*...-+-...-+-เพื่อนพ่อ (อินทัช+คายัค)-+-...-+-...*-ตอนพิเศษ-ยอมรับ 1-10-18 ||P.8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: *...-+-...-+-เพื่อนพ่อ (อินทัช+คายัค)-+-...-+-...*-ตอนพิเศษ-ยอมรับ 1-10-18 ||P.8  (อ่าน 35088 ครั้ง)

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
เพราะแม่เป็นแบบนี้หรือเปล่า อาทัชเลยไม่ค่อยกลับบ้าน...
ด่าลูกต่อหน้าคนอื่นว่าแย่แล้ว ยังส่งคนไปทำร้ายภูมิอีก
ยิ่งตอนอาทัชไปหาที่บ้าน นี่มันมนุษย์ป้าชัดๆ
อยากให้อาทัชสู้บ้าง ฮึ่ยยย

ตอนอาทัชโทรหาคายัค รู้สึกอยากจะร้องไห้ด้วยเลย
คายัคใจอ่อนลงบ้างไหม
 :pig4:

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
ปัญหาของอินทัชนี่   
1 ครอบครัวไม่รู้ว่าชอบผู้ชาย เกิดการรับไม่ได้(อย่างแรงเว่อร์ จนคล้ายนิยายจับคู่ชิงมรดก)   
2 รักกับเด็กผู้ชายที่เลี้ยงมากับมือ อายุอ่อนกว่ามาก เป็นลูกแฟนเก่า และเรียกกันว่าอาหลาน


อาจจะเพราะอินทัชไม่เคยเปิดเผยกับครอบครัวว่าชอบผู้ชายมาก่อนหรือเปล่าจึงเกิดปัญหายืดยาวมาจนป่านนี้ อายุอินทัชเองก็ไม่น้อย เคยมีแฟนมาก็หลายคน  ไม่รู้เมื่อก่อนอินทัชมีแฟนเป็นหญิงหรือชาย...เทียบกับเหตุการณ์จริงทั่วๆไป ถ้าบอกพ่อแม่ตั้งแต่วัยรุ่นแม้แรกๆจะถูกด่าแต่นานไปครอบครัวจะเริ่มปลง รับไม่ได้ก็ต้องรับ ... อันนี้เป็นข้อพลาดที่1ของอินทัชที่เรื่องเพิ่งเกิด


ตอนนี้อินทัชเลือกภูมิบังหน้า เพราะภูมิโตพอที่เอาไปเป็นน้ำหนักในการสู้กับมารดาเพื่อไม่ให้แต่งงานกับผู้หญิง ถ้าอินทัชเลือกคายัคที่เด็กและยังดูแลตัวเองไม่ได้  คนที่จะถูกทำลายก็คือคายัค.. แต่ถึงไม่เลือกคายัคก็ทำลายตัวเองอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าคายัคจะฟื้นได้เร็วไหม

และคงต้องขึ้นอยู่กับประโยคนี้ที่ผู้แต่งเขียนไว้.... 
.....  ถ้าเป็นคู่กันจริงๆ... ขอให้คายัคกลับมาและได้มีโอกาสรักกันอีกครั้ง .....ถ้าคายัครอดชีวิตมาได้นะ
ส่วนภูมิคงมีดวงชะตาช่วงหนึ่งที่กำหนดให้ต้องมาเป็นคู่กับอินทัชก็ควรได้ใช้สิทธิในการเป็นแฟน  ก็ถูกเลือกมาแล้วนี่เนาะ


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ช่างเป็นครอบครัวหัวโบราณจริง ๆ  ทำทุกอย่างสนองนี้ดตัวเอง   น่าสมเพชจังเลยคุณแม่

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อินทัช ให้ความหวังภูมิ+ใช้เป็นเกราะกำบังให้คายัค
ร้ายนะเนี่ย อินทัช

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
ก่อนจะโทร เคลียตัใเองก่อนดีกว่าไหม?

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 12 คิดถึง (2)







   

   
       และแล้วตอนอวสานของละครก็มาถึง



      ละครเรื่องนี้ดราม่า เพราะตอนจบไม่ได้สมหวัง แฮปปี้ เอนดิ้งแต่อย่างใด แล้วจะให้มันจบสวยงามได้อย่างไร



     ในเมื่อตัวละครเอกทั้งสองมีความต้องการสวนทางกัน คนหนึ่งทุ่มเทให้ความรักอย่างเต็มที่ ส่วนอีกคนกลับไม่เคยคิดรักแถมไม่เคยเปิดใจมาตั้งแต่แรก จึงไม่แปลกที่ความสัมพันธ์ของคนสองคนจึงต้องจบลงระหว่างทาง ไม่สามารถเดินไปถึงฝั่งฝันได้





"ผมเป็นแฟนอินนะ นี่ผมจะทำอะไรไม่ได้เลยหรือไง? จูบก็ไม่ได้ มีเซ็กซ์ด้วยก็ไม่ได้"


"แค่เราได้อยู่ด้วยกัน กอดกันบ้าง ก็น่าจะพอแล้วนี่ครับ"




"อินเห็นแก่ตัวมากเลยนะ อินไม่เคยสนใจความรู้สึกผมเลยหรือไง"



      บทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้ แฝงไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว และความโมโหจากภูภูมิ เขาต่อว่าอย่างไม่พอใจปนเสียใจที่อินทัชไม่ยอมให้มีเซ็กซ์ด้วย ทั้งๆที่ก็คบมาตั้งหลายเดือน อย่างมากที่สุดก็แค่จับมือ กอด หอมแก้มเท่านั้น...



      ภูมิเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีความต้องการทางเพศเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป แล้วเขาผิดอะไร หากเขาต้องการมีเซ็กซ์กับแฟนตัวเอง พอถึงจุดพีคของการสัมผัส อย่างจูบลึกซึ้ง หรือเล้าโลมเพื่อร่วมรักกัน อินทัชจะผลักไสเขาออกในทันที



      จนตอนนี้ ภูมิเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า อินทัช มองเขาเป็นอะไรกันแน่?



      เพราะคำว่า 'แฟน' สำหรับอินทัชที่มอบให้ภูมิ มันเหมือนคำใช้สร้างความหวัง  ลึกๆแล้วนั้น อินทัชไม่เคยให้ค่าหรือให้ความรู้สึกว่ารักลงไปในคำๆนั้นเลย



      ภูมิจ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาของอินทัช เขาเจ็บและตาสว่างในบัดดล เมื่อเขาคิดว่าเขาหาคำตอบได้แล้ว




"เฮอะ!...ผมมันโง่เอง ตลอดเวลาที่คบกัน คุณไม่เคยมีใจให้ผมเลย คนที่คุณรักมาตลอด คือคายัคใช่ไหม?"



"......"



"ผมถามว่าใช่ไหม?"


"ครับ ผมขอโทษนะครับ ภูมิ"



"คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร? เพื่อรอเวลาให้คายัคโตกว่านี้อีกหน่อย มีวุฒิภาวะกว่านี้อีกหน่อยคุณถึงจะกล้าคบอย่างเปิดเผย เพราะตอนนี้ คุณอายหากคนอื่นรู้ว่าคุณเป็นไอ้วัวแก่ที่หวังจะกินหญ้าอ่อน แอบคบเด็กมัธยมแถมยังเลี้ยงมากับมือ อย่างนี้หรืออินทัช? ห้ะ? คุณช่วยตอบผมที"



     อินทัชเงียบ เขาไม่อยากบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าเขาก็แค่เอาภูมิมาเป็นเกราะกำบังเรื่องครอบครัวแทนคายัค หากบอกความจริง ภูมิคงเสียใจ สู้เก็บไว้ แล้วปล่อยให้ภูมิตีความแบบที่เข้าใจไปอย่างนั้นจะดีกว่า



"ผมขอโทษนะครับ ภูมิ"


"เฮอะ คุณแม่งใจดำอย่างที่คายัคว่าจริงด้วย"



     แม้แต่คำตอบ อินทัชยังไม่คิดจะใส่ใจอธิบาย เอาแต่พูดว่าขอโทษ ขอโทษ ภูภูมิโมโหจัด เดินไปผลักร่างอินทัชจนล้มลงราบไปกับเตียง ชายหนุ่มกระชากเสื้อเชิ้ตจนกระดุมหลายเม็ดหลุดกระเด็น กระดอนไปคนละทิศละทาง



แคว่ก...




     ภูภูมิใช้แรงกดข้อมือทั้งสองข้างอินทัชตรึงไว้เหนือศรีษะและกดจมูกฝังลงไปตรงซอกคอ เขาพรมจูบก่อนจะงับ กัด และขบเม้มดึงดูดผิวหนังอย่างแรงจนห้อเลือด



     ด้วยความโมโหที่อินทัชไม่ยอมให้เขาง่ายๆ ภูมิก็หวังจะข่มขืนให้รู้แล้ว รู้รอด



"ภูมิจะมีเซ็กซ์กับคนที่ไม่มีอารมณ์ร่วมได้ด้วยอย่างงั้นเหรอครับ? ถ้าภูมิทำได้ ผมก็ยินดีที่จะนอนเฉยๆแล้วให้คุณทำ"




กึก!





    น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยออกมาจนภูมิชะงัก ความจริง เขายอมรับว่าอยากได้อินทัช แต่ไม่ใช่แค่กาย มันต้องได้หัวใจด้วย ภูมิไม่ได้อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เอาแต่นอนตาย ไร้ชีวิตอย่างนั้น



    ชายหนุ่มถอยตัวออกมา พร้อมกับทุบกำปั้นลงบนเตียง ข้างศรีษะอินทัชอย่างแรง



"ผมขอให้คายัคเกลียดคุณ"






     ภูภูมิเดินออกมาจากห้องนอนอินทัชด้วยความเจ็บปวดหัวใจ ที่สุดท้ายเราสองคนก็เลิกกัน



     เคยนึกดีใจว่าตัวเองเอาชนะไอ้เด็กคนนั้นได้ด้วยการเป็นแฟนกับอินทัช แต่ไม่ใช่เลย ถึงตอนนี้ เขาเข้าใจแล้วว่า คนชนะที่แท้จริงและชนะมาตั้งแต่แรก คือ คนโง่คนหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนรักมันมากแค่ไหน?



     รักมากจนยอมเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น...






...............




     ท่ามกลางเด็กนักเรียนหลายพันคน ไหนจะมีผู้ปกครองของเด็กแต่ละคนที่มาที่โรงเรียนอีก ยิ่งทำให้อินทัชยืนมึนงงในดงผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา จนเขาตาลายและเริ่มเวียนหัว



    วันนี้ คือ วันจ่ายค่าเทอมของคายัค สำหรับการขึ้นสู่ระดับชั้นมอห้า ซึ่งก่อนที่จะมาอินทัชทราบข่าวจากแคน เขาถึงมายืนอยู่ตรงนี้  เพราะอินทัชมีความหวังว่าจะได้เจอคายัค หลังจากไม่ได้เจอมาหลายเดือนแล้ว



    ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาหาคายัคไม่เจอ โทรหาทั้งบอลและแคนก็ไม่มีใครรับสาย แต่แล้ว เหมือนคนเจอบ่อน้ำท่ามกลางทะเลทราย อินทัชผุดรอยยิ้มดีใจที่เจอสโรชา แต่แล้วความแปลกใจก็ตามมาภายหลัง

   



"สา"


"อ้าว พี่ทัช"


"ทำไมสามาอยู่ที่นี่ล่ะ"




"คายัคโทรให้สามาค่ะ บอกว่าพี่ทัชไม่ว่าง เอ้? แต่พี่ทัชก็มาได้นี่....พี่ทัชทะเลาะอะไรกับคายัครึเปล่าคะ?"


"เปล่านี่ครับ"


"อุ้ย คายัคโทรมาพอดี แปปนึงนะคะ"


      อินทัชมองสโรชาคุยกับคายัคไม่นาน หลังจากสโรชาวางสาย เธอหันมาหา


"สาไปก่อนนะคะ"


หมับ!


    อินทัชจับแขนสโรชา


"พี่ไปด้วย"


   สโรชายิ้มพยักหน้าพร้อมเดินไปยังจุดนัดพบที่คายัคบอก


   เดินมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงจุดหมาย น่าแปลก ทั้งๆที่ตอนนี้ มีคนเป็นร้อยเป็นพันเดินสวนกันขวักไขว่ แต่สายตาของอินทัชสามารถมองเห็นคนคุ้นเคยในระยะไกลได้อย่างชัดเจน


     ความโดดเด่น ทำให้อินทัชไม่อาจละสายตาได้เลย คายัคดูดีขึ้นผิดกับเขาที่นับวันก็มีแต่โทรมลงๆ เขามองคายัคยืนแลซ้าย แลขวา กวาดตาหาใครบางคนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

   

     แค่ได้เห็นตัวเป็นๆ อินทัชก็แทบจะวิ่งเข้าไปกอด แต่เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย จึงทำได้แค่มองคายัคยามเผลออย่างนี้


     ชั่วขณะหนึ่ง อินทัชแอบเห็นเด็กนักเรียนผู้หญิงหลายคนกระซิบกระซาบพลางชี้นิ้วไปที่คายัค สายตาของเด็กสาวเหล่านั้นที่มอง มันเป็นสายตาของคนมองอย่างหลงใหล ได้ปลื้มสุดขีด


     อินทัชใจกระตุก และไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

 
     ไม่น่าเชื่อว่าพอคายัคโตขึ้น เด็กหนุ่มจะเสน่ห์แรงมากขนาดนี้




"คายัคจ้ะ"

     หันขวับตามเสียง แต่พอเห็นใครมากับอาสา เด็กหนุ่มช็อคและตกใจไม่น้อย



"ผมให้อาสามาคนเดียวไม่ใช่หรอครับ?"


"เอ่อ!...คืออา.."


"ทำไมต้องรบกวนสาด้วยครับคายัค พี่ขอบคุณสาที่เดินมาส่ง สากลับเถอะครับ เดี๋ยวพี่ไปกับคายัคเอง"


     อินทัชพูดตัดบท แต่สโรชากลับยืนเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูก เมื่อเห็นคายัคส่งสายตาวาวโรจน์


"อาสาไปเถอะครับ คนเยอะแล้ว"


     ช่างเป็นการแสดงออกอย่างไร้เยื่อใย จนคนอายุมากกว่าต้องข่มใจไม่ให้จิตตกไปมากกว่านี้ อินทัชจำต้องหน้าด้านหน้าทน เดินไปจับข้อแขนคายัคอย่างบังคับ


หมับ..


"คายัค ไปกับอา"

     สัมผัสแขนไม่ถึงสิบวินาที เด็กหนุ่มสะบัดแขน แล้วบอก


"ผมจะไปกับอาสา ขอโทษด้วยนะครับ ผมรีบ"


"ถ้างั้น อาไปด้วย"


    อินทัชดึงดันและกลับมาจับต้นแขนคายัคอีกรอบ เด็กหนุ่มไม่อยากเสียใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว ทันใดนั้น...



"เฮ้ย! ก็บอกว่ารีบไม่เข้าใจที่พูดรึไงวะ"


กึก!


   ระดับเสียงของการตวาด มันดังมากพอให้คนละแวกนั้นได้ยินและต่างหันขวับมามองด้วยความตกใจ


    อินทัชยืนเม้มปาก กำมือแน่น ตอนนี้ ดวงตาหลายสิบคู่กำลังจ้องมองเขากับคายัคอย่างคนอยากรู้อยากเห็น



"คายัค เป็นเด็กไม่น่ารักเลยนะจ้ะ ทำไมไปตวาดอาทัชแบบนั้น พูดจาดีๆก็ได้นี่ ขอโทษอาทัชเลยนะ" สโรชาดุเด็กหนุ่มทันที เพราะเธอไม่เคยเห็นคายัคประพฤติตัวแย่แบบนี้มาก่อน


"อาสาจะไปกับผมไหมครับ?" คายัคเริ่มหงุดหงิดและไม่ตอบรับคำที่อาสาให้ขอโทษ  ฟากสโรชาไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงต้องรีบทำตามความต้องการเด็กหนุ่ม



     ในขณะเดียวกัน อินทัชอาย ปะปนไปกับความเสียใจ ไม่คิดว่าคายัคจะทำร้ายหัวใจกันด้วยการพูดจาแรงๆขนาดนี้ อินทัชยอมตามใจเด็กหนุ่ม เพราะกลัวคายัคจะเสียเวลา ขณะที่คายัคเตรียมก้าวเดินไป



"อาเลิกกับภูมิแล้วนะ อาจะรอตรงนี้ รอคุยเรื่องของเรานะครับ"



    คายัคชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพาอาสาไปตรงจุดชำระค่าเทอม


     ยืนมองคายัคที่ห่างออกไปไกลจนกลายเป็นจุดเล็กๆจุดหนึ่งในลานสายตาของเขา


     การยืนมองคายัคเดินหนีไปแบบนี้ มันทำให้อินทัชรู้สึกกลัว กลัวว่าคายัคจะไม่กลับมาหากันอีกแล้ว







     หลายชั่วโมงผ่านไป จนผู้คนเริ่มบางตา ทว่า อินทัชยังนั่งรออยู่ตรงที่เดิม


     บอลที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างเดินกลับบ้านกับมารดา ช่วงจังหวะที่ต้องผ่านลานต้นไม้ใหญ่ เด็กหนุ่มเบิกตาโพลงที่เห็นอาทัชนั่งอยู่เพียงลำพัง



"แม่รอแปปนึงนะ เดี๋ยวผมมา"

     บอลรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาอาทัช


"อาทัช สวัสดีครับ" บอลยกมือไหว้

"อ้าว สวัสดีครับบอล"

"ทำไมอาทัชมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ"


"อารอคายัคน่ะ แล้วคายัคล่ะครับบอล เขาเดินออกมารึยัง?"



"ไอ้ยัคมันกลับไปแล้วครับ"
 
   
     อินทัชนั่งหน้าชา ตัวชา อย่างบอกไม่ถูก อินทัชไม่คิดว่าคายัคไม่อยากเจอหน้ากันขนาดนี้ ถ้าคายัคเอาแต่หลบหน้า อินทัชจะหาโอกาสอธิบายความจริงได้ตอนไหน?


"หรอครับ อาขอบคุณบอลนะครับที่บอก"


    อินทัชจำต้องทำใจ และลุกขึ้นยืนเตรียมจะแยกกับบอล แต่จังหวะนั้น


"อาทัชครับ ไอ้ยัคเสียใจมากจริงๆ เพราะอาคือ รักแรกของมัน ให้เวลามันหน่อยนะครับ"


    ฝืนยิ้มพยักหน้ารับแล้วมองบอลเดินห่างไปไกลพลางลอบถอนหายใจออกมา


    อินทัชต้องรีบหาโอกาสอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้คายัคได้ฟังก่อนที่จะสายเกินแก้

 


....................................



1. ขอขอบคุณค่ะ พอได้อ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกดีจัง เพราะได้เห็นมุมมองต่างๆอย่างน่าสนใจ

 
2. ในเรื่องนี้ ทุกคนมีความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเห็นแก่ตัวมาก เห็นแก่ตัวน้อยเท่านั้นเองค่ะ
 :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:

.
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
rinyriny
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-07-2018 20:53:28 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ larynx

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ถ้าภูมิไม่พูดขึ้นมาเรื่องนี้ก็คือจะคบไปเรื่อยๆเผาเวลาไปเรื่อยๆเลยเหรอ ถามจีงง ส่วนครอบครัวอินทัชนี่แบบ อิหยังวะ คบมาตั้งหลายคน(เอ๊ะ หรือที่คบมานั้นคือผู้หญิง ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ เหมือนนักเขียนไม่ได้ลงดีเทล) คุณแม่ไม่รู้ไรเลยเหรอคะ  :hao4:  ส่วนคายัค อิน้องไม่อ่อนโยนเลย ดุสุด ก็นะ เข้าใจความก้าวร้าวของอิน้องอยู่ เด็กมันยังไม่ลืมหรอก ฉากหน้าความก้าวร้าวของน้องคือใจพังๆนั่นแหละ  :katai3:  เป็นกำลังใจให้อินทัชนะคะ เลิกทำนิสัยให้เรารู้สึกอิหยังวะ แล้วเม้นท์คำว่าถามจีงง ทีเถอะ คนไทยด้วยกัน เห็นใจกันบ้าง

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เพราะเป็นมนุษย์ปุถุชน  มีรัก โลภ โกรธ หลง มัวเมาในอบาย 

จึงต้องเวียนว่ายอยู่กับทุกข์นั่นแล

แต่ก็นะ...ทุกสิ่งอย่างล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เสมอ

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
ถ้าอินทัชจะไม่เหลือใครสักคน ก็เข้าใจนะ  เพราะบางอย่างเสียไปแล้วเรียกคืนไม่ได้อย่างความรู้สึกของคายัคที่บาดเจ็บอยู่นาน  ตอนนี้คายัคเองก็เดินออกมาจากจุดเดิมๆแล้ว ต้องโตและเจอโลกใบใหม่ไปข้างหน้า เหล้าบุหรี่ก็เจอแล้ว ใช้คัตเตอร์จะแทงคนก็ทำมาแล้ว  จากอ่อนหวานสุภาพก็หยาบได้เพราะเป็นเด็กมีปมปัญหาเหมือนกัน แถมถูกย้ำปมปัญหาตอนอินทัชตบหน้า  ตอนนี้ปัญหาของอินทัชกับคายัคไม่ได้มีแค่เรื่องความรักอย่างเดียวแล้วไง... ถ้าเป็นชีวิตจริง คงไม่น่าได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ...เสียดายแต่ภูมิ ก่อนจากยังไม่กล้าขืนใจอินทัช  แสดงว่าภูมินี้เป็นคนที่ดีจริงๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
พังเพราะเลือกทางออกผิดตั้งแต่ต้น

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
บทที่ 13 เจ็บแล้วไม่จำ




(***เพื่อความสอดคล้องของการดำเนินเรื่อง ฉากต่อไปนี้ มีความรุนแรงและมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม นักอ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญานในการอ่านและรับชม***)

รุนแรงมาทั้งเรื่องเพิ่งมาบอก?? ^_^







"ไปรับออเดอร์โต๊ะเจ็ดหน่อย คายัค"


"ได้ครับ"


      คายัคกลับมาทำงานที่ร้านอาหารของแม่บอลได้สักพักแล้ว เพียงแต่เลือกทำแค่ช่วงเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น


      เด็กหนุ่มก้าวเท้ายาวๆไปยังโต๊ะลูกค้าที่มาคนเดียว  วางเมนูลงบนโต๊ะอาหาร พร้อมทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร


"สวัสดีครับคุณลูกค้า นี่เมนูอาหารครับ"


       เพียงชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาพร้อมถอดหมวกออกจากศรีษะ คายัคชะงัก


       อยากหันหลังกลับไปก็ทำไม่ได้ เด็กหนุ่มพยายามสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ย้ำบอกกับตัวเองว่าเขาจะสร้างปัญหาในร้านนี้ไม่ได้ เพราะมันคือร้านอาหารของแม่เพื่อน



       ยืนมองคนที่กางเมนูวางตรงหน้า แต่กลับไม่ได้ก้มมองมันสักนิด สายตาคู่นั้นเอาแต่จ้องมองคายัค จนเขาต้องเป็นฝ่ายหลุบตาลงต่ำแทน


"คายัคพอจะมีเวลาคุยกับอาได้ตอนไหนบ้างครับ อาอยากคุยเรื่องของเราจริงๆ เรื่องภูมิน่ะ อาขอโทษ ความจริงอาไม่ได้รักเขา อาเลวเองที่คบเขาเพราะความจำเป็น แม่ของอาอยากให้อามีลูก แต่อาทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ อามีคนที่อา..รั..."


"คุณลูกค้าจะสั่งอาหารได้หรือยังครับ?" ยิ่งยืดเยื้อ หัวใจคายัคเองนั่นแหละที่จะทรมาน

 

     มองคนใจแข็งดั่งหินตัดบทก็ยิ่งเจ็บ ริมฝีปากขบเข้าหากันพลางก้มหน้าอย่างเสียใจ อินทัชรู้ดีว่าตัวเองผิดแค่ไหน ถึงกำลังพยายามแก้ไขให้ถูกต้องอยู่ แต่ดูเหมือนคนตรงหน้ากลับไม่ยอมให้โอกาสกันสักนิด



     อินทัชไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสอีกไหม เขาจึงไม่รีรอบอกความในใจที่เก็บไว้มานาน


"คนที่อารักมาตลอด คือ คายัคนะ"  อยากเลือกสถานที่บอกรักให้ดีกว่านี้ แต่เขารู้ตัวว่า ตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว 


"....."


"ส่วนอาหาร คายัคช่วยเลือกเมนูแนะนำของทางร้านมาสักสองสามอย่างก็ได้ครับ"


      บอกเสียงสั่น ดวงตาพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา อินทัชรีบก้มหน้ากลบความอ่อนแอของตัวเอง


"ได้ครับ"


     ขณะที่คายัคกำลังเก็บเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะ อินทัชวางมือทาบทับลงบนหลังมือของคายัคพลางบีบกระชับแน่น


     ไม่น่าเชื่อว่าหัวใจจะวูบไหวเมื่อได้สัมผัส เขาดีใจที่คายัคไม่สะบัดมือออกเช่นทุกครั้ง

 
     มือที่เย็นเฉียบก่อนหน้ากลับอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด


         แค่ได้จับมือกัน อินทัชก็อบอุ่นหัวใจราวกับต้นไม้ที่ขาดน้ำจวนเหี่ยวเฉา แต่พอได้น้ำมาหล่อเลี้ยง ต้นไม้ต้นนี้กลับเขียวชะอุ่ม ชุ่มชื่นได้อีกครั้ง


        แต่ไม่นาน ที่คายัคดึงมือออกไปก่อน อินทัชที่หลับตาอยู่พลันลืมตาขึ้นมามองคายัคด้วยรอยยิ้มมุมปาก


"อาจะรอคายัค เลิกงานแล้ว เรากลับบ้านพร้อมกันนะ"


       คายัคยืนนิ่ง ไม่พยักหน้าหรือตอบอะไร แต่ลึกๆในใจอินทัชก็ยังหวังว่าคายัคจะยอมใจอ่อนให้กันสักครา...

   
       อาหารมื้อเย็นได้จบลงไปสักพักใหญ่ๆ ตอนนี้ อินทัชนั่งรอคายัคอยู่ในรถได้สองชั่วโมงกว่า


       นั่งมองจนกระทั่ง เริ่มเห็นพนักงานทะยอยกันออกมา เขาลงจากรถ ตั้งใจไปดักรอคายัคตรงหน้าร้านอาหาร


       ยืนรอได้สิบห้านาที ก็เห็นคายัคเดินมากับผู้หญิงที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
 
       อินทัชสาวเท้าไวๆไปยืนขวางทางทั้งสอง


"คายัคกลับบ้านเรากันครับ" ไม่พูดอ้อมค้อม บอกความต้องการของตนเองให้คายัครู้ แล้วไม่สนใจด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? มาจากไหน? และจะมองเขาว่าเสียมารยาทหรือไม่?


"ผมมีธุระ ผมกลับไปกับอาทัชไม่ได้ครับ"


     ชายหนุ่มยืนนึกในใจ นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วจะมีธุระบ้าบออะไรดึกป่านนี้



     หึงหวงเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ตัว อินทัชคว้ามือคายัคมาจับไว้และพยายามลากให้เดินไปด้วยกัน


"ขอโทษนะครับ วันนี้มันดึกไปหน่อย ค่อยคุยธุระกับแฟนผมพรุ่งนี้นะครับ" อินทัชหันไปบอกผู้หญิงคนนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา


     ไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนนั้นที่ชะงัก คายัคเองก็ชะงักงัน นิ่งอึ้งไม่ต่างกัน


"เอ่อ..." ผู้หญิงคนนั้นเบิกตาโพลงตกใจจนไม่รู้จะต้องพูดประโยคอะไรออกไป


     คายัคใช้มือตัวเองแกะมืออาทัชออกแล้วบอก


"เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ผมบอกตอนไหนหรอครับว่า เราเป็นแฟนกัน"


กึก!


       อินทัชหันขวับไปมองเด็กหนุ่ม


"คายัคไม่อยากเป็น...แฟน."


"ผมมีธุระจริงๆครับอาทัช ผมไม่อยากเสียเวลา ขอตัวก่อนครับ"


     ตัดบทและเดินผ่านหน้าอินทัชไปอย่างไม่เหลียวแหล  อินทัชทำได้เพียงแค่ยืนมองทั้งสองเดินจากไปด้วยกันโดยที่ไม่รู้เลยว่า ธุระที่ว่า นั่นคือ ธุระอะไร?



     บัดนี้ ได้ถึงเวลา กรรมตามสนองเขาแล้ว...


     เราจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นว่าเป็นอย่างไร ก็ตอนที่เราได้เจอะกับตัวเอง



    อินทัชเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ตอนที่คายัคเห็นเขาอยู่กับภูภูมิจะรู้สึกอย่างไร เพราะตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นคายัคไปกับผู้หญิงคนอื่นมันรู้สึกเจ็บเจียนตาย คล้ายคนถูกไฟคลอกและเผาทั้งเป็น


    ร่างกายราวกับถูกสตาฟไว้ อินทัชยังยืนแข็งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เขายังมึนเบลอ ทำตัวไม่ถูกว่าจากนี้จะต้องเดินต่อไปทางไหนดี เพราะวินาทีนี้ เขาทนเข้มแข็งไม่ไหวจริงๆ อินทัชก็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่เจ็บได้ ร้องไห้เป็นก็เท่านั้น


     น้ำตาไหลเป็นรอบที่สองของวัน ช่วงนี้ มีแต่ความอ่อนแอที่เข้าครอบงำจนไร้ช่องว่างให้ความแข็งแกร่งแทรกผ่านเข้ามา


     ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเขาเองที่เผลอลงมือทำร้ายหัวใจคายัคได้อย่างเลือดเย็น

     เขาโง่เอง...ที่ผลักไสคนรักให้ไกลออกไปโดยไม่รู้ตัว

     เขาโง่เอง...ที่มีของมีค่าแต่กลับไม่รักษา

     ชีวิตของอินทัชตอนนี้คงไม่ต่างกับการกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด ทำให้กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด

     ได้เวลาแล้วที่อินทัชต้องรีบกลับไปแกะกระดุมเม็ดแรกแล้วติดใหม่ โดยในใจภาวนาว่าขอให้แก้ไขทันก่อนที่คายัคจะตัดใจจากเขา


"อาขอโทษนะครับ คายัค"



     เอื้อนเอ่ยคำเบาหวิวออกมา โดยหวังว่าสายลมจะช่วยพัดพาประโยคนี้ไปสู่คนที่เดินไกลออกไปให้รับรู้ถึงมันได้บ้างว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรอยู่





     ในขณะเดียวกัน ถัดมา ด้านในรถยนต์ยุโรปคันงาม หญิงสาวที่เคลื่อนรถออกจากร้านไปไม่ไกล ก็หันไปถาม



"สรุปแล้ว ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนน้องคายัคหรือเปล่าคะ?"

"ไม่รู้เหมือนกันครับ" 


"อ้าว? ไหงงั้นล่ะคะ เฮ้อ..น้องคายัคคงไม่อยากจะตอบ พี่ไม่ถามก็ได้ค่ะ แต่น้องคายัคจะมีอารมณ์คุยงานไหมคะเนี่ย หรือเราจะคุยงานพรุ่งนี้ไหมคะ? แฟนพี่ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง"

"ไม่เป็นไรครับ คุยงานวันนี้แหละครับ"

"อ่าๆ...ก็ได้ค่ะ"



       ยามนี้ คายัคต้องมาคุยงานตัวใหม่ต่อกับพี่นก เพื่อนของครูวิสาขา  เรื่องของเรื่องคงต้องย้อนกลับไป ตอนที่พี่นกเจอคายัคคราวก่อนตอนที่คายัคมีเรื่องทะเลาะวิวาทและนั่งคุยกับครูวิสาขา ผนวกกับพี่นกเคยเห็นรูปคายัคถูกเผยแพร่ลงในโซเชียล จึงติดต่อผ่านครูวิสาขาเพื่อมาบอกข่าวคายัคว่าเธอสนใจให้เขาเป็นแบบถ่ายครีมบำรุงผิวของผู้ชายที่เธอร่วมลงทุนกับแฟนของเธอ เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทางโซเชียล รวมถึงช่องทางการโฆษณาต่างๆ


        คายัคไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ เขารับงานนั้นเป็นงานแรก และผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึง คายัคได้ถ่ายแบบเซ็ตแรกพร้อมรับเงินก้อนแรกไปแล้ว แต่เนื่องจากตอนทำงานร่วมกันหนก่อน ต่างฝ่ายต่างเข้าขากัน จึงทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น แฟนของพี่นกที่ชอบบุคลิกของคายัคบวกกับเจ้าตัวเริ่มทำธุรกิจกางเกงยีนส์สำหรับผู้ชาย จึงสนใจอยากจ้างคายัคต่อ เพราะทั้งสองเห็นพ้องต้องกัน ว่าคายัคมีของดีซ่อนอยู่ในตัว พื้นฐานคายัคไม่ใช่แค่คนหน้าตาดี มีเอกลักษณ์ แต่ลึกๆแล้วคายัคมีเสน่ห์น่าค้นหา ต่างจากผู้ชายส่วนใหญ่ที่อาจจะหน้าตาดีแต่ไม่มีเสน่ห์น่าดึงดูดเท่า นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คายัคตกลงและได้คุยงานตัวต่อไปในวันนี้


       ท่ามกลางความเงียบในรถ พี่นกคงรู้ว่าคายัคอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหนและคงไม่พร้อมคุย เธอจึงให้เกียรติและไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว

      ตลอดเวลาที่คายัคออกมาอยู่คนเดียว แม้จะเข้มแข็งจนดูแลตัวเองได้ดี มีเงินใช้จากการหารายได้เสริม ดูเหมือนชีวิตก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง แต่ลึกๆแล้วหัวใจของเขายังเต็มไปด้วยบาดแผลฉกาจฉกรรจ์ ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาให้หาย


      ที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ใต้เสียงหัวเราะ ใต้รอยยิ้ม ใต้ความสนุก ยามอยู่กับเพื่อน อยู่กับพี่ๆที่ร่วมงาน เขาต้องซ่อนน้ำตา ความเศร้า ความเจ็บปวดไว้มากเท่าไหร่ไม่มีใครรู้



      ตั้งแต่มีปัญหากับอาทัช คายัคเจ็บหนักพอสมควรจนต้องมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยๆว่า


      ทำไมคนเราต้องเกิดมาแล้วพบเจอความทุกข์ด้วย? ทำไมถึงไม่เจอแต่ความสุขไปซะเลย?  ในเมื่อความทุกข์มันมีแต่ทำให้เครียด ท้อแท้ ผิดหวัง แถมยังส่งผลต่อจิตใจให้บอบช้ำหนักกว่าเก่า


       ถามตัวเองทุกครั้ง แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่เคยได้คำตอบ...จนบางทีเด็กหนุ่มก็เคยคิดนะว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม? ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย? คายัคมีความคิดที่ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ก็หลายหนแต่รอดพ้นมาได้หลายครั้ง จากการสู้รบกับความคิดฝ่ายร้ายของตัวเอง


 
     เบือนหน้าหนีไปทางนอกหน้าต่างรถด้วยความอายเพื่อนของครูวิสาขาที่คายัคจะร้องไห้อีกแล้ว


    เป็นแบบนี้ทุกครั้ง เวลาที่ทำใจได้ระดับหนึ่ง จะต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเข้าสู่วงโคจรเดิมๆอีกครั้ง อย่างเช่นวันนี้ คำที่อาทัชบอกมาว่า รัก....มันหมายความว่ายังไง?


    มันเป็นเรื่องจริงหรือหลอกให้ตายใจ คายัคไม่รู้เลย


     ฉะนั้น บทสรุปของวันนี้ คายัคควรที่จะเชื่อใจคนใจร้ายที่บอกรักเขาอีกครั้งไหม และคายัคควรกลับไปหาอาทัชหรือเปล่า?


     คำถามที่คายัคก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน...





****ต่อด้านล่าง****

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
.................




"งื้ออออ....จะเอาอะแก ฉันชอบพี่คายัคไปขอเบอร์ให้หน่อยสิ"

 

"โห! ไม่กล้าอะ พวกพี่เขานั่งกันตั้งเยอะ"

 

     ณ ขณะนี้ ยามบ่ายแก่ๆ มีกลุ่มเด็กผู้หญิงมอสี่จับกลุ่มพูดถึงแต่คายัค และกำลังวางแผนหาทางขอเบอร์รุ่นพี่กันอยู่

   

"งื้ออ พี่คายัคหล่ออ่า"

 

"แก ฉันก็ชอบพี่บอลด้วย ทำไมแก๊งนี้ ดูดีทั้งกลุ่มเลย"



"แล้วพี่โมทย์อะ พวกแกว่าไง ฉันว่าพี่เขาเท่ดีนะ เล่นกีต้าร์ได้ด้วย"



"ไม่รู้สิ แต่พี่คายัคมีเสน่ห์น่าดึงดูดที่สุด ดูสิ เรานั่งกันอยู่ตรงนี้ ยังเห็นความหล่อออร่ามาแต่ไกลเลยอะ"

 

    เป็นเรื่องปกติที่วัยรุ่น มักจะวุ่นรัก และการชื่นชอบรุ่นพี่ผู้ชาย ได้กลายเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่จะช่วยสร้างหัวใจของเด็กสาวให้กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวาในการมาโรงเรียน



     ตอนนี้พวกเธอกำลังโอ น้อย ออกว่าใครจะได้เป็นหน่วยกล้าตายไปขอเบอร์พี่คายัคมาให้ได้



     เมื่อรู้แล้วว่าใครที่ต้องไป คนที่รอดก็เฝ้ารออย่างตื่นเต้นดีใจว่าผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นอย่างไร





     ถึงโต๊ะม้าหินที่ห่างกันไม่ไกล น้องลิ้นจี่เดินเหงื่อแตก ใจเต้นแรงอย่างกล้าๆกลัว เมื่อเธอต้องมาขอเบอร์รุ่นพี่ จนกระทั่งถึงโต๊ะพี่คายัค เธอยืนอายม้วนต้วน บิดไปบิดมา เมื่อทุกสายตามองมาที่เธอคนเดียว



     ในขณะที่ โมทย์นั่งดีดกีตาร์ บอลและติ๊กที่ช่วยกันร้องเพลงประสานเสียงกันอย่างเพลิดเพลินในอารมณ์ก็หยุดชะงัก

 

"พะ...พี่คายัคคะ"

 

"ว่าไงครับ"
คนที่นั่งเล่นเครื่องมือสื่อสารเงยหน้าขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มมุมปาก

 

"คะ...คือ พะ...เพื่อนหนู.... เอ่อ....ชอ...."

 

"น้องครับ กลับไปฝึกพูดหน้ากระจกก่อนไหมถ้าจะติดอ่างขนาดนี้" ความปากหมาของติ๊กทำให้บอลต้องตบกบาลเพื่อนเตือนสติ

 

"มึงจะแซวน้องเขาทำไมวะ เดี๋ยวก็ร้องไห้พอดี มาขอเบอร์ไอ้ยัคอะดิ"

 

     น้องผู้หญิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอหลุบตาพลางพยักหน้าหงึกหงัก

 
      มันก็ดีหรอกนะที่มีคนสนใจเขามากมาย แต่บางทีมันน่ารำคาญเกินไป ฟากคายัคถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สงสัยความดังมันคงมีหลายเหตุการณ์ที่ผสมกัน เริ่มตั้งแต่ มีคนแอบถ่ายเขาตอนเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร มีเรื่องทะเลาะวิวาทในโรงเรียน รวมถึงมีหน้าตัวเองโผล่อยู่ในโซเชียลเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวของผู้ชาย มันเริ่มสะสมมาทีละเล็กละน้อยจนภายหลังความดังก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ เด็กนักเรียนทั้งชายและหญิงระดับมอปลาย ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชลธาร หรือ คายัค



      อีกส่วนสำคัญ ก็คงน่าจะมาจากการที่พี่นกสนับสนุนคายัคด้านการเสริมความหล่อด้านการดูแลผิวตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้เข้าคอร์สสปา นวดตัว ทำทรีตเมนต์หน้าใสต่างๆ ยิ่งเสริมให้คนที่ดูดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งหล่อ มีสง่าราศี และมีออร่าเฉิดฉายขึ้นไปอีก


"ขอโทษที พี่มีแฟนแล้วครับ"

 
"อ้าวหรอคะ พี่มีแฟนนอกโรงเรียนหรอคะ? คือ หนูไม่เคยเห็น"

 

     เพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอกลายเป็นคนกล้าขึ้นมาทันที

 

     แน่นอนว่า ความดัง ย่อมมาคู่กับการไม่เป็นส่วนตัว คนดังของโรงเรียนย่อมตกเป็นเป้าสายตาเป็นเรื่องธรรมดา จะขยับตัวไปไหน เวลาใด มันต้องได้เป็นข่าวซุบซิบนินทาอยู่เสมอๆ


      นั่นแหละจึงเป็นเหตุผลที่คายัคเริ่มรำคาญ



       ทันใดนั้น เขายึดข้อมือหญิงสาวกระชากให้ลงมานั่งข้างๆ



ฟึ่บ!


        ชายหนุ่มโน้มตัวไปกระซิบข้างหูน้องมอสี่


"อย่าเซ้าซี้ พี่ไม่ชอบ แล้วกลับไปบอกเพื่อนน้องด้วยนะว่า....."

 



"กรี้ดดด ฉันอิจฉาไอ้ลิ้นจี่อะ ได้นั่งใกล้พี่คายัคแถมจับมือกันด้วย"



      ถัดมายังอีกโต๊ะ ในขณะที่กลุ่มเด็กสาวมอปลาย นั่งรอผลอย่างใจจดใจจ่อ พอเห็นพี่คายัคฉุดข้อมือของเพื่อนเธอให้นั่งลงใกล้ๆก็ส่งเสียงกรี๊ดกันใหญ่

 

       ไม่นานเลย ที่ลิ้นจี่เดินหน้าแดงกลับมาที่โต๊ะ


"เป็นไงบ้าง ได้เบอร์ไหม?"

 
"พี่คายัคไม่ให้เบอร์อะ เขาบอกมีแฟนแล้ว แต่เขาบอกว่า ถ้าอยากได้มาก เขาจะยอมมีเซ็กซ์ด้วย ถ้าสนใจไปหาเขาที่ห้องโฮมรูมได้"

 

"อื้ออออ....พี่คายัคเป็นคนเปิดเผยดีอะ ชอบๆ อยากได้ๆ"




      คนส่งสารเดินกลับไปยังโต๊ะ ฟากคายัคอยากรู้ผล จึงหันกลับไปมองน้องมอสี่กลุ่มนั้นที่หันมามองเขาทั้งกลุ่มแล้วส่งเสียงวี้ดว้ายทั้งโต๊ะอย่างไม่นึกอาย


     คายัคทำหน้างุนงงพลางโคลงศรีษะอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้หญิงกลุ่มนั้นพอรู้คำตอบที่คายัคบอกถึงดีใจ แทนที่จะรังเกียจกัน


     อย่าบอกนะว่า ผลลัพธ์เหมือนเดิมอีกแล้ว...



     เขาถอนหายใจยาวอย่างระอา


     ใช่...คายัคทำแบบนี้กับทุกคนที่เข้ามาจีบ เขาตั้งใจพูดแรงๆ ด้วยการใส่ร้ายให้ตัวเองเป็นคนเลว เป็นคนไม่ดี เพื่อต้องการผลักไสผู้หญิงทุกคนที่มาวอแวให้เลิกยุ่ง วุ่นวายกับเขาซักที แต่ดูเหมือนไม่ช่วยอะไร เพราะเวลาคายัคตอบแบบนี้ กลับกลายเป็นว่ามีคนชอบเขามากกว่าเดิม บ้างก็บอกว่าคายัคเป็นผู้ชายแบดบอยบ้างล่ะ เป็นผู้ชายเท่ที่เป็นตัวของตัวเองบ้างล่ะ เป็นคนตรงๆ จริงใจ เปิดเผยบ้างล่ะ จนคายัคชักฉงนกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าสิ่งที่เขาอยากให้คนอื่นเกลียด ทำไมมันถึงกลับตาลปัตรเป็นอย่างนี้ไปซะได้



      ในขณะที่คิดอยู่นั้น....

 



"โว้ะ เบื่อมึงว่ะ ไอ้ยัค มึงช่วยเนรเทศตัวเองออกจากกลุ่มทีเถอะ"

 

      คายัคยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ พลางยักคิ้ว ส่งยิ้มยียวนให้เพื่อนๆที่ตอนนี้หยุดร้องเพลงและหันมาสนใจคายัคแทน


"ถ้ามึงประกวดวงดนตรีของโรงเรียนด้วยไม่ยิ่งดังกว่านี้อีกหรอวะ?" โมทย์ถาม เพราะตอนนี้ เขาเพิ่งจะเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนๆเข้าร่วมการแข่งขันวงดนตรีระดับมัธยมศึกษาของค่ายเพลงดังระดับประเทศ เนื่องจากโมทย์ชื่นชอบการเล่นกีต้าร์เป็นอย่างมาก ถ้าเพื่อนๆตอบตกลงว่าสนใจ โมทย์จะแจกจัดตารางวันซ้อมดนตรีหลังเลิกเรียนให้เพื่อนทันที แต่ตอนนี้ เพื่อนๆของเขายังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจอยู่



"แคนว่าดีออก เราจะได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นไงครับ นี่รู้ไหม ตอนนี้ แคนแอบได้ยินพวกรุ่นน้องตั้งชื่อกลุ่มให้พวกเราด้วยนะว่าแก๊งพระเอก แสดงว่าเราหล่อทั้งกลุ่มแน่ๆเลย ดีใจจังครับ"

 

"เดี๋ยวนะ ถ้าฟังแบบนี้ กูว่าแม่งโกหกแล้วว่ะ อย่างแคนเนี่ยนะ พระเอก?" เก่งว่าอย่างสงสัย

 

"เออก็ถูกของมึง ตัวเล็ก น่าฟัดแบบนี้ นี่มันเมียพระเอกชัดๆ" แคนหน้าแดงแจ๋เมื่อบอลแซวและทุกคนกลับเห็นด้วย แคนตีแขนบอลทันที



"บอลลลล!"

 
"คร้าบบบ"



"กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"

 

    เป็นคายัคที่โพล่งขึ้นอย่างไม่มีอารมณ์จะฟังอะไร เขาลุกหนีเพราะไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าตอนนี้ เขาเบื่อแค่ไหน?


    น่าแปลก...ที่คายัคกลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย ทั้งๆที่มีคนมากมายชื่นชอบในตัวเขา  วิ่งตามเขาเอาเป็นเอาตาย คายัคมีสิทธิ์เลือกคบใครก็ได้ แต่หัวใจกลับไม่ต้องการใครอื่นเลย นอกจากคนใจร้ายคนนั้นคนเดียว



    เมื่อไหร่กัน ที่หัวใจเขาจะพร้อมเปิดประตูหัวใจรับคนใหม่เข้ามาได้สักที



    คายัคเดินผ่านห้องน้ำชายที่อยู่ใกล้กว่าไปแล้ว เพราะเขาตั้งใจเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเดินมาถึงห้องน้ำหลังโรงเรียน

     
     ไม่กี่ก้าวก็ถึงทางเข้าห้องน้ำ เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบบุหรี่

 

ฟึ่บ!

 

     คายัคสะดุ้งเฮือก เมื่อโดนแรงกระชาก เขาสะบัดแขน ยกขึ้นเตรียมเหวี่ยงหมัด แต่ชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นพี่ผู้หญิงมอปลายแสนสวยส่งยิ้มหวานพลางลากคายัคเข้ามาในห้องน้ำหญิง

 

"พี่ส้ม"


"รู้จักชื่อพี่ด้วยหรอคะ?"

 

"รู้สิ ก็พี่ดัง"




    ใครๆก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะพี่ส้มเป็นรุ่นพี่มอหกที่ผู้ชายส่วนใหญ่อยากได้เธอกันแทบทั้งนั้น จนถึงกับตั้งฉายาให้เธอว่านางฟ้ามอปลาย

 
"เข้ามาก่อน พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"



    ตอนนี้ ส้มบังคับคายัคให้เดินเข้าห้องน้ำ ห้องในสุด เธอปิดประตู ลงกลอนเรียบร้อย

 
"พี่จะทำอะไร?"

 
"พี่ชอบเรา"



"ขอบคุณที่พี่ชอบผม แต่ผมมีแฟนแล้ว" เธอสวยจริง แต่คายัคไม่ได้รู้สึกพิศวาส ปลาบปลื้มอยากได้เธอเป็นแฟนเหมือนคนอื่นๆ

 
"พี่ไม่สนใจ พี่ชอบคายัค พี่ไม่ได้ชอบแฟนคายัคสักหน่อย"



"หมายความว่าไง?"


     ภายในห้องน้ำที่ร้อนอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเท แถมยัดกันเข้ามาสองคนอย่างนี้ ยิ่งทำให้คายัคเริ่มอึดอัด แต่แล้วความรู้สึกอึดอัด ปั่นป่วนมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อพี่ส้มเลื่อนมือไปยังเป้ากางเกง ลูบไล้ช้าๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเขี่ยสะกิดหยอกเย้าผ่านเนื้อผ้า



"เรามาเล่นสนุกกันเถอะ พี่อยากลองในโรงเรียน น่าตื่นเต้นดีนะคะ ว่าไหม?" กระซิบบอกข้างหูจบ ก็ใช้ปลายลิ้นลามเลียที่กกหู

 

"พี่ส้มมั่นใจนะ?"

"ค่ะ"



       นี่หรือ? ฉายาที่หลายคนตั้งให้เธอว่า "นางฟ้า"  คนสมัยนี้รู้หน้า ไม่รู้ใจจริงๆ

 
       เด็กหนุ่มหัวเราะหึในลำคออย่างสมเพช ถ้าหญิงสาวจะอ่อยและให้ท่าขนาดนี้ มีหรือฝ่ายชายจะปฏิเสธให้เสียของ


       ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้มีที่ปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่และระบายความดิบเถื่อนออกไปบ้าง


       ตามประสาเด็กวัยมัธยมที่ฮอร์โมนพุ่งพล่าน คายัคแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มประกบจูบและผลักร่างบางติดผนัง



       บัดนี้ ทั้งสองได้กระตุ้นไฟราคะในกายของตัวเองให้ลุกโชนขึ้นแล้ว ในขณะที่ส้มและคายัคกอดจูบนัวเนียกันในห้องน้ำอย่างเร่าร้อน ฝ่ามือของเด็กหนุ่มกอบกุมอกอวบอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือ บีบเค้นคลึงเบาๆ จากนั้น แรงบีบขยำหน้าอกเริ่มแรงมากขึ้น มากขึ้น จนหญิงสาวต้องยึดข้อมือคายัคให้เอาออกจากเนินอกพร้อมร้องห้าม



"คายัค เบามือหน่อยสิ พี่เจ็บนะ"



"ผมขอโทษที่รุนแรงไปหน่อย"





      ว่าจบ คายัคโน้มตัวประกบจูบดูดดื่มอีกครั้ง  มือที่เคยเค้นคลึงเนินอกเลื่อนต่ำลงมายังส่วนล่างของหญิงสาว ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงนักเรียน ลูบไล้ต้นขาช้าๆและเริ่มไล่ไปยังส่วนกลางกายสาว


"อ้ะ...อ้า"



     เพียงถูกกระตุ้นตรงส่วนบอบบางและอ่อนไหว หญิงสาวก็หลุดร้องครางเสียงกระเส่า คายัคยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาเร่งจังหวะ แต่ทันใดนั้น...


     

"เฮ้ย...ไอ้ยัคๆ"



      คายัคไม่ขานรับ ละจากริมฝีปากที่เคลือบลิปกลอสวาวใส ลากไล้ลงมายังซอกคอ ตอนนี้ ทั้งสองเหงื่อโทรมกายด้วยไฟแห่งกามารมณ์ กระดุมเสื้อนักเรียนของพี่ส้มถูกปลดจากเจ้าตัวเอง ก่อนจะแบะสาบเสื้อแยกกว้าง คายัคเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอชุดชั้นในหญิงสาวด้วยมือเดียว ขณะที่คายัคโน้มตัวลงต่ำจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเนินอกสวย



"ไอ้เชี่ยยัค กูรู้นะว่ามึงอยู่ในนี้"

 

"แม่งเอ้ย...อะไรนักหนาวะ" ขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม คายัคสบถด่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างหงุดหงิด



"ไม่ออกไปได้ไหม? คายัค"



"ผมหมดอารมณ์แล้วว่ะพี่ ขอโทษที"


"คายัคคะ แต่พี่...ยังไม่..."


"เฮ้ย!...อย่าเซ้าซี้ได้ไหม? ผมไม่ชอบ"


      เอ่ยเสียงเข้มพลางเสยผมลวกๆ ยืนนิ่งให้น้องชายสงบลงพร้อมจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เรียบร้อยเข้าที่ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินออกไป


     ขายาวพาตัวเองมาหาคนที่เอาแต่ตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างน่ารำคาญ

 
"รู้ได้ไงว่ากูอยู่นี่"



     บอลยืนมองคนหน้าแดง ตัวแดง ริมฝีปากบวมช้ำ แถมเหงื่อแตกพลั่กจนเสื้อนักเรียนสีขาวบางเปียกแนบไปกับลำตัว สภาพที่เห็นราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ


"กูตามมึงมา"

 
    ว่าจบ มองข้ามไหล่เพื่อนเห็นพี่ส้มคนดังระดับโรงเรียน เดินออกมาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกระโปรงนักเรียน


      พอเห็นบอล เธอกลับชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าเดินหนีไป บอลละสายตาจากพี่ส้มหันกลับมาจ้องเพื่อนด้วยสายตาผิดหวัง


    คายัคเปลี่ยนไปมากจริงๆ นี่มันอดอยาก ปากแห้งมาจากไหน ถึงกับขั้น คิดจะมีเซ็กซ์กันในโรงเรียน



"กูมีเรื่องอยากคุยกับมึง?"

 
"เรื่องอะไร?"

 

"กูอยากได้คายัคคนเดิมกลับมา"

 

"......."

 
"ไอ้ยัค กูรู้สึกดีนะเวลามึงมีอะไรแล้วเล่าให้กูฟัง มันเหมือนว่ามึงเห็นกูเป็นคนสำคัญ เป็นเพื่อนที่ไว้ใจ แต่เดี๋ยวนี้ มึงเปลี่ยนไป มึงไม่เล่าอะไรให้กูฟังเลยสักอย่าง"

 

"......."


"มึงอย่าประชดชีวิตสิวะ"



"กูไม่ได้ประชด"

 

"แล้วที่กูเห็นเมื่อกี้มันอะไรวะ? ไอ้ยัค....ถามจริง? กูยังเป็นเพื่อนมึงอยู่ไหมวะ?"

 

"มึงเป็นเพื่อนรักของกูมาตลอด ตอนนี้กูมีความสุขกับชีวิตดี ไม่ต้องเป็นห่วง"

 

"ถ้ามีความสุขกับชีวิตจริงๆ ทำไมมึงต้องบอกคนที่เข้ามาจีบมึงทุกคนว่ามีแฟนแล้ว ทำไมไม่ลองเปิดใจ แล้วเลือกใครสักคนมาเป็นแฟนจริงๆสักที มันอาจมีใครสักคนที่เหมาะกับมึงก็ได้ อีกอย่างมึงจะได้ลืมอาทัชด้วย"



"กูเบื่อ ไม่อยากคบใคร รุงรังชีวิต"

 

"กูว่าไม่จริงอะ การที่มึงบอกทุกคนแบบนั้น เพราะลึกๆแล้ว มึงหวังและรอคนๆเดียวมาตลอด มึงรอให้อาทัชเป็นแฟนกับมึงใช่ไหมล่ะ? แน่จริง...มึงตอบกูมาดิ"

 




****1.1****
[/b]


สำหรับตอนนี้ ยาวมากเป็นพิเศษ ไม่รู้จะตัดตรงไหนดี เลยยัดมาให้อ่านกันแบบจุใจไปเลยค่ะ


สำหรับครึ่งหลังของตอนที่ 12 ขอตอบความเห็น
ของคุณ larynx
อาทัชมีแฟนเป็นผู้หญิงคนเดียวค่ะ ที่เหลือผู้ชาย แต่เพราะเป็นรักฟีลวัยรุ่น ตามประสาเด็กที่แอบคบกันแบบไม่อยากให้ครอบครัวรับรู้ค่ะ เพราะแน่นอนว่าผู้ใหญ่ก็ต้องการอยากให้ลูกตั้งใจเรียนมากกว่าประมาณนั้น อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนน้าาาา อาทัชเค้าสัญญาแล้วว่าจะไม่งี่เง่าค่ะ ^^
ของคุณ DrSlump
รอบนี้ มาสายธรรม ล้ำค่ามาเลยค่ะ เอาจริงๆ นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนเขียนเองพยายามสอดแทรกธรรมะให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าเขียนแล้วผิดพลาดประการใด ช่วยเตือนสติ แนะนำ บอกกันได้นะคะ

(**คนอ่านคงงงกันอะ ไหนคือธรรมะฟระ?...ตรูเห็นทั้งเรื่องมีแต่ความรุนแรงและความหยาบคาย 55555 เอาน่านะ ^^) :mew1: :mew1:

ของคุณ kanj1005

ชอบค่ะ จดจำ ใส่ใจรายละเอียดดีเว่อร์
ของคุณ Leenboy
อันนี้ โดนอะค่ะ มาสั้นๆแต่ได้ใจความ



1.  ใครมีวิธีจัดการความทุกข์ ช่วยบอกน้องคายัคกันได้นะคะ ความคิดของทุกคนมีความหมายค่ะ ^.^
:mew6: :mew6: :mew6: :mew6:
.
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
rinyriny

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2018 00:13:36 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อยากได้คายัคคนเดิมกลับมาแล้ว  น้องหลงทางไปไกลแล้ว  กลัวกู่ไม่กลับ

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
ดีกับคุณ​อาทัชได้แล้วคายัคสงสารคนแก่เถอะ​ แกคงรู้​ซึ้งแล้วหล่ะ​ คราวหน้้าเจอปัญหา​อะไรสองคนค่อยๆช่วยกันแก้นะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

นุ้งบอล  แกเป็นเพื่อนที่ดีมากจริง ๆ

ช่วยดึงคายัคไว้หน่อยนะ  อย่าให้เข้าโหมดดาร์ก  แบบดาร์ธเวเดอร์เลย

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0

คายัค อะไรที่มันไม่ใช่ตัวเองหนูก็ไม่ต้องทำหรอก มันจะยิ่งทำให้แย่นะ
อยากให้คายัคไปเคลียร์กับอานะ แต่ก็เข้าใจว่าแผลของน้องมันฉกรรจ์มาก คงต้องฝากความหวังไว้ที่อาทัชให้สู้ๆ ไม่เลือกทางผิดอีก ถ้าโชคดีอาคงได้เป็นคนรักษาแผลให้น้องก่อนที่น้องจะเจอคนอื่นที่รักษาแผลให้ได้

ออฟไลน์ Minari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เจ้าคายัคคคค แม่อยากตีหนูจริงๆเล้ย ขอให้คำพูดของบอลสะกิดใจคายัคบ้างเถอะ สิ่งที่หนูทำไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเลยนะ หนูก็ยังเจ็บอยู่เหมือนเดิม ทำไมไม่ลองเลือกให้โอกาสอาทัชบ้าง ถ้าช้าเดี๋ยวมันจะสายเกินไปนะะ

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
ที่จริงคายัคไม่ได้เปลี่ยนไปมากนะ  ยังเป็นเหมือนเดิม
คายัคไม่ใช่เด็กเรียนเรียบร้อย ออกไปทางดื้อและแหกมาตั้งแต่ต้น 
ดื้อดูจากความคิดเหวี่ยงๆที่ทำต่อลูกค้าในร้านกาแฟ จากการเป็นคนขี้งอนขี้ใจน้อยให้อินทัชเอาใจในหลายๆฉาก
แหก คือเปิดเรื่องขึ้นมาก็เป็นอารมณ์พลุ่งพล่านอยากมีsexของเด็กเริ่มหนุ่มอย่างคายัค แถมแหกไปอยากมีกับอาทัชที่เลี้ยงดูมาเหมือนพ่อ(เกือบเป็นincest)... โชคดีที่ได้อาทัชมาเป็นคนรับอารมณ์ด้านนี้ของคายัคไป แถมรักคายัคจนยอมลงเป็นฝ่ายรับให้คายัคได้ 
ตอนนี้ไม่มีอาทัชมารองรับ อารมณ์พลุ่งพล่านนี้ก็ยังคงอยู่ และจากแนวคิดที่แกล้งตอบเด็กผู้หญิงว่าให้ได้แค่sex ทำให้รู้ว่าคายัคคิดไม่เป็น ยังเอาตัวรอดจากการถูกจู่โจมของคนในสังคมไม่ได้ เสี่ยงต่อการถูกล่อลวงถูกหลอกจากคนที่ไล่ตามอยากมีsexกับคายัค(เช่นส้ม)  และอาจพลาดเหมือนพ่อสารินที่เล่นกับเด็กผู้หญิงจนท้องและเกิดคายัค.... คือถ้าคายัคไม่มีหลักยึดเหนี่ยว ก็จะเป็นสาริน2

ถามหาวิธีจัดการความทุกข์    ... ก็แค่เลิกดื้อ  เลิกน้อยใจอาทัช
คิดให้มากกว่านี้ ว่าที่ผ่านมาถึงไม่ได้อาทัชเป็นแฟน ก็จะตัดขาดอาหรือทำนิสัยเสีย(พูดว่ะเว้ย)ใส่อาไม่ได้  คำว่ามีพระคุณเลี้ยงดู อาทัชรักเหมือนลูกมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งใหญ่กว่ารักแบบอื่นๆที่ทำให้นอยด์อาอยู่... ยิ่งไม่เข้าหา ไม่เปิดใจ ยิ่งมโน ยิ่งเตลิด  ก็ยิ่งทุกข์
ที่จริงเพราะความเป็นเด็กอย่างที่ว่ามา ถึงอาทัชเลือกคายัคแต่แรก หลายปีผ่านไปคายัคก็อาจไปมีนอกบ้านกับคนอื่นได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2018 19:20:27 โดย kanj1005 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

 บทที่ 13 เจ็บแล้วไม่จำ(2)








"มึงกลายเป็นคนขี้เสือกตั้งแต่เมื่อไหร่?"

 

"แล้วมึงกลายเป็นคนไม่เห็นหัวเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? กูรักและเป็นห่วงมึงนะ"

 

"......." บอลยังคงเป็นเพื่อนในกลุ่มที่คายัครักและสนิทมากที่สุด เพราะอย่างนี้ คายัคถึงไม่อยากทะเลาะกับบอล เขาตั้งใจตัดปัญหาด้วยการเดินผ่านหน้าเพื่อนไป แต่ทันใดนั้น...

 

"ที่กูตามมึงมา เพราะอาทัชโทรหากูบอกเขาไม่สบาย มึงไปเยี่ยมเขาได้ไหม?"

 

      ใจกระตุกที่ได้ยินแบบนั้น เขาเงียบไปอยู่นานถึงตอบ





"ทำไมต้องไป เขาไม่ได้สำคัญอะไรกับกู"

 

"ไอ้ยัคนี่มึงจะเหี้ยไปแล้วนะ มึงลืมช่วงเวลาสิบกว่าปีที่อาทัชดูแลมึงได้ไงวะ? ห้ะ?"



      ทนไม่ไหวที่ทุกคนเอาแต่เรียกร้องให้คายัคต้องเป็นฝ่ายทำตามไปซะทั้งหมด เด็กหนุ่มหันไปกระชากคอเสื้อเพื่อนจนคอขึ้นเป็นรอยแดง

 

"มึงไม่ใช่พ่อ ไม่ต้องมาสอน"

 

"แล้วถ้าแคนขอร้องด้วยคนล่ะ ได้ไหมครับคายัค"

 

      คายัคชะงัก ผ่อนแรงที่ยึดคอเสื้อเพื่อน หันไปหาแคนที่ยืนปากสั่นพลางน้ำตาคลอ เขาปล่อยมือออกแล้วเดินไปหาแคน






"......."



       สำหรับเพื่อนในกลุ่ม เขาเถียงกลับได้ทุกคน ยกเว้นแคนคนเดียว แคนที่เป็นเหมือนเทวดาประจำกลุ่ม น่ารักและนุ่มนวลจนเขาต้องใจอ่อนให้แคนทุกครั้ง




"คะ...แคนกลัวคายัคคนนี้!"

 

 

     เด็กหนุ่มเดินเข้าไปเช็คน้ำตาคนตัวเล็กให้หมดไปจากใบหน้า



"เราขอโทษนะแคน แต่เราไม่พร้อมไปเจอจริงๆ"

 

"ถ้าให้โทรหาล่ะได้ไหม?"

 

"ขอเป็นแคนคุยกับเขาแล้วเปิดลำโพงแล้วกัน เราจะนั่งฟังเงียบๆ"
คายัคต่อรอง

 

"ก็ได้" แคนเดินนำทั้งสองไปหาที่นั่ง จากนั้น เด็กหนุ่มจึงกดโทรหาอาทัช

 



"สวัสดีครับ อาทัชนี่แคนนะครับ"

 

[สวัสดีครับแคน แค่กๆ...]

 

"เอ่อ...คายัครู้แล้วนะครับว่าอาทัชไม่สบาย คายัคบอกว่า..." ดูเหมือนปลายสายจะตื่นเต้นจัด เพียงได้ยินแค่ว่า คายัครับรู้ ในขณะที่แคนยังพูดไม่จบประโยค

 

[คายัคจะมาหาอาใช่ไหมแคน มากี่โมงเหรอครับ? อาจะได้ทำข้าวเย็นรอไว้]

 

    เสียงแหบแห้งพยายามเค้นออกมาจากลำคอ แม้ไม่สบายแต่ยังมีแก่ใจจะทำอาหารให้คนที่ไม่เคยไปเหยียบที่นั้นนานหลายเดือน



   ทันทีที่ได้ยิน คายัคใจกระตุก หน่วงหนึบแปลกๆ รีบเบือนหน้านี้ไปอีกทาง

 

    แคนผู้อ่อนไหว ไม่สามารถคุยต่อได้เพราะหลุดร้องไห้อย่างสงสารอาทัชจึงส่งให้บอลรับช่วงต่อ

 

"ฮัลโหลนี่บอลเองนะครับอาทัช พอดีแคนโดนครูเรียกครับ ส่วนคายัคติดงานน่าจะไปไม่ได้ อาทัชไหวไหมครับ? ถ้าไม่ไหวผมไปเฝ้าไข้ให้ก็ได้นะครับ"

 

[.....]

 



    บอลบอกปลายสายพลางมองคายัคนั่งนิ่งจึงชูนิ้วกลางใส่อย่างไม่พอใจ

 

"ฮัลโหลอาทัชครับ"

 

[ขอบคุณนะครับบอล อาไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก กินยาแล้วพักก็คงหาย]

 
"แน่นะครับ"

 
[ครับ ขอบคุณบอลและแคนมากนะที่เป็นห่วงอา ฝากบอกคายัคให้ดูแลตัวเองด้วย]

 

"ครับ"

 

       หลังจากที่วางสาย บอลว่าพลางถลึงตาใส่


"มึงเห็นรึยังไอ้ยัค? มึงจะใจร้ายไปไหนวะ?"

 

"......"


"กูรู้นะว่าอามึงผิด แต่การที่มึงจะจงเกลียด จงชังขนาดนี้กูว่าแม่งก็เกินไปว่ะ"

 

"......"

 
"เรากลับกันเถอะแคน พูดกับมันไปก็เปล่าประโยชน์ ปล่อยให้แม่งอยู่คนเดียวอย่างนี้แหละ"



       บอลลุกพรวดพร้อมจูงมือแคนให้กลับไปหาพวกติ๊กที่นั่งรออยู่ ฟากแคนสะบัดมือออกจากการกอบกุมแล้วเดินไปกอดคายัคที่นั่งก้มหน้าเงียบ
 

"ถ้าคายัคยังมีหัวใจ แคนขอร้องกลับไปหาอาทัชหน่อยนะครับ ฮึกฮืออ..."

 

       เอ่ยประโยคสุดท้ายให้เพื่อนได้ตระหนัก ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้คายัคนั่งด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน...




     ปากบอกว่า ต้องตัดใจให้ได้...


     บอกอย่างนี้ทุกครั้ง แต่ทำไม่ได้สักครั้ง...


    และแล้ว เด็กหนุ่มได้เดินทางมาถึงร้านกาแฟ Intouch Cafe' ในเวลาสามทุ่มกว่า



"ฮู่วววว์" พ่นลมออกมาจากปาก หลังจากที่สองเท้าก้าวลงจากรถแท็กซี่


     ทั้งๆที่คายัคอาบน้ำ เตรียมเข้านอนแล้ว แต่กลับข่มตาหลับไม่ได้ เพราะเอาแต่ห่วงพะวงถึงคนไม่สบาย สุดท้าย เด็กหนุ่มถึงเด้งตัวลุกจากเตียงเพื่อออกมาหาคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาตาสว่างแบบนี้


      วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ไม่น่าเชื่อว่า เกือบปีแล้วที่คายัคไม่ได้กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้


     สถานที่คุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอกลับมารอบนี้ คายัครู้สึกใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

 
     กุญแจบ้านที่พกติดตัวไม่เคยเอาออกจากกระเป๋าสตางค์ได้ถูกใช้การอีกครั้ง เขาไขกุญแจ ก่อนจะผลักประตูกระจกใสเข้าไป



      ตั้งแต่เล็กจนโต คายัคไม่เคยเห็นอาทัชป่วยเลยสักครั้ง พอตอนที่ได้ยินบอลบอก ยังนึกแปลกใจจึงต้องมาดูด้วยตาตัวเอง


     เด็กหนุ่มเดินย่องเบาขึ้นชั้นสอง แต่แล้วสองเท้าต้องหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นแสงไฟนวลตาลอดผ่านออกมาจากประตูห้องนอนที่เปิดแง้ม

      มือเกาะไปตามผนัง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูอย่างกลัวว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้อง พอรู้ว่าไม่มีใคร จึงเดินก้าวยาวๆไปหาอาทัชที่นอนซมอยู่บนเตียง


      แสงสว่างจากโคมไฟหัวเตียงพอให้เห็นเงาสลัวของคนอายุมากกว่า

 

      ค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นชิดริมเตียง มองอาทัชที่ดูโทรมลงถนัดตา ริมฝีปากแห้งแตก ใบหน้าไม่สดใสเหมือนก่อน


       คายัคกวาดตามองรอบห้องอย่างพินิจพิจารณา เพียงได้กลับบ้านเก่า ความทรงจำเดิมๆ ก็แย่งกันผุดเข้ามาให้เด็กหนุ่มได้หวนระลึกนึกถึงอีกครั้ง


     นานเท่าไหร่แล้วที่คายัคไม่ได้นอนห้องนี้


    หลากหลายความทรงจำอันงดงามถูกบรรจุอยู่ใน ห้องนอนของเราสองคน



     ห้องที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แต่อัดแน่นด้วยความสุขเต็มอัตรา


     ห้องที่จุด้วยความรัก ยามที่ทั้งสองร่วมรักกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย เชื่อมต่อความผูกพันให้กันทุกวินาทีไม่เคยขาด


      มองเตียงกว้างที่แผ่กระจายไปด้วยความอบอุ่นยามที่เราสองคนเคยตระกองกอด กกกันบนเตียง หยอกล้อ พลางหัวเราะลั่นห้องกันอย่างมีความสุข


       ดวงตาที่แข็งกร้าว บัดนี้ กลับอ่อนลง เมื่อเขาวกสายตากลับมามองผู้ชายที่นอนอยู่ตรงหน้า


      ผู้ชายที่คายัครัก


      ไม่มีวันไหน ไม่คิดถึง


      คายัคคิดถึงผู้ชายคนนี้มาตลอด



       ระยะเวลาเกือบปีที่คายัคออกมาอยู่ตัวคนเดียว มันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยว อ้างว้าง และเหงาจับใจ   

     
       แต่พอได้กลับมา ความรู้สึกที่กล่าวไปทั้งหมดกลับสลายหายไปในพริบตา รอยยิ้มทรงเสน่ห์ค่อยๆเผยบนใบหน้าหล่อเหลา


        คายัคดึงมืออาทัชที่วางอยู่ข้างลำตัวยกขึ้นมาจูบประทับลงตรงกลางฝ่ามือ เขาอยากให้อาทัชได้รับรู้จึงตรึงความรู้สึกนี้ไว้ให้นานที่สุด


       จุมพิตที่ถูกแช่ค้างไว้อุ่นขึ้นจนรู้สึกได้ ไม่นานที่คายัคละริมฝีปาก และเอียงหน้าตัวเองซบฝ่ามืออาทัช


       น้ำตาไหลกับสัมผัสที่คายัคเองก็โหยหามาตลอด เขาหลับตาพลางบีบกระชับมืออาทัชเป็นระยะๆ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้รับความอบอุ่นจากฝ่ามือของคนที่เขารัก มันทำให้คายัครู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป


        เด็กหนุ่มลืมตา แล้วหันหน้าไปจุมพิตตรงกลางฝ่ามืออาทัชอีกครั้ง คายัควางมืออาทัชลงตรงที่เดิม



"ที่อาทัชบอกว่ารักผม มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ?"



      ถามคนหลับใหลที่รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้คำตอบ


      เด็กหนุ่มยืดตัวและก้มลงไปจูบริมฝีปากที่แห้งผากอย่างไม่นึกรังเกียจ


      ริมฝีปากนุ่มหยุ่นแตะลงบนกลีบปากบางอีกฝ่าย คายัคขบเม้มริมฝีปากล่างอาทัชช้าๆ แต่คายัครีบผละเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนเป่ารดรวมถึงอุณหภูมิในร่างกายที่ต่างกัน

 

"ทำไมอาทัชตัวร้อนขนาดนี้"

 

      ใช้ปลายนิ้วเช็ดหยดน้ำตาตัวเองบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเบามือและโน้มตัวลงไปกอดกระชับด้วยความหวังว่าร่างกายตัวเองที่เย็นกว่าน่าจะช่วยลดอุณหภูมิจากตัวอีกฝ่ายได้



"อาทัช ตื่นเถอะครับ" กระซิบบอกเสียงแผ่วพร้อมจุมพิตเบาๆที่ติ่งหู

 

"อื้มมมมม" มองคนส่งเสียงครางในลำคอ



"อาทัชครับ อาทัช"



"ใครน่ะ? คายัคเหรอ?"
เสียงแหบพร่าเล็ดลอดจากริมฝีปากช่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน  เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีลูกตุ้มมาถ่วงไว้ คนอายุมากกว่าได้แต่ทำหน้าเหยเก บิดตัวไปมาเหมือนคนไม่สบายตัว



"ใช่ครับ ผมเอง อาทัชลุกไหวไหม? เดี๋ยวผมพาไปหาหมอนะ"



      เด็กหนุ่มใจเต้นแรงกว่าเก่าอย่างกลัวว่าอาทัชจะเป็นอะไรไป สอดมือเข้าใต้เอวเพื่ออุ้มพยุงคนไม่สบายให้ลุกขึ้นนั่ง



       แต่จังหวะนั้น...

 

ติ้งต่อง ติ้งต่องง


      สะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงคนกดกริ่งหน้าบ้าน


"ใครมา? อาทัชครับ รอผมแปปนึงนะ ทนอีกนิดนะครับ"



     สองแขนแข็งแกร่งค่อยๆประคองและวางร่างสูงให้นอนดังเดิม ก่อนจะก้มลงจุมพิตลงบนกลางหน้าผาก เลื่อนไล้มาหอมแก้มข้างซ้ายอย่างเติมเต็มกำลังใจให้อีกฝ่ายอย่าป่วยไปมากกว่านี้



      คายัครีบวิ่งลนลานเพื่อลงไปเปิดประตู แต่พอเห็นคนด้านนอกถึงรู้ว่าเป็นใครที่มาหา คายัคกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะวิ่งไปหลบใต้เคาน์เตอร์

     

     เสียงกดกริ่งยังดังอยู่อย่างนั้น แต่คายัคไม่คิดลุกไปเปิด เขานั่งกอดเข่าตัวเองสองมือประสานกันแน่นและข่มอารมณ์ให้นิ่งไว้



     สักพักใหญ่ๆ ถึงเห็นเสียงตึงตังแถวบันได


"...โอ้ย..."

 

      เสียงร้องหลุดออกมาด้วยความเจ็บ คายัครีบชะโงกไปดูอย่างตกใจที่เห็นอาทัชล้มลงไปกองกับพื้น จากนั้น เขาได้ยินเสียงคนเขย่าประตูกระจกด้านหน้าสุดแรงราวกับจะให้มันหลุดออกมาให้ได้


      อยากจะออกไปช่วย แต่ก็เสียใจที่เห็นว่าใครมา



      เบือนหน้าหนี เมื่อเห็นอาทัชค่อยๆคลานแล้วลุกขึ้นยืนไปยังตรงหน้าประตู จากนั้น เขาได้ยินเสียงภูภูมิที่เปล่งออกมาด้วยท่าทีตกใจที่เห็นอาทัชล้ม ไม่นานนัก เสียงสนทนาของทั้งคู่ก็เงียบหายไป เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนและออกมามองตรงประตูกระจกใสที่ไร้คนยืนอยู่

 

      ความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆแล่นเข้ามาในหัวใจ


      แล้วไง สุดท้าย คายัคก็โง่เองที่เจ็บแล้วไม่จำ

 

     ไหนว่าเลิกกันแล้ว


"หึ! นี่กูกำลังคาดหวังอะไรอยู่วะ"

   

       พึมพำลำพังอย่างเจ็บปวด ไม่คิดว่า น้ำตาความสุขก่อนหน้า จะบิดเบือนกลายเป็นหยดน้ำตาแห่งความเสียใจในวินาทีต่อมา




 
      ในขณะเดียวกัน บนรถของภูภูมิ มีร่างซีดเซียวนอนขดตัวเป็นกุ้งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ ภูภูมิลดแอร์ คว้าเสื้อสูทของตัวเองมาคลุมตัวให้คนตัวร้อนจัด




"ผมขอโทษนะครับที่ต้องรบกวนภูมิ"


"ยอมโทรมาหาผม เพราะกลัวตัวเองจะตายก่อน เจอไอ้เด็กนั้นหรือไง?"

 

"......."  พอพูดถึงคายัค อินทัชก็น้ำตารื้น


        ยอมรับว่าน้อยใจที่คายัคก็รู้ว่าอินทัชไม่สบายแต่กลับใจร้ายไม่ยอมมาหากัน

 

        และน่าอายแค่ไหน ที่คาดหวังอยากให้คายัคมามากจนเก็บเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงกริ่ง อินทัชก็คงไม่ตื่นจากฝัน

   

"เฮ้อ! แล้วดูซิ อยู่คนเดียว พอป่วยก็ไม่มีใครรู้ ถ้าอินไม่โทรบอกผม แล้วนี่หลานคุณรู้ไหมว่าคุณไม่สบาย?"

 

"...."    อินทัชเงียบ


"เงียบอย่างนี้ แสดงว่ารู้?...แล้วไอ้เด็กบ้านั้นก็ไม่คิดจะสนใจใยดี มาหาอินเลยหรือไง?"




"ทำไมคุณดีกับผมทั้งๆที่ผมร้าย!" อินทัชตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ต้องการให้ภูภูมิว่าคายัคได้อีก

 
"เปลี่ยนเรื่องเลยนะ เฮ้อ...แตะต้องเด็กนั่นไม่ได้เลยรึไง?  นี่ผมก็งงตัวเองเหมือนกัน ทำไมต้องช่วย รออินหายก่อนแล้วกัน ผมจะเอาคืนให้หนักเลย อินทัช"

 

 "ถ้าผมหายดี ผมจะยอมมีเซ็กซ์กับภูมิเป็นการตอบแทนนะ"




      ประโยคนั้น ไม่ได้ทำให้ภูมิรู้สึกดีสักนิด


"ตอนเป็นแฟนไม่เคยให้ ทีอย่างนี้ จะให้ผมมีเซ็กซ์ด้วย คุณดูถูกผมมากเลยนะอินทัช ถ้าจะให้เพราะแค่รู้สึกผิด ผมไปซื้อกินยังจะดีซะกว่า"



       ไม่คิดว่าภูภูมิจะเป็นคนดีขนาดนี้ อินทัชรู้สึกบาปในบัดดลที่ดันทำร้ายหัวใจภูภูมิอย่างไม่น่าให้อภัย


       อินทัชรวบรวมแรงที่มียื่นมือไปลูบแก้มภูภูมิ



"ผมอยากรักคุณนะ แต่ภูมิมาช้าไป ผมรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเขา"



      โคตรเจ็บเลยเถอะที่อินทัชพูดตรงๆแบบนั้น แต่ทำไงได้ ชีวิตมันก็เป็นเช่นนั้นเอง

   
       โกรธไม่ลง เมื่อหันไปเห็นคนป่วยปล่อยโฮ


       เวลานี้ จะพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจก็ดูจะเป็นคนเลวไปสักหน่อย เพราะอินทัชเองก็อยู่ในช่วงเวลาที่ร่างกายและใจอ่อนแออย่างหนัก



      หากดุด่าว่ากล่าวอะไรไปจะกลายเป็นน้อยใจเอาได้ง่ายๆ    ภูมิได้แต่ลอบถอนหายใจ ดึงมืออินทัชออกจากใบหน้าแล้วเปลี่ยนมาวางมืออินทัชไว้บนตักตัวเองแทน


"อินหลับเถอะ ถึงโรงพยาบาลแล้วผมจะปลุก"

     

      ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ภูมิพยายามเห็นอกเห็นใจ และเป็นคนดีที่สุดเท่าที่เป็นได้ เขาจะดูแลอินทัชเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้ ชีวิตภูมิเองก็คงต้องก้าวต่อไป...



      ภูมิถอนหายใจยาวพลางยิ้มให้กับตัวเองอย่างคนมองโลกในแง่ดีว่า



      เราต้องสูญเสียสิ่งหนึ่งไป เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งเสมอ



       บางที การสูญเสียอินทัช อาจทำให้ภูมิได้รับสิ่งใหม่ๆที่ดีมากกว่านี้ก็เป็นได้...



      ภูภูมิเชื่ออย่างนั้น...

 


............................................


 
1. สรุปแล้ว เรื่องนี้ ภูภูมิเป็นพระเอกจ้า 555+ เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆๆ
.
2. คุณอาาาาาาาาาาาคะ? คุณอาไม่ได้ฝันค่ะ น้องเขามาหาจริงๆ ป้าดดโธ่!
.
3. คายัค หนูก็มีมุมละมุน โรแมนติกอยู่นะ
.
4. รู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนท์ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเสนอมุมมอง และสละเวลามาเขียนยาวๆก็มี อ่านไปมันก็แอบตื้นตันไปอะนะ ^^ นี่ก็เลยมีแรงฮึดลงนิยายเลยค่ะ :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:
.
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
rinyriny

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-07-2018 00:49:00 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ Minari

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โอ้ยยย อยากตีคายัค 5555 ลองคิดดีๆสิ ถ้าอาแกไม่มีใครมาช่วย ไข้ขึ้นหนักจะทำไงห้ะ ลองคิดดิ้ อย่พึ่งคิดไปเองก่อนน

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
อยากจะร้อง เฮ้ออออ....
1 คายัคไม่เห็นต้องซ่อนตัวเป็นเด็ก12เลย ถ้าเชื่อใจอาว่าเลิกกับภูมิแล้ว ก็เดินหน้าไปกระชากประตูเปิดถามเลยก็ได้ว่าภูมิมาทำไม  ยิ่งตอนอาทัชล้มที่บันไดก็น่าจะออกมาดูอาทัชแล้ว ไม่มีเหตุผลที่ต้องซ่อนตัวกับอาทัชเพราะกลับมาถึงบ้านขนาดนี้แล้ว  นี่ไม่ทำอะไรสักอย่าง  ไหนว่าบ้านเรา ห้องเรา  เฮ้อ
2 อินทัชไม่เห็นต้องโทรเรียกภูมิ  บอลก็อาสามาเฝ้าแต่ดันไม่ให้บอลมา   เฮ้อ  โทรเรียก1669ก็ได้นะอา
3 คายัคทั้งพูด ทั้งจูบปาก ทั้งพาเดินแต่อาดันไม่ตื่น  กลับไปตื่นเสียงเขย่าประตู   เฮ้อ 
4 แค่ภูมิพาไปโรงพยาบาล อาก็จะยอมเสียตัวให้ละ  ถ้าคิดว่าสถานะภูมิตอนนี้คือเพื่อน อาคิดจะตอบแทนเพื่อนที่ทำดีด้วยsexทุกคนไหม   อ่านช่วงนี้แล้วรู้สึกเหมือนคำพูดอามาแนวฮิสทีเรีย มีการใช้sexเป็นของขวัญ(คือรู้สึกงี้จริงนะคะผู้แต่ง   มีเอามือไปลูบหน้าภูมิ อ่านแล้ว อิหยังวะอาทัช  :katai1:)  ส่วนคุณภูมิมาในบทท่านมหาจำเริญเลย


ดูท่าจะยังต้องกินมาม่าอยู่อีกหลายบท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-07-2018 02:04:45 โดย kanj1005 »

ออฟไลน์ larynx

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ถามจีงงงงงงงงงง สรุปคือตัดภูมิไม่ขาด ยังไปรั้งๆเขาไว้ด้วยนะ คือยังไงอะ กำลังทำตัวให้นี่มองติดลบไปใหญ่ คนอย่างอินทัชไม่รู้ก็ดีค่ะที่น้องมาหาแล้ว น้องยอมลงแล้ว แต่อินทัชก็ยังเดินย่ำอยู่กับที่อยู่ ดึงไว้ทั้งสองทาง ไม่ชัดเจนกับใครสักคน เฮ้ย ภูมิแกเป็นคนดีจัง ดีจังเลยมีคนแบบนี้เป็นเพื่อน แต่เป็นได้แค่เพื่อนนะ เดี๋ยวจะตอบแทนด้วยเซ็กส์ โอเคม้ะ  ไม่แปลกใจเลยที่ภูมิจะพูดให้ละอินทัชค่อยรู้สึกทุเรศตัวเอง คนนั้นก็ไม่ปล่อยคนนี้ก็อยากให้กลับมา แต่ทำตัวให้เขาอยากกลับมาหาไหม ไม่!!   :beat:  แต่อิน้องใจแข็งมาก อินทัชล้มละไม่ช่วยเลยพอเห็นว่าภูมิมา ลองนึกว่าทั้งสามเจอกันในสถาณการณ์นี้ อินทัชจะพูดถึงใครมากกว่ากัน อาจจะตีกันเลยก็ได้ ละสุดท้ายอินทัชก็จะไม่เหลือใครเลย กรั่กๆๆ ภูมิเปิดใจได้เชื่อเถอะเดี๋ยวก็เจอคนที่ดีกว่านี้  :katai3: 

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เฮ้ย.....กำลังจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว

อีตามภูมิดันมาเร็วทำไมเนี่ย

ถ้ามาช้ากว่านี้นะ   คงไม่มีมาม่าชามต่อไปมาเสริฟหรอก

ชิส์

ออฟไลน์ Keawmikami

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เอาจริง นี่เสียน้ำตาไปเยอะละ สงสารอินทัชแต่ก็เข้าใจอีกคน

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เหนื่อยใจกะน้อง :เฮ้อ:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

 บทที่ 14  ง้อ






ปึ่ก!



 
      เสียงเขวี้ยงกระเป๋าเป้กระแทกลงกับโต๊ะนักเรียนในช่วงคาบโฮมรูม ทำพวกติ๊ก บอล แคน ที่กำลังนั่งหัวเราะกับคลิปวีดีโอน้องหมาน่ารักต่างชะงักและหันไปมองคนต้นเหตุ

 

      ทุกคนนั่งงงเป็นไก่ตาแตกว่าเหตุใดคายัคถึงดูอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า

 

      ติ๊กโพล่งขึ้นก่อนใคร

 

"เป็นอะไรวะ ไอ้ยัค"

 

"....."



"มึงบอกพวกกูได้นะ"
เก่งถาม แต่คายัคไม่สนใจ กลับหันไปตะคอกใส่หน้าบอลที่นั่งกอดอก ไขว้ขา มองคายัคอยู่พอดี

 



"ไงไอ้บอล? สะใจไหมที่เห็นกูเป็นคนโง่!! มึงอยากให้กูเจ็บจนตายเลยใช่ไหม?"       



"เกิดอะไรขึ้นครับคายัค บอกแคนได้นะ"
เมื่อคายัคร้อน แคนต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แคนเดินไปประชิดตัวบีบมือคายัคเบาๆแล้วถาม เพราะแคนรู้ว่า ตัวเองมีข้อได้เปรียบตรงที่คายัคเกรงใจเขามากที่สุด คายัคถึงไม่กล้าว่าแคนแต่กลับพุ่งไปหาบอลแทน



"เรื่องที่อาทัชป่วยแล้วบอกไม่มีใครดูแล เราไปมาแต่เจอไอ้คุณภูมิ"

 
"แต่อาทัชบอกว่าเลิกแล้วนะ คายัคใจเย็นๆก่อนนะครับ"



"เฮอะ...โคตรตลบตะแลงเลยว่ะ"

 

"ไอ้สัด!! ที่มึงกำลังว่าอยู่ นั่นอามึงนะ มึงนี่จะเหี้ยไปถึงไหนวะ?...หยุดได้แล้วเห้ย!!" บอลหมดความอดทน ลุกพรวดปรี่ไปผลักอกคายัคด้วยสองมืออย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มลง

 

       ใครๆก็ดูออกว่า รอบนี้ ทั้งบอลและคายัคต่างเอาจริง เมื่อโมทย์เห็น คายัคลุกขึ้นมาจับขอบเก้าอี้จะยกขึ้นฟาด วินาทีนั้น โมทย์ เก่งช่วยกันจับแขนคายัค ส่วนติ๊กและแคนต่างยืนกั้นกลางห้ามบอลไว้ ยามนี้ เพื่อนทุกคนร่วม แรงใจจับแยกทั้งสองออกห่างจากกัน ก่อนนองเลือด 

 

"เฮ้ย! มึงทั้งคู่น่ะ ใจเย็นๆ เราเพื่อนกัน มีอะไรก็พูดดีๆกันสิวะ" ติ๊กว่าพลางลูบหลัง ลูบไหล่บอลไปด้วย

 

"โหวกเหวกโวยวายอะไรกันคะเด็กๆ แล้วนั่นชลธารกับนทีจะทำอะไรกันน่ะ"



"เฮ้ย! ครูมา ครูมา"



     ทุกคนรีบกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เมื่อครูวิสาขาเดินเข้ามาในห้อง แคนที่นั่งข้างคายัค มองคนตัวสั่น หน้าแดง หายใจแรงอย่างคนโกรธจัดก็ได้แต่กลัว ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมความสัมพันธ์คายัคกับอาทัชถึงไม่ดีขึ้น



     แคนเม้มปากแน่นพลางเอื้อมมือสั่นๆไปวางต้นขาคายัค


"ระ..เรื่องนี้ คะ...แคนผิดเอง คายัคอย่าโกรธบอลนะ"


"....."


"แคนไม่ได้จะคิดร้ายกับคายัคนะ แคนอยู่ข้างคายัคเสมอ ให้แคนไปหาคำตอบก่อนนะครับ"




      ตวัดสายตามองแคนที่นั่งน้ำตาคลอ คายัคหลับตาพลางกำมือแน่นบนโต๊ะเรียนอย่างสะกดอารมณ์ตัวเอง และได้แต่ภาวนาให้เวลามันผ่านไปเร็วๆสักที



      จบคาบโฮมรูม คายัคและบอลโดนเรียกตัวไปคุยถึงเรื่องทะเลาะที่เกิดขึ้น แต่เพราะไม่มีใครพูดอะไร ครูวิสาขาถึงเรียกแคนไปถามเพิ่ม แต่ไม่นาน ครูวิสาขาต้องปล่อยให้เด็กๆไปเรียนคาบต่อไปก่อน



      ผ่านไปแล้วช่วงเช้า เล่นเอาเพื่อนๆเหนื่อยกันแทบตาย เนื่องจากต้องคอยระวัง ทั้งยังคอยประกบคายัคและบอลอย่างกลัวว่าจะหาเรื่องกันอีก จนกระทั่ง ถึงเวลาพักเที่ยง เด็กนักเรียนมอปลายกรูกันไปโรงอาหาร  รวมถึงพวกแก๊งคายัค แต่คายัคไม่ไป กลับมาปลีกวิเวกอยู่ที่หลังห้องน้ำ แคนเป็นห่วงจึงฝากบอลซื้อข้าวใส่กล่องเพื่อตามหาคายัค



      ระหว่างที่เดินมา แคนตัดสินใจโทรหาอาทัชเพื่อตะล่อมถามเรื่องคุณภูมิรวมถึงความคืบหน้าอาการของอาทัชด้วย



      อาทัชเลิกกับคนชื่อภูมิแล้วจริงๆ แต่ที่อาทัชตัองพึ่งพาและขอร้อง เนื่องจากคอนโดคุณภูมิใกล้ร้านของอาทัชที่สุด



     แคนเชื่อว่าอาทัชไม่โกหก จึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่คายัคไปเยี่ยมอาทัชด้วย แต่เพราะแคนไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง จึงบอกแค่ว่า พอคายัคเห็นคุณภูมิจึงกลับบ้านไปก่อน


     เพียงได้ยินว่าคายัคมาหา เสียงสะอื้นก็ดังขึ้นมาจากปลายสายทันที ฟากแคนที่กลัวตัวเองจะร้องไห้ตามจึงรีบตัดบทวางสายก่อน



     สัญญาที่เคยบอกว่าจะช่วยให้ทั้งสองกลับมาดีกันนั้น ยังเป็นสัจจะที่แคนตั้งมั่นกับตัวเองไว้ไม่ลืม ดังนั้น เมื่อได้ข้อสรุป คนกลางอย่างแคน จึงต้องหาทางอธิบายให้คายัคเข้าใจอาทัชได้มากที่สุด



     ถึงห้องน้ำที่ไร้นักเรียนคนอื่นอยู่ แววตาสงสารลอบมองคนหน้าเศร้าที่มือกำลังคีบบุหรี่ จ่อตรงริมฝีปาก



     ช่างเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจเหลือเกิน เพราะเวลานี้ แคนก็สงสารทั้งคายัคและอาทัชไม่ต่างกัน



    เร่งฝีเท้าไปหลายก้าวจนใกล้ตัวเพื่อนสนิท

 

"แคนขออยู่ด้วยได้ไหม?"



      คนที่เพิ่งพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปาก แหงนหน้าพลางทอดสายตาเหม่อมองท้องฟ้าที่วันนี้ดูขมุกขมัว เขาละสายตาจากท้องฟ้าสีหม่น หันไปหาคนตัวเล็กพร้อมกับโบกมือไล่ควันที่ลอยวนอยู่บนอากาศให้กระจายไปทิศทางอื่น



"แคนอย่าอยู่ตรงนี้เลย เหม็นควัน"



"ไม่เป็นไรหรอก ก็แคนบอกแล้วไงว่าแคนจะอยู่ข้างๆคายัค"



    ก้มมองมองตัวเองที่คีบบุหรี่ ก่อนจะเลื่อนสายตามองขี้เถ้าที่ปลิวว่อนร่วงหล่นลงพื้นแล้วหวนนึกถึงชีวิตของตัวเอง



    เด็กหนุ่มดีดก้นบุหรี่ทิ้ง เดินอ้อมไปด้านหน้าห้องน้ำ ล้างมือ ล้างหน้า แล้วหันมาหาแคนที่เดินตามต้อยๆ



"มีอะไรครับ?"


"เอ่อ...คือ..."



"ถ้าเรื่องอาทัช พอเถอะแคน เราเจ็บจนไม่ไหวแล้วอะ"



      แคนมองตาแดงๆของคายัคที่ดูออกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา แคนเดินไปจับข้อมือคายัคแล้วเอ่ย



"ขอแค่ครั้งเดียวครับ ฟังแคนก่อนนะ เรื่องที่คายัคไปบ้านแล้วเห็นคุณภูมิน่ะ เพราะอาทัชไม่สบายหนักมาก เลยต้องพึ่งคุณภูมิ  แต่สถานะไม่ใช่แฟนแล้วแน่นอน คุณภูมิไปในฐานะเพื่อนเท่านั้น ถ้าไม่มีคุณภูมิ แล้วอาทัชเป็นอะไรไปขึ้นมาจริงๆ คายัคจะไม่เสียใจทีหลังเหรอครับ?"



"....."



"อาทัชก็แค่อยากมีชีวิตที่แข็งแรงเพื่อจะได้อยู่รอเจอหน้าคายัคนะ"



"....."



"คายัคเห็นแคนเป็นคนยังไงหรอ? คายัคคิดว่า แคนอยากทำร้ายชีวิตเพื่อนหรอ? แคนหวังดีจริงๆนะ แคนรู้นะว่าคายัคเจ็บมากแค่ไหน? แคนถึงพยายามจะช่วย แคนไม่อยากให้คายัคเป็นแบบนี้อีกแล้ว แคนคิดถึงคายัคคนเดิมมากเลยนะ"



"....."



"ขอโอกาสให้อาทัชอีกรอบนะครับ แคนสัมผัสได้ว่าอาทัชรักคายัคจริงๆนะ "




       ที่เงียบ ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่แคนบอกมา คายัคคิดตามตลอด คายัคกดสายตาลงมองข้อมือตัวเองที่แคนจับแน่น ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ส่งสายตาจริงใจ



"จะลองดูแล้วกัน ขอบใจนะแคนที่เป็นห่วงเรา"  ยกยิ้มมุมปากพลางยกมือวางกลางศรีษะของคนตัวเล็ก



    แคนยิ้มพยักหน้าหงึกหงักพลางน้ำตาคลอ ก่อนจะพาคายัคกลับไปหาเพื่อนๆในกลุ่ม








.....................






"ขอบคุณนะครับพี่นก พี่ภัทร"



      คายัคยกมือไหว้ขอบคุณเพื่อนครูวิสาขาและแฟนของเขาที่มาส่ง หลังจากที่คายัคไปถ่ายแบบกางเกงยีนส์ที่สตูดิโอตั้งแต่เก้าโมงเช้า จนบัดนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว มิหนำซ้ำ ฝนยังตกหนักกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ



"ไม่เป็นไรค่ะ ไว้พี่จะโอนเงินไปให้นะคะ"



"ได้ครับ ขอบคุณที่พี่นกไว้ใจให้ผมทำงานด้วยนะครับ"



"เพราะพี่เห็นว่าคายัคมีของดีซ่อนอยู่ หัดใช้มันออกมาแล้วกัน"



"ขอบคุณครับ"



     คายัคยิ้มแล้วขอตัวลงจากรถ เด็กหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝน เข้าตัวอาคาร ขณะที่กำลังแตะคีย์การ์ดเพื่อผ่านเข้าประตู



ตื้ด!


หมับ!



    สะดุ้งเฮือกและรีบหันขวับ คายัคเบิกตาโตอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นอาทัช แน่นอนการที่คนอายุมากกว่ามายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ใช่แคนก็บอลที่ต้องเป็นคนบอก


    คายัคสะบัดแขน ก่อนถาม



"อาทัช รู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่ ใครบอก?"



    ตั้งแต่วันที่อินทัชไม่สบายก็ผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ อินทัชรู้ดีว่าช่วงที่ผ่านมา แคนคงสงสาร ถึงใจอ่อนยอมบอกที่อยู่ของคายัค และแคนยอมรับผลที่จะตามมาว่าอย่างมาก คายัคก็คงโกรธจนไม่พูดด้วย
 

       วันนี้ทั้งวัน แคนเป็นสายสืบและเช็คให้อินทัชตลอดว่า คายัคอยู่ไหน? ทำอะไร? แล้วใกล้ถึงห้องหรือยัง? ฟากอินทัชเอง ร้อนใจกลัวมาแล้วไม่เจอ จึงต้องมานั่งดักรอคายัคในรถได้ราวสองชั่วโมงกว่า



"เมื่อไหร่ คายัคจะยอมฟังอาครับ" อินทัชไม่ตอบในสิ่งที่คายัคถาม เพราะตอบไปก็ไร้ประโยชน์ เนื่องจากสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ คือ การปรับความเข้าใจกันมากกว่า


"ฟังอะไรอีกครับ?"


"เรื่องที่ทำให้เรามีปัญหากัน"


"....."


"อาขอโทษนะครับ"




"พอเถอะครับ ผมไม่อยากฟัง"


      พอเจอหน้าอาทัชเข้าจริงๆ เด็กหนุ่มกลับทำตัวไม่ถูก เขาหันหลังกลับหวังจะไปตั้งหลักบนห้อง ขณะที่เท้ากำลังก้าวขึ้นบันไดไปอีกขั้น ทันใดนั้น...


"...'อาทัชจะไม่มีวันเหงาอีกต่อไป เพราะผมจะทำให้อาทัชมีความสุขเอง...'
คายัคยังจำได้ไหม?"


กึก!


      เด็กหนุ่มใจกระตุก หยุดชะงัก ไม่คิดว่า อาทัชจะจดจำคำพูดของเขาได้ทุกคำไม่มีผิดเพี้ยน


      มือเรียวกำที่จับประตูอยู่กลับกำแน่นขึ้นกว่าเก่า คายัคกัดปากที่สั่นอยู่จนเจ็บ และพยายามสูดลมหายใจเข้า-ออกช้าๆ ก่อนจะคลายมือ แล้วหันไปถามคนที่วินาทีนี้ ยืนมองมาด้วยน้ำตาคลอ


"ที่ผ่านมาอาขอโทษ แต่ตอนนี้ คายัคกลับมาทำตามสัญญาได้ไหม?"


"ถ้าอยากให้ผมทำตามสัญญา บอกเหตุผลที่ผมควรกลับไปหน่อยสิครับ?"


"อารักคายัค และคายัคก็..ยัง..รักอา..อยู่ใช่ไหม?" ช่วงคำพูดสุดท้ายเสียงเบาหวิวอย่างคนไม่มั่นใจ




     เด็กหนุ่มหลุบตาลงต่ำ เมื่อได้ยิน


     เขาจะกลับไปแต่เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่า รอบนี้ คายัคจะไม่มีวันเสียใจอีก



"ถ้ารักผมจริง ลองยืนตากฝนให้ดูหน่อยสิครับ ผมอยากเห็นว่าอาทัชรักผมพอจะอดทนยืนได้ไหม?"


"ได้ครับ"


      เด็กหนุ่มยืนอึ้ง ไม่คิดว่า คนอายุมากกว่าจะตอบรับเร็วขนาดนี้ ยืนมองอาทัชหมุนตัว ก้าวเท้าฉับๆ ออกจากตัวอาคาร ไปยืนพิงรถตัวเองท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเม็ดใหญ่ตามคำท้า คายัคใจวูบไหว ฝืนใจแข็ง เดินขึ้นบันไดอย่างพยายามหักห้ามใจไม่หันหลังกลับไปมองอีก



      ถึงห้องแล้ว คายัคต้องการหยุดความฟุ้งซ่าน ร้อนรนในหัวใจ โดยหวังให้สายน้ำเย็นๆช่วยชะโลม เขาคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ แต่กว่าจะชำระร่างกายเสร็จ ก็เล่นกินเวลานานกว่าปกติ เนื่องจากคายัคเองก็คิดไม่ตกว่าเขาจะยอมให้โอกาสกับอาทัชอีกครั้งดีไหม?


      จนกระทั่ง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย คายัคถึงเดินมาหลบมุมแอบส่องอาทัชตรงระเบียงห้องที่หันออกไปทางถนนเล็กที่อาทัชยืนอยู่


      การพักอยู่ชั้นสองมันใกล้พอจะแอบมองอีกฝ่ายได้ชัดเจน


      อาทัชยังคงยืนอยู่ที่เดิม



      เด็กหนุ่มเดินกลับมาในห้อง นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง พลางทอดสายตามองผนังตรงหน้าอันว่างเปล่า แล้วจู่ๆ น้ำตากลับไหลออกมาเป็นทาง โดยไม่ได้ต้องการมันสักนิด



   
      ในขณะที่คนบนห้องนั่งใช้ความคิดในการหาคำตอบจนไม่ยอมหลับยอมนอน ถัดมา คนที่ยืนตากฝนก็เริ่มหนาวจนตัวสั่น เพราะฝนที่ห่าลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
 
   
       อินทัชยืนเม้มปากแน่น พลางลูบแขนตัวเองทั้งสองข้าง ความหนาวกายมันทรมานก็จริง แต่ความหนาวหัวใจ ทรมานยิ่งกว่า อินทัชถึงทำทุกอย่างตามที่คายัคร้องขอเพื่อให้คายัคกลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง


     อินทัชไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร  เพียงใจมันสั่งให้ทำก็ทำ โดยในหัวใจลึกๆยังเปี่ยมด้วยความหวังว่า สายฝนจะชะล้างคราบความโกรธในหัวใจคายัคออกไปได้บ้าง...

     


      สองชั่วโมง ที่อินทัชยังยืนอยู่ตรงที่เดิม


      ดั่งมีม่านแห่งสายฝนคั่นกลางทำให้ดวงตาของอินทัชเองเริ่มมองไม่เห็นทางตรงหน้าได้ชัดเจนนัก เขาจำต้องยกมือที่กอดแขนตัวเองมาลูบหน้า ลูบตาไล่น้ำฝนให้ออกไปจากใบหน้า ก่อนจะลดมือลงมากอดตัวเองดังเดิม


     คนอายุมากกว่าที่ยังยืนท่ามกลางสายฝนเริ่มอ่อนล้า  สุดท้าย อินทัชทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้น แล้วยกมือปิดหน้า ปิดตาร้องไห้

     อินทัชต้านทานความรู้สึกข้างในไม่ไหวแล้ว


     ก็ดีเหมือนกัน ตากฝนแบบนี้ เวลาร้องไห้จะได้ไม่มีใครรู้


"ฮือออออออ"


     ความหวังริบหรี่ จนอินทัชเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า คายัคจะลงมาหากัน อินทัชได้แต่นั่งหลับตา ศรีษะพิงรถ นึกภาพวันเก่าๆระหว่างเราสอง โดยที่น้ำตาก็ไหลมาเรื่อยๆ


    ไม่นานมากนัก ที่อินทัชลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้า ยิ่งทำให้อินทัชร้องไห้หนักกว่าเก่า เมื่อเห็นคายัคเดินกางร่มมาหยุดยืนก่อนจะย่อตัวลงช้าๆมานั่งยองๆตรงหน้าของอินทัช



"คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีรึไงครับ? ทำไมถึงต้องเชื่อที่ผมบอกด้วย" ทำเป็นบ่นแต่น้ำเสียงกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด


     วินาทีนี้ อินทัชไม่สามารถกักเก็บความรู้สึกดีใจไว้ได้ เขายิ้มกว้างทั้งน้ำตา ที่สุดท้าย คายัคก็ยอมลงมาหากันจริงๆ



"อาทำสำเร็จไหม?"


"อะไรสำเร็จครับ?"
  ไม่เข้าใจคำถามของคนตรงหน้า คายัคเอียงคอมองพลางขมวดคิ้ว


"ง้อ"


     


****1.1****




งื้ออออออออ...จะร้องเอา.TT. :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ยิ่งถ้าหาเพลงประกอบคลอไปด้วยแล้วล่ะก็.... :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:
.

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2018 17:32:55 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ larynx

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คายัคอิเด็กเปรตตตต กล้าให้อาทัชยืนตากฝนได้ยังไง เพิ่งหายป่วยมาถึงจะสองอาทิตย์แล้วก็ตาม  :z6:  เห้อออ หวังว่าเรื่องจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ ปรับความเข้าใจกันไวๆ อยากอ่านตอนหวานๆแล้วค่ะ อินี่ไม่มีความสุขมาหลายตอนแล้ว  :ling2:

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
สุขกันเถอะเราดีกว่าเนาะ 
ออกจากบ้านมาตั้งเกือบปีละ  ไหนๆก็ยังรักกันอยู่ กลับบ้านหาอาทัชเถอะ ยังมีอะไรที่ต้องร่วมกันผจญอีกเยอะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด