู้จักห้องเชือดของผมอยู่แล้ว และก็ไม่แน่… อาจจะมีบางคนที่ผมเผลอให้กุญแจห้องไป ทำให้เธอสามารถเข้ามาได้ง่ายๆ โดยที่ผมไม่ต้องชักชวน


แต่อย่าบอกน้องผมนะครับ มันด่าเละแน่ๆ ถ้ารู้ว่าผมเมาไร้สติถึงขั้นไล่แจกของสำคัญขนาดนี้


ผมใช้มือหนึ่งลูบลงบนเส้นผมนุ่มสลวย…


เอ๊ะ! ผมสั้น สั้นมาก สั้นแบบผู้ชายเลยนี่หว่า


ผมกดเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วครับ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าผู้หญิงผมสั้นคนไหนจะเข้ามามอบความสุขให้แก่ผมในเวลานี้ ปลายนิ้วจึงเอื้อมกดปุ่มเปิดโคมไฟข้างเตียงเพื่อสร้างแสงสว่าง แต่กลับงงยิ่งกว่าเดิม เมื่อคนบนร่างเงยหน้าขึ้นมาสบสายตา


ผู้ชายจริงๆ ด้วย…


โอเค ผมควรจะตกใจใช่มั้ย เพราะนี่ไม่ใช่รายชื่อในสต๊อกแน่ๆ ผมไม่เคยนอนกับผู้ชาย แล้วก็ไม่คิดจะนอนด้วย


แต่ทำไมผม… รู้สึกดีจัง


กะคร่าวๆ คิดว่าเขาน่าจะเด็กกว่าผมสักห้าปี สูงน้อยกว่าผมสักสิบเซนติเมตร คิ้วหนาเข้มแต่ดวงตาหวานฉ่ำ จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าเรียว ริมฝีปากที่เพิ่งงับยอดอกของผมไปเมื่อครู่ก็เป็นรูปกระจับออกสีชมพูระเรื่อ


เขายืดหลังขึ้นแต่ยังคร่อมอยู่บนตัวผม ก่อนถอดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของตัวเองแล้วโยนลงบนพื้นข้างเตียงนอน นั่นทำให้ผมมองเห็นผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนผู้หญิงไม่มีผิด หากแต่มีรอยฟกช้ำสีม่วงปนเขียวหลายแห่งตามลำตัว ตั้งแต่ข้อมือจนถึงข้อศอกของแขนข้างหนึ่งถูกพันด้วยผ้ายืดสีอ่อน และเมื่อผมสังเกตดีๆ ก็พบรอยเย็บเล็กๆ ที่ปลายคิ้วของเขาด้วย


อาการบาดเจ็บพวกนี้เกิดจากอะไร สงสัยไปลักหลับคนอื่นแล้วถูกกระทืบมาแน่เลย


แต่จะว่าไป ถ้าเขาตั้งใจเข้ามาปลุกปล้ำผมเพราะหลงใหลในความหล่อเหลาจริงๆ ก็น่าจะตกใจและวิ่งหนีออกไปตั้งแต่ตอนที่ผมเปิดไฟแล้วสิ แต่นี่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลย แถมยังส่งยิ้มน้อยๆ ให้ผมแล้วพรมจูบลงบนหน้าท้องของผมต่อไปราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติของเราทั้งคู่


ไม่ใช่แล้ว…


สติของผมกลับมาแล้วครับ และมันกำลังบอกผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้น ผมควรจะบอกน้องเขาให้หยุด แล้วออกไปจากห้อง


ได้แ...


“อื้ม…”


เสียงครางของผมเองครับ


เกิดขึ้นเพราะเด็กคนนั้นดึงกางเกงบ๊อกเซอร์สีฟ้าอ่อนของผมลงเล็กน้อยแล้วใช้ลิ้นลากผ่านส่วนอ่อนไหว และนั่นทำให้ผมดันประโยคที่จะพูดเพื่อห้ามปรามกลับลงไปจนหมด


เขาค่อยๆ กลืนแท่งกลางลำตัวของผมเข้าไปทีละนิด จนผมเริ่มรู้สึกถึงความอุ่นและเปียกชื้น ก่อนที่เขาจะปล่อยให้มันเข้าไปในช่องปากจนมิดอย่างไม่รังเกียจ แล้วค่อยๆ รูดเข้าออกช้าๆ จากโคนสู่ปลาย


“อ้ะ…”


“เจ็บเหรอครับ” นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงหวานของเขา


ผมส่ายหน้า ไม่… ไม่เจ็บเลย โคตรดี “ทำต่อเถอะ”


เขาจึงใช้ปากโอบล้อมแก่นกายของผมต่อไป ผมรู้สึกว่ามันสัมผัสกับโพลงนุ่มในปากของเขาเป็นจังหวะ ก่อนที่เขาจะเริ่มเร่งความเร็วสลับกับการดูดดึงส่วนหัว


“อื้ม…”


เสียงหอบของผมจึงดังขึ้นอย่างถี่รัวและต่อเนื่อง และแน่นอนว่า หลายครั้งมันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องอย่างเสียวซ่าน


“อื้อ…”


ท้ายที่สุด เสียงร้องของผมก็ดังขึ้นอีกครั้งขณะที่ของเหลวในร่างกายพุ่งออกมาราวกับเขื่อนแตก เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนใช้มือหนึ่งปาดน้ำสีขาวขุ่นออกจากริมฝีปาก ผมไม่ว่าหรอก ถ้าเขาจะไม่กลืนมันลงไปเหมือนนางเอกหนังเอวีที่ผมชอบดู ผมเข้าใจ และรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้เชี่ยวชาญในการใช้ปากขนาดนั้น เพราะฉะนั้น แค่เขายอมทำให้ผม ผมก็ดีใจมากแล้ว


มาถึงตอนนี้ สมองมันขาวโพลนไปหมดแล้วครับ ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าต้องโวยวายและขับไล่เขาออกไป หรืออย่างน้อยก็ควรต้องซักถามให้หายข้องใจ


ก็ถือซะว่า… ยกประโยชน์ให้จำเลยแล้วกัน


แต่ยังไม่ทันที่ความรู้สึกผิดบาปในใจของผมจะเริ่มก่อตัว เขากลับคร่อมสะโพกของผมไว้ และพูดขึ้นอีกครั้ง


“เอาผมนะ”

.

.

.

ผมยอมแล้วครับ…


ไม่ฝืนแล้ว…


จึงพลิกตัวขึ้นในท่านั่งทำให้เขาหงายหลังลงสู่เตียงนอนโดยที่ผมใช้สองมือช่วยประคอง ก่อนดึงกางเกงสแล็กสีดำตรงหน้าลงมาจนพ้นปลายเท้าพร้อมกับกางเกงชั้นใน แยกขาทั้งสองข้างของเขาออกจากกันแล้วโน้มตัวลงจูบเขาทันที


ผมมั่นใจว่าชำนาญกว่า และคิดว่าควรสอนเขาซะหน่อย จึงสอดลิ้นเข้าไปตวัดเกี่ยวและไล้ทั่วช่องปากของคนใต้ร่าง ก่อนกดริมฝีปากลงทั่วใบหน้า แล้วไล่ลงมาเรื่อยๆ ผ่านลำคอ แผงอก หน้าท้อง และใช้มือข้างหนึ่งลูบแก่นกายของเขาที่เริ่มตั้งชัน


เขาดันไหล่ของผมเบาๆ ก่อนชี้นิ้วไปทางลิ้นชักข้างเตียงนอน แล้วพูดปนเสียงหอบจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “จ… เจล…”


ผมเอื้อมมือดึงลิ้นชักตามคำบอก และพบสารหล่อลื่นหลอดใหญ่จริงๆ


แต่มันไม่ใช่ของผมนี่หว่า…


มาได้ไงวะ


เอ่อ… ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่เวลามามีสติแล้ว ผมปาดเจลใสลงบนมือที่กำลังช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้แก่เขา ก่อนเพิ่มความเร็วของข้อมือขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างเล็กกระตุกเกร็งและปล่อยน้ำข้นเหนียวไหลเลอะฝ่ามือของผม


ผมตั้งใจจะชโลมสารหล่อลื่นรอบนิ้วข้างที่ถนัดเพื่อใช้มันนำร่องเข้าสู่ช่องทางคับแคบ แต่เขากลับขอให้ผมทาเจลที่ปลายแท่งเนื้อของตัวเองแทนและ…


“เข้ามาเลย”


“ไม่เจ็บเหรอ”


เขาส่ายหน้าพลางส่งยิ้มบางที่เจือปนด้วยความเหนื่อยอ่อนมาให้ผม


ไม่เจ็บจริงเหรอ…


ผมไม่ค่อยเชื่อหรอกแต่ก็ไม่อยากขัดใจ อารมณ์ของเขาอาจพลุ่งพล่านจนอยากเร่งรัดกิจกรรมของเราให้เร็วขึ้นกว่านี้ก็ได้ อีกอย่าง ผมเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จึงแยกสองขาของเขาให้ฉีกกว้างขึ้นอีกหน่อย แล้วค่อยๆ ดันแก่นกายเข้าไปช้าๆ


ผมเคยได้ยินมาบ้าง ถึงความแน่นของช่องทางด้านหลัง แต่ก็ไม่คิดว่าจะคับแคบขนาดนี้ แถมยังตอดรัดจนผมแทบขยับต่อไปไม่ได้ สีหน้าเหยเกของเขาก็ดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก ผมเห็นว่าเขากำลังกัดริมฝีปากของตัวเองเพื่อระบายความเจ็บ ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบแขนของผมไว้แน่น


ผมจึงหยุดเคลื่อนไหว ใช้ทั้งปากและมือเพื่อโลมเล้าอยู่สักครู่ แล้วค่อยๆ แทรกกายเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดลำ


"โอ้ย…"


เป็นไงล่ะ ร้องลั่นเลย…


บอกให้ทำเองนะ อย่ามาโกรธกัน


ถึงจะเป็นคนแปลกหน้า แต่เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราก็ควรจะมีความสุขไปด้วยกัน ผมจึงพยายามดึงมันออกช้าๆ แล้วดันกลับเข้าไปใหม่อย่างนุ่มนวล ทำแบบนี้อยู่หลายครั้งจนช่องทางเริ่มคลายความแน่น ผมจึงเร่งจังหวะขึ้นทีละน้อย


เสียงกระแทกดังคับห้องเล็ก ตามมาด้วยเสียงลมหายใจถี่รัวของเราทั้งคู่ ผมมองร่างที่โยกไปตามแรงและเดาเอาเองว่าความเจ็บน่าจะลดน้อยลงแล้ว แต่เขายังไม่หยุดร้องขอ


“แ… แร… แรงอีก”


สงสัยชอบความรุนแรงเว้ย… จัดให้ก็ได้


ผมสนองความต้องการของคนตรงหน้าโดยการชะลอความเร็วลง กดข้อมือทั้งสองข้างของเขาลงบนเตียงนอน ดึงแก่นกายออกจนเกือบสุดลำ แล้วกระแทกกลับเข้าไปเต็มแรง


"อะ… อื้อ…"


ผมทำแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงร้องเหมือนจะขาดใจของเขาจึงดังขึ้นอย่างไม่ลดละ


“ม… ไม่… ว… ไหวแล…”


ผมเองก็ใกล้จะระเบิดแล้วเหมือนกัน จึงเร่งความเร็วพลางแยกปลายขาที่กำลังยกงอและจิกเกร็งของเขาให้กว้างขึ้นอีก เพื่อให้ผมแทรกเข้าไปได้ลึกที่สุด


ยิ่งถี่ ยิ่งแรง ยิ่งลึก ก็ยิ่งทำให้เราสองคนไปถึงจุดหมายได้ง่ายขึ้น จนท้ายที่สุด น้ำขุ่นข้นของผมก็ทะลักออกมาอีกครั้งจนเต็มช่องทางของเขา พร้อมๆ กับของเขาที่เปรอะเปื้อนหน้าท้องและไหลลงสู่เตียงนอน


เรี่ยวแรงของเราทั้งคู่หมดลงตรงนั้น ผมค่อยๆ ดึงมันออกจากทางแคบที่เริ่มขึ้นสีแดงจากความระบม แล้วจึงพลิกตัวลงนอนข้างเขา


ความอ่อนเพลียทำให้เด็กคึกๆ เมื่อครู่กลายเป็นลูกแมวน้อยที่นอนนิ่ง ดวงตากลมของเขาจ้องมาที่ผมโดยไม่พูดอะไร ผมจึงพยายามอ่านความรู้สึกของเขาจากมัน


แต่น่าแปลก ทั้งที่เราเพิ่งมีความสุขร่วมกันมา แต่ทำไมแววตาของเขาถึงดูเศร้าหมองแบบนี้


เขาคงมีเรื่องทุกข์ใจอะไรสักอย่าง ก็เลยต้องการใช้เซ็กส์เป็นที่ระบายสินะ


มาหาถูกคนแล้วไอ้น้อง…


ผมเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขาอย่างแผ่วเบา หวังช่วยลดทอนความโศกเศร้าที่เขากำลังเผชิญอยู่ แต่เขากลับเลื่อนมือของผมลงมาแนบไว้บนแก้มนิ่ม โดยใช้มือของตัวเองกดทับไว้อีกชั้น แล้วปิดเปลือกตาลงจนสนิท ท่าทางของเขาในตอนนี้จึงเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย ส่วนผมก็เหมือนพ่อที่พยายามปลอบโยนลูกชาย


ผมนึกว่ามือหนาของตัวเองจะช่วยเยียวยาเขาได้ เลยหลงภาคภูมิใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่น้ำตาของเขาจะไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย


ซวยแล้วกู ทำเด็กร้องไห้เฉย


เสียงสะอึกสะอื้นถูกปล่อยออกมาอย่างไม่อาย เรื่องที่เขาเพิ่งเจอมาคงหนักหนามากจริงๆ ผมรู้สึกสงสารจับใจจึงใช้อีกมือที่ยังว่างปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของเขา แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงไปใกล้ ตั้งใจจะประทับรอยจูบลงบนหน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยนที่สุด


แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ


เสียงฝีเท้า…


ซึ่งผมคงไม่เอะใจ หากเสียงนั้นไม่หยุดลงตรงหน้าห้องของผมพอดี


“กึก… กึก…”


เราสองคนเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนและมองไปที่ประตูพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังสอดกุญแจเพื่อปลดล็อกลูกบิด ขณะที่ผมกำลังคิดทบทวนว่าใครคือคนที่พยายามจะเข้ามาในห้อง มือเล็กของคนข้างกายกลับบีบมือของผมไว้แน่น


ผมเหลือบมองเขาที่จ้องไปทางต้นเสียงอย่างตื่นตระหนก จากเสียงลมหายใจดังถี่ และลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงคล้ายกำลังกลืนน้ำลายลงคอ


ผมจึงรู้ได้ทันที


ว่านี่คือแขกของเขา


ทุกอย่างถัดจากนี้เกิดขึ้นเร็วมาก...


เขาหันกลับมามองผมด้วยดวงตาเบิกโพลง ขยับปากเหมือนตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ความพยายามของคนจากภายนอกจะสิ้นสุดลง


“แกร๊ก!”


ประตูถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เขางับประตูลงแต่ไม่ปิดสนิท ก่อนเดินตรงไปทางเด็กหนุ่มอย่างชัดเจนโดยไม่สนใจผมที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย


ความไม่ชอบมาพากลทำให้ผมพยายามจดจำรูปพรรณสัณฐานของผู้มาเยือนให้ได้มากที่สุด เขาเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ใส่เสื้อคลุมหนังสีดำทับเสื้อยืดสีเดียวกันและกางเกงยีนส์สีเข้ม สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำสลับแดง กระจกด้านหน้าฉาบสีปรอท แทบไม่มีผิวหนังส่วนไหนที่โผล่พ้นชุดออกมายกเว้นฝ่ามือข้างซ้าย นิ้วนางและนิ้วก้อยถูกพันด้วยผ้าก๊อซจนหนาคล้ายกำลังเข้าเฝือก เขาเอื้อมมือข้างขวาไปยังกระเป๋ากางเกงด้านหลัง และ…


หยิบปืนสั้นออกมาไว้ในมือ


ในวินาทีที่ผมตกใจสุดขีดจนตัวแข็งทื่อ


ในวินาทีที่คนข้างๆ ส่งสายตาไปทางผู้มาเยือนเพื่อร้องขอชีวิต


ในวินาทีนั้น...


เขาลั่นไกอย่างไม่รีรอ ปล่อยลูกกระสุนทะลุศีรษะของเด็กหนุ่มจนเลือดสีสด เศษกะโหลกที่แตกละเอียด และชิ้นส่วนของสมองสาดกระจายเต็มพื้นที่โดยรอบ ไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าและลำตัวของผม… ผู้ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเต็มสองตา

.

.

.

“อร๊ากกกก!”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-11-2018 23:09:04 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #2 เมื่อ26-10-2018 18:32:18 »


ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่นิยายเรื่องใหม่ของเรานะคะ

เรื่องนี้เป็นแนว Erotic-Drama-Thriller
อยากให้ทุกคนได้ลองติดตามกัน

โดยเฉพาะใครที่เคยอ่าน - บ้ า น ซ่ อ น ศ พ - และ
♪ ♫  อยากให้เพลงนี้... ไม่มี 'ผี' ร้าย  ♫ ♪ มาแล้ว
ไม่อยากให้พลาดนะคะ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ

ปล. ติดตามข่าวสารของเราได้ที่
FB : saoyrampun
Twitter : sorworrorpor


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-10-2018 22:19:39 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #3 เมื่อ26-10-2018 19:03:33 »

 ชอบบบบบบ   :z3: :z3: :z3:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #4 เมื่อ27-10-2018 02:05:25 »

เป็นชู้กับผี หรือป่าว หยองดี ชอบ ๆ  :ling3:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #5 เมื่อ27-10-2018 16:15:01 »

 อู๊ย ไปซื้อบ้านแถมผีอยู่ใช่ใหม บรึ๊ย

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #6 เมื่อ27-10-2018 16:48:27 »

คนหรือผี :katai1:

ออฟไลน์ Manse.ya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #7 เมื่อ28-10-2018 11:53:53 »

ตามมาแล้วค่ะ
ตอนแรกก็ตื่นเต้นเลย

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #8 เมื่อ31-10-2018 01:09:50 »

เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!
เรื่องนี้น่าติดตามอีกแล้ว แต่ก็หลอนอีกแล้ว งื้ออออ

ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #9 เมื่อ01-11-2018 19:43:56 »

NC ดีย์  :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
« ตอบ #9 เมื่อ: 01-11-2018 19:43:56 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #10 เมื่อ02-11-2018 15:17:30 »

กรี๊ดดดดดดดด คิดถึงคุณสาววายค่า มาติดตามเรื่องใหม่ ตื่นเต้นนๆ มาต่อไวๆนะค้า

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #11 เมื่อ02-11-2018 23:03:25 »

 :pig4:

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทนำ (26.10.2018)
«ตอบ #12 เมื่อ02-11-2018 23:10:07 »

- บทที่ 1 -








“อร๊ากกกก!”

.

.

.

“ตุบ!”


โอเค เสียงแรกคือเสียงร้องแบบสติแตกของผมเอง ส่วนเสียงถัดมาคือเสียงก้นกบของผมที่กระแทกกับพื้นไม้ลามิเนตข้างเตียงนอนอย่างแรง


ผมเบิกตาโพลงแล้วตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อภายในห้องยังคงมืดสนิท ผมจึงรีบเอื้อมมือกดเปิดสวิตช์ไฟข้างผนังทันที ก่อนจะพบว่า นอกจากผมที่ยืนตัวสั่นด้วยความตกใจสุดขีดแล้ว ไม่มีใครหรืออะไรในนี้ที่ผิดแผกไปจากปกติเลย


ใช่… นั่นหมายความว่า ห้องทั้งห้องว่างเปล่า ไม่มีศพเด็กหนุ่มหัวแบะบนเตียงนอน ไม่มีโจรชั่วยืนถือปืน ไม่มีแม้กระทั่งคราบเลือดสักหยด แถมประตูด้านหน้าก็ยังคงปิดสนิท


ฝันเหรอวะเนี่ย…


เชี่ยเอ้ย! ตกใจหมด


ผมพ่นลมร้อนออกจากปากเมื่อรู้แล้วว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันน่ากลัว และก็เหมือนจริงมากๆ ดูสิ หัวใจของผมยังเต้นแรงอยู่เลย เหงื่อก็แตกจนเสื้อเปียกชื้นไปทั้งตัว นี่ถ้าก่อนนอนกินน้ำเยอะกว่านี้ สงสัยคงฉี่ราดด้วยแน่ๆ


ผมส่ายหน้าให้กับสภาพเยินๆ ของตัวเอง ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน สำหรับคนที่ไม่เคยถึงห้องพักก่อนตีสองและเพิ่งฝันร้ายมาหมาดๆ แบบผม การจะข่มตาหลับอีกรอบแม่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มือจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อกดดูเวลาบนหน้าจอ


01:02 น.


ไพรม์ไทม์ชิบหาย…


ผมตาสว่างขั้นสุดเลยตอนนี้ แถมยังรู้สึกเหนอะหนะแปลกๆ จึงก้มลงมองที่บ๊อกเซอร์และต้นขา


ใช่ครับ คราบน้ำสีขุ่นของผมเอง แบบนี้ไม่ใช่แค่ฝันแล้ว…


ฝันเปียก


เฮ้อ… อยากถอนหายใจให้ดังไปถึงชั้นล่าง


แค่ป่วยหนักจนออกล่าไม่ได้เหมือนทุกวันนี่ก็น่าเวทนามากแล้วนะ พอร่างกายจะได้ปลดปล่อยตามธรรมชาติ แทนที่จะฝันถึงสาวๆ ที่ถูกใจ ดันฝันว่ามีอะไรกับเด็กผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้อีก


โอยตายๆ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ผมจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด ไม่งั้นโดนล้อยันหลานบวชแน่ๆ


ผมเปิดผ้าห่มออกเพื่อสำรวจผ้าปูที่นอน แต่ไม่พบคราบเหนียวเปรอะเปื้อนอย่างที่คิดไว้ จึงใช้ปลายผ้าที่ถืออยู่นี่แหละ เช็ดลงบนเป้ากางเกงอย่างลวกๆ ตามประสาคนรักความสะอาด ก่อนวางหมอนพิงทับหัวเตียงแล้วเอนหลังลงบนนั้น


ในเมื่อยังไม่ง่วง… ก็เปิดทีวีดูแล้วกัน


ผมกดปุ่มบนรีโมทไปเรื่อยๆ สายตายังคงค้นหารายการที่น่าสนใจ


แต่สมองของผมกลับสลัดความฝันนั้นออกไปไม่ได้เลยครับ


ทั้งที่มันน่ากลัวมาก จนผมแทบไม่อยากหลับตาเพราะกลัวจะฝันถึงมันอีกครั้ง


แต่ในใจ…


ผมก็ยังนึกถึงเด็กคนนั้น


กับเซ็กส์ของเราอยู่ดี




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




กว่าจะตื่นอีกที ก็ปาเข้าไปบ่ายสองแล้วครับ แถมปวดหัวอีกต่างหาก สงสัยบรรยากาศภายในห้องจะอุดอู้เกินไปสำหรับคนป่วยแบบผม


ออกไปหายาแก้ปวดมากินหน่อยดีกว่า


ผมคลานลงจากเตียง เดินออกไปด้านนอกระเบียงเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเก่าบนราวตากผ้า แล้วก้าวเข้าห้องน้ำไปทั้งที่ยังไม่หายงัวเงีย


เออ… เล่ามาซะยาว ลืมแนะนำตัวเลย


ผมชื่อมั่มครับ อายุยี่สิบแปดปี เป็นเจ้าของห้องเลขที่หกศูนย์เก้า… ที่ผมกำลังยืนแปรงฟันอยู่นี่แหละ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกือบสองร้อยห้องของโครงการคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ย่านเกษตร-นวมินทร์


ผมมีกิจการร้านอาหารกึ่งบาร์เล็กๆ ชื่อ ฮาโล บาร์แอนด์เรสเตอรองท์ครับ และนี่แหละ คือสาเหตุที่ทำให้ผมควักเงินเก็บครึ่งหนึ่งมาดาวน์ห้องนี้ เพราะมันอยู่เยื้องๆ กันนี่เองครับ ใช้เวลาเดินไม่เกินสิบนาที เรียกได้ว่ามองลงมาจากห้องยังเห็นร้านของตัวเองเลย


และใช่ครับ ผมกำลังจะเดินไปที่นั่น แต่ต้องสวมกางเกงยีนส์สีอ่อนที่มีรอยขาดช่วงเข่าและเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางให้เรียบร้อยซะก่อน


บอกไว้ก่อนว่าร้านนี้ไม่ได้เป็นของผมคนเดียวหรอกนะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดคิดว่าผมรวย จริงๆ ผมเปิดร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ชื่อเกมครับ


คนนั้นแหละครับ ที่กำลังนั่งจ้องโน้ตบุ๊กอยู่บนโต๊ะไม้ริมกระจก


เกมเป็นเพื่อนสนิทของผมเองครับ เราเป็นคนขอนแก่นเหมือนกัน เรียนที่เดียวกันตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย ก่อนจะห่างหายกันไปพักใหญ่ๆ เพราะไอ้เกมสอบติดคณะบริหารของมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมลงมาเยี่ยมน้องสาวที่นี่ เราก็เลยได้เจอกันอีกครั้ง


ความเป็นเพื่อนมันไม่มีวันหมดอายุเลยครับ เราต่อกันติดทันทีแม้ว่าชีวิตของผมกับมันจะต่างกันราวฟ้ากับเหว… ซึ่งแน่นอนว่าเหวก็คือผมเอง เพราะไอ้เกมมีหน้าที่การงานที่ดี อยู่ในบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ส่วนผมรับจ้างร้องเพลงเล่นกีตาร์ตามผับบาร์ในจังหวัดบ้านเกิด และใช้เวลาช่วงกลางวันไปกับการนอนเหมือนซ้อมตาย โดยไม่ได้แตะต้องความรู้ด้านสถาปัตย์ที่เรียนมาเลยแม้แต่น้อย


และระหว่างที่ผมยังอยู่ในกรุงเทพฯ นั้นเอง ร้านอาหารกึ่งผับที่ไอ้เกมใช้บริการเป็นประจำกำลังจะปิดตัวลง มันจึงตกลงทำสัญญาเซ้งกิจการต่ออย่างไม่ลังเล และชักชวนผมให้เข้าร่วมหุ้นกับมัน ไอ้เกมน่ะอยากมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนผมก็ชอบเที่ยว ชอบดื่ม และใช้จ่ายเงินไปกับร้านพวกนี้อย่างสม่ำเสมอ ร้านนั่งชิลล์ช่วงกลางคืนจึงตอบโจทย์ของเราสองคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ


เมื่อครู่ผมบอกว่าควักเงินเก็บครึ่งหนึ่งไปดาวน์คอนโดใช่มั้ยครับ


อีกครึ่งหนึ่ง… ก็อยู่กับร้านนี้นี่แหละ


“เฮ้ย!” ไอ้เกมส่งเสียงทักทาย ขณะที่ผมกำลังดันประตูกระจกเพื่อเข้ามาด้านใน “หายแล้วเหรอวะ”


“ยัง มาหายาแดกเนี่ย” ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนหันไปมองน้องนุ๊ก พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์เครื่องดื่มเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า แค่ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น เธอก็เดินมาหาผมพร้อมกับขวดเหล้าทรงสูงและแก้วบรรจุน้ำแข็งหนึ่งใบ


แหม่… รู้งานจริงๆ แบบนี้ต้องเพิ่มเงินเดือน


“ยาพ่อมึงสีทองอร่ามเลย”


ผมยักคิ้ว อยากตอบโต้ไอ้เกมอยู่เหมือนกันแต่สมองตื้อมาก ขอกินเหล้าสักอึกก่อน เผื่อจะดีขึ้น


“นี่มึงไม่ได้บอกมิ้นต์ใช่มั้ยว่าจะมา” เหมือนเป็นคำถาม แต่ไม่ใช่หรอก ไอ้เกมเดาได้อยู่แล้วว่าผมออกมาจากเขตกักกันโดยพลการ ประโยคต่อมาของมันจึงเป็นแบบนี้ “มึงโดนด่าถลกหนังกบาลแน่”


“อะไรวะ ขนาดป่วยจะตายห่ายังอุตส่าห์มาทำงาน กูควรได้รับคำชมไม่ใช่เหรอ”


“โหย ไอ้เหี้ย!” นอกจากจะไม่สรรเสริญแล้ว ไอ้เกมยังด่าผมอย่างเต็มปากเต็มคำ ก่อนที่มันจะโชว์ความสนิทสนมออกมาอีกชุดใหญ่ “มึงไม่ได้อยากทำงานหรอก มึงไม่มีเหล้าแดก แล้วมึงก็คันเพราะเมื่อคืนไม่ได้เอากับใครเลย มึงก็เลยมา กูรู้ กูดูออก”


เป็นไงครับ เพื่อนรักผม รู้ใจราวกับเข้ามาสิงร่าง


แน่นอน… ผมไม่มีอะไรจะเถียงหรอกครับ ความจริงทั้งนั้น ก็เลยส่งยิ้มแห้งๆ กลับไปก่อนที่แฟ้มเอกสารสีดำจะถูกวางลงตรงหน้าผม


“อะ… เซ็นให้หน่อย”


ผู้หญิงที่นั่งลงข้างผมชื่อพี่แหวนครับ เธอเป็นผู้จัดการร้าน ถือว่าผมกับไอ้เกมโชคดีมากที่ได้เธอมาร่วมงาน เพราะนอกจากจะมีประสบการณ์โดยตรงแล้ว เธอยังมีบุคลิกที่น่าเกรงขาม ทำให้สามารถควบคุมน้องๆ พนักงานได้อย่างอยู่หมัด


ผมรับปากกาจากมือของพี่แหวนก่อนเปิดแฟ้มเพื่อเซ็นเอกสา… เหี้ยอะไรเนี่ย! ทำไมมันเยอะขนาดนี้ แถมมีแต่ค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าที่ ค่าซ่อมลำโพง ค่าจ้างพนักงานพาร์ทไทม์


เห็นแล้วปวดหัวกว่าเดิมอีก


“ช็อคเลยสิมึง”


“ขาดทุนมั้ยวะ” ผมถามไอ้เกมตามตรง เพราะจากคำพูดเมื่อครู่ คิดว่ามันคงเห็นใบแจ้งหนี้พวกนี้แล้วล่ะ อีกอย่าง มันก็เป็นคนทำรายงานสรุปยอดขายและผลกำไรของทุกเดือน จึงน่าจะรู้คำตอบดีที่สุด


“ไม่อะ แต่กำไรโคตรน้อย กูยังดูไม่ออกเลยว่าจะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อไหร่”


สีหน้าของมันดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมพอสมควร ซึ่งผมเข้าใจและอยากช่วยแก้ไขปัญหามากๆ ในฐานะเจ้าของร้านคนหนึ่ง แต่ติดตรงที่ตัวผมเองนั้นไม่ฉลาดเอาซะเลย จริงๆ อยากถามว่าจุดคุ้มทุนแปลว่าอะไรด้วยซ้ำ แต่กลัวมันด่าเอา


ผมก็เลยทำได้แค่นี้แหละ แค่เซ็นชื่อลงบนเอกสารทุกฉบับเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินโดยไม่อิดออด ก่อนจะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้องในระยะประชิด


“อะไร พี่แหวน” ผมหันไปถามคนที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้


“ทำไมโทรมจังวะ”


“อ้าว ก็ป่วยอะ” ผมตอบทั้งที่ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมพี่แหวนถึงได้สนใจรูปร่างหน้าตาของผมจนเกินปกติแบบนี้ ก่อนที่ไอ้เกมจะพูดขึ้นอีกครั้ง


“ถ่ายได้ ถ่ายไกลๆ ไม่มีใครสังเกตหรอก”


“ถ่ายอะไรวะ” ผมถามขึ้นทันที เมื่อรู้สึกว่ามันและพี่แหวนกำลังพูดอะไรที่เข้าใจกันอยู่แค่สองคน ทั้งที่เรื่องดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับผมโดยตรง


พี่แหวนหัวเราะเบาๆ กับท่าทางงงงันของผม แล้วชี้ไปทางเวที “ขึ้นไปจับกีตาร์ให้หน่อยดิ ทำเป็นซ้อมก็ได้ เดี๋ยวจะถ่ายรูปแล้วโพสลงเพจร้าน ว่านักร้องสุดหล่อกลับมาแล้ว”


“อ๋อ” ผมพยักหน้าช้าๆ อะไรแบบนี้ ไอ้เกมคิดชัวร์ “โปรโมทร้านเหรอ”


“เออดิ เมื่อวานมึงไม่มา มีแต่สาวๆ บ่นถึง” ไอ้เกมตอบกลั้วหัวเราะ ก่อนโบกมือไล่ผมไหวๆ “ไป… มึงขึ้นไปได้แล้ว”


ผมทำตามแผนการประชาสัมพันธ์ร้านของไอ้เกมและพี่แหวนอย่างว่าง่ายครับ อย่างที่บอก คนอย่างผมไม่มีปัญญาจะพัฒนาธุรกิจในด้านอื่นอยู่แล้ว ความรู้ด้านการตลาด การเงิน หรือบัญชีก็เป็นศูนย์ คงจะมีแต่การร้องเพลง และเล่นกีตาร์นี่แหละ ที่พอจะเรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้บ้าง


หลังจากตั้งสายกีตาร์ และเก๊กท่าหล่อๆ ให้พี่แหวนถ่ายรูปเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อทักทายพี่ต้น พ่อครัวใหญ่ที่กำลังเตรียมของสด เราพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะเดินออกมา กระดกเหล้าที่เหลืออีกครึ่งแก้วเข้าปาก ช่วยน้องนุ๊กลากเก้าอี้บีนแบ็กออกไปวางที่โซนโอเพ่นแอร์ อ้อมไปทางด้านหลังร้านเพื่อสูบบุหรี่จากซองที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะริมกระจกเพื่อรอเวลาเปิดให้บริการ


ตามปกติแล้ว ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่มีลูกค้าหนาแน่น เราจะจ้างพนักงานพาร์ทไทม์เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อช่วยรับออเดอร์ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงงานครัวครับ ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัส พวกเราอันประกอบไปด้วย ผม เกม พี่แหวน พี่ต้น และน้องพนักงานประจำอีกสองคนจะจัดการกันเอง


จริงๆ นอกจากที่กล่าวไปเมื่อครู่ ก็ยังมีอีกคนหนึ่งครับ ที่แม้จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับร้านเลย แถมยังมีงานประจำที่ต้องรับผิดชอบ แต่เธอก็ยังหาเวลาเข้ามาช่วยเหลือพวกเราอยู่เสมอ


นั่นไงครับ พูดถึงก็มาเลย ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเราด้วยใบหน้าบึ้งตึง วันนี้รวบผมไปด้านหลังซะด้วย ไม่ได้สระผมชัวร์


“มาทำไม” ห้วนมาเลย นี่แหละครับ มิ้นต์ น้องสาวสุดที่รักของผมเอง “หมอให้พักห้าวันไม่ใช่เหรอ”


“ก็เบื่ออะ ไม่มีไรทำ” ผมตอบคำถามไปตามตรง แต่ก็เข้าใจแหละว่ามันเป็นห่วง “นี่ก็ไม่มีไข้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”


“ฉันไม่ได้เป็นห่วงพี่ ฉันเป็นห่วงคนอื่น” อ่าว… เงิบเลยกู “รู้ว่าไข้หวัดใหญ่มันอันตราย ยังจะออกมาแพร่เชื้ออีก”


ฟังจากน้ำเสียงของมันแล้ว ไม่มีวรรคไหนที่แสดงถึงความรักเลยครับ โชคดีที่เกมซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดินเข้ามาทักทายซะก่อน ไม่งั้นคงโดนด่าอีกยาว…


เอ๊ะ! หรือจะยาวกว่าเดิม จากข้อความที่ไอ้เกมกระซิบกระซาบใส่หูผม


“สิบเอ็ดนาฬิกา”


ผมเหลือบมองตามทิศทางที่อ้างอิงจากเข็มนาฬิกาโดยอัตโนมัติ สายตาจึงสบเข้ากับหญิงสาวผมตรงยาวในเดรสรัดรูปสั้นกุดสีดำสนิท


และใช่… เธอกำลังมองมาที่ผมเช่นกัน


ผมเผยยิ้มมุมปากแบบที่คิดว่าหล่อสุดๆ ไปอย่างไม่รีรอครับ ต้องทำเวลาหน่อยเพราะสมองจินตนาการไปไกลถึงเรือนร่างขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดและเตียงนุ่มๆ ในห้องพักแล้ว แต่ก่อนที่ผมทำอะไรต่อจากนั้น ทัศนียภาพตรงหน้ากลับถูกบดบังด้วยร่างแห้งๆ ของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร


“มิ้นต์หลบดิ” ผมรีบโบกมือไหวๆ เพื่อขับไล่สิ่งกีดขวาง


“ไม่”


“เฮ้ย!” ผมร้องท้วง “เดี๋ยวเค้าก็นึกว่าเมียหรอก”


“ดี ให้เค้านึกไป” ต้องยอมรับว่าการลอยหน้าลอยตาของมันนี่น่าตบกะโหลกจริงๆ และมันคงเดาได้ว่าผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดจึงปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวขึ้นราวกับพร้อมจะดุด่า “ไม่เจียมสังขารเลยนะ”


“แค่ทักทาย…” ผมลากเสียงยาว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”


“ไม่เชื่…”


ผมคิดว่าเราคงจะตีกันอีกพักใหญ่ ถ้าปิง นักดนตรีประจำร้านไม่เดินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน


“เฮีย ขึ้นไปร้องเพลงเรียกแขกหน่อย”


ผมกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อกำลังจะได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง ก่อนที่เสียงทักท้วงของมิ้นต์จะดังขึ้น


“ไหวเหรอ”


“หมายถึงร้องเพลงเหรอจ้ะ” ผมฉีกยิ้มกว้างพร้อมส่งเสียงหวานออกไปอย่างยียวน


และไม่ถึงวินาที มันก็ตอบกลับมาด้วยโทนเสียงและรอยยิ้มแบบเดียวกันกับผมเป๊ะประหนึ่งกดปุ่มคัดลอก


“หมายถึงปี้น่ะจ้ะ”


นี่แหละครับ… น้องสาวที่คลานตามกันมาของผม 


เรา ‘เท่าทัน’ กันเสมอครับ อาจเป็นเพราะว่า เรามีกันแค่สองคนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของเราเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่ผมยังไม่ขึ้นชั้นมัธยม ส่วนมิ้นต์ก็เพิ่งเข้าเรียนชั้นประถมเป็นปีแรก เราก็เลยย้ายไปอาศัยอยู่กับน้า หลายปีต่อมา น้าแต่งงานและกำลังจะมีลูก ผมรู้ว่าเขาคงอยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของเขา ไอ้มิ้นต์เองก็สอบติดมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ แล้ว เราจึงตัดสินใจแยกตัวออกมาครับ


แต่การย้ายออกในครั้งนี้ ก็ทำให้เราสองคนต้องห่างกันไปเกือบห้าปี เพราะขณะที่มิ้นต์ลงมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ผมยังต้องทำงานอยู่ที่ขอนแก่น จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไอ้มิ้นต์โทรศัพท์มาหาผมและชักชวนให้ผมลงมาอยู่เป็นเพื่อน ผมคิดว่ามันคงรู้สึกท้อแท้จากการปรับตัวเข้าสู่วัยทำงาน ก็เลยตัดสินใจลงมาเยี่ยมเยือน และตั้งใจจะอยู่กับมันสักระยะ แต่นั่นแหละครับ พอเจอไอ้เกม ผมก็ได้ย้ายลงมาอยู่ที่กรุงเทพฯ อย่างถาวร


แต่ถึงเราจะมีกันอยู่แค่นี้ ผมก็ไม่เคยรู้สึกขาดเลยครับ


ทำไมน่ะเหรอ…


ก็เพราะว่ามันดุมาก แถมยังคอยจัดแจงทุกเรื่องในชีวิตผม จนผมรู้สึกเหมือนกับว่านอกจากน้องสาวแล้ว ผมยังมีแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา


ดูจากสีหน้าของไอ้มิ้นต์ตอนนี้สิครับ ขนาดผมหัวเราะให้กับการตบมุกอย่างรู้ใจของมัน มันยังไม่สนุกด้วยเลย แถมยังพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่พลางส่ายหน้าเบาๆ


แต่ผมไม่สนใจหรอก จึงเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันกลับไปทางไอ้ปิงที่ยังคงยืนรอคำตอบอยู่ไม่ไกล “สักห้าทุ่มแล้วกัน”


ผมไม่ได้หลงใหลในเสียงดนตรีอะไรขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่ดูกระตือรือร้นแบบนี้ ก็เพราะว่าบนเวทีน่ะ มันทำให้มุมมองของผมกว้างไกลไปทั่วทั้งร้าน ระหว่างที่ผมร้องเพลง สายตาของผมก็จะสแกนลูกค้าสาวๆ ไปด้วย ถูกใจคนไหน ก็แค่ส่งสายตาหวานเยิ้มให้ ร้องเพลงแนวรักแรกพบสักสองสามเพลง พอลงมาจากเวทีก็ถือแก้วเหล้าเข้าไปหา ชวนคุยนิดๆ หน่อยๆ…


แล้วก็พากลับห้อง


นี่แหละครับ ชีวิตประจำวันของผม ซึ่งมิ้นต์รู้ดี มันถึงกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย


ทำไมล่ะครับ กิน ขี้ ปี้ นอน มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ…


แค่ผมปี้มากกว่าคนอื่นหน่อยเท่านั้นเอง


ผมขึ้นเวทีตรงตามเวลาที่บอกไว้ โดยควบตำแหน่งนักร้องนำและมือกีตาร์ ส่วนไอ้ปิงช่วยร้องประสานและเล่นคาฮองด้วยทักษะกลองชุดที่มีติดตัว


แม้ว่าผมจะร้องไปหลายเพลง และเหล่มองลูกค้าสาวๆ ไว้แทบทั้งร้าน แต่สุดท้าย ผมก็ไม่ได้ใครกลับห้องไปเลยครับ ไม่แม้แต่จะมีโอกาสแจกเบอร์หรือไลน์ด้วยซ้ำ


ยอมรับตามตรงครับ ว่าผมกลัวไอ้มิ้นต์มาก ที่เห็นว่ากล้าต่อล้อต่อเถียงกับมันน่ะ ก็เพราะผมรู้ว่ามันยังไม่ได้โมโหจริงๆ เท่านั้นแหละ และเพื่อไม่ให้ร่างนางยักษ์ของมันออกมากินหัวผม ผมจึงเดินกลับคอนโดทันทีที่ลงมาจากเวทีตามคำบัญชาของมัน


ไม่มีใครว่าเลยครับที่ผมขอตัวกลับก่อนแม้จะยังไม่ถึงเวลาปิดร้าน คงเพราะทุกคนไม่อยากให้ผมเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผมจึงเหยียบพื้นห้องที่เวลา…


00:24 น.


แม้จะไม่ใช่เวลานอนปกติ แต่ผมรู้สึกอ่อนเพลียมากเลยครับ สงสัยจะใช้ร่างกายหนักเกินไปทั้งที่ยังป่วยอยู่ เลยกระโจนลงบนเตียงนุ่มทันที กะว่าจะพักสายตาสักสิบนาที ก่อนลุกไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนพักผ่อนให้เป็นเรื่องเป็นราว

.

.

.

“ฮือ…”


ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนที่สมองจะนึกทบทวนถึงสาเหตุที่ภายในห้องมืดสนิท จำได้ว่าตอนล้มตัวลงนอนยังไม่ได้ปิดไฟสักดวงเลยนี่หว่า


แต่นั่นยังไม่น่ากลัวหรอก เมื่อเทียบกับการที่หางตาของผมเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่ปลายเท้า


อุ้ย!


ผมกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ก่อนรีบหันหน้ากลับมาทางเดิม


ผีแหงๆ


ซวยแล้วกู


ผมควรทำยังไงดีครับ...


นอนเนียนๆ ไปจนเช้าเลยดีมั้ย…


แต่ถ้าแกล้งทำเป็นหลับ ผีจะรู้มั้ยครับว่าผมไม่ได้หลับจริง แล้วมันจะขยับเข้ามาใกล้กว่านี้มั้ย จะบีบคอผมเหมือนในละครช่องแปดที่เคยดูรึเปล่า


หรือว่า… ลุกขึ้นดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย


เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่นอนรอความสยดสยองอยู่เฉยๆ แน่ ผมจึงใช้เวลารวบรวมสติและพยายามลบหนังผีทุกเรื่องที่เคยดูออกจากสมองอยู่สักครู่ แล้วค่อยๆ ชะเง้อไปทางต้นเสียง


ภาพของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายที่ปลายเตียงนอนปรากฏขึ้นในสายตา แม้ว่าเขาจะหันหลังให้ผม แต่ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขาเหลือเกิน ทั้งทรงผม รูปร่าง และผิวพรรณ มันทำให้ผมนึกถึงคนอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก…


เด็กหนุ่มที่นอนกับผมเมื่อคืนก่อน


ผมนั่งมองแผ่นหลังที่โยกคลอนตามแรงสะอื้นของเขาอยู่หลายนาที ก็พอจะคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เขาเจอมามันหนักหนาแค่ไหน นั่นทำให้ผมรู้สึกสงสารเขาจับใจ จึงถดตัวเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือแตะลงบนหัวไหล่ของเขาอย่างนุ่มนวล


ก่อนจะนึกขึ้นได้…


ชิบหายแล้ว


เจ้าเด็กคนนี้โดนยิงไปแล้วนี่หว่า


โอ้ย! ลืมไปซะสนิทเลย ดันเสือกไปจับเขาแล้วด้วย ถ้าเกิดเขาหันมาแบบกะโหลกแหว่ง ตาหลุด ปากฉีก จะทำไงล่ะ ได้กรี๊ดจนสาวแตกเหมือนเมื่อคืนแน่ๆ


แต่โชคดีของผมครับ เขาหันกลับมาด้วยใบหน้าปกติ ไม่มีส่วนไหนบุบสลาย มีแต่น้ำตาที่ไหลอาบทั้งสองแก้ม


เขาโผเข้ากอดผมทันที


และแน่นอน… ผมกอดตอบอย่างไม่ลังเล


มือของผมลูบวนไปมาบนแผ่นหลังของเขาเพื่อปลอบโยน ก่อนจะเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ ที่ปะปนมากับน้ำหอมของเขา


คาว…


คาวเลือด


ผมผละออกจากเขาแล้วเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดโคมไฟข้างเตียงนอนอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ผมมองเห็นของเหลวสีแดงเข้มที่แผ่ขยายวงกว้างเต็มพื้นที่ด้านหน้าเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาได้อย่างชัดเจน ตามลำคอและฝ่ามือของเขาก็เปรอะเปื้อนด้วยคราบสีเดียวกัน


“ไปโดนอะไรมา” ผมถามขึ้นด้วยความตกใจพลางกวาดสายตาไปทั่วร่างบางเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ จนพบรอยเย็บบนหางคิ้วและท่อนแขนที่ถูกพันด้วยผ้ายืดเช่นเดียวกับเมื่อวาน


ถูกทำร้ายเหรอ หรืออุบัติเหตุ


สองวันติดกันเลยเนี่ยนะ…


แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดหรอก เมื่อมือของผมสัมผัสได้ถึงความชื้นของรอยเลือดซึ่งแสดงถึงความสดใหม่ และแม้จะถลกเสื้อของเขาขึ้นจนสามารถมองเห็นหน้าอกและช่วงท้องได้อย่างชัดเจน ก็ไม่พบบาดแผลใดที่น่าจะก่อให้เกิดเลือดจำนวนมากขนาดนี้ได้เลย


หรือว่า…


ไม่ใช่เลือดของเขา

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #13 เมื่อ02-11-2018 23:24:32 »

ชอบบบบบบ   :z3: :z3: :z3:

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ

เป็นชู้กับผี หรือป่าว หยองดี ชอบ ๆ  :ling3:

ผีรึเปล่าไม่รู้ มาลองเดากันดูนะคะ
ขอบคุณที่กลับมาอ่านเรื่องนี้ค่ะ

อู๊ย ไปซื้อบ้านแถมผีอยู่ใช่ใหม บรึ๊ย

ยังไม่บอกว่าเป็นผีรึเปล่า มาลองเดากันดูนะคะ
ขอบคุณที่กลับมาอ่านเรื่องนี้ค่ะ

คนหรือผี :katai1:

ให้เดาก่อนเลยค่า

ตามมาแล้วค่ะ
ตอนแรกก็ตื่นเต้นเลย

ขอบคุณมากเลยนะคะที่กลับมาอ่านเรื่องนี้

เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!
เรื่องนี้น่าติดตามอีกแล้ว แต่ก็หลอนอีกแล้ว งื้ออออ

ขอบคุณมากเลยนะคะที่กลับมาอ่านเรื่องนี้
จะเป็นแนวไหน ลองเดาดูเนาะ

NC ดีย์  :katai2-1:

ขอบคุณค่า ดีใจที่ชอบนะคะ

กรี๊ดดดดดดดด คิดถึงคุณสาววายค่า มาติดตามเรื่องใหม่ ตื่นเต้นนๆ มาต่อไวๆนะค้า

คิดถึงคุณ yasperjer มากเช่นกันค่า
ดีใจที่กลับมาเจอกันอีกนะคะ

:pig4:

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-11-2018 23:36:35 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #14 เมื่อ03-11-2018 03:28:02 »

 o14 นับถือ ๆ ใครก็ไม่รู้ ร้องไห้อยู่ในห้องนอนตัวเอง ยังมีน้ำใจเข้าไปปลอบ ถ้าเป็นเรานะ วันพรุ่งขึ้นไปเช่าพระมาบูชาแล้ว  :ling3:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #15 เมื่อ03-11-2018 13:29:04 »

คืนนี้จะมีคน(?)บุกเข้ามายิงอีกมั้ย  มั่มใจดีจังเลยมีใครไม่รู้มาร้องไห้อยู่ปลายเตียงก็ไปปลอบเขาเฉย :pig4:

ออฟไลน์ MimoreQ

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 144
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #16 เมื่อ03-11-2018 22:01:36 »

น่าติดตามมม

ออฟไลน์ Manse.ya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #17 เมื่อ04-11-2018 13:59:52 »

อันนี้ฝันอีกเปล่าคะ

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #18 เมื่อ05-11-2018 15:41:38 »

น้องเป็นใครรู้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  o22

ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #19 เมื่อ09-11-2018 00:28:39 »

ผีใช่ไหมมมมมมมมม  :a5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
« ตอบ #19 เมื่อ: 09-11-2018 00:28:39 »





ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-43
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #20 เมื่อ09-11-2018 10:04:21 »

ตามมม

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #21 เมื่อ09-11-2018 19:47:51 »

o14 นับถือ ๆ ใครก็ไม่รู้ ร้องไห้อยู่ในห้องนอนตัวเอง ยังมีน้ำใจเข้าไปปลอบ ถ้าเป็นเรานะ วันพรุ่งขึ้นไปเช่าพระมาบูชาแล้ว  :ling3:

พี่มั่มเค้าใจดีค่ะ แต่เป็นเราก็ไม่ปลอบเหมือนกัน 55555

คืนนี้จะมีคน(?)บุกเข้ามายิงอีกมั้ย  มั่มใจดีจังเลยมีใครไม่รู้มาร้องไห้อยู่ปลายเตียงก็ไปปลอบเขาเฉย :pig4:

มาเฉลยแล้วนะคะ ว่ามีคนมายิงมั้ย

น่าติดตามมม

ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้

น้องเป็นใครรู้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  o22

เป็นหนึ่งปมที่เราขออุบไว้ก่อนนะคะ ^^

ผีใช่ไหมมมมมมมมม  :a5:

ผีมั้ยไม่รู้ ขอยังไม่เฉลยเนาะ

ตามมม

ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 1 (2.11.2018)
«ตอบ #22 เมื่อ09-11-2018 20:03:40 »

- บทที่ 2 -








ใจหนึ่งของผมยังคงเต็มไปด้วยความสงสาร เพราะการร้องไห้จนดวงตาแดงกล่ำกำลังบอกผมว่าหัวใจของเขาได้แตกสลายลงแล้ว แต่อีกใจ… ผมยอมรับตามตรงว่าความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาทีละนิด ยิ่งไม่รู้ถึงสาเหตุที่แน่ชัด ยิ่งทำให้สมองของผมคาดเดาไปต่างๆ นาๆ


โอเค… คิดอย่างตรงไปตรงมา ความโศกเศร้าของเขาน่าจะเกิดจากการสูญเสียคนในครอบครัวหรือคนรัก และเลือดบนเสื้อก็คงเป็นเลือดของคนเหล่านั้น


แน่ล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้น การร้องไห้เป็นเผาเต่าก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก


แต่ถ้าคิดลึกซึ้งไปอีกขั้นโดยรวมเหตุการณ์เมื่อคืนเข้ามาด้วย เขาโดนยิงจนสมองกระจายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ผมเองก็เห็นกับตา แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับมานั่งบนเตียงด้วยสภาพปกติได้


เอาล่ะ… อย่ามโนกันอีกเลยครับ ถามให้รู้เรื่องเลยเถอะ


“เกิดอะไรขึ้นอะ”


เดี๋ยวนะ! กูถามอะไรออกไปวะเนี่ย แทนที่จะเจาะจงว่านี่เลือดใคร… มึงเป็นใคร… เข้ามาได้ยังไง… โดนยิงตายห่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ…


แต่ถึงประโยคเมื่อครู่ของผมจะดูโง่แค่ไหน ผมก็ยังสังเกตเห็นว่าเขาพยายามกลั้นสะอื้นขณะละสายตาจากสองมือสั่นเทาเพื่อเงยหน้าขึ้นมองผม ก่อนจะเริ่มขยับปากที่สั่นพอๆ กันอย่างช้าๆ


“ติ๊ด… ติ๊ด…”


ไม่ได้ยินคำตอบของเขาเลยครับ เพราะดันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทนที่ มันกลบเสียงของเด็กหนุ่มจนมิด แถมทำให้หูของผมอื้อไปหมด


ผมจึงเพ่งไปที่ริมฝีปากของเขา พยายามอย่างมากที่จะประมวลมันออกมาเป็นข้อความ แต่ไอ้เสียงบ้านี่ก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง


“ติ๊ด… ติ๊ด…”


“ติ๊ด… ติ๊ด…”


อะไร…


เขาพูดว่าอะไรนะ…


“ติ๊ด… ติ๊ด…”

.

.

.

“ติ๊ด… ติ๊ด…”


ผมสะดุ้งตัวโยนพลางเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในชุดเดิม นอนท่าเดิม และทั้งห้องก็ยังคงสว่างไสวเหมือนเดิม


เด็กหนุ่มไม่ต้องพูดถึงครับ แม้แต่กลิ่นคาวเลือดยังไม่หลงเหลือให้สัมผัส


ผมพ่นลมหายใจออกอย่างยาวนาน เมื่อรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน… อีกแล้ว


ทั้งๆ ที่จำได้ด้วยซ้ำว่าเด็กคนนั้นถูกยิงไปแล้ว แต่พออยู่ในฝัน ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นความฝันเลย มันเหมือนจริงมาก และผมรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ไม่ต่างจากที่รู้สึกเมื่อคืนวาน


“ติ๊ด… ติ๊ด…”


โอเค… ผมเจอแล้วครับ เสียงที่ปลุกผมจากฝันร้ายก็คือเสียงเตือนข้อความจากไลน์ของผมเอง เพิ่งรู้สึกว่ามันน่ารำคาญสุดๆ ก็วันนี้ แถมดังถี่เหลือเกิน ต้องกดดูซะหน่อยแล้วว่าญาติใครเสีย


          GAMER : มึง นอนยัง 12.54 AM

          GAMER : สาวชุดดำมาขอไลน์มึงว่ะ 12.54 AM

          GAMER : กูให้ไปแล้ว 12.55 AM

          GAMER : เดี๋ยวเขาคงทักมึง 12.55 AM


แหม่… รู้งานจริงๆ เลย เกมเพื่อนรัก


และใช่ครับ ตามที่ไอ้เกมบอกไว้ไม่มีผิด มีคนแอดไลน์มาจริงๆ แถมส่งข้อความมาแล้วด้วย ดูจากรูปโปรไฟล์ก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ผมส่งสายตาให้ในร้านนั่นแหละ


ผมหัวเราะหึในลำคออย่างผู้มีชัย ก่อนกดอ่านข้อความของเพื่อนใหม่ทันที


          M a – N o w : หวัดดีค่ะ 12.56 AM

          M a – N o w : พี่มั่ม 12.56 AM

          M a – N o w : มะนาวนะคะ ที่เราเจอกันในร้าน 12.57 AM

          M a – N o w : พี่ร้องเพลงเพราะมากเลยค่ะ 12.57 AM


เห็นมั้ยครับ ดวงคนมันจะได้กัน ยังไงมันก็ต้องได้ ใครจะมาขัดขวางยังไงก็ไม่สำเร็จหรอก


พูดถึงการถูกขัดขวาง ขอฝากอะไรถึงน้องสาวหน่อยนะครับ...


‘มิ้นต์จ้ะ… ด่ากูไม่ได้นะรอบเนี้ย’


ผมรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่รีรอ แผนการชั่วร้ายมากมายผุดขึ้นในสมอง ยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะที่มีเรื่องน้องมะนาวเข้ามาให้ครุ่นคิด ไม่งั้นผมคงต้องนึกถึงแต่เด็กหนุ่มคนนั้นจนเก็บไปฝันอีกแน่ๆ


หวังว่าคงไม่มีรอบที่สามแล้วนะ




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




ผมไม่ได้ฝันถึงเด็กผู้ชายที่มาพร้อมกับรอยเลือดและคราบน้ำตาคนนั้นอีก จึงตื่นขึ้นมาอย่างสดใสไร้อาการสะดุ้งผวา หลังจากชำระล้างร่างกายที่หมักหมมความสกปรกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเรียบร้อยแล้ว ผมก็มายืนอยู่ตรงนี้…


หน้าตู้เสื้อผ้า


ผมเลือกเสื้อฮาวายลายดอกไม้สีส้มอ่อนบนพื้นสีน้ำเงินเข้มมาสวมใส่ครับ ผมชอบตัวนี้มากเลย เพราะนอกจากจะใส่สบายแล้ว สีสันของมันยังตรงตามทฤษฏีการจับคู่สีที่ผมเคยเรียนมาอีกต่างหาก


แต่กางเกงยีนส์น่ะ ขอใส่ตัวเดิมนะครับ ผมลองดมดูแล้ว ยังไม่เหม็นหรอก อีกอย่าง กางเกงตัวนี้ถือเป็นตัวเก่งของผมเลย เพราะมันทั้งใส่ง่าย และก็ถอดง่ายด้วยเช่นกัน


ทำไมต้องถอดง่ายน่ะเหรอ…


ก็ผมนัดน้องมะนาวไว้ไงล่ะ


ผมรู้ว่าไอ้มิ้นต์จะไม่เข้ามาที่ร้านเพราะมีนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็เลยบอกน้องมะนาวว่าจะเลี้ยงเหล้าและร้องเพลงให้ฟังด้วย ถ้าเธอมาหาผมในคืนนี้ ซึ่งเธอก็ตอบตกลงทันที นั่นทำให้ผมมั่นใจว่าจะได้ถอดเสื้อและกางเกงอย่างรวดเร็วแน่ๆ


ผมหยิบน้ำหอมกลิ่นโปรดขึ้นมาฉีดพรมทั่วร่างกายแล้วขยับไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่สักครู่ แล้วค่อยหันกลับไปสำรวจความเรียบร้อยของห้องพัก เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีกางเกงในที่ม้วนขดเป็นเลขแปด หรือถุงยางอนามัยใช้แล้วตกอยู่ตามพื้น ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องออกเดินทา…


เออ ถุงยาง!


ผมเดินไปยังลิ้นชักข้างเตียงนอนซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์สำคัญในการออกศึก แต่แทนที่จะรีบตรวจดูให้เสร็จสิ้น ใจกลับพาลไปนึกถึงสิ่งของอีกชิ้นหนึ่งที่เคยอยู่ในนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้


หลอดเจลหล่อลื่น...


แม้ว่าผมจะเคยเห็นและใช้มันในความฝันก็เถอะ


ยอมรับตามตรงว่าผมไม่สามารถสลัดเด็กหนุ่มคนนั้นออกจากสมองได้เลย แค่มองเห็นข้าวของเครื่องใช้ที่ปรากฏในความฝัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน โคมไฟ หรือแม้กระทั่งลิ้นชัก ภาพของเขาก็จะย้อนกลับมาทุกครั้ง


ผมถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ เพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วรีบนับจำนวนถุงยางอนามัยตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อเห็นแล้วว่ายังคงเหลืออยู่หลายชิ้นซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับคืนนี้ จึงรีบเดินออกห้องพักทันที


ตอนนี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่น้องมะนาวแล้วล่ะ หวังว่าน้องจะเปรี้ยวเข็ดฟันสมชื่อจนทำให้พี่มั่มคนนี้เลิกนึกถึงความฝันสุดประหลาดได้ซะทีนะจ้ะ




กิจกรรมแรกที่ผมทำเมื่อมาถึงร้านก็คือการเดินไปกอดไอ้เกมไว้แน่นจนมันเริ่มหายใจไม่ออกเพื่อแทนคำขอบคุณที่มันช่วยจัดการเรื่องน้องมะนาวให้ เราเย้าแหย่กันอีกเล็กน้อยก่อนที่ผมจะเริ่มส่งเหล้าแก้วแรกเข้าสู่ร่างกาย


ผมตั้งใจไว้แล้วครับว่าวันนี้จะขอทำงานสบายๆ หน่อย แบกหามเยอะเดี๋ยวรักแร้เปียก ก็เลยแย่งหน้าที่เช็ดเคาน์เตอร์เครื่องดื่มมาจากน้องนุ๊ก เสร็จแล้วก็แวะเวียนมาดื่มเหล้าอีกแก้ว ก่อนจะจัดโต๊ะและเก้าอี้ภายในร้านให้เข้าที่เข้าทาง ออกไปสูบบุหรี่จนหนำปอด แล้วกลับมานั่งรอจนถึงเวลาเปิดร้าน


กว่าน้องมะนาวจะเดินทางมาถึง ผมก็ซัดเหล้าเข้าไปเกือบครึ่งขวดแล้วครับ แต่เธอก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังด้วยการสวมเสื้อสายเดี่ยวที่เว้าลึกจนเห็นเนินอกแบบเต็มๆ ตา แถมกางเกงยีนส์ที่ใส่มายังสั้นเสมอหูอีก


เยี่ยมจริงๆ ครับน้อง ไม่เสียแรงที่จองเก้าอี้สูงด้านในสุดของเคาน์เตอร์เครื่องดื่มไว้ให้


หลังจากที่เราพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันอยู่สักพัก ไอ้ปิงก็มาชวนผมขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ซึ่งแน่นอนว่า ผมจัดเพลงรักหวานๆ ไปชุดใหญ่ และส่งสายตาให้เธอเป็นระยะ ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม เติมเหล้าให้เธออีกสองแก้ว แล้วเริ่มชักชวนด้วยประโยคพื้นฐานที่คนทั้งโลกเข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไง


“ตรงนี้เสียงดังอะ ออกไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่า”


และเมื่อเธอเดินตามผมออกมาอย่างว่าง่าย…


ก็ปิดการขายครับ


เออ ลืมบอก วันนี้ผมขี่บิ๊กไบค์มา แน่ล่ะ… จะตีเหล็กทั้งที ก็ต้องตีตอนที่ยังร้อน ถ้าให้เดินกลับ ก็คงหายอยากกันพอดี ถึงคอนโดจะอยู่ใกล้ก็เถอะ


น้องมะนาวเธอก็รู้งานมากครับ เพราะทันทีที่นั่งซ้อนท้าย เธอก็กอดเอวผมไว้แน่นจนรู้สึกได้ถึงหน้าอกนิ่มๆ ที่กำลังเบียดบี้แผ่นหลังของผมอย่างจงใจ


งั้นอย่าเสียเวลาเลย…


ผมกดคันเร่งเต็มแรงเพื่อให้เราทั้งคู่ไปถึงห้องพักได้โดยเร็วที่สุด ทันทีที่ปิดประตูลง เราก็โผเข้ากอดจูบกันอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะรีบจัดการกับเสื้อผ้าที่แสนเกะกะของตัวเอง แล้วเริ่มบรรเลงเพลงรักด้วยแรงอารมณ์


ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมกับเธอผ่านไปด้วยกัน ผมมีความสุขมากเลยครับ


ผมยอมรับว่าเซ็กส์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผม และไม่เถียงถ้าใครจะบอกว่าผมติดมัน ก็คงไม่ต่างจากที่เด็กวัยรุ่นคิดว่าโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ห้าหรอกมั้ง


สำหรับคนที่ไม่อยากคิด ไม่อยากฝืน ไม่อยากกำหนดกฎเกณฑ์อะไรในชีวิตเลยแบบผม เซ็กส์ คงเป็นช่วงเวลาเดียวที่ทำให้ผมเป็นแบบนั้นได้จริงๆ เพราะมันเป็นการปล่อยให้ความต้องการตามธรรมชาติเข้าควบคุมทุกอย่าง โดยไม่ต้องใช้สมอง หรือแม้แต่หัวใจ


สุดท้ายแล้ว ผมก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนครับ ไม่ได้นับหรอกว่ากี่รอบ แต่จำได้รางๆ ว่าภาพสุดท้ายที่เห็นก็คือท้องฟ้าด้านนอกซึ่งเริ่มเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นน้ำเงินคราม


มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ถูกน้องมะนาวหอมแก้มนี่แหละ ตอนแรก ผมนึกว่าเธอจะอยากจัดอีกสักรอบ แต่พอเห็นว่าเธอสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าใจว่าจูบนั้นคือการร่ำลา


ผมหยิบบ๊อกเซอร์ที่ถอดทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินมาส่งเธอที่หน้าประตู ก่อนจะก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาเพื่อดูเวลาบนหน้าจอ


07:41 น.


เช้าจัง… น้องมะนาวรีบกลับไปหาผัวเหรอวะ


แต่ช่างเถอะ ผมไม่คิดจะสานต่ออยู่แล้ว


ปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้หญิงที่ผมนอนด้วยมันก็แค่นี้แหละ… เซ็กส์ครั้งเดียว แล้วก็จบกัน คนไหนถูกใจหน่อย ก็อาจจะมีครั้งที่สองหรือสาม แต่ไม่เคยมีใครที่ทำให้ผมคิดจริงจังจนถึงขั้นอยากจะศึกษาดูใจด้วยเลย


ผมถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างหมดแรง แม้จะรู้สึกอ่อนเพลียมากๆ แต่อย่างน้อย การที่ผมไม่ได้ฝันถึงเด็กหนุ่มคนนั้นอีก…


ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีแล้วครับ




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




นี่แหละ ผลของการไม่เจียมสังขาร ผมก็เลยตื่นมาด้วยความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว แถมยังปวดกล้ามเนื้อมากๆ จนแทบลุกไม่ขึ้น สงสัยไข้หวัดจะกลับมาเยือนอีกแล้…


14:24 น.


ชิบหาย!


ใช่ครับ… ชิบหายแน่ๆ เพราะผมมีนัดประชุมกับไอ้เกมและพี่แหวนตอนบ่ายสาม เรื่องสำคัญซะด้วยเพราะเป็นการรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นภายในร้านมาถกกันเพื่อหาข้อสรุป ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนด่ายันชาติหน้า ผมจึงสะบัดผ้าห่มออกจากตัว แล้วลากสังขารเข้าห้องน้ำไปทันที




ไม่น่าเชื่อ ผมมาถึงร้านได้ทันเวลาครับ ต้องขอบคุณตัวเองที่มีทั้งคอนโดและบิ๊กไบค์ไว้ในครอบครอง เพิ่งรู้สึกว่าใช้เงินได้อย่างคุ้มค่าก็วันนี้แหละ


ผมเดินมาที่โต๊ะริมกระจกแล้วฟุบหน้าลงบนนั้นทันที ข้างๆ ผมคือไอ้เกมที่กำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์อะไรสักอย่างในโน้ตบุ๊ก ก่อนที่มันจะหันมามองผมแล้วถามขึ้น


“จัดหนักจนไข้กลับเลยเหรอวะ”


“อืม”


“กินยารึยัง”


ผมชูถุงบรรจุยาหลายขนานที่ได้มาจากโรงพยาบาลตั้งแต่คราวก่อนขึ้นเหนือศีรษะแทนคำตอบ


ไอ้เกมแค่นหัวเราะในลำคอแล้วพูดต่อ “สงสารน้องมะนาวชิบหาย เสียตัวแล้วยังเสี่ยงติดไข้หวัดใหญ่อีก”


เออ… จริงของมันครับ ผมไม่รู้จะเถียงยังไง แรงก็ไม่มีด้วย เลยทำได้แค่พ่นลมหายใจร้อนๆ ออกจากจมูก แล้วขออโหสิกรรมน้องมะนาวในใจ ก่อนที่น้องนุ๊กจะนำแก้วน้ำแข็งและขวดเหล้ามาเสิร์ฟตรงหน้าผมอย่างเคย เมื่อเห็นเครื่องดื่มที่พอจะนำพาเม็ดยาลงสู่หลอดอาหารได้ จึงดึงยาแก้หวัดออกจากแผงแล้วรินเหล้าลงในแก้ว แต่ยังไม่ทันที่ผมจะยกมันขึ้นดื่ม พี่แหวนซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ก็ตีมือผมดังเพียะ


“ใครเขากินยากับเหล้ากัน บ้าเหรอ” เธอดุเสียงดังแล้วหันไปทางเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม “นุ๊ก เอาน้ำเปล่าให้พี่หน่อย”


ผมส่งยิ้มแหยๆ ให้เธออยู่สักครู่ ก่อนจะหันไปรับน้ำเปล่าขวดเล็กจากน้องนุ๊กแล้วกลืนมันลงคอพร้อมกับยาอย่างว่าง่าย แต่เรื่องมันดันไม่จบแค่นั้น เมื่อผมเห็นว่าพี่แหวนกำลังจะหยิบขวดเหล้าและแก้วน้ำแข็งออกไปจากโต๊ะ


ตาเหลือกเลยครับทีนี้ ผมโยนขวดน้ำทิ้งทันทีแล้วรีบรั้งแขนเธอไว้ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มี


“ปล่อย”


เธอส่งเสียงแข็ง แต่ผมส่ายหน้าแบบรัวๆ


“ไอ้มั่ม แกป่วยอยู่นะ”


ป่วยน่ะรู้ แต่ผมยังไม่ได้กินเลยสักแก้ว จะปล่อยให้ยึดไปได้ยังไงเล่า


“เดี๋ยวฟ้องมิ้นต์นะ”


โหย! เจ้… รู้จุดอ่อนกูอีก


จากการใช้สมองไตร่ตรองเป็นเวลาสามวินาที ผมคิดว่ารอบนี้เจ้แกเอาจริงแน่ แต่ถ้าไม่ได้กินเลยสักหยด ผมก็คงตายจริงๆ เหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจดึงแก้วออกมาจากมือของเธอแล้วรีบกระดกเหล้าที่อยู่ในนั้นเข้าปากจนหมดทันที


“ไอ้มั่ม!”


จากการแผดเสียงและท่าเงื้อมมือ ผมคิดว่าเธอพร้อมจะฟาดแล้วล่ะ ก็เลยยอมให้เธอนำลูกรักสีอำพันของผมไปเก็บแต่โดยดี


“ไอเหี้ยมั่ม เดี๋ยวก็ตายหรอก” ไอ้เกมก็หันมาเอ็ดผมเช่นกัน ก่อนจะพูดต่อเมื่อพี่แหวนเดินกลับมานั่งที่เดิม “เริ่มประชุมเลยมั้ย”


“ได้ๆ” พี่แหวนพยักหน้า แล้วพลิกสมุดบันทึกไปที่หน้าท้ายๆ “เอาเรื่องแรกก่อน…

.

.

.

ใช่ครับ… อาการง่วงซึมของผมเริ่มขึ้นจากนาทีนั้น


ต้องโทษยาที่ออกฤทธิ์เร็วเกินไป จนทำให้ผมจับใจความเนื้อหาที่เราพูดคุยกันแทบไม่ได้เลย โชคดีที่ยังพอมีบุญเก่าอยู่บ้าง ก็เลยสามารถพยักหน้าเออออไปกับเขาได้ทุกประเด็นโดยไม่มีใครจับได้ว่ากำลังเบลอยาอยู่


แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ผมก็ยังถูกไอ้เกมไล่กลับห้องอยู่ดี มันคงทนเห็นสภาพใกล้ตายของผมไม่ไหวแล้วจริงๆ แหละ เลยไหว้วานไอ้ปิงให้ขี่บิ๊กไบค์มาส่งผมที่คอนโด ผมจึงนอนหลับสนิทอยู่ที่นี่ครับ...


บนเตียงนอน


00:00 น.


“ฟู่ว…”


ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆ ที่พัดผ่านใบหู ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังขึ้นในระยะประชิด


เนื่องจากผมไม่ได้เลี้ยงกุมารหรือตุ๊กตาลูกเทพ ดังนั้น แม่งไม่ใช่เรื่องปกติแล้วล่ะ ผมจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น และเดากันได้ใช่มั้ยครับว่าผมจะเจอกับอะไร


ใช่ครับ...


เด็กหนุ่มคนเดิม


แน่ล่ะ เจอกันมาสองรอบแล้ว ถ้ายังคิดว่าเป็นความจริงอีกนี่โง่ตายห่าเลย


ผมมั่นใจครับ… ว่ากำลังฝัน


แต่ที่น่าแปลกคือ นอกจากเขาจะมาด้วยสภาพปกติแบบไร้ร่องรอยกระสุนแล้ว ในครั้งนี้ ผ้ายืดที่เคยพันรอบแขน และรอยเย็บบนคิ้วก็หายไปด้วย


คือยังไง ฟื้นตัวได้แบบวูล์ฟเวอรีนเหรอ


และไม่ใช่แค่นั้นครับ เขายังมาพร้อมกับใบหน้าสดใส ไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนครั้งที่แล้ว ไม่มีแม้แต่แววตาเศร้าหมองเหมือนที่เคยเห็นในครั้งแรกด้วยซ้ำ


ก็ดี… น่ารักขึ้นเยอะเลย


เขาคร่อมร่างที่ยังมีผ้าห่มปิดทับไว้ของผม ฉีกยิ้มกว้างแล้วเริ่มทักทายด้วยการกดจูบอย่างแผ่วเบา ก่อนที่มันจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นเมื่อผมตอบกลับโดยการดูดดึงริมฝีปากของเขา


โอเค… ผมรู้แหละว่าไม่ควรมีอารมณ์กับผู้ชาย


แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อมันเป็นความฝัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกำหนดเองไม่ได้


อีกอย่าง ยังไงคืนนี้คนป่วยอย่างผมก็ไม่มีคู่นอนอยู่แล้ว…


ถือซะว่าได้ปลดปล่อยแล้วกัน


หลังจากคิดหาเหตุผลมาลดทอนความรู้สึกผิดของตัวเองได้แล้ว ผมก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาแล้วดึงมันออกไปอย่างรวดเร็ว ผิวขาวเนียนในวันนี้ไม่มีร่องรอยเขียวช้ำเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมจึงรีบดึงผ้านวมออกแล้วรวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด แต่เขากลับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือแตะลงบนแก้มของผมอย่างแผ่วเบาแล้วถามขึ้น


“พี่ป่วยเหรอ”


เขาคงสัมผัสได้ถึงความร้อนจากผิวหนังของผมล่ะมั้ง ถึงรู้ว่าผมไม่สบาย


แต่… เฮ้ย! ไข้หวัดใหญ่ มึงตามกูมาถึงในฝันเลยเหรอ


“ก็นิดหน่อย”


“งั้น… พี่พักผ่อนดีกว่า”


เฮ้ย! ไม่นะ ไม่เด็ดขาด มาถึงขั้นนี้แล้ว ใครมันจะพักผ่อนลงวะ


ผมจึงรีบพลิกตัวขึ้นด้านบนทันที


“ไม่อยากพัก”


คนใต้ร่างหัวเราะเบาๆ กับท่าทางหื่นกระหายของผม บอกเลยว่าเสียงสดใสเหมือนเด็กๆ กับการยิ้มจนตาหยีของเขานี่แม่งโคตรดี ผมจึงไม่ลังเลที่จะลากกางเกงสแล็กของเขาออกจากขาพร้อมๆ กับกางเกงชั้นในสีขาวสะอาด แล้วจึงจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อให้เราอยู่ในสภาพเดียวกัน…


เปลือยเปล่า


ผมโน้มหน้าลงจูบเขาอีกครั้ง ก่อนจะสอดลิ้นเข้าสู่โพลงปาก ตวัดเกี่ยวกับลิ้นเรียวนั่นอยู่สักพักจนได้ยินเสียงอู้อี้ในลำคอ ผมคิดว่าเขาคงเริ่มหายใจไม่ทันแล้วล่ะ จึงเปลี่ยนมาซุกไซ้ที่ซอกคอแทน


“อ้ะ…” เขาสะดุ้งเฮือกเมื่อผมเผลองับลงบนเนื้อนิ่มๆ ของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนร้องท้วงทั้งที่ยังหอบหนัก “เดี๋ยวเป็นรอย”


ไม่ทันแล้วน้อง เป็นรอยแน่ๆ


ผมพรมจูบทั่วหน้าอกของเขา ก่อนใช้ลิ้นหมุนวนบนยอดอกสีชมพูอ่อนจนเด็กน้อยหลับตาปี๋ แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการหรอก มือจึงเอื้อมลงไปกอบกุมแท่งของเขาไว้หลวมๆ แล้วรูดขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ


“อื้ม…”


เสียงครางกระเส่านี่ต่างหากที่ผมรออยู่


ยอมรับว่าในใจลึกๆ ยังนึกถึงมันอยู่ตลอด รวมถึงท่าบิดเร้าอย่างเสียวซ่านขณะที่ผมกำลังเร่งความเร็วของมือขึ้นเรื่อยๆ ด้วย


“ม… ไม่ไหว… แล้ว”


เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากประโยคขาดห้วงจบลง ร่างเล็กก็กระตุกเกร็งและปล่อยของเหลวทะลักออกจากแก่นกาย ผมมองหน้าท้องและซอกขาที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำข้นเหนียวอยู่แบบนั้นด้วยใจสั่นไหว จากที่คิดว่าจะให้เวลาเขาได้พักหายใจสักครู่


ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ…


อย่าเสียเวลาเลย


ผมเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างเตียงนอน หยิบเจลหล่อลื่นที่คุ้นเคยออกมาแล้วปาดลงบนนิ้วของตัวเอง ก่อนค่อยๆ สอดเข้าไปในตัวเขาเพื่อเปิดเส้นทาง


การขยับเข้าออกเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่ได้ช่วยให้ความคับแคบนั้นคลายลงหรอก แต่เป็นผมเองที่อดใจไม่ไหวจึงเปลี่ยนจากนิ้วเป็นท่อนเนื้อปูดโปนที่รออยู่แล้ว


“อึก...”


ทั้งเสียงร้องและสีหน้าของเขาบ่งบอกได้ถึงความเจ็บแน่น เช่นเดียวกับแก่นกายของผมที่ถูกตอดรัดอย่างหนักหน่วง แต่เพราะรู้ดีว่าไม่อาจเก็บกลั้นอารมณ์ที่ใกล้ปะทุไว้ได้นาน จึงรูดมันออกมาจนเกือบสุดลำ แล้วกระแทกกลับเข้าไปเต็มแรง


คนใต้ร่างสะดุ้งเฮือกพลางจิกเล็บลงบนไหล่ของผม ซึ่งผมเข้าใจและยอมให้เขาระบายความเจ็บปวดได้ตามสบาย


เพราะผมจะไม่หยุดง่ายๆ


ผมทำแบบนั้นอีกหลายครั้งจนสองมือของเขาร่วงลงสู่เตียงนอนอย่างหมดแรง ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านจนเสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้นคับห้อง


“อะ… อือ...”


ผมมีความสุขมากครับ และจะยกให้มันเป็นความฝันที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเลย


แต่เมื่อพูดถึงฝันดี ผมก็อดนึกถึงฝันร้ายไม่ได้


ยิ่งตอนนี้ที่ผมกำลังจะเสร็จไปพร้อมๆ กับเขาไม่ต่างจากความฝันครั้งแรก ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าผมจะต้องเห็นเด็กคนนี้ถูกยิงตายอีกครั้งรึเปล่า


แต่ระหว่างที่ผมกำลังใจลอยจนเกือบลืมช่วงเวลาสำคัญของเรา


ผมกลับค้นพบว่าครั้งนี้…


ไม่ใช่เขาหรอกครับที่โดนยิง


แต่เป็นผมเองนี่แหละ


จากประโยคสั้นๆ ของเขา…


ประโยคที่ขาดห้วงจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์


ก่อนที่มันจะกลายเป็นเสียงร้องลั่น…


ก่อนที่เราทั้งคู่จะถึงจุดหมาย…


และก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นอีกครั้ง


ประโยคสุดท้ายนั้น...

.

.

.

“ผ… ผม… รัก… พี่…”




ออฟไลน์ 3 words 8 letters

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 2 (9.11.2018)
«ตอบ #23 เมื่อ10-11-2018 02:27:50 »

ตื่นเต้นมาก ต้องมีอะไรซักอย่างเกี่ยวกับน้องแน่เรย

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 2 (9.11.2018)
«ตอบ #24 เมื่อ10-11-2018 08:57:13 »

อะไรนะโดนยิง  :a5:

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 2 (9.11.2018)
«ตอบ #25 เมื่อ10-11-2018 09:57:46 »

ลุ้นมากกกกกกก​ ตามมาจากบ้านซ่อนศพ​ค่ะ​ ติดตามๆๆ

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 2 (9.11.2018)
«ตอบ #26 เมื่อ11-11-2018 08:22:24 »

เด็กน้อยยังคงเป็นปริศนา​  :ling1:

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 2 (9.11.2018)
«ตอบ #27 เมื่อ12-11-2018 20:59:05 »



คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ คงกำลังเดากันอยู่ใช่มั้ยคะ
ว่ามันเกี่ยวกับอะไร แล้วน้องที่พระเอกเจอในความฝันเป็นใคร มาจากไหนกันแน่

มาค่ะ อย่าเดาเปล่าๆ มาเดาแบบลุ้นรางวัลกันดีกว่า

กับคำถามที่ว่าาาาาา...


พี่มั่ม พระเอกของเรา กำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่กันแน่ ?

กติกาง่ายมาก เลือกร่วมสนุกได้ 2 ช่องทางนะคะ
Facebook
(1)  Like Page https://www.facebook.com/saoyrampun
(2)  Share Post ที่เราปักหมุดไว้พร้อมคำตอบแบบสั้นๆ
Twitter
(1) Follow https://twitter.com/sorworrorpor
(2) Retweet with Comment ที่เราปักหมุดไว้พร้อมคำตอบแบบสั้นๆ


5 คนแรกที่ตอบถูก รับหนังสือ ‘บ้านซ่อนศพ’ ไปเลยจ้า

ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน ก่อนลงตอนที่ 5 ซึ่งเป็นตอนเฉลยนะคะ

* หมายเหตุ
1. รบกวนเพื่อนๆ เซ็ตเป็น Public น้า เดี๋ยวเราไม่เห็นคำตอบ
2. ผู้ที่ตอบถูกทั้ง 5 คน เราจะนับรวมจากทั้ง Facebook และ Twitter นะคะ
3. ในกรณีที่ผู้ร่วมสนุกมีหนังสือ บ้านซ่อนศพ อยู่แล้ว และไม่ต้องการเพิ่มอีกเล่ม
เรายินดีเปลี่ยนของรางวัลให้นะคะ หลังไมค์มาคุยกันก่อนได้ 5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-11-2018 21:04:04 โดย สาววายรำพัน »

ออฟไลน์ สาววายรำพัน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
- บทที่ 3 -








9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




รัก… รักเหรอ…


ผมรู้ว่ามันคือความฝัน แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินคำว่ารักจากปากของเด็กหนุ่ม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คงเพราะว่า ไม่เคยมีใครบอกรักผมมาก่อนเลยมั้ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาปกติ หรือตอนที่เรามีเซ็กส์กัน


เฮ้อ! ฟุ้งซ่านจริงๆ เลยไอ้มั่ม…


แทนที่จะสงสัยว่าทำไมความฝันของตัวเองถึงมีแต่เด็กคนนี้ซ้ำๆ เสือกไปตื่นเต้นที่เขาบอกรักซะงั้น


แน่นอนครับ ผมตื่นขึ้นมาในสภาพเดิม เพิ่มเติมคือเหงื่อที่เปียกชื้นเต็มเสื้อและความเหนอะหนะที่รู้สึกได้ภายในกางเกงขาสามส่วน


ฝันเปียกอีกแล้วชัวร์…


ผมจึงลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบเสื้อยืดและกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวใหม่ออกมาเปลี่ยนกับชุดเดิมที่ใส่ตั้งแต่ตอนไปประชุมเมื่อช่วงบ่าย


เออ… กี่โมงแล้ววะ


01:05 น.


ตีหนึ่งอีกแล้ว… เวลาเดิมเลยนี่หว่า


นอกจากการฝันถึงคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้ว การสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมทุกครั้งนี่ก็ประหลาดอยู่เหมือนกัน


แต่เอาเถอะ มีรอบที่สี่ค่อยเครียดแล้วกัน ตอนนี้ผมมีอะไรที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นแล้วครับ


          GAMER : มึง มิ้นต์รู้แล้วว่ามึงไข้ขึ้น 9.48 PM

          GAMER : เจ้แหวนแม่งเล่าเรื่องที่มึงมาอ่อยสาวเมื่อคืน 9.48 PM

          GAMER : อย่าบอกมิ้นต์นะว่ากูดีลน้องมะนาวให้ 9.48 PM

          GAMER : ไม่อยากโดนด่า 9.49 PM


อ่าว! ไอ้เกม ทิ้งกูเฉย…


วันนี้ไอ้มิ้นต์คงเข้าไปที่ร้าน แล้วก็คงถามถึงผม จากการรีบส่งไลน์มาอย่างร้อนรนของไอ้เกม แสดงว่าไอ้มิ้นต์คงจะโมโหน่าดู


อุ้ย! ไลน์มาด้วยนิ เวลาใกล้เคียงกับไอ้เกมเลย มาดูกันดีกว่าว่าน้องสาวสุดที่รักจะให้โอวาทอะไรกับผม


          Mint : บอกแล้วว่าอย่าแรด 9.52 AM

          Mint : ถ้าไม่หายไข้แล้วต้องแอดมิทจะสมน้ำหน้าให้ 9.53 AM

          Mint : แล้วพรุ่งนี้อย่าให้เห็นว่ามาร้านนะ 9.53 AM


จ้าแม่ รู้แล้วจ้า…


ถ้าบรรทัดสุดท้ายจะเหมือนขู่ฆ่าขนาดนี้ ผมคงออกไปไหนไม่ได้แล้วครับ ก็เลยปล่อยให้ชีวิตในวันถัดมาดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและน่าเบื่อหน่ายไม่ต่างจากเด็กประถมในช่วงปิดเทอม เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเที่ยงครึ่ง หยิบผ้าขนหนูจากตู้เสื้อผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดตัว เปิดทีวีเพื่อหารายการที่น่าสนใจ พอหิวก็เดินลงมาที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด หยิบข้าวกะเพราหมูกรอบไข่เจียวมาหนึ่งกล่อง ระหว่างที่พนักงานกำลังอุ่นไมโครเวฟให้ ผมก็เดินไปหยิบเบียร์มาอีกหนึ่งกระป๋อง จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แล้วกลับขึ้นไปบนห้อง


ผมรู้สึกสบายตัวขึ้นมากเลย คิดว่าคงหายไข้แล้ว แต่ก็ยังกินยาตามที่คุณหมอสั่ง นอนเล่นเกมในโทรศัพท์มือถืออยู่พักใหญ่ แล้วเดินออกไปจิบเบียร์ที่ระเบียงเมื่อแสงแดดเริ่มอ่อนลง ระหว่างนั้น ผมโทรศัพท์ไปหาไอ้ปิง เพื่อเตือนให้มันหาคนมาเล่นดนตรีแทนผมในคืนนี้ ก่อนจะส่งควันบุหรี่เข้าปอดแล้วลงไปฝากท้องกับร้านสะดวกซื้ออีกครั้งในช่วงเย็น


ใช้เวลาไม่นานนักผมก็กลับขึ้นมาพร้อมกับข้าวผัดไส้กรอกที่อุ่นร้อนแล้วหนึ่งกล่อง และเบียร์อีกหนึ่งกระป๋อง หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย ผมก็นั่งดูละครบนเก้าอี้นวมเบาะหนัง สลับกับอ่านไลน์จากไอ้เกมในโทรศัพท์มือถือ


          GAMER : คิดถึงจังจ้ะ 10.26 PM

          GAMER sent you a photo 10.27 PM


ไอ้เกม ไอ้เพื่อนชั่ว...


มันส่งภาพลูกค้าสาวๆ ในร้านมาให้ผม แต่ละคนนี่แจ่มๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะสาวผมยาวในชุดเกาะอกสีขาวเนี่ย


          GAMER sent you a photo 10.28 PM

          GAMER : สเปกมึง กูรู้ 10.26 PM


ใช่! คนนี้เลยครับ รูปนี้ไอ้เกมถ่ายมาให้แบบเจาะจงเลย ซึ่งผมคงจะขี่บิ๊กไบค์ไปที่ร้านตอนนี้แน่ๆ ถ้าไม่ติดว่า…


          GAMER : มิ้นต์มาแล้วววว 10.29 PM

          GAMER : วันนี้มากับหนุ่มด้วย 10.29 PM

          GAMER sent you a photo 10.30 PM

          GAMER : เดี๋ยวกูไปแซวก่อน จะบอกพี่มันฝากมา 10.31 PM


ดูไอ้เหี้ยเกมสิครับ… จะส่งรูปไอ้มิ้นต์มาซากอะไร ผมไม่มีทางเปิดดูเด็ดขาดเลย แค่ได้ยินชื่อก็ไข่ฝ่อแล้ว แถมยังจะไปแซวมันแล้วโยนขี้ให้ผมอีก


ไอ้มิ้นต์ก็อีกคน แหม… ทำเป็นด่าพี่ ตัวเองแรดเหมือนกันแหละวะ


ใช่ครับ ผมรู้สึกหงุดหงิดมากที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ก็เลยพาลโทษนู่นโทษนี่อยู่พักใหญ่ ก่อนจะสงบสติอารมณ์ด้วยการเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย


และเพื่อให้สมกับการเป็นเด็กอนามัยอย่างเต็มรูปแบบ ผมจึงก้าวขึ้นเตียงนอนทันทีที่สวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม กดปุ่มปิดโคมไฟ แล้วปล่อยให้เม็ดยาทั้งหลายที่กินเข้าไปได้ทำหน้าที่ของมัน


00:00 น.


เมื่อลืมตาขึ้นแล้วพบว่าโคมไฟบนลิ้นชักข้างเตียงยังคงส่องสว่าง ผมจึงรู้ได้ทันที


ว่านี่คือความฝัน…


อีกครั้ง


“มาแล้วเหรอ” วันนี้เด็กหนุ่มคนเดิมนั่งอยู่ข้างๆ ผมครับ เขาละสายตาจากละครเรื่องหนึ่งบนหน้าจอทีวีมามองผมที่กำลังหยัดตัวขึ้นนั่ง ก่อนพูดต่อด้วยแววตาวิบวับ “คิดถึงจัง”


ผมเผลออมยิ้มมุมปากให้กับการอ้อนอย่างไร้เหตุผลของเขา โดยไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกันเมื่อคืนนี้เอง


แต่ไม่เป็นไรครับ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลยเมื่อเทียบกับรอยยิ้มกว้างที่เขาส่งมาให้ผม


โคตรน่ารัก…


บอกเลยว่าผมไม่มีทางทนไม่ไหว จึงดันเขาให้นอนราบโดยที่ผมคร่อมอยู่บนนั้น แล้วกดจูบลงบนริมฝีปากสีอ่อนนั่นอย่างหนักหน่วง


ด้วยสองมือที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เสื้อผ้าของผมและเขาจึงลงไปกองที่พื้นอย่างรวดเร็ว ผมยกขาข้างหนึ่งของเขาขึ้นแล้วพรมจูบลงบนปลายน่อง หัวเข่า ต้นขาด้านใน จนถึงท้องน้อยเหนือแท่งกลางลำตัวที่เริ่มตั้งชัน


“อืม…”


เสียงครางหวานๆ กระตุ้นอารมณ์ของผมได้เป็นอย่างดี มือจึงหยิบเจลหล่อลื่นออกมาจากที่เดิมอย่างไม่รีรอ ก่อนใช้มันเคลือบปลายนิ้วแรกของผมแล้วดันเข้าไปในช่องทางตรงหน้า


“อะ…อื้อ…”


ผมขยับเข้าออกช้าๆ ก่อนส่งนิ้วที่สองตามเข้าไป แล้วค่อยๆ ควงมันไปรอบๆ อย่างชำนาญ


ฟังจากเสียงครางที่ปนมากับลมหายใจถี่รัวแล้ว ผมคิดว่ามันได้ผลนะ ปลายนิ้วของผมคงสัมผัสเข้ากับส่วนอ่อนไหวสักจุดในผนังนุ่มนั่น ผมจึงดันมันเข้าไปให้ลึกอีกหน่อย แล้วเริ่มหมุนวนอีกครั้ง


“อืม… อื้ม…”


เพราะยังไม่อยากให้เขาหมดแรงไปซะก่อน ผมจึงดึงนิ้วออกจากช่องทางนั้นเบาๆ ก่อนที่สองมือจะช้อนร่างเล็กขึ้นมาไว้บนตัก ใกล้กับท่อนเอ็นของผมที่ขยายตัวเต็มแก่ เขาก้มลงมองมันโดยไม่รู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร


งั้นอย่าให้เขาสงสัยอยู่เลยครับ…


ผมดึงเขาให้โน้มตัวเข้ามาเล็กน้อยโดยกะตำแหน่งของช่องทางให้พอดีกับแท่งเอ็นของตัวเอง แล้วปล่อยให้เขานั่งทับลงไปอย่างช้าๆ


“อื้ม.. อื้อ…”


แก่นกายของผมจึงค่อยๆ หายเข้าไปในตัวเขาจนมิดด้าม…


คงเป็นท่าที่ทำให้มันเข้าไปได้ลึกทีเดียว ฟังจากเสียงครางและการเป่าปากเบาๆ เพื่อระบายความคับแน่น ขณะที่ผมยังคงประคองร่างเล็กไว้เพื่อไม่ให้หงายหลังไปก่อนเวลาอันควร


ผมไม่รู้ว่าเขาเคยทำท่านี้มาก่อนรึเปล่า แต่ผมน่ะชำนาญเลย ก็เลยเริ่มโยกเอวเบาๆ เพื่อขยับแท่งที่อยู่ด้านในให้เสียดสีกับโพลงอุ่นตามประสบการณ์ที่สั่งสมมา


ใช้เวลาไม่นานเขาก็เริ่มสวนสะโพกเข้าหาผม โดยโอบแขนรอบลำคอของผมเพื่อกอดรัดไว้ ขณะที่ผมปล่อยให้เขาเป็นคนควบคุมจังหวะ พลางใช้มือกุมแก่นกายของเขาแล้วคลึงส่วนหัวด้วยปลายนิ้วโป้งอย่างแผ่วเบา


“อื้อ…”


เสียงครางระส่ำดังคับห้อง และยิ่งดังกว่าเดิมเมื่อเขาเร่งจังหวะของตัวเองให้เร็วขึ้น


“จะ… ส… เสร็จ… แล้ว…”


แน่นอนว่าผมเด้งเอวเข้าหาเขาอย่างรุนแรงเพื่อตอบรับสัญญาณนั้น แต่ก่อนที่เราทั้งคู่จะถึงปลายทาง ผมกลับทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังคาดไม่ถึง


“รักพี่มั้ย…”


ใช่ครับ ผมถามเขา…


ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงทำแบบนั้น


นี่ผมไม่หลงเหลือสติแม้แต่จะทบทวนคำพูดที่ออกมาจากปากแล้วเหรอ


“ห้ะ… อ้ะ…” แน่ล่ะ… เขามองผมอย่างไม่เข้าใจนัก และนั่นทำให้การบดสะโพกของเขาหยุดลงโดยอัตโนมัติ


“รักพี่มั้ย…”


ยัง… ยังไม่หยุด


ผมย้ำคำถาม และรู้ดีว่าหัวใจกำลังรอฟังคำตอบ

.

.

.

“ร… รัก…สิ…”


แค่นั้น…


คำตอบที่ผมต้องการมีแค่นั้น จังหวะร้อนของเราจึงถูกเร่งเร้าขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงครางหวานๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องลั่น


“อื้อ…”

.

.

.

01:00 น.


ผมว่ามันมากเกินไปแล้ว…


กับการฝันถึงใครคนหนึ่งซ้ำๆ แทบทุกคืน


กับคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน


กับการตื่นในเวลาเดิมทุกครั้ง


กับเรื่องราวที่เลยเถิดขึ้นเรื่อยๆ


มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยตามธรรมชาติอีกแล้ว…


สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ


ผมตัดสินใจแล้วครับ…


ผมจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก


ผมจะไม่ยอมฝันถึงเขาอีก


โอเค… ผมรู้ว่าเราไม่สามารถกำหนดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในความฝันได้ มันไม่เหมือนรูปวาดที่เราจะสร้าง แก้ไข หรือลบทิ้งได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น ถ้าผมยังคงปล่อยให้ตัวเองฝัน โอกาสที่จะเจอกับเด็กหนุ่มอีกครั้งย่อมเกิดขึ้นได้แน่


แต่ถ้าจะให้ถ่างตาไว้ตลอดเวลา ผมก็คงตายซะก่อน อีกอย่าง ไม่ใช่ทุกครั้งซะหน่อยที่ผมนอนหลับแล้วจะฝันถึงเขา


ใช่… ผมจะฝันถึงเขาแค่ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะตื่นขึ้นมาในเวลาเดียวกันทุกครั้ง


เวลาตีหนึ่ง


ถ้าเป็นแบบนั้น…


ถ้าผมนอนหลับหลังจากตีหนึ่งเป็นต้นไป ผมก็จะไม่เจอเขาใช่มั้ย


งั้นก็ไม่ยาก เพราะอันที่จริง ถ้าผมไม่ป่วย ผมก็ต้องไปที่ร้าน ซึ่งกว่าร้านจะปิดให้บริการ กว่าจะเก็บกวาด กว่าจะมาถึงคอนโด ก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว


พอคิดได้แบบนั้น ผมก็โล่งใจขึ้นมากครับ เลยล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แล้วค่อยๆ ปล่อยให้ดวงตาปิดลงจนสนิท

.

.

.

อยากบอกอะไรกับเด็กหนุ่มในความฝันเหรอครับ...


ก็คงอยากบอกว่า...


พี่ไม่ได้เกลียดน้องนะ


แต่เพราะพี่ไม่ได้เกลียดน้องเนี่ยแหละ


พี่เลยไม่ควรฝันถึงน้องอีก


ลาก่อนนะ




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




ผมเริ่มต้นเช้าวันใหม่ในโลกแห่งความจริงด้วยการกลับมาทำหน้าที่เดิมๆ อีกครั้ง ทั้งทักทายไอ้เกมโดยการตบกบาลไปหนึ่งที ช่วยน้องนุ๊กจัดโต๊ะในโซนแอร์และช่วยน้องฟางลากบีนแบ็กออกไปยังโซนโอเพ่นแอร์ โทรศัพท์ตามบรรดาพนักงานพาร์ทไทม์ ทักทายพี่ต้นในครัว และพูดคุยกับไอ้ปิงเรื่องเพลงที่จะร้องในคืนนี้ แม้จะยังรู้สึกเจ็บคอและมีเสมหะตามประสาผู้ป่วยที่ยังไม่หายสนิท แต่ผมก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ ครับ หาอะไรทำไปเรื่อยๆ ยังดีกว่ามานั่งคิดฟุ้งซ่านถึงความฝันไร้สาระ


หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมก็กลับมานั่งกับไอ้เกม พูดคุยกันในเรื่องสัพเพเหระเพื่อฆ่าเวลา ก่อนจะกระดกเหล้าแก้วที่สามเข้าปาก


อ่านถูกแล้วครับ… แก้วที่สาม


แม้ว่าผมจะยังไม่กลับมาแข็งแรงเต็มร้อย แต่ไม่มีใครห้ามปรามผมเลยครับ


พี่แหวนน่ะเหรอ… เพิ่งถูกผมคาดโทษว่าจะตัดเงินเดือน โทษฐานที่นำเรื่องน้องมะนาวไปบอกไอ้มิ้นต์ ดังนั้น ตัดไปได้เลย เจ้แกไม่กล้าหือกับผมแน่


ส่วนไอ้มิ้นต์… มันไม่อยู่หรอก ทั้งวันนี้และวันอาทิตย์เลย เพราะต้องเข้าร่วมทริปท่องเที่ยวต่างจังหวัดของบริษัท


เพราะฉะนั้น วันนี้...


เป็นวันของผมครับ


เวลาผ่านไปไม่นานนัก ร้านก็เปิดให้บริการ ทุกอย่างดำเนินไปเช่นปกติไม่ต่างจากวันเสาร์ที่ผ่านๆ มา ลูกค้ายังคงเข้ามาอย่างล้นหลาม จนแม้ว่าจะมีพนักงานรายวันเข้ามาช่วย พวกเราก็ยังวิ่งวุ่นกันอยู่ดี


แต่ต่อให้เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลลูกค้ามากแค่ไหน ผมก็ไม่ลืมที่จะสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาสาวสวยภายในร้าน


แน่ล่ะ แมวไม่อยู่ทั้งที หนูก็ต้องร่าเริงกันหน่อย


เสื้อดำนั่นก็ดี… เสื้อน้ำตาลก็ขาว… หูย ชุดแดงนี่อึ๋มมาก มากับผัวรึเปล่าวะ…


จากการสแกนคร่าวๆ ก็มีน่าสนใจอยู่หลายคน เสียดายที่ไฟในร้านสลัวไปหน่อย แถมจุดที่ผมยืนอยู่ก็เป็นมุมอับ ทำให้ยังมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่


แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะอีกไม่กี่นาที ผมก็จะขึ้นไปเล่นดนตรีกับไอ้ปิงบนเวทีแล้ว


และใช่… นั่นน่ะจุดชมวิวเลย


อย่างที่เคยบอก การมองจากมุมสูงทำให้สายตาของผมกว้างไกลกว่าปกติ และนั่นทำให้ผมเห็นหญิงสาวหุ่นอวบอิ่มในเสื้อยืดแบบปาดไหล่ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าลักษณะภายนอกจะดูเรียบร้อยไปสักหน่อย แต่จากการจ้องตอบกลับมาอย่างท้าทาย ผมคิดว่า…


ไม่น่ายากครับ


ก็เลยใช้วิธีเดิมๆ เริ่มตั้งแต่ร้องเพลงรักหวานๆ ส่งสายตาให้เธอบ่อยๆ เดินลงไปทักทาย ทำความรู้จักกันเล็กน้อย ชวนออกไปข้างนอก…


และจบลงบนเตียง




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




ผมตื่นขึ้นมาด้วยร่างเปลือยเปล่า แน่นอนว่าไม่ได้ฝันถึงเด็กหนุ่มคนเดิมเพราะกว่าเซ็กส์ของผมกับน้องมายด์จะจบลงก็เกือบตีสามแล้ว


ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี…


ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่กลับพบข้อความจากน้องมะนาว เธอบอกว่าจะมาทำธุระแถวๆ คอนโดของผมในช่วงบ่าย เลยอยากแวะมาทักทายที่ห้อง


ได้สิจ้ะน้อง… จะจัดให้มากกว่าทักทายอีก


ผมตอบตกลงทันที ก่อนจะหันไปมองน้องมายด์ที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างๆ ผ้าห่มที่ร่นลงมาจนถึงช่วงเอวทำให้ผมเห็นหน้าอกอวบอูมของเธอได้อย่างเต็มตา


แล้วใครจะทนไหวล่ะครับ


ผมซุกหน้าลงบนนั้นอย่างหื่นกระหาย ก่อนที่เธอจะตื่นขึ้น…


และเราจะเริ่มออกแรงกันอีกเป็นครั้งที่สอง


หลังจากร่ำลาน้องมายด์เรียบร้อยแล้ว ผมก็ตรงไปยังร้านสะดวกซื้อเพื่อสอยถุงยางอนามัยยี่ห้อโปรดมาเพิ่มเติม ก่อนจะออกมารับน้องมะนาวที่ด้านหน้าคอนโด ทันทีที่ผมและเธอมาถึงห้องพัก เราก็ละเลงเพลงรักไปทั่วทั้งห้อง ตั้งแต่บนเตียง เก้าอี้นวม พื้นไม้ลามิเนต จนถึงในห้องน้ำ


เออ… ผมลืมบอกไอ้เกมไปซะสนิทเลยว่าจะถึงร้านช้ากว่าปกติ แต่จะให้โทรศัพท์หามันตอนนี้ก็คงไม่ได้ เพราะผมกำลังวุ่นอยู่กับการกดบั้นเอวเข้าใส่น้องมะนาวอย่างดุเดือด คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ว่ารอบที่สามของเราจะจบลง


21:19 น.


แน่นอน… ผมโดนไอ้เกมด่าตามระเบียบ ก่อนที่มันจะไล่ผมออกไปรับลูกค้าที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมตัวขึ้นเวทีเพื่อเล่นดนตรีกับไอ้ปิงคนเดิม ถึงจะรู้สึกอ่อนเพลียไม่น้อย แต่สายตาของผมยังคงกวาดไปรอบๆ เพื่อมองหาสาวๆ ที่ถูกใจ


โอเค… ผมเห็นเป้าหมายของวันนี้แล้วครับ หญิงสาวตัวเล็กในชุดเดรสเว้าหลัง กำลังพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนอย่างออกรส แต่ก็ยังหันมามองผมเป็นระยะ


ถึงจะใช้แผนเดิมๆ และคืบหน้าไปถึงขั้นทำความรู้จักแล้ว แต่เนื่องจากผมมีความผิดติดตัว จึงถูกบังคับให้อยู่ช่วยน้องๆ ทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยจนกระทั่งปิดประตูร้าน นั่นทำให้ผมไม่สามารถพาน้องฝนกลับไปที่ห้องพักได้เหมือนอย่างเคย


ผมคิดว่าจะพลาดซะแล้ว คิดว่าน้องฝนคงหมดอารมณ์และกลับบ้านไปก่อนแน่ๆ แต่โชคกลับเข้าข้างผม เพราะเธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แม้ว่าเพื่อนๆ ของเธอรวมถึงลูกค้าคนอื่นๆ จะทยอยกลับไปจนหมด


ผมจึงรีบนัดแนะกับน้องพนักงานทุกคนทันทีที่พี่แหวนและไอ้เกมคล้อยหลังออกจากร้าน เริ่มจากการขอให้ทุกคนกลับบ้านไปก่อนโดยทิ้งกุญแจไว้ให้ผม ต่อด้วยการจ้างน้องนุ๊กและน้องฟางซึ่งเป็นพนักงานประจำคนละหนึ่งพันบาทให้มาทำความสะอาดต่อในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้แทน


มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่อยากเสียเวลาแม้แต่สักนาทีเลยครับ จึงเปลี่ยนร้านทั้งร้านให้เป็นสวรรค์โดยการตรงเข้าไปจัดการเธอทันทีบนโซฟายาวข้างโต๊ะหมายเลขแปด… ที่เธอนั่งรออยู่นั่นแหละ เมื่อครั้งแรกเสร็จสิ้น ผมจึงอุ้มเธอขึ้นมาบนเคาน์เตอร์เครื่องดื่มเพื่อเริ่มครั้งที่สองอย่างรวดเร็ว


ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมรู้จักร้านตัวเองเป็นอย่างดี รู้ว่ามุมไหนที่เมื่อไร้แสงไฟแล้ว คนจากภายนอกจะมองเข้ามาไม่เห็น จึงไม่กังวลเลยว่าจะถูกถ่ายคลิปหรือถูกแจ้งความข้อหาอนาจาร


และจุดสุดท้ายที่ปลอดภัยก็คือกองเก้าอี้บีนแบ็กที่ถูกลากเข้ามาเก็บไว้ด้านใน เราสองคนขยับร่างที่ซ้อนทับกันบนนั้นอยู่พักใหญ่จนถึงจุดหมาย ก่อนจะกลับมาทิ้งร่างลงบนโซฟาตัวเดิมอย่างหมดแรง




■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■




12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561




กิจกรรมแรกของผมหลังจากลืมตาขึ้นคือการช่วยน้องฝนสวมเสื้อผ้าครับ โชคดีที่เราตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ไม่งั้นผู้คนบนถนนเกษตร-นวมินทร์คงได้เห็นเราล่อนจ้อนแน่ๆ


ผมร่ำลาน้องฝนที่หน้าประตูร้าน แล้วเดินกลับมายังเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม รินเหล้าขวดโปรดใส่แก้ว ก่อนกรอกมันเข้าปากจนหมด
วิธีของผมได้ผลจริงๆ ครับ…


ผมไม่ได้ฝันถึงเด็กคนนั้นมาสองคืนเต็มๆ แล้ว


ผมควรจะดีใจใช่มั้ย


แต่ทำไม…


ผมเท้าข้อศอกบนเคาน์เตอร์แล้วซุกหน้าลงบนสองมือที่หงายรออยู่แล้ว ขณะสูดลมหายใจเข้าจนลึกแล้วปล่อยออกมาอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมการเต้นรัวแรงของหัวใจ


ผมเริ่มรู้สึกเวียนหัวแล้วครับ และรู้ดีว่าไม่ได้เกิดจากความอ่อนเพลีย แต่เป็นเพราะว่าความสับสนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดแล้วต่างหาก


มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่...


ทำไมถึงไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่ผมมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วนตลอดสองวันที่ผ่านมา


ทำไมการถึงจุดนั้น ไม่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเหมือนเคย


ทำไมผู้หญิงเหล่านั้น กลับยิ่งทำให้ผมนึกถึงแต่….


ใช่ครับ


เด็กหนุ่มคนนั้น


ผมบดบี้ริมฝีปากสีสด ก็ยังนึกถึงรอยจูบของเขา


ลูบไล้ผิวขาว ก็ยังนึกถึงมือนิ่มๆ ของเขา


ได้ยินเสียงร้องโหยหวน ก็ยังนึกถึงเสียงครางต่ำของเขา


ได้รับความสุขเมื่อถึงจุดหมาย ก็ยังนึกถึงประโยคนั้นของเขา


‘ผ… ผม… รัก… พี่…’


ผมนึกว่าการหลีกหนีจะทำให้ผมลืมเขา ลืมความฝันประหลาดๆ ของตัวเองได้ ผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะเป็นบ้า และกลับมาใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงได้อย่างปกติ


แต่ไม่ใช่เลย เพราะต่อให้ผมไม่ฝันถึงเขา ผมก็ลบเขาออกจากสมองไม่ได้อยู่ดี


ที่เลวร้ายกว่านั้น คือมันทำให้ผมรู้…


ว่าผมไม่ได้เสพติดเซ็กส์อีกต่อไป

.

.

.

ผมเสพติดเด็กคนนั้น...


เสพติดความฝันของตัวเอง...

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ▼ Bedtime Story ▲ l Erotic-Drama-Thriller l บทที่ 3 (16.11.2018)
«ตอบ #29 เมื่อ16-11-2018 19:31:00 »

ระวังเถอะ ติดน้องในฝันมากๆ ระวังจะออกจากฝันไม่ได้  :hao4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด