ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 23]!!! [[13/10/2021]]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 23]!!! [[13/10/2021]]  (อ่าน 10152 ครั้ง)

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 11
เป็นห่วงนะ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


เมฆามองหน้าคนที่กำลังเขี่ยข้าวในจานด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นคิ้วคมขมวดจนจะเป็นโบ ก็ให้นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย เมื่อสายตาเป็นห่วงเป็นใยทอดมองกึ่งจับจ้อง คนถูกมองก็รู้ตัว จึงยอมตักข้าวเข้าปากด้วยไม่อยากตอบคำถามใดๆ ของคนตรงหน้า

แม้คนตัวสูงกว่าจะไม่เปิดปากเอ่ยถามอะไร แต่เพียงแววตาที่ทอดมองมาก็มีคำถามมากมายที่ธีรศิลป์พอจะเดาได้ และเขาไม่พร้อมจะตอบคำถามเหล่านั้น ด้วยกำลังสับสนจนปวดหัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ หรือเพราะคนตรงหน้า จึงเลือกที่จะรีบรับประทานอาหารมื้อเช้าให้เสร็จ แล้วรับประทานยา เพื่อไปพักผ่อน ทั้งยังต้องการให้เขาออกไปจากบ้านเร็วๆ

“ผมกินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้ว พี่ก็รีบเปลี่ยนชุดแล้วไปทำงานเถอะ”

“วันนี้พี่หยุด” เมฆาตอบเสียงเรียบขณะเก็บจานบนโต๊ะอาหาร

“ห๊ะ! หยุดเหรอ แต่วันนี้มันวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุด”

“แต่พี่โทรไปลาเรียบร้อยแล้ว จะให้พี่ทิ้งปลาทูไว้คนเดียวทั้งที่ป่วยแบบนี้ไม่ได้หรอก พี่คงเป็นห่วงจนทำงานไม่ได้”

“เว่อร์ไปละ ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะพี่เมฆ นี่น้องเพื่อนไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แต่พี่อยากเป็นนะ จริงๆ เราก็เป็นมากกว่าเพื่อนของพี่ชายและน้องชายของเพื่อนไปแล้วนะ”

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วมุ่น พยายามทำความเข้าใจกับคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะตระหนักได้ว่าเมฆากำลังเลี้ยวกลับมาพูดเรื่องที่เขาพยายามเลี่ยงมากที่สุด แล้วคนที่ปูทางให้อีกฝ่ายก็คือตัวเขาเองเสียด้วย ชายหนุ่มกัดลิ้นเบาๆ ด้วยนึกโมโหตัวเองนัก ทว่าเมื่ออีกฝ่ายมองด้วยสายตากรุ้มกริ่ม เขาก็รีบลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่

“พี่เมฆพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทูปวดหัว จะไปนอนพักแล้ว พี่เมฆอยากทำอะไร อยากอยู่ตรงไหนก็เชิญ”

“พูดเองนะว่าพี่อยากทำอะไร อยากอยู่ตรงไหนก็ได้”

“เออสิ ก็พูดอยู่นี่ไง” ธีรศิลป์สะบัดเสียงอย่างหงุดหงิดกับความเซ้าซี้ของอีกฝ่าย

เมฆายิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายหมุนกายเดินขึ้นห้องนอน ธีรศิลป์คงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำพูดของตัวเองเหมือนการชี้โพรงให้กระรอกอย่างเมฆา แล้วกระรอกตัวนี้ก็ดันไม่คิดปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปง่ายๆ เสียด้วยสิ ในเมื่ออีกฝ่ายเผลอเปิดทาง เขาก็ไม่ยอมให้ได้รู้ตัวเด็ดขาดว่าเผลอเปิดช่องให้เขาเข้าหา

ชายหนุ่มรู้ดีว่าธีรศิลป์พยายามปกป้องตัวเองด้วยการปฏิเสธเขา ทั้งที่กำลังนึกหวั่นไหวและสับสน เขาจึงไม่คิดปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยได้ เขาหวังจะใช้ความหวั่นไหวนี้เพื่อให้ตัวเองได้เข้าใกล้อีกฝ่ายจนไม่ทันตั้งตัว ไม่ให้มีโอกาสได้กระโดดหนีเขาไปไหน เขาตั้งใจจะจับธีรศิลป์ให้อยู่หมัด ในเมื่อเขาหมายมั่นปั้นมือจะปกป้อง ดูแล และปรารถนาให้อีกฝ่ายมาอยู่ข้างกาย ย่อมไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ถอยห่างเพื่อกลับเข้าโซนปลอดภัยของตัวเองเด็ดขาด!

ในขณะที่เมฆากำลังวางแผนอยู่ในใจ ธีรศิลป์ที่พยายามข่มตาหลับก็ต้องผุดลุกขึ้นนั่งครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเมื่อกลับเข้ามาในห้อง ภาพเมื่อเช้ายังคงชัดเจนจนเผลอแตะริมฝีปากตัวเองอยู่หลายครั้ง

“โอ๊ย! ไอ้ปลาทู แกจะมาหวั่นไหวเพราะจูบเดียวไม่ได้นะโว้ย!” ธีรศิลป์โวยวายกับตัวเอง

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินเสียงกุกกักจากด้านนอก จริงอยู่ที่อีกฝ่ายหวังดีมาเฝ้าไข้ ทั้งยังเป็นคนที่ไว้ใจได้ด้วยเป็นเพื่อนรักของพี่ชาย ทว่ามันดีแล้วหรือที่เขายอมให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบในบ้านได้

แม้จะเป็นกังวลแค่ไหน แต่ที่ไหนสักที่ในใจของธีรศิลป์กลับรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างประหลาด ชายหนุ่มล้มกายลงนอนอีกครั้ง ทว่าขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องราวแต่หนหลังเมื่อยังเป็นเด็กที่เขาวิ่งตามเมฆาต้อยๆ ไอ้ผู้ชายคนนั้นก็โผล่หน้าเข้ามาอย่างไร้มารยาท

“มือมีทำไมไม่เคาะประตูก่อนล่ะพี่เมฆ”

“พี่คิดว่าปลาทูหลับแล้ว ก็ไม่อยากกวน แค่อยากมาดูให้แน่ใจว่าปลาทูพักผ่อนแล้ว”

“กำลังจะหลับ นี่เลยต้องมาตื่นเพราะพี่นั่นแหละ”

“เพราะพี่เหรอ” เมฆาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มทั้งที่ในใจกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง

ธีรศิลป์เลิกคิ้วเมื่ออีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาในห้องนอน แล้วปิดประตู ทั้งยังกดล็อกเรียบร้อย ทว่าเขากลับเริ่มหวั่นใจอย่างประหลาด ยิ่งเห็นอีกฝ่ายก้าวเท้าเข้าหา เขาก็นึกอยากขยับตัวหนี ทว่าไม่ทันจะได้ทำอย่างที่คิด อีกฝ่ายก็ขึ้นมาบนเตียง แล้วล็อกตัวเขาด้วยการถือวิสาสะรั้งเข้าหาตัว

“พี่เมฆทำอะไรเนี่ย อึดอัดจะตายไป ปล่อยนะเว้ย”

“กำลังป่วยก็อย่าโวยวายนัก หลับตาแล้วนอนได้แล้ว ไม่งั้นพี่จะหาวิธีทำให้ปลาทูหลับเอง”

ธีรศิลป์สบตาแพรวพราวของอีกฝ่าย ก็นึกหวั่นว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไรไม่ซื่อ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าไอ้ที่เขาทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดซื่อนัก แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ได้จูบ ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้

“หลับซะนะปลาทู จะได้หายไวๆ”

เมฆาไม่พูดเปล่า เขากดริมฝีปากกับหน้าผากของคนตัวเล็กกว่า เป็นเหตุให้อีกฝ่ายพริ้มตาหลับ ก่อนจะยอมว่าง่าย

แม้ธีรศิลป์จะนึกรำคาญไอ้เสียงหัวใจบ้าที่เอาแต่เต้นตึกตัก...ตึกตัก...จนพาลให้อยากผลักคนตัวโตให้ออกห่าง ทว่าความอบอุ่นที่แทรกผ่านผิวกายที่เขาโอบกอดและสัมผัส ซึ่งเขาไม่เคยได้รับจากใครที่ไหนมาก่อน ก็ให้นึกอยากอยู่อย่างนี้ไปอีกหน่อย

ความอบอุ่นทั้งกายและใจทำให้ธีรศิลป์เผลอหลับไปในอ้อมกอดของเมฆาอย่างไม่รู้ตัว คนตัวโตกว่าที่ถือวิสาสะโอบกอดและสูดกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่าย เฝ้ามองดวงหน้าที่กำลังหลับสบาย จนเผลอระบายยิ้มกว้างออกมา

เมื่อเห็นธีรศิลป์หลับใหลไปในอ้อมกอด เขาก็นึกดีใจที่อีกฝ่ายไว้วางใจขนาดนี้ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่แน่ใจนักว่าได้เห็นสิ่งนั้นจริงๆ และเขาอยากจะดูให้แน่ใจว่าไม่ได้เข้าใจผิด

มือใหญ่เลิกเสื้อยืดตัวหลวมของอีกฝ่ายขึ้นจนเห็นเอวขาว แล้วดึงขอบกางเกงยางยืดลงเล็กน้อย รอยแผลเป็นรูปวงกลมที่เหมือนรอยไหม้จากการถูกจี้ด้วยก้นบุหรี่ ก็ให้เขานึกเป็นห่วง จนมีคำถามว่าหลายปีที่ผ่านมาธีรศิลป์เจอเรื่องราวอะไรบ้าง แล้วเหตุใดกรวิชญ์จึงไม่เล่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ให้เขาฟัง

แม้เมฆาจะยังไม่มั่นใจนักว่าคนทำใช่พี่ชายซึ่งเป็นลูกติดภรรยาใหม่ของบิดาของธีรศิลป์และกรวิชญ์ไหม แต่เขาแน่ใจได้ว่ารอยแผลเป็นนี้เกิดจากอะไร เขามั่นใจว่าเดาไม่ผิดว่ามันเกิดจากการใช้เอวขาวนี้เป็นที่เขี่ยบุหรี่ นั่นทำให้เขานึกโมโหจนอยากจะต่อยอีกฝ่ายให้ยับคามือเสียเหลือเกิน

ธีรศิลป์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหาไออุ่นที่หายไป นั่นช่วยปลุกคนที่กำลังเดือดดาลได้ เขารีบดึงเสื้อและกางเกงอีกฝ่ายให้เข้าที่ แล้วจัดท่านอนใหม่เพื่อโอบกอด ให้ความอบอุ่นอีกฝ่ายได้ แม้เขาจะอยากทำมากกว่านี้ อยากดูแลมากกว่านี้ แต่เขาจะทำได้อย่างไร หากชายหนุ่มข้างกายไม่อนุญาต และไม่ยอมรับความรักของเขา



...............................






เสียงเล็กคุ้นเคยที่ได้ยินมาจากไกลๆ เป็นเหตุให้คนที่เพิ่งออกจากห้องนอนคนป่วยที่อาการดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเลิกคิ้ว ชายหนุ่มร่างสูงชะโงกหน้าจากห้องครัวไปยังหน้าต่างหน้าบ้าน เห็นร่างป้อมคุ้นตากำลังกึ่งลากกึ่งจูงสาววัยรุ่นให้ตามมาด้วยกัน

รอยยิ้มอบอุ่นประดับเต็มวงหน้าคม เขาเปิดประตูบ้านเพื่อต้อนรับลูกชายที่อุตส่าห์บังคับพี่เลี้ยงอย่างกิ่งแก้วให้พามาที่นี่ ทว่าสายตาคู่คมกลับหันไปเห็นรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดมาตั้งแต่ช่วงเที่ยง ให้นึกสงสัยนัก ด้วยละแวกนี้บ้านห่างกันมาก เมฆาอดเป็นกังวลไม่ได้ว่าคนในรถมาทำอะไรที่นี่ เขาได้แต่หวังว่าจุดประสงค์คงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับธีรศิลป์

“ป๊ะป๋า...” ขนุนเรียกบิดาพลางวิ่งเข้าหา

เมฆารีบย่อตัวรับร่างป้อมทันที ชายหนุ่มอุ้มลูกชายเข้าบ้าน นำกิ่งแก้วให้เข้าไปด้วยกัน แล้วบอกให้อีกฝ่ายรีบปิดประตูทันที

“มีอะไรหรือครับป๊ะป๋า ทำไมต้องปิดประตูด้วยล่ะครับ”

“ก็ถ้าไม่ปิดประตู แล้วมีใครเข้ามาขโมยอะไรของครูปลาทู ขนุนจะทำยังไง”

“เข้าใจแล้วครับ”

ขนุนนั่งบนโซฟาแล้วมองหาคนที่เขาต้องการมาเยี่ยม เด็กน้อยแกว่งขาพลางขยับตัวไปมา ซึ่งคนเป็นพ่อเดาอาการนี้ได้ไม่ยากเย็นนัก จึงรีบบอกไม่ให้บุตรชายต้องวุ่นวายใจ

“ครูปลาทูของเรานอนอยู่ อีกเดี๋ยวป๊ะป๋าจะไปปลุกให้ละกัน”

“ครับ”

แม้เมฆาอยากจะให้ธีรศิลป์ได้พักผ่อนเต็มที่ ทว่าเสียงพูดคุยระหว่างพ่อลูกกลับทำให้คนป่วยที่เพิ่งสร่างไข้ลืมตาตื่นจากการหลับใหล ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากของตน แล้วแกะแผ่นเจลลดไข้ออก ทั้งที่ยังรู้สึกปวดศีรษะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงความเป็นห่วงเป็นใยของเมฆา ที่ให้เขาหวนคิดถึงในอดีตเมื่อครั้งยังเด็ก ยามเขามีปัญหาหรือโดนใครรังแก นอกจากพี่ชายของเขาแล้ว เมฆาคืออีกคนที่ปกป้องและดูแลเขาเสมอมา ธีรศิลป์ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะใจอ่อนและคล้อยตามผู้ชายที่เขาเคยติดงอมแงมตอนเด็กๆ

ธีรศิลป์หยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา ก่อนจะยอมลุกจากเตียง เพียงเขาเปิดประตูห้องนอน คนที่อยู่ด้านล่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดมาหาเขา ชายหนุ่มเลิกคิ้วประหลาดใจ แล้วยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเมื่อมือใหญ่ทาบบนหน้าผากของเขา ก่อนสายตาคมดุจะผ่อนคลายลงราวกับโล่งใจขึ้น

“ไข้ลดลงแล้ว ยังมึนหัวอยู่มั้ย”

“นิดหน่อย เอ่อ...ขอบคุณนะพี่เมฆ”

เมฆาเลิกคิ้วด้วยความฉงนใจ “ขอบคุณอะไรน่ะปลาทู”

“เจลลดไข้น่ะ พี่เมฆแปะให้ทูใช่มั้ยล่ะ”

“ขอบคุณทำไม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย” เมฆาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขณะวางมือบนศีรษะของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู “นี่ปลาทูตื่นเพราะพี่กับขนุนรึเปล่า”

“ไม่เชิงครับ แต่พอเห็นว่าเย็นแล้ว ทูก็เลยไม่อยากนอนต่อ”

“เพิ่งจะบ่ายสามเอง นอนอีกสักงีบก็ได้นะ”

“ไม่เอาแล้ว นอนเยอะก็ปวดหัว”

“ถ้างั้นทูก็ไปล้างหน้าล้างตาหน่อยก็แล้วกัน”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับ ก่อนจะพาตัวเองเข้าห้องน้ำ ทว่าเสียงเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบ ทำให้เขาชะงักเท้าตัวเองหน้าห้องน้ำ แล้วหมุนกายมาหาร่างป้อมที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง

“ครูปลาทูย่อตัวลงหน่อยสิครับ”

ธีรศิลป์เลิกคิ้วประหลาดใจ แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย แล้วก็ให้นึกถึงคนเป็นพ่อของเด็กน้อยที่เจ้าตัวถอดแบบมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน เมื่อเขาย่อตัวทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า มือป้อมเล็กๆ ก็แนบกับหน้าผากของเขาทันที ซึ่งไม่ต่างจากที่เมฆาทำกับเขาเมื่อครู่เลยสักนิด

“ตัวไม่ร้อนแล้ว ป๊ะป๋าเคยบอกว่าถ้าตัวไม่ร้อนแล้ว ก็กำลังจะหาย ครูปลาทูเล่นกับขนุนได้แล้วใช่มั้ยครับ”

“หยุดเลยขนุน” เมฆารีบห้ามลูกชายตัวแสบของตน แล้วคว้าร่างป้อมเข้าหาตัว “เดี๋ยวก็ติดหวัดจากครูปลาทูของเราหรอก”

“ใช่ครับ ให้ครูหายดีก่อน แล้วเราค่อยมาเล่นกันนะ”

“ปลาทูไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป พี่จะให้กิ่งพาขนุนกลับ”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับเงียบๆ แม้เมฆาจะทำถูกแล้วที่ให้ขนุนกลับไปก่อน และให้อยู่ห่างจากเขา ด้วยเด็กๆ ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจติดหวัดได้ง่าย แต่ไอ้ท่าทางเมื่อครู่นั้น มันอาจแปลเป็นอย่างอื่นได้ ราวกับว่าไม่ต้องการให้เขาอยู่ใกล้ๆ กับขนุน จนเขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงสุขภาพลูกชาย หรือไม่อยากให้เขายุ่งกับลูกชายกันแน่

ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดไม่เข้าท่าเหมือนผู้หญิงออกจากหัว ก่อนจะรีบล้างหน้าล้างตา แล้วเดินลงไปด้านล่าง ทันได้เห็นพ่อลูกดื้อดึง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

“ป๊ะป๋าจะขโมยครูปลาทูไว้คนเดียวไม่ได้นะครับ ขนุนก็บอกแล้วไงว่าขนุนรักครูปลาทู ป๊ะป๋าไม่ต้องมากีดกันเลย ยังไงขนุนก็ไม่กลับ ขนุนจะอยู่ที่นี่” เอ่ยจบก็นั่งกอดอกนิ่ง

“ป๊ะป๋าไม่ได้กีดกันเสียหน่อย แต่เป็นห่วงกลัวลูกจะติดหวัด ไว้ให้ครูปลาทูหายก่อนแล้วค่อยมาเล่นกันก็ได้ ฟังพ่อสักครั้งได้มั้ยขนุน”

“กลับบ้านเถอะขนุน”

เสียงแหบของคนป่วยทำให้สองพ่อลูกหันมอง แม้ธีรศิลป์จะไม่ได้หน้าซีดจากอาการป่วย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปกติดีนัก เห็นได้จากอาการอ่อนเพลียที่ยังมีให้เห็น

“แต่ขนุนเป็นห่วง...” เด็กชายเอ่ยพลางขยับเข้าใกล้ ทว่าอีกฝ่ายกลับถอยหลังไม่ให้เข้าใกล้

ธีรศิลป์สบตาคมเข้มของเมฆาที่พยายามไม่ให้ขนุนเข้าใกล้ ทว่าครั้งนี้เขาได้เห็นแววตาเป็นห่วงที่มองเขา ก็ให้เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้น ทั้งหมดที่เมฆาทำไม่ใช่เพื่อขนุนเท่านั้น แต่เพื่อตัวเขาด้วยที่หากขนุนติดหวัดขึ้นมา เขาจะต้องรู้สึกผิด และรู้สึกแย่ที่ทำให้ลูกศิษย์ตัวน้อยมาป่วยไปด้วย

“ครูปลาทูเกลียดขนุนแล้วเหรอครับ” เด็กชายเอ่ยเสียงเศร้าจนคนเป็นพ่อนึกอยากเพ่นกะบาลในความเจ้าเล่ห์สักทีสองที
คนถูกถามส่ายหน้า “ครูไม่อยากให้ขนุนป่วย ครูเป็นห่วงขนุนเลยไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากให้ขนุนติดหวัด เพราะงั้นถ้าขนุนเป็นห่วงครู รักครูก็ต้องรีบกลับบ้าน ครูจะได้พักผ่อน แล้วหายไวๆ ไงล่ะ”

ขนุนเงยหน้ามองคุณครูคนโปรดอย่างครุ่นคิดตามคำพูดนั้น เท่าที่เด็กวัยสามขวบจะเข้าใจ ก่อนจะยอมพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย ทว่าไม่วายให้อีกฝ่ายรับปาก

“ครูปลาทูสัญญากับขนุนแล้วนะ”

“ครับ ครูสัญญาว่าหายแล้วจะเป็นเพื่อนเล่นให้ขนุน”

“งั้นขนุนกลับก็ได้” ขนุนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปหาบิดา “ป๊ะป๋าดูแลครูปลาทูดีๆ นะครับ”

“อือ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” เมฆาเอ่ยพลางโยกศีรษะเล็ก

ธีรศิลป์เดินตามขนุนและกิ่งแก้วออกไปด้วย เมื่อทั้งครู่ออกจากบ้าน เขาจึงตามไปดูด้วย ดวงตาสีน้ำตาลมองตามร่างของทั้งคู่ที่ตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะชะงักเมื่อสายตาเหลือบเห็นรถเก๋งที่คุ้นตาเสียเหลือเกิน ดวงตามกลมเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันหลังเดินเข้าบ้านราวกับเป็นเด็กน้อยที่กำลังกลัว

ท่าทางของธีรศิลป์ไม่รอดพ้นสายตาของเมฆาไปได้ เมื่อบุตรชายและพี่เลี้ยงพากันจากไปแล้ว เขาจึงรีบปิดประตู เดินตามคนตัวเล็กกว่าเข้าบ้านทันที

“มีอะไรรึเปล่าปลาทู ทำไมทำหน้าแบบนั้น ข้างนอกนั่นมีอะไร”

“ไม่มี” ธีรศิลป์รีบตอบทันที

“แต่ว่า...”

“ผมหิวแล้ว พี่เมฆบอกว่าจะดูแลใช่มั้ย งั้นช่วยทำข้าวต้มให้กินหน่อยสิ” ธีรศิลป์เอ่ยขัด ด้วยยังไม่พร้อมจะเล่าเรื่องในอดีตอันเจ็บปวดที่ยังตามมาหลอกหลอนไม่คลาย

ในเมื่อธีรศิลป์เปลี่ยนเรื่องเป็นการบอกทางอ้อมว่าไม่พร้อมจะเปิดใจและเปิดปากเล่า เขาจึงยอมเดินเข้าห้องครัว แล้วหันมองอีกฝ่ายเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งด้วยใบหน้าซีดเผือด ก็ให้ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น

ขณะที่คนในบ้านเป็นกังวลด้วยกันทั้งคู่ คนด้านนอกที่ซ่อนตัวในรถยนต์กลับยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ สายตาคมปลาบมองเข้าไปในบ้านอย่างมาดหมาย

“คิดว่าจะหนีมาได้ง่ายๆ เหรอปลาทู ไม่มีทางซะหรอก ต่อให้หนีไปยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก”




**TBC**




ขอโทษที่หายไปนานนะคะ
สุขภาพเพิ่งดีขึ้น แล้วก็เพิ่งว่างจากงานที่รุมสุม(อย่างหนักหน่วง)
เริ่มกลับมาจิ้มๆ ปั่นๆ บ้างแล้วนะคะ
อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนนะคะ
....
กลิ่นอายดราม่าเริ่มมาแล้ว(เหรอ?)
อย่างที่บอกว่าเป็นนิยายฟีลกู๊ด จะดราม่ายังไงให้ฟีลกู๊ดน้อออออ
ติดตามกันต่อเร็วๆ นี้นะคะ
#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ เสิร์ชชื่อ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง ได้เลยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-03-2020 20:04:22 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 12
หนีจนได้เรื่อง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ความกังวลจับหัวใจธีรศิลป์ตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาได้เห็นรถยนต์ป้ายทะเบียนคุ้นตา จนเกิดเป็นความระแวง ทว่าเขาก็ไม่ไว้ใจที่จะเล่าเรื่องนี้ให้เมฆาฟัง ยิ่งกับพี่ชายอย่างกรวิชญ์ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากเล่าให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วง แต่ยิ่งไม่อยากให้ใครเป็นห่วง กลับมีคนเป็นห่วงจนอาสามารับมาส่งถึงบ้าน

ปรี๊น...

เสียงแตรรถหน้าบ้านทำให้คนที่ง่วนกับการเก็บเอกสารใส่กระเป๋าได้แต่ทอดถอนใจเฮือกใหญ่ ทว่ายังไม่ทันได้ส่งเสียงตอบกลับคนด้านนอก ชายต่างวัยสองคนก็พากันจูงมือเข้ามา

“เสร็จหรือยังปลาทู”

“ไปโรงเรียนกันเถอะครับครูปลาทู”

ธีรศิลป์รูดซิปกระเป๋าแล้วเงยหน้ามองสองพ่อลูกที่ร่าเริงได้ทุกเช้า หลังจากเขาหายป่วยและกลับไปทำงาน เมฆาก็เริ่มทำหน้าที่มารับมาส่งโดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ และไม่เคยแม้แต่จะคิด ทว่าจะให้ไล่ไปก็ทำไม่ได้ ทั้งยังรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เขาอาจจะเห็นแก่ตัวที่ทำแบบนี้ ราวกับใช้ประโยชน์จากความใจดี ความเอาใจใส่ของเมฆามาเพื่อปกป้องตัวเอง แต่หากมันทำให้เขารอดพ้นจากคนร้ายกาจในอดีตได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องคิดมากไม่ใช่หรือ

“ไม่เหนื่อยบ้างเหรอพี่เมฆ มารับมาส่งได้ทุกวัน”

“ก็เหนื่อยนะ แต่พี่เป็นห่วงปลาทู ถ้าปลาทูกลัวพี่เหนื่อยก็...” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้คนตัวเตี้ยกว่า แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ย้ายไปอยู่กับพี่สิ”

“ไอ้พี่เมฆ! วกมาเรื่องนี้อีกแล้วนะ” ธีรศิลป์สะบัดเสียงใส่ ก่อนจะหันไปหาขนุน “ไปกันเถอะครับขนุน”

เด็กชายพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้าง ขณะจับมือของคุณครูคนโปรดเพื่อก้าวออกจากบ้าน ทว่าร่างสูงกลับถูกมือใหญ่คว้าบ่าให้หยุดคุยกันเสียก่อน เป็นเหตุให้ทั้งครูและลูกศิษย์พากันหยุดเดิน

“ขนุนไปรอที่รถก่อนไป ป๊ะป๋ามีเรื่องจะคุยกับครูปลาทู”

ขนุนมองใบหน้าของทั้งคู่สลับไปสลับมา ก่อนจะพยักหน้าให้บิดาแล้ววิ่งดุ๊กๆ ไปเปิดประตูรถด้านหลังขึ้นนั่งทันที เมื่อเห็นว่าลูกชายทำตามคำสั่ง จึงหันมาหาธีรศิลป์ที่ยืนมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“เมื่อกี้ตอนพี่เลี้ยวรถเข้ามาในซอยบ้านปลาทู เห็นรถคันนั้นอีกแล้วนะ”

ธีรศิลป์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเอ่ยถามอย่างกวนๆ “คันไหน? ละแวกนี้ก็มีรถเยอะแยะไปหมด”

“อย่ามากวนประสาทพี่ ปลาทูก็รู้นี่ว่าพี่พูดถึงเรื่องอะไร”

“แล้วพี่เมฆพูดถึงเรื่องอะไรล่ะ” ธีรศิลป์เอ่ยถามพลางกอดอก

“พี่ไม่ถามปลาทูเรื่องรถเมื่อเย็นวันนั้นที่ปลาทูป่วย ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่สังเกต ไม่สงสัยอะไร แต่ที่พี่ไม่ถามเพราะอยากให้ปลาทูเล่าเอง อยากให้เชื่อใจพี่ มั่นใจในตัวพี่จนยอมเล่าเอง”

“งั้นทูก็บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ทูไม่ได้เชื่อใจ หรือมั่นใจในตัวพี่เลยสักนิด แล้วทำไมทูต้องบอกพี่ด้วยล่ะ”

“พี่ไม่ว่าถ้ารถคันนั้นจะไม่มาจอดดักรอทู หรือคอยตามทู แต่นี่เป็นแบบนี้มาพักนึงแล้ว พี่เป็นห่วงทูนะ”

ธีรศิลป์เงยหน้ามองคนพูด ได้เห็นแววตาห่วงหาอาทรอย่างชัดเจน ก็ให้นึกประหลาดใจอยู่บ้างว่าเมฆาเป็นห่วงเขามาขนาดนี้เลยหรือ แต่ยิ่งพยายามคิดว่าไม่จริง สายตาคู่นั้นกลับยิ่งสะท้อนความเป็นห่วงเป็นใยมากยิ่งขึ้น จนไม่เหลือพื้นที่ในใจให้เขาได้คลางแคลงใจ หรือแม้แต่จะตั้งคำถามถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย

“ปลาทู...พี่เป็นห่วงปลาทูจริงๆ ปลาทูอาจคิดว่าเพราะพี่เห็นปลาทูเป็นน้อง แต่ไม่ใช่อีกแล้ว นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้นั้นไม่ใช่ พี่ไม่ใช่แค่เป็นห่วงปลาทู แต่รักปลาทู พี่อยากให้ปลาทูเชื่อเรื่องนี้”

“เรื่องอื่นทูเชื่อนะพี่เมฆ แต่ไม่ใช่เรื่องที่พี่รักทูแบบคนรัก เราเพิ่งกลับมาเจอกัน ทูไม่เชื่อหรอกว่าพี่จะรักทูแบบนั้น” ธีรศิลป์สบตาอีกฝ่าย ทว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาขนลุกซู่ ราวกับถูกสะกดอย่างไรอย่างนั้น เขาจึงรีบเบี่ยงสายตา แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที “เรื่องนั้นช่างเถอะ...ส่วนเรื่องที่พี่เมฆอยากรู้ ทูขอเวลาอีกหน่อยนะ ถ้าทูพร้อม...ทูจะเล่าให้พี่ฟังเอง”

เมฆาคลี่ยิ้มทันที ก่อนจะวางมือบนศีรษะอีกฝ่าย “พี่จะรอนะ”

“พอเถอะน่า ทูไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ธีรศิลป์ปัดมือของอีกฝ่ายทันที แล้วเดินผ่านเขาออกจากประตูบ้าน “ไปกันเถอะพี่เมฆ เดี๋ยวสาย”

เมฆาลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้ว่าความกลัวบางอย่างฝังลึกในใจของธีรศิลป์ ยิ่งเจ้าตัวแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ทุกข์ร้อนมากเท่าไหร่ ก็เหมือนขังตัวเองไว้ในห้องมืดๆ อยู่เพียงลำพัง ไม่ยอมเปิดประตูขอความช่วยเหลือ ไม่ส่งเสียงร้องใดๆ แม้จะมีคนอย่างเขาที่พร้อมจะยื่นมือไปช่วยก็ตาม แล้วแบบนี้...

พี่ต้องทำยังไงล่ะ ปลาทูถึงจะเปิดใจให้พี่

คนร่างสูงได้แต่คิดในใจขณะเดินตามคุณครูไปยังรถของตัวเอง ที่เขาไม่เพียงทำหน้าที่สารถีส่งบุตรชาย แต่ยังต้องคอยดูแลและรับส่งคุณครูแสนดื้อที่เขารักอีกคนด้วย


.............................................





ธีรศิลป์ทรุดกายนั่งพิงกับฝาผนัง เดาะลิ้นอย่างครุ่นคิดด้วยความสับสน เขารู้ดีว่าเมฆาเป็นห่วงเขา แต่การที่ต้องโดนเพื่อนรักของพี่ชายมาคอยประคบประหงม ดูแลทุกเช้าเย็น ไปรับไปส่งจนให้ความอึดอัดราวกับตนคือนกน้อยในกรงทอง ทว่า...ความอดทนของเขากำลังจะหมดลง เมื่อนึกถึงคำสั่งของเขาเมื่อเช้า

‘เย็นนี้พี่มีประชุม พี่จะมารับช้าหน่อย ฝากดูขนุนด้วยนะ แล้วก็อย่าแอบหนีกลับไปก่อนนะ ถ้าทำ...ปลาทูโดนพี่ทำโทษแน่ๆ’

“เหอะ! ทำโทษเรอะ ชาติหน้าเถอะอีพี่เมฆ คิดว่าคนอย่างไอ้ปลาทูจะยอมง่ายๆ เหรอ”

ธีรศิลป์เปรยกับตัวเองพลางรับตุ๊กตาจากลูกศิษย์ตัวน้อย อีกฝ่ายเอียงคอมองด้วยความฉงนใจ เขาโยกศีรษะเล็กของลูกศิษย์ขณะอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อคิดแผนการบางอย่างได้

“ครูปลาทูยิ้มอะไรคะ ดูประหลาดจังเลย”

“ไม่มีอะไรค่ะ ว่าแต่น้องฟ้าเห็นขนุนมั้ยคะ” ธีรศิลป์เอ่ยถามลูกศิษย์ตัวน้อยเสียงหวาน

“ขนุนอยู่โน่นค่ะ”

ชายหนุ่มมองตามนิ้วชี้ของเด็กหญิง ก่อนจะกอดร่างเล็กแล้วโยกเบาๆ จากนั้นจึงคืนตุ๊กตาให้ แล้วผุดลุกขึ้นยืน เดินไปหาขนุนที่กำลังเล่นกับเพื่อนๆ ในกระบะทราย

“ครูปลาทูมาก่อกองทรายกับขนุนมา”

“ได้สิ”

ธีรศิลป์นั่งขัดสมาธิ ก่อนจะเงยหน้ามองเด็กคนอื่นที่ผู้ปกครองทยอยมารับกลับ ขณะช่วยสร้างปราสาทกับอีกฝ่ายเป็นการฆ่าเวลา ระหว่างรอเมฆามารับ ซึ่งเขารู้ดีว่าวันนี้คงใช้เวลาอีกนานกว่าเขาจะได้เจอคนคนนั้น แต่เขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่ยอมเจอโดยเด็ดขาด

“ขนุนรักป๊ะป๋ามากมั้ยครับ”

“มากที่สุดเลยครับ รองลงมาก็คือครูปลาทูครับ” ขนุนเอ่ยเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ

“ถ้ารักครูปลาทูก็คงไม่อยากเห็นครูร้องไห้ใช่มั้ยครับ”

“แน่นอนครับ ขนุนจะไม่ยอมให้ใครมารังแกครูปลาทู ใครแกล้งครูปลาทูบอกขนุนเลยนะครับ”

“แล้วถ้าคนคนนั้นคือป๊ะป๋าของขนุนล่ะ” ธีรศิลป์เอียงคอถามด้วยสายตาใสซื่อ ทั้งที่ภายในใจกำลังยิ้มเหมือนตัวการ์ตูนเดวิล

“ป๊ะป๋าเหรอครับ...อืม...” ขนุนทำหน้าครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “ขนุนจะไม่ยอมให้ป๊ะป๋ารังแกครูปลาทูเด็ดขาดเลยครับ ครูปลาทูเลือกขนุนนะครับ อย่าไปเลือกป๊ะป๋าเลย ผมจะไม่ทำให้ครูขนุนเสียใจหรือร้องไห้”

คำพูดที่โตกว่าวัยนั้นเข้าทางธีรศิลป์ ชายหนุ่มจึงยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยให้ลูกศิษย์ตัวน้อยนั้นสงสารเขา ด้วยรู้ดีว่าเด็กวัยนี้คงตามไม่ได้ไล่ไม่ทันเขาเป็นแน่

“ถ้างั้นขนุนต้องช่วยครูปลาทูนะ ป๊ะป๋าของขนุนชอบรังแกครู แล้วเย็นนี้ยังบังคับให้ครูรอกลับด้วยอีก ลับหลังขนุนทีไร ครูโดนรังแกทุกที”

“ป๊ะป๋านิสัยไม่ดี ขนุนไม่ยอม ขนุนจะโทร. ไปคุยกับป๊ะป๋า”

ธีรศิลป์รีบคว้าข้อมือเล็กที่ลุกพรวด ตั้งใจจะทำอย่างที่พูดจนเขาเกือบห้ามไม่ทัน แล้วนั่งบนส้นเท้าเพื่อให้ความสูงเท่ากับเด็กชายวัยสามขวบตรงหน้า

“ทำแบบนั้นป๊ะป๋าของขนุนอาจไม่ยอมรับผิดก็ได้ ครูจะหาวิธีแก้ปัญหาเอง แต่ขนุนต้องช่วยครู”

“ยังไงเหรอครับ”

“วันนี้ขนุนให้พี่กิ่งมารับกลับนะ ครูจะกลับเอง แล้วขนุนก็โทร. บอกป๊ะป๋าตอนถึงบ้านแล้ว ตกลงมั้ยครับ”

ขนุนเอียงคออย่างชั่งใจ ด้วยป๊ะป๋าฝากให้เขาช่วยดูแลครูปลาทูตอนอยู่ที่โรงเรียนจนเขายอมไม่นอนเที่ยง แล้วคอยตามครูปลาทูตลอด หากเขาทำอย่างที่ครูปลาทูบอก เขาก็จะผิดคำพูดกับป๊ะป๋า ทว่าหากทำตามที่ป๊ะป๋าสั่ง ครูปลาทูของเขาก็ต้องถูกป๊ะป๋ารังแกโดยที่เขาไม่รู้

เด็กชายตัวน้อยขมวดคิ้วจนยุ่ง ขนุนหลับตาลงพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ยามคิดไม่ตก ทว่าไม่ทันจะได้ตัดสินใจ เสียงของครูปลาทูและอ้อมกอดอบอุ่นก็โอบกอดเขาไว้

“ขนุนต้องช่วยครูนะครับ มีขนุนคนเดียวที่ครูจะพึ่งพาได้”

เพียงเท่านี้...คำพูดของป๊ะป๋าก็หายกลืนไปกับสายลมทันที ขนุนพยักหน้ารับหงึกหงัก ก่อนจะบอกให้ธีรศิลป์ช่วยโทร. หากิ่งแก้วให้มารับเขาตอนนี้ นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มลอบยิ้มกริ่มที่แผนการหนีของเขาสำเร็จ

เมื่อคล้อยหลังลูกศิษย์ตัวน้อยที่ภาคภูมิใจว่าได้เป็นที่พึ่งพาของคุณครูคนโปรด คุณครูตัวแสบก็ยิ้มกริ่มอย่างดีใจจนออกนอกหน้า กระทั่งเด็กๆ กลับบ้านกันหมดแล้ว เขาจึงบอกลาเพื่อนร่วมงาน แล้วออกไปเรียกมอ’ไซค์วินที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาบอกว่าใกล้จะถึงโรงเรียนของเศราพริมแล้ว

“วันนี้ไม่มีคนมารับเหรอครับครูปลาทู”

“ไม่มีครับพี่เอก”

“ดีเลยครับ ครูปลาทูจะได้กลับมาใช้บริการของผม”

ธีรศิลป์ยิ้มกว้างขณะคร่อมเบาะเกาะหลังพี่วินประจำของเขา กระทั่งถึงบ้านของตน เขาจึงจ่ายเงินค่าเดินทาง ทว่ายังไม่ทันจะได้ไขแม่กุญแจล็อกประตูรั้วไม้สูงเทียมอก ก็ให้ชะงักเพราะเสียงรถยนต์และเสียงเรียก

“ไอ้ปลาทู!”

เสียงกร้าวด้านหลังเป็นเหตุให้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านหันมอง ใบหน้าขาวซีดเผือด มือขาวกำแน่นสั่นไหวขณะเดินถอยหลัง ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้แยแสสักนิด กลับเดินเข้าหาจนแผ่นหลังของคุณครูมือใหม่ติดกับกำแพงรั้วบ้าน

“มึงหนีกูไม่พ้นหรอกปลาทู”

“พี่พีปล่อยผมไปเถอะ ผมอุตส่าห์มาอยู่ถึงนี่...”

“กูเคยบอกมึงแล้วไงว่ามึงหนีกูไม่รอดหรอก ตอนนี้พี่มึงก็ไม่อยู่แล้ว มึงต้องกลับไปอยู่บ้าน แล้วคอยเป็นที่รองมือรองตีน”

“ไม่! ผมจะไม่กลับไปที่นั่น ปล่อย!”

“กูไม่ปล่อย กูเคยบอกมึงแล้วไง ถ้ามึงคิดหนี แล้วกูตามตัวเจอ มึงจะโดนอะไร”

“ไม่!”

ธีรศิลป์ผลักร่างสูงกว่าตนให้ออกห่าง ทว่าเพราะความสั่นกลัวจึงทำให้แรงของตนน้อยกว่าที่ควรเป็น เมื่อเขาพยายามดิ้นรนจะหลุดออกจากกำแพงชีวิต อีกฝ่ายจึงใช้กำลังในการบีบบังคับ

มือใหญ่บีบต้นคอของธีรศิลป์ไว้แน่น ก่อนจะตวาดลั่น “หยุด! มึงฟังกูนะไอ้ปลาทู กูให้เวลามึงสองวัน ถ้ามึงไม่กลับบ้าน กูจะมาลากมึงกลับ ถึงตอนนั้นกูทำอะไรมึง มึงจะมาโวยวายไม่ได้ล่ะ อ้อ! แต่มึงก็ไม่เคยโวยวายอยู่แล้วนี่ ไม่งั้นพ่อคงรู้แล้วว่ากูทำอะไรมึงบ้าง”

พูดจบ คนพูดก็หันหลังเดินขึ้นรถ ทิ้งให้ธีรศิลป์ทรุดกายลงนั่งพิงกับกำแพงรั้วบ้าน มือขาวจับต้นคอตัวเองที่ปวดหนึบ ความมกลัวทำให้ชายหนุ่มต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด เมื่อความสั่นกลัวหายไป เขาก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านทันที

เมื่อเข้าบ้าน เขาก็รีบล็อกกุญแจบ้าน แล้วทรุดกายลงนั่งบนโซฟา เขาก็จับมือของตัวเองไว้แน่น ด้วยคิดว่านี่เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้ตัวเองหยุดมือสั่นเพราะความกลัวเสียที ทว่ามันไม่ง่ายเลยเมื่อนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายทำในอดีต

ทำยังไงดี...พี่เก๋า...ทูจะทำยังไงดี ทูไม่อยากกลับไป พี่เก๋าช่วยทูด้วย

ธีรศิลป์ได้แต่นึกถึงพี่ชาย จนลืมไปว่ามีผู้ชายอีกคนที่พร้อมจะช่วย แม้ชายหนุ่มจะเห็นว่าเป็นเพียงพี่ชาย แต่สำหรับอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการจะเป็นพี่ชายสักนิด






**TBC**




มาแล้วๆๆๆๆๆๆ
อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนน้าาาาา
....
ตอนหน้าพี่เมฆจะช่วยยังไง
รอติดตามนะคะ
#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ เสิร์ชชื่อ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 13
พี่ไม่ได้อยากเป็นแค่พี่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


เมฆาขมวดคิ้วจนมุ่น พยายามโทร. หาคนที่ตนเป็นห่วง กระทั่งใกล้ถึงบ้านสองชั้นขนาดกะทัดรัด คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเมื่อเห็นประตูรั้วและประตูบ้านปิดเงียบราวกับไร้ผู้คน ชายหนุ่มดับเครื่องแล้วลงจากรถ เขาเขย่าประตูรั้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายล็อกแม่กุญแจจากด้านใน จึงปีนขึ้นรั้วสูงเทียมเอว แล้วกระโดดอย่างง่ายดาย ก่อนจะตรงไปยังประตูบ้าน

เพียงไขกุญแจบ้าน เมฆาก็ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ทุกอย่างเงียบกริบ ไม่แม้แต่จะเปิดไฟด้วยซ้ำ ทว่าเงามืดๆ ที่นั่งอยู่บนโซฟาเพียงคนเดียวทำให้เขาเดินเข้าไปหา แล้วเรียกชื่ออีกฝ่าย

“ปลาทู”

เสียงคุ้นหูอ่อนโยนทำให้คนที่นั่งกอดเข่าตัวเองเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยกมือขึ้นราวกับเด็กๆ ที่ต้องการให้พ่อแม่สวมกอด ซึ่งเมฆาก็ยินดีสวมกอดอีกฝ่าย

เสียงสะอื้นฮักดังเล็ดลอดออกจากปากบางทันที มือใหญ่ลูบแผ่นหลังบางของอีกฝ่าย ไม่คิดปริปากเอ่ยถามอะไรก็พอจะคาดเดาได้ว่ามีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นกับชายหนุ่มแน่

“พี่เมฆ...ฮึก...พี่เมฆช่วยทูด้วย พาทูไปหาพี่...ฮึก...ไปหาพี่เก๋าได้มั้ย”

“ไม่ร้องนะปลาทู...พี่อยู่นี่แล้ว พี่จะไม่ยอมให้ใครทำอะไรทูอีก”

เมฆาโยกกายร่างบางไปมาราวกับกำลังกล่อม เขาปล่อยให้อีกฝ่ายร้องไห้เสียให้พอ ลูบไล้แผ่นหลังบางไม่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว เขากอดอยู่อย่างนั้นจนธีรศิลป์พอใจ แล้วค่อยผละกายออกห่าง

สายตาคู่คมจับจ้องดวงหน้าแดงจัดจากการร้องไห้ นิ้วโป้งไล้น้ำตาที่เกาะบนแก้มออกอย่างอ่อนโยน ก่อนจะแตะไปทั่วดวงหน้าอ่อนวัย ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยแดงบนต้นคอขาว คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนคนที่มองสบชะงัก แล้วเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“พี่เมฆ...มีอะ...”

“เกิดอะไรขึ้นน่ะปลาทู ใครทำอะไรปลาทู ดูคอนี่สิ...แดงเถือกเลย บอกพี่มาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น”

แววตาเป็นห่วงเป็นใยที่จับจ้องนิ่งยับใบหน้าและลำคอของเขา ธีรศิลป์รีบเอามือปิดลำคอซึ่งเป็นรอยนิ้วมือชัดเจน ทว่าเมฆากลับดึงออก แล้วแตะอย่างเบามือ

“เจ็บมากมั้ย”

ธีรศิลป์ตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นแววตาและท่าทางที่ห่วงใยอย่างไม่คิดปิดบัง เขาก็รู้สึกหัวใจพองโต เหมือนได้รับการเติมเต็ม จนนึกอยากเอาแต่ใจกับคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เมื่อคิดร่างกายก็ทำตามทันที คนอ่อนวัยกว่าขยับกายเข้าหาแล้วส่งสายตาออดอ้อน

“เจ็บมากเลยครับพี่เมฆ พี่เมฆเป่าให้ทูหน่อยสิครับ”

เมฆาก้มหน้ามองคนที่เข้าใกล้ราวกับจะออดอ้อน ริมฝีปากหนาแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ ทว่าความเป็นห่วงมีมากกว่าจึงลูบศีรษะอีกฝ่ายแล้วโยกเบาๆ

“พูดเป็นเด็กๆ ไปได้นะเราน่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่ทายาแล้วจะเป่าให้”

“พี่เมฆพูดแล้วนะครับ”

เมฆาพยักหน้ารับ ก่อนจะฉวยโอกาสจุมพิตเรือนผมหอมของอีกฝ่าย แล้วผุดลุกไปยังด้านใน ซึ่งเขาหวังว่าตู้ยาจะยังคงอยู่ที่เดิม

คุณครูมือใหม่ได้แต่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนพี่ชาย ความห่วงใยที่อีกฝ่ายแสดงออกทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความหวาดกลัวเมื่อครู่ก็มลายหายไปเพียงได้อ้อมกอดและฝ่ามือใหญ่ที่คอยปลอบประโลม จนพร้อมที่จะเปิดเปลือยทุกอย่าง

ธีรศิลป์กัดริมฝีปากด้านในเบาๆ ย้ำๆ อยู่หลายครั้ง กระทั่งเมฆาเดินมาพร้อมกล่องยา เขาจึงเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ทรุดกายลงนั่งหายาในกล่อง เมื่อได้ยาที่ต้องการจึงบีบยาซึ่งเป็นเนื้อครีมทารอบลำคออีกฝ่าย กระทั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่จับจ้องไม่วางตา ทั้งที่คิ้วเรียวขมวดมุ่นราวกับมีเรื่องในใจ

“มีอะไรรึเปล่าปลาทู”

“พี่เมฆ...ทูขอโทษที่ไม่ฟังพี่เมฆ”

“พูดแบบนี้แสดงว่ามีอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย เล่ามาให้พี่ฟังสิ”

แม้จะเหมือนคำสั่งมากกว่าคำวอนขอ แต่คนฟังกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นด้วยสักนิด หนุ่มอ่อนวัยกว่าคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะบีบมือใหญ่ราวกับต้องการกำลังใจ เพื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตแย่ๆ ที่เขาไม่อยากจะจำสักนิด ทว่ามันกลับฝังลึกในใจจนไม่สามารถแกะออกได้ง่ายๆ

“หลังจากพ่อกับแม่หย่ากัน พ่อก็อยากให้ทูไปอยู่ด้วย ตอนนั้นพี่เก๋ากำลังเข้ามหา’ลัย ทูยอมไปอยู่กับพ่อ เพราะไม่อยากให้แม่เหนื่อยและลำบากที่ต้องหาเลี้ยงลูกพร้อมกันสองคน แรกๆ ก็ไม่มีอะไร เราก็อยู่กันสองคนพ่อลูก จนทูเข้าม.ปลาย พ่อก็รับผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในบ้านพร้อมลูกชายที่อายุมากกว่าทูสามปี” คนพูดหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังกล้ำกลืนที่จะเอ่ยถึง

เมฆากุมมือบาง บีบพอให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความห่วงใย และให้คนอ่อนวัยกว่าวางใจว่ามีเขาอยู่เคียงข้างเสมอ ซึ่งเขาไม่ได้ต่างจากเมื่อสิบสองปีก่อน เขาจะปกป้องธีรศิลป์...ปกป้องด้วยหัวใจ ครั้งนี้เขาไม่ได้จะปกป้องในฐานะน้องชายของเพื่อนรักอีกต่อไป แต่จะปกป้องในฐานะคนที่เขารัก

“ถ้าไม่อยากเล่า ปลาทูไม่ต้อง...”

“ขอบคุณครับพี่เมฆ แต่ทูขอเล่าดีกว่า ถ้าไม่เล่า ทูคงอึดอัด”

“ที่จะเล่าเพราะเกี่ยวกับรอยมือนี่ใช่มั้ย แล้วเกี่ยวกับคนที่มาตามดูปลาทูช่วงนี้รึเปล่า”

คำถามของคนตัวโตกว่าทำให้ธีรศิลป์ขมวดคิ้ว เขาไม่เคยรู้มาก่อนพีระตามมาดูเขา และนี่คือเหตุผลที่เมฆาคอยไปรับไปส่งเขาทุกวัน วันหยุดก็มาอยู่ด้วยทั้งวัน ทั้งที่ไม่รู้สึกนิดว่านั่นคืออันตรายต่อตัวเขา แต่อีกฝ่ายก็ยังปกป้องเขา ให้คิดได้ว่าเมฆาไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนสักนิด ยังคงเป็นพี่ชายที่ปกป้องเขาเสมอมา นอกจากกรวิชญ์แล้ว...ก็มีเพียงเมฆาที่เป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอมา

“น่าจะใช่มั้งพี่เมฆ ทูไม่คิดจริงๆ ว่าหนีมาถึงนี่แล้ว ไอ้พี่พีจะยังตามมาอีก”

“พีเหรอ? ชื่อพีเหรอ?”

“หมอนั่นเป็นลูกติดแม่เลี้ยงของทู แรกๆ ที่มาอยู่ด้วยกัน ก็ไม่มีอะไร เพราะทูไม่อยากยุ่งด้วย ก็เลยเลี่ยงๆ แต่ไม่รู้ว่ายังไง พอมันรู้ว่าทูเป็นเกย์ก็หาเรื่องแกล้ง แรกๆ ก็แค่ล้อเลียน หาเรื่องจับโน่นนี่ แต่พอทูมาเล่าให้พี่เก๋าฟัง แล้วพี่เก๋าไปขู่มัน มันก็เลยเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมา ทั้งโกรธทั้งโมโหจนมาลงเอากับทู ตอนนั้นทูกำลังจะเรียนจบม.ปลาย เวลาเมามันก็หาเรื่องมาทุบตีทู ไม่ก็เอาบุหรี่มาจี้ทู”

มือใหญ่บีบมือเล็กกว่าทันทีที่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายโดยกระทำในช่วงที่เขาไม่อยู่ ไม่รับรู้ ไม่เคยคิดมาก่อนสักนิดว่าอีกฝ่ายจะโดนเช่นนี้มาตลอดหลายปี

“ทูไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้พี่เก๋ากับแม่ฟัง แต่พี่เก๋าก็รู้อยู่ดี ยิ่งพอมันเห็นว่าทูยังมีความสุข ยังมีเพื่อนที่เข้าใจและรับสิ่งที่ทูเป็นได้ มันก็ยิ่งโกรธยิ่งเกลียด ดีทีว่าช่วงเรียนมหา’ลัย ทูอ้างเรื่องเรียนกับกิจกรรม พ่อเลยยอมให้ทูไปอยู่หอ แลกกับเงื่อนไขที่ว่าทุกเดือนต้องกลับบ้านหนึ่งเสาร์อาทิตย์เป็นอย่างน้อย ทูเลยรอดมา แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านก็เหมือนตกนรกอยู่ดี ช่วงนั้นพอกลับบ้าน มันก็ยิ่งทำหนักขึ้น ราวกับเห็นทูเป็นกระสอบทรายระบายอารมณ์”

“ทำไมทูไม่บอกพ่อล่ะ”

“เคยบอกครับ แต่พ่อไม่เชื่อทู หาว่าทูรังเกียจแม่เลี้ยง ทั้งที่ทูไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย แถมต่อหน้าพ่อ หมอนั่นก็ทำตัวเป็นพี่ที่ดี คอยดูแลทู แต่พอลับหลัง มันก็ทั้งพูดจาทำร้าย ดูถูก และทำร้ายทู ที่ทูอยู่มาได้เพราะพี่เก๋ากับเพื่อนๆ”

“ถ้าพี่อยู่เมืองไทย พี่จะไม่ยอมให้หมอนั่นทำร้ายทูเด็ดขาด ไม่ยอม...” เมฆามองหน้าขาวของคนตัวเล็กกว่าราวกับคิดขึ้นได้ว่าเขาควรทำอย่างไร “ทูบอกว่าทูถูกหมอนั่นทำร้ายเมื่อเย็นใช่มั้ย”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ด้วยเชื่อใจในตัวอีกฝ่ายที่ปกป้องเขา แม้เขาจะยังคลางแคลงใจในความรู้สึกของเมฆาที่มีต่อเขา แต่จะสำคัญตรงไหนในเมื่อตอนนี้...ที่นี่มีคนที่พร้อมจะปกป้องและดูแลเขา

“ถ้างั้นเพื่อไม่ให้เกิดอะไรขึ้น ทูไปอยู่กับพี่ดีกว่า”

“อะไรนะ!” ธีรศิลป์เอ่ยถามเสียงสูง

“พี่บอกให้ทูไปอยู่กับพี่ พี่จะปกป้องทูเอง”

ธีรศิลป์มองหน้าคนพูดนิ่ง แววตาเป็นห่วงเป็นใยฉายชัดในดวงตาคู่คม ทว่ากลับแฝงด้วยความรู้สึกอย่างอื่นซึ่งชวนหวั่นใจ จนเขาได้แต่นั่งนิ่ง

“พี่อยากให้ทูคิดดีๆ นะ ถ้าหมอนั่นกล้าทำร้ายทูขนาดนี้ เขาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ทูน่าจะรู้จักหมอนั่นดีกว่าพี่”

เป็นจริงอย่างที่เมฆาพูดนั่นแหละ พีระจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ อีกฝ่ายพูดไว้แล้วว่าจะพาตัวเขากลับไป แม้เขาจะไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดต้องเอาตัวเขากลับไป เหตุใดพีระจึงต้องตามมาลากเขาถึงนี่ มันไม่ใช่เรื่องเลยสักนิด ทว่าหากถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ มีแต่จะโดนทำร้ายเสียเปล่าๆ

“เอาล่ะ! พี่ให้เวลาทูคิดหนึ่งคืนก็แล้วกัน ยิ่งตัดสินใจช้า ทูก็จะยิ่งอันตราย พี่ไม่อยากห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ใช่พี่มาส่งทูที่บ้าน พอคล้อยหลังแล้วทูถูกทำร้าย พี่ไม่อยากให้ทูต้องเจอเรื่องแบบเมื่อก่อนอีก พี่จะไม่ยอมให้ทูมีแผลเป็นเพิ่มอีก”

“พี่เมฆเห็น?” ธีรศิลป์ถามตาโต

“ตอนทูไม่สบาย พี่เป็นคนเช็ดตัวให้ ก็เลยได้เห็นแผลเป็นรอยบุหรี่”

“พี่เมฆเห็นหมดเลยเหรอ”

“ใช่ จนนึกอยากต่อยหน้าคนทำให้ฟันร่วงหมดปาก”

“พี่เมฆเป็นนักวิเคราะห์ทางการเงินนะครับไม่ใช่นักเลง”

“แต่พี่โกรธจริงๆ นะ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องปลาทูของพี่เด็ดขาด”

“ของพี่ที่ไหนกัน ทูไม่ได้เป็นของพี่เมฆซะหน่อย”

“เป็นสิ ทูต้องเป็นของพี่ ก็พี่บอกแล้วว่าพี่รักทู”

“ทูก็รักพี่เมฆนะ นอกจากพี่เก๋าแล้ว พี่เมฆก็เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของทูเลย”

“พูดอะไรน่ะปลาทู พี่ไม่ได้อยากเป็นแค่พี่ชาย พี่จะไม่เป็นแค่พี่หรอกนะ”

“พี่เมฆน่ะเป็นพี่ชายที่น่ารักสำหรับทูตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว เพราะงั้น...สำหรับทู พี่เมฆคือพี่ชายครับ”

พูดจบก็ผุดลุกขึ้นยืน ไม่รอคนที่ทำหน้าเหลอหลา เพราะยอมรับความจริงที่ว่าตนเป็นแค่พี่ชายไม่ได้ ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินย้อนกลับมา เขาก็ตั้งใจจะพูด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมเปิดโอกาสสักนิด

“เดี๋ยวทูจะไปอาบน้ำ พี่เมฆทำอะไรให้กินหน่อยสิ หิวแล้ว ถ้าพี่เมฆทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน ทูจะลองคิดดูเรื่องไปอยู่กับพี่เมฆ”

เมฆาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เมื่ออีกฝ่ายกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบน แม้ชายหนุ่มจะไม่ถูกใจนักที่เป็นได้แค่พี่ชาย ทั้งที่เขาอยากเป็นมากกว่าพี่ชาย แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอารมณ์ดีหลังจากร้องไห้อยู่นานสองนาน เขาก็ได้แต่ยอมใจอ่อน

เอาเถอะ! วันนี้พี่จะยอมให้ พี่ยังมีเวลาทำให้ปลาทูเลิกคิดอยากเป็นแค่น้อง

ชายหนุ่มผุดลุกจากโซฟาไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นเพื่อหาวัตถุดิบทำอาหารมื้อเย็นขณะโทร.หากิ่งแก้วให้ช่วยดูแลลูกชายตัวแสบหนึ่งคืน อย่างไรเสีย...พรุ่งนี้เขาก็จะบังคับให้ธีรศิลป์ไปอยู่ด้วยให้ได้







**TBC**




มาต่อแล้วจ้า
สดๆ ร้อนๆ (เพิ่งปั่นเสร็จ)
....
พี่เมฆทั้งรักทั้งห่วงขนาดนี้
น้องจะยอมไปอยู่กับพี่มั้ยน้า....?
รอตอนหน้ากันนะค้า
#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ เสิร์ชชื่อ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :katai2-1:
 :pig4:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 14
พี่เมฆของปลาทู
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


“นี่มันอะไรกันน่ะพี่เมฆ!”

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วมุ่นขณะมองกระเป๋าเดินทางใบโต ก่อนจะมองของใช้ที่เมฆากำลังจัดใส่กระเป๋าอีกใบ ซึ่งนอกจากเจ้าตัวจะไม่ตอบคำถามของคนอายุน้อยกว่า เขายังเลือกที่จะนิ่งเฉยกับท่าทีตีโพยตีพาย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ปลาทูครับ ปลาทูฟังพี่ก่อนนะครับ” เมฆาจับร่างคนที่กำลังโวยวายให้นั่งนิ่งๆ “พี่รัก พี่เป็นห่วงปลาทู ไม่อยากให้ปลาทูเจอเรื่องแบบเมื่อวานอีก เมื่อวานพี่ก็พูดแล้วนี่ว่าจะให้ปลาทูไปอยู่กับพี่”

“ไม่เอาอ่ะ พี่เมฆชอบฉวยโอกาส”

“มันใช่เวลาคิดเรื่องไร้สาระมั้ยน่ะปลาทู”

“ไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย” ธีรศิลป์นั่งกอดอกบนเตียง ขณะรออีกฝ่ายผุดลุกผุดนั่งเพื่อเก็บของให้เขา

เมฆาส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อคิดว่าน้องชายเพื่อนรักปรารถนาเป็นเพียงน้องชาย ทั้งยังดื้อดึงเสียเหลือเกิน เขาจึงต้องคิดหาไม้แข็งเพื่อจัดการคนดื้อรั้น

“ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้เดินทาง แล้วก่อนไปได้ตรวจบ้านให้เรียบร้อย”

“ใครบอกว่าปลาทูจะไป”

“จะไม่ไป?” เมฆาเลิกคิ้วถาม

“ไม่ไป”

“ได้...ไม่ไปก็ไม่ไป”

เมฆาพูดจบก็ผลักอีกฝ่ายล้มลงนอน แล้วกดข้อมือทั้งสองลงกับเตียง จมูกโด่งคมปัดกับข้างแก้มให้ธีรศิลป์ต้องเบิกตาด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะยิ่งเบิกตากว้างยิ่งขึ้นเมื่ออีกฝ่ายกดจมูกกับแก้ม แล้วลากริมฝีปากจากแก้มไปยังริมหูหอม ซอกคอขาว แล้วหยุดนิ่งที่แอ่งชีพจรซึ่งโผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวเก่า

“หยุดนะพี่เมฆ! พี่เมฆจะทำอะไร”

“ปราบเด็กดื้อไงล่ะ”

“ทูไม่ได้ดื้อ แต่เพราะพี่เมฆเป็นแบบนี้ ทูจะไว้ใจได้ไง”

“ก็ไม่ต้องไว้ใจ เพราะยังไงพี่ก็จะพาปลาทูไปอยู่ด้วย พี่จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบเมื่อวานอีก ปลาทูจะกลัวใครทั้งโลกก็ได้ แต่ไม่ต้องกลัวพี่ เพราะพี่จะปกป้องปลาทูเอง”

ธีรศิลป์เม้มปากแน่นขณะสบตาคนที่คร่อมร่างของเขาอยู่ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย แม้เขาอยากจะปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ความรักที่เขาส่งมานั้นกลับชัดเจนเสียเหลือเกิน ชัดจนไม่ว่าใครเห็นก็ต้องรู้สิ่งที่เมฆารู้สึก

ชายหนุ่มทอดถอนใจ เขารู้ว่าเมฆารักเขามาตั้งแต่เด็ก แม้ตอนนั้นจะเป็นความรักฉันพี่ชายน้องชาย แต่ความรักในวันนี้มันต่างไปแล้ว ทั้งที่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นคนรักสักนิด เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเมฆาต้องจบลง และมีจุดจบไม่สวย

“พี่เมฆอย่ารักทูเลยนะ”

“ปลาทูจะไม่รักพี่ก็ได้ แต่อย่าห้ามไม่พี่รักปลาทู อย่าดูถูกความรู้สึกของพี่นะปลาทู”

“แต่ทูไม่อยากเลิกกับพี่เมฆ”

เมฆาขมวดคิ้วมุ่นทันที่ได้ยิน ยังไม่ทันจะได้เป็นคนรักกัน ธีรศิลป์ก็พูดเรื่องเลิกเสียแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน! ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วดึงอีกฝ่ายให้นั่งประจันหน้ากัน

“ยังไม่ทันจะได้คบก็พูดเรื่องเลิกแบบนี้...คงกำลังคิดถึงเรื่องพ่อกับแม่ของปลาทูใช่มั้ย”

ธีรศิลป์อมลมเข้าปากก่อนจะก้มหน้าลง ไม่อยากยอมรับหรอกว่าที่ไม่คบหาใครจะถึงตอนนี้ก็เพราะกลัวการเลิกรา กลัวการอยู่คนเดียวอย่างเจ็บปวด เพราะหากเขาให้ใจใครไปแล้ว ย่อมจะให้หมดใจ และไม่อยากให้ต้องหันหลังให้กัน

เมฆาพยักหน้าน้อยๆ อย่างเข้าใจทันทีที่เห็นท่าทางของอีกฝ่าย ในเมื่อเขาเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ก็ไม่ยากเลยที่จะช่วยแก้ปมนี้ และเขาแน่ใจว่าความรักความเอ็นดูที่เขามีต่อธีรศิลป์จะชนะทุกอย่างได้

“ถ้าแค่นั้น...เอาชนะความรักที่พี่มีต่อปลาทูไม่ได้หรอก ถ้าปลาทูไม่เชื่อก็ให้พี่พิสูจน์สิ ให้พี่ได้ปกป้อง ดูแลปลาทูนะครับ”

ธีรศิลป์เม้มปากแน่น อยากจะต่อต้านเสียเหลือเกิน แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังจริงใจของอีกฝ่าย เขาก็ปฏิเสธไม่ลง จึงได้แต่ผุดลุกแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดเปลี่ยนที่คนตัวโตกว่าเตรียมไว้ให้ แล้วลากเท้าออกจากห้องอย่างหมดแรง

คำพูดของเมฆาไม่เพียงทำลายกำแพงในหัวใจของเขา ทว่ายังทำให้เขาหมดแรงที่จะไปต่อต้าน หรือหาเรื่องใดๆ กับอีกฝ่ายอีกแล้ว ยิ่งเห็นความเอาใจใส่ความเป็นห่วง เขาก็ยิ่งได้แต่หวนคิดถึงเรื่องสมัยเด็ก ที่เขาคอยวิ่งตาม คอยถามหาเสมอ แม้แต่ตอนที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาก็คอยถามจากกรวิชญ์ จนกระทั่งเขายุ่งกับเรียน และถูกพีระรังแก ทว่าหลายครั้งที่ถูกรังแก เขาก็หวนนึกถึงเมฆา...พี่ชายที่คอยปกป้องเขาไม่ให้คนอื่นรังแก

“ทูจะทำยังไงกับพี่เมฆดี”

ธีรศิลป์พึมพำพลางเม้มปากขณะมองตัวเองในกระจก ก่อนจะครุ่นคิด คุณครูป้ายแดงเดาะลิ้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบปัดมันทิ้งไป เมื่อคิดว่าการไปอยู่กับเมฆาก็เพื่อตัวของเขาเอง และคนที่จะปกป้องเขาจากพีระได้ดีที่สุดก็คงไม่พ้นเมฆานั่นล่ะ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์หรือความรู้สึกนั้น...เขาคงต้องยอมปล่อยไปตามความต้องการของหัวใจตัวเองเสียแล้วสิ

ในเมื่อเมฆายืนกรานในความรู้สึกของตัวเองขนาดนี้ เขาจะไปห้ามก็คงไม่ง่ายนัก ยิ่งดื้อดึงไป ก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีลูกฮึดขึ้นมาเสียมากกว่า จากนี้จะเป็นอย่างไร...คงได้แต่ปล่อยให้โชคชะตากำหนด

โชคชะตาเหรอ?

ว่าแต่เมฆาจะยอมแพ้โชคชะตาเหรอ หากเขาไม่ได้มีโชคกับอีกฝ่ายจริงๆ เจ้าตัวจะยอมเหรอ ดูท่าแล้ว...ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่ยอมง่ายๆ เป็นแน่ และหากให้คาดเดาแล้วล่ะก็...เมฆาคงพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจเขา ให้เขาตอบรับความรู้สึก

แค่คิดว่าเมฆาจะพยายามอย่างหนัก ธีรศิลป์ก็นึกสนุกเสียแล้วสิ เขาล่ะอยากเห็นนักว่าคนที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการอย่างเมฆาจะทำอย่างไรเพื่อเอาชนะใจเขา

ธีรศิลป์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเหตุใดจึงไว้ใจเมฆาขนาดนี้ ไม่ได้รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเลยสักนิด นั่นเพราะเขาไม่เคยรับใครเข้ามาในใจ ไม่เคยรักใคร จึงไม่รู้ว่าไอ้ที่รู้สึกนี้...มันคือความรัก


......................................





เมฆายกกระเป๋าขึ้นท้ายรถก่อนจะหันมองไปทางธีรศิลป์ที่ออกไปเปิดประตูรั้ว เขาจะไม่กังวลเลยหากไม่เห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งตัวแข็ง ไม่ยอมเปิดประตูรั้วเช่นนั้น ไม่ต้องเห็นเขาก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากับอะไร ชายหนุ่มจึงสืบเท้าไปยืนเคียงข้าง

“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”

“พี่เมฆ...เรา...”

เมฆาบีบมือคนข้างกาย ทว่าเมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญพยายามก้าวเข้าหา ธีรศิลป์จึงรีบหลบอยู่ด้านหลังคนตัวสูงกว่า ด้วยมั่นใจอีกฝ่ายจะปกป้องเขาได้อย่างแน่นอน

“ไม่รู้หรอกนะว่านายเป็นใคร แต่อย่ามาเสือกกับเรื่องของฉันกับไอ้ทู”

“เห็นจะไม่ได้ เพราะปลาทูไม่ได้อยากคุยกับคุณ แล้วถ้าผมเดาไม่ผิด คุณเป็นคนทำร้ายปลาทูเมื่อวานใช่มั้ย”

“ใช่แล้วจะทำไม อ้อ! คงเป็นแฟนไอ้ทูล่ะสิ บอกไว้ก่อนเลยว่าหมอนี่น่ะไม่ได้ความกับเรื่องพวกนั้นหรอก”

“พูดบ้าอะไรน่ะพี่พิ! อย่ามาพูดจาหมาๆ แบบนี้นะเว้ย”

“มีคนปกป้องแล้วมาทำปากดี กูบอกแล้วว่ามึงต้องกลับไปกับกู”

เมฆาเอี้ยวตัวมองคนที่หลบอยู่ด้านหลังเขา ทั้งยังดึงเสื้อยืดของเขาไว้ราวกับจะสามารถปกป้องได้ แน่นอนล่ะ! เขาปกป้องธีรศิลป์ได้อย่างแน่นอน

“คุณกลับไปจะดีกว่า อย่าให้ผมต้องไปหาคุณอาเพื่อเล่าเรื่องที่คุณทำกับปลาทูให้ท่านฟัง หากถึงตอนนั้น...ระหว่างลูกชายแท้ๆ กับลูกเลี้ยงอย่างคุณ คุณอาจะเลือกใคร ผมคงไม่ต้องบอก แล้วถ้าผมเล่าไป คนที่เดือดร้อนจะไม่ได้มีแค่คุณ แต่จะรวมถึงแม่ของคุณด้วย แบบนั้นจะดีหรือครับ”

พีระกำมือแน่น ทว่าไม่ทันจะได้พูดอะไร คนที่ประจันหน้ากับเขาก็หันไปกระซิบบางอย่างกับเป้าหมายของเขา และธีรศิลป์ทำตามอย่างรวดเร็ว ด้วยการวิ่งไปที่รถยุโรป แล้วสอดตัวเข้าไปอย่างง่ายดาย ขณะที่คนตรงหน้าผลักเขาให้ออกจากหน้าประตูรั้ว แล้วจับคอเสื้อของเขาดันจนต้องขยับเท้าถอยหลัง แล้วหมุนตัวตามแรงของอีกฝ่ายจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับกำแพงรั้วบ้าน

“ผมไม่อยากทำแบบนี้ต่อหน้าปลาทูให้เขาตกใจ แต่จำไว้ว่าอย่ามาแตะต้องปลาทูอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้าคุณกล้าแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บของปลาทู รับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ได้กลับไปครบสามสิบสองอย่างวันนี้”

“คิดจะขู่ฉันเหรอไง ฉันไม่กลัวแกหรอก”

เมฆาคลี่ยิ้ม ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยความโกรธจนคนเผชิญหน้ารู้สึกหนาวยะเยือก ขนหลังคอตั้งชันเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่นๆ

“ถ้าคิดว่าแกจะปกป้องไอ้ทูได้ตลอดก็ให้มันรู้กันไป ไอ้ทูเป็นเหยื่อของฉัน ฉันจะไม่ให้มันหนีหรอก”

“ปลาทูไม่จำเป็นต้องหนีอีก แต่คนที่ต้องเตรียตัวหนีคือคุณ เพราะหากคุณทำอีก ผมจะทำให้คุณได้รู้ว่าการตกเป็นเหยื่อมันรู้สึกยังไง”

เมฆาพูดจบก็หันหลัง ทว่าพีระที่ถูกข่มขู่ไม่ยอมวางมือง่ายๆ เขาหมายจะทำร้ายจากด้านหลัง ทว่าเมฆารู้ทันจึงหมุนกายแล้วซัดกำปั้นใส่อีกฝ่ายที่คาดไม่ถึง ด้วยหยามใจว่าตนได้เปรียบ

“คิดทำร้ายคนแข็งแรงจากด้านหลัง ทำร้ายและข่มขู่คนอ่อนแอแบบนี้ เรียกว่าหน้าตัวเมีย”

พีระที่ทรุดลงกับพื้นได้แต่มองเมฆาอย่างเดือดดาล ทว่าความเจ็บปวดและรสชาติของเลือดที่กลบปาก ทำให้เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่หายเข้าไปในบ้าน ก่อนรถยุโรปจะแล่นออกมา ซึ่งคนที่ลงมาปิดประตูรั้วก็ไม่ใช่ใคร คนที่ฝากรอยแผลให้เขาหงุดหงิดนั่นเอง

ทว่าท่าทางและรอยแผลของพีระทำให้ธีรศิลป์ซึ่งมองจากในรถได้แต่ประหลาดใจ เมื่อเมฆากลับขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัย แล้วพารถแล่นออกจากหน้าบ้าน เขาจึงเอ่ยปากถามทันที

“พี่เมฆเป็นคนทำใช่มั้ย”

“แล้วจะเป็นใครล่ะ? คิดว่าเขาวิ่งชนกำแพงเหรอ”

“พี่เมฆนี่ยังไง แล้วไม่เจ็บเหรอไปต่อยหมอนั่นน่ะ”

“นี่ใคร? ทำเป็นมาถาม ก็รู้นี่ว่าตอนม.ปลายพี่เป็นนักกีฬาอะไร”

“อ้อ...ทูก็ลืมไปว่าพี่เมฆเป็นนักกีฬาเทควันโดมาก่อน แต่ไม่ใช่พี่เลิกเล่นไปแล้วเหรอ”

“ไม่เชิงหรอก ตอนไปเรียนเมืองนอกก็ยังพอเล่นบ้าง แล้วก็ไปต่อยมวยเวลาเข้ายิมนิดหน่อย”

“แบบนี้...พี่เมฆก็น่าจะหมัดหนักน่าดู แต่พี่เมฆดูไม่เหมือนคนที่จะไปต่อยตีกับใครเลย”

“พี่ไม่ใช่นักเลงนี่ แต่ถ้าเพื่อปกป้องใครสักคน พี่จะทำ อย่างที่พี่ปกป้องปลาทูไง”

ธีรศิลป์หันมองคนพูดทันที สายตาทั้งคู่สบกัน นั่นทำให้คนตัวเล็กกว่าอดจะหวั่นไหวไม่ได้ ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำ จึงก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างจริงใจ

“ขอบคุณนะพี่เมฆที่ปกป้องทู ทั้งที่ทูปฏิเสธพี่เมฆไปแล้ว”

“ปฏิเสธอะไร ถ้าที่ปลาทูพูดเมื่อเช้า นั่นไม่เรียกว่าปฏิเสธหรอกนะ ไว้ถ้าปลาทูมองตาพี่แล้วบอกว่าไม่รัก ไม่ชอบพี่เมื่อไหร่ นั่นล่ะจึงจะเรียกว่าปฏิเสธ เพราะงั้นตอนนี้พี่ก็จะถือว่าปลาทูยังไม่ได้ปฏิเสธ และพี่ก็จะเข้าข้างตัวเองว่าปลาทูอาจจะยอมเป็นของพี่”

“เป็นของพี่อะไรเล่า ใครจะไปยอมเป็นของพี่เมฆง่ายๆ กันล่ะ”

“อืม...ถ้าปลาทูไม่ใช่ของพี่ งั้น...พี่เป็นของปลาทูก็ได้ นี่พี่ยอมเสียเปรียบสุดๆ เลยนะ”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะพี่เมฆ”

เมฆายิ้มขำ ก่อนจะผินหน้ามองถนนด้านหน้า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงเปลี่ยนเส้นทางแล้วบอกคนที่กำลังฉงนใจ ซึ่งตั้งท่าจะเอ่ยปากถาม

“ก่อนเราจะเข้าบ้าน พี่จะพาปลาทูไปแจ้งความไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะไม่แค่ทำร้ายปลาทู แต่ยังข่มขู่ด้วย พี่คิดว่าพี่ปกป้องปลาทูได้ แต่ถ้าคนมันคิดร้าย มันก็หาช่องเอาจนได้ พี่จะไม่ยอมให้ปลาทูตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด แล้วรับปากกับพี่มาด้วยว่าถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก ต้องบอกพี่ ห้ามเก็บเอาไว้ แล้วพี่จะบอกเรื่องทั้งหมดนี้กับคุณอาด้วย”

“บอกพ่อเหรอ? ทำไมต้องบอก”

“ก็เพราะปลาทูไม่ยอมบอกไง มันถึงได้บานปลายแบบนี้”

“ทูเคยบอกแล้ว พ่อไม่เชื่อ”

“ในเมื่อปลาทูบอกแล้วคุณอาไม่เชื่อ พี่จะเป็นพยานให้เอง พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายปลาทูของพี่เด็ดขาด”

“ก็บอกแล้วไงว่าทูไม่ใช่ของพี่เมฆ”

“อีกไม่นานก็คงใช่ พี่น่ะยินยอมพร้อมใจตกเป็นของปลาทูเลยนะ”

“พี่เมฆ!”

ธีรศิลป์ตวาดอย่างเหลืออดที่เขาโมเมเก่งซะเหลือเกิน ทว่าการต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายกลับทำให้เขายิ้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เขาควรจะนึกกลัวที่พีระเจอเขา ควรนึกกลัวที่พีระคิดตามจองล้างจองผลาญเขา แต่เขากลับไม่ได้นึกกลัวเลย ทั้งหมดนี่คงเป็นเพราะเมฆา...พี่ชายที่แสนดีที่คอยปกป้องเขาเสมอมา

ทว่าพี่ชายแสนดีคนนี้กลับต้องการเป็นมากกว่าพี่ชาย นี่ล่ะ! ที่ทำให้ธีรศิลป์ลำบากใจ ด้วยไม่อยากให้ความสัมพันธ์อันดีต้องย่อยยับเพียงเพราะการเลิกรา และเขาก็กลัวเหลือเกินว่าหากเป็นมากกว่าพี่ชายน้องชายแล้ว สักวันหนึ่งเขากับเมฆาอาจเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เฉกเช่นบิดาและมารดาของเขา นั่นขนาดเป็นสามีภรรยากัน แล้วเขากับเมฆาที่ไม่ได้มีอะไรมายืนยันความสัมพันธ์ ไม่มีทะเบียนใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งลูก แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์นี้จะยืนยาว

ท่าทางคิดไม่ตกของธีรศิลป์อยู่ในสายตาของเมฆา ทว่าเขากลับคิดว่าอีกฝ่ายกังวลเรื่องพีระ จึงกุมมือของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงทุ้ม

“พี่จะปกป้องปลาทูเอง ถึงจะไม่มีไอ้เก๋า แต่ปลาทูก็จะมีพี่อยู่ข้างๆ ตลอดไป พี่สัญญา”

แม้จะเป็นคำสัญญาที่ฟังดูเป็นคำพูดส่งๆ แต่ธีรศิลป์กลับพบความจริงจังและจริงใจในน้ำเสียงจนรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นในหัวใจ เขาจึงยิ้มรับด้วยความยินดี แล้วปัดความกังวลเมื่อครู่ทิ้งไป ก่อนจะชวนเมฆาพูดคุยเรื่องอื่นที่จะไม่ทำให้เขาอึดอัดและลำบากใจ จนหวนนึกถึงความกังวลนั่นอีก








**TBC**




มาต่อแล้วจ้า
สดๆ ร้อนๆ (เพิ่งปั่นเสร็จ)
....
พี่เมฆเป็นของปลาทูแล้ว
แล้วเมื่อไหร่น้องจะยอมใจอ่อน
จะหาใครมาดูแลปกป้องดีขนาดนี้ล่ะปลาทูเอ๊ย

#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2308
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6
 :hao3:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 15
ทำให้เชื่อสิ!
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ธีรศิลป์สะพายกระเป๋าเป้ของตัวเองออกจากรถยุโรป ขณะที่เมฆาช่วยยกกระเป๋าเดินทางออกจากกระโปรงหลังรถ ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน ทว่าไม่ทันจะได้เข้าบ้าน ร่างป้อมของเด็กชายก็วิ่งออกจากบ้าน พุ่งเข้าหาร่างคนที่กระชับสายกระเป๋าสะพาย

“ครูปลาทูครับ ครูปลาทูมาจริงๆ ด้วย ป๊ะป๋าบอกพี่กิ่งว่าครูปลาทูจะมาอยู่ด้วย ขนุนดีใจ๊...ดีใจ”

“เว่อร์ไปมั้ยขนุน” เมฆายีศีรษะลูกชายนอกไส้ด้วยความหมั่นไส้ “ให้มันน้อยๆ หน่อย นี่น่ะของป๊ะป๋า”

“ของขนุนต่างหาก ครูปลาทูเป็นของขนุน จริงมั้ยครับครูปลาทู”

ธีรศิลป์ลอบยิ้มขำเมื่อคนข้างกายกำลังทำหน้าเซ็ง ทั้งยังเหลือบมองเขาส่งสัญญาณให้ปฏิเสธเจ้าเด็กที่สูงเทียมเอว นั่นทำให้ชายหนุ่มนึกสนุก จึงพยักหน้ารับคำพูดของเด็กน้อยทันที

“ปลาทู! ไปพยักหน้ากับเจ้าขนุนทำไม”

“ก็ทูไม่ใช่ของพี่เมฆ แล้วขนุนก็เป็นนักเรียนของทู ทูก็เป็นครูของขนุน ไม่เห็นแปลกเลย”

“อย่ามาเล่นลิ้นนะปลาทู”

ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะจูงมือของเด็กชายที่พยายามกึ่งลากกึ่งจูงเข้าบ้าน เมฆาได้แต่ส่งเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอ แล้วลากกระเป๋าเดินทางของคนตัวเล็กกว่าเข้าบ้าน โดยมีกิ่งแก้วช่วยยกสัมภาระที่เหลือตามเข้าบ้าน

“คุณเมฆคะ กิ่งว่าเจองานยากแล้วนะคะ”

“นั่นสิ ผมคงต้องจับเจ้าขนุนแยกแล้ว ไม่งั้นคงได้แย่งปลาทูของผมไปแน่ๆ”

“งั้นเดี๋ยวกิ่งช่วยค่ะ กิ่งอยู่ข้างคุณเมฆอยู่แล้ว”

“ได้ยินแบบนี้ผมก็ใจชื้น แต่ทางที่ดีต้องทำให้ขนุนรู้ว่าปลาทูเป็นของใคร เป็นเด็กเป็นเล็กควรหาของตัวเอง ไม่ใช่มาแย่งของป๊ะป๋าอย่างผม”

“ระวังคุณปลาทูได้ยินแล้วจะโกรธเอานะคะ”

“โกรธก็ดีครับ เวลาโกรธ...ปลาทูจะแก้มแดง น่ารักดี ผมชอบนะ”

กิ่งแก้วหัวเราะคิก นั่นทำให้ธีรศิลป์ที่เดินนำต้องหันมามองด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเมฆาก็ให้นึกอยากต่อยสักหมัดให้หายหมั่นไส้

“ครูปลาทูครับครูปลาทู” ขนุนเรียกพลางเขย่าแขน

“ครับ มีอะไรเหรอขนุน”

“ครูปลาทูมาอยู่บ้านของขนุนแล้ว ขนุนขอเรียกว่าพี่ปลาทูได้มั้ยครับ”

“ต้องเรียกว่าหม่าม้าสิ” เมฆาชิงตอบพลางยิ้มกริ่ม

“พูดบ้าอะไรน่ะพี่เมฆ” ธีรศิลป์แหวใส่ทันที

“หม่าม้า...พี่ปลาทูจะเป็นหม่าม้าให้ขนุนเหรอ”

“อยากได้มั้ยล่ะขนุน” เมฆาเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

เด็กชายขนุนโคลงศีรษะอย่างครุ่นคิด ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง แล้วมองหน้าคนที่ตนเรียกว่าป๊ะป๋าสลับกับว่าที่หม่าม้า เมฆาลอบยิ้มด้วยรู้ทันท่าทีของลูกชาย

“ป๊ะป๋า...ก้มลงหน่อยครับ”

เมฆาย่อกายลงจนความสูงเท่ากับลูกชาย ขณะเดียวกับที่ธีรศิลป์และกิ่งแก้วยืนมองท่าทางของสองพ่อลูกด้วยความฉงนใจ

“ป๊ะป๋า...ขนุนขอพี่ปลาทูมาเป็นหม่าม้านะครับ” ขนุนกระซิบ

“ตกลง แต่ขนุนต้องช่วยป๊ะป๋านะ เพราะพี่ปลาทูของขนุนเล่นตัวเก่งมาก”

“ตกลงอะไรกันน่ะพี่เมฆ แล้วใครเล่นตัว พูดให้ดีนะ”

“พี่ว่าปลาทูไปเก็บของก่อนดีกว่านะ” เมฆาไล่ธีรศิลป์ทางอ้อม ก่อนจะหันไปบอกกิ่งแก้ว “กิ่งพาปลาทูไปที่ห้องด้วยนะ”

“ห้องพักแขกที่คุณเมฆให้เตรียมไว้ใช่มั้ยคะ”

เมฆาพยักหน้า ก่อนจะปล่อยให้ธีรศิลป์เดินตามกิ่งแก้วซึ่งลากกระเป๋าไปยังห้องพักชั้นบน ทิ้งให้สองพ่อลูกพากันจูงมือไปยังห้องนั่งเล่น

“ขนุนจะยกปลาทูให้ป๊ะป๋าแล้วใช่มั้ย”

“ขนุนอยากมีหม่าม้ามากกว่าแฟนนี่ แต่ป๊ะป๋าต้องสัญญากับขนุนนะว่าจะดูแลพี่ปลาทู ห้ามแกล้ง ห้ามทำให้ร้องไห้ เพราะขนุนรักป๊ะป๋าเลยยอมยกพี่ปลาทูที่ขนุนชอบมากให้”

“ป๊ะป๋าสัญญาด้วยเกียรติลูกผู้ชายเลยครับ”

ขนุนฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะยืนบนโซฟาแล้วกอดคอบิดาไว้ โดยไม่ได้รู้เลยว่าภาพของทั้งคู่นั้นอยู่ในสายตาของธีรศิลป์ที่แอบมองอยู่ ด้วยอยากรู้ว่าสองพ่อลูกตกลงอะไรกัน ยิ่งได้เห็นว่าทั้งคู่รักเขามากแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้เขายิ้มออกมาได้กว้างขึ้น

“คุณปลาทูคะ คุณเมฆจริงจังกับคุณมากนะคะ”

“ครับ? พี่กิ่งรู้ด้วยเหรอครับ”

“รู้สิคะ ตอนอยู่กรุงเทพฯ คุณเมฆเคยเปรยบ่อยๆ ว่าอยากกลับมาเจอเพื่อนกับคุณปลาทูที่กาญฯ เอ่อ...มานี่สิคะ”

ธีรศิลป์เลิกคิ้วเมื่อกิ่งแก้ววางกระเป๋าหน้าห้องนอนด้านในสุด ก่อนจะเดินกลับมายังห้องนอนหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาแน่ใจว่ามันคือห้องนอนใหญ่สุดของบ้าน และนั่นก็คือห้องนอนของเมฆา

“นี่เป็นห้องนอนของคุณเมฆ ลองดูรูปถ่ายบนโต๊ะทำงานสิคะ”

ชายหนุ่มโคลงศีรษะก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปตามคำของกิ่งแก้ว ก่อนจะเห็นรูปถ่ายขนาดเจ็ดนิ้วใส่กรอบอย่างดี แม้รูปจะดูเก่าไปนิดเพราะผ่านมามากกว่าสิบปี ธีรศิลป์ยกกรอบรูปขึ้นดู...คือรูปถ่ายตอนเขายังอายุเพียงเจ็ดขวบ ขณะที่เมฆาเพิ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายหมาดๆ

เพียงได้เห็นรูปถ่ายในอดีต ธีรศิลป์ก็หวนนึกถึงเรื่องในอดีตจนเผลอยิ้มและเหม่อลอยไปขณะหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงสองพ่อลูกที่อยู่ไม่ไกลนัก เหมือนกำลังเดินขึ้นบันไดมา นั่นล่ะ...เขาจึงรีบวางมันลงแล้วพุ่งออกจากห้องนอนของเมฆา แล้วดึงกิ่งแก้วให้ไปยังห้องด้านในสุด ซึ่งเขาแน่ใจว่าเป็นห้องของเขา

“ไม่เห็นต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ เลยนี่คะคุณปลาทู คุณเมฆไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”

“ยิ่งไม่ว่า ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเกรงใจน่ะสิครับ”

“อย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ แต่คุณเมฆน่าจะคิดถึงคุณปลาทูมาก กรอบรูปเคยตกแตกเมื่อปีก่อน เขาดูตกใจมากนะคะ แล้วตอนมาถึงกาญฯ ใหม่ๆ ก็แวะไปหาคุณปลาทูที่บ้านด้วย แต่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่เลย บ้านเงียบมาก คุณเมฆซึมไปหลายวัน แต่หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วหลังจากวันที่คุณปลาทูมาค้างที่นี่ คุณเมฆก็ดูจะสดใสขึ้นมาก พี่ไม่เคยเห็นคุณเมฆเหมือนกลับไปเป็นเด็กแบบนี้มาก่อนเลย”

ธีรศิลป์มองหน้าคนพูดอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก แม้พอจะรู้จากพี่ชายมาบ้างว่าติดต่อกับเมฆาอยู่เรื่อยๆ อาจจะไม่สม่ำเสมอเพราะอีกฝ่ายไปเรียนต่อเมืองนอก ซึ่งต้องปรับตัวทั้งภาษาและการใช้ชีวิต กอปรกับเวลาที่ต่างกันทำให้ห่างไปบ้าง ทว่าก็ได้ติดต่อกันอีกครั้งหลังจากได้กลับมาเจอกัน ทั้งยังเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขาอีกด้วย

“งั้นพี่ขอตัวไปเตรียมตั้งโต๊ะมื้อเที่ยงก่อนนะคะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยยกกระเป๋ามาให้”

กิ่งแก้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่ในห้องเพียงลำพัง คุณครูป้ายแดงนอนแผ่หงายมองเพดาน ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบ ก็ให้ต้อถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาจึงรีบผุดลุกแล้วเหวี่ยงมันขึ้นตั้งบนเตียง แล้วเปิดกระเป๋าใบใหญ่

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองของในกระเป๋าก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ อดคิดไม่ได้ว่านี่เมฆากะให้เขาอยู่ที่นี่ยาวๆ จนไม่ต้องกลับบ้านกลับช่องเลยหรือไงกัน ถึงได้เก็บเสื้อผ้าของเขามาจนหมดตู้แบบนี้ ธีรศิลป์บิดกายเล็กน้อย ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เสื้อผ้า บ้างก็แขวนกับไม้แขวนเสื้อ จากนั้นจึงเปิดกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่มีข้าวของเครื่องใช้

ธีรศิลป์ใช้เวลาไม่นานในการเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ ก่อนจะเก็บกระเป๋าเดินทางไว้ข้างตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มทรุดกายนั่งพิงกับเตียง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน หวนนึกถึงคำพูดที่กิ่งแก้วทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่

“พี่เมฆชอบเราจริงๆ เหรอเนี่ย นึกว่าแค่เล่นสนุกๆ ซะอีก”

ชายหนุ่มเดาะลิ้นไปมา ก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาเปิดดูภายถ่ายใบเล็กที่สีเริ่มจืดไปตามกาลเวลา ซึ่งเป็นภาพถ่ายใบเดียวกับที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเมฆา ภาพถ่ายในกระเป๋าเงินของเขามีเพียงสองรูป นั่นคือรูปที่เขาถ่ายคู่กับเมฆา และภาพที่เขาถ่ายกับครอบครัวเมื่อครั้งที่บิดามารดายังไม่หย่าขาดจากกัน ทุกครั้งที่เกิดเรื่องแย่ๆ สองภาพนี้จะทำให้เขามีความสุขทุกครั้ง เพราะมันพาเขาหวนไปยังเหตุการณ์ในความทรงจำครั้งนั้น...ความทรงจำมีค่าที่แทบจะนับได้ในชีวิตของเขา

“ถ้าพี่เมฆรักทูจริงๆ ใช่มั้ย? ถ้ารักทูจริง...ก็ช่วยทำให้ทูเชื่อพี่เมฆหน่อยเถอะ”

แม้ปากจะบอกว่าอยากให้เมฆาทำให้เชื่อ แต่ใจลึกๆ แล้วเขากลับมีความสุขที่ได้รู้ว่าเป็นคนสำคัญ เป็นหมายเลขหนึ่งของเมฆา ทั้งยังเป็นผู้ชายคนเดียวที่ทำให้เขายิ้มได้ยามนึกถึง

รอยยิ้มมีความสุขประดับบนใบหน้า โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนแอบแง้มประตูดูมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งเจ้าของบ้านก็ยิ้มกว้างตามเช่นกัน และเขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำให้ธีรศิลป์มีแต่รอยยิ้มเช่นนี้ตลอดไป


..................................




เมฆาจุมพิตหน้าผากของบุตรชายที่งึมงำบอก ‘กู๊ดไนท์’ ก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางหลับสบายอย่างมีความสุข ชายหนุ่มจึงออกจากห้องนอนของนายขนุนตัวแสบ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เขาก็มองเลยห้องนอนของตัวเองไปยังห้องนอนด้านในที่ตอนนี้มีคนมาอยู่เป็นเจ้าของห้อง

ตั้งแต่ธีรศิลป์เข้ามาอยู่ในบ้านเมื่อสองสามวันก่อน ขนุนก็มีความสุขขึ้นมาก ทั้งยังเป็นตัวช่วยที่ดี และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาหายเหนื่อยทุกครั้งที่กลับมาแล้วเห็นหน้าของเจ้าตัว แม้วันนี้เขาจะกลับดึกเพราะต้องทำงานล่วงเวลา และยังไม่เจอหน้าธีรศิลปต์ แต่จากคำบอกเล่าของกิ่งแก้ว เขาก็ได้รู้ว่าครูหนุ่มให้ความสำคัญกับบุตรชายนอกไส้ของเขามากเพียงใด...มากเสียจนเขารู้สึกดีใจ

เมื่อเห็นแสงไฟลอดผ่านใต้ประตูห้องนอน เขาก็คลี่ยิ้ม ด้วยนึกอยากเห็นหน้าธีรศิลป์ให้หายเหนื่อย ชายหนุ่มเคาะประตูห้องสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่เขาจะมาหาเพิ่งออกจากห้องน้ำ ซึ่งทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูพันท่อนล่าง แล้วมีผ้าขนหนูผืนเล็กพันพาดกับลำคอ

ไม่เพียงเมฆาที่ชะงัก แม้แต่ธีรศิลป์เองก็ไม่ต่างกัน ทว่าเมฆาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปง่ายๆ เขารีบสาวเท้าไปหาร่างขาวแล้วกอดกระชับอีกฝ่ายไว้

“เฮ้ย! พี่เมฆทำอะไรเนี่ย”

“กอดปลาทูครับ” เมฆาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะกระชับอ้อมกอดมากขึ้น

“งั้นก็รีบปล่อยเลยพี่เมฆ มากอดทูทำไมเนี่ย”

“คิดถึง”

“พูดบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยเลยนะพี่เมฆ”

“วันนี้พี่ทำโอทีจนเหนื่อย ขอกอดเพิ่มพลังหน่อยสิ พี่ขออยู่แบบนี้อีกหน่อยได้มั้ย”

เมฆาได้แต่ยืนตัวแข็ง ก่อนจะเม้มปากอย่างครุ่นคิด ด้วยนึกกังวลว่าตัวเองจะต้องยืนแบบนี้อีกนาน เขาจึงขยับตัวเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงตื่นๆ

“พี่เมฆให้ทูแต่งตัวก่อนได้มั้ย แบบนี้มันล่อแหลมสุดๆ เลย”

“แต่แบบนี้ได้กลิ่นชัดเลยนะ นี่ใช้ยี่ห้ออะไรน่ะ”

“ก็ยี่ห้อเดียวกับพี่เมฆนะ มันมีอยู่ในห้องน้ำอยู่แล้ว” ธีรศิลป์เอ่ยก่อนจะดิ้นเล็กน้อย “ปล่อยได้แล้วนะพี่เมฆ ถ้าจะกอดก็ให้ทูแต่งตัวก่อนได้มั้ย แบบนี้ถ้าเกิดผ้าขนหนูหลุดแล้วโป๊ขึ้นมา เดี๋ยวก็ยุ่งกันพอดี แล้วก็...พี่เมฆไปอาบน้ำได้แล้วนะ ไม่เหนียวตัวบ้างรึไง”

เมฆายอมผละออกห่าง ก่อนจะแกล้งยกแขนตัวเองขึ้นมาดม แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ทั้งที่ยังไม่ยอมถอยห่างจากธีรศิลป์สักนิด

“ก็ได้...พี่ไปอาบน้ำก่อน แล้วก็ห้ามล็อกประตูเด็ดขาด แต่ถึงจะล็อก...พี่ก็เข้ามาได้อยู่ดี พี่มีวิชาสะเดาะกุญแจ”

“ขี้โม้อะพี่เมฆ พี่เมฆไม่ได้มีวิชาสะเดาะกลอนเหมือนขุนแผนหรอก แต่มีกุญแจไขเข้ามาต่างหาก”

“ถูกต้อง ปลาทูรู้ใจพี่ที่สุด รู้ใจขนาดนี้มาเป็นคนรักของพี่เถอะ”

“ขี้โม้ก็เก่ง โมเมก็เก่ง” ธีรศิลป์ย่นจมูกใส่เมฆาทันที

เมฆาจูบจมูกของอีกฝ่าย ก่อนจะซบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็กกว่า ฉวยโอกาสสัมผัสผิวเนียนเปลือยเปล่าของอีกฝ่าย

“ไปได้แล้วครับพี่เมฆ ทูจะแต่งตัว นี่ผมก็ยังไม่ได้เช็ด หนาวจะตายแล้ว”

“งั้นให้พี่กอดไว้มั้ย”

“พอเลยพี่เมฆ ไปได้แล้ว”

เมฆาคลี่ยิ้ม ก่อนจะยอมผละกายออกห่าง แล้วเดินออกจากห้อง ตั้งใจจะรีบอาบน้ำแล้วมานอนกอดคนตัวหอม ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดโอกาสให้เขา เหตุใดจะไม่รีบคว้าเอาไว้ เขาจะพิสูจน์ให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าเขานั้นรักเมฆาจริงจังแค่ไหน เขาจะทำให้ปลาทูของเขาเชื่อให้ได้ว่าเขารักจริง

ขณะที่เมฆากำลังยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ ธีรศิลป์เองก็รีบใส่เสื้อผ้าแล้วนั่งเช็ดผม ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ต้องให้ใครมาบอกเขาก็รู้ตัวว่าเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนี้ นั่นก็เพราะ...เขาอาจจะรู้สึกกับเมฆามากกว่าพี่ชายแล้วก็เป็นได้









**TBC**




มาต่อแล้วนะจ๊ะ
คิดถึงกันมั้ย??
....
ปลาทูดูท่าจะอยากเป็นของพี่เมฆแล้ว(รึเปล่า?)
น้องจะอยากเป็นมากกว่าน้องแล้วรึเปล่าน้า
ตามเชียร์กันต่อตอนหน้านะคะ


#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5392
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • Easy Shop 4289
พี่เมฆรีบจัดการนายพีระก่อนเลยครับ กลัวว่าจะกลับมาทำร้ายปลาทูอีก

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 16
ปกป้อง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น มือขาวคลำหาโทรศัพท์ของตัวเองซึ่งเป็นที่มาของเสียง ก่อนจะหรี่ตาขึ้นเพื่อมองนาฬิกา ทว่าเมื่อพยายามจะลุกกลับรู้สึกหนักจนลุกไม่ไหว ชายหนุ่มมองไปยังสะเอวของตนที่มีแขนแกร่งกอดไว้ ธีรศิลป์ที่งัวเงียในคราแรกตื่นเต็มตาทันที

“พี่เมฆ! ตื่นได้แล้ว แล้วนี่นอนกอดทูทั้งคืนเลยเหรอ”

“อืม...ตื่นแล้วเหรอ”

เมฆาแกล้งส่งเสียงงึมงำ ก่อนจะแอบหรี่ตามองคนที่กำลังดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดเล็กน้อย นั่นทำให้คนตัวเล็กกว่าพลิกกายมาทางเขา ดวงตาสีน้ำตาลวาววับ ใบหน้าเริ่มเป็นสีระเรื่อจากกความโกรธ เพียงเห็นเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มของอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยว

“ทำอะไรเนี่ยพี่เมฆ ลุกได้แล้ว ปลาทูจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”

“แต่เวลาเราโกรธ...ก็จะหน้าแดง ตัวแดง จนพี่อยากจะกอดทั้งวันทั้งคืนเลย”

ธีรศิลป์ได้ยินก็นึกเคืองไม่น้อย จึงตีอกแกร่งเพื่อให้อีกฝ่ายออกห่าง เมฆายอมแพ้ ยกมือทั้งสองข้างขนานกับบ่าเป็นการบอกว่ายอมแพ้ นั่นแหละเขาจึงได้รีบผุดลุกจากเตียงแล้วพาตัวเองเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงได้แต่หัวเราะอย่างนึกขำคนที่หันมาแยกเขี้ยวใส่

ทว่าไม่ทันจะได้ลุกจากเตียงเพื่อจะกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง เสียงเคาะประตูพร้อมเสียงสดใสก็ดังขึ้น ชายหนุ่มส่ายศีรษะน้อยๆ ด้วยนึกขำทั้งธีรศิลป์และขนุน

“ป๊ะป๋าอยู่ในห้องพี่ปลาทูมั้ยครับ”

“ครับๆ ป๊ะป๋าอยู่นี่ มีอะไรหรือไง”

“เปิดประตูหน่อยสิครับ ขนุนมีเรื่องจะคุยกับป๊ะป๋า”

“เดี๋ยวป๊ะป๋าออกไปนะ”

“คร้าบ” ขนุนลากเสียง

เมฆาผุดลุกแล้วจัดเตียงให้ แม้อีกฝ่ายจะมาอยู่เพียงไม่กี่วัน แต่เขาก็ได้รู้ว่าธีรศิลป์ใช้ชีวิตได้เป็นศูนย์จนแทบจะเรียกว่าติดลบก็ว่าได้ นอกจากจะทำอาหารกินเองไม่เป็นแล้ว งานบ้านเองก็แทบจะไม่ได้ความ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้อย่างไร

“ว่าไงไอ้ตัวแสบ มีอะไรจะคุยกับป๊ะป๋า” เมฆาเอ่ยถามพลางปิดประตูห้องนอน

“ป๊ะป๋า...ขนุนมีเรื่องจะบอก”

“อะไร เรื่องของปลาทูรึเปล่า”

“ใช่ฮะ วันนี้ตอนเย็นพี่ปลาทูจะใส่ชุดสัตว์ ในห้องจัดวันเกิดให้พิ้งค์กี้ ครูปลาทูจะใส่ชุดกระต่ายสีชมพูด้วยฮะ”

“จริงเหรอ? งั้นป๊ะป๋าก็ต้องไปดูให้ได้สิ”

“ใช่ครับๆ ป๊ะป๋ารับปากแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะให้พี่ปลาทูมาเป็นหม่าม้า ปลาทูขอคนนี้นะครับป๊ะป๋า”

“ได้สิ เอาล่ะ! ตอนนี้เราสองคนต้องไปอาบน้ำกันได้แล้ว ป๊ะป๋าจะได้ไปส่งปลาทูกับขนุนที่โรงเรียนทัน ไม่งั้นจะไปสายกันทั้งคู่”

“ครับป๋ม!” ขนุนยกมือตะเบ๊ะทันที

เด็กชายดึงมือใหญ่ให้นั่งบนส้นเท้า เมฆายอมทำตามอย่างว่าง่าย ขนุนจึงกระซิบกระซาบกับเมฆา

“ป๊ะป๋าฮะ เมื่อวานขนุนเห็นคนแปลกๆ มาแอบมองพี่ปลาทูที่หน้าโรงเรียนตอนเย็น”

เมฆาขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าคมตึงขึ้นด้วยความไม่ชอบใจ ไม่ต้องบอกให้อธิบายรายละเอียด เขาก็เดาได้เลยว่าคนที่มาแอบมองนั้นเป็นใคร ทว่าก็ให้นึกกังวลว่าคนที่เขากอดมาตลอดคืนจะรู้จนพาลเป็นกังวลและเครียดหรือเปล่า

“ปลาทูรู้มั้ย”

“ไม่ฮะ เพราะพี่ปลาทูอยู่ที่ประตูรั้วไม่นาน ต้องเข้าไปห้ามลูกชุบกับกอล์ฟที่ตีกันอยู่”

“ดีแล้วที่บอกป๊ะป๋า ถ้าเจอแบบนี้ต้องบอกป๊ะป๋าอีกนะ”

“ได้ครับ ขนุนจะบอกป๊ะป๋า”

“งั้นไปอาบน้ำได้แล้ว”

“ครับ ขนุนจะไปหาพี่กิ่งนะครับ”

เด็กชายกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทว่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงหยุดเท้าแล้ววิ่งกลับมาหาป๊ะป๋าอีกครั้ง เมฆาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาพลางกอดอก

“มีอะไรอีก ไหนว่าจะไปหาพี่กิ่งไง”

“ทำไมป๊ะป๋าไปอยู่ในห้องพี่ปลาทูล่ะครับ เมื่อคืนป๊ะป๋าไม่ได้นอนที่ห้องใช่มั้ย”

“ให้น้อยๆ หน่อยเถอะไอ้คุณขนุนตัวแสบ” เมฆายีศีรษะบุตรชายด้วยความมันเขี้ยว

“แล้วใช่รึเปล่าล่ะครับ ป๊ะป๋ามานอนที่ห้องพี่ปลาทูใช่มั้ย”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”

ขนุนแกล้งหรี่ตามองบิดาอย่างที่เคยเห็นในทีวีบ่อยๆ ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก แล้วยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ทว่าไม่วายเอ่ยถามราวกับต้องการความมั่นใจ

“ป๊ะป๋ารักพี่ปลาทูแน่นะ รักมากๆ แน่นะ”

“รัก...รักมาก...รักมากกว่าที่ขนุนรักด้วย”

“แล้ว...พี่ปลาทูรักป๊ะป๋าหรือยังครับ”

“ไม่นานหรอก เชื่อป๊ะป๋าสิ ถ้าขนุนอยากให้พี่ปลาทูเป็นหม่าม้าก็ต้องใจเย็นๆ นะ”

“แต่ขนุนอยากมีหม่าม้าไวๆ นี่ครับ”

“งั้นต้องร่วมมือกับป๊ะป๋าทำให้พี่ปลาทูยอมใจอ่อนกับป๊ะป๋า”

“ป๊ะป๋าจะให้ขนุนช่วยอะไรครับ”

“ไว้ป๊ะป๋าจะบอก ตอนนี้รีบไปอาบน้ำเลย ไม่งั้นจะสายเอานะ”

ขนุนรีบวิ่งปรู๊ดกลับห้องนอนพลางเรียกหากิ่งแก้วทันที เมฆายิ้มขำก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย และแต่งตัว จากนั้นรับประทานอาหารมื้อเช้า แล้วเตรียมออกจากบ้าน ซึ่งเขาต้องไปส่งขนุนและธีรศิลป์ที่โรงเรียนอนุบาลเศราพริม แล้วไปถึงที่ทำงานก่อนเก้าโมงตามกฎระเบียบของบริษัทที่เขาทำงานอยู่


..............................




“ถึงแล้ว...ไปกันเถอะครับขนุน” ธีรศิลป์บอกเด็กน้อยที่ตอนนี้เขาเป็นทั้งคุณครูและผู้ปกครองในเวลาเดียวกัน

“ครับ”

“ไม่ลืมอะไรนะขนุน กระเป๋าล่ะ?” เมฆาเอ่ยถามบุตรชายที่กำลังกระชับสายกระเป๋าให้แน่นขึ้น “ปลาทูล่ะ? อย่าลืมกระเป๋านะ”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับก่อนจะฉวยกระเป๋าเป้มาสะพายบ่าข้างหนึ่ง ทว่าขณะที่กำลังผละออกห่างเพื่อปิดประตูรถด้านที่นั่งข้างคนขับก็ต้องตื่นตระหนกเมื่อแขนถูกกระชากให้กลับเข้าไปในรถ

“โอ๊ย! พี่...”

จุ๊บ!

เมฆาจูบแก้มขาวของธีรศิลป์ คนที่กำลังจะตำหนิเบิกตากว้างยิ่งขึ้น ก่อนกระเด้งตัวหนี แล้วกุมแก้มของตัวเองที่ขึ้นสีระเรื่อจนแดงแปร๊ดด้วยความเขินอายและความโกรธ

“พี่เมฆ! ไอ้พี่เมฆบ้า ทำอะไรเนี่ย!”

“จูบไงครับจูบ หรืออยากให้พี่ทำมากกว่านี้? ถ้าปลาทูอนุญาตพี่ก็พร้อมจะทำมากกว่าจูบทันทีเลยนะ”

“ไอ้พี่เมฆบ้า! คิดแต่เรื่องทะลึ่ง”

“ก็พี่เป็นผู้ชายนี่ครับ คนที่รักอยู่ตรงหน้าก็อยากทำอะไรด้วยหลายๆ อย่าง”

“แต่ปลาทูไม่อนุญาต ไม่มีวัน!”

“พี่จะรอดูนะ”

ธีรศิลป์ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ด้วยไม่รู้จะต่อว่าอีกฝ่ายว่าอย่างไร จึงได้แต่ปิดประตูรถดังปัง แล้วหมุนกายลงส้นเท้าปึงปังเข้าโรงเรียนอนุบาลเศราพริม โดยที่ท่าทางเหล่านั้นอยู่ในสายตาของเมฆา เขาจึงหันกลับไปมองถนนด้านหน้า ทว่าสายตาที่เหลือบไปยังกระจกมองหลังเห็นภาพสะท้อนเป็นรถเก๋งรุ่นใหม่ที่เขาเคยเห็นมาก่อน

รถของหมอนั่น...

เมฆาจำรถของพีระได้เป็นอย่างดี ด้วยเรื่องนี้เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ทั้งยังผ่านมาเพียงไม่กี่วัน เขาคิดว่าเรื่องควรจบไปตั้งแต่วันที่เขาขู่อีกฝ่าย และแจ้งความตำรวจที่ธีรศิลป์ถูกทำร้ายร่างกาย ทว่าความกังวลของเขาก็เป็นจริงเช่นที่ลูกชายตัวแสบของเขาบอกจริงๆ ว่ามีคนมาตามดูปลาทูของเขาเมื่อวาน

ทว่าเมฆาต้องชะงักมือที่กำลังจะเปลี่ยนเกียร์ เมื่อเขาเห็นชายสองคนลงจากรถ หนึ่งในนั้นเขาไม่ได้เจอมานานมากแล้ว แม้จะอายุเยอะขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากก่อนนัก นั่นเป็นเหตุให้เขารีบลงจากรถทันที

“ปลาทู!”

เสียงเข้มที่เอ่ยเรียก เป็นเหตุให้คนถูกเรียกยืนตัวแข็งทื่อ ครูหนุ่มหมุนกายตามเสียงก่อนจะเห็นเพียงแผ่นหลังคุ้นเคยที่ปกป้องเขาตั้งแต่เด็ก...ปกป้องทุกครั้ง...ปกป้องมาเสมอ

“พี่เมฆ...” ธีรศิลป์แตะต้นแขนแกร่งของอีกฝ่าย ก่อนจะขยับตัวออกมาเผชิญหน้าอีกฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดา

“แกทำร้ายพี่พีจนหน้าเป็นแบบนี้ แก...”

“เหรอครับคุณอา” ธีรศิลป์ขัดเสียงเยาะหยัน “เขาบอกคุณอาว่าปลาทูทำเหรอครับ ทั้งที่ปลาทูตัวแค่นี้ แล้วแรงปลาทูจะสู้กับลูกเลี้ยงของคุณอาได้เหรอครับ”

คนถูกถามหันมองคนพูดทันที จ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่นานสองนาน จึงสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร ชายหนุ่มคือเพื่อนรักของกรวิชญ์...ลูกชายคนโตของเขา ทั้งยังเป็นคนที่คอยปกป้องลูกชายคนเล็กของเขาตอนที่เจ้าตัวยังเด็ก

“คิดว่าใคร...เมฆนี่เอง โตขึ้นมากจนอาเกือบจำไม่ได้”

“ก็สิบสองปีแล้วนี่ครับที่ไม่ได้เจอกันเลย นานพอจนผมรู้สึกแย่ที่ไม่ได้อยู่ดูแลปลาทู ไม่ได้ปกป้องปลาทูอย่างที่ผมเคยสัญญาไว้กับเขา”

“พูดเรื่องอะไร”

“ถามเขาสิครับ คุณอาลองถามลูกชายที่คุณอากำลังปกป้องว่าเขาทำอะไรลงไปบ้างตลอดระยะเวลาที่เขาเป็นพี่ชายของปลาทู แล้วถามเขาให้ละเอียดด้วยนะครับว่าทำไมเขาถึงโดนต่อยขนาดนั้น ผมไม่ใช่คนชอบใช้กำลังทำร้ายใคร ถ้าคนนั้นไม่ทำร้ายผมหรือคนของผม”

“เมฆหมายความว่าไง? จะบอกว่าตาพีทำร้ายปลาทูเหรอไง”

“คุณอาเป็นพ่อของปลาทูแต่เชื่อคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ ไม่ทราบว่าเขาประจบพ่อเลี้ยงยังไงจนทำตัวเหมือนพ่อแท้ๆ ได้ล่ะครับ”

“ตาเมฆ! พูดอะไรก็เกรงใจอาบ้างนะ”

“ผมอยากจะเกรงใจครับ แต่ถ้าคุณอาเห็นเหมือนที่ผมเห็น ก็คงรู้สึกเหมือนผม อ้อ! อาจจะไม่ก็ได้ เพราะคุณอาไม่เคยเชื่อปลาทู เชื่อแต่ไอ้...”

“พี่เมฆ” ธีรศิลป์เรียกอีกฝ่ายพลางดึงเสื้อของเมฆาเป็นการห้าม ซึ่งได้ผลทันที

เมฆาขบกรามแน่นด้วยพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ ก่อนมือใหญ่จะกุมมืออีกฝ่ายไว้ แล้วประสานนิ้วมือกับธีรศิลป์ราวกับต้องการให้เจ้าตัวผ่อนคลาย และไร้ความกลัวว่ายังมีเขาอยู่เคียงข้าง

คนเป็นพ่อมองหน้าบุตรชายอย่างสังเกต จึงได้เห็นว่าคราแรกนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นี้มีความกลัว ความกังวลอยู่ไม่น้อย ซึ่งความกลัวของธีรศิลป์เป็นความขลาดกลัวราวกับจะโดนทำร้าย กระทั่งจับกุมมือกับเมฆาจึงทำให้เจ้าตัวผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เขาเหลือบมองคนข้างๆ จึงได้เห็นอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่เขาไม่เคยสังเกต และนั่นคือความผิดของเขา...ความผิดที่เป็นพ่อแย่ๆ เป็นพ่อไม่ได้เรื่องที่เอาแต่ปกป้องคนอื่น อย่างที่เมฆาพูดไม่มีผิด

“ปลาทูกลับไปกับพ่อมั้ย เราจะจัดการเรื่องแย่ๆ ด้วยกัน พ่อจะ...”

“ผมปกป้องปลาทูได้ครับ” เมฆาเอ่ยขัดทันที “ผมต้องขอโทษคุณอาด้วยนะครับที่เสียมารยาท แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายปลาทูอีก ผมขอสัญญากับคุณอานะครับว่าจะปกป้อง ดูแลปลาทูให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ผมรักปลาทูมาหลายปี”

คนฟังยืนนิ่ง แม้เขาจะระแคะระคายเรื่อเพศสภาพของบุตรชายคนเล็กมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะช่วงที่เจ้าตัวเรียนมหาวิทยาลัย ทว่าวันนี้เขาได้ยินชัดเจน แม้ธีรศิลป์จะไม่ได้บอกกับเขาตรงๆ แต่การที่อีกฝ่ายบีบมือของเมฆา ทั้งยังถอยหลังราวกับต้องการจะบอกว่าขอเลือกอยู่เคียงข้างร่างสูงที่รับปากมั่นเหมาะว่าจะดูแลและปกป้อง เป็นเหตุให้เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้มหน้ายอมรับความจริง

“พีไปรอพ่อที่รถ พ่อขอคุยกับเมฆก่อน”

“คุณพ่อครับ แต่ว่าปลาทู...”

“พี! พ่อบอกให้ไปรอที่รถ”

พีระมองหน้าเมฆาสลับกับธีรศิลป์ด้วยความเดือดดาล ทว่าได้แต่เก็บไว้ในใจก่อนจะกำมือแน่นแล้วเดินจากไป

เมฆามองรอบกายที่ผู้ปกครองเริ่มมาส่งลูกหลานของตัวเอง ชายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ธีรศิลป์เดินเข้าอาคารเพื่อเตรียมตัวทำหน้าที่ของตัวเอง ชายหนุ่มกัดริมฝีปากด้านในของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยมือจากฝ่ามือใหญ่ แล้วกระตุกเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ

“ขอบคุณนะครับพี่เมฆ...ที่ปกป้องปลาทู” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบาก่อนจะหมุนกายแล้วเร่งเท้าเข้าอาคาร

เมฆาคลี่ยิ้มขณะเหลียวมองตามคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าตัวอาคาร ก่อนจะมองเลยอีกฝ่ายไปแล้วเห็นขนุนยืนรออยู่ ทั้งยังสบตากับเขาเป็นสัญญาณว่าจะปกป้องพี่ปลาทูเป็นอย่างดี แม้จะเป็นการปกป้องจากเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ก็เป็นคนที่เมฆาแน่ใจว่าพร้อมจะปกป้อง และรักธีรศิลป์ไม่ต่างจากเขาอย่างแน่นอน

คนเป็นพ่อมองตามแผ่นหลังของลูกชายด้วยความรู้สึกเจ็บจุกอยู่ในอก ด้วยเพิ่งรู้ตัวว่าตนทำสิ่งที่ผิดพลาดมหันต์มาตลอดหลายปี ทั้งที่คิดว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายลูกชายคนเล็กมาตลอดร่วมสิบปี











**TBC**




มาต่อแล้วนะจ๊ะ
คิดถึงกันมั้ย??
....
เรื่องของพีระใกล้จะเคลียร์แล้ว (รึเปล่าน้า...?)
แล้วเรื่องหัวใจของน้องล่ะ?
น้องจะเลิกกลัวได้หรือยัง
ไปช่วยเชียร์อิพี่กันเต๊อะ


#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2020 21:18:16 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 16]!!! [[10/09/2020]]
« ตอบ #39 เมื่อ: 10-09-2020 14:37:03 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 17
ชอบกระต่าย...ตัวนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



เมฆาเดินนำบิดาของเพื่อนรักและคนที่ตนรักไปยังร้านกาแฟที่อยู่ถัดจากโรงเรียนอนุบาลเศราพริม แม้ธีรศิลป์จะกังวลแค่ไหน กลัวแค่ไหน แต่เขาก็คิดทบทวนดีแล้วว่า ควรถึงเวลาให้คนเป็นพ่ออย่างฉัตรชนกได้รู้ความจริง และทำตัวให้เหมาะสมกับคำว่าพ่อที่ธีรศิลป์รักและเคารพมาตลอด

ชายหนุ่มเลือกนั่งโต๊ะด้านในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัว ก่อนจะสั่งกาแฟและขนมสำหรับสองคน เมื่อคล้อยหลังบริกร ฉัตรชนกก็เป็นฝ่ายเปิดปากขึ้นก่อนโดยไม่อ้อมค้อม

“เมฆบอกว่าพีทำร้ายปลาทูมาหลายปี เมฆรู้ได้ยังไง”

“ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้มาก่อน แต่ปลาเก๋าเคยพูดถึงตอนเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง มันบอกว่าเคยให้คุยกับผู้ชายคนนั้นให้หยุดรังแกปลาทู แต่กลับรังแกมากขึ้นกว่าเดิม แล้วเคยบอกกับคุณอาด้วย แต่คุณอาเชื่อลูกเลี้ยงมากกว่าลูกแท้ๆ เพราะคิดว่าอาปริมเป่าหูปลาเก๋าให้ไปสร้างเรื่องโกหก”

คำพูดตรงไปตรงมาของชายหนุ่มรุ่นลูกทำให้คนเป็นพ่อชะงัก เพราะเขาจำได้ดีที่ลูกชายคนโตโทร. หาเขาเพื่อบอกเรื่องนี้ และจริงอย่างที่เมฆาพูดนั่นแหละ เขาไม่เชื่อกรวิชญ์จนปล่อยทุกอย่างมายาวนานขนาดนี้ และยังเป็นต้นเหตุให้เขาและธีรศิลป์ห่างเหินกัน

“ปลาทูไม่เคยบอกอาเลย”

เมฆาสบตาคนพูดด้วยความเข้าใจ ทว่าไม่ทันจะได้ตอบโต้ บริกรก็มาเสิร์ฟขนมและกาแฟ เมื่อคล้อยหลังบริกร ชายหนุ่มจึงพูดอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง

“ปลาทูกลัวเขาครับ ปลาทูไม่ใช่คนสู้คนสักเท่าไหร่ ติดจะขี้กลัวจนบางคนคิดว่าน่าแกล้ง แต่คนน่าแกล้งไม่ใช่ว่าจะเป็นเป้าให้รังแกอย่างโหดร้ายทารุณได้นะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณอาจะสังเกตหรือเคยเห็นรอยแผลเป็นบนตัวปลาทูบ้างมั้ย แต่คุณอาคงไม่เคยเห็นและไม่สังเกตเพราะปลาทูคงกลัวเกินกว่าจะเอาแผลนั่นไปโชว์หรือไปฟ้อง เพราะถ้าเขาพูด เขาก็อาจโดนหนักขึ้น เหมือนครั้งที่ปลาเก๋าไปพูดนั่นล่ะครับ ถ้าปลาเก๋าอยู่ใกล้ๆ ก็อาจปกป้องน้องชายของเขาได้ แต่นี่ไม่ใช่ คนที่ควรจะปกป้องปลาทูอย่างคุณอากลับไม่ทำอะไรเลย คุณอาคิดว่าเพราะอะไรปลาทูถึงได้มาอยู่ที่นี่หลังจากเรียนจบล่ะครับ ทั้งที่เขาก็รู้ดีว่าปลาเก๋ากำลังจะไปทำงานเมืองนอก แต่ยอมที่จะอยู่คนเดียว”

“อาไม่เคยรู้เลยว่าปลาทูกลัวพีขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าหลายปีมานี้พีทำร้ายปลาทู อาผิดจริงๆ นั่นแหละเมฆ”

“ปลาทูรู้ว่าอาทำเพื่อเขา รู้ว่าอาคงไม่รู้เรื่องเลวร้ายนี้ แต่ปลาทูเขาคงหวังว่าสักวันหนึ่งคุณอาจะเชื่อเขา เชื่อปลาเก๋า และปกป้องไม่ให้ใครมาทำร้ายเขา”

“อารู้ว่าจะทำยังไง ขอบใจเมฆมากเลยนะ แล้วก็...ต่อจากนี้ไป อาขอฝากปลาทูด้วย”

“ครับ? คุณอาหมายความว่าจะไม่พาปลาทูกลับไป”

“อือ อารู้ว่าปลาทูคิดถึงเมฆทุกวันตอนเมฆไปใหม่ๆ แล้วทุกครั้งที่มีปัญหา เขาก็คิดถึงเมฆ คงคิดถึงคนที่คอยปกป้องและดูแลเขา ซึ่งอาทำได้ไม่ดีเท่า อายอมรับผิดนะว่าอาเป็นพ่อที่ไม่เอาไหน แต่อาไม่เคยไม่รัก หรือไม่เป็นห่วงปลาทูเลย เพราะงั้น...ครั้งนี้เป็นโอกาสที่อาจะได้ไถ่โทษ อาขอฝากปลาทูไว้กับคนที่จะรักและดูแลปลาทูได้ไม่ต่างจากอา แล้วอาเชื่อว่าปลาทูจะมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเมฆ”

“อารู้เหรอครับว่าผมรักปลาทู”

“สายตาของเมฆตอนมองปลาทูไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนหรอก แต่ที่ต่างไปคงเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เติบโตขึ้น มันอาจมีมานานแล้ว แต่เมฆคงไม่รู้จนได้เจอกับปลาทูอีกครั้งใช่มั้ย”

เมฆายิ้มเมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่ ก่อนจะรับคำด้วยรอยยิ้ม

“อาน่ะรู้มานานแล้วว่าปลาทูไม่ชอบผู้หญิง แต่อาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ยังไงปลาทูก็เป็นลูกของอา แล้วอาก็เชื่อว่าปลาทูเองก็คงรู้สึกเหมือนเมฆ อาจจะมีแผลใจจากเรื่องที่เคยเผชิญ และอาต้องขอโทษเมฆด้วยที่ไม่ได้ปกป้องปลาทูอย่างที่ควรทำ แต่ปลาทูดูมีความสุขขึ้น แววตาดูไม่เศร้าเหมือนก่อนหน้านี้”

“อาฉัตรครับ ผมขอถามอาตรงๆ ว่า อาจะทำยังไงกับผู้ชายคนนั้น”

“ถึงอาจะไม่รู้รายละเอียดว่าปลาทูโดนอะไรมา แต่จากท่าทางของเมฆ อาคิดว่าคงหนักมาก โดยเฉพาะทางใจ ยังไงปลาทูก็เป็นลูกของอา แต่พีไม่ใช่ ในเมื่อเขาทำร้ายลูกของอามาหลายปี อาก็คงยอมไม่ได้”

“ผมพาปลาทูไปแจ้งความมาเมื่อวาน ถึงจะไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าอาฉัตรจะจัดการจริงจัง มันอาจกระทบกับภรรยาคุณอาด้วยนะครับ”

“ก็คงจริง แต่ถ้าให้อาเลือก อาก็ขอเลือกลูกของอา” ฉัตรชนกยิ้มแห้ง ก่อนจะผุดลุก “อากลับก่อนนะเมฆ ส่วนนี่...อาเลี้ยงละกัน ถือเป็นค่าตอบแทนที่เล่าเรื่องของปลาทูให้ฟัง”

เมฆาพยักหน้ารับ ก่อนจะยกมือไหว้ลาฉัตรชนกที่ตบลงบนบ่าของเขาหนักๆ ราวกับจะบอกให้เขารู้ว่า ชีวิตของธีรศิลป์ขอฝากไว้กับเมฆา ซึ่งชายหนุ่มยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ชายหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง เป็นครั้งแรกที่รู้สึกหุบยิ้มยากเหลือเกิน เมฆาจึงจิบกาแฟเพื่อซ่อนรอยยิ้มดีใจไว้


.......................................




เสียงครึกครื้นของเด็กๆ ที่พร้อมสำหรับงานวันเกิดดังขึ้นภายในห้องที่ธีรศิลป์เป็นคนดูแล ชายหนุ่มสวมชุดมาสคอตกระต่ายสีชมพูที่หน้าท้องเป็นสีขาว ซึ่งมีฮู๊ดเป็นหูกระต่ายสีชมพู ก่อนจะหันไปบอกขนุนที่ทำหน้าที่เป็นคนส่งสัญญาณ

ธีรศิลป์ถือเค้กก้าวเข้าไปในห้อง เด็กๆ ทุกคนที่ได้ตกลงกันไว้ก็เริ่มเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ทันที เด็กหญิงเจ้าของวันเกิดหันมองก่อนยิ้มกว้าง โดยแผนการนี้คุณครูหนุ่มเป็นคนคิดและปรึกษากับพ่อแม่ของเธอ ซึ่งยินดีช่วยเต็มที่ ด้วยรู้ว่าพิ้งค์กี้ไม่ได้มีงานเลี้ยงวันเกิดเพราะทั้งพ่อและแม่เอาแต่ทำงาน จึงมักเห็นเพียงแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงเป็นคนรับส่ง

“ขอพรแล้วเป่าเค้กสิพิ้งค์กี้” ธีรศิลป์บอกเด็กหญิงที่กำลังยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

หญิงสาวที่กอดตุ๊กตากระต่ายตัวสีขาวขณะขอพร ก่อนจะเป่าเทียน เด็กๆ พากันเชียร์ให้เธอตัดเค้ก ธีรศิลป์จับมือเล็กกับมีดตัดเค้กพลาสติก ช่วยเธอตัดเค้กแล้วแบ่งให้เพื่อนๆ จนครบ ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางมีความสุขของพิ้งค์กี้ เขานั่งคุกเข่าเมื่อเธอเดินเข้าหา

“ครูปลาทูคะ ขอบคุณนะคะ”

“พิ้งค์กี้คะ เค้กนี้เป็นของพ่อกับแม่ของพิ้งค์กี้นะ ท่านมาปรึกษาครูให้ช่วยจัดงานวันเกิดให้ เพราะรู้ว่าจัดให้พิ้งค์กี้ไม่ได้”

“แต่ว่า...”

“พ่อกับแม่รักพิ้งค์กี้มากนะคะ เพราะรักจึงพยายามทำงานเพื่อให้พิ้งค์กี้ได้สุขสบาย ตอนนี้พวกท่านอาจไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่ท่านไม่เคยไม่รักพิ้งค์กี้นะคะ ถ้าท่านไม่รักก็คงไม่ทำงานหนักแบบนี้ เพราะงั้นพิ้งค์กี้ต้องเป็นเด็กดี ไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ และอย่าคิดอีกนะคะว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่รัก”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะครูปลาทู ขอบคุณที่ใส่ชุดกระต่ายด้วย”

เด็กหญิงยิ้มกว้างพลางโอบกอดลำคอของชายหนุ่ม เขาจึงกอดตอบ ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายไปเล่นสนุกกับเพื่อนๆ และรับของขวัญเล็กน้อยของเพื่อนร่วมห้อง

ธีรศิลป์เข้าใจความคิดของพิ้งค์กี้เป็นอย่างดี เพราะเขาเองก็เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน ตอนเขาเด็กๆ พ่อและแม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้เขา แต่เขาโชคดีที่มีพี่ชายและเพื่อนของพี่ชายคอยดูแลและปกป้อง ทว่าเขาก็รู้ดีว่าพ่อแม่รักเขา และเพราะรักนี่แหละบิดาของเขาจึงแต่งงานใหม่ ด้วยคิดว่าเขาจะได้มีผู้หญิงมาดูแลในฐานะแม่ และมีพี่ชายที่มาแทนที่กรวิชญ์ ซึ่งมันไม่เหมือนกัน และไม่มีวันแทนที่กันได้

ชายหนุ่มมองเด็กๆ ที่กำลังสนุกสนาน ก็ตั้งใจจะหมุนกายออกจากห้อง เพื่อถอดชุดมาสคอตที่ตัวเองสวมทับชุดทำงานไว้ ทว่าเพียงออกจากห้องเรียนก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นคนร่างสูงที่กำลังส่งยิ้มพออกพอใจตรงหน้าเขา

“พี่เมฆ...มาทำอะไรตอนนี้ ไม่ทำงานเหรอไง”

“พอดีมีคุยกับลูกค้าข้างนอก เสร็จแล้วก็เลิกงานเลย พี่รีบบึ่งมาหาปลาทูทันที”

“หือ? รีบบึ่งเหรอ? ทำไมต้องรีบ”

“เพราะขนุนบอกว่าวันนี้จะมีกระต่าย ถึงพี่จะชอบกินปลาทูมากกว่า แต่พี่ก็อยากได้กระต่ายนะ”

“พี่เมฆพูดอะไรไร้สาระ”

“พี่พูดจริงนะ โดยเฉพาะกระต่ายตัวนี้ พี่อยากได้มากเลย”

เมฆาไม่พูดเปล่า เขาปลดฮู๊ดหูกระต่ายออก แล้วสบดวงตาอีกฝ่ายนิ่ง นัยน์ตาคมปลาบสะกดคนมองได้ไม่ยากนัก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายแก้มแดงระเรื่อขึ้น เมฆาก็ยิ่งห้ามตัวเองได้ยากขึ้น ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงคนตัวเล็กกว่าไปยังบันไดหนีไฟ กดร่างอีกฝ่ายกับผนัง

“พี่เมฆ...เอ่อ...ทำ...อื้อ!”

ริมฝีปากสีระเรื่อถูกริมฝีปากหนากลืนจนคำพูดทั้งหมดหายไป ความรู้สึกตัวเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเกาะบ่าแกร่งไว้ ขณะที่แขนแข็งแกร่งโอบรอบเอวบางเพื่อนให้แนบกายยิ่งขึ้น

คนที่ไม่เคยถูกจูบมาก่อนได้แต่ตื่นตระหนก ก่อนจะเผลออ้าปากซึ่งกลายเป็นการเปิดรับลิ้นร้อนที่หาโอกาสอยู่ก่อนแล้ว นั่นทำให้ธีรศิลป์พยายามต่อต้าน แต่เมื่อถูกความอ่อนหวานสลับกับความร้อนแรง มือที่ถูกตรึงไว้กับกำแพงก็เปลี่ยนเป็นประสานมือกันไว้

“พี่เมฆ...พอ...” ธีรศิลป์พึมพำเสียงเครือ ก่อนจะมองคนที่เพิ่งถอนจุมพิต “นี่มันที่โรงเรียนนะ”

“หืม...ถ้าไม่ใช่ที่โรงเรียน มากกว่านี้ได้ใช่มั้ย”

ธีรศิลป์มองคนถามตาโต ก่อนจะเม้มปากเล็กน้อยทว่าก็รู้สึกเจ็บจากจูบหนักหน่วงที่เขาโถมเข้าใส่โดยไม่ยั้งแรงสักนิด

“ไม่ใช่ซะหน่อย” ชายหนุ่มงึมงำพลางก้มหน้า

เมฆาคลี่ยิ้มขณะเชยคางอีกฝ่ายให้สบตา แม้ว่าเขาพยายามรุกไล่ธีรศิปล์มาหลายวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอดรนทนไม่ไหวจนนึกอยากกินปลาทูในร่างกระต่ายตัวนี้เสียเหลือเกิน

“พี่รักปลาทูนะ”

“อื้อ! รู้แล้ว ถอยออกไปก่อน ทูจะไปถอดชุดกระต่ายนี่แล้ว รู้งี้ไม่ใส่ซะก็ดี ไม่งั้นคงไม่โดนหมาป่าอย่างพี่เมฆจับกิน”

เมฆาหัวเราะทันที “พี่ยังไม่ได้กินเสียหน่อย นี่เรียกว่าชิม กระต่ายตัวนี้หวานมากเลย พี่อยากจะกินเสียแล้วสิ”

“พี่เมฆ!” ธีรศิลป์ถลึงตาใส่อีกฝ่าย

เมฆาแกล้งยกมือเสมอบ่าส่งสัญญาณว่ายอมแพ้ ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

“อาฉัตรเข้าใจปลาทูแล้วนะ แล้วก็รู้แล้วว่าปลาทูเจออะไรมา ท่านยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อปลาทู และรู้สึกผิดมากที่ทำให้ปลาทูต้องเจอเรื่องร้ายจนเป็นบาดแผลทางใจ พี่อาจทำได้แค่ช่วยให้คุณอาเข้าใจปลาทู แต่จากนี้ไปพี่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องปลาทู จะไม่ทิ้งปลาทูให้โดดเดี่ยว หรือเผชิญเรื่องร้ายๆ เหมือนเมื่อสิบสองปีก่อนอีก พี่สัญญา”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับ ก่อนจะก้มหน้าอย่างครุ่นคิด เขาไม่เคยพยายามจะบอกอะไรบิดาเรื่องพีระเนื่องจากกลัวสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองนั้นรุนแรงขึ้น แต่ผู้ชายคนนี้กลับพยายามทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา และไม่น่าประหลาดใจเลยที่เขาจะรักพี่ชายคนนี้เกินกกว่าพี่ชาย แม้จะพยายามพร่ำบอกตัวเองมากแค่ไหนว่าเขาเป็นเพียงเพื่อนรักของพี่ชาย เป็นพี่ชายคนหนึ่ง ทว่าสุดท้ายแล้ว...คนที่เขาคิดถึงมาตลอดก็คือเมฆาอยู่ดี

“ถ้าปลาทูรักพี่บ้าง คืนนี้กลับไปใส่ชุดกระต่ายแล้วเดินมาห้องพี่นะ พี่ชอบกระต่าย...ตัวนี้มากเลย” เมฆาแกล้งแซวคนที่เงียบไป

ธีรศิลป์เงยหน้าขึ้น ก่อนจะแกล้งตำหนิอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนัก “พอเลยพี่เมฆ พูดอะไรแต่เรื่องทะลึ่งตลอด ตอนนี้ห้องเรียนของทูยังไม่เลิก ทูต้องไปดูแลนักเรียนก่อน”

“ครับๆ งั้นพี่รออยู่ข้างนอก จะได้กลับด้วยกัน”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับ ก่อนจะเม้มปากแล้วก้มหน้าอย่างครุ่นคิดอีกครู่หนึ่ง จากนั้นจึงสบตาเขาพลางเขย่งกายแตะริมฝีปากกับแก้มสากของเขาไวๆ แล้ววิ่งผ่านประตูบันไดหนีไฟไปยังห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้เมฆามองตามแผ่นหลังของน้องกระต่ายสีชมพู ยิ่งเห็นหางกลมๆ ก็ยิ่งยิ้มกว้างอย่างถูกอกถูกใจจนนึกอยากกจับมากอดรัดฟัดเหวี่ยงให้เข็ด

“กระต่ายตัวนี้น่ากอดน่าหอมไปทั้งตัว”

เมฆาได้แต่บอกก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น แล้วพาตัวเองไปยังม้านั่งใกล้สนามเด็กเล่น เพื่อรอเวลาเลิกเรียนของลูกชายตัวป้อม และเวลาเลิกงานของธีรศิลป์ที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับเขา












**TBC**




มาต่อแล้วน้าาาาา
คิดถึงกันมั้ย??
....
น้องเริ่มใจอ่อนแล้ว
แต่น้องพร้อมเป็นมากกว่าน้องมั้ย?
ติดตามกันได้ในตอนต่อไปนะเคอะ


#น้องอยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 18
ไม่ใช่กระต่ายก็จะกิน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



เมฆาปลดผ้ากันเปื้อนขณะวางกับข้าวบนโต๊ะกินข้าว แล้วหันมองบุตรชายที่นั่งแกว่งเท้าหน้าทีวี ก่อนจะมองหาอีกคนที่ควรนั่งอยู่ตรงนี้ เขาจึงทรุดกายนั่งข้างเด็กชายเขมทัต หรือนายขนุนตัวแสบ

“พี่ปลาทูออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกครับป๊ะป๋า” ขนุนตอบคำถามบิดาอย่างรู้ทัน

“ใครโทร. มารู้มั้ย”

ขนุนส่ายศีรษะ ทว่าก่อนจะพูดอะไร คนที่เขามองหาก็เปิดประตูออกชานบ้านเข้ามา ชายหนุ่มส่งยิ้มมาให้คนตัวสูง เมฆาจึงผุดลุกขึ้น

“กินข้าวกันเถอะ พี่ทำเสร็จแล้ว ขนุนล้างมือแล้วไปรอป๊ะป๋าที่โต๊ะไป”

“ครับป๊ะป๋า” เด็กชายรับคำก่อนจะกดรีโมตเพื่อปิดทีวี ก่อนจะรีบลงจากโซฟา

“เราก็ไปกันเถอะปลาทู” เมฆาชวนด้วยรอยยิ้ม

“เดี๋ยวครับพี่เมฆ คือ...ผมมีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องพ่อน่ะ”

เมฆาคลี่ยิ้มเมื่อได้เห็นรอยยิ้มเต็มใบหน้าของธีรศิลป์ รู้ได้ทันทีว่าโทรศัพท์ที่อีกฝ่ายรับสายเป็นใคร เขาไม่ต้องการคำขอบคุณ ไม่ต้องการคำพูดใดๆ เพราะทุกสิ่งที่เขาทำนั้นก็เพื่อรอยยิ้มนี้...รอยยิ้มที่เขาหวนคิดถึงเสียเหลือเกิน

ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้าหาอีกฝ่ายแล้วโอบกอดไว้ ราวกับไม่ต้องการคำพูดใดๆ ของธีรศิลป์ เขาโยกตัวคนตัวเล็กกว่าไปมาจนอีกฝ่ายต้องตีบ่าแกร่งเพื่อให้เขาหยุดโยกตัวไปมาเสียที

“ทำอะไรเนี่ยพี่เมฆ หยุดเลยนะ ปลาทูไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะพี่เมฆ” ธีรศิลป์พยายามห้ามปรามอีกฝ่าย แต่กลับไร้ผล เขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง “พี่เมฆ! นี่ทูกำลังจริงจังอยู่นะ หยุดทำเป็นเล่นได้แล้ว”

“พี่รู้ว่าปลาทูจะพูดอะไร” เมฆาเอ่ยก่อนจะผละออกเล็กน้อย แล้วสบดวงตาสีน้ำตาลที่สบตาเขาตอบ “แต่ไม่จำเป็นต้องขอบคุณพี่ ถ้าอยากขอบคุณพี่จริงๆ ปลาทูก็แค่...”

ธีรศิลป์เอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยความใคร่รู้เมื่อชายหนุ่มร่างสูงไม่ยอมพูดต่อให้จบ ทว่าอีกฝ่ายยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ถูกขัดด้วยเสียงเล็กๆ ของนายขนุนตัวป่วนเสียก่อน

“ป๊ะป๋า พี่ปลาทู ไปกินข้าวกันเถอะครับ”

เมฆาส่งเสียงตอบรับบุตรชาย ก่อนจะสบดวงตากลมโตของชายหนุ่มตรงหน้า เขาแนบปลายจมูกของตนกับอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน

“ส่งตัวแสบเข้านอนแล้วเราค่อยคุยกันต่อนะ แล้วก็รีบชินกับพี่เร็วๆ ก่อนที่พี่จะอดทนไม่ไหวแล้วเขมือบปลาทูตัวนี้ลงท้องซะก่อน”

“ไหนก่อนหน้านี้บอกว่าอยากกินกระต่ายไม่ใช่เหรอพี่เมฆ”

“ไม่ใช่กระต่ายพี่ก็จะกิน ขอแค่เป็นปลาทู...พี่ก็อยากได้หมดทั้งตัวและ...หัวใจ” เมฆากระซิบบอกริมหู

ธีรศิลป์ได้แต่สบตาคนพูด ยิ่งเห็นแววตาจริงจังก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม กอปรกับนึกถึงบทสนทนากับบิดาผ่านปลายสายเมื่อครู่ ก็ได้แต่นึกขอบคุณผู้ชายคนนี้เหลือเกิน แท้จริงแล้วเขามีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกเขา ทว่าเพราะสิ่งที่เมฆาทำไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน เพียงช่วยเขาเพราะคำว่ารักคำเดียว แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ นอกจากตอบแทนอีกฝ่ายด้วยความรักไม่ต่างกัน

ทว่า...จะให้เขายอมรับความรักหรือบอกรักอีกฝ่าย มันก็ดูจะง่ายเกินไป ทั้งยังทำให้อีกฝ่ายได้ใจ ด้วยคิดว่าทำดีด้วยนิดหน่อย ใกล้ชิดเขา อ่อนโยนกับเขา แล้วเขาจะใจอ่อนราวกับขี้ผึ้งถูกไฟลน ไม่จริงเลย...ที่เขารักเมฆา ไม่ใช่เรื่องเพิ่งเกิดขึ้น แต่เขารักอีกฝ่ายมาตั้งแต่เริ่มรู้สึกตัวว่าตนสนใจเพศเดียวกัน

“ปลาทู มากินข้าวได้แล้ว อย่ามัวแต่ยืนนิ่งอยู่”

คนถูกเรียกตื่นจากภวังค์ ก่อนจะส่งเสียงรับคำ แล้วเร่งเท้าเดินไปสมทบกับสองพ่อลูก ชายหนุ่มมองอาหารบนโต๊ะตาโตด้วยความชอบใจ แล้วเงยหน้ามองพ่อครัวจำเป็นที่ดูท่าทางไม่น่าจะทำอาหารได้ แต่กลับทำอาหารออกมาหน้าตาดีไม่น้อยเลย ทว่าธีรศิลป์ไม่ขอรับประกันรสชาติหากยังไม่ได้ลองชิม

“อย่ามัวแต่มอง ลองชิมแล้วจะรู้ว่าพี่ก็มีฝีมือด้านอาหาร ถึงจะสู้เชฟอย่างไอ้เก๋าไม่ได้ก็เถอะ”

ธีรศิลป์พยักหน้าหงึกหงักพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะทรุดกายนั่งเคียงข้างเขา แล้วลงมือรับประทานอาหารมื้อเย็นพร้อมหนึ่งหนุ่มที่ลุ้นคำชมอย่างใจจดใจจ่อ และอีกหนึ่งเด็กชายที่รอให้เขาชมป๊ะป๋า

“อืม...” ชายหนุ่มครางขณะเคี้ยวไข่เจียวปู ก่อนจะกลืนลงคอ “อร่อยครับ ปลาทูชอบ”

เพียงได้รับคำชมของธีรศิลป์ เมฆาและขนุนก็ยิ้มกริ่มทันที ทั้งคู่จึงเริ่มรับประทานอาหารพร้อมชายหนุ่มที่ส่งยิ้มให้ทั้งคู่ แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับประทานอาหารร่วมกับทั้งคู่ แต่ธีรศิลป์กลับรู้สึกได้เป็นครั้งแรกถึงคำว่า ‘ครอบครัว’ และ ‘ความอบอุ่น’

เมฆาตักกับข้าวให้บุตรชายสลับกับธีรศิลป์ คะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายรับประทานมื้อเย็นให้มากขึ้น ด้วยกลัวว่าเขาจะผอมบางเกินไป ทั้งเขายังเป็นคนรับปากฉัตรชนกด้วยตนเองว่าจะคอยปกป้อง ดูแล และทำให้เขามีความสุขมากที่สุด ซึ่งคงไม่สายเกินไปหากจะเริ่มตั้งแต่วันนี้

ชายหนุ่มร่างสูงคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นธีรศิลป์ยังคงเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ยอมหยุด เขาอ้าปากเพื่อตักข้าวเข้าปากทั้งที่จับจ้องคนตรงหน้าเริ่มมีรอยยิ้มเฉกเช่นในอดีต รอยยิ้มที่เขาหวนคิดถึงมาตลอดหลายปี


..................................



เมฆาเดินลงมาจากด้านบนเมื่อเห็นว่าไฟชั้นล่างยังคงเปิดดวงเล็กๆ ทิ้งไว้พอให้เห็นแสงสลัว ชายหนุ่มเดินหาคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆ มาจากบริเวณชานบ้าน เขาจึงเดินไปตามเสียง แล้วเปิดประตูกระจกออกชานบ้านด้วยความประหลาดใจ อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาทั้งที่เอนกายมาด้านหลังโดยใช้สองแขนช่วงรับน้ำหนัก สายตาคมปลาบเห็นขวดไลท์เบียร์วางอยู่ข้างตัว

คนอายุน้อยกว่าตบที่ว่างข้างตัวเป็นการเชื้อเชิญให้เมฆานั่งด้วยกัน เมื่อคนตัวสูงกว่าทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง อีกฝ่ายก็วางศีรษะบนบ่าแกร่งของเขา

“เมาแล้วเหรอปลาทู ถ้าคออ่อนก็อย่าดื่มนักสิ ครั้งแรกที่เรากลับมาเจอกัน ปลาทูก็เมาจนคอพับคออ่อน”

“ไม่ได้เมา แล้วก็อย่าดูถูกปลาทูนะพี่เมฆ ทูน่ะคอแข็งมากเลยนะ แล้วนี่ก็ไลท์เบียร์แค่สองขวด มันชิลๆ น่ะ”

“งั้นพี่ไปเอามาอีกนะ ดูท่าวันนี้จะอารมณ์ดี พี่จะนั่งดื่มด้วย”

“พี่เก๋าว่าพี่เมฆคออ่อน อย่าเอามาเยอะนักนะครับ เดี๋ยวเมาแล้วพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว จะมาโทษทูไม่ได้นะ”

เมฆาคลี่ยิ้มเมื่อธีรศิลป์ยกศีรษะออกจากบ่าแกร่ง เพื่อให้เขาลุกไปเอาเครื่องดื่มมาเพิ่ม ซึ่งระหว่างรอธีรศิลป์ก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดี

ลมเย็นๆ พัดมาโดนใบหน้าขาว เจ้าตัวจึงเอนกายยันกับด้านหลังแล้วพริ้มตาด้วยความผ่อนคลาย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อขวดเบียร์เย็นเฉียบแตะถูกข้างแก้ม เมฆาคลี่ยิ้มส่งมาให้ขณะทรุดกายนั่งเคียง แล้ววางขวดข้างตัวอีกฝ่าย

“ตั้งแต่กลับมาเจอปลาทู พี่ไม่ค่อยเห็นปลาทูยิ้มหรืออารมณ์ดีแบบนี้ มีอะไรรึเปล่า”

“ทูต้องขอบคุณพี่เมฆมากกว่า เพราะพี่เมฆทุกอย่างถึงได้เป็นแบบนี้ ถ้าพี่เมฆไม่ไปพูดกับพ่อ พ่อก็คงเชื่อพี่พีไปเรื่อยๆ แล้วทูก็คงได้แต่หนีไปเรื่อยๆ”

“แล้วทำไมทูถึงไม่บอกอาฉัตรไปตรงๆ ล่ะ ยังไงอาฉัตรก็ต้องเชื่อปลาทู แล้วทูก็ยังมีแผลยืนยันอีก ทำไมทูถึงกลัวที่จะพูดความจริง”

ธีรศิลป์เหลือบมองคนถามก่อนจะขยับขามานั่งขัดสมาธิแล้วพิงศีรษะกับบ่าแกร่งของอีกฝ่าย มองไปยังท้องฟ้าซึ่งมีดวงดาวประดับเต็มท้องฟ้า อาจเพราะวันนี้เป็นคืนเดือนมืด จึงยิ่งเห็นดวงดาวชัดเจนขึ้น เพราะไม่มีแสงจันทร์รบกวน ชายหนุ่มนึกถึงอดีตที่เขาพยายามลืม ทว่ามันเจ็บปวดจนยากที่จะลืมเลือน

เรื่องทั้งหมดคงเริ่มต้นตั้งแต่ที่บิดาของเขาแต่งงานใหม่ตอนเขาอายุสิบห้าปี ช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แม้บิดาจะชื่นชอบพีระ เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่เขาได้ของขวัญ หรือบิดาซื้ออะไรให้ พีระมักจะเหน็บแนมเขาเสมอ กระทั่งวันหนึ่งที่พีระได้รู้ว่าเขาชอบเพศเดียวกัน จึงหาเรื่องเขา เริ่มจากการขโมยของของเขาเล็กน้อย จนมันบานปลายเป็นการทำร้ายเขา ซึ่งครั้งแรกที่เขาบอกบิดา พีระแสร้งตีหน้าเศร้าขอโทษบิดา ทำเป็นรู้สึกผิด ลับหลังกลับทำร้ายเขาหนักขึ้น รังแกหนักขึ้น ทั้งยังข่มขู่จนเขาไม่กล้าบอกบิดาอีก เพราะกลัวว่าจะโดนหนักกว่าเดิม

“ทูคงขี้ขลาดเกินไปที่จะบอกพ่อ คงกลัวมากเกินไป”

“ทูไม่ผิดหรอกที่จะกลัว เขาอิจฉาจนไม่อยากให้ทูมีความสุข เขาเกลียดที่ทูได้รับความรัก แต่จากนี้ไปเขาจะรังแกทูไม่ได้อีก ทูก็รู้ใช่มั้ย”

ธีรศิลป์ยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ ทั้งหมดก็เพราะผู้ชายคนนี้...ผู้ชายที่ชื่อเมฆา ที่ไม่เพียงคอยอยู่เคียงข้าง คอยยื่นมือช่วยเหลือโดยที่ไม่ได้ร้องขอ แต่รวมไปถึงความรักอันอบอุ่นที่เขาได้รับ ชายหนุ่มเอื้อมหยิบขวดเบียร์มาดื่มแทนอีกขวดที่เพิ่งหมดไป แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างจับมือของเมฆาไว้

“พี่เมฆรู้มั้ยว่าทำไมทูถึงคอทองแดง”

“พี่ไม่รู้หรอก แต่พี่เดาได้นะ”

ธีรศิลป์เอียงศีรษะด้วยความประหลาดใจ คนมองคลี่ยิ้ม ก่อนจะบีบมือเขาเบาๆ แล้วจิบเครื่องดื่มอึกสุดท้าย เขารู้สึกได้ว่ากำลังมึนศีรษะ

“พอเมาปลาทูก็จะลืมความเจ็บปวด แต่พอดื่มมากเข้าก็กลายเป็นต้องดื่มเยอะขึ้น...เยอะขึ้น...จนกลายเป็นร่างกายทนได้มากขึ้น” เมฆาเอ่ยพลางมองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะแนบหน้าผากของตนกับธีรศิลป์ “สัญญากับพี่ได้มั้ยว่าจากนี้จะดื่มให้น้อยลง พี่เป็นห่วง อยากให้ปลาทูมีสุขภาพแข็งแรง อยู่กับพี่นานๆ”

ธีรศิลป์คลี่ยิ้มเมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากอีกฝ่าย เขาโอบรอบคอแกร่งราวกับต้องการทดสอบความอดทนคนที่เริ่มเมา

“อื้ม! ทูจะดื่มให้น้อยลง จะได้อยู่อ้อนพี่เมฆไปนานๆ ทดแทนที่พี่เมฆหายหน้าไปสิบสองปี”

“หืม? หมายความว่าไง ทูจะอยู่กับพี่เหรอ”

“อยากให้อยู่มั้ยล่ะครับ” ธีรศิลป์ถามก่อนจะผละออกไปนั่งเอนกายโดยใช้สองแขนช่วยพยุง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตอนพ่อกับแม่หย่ากัน คนที่ผมคิดถึงไม่ใช่พี่เก๋าแต่เป็นพี่เมฆ จากนั้นไม่นานทูก็เลยเริ่มรู้ตัวว่าไม่ได้สนใจผู้หญิง และทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจ ทูจะนึกถึงพี่เมฆ ถ้าทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นเพราะรัก ทูก็รักพี่เมฆ”

“นี่ปลาทูไม่ได้แกล้งหลอกพี่ใช่มั้ย”

“จะเป็นงั้นได้ยังไงเล่า พี่เมฆนี่ทึ่มจังเลย ใครจะหลอกเรื่องแบบนี้กัน แล้วคิดว่าทูคิดถึงพี่เมฆมากี่ปีกันเล่า”

“ถ้าเป็นอย่างที่ปลาทูพูด งั้น...”

เมฆาขยับตัวเข้าหาธีรศิลป์ ประคองดวงหน้าขาวให้แหงนขึ้นก่อนตนจะประทับริมฝีปากกับริมฝีปากอีกฝ่าย ลิ้นร้อนไล้ไปตามกลีบปากของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ก่อนจะสอดมันเข้าไป สำรวจความหวานและความปรารถนาเหล่านั้น

คนที่แข็งทื่อในคราแรกตอบรับจุมพิตของเขาอย่างง่ายดาย ทั้งยังโอบกอดรอบลำคอของเขา นอกจากคำพูดของธีรศิลป์แล้ว ท่าทางของเขาก็เป็นคำตอบได้อย่างดีว่ารู้สึกเช่นไรกับเมฆา

“อื้อ! พอก่อนพี่เมฆ” ธีรศิลป์ร้องห้ามเมื่อรู้สึกได้ถึงมือเย็นๆ สอดผ่านชายเสื้อ ลากผ่านสะเอว สีข้าง แล้วแตะไล้บนแผ่นหลัง

“อืม...ปลาทู...พี่ขออีกนิด”

“ไหนว่าชอบกระต่ายไง ต้องให้ปลาทูใส่ชุดคอสเพลย์ก่อนมั้ย”

คนถูกแซวหัวเราะออกมาทันที ก่อนจะจูบบนริมฝีปากช่างพูดนั่นอีกหลายครั้ง แล้วยอมผละออกด้วยกลัวว่าจะไม่สามารถห้ามความต้องการของตัวเองได้ เขายังไม่คิดจะรังแกอีกฝ่าย อย่างน้อยก็อยากให้ธีรศิลป์ได้เตรียมตัวเพื่อรับความรักของเขา

“พี่บอกแล้วไงว่าพี่รักปลาทู เพราะงั้น...ต่อให้ปลาทูไม่ได้อยู่ในชุดกระต่ายพี่ก็รัก” เมฆาเอ่ยก่อนจะโอบอีกฝ่ายเข้าหาตัว แล้ววางคางบนบ่าเล็กกว่า

ธีรศิลป์คลี่ยิ้มทันที เขาเข้าใจอาการของเมฆาดี จึงยิ่งรู้สึกดีใจและอบอุ่นใจ และยิ่งนึกขอบคุณเขามากขึ้นเข้าไปอีก ชายหนุ่มจึงกอดตอบเมฆาแล้วเอ่ยเบาๆ

“ขอบคุณนะครับพี่เมฆที่ทำเพื่อทู” ธีรศิลป์เอียงหน้าจุมพิตข้างแก้มอีกฝ่าย ก่อนจะวางคางกับบ่าแกร่ง แล้วเอ่ยสิ่งที่ทำให้เขาผ่อนคลายและสบายใจในวันนี้ “พ่อโทร. มาบอกว่าจะหย่า และจะให้พี่พีออกจากบ้าน พ่อบอกว่าหลังเกษียณจะมาอยู่ที่นี่ แต่กว่าจะเกษียณก็อีกหลายปีเลย พ่อให้ทูรับปากกว่าจะกลับไปเยี่ยมบ้าง พี่เมฆไปกับทูนะ”

“ได้สิ แต่ตอนนี้เราไปนอนกันมั้ย พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าด้วย”

ธีรศิลป์ผุดลุกขึ้นยืนแล้วส่งมือให้เมฆา ด้วยเดาอาการของอีกฝ่ายได้ว่ากำลังเมาเล็กๆ และอาจกำลังมึนศีรษะก็เป็นได้ เมฆาฉวยโอกาสนี้จับมืออีกฝ่ายเพื่อพยุงกายขึ้นแล้วพาดมือกับบ่าของอีกฝ่าย

คนตัวเล็กกว่าต้องช่วยพยุงพาเขาขึ้นบันไดแล้วไปที่ห้องนอนของเขา เมื่อร่างของเมฆาล้มลงบนเตียง ธีรศิลป์ตั้งใจจะลุกออกจากเตียงกว้าง เพื่อกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง ทว่ากลับถูกเมฆาดึงให้ล้มลงไปนอนบนอกกว้าง

“นอนกับพี่นะปลาทู พี่จะไม่ทำอะไร แค่กอด”

“คนเมาก็ทำได้แค่นั้นล่ะครับ”

“ปลาทูน่าจะรู้ว่าไม่ควรดูถูกพี่นะ”

“งั้นทูขอลุกไปปิดประตูปิดไฟก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมานอนเป็นตุ๊กตาให้”

“เร็วๆ นะ พี่คิดถึง”

ธีรศิลป์ส่ายหน้าก่อนจะจุมพิตหน้าผากของเขา แล้วผุดลุกออกไปด้านนอก เขาปิดประตูและปิดไฟชั้นล่าง ตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินเข้าห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ เขาสอดกายใต้ผ้าห่มแล้วซุกตัวในอ้อมกอดของเมฆา คนกอดยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ก่อนจะงึมงำทั้งที่ยังหลับตาพร้อมรอยยิ้ม

“พี่รักปลาทู เตรียมตัวเตรียมใจให้พี่กินเลยนะ”

คนฟังได้แต่คลี่ยิ้ม ก่อนจะแนบริมฝีปากกับคางสากของอีกฝ่าย เขาเองก็ไม่รู้ว่าหากเมฆาต้องการจะกินเขาตอนนี้ เขาจะยอมไหม จะตกลงหรือเปล่า แต่ความอบอุ่นของอีกฝ่ายทำให้เขายินดีจะตกเป็นของเมฆา ยินดีที่จะอยู่เคียงข้าง และตอนนี้...เขาไม่ต้องการเป็นเพียงน้องชายแล้ว เขาอยากเป็นมากกว่าน้อง เหมือนพี่เมฆาอยากเป็นมากกว่าพี่นั่นแหละ!













**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
:mew1: เย้ๆๆๆ น้องใจอ่อนแล้ว น้องบอกรักแล้ววว
พี่ต้องรีบรุกแล้วน้าาาาา
ติดตามกันได้ในตอนต่อไปนะเคอะ


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 19
ไม่เป็นหม่าม๊าจะได้มั้ย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ตั้งแต่ที่บิดาของธีรศิลป์ได้รับรู้ความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นมาตลอดเกือบเจ็ดปี นั่นทำให้ชายวัยเกือบหกสิบปีเหมือนได้ลูกชายทั้งสองคนกลับมา นั่นเพราะไม่เพียงเขาจะได้ใกล้ชิดกับธีรศิลป์มากขึ้น แม้แต่กับกรวิชญ์ที่ไปทำงานอยู่ที่โปแลนด์ ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะทั้งสามได้ตั้งกรุ๊ปไลน์สามคนพ่อลูกเพื่อพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่ข่าวคราวของอีกฝ่าย

เช่นเดียวกับวันนี้ที่เสียงข้อความไลน์ดังมาตั้งแต่เช้าตรู่ โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด แม้เสียงจะรบกวนเจ้าของ แต่ก็ไม่ได้รบกวนอีกคนที่ตระกองกอดเขาไว้จนแทบกระดิกตัวไม่ไหว

“พี่เมฆ...ตื่นได้แล้ว”

เมฆาเปิดตาขึ้นข้างหนึ่งเพื่อมองคนที่เขากอดไว้ ก่อนจะแกล้งหลับตาแล้วกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น เป็นเหตุให้ธีรศิลป์ดิ้นรนที่จะเป็นอิสระ จนคนกอดนึกรำคาญจึงกดคนตัวเล็กกว่ากับเตียงขังไว้ใต้ร่าง แล้วจูบไปตามไรผมแถวหน้าผาก ก่อนจะแนบริมฝีปากกับข้างลำคอ แล้วกัดเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว

“โอ๊ย! พี่เมฆหยุดเลยนะ เป็นหมาบ้าหรือไงเนี่ย!”

“บ้าสิ” เมฆาสบตาธีรศิลป์ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างไม่คิดปิดบัง “บ้ารักปลาทูนี่แหละ”

“จริงเหรอ รักปลาทูมากเลยเหรอ” ธีรศิลป์ถามด้วยรอยยิ้ม

ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นจนคนมองยิ้มตาม ก่อนจะพลิกกายลงนอนหงายทั้งยังกอดเอวของอีกฝ่ายให้แผ่นอกแนบกันไว้ ธีรศิลป์ที่รู้แล้วว่าอย่างไรเสียเขาก็คงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จึงประสานมือวางบนอกแกร่งแล้ววางคางซ้อนลงไปเพื่อมองคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนมองมาที่เขา

“รักมากครับ แล้วปลาทูล่ะรักพี่มากมั้ย”

“ไม่รู้สิ แค่...พออยู่แบบนี้แล้วก็รู้สึกมีความสุข รู้สึกอบอุ่น รู้สึกปลอดภัย และเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าพี่เมฆจะปกป้องทูได้”

“อืม...งั้นเตรียมใจไว้ได้เลย พอปลาทูกับไอ้ตัวยุ่งปิดเทอม พี่จะลาพักร้อนพาไปเที่ยว ถึงตอนนั้นจะมาเบี้ยว จะมาอิดออดไม่ได้แล้วนะ”

“กลัวที่ไหน ตอนนี้เลยก็ได้นะ”

“อย่าท้าพี่นะปลาทู”

“ไม่ได้ท้า แต่ว่า...มันต้องใช้เวลา แล้วอีกเดี๋ยวขนุนก็จะต้องวิ่งร่าเข้ามาอีกแน่ๆ”

เมฆาหันไปมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ด้วยเห็นด้วยกับคำพูดของคนรัก ทว่าไม่ได้ทำให้เขายอมปล่อยร่างเล็กกว่าออกจากอ้อมกอดสักนิด ทั้งมือยังเอาแต่ลูบไล้เอวของอีกฝ่าย จนธีรศิลป์ต้องขยับกายเล็กน้อย เพราะสัมผัสวาบหวิวของอีกฝ่ายกำลังเรียกความร้อนไปยังกลางกาย แต่ยิ่งเขาขยับคนใต้ร่างก็ยิ่งกดให้แนบมากขึ้นราวกับรู้ทันร่างกายของเขา ยิ่งเห็นแววตาระยิบระยับของอีกฝ่าย ธีรศิลป์ก็นึกอยากเอาคืนนัก

“พี่เมฆหยุดลูบๆ คลำๆ แบบนี้ซะทีเถอะ ถึงจะเป็นแฟนกันแล้ว แต่มันใช่เวลามั้ยเนี่ย”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย วันนี้วันหยุด พี่ไม่เห็นต้องรีบลุกจากเตียงซะหน่อย ถ้าพี่ไม่เปิดประตูให้ขนุนซะอย่าง ไอ้แสบจะทำอะไรได้ อย่างดีก็วิ่งโร่ไปฟ้องกิ่ง”

“พี่เมฆนิสัยไม่ดี”

เมฆายิ้มกว้างรับคำชมแต่โดยดี ก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น แล้วกดลำคอของอีกฝ่ายให้รับจุมพิตของเขา เรียวลิ้นร้อนแตะไปตามกลีบปากอย่างหยอกเย้า แล้วบังคับให้อีกฝ่ายยอมเปิดปาก เขาไม่รอช้าชิมความหวาน ขณะเลื่อนฝ่ามือผ่านชายเสื้อยืดตัวเก่าไปตามแผ่นหลังขาวเนียนมือ

ธีรศิลป์อุทานในลำคอเมื่อถูกผลักลงนอนหงาย ก่อนจะถูกริมฝีปากหนาบดจนหลงลืมว่าควรจะขัดขืนเขา ความวาบหวามที่คนสูงวัยกว่าเสกสรร ทำให้เขาหลงลืมไปเสียทุกอย่าง ทั้งยังรู้สึกหูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่เสียงของขนุนที่เรียกอยู่หน้าห้องนอน

เมฆาลอบยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นคนใต้ร่างกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจุมพิตและสัมผัสของเขา ก็ทำให้เขาไม่สนใจลูกชายตัวแสบ ชายหนุ่มสนเพียงคุณครูของลูกชายที่เขาปรารถนาเสียเหลือเกิน เขาจึงตั้งใจจะมอบและรับความสุขนี้ไปด้วยกัน...ความสุขที่ทั้งคู่ควรมีมานานแล้ว

แม้เมฆาตั้งใจจะอดทนรอจนกว่าจะถึงวันหยุดยาว แต่เพราะธีรศิลป์มาพูดยั่วกอปรกับที่ร่างกายแนบสนิทกันอยู่เช่นนี้ เขาจะไปทนต่อได้อย่างไรกัน ทว่าเพียงเพราะคำว่ารัก และสัมผัสอ่อนโยนของคนที่อยู่ในความทรงจำมากว่าสิบปี ทำให้ชายหนุ่มตัวเล็กกว่ากอดลำคอแกร่ง ยอมให้อีกฝ่ายเตรียมพร้อม และมอบความรักมากล้นเข้าสู่กายและใจโดยไม่คัดค้านและต่อต้านใดๆ อีก

......................


กว่าเมฆาจะยอมปล่อยให้ธีรศิลป์ลงจากเตียงก็ล่วงเลยไปเกือบบ่าย ซึ่งนั่นทำให้ลูกชายตัวแสบหน้าบูดบึ้งด้วยความน้อยใจ หันหน้าหนีทั้งบิดาและคุณครูของโปรด ชายหนุ่มหันมองคนตัวสูงกว่าด้วยรอยยิ้มก่อนจะพยักพเยิดราวกับจะบอกว่าเป็นอย่างที่คิดไม่มีผิด

“เห็นมั้ยพี่เมฆ ทูบอกพี่เมฆแล้วว่าเดี๋ยวขนุนต้องงอนแน่ๆ” ธีรศิลป์กระซิบตำหนิ

“ปลาทูแหละผิด ใครใช้ให้น่ารักจนพี่อยากกอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ทูก็บอกตั้งหลายรอบว่าให้พอได้แล้ว”

ขนุนมองสองหนุ่มที่กระซิบกระซาบกัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนกอดอกมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา ร้อนให้คนเป็นคุณครูต้องส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ

“ขนุนเป็นอะไรครับ ไหนบอกครูปลาทูหน่อย”

“พี่ปลาทูกับป๊ะป๋าตัวติดกันตลอดเลย แล้วเมื่อเช้าพี่ปลาทูก็นอนกับป๊ะป๋าใช่มั้ยฮะ”

ธีรศิลป์ลอบกลืนน้ำลายราวกับตนเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่กระทำความผิด จนนึกพาลไปหาคนต้นเหตุ ทว่าเมฆากลับยิ้มแป้น ก่อนจะเดินมาหาลูกชาย แล้วอุ้มอีกฝ่ายพาไปคุยกันตามลำพังประสาพ่อลูก

คนที่ได้แต่มองตามจึงพาตัวเองมานั่งบนโซฟา ทว่าไม่วายเบ้หน้าด้วยรู้สึกปวดเอวและช่องทางด้านหลังที่ถูกคนตัวสูงกระทำอย่างไม่เบามือ

เสียงโทรศัพท์ของเมฆา เป็นเหตุให้ธีรศิลป์หันมาสนใจเครื่องสี่เหลี่ยมบนโต๊ะ ก่อนจะส่งสัญญาณบอกเจ้าของว่าเขาจะเป็นคนรับให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าขณะอธิบายเรื่องระหว่างตนกับคุณครูคนโปรดของลูกชาย

“สวัสดีครับ” ธีรศิลป์กรอกเสียงผ่านปลายสาย

“สวัสดีค่ะ นั่นใช่โทรศัพท์ของพี่เมฆรึเปล่าคะ”

“ใช่ครับ มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าครับ”

“ค่ะ เรื่องงานน่ะค่ะ พอดีมีปัญหานิดหน่อย ขอสายพี่เมฆหน่อยได้มั้ยคะ”

“สักครู่นะครับ”

ธีรศิลป์ให้อีกฝ่ายถือสายรอ ขณะที่ตนก้าวเท้าไวๆ ไปหาคนรักแล้วยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายที่เพิ่งอุ้มลูกชายลงจากเก้าอี้ตัวสูง

“คนที่ทำงานครับ เห็นว่าเรื่องด่วน”

“โอเค งั้นปลาทูไปดูทีวีกับขนุนก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่คุยงานเสร็จจะออกไปดูด้วย ขนุนไปกับปลาทูก่อนนะ”

ขนุนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มแป้น ก่อนจะลากคุณครูปลาทูของเขาให้ไปด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น ธีรศิลป์ทำหน้าที่เปิดโทรทัศน์แล้วเลือกรายการที่อีกฝ่ายชื่นชอบ

ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังทีวีตรงหน้า ธีรศิลป์ก็ไม่วายนึกเป็นกังวล จึงพยายามเงี่ยหูฟังบทสนทนาของเมฆาที่เขาพอจะจับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง ทว่าน้ำเสียงของคนรักนั้นเต็มไปด้วยความเครียดอย่างปิดไม่มิด

“ขนุนดูคนเดียวไปก่อนนะ พี่ปลาทูไปหาพี่เมฆก่อน”

“เร็วๆ นะครับหม่าม๊า”

ธีรศิลป์ขมวดคิ้วทันที ก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ราวกับจะถามที่มาที่ไปของการเรียกที่อีกฝ่ายเพิ่งเปลี่ยนสดๆ ร้อนๆ

“ป๊ะป๋าบอกว่าตั้งแต่วันนี้ไป พี่ปลาทูคือหม่าม๊าของขนุน”

ธีรศิลป์เบิกตากว้าง ตั้งใจจะห้ามเด็กชายไม่ให้เรียกเขาแบบนั้นอีก ทว่าเพราะเป็นกังวลเรื่องของเมฆา เขาจึงพักเรื่องนี้ไว้ แล้วเดินตรงไปหาคนที่กำลังเดินไปเดินมาพลางขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นโบ แม้จะไม่รู้รายละเอียดงานของอีกฝ่าย แต่ท่าทางเช่นนี้เขาก็พอจะรู้ว่าเมฆาควรจะไปแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง ทว่าไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร เมฆาก็ตัดสายก่อนจะหันมาทางเขา

“พี่ฝากขนุนหน่อยนะปลาทู คงจัดการจากที่บ้านไม่ได้ พี่ไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คของออฟฟิศกลับมา คงต้องไปทำที่บริษัท นี่กิ่งก็กลับแล้วด้วย เห็นว่ามีนัดกับพวกเพื่อนๆ เอาเป็นว่าปลาทูช่วยดูแลขนุนให้พี่หน่อย พี่เสร็จแล้วจะรีบกลับ”

“อืม พี่เมฆต้องรีบกลับมานะ ปลาทูทำอะไรไม่เป็น ไม่งั้นคงได้สั่งไลน์แมนมากินกัน”

“รู้แล้วน่า พี่ไม่ทิ้งเมียกับลูกหรอ”"

“เมียเหรอ?” ธีรศิลป์เอ่ยถามเสียงสูง ก่อนจะรีบสาวเท้าตามคนที่ก้าวขึ้นบันไดไวๆ

“แล้วไม่ใช่เหรอ ที่เราทำกันเมื่อเช้าไม่เรียกว่ากิจกรรมผัวเมียหรือไง”

“เพราะพี่เมฆเป็นแบบนี้ไง ขนุนถึงได้มาเรียกทูว่าหม่าม๊า”

“ก็ในเมื่อพี่เป็นป๊ะป๋า ปลาทูก็เป็นหม่าม๊าถูกแล้ว”

“ไม่เป็นหม่าม๊าไม่ได้เหรอพี่เมฆ”

“แล้วอยากเป็นอะไรล่ะ” เมฆาเอ่ยถามขณะถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่กับบ้านออก

ธีรศิลป์เอียงคอครุ่นคิด ท่าทางของเขาทำให้คนตัวสูงกว่าคลี่ยิ้ม สำหรับเขาแล้วธีรศิลป์อยากจะเป็นอะไรกับขนุนก็ได้ ขอแค่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นคนที่จะอยู่เคียงข้างกัน ดูแลกันและกันไปตลอดชีวิตก็พอแล้ว

เมฆาหอมแก้มอีกฝ่ายฟอดใหญ่ “แล้วแต่ปลาทูเลย ปลาทูอยากเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่ไม่ลืมว่าเป็นคนรักของพี่ก็พอ”

“โธ่! เรื่องนั้นใครจะไปลืมเล่า เห็นปลาทูเป็นคนยังไงกัน ก็บอกอยู่ว่ารักพี่เมฆ ในเมื่อเรารักกันจะไม่ใช่คนรักกันได้ยังไง”

“รู้แบบนั้นก็ดี” เมฆาคลี่ยิ้มก่อนจะชวนอีกฝ่ายลงไปด้านล่าง

ขนุนและธีรศิลป์ยืนส่งคนที่ต้องรีบไปบริษัทเพราะงานด่วนที่มีปัญหา ก่อนทั้งคู่จะถูกหอมกันคนละฟอด เมื่อคล้อยหลังเมฆา สองหนุ่มสองวัยก็พากันกลับไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี ก่อนจะเปลี่ยนจากการดูรายการทีวี มาเป็นการเล่นเกม

“หม่าม๊าไม่อยากเป็นหม่าม๊าของขนุนเหรอ หรือว่าเกลียดขนุน”

“ไม่ใช่ๆ ไม่ได้เกลียดขนุนเลย แต่รักมากต่างหาก แต่ว่าหม่าม๊าเขาใช้เรียกผู้หญิงใช่มั้ยล่ะ พี่ปลาทูเป็นผู้ชาย จะให้เป็นหม่าม๊าก็ดูแปลกๆ ก็เลยขอไม่เป็นหม่าม๊าดีกว่า”

“งั้น...” ขนุนลากเสียงพลางโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วดีดนิ้ว “ขนุนรู้แล้วฮะ งั้นก็เป็นคุณพ่ออีกคน ต่อไปขนุนจะเรียกพี่ปลาทูว่าคุณพ่อ ขนุนจะมีทั้งป๊ะป๋าและคุณพ่อ ไม่มีใครจะมีอย่างขนุนแน่นอน”

ธีรศิลป์โยกศีรษะอีกฝ่ายอย่างนึกเอ็นดู การที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่า ‘หม่าม๊า’ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยินดี เขายินดีมาก เพราะมันแสดงถึงการยอมรับ เป็นการบ่งบอกว่าขนุนเห็นเขาเป็นคนในครอบครัว เป็นเหมือนพ่อแม่ แต่การที่อีกฝ่ายใส่ใจเขาที่ไม่อยากถูกเรียกว่าหม่าม๊า แล้วยอมเรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’ นั่นทำให้เขายิ่งมีความสุขขึ้นไปอีกสิบเท่า เพราะนอกจากจะได้รับการยอมรับ ยังได้รับความใส่ใจจากอีกฝ่ายด้วย

“งั้นจากนี้ไปขนุนก็จะเป็นลูกชายคนหนึ่งของพ่อด้วย”

ขนุนส่งเสียงดีใจพลางกระโดดโลดเต้น จนธีรศิลป์ต้องคอยระวังแล้วดึงให้อีกฝ่ายนั่งลงเล่นเกมด้วยกัน กระทั่งได้ยินเสียงออด ทั้งคู่จึงหันมองหน้ากัน

“ป๊ะป๋ารึเปล่าครับ แต่ป๊ะป๋ามีปิ๊ดๆ เปิดประตูเองได้”

ธีรศิลป์พยักหน้าเห็นด้วย เพราะคนรักของเขามีรีโมตสำหรับเปิดประตูรั้ว ย่อมไม่ต้องกดออด หรือหากลืมจริงๆ ก็น่าจะบีบแตรเสียมากกว่า ทว่าตอนออกไป อีกฝ่ายก็เปิดปิดประตูด้วยรีโมตของตัวเอง ชายหนุ่มจึงวางจอยเกมพลางผุดลุก

“เดี๋ยวพี่...เอ่อ...พ่อปลาทูไปดูเอง ขนุนเล่นเกมอยู่ในบ้าน อย่าออกไปไหนนะ”

“ครับ พ่อปลาทูรีบไปรีบมานะครับ ถ้าช้าขนุนจะโทร.บอกป๊ะป๋า”

“ขี้ฟ้องนะเราน่ะ”

ธีรศิลป์ยีศีรษะอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเดินออกไปที่ประตูรั้วหน้าบ้าน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่มาหาถึงที่คือคนที่เขาไม่อยากพบหน้า และเป็นคนที่เขาอยากหนีไปให้ไกล ทั้งยังไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก








**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
น้องเปิดประตูไปเจอใคร
ตอนหน้ามาตามลุ้นกันน้าาาา


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-02-2021 17:13:45 โดย ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
:3123:
 :serius2:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
ขอให้พี่เมฆกลับมาทันเวลานะ

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 20
ป๊ะป๋า...ช่วยด้วย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!

ธีรศิลป์ได้แต่ร้องโวยวายในใจ เพราะถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปากจนทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก ทว่าเมื่อกวาดสายตามองรอบตัว ก็รู้ว่าตัวเองถูกจับมาไว้ในรถที่นั่งด้านหลัง ซึ่งกำลังแล่นไปที่ไหนสักแห่ง เขาจึงพยายามขยับตัวให้เบาที่สุด เพราะไม่อยากให้คนขับรถรู้ตัวว่าเขาตื่นแล้ว

เขาเคยคิดว่าเรื่องบ้าๆ นี่จะมีแต่ในละครหรือนิยาย นี่ชีวิตเขาก็คงเหมือนในละครหรือนิยายแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ถูกจับตัวมาแบบนี้ เขามองรอบกายอีกครั้งเพื่อสังเกตว่ามีคนอื่นถูกจับมากับเขาไหม ด้วยนึกเป็นห่วงขนุนตัวแสบที่คิดจะมาช่วยเหลือเขาเมื่อได้ยินเสียงเขาตะโกนโวยวายหน้าบ้าน

“รู้สึกตัวแล้วเหรอวะไอ้ทู”

คนถูกถามตัวแข็งทื่อทันที ก่อนจะเหลือบมองคนขับที่มองเขาผ่านกระจกมองหลัง เขาได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอพลางขยับมือและเท้าที่ถูกมัดไว้จนแน่น

“มึงคิดว่ากูโง่จนไม่คอยตามดูมึงหรือไง”

ธีรศิลป์เบิกตากว้าง เขาไม่เข้าใจว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร ทำไมพีระจะต้องทำกับเขาแบบนี้ ทำไมถึงต้องราวีเขาถึงเพียงนี้ คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจสักนิด เขาอุตส่าห์หนีมาก็แล้ว ไม่ยุ่งด้วยก็แล้ว ทำไมถึงยังไม่เลิกรังแกเขาเสียที หากจะโทษว่าเพราะเขาทำให้บิดาเลิกรากับมารดาของพีระ นั่นก็ไม่ใช่เพราะเขาเลย...ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย

“มึงคิดว่าทำให้พ่อเลิกกับแม่กูแล้วกูจะยอมหยุดเหรอ มึงคิดว่าจะชนะกูง่ายๆ เหรอไง ไม่มีทาง! กูจะไม่ยอมหยุด มึงทำให้แม่กูเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่มึงเข้าม.ปลาย แม่กูก็เอาแต่ร้องไห้ เพราะพ่อเอาแต่โทษแม่ว่าไม่รักไม่สนใจมึง ทำให้มึงรู้สึกเป็นคนนอก และเป็นต้นเหตุให้มึงเหินห่างกับเขา ทั้งที่มึงก็แค่เด็กเรียกร้องความสนใจ”

ธีรศิลป์เลิกคิ้วฉงนใจ เขาไม่เห็นเคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ความจริงแล้วที่เขาห่างเหินกับบิดาเพราะรู้สึกเป็นส่วนเกิน รู้สึกได้ว่าบิดาให้ความสนใจพีระมากกว่า เอ็นดูมากกว่า และอาจจะรักมากกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจเหินห่าง เพียงอยากให้บิดามีความสุขกับสิ่งที่เลือก กอปรกับพยายามปิดบังรสนิยมของตนไม่ให้บิดาผิดหวัง

“หึ! มึงคงไม่รู้ล่ะสิ มึงมันเห็นแก่ตัวเหมือนพ่อของมึงนั่นแหละ กูใจดีกับมึงมามากแล้ว จากนี้มึงจะได้รู้ว่ากูรู้สึกยังไง แล้วคราวนี้พี่ชายหรือผู้ชายของมึงก็คงมาช่วยไม่ได้หรอก กูเช็กจนแน่ใจแล้วว่ามันไปทำงาน กว่าจะกลับคงอีกนาน แล้วมึงก็อย่าหวังว่าจะขัดขืน ไม่งั้นกูจะให้เพื่อนกูจัดการเด็กนั่น”

ธีรศิลป์เม้มปากแน่น เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร แต่เขาจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่นอน ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย พลางขยับมือเพื่อล้วงโทรศัพท์จากในกระเป๋ากางเกง แล้วเหลือบมองหน้าจอขณะเปิดเครื่อง แล้วกดโทร.ออก

“มึงอยู่นิ่งๆ ดีกว่านะไอ้ทู ไม่งั้นมึกตกลงมาจากเบาะแล้วจะเจ็บตัวเปล่าๆ เก็บแรงไว้ครางใต้ร่างหรือตอบสนองกูดีกว่ามั้ย”
ธีรศิลป์เม้มปากแน่น ได้แต่ภาวนาให้สารที่เขาส่งไปยังปลายสายได้รู้ถึงสถานการณ์วิกฤตินี้

.............................


คนปลายสายกำมือแน่น รอยยิ้มคราแรกเปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้งทันทีที่ได้ยินเสียงจากสายคนรัก กอปรกับเสียงหัวเราะน่าขยะแขยงก็ให้นึกเป็นห่วง ทว่าไม่ทันจะได้กดโทร.ออกหาลูกชาย อีกฝ่ายก็โทร.มาเสียก่อน

“ป๊ะป๋าช่วยด้วย ป๊ะป๋าช่วยพ่อปลาทูด้วยครับ”

“ครับ ป๊ะป๋าจะไปช่วยพ่อปลาทูเดี๋ยวนี้เลยครับ”

“เดี๋ยวก่อนครับป๊ะป๋า อย่าเพิ่งวางสายครับ”

“มีอะไรเหรอขนุน”

“คนที่มาจับตัวพ่อปลาทูไป...ขนุนเคยเห็นครับ ขนุนจำได้ว่าเขาแอบมาดูพ่อปลาทูที่โรงเรียนครับ ที่ปลาทูเคยบอกป๊ะป๋า”

“โอเคครับ ขนุนอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย ป๊ะป๋าจะไปช่วยพ่อปลาทูแล้วรีบกลับ”

“ได้ครับ”

“ปิดประตู ล็อกกลอนให้ดีนะ ถ้าไม่ใช่ป๊ะป๋าห้ามเปิดเด็ดขาดนะขนุน”

“ครับผ้ม!”

เมฆาสาวเท้าไวๆ ออกจากออฟฟิศ ขณะเปิดโทรศัพท์เพื่อตามจีพีเอสของคนรักที่วางสายไปก่อนหน้านี้ ด้วยแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะต้องเปิดจีพีเอสให้เขาไปช่วยอย่างแน่นอน และก็เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อจุดแดงของเครื่องอีกฝ่ายเปล่งแสงบอกตำแหน่ง

แม้นักวิเคราะห์หนุ่มจะไม่รู้ว่าผู้ชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายจะทำร้ายคนรักของเขาอย่างไรบ้าง แต่เขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ทำร้ายปลาทูของเขาอีกแน่นอน จริงอยู่ที่ตอนธีรศิลป์เป็นเพียงเด็กชายที่วิ่งไล่ตามเขา เขาจะชอบแกล้ง ชอบแหย่ ชอบแซว ทว่าเขาก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายหรือจิตใจเลย ไม่เช่นนั้น...มีหรือที่เจ้าตัวจะนึกถึงเขายามทุกข์ทรมาน

เมฆาเหยียบคันเร่งหนักขึ้น...หนักขึ้นเรื่อยๆ ตามความกังวลใจของตน ก่อนจะค่อยผ่อนลงเมื่อเห็นว่าจุดแดงหยุดนิ่ง ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขณะมองดูสถานที่ตรงนั้น จึงได้เห็นว่าเป็นที่ดินรกร้าง ที่ในอดีตเคยเป็นสวนสาธารณะมาก่อน และเท่าที่เขาจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ขับผ่านไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน มันรกร้างกว่าเดิมมากขึ้น ทั้งต้นไม้ขึ้นทึบสูง ยิ่งสร้างความกังวลใจให้เมฆาเป็นเท่าตัว

ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งอีกครั้ง ขณะกดโทรศัพท์ ด้วยไม่อยากให้คนรักของตนพบเจออันตราย และเขาก็ไม่รู้ว่าพีระวางแผนจะทำอะไร หรือคิดจะทำอะไร อย่างไรเสีย...เขาก็ไม่จะไม่ยอมเสี่ยงให้ธีรศิลป์มีอันตรายเด็ดขาด

เมื่อเขาขอความช่วยเหลือเรียบร้อย ชายหนุ่มก็จอดรถนิ่งตรงที่จุดแดงหยุดนิ่ง ซึ่งด้านหน้าคือรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ที่เขาจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นรถของพีระ

เมฆาข่มความกลัวและความกังวลเดินไปที่รถของอีกฝ่าย ด้านในไม่มีคนอยู่ เขาชะโงกมองเข้าไปในรถที่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ก่อนจะหันมองไปยังในป่ารกทึบ ซึ่งเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อนเคยเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่น และมีผู้คนมักใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ กระทั่งมีคนผูกคอตายบ้าง ตกน้ำตายบ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์น่ากลัวเช่นนี้ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า...สวนสาธารณะแห่งนี้ก็ไม่มีคนมาใช้อีก จนถูกปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้าง ไม่มีใครมาดูแลอีก

ตอนเขาเรียนมัธยมปลายก็ถูกบุพการีสั่งห้ามไม่ให้เดินผ่านที่นี่ ทั้งยังไม่ให้พาธีรศิลป์มาเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นที่นี่อีก มานึกถึงตอนนี้...เขาก็ไม่รู้เลยว่าข้างในนั้นต่างจากสมัยนั้นแค่ไหน ไม่เคยอยากรู้อยากเห็นเลยสักครั้งที่ผ่านมาทางนี้ หากทว่าตอนนี้เขาต้องไปช่วยธีรศิลป์ให้จงได้!

ทว่าเมฆาก็อดจะนึกสงสัยไม่ได้ ในเมื่อพีระเป็นคนนอกพื้นที่ ไม่ได้คุ้นชินกับที่นี่ แล้วเหตุใดจึงพาธีรศิลป์เข้าไป ไม่นึกกลัวสิ่งที่อยู่ในป่ารกทึบบ้างเลยหรือไง ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยว่าจุดแดงที่บอกตำแหน่งโทรศัพท์ของธีรศิลป์นั้นไม่ใช่ด้านในป่ารกทึบ แต่คือรถคันนี้ เขาจึงสำรวจภายในรถอีกครั้ง

เมฆาเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดพีระถึงหยุดรถที่ตรงนี้ เพราะน้ำมันหมดนี่เอง เขาหันไปมองที่นั่งด้านหลัง จึงได้สังเกตเห็นโทรศัพท์เครื่องบางของคนรักหล่นอยู่บนพื้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอื้อมหยิบมันขึ้นมาดู ดวงตาคู่คมหรี่ลงเมื่อเห็นหน้าจอที่เปิดค้างไว้ มันไม่ใช่หน้าจอที่เพิ่งโทร. ออกหาเขา แต่เป็นหน้าจอแอปพลิเคชันไลน์ที่เจ้าตัวยังไม่ได้กดส่งให้เขา

‘1-10 รีบมารับ โดนแกล้ง’

คำสามคำที่อีกฝ่ายพิมพ์ค้างไว้ ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง ก่อนจะเบิกกว้างอย่างนึกอะไรได้ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ธีรศิลป์จึงไม่ได้ส่งข้อความนี้ให้เขา แต่ไม่ว่าจะมีสาเหตุอะไรก็ดูเหมือนว่าคนที่เข้าไปในที่รกร้างแห่งนี้จะไม่ใช่พีระ แต่คือธีรศิลป์ต่างหาก!

.......................


ขณะเดียวกัน...ธีรศิลป์ทรุดกายนั่งพิงหลังต้นไม้ใหญ่ ดวงตากลมมองบรรยากาศรอบๆ ที่เหมือนจะคุ้นเคย ทว่าเพราะสถานที่นี่ถูกปล่อยรกร้างมาร่วมสิบปี มันจึงแตกต่างจากเมื่อครั้งเขาเป็นเด็กไม่น้อย ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกกังวลไม่น้อย แม้เขาไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งโทรศัพท์ของตนไว้ แต่ ณ เวลานั้นคือโอกาสเดียวที่เขาจะรอด เมื่อพีระกำลังหงุดหงิดฉุนเฉียวกับที่รถน้ำมันหมด จึงตั้งใจจะพาเขาให้เดินไปด้วยกัน จำต้องปลดเชือกบริเวณข้อเท้าออก ทว่าเพียงมันหลุด เขาก็เตะอีกฝ่ายเต็มแรงแล้วออกวิ่งเข้ามาด้านใน

จุดหมายที่เขาตั้งใจจะไปให้ถึงคือบริเวณที่เคยเป็นสนามเด็กเล่น และเขาเคยเล่นซ่อนแอบกับเมฆา เขาหวังว่าคนรักจะจำได้ และมาช่วยเขาได้ทันก่อนจะถูกพีระจับตัวได้

ในอดีต...เมื่อครั้งเขายังเป็นเด็ก คนเดียวที่รู้ทุกที่ซ่อนตัวของเขาคือเมฆา ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เปลี่ยนที่ซ่อนมากี่ที่ เมฆาก็จะเป็นคนเดียวที่เจอตัวเขาก่อน ไม่รู้เพราะเหตุนี้ไหม? เขาจึงได้สนใจอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอรับตัวตนที่แสนอบอุ่นทว่าก็ขี้แกล้งไว้ในใจอย่างไม่รู้ตัว

“คิดว่าจะหนีรอดไปเพราะเข้ามาในที่แบบนี้เหรอปลาทู กูบอกมึงแล้วไงว่าอย่าได้คิดหนี เท่าที่กูเห็น...มึงคงหนีกูไปได้ไม่นานหรอก เพราะรอยตามคอมึงที่กูเห็น มันคงทิ้งไว้ล่ะสิ ไม่เบามือกับมึงเลยนี่ ก็อย่างว่าแหละ พวกผู้ชายจะถูกทำรุนแรงยังไงก็ต้องทน มึงอยากอยู่กับเขาก็คงต้องทนให้มันทำเหมือนของเล่นไปแบบนี้”

ธีรศิลป์ก็อยากจะตอบโต้ไปอยู่หรอกว่านี่คือสัญลักษณ์ความรักของเมฆา ที่เขาทิ้งรอยแบบนี้ก็เพราะเป็นผู้ชายขี้หึงขี้หวงต่างหาก ทว่าหากตอบโต้ออกไป ก็เหมือนคนโง่ที่บอกที่ซ่อนตัวน่ะสิ จึงได้แต่ลูบต้นคอของตัวเอง มันก็แค่ร่องรอยที่คนรักของเขาทิ้งไว้ ไม่ได้รู้สึกเจ็บแสบอะไรเสียหน่อย

เฮ้อ! ถึงเขาจะพูดหรืออธิบายอะไรไป พีระก็คงไม่เข้าใจหรอก หากเจ้าตัวเข้าใจความรักจริงๆ ก็คงไม่ทำร้ายเขาครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีปัญหา คงไม่ใช้เขาเป็นเครื่องระบายอารมณ์อย่างที่ผ่านมาจนเขากลัว ทว่าเพราะเมฆาอีกนั่นแหละที่ฉุดเขาจากความทุกข์ ความกลัวในตอนนั้น จนในที่สุดก็ผ่านพ้นความรู้สึกนั้นมาได้

แม้ในตอนนี้เขาจะยังกลัวเรื่องพวกนั้นอยู่บ้าง แต่สัมผัสและความอบอุ่นอ่อนโยนของเมฆาก็ค่อยๆ ปัดเป่ามันไปทีละนิด...ทีละนิด ซึ่งในอนาคตอาจจะหายไปก็เป็นได้ ใครจะรู้เล่า? ตัวเขาเองก็ไม่รู้

ทว่าในตอนนี้...เวลานี้...เขาควรคิดหาวิธีทำให้รอดพ้นจากพีระเสียก่อน เพราะดูท่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมฟังที่เขาพูดแน่ๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไป อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมฟังหรอก ในเมื่อเขาคือเป้าหมาย ก็คงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ก็อย่างที่เจ้าตัวพูดนั่นแหละ เขาคิดว่าจะหนีรอด แต่เอาเข้าจริงไม่มีทางหนีรอดได้ง่ายๆ ทว่าจะให้เขายอมรับความพ่ายแพ้อยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เขาด้วยสิ

เมื่อเสียงพูดหลอกล่อให้เขาเผยตัวของพีระค่อยๆ เบาลง ธีรศิลป์จึงผละออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่ง โดยมีจุดหมายคือสนามเด็กเล่นที่อยู่ลึกเข้าไป ทว่าเสียงฝีเท้าวิ่งของเขาทำให้คนที่ตามหารู้ตำแหน่งจนได้

“คิดจะวิ่งไปถึงไหนน่ะปลาทู มึงหนีแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก คิดว่าใครจะมาช่วยหรือไง ไม่มีหรอกโว้ย!” พีระตะโกนลั่นก่อนจะวิ่งเข้าปะทะกับธีรศิลป์

“อึก!”

ธีรศิลป์เจ็บจุกเมื่อถูกกระแทกจนล้มลง ทว่าไม่ทันจะได้ตั้งตัวพีระก็กดเขาไว้ด้วยน้ำหนักทั้งตัว และตามมาติดๆ ด้วยมือใหญ่ทั้งสองที่บีบคอของเขาไว้

“ทะ...ทำไม...ตะ...ต้อง...ผม”

“หยุดพูดไปเลย! กูไม่อยากฟัง! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะมึงนั่นแหละ ทั้งหมดก็เพราะมึงทำให้กูเป็นแบบนี้”

“อึก! ปละ...ปล่อย...”

ธีรศิลป์พยายามดิ้นรน ทว่าเขากลับสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิด ชายหนุ่มทั้งถีบทั้งเตะอีกฝ่าย แต่กลับไร้ผล มีแต่แรงบีบที่คอแรงขึ้น...แรงขึ้น...

“รู้มั้ยว่าที่ฉันเกลียดแกไม่ใช่เพราะแกชอบผู้ชาย แต่เป็นเพราะแกได้ทุกอย่างที่ฉันไม่เคยได้ ตอนที่รู้ว่าแม่จะแต่งงานกับพ่อของแก ฉันโคตรดีใจที่จะได้มีชีวิตดีขึ้น แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมันไม่ใช่เลย ต่อหน้าแกก็ทำเหมือนรักฉัน แต่พอลับหลังแกก็เอาแต่บอกว่าให้ปรับตัวเข้าหาแก ให้คิดว่าแกเป็นน้อง เหอะ! น้องเหรอ? กูมันลูกคนเดียวเว้ย! ยิ่งเห็นว่าพ่อคอยตามใจแก คอยแอบช่วยแก ก็ยิ่งทำให้ฉันหงุดหงิด แกเรียนจบ เขาคิดจะซื้อรถคันใหม่ให้แก แต่ฉันกับฉันได้แค่รถคันเก่าที่เขาไม่ใช้แล้ว เพื่อจะซื้อคันใหม่คอยแอบไปดูแกที่มหา’ลัย”

แม้ธีรศิลป์จะมารู้เรื่องพวกนี้เอาตอนที่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับบิดาเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าบิดาไม่รักไม่สนใจพีระเลย

“ทุกอย่างเป็นเพราะมึงคนเดียวไอ้ปลาทู!”

“เป็นเพราะคุณนั่นแหละ!”

เสียงตะโกนมาพร้อมความเจ็บปวดที่สีข้าง กว่าจะรู้สึกตัวพีระก็ถูกเตะกระเด็นออกห่างไป คนที่ถูกบีบคอจึงได้หายใจเอาอากาศเข้าปอดตัวโยน ขณะที่คนมาช่วยรีบเข้าไปดูอาการของคนรัก ธีรศิลป์กำเสื้อด้านหลังของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความกลัว

“พี่มาแล้วปลาทู...พี่มาแล้ว”

“พี่...พี่เมฆ...พี่เมฆช่วยทูด้วย”

เมฆาสะท้อนใจเมื่อเห็นรอยนิ้วมือบนรอบคอขาว เขารักของเขา ดูแลประคบประหงมมาตั้งแต่เจ้าตัวเด็กๆ ไม่เคยยอมให้ใครมารังแกหรือทำร้าย แต่ผู้ชายคนนี้กลับทำร้ายคนรักของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ชายหนุ่มขบกรามแน่น ยิ่งเห็นมือที่กำชายเสื้อของเขาจนเห็นข้อขาว ก็ให้รู้สึกโกรธพีระนัก ทว่าเขาเป็นห่วงธีรศิลป์จนต้องโอบไหล่อีกฝ่ายให้ซบกับแผงอกของเขา แล้วพึมพำเหนือศีรษะของคนตัวเล็กกว่า

“พี่มาแล้วนะปลาทู ไม่ต้องกลัว...พี่จะปกป้องปลาทูเอง”









**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
พี่เมฆมาแล้วววว
พี่รีบจัดการเลยนะ ไม่งั้นมันต้องมาทำร้ายน้องอีกแน่เลย   :mew6:


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 21
คนนี้ห้ามยุ่ง!!
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ท่าทางโอบกอด ปลอบประโลมของคนที่เข้ามาปกป้อง เป็นเหตุให้คนที่ถูกถีบกระเด็นออกไปได้แต่มองอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะกุมสีข้างที่ถูกเตะเมื่อครู่แล้วหมายจะพุ่งเข้าหาคนมาใหม่ ทว่าเมฆากลับผุดลุกขึ้นแล้วถีบพีระอีกครั้ง แล้วพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเดือดดาล

“คุณเอาแต่โทษปลาทูว่าทุกอย่างเป็นเพราะเขา แล้วคุณก็ทำให้ปลาทูกลัว เป็นทุกข์ คุณมันก็แค่ขยะคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”

“มึงจะมารู้อะไร!” พีระตวาดลั่น “มึงไม่มาเป็นกู...”

หมัดรุ่นๆ ของเมฆากระแทกกับซีกหน้าข้างหนึ่งของพีระ เป็นการหยุดคำพูดหยาบโลนของอีกฝ่าย จริงอยู่ที่เขาไม่รู้และไม่เข้าใจอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาความทุกข์ใจ ความลำบากใจของตัวเองมาพาลใส่คนอื่น การที่ธีรศิลป์ไม่บอกใคร ไม่ตอบโต้ และไม่หือไม่อือ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของใคร

“ถ้าคุณจะโทษ ก็โทษความไม่รู้จักพอของตัวเอง คุณโชคดีกว่าคนอื่น อย่างน้อยพ่อของปลาทูก็ส่งเสียคุณเรียนจนจบ หางานให้ทำ ให้รถคุณขับ คุณมีพร้อมกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ แต่เพราะความไม่พอของตัวเองก็เลยอิจฉาปลาทูที่ได้รับความรักความเอาใจใส่ คุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกหรือไง”

“พี่เมฆ...”

เสียงของธีรศิลป์เป็นเหตุให้เมฆาที่ยืนเหนือร่างหันมองด้วยความเป็นห่วง เขาเดินกลับไปหาคนรักที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม อีกฝ่ายยกมือขึ้นให้เขาต้องย่อกายลงหา

“เป็นอะไรปลาทู เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“กลับเถอะพี่เมฆ ทูไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”

“ลุกไหวมั้ย” เมฆาเอ่ยถามขณะคอยระแวดระวังพีระที่หมายจะเข้ามาทำร้ายธีรศิลป์ “ขี่หลังพี่ดีกว่า”

ธีรศิลป์พยักหน้ารับก่อนจะกอดคออีกฝ่ายที่หันหลังให้ แม้เขาจะตัวเล็กกว่าเมฆา แต่เพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน จึงทำให้อีกฝ่ายต้องใช้แรงในการช่วยเขา และจัดท่ากันอยู่พักใหญ่เพื่อให้ได้ท่าที่สะดวกสบายสำหรับทั้งคู่

“พี่เมฆหยุดก่อน”

เมฆาขมวดคิ้วมุ่นด้วยไม่เห็นด้วย ทว่าเขาก็ไม่อยากขัดใจคนรักจอมเอาแต่ใจของตนนัก จึงยอมหยุดเท้าให้ธีรศิลป์ได้คุยกับคนที่เพิ่งผุดลุกขึ้นนั่ง

“พี่พี...ผมไม่รู้ว่าเหตุผลจริงๆ ของพี่คืออะไร ทำไมถึงต้องทำร้ายผมขนาดนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงได้โกรธได้เกลียดจนอยากฆ่าผม แต่ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายพี่ ที่ผมไม่บอกพ่อส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวก็จริง แต่อีกส่วนก็ไม่อยากให้พี่กับแม่ของพี่ต้องลำบาก ผมรู้จากพ่อมาตั้งแต่แรกแล้วว่าพี่กับแม่เคยลำบาก เคยทุกข์มามาก พอผมเรียนจบก็เลยกลับมาอยู่นี่ ไม่อยากอยู่ให้พี่รำคาญ แต่พี่ก็ยังอุตส่าห์ตามมาวุ่นวายกับผม”

“แกหนีกลับมาอยู่นี่ พ่อของแกก็บ่นถึงแต่แก เอาแต่ถามว่าทำไมแกถึงอยากมาอยู่นี่นักหนา แล้วตอนนี้พอเขารู้ทุกอย่างจากไอ้ผู้ชายของแก เขาก็เฉดหัวฉันกับแม่ออกมาไง”

“ยังมีหน้ามาโทษปลาทูอีก” เมฆาเกรี้ยวกราดด้วยนึกโมโห “ทั้งหมดก็เพราะตัวคุณเองไม่ใช่เหรอไง ถ้าคุณไม่เริ่มทำร้ายปลาทูก่อนจะมีใครเอาเรื่องไปพูดกับคุณอาได้ แล้วถ้าคุณไม่ตามมาหาเรื่องปลาทูถึงนี่ มันก็คงไม่เกิดเรื่อง ปลาทูอาจจะให้อภัยคุณ อาจจะไม่ถือโทษโกรธคุณ แต่ผมไม่ได้ใจดีขนาดนั้น ปลาทูเป็นคนของผม คุณห้ามมายุ่งเด็ดขาด ถ้าคุณทำไม่ได้ ผมจะทำให้คุณหยุดยุ่งเอง!”

เมฆาไม่สนใจคนที่ยังคงกุมสีข้าง เขาเดินไปตามทางโดยไม่คิดจะหยุดตามที่คนบนหลังขอร้องอีก ไม่ว่าธีรศิลป์จะพยายามบังคับเขาให้หยุดแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมหยุด ด้วยรู้ดีว่าพีระจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ จะต้องคิดหาวิธีมาวุ่นวายกับคนรักของเขาอีกแน่

“พี่เมฆให้ทู...”

“พอแล้วปลาทู พูดกับคนแบบนั้นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก หมอนั่นไม่ยอมหยุดหรอก เขาไม่โทษตัวเองด้วยซ้ำ และพี่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายทูอีก”

“พี่เมฆหมายความว่ายังไง?”

“เขาต้องได้รับโทษในสิ่งที่เขาทำ ถึงจะทำให้ทูกลับไปเป็นเหมือนเก่าไม่ได้ จะรักษาบาดแผลทางใจไม่ได้ ถึงจะช่วยลบรอยแผลที่เขาสร้างขึ้นมาไม่ได้ แต่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้พี่มั่นใจว่าทูจะปลอดภัยจากเขา”

“พี่เมฆ...พี่เมฆไม่ต้องทำเพื่อทูขนาดนี้ก็ได้ ทู...”

“ทูเป็นแฟนพี่นะ เป็นคนที่พี่รัก พี่ก็ต้องอยากปกป้องอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่จะแจ้งความจับเขา ถ้าจำเป็นต้องขึ้นศาลพี่ก็จะทำ”

ธีรศิลป์มองเสี้ยวหน้าคมที่ขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสัน ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้เขากอดคอแน่น แล้วซบใบหน้ากับบ่าแกร่ง ครูหนุ่มระบายยิ้มออกมา แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะน่ากลัวเพียงใด และอาจสร้างบาดแผลในใจ ทำให้เขามีความทรงจำเลวร้ายแค่ไหน แต่เพียงมีผู้ชายที่ชื่อเมฆาคอยอยู่เคียงข้าง คอยโอบกอด คอยปลอบเขา เพียงเท่านี้...เขาก็แน่ใจว่าเขาจะต้องปลอดภัย

นอกจากพี่ชายของเขาที่คอยปกป้องเขาแล้ว...ก็คงมีเมฆานี่แหละที่พร้อมจะกางแขนปกป้องเขา ทั้งยังพร้อมจะดูแลเขา ไม่ให้เขาต้องเจอเรื่องร้ายหรือปัญหาใดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ยิ่งพิสูจน์ความรู้สึกของเมฆาที่มีต่อเขา แล้วเขาจะไม่รักผู้ชายคนนี้มากได้อย่างไรกัน

........................


เมฆาช่วยพยุงคนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำให้นั่งบนเตียง โดยมีเด็กชายขนุนที่ถือกล่องพยาบาลเข้ามาในห้องนอน เมื่อวานเย็นหลังเกิดเรื่องเขาก็ถูกบังคับพาไปโรงพยาบาล ให้หมอเขียนใบรับรองแพทย์เพื่อนำไปยื่นกับตำรวจ ซึ่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา พีระก็ถูกจับกุม ซึ่งเจ้าตัวกำลังหนีออกต่างจังหวัด

และเพราะความเป็นห่วงของเมฆาจึงลาหยุดให้เขาในวันนี้ ทั้งยังตัดสินใจจะอยู่เป็นเพื่อนเขา เห็นได้จากชุดลำลองที่เขาสวม ขณะที่ขนุนยังอยู่ในชุดนักเรียน

“พี่เมฆไปส่งขนุนเถอะ ไม่ต้องห่วงทู”

“ไม่ให้พี่ห่วงปลาทูได้ไง พี่ออกไปดูขนุนแป๊บเดียว กลับเข้ามาปลาทูก็ตื่นไปเข้าห้องน้ำซะแล้ว ไม่ให้พี่ห่วงได้ไง ทูน่ะดื้อกว่าขนุนซะอีก”

“ขนุนไม่ดื้อครับ”

“เห็นมั้ยล่ะ ขนุนไม่ดื้อ มีแต่ปลาทูนี่แหละที่ดื้อ แล้วยังจะใจดีไม่เข้าเรื่องที่จะให้อภัยผู้ชายพรรค์นั้นอีก”

“ก็...”

“ไม่ต้องมาอ้างหรือแก้ตัวอะไรเลย วันนี้ก็พักผ่อน พรุ่งนี้ก็หยุดเสาร์อาทิตย์ น่าจะหายทันก่อนไปสอนวันจันทร์”

“พ่อปลาทูไม่สบายก็ต้องพักผ่อนเยอะๆ”

เมฆาคลี่ยิ้มเมื่อเห็นลูกชายพูดเจื้อยแจ้วแล้วฉีกยิ้มกว้าง นั่นทำให้ธีรศิลป์วางมือบนกลุ่มผมของอีกฝ่ายแล้วโยกเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว

“พี่เมฆไปส่งขนุนเถอะ เดี๋ยวทูจัดการพันผ้านี่เอง” ธีรศิลป์พยักพเยิดไปยังข้อเท้าของตัวเอง

“พี่จะทำให้ วันนี้ขนุนไปโรงเรียนกับกิ่ง พี่จะคอยดูปลาทูเอง”

“ทูก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ทำไมพี่...”

เมฆาจูบหน้าผากของธีรศิลป์ เป็นเหตุให้คนที่กำลังผลักไสชะงัก แล้วก้มมองหน้าคนที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งเพื่อจะพันผ้าประคองข้อเท้าให้เขา ธีรศิลป์เลิกคิ้วด้วยความงุนงง

“ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องไล่พี่ ยังไงพี่ก็ไม่ไป พี่เป็นห่วงปลาทู คนนี้น่ะเป็นของพี่ ใครก็ห้ามมายุ่ง แล้วทูก็เดินไม่สะดวก เพราะงั้นอยู่นิ่งๆ ให้พี่ดูแล ไม่เช่นนั้นพี่จะจับขึงกับเตียง”

“พี่เมฆ!” ธีรศิลป์แหว ก่อนจะหันมองเด็กชายขนุนที่ยังมองบิดาและเขาสลับกันตาแป๋ว “พูดแบบนี้ต่อหน้าขนุนได้ยังไง”

“ขนุนไปหาพี่กิ่งไป แล้วก็เอาของไปให้ครบนะ อย่าลืมเครื่องเขียนกับกระเป๋านะ”

“ครับป๊ะป๋า” ขนุนรับคำเสียงขันแข็ง ก่อนจะปีนเตียงขึ้นไปหาคุณพ่อป้ายแดง “พ่อปลาทูห้ามดื้อกับป๊ะป๋านะครับ จะได้หายไวๆ ตอนเย็นขนุนจะรีบกลับมาดูแลนะครับ”

พูดจบก็หอมแก้มขาวของชายหนุ่ม แล้ววิ่งออกจากห้องพลางส่งเสียงเรียกกิ่งแก้ว ที่วันนี้ต้องทำหน้าที่ไปรับไปส่งขนุนแทนป๊ะป๋าอย่างเมฆา

เมื่อคล้อยหลังเจ้าเด็กตัวป้อม ธีรศิลป์ก็ได้แต่เม้มปากแน่นขณะก้มมองคนที่บรรจงทายาและพันผ้ายืดรอบข้อเท้าของเขา ก่อนจะสบกับสายตาของอีกฝ่ายที่เงยขึ้นหลังกลัดผ้ายืดรอบข้อเท้าเรียบร้อยแล้ว

เมฆายกมือขึ้นทาบสองแก้มที่เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเห็นแววตาสดใสของอีกฝ่าย เพียงเห็นเท่านี้เขาก็เบาใจแล้วว่าสภาพจิตใจของธีรศิลป์จะต้องดีขึ้น ทว่าเมื่อสายตาเห็นรอยม่วงรอบลำคอของคนรัก เขาก็นึกโมโหจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาเตะต่อยพีระเบาไป หากเทียบกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำกับปลาทูของเขา

“พี่เมฆ...คิดอะไรอยู่ ทำไมสายตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ”

“พี่แค่กำลังคิดว่าเมื่อวานพี่น่าจะต่อยไปอีกหลายหมัด”

ธีรศิลป์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เขาไม่ได้เป็นห่วงพีระ แต่ห่วงเมฆานี่แหละที่จะต้องเจ็บตัวเพราะปกป้องเขา แม้เอาเข้าจริงๆ แล้ว คนที่เจ็บตัวจะมีแค่พีระและเขาที่ถูกลักพาตัวไป ทว่าเขาก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี

“ขอบคุณนะพี่เมฆ แต่ทูไม่อยากให้พี่เมฆต้องเดือดร้อนเพราะทู”

“ดูพูดเข้าสิ เกรงอกเกรงใจพี่อะไรขนาดนั้นน่ะทู ทำเป็นไม่รู้จักนิสัยพี่ไปได้ เรื่องของปลาทูไม่ใช่ภาระสำหรับพี่ และไม่ได้ทำให้พี่เดือดร้อน เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากนะรู้มั้ย”

ธีรศิลป์คลี่ยิ้ม ทว่าไม่ทันจะได้ตอบรับเมฆา ก็ถูกริมฝีปากหนากดลงมาบนเรียวปากของครูหนุ่ม มือใหญ่ทาบกับสองข้างแก้ม แล้วดันเขาให้แผ่นหลังทาบไปกับเตียงใหญ่

“อื้อ...” ธีรศิลป์ร้องค้านก่อนจะดันแผงอกของอีกฝ่าย

เมฆายอมถอนริมฝีปาก ก่อนจะแนบหน้าผากของตนกับของอีกฝ่าย แม้เขาจะอยากเอาแต่ใจ ทว่าเห็นจากร่องรอยบนกลางอกขาวที่บ่งบอกถึงการปลอบใจตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา เขาจึงต้องพยายามข่มกลั้นความปรารถนาของตน

ธีรศิลป์คลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของคนรัก เขาจึงรั้งต้นคอของอีกฝ่ายให้รับจุมพิตของเขา ก่อนจะฉีกยิ้มใส่ตาอีกฝ่าย ทั้งยังไม่ยอมปล่อยมือที่คล้องกับลำคอแกร่ง

“ทูรักพี่เมฆนะ พี่เมฆห้ามนอกใจทูนะ ห้ามมีคนอื่นทั้งผู้หญิงผู้ชาย ถ้าทูรู้ล่ะก็...ทูไม่ยอมอยู่เฉยแน่ คนของทูใครก็ห้ามยุ่งเด็ดขาด”

เมฆายิ้มกว้างทันที “พี่จะสนใจใครได้ล่ะ แค่คนนี้ก็ทำเอาพี่หัวหมุนหมดแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทูเสียใจ”

“สัญญาแล้วนะ”

“สัญญาแล้วครับว่าพี่จะรักปลาทู จะกินแต่ปลาทูตัวนี้”

“งั้น...ให้ทูขี่หลังไปกินข้าวเลยนะพี่เมฆ คนเจ็บตัวแท้ๆ ยังมีหน้ามาปลอบใจจนให้ทูปวดไปทั้งตัวอีก”

“จะโทษพี่คนเดียวก็ไม่ได้ ใครที่ช่างยั่วล่ะ”

ธีรศิลป์อมลมจนแก้มป่อง ทว่าเมื่ออีกฝ่ายตามใจด้วยการนั่งหันหลัง เขาจึงโถมกายเข้าใส่แล้วกอดลำคออีกฝ่ายไว้แน่นๆ เมฆายิ้มขำแล้วเหลือบมองคนรัก

“อยู่กับพี่ไปนานๆ นะทู จากนี้ไปพี่จะอยู่เคียงข้างทู แล้วก็คอยตามใจทูเอง”

“อื้อ! ทูจะอยู่กับพี่เมฆ ทูเป็นของพี่เมฆแล้วจะไปเป็นของใครได้ล่ะ ได้แล้ว หิวจนจะกินพี่เมฆแล้วเนี่ย”

เมฆาช้อนสะโพกอีกฝ่ายพาออกจากห้องนอน เป็นการตามใจธีรศิลป์อย่างที่เขาเคยรับปากเพื่อนรักอย่างกรวิชญ์ว่าจะดูแลอีกฝ่ายเป็นอย่างดี กอปรกับเพราะรักคนที่ขี่หลังเขามากจนอยากจะตามใจไปตลอดชีวิต






**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
ผลัดกันจับจองเลยจ้าาาา
ห้ามยุ่งกับสองคนนี้นะคะ
เขาไม่ยอมให้ใครยุ่งกับคนของตัวเองแน่นอน  :mew3:

ปล. ตอนหน้าจะมาหวานๆ ให้สวีตกันบ้างแล้วนะคะ

#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
+1 ep21 อัพ 21-07-21 ครับ  :hao3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ป๊ะป๋า...คนนี้ผมขอ [UP > Chapter 21]!!! [[21/07/2021]]
« ตอบ #49 เมื่อ: 22-07-2021 09:20:39 »





ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 22
รักกันก็อย่าหนี
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ธีรศิลป์เม้มปากแน่นเมื่อมองรอยช้ำรอบคอผ่านกระจก ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่ากลัวเสียเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเมฆาถึงได้ทำสีหน้าน่ากลัวยามที่เห็น แม้จะเริ่มจางแล้ว แต่รอยนิ้วสีม่วงที่ยังปรากฏรอบลำคอก็ทำให้เขาได้แต่กำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ

“ปลาทูอาบน้ำเสร็จหรือยัง”

เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกหน้าห้องน้ำ ทำให้ธีรศิลป์หันมองบานประตูด้วยความกังวลใจ ความรักความเอาใจใส่ของเมฆาทำให้เขามีความสุขก็จริง แต่นั่นก็ทำให้เขากลัว...กลัวจะเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่อีกฝ่ายจากไป ทิ้งให้เขาต้องอยู่กับความทุกข์นานสองนาน

ครูหนุ่มกัดริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวขณะครุ่นคิด แน่ล่ะ! เขารักเมฆา รักมาตั้งแต่ยังเด็ก แม้ตอนเด็กๆ จะเป็นความรักแบบพี่น้อง แต่ก็ยังทำให้เขาเสียใจและแอบร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงพี่ชายนอกไส้ยามที่เขาจากไป ทว่าเพราะความอบอุ่น เพราะการปกป้องของเมฆาที่ทำให้เขาผ่านพ้นความทรงจำร้ายๆ จากพีระมาได้ตลอด ทุกครั้งที่ถูกทำร้ายหรือรังแก เขาก็จะนึกถึงเมฆา...นึกถึงคนที่เขาคิดว่าจะไม่ได้เจอมากกว่าพี่ชายของตัวเองอย่างกรวิชญ์เสียอีก

และเพราะความคิดถึงคนในความทรงจำนี่แหละที่ทำให้เขาค่อยๆ รู้ตัวว่าความรู้สึกที่มีต่อเมฆานั้นได้เปลี่ยนไป หลายครั้งที่พยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงอีกฝ่าย แต่เพราะเขาใกล้ชิดกับเมฆามาหลายปี ตั้งแต่จำความได้ผู้ชายที่ชื่อเมฆาก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตร่วมกับกรวิชญ์ เป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนเล่น รวมถึงเป็นฮีโร่ที่ปกป้องเขาจากเด็กคนอื่น แม้เขาจะเป็นเด็กผู้ชายที่ไม่ได้มีนิสัยหรือท่าทางที่ควรจะถูกรังแก แต่เพราะตัวเล็กกว่าเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน จึงมักจะถูกคนอื่นรวมกลุ่มกันรังแก กอปรกับการมีพี่ชายสองคนออกโรงปกป้องมาตลอดจึงยิ่งโดนเขม่นจากเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน

ทว่าในตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจที่ใครรังแก เพราะคิดว่ามีเมฆาเป็นเพื่อนเล่น เขาไม่ต้องการคนอื่นเลย จนกระทั่งอีกฝ่ายเรียนจบมัธยมปลายและไปเรียนต่อต่างประเทศตามบิดามารดาที่ถูกย้ายไปทำงานที่นั่น เขาจึงได้รู้จักความเสียใจ และความเจ็บปวดจากการจากลา ทว่าในช่วงแรกเขายังได้อ่านจดหมายและโปสการ์ดจากเมฆาอยู่บ้าง จนกระทั่งบิดามารดาแยกทางกัน และเขาไปอยู่กับบิดา นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขาคิดถึงตอนเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ได้รับการปกป้องจากพี่ชายที่ชื่อเมฆามากที่สุด

ในวันนี้...เขาไม่ได้เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แล้วก็จริง แต่ก็ยังได้รับการปกป้องจากเมฆา มันอบอุ่นใจ สบายใจ และมีความสุขมากก็จริง แต่เขาก็ยังนึกกลัว...กลัวจนไม่กล้าที่จะให้เมฆาเข้ามาในชีวิตร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะจัดการความรู้สึกของตัวเอง จะต้องใช้วิธีไหนในการขจัดความกลัวนี้

กลัว...ที่จะถูกเมฆาทอดทิ้งไว้อีกครั้ง

กลัว...ที่จะต้องอยู่โดดเดี่ยวไม่มีเขาคอยปกป้อง

กลัว...ที่จะต้องฝากชีวิตของตนไว้โดยไม่รู้ว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไหม

ธีรศิลป์ยอมรับว่าเขากลัวเหลือเกิน...กลัวจนอยากก้าวถอยห่างจากเมฆา เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องเสียใจที่ถูกทอดทิ้ง อย่างไรเสีย...ตอนนี้เขาก็ได้รับจากเมฆาเกินกว่าที่เคยฝันไว้แล้ว ได้รับความรัก ความสุข และความปรารถนาที่ทำให้เขารู้ว่าพี่ชายนอกไส้ก็ปรารถนาเขาไม่ต่างกัน

“ปลาทู! ปลาทูตอบพี่หน่อย ปลาทูเป็นอะไรรึเปล่า”

น้ำเสียงตื่นตระหนกและเสียงตบประตูที่ดังขึ้น ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ของตนหันมอง เขาเม้มปากก่อนจะรีบปรับสีหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูห้องน้ำเพื่อเปิดออก

“ได้ยินแล้วน่าพี่เมฆ ถ้าประตูพังขึ้นมาจะทำไง”

เมฆามองหน้าคนพูดที่แกล้งถอนหายใจอย่างระอา ทว่าแววตาคู่นั้นที่เขาเห็นกลับไม่ได้ร่าเริงสดใสอย่างที่ควรเป็น นั่นทำให้เขาแน่ใจว่าที่เจ้าตัวนิ่งเงียบไม่ตอบจนเขาแทบจะพังประตูเข้าไป อาจเป็นเพราะกำลังครุ่นคิดอะไรไม่เข้าท่า เห็นทีว่าถ้าเขาไม่รีบจัดการปัญหานี้โดยไว คนที่จะเดือดร้อนคงไม่พ้นตัวเขานี่แหละ ชายหนุ่มไม่รอช้าเกี่ยวเอวคุณครูคนโปรดของลูกชายที่หมายจะเดินผ่านเขาไป แล้วยกอีกฝ่ายจนขาลอยจากพื้น

“ทำอะไรน่ะพี่เมฆ อ๊ะ!” ธีรศิลป์อุทานเมื่ออีกฝ่ายนั่งบนเตียงโดยมีเขานั่งบนตักตามแรงที่กอดเอวไว้

“มาคุยกันก่อน พี่มีลางสังหรณ์ว่าทูกำลังจะหนีพี่ไป”

“ไม่ได้หนี ทูแค่คิดว่าจะกลับไปอยู่บ้าน”

“กลับไปอยู่บ้าน? ทำไม? ที่นั่นไม่มีใครซะหน่อย”

“ก็ที่ทูมาอยู่นี่เพราะเรื่องพี่พี ตอนนี้พี่พีถูกจับดำเนินคดี แถมยังมีรายชื่อคนเสียหายเพราะพี่พียาวเป็นหางว่าวจนทูคิดไม่ถึง ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาชอบรังแกคนลักษณะแบบทู”

“ทูไม่ผิดซะหน่อย ทูของพี่ไม่ผิดสักนิด คนทำต่างหากที่ผิด”

“พี่เมฆคิดว่าพี่พีผิดเหรอ”

“ก็แน่อยู่แล้วสิ ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร เขาก็ไม่ควรรังแกใคร โดยเฉพาะปลาทูของพี่ แต่เท่าที่พี่รู้เป็นเพราะ...ตอนเด็กๆ เขาเคยโดนรังแก เลยคิดว่าการรังแกคือการแสดงอำนาจ ทำให้คนอื่นยอมก้มหัวได้ แต่เขาคงลืมไปว่าตอนโดนรังแกน่ะเจ็บปวดเสียใจแค่ไหน เลยเอาวิธีนั้นไปทำกับคนอื่น ในทางกลับกัน...ปลาทูเองก็เคยโดนรังแก แต่ไม่ได้มีความคิดจะรังแกคนอื่นนี่ พี่พูดถูกมั้ย”

ธีรศิลป์ชะงัก เขาไม่เคยมองในมุมนี้มาก่อนเลย อาจเพราะเป็นเรื่องของตัวเอง จึงไม่ต่างจากเส้นผมบังภูเขา ชายหนุ่มยิ้มกว้างกับคำพูดของอีกฝ่าย

“เอาล่ะ! เรื่องผู้ชายคนนั้นน่ะให้กฎหมายจัดการเถอะ แต่เรื่องของปลาทูพี่คงต้องเป็นคนจัดการ”

“พูดเรื่องอะไรของพี่เมฆอีกเนี่ย ทูไม่มีเรื่องอะ...”

“ไม่ต้องมาทำไม่รู้ไม่ชี้เลย” เมฆาขัดขึ้นเสียงเข้ม “ทำไมถึงจะกลับไปอยู่บ้าน ไหนว่ารักพี่ไง ไหนว่าจะอยู่กับพี่ตลอดไปไง”

“แต่ทูทำให้พี่เมฆเดือดร้อนนะ ครั้งนี้โชคดีที่พี่เมฆไม่เจ็บตัว แล้วถ้า...”

“ยังมีคนอื่นที่คิดรังแกทูอีกเหรอ” เมฆาเอ่ยถามพลางประคองใบหน้าให้อีกฝ่ายจับจ้องเขา

ธีรศิลป์รีบส่ายหน้าดิก ก่อนจะรีบบอก “ไม่มีๆ ไม่มีแล้ว แต่ทูก็อดกลัวไม่ได้นี่”

“ไม่ว่าจะใครหรืออะไร ถ้ามารังแกทู พี่จะไม่ยอมเด็ดขาด คนนี้น่ะพี่แกล้งได้คนเดียว”

“พี่เมฆ...” ธีรศิลป์เรียกชื่อคนรักทั้งที่รู้สึกดวงตาร้อนผ่าว แม้จะเป็นคำพูดง่ายๆ แต่เขากลับรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ ทั้งยังรู้สึกตื้นตันด้วยไม่คิดว่าจะมีใครที่ทำเพื่อเขาขนาดนี้ ปกป้องเขาขนาดนี้

“อย่าทำตาแดงๆ แบบนี้สิ จะมาซึ้งเพราะคำพูดพี่แค่นี้เหรอ”

“ก็พี่เมฆพูดอะไรเล่า” ธีรศิลป์เอ่ยพลางกอดคออีกฝ่ายแล้วซบใบหน้ากับบ่าของอีกฝ่าย

“ไหน...บอกพี่มาดีๆ ว่าจริงๆ แล้วทูคิดอะไรอยู่ อย่าเฉไฉไปเรื่อย ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดคงไม่ใช่ที่ทูกลัวจนจะหนีกลับบ้านหรอก บอกพี่มาซิว่าทูกังวลเรื่องอะไร”

ธีรศิลป์หลบตาคนถามทันที ครูหนุ่มเม้มปากแน่นพลางขยับกายหมายจะลุกจากตักของอีกฝ่าย ทว่ายิ่งเขาพยายามลุกออกจากตักเมฆากลับยิ่งกอดรัดเขาแน่นขึ้น เมื่อเห็นว่าคนรักเริ่มออกแรงดิ้นอย่างดื้อรั้น เนื่องจากไม่คิดจะบอกความจริงเพราะรู้สึกอายขึ้นมา ทั้งยังกลัวว่าอีกฝ่ายจะล้อเลียนเขา

“อยู่นิ่งๆ สิปลาทู ไม่งั้นแทนที่จะคุยพี่จะจับกดแล้วนะ”

“คิดว่าขู่แบบนี้แล้วทูจะกลัวหรือไง” ธีรศิลป์ถามพลางขยับกายเป็นนั่งคร่อมอีกฝ่ายไว้ ด้วยแน่ใจว่าอีกฝ่ายแค่ตั้งใจขู่เพื่อให้เขาเปิดปากพูดความจริง

เมฆาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกปลงกับท่าทางของธีรศิลป์  ก่อนจะลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ด้วยอดคิดไม่ได้ว่าในเมื่อนั่งคุยกันดีๆ ไม่ได้ เห็นทีคงต้องนอนคุยกันเสียแล้ว

“แล้วถ้าพี่ไม่ได้แค่ขู่ล่ะ”

ธีรศิลป์ไม่ทันจะได้อ้าปากถาม แผ่นหลังของเขาก็สัมผัสกับฟูก นั่นเป็นเหตุให้เขาเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที แม้จะชอบบทรักของคุณพี่นอกไส้คนนี้มากแค่ไหน แต่ถ้าจะให้ทำติดๆ กันทุกวันแบบนี้ ร่างกายเขาจะได้พักผ่อน แล้วหายทันวันจันทร์ที่เขาจะต้องไปทำงานไหม

“ยอมแล้วๆๆๆๆ ทูบอกพี่เมฆก็ได้ แต่วันนี้ไม่เอานะ ทูยังปวดเอวอยู่เลย แถมรอยที่คอก็ไม่ยอมหาย พี่เมฆก็ยังมีหน้ามาดูดซ้ำๆ อ้างว่าจะช่วยรักษาให้หาย มันจะยิ่งช้ำมากกว่าเดิมล่ะสิไม่ว่า” ธีรศิลป์พูดยาวเหยียดคล้ายกับอัดอั้น

“งั้นก็บอกพี่มา ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจ”

“...” ธีรศิลป์เม้มปากพลางมองคนที่ตรึงตนกับเตียงไว้ราวกับจะประเมินสถานการณ์

เมฆาที่เห็นท่าทางและแววตาของคนรัก เขาก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าที่นิ่งเงียบเป็นเพราะคิดหาทางเลี่ยงไม่ยอมสารภาพแต่โดยดี เขาจึงรีบขู่ทันที

“พี่ว่าพี่เปลี่ยนใจแล้วล่ะ กดทูเสร็จแล้วค่อยถามก็น่าจะได้ ทูเองก็ยังไหวใช่มั้ยล่ะเลยไม่ยอมตอบ”

เมฆาไม่พูดเปล่า ใบหน้าคมก้มหน้าลงจนจมูกโด่งซุกใบหน้ากับซอกคอขาวของเขา นั่นเป็นเหตุให้ธีรศิลป์รีบยกมือดันแผงอกแกร่งแล้วละล่ำละลักบอก

“ทูแค่กลัว...กลัวว่าพี่เมฆจะทิ้งทูไว้คนเดียวเหมือนตอนเด็กๆ”

เมฆาคลี่ยิ้มทันทีที่ได้ยิน ด้วยไม่เคยได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงความรู้สึกของตนหลังจากเขาจากไปเมื่อสิบสองปีก่อน อาจจะพูดถึงเรื่องสนุกในวัยเด็ก แต่ไม่เคยบอกเล่ามาก่อนเลยว่า...หลังจากเขาจากไป เจ้าตัวรู้สึกเช่นไร วันนี้เขาคงได้รู้ความคิดนั้นของธีรศิลป์เสียที

“ทำไมถึงคิดว่าพี่จะทิ้งทูไปล่ะ”

“ก็งานของพี่เมฆ...บริษัทของพี่เมฆเป็นบริษัทของเมืองนอกไม่ใช่เหรอ”

“ปลาทูนะปลาทู...ทีหลังถามพี่ตรงๆ เลยก็ได้ แล้วก็ฟังพี่นะ พี่จะไม่ทิ้งปลาทูไปไหนอีก แล้วถ้าพี่ต้องไปอยู่ที่อื่น ไม่ว่าจะเมืองนอก หรือจังหวัดไหนก็ตาม พี่จะพาปลาทูไปด้วย คราวนี้...พี่จะไม่ทิ้งปลาทูไว้เพียงลำพังอีกต่อไป”

“จริงนะ พี่เมฆพูดจริงนะ ให้สัญญากับทูได้มั้ย”

“ได้สิ แต่ปลาทูต้องสัญญาว่าจะไม่หนีไปจากพี่อีก”

“ปลาทูรักพี่เมฆนะ รักมากกว่าที่พี่เมฆคิดซะอีก”

“ถ้ารักกันก็อย่าหนีสิ ไหน? สัญญากับพี่มาก่อนว่าจะไม่หนีพี่ไปไหนอีก”

ธีรศิลป์คลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายชูนิ้วก้อยมาตรงหน้าเขา ยิ่งเห็นแววตารักใคร่ที่สะท้อนภาพเขาแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าเกี่ยวนิ้วก้อยของตนกับอีกฝ่าย

“อื้อ! ทูจะไม่หนีพี่เมฆไปไหนอีก แต่ว่า...ถ้าพี่เมฆย้ายงานถี่ขนาดนั้น ทูจะทำงานยังไงล่ะ”

“พี่คงต้องหางานอื่นให้ทูทำแล้วล่ะ เปิดเดย์แคร์รับเลี้ยงเด็กไรงี้ดีมั้ย”

“ย้ายทีเปิดที จะบ้าเหรอพี่เมฆ”

“ฮ่าๆๆๆๆ” เมฆาหัวเราะเต็มเสียงทันที “ไว้ถึงตอนนั้นก็ค่อยว่ากัน แต่พี่คงไม่ย้ายในปีสองปีนี้หรอก พี่ยังติดสัญญาที่นี่ห้าปี ยังไงก็คงอยู่ที่นี่กับปลาทูนั่นแหละ แต่พี่คิดไว้แล้วว่าคงไม่ไปอยู่เมืองนอกแล้วล่ะ”

“ทำไมล่ะ”

“มันทำให้พี่นึกถึงตอนที่พี่ไปเรียนมหา’ลัยที่เมืองนอก มันไม่ง่ายที่จะปรับตัว อีกอย่าง...ช่วงแรกพี่เป็นห่วงปลาทูมาก ไม่รู้ว่าจะมีใครมารังแกมั้ย ยิ่งพอรู้จากนายเก๋าว่าทูต้องไปอยู่กับพ่อ พี่ก็ยิ่งเป็นห่วง แต่เพราะเรียนหนักมาก ก็เลยไม่ได้ตามเรื่องปลาทูเลย ถ้าตอนนั้นพี่ยังคุยกับปลาทู ปลาทูอาจไม่ต้องทุกข์เพราะผู้ชายพรรค์นั้นก็ได้”

“จริงๆ แล้ว...ตอนแรกปลาทูคิดถึงพี่เมฆในฐานะคนที่เคยปกป้อง คนที่ดูแลเหมือนพี่เก๋า แต่พอต้องย้ายไปอยู่กับพ่อ เวลาโดนพี่พีรังแก ปลาทูก็จะนึกถึงพี่เมฆ คิดว่าถ้าตอนนี้พี่เมฆยังอยู่ จะต้องมาปกป้องปลาทูได้ จะต้องช่วยเหลือทูแน่นอน แต่ว่าพอนานไป...ความคิดของทูมันไม่ใช่แค่อยากให้พี่เมฆมาปกป้อง แต่อยากให้พี่เมฆอยู่เคียงข้าง พอเริ่มรู้ตัวว่ารสนิยมของตัวเองเป็นแบบไหน ทูก็เลยรู้ว่าที่คิดกับพี่เมฆน่ะไม่ใช่ความรักเด็กๆ อย่างพี่น้อง”

“ในเมื่อเรารักกันแบบนี้ เราก็จะไม่ทิ้งกัน พี่สัญญาว่าพี่จะอยู่เคียงข้างปลาทูตลอดไป เพราะงั้น...ห้ามหนีพี่ไปอีก แม้แต่จะคิดก็ห้ามเด็ดขาด”

“อื้อ! ทูจะอยู่กับพี่เมฆกับขนุนตลอดไป”

“อยู่กับพี่ก็พอ กับขนุนน่ะไม่ต้องไปอยู่ด้วยมากหรอก พี่ล่ะกลัวจริงๆ ว่าถ้าขนุนโตขึ้นแล้วจะแอบดอดมาตีท้ายครัวพี่”

“ถ้าถึงตอนนั้น...ปลาทูก็แก่แล้วนะพี่เมฆ”

“ถึงจะแก่พี่ก็ยังรัก”

“เลี่ยนเหอะพี่เมฆ แต่ทูก็รักพี่เมฆอยู่ดี”

พูดจบธีรศิลป์ก็จูบปากอีกฝ่ายเบาๆ เมฆาคลี่ยิ้มก่อนจะประคองดวงหน้าของอีกฝ่ายแล้วแนบจุมพิตอ่อนโยน ก่อนจะผละออกห่างเล็กน้อย

“พี่รู้สึกอยากกินปลาทูขึ้นมาซะแล้วสิ” เมฆาเอ่ยพลางจับจ้องคนใต้ร่างด้วยดวงตาเป็นประกายที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

“คืนนี้ไม่ได้จริงๆ นะพี่เมฆ ทูยังปวดเอวอยู่เลย อื้อ!”

ธีรศิลป์ได้แต่ตีบ่าแกร่งของอีกฝ่าย ทว่ากลับไม่กระเทือนเลยสักนิด ริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ยอมขยับเขยื้อนไปจากริมฝีปากของเขาสักนิด ทั้งยังสอดลิ้นเข้ามาจนเขาแทบหายใจไม่ทัน ทว่าเพราะเมฆาที่ชำนาญกว่า ทั้งยังรู้จักจุดไวสัมผัสของเขาทุกจุด มือที่กำลังทุบตีคราแรกหยุดนิ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำไว้แน่นเมื่อถูกความปรารถนาครอบงำ ทว่าคนที่บังคับจูบกลับผละออกห่าง

“ในเมื่อปลาทูบอกว่าเจ็บเอว งั้นพี่จะแค่กอดไว้เฉยๆ ก็แล้วกันนะ” เอ่ยพลางล้มกายลงนอนเคียงข้างแล้วกอดเข้าหาตัว

ธีรศิลป์ได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาตื่นตระหนก ไม่คิดว่าคนที่ปรารถนาเขาเมื่อครู่จะเปลี่ยนใจ นั่นทำให้เขานึกโมโหไม่น้อย จึงพลิกกายขึ้นคร่อมอีกฝ่าย

“มายั่วกันขนาดนี้แล้วพี่เมฆจะปล่อยทูไปจริงๆ เหรอ ไหนบอกว่าอยากกินปลาทูไง”

“ก็เพราะพี่รักปลาทูไง เลยอยากทะนุถนอมปลาทู”

ธีรศิลป์อมลมจนแก้มป่อง จริงอยู่ว่าเขารู้สึกปวดเอว แต่การที่อีกฝ่ายมาปลุกอารมณ์เขาแล้วทิ้งกันกลางทางแบบนี้ มันได้ที่ไหนกันเล่า!

“ไหนว่ารักกันจะต้องไม่ทิ้งไม่หนีกันไง แล้วพี่เมฆจะมาทิ้งทูไว้กลางทางแบบนี้น่ะเหรอ”

“ก็ไหนใครบอกว่าปวดเอว”

“ก็...”

“งั้น...พรุ่งนี้อย่าบ่นก็แล้วกัน เพราะพี่จะไม่มีวันทิ้ง ไม่มีวันหนีปลาทูเด็ดขาด”

ธีรศิลป์ไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนใจอีก เมื่อเมฆารั้งลำคออีกฝ่ายมาจุมพิต แล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายกดคนตัวเล็กกว่าไว้ใต้ร่าง ทั้งยังทำตามที่พูดไว้ว่าจะรักธีรศิลป์ ไม่หนี...ไม่ทิ้งอีกต่อไป





**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
พี่ก็เจ้าเล่ห์
น้องก็ช่างยั่ว แหมๆๆๆๆ
ไว้มาเจอกันตอนหน้าเร็วๆ นี้นะคะ  :mew1:


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Chapter 23
ก็คนกำลังอินเลิฟ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ธีรศิลป์เดินลงบันไดพลางสอดส่ายตามองหาคนรักของตนที่ลุกออกจากเตียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาเดาะลิ้นขณะกำลังจะเดินไปยังห้องทำงานเมื่อไม่เห็นเจ้าตัวในห้องนั่งเล่นและห้องรับแขก ก่อนจะได้ยินเสียงเครื่องชงกาแฟ เขาก็รีบหมุนกายไปยังห้องครัวทันที

ครูหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อเห็นคนรักขะมักเขม้นอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ เขาพิงกายกับกรอบประตูห้องครัว ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกตัวสักนิด ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าหาก่อนจะสวมกอดจากด้านหลัง

“ปลาทู...ทำไมตื่นเช้านักล่ะ”

“ก็พี่เมฆตื่นแล้วอะ”

“พี่อุตส่าห์ไม่ปลุก กะว่าให้ทูได้นอนพักเยอะๆ เมื่อคืนกว่าพี่จะปล่อยให้ทูได้พักก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวก็มาบ่นพี่อีกว่าปวดเอว”

“ก็มันหนาวอะ ไม่มีพี่เมฆแล้วหนาวจะตายไป”

เมฆายิ้มกว้างเมื่อได้ยินคนปากหวานเอ่ยพลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น คล้ายกับจะแสดงออกให้รู้ว่าหนาวจริงๆ ทั้งที่ความจริงแล้วอากาศไม่ได้หนาวอย่างที่เจ้าตัวพูดเลยสักนิด

“ปากหวานแบบนี้จะเอาอะไรก็ว่ามา” เมฆาเอ่ยพลางเอี้ยวมองคนรัก

“ไม่ได้จะเอาอะไรซะหน่อย พี่เมฆชงกาแฟเผื่อทูด้วยสิ”

เมฆาไม่ตอบรับ ทว่าหยิบแก้วมาจัดการกาแฟให้คนรักที่ยังคงกอดเอวเขาไม่ปล่อย ทั้งยังวางคางบนบ่าของเขา กลิ่นแชมพูจากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มทำให้เขาเผลอตัวสูดกลิ่น และกดจมูกกับเส้นผมนุ่มๆ อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดแชมพูบนผมของธีรศิลป์จึงหอมกว่าของเขา ทั้งที่ก็ใช้แชมพูขวดเดียวกัน

ยิ่งได้กลิ่นหอมอันคุ้นเคย เมฆาก็ยิ่งอดใจไม่ไหว รู้สึกแค่นี้ไม่พอ จึงละมือที่ชงกาแฟเสร็จเรียบร้อย แล้วอุ้มอีกฝ่ายขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์

“พี่เมฆทำอะไรเนี่ย ทูจะดื่มกาแฟ”

“ก็ปลาทูน่ากิน”

“น่ากิน...” ธีรศิลป์ลากเสียงพลางโอบลำคออีกฝ่ายให้ชิดกับใบหน้าของตน “ก็กินสิ”

ริมฝีปากสีระเรื่อราวกับช้ำเพราะจุมพิตจากเมื่อคืนแนบบนริมฝีปากของคนที่ยืนเท้าเคาน์เตอร์เสียเอง เมฆาเลื่อนมือข้างหนึ่งกอดสะเอวบางไว้ อีกข้างหนึ่งประคองท้ายทอยขาวไว้ ขยับศีรษะเล็กน้อยเพื่อปรับมุมให้จุมพิตดูดดื่มขึ้น ลิ้นร้อนสอดเข้าสู่โพรงปากคนช่างยั่ว ที่ไม่เพียงตอบรับจุมพิตของเขา แต่ยังแกล้งให้เขาดูดรั้ง เกี่ยวลิ้นกันและกันไว้ไม่ยอมผละออกเสมือนการเกี้ยวพาของงูในฤดูผสมพันธุ์อย่างไรอย่างนั้น

มือใหญ่ผละออกห่างสะเอง แล้วสัมผัสผิวขาวใต้เสื้อยืดเก่าตัวโคร่งย้วยๆ ที่เจ้าของเอามาใส่นอน ลากผ่านหน้าท้องแบนราบไปยังจุดสีชมพูบนอก

“อื้อ! พี่เมฆ...หยุดก่อน...อื้อ!”

เมฆาไม่สนใจคนที่พยายามห้ามเขา จึงปิดปากอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตน ทั้งยังสัมผัสหน้าอกที่เป็นจุดอ่อนของอีกฝ่าย ซึ่งจุมพิตร้อนแรงและสัมผัสที่คุ้นเคยเป็นเหตุให้สติของธีรศิลป์ถูกปัดเป่าสิ้น ความปรารถนาถูกปลุกจนพากันไปรวมกันที่กลางกาย ไม่ต่างจากคนตัวสูงกว่าที่พยายามบังคับให้แนบชิดกันมากขึ้น ด้วยหวังว่าจะได้กินอย่างที่อีกฝ่ายยินยอมในคราแรก

“ป๊ะป๋า...อ๊ะ!”

เสียงอุทานเล็กๆ ปลุกสองหนุ่มให้หันไปมอง เด็กน้อยวัยสามขวบปิดตาด้วยมือเล็กป้อมๆ ของตัวเอง ทว่าช่องว่างระหว่างนิ้วกลับปรากฏดวงตากลมโต นั่นทำให้เมฆาและธีรศิลป์หลุดหัวเราะ ก่อนครูหนุ่มจะกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ตรงไปหาเด็กน้อย

“ขนุนตื่นแล้วเหรอ ไหนมาให้พ่อปลาทูดูหน่อยว่าแปรงฟันหรือยัง”

ขนุนฉีกยิ้มกว้างก่อนจะอ้าปากให้อีกฝ่ายสำรวจอย่างที่เคยทำทุกวัน ทว่ามือป้อมๆ ยังไม่ยอมผละออกจากตาของตัว เมฆานึกมันเขี้ยวจึงยีศีรษะเล็กๆ ของบุตรชายทันที

“ป๊ะป๋ารังแกพ่อปลาทูเหรอฮะ” ขนุนหันมองบิดาพลางเอามือออก

“ป๊ะป๋าไม่ได้รังแกเสียหน่อย ป๊ะป๋ากำลังแสดงความรักต่างหาก ขนุนอย่าเข้าใจป๊ะป๋าผิดนะครับ” ธีรศิลป์ช่วยแก้ความเข้าใจผิดทันที

“จริงเหรอครับพ่อปลาทู ป๊ะป๋าไม่ได้รังแกพ่อปลาทูเหรอ”

“ไม่ได้รังแกครับ” ธีรศิลป์ย้ำพลางพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะอุ้มร่างป้อมขณะเอ่ยถาม “หิวหรือยังครับ”

“หิวครับ”

“ขนุนอยากกินอะไร เดี๋ยวป๊ะป๋าทำให้กิน”

เมฆาเทนมใส่แก้วใบโปรดของบุตรชายวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย ขณะที่ธีรศิลป์หยิบถ้วยกาแฟของตนและคนรักมาวางบนโต๊ะอาหารที่ประจำของทั้งคู่

“วันนี้ขนุนไม่เอาข้าวต้มแล้ว”

“งั้นขนมปังนะ เดี๋ยวป๊ะป๋าทำขนมปังแฮมไข่ดาว แล้วก็ซุปครีมให้กินเอามั้ย”

“เอาครับ”

“ระหว่างนี้ดื่มนมรอป๊ะป๋าก่อนนะ” เมฆาบอกพลางจุมพิตศีรษะเล็ก แล้วพาตัวเองไปยังตู้เย็น ก่อนจะหันมาบอกคนรัก “ทูมาช่วยพี่หน่อยสิ”

“ทูเนี่ยนะ!” ธีรศิลป์ชี้หน้าอกตัวเอง “พี่เมฆก็รู้ว่าสกิลการใช้ชีวิตของทูเป็นยังไง”

“เพราะรู้ไงเลยจะหัดให้ ถ้าเกิดพี่ไม่สบายขึ้นมา ทูจะได้ทำให้พี่กับขนุนกินบ้าง”

ธีรศิลป์ชะงักเมื่อได้ยินคำพูดอีกฝ่าย จริงอย่างที่เมฆาพูดนั่นแหละ ใช่ว่าอีกฝ่ายจะไม่เจ็บไม่ป่วยได้เสียหน่อย หากถึงเวลานั้นเขาก็ควรจะช่วยดูแล นั่นทำให้ครูหนุ่มกระตือรือร้นที่จะช่วยอีกฝ่ายทันที

เมฆาพอจะรู้จากกรวิชญ์ว่าที่ธีรศิลป์ไร้ทักษะใดๆ ทั้งการใช้ชีวิตเป็นศูนย์ ทั้งหมดก็เพราะการเลิกราของบิดามารดา เพราะความรักที่บิดามีต่อธีรศิลป์ทำให้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำอะไร แม้จะเป็นการแสดงออกแบบผิด ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ได้รัก ส่วนมารดาของธีรศิลป์มักจะให้กรวิชญ์เป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่าง ทั้งยังมักตามใจลูกชายคนเล็ก นั่นคือเหตุผลที่เจ้าตัวทำอะไรไม่เป็น ซึ่งไม่ใช่ทำไม่เป็นหรือทำไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยทำต่างหาก!

“ทูลองปอกแครอทนี่สิ อะ! มีดปอกเปลือก ลองทำดูก่อนว่าทำได้มั้ย”

ธีรศิลป์พยักหน้าหงึกหงัก เมฆาลอบสังเกตคนที่ตั้งอกตั้งใจปอกแครอท ขณะที่ตัวเองจัดจานระหว่างรอขนมปังที่เอาไปใส่เครื่องปิ้ง

มือใหญ่คล่องแคล่วตั้งกระทะเพื่อทอดแฮมและไข่ เมื่อขนมปังเด้งขึ้นมา เขาจัดวางบนจานละหนึ่งแผ่น จากนั้นจึงวางแฮมที่สุกแล้วลงบนขนมปังตามด้วยไข่ดาว ซึ่งในจานของขนุนเป็นไข่ดาวที่เขาใช้พิมพ์รูปกระต่ายอย่างที่เจ้าตัวชอบ

“นี่ขนมปังแฮมไข่ดาวเสร็จแล้ว ขนุนจะกินก่อนมั้ย เดี๋ยวป๊ะป๋าทำซุปข้าวโพดแครอทเพิ่มอีกอย่าง”

“ขนุนจะรอป๊ะป๋าครับ”

เมฆาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองธีรศิลป์ที่ปอกแครอทเสร็จพอดี เขาหั่นหอมหัวใหญ่ขณะอีกฝ่ายล้างแครอท ชายหนุ่มมองเสี้ยวหน้าคนที่จับจ้องเขาไม่วางตาก็อดถามไม่ได้

“มองพี่ทำไม”

“ขอบคุณนะพี่เมฆ พี่เมฆทำให้ทูทุกอย่างเลย ดูสิ...ตอนนี้ก็ยังมาทำของกินให้ทูอีก ถ้าทูไม่มีพี่เมฆจะอยู่ได้ยังไงเนี่ย”

“งั้นก็อย่าไปไหนสิ อยู่กับพี่แบบนี้นี่แหละ”

“อื้อ! ทูรับปากแล้วว่าจะไม่ไปไหนอีก ไม่หนีพี่เมฆกลับบ้านด้วย แต่วันนี้คงต้องกลับบ้านสักที”

“หือ? กลับไปทำไม ไหนว่าจะอยู่กับพี่ไง” เมฆาหยุดมือที่กำลังหั่นแครอทมองอีกฝ่ายด้วยความฉงนใจ

“ไปเอาเสื้อผ้ากับข้าวของที่ต้องใช้ ยังมีหนังสือกับเอกสารหลายอย่างที่ทูทิ้งไว้ที่บ้าน ต้องไปเอามาด้วย”

“งั้นกินมื้อเช้าเสร็จแล้วค่อยไปกันนะ” เมฆาเอ่ยพลางใส่หอมหัวใหญ่และแครอทผัดในกระทะ แล้วตามด้วยข้าวโพด

“หลังเที่ยงก็ได้มั้ง ทูยังไม่ได้เอาออกจากลังตอนที่ย้ายมาจากกรุงเทพฯ เลย”

“พี่ตามใจทู” เมฆาพูดจบก็ปิดแก๊สแล้วเตรียมหม้อ ก่อนจะบอกคนรัก “ทูช่วยเอาในกระทะใส่เครื่องปั่นให้หน่อยสิ พี่จะซอยต้นหอมไว้โรยหน้า”

“ปั่นละเอียดมั้ยอะพี่เมฆ”

“ละเอียดสิ”

“วันนี้ซุปต้องอร่อยแน่ๆ เลยฮะ” ขนุนเอ่ยขึ้นพลางเท้าคางมองสองหนุ่มที่ช่วยกันทำ

“ทำไมขนุนคิดงั้นล่ะ ปกติอาหารของป๊ะป๋าก็อร่อยไม่ใช่เหรอ” ธีรศิลป์เอ่ยถามด้วยความฉงนใจ

“ก็วันนี้ป๊ะป๋ากับครูปลาทูช่วยกันทำ มีแต่ออร่าสีชมพูเต็มไปหมดเลย ก็ต้องอร่อยกว่าปกติสิฮะ”

“ถ้าจะอร่อยกว่าปกติก็คงเพราะความรักที่ป๊ะป๋ามีให้พ่อปลาทูของเราต่างหาก”

“พี่เมฆ! ดูพูดเข้าสิ เลี่ยนมาก”

“แล้วทูไม่ชอบเหรอ”

“ชอบสิ เวลาพี่เมฆบอกรักทู...ทูใจเต้นแรงมากเลยนะ”

“หือม์? จริงเหรอ ไหน? ให้พี่ฟังหน่อยสิ”

“พี่เมฆ!” ธีรศิลป์แหวก่อนจะปิดเครื่องปั่น แล้วดึงโถปั่นส่งให้อีกฝ่าย

เมฆายิ้มกว้างเมื่อเห็นแก้มแดงเรื่อของคนรัก เพียงเห็นเท่านี้เขาก็มีความสุขมากแล้ว ทว่าไม่วายฉวยโอกาสจุมพิตบนศีรษะของอีกฝ่าย ก่อนจะนึกขึ้นได้

“จริงสิ! พี่เคยเห็นในเฟซบุ๊กของปลาทู ปลาทูเคยย้อมผมสีชมพูด้วยใช่มั้ย”

“อ้อ! ตอนสมัยปีหนึ่งปีสองน่ะพี่เมฆ ตอนนั้นทูเป็นเด็กกิจกรรมไง แต่พอมาฝึกสอนก็ต้องย้อมเป็นสีเข้มๆ ลากยาวมาจนถึงตอนนี้เลย ถ้ากลับไปย้อมสีแบบนั้นมันดูไม่เรียบร้อย ยังไงทูก็เป็นครูนะพี่เมฆ”

“พี่ก็ถึงได้บอกไงว่าพี่จะเป็นนายทุนเปิดเนิร์สเซอรี่ให้ ทูจะได้เป็นตัวของตัวเองไง”

“ไม่เอาหรอก ทูยังไม่มีประสบการณ์ ขอทูหาประสบการณ์สักสี่ห้าปี เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่นะ”

“งั้นพี่ตามใจทูละกัน ทูไปนั่งรอก่อนไป เดี๋ยวซุปเดือดก็เสร็จแล้ว อ้อ! อันนั้นของทูนะ พี่ตั้งใจทำให้” เมฆาพยักพเยิดไปยังจานที่มีขนมปังแฮมไข่ดาว

ธีรศิลป์ทรุดกายนั่งบนที่นั่งของตัวเองมองไข่ดาวรูปหัวใจพลางคลี่ยิ้ม ก่อนจะเงยหน้ามองคนรักที่วางถ้วยซุปข้าวโพดแครอท ซึ่งประดับแครอทรูปหัวใจ เช่นเดียวกับของเด็กชายเขมทินหรือขนุนที่เป็นรูปหน้ากระต่าย

“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่เมฆเป็นคนคลั่งรัก หัวใจเต็มไปหมดเลยเนี่ย” ธีรศิลป์พยักพเยิดไปยังจานและถ้วยซุปของตัวเอง

“ก็คนกำลังอินเลิฟนี่นา”

“ป๊ะป๋าไม่ได้อินเลิฟคนเดียวหรอกฮะ พ่อปลาทูก็อินเลิฟเหมือนกัน” ขนุนเอ่ยพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ

“รู้มากซะเหลือเกินนะเราน่ะ” ธีรศิลป์ตำหนิอย่างไม่จริงจังนักขณะหั่นขนมปังแฮมไข่ดาวให้เด็กชาย

“ขนุนพูดผิดเหรอฮะพ่อปลาทู ป๊ะป๋า” เอ่ยถามพลางเอียงศีรษะ

“ไม่ผิด พ่อปลาทูน่ะรักป๊ะป๋าของขนุนม้าก...มาก กำลังอินเลิฟเหมือนกัน” ธีรศิลป์เอ่ยก่อนจะฉีกยิ้มให้คนรัก

เมฆาปิดตาบุตรชาย ขณะฉวยโอกาสจุ๊บริมฝีปากคนรักเป็นรางวัลที่พูดถูกใจ โดยไม่สนใจมือป้อมเล็กๆ ของขนุนที่พยายามจะแกะมือของเขาออกจากตาของตัวเอง ก่อนจะผละออกห่างธีรศิลป์เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตน

“พ่อกับแม่พี่โทร. มา สงสัยจะบินกลับมาเมืองไทยแล้วแน่เลย”

“อะไรนะ! คุณลุงคุณป้ากำลังจะกลับมาเหรอ ทำไมพี่เมฆไม่เคยบอก”

“ก็บอกอยู่นี่ไง ไม่ต้องกังวลหรอกปลาทู พี่บอกพ่อกับแม่ไว้แล้วเรื่องของเรา”

“ฮะ!” ธีรศิลป์อุทานเสียงสูง “พี่เมฆพูด...”

“ชู่ว์...” เมฆาใช้นิ้วปิดปากคนรักขณะกดรับโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องครัว

ธีรศิลป์ได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายขณะอ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะหันมองขนุนที่หัวเราะคิกเมื่อเห็นท่าทางของเขา นั่นทำให้ครูหนุ่มนึกมันเขี้ยวจึงยีศีรษะอีกฝ่าย

การหยอกล้อระหว่างคุณพ่อจำเป็นและคุณลูกตัวแสบทำให้ธีรศิลป์ปล่อยวางเรื่องบิดามารดาของเมฆาได้ชั่วคราว กอปรกับว่าเมื่อคนรักกับมาร่วมโต๊ะก็ไม่ได้พูดถึง ทั้งยังถูกอาการอินเลิฟราวกับคู่ข้าวใหม่ปลามันจนหลงลืมเรื่องนี้ไปสิ้น ได้แต่คาดเดาว่าคงไม่ต้องเจออีกฝ่ายในเร็ววันนี้ ทว่าธีรศิลป์ไม่ได้รู้เลยว่าการจะได้เจอบุพการีของคนรักนั้นเร็วกว่าที่คิดไว้เสียอีก




**TBC**




มาต่อแล้วนะค้าาาาา
....
หวานจนลูกแซวแล้วจ้าาาาา
ตอนหน้าพ่อแม่สะมีจะมาหา
จะเป็นยังไง รอลุ้นกันน้าาาา   :mew3:


#น้องไม่อยากเป็นแค่น้อง #พี่ไม่อยากเป็นพี่


อย่าลืมไปกดไลก์เพจกันนะคะ >> ป.ปลาอุ๋งอุ๋ง << ได้เลยนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
 :pig4:
 :3123:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด