Lost Butterfly ผีเสื้อเริงรัก โดย หยดน้ำผึ้ง ตอนพิเศษ 2 [20.08.56]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Lost Butterfly ผีเสื้อเริงรัก โดย หยดน้ำผึ้ง ตอนพิเศษ 2 [20.08.56]  (อ่าน 112376 ครั้ง)

ออฟไลน์ kyoya11

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4680
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +340/-12
หนูปรีย์ :sad4:
ทำไมทำแบบนี้เนี่ยก้อง ทำไมทำร้ายหนูปรีย์ได้ :z6:

Mio

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
โอ๊ย...เนื้อเรื่องเข้มข้น...สุดยอด...โอ๊ย อ๊าก ว๊าก....เจ๋งๆๆๆ...

Ai_Rong_Kun

  • บุคคลทั่วไป
ฉันอยากจะบ้าตาย จริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้ออกแนวเศร้าเคล้าน้ำตานะ แต่มันบีบคั้นอ่ะ บีบมาก บีบจนปวดไปหมดทั้งตับไตไส้พุง

เฮ้อ ชีวิตน้องปรีย์ พ่อผีเสื้อน้อยของฉัน  :a5:

ออฟไลน์ boworange

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 537
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0
 :impress3:  เรื่องมันเศร้าเคล้าน้ำตา.  :sad4:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
เรื่องแบบนี้อาจมีเพียงหนึ่งในแสนที่จะเกิดขึ้น  แต่มันก็เกิดขึ้นได้
บางครั้งชีวิตจริงของบางคนอาจยิ่งกว่านี้
ต่อมสามัญสำนึกของก้องภพจริง ๆ แล้วคงตายไปพร้อมกับแม่ของปรีย์นั่นแหละ
ตัวตนของก้องภพที่เป็นอยู่ก็แค่สัตว์เดรัจฉานในร่างของคนเท่านั้น  ชั่วที่สุด

ออฟไลน์ akazu

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +240/-6
บทที่ ๑๗

    ผมยอมยกร่างกายนี้ให้พี่... แต่พี่ต้องรักผมนะ....

    ชายหนุ่มกุมมือเล็กอย่างใจจดใจจ่อ... ไหนหมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วไง.. เขานั่งเฝ้าอยู่อย่างงี้ตั้งหลายวันแล้ว เด็กคนนี้ก็ไม่ยอมตื่น...ตอนที่เขาบอกเรื่องนี้ให้คนในบ้านรู้.. กล้าหาญแทบจะฆ่าเขาให้ตายคามือ... แต่ยังโชคดีที่มีดารัตน์คอยห้ามปรามไว้เสียก่อน....
 
    มารดาของเขารับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นทุกครั้งที่เขาทำผิด... แต่ครั้งนี้กลับมีหยดน้ำตา... นั่นทำให้เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตนทำลงไปมากกว่าครั้งใด...

    "ปรีย์.." ก้องภพเอ่ยเรียกอย่างยินดี.. เมื่อเห็นร่างเล็กเปิดเปลือกตาขึ้น..

    "อยู่กับพ่อนะ.." เสียงทุ้มสั่นเครือ ...ใช้สรรพนามแทนตนเปลี่ยนไป... และมันมีความหมายอย่างที่เขาพูดจริงๆ...

    "..พ่อขอโทษ.." ความอบอุ่นของอ้อมแขนทำให้เด็กหนุ่มซุกตัวลงและกอดตอบเบาๆ...

    "ปรีย์.." เสียงทุ้มครางอย่างยินดีเมื่อร่างเล็กกอดเขาตอบ...

    "ปรีย์ยกโทษให้พ่อแล้วใช่มั้ย ?"

    "ปรีย์ ?" ก้องภพเรียกอย่างไม่แน่ใจ รอยยิ้มเริ่มหุบหาย...

    "อย่าแกล้งแบบนี้ พูดกับพ่อหน่อย" แต่เด็กหนุ่มนอนนิ่งราวกับไร้ชีวิต... ไม่ตอบสนองอะไรเลย...

    "ปรีย์อย่าแกล้งแบบนี้!!" ชายหนุ่มตวาด กำมือแน่น ...เขาคิดว่าปรีย์ทำแบบนี้เพื่อลงโทษเขา... คิดว่าอีกไม่นานปรีย์ก็จะหายโกรธ... แล้วเด็กหนุ่มจะกลับมายิ้มให้เขาเหมือนเดิม... แต่เขาก็คิดผิด.....

    ...ปรีย์มองไม่เห็นเขา... ไม่ได้ยินเสียงของเขา... ไม่คิดจะรอฟังแม้แต่คำขอโทษ .....เด็กหนุ่มปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก... ขังตัวเองอยู่ในโลกแห่งจินตนาการอันกว้างใหญ่ไพศาล.... โลกที่ไม่มีใครเข้าถึง...

    ....เขายังมีความหวัง.. เมื่อแพทย์บอกว่าส่วนใหญ่ที่มีอาการของโรคนี้มักจะเป็นเพียงไม่นาน.... แต่ชายหนุ่มลืมนึกถึงส่วนน้อยที่เหลือ....
 
    "ปรีย์เป็นยังไงบ้างครับพี่ก้อง ?" กล้าหาญเอ่ยถาม ยิ้มมองดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองผ่านเขาไป ราวกับเขาไม่มีตัวตน.. แต่ชายหนุ่มชินเสียแล้วกับสายตาเย็นชานี้... มันผ่านไปเกือบสี่ปีแล้ว ตั้งแต่ปรีย์เป็นแบบนี้.. เขามาเยี่ยมก้องภพเกือบทุกอาทิตย์... แต่ก็เหมือนเดิมทุกอาทิตย์..

    "ก็สบายดีล่ะ ดูสิวันนี้อารมณ์ดีเชียว" พี่ชายของเขาตอบ พยักพเยิดให้มองดูคนข้างกายที่นั่งแทะเมล็ดเงาะหงุบหงับ

    "พ่อให้กินอีกลูกเดียวนะ เข้าใจมั้ย ?" ก้องภพว่า แกะลูกใหม่ส่งให้...

    "ปรีย์ดื้อบ้างรึเปล่า ?" กล้าหาญถามถึงอาการแปลกๆ ของปรีย์

    "ไม่ดื้อเลย... แล้วแกเป็นไงบ้างล่ะกล้า ?" พี่ชายของเขาตอบ นิ้วเรียวเกลี่ยเช็ดคราบผลไม้บนแก้มนวล

    "ก็ดีครับ.."

    "แล้วข้าวปุ้นเป็นไงมั่งล่ะ ?" ก้องภพเอ่ยถามถึงหลานสาวที่เพิ่งเกิดไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา

    "ฮึๆ ..ก็น่ารักครับ ผมอยากมีลูกอีกคนแต่หยกไม่ยอม" กล้าหาญเอ่ยกลั้วหัวเราะ เมื่อถึงหน้ายักษ์ขมูขีของภรรยาตน.. บ่นว่าตอนคลอดลูกนั้นเจ็บปวดทรมานขนาดไหน...

    "เมย์ยังรอพี่อยู่นะ..." กล้าหาญบอกเบาๆ ...ก้องภพชะงัก.. เขาเลิกกับเมย์ตั้งแต่ตัดสินใจออกจากงานมาดูแลปรีย์แล้ว... ตั้งแต่ปรีย์เป็นแบบนี้เขาก็ไม่อยากจะร่วมรักกับใครอีก.... จึงเป็นฝ่ายตัดสินใจปล่อยเธอไป..

    "บอกให้เมย์หาคนที่ดีกว่าพี่เถอะ ..พี่มีความสุขแล้วล่ะ..." ก้องภพเอ่ยบอกน้ำตาคลอ ประคองกอดร่างเล็กแววตาเลื่อนลอยในอ้อมแขน...

    เขากำลังรอคอยเด็กหนุ่มอย่างมีความหวัง... รอว่าซักวันเด็กผู้ชายคนนั้นจะกลับมา... และอยู่เคียงข้างเขาในฐานะ 'ลูกชาย'

    "เดี๋ยวพี่ไปเอาเงาะบนเรือนใหญ่มาเพิ่มดีกว่า จะหมดแล้ว" พี่ชายเขาว่า ลุกเดินออกจากเรือนไม้หลังเล็ก...

    ชายหนุ่มขยับนั่งบนที่ๆ ก้องภพเพิ่งลุกออก มองดูคนที่โตเป็นหนุ่มแล้ว แต่กลับแทะผลไม้เลอะเทอะเต็มหน้าอย่างกับเด็ก ...ดวงตาคู่สวยที่เขาชอบมองไร้แววราวกับไม่มีชีวิตจิตใจ

    "อ๊ะ.." เสียงที่เขาอยากได้ยินร้องเบาๆ เมื่อเนื้อผลไม้ในมือกระเด็นตกไปบนพื้น

    กล้าหาญมองร่างเล็กคลำหาวัตถุที่กลิ้งหล่น... ทั้งๆ ที่ลืมตาอยู่แท้ๆ แต่กลับมองไม่เห็น... ชายหนุ่มตัดสินใจลุกขึ้นแกะเงาะลูกใหม่ หย่อนวางใส่ในมือเล็ก ...แต่กลับถูกมือหยาบกร้านนั้นจับนิ้วไว้เสียแน่น ...ชายหนุ่มพยายามดึงออก ..ก่อนเปลี่ยนใจสอดประสานมือของเขาไว้กับนิ้วมือเล็ก อย่างที่ครั้งหนึ่งเคยทำ

    ...เอื้อมมือสัมผัสแก้มนิ่มเหนอะหนะ ก่อนเชยคางขึ้น และโน้มศีรษะตนเองลงประทับจูบแผ่วเบา...

    "...." กล้าหาญไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มผงะเล็กน้อย.. เขายังคงจำสัมผัสนี้ได้...

    "พี่รักปรีย์นะ.." ชายหนุ่มกลั้นสะอื้นกระซิบบอกคนในอ้อมแขนรอบที่เท่าไหร่แล้วเขาก็จำไม่ได้.. แม้จะรู้ว่าร่างเล็กไม่ได้ยินเสียงของเขา... เขาก็ยังจะพูดออกไป ....ดวงตากลมปิดลงเผยยิ้มบางซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง...

    ความสุขของคนมีหลายรูปแบบ...

    คนภายนอกอาจมองว่าเขาน่าจะทุกข์

    ...แต่ความจริงแล้วเขาอาจกำลังมีความสุขอยู่ก็ได้...

                           
- จบ -
...............................................................
 :เฮ้อ: เพียงพอไหมค่ะ กับบทสรุปของน้องปรีย์ หรืออยากได้มากกว่านี้กัน รีเควสกันมาค่ะ ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ที่อยู่ร่วมกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น iforgive , นางฟ้า , kyoya11 , boworange , kny และแฟนคลับทุกท่านไม่อาจกล่าวได้หมด ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่อยู่ด้วยกันมาจนตอนสุดท้าย จริง ๆ :3123:

ออฟไลน์ Still_14OC

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-7
ไม่เอาแล้ว แค่นี้ หนูปรีย์ ก็ทรมานพอแล้ว จะตายก็ไม่ได้ตาย จำให้อยู่แบบปกติก็รับสภาพไม่ไหว

ปล่อยให้หนูปรีย์ มีความสุขอยู่ในโลกของตัวเองแบบนี้ต่อไปเถอะ อย่าเอาน้องออกมาเผชิญกับความจริงเลย

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
ความสุขของคนมีหลายรูปแบบ...

    คนภายนอกอาจมองว่าเขาน่าจะทุกข์

    ...แต่ความจริงแล้วเขาอาจกำลังมีความสุขอยู่ก็ได้...



สะเทือนใจกับประโยคนี้จริง ๆ

aofaof

  • บุคคลทั่วไป
น้ำตาเล็ดค่ะ 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
ชอบเรื่องนี้มาก
อ่านตั้งแต่ในเด็กดีแล้ว
แอบอยากให้ปรีย์กลับมาเป็นเหมือนเดิม  :sad4:

ออฟไลน์ kyoya11

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4680
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +340/-12
 ความสุขของคนมีหลายรูปแบบ...
    คนภายนอกอาจมองว่าเขาน่าจะทุกข์
    ...แต่ความจริงแล้วเขาอาจกำลังมีความสุขอยู่ก็ได้...

ใครอ่านประโยคนี้แล้วร้องไห้บ้างอ่ะ :monkeysad:
หนูปรีย์อาจจะมีความสุขจริงๆก้ได้ แต่คนอ่านนั้นทุกข์เหลือเกิน อยากเอาหนูปรีย์คนเดิมกลับมา :m15:

neronel

  • บุคคลทั่วไป
เราเรียกร้อง เราโง่เง่า เราผิดพลาด เราหัวเราะ เราร้องไห้...ไม่มีใครที่ไม่น่าเห็นใจ 
เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะน้อง ก้องภพ กล้าหาญ และคนอื่นๆ ล้วนน่าเห็นใจด้วยกันทั้งนั้น

ตอนนี้สิ่งที่น้องอยากได้มาตลอด ความรัก..การเอาใจใส่...น้องได้มันแล้ว
แต่หัวใจกลับไม่ซึมซาบถึงสิ่งนั้น มันจะมีความหมายอะไรกัน

อยากให้น้องออดมาเผชิญกับเรื่องราวอีกครั้ง ซาดิสซ์ไปปะ? 55+
จริงๆก็คืออยากเห็นน้องก้าวข้ามผ่านจุดนั้น ไม่อยากให้น้องร้องให้ตลอดไป
มันอาจสาหัสเกินกว่าใครคนนึงจะรับไหว แต่เชื่อเถอะ เมื่อน้องก้าวข้ามผ่ามันมาแล้ว
น้องจะพบกับทัศนียภาพของชีวิตแบบใหม่

ปล. คอมเมนต์ดราม่าไม่แพ้เรื่อง 55+

ออฟไลน์ GUNPLAPLASTIC

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
เรื่องนี้ No comment จริงๆ มันจุกจนอธิบายไม่ถูก
ความสุขมีหลายรูปเเบบ...
ก็นะ เเล้วเเต่ใครเเต่มัน ความสุขมันก้มีได้ทุกคนนั้นเเหละ

Mio

  • บุคคลทั่วไป
นางฟ้าคิดว่าจะจบแบบนี้เลยก็นะ  สะเทือนใจดี (?)
แต่ถ้ามีโอกาส....อยากให้ปรีย์มีชีวิตใหม่...ได้เจอผู้คนหลากหลายกว่านี้  อยากให้ปรีย์มีความสุขค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
เนื้อเรื่องว่าสุดยอดแล้ว...ตอนจบนี่สุดยอดกว่า

ออฟไลน์ boworange

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 537
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0
 :m15:  แถมตอนพิเศษให้หน่อยนะคะ  :monkeysad:  จบแบบนี้เราหัวใจสลายเลยอ่ะ    :call:
 
ขอบอกว่าเรื่องนี้ทั้งหักมุมทั้งเศร้าเคล้าน้ำตา  :sad4: 

 


สุดท้ายนี้อยาก. :กอด1: คนเขียน ขอบคุณนะคะสำหรับผลงานดีๆอย่างนี้  :pig4:   :L1:

 o13 o13 o13 o13

ออฟไลน์ pooinfinity

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-3
น้องปรีย์ได้ทุกอย่างอย่างที่ต้องการแล้ว

ได้ความรักที่ไม่มีทางจะทิ้งไปไหน จากก้อง

ได้ความรักที่ไม่จางหายไป จากกล้า น้องได้ครบมาหมดแล้ว บางทีนี่แหละคือความสุขของน้องที่ต้องการ

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
คือ..มันแบบไม่รู้จะอธิบายยังไง  :m15:
จบแบบเศร้า แต่เยี่ยมครับ
คือในใจก็แบบสงสารน้องปรีย์นะครับ
แต่ก็อาจเป็นแบบที่คุณ pooinfinity บอก บางทีนี่แหละคือความสุขของน้องที่ต้องการ

 :L2:

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
เรื่องนี้หนักหนา และหนักหน่วง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
 :เฮ้อ:สงสารเหลือ ทรมานแทน

สิ้นยายเหมือนทุกอย่างมันมืดมนไปหมด ไม่เหลือแม้แต่อนาคตที่ดี

มีร่างกายแต่ไร้ความรู้สึก แม้แต่ลมหายใจยังเป็นของคนอื่น จนนาทีสุดท้ายก็ไร้ความสุขอยู่ดี

ออฟไลน์ Satang_P

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
สะเทือนใจสุดๆ  :a5: :a5: :a5:

ช็อคมากๆ สงสารปรีย์  :monkeysad: :monkeysad:

ออฟไลน์ kny

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1800
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-16

ออฟไลน์ akazu

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +240/-6
ตอนพิเศษ ๑

    เด็กสาวร่างสะโอดสะอง สวมเสื้อยืดคอกลมกับกระโปรงลูกไม้เดินฮัมเพลงอย่างสบายใจ.. สายลมแผ่วเบาพัดผ่านใบหน้าสวยคม ริมฝีปากเป็นกระจับได้รูปเผยยิ้มเล็กๆ เมื่อมองเห็นจุดมุ่งหมาย.. .บ้านเช่าหลังเล็กของครอบครัวเธอ... ซึ่งกำลังจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น...

    “กลับมาแล้วเรอะ” เสียงตะโกนถามดังขึ้นเมื่อบุคคลในบ้านได้ยินเสียงประตูเหล็กสนิมเขรอะ กร่อนจนผุพังไปแล้วบางส่วนเปิดออก

    “ค่า~” ปัญชิกาเอ่ยตอบ ยิ้มร่าเริง วางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะอาหารที่วางอยู่กลางตัวบ้าน ก่อนเดินไปหามารดาในครัว แล้วยิ้มประจบ..

    “ไปไหนมาวะ ? แต่งตัวเสียสวยเทียว” ปานรวีเหลือบตามอง เอ่ยถามลูกสาว แอบซ่อนรอยยิ้มเมื่อคิดว่าสวยอย่างกับตัวหล่อนเมื่อสมัยสาวๆ

    “ไปโรงพยาบาลมาค่ะ” เธอเอ่ยตอบ ช่วยแม่จัดเตรียมสำรับอาหารเย็นพลาง

    “ไปทำไมวะ ? ไม่สบายเหรอ ?” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามอย่างฉงน.. ร้อยวันพันปี เธอกับลูกสาวไม่เคยเยื้องกรายเข้าโรงพยาบาลเลยซักหน.. มีไข้ก็ซื้อยาในร้านขายของชำทานไปเดี๋ยวเดียวก็หาย...

    “เปล่า.. คือความจริงแล้วก็..เกือบใช่น่ะ” เด็กสาวเอ่ยตอบมารดาอย่างไม่แน่ใจ เกาศีรษะเขินๆ

    “อะไรของเอ็งวะ ? ..ข้าล่ะงง” มารดาของหล่อนขมวดคิ้วมึนงง ก่อนถอนหายใจและสาวเท้าออกไปจากห้องครัว ระหว่างรับประทานอาหารเด็กสาวมีท่าทีลุกลี้ลุกลนจน ปารวีตัดสินใจเอ่ยถามในที่สุด

    “เอ็งเป็นอะไรของเอ็งวะ ? ไอ้หมูมันเบี้ยวไม่จ่ายเงินเดือนให้รึไง ?” คำถามของมารดาทำให้หล่อนนั่งเกร็งตัว

    “เปล่า แม่” ตอบคำถามเสียงค่อย

    “แล้วเอ็งเป็นอะไรของเอ็ง ?” หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วถาม.. อาการราวกับมีเรื่องปกปิดของลูกสาวทำให้หล่อนหงุดหงิด

    “คือ..” ปัญชิกาอึกอัก.. เธอควรจะพูดความจริงออกไปเลยดีไหม ?... แต่รู้ตอนไหน ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม... สู้ให้เธอบอกไปเสียแต่เนิ่นๆ...

    เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนตัดสินใจเอ่ยออกมาให้จบประโยค “แม่.. คือ....หนูท้อง”    จบคำ ปารวีได้แต่นั่งอ้าปากค้าง เผลอปล่อยช้อนข้าวหลุดจากมือส่งเสียงกระทบชามเบาๆ...

    หลังจากตกอยู่ในความเงียบมานานกว่าสี่นาที ในที่สุดหญิงชราก็เป็นฝ่ายเอ่ยถาม “เอ็ง.. เอ็งรู้มั้ยว่าพูดอะไรออกมา ?”

    “รู้สิ! ไม่รู้หนูจะพูดเหรอ ?” เด็กสาวแหวตอบพลันวัน.. เรื่องแบบนี้เธอจะพูดให้ตนเองเสียเกียรติไปเพื่ออะไร ?..

    “อีนังปุย! นี่เอ็งไปท้องกับใครห๊ะ!? ไอ้เจ๊กตาเม็ดกวยจี๊บ้านหลังนั้นใช่มั้ย ?!”

    “บ้าเหรอแม่!” ปัญชิกาปฏิเสธพลันวัน.. ก่อนตอบอย่างเอียงอาย

    “....ไอ้เด็กตัวเล็กคนนั้นต่างหาก” ปารวีนึกถึง ไอ้เด็กตัวเล็ก ที่ลูกสาวหล่อนเอ่ยถึง.. ก่อนกรีดเสียงร้องอย่างเหลืออด

    “.... อีปุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!”

    “มึงจงไปทำแท้งซะ!” ปารวีชี้หน้าลูกสาวเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็กสาวกลับเบ้ปากพลางเชิดหน้าตอบ

    “...หนูจะคลอดเด็กคนนี้” คำตอบของหล่อนทำให้มารดาโกรธจนหูอื้อตาลายไปหมด

    “เอ็งจะบ้าเหรอวะ! สองคนแม่ลูกก็แทบจักอดข้าวกินอยู่แล้ว ถ้าเพิ่มมาอีกคน มีหวังเอ็งกับข้าต้องตายแน่ๆ อีกอย่างเอ็งก็ยังเรียนไม่จบ” มารดาของหล่อนตวาดเสียงลั่น

    “แล้วไงล่ะแม่ ..หนูอยากเลี้ยงเด็กคนนี้.. เค้าเกิดขึ้นมาด้วยความรัก” ปัญชิกาเชิดหน้าขึ้น กล่าวอย่างภาคภูมิ

    “อีปุย! เอ็งรู้มั้ยว่าเอ็งอายุเท่าไหร่! แล้วผัวเอ็งมันอายุเท่าไหร่!”

    “แหม.. เรื่องแบบนี้อายุไม่เกี่ยวหรอก!”

    ปารวีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย.. บางทีอาจเป็นความผิดของหล่อนเองที่เลี้ยงลูกให้ออกมานิสัยมั่นอกมั่นใจเช่นนี้ จึงได้แต่เอ่ยเสียงอ่อนอย่างยอมจำนน 

       “แล้วผัวเอ็งมันรู้รึยัง ?”

    “ยังเลยจ๊ะ หนูว่าจะรอหาโอกาสเหมาะๆ ก่อน” เด็กสาวตอบยิ้มหวาน.. เธอรู้อยู่แล้วว่าท้ายที่สุดเธอก็ต้องชนะ...

    “โอ๊ย! ข้าล่ะปวดกบาล! ให้ฝ่ายนู้นออกค่าทำแท้งแล้วก็ชดเชยค่าเสียหาย เท่านี้ก็หมดเรื่อง!”

    “บ้าสิแม่! ชีวิตหนึ่งชีวิตนะ เงินแค่นั้นมันจะทดแทนกันได้ยังไง” ปัญชิกาแหว ลูบท้องแบนราบที่มีอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ภายในของเธอเบาๆ อย่างรักใคร่...

    ก่อนลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าควานหาเดรสสีขาวบริสุทธิ์ในกองผ้าที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบขึ้นอวดมารดา

    “แม่! ชุดที่เขาเก็บเงินซื้อมาให้! สวยมั้ย ?” เด็กสาวเอ่ยยิ้มหวานให้มารดาที่ทำตาปะหลักปะเหลือกใส่

    “เออ!” หล่อนไม่เคยคิดว่าอนาคตอันใกล้นี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถตั้งรับได้ทัน...
 
     เด็กสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์คล้องแขนเรียวของตนกับแขนเล็กๆ ของเด็กหนุ่มไว้แนบแน่น... นี่เป็นวันหยุดที่เธอรอคอย.. เพราะในวันธรรมดานั้นเมื่ออยู่คนละระดับชั้นทำให้มีเวลาพบปะกันน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย... เว้นเสียแต่ตอนเย็นในวันที่เธอไม่มีงานพิเศษ.. ซึ่งมันหาได้น้อยเหลือเกิน...

    ก้องภพลอบถอนหายใจ.. เม้มริมฝีปากเมื่อกระหวัดนึกถึงคำขาดของเจ้าวุธเพื่อนตั้งแต่ประถมว่าให้เลือกระหว่างมันหรือสาวรุ่นพี่คนนี้.. เขาไม่รู้ว่าทำไมมันถึงโมโหโกรธานักเมื่อเขาบอกมันว่าเขากำลังคบอยู่กับปัญชิกา มันพยายามหาเรื่องในอดีตของเธอมาบอกเล่า ซึ่งก็ทำให้เขาไขว้เขวไปไม่น้อย...

    ปัญชิกาเป็นผู้หญิงสวย รูปร่างดี... มีผู้ชายหมายปองเธอหลายคน แต่เธอก็ไม่เคยตอบรับใครเลย จนมาพบเขา... ช่วงแรกเขาก็หลงเธออยู่หรอก แต่เรื่องที่ว่าบ้านของเธอยากจนมากจนต้องมาเกาะเขากินนั้นก็ทำให้เขากลัวเป็นอย่างที่เพื่อนว่า เมื่อได้เห็นสถานภาพของครอบครัวเธอ.. แม้เธอจะไม่เคยขอเงินจากเขาซักบาทซักสตางค์เลยก็ตาม...

    “พี่ปุย..”

    “... ?” เด็กสาวอมยิ้มเอียงคอมองเขา..

    “พี่จำคำพูดของพี่ได้มั้ย ?”

    “ที่พี่บอกผมว่า ความรัก...ก็เหมือนผีเสื้อ”

    “ทำไมเหรอ ?” ปัญชิกาถามงงๆ

    “แล้วผีเสื้อตัวผู้ก็จะตายหลังจากได้ผสมพันธ์ ....ผมแค่อยากบอกว่าผีเสื้อตัวนั้น....มันคงตายไปแล้วล่ะ” จบประโยค.. ราวกับสายฟ้าฟาดเข้าสู่กลางใจเธอ... ปัญชิกาแกล้งเอ่ยถามแม้เธอจะเข้าใจความหมายของมันอย่างแจ่มชัด 

    “ก้องหมายความว่าไง ?”

    “ผมไม่ได้รักพี่แล้ว”

     “...ก้อง” คำตอบตรงไปตรงมาของเด็กหนุ่มทำให้เธอครางอย่างไม่เชื่อหู ทั้ง ๆ ที่วันนี้เธอตั้งใจจะบอกข่าวดีให้เขาทราบแท้ๆ ...แต่ทำไมความรักของเขามันช่างจบลงได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ?...

    “เราเลิกกันนะ” น้ำเสียงและใบหน้าที่นิ่งเรียบของก้องภพทำให้เธอต้องละล่ำละลักถามอย่างไม่เข้าใจ

    “...บอกพี่มา ว่าเพราะอะไร ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ?.. พี่ทำอะไรให้ก้องไม่พอใจเหรอ ?”

    “เปล่า..” เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีท่าทีของเด็กสาวตรงหน้า.. เขาไม่อยากใจอ่อน.. ความจริงเขาก็ไม่ได้ชอบพอกับเธอเท่าไรอยู่แล้ว เพียงแค่เขาอกหักจากเพื่อนของเธอ... แล้วเธอก็มาดามใจให้เขาเท่านั้น...

    “งั้นก็บอกพี่มาสิ! พี่จะทำทุกอย่าง!”

    “ผมแค่ไม่ได้ชอบพี่แล้ว...”

    “แล้วพี่ต้องทำยังไง..? ก้องถึงจะชอบพี่”

    “ไม่รู้...”

    “หรือว่าก้องมีคนอื่น ?”

    “ผมไม่ได้มีคนอื่นหรอก.. แต่ผม.. ผมขอโทษจริงๆ” เด็กหนุ่มเอ่ยคำขอโทษก่อนตัดสินใจเดินจากเธอไป แต่หากปัญชิกาพยายามยื้อยุดแขนเล็กๆ ของเขาเอาไว้

    ก้องภพพ่นลมหายใจออกเบาๆ... ทำไมเธอถึงช่างตื้อแบบนี้นะ ?... หรือว่าเธอตั้งใจจะเกาะเขากินจริงๆ ?... 

    “เดี๋ยวก้อง!.. แล้วลูกของเราล่ะ ?”

    “พี่หมายความว่ายังไง ?”

    “พี่ท้อง”

    “พี่ปุยว่าอะไรนะ ?!” คำตอบของปัญชิกาทำให้เด็กหนุ่มหันกลับมามองเธอตาค้าง...

    “พี่บอกว่าพี่ท้อง ก้องจะไม่รับผิดชอบพี่เหรอ ?”

    “จริงรึเปล่า ? ผมอายุแค่ ๑๓ เองนะ จะไปมีลูกได้ยังไง ?” แม้พวกเขาจะเคยร่วมรักกันหลายครั้งตามประสาเด็กอยากรู้อยากลอง แต่เด็กหนุ่มไม่เคยคิดว่าน้ำรักของเขาจะสามารถทำให้ผู้หญิงท้องได้จริงๆ

    “พี่ท้องจริงๆ” ก้องภพเม้มริมฝีปากแน่น... หรือว่าที่ไอ้วุธบอกจะจริง ว่าเธอต้องการเกาะเขากิน ?? เด็กหนุ่มพยายามตอบเลี่ยงๆ เพื่อหนีจากสถานการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนนี้...

    “ผมอยากปรึกษาแม่.. ขอเวลาผมหน่อย”

    “หมายความว่าก้องจะไม่คืนดีกับพี่ ?”

    “ผมไม่ได้ชอบพี่แล้ว.. !” ก้องภพกล่าวอย่างเหลืออด.. ก่อนยกประโยคที่เขาจำได้ติดหู...

    “ถึงแม้นายอาจจะเศร้า ถ้ามันบินหนีไป แต่ก็อย่าเสียใจ เพราะอย่างน้อย เราก็รู้ว่า มันยังมีชีวิตอยู่” คำกล่าวของเขาทำให้เธอตะลึงค้าง... ปล่อยมือให้เขาเดินจากไปอย่างง่ายดาย ...ปัญชิกาไม่นึกว่าคำพูดปลอบโยนของตนจะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองให้ตายทั้งเป็น...

    เธอไม่น่าโง่ชอบเด็กผู้ชายคนนี้... ยกความบริสุทธิ์ให้คนที่ไม่เคยมีความรักให้เธอเลยแม้แต่น้อย.. หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม... แล้วตัวเมียก็จะฟักไข่...ก่อนจะตายตามตัวผู้ไป....เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นเด็ดขาด...
 
    เวลาผ่านไปเกือบเดือนก็ไม่มีวี่แววของเด็กผู้ชายคนนั้น ท้องของเธอก็โตขึ้น โตขึ้นทุกวัน... อีกไม่นานมันคงไม่อาจพรางสายตาจากคนรอบข้างได้...เวลาเธอไปหาที่ห้องก็ไม่เคยเจอ.. เหมือนเขาพยายามจะหลบหน้า... แต่ในที่สุดก็เหมือนโชคชะตาเป็นใจให้ ..ที่แคบๆ ของโรงเรียนทำให้เธอสามารถเจอตัวเขาในโรงอาหารจนได้...

    “นี่ก้องหมายความว่ายังไง ? แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อมาหาพี่บ้างเลย ?” เธอทักเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก

    “ผมไม่กล้าบอกแม่”

    “งั้นพี่จะไปบอกให้เอง” ก้องภพชักสีหน้าก่อนเดินหนีเธอไปอย่างไม่ไยดี...

    สุดท้ายเธอก็ต้องเป็นฝ่ายที่ไปหาเขาถึงบ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงเรือนใหญ่.. เด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นน้องของก้องภพออกมาต้อนรับและเดินนำเธอไปยังห้องของพี่ชาย...

    เด็กหนุ่มดูสีหน้าไม่ดีนักเมื่อเสียงหยอกเย้า หัวเราะคิกดังออกมาจากห้อง.. ปัญชิการีบจ้ำเท้าเดินนำถือวิสาสะเปิดประตูไม้ออกอย่างรวดเร็วเผยให้เธอได้เห็นภาพคนรักเก่ากำลังประกบปากกับคนอื่นบนเตียงอย่างเต็มตา..  แต่คนที่ก้องภพอยู่ด้วยนั้นกลับเป็น........เด็กผู้ชาย....??

    และที่เธอคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือเด็กผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของก้องภพที่เธอเคยฝากความไว้เนื้อเชื่อใจให้ดูแลเขา....

    ก้องภพสะดุ้งสุดตัว.. มองผู้มาเยือนด้วยความงงงันก่อนส่งสายตาตำหนิให้น้องชาย... หลังจากเลิกกับปัญชิกาความสัมพันธ์ของเขากับวุธก็ดีขึ้นจนมันเริ่มจะล้ำเส้น ยิ่งรู้ว่าเพื่อนชอบเขาด้วยแล้วความสัมพันธ์ก็ยิ่งก้าวหน้าตามประสาอยากรู้อยากลองของเขา..

    “พวกแก...พวกแกมันวิปริต!” เด็กสาวหวีดเสียงร้องเกรี้ยวกราด มองชายหนุ่มด้วยความผิดหวังและเสียใจ... นี่เธอแพ้เด็กผู้ชายหรือเนี่ย ??...

    “ฉันจะฟ้องคุณน้า! ฉันจะบอกให้หมดว่าพวกทำอะไรกัน!!” ปัญชิกาตวาดเสียงสั่น จ้ำเท้าเดินหนีไปจากภาพบาดตานั้น 

    “พี่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” กล้าหาญรีบวิ่งตามสาวรุ่นพี่ไปติด ๆ.. พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้พี่ชาย ...แต่เธอตวาดกลับน้ำตาคลอ

    “จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง ? แกดูที่มันทำกับฉันสิ!”

    “เอะอะอะไรกัน ?” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามเสียงเรียบ... มองผู้มาเยือนด้วยสายตาตำหนิ..

    “แม่..”

    “คุณน้า.. หนูมีเรื่องจะเรียนคุณน้าค่ะ” ปัญชิกาบอก ปรายตามองกล้าหาญที่ทำหน้าไม่สู้ดีนัก..

    “ตามฉันไปที่เรือนรับรองสิ” ดารัตน์เอ่ยเชื้อเชิญก่อนเดินนำหล่อนไป..ก้องภพที่รีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นปัญชิกาเดินตามมารดาของตนไป.. เด็กหนุ่มรีบเดินตามไปติดๆ

    “พี่ปุยอย่าบอกแม่ได้มั้ย ?”

    “ผมขอร้องล่ะ” เด็กสาวเชิดหน้าหนีอย่างมีทิฐิ.. ไม่มีทางเสียหรอกที่เธอจะยอมเพื่อคนแบบนี้..

    เมื่อมาถึงเรือนรับรองปัญชิกานั่งพับเพียบเรียบร้อย พยายามทำตัวสงบเสงี่ยมที่สุด

    “เอ้า มีเรื่องอะไรหรือ หนูปุย ?” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร.. เด็กสาวแอบเหลือบมองก้องภพที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน ก่อนตัดสินใจบอก...

    “คุณน้าคะ....คือ...”

    “คืออะไร ?” ปัญชิกาเหลือบมองก้องภพที่มองเธอด้วยสายตาเว้าวอน... ก่อนตัดสินใจหลับหูหลับตาพูดออกไป

    “...หนูท้องค่ะ”

    “ว่าอย่างไรนะ ?” ดารัตน์เอ่ยถามอย่างใจเย็น ดวงตาดุมองลูกชายคนโตเขม็ง...

    “หนูท้องกับก้องค่ะ”

    “ฉันจะเชื่อเธอได้อย่างไร ?” ปัญชิการู้อยู่แล้วว่าต้องถูกถามเช่นนี้ จึงหยิบเอกสารของโรงพยาบาลขึ้นมาให้ดารัตน์อ่าน...หญิงวัยกลางคนกวาดตามองเอกสาร.. ก่อนพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่ และส่งคืนมันกลับ...

    “กล้า” เธอเอ่ยเรียกลูกชายคนเล็กก่อนพยักพเยิดให้หยิบกระเป๋าสตางค์มาให้.. ดารัตน์หยิบเงินสดจำนวนหนึ่งซึ่งถือว่ามากสำหรับเธอออกมาวางไว้ตรงหน้า....

    “รับเงินจำนวนนี้ไปเอาเด็กออกเสีย” ปัญชิกาเม้มริมฝีปากแน่น...

    “ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ ?”

    “หล่อนก็จะไม่ได้อะไรเลย หล่อนก็เห็นอยู่ว่าพ่อก้องอายุแค่เท่าไร.. แล้วหล่อนก็อายุแค่เท่าไร ยังต้องแบมือขอเงินแม่ จะมีความรับผิดชอบดูแลคนอีกคนหนึ่งได้อย่างไร ? แล้วยิ่งกว่านั้นมันจะเสียการเรียน เสียอนาคต... อีกอย่างฉันก็รู้จักหล่อนไม่ดีพอ..”

    “กลัวว่าลูกในท้องนี้จะไม่ใช่หลานคุณเหรอคะ ?”

    “...” สีหน้าเรียบเฉยของดารัตน์ทำให้เธอน้ำตารื้อ.. เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนมาก่อน.. แต่ก็ยากที่จะทำให้ใครเชื่อเพราะเยื่อพรหมจรรย์ของเธอมันฉีกขาดไปก่อนแล้วด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ นั่นทำให้ไม่มีเลือดพรหมจารีไหลออกมาซักหยดช่วยยืนยันความบริสุทธ์ของเธอ...

    “ก็ได้ค่ะ...” เด็กสาวจำใจรับเงินจำนวนนั้นมา.. ก้องภพมองภาพนั้นด้วยความชิงชัง... เมื่อประจักษ์แก่สายตาว่าเธอต้องการเพียงแค่เงินจริงๆ...

    ดวงตาคู่สวยมองเหม่อไปยังท้องฟ้าสีแดง... พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน... ทุกอย่างกำลังจะอยู่ในความมืด.... ท้องฟ้าสีแดง... เหมือนเลือดสีแดงสดที่ไหลรินของเธอ...

    เงินที่เธอคิดว่าจะนำไปเอาเด็กออกนั้นถูกคัดค้านหัวชนฝาจากมารดา.. แต่ไม่เป็นไร... เธอยังมีทางเลือกอื่นอีกเยอะแยะ ...ปัญชิกาพยายามทำทุกอย่าง... ทุกวิธีทาง... กินยาขับเลือดก็แล้ว .. ทำให้เกิดอุบัติเหตุก็แล้ว.. ทำไมมันถึงไม่ตายไปซักทีนะ...

    เด็กคนนี้เป็นเสนียดจัญไรที่คอยเกาะกินเลือดเนื้อของเธอ.. เป็นสัญลักษณ์แห่งความอัปยศในชีวิตเธอ... ไอ้เด็กอัปรีย์ที่เกิดจากผู้ชายลักเพศนั่น...เป็นสิ่งที่เธอรังเกียจที่สุด... เธอจะทำลายมัน... หยุดเกาะกินเลือดเนื้อจากฉันซักที...

    “ฉันเกลียด! เกลียดมัน! เกลียดดดด..ด.....ด…” ปัญชิกากระหน่ำทุบครรภ์ของตนแรงๆ ..จนมารดาต้องวิ่งเข้ามาห้ามปราม

    “อีปุย!”

    “เอ็งจักบ้ารึไง! นี่ลูกเอ็งนะ!” เด็กสาวสั่นศีรษะกรีดเสียงร้องน้ำตาไหลด้วยความเคียดแค้น จนปารวีทนไม่ไหวโวยเสียงเข้ม

    “ใครเป็นคนบอกข้าวะ! ว่าเด็กคนนี้เกิดขึ้นมาด้วยความรัก! ความรักของเอ็งมันมีแค่นี้เองหรือ ?”

    เด็กสาวชะงัก มองแววตามั่นคงของมารดาตน...ก่อนร่ำไห้ราวกับจะขาดใจ น้ำตาไหลพรากจนดวงตาแดงช้ำ.. เธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว... อ้อมแขนเพรียวบางโอบกอดท้องที่โป่งนูนของตนเอง...

    ในที่สุดก็ถึงวันที่เธอรอคอย... หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานอุ้มเด็กอยู่ในท้องมานานหลายเดือน ...ต้องหยุดเรียน หยุดทำงาน ปล่อยให้มารดาเป็นฝ่ายหาเงินแต่เพียงผู้เดียว...

    “ไม่ออกมาปัญญาอ่อนก็บุญเท่าไหร่แล้ว.. เข้มแข็งจริงๆ เลยนะหลานข้าเนี่ย”

    “เอ็งตั้งชื่อให้ลูกหรือยังวะ ?” ปารวียิ้มถาม นิ้วมือเรียวเขี่ยแก้มยุ้ยของเด็กทารกบนเตียงอย่างรักใคร่

    “ตั้งแล้วแม่.. มันชื่อปรีย์”

    “ชื่อแปลกว่ะ ทำข้านึกถึงพวกหัวปลีอะไรแบบนั้น”

     “มันชื่อนี้เหละแม่.. เหมาะกับมันแล้ว”

    “แล้วมันแปลว่าอะไรวะ มีที่มามั้ย ?”

    “มันเกิดจากความอัปรีย์ไงแม่” คำตอบของลูกสาวทำให้หล่อนขมวดคิ้วมุ่นก่อนตวาดแหว

    “อีปุย! นี่มึงทำไมตั้งชื่อลูกไม่เป็นสิริมงคลแบบนี้วะ!” เสียงตวาดดังของปารวีทำให้เด็กน้อยเริ่มส่งเสียงกระจองอแง.. หล่อนจึงอุ้มเด็กทารกไกวไปมาเบาๆ

    “ไม่เป็นไรนะลูก โอ่ โอ๋ เดี๋ยวยายตั้งชื่อใหม่ให้แล้วกัน”

    “ชื่อปุ้นดีมั้ย ? ข้าวปุ้นไง ข้าอุตส่าห์คิดมาทั้งคืน” หญิงวัยกลางคนบอกกับลูกสาว ก่อนมองทารกในอ้อมแขนที่เริ่มหยุดร้อง...

    “แน๊ะ! หัวเราะชอบใจ น่าเกลียดน่าชังเสียจริง ..ให้มันชื่อข้าวปุ้นแล้วกันนะ”

    “..หนูฝากมันด้วยแล้วกัน” ปัญชิกายิ้มมองภาพมารดาเล่นกับลูกของตน... ก่อนหุบยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง..

    หลายวันหลังจากนั้นเมื่อเธอฟื้นตัวและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ...เด็กสาวมองเงินในมือ ก่อนกรีดดูจำนวนคร่าวๆ... ประมาณเกือบสามแสนที่ได้จากการขายอวัยวะภายใน.. เมื่อรวมกับค่าทำแท้งที่เธอได้และหักค่าใช้จ่ายในการทำคลอดแล้วมันน่าจะพอให้แม่ของเธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างสบายๆ...เธอไม่สามารถตอบแทนพระคุณมารดาไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว....

    ปัญชิกาฝากเงินทั้งหมดที่หามาได้อย่างผิดกฎหมายให้มารดา... เธอกดเบอร์โทรที่ท่องจำจนขึ้นใจในตู้สาธารณะแห่งหนึ่ง....

    “สวัสดีค่ะ ขอสายก้องหน่อยค่ะ”

    “พ่อก้องไม่อยู่ลูก.. ให้แม่บอกว่าใครโทรมาจ๊ะ ?”

    “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ..” ปัญชิกาวางสายลง.. เก็บเหรียญที่ร่วงหล่นภายในตู้ ....เธอรออย่างใจเย็น...เด็กสาวหมั่นโทรจนในที่สุดก้องภพก็รับโทรศัพท์....

    “สวัสดีครับ”

    “ก้อง.. นี่พี่เองนะ...”

       “พี่ปุย.. โทรมาทำไมอีก ?”
 
      “พี่แค่อยากเจอหน้าก้องเป็นครั้งสุดท้าย...”

      “พี่จะรอที่ดาดฟ้าโรงเรียนตอนเช้าพรุ่งนี้ ถ้าก้องไม่มาพี่จะบอกคุณน้าเรื่องนั้น...” สายโทรศัพท์ตัดทันทีเมื่อปัญชิกากล่าวจบประโยค ...ก้องภพหน้าซีดเผือด วางสายโทรศัพท์ด้วยมือสั่นเทา....
 
    ปัญชิกาแต่งกายด้วยชุดเก่ง... เดรสสีขาวที่ก้องภพซื้อให้... เธอแอบเข้ามาในโรงเรียนเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ดาดฟ้าและรอเวลา.. เด็กสาวพยายามคิด... หาวิธีทำลายก้องภพทุกวิธีทาง... มันมีอยู่เต็มสมองเธอไปหมด... แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ประจักษ์ว่า...เธอทำไม่ได้...

    “พี่ปุย” เสียงคุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อเด็กสาวแผ่วเบา... ปัญชิกาหันไปเผยยิ้มให้แก่ต้นเสียง...

    “นึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว”

    “ออกมาจากตรงนั้นเถอะ” ก้องภพบอกเมื่อเห็นว่าเธอยืนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง.... แต่เด็กสาวไม่ใส่ใจคำพูดของเขา...

    “ฉันไม่รู้นะ ว่าตลอดมาเธอคิดกับฉันยังไง ...แต่ตอนนี้ฉันเกลียดเธอ...” สรรพนามแทนตัวที่ฟังดูห่างเหิน ทำให้ปัญชิกาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ดูราวกับไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารู้จัก... เธอดูน่ากลัว...

    “ฉันขอสาปแช่งไม่ให้เธอได้มีวันได้พบความรัก.. ถึงมีคนมารักมาชอบแต่ก็ไม่สามารถเห็นถึงความจริงใจของเขา ...แม้จะมีความรักแต่สุดท้ายความเห็นแก่ตัวของเธอก็จะทำให้ทุกอย่างพังทลาย...ฉันขอสาปแช่งเธอด้วยชีวิตของฉัน” เด็กสาวกล่าวคำสาปแช่งเขาราวกับมันเป็นคำพูดที่แสนจะธรรมดาพร้อมกับเหยียดยิ้มหยัน

    “ทำไมพี่ปุยพูดแบบนี้ ? อย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่งเราก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กันไม่ใช่เหรอ ?” คำพูดที่ถูกจัดสรรให้ดูดีทำให้ปัญชิกาหัวเราะเย้ยหยัน... โชคดีเหลือเกินที่ผู้ชายที่เธอรัก ตายไปแล้ว...

    “คนที่ฉันรัก... ตายจากฉันไปนานแล้ว”

    หญิงสาวเผยอยิ้มเย็นชา ชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เธอแสนชิงชังเป็นครั้งสุดท้าย ...ก่อนค่อยๆ ก้าวขาออกไปยังพื้นที่ว่างเปล่า... ปล่อยให้ก้องภพมองตาค้างด้วยความตกตะลึง...

    .....ถึงฉันจะไม่สามารถทำให้แกหันกลับมารักฉันได้อีก... แต่ฉันสามารถทำให้แกจดจำฉันไปจนวันตายได้....   ร่างบอบบางร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงด้วยระดับความสูงของชั้นเรียน กระแทกพื้นเสียชีวิตทันที......แล้วตัวเมียก็จะฟักไข่...ก่อนตายตามตัวผู้ไป....
 
    ก้องภพพ่นลมหายใจออกเบาๆ.. เขาไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้... เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอตาย ความจริงเขาไม่คิดจะมางานศพของเธอด้วยซ้ำ.. ถ้าหากไม่ติดว่าแม่ของเขาสั่งและโมโหโกรธาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ดูแลรับผิดชอบเรื่องของตัวเอง... นี่ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพ่อเขาต้องโดนเฆี่ยนจนหลังลายแน่ๆ

    เขาต้องวุ่นวายหลายต่อหลายเรื่อง มีข่าวลือหนาหูภายในโรงเรียนจนเขาไม่สามารถทนอยู่ได้ ต้องขอให้แม่ช่วยทำเรื่องย้ายโรงเรียนเข้าไปเรียนในต่างเมืองแทน

    งานศพของปัญชิกาถูกจัดขึ้นหน้าบ้านของเธอ.. มีแขกมาร่วมงานมากกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ...เมื่อปารวีเห็นหน้าเขาเท่านั้นแหละ หล่อนก็ตวาดเสียงดังจนเพื่อนๆ ต้องเข้ามาช่วยกันห้ามปราม...ก้องภพเดินตัวลีบตามติดหลังมารดาเมื่อตนกลายเป็นจุดสนใจ...

    “พวกมึงจงไสหัวไปซะ! อย่าให้เราได้เจอะเจอกันอีก!!”

    “อย่างน้อยก็ขอให้ลูกชายฉันได้เห็นหน้าเด็ก.. ให้ฉันได้เจอหน้าหลาน...” ดารัตน์เอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยความใจเย็น... แต่ปารวีแค้นเคืองจนไม่อยากจะเห็นหน้าของพวกเขาแม้ซักวินาที...

    “อย่าหวังไปเลยว่าพวกเอ็งจะได้เห็นหน้าหลานข้า!!”

    ดารัตน์พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่หลายนาทีจนในที่สุด เธอจึงยื่นซองให้ปารวี... “นี่เป็นค่าทำขวัญ รับไว้เถิดจ๊ะ”

    หญิงวัยกลางคนเดือดดาล ไอ้คนตระกูลนี้เห็นพวกหล่อนเป็นอะไร ?.. มีอะไรไม่ลงรอยก็ให้เงิน    ปารวีตัดสินใจรับซองนั้น.. ก่อนฉีกออกเป็นชิ้นๆ.. และกล่าวคำที่ครั้งหนึ่งลูกสาวของเธอเคยกล่าวเพื่อรักษาเด็กในท้อง...

    “....ชีวิตหนึ่งชีวิตเงินแค่นั้น.. มันจะทดแทนกันได้ยังไง ?....” หล่อนพยายามสูดหายใจเข้าหลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์... ก่อนตัดสินใจเอ่ยบอก...

    “ข้าให้พวกเอ็งเห็นหน้าหลานข้าแค่ครั้งเดียวนะโว้ย แล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก” ปารวีเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน...ดารัตน์รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย... แต่ก็เดินตามไปโดยดี....

    “หลานฉันมีชื่อหรือยัง ?”

    “มันชื่อข้าวปุ้น” ปารวีตอบเสียงห้วน...

    “แปลว่าขนมจีนน่ะหรือ ? ...ผิวขาวจังเลย ตาโต๊โต... เข้ามาสิพ่อก้อง” ดารัตน์อุ้มหลานตนอย่างรักใคร่.. มองสำรวจผิวพรรณของทารกน้อยอย่างพึงใจ..

    ก้องภพมองดูลูกชายของตัวเองเต็มตา... เด็กหนุ่มจ้องมองทารกน้อยนิ่งราวกับจะจดจำทุกสิ่งไว้... ทั้งใบหน้า ดวงตา จมูก ปาก.. เด็กหนุ่มเบ้หน้า.. ยังกะลูกลิงชะมัด.. สาบานมาสิว่านี่คือลูกของเขาจริงๆ......และนั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกัน...

 

    

ออฟไลน์ akazu

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +240/-6
ดารัตน์เว้นระยะเวลาให้ปารวีทำใจ.. เธอไม่อยากเทียวไปเทียวมาให้หญิงอีกคนรำคาญใจนัก... นับจากวันนั้นปารวีไม่เคยให้เธอได้พบหน้าหลาน... แม้จะมาเยี่ยมไม่บ่อยนักก็ตาม...

    ปารวีเมื่อมีเงินมากก็ใช้มาก เก็บเงินแทบไม่อยู่มือ ...นิสัยเก่าๆ ทั้งกินเหล้า เล่นพนัน กำเริบจนเงินที่ลูกสาวเหลือไว้ให้แทบจะไม่มีเหลือเผื่อให้หลานเข้าเรียน

    ก้องภพนั่งอยู่ในรถ กดเกมส์ในมืออย่างเมามัน.. เด็กหนุ่มเข้าสู่ช่วงเจริญเติบโตเต็มวัยทำให้มีร่างสูงชะลูด แขนขาดูเก้งก้างไปหมด... ถ้าหากแม่เขาไม่บังคับเขาก็คงไม่ต้องมานั่งหง่าวอยู่ในรถแบบนี้หรอก.. ยังดีที่มีเกมส์บอยแก้เหงา.. เพราะไอ้น้องชายตัวดีที่พามาด้วยก็ไม่ค่อยพูดค่อยจาเอาแต่นั่งอ่านหนังสือทั้งวัน...

    “เฮ้ย! อะไรวะ ?” ก้องภพกล่าวอย่างตกใจเมื่อมีเสียงดังเหมือนมีคนเคาะรถ

    “เด็กแถวนี้มั้ง” กล้าหาญบอกก่อนเหลือบมองกระจกข้าง ...เด็กหนุ่มเผยอยิ้มเมื่อเห็นตัวการกำลังเล่นกับรถของเขาอยู่... เด็กหนุ่มเปิดกระจกรถเอ่ยถาม

    “เล่นอะไรอยู่ฮะ เราน่ะ ?” ดวงตาใสแจ๋วเงยขึ้นมองเขางงๆ.. ก่อนก่อนทำปากจู๋แล้วเป่านิ้วชี้ให้เขาเงียบๆ..

    ปรีย์ถูกยายสั่งให้หลบออกมาข้างนอกก่อน.. เด็กน้อยสงสัยนักว่าทำไมทุกครั้งที่มีรถคันใหญ่ๆ สวยๆ มาจอดหน้าบ้านยายต้องสั่งให้เขาหลบออกไปไกลๆ บ้าน... และวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่ามีตัวอะไรอยู่ข้างใน ยายถึงได้กลัวนักกลัวหนา....

    ก้องภพขมวดคิ้ว บอกน้องชายเสียงเรียบ “ไอ้กล้าจะคุยกับเด็กก็ออกไปข้างนอก แอร์ออกหมด”

    “นิดหน่อยเองพี่ก้อง ขี้บ่นยิ่งกว่าแม่อีก” กล้าหาญบ่นอุบก่อนดับเครื่องและลงจากรถ...

    “นี่แก!” ก้องภพชี้หน้าน้องชายก่อนเอื้อมตัวไปเปิดเครื่องยนต์ใหม่...

    กล้าหาญอุ้มเด็กน้อยพลางมองหาคนที่เป็นผู้ปกครองของเด็ก... เด็กหนุ่มคะเนอายุน่าจะยังไม่เข้าชั้นเรียน.. ทำไมถึงออกมาเดินเตร่ข้างนอกคนเดียวแบบนี้ ?

    “แล้วพ่อ แม่ หนูไปไหน ?” ศีรษะกลมป้อมส่ายไปมาเป็นคำตอบ.. ทำให้กล้าหาญขมวดคิ้วมุ่น

    “ไม่รู้เหรอ ? แล้วมีเพื่อนแถวนี้มั้ย ?” ปรีย์ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตนั้นสองส่องเข้าไปในตัวรถที่มีพี่ชายเขานั่งเล่นเกมส์กดอยู่...

    “นั่นเค้าเรียกว่าเกมส์บอย” เด็กหนุ่มพยักพเยิดไปทางพี่ชายแล้วบอกคนในอ้อมแขน

    “เห ?” เด็กน้องขมวดคิ้วเอียงคอมองเขางงๆ

    กล้าหาญเปิดประตูรถบอกพี่ชายตน..  “พี่ก้องก็ให้น้องเค้าดูหน่อยสิ ในมือพี่น่ะ”

    “ฮึ!” แต่ก้องภพส่งเสียงในลำคอก่อนปิดประตูรถและล็อคไม่ให้น้องชายเข้าไปก้าวก่าย...

    “อย่ายุ่งกับพี่เขาเลย สงสัยช่วงนี้เมนส์มา” กล้าหาญบอกคนในอ้อมแขน ปล่อยให้เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าเมนส์แปลว่าอะไร...

    “หมั่นเขี้ยวจังเลย แก้มยุ้ยเชียว” กล้าหาญว่าก่อนใช้ริมฝีปากงับแก้มนิ่มเบาๆ

    ผ่านไปไม่กี่นาทีกระจกรถก็เลื่อนลง ก้องภพบอกน้อยชายเสียงหงุดหงิด

    “กล้าไปดูแม่ให้ทีสิ ทำไมนานจัง” กล้าหาญเลิกคิ้ว ก่อนวางเด็กในอ้อมแขนลง ...เมื่อเห็นน้องชายตนเดินไปอย่างว่าง่ายแล้วก้องภพเหลือบมองเด็กที่ถูกทิ้งไว้กับเขา..

    “มานี่สิ ไอ้ตัวเล็ก”

    “อยากลองเล่นใช่มั้ยล่ะ ?” เด็กหนุ่มแกว่งเครื่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีมือไปมา.. หลอกล่อให้ปรีย์ปีนขึ้นไปในรถ แล้วเขาก็ปิดประตู...

    “เฮ้ย! เดี๋ยวก็พังหรอก! ตั้งหลายพันเลยนะ!” ก้องภพร้องเสียงหลง รีบดึงตัวเครื่องออกจากปากของไอ้ตัวเล็ก

    ปรีย์หัวเราะชอบใจ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ  เด็กหนุ่มขยี้หัวไอ้ตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว.. เขาไม่ชอบเด็กตัวเล็กๆ เลย... แต่ไม่รู้ทำไมเวลาเห็นเด็กคนนี้หัวเราะจนเห็นฟันหลอแล้ว เขาถึงชอบใจนัก...

    “พี่ก้อง! เข้าไปข้างในกับกล้าหน่อยสิ” กล้าหาญเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง แอบยิ้มเมื่อเห็นพี่ชายตนกำลังเล่นเกมส์ให้เด็กตัวเล็กในตักดู...

    “ทำไม ?” ก้องภพซ่อนความอายหันไปถามด้วยความสงสัย

    “แม่น่ะสิ ไล่กล้าออกมา มีป้าคนนึงยืนด่าแม่ฉอด ๆ เลย”เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงรีบลงจากรถและตามน้องชายเข้าไปในบ้านที่เขาไม่เคยเยื้องกรายเข้าไปเลยตั้งแต่งานศพในวันนั้น...

    ปรีย์เดินตามเด็กหนุ่มทั้งคู่ไปด้วยความสงสัย... ยายของเขากลัวอะไรนักหนากับคนพวกนี้.. ไม่เห็นน่ากลัวเสียหน่อย ?..

    “เออ! มากันทั้งโขยงเลยทีเดียว ข้าจะได้ประกาศให้รู้ว่าพวกเอ็งไม่ต้องมาที่นี่อีก ทำดีเท่าไหร่ข้าก็ไม่เห็นใจพวกเอ็งหรอก...” ปารวีกอดอกว่าฉอดๆ ถลึงตามองเด็กตัวเล็กที่หล่อนเลี้ยงข้าวให้นมทุกวี่ทุกวัน ทำไมมันไปอยู่กับไอ้พวกนี้ได้!

    “ปรีย์! เอ็งมานี่!” ปารวีเอ่ยเรียกเสียงดัง.. ปรีย์สะดุ้งโหยงก่อนเดินไปหายายอย่างว่าง่าย.. แต่ตัวเล็กๆ ของเขาถูกดารัตน์คว้าไว้ทัน

    “หลานฉันเหรอ ?.. หลานชั้นใช่มั้ย ?”

    “ข้าวปุ้นใช่ไหมลูก ? มาให้ย่าดูหน้าดูตาหน่อย”

    “เอ็งปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ปารวีรีบเข้าไปยื้อแขนเล็กป้อมให้กลับมาหาหล่อน

     “โอ๊ย! หนูเจ็บ!” ปรีย์ร้องเสียงหลงเมื่อยายของเขาออกแรงดึงแขน.. จนดารัตน์ต้องเป็นฝ่ายปล่อยมือให้เด็กกลับไปหายายของเขา...

    “ขอร้องเถอะนะ.. ฉันยินดีรับเลี้ยงเด็กคนนี้”

    “ฝันไปเถอะ! พวกเอ็งทำชีวิตข้าฉิบหาย! เอาลูกข้าไปแล้ว ยังคิดจะมาเอาหลานข้าไปอีก!” ปารวีตวาดลั่นน้ำตาคลอ กอดร่างเล็กไว้แนบอกอย่างหวงแหน

    “ไสหัวไปเดี๋ยวนี้นะ! ...แล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก ออกไป๊! ...ออกไปให้หมดทั้งฝูงเลย!” ดารัตน์หันมองลูกชายทั้งสองคน สูดลมหายใจเบาๆ ...ก่อนตัดสินใจเอ่ยลา..

    “แล้วฉันจะมาใหม่นะ”

    “ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก! ออกไป๊!” ปารวีออกปากไล่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนทรุดตัวลงซบอกเล็กๆ อย่างหมดแรง... เมื่อไหร่ไอ้พวกนี้จะเลิกจองเวรกับหล่อนและหลานชายเสียที...

    ดวงตาสุกใสขัดกับร่างกายที่เริ่มร่วงโรยมองเด็กน้อยตรงหน้านิ่ง... เธอควรจะปล่อยให้หลานมีชีวิตที่ดี.. หรือว่าปล่อยให้หลานตกระกำลำบากอยู่กับเธอดีหนอ ?....

    “ป้าเค้าแกล้งยายเหรอ ? ...ไม่ร้องนะจ๊ะยาย” เสียงใสว่าเบาๆ ซับน้ำตาจากดวงตาของปารวีก่อนกอดยายของเขาแน่น...

    “หนูจะอยู่กับยายเอง” หญิงวัยกลางคนสะอื้นฮัก... แล้วแบบนี้หล่อนจะยกเด็กคนนี้ให้ดารัตน์ได้อย่างไร ?... หล่อนยอมรับว่าเห็นแก่ตัว แต่ปรีย์เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตของหล่อนสามารถดำเนินต่อไปได้....

    “ข้ากับเอ็ง จะไปจากที่นี่... จะไปในที่ๆ พวกมันตามหาไม่เจอ... พวกเราจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที” ดวงตากลมโตแอบเหลียวกลับไปมองเด็กหนุ่มทั้งสอง...

    กล้าหาญหันกลับมาสบตากับเด็กน้อยพอดิบพอดี เด็กหนุ่มเผยยิ้มและโบกมือลา..
 
       “แม่ของเอ็งชื่อปัญชิกาแปลว่าปุยฝ้าย ส่วนเอ็งชื่อปรีย์...”

      “แปลว่าอะไรจ๊ะยาย ?”

     “ไม่รู้แม่เอ็งสิ คงต้องไปถามมันเองแล้วล่ะ”

.....................................................................
 :sad4:ไม่อยากจะมาต่อ แ่ต่คนแต่ง ท่านมีตอนพิเศษไว้ให้เชยชม ถึงที่มาของน้องปรีย์ และชื่อของน้อง อ่านแล้วมันก็ยังจี๊ดเหมือนเดิมอยู่ดี เป็นครอบครัวที่น่าสงสารจริง ๆ

ออฟไลน์ boworange

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 537
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-0
 :o12:  ตอนพิเศษจริงๆอ่านไปน้ำตาตกไป....... :impress3:

 :o8:ไหนๆก็กรุณามาต่อแล้ว  ยังไงก็มาต่อเรื่อยๆนะคะ   :กอด1:

 :a5: อ่านแล้วโครตๆๆๆๆจะสงสารปรีย์เลยอ่ะ..... :m15:  เมื่อไหร่น้องจะมีความสุขกับเค้าสักทีนะ  :เฮ้อ:

 :pig4: คนเขียนที่กรุณาสละเวลามาเขียนตอนพิเศษให้ได้อ่าน

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
เป็นตอนพิเศษที่ทำให้ยิ่งสงสารปรีย์มากขึ้นไปอีก

ออฟไลน์ kyoya11

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4680
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +340/-12
ชีวิตรันทดแท้หนูปรีย์ของพี่ :m15:

Way

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ KaorPaor

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 669
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-4
พ่อลูกเจอกันแต่จำกันไม่ได้เลยกลายเป็นโศกนาตกรรม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด