Lost Destiny (Omegaverse) Special Series 1 : ในเมืองแห่งความฝัน (ฮิอิราชิ เรย์)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Lost Destiny (Omegaverse) Special Series 1 : ในเมืองแห่งความฝัน (ฮิอิราชิ เรย์)  (อ่าน 60849 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


-------------------------------------------------------------------------------------------------


:L2: :L2: :L2:


LOST DESTINY

(แม้จะเป็นเรื่องสั้นแต่มีหลายตอน..)


ข้อมูลสำคัญก่อนอ่าน Lost Destiny
(สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักโอเมก้าเวิร์สมาก่อน ถ้าไม่อ่านงงแน่นอนค่ะ)

โอเมก้าเวิร์ส

คือการแต่งฟิคชั่นรูปแบบหนึ่งที่มีที่มาจากทางยุโรป

โดยในเรื่องจะไม่แบ่งคนตามเพศ หญิง หรือ ชาย

แต่จะแบ่งคนเป็นสามประเภท ได้แก่
อัลฟ่า – ชนชั้นสูง ฉลาด มีเกียรติ มีศักยภาพและความสามารถมาก มักเป็นผู้นำ (ในเรื่องนี้เพศหญิงและชายสามารถตั้งท้องได้)

เบต้า – คนสามัญธรรมดามีจำนวนมากที่สุด (เพศชายท้องไม่ได้)

โอเมก้า – มีจำนวนน้อยมากที่สุด หากโดนกัดที่หลังคอจะเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ และไม่สามารถมีคู่คนอื่นได้อีกนอกจากคนที่กัดตนเอง (เพศหญิงและชายท้องได้) มักตกเป็นผู้ถูกกระทำหรือถูกสังคมกดขี่ดูถูก 

คำศัพท์สำคัญที่ควรต้องทราบ

ฮีท – ฤดูผสมพันธ์ คล้ายกับสัตว์ โอเมก้าจะฮีทเรื่อยๆเป็นช่วงๆ ไม่มีทางหายเองยกเว้นจะมีเพศสัมพันธ์หรือกินยา หากยังไม่มีคู่ก็จะกินยา ในช่วงเวลาที่ฮีทจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และส่งกลิ่นฟีโรโมนที่เรียกให้ทั้งอัลฟ่าและเบต้ามาผสมพันธุ์ด้วย (คนที่ได้กลิ่นก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน) ทั้งนี้ โอเมก้าที่โดนกัดหลังคอแสดงความเป็นเจ้าของแล้ว ฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาจะไม่ทำให้ผู้อื่นยกเว้นคู่ของตนเองเกิดอารมณ์ ดังนั้นโอเมก้าส่วนใหญ่จะใส่ปลอกคอไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันตัว และเพื่อให้เฉพาะคนที่อยากได้มาเป็นคู่จริงๆมากัดเท่านั้น

คู่ – คู่รักธรรมดาทั่วไป

คู่แห่งโชคชะตา – พบเพียงหนึ่งในล้าน คืออัลฟ่าและโอเมก้าที่ได้พบกันและรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เมื่อพบกันแล้วจะส่งฟีโรโมนออกมาอย่างรุนแรง และจะรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นคู่แห่งโชคชะตา




:L2: :L2: :L2: :L2:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-03-2018 16:47:57 โดย Lady-n »

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse)
«ตอบ #1 เมื่อ05-01-2017 22:57:10 »




Lost Destiny

 

บทนำ



ทำไมถึงยังอยู่ตรงนี้กันนะ

จิฮิโระถามตัวเองเป็นพันๆครั้ง

แต่ไม่ว่าจะถามสักเท่าไร คำตอบก็ยังเหมือนเดิม

เพราะว่าเขารักคนๆนั้น

รักมากถึงขนาดที่ว่ายอมทำทุกอย่าง

อะไรก็ได้..

ที่ไม่ใช่ตัดใจ


                ชีวิตการเป็นโอเมก้าในยุคสมัยนี้ จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่จะว่ายากก็ไม่ใช่เช่นกัน ถึงแม้จะมีจำนวนน้อยไม่เปลี่ยน บางครั้งก็ถูกเบต้าหรืออัลฟ่าเอาเปรียบ แต่ก็ใช่ว่าจะเดือดร้อนจนใช้ชีวิตไม่ได้ หยูกยาที่จำเป็น ยาคุมฟีโรโมนหรือยาคุมแบบฉุกเฉิน ทั้งแบบเม็ดหรือแบบฉีดก็มีราคาไม่สูงมากอีกต่อไปเพราะนวัตกรรมสมัยใหม่รุดหน้าไปมาก



                ดังนั้นแล้ว ตอนที่ถูกรู้ตัวว่าเป็นโอเมก้าครั้งแรกตอนอายุ 12 จิฮิโระจึงไม่ตื่นตระหนกมากนัก คุณหมอที่เป็นคนวินิจฉัยเขาถึงกับแปลกใจ เพราะส่วนใหญ่เด็กๆที่รู้ตัวว่าเป็นโอเมก้า ถ้าไม่แตกตื่นก็ร้องไห้โวยวายไปแล้ว น้อยคนนักที่จะนิ่งสงบเหมือนเขา



                บางทีอาจเป็นเพราะเป็นเด็กบ้านนอก อยู่กับลมกับฟ้าแล้วก็ทุ่งหญ้ากว้างๆมาโดยตลอด เขาก็เลยไม่ค่อยอารมณ์ร้อน หรือจะพูดให้ถูกคือเย็นเหมือนน้ำในแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ ขนาดเต่ายังต้องบ่นว่าจะไหลช้าไปถึงไหน



                คุณแม่ของเขาแม้จะตกใจในตอนแรกแต่ก็กลับมาควบคุมสติได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้จะเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดี แต่ก็เข้มแข็งมากเช่นกัน ของขวัญคริสมัสของเขาในปีนั้นจึงเป็นปลอกคอหนังสีดำคุณภาพค่อนข้างดี คู่มือการใช้ชีวิตอย่างโอเมก้า รวมถึงกล่องใส่ยารูปหมีโคอาล่าที่เขาชอบ



                 และด้วยความที่เขาเป็นคนนิสัยแบบนี้ แม่จึงค่อนข้างจะวางใจในตัวเขาพอสมควร ไม่ขังเขาไว้ในบ้านเหมือนกับพ่อแม่บางคนที่ห่วงลูกโอเมก้าของตนจนเกินเหตุ อีกอย่างจิฮิโระคิดว่าตัวเองเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่ชอบดื้อกับผู้ปกครอง เขาแทบจะไม่เคยทะเลาะกับแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระทั่งตอนสอบติดที่โตเกียว เขายังเป็นฝ่ายออกปากว่าหากแม่ไม่ต้องการ เขาจะไม่ไป แต่สุดท้ายแม่ก็บอกให้เขามา บอกให้ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองดูสักครั้ง เป็นการหาประสบการณ์ให้ชีวิต



                แต่พอได้มาที่โตเกียว เขาก็รู้



                ว่าจริงๆแล้วตัวเองเป็นเด็กหัวแข็งสิ้นดี



                “จีจัง วันนี้ก็ขยันเหมือนเดิมเลยนะ” เจ้าของชื่อยิ้มรับ ดวงตาสีวอลนัททอประกายระยิบระยับก่อนจะหรี่ลง เขาวางกระถางต้นอาจิไซสีฟ้าอมม่วงที่เพิ่งบานรับเดือนมิถุนาลงบนโต๊ะสีขาวเตี้ยๆหน้าร้าน



                “อาสึสะซัง วันนี้ก็เหมือนเดิมหรือครับ?”



                “ก็ไม่เชิง พิเศษนิดหน่อย” ชายชราวัยล่วงเลยถึง 65 ปีขยิบตา แม้ว่าจะแก่แต่หัวใจยังหนุ่มอยู่ มือข้างที่ไม่ได้ถือไม้เท้าอยู่ยื่นริบบิ้นสีชมพูอ่อนขลิบระบายให้กับจิฮิโระ



                “วันนี้ใช้เจ้านี้ผูกนะ”



                “เอ๋..อะไรกันน้า” จิฮิโระแกล้งพูดเสียงอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ เล่นตามเกมส์คนแก่ที่อยากให้คนสนใจ



                “วันครบรอบที่เดทกันครั้งแรกน่ะ ไม่รู้ว่ายัยนั่นจะจำได้หรือเปล่านะ แก่แล้วก็แบบนี้” อาสึสะหัวเราะร่วนจนรอยเหี่ยวย่นเด่นชัดบนใบหน้า



                “ต้องจำได้อยู่แล้วครับ ถ้าจำไม่ได้ก็พาออกไปเดทด้วยกันอีกรอบเลยเป็นไง” มือบางหยิบเลือกดอกไม้อย่างชำนาญ ดอกลิลลี่สีขาวและดอกทานตะวันอย่างล่ะหนึ่งดอกถูกตัดแต่งก้านใบจนพอเหมาะ ก่อนจะห่อด้วยพลาสติกใสและผูกด้วยริบบินสีชมพูแสนพิเศษ



                “เรียบร้อยครับ”



                “ฮ่าๆ ขอบคุณมากนะ”



                จิฮิโระโบกมือลาลูกค้าเจ้าประจำ อดนึกอิจฉาอยู่ในใจไม่ได้ อาสึสะซังมักจะมาซื้อดอกไม้ที่ร้านที่เขาทำงานอยู่ เพื่อมอบให้ภรรยาของตนที่อายุไล่เลี่ยกัน เป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก



                จิฮิโระเองก็ใฝ่ฝัน..ที่จะมีคนรักแบบนี้เช่นกัน



                “โอ๊ย!”



                มือที่ไล่ขลิบตัดหนามกุหลาบพลันสะดุ้งเฮือก เลือดหยดเล็กๆหยดลงบนโต๊ะ



                แต่เขาก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก



                ตราบใดที่ยังรักคนๆนั้นอยู่



               

                ร่มใสถูกกางก่อนที่เจ้าของเรือนร่างผอมบางจะเดินออกไปกลางสายฝน เขาทวนรายการสิ่งของที่ต้องซื้อในหัว



                “ผักสลัดก็หมด..อ๊ะ มิโสะ มิโสะ”



                สุดท้ายก็ได้ของเกินจนล้นตะกร้า



                รอยยิ้มเจื่อนๆผุดขึ้นบนใบหน้า



                ทำอย่างกับว่า เขา จะกลับมากินด้วยบ่อยๆอย่างนั้นแหละ



                และแล้วจิฮิโระก็กลับมาถึงที่คอนโดสูงเสียดฟ้าย่านชุมชนเมือง



                การเปิดประตูทำไปอย่างทุลักทุเล เพราะว่ามีข้าวของเต็มมือ จะรูดการ์ดเปิดห้องก็เลยลำบาก ลืมคิดว่าวางของก่อนก็ไม่น่าเป็นไรไปเสียสนิท



                แต่ในขณะที่ขวดโชยุกำลังจะไหลตกจากถุง ประตูก็เปิดออกมาจากด้านใน



                จิฮิโระเบิกตากว้าง



                ทั้งตกใจ..และยินดี



                “จิฮิโระ”



                เสียงของเขานุ่มทุ้มและหนักแน่น เช่นเดียวกับดวงตาสีดำสนิทเหมือนท้องฟ้ายามราตรีคู่นั้น



                จิฮิโระรู้สึกมือไม้อ่อนไปชั่วขณะ



                แต่ที่ถุงซุปเปอร์ร่วงหล่นลงพื้นไม่ใช่เพราะมือเขาไม่มีแรง แต่เป็นเพราะถูกกระชากให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดนั้นอย่างแรงต่างหาก



                ใบหน้าถูกจับเชิดขึ้นให้รับจุมพิตร้อนแรงเอาแต่ใจ เขาได้กลิ่นบุหรี่ราคาแพงยี่ห้อประจำของอีกฝ่ายเจือปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ



                “อึก..เรย์ .......อะ เรย์.....” ลิ้นร้อนกวาดต้อนทุกตารางนิ้วริมฝีปาก



                จูบของเรย์เป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง



                อาจเพราะว่าเขาเป็นอัลฟ่า เพราะว่าเป็นชนชั้นสูง ความเอาแต่ใจจึงแฝงอยู่ในทุกการกระทำ



ในไม่ช้าทั้งตัวของจิฮิโระก็เปล่าเปลือย สิ่งเดียวที่เหลือติดกายคือปลอกคอหนังสีดำเท่านั้น



                ทั้งๆที่..เป็นสิ่งที่อยากจะให้ถอดที่สุดแท้ๆ



                ในช่วงเวลาที่กำลังไต่ไปสู่จุดสูงสุด เขาสอดมือไล้ปลายนิ้วไปที่ผมสีดำจัดของอีกฝ่าย มองสบตาคู่นั้น อยากจะพูดออกไปว่าช่วยถอดปลอกคอนี่แล้วทำให้ฉันเป็นของนายได้หรือเปล่า



                แต่ก็พูดไม่ออก



                ไม่สิ



                มันไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพูด



                แต่อีกฝ่ายไม่เคยฟังต่างหาก



                เขาอยากจะเป็นคู่ อยากจะเป็นคนรัก อยากจะสร้างครอบครัว อยากจะมีลูกตัวน้อยๆด้วยกัน



                ไม่เห็นอยากได้ คอนโดราคาแพงใจกลางเมืองนี่ หรือจะบัตรเครดิตที่กดวงเงินไม่อั้นนั่นก็ไม่อยากได้เหมือนกัน



                หัวใจราวกับจะหยุดเต้นเมื่อนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายสัมผัสเข้าที่ปลอกคอ



                เรย์?..



                “สีเริ่มซีดแล้ว ไว้จะซื้ออันใหม่ให้”



                อา



            นี่เรากำลังหวังอะไรอยู่กัน



            เมื่อทุกอย่างจบลง ร่างสูงแต่กำยำของอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นก่อนจะเปิดลิ้นชักข้างเตียง หยิบกล่องสีขาวที่จิฮิโระแสนจะเกลียดออกมาวาง ภายในบรรจุเข็มฉีดยาสี่กระบอก เรย์หยิบขึ้นมาเข็มนึงก่อนจะคว้าแขนของเขาไป



                “เป็นอะไร?”



                จิฮิโระกัดริมฝีปาก เขาเผลอกระชากแขนกลับมา..



                “เปล่า..แค่..ตกใจ”



                เรย์เลิกคิ้วก่อนจะจับแขนของเขาและฉีดยาลงไป มันเจ็บ เจ็บมากๆเหมือนกับทุกครั้ง



                เกลียดที่สุด



                “ยังกลัวเข็มอยู่หรือ? ชินได้แล้ว”



                จะให้ชินได้ยังไงกัน ทันทีที่ฤทธิ์ของยาคุมแบบรุนแรงแล่นผ่านเข้ากระแสเลือด จิฮิโระก็รู้สึกเบลอจนตาพร่า



                “เรย์..ข้าวเย็น..” น้ำเสียงที่ออกมาจึงแผ่วเบาตามไปด้วย



                “ต้องไปแล้ว มีประชุมกับคนจากเคสติน” เหมือนว่าเขาจะเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ เรย์โน้มตัวลงมาก่อนจะลูบแก้มเขาเบาๆ



                “เป็นเด็กดี”



                “อื้ม”



                ทันทีที่เสียงปิดประตูดังขึ้น จิฮิโระก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป



                ทำไมเขาถึงได้เป็นคนที่หัวดื้อขนาดนี้



                งี่เง่า จิฮิโระ คนงี่เง่า ทั้งดื้อทั้งงี่เง่า



                8 ปีแล้วแท้ๆ



                พอได้แล้ว



                แต่คิดแบบนั้นทีไรก็จะมีเสียงแทรกขึ้นมา



ว่าไม่เอาหรอก!



ไม่หยุดหรอก



ทำไม่ได้หรอก....




+++++++++++++++++++

TBC

               

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse)
«ตอบ #2 เมื่อ05-01-2017 22:58:10 »




บทที่ 1



                เขาพบกับเรย์ครั้งแรกตอน ม.3



                เพราะว่าไกลบ้านจึงต้องอยู่หอพักใกล้กับโรงเรียนแทน และยิ่งเขาเป็นคนชอบตื่นเช้า ติดนิสัยตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่บ้านนอก ทำให้มาโรงเรียนได้แต่เช้าเสมอ



                และนั่นเองที่ทำให้เขาได้พบกับเรย์



                ในช่วงเวลาเช้าตรู่ที่คิดว่าคงไม่ได้เจอกับใคร รถสีดำคันหรูที่เขาไม่รู้จักยี่ห้อก็ขับเคลื่อนมาจอดอยู่หน้าโรงเรียน ชายในชุดสูทเปิดประตูรถด้านหลังอย่างนอบน้อม ก่อนที่เรย์จะก้าวออกมา



                แผ่นหลังสง่าตรงและดวงตาที่ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใด



                เหมือนกับอยู่เหนือโลกทั้งใบ



                อย่างน้อยๆก็โลกของจิฮิโระ



                ตั้งแต่วินาทีนั้น เขาก็รู้ว่าหัวใจไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป



                น่าเสียดายที่เรย์กับเขา ไม่ใช่คู่แท้ ไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตา   



ทั้งตามหลักการในหนังสือที่อ่านหรือที่เห็นได้บ่อยๆในหนัง เรื่องความรู้สึก กลิ่น หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะได้ประสบเมื่อเจอกับคู่แห่งโชคชะตา



                ตอนที่เขาพบกับเรย์ และเรย์พบกับเขา



                ไม่มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นสักนิดเดียว



                มีแค่ดวงตาคู่นั้นเท่านั้น



                ที่ทำให้จิฮิโระยังเป็นคนโง่ได้ถึงทุกวันนี้



               

                เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จิฮิโระบิดตัวด้วยความเมื่อยล้า ทั้งเนื้อทั้งตัวยังมีร่องรอยสีแดงจางๆกระจายอยู่เต็มไปหมด ผ้าปูที่นอนก็คงต้องซักใหม่ แย่จัง ช่วงนี้แดดไม่ค่อยจะดีเสียด้วย



                ดวงตาสีวอลนัทเลิกขึ้นน้อยๆเมื่อเปิดตู้เย็นแล้วพบกับความว่างเปล่า     



                อ่อ..



                สองขารีบก้าวไปยังหน้าห้อง ก่อนจะพบกับถุงซุปเปอร์เมื่อคืนที่ยังวางกองอยู่เหมือนเดิม อะไรที่หก ก็หก อะไรที่หล่นก็หล่น ของสดบางอย่างที่ยังไมได้แช่ก็คงจะเสียไปแล้ว เขายิ้มขื่น



                รีบอะไรขนาดนั้น อย่างน้อยเก็บเข้ามาวางไว้ในห้องเฉยๆก็ยังดี



                เมื่อหยิบเก็บทุกอย่างเข้าห้อง เขาก็ต้มน้ำร้อนเพื่อทำราเมงกินแบบง่ายๆ กะว่าวันนี้จะนั่งดูหนังให้ชุ่มปอด นอนเกลือกกลิ้งจนกว่าจะหายเมื่อย แล้วออกไปเดินเล่นสักนิดถ้าอากาศดี



                เขาไม่มีงานประจำอะไร ถ้าหากไม่นับงานที่ร้านดอกไม้ ซึ่งก็ทำแค่สัปดาห์ล่ะสามถึงสี่วันเท่านั้น



                เรย์บอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไร และไม่อยากให้เขาทำอะไรด้วย



                ซึ่งคำว่าไม่อยากสำหรับคนๆนั้น หมายถึงห้ามทำ



                ห้ามขัดใจ ห้ามพูดไม่รู้จักฟัง ห้ามเอาแต่ใจ



                และเพราะจิฮิโระเชื่อฟังมาโดยตลอด เขาถึงอยู่ตรงนี้ได้



                มือขาวคว้าเอารีโมตทีวีขึ้นมาเปิดไล่ช่องดูขณะที่รอให้เส้นราเมงสุก เขารอเก่ง ชอบรอจนกว่ามันจะสุกจนแทบจะอืด นุ่มนิ่มจนกลืนได้เลยโดยไม่ต้องเคี้ยว โคจิเพื่อนสนิทของเขาเคยถามว่าถ้าชอบแบบอืดๆทำไมไม่เอาเข้าไมโครเวฟไปเลยให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่จิฮิโระกลับไม่ชอบอะไรแบบนั้น



                เขาชอบที่จะรอจนกว่ามันจะอืดไปเองมากกว่า



                ผู้ประกาศข่าวสาวยิ้มอย่างน่ารักในทีวีจอแบนขนาดใหญ่ เธอสวมเดรสตัวในสีขาวและเสื้อคาดิแกนสีเหลืองเลม่อนสดใส เสียงแหลมเล็กน้อยแต่ชวนให้รู้สึกสนุกสนาน



                แต่เนื้อข่าวที่รายงานไม่เห็นน่าสนุกไปด้วยสักนิด



                ภาพแอบถ่ายของคนสองคนอิงแอบแนบชิดกันลงจากรถยนต์สีเมทาลิกแพงระยับ ฝ่ายชายสวมชุดสูทสีดำสนิทส่วนฝ่ายหญิงใส่เกาะอกสีแดง



                “..หรือว่าหญิงสาวพราวเสน่ห์จากตระกูลฮันซาวะคนนี้อาจจะเป็นตัวจริงของฮิอิราชิ เรย์ ทายาทตระกูลฮิอิราชิเจ้าของสัมปท--”



                ไม่สนุกสักนิด



                ชามราเมงถูกวางทิ้งอย่างไม่ไยดี จิฮิโระพาร่างตัวเองเข้าไปในห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบเสื้อออกมากองจนเห็นส่วนที่ลึกที่สุด ด้านในมีกล่องลังใบเล็กพอประมาณพร้อมกับฝาปิด



                เขาเอื้อมมือหยิบมันออกมาก่อนจะเปิดออก มีของไม่มากนัก หนึ่งในนั้นคือสมุดเล่มหนาสีฟ้าอ่อน ที่ถูกเขียนแบบแปลกๆ คือมีทั้งที่เริ่มตั้งแต่หน้าแรก เขียนจากตรงกลาง และเริ่มจากหลังสุด



                ครั้งนี้จิฮิโระเปิดจากด้านหน้าสุด มีลิสรายชื่อของคนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เขาไม่อยากจะนับว่ามันมีกี่หน้า นี่เป็นเหตุผลที่ไม่ซื้อสมุดแบบมีเลขหน้าด้านบน



                จนมาถึงหน้าที่มีที่ว่างอยู่ด้านล่าง ปากกาดำอีกด้ามที่อยู่ในกล่องถูกหยิบมาเขียน



            รุกะ..ฮันซาวะ รุกะ



                รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นที่อิงแอบอยู่กับเรย์ยังคงชัดในความทรงจำ แม้จะเห็นแค่แวปเดียว แต่เขาไม่มีทางจำเรย์ผิดหรอก อีกอย่าง..



                สูทตัวนั้นเป็นตัวที่เขาเป็นคนเลือก



                จิฮิโระกรีดนิ้วตามหน้ากระดาษที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะถอนหายใจเมื่อพบว่ามันยังคงเหลือเยอะพอตัว



                แล้วก็ด่าตัวเองว่าจะโล่งใจไปทำบ้าอะไร



                วิธีการแบบเด็กๆ ความคิดแบบเด็กๆ เขาตั้งใจไว้ว่า ถ้าหากรายชื่อด้านหน้า..ซึ่งเป็นชื่อของคนที่เรย์ควงหรือเป็นข่าวด้วย กับรายชื่อด้านหลัง รายชื่อของคนที่เรย์..จริงจัง อึ่ก..



                บ้าจริง



                รายชื่อด้านหลังมีอยู่ไม่กี่ชื่อ แต่แต่ล่ะคนที่เข้ามานั้นเล่นเอาจิฮิโระแทบบ้า เพราะรู้ดีว่าเรย์ไม่ได้คิดกับพวกเขาแค่คู่ควง อาจจะไม่ถึงขั้นเขา แต่ก็ให้ความสำคัญมากพอตัว



                มากจนทำให้จิฮิโระฟิวส์ขาดมาแล้ว



                และนั่นก็เป็นที่มาของส่วนกลางของสมุด



                ลิสวันที่.....



                วันที่ตอนนั้น....



                เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น จิฮิโระสะดุ้ง รีบเก็บกล่องและผ้ากองสุมกันไว้อย่างลวกๆ รอเวลาเข้ามาจัดการทีหลัง รีบวิ่งออกไปกดรับสายอย่างรวดเร็ว



                “โคจิ!”



                “งาย..เจ้าโคอาล่า”



                “มีอะไรหรือเปล่า? วันนี้ไม่ทำงานเหรอ”



                “ก็ทำน่ะแหละ แต่กลัวหมีแถวนี้จะเหงาจนเฉาตายเพราะเจ้าของไม่สนใจ”



                “ไม่ตายหรอกน่า..”



                “ให้มันจริงเถอะ” โคจิพูดเสียงจิกกัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขี้หยอกแบบปกติอย่างรวดเร็ว



                “ว่าแต่มาหาที่บาร์ไหมล่ะ วันนี้มีโชว์พิเศษด้วยนะ”



                “นายก็รู้ว่าเขาไม่ชอบให้ไป”



                “ตกลงนี่ผัวหรือพ่อ ขังแต่ไม่สนใจ อะไรของแม่งวะ”



                “โคจิ!”



                “เสียใจด้วยนะน้องหมี นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ตอนนี้ฉันอยู่ข้างล่างคอนโด รีบสารร่างลงมาให้ไวเลย!” ว่าจบก็ไม่รอเขาตอบ แต่ว่างสายไปทันที จิฮิโระส่ายหัวมองโทรศัพท์ในมือ



                ช่วยไม่ได้



                โคจิทำงานเป็นบาเทนเนอร์ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและสีผิวแทนแดดสุขภาพดีทำให้เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆมาก วันนึงได้ทิปตั้งไม่รู้เท่าไร ปกติแล้วบาร์จะเปิดหลังสองทุ่ม แต่วันนี้พิเศษ เมื่อเพื่อนสนิทของเขาบอกว่ามีคนเหมาบาร์แล้วเริ่มสังสรรค์ตั้งแต่บ่ายสาม จ้างวงดนตรีชื่อดังที่จิฮิโระชอบมาเสียด้วย นี่คงเป็นเหตุผลที่ลากเขามาด้วย



                โคจิซิ่งรถแบบที่จิฮิโระหัวใจแทบวาย ละล่ำล่ะลักบอกให้ช้าหน่อย ช้าหน่อย ก็ยังไม่ฟัง จนพวกเขามาถึงในเวลาบ่ายสองโมง โคจิลากเขาเข้าประตูหลังก่อนจะยื่นผ้ากันเปื้อนให้ผูกไว้ที่เอว



                “อ้าว?”



                “อย่ามาทำหน้ามึน ไม่ได้จะใช้งานสักหน่อย แค่ใส่ไว้เป็นใบเบิกทาง ปลอมเป็นพนักงานไปซะ! วันนี้ไม่รับลูกค้านอกน่ะ” โคจิบอกให้เขายืนนิ่งๆหรือไม่ก็เดินเนียนไปเนียนมาอยู่ในร้าน ทำตัวให้ดูยุ่งๆจะได้ไม่โดนคนใช้



                แต่จิฮิโระคิดว่าโดนใช้ก็ไม่เป็นไร อีกอย่างเขาปฏิเสธใครไม่ค่อยจะเป็น



                สุดท้ายก็เลยกลายเป็นว่ามาช่วยงานซะอย่างนั้น



                “โคจิ น้ำแข็งวางตรงนี้นะ”



                “แต๊งค์ เฮ้อ นายนี่นะ” เพื่อนสนิทมองหน้าเขาอย่างเพลียใจ เป็นแบบนี้ทุกทีเจ้าหมีเอื่อย



                พอแขกเริ่มทะยอยเข้ามา จิฮิโระก็รู้สึกคิดผิด ไม่น่ายอมตามโคจิมาที่นี่ง่ายๆเลย



                “เรย์..” เขาครองเสียงแผ่วในลำคอ



                ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อดวงตาคมกริบนั่นหันมาจ้อง เขาเห็นความไม่พอใจพาดผ่านใบหน้านั้น ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเรย์หันไปคุยกับหญิงสาวคนข้างๆ



                คนที่อยู่ในข่าว



                สัมผัสแผ่วเบาที่ไหล่ทำให้จิฮิโระรู้สึกตัว โคจินั่นเอง เพื่อของเขามองมาอย่างรู้สึกผิด



                “ชื่อคนที่จองไม่ใช่หมอนั่น ฉันเองก็เพิ่งรู้ ขอโทษนะจิฮิโระ ถ้าอยากกลับล่ะก็จะไปส่ง”



                “ไม่..เป็นไร”



                เขาก้มหน้า



                “รินจัง ทำไมถึงเลือกที่นี่หรอ ทั้งที่ไปที่บาร์ของฉันก็ได้แท้ๆ!”



                “เอาน่า อย่าไปว่ารินสิ บางทีเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีออก เห็นว่าเมนูพิเศษของที่นี่น่ะรสชาติดีสุดๆ ทั้งอาหารทั้งเครื่องดื่มเลย ใช่ไหมคะเรย์” ฮันซาวะ รุกะลูกสาวคนเดียวของตระกูลฮันซาวะ เป็นเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลติดท็อปในญี่ปุ่น ริมฝีปากเคลืออบลิปสีแดงที่หากเป็นคนอื่นคงดูราคาถูก แต่เมื่ออยู่บนตัวเธอกลับดูเข้ากันอย่างดี เป็นสาวหัวนอกสมัยใหม่ที่โฉบเฉี่ยว รู้จักแต่งตัวและกล้าแสดงออก



                ทั้งหมดนั่นเป็นนิสัยขั้วตรงข้ามของจิฮิโระโดยสิ้นเชิง



                ชายหนุ่มผู้ถูกถามไม่ตอบอะไร แต่ยกแก้วขึ้นจิบและตวัดตามองมาทางเขาจนหลบแทบไม่ทัน



                จิฮิโระยกมือลูบตรงหน้าอกข้างซ้ายเบาๆ



                ทันทีที่อาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างถูกจัดวางลงบนโต๊ะ เสียงเพลงจากวงดนตรีชื่อดังก็ลอยแว่วมาให้ได้ยิน บรรยากาศรื่นเริงก็เริ่มตามมา



                “ฉลองที่เพื่อนรักของฉันทั้งคู่สละโสด!” ตามด้วยเสียงเฮของคนทั้งร้าน



                จิฮิโระที่กำลังถือถาดอยู่บนมือตัวแข็งทื่อ



                หมายความว่ายังไง?



                “รินจัง! อย่าสิ ยังไม่ได้ประกาศทางการสักหน่อย” รุกะหน้าแดง แม้จะแต่งตัวจัดจ้านแต่มุมนี้ของเธอก็ทำให้ใครต่อใครหลงรักได้ไม่ยาก



                “แหม แต่กำหนดวันแถลงข่าว วันหมั้น วันแต่งไว้ชัดแบบนี้ ยังจะมาเขินอะไรอีกล่ะ! คุณว่าที่เจ้าบ่าวของเธอยังไม่เห็นเขินสักกะนิด” รินแซวเพื่อนรักอย่างสนุกปาก



                “ริน! เรย์คะ ช่วยพูดอะไรบ้างซี่!”



                “พอทำอะไรไม่ได้ก็รีบขอให้แฟนช่วย แบบนี้ยังไม่แต่งก็เหมือนแต่งแล้วมั้ง!” ชายหนุ่มอีกคนที่โต๊ะกล่าวขึ้นตามมาด้วยเสียงฮา



                “ไม่เอาน่า อย่าแกล้งรุกะสิ”



                “เรย์! ไม่ปฏิเสธช่วยรุกะสักหน่อยเลยนะคะ!”



                “ก็เรื่องจริง จะปฏิเสธทำไมล่ะครับ”



                ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นต่อเพราะโคจิดึงเข้าไปที่ชั้นสอง ในห้องพักพนักงาน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรบ้างเพราะจิฮิโระไม่มีใจจะฟัง พอโคจิกลับออกไป เขาก็ทรุดตัวนั่งลงที่พื้น ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่



                เรย์..นี่มันหมายความว่ายังไง



                เข้าใจผิดใช่ไหม เรื่องเข้าใจผิดอยู่แล้ว



                ไม่มีทางหรอก



                เป็นไปไม่ได้หรอก



                หลังจากนั้นแค่ครึ่งชั่วโมงโคจิก็พาเขาออกมา ถามว่าถ้าไม่อยากกลับห้องจะไปค้างด้วยกันหรือจะให้หาโรงแรมนอนค้างสักคืนก่อนดีไหม



                แต่สุดท้ายแล้วจิฮิโระก็เลือกที่จะกลับห้อง



                กลับมานั่งกอดเข่ารออยู่บนโซฟาตัวเดิมที่เขามักจะรอเรย์อยู่เสมอ



                เข็มนาฬิกาดังจนน่าหนวกหู นึกอยากจะดึงลงมาแล้วปาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้



                เพราะทั้งห้องนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเขาทั้งนั้น แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ใช่ของตัวเอง



                แต่สุดท้าย



                คนที่เป็นเจ้าของทุกอย่างก็ไม่กลับมาอยู่ดี





               ++++++++++++++++++++

               TBC

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse)
«ตอบ #3 เมื่อ05-01-2017 22:59:17 »





     บทที่ 2


                เรย์กลับมาที่ห้องในอีกสามวันให้หลัง



                ไม่มีคำอธิบายเรื่องวันนั้น ไม่มีคำอธิบายว่าฮันซาวะ รุกะเป็นใคร มีแต่ความโกรธและการคาดคั้นว่าทำไมเขาถึงไปอยู่ที่บาร์ได้



                “เลิกคบกันมันไปได้แล้ว”



                จิฮิโระก้มหน้านิ่ง ตายังแดงก่ำ ตาเขาบวมแบบนี้มาได้สามวันแล้ว แต่เรย์ก็ไม่แม้แต่จะถามว่าเป็นอะไร



                เขามีโคจิเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว



                เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรย์ยกขึ้นมาบ่อยๆยามที่ทะเลาะกัน



                พอเขาส่ายหน้าอีกฝ่ายก็จะโมโห



                และไม่ว่าจะเถียงหรือไม่เถียง ร้องหรือไม่ร้อง ทุกอย่างก็จะจบลงที่เซ็กส์ เข็มฉีดยาในกล่องๆเดิม และความเจ็บปวดเกินทน



                “ถ้าไม่เลิกกับมัน ก็เลิกกับฉัน นายเลือกเองก็แล้วกัน”



                จิฮิโระกำผ้าปูแน่นทั้งที่มือก็ไม่มีแรง



                แบบนี้อีกแล้ว



                พอไม่ได้ดั่งใจ อีกฝ่ายก็จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาขู่ ราวกับว่าถ้าเลิกกันไปก็ไม่เห็นจะเดือดเนื้อร้อนใจอะไรสักนิดเดียว



                ไม่เห็นใจกันบ้างว่าเขารู้สึกยังไง



                มันเหมือนจะตายทุกที



                แต่อาจเป็นเพราะว่าเรย์รู้จักเขาดี รู้ว่าเขารักมากแค่ไหน รู้ว่าเขากลัวคำว่าเลิกมากที่สุด จะให้ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ยังได้อยู่ตรงนี้



                บางทีจิฮิโระเองก็เคยทำอะไรโง่ๆ เมื่อสามปีก่อนตอนที่โดนบอกเลิกแบบนี้ เขาตัดสินใจเก็บข้าวเก็บของออกจากคอนโดไปอยู่คนเดียวที่ห้องเช่าแถบชานเมือง แต่ค่ามัดจำก็เป็นม่ายไปเพราะเขาทนอยู่ได้เพียงแค่สามวันเท่านั้น เมื่อกลับไปถึงก็สวนกับอีกฝ่ายที่กำลังออกจากห้องพอดี



            “คิดอยู่แล้วว่าอย่างนายน่ะ ไปไหนไม่รอดหรอก สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาหาฉันอยู่ดี”



                และเพราะเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง เขาจึงพูดอะไรไม่ออก



                สุดท้ายก็กลับไปทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



                เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นอีกสามสี่ครั้งก่อนที่จิฮิโระจะตัดใจ เพราะเรย์ไม่ง้อเขาอยู่แล้ว ถึงเขาหายไปจริงๆก็ไม่สนใจสักนิด ครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งปีก่อนนั้นจิฮิโระหายไปสองสัปดาห์ ก่อนจะกลับมาพบกับเรย์ที่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับผู้หญิงคนนึงบนตัก



                เรย์บอกว่าถ้าเขาหนีไปอีก ต่อไปจะเอาคนอื่นมาอยู่ด้วยแทน แล้วก็ครั้งหน้าให้เก็บของไปให้หมดด้วย ถ้าต้องมากำจัดเองมันเสียเวลา



                แล้วจิฮิโระก็เลิกทำแบบนั้นโดยสิ้นเชิงเพราะทนไม่ได้ที่จะมีคนมาแทนที่เขา



                ที่ตรงนี้ ถึงแม้ว่าจะถูกทำร้าย แต่ก็เป็นที่ที่เรย์ให้เขาเพียงคนเดียว



                แต่ว่าตอนนี้..



                มีฮันซาวะ รุกะอีกคน



                แต่งงานงั้นหรอ.....



                สุดท้ายจิฮิโระก็พิมพ์ข้อความส่งแมสเสจไปขอโทษโคจิ และบอกว่าคงไม่ได้พบกันอีก.. เรย์อ่านข้อความนั้นอย่างพอใจก่อนจะกดส่ง



                และแล้วสุดท้ายจิฮิโระก็ไม่เหลือใครนอกจากเรย์..



                หลังปล่อยให้ความเงียบครอบครองพื้นที่ในห้องเป็นเวลานาน เขาก็รวบรวมความกล้า เอ่ยปากถามอีกฝ่ายที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างเตียงทั้งที่สวมแค่กางเกงตัวเดียว



                “เรย์...คือว่า..”



                อีกฝ่ายตวัดตามามองก่อนจะเลิกคิ้ว



                “เรื่อง..แต่งงาน..จริงงั้นหรือ?”



                ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาคละคลุ้ง แสงไฟหรี่กระพริบตรงปลายก้าน ก่อนที่เรย์จะบี้มันลงกับที่เขี่ยบุหรี่ตรงหัวเตียง



                “จริง”



                ไม่มีแม้แต่การหยุดคิดหรือความลังเลในคำตอบ



                “แล้วฉัน......”



                ริมฝีปากของเขาถูกริมฝีปากของอีกฝ่ายทาบทับเป็นคำตอบ



                “นายก็อยู่ที่ของนายไปแบบนี้นั่นแหละ”



                หมายความว่าจะให้เขา..เป็นชู้อย่างนั้นหรือ



                เรย์ยิ้ม



                “เพราะว่านายน่ะ อยู่โดยไม่มีฉันไม่ได้หรอก จิฮิโระ”



                เหมือนกำลังวิ่งอยู่ในสนามวิ่ง เขาไม่ได้ลงแข่ง แต่ก็แพ้ทุกที ไม่ว่าจะวิ่งเท่าไร สุดท้ายก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม ไม่มีเส้นชัย มีแค่วงกลมวงเดิม



                ถ้าจะบอกว่าเขาวิ่งตามเรย์ ก็คงใช่ แต่ก็ไม่ใช่ด้วยเช่นกัน



                เพราะว่าเรย์ไม่ได้อยู่ในลู่วิ่งนี้ แต่นั่งอยู่บนอัฒจรรย์มองดูเขาวิ่งตามเงาของตัวเอง



                ทั้งเหนื่อย ทั้งท้อ แต่ถ้านานๆทีคนบนอัฒจรรย์ลงมาหาบ้าง หรือส่งเสียงเชียร์บ้าง สุดท้ายจิฮิโระก็ยินยอมพร้อมใจที่จะวิ่งต่ออยู่ดี



                ไม่เคยมีใครบังคับให้เขาทำ



                มีแต่เขาที่ทำตัวเองทั้งนั้น



                ……………..



                หลังจากวันนั้นเรย์ก็หายไปอีก ส่วนจิฮิโระก็อยู่แบบพยายามทำให้ทุกอย่างปกติ โดยไม่ได้ติดต่อกับโคจิและไม่เปิดทีวีอีกเลย



                แม้กระทั่งที่ร้านดอกไม้ เขาก็ปฏิเสธที่จะฟังบทสนทนาของคุณป้าแม่บ้านที่ชอบคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปทั่ว



                เพราะว่ากลัว กลัวว่าหากได้ยินว่าเรย์แต่งงานไปแล้ว



                กลัวว่าจะทนอยู่แบบนี้ไม่ไหว



            นายก็อยู่ที่ของนายไปแบบนี้นั่นแหละ



            จิฮิโระคิดแล้วคิดอีก คิดแล้วก็เกลียดตัวเองมากขึ้นทุกวัน



                ถ้าหากเรย์ให้เขาอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ได้ไล่ไปไหน เขาก็อยากอยู่ตรงนี้ต่อไป ถึงแม้จะผิด แม้ใครจะนินทา เขาก็ไม่อยากไปไหน ถ้าหากเรย์ยังให้เขาอยู่......



                “เก็บของซะ”



                “หมายความว่ายังไง?”



                “เก็บของ ทั้งหมด อย่าให้เหลืออะไรไว้ เดี๋ยวจะให้คนขับรถไปส่ง ฉันซื้อห้องไว้อีกห้องนึงแล้ว หรือถ้านายอยากกลับบ้านก็ไม่ว่า”



                “เรย์..หมายความว่ายังไง!”



                เหมือนแก้วที่น้ำล้นทั้งที่มีรอยร้าว สุดท้ายก็ประสานไม่ติด รอยก็จะลุกลามไปทั่วทั้งแก้ว และแตกออกเป็นเสี่ยงๆในที่สุด



                หลังจากหายหน้าหายตาไปนานถึงสามเดือน นานที่สุดที่ไม่ได้เจอหน้ากัน ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์สักสาย ข้อความที่จิฮิโระพยายามส่งไปก็ไม่ได้รับการตอบกลับ



                แต่แล้วอีกฝ่ายก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนปีศาจที่เฝ้ารอเวลาประหัตประหาร  เดินเข้ามาบอกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่าให้เก็บของ



                “รุกะจะมาอยู่ที่นี่”



                “เรย์!!”



                นี่เป็นครั้งแรกที่จิฮิโระตะคอก ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน



                ไหนบอกว่าให้เขาอยู่แบบนี้ก็ได้ ไหนว่าให้อยู่ได้



                แต่สุดท้ายกลับมาบอกให้เขาไปอย่างนั้นหรือ?



                เพราะอะไรกัน



                เพราะฮันซาวะ รุกะอย่างนั้นหรือ?



                “ถ้าฉันบอกว่าไม่ไปล่ะ..”



                “จิฮิโระ” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำเป็นเชิงว่าให้หยุด แต่ขอโทษเถอะ ไม่ว่าอะไรก็หยุดจิฮิโระไม่ได้อีกแล้ว



                “ทำไมล่ะ ไหนบอกว่าฉันอยู่ตรงนี้ได้ แล้วนี่มันหมายความว่ายังไง!”



                “ก็แค่ชั่วคราว สักห้าหกเดือนนายก็กลับมาอยู่ที่นี่ได้” พูดอย่างไม่ยี่หระ



                “ห้าหกเดือน? แล้วหลังจากนั้น นายกับรุกะซังจะไปอยู่ที่ไหน? เรือนหองั้นสิ?” เกลียดตัวเอง จิริโตะเกลียดตัวเองที่ขี้ประชดประชันแบบนี้ แต่เขาก็ห้ามปากไม่ได้อีกแล้ว รวมถึงน้ำตาด้วย



                “จิฮิโระ!” เป็นเรย์ที่ตะคอกเขากลับจนสะดุ้ง



                “อย่าลามปามให้มันมากนัก รู้เสียบ้างว่าตัวเองเป็นใคร” เรย์พูดด้วยสายตาเย็นเยียบทั้งที่ตาของจิฮิโระร้อนผ่าวไปด้วยน้ำตา



                “แล้วฉันเป็นใครล่ะ เรย์ ฉันเป็นใคร เป็นอะไรกันแน่สำหรับนาย”



                “นายจะงี่เง่าให้ได้อะไรขึ้นมาวะ!” อีกฝ่ายเสยผมอย่างอารมณ์เสีย



                “ถ้าฉันบอกว่านายต้องเลือก ระหว่างฉัน กับรุกะซัง นายจะเลือกใครกัน เรย์..”



                อยู่ๆเขาก็กล้าหาญขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ถ้าเป็นปกติคงไม่กล้าถามอะไรแบบนี้



                แต่ว่าไม่ไหวแล้ว



                ถึงยังไง เขาก็อยากให้เรย์เลือกเขา อยากให้รุกะซังเป็นคนที่เข้ามาเพียงเพราะผลประโยชน์ เพราะธุรกิจ แบบในนิยาย แบบในละคร จะเพราะอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ความรัก



                ความรัก......



                ดวงตาของจิฮิโระเบิกกว้าง



                เรย์เคยรักเขาบ้างหรือเปล่า?



                เคยบอกว่ารักเขาหรือเปล่านะ



                ทำไมถึง..จำไม่ได้เลยล่ะ



                “อุ่ก..ฮึ..ฮ่ะๆ...ฮ่าๆๆๆ” อยู่ๆร่างสูงก็ก้มตัวลงหัวเราะ มือกุมที่ท้องราวกับว่าเป็นเรื่องตลกที่สุดในชีวิตที่เคยได้ยิน



                “เรย์...”



                “ให้ตายเถอะจิฮิโระ ตลกเป็นบ้า ระหว่างนายกับรุกะอย่างนั้นหรือ ฮ่าๆๆ”



                จิฮิโระพูดไม่ออก เขาไม่รู้สึกว่านี่มันขำตรงไหน....



                ในที่สุดเรย์ก็หยุดหัวเราะ มือหนาปาดน้ำตาที่ซึมตรงหางตา ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวและเชิดคางของเขาขึ้น



                “จิฮิโระ..รุกะน่ะ เป็นอัลฟ่า เป็นชนชั้นสูง เป็นทายาทตระกูลที่มีอิทธิพล มั่งคัง สูงส่ง....แล้วนายล่ะ?”



                เขา เขางั้นหรือ



                “ฉัน....”



                “มาจากบ้านนอก ทำไร่ทำสวน ..ตระกูล...ก็เหลือแค่แม่กับตา....อื่ม และที่สำคัญ เป็นโอเมก้า” อีกฝ่ายกดเสียงย้ำลึกในคำสุดท้าย



                “แล้วทำไมถึงถามคำถามไร้สาระแบบนั้นออกมา คิดเอาเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือไง ว่าคนที่ฉันเลือกน่ะ..ไม่มีทางเป็นนายหรอก”



                “ทำ...ไม”



                เรย์ปาดเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเขาด้วยนิ้วโป้ง



            “ก็คงต้องโทษโชคชะตา......ใครใช้ให้นายเกิดมาเป็นโอเมก้ากันล่ะ”



                เพราะเป็นโอเมก้า เพราะเป็นสิ่งที่คนมักดูถูกเหยียดยามว่าเป็นเพียงเครื่องระบายทางเพศ เพราะไม่ใช่ชนชั้นสูง เพราะเลือกเกิดไม่ได้ เพราะเป็นโอเมก้า.....



                แล้วความรักของเขา....ไม่เคยถูกเก็บเอาไปคิดบ้างเลยหรือไง



                กล่องลังมากมายถูกขนเข้ามาในห้อง พร้อมกับคนชุดดำหลายคน



                “เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วจิฮิโระ จะร้องไห้หาอะไรวะ! ใช่ว่าชั้นจะเขี่ยนายทิ้งสักหน่อย ก็บอกแล้วว่าแค่ชั่วคราวน่ะ รีบเก็บของซะ อ่อ อย่าลืมพาเขาไปส่งล่ะมิตาอิ” คำสุดท้ายเรย์หันไปพูดกับเลขาของตนก่อนจะเดินจากไปโดนไม่หันกลับมามองจิฮิโระที่ทรุดตัวนั่งอยู่ที่พื้น



                เพราะว่าเป็นโอเมก้าอย่างนั้นหรือ เพราะว่าไม่คู่ควร



                จะรักเท่าไรก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ



                สุดท้ายแล้ว?



                ความรักของเขาก็พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาอย่างนั้นหรือ



                “จิฮิโระซัง......” เลขาของเรย์พูดขึ้นเบาๆ



                แต่ไร้คำตอบจากจิฮิโระ



                มิตาอิถอนหายใจก่อนจะจับแขนเขาเบาๆ



                “จิฮิโระซัง..เก็บของเถอะครับ ทุกอย่างต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้จะเริ่มย้ายของของรุกะซังเขามาแล้ว...”



                “.......”



                จิฮิโระลุกขึ้นอย่างหมดเรี่ยวแรง



                เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เก็บชุดไม่กี่ชุดลงกระเป๋า กล่องที่ใส่สมุด และของสำคัญอีกไม่กี่อย่าง



                “ที่เหลือ..ทิ้งไปให้หมดเลยครับ..”



                จิฮิโระส่ายหัวตอนมิตาอิบอกว่าจะให้คนไปส่ง เขาบอกว่าเขากลับเองได้ และจะกลับบ้าน..



                บ้านนอก



                ที่ๆเขาควรอยู่





               ++++++++++++++++++

               TBC

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse)
«ตอบ #4 เมื่อ05-01-2017 23:02:34 »




บทที่ 3




                ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถไฟชินกังเซ็น จิฮิโระเปิดเป้ที่สะพายหลังก่อนจะหยิบสมุดเล่มหนาสีฟ้าออกมาก่อนจะเปิดไปที่ส่วนกลาง



                วันที่เรียงรายกันอยู่กระจุกหนึ่งของหน้ากลางนั้น



                เขาคว้าปากกาก่อนจะเขียนวันที่วันนี้ลงไป



                ครั้งที่เท่าไรแล้วนะ..ดวงตาเลื่อนขึ้นไปนับ



                อา จะบ้าหรือไง หาเรื่องให้ตัวเองเจ็บเพิ่มทำไมกัน



                ทั้งหมดที่อยู่ในหน้าตรงกลาง คือวันที่ที่เขาโดนบอกเลิก



                ถ้าส่วนหน้าที่เป็นคู่ควง ส่วนหลังที่เป็นชื่อคนที่จริงจัง กับส่วนกลาง วันที่เขาโดนบอกเลิก มาบรรจบกันเมื่อไร



                จิฮิโระก็ตัดสินใจว่าจะยอมแพ้



                และเพราะตัดสินใจแบบนั้นจึงเลือกซื้อสมุดเล่มที่หนาที่สุดมา



                จะว่าโง่ก็โง่อีกนั่นล่ะ ทั้งๆที่จะตัดใจแล้วดันอยากยื้อให้ถึงที่สุด



                แต่ตอนนี้เรย์เป็นคนไล่เขาออกมาเอง แล้วสมุดเล่มนี้จะมีค่าอะไรอีก.....




                เมื่อชินกังเซ็นจอดเทียบ จิฮิโระก็ตรวจเช็กของก่อนจะเดินลงจากรถไฟ ลมอ่อนๆพัดต้องผิว เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด



                โทยามะ บ้านเกิดของเขา



                เป็นจังหวัดเล็กๆที่ชาวบ้านเน้นปลูกข้าวและปลูกผักตามฤดูกาล ที่สำคัญคือเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกดอกทิวลิป ที่บ้านของเขาก็ปลูกดอกทิวลิปเช่นกัน แม้พื้นที่จะไม่มากมายอะไรนัก เพราะมีเพียงคุณแม่และคุณตาช่วยกันดูแล แต่จิฮิโระก็ชอบสวนทิวลิปของที่บ้านที่สุด



                จิฮิโระตัดสินใจที่จะเดินแทนนั่งรถประจำทาง แม้เข้าเดือนธันวาอากาศจะหนาวแล้ว สองข้างทางก็มีแต่สีขาวของหิมะ แต่ไหนๆแล้วก็อยากจะเดินดูทิวทัศน์ให้หายคิดถึงบ้าง เขากลับมาเยี่ยมบ้านไม่บ่อยนัก ครั้งล่าสุดก็น่าจะเมื่อสามปีที่แล้วเลยทีเดียว



                ถ้ามาในฤดูเก็บเกี่ยวหรือฤดูปลูกข้าว ก็คงได้เห็นเพื่อนบ้านตามเทือกสวนบ้าง แต่เพราะตอนนี้ไม่ใช่หน้า จึงไม่พบใคร จิฮิโระเลยเดินลากขาตามหิมะเล่นพลางมองท้องฟ้า



                กว่าจะมาถึงบ้าน เวลาก็ล่วงเลยมาหลายชั่วโมง อดนึกในใจว่าเขานี่เฉื่อยเป็นหมีโคอาล่าแบบที่โคจิชอบว่าจริงๆด้วย



                โคจิ..



                จะโกรธไหมนะ



                เขาไม่ได้คิดเรื่องเห็นแก่ตัวอย่างการกลับไปง้อโคจิถ้าเลิกกับเรย์ขึ้นมาจริงๆ หรืออะไรทำนองนั้น แต่เห็นแบบนั้นโคจิก็เป็นคนหัวดื้อพอตัว อาจจะกำลังโกรธ หรือไม่ก็ไม่สบายใจอยู่ก็ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เก็บเอาเรื่องของเขาไปใส่ใจ



                “จิฮิโระ!” คุณแม่เอ่ยร้องทักอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นเขาไขกุญแจเข้ามา



                “คุณแม่..”



                “ทำไมจะกลับมาไม่บอกแม่ล่ะ แล้วนี่หิวหรือเปล่า ตายแล้ว ทำไมตัวเย็นขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าเดินมา...จิฮิโระ?”



                “ฮึก..คุณแม่ คุณแม่”



                เขาโถมตัวเข้าใส่มารดาแล้วกอดไว้แน่น



                “ไม่เป็นไรแล้ว จิฮิโระ ไม่เป็นไรนะลูก”



                เขาปลดปล่อยทุกอย่างออกไปในการร้องไห้ครั้งนั้น โดยมีคุณแม่คอยลูบหลังอย่างอ่อนโยนและคุณตาที่ยืนมองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ คิดว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ยังมีครอบครัวอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงไม่เหลือใครจริงๆ



                “แกงกะหรี่ ใส่แครอทเยอะๆแบบที่ลูกชอบ ทานสิจ๊ะ”



                จิฮิโระนั่งหน้าแดงตาแดงอยู่ที่โต๊ะ ทั้งอายทั้งปวดตา อายุก็ 23 เข้าไปแล้วยังมาร้องไห้งอแงให้แม่โอ๋ หนักใจตัวเอง เขาหยิบช้อนแล้วตักแกงกะหรี่เข้าปากเคี้ยวหงุบๆช้าๆ



                รสชาติที่คุ้นเคย..อุ่นวาปไปถึงหัวใจ



                แม่ไม่แม้แต่จะถาม แต่รอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ก็บ่งบอกว่าพร้อมจะฟังเสมอ จิฮิโระนึกขอบคุณอยู่ในใจ เพราะตอนนี้เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะเล่าจริงๆนั่นแหละ



                แม่รู้จักเรย์ เขาเคยพาเรย์มาที่บ้านสองสามครั้ง แม่รู้ว่าเขารักเรย์ เอาจริงๆเขาคิดว่าแม่น่าจะรู้ว่าเขาร้องไห้เพราะอะไร....



                “คราวนี้..จะอยู่นานไหมลูก”



                จิฮิโระนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา



                “ก็..คงนานพอตัวครับ”



                หรืออาจจะไม่ได้กลับไปอีกเลย เขาเอ่ยต่อในใจ



                “จิฮิโระ!”



                “ครับคุณตา!”



                “กินต่อ!”



                “อะ..ครับ!”



                คุณแม่หัวเราะเบาๆ เธอแอบกระซิบว่าคุณตาเป็นห่วงที่เห็นเขาเหม่อนานแล้วก็นั่งเขี่ยข้าวไปมา



                “ก็ดีเหมือนกัน แม่กับตาจะได้ไม่เหงาไงจ๊ะ”



                ถึงจะพูดแบบนั้น..แต่ช่วงนี้ก็ว่างกันพอตัวเลยนี่นา...เพราะเป็นหน้าหนาว งานไร่งานสวนก็ไม่ค่อยมี แถมที่บ้านก็มีเรือนเพาะปลูกน้อยๆอยู่หลังเดียว พอเขาทำเยอะคุณตาก็จะบ่นว่ามาแย่งหน้าที่บ้างอะไรบ้าง



                สุดท้ายคุณแม่เลยบอกให้เขาหางานอดิเรกอะไรทำดูสักอย่าง หรือไม่ก็ไปออกกำลังกาย จะได้นอนหลับง่ายๆ ไม่ฟุ้งซ่านจนตาดำเป็นน้องหมีแพนด้าอยู่แบบนี้



                พูดน่ะมันง่าย แต่ว่าแถวนี้..มองไปทางไหนก็มีแต่สวน จะทำอะไรดีล่ะ



                “ยูจัง! อย่าวิ่งสิลูก!”



                “บู่! หม่าม๊าช้าที่สุดเลย”



                “แหม ยูจังล่ะก็! หม่าม๊าเหนื่อยนะครับ”



                “คิตากาวะซัง อรุณสวัสดิ์ครับ”



                ระหว่างที่กำลังเดินเล่นอยู่นอกบ้าน จิฮิโระก็บังเอิญได้เจอกับคิตากาวะซังที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน ส่วนเด็กตัวเล็กๆอายุไม่น่าจะเกิน 6 ขวบคนนั้นก็คงเป็น..ยูคุง ลูกชายของเธอ



                “อ้าว! จิฮิโระคุง สวัสดีจ่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โตขึ้นเยอะเลยนะจ๊ะ นี่กลับมาเยี่ยมบ้านหรือ” เธอพูดพลางใช้มือดึงแขนลูกชายที่มีทีท่าว่าจะวิ่งได้ทุกเมื่อ



                “ครับ ว่าไงยูคุง” จิฮิโระก้มหน้าลงไปยิ้มให้กับเด็กน้อยที่ทำหน้าตื่น ก่อนจะยิ้มกว้างกลับมาแล้วกระโดดเกาะขาเขาแน่น



                “พี่ชาย! ไปเล่นกันเถอะ!”



                “ยูจัง! ไม่ได้นะ อย่าไปรบกวนพี่จิฮิโระสิลูก”



                “บู่ว!” เด็กชายผมดำทำแก้มป่อง



                “ก็หม่าม๊าไปทำงานทีไรก็ปล่อยให้ยูนั่งคนเดียวทุกทีเลยนี่นา”



                “เด็กดีไม่ดื้อสิครับ หม่าม๊าต้องประชุมนี่ ไว้จะซื้อขนมที่อยากกินให้นะ ไปกันเถอะ หม่าม๊าจะสายแล้ว” เธอหันมาพยักหน้ายิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปทำงาน คิตากาว่าซังเป็นสมาชิกกรรมการหมู่บ้าน มักมีประชุมบ่อยๆแต่ก็ติดที่ต้องเลี้ยงลูกชาย..     



                ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูหนาวด้วย



                “คิตากาว่าซัง...ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมช่วยดูแลยูคุงช่วงที่ไปทำงานเอาไหมล่ะครับ ช่วงนี้ผมก็ว่างพอดีด้วย”



                “เอ๋..แต่ว่าจะดีหรือจ๊ะ”



                “ยูคุง ว่าไง สนใจจะไปเล่นกับพี่ชายหรือเปล่าล่ะ” จิฮิโระนั่งยองๆลงไปถามยูคุงก่อนจะส่งยิ้มให้



                “ไป! ยูจะไป!”



                สุดท้ายก็กลายเป็นว่าจิฮิโระกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กขึ้นมา



                และดูท่าจะกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กประจำหมู่บ้านไปแล้ว เพราะยูคุงที่พาเพื่อนๆที่หยุดเหมือนกันมาเล่นกับเขานั่นล่ะ จิฮิโระเป็นคนชอบเด็ก และเด็กๆก็คงสัมผัสได้ถึงติดเขามาก



                “พี่จิฮิโระ! ทางนี้ ทางนี้” จิฮิโระรู้สึกตัวเองแก่ไปเยอะเมื่อต้องมาวิ่งไล่จับกับเด็กหลายสิบคน



                “อ๊ะ โดนแล้วครับ! คราวนี้มิโดริจังเป็นคนไล่นะ!” เสร็จแล้วก็ต้องวิ่งหนี



                เหนื่อยจนได้เหงื่อแม้จะเป็นหน้าหนาว แต่นั้นก็ทำให้เขาหัวเราะขึ้นมาได้บ้าง



                แม้จะดื้อจะซนไปบ้าง แต่ก็น่ารักดี



                สักวันเขาก็อยากจะมีลูก..ที่น่ารักแบบนี้



                กับเรย์



                “พี่จิฮิโระ! เหม่ออีกแล้ว เดี๋ยวชาก็เย็นหมดหรอก!”



                “ขอโทษครับๆ คุณป้า! ผมขอดังโงะเพิ่มด้วยครับ”



                ตอนนี้เขาพาเด็กๆมานั่งกินดังโงะที่ร้านใกล้บ้าน คุณยายใจดีลดราคาให้เยอะแยะเพราะแกก็ชอบให้มีเด็กมาเล่นที่ร้าน



                “จ้าๆ แหม เด็กๆนี่ทานกันเก่งเหลือเกิน เดี๋ยวยายจะแถมให้อีกนะ” คุณยายร่างเล็กผูกผ้ากันเปื้อนสีขาวเดินถือถาดใส่ขนมจนล้นออกมา เด็กๆร้องเย้ดีใจกันใหญ่



                “คุณยาย ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมจ่ายให้นะครับ” จิฮิโระรีบบอกปัดอย่างเกรงใจ



                “ไม่เป็นไรหรอก ยายเองก็ดีใจ ที่นี่น่ะนานๆทีจะมีชีวิตชีวาแบบนี้” 



                จิฮิโระได้แต่ยิ้มอย่างจนใจกับท่าทางมีความสุขของคุณยาย



                “พี่จิฮิโระ หนูอยากปั้นตุ๊กตาหิมะ” มิโดริจังกล่าวขึ้น ตอนที่คุณยายช่วยถักผมเปียสองข้างให้เธอ



                “อืม..ตุ๊กตาหิมะอย่างนั้นหรือ ตอนนี้หิมะน่าจะยังไม่หนาพอ แต่ถ้ามีพอเมื่อไร พี่จะพาไปปั้นนะ สัญญาเลย”



                “เย้!”



                “อ้ะ หนูก็อยากเล่นนางฟ้าหิมะ!”



                “อ้ะ จริงด้วย อาการิจัง นางฟ้าหิมะ นางฟ้าหิมะ!”



                เสียงเด็กๆคุยกันดังลั่นร้านแต่คุณยายเจ้าของร้านก็ทำแค่เพียงยิ้มขำและเข้าร่วมบทสนทนาในบางครั้งเท่านั้น



                “คุณยายครับ! อีกครึ่งชั่วโมงบาบะเรนเจอร์ก็จะมาแล้ว ขอดูที่นี่ได้หรือเปล่า” สิ้นเสียงของยูคุง เด็กๆก็ส่งเสียงเซ็งแซ่อื้ออืงร้องอยากดูตามกันไปหมดจนคุณยายต้องไปเปิดทีวีเตรียมช่องที่บาบะเรนเจอร์จะออกอากาศให้



                จิฮิโระส่ายหัวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ โถ่เอ๋ย



                แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ..ก่อนบาบะเรนเจอร์จะฉาย..นี่มันรายการข่าว



 แต่จะให้ทิ้งเด็กๆไปเขาก็ทำไม่ได้..บ้าจริง



แต่คงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง..



เสียที่ไหนล่ะ



                “ก็เรียบร้อยกันไปแล้วนะคะสำหรับงานวิวาห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษเลยทีเดียว ในที่สุดทายาทตระกูลดังสองตระกูลก็ดองกันเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปเราจะไปดูภาพของงานแต่งสุดอลังการกันค่ะ!” สิ้นเสียงผู้ประกาศสาว ภาพก็ตัดมาเป็นบรรยากาศงานรื่นเริงหรูหราในห้องบอลลูมของโรงแรมชื่อดังระดับหกดาวที่ถูกประดับในตีมเทพนิยาย แฟรี่ตัวน้อยสีขาว สีม่วงและชมพูอ่อนราวกับโบยบินอยู่ในงาน ผ้าโปร่งแสงถูกจัดวางราวกับอยู่ในดินแดนแห่งภูต



                มือของจิฮิโระสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่





                นี่..เรย์ ฉันน่ะ ถ้ามีโอกาสได้แต่งงานล่ะก็ อยากจะจัดตีมเทพนิยายล่ะ!



            หึ..เด็กชะมัดเลยนะนายน่ะ



            เรย์ล่ะก็!





            “ในส่วนของตีมนี่คุณฮันซาวะ— อ้ะไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นคุณฮิอิราชิ รุกะ เป็นคนเลือกเองเลยนะคะ” เสียงบรรยายของผู้ประกาศข่าวยังคงดังมาเรื่อยๆ



                “เห็นว่าเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก เพราะว่าชอบเทพนิยายมากๆ แหม โรแมนติกจังเลย! คุณเจ้าบ่าวก็ตามใจมากๆเลยนะคะเนี่ย จัดเต็มให้เสียขนาดนี้”



                กล้องแพนอีกครั้งจนเห็นภาพที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนอยู่บนแท่นและกำลังตัดเค้กสูงหลายชั้น เค้กก็ทำเป็นตีมเทพนิยายด้วยเช่นกัน จิฮิโระแทบจะลืมหายใจไปชั่วครู่





            นี่ๆ แล้วด้านบนของเค้กก็อยากให้มีคุณแฟรี่ตัวใหญ่ทำจากช็อกโกแลตสีม่วง!



            นายจะบ้าหรือไง ถ้าเป็นแบบนั้นตอนตัดเค้กก็ร่วงลงมาพอดี อีกอย่าง ช็อกโกแลตสีม่วงเนี่ยนะ?



            ไม่เป็นไร เพราะว่าฉันจะเอาลงมาให้เรย์กินให้หมดก่อนไงล่ะ แล้วสีม่วงก็เป็นสีของเทพนิยาย เป็นสีที่มีความสุขล่ะ



            อ้อ?



            นี่ เห็นนะว่าแอบกลอกตาน่ะ!





            กล้องตัดอีกครั้งมาโฟกัสที่..คู่บ่าวสาว



                “ต้องขอขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ร่วมแสดงความยินดีกับพวกเรา” รุกะเอ่ย เธออยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาว แต่งหน้าโทนสีพาสเทลแตกต่างจากแนวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันอย่างที่เคยเป็น



                “ว่าแต่รุกะซังคะ เจ้าแฟรี่ตัวยักษ์สีม่วงบนเค้กนี่มายังไงล่ะนี่”



                “อ๋อ! ตอนแรกกะว่าจะเอาเป็นดอกกุหลาบจากโฉมงามกับเจ้าชายอสูร หรือไม่ก็รองเท้าแก้วจากซินเดอเรลล่า แต่ว่า..เรย์อยากได้แฟรี่ ไหนๆเขาก็ตามใจรุกะมาทั้งงานแล้ว ตรงนี้ก็เลยตามใจเรย์น่ะค่ะ” เธอยิ้มอย่างเอียงอาย



                “แหมม นี่สวีทหวานกันตั้งแต่ขั้นเตรียมงานแบบนี้ อีกไม่นานคงมีข่าวดีสิคะ?”



                “เรื่องนี้รุกะก็แล้วแต่เรย์ค่ะ”



                คราวนี้ไมค์จึงมาจ่ออยู่ตรงหน้านักธุรกิจหนุ่มทายาทตระกูลฮิอิราชิแทน



                “ผมอยากปล่อยให้เป็นธรรมชาติครับ ไม่ได้รีบอะไร แต่คุณพ่อกับคุณแม่ก็ชอบเร่งอยู่เรื่อยว่าอยากอุ้มหลานแล้ว ถ้ามีไวหน่อยก็คงจะดีเหมือนกัน อีกอย่าง รุกะเองก็ชอบเด็กด้วย”



                “อ๊า! รุกะซัง เจ้าบ่าวว่ามาแบบนี้ อาจจะต้องรับศึกหนักหน่อยหน่อยนะคะ”



                รุกะที่โดนแซวแบบนั้นก็หน้าแดงไปใหญ่จนทุกคนพากันขำเฮฮาไปหมด



                “พี่จิฮิโระ..พี่จิฮิโระ”



                “ยู...คุง ..เป็น..อะไร?”



                “ฮึก พี่จิฮิโระนั่นแหละ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ” จิฮิโระใช้มือสัมผัสเข้าที่หน้าของตัวเองก่อนจะพบว่ามันเปียกชื้นไปหมด ที่ตักก็เช่นกัน น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาอย่างควบคุมไม่อยู่



                จิฮิโระปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นไม่ให้หลุดสะอื้นออกไป



                ไม่ไหวแล้ว...



                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่เด็กๆกลับบ้านไปหมดแล้ว คุณลุงที่อยู่ร้านขายปลาร้านข้างๆเป็นคนช่วยพาไปส่งให้เพราะคุณยายเดินไปขอความช่วยเหลือ



                “จิฮิโระคุง..” เธอวางแก้วชากรุ่นๆให้กับเขาที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมในร้าน



                “ขอบคุณครับ” จิฮิโระเอ่ยเบาๆก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ



                “ไม่เป็นไรแล้วนะจ๊ะ?..”



                จิฮิโระมองไอร้อนของชาที่ลอยจากแก้ว จะให้บอกว่าไม่เป็นไรก็คงจะเป็นการโกหก..



                “ผม.....”



                “ความรักหรือ?” จู่ๆคุณยายก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จิฮิโระเงยหน้ามองอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นแววตาอาทรของเธอเขาจึงพยักหน้า



                “หึหึ ก็เป็นหนุ่มเป็นสาวกันนี่น้า..”



                “บางที..ผมก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมถึงได้ปล่อยให้ความรักเข้ามามีอิทธิพลมากขนาดนี้”



                “ตอนสมัยยังสาวๆ ยายเองก็ปวดหัวกับเรื่องความรักไม่เว้นวันเลยล่ะ”



                “งั้นหรือครับ? แล้วคุณยายทำยังไงล่ะ”



                “นั่นสินะ..เพราะว่าแก่แล้วมันก็ค่อนข้างจะเลือนลาง แต่กับคนที่อยู่ด้วยกันคนสุดท้าย มันเหมือนกับว่าจู่ๆโลกก็เหวี่ยงเราเข้ามาหากันน่ะ”



                “เหวี่ยงเข้ามาหากัน?” คุณยายหัวเราะน้อยๆก่อนจะเล่าต่อ



                “ก็ตอนนั้นน่ะ สมัยยังสาวๆ ยายแอบชอบคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ตามประสาคนยังรุ่นๆ แต่แล้วก็มีรุ่นพี่อยู่คนหนึ่ง เขาเป็นนักกีฬาเบสบอลของโรงเรียน ขี่จักรยานที่โก้สุดๆมาทุกวันอีกต่างหาก เห็นครั้งแรกก็หลงรักเลย จากนั้นก็ได้คุยกันบ่อยๆขึ้น”



                สีหน้าของเธอดูมีความสุขอย่างชัดเจนเมื่อได้กล่าวถึงเรื่องนั้น



                “แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีคนรุมล้อมอยู่ตลอดเวลา พวกผู้หญิงน่ะส่วนใหญ่ก็ชอบเขากันหมดน่ะล่ะ แต่ยายไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองหรอกนะ ยายว่าเขาน่ะเห็นยายพิเศษกว่าคนอื่นอยู่ อย่างน้อยก็หน่อยนึงนั่นแหละ”



                “เห...”



                “ตอนวันหยุดฤดูร้อน จู่ๆเขาก็ชวนยายไปเที่ยว ยายน่ะตื่นเต้นมาก เลือกชุดอยู่ถึงดึกดื่นจนกระทั่งตื่นสาย รีบวิ่งไปแทบไม่ทันเลยล่ะ.. แต่ก็มีเรื่องจนได้ ยายน่ะรีบจนไปชนเข้ากับจักรยานส่งขนมเข้าน่ะสิ ขนมในตะกร้าน่ะหกเลอะเทอะไปหมด ยายแทบจะร้องไห้ แต่ผู้ชายคนนั้นที่เป็นคนขี่จักรยานกลับไม่ว่าอะไรยายสักคำ เขาดันมาถามว่ากำลังรีบไปไหน”



                “อย่าบอกนะว่า..” จิฮิโระอ้าปากค้าง



                “พอบอกว่ากำลังจะไปเที่ยวกับคนสำคัญ คนๆนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาให้ยายเช็ดเสื้อ เอาขนมห่อที่ยังไม่เละส่งให้ แล้วบอกว่า ถ้าไม่รีบไปล่ะก็จะสายนะ จากนั้นก็เก็บข้าวเก็บของปั่นจักรยานออกไป”



                “แล้วหลังจากนั้นคุณยาย..ไปเที่ยวหรือเปล่าครับ” คุณยายขำ ก่อนจะจิบชาหนึ่งที



                “ก็ต้องไปซี่.. แต่ว่านะ ระหว่างที่เที่ยวอยู่ ยายก็สลัดภาพของคนๆนั้นออกไปไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ฟังดูหลายใจจัง”



                “ไม่ใช่หรอกครับคุณยาย!”



                “แล้วหลังจากนั้นยายก็ไปที่ร้านตามชื่อที่เขียนอยู่บนห่อขนม..ก็คือร้านนี้ยังไงล่ะจ๊ะ”



                “แล้ว...กับรุ่นพี่คนนั้นล่ะครับ?”



                “นั่นน่ะสิ.. เหมือนว่าด้วยอะไรหลายๆอย่าง พอเวลาผ่านไปสักพักก็ดูเหมือนว่าเราจะไปกันไม่รอดน่ะ ยายคงไม่ชอบที่เขามีคนรุมล้อมอยู่ตลอดเวลาล่ะมั้ง ก็เลยเลือกผู้ชายที่สนใจแต่เตาขนมแทนไงล่ะ”



                “แต่ว่ายอดเลยนะครับ..อย่างกับพรหมลิขิตเลย” จิฮิโระกระชับผ้าพันคอแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงปลอกคอของตัวเอง



                พรหมลิขิต..โชคชะตา



                “ไม่ใช่หรอกจิฮิโระคุง”



                “เอ๋?”



                “จะบอกว่าเป็นเพราะพรหมลิขิตไปเสียทั้งหมดก็คงไม่ได้หรอก การที่ยายเลือกจะไปหาเขาที่ร้าน หรือการที่เขาเป็นคนนิสัยแบบนั้นจนทำให้ยายรู้สึกติดใจ มันไม่ใช่พรหมลิขิตหรอกนะ เป็นทางที่พวกเราเลือกต่างหาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะเป็นพรหมลิขิตจริงๆที่โยนให้พวกเราได้เจอกัน ถ้างั้นก็คง..ทุกๆอย่างรวมกันน่ะ ความรักคือทุกๆอย่างรวมกัน ทั้งเรื่องบังเอิญ พรหมลิขิตและตัวของเรา หากคนสองคนมีส่วนผสมที่พอดีแล้วล่ะก็..สุดท้ายก็จะกลายเป็นความรักล่ะจ่ะ”



                “....อย่างนั้นหรือครับ”



                แล้วระหว่างเขากับเรย์



                อะไรที่ขาดไปกันแน่นะ



                ตัวของพวกเรา



                หรือโชคชะตา



                บางที ก็คงจะเป็นทุกอย่าง เขาพ่ายแพ้ที่ไม่อาจเป็นคนที่ทำให้เรย์หยุดได้ และพ่ายแพ้ที่เกิดเป็นโอเมก้า สุดท้ายก็ต้องสูญเสียความรักไป ทั้งที่สู้จนสุดใจ ทุ่มหมดหน้าตักจนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว



            ใครใช้ให้นายเกิดมาเป็นโอเมก้ากันล่ะ



                ถ้าหากว่าเขาเป็นอัลฟ่าล่ะก็..เรย์จะเลือกเขาหรือเปล่านะ



                “อีกเดี๋ยวพระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว..ผมขอตัวก่อนนะครับคุณยาย ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้มากๆครับ” จิฮิโระจิบชาจนหมดแก้วก่อนจะหันไปขอบคุณ คุณยายพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะลูบไหล่เขาเบาๆ



                “จิฮิโระคุงน่ะ..เป็นเด็กดี เธอจะต้องได้พบกับความรักที่ดีแน่นอนจ่ะ”



                จิฮิโระหันไปยิ้มเศร้าให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกมาจากร้าน



                สุดท้ายไม่ว่าจะคิดยังไง...เขาก็พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาอยู่ดี



 

                อากาศเหมือนจะเย็นขึ้นนิดหน่อย เขากระชับเสื้อกันหนาวตัวหนาสีครีมกับผ้าพันคอสีเหลืองอ่อนเบาๆ กลิ่นหิมะอบอวลอยู่รอบตัว จิฮิโระเป่าปากเป็นไอขาวที่ฝ่ามือ อา..รู้สึกแปลกๆ



            จู่ๆโลกก็จะเหวี่ยงเราเข้ามาหากัน



            กลิ่น..



                จิฮิโระทรุดตัวลงกับหิมะและหอบหายใจถี่ มือกำที่หน้าอกแน่น



                นี่มัน...อะไร



                ความรุ่มร้อนลามเลียไปทั่วกายราวกับจะมอดไหม้



                “แฮ่ก..แฮ่ก”



                กลิ่นหอมเกินทานทน ไม่ใช่ดอกไม้ ไม่ใช่น้ำหอม..นี่มันกลิ่นของอะไรกันแน่



                บ้าน่า.....



                ความรู้สึกแบบนี้



                ฮีท อย่างนั้นหรือ?



                เป็น..ไป..ไม่ได้



                เขากินยากันไว้แล้วนี่! ทำไมถึงยังฮีทได้ล่ะ บ้าเอ๊ย ถึงแถวนี้จะไม่ใช่ย่านคนชุกชุม แต่ถ้าเจอเบต้าหรืออัลฟ่าเข้าล่ะก็ ต้องแย่แน่ๆ..



                จิฮิโระพยุงกายขึ้นอย่างยากลำบาก ความร้อนเริ่มแผ่ซ่านจนตาพร่าพร้อมกับกำหนัดที่ยากจะควบคุม



                ไม่..มันไม่ใช่ฮีทธรรมดา เขาไม่เคยเป็นมากขนาดนี้มาก่อน เป็นเพราะไม่ได้มีอะไรกับใครมานานมากอย่างนั้นหรือ? ไม่ ไม่ใช่ นี่มันอะไรกันแน่…. กลิ่น แรงขึ้น แรงขึ้นอีกแล้ว ไม่ไหวแล้ว อึ่ก..ริมฝีปากถูกขบเม้มแน่น ดวงตาปิดลงอย่างต้องการจะทัดทานกระแสความเสียดทานในร่างกาย



                “แฮ่ก..”



                ท้องฟ้าเป็นสีส้มเรืองในชั่วขณะที่พระอาทิตย์ค่อยๆคล้อยต่ำลง แสงสีส้มอมแดงค่อยๆกลืนกินสีขาวราวสำลีของหิมะรอบกาย



                และวินาทีที่จิฮิโระลืมตาขึ้น



                เขาก็เข้าใจ



                ว่าเขาได้พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาอีกครั้ง



                “เจอแล้ว....”



                ร่างสูงโปร่งของชายคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาท่ามกลางอาทิตย์อัสดง



                ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำเหมือนห่วงมหาสมุทรฉายแววลึกซึ้งล้ำลึกเกินพรรณา



                ความรู้สึกท่วมท้นบดเบียดกับความร้อนรุ่นจนหายแทบไม่ออก



                ริมฝีปากนั้นขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเสน่ห์หา



                ถ้อยคำที่เป็นราวกับเส้นด้ายดึงรั้งตัวของพวกเขาเข้าหากัน



                ดึงให้กลับเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง



                “.......คู่แห่งโชคชะตาของฉัน”





                ………………………



 

                แต่สิ่งหนึ่งที่จิฮิโระยังไม่รู้ก็คือ..



                คนที่ พ่ายแพ้ ให้กับโชคชะตาน่ะ ไม่ใช่เขาหรอก....

 

                “เรย์คะ?”



                “......หืม?”



                “เหม่ออะไรอยู่คะ รุกะเรียกตั้งหลายทีแล้วนะ เหนื่อยหรือคะ” ใบหน้างดงามซุกเข้ากับอกเปล่าเปลือยของชายหนุ่มคนรัก ผู้เป็นสามีหมาดๆ สายตาเหลือบมองแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างสุขใจ



                ในที่สุดเธอก็ได้ครอบครองเขา



                “ไม่มีอะไรครับ...นอนกันเถอะ”



                ฮิอิราชิ เรย์หลับตาลง



                เมินความรู้สึกเสียดแปลบในอกราวกับมีของสำคัญหล่นหายไปเมื่อสักครู่



                ไร้สาระ



                คนอย่างเขาน่ะ



                ไม่มีทางสูญเสียอะไรไปอยู่แล้ว

 



                TBC

                +++++++++++++++++++++

                 ปล. ไม่เคยบอกสักหน่อยว่าพระเอกชื่อเรย์ ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2017 12:43:39 โดย Lady-n »

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse)
«ตอบ #5 เมื่อ05-01-2017 23:05:26 »





บทที่ 4




เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นราวกับเป็นความฝัน



จิฮิโระเห็นภาพทุกอย่างเบลอไปหมด สิ่งที่ชัดเจนมีเพียงคนๆนั้นที่เดินเข้ามาจับมือเขาแล้วดึงเข้าไปนั่งในรถ



สัมผัสจากเบาะราคาแพงไม่อาจเข้าถึงโสตประสาทเมื่อถูกจูบอย่างร้อนแรง มือของเขาสั่น และอีกฝ่ายก็สั่นไม่ต่างกัน หากเผลอไผลไปแม้แต่นิดเดียว เขารู้สึกว่าตนเองจะกลายเป็นสัตว์ร้ายไร้การควบคุม



และในไม่ช้าจิฮิโระก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น



ชายหนุ่มที่โอบกอดเขามองจิฮิโระที่เอนตัวมาซบก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ



“อ้าว..คุณสลบไปตั้งแต่ตอนนี้ผมก็แย่สิ”



และนั้นคือวันแรกที่เขาได้พบกับคู่แห่งโชคชะตา





                +++++++++++++++++++++





สองเดือนต่อมา



รู้สึกขยุกขยิกที่แก้มจนนอนไม่สบาย จิฮิโระขมวดคิ้วพลางยกมือปัดๆเหมือนกับลูกแมวที่โดนกวนยามนอนหลับ เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง



“อากิระซัง......ผมง่วงนะ”



“ก็บอกว่าไม่ต้องซัง เรียกอากิระเฉยๆสิ จิฮิโระ”



“ท่านประธานมาก่อกวนกันแต่เช้าแบบนี้ ทำไมยังไม่ไปทำงานอีกล่ะครับ เหวอ!” จิฮิโระตื่นเต็มตาเมื่อถูกอุ้มพรวดจากที่นอน เขาถลึงตาที่ยังปรืออยู่น้อยๆใส่คนอุ้ม



“วันนี้ฉันหยุด จะอยู่กับเธอทั้งวัน” ว่าแล้วก็หิ้วเขาเข้าห้องน้ำ!



อากิระมองดูคนในอ้อมแขนที่ทำหน้ามุ่ยแต่ก็เอื้อมมือมาคล้องคอเขาไว้อย่างเอ็นดู



ไม่คิดไม่ฝันว่าการมาดูพื้นที่สร้างโรงแรมแห่งใหม่จะทำให้ได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาของตัวเอง ในวันนั้น ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ เขาบอกคนขับรถว่าอยากชมวิว ให้ขับเบี่ยงออกจากเส้นทางปกติที่ใช้กลับที่พัก หมุนเปิดกระจกรถออกรับลมเย็นในฤดูหนาว ทว่าสิ่งที่พัดผ่านเข้ามากลับเป็นกลิ่นหอมยั่วยวนเกินทานทน



และกลิ่นนั้นก็นำพาให้เขาได้เจอกับจิฮิโระ คนที่แค่จูบก็สลบคาอกไปเสียอย่างนั้น



“อากิระซ..อากิระ! จับตรงไหนเนี่ย!” จิฮิโระหน้าแดง แม้จะถูกสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็มีอารมณ์ขึ้นมาได้ อาจเพราะอีกฝ่ายเป็นคู่แห่งโชคชะตา



ใครจะไปคิดว่าคู่แห่งโชคชะตาของเขาจะเป็น ชิราซากิ อากิระ ..เจ้าของธุรกิจส่งออกสินค้าข้ามชาติรวมถึงโรงแรมชั้นหนึ่งของญี่ปุ่นอย่างชิราซากิโฮเทล เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งแต่มีกล้ามเนื้ออย่างคนดูแลตัวเอง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเกือบดำสืบทอดมาจากแม่ที่เป็นคนอังกฤษ เรือนผมสีดำตัดเป็นทรงให้มาดนักธุรกิจหนุ่มสุดขรึมแต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ชอบแกล้งนัก อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายเป็นคนรวยและผู้มีอิทธิพลอย่างแน่นอนไม่ผิดเพี้ยน



ยามที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแล้วเจออากิระนั่งยิ้มอยู่ข้างเตียงพร้อมอ่านเอกสารประวัติทุกอย่างของจิฮิโระที่หามาได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนั้น ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ไม่น้อย



แน่นอนว่าในประวัตินั้นรวมถึงเรื่องของเขากับเรย์ด้วย



สิ่งแรกที่อีกฝ่ายถามคือเขายังรักเรย์อยู่หรือเปล่า เมื่อจิฮิโระก้มหน้าและเงียบลงก็ถูกเชยคางขึ้น ก่อนอีกฝ่ายจะถามอีกอย่างแทน ถามว่าเขาอยากจะกลับไปหาเรย์หรือเปล่า



จิฮิโระนิ่งไปสักพักก่อนจะส่ายหน้า



เขาพอแล้ว



เขาเหนื่อยมากแล้ว



อากิระยิ้มบางเบาก่อนจะกระซิบข้างหูเขา



“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันก็ไม่อยากจะเป็นคนใจร้ายให้เธอเห็นหรอก”



พวกเขาทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างรู้กันดีว่ายามที่ได้พบ ความรู้สึกนี้พิเศษ พิเศษมากๆ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยให้ใครมาก่อนบนโลกใบนี้ แม้จะเพิ่งพบเจอ แต่ก็ไม่มีทางหนีกันพ้น ไม่มีทางลืม ไม่มีทางได้แยกจาก จิฮิโระคิดว่าอากิระคงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีถึงไม่ได้คาดคั้นเรื่องของเขากับเรย์อีก



นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่จิฮิโระดีใจที่ถูกเรย์ทิ้ง



“แล้วเธออยากจะอยู่กับฉันหรือเปล่า” คราวนี้จิฮิโระพยักหน้าอย่างไม่ต้องคิดก่อนจะโดนกอดแน่นจนหายใจไม่ออก อากิระอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็นว่าในตอนนี้ จิฮิโระมีปัญหาสุขภาพเล็กน้อยจากการรับยาคุมเกินขนาด แต่ว่าไม่ต้องห่วง เข้ารักการรักษาแล้วกินยาให้สม่ำเสมอสักสองสามเดือนก็จะหายเป็นปกติและสามารถมีลูกได้แน่นอน



“ดังนั้นฉันจะให้เวลาเธอ..จิฮิโระ ให้เวลาเราได้ทำความรู้จักกัน ถึงแม้ว่าพอเห็นเธอครั้งแรกจะรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานเป็นร้อยปีก็เถอะ ฮ่ะๆ...” อากิระก้มลงจุมพิตเบาๆที่ปลอกคอของจิฮิโระก่อนจะเอ่ยปากเสียงเบา



“อีกสามเดือน..ตอนที่เธอหายดีแล้ว ถ้าเธออยากจะอยู่ด้วยกันกับฉันตลอดไป ฉันก็จะรับตัวเธอไปล่ะนะ”



ถ้อยคำนั้นเหมือนคลื่นที่สาดซัดหัวใจของจิฮิโระจนล่มครืนไม่เป็นท่า



หากวันนั้นอากิระบังคับทำให้เขาเป็นของอีกฝ่ายเลยทันที จิฮิโระคิดว่าตนเองคงไม่ขัดขืนคู่แห่งโชคชะตาคนนี้ แต่การที่ให้เวลาเขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่สำคัญ เรื่องของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน สิ่งนี้ทำให้จิฮิโระรู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งล้ำค่า เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม เป็นคนที่ถูกทะนุถนอม



อากิระอาจจะไม่รู้แต่จิฮิโระก็ตัดสินใจตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วว่าจะยอมเป็นของอีกฝ่าย



ตอนนี้เวลาผ่านมาสองเดือน



ท่านประธานยกเลิกโรงแรมที่จองพักไว้สำหรับทำงาน แต่ย้ายข้าวของมานอนที่บ้านของเขาแทน คุณแม่กับคุณตาตกใจตาโตตอนที่จิฮิโระผายมือแนะนำว่าคนนี้เป็นคู่แห่งโชคชะตาของเขา



และสมกับเป็นนักธุรกิจมือฉมัง ใช้เวลาไม่นานคุณแม่ก็ชอบอากิระมากอย่างกับเป็นลูกชายแท้ๆ ส่วนคุณตา หลังจากด้อมๆมองๆและโดนชวนคุยเรื่องบอนไซ พร้อมกับอีกฝ่ายที่รับปากว่าจะนำมาฝากให้เลี้ยงดูสักสองสามต้น คุณตาก็ถือหางอากิระอย่างชัดเจน กระทั่งเรื่องที่อากิระมาค้างที่บ้าน สองคนนี้ก็ทำเป็นหลับหูหลับตาไม่ว่าอะไร ราวกับรับเป็นสมาชิกครอบครัวเรียบร้อยแล้ว



แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นสำหรับจิฮิโระก็คือ เขาแทบไม่ได้คิดเรื่องของเรย์อีกต่อไป



แม้จะเปิดข่าวเจอ ก็เปิดให้มันเล่นอยู่ต่อไปอย่างนั้น รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองอีกแล้วจึงไม่ต้องกลัวหรือเสียใจอะไรอีก



“อรุณสวัสดิ์จ่ะ อากิระซัง จิฮิโระ” คุณแม่ของเขาเอ่ยตอนที่ตักไข่ดาวจากกระทะใส่จาน อากิระเดินเข้าไปช่วยถือจานมาส่งที่โต๊ะ



“ของจิฮิโระจานนี้” นักธุรกิจหนุ่มว่าก่อนจะวางจานไข่ดาวสองฟองเบคอนสามชิ้นกับสลัดถ้วยโตตรงหน้าจิฮิโระ



“นี่คุณกะจะให้ผมกลายเป็นน้องหมูเลยใช่ไหมครับเนี่ย” จิฮิโระบ่นอย่างไม่จริงจังก่อนจะจิ้มเบค่อนเข้าปาก



“คนป่วยก็ต้องกินเยอะๆ จะได้หายไวๆ ฟอด!”



“อากิระซัง!”



“ลองพูดซังอีกทีฉันจะกัดหลังคอเธอให้จมเขี้ยวเลย” จิฮิโระหน้าแดงเอามือกุมคอตัวเอง



“วันนี้มีแพลนจะทำอะไรกันหรือ?” คุณแม่เอ่ยถามก่อนจะหันไปทักทายคุณตาที่เดินเข้ามาในห้อง



“วันนี้จะพาจิฮิโระไปโรงพยาบาลครับ ถึงนัดตรวจร่างกายพอดี” อากิระเป็นฝ่ายตอบส่วนจิฮิโระอ้าปากค้าง



“อ้าว วันนี้หรือ”



“ให้ตายเถอะลูกคนนี้ เรื่องของตัวเองแท้ๆทำไมอากิระซังดันรู้ดีกว่าซะได้เนี่ย” คุณแม่กับคุณตาประสานเสียงหัวเราะ อากิระก็เช่นกัน ส่วนจิฮิโระก็ได้แต่นั่งจิ้มมะเขือเทศเข้าปาก ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี



พอมีความสุขก็มักจะไม่ค่อยคิดอะไร ขี้หลงขี้ลืม แถมยังถูกใส่ใจมากขนาดนี้ เขาต้องกลายเป็นเด็กโดนสปอยแน่ๆ! แต่ใครเล่าจะรู้ว่าสิ่งนี้อากิระวางแผนไว้แล้ว กะจะสปอยจนจิฮิโระเคยตัว ชนิดที่ว่าขาดเขาไม่ได้เลย!



เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จพวกเขาก็มาที่โรงพยาบาล ไม่มีคนขับรถ เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นอากิระมักจะทำสิ่งเล็กๆน้อยๆให้จิฮิโระเสมอ ชื่นชอบเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนมากเป็นพิเศษ จะได้แกล้งจิฮิโระได้ถนัดมือ



“ผลตรวจเลือดออกมาน่าพอใจมากค่ะ สารตกค้างในร่างกายก็แทบไม่มีแล้ว ผลเอ็กซเรย์มดลูกก็ปกติดี แทบจะเรียกได้ว่าหายเป็นปกติแล้ว แต่ยังไงก็ต้องมาตรวจให้ครบนัดเพื่อความมั่นใจนะคะ” คุณหมอเคียวโกะ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโอเมก้าที่ถูกเรียกตัวมาที่โรงพยาบาลจังหวัดทุกครั้งที่จิฮิโระมาตรวจเอ่ยปาก



“ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ” จิฮิโระหันไปยิ้มให้กับอากิระพลางจับมืออีกฝ่ายแน่น



อาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆทุกวัน อารมณ์ก็กลับมามั่นคงแจ่มใสไร้เรื่องกวนใจ จริงๆแล้วช่วงที่จิฮิโระซึมเศร้าหนักๆนั้น นอกจากจะเป็นเพราะเรย์แล้ว ยังเป็นเพราะการที่ยาคุมตกค้างในร่างกาย ทำให้ระบบแปรปรวนจนเกิดภาวะซึมเศร้าร่วมด้วยนั่นเอง



“จิฮิโระ เธออยากไปไหนต่อหรือเปล่า” จิฮิโระกระชับเป้บนแผ่นหลังก่อนจะคิดเล็กน้อย



“จริงๆแล้วก็มีที่ที่อยากไปอยู่เหมือนกันนะครับ...”



อากิระเลิกคิ้ว



และในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึง



“ให้ตายเถอะ เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลย ตอนที่ได้เจอกับเธอครั้งแรก”



ที่ๆจิฮิโระเลือกมาคือสถานที่ที่ได้พบกับอากิระเป็นครั้งแรก บนถนนทางกลับบ้านเส้นนี้ที่มองเห็นแม่น้ำ



ที่ๆเป็นทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้น



“อากิระ ซื้อมือถือให้ผมได้หรือเปล่า” จิฮิโระหยิบเป้มาพาดไว้ด้านหน้าก่อนจะเปิดคุ้ยหาบางอย่าง



“หืม..ได้น่ะมันได้อยู่แล้ว แต่ว่าทำไมจู่ๆ? เดี๋ยวนะจิฮิโระ ฉันว่าจะถามตั้งนานแล้ว เป้นั่นมันอะไร เธอหอบอะไรมาเนี่ย” จิฮิโระยิ้มแต่ไม่ตอบ เขาหยิบถังสังกะสีสีเงินใบไม่เล็กไม่ใหญ่ออกมาวาง อากิระขมวดคิ้ว พกถังมาเนี่ยนะ



“จิฮิโระ..” อากิระครางในลำคอเมื่อเห็นของอีกสองอย่างที่จิฮิโระหยิบออกมา



โทรศัพท์มือถือกับสมุด



เขารู้ดีว่าสองสิ่งนี้คืออะไร จิฮิโระเล่าให้เขาฟังทุกๆเรื่อง



“ถึงจะปิดเครื่องไม่ได้ใช้มานานแล้ว แต่ผมก็อยากทำให้มันชัดเจนน่ะครับ” โทรศัพท์นี้เป็นสิ่งเดียวที่เรย์ซื้อให้และจิฮิโระยังพกติดตัวมาที่นี่ ในส่วนของสมุดนั้น..ก็คงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก มันไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว



 จิฮิโระคว้าน้ำมันที่เตรียมใส่ขวดเล็กๆออกมาพร้อมไม้ขีดไฟหนึ่งกล่อง เตรียมตัวดีเสียจนอากิระอดขำไม่ได้ ให้ตายเถอะเด็กคนนี้ จิฮิโระโยนสมุดลงไปในถังสังกะสีก่อนจะราดน้ำมันลงไป จุดไม้ขีดไฟแล้วโยนตามไปติดๆ ไฟสีส้มสว่างลุกโชติช่วงในทันที



แต่ก่อนจะได้โยนโทรศัพท์ลงไป อากิระก็ห้ามไว้เสียก่อน



“ทำไมล่ะครับ”



“เธอนี่น้า..โยนไปแบบนี้ถ้าแบตระเบิดขึ้นมาเดี๋ยวก็ตายกันก่อนพอดี”



“อ้ะ! จริงด้วย”



“ยังจะมาจริงด้วย” อากิระเขกหัวเขาเบาๆ ก่อนจะถามต่อ



“แล้วจะเอายังไงล่ะ โยนทิ้งแม่น้ำเลยดีไหม”



“ผมมีแผนสอง ไม่ต้องห่วง”



แผนสองที่ว่าเล่นเอาอากิระหัวเราะจนปวดท้อง



หลังจากเก็บข้าวของเคลียร์พื้นที่เรียบร้อย จิฮิโระก็พาเขามาร้านรับซื้อโทรศัพท์มือถือเก่า หยิบมือถือมาเปิดเอาซิมหักทิ้งแล้วขายเสียอย่างนั้น พอได้เงินเสร็จสรรพก็หันมายิ้มเผล่



“อยากกินอะไรเดี๋ยวป๋าจะพาไปเลี้ยง”



แล้วคุณป๋าก็โดนอิหนูจับจูบจนหายใจไม่ทันก่อนที่จะมาจบวันที่ร้านเบอร์เกอร์ง่ายๆ



จะเอาอะไรกับโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานมาหลายปีไม่เคยเปลี่ยน



เงินที่ได้ก็พอซื้อแค่นี้แหละ!





 

“อ้าว..อากิระซัง กลับมาแล้วหรือจ๊ะ แหม่! จิฮิโระนี่หลับอุตุขนาดนี้ ต้องให้ดูแลกันอีกแล้ว ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”



หลังจากกลับมาถึงบ้าน จิฮิโระที่เหนื่อยมาทั้งวันก็หลับคาเบาะรถ อากิระจึงอุ้มเข้ามาแทนที่จะปลุก



“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแม่”



“ทานอะไรกันมาหรือยัง ขอโทษด้วยนะ แต่วันนี้แม่กับตาต้องไปรับเมล็ดพันธุ์ที่มาส่งเลท อาจจะกลับมาดึกๆ”



“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เรียบร้อบแล้วล่ะ ว่าแต่ให้ผมไปส่งดีไหมครับ”



“ไม่เป็นไรหรอกจ่ะ อยู่เป็นเพื่อนจิฮิโระเถอะ”



อากิระพยักหน้ารับก่อนจะพาคนในอ้อมแขนขึ้นไปยังห้องนอน กลิ่นของพวกเขาทั้งสองคนอบอวลไปหมดจนรู้สึกผ่อนคลายและตื่นตัวแปลกๆ



หลังจากจัดแจงท่านอนให้คนหลับอุตุเสร็จเรียบร้อย เขาก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เล่นแก้มเล่นผมบ้าง นุ่มนิ่มไปทั้งตัว เขาไล่นิ้วตามดวงตาที่ปิดสนิท หยอกล้อขนตายาวๆไล้มาถึงแก้มก่อนจะกดจิ้มลงไป จิฮิโระขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ตื่น



มือแกร่งจึงเลื่อนลงมายังปลอกคอก่อนจะสะกิดถูมันเบาๆ



“เธอไม่ต้องรีบหรอกจิฮิโระ..ฉันน่ะรอเธอมาทั้งชีวิต แล้วก็ยังรอต่อไปได้ จะไม่ไปไหนหรอก” เขาพูดเสียงกระซิบก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมลงไปข้างล่าง ปล่อยให้อีกฝ่ายพักผ่อน



ทว่ากลับถูกดึงชายเสื้อจากด้านหลังไว้เสียก่อน



“แต่ผมไม่อยากรอแล้ว”



ทันใดนั้นกลิ่นหอมรุนแรงแบบวันที่ได้พบกับครั้งแรกก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง



ฮีท?



“จิฮิโระ..”



เจ้าของชื่อปลดปลอกคอออกก่อนจะโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ใบหน้าแดงระเรื่อเริ่มหอบหายใจถี่



“อากิระ ..ผมไม่อยากรอแล้ว”



อากิระค่อยๆเดินเข้าไปทรุดลงบนเตียงที่จิฮิโระกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ก่อนจะสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเบามือ



“เธอพูดแบบนี้..เพราะฮีทอยู่ หรือเพราะว่าอยากอยู่กับฉันตลอดไปน่ะ? อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันแค่อยากจะแน่ใจเท่านั้น ว่าเธอจะไม่ฝืนตัวเอง”



“มองตาผม แล้วคุณจะรู้” และทันทีที่สบตากันอย่างลึกซึ้ง



พวกเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่ามันคือ..ความรัก ไม่ใช่แค่เพราะเป็นคู่แห่งโชคชะตา แต่นี่คือความรักที่ช่วยกันฟูมฟัก



“ให้ตายเถอะ...หวังว่าคุณแม่กับคุณตาจะออกจากบ้านไปแล้ว ไม่อย่างนั้น เธอโดนล้อไปตลอดชีวิตแน่ๆ”



“ก็..คงคุ้มอยู่มั้งครับ” จิฮิโระหัวเราะก่อนจะสะดุ้งเมื่ออากิระใช้ลิ้นลิ้มรสสัมผัสตรงบริเวณหลังคอ



“จะทำจนกว่าจะร้องไห้เลยล่ะ”



“ผมจะรอดู”



แล้วนับจากวันนั้น



จิฮิโระก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปลอกคออีกต่อไป





+++++++++++++++++++++





ฮิอิราชิ เรย์กระแทกมือถือลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด



“ท่านประธาน..”



“ออกไป!”



เลขาสาวกอดแฟ้มในมือแน่นก่อนจะก้มหน้าก้มตาวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ใครมาทำให้ท่านประธานโกรธกันล่ะนี่



เรย์หยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะกดโทรเข้าเบอร์เดิมไปรอบที่สาม แต่ก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีสัญญาณตอบรับ!



“ได้ จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมจิฮิโระ คิดว่าเรียกร้องความสนใจแบบนี้แล้วจะได้ผลใช่ไหม ฉันจะรอดูว่าจะทนได้สักกี่น้ำ!” เขาพูดอย่างอดกลั้น



หลังจากวันที่ให้จิฮิโระออกจากห้องไปนี่ก็เป็นเวลาสี่เดือนแล้ว ตามปกติอีกฝ่ายจะต้องโทรมาหรือส่งข้อความเป็นประจำทุกวัน แต่นี่ไม่มีโทรมาสักสาย ข้อความก็ไม่มี ขนาดเขาโทรไปก็ปิดเครื่องตลอดเวลา



ถ้าไม่ใช่เรียกร้องความสนใจแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีก!



เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างของมิตาอิ เลขาชายของเขาจะเดินเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มเล่มหนึ่ง



“บอสครับ มีปัญหานิดหน่อยเกี่ยวการสร้างเรือนหอ กระเบื้องที่ใช้ปูทำมาผิดแบบ ทางร้านจะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แต่ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกสักพักตามคิวจัดส่งครับ”



“นานเท่าไร?” เรย์คลึงขมับ



“เพราะเป็นกระเบื้องที่สั่งทำแบบพิเศษ เลยต้องทำใหม่ทั้งหมด..น่าจะเลื่อนไปราวหนึ่งเดือนครับ” เพราะเป็นร้านกระเบื้องที่รุกะชอบที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ทำให้มีเรื่องเอกสาร การขนส่ง และอะไรอีกหลายๆอย่างน่าปวดหัว กินเวลานาน ยิ่งพอมีปัญหายิ่งทำให้เสียเวลาเข้าไปใหญ่ บ้าเอ๊ย



“เข้าใจแล้ว แต่ฝากเร่งให้ด้วย”



“ครับบอส”



ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะเร่งให้เสร็จภายในสี่เดือน พอย้ายเข้าไปในเรือนหอ จากนั้นก็พาจิฮิโระกลับมาอยู่ที่ห้องเหมือนเดิม



แต่หมอนั่นปีกกล้าขาแข็งแบบนี้ แถมเวลายังเลื่อนออกไปอีก



แต่เอาเถอะ



เวลาน่ะไม่สำคัญหรอก จะนานเท่าไรหมอนั่นก็รอเขาอยู่ดีนั่นแหละ





TBC





+++++++++++++++++++++


TALK - เกลียดผู้ชายเลว ต้องการให้ผู้ชายเลวเสียใจจึงยังจะเขียนต่อค่ะ 55555555

ฝากเพจเด้อ https://www.facebook.com/fiction.by.Ln/

ออฟไลน์ flimflam

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 981
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-4
รโอ๊ยยยย อากิระคุงลูกกกก
ถ้าอิตาเรย์ได้เป็นพระเอกคงไม่อยากอ่านต่อเลยค่ะ หมัานไส้ 555555
แต่แบบนี้ต้องอ่านต่อแล้วล่ะ รอดูคนเลวเจ็บ รอสมน้ำหน้าตาเรย์เลย

ออฟไลน์ Candy CAT

  • ชิบหาย!!!........ไปหมดแล้วสมงสมองกู- -''
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
หมั่นไส้เรย์หนักมาก :z3: :z3:

ออฟไลน์ mxb

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ถึงล้อคอินเข้ามาคอมเม้นกันเลยทีเดียว
อยากหัวเราะเรย์ให้ฟันร่วง จิฮิโระเค้าไม่กลับมาเอาแกแล้วเฟ้ย!
รอตอนหน้าโจ่งครึ้มกันแล้วใช่ไหม โฮะๆ  :hao7:

รอนะคะ เป็นนิยายที่ดีมาก ช่วงนี้เราติดหนุ่มๆโอเมก้าอยู่ด้วย ดีใจที่ได้อ่านเป็นนิยาย  o13


ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
#ทีมอากิระ จิฮิโระ อย่าใจอ่อนนา    :call:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse) Chapter 4 (5/1/2560)
« ตอบ #9 เมื่อ: 06-01-2017 19:44:34 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rsmrypngpth

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 o18หึหึ ไม่จบง่ายๆ แน่

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1
บทที่ 5


ร้าวรานไปทั้งตัว..



ความรู้สึกแรกที่มาเยือนจิฮิโระในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้น ไม่มีคำๆใดสามารถอธิบายได้ดีมากไปกว่าคำว่าร้าวร้านอีกแล้ว



ทั้งเจ็บ ทั้งปวด ทั้งเมื่อย ขยับแทบไม่ได้ ผิดกับอากิระที่สดชื่นแจ่มใสราวกับได้ยาดี ไม่ยุติธรรม! แล้วข้าวต้มที่อีกฝ่ายยกมานั่นน่ะ จิฮิโระชิมคำเดียวก็รู้แล้วว่าคุณแม่เป็นคนทำ ไม่อยากจะคิดเลยว่าคุณแม่กับคุณตาจะคิดยังไง เมื่อคืนเสียงดังมากแค่ไหน ตัวเขารู้ดี ดูได้จากที่ตอนนี้ไม่มีเสียงแม้แต่จะพูด



พอกินข้าวต้มและกินยาเสร็จ อากิระก็ยังไม่ยอมให้จิฮิโระนอน แต่กลับวางกระดาษใบหนึ่งลงมาตรงหน้า



ทะเบียนสมรส..ที่มีลายเซ็นของอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว พอหันไปหาก็ยิ้มพราย บอกว่าได้ฉันแล้วเธอต้องรับผิดชอบนะ จับปากกาใส่มือเขาเสร็จสรรพ ถ้าจับมือเซ็นต์ได้ก็คงทำแล้ว จิฮิโระหัวเราะทั้งๆที่ไม่มีเสียงก่อนจะเซ็นลงไปอย่างไม่อิดออด จากนั้นจึงได้หลับพักผ่อนให้เต็มที่เสียที



พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายโมงแล้ว อากิระเช็ดตัวให้เขา แถมยังเน้นเช็ดเป็นพิเศษตรงรอยกัดที่คอ ราวกับจะย้ำว่าตรงนี้มีรอยกัดนะ ตรงนี้นะ พอเห็นจิฮิโระเขินก็จุ๊บเสียอย่างนั้น ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์จริงๆ!



“จิฮิโระ..อีกไม่นานฉันต้องกลับไปอังกฤษแล้วล่ะ”



อากิระเกริ่นสีหน้าจริงจัง ธุรกิจในเครือของชิราซากินั้น แม้จะประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก แต่ฐานใหญ่ก็อยู่ที่อังกฤษ อีกไม่นานเขาต้องกลับไปประจำที่นั่นต่อ



“...ถ้าอย่างนั้นก็แย่สิครับ..ผมนะ..ผม” จิฮิโระก้มหน้า



“จิฮิโระ..” อากิระใจวูบโหวงแปลกๆ นี่จิฮิโระไม่อยากไปกับเขาหรือ เขาทำให้อีกฝ่ายลำบากใจหรือเปล่า แต่แน่ล่ะ อยู่ที่ญี่ปุ่นมาทั้งชีวิต ทั้งภาษาและการปรับตัว คงจะลำบาก แต่ถึงอย่างนั้น......



“ฉัน....”



“ผมไม่มีพาสปอร์ต! วีซ่าก็ไม่มีอ่ะ!” จิฮิโระเงยหน้าขึ้นมาแล้วทำหน้าเหลอหลา



“นี่เธอแกล้งฉันใช่ไหม? หืออ” ฟัดแก้มรัวๆจนหัวเราะร่วนเป็นการลงโทษ



“ฮ่าๆ ก็ดูคุณทำหน้าสิครับ เหมือนผมจะทิ้งคุณงั้นแหละ โถ่ ต่อให้คุณไม่ยอมผมก็จะเกาะล้อเครื่องบินไปกับคุณอยู่ดี”



“ฉันไม่ให้เธอเกาะล้อหรอกน่า” นักธุรกิจหนุ่มหัวเราะ ไม่ช้าพวกเขาทั้งคู่ก็นำเรื่องนี้มาปรึกษากับคุณแม่และคุณตา ทั้งคู่ตอบรับอย่างง่ายดาย ถึงแม้จะชอบอากิระมากก็เถอะ แต่ยกลูกชายให้เขาไปง่ายๆแบบนี้ จิฮิโระอดสงสัยไม่ได้ว่าพ่อนักธุรกิจไปติดสินบนอะไรไว้



“โรงเรือนเล็กๆกับบอนไซไม่กี่ต้น”



พอถามก็บอกแบบนี้ จิฮิโระหรี่ตาลงอย่างจับผิดแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมคายอะไรมากกว่านี้ ฮึ่ม รอดูเถอะ เดี๋ยวไว้เขากลับมาดูก็รู้เอง!



วันนี้ท่านประธานต้องออกไปดูงานเสียที หลังจากที่แอบอู้มาอยู่กับจิฮิโระจนถึงบ่าย



พออากิระไม่อยู่ เขาก็ออกไปช่วยคุณแม่กับคุณตาทำสวนทิวลิปบ้าง ดูรายการทำอาหารบ้าง มีความรู้สึกสงบใจอย่างแปลกประหลาด การที่ต้องรอใครสักคน ที่เขาจะกลับมาหาเราแน่นอน เป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ



“จิฮิโระจ๊ะ เรื่องที่จะไปอังกฤษ ภาษาน่ะหัดกันได้ แม่ไม่ค่อยห่วง แต่ลูกคิดหรือยังว่าอยากจะทำอะไร” คุณแม่พูดขึ้นขณะกำลังล้างมือที่เปื้อนดิน



“ผมก็กำลังคิดอยู่ครับ..กะว่าจะรอปรึกษาอากิระก่อน”



แน่นอนว่าจิฮิโระไม่อยากไปนั่งกินนอนกินอยู่เฉยๆ ถึงแม้ว่าอากิระจะมอบความสะดวกสบายทุกอย่างให้เขาได้ก็ตาม



“ก็ดีแล้วล่ะ ลองปรึกษากันดู ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกแม่นะลูก”



“ขอบคุณมากครับคุณแม่”



เมื่อตกเย็นอากิระกลับมา ก่อนที่จิฮิโระจะได้ปรึกษาเรื่องที่คิดไว้นั้น ก็โดนอีกฝ่ายชวนคุยเรื่องอื่นเสียก่อน แถมเป็นเรื่องใหญ่เสียด้วย



“งานแต่งงานหรือครับ?”



“ใช่แล้วล่ะ ขอโทษทีนะอากิระ..จริงๆฉันคิดว่าเธอคงไม่ได้อยากจัดงานใหญ่ๆ...แต่” ชายหนุ่มทำหน้าลำบากใจ



“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี”



เพราะว่าอีกฝ่ายคือชิราซากิ อากิระ คนที่จะหยิบจะจับอะไรก็โดนสื่อจับตามองตลอดเวลา ด้วยเรื่องของธุรกิจรวมถึงชื่อเสียงของตระกูล เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดงานแต่งแบบเงียบๆและเชิญแค่คนสนิท เพราะนั่นคงส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและเรื่องอื่นๆเป็นแน่



นั่นคือสิ่งที่จิฮิโระคิด ส่วนอากิระนั้นก็ลอบยิ้มในใจ ก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ เขาอยากจะจัดงานใหญ่ๆเพื่อป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ว่าจิฮิโระเป็นของเขามากกว่า



“ฉันคิดไว้ว่าถ้าจัดที่ลอนดอนน่าจะดี แต่ถ้าเธอชอบญี่ปุ่นมากกว่าก็ได้เหมือนกัน”



“ที่ลอนดอนก็ได้ครับ”



“เธออยากจัดแนวไหนล่ะ” จิฮิโระยิ้มค้าง



จู่ๆก็นึกถึงงานแต่งของเรย์กับรุกะขึ้นมาเสียได้ ถึงแม้ว่าจะตัดใจไปแล้ว แต่รู้สึกเหมือนโดนขโมยความฝันที่จะจัดการแต่งแบบเทพนิยายไปเสียได้ เขานี่เห็นแก่ตัวจริงๆ จิฮิโระเอาสองมือตบแก้มตัวเองดังแปะ ก่อนจะอุทานเสียงเบาเมื่อถูกดึงไปนั่งตัก



“เธอทำหน้าแบบนี้แปลว่าคิดถึงเขาสินะ เดี๋ยวจะโดน จิฮิโระ” อากิระพูดยิ้มๆทั้งที่ตาไม่ยิ้มสักนิดเดียว แถมน้ำเสียงเย็นเหมือนยมทูตอีกต่างหาก จิฮิโระกอดจูบลูบหลังนักธุรกิจขี้น้อยใจเป็นการใหญ่ ก่อนจะรีบละล่ำละลั่กเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อากิระฟัง



ชายหนุ่มฟังแล้วนิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะจับเขามากอดโอ๋ กระซิบที่ข้างหู



“เชื่อใจฉันหรือเปล่าจิฮิโระ”



พอเขาพยักหน้าอากิระก็ยกยิ้มแล้วบอกว่า



“งั้นให้ฉันจัดการเอง”



จากนั้นแผนการแต่งงานทุกอย่างก็ถูกจัดเป็นแผนภาพและนำมาให้จิฮิโระเลือกดู เป็นการจัดงานที่สนุกมากๆ พอเวลาผ่านไปได้สองอาทิตย์ งานของอากิระที่ญี่ปุ่นก็เสร็จสิ้น จึงได้เวลาที่พวกเขาจะเดินทางมายังลอนดอน



ที่สนามบิน คุณแม่และคุณตาสลับกันกอดจิฮิโระแน่นพลางฝากฝังให้อากิระดูแลเขาให้ดี ไม่นานทั้งคู่ก็กลับบ้านเพราะยังมีงานค้างไว้



“จิฮิโระ ใจเย็นๆน่า” อากิระเอ่ยเมื่อเห็นจิฮิโระชะเง้อไปมาจนคอยืดคอยาว ทันทีที่เห็นร่างสูงผิวสีแทนโบกมือให้จากไกลๆ จิฮิโระก็ยิ้มออก



“โคจิ!”



“เจ้าโคอาล่า” บาเทนเดอร์หนุ่มยิ้ม



จริงๆแล้วจิฮิโระเคยเล่าเรื่องของโคจิให้อากิระฟัง อีกฝ่ายแนะนำว่าให้ลองติดต่อไปดู พอลองทำตามก็พบว่าโคจิไม่ได้โกรธเคืองเขามากนัก แต่เป็นห่วงเสียมากกว่า และพอรู้ว่าจิฮิโระได้เจอกับคู่แห่งโชคชะตาและตัดใจจากเรย์ได้แล้ว โคจิก็บอกว่าดีใจแทบจะเหมาร้านฉลอง



“ดีใจด้วยนะ จิฮิโระ”



“ขอบคุณมากนะ โคจิ วันแต่งงานน่ะ ต้องมาให้ได้นะ!”



“เดี๋ยวผมจะส่งตั๋วเครื่องบินกับจองโรงแรมไว้ให้ครับ” อากิระกล่าว



บาเทนเดอร์หนุ่มยิ้มก่อนจะรวบตัวจิฮิโระไปกอด พลางบอกให้ดูแลตัวเองดีๆ คนตัวเล็กกว่าน้ำตาซึม



โคจิเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาจริงๆ



“แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้หมอนั่นมาถามหา ฉันจะปิดปากเงียบเชียวล่ะ” โคจิพูดเสียงกลั้วหัวเราะ



ฮิอิราชิ เรย์.. งานนี้โดนเทแรงจริงๆ เจ้าโคอาล่าของเขานี่ก็ใจเด็ด บทจะตัดก็ตัดเสียไม่เห็นหนทางให้เดินมาหากันเลยทีเดียว



“ขอบคุณมากนะโคจิ อย่าลืมส่งเมลล์ติดต่อกันล่ะ!” จิฮิโระยิ้ม บาเทนเดอร์ผิวแทนหันไปยิ้มให้อากิระแล้วพยักหน้าเบาๆก่อนจะได้รับรอยยิ้มตอบเช่นกัน



ได้คนดูแลดีแบบนี้ เขาก็คงไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ



ไม่ช้าก็มีเสียงประกาศเรียกเข้าเกทมาตามสาย จิฮิโระบอกลาเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจูงมือกับอากิระเดินไปขึ้นเครื่อง ไปยังอนาคตใหม่ที่พวกเขาจะมีร่วมกัน







+++++++++++++++++++++







ลอนดอน



 “จิฮิโระ ไหวหรือเปล่า”



“ครับ..”



อากิระลูบหน้าคนรักอย่างเป็นห่วง



เพิ่งมาถึงยังไม่ทันจะสองวันดี จิฮิโระก็ดูท่าจะเจ็ทแล็คอย่างหนักเสียแล้ว นอนซมจนแทบจะไปจมไปกับเตียง



“นอนเถอะ เดี๋ยวฉันจะอยู่เป็นเพื่อน”



“อากิระ..”



“หืม”



“ผมน่ะ ควรจะทำอะไรดีอย่างนั้นหรือครับ ที่นี่น่ะ” จิฮิโระพูดทั้งที่ยังหน้าซีด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะปรึกษาเรื่องนี้ให้ได้ ที่ผ่านมามัวแต่ยุ่งเรื่องแผนแต่งงานจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย



“ขอแค่ไม่อันตราย เธออยากจะทำอะไร ฉันจะสนับสนุนเอง แต่ว่าตอนนี้พักก่อนนะ”



ชายหนุ่มบีบมือเขาก่อนจะสั่งให้นอน จิฮิโระพยักหน้า นอนหลับไปอย่างว่าง่ายทั้งที่มือยังกุมกันอยู่



แต่เหมือนจะไม่คุ้นที่คุ้นอากาศ จิฮิโระป่วยนานกว่าที่คิด



ตักข้าวเข้าปากไปได้คำเดียวก็ต้องวิ่งไปอ้วกเสียจนตัวโยน แทบจะทรุดไปกับพื้น ก่อนจะถูกพยุงตัวขึ้นมาและป้อนน้ำให้จิบกลั้วปาก



“ไปโรงพยาบาล”



แน่นอนว่านั่นไม่ใช่อากิระพูดกับเขา แต่หันไปพูดกับเลขาของตนให้เตรียมรถมากกว่า เพราะตอนนี้จิฮิโระคออ่อนคอพับซบไหล่ให้อีกฝ่ายอุ้มเรียบร้อยแล้ว กว่าจะถึงก็อาเจียนอีกหลายครั้ง ดีที่คุณเลขาเตรียมถุงไว้ให้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองสกปกอยู่ดี พยายามตบไหล่อากิระให้วางเขาลงที่ที่นั่งข้างๆ อีกฝ่ายก็ไม่ยอม เอาถุงอ้วกไปถือให้อีกต่างหาก



รถยนต์ราคาแพงจอดเทียบโรงพยาบาลเอกชนสุดหรูที่มีแต่คนมีเงินเท่านั้นจะกล้ามาใช้บริการ



และการบริการของที่นี่ก็คุ้มค่าเงินทุกเม็ดที่เสียไป จิฮิโระถูกปฏิบัติราวกับเป็นเจ้าชายตั้งแต่การรับตัวคนไข้ยันการตรวจดู



“อื่ม..” คุณหมอสาวสวยผมสีบลอนด์ครางในลำคอหลังจากซักถามจิฮิโระที่นอนอยู่บนเตียงสองสามคำ ไม่นานนักก็มีคนนำแฟ้มเอกสารผลตรวจมาส่งให้



“อ่า ว่าแล้วเชียว”



“..ไม่ร้ายแรงใช่ไหมครับคุณหมอ”



อากิระถามอย่างเคร่งเครียด



ถ้าจิฮิโระเป็นอะไรไปแล้วเขาจะอยู่ยังไง



“ก็ร้ายแรงพอสมควรนะคะ..” คุณหมอหลุดยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าของเขาและอากิระ ก่อนจะพูดต่ออย่างยิ้มแย้ม



“ยินดีด้วยนะคะ คุณจิฮิโระตั้งครรภ์ได้สองสัปดาห์แล้ว”



สิ้นเสียงของเธอทั้งเขาและอากิระก็อ้าปากค้างมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ



ตั้งครรภ์..



สองสัปดาห์



หมายความว่าติดตั้งแต่ครั้งแรกเลยไม่ใช่หรือไง!!



จิฮิโระยกมือสัมผัสท้องของตัวเองอย่างเหม่อลอย



อา..ข้างในนี้มีลูกอยู่ ลูกของเขา..กับอากิระ



จู่ๆก็เผลอทำน้ำตาร่วงเสียอย่างนั้น ทันใดนั้นเองก็ถูกรวบตัวเข้าไปในอ้อมแขนของอากิระ อีกฝ่ายกอดเขาแน่นและจูบที่ศีรษะเบาๆ



“ดูท่า..จะมีเรื่องที่ต้องทำพุ่งเข้ามาชนเองโดยไม่ต้องให้คิดแล้วล่ะ คุณแม่มือใหม่” จิฮิโระหลุดสะอื้นก่อนจะกอดตอบแน่น



คุณหมอเข้ามาอธิบายเรื่องต่างๆให้ทั้งคู่ฟังโดยที่มีเลขาของอากิระเป็นคนจดบันทึกทุกอย่างไว้ รวมถึงขอรายชื่อหนังสือที่จำเป็นด้วย จิฮิโระนั่งนิ่งให้อากิระกอดปลอบเพราะน้ำตาไม่ยอมหยุดไหล



โชคชะตานี่ชอบเล่นตลก



อยู่ๆก็เอาทุกอย่างที่เขาอยากได้มานานแสนนานมากองไว้ให้ตรงหน้า



หรือสวรรค์ใช้ความใจร้ายทั้งหมดมาลงที่เขาตอนเรื่องของเรย์ไปแล้วสินะ?



จริงๆแล้วจิฮิโระกะว่าจะไปเรียนภาษา จากนั้นเขาก็อยากจะเปิดร้านดอกไม้ แต่พอมีเจ้าตัวน้อยเข้ามาปุ๊บ แผนทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที รวมทั้งเรื่องแต่งงานด้วย เขาขอให้อากิระเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนจนกว่าเจ้าตัวเล็กจะคลอด เพราะว่าอยากให้ลูกได้เข้าร่วมงานแต่งงานที่แสนวิเศษของพ่อกับแม่ด้วย ต้องเป็นความทรงจำที่ดีมากแน่ๆ อากิระจึงยอมตกลง แอบคิดในใจว่าเลื่อนออกไปก็ดี เขาจะได้มีเวลาเตรียมงานให้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้



คลาสเรียนภาษาของจิฮิโระจึงกลายเป็นคลาสส่วนตัวแบบพิเศษที่จ้างคนมาสอนที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีคนดูแลอีกสามคน ที่ประกอบไปด้วยพยาบาลพิเศษหนึ่งคน พอซักอากิระว่าจะเวอร์ไปถึงไหน เจ้าตัวดันทำหน้าจริงจังแล้วบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ดูแลทั้งวันเพราะต้องไปทำงาน อย่างน้อยขอเถอะเรื่องนี้ ไม่งั้นไม่สบายใจ จิฮิโระจึงจำยอม



หลังจากรู้ตัวว่าท้อง วิถีชีวิตของจิฮิโระก็เปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน หรือนั่ง ล้วนแล้วแต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เมนูอาหารถูกเตรียมโดยใช้สูตรจากนักโภชนาการสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังต้องเรียนโยคะ และว่ายน้ำแบบเบาๆอีกด้วย



ทุกวันหลังจากเรียนภาษาเสร็จ จิฮิโระก็จะออกไปเดินเล่นคลายกล้ามเนื้อและออกกำลังกาย



สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นเพนส์เฮาส์ชั้นสูงสุดของคอนโดที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงมาก เวลาออกมาเดินเล่นก็จะมีผู้ดูแลตามมาด้วย แต่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เพราะมีคนหนึ่งที่เป็นชาวญี่ปุ่น ชื่อว่า ซากิซัง ซากิซังเป็นชายหนุ่มร่างเล็กอายุราวๆ 35 ปี แท้จริงแล้วเขาก็อาศัยอยู่ที่คอนโดนี้เช่นกัน แฟนของซากิซังเป็นลูกน้องของอากิระ พอรู้เรื่องของจิฮิโระจึงอยากทำความรู้จัก ไปๆมาๆ อากิระจึงจ้างให้มาอยู่เป็นคนดูแลเสียเลย



สิ่งอำนวยความสะดวกของคอนโดครบครับมากๆอีกทั้งยังมีสวนสาธารณะที่สวยและอากาศดีอยู่ใกล้ๆ เป็นสถานที่ที่จิฮิโระชอบมาก เขาได้เพื่อนจากที่นี่หลายต่อหลายคนทีเดียว



พอตกช่วงเย็นใกล้ค่ำ อากิระกลับมาจากทำงานก็จะให้ผู้ดูแลแยกย้ายกันกลับ คุณพยาบาลพิเศษนั้นอยู่ที่ห้องด้านล่างทำให้ไม่ต้องกังวลอะไร



บางทีอากิระก็จะซื้ออาหารมาจากข้างนอก  หรือไม่จิฮิโระก็จะเป็นคนเตรียมทำให้ เมนูในวันนี้จิฮิโระก็เป็นคนรับผิดชอบ อาหารเซ็ทแบบญี่ปุ่น ที่มีทั้งปลานึ่ง ซุปผัก และอื่นๆ เป็นสูตรที่นักโภชนาการเตรียมไว้ให้ อากิระก็เลยกินตามด้วยไปอีกคน



หลังจากจัดการอาหารเย็นเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะทำกิจวัตรประจำวันร่วมกันเหมือนทุกๆวัน อากิระจะพาจิฮิโระเข้าไปอาบน้ำ แน่นอนว่าทั้งเช้าและเย็น อากิระไม่ยอมให้เขาอาบน้ำคนเดียวเด็ดขาดเพราะกลัวว่าจะลื่นล้ม



อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีระบบน้ำวนช่วยคลายเมื่อยและเหนื่อยล้า บางวันจะลอยด้วยดอกไม้ บางวันก็ตีฟองฟูฟอด บางวันก็เป็นน้ำอุ่นธรรมดาแบบวันนี้ อากิระจะให้จิฮิโระนั่งอิงแอบซ้อนอยู่ด้านหน้าก่อนจะลูบท้องไปมาแล้วคุยกับลูก



“ป๊ะป๋าเหนื่อยมากเลยครับเด็กดี..วันนี้ลูกซนหรือเปล่า ทำให้หม่าม๊าเหนื่อยหรือเปล่า”



แล้วจิฮิโระก็จะหัวเราะ เพิ่งจะท้องได้แค่เดือนเดียว คุณป๋าก็เห่อขนาดนี้แล้ว



หลังจากนั้นก็เป็นเวลาสำหรับการทำกิจกรรมร่วมกัน



ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง โดยที่ต้องเอาจิฮิโระไปนั่งตักไว้ตลอด พอถามว่าไม่เมื่อยหรอก็กอดแน่นเข้าไปอีก บางทีก็จะเอาแผ่นเสียงมาเปิดแล้วสวมหูฟังครอบท้องให้ลูกฟัง บางวันก็เอาหนังสือคู่มือดูแลเด็กมาช่วยกันนั่งดูแล้วคิดว่าควรจะซื้อหรือเตรียมอะไรบ้าง



พอสี่ทุ่มตรงเป๊ะจิฮิโระก็จะถูกหิ้วไปนอนพร้อมนมอุ่นๆหนึ่งแก้ว



แต่ว่าเขารู้นะ บางทีแอบตื่นมาก็เห็นอากิระลุกมาทำงานตอนดึกๆ



ถ้าเจอแบบนั้นจิฮิโระก็จะแกล้งละเมองอแงจนอากิระต้องกลับมานอนด้วย



ใช้ได้ที่ไหนตัวเองให้คนอื่นนอนแล้วแอบทำงาน เสียสุขภาพ!



เรื่องราวก็ดำเนินไปแบบนี้เรื่อยๆจนกระทั่งเข้าเดือนที่สอง



ท้องของจิฮิโระก็โตขึ้นเรื่อยๆ..และดูท่าจะโตกว่าปกติ ทั้งที่เป็นท้องแรกแท้ๆ เวลาเดินเหินจึงไม่ค่อยชิน ลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว



แล้วก็เป็นไปตามอย่างที่คาด พอไปอัลตราซาวด์ดูก็ได้รู้สาเหตุ



“ยินดีด้วยนะคะ เป็นลูกแฝดล่ะ”



คราวนี้อากิระก็ยิ่งเห่อลูกเข้าไปใหญ่..อะไรที่เคยเตรียมไว้ก็กลายเป็นคูณสอง ประคบประหงมจิฮิโระคูณสองอีกต่างหาก  พอจิฮิโระปรามว่าให้น้อยๆหน่อยเถอะ ของเตรียมไว้ตั้งเยอะแยะยังไม่ทันรู้เลยว่าลูกเป็นเพศอะไร อากิระก็จะน้อยใจ ต้องตามง้อกันจนเหนื่อย...แน่นอนว่าง้อด้วยเรื่องบนเตียงน่ะนะ เพราะเตรียมการอย่างดี แถมมีคุณหมอให้คำแนะนำ จึงปลอดภัยหายห่วง แถมยังช่วยคลายเครียดด้วย



พอย่างเข้าเดือนที่สี่ก็ได้เวลาอัตราซาวด์ระบุเพศ พวกเขาตื่นเต้นไปหมด



“ถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็คงต้องเตรียมสร้างสนามเด็กเล่นของเด็กผู้ชายสินะ” อากิระพึมพำ



“ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงล่ะครับ” จิฮิโระถามขำๆ เวอร์จริงๆคุณพ่อคนนี้



“แน่นอนว่าต้องเป็นปราสาทเจ้าหญิงไงล่ะ!” แล้วพวกเขาก็ประสานเสียงหัวเราะกัน



จิฮิโระทำน้ำตาร่วงอีกรอบตอนที่ได้เห็นลูกดุ๊กดิ๊กอยู่ในหน้าจอ



“เอ๋..ดูสิคะ! คนนี้น่ะ ลูกชาย..” คุณหมอชี้ก้อนน้อยๆทางซ้าย



“ส่วนอีกคนลูกสาวค่ะ” หล่อนว่าพลางชี้ตัวดุ๊กดิ๊กทางขวา



จิฮิโระหันขวับไปทางอากิระที่ทำหน้าตาตื่นเต้นดีใจสุดๆ ก่อนจะรีบพูดดัก



“ปราสาทที่มีสวนเป็นสนามเด็กเล่นน่ะมันแพงนะครับ อย่าเชียว!” ทว่าชายหนุ่มนักธุรกิจหรือจะฟัง ในหัวเขาตอนนี้วางแพลนเรียบร้อยแล้วว่าจะสร้างอะไรให้ลูกสาวและลูกชายคนแรกบ้าง จิฮิโระเห็นอากิระคว้าสมุดขึ้นมาจดอะไรไม่รู้วุ่นวายก็ตระหนักได้ทันที..



พ่อคนเห่อลูกวางแผนสร้างอะไรอีกล่ะสิ!



คืนนั้นอากิระนอนลูบท้องจิฮิโระจนเคลิ้มหลับไปเลย



ทว่าพอตกดึกเท่านั้นแหละ



“ฮึก..โอย”



จิฮิโระสะดุ้งใบหน้าเหยเก



นักธุรกิจหนุ่มที่นอนข้างๆสะดุ้งพรวด



“จิฮิโระ! เธอเป็นอะไร เจ็บท้องหรอก จิฮิโระ!”



  “เหน็บ..กินขาอ่ะ ฮือ” จิฮิโระเบ้หน้าครางในลำคอ ส่วนคนถามก็ตาโต กุลีกุจอลุกขึ้นไปนวดขาให้ภรรยาอย่างเร่งด่วน นวดไปก็บ่นเป็นหมีกินผึ้ง



“ออกกำลังกายไม่ถูกวิธีใช่ไหมเนี่ยเธอน่ะ อาหารการกินยังไม่ดีพอหรือไงนะ บ้าจริง ทีหลังก็ใส่ถุงเท้านอนด้วย จะได้อุ่นๆ” แล้วก็บ่นบ่นบ่น ส่วนจิฮิโระนั้นทั้งง่วงทั้งเพลีย ไม่มีแรงเถียง



พอเวลาผ่านไปสักพักจนอาการเจ็บปวดคลายลง เขาก็พยักเพยิดให้อากิระกลับมานอนได้แล้ว



นักธุรกิจหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะนำหมอนมาวางหนุนให้ขาสูงเพื่อไม่ให้เป็นเหน็บอีก



“ห้ามไปว่าคนดูแลผมเชียวนะครับ.. เหน็บน่ะเป็นอาการปกตินี่นา” คุณแม่พูดเสียงยาน



“ดักฉันหมดแบบนี้ ครั้งนี้จะละเว้นให้ก็ได้”



จิฮิโระยิ้มก่อนจะซุกใบหน้าเข้ากับอกของอีกฝ่าย หลับใหลไปอย่างรวดเร็ว







+++++++++++++++++++++







.ในขณะเดียวกันนั้น ที่ญี่ปุ่น



“แค่คนๆเดียว..ทำไมถึงหาไม่เจอ!?” ท่านประธานแห่งเครือฮิอิราชิแผดเสียงลั่นพร้อมๆกับโยนแฟ้มข้อมูลใส่หน้าเลขาของตน



มิตาอิก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะก้มเก็บแฟ้มที่อยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้พลางขยับแว่นตาเล็กน้อย



“คนของเราตรวจสอบดูทุกทางแล้วครับ แต่ผมคิดว่ามันแปลกๆ เหมือนกับว่าเรื่องของคุณจิฮิโระถูกซ่อนเอาไว้อย่างนั้นแหละ ครอบครัวของเขาบอกว่าคุณจิฮิโระกลับไปอยู่ที่บ้านแค่พักเดียวก็กลับมาโตเกียว”



“แล้วไอ้บาเทนเดอร์เวรนั่นล่ะ?” เรย์กอดอกมองไปนอกหน้าต่าง



ไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่ จิฮิโระ



“ถ้าเป็นไอซาวะ โคจิล่ะก็.. จากการส่งคนสะกดรอย ไม่พบว่าเขามีท่าทีผิดแปลกไปจากปกติ พอลองให้คนไปถามดูเขาบอกว่าไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วครับ”



เรย์ขบริมฝีปาก



นี่ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว



เรือนหอของเขากับรุกะก็สร้างเสร็จแล้วร้อยตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน ย้ายเข้าไปอยู่แล้วด้วย แต่สิ่งที่ยังไม่เรียบร้อยก็คือจิฮิโระ



อยู่ๆก็หายตัวเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าจะสืบเท่าไรก็คว้าน้ำเหลว



“ซ่อนเอาไว้..หมอนั่นไม่ได้มีอิทธิพลถึงขนาดจะหลบซ่อนตัวตนได้ขนาดนี้หรอก อาจจะมีคนช่วย แต่หมอนั่นนอกจากฉันก็ไม่มีใครอีกแล้ว จะเป็นไปได้ยังไงเล่า! มิตาอิ ตรวจสอบระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด ทั้งรถไฟ ชินคันเซ็น รถเมล์ กล้องวงจรปิดทุกที่ สนามบินด้วย อย่าให้พลาดไปได้ หมอนั่นต้องใช้สักที่นั่นแหละ!”



“..มีข้อมูลหนึ่งที่ได้รับมา แต่ผลก็ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า”



“ข้อมูลอะไร?!”



“ที่บ้านของคุณจิฮิโระ อยู่ๆก็สร้างโรงเรือนปลูกทิวลิปโรงใหม่ แล้วก็มีสวนบอนไซด้วย”



“แล้วมันยังไงเล่า?!” เรย์เลิกคิ้ว ข้อมูลพวกนี้มันสำคัญตรงไหน



“โรงปลูกทิวลิปนั้นเป็นนวัตกรรมใหม่ อุปกรณ์และเครื่องปรับอุณหภูมิก็เป็นรุ่นล่าสุดที่มีราคาแพงมาก สวนบอนไซก็มีแต่บอนไซที่หายากแล้วก็ราคาแพงมาก ซึ่งทั้งหมดนั่นเป็นไปได้ยากมากที่บ้านของคุณจิฮิโระจะซื้อได้ด้วยสินทรัพย์ของตนเองครับ”



“.....มีข้อมูลนอกเหนือจากนี้หรือเปล่า” ท่านประธานลูบคางตนเองเบาๆ



ช่างจะมีกลิ่นแปลกๆแล้วสิเรื่องนี้



“ครับ เท่าที่ผมลองสืบดู ก็ได้เจอกับภาพนี้ครับ” มิตาอิส่งรูปภาพในแฟ้มสองสามภาพให้เรย์ดู เป็นรูปของรถสีดำราคาแพง รวมไปถึงรถตู้ขนบอนไซ



“ผมเอาเลขทะเบียนของรถสีดำคันนั้นไปเช็คดู ทำให้ได้รู้ว่า นั่นเป็นรถของโรงแรมในเครือชิราซากิที่เพิ่งลงโครงการที่นั่นได้ไม่นาน”



“ชิราซากิอย่างนั้นหรือ? ประธานบริษัทชิราซากิน่ะอยู่ที่อังกฤษไม่ใช่หรือไง”



“ครับ แต่ข้อมูลอื่นๆของเขาถูกปกปิดไว้ด้วยระบบความปลอดภัยสูงสุด ตอนนี้คนของเรากำลังพยายามสืบอยู่...”



“ดี สืบต่อไป ให้ได้ข้อมูลมาให้เร็วที่สุด!”



“ครับ” มิตาอิรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป



ชิราซากิ..ชิราซากิอย่างนั้นหรือ?



หรือว่าจิฮิโระจะไปขอให้ประธานบริษัทชิราซากิช่วย ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร?



แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ว่ายังไงหมอนั่นก็เป็นของเขา เป็นของเขาแค่คนเดียว!



ต่อให้ใครจะซ่อนนายไว้จากฉัน..ฉันก็จะเอาตัวนายกลับมาอยู่ดี จิฮิโระ



+++++++++++++++++++++

Talk

ทามไลน์เผื่องงนะคะ

จิฮิโระกลับบ้านเกิดและได้พบเรย์ > ผ่านไปสองเดือนก็มีอะไรกันครั้งแรก > อีกสองสัปดาห์ไปอังกฤษ > ท้อง > ท้องได้สองเดือน (ช่วงที่เรือนหอเรย์มีปัญหา) > ท้องได้สี่เดือนรู้ว่าลูกแฝด (เรย์เริ่มระแคะระคายเรื่องชิราซากิหรือตอนปัจจุบันนี่เอง)



ส่วนพระเอกของเรื่องนี้

ขอย้ำ พระเอกชื่ออากิระค่ะ ส่วนเรย์ผเป็นตัวประกอบผู้มั่นใจในตัวเองเกินเหตุที่รอการโดนขยี้ 55555555555555555

แกไม่อยากมีลูกกับจิฮิโระ จิฮิโระมีลูกกับคนอื่นก็ได้ คนน่ารักไม่ง้อใคร อืออ



Setting ในตอนหน้าจะอยู่ที่ London!

การพบกันอีกครั้ง!

ขอให้ทุกคนอดทน เราจะขยี้ตัวประกอบไปพร้อมๆกัน สวัสดีค่ะ!

Lay




ออฟไลน์ mxb

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
โอ้ยยย ยินดีด้วยกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่
รอดูความน่ารักของคุณแม่กับความขี้เห่อของคุณพ่อนะคะ
และขอสมน้ำหน้าให้กับคุณเรย์นะคะ555555
รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ  :hao7:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ลูกแฝดด้วย..ยยยยยยยยยยยย คุณพ่อขี้เห่อน่ารัก
รอขยี้ตัวประกอบตอนหน้า หมั่นไส้เหลือเกิน #ทีมอากิระ    o13

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
อ่านทีละยาว ๆ แบบนี้ดีจังเลยค่ะ ตอนอยู่กับเรย์นี่เศร้าไปด้วยเลย
ดีใจกับจิฮิโระด้วยที่ได้เจอคู่แห่งโชคชะตา แถมมีอิทธิพลมากพอที่จะปกป้องอีก
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-6
 รอสมน้ำหน้าเรย์ :hao3: :hao3: :hao3: :hao3:

:mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ rsmrypngpth

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :hao3:yeah

ออฟไลน์ flimflam

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 981
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-4
รอขยี้เรย์เต็มที่แล้วค่ะะะะ

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1


บทที่ 6



“ดูเหมือนว่าคนของฮิอิราชิกำลังพยายามสาวข้อมูลมาถึงพวกเราครับ”



อากิระยืนหันหลังให้เลขาของตน เหม่อมองวิวยามเย็นของลอนดอนผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่อยู่รอบห้องทำงาน



“อืม..ค่อยๆปล่อยข้อมูลไปทีล่ะนิดแล้วกัน อย่าให้สาวมาได้เร็วนัก ฉันอยากให้มาถึงตอนงานแต่งพอดี ทำได้หรือเปล่า” เขาพูดยิ้มๆเพราะมั่นใจว่าคนของเขาต้องจัดการได้แน่นอน



“ผมจะไม่ทำให้บอสผิดหวังครับ”



หึๆ



ฮิอิราชิ เรย์



ฉันจะรอนายอย่างใจจดใจจ่อเชียวล่ะ



ฉันจะทำให้นายรู้ซึ้ง..ว่าจิฮิโระน่ะไม่ใช่ของนายอีกต่อไปแล้ว



เสียงนาฬิกาปลุกดังเรียกให้อากิระตื่นจากความคิดของตน ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงครึ่งพอดี ถึงเวลาต้องกลับบ้านไปดูจิฮิโระแล้ว! ใกล้จะครบกำหนดคลอดไปทุกที เดินเหินก็ลำบากมากขึ้น รีบกลับบ้านดีกว่า นักธุรกิจหนุ่มคิดก่อนจะเก็บของเดินออกไปลงลิฟท์อย่างรวดเร็ว



พอมาถึงห้องปุ๊บ เขาก็ยิ้มอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ที่เห็นคนรักในชุดคลุมท้องสีเหลืองลายแมวเหมียวพร้อมผ้ากันเปื้อนลายหมีออกมายืนรอต้อนรับ



“ยินดีต้อนรับกลับครับ” จิฮิโระจะดึงกระเป๋าไปถือแต่แน่นอนว่าอากิระไม่ยอม คนตัวเล็กจึงทำได้เพียงช่วยอีกฝ่ายคลายเนคไทเท่านั้น พอเสร็จก็โดนบีบแก้ม



“อื๋อ”



“บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องมารอ นี่เดินมายังไงเนี่ย ไปนั่งเลยนะ แล้วใส่ผ้ากันเปื้อนนี่เธอทำกับข้าวใช่ไหม บอกแล้วว่าไม่ให้ทำ ทำไมไม่ให้ซากิทำเล่า โถ่” 



“คุณนี่บ่นเป็นหมีอีกแล้วอ่ะ โถ่ ทำนิดเดียวเองครับ ที่เหลือซากิซังก็ช่วย แต่ตอนนี้ซากิซังกลับไปแล้วไง มาๆ ไม่บ่นเนาะ กินข้าวกันเถอะๆ” อากิระส่ายหัว ดื้อจริงๆเด็กคนนี้ เขาโอบเอวของจิฮิโระก่อนจะพาเดินไปที่โต๊ะที่มีอาหารจัดวางอยู่อย่างสวยงาม หลังจากทานอาหารเย็นและทำกิจวัตรประจำวันอะไรต่างๆเสร็จ ทั้งสองคนก็พากันเข้านอนแต่หัวค่ำ เพราะพรุ่งนี้ต้องพาจิฮิโระไปโรงพยาบาลนั่นเอง







+++++++++++++++++++++







ห้องพิเศษของโรงพยาบาลถูกตกแต่งโดยให้บรรยากาศแบบบ้านที่อบอุ่นตามที่จิฮิโระชอบ



ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อขี้เห่อนั่นแหละ อีกตั้งสองสัปดาห์กว่าจะครบกำหนดคลอด แต่ดึงดันจะให้จิฮิโระแอดมิทเข้ามาอยู่ก่อนให้ได้เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย



ไม่พอ ตัวเองใช้เส้นสายอะไรก็ไม่รู้ มาอาศัยอยู่กับเขาด้วยอีกคน



แล้วห้องโรงพยาบาลที่ไหนมีเตียงคู่ หืม! คนเผด็จการใช้เงินในทางมิชอบ



“แล้วเธอจะให้ฉันอยู่คนเดียวเหรอ ไม่ไหวหรอกจิฮิโระ”



“คุณนี่..คงไม่ได้ไปขู่ผอ.โรงพยาบาลใช่ไหมครับเนี่ย”



“จะบ้าเหรอ เธอเห็นฉันเป็นคนยังไง” อากิระหัวเราะหน้าระรื่นแต่แอบเอานิ้วไขว้กันที่ด้านหลัง



“ให้มันจริงเถอะ อย่าให้ผมรู้ก็แล้วกัน.. คุณน่ะเวอร์ตลอดเลย เหลือเวลาตั้งเยอะ ยังจะให้มาอยู่โรงพยาบาลอีก” อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ จิฮิโระรู้แล้วว่าอากิระน่ะเจ้าเล่ห์มากแค่ไหน แถมยังร้ายสุดๆ!



“กันไว้ดีกว่าแก้เนาะ อีกอย่างที่นี่ไม่เหมือนโรงพยาบาลสักหน่อย ดูสิ โรงพยาบาลที่ไหนมีภาพวาดของแวนโก๊ะติดอยู่ โอ๊ย หยิกฉันทำไมล่ะจิฮิโระ”



“ผมหมั่นไส้!”



แต่ว่าใครจะรู้ล่ะว่าการตัดสินใจของอากิระน่ะถูกต้องแล้ว เพราะว่าจิฮิโระคลอดก่อนกำหนดตั้ง 5 วัน เล่นเอาพ่อประธานบริษัทยกเลิกประชุมแทบไม่ทัน แถมด้วยการเหยียบรถซิ่งเกิน 180 พวกกับอิทธิพลนิดหน่อยเรื่องการปิดถนน



คุณพ่อขี้เห่อจึงมาทันถ่ายวิดิโอตอนคลอดพอดี จิฮิโระถึงกับลืมเจ็บท้องไปชั่วขณะ อยากจะลุกขึ้นมาปรบมือให้กับความตั้งใจ



และแล้วผลของการประคบประหงมดูแลก็ออกมาดีอย่างที่คิดไว้ ลูกแฝดชายหญิงของเขาทั้งสองคน คลอดออกมาแข็งแรงจนน่าใจหาย ร้องเสียงดังลั่นกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้นอากิระก็ให้อยู่โรงพยาบาลต่ออีกหนึ่งอาทิตย์อยู่ดี



คุณพ่อมือใหม่นั่งขมวดคิ้วเปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กไปมาหลายตลบตอนที่จิฮิโระนอนพักฟื้นอยู่ในห้อง ส่วนลูกๆก็นอนหลับปุ๋ยในเปลเพนทารกหลังจากอาลวาดร้องไห้ไปหนึ่งรอบ แรงดีกันจริงๆ



“นี่.. ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอกครับ” จิฮิโระจิ้มๆแขนอากิระเล่น



“ไม่ได้หรอก ถ้าเลือกไปแล้วลูกไม่ชอบล่ะจิฮิโระ ฉันจะโดนเกลียดหรือเปล่า แล้วไหนจะต้องเป็นชื่อที่พอไปต่างประเทศต้องเรียกให้สะดวก เอ๊ะ แต่แบบนั้นตั้งไว้สองชื่อก็คงจะไม่เป็นไร.. ยังไงดีนะ”



จิฮิโระฉวยโอกาสคว้าสมุดเล่มนั้นมาจากมือคนรักแล้วกางดูเองเสียเลย ก่อนจะหรี่ตากรีดสมุดเปิดหนึ่งรอบ ก็ว่าอยู่ เล่นคัดมาเป็นร้อยชื่อ แบบนี้คงเลือกง่ายนักล่ะ! จิฮิโระมองดูต่ออีกนิดหน่อย เลือกชื่อที่ชอบ ก่อนตัดสินใจใช้ไม้ตาย



“อากิระครับ” พูดเสียงหวาน



“ครับที่รัก”



“ผมชอบสองชื่อนี้จังเลยน้า” นิ้วจิ้มสองชื่อใกล้ๆกัน



“หือ ไหนๆ..จิฮารุ..กับอาซึสะ อื้มม เธอชอบเหรอ ถ้างั้นฉันก็ชอบ โอเค เอาสองชื่อนี้แล้วกัน”



จบข่าว! ต้องให้ออกโรงอยู่เรื่อย จิฮิโระแอบยิ้มในใจ



หลังจากนั้นพอครบสัปดาห์ ก็ได้ฤกษ์ย้ายกลับมาอยู่ที่เพนเฮาส์เสียที แน่นอนว่าห้องของลูก อากิระก็ทำเตรียมเอาไว้แล้ว แต่ยังไงตอนนี้ก็ต้องเฝ้าตลอด ที่นอนกับเปลจึงอยู่ในห้องนอนของพวกเขา



วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการเลี้ยงเด็ก ตอนนี้อายุก็ครบเดือนกันแล้ว แต่ความดื้อนั้นไม่ลดลักสักนิดนึง



ตอนกลางคืนก็เหมือนกับเจ้าแฝดจะรู้ว่าพ่อกับแม่เหนื่อย ผลัดกันร้องเพนเฮาส์แทบระเบิด ต้องจับใส่เปลไกวคนล่ะตัวแล้วให้เขากับอากิระนั่งแหมะตรงพื้นช่วยกันไกวนั่นแหละ



“ชู่ว..เด็กดี หลับสิครับ” อาสึสะจ้องตาแป๋วกลับมา เล่นเอาจิฮิโระยิ้มอ่อน คนดีของแม่ ทำไมหนูไม่ง่วงล่ะคร๊าบบ



ส่วนอากิระนั้นอุ้มจิฮารุกลับไปวางในที่นอนเพราะไกวแปบเดียวก็หลับแล้ว น้องสาวไม่ดื้อ แต่พี่ชายดื้อจังเลย



“จิฮิโระ เธอไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันดูเอง”



“หึ ไม่เอาอ่ะ คุณไปนอนสิครับ พรุ่งนี้ทำงาน” ว่าพลางแหย่แก้มลูกเล่น เจ้าดื้อเจ้าดื้อ



“อย่าดื้อสิ ลูกดื้อเหมือนเธอน่ะแหละฉันว่า”



“ดื้อเหมือนคุณน่ะแหละ!”



เสียงกุกกักจากเตียงเด็กทำให้เขาสองคนสะดุ้ง ชู่วปากใส่กันทันที เดี๋ยวตัวแสบตื่นมาอีกคนไม่ต้องนอนแล้ว พอนิ่งจนแน่ใจว่าลูกไม่ตื่น พวกเขาก็หัวเราะเบาๆ อากิระเอนตัวลงมานอนหนุนตักจิฮิโระ มือยกขึ้นจับผมคุณแม่เล่น



“จิฮิโระ..พอลูกได้สักสี่เดือน มาแต่งงานกันเถอะ”



“ถ้าให้ผมเป็นเจ้าบ่าว จะยอมแต่งด้วยก็ได้” จิฮิโระยิ้มเผล่



“ก็ได้ เดี๋ยวให้อยู่บนด้วย”



“เอ๊ะ คุณอ่ะ ทำไมทะลึ่งต่อหน้าลูก”



“ลูกหลับแล้ว”



“ตาใสขนาดนี้หลับอะไรล่ะ หืมม ตัวเล็ก ทำไมไม่หลับครับ ป๊ะป๋ากวนหนูใช่ไหม เดี๋ยวหม่าม๊าตีให้เนาะ นี่แน่ะ” ว่าแล้วก็ฟาดอากิระเข้าให้



“เดี๋ยวฉันตีคืนแล้วเธอจะหนาว”



“คนดี ดูป๊ะป๋าหนูสิ เขาจะรังแกหม่าม๊า รีบโตมาปกป้องม๊านะลูก แต่ตอนนี้หนูต้องนอนนะ” จิฮิโระเมินอากิระแล้วหันไปคุยกับลูกแทน คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็อยากเรียกร้องความสนใจ ดึงคุณแม่ลงมาจูบต่อหน้าต่อตาลูกเสียเลยนั่นแหละ สรุปว่าวันนั้นกว่าลูกจะหลับ กว่าพ่อแม่จะได้นอนก็ปาไปตีสาม คุณพ่อสะโหลสะเหลไปทำงาน แต่ก่อนออกไปก็ยังมีอารมณ์มาหยอกให้ลูกให้ร้องไห้เล่น ทิ้งภาระให้คุณแม่ต้องคอยปลอบ ทั้งที่คุณแม่ก็หวิดจะหลับอยู่หลายรอบ ถ้าไม่มีผู้ดูแลมาช่วย จิฮิโระต้องเป็นลมคาเปลลูกแน่นอน



แถมเจ้าสองแสบยังกินเก่งมากกก แม้จิฮิโระจะไม่มีน้ำนม อืม..จริงก็พอมี แต่น้อยมากๆลูกไม่พอกินหรอก แต่อากิระก็ไปสรรหาน้ำนมแม่มาจนได้ เห็นว่าได้มาจากกลุ่มสตรีที่บริจาคน้ำนมให้กับเด็กที่แม่ไม่สามารถสร้างน้ำนมได้ แน่นอนว่าตรวจสอบความปลอดภัยมาประมาณแปดสิบล้านรอบตามสไตล์อากิระ เอะอะก็ร้องกินอีกแล้ว ลูกแม่จะกลายเป็นลูกหมูแล้วแน่ๆ



“ซากิซัง ดูเหมือนว่าไข่จะหมดนะครับ” จิฮิโระเปิดตู้เย็นแล้วหันไปถามซากิ ตอนนี้เจ้าสองแฝดหลับ คุณพยาบาลพิเศษกำลังเฝ้าอยู่



“งั้นเดี๋ยวผมออกไปซื้อให้ จิฮิโระซังอยู่ที่ห้องเถอะครับ”



“อืม..เดี๋ยวผมออกไปด้วยดีกว่า ว่าจะไปซื้อของมาทำพายน่ะครับ อยากกินบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้ มิเอะซัง ฝากเจ้าสองแสบด้วยนะครับ เพิ่งจะอิ่ม หลับปุ๋ยเลย กว่าจะตื่นคงอีกสองสามชั่วโมง” มิเอะซัง พยาบาลพิเศษที่มาประจำยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับ จิฮิโระหยิบผ้าพันคอกับถุงมือมาสวม วันนี้หิมะไม่ตก แต่อากาศก็หนาวพอตัวเลยทีเดียว



จากนั้นจิฮิโระจึงออกเดินทางไปที่ซุปเปอร์ใกล้ๆเพนเฮาส์ จริงๆเขากะจะเดินไป แต่บอดี้การ์ดไม่ยอม เพราะโคต้าการเดินจากเพนเฮาส์นั้น ได้แค่สวนตรงข้ามคอนโดเพียงอย่างเดียว ซุปเปอร์ที่อยู่ถัดไปอีกสองบล็อกไม่เกี่ยว จิฮิโระจึงต้องนั่งรถพร้อมบอดี้การ์ดอีกสามคนและซากิซังอีกหนึ่งคนไปแทน มือก็จิ้มส่งไลน์บอกสามีว่าวันนี้จะทำพายให้กิน กำลังไปซุปเปอร์ อีกฝ่ายไม่ตอบ น่าจะประชุมอยู่



เมื่อมาถึงซุปเปอร์ จิฮิโระบอกให้บอดี้การ์ดรออยู่หน้าร้าน อย่าตามไปเลย แค่นี้เขาก็ดูเหมือนลูกชายมาเฟียจะแย่แล้ว



จิฮิโระกับซากิเลือกจะที่ใช้รถเข็น เพราะไหนๆก็มาแล้ว ซื้อไปเยอะๆเพื่อตุนเลยแล้วกัน เขาเลือกแป้ง ไข่ นม แล้วก็ส่วนผสมอื่นๆ.. อื่ม เอาเป็นแอปเปิ้ลดีกว่า พายแอปเปิ้ล จากนั้นก็เดินซื้อของใช้ในบ้านทั่วๆไปก่อนจะไปจ่ายเงิน



“อ่ะ ซากิซัง ต่อแถวจ่ายไปก่อนเลยนะครับ ผมลืมซื้อน้ำตาลทราย” แย่จริงๆ ลืมของสำคัญเสียได้ จิฮิโระกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปยังตัวซุปเปอร์ น้ำตาลทรายที่เขาอยากได้วันนี้ไม่ใช่น้ำตาลทรายธรรมดา กะว่าจะลองอีกยี่ห้อ ถึงแม้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะราคาแพง แต่น่าจะให้รสชาติที่ดีและเข้ากับพายแอปเปิ้ลมากกว่าตามสูตรที่อ่านมา



“อ่ะ เจอแล้ว..” เขาเงยหน้ามองถุงน้ำตาลบนชั้น อยู่สูงเชียว.. ไม่ใช่ของแมสก็ไม่ได้วางบนชั้นที่หยิบง่ายๆ แย่จริง เทียบกับคนอังกฤษแล้ว จิฮิโระก็ถือว่าเตี้ย ชั้นแบบนี้ คนอังกฤษบางคนยังเอื้อมไม่ถึงเลยล่ะมั้ง



จิฮิโระยืดตัวสุดแขนจนขาสั่น



อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว!



แต่ก่อนที่จะคว้าถุงน้ำตาลได้ ก็มีมือมือหนึ่งเอื้อมหยิบลงมาให้จิฮิโระเสียก่อน เขารับมาแบบงงๆ ก่อนจะหันหลังไปเตรียมจะขอบคุณ



ทว่าริมฝีปากกลับชะงักค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่ช่วยอย่างชัดๆ ดวงตาเบิกกว้าง



“เรย์...”



ร่างสูงของประธานบริษัทเครือฮิอิราชิในสูทฤดูหนาวสีดำน้ำเงินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา ก่อนที่จะยิ้มมุมปากน้อยๆ



“เจอตัวจนได้นะ จิฮิโระ”



จิฮิโระกำถุงน้ำตาลในมือแน่น ..ฮิอิราชิ เรย์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้..



แต่หลังจากตั้งสติได้ในไม่กี่วิถัดมาก็คิดได้ว่า คนๆนี้จะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร ก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาสักหน่อย สิ่งที่เขาควรจะทำก็คือ?.. ทำตัวปกติแล้วกัน



เพราะกับคนๆนี้ แม้แต่ความโกรธหรือเกลียดชัง ก็ยังไม่มีค่าพอจะได้รับจากเขาเลย



“ขอบคุณที่ช่วยหยิบน้ำตาลให้นะครับ ผมขอตัวก่อนล่ะ พอดีว่ามีคนรออยู่” จิฮิโระว่าก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากมา



น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความเย็นชา



แต่ก็ไม่มีเยื่อใย



มันไม่มีอะไรเลย ราวกับว่าเป็นคนรู้จักที่บังเอิญมาพบกันเท่านั้น หากจิฮิโระตัดพ้อหรือโกรธสักหน่อย เรย์ยังคิดว่าเรื่องคงง่ายกว่านี้ แต่นี่อะไร ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?! แล้วยังสรรพนามนั่นอีก ปกติเรย์ชอบให้จิฮิโระแทนตัวเองว่าฉันมากกว่า ทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนไปแบบนี้



พอคิดแบบนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเสียเฉยๆ ชายหนุ่มดึงแขนของคนที่เดินหนีไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะพูดเสียงเย็น



“หึ.. ลำบากให้ฉันตามหาแทบตาย แล้วจู่ๆก็จะเดินหนีไปง่ายๆแบบนี้น่ะเหรอจิฮิโระ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”



ตามหา? เรย์จะตามหาเขาทำไม หรือว่าเขาเอาอะไรของอีกฝ่ายมา ก็ไม่มีสักหน่อย มือถือเครื่องนั้นที่เรย์ซื้อให้หรือเปล่านะ แต่ว่าขายไปซื้อเบอร์เกอร์หมดแล้วนี่นา



พอจิฮิโระทำหน้างงแบบนั้นเรย์ก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ แรงบีบที่แขนเล่นเอาจิฮิโระเบ้หน้า



“มีอะไรก็พูดมาสิครับ จะมาบีบแขนผมทำไมล่ะ”



“นายจะยั่วโมโหฉันไปถึงไหน!” จิฮิโระตาโต เอ้า บอกให้พูดก็หาว่ายั่วโมโห เรย์เป็นคนแบบนี้มานานแล้วแต่เขาไม่เคยสังเกตหรือเปล่าเนี่ย



“ผมไม่ได้ยั่วโมโหครับ ก็คุณบอกว่ามีเรื่องคุยก็เลยบอกให้พูดมาไงล่ะ” จิฮิโระเริ่มจะหงุดหงิด โถ่ ถึงแถวจะยาวแต่ป่านนี้ซากิซังจะจ่ายเงินไปหรือยังเนี่ย เขาไม่อยากต่อแถวใหม่นะ อยากกลับไปทำพายกับดูเจ้าสองแสบแล้ว



“มากับฉันเดี๋ยวนี้” เรย์กระชากแขนให้เขาเดินไปด้วยกันอย่างแรง บ้าไปแล้ว!



“นี่! ถ้าคุณไม่ปล่อยผมจะร้องให้คนช่วยแล้วนะ!” แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ฟัง ถูลู่ถูถังเขาไปอย่างไม่ปราณีจนจิฮิโระต้องเริ่มเอ่ยปาก



“ก็ได้ คุยก็ได้! แต่เป็นที่ร้านกาแฟข้างๆนะครับ ถ้าเป็นที่อื่นผมไม่ไป และผมร้องจริงแน่!”



เรย์เงียบไปนิดหน่อย



“ถ้านายหนี.. เจอดีแน่”



จิฮิโระถอนหายใจ สะบัดแขนให้อีกฝ่ายปล่อยมือก่อนจะเดินไปหาซากิโดยที่มีเรย์ตามประกบไม่ห่าง โชคดีที่ซากิยังไม่ได้จ่ายเงิน ไปทันฉิวเฉียด



เรย์มองซากิหัวจรดเท้าพลางทำสีหน้าไม่พอใจจนจิฮิโระรู้สึกได้ อยู่ๆก็มองชาวบ้านแบบนี้ เป็นบ้าหรือไง



จิฮิโระบอกซากิว่าเจอคนรู้จักและจะไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟข้างๆสักแปบนึง เขาแอบเข้าไปกระซิบว่าถ้าครึ่งชั่วโมงยังไม่กลับมา วานให้บอดี้การ์ดเข้ามาตามที จากนั้นเดินไปที่ร้านกาแฟเล็กๆข้างซุปเปอร์พร้อมกับเรย์



“นมสดร้อนครับ” จิฮิโระกล่าวกับบริกร จะให้นั่งโดยไม่สั่งอะไรเลยก็คงไม่ได้



“สั่งให้ฉันที” เรย์กอดอก จิฮิโระมองอย่างงงๆ



“แล้วทำไมไม่สั่งเองล่ะครับ”



“ฉันบอกให้ทำก็ทำ!” คนโดนสั่งกลอกตาขึ้นบน



“งั้น..ลาเต้....”



ปัง! ทั้งบริกรและจิฮิโระสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน



“นายล้อฉันเล่นใช่ไหมจิฮิโระ?”



“ก็บอกให้ผมสั่งเองไม่ใช่หรือไง” เรย์เป็นบ้าไปแล้วแน่นอน จิฮิโระมั่นใจ



ชายหนุ่มกัดฟันกรอดหลังจากที่ฟังเขาพูด



เมนูที่จิฮิโระควรจะสั่งให้เขา..คือแบล็กคอฟฟี่ เพราะว่าเขาแพ้นม ลาเต้ที่ใส่นมน่ะไม่ได้เด็ดขาด ปกติแล้วจิฮิโระจะสั่งแบล็กคอฟฟี่ให้เขาตลอด นี่อะไร จะประชดกันหรือไง?



หารู้ไม่ว่าไม่ได้ถูกประชด แต่จิฮิโระน่ะลืมไปหมดแล้ว



“ฉันแพ้นม”



“อ้าวหรอครับ ถ้างั้น น้ำส้ม...”



“จิฮิโระ!!”



“โอ๊ย ก็สั่งเองสิครับ ผมจะรู้ไหมเนี่ยว่าจะกินอะไร” จิฮิโระโยนสมุดเมนูลงบนโต๊ะ เสียเวลาเป็นบ้า เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าเรย์จะกินอะไร



“ไม่เอาแล้ว!”



“ค..ค่ะ” บริกรสาวรีบวิ่งฉิวกลับหลังร้านราวกับว่ากลัวโดนแหวกอก



“มีอะไรก็พูดมาได้แล้วครับ ผมต้องรีบกลับ” จิฮิโระกล่าว เหลือบมมองดูนาฬิกา ป่านนี้แฝดจะตื่นหรือยัง ถ้าตื่นแล้วไม่เห็นแม่จะงอแงไหมเนี่ย



“ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นอะไรกับนาย” เรย์ยิงคำถามทันที



“เพื่อน” จิฮิโระตอบ มีอะไรก็ถามมาให้หมด จะได้ตอบแล้วจะได้ไป บ้าบอที่สุด



“ไม่เจอกันแป๊บเดียว ประชดเก่งขึ้นเยอะเลยนะ” เรย์กอดอก ทั้งเรื่องที่หนีมา ทั้งเรื่องที่สั่งลาเต้เมื่อกี้ ประชดเรียกร้องความสนใจชัดๆ! ได้ เดี๋ยวเขาจะทำให้ได้รู้ว่าอย่างจิฮิโระน่ะไม่ควรจะปีกกล้าขาแข็งกับเขา



“พูดเรื่องของคุณมาเถอะ” เหนื่อยที่จะพูด จิฮิโระจึงตัดบทให้อีกฝ่ายรีบๆบอกธุระของตัวเองมาสักที



“นายจะทำตัวแบบนี้ไปให้มันได้อะไรขึ้นมา ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่เลิกกับรุกะหรอกนะ” เรย์แสยะยิ้ม พอนั่งเฉยๆก็สำรวจอีกฝ่ายหัวจรดเท้าได้ถนัดตา จิฮิโระดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นเป็นพิเศษ สงสัยเพราะอาหารแปลกใหม่เลยกินได้เยอะล่ะมั้ง



“ผมไม่ได้ทำอะไรครับ แล้วก็คุณจะเลิกกับรุกะซังหรือไม่เลิก ก็ไม่เกี่ยวกับผม อ๊ะ ขอบคุณครับ” จิฮิโระเอ่ยขอบคุณบริกรที่ยกนมมาเสิร์ฟ



“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปกับฉันได้แล้ว เลิกสร้างปัญหาเสียที”



“ไม่กลับครับ แล้วก็ผมจำไม่ได้ว่าสร้างปัญหาให้คุณตอนไหน เราเลิกกันตั้งนานแล้วนี่”



“ใครบอกว่าฉันเลิกกับนาย!!” คราวนี้คนทั้งร้านหันมามอง จิฮิโระสะดุ้งหลับตาปี๋...



“ก็คุณมีภรรยาแล้วนี่ อีกอย่างผมก็--” มีสามีแล้ว พ่วงด้วยลูกแฝดน่ารักวัย 1 เดือน คำดังกล่าวถูกกลืนลงคอเมื่อเรย์ดันขัดเขาเสียเสียงดัง



“สรุปคือนายอยากให้ฉันเลิกกับรุกะใช่ไหม ก็บอกแล้วไงว่าเป็นไปได้ นี่นายต้องการอะไรกันแน่จิฮิโระ อยากได้อะไรก็บอก ขอแค่ไม่ใช่เรื่องรุกะ ฉันจะจัดการให้ เลิกเล่นตัวซักทีจะได้ไหม!”



  จิฮิโระมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ยกนมขึ้นจิบสองสามอึก ขยับผ้าพันคอให้กระชับเพราะอากาศเริ่มหนาวกว่าเดิม



“คุณจะเลิกหรือไม่เลิก ก็เรื่องของคุณ ส่วนสิ่งที่ผมต้องการจากคุณก็ไม่มีหรอกครับ แล้วผมก็ไม่ได้เล่นตัวด้วย ทำไมผมต้องเล่นตัวใส่คุณ ไม่มีเหตุผลนี่ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย เรย์ ผมน่ะ...มีคนอื่นแล้วครับ”



เรย์แสยะยิ้ม



“จะบอกว่าคนใหม่ของนายคือประธานบริษัทฮิอิราชิหรือยังไง?” จิฮิโระเลิกคิ้วแปลกใจ อ้าว ก็รู้นี่



“ถ้าคุณรู้อยู่แล้วก็ดีครับ จะได้ไม่เสียเวลา ผมขอตัวก่อนก็แล้วกัน” แต่ยังไม่ทันจะได้ลุก เรย์ก็พูดขัดเขาอีกรอบ



“นายคิดว่าฉันจะเชื่อละครลิงของนายหรือไง?! ทำตัวเป็นในละครไปได้ ฉันไม่รู้หรอกว่านายไปสนิทกับไอ้ประธานนั่นได้ยังไง แต่ว่าแผนการควงคนอื่นมาเย้ยน่ะใช้กับฉันไม่ได้ผล เพราะฉันรู้ดีว่านายรักใครไม่ได้นอกจากฉัน!”



จิฮิโระอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าวันนี้เรย์ทำเขาตกตะลึงไปได้กี่ครั้งแล้ว



“เอ่อ..คือว่า ผมกับเขา เราแต่งงานกันแล้ว” ถึงจะยังไม่ได้จัดงานแต่ง แต่ก็จดทะเบียนเป็นชาติแล้ว



“โกหก!! ถึงจะมีข่าวลือว่าหมอนั่นแต่งงาน แต่คนระดับนั้นถ้าแต่งงานต้องเป็นข่าวไปทั่วประเทศแล้ว แผนการปัญญาอ่อนของนายใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก เลิกประชดแล้วกลับกันได้แล้วจิฮิโระ!”



ทนไม่ไหวแล้ว



จิฮิโระหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่



นี่เรย์เป็นคนขี้มโนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!



“ขำอะไรของนาย จิฮิโระ!”



เขาพยายามยับยั้งอาการขำของตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่ไหว ขำจนน้ำตาเล็ด คิดมาได้ยังไงว่าเขาแกล้งคบกับอากิระเพื่อมาประชด โถ่ แกล้งจนได้ลูกมาสองคนเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ



จิฮิโระปาดน้ำตาก่อนจะมองเรย์อย่างพิจารณาอีกครั้ง



หรือจะให้คนที่เพนเฮาส์ถ่ายภาพทะเบียนสมรสส่งมาให้ดูเลยดีไหมนะ เอ๊ะ แต่อาจจะโดนหาว่าเป็นภาพปลอม



อืม..จริงๆจะถอดผ้าพันคอแล้วโชว์รอยกัดที่หลังคอให้ดูเลยก็ได้ เอ๊ะ แต่อาจจะโดนหาว่าเป็นรอยสักก็ได้ พอคิดแบบนั้นแล้วก็ขำอีกจนโดนตะคอก



อืม..



แล้วเขาจะอธิบายไปเพื่ออะไรกัน ทำไมเขาต้องมาเสียเวลาทำอะไรแบบนั้นด้วยนะ



ให้ตายเถอะ กลับบ้านไปหาเจ้าแฝดดีกว่า



“ถ้าธุระของคุณมีแค่นี้ล่ะก็ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ว่าจบจิฮิโระก็วางเงินบนโต๊ะ กะว่าไม่เอาเงินทอนก็ได้ คว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นเดินจากมาอย่างรวดเร็ว



จังหวะนั้นเองก็โดนกระชากอีกครั้ง



ทว่าบอดี้การ์ดของเขาก็โผล่มาพอดี



“กรุณาอย่าทำตัวรุ่มร่ามนะครับ คุณผู้ชาย”



เรย์กัดฟันกรอด เขาสะบัดมือบอดี้การ์ดออก ก่อนจะพูดทิ้งท้าย



“นายหนีฉันไม่พ้นหรอก จิฮิโระ”



แต่จิฮิโระก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่เดินจากมาเท่านั้น



ใครบอกว่าเขาหนี เขาไม่ได้หนีสักหน่อย



เขาก็แค่อยู่ในที่ที่มีความสุขเท่านั้นเอง ถ้าหากเรย์ตามเข้ามาในที่ของเขา ก็จะได้เห็นเองนั่นแหละ ว่าไม่มีที่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรอก



ก็แค่รอให้เรย์เห็นชัดๆเท่านั้นเอง ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน



ถ้าเรย์จะลงมือทำอะไร?



อืม..



ไม่หรอก แค่คิดว่าจะลงมือทำอะไร ก็คงโดนอากิระซิวไปแล้วล่ะ จิฮิโระยักไหล่





+++++++++++++++++++++

PAGE นักเขียนจ้า > https://www.facebook.com/fiction.by.Ln/

Talk

เคยได้ยินไหมคะ ถ้าโกรธ แปลว่ายังแคร์อยู่ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย จะไม่คิด ไม่นึกถึง แม้แต่ความโกรธ ก็ไม่มีให้ สำหรับตอนนี้ จิฮิโระไม่เหลืออะไรให้เรย์แล้วค่ะ ความรู้สึกอะไรก็ไม่มีให้ทั้งนั้น เป็นแค่มนุษย์ร่วมโลกเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม จิฮิโระอะ ไม่คิดอะไร แต่อากิระเนี่ย

ตอนนี้ถึงหูว่าเมียโดนแฟนเก่ามาหาเรื่อง นางจะทำอย่างไร? 55555555555555 นางคงไม่นอนเฉยๆแน่นอน

มาในคอนเซปจิฮิโระไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวสามีจัดการให้เอง



เรื่องนี้น่าจะไม่เกิน 15 ตอนจบเนาะ เพราะตั้งใจว่าจะไม่เขียนยาว ตอนแรกจะเขียนเป็นเรื่องสั้นด้วยซ้ำ 3 ตอนจบ แต่ไหนๆก็ยาวมาขนาดนี้แล้ว ขอเคลียร์เรื่องยาว the other side of the moon ก่อนล่ะกันค่ะ


ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ขอบคุณคนที่มาคอมเม้นตามบ่อยๆมากเลย พอเห็นแล้วรู้สึกได้จริงๆว่าต้องรีบมาลง



LAY
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2017 12:42:44 โดย Lady-n »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
เริ่มรู้สึกแล้วหรือยังน่ะเรย์ ว่าเสียอะไรไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [เรื่องสั้น] Lost Destiny (Omegaverse) Chapter 6 (12/1/2560)
« ตอบ #19 เมื่อ: 12-01-2017 19:21:20 »





ออฟไลน์ little_pig

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สะใจมากมาย สมน้ำหน้าเรย์  รู้แล้วใช่มั้ยเสียสิ่งสำคัญไปแล้ว

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-4
 o13 o13

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ชอบนายเอกแบบเน้ เข้มแข็งไม่น้ำเน่า สะใจดีแท้ รออากิระลงมือ ขยี้อิเรย์ให้แหลกไปเลย  :laugh: #ทีมอากิระ 

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อ่านสนุกมากมาย
ดีที่มีดราม่าแค่ช่วงต้นๆ แล้วมาอ่านรวดเดียวไม่ต้องคอยให้อึดอัด
แต่ตอนนี้สะใจจริงๆ 555

ออฟไลน์ flimflam

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 981
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-4
ยัง ยังไม่รู้ตัวอีก รอสมน้ำหน้า

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-6
รอวันเรย์รู้ความจริง งานนี้มีหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ :laugh3: :laugh3:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7981
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-11
ตามมาอ่าน  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
        แรกๆ จิฮิโระ นี่ไม่ไหวซะเลย อ่อนแอ ยอมให้เรย์ นอกกาย นอกใจ จดบันทึกได้เป็นหน้าๆกระดาษ จดชื่อผู้หญิงของเรย์
จดจำนวนครั้งการบอกเลิกของเรย์ หอบของหนีเรย์ สามวัน  เรย์ยังไม่ทันจะง้อก็กลับมาหาเรย์เอง อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรย์
แต่ไอ้เรย์ไม่เคยใส่ใจ หายหัวไปนานๆ  มาทีแค่ร่วมรักแล้วหายหัวไป เหมือนเป็นเครื่องรองรับอารมณ์เพศเท่านั้น
สั่งอะไรต้องเชื่อห้ามขัดคำสั่ง งง....งง มาก แม้เขาจะแต่งงานกับหญิงก็ยอม จนเขาให้ย้ายที่อยู่ เพราะเขาจะมาอยู่รอเรือนหอเสร็จ จิฮิโระ ถึงรู้สึกตัว ถามให้เรย์เลือก โธ่.....เขาพูดให้เจ็บใจอีก อัลฟ่า กับโอเมก้า ใครจะเลือกโอเมก้า คราวนี้จิฮิโระ รู้ว่าเรย์สุดกู่แล้ว แยกตัวไปเองดีกว่า
       กลับมาอยู่บ้าน เจอโชคชะตาลิขิต ได้คนรัก เนื้อคู่ ลืมเรย์ได้เลย จดทะเบียนสมรส  มีลูกแฝด มีความสุข
       เรย์เอ้ย.....ลิงได้แก้ว ไก่ได้พลอยแท้ๆ มาตามหา ยังหลงละเมอ ไม่รู้อะไรซะเลย ไม่เลิกกับรุกะแน่ๆ ก็แล้วแต่เถอะ ใครสนใจ 
       โฮะๆ......สมน้ำมะหน้า  :ling1: :ling1: :ling1: แหะๆ.....เม้นซะยาวเลย ชังน้ำหน้าไอ้เรย์
        :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Lady-n

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-1




บทที่ 7


พอกลับมาถึงเพนเฮาส์ ก็ได้ยินเสียงเจ้าแฝดร้องดังลั่นมาแต่ไกล ตายแล้วลูกแม่



“หม่าม๊ามาแล้วครับลูกกกกกก” เขารีบส่งของให้ซากิซังไปเก็บก่อนจะวิ่งไปล้างมือแล้วเดินมาโอ๋ลูก อุ้มได้ทีล่ะคนอีกต่างหาก หยิบจิฮารุจังก่อนเพราะน้องหายงอแงเร็วกว่า



“จิฮารุจัง ไม่ร้องสิครับ นี่ไง นี่หม่าม๊าเอง โอ๋ลูกจ๋า” กอดจูบลูบโอ๋อยู่แปบเดียว ยัยหนูก็หัวเราะเอิ้กอ๊าก ดีจริงๆไม่ดื้อ เขาส่งลูกสาวให้ซากิซังช่วยอุ้มเล่น ก่อนจะหยิบลูกชายขึ้นมา คราวนี้ล่ะงานช้าง



“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”



“ลูกชายยย หนูอย่าร้อง หม่าม๊าไม่ได้ไปไหนเลยย นี่หม่าม๊ามาช้าเพราะโดนคนบ้ารั้งตัวไว้ แต่ล้างมือแล้วนะครับ หนูไม่ติดเชื้อแน่นอน ไม่ร้องสิลูก โอ๋ ไหนๆนี่ใครเอ่ย โอ๋ๆ” แต่เจ้าลูกชายคนนี้แสบเหลือเกิน ฮือ! ร้องงอแงไม่หยุดเลย สงสัยงอแงแทนป๊ะป๊าที่หม่าม๊าไปคุยกับแฟนเก่ามาแน่ๆ



ผ่านไปครึ่งชั่วโมงลูกก็ยังไม่หยุดร้อง แถมจิฮารุจังก็ตั้งท่าจะงอแงตามพี่ชายขึ้นมาเสียอย่างนั้น



จิฮิโระตัดสินใจส่งสัญญาณ SOS ให้พยาบาลมิเอะ เธอรีบวิ่งหยิบโทรศัพท์ของจิฮิโระมากดคอลถึงคุณพ่อทันที



“จิฮิโระ?” ทันทีที่รับสาย ภาพใบหน้าของอีกฝ่ายก็ปรากฏ ดูเหมือนว่าจะนั่งอยู่ในรถ อากิระยิ้มขำทันทีที่ได้ยินเสียงลูกชายร้องไห้จ้า



“อากิระ ช่วยผมที ลูกงอแงไม่หยุดเลย”



“อีกไม่เกิน 10 นาทีฉันก็จะถึงห้องแล้วล่ะ อดทนไว้ก่อนนะ ไหนๆ อาสึสะจัง ร้องไห้ทำไมครับลูก หืม เดี๋ยวคุณป๋ากลับไปหานะ จะรีบซิ่งไปเลย” จิฮิโระอุ้มลูกไปใกล้ๆมือถือให้เห็นชัดๆ



“อย่าขับไวมากนะครับ!” จิฮิโระรีบเตือน ลืมสนิทไปเลยว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน แล้วทำไมอากิระถึงกลับมาตอนนี้กันนะ และแล้วเวลา 10 นาทีจริงๆพอดีเป๊ะไม่มีขาดไม่มีเกิน ร่างของท่านประธานแห่งชิราซากิก็มาถึงห้อง พร้อมๆกับที่จิฮารุจังงอแงขึ้นมาอีกรอบ



“ล้างมือล้างหน้าก่อนมาจับลูกนะ!” จิฮิโระร้องบอก



พอคุณป๋าจัดการตัวเองเรียบร้อย เขาก็ส่งลูกชายให้ ส่วนตัวเองก็อุ้มสาวน้อยขึ้นมาดูแล



“อาสึสะ เป็นอะไรครับลูก หืม ใครทำอะไรให้หนูไม่พอใจ บอกป๊ะป๋าสิครับ เดี๋ยวป๊ะป๋ายิงให้เลยดีมั้ย” นักธุรกิจหนุ่มพูดหน้ายิ้มๆ



“เอ๊ะคุณ! ยิงเยิงอะไร ถ้าต่อไปลูกบ้าความรุนแรงทำไงล่ะ หยุดเลยนะ” จิฮิโระที่เล่นจ๊ะเอ๋กับจิฮารุอยู่รีบหันไปดุ บ้าจริงๆ เดี๋ยวลูกก็โตไปเป็นมาเฟียพอดี!



“ไม่เอาน่าจิฮิโระ เด็กผู้ชายก็ต้องเข้มแข็งซี่ ไหนๆ อาสึสะ ยิงมันเลยเนาะ ใครแหยมกับเราต้องยิงมันเนาะ อ้าวนี่ไง ลูกหัวเราะเลย เห็นไหมฉันบอกแล้ว เด็กผู้ชายชอบอะไรแบบนี้” พอคุณพ่อทำท่ายิงอากาศสองสามปัง ลูกชายกลับยิ้มขำ ชอบใจ เออดี เห็นแววแล้วลูกจะโตไปเป็นคนยังไง จิฮิโระยิ้มแห้งๆ



“มาสลับกันหน่อยครับ จิฮารุก็คิดถึงคุณป๋าเหมือนกันนะ” ว่าแล้วก็สลับกันอุ้ม คราวนี้จิฮิโระเลยเลียนแบบทำท่ายิงปืนบ้าง ลูกชายชอบใหญ่เลย โอ้โหแมนมากครับลูก



“เจ้าหญิงของป๊ะป๋า วันนี้ก็น่ารักเหมือนเคยนะคะ ไหนๆขอป๊ะป๋าจุ๊บหน่อยค่ะ เด็กดี” เวลาพูดกับลูกสาวนี่คะขาทุกคำเชียว ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในที่สุดเด็กแฝดสุดแสบก็หลับกันไปอีกรอบ



คราวนี้จิฮิโระถึงรู้สึกตัว ว่ายังไม่ถึงเวลาเลิกงานของอากิระเลยนี่? พอหันไปถามอากิระก็ยิ้มๆ แต่เห็นแบบนั้นเขาก็รู้เลยว่าบอดี้การ์ดหรือไม่ก็ซากิซังรายงานเรื่องที่เขาไปคุยกับเรย์แล้วแน่นอน



ท่านประธานหันไปสั่งให้พยาบาลมิเอะพาเด็กๆไปนอนที่ห้องชั้นล่าง และให้ซากิตามไปช่วยดูด้วยพร้อมบอดี้การ์ดอีก 8 คน สำหรับลูกชาย 4 และลูกสาว 4 นี่ขนาดยังเป็นทารกนะ ถ้าโตไปล่ะก็.. โดยเฉพาะจิฮารุจัง อากิระคงยัดการ์ดให้ 20 คนแหงๆ



“เธอบอกว่าจะทำพายใช่ไหม มาทำกันเถอะ ฉันจะเป็นลูกมือเอง” จิฮิโระเลิกคิ้ว มาแปลกจริงๆป๊ะป๋า.. นึกว่าจะโดนดุเสียอีก จิฮิโระเดินไปหยิบถุงข้าวของที่ซื้อมาก่อนจะเตรียมอุปกรณ์มาวางบนเคาท์เตอร์ในห้องครัว อื้ม..ทำพอเป็นพิธีแล้วกัน เพราะคิดว่าจริงๆแล้วก็คงไม่ได้ทำจนเสร็จแหงๆ



เขาหยิบแอปเปิ้ลใส่ตะกร้าก่อนจะนำไปล้าง พอเปิดก๊อกปุ๊บคนที่บอกว่าจะมาช่วยเป็นลูกมือก็เข้ามากอดจากด้านหลังทันที นั่นไงล่ะ ไม่ทันขาดคำ



ตอนแรกก็กอดเฉยๆ แล้วก็หอมแก้ม ไปๆมาๆมือก็ล้วงเข้าไปจับก้นเขาเสียอย่างนั้น จิฮิโระยิ้ม วางแอปเปิ้ลที่ถือล้างอยู่ใส่ตะกร้าก่อนจะดึงมือของอากิระให้มาจับตรงแขนของเขาแทน



“ผมน่ะโดนเขาจับตรงนี้ต่างหาก” 



ยังพูดไม่ทันจบดีอากิระก็จับแขนข้างนั้นของจิฮิโระขึ้นมาแล้วเลียผิวหนังตรงนั้นอย่างแผ่วเบา ลากลิ้นไปมาจนตัวของคนถูกกระทำสั่นสะท้าน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มแวววับจ้องหน้าของจิฮิโระเขม็ง



 “ทีหลังให้บอดี้การ์ดเข้าไปด้วยสิ ทำไมดื้อจังจิฮิโระ” อากิระว่าและไม่รอคำตอบ ดึงเขาไปจูบเสียเข่าอ่อน



“อื้ม...ก็ไม่คิดว่าจะเจอเขานี่ครับ”



“ถ้าเธอโดนหมอนั่นอุ้มใส่กระเป๋าไป ฉันจะทำยังไงล่ะ หืม?” แม้ถ้อยคำจะดูล้อเล่น แต่เขาก็รู้ว่าอากิระกำลังโกรธไม่เบาเลย จิฮิโระยกแขนกอดอีกฝ่ายไว้ก่อนจะเอาหน้าแนบไปที่อก



“คุณไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นหรอก ใช่ไหมล่ะครับ”  จิฮิโระสะดุ้งเพราะมือของอากิระล้วงเข้าไปในกางเกงเขาอีกแล้ว



“ก็จริง ว่าแต่คุยอะไรกับเขาบ้างล่ะ?”



“นึกว่าจะไม่ถามแล้ว” พอจิฮิโระหัวเราะคิกคักมือของอากิระก็สัมผัสเข้ากับช่องทางด้านหลังจนเสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นเสียงครางแทน เขาจึงต้องรีบเล่าเรื่องที่คุยกันให้อีกฝ่ายฟังก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เล่า



ระหว่างที่กำลังเล่านั้น อากิระก็ยกตัวจิฮิโระให้นั่งบนเคาท์เตอร์ ใช้แขนกักไว้ไม่ให้ไปไหนราวกับไต่สวนนักโทษ แถมยังหาเศษหาเลยกับร่างกายของเขาไม่หยุด กว่าจะเล่าเสร็จ จิฮิโระก็หอบหน้าแดงแล้ว



“อื้ม.. หมอนั่นพูดอย่างนั้นหรือ พวกเราคบกันตบตาเขา?”



“ครับ ไร้สาระเนาะ อ๊ะ!” จิฮิโระสะดุ้งเมื่อคนรักกัดเบาๆตรงหลังคอที่มีรอยอยู่



“แล้วเธอตอบไปว่าอะไรล่ะ”



“ก็..ไม่ได้ตอบอะไรเพราะรู้สึกว่าเสียเวลาน่ะครับ อยากกลับมาดูลูก โอ๊ย อากิระ!” จู่ๆก็ถูกงับหลังคอเข้าจมเขี้ยว ความรู้สึกวาบหวามแล่นผ่านทั่วร่าง จิฮิโระยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีดำของคนรักอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบ



“อากิระ ต่อให้เป็นฮิอิราชิ เรย์ 10 คน ก็พาผมไปจากคุณไม่ได้หรอกครับ”



นักธุรกิจหนุ่มหัวเราะเขากอดจิฮิโระแน่น คลอเคลียตรงหลังคอไม่หยุด



“พูดจาถูกใจจังคนดี แบบนี้ต้องให้รางวัล” ว่าจบกางเกงของจิฮิโระก็ถูกถอดด้วยความเร็วเหนือแสง ความเย็นของเคาท์เตอร์ทำครัวที่เป็นหินเนื้อดีแทรกผ่านผิวกายในทันที



“ไม่เอานะ เตียงสิ!” จิฮิโระทำหน้ามุ่ย



“ไม่อนุญาตครับ”



แต่ถึงจะพูดแบบนั้น พอทำในครัวเสร็จ อากิระก็หิ้วเข้าไปต่อที่เตียงอยู่ดี…



อากิระน่ะแรงเยอะ ทำเท่าไรก็ไม่รู้จักพอเสียที แต่ว่านะ ยิ่งทำก็จะยิ่งส่งกลิ่นที่หอมมากๆออกมาจนจิฮิโระเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน สุดท้ายก็เลยหยุดไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงจะอารมณ์ไม่ดีหรืออะไรก็แล้วแต่ นอกจากกัดที่หลังคอแล้ว อากิระก็ไม่เคยทำให้เขาเจ็บเลยสักครั้ง เคยถามอยู่เหมือนกันว่าเพราะอะไร อีกฝ่ายหันมาตอบหน้าซีดว่ากลัวโดนทิ้ง เล่นเอาจิฮิโระขำไม่หยุดจนโดนฟัดไปอีกสองรอบ โถ่ พ่อคุณ ใครจะไปทิ้งลง



จิฮิโระหอบแฮ่กๆอยู่ในอ้อมแขนของคนรัก ก่อนจะสั่งให้อีกฝ่ายไปพาลูกกลับมาแล้วก็ทำอาหารเย็นด้วย เพราะว่าเขาไม่ไหวแล้ว ขอหลับสักงีบก่อนแล้วกัน อากิระหัวเราะ เขากอดกล่อมภรรยาจนหลับไปคาเตียง หยิบกางเกงผ้าสีขาวสบายๆและเสื้อยืดสีเทาอ่อนเนื้อดีขึ้นมาสวมก่อนจะไปพาเด็กๆกลับมาและเตรียมลงมือทำอาหารเย็น



แอปเปิ้ลที่วางทิ้งไว้ในตะกร้าถูกนำไปแช่ตู้เย็น ชายหนุ่มสำรวจของที่มีก่อนจะตัดสินใจว่าทำสเต็กเพิ่มพลังงานให้คุณแม่หน่อยแล้วกัน เขาหยิบเนื้อติดซี่โครงออกมาสองชิ้นก่อนจะใช้มีดเลาะส่วนซี่โครงออกเพื่อทำริบอาย



ในขณะที่ใช้มีดหั่นลงไปในเนื้อ อากิระก็นึกถึงสิ่งที่จิฮิโระเล่าขึ้นมา



ละครลิง? คบกันหลอกๆอย่างนั้นหรือ เขายิ้มมุมปากพลางเลาะซี่โครงออกอย่างทะมัดทะแมง นักธุรกิจหนุ่มจ้องมองกระดูกส่วนที่เลาะออกมาในมือตนเองนิ่ง ก่อนจะโยนมันทิ้งถังขยะไป



จิฮิโระอาจจะคิดว่าฮิอิราชิ เรย์ไม่ได้รักตัวเอง แต่ว่าความจริงแล้วนั่นน่ะไม่ใช่เลย แค่มองตาเขาก็รู้แล้ว ว่าหมอนั่นรักแล้วก็ยึดติดกับจิฮิโระมากๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาถึงลอนดอนแล้วเสนอสัญญาทำธุรกิจที่ยากจะปฏิเสธให้กับบริษัทของเขาหรอก



ชายหนุ่มหยิบกระเทียมขึ้นมาปลอกเปลือกและทุบด้วยใบมีด



ใช่แล้ว..เขารู้อยู่แล้วว่าคนๆนั้นมาถึงที่นี่แล้ว และเขาได้เจอกับผู้ชายคนนั้นก่อนจิฮิโระเสียอีก ราวกับว่าต้องการจะลองเชิงกันอย่างนั้นแหละ



กระเทียบถูกสับจนละเอียด ตามมาด้วยพริกแห้ง เนื้อสองชิ้นถูกจับมาวาง เขาโรยพริกไทยดำ เกลือเล็กน้อย น้ำมันมะกอก และเครื่องเทศปรุงรสอื่นๆลงไปบนชิ้นเนื้อ ตามด้วยทาซอสปรุงรสสูตรพิเศษ จากนั้นจึงโรยกระเทียมและพริกแห้งที่เตรียมไว้ทับลงไปเป็นอย่างสุดท้าย



แค่เห็นสายตาของฮิอิราชิ เรย์ เขาก็รู้แล้วว่าหมอนั่นอยากได้ตัวจิฮิโระกลับไปใจจะขาด



                เห็นแล้ว..อยากยิงทิ้งชิบหาย



ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนเขียงเป็นจังหวะแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่



ใจเย็นๆไว้.. ต้องทำให้เข้าเนื้อเสียก่อน มือหนากดนวดชิ้นเนื้อเพื่อให้รสชาติเครื่องเทศและซอสซึมทั่วถึง



การที่คิดเป็นตุเป็นตะว่าเขากับจิฮิโระแกล้งคบกันนั่นเพราะว่ามั่นใจในตัวเองเกินเหตุ... หรือไม่ก็พยายามหลอกว่าตัวเองมีความหวังอยู่นั่นแหละ



อากิระหยิบกระทะขึ้นมาตั้งไฟก่อนจะเทน้ำมันมะกอกใส่ลงไป เฝ้าดูจนกระทั่งมันร้อนได้ที่ เขาคีบเนื้อลงใส่ลงไปในกระทะจนเกิดเสียงฉ่าพร้อมไอร้อนที่พวยพุ่ง โรสแมรี่สองกิ่งถูกใส่ลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม หลังจากที่พลิกไปพลิกมาจนดูว่าเนื้อสุกแบบมีเดียมแรร์ได้ที่ เขาก็ยกขึ้นมาวางพักไว้



แต่ว่านะ การที่หมอนั่นคิดแบบนั้น บางทีอาจจะมีข้อดีก็ได้ อากิระเผลอหลุดแสยะยิ้มออกมา



เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จก็จัดเนื้อใส่จานและหั่นให้เป็นชิ้นๆ สำหรับจิฮิโระต้องหั่นชิ้นเล็กๆหน่อยเพราะเจ้าตัวไม่ชอบเคี้ยวเนื้อชิ้นใหญ่ ชายหนุ่มมองเนื้อที่ด้านในมีสีแดงอ่อนอย่างพึงพอใจ เบบี้แครอทและหน่อไม้ฝรั่งทอดถูกจัดวางข้างๆอย่างลงตัว



คนเราน่ะจะผิดหวังมากที่สุดก็ต่อเมื่อเคยมีความหวังมากที่สุด



ชายหนุ่มเทซอสไวน์แดงราดอาบชิ้นเนื้อจนสดชุ่มฉ่ำ



ดวงตาของอากิระจ้องมองมันไม่กระพริบ



ก็น่าสนุกดีไม่ใช่น้อย... ความหวังจอมปลอมที่ค่อยๆหยิบยื่นให้ แล้วขยี้มันให้ดับในทีเดียวด้วยมือของเขา



“อากิระครับ?”



ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันทีที่ได้ยินเสียงภรรยาตื่นนอนและร้องเรียก เขาขานรับเสียงหวาน


“ครับที่รัก” จานสเต็กถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อยพร้อมสรรพ



จิฮิโระเดินต้วมเตี้ยมขยี้ตาเข้ามาหา คนตัวเล็กเอาหน้ามาซุกอกเขาแล้วทำจมูกฟุดฟิดจนเขาทนไม่ไหวต้องกอดอีกฝ่ายตัวลอย น่ารักเกินไปแล้วนะ



“มีกลิ่นไวน์ด้วยอะ”



“สเต็กไวน์แดง ไปนั่งเลย เดี๋ยวฉันไปเอาไวน์มาเปิดให้ สเต็กก็ต้องกินคู่กับไวน์สิเนาะ”



“แล้วลูกล่ะ ลูกกินหรือยัง งอแงไหม”



“มิเอะกับซากิให้กินจนอิ่มแปล้ หลับปุ๋ยยาวทั้งคู่ ยังไม่มีงอแง ตอนนี้คุณหม่าม๊าไปล้างหน้าแล้วมากินข้าวนะครับ” จิฮิโระพยักหน้าหงึกหงัก ไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะมานั่งประจำที่ มองดูอาหารบนโต๊ะตาแวววาว



“คุณเนี่ย ทำอะไรไม่ได้บ้างหืม” เขาหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มสเต็กเข้าปากแล้วทำหน้าเคลิ้มก่อนจะอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้



“อร่อยสุดๆอะ เข้าเนื้อมากเลย!”



อากิระเห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้าง



“ใช่ไหมล่ะ... ถ้าจะให้อร่อย ก็ต้องทำให้เข้าเนื้อก่อนสิเนาะ”







+++++++++++++++++++++







ข่าวใหญ่! หรือว่านี่คือตัวจริงของท่านประธานแห่งชิราซากิ!



จิฮิโระกางหนังสือพิมพ์ออกก่อนจะเพ่งดูรูปให้ชัดๆ



ภาพของอากิระที่ยืนโอบเอวผู้หญิงผมยาวสลวยสีน้ำตาลดัดลอนคนหนึ่งถูกแอบถ่ายจากที่ไกลๆ ซึ่งเห็นก็พอรู้ว่าเป็นที่หน้าคอนโดของเขาเอง



ท่านประธานในข่าวกอดจิฮิโระจากด้านหลังโซฟา วางคางเกยหัวเขา พูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า



“ว้าว สาวสวยแหะ”



ก่อนจะโดนจิฮิโระหันไปค้อนวงใหญ่แล้วเจ้าตัวก็หัวเราะร่วน



“เล่นอะไรของคุณก็ไม่รู้เนี่ย ถ้าคนอื่นรู้ขึ้นมาจะทำยังไงครับ ผมต้องโดนหาว่าเป็นคนแปลกๆแน่ๆเลย” แต่อากิระฟังที่ไหนล่ะ เขาเดินอ้อมมานั่งข้างๆแล้วยิ้มอ้อนจนจิฮิโระใจอ่อน



ใช่แล้ว ผู้หญิงในภาพนี้ก็คือจิฮิโระนั่นเอง เมื่อวันก่อน จู่ๆคุณสามีก็วางถุงแบรนด์เนมถุงใหญ่ลงตรงหน้า พอจิฮิโระค้นดูก็พบว่าเป็นเครื่องแต่งกายของผู้หญิง มีวิกผมสีน้ำตาลดัดลอนให้อีกต่างหาก อากิระบอกว่าอยากให้เขาลองแต่งดูสักครั้ง ตอนแรกจะไม่ยอม แต่พอถูกตื๊อมากๆเข้า บวกกับอีกฝ่ายยุว่าจิฮารุจังอาจจะอยากเห็นหม่าม๊าแบบสวยๆบ้างก็ได้นะ ถึงแม้ว่าปกติจิฮิโระจะสวยมากๆอยู่แล้วก็เถอะ แต่ลูกน่าจะดีใจนะ



แม้เหตุผลจะฟังดูแถแปลกๆ แต่เอาเถอะ ไหนๆก็ซื้อมาแล้ว จิฮิโระก็มองว่าน่าสนุกดีอยู่เหมือนกัน



พอแต่งไปแต่งมา ดันออกมาสวยเสียจนท่านประธานมองตาค้าง เล่นเอาเขาทำหน้าไม่ถูก แต่พอไปแหย่ลูกเล่น ลูกดันเหมือนจะจำหน้าแม่ไม่ได้ เบะปากทั้งคู่เลย ตัวตั้งตัวตีอย่างอากิระน่ะหัวเราะลั่น ส่วนเขาก็หมั่นไส้ทุบอีกฝ่ายไปหลายยก พอจะถอดชุดออกก็ไม่ยอม บอกว่าลงไปถ่ายรูปเป็นทีระลึกกันหน่อยดีกว่า แล้วก็ลากจิฮิโระลงจากห้องเพราะบอกว่าแสงด้านนอกสวยกว่า ให้บอดี้การ์ดกับซากิช่วยกันถ่ายเสียสนุกสนานที่สวนด้านนอกของคอนโด



แต่ไม่นึกเลยว่าตอนขากลับจะถูกแอบถ่ายเสียได้ ฮึ่ม



“จริงๆฉันส่งรูปชัดๆไปให้เขาน่าจะดีกว่านะ เธอสวยจะตาย” ยัง ยังจะมาพูดดี



“พูดอีกทีวันนี้ผมจะให้คุณนอนนอกห้องเลยคอยดู”



“ไม่กล้าแล้วครับคนดี” พูดอย่างนั้นแต่ก็ยังกลั้วหัวเราะ เดี๋ยวเขาเอาจริงขึ้นมา ต่อให้เป็นอากิระก็เถอะ! รับรองต้องมีเข็ดกันบ้าง เหมือนจะรู้ตัวว่าโดนหมายหัว นักธุรกิจหนุ่มรีบกอดอ้อนเหมือนโกลเด้นตัวโต ซุกไซร้คอจนจิฮิโระจั๊กจี๊ไปหมด ไปๆมาๆก็นอนตักให้เขาลูบผมเล่น



ระหว่างที่จิฮิโระกำลังลูบเพลินๆ สมาร์ทโฟนของเขาก็สั่นเหมือนมีคนส่งข้อความมา พอเปิดดูก็พบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักแอดไลน์และส่งรูปภาพมา รู้สึกว่าจะชื่อ R.H. ใครกันล่ะเนี่ย



พอกดเปิดก็พบว่าเป็นรูปของเขาในชุดผู้หญิงกับอากิระที่ถูกถ่ายจากไกลๆ มองไม่ค่อยเห็นหน้าเขาเลยแต่อากิระน่ะเห็นชัดมาก เหมือนจะเป็นรูปคนล่ะชุดกับของหนังสือพิมพ์



ในไม่ช้าอีกฝ่ายก็พิมพ์ตัวหนังสือมา



R.H. - ไหนว่าแต่งงานกันแล้ว



R.H. – ถ้าจะโกหกทีหลังก็เตี๊ยมกับคนของนายให้ดีๆ



จิฮิโระเลิกคิ้ว นี่หรือว่าจะเป็นเรย์ อื่ม..R.H. เรย์ ฮิอิราชิ ใช่แหงๆ คิดว่าคนในภาพไม่ใช่เขาล่ะสิ รีบสะกิดอากิระให้ลุกขึ้นมาดูมือถือ  พออ่านเท่านั้นแหละนักธุรกิจหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก



“เธอจะทำยังไงล่ะจิฮิโระ” หันมาถามเขา



จิฮิโระคิดนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งแล้วยิ้มหวานให้ เขาฉวยโอกาสตอนที่อากิระเคลิ้ม ขโมยจูบคุณสามีแล้วกดเซลฟี่อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นมือก็กดส่งรูปตอบกลับไปในแชท



Chihiro - /sent a photo



Chihiro – รูปนี้ชัดกว่านะครับ



ยังไม่ทันนะได้รอผลตอบรับ จิฮิโระก็ถูกจับกดลงกับโซฟาแล้วริมฝีปากของท่านประธานก็ประกบลงมาอย่างเร่าร้อน สมาร์ทโฟนกลิ้งตกพรมไปไกล เขาหลับตาลงตอบรับจูบนั้นยังเต็มใจ มือโอบกอดแผ่นหลังของอีกฝ่ายไว้ น้ำเชี่ยวอย่าขวาง... กับอากิระ จิฮิโระถนัดตามน้ำไปมากกว่า เพราะรู้สึกดีมากๆทุกที...



อย่างไรก็ตาม



กับผู้ชายอีกคนหนึ่งนั้นกำลังรู้สึกไปในทางตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง



ฮิอิราชิ เรย์ขบกรามแน่นจ้องมองดูรูปภาพที่จิฮิโระส่งตอบกลับมา



เขากำมือถือจนสั่น ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว



R.H. – โง่หรือเปล่า!!! คิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง นายจงใจทำเพื่อหลอกฉันล่ะสิ



R.H. – แต่ถึงจะหลอกก็รู้ไว้ซะว่าฉันไม่พอใจมากๆ เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่านายเป็นของฉัน



R.H. – หยุดทำตัวง่ายเหมือนพร้อมจะอ้าขาให้ผู้ชายทุกคนสักทีเถอะ มันต่ำ!



ทว่าก็ไม่มีการตอบรับกลับมา ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ขว้างมือถือจนชิ้นส่วนแตกกระจายคากำแพง



เพล้ง!!



“โถ่โว้ย!!” เขาทุบโต๊ะแรงดังปังแต่ไม่อาจดับอารมณ์ที่คุกรุ่นลงได้



“กล้าดียังไง นายกล้าดียังไงจิฮิโระ กล้าดียังไงไปจูบผู้ชายคนอื่น!!” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน



“ถ้าฉันได้ตัวนายกลับมาเมื่อไร อย่าหวังว่าจะได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกเลย!!”



ทันใดนั้นเองประตูห้องทำงานก็เปิดออก ไม่มีการบอกหรือแจ้งเตือนล่วงหน้า นั่นยิ่งทำให้อารมณ์ของเรย์เสียเข้าไปใหญ่



ร่างสะโอดสะองของฮิอิราชิ รุกะ ภรรยาสาวพราวเสน่ห์เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้างงงวย เธออยู่ในชุดกระโปรงสีพีชหวาน ในมือมีถุงผ้าเหลืองอ่อนที่บรรจุอาหารกล่องทำเองเอาไว้ กะว่าจะใช้เสน่ห์ปลายจวักเรียกให้สามีที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันนักกลับมาหาบ่อยๆ



“เรย์... เกิดอะไรขึ้นคะ แล้วนั่น ว้าย! โทรศัพท์มือถือพังหมดเลย คุณทำตกหรือคะ แล้วมือเป็นอะไร ทำไมที่มือถึงเลือดออกล่ะ” เธอรีบตรงดิ่งเข้าไปหาอย่างตกใจ พยายามยกมือของเขาขึ้นมาดู ทว่ากลับถูกสะบัดออกอย่างแรง



“ออกไป”



“เรย์!!”



“ฉันบอกให้ออกไป!!” น้ำเสียงของเขาดังขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่



“รุกะไม่กลับ! ทำไมคุณทำแบบนี้ รุกะอุตส่าห์บินมาหาถึงนี่ แล้วยังทำอาหารมาให้อีก คุณจะไล่รุกะแบบนี้ไม่ได้นะคะ รุกะเป็นภรรยาของคุณนะ!” น้ำตาของหญิงสาวคลอเบ้า ทั้งๆที่แต่งงานกันแล้ว แต่เขากลับเย็นชา ไม่ค่อยโทรหรือส่งข้อความหากันเลย ราวกับว่าเธอไม่อยู่ในความสนใจของเขา



“มิตาอิ พาเธอออกไป!” สิ้นเสียงของเขาเลขาหนุ่มก็เข้ามาพร้อมเชิญตัวรุกะออกไปทันที รุกะมองเขาอย่างตัดพ้อก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไป



ดีแล้วล่ะที่ไปเสียได้ ต้องมาฟังเสียงแจ๊ดๆวี๊ดว้ายของหล่อนมันน่าปวดหัวจริงๆ สู้เวลาที่จิฮิโระพูดก็ไม่ได้...ไม่ว่าเขาจะทำอะไรจิฮิโระก็ไม่เคยวีนใส่ทั้งนั้น.. เสียงของอีกฝ่ายน่ะนุ่มแล้วก็เย็น เวลาฟังก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก



ทว่าชายหนุ่มกลับนึกถึงภาพที่จิฮิโระส่งมาเพื่อประชดประชันกันเมื่อสักครู่ ริมฝีปากคู่นั้น...เป็นของเขา!



กล้าดียังไง กล้าดียังไงถึงเอาไปจูบคนอื่น!! แค่นึกถึงก็โมโหจนทนไม่ไหว เขากวาดข้าวของบนโต๊ะทิ้ง มือจิกกำแน่นจนเลือดแทบออก



นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับใครนอกจากฉัน จิฮิโระ!!



อย่างไรก็ตาม หากฮิอิราชิ เรย์รู้ว่าคนที่เขาคิดว่าไม่มีสิทธิ์ไปจูบกับใครทั้งนั้น เพิ่งจะผ่านสมรภูมิรักอย่างดุเดือดกับสามีหนุ่มสุดหล่อ เอาใจเก่ง และเรื่องบนเตียงเพอเฟคสุดๆมาล่ะก็ เรื่องคงไม่จบที่มือถือพังแน่ๆ



จิฮิโระที่เนื้อตัวเปล่าเปลือยเต็มไปด้วยรอยจูบนอนนิ่งๆให้อากิระฟัดแก้มฟัดคอไปมาเพราะหมดแรงต่อกร ไม่รู้จะมันเขี้ยวอะไรเขานักหนา



“จริงๆเซลฟี่ตอนนี้น่าจะดีกว่านะ”



“คุณนี่ทะลึ่งไม่มีใครเกินจริงๆ!” จิฮิโระลูบแก้มอีกฝ่ายก่อนจะดุอย่างไม่จริงจังนัก พวกเขานอนคลอเคลียกันไปมาสักพักก่อนที่อากิระจะหยิบเอาไอแพทขึ้นมาเปิดรูปการ์ดแต่งงานให้จิฮิโระดู



“เธอชอบแบบไหน” ชายหนุ่มดึงตัวเขามานั่งซ้อนด้านหน้าเอาแก้มมาแนบกับแก้มของเขาเพื่อดูไปพร้อมกัน



“อื่ม..เดี๋ยวนะ ผมว่าอันนี้น่าจะดี ดูสิเถาวัลย์สีเงินๆแบบนี้สวยจัง”



“โอเค เธออยากจะเพิ่มอะไรหรือเปล่า”



“ไม่นะครับ แบบนี้ก็สวยแล้วล่ะ” อากิระหอมแก้มเขาฟอดใหญ่



ชายหนุ่มอธิบายว่างานแต่งคราวนี้ทีมที่จัดเป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ของโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ในเครือชิราซากิ งานคราวนี้จะเป็นการแสดงฝีมือและเรียกความน่าเชื่อถือของบริษัทด้วย ดังนั้นแล้วเขาก็อยากจะใส่ลูกเล่นหรือกิมมิกแปลกๆให้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจสักหน่อย



“ดังนั้นฉันก็เลยอยากถามว่าเธออยากเป็นอะไรระหว่างเจ้าหญิงกับแฟรี่ตัวน้อย แต่ว่าจิฮารุจังเป็นเจ้าหญิงของพวกเราแล้วนี่นา ดังนั้นเธอเป็นแฟรี่นี่แหละจิฮิโระ” เขามองหน้าอากิระอย่างงงๆ อะไรน่ะ เจ้าหญิง แฟรี่? พอเห็นแบบนั้นอากิระก็เลยจิ้มไอแพทอีกครั้ง เอาภาพการ์ดที่จิฮิโระเลือกแล้วเปิดแอปพิมพ์ข้อความลงไปบนการ์ด



Shirasaki Akira  & The Sweet Little Fairy



“ตรงเครื่องหมายและนี่อาจจะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่นๆ หัวใจอะไรแบบนั้น เดี๋ยวเราค่อยมาเลือกกันอีกที”



นักธุรกิจหนุ่มอธิบายต่อว่าเขาอยากเซอร์ไพร์สคนไปร่วมงานโดยไม่บอกว่าเจ้าสาวเป็นใคร แต่จะไปเฉลยในงานนั่นเอง ชายหนุ่มอธิบายแผนการคร่าวๆให้ฟังทีล่ะขั้น ส่วนจิฮิโระก็ตาโต ฟังแล้วรู้สึกว่าน่าสนุกเป็นบ้าเลย! เขายิ้มก่อนจะบอกว่าเอาตามนั้นแล้วกัน



“แล้วก็... ฉันเชิญเขามาได้หรือเปล่า”



เขาที่อากิระหมายถึง จะเป็นใครไปได้อีกนอกจากเรย์



“ฉันตามใจเธอนะจิฮิโระ ถ้าเธออึดอัดหรือไม่สบายใจล่ะก็..” จิฮิโระรีบหยุดอีกฝ่ายไว้ด้วยริมฝีปากของตัวเอง โถ่..อากิระเป็นห่วงความรู้สึกของเขาตั้งขนาดนี้ เขาจะอึดอัดได้อย่างไรล่ะ



“เชิญมาสิครับ ผมน่ะ ไม่สนใจหรอกว่าเขาอยู่หรือไม่อยู่” จิฮิโระโถมตัวไปกอดอากิระแน่น



ชายหนุ่มกอดตอบ กดจูบลงบนขมับของคนรัก รอยยิ้มร้ายที่จิฮิโระไม่เคยได้เห็นฉาบอยู่บนใบหน้า



ทั้งเรื่องที่ให้จิฮิโระแต่งเป็นผู้หญิงและเรื่องที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเจ้าสาวล้วนเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว... ในเมื่ออยากได้ความหวังมากขนาดนั้น เขาก็จะมอบให้เอง ฮิอิราชิ เรย์



แต่พอว่าถึงงานแต่งงานเมื่อไร คราวนี้แหละ เขาจะทำให้ผู้ชายคนนั้นไม่กล้าคิดไปเองอีกเลย





+++++++++++++++++++++



TALK

ใกล้จบแล้วแหละ ถึงงานแต่งเมื่อไหร่ก็จบเมื่อนั้นเลย

อีเรย์อะ จบเห่แน่ 555555555555

บอกแล้วว่าจิฮิโระไม่ต้อง ผัวจัดการเอง ผู้ชายอะไรทำสเต็กไปคิดเรื่องเลวๆไป ไม่เคยลงที่เมียด้วยนะ กลัวโดนทิ้ง ดังนั้นอากิระจึงต้องไปลงกับคนที่มายุ่มย่ามกับเมียแทน นางจัดการบิ้ลด์ให้ความหวังแฟนเก่าเมียเสียเสร็จสรรพแล้ววางแผนดับฝันให้ด้วย

ในขณะที่หนูจิฮิโระก็ไม่รู้เรื่อง กะว่าส่งรูปจูบไปนังเรย์จะได้เลิกมโน ที่ไหนได้ นังนี่ก็มโนไม่เลิกสักที มโนเข้าไปใหญ่ โกรธมาก แต่ไม่มีใครสนใจ พระเอกนายเอกกำลัง make love กันอยู่ บายค่ะตัวประกอบ

พอและ มา Talk นี่เหมือนมานั่งด่าเรย์ให้ผู้อ่านฟังบอกไม่ถูก ฮือ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ

ปล. ตอนนี้อากิระฟัดเมียบ่อยจังค่ะคุณ..ฮือ ดูกลายเป็นชายหื่นเลยอะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
มาทันใจดีแท้เลย ว่าจะเข้ามาทวงเสียหน่อย แต่จะจบแล้วเหรอ....
น่าเสียดายจัง :mew1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด