I kept it all, the story of us l เหมยฮวาดอกสุดท้าย บทที่ 13
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: I kept it all, the story of us l เหมยฮวาดอกสุดท้าย บทที่ 13  (อ่าน 266 ครั้ง)

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

     เหมยฮวาดอกสุดท้าย .
       | I kept it all, the story of us .
ฝากนิยายแนว boy love เรื่องนี้ด้วยนะคะ
ขอฝาก " ภสร " ชายร่างบาง ผมยาว แถมยังยากจน
กับ " ธีรธาดา " หนุ่มร่างสูง คนรวย ชีวิตทางการเงินดีอย่าบอกใคร !

รับรองได้เลยว่าพวกคุณจะลุ้นไปตามตัวละครแน่นอนว่าตอนต่อๆไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครบ้าง

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2021 16:43:36 โดย ภสร »

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
แนะนำตัวละคร
 
 

         " หากเราเกิดมาเพื่อพบกัน ใยจึงแยกเราให้ไกลห่าง "

: ภสร ชันกุล

" สร "

ชายร่างบางที่ไว้ผมยาว เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ
ชีวิตยากจนเพราะสูญเสียพ่อตั้งแต่ยังเยาว์
แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไป
แม้หนทางข้างหน้าจะยากหรือสุขสบาย

" เหมยฮวา " ดอกนี้ยังคงต้องลอยไปตามทิศทางของตัวเอง

   

" ดอกไม้ใดเล่า จะงดงามเท่าความรักที่ผมมี "

: ธีรธาดา โลกาวิวัฒนา

" ธีร์ "

หนุ่มหน้าไทยที่ชีวิตเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย
แต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้ชีวิตของชายหนุ่มพลิกผัน

เมื่อธีรธาดามาเจอภสรแล้วชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปไหม ต้องมาตามลุ้นกันนะคะ .

* ขออนุญาตใช้รูปคุณป๊อป ธัชทร เป็นเรฟพระเอกไปก่อนนะคะ .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-04-2021 16:06:46 โดย ภสร »

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Chaos ที่ 1

ฉัน..

ที่กำลังใช้ชีวิตเรียบง่าย..

อาจจะกำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ก็ได้นะ..


..


" อาเหมยเอ้ย หยิบขวดน้ำในตู้เย็นออกมาให้ยายหน่อยลูก "

" ค้าบบบ "



วันเวลาผ่านร่วงเลยไปอย่างช้าๆ วันแล้ว วันเล่า

ฉันที่คิดว่าอายุยังน้อย ตอนนี้ตัวฉันกำลังจะเปลี่ยนจากเด็กชายไปเป็นนายแล้วล่ะ..

" นาย ภสร ชันกุล "

แม้ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ฉันก็รู้ว่าพออายุครบ 15 ปี ตัวฉันต้องเปลี่ยนคำนำหน้าจากเด็กชายกลายมาเป็นนาย ลุงร้านโชว์ห่วยแกสอนมาน่ะ ฉันอายุมากขึ้น แกก็ยิ่งแก่ขึ้นไปอีก 5 ปีที่ผ่านมาฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย ก็มีแต่ลุงแกนี่แหละที่สรรหาหนังสือต่างๆมาให้ฉันอ่าน อาจเป็นเพราะความสงสาร หรือ เอ็นดูกันแน่ ฉันก็ไม่แน่ใจ..

ฉันเริ่มมีความรู้สึกต่างๆที่ฉันไม่เคยได้เรียนรู้หรือสัมผัสมันเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างเช่น ฉันไม่ได้ชอบเตะฟุตบอลเหมือนผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้ชอบเล่นตุ๊กตาเหมือนเด็กผู้หญิง คุณน่าจะอยากรู้ว่าฉันมีเพื่อนกับเขาบ้างหรือเปล่า..
แน่นอนว่ามีซิ เพื่อนในจินตนาการของฉันไงเล่า ใครจะมาอยากเป็นเพื่อนกับเด็กจนๆกันนะ ฉันชินแล้วล่ะ สายตาที่มองมาที่ฉันเวลาที่พวกเขาเดินผ่านหน้าบ้านของฉัน อาจเพราะฉันดูมอมแมม หรืออาจเพราะฉันใส่เสื้อผ้าเก่าล่ะมั้ง แต่ฉันเข้าใจดี สภาพของฉันอาจจะไม่ได้หน้าเข้าหาสักเท่าไหร่ และอีกเรื่องสำคัญที่ฉันรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้


                  " ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิงล่ะ "

มันมาชัดเจนเอาตอนที่.. ก็ตอนที่คุณนายแม่ใช้ฉันออกไปซุปเปอร์ พนักงานแคชเชียร์คนนั้นน่ะสิที่ทำฉันใจสั่น ฮอร์โมนมันพลุ่งพล่านไปหมด เขาสูงและขาวส่วนเรื่องหน้าตาฉันไม่ได้สนใจหรอก จะไปสนใจได้ยังไงล่ะ แค่มองกลับมาดูสภาพของตัวเองก็ไม่กล้าฝันแล่ว ชุดเก่าๆ ผมที่ยาวลงมาเท่าบ่า เพราะเลิกตัดรองทรงตั้งแต่อายุ 14 แล้ว ฉันได้แต่ก้มมองดูเสื้อผ้าของตัวเอง

แต่เมื่อฉันอายุ 15 แล้ว ลุงโชว์ห่วยแกบอกว่าฉันต้องออกไปหางานทำได้แล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องขอเงินแม่ไปวันๆ อาจจะเริ่มจากง่ายๆก่อน อย่างเช่น งานพาร์ทไทม์ แกว่าอย่างงั้น.. แต่ก็เป็นแกน่ะแหละที่เป็นคนจ้างฉันเฝ้าร้านเอง แต่ก็ดีเหมือนกัน ฐานะของฉันจะได้ดีขึ้นมาเทียบกับแคชเชียร์คนนั้นสักหน่อย แอบสืบมาได้ว่า เขาชื่อ " ฉาง "
บ้าน่า คนจีนหรอวะ แม้จะไปว่าเขาบ้าแต่หน้าฉันไม่ได้บ่งบอกว่าเขาบ้าเลย รอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั้นที่เผยขึ้นมาบนใบหน้าตอนแอบเหลือบมองหน้าเขามันคืออะไรกันนะ..



เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง..



2546



คุณไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ ตอนนี้บนโลกเรามีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ที่เขาเรียกกันว่า ซาวอะเบาท์กันด้วยล่ะ ไอ้ที่ต้องใส่เทปและก็มีสิ่งที่เขาเรียกว่าหูฟัง ต้องเสียบมันใส่รูก่อนจะกดเล่นเพลงด้วยนะมันถึงจะมีเสียงออกมาดังรอบๆหูของเราสองข้าง มหัศจรรย์ไหมล่ะคุณ เหมือนต้นไม้ของฉันเลย ตอนนี้มันโตขึ้นมามากแล้วล่ะ..

ความจริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์หรือของใหม่อะไรหรอก ฉันพึ่งได้มาทำความรู้จักกับมันน่ะ.. ทำความรู้จักผ่านผู้ชายที่ชื่อว่า " ฉาง " คุณไม่เชื่อล่ะสิว่าความสัมพันธ์ของเราสองพัฒนามากขึ้นแล้วนาาา ฉันก็พึ่งรู้มาเมื่อไม่นานนี่เมื่อกัน ว่าบ้านเราอยู่ซอยเดียวกัน พี่เขาคงเห็นฉันบ่อย แกเลยทักตอนฉันเอาขยะในบ้านออกมาทิ้งที่หน้าปากซอย
ใครจะไปรู้ล่ะว่า คนที่แอบมองอยู่ไกลๆจะได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆในชีวิตขนาดนี้

แล้วก็อย่างที่ว่าน่ะแหละ.. เราก็ติดต่อกันไปมาอยู่เรื่อยๆ แกชอบโชว์ของที่แกไปซื้อมาใหม่ให้ฉันดูอยู่บ่อยๆ
และก็เป็นโชคดีของฉันที่ได้รู้จักสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆกับเขาอยู่เรื่อยๆ การที่มีงานทำมันดีอย่างนี้นี่เอง แคชเชียร์ร้านซุปเปอร์มันได้เงินดีขนาดที่ซื้อของใหม่ๆได้ทุกเดือนเลยหรอวะ เทียบกับโชว์ห่วยของฉัน ได้วันละ 50 บาทก็บุญหัวแล้ว มีข้าวให้กินฟรี กินหนมในร้านได้ มีเวลาเดินไปทำกับข้าวให้ยาย แค่นี้ก็เรียกว่าโอเคได้แล้วมั้ง แต่ฉันก็อยากมีตังค์ซื้อของใหม่ๆที่ราคาแพงสักหน่อยบ้างเหมือนกัน

" สร "

" อ้าวว่าไงพี่ฉาง กำลังจะไปทำงานหรอ "

" อื้ม "

" เดี๋ยวตอนเย็นเอาหนมมาฝากนะ ตั้งใจทำงานด้วยล่ะ "

" หื้มม ชีวิตพี่ดีจังน้า จบมอปลายแล้วก็ออกมาทำงาน "

" มันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกเหมยลี่เอ้ย พี่ฉางคนนี้ไม่ได้เงินจากซุปเปอร์มากมายขนาดนั้นหรอก "

" พี่ฉางขี้ตั๋ววะ ซื้อของใหม่อยู่ทุกเดือน จะไม่ได้เงินดีได้ยังไง "

" บนโลกนี้ยังมีอะไรที่แกยังไม่รู้อีกเยอะนะน้องเหมย ยังมีอะไรที่ทำแล้วได้เงินเยอะกว่าซุปเปอร์เสียอีก "

" แล้วอะไรล่ะที่พี่ทำแล้วได้เงินเยอะๆ "

" จุ๊ๆ เงียบๆไว้ แล้วสักวันพี่จะพาแกไปทำนะ "

" จริงดิ !  พี่พูดแล้วนะพี่ฉาง เหมยอยากมีเงินใช้เยอะๆเหมือนพี่บ้าง "

" อื้ม ! พี่สัญญา เดี๋ยวจะพาไป "

ก่อนจากลาพี่ฉางหยิกแก้มตุ่ยๆของภสรไปหนึ่งทีก่อนทั้งสองจะโบกมือร่ำลาซึ่งกันและกัน 

" สรเอ้ย "

" ค้าบลุง "

" วันนี้ปิดร้านเร็วหน่อยนะเว้ย ลุงมีธุระไปข้างนอก ฝากแกล็อกบ้านปิดประตูให้เรียบร้อยด้วย "

" งั้นห้าโมงเย็นสรปิดร้านเลยนะลุง "

" เอออ ลุงฝากด้วย ไปล่ะนา "

" ค้าบบบ เอ้อออลุง พรุ่งนี้สรขอลา 1 วันนะลุง "

" พรุ่งนี้แม่บอกว่าจะพาไปเดินห้างด้วยล่ะ หนูตื่นเต้น "

" เอ้อออ ลาก็ลา พรุ่งนี้ลุงไม่ได้ไปไหนเดี๋ยวลุงดูร้านเอง "

" ขอบคุณค้าบบบ "

ภสรวิ่งเข้าไปโอบกอดคุณลุงคนสนิท



เช้าวันถัดมา พยากรณ์อากาศของภสรในวันนี้ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศแจ่มใส มีก้อนเมฆกลมๆสีขาวลอยอยู่เต็มทั่วท้องฟ้า เป็นสัญญาณที่ดีว่าวันนี้ฝนจะต้องไม่ตกแน่ๆ

" สรลูก มาเร็ว ขึ้นรถ แม่จะพาออกไปแล้ว "

" มาแล้วว "

ภสรในชุดตัวเก่งก้าวขาเหยียบที่วางเท้าขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังมอเตอร์ไซค์คันเก๋าของคุณนายแม่

" คุณนาย เมื่อไหร่คุณนายจะสอนเค้าขับรถเครื่องคันนี้สักทีล่ะ "

คุณนายแม่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา

" มันไม่ได้เรียกว่ารถเครื่องลูก เขาเรียกว่ามอเตอร์ไซค์ คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ะ "

" อ๋อ หนูก็หลงเรียกรถเครื่องมาตั้งนาน อายพี่ฉางฉิบหายเลยตอนนี้ พูดกับมันอยู่หลายครั้ง "

" แล้วพี่เขาหัวเราะไหม "

" ไม่นะแม่ พี่เขาแค่หันหลังไปสักพักแล้วค่อยหันหลังกลับมาคุยกับหนูต่อ "

คุณนายแม่กลั้นขำไว้ไม่ไหว เธอหัวเราะออกมาเสียงดังยิ่งใหญ่เหมือนวันพรุ่งนี้เธอจะไม่ได้หัวเราะอีกต่อไปแล้ว

" แม่อ่ะ หัวเราะอะไรหนูเล่า "

" ครั้งหน้าเรียกรถมอเตอร์ไซค์นะลูก จะได้ไม่อายเขา "

แม้คุณนายแม่จะสอนลูกอย่างนั้นแต่สีหน้าที่มองมาที่ลูกก็ยังไม่ได้กล่าวได้ว่าเธอจะหยุดหัวเราะแล้ว

ห้างสรรพสินค้าใหญ่โตที่ตั้งเด่นหง่าอยู่ข้างหน้าภสรนี้ มีชื่อว่า เจริญสุข เป็นห้างที่มีร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ในข้างในตัวมากมาย ทั้งเสื้อผ้า หรือแม้ก็ทั้ง โรงหนัง หรือ สระว่ายน้ำก็มีอยู่ครบคันในที่แห่งนี้

" แม่ ห้างนี้ของจะไม่แพงไปหรอ อาหารดูน่าจะแพงนะ เราไปกินที่อื่นกันไหม "

" ไม่เป็นไรลูก แม่ได้โบนัสประจำปีมาน่ะ พึ่งมีปีนี้แหละที่แม่ได้กับเขาบ้าง วันนี้อยากกินอะไรสรบอกแม่เลยนะ เต็มที่ ! "

" จริงหรอแม่ สรกินอะไรก็ได้หรอ "

" จริงลูก "

" เยสสส !! เคเอสซีได้ไหมแม่ สรเห็นพี่ฉางมันกินอยู่บ่อยๆ เห็นแล้วน้ำลายสอ "

" ได้ลูก แล้วเราซื้อชุดกลับบ้านไปฝากคุณยายกันด้วยเนอะ "

ภายในร้านไก่ทอดชื่อดังเต็มไปด้วยเด็กที่อายุน้อยกว่าเจ้าตัววิ่งไล่จับกันไปมาในร้าน บ้างมีที่นั่งอยู่กับครอบครัวอย่างเรียบร้อย อีกฝากนึงก็มีที่แย่งกันเล่นเครื่องเล่นภายในร้าน แต่สิ่งที่ภสรกำลังสนใจนั้น คือของเล่นชุด KSC Chicky Meal ที่ทางร้านตั้งขายหน้าเคาท์เตอร์ ตั้งแต่เกิดมาภสรไม่เคยมีของเล่นสะสมแบบนั้นกับเขาบ้างเลย ด้วยราคาที่ตัวภสรเองถ้าเก็บออมเงินจากงานเฝ้าร้านโชว์ห่วยก็พอซื้อได้ แต่ภสรคิดว่าเงินที่มีหากเอาไปซื้ออย่างอื่นน่าจะคุ้มกว่า

" เอาชุดไก่คุ้มค่ะ "

" ทานที่นี่หรือรับกลับบ้านคะ "

" ทานที่นี่ 1 ชุด แล้วก็กลับบ้านอีก 1 ชุดค่ะ "

" เพิ่มไซส์เฟรนด์ฟรายด์และรีลฟิลน้ำโคล่าไหมคะ "

" เพิ่มค่ะ "

คุณนายแม่จัดแจงสั่งอาหารให้ลูกรักของเธอเท่าที่เธอคิดว่าลูกรักคนนี้จะทานได้

" เอามัดบดเพิ่มด้วยไหมลูก คอร์นทูน่าด้วยไหม "

" มันจะไม่เยอะไปหรอแม่ "

" ไม่เยอะหรอกลูก อะไรที่ยังไม่เคยลอง หนูต้องลองบ้าง "

คุณนายแม่ไม่รอช้าเพิ่มรายการกับพนักงานไปเป็นที่เรียบร้อย

" กินให้คุ้มเลยนะลูกวันนี้ นานๆได้ออกมาเปิดหูเป็นตาที "

ขณะที่นั่งทานไก่อย่างเอร็ดอร่อยมีชายตัวสูง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับภสรกำลังจ้องมาที่ตนอยู่ ภสรนึกกลัวจึงได้แต่ก้มหน้าทานไก่ต่อไปโดยที่ไม่หันกลับมามองที่ผู้ชายคนนั้นอีกเลย

หลังจากรับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อย ภสรตกลงกับแม่ว่าจะไปเดินช็อปปิ้งกันที่ชั้นสองโรบินซอลต่อ ขณะที่เดินขึ้นบันไดเลื่อนนั้นภสรมีอาการประม่า เนื่องจากรู้สึกว่าเหมือนมีใครสักคนกำลังเดินตามเจ้าตัวมา ภสรจึงรวบรวมความกล้าหังหลังกลับไปมองที่ด้านหลังว่าผู้ใดเดินตามเจ้าตัวมา แต่ปรากฏว่าไม่มีร่องรอยผู้ใดเดินตามตนเลย เมื่อรู้เช่นนั้นชายร่างบางจึงรู้สึกสบายใจขึ้น คิดเอาว่าเป็นแค่ความกังวลของตนเอง

โซนโรบินซอล มีของตกแต่งห้องต่างๆ เครื่องบ้านเครื่องครัว อุปกรณ์ต่างๆเยอะแยะไปหมด โซนของเล่น ของกุ๊กกิ๊กก็มีอีกเพียบ สิ่งเหล่านั้นทำภสรตาเป็นประกายแวววาว ไม่ได้มีบ่อยครั้งที่ภสรจะได้เข้ามาดูของที่หรูหรามีราคาแพงและของน่ารักๆที่ดีต่อใจแบบนี้

จำนวนเงินที่ภสรนำติดตัวมาด้วยในวันนี้ คือ สองร้อยยี่สิบบาท ภสรกำลังมองหาว่ามีสิ่งใดในที่นี้ที่ตนพอจะซื้อเป็นของขวัญให้กับตัวเองที่ทำงานมาเป็นปีแล้วได้ไหม

คุณนายแม่ปล่อยให้ภสรยืนเลือกของอยู่ในโซนของกุ๊กกิ๊กนั่นต่อไปส่วนตนจะไปดูของใช้ภายในบ้าน

เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วที่ภสรเดินเลือกของให้ตนเอง แต่ยังไม่มีสิ่งใดที่ถูกใจภสรเลย

ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องดังมาจากอีกฝั่งนึงของห้าง เป็นเสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งร้องเรียกให้คนเข้ามาช่วยผู้บาดเจ็บที่นอนซมอยู่ตรงนั้น ผู้คนตื่นตนกมุงดูผู้บาดเจ็บ
ภสรมุ่งหน้าเดินไปที่จุดเกิดเหตุและพบว่ามีชายชุดดำใส่แมสปิดปากถือมีดที่เปื้อนเลือดกำลังวิ่งออกมาสวนทางกับภสร ดวงตาของทั้งสองจ้องมองกันและกันในเสี้ยววินาทีภสรจำได้ว่าชายคนนั้นคือชายคนเดียวกันกับที่จ้องมองภสรที่โต๊ะทานข้าววันนี้ ภสรเริ่มแน่ใจแล้วว่าผู้บาดเจ็บต้องเป็นคุณนายแม่ของตนแน่นอน เมื่อร่างกานเร็วกว่าความคิดภสรวิ่งผ่าฝูงชนเข้ามาดูว่าที่เกิดเหตุเป็นผู้ใดที่ถูกทำร้าย

วินาทีนั้น..

เหมือนโลกกำลังสลาย..

มือและเท้าของภสรเริ่มชา..

ชุดไก่ที่ซื้อไปฝากคุณยายกระจัดกระจายเรี่ยราดอยู่บนพื้น

เป็นคุณนายแม่ของตนที่ถูกชายนิรนามใช้มีดแทงเข้าที่เอวข้างซ้ายของเธอ

น้ำตาที่มีพลั่งพลูออกมาเป็นสายน้ำ..

" ช่วยด้วยครับ !! "

" ช่วยแม่ผมด้วย "

" ใครก็ได้ เรียกรถพยาบาลให้ผมที "

เสียสะอื่นดังขึ้นตามความเจ็บปวดขึ้นมาเรื่อยๆ

" แม่ คุณนาย คุณนายแข็งใจไว้ก่อนนะ "

" แม่ เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว "

..

ภสรกำลังจะพบกับความเปลี่ยนแปลงความยิ่งใหญ่ของชีวิตจริงๆด้วย..

และชายนิรามคนนั้นเป็นใครกันนะ .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Who is he ?

" ขอทางหน่อยครับ ขอทางหน่อยครับ ! "

" ไม่ได้ยินหรอครับ รบกวนพวกคุณช่วยโทรตามรถพยาบาลด้วยครับ และกรุณาอย่าเกาะกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก อาจเกิดการแย่งอากาศหายใจของผู้ได้รับบาดเจ็บ กรุณาขยับขยายด้วยครับ ! "

นักเรียนชายร่างสูง ดวงตากลมโต ผิวสีแทน หน้าทรงไทย กล่าว

" คุณครับ คุณครับ ใจเย็นๆเอาไว้นะครับ แม่คุณต้องปลอดภัย "

" รถโรงบาลใกล้มาหรือยังครับ "

" แอมบูแลนซ์กำลังจะมาถึงในอีกไม่เกิน 10 นาทีครับ รถพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ถัดไปอีกสองซอยครับ "

" คุณนายแม่ อย่าเป็นอะไรนะ.. อยู่กับสรก่อน อย่าเป็นอะไรนะ "

" แม่รู้สึกเหนื่อยจังเลยสร จะขยับปากพูดแต่ละทีทำไมมันถึงได้เหนื่อยมากขนาดนี้ "

บทสนาของลูกและแม่จบลงเพียงเท่านั้น..

" แม่ ! แม่ !!  ลืมตาก่อนสิคุณนาย คุณนาย แม่อยู่กับสรก่อนนะแม่นะ อย่าเป็นอะไรนะแม่นะ ถ้าแม่ไม่อยู่ด้วยแล้วสรจะทำยังไง "

ชายร่างบางจากที่ใจเสียไปแล้ว หัวใจดวงน้อยๆได้แตกสลายไปอีกด้วย..

เสียงสะอื้นที่กำลังสูญเสียสิ่งที่รักป่านจะขาดให้ได้ดังขึ้นเรื่อยๆ..

เด็กนักเรียนชายเอื้อมมือไปจับที่ชีพจรของผู้ได้รับบาด

" คุณครับ แม่คุณยังหายใจอยู่ ท่านอาจจะเสียเลือดมากเลยสลบไป "



หวี่หว่อ หวี่หวอ หวี่หวอ

เสียงรถแอมบูเลนซ์ดังเข้ามาจากข้างหน้าห้าง เป็นสัญญาณที่ดีว่า รถโรงพยาบาลมาถึงแล้ว

" ใครเป็นญาติผู้ได้รับบาดเจ็บครับ "

" ผมครับ เป็นลูกชาย "

" งั้น ขึ้นรถเลยครับ ขึ้นรถเลยครับ "

" คุณ "

ชายร่างบางหันกลับไปเรียกเด็กนักเรียนหนุ่มก่อนจะก้าวขึ้นรถ

" คุณไปกับผมได้ไหม "

ทั้งสองคนสบตากัน ชายร่างบางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังเด็กนักเรียนหนุ่ม ไม่รู้อะไรที่ดลใจให้เด็กนักเรียนหนุ่มตอบตกลง

" ไปครับ ผมจะไปกับคุณ "

บนรถแอมบูแลนซ์มีพยาบาลและคุณหมอหนึ่งนายกำลังทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันคนที่ดูได้รับบาดเจ็บไม่แพ้กันกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆนักเรียนหนุ่ม อาจเพราะเป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้ และยังเกิดกับแม่ของตัวเองอีก นักเรียนหนุ่มหันไปมองดูก็ได้แต่เห็นใจ

" ไม่ต้องกลัวนะคุณ "

นักเรียนหนุ่มใช้แขนข้างขวาดึงชายร่างบางเข้ามาโอบและลูบที่แผ่นหลังเบาๆ

" จะถึงโรงพยาบาลแล้วไม่ต้องกังวลนะ "

" คุณ ผมกลัว ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน "

ชายร่างบางเริ่มสะอื้นอีกครั้ง มือหนาที่กำลังโอบกอดอยู่เปลี่ยนจากแผ่นหลังกว้างมาสัมผัสลงบนหน้าแทน

" ร้องไห้ทำไม นี่แม่คุณอยู่กับหมอนะ "

ฮึก ฮึก

" ก็ผมกลัวแม่จะเป็นอะไรไปนี่คุณ "

คุณหมอและพยาบาลที่อยู่บนรถแอมป์บูแลนซ์เเจงว่าเรากำลังจะถึงโรงพยาบาลแล้ว

" ฉุกเฉิก ถูกมืดแทงที่สะโพกซ้าย "

พยาบาลและบรุษพยาบาลทำการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน

" แม่ ฮึก แม่ อย่าเป็นอะไรนะ แม่ แม่ ! "

" ขอโทษนะครับ ญาติผู้ป่วยกรุณานั่งรอข้างนอกครับ "

เด็กนักเรียนชายเดินจูงมือชายร่างบางให้มานั่งรอฟังผลผ่าตัดก่อนจะย่อเขาลงแล้วจับมือชายร่างบางขึ้นมากุมเอาไว้

" ผมรู้ว่าคุณกำลังกังวลและก็กลัว แต่ผมจะย้ำอีกครั้งว่าแม่คุณถึงมือหมอแล้ว และตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียว ผมยืนอยู่ตรงนี้ คุณไม่ต้องกลัวนะ เช็ดน้ำตาซะ แล้วทำตัวให้เข้มแข็งเอาไว้ แม่คุณคงไม่ดีใจถ้าคุณนั่งร้องไห้แบบนี้ "

ชายร่างบางก้มหน้าเช็ดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผู้ช่วยชีวิตคุณนายแม่ครั้งนี้ให้ชัดเจน โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะตอบแทนอะไรเขาได้บ้าง

พอได้ลองตั้งใจมองหน้านักเรียนหนุ่มคนนี้ไปสักพัก ชายร่างบางเกิดความรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน แต่ร่างบางก็ยังมั่นใจว่าไม่เคยเจอนักเรียนชายคนนี้มาก่อนแน่นอน ความรู้สึกคุ้นตานี่มันคืออะไร ร่างบางไม่สามารถตอบได้

" ผมยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย แต่ขอบใจคุณมากๆนะที่ขึ้นรถมากับผม "

" ไม่เป็นไรเลยครับ ผมยินดี ผมชื่อ ธัชทร โลกาวิวัฒนา พึ่งย้ายมาอยู่ทีนี่ได้ 2 - 3 เดือน บ้านผมอยู่แถวๆนี้ครับ "

" ถ้าไม่ได้คุณ ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ถ้าไม่มีคุณตอนนี้ผมอาจจะเป็นลมไปแล้วก็ได้ "

นักเรียนชายหัวเราะออกมาเบาๆ

" คุณโทรแจ้งญาติคนอื่นๆหรือยังครับ "

" จริงด้วยสิ แต่เฮ้อ.. ผมไม่มีโทรศัพท์น่ะสิคุณ "

" หะ ? "

นักเรียนชายมีสีหน้าตกใจ ยังมีด้วยหรือมนุษย์ที่ไม่พกโทรศัพท์

" ใช่แล้วคุณ ผมไม่เคยมีโทรศัพท์ "

นักเรียนชายมองหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจ

" อะ นี่มือถือผม "

" นี่เรียกโทรศัพท์คุณ ไม่ใช่มือถือ "

" นี่แหละครับโทรศัพท์ "

" มือถือ เป็นชื่อสั้นๆที่ใช้เรียกแทนโทรศัพท์ "

" อ๋อออ "

ชายร่างบางคิดในใจ กูหน้าแตกอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยยย

" งั้นผมของยืมมือถือคุณหน่อยนะ.. "

" ครับ "

ชายร่างบางบรรจงใช้นิ้วสองข้างจิ้มลงบนปุ่มกดโทรศัพท์แต่ก็พบว่ามีแค่แสงไฟขึ้นมาและมีข้อความบางอย่างขึ้นมาเท่านั้น

" กดตัวเลือกแล้วกดปุ่ม * เพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ "

" คุณ.. คือ.. มัน..  "

นักเรียนหนุ่มเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดและเริ่มสงสัยแล้วว่าชายร่างบางผู้นี้ทำอะไรเป็นกับเขาบ้างไหม

" เอามานี่มา ผมกดให้ "

" บอกเบอร์ญาติคุณมาเลยครับ "

" 042 - 4665** "

" เอานี่ครับ รอปลายทางรับสาย "

ตุ๊ดดดด ตุ๊ดดดด

" อะโหลจ้า "

" เอ๋า อาเหมยลื้อโทรมาทำไมเนี่ย "

" ยาย ยายฟังหนูดีๆนะ แม่ถูกคนร้ายใช้มีดแทงที่เอว ตอนนี้อยู่ที่โรงพยายาล "

" ห๊ะ ! "

นักเรียนหนุ่มหันหน้ากลับไปมองชายร่างบางแล้วคิดกับตัวเองในใจ

" หึ หนู หนูอะไรตัวโตจะเท่าควายแล้วเนี่ย "

ชายร่างบางขณะที่กำลังคุยกับคุณยาย อยู่ๆก็รู้สึกเอะใจขึ้นมาว่า กำลังถูกใครบางคนจ้องอยู่จึงหันข้างกลับไปมอง

" !!! "

นักเรียนหนุ่มตกใจรีบเมินหน้าหนีและพูดกับตัวเองในใจ

" เชี้ยละ อ่านใจคนออกหรอวะ เซ้นส์ดีฉิบหายเลยว่ะ "

..



" โรงพยาบาลเปาโยนะยาย หนูไม่มีเงินค่าผ่าตัดแม่เลย แล้วก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเท่าไหร่ "

ชายร่างบางมีสีหน้าเศร้า..
นักเรียนหนุ่มเห็นสีหน้าเศร้าแล้วก็อดหดหู่ไปด้วยไม่ได้ หากเป็นคนสำคัญของตัวเอง สภาพก็คงไม่ต่างกัน นักเรียนหนุ่มได้แต่คิดแบบนั้น

- วางสาย -

" ยายผมแกพอมีเงินเก็บและก็คงจะหายืมเพื่อนบ้านข้างๆมาได้บ้าง ขอบคุณมากนะที่อยู่เป็นเพื่อนกัน "

" งั้นถ้ายายคุณจะมาแล้ว ผมขอตัวนะ "

" ขอบคุณมากนะคุณ คุณ.. "

" ธีรธาดา ครับ "

" ครับ คุณธาดา "

ธีรธาดา โลกาวิวัฒนา.. โทรศัพท์แบบที่ไม่เคยเห็น มาคิดๆดูแล้วสไตล์การแต่งตัวแตกต่างกับเรามากเลย เป็นคนรวยนี่มันดีจังเลยนะ แถมยังจิตใจดีอีก จะเอาอะไรไปตอบแทนได้นะ ดูๆไปน่าจะมีหมดแล้ว

แต่เอ๋..

เดี๋ยว ! 

ยังไม่ได้ถามเบอร์โทรติดตามคุณเลยแล้วจะเอาอะไรไปตอบแทนได้ยังไง

" คุณ.. !! "



ไม่อยู่แล้ว..

เฮ้อออ

คงได้แต่อวยพรให้สินะ

" ขอบคุณมากๆและขอให้คุณโชคดี "



..



มันต้องไม่จบแค่นี้แน๊ๆ

สองคนนี้มันจะไม่จบแค่นี้แน่ๆ !! .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Begin Again

เวลาเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก..
ที่บอกว่าโกหก
นั่นคือเรื่องโกหกจริงๆ..


คุณนายแม่ของภสรอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาสองเดือนแล้ว แต่อาการที่บาดเจ็บยังไม่ดีขึ้น..
ทางภสรนั้น แม้จะโดดเดี่ยว ต้องเทียวไปดูคุณนายแม่ แล้วยังต้องกลับบ้านไปดูแลคุณยาย
แถมยังต้องจัดสรรเวลาไปทำงานที่ร้านโชว์หน่อยอีก หากภสรไม่ทำ ภสรจะเอาเงินไหนใช้หนี้ค่าผ่าตัดช่วยคุณยายล่ะ..

สิ้นเดือนที่จะถึงนี้คุณลุงโชว์ห่วยเสนอขึ้นเงินเดือนให้ภสรก้อนใหญ่ก่อน
จะหางานที่ใหม่ให้กับภสรด้วย เป็นพนักงานร้านกาแฟใกล้บ้าน เดินจากบ้านไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว
เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมาก็พอจ่ายค่ารักษาของคุณแม่เพิ่มขึ้นมาได้
โชคดีที่ภสรยังมีบ้านให้อยู่ ไม่ต้องเสียค่าเช่าหอ ค่าน้ำ ค่าไฟเหมือนคนอื่นๆในร้าน ที่จ้องย้ายเข้ามาทำงานในเมือง

ส่วนเรื่อง ธีรธาดาอะไรนั่น ภสรจำชื่อจริงของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
มีแค่เคร้าโครงลางๆที่ยังพอจำได้อยู่
หากเจอกันครั้งหน้าภสรสัญญาว่าอย่างๆน้อยคงจะเลี้ยงข้าวเขาสักมือ ตอบแทนที่ช่วยภสรในวันนั้น

และเรื่องฆาตกรในวันนั้น ( ภสรเรียกผู้ร้ายคนนั้นว่าฆาตกร )
ภสรแจ้งและประสานกับทางตำรวจเป็นที่เรียบร้อย แต่น่าเสียดาย
ที่คดีไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย หากปล่อยไว้นานกว่านี้ คงต้องถูกปิดคดี
กล้องวงจรปิดในห้างไม่สามารถระบุลักษณะของตัวคนร้ายได้เด่นชัด
นั่นจึงเป็นสามารถที่ทำให้ตำรวจนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
มิหนำซ้ำฆาตกรร้ายยังใส่ชุดดำ เสื้อกันหนาวดำและแมสปิดปากอีกด้วย
ทางตำรวจคาดว่าเป็นบุคคลที่ฉลาด ลักษณะทางกาย ท่าเดิน ไม่เหมือนกับผู้ร้ายทั่วไป
คนๆนี้ต้องเตรียมการมาไว้อยู่แล้ว หรือจะเรียกว่า มืออาชีพก็เป็นได้
ไม่แปลกใจหากตำรวจจะอยากปิดคดี ทางตำรวจที่อ้างว่าทำงานเต็มที่ อาจไม่ได้เต็มที่อย่างที่พูดก็ได้

สุดท้ายแล้วภสรนั้นทำได้เพียงเข้มแข็งและอดทนต่อชะตากรรมที่ต้องพบเจอ
ภสรกำลังเริ่มเรียนรู้แล้วว่า การโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่เคยคิด
การนั่งดูการ์ตูนอยู่ที่บ้านต่างหาก ที่มีความสุขมากกว่า

" ไอซ์อเมริกาโน่ได้แล้วครับ "

" แล้วกลับมาใช้บริการอีกนะครับ "

ภสร ชันกุล พนักงานร้านกาแฟคนใหม่ ไม่ใช่สิ
เด็กฝากคนใหม่ของร้านต่างหาก แม้ภสรจะทำงานมาได้ระยะนึงแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกชินกับการที่ต้องเห็นคนเดินเข้า-ออก
หรือที่ภสรเรียกว่าเพ่นพ่านไปมาในร้านกาแฟ
ภสรพึ่งค้นพบว่าตัวภสรเองเป็นคนชอบความสงบ แต่สิ่งที่ภสรเจออยู่ ไม่สงบเอาซะเลย

" สร "

" เอ้า พี่ฉาง พี่มาได้ไงเนี่ย "

" ก็มาตรวจงานว่าเด็กร้านโชว์ห่วยทำงานร้านกาแฟเป็นไงบ้าง "

" ปั๊ดโธ่ คนก็นึกว่ามีอะไร ทำมาเป็นตำรวจตรวจการ "

" งั้นตรวจคนแทนได้ไหม "

ภสรหงุดชะงักกับประโยคที่ได้ยิน

" หยอดเก่ง ! เก็บเอาไว้ไปหยอดกับสาวๆพี่นะ "

" อ้าว ยืนอยู่นี่ก็สาว สาวสวยด้วย "

" เดี๋ยวปั๊ดตบปากเลย สวยเสออะไรเล่า ก็อีแค่ผมยาวขึ้น " ภสรมีสีหน้าเขินอาย

" อะล้อเล่นน่าาา พี่แซวเล่น เห็นว่ายังอยู่ดี พี่กลับไปทำงานต่อแล้วนะ จริงๆออกมาสูบบุหรี่น่ะ เลยแวะมาดู "

อาการของเด็กที่กำลังป็อปปี้เลิฟก็จะปริมาณนี้ แม้ภสรจะไม่รู้ตัวว่ามันเรียกว่าอะไร
แต่ภสรรู้ว่าการได้เห็นหน้าพี่ฉาง หัวใจมันรู้สึกอบอุ่นดี

เมื่อต้นเดือนเมื่อกี้ พี่ฉางเปลี่ยนงานแล้ว ย้ายมาทำงานเบเกอร์รี่ตึกข้างๆ
ช่วงนี้เราก็เลยเจอกันบ่อยขึ้น ส่วนเรื่องงานที่รายได้ดีที่แกว่าจะพาไปทำ
จึงต้องถูกระงับเอาไว้ก่อน เพราะภสรได้งานใหม่ที่ร้านกาแฟแทนแล้ว

" พี่ป๊อป วันนี้สรออกงานเร็วหน่อยนะ วันนี้จะไปเยี่ยมแม่ที่โรงบาลน่ะ "

" สรไปเลยก็ได้ ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะเท่าเมื่อเช้าแล้วล่ะ พี่ดูคนเดียวได้ "

" จริงหรอพี่ ขอบคุณมากๆ ไว้พรุ่งนี้เดี๋ยวสรจะอยู่ปิดร้านเองนะพี่ "

" โอเค ตามนั้น "
       " เอ้อๆ นี่ๆ พี่อบขนมเอาไว้ เอาไปฝากแม่ด้วย "

" ว้าววววว น่ากินน่ะ ขอบคุณค้าบบบ "

" ให้แม่แกเว้ย ไม่ได้ให้แก "

" สรก็เหมือนแม่นะ พิมพ์เดี๋ยวกัน "

" เดี๋ยวถีบ "

" 55555555555 ล้อเล่นน่ะ เดี๋ยวเอาวางให้ถึงมือคุณนายแม่เลย "



ระหว่างทางที่เดินไปโรงพยาบาล ไม่ลืมที่จะแวะร้านดอกไม้ข้างทางซื้อดอกกุหลาบไปฝากคุณนายแม่

" คุณนายแม่ชอบดอกกุหลาบ ถ้าเราซื้อไปให้ ต้องมีความสุขแน่ๆเลย "

" พี่ครับ เอาดอกกุหลาบสีส้มตรงนี้ 5 ดอก รบกวนห่อสวยๆให้ด้วยนะครับ "

" จะเอาไปฝากแฟนหรอคะ "

" อ๋อ เปล่าครับ ให้คุณแม่น่ะ อยากให้ท่านหายป่วยไวๆ "

" นี่ครับ 100 บาท "

" ค่ะ แต่ถ้าคนป่วย ไม่รับดอกไม้พันธ์ุอื่นหรอคะ น่าจะเหมาะกว่าดอกกุหลาบ "

" ไม่ล่ะครับ แม่ผมชอบดอกกุหลาบ "

" อ๋อค่ะ นี่ตังค์ทอนนะคะ "

" ขอบคุณครับ "

ขณะที่ภสรมองดูที่ดอกไม้ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน มีลูกค้ารายหนึ่งเดินสวนเข้ามา
รูปร่างสูงแบบที่คุ้นเคย แต่ภสรก็ไม่ได้สนใจอะไร

เสียงทุ้ม ถามกับพนักงานขายดอกไม้

" ที่ร้านมีต้นเหมยไหมครับ เหมยฮวา.. "


หน้าโรงพยาบาลมีร้านลูกชิ้นร้านโปรดของภสรตั้งอยู่
ตั้งแต่แม่นอนโรงพยาบาล ภสรก็มาฝากท้องที่นี่อยู่บ่อยๆ
หากวันนี้ภสรแอบซื้อลูกชิ้นไปฝากคุณนายแม่ด้วย ก็คงจะดีใจไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
อยู่โรงพยาบาลนานๆ น่าจะเบื่อกับข้าวที่จืดชืดบ้างล่ะ

" คุณนายแมมมมมมมมมม่ "

ชายร่างบางตะโกนลั่นห้องพักรวม

" เดี๋ยวเถอะ ! เสียงดังอะไรกันลูก เห็นไหมผู้ป่วยเตียงอื่นเขานอนอยู่ "

" ขอโทษค้าบ "
       " นี่เหมยซื้อลูกชิ้งอังนี้มาฝากคุงนายแม่ด้วยอาา "

ภสรค่อยๆหยิบลูกชิ้นปลาในถุงขึ้นมาโชว์คุณนายแม่

" รู้ใจ "

" อะ ของมันแน่นอนอยู่แล้ว "

" หื้มมมม อวดดี "
       " ป้อนแม่หน่อย แม่เบื่อกับข้าวโรงบาลจะแย่อยู่แล้ว "

คุณนายแม่อ้อนลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

" อะ อ่ามมมมมม "

" อ่ามมมม "

" อร่อยไหมคุณนาย "

" ที่สุด "
" อื้มม เมื่อเช้าคุณหมอบอกว่าอาทิตย์หน้าแม่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะลูก
แผลก็ใกล้ปิดสนิทแล้ว
อาทิตย์ที่แล้วเรายังเครียดกันอยู่เลยว่าต้องให้เหมยลี่ของแม่หาเงินเพิ่มหรือเปล่า
เงินเก็บของแม่กับของยายก็ใช้จ่ายตอนต้นไปหมดแล้ว เหลือแต่จะต้องพึ่งเหมยลี่ของแม่นั่นแหละ "

" เหมยโอเคแม่ แต่ก็เป็นเรื่องดีนะที่แม่จะได้กลับบ้านแล้ว
และนี่ !!! เหมยซื้อดอกกุหลาบมาให้คุงนายแม่ด้วยอาาาา "

" โอ้โฮ ลื้อนี่มันลูกรักแม่ฉีงๆเลอน่าาา ไปรู้มาจากไหนอาว่าแม่อาเชาะดอกกุหลับอาาา "

" ก็เตี่ยน่ะเซ่ ชอบซื้อให้ลื้ออ่า อั้วจำล่ายน่า "

" พูดถึงก็คิดถึงพ่อเหมือนกันเนอะ ไหนมาให้แม่กอดสักทีสิลูก "

ทั้งสองโอบกอดกันและกัน

" อื้ม แล้วเรื่องทำงานเป็นอย่างไรบ้างลูก ชินกับการต้องเจอคนเยอะๆตลอดเวลาหรือยัง "

" ก็โอเคแล้วนะแม่ แต่ว่าสรแค่ไม่ชอบเห็นคนเยอะ บางทีเห็นแล้วมันเหนื่อยอ่า "

" อดทนนะลูก นี่แหละชีวิตผู้ใหญ่ แม่ขอโทษนะลูกที่ให้หนูต้องมาเป็นผู้ใหญ่ก่อนถึงเวลาสมควร "

" เอาน่าแม่ มันก็สนุกดี ได้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย เอ้ออออลืมไปเลย พี่ป๊อปพี่ที่ทำงานเขาฝากขนมมาให้แม่ด้วย เอ่านี่ "

ร่างบางยื่นขนมอบใหม่ไปให้คุณนายแม่

" กินหอมดีจังเลยลูก ฝากขอบใจพี่เขาด้วยนะ "

" เดี๋ยวพรุ่งนี้สรบอกให้นะแม่ เดี๋ยวสอนกลับล่ะ ไว้อาทิตย์หน้าสรมารับกลับบ้านนะ "

" ได้เลยลูก "

" บ้ายบายยย "

ร่างบางโบกมือลาคุณนายแม่พร้อมกับรอยยิ้มที่คุณนายแม่คุ้นเคย

" แกจะอ่อนแอไม่ได้นะภสร แกต้องทำให้แม่เห็นว่าแกใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและมีความสุข "

ภสรคิดอยู่กับตัวเองในใจ ขอบตาที่คล้ำของคุณนายแม่และร่างกายที่ผอมสูบ
ช่วงที่ผ่านมาคงไม่ค่อยกินอะไรเลยสินะ รู้งี้ภสรน่าจะซื้อลูกชิ้นมาให้แม่ทานบ่อยๆตั้งแต่ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลแรกๆ
แกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆนะเหมยลี่ ภสรได้แต่คิดโทษตัวเองอยู่ในใจ

เช้าวันใหม่ในเดือนกรฎาคมมีเมฆครึ้ม พยากรณ์อากาศของเหมยลี่ในวันนี้ จะมีฝนตกร้อยละ 1 ล้านเปอร์เซ็น ฝนต้องตกลงมาแน่ !!  วันนี้ลูกค้าคงจะไม่เยอะหรอกนะ แม้จะเป็นผลเสียกับทางร้าน แต่เป็นผลดีกับตัวเรา งิ
จะได้เจอคนน้อยลงไปหน่อยสักวัน คงไม่เสียรายได้ไปเยอะหรอกมั้ง



พรึ่ม พรึ่ม พรึ่ม..

บึ่ม !

เปี๊ยงงง เอี๊ยงเอี๊ยงงงง !!

แปะ แปะ แปะ



" ฝนตกลงมาแล้วจริงๆด้วย  "

" เย้ ! "



กรึ๊ง กรึ๊ง

เสียงกระดิ่งร้านดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่ามีลูกค้ามา

" สวัสดีครับ รับอะไ.. "

โอ๊ะ

ชายร่างสูง ผิวแทน ในชุดนักเรียนเปียกโชกคนนี้ดูคุ้นๆ

เสื้อนักเรียนตัวบางที่เปียกโชกทำให้สามารถมองทะลุเห็นเนื้อหนังข้างในของชายร่างสูงคนนี้ ซิกแพคเป็นก้อนที่คิดว่าจะไม่มีทางได้เห็นในเด็กวัยเรียนมาอยู่ตรงนี้แล้ว ดูแลตัวเองเก่งน่าดู ภสรมองแล้วได้แต่คิดอย่างนั้น

ชายหนุ่มในชุดนักเรียนเริ่มสงสัยว่าพนักงานคนนี้กำลังมองอะไร

" คุณครับ "

" คุณ "

ชายหนุ่มเรียกเป็นรอบที่สองแล้วแต่ภสรก็ยังไม่เลิกมอง

" คุ๊ณ !!! "

ฟึ้บ ! 

" คะครับบ ครับ "

" นี่คุณมองอะไรอยู่น่ะครับ "

" อะอ๋อ.. มะมะมอง มองเสื้อคุณนะครับ มันเปียกโชก "

" อ๋อ ผมโดนฝนตกใส่พอดีตอนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนน่ะครับ "

" อ๋อ รอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมหาผ้าขนหนูมาให้เช็ด "

" ขอบคุณครับ "



ชายหนุ่มในชุดนักเรียนเสยผมขึ้นเผื่อปัดให้น้ำฝนที่เกาะเส้นผมหลุดออกไป วินาทีนั้นภสรไม่รู้ว่าภาพที่ตัวเองเห็นจะทำให้ร่างกายรุ่มร้อนได้ขนาดนี้

" อะอะ.. นี่ครับคุณ "

มือหนายื่นมือเข้ามารับผ้าขนหนูจากภสร เป็นครั้งแรกที่ภสรสังเกตมือของคนอื่น
ทำไมมือใหญ่กว่าเราอีก ภสรได้แต่คิดกับตัวเอง

ภสรมองชายหนุ่มที่กำลังจัดการกับสภาพของตัวเองอยู่แล้วนึกขึ้นมาในใจ
ฉันพอจะจำคุณได้นะ แต่ฉันกลับนึกชื่อของคุณไม่ออก คุณคนที่ช่วยแม่ฉันเอาไว้ 

" คุณชื่ออะไรครับ " เขาถามภสร

" อ๋อ ผมชื่อ " ภสร " เรียกผมว่า " สร " ก็ได้ "

" วันนี้ผมอยู่ที่นี่ได้ไหม "

หะ ? แกจะบ้าหรออีเด็กนักเรียนตัวเปียกโชกนี่ร้านกาแฟนะเว้ย ไม่ใช่หอพัก

" หะ.. เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ "

" วันนี้ผมอยู่นี่ได้ไหม "

" ไม่ได้หรอกครับคุณนี่ร้านกาแฟนะ ถ้าคุณอยากอยู่คุณก็ต้องสั่งกาแฟ แล้วก็แล้วแต่คุณว่าจะนั่งกี่ชั่วโมง แต่ถ้ามีจิตสำนึกคุณก็ไม่ควรนั่งเกินสามชั่วโมง พอฝนหยุดคุณก็ต้องกลับไปเรียน "

" คุณนี่บ่นเหมือนแม่ผมเลยนะ "

เดี๋ยวเถอะ นั่นปากหรอ

" ยังไงวันนี้ผมก็ไม่กลับไปเรียนแน่ ให้ผมเช่าร้านนี่ได้ไหมล่ะครับ กระเป๋าผมหนักนะ "

ชายหนุ่มในชุดนักเรียนหยักคิ้วและทำหน้าเจ้าเล่ห์

แต่ชายร่างบางไม่เล่นด้วย ชายร่างบางเริ่มใช้ยางมัดผมรวบผมมัดขึ้นไปบนหัว ก่อนจะพูดประโยคที่คิดเอาไว้ในใจออกมา

" รวยมากหรือไงคุณอะ หน้าตาก็เหมือนคนดี แต่นิสัยไม่ดีเลยนะ เอาเงินซื้อทุกอย่าง ชีวิตคุณคงสบายมากเลยสิ "

" ก็สบายดีนะ ผมจะไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป ทำตัวยังไงก็ได้ที่อยากทำ "

ชายหนุ่มในชุดนักเรียนหยักไหล่เหมือนเรื่องที่รวยเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ฉันจะทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน

ภสรเริ่มนึกขึ้นมาว่ากริยาท่าทางของผู้ชายคนนี้ทำไมช่างแตกต่างจากผู้ชายที่ตนพบเจอในวันนั้น
ไม่อ่อนโยน และยังทำสีหน้าดูถูกคนจนตอนที่พูดว่าตัวเองรวยอีก
เรามองคนผิดไปจริงๆ

" ฉันจะให้คุณอยู่ที่นี่ได้แค่วันนี้ "

ภสรตัดสินใจได้แล้วว่าจะตอบแทนที่เขาช่วยแม่ตัวเองไว้ยังไง
และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ภสรจะช่วยผู้ชายคนนี้และหวังว่าจะไม่พบกับเขาอีก

" ดี ขอบใจ " ชายหนุ่มในชุดนักเรียนที่เริ่มแห้งตอบ
" อ้าว แล้วไม่พูดผมเหมือนเมื่อกี้แล้วอ๋อ "

" ก็คุณไม่ใช่ลูกค้า ฉันแค่ตอบแทนที่คุณเคยช่วยชีวิตแม่ฉัน "

" อ้าวหรอ ผมเคยช่วยด้วยเหรอ ? "
" สงสัย ตอนนั้นผมคงอยากเป็นฮีโร่มั้ง "

" คำตอบคนเรานี่มันง่ายดีจัง "

" แล้วคุณง่ายไหม ผมจ่ายให้ไม่อั้น "
" มาเป็นเมียผมไหม รูปร่างหน้าตาก็สวยดีนี่ "

" อย่ามาทำตัวกร่างแถวนี้ ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ "
" พ่อแม่ไม่รักสิท่า อายุแค่นี้ หัดซื้อกินแล้วหรอ ? "

หนุ่มชุดนักเรียนจ้องหน้า ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของเขาอีกเลย..



..



ว้ายๆ เขาจะตีกันหรือเปล่าคะ
หนุ่มชุดนักเรียนเธอเป็นแบดบอยหรือเปล่า .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Teethada

ผม นายธีรธาดา โลกาวิวัฒนา วัยรุ่นเมืองหลวง ผู้ที่อยากทำอะไรต้องได้ทำ อยากได้อะไรก็ต้องได้

ได้ยินแค่นี่ คุณคงคิดว่าผมเป็นเด็กนิสัยไม่ดีแล้วสิ
..แต่ความจริง ผมนิสัยดีนะ

พวกคุณคงไม่รู้ว่าภายนอกของผมอาจเป็นคนแข็งๆ แต่ข้างในของผมอ่อนแอ

ผมไม่อยากเปิดเผยด้านที่อ่อนแอให้ใครเห็น

แต่ความจริงอีกข้อที่ไม่ได้บอก..

เมื่อก่อน

ผมไม่ได้เกเรแบบนี้นะครับ

ผมเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสอนของพ่อกับแม่ แต่นับตั้งแต่ที่พ่อมีเมียใหม่ ผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เด็กดีในวันนั้นไม่มีอีกแล้ว ผมเกลียดคนเจ้าชู้ เกลียด เกลียดมาก ให้ญาติดีด้วยผมทำด้วยไม่ลงหรอก เมียน้อยน่ารังเกียจนั่น คงใช้มารยาร้อยแปด คิดจะจับคนรวยอย่างพ่อผม แล้วก็ต้องบอกว่าพ่อผมมันโง่ ที่ไปหลงนังร้อยเล่ห์นั่น สุดท้าย ผมทำตัวเกเรมากจนคุณแม่ต้องล้มป่วย นอกจากเสียใจเรื่องพ่อแล้ว ยังต้องมาเสียใจเรื่องของผมอีก แม่ผมจึงขอหย่ากับพ่อของผม และผมจึงต้องถูกส่งให้เข้าในเรียนต่างจังหวัด เหมือนโดนตัดหางปล่อยวัดเลยใช่ไหมล่ะ หึ ผมไม่กลัวหรอก ใช้ชีวิตตัวคนเดียวไม่เห็นจะยากตรงไหน ปกติก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว

จนวันนึงผมได้พบเจอกับคนๆนึง ตัวสูงประมาณหน้าอกของผม ผมยาวประบ่า รูปร่างคล้ายผู้หญิง แต่ถ้าหากลองมองดูให้ดีก็จะรู้ว่าเป็นเด็กผู้ชาย

ถามว่าผมเจอคนนั้นได้ยังไง
       จุดเริ่มต้นมันอยู่ตรงนี้..

" ลุ๊งงงงงงงงงงงง เราต้องซื้อของเยอะขนาดนี้เลยหรอ สรแบกไม่ไหวแล้วนะ "

ชายร่างบางบ่นขณะที่กำลังหอบหิ้วสิ้นค้าอุปโภคและบริโภคมากมายในอ้อมแขนนั้น

" อย่าบ่นนักเลยน่า เดี๋ยวเราก็ถึงรถแล้ว "

" แต่สรหนักหนิลุง "

" เดี๋ยวลุงแวะซื้อขนมหน้าโรงเรียนให้กินนะ เอาไหม เอาไหม ไส้กรอกแดงพันม้วนๆใส่ไม้แล้วเอาไปทอด สัก 20 บาทเป็นไง หรือจะเอาโตเกียว 10 บาท 2 อันไหม เดี๋ยวลุงซื้อให้กิน "

" ลุงก็เอาของกินมาล่อตลอดแหละ สรรู้ทัน หยุดบ่นก็ได้ แต่แถมรูทเบียร์ให้สรแก้วนึงนาา "

" เอ้อ ! แกนี่ได้คืบแล้วจะเอาศอกจริงๆ ไอ้เด็กคนนี้ "

" เด็กก็หลานลุงอะ ไม่รักหรอ จะไม่ซื้อให้กินหรอ "

" ต่อปากต่อคำ ! "

ภสรเหลือบมองหน้าตาของลุงตอนกำลังถูกเถียง แล้วก็หัวเราะออกมา ภาพรอยยิ้มตอนหัวเราะครั้งนั้นมันติดอยู่ในใจของผมมาตั้งแต่วันนั้น ชายผิวขาวเหลือง ผอมบาง หน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่วันนั้น ผมลืมมันไม่ลง หน้าตาที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยพบเจอ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนะ

ผมหยุดตามเด็กคนนั้นไม่ได้ แถมยังไม่รู้ว่าเป็นคนแถวไหน และผมก็พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ สิ่งที่ผมพอจะทำได้ทำได้คือ

" รอคอย "

ผมโดดเรียนมายืนรอเด็กคนนั้นทุกวันหน้าห้างสรรพสินค้าห้างใหญ่ตรงนั้น บางวันก็เช้า บางวันบ่าย บางวันเย็น แต่ก็ไม่เคยเจอเด็กคนนั้นเลย

ได้ยินวันนั้นว่าอยากกินขนมหน้าโรงเรียน ก็ไม่รู้อีกว่าโรงเรียนไหน จะให้ไปตามหาทุกโรงเรียน ก็คงจะเยอะเกินไป ที่ทางยังไม่ค่อยจะรู้จักดีด้วย หลงทางมาผมจะทำยังไง

บางที.. ผมอาจรู้สึกถอดใจ

หากการพบกันของเราสองเป็นโชคชะตา เราอาจจะได้พบเจอกันอีก..



เป็นเวลา 3 เดือนมาแล้วที่ไม่เจอหน้าคนที่อยากเจออีกเลย แล้วก็เป็นเวลา 3 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่กับที่โรงเรียนและร้านเกมส์ใกล้บ้าน

ผมคงต้องออกไปเปิดหูเปิดตากับเข้าบ้างแล้วแหละ..

เมื่อนึกถึงอาหารที่อยากกิน แต่ไม่ได้กินมานานแล้ว คงไม่พ้นไก่ทอดเจ้าดังที่ตั้งอยู่บนห้างนั่น ผมไม่ได้กินไก่ทอดอร่อยๆนั่นมานานแล้ว

วันนี้ วันนี้แหละ ผมต้องกินมันให้ได้ ! 

หน้าร้านขายไก่เต็มไปด้วยฝูงคนที่ต่อแถวรอซื้อไก่กลับบ้าน กับ ฝูงคนที่นั่งกินไก่อยู่ในร้าน มีเด็กวิ่งเล่นเต็มไปหมด

" ขายดีกันจังเลยน้าาาา ไก่เนี่ย "

" เชี้ยเอ้ย คนเยอะขนาดนั้น ชาติไหนกูจะได้กินวะเนี่ยยยย "

ธีรธาดาสบถกับตัวเองในใจ..

สักพักธีรธาดาตัดสินใจว่ารอให้คนซากว่านี้สักหน่อย ค่อยเดินกลับมาสั่งไก่ทอดกลับไปกินที่บ้านก็ได้

โซนที่ธีรธาดาเลือกไปต่อจากนี้คือร้านหนังสือ ซีเอสบุ๊คเซ็นเตอร์ เห็นลุคเกเรแบดบอยแบบนี้ ธีรธาดาชอบอ่านหนังสือนะค้าบบบ ชอบหาความรู้เข้าตัว ยกเว้นความรู้เรื่องเรียน

ความจริงแล้วธีรธาดามีความฝัน ธีรธาดาอยากเป็นหมอ อยากเรียนแพทย์ หนังสือเรียนเรื่องเดียวที่ธีรธาดาดูจะสนใจมีอยู่อย่างเดียว คือหนังสือเรียนเกี่ยวกับแพทย์ แม้ธีรธาดาจะโดดเรียนบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยทิ้งการเรียน การบ้าน รายงาน ธีรธาดาทำส่งครบหมดทุกอย่าง เสียแต่จิตพิสัยที่คงจะไม่ได้เต็ม แต่ก็คงจะไม่มีให้เติมเลย

ธีรธาดาจมอยู่กับกองหนังสือไปเรื่อยๆ ใช้เวลาอยู่กับมันไปสักพัก เมื่อความรู้เข้าสมอง สมองจะสั่งการให้เริ่มง่วงใช่ไหมล่ะ แต่กลับธีรธาดาแล้วไม่ หากเป็นเรื่องที่ตนสนใจ อ่านนานแค่ไหนก็ไม่ยอมง่วงนอน

เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่ธีรธาดาอยู่ในร้านซีเอสบุ๊คเซ็นเตอร์ ธีรธาดานึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้กินอะไรมาเลยตั้งแต่เช้า เกือบสองชั่วโมงแล้วร้านไก่ทอดคนคงซาลงบ้างแล้วล่ะ ไม่รอช้า ธีรธาดาเก็บหนังสือใส่ชั้นหนังสือ หยิบเฉพาะเล่มที่อยากได้จริงๆไปจ่ายเงินหน้าเคาท์เตอร์

" สามร้อยห้าสิบเก้าบาทค่ะ "

" นี่ครับ "

" ห่อปกใสไปด้วยเลยไหมครับ "

" เท่าไหร่ครับ "

" ฟรีค่ะลูกค้า "

" อ๋อ รับครับ "

แต่ธีรธาดาก็พึ่งนึกขึ้นได้อีกว่ามีของที่ต้องซื้ออยู่อีกอย่าง ฝักบัวที่บ้านชำรุด คงต้องแวะเข้าโรบินซอลสักหน่อย

ขณะที่ธีรธาดากำลังจะเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนนั้น หากจะเป็นเรื่องบังเอิญ คงจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ดีจริงๆ ธีรธาดากำลังจะได้พบกับคนที่เฝ้ารอคอยอีกครั้ง ร่างบางกำลังเดินคล้องแขนกับผู้หญิงกลางวัยอีกคนนึง กำลังขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นข้างบนกัน

ทางธีรธาดาไม่รอช้า เหยียบตีนหมาบึ่งไปที่บันไดเลื่อน ก่อนจะทำตัวให้ไม่ดูน่าสงสัย หยิบเสื้อกันหนาวในกระเป๋าเป๋ขึ้นมาคลุม ใส่แว่นดำสักหน่อย

โอเค

ตอนนี้มองต่อได้

ธีรธาดาจ้องมองร่างบางที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นที่สอง จ้องมองไม่ขยับตา กลัวว่าหากละสายตา ร่างบางจะหายตัวไป และอาจจะไม่มีโอกาสได้เจออีกเลย

ทันใดนั้น !  ธีรธาดาเริ่มสักเกตเห็นว่า ร่างบางนั้นมีอาการลกลนเหมือนกับรู้สึกตัวได้ว่าอาจกำลังถูกจ้องมองอยู่ก็เป็นได้ ท่าไม่ดีแล้ว ต้องหนหลบ

ฟึ่บ ! 

รอดตัวไป

เกือบโดนจับได้แล้วไหมเรา..

ธรีธาดาแอบมองร่างบางที่เข้าไปในโรบินสันอยู่ห่างๆ..

ก่อนที่หญิงสูงวัยร่างบางจะขอแยกตัวออกไปดูของใช้อีกทีทาง ธีรธาดามีความคิดว่า หากเจ้าตัวเดินเข้าไปทักทายอีกฝ่ายจะตกใจกลัวไหม ธีรธาดาพยายามคิดหาวิธีที่จะเข้าไปทำความรู้จักร่างบาง ขณะที่ที่กำลังคิดหาวิธีอยู่นั่ น มีเสียงกรี๊ดร้องดังลั่นห้างมาจากอีกฟาก ธีรธาดาเห็นร่างบางมีอาการตื่นตระหนก แล้วค่อยๆรีบวิ่งไปตามทางที่มีเสียงกีดร้องนั้น ธีรธาดาไม่อยู่เฉยๆ รีบวิ่งตามร่างบางนั้นไปด้วย

" แม่ แม่ แม่ !!  "

" ช่วยด้วยครับ "

" ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ผมหน่อย "

" ช่วยด้วยครับ "

ธีรธาชะงักเมื่อเห็นร่างหญิงวัยกลางคนนั้นกำลังนอนจมกองเลือดบนพื้น

ธีรธาดาคิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ เราควรเข้าไปยุ่งไหม หรือไม่ควร แต่การกระทำเร็วกว่าความคิด

" ขอทางด้วยครับ ของทางด้วยครับ !  "

" รบกวนอย่างเกาะกลุ่มกันครับ "



จนสุดท้ายแล้ววันนั้นพระเอกของเรื่องก็คือธีรธาดา ธีรธาดาทำหน้าที่นำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บไปพร้อมกับร่างบาง ร่างบางมีอาการประหม่าและตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา ธีรธาดากอดก็แล้ว ปลอบก็ได้ แต่ร่างบางยังคงรู้สึกกลัวอยู่ อาจเป็นครั้งแรกของร่างบางที่ต้องมาเจอเรื่องน่าเจ็บปวดแบบนี้ หากเกิดขึ้นกับแม่ตนเอง ธีรธาดาก็คงคุมตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน เลยได้แต่เห็นใจและพยายามปลอบร่างบางเท่านั้นเอง ก่อนออกมาจากโรงพยาบาล ร่างบางรู้แล้วว่าจะติดต่อร่างบางคนนั้นได้ที่ไหน เบอร์โทรศัพท์ที่ค้างเอาไว้เป็นคำตอบที่เพียงพอต่อความต้องการของธีรธาดาแล้ว แต่อีกอย่างที่ธีรธาดาพลาดไป

" เชี้ย ลืมถามชื่อ "

" ไอ้โง่เอ้ยยยยย "



ก็เป็นแบบนี้แหละครับท่าน จุกเริ่มต้นของผมกับร่างบางคนนั้น

หลังจากวันนั้นผมใช้เวลาคิดอยู่นานกว่าจะกล้าโทรกลับไปที่เบอร์โทรนั้น

จะถามหาตัวตนของร่างบางอย่างไรดี ผู้รับสายจะจับได้ไหมนะว่าเราไม่รู้จักเขา จะคุยยังให้ไม่แปลกดี แล้วถ้าคนรับสายไม่ใช่ยายจะทำยังไงดีนะ

แต่ก็ช่างวะ ไม่กล้าก็จะไม่ได้เจออีกนะเว้ย ! 

ตุ๊ด ตุ๊ดด ตุ๊ดดด

" สวัสดีค่ะ "

เป็นเสียงของผู้หญิงสูงวัยรับสาย โชคเข้าข้างไอ้ธีร์แล้วโว้ยยย ! 

" สวัสดีครับคุณยาย "

" เห ! คุณรู้จักฉันด้วยหรือ "

ประโยคแบบนี้ธีร์ธาราจะตอบกลับไปยังไงดี

" เอ่อ.. รู้สิครับ ! ก็เป็นคุณยายของเด็กร่างบางคนนั้นไง "

" เด็กร่างบางไหนบ้านนี้ไม่มีหรอก คุณโทรผิดแล้ว ฉันจะวางแล้วนะ "

ฉิบหายแล้วไงไอ้ธีร์ ทำอะไรสักอย่างสิว้าาาา

" เอ่อๆ ก็คนที่ผมยาวประบ่าไงยาย ผู้ชายที่ผู้ยาวประบ่าน่ะ "

" คุณเป็นเพื่อนหลานชายฉันหรอ อาเหมยลี่อีมีเพื่อนกับเขาด้วยหรือ "

" อะไรนะครับ เหมยลี่หรอครับ "

" ก็ใช่อาสิ หลานฉันชื่อเหมยลี่ "
       " เอ๊ะเดี๋ยวก่อน คุณไม่รู้จักชื่อหลานฉันแล้วโทรมาได้ยางงาย หือออ ? "

ซวยแล้วไงมึง ! ไอ้เชี้ยธีร์

" คือคือ.. เหมยลี่ไม่ได้บอกผมน่ะครับว่าคุณยายเรียกว่าเหมยลี่ "

คุณยายปล่อยให้ต้นสายถือสายรอสักพัก

" อุ้ยตายจริง เหมยลี่มันต้องโกรธแน่ๆ ไอ้หยาา หลงไปเรียกชื่อที่เรียกอยู่บ้านซางั้น ตอบไอ้หนุ่มคนนี้ว่ายังไงดี "

" คือนี่เป็นชื่อเรียกที่บ้านน่ะ จริงๆแล้วก็ชื่อเหมือนที่เอ็งเคยเรียกน่ะแหละพ่อหนุ่ม ว่าแต่จะถามหามันทำไมหรือ "

" ตอนนี้เหมยลี่อยู่ที่ไหนหรอครับ "

" มันออกไปทำงานอยู่ร้านตรงหน้าซอยนู้น อยากมาหามันหรือ "

" ครับๆ คุณยายบอกที่อยู่ให้ผมได้ไหม "

คุณยายจัดการบอกที่อยู่ให้กับพ่อหนุ่มอย่างเสร็จสรรพ์ ก่อนธีรธาดาจะบอกขอบคุณและวางสายทิ้งไป วันพรุ่งนี้ธีรธาดาจะเรียนเสร็จจะเข้าไปหาเหมยลี่ ! 

" เหมยลี่หรอ เหมยลี่.. ดอกเหมย ! "

" เข้าใจตั้งเนอะ ดอกเหมย.. "

ธีรธาดานั่งคิดอยู่บนโซฟาตัวโปรดของตนที่บ้าน ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อต้นเหมยมาปลูกไว้ที่บ้าน

เช้าวันใหม่มาถึง สภาพอากาศดูไม่เป็นใจกับแผนการพิชิตตัวเหมยลี่เลย ฝนตั้งเค้าว่าจะตกตั้งแต่เช้าตู่ ธีรธาดารีบแต่งตัว แล้วจับบิ๊กไบท์ยามาห้าบิดออกจากบ้าน แต่ไม่ทันการฝนเริ่มเทลงมาแรงขึ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

" ฉิบหาย เดี๋ยวกูจอดแถวนี้แล้วเดินไปก็ได้วะ ยังไงก็ทางไปโรงเรียนเหมือนกัน เดี๋ยวหลบฝนร้านค้าแถวนี้เอาก่อน "

ธีรธาดารีบวิ่งเข้ามาหลบฝนในร้านกาแฟร้านหนึ่งใกล้ๆกับตัวโรงเรียนของธีรธาดา

ธีรธาดามีสภาพเปียกโชคไปทั้งตัว คงต้องสั่งกาแฟแล้วขอผ้าขนหนูทางร้านเช็คซะแล้วล่ะ

" รับอะไร.. "

เสียงที่คุ้นหู ใครกันนะ

ธีรธาดารีบเงยหน้าขึ้นมามองหาต้นเสียง จากนั้นชายหนุ่มจึงพบว่าเป็นเจ้าของเสียงนามว่าเหมยลี่ที่เจ้าตัวมาตามหา แต่สายตาที่เหมยลี่มองมา ไม่ได้มองมาที่หน้าตน

" คุณ "

" คุณครับ "

" คุ๊ณ !!  "

ร่างบางมีอาการตกใจไปชั่วขณะ

" คะครับบ ครับ "

" นี่คุณมองอะไรอยู่น่ะครับ "

" อะอ๋อ.. มะมะมอง มองเสื้อคุณนะครับ มันเปียกโชก "

" อ๋อ ผมโดนฝนตกใส่พอดีตอนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนน่ะครับ "

" อ๋อ รอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมหาผ้าขนหนูมาให้เช็ด "

" ขอบคุณครับ "

มือบางยื่นผ้าขนหมูให้กับธีรธาดา ผิวขาวเหลืองบนผิวหนัง ใช่แล้วล่ะ เหมยลี่ที่เขาตามหา

" อะอะ.. นี่ครับคุณ "

ธีรธาดาบอกกับตัวเองในใจ วันนี้เขาต้องถามชื่อจริงของเหมยลี่ให่ได้

" คุณชื่ออะไรครับ " เขาถามภสร

" อ๋อ ผมชื่อ " ภสร " เรียกผมว่า " สร " ก็ได้ "

เอายังไงต่อดี หาเรื่องอยู่ต่อก่อนดีกว่า..

" วันนี้ผมอยู่ที่นี่ได้ไหม "

" หะ.. เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ "

" วันนี้ผมอยู่นี่ได้ไหม "

" ไม่ได้หรอกครับคุณนี่ร้านกาแฟนะ ถ้าคุณอยากอยู่คุณก็ต้องสั่งกาแฟ แล้วก็แล้วแต่คุณว่าจะนั่งกี่ชั่วโมง แต่ถ้ามีจิตสำนึกคุณก็ไม่ควรนั่งเกินสามชั่วโมง พอฝนหยุดคุณก็ต้องกลับไปเรียน "

" คุณนี่บ่นเหมือนแม่ผมเลยนะ "

อวดรวยไปเลยเป็นไง จะได้เงียบ..

" ยังไงวันนี้ผมก็ไม่กลับไปเรียนแน่ ให้ผมเช่าร้านนี่ได้ไหมล่ะครับ กระเป๋าผมหนักนะ "

" รวยมากหรือไงคุณอะ หน้าตาก็เหมือนคนดี แต่นิสัยไม่ดีเลยนะ เอาเงินซื้อทุกอย่าง ชีวิตคุณคงสบายมากเลยสิ "

ไหง่เป็นงี้วะ..

ไม่ได้ จะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บไม่ได้

" ก็สบายดีนะ ผมจะไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป ทำตัวยังไงก็ได้ที่อยากทำ "

ชายหนุ่มในชุดนักเรียนหยักไหล่เหมือนเรื่องที่รวยเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ฉันจะทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน

สีหน้าของภสรเริ่มเปลี่ยนไป..

" ฉันจะให้คุณอยู่ที่นี่ได้แค่วันนี้ "

เยี่ยม !

" ดี ขอบใจ "

" อ้าว แล้วไม่พูดผมเหมือนเมื่อกี้แล้วอ๋อ "

แซวหน่อยแล้วกัน..

" ก็คุณไม่ใช่ลูกค้า ฉันแค่ตอบแทนที่คุณเคยช่วยชีวิตแม่ฉัน "

" อ้าวหรอ ผมเคยช่วยด้วยเหรอ? "

" สงสัย ตอนนั้นผมคงอยากเป็นฮีโร่มั้ง "

อะไรสั่งให้แกตอบไปแบบนั้น ไอ้ธีร์เอ้ยยย ไปยั่วโมโหภสรมันทำม๊ายยยยย !! 

" คำตอบคนเรานี่มันง่ายดีจัง "

" แล้วคุณง่ายไหม ผมจ่ายให้ไม่อั้น "

โอเค กูแบดบอยไปอีก ก็คนมันหยุดไม่ได้นี่หว่า

ไม่อยากยอมแพ้โว้ย !! 

" มาเป็นเมียผมไหม รูปร่างหน้าตาก็สวยดีนี่ "

" อย่ามาทำตัวกร่างแถวนี้ ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ "

" พ่อแม่ไม่รักสิท่า อายุแค่นี้ หัดซื้อกินแล้วหรอ? "

ถึงพ่อกับแม่เลยหรอวะ ตัวแค่นี้ปากเก่งจังเลยนะ..
ธีรธาดาจากที่แค่พูดเล่นสนุกปาก ตอนนี้มีสีหน้าจริงจัง ก็ใครใช้ให้ภสรพูดโดนปมของธีรธาดาล่ะ เรื่องพ่อแม่ไม่รักมันจี้ใจจริงๆ แม่ที่ขอหย่าแล้วยังให้อยู่กับพ่อ ส่วนพ่อก็โยนทิ้งมาให้อยู่ต่างจังหวัด ให้ธีรธาดาเล่นสนุกต่อ ดูจะเป็นไม่ได้แล้วล่ะ .



..

ภสรหล่อนอย่าไปจี้จุดเขาเซ่ ! .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
นกเขตหนาวกับหมีแพนด้า

" 2560 "

ผมคิดถึงคุณ..

ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรเล่นตลก
ให้เรื่องของเราสองต้องเป็นแบบนี้

พยายามจะลบและลืมมันมานานแล้ว
แต่ก็พบว่าไม่มีวันไหนเลยที่ไม่คิดถึง

 ไม่รู้ว่ายังจำได้ไหม
มู่หลานเอ้ย..
คิดถึงว่ะ

ยังเก็บไว้..
ยังเก็บเอาไว้ในใจ

เสมอมา..





" 2546 "


" มองหน้าฉันทำไม "

ร่างบางถามหนุ่มชุดนักเรียนที่ยืนบึ้งตึงอยู่ตรงหน้า

" ก็อยากจะรู้ว่าจะพูดเก่งไปได้แค่ไหน "

" ยั่วโมโหหรอ ? "

ร่างบางถาม..

" แต่จะบอกอะไรให้คุณยั่วฉันไม่ได้หรอก "

" ปากเก่งไม่สิ้นสุด "

" แล้วใครใช้ให้คุณกร่างก่อน "

" แล้วไม่มีใครสอนหรอว่าอย่าพูดถึงพ่อแม่ของคนอื่น หน้าตาก็ดูดีใช้ได้ แต่ดูจากทรงแล้วน่าจะจนสิท่า ถึงได้มาทำงานร้านกาแฟแทนที่จะไปเรียนหนังสือ "

ภสรหยุดชะงักกับคำกล่าวหาของหนุ่มชุดนักเรียน รางบางคิดว่าตัวเองพูดแทงใจดำเก่งแล้ว แต่สุดท้ายมีคนที่พูดได้เก่งกว่า.. เก่งจนมันทิ่มแทงหัวใจของภสรให้เลือดไหลได้เหมือนกัน

ภสรบอกตัวเองให้ใจเย็นขึ้น.. ค่อยๆหายใจเข้า หายใจออก

" งั้นเราเจ๊ากันฉันขอโทษที่พูดถึงพ่อกับแม่คุณ "
       " คุณจะรับอะไรดีล่ะคะคุณลูกค้า ทางร้านเรามีเมนูพิเศษแนะนำ คือ.. "

ภสรรู้ตัวแล้วว่าไม่ควรยุ่งกับผู้ชายคนนี้ เขาจะหลบฝน กินกาแฟ หรืออยู่ต่อ ก็ไม่ใช่ธุระกงการณ์อะไรที่ภสรจะเข้าไปยุ่ง ภสรแค่ต้องทำหน้าที่พนักงานให้ดีเท่านั้น

" ไม่ล่ะ ผมขอเอสเย็น "

" เอสเปรสโซเย็นนะครับ คุณลูกค้า "

ขณะที่ภสรกำลังทำหน้าที่เป็นพนักงานแคสเชียร์ ชายอีกคนก็โผล่มา

" สรรรรรรรร คนสวยของพี่ ! "

ไอ้พี่ฉาง..

" มีอะไรมิทราบครับ คุณฉาง "

" ก็เป็นประจำเหมือนทุกวันไง๊ พี่จะแว๊ะมาดูเด็กร้านโชว์ห่วยอัปเกรดขึ้นมาทำงานร้านกาแฟไง วันนี้ราบรื่นดีไหมจ๊ะ "

หนุ่มชุดนักเรียนจ้องหน้าชายผู้ซึ่งเข้ามาใหม่ ก่อนจะคิดในใจ ที่เราพูดออกไป เป็นเรื่องจริงสินะ..

" ก็จะไม่ราบรื่นก็พอมีอีตัวกาลกิณีที่ยืนพูดอยู่หน้าร้านเนี่ย "

ชายหนุ่มชุดนักเรียนสบถในใจ " กูก็อยู่หน้าร้าน.. "

" โธ่ สรของพี่ ทำไมใจร้ายใจดำว่าพี่ได้ลงคอ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเย็นนี้พี่หอหนมมาฝากนะ วันนี้เลิกกี่โมง กลับพร้อมพี่ไหม "

" ไอ้นี่ใช่ไหม จุดประสงค์ของวันนี้ "

" แฮ่.. "

หนุมชื่อจีนเริ่มเกาหัว

" ใช่ "

" ก็อีแค่เนี่ย เล่นใหญ่ไปได้พี่อะ "

ภสรมีอาการเขินอาย วันนี้จะได้กลับบ้านกับคนที่แอบปลื้ม

" สามทุ่มครึ่ง "

" ได้ สามทุ่มครึ่งพี่มารอหน้าร้านนะ "

" ค้าบบบ ไปๆ กลับไปทำงานได้แล่ว "

หนุ่มชื่อจีนเดินออกไปจากร้าน ก่อนชายหนุ่มชุดนักเรียนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

" คู่รักคนจน ขนลุกว่ะ "
       " จำเอาไว้ให้ดีล่ะ ผม ธีร์ ธีรธาดา โลกาวิวัฒนา "
       " ไปล่ะ "

ก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เหมือนไปโกรธแม่ใครมา

คนอะไร๊ กร่างแล้วยังไม่มีมารยาทอีก ภสรสถบในใจ

ธีร์.. ชื่อธีร์หรอกเหรอ

แกพูดเองไม่ใช่หรอว่าจะไม่สนใจไอ้คนกร่างนั่น ทำงานสิว่ะ เดี๋ยวพี่ป๊อปก็ด่าเอา หัวเสียแต่เช้าเลยโว้ย ! 



เวลาเดินเร็วขึ้นเหมือนโกหก ตอนนี้เป็นเวลาค่ำมากแล้ว ภสรที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ได้ขนมอบจากพี่ป๊อปมาเป็นของตอบแทน

" พี่ไปแล้วนะ ปิดร้านด้วยล่ะ "

" ค้าบบบบบ "

ภสรรอเวลานี้มาทั้งวัน เวลาที่จะได้กลับบ้านพร้อมคนที่แอบปลื้ม

" ไง นี่หนม พี่ห่อมาฝาก.. "

พึ่งคิดถึงก็โผล่มาเลยหรอวะ..

" อึ้งอะไร เร็ว ปิดร้าน ดึกแล้ว "

" เอ้อๆ พี่คอยแปปนึงนะ "

ภสรจัดการปิดร้านให้เสร็จสรรพเรียบร้อย เปลี่ยนชุด พร้อมเดินกลับบ้านกับชายหนุ่มที่แอบปลื้ม

" วันนี้ลูกค้าคนนั้นดูไม่พอใจนะ เป็นอะไรกันหรือเปล่า "

หนุ่มชื่อจีนถามด้วยความเป็นห่วง

" ทำไมว่างั้นล่ะพี่ "

" ก็เขาดูไม่สบอารมณ์ตอนเราคุยกัน "

" อ๋อ สรกับเขามีปากเสียงกันนิดหน่อยน่ะพี่ คนอะไร๊กร่างฉิบหาย มาบอกว่าจะเช่าร้าน เพราะฝนตก แล้วก็ไม่อยากไปเรียนหนังสือ มีเงินเรียนหนังสือน่ะมันดีแล้ว พี่ว่าไหม มีสิทธิ์เรียนแล้วยังจะไม่เรียนอีก ไม่รู้มั้งว่าเงินมันหายาก รวยมากมั้งจะเช่าร้าน ไอ้ห่า "

ถึงร่างบางจะบ่นไปอย่างนั้นแต่คนข้างๆก็แอบเห็นสีหน้าเศร้าใจ

" อยากเรียนหนังสือหรอ "

ภสรหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองหน้าหนุ่มชื่อจีน

ภสรค่อยๆถอนหายใจ

" ก็มันน่าอิจฉาหนิพี่ เขาได้เรียนหนังสือ เขาได้เจอเพื่อนมากมาย เขาได้รู้ว่าถ้าหากเรียนจบแล้วอยากจะไปทำอะไร สิ่งที่เขาชอบคืออะไร แต่แตกต่างจากสร เราทำงานไม่ใช่เพราะเราชอบ เราหาเลี้ยงครอบครัวและตัวเอง "

น้ำตาที่คลอเบ้าค่อยๆไหลลงมาอาบที่แก้ม

" โอ๋ คนสวยของพี่น้อยใจอะไรเนี่ย ไม่เอาไม่ร้องนะ พี่อยู่นี่ไง มาๆ โอ๋ๆ เช็ดน้ำตาเร็ว ไม่ร้องๆ "

" ฮึก หืออออ น้อยใจชีวิตตัวเองโว้ยยย "
       " แต่ยังไงสรก็จะต้องเอ็นจอยกับชีวิตแบบนี้ให้ได้ "

ร่างบางค่อยๆเช็ดน้ำตา ก่อนมือปริศนาจะเอื้อมเข้ามาจับแขนเอาไว้แทน

" เฮ้ย ! ใครวะ "

ภสรค่อยๆเงยหน้ามองคนที่จับแขนตนอยู่ตรงหน้า

" ธีร์ธาดา ! "
       " นายตามพวกเรามาหรอ "

" หึ จำชื่อได้แล้วนี่ "
       " ไม่ได้ตามพวกเรา แต่ตามนาย "

ภสรเริ่มหงุดหงิด

" มีอะไร "
       " คิดว่าจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรอกเหรอ "
       " นี่ คุณนักเรียน ดึกดื่นป่านนี้บ้านช่องไม่มีให้กลับหรอ "

หนุ่มชุดนักเรียนไม่ได้ตอบกลับอะไร แต่กลับลากแขนของร่างบางให้เดินไปกับตัวเอง

" นี่ปล่อยนะ ! พี่ฉางช่วยน้องด้วย พี่ฉาง !  "

ภสรตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ปลายทางได้แต่ยืนนิ่งเฉยๆ ปล่อยให้ไอ้หนุ่มชุดนักเรียนลากตัวเขาไปแบบนั้น

" ปล่อยสิวะ ! "

ภสรปัดมือที่จับแขนตัวเองออก

" มีปัญหาอะไรมากปะ มา ! เอาเลย มีอะไรก็พูดมา "

ความแมนที่มีมันมากเกินไปกว่าความกลัวในใจของภสร

" นักเลงเก่ง "

" นายนั่นแหละที่นักเลง มาลากคนอื่นออกมาได้ยังไง รู้ไหมฉันรอวันนี้มานานเท่าไหร่ ! "

หนุ่มชุดนักเรียนเริ่มขมวดคิ้ว

" ทำไม วันนี้มันทำไม "

ร่างบางมองหน้าก่อนจะกรอกตาไปมา

" เป็นนักเรียนนี่ไม่ฉลาดเอาเลยนะ คนเค้าเดินกลับบ้านกันสองคน มันหมายความว่าอะไรล่ะวะ ! "

หนุ่มชุดนักเรียนขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีกก่อนจะใช้มือทั้งสองกำที่ไหล่ของร่างบางแน่น

" นี่รอมันหรอ ตอบสิว่าชอบมัน ! "

" เจ็บนะเว้ย ! "

ภสรสปัดมือหนาออกจากไหล่ของตน

" ชอบแล้วทำไม เกี่ยวอะไรกับนายด้วย เป็นแฟนฉันหรอ หึงหรือไง "

ชายหนุ่มตรงหน้าหยุดชะงักและนึกคิดกับคำพูดที่กล่าวหาว่าตนหึง

" หึงหวงอะไร ใคร ใครหึง แค่เป็นหวงว่าจะถูกหลอก สายตาไอ้นั่นมันดูไม่น่าไว้ใจ แล้วไปชอบมันน่ะจะดีหรอ ตะโกนเรียกมันเมื่อกี้ไม่เห็นมันตามมาช่วยเลย อกหักแล้วมั้งเบบี๋ "

" เบบี๋พ่อคุณอะ "

ภสรคิดว่าที่หนุ่มชุดนักเรียนพูดมาดูจะเป็นความจริง หากมีแค่ภสรที่ตื่นเต้นกับการเดินกล้บบ้านด้วยกันในวันนี้ล่ะ หากที่เขาเอาขนมมาฝากเป็นเพราะคิดว่าเราเป็นแค่น้องล่ะ..

" ยุ่งเรื่องคนอื่นเก่งนะนายน่ะ "

" เก่งอยู่แล้ว "

" กวนตีน !  "

" ตีนมันกวนไม่ได้นะครับ ถ้าจะกวนต้องใช้ไม้ "

" ผีเจาะปากมาเกิดหรอ "

ภสรเลิกสนใจชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะพาตัวเองเดินออกมาจากจุดอับตรงนั้น

" เดี๋ยวดิคุณ จะไปไหน "

" ไปให้พ้นจากคนปากหมาอย่างนายไง "

" ปากหมาแต่หล่อมากนะค้าบบบ.. "
       " เดี๋ยวดิคุณ รอผมก่อน "

ภสรเริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

" สร รอผมก่อน "
       " สร !! "

ภสรหยุดเดินแล้วหันกลับไป

" เรียกเนี่ย เพื่อนเล่นหรอ เพื่อนกันหรอ สนิทกันหรอ "

ธีรธาดาไม่ได้สนใจกับคำพูดของภสร

" คุณ อย่าพึ่งรีบเดินได้ไหม ผมเหนื่อย "

" ใครใช้ให้นายมาเดินตามฉันล่ะ "

" ไม่ใช่อย่างนั้น ผมไม่ได้เหนื่อยตามคุณ แต่ผมเหนื่อย.. "

ฟุ่บ..

หนุ่มชุดนักเรียนล้มตัวลงกับพื้น

" คุณ !! "

ภสรรีบวิ่งกลับไปหาชายหนุ่มชุดนักเรียนที่นอนอยู่บนพื้น

แปะ แปะ
ภสรใช้ฝามือปรบลงบนหน้าของชายหนุ่มช้าๆ

" คุณ คุณ "

ร่างบางค่อยๆยกคอชายหนุ่มขึ้นมาวางไว้บนตัก


       " ไม่ตื่นเลยอะ คุณเป็นอะไรวะ มาตายตรงนี้ไม่ได้นะเว้ย คุณ !  "

ร่างบางใช้ฝามือค่อยๆวางลงบนที่หน้าผากของอีกฝ่าย

" ตัวร้อนจี๋เลยอะ "

ภาพแฟลชแบล็คกลับไปที่เมื่อเช้า ชายหนุ่มชุดนักเรียนตัวเปียกโชกและตอนนี้ก็ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่

" ปั๊ดโธ่เอ้ย ! ก็นึกว่าจะตาย ป่วยเพราะไม่รู้จักดูแลตัวเอง !  ไอ้บ้าเอ้ย เป็นภาระคนอื่นอีก "

" เอาไงดีวะเนี่ย ฮือออออ ผู้ชายไม่รัก แล้วยังต้องแบกไอ้หมีแพนด้านี่กลับบ้านอีกหรอวะ "

" แมมมมมมมมมมมม่ TT "



แสงแดดส่องลงมาจากหน้าต่าง ชายหนุ่มชุดนักเรียนในชุดนอนตัวใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ลืมตาขึ้นมา

" เชี้ย.. "

" ที่นี่ที่ไหนวะ "

ชายหนุ่มค่อยๆเหลือบมองไปรอบๆห้อง แล้วก็พบว่านี่เป็นห้องของชายอีกคนที่นอนคดอยู่ข้างๆตน

ชายหนุ่มไม่พยายามที่จะลุกขึ้นจากเตียง แต่กลับพลิกตัวนอนตะแครงมองหน้าคนที่นอนอยู่ข้างๆ

" มัดดังโงะนอนกับเขาด้วยว่ะ "

ชายหนุ่มค่อยๆใช้นิ้วเรียวสัมผัสที่ใบหน้า จมูก และที่แก้ม

" แก้มนุ่มจังเลยครับ "
       " ทำไมไม่เกิดเป็นผู้หญิงนะ "

" อื้อออออ "

ชายหนุ่มหยุดชะงัก

" ทำเพนกวินน้อยตื่นจนได้ "

" นี่คุณ ตื่นแล้วอ๋อ "

ภสรค่อยๆชันตัวลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย

" เมื่อคืนนี่หนักเลยนะคุณน่ะ "
       " รู้ไหมว่าฉันต้องแบกคุณมาเนี่ย "

" ก็รู้แล้วนี่ไง.. "
       " เรามาคุยกันหน่อยได้ไหม "

" นายมีเรื่องอะไรจะคุยล่ะ พูดมาเลย เราจะได้คุยกันให้เสร็จ "

" ผมขอโทษ.. "

ชายหนุ่มมีสีหน้ารู้สึกผิดเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังสำนึกว่าตัวเองทำผิด

" ที่ผมว่าคุณจน ผมไปนั่งคิดมาแล้ว ผมไม่ควรไปดูถูกคุณ "

" โธ่ หงอยเลยแพนด้า.. "
       " อืม.. ฉันก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกันนะ ฉันไม่ควรไปว่าพ่อแม่คุณเหมือนกันนะ "

" เดี๋ยวนะครับ เมื่อกี้คุณเรียกใครแพนด้า "

" คุณไง "

" ห๊ะ ? "

" กะก็.. เมื่อคืนตอนที่คุณป่วยน่ะ ใต้ตาคุณมันดำเหมือนหลุมอุกาบาต.. ฉันก็เลยเรียก.. "

" งั้นคุณก็เพนกวินน้อย "

" ใคร ใครน้อย ฉันเหมือนเพนกวินตรงไหน "

" ไม่รู้ล่ะ ก็คุณเหมือนเพนกวิน "

" เอ๋า ไอ้หนุ่มนี่มันยากลองดี.. ปั๊ดเดี๋ยวต่อย.. "

" อาเหมยลี่ ลื้อตื่นแล้วหรอลูกกกกกก "
       " ถ้าตื่นแล้วรีบออกมากินข้าว พาพ่อดอกมะลินั่นออกมากินข้าวด้วย "

เสียงยายตะโกนข้ามห้องดังออกมา

" ยายยย เมื่อวานก็บอกแล้วว่าไม่ใช่พ่อดอกมะลิ หน้าไทยจะตาย จะมาสู่โกโบริของหลานได้ไง "

" แกจะเถียงยายทำไมวะ ดอกมะลิก็ดอกมะลิ ยายชอบของยาย รีบออกมากินข้าวได้แล้ว เร็ว ! "

ชายหนุ่มที่ตัวใหญ่กว่ามองหน้าร่างบาง

" (-_- ) บอกมาเลยนะว่าทำไมยายถึงเรียกผมว่าพ่อดอกมะลิ "

" ( -_-) ก็เมื่อคืนน่ะ.. "



ก๊อก ก๊อก !

" ยายๆ เปิดประตูบ้านให้หูหน่อย ยายยย "

" จะรีบอะไรนักหนาวะอีเหมยลี่นี่ กำลังปาย กำลังปาย "

" อาเหมยลี่ !  "
       " ลื้อแบกใครกลับมาล้วยน่ะ ! "

" ลูกค้าที่ร้านน่ะยาย หนูนะปวดหลังไปหมดแล้ว "

" เอาๆ เอาอีเข้ามาข้างในบ้านก่อง "
       " แล้วนี่อีไปทำอีท่าไหนมา ถึงล่ายเป็นสภาพนี้ "

" ตากฝนอะสิยาย ป่วยเนี่ยเลยยากหนูพากลับมาบ้าน "

" เออๆไม่เปงไรไม่เปงไร ให้อีนอนกับลื้อไปก่องนะ หาชุดเปลี่ยนให้อีด้วย ต้องให้คนมาช่วยชีวิค อีนี่เหมือนพ่อดอกมะลิเลยนาา พ่อหนุ่ม "

สาวสูงวัยเอียงหน้าเอียงคอมองชายหนุ่มที่นอนพิงไหล่ของภสร

" โอ้ยยาย หล่อไม่สู้โกโบริในหนังสือสักนิดยาย อย่าไปเรียก เสียของ "

" แกหุบปากไปเลย ยายมองหล่อของยายนี่หว่า พ่อดอกมะลิ "
       " เออ อย่าลืมเช็กตัวให้อีล้วยล่า เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วปลุกอีขึ้นมากินยาล้วยนา "

" รู้แล้วน่ายาย ยายไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวเหมยจัดการเอง "



แต่ยังมีช่วงที่ภสรไม่ได้เล่าให้ธีรธาดาฟังทั้งหมด..



ภสรค่อยๆฉุดกระชากลากดึงไอ้หนุ่มแพนด้าที่ตัวใหญ่กว่าไปที่ห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะนำผ้าที่ชุบน้ำแล้วมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

" หืม.. ซิกแพก "
       " คงจะเอาเวลาโดดเรียนเนี่ยไปออกกำลังกายสิท่า "

อยู่ๆธีรธาดาก็พูดประโยคบางอย่างออกมา

" แม่ครับ.. ผมคิดถึงแม่ "

" ดูๆ เพ้อใหญ่ล่ะ "

" แม่ครับ ฮึก.. ผมคิดถึงแม่ "

แปะ แปะ

ภสรใช้หน้ามือปรบหน้าของชายหนุ่ม

" คุณ ตื่นขึ้นมากินยาก่อน เพ้อแล้วนะ "

" ทำไมแม่ต้องทิ้งผมไว้อยู่กับพ่อด้วยล่ะครับ "

" เฮ้อ เพ้อใหญ่แล้ว นี่คุ.. "

ร่างใหญ่กว่าคว้าร่างบางเข้าไปกอด

" แม่ครับ แม่อย่าทิ้งผมไปไหนนะ "

ภสรทำตัวไม่ถูกและใช้เวลาครุ่นคิดสักหน่อยก่อนจะใช้มือลูบหัวร่างโตกว่าแล้วพูดว่า

" ไม่ไปไหนหรอก ฉันจะอยู่ตรงนี้แหละ นอนซะนะ "

ภสรค่อยๆลูบผมของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนเหมือนความรู้สึกที่แม่เคยลูบหัวของตัวภสรเอง

ร่างโตกว่าหยุดเพ้อและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่แขนที่ลัดร่างบางลัดแน่นขึ้นกว่าเดิม

คืนนี้ภสรคงต้องเป็นหมอนข้างให้ไอ้หมีแพนด้าซะแล้วล่ะ .



..

หวานๆกรุบกริบ

เขามานอนบ้านกันแล้วแก๊ !!!

ช่วงนี้ยังไม่ม่า ยังไม่ม่าแน่นอน ! .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
The meaning of this song is ?

อาจจะต้องเลิกลา..

แต่ไม่ต้องเลิก " รัก "



..

ภสรนั่งมองชายหนุ่มที่ตัวใหญ่กว่าตนนั่งซดน้ำซุปกระดูกหมูของคุณยาย ที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆเมื่อครู่..



" ไม่มีบ้านอยู่หรือไง "
" มาอะไรทุกวันหะ ? "

ตั้งแต่ไอ้หมีแพนด้าได้ก้าวเข้ามาในบ้านของนกเขตหนาว ชีวิตของเพนกวินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป..

" ไหนๆก็ไปทำงานเช้าแล้ว ไปโรงเรียนพร้อมกันหน่อยดิ .. "
" มาหาคุณยาย ไม่ได้มาหานาย "
" วันนี้นอนค้างนี่ได้ปะ การบ้านเยอะฉิบหายเลยอะ "

และล่าสุด..
กลายเป็นหลานรักคนล่าสุดของครอบครัว..



"  นี่ก็บ้าน ทำไมจะอยู่ไม่ได้วะ "

" ก็นี่บ้านฉันเว้ย นายก็ไปอยู่บ้านนายเซ่ "

" ไม่เอาอะ เหงา "

" เพื่อนอะ เพื่อนนน หายไปไหนหมด "

" ไม่ค่อย " คบ " ใครหรอก "
" ก็จะมีแต่เหมยลี่นี่แหละที่อั้ว " คบ " อยู่ "

" คบเคิบอะไร อย่ามาเออออ ใครคบนายเป็นเพื่อน ไอ้หมี !! "

" เหมยลี่เอ้ย อย่าไปกวนอีกิงข้าวเลยน่า อีแค่อยากมาเล่นด้วย จะซักอะไรอีนักหนา "

คุณยายถือซุปกระดูกหมูอีกถ้วยมาวางตรงหน้าภสร

" โห่ยาย ก็อีอะเล่นมาทุกวันอะ บ้านมีก็ไม่อยู่ ยายไม่เบื่ออ๋อ "

" มีเพื่อนคบน่ะมันดีแล้วเหมยเอ้ย เดี๋ยวไม่มีมาแล้วจะรู้สึก "

" โห่ยาย ให้เป็นเพื่อนไอ้หมีนี่ไม่เอาหรอก รวยก็รวย จะมามุดอยู่บ้านเก่าๆกับเราทำไม "

" อย่าดื้อสิสร ยายบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ อาธีร์อีเป็นคนดีนาาา เชื่อยายหน่อย คบกันไว้น่ะดีแล้ว ตอนที่ไม่เหลือใคร ก็ยังเหลือกันและกัน "

คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เหมือนกำลังสื่อกับภสรว่าฟังยายเถอะ คนแก่เขามีประสบการณ์

ภสรหันกลับไปมองไอ้หมีใหญ่ด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะหันกลับมาตอบคุณยาย 

" ก็ได้คุณยาย สรเลิกบ่นเลิกซักก็ได้ "

" รีบกิน รีบไปทำงานได้แล้ว "

คุณยายค่อยๆเดินกลับไปเก็บครัวที่ตนเองละเลงฝีการทำอาหารให้ไอ้หมี

" ไหนๆก็จะไปทางเดียวกันแล้ว ไปส่งเรียนก่อนดิ "

ชายหนุ่มในชุดนักเรียนเกริ่นขึ้นมา..

" ทำไมต้องไปส่ง ใครเป็นผู้ปกครองก็ไปส่งดิ โตแล้วนะ มอห้าจนจะมอหกอยู่แล้วยังจะให้ใครไปส่งอยู่อีก "

" ก็อยากให้ไปส่ง ทำให้ไม่ได้หรอ "

" เป็นใครอะ ทำไมต้องไปส่งด้วยอะ "

" ก็เพื่อนไง เพื่อนเดินไปส่งกันไม่ได้หรอ "

" เอางี้นะหมี ทำไมฉันต้องเสียเวลาเดินไปส่งนายหน้าโรงเรียน ทั้งๆที่ที่ทำงานของฉันถึงก่อนโรงเรียนนาย "

" น้า น้าาา ค่อยเดินกลับมาทำงานก็ได้นี่นา "

หนุ่มชุดนักเรียนเริ่มอ้อน

" หยุดเลยนะ คิดหรออีการใช้สายตาอ้อนๆ ทำตัวเหมือนลูกหมาจะได้ผล "
" ไปเองสิเว้ย ! "

ภสรไม่ใจอ่อน

" ใจดำจังว่ะคนเรา.. "

หรือจะอ่อนดีวะ มันก็ไม่ได้ไกลจากที่ทำงานมากนี่หว่า  เดินไปส่งมันดีไหมวะ..

ภสรครุ่นคิด..

ใจดำหรอ..

ใคร

ใคร !! 

" ไม่ใช่เพราะนายไม่คบใครหรอกนะ เพราะปากเงี้ยะไง ถึงไม่มีใครคบ "

" เอ้าหาเรื่องนะเหมย "

" อ่าว หรือไม่จริง "

ทั้งสองจ้องหน้ากันไปสักพัก..

ฝ่ายตัวใหญ่เป็นคนสงบศึกก่อน แล้วนำจานกับชามที่ตัวเองพึ่งกินเสร็จไปไว้ในกะละมังใส่จานไว้ล้างหลังบ้าน

" ไปละนะ "

ก่อนจะสั่งเสียและเปิดประตูขับมอไซต์ออกไปจากบ้าน

" ยายดูดิ ไอ้หมีมันงอนตุ๊บป่องออกไปแล้ว "

" ลื้อนั่นแหละ เขาอยากมีเพื่อนไปโรงเรียนเฉยๆ แค่นี้ก็ไม่รู้ !!  โง่ โง่ !!  "

" อ้าวคุณยาย ด่าสรไมอะ "

" ก็ลื้อมันโง่ ยายก็นึกว่าไปทำงานนอกบ้าน มีเพื่อนที่ทำงานแล้วปฏิสัมพันธ์จะดีขึ้น ไหง่มันแย่แบบนี้นะ "

" ยายยยย สรก็ดีกับทุกคนนั่นแหละ แต่นี่ใคร อยู่ๆก็มาตีสนิทเป็นหลานชายยายอีกคน "

" อิจฉามันหรอที่ยายดูรักมันมากกว่าแกน่ะเหมย "

(-_- )

" เปล่าหรอกยาย เหมยแค่ยังไม่รู้จักเขาดี แล้วจะมาให้สนิทใจมันก็แปลกๆน่ะยาย "

" โธ่เอ้ยหลานรัก เชื่อคำยายนะ หมอนั่นน่ะมันเป็นคนดี ยายเห็นแว๊ปแรกวันนั้นก็รู้แล้ว "
" อาธีร์นี่แหละจะอยู่กับหลานในวันที่ยายไม่อยู่กับหลานแล้ว "

" ยายเอาอะไรมามั่นใจในตัวคนที่ยายพี่งรู้จักไม่นานเนี่ย แล้วยายก็อย่าพูดเป็นลางไม่ดีแบบนั้นสิยาย "

" ก็ยายแก่แล้ว และเวลาที่เหลืออยู่ก็คงเหลืออยู่ไม่มากนัก ถ้าจะฝากใครดูแลแกได้ ก็เห็นจะมีแต่พ่อธีร์ดอกมะลิของยายนี่แหละ ในยามที่เขาลำบากเราก็ช่วยเหลือเขาไว้ ในยามที่เราไม่ไหวบ้าง เขาจะได้ช่วยเหลือเราไงลูก "

ภสรครุ่นคิดอีกครั้ง

" เราควรไว้ใจไอ้คนรวยนั่นหรอยาย ปากก็เก่ง นิสัยก็ไม่รู้ดีไหมด้วย ดูนักเลง แบบนี้ไงหนูถึงยอมอะไรมันไม่ได้ พอยอมแล้วเดี๋ยวได้ใจ นิสัยพวกนักเลง "

" ยายว่าเขาไม่นักเลงหรอกลูก เขาเป็นวัยรุ่นอายุเท่านี้เอง มีไม่มีวิธีหรอกที่วัยรุ่นเลือกทำให้ใครสักคนประทับใจ.. "



ตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา ภสรครุ่นคิดถึงคำพูดของคุณยายที่บอกว่า " มีไม่กี่วิธีหรอกที่วัยรุ่นเลือกทำให้ใครสักคนประทับใจ "

ไอ้วิธีกร่างๆแล้วคอยตามนี่นะ ทำให้ประทับใจ..
โอ้โห.. โคตรน่าประทับใจ

" พี่ป๊อป วันนี้น้องขอเลิกงานก่อนถึงเวลาเลิกสัก 2 ชั่วโมงได้ไหม "

" อ้าว จะไปทำธุระให้คุณยายหรอ "

" ไม่ใช่ของยายหรอกพี่ ธุระของผมนี่แหละ "
       " นะพี่นะ สรไม่เคยขอเลิกงานก่อนเวลาเลยถ้าไม่ติดเรื่องแม่ นะพี่นะ "

ภสรใช้ลูกไม้ทำสายตาอ้อนที่เลียนแบบมาจากไอ้หมีชุดนักเรียนเมื่อเช้า..

" เออๆ แล้วพรุ่งนี้รีบมาทำงานแต่เช้าด้วยล่ะ "

" รับทราบ ! "



ไม่เร็วก็ช้าแต่ตัวภสรตอนนี้มาแอบยืนด้อมๆมองๆหาใครสักคนหน้าโรงเรียนไปแล้ว



" คิดดีแล้วหรอวะสร มายืนรอมันทำไมวะเนี่ย "

" เอ้ย เชี้ยๆ มันเดินมาแล้ว "
" เอ๊ะ "

ชายร่างบางสังเกตเห็นความผิดปกติของชายชุดนักเรียน สายตาร่าเริง และรอยยิ้มนั้น


" เหอะ แล้วบอกไม่มีเพื่อน แล้วผู้หญิงที่เดินมาด้วยนั่นใครวะ "

" เสียเวลาชะมัด "

เห็นแบบนั้นภสรก็ได้แต่คิดว่า มีเพื่อนอยู่แล้ว ตัวภสรคงจะไม่สำคัญอะไร

" กลับบ้านดีกว่า "

แต่ก่อนที่ภสรจะหันหลังเดินกลับบ้าน เสียงทุ้มจากใครบางคนก็ดังขึ้น

" ลิตา เดี๋ยวแยกกันตรงนี้นะ บ้ายบาย เจอกันพรุ่งนี้ "

" เดี๋ยว เดี๋ยว ! "
" รอผมก่อน "

โดนจับได้แล้วสินะ..

" มารอรับผมหรอ "

เสียงทุ้มที่ว่าจะเป็นใครไปไม่ได้

" มารอรับธีร์หรอค้าบบบบ ^_^ "

อีอ่อร่าความสดใสที่ฉายลงมาบนตัวมันนี่มาจากไหน เอาออกไป๊ !!

" เปล่าอะ แค่อยากมากินขนมหน้าโรงเรียน "

" หึ "
" แล้วได้อะไรมากินบ้างล่ะครับ "

" ไม่เสือกเนอะ "

" อ้าว "
" ว่าแต่คนอื่นปากหมา ตัวเองก็ไม่ต่างกันแหละ "

" ยุ่ง "

" หึ "
" ไหนๆก็มาล่ะ ปะ ผมไปส่ง กำลังจะกลับอยู่พอดี "

" ไม่ต้องหรอก เดินมาเองได้ก็กลับเองได้ นายส่งเพื่อนสาวที่เดินมากับนายนู้นไป "

" เพื่อน เพื่อนสาว.. "
" เดี๋ยวนะ ไหนบอกว่ามาซื้อแค่ขนมหน้าโรงเรียน แล้วรู้ได้ไงว่าผมเดินมากับใคร "

ภสรทำสายตาล่อกแล่ก กลอกตากลับไปกลับมา

" ก็บังเอิญเห็นตอนกำลังจะเดินไปซื้อขนมอะ "

ธีรธาดาเผยรอยยิ้มร้าย

" ยิ้มอะไร "

" เปล๊า "

" แล้วไม่ไปส่งเขาแล้วหรอ เดินหงอยกลับไปนู้นแล้วน่ะ น่าสงสารออก "

" เพื่อนกัน "

" บอกทำไม ใครอยากรู้ "

" ก็แค่พูดขึ้นมาเพื่อมีนกแถวนี้อยากรู้ "

" จิ๊ "

" อะไร ผมไม่ได้ถึงคุณสักหน่อย ผมหมายถึงนก "

" ก็ไม่ได้ว่าอะไรหนิ ( กลอกตา ) "

" หึ (ยิ้ม) "
       " ไปๆ จะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวเลี้ยง "

ภสรเงยหน้ามองหน้าของธีรธาดาและใช้สายตามองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม

" จริงจังนะ ? "

" จริงดิ "

" กินอะไรก็ได้นะ "

" อื้ม "



ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เสียงทุ้มก็บ่นขึ้นมา

" ตัวก็นิดเดียว กินไรเยอะแยะหะนก "

" ยุ่งน่ะหมี ใครใช้ให้บอกว่าจะเลี้ยง "
" ตอบแทนเป็นค่ากับข้าวที่มากินที่บ้านบ่อยๆล่ะกัน "

ภสรเปิดถุงพลาสติกที่มีไส้กรอกสีแดงที่ถูกกีดเป็นเส้นก่อนนำไปม้วนเป็นวงๆอ้อมไม้ไผ่แท่งและจากนั้นค่อยนำไปทอด ขึ้นมาทาน

" อ้ามมม "
" อู้ยยยย อร่อยยย "
 " อะระ มองอะระ "

ภสรหันหน้าไปถามชายหนุ่มที่กำลังมองมาที่ถุงไส้กรอกแดงของภสร

" เปล่า ( ล่อกแล่ก ) "

" อยากกินด้วยอ๋อ "

" เปล่า ( เอือก )( กลืนน้ำลาย ) "

" โกหกไม่เนียนเลยนะพี่หมี "
       " หึ "
       " อ่า "

ภสรยื่นถุงไส้กรอกแดงให้ชายหนุ่มชุดนักเรียน

" เอาไปดิ ฉันยังเหลือโตเกียวกับส้มตำอีกถุง ( ยักคิ้วทั้งสองข้างไปด้วย ) "

ไม่รอช้า ชายหนุ่มที่บอกไม่อยากกินก็กลับลำเรือ

" ถ้ารู้ว่าจะอยากกินด้วย ทำไมไม่ซื้อของตัวเองมาด้วยเล่า "

นกเขตหนาวหัวเราะและอมยิ้ม

" ก็ไม่คิดว่าเห็นนกกินแล้วมันจะหิวขึ้นมานี่หว่า "

ชายหนุ่มตอบ

" อะๆ ไม่เถียงไม่เถียง ขี้เกียจทะเลาะด้วยเล่า "
 " เอออนี่ แล้วทำไมไม่ขับมอไซต์มาด้วยเล่า เดินมาด้วยแบบนี้ไม่เหนื่อยเดินกลับไปเอามอไซต์หรอ "

" ไม่เหนื่อยหรอก อยากเดินกลับบ้านด้วย.. "

" เออนี่ ถ้าครั้งหน้าอยากจะมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ ก็มาได้นะ ไม่ได้โกรธอะไรหรอก "

" จริงหรอ.. "

" จริงสิ "

" เยส ! "

" เยสอะไร "

" เปล่า แค่ดีใจนะ "
" ยอมรับผมเป็นเพื่อนแล้วใช่ปะ "

" อืม.. "

" หึ้ยยยยยยยยยย นกเขตหนาวนี่มันน่ารักจริงจริ๊ง "

ชายหนุ่มใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มของนกเขตหนาว

" อึ้ยยยยย ปล่อยเลยนะเว้ย "
" เจ๊บบบบบบบบบบ "
" ปล๊อยยยยยย "

ชายหนุ่มชุดนักเรียนหัวเราะชอบใจก่อนจะหยิบเซาว์อะเบาท์ที่เป็นเครื่องเล่นเสียงใส่แผ่นวีซีดีได้พร้อมกับเสียบหูฟังแล้วพอกดเล่นจะมีเสียงออกมาทางหูฟัง

" ฟังเพลงไหม "

" เฮ้ยยยยย มีกับเขาด้วยหรอ "
" สุดยอดดดด "

" ปั๊ดโธ่ ระดับธีรธาดาแล้ว ของแบบนี้หรอครับผมจะไม่มี "

" ขี้อวดว่ะ "

ธีรธาดายักคิ้วข้างหนึ่งขึ้น

" ขี้อวดแล้วจะฟังไหม ? "

" ฟังๆ ฟังค้าบ "

แพ้ของแพงอีกแล้วนะมึงอะสร..

ธีรธาดาเริ่มแกะสายหูฟังที่พังอ้อมเครื่องเซาว์อะเบาท์ออกก่อนจะเอื้อมสายหูฟังข้างซ้ายไปใส่ที่หูสายของภสร

" ผมใส่หูข้างขวา สรเอาข้างซ้ายไปแล้วกัน "


       If I had to live my life without you near mE
       The days would all be empty
       The nights would seem so long
       With you I see forever, oh, so clearly..

" เฮ้ย สากลด้วยว่าาาา "
" เพลงอะไรหรอ เพราะว่ะ "


I might have been in love before
But it never felt this strong
Our dreams are young and we both know
They'll take us where we want to go
Hold me now, touch me now..


" Nothing's Gonna Change My Love for You "
" เวอร์ชั่นที่ผมเปิด คนไทยร้องนะ "

" จริงหรอ "
" ใครร้องหรอ "

" อั๋น ภูวนัท "

" อ๋อออ เขาร้องเพลงเนอะ "
" ถ้าแปลได้ว่าหมายความว่าอะไรคงจะดีเหมือนกันนะ ต้องโรแมนติกมากแน่เลย "

" โรแมนติกมาก "
 ( หมายถึงตอนนี้น่ะนะ )

ธีรธาดาคิดคนเดียวในใจ..

" เฮ้ย จริงหรอ แปลให้ฟังมั่งดิ "

" ไม่เอาอะ ขี้เกียจ "

" เอ๋าาาาาา "
       " น่าาาาาาา "
       

" ไม่เอาอ่ะ "
       " รู้แค่ว่าเพลงนี้ไว้ร้องให้คนที่รักฟังก็พอ "

" โห่ ขี้เหนียวจังว่ะ แค่นี่เองง "

" ไม่เอาอะ "

" โธ่ "

คนอย่างภสรน่ะหรอจะยอมแพ้ง่ายๆ ! 

" งั้นเอางี้ ถ้าแปลให้ฟังนะ จะเดินไปไปโรงเรียนเป็นเพื่อน 1 อาทิตย์เลยเอา "

" 1 เดือน "

" หะ ? "

" 1 เดือน "

" จิ๊ ได้คืบจะเอาศอกหรอวะ "

" อ้าว หรือจะไม่ให้แปลให้ฟัง "

" ก็.. ก็ได้ ! "
" แค่เดือนเดียวนะ ไม่มีต่อ ! "

" ครับ "

" มาเลย แปลเพลงให้ฟังเลย "

" ตอนนี้เอาประโยคนี้ไปก่อน "
" Nothing's gonna change my love for you "

" อ่าฮ่ะ แล้วยังไงต่อ "

" มันแปลว่า "
" ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนรักของผมที่มีให้กับคุณได้ "

" .. "

ความรู้สึกอุ่นๆข้างในใจนี่คืออะไรวะ..

" เงียบทำไม "

" เปล่า.. แค่รู้สึกว่าทั้งเนื้อเพลงและทำนองมันโรแมนติกจังเลย ทั้งเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น นาย ฉัน ใส่หูฟัง เดินข้างกัน อาจเป็นบางอย่างที่ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง มันรู้สึกอุ่นๆในใจ แต่ฉันเชื่อว่าพอเราเลิกฟังมันก็จะหายไป "

" แล้วอยากรู้หรือเปล่าว่าความรู้สึกนี้คืออะไร "

ธีรธาดาหยุดเดินและถามภสร

" ไม่ต้องบอกหรอก ฉันว่าเพลงมันพาไปมากกว่า "

ภสรยิ้มค่อยๆออกมา

" อ๋อ.. งั้นหรอกเหรอ "

ธีรธาดามีสีหน้าเศร้าใจ ก้มหน้าลงและพูดต่อ

       " งั้นเดินต่อกันเถอะ "

" อื้มม "
" เดินต่อกันเถอะ ซอยข้างหน้าก็จะถึงบ้านแล้ว "
 " เอานี่ขนม กินช่วยหน่อยดิ กินไม่หมด "

ธีรธาดาเงยหน้ากลับมามองชายร่างบางที่เดินอยู่ข้างๆ

" ทำเก่ง ซื้อมาเยอะ แล้วก็กินไม่หมด "

" ก็อยากรู้ว่าคนบางคนจะป๋าแค่ไหน "

" เปลืองเงินฉิบหายเลยนะนก "

" ขอโทษน่า แต่ก็ดีไม่ใช่อ๋อ นายจะได้กินไง "

" ไม่ต้องมาโยนขี้ให้ผมเลย "

" อะอ้าม อ้ามมม เร็ววว ป้อนอยู่เนี่ย อ้าป้ากกก "

" ไม่เอ... "

Nothing's gonna change my love for you
       You oughta know by now how much I love you
       One thing you can be sure of
       I'll never ask for more than your love..


ก็ถ้าหากไม่อคติ ก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรนิเนอะ..



ทั้งสองหยอกล้อกันเหมือนพี่กับน้องที่สนิทสนมกันมาอย่างเนิ่นนาน

..


ในตอนนี้ แค่ความอบอุ่นเพียงเท่านี้

  ก็เพียงพอแล้วล่ะ..

" แค่นี้ก็ดีแล้ว "



..



กรี๊ดดดดดดดดดด
มันยังไงกันนะสองคนนี้ มันยังไงกันนะ .  ><

กำลังจะเข้าสู่เรื่องราวความเข้มข้นที่ 1 แล้วนะคะ

ลิตา ลิตาาาาาาาา..

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Chaos ที่ 2

เช้าวันใหม่มาถึงเร็วฉิบหาย
ฉัน ภสร ชันกุล ผู้มีลูกติด
ก่อนออกไปทำงานต้องแว๊ะส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน

เป็นเวลา 1 เดือน

นี่ก็ปาเข้าไป 1 อาทิตย์แล้ว

ไม่อยากพูดเลยว่า
จากไอ่หมียักษ์ที่มันคอยตามอยู่ต่อยๆ
จะตัวติดภสรหนักขึ้นไปอีก..



" เนี่ย ถึงแล้วไงโรงเรียน เข้าไปเรียนดิวะ เดี๋ยวก็ไปเข้าแถวไม่ทันเพื่อนหรอก "

ใครจะไปคิดว่าไอ้หมีหน้าไทมันจะลีลาขนาดนี้ล่ะ
ออกจากบ้านมา ถ้าวันไหนไม่ได้กินข้าวที่บ้านกับคุณยายผม มันก็จะลากผมไปกินหนูปิ้งไม้ 3 บาท หน้าโรงเรียนกับมัน

" ติดเล่นอะนายอะ เป็นไงอะลีลาอ้อนคุณยายอยู่นั่น สมหน้า ข้าวก็ไม่ได้กิน "

วันนี้บ้านภสรไม่ได้ทำกับข้าว คุณยายต้องออกไปรับยาตามกำหนดที่คุณหมอนัดที่โรงบาลประจำจังหวัด คุณหมอให้งดข้าวงดน้ำตั้งแต่เมื่อคืนนู้น ไอ้หมีเลยไม่ได้กินข้าวกับที่บ้าน แต่ก็ยังยุ่งยากลากนกเขตหนาวไปหาข้าวกินข้างนอก กว่าจะพากันออกมาจากที่บ้านได้ ธีรธาดาเล่นซะภสรต้องชักสีหน้าใส่ กลัวตัวเองจะเข้างานไม่ทัน

" เอานี่หมูปิ้ง แอบออกมาซื้อให้ตอนนายออเซาะยายฉันอยู่ กะไว้แล้วเชียวว่าจะไม่ทัน "

" บ่นเป็นแม่ไปได้นะเหมย "

" เน่ะ ใครใช้ให้เรียกชื่อนั้นไม่ทราบ "

" ก็ผมชอบ "

" ชอบแล้วฉันอนุญาตให้นายเรียกหรอวะ "

" แล้วผมเรียกไม่ได้ "

" ไม่ได้ ! พี่ฉาง แม่ กับยายฉันเรียกได้เท่านั้น "

" เหมย เหมย เหมย เหมย เหมย ฮิฮิ้ "

" อย่ามาวอแวนะไอ้หมี เขาจะเคารพธงชาติกันแล้วเว้ย รีบเข้าไปซิวะ ! "

ทั้งสองยืนเถียงกันไม่นานนัก เสียงหวานจากหน้าประตูโรงเรียนก็ดังขึ้น

ลิตา..

" ธีร์ เร็วเข้า ห้องเราจัดแถวกันแล้วนะ "

หญิงสาวหุ่นเล็กไซส์ชุดหมา กินข้าวบ้างไหม ภสรคิดในใจ รูปร่างหน้าตาของเธอนั้นราวกับนางฟ้ามาเกิด ถ้าจะให้เปรียบเทียบคงเหมือนใหม่ ดาวิกา ในยุคปัจจุบัน ตัวของหล่อนนั้นสูงยาว เข่าดี ผิวขาว น่าจะเป็นที่หมายปองของหนุ่มหลายๆคนในโรงเรียน ธีร์เคยเล่าให้ฟังว่า หล่อนนั้นเป็นถึงสาวดรัมเมเยอร์ประจำโรงเรียน เป็นมาหลายสมัยแล้วตั้งแต่หล่อนอยู่มอต้น จนมอปลายแล้วหล่อนก็ยังคว้าตำแหน่งนี้ไว้กับตัวอยู่

" อ้าว สร หวัดดี "

" วะ..หวัดด.. "

" ไว้คุยกันนะสร เร็วดิธีร์ !  เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก "

" ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้ "

คุณชายหมีรีบคว้าเสื้อกันหนาวตัวโปรดกับกระเป๋านักเรียนแบบถือรีบวิ่งเข้าไปในโรงเรียน พร้อมกับตะโกนกลับมาว่า

" สรครับ เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวผมไปหาที่ร้านนะ "

และภสรตอนกลับไปว่า..

" ไม่ต้องมานะ รำค๊าญ !!!  "

ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นแต่ก็หัวเราะร่าออกมา รอยยิ้มมีความสุขแบบนั้นพึ่งจะเคยเห็นนี่แหละ ไอ้รอยยิ้มที่ยิ้มออกมาแบบไม่ได้คิดอะไร แต่แฝงไปด้วยความสบายใจ สดใสและร่าเริง

" สร ไว้เจอกันนะะ "

หญิงสาวร่างบางตะโกนตอบกลับมาเช่นกัน

คนหนึ่งก็เหมือนเทพบุตร อีกคนก็เหมือนนางฟ้า ทำไมถึงได้ดูเหมาะกับขนาดนี้ภสรได้แต่คิดอยู่อย่างนั้น ขณะมองทั้งสองคนกำลังวิ่งไปที่สนามหญ้าเพื่อตั้งแถวกับกลุ่มเพื่อน

" การได้เรียนหนังสือนี่มันน่าจะมีความสุขมากเลยเนอะ ได้เจอเพื่อนทุกวัน ได้กินข้าวเที่ยงด้วยกัน ได้เรียนพละด้วยกัน ได้นอนฟังเซาว์อะเบาว์ด้วยกันตอนคาบว่าง ได้เดินไปสหกรณ์กับเพื่อนสนิท มีกิจกรรมในโรงเรียนที่ได้ทำหลายอย่าง แต่ตัดภาพมาที่เรานี่ดิ ทำงานงงๆหาเงินใช้หนีค่าโรงพยาบาลให้คุณนายแม่ เศร้าใจ.. "

หากสักวันภสรได้ใส่ชุดนักเรียนหญิงกับผมที่ยาวประบ่าตอนนี้ของเจ้าตัวนั้น จะออกมาน่ารักเหมือนเด็กนักเรียนหญิงหลายๆคนที่ภสรกำลังมองอยู่หรือเปล่านะ..

มันจึงเป็นความฝัน ที่เป็นแค่ความฝัน เพราะเพศสภาพที่ไม่อำนวยและยุคสมัยที่ยังไม่เปิดกว้าง ภสรจึงทำได้แค่คิด

แค่คิดก็คงพอแล้ว..

ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้เข้าเดือนพฤศจิกายนของปี 46 กันแล้วล่ะ อากาศกำลังเย็นสบาย สนิทกับไอ้หมียักษ์มากขึ้น หน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงทำภสรตื่นเต้นใหญ่เชียวล่ะ ตั้งแต่รู้จักกับคำว่าทำงาน ภสรก็ได้รู้จักกับคำว่า แฟ - ชั่น..
        ก็ไอ้พี่ฉางนั่นแหละ ชวนภสรไปดูเสื้อผ้าอยู่ตลอด และหลายครั้งก็จับภสรลองชุดในร้านและก็จัดการรูดบัตรซื้อให้แบบไม่ถามกันสักคำ ปฏิเสธไปยังไงก็ไม่เป็นผล ยืนยันจะซื้อให้ลูกเดียว ก็เข้าใจแหละว่าจะง้อภสรกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่มันไม่ใช่แค่การซื้อให้แค่ครั้งเดียวนี่สิ ภสรยังคงไม่เข้าใจ และกว่าภสรจะยอมไปเดินช็อปปิ้งด้วย ชายฉางก็ใช้เวลาง้ออยู่นานเหมือนกัน

" น้องเหมยลี่ ทำไมเดี๋ยวนี้มาทำงานช้านักล่ะ ไม่ดีเลยนะ ไปเถไถที่ไหมมา มาให้พี่ฉางจับตีก้นซะดีดี "

ชายหนุ่มนึกอยากล้อชายหน้าสวยขึ้นมา..

" มานงมาน้องอะไรล่ะพี่ฉาง อีกไม่กี่เดือนเหมยก็ 17 ล่ะน่าาาาา "

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ภสรก็ไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพี่ฉางอีกเลย อาจจะเพิ่มขึ้น หรือ ลดลง ภสรตอบไม่ได้ ภสรตอบได้แค่เพียง ตอนที่เจอหน้าพี่ฉาง ใจของภสรไม่ได้รู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว..

" หว่าาาาา อีกตั้งหลายปีกว่าจะบรรลุนิติภาวะ แย่เลย พี่อยากพรากผู้เยาว์ "

ชายหนุ่มยิ้มดีใจใหญ่ที่แซวชายหน้าสวยตรงหน้า 

" ก็ถ้าวันนั้นนะ พี่ฉางไม่ทิ้งเหมยไว้กับไอ้หมี พี่ฉางอาจจะได้พรากผู้เยาว์เล่า "

ทางภสรก็ปากดีไม่ยอมแพ้กัน..

ทางพี่ฉางได้ยินแบบนั้นก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วตอบกลับมาว่า

" พี่น่ะ จะไปสู้ชายหน้าไทคนนั้นได้เรอะ ช่วงนี่เห็นตัวติดกันจะตาย มาก็มาพร้อมกัน กลับก็กลับพร้อม "

" สู้เซ่ออะไรล่ะพี่ฉาง ไอ้หมีมันเป็นเด็กขาดความอบอุ่นพี่ไม่รู้อ๋อ "

ภสรแอบหัวเราะในใจที่ได้แอบด่าไอ้หมียักษ์ตอนที่หมีไม่อยู่

แต่พี่ฉางมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ภสรแอบเห็นว่าพี่ฉางมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา ก่อนจะกลับมาอมยิ้มแล้วตอบภสรกลับมาว่า

" เหมยลี่อย่าไปพูดอย่างนั้นกับคุณชายหน้าไทคนนั้นล่ะ เดี๋ยวเขางอนตุ๊ปป่องง้อไม่กลับขึ้นมาแล้วพี่ฉางคนนี้ช่วยไม่ได้ไม่รู้ด้วยนาาาา "

" แหม พี่ฉาง น้องก็แซวมันเล่นเฉยๆหรอก ไม่ได้คิดจริงจังอะไร ก็ถ้ามันจะขาดความอบอุ่นจริงๆ น้องนี่แหละจะอยู่ข้างมันเอง ! "

ได้ยินอย่างนั้นพี่ฉางก็เผลอยิ้มออกมา ก่อนจะเดินมาลูบหัวชายหน้าสวยแล้วบอกให้รีบเข้าไปทำงาน

" ไปได้แล้ว เดี๋ยวสายนะ "

สายตาเอ็นดูที่มองมาที่ภสรนั้นทำใจภสรเต้นแรงทุกที แต่ภสรก็ได้แต่คิดว่า มันก็แค่ชั่วคราว มันไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ

" ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะพี่ เหมยขอโทษนะที่ช่วงนี้ไอ้หมีมันมาติด "


( หื้มมมมมม ! อีนังภสรคิดว่าเนื้อหอมมากหรอเราอะ
ทำมาเป็นองอวดว่าผู้ชายมาติด ชีวิตดี หมั่นไส้ !! // นักเขียนเอง )

" ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกน่า พี่น่ะมันสายง่ายๆ สบายๆ ไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบายอยู่แว้ว "
  " แกน่ะห่วงตัวเองเถอะ ไปไหนมาไหนก็ให้ระวังตัวด้วยนะ ช่วงนี้รถตู้จับเด็กยิ่งเยอะอยู่ เขาหลอกเอาขนมมาให้ก็ไม่ใช่ว่าจะวิ่งเเจ้นเข้าไปเอาล่ะ อาเหมยลี่ "

" โธ่พี่ฉาง ถึงน้องจะไม่ได้เรียนหนังสือแต่น้องก็รู้จักฟังข่าวน่า พี่ไม่ต้องเป็นห่วง "

" แต่ย้ำกับพี่อีกทีนะว่าทำอะไรจะมีสติ จะระมัดระวังตัว "

" แน่นอนอยู่แล้วน่าพี่ฉาง วันนี้พี่เป็นอะไรเนี่ย มาแปลก "

" ทำไม เป็นห่วงว่าที่เจ้าสาวในอนาคตไม่ได้ไง ? "

" ชิ ใครจะมาเอาพี่เป็นเจ้าบ่าวเล่า "

" ก็เหมยไง เหมยของพี่ "

" อย่ามาแซว ! ไปล่ะ น้องเข้าร้านก่อน "

" หืยยย ทำเป็นเขินแล้วหลบหน้าพี่ "

ภสรอมยิ้มออกมา

" ขงเขินอะไรเล่า คำพูดพี่นั่นแหละจะทำให้น้องขำ น้องถึงต้องหนีเข้าร้านไงเล่า "

" เหรออออออออ "

ภสรอมยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

" จริ๊งงงงงงงงงงง "

ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

" ไปล่ะ "

" โอเค ตั้งใจทำงานนะน้องเหมย "

ชายหนุ่มชื่อจีนได้แต่ยืนมองชายหน้าสวยเดินเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วงเหลือเกิน..



อืดด อืดดดด อืดดดด

เสียงเพจเจอร์ของภสรดังขึ้น เป็นเพจเจอร์อันเก่าของคุณนายแม่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยกให้ภสรเอามาใช้แทน เพื่อว่าหากต้องการติดต่ออะไรจะได้ไม่ต้องลำบาก เนื่องจากภสรจะไม่มีโทรศัพท์เหมือนคนอื่น

" โทรกลับหาแม่ด่วน 086-33781** "

วินาทีนั้นภสรเริ่มกังวลแล้วว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ภสรเปิดประตูออกมาจากหน้าร้าน เริ่มมองหาข้างทางว่ามีตรงไหนพอมีตู้โทรศัพท์สาธาณะตั้งอยู่บ้าง

และภสรก็นึกขึ้นมาได้ว่า หน้าโรงเรียนของธีรธาดามีโทรศัพท์สาธารณะตั้งอยู่หลายตู้ ภสรไม่รอช้า เดินเข้าไปบอกพี่ป๊อบในร้านว่าขอออกไปโทรศัพท์หาแม่นะ มีเรื่องด่วน

สองเท้ารีบเดินจ้ำอ้าวไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนก่อนจะหยอดเหรียญและกดโทรออกไปยังเบอร์ที่ถูกส่งเข้ามาในเพจเจอร์

" ฮัลโหลคุณนายแม่ ! "
 " มีเรื่องอะไรหรอ "

น้ำเสียงของภสรมีความกังวล

" ไม่ต้องตื่นตูมไปหรอกลูก แม่ไม่ได้เป็นอะไร ปลอดภัยดี "

" โธ่แม่ หนูก็ตกใจนึกว่าแม่เป็นอะไรซะอีก "

" แม่แค่จะบอกหนูว่าช่วงนี้แม่อาจจะไม่ได้กลับบ้าน หรืออาจจะได้กลับบ้านค่ำนะลูก ช่วงนี้แม่ยุ่งๆน่ะ ทางโรงงานเขาให้รีบเร่งผลิตสินค้าที่กำลังจะออกใหม่ ให้ลูกหากับข้าวกับปลากินกับคุณยายเลย และก็ใครนะ คนนั้นน่ะ ชื่อธีร์หรอ เห็นคุณยายเล่าให้ฟังว่ามีเด็กชื่อธีร์มาเล่นที่บ้านเราบ่อยๆ แม่ยังไม่เคยเห็นหน้าเลย "

" โอ่ย แม่เลิกพูดถึงมันก่อนได้ไหม หนูจะโดนหมีทับตายอยู่แล้วเนี่ย ตัวติดกับมันทุกวัน การบ้านก็ต้องมานั่งทำกับหนู แม่ว่าหมีมันเป็นโรคขาดความอบอุ่นไหมอะ "

" ทำมาเป็นว่าเขา ตัวเองก็ขาดเหมือนกันนั่นแหละ แค่ไม่แสดงอาการ แม่กลับบ้านทีวิ่งแจ้นมาขอความรักจะเป็นจะตาย เขามาเติมเต็มให้ก็ดีแล้ว "

" เติมเต็มอะไรแม่ สรไม่เห็นเข้าใจเลย "

หึหึ ปลายสายหัวเราะออกมาเล็กน้อย

" ไว้โตกว่านี่เดี๋ยวก็เข้าใจเองแหละเด็กน้อย "

" โห่คุณนายแม่ เติมเต็มอะไรล่ะ หนูมีแม่อยู่แล้วไม่ได้ขาดอะไรสักหน่อย หมีมันน่ะแหละที่ขาด เห็นมันแต่ไปไหนมาไหนคนเดียว "

" ว่าแต่เขาเดี๋ยวอีเหนาก็เป็นเอง "

" เอ๋าแม่ ว่าหนูอีกแล้ว ทำไมช่วงนี้เจอแต่คนว่านะ "

" หึหึ ดอกไม้ใกล้เน่าละมั้ง คนถึงไม่ชอบกันแล้ว "

" หลอกด่าเก่งที่หนึ่งเลยนะคุณนายแม่เนี่ย "

" เอาล่ะๆ เปลืองเหรียญ รีบกลับไปทำงานหาเงินช่วยแม่นะ "

" ไม่บอกก็หาอยู่แล้วน่าคุณนาย "
       " แค่นี้นะ "



ตุ๊ดดดด..



บ่ายสามโมงครึ่งจนถึงสี่โมงเย็น เป็นเวลาที่เด็กจะถูกปล่อยออกมาจากนอกโรงเรียน ช่วงเวลานั้น หน้าโรงเรียนจะเต็มไปด้วยกองทัพเด็กนักเรียนวิ่งวุ่นซื้อของเล่น ซื้อขนมหน้าโรงเรียน แต่กับเด็กนักเรียนคนหนึ่งนั้นไม่มีเวลาวิ่งวุ่นซื้อขนมหน้าโรงเรียน จิตใจจดจ่ออยู่กับร้านคาเฟ่ที่อยู่ใกล้กับตัวโรงเรียน

แต่ความป็อปปูล่าร์ของตัวชายหนุ่มนั้นไม่ได้ทำให้เส้นทางใกล้ๆกลายเป็นเป็นเส้นทางที่เดินไปได้ง่ายๆ

" พี่ธีร์ค่าาาาาา กรี๊ดดดดดดดด พี่ธี๊รรรรรรรร์ "

" แกๆ พี่ธีร์เดินมานู้นแล้วแก๊ !! ไปขอถ่ายรูป !!! "

" หู้ยแก พี่ธีร์เขาเดินมากับใครว่ะ ใช่ดาวโรงเรียนป่ะ คนที่เป็นดัมอะแก กรี๊ดดดดดดด ฉันจะไปแยกทั้งสองออกจากกั๊นนนนนนนนนน "

ตัดภาพมาที่สองคนที่กำลังเดินมานั้น..

" ธีร์นี่ป็อปจังเลยเนอะ ดูรุ่นน้องดิ กรี๊ดกันจะเป็นจะตาย "

" ก็คนมันจ๊าบอะลิตา "

" หลงตัวเองเก่งที่ 1 อะธีร์ "

" หึหึ ผมล้อเล่นน่า ลิตาก็ใช่ย่อย ดาวโรงเรียนเลยนี่ "

" นั่นน่ะสิ ดาวโรงเรียนกับเดือนโรงเรียนมาเดินอยู่ด้วยกันนี่โรงเรียนแทบแตกเลยเนอะ "

ลิตาอมยิ้มเล็กน้อย..

" แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรกับมันหรอกนะ ไอ้ความป็อปปูลง ป็อปปูล่าร์อะไรน่ะ ทุกวันนี้ ผมแค่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ มีความฝัน มีสิ่งที่อยากทำก็พอแล้ว "

" ไปติดพูดคำซ้อนมาจากใครล่ะเนี่ย " ลิตาถาม..

ได้ยินอย่างนั้น ธีรธาดาค่อยๆนึกถึงคนที่ทำให้ตัวเองติดพูดคำซ้อน

" หึ นกแถวๆนี่แหละ ตัวกะเปี๊ยกเดียวแต่บ่นเก่งฉิบหาย ชักคิดถึงแล้วสิ "

ธีรธาดาอมยิ้มออกมา..

" เอ้อ เลิกเรียนแล้ว ธีร์จะไปไหนต่ออะ เราไปเดินห้างกันไหม "

" คงไม่ได้ว่ะต้า วันนี้ผมมีนัด "

" โห่ กับใครอีกเนี่ย "

" นกเพนกวิน "

" หะ ? "

ธีรธาดาหัวเราะออกมา

" ใช่ นกเพนกวิน "

" งั้นเราไปด้วยได้ไหม อยากรู้เหมือนกันว่านกเพนกวินที่พูดถึงเป็นยังไง "

" ได้ดิ แต่ห้ามตกใจนะ เพราะนกเพนกวินก็คือคนที่ลิตารู้จักเหมือนกัน "

ธีรธาดาหัวเราะตาหยีและยิ้มกว้างขึ้น ทิ้งให้ลิตาครุ่นคิดอยู่ลำพังว่าใครกันนะที่ทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ยิ้มกว้างได้ขนาดนี้..



" รบกวนด้วยค้าบบบบบ "

เสียงทุ้มนุ่มและหน้าตาที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในร้าน

" อะระ เลิกเรียนแล้วหรอ "

" ทำไม มาไม่ได้หรอ "

ทั้งสองยังคงชอบกวนประสาทกันอยู่เหมือนเดิม.. 

" ก็ไม่ได้ว่าอะไร๊ แต่มาแล้วต้องสั่งน้ำนะจ๊ะคุณลูกค้า มานั่งเฉยๆไม่ให้นั่ง "

ก่อนที่ภสรจะทำหน้าล้อเลียนชายหนุ่มชุดนักเรียนตรงหน้า ภสรสังเกตเห็นร่างบางอีกคนที่เดินตามมาด้วย

" อ้าว ลิตามากับเขาด้วยหรอ "
" มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวเราเก็บโต๊ะให้ "

ธีรธาดาแย้งขึ้นมา

" แหม ทีกับกูนะ คุยกันเหมือนสาปแช่ง พอเห็นลิตามา มาๆเก็บโต๊ะให้ "

ธีรธาดาทำหน้าเลียนแบบและเยาะเย้ยภสร

" ทำไม ก็ลิตาเป็นลูกค้า "

ภสรแย้งคืน

" เอ้า แล้วทำไม ผมก็ลูกค้าคุณนะครับคุณภสร "
       " สองมาตราฐานฉิบหาย "

ภสรมองหน้าและเบ๋ปากใส่ธีรธาดา

" ชิ ไอ้นกเขตหนาว "

" ยุ่ง "

" เดี๋ยวบั๊ดเหนี่ยวเลยเนี่ย อยากเป็นนกย่างหรอ "

หึ ภสรยักคิ้วขึ้นมากวนธีรธาดาข้างหนึ่ง 

" โอ๋ ถ้ากล้าทำก็มาจับนกไปย่างสิจ่ะ กลัวที่ไหนอะะะ "

" อย่าท้าผมนะเหมย "

ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ภสรทำหน้าลอยชายกวนอารมณ์ของชายหนุ่มชุดนักเรียนสุดๆ

" มานี่เลย "

" หวายยยย จ้างให้ตายก็จับไม่ได้หรอกกก แบร่ "

ทั้งสองวิ่งไล่จับกันสองคนในร้าน โดยไม่สนใจเลยว่ามีพลังงานความมืดบางอย่างกำลังลุกโชนอยู่..

ยิ่งมอง ไฟในใจมันยิ่งลุกโชนขึ้นมา

หากอีก 1 นาทีทั้งสองคนยังไม่หยุดวิ่งไล่กัน เธอคิดว่า เธอคงต้องสร้างเหตุการณ์บางอย่างมาทำให้สองคนนั้นหยุดทำตัวสนิทสนมกันเกินหน้าเกิดตาของเธอซะแล้ว .



//



ลิตาไม่ร้าย ลิตาไม่ร้าย..

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ฉันคือ " ลิตา "

สวัสดีทุกคน..

( ยิ้มร้าย )

ฉันก็ไม่อาจทราบได้ว่าทำไมฉันถึงต้องมาเล่นบทที่นังเขียนคนนี้สร้างขึ้นมาด้วย

พูดไม่ได้เลยว่าต้องร้ายไหม ต้องร้ายหรือเปล่า

สิ่งเดียวที่บอกได้ในตอนนี้..

" ไม่มีสิ่งไหนบนโลกนี้ที่คนอย่างฉันไม่เคยได้ "



ถึงเวลาที่นักเขียนจะต้องเล่าเรื่องของฉันบ้างแล้วล่ะ



               " ชาลิตา เคออสติน "
นักเรียนมัธยมปลาย ดีกรีดาวโรงเรียน เป็นถึงดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนต่อกันหลายสมัย การเรียนก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร แถมยังมีหน้าตาที่สละสลวย ผมยาวตรง และหุ่นของหล่อนนั้นทำหนุ่มๆในโรงเรียนระทวยหลายต่อหลายคนแล้ว ยิ่งเวลาที่หล่อนนั้นใส่ชุดนักเรียนแล้วรวบตึง นะ หนุ่มๆในโรงเรียนพร้อมเทใจให้หล่อนตลอดเวลา ผู้หญิงอะไร๊จะดูเพอร์เฟคปานนั้น

แต่ก็นั่นแหละค่ะ

บนโลกนี้ไม่มีใครที่เพอร์เฟคไปหมดทุกอย่าง..

ชาลิตาไม่เคยมองผู้ชายหน้าไหนในโรงเรียนมาก่อน หล่อนมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ให้ได้ มันเป็นความฝันของหล่อนตั้งแต่เมื่อยังเยาว์วัย หล่อนจึงปฏิญาณตนว่าหล่อนจะต้องตั้งใจเรียนและสอบเข้าคณะแพทย์ที่ไฝ่ฝันให้จงได้

ดูเหมือนอะไรจะเข้าที่เข้าที่เข้าทางไปซะจนหมด ตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึงกีฬา ความสามารถ การยกย่องต่างๆ หล่อนเหมือนผู้โชคดีถูกลอตเตอร์รี่ร้อยล้าน เป็นที่ 1 มาตลอด ได้ทุกอย่างที่อยากได้ไปซะหมด

แต่เมื่อชายผู้หนึ่งได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนแปลง

" หวัดดีครับทุกคน ผม ธีรธาดา โลกาวิวัฒนา ย้ายเข้ามาเรียนใหม่ที่โรงเรียนแห่งนี้ ชื่อเล่น คือ ธีร์ ฝากตัวด้วยนะครับ "

เสียงกรี๊ดของเหล่าผู้หญิงในห้องดังโหวกเหวก พวกหล่อนหวีดซะจนธีรธาดารู้สึกรำคาญ ไอ้ความหน้าตาดีเขาก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ก็ไม่ต้องนั่งบิดตัวไปมา หยิกเพื่อนข้างๆไปด้วยได้ไหม ตัวเขาไม่ได้อยากโดดเด่นขนาดนั้น เขาเข้ามาเรียนที่นี่ก็เพื่อที่จะลบเลือนเรื่องราวความเจ็บที่เจ้าตัวพึ่งได้ประสบมา

แต่อีกมุมหนึ่งของห้อง มีหญิงสาวหน้าตาสวยงามผู้หนึ่ง เธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆในห้อง เธอนั่งจ้องมาที่ธีรธาดา แต่ไม่ได้แสดงอาการ หรือ ปฏิกริยาอะไร และที่ข้างๆของหล่อนนั้นว่างอยู่

ธีรธาดาจึงตัดสินใจเดินไปหาหล่อนและพูดกับหล่อนว่า

" หวัดดีเธอ ที่ข้างๆเธอว่างอะ เรานั่งด้วยได้ไหม "

หญิงสาวที่ได้แต่นั่งอึ้งจ้องหน้าผู้ที่เดินเข้ามาหาตัวอยู่ ได้แต่จ้องหน้าชายผู้นั้นและนั่งนิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับมาว่า

" อ..อ่า ได้สิ เธอมานั่งข้างเราก็ได้ "

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของลิตา หญิงสาวผู้ไม่เคยใจเต้นแรงให้กับใครมาก่อน..

วินาทีนั้นหัวใจของเธอเต้นรัวไม่หยุด เธอนึกกับตัวเองในใจ ไม่เคยเจอใครที่ทำให้ใจสั่นได้ขนาดนี้ อาจพูดได้ว่าที่ผ่านมาไม่มีใครเลยที่ตรงสเปกของเธอ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ " ธีรธาดา โลกาวิวัฒนา "

" เธอ.. "

หญิงสาวทำใจกล้าทักหาผู้ชายที่ทำให้หัวใจของตนเต้นแรงขึ้นก่อน

" ครับ "

เชี้ยยย เสียงนุ่มทุ้ม.. ใจกูว ใจกู้ววววว

" ธะ..เธอชื่อธีร์ใช่ไหม "

" ใช่ เราชื่อธีร์ "
" แล้วเธออะ ? "

ลิตาได้แต่แปลกใจว่าทำไมมีแต่เธอเพียงฝ่ายเดียวที่รู้สึกประหม่าเวลาคุยกับชายผู้นี้ ทั้งๆที่เธอต่างหากล่ะที่ควรเป็นผู้ที่ไม่ควรประหม่า มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องของเธอหลายคนที่เข้ามาทัก เข้ามาคุยกับเธอ แต่กับเป็นพวกเขาที่รู้สึกประหม่าตอนที่มองหน้าและคุยกับเธอ หากแต่กับชายผู้นี้มันไม่ใช่..

" อ๋อ.. เราชื่อลิตา "
       " เรียกต้าก็ได้นะ "

" ดูเธอป็อปสุดในรุ่นเลยนะ มีรูปติดตามบอร์ดเต็มเลย "

" รู้ได้ไงเนี่ย "

" เราเห็นผ่านตาน่ะ ตอนเด็กขึ้นบันไดมา แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้อยู่ห้องเดียวกับเธอ แต่ก็อยู่ไปซะแล้ว "

ลิตาได้แต่มองที่ตาและปากของธีรธาดา หล่อนคิดว่า ทำไมแค่การพูดคุยเฉยๆของธีรธาดามันถึงมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้ เธอคิดไปอีกว่า เธออาจกำลังจะกลายเป็นสาวคลั่งรักเหมือนพวกเพื่อนผู้หญิงในห้องเวลากรี๊ดคนหล่อ

" อ๋อ เธอย้ายมาที่นี่กับครอบครัวหรอ "

ลิตาถามธีรธาดากลับคืน

ธีรธาดานิ่งไปเพียงครู่ก็ตอบกลับมา

" เปล่าหรอก เรามาที่นี่คนเดียวน่ะ "

" เฮ้ย จริงหรอ เหงาแย่เลยอะดิ "

" ก็เหงานะ แต่ก็มีอะไรให้ทำเหมือนกัน ก็เลยไม่เหงามากนะ พอดีเรากำลังตามหาอะไรบางอย่าง "

" อ๋อ อย่างนี้นี่เอง "

ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของลิตาและธีร์ธาดาพัฒนาไปกันอย่างรวดเร็ว อาจเพราะมีอุดมการณ์คล้ายกัน ทั่งคู่จึงคุยเรื่องเดียวกัน สนิทกันเร็วมากขึ้น

เมื่อลิตาได้รู้จักกับธีร์ธาดามากขึ้น เธอก็ได้เห็นว่า ธีร์ธาดาชอบโดดเรียนอยู่บ่อยครั้ง แค่เธอก็พบอีกเหมือนกันว่า แม้ธีร์ธาดาจะชอบโดดเรียน แต่คะแนนเก็บและคะแนนสอบของธีร์ธาดา สูงไม่เป็นรองใครอีกเหมือนกัน

เธอแอบยิ้มกับตัวเองอยู่ในใจ

ผู้ชายอะไร " เท่จังว่ะ "

การได้นั่งเรียนกับธีรธาดา ได้ทำกิจกรรมด้วยกันหลายๆอย่าง ได้รู้จักตัวตนของธีรธาาดาว่าเป็นคนที่สันโดษพอสมควร เธอรู้เพื่อนผู้ชายหลายคนก็ประทับใจธีรธาดาเหมือนกับเธอ ธีรธาดาเป็นคนเฟลนลี่ กับอีกบางมุมก็ดูไม่สนใจใครเลย ธีร์ธาดานับใครเป็นเพื่อนบ้าง เธอก็ไม่อาจรู้ได้

นานนับวันเข้า เธออยากเอาชนะ เธออยากรู้ให้ได้ว่าตัวตนจริงๆของธีรธาดาเป็นอย่างไร ตอนที่ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน ตอนที่อยู่ที่หอหรือที่บ้าน

ยิ่งคิดเธอยิ่งพบว่าเธอรู้จักแค่เพียงภายนอกของธีร์ธาดาเพียงเท่านั้น เธออยากเข้าถึงชายผู้มีโลกส่วนตัวสูงคนนี้ เธออยากจะรู้ทุกอย่าง จนบางทีเธออยากได้ธีรธาดามาเป็นของตัวเอง..

แม้จะรู้สึกสนิทสนมกันกับธีรธาดามากขึ้น แต่สำหรับธีร์ธาดาแล้ว ลิตาเป็นเพื่อน ธีร์ธาดาไม่เคยเล่าเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวเองให้ลิตาฟังเลย

ลิตารู้เพียงแค่ว่าธีรธาดาเจ็บปวดจากเรื่องบางอย่าง จึงย้ายมาเรียนที่นี่

ดังนั้น สิ่งที่ลิตาจะทำได้คือตัวติดกับธีร์ธาดาเข้าไว้ หล่อนจะต้องเอาชนะใจของชายผู้นี้ให้จบได้

เธอมีความสุขเวลาที่ได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่ชื่อธีรธาดา เธอภูมิใจเวลาที่เดินไปที่ไหนกับธีรธาดา ก็จะมีคนจับมาจิ้น จับมโนภาพว่าหล่อนและธีรธาดากำลังคบกัน

เธอกำลังสร้างโลกความสุขเธอขึ้นมา เธอไม่เคยรู้สึกดีและมีความสุขขนาดนี้มาก่อน

จนเมื่อเธอได้พบกับ

" ภสร "

ภสร ชันกุล..

" หวัดดี เราชื่อ ภสรนะ พอดีเราแว๊ะมาซื่อเครปญี่ปุ่นกินน่ะเป็นช่วงพักงานพอดี แล้วก็เป็นเพื่อนกับไอ้หมีเนี่ยอะ เอาจริงๆก็ไม่ได้อยากเป็นนะ ติดแต่หมีมันชอบมาวอแว แว๊ะมากวนเราทำงานทุกวันอยู่ได้ ไล่ก็ไม่ไป "

" ทำไม วอแวแล้วมันทำไม "

" นี่ถ้าจะกลับบ้านก็ไปไป รำคาญตา "

" หึ ไล่กันบ่อยๆ เดี๋ยววันที่ไม่มีใครมากวนจะคิดถึงเอานะ "

" โห้ย ถ้ามันมีวันนั้นน่ะนะ มันต้องเป็นวันที่โคตรโชคดีมากๆแน่เลยอะหมี ชีวิตคงจะสดชื่นขึ้นเยอะ "

" เดี๋ยวเหอะปากอ่ะ พูดมาก เดี๋ยวจับจูบ "



เป็นครั้งแรกในชีวิตของลิตาเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา เธอรู้สึกหน่วงๆที่หัวใจ กับตัวของลิตาแล้ว ธีรธาดาไม่เคยพูดแหย่ พูดตลกกลบเกลื่อนอะไรแบบนี้กับเธอเลย ความเป็นธรรมชาติของธีรธาดาที่เธอเห็นในวันนี้ มันทำให้ใจของเธอปวดหน่วง เธอรู้สึกแย่จริงๆ



เธอคิดมาตลอดว่ามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ยืนข้างๆธีรธาดา จะดูเหมาะสมกันที่สุด

แต่เธอคิดผิด

ยังมีความธรรมดาที่เข้ากันได้ของทั้งคู่ยืนให้เห็นอยู่ตรงหน้า

แต่เธอคิดมาตลอดว่าผู้ชายกับผู้ชายมันเป็นไปไม่ได้หรอก ด้วยยุคสมัยของเธอ การยอมรับของสังคม เธอว่ามันเป็นไปไม่ได้ และเธอยังมั่นใจว่าธีรธาดาเป็นผู้ชายแมนๆ 100% แม้เธอจะหวั่นใจกับรูปร่างหน้าตาของภสรที่ค่อนข้างคล้ายผู้หญิง แถมยังดูสวยไม่แพ้หญิงไทยบนโลกก็ตาม

เธอคิดว่าเธออาจจะเจอปัญหาเข้าแล้ว

อย่างแรกที่เธอต้องรู้ให้คือทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนกัน หรือมีอะไรมากกว่านั้น

หากมีอะไรมากกว่านั้น เธอต้องตัด ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เธอจะไม่มีทางให้ภสรได้ธีรธาดาไปครอบครองแน่นอน

แม้ในตอนนี้เธอจะมั่นใจว่าภสรไม่ได้ชอบธีรธาดาแน่ๆ แต่ก็ไม่แน่ เรื่องอะไรมันก็เกิดขึ้นได้



" งั้นเราไปด้วยได้ไหม อยากรู้เหมือนกันว่านกเพนกวินที่พูดถึงเป็นยังไง "

" ได้ดิ แต่ห้ามตกใจนะ เพราะนกเพนกวินก็คือคนที่ลิตารู้จักเหมือนกัน "



ถ้านกเพนกวินเป็นคนที่ลิตาคิดเอาไว้จริงๆ ลิตาจะทำยังไงนะ..

หสกภสร เป็นศัตรูตัวฉกาจบนเส้นทางความรักของลิตา เธอจะทำยังไง

..



ลิตาไม่ร้าย ลิตาไม่ร้ายยยยยยยย .

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
All of The Chaos are Us

พอซักทีได้ไหม !!!! 

หญิงสาวร่างบางตะเบ่งเสียงภายในลำคอดังออกมา..

บนใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยริ้วรอยความกริ้ว

เธอมั่นใจแล้วว่า
เธอจะต้องหยุดการกระทำที่ดูสนิทสนมเกินหน้าเกินตาของคนทั้งสอง..

และเป็นครั้งแรกที่สองหนุ่มได้เห็นใบหน้ากริ้วโกรธที่ไม่เคยเห็นจากสาวร่างบางคนนี้มาก่อน..

" ลิตา เป็นไรเปล่า "

หนุ่มร่างบางถาม

หญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความโกรธพึ่งรู้ตัวว่าตัวเองได้ระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมาอย่างไม่คาดคิด

ความหึงหวงที่มีอยู่มันควบคุมได้ยากจริงๆ..

" เอ่อ.. "

ลิตาไม่ได้คิดเอาไว้ก่อนว่า ถ้าหากคุมอารมณ์ของตนเองไม่อยู่ เธอจะทำอย่างไรต่อกับสิ่งที่ตามมา..

" ก็สรเล่นกับธีร์อยู่กันสองคนน่ะ ทิ้งลิตาไว้อยู่ตรงนี้คนเดียว ลิตาก็งอนน่ะซิ ฮืออออ "

เธอแอบอ้างเอาว่าที่โวยวายเป็นเพราะว่าเธอกำลังงอน หากแต่ว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น..

" โธ่ เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นต้องเสียงดังขนาดนั้นเลยลิตา.. "

ชายหนุ่มชุดนักเรียนซัก..

" ธีร์อะ ไม่เข้าใจความรู้สึกผู้หญิงหรอก ธีร์เป็นผู้ชายจะไปเข้าใจอะไร "

" ใช่ๆ นายน่ะมันซื่อบื้อ ไอ้หมีแพนด้า "

เหมยลี่นี่มันเป็นกองแต๊กที่ดีจริงๆ..

" เดี๋ยวเหอะเหมย ว่าใครซื่อบื้อ "

" เอ้า ก็มองหน้าใครอยู่อะ ก็คนนั้นแหละที่ซื่อบื้อ "

" โห่ เดี๋ยวนี้มีพวกแล้วทำเก่งเลยน้าา "

" หึ "
       " เนอะ ลิตาเนอะ ธีรธาดามันซื่อบื้อ "

" ใช่ๆ "

หญิงสาวได้แต่เออออไปตามหนุ่มร่างบาง เพื่อที่ทั้งสองจะได้ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า..



" แล้วทำไมวันนี้จะต้องมารอปิดร้าน แล้วกลับพร้อมกันแล้วล่ะไอ้หมี "

" ทำไม ? อยากกลับบ้านพร้อมนกไม่ได้อ๋อ ? "

" ก็เปล๊า.. แค่คิดว่าปล่อยลิตากลับบ้านคนเดียวมันดีแล้วหรอ เขาเป็นผู้หญิงนา เป็นผู้ชายก็น่าจะสุภาพบุรุษหน่อย "

" หึ ผมสุภาพบุรุษกับคนที่ผมรักเท่านั้นแหละค้าบ "

" หึ อยากเห็นจังคนที่นายทำตัวสุภาพบุรุษ "

" จริงๆแถวนี้ก็มีคนนึงนะ คนที่ผมไม่ค่อยพูดหยาบ และทำตัวเป็นเด็กดีเวลาอยู่ด้วย "

" เรอะ ? ใครกัน ฉันไม่เห็นเคยเห็น ? "

" ไม่เคยคิดว่านกเพนกวิ้นโง่ จนวันนี้ "

" เอ้า ปากดีอีกแล้วนะหมี "

" หึ ช่วยไม่ได้ก็นกมันโง่ และทีเหมยยังว่าผมซื่อบื้อเลย เรื่องอะไรผมจะว่าเหมยบ้างไม่ได้ "

ร่างบางค่อยๆเขยิบตัวเข้าประชิดและมองเข้าไปในนัยต์ตาข้างซ้ายและข้างขวาของชายที่ตัวใหญ่กว่าอย่างช้าๆ

ชายผู้ตัวใหญ่กว่ามีอาการประม่า เคอะเขินและบนแก้มมีสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นมา..

" แหม.. เรียกเหมยจนชินปากเชียวน้าาา จิ๊ "

" เล่นไรอะนก เดี๋ยวจับจูบเลยเนี่ย "

" เอ้า กล้าไหมล้าาา "
       " ถ้ากล้าก็ลองดู้ว " 

ยิ้มเย้ากวนประสาทได้น่ารักจริงๆนะเหมย..

" ยิ่งโตยิ่งปากเก่งนะนกนะ "

ชายหนุ่มค่อยๆใช้มือเรียวยาวลูบลงไปบนหัวของฝ่ายตรงข้ามอย่างเบามือ

สายตาของทั้งคู่ประสานกัน..

นกเขตหนาวจ้องมองฝ่ายตรงข้ามอยู่นาน ความรู้สึกอบอุ่นที่พรั่งพรูออกมาตรงกลางอกคืออะไร หมู่นี้ทำไมมันเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อ ธีรธาดาบ่อยจัง..

" ทำไมก็ไม่รู้เนอะ.. ช่วงนี้อยู่กับนายแล้ว ฉันรู้สึกอบอุ่นอยู่บ่อยๆ ( มองตาอีกฝ่ายอย่างไม่เคอะเขิน ) "

นกเขตหนาวเลือกที่จะพูดความในใจของตนเองออกมา..

ธีรธาดาเผยยิ้มเจ้าเล่ห์..

" ชอบผมหรอ "

ร่างบางชะงักไปกับคำถามของฝ่ายตรงข้ามไปสักพัก..

" ชอบก็บ้าแล่ว อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย แค่คิดว่านายอบอุ่นเหมือนพ่อต่างหาก "

" หรอค้าบบบบ "

" ก็ใช่อะดิ ใครจะเอาคนปากหมาอย่างนายมาเป็นแฟน "

" แต่ผมปากหมากับเหมยคนเดียวนะ "

" กวนตีน "
       " หยอดเก่งกับทุกคนแบบนี้ปะ "
       " หลบไป จะกลับบ้านแล่ว "

" วันนี้นอนด้วยได้ปะ "

" ไม่ได้ !!!  "

" หึหึ "

ธีรธาดาเผยรอยยิ้มร้ายก่อนจะใช้นิ้วมือเรียวยาวลูบหัวของภสรอีกครั้ง

" ให้ผมไปส่งไหม "

สายตาของทั้งสองคนประสานกันอีกครั้ง..

ภสรเริ่มมีอาการเลิ่กลั่ก สายตาหวานเยิ้มของฝ่ายตรงข้ามและความร้อนที่เกิดขึ้นมาในตัวขึ้นคืออะไร

" หึ๊ย ขนลุก สายตาอะ หลีสาวบ่อยอะเส้ "
       " ไม่ต้องอะ กลับเองได้โตแล้ว เดี๋ยวถ้าไปส่งนะ มันก็จะหาเรื่องขอนอนที่บ้านอีก แล้วคุณยายก็จะตกลงให้นายนอนกับฉัน ไม่เอาอะ "

" หึ กลัวผมจะทำอะไรเหมยหรอ "
       " ถ้านอนกอดเหมยจะเป็นยังไงน่าาา เหมยคงจะตัวอุ่นมากแน่ๆเลย "

" ทะลึ่งล่ะ กอดเกิดอะไร หลีกไปคนจะกลับบ้าน !  "

นกเขตหนาวทำแก้มตุ้บป่องก่อนจะเดินผ่านชายชุดนักเรียนไป



" ทำไมถึงไม่เกิดมาเป็นผู้หญิงนะ.. น่าเสียดาย "



..



อีกฟากนึงของเมือง..

20:00

เข็มนาฬิกาค่อยๆเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่มีมนุษย์หนึ่งคนที่หัวใจและความคิดติดอยู่ที่เดิม ยังไม่ได้เดินต่อไปเหมือนเข็มนาฬิกา..

" บ้าจริง นกเพนกวินหรอ แบ๊วตายห่าล่ะ หน้าตาคล้ายผู้หญิงเฉยๆทำมาอยากมีชื่อน่ารักเหมือนนกเพนกวิน..

เหอะ ดัดจริต และยังมามีหน้าเรียกธีร์ว่าหมีแพนด้า อี๊ ขนลุก ! "

" ชายรักชายหรอ น่ารังเกียจ "

" อย่ามาเหมารวมเอาธีร์ของฉันไปรวมอยู่กับพวกชนชั้นต่ำแบบแกย่ะ อีภสร "

" ไม่มีการศึกษา ทำงานร้านกาแฟ.. พวกคนชั้นต่ำ "

" ธีร์เขาเป็นชายแท้โว้ยยยย มองยังไงก็ชายแท้ แต่ไปสนิทกับพวกแบบนั้นได้ยังไงนะ มันต้องเรานี่สี่ ชนชั้นเท่าเทียม เหมาะสมกันที่สุดแล้ว "

" ยังไงก็ตาม เราจะจะต้องแยกอีภสรออกมาจากธีร์ให้จงได้ ! "



..



" ทำไมกันนะ ความรู้สึกอบอุ่นในใจมันถึงเพิ่มขึ้นมามากขึ้นทุกวัน "

ภสรพึมพำกับตัวเองในใจ..

" อย่าลืมสิ ธีร์เขาเป็นผู้ชาย ไม่มีทางมาสนใจคนแบบเราหรอก ที่ดูจะเป็นไปได้ที่สุดคือธีร์อาจมองเราเป็นน้องชาย.. แค่เอ็นดู แค่หวงใยมันก็แค่นั้น ที่บอกว่า " สุภาพบุรุษกับคนที่รัก " ความรักที่ให้เราคงเป็นความรักแบบ " พี่ชายน้องชาย " เสียมากกว่า..

และความจริงแล้วแกชอบพี่ฉางไม่ใช่อ๋อเหมย ? หายไปไหนแล้วล่ะความรู้สึกนั้น..

ไม่ได้การแล้ว.. แกไม่ควรจะเอาตัวเองถลำลงไปลึกกว่านี้

" เขาแค่คิดว่าเป็นเพื่อน เป็นน้องชาย เราแค่สนิทกัน มันจะไม่มีอะไรมากกว่านั้น "

ถึงจะไม่มีการศึกษา แต่เด็กแบบภสรก็ถือว่าเป็นเด็กฉลาด ภสรจะไม่พาตัวเองเข้าไปยุ่งกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างอื่นอีกเด็ดขาด แค่เรื่องที่ผ่านมา ภสรคิดว่าแค่นั้นก็เจ็บปวดเกินพอแล้ว

" เราควรต้องขีดเส้นกั้นระหว่างเรากับธีร์แล้ว "

ภสรได้แต่เหมอลอยออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมกับแหงนหน้ามองหมู่ดาวที่ระยิบระยิบอยู่ท้องฟ้า..

" ทำไมเราถึงไม่เกิดมาเป็นผู้หญิงนะ.. มันน่าจะดีกว่านี้ คงจะกล้าทำอะไรๆให้มันมากกว่านี้ การสัมผัส การส่งสายตาให้ใครสักคนโดยที่ไม่รู้สึกว่าเราเป็นตัวประหลาด หรือรู้สึกขนลุกเวลาที่เข้าไปใกล้ "

น้ำตาที่มีเริ่มคลอไหลลงมาจากดวงตา..

" ไม่อยากเลย ไม่อยากทำตัวแปลกๆกับธีร์เลย.. คงอึดอัด "

" แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ การสัมผัส สายตาที่มองมา.. มันมากเกินไป หากไม่ได้คิดอะไรกันจริงๆ คงเป็นตัวเราเองที่อาจเจ็บปวดกับสิ่งที่ธีร์ทำแต่ไม่ได้รู้สึกอะไร.. ทางเดียวที่คิดออก ฉันว่าควรหยุดเอาไว้แค่นี้จะดีกว่าไหม "

ภสรมองกวาดไปรอบๆท้องฟ้าสักพัก.. พร้อมกับหาทางออกให้กับความสัมพันธ์นี้

" ก็ไม่ถึงกับต้องทำตัวแปลกไปก็ได้มั้ง.. แค่ต้องบอกสถานะของเรากับธีร์ให้ชัดเจนก็พอ.. "



เช้าวันใหม่มาถึง..( อีกครั้ง )

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

" สวัสดีครับ ผมธีร์เอง "

" อ้าว พ่อดอกมะลิของยาย มาทำอะไรแต่เช้าล่ะลูก มาๆ เข้ามานั่งในบ้านก่อน "

" เหมยล่ะครับยาย "

" อีน่ะหรือ ยังไม่ตื่นเลยลูก ยายวานพ่อธีร์ไปปลุกอีให้ทีได้ไหม "

" ได้ครับคุณยาย "

" ขอบใจนะ "

ชายหนุ่มร่างสูงและตัวใหญ่กว่าค่อยๆหมุนลูกบิดประตูอย่างช้าๆด้วยกลัวว่าหากใช้แรงหนักอาจทำให้คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมา

แต่ความจริงลึกๆแล้ว.. ชายหนุ่มอย่างมองหน้าหนุ่มร่างบางตอนกำลังนอนหลับอยู่ต่างหาก..

" แหม หลับตาพริ้มเชียวนะ "

นิ้วมือเรียวยาวค่อยๆลูบไล้ไปทั่วใบหน้า เริ่มตั้งแต่ตา จมูก ลากลงมาที่ปาก..

ธีร์ธาดาลูบไล้ไปทั่วใบหน้าอย่างหลงไหล

แต่ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็หยุดชะงักกับการกระทำของตนเอง

ธีรธาดาพึมพำกับตัวเองในใจ ในขณะเดียวกันก็จ้องมองที่หน้าของภสร

" เหมยเป็นผู้ชาย เรากำลังทำอะไรอยู่กันนะ เมื่อวานก็ทีนึงแล้ว ไม่เข้าใจตัวเอง.. ก็แค่สนิทกัน ใกล้ชิดกัน มันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วคราว เราแค่อยากแกล้ง อยากอยู่ใกล้ คงอยากมีน้องชายละมั้ง "

" ทำไมถึงไม่เป็นผู้หญิงนะ.. ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดความรู้สึกมันมากไปกว่านี้จะทำยังไง คนรอบข้าง สังคม จะมองเรายังไง.. "

ธีรธาดากำลังพยายามกล่อมตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกต่างๆ มันไม่ใช่ความรู้สึกของคนรักหรอก มันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อตัวเองชอบผู้หญิงมาทั้งชีวิต จะมาหวั่นไหวกับผู้ชายไม่ได้..

แต่ในเมื่อ ความรู้สึก ซื่อตรงมากกว่าความคิด..

" แต่ในตอนนี้.. ไม่อยากตั้งชื่อความสัมพันธ์อะไรให้กับเราสองทั้งนั้น ชอบที่มันจะเป็นแบบนี้ อยู่กับความรู้สึกแบบนี้ มันดีที่สุดแล้ว.. "

" ไม่ใช่ว่าไม่รู้ความรู้สึกข้างในคืออะไร แต่ในเมื่อความจริงมันเป็นไปไม่ได้ "

" ได้แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ.. ขออยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆก่อนก็พอ "



" อื้อออออออ "

หนุ่มร่างบางขยี้ตาก่อนจะยืดแขนยืดขาออกจากลำตัว..

" หึ ตื่นแล้วหรอเหมย "

ร่างบางที่ตาปรือเพราะพึ่งตื่นนอนอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นตาสว่างขึ้นมา

" เฮ้ย !  มาได้ไงเนี่ย ! ทำไมไม่เคาะเรียกก่อนเล่า เมื่อกี้นอนน้ำลายไหลหรือเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย ( ใช้มือเช็ดข้างๆขอบปากทั้งสองข้าง ) "

" น่ารักดี.. น่ารักดีตอนหลับ "

" ทำไม.. ตอนตื่นแล้วมันทำไม ( แววตาหาเรื่อง ) "

" ก็เปล๊า.. เออนี่ ไปดูดวงกันไหม เพื่อนในห้องผมมันไปดูกันเยอะ แล้วมันมาบอกว่าแม่น ผมเลยมาชวนเหมยไปดู "
        " วันนี้วันหยุดเหมยด้วย ไปดูดวงกันไหม "

" อยู่แถวไหนอะ ไกลเปล่า "

" ไม่ไกลหรอก ข้างๆวัดโรงเรียนนี่เอง มีแม่หมอมาเปิดสำนักอ่ะ นะ.. ไปดูกับผมนะ "

ธีรธาดาเขย่าตัวฝ่ายตรงข้ามก่อนจะโน้มหัวเข้าไปถูกไถ่ที่หัวไหล่ของอีกคน

" เออๆ อ้อนขนาดนี้ ใครจะปฏิเสธลงว่ะ ? "
       " แล้วกินข้าวมายังอ่ะ "

" ยังเลย.. ฝากท้องที่นี่ได้ไหมค้าบบบบบ "

" ตลอดแหละนายอะ "

" ดุผมอีกล่ะ "

" ก็นายมันน่าดุอะ ไปนั่งรอข้างนอกเลย เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ เดี๋ยวหาไรให้กิน "

" ได้ครับผ๋ม !! "

หึหึ ภสรหัวเราะในลำคอ

" ออกไปได้แล้ว จะไปอาบน้ำ "



เมื่อภสรจัดการทำภารกิจของตนเองเสร็จสรรพทุกอย่าง ก็เป็นเวลาของอาหารเช้า..



" หืมมมมมม หอมจังเลยครับ คุณยายว่าน่ากินเหมือนผมไหม "

" เหมยลี่อ่านะ อีทำอาหารเก่งอยู่แล้วนะพ่อดอกมะลิ อั้วนี่สอนอีมากับมือเลยอาาาตอนอีเด็กๆอาา ถึงบ้านเราจะจน แต่ฝีมือการทำอะไรไม่เป็นลองใครนาาา "

" อานี่ผัดหน่อไม้ฝรั่ง ชิมเส้อาธีร์ อร่อยนาาา อายายตักให้ "

" ขอบคุณครับ "

" จิ๊ ได้หลานใหม่แล้วลืมหลานคนเก่าเลยนะยาย "

ภสรสวนขึ้นมา..

" โธ่อาเหมยลี่ อย่าจริงจังไปหน่อยเลยน่า ยายก็รักพวกแกทั้งสองคนนั่นแหละ มีกันอยู่สองคนรักกันเข้าไว้ๆ "

รักกันเข้าไว้ๆ..

วินาทีนั้นสายตาของทั้งสองประสานกันชั่วครู่ ก่อนที่ภสรจะเป็นคนหันหน้าหลบไปเสียก่อน

ความรู้สึกอึดอัดปรากฏขึ้นในใจของทั้งคู่..

" เหมยอิ่มแล้วอะยาย เหมยเอาจานไปเก็บก่อนนะ "



..



" วัดข้างโรงเรียนน่ะหรอที่บอกว่ามีหมอดูมาเป็นสำนัก "

" ใช่ เมื่อว่าพวกไอ้ชัยมันไปดูกันมาแล้วมันโทรมาเล่าหลังจากผมกลับไปบ้าน "

" อ๋อ เขาว่าแม่นจริงเลยปะ แล้วแม่นขนาดนั้นจะไม่โคตรแพงเลยอ๋อธีร์ "

" ไม่แพงครับ 99 บาท ค่าครู " 

ถนนข้างๆวัดค่อนข้างขรุขระ การเดินทางโดยมอไซต์คู่ขวัญของธีรธาดาจึงมีความลำบากอยู่นิดหน่อย

" เกาะดีๆนะที่รัก "

" ที่รักพ่องดิ "

" พูดไม่เพราะนะครับเหมย "

" ก็ใครใช้ให้เรียกที่รัก ไปเป็นแฟนนายตอนไหน "

" ไม่เป็นผมก็จะก็จะเรียก ใครมันจะทำไม "

" หื๊ยยย ปากเก่ง "

" เก่งแค่กับน้องเหมยคนเดียวแหละครับ "

" น้อง.. "

ความรู้สึกภายในใจมันช่างหน่วงเหลือเกิน..

" น้องเหมยไง ผมเรียกน่ารักออก "

" อืม น้องเหมยก็น้องเหมย.. แล้วใกล้ถึงยังอะ "

" ถึงแล้วเนี่ย เดี๋ยวผมเปิดไฟเลี้ยวแปป "



" หูววว เป็นกระท่อมเลยอะ "

" ใช่ไหมล่ะ ต้องแม่นแน่เลย แปลกดี "

" ฉันหรือนายจะดูก่อน ? "

" ผมแล้วกัน "

กระท่อมหลังเล็กภายในปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบเขียว ทางเดินเข้าไปค่อนข้างมืดเพราะถูกปลุกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่

แม่หมอกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิ..

" หวัดดีครับแม่หมอ คือผมจะมาให้แม่มองทำนายดวงให้ครั.. "

" หยุด.. ท่านที่เดินมาด้วยกันข้างหลังน่ะ "

แม่หมอค่อยๆลืมตาลองมาตรงมา มองมาประหนึ่งกำลังจะใช้เนตรวงเเหวน..

" ท่านทั้งสองจะมาให้ข้าเปิดดวงชะตาให้ใช่หรือไม่ "

" ใช่ครับ "

" ครับ "

" ท่านที่ผมยาวกว่าข้างหลังนั่น เข้ามาหาข้าซิ "

" คะ..ครับ "

ภสรค่อยๆชันเข่าเดินเข้าไปหาแม่หมอ

" ไหนแบมือข้างซ้ายให้ข้าดูหน่อยซิ "

ภสรค่อยๆยื่นมือข้างซ้ายให้กับแม่หมอ

" โธ่.. ชีวิตช่างน่าสงสาร.. "

" เอาล่ะ นำเงิน 99 บาท ของทั้งสองคนไว้ในถาดและสวดตามคำบูชาที่ติดเอาไว้ซะ แล้วกลับมาหาข้าใหม่ "

ชายหนุ่มทั้งสองทำตามที่แม่หมอสั่งอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินกลับมานั่งข้างหน้าแม่หมอ

" คนนึงค่าจะดูยิปซีให้ แต่อีกคน ค่าเห็นนิมิตตั้งแต่เจ้าเดินเข้ามาแล้ว ข้าจะทำนายให้เจ้าฟังแบบไม่ต้องเปิดไพ่เลยแล้วกัน "

" ผมยาวน่ะ จากที่ข้าดูลายมือไปพลางๆกับผสมกับนิมิตที่ข้าเห็นเมื่อกี้..
       " ลำบากนะ ชีวิต "
       " ลำบากมาตั้งแต่เด็ก วิบากกรรมเจ้ามีอีกเยอะนะลูก "
       " ระวังเจอของหนักเร็วๆนี้ หากเจ้าคิดว่าที่เจอมาหนักพอแล้ว อนาคตหนักกว่าของเดิมอีก ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังนะลูก โรคภัยไข้เจ็บในตอนนี้ยังไม่มี แต่อนาคตไม่แน่ ดูแลร่างกายตัวเองให้ดีด้วยนะลูก ย้ำว่าอย่าทำอะไรหักโหม ระวังคนคิดร้าย อย่าไว้ใจใครจนมากเกินไป มีเกณฑ์เลือดตกยางออก "

" ดวงลูกมันขนาดนั้นเลยหรอครับแม่หมอ "

" ในเรื่องที่ร้ายก็มีเรื่องที่ดี.. "
       " เจ้าเป็นคนที่ใครๆเห็นก็รักก็ชื่นชม ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนที่รักเจ้า เพราะเจ้าเป็นคนดี เจ้าไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามใช่ไหม เกิดมาชาตินี้เจ้ากรรมนายเวรเขาตามมาด้วย ชาตินี้เลยมีชีวิตที่ลำบาก จะสมหวังในอะไรสักทีก็เหมือนมีบุญแต่กรรมบัง แต่เจ้าทำดีเสมอๆแบบนี้น่ะดีแล้ว ดูแลยายกับแม่ที่บ้านอยู่ใช่ไหม ทำดีแล้วล่ะ.. "

ภสรหันหน้าไปธีรธาดา

" เชี้ย แม่นจริง " 

ก่อนจะหันหน้ากลับมาหาแม่หมอ

" แล้วดวงการงาน ความรักของลูกล่ะแม่หมอ "

" การงานมีความก้าวกระโดด เจ้าจะได้สิ่งที่เจ้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดวงคนอุ้มชู ดวงคนอุปถัมภ์ ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เจ้าหมาย ได้มีสุภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้เป็นตัวของตัวเอง เจ้าจะถูกหมายปองจากหนุ่มหลายๆคน ด้วยหน้าตาที่สละสลวยเหมือนผู้หญิงและผมที่ไว้เอาไว้ยาวเกินบ่า แต่ก็ต้องแลกมากับบางสิ่งที่บางอย่าง ซึ่งข้าเองก็บอกไม่ได้..  หากแต่ว่าในเรื่องความรัก เจ้าเป็นคนรักเดียวใจเดียว เจ้าเป็นคนมีคู่ จะมีคนเอาใจมาฝากไว้ที่เจ้า แต่วิบากกรรมจากชาติที่แล้วทำให้เจ้าประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ค่อนข้างยาก " รู้ว่ามีอยู่ก็สายไป " รักใครชอบใคร อย่าลังเลที่จะมอบความรักให้กับเขา เขาจะเป็นเหมือนคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างเจ้าตลอดชีวิต ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร จะอยู่ที่ไหน ใจของเขาจะอยู่กับเจ้าเสมอ..

ข้าเตือนแล้วนะ.. ไปชอบใครที่ไหนก็อย่างกั๊กความรู้สึกเอาไว้ แล้วจะมานั่งน้ำตานองข้าช่วยไม่ได้นะ

 แล้วเจ้าสองคนนี่เป็นอะไรกันหรือ ? ถึงมาด้วยกัน เเฟนเรอะ ? "

" เพื่อนส.. "

" คนรู้จักครับ !  "

ภสรสวนคำพูดที่แทงใจธีรธาดาขึ้นมา..

" คือความจริงเราเป็น " เพื่อน " กัน ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ แต่เขาเรียน เราแค่บังเอิญมาเจอกันนะครับแม่หมอ "

" ..ใช่ครับแม่หมอ เราทั้งสองเป็นแค่ " คนรู้จัก " ที่บังเอิญมาเจอกัน "

ธีรธาดาตอบ..

" ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าจะได้คู่ใคร แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือเจ้านั่งเสียใจ ร้องไห้กับความผิดหวังที่เจ้าได้ก่อขึ้นมานะเจ้าหนุ่มผมยาว เอาเป็นว่า ในช่วงปีสองปีนี้ให้ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน ชีวิตเจ้าจะมีความสุขในเรื่องที่เจ้าทุ่มเทลงแรงไปกับมัน แต่อีกด้านหนึ่ง ความสุขในเรื่องความรักของเจ้าที่เจ้าไฝ่ฝันมันก็ไม่ได้มาหาเจ้าง่ายๆ จักรวาลยังจะต้องสอนอะไรอีกหลายอย่างให้กับเจ้า อดทนและสู้ต่อไปนะลูก "

" น่าจะครบถ้วน ส่วนของเจ้าหนุ่มหน้าไททรงหล่อนี่ข้าจะเปิดไพ่ให้ "

แม่หมอสับไพ่และค่อยๆหยิบไพ่ออกมาทีละใบ

" เจ้าเป็นคนรักเดียวใจเดียว รักอะไรก็รักอยู่อย่างนั้น เวลาปักใจที่ใครแล้ว ยากที่จะถอนออก เด็ดเดี่ยว น่าชื่นชม ไม่เจ้าชู้ เป็นเด็กมีความรับผิดชอบ เรียนเก่ง ขยัน มีความฝันใช่หรือไม่ ? "

" ใช่ครับ "

" มักมีปัญหากับครอบครัว ชีวิตมีความก้าวหน้าสูงและจะประสบความสำเร็จ แต่กับเรื่องความรัก จะสูญเสียของที่ตนรัก ของที่รักมากกว่าชีพของตนเอง อาจเป็นพ่อ แม่ หรือ คนรักของเจ้าก็ได้ ถ้ามีเวลาให้แลดูกันและกันให้ดีนะลูก เป็นคนมีเงินมีทองอยู่แล้ว ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้น่าเป็นห่วงนัก ใช้ชีวิตคุ้มและกล้าหาญมากที่เจ้าออกมาอยู่ข้างนอกตัวคนเดียว มีเรื่องราวอีกหลายเรื่องที่เจ้ายังไม่เคยรู้เกี่ยวกับครอบครัวของเจ้า สิ่งที่รู้มันเพียงแค่เศษเสี้ยวของเรื่องทั้งหมด เมื่อถึงเวลา มันจะถูกปล่าวประกาศให้เจ้าได้ทราบ ข้ากลัวแค่มันจะเป็นสิ่งที่เจ้าทำใจรับได้ยากเพียงเท่านั้น  เรื่องที่เจ้าควรรู้เอาไว้ก็คือ คนที่เจ้ารัก เขารักเจ้าอยู่แล้ว เพียงแต่แค่มีปัญหาบางอย่างที่มาปิดกั้นความรักของเจ้าและเขาเอาไว้ "

" แต่ผมยังไม่ได้รักใครเลยนะครับแม่หมอ "

ภสรหันหน้ามองไปที่ธีรธาดา ความหน่วงที่อยู่ในใจอยู่แล้วเริ่มหน่วงขึ้นมาอีก

" เจ้ารู้หัวใจเจ้าดีพ่อหนุ่ม อย่ารอให้ถึงเวลาที่เวรกรรมมาพลัดพราก "

" ไหนยื่นมือซ้ายของเจ้าทั้งสองมาให้ค่าดูลายมืออีกครั้งซิ "

" ครับ "

" อืม.. เจ้าทั้งสองที่ได้มาพบกัน มันไม่มีเรื่องบังเอิญหรอกนะ แต่แม่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งหรือบอกอะไรพวกเจ้าได้มากมายกว่านี้ มันเป็นเรื่องของชะตา ข้าเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ที่บอกได้คือเจ้าทั้งสองเคยเจอกันมาก่อนเมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้มีกรรมให้ต้องกลับมาเจอกันอีก ดูแลกันให้ดีนะ นึกว่าเจ้าผมยาวนี่เป็นผู้หญิง ไม่งั้นข้าจะคิดว่าเจ้าสองคนเป็นแฟนกันแล้วนะ ไหนๆข้าก็บอกขนาดนี้แล้ว พวกเลขวันเกิด ไม่ต้องดูแล้วเนอะ มันบอกอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เอาล่ะครบถ้วนแล้วนะ "

" ขอบคุณครับแม่หมอ "

" ขอบคุณและกราบลาล่ะครับแม่หมอผมจะดูแลตัวเองให้ดี "

" เอ้อเดี๋ยวๆ.. "
       " เจ้าหนุ่มผมยาวๆ ช้าก่อน "

" ครับแม่หมอ "

" มีคนเอาล็อตเตอรี่มาถวายข้าน่ะ แต่ข้าไม่อยากเก็บเอาไว้ เอาไว้ให้เจ้าชิงโชคแล้วกัน รับไปสิ "

" ขอบคุณครับ "



...



" แม่หมอนี่ก็แปลกเหมือนกันเนอะ ให้ล็อตเตอร์ด้วย หึ แปลกดี แต่ก็ขอบคุณครับ "

" อืม "

" อ้าว เป็นไรวะหมี "

" ไม่มีอะไร "

" นี่ ถ้าไม่พูดกันตรงๆก็ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นอะไร "

" คนรู้จักหรอ พูดออกมาได้ยังไง ? "

ภสรเห็นแล้วว่าที่ธีรธาดาพูดว่า " ไม่มีอะไร " แปลว่า " มี "

" หมี โกรธเรื่องนี้หรอ "

" เปล่าหนิ ก็เป็นแค่คนรู้จักกันน่ะ มันถูกแล้ว จะเป็นอะไรมากกว่านั้นล่ะ "

" เลิกประชดก่อนได้ปะธีร์ จะได้อธิบาย "

" อะไรล่ะที่จะอธิบาย ?! "

" ถ้าแม่หมอเขาคิดว่าเราเป็นอะไรกัน เขาจะมองยังไงอะธีร์ เห็นไหมอะที่แม่เขาบอกว่าถ้าฉันเป็นผู้หญิงเขาจะมองว่าเราเป็นแฟนกัน ถ้าว่าเพื่อนสนิท ยังไงเขาก็มองว่าชอบกันอยู่แล้ว.. ไม่กลัวเขาเอาไปพูดหรอ ที่นี่ข่าวไวจะตาย ถ้าคนรู้ไม่ใช้ชีวิตยากหรอ ? "

ธีรธาดาเข้าใจเหตุผลของภสรเป็นอย่างดี เพราะตนเองก็คิดแบบเดียวกัน แต่คำว่า แค่คนรู้จัก มันไปหนักตรงหัวใจ..

" อืม เข้าใจดี "
       " แค่ไม่ชอบคำนี้ "

" งั้น คนสำคัญ "
       " คำนี้พอไหม "

" ไม่ว่ะ ถ้าไม่สำคัญจริงๆก็ไม่รู้ว่าใช้คำนี้ไปทำไม "

..



ก็บอกแล้วว่ามันจะเป็นนิยายใสใส ไม่เน้นดราม่า !

ว้ายพวกเธ้ออออออออร์ นังลิตาอาจจะไม่ต้องเป็นคนแยกพวกเขาสองคนออกจากกันก็ได้นะคะพวกเธ๊อออร์ .

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
New year's eve

" งั้น คนสำคัญ "

" คำนี้พอไหม "

" ไม่ว่ะ ถ้าไม่สำคัญจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าใช้คำนี้ไปทำไม "



..



มนุษย์หมีหายตัวไปเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว..

หลังจากวันนั้นธีรธาดาก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย..

ก็น่าจะโกรธ

โกรธมาก

โกรธมากจริงๆ..



ก็ได้ลองมานั่งทบทวนดูแล้วล่ะ..
หากว่าเป็นตัวของเราเองก็คงจะรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน แต่ไปพูดว่า เป็น " แค่คนรู้จัก "
ถึงจะชอบหรือไม่ชอบตัวคนที่พูด มันก็น่าโกรธอยู่หรอก..

รู้สึกผิดแหะ



สำนึกผิดแล้ว..



ส่วนตัวผมน่ะหรอ..
ก็เหมือนเดิม.. ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆวนลูปอยู่แบบเดิม

ตื่นนอน - อาบน้ำ - กินข้าว - ไปทำงาน - กลับบ้านมานอน แล้วก็วนมันไปอยู่อย่างนั้น..

ไม่มีวี่แว่วว่าธีรธาดาจะโผล่มาที่ร้านกาแฟสักวันเดียวตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมา..

ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะธีรธาดาหรือเปล่า บรรยากาศภายในร้านเดือนที่ผ่านมาถึงไม่สดใสเอาซะเลย
ไม่ว่าจะลูกค้าเรื่องมาก ลูกค้ามาวีนว่าแก้วกาแฟไม่สะอาด บ้างมาวีนว่าขนมพี่ป๊อบไม่อร่อยบ้างล่ะ ไอ้พี่เฉียงก็หายจากโลกนี้ไปเลย ไม่รู้ว่าช่วงนี้หายไปไหน..

เหงาเหมือนกันเนอะ..

เป็นช่วงชีวิตที่ไม่มีอะไรทำกับเขาเลย..

ถ้าจะให้ไปหาอะไรอร่อยๆกิน ทำไมการนั่งกินคนเดียวของฉันในวันนี้มันถึงรู้สึกเหงามากมายขนาดนี้นะ

ห่อกลับไปกินกับคุณยายอาจดีกว่า..



" ธีรรรรรรร์ "

หญิงสาวตัวเล็กไม่คุ้นหน้าเรียกชื่อชายคนหนึ่ง..

" อ้าว เมย์ มาแล้วอ๋อ ธีร์รอตั้งนานแหน่ะ แล้วลิตาอะ  ยังมาไม่ถึงหรอ ? "

" ลิตามันบอกว่าเดี๋ยวแวะซื้อของเซฟเฟ่นแปปนึงอะธีร์เดี๋ยวตามมา "

" อ๋อ งั้นเรารอลิตากันอีกสักพักเนอะ จะได้เข้าไปในร้านพร้อมกัน โชคดีนะเนี่ยที่วันนี้ร้านไก่ทอดเขาลด 30 เปอร์พอดี ไม่งั้นนะเราสี่คนต้องได้ไปกินพิซซ่าคีเปนอมแทนแน่ " 

" เดี๋ยวนะ สี่คน ? "

" อืม 4 คน ไอ้ชัยมาด้วยน่ะ มันติดรถมาด้วย "



ไม่เจอกันตั้งนาน.. ก็ดูสดใสดีหนิเนอะ



" หวัดดีธีร์ "

ชายร่างบางเป็นคนเดินเข้าไปทักทายก่อน..

ชายผู้ตัวใหญ่กว่าเบิกตาโพล่ง ไม่คิดว่าคนตัวเล็กกว่าจะมาอยู่แถวนี้..

" อืม.. หวัดดี "

ไอ้ความอึดอัดมันก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อทั้งสองมองตากัน..

" อ้าวธีร์ มีเพื่อนมาด้วยอีกคนหรอ ? "

หญิงสาวตัวเล็กพูดแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันน่าตึงเครียดของทั้งสอง

" ครับเมย์ นี่เพื่อนผม แต่ไม่ได้ชวนมาด้วยกันหรอก แค่บังเอิญเจอกัน "

..ไม่ได้ชวนแค่บังเอิญหรอ

ภสรยิ้มอ่อน..

" หวัดดีเมย์ เราสรน่ะ เป็นเพื่อนของธีร์น่ะ พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานมาก แล้วนี่มากินไก่กันหรอ "

" อ๋อ วันนี้ธีร์เค้าชวนพวกเรามากินไก่กันน่ะ บอกว่าเห็นราคาไก่มันลดตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ความจริงแล้วมีงานกลุ่มต้องทำด้วยกันก็เลยมาหาอะไรกินกันก่อนน่ะ "

" งั้นหรอ เราก็มากินไก่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวกลับล่ะ เปลี่ยนใจสั่งใส่กล่องกลับบ้านน่ะ เดี๋ยวไปทานกับคุณยายที่บ้าน เราไปก่อนนะ ไว้เจอกัน "

ภสรเดินจากไป ไม่แม้แต่บอกลาธีรธาดาสักคำ

ร่างสูงค่อยๆมองดูร่างบางเดินจากไป..
       ทิ้งความอึดอัดเอาไว้ให้กับธีรธาดาเพียงลำพัง


" โธ่ เว้ย ! "



ต่างคนต่างไม่ยอมกันและกัน ไม่มีใครง้อใคร เพราะว่าแต่ละคนมีเหตุผลเป็นของตนเอง

ธีรธาดาและภสรถึงเวลาที่ต้องห่างกันสักพัก..
วันเวลาเลยผ่านไปเรื่อยๆ นับวันยิ่งห่าง นับวันยิ่งไกล ไกลจนเกือบกลายเป็นคนไม่รู้จักกันเสียแล้ว

ตอนที่บังเอิญเจอหน้ากันต่างคนก็ต่างทำเป็นไม่สนใจ เพียงแค่เดินผ่านกันไปเพียงเท่านั้น

ช่วงที่เป็นวัยรุ่น เราต้องจริงจังกับเรื่องความสัมพันธ์กันขนาดนั้นเชียวหรือ ภสรได้แต่คิดสงสัย..

หลายครั้งที่ภสรมีท่าทีที่จะเข้าไปทักทายธีรธาดาก่อน แต่กลับเป็นเจ้าตัวที่หยุดชะงักและคิดไปว่าเป็นแบบนี้อาจจะดีแล้ว ให้ธีรธาดาได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ดีกว่าการที่ต้องมาใช้ชีวิตติดอยู่ภสร

เห็นภสรเข้มแข็งได้แบบนั้น แต่ภายในใจไม่ได้เข้มแข็งเหมือนความคิด ภสรยังคงอยากมีธีรธาดาในชีวิต อยากลองใส่ชุดนักเรียนหญิงเดินข้างๆธีรธาดา ภสรยังอยากมีกลุ่มเพื่อนที่ไปไหนไปกันเหมือนกับธีรธาดา ไม่ใช่ว่าคนเดียวโดดเดี่ยวแบบนี้

แม้ว่าตอนนี้คุณนายแม่จะกลับบ้านตามเวลาปกติแล้วก็ตาม ภสรรู้ว่ามันก็แค่ต้องกลับไปเหมือนเดิม อยู่กับแม่กับคุณยาย เพียงแต่ใจของภสรไม่ได้ทำได้ง่ายๆแบบที่คิด ภสรชินกับการมีแค่คนรู้จักไปแล้ว..

ธีรธาดาใช้ชีวิตปกติเหมือนเด็กมัธยมปลายทั่วไป ส่วนภสรก็ใช้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อเหมือนเดิม วนลูบมันไปอย่างนั้น จนเมื่อปีใหม่กำลังจะมาถึง..



           
It's almost " 2547 "



" พรุ่งนี้ 31 ธันวาแล้วโว้ยยยยยยยย วันที่จะได้พักกกกกกกกกกกกกก และเมาให้เต็มที่ !! "

พี่ป๊อบร้องโอ้ดครวญ บิดตัวไปมาเหมือนกำลังยืดเส้นยืดสายร่างกายของตัวเอง


       " มากินเลี้ยงที่ร้านด้วยนะเว้ยสร พี่จัดให้เต็มที่ พนักงานในร้านคนอื่นๆเขาแพลนกันว่าให้แต่งตัวตรีมดิสนีย์มาฉลองปีใหม่ด้วยกัน อย่าลืมแต่งตัวมางานด้วยล่ะน้องรัก ผมยาวขึ้นอีกแล้วหนิ แต่งหญิงมาเล้ยย "

" บ้าปะพี่ป๊อบ คนข้างนอกเค้าจะมองกันยังไง "

" แบบแกน่ะ เนียนอยู่แล้ว หน้าผู้หญิงขนาดนี้ "

" พี่ก็พูดไป ( ถ่อมตัว ) "

" สรุปจะแต่งหรือไม่แต่ง ? "

เจ้าของเตาอบขนมเริ่มชักสีหน้า..

" ตะตะ.. แต่งๆ "

" ดีมาก สรุปคือจะมาแน่นะ "

" มาดิ ปีใหม่ทั้งที "

จะให้ภสรตอบอะไรอย่างอื่นได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีเพื่อน ไม่มีสถานที่อื่นให้ไป..

ชายคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ..
       คงจะยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือล่ะมั้ง ก็ปีสุดท้ายแล้วหนิ ขอให้สอบเข้าหมอได้ล่ะกันนะ " แพนด้า "



31 ธันวาคม 2546

เช้าวันสุดท้ายของปีอากาศหนาวเย็นที่กระทบลงบนใบหน้าของชายร่างบางตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณเตือนชายหนุ่มว่า วันใหม่มาถึงอีกครั้งแล้วนะ และความตื่นเต้นที่เพิ่มพูนขึ้นมาหลังจากรู้สึกตัว

" ฉันมีเหตุผลที่จะได้แต่งตัวไปข้างนอกกับเขาแล้ว "

ภสรรีบลุกจากเตียง อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เพื่อที่จะใส่ชุดเก่งออกไปตามล่าชุดที่จะใส่ในเย็นนี้

โชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงที่โลกกำลังฮิตการแต่งคอสเพลย์ ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะหาชุดคอสเพลย์ดิสนีย์แถวร้านค้าใกล้ๆบ้าน และภสรก็ตื่นเต้นที่จะได้คอสเพลย์เหมือนคนอื่นๆเสียที

ภสรจ้ำอ้าวออกจากบ้าน พร้อมกับขนมปังทาทับกับแยมสตอรว์เบอรี่สีแดงสด

งับ งับ
 ภสรเริ่มกัดขนมปังที่ตนถือมาทีละข้าง ขณะที่กัดและซึมซับรสหวานของสตอรว์เบอร์รี่อยู่นั้น ภสรก็คิดขึ้นมาว่า วันนี้จะต้องเป็นวันดี วันที่ภสรจะมีความสุขแบบที่ไม่ต้องกังวลอะไร  และถ้าหากต้องกังวล ขอให้มันเป็นวันสุดท้ายที่ภสรคิด และพรุ่งนี้จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ ทุกๆอย่างที่เจ็บปวด ภสรจะทิ้งมันเอาไว้แค่ในวันนี้

กุ๊งกริ๊ง กุ๊งกริ๊ง
เสียงเปิดเข้าประตูร้านเสื้อผ้าคอสเพลย์เป็นสัญญาณเตือนว่าภสรกำลังจะได้คอสเพลย์เหมือนคนอื่นๆแล้ว

" สวัสดีค่าาา คุณผู้หญิงจะคอสเป็นตัวละครอะไรดีคะ "

" เอ่อ.. ผมยังไม่รู้เลยครับ ผมที่ยาวเลยบ่าลงมา ยังไม่รู้เลยว่าควรคอสเป็นตัวอะไร รู้แค่ว่าต้องเป็นดิสนีย์น่ะครับ "

พนักงานหน้าร้านมีอาการช็อคซินิม่าไปเพียงคู่ ก่อนจะถามกลับไปว่า

" เป็นผู้ชายหรอคะ "

" ครับ "

" ทำไมถึงได้เหมือนผู้หญิงปานนี้ !!! โอ้มายก็อต ช็อคซินิม่า !!! "

" ไม่ต้องช็อคหรอกครับ หลายๆคนก็เข้าใจผิดว่าผมเป็นผู้หญิง "

" อ๋อ.. เอ้อ..ดิสนีย์หรอคะ ? เป็นเจ้าชายก็ไม่ได้ เป็นเจ้าหญิงผมยาวก็ไม่ได้.. งั้นเป็นเจ้าหญิงผมสั้นดีไหมคะ "

" ตัวไหนหรอครับ ? "

" สโนวไวท์ไงคะ ทางเรามีวิกผมสั้นให้ยืมด้วย สนใจไหมคะ ? "

" ไม่ดีกว่าครับ ผมว่าสโนไวท์มันอินโนเซนต์ไป "

" อ๋อหรอคะ ?  งั้นคุณลูกค้าต้องการแบบไหนล่ะคะ "

" ผมอยากได้เป็นผู้หญิงที่จิตใจอ่อนโยน แต่ก็แข็งแกร่งน่ะครับ "

" มีค่ะ !! พอดีเลยนะคะ ชุดพึ่งเข้ามาใหม่ "

" ตัวอะไรหรือครับ.. "

" มู่หลานค่ะ !!  แม่ทัพชาง แม่ทัพช๊าง !! เคยดูไหมคะ ? "

" เคยครับ แต่ลืมไปเลยว่ามู่หลานก็เป็นดิสนีย์ "

" ใช่ไหมล่ะคะ รับเลยไหมคะ ลดให้พิเศษสุดๆเลยคะ "

" ท่าทางก็น่าจะได้มู่หลานนี่ล่ะครับ แล้วมันราคาเท่าไหร่กัน "

" 3,000 บาทค่ะ "

" หะ ! 3,000 ? "

" ใช่ค่ะคุณลูกค้า 3,000 บาทถ้วน "

ภสรจิตตก คิดหนัก เงินที่เตรียมมาแค่พันกว่าบาทจะไปพอค่าชุดนี้ได้อย่างไร

" 3,000 บาทเลยหรอครับ ทำไมแพงจัง "

" ราคาเหมาะสมนะคะคุณลูกค้า เนื้อผ้าและชุดสั่งตัดมาอย่างดีค่ะ "

ฉิบหายแล้ว กูจะทำยังไงว่ะเนี่ย..  ภสรพึมพำกับตนเอง

" เอ่อ.. งั้นเช่าแค่เสื้อคุมได้ไหมครับ "

" คะ ? "

พนักงานมีสีหน้ามึนงง มาเช่าชุดทั้งทีทำไมถึงเช้าแค่เสื้อคลุม..

" ดะเดี๋ยวเข้าไปถามเจ้าของร้านให้ก่อนนะคะ รอสักครู่ "

ไม่นานมากนักพนักงานก็เดินออกมาพร้อมกับเจ้าของร้าน

" ไอ้หนุ่ม เอ็งจะมาเช่าชุด แต่ทำไมถึงอยากเช่าแค่เสื้อคลุมกันล่ะ "

" คือ.. ผมจะเช่าไปใส่คืนงานส่งท้ายปีเก่าที่ร้านที่ทำงานวันนี้น่ะครับ แค่วันเดียวเลยคิดว่า ถ้าจะเช่าตั้ง 3,000 มันจะคุ้มหรอ และผมก็หยิบเงินออกมาแค่ 1,000 เดียว "

" อืม.. "

เจ้าของร้านพิจารณาอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบกลับมาว่า

" งั้นเป็นชุดสีขาวแดงนั่นแทนได้ไหม ข้าลดให้เองเหลือ 1,000 เลย ไม่ต้องเช่า ชุดเกาะนักรบจีน แต่ข้าไม่ให้เกาะเอ็งนะให้แค่ชุด มู่หลานก็เป็นนักรบเหมือนกัน เจ้าไม่สนใจหรือ "

" ชุดมันเป็นอย่างไรหรือครับ "

" มันก็จะเป็นเสื้อคลุมสองชั้น ข้างในสีขาว ข้างนอกเสียงแดงสด เพียงแต่ข้าไม่ขายชุกเกราะที่ติดมาด้วย "

ไม่มีเวลามาต่อรองแล้วภสร แกยังต้องไปซื้อของขวัญมาจับสลากอีก

" งั้นเอาตัวนี้แหละครับ "



ภสรถือถุงหิ้วเสื้อผ้าและกล่องของขวัญที่ข้ามถนนไปซื้อกลับมาเมื่อครู่ เดินตรงกลับไปที่ยังบ้านของตน ระหว่างเดินกลับไปที่บ้าน ภสรก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าหากตนใส่ชุดนี้มันจะเป็นอย่างไรกันนะ

ปี๊บ ปี๊บ !!!!!!!!

เสียงบีบแตร์ของรถคันหรูข้างหน้าที่กำลังเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าตรงมายังตัวของภสร

" ระวัง !!  "

ฟึบ..

ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาฉุดแขนของภสรให้ออกห่างจากเส้นทางนั้นไว้

" ถ้าพี่ไม่เดินตามมา แกจะเป็นศพไปแล้วรู้หรือเปล่า !  "

ชายหนุ่มมีสีโกรธเกรี้ยวแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

" พี่ฉาง.. พี่มาได้ยังไง "

" ก็เดินตามแกมาน่ะสิ "
" เหมอลอยอะไรอยู่นั่น ไม่เห็นหรอว่ารถจะชน " 

" พี่อย่าพึ่งดุเหมยดิ เหมยแค่คิดอะไรนิดเดียวเอง.. "

" ยังจะเถียงอีก ! บอกให้ฟังก็ฟังสิ "

ภสรเริ่มแปลกใจกับท่าทีของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ทำไมถึงได้โมโหขนาดนี้..

" พี่จะโกรธอะไรนักหนาเล่า น้องก็รอดมาแล้วนี่ไง สัญญาว่าคราวหน้าจะระมัดระวังกว่านี้ เลิกโกรธน้องนะ รู้สึกผิดแล้ว "

คิ้วที่ขมวดอยู่ค่อยๆถูกปลดออกจากใบหน้าที่บึ้งตึง

" สัญญากับพี่นะเหมย ว่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้ "

ภสรมองเข้าไปในเเววตาที่กังวลของชายหนุ่มตรงหน้า..

" สัญญา "
       " เหมย สัญญา "



ขณะที่ภสรกำลังเดินกลับไปที่บ้าน มีบางความคิดที่กำลังผุดขึ้นมา

" พี่ฉางทำไมต้องโมโหขนาดนั้นกันนะ.. "
" เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย "

ทำไมถึงมีแค่พี่นะที่เป็นห่วง.. กับใครอีกคนไม่เห็นโผล่มาให้เจอบ้างเลย

แต่ช่างมันเถอะ เราบอกกับตัวเองแล้วนี่ว่าจะทิ้งความทุกข์ทั้งหมดเอาไว้ในวันนี้

เพราะงั้น.. มีความสุขได้แล้วนะสร แกคู่ควรที่จะมีความสุข..



เสียงเพลง จินนี่จ๋า และ เพลงแฟนจ๋าของร้านข้างๆกันดังกระหึ่มไปทั่วทุกสารทิศ

มีทั้งชายและหญิงเดินพลุกพล่านไปมาเต็มเมือง วันส่งท้ายปีเก่านี่มันครึกครื้นจริงๆ

นอกจากคริสต์มาสที่อบอุ่นแล้ว ภสรชอบช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด เทศกาลแก่งความสุขกำลังมาถึง

ภสรมองดูคู่ชายหญิงที่ควงแขนกันเป็นคู่เดินผ่านไปมาจากหน้าร้านของตน ความรู้สึกเหงาวาบหวิวที่เกิดขึ้นกลางอกนี่คืออะไรกันนะ ภสรบอกกับตนเองว่า อาจเป็นความคิดถึงที่ส่งไปไม่ถึงก็ได้ละมัง

คิดถึง..

เพียะ..
ฟ่ามือหนาตบลงที่กลางไหล่อย่างเบามือ..

" ไงสร "

" อ้าว พี่ป๊อบ "

ภสรค่อยๆบรรจงมองดูชายผู้ที่อยู่ตรงหน้าว่าเขานั้นแต่งตัวละครดิสนีย์เป็นตัวละครอะไรมา

" แอเรียล.. พี่เอาจริงหรอพี่ป๊อบ ฮ่าๆ "
" แอเรียลนี่นะ ? "

" ขำไร คนเรามันต้องรู้จักแตกต่างเว้ย ยุคสมัยมันต้องเปลี่ยนบ้าง ไม่ใช่อยู่แต่กับอะไรเดิมๆ "

" หืมมม.. ทำมาเป็นแนวคำคมแรงบันดาลใจ "

" แน่นอน คนมันเท่อะน้อง "

" แหวะ "
" เออนี่.. แล้วคนอื่นๆอะเพ่ "

" กำลังตามกันมา เอ้อออพี่ชวนพวกไอ้ธีร์มาด้วยนะ ไม่รู้ว่ามันจะมากันจริงๆหรือเปล่า แต่ก็รับปากกันแล้วว่าจะมา.. "

..ธีร์จะมาหรอ

หัวใจที่เต้นตามปกติของภสรเริ่มเต้นแรงขึ้น ความลุ่มร้อนโหวงข้างในใจคืออะไรกัน..



กริ๊ง กริ๊ง
เสียงระฆังประตูร้านดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีใครสักคนกำลังเดินเข้ามา..

" พี่ป๊อบ ผมมาแล้ว "



ธีร์..

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1939
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Yothawa


พยากรณ์อาการของวันนี้ เมฆปกคลุมทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจำนวนมาก ความกดอากาศต่ำ เขตภาคอีสานอาจมีอุณหภูมิลดต่ำลง 2 - 5 องศา..


" เหมยเอ้ยยย ทำไมเมื่อคืนกลับบ้านดึกนักล่ะ "
" ยายได้ยินเสียงปิดประตูบ้านก็ตั้ง ตีสอง ตีสามนู้นแล้ว "

หญิงชราผมขาวหงอกทักขึ้นมาขณะที่เหมยลี่กำลังนั่งฟังข่าวช่วงเช้าหน้าทีวีเครื่องเก่า..

" อ๋อ.. เหมยคงสนุกไปน่ะยาย มึนหัวนิดหน่อยด้วยเนี่ย กลับมาถึงบ้านได้ เหมยเก่งมากนะเนี่ยยย "

ชายร่างบางอวดโอ้ถึงความสามารถที่เหมือนเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของตน

" สมัยอั้วะนาาา กินเก่งกว่าลื้ออีกอาเหมยเอ้ย ยายไม่เห็นเคยโม้ "

" หูยยยยยย แก่แล้วก็โม้ได้ดิ หลานเคยเห็นยายเมาที่ไหน "

" เอ๊ะ แกหนิ.. " ( ขมวดคิ้วชิดกันเล็กน้อย )
" แล้วอยากฟังไหมล่ะ ยายจะเล่าให้ฟัง "

" ก็ต้องอยากฟังอยู่แล้วแหละ วันนี้เหมยหยุดอยู่กับครอบครัวนะ "

" แกรู้ไหม ว่าทำไมยายถึงชอบเรียกแกว่าเหมยลี่ "

" ทำไมล่ะยาย ? "

ภสรเริ่มจัดท่านั่งของตนให้ดูเป็นท่านั่งที่จริงจังขึ้น พร้อมฟังเรื่องที่ยายจะเล่าให้ฟัง

" เพราะมีผู้ชายคนนึง ชอบดอกเหมยฮวามาก "

".. "

" ยายสัญญากับเขาว่า หากมีลูกจะตั้งชื่อว่า เหมยฮวา แต่พอมีแล้ว ยายก็ไม่ได้ตั้ง.. "

" ยายจะตั้งชื่อคุณนายแม่ว่า เหมยฮวา เหรอ ตอนที่คุณนายแม่คลอด "

" ใช่ "
" หากแต่ยายมีเหตุผลที่ไม่ตั้ง.. แกเคยสงสัยไหมว่าทำไม แกไม่เคยเห็นหน้าคุณตาของแกเลย "

ภสรเงียบไปชั่วครู่..

" สงสัยสิยาย แต่คุณนายแม่เคยบอกว่า คุณตาของเหมยเสียไปตั้งแต่เหมยยังไม่เกิดเลย "

" นั่นน่ะ.. ยายเป็นคนบอกให้แม่โกหกแก.. "

".. "
" แล้วเรื่องคุณพ่อเหมยล่ะยาย แม่โกหกด้วยหรือเปล่า.. "

สีหน้าเศร้าเริ่มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของชายร่างบาง..

" ทั้งหมดคือเรื่องโกหก.. "
" เราทุกคนต่างมีความลับเป็นของตัวเอง.. "

ภสรชะงักไปชั่วครู่ หลังจากได้ยินว่าความจริงแล้ว พ่อของภสรยังไม่ได้ตาย..

" ทำไมยายมาบอกความจริงเอาป่านนี้เล่า ยายจะให้เหมยรับความรู้สึกเรื่องนี้ยังไง "
       " คนที่คิดว่าตายแล้วแต่ยังไม่ตาย ให้เหมยรู้สึกยังไง เหมยควรดีใจไหมที่เขายังไม่ตาย แต่ไม่มาดูแล มาเป็นห่วงเป็นใย แต่ทิ้งเราไว้ในสถานที่แบบนี้ ให้เรามีสถานะแบบนี้ เหมยต้องรู้สึกยังไงหรอยาย "

" ยายคงต้องบอกแกว่า ยายขอโทษและเสียใจ แต่ฐานะเรามันแค่นี้ ทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย.. "

" ยายกำลังจะบอกว่า ที่เหมยไม่มีตาและพ่อ แค่เพราะเราจนหรอยาย ! "

สะอื้น..

" เราปฏิเสธมันไม่ได้หรอกลูก ทั้งยายและแม่แกต่างต้องเจอเหตุการณ์คล้ายกัน เบื้องบนเขาขีดมาแล้ว.. "
       

ฮึบ..

" ไม่เป็นไรหรอกยาย เรามีกันแค่นี้ก็มีความสุขดี กะอีแค่ผู้ชายคนสองคนที่ไม่อยู่ในชีวิต ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก "

ภสรข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจ..

" อือ.. ยายจะเล่าเรื่องของยายต่อแล้วนะเหมย "

" ได้ครับ "

" เขาชื่อ โยธวา เป็นลูกครึ่งไทย-จีนแต่กำเนิด ครอบครัวอาศัยอยู่ประเทศจีน แต่ต้องย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำมาหากินอยู่ที่ประเทศไทย.. สมัยนั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองของทางคนจีน การค้าขายของคนไทยและคนจีนเป็นสิ่งที่เพิ่มสัมพันธไมตรีให้กับประเทศไทยของเราอยู่ไม่น้อย อิทธิพลทางอาหาร เครื่องปรุงวัตถุดิบ ภาษา เราก็รับของประเทศจีนของเขามาเยอะพอตัวอยู่เหมือนกัน "

" ส่วนยายตอนนั้น เป็นเหมือนฮิเดโกะ รู้จักใช่ไหม อังศุมาลินน่ะ ยายเกลียดคนที่เข้ามายังประเทศของเรา เข้ามาแย่งพื้นที่ทำมาหากิน เขามาแย่งพื้นที่ความสุขของเรา ยายน่ะมันคงยุคเก่า ไม่ค่อยชอบความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่หรอก แต่กระนั้น.. ยิ่งเกลียดเหมือนยิ่งยุให้เจอสิ่งที่เกลียด.. ยายและโยธวา เจอกันครั้งแรกที่โรงหนังเก่าย่านหนึ่ง ยายเรียกมันว่า วิสตรา ล่ะกันนะ สมัยสาวๆ ยายชอบดูหนังและดื้อมาก แอบคุณพ่อกับคุณแม่ไปดูหนังตอนพลบค่ำทุกสุดสัปดาห์เลยล่ะ แต่อยู่มาวันหนึ่ง เย็นวันเสาร์ในครั้งนั้น ยายใส่ชุดสีชมพูตัวเก่งแขนทรงหมูแฮมที่เขากำลังฮิตกันสมัยนั้น ประเทศของเรานั้นได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศหลายๆประเทศเข้ามานิยมกันสมัยนั้น ยายออกจากบ้านมาราวๆหกโมงเย็น รองเท้าส้นสูง กับชุดกระโปรงสีชมพูพร้อมกระเป๋า และสร้อยไข่มุกสีขาวที่คุณแม่ซื้อให้ ยายเดินไปที่เคาท์เตอร์ขายตั๋วหนัง ยายเริ่มนับเหรียญในกระเป๋าขึ้นมาจ่ายค่าตั๋ว แต่ทันใดนั้นก็มีเด็กหนุ่มผิวขาว ตัวสูง วิ่งเข้ามาที่เคาท์เตอร์ หากแต่เขาไม่ทันระวัง กลายเป็นว่าวิ่งเข้ามาชนยายล้มลงที่หน้าเคาท์เตอร์  ตอนนั้นน่ะ.. เลือดออกเลยนะ ถุงน่องฉีดขาด เพราะไปเกี่ยวกับตะปูที่งอออกมาจากเหล็กที่วางอยู่ข้างๆเคาท์เตอร์..

เขาเหมือนเป็นเด็กซนที่เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรต้องได้ แต่ความจริงแล้ว เด็กซนเป็นเด็กที่อ่อนโยน.. เขาโน้มตัวลงมาพยุงยายลุกขึ้น และกล่าวขอโทษ เขาอ้างว่ารีบมาซื้อตั๋วหนังเรื่องนี้ เพราะกลัวจะไม่ได้ดู อีกไม่นานเขาจะต้องกลับประเทศ เขามาที่ประเทศไทยเพื่อช่วยพ่อกับแม่เขาทำงานในช่วงปิดเทอมเพียงเท่านั้น เวลาว่างมีเพียงแค่เย็นวันนี้ เขากล่าว.. ส่วนตัวยายนั้นพอจะมองออกว่าเขาเป็นลูกคนจีน ตาเรียวยาวแบบนั้นใครมองก็ดูออกว่าลูกคนจีนแหง่ๆ.. "

ภสรมองดูคุณยายขณะที่แกกำลังเล่าเรื่องราวในอตีต แกค่อยๆยิ้มขึ้นมาเมื่อพูดถึงใครคนนั้นที่คุณก็รู้ว่าใคร

" หลังจากช่วยยายลุกขึ้นมาแล้ว เขารีบวิ่งไปซื้อพาสเตอร์ปิดแผลร้านโชว์ห่วยตรงข้ามเพื่อมาปิดแผลที่เลือดไหลให้กับยาย ก่อนเขาจะถามต่อว่า "

" มาดูหนังเหมือนกันหรือครับ "

คำตอบของยายมีเพียงคำว่า " ใช่ค่ะ เรื่องเดียวกับคุณ "

" ชายหนุ่มคนนั้นเขาค่อยๆชำเลืองมองที่ตั๋วหนังของยาย ก่อนจะออกปากเชิญว่า " ไปดูด้วยกันไหมครับ เรานั่งข้างๆกัน "

ใครจะไปรู้กันล่ะว่าแถวนั่งของเราอยู่ต่อจากกัน..

" ส่วนตัวยายนั้น ไม่ได้ติดขัดอะไรกับคนจีนคนนี้อยู่แล้ว แค่บังเอิญเจอเพียงเท่านั้น ดูหนังจบ เราก็แยกกัน นั่นแหละ เลยเป็นครั้งแรกที่ยายกับโยธวาได้เจอกัน "

" แล้วยายไปรู้ชื่อเขาได้ยังไง "

ภสรสงสัยกับสิ่งที่ยายเล่า..

" ก็หลังดูหนังจบ.. เขาเป็นคนเอ่ยถามขึ้นมาก่อนว่า " เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลยนะครับ คุณชื่ออะไร " "

" ยายเป็นหญิงมารยาทงาม เพราะครอบครัวสอนมาดี จะไม่ตอบเขาเพียงเพราะไม่ชอบคนต่างประเทศก็ไม่ได้ "  พวงชมพูค่ะ ชื่อ พวงชมพู " "

ภสรเริ่มขมวดคิ้วขึ้น

" ถ้ายายชื่อพวงชมพู งั้น ครอบครัวเราก็ชื่อดอกไม้หมดเลยหรอยาย เหมยพึ่งสังเกต.. พวงชมพู บัวหลวง.. งั้นที่ยายตั้งชื่อแม่ว่า บัวหลวง ก็เพราะยายอยากให้แม่มีชื่อเป็นดอกไม้เหมือนกันหรอ.. "

" ใช่แล้วล่ะสรเอ้ย.. แต่พอแกออกมาเป็นผู้ชาย ยายก็ไม่รู้จะตั้งชื่อจริงว่าดอกไม้ไปทำไม มันสำหรับผู้หญิง เลยให้แม่แกตั้งให้ว่า ภสร แต่พอโตขึ้นมาแล้ว ยายถึงสังเกตเห็นว่าเพศสภาพไม่สารมารถปิดบังความสวยงามของหลานยายได้ ก็เลยเรียกแกว่า เหมยลี่ นี่แหละ.. "

" งั้นต่อไปยายเรียกเหมย ว่า เหมยฮวา แทน เหมยลี่ ได้ไหม เหมยชอบชื่อนี้ ถึงยายจะไม่ได้ตั้งชื่อแม่ว่า เหมยฮวา เพราะเหตุผลอะไรไม่รู้ แต่เหมยใช้แทนได้ใช่ไหม "

" ได้สิ ต่อไปยายจะเรียกแกว่า เหมยฮวา ก็แล้วกัน "
       " เรื่องราวของยายกับโยธวายังมีอีกมากมาย ก่อนจะมีแม่แก แม้โชคชะตาจะพลัดพรากเราจากกัน ก็มีแต่โยธวานี่แหละที่อยู่ข้างๆ.. "

" งั้นถ้าหากยายมาจากครอบครัวที่ดี เหมยของถามได้ไหม ว่าทำไมเราถึงต้องมาจนกันแบบนี้ "

คุณยายหยุดชะงักใช้ดวงตาสองข้างมองไปบนใบหน้าของหลานรัก สายตาที่เอ็นดูแต่ก็แฝงไปด้วยความสงสาร " เด็กอายุแค่นี้ ทำไมถึงต้องมาแบกรับภาระมากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้นะ.. ฉันสงสารจริงๆ "

" อะไรนะยาย.. ไม่ต้องสงสารเหมยหรอก เหมยเก่งอยู่แล้ว ( ยิ้ม ) "

" ที่แกถามว่าทำไมเราจนอยู่แบบนี้ สักวัน วันที่ยายพร้อม เดี๋ยวยายจะเล่าให้แกฟังเองนะ อดทนรอวันนั้นนะลูก วันที่จะได้รู้ความจริง..  "

" ก็ได้ครับยาย แต่แล้วคุณตาของเหมยชื่ออะไรหรอ ยายเล่าแต่เรื่องของ โยธวา "

คุณยายอั้มอึ้งกับคำถามที่ตนถูกถาม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและพูดกับหลานตรงหน้าว่า

" ทำใจให้ดีนะ.. ตาของหลานชื่อ " โยธวา " "

คำตอบของคุณยายนั้นทำให้ภสรนั่งนิ่งไปนาน ชายร่างบางไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกลับไปอย่างไร

ครืด ครืดดดด

ตัวหนังสือหนาคล่อยๆเคลื่อนออกมาจากทางขวามือบนเพจเจอร์สีแดงของภสร



" มึนหัวมากไหม เป็นห่วงนะ

   ธีร์ "



ก็คงจะต้องย้อนเล่ากับไปที่เหตุการณ์เมื่อคืน ก่อนที่ทุกอย่างในวันนี้จะเกิดขึ้น..



เสียงกริ่งประตูหน้าร้านกาแฟดังขึ้น..

ชายหนุ่งรูปงามในชุดสีขาวสบายตาแต่ดูดีพร้อมที่จะมาฉลองปาร์ตี้กับคำเชิญชวนที่ได้รับ

ธีร์มาจริงๆด้วย..

วินาทีนั้นชายร่างบางไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์ครั้งนี้อย่างไร จะเดินเข้าไปทักทายดีไหม หรือควรคุยกับคนที่ไม่ได้คุยมานานแล้วดีหรือเปล่า..

ภสรได้แต่ชั่งใจ..

" อ้าว ไอ้ธีร์ มาจริงๆนี่หว่า มึงอ่ะ "

เสียงพี่ป๊อปทักทายชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหา..

" อยู่แล้วดิพี่ พี่ชวนทั้งที ผมจะไม่มาได้ไง "

" โธ่ ไอ้น้องรักทำปากหวาน ช่วงนี้ไม่มากินกาแฟ ก็นึกว่าจะลืมกันไปซะแล้ว "

ก่อนจะหันมาลูบหัวภสรเล่น " ปล่อยให้น้องพี่ทำงานเหงาอยู่ตั้งนาน "

" เนอะสร " พี่ป๊อปยิ้มให้ภสร ขณะเดี๋ยวกันสายตาที่มองภสรก็หวานเยิ้มไปเพราะซดแอลกอลฮอลก่อนมาถึงร้านหลายกระป๋อง

" ( ภสรยิ้มอ่อน ) "

" หึ ช่วงนี้ผมยุ่งๆน่ะพี่ อ่านสือสอบอะ ไม่มีเวลามาสนใจอะไรที่ไม่สำคัญ ( ชำเลืองตามองที่ภสร ) "

แค่สายตาที่มองมา ก็ทำภสรน้ำตาคลอเบ้าได้แล้ว.. แม้จะรู้จักกันได้ไม่นานมาก แต่ความผูกพันที่เกิดขึ้นก็ไม่น้อยเลย ภาพวันเวลาดีๆของทั้งคู่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาในความคิดของภสร มันเดินมาถึงจุดที่แตกแยกแล้วได้ยังไง

" ผมชวนเพื่อนมาด้วยสองสามคนนะพี่ คนนึงผมคุยอยู่ ชื่อ ลิตา "

" อ๋อออ ไอ้น้องผู้หญิงสวยๆตัวเล็กน่ะนะ "

" นั่นแหละเพ่ จิ๋วแต่แจ๋ว "

" ฟันแล้วอะดิมึงอะ รู้ได้ไงว่าแจ๋ว "

" ..ผมรู้แล้วกันน่า "

น้ำตาที่ค้างอยู่บนตาเริ่มไหลลงมาอาบบนใบหน้า ภสรที่กำลังจัดกับข้าวและขนมลงบนจานอยู่นั้น ทนไม่ไหวกับคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่นี้..

ภสรค่อยๆเช็ดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นยืนขึ้น

" พี่ป๊อบ เดี๋ยวน้องไปซื้อน้ำมาเพิ่มนะ ดูจากคนที่จะมาเพิ่มแล้ว น้ำไม่น่าจะพอ "

ก่อนจะเดินออกไปจากร้าน.. 

อีกด้านหนึ่งของช่วงเวลานั้น ชายหนุ่มชุดขาวเหลือบมองเห็นรอยแดงช้ำใต้ตาบนใบหน้าของภสร จึงวิ่งตามออกไป..

ฟึ่บ !

ชายหนุ่มชุดขาวขว้าแขนของภสรเอาไว้

" จะไปไหน "

ภสรเบิดตากว้างตกใจกับแรงดึงและผู้ชายที่กำลังขว้าแขนของตนเอาไว้

" ก็จะไปซื้อน้ำ นายตามมาทำไม "

" ฉันกำลังคุยกับลิตา ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง "

ความหน่วงในร่างกายทำให้หัวใจหนักอึ้ง ประโยคที่พูดออกมาเมื่อครู่ ทำร้ายหัวใจภสรให้แตกสลาย ถ้าจะเดินออกมาซ้ำเติม จะเดินออกมาทำไม ภสรได้แต่คิดอยู่อย่างนั้น..

" นานจะคุยจะเล่นจะนอนจะคบกับใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน "

ฟึ่บ..

ภสรชักแขนออกจากมือของธีรธาดา

" ถ้าออกมาแล้วทำตัวไม่มีประโยชน์ ก็กลับเข้าไปข้างในซะ ไม่สำคัญมันไร้ค่า "

คำพูดของภสรเหมือนเป็นมีดแหลมคมกีดกลางอกของธีรธาดา

" ปากเก่งนักนะ "

ธีรธาดากระชากคอเสื้อของภสร ชุดกระชากลากตัวภสรกระทบลงกับกำแพง มือหนาทุบลงที่กำลังแพงใหญ่ ดังปัง !

" เดี๋ยวนี้ทำตัวอ่อยเก่งนัก เดี๋ยวก็เห็นอยู่กับพี่ฉาง แล้วยังทำตาหวานใส่พี่ป๊อบ จะอ่อยใครก็เลือกสักคนดิวะ ไม่ใช่มาเล่นกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ !! ร่าน !!  "

ภสรที่ตื่นตระหนกกับการกระทำของธีรธาดาอยู่แล้ว ยิ่งตกใจกับประโยคที่ธีรธาดาพึ่งพูดออกมาอีก..

" นายไปเอามาจากไหนว่าฉันไปทำตาหวานใส่พี่ป๊อบ ที่แท้แล้วนายก็มองฉันแบบนี้นี่เองสินะ.. นายมันก็เหมือนกับที่ฉันพูดไปตอนที่รู้จักกันแรกๆน่ะแหละ ทำตัวกร่าง  ไอ้เลว "

" หุบปาก !! "

ธีรธาดา ใช้ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากที่บางกว่าอย่างดุเดือด

ภสรทั้งทุบและหยิกแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างหนากว่าใช้มือทั้งสองข้างของตนล็อคแขนของคนข้างตนเอาไว้แน่น ก่อนจะเปลี่ยนจากบดริมฝีปากเลื่อนลงมาตรงลำคอขาวก่อนจะใช้ริมฝีปากหนาสีชมพูอวบอิ่มค่อยๆจูบลงบนลำคอยาว ฝ่ายที่ตัวใหญ่กว่าค่อยๆดูดที่ลำคอแรงขึ้น แรงขึ้น รอยช้ำบางๆประปรายเต็มลำคอ

" ไง ชอบใช่ไหม เวลามีผู้ชายมาทำแบบนี้ หืม ? "

ฮืดดดดด

เสียงลมหายใจของธีรธาดา..

" วันนี้ตัวหอมเหมือนกันนี่ ฉีดน้ำหอมตรงต้นคอมาด้วยหรอ..

น้ำหอมราคาถูก.. "

" แกมันเลว อยากทำอะไรก็ทำเลย แล้วจำไว้ ว่าแกจะไม่ได้เจอฉันอีก "

" ก็ร่านหนิ สมแล้วที่ต้องเจอแบบนี้ มานี่ !! "

ธีร์ธาดาผลักตัวภสรให้นอนราบลงกับพื้น ภสรเริ่มขัดขืนเพราะรู้แล้วว่าต่อจากนี้ชายที่ร่างตัวใหญ่กว่าตนจะทำอะไร หน้าแดงกล่ำกับกลิ่นเหล้าอ่อนๆที่ค่อยๆลอยออกมาจากตัวของธีรธาดาทำให้ภสรรู้แล้วว่าชายคนนี้ดื่มเหล้าก่อนที่จะมาที่ร้าน..

" ธีร์หยุด.. "

แต่ธีรธาดาไม่หยุด ธีรธาดาใช้มือทั้งสองข้างล็อกแขนของภสรเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาบดขยี้ที่ริมฝีปากของภสรเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่สามารถนับได้ ภสรเริ่มตัวสั่น กลัวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้ทั้งสองเลยเถิดจนกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกครั้ง

หนวดเคราที่สัมผัสโดนที่ตนคอของภสร กลิ่นเหล้าคลุ้ง และความเจ็บปวดจากการสัมผัสที่ปากและตนคอ ภสรอดทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

" หยุด !!! "

เพี้ยะ !

" .. "



อึก อึก

เสียงสะอื้นจากคนที่อยู่ต่ำกว่า..

" พอใจแล้วใช่ไหม.. นี่คือสิ่งที่นายต้องการใช่ไหม ย่ำยี่ความรู้สึกฉัน พูดใส่ร้ายกัน และยังมาทำอะไรป่าเถื่อนแบบนี้อีก "

ชายหนุ่มหยุดชะงักกับการกระทำเมื่อครู่ รอยแดงที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มชัดขึ้น..

" ฉันไม่รู้ว่านายไปได้ยินเรื่องอะไรมา หรือมีใครมาบอกอะไร แต่ฉันเป็นฉันคนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ฉันไม่มีทางไปอ่อยใคร ไปทำตาหวานใส่คนที่ฉันไม่ได้ชอบหรอก !!! ไอ้เหี้ยเอ้ย !!! "

น้ำตาของชายร่างบางยังคงไหลลงมาอาบแก้มอย่างต่อเนื่อง ความเสียใจทั้งหลายไหลลงมาอาบที่แก้มแดงจากการฟัดจากชายหนุ่มตรงหน้า..

ธีรธาดาเริ่มได้สติ มองคนตรงหน้าที่น้ำตาไหลไม่หยุด แล้วนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่น่าทำแบบนี้กับภสรเลย คงเป็นฤทธิ์ของแอลกอลฮอล์ที่ทำให้ตนกล้าทำอะไรป่าเถื่อนขนาดนี้

" ผมขอโท.. "

" เพราะฉะนั้นปล่อยฉัน ฉันมีของต้องไปซื้อ "

" เหมย ฟังผมก่อ.. "

" ออกไปไอ้คนเหี้ย "

" เหมย.. "

ธีรธาดาพยายามยืนมือไปจับที่แขนของภสร

" อย่ามาแตะต้องฉัน ! "
" เอามือโสโครกของนายออกไปจากตัวของฉันเดี๋ยวนี้ "

ก่อนที่ภสรจะลุกเดินออกไปจากมุมมืดอับแสง..

หากแต่ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีผู้ที่รู้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นแค่ ภสร และ ธีรธาดา..

หญิงสาวร่างบางตัวเล็กกำลังยืนกำมัดของตัวเองแน่นอยู่อีกฝั่งตรงข้าม

พนันได้เลยว่า " ลิตา " อาจจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว..

ออฟไลน์ ภสร

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Happy birthday and Happy new year





บรรยากาศภายในงามเต็มด้วยฝูงชนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี มีเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้นที่ไม่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา อาจเป็นเพื่อนของใครสักคนที่ภสรรู้จัก..

ทุกๆคนเฮฮา สังสรร ปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน..

แต่กับบางคน..

ได้แต่นั่งมองผู้คนมีความสุขกันกับแก้วเบียร์ข้างๆกาย

สภาพเละเทะและชุดใหม่ที่ตั้งใจไปซื้อ
เปื้อนดินทราย..
รอยแผลประปรายจากการขัดขืด..
แรงใจที่ตั้งใจมาสนุกวันส่งท้ายปีเก่า ได้หายไปหมดแล้ว..

ทุกอย่างมันเป็นเพราะ ธีรธาดา..

" อ้าว ไอ้สร " เสียงพี่ป๊อบทักขึ้น

" ไงพี่ ผมซื้อน้ำกับขนมมาเพิ่มแล้ว วางไว้บนโต๊ะน่ะ ( ยิ้มอ่อน ) "

" ทำไมสภาพถึงได้สะบักสะบอมอย่างนี้ล่ะ ? "

" ก็ตอนที่สรรีบออกไปซื้อน้ำ ดันไปเหยียบก่อนหินแล้วสะดุดล้มอะดิพี่ เสียดาย ชุดนี้ซื้อมาตั้งพันนึง.. "

พี่ป๊อบใช้มือข้างขวายกขึ้นมาวางทับลงบนศรีษะของภสรก่อนจะลูบไปมาเบาๆ

" นั่นแหละ ไม่รู้จักระมัดระวังให้ดี ดีนะที่ชุดไม่เสียหายมาก แค่เลอะขี้ฝุ่นดินทรายนิดหน่อย ไม่ต้องมานั่งหงอยหรอก ไม่เต้นกับคนอื่นๆได้แล้วไป ( ยิ้ม ) "

และแน่นอนว่าอีกฟากตรงข้ามก็ยังคงมีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังมองมาที่พวกเขาอยู่..

" หล่อนมันร่าน อีสร !! " ลิตาพรึมพรำอยู่ในใจ



เอาละค่าาาา ถึงเวลาประกาศรางวัลผู้แต่งกายยอดเยี่ยมในคืนนี้.. ใครจะแต่งกายได้เหมือนกับตัวละครที่สุด..
อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เราจะประกาศรางวัลแล้วนะครับบบ
ขอให้คณะกรรมการทางร้านได้รวมผลคะแนนโหวตก่อน และอีก 5 นาทีเรามาลุ้นไปพร้อมกันนะค่าาาา

" อีก 5 นาทีนะสร พี่ว่าสรมีสิทธิ์ เหมือนไปรบมาจริงๆ ฮ่าๆ " พี่ป๊อบพูดติดตลก..

" อย่าแซวน่า น้องยิ่งไม่มั่นใจอยู่ ไอ้พี่ป๊อบ "

" แต่ลุคมอมแมมแบบนี้ก็น่ารักดีนะ ดูธรรมดา แต่ทรงพลัง น่าจะขลัง ฮ่าๆ "

" ไอ้พี่ป๊อบบบบบบ "

ทั้งสองหยอกล้อกันโดยที่ไม่รู้ว่าอีกมุมมีใครกำลังจ้องมองเขาทั้งสองอยู่..

ถึงเวลาประกาศรางวัลแล้วค่าาาาา เราได้รวบรวมผลโหวตจากคณะกรรมการมาอยู่ในมือของเดี้ยนแล้ว ทุกคนอยากรู้ผลกันหรือยังงงงง ขอเสียงหน่อยค่าาา

วี๊ดดดดดดดดดดดดดด

" อยากรู้หรือยังคะ ? "

" อย๊ากกกกกกกกก "
" อยากรู้ผลแล้ววววว "
" ลีลาว่ะ ประกาศเล้ยยย "

เอาล่ะค่าาาาา ผู้ที่ได้รับรางวัลสาขาคอสตูมยอดเยี่ยมวันนี้ได้แก๊...

" น้องภสร ค่ะ !! น้องคนเล็กสุดของร้าน เชิญข้างหน้าเวลาทีเลยค่ะ "

" เชี้ยยยยยยยย ได้จริงด้วย ฮ่าๆ " พี่ป๊อบแซวขึ้นมา
" ดูเหมือนน้องเขาพึ่งผ่านการทำสงครามมานะคะ เหมือนเชียว " พิธีกรกล่าว

" ไปเร็วดิสร ได้รางวัลเลยนะเว้ย ฮ่าๆ "

" จิ๊ ไอ้พี่ป๊อบ แกล้งน้องว่ะะ ! "

" แกล้งเกิ้งอะไร ก็มันประกาศจริงๆ เร็วดิ พิธีกรเขารออยู่ "

ภสรค่อยๆวางแก้วเบียร์ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปยังหน้าเวที

" มาแล้วค่าาาาาา ดาวเด่นของเราในคืนเน้ "
" น้องภสรตอบทุกคนหน่อยค่ะว่าชุดที่น้องภสรแต่งมาวันนี้ มาในตรีมดิสนีย์เรื่องอะไร "

" มู่หลานครับ "

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงคนโฮแซวกันหน้าเวทียกใหญ่ บ้างว่าเหมือนมาก บ้างว่าพึ่งไปหกล้มมาหรือเปล่าทำไมถึงได้มอมแมมขนาดนี้

ภสรคิดขึ้นมาในใจว่า ควรดีใจไหมนะที่คนว่าสมจริงทั้งๆที่สภาพจริงๆตอนนี้เหมือนขยะ..

หลายๆคนหยิบกล้องโทรศัพท์ของตนขึ้นมาถ่ายภาพของภสรเก็บไว้ หวังเอาไปโพสต์ลงไฮไฟว์กันล่ะมั้ง..

" พอหอมปลาหอมคอแล้วนะคะทุกคน เรามาถามเหตุผลน้องภสรดีกว่าว่าทำไมถึงเลือกชุดนี้มางานนี้คะ ? "

ภสรเกร็งกับคำถามที่ถูกถาม ภสรไม่เคยต้องขึ้นมาบนเวทีและตอบคำถามที่มีคนอยากรู้มากขนาดนี้ "

" เอ่อ.. คือ ผมอยากได้ตัวละครที่อ่อนโยน จิตใจดี สง่า แต่ก็เข้มแข็งน่ะครับ ทางร้านเลยแนะนำเป็นตัวนี้.. มู่หลานนี่แหละครับ "

" อ๋อออ อย่างนี้เองหรือคะ แหม่.. ช่างเป็นตัวละครที่อ่อนโยนและสวยสง่า นี่ค่ะรางวัล บัตรกินเครื่องดื่มฟรี 1 ปีจากทางร้านเราค่าาาาาา "

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

" ใครมีคำถามอะไรเกี่ยวกับภสรอีกไหมคะ เราจะได้ทำการประกาศรางวัลอื่นๆ "

" มีค่ะ " หญิงสาวตัวเล็กร่างบางเป็นคนยกมือขึ้นมา

" อยากทราบว่า ทำไมชุดถึงเละเทะแบบนี้หรือคะ เหมือนพึ่งไปคลุกดินมาเลยค่ะ " สาวรางบางจงใจยิงคำถามให้ภสรหนักใจ แต่ลักษณะท่าทางภายนอกของเธอ เธอทำตัวใสใส เหมือนไม่ได้จงใจตั้งคำถาม

ภสรยืนนิ่งไปสักครู่ ประมวณคำถามและคำตอบภายในใจ

" อ๋อ.. คือว่าผมวิ่งหกล้มน่ะครับ อย่างที่ทุกคนคิด ผมไปซื้อเครื่องเดิมมาเพิ่มให้ทุกคน สภาพก็เลยเป็นแบบนี้ล่ะครับ "

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

" ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดูและน่าสงสารไปพร้อมกันเลยนะครับ "
" โอ๋นะคนเก่ง มาให้พี่กอดไหมลูก "
" อุ้ยน่าเอ็นดู มู่หลานน้อยยย "

ทุกคนต่างเอ็นดูพ่อหนุ่มมู่หลานตัวน้อยกับการตอบคำถามของเขา..

" ชิ๊ ! ผิดแผน จะทำให้มันอายทำไมถึงทำยากขนาดนี้นะ " ลิตาพึมพรำกับตัวเองในใจอีกครั้ง

" เป็นอย่างนี้นี้เองหรอสร เราขอโทษนะที่ถามแบบนั้น สรไม่โกรธเรานะ "

" ไม่โกรธหรอก เป็นใครก็ต้องสงสัย เพียงแค่เป็นลิตาที่เป็นคนถามแทนคนอื่นเท่านั้นเอง.. "

ลิตายิ้มและพึมพำกับตัวเอง " ( ตอแหล เล่นบทคนดีหรอมึงอ่ะ ) "


" งั้นต่อไปจะเป็นประกาศรางวัลต่อไปเลยนะคะ.. "

ภสรรับบัตรกำนัลเครื่องดื่มฟรีจากพิธีกร ก่อนจะลงมาจากเวที..

ทันใดนั้น มือหนาจากมุมมืดก็คว้าแขนของภสรเอาไว้ ก่อนจะใช้แรงดึงแขนภสรให้เดินตามออกมาจากในงาน

ธีรธาดา..

" นายลากฉันออกมาจากงานทำไม "

" คุยกันหน่อย " ธีรธาดาขมวดคิ้วชนกันแน่น สีหน้าเคร่งเครียด

" ฉันไม่คุย ฉันบอกนายแล้วไงว่าอย่ามาแตะต้องฉัน ฉันจะกลับเข้าไปในงาน " ภสรแกะมือหนาของธีรธาดาออกจากแขน ก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปในงาน

ขณะที่ภสรกำลังเดินกลับเข้างานอยู่นั่น ธีรธาดาก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมา..

" คุณไม่เคยให้ผมอธิบายอะไรเลย !!  ผมรู้ผมผิด แต่ทำแบบนี้คุณไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอสร ! "

" แล้วทีนายล่ะ ธีรธาดา !!  ที่นายทำกับฉันวันนี้มันไม่เรียกใจร้ายไปหน่อยหรอ !!! "

ธีรธาดาหน้าเสีย.. ยกมือข้างขวาขึ้นมาลูบบนใบหน้าเพื่อเตือนสติตัวเอง

" เหมย.. มานี่ก่อนได้ไหม ผมสัญญาว่าจะคุยเฉยๆ คุยดีๆและจะไม่ทำอะไรคุณ "
" วันนี้คุณดื่มเบียร์ไปแค่ไหนแล้ว ผมเป็นห่วง "

" เหอะ โทษนะครับคุณธีรธาดา มาเป็นห่วงคนอื่นแบบนี้ ว่าที่แฟนในอนาคตของคุณจะไม่โกรธเอาหรอ "

" สร.. "

" เธออยู่ข้างใน คุณควรกลับเข้าไปดูแลเธอได้แล้วนะ อย่าทำตัวเป็นเด็กมัธยมที่บอกชอบใครไปทั่วแต่ไม่ดูแล โตได้แล้วนะ "

ภสรพูดจบและกลับหลังหันพร้อมจะเดินจากไปอีกครั้ง..

ธีรธาดายืนนิ่ง น้ำตาที่มีเริ่มคลอมากองกันที่ใต้ตา..

" อีกไม่กี่นาทีจะถึงวันเกิดผม !! ฮึก..  ผมอยากอยู่กับคุณไม่ได้หรอ !!! "
" วันเกิดผมผมอยากอยู่กับคนที่ผมมีความสุขด้วยไม่ได้หรอ !! "

น้ำตาของธีรธาดาไหลอาบลงมาที่แก้ม เป็นครั้งแรกที่ภสรได้ยินเสียงสะอื้นและคาบน้ำตาของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

" ผมขอให้คุณฟังผมหน่อยไม่ได้หรอ ฮึก.. แค่ฟังมันยากตรงไหนวะ ฮึก.. "

ชายหนุ่มใช้มือปัดหยดน้ำตาที่ไหลลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ความเสียใจที่ปนไปด้วยความน้อยใจมันไม่ยอมหมดลง..

ภสรได้แต่ถอนหายใจ ภสรไม่สามารถทิ้งชายผู้นี้ให้ยืนอยู่ตรงนี้ผู้เดียว..

สองเท้าค่อยๆย่ำเดินไปยังคนตรงหน้า มือทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดชายผู้อยู่ข้างหน้าอย่างเบามือ มือซ้ายกอดที่ลำตัวเอาไว้ ส่วนมือขวาวางลงบนหัวของธีรธาดา และบรรจงลูบลงไปบนเส้นผมอย่างเบามือ

" ไม่ร้องแล้วนะธีร์ สรอยู่ตรงนี้ หยุดร้องไห้ได้แล้วนะ สรไม่ไปไหนแล้ว "

ธีรธาดาได้ยินเช่นนั้นยิ่งทำให้ความเสียใจมันเพิ่มพูนขึ้นมากลั่นกรองออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลลงมาหนักมากกว่าเดิมอีก

" ฮึก..ฮึก สรผมขอโทษ ได้ยินไหมผมของโทษ ผมผิดไปแล้ว ยกโทษให้ผมนะ ฮึก.. "

ชายร่างใหญ่กว่ากอดคนร่างเล็กกว่าเอาไว้แน่น แน่นพอที่จะทำให้คนร่างบางกว่าหายใจไม่ออก

" นะแน่ะ..แน่นเกินไปแล้วธีร์ "

" ผมขอโทษที่ทำร้ายคุณ ฮึก..ฮืออ "

" ฉันรู้แล้ว ตอนนี้เลิกร้องไห้ก่อนนะ แล้วค่อยๆพูดสิ่งที่อยากพูดนะ "

ทั้งสองมองใบหน้าของกันและกัน ภสรใช้มือทั้งสองข้างบรรจงเช็คคาบน้ำตาบนใบหน้าของธีรธาดาออกอย่างอ่อนโยน..

" ไง ค่อยๆพูดนะ หึม.. ( หยักคิ้วทั้งสองข้างขึ้น ) "

" คือ.. " น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นเครือ..
" ผมแค่ประชดคุณว่ากำลังคุยกับลิตา และผมก็เมา.. "
" ตอนนั้นผมเสียใจและคุมตัวเองไม่อยู่.. ผมมาได้สติและไม่อยากเสียคุณไปตอนที่คุณตบหน้าผม "

" เมื่อก่อน ผมทำเหมือนว่าไม่มีคุณคงไม่เป็นไร แม้ร่างกายจะแสดงออกว่าผมมีความสุขและดูร่าเริง แต่ข้างในใจของผมไม่มีความสุขเอาซะเลย "
" ผมคิดถึงคุณสร ที่ผมมาวันนี้เป็นเพราะผมคิดถึงคุณ.. "

ภสรยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังหลั่งริน..

" ฮึก.. ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน หมีแพนด้า "

" ผมขอกอด นกเพนกวิน อีกสักครั้งได้หรือเปล่า "

".. "

" No!.. "

".. "

" No Broblem ( ยิ้ม )  "

ทั้งสองยื้มกว้างและสวมกอดกันและกัน อ้อมกอดของธีธาดามอบความอบอุ่นให้กับภสร และอ้อมกอดของภสรก็สร้างความสบายใจให้กับธีรธาดา..

10

9

8

7

6

5

4

3

2

1

!!!!!!!!!

ตู้มมมมมมมมมมมม !!

ปีใหม่แล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยย !!!

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดเ

เสียงเฮฮาสังสรรของคนในร้านดังขึ้นมาเรื่อยๆ เสียงเพลงแฟนจ๋าดังขึ้นอีกรอบ ทุกคนๆต่างมีใบหน้าที่มีความสุข

เหมือนกับธีรธาดาและภสรที่กลับมาคืนดีกันแล้ว..

" คืนนี้อยู่กับผมต่ออีกหน่อยนะ "

" อืม.. Happy birthday and Happy new year นะธีร์ "

" ครอบคุณครับเหมย "

และทั้งสองก็อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไ..

..



ยังจ่ะ

ยัง !!!!!!!! 

นี่มันออเดิฟจ่ะที่รัก

ยังเหลือระเบิดอีกหลายลูก

ฮิฮิ้

ให้เขามีความสุขกันไปก่อนนะคะพวกเธ๊อรรร์ .

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1939
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด