A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: A moment in Siam กาลครั้งหนึ่ง ณ สยาม [แจ้งข่าวจ้า] P.111  (อ่าน 1133020 ครั้ง)

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน

ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

6.อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


  ................................เพิ่มเติมจากผู้เขียน.................................

1.   นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยอิงประวัติศาสตร์สมัยปลายรัชกาลที่ ๕ ผู้แต่งได้หยิบยกแค่บรรยากาศและเหตุการณ์สำคัญๆมาเท่านั้น ไม่มีเรื่องราวใดเกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง
2.   ผู้แต่งใช้ตัวละครหลัก 2 ตัว โดยหนึ่งในนั้นใช้สรรพนามแทนตนเองว่า “ผม” และใช้ตัวผู้แต่งเป็นผู้เล่าเรื่อง แต่มิได้หมายความว่าตัวผู้แต่งเป็นตัวละครตัวนั้น
3.   ผู้เขียนไม่ได้คิดจุดจบของเรื่องไว้ ปล่อยไปตามยถากรรม จบอย่างไรแล้วแต่เหตุการณ์พาไป
4.   อย่างไรเสีย ก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยสำหรับครั้งแรกของการลงนิยายในบอร์ดนี้
..................................................เซ็งเป็ด............................................................................................


ขอใส่สารบัญเพื่อความสะดวกในการอ่านนะครับ
blueboyhub

cr.QXanth139
สารบัญ (เราไม่มั่นใจเรื่องตอนเลยแปะแบบหน้าที่มีเฉพาะเนื้อหานิยาย เวลาคลิกไปอ่านให้เลื่อนจนกว่าจะสุดหน้านั้นนะคะ)
>1<
>2<
>3<
>4<
>5<
>6<
>7<
>8<
>9<
>10<
>11<
>12<
>13<
>14<
>15<
>16<
>17<
>18<
>19<
>20<
>21<
>20<
>21<
>22<
>23<
>24<
>25<
>26<
>27<
>28<
>29<
>30<
>31<
>32<
>33<
>34<
>35<
>36<
>37<
>38<
>39<
>40<
>41<
>42<
>43<
>44<
>45<
>46<
>47<
>48<
>49<
>50<
>51<
>52<
>53<
>54<
>55<
>56<
>57<
>จบ<
>บทเสริมภาคพี่หมอ<
>บทเสริมภาคพี่หมอ-2<
>บทเสริมภาคพี่หมอ-3<
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-04-2018 23:18:49 โดย blueboyhub »

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
“อดีตมิควรหาญกล้าท้าทายอนาคต เจ้าเรียนรู้มันได้ แต่จักแตะต้องมันหาได้ไม่
หากปัจจุบันของข้า คืออดีตของเจ้า จงรู้ไว้ว่า อนาคตของข้า จักเฝ้ารอเพียงเจ้า”





“เฮ้ย เฮ้ย กระเป๋า เอากระเป๋ากูคืนมา  Help Help!!” ผมแหกปากสนามบิน  Perth แทบแตก

 แต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะเรียกความสนใจของพวกออสซี่ขี้นกให้หันมาสนใจและช่วยผมหยุดไอ้โจรเจ๊กจากแผ่นดินใหญ่ได้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้ามึงไม่หยุด ขอให้รถชนตาย” ผมตะโกนไล่ด่ามันเป็นภาษาไทย

ทั้งๆที่รู้ว่ามันฟังไม่ออก เราทั้งคู่วิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังเดินขวักไขว่ แต่พวกนั้นกลับไม่มีใครสนใจผมเลย มันคงคิดว่าไอ้กระเหรี่ยงสองตัวนี้มาวิ่งเปี้ยวอะไรกันที่เมืองมัน

“หยุด แฮกๆ เดี๋ยวนี้นะ แฮ็กๆ” ในที่สุดผมก็ยอมแพ้หยุดวิ่งก่อนจะก้มลงหายใจถี่เพราะความเหนื่อย

“ไอ้โจรใจหมา เงินแค่ 30 ดอลล่ามึงยังเอาของกูไปอีก แล้วกูจะนั่งแท๊กซี่กลับบ้านยังไง” ความท้อแท้ประดังเข้ามาใส่ผม

จนเข่าแทบทรุด นี่ถ้าที่นี่เป็นเมืองไทย ผมคงไม่เสียเวลาวิ่ง ให้เมื่อยส้นตีนกับอีแค่เงิน 900 บาทหรอก

“ไอ้กร๊วก มึงแน่จริงมึงกลับมาเอาชีวิตกูไปด้วยสิวะ ทั้งตัวกูมีแค่นั้น มึงยังใจหมามาเอาของกูไปอีก อ๊ากซ์”

ความอดทนอด

กลั้นผมหมดลง เสียงตะโกนนั่นทำให้ฝรั่งครอบครัวหนึ่งหันมามองผมด้วยสายตาประหลาด

          ผมเดินคอตกกลับมายังกระเป๋าใบเดิมกับตอนขามาเมื่อสองปีก่อน ขามาจากเมืองไทยมาเท่าไหร่
ขากลับก็กลับ
ไปเท่านั้น  ไม่สิ น้อยกว่าเดิมเสียอีก เพราะตอนมา ผมยังมีเงินติดกระเป๋าและในบัญชี รวมๆกันอยู่เกือบล้านบาท แต่ขากลับตอนนี้ผมหมดตูด โชคยังดีที่ passport ยังติดอยู่กับกระเป๋าใบใหญ่ ไม่งั้นชีวิตผมคงเฮงซวยกว่าที่เป็นอยู่นี้แน่แท้

“Ticket Please?” พนักงานสายการบินยิ้มหวานให้ผม ราวกับผมเป็นชายในฝันที่เธอตามหามาตลอดชีวิต ผมยื่นสิ่งที่เธอต้องการให้

“Oh  you are  Thai !” แหงสิ หน้างอเป็นด้ามขวานขนาดนี้กูคงมาจากเสปนหรอกนะ

“Do you know Tony Ja” เอาเข้าไป  เจ้าหล่อนถามหาจา พนม

“yes he is my close friends!” ผมเล่นด้วยกับเธอ

“Oh really……. Oh… god no… you oh” เธอยกมือขึ้นป้องปาก สลับกับทาบหน้าอกที่นูนเว่อร์ของเธอ แววตาแสดง
อาการตกใจสุดขีด ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

ผมอยากจะเอาถ้วยรางวัลให้เธอเนื่องในวาระการแสดงActing over ดีเด่นประจำปีจริงๆ

“ I have his e-mail. Do you need it?” สายตาของผมส่อแววเจ้าเล่ห์ หล่อ

“oh sure give it to me, give it to me” เธอทำเสียงกระซิบกระซาบ กวักมือขอ ราวกับเราจะส่งยาบ้ากัน

“100 dollars” แล้วบรรยากาศที่เป็นมิตรเมื่อครู่ก็เลือนหายไปในพริบตา พนักงานสาวนางนั้นเงียบไปพร้อมกับรอยยิ้มที่จืดจาง

เธอยื่นตั๋วส่วนที่เหลือคืนให้ผมอย่างเสียไม่ได้

“ sorry I am broke” แปลเป็นไทยว่า โทษทีว่ะ กูถังแตก ผมทำหน้าเจื่อนๆ

            ช่วงชีวิตที่เกิดมาบนโลกมนุษย์ เกือบๆ27ปี ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต
ผมรบเร้าที่บ้านให้ขายที่มรดกชิ้นสุดท้ายเพื่อจะเป็นทุนส่งผมเรียน  le Gordon blu ที่ออสเตรเลีย
 เพราะความฝันของผมนั้นคือการได้เป็นเชฟใหญ่ในโรงแรมดัง  ก่อนมาผมคาดหวังเสียสวยหรูว่า
ผมจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และมันก็เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ทางเดินโรยด้วยกลีบกุหลาบ
เพราะว่าผมมีเงินให้พวกหัวทองเหล่านั้นซื้อดอกกุหลาบมาโรยให้ผมไง  แต่เมื่อเงินผมร่อยหรอ ดอกกุหลาบที่เคยมีแต่กลีบก็เปลี่ยนไป ทางเดินเริ่มมีหนามชิ้นเล็กๆประปราย ผมต้องคอยเขย่งเท้าหลบหลีก
และแล้วเงินเก็บก้อนสุดท้ายก็หมดลงไปพร้อมกับขวด bourbon ขวดสุดท้ายที่งานปาร์ตี้
นับจากวันนั้น ทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยหนามกุหลาบที่ไม่อาจเขย่งเท้าหลบหลีก ผมต้องจำใจเดินย่ำมันจนเลือดไหลซิบๆ

“ไอว่า ยู ดรอปเรียนไว้ก่อนเถอะ  แล้วไปหางานทำซะ ที่บ้านยูเค้าคงไม่สนับสนุนแล้วหล่ะ” เพื่อนรักชาวฟิลิปปินส์แนะนำผม ซึ่งแน่นอนว่าผมต้องเห็นด้วยอย่างไม่มีทางเลือก

หลังจากที่ดรอปเรียนไว้โดยไม่บอกที่บ้าน ผมเลือกทำงานที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งโดยเริ่มจากการเป็น “เด็กล้างผัก”

“ห่าเอ้ย กูล้างคะน้าเหี่ยวกันจนมือกูเปื่อยเป็นต้มซุปเปอร์ตีนไก่แล้ว อุตส่าห์ถ่อมาเรียนโรงเรียนดัง กลับต้องมานั่งล้างผัก” ผมโอดครวญ

          ชีวิตของเด็กล้างผักไม่ต่างอะไรกับเด็กล้างกระจกรถตามสี่แยก ล้างไม่สะอาดเขาก็ด่า ล้างมากไปเขาก็ว่าเปลืองน้ำ
ผมทำงานที่ร้าน เพื่อนไทย ร้านอาหารดังย่านใจกลางเมืองอยู่ไม่นาน ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเด็กเสริฟ
หนทางกำลังไปได้ดี ผมกำลังจะได้เลื่อนให้เป็นผู้ช่วยกุ๊ก แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

“มุก เราจะทำยังไงดี ตอนนี้เรามีเงินเหลือติดตัวแค่ 1000เหรียญเอง” ผมแชตกับแฟนที่ตอนนี้เธอเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาลรัฐชื่อดังย่านใจกลางเมือง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ล่มสลาย ร้านอาหารที่ผมทำอยู่ปิดตัวลง และผมหางานไม่ได้

“กลับมาเถอะ ปอ” เธอพูดสั้นๆ แต่ก็ตรงใจผมที่สุดแล้วตอนนั้น

.......................................................................................

“รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” เสียงแอร์สาวถาม
“เอ่อ ต้องจ่ายมั๊ยครับ คือผมไม่มี...............เงิน”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2010 15:10:16 โดย เซ็งเป็ด »

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
มาอ่านด้วยคนครับ

ออฟไลน์ จันทร์ผา

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-2
+1ให้กับนิยายเรื่องใหม่ครับ :pig4:

dr.mike

  • บุคคลทั่วไป
มาเป็นกำลังใจให้คร้าบบบ

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
ว๊าวววววววววววว


และแล้ว พี่นนท์ ก้มีเรื่องมาลงในเล้า อีกแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆ   

+1 กับนิยายเรื่องใหม่ของพี่นนท์

 

ออฟไลน์ SweetSacrifice

  • I always get,what I aim for
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +479/-1
ฮาตั้งแต่ตอนแรกเลย
บวกคะคุณนนท์

ออฟไลน์ ลูกหมีน้ำแดง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
 :mc4: + เรื่องใหม่

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
“lady and gentleman. Welcome to Suvarnaphumi airport of Thailand. The local time is now 1 am in the morning and the temperature outside is 27 c’”

เสียงประกาศกล่าวต้อนรับ เป็นสัญญาณเตือนว่า “พวกเรารอดตายแล้ว”

เพราะตลอดระยะทางที่ผ่านมา ร่างของผมกระเด้งกระดอนไปมาในกระป๋องห้องโดยสารแคบๆเพราะอากาศแปรปรวน เครื่องสั่นอย่างแรงจนยายคนข้างๆร้องเสียงหลงก่อนจะภาวนาให้พระเจ้าเมตตาอย่าเอาชีวิตหล่อนไป
เมื่อผมเห็นหล่อนภาวนาเช่นนั้น ผมจึงฉวยโอกาศเนียนๆ

“พระเยซู ถึงแม้ว่าลูกช้างจะนับถือพุทธ แต่ว่า ท่านจะเอาชีวิตลูกช้างไปแทนยายนี่ไม่ได้นะ แกแก่แล้วเอาแกไปเถอะ ลูกช้างยังมีหนี้ต้องชดใช้ให้หมดภายในชาตินี้อีกโข”..................เปรี้ยง.................

ฟ้าผ่าด้านนอกแต่ด้านในสว่างโร่ เหมือนพระเจ้าจะรับรู้ ในที่สุดผมก็เหยียบผืนแผ่นดินไทยได้อย่างปลอดภัยในเวลา ตี 1.30


“มุก เรามาถึงแล้ว มารับเราได้มั๊ย” ผมยังไม่กล้าโทรบอกที่บ้าน

“เอ่อ ปอ มันดึกแล้วน่ะ พอดีเราขึ้นวอร์ด”  น้ำเสียงเธอดูไม่เหมือนเดิม

เมื่อไม่มีใครให้รอ ผมก็จัดแจงหาที่หลับที่นอน นอนเอาในสนามบินนั่นแหละ  ทีฝรั่งมันยังมานอนได้เลย ที่เราคนไทยแท้ๆ เสียภาษีด้วย ทำไมจะนอนไม่ได้

“ตรงนี้นอนไม่ได้นะครับ” เสียงยามกร่าง

“ทำไม”

“ที่หมานอน” ไอ่เหี้ย นี่ชีวิตกูจนตรอกขนาดแย่งหมานอนแล้วหรือ ถ้าชิงหมาเกิดด้วยนี่ครบเลย

“ที่ตรงนี้เอาไว้ให้หมาตำรวจนอนนะ ถ้าจะนอนไปนอนอีกฝาก”

เมื่อปัญญาเกิด ผมจึงหอบกระเป๋ากับเสื้อโค๊ชที่ซื้อมาในราคาเหยียด 5 พัน เพียงเพราะว่ามันลด 50 เปอร์เซ็นต์ มาถึงตอนนี้ เสื้อตัวนี้แทบทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปูนอน

“เอามันตรงนี้แหละวะ”ว่าแล้วผมหยิบไอพอดขึ้นมาเปิดเพลง Jason Mraz ฟังกล่อมจนเคลิ้มหลับไป

      
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอย่างเดียวดาย มีชายแปลกหน้านุ่งขาวห่มขาว หนวดเคราคลึ้ม มานอนอยู่ใกล้ๆ  เท้าของเขาจ่อพิกัดตรงเป๊ะกับรูจมุกทั้งสองข้าง

“ไอ้ห่า มิน่ากูถึงฝันถึงข้าวต้มปลาอินทรีเค็มทั้งคืน”

      ผมลุกขึ้นเก็บของ ก่อนจะเดินไปเดินมา ชั่งใจว่าจะกลับบ้านยังไงดี เพราะหากที่บ้านรู้ว่าผมกลับมาโดยที่คว้าน้ำเหลว ผมคงไม่มีหวังได้กลับออสเตรเลียอีกเป็นแน่

“พี่ไปจรัญ ....”  ในที่สุดผมก็ตัดสินใจจับแท๊กซี่บากหน้ากลับไปขอเงินค่ารถแม่ คิดดูว่ามันน่าอายขนาดไหน อายุเยอะแล้วยังขอเงินแม่
แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ผมก็ต้องไปแย่งหมานอนอีกแน่

“มาจากประเทศนอกบ่” คนขับชวนคุย

“ท่าจะมีเงินหลาย” ผมนึกยิ้มในใจ เงินค่ารถพี่ผมยังไม่มีจะจ่ายเล้ย
………………………………………………………………………………………………….


“กลับมาทำไมไม่โทรบอกกันบ้าง” เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นครั้งแรกตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทย อยากจะให้เป็นเบอร์มุก แต่มันกลับเป็นเบอร์คนอื่น

“ครับพี่หมอ พึ่งมาถึงเมื่อคืน” ผมพูดเสียงเนือยๆ

“ให้พี่ไปรับมั๊ย”

“ไม่ต้องหรอก ผมจะถึงบ้านอยู่แล้ว”

“อย่างนี้ทุกทีแหละเราน่ะ พี่หวังดีทำไมไม่เห็นใจกันบ้าง” พี่หมอตัดพ้อ

“ผมไม่ได้เรียกร้อง พี่ไม่จำเป็นต้องทำ” ปลายสายเงียบไป คงเพราะอึ้งกับคำพูดหักหาญน้ำใจของผม แต่ก็น่ะ พี่หมอนะจะ
ชินกับมันได้แล้ว

“งั้นตอนเย็นพี่มารับไปทานข้าว” พี่หมอยังตื้อไม่เลิก

“ไม่อ่ะครับ ผมอยากพักผ่อน แค่นี้ก่อนนะพี่หมอ”

“เดี๋ยว ปอ แต่พี่มีเรื่องอยากจะ...............ตู๊ดๆๆๆ” ยังไม่ทันที่พี่หมอจะพูดจบผมรีบชิงตัดสายทิ้ง

สักพักก็มีสายเรียกเข้าอีกสาย ผมหยิบขึ้นมามองอย่างเอือมระอาเพราะคิดว่าพี่หมอ

“มุก” ผมยิ้ม

“มุก เราจะถึงบ้านแล้วนะ มาหาหน่อยสิ”

“ปอ เอาไว้เย็นนี้นะ ค่อยไปทานอาหารเย็นกัน ปอ มีเรื่องจะคุยด้วย ตอนนี้ปอพักผ่อนเถอะนะ เย็นนี้เจอกัน”

“จ๊ะ”







...
................................................

“แม่ พ่อ ผมขอโทษ” ผมรีบขอโทษพ่อกับแม่ที่ตอนนี้ทั้งคู่ทรุดลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง

“โห พ่อ ถึงขนาดเข่าอ่อนเลยเหรอ ผมก็แค่ใช้เงินอีกล้านนิดๆเองผมก็จะจบแล้ว ตอนนี้ก็แค่หยุดไว้ก่อน เดี๋ยวพอได้เงินผม
สัญญาจะรีบกลับไปเรียนให้จบนะพ่อนะ"”น้ำเสียงออดอ้อนที่เคยใช้ได้ผลครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้กลับดูท่าไม่เป็นอย่างที่
เคย

พ่อนั่งกุมขมับโดยมีแม่นั่งแตะบ่าอยู่ใกล้ๆ



“เราไม่เหลืออะไรแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก” แม่พูด

“ไม่เหลืออะไร ยังไง” ผมไม่เข้าใจ

“เราถูกฟ้องล้มละลาย” เสียงแม่สะอื้นไห้ขึ้นมา ผมหน้าชาเหมือนโดนตบหน้าฉากใหญ่

“บ้านหลังนี้ไม่นานก็อาจโดนยึด ทรัพย์สมบัติที่มีตอนนี้ไม่เหลือให้แกผลาญแล้ว ร้านอาหารที่เป็นมรดกตกทอดมาก็โดน
ญาติแกโกงไปแล้ว  ตอนนี้เรากำลังจะอดตายแล้วแกยังจะเอาอะไรอีก ฮือๆ”



คราวนี้เป็นฝ่ายผมเองที่ทรุดตัวลงเพราะเข่าอ่อน นี่มันอะไรกัน ที่แม่พูดมันคือเรื่องจริงเหรอ คนอย่างผมจะจมดินอย่างงั้น
เหรอ

“แกต้องลาออกมาก่อนนะ เข้าใจมั๊ย ชั้นไม่มีปัญญาหาเงินไปให้แกถลุงเล่นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”  พ่อเงยหน้าขึ้นมา

“ร้านอาหารร้านนั้นเป็นของตกทอดชิ้นสุดท้ายที่พ่อมี แกต้องเอามันคืนมาให้ได้เข้าใจมั๊ย” พ่อกำชับ

“ทำไมต้องเป็นผม”

“ก็เพราะแกเป็นลูกชั้นไง ถ้าแกเอาร้านนั้นคืนมาไม่ได้หละก็.....ชั้นนี่แหละจะเป็นคนตัดหางแกเอง”  









“ปอ ออกมาที่ร้านได้มั๊ย มุกรออยู่ที่ร้าน” มุกโทรหาผมเย็นวันเดียวกันนั่นเอง ผมแปลกใจว่าทำไมเธอถึงไม่มาหาผมที่บ้าน
เพราะปกติแล้วเธอมักจะคุ้นเคยกับแม่ผมเนื่องจากเป็นคอซีรี่ย์เกาหลีเหมือนกัน มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับมุกแน่ๆ

“ได้ เดี๋ยวเจอกัน” ผมจัดแจงแต่งตัวก่อนจะขับรถไปหาเธอตามนัดหมาย



แต่เมื่อไปถึงที่ร้านผมกลับเจอมุกนั่งอยู่กับผู้ชายอีกคน

“พี่หมอ”

ผมเดินตรงไปยังทั้งคู่ด้วยความไม่เข้าใจ มุกมากับพี่หมอได้อย่างไร ทั้งคู่แค่รู้จักกันผิวเผิน พี่หมอเป็นรุ่นพี่ผม ซึ่งมุกเคย
เจอแค่ 2-3 ครั้ง


“มุก” ผมทัก เธอลุกขึ้นยิ้มเจื่อนก่อนจะเชิญผมนั่ง ผมมองหน้าพี่หมอ เขาหลบตา

“มุกมากับพี่หมอได้ยังไง” เข้าเรื่อง

“เรื่องนี้แหละที่มุกอยากจะบอกปอ...........” เธอเว้นจังหวะหายใจ

“ปอ มุกกับพี่หมอ...........เราคบกัน” ปัง! เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางกระหม่อม ผมอ้าปากค้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

คำถามเกิดขึ้นมากมายในสมอง

“เมื่อไหร่-ยังไง-เพราะอะไร-ใครเป็นคนเริ่ม-ทำไม-เป็นไปได้ยังไง” ผมไม่รู้จะถามคำถามอะไรก่อน

“อย่าล้อเล่นกับผมแบบนี้น่ามุก” แต่ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

“มุกขอโทษนะปอ มุกมีเหตุผลที่อธิบายให้ปอฟังตอนนี้ไม่ได้” เธอบีบมือผมแน่นน้ำตาเอ่อคลอ ตอนนี้ผมเริ่มเชื่อแล้วว่าที่
มุกพูดมันเรื่องจริง มันเริ่มตัวสั่นด้วยความโกรธ มุกรับรู้มันได้ จึงพยายามกุมมือผมแน่นขึ้น

“มุกไม่ตั้งใจจะทำกับปอแบบนี้เลยนะ” ผมนั่งฟังนิ่งพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน พี่หมอเองก็เอาแต่
ก้มหน้าก้มตา

“มุกไม่มีทางเลือก”

“บอกเหตุผลผมมาสิมุกว่าเพราะอะไร” ผมถามพยายามสะกดอารมณ์

“มุกบอกไม่ได้ แต่ปอเชื่อมุกเถอะว่ามุกไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย” ผมนิ่งเงียบ เราสามคนบนโต๊ะ เงียบไม่มีใครพูดอะไร
ทั้งๆที่ผมแค่อยากรู้เหตุผลว่า..........ทำไม

“ช่างเถอะมุก” ในที่สุดก็เป็นผมเองที่ทนอยู่ในบรรยากาสแบบนี้ไม่ไหว

“ผมก็กะจะทิ้งมุกอยู่แล้วหล่ะ..............ไม่วันใดก็วันหนึ่ง”  รู้สึกเหมือนสาแก่ใจที่ทำให้เธอหน้าเสีย

“ยังไงซะ ก็ขอให้มุกมีความสุขกับคนที่เลือกแล้วกันนะ แต่ขอเตือนอะไรไว้อย่าง ระวังประตูหลังไว้ด้วยหล่ะ ฮึๆ”

ผมลุกขึ้นอย่างรวดเร็วกระแทกเก้าอี้ดังปังจนคนทั้งร้านมอง ก่อนจะเดินออกมาด้วยการปั่นป่วนในท้อง








“ปอ ปอ”
ถึงแม้ผมจะเสียใจแค่ไหน..............แต่ไม่มีวันที่ผมจะให้ใครรู้ว่าผมเสียใจ............มันเสียฟอร์ม



“ปอ ปอ เดี๋ยวก่อน” เสียงตะโกนไล่ตามหลังมา ผมหันไปมองก่อนจะหยุด

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฟังพี่ก่อน “

“พอเหอะ พี่หมอ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น แค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่ทิ้งผู้ชายเพียงเพราะเขาหมดตูด ไม่มีค่าที่ผม
จะเก็บมาคิดหรอก” ยังเก็บฟอร์มไว้

“พี่มีเหตุผลนะ ปอบอกพี่คำเดียวว่าให้เลิกกับมุก พี่จะทำตามที่ปอบอก”

“ 555 ขำว่ะ พี่อย่ามาห่วงผมเลย ห่วงตัวเองเถอะ ว่าจะรับสภาพกับการมี “เมีย” ได้รึเปล่า” ผมหัวเราะเยาะ

“ทำไมพูดแบบนี้หล่ะ” พี่หมอถามแววตาขมขื่น

“ความจริงพี่ หัดรับสภาพให้ได้ พี่เป็นอะไร พี่รู้ตัวเองดี อย่าให้ผมต้องประจาน”

“เป็นอะไรพี่เป็นอะไร” พี่หมอเริ่มเดือด นานๆจะเห็นพี่หมอเดือด

“...........................” ผมไม่พูด แต่เลือกที่จะเดินหนี

“บอกพี่มาสิปอ พี่เป็นอะไร” พี่หมอวิ่งตามมากระชากแขนผม

“บอกมาสิ บอกมา” เสียงพี่หมอดังขึ้น และเขาก็เขย่าร่างผมแรงขึ้นจนผมทนไม่ไหว

“พี่ชอบผู้ชายไง พี่เป็นเกย์ไง” ผมตะโกน เสียงรอบข้างเงียบลง พี่หมอก็แน่นิ่ง

“พอใจรึยัง ผมไปได้รึยัง” พี่หมอปล่อยแขนผม แต่เขาจ้องตาผมตาไม่กระพริบ

ผมกำลังจะเดินจากพี่หมอมา

“พี่จะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ปอน่ะ หนีตัวตนของตัวเองไม่พ้นหรอก จำไว้” พี่หมอพูดเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก

“ฮึ.............เชิญ” ผมพูด









ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23
:mc4:
เย้ๆ เรื่องใหม่ๆ
ว่าแต่ไอ้นี่อะ...
3.   ผู้เขียนไม่ได้คิดจุดจบของเรื่องไว้ ปล่อยไปตามยถากรรม จบอย่างไรแล้วแต่เหตุการณ์พาไป
น่ากลัวนะ
 :z10:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ BP109

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 170
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-0
 :L2: เรื่องใหม่ๆๆๆๆ  :L2:

ดูจากคำโปรย  อารมณ์ประมาณทวิภพมั๊ยคะ  ชอบแนวนี้อ่านะ  แฮ่  :o8:

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
แค่ตอนสองก็เข้มขันแล้วครับ

ออฟไลน์ เซ็งเป็ด

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +602/-2
เสียงเพลงในร้านดังตึบๆ จนแก้วหูสั่นระริก ผมอาศัยมุมเล็กๆของผับแห่งนี้ซุกตัวลงนั่งก่อนจะสั่ง on the rock มาซดแก้วแล้วแก้วเล่า มันเหมือนวันนี้จะเป็นสิ้นโลกแล้วสำหรับผม ทุกอย่างประดังเข้ามาจนผมตั้งตัวไม่ติด ปกติผมไม่ใช่คนจะมานั่งซดเหล้าแก้กลุ้มอยู่แบบนี้ แต่ครั้งนี้มันหนักหนาเกินไปสำหรับมนุษย์คนหนึ่งจะทนไหว
“เฮงซวย” ผมเงยหน้าด่าฟ้า ก่อนจะเคาะแก้วแล้วซดเฮือกจนหมดแก้ว
“ปังๆๆ!!” ผมเคาะประตูบ้านอาสาวคนที่โกงเงินที่บ้านไป บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายครอบครัว ก่อนหน้านั้น เรามีแค่บ้านหลังใหญ่แค่หลังเดียวที่เป็นของย่าทวดที่เป็นคนโปรดของเจ้านายฝ่ายใน เจ้านายฝ่ายในจึงยกที่นาให้ผืนหนึ่งเป็นของกำนัล แต่หลังจากนั้น ครอบครัวเราค่อยๆแยกออกไปปลูกเรือนเป็นของตัวเอง จนตอนนี้ บ้านใหญ่ได้ถูกรื้อทิ้งให้เหลือแค่โรงครัวที่ถูกปิดตาย
“ออกมา มุดหัวไปไหนกันหมด” น้ำเสียงผมเมามาย
“หน้าด้านโกงกันได้ เรื่องแค่นี้ก็อย่าอายสิวะ กล้าๆหน่อย” ผมโยกประตูไปมา ตัวเองก็โงนเงนจนยืนไม่อยู่ “ออกมา”
“มีอะไร” อาสาวผมเปิดประตูออกมาโดยมีสามียืนอยู่ใกล้ๆ
“ขอดูหน้าพวกขี้โกงหน่อยสิ อ๋อ หน้ามันเป็นแบบนี้นี่เอง” ผมชี้หน้า
“นี่ !! มันจะมากไปแล้วนะ ชั้นเป็นอาแกนะ”
“เป็นอาแล้วไง โกงได้แม้กระทั่งพี่ตัวเอง ยังจะมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าอา”
“ชั้นไปโกงอะไรพวกแก หา” อาตวาดน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“ต้องให้บอกความชั่วที่ทำไว้อีกเหรอ” ผมเดินเข้าไปหาอย่างหมดสภาพ สติตอนนั้นเลือนลางด้วยฤทธิ์เหล้า
“เอาสมบัติของชั้นคืนมา” และผมก็ปรี่เข้าไปหมายจะคว้าตัวอาสาว
“หยุดนะ” เสียงสามีอาร้องห้าม
“เอาคืนมา” ผมร้องลั่น อาร้องกรี๊ดเสียงดัง ส่วนผู้เป็นสามีนั้นตรงเข้ามาจับตัวผมแยกออกมา
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย” เขากระชากผมออกมาก่อนจะเหวี่ยงจนล้มกลิ้งลงกับพื้น แต่ไม่วายที่ผมจะลุกขึ้นมา พยายามจะวิ่งไปหาเขาอีก
“อ๊าย คุณจับมันไว้ มันบ้าไปแล้ว อย่าให้มันเข้ามาใกล้ชั้น” อาร้องลั่น ก่อนจะสามีผู้ภักดีแต่สมองทึบจะวิ่งเข้ามาขวางผมไว้ แต่ผมก็ดิ้นจนสุดกำลัง
“ไอ่พงษ์ มาช่วยจับไอ้หมาบ้านี่หน่อยเร็ว”
“ปล่อยกูๆ เอาของของกูคืนมา ไอ้พวกขี้โกง” ผมยังดิ้นไม่หยุด
“จับมันไว้ อย่าให้มันเข้ามา เอามันไปขังไว้ที่โรงครัว” ผมได้ยินเสียงอาของผมสั่ง แต่ผมยังไม่หยุดดิ้น  รวบรวมกำลังทั้งหมดดิ้นให้หลุดอีกครั้ง ระหว่างที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น ผมก็รู้สึกว่ามีของแข็งบางอย่างฟาดเข้าที่ท้ายทอยจนผมหมดสติไป.....................................................................






“โอย.....” ผมบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด รู้สึกเหมือนใครเอาหินมาทับหัวอยู่ มันหนักไปหมด ฤทธิ์เหล้าสร่างไปแล้ว จะเหลือก็เพียงแต่ฤทธิ์ของความเจ็บปวดจากที่โดนตี ให้ผมออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
“ที่ไหน”  ผมลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ แสงแดดยามเย็นลอดเข้ามาผ่านช่องรอยรั่วของผนังไม้ และหน้าต่าง ละอองฝุ่นในบ้านทำให้เห็นลำแสงเป็นสาย หยากไย่ทักทออยู่เต็มไปทั่วทุกมุมห้อง ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่ แต่ความรู้สึกลึกกลับอบอุ่นอย่างประหลาด
“ฮือ” เสียงครางในลำคอเบาๆพร้อมทั้งขยับตัวลุกขึ้นยืน ผมหันมองไปรอบๆ
ในห้องนี้มีแต่ของโบราณ ไม้ผนังสีดำที่เต็มไปด้วยเขม่าควันไฟ เครื่องใช้หน้าตาประหลาด กระต่ายขูดมะพร้าว กระบวย กาน้ำ เตาไฟ และก็...............ประตู
ผมเดินไล่มาเรื่อยๆจนมาถึงประตูบานหนึ่งที่ปิดเอาไว้ ประตูไม้บานนี้เป็นประตูไม้แบบสองแผ่นผ่าครึ่งเปิดได้ด้วยการผลัก ผมยกไม้สลักที่ล๊อกออก ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เสียงประตูเปิดออกดังเอี๊ยดอย่างฝืดๆ
“นี่มันโรงครัวนิ” ผมจำได้ทันทีเพราะเห็นบ้านของตัวเองจากหน้าต่างที่เผยอออกมา
 สิ่งแรกที่ผมเห็นในห้องทึบที่มีเพียงแสงลอดเข้ามาก็คือนาฬิกาลูกตุ้มโบราณที่ใช้การไม่ได้แล้ว
“มีแต่รูปโบราณ” รูปถ่ายเก่าสีขมุกขมัวแขวนเรียงรายรอบผนัง ผมเดินไล่ดูช้าๆ มีรูปถ่ายของกลุ่มผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดโบราณกำลังล้อมวงกันทำอะไรสักอย่างกับกะทะใบใหญ่
มีรูปเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งกำลังยืนจ้องหน้าผมตาขมึงมึงราวกับกำลังตกใจกล้องถ่ายรูป ผมเห็นเธอคนนี้แล้วรู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน
และอีกรูปที่ทำผมยืนแน่นิ่งเหมือนถูกสะกดจิตรคือรูปภาพ ชายคนหนึ่งใส่ชุดราชปะแตนเต็มยศ ยืนถ่ายรูปในท่าทีสง่างาม ทันทีที่เห็นรูปนี้หัวใจผมก็พองโต และเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ผมพยายามมองใบหน้าของเจ้าของภาพถ่ายแต่ภาพใบหน้าของชายลึกลับผู้นี้กลับเลือนลางเพราะกาลเวลาได้ทำให้รุปภาพนี้จืดจางไปจากสภาพจริง
“ใครวะ” ผมอุทาน
“ตึง” เสียงหล่นของบางอย่างทำผมสะดุ้ง
“สมุดนี่เอง” ผมก้มลงหยิบมันขึ้นมาและเปิดอ่าน
“ภาษาอังกฤษซะด้วย” แล้วผมก็หยิบมันมานั่งอ่านริมหน้าต่าง บรรยากาศยามเย็นทำให้แสงส่องลอดผ่านช่องเข้ามาคล้ายกลับมีใครกำลังส่องสปอร์ตไลน์

ผมปล่อยตัวเองนั่งอ่านเจ้าสิ่งที่อยู่ในสมุดนั้นจนลืมดูเวลา สมุดเล่มนี้คล้ายมีอำนาจบางอย่างดึงดูดมิให้ผู้อ่านวางมันทั้งๆที่เนื้อหาด้านในก็ไม่มีอะไรไปมากกว่าข้อประมวลกฏหมายระหว่างประเทศที่อ่านยังไงมันก็ดูเหมือนประเทศสยามกำลังถูกเอาเปรียบอยู่ดี
การเดินทางของสมุดเล่มนี้กำลังใกล้จุดจบของมันแล้ว ผมเปิดหน้าสมุดท้ายของมัน ทันใดนั้นเอง เศษกระดาษเก่าสีหม่นแผ่นบางๆแผ่นหนึ่งก็หล่นลงบนพื้น ผมหยิบมันขึ้นมาอ่าน

                                                   

“ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง” จู่ๆเสียงระฆังตีบอกเวลาของนาฬิกาลูกตุ้มโบราณก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว จนโรงครัวสั่น ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ ทั้งๆที่นาฬิกาโบราณเรือนนั้นมันใช้การไม่ได้แล้ว แต่ทำไมมันถึง.....................
“ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง”
“นี่มันช่วงเวลาที่ว่านี่นา” ผมอุทานหลังจากที่มองดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง ช่วงเวลาที่ว่านั่นก็คือ ช่วงของวันที่ 8 เดือน 9 ปี2010 เวลา 17.30 ที่นักดาราศาสตร์คำนวณถึงการเรียงตัวของดาวเคราะห์ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกและดวงอาทิตย์



ผมก้มมองกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้งก่อนะจะหมดสติไป............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2010 15:16:13 โดย เซ็งเป็ด »

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
เข้ามารอตอนต่อไป

TARO

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ andaseen

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 742
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
เปิดเรื่องมาน่าสนใจแฮะ.. รอตอนต่อไปค๊าบบบ :z2:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
สนุกค่ะ และเดินเรื่องได้หน้าติดตามมากๆ

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
เดาแนวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ตอนนี้เหมือนแนว สืบสวนสอบสวน บวกกับแนวย้อนอดีตอะไรสักอย่าง


เอาให้ งง กันได้ อีก  น่าติดตามว่าจะเป็นยังไงต่อไป ออกมาแนวไหน


อิอิ

ออฟไลน์ จันทร์ผา

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-2
สนุกมากๆเลย :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Natavishi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
สนุกดี  ชอบ เรื่อง นี้  คร๊าฟ

ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
รอเวลา ย้อนคืน

ออฟไลน์ K2KARN

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-6
+1 ค่ะ !!!!


กรี๊ดเรื่องนี้ยังงัยกันเนี่ย?
ย้อนยุคหรือ หรือว่าอะไรกัน น่าติดตามมากๆ : ))

ออฟไลน์ กว่าจะไร้เดียงสา

  • อาจมีค่าเพียงหยดน้ำ...สักวันจะกลายเป็นฝน
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2118
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +445/-26
จะลงเยอะไปไหนเนี่ย เก็บไว้วันที่ไม่มีเวลาแต่งบ้างอะไรบ้าง

เดินจากไปเพราะไม่ได้เปิดซิง

 :o12:


แล้วใครคือพระเอก!!!!

ถ้าเป็นพี่หมอนี่ขำแถก เลยนะ

 :laugh:

ออฟไลน์ treerat002

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
น่าสนุกจังเลยค่ะ

จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ สู้ ๆ o13

@Kanda@

  • บุคคลทั่วไป
เริ่มเรื่องน่าสนุกมากกกกกกก  o13

เป็นพวกเเพ้ความรักที่ก้าวข้ามผ่านกาลเวลาค่ะ

เค้าว่ากันว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่เป็นนิรันดร์  แต่ป้าเชื่อว่า "ความรัก" จะเป็นสิ่งเดียว ที่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์นั้นค่ะ  :impress2:

ออฟไลน์ iiดาวพระสุขლii

  • คิดการใหญ่ ใจต้องเหี้ย(ม),,
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +746/-3
รออ่านตอนต่อไปอย่างเงียบๆ...

ขอแนวหวานๆ ประมาณทวิภพได้ปล่าค๊าบบพี่นนท์ ^^





ออฟไลน์ ┗◎┗◎

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +734/-7
มันส์ๆๆๆๆๆ

ขออีกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ kungyung

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
สนุกดีอ่ะ ชอบบบบบบบบบบบบคร้าบ

ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
พีเรียดมาอีกแล้ว บวกให้ทันทีค่ะ รออ่านต่อ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด