Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 12
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 12  (อ่าน 129 ครั้ง)

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Episode 12  Neng Day



[เหน่ง เพื่อนรัก]


สวัสดีครับ ผม นายนันทภัณฑ์ เหลี่ยมศิลา หรือ ไอ้เหน่ง เพื่อนรักของไอ้น้ำมัน ไอ้คนที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ แบบโครตๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่หล่อเหลาเอาเรื่อง หรือจะเป็นฐานะทางบ้านที่จัดอยู่ในประเภทพวกบ้านรวย แม้กระทั้งความสามารถทั้งด้านการเรียน กีฬา ดนตรี มันก็มัดรวมเอาความเก่งทุกด้านไว้กับตัวมันคนเดียว ไอ้เนี่ยมันเป็นลูกรักพระเจ้าชัดๆ และที่สำคัญมันยังเป็นพวกฮอตปรอทแตกอีก เหอะ เหอะ เหอะ และความฮอตของมันเนี่ย!!! ดันไปเตะตาไอ้หนุ่มเบ้าหน้าฟ้าประทานดีกรีเดือนมหาลัยเข้าจังๆ มันสองคนอ่ะใจตรงกัน ใครๆก็ดูออก แต่กว่าพวกมันจะดูกันเองออกก็เล่นเอาพวกเพื่อนรักอย่างผมถึงกับต้องปาดเหงื่อ คนนึงก็ซึนไม่รู้ห่ารู้เหวอะไรซักอย่าง อีกคนก็ชัดเจนสักแต่จะแสดงออกแต่ไม่ง้างปากพูด ไงล่ะ ต้องมีตัวละครเพิ่มเข้ามาให้จี๊ดใจเล่นกันก่อนถึงพูดความรู้สึกตัวเองได้ เหอะ ขอขำไหล่สั่น นึกถึงก็เสนอกันมาแล้ว ช่วงนี้หลังจากที่ไอ้น้ำกับแต็งค์มันสารภาพความในใจกันแล้วมันก็ดูเหมือนจะถึงเนื้อถึงตัวกันเกินไปแล้ว ผมในฐานะเพื่อนรักไอ้น้ำมันต้องคอยห้ามปามเป็นคนคั่นกลางตามที่พี่นนท์แกบอกมาว่าอย่าให้พวกมันใกล้ชิดกันเกินไป ป้องกันการชิงสุกก่อนห่าม ผมเลยต้องทำตัวเป็นคุณพ่อจอมโหดคอยหวงลูกสาววัยแรกรุ่นซะงั้น ผมเลยต้องเดินปรี่ไปแทรกกลางพวกมัน


“มึงสองตัวอ่ะ ห่างๆกันบ้าง”
“เป็นห่าอะไร” แหนะมาหงุดหงิดใส่กูอีก แหมขัดนิดหน่อยไม่ได้เลยไอ้เพื่อนรัก
“ไอ้แต็งค์ มึงไม่มีเรียนบ้างรึไง กูเห็นวันๆเอาแต่เสนอหน้ามาหาแต่ไอ้น้ำทั้งวัน”
“พึ่งมา” พูดจบมันก็ถอนหายใจฟุดฟิดใส่ผม
“ทำตัวเป็นพ่อตาหวงลูกสาวไปได้”

ผลั๊วะ!

“โอ้ย” ผมไม่ต้องจัดการเองครับ เพราะไอ้น้ำมันจัดการให้แล้ว หนึ่งทีเน้นๆให้ไอ้บิว
“มึงลากมันไปหาอ่านหนังสือด้วยเลยไป จะสอบอยู่แล้ว มัวแต่มาเดินเตะลมเล่น” ไอ้น้ำมันหันไปบ่นไอ้แต็งค์กับไอ้บิว
“เตะมึงแทนลม..” ไอ้บิวมันยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องรีบหุบปากทันทีที่เจอไอ้แต็งค์กระซวกมีดใส่ด้วยสายตา “ป่ะๆ อ่านหนังสือกันเถอะเพื่อนแต็งค์ กูไปก่อนนะเพื่อนน้ำเพื่อนเหน่ง”ว่าจบมันกอดไหล่ไอ้แต็งค์แล้วพากันเดินหมุนตีนออกไปจากตรงนี้ทันที แต่ไอ้แต็งค์มันยังคงหันมาอาลัยอาวรณ์ไอ้น้ำต่อ
“เลิกเรียนกูมารับ” แหมมมมม อยากจะแหมให้ถึงดาวอังคาร
“มันจะกลับกะกู!!” ไม่รอให้ใครได้ตอบอะไร ผมก็ลากไอ้เพื่อนรักออกมา แหนะๆยังหันไปมองตาอาลัยอาวรณ์กันอีก อย่างกับซีนหนังรักที่พระเอกนางเอกถูกที่บ้านกีดกันไม่ให้รักกันยังงัยยังงั้น



ผมกับไอ้น้ำ และก็ไอ้สี่ตัว พากันมานั่งติวหนังสือเตรียมสอบมิดเทอมกันอยู่ที่ใต้ตึกคณะ สภาพแต่ละคนในตอนนี้เรียกได้ว่าอย่างกะซากซอมบี้ที่ไม่พร้อมรับอะไรเข้าสมองกันแล้ว จะมีก็แต่ไอ้น้ำนี่แหละที่มันยังคงนั่งหน้าด้านยัดเยียดความรู้ให้พวกผมไม่หยุดหย่อน ไอ้นี่มันฉลาดครับ และยังชอบเผื่อแผ่ความฉลาดของมันด้วยการกระชากหัวพวกผมให้ลุกมาตั้งหน้าตั้งตาติวต่อ ไอ้ตัวผมเองน่ะชินแล้ว เพราะถูกมันบังคับติวแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ส่วนไอ้สี่ตัวที่นอนสลบไสลกันอยู่เนี่ย ก็ได้แต่โอดครวญให้มันได้พักสมองบ้าง สมน้ำหน้าพวกมัน แล้วก็สมน้ำหน้าตัวเองด้วย

“น้ำมึงก่อนพอเหอะ กูกราบล่ะ” ไอ้โชคมันค่ำครวญอ้อนวอนอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“เออๆ” มันพ่นลมหายใจอย่างหนักหน่วง “กูให้พวกมึงพักชั่วโมงนึง แล้วค่อยมาต่อ” เหมือนสวรรค์มาโปรด
“ขอบคุณคราบบบบ”
“ใครจะแดกอะไรไลน์ทิ้งไว้นะ ”ไอ้ไม้มันยกตูดขึ้นเตรียมตัวจะไปหาของกินแน่นอน
“กูไปด้วยๆ” แล้วมันก็พากันยกโขยงไป เหลือแต่ผมกับไอ้น้ำที่ยังนั่งมุ่นกองชีทกองหนังสือกันอยู่
“สภาพเหมือนอยากลาตาย” แหนะ มีการหันมาเหน็บแนม
“กูบอกเลย เรื่องเรียนนี่ไม่ใช่ทางกูจริงๆ”
“กูก็เห็นมึงบอกไม่ใช่ทางมึงทุกเรื่องแหละ”
“สัดน้ำ”
“เหอะ เหอะ” หน้ามันตอนนี้ยียวนยั่วตีนผมเหลือเกิน ผมเลยถอนหายใจพรวด ไหนๆก็ยังไม่ได้ติวขอชะแวบสอดส่องความคืบหน้าความสัมพันธ์ของมันกับไอ้แต็งค์ซักหน่อย
“น้ำ”
“อะไร”
“มึงกับไอ้แต็งค์ไปถึงไหนกันแล้ววะ”
“ถึงไหน?” มันหันมาเลิกคิ้วสงสัย สงสัยห่าอะไร
“แบบว่า..” มันจ้องหน้าผมนิ่งๆ “แบบ แบบ”
“มึงจะลีลาอีกนานมั้ย” หยอกนิดหยอกหน่อยไม่ได้เลย
“เออๆ มึงเป็นแฟนกันยัง”
“ยัง”
“ขนาดนี้แล้ว ยังลีลาอยู่อีก”
“กูไม่ได้ลีลา” มันถอนหายใจพรืด วางหนังสือในมือลง “แต่ก็ไม่ได้เร่งรัด” มันจ้องมาที่หน้าผม แล้วถอนหายใจอีกพรืด “ยังไงกูก็ตั้งใจว่าจะต้องขอมันเป็นแฟนอยู่แล้ว แต่ยังไม่ใช้ตอนนี้”
“ทำไมวะ”
“พ่อไอ้แต็งค์เค้ารับไม่ได้เรื่องที่มันชอบผู้ชาย”


ผมลุกจากที่ไปนั่งข้างมันเอาแขนข้างนึงกอดคอมันไว้หลวมๆ เป็นการบอกให้มันรู้ว่าผมยังคงอยู่ข้างๆมัน นี่คงน่าจะเป็นเหตุผลหลักๆของมันสินะ ที่ทำให้มันสองคนยังไม่เลื่อนสถานะเป็นแฟนกัน ผมมองแววตาไอ้เพื่อนรักมันเจือปนไปด้วยความกังวล จนอดคิดไม่ได้ ในขณะที่ผมเอาแต่สนับสนุนให้มันทำตามความรู้สึกตัวเอง เอาแต่หาเรื่องมาสะกิดให้มันรู้ใจตัวเอง โดยไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยว่าครอบครัวมัน ครอบครัวไอ้แต็งค์มันจะโอเคมั้ย ผมรู้เพียงแค่เรื่องที่พี่นนท์รู้ว่ามันชอบกันเท่านั้น แต่ไม่เคยถามมันเลยว่าเป็นยังไง ที่ผ่านมามันกังวลเรื่องพวกนี้มากแค่ไหน

“แล้วทางพ่อมึงล่ะ”
“พ่อกูไฟเขียว”
“คุณประณต แม่งเจ๋งว่ะ”
“หึๆ” ต่อให้พ่อมันไฟเขียว แต่ดูก็รู้ว่ามันยังคงกังวลอยู่
“เอาน่า… ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนที่จะรับเรื่องนี้ได้ในทันทีหรอก มึงให้เวลาเค้าหน่อย” แขนของผมที่กอดคอมันไว้หลวมๆก็กระชับขึ้นเล็กน้อย “มึงมันหล่อออร่ากระฉูดขนาดนี้ ถ้าเค้าไม่รับมึงเป็นสะใภ้นี่แม่งโครตตาถั่วอ่ะ” ไงสกิลการอวยเพื่อนของผม มันไม่พูดอะไรต่อนอกจากหันมาหัวเราะใส่ผม ซักพักไอ้สี่ตัวก็พากันลากตีนกลับมา
“มาๆ พวกมึงมาเตรียมติวต่อเลย” นรกกำลังมาเยือนอีกแล้วครับ ต่อให้มันเครียดแค่ไหน เรื่องเรียนก็ยังคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมันอยู่


เหอะ เหอะ เหอะ


“โห่ ไรว๊า”
“กูยังไม่ทันได้หย่อนตูดเลย”
“หู้ว!!!”

หลังจากที่พวกผมนั่งติวนอนติวกันอย่างบ้าระห่ำมาสามวันติด วันสอบมิดเทอมวันแรกก็เดินทางมาถึง ระหว่างที่นั่งรอเวลาเข้าห้องสอบกันอยู่ ก็มีไอ้ตัวหน้าสลอนที่เดินเสนอหน้ามาพร้อมเสียงกรีดร้องจากสาวๆเอกผม

“น้ำ?” มาถึงก็บอกจุดประสงค์โดยไม่ต้องถาม อยากจะแหม
“เข้าห้องสอบไปแล้ว”
“แต็งค์ มึงมาทำไมเนี่ย ไม่สอบรึไง” แหนะกูพึ่งบอกว่าเข้าห้องสอบไปหยกๆ เสนอหน้าออกมาต้อนรับเค้าทำไม ไอ้เพื่อนรัก
“กินไรมารึยัง”
“กินมาแล้ว”
“น้ำ...”
“เครียดรึป่าว”
“ไอ้แต็งค์...”
“ไม่ มึงล่ะ”
“ไม่ หิวไรอีกป่าว”

โว้ะ!!

พวกมึงสองตัวสนใจกูกันบ้าง ผมได้แต่อ้าปากพะงาบ พะงาบ ไม่มีโอกาสได้พูดอะไร ได้แต่จ้องมองไอ้สองตัวมันคุยกันงุ้งงิ้งๆ เห็นแล้วก็อดเหลือบลูกกะตามองบนไม่ได้ แต่เดี๋ยวไอ้แต็งค์มันกำลังยกมือจะลูบหัวลูกสาวผม ไม่ได้ ผมต้องขัดขวาง ต้องทำตัวเป็นพ่อตากีดกันมันสองตัวก่อน ต้องป้องกันหนทางชักจูงไปสู่การชิงสุกก่อนห่าม ผมเลยชะแวบตัวเองไปแทรกกลางระหว่างพวกมันแล้วจักการลากตัวนังลูกสาวตัวดีที่ปล่อยให้ชายมายืนลูบหัวลูบหางอย่างว่าง่าย

“เข้าห้องสอบ!!”
“เป็นห่าอะไรของมึง”
“น้ำ”
“แต็งค์” แหม มึงยังจะมาซีนละครกันอีก แหมมมมมมมมมมมมมมม





หลังจากสัปดาห์สอบมิดเทอมผ่านไป ก็เหมือนได้โผล่ออกมาจากนรก ผมเลยมานั่งกระดิกตีนอยู่บนโซฟาห้องไอ้น้ำมัน กะว่าพรุ่งนี้จะชวนไปทำบุญวันเกิดตัวเองซักหน่อย เห็นมันบอกว่าอาทิตย์นี้จะไม่กลับบ้าน ก็เลยจะชวนปาร์ตี้วันเกิดที่นี่ซะเลย แต่ก็แปลกนะครับปกติใกล้ถึงวันเกิดผม มันต้องมาเซาะแซะถามแล้วว่าจะจัดที่ไหนยังไง แต่นี่เงียบกริบ ทำใจผมหล่นตุบทันที หรือมันจะลืม ใช่มันน่าจะลืม เพราะช่วงนี้มันตัวติดกับไอ้แต็งค์เป็นตังเม มีแต่เวลาคิดแต่เรื่องของไอ้แต็งค์ คิดๆแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยๆแค่ไปทำบุญด้วยกันก็ยังดี

“น้ำ พรุ่งนี้เช้ามึง..”

ตึง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง (เสียงเรียกเข้า)

“แปปนะมึง” ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคมันก็ยกตูดออกไปคุยโทรศัพท์ “ฮัลโหล”
[…]
“เออๆแต่พรุ่งนี้ตอนเช้ามึงต้องไปกับกู” น่านไง ไม่ต้องถามเลย มันไม่ว่าง แป้วไปอีกครับ ได้แต่หงอเลยทีนี้ มันคุยโทรศัพท์อยู่พักนึงแล้วก็เดินกลับมานั่งโซฟา
“เมื่อกี้มึงพูดอะไรนะ”
“ไม่มีอะไรแล้ว” ผมทำท่าทางหันไปสนใจโทรทัศน์ “พรุ่งนี้มึงจะไปไหนหรอวะ”
“กูให้ไอ้แต็งค์พาไปซื้อของอ่ะ” มันหันหน้ามาเลิกคิ้วใส่ผม คงจะบอกว่า มึงมีอะไรสินะ เห้อ ไอ้แต็งค์อีกแล้ว อะไรๆก็ไอ้แต็งค์ นังลูกสาวใจง่าย หลงผู้ชายหัวปักหัวปำ
“หรอวะ” ตอบได้แค่นี่แหละ มันพยักหน้าหงึกๆใส่แล้วก็ไม่ได้สนใจผมเลย ไอ้เพื่อนเลว มึงเพื่อนกูจริงมั้ยเนี่ย ไอ้เวรน้ำ
พอกลับจากห้องไอ้น้ำมาห้องตัวเอง ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหาไอ้สี่ตัว ในเมื่อไอ้น้ำมันไม่ว่างก็ชวนพวกมันนี่แหละ


“ไอ้เทมส์ พรุ่งนี้เช้ามึงว่างมั้ย”
[กูไม่ว่าง พาไอ้ไม้มาเอาของพี่บ้านเนี่ยน่าจะกลับวันจันทร์กัน มึงมีไร]
[ใครวะ ไอ้เหน่งหรอ]อ่ะ ไอ้สองตัวนี้ตัดออกจากช้อยท์ไปเลย
“เออๆ ไม่มีไร”

ว่าแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที

“ฮัลโหล แคมป์พรุ่งเช้ามึง...”
[กูไม่ว่าง มีนัดกับพี่รหัส บาย] ไอ้ห่าแคมป์ตัดสวาทกูอย่างขาดเยื่อใยเลยนะมึง ไอ้เลว

แล้วก็เหลือความหวังสุดท้าย ผมกำลังกดโทรหาไอ้โชคเพื่อนรัก แต่...

[บริการฝากหมาเลขโทรกลับ The ……] ไอ้เวร ถึงกับปิดเครื่อง เหอะ เหอะ นอกจากจะไม่มีใครว่างไปกับผมแล้ว ยังไม่มีใครเอะใจหรือนึกขึ้นได้เลยว่าพรุ่งนี้มันเกิดผ๊มมมมม





เช้าอันแสนสดใส เหน่งเดย์ของผม ที่ดูจะเหี่ยวเฉากว่าทุกปี ผมต้องลากสารร่างอันโดดเดี่ยวเดียวดายมาทำบุญถวายสังฆทานเพียงลำพัง คิดแล้วก็เศร้า เศร้าแล้วก็เศร้า เศร้าแล้ว เศร้าอีก เห้อ วันนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะอยู่เตร็ดเตร่ที่วัดมันทั้งวันนี่แหละ กลับไปก็ต้องไปอยู่เหงาๆเซ็งๆคนเดียว สู้อยู่เตะหมา แย่งอาหารปลาที่วัดดีกว่า พอฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นมืดครึ้ม ผมก็เดินทางกลับคอนโด แต่ก่อนจะถึงคอนโดก็แวะซื้อของกินมาเรียบร้อยเพราะคิดว่าไอ้น้ำมันน่าจะไม่อยู่ห้องคงจะไปลั้นลาลั้นลากับไอ้แต็งค์ยันค่ำมืด ดึกดื่น เหอะเหอะเหอะ พอลากตีนขึ้นมายังหน้าห้องตัวเองได้ ก็เตรียมจะปรี่ตีนเข้าไปเอนกาย แต่....



“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู…”
รอบตัวของผมตอนนี้ มีไอ้ไม้ ไอ้โชค ไอ้เทมส์ ไอ้แคมป์ และยังจะมีไอ้แต็ง ไอ้โต้ง ไอ้อาร์ต ไอ้บิว เสนอหน้ามายืนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คงจะเป็นไอ้คนที่ยืนหล่อลากไส้ถือเค้กอยู่นี่แหละครับ คนที่อยู่กับผมทุกช่วงชีวิตเลยก็ว่าได้ ผมกับมันต่างผ่านทุกช่วงเวลาสำคัญของกันและกันมาทุกช่วงเวลา ไอ้น้ำมันก็ยังคงเป็นไอ้น้ำ เป็นเพื่อนที่รักผมที่สุด และมันก็เป็นเพื่อนที่ผมรักที่สุดเหมือนกัน

“เป่าซักทีกูร้อน!!” ที่ผมบอกเมื่อกี้ลืมมันไปซะ ผมจะไม่เป็นเพื่อนรักมันแล้ว
“อธิษฐานๆ” อธิษฐานจบผมก็ทำการเป่าเทียนที่ปักเรียงรายอยู่ทันทีก่อนที่ไอ้เพื่อนตัวดีมันจะร้อนไปกว่านี้
“มึงไปอยู่ไหนมาทั้งวัน พวกกูมารอกันแต่เช้าแล้ว รอจนแห้งเหี่ยวติดโซฟาห้องมึงแล้วเนี่ย”แต่เช้าเลยหรอวะ นี่ผมพลาดหรอ โว้ยยย ถ้าไม่รีบออกไปแต่เช้า คงได้ไปทำบุญกับพวกมันหมดนี่แล้ว ไอ้เหน่งเอ๊ยยย
“กูไปวัดไปทำบุญมา”
“อ๋อ ที่โทรหากูนี่คือจะชวนไปวัด” ก็เออน่ะสิ
“แล้วมึงอยู่ทั้งวันเลยหรอวะ”
“ได้ไปแย่งข้าวหมากินรึป่าว”
“ไม่ใช่ไปหาลักตกปลานะมึง มันบาปนะ”
แต่ละคนดีๆ กันทั้งนั้น ผมไม่ได้ตอบอะไรมันหรอกนอกจากนั่งลงเอนกายทำตัวเป็นคุณชายรอรับการปรนนิบัติจากพวกมัน
“ไอ้เหน่งมึงมาช่วยกูเวฟของกินดิ้” หวังว่าจะได้เป็นคนชายไม่เกินสามนาที ไอ้น้ำมันก็เตรียมจิกหัวใช้ผมทันที
“เออๆ”ผมช่วยมันเอาอาหารที่ใส่จานไว้เข้าไมโครเวฟ ส่วนมันก็นั่งสบายเป็นคุณชายอยู่บนเคาท์เตอร์ห้องครัว
“ไง คิดว่ากูลืมวันเกิดมึงอ่ะดิ”
“เออดิ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันแล้วหัวเราะเบาๆ “คิดว่าจะติดไอ้แต็งค์จนลืมวันเกิดกูไปแล้ว”
“กูจะลืมได้ไง กูอวยพรวันเกิดมึงมาตั้งแต่อนุบาลแล้วนะเว้ย” มันเอื้อมมือมาแตะบ่าผม แถมยังทำหน้าจริงจังอีก ฮ่าๆ “เหน่ง” ยัง ยังจริงจังอยู่ “ต่อให้กูจะชอบไอ้แต็งค์แค่ไหน ใส่ใจมัน สนใจมันมากแค่ไหนก็ตาม แต่กูไม่เคยลืมมึงเลยนะเว้ย กูนึกถึงมึงตลอด มึงเป็นเหมือนคนในครอบครัวของกู เป็นเพื่อนที่กูรักมากที่สุด”ทำซะซึ้งเลย
“เออรู้แล้วน่า” ผมเลยเอื้อมมือไปตบบ่ามันเบาๆบ้าง
“เหน่ง” มันทำหน้าจริงจังอีกแล้วครับ
“อะไร”
“ชอบใจนะเว้ย”
“เรื่องอะไรวะ”
“เรื่อง...” อ่ะ อ้ำๆอึ้งๆ อยู่นั่น “ที่มึงไม่รังเกียจที่กูชอบผู้ชาย”
“ไอ้น้ำ” ผมยกตูดขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์กับมัน เอาแขนกอดคอมันไว้หลวมๆเหมือนที่ชอบทำ “กูคือคนที่อยู่กับมึงมากทุกช่วงชีวิต ทุกเหตุการณ์สำคัญของมึง ถ้ากูรับไม่ได้ในความชอบของมึง กูคงไม่กล้าไปเป็นเพื่อนกับใครหรอกว่ะ” ผมหันไปมองหน้าที่ตอนนี้แสดงแววตาอ่อนโยนของมัน “คำว่าเพื่อนสำหรับกู มันคือการเข้าใจ มันคือการที่เราเลือกที่จะอยู่ข้างๆคนคนนั้นในทุกสถานการณ์ ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่กูก็ไม่มีสิทธ์ไปชี้ ไปบังคับว่าตัวมึงควรเป็นแบบไหนควรทำแบบไหน กูมีสิทธิ์แค่คอยอยู่ข้างๆมึงคอยเป็นที่ปรึกษาให้มึงในเรื่องที่มึงไม่อาจเข้าใจ คอยช่วยแก้ปัญหาในเรื่องที่มึงแก้เองลำพังไม่ได้” ผมกอดคอมันโยกไปโยกมา หันไปมองมันที่กำลังจะง้างปากพูดไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจะพูดอะไร “แล้วมึงไม่ต้องห่วงว่าไอ้สี่ตัวมันจะรับไม่ได้ กูกับพวกมันคุยกันเรื่องมึงตลอด พวกมันทุกคนอ่ะก็คิดไม่ต่างจากกู อะไรที่มันเป็นความสุขของมึง ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร มึงก็ทำไปเหอะ ยังไงพวกกูก็ยังเป็นเพื่อนมึงเสมอ แล้วมันก็จะเป็นแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง”
“ใช่ๆ เราจะเป็นเพื่อนกันไปแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง” ไอ้ไม้มันวิ่งถลามากอดผมกับไอ้น้ำ
“กูรักพวกมึง”
“รักกันๆ”
“ไอ้พวกเพื่อนรัก”
“ขอบใจพวกมึงทุกคนเว้ย” ตอนนี้พวกผมห้าหกตัวยืนกอดกันกลมอยู่ตรงเคาท์เตอร์ครัว หันไปมองพวกไอ้แต็งค์ที่มันยืนหัวเราะชอบใจกับท่าทางของพวกผม แต่มันก็น่าตลกอยู่หรอกครับ ถึงจะชอบเถียงกัน ตีกันแค่ไหน สุดท้ายพวกเราก็มักจะอยู่ข้างกันเสมอ ยังคงยิ้มและหัวเราะให้กันแบบนี้เสมอๆ และผมเชื่อว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเราจะยังคงอยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
“ขอบใจพวกมึงทุกคนนะ ที่ไม่ลืมวันเกิดกู”
“ใครจะลืมลง” ไอ้โชคมันเอามือสากๆขึ้นมาลูบหลังผม “ก็มึงบอกไว้ว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกกู”

ไอ้พวกเวร เห็นแก่เหล้า หืมมมมมม

[End Part]





วันนี้เป็นวันเกิดไอ้เหน่งมันครับ พวกผมเนี่ยพามานั่งรอนอนรอเซอร์ไพร์สมันตั้งแต่เช้า พอเห็นมันออกจากห้องปุ๊บก็พากันมาสุมหัวรออยู่ในห้องมันปั๊บคิดว่ามันคงไปหาอะไรกินเฉยๆเดี๋ยวก็กลับมา แต่มันดันเสือกหายหัวไปทั้งวัน พวกผมก็เลยต้องนั่งรอหงำเหงือกกันยันค่ำมืด แล้วไม่ต้องถามว่าพวกผมเข้าห้องมันได้ไง พอดีมันทำคีย์การ์ดไว้สองอันมันเลยให้ผมอันนึงเอาไว้มาปลุกมันเผื่อวันไหนมันหลับเตลิดจะได้มาเช็กดูว่ามันตายรึยัง

“ชนๆ ช๊นนนน”

กริ๊ง!!!
 
เรื่องสุราปลาปิ้งอย่าให้ขาด

“กูยังไม่เมา กูยังไม่กลับ ฮึม..” เรื่องของมึง
“เหน่งเดย์เว้ยเฮ้ยยย”
“ไอ้อาร์ต มึงรีบชงเลย เร็วๆ”
“เร่งกูจัง!!”
“ไม้จ๋า ขอน้ำแข็งหน่อยจ้ะ” ไอ้โชค มันกำลังวิงวอนกับไอ้ไม้อย่างหวานเชียบ พอเมากันแล้ว รั่ว เละ เลอะเทอะกันทุกตัว
“ไม่กิน?” ไอ้แต็งค์นี่ก็อีกตัว ผมล่ะอยากจะรู้จริงว่าคอมันทำด้วยอะไร กินเท่าไหร่ก็ไม่เมา กินล้างกินผลาญ กินกับมันนี่เปลืองเหล้าสุดๆ
“หึ กูรอเก็บซากพวกมัน” ผมหันไปมองไอ้พวกเพื่อนเวรที่ชนแก้วเฮโลโอเยกัน “ถ้าให้กูเมาอีกคน มึงจะลำบาก”
“กูเต็มใจลำบากทุกเรื่องที่เป็นมึง” หืม.....


ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ


ใจนี่มึงก็เต้นดีจัง ไอ้นี่ก็ขยันหยอดดีจัง
“เลี่ยน”
“เขิน?” เออกูเขิน เขินมากจนต้องเอามือไปผลักหัวมันทีนึง
“อยู่ใกล้กันเกินไปละมึงสองตัว” ไอ้เหน่งมันลุกจากที่มาหย่อนตูดนั่งแทรกกลางระหว่างผมกับแต็งค์ นี่ให้ผมเดา ไอ้พี่นนท์คงไปเป่าหูอะไรมันมาแน่ มันถึงมาทำตัวเป็นพ่อตาหวงลูกสาวอย่างนี้
“เมา?”
“กูยังไม่เมา” ไอ้เหน่งมันหันไปคุยกับไอ้แต็งค์ “แค่ไม่เหมือนเดิม”
“นั่นและเค้าเรียกว่าเมา” มันหันมาจิ๊ปากใส่ผมแล้วก็หันไปสนใจไอ้แต็งค์ต่อ
“อย่าให้กูรู้นะว่ามึงคิดจะชิงสุกก่อนห่ามไอ้น้ำมัน” วอททททท อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้นไอ้เหน่ง
“ไอ้เหน่ง!!”
“หยุด มึงไม่ต้องพูด” มันหันมาชี้หน้าผม ซึ่งไม่ได้ชี้ที่หน้า แต่เป็นที่ตีน เมาถึงขั้นทรงตัวไม่อยู่ ดีนะที่เมาอยู่ที่ห้องมันเลยไม่ต้องกังวลเรื่องลากสังขารมันกลับถือว่าเป็นโชคดีของผมไป “ปล่อยเนื้อปล่อยตัวนะมึง นังลูกใจง่าย” อื้ม เอาให้เต็มที่ ทำตัวเป็นพ่อกูแล้วไง ไอ้เวร “ส่วนมึง” มันหันไปชี้หน้าไอ้แต็งค์ “มาซัดเหล้ากับกูให้เมากันไปข้าง จะได้ไม่ต้องมีเวลาไปแต๊ะอั๋งไอ้น้ำมัน”
“น้ำมันเต็มใจ”
“ไอ้แต็งค์!!” ไอ้ห่า พูดซะกูดูใจง่าย
“หึๆ”
“มึงแดกเหล้าไปเลย” ว่าจบผมก็ยกแก้วเหล้ามันกระแทกปากมันไป
“กูนั่งหัวโด่อยู่นี่ไม่ได้มีความหมายเลยใช่มั้ย”
“มึงก็แดกไป!!” ผมผลักหัวไอ้เหน่งไปทีนึง ส่วนมันก็หัวทิ่มหัวตำ แต่ก็โงหัวมากินต่อ เลือดมันคงผสมไปด้วยเหล้าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ หรือไม่ก็อาจจะเกินร้อย


นั่งกินกันไปกันมา พวกเพื่อนสุดที่รักแต่ละตัวก็พากันนอนกองออเยาะอยู่เต็มพื้นห้องรับแขกของไอ้เหน่งมัน สภาพแบบไม่สามารถที่จะขุดซากพวกมันเอาไปส่งได้ ผมกับไอ้แต็งค์เลยตัดสินใจให้พวกมันนอนรวมกันอยู่อย่างนั้น พอเก็บของทำความสะอาดเสร็จผมก็เตรียมจะหมุนตีนกลับห้อง


“คืนนี้กูนอนด้วย”
“มึงไม่ได้เมาไม่ใช่หรอวะ”
“ดึกแล้วกูง่วง” ผมไม่มีโอกาสได้ตอบอะไร ไอ้แต็งค์มันก็ลากผมกลับมาห้องของผมทันที มึงนี่มัน!!!
“จะกินอะไรมั้ย”
“น้ำ”
“ในตู้เย็น”
“เอาให้หน่อย”
“ใช้กู?” มันก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆ “ห้องกูก็ยอมให้นอนด้วย ยังจะมาใช้กู” พูดจบก็ยกตูดเดินเข้าไปในโซนครัวทันที บ่นมันไปงั้นแหละครับ สุดท้ายก็ทำให้มันอยู่ดี ระหว่างที่กำลังหยิบแก้วน้ำบนเคาท์เตอร์ครัว ไอ้แต็งค์มันก็เดินมาซ้อนหลังผม ไม่พอ มันยังเอาคางหนักๆของมันทิ้งแหมะไว้บนไหล่ผม มือไม้ทั้งสองข้างของมันก็เคลื่อนมากอดรอบเอวผมไว้หลวมๆ ตัวผมเองก็เลือกที่จะยืนอยู่นิ่งๆแบบนั้น เพราะสิ่งที่มันทำอยู่มันทำให้รู้สึกดีไม่ใช่น้อย “เมา?”
“ไม่ได้เมา” พูดจบมันก็มุ่นหน้าซุกที่ไหล่ผม “แค่ทำตามหัวใจตัวเอง”

ตุบ ตุบ ตุบ

“หัวใจมึงนี่มันโครตเจ้าเล่ห์”
“หึๆ” ยังจะมีหน้ามาหัวเราะ “น้ำ”
“ไร”
“อาทิตย์หน้ากูจะกลับบ้าน”
“ก็ดีแล้ว หัดกลับบ้าง ป่านนี้เค้าลืมหน้ามึงกันหมดแล้วมั้ง” พูดจบผมก็พลิกตัวหันไปเผชิญหน้ากับมัน แต่ก็ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของมันอยู่
“ไปกับกูนะ”
“จะพาไปเปิดตัว?”
“อื้มมม” ได้ยินแบบนั้นผมก็หัวเราะออกมาเบาๆใส่หน้าไอ้คนที่กำลังเลิกคิ้วลิ่วตากวนตีนอยู่
“จะกินมั้ยน้ำ” ผมผละออกจากตัวมัน แล้วรินน้ำใส่แก้วยื่นให้มัน ก่อนจะพากันมานั่งโซฟาตรงโซนรับแขกกลางห้อง ตอนนี้มันยังไม่ดึกมากผมไม่ค่อยง่วงเลยเปิดโทรทัศน์ดูเปื่อยๆให้หนังตามันเคลิ้ม ส่วนไอ้คนที่บ่นว่าง่วงตอนนี้มันกลับนั่งตาแป๋วดูโทรทัศน์อยู่ข้างๆผม




“โอ๊ะ” ผมหันไปมองไอ้แต็งค์ที่เอามือปิดตาไว้ข้างนึง ใบหน้าของมันตอนนี้แสดงความเจ็บปวดออกมามาก จนผมอดห่วงไม่ได้ เลยขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ
“เอามือออก” ผมเอื้อมมือไปดึงมือที่มันใช้ปิดตาไว้ออก ใช้มือข้างนึงประคองใบหน้ามันไว้ ส่วนอีกข้างก็พยามยามแหวกหาสิ่งแปลกปลอมในตาของมันอย่างเบามือ “ยังเจ็บอยู่มั้ย” ผมที่เอาแต่สนใจหาสิ่งแปลกปลอมในตามัน จนลืมไปว่าในตอนนี้หน้าของผมกับมันนั้นอยู่ห่างกันเพียงแค่ปลายจมูกชนกัน พอลดระดับสายตาลงก็เห็นว่าตัวเองกำลังนั่งเกยมันอยู่ ส่วนมือทั้งสองข้างของมันกอดรั้งเอวผมไว้อยู่ เป็นท่าที่สุ่มเสี่ยงมากจริงๆ แต่พอเลือกที่จะดึงสายตากลับก็พบว่ามันกำลังจ้องตาผมอยู่ในแววตาของมันที่ผมเห็นมันเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมาย จนฉุดคิดได้ว่า “มึงแกล้ง..” พูดไม่ทันจบ มันก็เคลื่อนริมฝีปากของมันเข้ามาประกบจูบริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบา และเริ่มหนักหน่วงขึ้น จนผมเผยอปากตอบรับให้ลิ้นร้อนของมันเคลื่อนผ่านเข้ามาสำรวจโพลงปาก ลิ้นของผมกับมันเกี่ยวรัดตวัดไปมา ลิ้มลองรสชาติความหวานของหยดน้ำใสๆในปากของกันและกัน วงแขนที่กอดรัดเอวผมอยู่ก็กระชับแน่นขึ้น ร่างกายของเราบดเบียดเข้าหากันมากขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากของเราทั้งสองยังคงลิ้มลองรสชาติอันแสนหอมหวานอยู่อย่างนั้น ผมปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตอบรับรสจูบของมันไปตามความรู้สึกของผมที่มีต่อมันอย่างไม่อาจปฏิเสธ ผมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไปคล้องคอของมันไว้ ขยับกายเข้าหากันจนแนบชิดมากว่าเดิม เราต่างยังคงมอบสัมผัสที่ทำให้หัวใจวูบวาบไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จน....



ปัง ปัง ปัง



เสียงรัวเคาะประตูอย่างกับเสียงตีกลองร้องบอกว่ากำลังมีข้าศึก

ผมเลยต้องผละตัวออกจากไอ้แต็งค์ทันที สีหน้าของมันตอนนี้หงุดหงิดถึงขั้นสุด มองดูแล้วก็อยากจะหัวเราะออกมา มันคงจะหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะ ผมเลยยกมือขึ้นไปเช็ดหยดน้ำใสๆที่ไหลเยิ้มอยู่ตรงมุมปากของมันเพื่อเป็นการปลอบใจ จากนั้นก็ลุกเดินออกไปเปิดประตู

“กูจะมานอนด้วย!!”
“ห๊ะ!!” ไม่ใช่ผมแต่เป็นไอ้แต็งค์  ผมมองดูไอ้พี่นนท์มันลากไอ้เหน่งที่สภาพเมาเหมือนหมามายืนหน้าดุอยู่หน้าห้องผม
“มึงสองคนจะอยู่กันสองต่อสองไม่ได้!!” ทำเสียงจริงจังใส่เสร็จ พี่มันก็ลากไอ้เหน่งเข้ามาแล้วพากันเดินดิ่งๆไปในห้องนอนผม
“น้ำ..” หน้าไอ้แต็งค์ตอนนี้มันแสดงความผิดหวังออกมาอย่างเปิดเผย จนผมอดกลั้นขำไม่ได้
“ไร”
“ไปนอนคอนโดกู”
“แต็งค์” ผมถอนหายใจหนึ่งเฮือกเบาๆ
“น้ำ” เรียกอยู่นั่นแหละ เรียกจริงเรียกจัง เห้ออ ตั้งแต่รู้จักกับมัน นี่เป็นครั้งแรกของผมเลยที่ได้เห็นมันทำสีหน้าอ้อนวอน
“ไปนอน” ผมดึงแขนมันให้ลุกจากโซฟาแล้วเดินมายังห้องนอน ก็พบว่าพี่นนท์กับไอ้เหน่งมันพากันนอนตีพุงอยู่บนฟูกข้างเตียงที่ไม่รู้ว่ามันไปรื้อหามาจากส่วนไหนของห้องผม
“ไอ้แต็งค์ มึงมานอนนี่” พี่นนท์มันตบฟูกเบาๆเรียกไอ้แต็งค์ให้ไปนอนระหว่างกลางพี่มันกับไอ้เหน่ง ถึงขั้นต้องประกบเลยหรอพี่มึง ผมได้แต่ส่ายหัวเนือยๆ
“กูไม่เปิดโอกาสให้มึงได้ชิงสุกก่อนห่ามไอ้น้ำมันหรอก”
“ห๊ะ!!” อันนี้เป็นผมเอง ยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่ได้ยินคำพูดพึมพรำของไอ้ที่คนเมาเหมือนหมา
“มึงรีบขึ้นไปนอนเลย” ไอ้พี่นนท์มันหันมาสั่งผม เหอะ ผมหันไปมองไอ้แต็งค์แล้วพยักหน้าให้มันเป็นเชิงบอกว่านอนเถอะ ซึ่งไอ้แต็งค์มันก็ยังแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างเปิดเผยเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ
“น้ำ..”
“นอน!!” ไอ้พี่นนท์มันหันไปขึ้นเสียงใส่ไอ้แต็งค์ทันที

เห้อออออออออออ

ไม่รู้จะสงสารไอ้เหน่งที่ถูกลากมาทรมารทรกรรมด้วยสภาพเมาๆ หรือจะสงสารไอ้แต็งค์ที่ผิดหวังจาการที่คิดว่าจะได้อยู่สองต่อสองกับผม แต่ที่แน่ๆสงสารตัวเองก่อนเลยครับที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางรังสีอำมหิตของพี่ชายตัวเองที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง นี่พี่มันจะเล่นบทพ่อตาหวงลูกสาวตามไอ้เหน่งอีกคนใช่มั้ย



ผมนอนพลิกตัวไปมาในหัวตอนนี้มีแต่ภาพเหตุการณ์ตอนจูบกับไอ้แต็งค์ลอยขึ้นมาเต็มไปหมด พอนึกถึงก็ทำเอาหน้าร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ


เกือบไปแล้วไอ้น้ำ เกือบจะเลยเถิดไปไหนต่อไหนแล้ว

ถ้าไอ้พี่นนท์ไม่เสนอหน้ามาคงได้ชิงสุกก่อนห่ามอย่างที่ไอ้เหน่งมันว่าไว้แน่  เกือบแล้ว ฟู่วววววว

อยากจะขอบคุณพี่มันอยู่ แต่ก็แอบเห็นใจไอ้แต็งค์อุตส่าห์ตั้งใจจะอยู่กันสองต่อสอง สรุปใจผมจะเอายังไงกันแน่เนี่ย ห๊ะ!!


โดย อีช้อย
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 12
«ตอบ #1 เมื่อ22-10-2021 19:10:32 »

 :pighaun: :haun4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด