┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[จบ]==
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[จบ]==  (อ่าน 258283 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[6]==[P.4]== [24/05/60]
«ตอบ #120 เมื่อ26-05-2017 16:46:40 »

ความเก้านี้......เราชอบอ่ะ


ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[6]==[P.4]== [24/05/60]
«ตอบ #121 เมื่อ29-05-2017 23:25:00 »

อยากได้ก้อนเก้ากลับมาเลี้ยงบ้านจังเลยค่ะ  :katai2-1:  :katai2-1:

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[6]==[P.4]== [24/05/60]
«ตอบ #122 เมื่อ30-05-2017 17:56:28 »






-7-

 

“ทำไร”

ผมทำเป็นไม่ได้ยินเสียงน่ารำคาญของหมาบางตัวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน มันก็รู้ตัวว่าคงไม่ได้คำตอบอยู่แล้วเลยนั่งลงข้างๆ แล้วยื่นหน้ามาดูจอโทรศัพท์ที่ผมกดอยู่ด้วยตัวเอง

“ตารางอะไร”

“เสือก”

“พ่อมึงจ่ายค่าโทรศัพท์ให้แล้วเหรอ”

“เออ”

“ยังงอนไม่เลิกอีก” ไอ้โซหัวเราะเบาๆ แล้วยื่นมือมาขยี้หัวผม พอเห็นว่าไม่ได้รับการตอบโต้มันก็ยักไหล่ก่อนจะเอนตัวลงนอนหมดสภาพบนโต๊ะเหมือนทุกวัน

พูดแล้วยังเคืองไม่หาย มันรู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ชอบกระต่าย แล้วก็รู้ด้วยว่าพอเป็นเรื่องพี่ภูผมจะตามไม่ค่อยทัน ลืมใช้สมองคิดตามตลอด แต่มันก็ยังเอามาหลอกผม กลายเป็นว่าพี่ภูไม่ได้พูดสักคำว่าชอบ เขาแค่เห็นว่าผมเหมือนเฉยๆ แต่ผมเองนี่ล่ะที่เสนอตัวเป็นกระต่ายให้เขา ทุกอย่างเป็นเพราะไอ้หมาบ้านี่ตัวเดียว

ผัวะ!

ว่าแล้วก็ขอตบสักทีเหอะวะ

“ตบหัวกูทำไม” ไอ้โซปรือตามอง ลุกขึ้นมานั่งลูบหัวตัวเอง หน้าง่วงๆ ของมันไม่ได้ดูอารมณ์เสีย แต่กลับยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นว่าหน้าผมหงิกขนาดไหน

“เอาอีกทีไหม”

“เก็บไว้เหอะ”

“นอนไปเลย” ผมโบกมือไล่มันก่อนจะหันกลับมาใช้สมาธิไปกับโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง

“ไม่นอนแล้ว สรุปทำไร”

ผมเหล่ตามองคนเซ้าซี้ด้านข้าง ตอนแรกกะจะทำเมินเหมือนเดิม แต่พอโดนเอาไหล่แซะมากเข้าก็เริ่มทนไม่ไหว ต้องหันไปตอบตัดรำคาญจนได้

“ทำตารางแผนการดำเนินชีวิต” ถามอีกทีกูจะตีหัวแล้วนะ

“ต้องทำด้วยเหรอวะตารางแบบนั้น” ไอ้โซทำหน้างง ยื่นหัวมาดูโทรศัพท์ผมด้วยความขี้เสือก ผมเลยยื่นให้มันไปเลยจะได้จบๆ

ถือว่าอย่างน้อยก็ช่วยให้เข้าใกล้พี่ภูได้มากขึ้นหรอก ไม่งั้นอย่าหวังเลยว่าผมจะแค่เงียบใส่แบบนี้ ถ้าแกล้งแล้วยังเสือกไม่ช่วยอะไรนะ วันนี้แม่งต้องนอนอยู่ในโรง’บาลแทนที่จะมานั่งหน้าสลอนอยู่ข้างผมแน่

“เรียน ซ้อมดนตรี ออกกำลัง...ออกกำลัง?” โซมันเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วหันมาขมวดคิ้วใส่ผม “หน้าอย่างมึงเนี่ยนะออกกำลัง ขนาดแข่งกีฬายังต้องให้รุ่นพี่ไปลากมาเลยไม่ใช่หรือไง”

“ยุ่งน่า” ผมบ่นแล้วดึงโทรศัพท์คืนมา

“แล้วการจะไปหาภูวันไหนเวลาไหนบ้างมึงต้องเอาลงตารางด้วยเหรอ”

“ก็กูบอกว่าตารางแผนการดำเนินชีวิตไง จะทำอะไรก็ใส่ไว้หมดดิ” ผมก้มหน้ามองแผนในมือด้วยรอยยิ้ม หลังจากแอบถามตารางเรียนพี่ภูมาจากเพื่อนแล้วอะไรๆ ก็ง่ายขึ้น เท่านี้ผมก็สามารถใช้ชีวิตปกติโดยมีเวลาแวบไปหาเขาได้ถูกจังหวะแล้ว

ที่น่าเซ็งคือต้องเพิ่มเวลาออกกำลังกายลงไปด้วย ผมลดน้ำหนักโดยการหยุดกินไม่ได้ จ๋าบอกว่าอะไรมีความสุขก็ให้ทำไป เพราะงั้นผมจะไม่ยอมลดความสุขของตัวเองโดยการหยุดกินเด็ดขาด แต่จะยอมเพิ่มความทุกข์โดยการออกกำลังกายเข้าไปแทน แบบนี้น่าจะแฟร์กับตัวเองที่สุดละ

“แผนชีวิตมึงมีไปหาภูทุกวันเลยเนอะ” ไอ้โซทำเสียงล้อเลียนทั้งที่หน้ายังนิ่ง

“ก็เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตกู”

ส่วนที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย...

“เคยได้ยินคนบอกว่าความรักทำให้คนเป็นบ้า แต่ถ้าบ้าอยู่แล้วอย่างมึงนี่จะกลายเป็นอะไรวะ”

“เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ไม่เหมือนมึงก็พอ” ผมหันไปกัด แต่คนฟังแค่หัวเราะเหอะเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วทำไมวันหนึ่งมึงมีออกกำลังตั้งสองสามช่อง”

“กูขี้เบื่อ...ให้เล่นอะไรเดิมๆ คงไม่ไหว เลยว่าจะสับเล่นไปเรื่อยๆ ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่น”

“ถ้าว่างจะไปด้วย”

“เออ”

“แล้ววันนี้จะทำไร” มันถามพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบลูกอมไปจากกระเป๋าผม

“เลิกเรียนแล้วจะไปหาพี่ภูก่อน แล้วก็ไปเตะบอลกับพวกพี่วิน ถ้าเบื่ออาจจะไปเล่นบาสกับพวกพละ...อย่าแย่งชาเขียวกู” ผมแย่งลูกอมคืนมา หยิบเอาอีกรสให้แทน มันก็ยอมรับไปแต่โดยดีเพราะรู้ว่าผมไม่ให้ใครแย่งกินชาเขียว

ในกระเป๋าของผมมีของกินเยอะเป็นปกติ ผมเองก็ไม่ได้หวงอะไร ยอมให้คนนั้นคนนี้มาหยิบตลอด มีแค่ชาเขียวที่ห้ามใครแตะเพราะเป็นของโปรด ส่วนไอ้โซนี่มันนึกจะหยิบก็หยิบ ไม่ค่อยดูหรอกว่าจะหยิบโดนอะไร...โคตรน่าเตะ

“กูอยากว่ายน้ำว่ะ” โซบ่นแล้วยื่นหน้ามาดูตารางผมอีกที “พรุ่งนี้ไปว่ายกัน”

“ก็ดี กูไม่ได้ว่ายมานานละ พรุ่งนี้ไปว่ายยาวๆ เลยแล้วกัน”

“ตารางยังไม่มาสินะ”

“ยัง”

พี่วินยังไม่ได้ส่งตารางงานผมกับโซมาให้ เพราะงั้นช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่พวกเรามีเวลาทำนั่นทำนี่มากที่สุดแล้ว เมื่อไหร่ได้ตารางมาคงต้องเพิ่มชั่วโมงซ้อมเข้าไปอีก เวลาว่างคงน้อยลงเยอะ

“ช่วงนี้ฝนทำท่าจะตกคนเลยไม่ค่อยลงสระกัน”

“อืม” ผมพยักหน้าเห็นด้วย อาทิตย์ที่ผ่านมาฟ้าครึ้มๆ แทบทุกวันทั้งที่เดือนนี้ไม่น่าจะมีฝนแล้ว ถึงจะไม่ได้ตกบ่อยนักแต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะกลับบ้านไวกันหมด ยกเว้นก็แต่พวกที่ต้องอยู่ทำงานคณะ

“เฮ้ย! พวกมึง!”

เสียงตะโกนโหวกเหวกจากหน้าห้องทำให้พวกที่กระจัดกระจายกันอยู่หันไปมอง แล้วก็เห็นพี่วินกับกลุ่มเพื่อนยืนอยู่ตรงนั้นโดยที่หน้าตาแต่ละคนดูอารมณ์ดีจนน่าแปลกใจ

“จารย์ฝากบอกว่าวันนี้งด กลับมาไม่ทัน…”

“เฮ!”

“ฟังให้จบก่อน!” เฮียเจมส์ตวาดเสียงดัง เท่านั้นล่ะไอ้พวกที่ชูไม้ชูมือเงียบกริบทันที

“จารย์บอกว่าจะไปไหนก็ไป แต่คาบหน้ามีเก็บคะแนนปฏิบัติ”

“เฮ้ย! เพิ่งเปิดเทอมไม่เท่าไหร่เองนะพี่!” เพื่อนคนหนึ่งโวยวาย

“มึงก็รู้ว่าคณะเราเหมือนใครที่ไหน...เอาเป็นว่าโชคดีนะน้องๆ พวกกูไปเรียนละ”

“เห็นหน้าพวกแม่งเหวอแล้วสะใจว่ะ”

ผมเอนตัวพิงเก้าอี้ มองตามหลังพวกรุ่นพี่ที่เดินออกไปแล้วหน่ายๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นความสุขของตัวเองกันเสียที

“เก็บคะแนนเปียโน...สบายมึงเลยดิ” โซหันมาถามก่อนจะหาวหวอด

“ก็นะ”

นอกจากพวกผมแล้วคนอื่นก็ดูกังวลกันหมดเพราะพวกมันยังเล่นกันไม่ค่อยได้ จารย์แกสอนดีแต่ให้คะแนนโหด แถมยังเพิ่งเจอไม่กี่คาบ ไม่แปลกที่คนไม่มีพื้นฐานแน่นๆ จะโอดครวญ

“กูไปละ” ผมเก็บของใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน มีสายตาเพื่อนมองตามนิ่งๆ

“ไปหาภู?”

“เออ”

“ภูไม่เรียนหรือไง”

“ว่าจะไปนอนเล่นหน้าคณะรอเขาพัก” ผมตอบแล้วบิดขี้เกียจ

“แล้วจะไปเตะบอลอยู่ไหม”

“ไปเวลาเดิม”

“อืม...เจอที่สนาม” ว่าจบมันก็ฟุบหน้านอนต่อทันที ผมได้แต่ยักไหล่แล้วเดินออกมาจากห้องเรียนคนเดียว

จุดหมายคือ...คณะบริหาร

 

 

เมื่อมาถึงคณะบริหารแล้วผมก็เลือกนอนลงที่โต๊ะหินซึ่งหลบมุมอยู่หน้าคณะและเป็นโต๊ะที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น จริงๆ แค่อยากชวนพี่ภูไปกินข้าวด้วยกันไม่ต้องมาถึงที่นี่ก็ได้ แต่ผมเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้ขอช่องทางการติดต่อเขาไว้ สุดท้ายก็เลยต้องมานั่งโง่อยู่หน้าคณะแบบนี้ รู้ตัวอีกทีก็เผลอหลับคาโต๊ะไปแล้วเรียบร้อย ดีที่ผมมีนาฬิกาปลุกในตัวเอง พอรู้ตัวว่าถึงเวลาพักแล้วก็ตื่นโดยอัตโนมัติ

ผมลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ วิ่งเหยาะๆ ไปอยู่หน้าทางลง มองคนนั้นคนนี้เดินผ่านหน้าไปเงียบๆ มีหลายคนที่มองผมแล้วหันไปซุบซิบกัน คงสงสัยว่านักร้องดุริยางค์มาทำอะไรที่นี่

ทำไงได้...คนมันดัง

“พี่ภู” ผมยิ้มกว้างแล้ววิ่งไปหาคนที่เดินลงมาทางบันไดซึ่งแตกต่างจากคนอื่นที่ออกมาจากลิฟต์ ผมกะแล้วว่าเขาต้องเดินลงมา ดูก็รู้ว่าเขาไม่ชอบที่ๆ มีคนเยอะๆ

“มาได้ไง” พี่ภูเลิกคิ้ว หน้าตาดุเย็นชาเป็นปกติ แต่ก็ไม่ได้ไล่ผมไปไกลๆ เหมือนเมื่อก่อน

ดีใจว่ะ...พัฒนาจริงๆ ด้วย

“วิ่งมาจากคณะ พอดีอาจารย์ยกคลาสแล้วเพิ่งบอก ผมเลยวิ่งมารอพี่ตั้งแต่เช้าแล้ว”

“รอตั้งแต่เช้า?”

“อื้อ ตั้งแต่เช้า นอนอยู่ตรงนั้น” ผมชี้นิ้วไปที่โต๊ะหินหน้าคณะ จุดที่ผมใช้หลับรอเขา

“มารอทำไม”

“ผมจะชวนพี่ไปกินข้าว”

“แล้วจะมานั่งรอทำไม ไม่ร้อนหรือไง” พี่ภูขมวดคิ้วแล้วก้าวเท้านำออกไปด้านนอก

“ร้อนนิดหน่อยแต่ทนได้ ผมง่วงด้วยมั้งเลยหลับง่าย...” ผมชะงักไปเมื่อคนที่เดินนำหยุดเท้าก่อนจะหันมาทำหน้าตาบึ้งตึงใส่ ดูดุกว่าเดิมประมาณสิบเท่า

“ทีหลังอย่าทำอีก”

“แต่ผมอยากมาหา อย่างน้อยก็ตอนว่าง…” ผมพูดเสียงอ่อย เอาเท้าเขี่ยพื้นไปมาให้ดูน่าสงสารจะได้ไม่โดนดุ พี่ภูมองหน้าผมเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

“ถ้าจะมาก็ไปหาที่นั่งรอดีๆ”

“แล้วผมจะเจอพี่ได้ไงถ้าไปนั่งที่อื่น”

คราวนี้คนฟังหรี่ตาลงจับผิด สายตาคมดุบ่งบอกชัดเจนว่าเขารู้ทันความคิดผม...แต่ก็ยังยื่นโทรศัพท์มาให้

“ถ้าไม่ตอบก็ขึ้นไปหาบนห้อง มึงมีตารางกูอยู่แล้วนี่”

เวร...รู้ได้ไงวะ

“ขึ้นได้เหรอ อาจารย์ไม่ว่าเหรอ” ผมเงยหน้าถามด้วยสายตาเป็นประกาย ถึงคณะตัวเองจะไม่ได้เคร่งครัดอะไรเรื่องพวกนี้แต่ผมไม่แน่ใจนักว่าคณะอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า

“ได้”

“ทีหลังผมจะขึ้นไปหานะ” ผมตอบรับอย่างอารมณ์ดี มือทำการแอดไลน์ เฟส เมมเบอร์เอาไว้ทุกอย่าง ส่วนเท้าก็ก้าวตามหลังเขาไปเรื่อยๆ “พี่เดินช้าหน่อย ผมก้าวตามไม่ทัน”

“ขาสั้น” พี่ภูว่าเสียงเรียบแต่ก็ยอมเดินช้าลงกว่าเดิม

“ขาพี่ยาวเกินต่างหาก” ผมบ่นอุบอิบ อยากจะบอกเหลือเกินว่าส่วนสูงอย่างผมนี่ก็เรียกว่าสูงเกินมาตรฐานคนไทยแล้ว ร้อยเจ็ดสิบเก้าเกือบร้อยแปดสิบคงเรียกว่าเตี้ยไม่ได้หรอก แต่เขาต่างหากที่สูงเกินมนุษย์ “ผมหิวข้าวแล้ว”

“แล้วยังไง”

“ไปกินข้าวกัน ผมอยากกินแกงกะหรี่...แล้วก็ไอติมชาเขียว”

“ก้อนจริงๆ…”

“ผมยังไม่อ้วนนะ ตอนเย็นก็จะออกกำลังแล้วด้วย” ผมรีบเถียงเมื่อได้ยินเสียงพึมพำของคนที่เดินอยู่ข้างๆ

“กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

“พี่ว่าผมก้อน”

“นั่นชื่อมึง”

เออ...ก้อนก็ก้อน ต้องทำใจให้ชินอย่างเดียวถูกไหม

ผมเดินตามพี่ภูมาขึ้นรถโดยไม่ได้เรียกร้องอะไรอีก เขาบอกว่ามีเรียนอีกทีตอนบ่ายโมงครึ่ง ซึ่งมันก็มีเวลาอีกถึงสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานั้น ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าพี่ภูจะไปไหน แต่พอเห็นปลายทางแล้วก็ดีใจจนแทบเนื้อเต้น

ห้าง...และที่สำคัญคือหน้าร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง

ผมมองแผ่นหลังของคนใจดีด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใครๆ ถึงได้หวาดกลัวพี่ภู ในเมื่อเขาใจดีขนาดนี้ และตอนนี้ผมก็รู้สึกดีมากๆ เลยด้วย

“เอาแกงกะหรี่ไก่กรอบเพิ่มข้าวเผ็ดระดับห้าแล้วก็ชาเขียว” ผมสั่งอาหารที่ชอบอย่างคล่องแคล่ว แอบเห็นพี่ภูเลิกคิ้วเล็กน้อยตอนได้ยินผมบอกความเผ็ด

“เอาเหมือนกันแต่ไม่เผ็ด”

“ขออนุญาตทวนรายการ…”

พอพนักงานเดินจากไปแล้วพี่ภูก็นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง เขาไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหรืออะไร แค่นั่งนิ่งๆ เท่านั้น แต่พอเห็นว่าผมมองตาไม่กะพริบดวงตาคมดุไม่ปรากฏอารมณ์ก็เบนมาสบ

“พี่กินเผ็ดไม่ได้เหรอ”

“กินได้แต่ไม่ชอบ”

ผมพยักหน้าเข้าใจ จดบันทึกเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รู้ไว้ในหัว

“เออใช่ ต่อจากนี้ผมจะออกกำลังทุกเย็น พี่มาด้วยกันไหม”

พี่ภูทำหน้าตาแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กวาดสายตามองผมขึ้นๆ ลงๆ เป็นเชิงสำรวจแล้วทำหน้าตาเข้าอกเข้าใจ ผมหน้าหงิกโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจเรื่องอะไร

กูอ้วนจริงๆ ด้วย

“ถ้าว่าง”

“จริงนะ” ผมถามด้วยความดีใจ ลืมการโดนด่าทางสายตาไปจนหมด

“อืม”

“งั้นวันนี้…”

“วันนี้ไม่ได้”

“พี่มีธุระเหรอ”

“อืม”

ผมพยักหน้าเข้าใจ ถึงจะอยากรู้ว่าธุระอะไรแต่ก็ไม่ได้ถามเพราะรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเขาอยากบอกก็คงบอกเอง

อาหารถูกยกมาเสิร์ฟพอดีเป็นการตัดบทสนทนาทุกอย่าง ผมไม่ได้พูดอะไรระหว่างกินเพราะจ๋าเคยบอกว่าห้ามทำ แต่ในหัวก็ยังคิดเรื่องของพี่ภูไม่หยุด

ผมรู้ดีว่าตัวเองเป็นพวกที่จะใส่ใจกับสิ่งที่สนใจมากเกินปกติ ไม่ว่าจะคำพูดเล็กน้อยแค่ไหนก็เก็บมาคิดสงสัยได้หมด โชคดีที่ไม่ได้เจอสิ่งที่สนใจมากนักเลยไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่พอมาเกิดกรณีสิ่งที่สนใจเป็น ‘คน’ แบบนี้เลยไม่รู้ว่าควรทำยังไง

“กูต้องโทรคุยกับน้อง” พี่ภูพูดขึ้นมาลอยๆ จนผมต้องหยุดช้อนแล้วเงยหน้ามองด้วยความไม่เข้าใจ “เลิกทำหน้าเป็นกระต่ายหงอยสักที”

ผมฉีกยิ้มกว้าง อยากจะบอกว่าดีใจแค่ไหนที่เขาบอกเหตุผล แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะเห็นแววตาแปลกๆ ของพี่ภู ผมอธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่คิดว่าคงเกี่ยวกับการโทรหาน้องของเขา

“ผม...ถามต่อได้ไหม” ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนักและมองเขาเป็นเชิงบอกว่าพร้อมจะหยุดพูดเรื่องนี้ได้ตลอดเวลาถ้าเขาต้องการ

พี่ภูมองกลับมาด้วยสายตาอ่อนลงก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ถ้าถึงเวลากูจะพูดเอง”

“ครับ”

เพิ่งรู้ว่าการได้รับโอกาส...มันทำให้มีความสุขได้มากขนาดนี้

 

 

วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนผมโดนมองเหมือนเป็นตัวประหลาด…

ตอนแรกผมคิดว่าพวกนั้นคงสงสัยว่าเด็กคณะอื่นเข้ามาทำอะไรที่นี่ แต่พอได้ฟังเสียงพูดคุยที่ดังเข้าหูก็ต้องเปลี่ยนความคิด บางทีที่โดนมองอาจไม่ใช่เพราะมานั่งอยู่ในห้องเรียนของเด็กบริหาร...แต่อาจเป็นเพราะผมเดินเข้ามากับคนที่ใครๆ ต่างก็กลัวและพยายามหลีกเลี่ยง

บริเวณที่พี่ภูนั่งคือด้านหลังสุดของห้อง จุดที่ไม่มีใครนั่งอยู่รอบๆ แม้แต่คนเดียว

น่าแปลก...ทั้งที่ไม่ชอบ ทั้งที่หวาดกลัว ทั้งที่กำลังนินทาไม่หยุด แต่ก็ยังเลือกที่จะมองมาอย่างโจ่งแจ้งแล้วหันกลับไปซุบซิบกัน

ผมกรอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย รีบฟุบลงกับโต๊ะแล้วหันหน้าไปทางพี่ภูก่อนจะหัวเสียยิ่งกว่านี้

“กูบอกแล้วว่าอย่ามา” พี่ภูพูดเสียงเรียบโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังเอกสารอะไรสักอย่างบนโต๊ะ

“พี่โดนแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ”

“ปกติก็ไม่ขนาดนี้”

“แสดงว่าตลอดสินะ” ผมถอนหายใจ ท่าทางที่โดนมองขนาดนี้คงเป็นเพราะผมแน่ๆ

“กูชินแล้ว”

“ทำไมถึงชิน” ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “พวกนั้นไม่ได้มองเพราะชื่นชมพี่นะ”

“รู้แล้วก็ไม่ต้องเข้าใกล้กูมาก เดี๋ยวมึงจะโดนไปด้วย” พี่ภูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาสวนทางกับคำพูด ผมอยากยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก ได้แต่ถือวิสาสะขยับมือไปใกล้ๆ แล้วเอานิ้วชี้เขี่ยหลังมือที่วางไว้บนโต๊ะเบาๆ

“ใครจะโง่ก็ให้มันโง่ไป ผมรู้ความจริงคนเดียวก็พอ”

“มึงรู้เรื่องแล้วหรือไง” เขาเลิกคิ้วมองฝ่ามือตัวเองที่ถูกผมเขี่ยอยู่ ทำท่าเหมือนจะถามว่าอะไรของมึงแต่ก็ไม่ได้ชักมือออก

“ไม่รู้ แต่ผมรู้แล้วว่าพี่เป็นคนแบบไหน”

“ทำเป็นรู้ดี”

“รู้ดีแต่ยังรู้ไม่หมด นี่ก็อยากรู้อยู่ ถ้าพี่กรุณาบอกจะดีมากเลย” ผมยิ้มแป้นเมื่อโดนหันมามองหน้า มือข้างที่ถือปากกาของเขาถูกยกขึ้นมาใช้ผลักหัวผมเบาๆ

“ขี้เสือก” พี่ภูด่าตรงๆ ด้วยหน้าตาเย็นชาไร้อารมณ์แล้วไม่หันมาสนใจผมอีก

แต่แค่นั้นก็พอแล้ว…

เพราะเขายังยอมให้ผมใช้นิ้วชี้เกี่ยวนิ้วก้อยของเขาเอาไว้อยู่เลย

พอไร้บทสนทนาความง่วงก็เข้ามาครอบงำช้าๆ ผมฝืนปรือตามองหน้าพี่ภูอยู่เป็นนาทีแต่ก็สู้ความง่วงไม่ไหว ยิ่งได้ยินเสียงอาจารย์ที่เพิ่งมาถึงเริ่มสอนก็ยิ่งขับกล่อมให้ง่วงหนักกว่าเดิม

“คุณภูริ ช่วยปลุกเพื่อนข้างๆ คุณด้วย”

“เขาแค่เข้ามานั่งรอผมเลิกเรียน”

ผมออกแรงเกี่ยวนิ้วก้อยของอีกคนให้แน่นกว่าเดิมเพราะอยากมั่นใจว่าเขาจะอยู่ข้างๆ แม้ในตอนที่หลับ

“นั่นนักร้องดุริยางค์คนดังไม่ใช่เหรอ…”

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”

“มานั่งรอในห้องเรียนแบบนี้เลยเนี่ยนะ”

เสียงซุบซิบที่ดังแทรกการกล่อมของอาจารย์ทำให้ผมขยับตัวไปมาด้วยความรำคาญใจ นึกอยากลุกขึ้นมาโวยวายอยู่เหมือนกัน แต่ติดอยู่ตรงที่มีคนรู้ทันหยิบเรดที่ผมพาดคอไว้มายัดใส่หูให้เสียก่อน

“ขอบคุณครับ”

“อืม”

ใจดีจัง…

ถึงจะทำเหมือนหลับ แต่จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้หลับจริงจัง แค่พักสายตาแล้วคอยเงี่ยหูฟังคำนินทาที่ลอยเข้าหูโดยตั้งใจเท่านั้น หลายครั้งที่ต้องปรือตามองใบหน้าคนที่กำลังตั้งใจเรียน เพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกแย่กับคำพูดที่ได้ยิน แต่นอกจากใบหน้านิ่งสนิทแล้วพี่ภูก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาอีกเลย

ที่บอกว่าชินแล้วคงจะจริง...แต่ต่อให้นิ่งแค่ไหนก็ไม่มีทางไม่รู้สึกอะไรได้หรอก

ทั้งที่พี่ภูโตกว่าคนในห้องนี้เพราะดรอปไปหนึ่งปีแต่ก็ยังพูดแบบไม่เกรงใจกันเลยสักนิด ถึงผมจะไม่เคยอยู่ในสังคมแบบนี้มาก่อนแต่บอกตรงๆ ว่าโคตรรังเกียจ

แม้แต่ตอนที่เลิกคลาสและอาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้วพวกนั้นก็ยังคุยกันไม่เลิก ผมผงกหัวขึ้นมานั่งตัวตรง ก่อนจะกวาดสายตามองรอบด้านด้วยความหงุดหงิด

“พวกเดียวกันแน่ๆ”

“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวก็โดนหาเรื่องหรอก คิกๆ”

คิกๆ เหี้ยไรล่ะ

“ไม่เคยเห็นคนเหรอ” ผมพูดเสียงเรียบก่อนจะยกมือปิดปากหาวไม่สนใจใคร ถึงจะรู้สึกได้ว่าพี่ภูชะงักไปแล้วหันมามองแต่ผมยังไม่มีอารมณ์หันไปสนใจ “ทีหลังถ้าจะป้องปากนินทาก็เอาให้มันเบาๆ หน่อย ไม่งั้นเดินเข้ามาหาตรงๆ เลยก็ได้ ไม่ว่ากัน”

พวกรุ่นพี่ที่มองมาทำหน้าตาเหรอหราเหมือนคาดไม่ถึงว่าผมจะเอ่ยปากก่อน

“มึงเป็นรุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ พูดแบบนี้สมควรแล้วเหรอวะ” ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยปาก พอมีจ่าฝูงพวกที่เหลือก็เห่าตามกันเป็นแถว

“แล้วที่พูดมันแย่ตรงไหน” ผมเลิกคิ้ว งงจริงจังว่าคำพูดตัวเองมันไม่สมควรยังไง ถ้ามาได้ยินสิ่งที่ผมพูดในใจก็ว่าไปอย่าง “อีกอย่าง...จะรุ่นพี่รุ่นน้องไม่เห็นเกี่ยว ผมจะเคารพแค่คนที่ควรเคารพ คนที่ไม่ได้พูดก็แล้วไป แต่ไอ้ที่ปากดีพูดหมาๆ นั่นก็น่าจะพิจารณาตัวเองนะ”

“ไอ้เด็กเหี้ย!”

“อย่า…” พี่ภูพูดเสียงต่ำแล้วดึงนิ้วผมไว้เป็นเชิงเตือน ผมเลยยอมเอนกายพิงพนักด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งที่ในใจเริ่มเดือด เพียงแต่ผมไม่ได้แสดงออกทางการกระทำเป็นพวกหัวร้อนไร้ปัญญาแบบพวกตรงหน้าก็เท่านั้น

“มึงจะเอาใช่ไหม!”

ผมกวาดตามองจำนวนคนของฝั่งนั้นคร่าวๆ พวกที่ไม่เกี่ยวทยอยออกไปยืนหน้าประตูกันหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่มีเจ็ดแปดคน สองในนั้นดูเหมือนกำลังห้ามเพื่อน แต่คนที่เหลือทำท่าทางเหมือนพร้อมมีเรื่องตลอดเวลา

“อย่าทำตัวเป็นพวกไม่มีสติปัญญามากนักดิ” ผมใช้มือข้างที่ว่างหยิบโทรศัพท์ออกมาแบบเนียนๆ แล้วกดโทรออกอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ทิ้งมันไว้ใต้โต๊ะโดยไม่คิดสนใจว่าปลายสายจะรับหรือเปล่า

“แน่จริงมึงลุกมาเลยดิวะ”

“นี่...ผมถามจริง” ผมกรอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย จ้องมองคนพูดขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพิจารณา “อยู่ปีสี่จริงเหรอ ทำไมอาจารย์มัธยมปล่อยให้ข้ามชั้นมาล่ะ...เอ...หรือต้องบอกว่าประถมนะ”

ตอนเด็กๆ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ท้าตีท้าต่อยไปทั่ว เป็นหัวโจกของห้อง แต่นั่นมันสมัยอนุบาลนะ...มาตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่าสมองของเด็กปีสี่พวกนี้ไปไหนหมด ถ้าไม่เอาแต่ปากดีแล้วเข้ามาซัดเลยยังพอเข้าใจได้ แต่นี่คือดีแต่ปากที่เห่าไม่ยอมหยุด ดูท่าทางก็รู้ว่ากลัวพี่ภูที่นั่งอยู่ข้างผมแต่ก็ยังไม่เลิกพูดจาน่าถีบ...โคตรเด็กน้อย

“ไอ้เหี้ย!”

“คำก็เหี้ย สองคำก็เหี้ย...ผมเป็นกระต่ายไม่ใช่เหี้ย อยากเป็นก็เป็นเองดิวะไอ้พี่เหี้ย” ผมชักหน้าสีหน้าแล้วด่าไปตรงๆ รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงหึเบาๆ ดังมาจากคนข้างกายแต่ไม่มีเวลาหันไปสนใจ

“มึง!”

นั่นไง...กล้าพุ่งเข้ามาหาแล้วว่ะ ยั่วง่ายจัง

ผมนั่งเบะปากอยู่เฉยๆ แล้วหรี่ตาลง ตามแผนที่วางไว้น่าจะโดนสักหมัดแล้วทุกอย่างก็จะเข้าทาง เพราะพวกนั้นเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายร่างกายก่อนต้องผิดเต็มๆ อยู่แล้ว ส่วนผมก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายน่าสงสารไปตามระเบียบ แถมยัง…

หมับ!

“ไปไกลๆ ตีน”

บางทีผมอาจจะลืมไปว่าตอนนี้มีสถานะเป็นอะไร...

“อย่ามาแตะกระต่ายกู”

สิ้นประโยคคำสั่งเย็นเยียบ พี่ภูปล่อยมือที่จับแขนไอ้คนปากดีไว้โดยการผลักมันออกอย่างแรงไปกระแทกผนัง ส่วนพวกที่เหลือก็รีบเข้าไปช่วยเพื่อนแล้วทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องต่อ

“ไอ้เก้า!”

ผมหันไปโบกมือหยอยๆ ให้ไอ้โซที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมพวกพี่วินอีกแปดเก้าคน ท่าทางของพวกนั้นเหนื่อยหอบเหมือนเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอนมาทำให้ผมรู้สึกสงสารอยู่นิดหน่อย

“มึงจะทำอะไรน้องกู!” พี่วินตวาดแล้วเดินเข้ามาด้านใน สายตามองพวกปากดีด้วยความกดดัน แล้วพวกนั้นจะทำอะไรได้นอกจากรีบเดินหนีออกไปจากห้อง...ก็บอกแล้วว่าดีแต่ปาก

ลองนึกภาพเด็กดุริยางค์ท่าทางเถื่อนๆ ที่ชอบอยู่กันเป็นหมู่คณะ เทียบกับเด็กบริหารท่าทางนุ่มนิ่มเหมือนพวกลูกคุณหนู ไม่ต้องเดาก็คงรู้ว่าใครจะชนะ

น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่พวกนั้นไม่โดนอาจารย์ซิวไปตามแผนที่ผมวางไว้ แต่พอได้มองไปยังคนที่เข้ามาปกป้องก็รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด แล้วไหนจะประโยคนั้นอีก...

“พี่…”

“กูกลับละ” พี่ภูหันมาบอกสั้นๆ แล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจใคร ทิ้งให้ผมนั่งเหวออยู่ที่เดิมด้วยความไม่เข้าใจ

ท่าทางเหมือนจะโกรธเลย…

ผมอยากวิ่งตามไปแต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้ ทำได้เพียงกัดริมฝีปากด้วยความอดกลั้น ใจเต้นแรงจนเจ็บเหมือนจะตำหนิที่ไม่ยอมวิ่งตามไป แต่สมองกำลังบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าไปคุยตอนนี้เพราะเขาต้องไปทำธุระ แถมผมยังต้องจัดการเรื่อง...

“บอกกูทีว่าทำไมพวกกูต้องวิ่งจากตึกดุริยางค์มาหามึงถึงที่นี่” พี่วินยิ้มเย็นแล้วหักนิ้วเสียงดัง ท่าทางเหมือนพร้อมจะเข้ามาเตะผมได้ทุกเมื่อ

“ก็…”

“หาเหตุผลดีๆ นะไอ้เก้า ก่อนที่พวกกูจะจับมึงฆ่าหมกส้วม”

จริงๆ ก็คิดไว้แล้วว่าถ้าโซมันได้ยินเสียงผมมีเรื่องคงต้องเรียกคนมาด้วย แต่ผมไม่ได้คิดว่าจะวิ่งมากันเป็นสิบแบบนี้นี่หว่า…

“พี่ไม่เห็นเหรอ ผมเกือบโดนต่อยแล้วนะถ้าพี่ภูไม่ช่วย” ผมพยายามทำหน้าตาให้ดูน่าสงสาร เท้าเดินเข้าไปหากลุ่มรุ่นพี่ที่ยืนออกันอยู่ช้าๆ “ถ้าพวกพี่ไม่มาพวกนั้นคงไม่ถอยไปง่ายๆ หรอก”

“ตอแหล”

“หมาโซ” ผมกัดฟันแล้วชูนิ้วกลางให้เจ้าของชื่อ

“เก้า มึง…”

“โอ๊ย! ปวดท้อง ไปก่อนนะพี่!”

“ไอ้เก้า!”

เอาเป็นว่าผมจะยอมไม่ทำตามแผนสักครั้ง ยกยอดการออกกำลังไปไว้พรุ่งนี้แล้วกัน...

“บายยยย”

...ตอนนี้วิ่งหนีฝูงผีให้รอดเป็นพอ

------------------------------

 

ติดตามข่าวสาร
Fan Page : Chesshire.
Twitter : @Chesshire04
ติดแท็ก : #คุณภูชายเก้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2017 14:30:38 โดย CHESS. »

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #123 เมื่อ30-05-2017 19:23:07 »

 :3123: :3123: :3123: :3123: :3123:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #124 เมื่อ30-05-2017 20:00:33 »

เก้าก็ยังคงเป็นเก้า  :laugh:  :laugh: :m20: :m20: :m20:

ออฟไลน์ Matia

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #125 เมื่อ30-05-2017 20:01:30 »

อย่ามาแตะกระต่ายกู

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย 

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #126 เมื่อ30-05-2017 21:21:29 »

เก้าเอ้ยยยย  :laugh:

ออฟไลน์ zonpine

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #127 เมื่อ30-05-2017 21:46:54 »

ไอ้เก้าาาาาาาาาา 555555555 ไม่เรียกน้องได้ไหมแกมันตัวแสบ พี่ภูโกรธอะไรน้องคะอย่างอนมากเด้อเดี๋ยวหัวล้าน//ไม่ใช่ล่ะ
รอต่อต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #128 เมื่อ30-05-2017 22:28:46 »

พ่อกระต่ายน้อยยยยยย o13 o13

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #129 เมื่อ31-05-2017 01:29:38 »

 o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
« ตอบ #129 เมื่อ: 31-05-2017 01:29:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #130 เมื่อ31-05-2017 01:53:29 »

เก้า!!!!!!!!!!!!!!!แกฮาดีว่ะ ชอบอ่ะ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #131 เมื่อ31-05-2017 02:06:20 »

เก้าตัวแสบมากกกกกกกกกก  :z2:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #132 เมื่อ31-05-2017 08:56:13 »

พี่ภู กระต่ายเก้า  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ไม่เข้าใจพวกที่มารังเกียจ รังควานภู
มีเรื่องอะไรกันมาก่อน  :katai1: :katai1: :katai1:

เก้า ฉลาดมาก หาตัวช่วย เพื่อน รุ่นพี่ มาช่วยทันควัน
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1703
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #133 เมื่อ31-05-2017 10:11:32 »

ถ้าพี่ภูไม่รักน้อง เราจะไปดักฉุดแล้วน่ะ คือชอบบบ :laugh: :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ 205arr

  • เราคงอยู่ไกลกันเป็นพันหมื่นลี้
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #134 เมื่อ31-05-2017 16:45:03 »

โอ๊ย กระต่ายน้อย :ling1:

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #135 เมื่อ31-05-2017 17:26:02 »

 :pig4:

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #136 เมื่อ31-05-2017 19:11:14 »

5555555เก้าเอ้ยยยย  ยิ่งอ่านยิ่รักเก้า มาเร็วๆน้าาา ชอบบบ

ออฟไลน์ littlep_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #137 เมื่อ31-05-2017 20:29:17 »

 :pig4:

ออฟไลน์ Margarita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #138 เมื่อ01-06-2017 10:44:54 »

 :pig4:

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
«ตอบ #139 เมื่อ01-06-2017 17:46:21 »




-8-

 

KAO: พี่ภู

KAO: วันนี้ผมจะไปว่ายน้ำกับไอ้โซ

KAO: พี่ว่างไหมครับ

 

เงียบกริบ...

ทำไมไม่ตอบสักที…ตั้งแต่หกโมงเช้าที่ส่งไป จนตอนนี้ผมจะเลิกคลาสอยู่แล้วก็ยังไม่ตอบ

“เป็นอะไร”

“พี่ภูไม่ตอบ” ผมตอบโซแล้วถอนหายใจยาว รู้สึกง่วงนอนจนอยากจะฟุบหน้าหลับไปไม่สนใจใครทั้งนั้น แต่ก็กลัวว่าคนที่กำลังรอจะตอบกลับมาในระหว่างที่หลับ สิ่งที่ทำได้เลยมีแค่นั่งถ่างตาอยู่อย่างนี้

เมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมนอนไม่ค่อยหลับ มันเหมือนมีอะไรค้างคาใจจนต้องลืมตาขึ้นมาตลอด ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเกิดจากอะไร

พี่ภูโกรธ…

ผมใช้เวลาที่นอนไม่หลับเพื่อคิดอยู่ตลอดว่าตัวเองทำอะไรผิด บางทีอาจเพราะผมเข้าไปยุ่งเรื่องของเขา แต่ความรู้สึกในส่วนลึกกลับบอกว่าไม่ใช่

“ใครทดสอบผ่านแล้วกลับบ้านได้” สิ้นประโยคของอาจารย์ ผมยกมือแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทดสอบอะไร ที่แน่ๆ คือผมทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวแล้ว และในเมื่อเขาไม่ตอบ…ผมจะไปหาคำตอบเอง

ผมทำแบบทดสอบของอาจารย์ด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นก็ยังได้รับคำชมตอนที่การทดสอบจบลง ผมหันไปมองโซ มันชูโทรศัพท์เป็นเชิงบอกให้โทรหา พอตกลงกันเรียบร้อยแล้วผมก็รีบเดินออกมาจากตึก

ความจริงการมาถิ่นคนที่เพิ่งมีเรื่องด้วยเมื่อวานคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ แต่ขอแค่ได้เจอพี่ภูก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

แต่โชคร้าย…

“กล้าโผล่มาวันที่ไอ้นักเลงนั่นไม่มา มึงกล้าดีนะ”

ดูเหมือนผมจะคำนวณพลาดไปหน่อย…

ทางเดินด้านหลังตึกบริหารซึ่งเป็นทางลัดและไม่ค่อยมีคน ในวันนี้กลับปรากฏร่างของผู้ชายหลายคนยืนขวางทางอยู่ และที่สำคัญ...พวกมันดันเป็นรุ่นพี่ที่ผมมีเรื่องด้วยเมื่อวาน

สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การวิ่งหนี แต่เพราะรู้ตัวว่ามีคนดักอยู่ข้างหลังเลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกไปยังรายชื่อล่าสุดแทน

“คิดว่าจะโทรให้พวกกุ๊ยมาช่วยทันเหรอ” คนที่อยู่ด้านหลังกระชากโทรศัพท์ผมออกจากมือแล้วกดตัดสายอย่างรวดเร็ว...ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีเพราะปลายสายคงจะรู้ตัวไวขึ้น

“เข้าไป” มันผลักหลังผมเข้าไปในห้องว่างหลังตึก พอตามเข้ามาจนครบแล้วก็ลงกลอนประตูไว้

“คิดดีแล้วเหรอ” ผมถามเสียงเรียบ ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นนอกจากอยากไปหาพี่ภูไวๆ

“จะตายแล้วยังปากดีอีกนะมึง”

“อย่างกูไม่ดีแค่ปากเหมือนพวกมึงหรอก” มาขนาดนี้แล้วความสุภาพคงไม่จำเป็นอีก

ผมพุ่งเข้าใส่ไอ้คนใกล้ตัวและถีบท้องมันอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกผนัง พอเห็นสภาพจุกเสียดลุกไม่ขึ้นแล้วก็เหยียดยิ้มสมเพช

“ไอ้เหี้ย!”

ผลัวะ!

หมัดแรกกระแทกเข้าเต็มแก้มขวา ผมตัวเซไปด้านข้างเพราะรับแรงไม่ไหว ความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับมาหลายปีแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า

“ปากดีนักใช่ไหม!”

ผมไม่แน่ใจนักว่ากี่เท้าหรือกี่หมัดที่กระแทกลงมาที่ลำตัว แม้ภาพในสายตาจะเริ่มพร่าเลือน หรือรู้สึกเหมือนเห็นภาพดับๆ ติดๆ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะความมึนงง แต่ผมก็ยังหาทางสวนกลับไปทุกครั้งที่มีโอกาส ผมไม่ได้นับว่าสวนกลับไปกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่หมัดหรือเท้าของผมกระแทกเข้าใส่ใครสักคนมันก็ยังรู้สึกสะใจทุกที และที่สำคัญ...พวกมันเอาแต่มัวเมากับการทำตัวเป็นหมาหมู่จนไม่ได้สังเกตเลยว่าผมกำลังขยับเข้าใกล้ประตูมากขึ้นเรื่อยๆ

คิดว่ากูจะเตะต่อยโง่ๆ หรือไง

“พวกโง่” ผมเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มโดยไม่สนใจความเจ็บปวดบนใบหน้า มือที่วางอยู่ตรงกลอนประตูกดปลดล็อคอย่างรวดเร็ว และวินาทีต่อจากนั้น ใครสักคนก็พุ่งเข้ามาถีบไอ้คนที่กำลังจะต่อยผมจนติดกำแพง

“หาเรื่องเจ็บตัว” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเรี่ยวแรงมหาศาลของเพื่อนที่เข้ามารับตัวผมที่กำลังจะล้มไว้

“มาคนเดียวเหรอ”

“เปล่า พาพวกมาด้วย”

“กูตาลาย มองไม่เห็น” ผมสะบัดหน้าไล่ความมึนงง แล้วก็เริ่มมองเห็นลางๆ ว่ามีพวกเพื่อนในคลาสยืนบังอยู่หลายคน

“ไหวไหม”

“ไหว แต่เจ็บว่ะ” ผมยกมือเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะขยับร่างพิงกำแพงแล้วยืนด้วยตัวเอง

“ถ้าพ่อมึงรู้นะ” ไอ้โซพูดลอยๆ

“เออ...เละ”

ไม่ใช่ผมนะ...แต่เป็นพวกมันทั้งฝูง

“กลับคอนโดกู” มันบอกแล้วเข้ามาพยุงผม

“มึงพาไอ้เก้าไปทำแผลก่อนเลย พวกกูเคลียร์เอง”

“ขอบใจ” ผมยกมือขอบคุณเพื่อนเมื่อเริ่มหายมึนและกลับมามองเห็นชัดอีกครั้ง หลังจากนั้นก็หันไปมองหน้าไอ้พวกรุ่นพี่ทีละตัวจนครบและจดจำใบหน้าของพวกมันทุกคนไว้ในใจ

พลาดแล้ว...พวกมึงพลาดมาก นอกจากจะปากดีใส่พี่ภูแล้วยังกล้าซ้อมกูอีก อยากซวยนักก็จะจัดให้

“อาการเป็นไง” โซถามในระหว่างที่กำลังช่วยให้ผมเข้าไปนั่งในรถ

“เฉยๆ”

“คำตอบสมเป็นมึงดี”

เฉยๆ ของผมไม่ได้หมายความว่าไม่เจ็บเลย มันก็เจ็บ แต่ก็ไม่ได้เจ็บมากจนทนไม่ไหวหรือเจ็บจนต้องร้องโอดโอย อาการมึนหัวก็หายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ปวดเนื้อปวดตัวกับปวดหน้าก็เท่านั้น

ไอ้โซขับรถด้วยความเร็วมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว ถึงจะไม่ได้พูดหรือแสดงอาการอะไรแต่ผมก็รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงและคงหัวเสียไม่แพ้กัน

“ให้กูจัดการให้ไหม” โซถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความหงุดหงิดไว้หลายส่วน ผมส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะเอนตัวพิงกับเบาะรถ

“ไม่ต้องหรอก…กูจัดการเอง”

ถ้าไม่ได้จัดการเองแล้วจะสนุกอะไร ในเมื่ออยากจะเล่นกันเหมือนเด็กน้อยแบบนี้ก็ย่อมได้…ผมไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว

ผมนั่งหลับตายาวจนมาถึงคอนโด พอจอดรถแล้วโซมันก็ทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่พอเห็นผมเดินได้เป็นปกติก็ถอยออกไป

“นั่นภู…”

“ไหน!” ผมชะงักเท้าก่อนจะรีบหันไปตามทางที่มันมองแล้วก็เห็นพี่ภูใส่ชุดสูทเต็มยศกำลังนั่งคุยกับใครสักคนอยู่ แต่บรรยากาศรอบๆ ที่ดูแตกต่างจากปกติทำให้ผมเผลอนิ่งไปวูบหนึ่งเพราะไม่คุ้นเคย…เขาดูแตกต่างจากเวลาที่ผมอยู่ใกล้ๆ อย่างสิ้นเชิง...จะบอกว่าน่ากลัวก็คงใช่

“จะไปทักไหม”

นั่นสิ...จะไปทักดีไหม

ผมหรี่ตาครุ่นคิด เผลอขยับใบหน้าจนความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่ว วินาทีนั้นแผนชั่ว...ไม่สิ...แผนอันชาญฉลาดก็ถูกกลั่นกลองออกมาจากสมองอย่างรวดเร็ว

“ไม่ทัก พากูขึ้นข้างบนหน่อย อย่าให้พี่ภูเห็นนะ” ผมหันไปบอกแล้วเดินไปอยู่อีกด้าน โซมันทำหน้างงแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ยอมเดินบังผมไปที่ลิฟต์แต่โดยดี

พอมาถึงหน้าห้องแล้วมันก็เปิดประตู แต่ผมไม่ได้เดินตามเข้าไป เจ้าของห้องหันมามองแล้วขมวดคิ้ว และยิ่งขมวดมากกว่าเดิมเมื่อเห็นผมทรุดตัวลงนั่งหน้าประตูห้องฝั่งตรงข้ามของมัน

“หน้ากูดูแย่ยัง” ผมถามพร้อมกับปรับสีหน้าเรียบเฉยของตัวเองให้ดูเหมือนเจ็บหน่อยๆ แต่ก็ไม่มากไปจนผิดสังเกต

“แย่ตลอดอยู่ละ”

“เอาดีๆ เดี๋ยวไม่ทัน” ผมเร่งพร้อมกับจัดแจงท่านั่งให้เอนตัวลงอีกหน่อย ห่อไหล่อีกนิด เอาให้ดูเหี่ยวๆ เฉาๆ เหมือนคนปกติที่เพิ่งโดนซ้อมมา

“เออ แย่แล้ว”

“มึงเข้าห้องไปได้แล้ว”

“แผนสูงจริงนะ” มันแซวแล้วยกยิ้มให้ พอเห็นผมตั้งท่าจะด่าก็ปิดประตูอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อเถอะ…มันเกาะติดขอบประตูแอบดูอยู่แน่นอน

ผมนั่งเก๊กท่าจนเริ่มเมื่อยพี่ภูก็ยังไม่มาเสียที สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องเลิกเลิกปั้นท่าทางแล้วเอนตัวนอนขวางประตูหน้าด้านๆ โดยไม่ลืมขดตัวเป็นกุ้งเพื่อลดความปวดที่หน้าท้องด้วย ถึงจะไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้ แต่ผมก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน บางทีถ้าพี่ภูยังไม่มาเร็วๆ นี้ผมกลับไปนอนในห้องไอ้โซน่าจะดีกว่า

“ทำไมมาอยู่ตรงนี้”

“อือ” ผมปรือตาที่กำลังจะหลับขึ้นมองต้นเสียงแล้วก็เห็นพี่ภูยืนขมวดคิ้วค้ำหัวอยู่ และวินาทีที่เราสบตากัน…ผมสังเกตเห็นว่าเขาชะงักไปครู่หนึ่ง

“มึง…”

“เจ็บ” ผมเบะปากก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง บอกก่อนเลยว่าสติกลับมาจนเต็มตั้งแต่เห็นหน้าเขาแล้ว

ที่ทำนี่ตอแหลอยู่

“ทำไมเป็นแบบนี้” พี่ภูกดเสียงต่ำ เขาใช้คีย์การ์ดที่ถืออยู่เปิดห้อง จากนั้นก็ก้มลงมองผมอีกครั้ง

“โดนซ้อมมา”

“ใคร”

“ผมไม่อยากฟ้องเลย…” ผมก้มหน้าลง และวินาทีต่อมาก็ต้องเงยหน้าเพราะใครอีกคนหิ้วปีกขึ้นมา “พวกในคลาสพี่เมื่อวานมาดักรอผมทางหลังตึก มันพาเข้าไปในห้องแล้วก็ซ้อมกันหน้าตาเฉย ถ้าไอ้โซมาช่วยไม่ทันผมคงเละแน่”

ไม่ได้อยากฟ้องเลย ไม่ได้ตั้งใจเล่าข้ามด้วยนะ

“...”

พี่ภูเงียบไปจนผมชักใจไม่ดี แต่ก่อนจะได้ถามอะไรอ้อมแขนแข็งแกร่งก็รั้งเอวผมให้เข้าไปแนบชิดแล้วช่วยพยุงเข้าไปในห้อง อยู่ๆ หัวใจไม่รักดีก็เต้นผิดจังหวะจนแทบกระเด็นออกมาจากอก ผมเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นอะไรบางอย่างที่กำลังเอ่อล้นออกมา

น่าแปลก...ทั้งที่สามารถเดินขึ้นมาเองได้ ทำหน้าตาเฉยๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรก็ยังได้ คิดว่าต้องแกล้งทำเหมือนเจ็บเอาเพื่อให้ใครอีกคนสงสาร แต่พอได้อยู่ใกล้ ได้รับการช่วยเหลือจากเขาแบบนี้ ผมกลับรู้สึกเจ็บและล้าขึ้นมาจริงๆ ซะงั้น

คงเหลือแค่สมองอย่างเดียว...ที่ผมยังควบคุมได้เมื่ออยู่ใกล้เขา

และผมเองก็รู้ดี...ว่าระหว่างสมองกับหัวใจ อะไรที่จะชนะ

“อาบน้ำไหวไหม” พี่ภูถาม พอเห็นผมพยักหน้าให้เขาก็เดินเข้าไปในห้องนอนที่ผมนึกว่าเป็นห้องว่างแล้วออกมาพร้อมกับชุดใหม่ “เข้าไปใช้ห้องน้ำกู”

“ครับ” ผมรับคำอย่างว่าง่ายแล้วเดินเข้าไปด้านในห้องนอน น่าเสียดายที่มีเวลามองแค่วูบเดียวเพราะพี่ภูเดินตามมาด้วย ผมเลยรู้แค่ว่าห้องของเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากข้าวของจำเป็น การตกแต่งก็เรียบง่ายเหมือนไม่ได้เพิ่มเติมอะไรสักอย่างเดียว

ห้องอาบน้ำกว้างขวางมีอุปกรณ์อยู่ในนั้นครบหมดแล้ว ผมใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีในการอาบ เพราะแค่สัมผัสโดนร่างกายก็ปวดไปหมด กลายเป็นว่าใบหน้าดูจะเจ็บน้อยสุดเพราะกันไว้ได้หลายที แต่แล้วเมื่อจะก้าวเท้าออกจากห้องน้ำผมกลับต้องชะงักไป กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านข้างประตูทำให้ผมมองเห็นร่างกายที่เปลือยท่อนบนของตัวเองได้อย่างชัดเจน

รอยช้ำสีเขียวหลายจุดที่กระจายอยู่ทั้งบริเวณท่อนแขนและลำตัวทำให้รู้สึกสยดสยองอยู่หน่อยๆ คาดว่าอีกไม่นานมันคงกลายเป็นสีม่วง ผมเผลอคิดถึงหน้าป๋าขึ้นมาวูบหนึ่ง ไม่รู้ว่าถ้ามาเห็นผมสภาพนี้ป๋าจะทำยังไง แต่ถ้าให้เดาอย่างแรกเลยคือพรุ่งนี้ผมต้องเห็นป๋ายืนร้องไห้อยู่หน้าประตูหอแน่ๆ

ผมได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดของตัวเองแล้วเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ใส่เสื้อเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจไม่ใช่สภาพห้องที่ผมอยากสำรวจตั้งแต่เข้ามา แต่เป็นพี่ภูที่นั่งอยู่บนเตียง เขากำลังพิมพ์อะไรบางอย่างในโน้ตบุ๊กโดยที่ยังใส่ชุดสูทเต็มยศ บรรยากาศรอบด้านดูเย็นชาน่ากลัวเหมือนตอนที่ผมเห็นเขาคุยงานอยู่ด้านล่างไม่มีผิด พอรู้ตัวว่าผมออกมาแล้วเขาก็เงยหน้ามองแล้วพยักหน้าให้เดินเข้าไปหา บรรยากาศกดดันเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจ

“นั่งรอตรงนี้”

“อื้อ” ผมตอบรับขันแข็งแล้วนั่งลงบนเตียง แต่พี่ภูกลับเลิกคิ้ว สายตาคมดุเบนกลับมาสบตาผม ก่อนเขาจะถอนหายใจแล้วดึงมือผมออก

มือข้างที่คว้าชายเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัว…

“ทำไมสั่น”

“เอ่อ…” ผมเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเองพร้อมกับพยายามหาคำตอบให้คำถามนั้น ผมรู้ตัวดีว่าทั้งมือและร่างกายกำลังสั่น แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไร

“หนาวหรือไง” พี่ภูพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยก่อนเขาจะถอดเสื้อสูทที่ใส่อยู่ออกแล้วโยนมาคลุมหัวผมไว้ “กูจะไปเอาอุปกรณ์ทำแผล เดี๋ยวมา”

“ครับ” ผมตอบรับเสียงแผ่วโดยไม่ได้ตั้งใจ มือขยับเสื้อสูทที่ไม่ได้หนาอะไรมาคลุมไหล่ไว้ดีๆ ความอบอุ่นด้านในกระจายอยู่รอบตัวและให้ความรู้สึกปลอดภัย ผมยังคงไม่เข้าใจว่าที่ตัวสั่นเป็นเพราะความหนาวหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ…

ตอนนี้ผมไม่ได้สั่นแล้ว…

พี่ภูวางกล่องยาลงด้านข้างแล้วหยิบอะไรก็ไม่รู้ออกมาสารพัด ผมทำหน้าแหยงตอนเห็นว่าเขาหยิบยาเม็ดออกมาด้วย มันก็ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้ แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบอยู่ดี

“ทำไมไม่ไปโรงพยาบาล”

“ผมเกลียดโรงพยาบาล” ผมตอบตามความจริง กลิ่นของที่นั่นทำให้ผมอยากอ้วก ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า อีกอย่าง...ตอนแรกมันก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากมาย

พี่ภูทำหน้าเอือม มือหยิบยาอะไรก็ไม่รู้ออกมาอย่างคล่องแคล่วแล้วเงยหน้ามองผม

“อยู่นิ่งๆ” เขาขยับเข้ามาหา เริ่มเอาสำลีแตะที่ใบหน้า ผมเจ็บจี๊ดจนต้องขยับถอยหลัง แต่โดนมือแกร่งล็อคแขนไว้ก่อน

“เจ็บ”

“มองหน้ากู” พี่ภูขมวดคิ้วแล้วจับใบหน้าผมให้อยู่กับที่ ผมเองก็ได้แต่ทำตามคำสั่งโดยพยายามเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการมองใบหน้าที่ดูดีจนน่าอิจฉา

ทุกครั้งที่ผมสะดุ้งเพราะความเจ็บ พี่ภูจะขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วหรี่ตาลงเป็นเชิงบอกให้อยู่นิ่งๆ ผมต้องนั่งตัวแข็งทนกับความเจ็บอยู่นานกว่าเขาจะถอนมือออกไป

“ถอดเสื้อ” เขาสั่ง

ผมพยักหน้าก่อนจะเอาเสื้อสูทออกจากตัวแล้วถอดเสื้อออกทั้งหมดจนเหลือแต่กางเกง พี่ภูมองสำรวจแล้วถอนหายใจ ผมไม่ได้ก้มลงมองตัวเองเพราะรู้ดีว่ามันแย่ขนาดไหน จากที่ได้เห็นเงาตัวเองในห้องน้ำแล้วคิดว่าน่าจะเป็นรอยช้ำไปสักพักใหญ่ๆ

“ผมจะไปหาพี่…” ผมพูดขึ้นช้าๆ จนมือพี่ภูที่กำลังป้ายยาให้ที่แขนหยุดชะงักไป เขาเงยหน้ามองผมแค่แวบเดียวแล้วก้มหน้าทายาต่อ ซึ่งนั่นก็ดีเหมือนกัน...เพราะถ้าเขายังมองอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะพูดต่อได้หรือเปล่า “ผมจะชวนพี่ไปว่ายน้ำ ตอนแรกไลน์ไปแล้วพี่ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ ผมไม่รู้ว่าวันนี้พี่ไม่มาเรียน”

“กูลืมโทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ที่ห้องตั้งแต่เช้า ที่ติดตัวมีแค่โทรศัพท์คุยงาน”

“อ๋อ…”

“มึงไม่ควรไปหากูถึงที่คณะทั้งที่เพิ่งมีเรื่องไปเมื่อวาน” พี่ภูพูดเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้า ผมเองก็ไม่กล้ามองเขาเลยได้แต่ก้มลงมองมือที่กำลังป้ายยาให้แทน

“ก็เมื่อวาน...พี่ทำเหมือนโกรธ” ผมพึมพำเบาๆ “ผมไม่อยากปล่อยให้มันค้างคาไปอีกวัน”

แค่วันเดียวก็แย่แล้ว...

“...”

พอพี่ภูเงียบผมก็ไม่กล้าพูด เพราะความผิดที่ไม่รู้ว่าคืออะไรยังติดตัว ได้แต่นั่งหันหน้าหันหลังตามคำสั่งให้คนหน้าดุช่วยทายาให้ สุดท้ายเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นหมดแล้วเขาก็สั่งให้ผมใส่เสื้อ

“กินยาด้วย”

“ครับ” ผมรับคำอย่างว่าง่ายแล้วหยิบยามากิน รสขมแหยะๆ ทำให้เผลอเบ้ปาก แต่ก็ทนกลืนลงไปเพราะไม่อยากให้ใครอีกคนโกรธ

“ปวดหัวหรือเปล่า”

“ไม่ปวด”

“อืม”

“แล้ว...ทำไมวันนี้พี่ไม่ไปเรียนล่ะ” ผมถามถึงสิ่งที่สงสัย ถึงจะเดาได้ว่าเป็นเรื่องงานจากที่เห็นด้านล่าง แต่ก็ไม่แน่ใจนักเพราะเขาไม่น่าจะคุยยาวลากจากเช้ามายันเย็นแบบนี้

“กูนั่งเครื่องไปคุยงานที่ภูเก็ตตั้งแต่เช้า”

“ภูเก็ต…”

“อืม...ไปหาอาซี”

ที่แท้ก็ไปหาพ่อไอ้โซ

“แล้วก็กลับมาคุยงานที่นี่ต่อเหรอ” ผมถาม แต่พอพี่ภูพยักหน้ารับแล้วเลิกคิ้วสงสัยก็รู้ตัวทันทีว่าพลาดไป

“มึงรู้ได้ไงว่ากูมีคุยงานที่นี่ต่อ”

“ตอนขึ้นมาผมเห็นพี่คุยกับใครสักคนอยู่ แต่ไม่อยากกวนเลยขึ้นมาก่อนไง” ก็ไม่ได้โกหกนะ แค่ไม่ได้บอกว่าจริงๆ ไอ้โซมาด้วยเฉยๆ

“แล้วโซไปไหน ทำไมไม่พาไปทำแผล”

ลืมไปว่าคุยกับคนฉลาด...

ผมนั่งนิ่งเพื่อคิดคำตอบแต่ดันเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากโดยไม่ได้แสดงพิรุธอะไรมากไปกว่านั้น แต่พอพี่ภูส่ายหน้าหน่ายผมก็รู้ได้ทันทีว่าเขารู้ทันผมหมดแล้ว

“แหะๆ”

“...”

พี่ภูมองหน้าผมนิ่งๆ โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ เสียงหัวเราะของผมเลยเบาลงเรื่อยๆ จนเงียบไปในที่สุด เป็นครั้งแรกที่รู้สึกกดดันจนต้องบีบมือตัวเอง สุดท้ายเลยได้แต่สารภาพเสียงแผ่ว

“ผมแค่อยากอยู่ใกล้ๆ”

อยากให้สนใจ...

“...” เขาเงียบไปจนผมกังวลใจ เกือบจะขอโทษอยู่แล้วถ้าไม่เหลือบไปเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาเสียก่อน

“อืม”

อืม...อืมเฉยๆ แปลว่าตกลง

หมายความว่าเขาไม่ปฏิเสธแล้วก็ไม่โกรธใช่ไหม

ผมยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนรู้สึกเจ็บมุมปาก อยากจะยกมือขึ้นมาแตะตามสัญชาตญาณ แต่โดนคนหน้าดุดึงมือเอาไว้เสียก่อนเลยนึกได้ว่าเพิ่งทายาไป

“ขอบคุณครับ”

แล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอีกครั้งเมื่อพี่ภูยื่นมือมาผลักหัวผมเบาๆ แล้วละความสนใจไปกดโน้ตบุ๊กต่อ แต่ครั้งนี้เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องที่ผมไม่เคยเห็นขึ้นมาทำอะไรบางอย่างด้วย...คงเป็นโทรศัพท์คุยงาน

พวกนักธุรกิจก็แบบนี้ มีโทรศัพท์หลายเครื่อง ป๋าผมก็มีสามสี่เครื่องเหมือนกัน เวลาผมเห็นมันดังพร้อมกันโคตรปวดหัวเลย ไม่รู้ป๋าแยกสมาธิได้ยังไง

“คือว่า…” ผมตั้งท่าจะถามเรื่องเมื่อวานต่อ แต่อยู่ๆ ก็ไม่กล้าขึ้นมาเพราะใครอีกคนไม่หันมาสนใจ “เสื้อกับกางเกงมันดูพอดี…”

ป๊อดไรวะ...ไม่สมเป็นมึงเลยไอ้เก้า

ผมได้แต่ขมวดคิ้วหงุดหงิดกับตัวเอง ถึงเรื่องเสื้อผ้าพวกนี้จะน่าสงสัย แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นของน้องหรือคนรอบตัวเขา

แล้วกูจะถามขึ้นมาเพื่ออะไรวะเนี่ย

“ของน้องกู”

นั่นไง…มิน่าถึงได้เดินเข้าไปเอาชุดที่ห้องนั้น

“พี่อยู่กับน้องเหรอ”

“เคยอยู่”

“อ่า…” ผมกัดริมฝีปากไว้ไม่ให้ถามต่อ เพราะพอจะดูออกว่าพี่ภูไม่ค่อยอยากพูดเรื่องน้องเท่าไหร่

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ผมเอนตัวนอนอยู่ตรงขอบเตียง พี่ภูแค่เหลือบตามองแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แอร์เย็นๆ กับเสื้อสูทอุ่นๆ ทำให้ผมง่วงจนเกือบวูบอยู่หลายครั้ง แต่พอลืมตาเห็นคนหน้าดุยังเคร่งเครียดอยู่กับเครื่องมือสื่อสารแล้วก็ไม่อยากหลับ

ยังไม่ได้คำตอบเลย…

“พี่ภู…” ผมดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ ตาปรือจนเกือบจะหลับแต่ก็ยังเห็นว่าเขาหันมามอง “พี่โกรธผมเหรอ”

“เปล่า”

“แต่พี่เดินหนี...ท่าทางก็เหมือนโกรธ”

“ขยับไปนอนที่หมอนดีๆ” เขาวางอุปกรณ์ทุกอย่างลงข้างตัวแล้วช่วยดึงผมให้ขึ้นไปนอนบนหมอนรวมถึงเอาผ้าห่มมาคลุมให้จนถึงอก

“ขอบคุณครับ”

“อืม”

“พี่ไม่เหนื่อยเหรอ…”

อุตส่าห์มาเรียนที่ไทยแต่ก็ยังต้องทำงาน ไหนจะบินไปภูเก็ตตั้งแต่เช้าแล้วกลับมาคุยงานต่อตอนบ่ายอีก ถ้าเป็นผมคงโวยวายไปแล้ว

“ง่วงแล้วพูดมากจังวะ” พี่ภูบ่นเบาๆ แต่ผมไม่สนใจ ยังคงพูดตามที่คิดต่อไป

“ถ้าผมอยู่ใกล้ๆ พี่ต้องหายเหนื่อยแน่เลย”

“เหรอ”

“จริงๆ นะ”

“ไม่ใช่ปวดหัวกว่าเดิมหรือไง” น้ำเสียงแฝงความขบขันทำให้ผมหน้าบึ้ง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมใครๆ ต้องบอกว่าอยู่ใกล้ผมแล้วจะปวดหัว ทั้งที่ผมก็ออกจะเพอร์เฟค

“ไม่ปวดนะ”

“นอนไป” เขาตัดบทแล้วทำท่าจะดึงเสื้อสูทออกไป แต่ผมส่ายหน้าแล้วเอามากอดไว้แน่น

“ไม่เอา...อุ่น”

“ง่วงแล้วงอแง”

“อื้อ” ผมยิ้มแป้นรับคำจนพี่ภูต้องถอนหายใจเบาๆ แล้วทำท่าจะลุกออกไปจากเตียง แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นผมก็คว้ามือของเขาเอาไว้ก่อน “พี่อยู่ใกล้ๆ ผมนะ”

แค่อยู่ใกล้ๆ ก็พอ

ผมแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้วแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าใครอีกคนกำลังลูบหัว สัมผัสอุ่นๆ ทำให้อยากดึงตัวเขามากอดไว้แต่ก็รู้ดีว่ายังทำไม่ได้ ผมเกือบฝืนลืมตาเมื่อรู้สึกได้ว่าคนข้างๆ หายไป แต่ยังไม่ทันได้ทำตามที่คิดน้ำหนักบนเตียงด้านข้างก็ยวบลงเสียก่อน

พี่ภูยอมมานั่งข้างๆ ผมจริงๆ ด้วย

“กูไม่ได้โกรธ”

ในระหว่างที่กำลังจะหลับ ผมได้ยินเสียงพูดดังชัดเจนอยู่ด้านข้าง

“...”

“แต่ไม่ชอบที่มึงตั้งใจจะให้คนอื่นทำร้ายตัวเอง...มันเจ็บไม่ใช่หรือไง”

“อือ…” ผมยิ้มกว้าง พลิกตัวนอนตะแคงแล้วขยับเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขา

“อย่าทำอีก”

“แต่วันนี้ผมไม่ได้…”

“รู้แล้ว”

“...”

“เรื่องวันนี้กูจะจัดการเอง”

ถึงน้ำเสียงจะเรียบเฉยเหมือนปกติ แต่ผมสัมผัสถึงความโกรธที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขาได้อย่างชัดเจน

“กระต่ายอย่างมึงนอนรอเจ้าของอยู่เฉยๆ ก็พอ”

 

-------------------

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2017 14:30:56 โดย CHESS. »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[7]==[P.5]== [30/05/60]
« ตอบ #139 เมื่อ: 01-06-2017 17:46:21 »





ออฟไลน์ farfarneenee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #140 เมื่อ01-06-2017 18:04:37 »

งืออออออออออ น้องก้อนนนน
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #141 เมื่อ01-06-2017 18:38:54 »

มีความอ้อนระดับสิบ ...

ออฟไลน์ xxSunShinexx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #142 เมื่อ01-06-2017 19:06:12 »

งุ้ย พี่ภูเริ่มมีใจแล้วใช่มั้ยตอบบบบ
จัดการพวกนั้นหนักๆเลยนะเจ้าของกระต่าย  o18

ออฟไลน์ missm2c

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #143 เมื่อ01-06-2017 19:12:22 »

นอนรอเฉยๆเองเหรอพี่ภู 555555 #พี่ภูของบ่าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-07-2017 15:09:48 โดย missm2c »

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #144 เมื่อ01-06-2017 19:35:00 »

กระต่ายนอนรอเจ้าของเฉยๆ ก็พอหรอพี่ภู  :pigha2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2017 19:40:20 โดย route rover »

ออฟไลน์ sahatsawat

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #145 เมื่อ01-06-2017 20:46:45 »

 :pig4: :pig4: ดีต่อใจมากกกกกกกกกก   :hao7:

ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #146 เมื่อ01-06-2017 21:02:09 »

 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ บูมเบส

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #147 เมื่อ01-06-2017 21:10:30 »

นอนรอแล้วทำไงอีก

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #148 เมื่อ01-06-2017 21:18:15 »

พออ่านควมคิดของเก้า ขำ เลย  :laugh: :laugh: :laugh:
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมใครๆ ต้องบอกว่าอยู่ใกล้ผมแล้วจะปวดหัว
ทั้งที่ผมก็ออกจะเพอร์เฟค


แผนเก้าสำเร็จ
ได้อยู่ใกล้ๆพี่ภู
พี่ภูทำแผลให้
แถมจะจะจัดการกลุ่มที่ทำร้ายเก้า  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
จบด้วย “กระต่ายอย่างมึงนอนรอเจ้าของอยู่เฉยๆ ก็พอ”
พี่ภู ยอมรับว่าเป็นเจ้าของกระต่ายเก้าแล้ว  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[8]==[P.5]== [01/05/60]
«ตอบ #149 เมื่อ01-06-2017 21:19:36 »

ถ้าเป็นกระต่ายจะฟินอย่างนี้มั้ยนะ :mew2: :mew2: :mew2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด