ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 28]!!! [[11/11/2021]] -จบแล้ว-
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 28]!!! [[11/11/2021]] -จบแล้ว-  (อ่าน 12291 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
Chapter 27
คนที่บ้านเป็นห่วง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ เริ่มมองนาฬิกาในข้อมือถี่ขึ้น เป็นเหตุให้ลูกค้าสาวที่นั่งอยู่ด้วยกันนึกสงสัย แม้อีกฝ่ายจะเพิ่งได้รับการประกาศว่าเป็นซีอีโออย่างเป็นทางการเมื่อเดือนก่อน แต่ก็ทำงานในฐานะซีอีโอมากว่าครึ่งปี  เธอเองได้รู้จักและพูดคุยกับอีกฝ่ายมาหลายครั้งหลายหน ทว่าก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยามคุยงานเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะถามสิ่งที่สงสัย

“คุณเมฆามีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ ฟ้าเห็นคุณดูนาฬิกาหลายรอบแล้ว”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ว่าแต่สัญญานี้มีปัญหาอะไรมั้ยครับ”

“ไม่มีค่ะ ฟ้าโอเคกับสัญญานี้ค่ะ พอใจมากด้วย ไม่คิดว่าคุณเมฆาจะมาคุยเอง”

“คุณพ่อเคยพูดไว้น่ะครับว่าคุณอิงฟ้าเป็นลูกค้าวีไอพี จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ผมเองก็กำชับพนักงานเรื่องสัญญานี้ แล้วก็ตั้งใจมาคุยด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณอิงฟ้าได้เห็นถึงความตั้งใจ และเห็นถึงเจตนาของทางเราน่ะครับ”

“ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกว่าได้รับความสำคัญเลยนะคะ”

“แน่นอนสิครับ ลูกค้าทุกคนคือคนสำคัญ แต่คุณอิงฟ้าคือลูกค้าคนพิเศษที่คอยช่วยเหลือบริษัทนี้มาหลายครั้ง คุณพ่อพูดเสมอว่าถ้าคุณอิงฟ้าไม่ให้โอกาส คุณพ่ออาจจะล้มละลายไปแล้ว”

“ทั้งหมดก็เพราะคุณภาพของสินค้าที่ทางคุณมีเสมอต้นเสมอปลาย แม้แต่เปลี่ยนซีอีโอแล้วก็ยังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้”

“ได้ยินแบบนี้ผมก็รู้สึกขอบคุณมากเลยครับ”

“เสร็จจากนี่แล้วเราไปรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันหน่อยมั้ยคะ ถือว่าเป็นการแสดงความยินดีที่คุณเมฆาได้เป็นซีอีโออย่างเป็นทางการ ตอนงานเลี้ยงเมื่อเดือนที่แล้ว ฟ้าติดงานต่างประเทศเลยไม่ได้ร่วมแสดงความยินดีด้วย”

“ผมขอรับแค่น้ำใจละกันนะครับ”

“คุณเมฆมีธุระจริงๆ ใช่มั้ยคะเนี่ยถึงได้ปฏิเสธคำชวนของฟ้า”

“ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับ แต่ผมไม่อยากให้คนที่บ้านเป็นห่วง” เมฆาเอ่ยพลางยกมือซ้ายให้อีกฝ่ายดูแหวนบนนิ้วนาง

“ตายจริง! ฟ้าก็พอจะรู้อยู่หรอกค่ะว่าคุณคบหากับลูกของคุณฉัตรชนก แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นแต่งงานกันแล้ว เพราะคุณฉัตรชนกไม่เคยบอกว่าลูกสาวของเขาแต่งงานแล้ว”

เมฆาเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าลูกค้าของบริษัทไม่มีใครเคยเห็นหน้าลูกชายทั้งสองคนของฉัตรชนก จึงพาลคิดว่าเขาเป็นหนูตกถังข้าวสารลูกสาวบ้านนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นลูกชายต่างหาก ทว่าเขาก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปแก้ความเข้าใจผิดนี้

“แล้วนี่ภรรยาของคุณเมฆาขี้หึงมากเลยเหรอคะ คุณเมฆาถึงได้ไม่ยอมไปทานมื้อเย็นกับฟ้า”

“ไม่ใช่หรอกครับ แต่ผมสัญญาไว้ว่าวันนี้จะกลับไปทำของโปรดให้ทาน ถ้าผมกลับช้า เขาจะเป็นห่วงเอา”

“ฟ้าไม่รู้เลยนะคะเนี่ยว่าคุณเมฆาทำอาหารได้ด้วย ถ้างั้น...ฟ้าขอไปฝากท้องด้วยได้มั้ยคะ”

“จะดีเหรอครับคุณอิงฟ้า บ้านผมมีแต่ผู้ชายซะด้วยสิ”

“คะ? ผู้ชายอะไรล่ะคะ ฟ้าแค่อยากไปรู้จักภรรยาของคุณเมฆา อยากเห็นหน้าลูกสาวของคุณฉัตรชนกที่เอาชนะใจผู้ชายหน้าตาดีมากความสามารถสักครั้ง รู้มั้ยคะว่าคุณฉัตรชนกไม่เคยพาลูกคนไหนออกงานเลย แม้แต่พนักงานในบริษัทเองก็คงไม่เคยเห็นด้วยซ้ำมั้งคะ”

“อันนี้เห็นจะจริงครับ เพราะลูกๆ ของคุณพ่อทั้งสองคนไม่มีใครอยากทำงานด้านนี้เลย แล้วคุณพ่อเองก็ไม่อยากบังคับลูก ท่านยังพูดเสมอว่าดีที่ผมเข้ามาช่วยงานท่านได้”

“นั่นแสดงว่าคุณฉัตรชนกและภรรยาของคุณเมฆาจะต้องไว้ใจคุณมากนะคะ ที่ยอมยกบริษัทให้คนนอกดูแลแบบนี้”

“พวกเราไม่ใช่คนนอกกันหรอกครับ ไม่มีใครคิดกับผมแบบนั้นด้วย ผมเองก็จะรู้จักคุณพ่อและพี่น้องบ้านนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เราก็เหมือนคนในครอบครัวนั่นล่ะครับ”

“แหม! ได้ยินแบบนี้แล้วก็ยิ่งอยากเห็นหน้าเลยนะคะว่าใคร”

“ผมขอโทร. ถามเขาก่อนนะครับ ไม่อยากให้เขาต้องกังวล”

“ได้สิคะ เชิญเลยค่ะ”

เมฆาพยักหน้ารับ ก่อนจะผุดลุกแล้วโทร. หาคนรัก ซึ่งเขาแน่ใจว่ากำลังวุ่นกับการดูแลเด็กๆ ในโรงเรียนที่รอผู้ปกครองมารับ ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายจะรับสายไหม หากอีกฝ่ายไม่ยอมรับสาย เขาคงต้องบอกปัดลูกค้าคนพิเศษของฉัตรชนก ไม่ใช่เพราะเขากลัวธีรศิลป์จะเข้าใจผิด แต่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายไปยุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัวของเขาและคนรักต่างหาก

เขาแน่ใจว่าธีรศิลป์ไม่มีวันเข้าใจผิดเรื่องของเขาและอิงฟ้า เพราะเขาเคยเล่าเรื่องงานให้คนรักฟังบ่อยๆ จึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายไว้ใจและเชื่อใจเขา ไม่มีทางคิดว่าเขานอกใจ หรือคิดหึงหวงด้วยเรื่องไร้สาระ แม้หลายครั้งจะนึกอยากเห็นธีรศิลป์หึงหวงบ้าง แต่การสร้างเรื่องให้เป็นเช่นนั้น...ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเสียด้วยสิ

“ครับพี่เมฆ ทูเกือบรับสายไม่ทันซะแล้ว มีอะไรหรือเปล่า”

“ทูจำลูกค้าที่ชื่ออิงฟ้าได้มั้ย เขาขอไปกินมื้อเย็นที่บ้านเรา”

“อิงฟ้า? อิงฟ้าไหนอะ? อืม...ใช่ที่เป็นลูกค้าวีไอพีของคุณพ่อ ที่ช่วยคุณพ่อพ้นวิกฤติรึเปล่าอะพี่เมฆ”

“คนนั้นแหละ”

“ที่ทูเคยบอกว่าเขาสวยอะนะ”

“ใช่ พี่ไม่อยากให้เขาไปที่บ้านเรา บอกตรงๆ พี่คิดว่าเขาน่าจะอยากอ่อยพี่ แต่พอพี่บอกมีคนที่บ้านแล้ว ก็เลยอยากไปเห็นหน้าปลาทู แต่เขาดันคิดว่าพี่มีภรรยานี่สิ”

เมฆาได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสายก็ยิ้มตามไปด้วย ก่อนอีกฝ่ายจะเอ่ยกลั้วหัวเราะ “พี่เมฆคงต้องให้เธอมาเจอภรรยาพี่เมฆแล้วล่ะ วันนี้ทูบอกครูใหญ่ไว้ว่าจะรีบกลับ”

“งั้นทูกำลังจะกลับหรือยัง”

“กำลังเก็บของเลยครับ เก็บเสร็จก็จะตามขนุนให้กลับด้วยกันแล้วล่ะครับ”

“งั้นขับรถดีๆ นะทู พี่เองก็จะกลับเลยเหมือนกัน”

“ห้ามให้เธอนั่งรถมาด้วยนะพี่เมฆ ไม่งั้นเธอจะอ้างให้พี่ไปส่งอีก เอาเป็นว่าพี่เมฆอ้างว่าต้องไปซื้อของอะไรก็ได้ ตามนี้นะครับ”

“ครับคุณภรรยา” เมฆาแซวก่อนจะตัดสายอีกฝ่าย

ชายหนุ่มเดินกลับไปหาอิงฟ้า ซึ่งอีกฝ่ายเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงทำตามที่คนรักสั่งอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาเพียงส่งโลเคชันให้อีกฝ่ายไปที่บ้านของเขา ส่วนเขานั้นขับรถของตนออกไปก่อน โดยอ้างว่าจำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น แม้ความจริงแล้วเขาจะเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานก็ตาม แต่เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นที่ธีรศิลป์กังวล เขาจึงเห็นด้วยที่จะใช้มันเป็นข้ออ้าง

.
.
.

“พ่อปลาทูครับ ป๊ะป๋ามาแล้ว” ขนุนตะโกนลั่น

“ขนุนเข้ามาเล่นในบ้านนะ อย่าออกไปนอกบ้านล่ะ เดี๋ยวพ่อจะรีบออกไป” ธีรศิลป์ตะโกนจากในครัว ก่อนจะรีบล้างมือแล้วเดินออกจากห้องครัว

ชายหนุ่มคว้าตัวลูกชายเข้าหาตัวแล้วยืนรอเมฆาที่จอดรถในโรงจอดรถเคียงข้างรถเบนซ์ของเขาที่บิดาซื้อให้ จากนั้นจึงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายที่เดินเข้ามาหาเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่รถเก๋งยุโรปเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน

เมฆาไม่ได้ใส่ใจแขกที่อยากมาบ้านเขานัก ด้วยคิดว่านี่ไม่ใช่เวลางาน ชายหนุ่มจึงให้ความสนใจเพียงคนรักและลูกชายเท่านั้น เขาจุมพิตหน้าผากคนรัก ก่อนจะอุ้มขนุนขึ้นสู่อ้อมแขน

“อาบน้ำทั้งพ่อทั้งลูกแล้วนี่”

“ก็ใช่สิครับ เรากลับมาก่อนพี่เมฆนี่ ว่าแต่...นั่นรถคุณอิงฟ้าที่พี่เมฆบอกไว้ใช่มั้ย”

“อือ นี่แหละ ว่าแต่ทูจะให้พี่แนะนำว่ายังไง”

“แล้วแต่พี่เมฆเลยครับ จะแนะนำว่าอะไรก็ตามใจพี่เมฆเลยครับ”

หญิงสาวร่างเล็กก้าวลงจากรถยุโรปสี่ประตู เธอมองเจ้าของบ้านทั้งสามคนพลางเลิกคิ้วประหลาดใจ เมื่อพยายามกวาดตามองหลายรอบแล้วก็ไม่เห็นผู้หญิงที่อยู่ในฐานะภรรยาของเมฆาเลยสักนิด จนอดคิดไม่ได้ว่าเธอคงโดนหลอกเข้าให้แล้ว ทว่า...จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขาคือลูกเขยของอดีตซีอีโอซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา

“บ้านผมหาไม่ยากใช่มั้ยครับ”

“ไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ ฟ้าเองก็ผ่านเส้นนี้บ่อยๆ แต่ไม่คิดว่าในซอยลึกจะมีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้อยู่ด้วย นี่บ่งบอกเลยนะคะว่าชอบความเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้ใครมายุ่มย่ามที่นี่”

“ครับ ผมกับคนรักชอบอยู่แบบสงบๆ น่ะครับ โดยเฉพาะคนรักของผม เขาไม่อยากเจอเรื่องวุ่นวาย ก็เลยไม่ยอมทำงานบริษัทด้วย ผมถือโอกาสแนะนำเลยนะครับ ปลาทูนี่คุณอิงฟ้า เป็นลูกค้าที่พี่บอกไว้ คุณอิงฟ้าครับนี่ปลาทู เป็นลูกชายคนเล็กของอดีตซีอีโอ และเป็นคนรักของผม”

“ลูกชายคนเล็กของคุณฉัตรชนกเหรอคะ”

“ครับ ผมเป็นลูกชายคนเล็กของคุณพ่อ แล้วก็เป็นคนรักของพี่เมฆด้วย”

“ตายจริง! ฟ้าเข้าใจมาตลอดเลยว่าคุณฉัตรชนกมีลูกสาว ไม่ได้คิดว่าภรรยา...เอ่อ...คนรักของคุณเมฆาคือ...”

“ผู้ชายน่ะเหรอครับ” ธีรศิลป์ต่อให้พลางส่งยิ้มกว้าง

เมฆาเห็นเสี้ยวหน้าคนรักก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร จึงเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปในบ้าน แล้วกระซิบบอกคนรักว่าตนจะไปอาบน้ำอาบท่าบนห้อง ให้ธีรศิลป์อยู่คุยกับหญิงสาวไปก่อน ทั้งยังฝากให้ช่วยดูแลขนุน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามพยักหน้ารับขณะผายมือเชิญชวนให้แขกนั่งพูดคุย

“ผมและพี่ชายไม่ชอบออกงานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คุณพ่อก็ไม่เคยบังคับ ทุกคนก็เลยไม่เคยรู้ว่าคุณพ่อมีลูกชายสองคน พอพี่เมฆไปรับตำแหน่งซีอีโอที่บริษัทในฐานะลูกเขย ทุกคนจึงพาลเข้าใจว่าผมเป็นลูกสาว”

“ใช่ค่ะ เพราะคุณเมฆเองก็ไม่ได้แสดงออกว่าจะชอบผู้ชายด้วยกัน แถมยังดึงดูดผู้หญิงให้เข้าหาอีกด้วย”

“ก็แน่ล่ะครับ พี่เมฆหน้าตาดีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ตอนผมเด็กๆ พี่เมฆก็มีผู้หญิงมาสารภาพรักบ่อยๆ”

“แบบนั้น...คุณปลาทูไม่หึงไม่หวงบ้างเหรอคะ”

“ผมเชื่อใจพี่เมฆครับ พี่เมฆไม่เคยนอกใจผม และไม่มีวันทำด้วย คุณอิงฟ้าไม่คิดแบบนั้นเหรอครับ”

คนถูกถามกำมือแน่นพลางกัดริมฝีปากด้านใน แม้การรับรู้ว่าคนรักของเมฆาเป็นผู้ชายจะเป็นเรื่องที่เธอไม่คาดคิด แต่มันกลับทำให้เธออดคิดอย่างลำพองใจไม่ได้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องง่าย ที่จะให้คู่รักคู่นี้มีปัญหากัน

“แล้วผมก็ขอพูดไว้ก่อนเลยนะครับ ที่เรารักกันไม่ใช่เพราะเรื่องบริษัท แต่เรารักกันมานานมากแล้ว ถึงจะห่างไปบ้างเพราะการเรียนหรือเรื่องอื่น แต่เพราะเรารักกัน พอกลับมาเจอกันเราจึงตัดสินใจอยู่ด้วยกัน แล้วพี่เมฆก็รักผมมากจนยอมให้ลูกชายของเขาเรียกผมว่าพ่อ”

“ลูกชายของคุณเมฆาเหรอคะ” อิงฟ้าเอ่ยถามก่อนจะหันไปมองร่างกลมป้อมที่กำลังก้มหน้าก้มตาระบายสี

“น่ารักจังเลยนะคะ แต่เด็กวัยขนาดนี้ไม่มีผู้หญิงมาทำหน้าที่แม่ จะไม่เป็นอะไรเหรอคะ คุณเมฆาคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ”

ธีรศิลป์คลี่ยิ้มทันที แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนิสัยเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าเธอต้องการอะไรจากเขาและเมฆา คราแรกเขาก็อยากคิดในแง่ดีว่าเจ้าหล่อนแค่อยากสนิทสนมกับเมฆาในฐานะคู่ค้า แต่ในตอนนี้...เห็นได้ชัดๆ ว่าต้องการเป็นมากกว่าลูกค้าเสียแล้วสิ และเขาขอตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม

“ขนุนมาหาพ่อหน่อย”

“ครับ พ่อปลาทูจะให้ขนุนช่วยอะไรเหรอครับ” เด็กชายเอ่ยถามพลางกอดคอคนที่อุ้มเขาขึ้นนั่งบนตัก

“ขึ้นไปดูป๊ะป๋าหน่อยไป ป่านนี้น่าจะอาบน้ำเสร็จแล้ว ถ้ายังไงบอกให้ป๊ะป๋ารีบลงมานะ บอกว่าพ่อหิวมากๆ ครับ”

“ครับ! ขนุนจะรีบไปบอกให้” เอ่ยจบก็กระโดดลงพื้นแล้ววิ่งไปยังห้องโถงที่มีบันไดขึ้นสู่ชั้นสองของบ้านทันที

เมื่อคล้อยหลังลูกชายนอกไส้แล้ว ธีรศิลป์ก็หันมาทางหญิงสาวพลางเท้าคางราวกับต้องการให้อีกฝ่ายได้เห็นแหวนทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนชัดๆ ว่ามันเป็นแหวนคู่ของเขาและเมฆา

“ผมไม่อยากพูดต่อหน้าขนุน เพราะงั้นผมจะรีบพูดกับคุณซะ คุณน่ะเป็นแค่ลูกค้าก็ดีอยู่แล้ว อย่าได้คิดเป็นมากกว่านั้นเลย พี่เมฆไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ หลายใจ ไม่ว่าคุณจะยั่วแค่ไหน หรืออ่อยยังไง พี่เมฆเขารู้ไต๋คุณหมดนั่นแหละ แล้วถ้าเขาคิดจะเลือกคุณ เขาคงไม่พาคุณมาให้รู้จักผม แล้วแนะนำผมว่าเป็นคนรัก คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ ผมว่า...คุณตัดใจจากพี่เมฆเถอะ ยังไงตอนนี้คุณก็คงยังไม่ได้ชอบอะไรพี่เมฆ ก็แค่ถูกใจเพราะพี่เมฆทำงานเก่งแล้วก็หน้าตาดีเท่านั้นแหละ”

“แต่ยังไงผู้หญิงก็ดีกว่าผู้ชายนะคุณปลาทู”

ธีรศิลป์หลุดหัวเราะทันที “นี่คุณอยู่ยุคสมัยไหนเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่ต่างกันหรอก มันอยู่ที่ว่าอยู่กับใครแล้วมีความสุขต่างหาก แล้วคนที่ทำให้พี่เมฆมีความสุขก็คือผม ถ้าคุณไม่เชื่อก็รอดูละกัน”

อิงฟ้าไม่ทันจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ก็ได้ยินเสียงพูดคุยของสองพ่อลูกดังออกมาจากด้านใน ธีรศิลป์ผุดลุกจากโซฟา ก่อนที่เมฆาจะจูงมือลูกชายมาหาคนรัก แขนแข็งแรงคล้องลำคอของคนรักแล้วกดริมฝีปากบนศีรษะอีกฝ่าย

“คุยกันไปถึงไหนแล้ว”

“ไม่ถึงไหนหรอกพี่เมฆ แต่ตอนนี้ทูหิวมากเลย พี่เมฆบอกว่าวันนี้จะทำอะไรให้กินนี่ครับ”

“อืม...งั้นเอาเป็นของโปรดปลาทูละกันเนอะ”

“กุ้งชุบแป้งทอดๆๆ วันนี้ขนุนจะได้กินกุ้งชุบแป้งทอดฝีมือป๊ะป๋าด้วย”

เมฆายิ้มกว้างพลางโยกศีรษะลูกชาย ก่อนจะฉวยโอกาสจุมพิตขมับคนรักอีกครั้ง ธีรศิลป์จึงจุมพิตปลายคางตอบอีกฝ่าย จนแขกที่มาเยือนได้แต่กำมือแน่น และรู้สึกอับอาย ไม่สามารถทนอยู่ได้อีก

“คุณเมฆาคะ ฟ้ามีธุระด่วนต้องกลับก่อน ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ชวนมา”

“เสียดายจังเลยนะครับ พี่เมฆทำอาหารอร่อยมาก ไว้คราวหน้าคุณฟ้ามากินด้วยกันสิครับ” ธีรศิลป์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“ค่ะ ถ้ายังไงฟ้าขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวทูไปเปิดประตูให้คุณอิงฟ้าเอง พี่เมฆเข้าครัวเถอะครับ ทูเตรียมของไว้ให้บ้างแล้ว”

“อือ พี่ฝากด้วยนะ ยังไงก็ขับรถดีๆ นะครับคุณอิงฟ้า”

อิงฟ้าได้แตะกำมือตัวเองแน่น ก่อนจะหมุนกายออกจากบ้านหลังใหญ่ของอีกฝ่าย ขณะที่ธีรศิลป์โยกศีรษะเล็กของขนุน ทั้งยังบอกให้ไปช่วยเมฆาในครัว จากนั้นจึงเดินตามหญิงสาวไปที่รถของเธอ ซึ่งท่าทางของเขาเป็นเหตุให้อิงฟ้าหงุดหงิด

“นี่คุณ! จะเดินตามฉันมาทำไมเนี่ย ต้องการจะพูดอะไรอีก” อิงฟ้ากระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด

“ผมเปล่าครับ” ธีรศิลป์เอ่ยก่อนจะฉีกยิ้มให้อีกฝ่าย “ผมคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก การกระทำของผมกับพี่เมฆคงตอบคำถาม ตอบข้อสงสัย และดับความหวังทุกอย่างของคุณอิงฟ้าแล้ว ถึงตอนนี้คุณจะหงุดหงิด จะไม่พอใจยังไง แต่มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ เดี๋ยวคุณก็คงลืมเรื่องพวกนี้หมด”

อิงฟ้ามองหน้าคนพูดนิ่ง ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เธอราวกับไม่ได้ถือสาในความรู้สึกและคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ จริงอยู่ว่าเธอชื่นชอบและชื่นชมเมฆาเป็นอย่างมาก นั่นจึงคาดหวังเป็นมากกว่าลูกค้า แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าคนรักของอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย เธอก็นึกคาดหวังขึ้นมา แต่แล้วความหวังก็ดับสิ้นเมื่อเห็นความรักที่แสดงออกกันอย่างโจ่งแจ้งของทั้งคู่

และก็จริงอย่างที่ธีรศิลป์พูดนั่นแหละ เธอไม่ได้ถลำลึกในความรู้สึกที่มีต่อเมฆาขนาดนั้น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกผิวเผินเท่านั้น

“เอาเถอะค่ะ ฟ้าเองก็ไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกระทบกับงาน ถ้าคุณเมฆามั่นคงต่อคุณแบบนี้ ไม่ว่าฉันหรือใครก็คงเข้าไปแทรกกลางไม่ได้”

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะครับ”

“งั้นฉันก็ขออวยพรให้คุณกับคุณเมฆารักกันไปนานๆ ก็แล้วกันนะคะ ยังไงฉันก็ขอตัวก่อน แล้วก็...ขอโทษด้วยนะคะที่พูดจาไม่ดี จริงๆ แล้วฉันไม่ได้เหยียดหรือรังเกียจเพศที่สามหรอกนะคะ”

“ผมเข้าใจดีครับ อีกอย่าง...ผมกับพี่เมฆไม่ได้สนเรื่องเพศที่สามอะไร พวกเราก็แค่รักกัน”

คำพูดเรียบง่ายของธีรศิลป์ทำให้คนฟังยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะสอดกายเข้าไปในรถ ชายหนุ่มถอยออกห่างขณะกดรีโมตเปิดประตูรั้วให้อิงฟ้าแล่นรถออกจากบ้านไป เมื่อปิดประตูรั้วเรียบร้อย เขาจึงเดินกลับเข้าบ้าน

“พ่อปลาทูครับ ป๊ะป๋าไม่ให้ขนุนไปยุ่งในครัว บอกว่าให้ไปดูการ์ตูน ขนุนเลยมารอบอกคุณพ่อว่าขนุนไม่ผิดนะครับ”

“พ่อเข้าใจแล้วครับ ปะ! ไปดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นไป เดี๋ยวพ่อจะเข้าไปช่วยป๊ะป๋า จะได้กินมื้อเย็นกัน ขนุนหิวหรือยัง”

“นิดหน่อยครับ แต่ขนุนยังทนได้ คุณพ่อไปช่วยป๊ะป๋าเถอะครับ”

ธีรศิลป์ยิ้มรับก่อนจะมองร่างป้อมวิ่งดุ๊กๆ ไปยังห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยนึกเอ็นดูอีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปยังห้องครัว เขามองคนที่กำลังง่วนกับการผสมแป้งก็รีบพาตัวเองเข้าไปกอดเอวอีกฝ่ายไว้

“ถึงไหนแล้วครับพี่เมฆ”

“อืม...พี่ตั้งกระทะแล้ว รอน้ำมันร้อนก็ทอดได้แล้ว ว่าแต่ทูเถอะ ส่งคุณอิงฟ้าเรียบร้อยแล้วเหรอ”

“ครับ แล้วเธอก็คงไม่ยุ่งกับพี่เมฆแบบนั้นอีก”

“ไปพูดอีท่าไหนล่ะ”

“ไม่ได้พูดอะไรเลย ก็แค่เป็นเรื่องของจิตวิทยานิดหน่อย” ธีรศิลป์เอ่ยพลางดันกายขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์เพื่อจะได้มองหน้าคนรัก “จริงๆ เธอก็ไม่ได้รักพี่เมฆขนาดนั้นนี่”

“พี่รู้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าพี่เป็นลูกเขยของคุณพ่อ ต้องรู้อยู่แล้วสิว่าพี่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน แต่คงไม่มีใครรู้หรอกว่าภรรยาของพี่น่ะแสบแค่ไหน”

“แสบแต่ก็รักมาใช่มั้ยล่ะ ถ้าเป็นงั้นทูก็โอเคนะ”

“เอาที่ทูสบายใจเลย” เมฆาเอ่ยพลางบีบจมูกคนรักด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยอย่างรู้ทัน “จริงๆ แล้วทูตั้งใจจูบพี่กลับใช่มั้ยก่อนเธอจะกลับน่ะ พี่เลยเล่นตามด้วยไง”

“ทำไมถึงคิดว่าทูตั้งใจล่ะ” ธีรศิลป์ไม่คิดตอบคำถามคนรัก แล้วเป็นฝ่ายถามกลับ

“ปกติทูไม่ใช่คนแสดงออกความรักอย่างเปิดเผยต่อหน้าคนที่ไม่สนิทกัน ขนาดกับเพื่อนของทูเอง ทูยังไม่เคยจูบ ไม่เคยหอมให้พวกเขาเห็นเลย เว้นแต่เขาจะมาเห็นเอง เพราะงั้น...ที่ทูทำก็คงตั้งใจ และเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมอย่างที่ทูชอบพูดบ่อยๆ”

“แฟนใครเนี่ยฉลาดจริงๆ เลย”

เมฆาไม่ตอบแต่ยิ้มกว้างราวกับจะตอบรับกลายๆ

ธีรศิลป์เอียงคอมองมือคล่องแคล่วที่นำกุ้งชุบแป้งลงทอดทีละตัว ยิ่งอยู่ด้วยกันมากขึ้น ใช้เวลาในฐานะคนรัก...คนในครอบครัว ก็ยิ่งทำให้เขาเห็นความเสมอต้นเสมอปลายที่อีกฝ่ายมอบให้ ไม่มีวันไหนเลยที่เมฆาจะละเลยเขา ไม่มีวันไหนเลยที่เมฆาจะหงุดหงิดหรือพาลใส่เขา หลายครั้งที่คนตรงหน้ามีปัญหาเรื่องงาน ก็เคยมาลงใส่เขา หลายครั้งที่เหนื่อยจนถอดใจ ก็ไม่เคยโทษเขาที่ทำให้ต้องลำบากขนาดนี้ เมฆาเพียงยิ้มให้เขา โอบกอดเขา แล้วกุมมือเขาไว้

เพราะความรักที่เมฆามอบให้อย่างเสมอต้นเสมอปลายนี่แหละ ที่ทำให้ธีรศิลป์เชื่อใจอีกฝ่าย ไม่เคยนึกระแวง ไม่เคยสงสัยในความสัมพันธ์ของเขากับคนอื่น และเพราะเชื่อจนหมดหัวใจ จึงไม่เคยตามเช็ก ตามจิก หรือเป็นกังวลเรื่องมือที่สาม หรือคนที่คิดเข้าหาเมฆาสักครั้ง ทว่าเรื่องเชื่อใจก็ส่วนเชื่อใจ อย่างไรเสียคนรักของเขาก็ไม่ได้ขี้เหร่ แถมมีเสน่ห์ดึงดูด ทั้งยังพ่วงตำแหน่งซีอีโอไฟแรงอีก เขาจะไม่หวงไม่ห่วงก็คงแปลก แต่เรื่องหวงคงไม่เท่าเป็นห่วง จากการที่อีกฝ่ายตรากตรำทำงานอย่างหนัก เพื่อรับผิดชอบแทนเขาที่ปฏิเสธการเข้าไปข้องเกี่ยวในเรื่องธุรกิจของบิดา จนเขานึกขอบคุณเมฆาอยู่เสมอ ทั้งยังรู้สึกรักอีกฝ่ายมากขึ้นอีกเท่าตัว

“ทูรักพี่เมฆมากนะ รักมาก...มากกว่าที่ตัวเองคิดไว้มากๆ เลยล่ะ”

เมฆาเลิกคิ้วขณะหันมามองคนรัก นึกประหลาดใจที่คนรักของเขาพูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มมองกุ้งที่ยังไม่สุกดีในกระทะ ก่อนจะเดินมาหาคนรักแล้วสวมกอดเอวคนที่นั่งบนเคาน์เตอร์ เงยหน้าเล็กน้อยเพื่อจะมองเข้าไปในดวงตาคนพูด

“พี่บอกกี่ครั้งแล้วน่ะคนดี บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ต้องห่วงพี่ ทุกอย่างที่พี่ทำพี่ก็เลือกเองทั้งนั้น”

“แต่ก็เพราะทูที่ทำให้พี่เมฆต้องเหนื่อยและลำบากขนาดนี้ ทูรู้นะว่างานบริษัทมันเหนื่อยมากๆ หลายคืนที่ทูตื่นมาแล้วพี่เมฆยังไม่นอนเพราะเร่งเคลียร์งาน หรือบางคืนที่พี่เมฆหลับแต่คิ้วนี่ยังขมวดกันราวกับมีเรื่องคิดไม่ตก ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะงานมันหนักมากใช่มั้ย”

“พี่จะไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ามันหนัก แต่เพราะพี่ก็ยังมือใหม่ มีอีกหลายอย่างที่พี่เองก็ยังต้องเรียนรู้ แต่ผ่านไปอีกสักปีสองปี หรืออาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย มันก็คงดีกว่าตอนนี้ ช่วงนี้พี่ก็อยู่ในช่วงสั่งสมประสบการณ์เพื่อที่จะอ่านอะไรได้ขาดกว่านี้ในอนาคต โดยไม่ต้องมานั่งกังวลทีหลังอย่างทุกวันนี้”

“กว่าจะถึงตอนนั้น...พี่เมฆคงเหนื่อยมากๆ เลยนะ ทูเป็นห่วง”

“แค่พี่มีทูอยู่ ได้เห็นทูทุกเช้าเย็น ได้นอนกอดกัน ได้บอกรักกันแบบทุกวันนี้ ก็ช่วยให้พี่มีแรงแล้วล่ะ”

“จริงเหรอ พี่เมฆพอใจแค่นี้จริงๆ นะ”

“แค่ปลาทูของพี่คนนี้ก็พอแล้ว ทูก็รู้นี่ว่าพี่ชอบกินอะไร” เมฆาจ้องหน้าคนพูดด้วยแววตาหวานหวามแฝงความปรารถนาที่ไม่คิดจะปิดบัง

“น้ำพริกปลาทูอะเหรอ?” ธีรศิลป์แกล้งทำเป็นไม่รู้ความนัยที่เขาพูด

“พูดแบบนี้...คืนนี้ได้รู้แน่”

“เอาจริงดิ พูดแล้วอย่ามากลับลำบอกว่าเหนื่อย แล้วชิ่งหลับก็แล้วกัน”

“คืนนี้ไม่มีงั้นแน่ๆ ทูก็รู้ว่าเพราะอะไร”

ธีรศิลป์แกล้งไหวไหล่ ก่อนจะพยักพเยิดไปทางกระทะที่มีกุ้งสีทองส่งกลิ่นหอม เมฆาจึงยอมผละไปจัดการอาหารที่ตนทำค้างไว้
ชายหนุ่มแกว่งขาเบาๆ เขารู้ว่าพ่อครัวจำเป็นพูดถึงอะไร พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเมฆา และเจ้าตัวเคยบอกกับเขาว่าอยากให้เขาเป็นคนมอบของขวัญคนแรก อยากให้เขาเป็นคนแรกที่อวยพรวันเกิดให้ ดังนั้น...คืนนี้ในเวลาเที่ยงคืน เขาจะมอบของขวัญ และอวยพรวันเกิดให้เมฆาก่อนใคร







**TBC**




มาแล้วนะค้าาาาา
ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะ
....

ฝากติดตามด้วยน้าาาาา  :mew1:


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2021 04:12:30 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
Chapter 28
คนนี้...ป๊ะป๋าขอ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ธีรศิลป์สูดหายใจเข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะรอตัวเลขในโทรศัพท์จะแสดงเวลาเป็นเลขศูนย์สี่ตัว ชายหนุ่มมองตัวเองที่สะท้อนในกระจกห้องน้ำก็ต้องเม้มปากแน่น ด้วยไม่มั่นใจนักว่าที่ตนทำนี้มันจะเข้าท่า แต่นี่คือสิ่งที่คิดได้จากการรวมหัวกันของเขาและเพื่อนๆ แล้วสรุปว่าเป็นของขวัญที่จะทำให้เมฆามีความสุขที่สุด

“เปลี่ยนใจทันมั้ยวะไอ้ทู คิดได้ไงกับการผูกโบตัวเองเป็นของขวัญวันเกิดให้ไอ้พี่เมฆบ้ากาม เห็นแบบนี้คงได้หาเรื่องล้อเราไปอีกหลายวันแน่เลย”

ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางเกาหัวแกรกๆ จริงอยู่ที่เมื่อเย็นหลังเขาและเมฆาช่วยกันทำอาหารมื้อเย็น บิดามารดาของเมฆาและเขาพากันมาร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็น แล้วฉวยโอกาสพาขนุนไปนอนด้วย อ้างว่าพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ทั้งยังเป็นวันเกิดของเมฆา อยากให้พวกเขาได้มีเวลาสวีตในวันเกิด แล้วค่อยไปร่วมงานเลี้ยงกันที่บ้านของบิดามารดาของเมฆาในวันพรุ่งนี้ตอนเย็น มันก็ดีอยู่หรอกที่เขาไม่ต้องตอบคำถามขนุนในวันพรุ่งนี้

ทว่า...เมื่อต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคน เขาก็เอาแต่คิดถึงการเซอร์ไพรส์วันเกิด แต่เมื่อต้องมาเตรียมตัวตามลำพังแบบนี้แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนที่ทะลึ่งและลามกเห็นจะเป็นเขามากกว่าเมฆาเสียอีก หรือควรพับแผนการมอบตัวเองเป็นของขวัญดี อย่างไรเสียเขาก็มีของขวัญชิ้นอื่นที่เตรียมไว้แล้ว เขารู้ดีว่าไม่ว่าเขาให้อะไรเมฆาย่อมดีใจทั้งนั้น

ระหว่างที่ธีรศิลป์กำลังลังเลและคิดจะเปลี่ยนใจ เสียงเคาะประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น ชายหนุ่มสะดุ้งก่อนจะหันไปมองบานประตู หัวใจในอกเต้นกระหน่ำด้วยรู้สึกตื่นตระหนก เนื่องจากประตูห้องน้ำนี้ไม่มีล็อก ซึ่งเมฆาใช้ประตูแบบนี้ด้วยเหตุผลว่าเป็นการคิดเพื่ออนาคต หากเขาหรือตัวอีกฝ่ายเป็นอะไรในห้องน้ำ จะได้ไม่ต้องไปหากุญแจให้เสียเวลา และช่วยเหลือได้ทันท่วงที ตอนนั้นเขาก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มาตอนนี้...เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย

“พี่เมฆจะเข้าห้องน้ำเหรอ รอแป๊บนึงนะ ทูกำลังจะออกไป”

ธีรศิลป์มองตัวเองในกระจกแล้วสูดหายใจเข้าปอด เรียกความกล้าให้ตัวเอง คนอย่างเขาเมื่อคิดจะทำอะไรแล้ว จะต้องทำให้ได้ และมันต้องออกมาดีที่สุด!

เมื่อเรียกความกล้าได้แล้วเขาก็ไม่คิดมองกระจกอีก ด้วยกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจ แล้วเดินออกจากห้องน้ำพลางส่งยิ้มให้คนรักที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง

“พี่คิดว่าทูเป็นอะไรไปเสียอีก เสียงน้ำเงียบไปตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นทูออกมาสักที ทำพี่เป็นห่วงจนนั่งไม่ติด”

“ทำไมแฟนทูขี้เป็นห่วงแบบนี้ล่ะ”

“แล้วทูเข้าไปทำอะไรตั้งนานสองนานล่ะ”

“ก็อาบน้ำนั่นแหละ ว่าแต่พี่เมฆทำอะไรอยู่ วันนี้ไม่ทำงานแล้วเหรอ” ธีรศิลป์เอ่ยถามขณะเดินตามคนรักซึ่งทรุดกายนั่งลงบนเตียง ก่อนเขาจะนั่งคร่อมบนตักอีกฝ่าย แล้วกอดลำคอแกร่งพลางสบตาคมปลาบที่ห่างกันเพียงคืบ “หรือว่ากำลังรอของขวัญจากทูอยู่ อืม...นี่ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วด้วย มานับถอยหลังด้วยกันมั้ยล่ะพี่เมฆ”

เมฆายกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคู่คมปลาบแพรวพราวอย่างไม่คิดปิดบังถึงความปรารถนา แขนแข็งแรงกอดเอวอีกฝ่ายพลางดึงให้แนบกับตัว ทว่าธีรศิลป์กลับออกแรงยื้อไว้ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม พาให้คนแก่กว่าเลิกคิ้วฉงนใจ

“ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้ รอแป๊บนึงสิ”

เมฆาเลิกคิ้วเมื่อธีรศิลป์ลุกจากตักของตนไปยังตู้เสื้อผ้า ก้มอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าครู่ใหญ่ก็เดินกลับมาหาเขา พลางยื่นกล่องลักซูรีสีดำซึ่งผูกริบบิ้นเป็นโบสีแดงเอาไว้ เขามองหน้าคนให้ที่นั่งคร่อมบนตักของเขาพลางพยักพเยิด คะยั้นคะยอให้เขาเปิดกล่องของขวัญ

“เงินเดือนคุณครูอนุบาลนี่ซื้อของพิเศษแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”

“อย่าดูถูกเงินเดือนครูอนุบาลของทูสิพี่เมฆ อีกอย่าง...ทูก็ไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แถมยังได้เงินเดือนจากคุณสามีทุกเดือนด้วย แบบนี้ทูก็มีเงินเก็บไว้ซื้อของขวัญในวันพิเศษน่ะสิ”

“อัฐยายซื้อขนมยายสินะ”

“อย่าพูดมากน่า รีบแกะได้แล้ว ทูอยากรู้ว่าพี่เมฆจะชอบมั้ย”

“ของที่ทูให้น่ะพี่ก็ชอบหมดแหละ โดยเฉพาะ...” เมฆาลากเสียงก่อนจะก้มหน้าลงหมายจะแนบกับลำคออีกฝ่าย ทว่าธีรศิลป์รู้ทันรีบดับแผงอกให้ออกห่าง

“เร็วสิ แกะได้แล้ว” ธีรศิลป์เร่งพลางมองนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาเลยเที่ยงคืนไปเกือบห้านาทีแล้ว

เมฆาคลี่ยิ้มก่อนจะยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขาปลดโบว์ริบบิ้นสีแดงออกจากตัวกล่อง แล้วดันฝากล่องเปิดขึ้น เพียงเห็นของด้านในเขาก็ยิ้มกว้างมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ของขวัญมีราคานักในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเขาแล้ว...มีมูลค่าทางใจ ทั้งยังมีความหมายอีกด้วย

เนคไทสองเส้น เส้นหนึ่งเป็นสีน้ำเงินที่เป็นสีโปรดของเขา อีกเส้นเป็นสีชมพูนมเย็นที่เป็นสีโปรดของธีรศิลป์ คล้ายกับจะสื่อถึงการเป็นคู่ระหว่างเขาและอีกฝ่าย ซึ่งด้านในฝากล่องนั้นมีคลิปเนคไทสองอัน อันหนึ่งเป็นลายรูปเมฆ อันหนึ่งเป็นรูปปลาทู เพียงเห็นเขาก็รู้เลยว่าคนตรงหน้าใส่ใจและรักเขาเพียงใด

“ชอบมั้ยพี่เมฆ”

“ชอบสิ ชอบมากเลย ทูรู้ใจพี่ที่สุดแล้วล่ะ”

“ก็แน่สิ จะมีใครกล้ารู้ใจพี่เมฆมากกว่าทูอีกล่ะ”

“งั้นต้องพิสูจน์อีกนิดแล้วล่ะว่ารู้ใจพี่จริงมั้ย”

“ยัง...โอ๊ย!” ธีรศิลป์ร้องลั่นเมื่อถูกดึงลงกลางเตียง ก่อนจะถูกอีกฝ่ายคร่อมลงมาโดยไม่บอกกันล่วงหน้า “ทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ นี่ทูไม่ใช่ตุ๊กตานะที่นึกจะเหวี่ยงลงมาแบบนี้ก็ทำได้ง่ายๆ น่ะ”

“งั้นก็หมายความว่าทูตัวเบาเหมือนตุ๊กตา งั้นให้พี่ดูหน่อยสิว่าตัวนุ่มนิ่มเหมือนตุ๊กตามั้ย”

“พี่เมฆ! ทำบ้าอะไรของพี่เนี่ย หยุดเลยน้า...พี่เมฆ! มันจั๊กจี้นะ!” ธีรศิลป์โวยเมื่อเมฆาเอาแต่สัมผัสเอวและสีข้างซึ่งเป็นจุดบ้าจี้ของเขา

เมฆากลั้นขำขณะกดจมูกกับซอกคอหอม แม้เขาและธีรศิลป์จะใช้สบู่จากขวดเดียวกัน มีกลิ่นเดียวกัน ทว่าเมื่อมาอยู่บนร่างกายอีกฝ่ายกลับหอมกว่าของเขามากนัก

“เดี๋ยวก่อนพี่เมฆ ทูยังมีของขวัญอีกชิ้นนึง ของขวัญชิ้นนี้พี่เมฆน่าจะถูกใจกว่าเนคไทอีก”

“หือ? มีอีกเหรอ นี่ใช้เงินเก็บหมดเลยรึเปล่าเนี่ย” เมฆาถามพลางผละออกห่างแล้วขยับตัวมานั่งเคียงธีรศิลป์

“เว่อร์เกินไปแล้วนะพี่เมฆ”

ธีรศิลป์ขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมบนตัวของคนรักที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง แล้วปลดกระดุมทีละเม็ด...ทีละเม็ด...ขณะที่เมฆาทำได้เพียงมองตามนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่าย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นโบว์สีชมพูใต้อกซึ่งตัดกับสีผิวของเจ้าตัว

“นี่มัน...”

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับพี่เมฆ” ธีรศิลป์กัดริมฝีปากของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางเช่นนั้นมันยั่วยวนเพียงใด “เอ่อ...พี่เมฆชอบของขวัญชิ้นนี้มั้ย”

“ไม่ชอบ แต่รัก...รักมากๆ เลย พี่ขอแกะของขวัญเลยได้มั้ย”

ธีรศิลป์ไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย เขาเพียงโอบรอบลำคอแกร่งเป็นคำตอบ เมฆายิ้มกริ่มทันที มือหนึ่งปลดโบว์สีชมพูออกจากตัว แล้วปลดเสื้อนอนกระดุมหน้าของอีกฝ่ายออกจากแขน ก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้เอนกายกับเตียง แล้วบดริมฝีปากของตนกับของเขา ขณะประสานมือข้างหนึ่งกดไว้กับเตียง ส่วนมืออีกข้างเขาลากไปยังขอบเอวยางยืดขายาวของอีกฝ่ายเพื่อดึงมันออกจากกาย

“ที่อยู่ในห้องน้ำตั้งนานเพราะมัวทำแบบนี้หรือ”

“อื้อ! แล้วก็เตรียมตัวด้วย ทูอยากตามใจพี่เมฆบ้าง”

“แต่พี่อยากเป็นคนเตรียมให้ทูมากกว่า ทีหลังไม่ต้องฝืน ไม่ต้องพยายามขนาดนี้นะ เรื่องแบบนี้...เราควรมีความสุขด้วยกันถึงจะดีนะ”

“พี่เมฆไม่ชอบแบบนี้เหรอ” ธีรศิลป์เอ่ยถามพลางสบตาคนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

“ให้ตายสิปลาทู ทำไมชอบยั่วพี่นักก็ไม่รู้ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหวอย่ามาโทษพี่ก็แล้วกัน”

“อ๊ะ!” ธีรศิลป์ได้แต่อุทาน ก่อนเสียงจะหายเข้าไปในลำคอเมื่อเมฆาบดริมฝีปากลงมา

มือใหญ่ของเมฆาสัมผัสไปทั่วร่างขาว ทั้งยังสัมผัสกลางกายแกร่ง ปลุกอารมณ์ของเขาให้คล้อยตามสัมผัสอ่อนโยน เร่าร้อน จนเผลอเรียกร้องให้เขาทำตามแรงปรารถนาที่กำลังพลุกพล่านของทั้งคู่

เมฆาไม่สนใจแล้วว่าคืนนี้คือวันเกิดของเขา ไม่สนแล้วว่าธีรศิลป์จะอวยพรวันเกิดเขาอย่างไร เพราะของขวัญชิ้นนี้ที่อยู่ใต้ร่างของเขา ทำให้เขามีความสุขที่สุด ทั้งยังเป็นการอวยพรที่ดีที่สุด เพราะทำให้เขามั่นใจว่าผู้ชายคนนี้พร้อมจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ยอมทำทุกอย่างเพื่ออยู่กับเขา รักเขามากที่สุดจนถึงขั้นผูกโบว์และเตรียมตัวเองเพื่อเขา ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่ธีรศิลป์ถนัดสักนิด

และเพราะความเอาใจใส่ ความน่ารักของธีรศิลป์นี่แหละที่ทำให้เขายิ่งหลงรักผู้ชายคนนี้...ที่เคยเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คอยวิ่งตามเขา คอยเรียกหาเขา แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ แล้ว แต่ก็ยังเรียกชื่อเขาตลอดเช่นที่เคยเป็นมา และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาอยู่เคียงข้างผู้ชายคนนี้นอกจากเขาเป็นอันขาด!

.
.

ขนุนรีบวิ่งเข้าบ้านทันทีที่ลงจากรถ เขาวิ่งตรงไปหาธีรศิลป์ทันที ชายหนุ่มรีบกอดตอบอีกฝ่าย ก่อนจะยกมือไหว้บุพการีของเมฆา และบิดาของตน ก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปทางพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อเช้า ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจใช้วันลาพักร้อนกลับมาเพื่อจัดงานแต่งงานของตนกับคนรัก แล้วพาอีกฝ่ายไปอยู่ด้วยกัน

“ป๊ะป๋ายังไม่กลับมาอีกเหรอครับพ่อปลาทู”

“ใช่ เห็นว่าวันนี้จะกลับมาเย็นหน่อย ช่วงนี้ที่บริษัทงานยุ่งน่ะ”

“แล้วคุณพ่อไม่ไปบริษัทกับป๊ะป๋าเหรอครับ”

“ไม่ไปครับ พ่อมาอยู่รอปลาทูไงล่ะ พอคุณตาโทร. มาบอกว่าจะพาปลาทูไปรับลุงเก๋าด้วย พ่อก็เลยอยู่รอที่บ้านไงครับ” ธีรศิลป์ตอบคำถามลูกนอกไส้ ก่อนจะหันมองพี่ชาย “กลับมาแต่งงานเหรอครับพี่ชาย”

“อย่างน้อยฉันก็ไม่แอบกินแล้วรู้กันแค่สองคนแบบเราหรอกนะปลาทู”

“แอบกินอะไรกัน ไม่เห็นเหรอว่ามีเรือนหอเป็นของตัวเองด้วย แถมมีลูกแล้วด้วยเนี่ยไง”

“ถ้าแกมีลูกเองได้ แสดงว่าแกมีลูกตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ”

ธีรศิลป์หัวเราะร่าทันที ก่อนจะเชื้อเชิญทุกคนเข้าบ้าน ชายหนุ่มจูงมือขนุนให้ไปช่วยเตรียมขนมและน้ำดื่มมาให้คนอื่นๆ ซึ่งกรวิชญ์ฉวยโอกาสตามน้องชายเข้าไปในครัวด้วย

กรวิชญ์เลิกคิ้วเมื่อเห็นน้องชายนำขนมออกจากเตาอบ แม้จะพอรู้จากเพื่อนรักอยู่บ้างว่าธีรศิลป์สามารถทำอะไรเองได้มากกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะจนขนาดสามารถอบขนมเองได้ เขานั่งบนเก้าอี้บาร์หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในครัว เท้าคางมองน้องชายก็อดจะยิ้มไม่ได้ที่ได้เห็นความสุขซึ่งรายล้อมรอบตัวอีกฝ่ายไว้

“อย่าจับด้วยมือเปล่านะขนุน เดี๋ยวนิ้วก็พองอีกหรอก คราวก่อนยังไม่เข็ดหรือไง ถ้าอยากกินก็ไปหยิบในขวดโหลสิ”

“ก็อันนี้มันหอมนี่ครับ”

“ห้ามดื้อกับพ่อนะขนุน ไปเอาจานมาใส่คุกกี้ให้คุณปู่คุณย่าคุณตาไป”

ขนุนรับคำพลางปีนขึ้นเก้าอี้ตัวเล็กแล้วหยิบจานใส่อย่างเคยชิน ก่อนจะหยิบคุกกี้ในขวดโหลมาวางในจาน จากนั้นจึงถือออกไปยังห้องนั่งเล่น

“เดี๋ยวนี้น้องชายพี่พัฒนาขึ้นเยอะ สงสัยไอ้เมฆจะสอนดีนะเนี่ย น้องชายพี่ถึงขั้นเข้าครัวแล้วของไม่ไหม้นี่ถือว่าไม่ธรรมดา พี่ไม่อยู่แค่ปีกว่าๆ เอง ถ้าไม่เห็นกับตานี่พี่ก็ไม่เชื่อเลยนะ”

“ทูก็แค่อยากทำอะไรให้พี่เมฆบ้าง พี่เก๋ารู้มั้ย...ตั้งแต่พี่เมฆรับตำแหน่งต่อจากคุณพ่อ พี่เมฆทำงานหนักมาก แล้วยังมีพวกตาแก่หัวโบราณในบริษัทที่กังขาความสามารถพี่เมฆอีก พี่เมฆเลยยิ่งต้องพยายามหนักขึ้นมากๆ ทูก็เลยไม่อยากทำตัวเป็นภาระ”

“พี่ได้ยินทูพูดแบบนี้ พี่ก็สบายใจแล้ว เพราะนั่นเท่ากับว่าทูมีความสุขที่ได้อยู่กับเมฆ สำหรับพี่แล้วแค่ทูมีความสุข พี่ก็มีความสุขแล้วล่ะ”

“งั้น...พี่เก๋าช่วยอะไรทูหน่อยสิ”

“อะไรล่ะ”

“พี่เมฆชอบกินมันมั่น แต่ทูเคยลองทำแล้วมันไม่อร่อย ก็ว่าทำตามที่พี่เก๋าเคยบอกแล้วนะ แต่ไม่เห็นอร่อยเหมือนตอนที่พี่เก๋าทำให้กินเลยอะ พี่เก๋าสอนทูหน่อยได้มั้ย”

“ก็ได้อยู่หรอก ว่าแต่มีของครบมั้ยล่ะ ถ้ามี...เดี๋ยวพี่สอนให้เลย แล้วจะแถมทำกับข้าวมื้อเย็นง่ายๆ ให้อีกสองสามอย่าง วันนี้เราจะกินมื้อเย็นด้วยกัน พี่โทร. บอกเมย์แล้วว่าให้มาเจอกันที่นี่”

“ว่าแต่พี่เมย์ไม่ได้ไปรับพี่เก๋าเหรอ”

“พี่ไม่ให้ไปเองแหละ ต้องขับรถจากนี่ไปกรุงเทพฯ พี่เป็นห่วงน่ะ อีกอย่าง...เมย์ยังต้องส่งมอบงานต่อให้น้องที่ทำงาน พี่ไม่อยากให้เมย์ต้องเป็นห่วงหลังลาออกน่ะ”

“แล้วพี่เก๋าจะกลับมาอยู่นี่มั้ย”

“คงไม่ใช่ปีสองปีนี้หรอก น่าจะอีกหลายปีเลย แต่พี่จะกลับมาหาปีละครั้งละกัน หรือถ้าคิดถึงพี่ก็บินไปสิ เดี๋ยวนี้นายเมฆคงมีเงินพาเรากับขนุนเที่ยวแล้วล่ะ”

“พี่เก๋าอะ! ขยันแซวน้อง” ธีรศิลป์มุ่ยหน้าใส่พี่ชาย

“เดี๋ยวพี่ยกน้ำนี่ไปให้พ่อกับคุณลุงคุณป้าเอง ทูก็เตรียมของไว้ละกัน เดี๋ยวพี่มาสอนทำกับข้าวสองสามอย่างให้”

ธีรศิลป์ส่งยิ้มขอบคุณให้พี่ชาย ก่อนจะวางมือจากคุกกี้ที่เขานำมาผึ่งบนตะแกรง แล้วหันไปทางตู้เย็น หยิบวัตถุดิบที่ต้องการออกมาวาง ซึ่งโชคดีเหลือเกินที่เขามีวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้อยู่พอดี

กรวิชญ์หันมามองน้องชายอีกครั้ง เห็นรอยยิ้มมีความสุขเต็มใบหน้าของอีกฝ่ายก็นึกโล่งใจ แม้ทุกครั้งที่วิดีโอคอลคุยกัน หรือแม้แต่ได้รับคำบอกเล่าจากใครๆ กระทั่งเจ้าตัวเอง เขาก็ไม่ได้เชื่อเต็มร้อย จนได้มาเห็นกับตาตัวเองจึงเชื่อได้หมดใจว่าตอนนี้...น้องชายของเขามีความสุขแล้วจริงๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาปรารถนาจะได้เห็นก่อนจะแต่งงานและมีครอบครัวเป็นของตัวเอง

ธีรศิลป์คือความเป็นห่วงเดียวที่มารดาของเขาสั่งเสียและฝากฝังไว้ เขากังวลมาตลอดว่าใครจะมาทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้บ้าง ทว่าตอนนี้...เขาหมดห่วงแล้วจริงๆ เพราะเชื่อเหลือเกินว่าเมฆาจะไม่ยอมทิ้งน้องชายของเขาให้อยู่เพียงลำพัง จะไม่ยอมให้อะไรหรือใครมาทำร้าย และยังเป็นคนเดียวที่จะปกป้อง ดูแลธีรศิลป์ไปตลอดชีวิต

.
.

อาหารมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาทุกคนผ่านพ้นไปก็พากันแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงเจ้าของบ้านสามคนที่ช่วยกันปิดบ้านแล้วขึ้นไปยังชั้นสอง โดยเลือกที่จะไปพักผ่อนกันที่ห้องดูหนังซึ่งอยู่ระหว่างห้องนอนของพ่อทั้งสองและลูกชายที่ยืนยันจะนอนเพียงลำพัง

“พ่อปลาทูครับ ขนุนรักพ่อปลาทูนะครับ คุณพ่อรักขนุนเหมือนกันใช่มั้ยครับ”

ธีรศิลป์เลิกคิ้วประหลาดใจเมื่ออยู่ดีๆ เจ้าลูกชายนอกไส้มาอ้อนน่ารักแบบนี้ เขาอ้าแขนเพื่อกอดตอบคนตัวเล็กที่ยืนบนโซฟาเพื่อโอบกอดรอบลำคอของเขา

“จะห้าขวบแล้วนะเราน่ะ จะมาอ้อนอะไรจากพ่อล่ะ”

“ขนุนเปล่านะครับ ก็วันนี้ขนุนเห็นคุณพ่อมีความสุข แล้วก็เห็นทุกคนรักคุณพ่อ ขนุนก็เลยอยากบอกรักคุณพ่อด้วย ถ้าขนุนโตขึ้น...คุณพ่อจะยังรักขนุนแบบนี้มั้ย”

“รักสิครับ ไม่ว่าขนุนจะโตแค่ไหน พ่อก็จะยังรักขนุน...จะรักตลอดไปเลย”

“สัญญานะครับ ขนุนจะไม่รักใครนอกจากคุณพ่อ ถ้าขนุนโตเท่าป๊ะป๋า คุณพ่อจะอยู่กับขนุนแทนป๊ะป๋ามั้ย”

ธีรศิลป์ลอบยิ้มขำคนคิดการณ์ไกล ทั้งยังคิดไม่ซื่อกับพ่อของตัวเองอย่างเขา แล้วยังคิดหักหลังป๊ะป๋าอย่างเมฆาอีก ทว่าเมื่อสายตาของเขาหันไปประสานสายตากับคนรักที่แกล้งจุ๊ปากไม่ให้เขาส่งเสียงเตือนคนที่เอาใบหน้าซุกกับบ่าของเขา แล้วนั่งบนตักของเขาราวกับจะออดอ้อน

“ถ้าพ่อทำแบบนั้น แล้วป๊ะป๋าจะอยู่ยังไงล่ะ”

“ก็ขนุนเจอพ่อปลาทูก่อน แค่เกิดช้ากว่าพ่อหลายปี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมเสียหน่อย ขนุนก็แค่อยู่ในช่วงกำลังโต ถ้าขนุนโตเหมือนป๊ะป๋าจะต้องหน้าตาดีกว่าป๊ะป๋าสิบเท่าร้อยเท่าแน่นอน”

“ก็อาจจะจริง” ธีรศิลป์แกล้งพยักหน้าหงึกหงักราวกับเห็นด้วยกับลูกนอกไส้ ก่อนจะเอ่ยราวกับเพิ่งนึกได้ “แต่ถ้าขนุนอายุเท่าป๊ะป๋า พ่อเองก็คงแก่มากแล้ว”

“ก็ดีสิครับ ขนุนจะได้ดูแลและปกป้องพ่อปลาทูไงครับ”

“แล้วขนุนจะไม่ดูแลป๊ะป๋าเหรอครับ”

“ป๊ะป๋าบอกว่าผู้ชายต้องดูแลคนรักให้ดีที่สุด ขนุนก็จะดูแลคุณพ่อให้ดีที่สุดก่อน”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้เสือน้อย” เมฆาที่ยืนฟังอยู่นานสองนานแสดงตัวพลางทรุดกายเคียงคนรัก ก่อนจะโยกศีรษะเล็กของอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยว “คนนี้น่ะของป๊ะป๋า ขนุนไว้ค่อยหาคนของตัวเองดีมั้ย”

“อื้อๆ” ขนุนส่งเสียงพลางส่ายหน้าทั้งที่ซุกกับอกเสื้อของธีรศิลป์ “ขนุนรักพ่อปลาทู”

“แต่พ่อปลาทูของเราน่ะรักป๊ะป๋า ไม่เชื่อลองถามดูสิ” เมฆาท้าทาย

“พี่เมฆก็มัวแต่แกล้งลูกอยู่นั่นแหละ” ธีรศิลป์ตำหนิคนรักอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็หรือไม่จริงล่ะ”

“พี่เมฆ! พูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าลูกล่ะ เดี๋ยวลูกก็เกลียดเอาหรอก”

“ขนุนจะไม่รักป๊ะป๋าแล้ว” เด็กชายเอ่ยพลางยื่นปากใส่บิดา

“ไม่เอานะขนุน อย่าพูดแบบนี้สิ พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

“ก็ป๊ะป๋า...”

“ขนุน” ธีรศิลป์เรียกเด็กชายด้วยน้ำเสียงปราม ก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางสลด “ขนุนรักป๊ะป๋ากับพ่อใช่มั้ย พ่อกับป๊ะป๋าก็รักขนุนเหมือนกัน ก็เลยอยากเห็นขนุนมีความสุข และร่าเริงแบบนี้ ไม่ว่าจะโตจนมีคนรักหรือครอบครัว สิ่งที่พ่อกับป๊ะป๋าอยากเห็นก็คือ...ความสุขของขนุน”

เมฆายิ้มตามคำพูดของธีรศิลป์ ยิ่งได้ยิน ยิ่งได้เห็นสายตาของครูหนุ่ม เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาเลือกคนไม่ผิด เนื่องจากธีรศิลป์ไม่เพียงเป็นคุณครูขวัญใจนักเรียนอนุบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นคุณพ่อที่คอยดูแลเอาใจใส่ขนุนทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ

ขนุนผุดลุกขึ้นยืนบนโซฟา แล้วทรุดกายนั่งบนตักของเมฆา แล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายพลางยื่นปากใส่อีกฝ่ายราวกับจะถามถึงสิ่งที่ธีรศิลป์พูดก่อนหน้านี้

“ป๊ะป๋ารักปลาทูก็จริง แต่ป๊ะป๋าก็รักขนุนด้วย ปลาทูกับขนุนคือครอบครัวของป๊ะป๋า แล้วป๊ะป๋าก็คิดเหมือนปลาทู ว่าอยากจะเห็นขนุนมีความสุข ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม”

“ป๊ะป๋าจะรักขนุนกับพ่อปลาทูพร้อมกันได้ยังไงล่ะครับ” ขนุนขมวดคิ้วมุ่นขณะเอ่ยถาม

“ความรักมีหลายรูปแบบนะขนุน เอางี้...ป๊ะป๋าถามก่อน ขนุนรักคุณปู่คุณย่าคุณตารึเปล่า”

“รักครับ” ขนุนตอบโดยไม่ต้องคิด

“แล้วขนุนรักลุงปลาเก๋ามั้ย”

“รักครับ ลุงเก๋าทำอาหารอร่อย”

“แล้วกับป๊ะป๋าล่ะ”

“รักที่สุดในโลกเลยครับ ขนุนเองก็รู้ว่าป๊ะป๋ารักขนุนมากที่สุด เหมือนที่ขนุนก็รักป๊ะป๋าครับ” ขนุนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

“เห็นมั้ยล่ะว่าขนุนเองก็ยังรักได้ตั้งหลายคน แล้วก็รักคนละแบบ ป๊ะป๋าพูดถูกมั้ย”

ขนุนพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันไปมองธีรศิลป์ ราวกับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกคลุมเครือในคราแรก เด็กชายยิ้มกว้างก่อนจะหันไปหาคุณครูคนโปรดที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว และอยู่ในฐานะคุณพ่ออีกคนของเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้ขนุนรู้ได้ว่าเขาจะไม่มีวันเป็นคนรักของธีรศิลป์ ราวกับเป็นแผนการของป๊ะป๋าที่คิดไว้ก่อนแล้ว

“ป๊ะป๋าเป็นคนไม่ดี พ่อปลาทูรู้มั้ยครับว่าขนุนเคยบอกป๊ะป๋าว่าขนุนขอให้พ่อปลาทูมาอยู่ด้วย แล้วดูสิครับ ตอนนี้พ่อกลายเป็นของป๊ะป๋าไปแล้ว”

“ก็ป๊ะป๋าบอกแล้วไงว่าคนนี้น่ะป๊ะป๋าขอ ว่าไงล่ะ? จะให้ป๊ะป๋ามั้ย”

“ถามทูก่อนดีมั้ยพี่เมฆว่าทูโอเครึเปล่า”

“พ่อปลาทูไม่โอเคกับป๊ะป๋าเหรอครับ”

“ไม่ต้องมาพูดเลยไอ้ตัวแสบ คนนี้น่ะของป๊ะป๋า ป๊ะป๋าบอกแล้วว่าคนนี้น่ะ...ป๊ะป๋าขอ” เมฆาเอ่ยพลางยักคิ้วให้ลูกชาย ก่อนจะกดริมฝีปากกับแก้มของธีรศิลป์ทันที

ขนุนรีบเอามือปิดตา ทั้งที่นิ้วกางออกจนสามารถมองลอดระหว่างนิ้วได้ เด็กชายลุกจากตักของเมฆา แล้วไถลลงจากโซฟา ก่อนจะเลียนแบบท่าทางของคนเป็นพ่อด้วยการกอดอก

“ขนุนไม่ยอมแพ้ป๊ะป๋าหรอก ถ้าโตขึ้น...ขนุนจะมาทวงคุณพ่อคืน” เอ่ยจบก็หันหลังให้สองหนุ่มทันที

“ถึงตอนนั้นป๊ะป๋ากับพ่อปลาทูเราคงสวีตกันเป็นพันรอบแล้วล่ะ” เมฆาเอ่ยด้วยตั้งใจจะแกล้งลูกชาย

“ป๊ะป๋าอะ! ขนุนโกรธป๊ะป๋าแล้ว” ขนุนเอ่ยก่อนจะวิ่งไปทางประตูห้อง

ธีรศิลป์ตั้งใจจะผุดลุกตามไป ทว่าเมฆารู้จักนิสัยลูกชายตัวเองดี เขาดึงข้อมืออีกฝ่ายให้นั่งบนตัก แล้วกอดเอวของคนตัวหอมไว้ ขณะซุกใบหน้ากับซอกคอหอมของอีกฝ่าย

“ไม่ต้องตามไปหรอก พูดแบบนั้นทีไร พอพรุ่งนี้ก็มาอ้อนเหมือนเดิมอยู่ดี ปลาทูเองก็น่าจะชินได้แล้วนะ”

“แต่ทูก็อดเป็นห่วงขนุนไม่ได้อยู่ดี”

“ตอนนี้ช่วงห่วงพี่ก่อนได้มั้ยคนดี”

“เพราะทูเป็นของพี่เมฆเหรอ”

“ไม่ใช่ เพราะทูเป็นของรักของพี่ แล้วพี่ก็เป็นคนรักของทู เราเป็นของกันและกันต่างหาก”

“อืม...ตอบได้ถูกใจทูมากเลย” ธีรศิลป์เอ่ยก่อนจะจุมพิตแก้มอีกฝ่าย

“วันนี้ทูดูอารมณ์ดีจังเลยนะ เพราะนายเก๋าเหรอ?” เมฆาตั้งข้อสงสัยขณะมองหน้าคนรัก

ธีรศิลป์ส่ายหน้า “ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่เป็นเพราะพี่เมฆ ตั้งแต่ที่ทูตัดสินใจมาอยู่กับพี่เมฆ ตั้งแต่ยังวุ่นวายเรื่องของพี่พี จนเราเปิดตัวกับคนรอบข้าง แล้วมีบ้านเป็นของตัวเองมาเกือบปี เราก็อยู่ด้วยกัน คบกันมาเกือบสองปี พี่ทำให้ทูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พี่เก๋าถึงขั้นเอ่ยปากชมเลยนะว่าพี่เมฆทำให้ทูมีสกิลการใช้ชีวิตมากขึ้น”

“เก๋าไม่ได้ว่าพี่เหรอที่ให้ทูทำเรื่องพวกนี้เอง”

“พี่เมฆไม่ได้ปล่อยให้ทูทำซะหน่อย ทูอยากทำเองต่างหาก เพราะทูเห็นพี่เมฆเหนื่อย ก็เลยอยากช่วย”

“พี่ถึงได้บอกไงว่าถ้าทูเหนื่อย หรือไม่อยากทำก็แค่จ้างแม่บ้านมาดูแลบ้าน”

“ไม่เอาอะ ทูยังไหว”

เมฆาหรี่ตามองคนรักด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบังบางอย่างจากเขา ชายหนุ่มประคองใบหน้าคนรักให้สบตากัน แล้วแนบหน้าผากของตนกับธีรศิลป์

“กังวลเรื่องอะไรอยู่ คิดว่าพี่จะนอกใจทูไปสนใจแม่บ้านหรือไง”

“ก็...ก็พี่เก๋าบอกว่าพี่เมฆเป็นไบ พี่เมฆบอกกับพี่เก๋าเอง”

เพียงได้ยินเมฆาก็ยิ้มขำทันที เขาไม่เคยเห็นคนรักหึงหวงมาก่อนเลยสักครั้ง ทว่าตอนนี้...เขาได้เห็นแล้ว แม้จะเป็นเพียงความหึงหวงเล็กน้อย แต่นั่นก็ทำให้เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ต้องห่วงเลยนะทู พี่ไม่มีวันมีใครนอกจากทู และพี่ก็จะดูแลทูของพี่ไปตลอดชีวิต”

“สัญญานะครับ” ธีรศิลป์ยื่นนิ้วก้อยไปหน้าคนรัก ซึ่งเมฆาเกี่ยวมันทันทีอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

“พี่สัญญา...และพี่ก็เป็นคนรักษาสัญญา ทูเองก็รู้ใช่มั้ย”

“รู้แล้ว ก็พี่เมฆกลับมาหาทูตามสัญญาตอนเด็กแล้วนี่”

“พี่รักทูมากนะ รักมากจนยอมให้ทุกเรื่องของทูเป็นเรื่องของพี่ด้วย”

“ทูก็รักพี่เมฆมากนะครับ”

“พี่อยากได้ยินคำว่ารักหวานๆ จากทูอีกสักหน่อย” เมฆาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแกล้งกระซิบเสียงพร่า “บนเตียงน่ะนะ”

“ตรงนี้เลยก็ได้นะ” ธีรศิลป์เอ่ยพลางผลักอีกฝ่ายลงนอนบนโซฟากว้าง

เมฆาไม่ปฏิเสธความต้องการของคนรัก ในเมื่อธีรศิลป์เองก็ต้องการเขา ปรารถนาในตัวเขาเช่นกัน ในเมื่อทั้งสองเป็นของกันและกันแล้ว...จะอีกกี่ครั้ง...จะอีกกี่หน เมฆาก็ไม่เคยเบื่อเลย มีแต่จะทำให้เขาหลงใหลและหลงรักมากขึ้น

“พี่เมฆเป็นของทูแล้ว ทูก็จะขอให้พี่เป็นของทูไปตลอดชีวิตเลยนะ ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด”

“อืม...ไม่เปลี่ยนใจหรอก” เมฆารับปากก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น

ธีรศิลป์ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากของเขาก็ถูกปิดโดยริมฝีปากของเมฆา ทั้งยังถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายสัมผัสไปทั่ว พาให้อารมณ์ของเขาพรึงเพริดไปตามความปรารถนาที่ถูกสรรสร้าง

เขาไม่รู้ว่าการกลับมาเจอกันครั้งนี้เป็นเพราะพรหมลิขิตหรือเพราะเมฆาลิขิตเอง แต่การที่เขาได้มีครอบครัวใหญ่ถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากเมฆา และอีกส่วนก็มาจากเจ้าขนุนตัวแสบ...ซึ่งเรียกร้องอยากได้ธีรศิลป์มาเป็นคนในครอบครัว เอาแต่ใจและร้องขอจากป๊ะป๋าว่าต้องการคนคนนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว

และบัดนี้...ธีรศิลป์ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว แต่เป็นพ่ออีกคนของขนุนตัวแสบ ทั้งยังต้องพ่วงตำแหน่งคนรักของเมฆา ซึ่งทุกตำแหน่งที่ได้รับ เขาเองก็พึงพอใจและอยากจะเป็นไปตลอดชีวิต

“คิดอะไรอยู่ปลาทู...ตอนนี้สนใจแค่พี่ก็พอแล้ว”

ความคิดทั้งหมดของธีรศิลป์ถูกความปรารถนาของเมฆาปัดเป่าจนสิ้น ตอนนี้เขารับรู้ได้เพียงความสุขที่เมฆาเสกสรรให้เพียงเท่านั้น



THE END







จบแล้วนะค้าาาาาา
....

ฝากติดตามด้วยน้าาาาา  :mew1:


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออนไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด