เธอคือ...ลมหายใจ by Anonymus
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เธอคือ...ลมหายใจ by Anonymus  (อ่าน 2359010 ครั้ง)

ออฟไลน์ *4_m3*

  • ~เธอคือของขวัญจากฟ้าไกล คือคำตอบของหัวใจ~
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-1
อบอุ่นอ่อนหวานอ่อนไหว :m1:

ปล.แอบคิดถึงอลันอ่ะ

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ยังไม่ทันได้อ่านเลยค่ะ.แต่มาเม้นไว้ก่อนเดี๋ยวไม่มีเน็ตให้เม้น.ขอบคุณค่ะ :กอด1: :กอด1:
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ.
สู้ๆค่ะ :L1: :L1:

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
อ๊าย..............  ชอบความหมายของเพลงจังเลยค่ะ
อ่านแล้วอายแทน  เขินจัง   ><

ดีใจในที่สุดพี่ไผ่ก็หวั่นไหว

แต่..............   ทำไม  ตอนนี้มัน.... มัน... 

โดยเฉพาะฉากที่บรรยายถึงความหมายของเพลง  พี่ไผ่ถึงเคะจังเลยอ่า

เค้าไม่ยอมน้า  T_T

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
คู่นี้เขา น่ารักและอบอุ่นจัง  :o8: :o8:
รักน้องริวกับพี่ไผ่ :mc4: :bye2:

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ลุ้นไปกับไรเตอร์อ่ะ ใครจะเป็นฝ่ายไหนก็ไม่รู้ แต่น่ารักมากๆ
พี่ไผ่ก็น่ารัก ยิ่งน้องริวนี้แบบอยากเข้าไปกอดแต่ก็ให้พี่ไผ่กอดแทนดีกว่า
สู้ๆนะค่ะ รออ่านทุกวันค่ะ

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :-[ นู๋ริวทำเอาพี่ไผ่เขินซะแล้ว ร้องเพลงที่แต่งให้ฟัง มันเคลิ้มใช่ป่าว


 :impress2: พี่ไผ่..น้องริว.รออ่านอยู่นะ

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
น่ารักจริงๆเลยนะคู่นี้

มาต่อไวไวนะ

สนุกสุดๆอ่ะ

ออฟไลน์ Paracetamol

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-2
ริวน่ารักจริงๆ  :o8:
เมื่อไรไผ่มันจะรู้สึกตัวว้า
น้องมันก็แสดงออกซะแจ่มแจ้งขนาดนั้น   :เฮ้อ:

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
แอบสงสารริวตอนโดนไมตรีแกล้งเล่น  มันน่าทรมานน่าดู ไผ่ช่วยริวให้หายจากความทรมาณนี้ด้วยเถอะ

หลังๆอารมณ์หวานๆอุ่นๆเนาะ

ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7
ตอนที่ 16



หลังจากเกลาเนื้อร้องของริวเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว  พสุก็เอาไปให้ทรงเผ่าดู  ซึ่งทรงเผ่าเองก็ถูกใจเนื้อเพลงกับดนตรีที่ดูจะกลมกลืนกันดี  หลังจากปรับแก้บางคำจนเป็นที่พอใจทรงเผ่าก็ให้พสุเข้าห้องอัด

ริวที่ตามเป็นเงา  ไปยืนรออยู่ด้านนอกกับทรงเผ่าและไมตรี

พสุเลือกที่จะถ่ายทอดอารมณ์เพลง  จากความรู้สึกที่เห็นสายตาของริวในวันที่ร้องเพลงนี้ให้เขาฟังครั้งแรก....แววตาที่ทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น

พออัดเสียงเสร็จเรียบร้อยทรงเผ่าก็เรียกทุกคนเข้ามาฟังทันที  หลังจากเพลงของพสุจบลง  ทุกคนก็พากันตบมือกราว


“สุดยอดเลยพี่ไผ่  เจ๋งอ่ะพี่  หูยยย ดูดิ  ผมขนลุกเลย” ไวยากรณ์ชี้ให้พสุดูแขนของตนเอง  ขณะที่ธีรดลก็พยักหน้าหงึกๆเห็นด้วย


“พลังเสียงสุดยอดมากไผ่  ท่อนที่ลากเสียงสูงแล้วยาวขนาดนั้นนะ  เป็นผมขอหายใจสองรอบก่อน”  ธีรดลออกตัวทึ่งๆ


“เพลงนี้นี่ต้องเป็นไผ่เท่านั้นจริงๆนะถึงจะร้องได้ขนาดนี้  พี่เผ่าเก่งมากเลยครับทั้งเนื้อร้องทั้งทำนอง  โดนสุดๆ” ตะวันที่ปกติจะไม่ค่อยพูดกลับเสนอความเห็นยืดยาว  และชื่นชมทรงเผ่าอย่างจริงใจ


“พี่แต่งซะที่ไหน  ริวกับไผ่เขาแต่งกันเองทั้งเนื้อร้องทั้งทำนองนั่นแหละ” ทรงเผ่าบอกหัวเราะๆ  แต่คนอื่นๆทำตาโตหันไปจ้องริวกับพสุพร้อมกัน


“จริงดิ! โหยไอ้หนูริววววว” ตอนแรกไวยากรณ์จะเอื้อมมือไปตบหัวริวแล้ว  แต่นึกขึ้นมาได้ จึงหันไปคว้ากระดาษโน้ตตรงหน้าม้วนๆแล้วเคาะหัวริวเบาๆ

ตะวันหันไปมองตาพสุ  พสุก็หันไปมองริวแล้วหันกลับมาส่งยิ้มให้ตะวัน  เป็นเชิงบอกใบ้ว่าริวเป็นคนแต่ง


“แล้วคุณเขมได้ฟังเพลงนี้หรือยังพี่เผ่า” กรเวชที่เพิ่งหาเสียงตัวเองเจอ  ถามทรงเผ่าอย่างตื่นเต้น


“ยังเลย  อัดเสียงเสร็จพี่ก็โทรเรียกทุกคนมานี่แหละ  กะว่าถ้าไม่มีอะไรแก้ไข  ค่อยให้คุณเขมฟัง”


“ผมว่าโทรตามคุณเขมมาฟังเหอะ  มาช่วยกันขนลุกอีกคน”  กรเวชเสนอเสียงใส  พลอยให้ทุกคนหัวเราะตาม


“ได้เพลงของไวย์แล้ว  ได้เพลงของไผ่แล้ว  ทีนี้ก็เหลืออีก3 หนุ่มสิ”  กรเวชนับนิ้วแล้วหันไปมองทรงเผ่าอย่างมีความหวัง


“ได้เพลงรวมอีกเพลงด้วยครับ  ผมแต่งเนื้อเสร็จแล้ว” ตะวันบอกแล้วยื่นโน้ตกับเดโม่ให้ทรงเผ่า  ไมตรีคว้าไปเปิดทันที


“เออเจ๋ง! ไหนลองแบ่งท่อนร้องกันให้ฟังหน่อยสิ”

ตะวันแจกเนื้อเพลงให้ทุกคน  แล้วช่วยร้องไกด์ให้ก่อน  ซึ่งทรงเผ่าก็ช่วยเกลาเนื้อเพลงบางคำให้  เหมือนที่เกลาเนื้อเพลงของพสุ  หลังจากนั้นก็ให้ทุกคนไปซ้อมร้องให้ดีเพราะจะอัดเสียงในวันรุ่งขึ้นเลย  แล้วค่อยอัดเพลงของไวยากรณ์หลังสุด

วันรุ่งขึ้นเขมชาติมารอดูอัดเสียงด้วย  หลังจากได้ฟังเพลงของพสุแล้ว  เขมชาติก็ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติด  โทรไปหาผู้กำกับคนดังที่เขาขอให้มาถ่ายเอ็มวีให้  แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายไปถ่ายภาพยนตร์อยู่ต่างประเทศ  ทำให้เขมชาติเสียดายที่วันแถลงข่าวจะมีแต่เพลง  ไม่มีเอ็มวีเปิดโชว์นักข่าว

กรเวชเลยเสนอให้ถ่ายภาพนิ่งและปกอัลบั้มเสียก่อน  เพราะตอนนี้ ภารดี ว่างพอดี   และเธอจะอยู่เมืองไทยอีกเพียงเดือนเศษๆก็ต้องบินไปถ่ายรูปที่ต่างประเทศอีก  เขมชาติจึงขอให้กรเวชนัดภารดีเข้ามาคุยให้เร็วที่สุด

 

..........................................

 

นับตั้งแต่สมาชิกวงคิสมีย้ายมาอยู่รวมกัน  ก็ทำให้ทุกคนสนิทสนมกันมากขึ้น  กลางวันอาจจะต่างคนต่างมีงาน  แต่พอตกเย็นไปจนถึงค่ำ  ทุกคนก็มักจะกลับมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน  ทั้งว่ายน้ำ  ตีแบต  หรือเล่นบาส  ตกค่ำหลังจากกินข้าวเย็นแล้วก็จะไปรวมกันที่สตูดิโอเพื่อซ้อมดนตรี  บ้านหลังนี้จึงเป็นเสมือนที่พักผ่อนจากปัญหาภายนอก  เป็นที่ชาร์ตแบตให้มีแรงลุกขึ้นสู้ต่อในวันรุ่งขึ้น

ความสุขของริวคือการได้ใช้เวลาทั้งหมดกับพสุสองคน  ไม่ว่าจะแต่งเพลง  กินข้าว  หรือแม้แต่เวลานอน  ขอแค่ได้อยู่ข้างๆพสุเท่านั้นเองที่ริวต้องการ  พสุก็สังเกตเห็นจึงคิดจะใช้ความวางใจนี้ช่วยรักษาอาการรังเกียจสัมผัสของเด็กหนุ่ม

พสุคิดว่าการพาริวออกไปเจอผู้คนบ่อยๆ  น่าจะช่วยให้ริวปรับตัวได้ดีขึ้น  อีกอย่างสุขภาพกายที่แข็งแรงก็น่าจะเสริมให้สุขภาพจิตดีขึ้น  พสุจึงปลุกริวแต่เช้าเพื่อพาริวไปฟิตเนส  ริวก็ยอมไปทั้งที่กลัวจะต้องเจอคนเยอะ

แต่เมื่อเข้าไปที่ฟิตเนสคลับ  ก็พบว่าเช้าๆมีคนมาออกกำลังไม่มากนัก  และแต่ละคนที่มาก็แทบไม่สนใจกันและกัน  พสุสอนให้ริวใช้เครื่องออกกำลังแบบต่างๆ  แม้จะดูว่าริวผอมๆ  แต่เด็กหนุ่มก็แข็งแรงกว่าที่คิด  ทั้งคู่ใช้เวลาที่ฟิตเนสด้วยกันถึง 3 ชั่วโมง  พอขึ้นรถมาเจอแอร์เย็นๆริวก็หลับปุ๋ยมาตลอดทางจนถึงบ้านพัก  พสุปลุกเด็กหนุ่มหลังจากรถจอดสักพักแล้วก็ยังไม่มีท่าทางว่าจะตื่น


“พี่ไผ่...อยากกินต้มเลือดหมู” ...ริวลุกขึ้นมานั่งขยี้ตางัวเงีย....


“อะไรนะ?” ริวร้องกินดื้อๆ  จนพสุงง  ไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิด  หรือริวยังไม่ตื่นดีกันแน่


“ริวอยากกินต้มเลือดหมู  ที่พี่เคยพาไปไงครับ”


“ป่านนี้ไม่ทันแล้วล่ะ  คงเก็บร้านไปแล้ว  ร้านนั้นต้องไปเช้าๆหน่อย”


“โหย...อยากกินอ่ะ  อยากกิน”  ริวทำเสียงออดๆ  แล้วเปิดประตูออกไปทรุดลงนั่งยองๆอยู่ข้างรถ  พสุเดินมาขยี้หัวเด็กหนุ่มเล่น  เลยโดนริวคว้าข้อมือไว้


“หมดแรงแล้วค้าบ  พี่ไผ่ลากริวไปด้วยนะ”  พสุหัวเราะแล้วลากเด็กหนุ่มที่เดินเซไปเซมาเหมือนปูเข้าบ้าน  พอถึงหน้าประตูทั้งคู่ก็ชะงัก  เพราะนอกจาก ตะวัน ไวยากรณ์  ธีรดลจะตื่นเช้ากันพร้อมหน้าแล้ว  กรเวชยังมีแขกพิเศษมานั่งคุยอยู่อีกคน  พอเห็นพสุ  เธอก็ลุกขึ้น  วิ่งปราดมาเขย่งจูบแก้มชายหนุ่มอย่างรวดเร็วทั้งที่อยู่ในชุดราตรียาวสีแดงเพลิง


“ไฮไผ่...ไม่เจอกันตั้งนาน  ทำไมยังหน้าเด๊กเด็ก”


“สวัสดีครับรดี  สบายดีหรือเปล่า”

พสุทักตอบด้วยสีหน้าปกติเพราะชินกับนิสัยแบบนี้ของภารดีแล้ว  ผิดกับริวที่ยืนมองความสนิทสนมของทั้งคู่ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง  ถึงจะมาจากวัฒนธรรมตะวันตก  แต่ริวก็ไม่คุ้นชินการสัมผัส  และยิ่งไม่คุ้นชินที่จะเห็นใครสัมผัส ‘พี่’ ของริว


“แหมไผ่...น่าจะทักว่าฉันสวยขึ้นนะ  ไม่ใช่ถามว่าฉันสบายดีหรือ.....” ภารดีค้างคำพูดไว้ในลำคอเมื่อหันไปสบตากับริว


“ว้าวววววว!  หนุ่มน้อยคนนี้เป็นใครกัน...ตาสวยจัง  โอ๊ย!อยากได้เป็นแบบถ่ายรูป”  ภารดีทักแล้วยื่นมือไปให้ริวเพื่อจับมือทักทาย  แต่เด็กหนุ่มผงะหนีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเล็บต่อสีแดงเจิดจ้าของภารดี


“พี่ไผ่!” ริวร้องเสียงหลงแล้วผวาไปแอบหลังพสุ  ทำให้ภารดียืนอึ้งด้วยความตกใจ


“เฮ้! หนุ่มน้อย  เธอกลัวฉันเหรอ?” ภารดีถามแล้วขยับเข้าหาริว


“อย่ารดี  ริวกลัว”  พสุรีบห้ามพร้อมกับแทรกไปกั้นริวไว้จากภารดีที่กำลังทำตาวาวๆอย่างนึกสนุก  ขณะที่คนข้างหลังเขาตัวสั่นมือเย็นเฉียบ


“อารายยยย  ฉันแค่จะทักทายเองนะ  ยู้ฮูหนุ่มน้อย  ฉันใจดีออก  ไม่เห็นจะต้องกลัวเลย” ภารดีแกล้งไขว่คว้าผ่านตัวพสุมาหา  ริวไม่ได้มองหน้าเธอ  แต่จ้องมองเล็บเคลือบสีแดงสดด้วยความหวาดกลัว  เด็กหนุ่มถอยหนีลนลานจนรู้สึกว่าเท้าเขาสัมผัสกับความว่างเปล่า


“ว๊าย! ระวัง” ภารดีร้องเตือนแต่ไม่ทัน  เด็กหนุ่มหงายหลังร่วงตูมลงไปในสระ  และจมวูบลงไป


“ริว!” พสุหันไปเห็นก็โดดตามลงไปทันที  ตะวันที่ยืนดูอยู่แต่แรกโดดตามลงไปอีกคน


พสุช้อนตัวริวขึ้นมาอย่างง่ายดาย  เพราะริวไม่ดิ้นรนขัดขืนเหมือนคนกลัวจมน้ำ  เด็กหนุ่มว่ายน้ำเป็น  แต่เพราะช็อกทำให้เขาไม่มีสติพอที่จะประคองตัวให้ลอยขึ้นมา  ภารดีถลาเข้าไปรับ  แต่เมื่อเธอยื่นมือไปตรงหน้า ริวก็ดิ้นตูมจนหลุดจากมือพสุจมลงไปอีกครั้ง  พสุรีบดำตามลงไปเอาตัวเด็กหนุ่มขึ้นมาแต่ริวดิ้นหนีตลอดเวลา  ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก


“ริว...ริว  พี่เองริว...” พสุช้อนตัวริวขึ้นมาจากน้ำก็กอดเอาไว้จากทางด้านหลังแล้วกระซิบเรียกตลอดเวลา

ริวกระพริบตาถี่ๆ  สูดหายใจเข้าแรงเพื่อตั้งสติ  ขณะที่พสุประคองเขาว่ายเข้าหาขอบสระอีกด้าน  เสียงกรเวชเอ็ดให้ภารดียืนคอยอยู่ที่เดิม  ก่อนจะวิ่งอ้อมสระน้ำไปช่วยดึงพสุขึ้นจากสระ  เพื่อให้พสุดึงริวขึ้นมาเองอีกต่อ  ริวพอขึ้นจากสระน้ำก็ซุกตัวเข้าไปกอดพสุไว้แน่น  อ้อมแขนของพสุทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกปลอดภัย  และเรียกสติให้กลับคืนมาเร็วขึ้น

ตะวันรอจนพสุดึงริวขึ้นไปแล้วถึงขึ้นจากสระ  แล้วเดินดุ่มๆหายเข้าไปในบ้าน  ก่อนจะกลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูสองผืนส่งให้พสุ


“เล่นบ้าๆ  บอกว่าน้องกลัวๆ  ไม่ฟังกันบ้างเลย”  กรเวชดุเสียงเขียว  ขณะที่ภารดีได้แต่ยืนยิ้มแหย  เธอแค่จะล้อเล่น  ไม่คิดว่าริวจะกลัวขนาดนี้


“ฉันขอโทษนะ  ที่ล้อเล่นเกินเลย  ก็แหม...เกิดมาฉันก็เพิ่งถูกรังเกียจขนาดกระโดดหนีก็หนนี้แหละ”


“ริวไม่ได้รังเกียจคุณหรอกครับ  ริวกลัวเล็บของคุณ”  ริวตอบเสียงเบา  โดยที่ไม่ยอมเงยขึ้นมองภารดี  เพราะกลัวจะเห็นเล็บของเธออีก  ภารดีก้มมองเล็บแล้วไขว้มือซ่อนหลังโดยอัตโนมัติ


“ปกติฉันก็ไม่ได้ไว้เล็บกรีดกรายแบบนี้หรอกนะ  แต่พอดีเมื่อคืนไปงานการ์ล่า มาน่ะ  ริว...ขอโทษนะครับหนุ่มน้อย  ที่ทำให้ตกใจจนตกน้ำไปแบบนั้น”


“ไม่เป็นไรครับ”  ริวตอบพลางลอบชำเลืองมอง  พอเห็นภารดีซ่อนมือไว้ข้างหลังจึงกล้ามองหน้าเธอเต็มตา

พสุดึงตัวริวให้ลุกขึ้นแล้วลากไปยัดใส่ห้องน้ำ  ก่อนจะเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้  เขาไม่เคยทำให้ใครแม้แต่แม่  เพราะที่บ้านก็มีแม่บ้านคอยดูแล  แต่กับริวพสุเต็มใจจะทำให้  ด้วยความเอ็นดูและสงสารที่เด็กหนุ่มเพิ่งเจอกับเรื่องที่ชวนให้ขวัญหายมาหมาดๆ

เมื่อกลับลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้ง  ก็พบว่าภารดีกลับไปแล้ว  เธอแวะมาหาเพื่อคุยคอนเซปต์ของวงและเจาะลึกรายละเอียดของนักร้องแต่ละคนเพื่อจะได้เตรียมถ่ายรูป  แต่พอดีมาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

พสุเห็นริวทำท่าซึมๆก็นึกเป็นห่วง  ชายหนุ่มรอจนกลับขึ้นมาอยู่กันตามพังถึงได้ถาม


“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอริว”

ริวทรุดลงนั่งพิงเตียงแล้วก้มหน้า  เด็กหนุ่มเม้มปากแล้วคลาย  แล้วเม้มสลับกัน  ตาโตคลอด้วยหยาดน้ำใสที่พร้อมจะรินออกมาได้ตลอดเวลา


“พี่ไผ่ครับ...ริวควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว...”


“ก็มันกะทันหันเกินไป  อีกอย่าง...เล็บของภารดีเขาก็ไปกระตุ้นความกลัวของริวด้วย” พสุลูบหัวทุยเบาๆเพื่อปลอบใจ


“พี่ไผ่ว่าริวควรทำไงดี...หรือริวต้อง...ไปหาจิตแพทย์”


“ริวอยากไปไหม?”


“ไม่ครับ”


“งั้นก็ไม่ต้องไป  ค่อยๆปรับตัวไป  ถึงมันจะยาก  แต่พี่เชื่อว่าริวทำได้”

พสุแนะนำเสียงอ่อนโยน  เขารู้ว่ามันอาจไม่ถูกต้องที่แนะนำริวแบบนี้  แต่เขาก็ไม่อยากให้ริวต้องฝืนใจไปหาหมอทั้งที่เกลียดและกลัวโรงพยาบาลฝังใจนับตั้งแต่แม่ตายไป  พสุอยากให้ริวมีโอกาสปรับตัวอีกสักพัก  ไม่แน่ว่าริวอาจจะหายจากอาการเกลียดสัมผัสก็เป็นได้...


..............................

 

บทเรียนจากการได้เห็นริวช็อกต่อหน้าต่อตา  ทำให้ไม่มีใครกล้าแตะตัวเด็กหนุ่ม  จึงมีเพียงพสุเท่านั้นที่สามารถแตะต้องตัวริวได้  แต่เมื่อเขมชาติแจ้งว่าใกล้ถึงกำหนดแถลงข่าวเปิดตัววงคิสมี  รวมถึงต้องไปอัดรายการโปรโมทเพลงหลังจากนั้น  ทุกคนก็เริ่มไม่สบายใจ  เกรงว่าริวจะช็อกตอนที่ถูกแต่งหน้าทำผม

แต่อลันเตรียมแก้ปัญหาไว้แล้ว  เขาส่งช่างแต่งหน้าชาวญี่ปุ่นซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับครูสอนภาษาไทยของริว  มาทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับริวก่อน  ความที่เธอสูงวัยและแต่งกายเรียบๆไม่ฉูดฉาด  ทำให้ริวยอมให้เธอแตะต้องตัวได้ในเวลาไม่นาน  แม้  ริวจะยังหน้าซีดๆและเธอก็ต้องสวมถุงมือไว้ตลอดเวลาที่สัมผัสตัวริว  แต่ก็นับว่าแก้ปัญหาใหญ่ของริวไปได้อีกเรื่อง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
โห...... หนูริว

เข้าใจอ่ะ บางทีเราไ่ม่ชอบหรือกลัวอะไรมากๆ  ก็มีพวกมาทำเป็นหยอก
คนกลัวยังทำเป็นเล่นอีก ไม่ชอบเลย ><

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
สงสารริวจัง. :m15: :m15:
ขอบคุณค่ะ :L2: :L2: :L2:มาต่อเร็วมากเลย.ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้อ่านวันนี้ซะแล้ว.
ชอบมากค่ะ.อ่านตอนที่ 15 หลายรอบแล้วรู้สึกอินไปกับตัวไผ่และริว.
รักคนแต่งค่ะ :L2: :L2: :L2:

DexTunG

  • บุคคลทั่วไป

pattyam

  • บุคคลทั่วไป
ริวเอ๊ย หายไวๆนะ

คุณรดี นะไม่น่าเลย หยอกน้องริวจนตกน้ำ

ริวคงกลัวมากจริงๆ TT สู้ๆขอให้หายไวๆ

ปลื้มพี่ไผ่ ฝากพี่ไผ่ดูแลน้องริวดีๆนะคะ ^^

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ฮุฮุ :laugh: มาอัพทุกวันก็ จะตามเม้นมันทุกวันล่ะ
มาลงแบบนี้เรี่ยนะค่ะ ชอบคะได้ตามอ่านทุกวันเลย
น้องริวก็น่าสงสาร แต่ไง พี่ไผ่ก็ดูแลอยู่ คู่นี้น่ารักมากๆ
แล้วในวงจะมีคู่อื่นอีกไหมค่ะเนี่ย น่าลุ้นมากก สู้ :L2:

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2

ออฟไลน์ *4_m3*

  • ~เธอคือของขวัญจากฟ้าไกล คือคำตอบของหัวใจ~
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-1
 :กอด1: ริว พี่ไผ่และก็ไรเตอร์ด้วยน้าาาาา

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
เจอคนขี้เล่นแบบนี้ริวก็เลยแย่หน่อย
สู้ๆ

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
พี่ไผ่อบอุ่นมาก  น่ารักขนาดนี้  อ่านแล้วอิจฉาหนูริว

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :sad4:ตอนนี้ทั้งแอบสงสารริว และเห็นความเป็นห่วงของพี่ไผ่ ความเอาใจใส่..อืมมมม

ชอบอ้อมกอดที่อบอุ่นของพี่ไผ่จังเลย :-[

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ขอบคุณมากค่ะ.ไรท์เตอร์น่ารักจังมาต่อเร็วมากเลย :L2: :L2:
รักไรท์เตอร์ทุกวันค่ะ. :L1: :L1: :L1:

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
ไรท์เตอร์คนน่ารักมาต่อเร็วๆค่ะอยากอ่านมาก :call: :call: :call: :call:

ออฟไลน์ Paracetamol

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-2
มาต่อเร็วๆน้า
ไผ่อ่อนโยนดีจัง =w=
ริวเคะเฮอะ นะๆ  :L2:

ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7
วันนี้นอนดึกม่ายหวายย  :t3: รีบเอามาแปะก่อนสลบ  :a12:

ขอบคุณทุกๆคนแทนเจ๊คนเขียนนะค้าบ ดีใจจังที่มีคนชอบ

ว่าแต่คนโพสท์เชียร์ให้น้องริวเป็นเมะอ่า  :o8:

ไปกดดันคนเขียนดีกว่า  :laugh:



***********************************




ตอนที่ 17



งานแรกของ 5 หนุ่มคือการบันทึกภาพนิ่งเพื่อทำปกอัลบั้ม  รวมถึงทำโปสเตอร์ในวันแถลงข่าว  และภารดีก็เป็นตากล้องที่เขมชาติเชิญมาโดยเฉพาะ  หญิงสาวสลัดคราบสาวสุดเปรี้ยวในชุดแดงเจิดจ้าเมื่อวันก่อนไปหมด  กลายเป็นสาวมั่นที่ดูทะมัดทะแมงในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์  เล็บมือขาวสะอาดเจียนไว้สั้นมน  ทีมงานผู้ชายล้วน 5 คน  มาจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆไว้พร้อมสรรพ เมื่อ 5 หนุ่มมาถึง ก็ตรงไปแต่งหน้าทำผมทันที   
ทั้งที่ต้องแต่งหน้าและทำผมเพียงคนเดียวไม่มีผู้ช่วยเหมือนคนอื่น  แต่คุณยูกิ  ก็แต่งหน้าให้ริวเสร็จก่อน  ผิวอ่อนใสเมื่อลงเครื่องสำอางแบบพอเหมาะ  ก็ทำให้ริวดูเข้มขึ้น  แต่ก็หล่อขึ้นจนเพื่อนๆในวงยังอดทักไม่ได้


“โหคุณยูกิครับ  แต่งให้ริวซะหล่อไม่เหลือคราบไอ้หนูเอ๋อเลย” ไวยากรณ์แซวล้อๆแกมทึ่งในฝีมือคุณยูกิ

“นั่นสิคะ น้องริวล๊อหล่อ...คุณยูกิแต่งหน้าไวมากเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้าทำผมต่างชมเป็นเสียงเดียวกัน 

“ริวคุงผิวสวย  แต่งหน้าง่ายมักๆค่า” คุณยูกิหันมาตอบถ่อมตัวยิ้มๆ  แล้วเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า  ความจริงฝีมือระดับคุณยูกิไม่จำเป็นต้องมาแต่งหน้าให้ใคร  ส่วนใหญ่เธอจะรับสอนแต่งหน้าตามสถาบันต่างๆ  แต่เมื่อข้อเสนอของอลันดีพอ  เธอก็ยินดีที่จะรับงานนี้
ภารดีเดินมาดู  เห็นริวแต่งหน้าเสร็จแล้วก็บอกให้ไปเปลี่ยนชุด 

เสื้อเชิ้ตขาวติดกระดุมถึงคอ  แถมยังติดกระดุมข้อมือ  ทำให้ภารดีถึงกับส่ายหน้าเมื่อเห็นริวแต่งแบบนั้น 


“ริว ปลดกระดุมลงมาอีก 3 เม็ด  แล้วกระดุมข้อมือก็อย่าติด  พับแขนเสื้อขึ้นมาด้วย”

ริวปลดกระดุมลงมาเพียงสองเม็ด  แล้วยังพับแขนเสื้อไม่เท่ากันอีก  ภารดีเห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปหา  แต่ริวผงะถอยหนีทันที  ทำให้เธอนึกขึ้นได้

“ริว...ดูสิ  ฉันตัดเล็บสั้นแล้วก็ไม่ได้ทาเล็บ...เห็นป่ะ” ภารดีบอกพร้อมกับชูมือหันให้ดูเล็บสั้นสะอาดไร้สีของเธอ

“ครับ”

“ขอถูกตัวได้ไหม  ฉันต้องจัดเสื้อผ้าให้ใหม่น่ะ”

ริวหน้าแหย  ก่อนจะเหลียวไปที่ศาลากลางสวน  ซึ่งใช้เป็นที่แต่งหน้าทำผม  พสุยังแต่งหน้าอยู่และคอยเหลียวมามองเป็นระยะๆ 

ภารดียืนคอยอย่างใจเย็นผิดวิสัย  หากเป็นคนอื่นแล้วปัญหาเยอะยุ่งยากแบบนี้เธอคงโบกมือบ๊ายบายไม่ถ่ายรูปให้  แต่เพราะริวดึงดูดใจเกินไป  รูปลักษณ์ของริวทำให้เธอกระหายที่จะบันทึกทุกอิริยาบถของเด็กหนุ่มเอาไว้  โดยเฉพาะดวงตาใสซื่อเหมือนทารก  เมื่ออยู่บนใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม  ยิ่งทำริวดูเด่นและแตกต่างจากคนอื่นๆ


“ครับ...” ริวรับคำเสียงเบา  แล้วยืนตัวแข็งทื่อเมื่อภารดียื่นมือไปหาช้าๆ  ภารดีม้วนแขนเสื้อให้ริวใหม่  โดยระมัดระวังไม่ให้แตะโดนผิวของริว  แม้จะรู้สึกได้ว่าริวสะดุ้งแทบทุกครั้งที่ปลายนิ้วเธอแตะไปโดนตัวผ่านเนื้อผ้า  แต่การที่เด็กหนุ่มไม่ขยับหนี  ก็ถือว่าดีมากแล้ว

“เอาละเสร็จแล้ว  แต่ริวต้องปลดกระดุมเสื้อลงอีกเม็ดนะ”

“เอ่อ...ไม่ปลดไม่ได้เหรอครับ”

“ทำไมล่ะ  มันเป็นคอนเซปต์ไง  แบบให้ลุคดูเข้มๆ เซ็กซี่ๆ  ก็ต้องปลดกระดุมโชว์อกนิดหน่อย”

“คือ...ริว...เอ่อ...” เด็กหนุ่มอึกอักแล้วก้มหน้างุดๆ ด้วยความไม่สบายใจ

“หืม?  ว่าไง?”

“มีอะไรหรือเปล่ารดี” พสุที่นั่งดูอยู่สักพักตามมาถามด้วยความเป็นห่วง  พอริวหันไปเห็นพสุก็รีบเดินไปหา

“พี่ไผ่...ริวไม่..ไม่ปลดกระดุมเสื้อได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มกระซิบถามพอให้ได้ยินกันสองคน

“ทำไมละครับ”

“ริว...อายอ่ะ...ริวไม่ได้หุ่นดีเหมือนพวกพี่ๆสักหน่อย...ให้ริวแต่งเหมือนพี่ดลก็ได้”

“ก็ดลเขาอ้วน  ก็เลยต้องใส่เสื้อกล้ามพรางรูปร่าง”

“ริวก็ผอม...”

“งั้นเดี๋ยวพี่ถามรดีให้  แต่ถ้าเขาไม่ยอมริวก็ต้องไม่ดื้อนะ”

“ครับ”

พสุเดินเข้าหาภารดี  ที่ยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย


“มีอะไรเหรอไผ่  ริวเป็นอะไร?”

“น้องอายหุ่นน่ะ    บ่นว่าผอม  ไม่อยากโชว์”

“อ๋อ...คิดว่าอะไร  แหม น่ารักดีออก  ผิวใสๆแบบนั้นถึงไม่มีกล้ามก็น่าดูอยู่ดีนะ” ภารดีแกล้งแซวตาวาวอย่างขี้เล่น

“รดีก็อย่าแกล้งนักเลยน่า”

“โอเคๆ  ไม่ต้องปลดก็ได้  แต่ยอมเฉพาะน้องริวนะ  คนอื่นยังไงก็ต้องโชว์  นี่ไผ่แต่งหน้าเรียบร้อยแล้วใช่เปล่า”

“ครับ  เรียบร้อยแล้ว”

“งั้นไปเปลี่ยนชุดเลย  เดี๋ยวจะได้มาถ่ายรูป”


เพื่อไม่ให้ริวประหม่าอีก  ภารดีเลยให้เด็กหนุ่มถ่ายคู่กับพสุก่อน  ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าคิดถูก   เพราะเมื่ออยู่กับพสุ  ดูริวผ่อนคลายและว่าง่าย  ไม่ว่าจะให้โพสต์ท่าแบบไหน  เด็กหนุ่มก็ยอมทำหมด  แต่ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นคือรอยยิ้มกว้างจนเห็นรอยบุ๋มสองข้างแก้ม  และดวงตาเป็นประกายวาววับของริว   ภารดีกดชัตเตอร์ถี่ยิบอย่างเผลอตัว  พสุนั้นไม่มีปัญหาเรื่องการโพสต์ท่าอยู่แล้ว  เพราะถึงไม่ได้มีอาชีพเป็นนายแบบ  แต่ก็อยู่
หน้ากล้องเป็นประจำ จึงรู้ดีว่าควรเคลื่อนไหวยังไงให้ดูเป็นธรรมชาติและได้มุมที่ดูดี

หลังจากนั้นภารดีก็ขอเก็บภาพเดี่ยวของพสุก่อน  โดยให้ริวยืนอยู่ไม่ห่างพสุนัก  เพื่อให้ดูวิธีการโพสต์เป็นตัวอย่าง  แต่ภาพที่ภารดีประทับใจมาก  คือตอนที่พสุเอนลงไปเท้าศอกบนพื้นหญ้าแล้วเบือนหน้ามามองกล้อง  ภารดีเก็บภาพนั้นไว้แล้วหันกล้องไปหาริวอย่างรวดเร็ว  เพราะเด็กหนุ่มชะโงกตัวมาข้างหน้าแล้วเอียงหัวไปมองพสุด้วยสีหน้าชื่นชม...

ผิวขาวเนียน  ปากบางแดงจัด  และคิ้วเข้มนั้น  ยังไม่สะดุดตาเท่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนใสเหมือนลูกแก้ว  ที่สื่ออารมณ์ได้มากมายกว่าคำพูด  ทำให้ภารดีอดใจไม่ได้ที่จะถ่ายรูปริวแบบโคลสอัพ  นั่นทำให้เธอสังเกตเห็นทิศทางที่สายตาของเด็กหนุ่มจับจ้องเสมอ ก็คือพระเอกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน

ภารดีลดกล้องลงช้าๆ  ดวงตาที่วาดไว้คมกริบตวัดมองตามสายตาของเด็กหนุ่มอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  ริวนั่งเป็นแบบให้เธออยู่ตรงนี้  แต่ดวงตามองเลยไปยังอีกคนที่ถ่ายแบบเสร็จก็ไปนั่งอ่านสคริปต์อยู่ในศาลากลางน้ำ   ดูเหมือนคนถูกมองจะไม่รู้ตัว  เพราะใบหน้าคมสันยังคมก้มอ่านสคริปต์นิ่ง  มุมปากแต้มรอยยิ้มน้อยๆ  คงขำไวยากรณ์กับธีรดลที่กำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงเรื่องฟุตบอล 

ตากล้องสาวจับตาดูริวอยู่อีกครู่หนึ่งแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่รู้ตัว  ภารดีจึงตัดสินใจเลือกมุมกล้องใหม่  เธอไม่ใช่ ปาปารัสซี่  ไม่นิยมถ่ายภาพเพื่อตีข่าวฉาวโฉ่  แต่เธอชอบถ่ายภาพเพื่อศิลปะมากกว่า  และอะไรหลายๆอย่างในดวงตาสีน้ำตาลใสของริว  ทำให้เธอหลงใหลจนอยากบันทึกอารมณ์นี้เก็บไว้  หลังจากบันทึกภาพที่ต้องการจนสะใจแล้ว  ภารดีถึงปล่อยช่างแต่งหน้ามาซับหน้าให้เด็กหนุ่มใหม่  แล้วถ่ายภาพริวไว้อีก 2-3 ภาพก่อนจะเปลี่ยนไปถ่ายไวยากรณ์ต่อ

ระหว่างรอเซทอุปกรณ์ประกอบฉากเพื่อให้เข้ากับไวยากรณ์  ภารดีก็เหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้เธออมยิ้ม  น่ารักจนอดยกกล้องขึ้นเก็บภาพไว้ไม่ได้ ริวนั่งยองๆ  เอาคางพาดไว้บนเข่าของพสุ  ขณะที่ชายหนุ่มก็ใช้ทิชชูเช็ดตาให้  อาจจะขนตาหลุดเข้าตาแล้วเจ้าหนูริวคงอ้อนให้พสุช่วยเอาออกให้ โดยมีธีรดลนั่งลุ้นอยู่ข้างๆพสุ 

ดูเหมือนพสุจะเป็นคนแรกที่รู้ตัวว่าโดนถ่ายรูป  สีหน้าที่มองมายังเธอดูระแวงและระวังตัวอย่างเห็นได้ชัด ภารดีไม่ต้องการให้บรรยากาศเสียไป จึงตะโกนบอกให้ตะวันแและธีรดลขยับเข้ามาใกล้พสุอีก  ไวยากรณ์ที่ถูกช่างซับหน้าร้องโวยวายห้ามไม่ให้ภารดีถ่าย  เพราะเขายังไม่ได้เข้ากล้อง  นายแบบหนุ่ม  วิ่งปรูดเดียวข้ามสะพานไปลากแขนตะวันที่นั่งฟังเพลงอยู่อีกมุมเข้ามายืนข้างหลังพสุ  แล้วภาพหมู่แบบชุลมุนก็ถูกบันทึก  ภารดีอมยิ้มน้อยๆตลอดเวลาที่ถ่ายรูป  เธอชอบสีหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติของทั้ง 5 หนุ่ม  มากกว่าสีหน้าที่ถูกปั้นอย่างนายแบบ  และระหว่างถ่ายรูปหมู่ของ 5 หนุ่ม  เธอก็ได้ภาพน่ารักอีกจนได้  เป็นจังหวะที่ไวยากรณ์โวยวายจะแลกที่กับธีรดลเพื่อเปลี่ยนมุมกล้อง  พสุพยายามจะยกมือห้ามทัพสองหนุ่มที่ทะเลาะกันข้ามตัวเขาไปมา  ขณะที่ริวแหงนหน้าขึ้นมองพสุแล้วอมยิ้ม  แต่คราวนี้ดูเหมือนคนถูกมองจะรู้ตัว  จึงก้มลงมายิ้มกับเด็กหนุ่มเช่นกัน


…………………………


ภารดีนั่งมองภาพถ่ายหลายร้อยภาพที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตัวยาวกลางห้อง  ทุกภาพล้วนโฟกัสอยู่ที่คนสองคน...


คนหนึ่งคอยจับจ้องทุกอิริยาบถอย่างตั้งใจ  ขณะที่คนถูกมองอยู่ตลอดเวลา  เหมือนไม่ค่อยรู้ตัว  นานๆจึงจะหันมาสบตาด้วยสักครั้ง


“ชัดเจนเกินไป...รูปนี้ก็...ตาหวานไป  เดี๋ยวเป็นข่าว...อืม รูปนี้สวยแฮะ แต่น่ารักไป  ต้องให้ดูเข้มกว่านี้...รูปนี้สิเจ๋ง อื้อ ไม่ได้...” ภารดีไม่รู้ตัวเลยว่าตลอดเวลาที่เธอเลือกรูปแล้วบ่นงึมงำๆอยู่คนเดียวนั้น  ใครบางคนยืนกอดอกดูมาครู่ใหญ่ๆแล้ว

“รดี...เมื่อไหร่จะเลือกรูปเสร็จ”

“อ้าวพี่กร  มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มาตั้งแต่  ชัดไป หวานไปนั่นแหละ   พี่นึกว่าเธอเลือกรูปของคิสมีซะอีก”

“ก็เลือกรูปหนุ่มๆ ของพี่นั่นแหละ”

“เฮ้ย! อย่ามายกเป็นของพี่สิ  เดี๋ยวพี่เผลอทึกทักว่าเป็นของพี่จริงๆ กันพอดี”

“แหม!  เปิดช่องให้หน่อยละรีบฉวยโอกาสเชียว...ฉันหมายถึงพวกหนุ่มๆ ที่พี่ดูแลเขาอยู่ต่างหาก”

“แล้วไง”

“ของคนอื่นๆ น่ะเลือกไม่ยากหรอก...มายากที่ริวนั่นแหละ...พี่ดูเองเหอะ...ฉันขอไปอาบน้ำแต่งตัวแป๊บนึง  เดี๋ยวมา”

กรเวชเดินมาชะโงกดูรูปบนโต๊ะ  จากแค่มองผ่านๆ กลับชะงักนิ่ง  แล้วค่อยๆไล่สายตาไปทีละรูป


“ให้ตายเถอะ!...งานเข้าแล้วไอ้กรเอ๊ย!  เวร!...ทำไมไม่เคยสังเกตวะ”

“สบถอีกแล้วพี่  ไหนคุยว่าเลิกสบถแล้วไง”

“เฮ้ย!รดี  แกห้ามเอารูปพวกนี้ลงนะโว้ย  ขืนลงละเป็นเรื่อง”

“เอ้า! ทำไมล่ะ  สวยดีออก  ดูสิ...ออกจะน่ารัก”

“ยังจะมาเล่นอีก...ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย...ทำไมพี่ไม่เคยเห็นวะ”

“พี่ตาฟางอะดิ  มัวแต่มองอะไรอยู่ถึงไม่เห็น  ออกจะชัดขนาดนั้น”

“รดี...ถ้าคนถ่ายรูปไม่ใช่แก...ถ้า...” กรเวชหน้าซีดเผือด  เมื่อคิดภาพตาม  ใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“พี่จะตีตนไปก่อนไข้ทำไม  อะไรมันยังไม่เกิดสักหน่อย  แล้วอีกอย่าง  ริวก็ยังเด็กมาก  เขาอาจจะแค่ชื่นชมก็ได้”

“แกเลิกเล่นเถอะ  พูดกันตรงๆ ดีกว่า”

“พี่กร  เครียดไปป่ะ  ริวมันดูไม่แมนตรงไหน  แล้วยิ่งไผ่ยิ่งไม่ต้องพูด  ยังไงก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก...แต่ถ้าจะมีอะไร  พี่จะห้ามได้เหรอ  เรื่องของใจมันห้ามไม่ได้หรอกพี่”

“แต่เขากำลังจะมีผลงานนะ  แล้ว...โอ๊ย!ปวดหัว”

“ถามจริงๆเถอะพี่...พี่กลัวอะไร  แต่ละคนมืออาชีพทั้งนั้น  มีแต่น้องริวคนเดียวที่เป็นเด็กใหม่ในวงการนี้  ถ้าพี่ห่วงนักก็ประกบเจ้าหนูมันเลยก็หมดเรื่อง  จะได้คอยระวังไม่ให้มีปัญหา”

“ถ้าประกบมันได้ก็ดีนะสิ  ริวมันติดไผ่แจขนาดนั้น  มันจะยอมให้แยกง่ายๆเหรอ”

“พี่กร...” ภารดีลากเสียงยาวอย่างอ่อนใจ

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  ไว้ให้มันมีปัญหาแล้วค่อยแก้  ตอนนี้ยังไม่มีอะไร  พี่ก็ปล่อยไปก่อนละกัน  คิดมากผมร่วงหัวล้านไม่รู้นะ...ไปหาอะไรกระแทกปากกันดีกว่าพี่”

กรเวชได้แต่ถอนใจเฮือก  ภาวนาว่าอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย


………………………..

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
น้องริวยังน่ารักเหมือนเดิม :o8: :-[ :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ชอบรดีมากเลย.
ขอบคุณค่ะ :L2: :L2: :L2:

DexTunG

  • บุคคลทั่วไป

OhJa

  • บุคคลทั่วไป
สุดยอดอ่ะ อ่านรวดเดียวจบเลย
ขอบอกว่าหลงรักเรื่องนี้ซะแล้ว
คนแต่งเก่งอ่ะ  แต่งได้ไหลรื่น แล้วก็ทำให้อินไปกับตัวละครได้ด้วย
หลงรักน้องริว พี่ไผ่

+1 ให้คนโพสต์กับคนแต่งจ้า

ปล.อย่าเพิ่งท้อนะ เราชอบเรื่องนี้อ่ะ
บางครั้งเรื่องใหม่ๆ มันไม่การันตีว่าคนแต่งจะมาแต่งจบรึเปล่า 
เคยอ่านค้างๆไปหลายเรื่องเหมือนกัน เลยลังเลที่จะกดเรื่องใหม่ๆอ่าน
ดีนะที่ลองเข้ามาอ่านดู ปรากฎว่าชอบอ่ะ ขอติดตามเรื่องนี้อีกเรื่องนะคะ  :o8:

pattyam

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ดดด ทำไมน้องริวหวานไปคะพี่รดี

ม่ายยยยย น้องริวต้องเข้มสิคะ ลุ้นน้องริวเมะคะ ^^

อิๆ ของมันแน่นอนอยู่แล้วที่น้องริวจะมองพี่ไผ่ เค้าชอบของเค้ามาตั้งนานแระ

ยอมออกมาสู่โลกภายนอกเพราะพี่ไผ่คนเดียว พี่ไผ่ของน้องริวนี่มีอะไรพิเศษมากหนอ

ทำไมน้องริวถึงได้ชอบมากขนาดนี้ อยากรู้จังคะ>___<

ออฟไลน์ tsuyu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
พึ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ  ชอบมาก

สมัครเป็น FC นะค่ะ

เนื้อเรื่องน่าติดตามสุด ๆ

 o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด