หรือจะเก็บรักไว้ในสายลม บทส่งท้าย (28 SEP 2011)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: หรือจะเก็บรักไว้ในสายลม บทส่งท้าย (28 SEP 2011)  (อ่าน 71693 ครั้ง)

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

admin
thaiboyslove.com


นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง เหตุการณ์และชื่อบุคคลในเนื้อเรื่อง ย่อมสมมุติขึ้น

****************************************************
สารบัญนิยาย by Glorious
1. หรือจะเก็บรักไว้ในสายลม

2. อย่าติสท์ให้มากนัก ถ้าพี่รักแล้วน้องจะหนาว

3. กรุ่นกลิ่นรวงข้าว

รวมเรื่องสั้นคั่นเวลา by Glorious
************************************************************************


ตอนที่ 1

เช้าวันแรกของการเปิดเทอม เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมกับความงัวเงียของผมที่ยังสะลึมสะลือ แดดอ่อนยามเช้าสาดเข้ามาจากหน้าต่างช่วยทำให้ผมรู้สึกตาสว่างขึ้นมาบ้าง

ผมลุกขึ้นมาจากเตียง แล้วเดินไปที่หน้าต่างพลางบิดขี้เกียจช้าๆ อากาศยามเช้าที่ชานเมืองยังสะอาดควรค่าแก่การสูดเข้าปอดแรงๆ อยู่ นอกฝั่งรั้วบ้าน ทุ่งหญ้าขึ้นสูงเป็นทิวเขียวๆ ชวนให้สบายตา นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบ้านเช่าสีฟ้าหม่นสุดซอยกลางเก่ากลางใหม่หลังนี้ในการมาใช้ชีวิตมหาลัยของผม แทนที่จะเป็นคอนโดหรือหอพักใกล้ๆมหาลัย

เป็นอีกหนึ่งวัน ที่แสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน ให้แสงสว่างและความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่ในใจของผม มันคงยังเป็นสีหม่นๆและเหน็บหนาวเหมือนๆเคยอีกวัน
.
.
.
มหาลัยในเช้าวันนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะบรรดารุ่นพี่ปีสองและเด็กใหม่ แต่สำหรับเด็กปีสี่อย่างผม ที่ค่อนข้างจะฟรีในอภิสิทธิ์ ผมมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาว่างเปล่าพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องชมรม ที่ล๊อคอยู่ ผมไขกุญแจเข้าไป พร้อมกับเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเข้ามา

ผมนั่งลงพร้อมกับเปิดกระเป๋าใส่ไวโอลินออก เสียงโหวกเหวกจากการรับน้องใหม่ดังมาไกลๆ แต่ก็ไม่ได้รบกวนผมมากเท่าไหร่นัก

ไวโอลินในมือถูกจับขึ้นในท่าที่ควร ก่อนจะถูกสีขึ้นช้าๆด้วยมือของผม


http://www.youtube.com/v/5cFgMt4T2GQ?version=3&amp&autoplay=1

East Wind Break (สายลมร้าวรานทางทิศบูรพา)

มองตะวันจมหายที่ปลายฟ้า
รินสุราลงแก้วด้วยใจสั่น
สายลมพัดผ่านไปใจรำพัน
ใครคนนั้นจากไปไม่หวนคืน

เสียงสายลมตะวันออกนอกหน้าต่าง
มองไปทางบูรพาพาสะอื้น
สายลมผ่านพัดไปไม่หวนคืน
แม้จะยื่นมือคว้าก็ช้าการ

ใครกันหนอเล่นเพลงเก่าเราเคยร้อง
ท่วงทำนองคุ้นเสียงสำเนียงหวาน
เสียงสายพินกรายกรีดหวีดกังวาน
สอดประสานเสียงสะอื้นฟื้นเรื่องราว

มองเวิ้งฟ้าบูรพาอีกคราหนึ่ง
แล้วดิ่งลงก้นบึ้งภาพโพลนขาว
เห็นทางเดินตะวันออกที่ทอดยาว
สายลมร้าวรานใจสุดปลายทาง


 

“เล่นเพลงเศร้าแต่เช้าเลยนะพี่ลม”

ผมหันไปมองยังต้นเสียง ก็พบกับเด็กหนุ่มร่างผอมสูงที่นั่งกอดอกพร้อมกับส่งยิ้มจนตาหยีมาให้

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะบอย”

“ก็สักพักครับ”

“ยังมาเช้าเหมือนเดิมนะ” ผมพูด พร้อมกับวางไวโอลินลงข้างตัวช้าๆ

“ก็เหมือนพี่นั่นแหละ ยังเป็นคนมาเปิดประตูชมรมคนแรกเหมือนเดิม” บอยพูด พร้อมกับหยิบกีต้าร์คลาสสิคมาเล่นบ้าง


บอยเป็นรุ่นน้องปีสอง เป็นสมาชิกในชมรมดนตรีสากลเหมือนกันกับผม จริงๆ พูดว่าชมรมก็อาจจะไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะมันเหมือนห้องรวมคนที่มานั่งเล่นดนตรีกันมากกว่า ที่ใครอยากจะเล่นอะไรก็มักจะมาเล่นกันที่นี่ ในห้องยังมีห้องซ้อมดนตรีขนาดเล็กๆ ที่คนในชมรมจะใช้ซ้อมดนตรีกันอีกด้วย

“แล้วบอยไม่ไปรับน้องหรอ เป็นรุ่นพี่กับเค้าแล้วนี่”

“ไม่อะพี่ ขี้เกียจ”

ผมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะละความสนใจจากบอย แล้วหยิบไวโอลินขึ้นมาเล่นต่อ

เวลาผ่านไปเชื่องช้า คนในชมรมมากันไม่มากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ผมยิ้มทักทายเรียบๆกับทุกคนตามปกติ ซึ่งมันเป็นนิสัยของผมอยู่แล้ว

“พี่ลม ไปกินข้าวกัน” บอยเรียก

“อื้มม ไปสิ”

“เฮ้ย ไอ้บอย เรียกแต่พี่ลมรึไงวะ พี่คนอื่นนั่งกันหัวโด่เนี่ย” ไอ้เจ เพื่อนร่วมชมรมอีกคนทักขึ้น

“ก็พวกพี่มากันซะสายขนาดนี้ พี่ก็น่าจะกินข้าวกันมาแล้วไม่ใช่รึไง”

“สอดรู้อีกมึง กูก็พูดไปงั้นแหละ ไม่ไปขัดคอมึงกับไอ้ลมจีบกันหรอกสัส”

“ไอ้เจ เงียบปากไปเลย ห่า!!”ผมเสียงเขียว

“ฮ่าๆ พี่เจพูดได้ดีพี่” บอยหัวเราะขบขัน ก่อนจะเดินนำผมออกไป

ทุกคนในชมรมรู้ดีว่าผม “เป็น” อะไร ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ปิดบัง สิ่งที่ผมเป็นนั้นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครด้วย ผมแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ต่อให้ผมเป็นแบบนี้แต่ผมก็ยินดีช่วยเหลือ และเป็นเพื่อนที่ดีของทุกคน อีกทั้งผมก็ไม่เคยไปเกินเลยหรือไปล่วงเกินไอ้พวกนี้เลยสักคน แถมยังถึงไหนถึงกันกับพวกมันทุกครั้งที่มีการตั้งวงเมรัยกัน แม้ว่าผมจะเป็นจำพวกเหล้าไม่ขยับ แต่กับพินาศก็เถอะ

กับบอย บอยเป็นเด็กหนุ่มที่ร่าเริงคนหนึ่ง บวกกับความสามารถในการเล่นกีต้าร์ของบอยทำให้ตอนที่มันเข้ามาปีหนึ่งใหม่ๆ มันเป็นที่คลั่งไคล้ของบรรดาสาวๆหลายคน แต่บอยกับเลือกใช้เวลาส่วนใหญ่กับชมรมนี้มากกว่า

ผมมักจะแอบมองเด็กคนนี้เวลาที่มันยิ้มจนตาหยี ซึ่งก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เป็นแบบนี้ ที่มักจะมองผู้ชายที่ดูดี ผมยังจำวันแรกที่ไอ้เจ เพื่อนผมที่เป็นหัวหน้าชมรมแนะนำผมให้บอยรู้จัก ผมยิ้มเรียบให้มัน แต่มันกลับยกมือไหว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้จนตาหยีที่เป็นเอกลักษณ์ และนั่นเป็นหนึ่งในความทรงจำเล็กๆ ที่ผมกับบอยได้รู้จักกัน

ผมไม่รู้ว่าบอยรู้หรือเปล่าว่าผมเป็นยังไง แต่ผมเดาว่าคงรู้จากพี่ๆในชมรม แต่แทนที่บอยจะทำท่ารังเกียจหรือเฉยๆ เค้ากลับมักจะชวนผมไปกินข้าวด้วยกันทุกวันเหมือนอย่างวันนี้

ผมเคยสงสัยว่ามันจะ ”เป็น” เหมือนผมหรือเปล่า แต่ข้อสงสัยนั้นก็ถูกพับไป เพราะหลังจากที่ผมลองวิเคราะห์จากทุกความน่าจะเป็น ผมก็ได้คำตอบว่า อาจจะเป็นเพราะเรามาเช้าเหมือนกัน แค่นั้นเอง

มันอาจจะเป็นสมมติฐานที่อ่อนไปบ้าง แต่ถ้ามันมีความเป็นไปได้ก็ไม่ควรที่จะตัดทิ้ง หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นสมมติฐานที่ไม่เข้าข้างตัวเอง

.
.
.

ปีนี้มีน้องปีหนึ่งมาเข้าชมรมเยอะเหมือนทุกปี และเป็นผู้หญิงเยอะซะด้วย ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะไม่นาน  เดี๋ยวก็จะเหลืออยู่ไม่กี่คนเหมือนทุกๆปี นั่นก็เพราะชมรมเรามันไม่ได้มีแก่นสารอะไรนัก แค่เป็นสถานที่ที่รวมคนที่เล่นดนตรีเป็น ส่วนสาวๆเหล่านั้น บางคนหลังจากที่ผมดูจากการแต่งตัว ผมยังคงกังขาว่าเธอเล่นอะไรเป็น และในใบสมัครหลายๆใบที่ผมตรวจดู ก็พบว่าในช่องความสามารถทางดนตรีที่หลายๆคนกรอก คือการ “ร้องเพลง” เท่านั้นเอง

สงสัยกันมั้ยครับ ว่าผู้หญิงเหล่านั้นเค้ามาสมัครกันทำไม นั่นก็เพราะ เค้าตามกรี๊ดพวกคนหล่อๆเท่ๆ เข้ามาไงครับ โดยเฉพาะไอ้เจ หัวหน้าชมรม คิ้วเข้มๆ กับหน้าเรียวๆของมัน พร้อมกับฝีมือการเล่นกีต้าร์ของมันเป็นสเน่ห์ชั้นดีที่ใช้ดึงดูดสาวๆของมัน  และปีนี้ ไอ้เจมันยังเอาเจ้าบอยมาเสริมทัพอีกแรง โดยในทุกปีที่ทุกๆชมรมจะมาเปิดบูธรับสมัครคน ชมรมดนตรีของเราก็จะขนเครื่องดนตรีไปเล่นเพื่อชักชวนคนที่สนใจเข้ามาสมัคร

อาจจะมองเป็นการตลาดก็ได้ ถ้าจะมองเครื่องดนตรีที่ไอ้พวกนี้ถือตอนเล่นเป็นเครื่องประดับเสริมความหล่อก็ไม่แปลก เพราะจุดขายของการรับสมัครในแต่ละปีคือเอาคนหน้าตาดีเป็นจุดดึงดูดให้มีคนมาสมัคร ฟังดูงี่เง่าแต่มันก็จำเป็น เพราะเงินสนับสนุนชมรมที่มหาลัยจะแบ่งสรรปันส่วนให้กับแต่ละชมรมนั้น มันแปรผันตรงกับจำนวนคนสมัครนี่นา

ผมนั่งมองบอยเล่นกีต้าร์และร้องเพลงอยู่ห่างๆ แต่ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า ว่ามันมักจะหันมาขยิบตาให้ผมพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มชื้นเหงื่อจากอากาศร้อนๆช่วงเดือนมิถุนายน

“อะ น้ำกินซะ” ผมยื่นน้ำให้ไอ้เจ

“ขอบใจเว้ย” เจยิ้มพร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม

น้ำอีกขวดในมือผมกำลังจะถูกยื่นให้กับบอย แต่ทว่า...

“พี่คะ น้ำค่ะ หนูซื้อมาให้” เด็กสาวปีหนึ่งคนหนึ่งยื่นน้ำให้กับบอย

“อ่า ขอบคุณครับน้อง” บอยยิ้มรับ

 “พี่ร้องเพลงเพราะนะคะ”

“แหม ชมกันแบบนี้พี่เขินแย่เลย ว่าแต่เรากรอกใบสมัครรึยังจ๊ะเนี่ย”

“กรอกแล้วค่ะพี่”

“ดีๆ มาอยู่ชมรมเดียวกันกับพี่นะ”

“ค่ะ” เด็กสาวยิ้ม

ผมยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะรับสมัครเหมือนเดิม
“พี่ลม เดี๋ยวสิพี่ ”
ผมหันตามเสียงเรียก “ว่าไงบอย”

“น้ำในมือจะเอาไปไหน ไม่ได้เอามาให้ผมหรอ”

“ก็มีคนเอามาให้แล้วนี่ เลยจะเอาไปเก็บ คนอื่นจะได้กินไง ไม่เปลือง”

“โหยพี่ น้ำขวดเดียว ไม่พอหรอก เอามาเหอะ ”

“เออๆ ก็ได้” ผมพูดพร้อมกับโยนไปให้

บอยคว้าไว้ พร้อมกับเปิดฝาขวดออก พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม

“แล้วน้ำของน้องเค้าล่ะ ไม่กินซะหน่อยหรอ”

“เดี๋ยวกินครับ กินขวดนี้ก่อน น้ำของพี่อร่อยที่สุดแล้ว ฮ่าๆ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย”ผมสบถด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่ามันจะคิดลึกเหมือนผมมั้ย แต่ผมก็คิดไปแล้วอย่างขำขันไปตามที่ควรจะขำลึกๆในใจ[/color]


นิยายเรื่องนี้มีภาคต่อแล้วนะครับ ติดตามกันได้ที่

"เพทุบายในสายหมอก"

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=32192.0
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-02-2013 16:35:48 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 2

“น้องๆทุกคนครับ เย็นวันนี้เราจะมีการกินเลี้ยงต้อนรับน้องใม่ทุกคนนะครับ ที่ร้านแสนเพลิน ใครไม่รู้จักก็ถามพี่ๆได้ และไม่ได้บังคับ ตามสมัครใจเลย เป็นการกินกระชับความสัมพันธ์คนในขมรมเฉยๆ เอาเป็นว่า ใครอยากไปก็เจอกันที่ร้านเย็นนี้แล้วกัน” เจพูดกับทุกคน ก่อนจะปล่อยทุกคนไปพักตามอัธยาศัย

สิ้นเสียงของเจ ทุกคนเริ่มแยกย้ายกัน ส่วนผมนั่งเงียบๆ ยังไม่ได้ขยับไปไหน..

“พี่ลม” บอยทักขึ้น

“ว่าไง บอย”

บอยอมยิ้ม ก่อนจะหยิบหูฟังเสียบหูให้ แล้วหยิบหูฟังอีกข้างเสียบไว้ที่หูตัวเอง

“อะไรเนี่ยบอย”

“เพลงใหม่ของเจย์ โชว”

เสียงเพลงดังขึ้นจากหูฟัง ผมนั่งฟังยิ้มๆ นึกย้อนไปหลังจากวันที่บอยเข้ามาในชมรม บอยมีหลายๆสิ่งให้พวกเราแปลกใจ หนึ่งในนั้นคือบอยแตกฉานในภาษาจีนแถมยังเป็นแฟนตัวยงของเจย์ โชว สำหรับผมเอง เพิ่งมารู้จักชื่อนักร้องคนนี้จากบอยนี่แหละ และเริ่มชอบเพลงของเจย์ โชวจากหลายๆเพลงที่บอยมักจะเอามาเปิดกรอกหูให้ผมฟังบ่อยๆ

“เพราะเหมือนเดิม”

“ใช่ม้าพี่ อิอิ”บอยยิ้ม

“จู๋จี๋กันแต่เช้าเลยนะพวกมึง”เจทักกวนประสาทเหมือนเดิม

“-วยเหอะ”ผมชูนิ้วกลางใส่

“เหอะๆๆๆ เอ้อ ลม เย็นนี้ไปด้วยนะเว้ย”เจชวนผม

“กูเคยพลาดมั้ยล่ะเจ”

“ก็เพราะรู้ไง เลยต้องมากำชับ มีคนไม่เมาสักคนไว้เก็บศพพวกเมาปลิ้น ฮ่าๆ”

“เฮ้ออ... กูแม่งเบื่อตรงนี้แหละ”
.
.
.
งานเลี้ยงเป็นไปอย่างสนุกสนานเฮฮา รอบๆเจและบอยเต็มไปด้วยน้องใหม่สาวๆ ที่ชวนคุยนั่นคุยนี่อยู่ตลอด ผมนั่งมองดูอยู่เงียบๆพลางหยิบแหนมข้อไก่ขึ้นมากินแกล้ม เสียงเพลงในร้านดังกระหึ่มเร้าใจจนหลายๆคนเริ่มออกไปเต้นตามจังหวะ ส่วนบางคนก็ขยับอยู่ที่โต๊ะ และแน่นอน สำหรับผมแล้ว ... ที่โต๊ะดูจะปลอดภัยและสงบเหมาะสมกับผมแล้ว

“พี่ลมไปเต้นกันป่าว น้องๆเค้าชวนผมไป”บอยสะกิด

“ไปเหอะ พี่นั่งกินกับเล่นดีกว่า”

“เอ้อ พี่ลมยังขี้อายเหมือนเดิมสิน่า” บอยพูด พร้อมกับนั่งลง ขยับยุกยิกตามเสียงดนตรีอยู่ข้างๆผม

“พี่บอย มาหลบอยู่นี่เอง ป่ะ ไปเต้นด้วยกันมั้ยคะ” รุ่นน้องในชมรมในชุดวาบหวิวเดินมาเรียก ใบหน้าของเธอเริ่มแดง

“เอ้อ น้องไปเลยจ๊ะ เดี๋ยวพี่ขอดูพี่ลมเค้าก่อน เริ่มเมาแล้ว”

“เฮ้ย บอย”ผมร้อง

“เอ๋ พี่เค้าดูไม่เหมือนว่าจะเมาเลยนี่คะ”

“น้องไม่รู้ไร พี่ลมเค้าเมาลึก”

“อ่า ก็ได้ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”น้องคนนั้นพูด พร้อมกับเดินออกไป

“เอาพี่มาขายซะงั้นน่ะ”

“แหะๆๆ ขี้เกียจน่ะพี่ เก็บแรงไว้ขับรถกลับดีกว่า”
.
.
.
ตามคาดของงานเลี้ยงที่เมื่อเลิกรา การเก็บศพพวกเมาไม่รู้ลิมิตเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในร้านที่เน้นกลุ่มนักศึกษาอย่างร้านนี้ ผมวิ่งลากน้องๆที่เมาไม่ได้สติส่งขึ้นรถคนนั้นคนนี้ทีละคน จนมาถึงกลุ่มสุดท้าย

“พี่ลมเดี๋ยวผมพาพวกที่เหลือนี้ไปส่งเองพี่” บอยบอก

“เราไหวป่าว เหลือกลุ่มสุดท้ายแล้ว แล้วน้องอีกคนเค้าไม่เมาเท่าไหร่ พี่ว่าจะให้มันกลับแท็กซี่กัน ”ผมถาม

“ไม่เป็นไร พี่ก็ขึ้นรถมาด้วย เบียดกันไปแป๊บเดียว เดี๋ยวไปส่งบ้านครบทุกคนแหละ”

“เออๆได้ งั้นเดี๋ยวไปช่วยน้องมันลากมาก่อน”
.
.
.
หลังจากที่ไปส่งทุกคนจนครบแล้ว บอยเลือกส่งผมเป็นคนสุดท้าย เสียงเพลง เจย์ โชว จากเครื่องเล่นดังขึ้นมาทำลายความเงียบ พร้อมกับรถที่แล่นฝ่าสายลมไปเรื่อยๆ

ผมยิ้มแทนคำขอบคุณเมื่อบอยขับมาส่งผมที่บ้าน บอยทำหน้าอิดโรย ก่อนจะพูดขึ้น

“โอย... เมา หมดแรง”

“สม กินเยอะล่ะสิ ไปล้างหน้าในบ้านหน่อยมั้ย”

“ไม่อะ”

“ตามใจ” ผมพูด พร้อมกับเปิดประตูรถออกไป

“พี่ลม เปิดประตูรั้วด้วยนะ”

“เปิดทำไม ไหนว่าไม่เข้าไป” คำสั่งของบอยทำให้ผมรู้สึกนึกฉงนอยู่ในใจ แต่ก็เพียงไม่นาน ผมก็ได้รับการเฉลย

“ป่าว ไม่ได้จะแค่ล้างหน้า จะนอนนี่ ไม่ไหวแล้ว”

“เฮ้ย เอาจริงหรอ”

“เออเดะพี่ รีบเร็วๆเลย เดี๋ยวผมอ้วกโชว์เลย”

“เออๆ รอเดี๋ยวๆ”

ผมรีบลงไปเปิดประตู พร้อมกับความรู้สึกมากมายที่น่าสงสัยเกี่ยวกับบอย ด้วยสติสัมปชัญญะที่ยังมี มันทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมา ว่า
ตั้งแต่ที่บอยเข้ามาในชีวิต เด็กคนนี้ก็เริ่มล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตเค้าเรื่อยๆ ทั้งที่เค้าน่าจะรู้ ว่าอะไรเป็นอะไร

บอยเข้ามาในบ้าน พร้อมกับล้มตัวลงบนโซฟา ก้อนที่ผมจะเดินขึ้นไปหยิบผ้าขนหนู แล้วโยนใส่หน้าคนเมา

“ไปอาบน้ำก่อนไป”

“เมาอะ”

“เมาก็ต้องไป เหม็นโซฟา”

“ถ้าผมไม่ไหว พี่จะเช็ดตัวให้ผมป่าว”

ผมกลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืน แต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธ “ไม่ว่ะ ไป ไปอาบน้ำ”
“เฮ้อ ไปก็ได้ครับ”บอยลุกขึ้น ในขณะที่ผมทรุดตัวลงนั่ง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

แอลกอฮอสล์ในร่างกายจำนวนเล็กน้อยเริ่มหมดฤทธิ์ พร้อมกับความสับสนในใจ

บอยต้องการอะไร รัก ลองใจ ลองของ หรือมันไม่ได้คิดอะไรเลย?
.
.
.
เสียงซู่ซ่าดังมาจากห้องน้ำ ทำอารมณ์ผมเริ่มกระเจิดกระเจิง หนุ่มหล่อที่มีแต่สาวๆมารุมรักอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับผม ความคิดฝ่ายชั่วเริ่มมีอำนาจทำให้ผมเริ่มจินตนาการถึงภาพของคนที่อยู่ข้างในห้องน้ำ ภาพนั้นราวกับเทพบุตรกรีกเปลือยกายชำระล้างเนื้อตัวอยู่ก็ไม่ปาน

เสียงประตูเปิดออกทำลายภวังค์ของผม ผมตบหน้าตัวเองแรงๆสองทีเรียกสติกลับมา

“เมารึไงพี่ กินเข้าไปแค่นั้นเอง”

“ยุ่งน่า” ผมหันไปตามเสียง ภาพตรงหน้าทำเอาผมหน้าชา ชายหนุ่มหุ่นผอมเกร็ง แต่ก็มีมัดกล้ามเล็กน้อยน่าหลงใหล ไรผมเปียกชื้น และหยดน้ำที่เกาะตามตัว ปากเรียวขยับขึ้นลงตามการพูด แต่สำหรับผมแล้ว ปากเรียวนั้นเหมาะกับการจูบมากกว่าที่จะใช้พูดกวนๆเหมือนที่มันกำลังทำตอนนี้

บอยออกมาพร้อมกับบ๊อกเซอร์ของตัวเอง ผมแข็งใจลุกยืนขึ้น ไปข้างบน พร้อมกับหยิบชุดนอนให้บอย

“อะใส่ซะ กันอุจาด”

“โหย พูดงั้นได้ไง ดูๆ หุ่มผมออกจะดี” บอยพูดพร้อมกับเอื้อมมาจับมือผมไปจับกล้ามท้องของมัน

“เฮ้ยยย อย่า ไม่อยากจับเว้ย”

“ฮ่าๆ” บอยหัวเราะ ก่อนจะหยิบชุดนอนมาใส่แต่โดยดี

สายน้ำจากฝักบัวรินลงมาชำระร่างกาย และความคิดที่ชวนหน้าชา ภาพบอยยังคงติดตา และตรึงใจ จนส่วนนั้นของผมเริ่มแข็งตัว ผมสลัดหัวแร็งๆหลายที แต่ภาพเหล่านั้นกลับยิ่งชัดเจน และไม่ได้อ่อนตัวลงเลยแม้แต่น้อย

“เออๆ เอาออกก็ได้วะ” ผมสบถกับตัวเอง พร้อมกับทำๆให้มันเสร็จไป
______________________ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-02-2013 16:47:06 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
อ่า ตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ อีกแล้ว

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เนื้อเรื่องน่าติดตามค่ะ ^___^ :L2:

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ

ตอนที่ 3

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวนอน ก็เห็นไอ้ตัวดีนอนกอดหมอนข้างใบโปรดของผม

“อะไรพี่ลม ผมจะนอน” บอยสบถขึ้นทั้งที่ยังปรือตาเมื่อผมสะกิดมัน

“ไม่ได้ว่าไรหรอก แค่จะบอกว่า หมอนใบนี้พี่หวง”

“โหยย ยืมหน่อยไม่ได้ไง “

ผมกระชากหมอนข้างมาจากบอย ก่อนจะยิ้มใส่
“ไม่ได้ เสียใจด้วยนะ”

ผมพูด พร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วถอนหายใจเบาๆ มันเป็นเรื่องที่ทั้งน่าดีใจและตกใจ กับการที่บอยมันมานอนใกล้ๆแบบนี้ ผมหันหลังให้มันเพื่อเป็นการห้ามใจตัวเองด้วยอีกทาง ถึงแม้ว่าหัวใจของผมจะเต้นแรงจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ทว่า...

แขนจากคนข้างหลังอ้อมก็มาเกี่ยวผมไว้ สัมผัสนั้นทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งรัวเร็วขึ้นอีก

“เล่นอะไรเนี่ยบอย นอนดีๆ”

“ก็ผมติดหมอนข้าง พี่ไม่ให้ผมกอดหมอนข้างผมก็เลยต้องกอดพี่นี่แหละ”

“เฮ้ย แต่...”

บอยกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ก่อนจะกระซิบข้างหูผมเบาๆ

“เป็นหมอนข้างอย่าดิ้นนักสิ”

ผมนิ่งแต่ใจยังเต้นรัว

“บอย พี่ว่าบอยน่าจะรู้นะว่าพี่ เอ่อ... เป็นยังไง”

“.... หมอนข้างน่ะพูดไม่ได้หรอกนะ เข้าใจมั้ย ...นอนได้แล้ว”




ความรู้สึกมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว ทั้งรู้สึกดี และสับสน





ผมไม่ปฏิเสธหรอก ว่าลึกๆแล้วผมชอบบอย





แต่ผมไม่อยากหวังให้เค้าชอบผมหรือเป็นเหมือนผม




เพราะถ้าผมหวังมากไปกว่านี้





ผมอาจจะไม่ได้อยากเป็นแค่หมอนข้างของมัน
.
.
.
แดดยามสายส่องเข้ามาทางหน้าต่าง คนที่นอนข้างๆเมื่อคืนนี้หายไปจากเตียง แต่ผมก็ยังได้ยินเสียงแว่วๆมาจากทางริมระเบียง

“อืมมม อาทิตย์นี้ไม่ไปนะ ... ก็ทำงานน่ะ .... อื้มม อย่าคิดมากน่า เอ้อ แค่นี้ก่อนนะ บาย โก๊ะ”

“ตื่นนานแล้วหรอบอย”ผมทัก

บอยวางสาย พร้อมกับยิ้มขึ้น
 
“สักพักอะครับ แต่ก็คงนานแล้วแหละ เพราะผมต้มข้าวต้มรอไว้อยู่ที่ครัวแน่ะพี่”

“โห รูปหล่อแถมยังทำกับข้าวเป็น เจ๋งว่ะ”

ผมพยายามไม่ใส่ใจเรื่องเมื่อคืน เหมือนมันเองก็คงจำไม่ได้ มันคงเมาแล้วทำไปโดยไม่คิด ซึ่งไม่ควรที่ผมหรือมันจะต้องใส่ใจ

มื้อเช้าพ่วงมื้อเที่ยงของเราดำเนินไปเงียบๆ ถึงผมจะไม่พยายามคิดแต่ลึกๆก็ยังค้างคา บอยชวนคุยบ้าง แต่ผมก็ทำได้แค่ตอบแบบขอไปทีแล้วยิ้มให้มันอย่างปิดบังตวามหวั่นไหว
.
.
.
“ไม่กลับบ้านรึไง โอ้เอ้อยู่นั่น”ผมถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคล้อยบ่ายแล้วบอยก็ยังเอ้อระเหยอยู่

“บ้านพี่ลมยังน่าอยู่เหมือนเดิมนะครับ”

“ตอบไม่ตรงคำถาม”

“ยังไม่อยากกลับ”

“ไม่มีคนรออยู่ที่บ้านรึไง”

“ผมอยู่คอนโด”

“งั้นไม่มีคนรออยู่ที่คอนโดรึไง”

“ไม่มีครับ”

“แล้วทำไมยังไม่อยากกลับ”

“ก็ยังไม่อยากก็คือไม่อยากนั่นแหละ ไล่ผมแล้วหรอ”

“ไม่ได้ไล่ แค่สงสัย”

“ก็ไม่มีอะไร แค่ผมชอบบ้านพี่ บ้านพี่เงียบดี ผมชอบทุ่งหญ้าข้างบ้านพี่มากนะ “ บอยชี้ออกไปยังทุ่งหญ้าอีกฟากกำแพง และเมื่อผมอ้าปากจะถามต่อ ก็โดนบอยห้ามไว้เกือบจะทันที
 
“อ้อ แล้วผมก็ไม่อยากเล่นเกมยี่สิบคำถามกับพี่แล้วนะ”



ผมนิ่ง เข้าใจมากขึ้น



มันไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่อะไรในใจเค้าหรอกนะลม ผมบอกตัวเอง

“สมัยเรียน ผมเรียนโรงเรียนประจำ เข้มงวดอยู่เหมือนกัน ตอนเลิกเรียนหรือไม่งั้นบางทีก็แอบหนีเรียน ที่หลังโรงเรียนก็จะมีทุ่งนาคล้ายๆแบบนี้แหละ ผมปีนกำแพงไปวิ่งเล่นกับเพื่อนประจำ บางทีชวนใครไม่มีใครไปก็ปีนไปนั่งเล่นคนเดียว” บอยพูดขึ้นมาลอยๆโดยไม่ได้มองหน้าผม

“ฟังดูน่าสนุกดีนะ”

“ไม่หรอกพี่ น่าเศร้าซะมากกว่า ชีวิตเด็กโรงเรียนประจำมันน่าเศร้า ถ้าพี่ลองย้อนมองไป การที่ต้องจากพ่อจากแม่มาใช้ชีวิตตัวคนเดียวตั้งแต่จบปอหกเนี่ย มันเศร้านะ “

“แล้วทำไมเค้าถึงส่งเราไปโรงเรียนประจำล่ะ” ผมเอ่ยถามขึ้นแล้วมองลึกลงไปในแววตาว่างเปล่าของบอย

“พ่อกับแม่เค้าอยากให้ผมเป็นคนเข้มแข็ง เพราะผมเป็นลูกชายคนโต ผมมีน้องสาวอยู่คนนึงครับพี่ ตอนนั้นผมโคตรอิจฉาน้องสาวผมเลย ที่ไม่ว่าจะทำอะไรพ่อแม่ก็เอาใจ แถมพ่อกับแม่เค้าภูมิใจในน้องสาวผมมาก เพราะทุกครั้งที่เกรดออกมา น้องผมไม่ที่หนึ่งก็ที่สอง แต่สำหรับผม หลุดจากห้าอันดับท้ายมาได้นี่ก็นับว่าบุญแล้ว”

“โง่แต่เด็กว่างั้น”ผมพยายามทำให้ขำ เพราะเรื่องที่บอยเล่าเริ่มเครียดแล้ว

“งั้นมั้งครับ ภาพพี่ชายที่ต้องเก่ง ต้องดี ต้องดูแลน้องสาวได้สำหรับผมมันไม่มีเลยในสายตาพ่อกับแม่ตอนนั้น ผมถูกส่งมาฝึกตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่โรงเรียนประจำไง”

“เอาน่า อย่างน้อยบอยก็เล่นกีต้าร์เก่งขนาดนี้ สมัยเด็กๆเคยได้ไปแข่งแล้วได้รางวัลมามั่งมั้ย”

“เคยครับ ตอนปอหกเนี่ยแหละ ผมได้รางวัลอะไรมาสักอย่างแต่ผมก็ลืมไปแล้วล่ะ”

“ไหงลืมได้ละ ตอนพี่อยู่ปอสี่ได้เกียรติบัตรจากงานกีฬาสีพี่ยังจำได้เลย”

“มันไม่ค่อยน่าจำเท่าไหร่น่ะครับ ตอนที่ผมเอาใบรางวัลไปให้เค้า เค้าดันบอกผมว่า ทำไมไม่อ่านหนังสือ เอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ทำไม”



ผมนิ่งอีกครั้ง พร้อมกับเอื้อมมือไปตบไหล่บอยเบาๆอย่างปลอบโยน

“เอาน่า อย่างน้อยบอยก็ผ่านมาได้ แล้วก็ยังเป็นคนดีแบบนี้ พี่ว่าก็โอเคแล้วล่ะ”

บอยยิ้มให้ผมอย่างแกนๆ พลางเสตามองไปยังทุ่งหญ้าเบื้องหน้า

“ผมไม่ใช่คนดีนักหรอกพี่”
.
.
.
บ่ายแก่ๆ ผมนั่งฟังเพลงอยู่บนเตียงเงียบๆ พยายามไม่ใส่ใจแขกคนนี้ บอยเองก็นั่นๆนี่ๆของมันไปเรื่อย มันหายไปสักพักจนผมคิดว่าบอยคงกลับไปแล้ว

ความร้อนยามบ่ายทำให้ผมเริ่มเพลียและหลับลง จนตื่นขึ้นมาตอนเย็นๆ ในตอนที่ผมลืมตาขึ้นมานั้น แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่กลิ่นกายของคนที่เคยนอนด้วยกันยังติดอยู่จางๆ แล้วผมก็ครุ่นคิด ว่ากลิ่นนั้นมันติดอยู่ที่หมอน ที่จมูก หรือที่ความทรงจำกันแน่นะ

ลมยามเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่าง เวลาที่ล่วงไปทำให้ผมลุกขึ้นมามองไปทางทุ่งหญ้าเบื้องหน้าอีกครั้ง และก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นข้างหน้า

“เฮ้ย บอย ยังไม่กลับอีกหรอ” ผมตะโกนถาม

“ไม่อะ ขอค้างอีกคืนแล้วกัน” บอยตะโกนตอบ พร้อมกับโล้ชิงช้าขนาดใหญ่ที่ผูกไว้ตรงต้นไม้อีกฟากหนึ่งของกำแพง

“เอ้อ ตามใจเฮอะ”ผมตะโกนอีกครั้ง พลางส่ายหัว

“เอ้อ ดูท่าจะชอบเอามากจริง” ผมยิ้มพลางพูดกับตัวเองอย่างอิ่มเอมอยู่ลึกๆ

 
ผมควรดีใจมั้ยนะที่จะได้อยู่ด้วยกันกับบอยอีกคืน


และคืนนี้ผมจะต้องเป็นหมอนข้างอีกหรือเปล่านะ?
.
.
.
ไวโอลินในกระเป๋าถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับที่ถูกผมเล่นอย่างนิ่มนวล เวลานี้ ผมกำลังพยายามตัดความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดลง ถึงอย่างนั้น ผมก็รู้สึกว่า เวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าจนดูเนิ่นนาน บอยยังคงหายไปจากห้องซึ่งผมเดาเอาว่าคงยังนั่งเล่นอยู่ที่ชานทุ่งเหมือนเดิม

แต่นี่ก็เริ่มเย็นแล้ว ถ้าดึกกว่านี้นี่ยุงว่อนเลยนะ...

ผมตัดสินใจวางไวโอลินลงพร้อมกับชะโงกหน้าไปดูอีกครั้ง ก็พบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว


ชั้นล่างว่างเปล่า พร้อมกับรถที่หายไป


หายไปไหนของมันนะ หรือจะกลับไปแล้ว ไหนว่าจะค้างไง ผมคิดไปคนเดียวอย่างไม่มีให้ให้คำตอบ แต่เพียงไม่นาน ก็มีสายเรียกเข้าจากคนที่ตอบผมได้

“ฮัลโหล บอย กลับไปแล้วหรอ”

“ผมอยู่เซเว่นครับพี่”

“ไปหาอะไรกินหรอ”

“ประมาณนั้น แหะๆ”

“งั้นซื้อข้าวกล่องมาฝากด้วย อะไรก็ได้ เดี๋ยวพี่จ่ายเงินให้”

“ไม่เป็นไรพี่ ผมเลี้ยง คิดซะว่า ค่ารกหูรกตาพี่ก็แล้วกัน”

“อืมมเข้าท่า งั้นจัดไปตามนั้น”
.
.
.
เสียงแตรรถดังขึ้น ผมจึงลงไปข้างล่างเพื่อเปิดประตู

“พี่บอย มาช่วยยกของหน่อย”

“ซื้อไรมาเยอะแยะ ฝากซื้อแค่ข้าวกล่องเดียว”

ผมเปิดท้ายรถ และภาพตรงหน้าก็ทำให้ผมต้องตกใจ...
 
“เฮ้ย บอย ซื้อมาเป็นลังเลยเรอะ” ผมอุทาน เมื่อเห็นว่ามีถุงเซเว่นหนึ่งถุงใหญ่ พร้อมกับลังเบียร์อีกหนึ่งลัง

“แหะๆๆ บรรยากาศมันคู่ควรแก่การละเลียดเบียร์นี่นา”

“แต่พี่ไม่ไหวหรอกนะ ถ้าให้กินหมดเนี่ย”

“เอาน่า กินๆเป็นเพื่อนผมหน่อยแล้วกัน”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2013 14:49:31 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

สุวรรณมาลี

  • บุคคลทั่วไป
ชอบจังเลยเรื่องสไตล์นี้
แต่คาดว่าจะได้เสียน้ำตาอีกแล้วสิเรา
ยังไงก็แต่งให้จบนะคะจะคอยติดตามต่อไป

+1 ให้นะคะ---สู้ๆค่ะ

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
คืนนี้ บอยมีแผนอะไรในใจ รึเปล่า  :haun4:

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15
เรื่องนี้น่าติดตามมากๆเลย :กอด1:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
บอยน่ารัก ชอบค่ะเรื่อยๆแบบนี้ลุ้นแบบไม่อึดอัด ^____^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
น้องบอยทำตัวเนียนเข้าหาพี่ลมแบบสบาย ๆ เช่นนี้ ดูยากนิด ๆ ว่าคิดอะไรอยู่ ?
ไม่แปลกที่พี่ลมจะหวั่นไหว แต่ไม่กล้าคิดลึกเข้าข้างตัวเอง และสงวนท่าที ( ปัญหาของเกย์ในชีวิตจริง )
เป็นความขัดแย้งที่อ่านแล้ว ให้ความรู้สึกว่าเรื่องนี้ real ดีนะ....

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 4

เบียร์ถูกรินลงแก้วช้าๆ เราสองคนนั่งดื่มกินกันที่ม้าหินหน้าบ้าน แม้จะมียุงมากวนอยู่บ้าง แต่ห่านฟ้าก็พอจะเอาอยู่

ในชมรม ผมกับบอยจะสนิทกันพอสมควร แต่การได้มาอยู่ร่วมกันสองวันแบบนี้ ก็ช่วยทำให้ผมได้รู้อะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับบอย บอยดูจะมีความหลังที่น่าสงสารอยู่พอสมควร เกี่ยวกับครอบครัว ผมอดทึ่งไม่ได้กับความสามารถในการจัดการกับความรู้สึกตนเองของบอย เพราะถ้าเป็นผม ผมอาจจะไม่สามารถที่จะร่าเริงได้ขนาดนี้ หรืออย่างน้อยที่สุด ยิ้มตาหยีของมันก็ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มอง

“แล้วพี่ลมล่ะ ตอนเด็กมีเรื่องไรมาเล่ามั่งมั้ย”

“ไม่ค่อยมีหรอก แม่พี่ก็รักพี่ดี มีความสุข”

“แล้วพ่อพี่อะ”

“แยกกับแม่ตั้งแต่เด็กๆน่ะ” ผมตอบด้วยความรู้สึกไม่บวกไม่ลบ

“อ้อ เด็กมีปัญหาเหมือนกัน มิน่าทำไมพี่ลมไม่ค่อยพูดเลย”

“ไม่หรอกบอย ไม่เกี่ยวกับที่พี่ไม่มีพ่อ เป็นเพราะเรื่องอื่นมากกว่า”

“เรื่องไรอะพี่”

“อย่ารู้เลย” ผมพูดพลางกระดกเบียร์หมดแก้ว จะให้พูดได้ไง ว่าที่ไม่อยากพูด เพราะต้องปิดบัง เรื่องว่าตัวเองเป็นอะไร

“เชี่ยเอ๊ย ลืมตัว” ผมสบถ เพราะเผลอกระดกน้ำสีอำพันไปจนหมดแก้ว

“ฮ่าๆๆ พี่ลมโดนผมมอมแน่”

“ไอ้บ้า แค่นี้ยังไม่เมาหรอกเว้ย”ผมพูดทั้งๆที่หน้าเริ่มร้อนเสียแล้ว
  .
.
.
ดีกรีของแอลกอฮอล์ในเลือดผมเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ยิ่งเริ่มรู้สึกเมากลับยิ่งกินง่ายขึ้น สติผมเริ่มหลุดลอย พร้อมกับความสามารถในการควบคุมตัวเองเริ่มน้อยลงทุกที เหตุการณ์ในหัวก็เริ่มไม่ค่อยปะติดปะต่อ ผมจำได้เลาๆเพียงว่า สักพักหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ผมร้องเพลงโหวกเหวกตามเสียงกีต้าร์ที่ไอ้บอยเล่น ไม่รู้ว่าลุกขึ้นเต้นด้วยหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเหงื่อออกมามากมาย

รอบตัวเริ่มรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงแรงๆอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะพยายามวิ่งขาขวิดไปยังห้องน้ำ ซึ่งดูเหมือนจะช้าเกินไป สติเฮือกสุดท้ายในการใช้สมองคิดของผมจึงตัดสินใจไปที่กำแพงแทน แล้วใช้มือเท้ากำแพงอ้วก

“เฮ้อออ บทจะรั่วก็รั่วจริงน้า ไอ้ลม” เสียงบอยพูดจากด้านหลัง พลางเอามือลูบหลังให้

“เฮ้ย เมื่อกี้เอ็งเรียกใครว่าไอ้วะ กูรุ่นพี่มึงนะเว้ย”

“คร้าบพี่ลม”บอยทำเสียงกวน

“ไอ้บอย พากูไปนอนที ไม่ไหวแล้ว”ผมพูดครั้งสุดท้าย ก่อนจะทรุดลงอย่างหมดแรงพยุงตัว
.
.
.
ผ้าชุบน้ำที่เช็ดตามตัวทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังมึนและเพลียอยู่ดี ในตอนที่สติเลือนลางนั้น ผมรู้สึกเลาๆว่า บอยเช็ดตัวให้ผมอย่างแผ่วเบา และเนิ่นนาน  แต่แน่นอนว่ามันไม่ชัดเจนในความทรงจำนัก
 
“บอยเสร็จรึยัง พี่อยากนอนแล้ว”

“อะ เอ่อครับ เด๋วผมเปลี่ยนเสื้อให้ แป๊บนึง”

ผมค่อยๆขยับตัวให้บอยถอดเสื้อให้ ก่อนจะพยายามใส่เสื้อตัวใหม่ที่บอยหยิบยื่นมา บอยเอื้อมมือมาพยายามจะเปลี่ยนกางเกงของผม แต่ผมก็ห้ามไว้ได้ทัน

“เฮ้ยบอย กางเกงไม่ต้อง ตัวเดิมนี่ล่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือหรอก”

ผมพยายามดิ้นรน แต่สุดท้าย ก็สู้มันไม่ได้ กางเกงขาสั้นยางยืดถูกดึงออก ประกอบกับความตื่นเต้นหรืออะไรก็ไม่รู้แหละ น้องชายของผมก็แข็งขืนดันจนแทบจะพ้นกางเกงออกมา

“ไอ้บ้า อย่าดูนะเว้ย”

“อะครับ ไม่ดูๆ เปลี่ยนกางเกงเหอะ “

บอยใส่กางเกงให้ผม ได้ยินเสียงมันหัวเราะคิดคัก แต่ผมเริ่มหมดแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับมันแล้ว พอใส่กางเกงเข้าที่ ผมก็ควานหาหมอนข้างจนได้มา

“ขาดไม่ได้จริงๆนะเนี่ยเรา หมอนข้างเนี่ย” บอยพูดเบาๆ

“อื้อ” ผมรับคำโดยไม่ได้สตินัก
.
.
.
ลมเบาๆลอยเข้ามาทางหน้าต่าง แดดก็เริ่มแยงตาผมเล็กน้อย แต่ตายังคงลืมไม่ขึ้น พร้อมกับหัวที่ยังหนักๆ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ ความรู้สึกตัวนั้นทำให้ผมค่อยๆนึกอะไรออกขึ้นมาบ้าง


ไม่น่าพลาดเลยจริงๆ


สมองเริ่มทำงานอย่างช้าๆเหมือนคอมพิวเตอร์ที่เริ่มบูธเครื่อง ผมเริ่มประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในวงแขนมีหมอนข้างใบโปรดในอ้อมกอด

กับ
.
.
เชี่ย!!!! แขนใครวะเนี่ยทับกูอยู่

เมื่อสมองเริ่มสั่งการอีกครั้ง ใบหน้าผมก็เริ่มร้อน ไออุ่นจากคนที่อยู่ข้างหลังเริ่มชัดเจน ความอบอุ่นแสนประหลาด อุ่นจนขนลุก ผมพยายามพลิกตัวกลับไปมอง ก็พบว่า ไอ้ตัวดียังกอดผมอยู่ โดยที่ท่อนบนเปลือย ท่อนล่างมีเพียงบ๊อกเซอร์ ดวงตาคมนั้นปิดสนิท และเมื่อผมขยับไปมอง แขนเล็กๆ แต่ทรงพลังกลับดึงผมกระชับเข้าไปในที่แคบติดตัวมันอีก

ตอนนี้ใบหน้าของผม ซุกอยู่บนอกของบอย หัวใจผมเต้นแรง หายใจถี่ พร้อมกับส่วนนั้นของตัวเองก็เริ่มควบคุมไม่ได้ กลิ่นตัวอ่อนๆของบุรุษเพศจากบอยแตะจมูกจนแทบอยากซุกไซร้ แต่ผมก็ต้องข่มความรู้สึกทุกอย่างไว้ สมองผมเริ่มคิดอีกครั้ง ผมควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปมั้ย เพราะอันที่จริง การได้อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้
.
.
.
ผมรู้สึกดี โกหกตัวเองไม่ได้เลย


“....”

“บอย ตื่นๆ”ผมพยายามดิ้น

“อืมมม”

“บอยตื่นเดี๋ยวนี้นะ” ผมพยายามท้วงโดยที่ยังไม่ได้ออกแรงขัดขืน

“ผมยังง่วงอยู่เลย”

“ปล่อยพี่ก่อน พี่จะนอนดีๆ”

“พี่ก็นอนไปสิ”

“เอ่ออ บอยกอดพี่อยู่นะ แล้วจะนอนได้ไง”

“นอนได้ดิ แล้วนี่พี่นั่งอยู่รึไง”

“บอยจะปล่อยไม่ปล่อย ไม่ปล่อยพี่กัดหัวนมขาดนะเว้ย”

ได้ผล บอยขยับตัวออก ก่อนจะจับผมพลิกให้นอนตะแคงอีกด้าน แล้วกอดผมอีกครั้ง

“เฮ้ย ปล่อยสิวะ พี่จะลุกแล้ว อยากได้หมอนข้างเดี๋ยวให้”

“ไม่เอาอะ  ติดใจหมอนข้างใบนี้แล้ว เอาใบอื่นมาแลกก็ไม่ยอมหรอก”

“บอย ไม่ตลกแล้วนะเว้ย”ผมเริ่มขึ้นเสียง

“อะ โอเค ไม่แกล้งแล้ว” บอยคลายวงแขนลง พร้อมกับที่ผมโดดขึ้นมาจากเตียง

“อย่าทำอย่างนี้อีกนะบอย” ความรู้สึกสับสนและความรู้สึกผิดชอบทำให้ผมพูดความคิดในหัวแวบแรกหากแต่บางทีอาจจะไม่ใช่การนึกคิดส่วนลึก

“อะไรกันพี่ลม ผมกำลังคิดว่าจะหาเรื่องมาค้างบ่อยๆเลย” บอยพูดพร้อมส่งยิ้มมีเลศนัย

“มาค้างน่ะได้ แต่อย่าแกล้งกันแบบนี้อีก”

“แกล้งแบบไหน”

“ก็...” ผมเริ่มเขิน “ที่มากอดกันแทนหมอนข้างแบบนี้ไง”

“ทำไมพี่ เขินรึไง”

“ไม่ใช่อย่างนั้น พี่คิดว่าบอยรู้ว่าพี่เป็นยังไง บอยไม่ใช่คนโง่ และพี่ก็คิดว่า บอยไม่ควรมากอดพี่”

“เป็นยังไง คือเป็นอะไรล่ะพี่”บอยยังยิ้มกวน

“ต้องให้พูดรึไง สรุปที่ทำมาทั้งหมดนี่คือตั้งใจจะแกล้งกันใช่มั้ย ฮึ”ผมขึ้นเสียง พร้อมกับดวงตาเริ่มร้อนเสียแล้ว

“เอ่อ พี่ลม คือผมไม่ได้คิดจะทำพี่แบบนั้น” บอยเริ่มเสียงอ่อยเมื่อผมอ่อนไหวเกินกว่าที่บอยคาดคิดไว้

“ไม่ต้องมาพูดเลย ก็รู้อยู่ว่าพี่ชอบผู้ชายยังจะมาแกล้งกันแบบนี้ สนุกนักใช่มั้ย” ตอนนี้ผมเริ่มร้องไห้แล้ว ม่านตาเริ่มพร่ามัวด้วยน้ำใสๆจากดวงตา ภาพคนตรงหน้าเริ่มเลือนราง แต่ทว่า กลับมีสัมผัสที่ชัดเจนยิ่งกว่า...

“ผมไม่ได้แกล้งนะ ...ผมรู้สึกดีกับพี่จริงๆ”บอยพูดพร้อมกับดึงผมไปกอดไว้

“บอย!!!” ผมอุทาน ทั้งน้ำตาที่ยังนองหน้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2013 15:41:47 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
นึกว่าจะเข้าวงจร กินเหล้า เมา เสียตัว   o8
แต่ยังไม่ข้ามขั้นเป็นแบบนั้นก็ดี ค่อยเป็นค่อยไปตามความรู้สึกที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จะดีกว่า
ว่าแต่น้องบอยจะสารภาพรักกับพี่ลมใช่ไหมค่ะ ? รอลุ้น ๆ

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 5

“หมายความว่าไง บอย” ผมถามขึ้นเสียงสั้นอย่างไม่เชื่อหุตัวเองนัก

“ผมชอบพี่ลมนะ”

“เอ่อ มันไม่ตลกนะบอย”

“ผมรู้ รู้หมดแหละว่าอะไรเป็นอะไร ผมไม่ควรทำแบบนี้กับพี่ แต่ผมก็แค่ชอบพี่ ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่ถูกต้องก็ตาม”

บอยตอบพร้อมกับใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกมาในดวงตาของผมเช่นกัน ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่อาจจะเป็นความรัก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองอย่างนั้น

“ใช่ บอยเป็นผู้ชาย ส่วนพี่ โอเค อาจจะไม่เต็มร้อย แต่พี่ไม่ได้... พี่ไม่อยากเสียใจ”

“ถ้าพี่แทนตัวเองว่าเป็นผู้ชายที่ไม่เต็มร้อย ผมเองก็คงไม่ต่างกัน”

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าผมเองไม่ได้ต่างจากพี่ไง แต่ถ้าจะมีต่างกันบ้าง ผมคิดว่าเราต่างกันแค่ พี่อาจจะอยากมีผู้ชายสักคนที่ดูแลพี่ได้ ส่วนผมก็แค่อยากจะดูแลผู้ชายสักคนให้ดีที่สุด”

“เอ่อ...” ผมหน้าแดงทั้งหน้าจนรู้สึกได้ “บอยรู้มาตลอดหรอ?”

“ชอบมาตลอดด้วย เพียงแต่ ผมก็พยายามหักห้ามใจ“

“ทำไมล่ะ?”

“เอ่อ หลายๆอย่างครับ”

“พี่ไม่เข้าใจ”

บอยเงียบลง ความเงียบทำให้เหมือนเวลาที่หยุดนิ่งไปนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะพูดต่อ “ผมเองก็ไม่อยากให้พี่เข้าใจตอนนี้ แต่วันหนึ่งผมจะบอกพี่เอง....”



เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับความฝัน


หากแต่.... ผมยังไม่กล้ามั่นใจ ว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย
.
.
.
ผมยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ลมยามบ่ายพัดมาเบาๆ พลางปล่อยความนึกคิดมากมายวุ่นวนอยู่ในหัวให้มันล่องลอยไปกับสายลม เราไม่ได้พูดอะไรกันต่ออีก พร้อมกับที่ภายในใจของผม เกิดคำถามหนึ่งที่ยังคาใจ



ผมต้องทำยังไงต่อกับเรื่องนี้



เหมือนอะไรๆจะดีขึ้น ที่บอยเองรู้เรื่องผม และไม่ได้ต่างจากผม อีกทั้งบอยเองก็มีใจให้



ที่บอยบอกนั้น มันเป็นการขอเป็นแฟนหรือเปล่า


แล้วถ้าใช่ ผมควรจะโอเคเลยดีมั้ย?


ท่ามกลางความเงียบทั้งภายนอกและภายในจิตใจ บอยเดินมาโอบกอดผมจากด้านหลังโดยไม่ได้พูดอะไร

“จะกลับหรือยังฮึ บอย”ผมถามขึ้น

“เย็นๆน่ะครับ”

“อืม” ผมรับคำสั้นๆ พร้อมกับยิ้มให้

“พี่ลมครับ...” บอยเอ่ยขึ้น และเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายบอยก็ตัดสินใจไม่พูดมันออกมา จนผมต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย สุดท้าย บอยจึงพูดออกมาจนได้ “ผมพูดจริงๆนะว่าผมชอบพี่ลมจริงๆ”

“พี่กำลังสงสัย ว่ามันคือการขอเป็นแฟนหรือเปล่า”

บอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเสตามองไปข้างหน้า

“ผมยังไม่อยากให้พี่คิดแบบนั้น แต่เชื่อผมเถอะ ผมรักพี่จริงๆ”

“งั้นหรอ” ผมรับคำ ใจห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย

แต่มันก็โอเค ที่อย่างน้อยเราก็รักกัน แม้บอยจะยังไม่กล้าเรียกผมว่าคนรัก

ความรักเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ความรักไม่ควรเป็นอะไรที่ค้างคา



เป็นคำตอบที่เหมือนจะชัดเจน แต่เหมือนมีบางอย่างที่ผมยังคงกังขา


ทว่าสำหรับผม แค่นี้ ผมก็มีความสุขเป็นไหนๆแล้ว
.
.
.
บอยกลับไปในช่วงเย็นๆ เราต่างคนต่างยิ้มให้กัน ก่อนจะโบกลาช้าๆ รถของบอยแล่นหายไปในเวลาไม่นาน ก่อนที่วันอีกหนึ่งวันก็ผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่ายแต่อิ่มเอม

คืนนี้เป็นอีกคืนที่ผมนอนไม่หลับ แม้ผมจะนอนไม่หลับเป็นปกติ เมื่อก่อนการนอนไม่หลับของผมมาจากความเหงา แต่วันนี้ไม่ใช่ ความรักเล็กๆที่น่าจะสมหวังของผมทำผมยิ้มให้กับเพดานห้อง จนนอนไม่หลับ


กลิ่นจางๆบนเตียงยังคงอยู่ ทำให้ไออุ่นจากใครบางคนเริ่มชัดเจนในความรู้สึก


“บอยรู้มั้ย บอยทำให้ใครคนนึงเริ่มนอนคนเดียวไม่เป็นแล้วนะ” ผมพูดกับตัวเอง
.
.
.
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมาถึงหน้าประตูชมรมคนแรกเหมือนเช่นเคย ในขณะที่ผมไขกุญแจ ผมก็รู้สึกถึงอ้อมกอดที่คุ้นเคยจากด้านหลัง แต่ถึงจะคุ้นเคย สำหรับที่นี่ สถานที่ซึ่งไม่ใช่สถานที่ของผมแต่เพียงผู้เดียว มันก็ทำให้ผมต้องสะดุ้งทันที

“เอ๊ย บอย อย่าทำแบบนี้สิ”ผมหน้าแดงด้วยความเขินอาย

“ยังเช้าอยู่เลยไม่มีใครหรอกครับ” บอยกระซิบ พลางยื่นหน้ามาใกล้พร้อมกับจะหอมแก้ม

“เอ๊ย พอๆ” ผมดีดตัวออก ทำหน้าทะเล้นพร้อมกับเอานิ้วชี้ไปที่แก้ม “ตรงเนี้ย เก็บไว้ให้แฟนเท่านั้นนะ”

บอยหน้าเจื่อนลง พลางยิ้มแห้งๆ “งั้นหรอครับ”

บอยเงียบไปพร้อมกับสีหน้าที่ดูเปี่ลยนไปเช่นกันจนผมแปลกใจ อันที่จริงผมก็ไม่ได้หวงตัวอะไรนักหรอก ดีใจซะด้วยซ้ำ ตั้งใจเพียงแค่อยากจะแกล้งเล่นๆเท่านั้น ผมคิดว่า ถ้าผมทำแบบนี้ บอยมันต้องพยายามมากกว่านี้สิ แต่ไหงมันจ๋อยแบบนี้ล่ะ




หรือบอยมันจะมีอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่รู้?
.
.
.
ตั้งแต่วันนั้น ผมกับบอยก็มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น ในความคิดของผม ผมกล้าพูดว่า ถึงเราจะไม่ได้แทนตัวเองว่าแฟนกัน แต่ผมว่าเราเข้าใกล้คำนั้นมากขึ้นทุกที แม้ว่ามันจะเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผมยังคาใจโดยที่ผมเองก็หาคำตอบไม่ได้ก็เถอะ


ตลอดเวลา บอยดูแลผมเป็นอย่างดี ในวันธรรมดา บอยจะมาค้างที่บ้านผมทุกคืน แต่ศุกร์เสาร์อาทิตย์ บอยให้เหตุผลว่าต้องกลับบ้านซึ่งผมก็เห็นด้วย


การได้มาอยู่ด้วยกัน ทำให้ผมเริ่มได้สังเกตหลายๆอย่างของบอย เช่นบอยชอบนอนใส่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว ชอบไปนั่งเล่นโล้ชิงช้าริมทุ่ง และที่น่าตกใจคือมันทำกับข้าวอร่อยมาก นอกจากนั้น บอยก็ยังไม่ค่อยชอบให้ใครมาฟังบอยพูดโทรศัพท์ เคยมีครั้งหนึ่ง ที่ผมแอบไปดูว่าบอยไปอยู่ที่ไหน เมื่อผมเดินตามเสียงไป ก็พบว่าบอยกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ผมซุ่มฟังอยู่เงียบๆ พอจะจับใจความได้ว่า บอยกำลังคุยกับคนชื่อโก๊ะ วันนั้น ผมยังจำได้ดี


“คุยกับเพื่อนหรอบอย”ผมทักขึ้น เมื่อบอยวางสาย

“อะ เอ่อ ใช่เพื่อนสมัยเรียนน่ะ” บอยหันมามองผม สีหน้าดูตกใจ

“อ้อ งั้นหรอ”

“เอ่อ พี่ลม ผมมีเรื่องอยากจะบอกพี่อย่างนึง”

“ว่า?”

“คือ ผมไม่ชอบให้ใครมาแอบฟังผมคุยโทรศัพท์น่ะ อย่าทำอีกนะ”

“อ่า โกรธหรอ”ผมหน้าเจื่อนๆ

“ก็ไม่เชิงนะพี่ แต่ก็ นิดหน่อย”

“โอเคๆ พี่ขอโทษ”

.
.
.
เดือนหน้าที่จะมาถึงจะมีงานสถาปนามหาลัย ซึ่งทางชมรมของผมได้มีโอกาสไปเล่นในหอประชุมกับเค้าด้วย พวกเราทุกคนเลยต้องมาสุมหัวกันที่ชมรมมากขึ้น พวกเราช่วยกันเลือกเพลงมาหลายเพลง โดยเฉพาะบอย ด้วยความที่มันบ้าเจย์โชวมาก ทำให้มันพยายามนำเสนอเพลงเจย์ โชวมาหลายเพลง แต่คนอื่นก็สายหน้า ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ละความพยายาม จนคนอื่นต้องยอมตามใจมัน โดยไอ้เจตัดปัญหา ด้วยการเลือกเอาเพลง Ju Hua Tai ที่มีการประสานเสียงไวโอลินด้วย โดยเจให้ผมกับบอยเล่นกีต้าร์กับไวโอลินประสานกันร่วมกับวงสตริงคอมโบ้เล็กๆในชมรม


พวกเราซ้อมกันทุกวัน โดยเฉพาะผมกับบอย เพลง Ju Hua Tai ที่ไอ้เจมันเรียบเรียงเสียงประสานให้นั้นไอ้เจได้เรียบเรียงให้ผมเล่นไวโอลินในส่วนของเมโลดี้ ส่วนไอ้บอยเล่นกีต้าร์คลาสสิคเดินริธึ่ม

วันจริงใกล้เข้ามาทุกที ทั้งผมและบอยตื่นเต้นกันมาก โดยเฉพาะในเพลงที่เราต้องเล่นด้วยกัน ถึงแม้เราทั้งสองคนจะเคยขึ้นไปเล่นด้วยกันมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเล่นเพลงไหน ที่ได้เล่นในลักษณะนี้ เพลงที่เหมือนจะมีแค่เราสองคนเป็นพระเอกคู่กัน
.
.
.
คืนก่อนวันแข่ง บอยมานอนบ้านผมเหมือนเคย ผมนอนอยู่บนแขนของไอ้ตัวดีที่กำลังฮัมเพลงที่จะเล่นพรุ่งนี้อย่างอารมณ์ดี

“บอยว่ามั้ย ว่าเหมือนเพลงนี้เค้าแต่งขึ้นมาให้รองสองคนมา Featuring กันเลยนะ”

“Featuring เลยงั้นหรอ ฮ่าๆ” บอยหัวเราะ

“หัวเราะอะไร มันน่าขำตรงไหน”

“หึหึ ก็ไม่มีอะไร ผมแค่เคยได้ยินมาจากเฟสบุคของเพื่อนคนนึง เค้าเคยบอกว่า คำว่า Featuring มันยังหมายความว่าการมีอะไรกันด้วยน่ะ”

ผมหน้าแดง ด่ามันไปหนึ่งที ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้มัน “ไอ้บ้า!!!”

ไม่มีเสียงโต้แย้งจากคนที่อยู่ข้างหลัง มีเพียงแขนแห้งๆข้างเดิมที่เอื้อมมาโอบผมไว้
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2013 16:24:14 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ดราม่ามั้ยอ่ะคะ เริ่มสงสัยในตัวบอยง่ะ อย่าทำพี่ลมเสียใจนะ

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
 :o12: เห็นแววมาแต่ไกล  แต่อ่านดีนะเรื่องนี้อ่ะ

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
รักจริงแต่ไม่สามารถเป็นแฟนได้ ??? น้องบอยคิดจะเป็นแค่เพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ) สินะ  :m21:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6875
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
บอย  โก๊ะ ????

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
แอบสปอย ตอนนี้นายลมกับนายบอยเค้าได้ขึ้นแสดงจริงๆแล้ว
มีเพลงให้ฟัง พร้อมคำแปลของบทเพลง Ju Hua Tai ด้วยนะครับ ลองกดฟังดู นำเสนอๆ

ตอนที่ 6

เช้าวันแสดงจริง ทุกคนแลดูวุ่นวายขวักไขว่ ไอ้เจดูวุ่นกว่าใครเพราะทั้งต้องจัดคิว ขึ้นเล่นด้วย เลยดูเหนื่อยกว่าใคร ผมสังเกตเจว่านอกจากมันจะวุ่นแล้วมันยังดูตื่นเต้นด้วย เพราะมันเล่นหลายเพลง ขนาดผมกับบอยเล่นแค่สองสามเพลงยังตื่นเต้นขนาดนี้
นอกจากคนในชมรมเราทั้งหมดแล้ว ยังมีวงออเคสตร้าของโรงเรียนมาร่วมบรรเลงด้วย และไอ้เจมันก็ได้มีส่วนในการช่วยเรียบเรียงเพลงทั้งหมด อย่างที่บอก เจมันมีความสามารถด้านดนตรีอยู่แล้ว ทุกคนเลยวางใจให้มันทำหน้าที่นี้

ผมลอบมองไปหน้าเวที วันนี้คนมากันเยอะพอสมควร มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นมากขึ้นอีก

“ตื่นเต้นมั้ย พี่ลม” บอยถามผม

“ก็นิดหน่อยน่ะ”

“ไม่เชื่อหรอก”บอยพูด พร้อมกับยื่นมือมาจับมือผม “อืมม ตื่นเต้นจริงๆด้วย ดูสิมือแฉะหมดเลย”

ผมสะบัดมือออก ก่อนจะหันหน้าหนีอย่างเคอะเขิน “ตลกละบอย”

พวกเราทยอยออกไปบรรเลงตามลำดับ โดยผมกับบอยออกไปสองคิวแรกในเพลงที่ต้องบรรเลงหมู่ แล้วก็กลับมานั่งรอคิวเพลง Ju Hua Tai ตามลำดับต่อๆไป


.
.
.
และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อโฆษกประกาศบทเพลงถัดไปที่ผมกับบอยต้องร่วมบรรเลงด้วยกัน
 
“สู้ๆนะพี่ลม” บอยจับมือผมแน่น พร้อมกับส่งยิ้มให้

“อื้ม”

พวกเราออกไปหน้าเวที ทำความเคารพผู้ชม ก่อนเริ่มการบรรเลง

http://www.youtube.com/v/VD8XpqxTZr8?version=3&amp

Ju Hua Tai : Jay Chou

ลำนำเบญจมาศครวญ

หยดน้ำใสเป็นประกายคลอนัยน์ตา
ร้าวระอาอ่อนอารมณ์ระทมเหงา
บุหลันเด่นเพ็ญพรายลับรายเงา
ดุจใจเราไม่เคลื่อนค่อนผ่อนผันไป

รัตติกาลร้าวรานยาวนานนัก
น้ำค้างจักจับกลายเป็นเกล็ดใส
ผู้ใดหนอเฝ้ารอคอยบนหอไกล
หวังมลายสูญสลายกับสายตา

พิรุณพร่างพะพราวพร่ำร่ำบรรเลง
ขับขานเพลงนอกหน้าต่างคร่ำครวญหา
แผ่นกระดาษแผ่นชีวิตจิตใจข้า
วายุพาปลิดปลิวลิ่วลอยลม

ความใฝ่ฝันเลื่อนลับสุดปลายฟ้า
ร่วงโรยราหอมระรวยละไอหาย
ภาพวงพักตร์ดวงหน้าเจ้ายาใจ
ลอยละล่องโชยชายกับสายลม

เบญจมาศงามเงื่อนมาเกลื่อนกลาด
ดารดาษลาญแหลกสุดขื่นขม
รอยยิ้มเจ้างดงามเคยเฝ้าชม
ร้อนระบมเลือนหายปลายนภา

ดอกไม้หล่นดวงใจคนพลันรานแยก
ความในใจร้าวแหลกเอ่อนองหล้า
ลมเหนือโบยโบกพลิ้วโลมกายา
อรุณลาจากไปไม่หวนคืน

ภาพเงาเจ้าตัดเท่าใดไม่แยกขาด
แสนประหลาดจิตมนุษย์สุดจะฝืน
เดินเดียวดายเลียบริมน้ำย้ำกล้ำกลืน
ความขมขื่นล่วงลงคอต่อลงใจ

สายเสียแล้วหากบุปผาจะผลิบาน
ความรุ่งโรจน์ล่วงผ่านละลานไหล
พรหมลิขิตขีดชะตาชักพาไป
แต่คงไม่เพียงพอจะเปลี่ยนแปร

ทรมานร้าวรานยามข้ามฝั่ง
ฤทัยดังฉีกออกเป็นสองสาย
กริ่งเกรงนักว่าเจ้าจะฝ่าไป
ไม่ถึงหมายริมนทีที่ตั้งใจ

กีบอาชากึกก้องคะนองกล้า
เกราะศึกข้าพลันร่ำเรียกสนั่นไหว
เวิ้งฟ้ากว้างเรืองรองผ่องอำไพ
เจ้าแน่งน้อยทอดถอนใจใต้อัมพร

คืนยาวนานผ่านเจ็บปวดร้าวรวดนัก
ถาโถมหนักทุกข์ระทมมิหยุดหย่อน
แลหทัยดวงนี้แม้นแคลนคลอน
หากราตรีคงโอนอ่อนซ่อนละมุน

ผู้ประพันธ์คำแปล : Tokei
[/i]

เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากที่การบรรเลงจบลง ผมค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ บอยลุกขึ้นมาส่งยิ้มให้ผม ก่อนจะทำความเคารพผู้ชมอีกครั้ง

“สุดยอดเลย พี่ลม”

“อื้ม บอยก็เหมือนกัน”

พวกเราทั้งหมดกลับเข้าไปหลังเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือ ก่อนที่ไอ้จะเจเดินมาตบไหล่ผม แล้วยิ้มให้เช่นกัน

“เยี่ยมมากเว้ยเพื่อน”

“ต้องขอบใจมึงด้วยเว้ยเจ เพราะมึงช่วยเรียบเรียงเสียงประสานด้วยแหละ”

“แล้วก็ได้คนเดินริธึ่มเทพๆ อย่างผมด้วย” บอยโว ก่อนที่จะโดนเจดุด้วยรอยยิ้ม

“หุบปากไปเลยมึง”
.
.
.
หมดคิวของผมแล้ว ความตื่นเต้นจางหายไป ผมถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกให้หายใจสะดวกขึ้น ก่อนจะเดินหลบออกมาข้างนอก
ผมเดินลัดเลาะมาตามทิวต้นตะแบกที่ออกดอกสีชมพูม่วงสะพรั่งยาวเป็นทิวแถว  แล้วทรุดตัวนั่งใต้ต้นของมันพลางสูดลมหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่

“สวัสดีครับ” เสียงทักมาจากผู้ชายคุ้นหน้า ร่างสูงใหญ่ ใบหน้ากลมภายใต้กรอบแว่นทำให้ดูมีเสน่ห์เมื่อได้เห็น แต่ในแวบแรกนั้นทำให้ผมสะดุ้งตกใจมากกว่าที่มีคนมาทักในตอนนี้

“อุ๊ย สวัสดีครับ” ผมทักกลับพร้อมทั้งขมวดคิ้ว

“อ่า โทษที พี่ทำให้ตกใจหรือเปล่า”

“อะ อ้อ ไม่หรอกครับ”ผมยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ลมจำพี่ได้มั้ย” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น ผมจึงมองหน้าพี่เขาอย่างครุ่นคิดครุ่นคิด ในความทรงจำที่ค่อนข้างเลือนลาง ก่อนที่ครู่หนึ่ง ชายคุ้นหน้าคนนี้ก็ช่วยเตือนความจำให้

“อ่า พี่เป็นรุ่นพี่ในชมรมไง พี่เต้น่ะ นึกอออกหรือยัง”

“อ๋อ พี่เต้ จำได้แล้วครับ” พอพี่เต้บอกชื่อผมถึงนึกออก ผู้ชายท่าทางใจดีพูดน้อย ร่างท้วมหน่อยๆที่จบไปสักปีสองปีที่แล้ว

“ตอนนั้นเรายังดูขี้อาย ยิ้มยากอยู่เลย แต่วันนี้เราดูสดใสขึ้นนะลม“

“แหะๆ พี่เต้เปลี่ยนไปเยอะนะครับ เกือบจำไม่ได้แน่ะ เฟิร์มขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนยังแอบลงพุงอยู่เลยนี่นา”

“ก็นิดนึง เราเองก็น่ารักขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย แถมเก่งด้วย ”

ผมยิ้มอย่างเขินๆ ไม่ได้ตอบอะไรต่อ

“เอ้อ ลม เพลงเมื่อกี๊เพราะมากเลยล่ะ ชื่อเพลงอะไรนะ พี่จำไม่ได้”

“อ๋อ เพลง Ju Hua Tai ครับ”

“เพลงจีนหรอ”

“ใช่แล้วครับ”

“เก่งจัง รู้จักเพลงจีนด้วย”

“แหะๆ ไม่หรอกครับ รุ่นน้องคนนึงมันพาฟังน่ะ เลยติดมาจากมัน”

“พี่ลม” บอยตะโกนเรียกระหว่างที่ผมกับพี่เต้กำลังสนทนากันอยู่ ผมหันมาอย่างเก้อทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะแนะนำบอยให้พี่เต้รู้จักเช่นกัน

“คนนี้ไงพี่ ที่พาผมฟัง มันฟังออกด้วยนะ”ผมหันมองไปตามเสียงเรียก พร้อมกับบอกพี่เต้

“งั้นหรอ”พี่เต้พูดพลางมองมองบอยอย่างพิจารณา “พี่ไม่คุ้นนหน้าน้องคนนี้เลยแฮะ”

“อ๋อ น้องมันเพิ่งเข้ามาใหม่น่ะครับ” ผมบอกพร้อมกับกวักมือเรียกบอยเข้ามาหา

“บอยมารู้จักรุ่นพี่เค้าสิ เนี่ยพี่เต้ รุ่นพี่ในชมรมเรา เค้าจบไปแล้วน่ะ”

บอยมองพี่เต้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะทักทายไป “สวัสดีครับ”

“อืม สวัสดีครับน้องบอย”

“มาทำอะไรตรงนี้อะ พี่ลม”บอยถามผม

“มาสูดอากาศข้างนอกน่ะ ตื่นเต้นแทบตาย เกร็งๆด้วย พอเล่นจบเลยอยากออกมาเดินเล่น”

“งั้นหรอ เข้าไปได้แล้วล่ะงั้น พี่เจเค้าถามหาพี่น่ะ”

“งั้นหรอ โอเคได้ๆ “ผมพยักหน้า

“งั้นผมเข้าไปก่อนนะครับพี่เต้ ไว้ค่อยคุยกัน”

“อ่า ครับน้องลม”

ผมเดินตามบอยไป สักพัก ก็มีเสียงเรียกมาจากอีกทาง

“พี่บอยยยย” เด็กหนุ่มร่างเล็กวิ่งมาพร้อมกับตะโกนเรียก

“อะ เอ๊ย โลม มาได้” บอยพูดน้ำเสียงเลิกลั่กเมื่อสิ้นเสียงทักของเด็กชายแปลกหน้าคนนั้น

“แหะๆ ก็แอบโดดเรียนมาน่ะพี่บอย อยากมาดูพี่บอยขึ้นเวทีนี่นา” เด็กหนุ่มยิ้ม

“เฮ้ย ทำไมทำงั้นล่ะ”บอยดุพลางขมวดคิ้วถาม

“แหม เค้าโดดทีสองที ไม่เหมือนตัวหรอกน่า”

“เอ่อ น้องคนนี้ใครหรอบอย” ผมถามขึ้นอย่างนึกเอ็นดูในความน่ารักของเด็กคนนี้

“อะ อ๋อ น้องชายน่ะพี่ลม” บอยพูด “เอ้าโลม สวัสดีพี่เค้าสิ”

“สวัสดีครับพี่ลม”

“ครับน้อง เอ่อ ชื่ออะไรนะ” ผมถามซ้ำ

“โลม ครับ โ – ล – ม “เด็กหนุ่มร่างเล็กพูดทวน

“ชื่อคล้ายพี่เลยแฮะ น้องโลมกับพี่ลม”ผมยิ้มให้อย่างเอ็นดู

“ฮ่ะๆ นั่นสิเนาะ” บอยยิ้ม

“ว่าแต่บอยมีน้องน่ารักๆแบบนี้ไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังเลย”

“อะ เอ่อ คือ”

“ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่บอยเค้าน่ะครับ”เด็กหนุ่มตอบแทน

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”

“เอ่อ พี่ลม เดี๋ยวพี่ลมเข้าไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมคุยกับน้องก่อนแป๊บนึง”

“อ้อๆได้”
.
.
.
งานจบลงด้วยความเหน็ดเหนื่อยและปลื้มใจของทุกคน หลังจากพวกเราเก็บของกันเสร็จแล้ว ไอ้เจก็ชวนทุกคนไปเลี้ยงฉลองกัน (เช่นเคย)
.
.
.
“น้องโลมเค้าน่ารักดีนะ”ผมพูดขึ้นในขณะที่เรานั่งรถกลับกัน

“อ้อ งั้นหรอครับ”

ผมหันไปมองหน้าบอย รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เหมือนบอยดูเงียบๆไปและใจลอย สังเกตได้จากมุกตลกของบอยที่หายไป ไม่เหมือนทุกครั้งในเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมจะต้องได้หัวเราะเพราะบอยเสมอ

“เป็นอะไรหรือเปล่า บอย”

“เอ๋ ยังไงหรอครับ”

“พี่รู้สึกเหมือนบอยแปลกๆไป”

“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ”

“อืมม งั้นก็ดีแล้ว” ผมตัดบท ก่อนจะเลิกสนใจในความผิดปกตินั้น
.
.
.
ผมกับบอยมาถึงที่ร้านที่นัดกันไว้ บอยยืนเซ็ตผมข้างรถพลางจับปกเสื้อคอตั้งสีดำขาว ส่วนผมตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองในเสื้อยืดลายการ์ตูนสักพักก็ชวนบอยเข้างานไปพร้อมกัน ภายในงานเลี้ยง ทุกคนมากันพร้อมหน้าเช่นเคย ในร้านนอกจากศิษย์ปัจจุบันยังมีรุ่นพี่ในชมรมที่จบไปแล้วหลายคนมาร่วมงานด้วย

“เจอกันอีกแล้วนะน้องลม”เสียงดังมาจากข้างหลัง ผมหันตามเสียงก็พบกับเจ้าของเสียงยืนยิ้มสี่ตาอยู่

“อ้าวพี่เต้มากับเค้าด้วยหรอครับ”ผมทัก

“อื้ม ใช่”

“น้องบอยก็มาด้วยนะครับ ได้เจอพี่เต้อีกแล้วสิ”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-03-2013 12:02:19 โดย ลำนำบุหลันครวญ »

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
แววมาม่าเริ่มโชยมาแล้ว :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
ไม่ใช่ว่าพี่เต้เป็นพระเอกนะ แต่ก็ชอบบอยอยู่ดีอ่ะ กริ๊ดด ถึงบอยจะดูมีลับลมคมในเจ้าชู้เงียบก็เถอะ

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
ตัวละครเพิ่ม ความซับซ้อนมากขึ้น เดาทางไม่ออกเลย เพราะ อะไร ๆ ก็ยังไม่เคลียร์ ( ก็เพิ่งจะ 6 ตอน )
จะว่าไปแบบนี้ก็ ลุ้นดีนะค่ะ รอว่าเมื่อไรจะมีองค์ดราม่าลงสักที ?

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 7

เป็นงานเลี้ยงเหมือนๆเดิมที่ต้องมีการกินเหล้ากัน ผมนั่งเงียบๆแทะกับเพลินมองรอบๆตัวเรื่อยเปื่อย ไอ้ตัวดีถูกสาวๆลากไปคุยด้วยเช่นเคย
“เป็นอะไรลม ทำไมนั่งเงียบๆคนเดียวล่ะ”พี่เต้เดินมานั่งข้างๆ พร้อมส่งยิ้มให้
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ปกติผมก็แบบนี้แหละ”
“นั่นสินะ ลมก็ยังเป็นลมที่นิ่งสงบเหมือนเดิมเลย”
“ต้องรอให้ฝนตกหนักๆครับ ลมถึงจะแรง”
“ฮ่าๆ ตลกนะเรา”
“แหะๆ แล้วพี่เต้ทำงานอะไรอยู่ล่ะครับตอนนี้”
“ก็เป็นครูสอนดนตรีน่ะ แล้วก็รับจ๊อบสอนตามบ้านบ้าง”
“น่าอิจฉา ผมเองก็อยากเป็นครูสอนดนตรีเหมือนกันนะ แต่มันคงไม่พอกินหรอกมั้ง“
“อืม ก็ถูก ถ้าที่บ้านพี่เค้าไม่พอจะมีกินมีใช้อยู่มั่ง พี่ก็คงไม่มาทำงานแบบนี้เหมือนกัน”
“แหมพี่เต้ก็ถ่อมตัวไป แบบพี่เค้าเรียกว่ารวยแล้วนะ”
พี่เต้ยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ “อืม จะว่างั้นก็ได้ แต่คนเรามันไม่ค่อยจะมีอะไรครบไปซะหมดหรอก”
“เอ๋ พี่เต้ยังจะขาดอะไรอีกล่ะ เดี๋ยวนะผมลองนึกก่อน เงินก็มี ได้ทำงานตามที่ฝัน เอ๊ะ ถ้างั้นก็แฟนสินะ อิอิ”
“ฮ่าๆ ก็ถูก กำลังหา และหวังว่าจะมีน่ะ”
ผมยิ้มเก้อๆ ก่อนจะมองหาบอย บอยนั่งอยู่กลางกลุ่มสาวๆ เราสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่บอยจะหันไปคุยกับคนอื่นต่อ
ก็ไม่ได้อยากจะคิดมากหรอกนะ แต่ก็เห็นว่านั่งคุยกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้
ทำไมไม่คิดจะหึงกันมั่งเลยหรือไง
.
.
.
บอยหน้าแดงก่ำจากการกระดกหมดแก้วแล้วแก้วเล่า ผมนั่งมองอยู่ห่างๆนานสองนานจนเห็นว่าชักท่าไม่ดี จึงขอตัวลากมันกลับห้องก่อน
“เฮ้ยเจ กูขอลางานเก็บศพสักวันนะเว้ย”
“อ้าวเชี่ย ไหงงั้นล่ะ”
“จะพาไอ้บอยกลับละ เด๋วแม่งเมาแล้วพากูกลับไม่ได้”
“กูก็มีรถ เดี๋ยวกูไปส่งเอง”
“เออน่า มากับแม่งกลับกับแม่งน่ะดีแล้ว เป็นห่วงแม่งด้วย”
“เออ ตามใจ ห่าเอ๊ย แดกเหล้าไม่อร่อยเลย”เจสบถ
“งั้นไปก่อนนะเว้ย ขับรถดีๆ” ผมลาแล้วหันหลังให้
“ลมเว้ย คิดดีๆนะเว้ยก่อนจะตัดสินใจทำอะไรน่ะ กูเป็นห่วง”เจพูดขึ้น ผมหันหลังกลับไปมอง เจดูสีหน้าค่อนข้างจริงจัง
“กูไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ แต่ก็ขอบใจเว้ย”ผมยิ้ม ก่อนจะหันหลังให้อีกครั้ง
“บอย กลับบ้านเหอะ พี่อยากกลับแล้ว”
บอยมองผมด้วยหางตาก่อนจะยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “อืม”
.
.
.
“ขับรถไหวมั้ย”ผมถาม ในขณะที่บอยเริ่มสตาร์ทรถ
“อื้ม ไหว”บอยพูดทั้งที่หน้าแดง
“เป็นอะไรหรือเปล่า ปกติไม่เห็นกินเยอะขนาดนี้”
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“หึงหรือไง”ผมถามยิ้มๆ
บอยไม่ตอบ แล้วบังคับรถให้เคลื่อนไปข้างหน้า
.
.
.
“พี่ลม”บอยพูดขึ้น ในขณะที่เรานอนกอดกันอยู่บนเตียง
“หืม”
“ผมอยากจะบอกว่าอันที่จริง ผมไม่มีสิทธิ์จะหึงในตัวพี่หรอก”
“เอ๋ ทำไมล่ะ ไม่ได้ห้ามให้หึงหรอกนะ”
“ก็ จริงๆผมก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวพี่ทั้งนั้น ความจริงที่ผมมาอยู่ตรงนี้ มันก็ผิดตั้งแต่แรกแล้ว”บอยพูด พร้อมกับลูบผมของผมช้าๆ
ผมมองหน้าบอย พร้อมกับมองลึกลงไปในดวงตาที่เหมือนมันช่างว่างเปล่า
“บอยพูดแบบนี้อีกแล้ว อย่าโกหกพี่เลยว่าบอยไม่มีอะไรอยู่ในใจ”
“มันยังไม่ถึงเวลาจริงๆครับ หรืออย่างน้อยที่สุด ผมก็ยังไม่อยากให้ถึงเวลานั้น”บอยกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ก่อนจะก้มศีรษะลงบนหัวของผม
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ จบบทสนทนาในคืนนี้
มันก็มีความสุขอยู่หรอกนะ กับการมีคนอยู่ข้างๆแบบนี้ แต่ความสับสนลึกๆในใจนี่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเท่าไหร่
เราเป็นแฟนกันหรือยัง เป็นคำถามที่ผมไม่มีสิทธิ์จะตอบเลย
แต่สำหรับผม หัวใจของผมเป็นของผู้ชายคนนี้แล้ว
.
.
.
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงพักเที่ยงวันหนึ่ง เบอร์แปลกขึ้นโชว์ที่หน้าจอ ผมครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจรับสายนั้น
“สวัสดีครับ”
“อ่า น้องลมใช่มั้ย พี่เต้เอง”
“อ้อพี่เต้นั่นเอง ไปได้เบอร์ผมมาจากไหนล่ะครับ”
“อะ เอ่อ ก็ไปถามมาจากเจ้าเจมันน่ะ”
“อ้อ แล้วมีเรื่องอะไรล่ะครับเนี่ยถึงโทรมาเนี่ย”
“อะ อะ ก็ไม่มีอะไรหรอก โทรมาคุยเล่นน่ะ”
“อ้อ งั้นหรอครับ แล้วกินข้าวยังครับเนี่ยพี่”
“แหมกำลังจะถามเลย ลมมาแย่งพี่ถามซะได้”
“แหะๆ”
ผมคุยเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีใจความอะไร ในขณะที่พูด บอยที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันก็มองผมด้วยสายตาเรียบๆ ก่อนจะรวบช้อน
“เอ่อ พี่เต้ ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ มัวแต่คุยเพลินยังไม่ได้กินข้าวเลย ไอ้บอยมันกินอิ่มแล้วเนี่ย“
“เอ๋ อยู่กับบอยงั้นหรอ”
“ครับ”
“งั้นโอเค ไม่กวนแล้ว กินให้อร่อยนะ”
ผมวางสายก่อนจะเริ่มกินต่อ ผมชำเลืองใบหน้าปั้นยากของคนข้างหน้า ซึ่งผมตีความว่ามันเป็นการงอนหรือเปล่า
“เป็นไร”ผมถาม
“ป่าวซะหน่อย”
“ยังอยากให้หึงอยู่นะ”ผมยิ้ม
“ผมทำไม่ได้หรอกพี่”
แบบนี้อีกแล้ว คำพูดแบบนี้อีกแล้ว เมื่อไหร่จะได้เข้าใจ เมื่อไหร่มันจะบอกซะทีนะว่ามันเรื่องอะไรกันแน่
ผมตักข้าวเข้าปากอีกสองสามคำ ก่อนจะรวบช้อน
“ไปกันเหอะ อิ่มแล้ว”
.
.
.
พี่เต้โทรมาไม่ถี่นัก แต่มักจะส่งข้อความมามากกว่า ถึงแม้ผมจะไม่ประสาในความรักนักแต่ก็พอจะดูเจตนาแกออก มีก็แต่คนใกล้ตัวนี่ล่ะที่ยิ่งคบกันยิ่งไม่เข้าใจ
เวลาอยู่กับบอย บางครั้งมันก็มีความสุขมาก มากจนล้น มากเสียจนคิดว่านี่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่
แต่ในบางครั้ง ผมก็รู้สึกเหมือนกับอยู่กับใครสักคนที่เป็นคนแปลกหน้า บ่อยครั้งที่บอยมักจะเอาแต่เงียบพลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า จนผมชักสงสัยว่าคนสองบุคลิกนี่มันมีจริงๆบนโลกหรือเปล่า เพราะบอยเริ่มใกล้เคียงกับคนในลักษณะที่ว่าเข้าไปทุกที
บางครั้งจะดีจะอ้อนจะขี้เล่น ก็เป็นแบบนั้นซะจนผมยิ้มแก้มปริให้กับมัน
บทจะเงียบก็เงียบและขรึมจนผมขนลุก
แต่อย่างน้อยสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งที่ผมยังยึดถือไว้ คืออ้อมกอดจากแขนแห้งๆของมัน ที่ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังคงแน่นและอุ่นอยู่ทุกคืน
.
.
.
“ครับพี่เต้”ผมรับสาย
“เลิกเรียนหรือยังลม”
“อ้อ เลิกแล้วครับ กำลังจะกลับ”
“งั้นหรอ มีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่า”
“เอ่อ ก็ไม่มีหรอกครับ” ผมตอบ เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ที่บอยจะต้องกลับบ้าน
“งั้นไปหาอะไรกินกับพี่หน่อยมั้ย”
ผมครุ่นคิด รู้ดีว่าเป็นการขอเดท แต่ใจผมมีใครอยู่แล้ว ผมควรไปหรือเปล่า
“เอ่อ... ก็ได้ครับ”
“งั้นรอแป๊บ เดี๋ยวขับไปรับหน้าตึก เรียนตึกสี่ใช่มั้ย”
“อะ อ้อครับ ได้เดี๋ยวผมนั่งรอหน้าตึกแล้วกัน”
“อื้ม ไม่นานหรอก พี่มาถึงหน้ามหาลัยแล้ว”
“เอ๋ ... นี่ตั้งใจมาเลยหรอครับ”
“ก็นะ เอาน่า ก็ตั้งใจจะมาเลี้ยงข้าวนี่นา”
“ครับ โอเคครับพี่”ผมยิ้มแห้งๆให้กับหน้าจอ ก่อนจะวางสาย
เอาจริงๆหรอวะเนี่ยพี่เต้ ผมพูดกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจ


 :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2011 22:39:45 โดย Glorious »

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
อะไรยังไง ทำไมบอยดูแปลกๆไปอ่ะ อยากรู้ๆ ^^

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
 :L1: สู้กันต่อปายยย

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
พี่เต้รุกหนัก แต่น้องบอย อืม...ทำแบบนี้จะเรียกว่าอะไรดี ??? รักแต่ไม่อาจเป็นเจ้าของเหรอ ?
้ในความรู้สึกของลม รักกับบอย คงคล้าย ๆ เดินบนเส้นด้าย ไม่มีอะไรให้ยึด ไม่มีการตกปากรับคำว่าเป็นคนรัก
มีแต่ความรู้สีกล้วน ๆ ไม่ปนอย่างอื่น น้องลมทำแบบนี้เพื่ออะไรนะ ??? ลุ้นต่ิอไป

ออฟไลน์ ลำนำบุหลันครวญ

  • Most Wanted!!!
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
ตอนที่ 8

“รอใครอยู่หรอวะลม” ไอ้เจทักมาจากข้างหลังพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เอ่อ ก็ พี่เต้น่ะ”
“อ๋อ งั้นหรอกหรอ”ไอ้เจยังยิ้มไม่หยุด
ผมครุ่นคิด เอาไอ้เจไปเป็นไม่กันหมาก็ไม่เลว
“เจ พี่เต้เค้าชวนกูไปกินข้าวน่ะ ไปกับกูมั้ย”
“กูคงไปกะมึงไม่ได้หรอก”
“อ้าว ติดธุระหรอวะ”
“ป่าวหรอก จะให้กูไปได้ไง ก็กูเป็นคนบอกพี่เค้าเองว่าให้มารับมึง”ไอ้เจแหกยิ้มจนสยดสยอง
“อ้าวไอ้สัสนี่”
“โน่น”ไอ้เจชี้ “พี่เค้ามาแล้ว โชคดีนะเว้ย”
“ขึ้นรถเลยลม”พี่เต้เปิดกระจกรถ เรียก
“อ่ะ เอ่อครับ”ผมตอบ ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อนรัก “ฝากไว้ก่อนเหอะมึง”
“กินให้อร่อยนะครับ”
“อร่อยอยู่แล้วล่ะ เจ”พี่เต้ยิ้ม
.
.
.
พี่เต้ขับรถพาผมมาถึงร้านเล็กๆบรรยากาศน่านั่งร้านหนึ่ง ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ผมเดินตามพี่เต้ไปเรื่อยๆด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก
แบบนี้เค้าเรียกว่านอกใจหรือเปล่านะ
“เอ่อ นั่งสิครับลม” เก้าอี้ถุูกลากออกมา พร้อมกับชายตรงหน้าที่ผายมือเชื้อเชิญ
“เอ่อ ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ครับ”
“เอาน่า”พี่เต้ยืนยิ้ม
“กะ ก็ได้ครับ”ผมยิ้มเขินๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่ง
“สั่งอาหารสิครับ”
.
.
.
อาหารถูกทยอยวางเรื่อยๆ พี่เต้ชวนผมคุยสัพเพเหระ ซึ่งผมทำได้แค่ยิ้มๆ ถามคำตอบคำ จนพี่เค้าเริ่มหมดเรื่องคุย
ถึงอารมณ์ขันของพี่เต้จะสู้กับคนที่ผมกำลังคิดถึงไม่ได้ แต่เรื่องของความสุภาพนั้นพี่เต้ชนะขาด
ตลอดเวลาที่กินข้าวกัน ผมแทบจะไม่ต้องตักกับข้าวในจานเลย เพราะไม่ว่าจะอะไรที่ผมชอบกิน พี่เต้จะตักมาให้เสมอเหมือนรู้ใจ
แต่เอ๊ะ จะว่าไป ผมพิจารณากับข้าวแต่ละอย่าง ก็มีแต่ของชอบของผมทั้งนั้นนี่นา
“อร่อยมั้ยครับลม”
“ก็อร่อยดีครับ” ผมยิ้ม
“อร่อยก็กินเยอะนะ” พี่เต้ตักกับให้ผมเพิ่ม
“ไปรู้มาจากไหนเนี่ย ว่าผมชอบกินอะไรมั่ง “ผมพูดพร้อมกับกวาดตามองกับข้าวบนโต๊ะ
“ถ้าถามตรงๆ ก็ตอบตามตรงก็ได้ พี่ก็ถามเอาจากเจ้าเจมันน่ะ”
“กะแล้วเชียว” ผมยิ้มเก้อๆ ก่อนจะพูดต่อ “ความจริงพี่ไม่น่าลำบากขนาดนี้เลย”
พี่เต้ยิ้ม “ลม พี่ไม่อยากให้ลมคิดมาก ทำไมลมไม่ยิ้มอย่างที่เราเจอกันหลังหอประชุมวันนั้น”
“เอ๋ ยังไงหรอครับ”
“รู้มั้ย ตลอดเวลาที่พี่รู้จักลม ลมเหมือนเป็นพวกเสือยิ้มยาก แต่วันที่ลมเล่นไวโอลินบนเวทีวันนั้น ลมมีเสน่ห์มากเลยนะ แล้วก็ตอนที่เราคุยกันวันนั้น ไม่รู้สิ พี่รู้สึกเหมือนมันคือลมที่ไม่มีเปลือกห่อหุ้ม เป็นลมที่เป็นลมจริงๆ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันนี้หรอครับ”
“จะพูดยังไงดี”พี่เต้เกาหัว ยิ้มเขินๆ “คงเพราะพี่คิดถึงน้องลมคนนั้นมั้งครับ”

ผมหน้าแดง เขินอย่างบอกไม่ถูก ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกแบบนี้ คือในเช้าวันนั้น ที่ผมได้ฟังที่คล้ายๆจะเป็นคำบอกรักของบอย
แต่ความรู้สึกที่ว่านั้นก็ค่อยๆจางลง หลังจากนั้นไม่นาน เพราะหลังจากที่บอยเฉลยความรู้สึกตัวเองออกมา มันไม่ใช่คำตอบที่ตรงใจผมที่สุด
ไม่โกหกว่าตอนนั้นไม่รู้สึกดี ทุกวันนี้ก็ยังมอบใจให้
แต่นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รู้สึกดี แบบที่ไม่ต้องคิดอะไรต่อให้ปวดหัว.... แบบนี้
สามเดือนที่เหมือนยาวนานในความรู้สึก ทั้งสุขและสับสน บอยรักและกอดเราทุกวัน แต่บอยไม่เคยมอบคำว่าคนรักให้กัน
ก่อนหน้านี้ผมพยายามเข้าข้างตัวเอง ว่าบอยมีเหตุผลของตัวเอง ซึ่งยังไม่ควรที่ผมจะต้องเร่งรัดหาคำตอบ
แต่ในนาทีนี้ ....
โอเค ผมยังรักบอย แต่น้ำหนักของเหตุผลของบอย ที่มันให้ไว้เริ่มเลื่อนลอยไปทุกที
“เอ่อ พี่เต้ครับ”
“ว่าไงครับ”
“ผมจะพูดไงดี คือ คือ ผมอยากรู้ว่า การที่พี่มาทำแบบนี้ พี่หมายความอย่างที่ผมเข้าใจหรือเปล่า”ผมยิ้มแหยๆ “ผมพูดฟังดูวกวนเนาะ”
พี่เต้ยิ้มก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้เบาๆ
“ถ้าน้องลมจะเข้าใจว่าพี่กำลังจีบน้องลม พี่ก็ยินดีครับ”
“เอ่อ....”ผมเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องซะแล้ว
“แล้วก็..... พี่หวังอย่างที่สุดว่า น้องลมก็คงจะยังไม่มีใคร...”พี่เต้เว้นช่องอย่าจงใจ ก่อนจะพูดต่อ
“ใช่มั้ยครับ”
“เอ่อ....”ผมรู้สึกเหมือนตกหลุมอากาศ ความรู้สึกแปลกๆหยุดอารมณ์ขวยเขินของผมลง
ผมมีคนที่ผมรัก แต่คนที่ผมรักไม่เคยบอกว่าผมเป็นแฟนของเขา
.
.
.
“ฝันดีนะครับ “พี่เต้โบกมือลา เมื่อผมลงจากรถ
“ครับพี่เต้ กลับดีๆนะครับ”
รถของพี่เต้ค่อยๆหายไปจากสายตา
ผมเดินเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก แต่รู้สึกคล้ายๆกับเมื่อก่อนสมัยที่ไม่มีใคร
มันโหวงๆในอก เหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
คิดถึงบอยขึ้นมาจับใจ อยากฟังคำตอบตอนนี้ ว่าผมคือคนที่มันเลือกแล้วหรือยัง
ผมคิดมาตลอด ว่าแฟนคือคนที่ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ทุกเวลา และในเวลานี้ผมต้องการมัน หรืออย่างน้อยก็อยากฟังเสียงมัน
ที่ผ่านมา ในวันที่มันกลับบ้าน ผมไม่เคยโทรหามันเลย ไม่ใช่ไม่ใส่ใจ แต่ผมคิดว่าทุกคนต้องการมีเวลาส่วนตัว ซึ่งสามในสี่วันของหนึ่งสัปดาห์ ผมถือว่าผมได้รับการแบ่งสรรที่มากพอ
แต่ในวันที่ผมสับสนแบบนี้ มันจะยอมให้ผมขี้โกงสักครั้งได้มั้ยนะ?
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นเพื่อต่อสายไปหาคนที่ผมรัก ...... แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ
.
.
.
บนเตียง ผมนอนตะแคงข้างพร้อมกับใช้มือลูบที่ว่างบนเตียงช้าๆ พลางครุ่นคิดถึงอดีต
ครั้งหนึ่ง ผมไม่มีใคร ผมเหงา
เมื่อไม่นานมานี้ผมมีใคร ผมมีความสุข ที่เหมือนจะไม่สุด ความรู้สึกว่าสุขมันค่อยๆคลายลง ความเหงาที่เหมือนจะหายไปจากจิตใจกลับมาช้าๆ
และวันนี้ เหมือนผมจะถือไพ่ที่เหนือกว่าใครๆ ผมเป็นคนที่สามารถจะเลือกที่จะมีความสุขกับใครสักคน
แต่ไอ้ความรู้สึกโหวงๆในอกเนี่ย ผมก็ยังเรียกมันว่าความเหงาอยู่ดี
ผมกดส่งข้อความไปหาคนที่กำลังคิดถึง ว่า” ...ทำอะไรอยู่หรอ คิดถึง อยากฟังเสียงจัง”
โทรศัพท์ถูกวางหลังจากผมกดส่งข้อความเสร็จ จากนั้นไม่นานนัก เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น
ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างร้อนรน ความหวังเล็กๆราวกับแสงจากไม้ขีดไฟท่ามกลางความมืดถูกจุดขึ้น
“ฝันดีนะครับ คนดีของผม
.
.
.
พี่เต้”
ผมค่อยๆหุบยิ้มลง
แสงจากไม้ขีดไฟดับลง ท่ามกลางความมืด...ในจิตใจ



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2011 22:42:07 โดย Glorious »

ออฟไลน์ tarkung

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
อ่าน 7 ตอน รวดเดียว น่าสนใจดี จะติดตามต่อไปนะครับ

pmnet

  • บุคคลทั่วไป
แบบนี้ต้องเชียร์พี่เต้ 




ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6
ตามอ่านอย่างเงียบๆ
:L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด