เธอคือ...ลมหายใจ by Anonymus
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เธอคือ...ลมหายใจ by Anonymus  (อ่าน 2359017 ครั้ง)

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
น่ารักเลยอ่ะ ริวนะ ตอนแรกนึกว่าจะแบบตัวเล็ก แต่ตอนหลังมาบอกสูงกว่าพสุ
ชอบเนื้อเรื่องมาเลย แล้วก็ใจดีมาลงบ่อยๆน่ารักมากๆ รอตอนตอนไปนะค่ะ สู้ๆ

ออฟไลน์ ChiOln

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2475
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-3
สนุกมาก ๆ เลย

รอตอนต่อไปนะคร้าบ

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :man1: งานนี้พี่ไผ่นอกจากได้เด็กน้อยมาร่วมงานแล้ว  ถ้าจะได้นักแต่งเพลงส่วนตัวอีกด้วยนะ

 :z3:ถ้าทำได้นู๋ริวคงไม่อยากกลับบริษัทเลยเนอะ

ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะคะ  :L2:

Special  Thank :  atom_big  / justlove / didi  / Shock_n2n

BOOM_LOVE / tianqin / *4_m3*/iamnan / zeazaiz / ohmpresto / / Noi / maio /ChiOln

 

ต่อจากตอนนี้อาจจะหายบ้างอะไรบ้างนะคะ  คงจะไม่ได้มาลงทุกวันแบบตอนนี้...เพราะคนเขียนจะต้องไปอยู่แดนกันดาร  ไม่มีเนตใช้ T_T  :sad11:

เนื่องจากนิยายเรื่องนี้เป็นแนวที่ไม่เคยแต่งมาก่อน  ออกจะเกร็งๆอยู่พอสมควร  เท่าที่ดูผลจากคอมเม้นต์ก็พอจะรู้สึกเหมือนกันว่าคงไม่ใช่แนวจริงๆ  เพราะดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบ  แฮ่...  :z13:

ขอดูอีกสักตอนสองตอนแล้วกันนะคะ  แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะจัดการยังไง  ^__^

ชอบไม่ชอบ  สามารถติติงกันได้นะคะ  ยินดีรับฟังคอมเม้นต์ทุกๆแบบค่า  จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

....................................










ตอนที่ 10



ปกติวันปิดกล้องละคร  ดาราจะมากันเกือบครบ  เพราะมักจะเป็นฉากใหญ่ที่รวมดาราในเรื่องไว้หมด  ทันทีที่เสียงคัตดังขึ้น  เสียงเฮ  ก็ตามมาติดๆ  โชคดีจริงๆที่ละครเรื่องนี้ปิดกล้องได้เร็ว  คงเพราะดาราส่วนใหญ่รีบเทคิวให้  เพราะได้ข่าวเรื่องพสุกำลังจะเก็บตัวทำเพลง  ละครเรื่องนี้จึงเป็นละครเรื่องสุดท้าย  หลังจากนี้เขาก็เหลือแค่งานโชว์ตัวกับถ่ายโฆษณาอีก 2-3 ตัว  ที่เซ็นสัญญาไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น



“ไผ่...เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเลยนะ” ผู้จัดคนดังบอกก่อนจะโบกไม้บอกมือให้  แล้วพากันรีบร้อนกลับไปกับผู้ช่วยสาวอีก 2 คน


“ครับพี่” พสุรับคำ แล้วหยิบถุงขนมและของเล็กๆ น้อยๆ  ไปให้พี่ๆ ทีมงาน  รวมทั้งช่างแต่งหน้าทำผม  เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้เขามาจนปิดกล้อง  นี่เป็นสิ่งที่พสุทำมาตลอด

ทีมงานบางคนอย่างป้าแม่ครัว  มากอดพสุแล้วทำตาแดงๆจะร้องไห้  บางคนก็ขอถ่ายรูปขอลายเซ็นไปฝากแฟนฝากเพื่อน  กว่าจะทั่วทุกคน  ดาราคนอื่นๆ ก็กลับไปหมดแล้ว

พสุเหลียวมองทีมงานทุกคนอีกครั้ง  ก่อนจะเดินไปที่รถ  ปกติเขาไม่เคยอาลัยอาวรณ์ทีมงานที่ทำงานด้วยกัน  เพราะส่วนใหญ่ก็ยังวนเวียนมาร่วมงานกันอีก  แต่คราวนี้พอคิดว่าต่อไปเขาจะไม่ได้ทำงานกับทุกคนอีกนาน  ก็เลยอดใจหายไม่ได้  ถึงจะไม่รักงานแสดงเท่ากับการร้องเพลง  แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแสดงคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เขายังเดินอยู่บนเส้นทางสายบันเทิง  ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้เขาไปเตะตาเขมชาติเข้าก็ได้

ยังไม่ทันเดินถึงรถพสุก็ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตา  ยืนหมุนไปหมุนมาอยู่ข้างรถ




“โหพี่!...ทำไมออกมาช้าจัง  คนอื่นไปหมดแล้ว”


“เอ่อ...พี่เอาของไปให้ทีมงานอยู่น่ะ  ว่าแต่ทำไมริวมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” พสุถามอย่างงุนงง  ประหลาดใจมากที่เจอริวที่นี่


“ก็มารอพี่” เด็กหนุ่มตอบพลางกระพือคอเสื้อที่เปียกเหงื่อชุ่มไปมา  พสุเห็นอย่างนั้นก็รีบกดปลดล็อค  เพื่อให้ริวเข้าไปหลบไอแดดในรถ


“รอพี่?”


“ครับ...มาตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้วเนี่ย...หิว...” เด็กหนุ่มอุทธรณ์พลางลูบท้องป้อย  แต่ไม่ได้บ่นเรื่องที่ต้องยืนคอยท่ามกลางอากาศร้อนๆ จนหน้าแดงก่ำไปหมด


“แล้วมาทำอะไรตั้งแต่เที่ยง?”


“ก็พี่บอกว่าวันนี้เลิกกองเที่ยง”


“พี่บอก?...พี่เนี่ยนะเป็นคนบอก  ไม่ยักจำได้แฮะว่าพูดแบบนั้นตอนไหน”


“อ้าว...ก็ถ้าพี่ไม่บอกริวจะรู้ได้ยังไง”



พสุได้แต่อึ้ง  เพราะจะว่าไป กำหนดเดิมคือประมาณเที่ยง  แต่ติดที่ดาราประกอบชายคนหนึ่ง  ซึ่งก็เป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง  มากองสายตามปรกติ  เวลาถ่ายทำก็เลยต้องเลื่อนตามจนเลิกช้าไปหลายชั่วโมง

เสียงท้องคนคอยร้องจ๊อกๆ  แสดงว่าหิวจริงไม่ได้แกล้งพูดเล่น  ทำให้พสุตัดสินใจพาเด็กหนุ่มกินข้าวก่อน  แต่พี่จ๋าโทรมาตามก่อนถึงร้านอาหารเพียงนิดเดียว




“ไผ่จ๋า  อยู่ไหน  มาเร็วๆพี่ขาดคู่ร้องเกะ”


“พอดีไผ่จะพาน้องไปทานข้าวก่อนครับ”


“อ้าว!  พามาที่ร้านเลยไม่ได้เหรอ” พี่จ๋าถามทั้งที่พยายามนึกอยู่ว่าพสุมีน้องตั้งแต่เมื่อไหร่


“แต่เขาไม่ใช่ทีมงาน...”


“ไม่เป็นไรน่า ของกินเพียบ  พามานี่เลยนะ  เร็วๆ หน่อยพี่จ๋ารอ”


“ครับ”  พสุรับปากแล้วลอบถอนใจ  ก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่ม  ยังจำได้ว่าริวไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัว  แล้วไปกินข้าวรวมกับคนเยอะๆ จะอาการกำเริบเหมือนคราวที่แล้วอีกหรือเปล่า...แต่จะไม่รีบไปก็เกรงใจพี่จ๋า


“ริวไปงานเลี้ยงปิดกล้องกับพี่ไหม?”


“ริวไปได้เหรอพี่?”


“ได้สิ...พี่จ๋าอนุญาตเอง”

พอพสุยืนยันริวก็พยักหน้ารับเหมือนไม่ต้องคิด  ทำให้พสุอดกังวลไม่ได้  แต่ก็ตัดสินใจลองพาริวไปด้วย



ทันทีที่พสุโผล่เข้าไปในงาน  ก็ถูกผู้หญิงร่างท้วมขาว  วิ่งปราดมาลากแขน


“ไผ่เร็ว  เพลงจะขึ้นแล้ว...ต๊าย! ไปพาเด็กฝรั่งที่ไหนมาหน้าตาน่าเอ็นดูเชียว” ทั้งที่เพลงโปรดกำลังขึ้นอินโทร  แต่พี่จ๋ากลับหยุดเงยขึ้นจ้องริวอย่างสนใจเต็มที่


“น้องในวงครับชื่อ ริว  เกรสัน” พสุแนะนำเบาๆ ริวยกไหว้พี่จ๋าอย่างนอบน้อม  เล่นเอาพี่จ๋าถึงกับยิ้มกว้างอย่างถูกใจ


“เหรอจ๊ะ  ต๊าย! ไหว้สวยเชียว  ริวหล่อมากเลยนะเนี่ย แต่ท่าทางยังเด็กอยู่เลย  อายุเท่าไหร่แล้วลูก?” ประโยคลงท้ายแสดงความเอ็นดูเต็มที่  ดูเหมือนริวจะรุ่นราวคราวเดียวกับหลานชาย พาให้พี่จ๋าเอ็นดูเด็กหนุ่มไปด้วย


“สิบแปดครับ”


“เหรอ! สนใจจะเล่นละครไหมลูก  เอาไหม?”


“ผมเล่นไม่เป็น  ผมกลัวกล้องครับ”


“อุ๊ย! น่ารัก...อร๊าย! นังจอย!  เอาไมค์เจ๊คืนมานะยะ  ไปเร็วไผ่เดี๋ยวแย่งไมค์นังจอยไม่ทัน...ริว ตามสบายนะลูก...เก๋ๆ  ฝากดูน้องริวด้วย”


“ค่ะพี่...ต๊าย! รูปหล่อขนาดนี้  จะให้เลี้ยงดูเลยก็ยังไหวนะค๊า...มาค่ะๆ ทานอะไรได้บ้าง  ว่าแต่พูดไทยได้ไหมคะ”


“พูดได้ครับ”


“ต๊าย! พูดชัดด้วย...กินอะไรดีคะ  ข้าวผัดปู  กับไก่ทอดดีไหม” เก๋ทักยิ้มแย้ม  พลางลากข้อมือเด็กหนุ่มไปที่โต๊ะแล้วปราดไปตักอาหารมาให้  จึงไม่ทันเห็นว่าริวซ่อนแขนลงใต้โต๊ะแล้วพยายามใช้ชายเสื้อถูตรงที่ถูกจับ  ยังไม่ทันที่ริวจะขยับไปไหน  ที่นั่งอีกด้านก็มีคนปราดมานั่งประกบ


“สุดหล่อออออ...นักร้องวงเดียวกับน้องไผ่เหรอเนี่ย  หล่อม๊ากกกกก มีแฟนยังคะ”


“ต๊าย!เจ๊บี  ถอยเลยนะ คนนี้พี่จ๋ามอบหมายให้เก๋เลี้ยงดู  เอ๊ย ดูแลแล้วย่ะ”


“อะไรยะนังชะนีอ้วน  ของแบบนี้ใครดีใครได้สิยะ...ใช่ไหมค๊าสุดหล่อ”


“ถอยไปเลยเจ๊  ถอยๆ คนนี้เก๋จองแล้ว  งานนี้ห้ามแย่ง  ใครจะมาแย่งน้องริวเก๋สู้ตายค่ะ”  สองสาวปะทะคารมกันสนุก  แถมยังแย่งกันคล้องแขนริวไว้คนละด้านแล้วดึงไปกอดกันนัวเนีย  เพราะเห็นเด็กหนุ่มไม่ปัดป้อง


“อ้าว! เลยนั่งเงียบเลย  ตัวเย๊นเย็น...น้องริวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”


“ผม...ผม  ไม่สบาย....” ริวตอบเสียงพร่า  เหงื่อแตกเต็มหน้าผากจนเก๋และบีสังเกตเห็น


“ตายจริง! เป็นอะไรไปจ๊ะน้องริว...ดูสิเจ๊  เหงื่อท่วมตัวเลย” เก๋ทักพลางคว้าทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดหน้าให้  ริวสะดุ้งเฮือก  พลอยให้สองสาวสะดุ้งตามไปด้วย

พสุคอยมองอยู่แล้ว  พอเห็นทีมงานเข้าไปหยอกริวจนเด็กหนุ่มนั่งก้มหน้าตัวสั่น  เขาก็ส่งไมค์ให้คนอื่นแล้วรีบมาหาเด็กหนุ่มทันที


“พี่เก๋ขอผ้าเย็นสักผืนเถอะครับ...ริว...เป็นไง  ไหวรึเปล่า?” น้ำเสียงร้อนรนของพสุ  ทำให้เก๋รีบออกไปหาผ้าเย็นมาให้ ขณะที่บีก็ถอยออกมาเพราะดูเหมือนพสุจะรู้อาการริวอยู่แล้ว


“....”  เด็กหนุ่มไม่ตอบแต่ก้มหน้าตัวสั่นจนพสุสงสาร  พอได้ผ้าเย็นก็รีบแกะส่งให้  ริวรับผ้ามากำไว้แน่นไม่ยอมเช็ดจนพสุทนไม่ไหว  ดึงเด็กหนุ่มออกไปที่ห้องน้ำ  พอพ้นสายตาคนนอก  ริวก็ปราดเข้าไปที่อ่างล้างหน้า  อาเจียนน้ำใสๆ ออกมา  พสุรีบเข้าไปช่วยลูบหลังให้


“เป็นไงบ้างริว....ไหวไหม?”


ริวเปิดน้ำบ้วนปากล้างหน้าล้างแขน  ก่อนจะใช้ผ้าเย็นเช็ดแขนและลำคอจนแดงก่ำไปหมด  และอาจถึงขั้นถลอกถ้าพสุไม่คว้ามือไว้  เด็กหนุ่มน้ำตาคลอ  ขนลุกจนพสุยังสังเกตเห็น  ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัวว่าจะเป็นลมไป



“เป็นไงบ้าง...แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่หลบล่ะ  ปล่อยให้เขาถูกตัวทำไม?”


“ริว...กลัวพี่เดือดร้อน...กลัวคนอื่นว่าพี่เหมือนเมื่อวันนั้น”


“โธ่เอ๊ย!...ช่างเถอะน่า  ริวไม่สบายใครจะมาว่าล่ะ”


“แต่วันนั้น  ผู้ชายคนที่พี่คุยด้วย  เขาไม่พอใจนี่นา  เขา...บอกว่าริวทำให้ยุ่งยาก”


“อ๋อ! พี่ลูกเจี๊ยบน่ะเหรอ  เขาอารมณ์ไม่ดีก็เลยพูดไม่ทันคิด  ริวก็อย่าไปใส่ใจเลยนะ...แล้วไหวไหม  กลับไปกินข้าวต่อหรือจะกลับบริษัท  พี่ไปส่งให้”


“ไม่กลับ...ริว...เอ่อ...ริวหิว” ริวรีบปฏิเสธ  ไม่ได้เจอพสุมาตั้งหลายวัน  กว่าจะหนีกรเวช มาหาพสุได้  แล้วเรื่องอะไรจะยอมกลับง่ายๆ


“งั้นไปกินข้าว  เดี๋ยวเปลี่ยนที่ไปนั่งข้างใน จะได้ไม่มีใครมาถูกตัว  โอเค?”


“ครับ”

พสุพาริวกลับไปที่โต๊ะ  แล้วจัดให้นั่งด้านติดผนังด้านใน  แล้วชายหนุ่มก็นั่งกั้นเสียด้านนอก  ทั้งเก๋และบี แวะเวียนมาถามอาการของริวกันเป็นระยะ  แต่พสุชวนคุยเบนความสนใจไปเสียก่อน  ริวจึงได้กินอาหารอย่างสงบ  ตอนแรกพี่จ๋าก็เรียกพสุไปช่วยร้องเพลงหลายครั้ง  แต่พอมีคนไปบอกว่าน้องไม่สบาย  พี่จ๋าที่กำลังติดลมบนก็เลยเลิกตาม  หันไปร้องเพลงต่ออย่างเมามัน



……………………….


กว่าจะออกจากงานเลี้ยงปิดกล้องก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่ม  แถมพสุยังโดนกรอกไปหลายแก้วในฐานะที่ละครเรื่องนี้จะเป็นละครเรื่องสุดท้ายก่อนที่เขาจะไปเป็นนักร้อง

แม้จะไม่เมาแต่ชายหนุ่มก็ไม่กล้าเสี่ยงขับรถเอง  ตอนแรกพสุคิดจะทิ้งรถไว้ที่ร้านแล้วกลับแท็กซี่  แต่ริวอาสาขับรถให้  พสุจึงคอยบอกทางให้เด็กหนุ่มขับกลับมาจนถึงบ้าน



พี่แมวมาเปิดประตูให้เหมือนเคย  พอเห็นพสุลงมาจากทางด้านผู้โดยสารก็อดชะเง้อมองตามท้ายรถที่เข้าไปในโรงจอดไม่ได้


“ใครขับรถมาให้เหรอคะคุณไผ่”


“ริวไงพี่แมว  คนที่มาค้างเมื่อวันก่อนน่ะ”


“อ๋อ! ค่ะ...คุณไผ่จะเอาอะไรหรือเปล่าคะ  แล้วทานข้าวมาแล้วหรือยัง?”  แม้จะรู้ว่าพสุไปงานเลี้ยงปิดกล้องมา  แต่หลายครั้งที่ชายหนุ่มก็หอบท้องกลับมากินข้าวที่บ้าน  แมวจึงต้องอยู่ดูแลก่อนเสมอ


“ทานมาแล้วล่ะ  พี่แมวไปนอนเถอะ”


“แล้วคุณคนนั้น?  จะให้นอนที่ไหนคะ  โซฟาเหรอ?”


“ไม่เป็นไร  เดี๋ยวผมจัดการเอง”


“ค่ะ” พี่แมวรับคำแล้วกลับบ้านไป


“ไปริวไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวพี่เอาชุดนอนให้” พสุจัดชุดนอนไปวางไว้ให้ตรงห้องแต่งตัวหน้าห้องน้ำ  แต่ริวกลับสวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียว  เดินออกจากห้องน้ำมานั่งตากแอร์อย่างไม่กลัวหนาว


“อ้าว! ทำไมไม่ใส่เสื้อ  เดี๋ยวไม่สบายไปนะ”


“ริวแข็งแรงครับ”  เด็กหนุ่มเบ่งกล้ามอวดๆ ผิวขาวจัด  อกกว้างเอวสอบ  แม้จะมีกล้ามเนื้อแต่ยังค่อนข้างผอมบาง  ไม่ได้มีมัดกล้ามมากนัก  อาจจะเพราะยังอยู่ในวัยรุ่น  รูปร่างเก้งก้างนั้นทำให้พสุอดอมยิ้มไม่ได้


“ตามใจ...งั้นพี่ขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน”


“ครับ”





เมื่อพสุออกมาจากห้องน้ำนั้น  ริวหลับสนิทอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว  ตอนแรกพสุก็รู้สึกหงุดหงิดที่ริวมานอนบนเตียงของเขา  แต่ใบหน้าที่ยังขาวซีดของริวทำให้ชายหนุ่มอดสงสารไม่ได้  เพราะยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ริวมาค้างด้วยนั้น  เด็กหนุ่มนอนลำบากแค่ไหนบนโซฟาแคบๆ นั่น

หากไม่นับเรื่องที่เขาไม่เคยนอนร่วมเตียงกับใคร  เตียงนี้ก็นับว่ายังกว้างพอที่จะนอนสองคนได้สบาย พสุตัดสินใจขึ้นนอนแล้วปิดไฟ  แอร์เย็นเยือกกว่าปกติ  แสดงว่าริวต้องขี้ร้อนอย่างยิ่ง  ชายหนุ่มกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้น  ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกคน







สิ่งที่ปลุกพสุจากนิทราแสนสุข  ไม่ใช่นาฬิกาปลุกเหมือนเคย  เพราะวันนี้ไม่มีงานชายหนุ่มจึงไม่ได้ตั้งนาฬิกาไว้  เสียงเปียโนไล่เสียงเร็ว แต่พลิ้วจนทนนอนอยู่ไม่ได้  ต้องออกไปดูหน้าคนเล่น  ที่พอเงยมาเห็นว่าเขาตื่น  เด็กหนุ่มก็ส่งยิ้มกว้างมาให้


“พี่ฟังนะ...”  ท่วงทำนองแปลกหู  แต่ไพเราะจนพสุขยับมายืนข้างเปียโนอย่างเผลอตัว


“ดีไหมพี่” ริวถามหลังจากเล่นโน้ตท่อนนั้นจบ


“ดี...เพราะนะ  เพราะมากเลย...แต่ไม่เคยได้ยินเลย”


“ก็ริวเพิ่งแต่งได้ตะกี้นี้  พี่จะเคยได้ยินได้ยังไง”


“ริวแต่งเหรอ?”


“ครับ”  เด็กหนุ่มตอบพลางก้มหน้าก้มตาจดโน้ตที่เพิ่งแต่งเสร็จลงกระดาษโน้ต  แล้วไล่นิ้วใหม่อีกรอบ  พสุนั่งฟังเพลินจนกระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์จากในห้องนอน  จึงรีบวิ่งไปรับ


“สวัสดีครับพี่กร  มีอะไรหรือเปล่าครับ”  พสุถามงงๆ เพราะเขาบอกกรเวชไปแล้วว่าบ่ายนี้เขาถึงจะเตรียมตัวเข้าไปอยู่บ้านใหม่ที่ทางบริษัทจัดไว้ให้  แต่ถ้ากรเวช โทรมาตั้งแต่เช้าอาจมีเรื่องด่วน


“ไผ่!...ริวอยู่ด้วยหรือเปล่า?” น้ำเสียงร้อนรนจากปลายสาย  พลอยให้พสุตกใจไปด้วย


“ครับ  อยู่ที่นี่”


“โอ๊ย! โล่งอก  เด็กบ้าใจหายหมดเลย”


“เกิดอะไรขึ้นครับ”


“ก็ริวนะสิ  จู่ๆ ก็หายไป ติดต่อก็ไม่ได้  เพราะโทรศัพท์ริวหายตั้งแต่วันก่อน...เฮ้อ! อยู่กับไผ่ก็แล้วไปเถอะ”


“อ้าว! นี่ริวมาโดยไม่ได้บอกพี่กรเหรอครับ”


“เขาจะให้พี่พาไปหาไผ่ตั้งหลายวันแล้ว   แต่พี่เห็นว่าไผ่กำลังยุ่งเพราะต้องปิดกล้องละครหลายเรื่อง  พี่ก็เลยไม่พาไป  ไม่นึกเลยนะว่าจะหนีไปเองดื้อๆแบบนี้...เฮ้อ! รู้ว่าอยู่กับไผ่พี่ก็หมดห่วง  นี่ถ้าเขาเป็นอะไรไปละคุณเขมฆ่าพี่แน่”


“เมื่อวานเขามาคอยที่กองถ่ายเลยนะครับ  ผมยังนึกว่าพี่กรบอกเขาซะอีก”


“พี่เปล่านะ  เออ...แล้วริวรู้ได้ไงว่าไผ่ถ่ายละครที่ไหน  ริวเขาไม่ชำนาญทางสักหน่อย”


“ผมก็ไม่ทราบครับ”


“ช่างเถอะๆ  อยู่กับไผ่ก็แล้วไป  ไงเย็นนี้ไผ่ก็จะเข้ามาที่บริษัทแล้วใช่ไหม”


“ครับ  กะว่าจะไปบ่ายๆ ครับ”


“โอเค  งั้นเดี๋ยวพี่จะให้เด็กเขาไปดูความเรียบร้อยให้อีกที  ถ้าอยากปรับปรุงแก้ไขอะไรก็บอกมาได้เลยนะไผ่”


“ครับ”


“อีกอย่างนะ...พี่ฝากน้องริวด้วยละกัน  เขาอาจจะนิสัยเป็นเด็กไปสักหน่อย  แต่เท่าที่ดูก็ซื่อๆ ไร้เดียงสาดี”


“ครับ”


พสุวางโทรศัพท์แล้วออกไปข้างนอก  ริวกำลังจดโน้ตเพลง  พอเงยหน้ามาเห็นพสุจ้องเขม็งก็ทำหน้าเหรอหรา



“ริว...ทำไมจะไปไหนไม่บอกพี่กรก่อน  รู้ไหมเขาตามหาริวกันจ้าละหวั่น”


“ก็พี่กรไม่ว่างสักที  ริวให้พามาหาพี่ตั้งหลายหนแล้วนะ” แทนที่จะสลดที่ถูกดุ  ริวกลับฟ้องเขาแทน  แก้มกลมๆ พองลมอย่างเด็กถูกขัดใจ


“ก็เลยหนีมางั้นเหรอ?”


“ไม่ได้หนี...ริวก็เดินออกมาเฉยๆ” คำตอบเหมือนกวน  แต่สีหน้าซื่อๆนั้นทำให้พสุไม่แน่ใจ


“โดยที่ไม่บอกใครว่าไปไหน” พสุถามย้ำอีกครั้ง  เพื่อให้แน่ใจว่าริวรู้ตัวหรือไม่ว่าทำผิด


“ครับ”


“ริว...พี่กรเขาเป็นห่วงริวมาเลยนะ  ริวยังไม่ชำนาญทางในกรุงเทพไม่ใช่เหรอ  แล้วริวก็...ไม่ชอบถูกคนสัมผัส  ทุกคนเขาถึงเป็นห่วงเวลาริวไปไหนมาไหนคนเดียว” พสุเตือนยืดยาวด้วยความเป็นห่วง  เพราะดูเหมือนริวจะคิดว่าการไปไหนมาไหนโดยไม่บอกใครแบบนี้จะไม่ใช่เรื่องผิด  ท่าทางริวคงอยู่ในครอบครัวที่ตามใจเขาไม่น้อย  หรือไม่ก็เป็นความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม  ริวคงโตมาในโลกเสรี  จึงไม่เข้าใจความห่วงใยแบบครอบครัวไทย...


“ขอโทษครับ” ริวยกมือไหว้ขอโทษ  หน้าจ๋อยสนิทเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำผิด


“ไปขอโทษพี่กรเถอะ  ไม่ต้องมาขอโทษพี่”


“แล้วพี่โกรธริวหรือเปล่า”


“ไม่หรอก...ถ้าริวรับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”


“ครับ ริวสัญญา” หน้าจ๋อยๆ ชื่นขึ้นทันตา  ท่าทางว่าง่ายของริวทำให้พสุนึกเอ็นดูเด็กหนุ่มมากขึ้น


“ขอพี่อาบน้ำก่อน  แล้วเดี๋ยวไปกินข้าวกัน  ป่านนี้พี่แมวคงทำกับข้าวให้แล้ว”


“วันนี้มีข้าวต้มกุ้ง  กับซี่โครงหมูทอด”


“หืม? ริวรู้ได้ยังไง?”


“ริวไปดูมาแล้ว...ริวตื่นมาแล้วไม่มีอะไรทำ  เลยไปเดินดูรอบบ้านพี่หมดแล้วแหละ” เด็กหนุ่มตอบแล้วยิ้มแป้น  พสุมองรอยยิ้มกว้างขวางอย่างมึนๆ  ไม่รู้ว่าควรจะขำหรือควรจะโกรธกันแน่ที่เด็กหนุ่มสำรวจไปซะทั่วบ้านเขาหมดแล้ว


หลังจากกินข้าวเสร็จพสุกับริวก็กลับมาเล่นดนตรีด้วยกันอีก  ริวฟังพสุร้องเพลงอยู่ครู่หนึ่งก็คว้าดินสอกับกระดาษมาเขียนโน้ตเพลงลงไป  หลังจากจมอยู่ในตัวโน้ตไปครู่หนึ่งพอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าพสุหลับไปแล้ว...คงเพราะต้องปิดกล้องละครติดๆกันหลายวัน  พสุถึงได้เหนื่อยเป็นพิเศษ  พอมานอนในห้องโล่งๆ  แอร์เย็นๆ ก็เลยเผลอหลับไปง่ายๆ





ริวถอดหูฟังออก  พลางจ้องมองใบหน้าคมสันที่หลับสนิทอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาดื่มด่ำ  รู้สึกเหมือนฝันที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังกับพสุแบบนี้  เสียงลมหายใจ...ไออุ่นจากผิว และกลิ่นหอมอ่อนๆของพสุ  เป็นสิ่งยืนยันความมีตัวตน  ไม่ใช่ภาพจากโทรทัศน์  หรือความฝันอย่างที่ผ่านมา

พสุไม่รู้หรอกว่า  กว่าจะได้มาหาพสุ  ริวต้องเตรียมตัวนานเกือบ 5 ปี  ทั้งภาษา  ทั้งเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนอื่นๆ  สำหรับคนที่ไม่สังคมกับมนุษย์มาตั้งแต่เด็กอย่างริว  มันเป็นเรื่องยากเสียยิ่งกว่าการเรียนภาษาไทยเสียอีก  แต่ขนาดนี้ อลันก็ยังบอกว่าเขายังทำได้ไม่ดีนัก  เขายังต้องปรับตัวอีกมากหากจะใช้ชีวิตเคียงข้างพสุ

เด็กหนุ่มรู้ว่าอลันไม่ได้วางใจปล่อยเขามาลำพังอย่างที่พูดแน่ๆ  หลายครั้งที่เขาเห็นคนคุ้นหน้า  เดินปะปนอยู่ในฝูงชน  ในทุกๆ ที่ๆ เขาไป  เมื่อวานเขาถึงได้โทรหาอลันเพื่อถามข้อมูลของพสุจนรู้ว่าชายหนุ่มถ่ายละครที่ไหน...

ริวขยับเข้าไปนอนคว่ำอยู่ข้างๆ  ตะแคงหน้ามาจ้องมองหน้าของพสุเพราะไม่อยากละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว  เด็กหนุ่ม  แตะปลายนิ้วลงบนมืออุ่นแผ่วเบา  ได้ยินเสียงหายใจของพสุอยู่ใกล้ๆ ความรู้สึกอุ่นๆไหลซ่านจนเหมือนจะล้นออกมาจากอก  เสียจนควบคุมมุมปากไม่ให้ยกยิ้มไมได้...ไม่หิว...ไม่หนาว...ไม่เหงา  และไม่อยากให้เวลาเดินต่อไป..........

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
มาอ่านตอนดึกเหมือนกันค่ะ.
ขอร้องด้วยคนว่า อย่าลอยแพรเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ.
ยังไงก็สู้ต่อนะ :L2: :L2:
ชอบมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ดีใจ มาอัพบ่อย วันนี้เปิดดูมาอัพแล้ว น้องริวน่ารักมากๆ
ขอให้แต่งให้จบนะค่ะ ชอบมากๆเลย สู้ๆ

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
ดีใจที่มาอัพบ่อยๆค่ะ ริวน่ารัก
แต่งให้จบนะค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆค่ะ :call: :call: :call:

ออฟไลน์ Phantom

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0

เพิ่งเข้ามาอ่านรวดเดียวยาวโลด
เขียนได้สนุก น่ารัก น่าติดตาม
อย่าเพิ่งทิ้งไปน้าาาาาาาา

ริวน่ารักจังเลย ขอสมัครเป็นแฟนคลับริวด้วยคน  :really2:


ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
แอบรักเขาอยู่ในใจ :L1:

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :-[ กรี๊ดดดดดด น้องริวกะพี่ไผ่มาต่อแล้ว

โอ้...นู๋ริวเตรียมตัวนานมาก 5 ปีเชียวนะ กว่าจะได้มาเจอตัว ความรู้สึกมันคงฝั่งลึกในใจแล้ว


ไรท์เตอร์จ๋า  อ่านเรื่องแนวนี้ ขอบอกว่าชอบมากกกก นานๆมาอัพทีได้ แต่ขออย่าทิ้งกันไปนะ :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






wolfpotter

  • บุคคลทั่วไป
เป็นกำลังใจให้ครับ  เขียนดีจัง

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4
ชอบมากค้า  :o8:

หนูริวจะเป็นนักร้องได้ไหมเนี้ย ไม่ชอบคนเยอะ ๆ อิอิ

writer สู้ๆนะคะ ขนาดไม่ใช่แนวนะเนี้ยยยยยย

ออฟไลน์ Shock_n2n

  • Deep cute...
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0
เอาใจช่วยจร้า
ทั้ง ริว ทั้ง ไรเตอร์ เลย อิอิ :L2: :L2:

ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7


ขอบคุณทุกคนนะคะ ที่เข้ามาให้กำลังใจ   o14 ทำให้เจ๊คนเขียนแกมีแรงฮึด   :a2: เราก็พลอยได้อ่านไปด้วยน่ะ กร้ากกกก


*************************************





ขอบคุณค่า atom_big /didi /maio2000 /Noi /Phantom /roseen / justlove  สำหรับคอมเม้นต์นะค๊า

สัญญาว่าจะแต่งจนจบแน่นอนค่ะ  เพียงแต่คิดว่าถ้าแนวนี้ไม่ค่อยมีคนอ่านก็จะเอาออกเพราะมันเปลืองเนื้อที่บอร์ดเปล่าๆ  แค่นี้ก็โอเวอร์โหลดจะแย่แล้ว  ส่วนคนที่ตามอ่านกันอยู่ก็จะส่งให้อ่านทางเมล์แค่นั้นเอง  ไม่ได้นอยด์จะเลิกแต่งแต่อย่างใดค่ะ

.............................................................................................


 

 



อากาศเย็นและพื้นก็แข็งเกินไปแปลว่าเขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียง  ทำให้พสุรู้สึกตัวตื่น  แม้จะยังนอนไม่เต็มอิ่มก็ตาม  สิ่งแรกที่เห็นซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงฟุตทำให้ชายหนุ่มต้องกระพริบตาถี่ๆด้วยความงุนงง  เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน  บางเส้นมีสีทองแซม หน้าผากขาว คิ้วเข้มดกหนา  เปลือกตากว้าง  แผงขนตายาวงอนหนาปลายเป็นสีอ่อน  สันจมูกโด่ง  ผิวเนียนละเอียดตามเชื้อสาย  และปากบางแดงจัด ที่ยังมีรอยยิ้มน้อยๆค้างมุมปาก  ทำให้อดอมยิ้มตามไม่ได้


‘น่ารัก’  เป็นคำนิยามที่เหมาะกับเด็กคนนี้ที่สุด  ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น  ริวก็ให้ความรู้สึกแบบนี้แก่ผู้พบเห็นทุกคน  แม้จะมีรูปร่างสูงใหญ่ตามเชื้อสายตะวันตก  แต่ผิวเนียนละเอียดใสแบบตะวันออกก็ทำให้เด็กหนุ่มดูเยาว์วัย  จะว่าไปริวก็รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของสองเชื้อสายมารวมกันได้อย่างลงตัว

‘อีกสัก 2-3 ปี  คงกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมให้สาวๆกรี๊ดกันทั้งประเทศแน่’ พสุอมยิ้ม  ยังขำไม่หายที่เด็กหนุ่มวิ่งหนีพี่อ้อมมาแอบอยู่ข้างหลังเขา  ตาแป๋วหน้าเหรอหราแบบนั้นมันชวนให้อยากแกล้งจริงๆ เสียด้วยสินะ

พสุขยับจะลุกขึ้นถึงรู้สึกถึงไออุ่นที่ปลายนิ้ว  ชายหนุ่มก้มมองมือที่ถูกจับแค่ปลายนิ้วไว้แล้วนึกขัน  ขนาดกับเขาที่ดูสนิทที่สุดก็ว่าได้  ริวยังจับแค่ปลายนิ้ว    ได้แต่สงสัยว่าอะไรที่ทำให้ริวรังเกียจสัมผัสมนุษย์ขนาดนั้น  สิ่งนั้นคงรุนแรงจนช็อกความรู้สึก  แต่ในเมื่อริวไม่เล่า  เขาก็ไม่คิดจะถาม  เพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของริว

 

………………………………

 

กรเวชแจ้งไปว่าทางบริษัทจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมหมดแล้ว  พสุจึงเตรียมมาแต่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวเท่านั้น  บ้านพักอยู่ลึกเข้ามาด้านใน  มีการแบ่งแยกจากส่วนของสำนักงานชัดเจนและมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด  คนที่จะเข้ามาในเขตนี้ต้องแสดงบัตรก่อนถึงจะผ่านเข้ามาได้

พอเห็นบ้านพักถนัดตาพสุก็เลิกคิ้วอย่างทึ่งๆในความหรูหรา  กรเวชก็เดินลิ่วมารับหน้าทันทีที่เลี้ยวรถเข้าไปจอด  พนักงานอีกคนที่ตามกรเวชมา  เข้ามารับกุญแจจากพสุ  เพื่อเลื่อนรถเข้าไปเก็บในโรงจอด  แล้วยกกระเป๋าของพสุมาให้  ถัดจากช่องจอดรถของเขา  มีรถจอดอยู่อีกคัน  แม้จะมีผ้าคลุมผ้ามิดชิด แต่ดูจากโครงคร่าวๆพสุเดาว่าน่าจะเป็นรถสปอร์ต

“พี่กรสวัสดีครับ”  พสุยกมือไหว้กรเวชก่อนจะเหลียวไปมองรอบๆตัวอย่างสนใจ


“ยินดีต้อนรับครับไผ่...ไงริว หนีเที่ยวสนุกไหม?”  ประโยคหลังกรเวชหันไปประชดอีกคน  ริวเดินตามมายืนตาใส  ไม่มีท่าทางว่าสำนึกผิดแต่อย่างใด


“สนุกครับ”


“ยังจะมาทำตาแป๋วอีก  ไปเลยนะ  พาพี่เขาไปดูห้องเลย”


“ครับ...ไปพี่  ไปดูห้องกัน”  



บ้านสามชั้นหลังใหญ่ที่แม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกับบริษัท  แต่รั้วสูงและต้นไม้หนาตกแต่งโดยรอบราวกับเป็นบ้านในสวนกินบริเวณกว้างขวาง  ทำให้ดูแยกจากบริษัทเป็นเอกเทศ

ห้องนอนของพสุอยู่ชั้นสอง  ทันที่เปิดประตูกระจกด้านระเบียงออกลมเย็นๆก็พัดเกรียวเข้ามาในห้องจนม่านปลิว  ห้องนี้นอกจากกว้างและโปร่งสบายแล้ว  ยังอยู่ตรงกับสระน้ำในสวนร่มรื่น  จนรู้สึกเหมือนอยู่รีสอร์ทมากกว่าบ้านพักของบริษัท


“ห้องนี้สวยเป็นพิเศษเลยนะ  ริวเลือกเองด้วย  พี่ชอบไหม”


“ชอบ...แล้วริวล่ะ  พักห้องไหน ชั้นสองหรือชั้นสาม”


“ริวอยู่ห้องติดกับพี่แหละ”


“เหรอ  ไปดูได้ไหม  พี่อยากเห็นห้องริว”


“ได้ครับ  ไปสิ”



ห้องของริวแตกต่างกับห้องของพสุอย่างสิ้นเชิง  ม่านหนาหนักปิดมิดชิด  แอร์ที่เปิดไว้เย็นยะเยือกจนชายหนุ่มขนลุก  นอกจากทีวีจอยักษ์บนผนัง  กับกองหมอนและผ้าห่มบนพรมกลางห้องแล้ว  ไม่มีอะไรอีกเลยแม้แต่เตียง  ทั้งห้องว่างโล่งจนน่าใจหาย



“ริว...เอ่อ...ทำไมของน้อยจัง”


“ริวชอบห้องโล่งๆ”


“เหรอ”



ทั้งที่บอกว่าชอบห้องโล่งๆ  แต่ริวกลับหอบหิ้วโน้ตเพลงที่เพิ่งแต่งมาอวดพสุ  แล้วเลยขลุกอยู่ในห้องของพสุจนค่ำ  จนกรเวช โทรตามให้ลงมากินข้าวพร้อมกัน  พสุถึงได้เจอสมาชิกคนอื่นๆ  รวมทั้งเขมชาติที่มากินข้าวด้วย

ตะวันเงียบกริบเหมือนเคย  ในโต๊ะจึงมีแต่เสียงของเขมชาติ  กรเวช ธีรดล  และไวยากรณ์เป็นหลัก  นานๆพสุจะตอบคำถามสักครั้ง  ส่วนริว  ถ้าพสุไม่พูดด้วยเด็กหนุ่มก็จะไม่พูดอะไรกับใครอีกเลย

พอกินข้าวเสร็จ  ไวยากรณ์ที่คันไม้คันมือ  อยากลองสตูดิโอใหม่ที่อยู่ติดกับบ้านพัก  ก็ชวนทุกคนไปเล่นดนตรีกัน

ธีรดลนั้นปราดเข้าคว้ากีตาร์ก่อนใครเพื่อน ขณะที่ตะวันกลับไม่สนใจใคร  ไปยกกล่องใส่โน้ตออกมาดูแล้วเลือกเพลงที่จะร้อง  ไวยากรณ์หันซ้ายหันขวา แล้วเดินไปหยิบเบสมาลองเสียง  พสุจึงหันมามองหน้าริว



“เล่นอะไรดีริว  ระหว่างคีย์บอร์ด กับกลอง


“กลองครับ”


“งั้นพี่เล่นคีย์บอร์ดเอง”



ถึงจะไม่เคยเล่นดนตรีด้วยกันมาก่อน  แต่ดนตรีเป็นภาษาสากลเสมอ  เพียงไม่กี่เพลง ทั้งหมดก็เล่นเข้าขากันได้ดีราวกับเล่นด้วยกันมาหลายปี  และอาจเล่นกันจนดึก  ถ้าอยู่ๆตะวันผู้ทำหน้าที่ร้องนำจะไม่รวบๆโน้ตเพลงทั้งหมดใส่กล่อง  ผลุนผลันลุกขึ้นแล้วบอกเพียงว่าจะไปแต่งเพลงต่อ  ก่อนจะออกจากห้องไป  คนอื่นๆ มองหน้ากัน  แล้วก็เลยเลิกเล่นแค่นั้น  ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับห้อง

พสุเข้าไปในห้องแต่พอจะดึงประตูปิด  ริวก็แทรกตัวตามเข้ามาด้วย


“มีอะไรเหรอริว”


“ริวจะเอาโน้ตเพลงนี้มาให้พี่ดู”


“ไว้พรุ่งนี้ก็ได้ครับ”


“เหรอ...”


“มีอะไรอีกหรือเปล่า?”


ริวส่ายหน้า  พสุจึงขยับจะปิดประตู


“ริวนอนด้วย” เด็กหนุ่มขอดื้อๆ  จนพสุเองยังงง  ต้องหยุดคิดก่อนจะถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ


“อะไรนะครับ?”


“ริวนอนห้องพี่ได้ไหม”


“ห้องริวก็มี  ทำไมไม่นอนล่ะ”


“ริวอยากนอนกับพี่  ได้ไหมครับ” น้ำเสียงออดๆแบบนี้ได้ยินแล้วพสุก็พูดไม่ออก


“...กลัวผีเหรอ?” นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่พสุคิดได้  ริวยังเด็กมาก  ออกจะหวาดกลัวคนรอบๆ ตัว   ความกลัวนี้อาจจะรวมถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยก็ได้


“...ครับ” ริวทำท่าลังเล  แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ  พสุมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่ง  เห็นตาแป๋วๆ มองเขาอย่างวิงวอนก็ใจอ่อน


“งั้นก็ไปอาบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนละกัน...อ้อ! เอาที่นอนสำรองมาด้วยล่ะ”


“ครับ”



พสุปิดประตูไว้เฉยๆ ไม่ได้ล็อค  เผื่อว่าริวอาบน้ำเสร็จก่อนจะได้เข้ามาได้  ชายหนุ่มอาบน้ำไปก็นึกขันตัวเองไปที่ใจอ่อนกับเจ้าเด็กโย่งตาแป๋วคนนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว  ดูเหมือนตั้งแต่เจอกันมา  เขายังไม่เคยขัดใจริวเลยสักครั้ง



“ฮืออออออ... แม่! แม่! ช่วยด้วย!...อย่า!”  เสียงร้องโหยหวนกลางดึกทำให้พสุผวาตื่น  ชายหนุ่มรีบเปิดสวิตช์ไฟหัวเตียงก่อนเป็นอย่างแรก    ชายหนุ่มหายงัวเงียทันที่เห็นร่างผอมข้างเตียงดิ้นทุรนทุรายไปมา


“ริว!  ริว!” พสุพยายามเข้าไปแกะมือที่บีบคอตัวเองของเด็กหนุ่มออก  แต่ริวกลับบีบแน่นกว่าเดิมทั้งยังดิ้นแรงจนจับไม่อยู่  พสุรีบอ้อมไปทางหัวนอน  คุกเข่าลงข้างหมอนแล้วยึดข้อมือของเด็กหนุ่มไว้แน่น  พลางตะโกนปลุก  แต่ยิ่งเขาตะโกน  ริวก็ยิ่งดิ้น  พสุจึงต้องเปลี่ยนเสียงเรียกใหม่


“ริว...ชู่ววววว  ได้ยินพี่ไหม  ริว...ริว...” พสุพยายามใจเย็น  ทำเสียงปลอบนุ่มๆ เบาๆ  ดูเหมือนจะได้ผลเพราะริวคลายมือที่บีบคอตัวเอง  จนพสุดึงมือเด็กหนุ่มออกจากคอได้สำเร็จ


“แม่!  แม่...แม่อย่าตาย...แม่...ช่วยด้วย....ช่วยด้วย!”  ริวพร่ำพูดทั้งที่ยังหลับตาส่ายหน้าไปมา


“ชู่วววว  พี่อยู่นี่  ไม่เป็นไร  พี่อยู่ตรงนี้  ริวได้ยินเสียงพี่ไหม...ลืมตาสิริว ลืมตามามอง  ตอนนี้ริวปลอดภัยแล้ว  ไม่มีอะไรแล้ว” พสุก้มลงเรียกจนใกล้  ไม่อยากเสียงดังให้รบกวนไปห้องอื่นๆ



เด็กหนุ่มลืมตาพรึบ!  แล้วสูดอากาศเข้าปอดดังลั่น  ก่อนจะไอโขลกแล้วงอตัวขดเข้าหากัน  พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น  พสุลูบหลังเปียกเหงื่อชุ่มไปมาเบาๆ



“พี่ช่วยด้วย”  ริวกำชายกางเกงนอนของพสุแน่น  แล้วซุกหน้าบนหัวเข่าของพสุ  เด็กหนุ่มสะอื้นจนตัวโยน  ท่าทางขวัญเสียสุดขีดนั้นดูรุนแรงกว่าเมื่อตอนที่พสุเห็นครั้งแรก  พสุค่อยๆช้อนร่างผอมบางขึ้นมากอดเอาไว้ เพื่อให้เด็กหนุ่มอุ่นใจ  ชายหนุ่มลูบหลังเปียกเบาๆ  ขณะโยกตัวไปมาเหมือนเห่กล่อมเด็กเล็กๆ  ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล  เพราะริวค่อยๆคลายสะอื้น  ยอมซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาเงียบๆ  เสียงหอบหายใจก็กลับเป็นปกติ  มีเพียงแขนผอมๆ เท่านั้นที่ยังกอดพสุแน่นไม่คลาย


“พี่ไผ่...เลือดเต็มไปหมด  เต็มผนังไปหมดเลย” ดูเหมือนริวยังติดตากับความฝันไม่หาย


“มันเป็นแค่ความฝันครับ  แค่ฝันเท่านั้น  ตอนนี้ริวปลอดภัยแล้ว  เห็นไหม”


“แม่เลือดออกเต็มเลย...แม่ต้องเจ็บมากแน่ๆ...ฮึก...ฮือ”  ริวร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้ง  ขณะที่พสุยังคงโยกตัวไปมาเบาๆ  แม้จะรู้สึกถึงความเปียกชุ่มบนไหล่  แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่คิดจะปล่อยมือจากริว  กระทั่งเสียงสะอื้นเงียบหายไป  แล้วแทนที่ด้วยเสียงกรนเบาๆเหมือนแมว  พสุจึงค่อยๆเอียงตัวไปดู  เห็นเด็กหนุ่มหลับแล้ว  จึงวางร่างผอมบางลงบนที่นอนอย่างบรรจง  แม้แสงจากโคมไฟจะน้อยนิด  แต่ก็เห็นใบหน้าที่อาบด้วยน้ำตาชัดเจน  พสุหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำตาอย่างเบามือ  ก่อนจะลุกขึ้นไปลดแอร์ให้เย็นยะเยือกแบบที่ริวชอบ  แล้วกลับมานั่งบนฟูกข้างตัวริว


“สิ่งที่เจอมันคงเลวร้ายมากเลยสินะ  ถึงได้เก็บมาฝันร้ายขนาดนี้” พสุรำพึงเสียงแผ่วด้วยความสงสาร  นิ้วยาวเกลี่ยปอยผมเปียกชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากขาวเบาๆ  อดไม่ได้ที่จะลูบหัวเด็กหนุ่มด้วยความเวทนา...ยิ่งมาเห็นแบบนี้  ยิ่งรู้สึกว่าริวยังเด็กเหลือเกิน  เด็กมากเสียจนพสุไม่อยากให้ริวเข้ามาในวงการนี้เลย  โลกมายาสำหรับเด็กที่มีดวงตาใสเหมือนทารกคนนี้  ดูโหดร้ายและน่าหวาดกลัวแทนเสียจริงๆ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2010 22:44:48 โดย spring »

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้ได้สองวันนั่งอ่านโต้รุ่งทั้งคืนเลย

แต่เน็ตเราเน่ามาก อีกสักสองวันช่างจะมาซ่อมเลยยังไม่ได้เมนต์เลย

เห็น คนเขียนหมดกำลังใจแล้วเราตกใจมากเลย

เพราะเรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ  เราชอบมาก เพิ่งอ่านทัน คิดว่าเน็ตกลับมาดีแล้วจะเมนต์ให้ยาวๆ เลย

เรายังไปบอกเพื่อนต่อเลยว่าเรื่องนี้สนุก

ขอร้องอย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะคะ  สนุกมากค่ะ ภาษาก็ดี  การดำเนินลำดับเรื่องก็ยอดพล๊อตก็เก๋

เดี๋ยวเน็ตอำนวยเค้าจะมาเมนต์ใหม่นะคะ  อย่าเพิ่งจากกันไปไหนน้า  เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ขอบคุณมากนะคะที่แต่งเรื่องดีๆ อย่างนี้ให้อ่าน  :L2:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
สงสารน้องริว พี่ไผ่ดูแลน้องดีๆนะ

ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
เข้ามาเป็นกำลังใจให้จ้า
สู้ๆนะ :กอด1:+1ให้เพื่อเป็นแรงใจน้า
อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปนะ
เค้าชอบนิยายที่ตัวเองเขียนมากเลย :m23:
น้องริวน่ารักน่าเอ็นดูมาก :m1:
พี่ไผ่ดูแลน้องริวดีๆนะ
มารออ่านตอนต่อไปจ้า :z2:

ออฟไลน์ Noi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 656
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
มาให้กำลังใจค่ะ :กอด1:
ริวน่ารักเหมือนเดิม แต่แอบสงสารริวอ่ะ
พี่ไผ่ก็น่ารัก
แต่งต่อให้จบนะค่ะเรื่องสนุกมาก :L2: :bye2:

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ความหลังฝังใจของริว.
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
เฮ้อคิดเหมือนไผ่เลยว่าริวไร้เดียงสาจนกลัวอ่ะ ขอให้ไม่มีอะไรร้ายๆนะค่ะ
ชอบแบบน่ารักๆอ่ะไรเตอร์ ให้กำลังใจไรเตอร์สู้ๆ ติดตามอ่านอยู่นะ
แต่งให้จบด้วย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ChiOln

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2475
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-3
ริวน่าสงสารมากเลย T T

cmos

  • บุคคลทั่วไป
สงสารริวอ่ะ

pattyam

  • บุคคลทั่วไป
ตามอ่านอยู่นะคะ อยากบอกว่าชอบมากๆ พึ่งตามมาทัน

โหยเป็นอะไรที่เราชอบมาก ช่วงแรกๆเหมือนแปลกๆ ว่าอิน้องริวแกโรคจิตรึเปล่า หลงคนจากTV ถึงแม้ตอนแรกๆ ไม่ค่อยหลงเสน่ห์ตัวละคร แต่ภาษาดีมากคะ อ่านไหลลื่น ชวนให้ติดตาม พออ่านมาเรื่อยๆ จากที่ไม่ค่อยปลื้มน้องริว ดันไปหลงเสน่ห์คุณน้องแกได้ แน่จริงๆ แบบนี้พี่ไผ่มีหวังหลงอิคุณน้องตามเราแน่ๆ น้องแกไร้เดียงสาจริงๆ(ปกติเราจะไม่ค่อยชอบตัวละคร ที่ดูไร้เดียงสานะเนี่ย) แต่ไรเตอร์แต่งให้เราเชื่อจริงๆ คะว่าคุณน้องริวแกใสซื่อ ต่อไปคุณน้องแกจะกลายเป็นสิงโตห่มหนังลูกแกะรึเปล่าคะเนี่ย หุๆ น่ารักน่าหยิกจริงๆน้องริว

ส่วนพี่ไผ่ ขอดูต่อๆไปก่อนนะคะ ตอนนี้ยังไม่หลง 555+ ขอหลงแต่น้องริวไปก่อน 
ปล.แอบแซวตอนล่าสุด อิคุณน้องแกชอบห้องโล่งๆ นี่เจ้าคะ แล้วไหงมาค้างอ้างแรมกับพี่ไผ่ซะหละยะ >___<
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2013 20:36:56 โดย oaw_eang »

ออฟไลน์ Na_RimKLonG

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
อะไรกันที่ทำให้น้องริวที่น่ารักของเราเป็นอย่างนี้นิ

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4
 :กอด1: โอ๋ๆๆ ของริว ของพี่ไผ่

 :pig4:

kaewkaewkaew

  • บุคคลทั่วไป
 o13 o13 exellent x2  o13 o13

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :sad4:มาต่อแล้ว ปลาบปลื้ม

บอกไม่ถูกว่าจะเม้นท์อะไรก่อนหลังนี้ ระหว่างสงสารนู๋ริวง่ะ ที่ฝันร้ายแบบนี้ มันเศร้ามาก เพราะจะทำให้ไม่อยากนอน
เพราะกลัวฝันร้ายที่จะมาถึง เวลาตื่น ก็ตื่นเพราะตกใจกลัว มัน :z3:

 :sad11:แต่ก็ดีใจที่พี่ไผ่ไม่ใจร้าย ยอมให้นอนในห้องด้วย แต่มุกชอบห้องโล่งเนี่ย คงไม่เป็นเพราะว่ากะไม่ได้เองใช่ม๊าย

 :3123: :L2: :L1: แบกความรัก แบกดอกไม้มาให้ รักนะจุ๊บๆๆๆ ริว*ไผ่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2013 20:37:16 โดย oaw_eang »

ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7
 :o8: คือมีเพิ่มเติมตอนที่ 11 นิดนึงค่ะ สงสัยคนเขียนแกจะง่วงจัด  :t3: ใส่มาไม่ครบ


ที่เพิ่มขึ้นคือย่อหน้าแรกนะคะ  แฮะๆๆ :call:



ออฟไลน์ spring

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-7
ตอนนี้เจ๊คนเขียนกำชับ (บังคับ?  o18 ) ให้ลงให้ได้ภายในวันนี้ เพราะเป็นวันมงคลของเค้า 55555 ไม่ใช่แต่งงานหรอกนะ อย่าเข้าใจผิด  :laugh: กะจะอู้ซะหน่อย ชริส์  :m16:

พอดีวันนี้เลขวันเป็นวันสำคัญของคนเขียน และของหลายๆ คนน่ะจ้ะ  :impress2:


ว่าแล้วก็มาอ่านกันเลย



*********************************************




ตอนที่ 12







อุ่น...ความรู้สึกแรกที่ริวสัมผัสได้ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาคือความอบอุ่น  อุ่นเสียจนในอกร้อนวาบด้วยความโหยหา  น้ำตาคลออย่างไม่ทันตั้งตัว  ความรู้สึกแบบนี้  หายไปนานแสนนาน  นานจนเกือบจำไม่ได้แล้วว่าเขาเคยมี...ริวไม่ขยับตัวแต่กวาดตาไปรอบๆ  ก็พบว่าตัวเองหนุนอยู่บนเนื้ออุ่นๆของใครสักคน   มือนุ่มและอบอุ่นวางอยู่บนศีรษะ  สัมผัสนี้เองที่ทำให้น้ำตาเขาแทบไหลด้วยความยินดี  เหมือนเวลาที่ทำของสำคัญหายแล้วได้คืนมาอย่างไม่คาดฝัน...


ริวขยับตัวช้าๆ  เบาๆเพื่อหันดูหน้าคนที่เขาหนุนตักอยู่ให้ชัดๆ  พสุนั่งพิงเตียง  ศีรษะวางอยู่บนท่อนแขนที่พาดไปบนที่นอน ขณะที่อีกมือวางอยู่บนหัวของริว

แผงขนตางอนแน่นแม้จะไม่ยาวเท่าริวแต่ก็สีเข้มกว่า  คิ้วที่ตกแต่งไว้จนได้รูปเพราะต้องแต่งหน้าบ่อย  เสริมให้วงหน้าขาวยิ่งเด่น  จมูกโด่งปลายแหลมสวยเหมือนสตรี  แต่รูปปากบนบางปากล่างอิ่มพอเหมาะพอดี  ทำให้พสุดูหล่อเหลาสะดุดตาเสียจนน่าริษยา

ริวถอนหายใจช้าๆ  และเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้  เด็กหนุ่มไม่อยากให้พสุตื่นขึ้นมาเลย  อยากนอนหนุนตักอุ่นๆเพื่อมองหน้าของพสุแบบนี้ไปอีกนานๆ

น่าแปลกที่เขาไม่รังเกียจสัมผัสของพสุ  ไม่มีความขยะแขยงจนคลื่นเหียนเหมือนที่รู้สึกกับคนอื่น  แต่กลับโหยหาความอบอุ่นนี้จนไม่อยากให้พสุปล่อยมือ  อ้อมกอดของพสุเมื่อคืนให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยจนริวเสียดายที่เขาเผลอหลับไป



“อืม...” พสุครางเบาๆ  ก่อนจะขยับเหยียดแขนออก  ริวรีบหลับตา  รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวเบาๆ ของพสุ  มืออุ่นๆ ที่วางอยู่บนศีรษะของเขาลูบผมแผ่วเบา  ก่อนจะช้อนคอเขาวางลงบนหมอน  ริวจึงพลิกตัวแกล้งทำเป็นเพิ่งตื่นบ้าง


“ไง...ตื่นแล้วเหรอ”  พสุชะโงกมายิ้มให้  ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ  ริวยังนอนนิ่งๆ อยู่ที่เดิม  มือลูบบนที่นอนตรงที่พสุนั่งอยู่เมื่อครู่ไปมา  ไออุ่นของพสุยังอยู่  ริวจึงขยับไปนอนตรงนั้น  อยากซึมซับความอบอุ่นนี้ไว้นานๆ...ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่เพิ่งเคยรู้สึกนี้ ทำให้ริวอดคิดถึงเพลงที่ ‘ครู’ ชอบร้องให้ฟังไม่ได้...


http://www.youtube.com/watch?v=zUNaqDVEuME    (กดฟังเพื่ออรรถรส)

 

รัก  คือการค้นพบ...

เป็นจุดจบ  เป็นทุกสิ่ง

เป็นความฝัน เป็นความจริง

เป็นสุขล้ำเมื่อแอบอิง แม้ยากยิ่งจะฝ่าฟัน....


ฉัน   เมื่อมาพบเธอ....

ได้มาพบเจอ   ความรักยิ่งใหญ่

โปรด จงเชื่อใจ

และอย่าให้ฝัน ของฉัน ต้องมลาย.........





“โห! ริว...ร้องเพลงรุ่นไหนน่ะ”

เสียงอุทานนั้นทำให้ริวชะงัก  เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังร้องเพลงอยู่...ริวพลิกตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว  ก็พบว่าพสุอาบน้ำเสร็จแล้ว  ผิวขาวยังมีหยาดน้ำเกาะพราว  ไหล่กว้างแน่นด้วยกล้ามเนื้อ ไล่เรียงเป็นลูกลงมาหาเอวสอบ  ดูเหมือนสายตาของริวจะทำให้พสุรู้ตัวเช่นกัน  เขาก้มมองตัวเองนิดหนึ่งก่อนจะเดินไปทางห้องแต่งตัว ครู่เดียวก็กลับออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์  ดูสบายๆและทำให้พสุดูอ่อนวัยลงไปอีก


“ยังง่วงอยู่เหรอครับ?” พสุเดินมาหยุดยืนเอามือไพล่หลังถามอยู่ที่ปลายเท้า


“ไม่ง่วงแล้ว...ครับ”


“งั้นก็ไปอาบน้ำสิ  ไปๆ ลุกขึ้น” พสุโบกมือไล่  แต่สีหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยน  ทำให้ริวไม่อยากขัดใจ


“ครับ”

ริวลุกไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย  ครู่เดียวก็กลับมาที่ห้องพสุอีกครั้งพร้อมกล่องไวโอลิน  พสุเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเมื่อได้ยินเพลงที่ริวกำลังเล่น...


“ริว...*เพลงคิดถึงนี่เก่ากว่าเพลงพบรักอีกนะ...ไปฟังมาจากไหนครับ” พสุถามกลั้วหัวเราะ  ทั้งขำทั้งทึ่งในเวลาเดียวกันที่ริวเล่นเพลงของครูเพลงผู้ล่วงลับ  แทนที่จะเป็นเพลงสมัยใหม่อย่างที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบกัน
(คิดถึง=ครูเอื้อ  สุนทรสนาน / เพลงพบรัก = แจ้ ดนุพล  แก้วกาญจน์)


“ครูสอนภาษาไทยของริวเขาร้องให้ฟังครับ” ริวตอบแล้วเก็บไวโอลินลงกล่อง  ก่อนจะถลามานั่งแปะที่พื้นข้างเก้าอี้ของพสุ


“แสดงว่าครูที่สอนภาษาให้ริว  อายุมากแล้วสิ”


“พี่ไผ่รู้ได้ยังไงครับ?”


“ก็เพลงที่ริวร้อง  ริวเล่นอยู่เนี่ย  เป็นเพลงที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้แทบไม่เคยได้ยินกันแล้ว”


“...น่าเสียดายนะครับ  เพลงออกจะเพราะ...แล้วทำไมพี่ไผ่รู้จักล่ะ?”


“ก็เพราะบ้านพี่...เอ่อ...แม่พี่ท่านชอบน่ะสิ  ก็เลยเปิดฟังบ่อยๆ  ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว” พสุตอบยิ้มๆ  ทั้งที่ความรู้สึกสะดุดเมื่อต้องพูดถึง “บ้าน” เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่บิดาเคยเปิดให้ฟังตั้งแต่เด็ก  ทำให้เขารู้จักเพลงเก่าๆ มากพอๆ กับเพลงสมัยใหม่


“เหรอ...แล้วทำไมริวไปบ้านพี่ถึงไม่เห็นเจอแม่พี่ละครับ  พี่แมวเขาบอกว่าเขาไม่ใช่แม่พี่นี่”


“แม่พี่ท่านก็อยู่บ้านท่านสิ  บ้านที่ริวไปนั่นบ้านของพี่”


“อ้าว!...คนไทยไม่อยู่กับครอบครัวเหรอครับ  ไหนครูบอกว่าคนไทยจะอยู่กับครอบครัวจนกว่าจะแต่งงานถึงจะแยกออกมา”


“ก็พี่ต้องทำงาน  กลับบ้านไม่เป็นเวลา  ก็เลยไม่อยากจะรบกวนที่บ้านมากนัก  ถึงได้ออกมาซื้อบ้านอยู่ต่างหาก”  พสุอธิบายเสียงเรียบ  หากเป็นคนอื่นเขาคงนิ่งเสีย  เพื่อเตือนให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งเรื่องส่วนตัว  แต่กับริว  พสุรู้ดีว่าเด็กหนุ่มถามก็เพราะสงสัย  ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง


“ถ้าเป็นริวนะ  ริวจะอยู่กับแม่  ริวจะกอดแม่แน่นๆ ทุกวันเลย...เสียดาย... ริวคงกอดแม่ได้แต่ในความฝัน” สีหน้าสลดของเด็กหนุ่มทำให้พสุใจอ่อนยวบ  เผลอยกมือขึ้นลูบหัวริวด้วยความสงสาร  ก่อนจะรีบชักมือกลับเพราะเกรงว่าจะทำให้ริวรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอีก


“หัวริวสกปรกเหรอ?” ริวเงยขึ้นมองพสุตาแป๋ว  จนพสุต้องส่งยิ้มให้


“เปล่า...ทำไมถามอย่างนั้น?”


“ริวเห็นพี่ชักมือหนี”


“พี่กลัวว่าถูกตัวริวแล้วริวจะเครียดจนฝันร้ายอีกต่างหากล่ะ”


“ไม่เป็นไร  ริวชอบมือพี่ไผ่  พี่ไผ่มืออุ่น  ริวไม่รู้สึกขยะแขยงเลยนะ  ริวชอบ”  ไม่แค่พูดเปล่าๆ  ริวยังจับมือพสุมาวางบนหัวตัวเองอีกครั้ง  พสุอมยิ้มลูบหัวเด็กหนุ่มเล่นเบาๆ


“เป็นแมวหรือไงชอบให้ลูบหัว” พสุถามแล้วผลักหัวริวเบาๆ  แต่เด็กหนุ่มถือโอกาสนั่นอิงหัวกับหัวเข่าของพสุ


“หมาสิชอบให้ลูบหัว  แมวมันชอบให้เกาคาง  ชอบมานอนบนอก  เพราะแมวมันชอบนอนที่อุ่นๆ”


“เคยเลี้ยงแมวด้วยเหรอ”


“เคยครับ  แต่...ไม่กี่วันหรอก  ห้องริวเย็นจัด  แมวมันไม่ชอบอยู่...ริวชอบอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะเวลานอนนะ  ต้องเย็นจัดๆ ถึงจะนอนได้  ถ้าร้อน...ริวจะฝันร้าย...” จู่ๆ ริวก็ลุกพรวด  วิ่งออกไปจากห้อง  ครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมกรอบรูปมาส่งให้พสุดู


“แม่ริว...สวยไหม” สตรีเอเชียผิวขาว  รูปร่างบอบบาง  วงหน้าอ่อนเยาว์มีส่วนคล้ายริวมาก  ต่างกันตรงดวงตาเรียวยาวของเธอดูเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง  ขณะที่ริวมีดวงตากลมโตใสซื่อเหมือนเด็ก


“สวยครับ” พสุตอบแล้วส่งกรอบรูปคืนให้  ชั่วขณะที่กรอบรูปพลิก  พสุรู้สึกเหมือนข้างหลังจะมีรูปอีกรูป  แต่ไม่ทันได้ถามริวก็พูดเรื่องรูปขึ้นมาซะก่อน


“นี่เป็นรูปแม่ใบเดียวที่ริวมี...แต่ไม่มีรูปแม่กับริวหรอกนะ  เราไม่เคยถ่ายรูปด้วยกัน  เพราะแม่ทำงานทุกวันเลย” ริวเล่าพลางจ้องรูปในมือ  แล้วแตะปลายนิ้วบนใบหน้าของสตรีในรูปเบาๆ  ราวกับกลัวคนในรูปจะสะดุ้งตกใจ


แม่ลูกไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันตั้งแต่เกิดจนโตงั้นเหรอ?  พสุมองหน้าเด็กหนุ่มแล้วรู้สึกใจแห้งหายอย่างประหลาด


“รูปนี้แม่ถ่ายตอนเรียนมหาวิทยาลัย  แต่ก็เรียนไม่จบเพราะท้องริวซะก่อน...แม่ของเพื่อนๆ ริวที่เนิร์สเซอรี่เขาพูดกันว่าริวเกิดจากความผิดพลาด  ริวทำให้แม่เรียนไม่จบ”


“ไม่จริงหรอก! ไปเชื่ออะไรคนแบบนั้น” พสุหลุดปากค้านด้วยความโมโห  ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงโหดร้ายนัก  ริวอยู่เนิสเซอรี่  ก็น่าจะไม่เกิน 5 ขวบหรืออาจเด็กกว่านั้น  กับเด็กเล็กเพียงเท่านั้นทำไมถึงทำร้ายจิตใจกันได้ลงคอ


“แม่ก็บอกว่าแม่รักริว  แม่บอกว่าริวเป็นของขวัญจากพระเจ้า...แม่จะกอดริวแน่นๆ ก่อนไปทำงานทุกวัน...แม่ริวเก่งนะ  แม่ทำงานตั้ง 3 ที่แน่ะ  แม่บอกว่าคนมีความรู้น้อย  ต้องเหนื่อยมากเป็นธรรมดา...เพราะแบบนี้ไง  ริวกับแม่เลยไม่เคยถ่ายรูปด้วยกัน...ก็เราได้อยู่ด้วยกันวันละนิดเดียวเอง”


พสุเหลือบไปมองโทรศัพท์บนตัวเตียงโดยอัตโนมัติ  รู้สึกอยากโทรหาแม่ขึ้นมาทันที


“เมืองที่ริวอยู่มันหนาวมากเหรอ  ริวถึงต้องนอนเปิดแอร์ซะเย็นเยือกเลย”  พสุพยายามชวนคุยไปเรื่องอื่น  เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศชักจะเศร้าไปแล้ว  แต่ดูเหมือนเขาจะผิดพลาดอย่างมหันต์  เพราะสิ้นคำถามของเขา  ริวก็ชะงักนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะขดตัวเข้ามากอดเข่าตัวเองแน่น  ใบหน้าขาวใสเผือดซีดจนพสุใจหาย


“ไม่หรอก  ที่นั่นก็ร้อน...แต่ก่อนริวก็ทนได้นะ  จนกระทั่งคืนนั้น...คืนที่ริวไม่สบาย...”


ริวถอนใจยาว  แล้วภาพอันเจ็บปวดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดชีวิตก็ถูกถ่ายทอดให้พสุฟัง

ริวไม่สบายตั้งแต่ตอนเย็นและยิ่งตัวร้อนจัดขึ้น  แม่เลยต้องโทรไปลางานเพื่ออยู่ดูแลริว  แม่คอยเช็ดตัวให้ริวทั้งคืนจนริวผล็อยหลับไป

เสียงดิ้นรนต่อสู้  เสียงของหนักๆตกกระทบพื้นทำให้ริวสะดุ้งตื่น  แสงไฟจากโคมไฟส่องให้เห็นเงาคนที่มุมห้องกำลังต่อสู้กัน



“แม่!” ริวตะโกนเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นแม่ถูกคนใส่ชุดสีดำคลุมหน้าสองคนกำลังรุมทุบตี  หนึ่งในสองคนที่กำลังรุมทำร้ายแม่  โผนเข้ามาหาริว  มือที่มีเล็บยาวสีแดงพยายามกดปิดปากริวไว้  แต่ริวสะบัดหลุด  แล้วโผเข้าไปผลักคนที่กำลังจิกกระชากผมของแม่เต็มแรงจนมันเซถลา


“แม่จ๋า  แม่จ๋า”  ริวเข้าไปกอดแม่ไว้แน่นด้วยความตกใจ


“ริวหนีลูก  หนีไป!”  แม่ดันริวให้ออกไปจากห้องแต่กลับถูกคนที่ริวผลักกระชากผมจนหน้าหงาย  ริวจึงกัดมือจิกผมแม่เต็มแรง


“ปล่อยแม่นะ!...โอ๊ย!”

ริวถูกเตะจนกระเด็นออกมานอนกลิ้ง  แม้พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็จุกจนร้องไม่ออก


“เร็วๆ สิ  เดี๋ยวตำรวจก็มาหรอก”  เสียงกรีดแหลมของอีกคนทำให้ริวรู้ว่ามันเป็นผู้หญิง


“แกก็จัดการไอ้เด็กเปรตนั่นสิวะ” เจ้าคนจิกผมแม่หันมาตวาด  ริวพยายามยันตัวลุก แต่เพราะยังมีไข้สูงแล้วยังถูกทำร้ายเมื่อครู่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงจนน่าโมโหตัวเอง

ผู้หญิงชุดดำหันรีหันขวางก่อนจะโผเข้ามาจับหัวริวกระแทกกับพื้นแล้วบีบคอ  เล็บทาสีแดงจิกเข้าไปในเนื้ออ่อนๆ จนเลือดซึม  ริวพยายามดิ้นรนเพื่อหาอากาศหายใจ  ในสติที่พร่าเลือนริวได้ยินเสียงกรีดร้องของแม่  ภาพที่เห็นผ่านม่านน้ำตาคือมีดที่กระหน่ำเข้าที่อกแม่  เลือดแดงฉานกระเด็นไปถึงผนังห้อง  สายตาของแม่จ้องค้างมาที่ริว...เป็นภาพสุดท้ายที่เห็น  แล้วทุกอย่างรอบตัวก็ดับมืดไป…




ริวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องสว่างจ้าของโรงพยาบาลและได้ยินเสียงศาสตราจารย์อัลเบิร์ตแว่วๆ




“น่าสงสารริวมากเลยครับ  เขามีกันแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น”


“แล้วญาติคนอื่นๆ ละครับ  เด็กเพิ่ง 8 ขวบเท่านั้น ยังไงก็ต้องมีญาติรับไปดูแล”


“ไม่มีแล้วครับ”


“ตอนแรกผมนึกว่าท่านเป็นญาติของเธอซะอีก”


“ผมเป็นอาจารย์  เคยสอนนามิ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยครับ...ว่าแต่...ตอนนี้ศพของนามิอยู่ที่ไหนครับคุณหมอ”


“อยู่ห้องเก็บศพครับ  เชิญทางนี้ครับเดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่พาไป”


ริวรอจนเสียงคุยห่างออกไปจึงลงจากเตียง แอบตามอัลเบิร์ตไปจนถึงห้องเก็บศพแล้วซ่อนตัวอยู่แถวนั้น  รอจนศาสตราจารย์อัลเบิร์ตออกมา  และคนดูแลกลับเข้าไปแล้ว  จึงปราดเข้าไปเปิดประตู  แต่ดูเหมือนจะเป็นประตูที่ต้องใช้การ์ดเปิดล็อค  ริวจึงซุกตัวอยู่ข้างกระถางต้นไม้มุมห้อง  รอให้ใครสักคนเปิดประตูออกมา หรือมีคนเข้าไป

ครู่หนึ่งก็มีคนเข็นเตียงออกมา  ก่อนที่ประตูจะทันปิดอีกครั้งริวก็แทรกตัวเข้าไปข้างในได้โดยที่คนเข็นเตียงไม่ทันเห็น  ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยตู้โลหะสีเงินเป็นชั้นลิ้นชักขนาดใหญ่เรียงราย  ในห้องเย็นเฉียบและเงียบกริบ  มีเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ ของริว  บนเตียงกลางห้องใต้ไฟทรงกลมสลัว  มีร่างในผ้าคลุมอยู่บนนั้น  ริวเหยียบเก้าอี้ข้างเตียงปีนขึ้นไปดึงผ้าที่คลุมออก  ใบหน้าที่คุ้นตามาตลอดชีวิต บัดนี้ขาวซีดราวกระดาษ....




“แม่จ๋า...” ริวเบียดซุกลงนอนข้างๆ แล้วกอดร่างเย็นเฉียบแข็งทื่อไว้

ห้องทั้งห้องเย็นเยือก  แต่หัวใจของริวอบอุ่น  เมื่อได้กลับมานอนข้างแม่อีกครั้ง  แม้จะรู้ว่าแม่ไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้วก็ตาม.....


.....................................

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
นึกว่าวันนี้จะไม่ลงแล้วนะเนี่ย ทุกที่เห็นมาแต่เช้า ตอนเช้าไม่เห็นเลยนึกว่าไม่มาลงแล้ว
อดีตก็เริ่มโผล่ออมาแล้ว เหมือนมีเงื่อนงำที่แม่ของริวตายด้วยอ่ะ สงสารมากๆเลย
ไม่อยากให้มีเรื่องเศร้าอีกอ่ะค่ะ ขอแบบอบอุ่น น่ารักนะค่ะ สู้ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด