นิยายแปล "วัยรุ่นมุ่งไปในวันสิ้นโลก"
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายแปล "วัยรุ่นมุ่งไปในวันสิ้นโลก"  (อ่าน 448 ครั้ง)

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

ฉีจิ่งหยาน : เด็กชายอายุ16 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตตอนเขายังเด็ก และแม่ของเขาก็แต่งงานใหม่กับพี่สามี(ลุงของเขา) เขาเป็นคนไม่ชอบพูดและถูกวินิจฉัยว่าเป็นเด็กออทิสติก
อาหารที่ชอบ : เนื้อสัตว์กลายพันธุ์, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
สิ่งที่ชอบ : สะสมของ
สิ่งที่กังวลมากที่สุด : ลุงหวัง
สัตว์เลี้ยง : ไก่สีเหลืองตัวน้อย
ฉีชวน : เสือกลายพันธุ์และมีพลังพิเศษประเภทน้ำแข็ง
ฉีชวนกลับมาพบกันหลังจากแยกทางกันหนึ่งวัน และพบว่าคนรักของเขานั่งอยู่ข้างนอกด้วยใบหน้ามึนงง : นายมาทำอะไรที่นี่? มาต้อนรับฉันหรอ? ฉีจิ่งหยานสายหัว
ฉีชวน : โอ๊ยเจ็บไปทั้งหัวใจ~
ฉีจิ่งหยานลุกขึ้นเปิดเสื้อของเขาและลูบหน้าอก : ยังเจ็บอยู่ไหม?
ฉีชวนอุ้มฉีจิ่งหยานเข้าไปในห้องอย่างเร็ว : มีที่อื่นเจ็บกว่า


บทที่1 หนุ่มน้อยสีเขียวแสนสวย

“นายน้อย กินข้าวแล้วหรือยัง” ลุงหวังสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเดินไปที่ระเบียงบนชั้นสอง เขามองดูเด็กหนุ่มตัวผอมบาง ที่นั่งบนพรมตรงระเบียงและเล่นโทรศัพท์ของเขา โทรศัพท์มือถือส่งเสียงดนตรีที่คุ้นเคย "นายน้อย คุณกำลังเล่น Plants vs. Zombies อีกแล้ว คุณเคลียร์เลเวลแล้วไม่ใช่หรือ?”

ที่นี่คือวิลล่าในชนบท เป็นวิลล่า 2 ชั้น ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าและสวนที่สวยงามมาก บ้านพักหลังเล็กนี้มีคนอาศัยอยู่เพียงสองคน หนึ่งคือลุงหวัง อีกหนึ่งคือเด็กหนุ่มตัวน้อย ลุงหวังอายุ 40 ต้นๆ เขาเป็นพ่อบ้านของชายหนุ่ม อันที่จริงเขาเป็นทหารหน่วยรบพิเศษที่เกษียณแล้ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ดูห้าวหาญมาก

“ไม่ ผมกำลังทำนา” เด็กหนุ่มพูด น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ทำให้หัวใจของชายที่แข็งกระด้างอย่างลุงหวังอ่อนยวบ

เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อ ฉีจิ่งหยาน นายน้อยแห่งตระกูลฉี ในเมือง N ควรจะกล่าวว่าเขาเป็นนายน้อยของคุณชายรองตระกูลฉี ตระกูลฉีนั้นเป็นหนึ่งในกองกำลังของเมือง N ในฐานะนายน้อยของตระกูลฉี ทำไมเขาถึงอาศัยอยู่ในชนบทหละ? นั้นเพราะเขาเป็นออทิสติก เมื่อตอนที่ฉีจิ่งหยานอายุได้ 5 ขวบ เขายังพูดไม่ได้และไม่ชอบติดต่อกับผู้คน เขามักจะอยู่ในห้องของตัวเอง ตระกูลฉี ส่งเขาไปที่ชนบทโดยอ้างว่าเป็นการปกป้องเขา และให้ลุงหวัง มาเป็นพ่อบ้านและผู้ติดตามนายน้อยคนที่สองของตระกูลฉี

หากกล่าวถึงตระกูลฉี เกรงว่าจะไม่มีใครในเมือง N ที่ไม่รู้จัก เรื่องที่โด่งดังมากที่สุดเห็นที่จะเป็นเรื่องที่ สะใภ้คนที่สองแต่งงานกับพี่สามีตัวเอง(ลุงของฉีจิ่งหยาน) นายท่านผู้เฒ่าของตระกูล Qi มีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนโต ฉีเฉิง ลูกชายคนที่สอง ฉีเต๋อ และลูกสาวคนเล็ก ฉีชิง

ฉีเฉิงมีลูกแฝด ชาย - หญิง ลูกชายคือ ฉีจิ่งฮุ่ย และลูกสาว ฉีจิ่งหลิง ซึ่งมีอายุยี่สิบสี่ปีในปีนี้ ภรรยาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

ฉีเต๋อ มีลูกชายสองคน คนโตคือ ฉีจิ่งหยวน ที่เกิดจากภรรยาคนแรกของเขา ซึ่งเสียชีวิตสืบเนื่องมาจากสภาวะการคลอดบุตรยาก(โรค dystocia) ในตอนนั้นฉีจิ่งหยางอายุได้เพียง 3 ขวบเท่านั้น ต่อมาเขาได้พบกับภรรยาคนที่สอง ฟางฉง ซึ่งเป็นแม่ของ ฉีจิ่งหยวน พวกเขาแต่งงานอยู่กินกันเป็นเวลาสามปี จากนั้นฟางฉงจึงตั้งครรภ์ฉีจิ่งหยวน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฉีเต๋อเสียชีวิตในภารกิจ

หลังจากคลอดฉีจิ่งหยาน ไม่นานฉีเฉิงและฟางฉงก็ได้เริ่มใกล้ชิดกัน คนหนึ่งเสียภรรยา คนหนึ่งเสียสามี ความเหงาจึงเป็นเหตุ

เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวพาดหัวในเมืองN ทำให้ครอบครัวมหาอำนาจทั้งหมดในเมืองN  ตกตะลึง พี่สามีกับน้องสะใภ้ นี่มันเกินจะคาดเดาไปโข

ตอนนี้ฉีจิ่งหยวน อายุ 22 ปี และฉีจิ่งหยาน อายุ 16 ปี

เมื่อฉีจิ่งหยานถูกส่งมาอยู่ในชนบทแล้วนั้น  มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มาเยี่ยมเขา คนหนึ่งคือฉีจิ่งหยวนและอีกคนหนึ่งคือฟางฉง ฟางฉงจะมาเยี่ยมฉีจิ่งหยานทุกเดือนและนำสิ่งต่สงๆ มามายมาให้เขา โดยปกติหล่อนจะมาในตอนเช้าและกลับไปหลังอาหารกลางวัน ซึ่งแตกต่างไปจากฉีจิ่งหยวน เขามักหลีกเลี่ยงไม่มาในวันที่ฟางฉงมา ทุกครั้งที่มาเขาจะนำของเล่นสนุกๆ มากมายมาให้ฉีจิ่งหยานและจะมาพักอยู่สองสามวันก่อนที่จะกลับไป เขารักน้องชายคนเดียวของเขามาก แม้แต่ในยามปกติ เขาก็จะโทรหามาหาฉีจิ่งหยานในทุกเช้าเป็นประจำ

พฤติกรรม​นี้ทำให้ฉีจิ่งหยานมึนงง โดยปกติแล้วลูกชายของคู่สมรสต้องเกลียดลูกติดของภรรยาใหม่ของพ่อตัวเองไม่ใช่หรอ? และใช่ฉีจิ่งหยานไม่ได้เป็นออทิสติก และไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถพูดได้เมื่ออายุได้ 5 ขวบ แต่เขาแค่ไม่ชอบพูด

ในชีวิตที่แล้วฉีจิ่นหยานเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 20 ปี โลกใบนั้นคือโลกแห่งการฝึกตน เนื่องจากเขาเกิดมาพร้อมร่างกายหยางบริสุทธิ์​ ซึ่งหายากมาก เขาจึงถูกใช้เป็นฝักเพื่อผนึกดาบเวทย์มนตร์​ ด้วยเหตุนี้​เขาจึงถูกคุมขังตั้งแต่แรกเกิดและไม่ได้เรียนรู้การฝึกตนในโลกนั้น

สถานที่ที่ฉีจิ่งหยานถูกคุมขังนั้นเรียกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ แดนศักดิ์สิทธิ์นี้มีการวางค่ายอาคมไว้  ตราบใดที่เขายังไม่ออกจากเพจค่ายอาคม แม้นจะถูกคุมขังก็ยังอยู่ได้อย่างอิสระ

เขาเป็นคนเดียวที่อยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่มีใครสอนเขาว่าอะไรถูกอะไรผิด และไม่มีใครพูดกับเขา ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เขาจึงไม่รู้วิธีที่จะพูดคุย ต่อมาเพื่อที่จะผนึกดาบเวทย์มนต์ เขาจึงใช้พลังหยางบริสุทธิ์ในร่างจนหมดสิ้นและได้ตายลงไป

เมื่อฉีจิ่นหยานตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองอยู่ในท้องของฟางฉง มันเต็มไปด้วยหมอกหนา แต่รายล้อมไปด้วยพลังงานที่แสนอบอุ่น จากนั้นเขาก็ผล็อยกลับไปอีกครั้ง และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็คือเช้าวันที่เขาเกิด

หลังจากที่ฉีจิ่งหยานเกิด ช่วงก่อนจะอายุครบ 5 ขวบ มีผู้คนมากมายเข้ามาพูดคุยกับเขา ฉีจิ่งหยานมองดูพวกเขาพูดกับตัวเองแต่ไม่ได้ตอบกลับ เขาคิดว่ามันน่าเบื่อที่จะพูด หลายคนจึงบอกว่าเขาเป็นเด็กออทิสติก และตระกูลฉีจึงพยายามหาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ และได้รับการยืนยันว่าเขาเป็นเด็กออทิสติก

อย่างไรก็ตามมีคนบางคนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยนั้น พยายามสอนให้เขาพูดและมักจะเรียกเขาว่าน้องชายอยู่เสมอ คนๆหนีก็คือ ฉีจิ่งหยวน เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมฉีจิ่งหยวนถึงไม่เกลียดเขา?

ลุงหวังนั้นเป็นลูกชายของพ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูลฉี ซึ่งอายุเท่ากับฉีเต๋อบุตรชายคนรองของตระกูลฉี ทั้งสองเข้าร่วมกองกำลังพิเศษด้วยกัน ไปสนามรบด้วยกัน และเข้าร่วมภารกิจด้วยกัน และเมื่อฉีเต๋อเสียชีวิต เขาถอนตัวจากกองกำลังพิเศษเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส และคอยดูแลครอบครัวของคุณชายรองตระกูลฉีอย่างเงียบๆ จนกระทั่งตระกูลฉีต้องการส่งฉีจิ่งหยานไปอยู่ในชนบท เขาจึงขันอาสาและบอกว่าเขาเต็มใจที่จะมาอยู่ในชนบทเพื่อดูแลนายน้อย

ลุงหวังดูแลเลี้ยงดูฉีจิ่งหยานมาเป็นเวลา 11 ปี ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนตอนนี้อายุ 16 ปีแล้ว จากหัวไชเท้าขวาอวบที่พูดไม่ได้ กลายเป็นหนุ่มน้อยสีเขียวแสนสวย แม้ว่าจะยังไม่ค่อยพูดมากนัก แต่ก็พูดบ้างในบางครั้ง

ทุกครั้งที่ได้ยินนายน้อยพูด ลุงหวังจะรู้สึกว่ามันเป็นของขวัญจากนายน้อย เพราะแม้แต่แม่ของเขาฟางฉง นายน้อยก็ไม่เคยพูดด้วย

“ทำนา เล่นในฟาร์ม?” ลุงหวังถาม นายน้อยไม่ชอบไปโรงเรียน ดังนั้นการอ่าน-เขียนของนายนอย จึงถูกสอนแบบลุ่มๆ ดอนๆ โดยลุงหวัง เป็นเรื่องน่าสมเพชจริงๆสำหรับลุงหวังในฐานะชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่ต้องไปโรงเรียน เพื่อเอาเนื้อหาการเรียนการสอนในวันนั้นๆ กลับมาให้กับนายน้อยและสอนเขา ในที่สุดนายน้อยก็เติบโตขึ้น

“ใช่” ฉีจิ่งหยานตอบ เขาไม่ชอบพูดจริงๆ เขาเคยชินกับการไม่พูดจากชีวิตก่อนที่ต้องอยู่คนเดียว แต่เขาไม่อยากทำร้ายหัวใจลุงหวัง อย่างไรก็ตามฟาร์มที่เขาเล่นในมือถือ ไม่ใช่แบบที่ลุงหวังคิด อันที่จริงเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

น่าจะเป็นปีที่แล้ว เมื่อ "Plants vs. Zombies" เปิดตัวรอบสุดท้ายของซีรีส์สี่และหลังจากที่เขาผ่านด่าน ระบบก็แจ้งเตือนว่าในฐานะผู้เล่นคนแรกที่ผ่านด่าน ระบบจะให้ฟาร์มอวกาศแก่เขา จากนั้น ฟาร์มอวกาศ กปรากฏตัวขึ้นในเทวจิตของเขา

เขาใช้ความคิดเพื่อเข้าสู่ฟาร์มอวกาศซึ่งมีกระท่อมเล็ก ๆ และที่ดินผืนหนึ่ง กระท่อมนั้นเป็นร้านค้าและมีเมล็ดพืชอยู่มากมายแต่เมล็ดพืชอยู่ในตะแกรงและไม่สามารถนำไปได้ หากต้องการซื้อคุณสามารถซื้อได้ด้วยคริสตัลนิวเคลียส

ฉีจิ่งหยานเล่นเกมและรู้ว่าคริสตัลนิวเคลียสเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของซอมบี้  แต่ไม่มีซอมบี้ในฟาร์มอวกาศแห่งนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีคริสตัลนิวเคลียสเพื่อเอามาซื้อเมล็ดพันธุ์พืช และเขาก็รู้สึกหดหู่มาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เป็นมิตรกับผู้ใช้มากมันคล้ายกับเกม Plants vs Zombies อย่างไรก็ตามเพื่อประโยชน์ของผู้เล่น ร้านค้าได้แจกเมล็ดพันธุ์ฟรีให้หลายเมล็ด

มี 4 อย่างได้แก่เมล็ดทานตะวัน 1 เมล็ด เมล็ดถั่ว 1 เมล็ด เมล็ดข้าวโพด 1 เมล็ด และมันฝรั่ง 1 หัว

แต่ก็แปลกที่จะบอกว่าที่ดินผืนเล็กๆ นั้น ก็ถูกแบ่งออกเป็นสี่แปลง แต่ละแปลงมีพื้นที่หนึ่งตารางวา ดังนั้นฉีจิ่งหยานจึงปลูกเมล็ดพันธุ์ฟรีสี่เมล็ดในสี่แปลงตามการเล่นเกม จากนั้นก็เจริญงอกงามได้ดี เมื่อเก็บเกี่ยวพบว่า มันฝรั่งหนึ่งหัวให้ผลผลิตเป็นสามหัว เขาจึงใช้มันฝรั่งทั้งสามหัวปลูกต่อไป ข้าวโพดนั้นดีที่สุด ต้นข้าวโพดเติบโตและให้ผลผลิตถึงหกฝัก ฉีจิ่งหยานนำข้าวโพดออกมา ดึงเมล็ดออกสองสามเมล็ดแล้วปลูกต่อ ข้าวโพดที่เหลือถูกเก็บไว้ในโกดังมิติ ตามด้วยถั่ว...

หนึ่งปีต่อมา ฉีจิ่งหยานเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฟาร์มอวกาศ
ประการแรก แปลงปลูกผักทั้ง 4 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ประการที่สอง ดอกทานตะวันควรปลูกทุกวัน เพราะดอกทานตะวันเป็นแหล่งของแสงแดดสำหรับฟาร์มอวกาศ ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช หากมีดอกทานตะวันมากขึ้น และพืชก็จะเติบโตเร็วขึ้น แต่ดอกทานตะวันมีจำนวนน้อยและเติบโตช้ามาก

ประการที่สาม สิ่งของภายนอกสามารถนำเข้าไปในฟาร์มอวกาศได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตเท่านั้น

ประการที่สี่ สิ่งของที่อยู่ในฟาร์มไม่มีวันหมดอายุ

ที่สำคัญกว่านั้น คือโกดังมิติที่ใช้เก็บของมี 16 ช่อง และแต่ละช่องสามารถเก็บสิ่งเดียวกันได้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น: หนึ่งช่องสำหรับเมล็ดทานตะวัน หนึ่งช่องสำหรับมันฝรั่ง หนึ่งช่องงสำหรับข้าวโพด หนึ่งช่องสำหรับถั่ว หนึ่งช่องสำหรับเสื้อ หนึ่งช่องสำหรับกางเกง... อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าทั้งหมด เช่น เสื้อเสวตเตอร์ เสื้อขนเป็ด หรือเสื้อผ้าอื่นๆ สามารถจัดกลุ่มเข้าด้วยกันได้.

“นายน้อย วันนี้คุณชายใหญ่(ฉีจิ่งหยวน)โทรมา เค้าบอกว่าตอนนี้เค้าซื้อบ้านใหม่เป็นของตัวเองและไม่ได้อยู่กับตระกูลฉี เขาต้องการมารับคุณ และถามว่าคุณคิดเห็นอย่างไร”

……



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2021 12:44:46 โดย Ojarumaru »

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 2 ขโมยขึ้นห้อง
“ไม่” ฉีจิ่งหยานตอบในทันที

“แต่นายน้อย คุณชายใหญ่เป็นห่วงนายน้อยมากเลยนะครับ มันเป็นบ้านที่เขาใช้น้ำพักน้ำแรงซื้อมาอย่างมีความสุข และต้องการจะมีน้องชายร่วมฉลองความสุขนี้ไปกับเขา หากนายน้องไม่ไป คุณชายใหญ่ต้องเสียใจมากแน่ๆ” ลุงหวังพยายามเกลี่ยกล่อม

“ไม่ ผมไม่ชอบมัน”  ฉีจิ่งหยานใช้ช้อนตัดคัสตาร์ด แล้วตักขึ้นมากินเป็นคำเล็กๆ เขาเป็นคนกินช้าและชอบกินเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นเขากิน ในชีวิตก่อนของฉีจิ่งหยานนั้น ตั้งแต่เกิดจนตายสิ่งเดียวที่เขาสามารถใช้เพื่อฆ่าเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกได้คือการกินช้าๆ ดังนั้นเขาจึงชินกับการกินอาหารคำเล็กๆ

“ลุงหวังรู้ ว่านายน้อยไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะๆ แต่เราไปที่บ้านของคุณชายใหญ่ เราอยู่แต่ในบ้าน และที่นั้นมีเพียงคุณชายใหญ่คนเดียว ดังนั้นจึงไม่มีใครอื่นเลย” ลุงหวังอธิบาย

ฉีจิ่งหยานไม่พูดอะไรและกินอย่างเงียบๆ

ลุงหวังเฝ้าดูการเติบโตของฉีจิ่งหยานมาตั้งแต่เด็ก เขาจะไม่เข้าใจความหมายของการกระทำนั้นได้อย่างไร นั่นคือการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ไป เขาไม่แม้แต่จะพูดมันออกมา อย่างไรก็ตาม ลุงหวังมีท่าไม้ตายเหลืออยู่ “อืม...ถ้าลุงหวังจำไม่ผิด ที่เมือง N นั้นขึ้นชื่อเรื่องเป็ดย่างสุดอร่อย นายน้อย คุณชอบเป็ดย่างในตัวเมืองมาใช่มั้ย แต่รู้อะไรมั้ยเป็ดย่างที่เมือง N หนะ อร่อยกว่าเป็ดย่างในตัวเมืองเสียอีกนะ”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ฉีจิ่งหยานก็มองขึ้นไปที่ลุงหวัง แล้วกินคัสตาร์ดต่อไป

ลุงหวังยิ้มน้อยๆ แม้เค้าจะเป็นชายแข็งกระด้างแต่ก็มีรอยยิ้มที่น่ามอง “นายน้อย เป็ดย่างที่เมืองN นั้นอร่อยที่สุด และน่าเสียดายแย่เลยหากคุณไม่เคยได้ลิ้มลองมันสักครั้ง เอาอย่างนี้มั้ยเราไปกินเป็ดย่างกัน เบื่อแล้วค่อยกลับ ตกลงมั้ย?”

หูเล็ก ๆ ของฉีจิ่งหยานขยับ แม้จไม่พูดอะไร แต่ลุงหวังก็เข้าใจในทันทีว่า “งั้นพรุ่งนี้เราจะไปเมืองNกัน  เดี๋ยวลุงหวังจะโทรไปบอกคุณชายใหญ่”

ฉีจิ่งหยานเข้าไปทำการเพาะปลูกในฟาร์มอวกาศทุกวัน และเมื่อพืชผลในแปลงเล็กๆ ทั้งสี่แปลงโตเต็มที่ เขาก็เก็บเกี่ยวไว้ อย่างไรก็ตาม การสุกของพืชผลมีกฎตายตัวกำหนดไว้ ซึ่งสุกเต็มที่ทุกๆครึ่งเดือน หนึ่งปีมานี้ เขาสะสมมันฝรั่ง 150 จิน (1 จิน = 500 กรัม)  ข้าวโพด 450 จิน ถั่ว 50 จิน (ในเรื่องนี้ ถั่วของน้องถ้าเทียบกับในเกม Plant vs Zombie จะเป็นถั่วลันเตา เมล็ดด้านในจะกลมๆ สีเขียว)
 และ ดอกทานตะวัน 250 ดอก อย่างไรก็ตาม ดอกทานตะวันนั้นจะเหี่ยวเฉาไป 3 ดอกในทุกๆ วัน ฉีจิ่งหยานเองก็ให้ข้อสรุปว่า ดอกทานตะวันที่เหี่ยวเฉาไปนั้นเกิดจาการที่แปลงปลูกผักอีกสามแปลง ดูดซับพลังงานแสงจากดอกทานตะวันไปวันละดอก (3 แปลง แปลงละดอก เลยเหี่ยวไป 3 ดอกทุกวัน)

ส่วนโกดังมิติเก็บของนั้นแม้จะช่องเก็บของเพียงแค่ 16 ช่อง แต่ความจุของแต่ละนั้นก็สูงมาก แม้ว่าฉีจิ่นหยานจะไม่รู้ว่ามากแค่ไหนก็ตาม

กิจวัตรประจําวันที่ฉีจิ่งหยานต้องทำทุกวัน นอกจากการเข้าไปทำการเพาะปลูกในอวกาศ เขายังอ่านหนังสือการ์ตูนทุกวันอีกด้วย

ฉีจิ่งหยานมีปืนของเล่นที่ฉีจิ่งหยวนมอบให้ แต่รูปร่างก็เหมือนกับปืนจริง และแม้แต่วัสดุก็เกินข้อกำหนดและมาตรฐานของปืนจริง ซึ่งฉีจิ่งหยานชอบมันมาก

เด็กๆ นั้นชอบปืนของเล่น และฉีจิ่งหยวนก็คิดเช่นนั้น แม้ว่าน้องชายของเขาจะเป็นเด็กออทิสติก แต่เขาก็คงจะชอบมันด้วย และเมื่อเขามอบปืนของเล่นให้น้องชายของเขา น้องชายก็ยิ้มให้เขา ซึ่งทำให้เขาตื่นเต้นเป็นเวลานาน

ตั้งแต่มีฟาร์มอวกาศฉีจิ่งหยานจะนำสิ่งที่เขาชอบไปเก็บไว้ในโกดังมิติ เช่น ปืนของเล่น

พรุ่งนี้ฉันจะไปเมืองN เพื่อกินเป็ดย่าง นี่คือความคิดของฉีจิ่งหยาน และคืนนั้นลุงหวังช่วยเขาจัดกระเป๋า ลุงหวังนำเสื้อผ้าไปเพียงแค่สองชุด ส่วนชุดอื่นๆ จะไปซื้อที่เมืองN ในภายหลัง มันคงวุ่นวายเกินไปหากต้องเอาไปจากที่นี่

"นี้." ฉีจิ่งหยานมองไปที่ด้านข้างและชี้ไปที่ชุดนอนลายหมีน้อย

ชุดนอนลายน้องหมีสุดน่ารักนี้ เป็นชุดนอนกางเกงขายาวและเสื้อยืดแขนสั้นลายน้องหมี การออกแบบให้เหมือนหมีน้อยโดยเฉพาะเสื้อที่มีฮู้ด ซึ่งมีหูหมีน้อยสองข้างบนหมวกฮู้ด ฉีจิ่นหยานชอบนอนภายใต้ฮู้ดนี้ ซ้อนผมดกดำของเขาเอาไว้ภายใน

วันรุ่งขึ้น ลุงหวังทำอาหารเช้าและมาที่ห้องของฉีจิ่งหยานเพื่อปลุกเขา แต่หลังจากเดินเข้าไปในห้อง เขาก็ต้องตกตะลึง: "นายน้อย!! เตียงอยู่ที่ไหน? ผ้าห่มอยู่ที่ไหน? ตู้หนังสืออยู่ที่ไหน?"

ของนายน้อยว่างเปล่า เตียง ผ้าห่ม ตู้หนังสือ กระเป๋าเดินทางที่เขาจัดไว้เมื่อคืน และแม้กระทั่งตุ๊กตาหมีน้อยตัวโปรดของนายน้อยก็หายไปด้วย

ฉีจิ่งหยานนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวในห้อง มองดูลุงหวังด้วยสายตาไร้เดียงสา

ลุงหวังสับสน ใครกันที่สามารถขโมยของทุกอย่างในห้องโดยไม่รบกวนนายน้อย?

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนนที่ 3 ลุงหวังคนหยาบ
“นายน้อย คุณเห็นขโมยหรือเปล่า” สิ่งของหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงนายน้อยผู้อ่อนดยนของเขาเท่านั้นที่ต้องถูกขโมยไป แต่อีกฝ่ายขโมยของไปโดยไม่รบกวนนายน้อยได้อย่างไร หรือจะถูกวางยา? ทั้งเขาและนายน้อย? ลุงหวังคิดอย่างรอบคอบ เขาเป็นถึงทหารหน่วยรบพิเศษแม้จะเกษียณแล้ว แต่เขาไม่รับรู้ถึงการบุกรุกของขโมย จึงมีเพียงสันนิฐานเดียวเท่านั้นว่ามีการวางยา

อา...แล้วไปถามนายน้อยเพื่อ? ลุงหวังกล่าวโทษตัวเอง: “ไม่ต้องกังวลไป นายน้อย เมื่อเรากลับมา ลุงวังจะซื้อที่นอนที่สบายกว่าและตุ๊กตาหมีให้คุณใหม่ ไม่ต้องเสียใจไปนะ”

ฉีจิ่งหยานมองเข้าไปในโกดังมิติของตัวเอง ในนั้นมีเตียง ที่มีผ้าห่มก่องสุมไว้อย่างเละเทะและมีตุ๊กตาหมีขนาดหนึ่งเมตรที่ถูกโยนลงบนเตียงด้วย หลังจากเอาเตียงไปเก็บไว้ในโกดังมิติแล้ว เขาก็เข้าใจอย่างหนึ่ง หากนำเตียงเข้ามาช่องหนึ่งของโกดัง ของที่อยู่บนเตียงจะไม่ถูกจัดประเภท แต่หากใส่ตุ๊กตาหมีและผ้านวมลงในโกดังมิติโดยไม่วางไว้บนเตียง ผ้านวมจะครอบครองหนึ่งช่องว่าง ตุ๊กตาหมีก็จะครอบครองอีกหนึ่งช่องว่างในโกดังมิติ... พวกมันทั้งหมดจะครอบครองช่องว่างตามประเภท

“นายน้อย อย่าเสียใจไป เพราะลุงหวังไม่ดูแลคุณให้ดีพอ” เมื่อเห็นว่านายน้อยผู้เป็นที่รักไม่พูด ลุงหวังจึงอยากจะขอโทษด้วยความตาย

ลุงหวังไม่มีลูก และพ่อแก่ของเขาก็เป็นพ่อบ้านเก่าแก่ประจำตระกูลฉี เขาและนายท่านที่สอง(พ่อของน้องจิ่วหยาน) มีอายุใกล้เคียงกัน พวกเขาเติบโตาด้วยกันและสมัครเข้ากองทัพด้วยกัน เขานั้นเปรียบได้กับมือขวาของนายท่านที่ 2  ถัง หลังจาก หลังจากเกิดอุบัติเหตุทำใหเนายท่านที่สองเสียชีวิต เขาก็ทำหน้าที่ดูแลลูกของนายท่านที่สอง ดังนั้นนายน้อยที่เขาเลี้ยงดูมาด้วยมือนั้น จึงเปรียบเสมือนลูกชายของเขา

ฉีจิ่งหยานส่ายศีรษะและบอกว่าเขาไม่ได้เศร้า แล้วอธิบายว่า: "ผมเก็บมันไว้ในโกดังมิติ"

“อะไรนะ” ลุงหวังมึนงง

ฉีจิ่งหยานไม่ชอบอธิบาย ดังนั้นเขาจึงเอาเตียงออกจากพื้นที่โดยตรง แล้ววางเตียงกลับเข้าไปไว้ในโกดังมิติอีกครั้ง “อย่างนี้” ในที่สุดเขาก็พูดสองคำ

"นี่...คือ..." ลุงหวัง งง เจอเวทย์มนต์หรือเปล่า? แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่ แม้ว่าเขาจะเป็นคนหยาบคาย แต่เขาไม่ใช่คนโง่ เมื่อคิดถึงคำพูดของนายน้อย เขาก็ถามกลับไป “นายน้อย โกดังมิติที่นายพูดถึงเป็นอย่างไร? มันมาได้ยังไง?”

ฉีจิ่งหยานกระพริบตาและมองไปที่ดวงตาที่กังวลของลุงหวังเขาค่อยๆอธิบาย: "ผมได้รับจาก "Plants vs. Zombies" ผมผ่านด่านเปฌนคนแรก และได้ฟาร์มอวกาศ มีที่ดินขนาดเล็กสี่แปลง ร้านขายเมล็ดพันธุ์พืช และโกดัง ... " ฉีจิ่งหยานพูดช้ามาก เขาไม่คุ้นเคยกับการพูด และและไม่ชินกับการพูดมากในคราวเดียว ดังนั้นจงพูดทีละคำ
เสียงที่นุ่มนวลทำให้ลุงหวังแทบร้องไห้ด้วยความตื่นเต้น ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน นายน้อยของเขาไม่เคยพูดนานขนาดนี้

"ฟาร์มอวกาศอยู่ที่ไหน? มองไม่เห็น? จับต้องไม่ได้?" นี่คือความสามารถพิเศษ? ลุงหวางคิด

ฉีจิ่งหยานชี้ไปที่หัวของเขา สิ่งที่เขาต้องการจะพูดคือ อยู่ในเทวจิต แต่สิ่งที่ลุงหวางคิดคือ อยู่ในใจ แต่ก็เกือบจะเหมือนกัน

ทันใดนั้น สีหน้าของลุงหวังก็จริงจังขึ้นมาทันที “นายน้อย ท่านบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ บอกใครไม่ได้ทั้งนั้น ทั้งคุณนาย...หรือแม้แต่คุณชายใหญ่ก็ห้ามบอก”

 ฉีจิ่งหยานกระพริบตา เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกใครเขาแค่ไม่อยากให้ลุงหวังกังวล ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า

“นายน้อย คุณต้องจำคำพูดของลุงหวัง ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าคุณมีความสามารถนี้ ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะทำร้ายคุณ เข้าใจไหม” ลุงหวังย้ำอีกครั้ง

“ได้” ฉีจิ่งหยานตอบ

ลุงหวังยิ้มด้วยความโล่งอก เขารู้ว่านายน้อยของเขาไม่ได้เป็นออทิสติก และเขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่ตระกูลฉีเรียกลับหลัง นายน้อยของเขาแค่ไม่ชอบพูด แต่เมื่อนายน้อยของเขาเห็นด้วยเขาจะทำ เพียงแต่..."นายน้อย ย้ายเตียงทำไม?"

จะมีใครที่ไปบ้านพี่ชายแล้วเอาเตียงไปด้วยกัน? “คุณชายใหญ่มีเตียงไว้ให้แล้ว ไม่ต้องขนไปหรอก”

ฉีจิ่งหยานยู้ปากและไม่พูดอะไร

ลุงหวังถามอีกครั้ง: “นายน้อยอยากนอนบนเตียงของคุณเองและห่มผ้าห่มของคุณเองหรือ”

ฉีจิ่งหยานพยักหน้า

“นายน้อย คุณสามารถเอาเตียงในโกดังมิติได้ แต่เมื่อไปถึงบ้านของคุณชายใหญ่ คุณไม่สามารถเอามันออกมาได้ เพราะด้วยวิธีนี้ คุณชายใหญ่จะรู้ว่าคุณมีโกดังมิติ” แม้ว่าคุณชายใหญ่จะดีต่อนายน้อยมาก แต่มีหลายอย่างที่พูดไม่ได้ ลุงหวังคิดว่านายน้อยควรสงวนท่าทีเกี่ยวกับทุกคน นายน้อยของเขาเรียบง่ายเกินไป
ฉีจิ่งหยานกระพริบตาแล้วพยักหน้า: "หมีน้อย?"

“หมีน้อยเอาออกมาได้” ลุงหวังพูด “แต่ห้ามให้คนอื่นเห็น”

ฉีจิ่งหยานพยักหน้า

“นายน้อยเก่งมาก ไปกันเถอะ”

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 4 ข้อความจากฟาร์มอวกาศ
แม้ว่าตระกูลฉีจะส่งฉีจิ่งหยานมาอยู่ในชนบท เพื่อไม่ให้ตระกูลเสียหน้า แต่นอกนั้นทางตระกูลก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อฉีจิ่งหยานอย่างไม่เป็นธรรม ในแง่กำลังทรัพย์หลังจากที่ลูกๆ ของทั้งครอบครัวเกิดมา โดยไม่คำนึงถึงอายุ จนกระทั่งถึงวัยผู้ใหญ่ แต่ละคนมีเงินค่าขนมหนึ่งล้านเหรียญต่อปี ฉีจิ่งหยานยังเด็ก เงินของเขาจะถูกโอนมาในบัญชีของลุงหวังทุกปี พ่อแก่ของลุงหวังเป็นคนสนิทของนายท่านผู้เฒ่าฉี ดังนั้นเขาจึงสามารถวางใจได้ หากต้องใช้จ่ายผ่านบัตรของลุงหวัง

ความลำบากนี้จึงตกมาที่ลุงหวัง แต่ลุงหวังรักนายน้อยของเขา ดังนั้นในแง่ของวัสดุ เขาจึงเสือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนายน้อยของเขา ยกตัวอย่างรถยนต์ เพื่อให้นายน้อยของเขานั่งสบายเมื่อออกไปข้างนอก ลุงหวังจึงเลือกซื้อ RV

“นายน้อย ขึ้นรถครับ” ลุงหวังเปิดประตู

ฉีจิ่งหยานขึ้นรถ นั่งลงบนโซฟา แล้วหยิบตุ๊กตาหมีออกมาจากโกดังมิติแล้วกอดมันไว้ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นก็นั่งนิ่งเงียบเป็นภาพวาด

จากชนบทไปยังเมืองN ต้องไปขึ้นทางหลวงในเขตอำเภอ ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที จากชนบทไปยังทางหลวง โดยตลอดระยะเวลา 40 นาทีนี้ ฉีจิ่งหยานไม่ได้เปลี่ยนท่านั่งด้วยซ้ำ

เมื่อใกล้จะเข้าทางหลวง โทรศัพท์มือถือของลุงหวังก็ดังขึ้น มันเป็นสายจากฉีจิ่งหยวน ลุงหวังจอดรถไว้ข้างทาง แล้วรับสาย “ครับคุณชายใหญ่... โอเค ผมรู้ ไม่ต้องห่วง... ลาก่อน”

หลังจากวางสายกับฉีจิ่งหยวน ลุงหวังไม่ได้ออกรถในทันที แต่หนันกลับมาคุยกับฉีจิ่งหยาน “นายน้อย เราจะไม่ไปเมือง N คุณชายใหญ่โทรมาและบอกว่า เมื่อเช้าเพื่อนของเขาที่โรงพยาบาลอย่างลับๆ เขาบอกว่ามีการติดเชื้อไวรัสร้ายแรงมากปรากฏขึ้นที่เมืองN เพื่อไม่ให้เกิดการจลาจลในที่สาธารณะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระบุว่าเป็นการติดเชื้อไข้หวัดนก แต่เพื่อนของคุณชายใหญ่บอกว่าไวรัสนี้อาจร้ายแรงกว่าโรคซาร์สเสียอีก”

โรคซาร์ส? มันคืออะไร?

เครื่องหมายคำถามสองอันแวบเข้ามาในหัวของฉีจิ่งหยาน

“ดังนั้น จึงไม่ปลอดภัยที่จะไปในเมือง ประชากรในชนบทมีจำนวนและอากาศบริสุทธิ์กว่า” หลังจากที่ลุงหวังอธิบายเสร็จ เขาหันรถกลับ โดยไม่จำเป็นต้องรอคำตอบจากนายน้อยของเขา

ในเวลานั้นฉีจิ่งหยานได้ยินเสียง “บ๊อก บ๊อก” และหน้าต่างของฟาร์มอวกาศก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ซึ่งมันแตกต่างจากเดิม สมัยก่อนเมื่อเปิดเข้าไปจะมีให้เลือกเพียงสามหน้าต่าง หน้าต่างแรกเป็นผังที่ดิน หน้าต่างที่สองคือร้านค้า และหน้าต่างที่สามคือดกดังมิติ แต่ตอนนี้มีสุนักสีขาวโพล่มาด้วย มันเป็นสุนัขสีขาวบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้มันกำลังกระพริบสีแดงและเห่าอย่างต่อเนื่อง

ฉีจิ่งหยานคลิกที่ลูกสุนัข มีกล่องโต้ตอบปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา และมีข้อความอยู่ในนั้น ข้อความนี้ถูกส่งโดยบุคคลที่มีไอคอนลูกสุนัข

ลูกสุนัข: ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก และวันสิ้นโลกกำลังมา โปรดเตรียมเสบียง

ฉีจิ่งหยานจ้องไปที่กล่องโต้ตอบ เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในใจของเขา...ฉันไม่เข้าใจ

ลูกสุนัข: ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก และวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง โปรดเตรียมเสบียง มิฉะนั้นคุณจะอดตาย

Qi Jingyan จ้องไปที่กล่องโต้ตอบ มีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในใจของเขา...ยังคงไม่เข้าใจ

ลูกสุนัข: วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ซอมบี้กำลังมา ต้องเตรียมของกิน มิฉะนั้น คุณจะรอจนอดตาย

Qi Jingyan จ้องไปที่กล่องโต้ตอบ เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในใจของเขา...ยังคงไม่เข้าใจ แต่..."ลุงวัง"

“นายน้อย เกิดอะไรขึ้น” ลุงหวังรีบถาม

“มีลูกสุนัขอยู่ในฟาร์มอวกาศ คุยกับฉัน” Qi Jingyan กล่าวช้าๆ ถ้าคนใจร้อนพบเขาและพูด เขาจะต้องกระวนกระวายถึงตาย

อะไร? ลุงหวังให้ความสำคัญกับฟาร์มอวกาศของฉีจิ่งหยานเป็นอย่างมาก พลังลึกลับนี้อยู่เหนือการวิจัยของมนุษย์ และความลึกลับนั้นลึกเกินไป "ลูกสุนักพูดว่าอะไร?

  "สามประโยค" Qi Jingyan กล่าวคำต่อคำ "ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก เวลาสิ้นสุดกำลังจะมาถึง โปรดเตรียมเสบียง ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก เวลาสิ้นสุดกำลังจะมาถึง โปรดเตรียมเสบียงด้วย มิฉะนั้น คุณจะรอจนอดตาย วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ซอมบี้กำลังมา ต้องเตรียมของกิน มิฉะนั้น คุณจะรอจนอดตาย”

นี่คือคนโง่อะไรเนี๊ยะ หมาน้อยในฟาร์มอาวกาศบ่นขิงข่าในใจ

​​“อะไรนะ ถามไปหมายความว่ายังไง” ลุงหวางใจเต้นแรง คิดถึงไวรัสที่คุณชายใหญ่บอกเมื่อกี้ บังเอิญใช่มั้ย? แต่ Plant vs. Zombies ได้มอบฟาร์มอวกาศให้กับนายน้อย และดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงบางอย่าง

“เขาไปแล้ว” ฉีจิ่งหยานกล่าว

ลุงหวังหยุดรถและเริ่มคิด ฟาร์มอวกาศคือพลังลึกลับ เตือนนายน้อย หมายความว่าอย่างไร? จุดจบของโลก? แม้ว่ามนุษย์จะพูดเสมอว่าเวลาสิ้นสุดกำลังมา สิบปีผ่านไป และเวลาสิ้นสุดยังไม่ปรากฏให้เห็น แต่การเตือนถึงพลังลึกลับนี้ทำให้ลุงหวางไม่กล้าเพิกเฉย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเวลาสิ้นสุดอยู่ที่นี่จริงๆ

ลุงหวางคิดว่า ถ้าฟาร์มอวกาศหลอกพวกเขา พวกเขาก็เพียงเสียเงินไปกับการเตรียมเสบียง แต่ถ้ามันมาถึง มันคงช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้ และเรื่องนี้ยังบอกคนอื่นไม่ได้

​​นายน้อยเราไปเตรียมเสบียงกันเถอะ แต่เราต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและไม่สามารถบอกคนอื่นได้ มิฉะนั้น พวกเขาจะปฏิบัติต่อเราราวกับเป็นคนวิกลจริต ที่ปล่อยข่าวลือทำให้เกิดการตื่นตระหนกและต้องการจับกุมเรา เข้าใจไหม” ลุงหวังถาม

“ได้” ฉีจิ่งหยานตอบ

ลุงหวังคำนวณเงินที่มีในมือ เงินออมของเขาบวกกับเงินสะสมของนายน้อยรวมแล้วกว่า 10 ล้านหยวน ตัวเราตอนนี้ก็อายุ 46 ปี แม้จะไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ก็น่าจะอยู่ได้อีกสัก 20 ปี แต่ถ้าวาระสุดท้ายมาถึงจริงๆ ก็ไม่รู้จะตายเมื่อไร แต่ถ้าตายล่ะ แล้วนายน้อย? ยี่สิบปีข้างหน้า นายน้อยก็อายุ 36 ปี ตอนนั้นเขาคงจะดูแลตัวเองได้แล้ว ใช่มั้ย?
คิดได้ดังนั้น เขาจึงต้องเตรียมเสบียงไว้สำหรับ 20 ปี คิดแล้วลุงหวางก็รู้สึกเศร้าอีกครั้ง หลังจากที่เขาตาย นายน้อยผู้เป็นที่รักของเขาก็กลายเป็นคนเหงา “นายน้อย คุณสามารถบอกคุณสมบัติของโกดังมิติโดยละเอียดให้ผมได้มั้ย เราจะได้รู้ว่าสามารถซื้อเสบียงได้มากแค่ไหน?”

"ดี"
…….

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 5 เสบียงพร้อม
จาการบอกเล่าของนายน้อย ลุงหวัวก็ได้บทสรุปดังนี้ :
โกดังมิตินั้นถูกแบบออกเป็นหมวดหมู่ เช่น มันฝรั่ง ข้าวโพด ถั่ว ฯลฯ ทุกอย่างแยกกันหมด
การวางของในช่องโกดังอิงตามวัตถุขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น หลังจากวางเตียงไปแล้ว ของบนเตียงก็ยังคงอยู่บนเตียง
ในโกดังมิติเวลานั้นหยุดเดิน พวกเขาสามารถซื้ออาหารปรุงสุกเก็บไว้ในนั้นได้โดยมันจะไม่บูดไม่เสีย ไม่อย่างนั้นการทำอาหารในช่วงวันสิ้นโลกต้องชักนำปัญหามาแน่ๆ

ดังนั้นเมื่อพวกเขาต้องกักตุนเสบียงไว้ในโกดังมิติ ต้องไม่แยกเป็นประเภทหรือชนิดเพราะจะเก็บของได้เพียงไม่กี่ชนิด แต่พวกเขาต้องวางสิ่งของต่างๆไว้ในของชิ้นใหญ่ และเก็บของชิ้นใหญ่นั้นไว้ในโกดังมิติ ด้วยหลักการนี้พวกเขาจึงเลือกใช้กล่องโฟม(泡沫箱)

วันนั้นลุงหวังพา Qi Jingyan ไปที่ตลาดสินค้าเพื่อซื้อกล่องโฟม กล่องโฟมมีหลายประเภท ลุงหวัง ซื้อกล่องโฟม 2,000 กล่อง ความจุ 200 จิน (120 กก.) และ ลุงหวาง ซื้อกล่องโฟม 100 กล่อง ความจุ 50 จิน (30 กก.)

ต่อมา ลุงหวังคำนวณอาหารประจำวัน อย่างแรกเลยคืออาหารเช้า อาหารเช้าของนายน้อย: ข้าวต้มหนึ่งชาม ไข่ต้ม และนมหนึ่งแก้ว อาหารเช้าของฉันเอง: ข้าวต้มสองชาม เครื่องเคียง ไข่ต้ม และนมหนึ่งแก้ว

อาหารกลางวันสำหรับสองคน: ข้าวสามชาม กบบูลฟร็อกผัดพริกดอง(泡椒牛蛙)  ผักใบเขียวผัดกระเทียม(蒜泥青菜) หัวไชเท้าต้มซีอิ้ว(肉烤萝卜) ขึ้นฉ่ายผัด(香干芹菜) ซี่โครงตุ๋นมันเทศ(山药排骨)

อาหารเย็นสำหรับสองคน: ข้าวสามชาม ปลาดาบผัดเปรี้ยวหวาน(醋溜带鱼) ผัดบร็อคโคลี่(炒西兰花) ไข่ตุ๋น(蛋羹) สลัดแตงกวาเย็น(凉拌青瓜) ปลาจวดเหลืองต้มผักกาดดอง(咸菜黄鱼)

รายการทั้งหมดนั้นคืออาหารสำหรับหนึ่งวัน ดังนั้นคูณด้วย 365 วัน และคุณ 20 ปี = 7300 ส่วน

บ่ายวันนั้นลุงหวังตัดสินใจตรงไปที่ร้านอาหารเพื่อสั่งทำอาหารเหล่านั้น พวกเขาไปที่ถนนสายอาหารอีกที่ ซึ่งเป็นถนนสายหนึ่งที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ลุงหวังเจอร้านอาหาร 10 ร้าน แต่ละร้านสั่งอาหารปรุงสุก ลุงหวังจ่ายเงินก่อนที่จะได้รับอาหาร ลุงหวังคือลูกค้ารายใหญ่สำหรับออเดอร์นี้ ร้านอาหารทั้ง 10 ร้านปิดหลังจากได้รับออร์เดอร์ทั้งหมด อันที่จริงพวกเขาทำงานในครัวทั้งคืนเพื่อทำอาหารของลุงหวัง

อาหารเช้านั้นซื้อที่ร้าน Huimin snack bar ซึ้งเป็นร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และโรงงานนรกก็เริ่มอีกครั้ง บรรจุอาหารเช้าในส่วนของลุงหวังและนายน้อยลงในถุงพลาสติกใหญ่ 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 7300 ถุง สำหรับมื้อเช้า 20 ปี

อาหารกลางวันและอาหารเย็นทั้งหมดบรรจุในกล่องพลาสติกทรงกลมแบบใช้แล้วทิ้ง ลุงหวังจ้างพนักงานร้านอาหารมาบรรจุ ร้านอาหารจะส่งอาหารมาที่ส่วนกลางเพื่อบรรจุ อาหาร 1 จาน จะถูกแยกใส่กล่อง 3 ใบ โดยหนึ่งกล่องจะมีอาหาร 5 อย่าง และน้ำทั้งสามกล่องน้ำใส่ถุงพลาสติก 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 7300 คุณ 2 มื้อ เท่ากับ 14600 ถุง ทุกครั้งเมื่อบรรจุอาหารเสร็จ มันจะถูกส่งไปไว้ในรถRV โดยมีฉีจิ่งหยานเป็นคนรับสินค้าอยู่ภายในรถ และจะนำอาหารไปเก็บไว้ในโกดังมิติของเขา ฉีจิ่งหยานคิดว่ามันน่าสนใจมาก ทุกครั้งที่เขาได้รับถุงอาหาร ดวงตาของเขาจะเป็นประกาย


ออร์เดอร์อาหารครั้งนี้ใช้เวลาทำและบรรจุถึง 5 วัน ในช่วง 5 วันนี้อากาศเปลี่ยนแปลไปมาก อย่างแรกสภาพอากาศในเดือนพฤษภาคมมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ประการที่สอง มีความตื่นตระหนกบนอินเทอร์เน็ต เช่น ศพของคนที่ตายไปแล้วมีการกระตุก(诈尸 (zhà shī) ศพกระตุก) นอกจากนี้ยังมีข่าวการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ‘กรุณารักษาความสะอาด หากมีไข้ให้ส่งโรงพยาบาลทันที’

ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ นี้ทำให้ลุงหวังเชื่อว่าวั นสิ้นโลกอาจมาถึงแล้วจริงๆ ดังนั้น หลังจากเตรียมอาหารปรุงสุกแล้ว ลุงหวางก็เตรียมวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารทันที เขากว้านซื้อของตามซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ทั้งหมด ส่วนฉีจิ่งหยานก็นั่งอยู่ในรถRVและเก็บของที่ลุงหวังซื้อมาเข้าโกดังมิติของเขา ห้าวันต่อมา ลุงหวังใช้เงินออมทั้งหมดที่มีไปกับวัตถุดิบ ซึ่งประกอบไปด้วย
เนื้อ 20,000 จิน, เนื้อแกะ 20,000 จิน, หมู 20,000 จิน, ซี่โครงหมู 20,000 จิน, ไก่ 10,000 ตัว, ไก่ดำ 10,000 ตัว, นกพิราบ 10,000 ตัว, ผักใบเขียว 10,000 จิน, หัวไชเท้า 10,000 จิน และข้าวสาร 1 ล้านจิน ยกเว้นเพียงข้าวสาร วัตถุดิบที่อื่นๆ จะถูกบรรจุในถุงพลาสติกอย่างละ 1 จิน แล้วบรรจุในกล่องโฟมเพื่อง่ายต่อการใช้สอยในกรณีพิเศษ เช่น การแบ่งให้คนอื่น พวกเขานั้นมีอาหารปรุงสุกไว้อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำ แต่ไม่ใช่กับคนอื่น? ลุงหวังเป็นทหาร เขาจึงคำนึงถึงการช่วยเหลือผู้อื่น

ต่อไปเป็นขนมของนายน้อยของเขา แม้แต่ในวันสุดท้าย ลุงหวังยังต้องคำนึงถึงปัญหาทางโภชนาการของนายน้อยของเขาด้วย ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี 20,000 จิน, แอปเปิล 20,000 จิน, ส้มเลือด 20,000 จิน และไข่ไก่ 25 ฟองx1000 แผง ขนมสำหรับ 20 ปี (วันละ 1 ถุง รวม 7300 ถุง)

นอกจากอาหารแล้วก็ยังมีของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ลุงหวังซื้อมา :
น้ำแร่ธรรมชาติจากภูเขาว่านโหนง(万农 Wàn nóng) 10,000 ขวด, กระดาษทิชชู 10,000 กล่อง
เสื้อผ้าสำหรับ 20 ปี ของนายน้อยและลุงหวัง เครื่องผลิตไฟพลังงานแสงอาทิตย์ 2 เครื่อง เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง เครื่องทำความร้อน 2 เครื่อง ตู้เย็น 2 เครื่อง เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 เครื่อง หม้อหุงข้าว 2 เครื่อง และเครื่องปรุงอื่นๆ อีกมากมาย เช่น นำ้มัน เกลือ ซอส น้ำส้มสายชู

สิ่งของและวัตถุดิบที่จัดเตรียมไว้ข้างต้น ล้วนอยู่ในกล่องโฟม ยกเว้นเครื่องใช้ในครัวเรือนและข้าวดังนั้นกล่องโฟมจะใช้พื้นที่โกดังมิติ 1 ช่อง เครื่องใช้ในบ้าน 1 ช่อง และข้าว 1 ช่อง

นอกจากนี้ ลุงหวังยังเตรียมปืน ระเบิดทำเอง กระสุน และมีด :  มีดมากมาย ปืน 2 กระบอก กระสุนปืน 100 นัด และระเบิดทำเอง 50 ลูก อาวุธพวกนี้รวมไว้กับปืนของเล่นของฉีจิ่งหยาน ดังนั้นจึงใช้พื้นที่โกดังมิติ 1 ช่อง

ดังนั้นการใช้งานของโกดังมิติ 16 ช่องในตอนนี้ถูกใช้ไปดังนี้

ทานตะวัน มันฝรั่ง ข้าวโพด และถั่วลันเตา ซึ่งแต่ละอันถูกใส่ไว้อย่างละช่อง ไม่ถูกแตะต้องและวางไว้ในแถวแรก


อาหารปรุงสุกสำหรับ 20 ปี 1 ช่อง, เสื้อผ้า ผลไม้ อาหารดิบ น้ำมัน เกลือ ซอส และน้ำส้มสายชู และสิ่งอื่น ๆ ที่ในกล่องโฟม 1 ช่อง, ข้าว 1 ช่อง, เครื่องปั่นไฟ เครื่องปรับอากาศ หม้อหุงข้าว เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องใช้ในครัวเรือนอื่น ๆ ครอบครอง1 ช่อง ซึ่งเป็นเป็น4ช่องในแถวที่สอง

ส่วนอาวุธ เช่น ตารางปืน กระสุน มีด ระเบิดทำเอง ฯลฯ อยู่ในช่องแรกของแถวที่สาม


นั้นคือมีการใช้ไปแล้ว 9 ช่อง และเหลืออีก 7 ช่อง

เมื่อมองดูสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในโกดังมิติ ฉีจิ่งหยานก็ขมวดคิ้ว และเขามองไปที่ลุงหวัง: "เป็ดย่างอยู่ไหน" เป็ดย่างของโปรดของเขา

เมื่อลุงหวังได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกละอายใจ เขาลืมเป็ดย่างของโปรดของนายน้อยไปเสียสนิท "ได้ เราจะไปซื้อกันเดี๋ยวนี้"



ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 6 นายน้อยมีไข้
แม้จะใช้จ่ายไปแล้วหลายล้าน แต่ลุหวังก็ยังมีเงินพอที่จะซื้อเป็ดย่างให้นายน้อยอยู่ ลุงหวังขับรถพานายน้อยไปที่ร้านอาหารเป็ดย่างในเขตการค้าและซื้อเป็ดย่าง 2,000 ตัว เมื่อขับรถออกมาเพื่อกลับบ้าน หิมะก็โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ทำไมหิมะถึงตกลงมาในวันที่อากาศร้อนแบบนี้? เสียงหิมะกระทบกับรถทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อรถมาถึงประตูบ้าน แต่ก็ไม่สามารถขับเข้าไม่ได้เพราะประตูล็อค ลุงหวังจึงต้องลงจากรถ ดันประตูให้เปิดออกก่อน แล้วกลับมาที่รถแล้วขับรถเข้าไป มีหิมะตกลงมาจำนวนมากแต่มันก็ละลายอย่างช้าๆ มันระคายเคืองนิดหน่อยเมื่อสัมผัสถูกร่างกาย แต่ไม่ได้ทำให้เปียก

หลังจากจอดรถแล้ว ลุงหวังลงจากรถแล้วตรงเข้าไปย้ายกระถางดอกไม้ในสาวนเข้ามาในร่ม

ฉีจิ่งหยานเห็นว่าลุงหวังยุ่งวุ่นวานทำนู้นี้อยู่เพียงลำพัง เขาจึงเข้าไปช่วย ฉีจิ่งหยาน ย้ายกระถางดอกไม้เล็ก ๆ เมื่อหนึ่งแก่หนึ่งเด็กช่วยกันทุกอย่างก็เสร็จอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในตัวบ้านก็ได้ยินเสียงโทรศัพย์ดังอยู่ก่อนแล้ว มีเพียงสองคนที่จะโทรหาที่นี่ คนหนึ่งคือฟางฉง แม่ของฉีจิ่งหยานและอีกคนคือ ฉีจิ่งหยวน

เมื่อลุงหวังรับสาย ฉีจิ่งหยานก็ขึ้นไปชั้นบนตรงไปยังห้องอาบน้ำทันที เขานั้นเป็นคนรักความสะอาดมาก การออกไปข้างนอกและย้ายกระถางดอกไม้ทำให้เขาเหงื่อออกมากและรู้สึกสกปรก

เมื่อฉีจิ่งหยานอาบน้ำเสร็จและลงไปข้างล่าง ก็เห็นว่าลุงหวังกำลังทำอาหารเย็นอยู่ ฉีจิ่งหยานจึงเข้าไปนั่งดูทีวีรอในห้องนั่งเล่นอย่างเรียบร้อย หยดน้ำบนหัวของเขายังหยดลงมาอยู่เรื่อยๆ แต่เขาห่อผ้าเช็ดตัวน้องหมีไว้บนหัว

ในทีวีเต็มไปด้วยการเสนอข่าวเกี่ยวกับไวรัส อาการป่วย ฯลฯ และยังมีรายงานเรื่องเมืองที่ติดเชื้อรุนแรงที่สุด เช่น เมือง B, S และ G ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรอยู่กันหนาแน่น ส่วนเมือง N ไม่อยู่ในรายชื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่า เมือง N ไม่ติดเชื้อ เพียงแต่มีการติดเชื้อไม่กี่เคส จึงไม่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก

ลุงหวังออกมาจากห้องครัวแล้วเดินเข้าไปในห้องนำ้เพื่อไปหหยิบไดร์เป่าผม จากนั้นก้มาช่วยฉีจิ่งหยานเป่าผม นายน้อยของเขานั้นไม่ค่อยถูกโรคกับสิ่งของจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและยังเรียนรู้การใช้งานได้ช้ามาก

เรื่องนี้จะตำหนิฉีจิ่งหยานก็ไม่ได้ เพราะในชีวิตที่แล้วที่เค้าผ่านมามันไม่มีเคร่องใช้ไฟฟ้านี่นา

ผมของฉีจิ่งหยานนั้นมีสีเข้มและผมเส้นเล็ก นุ่มลื่นและรู้สึกดีเป็นพิเศษเมื่อได้สัมผัส และเนื่องจากเป็นผมเส้นเล็กจึงใช้เวลาไม่นานในการเป่าผมให้แห้ง หลังจากปิดไดร์เป่าผมและเอาออกไปเก็บ ลุงหวังก็กล่าวว่า : “นายน้อย คุณชายใหญ่โทรมาเมื่อกี้ เขาบอกว่า แม้จะไม่มีรายงานว่าในเมือง N มีการติดเชื้อ แต่สถานการณ์ในโรงพยาบาลก็ร้ายแรงมาก ศพจำนวนมากในห้องเก็บศพมีการขยับและลุกขึ้นวิ่งออกมาจากห้องเก็บศพ ผู้ป่วยบางรายเริ่มติดเชื้อและเริ่มกัดคนอื่น…” มาถึงตรงนี้นำ้เสียงของลุงหวังก็เริ่มเข้มและจริงจังขึ้น “วันสิ้นโลกและซอมบี้ที่ฟาร์มอวกาศบอกไว้นั้น น่าจะกำลังปรากฏขึ้นจริงๆ"

ลุงหวังแค่ไม่รู้ว่าฟาร์มอวกาศมีพลังอะไร และทำไมพวกเขาถึงรู้เรื่องนี้

ฉีจิ่งหยานฟัง แต่ไม่ได้พูด

ลุงหวังรู้ว่านายน้อยของเขาไม่ชอบคิดเรื่องต่างๆ และไม่ตอบสนองต่อหลายๆ อย่าง แต่เขาก็ยังจะวิเคราะห์อย่างรอบคอบให้นายน้อยฟัง “นายน้อย คุณชายใหญ่บอกว่าจะมาที่นี่พรุ่งนี้เช้าเพื่อมาหาเรา ดังนั้นเราจะไม่ออกไปไหน บางทีอีกไม่นานปัญหาก็จะรุกรามเข้ามาในหมู่บ้าน แค่คนในหมู่บ้านมีน้อย และต่อให้มีซอมบี้ก็จะมีซอมบี้ไม่มาก ดังนั้นที่นี้จึงปลอดภัยกว่า”

ฉีจิ่งหยานฟัง แต่ไม่ได้พูด

นี่คือวิธีที่ลุงหวังและฉีจิ่งหยานเข้ากัน คนหนึ่งวิเคราะห์อย่างรอบคอบและอีกคนฟังอย่างเงียบ ๆ หลังจากคุยกันได้ซักพัก ทั้งสองก็ทานอาหารเย็นกัน อาหารเย็นค่อนข้างหรูหรา เพราะวันสิ้นโลกได้มาถึงแล้ว อาหารมื้อใหญ่แบบนี้คงจะไม่มีอีกเป็นแน่แท้ ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะทานอาหารมื้อใหญ่และหรูหรา เก็บเกี่ยวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

แต่เมื่อลุงหวังคิดว่าพวกเขาเตรียมอาหารสำหรับ 20 ปีไว้แล้ว ลุงหวังก็รู้สึกมีความสุขมาก แม้ในยามสุดท้าย นายน้อยของเขาก็ยังกินอยู่ดี

นิสัยการใช้ชีวิตของฉีจิ่งหยานดีมาก เข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาและลุงหวังยังคงเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งไปทั่วสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บเสบียงมากักตุน

ฉีจิ่งหยานทานอาหารเย็นจนอิ่มและไปนั่งเงียบๆ บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เมื่อลุงหวังเก็บครัวเรียบร้อย เขาก็เข้าไปในห้องน้ำ และออกมาพร้อมถังแช่เท้าและล้างเท้าให้นายน้อยของเขา

เป็นอย่างนี้ตลอดสิบปีของชีวิตเหมือนกิจวัต

เมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กฉีจิ่งหยาน ทานอาหารเย็นอิ่มแล้วลุงกวังก็จะอุ้มเขา พาไปนั่งบนโซฟาก่อนจะล้างเท้า ตอนนี้โตแล้วไม่ต้องให้ลุงหวังอุ้ม ฉีจิ่งหยานจะเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วรอลุงหวางล้างเท้า

เด็กชายอายุสิบหกปีอยู่แต่ในบ้านทุกวัน ไม่ค่อยออกไปรับแสงแดดตลอดทั้งปี และผิวของเขาก็ขาวและอ่อนเยาว์ เมื่อมองดูเท้าของนายน้อย ลุงหวังก็รู้สึกพอใจมาก เขาคิดว่าในตอนนั้น ตอนที่เขาพานายน้อยมาที่ชนบท นายน้อยอายุแค่ห้าขวบและเท้าของเขาเล็ก แต่ตอนนี้นายน้อยโตขึ้นแล้ว

หลังจากล้างเท้า ฉีจิ่งหยานก็ทิ้งลุงหวังที่กำลังมีความสุขกับความคิดของเขาไว้เพียงลำพังและขึ้นไปชั้นบน เขาเอนตัวลงบนเตียงและเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นสักพักเขารู้สึกเวียนศีรษะ จึงปิดทีวีและเข้านอนอย่างเรียบร้อย

กลางดึกฉีจิ่งหยานตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง รู้สึกร้อนและกระหายน้ำมาก และหัวของเขาก็ไม่สบายเหมือนไฟอยู่ในนั้น เขาหยิบชาบนโต๊ะข้างเตียง จิบสองสามจิบ แล้วกลับไปนอน

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เป็นตอนที่แปลไป ร้องไห้ไป ลุงหวัง T_T

บทที่ 7 ซอมบี้ลุงหวัง

หลังจากลืมตาขึ้น ฉีจิ่งหยานรู้สึกว่ามีลมปราณไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และเมื่อลมปราณไหลเข้าสู่ฝ่ามือ กลุ่มของแสงสีเขียวก็สว่างขึ้นบนฝ่ามือของเขา

บ๊อกๆ…
เสียงเห่าของลูกสุนัขจากฟาร์มอวกาศ

ฉีจิ่งหยานเปิดหน้าต่างข้อมูลของฟาร์มอวกาศและพบว่าลูกสุนัขที่หายไปหลายวันปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแสงสีแดง ฉีจิ่งหยานคลิกไปที่ลูกสุนัขและกล่องข้อความก็ปรากฏขึ้น

ลูกสุนัข: ยินดีด้วย พลังไม้ได้ตื่นขึ้นแล้ว (异能者)

พลัง? ฉีจิ่งหยานจำข้อความของ "Plants vs. Zombies" ได้ เมื่อวันสิ้นโลกมาถึงและซอมบี้โจมตีโลก จะมีกลุ่มคนที่พลังตื่นขึ้น พวกเขาถูกเรียกว่าผู้มีพลังเหนือธรรมชาติและจะเป็นนักรบไปต่อสู้กับซอมบี้

ฉีจิ่งหยานจ้องไปที่กล่องข้อความและพบว่าที่กล่องข้อความมีฟังก์ชันตอบกลับ เขาจึงคลิกเข้าไป จากนั้นหน้าเขียนข้อความก็ปรากฏขึ้น ก่อนที่เขาจะได้เขียน เขาพบว่าลูกสุนัขหายไปอีกแล้ว แน่นอนเขาไม่ได้ตั้งใจจะเขียนข้อความเช่นกัน เขาแค่คลิกด้วยความสงสัย

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ในวิลล่าขนาดเล็กแห่งนี้มีเพียงฉีจิ่งหยานและลุงหวัง ดังนั้นจึงไม่มีใครมาเคาะประตูนอกจากลุงหวัง ก่อนที่ฉีจิงเหยียนจะตอบ ประตูก็ถูกเปิดออก ลุงหวางเดินเข้ามา กดสวิทไฟแล้วทั้งห้องก็สว่างขึ้น เมื่อเห็นฉีจิ่งหยานนั่งอยู่บนเตียง หวังซู่ก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง: “นายน้อยตื่นแล้วเหรอ ทำไมวันนี้ถึงตื่นเร็วกว่าปกติหละครับ”

ตอนนี้เพิ่งจะตีห้า และนายน้อยมักจะเข้านอนตอนสี่ทุ่มและตื่นนอนตอนหกโมงเช้า แปดชั่วโมงต่อวัน ตรงต่อเวลามาก แต่ทำไมวันนี้ถึงตื่นตอนตีห้า

“นอนเต็มที่แล้ว” ฉีจิงเหยียนหาว

ลุงหวังเดินไปที่เตียง จิตวิญญาณปีศาจแผ่ออกมารอบตัวเขา หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ ในเวลาเดียวกัน ดวงตาของฉีจิงเหยียนก็เบิกกว้างขึ้นอย่างช้าๆ เขามองไปที่ลุงหวังและไม่เชื่อ
หน้าลุงหวังแย่มากและดูเหนื่อยล้า แต่ที่น่าสะพรึงกลัวคือดวงตาของเขา สีขาวเปลี่ยนเป็นสีเทา ไร้ชีวิตชีวา ราวกับเสียชีวิตไปแล้ว นัยน์ตาของเขาเป็นสีแดง เป็นสีเลือด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือด

เมื่อเห็นฉีจิ่งหยานจ้องมองเขาด้วยความตกใจ ลุงหวังก็พูดว่า: "นายน้อย ลุงหวังติดไวเชื้อไวรัส และกำลังจะกลายร่างเป็นซอมบี้ใช่มั้ย?"

ฉีจิ่งหยานส่ายหัวแล้วพยักหน้าอีกครั้ง ดวงตาของเขาแดงเล็กน้อย ริมฝีปากที่เม้มแน่นของเขาเปิดขึ้นเล็กน้อย เขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาพูดไม่เก่ง แม้ว่ามันจะเป็นคำปลอบโยนก็ตาม

แต่นั่นยิ่งทำให้อาหวังกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เขากลัวว่าเมื่อเขาจากไปและไม่มีใครดูแลนายน้อย นายน้อยไม่เข้าใจการเข้าสังคม โลกของเขาสะอาดเกินไป

“อย่ากังวลไปเลยนายน้อย” ลุงหวังรู้สึกแย่จริงๆ ที่เห็นว่าดวงตาของนายน้อยของเขาเป็นสีแดง นี่คือเด็กน้อยที่เขาเลี้ยงดูด้วยมือของเขาเหมือนกับลูกชายของเขาเอง “นายน้อย คุณต้องฟังคำพูดของลุงหวังดีๆ และจำให้ขึ้นใจนะ อาหารปรุงสุกที่อยู่ในฟาร์มอวกาศ นั้นคืออาหารสำหรับทุกวันรวมทั้งผลไม้และของว่าง ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับคุณที่จะกินคนเดียวเป็นเวลา 20 ปี ในอนาคตนายน้อยจะต้องอยู่คนเดียว อย่าไว้ใจใคร ถ้า...ถ้าเจอคนที่ดีต่อนายน้อยจริงๆ อาหารในนั้นก็แบ่งให้กันได้ แต่เพียงถุงเล็กๆ ถุงเล็กเท่านั้น "

ฉีจิ่งหยานไม่ได้พูด แต่มองไปที่ลุงหวังอย่างเงียบๆ

“นายน้อย มีอีกอย่าง ต่อไปลุงหวังจะกลายเป็นสิ่งที่โหดร้าย แต่คุณต้องคอยดู” ลุงหวังหอบหายใจ ความต้องการเลือดและเนื้อดิบของเขาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองดูเด็กน้อยที่อยู่ข้างหน้าเขา เขามีความต้องการที่จะเข้าไปกัดเขา “นายน้อย วันสิ้นโลกนั้นโหดร้ายมาก และซอมบี้ก็โหดร้ายมากเช่นกัน แม้ว่าคุณจะมีอาหาร แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าคุณจะไม่พบกับซอมบี้ ดังนั้นลุงหวังต้องให้นายน้อยเห็นฉากโหดร้ายนี้ เพื่อให้คุณรับกับเหตุการณแบบนี้ได้” แล้วลุงหวังก็หยิบมีดที่ซ่อนอยู่ข้างหลังของเขาออกมา

เช้านี้ตื่นมาด้วยอาการไม่สบาย ขณะกำลังล้างห้องน้ำ เขาตกใจกลัวตัวเองในกระจก เมื่อเห็นว่าดวงตาสีขาวของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาและนัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารู้ตัวว่าเขาอาจติดเชื้อไวรัสแล้ว นั่นคือเขาจะกลายเป็นซอมบี้

ด้วยความมุ่งมั่น เขาทำอาหารเช้ามื้อสุดท้ายในชีวิต แล้วเอามีดทำครัวไปที่ห้องของนายน้อย เขากำลังจะฆ่าตัวตายต่อหน้านายน้อยถึงแม้จะโหดร้ายแต่ก็ต้องให้นายน้อยเข้าใจ

“นายน้อย ระวังตัวด้วย” ในขณะที่เขายังคงมีความมุ่งมั่นครั้งสุดท้าย เขาก็ฟันที่คอของเขาด้วยมีด

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 8 เก็บลุงหวัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อคมมีดมาจ่อถึงคอ ลุงหวังกลับไม่สามารถกดคมมีดลงไปได้ ดูเหมือนเขาจะถูกควบคุม และสั่งการไม่ให้เขาเคลื่อนไหวได้อีก เรื่องนี้...เป็นไปได้อย่างไร?

ลุงหวังเห็นว่าฉีจิ่งหยานลุกขึ้นจากเตียง ดวงตาของเขาแข็งกร้าว ฉีจิ่งหยานยืนขึ้นไปบนเตียงและมองดูลุงหวังอย่างเอาจริงเอาจัง มีแรงกดดันที่รุนแรงแตกต่างจากปกติ อย่างไรก็ตามท่าทางนิ่งสงบของฉีจิ่งหยานก็ยังเหมือนเดิม เขายื่นมือออกไปแล้วปลดมีดจากมือของลุงหวัง

“นายน้อย… นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?” ลุงหวางตกใจ

ฉีจิ่งหยานส่ายหัว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าเมื่อเห็นว่าลุงหวังกำลังจะฆ่าตัวตาย เขาก็โกรธและเศร้ามาก เขาอยากจะหยุดลุงหวัง และอยู่ๆ ก็มีพลังบางอย่างพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา แล้วฉีจิ่งหยานก็ใช้พลังนั้นเข้าควบคุมลุงหวังเอาไว้  “อย่าตาย” ฉีจิ่งหยานกล่าวพลางเช็ดน้ำตาของลุงหวังอย่างเงอะงะ ปรากฎว่าลุงหวางกำลังร้องไห้

กลิ่นเนื้อดิบลอยมาปะทะจมูกของลุงหวัง และแววตาของลุงหวังหายไป: "อ่า..." เขาตะโกนและวิ่งเข้าไส่ฉีจิ่งหยาน

ก็แค่... "อย่าขยับ" พลังกดดันนั้นถูกปล่อนออกมาอีกครั้ง และร่างที่กำลังคุ้มคลั่งของลุงหวางก็ถูกควบคุมอย่างแน่นหนา

“ฆ่า… นายน้อยต้องฆ่าลุงหวัง… ลุงหวังทำไม่ได้แล้ว… ลุงหวังควบคุมมันไม่ได้!” ลุงหวังพูดเสียงดัง

อย่างไรก็ตามฉีจิ่งหยานกลับยืนนิ่ง เขามองดูลุงหวังอย่างสงบ จนกระทั่งร่องรอยสุดท้ายของลุงหวังในฐานะมนุษย์หายไป ร่างกายของเขาสูญเสียพลังชีวิตและกลายเป็นซอมบี้ ดวงตาของเขาขยับ แล้วยื่นมือออกไปจับมือลุงหวัง เช่นเดียวกับตอนที่ฉีจิ่งหยานยังเป็นเด็ก เมื่อเขายังเด็กมาก มือที่ใหญ่และอบอุ่นนี้จับจูงและดูแลเขาอย่างอ่อนโยน จากนั้นลุงหวางก็หายตัวไปต่อหน้าฉีจิ่งหยาน สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเก็บไว้ในโกดังมิติได้ ซอมบี้ตายแล้ว ดังนั้นควรที่จะใส่ไว้ในโกดังอาวกาศได้

นี่เป็นความคิดอันเรียบง่ายของฉีจิ่งหยาน แต่กลับประสบความสำเร็จ

แม้ว่าลุงหวังจะกลายเป็นซอมบี้ เขาก็ไม่อยากให้ลุงหวังตาย

ตุ้บ... หลังจากวางลุงหวางเข้าไปในอวกาศ ฉีจิ่งหยานก็ทรุดตัวลงบนเตียง ราวกับว่าจู่ๆ ก็อ่อนแรงลง หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาใช้พลังไปมากแค่ไหนในช่วงเวลาสั้นๆ

บ๊อกๆ…

ลูกสุนัขของฟาร์มอวกาศเห่าอีกครั้ง

ฉีจิ่งหยานคลิกไปที่สุนัขสีแดงอย่างอ่อนและกล่องข้อความก็กระเด้งออกมา

ลูกสุนัข: พลังที่คุณเพิ่งใช้เรียกว่าการควบคุมจิตใจ และการควบคุมจิตใจมาจากใช้พลังจิตของเทวจิต การควบคุมจิตใจสามารถควบคุมร่างกายของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์ หรือใช้ภาษาเพื่อควบคุมร่างกายของฝ่ายตรงข้ามก็ได้ แต่การใช้การควบคุมจิตใจนั้นสิ้นเปลืองพลังจิตอย่างมาก แต่พลังจิตสามารถปรับปรุงได้ด้วยการฝึกฝน โดยใช้คริสตัลนิวเคลียสในสมองของซอมบี้

ฉีจิ่งหยานมองดูข้อความที่ได้รับมา จากนั้นหรี่ตาและหมดสติ

เมื่อเขาตื่นขึ้นอีกครั้ง นี่ก็ล่วงเลยมาสองชั่วโมงแล้ว และก็เป็นเวลาแปดโมงแล้ว

ปัง ปัง ปัง... มีเสียงเคาะประตูที่ลานบ้านเล็กๆ ด้านนอก ซึ่งก็ดังมาก

ฉีจิ่งหยานมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน เขายังคงอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แต่... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ลุงหวัง... กลายเป็นซอมบี้ ฉีจิ่งหยานนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างว่างเปล่าเต็มไปด้วยความเหงา เขาเคยอยู่คนเดียว เขาถูกขังอยู่ตามลำพังในแดนศักดิ์สิทธิ์เมื่อชาติก่อน เขาไม่เคยรู้สึกเหงา แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกเหงาเมื่อไม่มีลุงหวัง

“พี่หวังอยู่ที่นี่หรือ พี่หวังอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงตะโกนเรียก

ฉีจิ่งหยานฟื้นสติของตัวเองอย่างช้าๆ เขาลุกจากเตียง ใส่รองเท้าแตะช้าๆ จากนั้นจึงลงไปชั้นล่าง ไปที่ลานบ้าน และเปิดประตู คนที่เคาะประตูฉีจิ่งหยานรู้จัก เขาเป็นญาติห่าง ๆ ของลุงหวัง

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 9 ไปฆ่าซอมบี้
หมู่บ้านมีชื่อว่า หมู่บ้าหวังเจีย เป็นบ้านเกิดของพ่อบ้านเก่าของตระกูลฉี(พ่อของลุงหวัง) ช่วงที่ตระกูลฉีตกลงว่าจะส่งฉีจิ่งหยานออกจากตระกลูหลักในเมืองN มีการโต้เถียงกันว่าจะส่งฉีจิ่งหยานไปอยู่ที่ไหนดี
ในตอนนั้นลุงหวังอาสาที่จะเป้นคนติดตามและดูแลฉีจิ่งหยาน ดังนั้นพ่อบ้านเก่าก็เสนอให้ไปที่หมู่บ้านหวังเจีย ทุกคนในหมู่บ้านนี้มีนามสกุลหวัง และบรรพบุรุษของพวกเขาก็เป็นบรรพบุรุษเดียวกัน

ดังนั้นแทนที่จะปล่อยให้ลุงหวังและฉีจิ่งหยานไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตเขา สู้ไปอยู่ที่หมู่บ้านหวังเจียที่คุ้นเคยยังดีเสียกว่า และคนที่มาเคาะประตูหน้าบ้านในตอนนี้คือ หวังเฉียวสี่ นามสกุลของพ่อคือ หวัง นามสกุลของแม่คือ เฉียว และเขาเป็นลูกคนที่สี่

หวังเฉียวสี่ รู้จักฉีจิ่งหยานแม้ว่านายน้อยของตระกูลฉีคนนี้จะไม่ค่อยออกจากบ้านสักเท่าไหร่ เขาได้เคยเห็นฉีจิ่งหยานหลายครั้ง เวลาที่เขาหาลุงหวังที่บ้านหลังนี้

“สวัสดี นายน้อย พี่หวังอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” หวังเฉียวสี่ถามอีกครั้ง ผู้คนในหมู่บ้านหวังเจียทุกคนรู้จักฉีจิ่งหยาน และรู้สถานะของเขา คนผู้นี้คือนายน้อยของตระกลูฉีจากเมืองN และลุงหวังก็รักเขามาก ดังนั้น คนในหมู่บ้านหวังเจียก็เคารพเขาเช่นกัน คนทั่วไปมักจะเคารพยกย่องผู้คนที่มากจากตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจ

ฉีจิ่งหยานส่ายหัว

“พี่หวังไม่อยู่เหรอ?” หวังเฉียวสี่ขมวดคิ้ว “ทำอย่างไรดี เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หวังต้าซี่ดูเหมือนจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ และคุ้มกคลั่ง เมื่อเห็นคนเขาก็เข้าไปกัดทันที พอเราไปถึงภรรยาของหวังต้าซี่ก็ถูกเขากัดแล้ว เราอยากจะขอความช่วยเหลือจากพี่หวังและพาต้าซี่ไปโรงพยาบาล เราต้องการความช่วยเหลือจากพี่หวัง เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมหวังต้าซี่ได้หระหว่างทางพาไปโรงพยาบาล”

เมื่อฉีจิ่งหยานได้ยินเรื่องราว ดวงตาของเขาเป็นประกาย หวังต้าซี่กลายเป็นซอมบี้? เขาต้องการซื้อเมล็ดพันธุ์ในร้านค้าของฟาร์มอวกาศ และต้องใช้คริสตัลนิวเคลียส ซึ่งคริสตัลนิวเคลียสมีอยู่ในหัวของซอมบี้เท่านั้น ถึงแม้จะไม่ใช่ซอมบี้ทุกตัวที่มี แต่อย่างน้อยต้องมีสักตัวหละที่มี ลุงหวังนั้นเขาไม่เต็มใจที่จะฆ่า แต่ไม่ใช่กับหวังต้าซี่

ฉีจิ่งหยานนั้นไม่มีทัศนคติต่อชีวิตใดๆ ไม่มีมุมมองเรื่องถูกหรือผิด เมื่อซอมบี้เข้ามาและจุดจบของโลกมาถึง เขาก็ไม่ได้สนใจ เขาอาศัยอยู่ในโลกเล็ก ๆ ของเขาเอง เขาไม่สนใจอะไรเลย ยกเว้นลุงหวัง ตอนนี้ลุงหวังกลายเป็นซอมบี้และถูกเขาเอาไปไว้ที่โกดังอวกาศแล้ว เป้าหมายเดียวและความสนุกของเขาคือฟาร์มอวกาศ

“ไวรัส ซอมบี้” ฉีจิ่งหยานกล่าว

“อะไรนะ?” หวังเฉียวสี่ไม่เข้าใจ

“ข่าวรายงานว่าการติดเชื้อไวรัสกลายเป็นซอมบี้” ฉีจิงเหยียนไม่ชอบคุยกับคนอื่นนอกจากลุงหวัง เพราะนอกจากลุงหวางแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยฉลาดและต้องการให้เขาอธิบาย เขาพบว่าการอธิบายนั้นเหนื่อยและลำบากเกินไป

หวังเฉียวสี่ตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ แน่นอนว่าเขารู้ข่าวเรื่องไวรัสแล้ว ข่าวออกอากาศเมื่อเร็ว ๆ นี้และทุกคนควรใส่ใจกับสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส แต่ข่าวไม่ได้รายงานว่าการติดเชื้อไวรัสจะทำให้กลายเป็นซอมบี้ แล้วนายน้อยคนนี้รู้ได้อย่างไร? หวังเฉียวสี่คิดอย่างรอบคอบ ตระกูลฉี นายน้อยคงได้รับแจ้งเตือนจากครอบครัวฉี นั้นเป็นครอบครัวใหญ่และจะต้องรู้เรื่องราวภายในอย่างแน่นอน การติดเชื้อไวรัสกลายเป็นซอมบี้ และประเทศไม่กล้าประกาศให้ประชาชนรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนก

“แล้วจะทำอย่างไรดี” หวังเฉียวสี่กังวล

“ฆ่า” ฉีจิ่งหยานพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ฆ่า? แต่... แต่สุดท้ายนั้นมันคือชีวิตคน" หวังเฉียวสี่จะไปกล้าฆ่าได้อย่างไร

“ไม่ใช่คน มันคือซอมบี้ มันตายแล้ว” ฉีจิ่งหยานเดินออกจากประตู “ไป”

"อะไร?"

"ฆ่าซอมบี้" แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการต่อสู้ แต่เขาชอบที่จะฆ่าซอมบี้และมองหาคริสตัลนิวเคลียส เมื่อเขาคิดว่าจะมีซอมบี้มากขึ้นเรื่อยๆ เขาจะมีนิวเคลียสคริสตัลมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสามารถขยายฟาร์มอวกาศของเขาได้อีกสองสามแปลง และเขาสามารถปลูกอย่างอื่นได้เพิ่ม เขามีความสุขเล็กน้อย และก้าวเดินเร็วขึ้นอย่างมีความสุข

ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 10 จิ่งหยานสังหารซอมบี้
ขณะที่ทั้งสองคนยังไปไม่ถึงบ้านของหวังต้าซี่ ข้างในก็มีเสียงกรีดร้องระงม หลายคนวิ่งออกจากบ้านของ หวังต้าซี่ คนเหล่านั้นมาช่วยกันจับหวังต้าซี่ แต่ตอนนี้พวกเขาวิ่งหนี้หัวซุกหัวซุนออกมาแบบนี้ หวังต้าซี่คงจะอาหารดีขึ้นอยู่หรอก?

“เกิดอะไรขึ้น?” หวังเฉียวสี่ถามชายคนหนึ่งที่วิ่งออกมา

“แย่แล้ว เมียของหวังต้าซี่เริ่มกัดคนอื่น แล้วคนที่โดนกันคือเอ้อร์ซี่” หวังเอ้อร์ซี่ คือน้องชายของหวังต้าซี่ เขาเป็นคนนั่งเฝ้าหวังต้าซี่ที่ถูกจับมัดไว้ จากนั้นจู่ๆ เมียของหวังต้าซีก็เข้ามาจู่โจมและกัดหวังเอ้อร์ซี่ “มันแย่มาก เราไม่กล้าเข้าไปข้างในแล้ว”

“หนีเร็ว หวังต้าซี่กับเมียออกอาลวาดแล้ว”

“พวกแกทำอะไรอยู่ ถ้าแกวิ่งหนีออกมา พวกต้าซีจะทำร้ายผู้คนอื่นเพิ่มอีก ไป! ไปจับพวกเขา” หวังเฉียวสี่ตะโกน เขาเป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านและบุคลิกภาพของเขาก็ดูดี มีภูมิฐาน หากไม่มีอะไรผิดพลาด หัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไปก็คงไม่พ้นว่าจะเป็นเขา "นายน้อยฉี บอกว่าทางตระกูลฉีได้ข่าวลับมา ว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสจะกลายเป็นซอมบี้ คนพวกนั้นตายแล้วและเราต้องกำจัดพวกเขา"

“แต่เราอาจจถถูกกัด...”

ฉีจิ่งหยานเดินเข้าไปข้างในเพียงลำพัง พบว่าหวังต้าซี่จับผู้หญิงคนหนึ่งไว้และกำลังจะกัดที่คอของเธอ ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังกรีดร้องเพื่อขอความช่วยเหลือเธอก็ดิ้นรนที่จะต่อต้านสุดกำลัง แต่ไม่มีใครสนใจเธอ ฉีจิ่งหยานหยิบปืนของเล่นออกจากโกดังมิติ หยิบถั่วหนึ่งกำมือแล้วใส่ลงในช่องกระสุนแล้วยิงไปที่หัวของเขาที่หวังต้าซี่

กระสุนของปืนของเล่นนั้นมีขนาดเล็กและเป็นลูกเหล็กกลมๆ มันมีขนาดใกล้เคียงกับถั่ว เวลาฉีจิ่งหยาน เบื่อจากการใช้กระสุนเหล็ก เขาก็จะใช้ถั่วเป็นกระสุน ซึ่งผลที่ออกมาค่อนข้างน่าสนใจ

อะไร……

ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องเสียงดัง กลัวจนฉี่ราด แล้วเป็นลมไป

ฉีจิ่งหยานเดินไปที่ศพของหวังต้าซี่และเพียงแค่นั่งยองๆ อยุ่ข้างศพของซอมบี้ ซอมบี้อีกตัวที่ถูกดึงดูดโดยเสียงปืนก็วิ่งเข้ามา มันคือเมียของหวังต้าซี่ แม้ว่าซอมบี้จะตายและไม่มีความคิด แต่การได้กลิ่น การมองเห็น และการได้ยินของพวกมันนั้นกลับดีมาก

“นายน้อย ระวัง!!” หวังเฉียวสี่ตะโกน.

ฉีจิ่งหยานหันกลับมาและมองดูซอมบี้เมียของหวังต้าซี่ที่พุ่งเข้าหาเขา เขาพูดเบา ๆ : "หยุด"

ร่างของซอมบี้เมียหวังต้าซี่หยุดกะทันหัน มันบิดตัวอย่างแรง พยายามจะขยับ แต่เท้าของเธอควบคุมไม่ได้ ฉีจิ่งหยานหยิบปืนขึ้นมาและเล็งไปที่คิ้วซอมบี้เมียหวังต้าซี่และยิงระยะประชิด เป็นการจบชีวิตซอมบี้ของเธอทันที

เหงื่อหยดหนึ่งหยดจากหน้าผากของ Qi Jingyan

เมื่อทุกคนเห็นว่าซอมบี้หวังต้าซี่และเมียถูกฆ่าตาย พวกเขาโล่งใจและหยุดความโกลาหลลงได้  หวังเฉียวสี่วิ่งเข้ามาหาฉีจิ่งหยานก่อนใคร : "คุณชาย...นายน้อย เราควรทำอย่างไรต่อไป"

ฉีจิ่งหยานวางปืนแล้วหยิบมีดออกมาจากอวกาศแล้วตัดหัวของหวังต้าซี่ก่อน หวังต้าซี่เพิ่งกลายเป็นซอมบี้ สภาพสมองของเขายังไม่เสียเน่า ฉีจิ่งหยานเปิดทุกอย่างและทิ้งสมองทั้งหมดของเขาไว้

โคตรสยดสยอง……

คนรอบข้างที่มองดูก็ถึงกับอาเจียนออกมา

“ถึงแม้พวกมันตายกันหมดแล้ว และมันไม่โหดร้ายเกินไปหรอที่จะตัดหัวเขา?” มีคนถาม

หวังเฉียวสี่เป็นคนมีความคิด เมื่อเห็นฉีจิ่งหยานตัดหัวของหวังต้าซี่ด้วยมีดโดยไม่เปลี่ยนใบหน้า ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง เขาถามว่า "นายน้อย มีอะไรอยู่ในหัวนี้หรือไม่"

ฉีจิ่งหยานพยักหน้า

ดวงตาของวังเฉียวสี่เป็นประกาย: "มันคืออะไร? มันเกี่ยวข้องกับการที่เมียของต้าซีกลายเป็นซอมบี้หรือเปล่า?"

Qi Jingyan พยักหน้าอีกครั้ง: “คริสตัลนิวเคลียส”

“คริสตัลนิวเคลียส คริสตัลนิวเคลียสมีไว้ทำอะไร” หวังเฉียวซี่ถามอีกครั้ง

ฉีจิ่งหยานไม่พบนิวเคลียสของคริสตัลในสมองของหวังต้าซี่และหันผ่าสมองของเมียหวังต้าซีต่อ แต่ก็ยังไม่พบ ใบหน้าเล็กๆ ของเขาแสดงความผิดหวังออกมา “ผมต้องการคริสตัลนิวเคลียส บางคนมี บางคนไม่มี”

หวังเฉียวสี่เข้าใจ: "งั้นครั้งหน้าที่ผมฆ่าซอมบี้และหาแกนคริสตัลได้ ผมจะมอยให้นายน้อย" มันยังเป็นของขวัญที่ดีอีกด้วย

เมื่อฉีจิ่งหยานได้ยินคำพูดนั้น ก็มีแสงจ้าแวบเข้ามาในดวงตาของเขา: “โอเค”

“ยังมีอีกคนอยู่ที่นั่น” ใครบางคนพูดถึงหวังเอ้อร์ซี่เขาถูกกัดและเป็นลมล้มลงกับพื้น

ฉีจิ่งหยานลุกขึ้นและเดินไปดู หน้าผากของหวังเอ้อร์ซี่มีเหงื่อผุดออกมากมายและดูเหมือนจะมีไข้

“ฆ่ามันเร็วเข้า ถ้าเขากลายเป็นซอมบี้ล่ะ ฆ่าเขาก่อนที่เขาจะขาดสติเถอะ” ใครบางคนเร่งเร้า

“ถูกต้อง ต้องรีบฆ่ามันซะ” คนข้างๆ เห็นด้วย


ออฟไลน์ Ojarumaru

  • ให้มันรู้ซะบ้างว่าเล้านี้ขาใหญ่แค่ไหน อยู่มานานตั้งแต่ICQ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 11 กล้วยไม้กลายพันธุ์
“ไม่” ฉีจิ่งหยานกล่าว

“ทำไม” มีคนไม่พอใจ “ถ้าไม่ฆ่าตอนนี้ แล้วพอเขากลายเป็นซอมบี้ขึ้นมา ก็เป็นตัวอันตรายในภายหลังอยู่ดีนั้นแหละ”

“ใช่ ตอนนี้มันแย่มาก ถ้าคุณถูกกัด คุณจะกลายเป็นซอมบี้ โลกนี้มันเป้นบ้าอะไรไปแล้วเนี๊ยะ?”

ฉีจิ่งหยานฟังพวกเขาถกเถียงกันและรู้สึกหนวกหู

“นายน้อย มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า?” เป็นหวังเฉียวสี่ที่ยังพอมีความคิดอยู่บ้าง

ฉีจิ่งหยานพยักหน้า เขาจำได้ว่าตอนที่เขาเล่นเกม "Plants vs. Zombies" มันกล่าวว่าคนที่ถูกซอมบี้กัดอาจกลายเป็นซอมบี้หรือพวกเขาอาจกลายเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติก็ได้

“นายน้อยช่วยอธิบายให้เราฟังได้ไหม เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับซอมบี้ได้หรือไม่ มิฉะนั้นเราก็ไม่รู้อะไรเลย และเราไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องแบบนี้ในครั้งต่อไปอย่างไร” หวังเฉียวสี่กล่าวอีกครั้ง

ฉีจิ่งหยานคิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้า แม้ว่าเขาจะไม่ชอบพูด แต่เขาก็ยังจะตอบเมื่อมีคนถาม "เขาอาจกลายเป็นซอมบี้หรืออาจกลายเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติก็ได้"

“พูดอีกอย่างก็คือเขาอาจจะไม่ตาย?” นี่เป็นข่าวดี

ฉีจิ่งหยานพยักหน้า

“งั้นรอดูกันก่อน พวกเขาเป็นพี่น้องของเราที่หมู่บ้านหวังเจีย และเราไม่สามารถฆ่าพวกเขาโดยตรงได้” หวังเฉียวสี่กล่าว “แต่ก่อนที่เขาจะตื่น ทุกคนควรมัดเขาไว้ก่อน เผื่อว่าเขาจะกลายเป็นซอมบี้ มันสะดวกสำหรับเราที่จะฆ่ามันในทันที” การจัดการของหวังเฉียวสี่นั้นเหมาะสมมาก แม้ว่าหวังเอ้อร์ซี่จะกลายเป็นซอมบี้ แต่หากมัดเขาไว้อย่างนี้ ชาวบ้านคนอื่นก็ค่อยโล่งใจเช่นกัน

หวังเฉียวสี่ขอให้ชาวบ้านเอาเชือกหนาๆ มา ยิ่งแข็งแรงยิ่งดี แล้วก็เอาเชือกมามัดหวังเอ้อร์ซี่ราวกับบะจ่าง(บ๊ะจ่าง ภาษาจีนคือ 粽子 zòngzi [จ้งจึ]) หลังจากมัดหวังเอ้อร์ซี่แล้ว ก็พบว่าศพของหวังต้าซี่และเมียของเขายังไม่ได้รับการจัดการให้เรียบร้อย และหวังเฉียวสี่จึงถามอีกครั้ง: “นสยน้อย จะจัดการกับศพของซอมบี้ตัวนี้อย่างไรดี?”

ฉีจิ่งหยานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เกมไม่ได้แนะนำวิธีจัดการกับซากศพของซอมบี้ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้และส่ายหัว

“พี่เฉียว ฉันคิดว่าเราควรจะเผาศพของพวกเขาเสีย หลังจากเผาแล้วก็ไปถามแม่ของหวังต้าซี่ว่าต้องการจะฝั่งอัฐิเขาไว้ที่ใด แล้วนำป้ายวิญญาณของสามีภรรยาคู่นี้ไปไว้ในโถงบรรพบุรุษของหมู่บ้านกัน”

หวังเฉียวสี่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครู่หนึ่ง: "นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้ แม่แก่ของหวังต้าซีอยู่ที่บ้านของหวังเอ้อร์ซี่ ไปถามแกเถอะ"

"ได้ ฉันไปเอง"

เมื่อเห็นพวกชาวบ้านยุ่งๆ ฉีจิ่งหยานก็จากไปอย่างเงียบๆ ด้วยตัวเอง กลับบ้านเขายืนอยู่ที่ประตูครู่หนึ่ง ที่ลานบ้านไม่มีไม้กระถางดอกไม้เลย เมื่อวานมีลูกเห็บ ลุงหวังกับเขาช่วยกันย้ายกระถางไปไว้ในดรงจอดรถ หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาก็ไปที่โรงจอดรถอีกครั้ง โดยวางแผนว่าจะย้ายกระถางต้นไม้ดอกไม้ออกมา

เมือเปิดประตูอิเล็กทรอนิกส์ของโรงจอดรถ สิ่งแรกที่เห็นคือรถสองคัน หนึ่งคือรถRVที่เตรียมไว้สำหรับฉีจิ่งหยาน และอีกคันคือ Land Rover ที่ลุงหวางชอบ ฉีจิ่งหยานจ้องที่รถเป็นเวลานาน แล้วเอารถเข้าไปไว้ในโกดังมิติอย่างเงียบๆ เหลืออีก 5 ช่องในโกดังอวกาศ

เมื่อเก็บรถไว้เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะย้ายกระถางต้นไม้

หือ? อะไร……

เขาตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ากระถางกล้วยไม้ฟาแลนน็อปซิส ซึ่งเดิมผลิดอกบานเต็มต้น ตอนนี้กลับเหี่ยวเฉาหมดแล้ว มีเพียงผีเสื้อตัวหนึ่งบินอยู่รอบๆ กระถางกล้วยไม้ ฉีจิ่งหยานอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย เมื่อเขาเดินไปใกล้กระถางกล้วยไม้ ผีเสื้อก็บินไปด้านข้างของฉีจิ่งหยานบินวนรอบ ๆ ตัวเขาแล้วหยุดที่แขนของเขา

รูม่านตาของฉีจิ่งหยานขยายออกเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ผีเสื้อ นี่คือดอกกล้วยไม้ฟาแลนน็อปซิส "Plants vs. Zombies" กล่าวว่าในช่วงวันสิ้นโลก ไม่เพียงแต่ผู้คนจะกลายพันธุ์ เช่น ซอมบี้หรือผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ แต่แม้แต่พืชและสัตว์ก็กลายพันธุ์ด้วย แม้ว่าฉีจิ่งหยานจะไม่ฉลาด แต่เมื่อมองดูดอกไม้ผีเสื้อนี้ ก็ไม่ยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการว่านี้คือกล้วยไม้ผีเสื้อกลายพันธุ์ (กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส (Phalaenopsis) มีประมาณ 60 ชนิด ชื่อดั้งเดิมมาจากภาษากรีกคำว่า ฟาไลนา (phalaina) หมายถึง "ผีเสื้อกลางคืน" และคำว่า ออปซิส (opsis) หมายถึง "เหมือน" ด้วยลักษณะดอกที่เหมือน ผีเสื้อกลางคืน ดังนั้นบางครั้งกล้วยไม้สกุลนี้จึงถูกเรียกว่า กล้วยไม้ผีเสื้อกลางคืน)

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของฉีจิ่งหยานไม่ได้ถูกรบกวนโดยฟาแลนนอปซิสเท่าไหร่ จากนั้นเขาก็ย้ายไม้กระถางอื่นๆ ออกไป อากาศที่แปลก ๆ ตั้งแต่ที่หิมะตกเมื่อวาน วันนี้อุณหภูมิก็กลับมาเป็นปกติแล้ว

หลังจากย้ายกระถางต้นไม้ ท้องของฉีจิ่งหยานส่งเสียงคำรามและเขาก็หิว

เวลากินอาหารเช้าทุกวัน เขามีนิสัยชอบนั่งในห้องนั่งเล่น เปิดทีวี แล้วรอให้ลุงหวางนำอาหารเช้ามาให้ แต่ตอนนี้ เขานั่งดูทีวีในห้องโถงในห้องนั่งเล่น แต่ ไม่มีใครคอยบริการอาหารเช้าแล้ว สักพักก็ลุกเดินไปที่ครัว

ฟาแลนนอปซิสสีม่วง-แดงบินตามเขาไป มันโบยบินไปมาราวกับผีเสื้อจริงๆ และบรรยากาศก็เงียบสงบ

มีเพียงกลิ่นอาหารเช้าลอยอยู่ในครัว แต่ไม่มีลุงหวัง

เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจ

ฉีจิ่งหยานเปิดดูโกดังมิติ เหลือบมองซอมบี้ลุงหวังที่ถูกเขาขังอยู่ในโกดังมิติ และเขาก็กระซิบ: "ลุงหวัง ผมทานอาหารเช้าแล้ว"
TAT

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด