[ กลรัก ... เปื้อนสี ] แล้วนะครับ !!!!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] แล้วนะครับ !!!!  (อ่าน 281846 ครั้ง)

lungkhao

  • บุคคลทั่วไป
ตอนที่ 9   ไม่ผิดใช่ไหม .. ที่รักใครไม่เป็น


ไม่บอกก็รู้ครับ ว่าไอ้เดช เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของผมคนนี้ มันคิดยังไงกับไอ้เด็กน้ำมนต์  เห็นแค่แววตาที่มันมองน้องน้ำมนต์ ก็รู้ถึงจิตใต้สำนึกมันแล้วครับ  ไม่ไม่รู้ ว่าไอ้เดชมันก็เป็นเหมือนผม ที่มีนิสัย หญิงก็ได้ ชายก็ดี ฟันฟรีเอาหมด และผู้หญิงที่ร้านเหล้าวันนั้น ไม่อยากจะพูดของเพื่อน ว่าเด็กล่า ไม่แพ้มันนั่นแหละ นั่งจึงไม่ต้องถามเรื่องความสัมพันธ์หลังจากนั้นของทั้งสองคน
 

ผมเคยบอกแล้วใช่มั๊ยครับ ว่าไอ้เดชมันเคยแย่งกิ๊กผม  เรียกว่าแย่งคงไม่ใช่ เพราะไอ้เดชมันก็แทบจะไม่ได้ทำอะไร กิ๊กผมตอนนั้นต่างหาก ที่มันร่านไม่รู้จักพอ ได้ผมแล้ว แต่ก็ยังอยากจะได้เพื่อนผมอีก  แต่ผมก็คงลืมบอกไป ว่ากิ๊กผมคนนั้น เป็นเด็กผู้ชาย



“เออ คนนี้แหละ .. รู้แล้วก็ห่างๆไว้” ผมบอกไอ้เดช พร้อมกับข่มขู่ทางสายตา ไอ้เดชเห็นถึงกับผงะไปพักนึง ส่วนน้องน้ำมนต์ไม่ต้องพูดถึง หน้าตอนนี้บึ้งตึงอย่างกับหมีกินผึ้งมา

“พี่เอ็ม ขอน้ำมนต์ไปนั่งตรงนั้นได้มั๊ย” นั่นไงครับ แสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ทำไมต้องเปลี่ยนที่นั่ง” ผมถาม

“อยากไปนั่งใกล้หญิง”

“มึงโกหก”

“ไม่อยากจะนั่งใกล้นาย ... ความจริงแล้ว พอใจยัง”  มันพูดพร้อมกับลุกขึ้นไป แล้วไปยืนที่ไอ้เอ็ม เพื่อกดดันให้ไอ้เอ็มลุกขึ้น ไอ้เอ็มหันมามองหน้าผมนิดนึงเชิงถามว่าเอาไง ผมพยักหน้าส่งๆไป ยังไงน้ำมนต์ก็โกรธแล้ว ไม่อยากจะให้โกรธมากกว่านี้


“งานเข้าแล้วไงพี่ปีโป้” ช้างน้อยพูดขึ้นมาอย่างกับรู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นยังไง





ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปฝั่งน้ำมนต์

“หญิง พี่ขอนั่งตรงนี้ได้มั๊ย” ผมขอร้องหญิง

“เอ่อ ..”

“พี่จะนั่งตรงนี้ !!” ตอนนี้กลับกลายเป็นบังคับละ  หญิงเลยต้องจำใจลุกขึ้น ทั้งๆที่มีมึงน้ำมนต์ดึงไว้ แต่เธอก็เดินไปนั่งอีกทางจนได้ บรรยากาศบนโต๊ะดูอึมครึมไปหมด แม้กระทั่งพนักงานที่มาเสริฟส้มตำ ยังกล้าๆกลัวๆที่จะเสริฟ




“ชอบทำนิสัยเถื่อนๆแบบนี้ตลอดสินะ” ยังไม่ทันนั่งครับ ก็โดนคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าด่าซะละ

“ก็มึงทำตัวให้กูต้องเถื่อน” ผมพูดพร้อมกับนั่งลง

“ตัวเองไม่เคยจะผิด” น้ำมนต์พูดออกมาเบาๆ

“กูยอมรับกูผิด แต่กูจะทำให้มันกลายเป็นถูก”

“คิดไปเอง”

“เอ๊ะมึงเนี่ย เมื่อไหร่จะเลิกเถียง เห็นมั๊ยกูเจ็บแขนอยู่” ผมเริ่มเอาแขนที่เข้าเฝือกมาอ้าง

“..” มันกลับเงียบแทน เออ ดี เจ๋ง

“ทำไมต้องเปลี่ยนที่นั่ง ไม่พอใจอะไรกู กูพูดอะไรผิด” ผมถามมัน

“ก็แค่อยากให้นายคุยกับเพื่อนได้สบายขึ้น”

“โกหก”

“อืม”





อีกแล้วครับ ทำไมต้องจบประโยคด้วยคำว่าอืมด้วย ผมละเบื่อจริงๆ เล่นเอาไปต่อไม่ถูกเลย




“ว้ายยย ปลาร้ามาแล้ว กลิ่นหอมมาเชียว มาจกกันเถอะค่า ... ช้างน้อยเครียดจนน้ำย่อยกัดกระเพราะหมดแล้ว” น้องช้างน้อยคงเห็นว่าสถานการณ์ดูไม่เข้าท่า เลยชวนให้ทั้งโต๊ะคลื้นเคลง

“พี่บ่าวว่าน้องช้าง ใช้มือจกก็ได้นะครับ จะได้อินๆไง” ไอ้บ่าวก็เริ่มชวนช้างน้อยคุยเล่น

“พี่บ่าวคะ หนูบอกกี่ครั้งแล้วว่าหนูชื่อช้างน้อย เรียกหนูว่าช้าง เดี๋ยวแม่ก็ตกมันให้ดูเสียนี่”

“จ้าๆๆ  อ่ะนี่เอาไก่ไปกินนะจ๊ะ อย่าตกมันเลยนะ”



และก็เป็นจริงอย่างที่พวกมันสองคนอยากให้เป็น บรรยากาศรอบโต๊ะก็ดูครึกครื้นขึ้น น้ำมนต์ดูมีรอยยิ้มมากกว่าเมื่อกี้ หันไปมองไอ้เดช ก็ยังมองมาทางน้ำมนต์ไม่หยุด มันคงรู้สินะ ว่าน้ำมนต์กำลังไม่พอใจผม ..


นี่มึงจะแย่งของกูอีกแล้วเหรอ ...



ไม่สิ , ผมแค่วิ่งนำมาก่อน .. และมันอาจจะกำลังวิ่งตามหลัง



ยังไม่มีใครถึงเส้นชัยทั้งนั้น ..





“กินไรมั๊ยมึง เดี๋ยวกูตักให้” ผมถามน้ำมนต์

“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ก่อนจะช่วยคนอื่น” 

“งั้นมึงก็ฉีกไก่ให้กูหน่อย กูอยากกิน”  ไม่ให้ผมช่วย ก็ต้องมาช่วยผม

“วุ่นวาย”  น้ำมนต์หันมาด่าผม ก่อนที่จะยื่นมือไปหยิบไก่มาฉีก แล้วส่งให้ผม

“ป้อนด้วย” ผมบอกมัน

“ถ้ามือทั้งสองข้างใช้งานไม่ได้ ก็ใช้ลิ้นเลียเอา” น้ำมนต์พูดพร้อมกับเอาไก่วางไว้บนจานผม


ไอ้คำว่าเลียเอานี่มันทะแม่งๆนะครับ , ว่ามั๊ย



หรือว่าผมถูกหลอกด่า , ไม่หรอก



“ใจร้าย ไม่ช่วยคนป่วยเลย” ผมบ่นเล็กๆ

“แต่เหมือนนายไม่ได้ป่วยอะไรนะ ยังกะล่อนได้เหมือนเดิม”

“ก็ใครกันละ ทำให้กูเป็นแบบนี้”

“จะโทษเราว่างั้น”

“เปล่าซะหน่อย” ไม่กล้าว่าอะไรหรอกครับ เมื่อกี้ก็ดราม่าไปแล้ว ถ้าจะให้ดราม่าอีก ผมว่าได้เก็บเงินกลับบ้านกันแน่





พวกเรานั่งกินส้มตำกันนานพอสมควร สั่งกันมาเยอะแยะไปหมดครับ น้ำมนต์ก็ช่วยผมบ้าง ให้ผมกินเองบ้าง ไม่ได้ช่วยเพราะหลงผมหรืออะไรหรอกครับ สงสารซะมากกว่า .. แต่ก็ดีครับ อย่างน้อยๆก็มีความรู้สึกอื่นบ้าง ที่ไม่ใช่ทำหน้าเซ็งๆ หยิ่งๆ หรือไม่รู้หนาวรู้ร้อนเหมือนแต่ก่อน

เย็นวันนั้นผมให้ไอ้โอ๊ตขับรถพาผมมาส่งน้ำมนต์ที่รถครับ ไอ้เดชยังอาสาจะไปส่งน้องน้ำมนต์ด้วย และน้ำมนต์ก็เต็มใจให้มันไปส่งด้วย  โดยให้เหตุผลว่า ยังไงก็นั่งกับพี่แกมาตั้งแต่แรก  น่าเจ็บใจ


หลังจากที่ส่งน้ำมนต์เสร็จ ผมก็กลับมานั่งเล่นที่หอเหมือนเดิม เมื่อความสุขผ่านไป ความวุ่นวายก็จะตามเข้ามาสินะ ยังไม่ทันย่างเข้าหอ ผมก็เห็นน้องจอยนั่งรออยู่ใต้หอแล้ว

“มึงขึ้นไปก่อนไอ้โอ๊ต กูขอจัดการอะไรหน่อย” ผมบอกไอ้โอ๊ต ให้มันเดินขึ้นห้องไปก่อน ช่วงนี้ไอ้นี่มาอยู่กินกับผมครับ ตัวดิดกันยังกับคู่แฝด แต่ก็ดีนะครับ เพราะช่วงนี้ผมทำอะไรคนเดียวลำบากมาก



“พี่โป้ ทำไมไม่รับโทรศัพท์จอยคะ” น้องจอยซัดมาทันทีที่เห็นหน้าผม

“พี่รับไม่ได้ เจ็บแขน”

“เจ็บแขนอะไรกัน อีกข้างนึงก็รับได้”

“พี่กินยา แล้วก็นอนหลับ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร” ผมพยายามบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยครับ

“แล้วทำไมตื่นมาไม่โทรกลับ จอยโทรหาพี่หลายสายแล้วนะ” เธอก็ยังยกประเด็นอื่นมาอีก

“ไอ้โอ๊ตพาพี่ไปกินข้าว ลืมเอามือถือไป” ผมบอกเธอ

“งั้นคืนนี้จอยนอนกับพี่นะ ให้พี่โอ๊ตไปนอนหอแก” เธอเริ่มอ่อนลง จนกลายเป็นคนที่ต้องง้อผมแทน

“ไม่เป็นไรหรอก ลำบากเราเปล่าๆ ไอ้โอ๊ตมันผู้ชาย มันช่วยอะไรได้ดีกว่าเรา”

“ทำไมพี่โป้พูดแบบนี้ ทำไมถึงเฉยชากับจอยแบบนี้ เบื่อจอยแล้วเหรอ” เธอเริ่มโวยวายขึ้นอีกแล้ว ผู้หญิงนี่ตามอารมณ์ไม่ทันเลยจริงๆ

“พี่ไม่ได้เบื่อเรานะ เอาไงดีละ คือว่าพี่ว่า ... เราห่างๆกันบ้างก็ดีนะ” ไม่รู้ครับ ไม่รู้ว่าจะต้องบอกเลิกใครสักคนเขาต้องงัดประโยคทิ่มแทง ตรงไปตรงมา เพื่อให้รู้ๆกันไป แต่พอถึงเวลาจริงแล้ว เราก็ต้องหาประโยคอ้อมโลกมาพูดกันอยู่ดี

“ห่างกัน .. ทำไมคะ พี่โป้มีคนใหม่แล้วนั้นเหรอ” เธอพูดมาแบบจริงจัง แววตาของเธอดูดุดันขึ้น

“ก็ไม่เชิง”

“พี่โป้ .. พี่โป้ทำแบบนี้ได้ไง จอยไม่เคยมีใคร แต่ทำไมพี่ปีโป้ทำแบบนี้” เธอพูดพร้อมกับเอามือมาตีที่ตัวผม มันอาจจะสะเทือนไปโดนแขนที่เข้าเฝือกผมบ้าง ยอมรับว่าเจ็บ แต่ผมว่าคงน้อยกว่าเธอ

“พี่ขอโทษนะจอย แต่เราก็คุยกันตั้งแต่ตอนแรกแล้วนี่ ว่าเราคบกันแบบไหน”

“แต่ .. แต่จอย”

“ถ้ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา  พี่ก็ว่าไม่เห็นมันจะแปลกอะไร” ผมบอกเธอไป เพราะเรื่องการคบหาของผมกับเธอ เราไม่เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ เพราะนั่น .. ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ

“จอยไม่ยอมหรอกคะ กว่าจอยจะได้พี่มา มันก็ยากเย็น แล้วนี่จะมาทิ้งจอยไปง่ายๆ พี่โป้มองจอยผิดไปแล้วค่ะ” เธอพูดอะไรออกมาอีกเยอะแยะมากมาย พร้อมกับเดินจากหอของผมไป





อีกแล้ว , ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้วสินะ ผมนั่งทรุดลงกับม้าหินอ่อนของสวนที่หอลงอย่างเหนื่อยใจ .. มันไม่ใช่ครั้งแรกของผู้ชายที่รักสนุกและไม่รู้จักพออย่างผมต้องเจอแบบนี้ .. เพราะทุกคนที่เจ้ามาหาผมหรือผมเข้าไปหา เขาก็รู้ดีว่าผมต้องการแค่สัมพันธ์ทางกาย  แต่ก็ทุกคนที่เข้ามา ได้คืบจะเอาศอก .. ได้กายหวังจะเอาใจ


ผิดที่เขาที่หวังมากเกินไป




หรือผิดที่ผม .. ที่รักใครไม่เป็นสักที







“กลับไปแล้วเหรอวะ” ไอ้โอ๊ตคงแอบมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เมือ่เห็นว่าสถานการณ์โอเค เลยเข้ามา พร้อมกับมือที่ตบลงบนบ่าผม

“อืม สงสารวะ” ผมบอกไอ้โอ๊ต

“คนที่เจ็บเพราะความรัก น่าสงสารทั้งนั้นละ”  ไอ้โอ๊ตบอกผม ผมเงยหน้าขึ้นมองมันนิดหน่อย

“มึงพูดอย่างกับเคยเจ็บเพราะรัก” ผมถามมัน

“อะโด่ กูโตแล้วนะมึง เจ็บเพราะรัก ใครๆก็เคยๆกัน” มันพูดมายิ้มๆ

“เหรอ  กูเคยป่ะวะ ไม่แน่ใจวะ” ผมบอกมันไป พร้อมกับคิดถึงรักครั้งก่อนๆที่เคยผ่านมา

“เคยสิ มึงต้องเคยแน่ ไม่งั้นมึงจะทำตัวแบบนี้เหรอ”

“แบบนี้ .. ยังไงวะ”

“เล่นกับความรัก เล่นกับความรู้สึกคนอื่น มองทุกอย่างเป็นแค่ความใคร่ ความสนุก”

“กูดูเลวจังวะ” ผมบอกมัน  ทำหน้าจริงจัง

“กูก็ว่างั้น” มันก็ตอบมาหน้าจริงจังเหมือนกัน





อยากจะขำเหมือนที่ไอ้โอ๊ตกำลังอมยิ้มเหมือนจะหลุดขำผมเหมือนกันครับ แต่ก็ขำไม่ออกครับ เมื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านเข้ามา ไอ้โอ๊ตมันพูดถูกทั้งหมด ผมมองความรักเป็นแค่ความใคร่ ความสนุก ทุกอย่างที่เข้ามาไม่เคยทำให้ผมเคยคิดเลยว่าผมจะจริงจังกับมัน ทุกคนที่เข้ามาก็รู้ .. แต่เขาพยายามเข้ามาเปลี่ยน .. แต่ก็ไม่เคยมีใครทำได้




สำหรับผมแล้ว ..




“หากคนเราเคยเจ็บเพราะรัก .. ไม่ผิดหรอก, ที่เราจะเอาคืนมันบ้าง ..”

ออฟไลน์ Still_14OC

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-7
ใครทำ ปีโป้น้อย หว่า  o12

ออฟไลน์ Pumpkin

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
ปีโป้มีอดีตงั้นเหรอเนี่ย
แต่บางทีการจะเอาคืนมันก็น่าจะมีลิมิตนะเราว่า ไม่งั้นชีวิตไม่มีความสุขหรอก
พอได้แล้วแหละมั้ง ไอ้การเอาคืนเนี่ย

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
โป้เอ๊ย~ น่าฉงฉาน...ซะเมื่อไหร่เล่า
จะจีบน้องก็ไปเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเหอะ
ตามมาเม้น

ออฟไลน์ maxiez2p

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
เดช เราว่าน่าไม่โอละนะ
= ="

lungkhao

  • บุคคลทั่วไป
ตอนที่ 10

หลังจากวันนั้นที่ไปกินส้มตำมากับพวกนายปีโป้มา ผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาอีกเลย  นี่ก็ผ่านมา สามวันได้แล้ว ที่นายปีโป้ไม่โผล่หน้ามาที่วิทยาลัยผม ผมกับเพื่อนๆก็มัวแต่ยุ่งๆเรื่องการเรียน เจอพี่เอ็มบ้าง ก็ถามไถ่กันไป



“แปลกจังเลย ทำไมพี่ปีโป้ถึงหายไปเลยนะ” ช้างน้อยแอบบ่นครับ

“ทำไม แกคิดถึงเหรอ” หญิงถาม

“ก็มีบ้าง แต่คนที่น่าจะคิดถึงกว่า คงไม่ใช่ชั้น” ช้างน้อยพูดพร้อมกับหันหน้ามามองที่ผม

“มองหน้าเราทำไม มีอะไรเหรอ” ผมถามไปแบบไม่รู้ไม่ชี้

“เนียนตล๊อดดดดด” ช้างน้อยพูดเสียงสูง อย่างกับไม่เชื่อถือผม

“แต่เราว่าก็ดีแล้วนะ รู้กสึกสบายใจดี ไม่มีใครมาพูดจาเถื่อนๆกวนสมอง” ผมบอกช้างน้อยไป

“แน่เหรอยะ วันแรกๆเห็นมองหาแล้ว มองหาอีก”

“มั่วแล้ว เราไม่ได้หานายปีโป้”

“แล้วมองหาใคร”  ช้างน้อยถาม ในขณะที่ผมก็กำลังมองหาคนๆนึงพอดี




“แพร” ผมกวักมือเรียกผู้หญิงทีกำลังเดินเข้าร้านมา

“อะไรนะ  แกมองหานังแพรนีเหรอ” ช้างน้อยถาม

“สวัสดีน้ำมนต์ ช้างน้อย หญิง” แพรเข้ามาถึงก็ทักทายผมและเพื่อนๆ

“สวัสดีย่ะ” ช้างน้อยพูดกระแทกเสียงใส่

“ไปกันเลยมั๊ยน้ำมนต์” แพรหันมาถามผม

“จะไปไหนกัน” หญิงแทรกถามขึ้น

“พอดีแพรจะชวนเราไปช่วยซื้อของที่ใช้ทำผลงานอ่ะ” ผมหันไปบอกหญิง

“คือแพรเลือกไม่ค่อยเก่ง เลยอยากให้น้ำมนต์ไปช่วย” แพรพูดเสริม

“อ้อเหรออออ  มันคงเลือกยากมากเลยสินะ แค่เลือกสี พู่กัน กระดาษ” ช้างน้อยครับ

“ไปด้วยกันมั๊ย หญิง ช้างน้อย” ผมเลยเลือกที่จะชวนพวกเขาสองคนไปด้วย

“ไม่เป็นไร น้ำมนต์ไปเถอะ วันนี้หญิงรีบกลับบ้าน” หญิงตอบผมมา

“ช้างน้อยละ ?”

“ไม่ละ ชั้นไม่อยากไปขัดใจให้เสียอารมณ์”

“งั้นเราไปกันเถอะน้ำมนต์ เดี๋ยวเย็นแล้วรถจะติด” แพรพูดพร้อมกับจับมือผมเดินออกไป ผมหันไปยิ้มให้กับช้างน้อยกับหญิงนิดหนึ่ง ถึงหน้าตาของพวกเธอสองคนจะไม่ยิ้มมากนัก แต่ก็ไม่ ถึงกับแย่





ปกติแล้วผมไม่เคยไปไหนมาไหนกับคนอื่นเลย นอกจากสองคนนั้น  อาจเป็นเพราะว่าไม่มีใครมาชวนผมมากกว่า เพราะคนอื่นๆมองว่าผมเป็นคนหยิ่ง  ทั้งที่ไม่เคยรู้จักผม  สำหรับแพร ผมว่าเค้าคงอยากเป็นเพื่อนกับผม เธอเลยเข้ามาคุย และชวนผมไปไหนมาไหน  อันที่จริงผมก็อยากจะให้แพรสนิทกับหญิง และช้างน้อยเหมือนกัน แต่เหมือนว่ามันจะไม่สมหวัง เพราะจากท่าทีของหญิงและช้างน้อย ก็ดูไม่เป็นมิตรอะไรเลยกับแพร





จะว่านายปีโป้หายไปก็จริง แต่ที่เข้ามาก็พี่เดชอีก  รายนี้เล่นมาดักรอหน้าวิทยาลัยกันเลย แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก แค่เข้ามาทัก แล้วบอกขอไปส่ง แต่ผมก็ปฎิเสททุกครั้ง ไม่อยากมีปัญหากับใคร และก็ไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหากันเพราะผม





“น้ำมนต์คิดไรอยู่เหรอ ดูเครียดๆจังเลย” แพรถามผมขณะที่กำลังเดินเลือกของกันอยู่

“เปล่าหรอก  แพรเลือกของครบแล้วเหรอ”

“อืม ครบแล้ว  น้ำมนต์อยากได้อะไรมั๊ย”

“ไม่ละ ไปจ่ายเงินกันเถอะ”

“อืม”




ผมกับแพรเดินเลือกของกันไม่นานครับ และของที่แพรต้องการจะปรึกษาผมนั้น เธอก็ตัดสินใจซื้อเอง โดยไม่ได้ถามผม ก็ยังงงๆอยู่ว่า จะให้ผมมาเป็นเพื่อนทำไม




“ไปกินขนมหวานกัน เดี๋ยวแพรเลี้ยง”  แพรพูดบอกผม เมื่อเราเดินออกมาจากร้าน

“เอ๊ย ไม่เป็นไร ไม่ต้องเลี้ยงหรอก”

“ได้ไง น้ำมนต์อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนแพร ไปเถอะนะ นะนะ”  ไอ้ที่เค้าว่า ลูกอ้อนผู้หญิงนั้นน่ากลัว ผมว่าจริงนะครับ
“ก็ได้”








ไม่รู้ว่าความบังเอิญ หรือว่าโลกแคบ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เราไปไหนแล้วต้องเจอคนที่เคยเจอ รู้จัก หรือแฟนของใครที่เรารู้จัก ใช่แล้วครับ ผมเจอกับกลุ่มแฟนของนายปีโป้ ถ้าจำไม่ผิด เธอน่าจะชื่อจอย แต่แปลกที่เธอมานั่งกินขนมหวานกับคนอื่น ที่ไม่ใช่นายปีโป้


“น้ำมนต์รู้จักเค้าเหรอ” แพรถามผม

“อ๋อ เคยเห็นผ่านๆนะ” ผมบอกแพร

“เขาสวยดีเนอะ ตัวขาว สวย แก้มชมพู ไม่เหมือนแพรเลย”

“ใครบอกละ เราว่าแบบแพรก็น่ารักไปอีกแบบ ไม่เห็นต้องเหมือนคนอื่น”

“จริงเหรอ น้ำมนต์คิดแบบนั้นเหรอ”

“ใช่ คนเรามันสวยต่างกัน อยู่ที่ว่าใช้อะไรมอง”

“ปากหวานแบบนี้ สาวคงติดตรึมสินะ”

“เอ๊ย ไม่มี”

“แหนะ ไม่เชื่อหรอก”

“จริงๆ น้ำมนต์ยังไม่คิดมีใครตอนนี้หรอก อยากเอาจริงเอาจังกับเรื่องเรียนนะ”

“น่ารักจังเลย”

“ความคิดใช่ป่ะ”

“น้ำมนต์นั่นแหละ” 



โห เขินเลยเรา อุตส่าห์เลี่ยงประเด็น แต่แพรก็ดันตอบมาตรงๆแบบนี้ เล่นเอาไปไม่ถูกเลย เวลาผู้หญิงมาชมว่าเราน่ารักนี่ต้องทำตัวยังไงนะ  เขินแบบนี้หรือเปล่า เอามือเกาหัวแบบนี้หรือเปล่านะ



“ขนมหวานได้แล้วจ๊ะ”  ดีนะครับ ทีเด็กเสริฟมาช่วยขัดจังหวะให้ ไม่งั้นผมคงทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มคุยอะไรกับแพรต่อดี

“กิน  ขนมหวานกันเถอะ” ผมบอกเธอ เธอยิ้มให้ผมเหมือนจะขำๆ แต่กลั้นไว้  .. ร้ายจริงนะแพร ทำผมไปไม่ถูกแบบนี้







ระหว่างที่กินขนมหวานกับแพร ผมก็มองไปทางโต๊ะคนชื่อจอยบ่อยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะจับผิด แต่สายตามันชวนสงสัย ว่าตอนนี้จอยกับนายปีโป้มันยังไงกัน ทำไมแฟนเขาถึงมานั่งกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้






“ขอบใจน้ำมนต์มากนะ ที่มาซื้อของเป็นเพื่อนแพร และก็มากินขนมหวานเป็นเพื่อนด้วย” แพรพูดบอกผมที่ท่ารถขึ้นรถของเธอ

“ไม่เป็นไรหรอก  เต็มใจครับ” ผมบอกเธอไป

“งั้นแพรไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้”  เธอพูดพร้อมกับโบกมือ ลาผม  ผมยกมือขึ้นโบกเธอเล็กน้อยก่อนยิ้มให้






คราวนี้ก็ถึงตาผมเดินกลับไปที่ท่ารถของตัวเองบ้าง  แต่เพราะทางไปท่ารถของผมนั้น ผ่านทางเข้าซอยหอพักของนายปีโป้ ไม่รู้อะไดลใจให้ผมหยุดมองที่ปากซอยนั้น

“นายจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย” ผมถามกับตัวเอง



เพราะไม่รู้ว่าแขนจะหายหรือยัง แล้วนายกับแฟนจะมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ ผมถึงได้เห็นอะไรแบบนั้น  จะเข้าไปหาดีไหมนะ  ถ้าเข้าไปแล้วนายปีโป้จะคิดว่าเราเป็นคนยังไง แต่เราไปหาในฐานะเพื่อน คนรู้จักนี่  แค่ไปเยี่ยมคนป่วย จะว่ไปเค้าก็ป่วยเพราะเรา



“ไปเยี่ยมสักแป๊บก็ได้” ผมตัดสินใจได้ จึงเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยหอพักนายปีโป้




ประมาณ ห้านาที ผมก็เดินมาถึงหอของนายปีโป้  มันไม่ได้ไกลมาหรอกครับ เพียงแค่ผมเดินมาพร้อมกับความลังเล  เดินไปเดินกลับอยู่ เลยปาไปหลายนาทีกว่าจะเดินมาถึงหน้าหอ



ภาพที่ผมเห็นคือเด็กตัวโต มือใส่เฝือกกำลังยุ่งอะไรอยู่กับมอไซค์คู่ใจของเค้า  เห็นแล้วช่างเก้ๆกังๆ ชวนให้ผมสงสัยว่าเค้ากำลังจะทำอะไร




“ทำอะไรนะ” ผมทักไปทางด้านหลัง เล่นเอาคนที่หันหลังอยู่ หันมามองแบบทันที

“น้ำมนต์” นายปีโป้เรียกชื่อผม ท่าทีตกใจอย่างกับเห็นผี

“ใช่ เราเอง  ทำไม ตกใจอะไรกัน” 

“มึงมาทำไม” นายปีโป้ถามผมมา โดยหันหน้ากลับไปสนใจรถของเค้าต่อ

“พอดีผ่านมาทางนี้ เลยอยากมาเยี่ยม”

“อืม ขอบใจมาก ชั้นไม่เป็นไรแล้ว นายกลับไปเถอะ”  โห หยิ่งทำเล่นตัว คนเขาอุตส่าห์มาเยี่ยม

“อืม งั้นกลับละ” ผมบอกพร้อมกับหันหลังกลับ





“เอ๊ยยย จะกลับจริงเหรอ”  นายปีโป้หันมาห้ามผม  พร้อมกับมืออีกข้างที่ไม่เจ็บทำท่าห้าม ก่อนที่จะเอาลง ตอนที่ผมหันมา

“ก็ไล่แล้วนี่”

“กูให้อยู่ต่อ”

“ทำไมให้อยู่ต่ออีกละ”

“ก็มึงมาเยี่ยมกูนี่ อยู่เยี่ยมกูก่อนดิ”

“อืมๆ ไม่อยากเถียงกับคนป่วย แล้วนั่นจะทำไรละ”

“จะไปโรงบาล”

“หา .... จะขับรถไปเองเนี่ยนะ”

“ใช่ ทำไมเหรอ”

“นายจะบ้าเหรอ ทำไมไม่นั่งสองแถวไป”  ผมละไม่เข้าใจไอ้เด็กโข่งจอมปัญหานี่จริงๆ

“วันนี้ไปเอาเฝือกออก ขี้เกียจกลับมาเอามอไซค์”

“แล้วจะไปไหนต่อ หลังเอาเฝือกออก”  ผมถามด้วยความสงสัย

“ไปเตะบอล”

“นายนี่นะ แขนเพิ่งจะหาย ก็ไปออกกำลังอีกแล้ว ทำไมไม่พักพื้นอีกวันสองวัน แล้วค่อยไปเตะ” ผมอดไม่ได้ที่จะต่อว่านายปีโป้

“เป็นห่วงกูเหรอ”  นายปีโป้หันมาถาม หน้าตาจริงจัง

“ห่วงดิ เดี๋ยวเกิดหักอีกข้างขึ้นมาจะทำไง มาเดี๋ยวเราไปส่งที่โรงบาลเอง”  ผมพูดพร้อมกับจับรถของนายปีโป้ และก็ขึ้นขับ

“เอ้า มาสิ เดี๋ยวเราไปส่ง ยืนยิ้มอะไรอีกละ”  ผมหันไปดุอีกครั้ง ก่อนที่นายปีโป้จะขึ้นซ้อนมอไซค์มา






นายปีโป้นั่งห่างกับผมพอสมควร ก่อนที่เขยิบเข้ามาใกล้ทีละนิด จนในที่สุดตัวแทบติดกัน ผมก็อยากจะหนีอยู่หรอก ถ้ามันไม่สุดที่นั่งแล้ว  แล้วไอ้มือที่ไม่เข้าเฝือกก็อยู่ไม่นิ่งเลยนะ




“จะทำไรนะ” ผมดุขึ้น  พร้อมหันหน้าไปดู

“จับหน่อย กลัวตก”  นายปีโป้ตอบมาครับ พร้อมกับทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ซะ   เชื่อตายละ  กลัวด้วยเหรอกับตกรถ ก่อนหน้าจะขับมาเองยังอันตรายกว่าอีก


“จับแค่เสื้อ ไม่ต้องกอดเอว” ผมบอกพร้อมกับรีบขับมอไซค์ให้ถึงโรงพยาบาลไวๆ ก่อนจะโดนคนเจ้าเล่ห์ เล่นอะไรพิเรนท์ไปมากกว่านี้



“ถึงแล้ว ลงไปเลย”  ผมพูดบอกคนข้างหลัง

“เดี๋ยวเราไปจอดรถก่อน นายเข้าไปหาหมอเลยก็ได้ เดี๋ยวเราเอากุญแจไปให้” ผมบอกอีกครั้ง เมื่อคนข้างหลังลงแล้ว ก่อนที่จะขับมอไซค์ไปจอดไว้ที่จอดรถ


“ทำไมไม่เข้าไปก่อนละ”  พอเดินกลับมาที่เดิมก็เห็นว่านายปีโป้กำลังยืนรออยู่ทีเดิม

“ไม่เอาอ่ะ กลัวมึงทิ้งกูไป” ดูเห็นผลเขาครับ ปัญญาอ่อนมาก

“เราจะทิ้งไปได้ไง ยังไงเราก็ต้องเอากุญแจมาคืน” ผมพูดพร้อมกับเอากุญแจใส่มือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกให้นายปีโป้ไป

“เอานี่ คืน”

“แล้วจะไปไหน” นายปีโป้เรียกผม เมื่อผมทำท่าจะเดินกลับ

“ก็จะกลับบ้าน”

“อ้าว ไหนว่าจะไม่ทิ้งกู”

“แล้วจะให้อยู่ทำไม เรามาส่ง คืนกุญแจให้ แล้วนายก็เข้าไปเอาเฝือกออก พอออกมาก็ขับไปเตะบอลต่อ จะให้เราอยู่ทำไมอีก” ผมว่าผมคุยกับนายปีโป้ไม่ค่อยรู้เรื่องนะครับ ไม่รู้ว่าใครมีปัญหากันแน่

“มึงจะลำบากใจมากมั๊ย ถ้ากูขอให้อยู่เป็นเพื่อนกูฝ่าเฝือก”  สีหน้าและแววตาของนายปีโป้ ดูจริงจังมาก มันคงอยากให้อยู่เป็นเพื่อนจริงๆ

“อืม ไม่นานใช่มั๊ย”

“ไม่นานหรอก ไปๆ เข้าไปข้างในกัน กูสายมาเยอะละ” มันพูดพร้อมกับเอามือที่ไม่เจ็บมาจูงมือผมเดินไป




“เอ๊ยย ปล่อยมือ”  ผมบอกนายปีโป้ พร้อมกับพยายามบิดมือให้กลุดออก

“เออ เดินตามมาเถอะ เดี๋ยวมึงหลง” ตลกละ คนไมได้เยอะอะไขนาดนั้น จะให้หลงได้ไง  แต่ก็ไม่อยากเถียงแล้วครับ เถียงไปก็เท่านั้น





“มาฝ่าเฝือกครับ” นายปีโป้บอกพยาบาลที่รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

“นัดไว้ใช่มั๊ยคะ”

“ใช่ครับ

“งั้นนั่งรอสักครู่นะคะ” พยาบาลบอกนายปีโป้ ก่อนที่เดินเข้าห้องฉุกเฉินไป คงเข้าไปเตรียมอุปกรณ์






“มึงสบายดีมั๊ย” นายปีโป้ถามผม เมื่อเราสองคนนั่งรออยู่ข้างนอก

“สบายดี” ผมตอบไป

“กูได้บินว่าไอ้เดชไปหามึงทุกวันเหรอ”

“กูคงไปหาเพื่อนเค้ามั้ง”

“ไม่หรอก มันตั้งใจไปหามึง”  ถึงแม้ว่าผมจะรู้อยู่แก่ใจ แต่การแกล้งไม่รู้บ้างคงจะดีกว่า




“มึงรอตรงนี้นะ เดี๋ยวกูมา” นายปีโป้พูดพร้อมกับเดินไปหาเคานท์เตอร์พยาบาล แล้วเดินกลับมาพร้อมกับปากกาเคมี



“มึงเขียนให้กูหน่อยสิ  หาที่เขียนเอานะ เพราะไอ้พวกเพื่อนเวรมันเขียนเต็มไปหมดแล้ว”  นายปีโป้ยื่นปากกา และยื่นแขนมาให้ผม

“เขียนว่าอะไรอ่ะ”

“แล้วแต่มึงดิ มึงอยากเขียนอะไรก็เขียน”   



ผมรับปากกาเคมีมา เปิดฝา แล้วก็พยายามหาพื้นที่ว่างๆ ของเฝือกที่เคยเป็นสีขาวเขียน ซึ่งตอนนี้มันคล้ายกับจิตรกรรมฝาผนังตามห้องน้ำไม่มีผิด



   

“คุณสัณหรัชต์ เชิญคะ” พยาบาลเรียกชื่อผู้ป่วย ซึ่งคงเป็นชื่อนายปีโป้  เป็นช่วงเวลาที่ผมเขียนเสร็จพอดี

“มึงเขียนว่าอะไร” มันถามผม

“ไม่บอก ค่อยหาอ่านเอาเองแล้วกัน”  ผมพูดพร้อมคืนปากกาให้

“ไปได้แล้ว พยาบาลรออยู่” ผมพูดแล้วผลักนายปีโป้ให้เข้าห้องพยาบาลไป



อยากรู้ละสิ ว่าผมเขียนว่าอะไรลงไป ..







ไม่บอกหรอก 






นายปีโป้ก็ไม่รู้ว่าจะหาเจอหรือเปล่า ...







แต่ช่างเหอะ

 










“มึงกูขอหมอแล้ว หมอบอกว่ามึงเข้ามาเป็นเพื่อนกูได้”









โห นักเลงไรนี่ .. ป๊อดจริงๆ













ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
ปีโป้ป๊อดว่ะ :laugh:
ขอบคุณสำหรับนิยายดี ๆ ครับผม :L2:

ออฟไลน์ Pigstar

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
 :serius2: :serius2: เขียนว่าไรง่ะ

ผมอยากรู้นะ อยากรู้จริงๆ

ออฟไลน์ NumPing

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-2
ค้างคาใจง่ะ

น้ำมนต์เริ่มใจอ่อนแล้วใช่ม้า

ไอ้โป้นี่มันหยาบเกิน พูดไม่เพราะกะน้ำมนต์ ตรบๆๆๆ

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
น้ำมนต์ - เรา นาย
ปีโป้ - กู มึง

สมกันมากเลยนะคู่นี้  :serius2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Poseidon

  • Unconditional love
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-12
มาเฟียก็เงี้ยแหละ  หยาบคายย  แต่  คารมณ์ดี ฮ่าๆ
ต่อไป โป้ ต้องแทนตัวเองว่าพี่นะโป้

ออฟไลน์ maxiez2p

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
เขียนว่าไรอะ บอกมาซะดีๆ

ออฟไลน์ Still_14OC

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-7
ช่างอ้อนนะ ปีโป้

ออฟไลน์ gookgik

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-6


ปีโป้ได้ข่าวว่าแค่เอาเฝือกออก ไม่ใช่ผ่าไส้ติ่งซะหน่อย  ต้องอ้อนให้น้ำมนต์เข้าไปเป็นกำลังใจด้วย   

สงสัยปีโป้ต้องเอาแว่นขยายส่องดูแหง จะได้รู้ว่าน้ำมันต์เขียนว่าอะไร    แต่ที่แน่ๆ มันค้าง :z3: คนอ่านก็อยากรู้ว่าน้ำมนต์เขียนอะไร   

LuxThae

  • บุคคลทั่วไป
ไม่น๊า  :o12: :o12: หนูจะใจอ่อนง่าย ๆไม่ได้นะจ๊ะน้ำมนตร์ >w<

lungkhao

  • บุคคลทั่วไป
[ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #105 เมื่อ26-10-2011 20:51:29 »

ตอนที่ 11

จริงๆเลยนะ ไอ้น้ำมนต์  มึงนี่มันร้ายจริงๆ  นี่ขนาดกูบอกตัวเองว่าอย่าไปพบหน้า อย่าไปหา หักห้ามใจไม่เจอหน้า ไม่เข้าไปคุย ไม่เข้าไปยุ่ง ทำมาได้ตั้งหลายวัน แล้วทำไมมึงต้องเป็นฝ่ายมาหากูเองวะ .. ทำไมต้องมาทำให้ทุกสิ่งที่กูพยายามทำมาหลายวันมันพังสลายไปแบบนี้วะ ...




ใช่แล้วครับ  อย่างที่ผมบ่นนั่นแหละ หลังจากที่ผมบอกเลิกกับน้องจอยไปแล้ว ผมได้นอนคิด ยืนคิด พับเพียบคิด แพลนกิ้งคิด ลิวิเทติ้งคิดด้วยเอ้า .. ว่าผมต้องเลิกเป็นคนรักง่าย หน่ายเร็ว ฟันแล้วทิ้งแบบนี้ได้แล้ว และนายน้ำมนต์ ผมก็คงคิดแบบเดียวกับคนก่อนๆ ถ้าลองไม่ไปเจอ ไม่พูดคุย ผมคงลืมไปได้ เหมือนกับคู่ขาคนอื่นๆของผม




แต่เปล่าเลย ผมทำไม่ได้แม่สักวัน ทุกวันผมต้องใช้ให้ไอ้โอ๊ตพาผมไปจอดรถแอบที่หน้าวิทยาลัยของน้ำมนต์ เพื่อดูตอนที่เขาเลิกเรียน  เป็นความรู้สึกที่ว่า ตัวเองเป็นเอามาก และก็ไม่เคยเป็นขนาดนี้ ...  ดังนั้นไม่แปลกหรอก ที่ผมจะเห็นไอ้เดชมาดักรอหน้าโรงเรียน เพื่อทักทายกับน้ำมนต์ทุกวัน .. ไอ้ผมก็อยากจะทำเหมือนไอ้เดช ให้ไอ้เดชรู้ไปเลย ว่าคนนี้ผมเอาจริง ..




แต่ก็นั่นละ .. ผมมันขี้ลังเล  ยังไม่เข้าใจตัวเอง ว่าผมจะเล่นหรือจะเอาจริงกับคนๆนี้กันแน่ ..





ทันทีที่ได้ยินเสียง และเห็นหน้าของน้ำมนต์มาที่หอผม หัวใจของผมกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ  ดีใจจนพูดออกมาไม่ถูก  มันทำให้ผมเข้าใจตัวเองว่า กูไม่ได้เล่นๆกับมึงแน่  ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันมาหาผมด้วยเพราะอะไร ไม่อยากเข้าข้างตัวเองให้มันมากมาย แค่มันมาเยี่ยมผม ผมก็ดีใจจนบอกไม่ถูกแล้ว แล้วยิ่งอาสามาส่งผมที่โรงพยาบาลอีก ใจผมนี่เต้นแทบจะหลุดออกมาอยู่ข้างนอก  ใครว่าผมเว่อร์ ผมก็ยอมครับ




ยิ่งตอนที่นั่งรถมาด้วยกัน ถ้ามือไม่เจ็บจะกอดให้แน่นไม่ให้คลายเลย คนเหี้ยไรผมหอมชิบหาย กลิ่นตัวอ่อนๆของมันทำให้ผมหลังไหล แทบเอาหน้าซุกที่หลังของมัน ถ้าไม่เจอสีหน้าดุๆของมันซะก่อน





“เสร็จแล้วคะ” พยาบาลสาวสวยบอกผม เมื่อถอดเฝือกออกเรียบร้อยแล้ว  แขนโล่งซะจนไม่ชินเลย เอามาเทียบกับอีกข้าง ขาวขึ้นจนสังเกตได้

“เดี๋ยวไปชำระเงินที่ช่องจ่ายเงิน แล้วก็กลับบ้านได้เลยคะ” พยาบาลคนเดิมบอกผม พร้อมกับยื่นเฝือกที่อยู่กับผมมาหลายวันให้ผม

“ขอบคุณครับ” ผมบอกเขาแล้วรับมา พร้อมกับพลิกหาข้อความบนเฝือกทันที อยากรู้ว่าไอ้น้ำมนต์มันจะเขียนว่าอะไร

“เสร็จแล้วเรากลับละนะ” เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะทำอะไร พูดขัดมาซะงั้น

“เอ๊ย เดี๋ยวดิ”

“มีไรอีก” คราวนี้มันตอบมาพร้อมกับชักสีหน้าเลย ไรวะ หงุดหงิดบ่อยจริงๆ

“กูจะไปส่ง” ไหนๆก็ถอดเฝือกแล้ว และก็จำได้ว่ามันบอกว่าถ้าถอดเฝือกแล้วจะให้ไปส่งได้

“ไม่เป็นไร เรากลับเองได้”

“ไม่ได้”

“นายไปเล่นบอลกับเพื่อนนายเถอะ หรือไม่ก็กลับไปรับแฟนนาย” คราวนี้มันพูดพร้อมกับเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป โดยมีผมเดินตามมาติดๆ




“แต่กูอยากไปส่งมึง” ผมใช้มือข้างที่เพิ่งเอาเฝือกออกดึงมือมันไว้ รู้สึกไม่ได้ใช้งานมานาน เรี่ยวแรงแทบไม่มี

“แต่นายยังไม่หายดี”

“กูหายดีแล้ว”

“เมื่อไหร่จะหายดื้อ”

“มึงนั่นแหละ เมื่อไหร่จะหายดื้อ”

“เราดื้อตรงไหน”

“ตรงนี้ไง ดื้อทุกครั้งเวลาขอจะไปส่ง”

“นายก็ดื้อจะไปส่งทุกครั้งเหมือนกัน ไปส่งแฟนนายโน่นไป”  เอาอีกละ โยนไปเรื่องแฟนผมอีกแล้ว นี่หึงผมหรือเปล่าเนี่ย

“กูไม่มีแฟนแล้ว”

“หมายความว่าไง”

“กูเลิกหมดแล้ว” ผมบอกมัน เห็นสีหน้าแววตาที่มันมองมา เหมือนกับไม่เชื่อ

“กำลังหาใหม่ละสิ” มันถามผมมา

“อืม กำลังจีบอยู่” ผมตอบมันไปพร้อมกับยิ้มๆ มันจะรู้ไหมนะ ว่าผมหมายถึงมัน

“แล้วทำไมไม่ไปตามรับส่งเขาละ”

“ก็นี่ไง กำลังทำอยู่”  ตอนนี้มึงน่าจะเข้าใจแล้วนะ







มันเงียบครับ ทำไมต้องเงียบด้วยวะ ขัดขืนมายังดีกว่าเงียบแบบนี้ ผมละเดาใจมันไม่ถูกจริงๆ ว่ามันคิดอะไรของมันอยู่

“ให้กูไปส่งเถอะ แลกกับที่มึงมาเป็นเพื่อนกู” ผมบอกมันดีๆอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปเอารถที่มันจอดไว้ พอขับมารับมันที่ยืนอยู่ที่เดิม มันก็ขึ้นซ้อนผมมา พร้อมใบหน้าที่เฉยชาของมัน  ผมไม่รู้หรอกว่ามันคิดอะไร รู้แต่ว่าแค่มันยอมขึ้นมาก็ดีแล้ว






ตลอดระยะทางขับรถไปบ้านมัน ผมขับอย่างช้าๆ เพราะไม่ได้อยากรีบเร่งอะไร อยากอยู่ในสภาพแบบนี้กับมันนานๆ และอีกอย่างผมก็ไม่อยากทำเก๋าขับไว เพราะเพิ่งเอาเฝือกออก ไม่อยากลับไปใส่ใหม่



และเมื่อมาถึงบ้านมัน ก็เหมือนกับครั้งแรกที่ผมมา ยายของมันก็ยังรอมันอยู่ตรงที่เดิม ยังนั่งดูละครเหมือนเดิม

“ลงมาก่อนสิ” มันบอกผม

“สวัสดีครับยาย จำผมได้มั๊ย” ผมทักยายทันที ที่ยาแกหันมาปรือตามองว่าใครมากับหลานแก

“อ้าวว พ่อหนุ่ม จำได้สิ ไม่มาหายายนานเลยนะ เป็นไรละ สบายดีเปล่า”

“สบายดีครับยาย พอดีผมแขนหัก เลยไม่ได้มาเยี่ยมยายเลย”

“ตาเถน แขนหักเหรอ เป็นไงบ้าง ไหนให้ยายดูหน่อยซิ”

“หายแล้วครับยาย  เพิ่งเอาเฝือกไปสดๆร้อนๆ”

“โถๆ แล้วยังอุตส่าห์มาส่งน้ำมนต์มัน ไม่ปวดแย่เหรอลูก”

“ก็ปวดนิดหน่อยครับ แต่ไม่เป็นไรมาก แค่นี้เล็กน้อย” ผมบอกยายไปตามความจริงครับ ไม่ได้อ้อนอะไรเลย

“เหรอ งั้นคืนนี้ก็ค้างกันที่นี่สิ ขับกลับไปคนเดียวมันอันตราย”

“ยาย !!” ไอ้น้ำมนต์ทักขึ้นมาทันที

“ดีเลยครับยาย ผมอยากนอนคุยกับยาย” ผมตอบยาย พร้อมกับหันไปยิ้มกับน้ำมนต์

“ยายอย่าไปรบกวนเค้าเลย น้ำมนต์ว่าพี่แกขับรถกลับได้ เชื่อน้ำมนต์เถอะ” 

“ไม่เลย ไม่ได้รบกวนอะไรเลย พี่นอนได้”  ผมรีบแย้งขึ้นมา พูดคำว่าพี่กับมันนี่ แปลกๆปากจังเลย

“นั่นสิน้ำมนต์ อย่าไปไล่พี่เขาเลย พี่เขาอุตส่าห์มาส่ง” ดีครับยาย ว่าไปเลย

“งั้นก็ตามใจ” น้ำมนต์พูดมา พร้อมกับเก็บกระเป๋าขึ้นบ้านไป





“อย่าไปถือสาน้ำมนต์มันเลยนะลูก  น้ำมนต์มันหวงยาย มันกลัวยายรักคนอื่นมากกว่า”  ยายอธิบายเหตุผลให้ผมฟัง

“ครับ ไม่ถือหรอกครับ งั้นเดี๋ยวผมขอไปโทรบอกเพื่อนก่อนนะครับยาย” ผมบอกยาย แล้วเดินเลี่ยงออกมา





“ฮัลโหลไอ้โอ๊ต วันนี้กูไม่กลับห้องนะ” ถึงแม้ว่าไอ้โอ๊ตไม่ได้อยู่หอเดียวกับผม แต่มันก็แวะมาหาผมทุกเย็น ยังไงก็ต้องโทรบอกมันก่อน ไม่อยากให้มันเป็นห่วง

“ไม่กลับห้อง แล้วมึงไปนอนไหน”

“กูมานอนบ้านน้องน้ำมนต์” ผมบอกมันไป







“เอ๊ย ไอ้โอ๊ต เงียบทำไมวะ”  ผมทักมันอีกครั้ง เมื่อเห็นมันเงียบไป

“เปล่า ไม่มีไร แขนมึงเป็นไงบ้าง เอาเฝือกออกแล้วใช่มั๊ย”  มันถามผมกลับมา

“เออ เอาออกแล้ว แล้ววันนี้สอบเป็นไงบ้าง บอกจารย์ยังว่ากูขอไปสอบชด” ที่จริงวันนี้มีสอบครับ แต่ผมให้มันไปบอกว่าผมไปเอาเฝือกออก และจะไปสอบชดวันหลัง วันนี้เลยไม่มีใครพาผมมาโรงบาล

“เออ กูบอกจารย์ให้แล้ว แกบอกให้รีบไปสอบ”

“แล้วมึงจดข้อสอบไว้ให้กูป่ะ  กูไม่ได้เรียนหลายวัน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“จดไว้แล้ว ทั้งคำถามคำตอบ มึงมาท่องเอาเองแล้วกัน” นี่แหละครับ เขาว่ามีเพื่อนดี ก็ถือว่าโชคดีไปสิบชาติ

“เออ ขอบใจมึงมาก งั้นแค่นี้ก่อนมึง กูจะเข้าบ้านน้ำมนต์ละ”

“เออๆ” 






ผมวางสายพร้อมกับเดินมาหยิบเฝือกที่แขวนไว้หน้ารถ เดินมานั่งใต้ถุนบ้าน ที่ตอนนี้ไม่มีคุณยายแล้ว สงสัยจะขึ้นบ้านไปแล้ว
มองดูเฝือกที่เพื่อนผมพยายามเขียนกันมากมาย 

“อดว่าวเลยมึง”

“เดชไอ้ด้วน”

“ทำไมไม่ขาดไปเลยวะ”

“นายหัวโป้ขี่เงี่ยน”

“มามะ กูชักให้”

“เมียมึงอยาก กูขอจัดแทนนะ”




นี่แค่เล็กน้อยนะครับที่พวกมันเขียนกันไว้ ส่วนมากก็ไม่พ้นเรื่องอย่างว่า  ก็พวกที่เขียนมันคิดเรื่องอื่นเป็นที่ไหนกัน  พยายามมองหาประโยคของน้ำมนต์ ว่ามันต้องซ่อนอยู่มุมไหนสักแห่ง พลิกไปพลิกมาจนมาเจอกับประโยคนี้

“ช่างไม่รู้เลย”




“ใครเขียนประโยคนี้วะ” ผมถามขึ้นมา

“นาย นาย”

“นายปีโป้ !!!”  เสียงของน้ำมนต์เรียกผมตรงบันไดบ้าน

“มีไร”

“ขึ้นบ้านมาอาบน้ำได้แล้ว จะนั่งให้ยุงกัดเล่นหรือไง”

“อืม ขึ้นไปละ” ผมเอาเฝือกเก็บเข้าถุงที่ใส่มาเหมือนเดิม ก่อนจะวางไว้บนแคร่ใต้ถุนบ้าน และขึ้นบ้านตามน้ำมนต์ไป





บ้านของน้ำมนต์ค่อนข้างกว้าง ข้างบนไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก มีแต่ตู้เสื้อผ้า มุมทำงานศิลป์ และครัวเล็กๆ บ้านหลังนี้ไม่มีห้องนอน  มีแต่ลานกว้างๆ ซึ่งผมคิดว่าเขาคงกางมุ้งนอนกันในตอนกลางคืน



“นี่ผ้าขนหนู  ลงไปอาบน้ำที่โอ่งด้านล่างนะ”  น้ำมนต์เดินถือผ้าขนหนูมาพร้อมกับส่งให้ผม

“แล้วทำไมไม่เอาลงไปให้แต่แรก ให้กูขึ้นมาอีกทำไม” ผมละสงสัย

“ก็ขึ้นมาถอดเสื้อผ้าข้างบน แล้วก็ลงไปอาบข้างล่าง แค่ขึ้นมาข้างบนแล้วลงไปข้างล่าง แค่นี้มันลำบากมากเหรอ” เอากับเขาสิ ไม่น่าเรื่องมาเลยกู

“ครับๆ ไม่ลำบาก แล้วมึงละ ไม่อาบด้วยกันเหรอ” ไม่ได้จะทะลึ่งนะครับ เพียงแต่เห็นว่ามันยังไม่อาบน้ำ เลยชวนมันอาบด้วยกันไปเลย

“ยังก่อน เดี๋ยวต้องเข้าครัว ทำกับข้าวเสร็จแล้วจะไปอาบ นายไปอาบก่อนเลย”  น้ำมนต์พูดพร้อมกับเดินเข้าครัวไป ซึ่งก็ไม่มีอะไรกันหรอกครับ เป็นแค่ระเบียงบ้านของชั้นสองนั่นแหละ  ผมมองเด็กผมยาวที่เอายางมันไว้อย่างลวกๆ กำลังตั้งกระทะจะทำอะไรสักอย่าง หน้าตาเขาดูสนใจกับสิ่งตรงหน้าเป็นอย่างมาก จนไม่ได้สนใจว่าผมกำลังมองดูอยู่ ส่วนยายนั่นนั้นกำลังนอนยืดหลังอยู่ ผมเลยถอดเสื้อผ้าออก แล้ววางไว้บนราวที่อยู่ใกล้ๆ แล้วลงมาอาบน้ำที่โอ่ง





ถึงบ้านของน้ำมนต์ไม่ห่างจากเมืองมาก แต่การใช้ชีวิตของบ้านน้ำมนต์ก็เป็นแบบชาวบ้านมากๆ ห้องอาบน้ำยังเป็นกลางแจ้งเลย แต่ถ้าจะถ่ายก็มีห้องน้ำเล็กๆอยู่ใกล้กัน ผมยืนมองโอ่งอยู่พักนึง เอามือแตะน้ำในโอ่งแล้วโคตรเย็น  ก่อนจะกลั้นใจตักขันน้ำราดตัวแบบเร็วๆสามสี่ขัน แล้วเอาสบู่มาฟอกตัว แล้วรีบตักมาล้างฟองสบู่อีกครั้ง





หนาวจริงๆครับ น้ำโอ่งกับบรรยากาศพลบค่ำแบบนี้ .. ตัวผมสั่น ขนตั้งชันหมดแล้ว






“เอ๊ยยยย ทำไมไม่ใส่ผ้าขาวม้าอาบ”  เสียงของน้ำมนต์ดังมาข้างหลังผม ผมหันไปดู ทั้งๆที่สบู่ยังเต็มหน้าอยู่ จึงได้แต่หรี่ตาดูเล็กน้อย

“ก็มึงไม่ได้ให้มานี่”  ก็ไม่บอกนี่ ว่าต้องนุ่งผ้าขาวม้าอาบ ผมเลยนุ่งกางเกงในอาบไปเลย

“ก็มันตากอยู่ตรงนั้น ไม่เห็นเหรอ” มันบอกผมพร้อมชี้มือ ผมเลยเปิดตามองให้เต็มที่ ก็เห็นว่ามันตากอยู่จริงๆ

“โอ๊ยๆๆ แสบตา” เพราะเปิดตามองมากไป ฟองสบู่เลยเข้าตา

“ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า” เสียงของอีกคนกำลังชมเชยผม

“ไหนขันละเนี่ย” ผมพยายามใช้มืองมหาขันในโอ่ง เพราะตอนนี้ปิดตาซะสนิทเลย





“เอาหน้ามา” เสียงของน้ำมนต์ใกล้ตัวผมมากขึ้น พร้อมกับน้ำทีไหลลงมาล้างหน้าผม พอผมลืมตาก็เห็นหน้าน้ำมนต์ที่ทำหน้าจริงจังกับการล้างหน้าให้ผมมาก




หน้าของน้ำมนต์ห่างกับผมไม่มากนัก เพราะว่าผมตัวสูงกว่าเลยต้องก้มหน้าลงไปมอง  และน้ำมนต์ก็พยายามจะเขย่งเท้า เพื่อจะได้รดหน้าผมถึง





“ออกหมดแล้ว” เสียงของคนตัวเล็กกว่าบอก

“ขอบใจนะ” ผมตอบไป พร้อมกับปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดขึ้นที่ส่วนกลางของร่างกายผม  ถ้าน้ำมนต์เห็นมันตอนนี้  มันต้องหาว่าผมหื่นแน่ๆ

“กูอาบเสร็จแล้ว กูเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ผมรีบจะเอาผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้ใกล้ๆโอ่งมานุ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ  ก่อนที่จะปิดประตูห้องน้ำ ผมแอบหันหลังไปมองน้ำมนต์อีกครั้ง ก็เห็นน้ำมนต์มองมาทางผมอย่างงงๆเหมือนกัน  ภาพของผู้ชายหุ่นดี ที่มีกล้ามแขนพอสวยงามไม่มากนัก หน้าท้องมีกล้ามหน้าท้องขึ้นอ่อนๆ รับกับผิวขาวๆ ผมที่เปลี่ยนจากรัดกับยางวงมาเป็นตะเกียบแนวๆ  ทำให้ผมต้องรีบปิดประตูห้องน้ำในทันใด









ขอจัดการกับน้องชายตัวเองหน่อยเถอะ ไม่ได้เอาออกมาหลายวันแล้ว !!!!


............................................................................



ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #106 เมื่อ26-10-2011 21:12:50 »

ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล แต่คาดว่าคงไปไม่ถึงไหน  :laugh:
ขอบคุณคนเขียนมากๆ ค่า  :pig4:

Akamei

  • บุคคลทั่วไป
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #107 เมื่อ26-10-2011 21:39:25 »

แหม...
แหมก็หื่นสะแล้ว ว

คิคิ

ตามอ่านมานานไม่ค่อยได้เม้นเลย
เพราะอ่านในโทรศัพท์
+1ค่ะ

ออฟไลน์ Pumpkin

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #108 เมื่อ26-10-2011 21:52:15 »

ไม่ได้ทะลึ่งนะแต่ก็อย่างที่เพื่อนปีโป้ว่าอ่ะแหละ 'อดว่าวเลย'  กร๊ากกกกกกกกกกกกก
พี่แกเลยมาจัดที่บ้านน้ำมนต์ฉลองเอาเฝือกออก แหม นึกว่าจะใจเย็นนะนี่

ออฟไลน์ maxiez2p

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #109 เมื่อ26-10-2011 22:39:05 »

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

โอ๊ตใช่ไหม :'>

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
« ตอบ #109 เมื่อ: 26-10-2011 22:39:05 »





ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #110 เมื่อ26-10-2011 23:21:33 »

นายปีโป้เสน่ห์แรงจริง ๆ
น้องน้ำมนต์ใจอ่อนจนได้

ออฟไลน์ NumPing

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-2
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #111 เมื่อ27-10-2011 10:29:15 »

ปีโป้เอ้ย ไปไหนไม่รอดแล้วแก

ต้องตกเป็นทาสน้ำมนต์แล้วล่ะ

ออฟไลน์ tarkung

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 997
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #112 เมื่อ27-10-2011 16:20:23 »

ขอบคุณครับ และจะติดตามต่อไปนะครับ

ออฟไลน์ zaferianight

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #113 เมื่อ27-10-2011 20:38:12 »

ไม่ค่อยเลยนายปีโป้ 555

LuxThae

  • บุคคลทั่วไป
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #114 เมื่อ27-10-2011 22:09:37 »

เหมือน ๆ โอ๊ต จะชอบ นายหัวโป้ เลยนะ  :z3: :z3:

เอ๊ะ ๆๆ มันชักยังไง ๆอยู่นะเนีย  :serius2:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #115 เมื่อ27-10-2011 22:26:26 »

หื่นเนาะ  :laugh:

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #116 เมื่อ28-10-2011 01:39:47 »

ว่าแล้วเชียว ว่าโอ๊ตต้องชอบไอ้ปีโป้ 
แต่น้องน้ำมนต์เขียนไรให้ปีโป้หรอครับ

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
Re: [ กลรัก ... เปื้อนสี ] ตอนที่ 11 26-10-11
«ตอบ #117 เมื่อ28-10-2011 19:01:32 »

 :z3: น้ำมนต์เขียนว่าไรเนี่ย อยากรู้

lungkhao

  • บุคคลทั่วไป
ตอนที่ 12


อะไรของเค้าเนี่ย อาบน้ำแล้วเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวก็ร้อนอีก ทำไมไม่เข้าก่อนงานเสียให้เรียบร้อย แล้วไม่อายฟ้าอายดินหรือไงนั่น ใส่แต่กางเกงในอาบน้ำ คงจะมั่นใจในหุ่นที่มีแต่ซิกแพ็ค กล้ามเป็นมัดๆของตัวเองมากสินะ


ถึงแม้ผมจะไม่หุ่นล่ำแบบนายปีโป้ แต่ก็พอดูได้แล้วกันนะ ไม่ได้แห้งจนลดพัดปลิว และก็ไม่ได้น่ากลัวแบบนักเลงอย่างนายปีโป้




พูดไปก็เจ็บใจ ที่ยายชวนนายปีโป้ค้างที่บ้านด้วย  เจ็บใจมากกว่าที่ยอมให้มาส่ง ทั้งที่ความรู้สึกตอนนั้นก็บอกไม่ถูกอยู่ดี ว่าทำไมให้มาส่ง เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงก็คงใช่ แต่ประโยคที่นายปีโป้บอกว่ากำลังจะจีบเรานี่สิ .. เรากำลังคิดอะไรของเราอยู่กันนี่ ..




ไม่เอาละ ไม่อยากคิดมาก อาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวดึกจะหนาว  ว่าแล้วผมก็ตักน้ำในโอ่งอาบอย่างสบายใจ












“นาย เสร็จหรือยัง เข้าไปนานแล้วนะ” ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่นายปีโป้ก็ยังไม่มีทีท่าออกมาจากห้องน้ำ จะถ่ายอะไรนานขนาดนั้น ท้องผูกหรือไง

“อือๆ เสร็จแล้วๆ เดี๋ยวออกไปๆ”  เสียงดังส่งผ่านจากห้องน้ำมา

“ขี้ไม่ออกเหรอ” ผมทัก

“ออก ออกเยอะหลายรอบด้วย” นายปีโป้บอกผมมา พร้อมกับหน้าตาหื่นกามของมัน

“ทำไมไม่จัดการให้เรียบร้อยก่อนอาบน้ำ ดูสิเหงื่อเต็มตัวหมดแล้ว”

“ก็มึงนั่นแหละ”

“อ้าว ผิดอะไรที่เรา”

“เออ ช่างเหอะ ขึ้นบ้านกัน” อะไรของเขาวะเนี่ย  แต่ช่างเหอะ อย่าไปสนใจ ขึ้นบ้านไปดีกว่า ป่านนี้ยายคงรอกินข้าวแล้ว





ผมขึ้นบ้านมาก็เอาชุดของผมไปให้นายปีโป้ใส่ เป็นเสื้อยืด และกางเกงขาสั้น




“ทำไมมันตัวเล็กจังอ่ะ” นายปีโป้บ่นออกมาเมื่อใส่เสื้อยืดของผมแล้วมันคับๆ

“เราว่าพอดีแล้วนะ นี่หาตัวใหญ่สุดมาให้แล้วนะ” ผมบอกเค้า

“นี่ใหญ่สุดแล้วเหรอ กูจะนอนหลับไหมเนี่ย อึดอัดตายเลย” ยังไม่หยุดบ่นครับ ทั้งๆที่เสื้อมันก็ไม่ได้คับอะไรขนาดนั้น ออกจะพอดีตัว

“ถ้ามันอึดอัดก็ถอดซะ ไม่ต้องใส่เสื้อนอน” ผมบอก

“ได้เหรอวะ ก็ดีวะ ปกติกูไม่ค่อยใส่นอนอยู่แล้ว” เอ๊ยยยย เอาจริงด้วย นี่ผมประชดนะ

“ไม่อยากพูดด้วยแล้ว เสียอารมณ์” ผมบอก พร้อมกับเดินมาจัดแจงอาหาร






“ยาย กินข้าวครับ” เมื่อจัดแจงเสร็จก็เรียกยายมานั่งกินด้วยกัน บ้านผมไม่มีโต๊ะทานข้าวหรอกครับ แค่ปูเสื่อแล้วก็นั่งกินด้วยกัน ปกติก็ไม่ค่อยได้ปูหรอก แต่พอดีวันนี้นายปีโป้อยู่ด้วย เลยปูให้มันดูดีขึ้นมาหน่อย

“โห อะไรอ่ะ น่ากินจังเลย” คนที่เป็นแขกของบ้านทักขึ้น

“แกงส้มชะอมไข่ ปลาทูกับน้ำพริก แล้วก็ผัดผักโขม” อาหารบ้านๆทั้งนั้นครับ ที่ผมทำวันนี้

“เหรอวะ น่ากินจังเลย” นายปีโป้ก็ยังโอเว่อร์ตลอด

“น่ากินก็กินเยอะๆนะลูกโป้ น้ำมนต์เค้าทำอาหารเก่ง อร่อยด้วย” ยายพูดบอกปีโป้

“ได้เลยยาย โป้จะกินให้หมดเลยวันนี้” ดูครับดู อ้อนยายไม่เลิก








หลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จ ผมก็เก็บจานชาม และก็กางมุ้งให้กับยาย เพราะยายผมจะเป็นคนนอนไวมาก และก็ตื่นเช้ามากๆเช่นเดียวกัน  เมื่อจัดที่นอนให้ยายเสร็จแล้ว ผมก็กลับมาล้างจาน โดยมีแขกของบ้านนั่งดูการกระทำของผมอยู่





“นายง่วงนอนหรือยัง” ผมถาม

“ยังเลย กูนอนทั้งวันมาเป็นสัปดาห์แล้ว”

“สบายเนอะ  แค่ปวดแขนก็สำออยไม่ไปเรียน”

“กูไม่ได้สำออย แต่ไปกับไม่ไปก็ค่าเท่ากัน กูเลยนอนอยู่ห้องดีกว่า อีกอย่างกูก็ลาป่วยได้ด้วย ไม่ได้ขาดเล่นๆ”  นายปีโป้อธิบายครับ

“เลยใช้สิทธิ์เต็มที่เลยสิ”

“เออสิ นานๆจะได้ป่วยกับเขาที” 




ผมไม่อยากจะเถียงให้ยาว เลยหันกลับมาสนใจกับจานชามตรงหน้า




“ให้กูช่วยล้าง”  นายปีโป้พูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆผม

“ไม่เป็นไร เราล้างเองได้ มีนิดเดียวเอง” ผมบอก

“เออหน่า  ช่วยๆกันล้าง จะได้เสร็จไวๆ” นายปีโป้พูดพร้อมกับดึงฟองน้ำสำหรับล้างจานไปถือไว้เอง ก่อนที่จะหยิบน้ำยาล้างจานบีบใส่ และจัดการล้างจานชาม ช้อน และอุปกรณ์ต่างๆ ทิ้งให้ผมต้องล้างน้ำเปล่าแทน






“นายล้างจานเป็นด้วยเหรอ แปลกจัง” ผมพูดออกมาเมื่อเราสองคนช่วยกันล้างจานเสร็จ

“แล้วมันจะไปยากตรงไหนวะ แค่ล้างจาน”  นายปีโป้พูดพร้อมกับยักคิ้ว

“ก็เห็นเป็นนักเลงหัวไม้ ไม่คิดว่าทำงานอย่างนี้เป็น”    ผมพูดไปแบบเชิงเล่น แต่ก็ทำให้สีหน้าของนายปีโป้เปลี่ยนไป และไม่มีเสียงตอบกลับมา





“ทีหลัง อย่ามองใครแค่ภายนอกอีกละ กูไม่ได้แย่อยากที่มึงคิด”  เขาพูดพร้อมกับเดินออกไปนั่งตรงบันไดบ้าน




นี่ผมพูดแรงไปเหรอ






“ไม่นึกนะ ว่านายจะขี้น้อยใจ” ผมเดินตามมา แล้วพูดกับนายปีโป้  เรากำลังนั่งอยู่ตรงมุกของบ้าน ที่ยื่นออกมา มีเก้าอี้ที่ทำขึ้นติดกับกำแพงไม้กั้นไว้ตรงมุกบ้าน ไว้สำหรับนั่งรับลม

“น้อยใจอะไร กูไม่ใช่คนเซนซิทีฟขนาดนั้น”

“แล้วอาการแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรละ”

“กูแค่อยากให้มึงมองกูให้มากกว่าที่คนอื่นเค้ามองกู”  จริงจังซะงั้น

“ทำไมต้องเราด้วย”

“เพราะกูให้ความสำคัญกับมึง”  เอาสิ ไม่น่าถามต่อเลยผม  ไม่คิดว่านายปีโป้จะจริงจังขนาดนี้


ถ้ายิ่งถาม จะยิ่งเข้าตัว .. เงียบไว้ดีกว่า

“มึงอย่าเงียบสิ มึงเข้าใจที่กูพูดไหม” ยังไม่หยุดอีก  จะให้ผมตอบว่าไงละ






“เราเข้าใจ แต่นายอย่าพยายามเลย”

“หมายความว่ายังไง” นายปีโป้ถามมาสีหน้าเครียด

“ก็หมายความว่า ยังไงเราก็ไม่ชอบผู้ชายด้วยกันหรอก  เราเป็นเพื่อนกันได้นะ เป็นพี่เป็นน้องกัน” ผมอธิบายไปตามความรู้สึกของตัวเอง
“นี่มึงคิดกับกูแค่นี้จริงๆเหรอ” 

“จริงสิ  เราเห็นนายเป็นเพื่อน ถึงนายจะกวนตีน ทำตัวเถื่อนๆกับเรา แต่นายก็เป็นคนดี คบหาเป็นเพื่อนได้”  ผมอธิบายต่อ

“แต่กูไม่ได้คิดกับมึงแค่นั้น”

“ความรัก มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆอย่างที่นายคิดหรอก บางทีมันอาจจะเป็นความหลง หรืออารมณ์ชั่ววูบ หรือแค่นายอยากจะเล่นๆกับเรา เหมือนคนอื่นๆของนายก็ได้”

“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้กูคิดแล้วนะ ว่ากูชอบมึงจริง” ยิ่งคุยยิ่งเสียงดัง ยายจะได้ยินไหมเนี่ย

“ที่กูไม่ไปหามึงมาหลายวัน เพราะกูอยากจะลองใจตัวเอง ว่ากูคิดยังไงกับมึงแน่ เพราะมึงมันทำให้กูควบคุมความคิด ความรู้สึกของตัวเองไม่ได้  แต่กูทำไม่ได้ซักวันมึงรู้มั๊ย กูต้องแอบไปดูมึงหน้าวิทยาลัยทุกวัน  กูแค่อยากเห็นหน้ามึง”  เอาแล้วไง  ผมว่านายปีโป้เค้าต้องเมาอะไรสักอย่างแน่ๆ แพ้ผักโขมหรือเปล่าเนี่ย




“เอาละ เอาเป็นว่าเราเข้าใจนายแล้วกัน แต่จะให้เรารู้สึกกับนายเหมือนที่นายรู้สึก เราคงทำไม่ได้ เพราะเรายังคิดกับนายแค่เพื่อน ไม่ก็รุ่นพี่  เราว่าเข้านอนเถอะ  เดี๋ยวยายตื่น” ขอตัดบทจบแบบนี้แล้วกันนะครับ  ยิ่งคุยยาว ผมว่านายปีโป้ยิ่งมากมาย  เลยรีบเดินนำมากางมุ่งอีกที  ทิ้งให้อีกคนนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย






ไม่ใช่ผมจะไม่รู้หรอกครับ ว่าใครที่เข้ามารู้สึกยังไงกับผม  ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ ถึงแม้จะไม่เคยมีแฟนกับเค้า แต่ก็รู้ว่าการเข้ามาจีบมันเป็นยังไง  ทั้งนายปีโป้ พี่เดช แพร หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของหญิง ผมรู้ดี  เพียงแค่ไม่คิดว่า นายปีโป้จะรุกเร้ามากมายขนาดนี้




มากจนตั้งตัวไม่ทัน ..






แต่ก็อย่างที่ผมบอกนายปีโป้นั่นแหละครับ สำหรับตอนนี้ผมก็มองเขาเป็นแค่เพื่อน ไม่ก็รุ่นพี่คนหนึ่ง  กับผู้หญิงผมยังไม่เคยเป็นแฟนเลย จะให้มามีแฟนคนแรกเป็นผู้ชายเหรอ .. ยายคงอกแตกตายพอดี






“ให้ชั้นนอนไหน” นายปีโป้เดินเข้ามาเปิดมุ้งถามผม ถามซะเพราะเชียว

“ก็นอนด้วยกันนี่แหละ บ้านเรามีมุ้งแค่นี้ หรือนายจะนอนนอกมุ้งให้ยุงหามละ” ผมบอกนายปีโป้

“มึงไว้ใจกูเหรอ” นายปีโป้ถามมา พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ถ้าจะทำอะไรเราก็ลองดูสิ  นี่มันบ้านเรานะ” ผมพูดไปพร้อมกับทำหน้าขู่

“กูจะทำไรได้ละ มึงให้กูเป็นแค่เพื่อนนี่” นายปีโป้พูดมาแบบน้อยใจ ก่อนจะเข้ามุ้งมา 





วันนี้น้อยใจบ่อยจังเลยนะ มาดนักเลงหายไปหมดแล้วเนี่ย !!!







และแล้วค่ำคืนนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าผมจะนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ก็เถอะ อาจเพราะกังวลคนที่นอนข้าง ที่คาดว่าคงนอนไม่หลับเช่นกัน แต่ก็นั่นแหละ ดีหน่อยที่นายปีโป้ไม่ได้มายุ่มย่ามอะไรผม  แต่ที่น่าสงสัยคือนายปีโป้คงไม่ได้ท้องผูก แต่น่าจะท้องเสียนะ เพราะผมเห็นเขาลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยมาก









“เมื่อคืนนายท้องเสียเหรอ” ผมถาม พร้อมกับมองหน้าตาเขาซึ่งดูซีดๆไป ขณะที่กำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่สองคน ส่วนยายออกไปทำธุระที่อำเภอตั้งแต่เช้า

“อือออ” นายปีโป้ตอบมาลอยๆ

“ดืมเกลือแร่หน่อยมั๊ย  เราว่านายหน้าซีดไปนะ เหมือนไม่มีแรงเลย” ผมบอกเขา

“ไม่เป็นไร  รีบกินแล้วรีบเข้าเมืองกันเถอะ” นายปีโป้บอกผม

“วันนี้เราไม่มีเรียน เราไม่เข้าไปหรอก”

“อ้าว ได้ไงกัน งั้นกูก็อยู่นี่กับมึง”

“นายจะบ้าหรือเปล่า ไม่มีเรียนบ้างหรือไง”

“ไม่มีเหมือนกัน”

“มั่ว !!!”

“เออ กูมั่ว ก็กูอยากอยู่กับมึง”

“จะอยากอยู่กับเราทำไม  เข้าเมืองไปเรียนเถอะ”

“ไม่เอาอ่ะ เข้าไปตอนนี้ก็สายแล้ว เค้ามีเรียนแต่คาบเช้า บ่ายก็ไม่มีเรียน ให้กูนอนเล่นบ้านมึงดีกว่าอีก” 

“งั้น ตามใจ”  ผมบอก






















“อัลโหล” ยังไม่ทันจะทำอะไร สายโทรศัพท์ของนายปีโป้ก็เข้ามาซะงั้น

“ว่าไงคับน้องเดียว”   คนที่โทรมาน่าจะเป็นรุ่นน้องมันนะครับ




“จำได้สิครับ   นึกยังไงโทรหาพี่ได้ละเนี่ย”   ความจำนายดีเนอะ




“นึกแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องก็คงไม่โทรมาหรอก” 




“ฮ่าๆๆ แล้วมีเรื่องอะไรกับใครละคราวนี้” 




“เอางั้นเลยเหรอ จะให้พี่ไปจัดการให้เหรอ”  เบื่อเรื่องพวกนักเลงจริงๆ เอะอะอะไรก็ใช้แต่กำลัง




“พี่อยู่บ้านเพื่อนครับ”




“ยังไม่รู้เหมือนกัน  น้องเดียวรีบเหรอ  รีบให้พี่ไปจัดการให้ หรือคิดถึงพี่กันแน่เนี่ย”  นายปีโป้พูดพร้อมกับมองมาทางผม คงคิดว่าผมกำลังแอบฟังอยู่ละสิ



“ได้ๆ เดี๋ยวบ่ายๆพี่เข้าไปหา น้องเดียวยังอยู่หอเดิมใช่มั๊ย”  นึกแล้วไม่มีผิด ว่าคนชื่อเดียวต้องแฟนเก่านายปีโป้แน่ๆ




“ครับๆ เดี๋ยวพี่จัดการให้ อย่าคิดมาก  สวัสดีครับ” 









“แฟนเก่าโทรมานะ”  นายปีโป้บอกผม

“แล้วบอกเราทำไม”  สงสัยสิ จะบอกผมให้ได้อะไร

“เผื่อจะหึงกูบ้าง”

“ฝันไปเหอะ”

“กูคงอยู่กับมึงทั้งวันไม่ได้แล้วละ  แฟนเก่ากูมีเรื่อง จะให้กูไปจัดการหน่อย”

“ตามสบาย นายจะทำอะไรก็เรื่องของนาย”

“นี่ถ้าคนอื่นมาได้ยิน เค้าจะว่ามึงหึงกูนะเนี่ย”

“ใครเค้าจะไปตีความเข้าข้างตัวเองแบบนายละ”  จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้หึงหรืออะไรเลย พูดไปตามความคิด ว่านายปีโป้จะทำอะไรก็แล้วแต่เขา ผมไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวอะไรอยู่แล้ว

“แล้วมึงจะเข้าเมืองไปกับกูมั๊ย”

“ไม่ละ เดี๋ยวยายกลับมาไม่เจอ จะเป็นห่วงเอา”

“งั้นกูไปก่อนนะ  ถ้าเสร็จไวจะแวะมาหา”

“ไม่เป็นไรหรอก จะขับไปขับมาทำไม เสร็จก็กลับบ้านนายไป” ผมละไม่เข้าใจเขาจริงๆ

“ไม่เป็นไร กูจะมารับมึงไปเที่ยวบ้านกูบ้าง เดี๋ยวค่ำๆเจอกัน”









นายปีโป้พูดพร้อมกับเดินออกจากบ้านผมไป และขับมอเตอร์ไซค์ออกไปในที่สุด 






ไหนบอกว่าอยากอยู่กับเราทั้งวันไง พอแฟนเก่าโทรมาก็รีบวิ่งแจ้นไปหาซะงั้น ..






หัวใจนักเลงนี่ .. เชื่อถือยากจริงๆ

ออฟไลน์ maxiez2p

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
"ไหนบอกว่าอยากอยู่กับเราทั้งวันไง พอแฟนเก่าโทรมาก็รีบวิ่งแจ้นไปหาซะงั้น .. "

โอ๊ะโอ!!! บ่นแบบนี้แถวบ้านเรียกน้อยใจนะ
XP

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด