(ฺBozhan)Mpregแค่ไหนที่(เรียกว่า)รัก 3.การจากลา (7/1/2564)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (ฺBozhan)Mpregแค่ไหนที่(เรียกว่า)รัก 3.การจากลา (7/1/2564)  (อ่าน 2452 ครั้ง)

ออฟไลน์ TISSALAH

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ
สรุปข้อสำคัญดังนี้
1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม
5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว
6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน
7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง
ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม










สวัสดีทุกคนนะคะ ฟิคชั่นเรื่องนี้เกิดจากอาการคลั่งรักป๋อจ้าน  :katai2-1: 
เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่เรื่องจริงและไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายค่อคัวละครในเรื่อง

Trigger warning!!!

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาของการใช้ความรุนแรง คำหยาบคาย กักขังหน่วงเหนี่ยว ล่วงละเมิดทางเพศทั้งทางวาจาและการกระทำ อาจมีฉากข่มขืน อาจมีการทำร้ายร่างกายกันของตัวละคร มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด เหล้า ผับ บาร์ ยาปลุกเซ็กหรือยาที่ทำให้ความสามารถในการตัดสินใจลดลง มีการกระทำผิดศีลธรรมของตัวละคร

ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่"ห้ามลอกเลียนแบบ"โดยเด็ดขาด

หากนักอ่านท่านใดไม่สามารถยอมรับได้ กดปิดได้เลยค่ะ

 

การกระทำทั้งหมดของตัวละครเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นนะคะ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแนวMpragหรือพระเอกท้องได้

ก่อนอื่นต้องสวัสดีและขอบคุณทุกคนที่ไม่ว่าจะหลงเข้ามาหรือตั้งใจก็ดี ขอบคุณทุกคนจากใจจริงค่ะ ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเรา ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ มาเอาใจช่วยพิน้องจ้านให้ผ่านมรสุมครั้งนี้ไปด้วยกันนะ

กดไลค์+คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้หน่อยน้าาา

และสุดท้ายช่องทางตามทวงฟิคค่ะ

Twitter

@Mixmythewriter

#แค่ไหนที่รัก

เข้าไปบ่นพระเอกเราได้เลยนะคะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-01-2021 23:06:35 โดย TISSALAH »

ออฟไลน์ TISSALAH

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“พ่อจะให้ผมไปเรียนต่อที่อังกฤษ”
อี้ป๋อหรือหวังอี้ป๋อ ลูกชายคนเดียวของตระกูลหวัง เจ้าพ่ออุตสาหกรรมเมืองไทยส่งออกและนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ที่ใครๆก็บอกว่าตระกูลหวังเป็นเสือตัวที่5ของวงการอุตสาหกรรมเอเชีย อันเนื่องมาจากการขยายแผนธุรกิจและการแผ่ขยายไปของโรงงาน WANG Group ปักหลักอยู่ทั่วทั้งเมืองไทย จีนแผ่นดินใหญ่ และใน2-3ปีมานี้ยังขยายฐานการผลิตไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซียอีกด้วย
“เพราะพี่เหรอ”
คนอายุมากกว่าเงยหน้าขึ้นจากแก้วโกโก้ร้อนควันฉุย ดวงตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้า
“เปล่า ผมเคลียร์กับพ่อเรื่องนั้นแล้ว”
“วันที่ได้แผลมาน่ะนะ”
“พี่รู้?” จะไม่ให้เขารู้ได้อย่างไร ปากแตก แก้มเป็นรอยฝ่ามือ ซ้ำตายังบวมแดง ไอ่เด็กหน้าตูดนี่คิดว่าจะปิดเขาได้จริงๆอย่างนั้นเหรอ
“อืมรู้ แต่ไม่อยากถาม”
“ขอโทษ”
“อย่าขอโทษในเรื่องที่ตัวเองไม่ผิด หวังอี้ป๋อนายไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผมไม่บอกพี่”
“แต่พี่รับรู้แล้วไง นายไม่บอกเพราะไม่สบายใจที่จะเล่า พี่ก็ไม่ถามแค่นั้นแหละ”
“ครับ”
“แล้วเรื่องเรียนต่อ”
เซียวจ้านวกกลับมาเรื่องที่ติดค้างกันเอาไว้ก่อนหน้านี้ เขาใจหายเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องห่างกันไปไกล แต่ลึกๆก็ดีใจที่อี้ป๋อบอกว่าเคลียร์เรื่องของพวกเขากับครอบครัวแล้ว
“ผมคงต้องไป”
เซียวจ้านมองเด็กชายวัยรุ่นที่อ่อนกว่าเขา6ปี เขากับเด็กนี่เจอกันครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัย เขายืนอยู่บูธคณะบริหารธุรกิจ อยู่ๆเด็กนี่ก็เดินดุ่มๆเข้ามาแล้วถามกับเขาสารพัดสาระเพ ก็พอจะเดาได้ว่าอี้ป๋อมีความรู้เรื่องธุรกิจอยู่บ้าง กลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนแลกคอนแท็กกัน ใครมันจะไปคิดว่ามันเป็นแผนของเด็กหน้าตูดนี่จะหลอกจีบเขา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมพรางไปเสียแล้ว
“ไปก็ไป อย่างน้อยก็เพื่ออนาคตของนายนะ”
ดูเหมือนว่าเขากำลังพูดปลอบใจคนตรงหน้า แต่เปล่าเลย เขากำลังปลอบใจตัวเองอยู่ต่างหาก ถ้ารั้งกันไว้มันจะมีอะไรดีขึ้น อยู่กับเขาแล้วหวังอี้ป๋อจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นหรือ เขาสามารถพาน้องมันไปได้ไกลซักแค่ไหนกันเชียว ลำพังแรงที่จะใช้ชีวิตตัวเองยังพอมีแต่ถ้าลองร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันเรือได้ล่มตั้งแต่ออกจากอ่าว
“พี่จะไม่รั้งผมไว้หน่อยเหรอ”
หวังอี้ป๋อทำท่าจะโวยวาย คิ้วเรียวขมวดมุ่น นัยน์ตาคมดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เขารู้ดีความรักในวัยนี้มันร้อนแรงขนาดไหน เสมือนมีแค่เราสองคนอยู่บนโลก ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ต่อให้ทางข้างหนี้อุปสรรคต้องกัดก้อนเกลือกินก็ยังคงยืนยันว่าจะเดินไปจนสุดทาง แต่สำหรับเซียวจ้านแล้วนั้น ความรักมันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนหรอก
“ถ้าฉันมีเงินซักหมื่นล้านแบบนาย ฉันจะไม่ให้นายไปไหนเลย” คนหน้าหวานพูดยิ้มๆ หวังจะสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนหนุ่มตัวโข่งได้บ้าง แต่เขากลับคิดผิด
“ไปกับผมนะ” ใบหน้าหล่อเหลาสลดลง เขามักใช้ลูกอ้อนแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่อยู่กับเซียวจ้าน อัตราความก้าวหน้าก็เติบโตตลอดนะ จากแรกๆขอเรื่องเล็กๆหลังๆก็...ไปเรียนสายกันทั้งคู่
เซียวจ้านถอนหายใจ เขาไม่ค่อยเปิดเผยความกังวลใจออกทางสีหน้าเท่าไหร่ เขาเลือกที่จะยิ้ม เพราะใครๆก็บอกว่าถ้ายิ้มแล้วทุกๆอย่างจะดีขึ้น ฉะนั้นครั้งนี้เขาจึงเลือกที่จะยิ้มอีกเช่นเคย

ยิ้มเพื่อปกปิดว่ากังวลใจแค่ไหนที่อีกฝ่ายจะจากไปไกล

ยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนว่าเสียใจแค่ไหนที่เขาไปที่นั่นด้วยไม่ได้

“ไม่ได้หรอก”
“ทำไมล่ะ ผมจ่ายให้หมดเลย”
“ขี้เบ่งว่ะ” เซียวจ้านเบะปาก แต่ใบหน้าสวยก็ยังยิ้ม
“จริงๆนะ ผมจ่ายให้ได้”
“พี่มีแม่นะ พี่มีครอบครัวที่เมืองไทยจะให้พี่ไปยังไงไปทำอะไร จะบอกพวกเขาว่ายังไง”
ชีวิตมันมีเงื่อนไขมากกว่านั้นอีกเด็กน้อย นายอายุแค่16 ชีวิตยังอีกไกล เส้นทางที่นายเติบโตไปมันอาจโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ไม่ใช่ว่าเส้นทางของทุกคนมันโรยด้วยกลีบกุหลาบแบบนาย
ซักวันนายจะเรียนรู้ว่าความรู้สึกที่อยากได้จะเป็นจะตาย แต่คว้ามาไว้ไม่ได้ ความรู้สึกผิดหวังแบบนั้น มันเป็นยังไง
“นี่ฟังพี่นะ”
เซียวจ้านประคองสองมือโอบกอดใบหน้าแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เขาไม่อยากเห็นอี้ป๋อผิดหวังแต่ความผิดหวังมันคือการเรียนรู้ ซักวันมันจะต้องเกิดขึ้น

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ไม่สมหวังดังใจ แต่มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

“เราติดต่อหากันได้โอเคมั้ย มันง่ายจะตายอี้ป๋อ อย่าเศร้าไปหน่อยเลยน่า เดี๋ยวพี่โทรหานายทุกวันเลยโอเคมั้ย” ต้องหว่านล้อมแบบเด็กสินะถึงจะฟังกัน
“แต่ถ้าผมเหงาล่ะ ถ้าพี่ไม่ว่าง”
คนตรงหน้ายังคงยืนยันที่จะหาเหตุผลต่างๆนานามารั้งให้ตนเองไม่ได้ไป เซียวจ้านยิ้มเขายังเชื่อว่าเด็กหน้าตูดตรงหน้าคงอยากได้รอยยิ้มจากเขา ในวันที่ทุกข์ใจที่สุด ในวันที่ต้องห่างไปไกล สิ่งเดียวที่จะให้ได้คือรอยยิ้มเพื่อให้หวังอี้ป๋อมั่นใจว่าเซียวจ้านคนนี้จะอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ไปไหน
“อี้ป๋อ อดทนนะ”
“พี่...เซียวจ้าน ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะทนไหวมั้ย”
“ทนไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ดีบ้างพังบ้างก็ปล่อยให้มันเป็นไป แต่อย่าลืมว่านายคือลูกชายคนเดียว นายคือว่าที่เจ้าของบริษัท และนายคือแฟนของพี่ ขึ้นชื่อว่าแฟนของเซียวจ้านเขาเก่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว” เซียวจ้านยิ้มกว้างขึ้นอีก ตาหวานกลายเป็นสระอิไปแล้ว
“น่ารักจังวะ น่ารักงี้จะให้ทนไงไหว” อี้ป๋อดันตัวเข้ามาจูบคนตรงหน้า พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เสียงเครื่องยนต์และผู้คนสรวญเสปนเปกันอยู่เบื้องล่าง คอนโดใจกลางกรุงที่นี่เป็นรังรักของพวกเขาสองคน ในตอนแรกมันเป็นแค่ของเซียวจ้าน แต่พอเขามาบ่อยเข้าก็เริ่มซื้อพวกอาหารสดอาหารแห้งเข้ามาบ่อยๆ และหลังจากนั้นก็จ่ายค่าคอนโดคนละครึ่งกับเซียวจ้าน ก็ถือซะว่าผ่อนบ้านเพื่ออนาคตละกันนะ
“พอแล้ว” เซียวจ้านดันตัวเด็กโข่งออกแบบไม่จริงจังนัก เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ และก็รู้ด้วยว่าตอนนี้ท้องไส้เริ่มหิวขึ้นมาแล้วเพราะข้าวมื้อล่าสุดที่กินไปน่าจะซักสี่ห้าชั่วโมงที่แล้ว
“ไม่หิวรึไง”
“หิวแต่อยากกินเซียวจ้าน”
“ไม่ให้กินหรอก จะไปทำกับข้าว”
“ทั้งกินทั้งทำกับข้าวไปก็ได้”
เซียวจ้านมองคนปากเปราะตาเขียว ไม่ใช่ว่าโกรธแต่เพราะมันเคยเกิดขึ้นแล้วยังไงล่ะ เละเทะกันหมดทั้งคนทั้งครัวสุดท้ายลงเอยด้วยการสั่งพิซซ่ามากินตอนสามทุ่ม เด็กนี่มันร้าย
“ผมชอบนะ บนเคาท์เตอร์กับในห้องน้ำ...”
“หวังอี้ป๋อ! หยุดพูดไปเลย” เซียวจ้านเดินตึงตังไปที่ครัว เขาทำเป็นคุ้ยหาของสดในตู้เย็นเสียงดังตึงตัง กลบเกลื่อนความเขินอายที่ลามขึ้นมายังลำคอและใบหน้า ความรู้สึกวาบหวามมันจุกอยู่ในอก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพเหตุการณ์วันนั้น ตัวของเขาเปลือยเปล่านั่งอยู่บนเคาท์เตอร์ครัว มีเด็กโข่งแทรกกายอยู่หว่างขา เขากวาดแทบจะทุกอย่างลงจากเคาท์เตอร์เพราะความกระสันในกาย
“อันแน่ หน้าแดง” หวังอี้ป๋อโผล่หน้ามาจ๊ะเอ๋ เขายิ่งต้องเซอร์ไพรซ์มากกว่าที่แฟนหนุ่มรุ่นพี่นั่งหน้าแดงเป็นมะเขือเทศอยู่ในตู้เย็น
“มันเย็น”
“ไม่ได้เปิดแอร์ซะหน่อย”
“ก็แดงปกติป้ะ ใครมันจะไปแดงเพราะคิดเรื่องแบบนั้นบ้าป่าว” เซียวจ้านหลับตากัดฟันแน่น เขาโป๊ะแตกอีกแล้ว หวังอี้ป๋อหัวเราะร่า
“ผมยังไม่ได้พูดเรื่องแบบนั้นเลยนะ พี่คิดอะไร” เด็กโข่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง เซียวจ้านนะเซียวจ้านนายมันตกหลุมพรางไอ้เด็กโข่งนี่ครั้งแล้วครั้งเล่าเลยนะ
“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น” หนุ่มรุ่นพี่ผลักเด็กโข่งให้พ้นทาง เขาเอาผักออกมากองๆบนเคาท์เตอร์หินอ่อนสีขาวนวล พยายามที่จะเบี่ยงประเด็นการพูดคุยเพราะกลัวว่าตนเองจะเผยไต๋อีกรอบ
“กินอะไรดี อยากกินอะไร” ถามโดยไม่สนใจว่าตอนนี้เด็กโข่งกำลังย่องเข้ามาใกล้ เซียวจ้านสาละวนอยู่กับการแยกผักที่กินได้และผักที่ดูเหมือนกำลังจะเน่าออกจากกัน จนเขารับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดจากแขนแกร่ง รับรู้ได้ถึงแผ่นอกกว้างที่แนบชิดกับแผ่นหลังของเขาอยู่นั้นมีหัวใจดวงนึงที่ตอนนี้เขารับรู้ได้ว่ามันเต้นเร่าร่วมกันกับหัวใจของเขา
“กินได้หมด” หวังอี้ป๋อพูดอู้อี้กระซิบอยู่กับลำคอและใบหูของเซียวจ้าน จมูกโด่งวนเวียนสูดกลิ่นหอมของแชมพูและน้ำหอม ปากบางขบกัดติ่งหูเล่นไปพลาง มือแกร่งก็เริ่มปัดป่ายเข้าไปภายในร่มผ้า
“อี้ป๋อ...อย่า เล่น” เซียวจ้านพูดด้วยความติดขัด เล่นอะไรเล่าหมอนี่เอาจริงต่างหากล่ะ
“เครื่องติดแล้ว ใครจะเล่นกัน”เด็กโข่งกระซิบเบาๆพร้อมกับขบกัดติ่งหู มืออีกข้างลูบไล้ตามแนวแขนยาวจับมือของเซียวจ้านที่ขยุกขยิกเพราะกองผักเน่าพวกนั้น ไม่เห็นต้องสนใจเลย ยังไงซะวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นพิซซ่าไม่ก็ไก่ทอดตอนสามทุ่มอีกตามเคย
“นี่...” ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป หวังอี้ป๋อก็จัดการปิดปากคนพูดมากด้วยริมฝีปากของเขาเสีย
“พูดมาก” กระซิบเบาๆก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปอีกรอบ เซียวจ้านสัมผัสได้ถึงลิ้นที่ไล้วนเลียหยอกล้อตามลิ้นของเขา ทั้งยังฟันของอีกฝ่ายก็กัดริมฝีปากของเขาจนรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือด
“นี่เป็นหมารึไง ทำไมชอบกัด”
“หึๆ” หวังอี้ป๋อยิ้มเยาะ เขาจะบอกได้ยังไงกันหละว่ามันคือการตีตราจองอย่างหนึ่ง คนอื่น จะได้ไม่กล้ามายุ่งกับคนของเขา อย่าคิดนะว่าเขาไม่รู้ว่าเซียวจ้านของเขาอยู่ที่มหาลัยฮ็อตขนาดไหน ได้ยินมาว่าทั้งผู้หญิงผู้ชายแวะเวียนเข้ามาหาตลอด นี่ยังไม่รวมทางโซเชี่ยลที่ชาตินึงอัพรูปทีนึง ก็ไม่วายยังมีคนตามมาทักข้อความหาอีก อยากขังเอาไว้ ขังไว้ที่นี่ไม่ให้ไปไหน ไม่ให้ปล่อยความน่ารักเรี่ยราดแบบนี้ คิดได้ดังนั้นอารมณ์เขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น หวังอี้ป๋อพลิกตัวอีกฝ่ายให้สะโพกติดเคาท์เตอร์ครัว มือแกร่งลูบไปยังต้นคอด้านหลัง จับมันล็อกเอาไว้แล้วรับจูบจากเขา ริมฝีปากบางพรมจูบไล้ลงมาจนถึงลำคอระหงส์ เงยหน้ามองแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังมองหน้าเขาเหมือนกัน แต่ทว่านัยน์ตาแดงก่ำ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้า เซียวจ้านเป็นแบบนี้เสมอกับเรื่องนี้ ตาแดง ปากแดง ตัวแดง เขาล่ะชอบเวลาที่อีกฝ่ายแดงเป็นกุ้งจนคิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคจิตแล้วก็ได้
อี้ป๋อสร้างรอยไว้ที่คอเซียวจ้านไม่เยอะมากแต่ก็ชัดเจนพอที่จะเป็นตราประทับหากไอ้หน้าโง่คนไหนมันหลงเข้ามาก็ให้รู้ไว้ว่าคนคนนี้มีเจ้าของแล้ว
“นี่ เจ็บนะ” เซียวจ้านพูเสียงแหบแห้ง เขาลอบกลืนน้ำลายทุกครั้งที่มือแกร่งของเด็กนั่นปัดไปโดนยอดอก
“รู้ ก็จะทำให้เจ็บ” เด็กโข่งเลิกสาละวนกับคอแล้วลงมายุ่งมย่ามกับหน้าอกขาวเนียนแทน เขารู้สึกรำคาญเสื้อยืดสีพื้นนี่เต็มทน ถ้ารู้ว่ามันน่ารำคาญขนาดนี้ไม่ให้ใส่ก็ดี มือแกร่งของชายหนุ่มจับชายเสื้อของแฟนรุ่นพี่แล้วถอดมันออกซะ
ผ่านขั้นแรกโดยไม่ขัดขืน ต่อไปก็งานง่ายล่ะ
เด็กโข่งผละออกมา เขามองคนตรงหน้าที่หอบหายใจราวกับวิ่งมาพันกิโลเมตร ร่างสูงถอดเสื้อยืดของตนออกก่อนจะเขวี้ยงมันไปไม่รู้ทิศทาง เขารู้ว่าเซียวจ้านอดทนรอขนาดไหนทันทีที่เสื้อพ้นกายของเขาออกไปอีกฝ่ายก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากสีสด  อากัปกิริยาแบบนั้นทำเอาเขาแทบคลั่ง
“จะขึ้นเองหรือให้ช่วย” มือแกร่งลูบไล้ไปตามสะโพกบาง เขาได้ยินเสียงอืออาเล็ดรอดออกมาจากลำคอขาว หวังอี้ป๋อไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้มือแกร่งยกตัวเซียวจ้านให้ลอยไปนั่งแหมะอยู่บนเคาท์เตอร์ครัวแล้วเรียบร้อย เจ้าตัวตกใจจนโผตัวเข้ามาโอบกอดคอหนุ่มรุ่นน้องเอาไว้
“หัดตอบเร็วๆมั่งสิทีหลัง” พูดด้วยร้อยยิ้มพร้อมกับมือที่ดึงรั้งกางเกงบอลเรียบลื่นออกจากตัวของคนรัก
“อ๊ะ...อี้ป๋อ เย็น มันเย็น” เซียวจ้านสัมผัสได้ถึงความเย็นของหินอ่อนที่ส่งต่อมายังเนื้อกายบาง มันทำให้เขาสั่นสะท้านไปหมด
“เดี๋ยวก็ร้อน” หวังอี้ป๋อพูดด้วยเสียงหอบ เขาขว้างกางเกงบอลของอีกฝ่ายทิ้งไปพร้อมกับของตัวเองที่ขว้างไปอีกทาง
 เซียวจ้านเกี่ยวกระหวัดขาเอาแฟนรุ่นน้องเข้ามากลางกาย อกสวยแอ่นขึ้นเมื่อลิ้นฉ่ำน้ำของหวังอี้ป๋อละเลงไปที่ยอดอกสีแดงเล็กของเขา คนทั้งสองหอบฮักเสมือนว่ากำลังอยู่บนการแข่งขันเกมกีฬาซักอย่าง เซียวจ้านสะดุ้งสุดตัวเมื่อมืออุ่นๆของอีกฝ่ายกอบกุมลงที่แก่นกายของเขา
“ฮื้อออ”
“อย่ากลั้น ร้องเลย” หวังอี้ป๋อรู้ทุกครั้งที่มีอะไรกันในตอนเริ่มนั้นเซียวจ้านไม่กล้าเปล่งเสียงร้อง คงคิดว่ามันน่าอาย แต่นี่ก็มีอะไรกันเกือบจะทุกวันอยู่แล้วยังจะเอาอะไรมาอายเขาอีก
“อ๊ะ! อ๊า อ๊ะ...”
“ดีมาก”
แฟนหนุ่มรุ่นพี่ขบกัดฝังรอยไปที่คอของหวังอี้ป๋อ เขาไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นเพราะความเสียวภายในกายเลยต้องหาที่ระบายและที่ระบายที่ใกล้ที่สุดก็คือคอของเด็กโข่งคนนี้
หวังอี้ป๋อรูดรั้งแก่นกายของคนตรงหน้าเร็วขึ้น พร้อมกับละเลงลิ้นลงไปยังยอดอกสีแดงราวกับเร่งเร้าจังหวะ เขาแลบเลียไปทั่วยอดอกทั้งสองข้าง ราวกับกลัวว่าพวกมันจะน้อยใจหากว่าปรนเปรอให้ข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า
“ชอบมั้ย” เกิดอยากแกล้งเลยเงยหน้าขึ้นถามคนตรงหน้า แต่เซียวจ้านไม่ตอบทำได้เพียงแค่พยักหน้ากับส่งเสียงฮึดฮัดเพราะมือแกร่งของหวังอี้ป๋อหยุดการเคลื่อนไหว
“ตอบสิ”
“อย่า เอาแต่ใจได้มั้ย ชอบ!” เซียวจ้านชกอกเด็กโข่งไปเบาๆ เป็นสัญญาณว่าควรเริ่มอะไรที่ทำค้างไว้อยู่ได้แล้ว
“หึๆ” หวังอี้ป๋อมองหน้าคนน้ำตารื้น ตาแดงๆปากแดงๆที่พยายามขบกัดกลั้นเสียงเอาไว้น่ากัดให้ช้ำอีกรอบ
“บอกแล้วว่าอย่ากลั้น” พูดจบก็ส่งลิ้นเข้าในโพรงปากสีสดอีกรอบ เขาสัมผัสได้ว่าเซียวจ้านตัวสั่น ร่างบางเหมือนกำลังจะเกร็งกระตุก หวังอี้ป๋อจึงหยุดการเคลื่อนไหวมือ คนที่กำลังจะถึงฝั่งผละออกจากรสจูบที่กำลังมอมเมาเขา มองอีกฝ่ายด้วยตาเขียวปั้ด
“อย่าแกล้ง หวีงอี้ป๋อ!” เจ้าของชื่อหัวเราะพร้อมกับจูบลงไปที่ลำคอขาว เร่งเร้ามือหนาให้เร็วขึ้น
“ชอบมั้ย” ถามเสียงกระเส่า เขารู้ว่าแบบนี้เซียวจ้านจะยิ่งเสร็จแรงขึ้น
“อืม ชอบ ชอบที่สุดเลย”
“ดีมาก”
“จะ...เสร็จ” เซียวจ้านฝังคมเขี้ยวลงบนไหล่ของอีกฝ่ายแรงขึ้น พร้อมกับอาการวูบวาบภายในท้องน้อย ทั่วทั้งร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
หวังอี้ป๋อแกล้งคนกำลังจะถึงฝั่งโดยการที่เขาแกล้งทำเสียงกระเส่าหายใจแรงขึ้น เสียงเข้มดังงึมงัมอยู่ในลำคอ
“อ๊าาาาา อ๊ะ อ๊ะ ฮะ...” ร่างบางเกร็งกระตุกติดๆกัน รู้สึกถึงของเหลวที่พุ่งออกมาแต่ไม่รู้ว่ามันไปเปอะเปื้อนอยู่ที่ไหนบ้าง เซียวจ้านหอบเหนื่อย ฟุบหน้าลงกับไหล่ของไอ่เด็กโข่งแต่ทว่าสายตากลับไปสบกับท่อนเนื้อของเด็กโข่งที่ตั้งโด่เด่ชูชันชี้หน้าของเขาอยู่ ริมฝีปากบางยกยิ้ม เขาทิ้งตัวลงจากเคาท์เตอร์แต่ทว่าเข่าเจ้ากรรมกลับอ่อนยวบจนเกือบจะล้มหน้าคว่ำดียังได้แขนแกร่งของหวังอี้ป๋อประคองเอาไว้
“จะทำอะไร” หวังอี้ป๋อมองอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดคนตรงหน้าก็ตั้งท่าคุกเข้าแล้วส่งลิ้นเข้ามาหยอกล้อทักทายกับลูกชายคนเก่งของเขาเสียแล้ว
“อ่าาาา เซียวจ้าน แม่ง...” เพราะเป็นการกระทำที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวของอีกฝ่ายเลยทำให้เขาตัวเกร็งกระตุกเกือบเสร็จเพราะโพรงปากอ่อนนุ่มนั่น บ้าชิบ!
หวังอี้ป๋อข่มกลั้นอารมณ์ขบกัดจนสันกรามนูนขึ้น เส้นเลือดที่คอและที่มือเด่นชัดขึ้นเส้นนูนบ่งบอกว่าเขาพยายามขนาดไหนที่จะไม่แตกใส่ปากคนตรงหน้าก่อน
เซียวจ้านรูดรั้งแก่นกายที่ขนาดใหญ่กว่าของเขาด้วยปากและมือด้วยความเชี่ยวชาญ พลางช้อนสายตาเหลือบมองคนที่ยืนค้ำอยู่ข้างบน แสยะยิ้มน้อยๆก่อนจะผละออกมาแล้วใช้มือเช็ดคราบน้ำใสๆที่เปื้อนริมฝีปาก
“หื้มมม อย่าแกล้ง!” ถึงตาที่เขาจะเอาคืนแล้วช่วยไม่ได้นะหวังอี้ป๋อนายอยากแกล้งพี่ก่อนทำไม
“ชอบมั้ย” เซียวจ้านถามยิ้มๆ
“ชอบ ชอบ ชอบที่สุด จะเอาให้ตายคาอกเลยรึไง” หวังอี้ป๋อละล่ำละลักพูด เขาอยากให้เซียวจ้านยัดไอ้ท่อนเอ็นนั้นเข้าไปในปากต่อจะแย่แล้ว
เซียวจ้านยิ้มเยาะ แล้วส่งท่อนเอ็นเข้าไปในปากต่อ ความยาวของมันยังเรียกได้ว่าพอดีกับเด็กอายุแค่นี้ ถือว่าไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปแต่เขาไม่อยากคิดว่าอีกหลายปีต่อจากนี้ถ้าเด็กโข่งนี่โดไปไอ้ท่อนนี้มันจะโตตามไปขนาดไหน
เซียวจ้านเร่งเร้าจังหวะสลับกับขยับปากอย่างเชื่องช้าเพราะอยากเอาคืน เขาขยับเนิบนาบอยู่นานจนคนที่ยืนอยู่ทนไม่ไหว
“หื้มมมม...” มือหนาขยุ้มกลุ่มผมสีดำขลับเอาไว้แล้วเสือกใสตัวตนของตัวเองเข้าในปากของเซียวจ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนล่างของเขาขยับเร็วขึ้นเร็วขึ้น น้ำสีใสที่ตอนนี้แยกไม่ออกแล้วว่าเป็นน้ำลายหรือน้ำอย่างอื่นหยดลงเปื้อนพื้นไม้สีอ่อนเป็นแอ่งๆ
“อะ...อาาาาา” หวังอี้ป๋อตัวเกร็งกระตุก เขาปลดปล่อยออกมาโดยที่มีปากของเซียวจ้านเป็นที่รองรับน้ำสีขาวขุ่นพวกนั้น เซียวจ้านทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องโดยการกลืนน้ำสีขาวขุ่นพวกนั้นลงคอไปจนหมด
“หึๆ เด็กดี” หวังอี้ป๋อประคองเซียวจ้านขึ้นมา พลิกตัวให้ร่างบางหันหลังให้เขาแล้วผลักเบาๆจนไปชนเคาท์เตอร์ไอซ์แลนด์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องครัว มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางและกดให้เซียวจ้านก้มลงแนบตัวไปยังเคาท์เตอร์ ช่องทางสีสวยด้านหลังปรากฏแก่สายตาไม่ว่าจะกี่ครั้งเขาก็ยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ไหวเมื่อรู้ว่าตนเองต้องเสือกใสกายแกร่งเข้าไปภายในช่องทางนี้ มันเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่เขาเป็นเจ้าของร่างกายเซียวจ้านแต่เพียงผู้เดียว
เด็กหนุ่มเปิดลิ้นชักควานหาอุปกรณ์ช่วยเหลือเพิ่มเติม เขาหยิบเอาเจลหล่อลื่นกับถุงยางอนามัยออกมา ใช้ฟันขาวกัดฉีกซองอุปกรณ์ป้องกันออกก่อนที่จะสวมมันลงแล้วป้ายเจลหล่อลื่นไปยังช่องทางของคนตรงหน้าเซียวจ้านสะดุ้ง
“เอาแล้วนะ”
“นี่ก็เรียกว่าเอากันอยู่” อดที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงไม่ได้ แต่ว่าคนเจ้าเลห์อย่างเด็กโข่งไม่ปล่อยให้เขาพูดมาก เสือกกายแกร่งเข้ามาจนเขาสะดุ้ง
“ฮ๊าาาาา อ๊าาาาา”
“หึ”
“จะเข้ามาก็บอกก่อนดิวะ!”
“ก็ชอบเถียงหนิ” หวังอี้ป๋อขยับขับเคลื่อนช่วงล่างช้าๆ เขารู้ว่าเซียวจ้านคงชินกับลูกรักของเขาแล้วแต่ถ้ากะสอดกับเสียบแค่นั้นมันจะไปสนุกอะไร
“ฮื้ออออ อื้อออ อ๊ะ อ๊ะ...” เสียงหวานครางดังขึ้นเมื่อเด็กโข่งเริ่มขยับเร็วขึ้น บางช่วงเขาเร่งเร้าจังหวะ แต่บางทีก็เชื่องช้าเสียเหลือเกิน เชื่องช้าจนจะทำให้เขาขาดใจ
“หวังอี้ป๋อ!ถ้านายมีแรงแค่นี้ก็พอ ฉันจัดการเอง” เซียวจ้านทนไม่ได้ ขยับเร็วๆมันจะตายรึไงวะ!
“ขอร้องผมสิ”
“ฮ๊ะ อ๊ะ...ขอร้อง อะไร” เซียวจ้านกัดปากข่มเสียงเอาไว้เพราะรู้สึกว่าหวังอี้ป๋อกระแทกเข้ามาแรงกว่าเดิม
“อะไรก็ได้ที่พี่คิดว่าผมจะพอใจ” หวังอี้ป๋อตั้งใจจะให้เขาขอร้องอยู่แล้ว เซียวจ้านต้องพูดแน่เขารู้
“อื้อ...”
“ไม่พูดผมก็จะขยับอยู่อย่างนี้แหละ” พูดจบก็กระแทกแก่นกายเข้าไปอย่างแรง แล้วค่อยๆถอนมันออกอย่างเชื่องช้าจนเกือบจะสุดโคน
“หวัง อ๊ะๆ อี้ป๋อ กระแทกแรงๆที นะ อ๊ะ...ขอ อะ..ขอร้องล่ะ อ๊ะ นะ” เซียวจ้านพูดด้วยเสียงหอบ เขารู้ว่าไอ้เด็กนี่อยากให้เขาพูดแบบนี้ ได้ในเมื่อออยากแกล้งเขาเขาก็จะให้แกล้งมาดูกันว่าใครจะเสร็จก่อน เซียวจ้านแกล้งขมิบช่องทางด้านหลังให้รัดแน่นแก่นกายของอีกฝ่าย
“หื้มมมม เซียวจ้าน แม่งโคตรร้าย อ่าาาา จะเสร็จ” พูดจบก็สาวเอวเร็วและแรงขึ้น เสียงกระเส่าของคนทั้งสองดังระงมไปทั่วคอนโดทั้งกลิ่นคาวน้ำรักและกลิ่นเหงื่อคละคลุ้ง
“ชอบล่ะสิแบบนี้” เซียวจ้านกัดฟันถาม เขาก็จะเสร็จอีกรอบเหมือนกัน จึงเอื้อมมือไปกอบกุมลูกรักแล้วชักรูด
“อืออ จะตอดไปถึงไหน จะขาดแล้วนะ หื่มมม” หวังอี้ป๋อกัดฟันข่มอารมณ์เสียวที่แล่นไปทั่วสรรพางกาย
“อ๊ะ อี้ป๋อ อ๊ะ จะเสร็จ อ๊ะๆ...” เซียวจ้านรู้ว่าต้องแกล้งหวังอี้ป๋อยังไงเมื่อใกล้จะถึงฝั่งเขาจึงแกล้งครางให้ดังขึ้น ได้ผลคือหวังอี้ป๋อสาวเสือกใสเอวสอบและท่อนเอ็นนั้นเข้ามาอย่างเร็วจนเขาแทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว
“เซียวจ้านอ่าาาา”
“จะเสร็จ อ๊ะ จะเสร็จแล้ว”
“พร้อมกันนะ”
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาาาาาา...”
“ฮึบ...อ่าาาาา”
ทั้งคู่ตัวเกร็งกระตุกพร้อมกัน หวังอี้ป๋อทาบทับตัวลงไปยังคนที่ยืนโก้งโค้งอยู่ เบื้องล่างยังคงสาวเข้าออกแต่ทว่าไม่รุนแรงเท่าก่อนหน้านี้แล้ว












ตอนแรกก็ ncแล้วววว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาาา
ช่องทางการตามทวงนิยายหรือเข้าไปพูดคุยด่าพระเอกของเราได้ที่ Twitter @Mixmythewriter #แค่ไหนที่รัก

ออฟไลน์ TISSALAH

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เซียวจ้านมาทานข้าวก่อนสิ” คุณนายหวังคนใหม่เอ่ยพร้อมกับยิ้มงามประดับบนใบหน้า รอยยิ้มที่เหมือนกับเขาราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน และเขาก็เผอิญเกลียดรอยยิ้มนั้นมากเสียด้วย
“ไม่ล่ะครับ ผมแวะเอาเอกสารมาให้ท่านประธานเซ็นต์ เดี๋ยวก็กลับเข้าออฟฟิสแล้ว” เซียวจ้านทำเมินหญิงวัยเกือบกลางคน อันที่จริงเธออายุแค่40ต้นๆเท่านั้น ห่างจากเขาแค่18ปี ถือว่าอายุยังน้อยมากในการเป็นแม่คน
“เซียวจ้าน อย่าโหมงานหนักไปหน่อยเลยลูก” ผู้หญิงคนนั้นยังพูดโดยไม่รู้สึกรู้สา เธอไม่รู้ว่าตัวเธอเองนั้นเป็นสาเหตุให้เขาปฏิเสธที่จะอยู่ที่นี่นานขึ้น เขาเกลียดคฤหาสน์ใหญ่โตแห่งนี้ เกลียดผู้คน

รวมทั้งเกลียดแม่ของตัวเองด้วย

“มีอะไรกัน” ประมุขหวังนั่งลงที่หัวโต๊ะรับประทานอาหารที่นั่งประจำสำหรับประมุขแห่งWANG Group
“แวะเอาเอกสารมาให้ท่านประธานเซ็นต์ครับ” เซียวจ้านในวัย29ปีโค้งคำนับประธานบริษัทหวังกรุ๊ป ที่ตอนนี้พาหวังกรุ๊ปปีนขึ้นไปเป็นเสือตัวที่1ของเจ้าพ่ออุตสาหกรรมเอเชียได้สำเร็จแล้ว พร้อมกันกับเขาที่กลายเป็นหนูตกถังข้าวสารจับพลัดจับผลูได้ทำงานเป็นถึงเลาขาของประธานหวัง ทั้งๆที่พึ่งเรียนจบได้ไม่กี่ปี

ชีวิตเขาดูเหมือนจะดีไปเสียหมดทุกอย่าง แต่มันก็แค่ดูเหมือนก็เท่านั้น

“ทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิ” ท่านประธานแห่งหวังกรุ๊ปอุตส่าห์เอ่ยปากชวนแต่เขากลับไม่มีอารมณ์อยากอาหารอะไรทั้งนั้น ก้อนความเสียใจปนสะอิดสะเอียดมันจุกอยู่ในอกไปหมด
“ไม่ล่ะครับ ท่านประธานพอดีว่าผมมีนัดแล้ว” เขาเลือกที่จะบอกไปแบบนั้น เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายถามเซ้าซี้มากความ ขออยู่ในสถานะเจ้านายลูกน้องดีกว่าพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง
ประธานหวังเปิดเอกสารแต่ละหน้าจรดปลายปากกาประทับลายเซ็นต์ลงไป พร้อมกับพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของเซียวจ้านสะดุด
“หวังอี้ป๋อกลับมาพรุ่งนี้แล้วนะ ฉันวานให้ไปรับที่สนามบินได้มั้ย” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างไม่รู้สึกรู้สา ราวกับเขาไม่รับรู้ว่าครั้งหนึ่งลูกชายของเขาเคยคบกันกับผู้ชาย และอีกครั้งหนึ่งที่เซียวจ้านโดนหวังอี้ป๋อตะไล่เพิดออกจากบ้านหลังนี้เหมือนหมูเหมือนหมา
“ครับ”
“5 โมงเย็นพรุ่งนี้ที่สนามบินนะ”
“ครับ”
ได้แต่ตกปากรับคำจะให้เขาทำอย่างไรได้ล่ะทำงานกินเงินเดือนเขาอยู่นี่นะเจ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าหากว่าเขาไม่ไปร้อยพันคำถามก็คงสาดเข้ามาเหมือนห่ากระสุนสู้ตัดบทรับปากว่าไปคำเดียวก็จบ
ชายหนุ่มคว้าเอาแฟ้มเอกสารแล้วเดินจ้ำอ้าวออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่หันหลังกลับไปอีกเพราะเขาเกลียดภาพนั้น ภาพที่สองสามีภรรยากำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่เขากลับเป็นฝ่ายที่ต้องทุกข์ทน ตลอดระยะเวลา7ปีที่หวังอี้ป๋อไปต่างประเทศ และ4ปีที่เรื่องบ้าๆนี่มันเกิดขึ้น





“คิดถึงจังเลย”
“คิดถึงเหมือนกัน”
“กำลังอ่านหนังสือ เดือนหน้าก็สอบอีกแล้ว” เด็กตัวโข่งที่ตอนนี้ตัวโตกว่าเดิมซัก5เซนได้ นั่งหน้างอคอหักเป็นปลาทูอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พร้อมกับหนังสือกองโตเบื้องหลังยังมีกระดาษสีแปะเต็มผนังห้อง
“อีก4ปีน่า”
“โถ่พี่ 4ปีกับการเรียนป.ตรีนี่มันโคตรจะทรมานเลยนะ”
“ว่าไปนั่นปิดเทอมก็เจอกัน”
“แต่แค่แป้บเดียวไง”

ยังเถียงคำไม่ตกฟากเหมือนเดิม ราวกับเป็นหวังอี้ป๋อเมื่อสองปีที่แล้ว

“เถียงเก่ง”
“พี่ก็เถียงเก่งเถอะ”
“ไม่เท่านายหรอก”
เซียวจ้านว่าพร้อมกับก้มลงเขียนงานยุกยิกๆ ตอนนี้ที่ไทยดึกมากแล้ว แต่ที่อังกฤษยังคงบ่ายแก่ๆ เด็กโข่งที่พึ่งเลิกเรียนก็กดวิดีโอคอลมาหาเขาปุ๊บตามเวลาเป๊ะราวกับตั้งไทม์เมอร์เอาไว้ว่าต้องโทรเวลาไหน
“เซียวจ้านน่ารัก”
“รู้แล้ว ชมบ่อยจัง หรือว่ามีความผิดติดตัว” เซียวจ้านเงยหน้าขึ้นมาหรี่ตามองคนในคอมพิวเตอร์ แกล้งทำทีเป็นจับผิด
“เปล้า!” หวังอี้ป๋อยักไหล่ ลิ้นหนาดุนดันกระพุ้งแก้มเสมองหลบสายตาเขาไปทางอื่น
“อะไร” ไม่ใช่ว่าอยากจะระแวงอะไร แต่บางทีรักทางไกลมันก็ทำให้เขาเป็นประสาทอยากจะบ้าตายอยู่วันละหลายๆรอบ ไม่ใช่ไม่ห่วงไม่หวงไม่คิดถึง ในใจมันทุรนทุรายจะตายอยู่แล้ว
“ก็เปล่า”
“มีอะไรก็บอกกันตรงๆนะ” ถ้าเบื่อกันแล้วก็แค่บอกมา...ประโยคนี้เขาไม่ได้พูด เพราะแค่คิดก้อนความเสียใจก็จุกอยู่ตรงลำคอแล้ว เขาไม่อยากงี่เง่าแต่ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปว่าหวังอี้ป๋อจะไม่มีคนเข้าหาเลย คนอย่างหวังอี้ป๋อเขากล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่าต้องมีคนเข้าหาอยู่ตลอดเวลาแน่ๆ เหมือนกันกับเขานี่ไง 3ปีที่ห่างกันไประยะทางมันกั้นกลางพวกเขา


ปิดหูปิดตาราวกับคนตาบอดที่ใช้แค่ใจรัก มีแค่ความเชื่อใจที่ยังมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้

“พี่...”
“อืม” ขานรับอยู่ในลำคอแต่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองจอ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขากำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“ผมไปอ่านหนังสือก่อนนะ”
“โอเค” ยังคงไม่เงยหน้ามองจออีกเหมือนเดิม เขารู้ว่าหน้าจอไอแพดมันเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาของตัวเอง
“บายครับ”
“...”
“เอ้อนี่ ผมคงไม่ได้โทรหาบ่อยๆแล้วนะ ผมต้องอ่านหนังสือ”
“ อ่อ เค”
และคืนนั้นเขาก็นอนไม่หลับเพราะน้ำตาเจ้ากรรมมันไม่ยอมหยุดไหลซักที ในหัวก็คิดไปต่างๆนานา เขาเข้าใจได้ว่าความรักของเด็กอายุเท่านี้มันรักง่ายหน่ายเร็วขนาดไหน รักเร็วราวกับสายลมเย็นพัดผ่านแต่ก็เลิกรักง่ายราวกับที่ผ่านมามันไม่เคยเกิดขึ้นเลย หวังอี้ป๋ออาจจะต้องการความตื่นเต้นใหม่ๆในชีวิตสามปีที่แล้วเขาก็เป็นหนึ่งในตื่นเต้นของหวังอี้ป๋อ พอเวลาผ่านไประหว่างเขากับเด็กโข่งคนนั้นคงไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นอีกแล้ว สังคมของเด็กคนนั้นล้วนโดนรายล้อมไปด้วยความเจริญหูเจริญตา ผู้คนมากมายพร้อมที่จะก้าวเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย คนที่พร้อมจะรักและอื้อเฟื้อเกื้อกูลเด็กนั่นให้ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ประมุข แล้วเขาเล่า มีอะไรที่จะให้กับหวังอี้ป๋อบ้าง อะไรที่เขามีหวังอี้ป๋อไม่มีแล้วพอจะให้อีกฝ่ายได้บ้าง แก้วแหวนเงินทองหรือก็กองอยู่ตรงหน้าเด็กคนนั้นหมดแล้ว ครอบครัวหรือก็มีพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่แล้ว บ้านหรือรถเด็กคนนั้นเกิดมาพร้อมคฤหาสน์หลังใหญ่กับรถอีกนับสิบคัน หนำซ้ำยังมีธุรกิจเป็นของตัวเองมีโรงงานเป็นสิบๆแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างนี้จะยังต้องการอะไรอีกล่ะ ตัวของเขาหรือก็ให้ไปหมดแล้ว ยิ่งหัวใจยิ่งแล้วใหญ่อยู่ที่เด็กนั่นหมดทุกอย่าง ไม่เห็นทางที่จะเอาคืนมาได้เลย แค่คิดหัวใจก็เจ็บ มันคงผิดที่เขาเองที่มีให้แค่นี้

วันรุ่งขึ้นเซียวจ้านไปทำงานพร้อมกับนัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้าซีดเซียวจนพี่ที่ทำงานทักว่าไม่สบาย เขาได้แต่บ่ายเบี่ยงไปว่านอนดึกเพราะโหมงานหนักและรับปากว่าจะกินยากันเอาไว้เผื่อไม่สบาย

จากสามชั่วโมงแปรเปลี่ยนเป็นสามวันจนกระทั่งเป็นสามอาทิตย์

คนที่หายไปไร้ร่องรอย ไร้การติดต่อ ไร้ข่าวคราว เขาไม่อยากโทรไปกวนแต่ทว่าในใจมันห่วงจนจะตายอยู่แล้ว บางทีก็คิดว่าตัวเองอาจคิดมากไป แต่ในเมื่ออีกฝ่ายก็ไม่ยอมโทรกลับมาจะให้เขาทำอย่างไร กลัวว่าจะโทรไปกวนแล้วเสียสมาธิอ่านหนังสือสอบกลัวยิ่งกว่านั้นคือถ้าเด็กนั่นพูดว่าไม่ต้องการเขาอีกแล้ว เขาจะอยู่อย่างไร โลกมันจะถล่มลงตรงหน้าให้ได้เสียอย่างนั้น ตลอดระยะเวลา3อาทิตย์มานี้เขากระวนกระวายไม่เป็นอันทำการทำงาน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ถึงได้หายไปแบบนี้

เซียวจ้านนั่งมองกระดานสนทนาที่อยู่ๆมันก็ขึ้นจุดต่อกัน เป็นสัญลักษณ์ว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์อยู่

หัวใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าหายไปนานขนาดนี้หวังอี้ป๋อจะพิมพ์มาว่าอะไร แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าหากคำตอบมันไม่เป็นอย่างที่คิด เขาจะเอาใจดวงนี้ไปไว้ที่ไหน มันจะไม่เจียนตายเลยหรือถ้าหากเด็กนั่นบอกเลิกกันขึ้นมา
“พี่ไปเอาของที่บ้านผมให้ที”

ใจมันห่อเหี่ยวลงยิ่งกว่าช่วง3อาทิตย์ที่หวังอี้ป๋อหายเงียบไปเสียอีก

“ไม่บอกที่บ้านล่ะ”
“ไม่มีคนอยู่ พี่ไปเถอะ”
“เค”
คงทำได้แค่นี้สินะ ทางที่เดินกันมามันคงสิ้นสุดเท่านี้แล้วจริงๆ เขาตอบอะไรไม่ได้นอกเหนือจากนี้เพราะถ้าหากอีกฝ่ายเลือกที่จะไปแล้วจะเอาอะไรไปรั้งไว้ได้ ทั้งตัวทั้งใจก็เทให้เขาไปหมดแล้ว ความหวังของเขาเสมือนทรายเม็ดเล็กๆที่กระจุกอยู่บนชายหาด หากการตัดสินใจครั้งนี้ของหวังอี้ป๋อเป็นคลื่นลูกใหญ่มันก็ซัดที่เขาเข้าให้เต็มๆ สลายหายไปกับน้ำทะเล อี้ป๋อเป็นคลื่นที่มีผลกระทบรุนแรงต่อเขาเสมอ ไม่ว่าเรื่องไหนเด็กนั่นมีอิทธิพลต่อเขาจนน่ากลัว

คิดแต่จะรักไม่คิดเผื่อใจเจ็บไว้เลย
พอมันเจ็บมา ใจจะขาดลงตรงนี้เสียให้ได้

มือนึงขับรถอีกมือก็เช็ดน้ำตาป้อยๆ เขาอายุ25แล้วแต่ยังร้องไห้เป็นเด็กเพราะถูกเด็กอายุ18ทิ้งนี่นะ แต่ก็อย่างว่าความรักมันไม่เลือกอายุ ไม่เลือกเวลาหรอก ถ้ามันใช่แค่เดินผ่านก็วนกลับมาเจอกันได้อีกอยู่ดี แต่ถ้าหากมันไม่ใช่จะสามปีหรือสามสิบปีมันก็ไม่ใช่ เขาไม่อยากหาเหตุผลให้ตัวเองอีกแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงจะทิ้งเขาไปเพราะเหตุผลมันกองชัดอยู่ตรงหน้าแล้ว

ทำไมถึงต้องอยู่ ในเมื่อก้าวเดินออกจากชีวิตกันไปมันง่ายกว่าการเดินไปด้วยกันยังไงล่ะ

เขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงขับรถมาถึงคฤหาสน์หวัง เป็นไปอย่างที่หวังอี้ป๋อบอกจริงๆคือบ้านหลังใหญ่โตแต่กลับเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เขาขับรถเข้ามาจอดไว้ทางด้านหน้าแล้วเดินอย่างเงียบๆเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
“มาเอาของให้นายน้อยใช่มั้ยคะ”
พึ่งรู้ว่าคนที่บ้านเรียกเด็กโข่งของเขาว่านายน้อย นิสัยร้ายๆแบบนั้นอยู่บ้านจะเป็นอย่างไรบ้างนะ พอตอนอยากจะรู้ก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้รู้อีกแล้ว
“ครับ”
“ของอยู่ในห้อง ขึ้นบันไดไปชั้นสองเลี้ยวซ้ายห้องใหญ่สุดโถงทางเดินเลยค่ะ”
“ครับ”
แม่บ้านโค้งให้เขาแล้วเดินจากไป ขายาวก้าวเดินขึ้นบันไดขนาดใหญ่ขึ้นไปตามที่แม่บ้านบอก เขาพบว่าชั้นสองนี้มีห้องอยู่นับสิบ สไตล์การตกแต่งหรูหราแบบคฤหาสน์ยุโรปที่เห็นในเมืองไทยทั่วๆไป อาจจะหรูหราเพิ่มขึ้นอีกหน่อยเพราะของประดับตกแต่งบ้านยี่ห้อดังที่เขาพอจะรู้จักอยู่บ้าง ร่างสูงเดินตามทางมาจนสุดโถง เขาตัดสินใจส่งข้อความถามหวังอี้ป๋ออีกครั้งว่าของที่อีกฝ่ายต้องการคืออะไรกันแน่
“ตกลงให้มาเอาอะไร”
“กล่องเล็กๆในลิ้นชักตรงโต๊ะอ่านหนังสือติดประตูน่ะ”
“ถามได้ปะว่ากล่องอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“เค”

เซียวจ้านสูดน้ำมูกฮึบเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นยังไงเขาต้องไหว


ทันที่ที่ประตูเปิดออกเขาก็พบว่า...


“เซอร์ไพรส์!!!!!”
ร่างสูงที่คุ้นตาทว่าแต่ก่อนเคยไกลกันตอนนี้ไอ่เด็กโข่งของเขายืนทำตัวเท่ยิ้มหน้าระรื่นอยู่ข้างหน้าตรงหน้าพร้อมกับดึงเขาเข้าไปกอด
เซียวจ้านพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงในตอนนี้มันทั้งดีใจและเสียใจ นาทีที่แล้วโลกของเขาพังลงโดยหวังอี้ป๋อแต่ตอนนี้โลกของเขากลับถูกประกอบขึ้นใหม่โดยน้ำมือผู้ชายคนเดียวกัน
“ฮืออออ” เซียวจ้านร้องไห้โฮ เขารู้แล้วว่าตอนนี้ควรจะรู้สึกอย่างไร เขารู้สึกโล่งใจอย่างไรล่ะ
อย่างน้อยวันนี้เขายังคงมีหวังอี้ป๋อเป็นของตัวเองอยู่
“เซียวจ้าน เดี๋ยว...ร้องไห้ทำไม” แฟนรุ่นน้องทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าคนที่เขากะจะมาเซอร์ไพรซ์ให้ดีใจนั้นปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ คิดว่าสามอาทิตย์ที่หายไปมาเจอกันครั้งนี้เซียวจ้านต้องยิ้มกว้างให้เขามากแน่ๆ แต่โลกกลับตาลปัตรซะอย่างนั้น
“ฮือออ อี้ป๋อ ไอ้เด็กเหี้ย คนเหี้ย ออกไปเลย!” มือผอมบางปิดหน้าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ เขากลัวมาตลอดว่าวันนี้จะได้คุยกับไอ้เด็กโข่งเป็นครั้งสุดท้าย กลัวมาตลอดว่าความรักมันจะไปได้ไม่สุดทางอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้
“เซียวจ้าน พี่...”
“ไอ้เด็กเหี้ย ออกไปเลยไม่ต้องมากอด!”
“พี่เป็นอะไร”
“ฮึก ฉันกลัวจะตายนายรู้รึเปล่า”
“เดี๋ยว พี่กลัวอะไร”
“ก็นายหายไปตั้งสามอาทิตย์!” จะว่าฟูมฟายก็ได้แต่นาทีนี้เขาไม่สนใครหน้าไหนแล้ว
“ก็ผมกะจะมาเซอร์ไพรส์พี่” หวังอี้ป๋อพูดปนน้ำเสียงหัวเราะ มันน่าหัวเราะตรงไหนกัน! เขานึกว่าเด็กนี่จะทิ้งเข้าไปแล้ว!
“ฮือออ ไม่เอาแบบนี้อีกแล้วนะ”
“ครับๆ ไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” ใครมันจะไปคิดว่าการที่เขาจะแกล้งเซียวจ้านต้องกลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้เซียวจ้านคิดมากได้ขนาดนี้
“ผอมลงตั้งเยอะ”
“เพราะใครล่ะ!” คนตัวบางโวยวาย ใบหน้าสวยชุ่มไปด้วยน้ำตาดวงดาคู่โตแดงเถือกเพราะคนตัวบางเอาแต่ร้องไห้และใช้มือป้ายเช็ดหยดน้ำตาออกจากใบหน้า
“พอแล้วตาแดงไปหมดแล้ว” หวังอี้ป๋อจับข้อมือเล็กเอาไว้ ก่อนจะจูบซับลงไปที่เปลือกตาบาง
“ฮึก...”
“ขอโทษครับ ผมขอโทษ” ฟังเสียงเซียวจ้านร้องไห้แล้วเขาก็ใจจะขาด ยอมรับว่าแอบดีใจมากๆที่อีกฝ่ายร้องไห้เพราะกลัวเขาทิ้ง เพราะเขาก็รักเซียวจ้านมากและกลัวเซียวจ้านทิ้งเหมือนกัน



.    .     .    .


“ผมขอโทษอย่าโกรธผมนะ” นั่งยองมองคนตัวบางขัดสมาธิร้องให้อยู่บนเตียงนอนของเขามาเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้ว เซียวจ้านยังไม่หยุดร้องไห้ซักทีจนเขากลัวว่าแฟนหนุ่มรุ่นพี่จะไม่สบาย
“โกรธ...”
“ไม่โกรธนะ” แผนเซอร์ไพรส์พังลงไม่เป็นท่า หมดกันทั้งลูกโป่งสีสวย ทั้งตุ๊กตาหมีตัวโต ทั้งของประดับตกแต่งน่ารักที่เกลื่อนห้องเขาไปหมด เซียวจ้านไม่สนใจมองมันซักนิดเอาแต่นั่งร้องไห้เช็ดน้ำตาป้อยๆจนตาบวมไปหมดแล้ว
“นี่ พอแล้วอย่าเช็ด หยุดร้อง...นะครับ ผมขอ...” ตัดสินใจรวบข้อมือทั้งสองมาไว้ที่ตัก พรมจูบลงไปยังหน้าผากและเปลือกตา เซียวจ้านยังคงสะอื้นฮักแต่ก็ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนแรก นั่นทำให้เขาเบาใจลงมาได้บ้าง
“ผมกะจะมาเซอร์ไพรส์พี่ ไหงมาร้องไห้เซอร์ไพรส์ผมซะงั้น”
“ไม่เอาแบบนี้อีกแล้วนะ” หวังอี้ป๋อมองคนตัวบางที่ช้อนสายตามองเขา น่ารักจนอยากจะปั้นเป็นก้อนแล้วจับกลืนลงท้อง
“ครับ ผมสัญญา”
“ลูกโป่งสวยดี” เซียวจ้านมองลูกโป่งสีฟ้าสลับกับสีน้ำเงินและขาวที่ตั้งสุมกันอยู่ตรงมุมห้อง และลอยล่องชนเพดานอยู่บนหัว มีธงเขียนไว้ว่าHAPPY ANNIVERSARYติดเอาไว้ที่ผนังฝั่งหัวเตียง ตุ๊กตาหมีแพนด้าขนาดตัวใหญ่กว่าเขาสามเท่าเห็นจะได้ นั่งจุ้มปุกอยู่บนพื้น เขายิ้มขันให้กับของต่างๆที่หวังอี้ป๋อเตรียมเอาไว้
“เซอร์ไพรส์ชิบหายเลย”
“แอนนิเวอร์ซารี่เหรอ”
“3ปีไง”
“ห้ะ...เอ่อ พี่ลืม”
“อ้าว” คนน้องขมวดคิ้วทำแก้มป่องแล้วหันหลังให้เขาทันที อะไรกันเล่าวันๆก้มหน้าก้มตาทำแต่งานมันก็ต้องมีลืมกันบ้างแหละ
“ขอโทษ อี้ป๋อ ขอโทษนะ” เซียวจ้านรีบโผเข้าไปกอดอี้ป๋อไว้จากทางด้านหลัง หัวทุยถูไถไปกับแผ่นหลังแกร่งนั่นหวังเรียกร้องความสนใจให้แฟนหนุ่มรุ่นน้องหันมาสนใจ
“ไม่”
“ขอโทษนะ จริงๆนะ ขอโทษจริงๆ”
“พี่ถึงดูไม่ตื่นเต้นใช่มั้ย ถ้าวันนี้ผมไม่มาพี่ก็คงลืมไปเลยอย่างนั้นใช่มั้ย” ท่าทางเขาจะโดนเด็กโข่งโกรธจริงๆแฮะ เซียวจ้านกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก
“ขอโทษ ดีกันนะ ง้อนะ ดีกันนะครับ”
“ไม่ดีด้วย ไม่ต้องมากอดเลย”
“นี่ อย่าโกรธนะ นายก็รู้ว่ายิ่งโกรธกันเรายิ่งเสียเวลามากขึ้นนะ เรารักกันไม่ใช่หรอ รักกันดีกว่าโกรธกันนะ”
เซียวจ้านยื่นมือเกี่ยวก้อย นิ้วเล็กๆค้างเติ่งรออีกฝ่าย
“ได้ ผมจะยอมให้พี่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ” ในที่สุดหวังอี้ป๋อก็ยอมเกี่ยวก้อยคืนดีกับเขา เซียวจ้านยิ้มออกเขารู้ว่าเด็กนี่เก๊กไปงั้นแหละ ง้อแป้บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว
“จะอยู่นานมั้ย”
“เรื่อยๆอะ คงจะสักเดือนหรืออาจเร็วกว่านั้น เดี๋ยวต้องกลับไปยื่นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว”
“อย่างน้อยก็ตั้งเดือน”

ขอแค่วันนี้มีกันอยู่ แค่นี้ก็ดีใจสุดๆแล้ว




นี่มันแค่เริ่มต้นเซียวจ้านลูกแม่ หนูยังต้องเจ็บอีกเยอะ ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ลูกจ้านของเราด้วยนะคะ
ไลค์+คอมเมนต์ กดติดตามไว้ได้เลยนะคะ จะพยายามอัพให้ต่อเนื่องแบบติ้กๆ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันน้า
ป.ล.วันนี้มาอัพเพราะอารมณ์ดี ป๋อจ้านมีโมเม้นต์ที่งานเทนเซนต์ค่ะ กรี๊ดดดดดดป๋อมองพิน้อนจ้านคอจะเคล็ดอยู่แล้ว ร่วมด้วยข่วยกันโดเนทยานวดให้หวังอี้ป๋ออด้วยนะคะ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ TISSALAH

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เป็นอีกครั้งที่เขาพาตัวเองมายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนนับร้อยนับพันชีวิตที่เดินสวนกันไปมา ต่างก็เป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน ที่นี่คือสถานที่ที่เขาชอบที่สุดและเกลียดมันที่สุดเช่น เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเมื่อความใหญ่โตและน่าตื่นตาตื่นใจมันนำพาให้เขาชอบทุกครั้งที่ได้มาที่นี่แต่เขาก็เกลียดมันทุกครั้งเพราะการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้มันบ่งบอกว่าถึงเวลาที่เด็กโข่งต้องจากเขาไปไกลอีกแล้ว เขาชอบสนามบินพอๆ กับเกลียดมัน หวังอี้ป๋อสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนสีดำตัวโปรดทับด้วยแจ็กเก็ตยีนมีราคา

“อุตส่าห์ใส่หมวกแล้วยังดูดี เห้อ” เจ้าตัวบ่นดังพอให้เขาได้ยิน หวังอี้ป๋อไม่ได้บ่นเกินจริงเลย เขายอมรับว่าวันนี้เด็กโข่งดูดีจริงๆ แอบเห็นว่ามีหลายคนถ่ายรูปเขาสองคนด้วย

“ตั้งใจเรียนนะ”

“นี่พี่ พี่พูดกับผมคำนี้มา10รอบแล้วตั้งแต่เจอกันเนี่ย” ก็มันจริงนี่นา หวังอี้ป๋อกลับไปก็เพื่อไปเรียน จะให้เขาอวยพรอะไรอีกเล่า

“รีบเรียนให้จบจะได้กลับมาหาพี่ไง” เซียวจ้านยิ้มหวานเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมสีดำแรงๆ เพราะความมันเขี้ยว

“ครับ” หวังอี้ป๋อตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“เช็คของรึยัง ลืมอะไรมั้ย เสื้อกันหนาว เอกสาร โทรศัพท์ แบ็ตสำรอง...”

“นี่ อยู่ในกระเป๋าหมดแล้วน่า”

ก็กลัวว่าจะลืมอะไรนี่น่า ทวนตอนนี้ดีกว่านึกได้ตอนอยู่บนเครื่องว่าลืมนะ

“อีก10นาที...”

เซียวจ้านสลดลง ทำไมไทยกับลอนดอนต้องไกลกันด้วยนะ ทำไมไม่ใกล้เหมือนคอนโดไปหน้าปากซอยบ้าง เขาจะไปหาเด็กโข่งนี่ทุกวันเลย จะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะได้อยู่ใกล้กัน ถอนหายใจพร้อมกับมองหน้าคนรัก

“นี่อย่าร้องนะ” หวังอี้ป๋อคงเห็นว่าตาเขามันเริ่มแดงขึ้นมาอีกแล้วเมื่อเวลาของการจากลาเข้าใกล้ขึ้นมาทุกที เขาไม่ได้จะร้องไห้ แค่ในใจมันวูบโหวงแปลกๆ

“ไม่ร้องหรอกน่า”



เซียวจ้านมองนาฬิกาสีทองที่ข้อมือ อีก5นาที



“พี่...ผมว่าผมลืมของว่ะ”

อยู่ๆ เด็กนั่นก็พูดหน้าตาตื่น เขาคิดอยู่แล้วว่าหวังอี้ป๋อต้องลืมอะไรสักอย่าง รอบที่แล้วก็ลืมเอกสารรายงานตัวที่มันโคตรจะสำคัญแต่เด็กนี่ก็ลืมจนได้ มันน่านัก!

“ลืมอะไร บอกแล้วใช่มั้ยให้เช็คๆ จริงๆ เลยน้า...”

“ลืมนี่...”



โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่สนใจคนรอบข้างที่เดินผ่านกันไปมา ไม่สนใจว่าผู้คนที่นั่งรอเวลาอยู่ใกล้ๆ กันกับพวกเขานั้นจะรับรู้หรือไม่ เขาไม่ต้องการให้มีพยานรักเพราะแค่เขาเซียวจ้านแค่นั้นพอ เขาไม่ได้อยากให้คนทั้งโลกรับรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เขากำลังขอแฟนหนุ่มรุ่นพี่หมั้นหมาย

แหวนสีเงินดีไซน์เรียบๆ ถูกสวมเข้านิ้วนางข้างซ้ายอย่างรวดเร็วโดยไม่ขอให้อีกฝ่ายเตรียมใจ เขาไม่ได้ถามเซียวจ้านว่าตกลงหรือไม่เพราะคิดเอาเองไว้แล้วว่าต่อให้เซียวจ้านตกลงหรือไม่แหวนวงนี้ก็จะไปอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเซียวจ้านอยู่ดี



เขาไม่ได้ต้องการคำตอบ



หวังอี้ป๋อยิ้มขำให้กับคนหน้าเหวอที่ตอนนี้เป็นใบ้ไปแล้ว ดวงตากลมโตมองดูเขาอย่างอึ้งๆ ปากบางพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงเปล่งออกมานั่นทำให้เขาอดหัวเราะไม่ได้

“นี่!”

หวังอี้ป๋อหัวเราะท้องแข็งขำปฏิกิริยาคนเพิ่งโดนหมั้นหมาดๆ

“นี่อะไรเล่า จริงจังนะ ทำอะไรเนี่ย”



ก็จริงจังไงเซียวจ้าน จริงจังว่าจะใช้ชีวิตด้วยกันตลอดไปไง



“ผมก็จริงจัง”

“แต่เดี๋ยวนะ ฮึ่ยยย หวังอี้ป๋อ!” พูดอะไรไม่ออกก็ทำท่าจะโกรธอย่างเดียว ตีหน้ายักษ์หน้ามารใส่กลัวตายเลย โกรธทีไรเซียวจ้านก็เหมือนกระต่ายน้อยนั่นล่ะ เอาความน่ากลัวมาจากไหนที่เขาเห็นก็มีแต่เพียงกระต่ายน้อยอมแก้มก็เท่านั้น

“ผมรักพี่นะ” กระซิบข้างหูเบาๆ ก่อนจะฝังจมูกโด่งลงสูดเอากลิ่นกายคนน่ารักเป็นครั้งสุดท้าย ถึงเวลาที่เขาต้องไปแล้ว เขาคงคลั่งอีกแน่ ถ้าถึงอังกฤษจะทนคิดถึงยังไงไหว



“อืม พี่ก็รักนายเหมือนกัน”

“ครับ แล้วผมจะรีบกลับมา”

พูดเท่านั้นก่อนจะเดินผละออกมา เขาต้องทำใจแข็งขนาดไหนเพื่อที่จะเดินจากคนที่รักไป กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เขาต้องทิ้งเซียวจ้านไว้ข้างหลังแล้วเดินตามทางของตนเอง และมันจะต้องเป็นแบบนี้อีกกี่ร้อยพันรอบเขาก็ไม่อาจรู้ได้ ใครกันที่บอกว่าเดินตามความฝัน แต่แล้วความฝันของเขาคือการมีเซียวจ้านเดินไปด้วยกันไม่ใช่ทิ้งอีกฝ่ายไว้ข้างหลังแบบนี้ เมื่อไหร่ที่เขาสองคนจะได้เดินไปด้วยกันเสียที

.



.



.





ควันบุหรี่สีเทาลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เจ้าของห้องยืนทอดมองทัศนียภาพเมืองลอนดอนโดยไม่สนใจอุณหภูมิเลขหลักเดียวแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมดุจ้องมองอย่างไร้จุดหมาย ความงดงามและยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมยุโรปไม่เป็นที่น่าดึงดูดตาดึงดูดใจเหมือนเมื่อ7ปีก่อนอีกแล้ว ร่างสูงอัดบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปจนเต็มปอดอีกรอบวันนี้เขาสูบมันไปเยอะจนนับไม่ถ้วนยิ่งสูบมันยิ่งทำให้สมองโล่ง เปลือกตาสวยปิดลงอีกครั้งพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาอีกระลอก หันไปมองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กับห้องพักที่ว่างเปล่ามันทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลย กระเป๋าเดินทางที่มีประกาศนียบัตรปริญญาตรีสีเทาวางกองทับอยู่ด้านบน เขายิ้มเยาะให้มันอย่างไม่ไยดี

แค่ของสิ่งเดียว



เป็นข้ออ้างที่ใครหลายคนตกลงร่วมมือกันทำความผิดบาปกับเขาอย่างมหันต์



แค่กระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเดียวมันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างในชีวิต



ระยะเวลาเพียงแค่4ปีที่คนรอบตัวเขาทรยศหักหลังเขากันหมด มันเจ็บจนพูดไม่ออก จุกอยู่ในอกไม่รู้จะพูดกับใครได้บ้างเพราะคนที่เขาสามารถระบายเรื่องบัดซบในชีวิตคนหนึ่งก็ดันมาตายจาก ส่วนอีกคนเขาก็เลือกที่จะหันหลังให้อย่างไม่ไยดี จะให้รักคนคนนั้นได้ลงคอหรือในเมื่อสิ่งที่คนนั้นทำมันเจ็บเหมือนฆ่ากันทั้งเป็น



เขาเคยคิดว่าคนรักกันมันจะมีเหตุผลอะไรให้เลิกรักได้นะ ในเมื่อความรักมันเป็นเรื่องความรู้สึกของคนสองคน จะรักจะชอบจะโกรธหรือจะเสียใจมันก็เป็นแค่เรื่องคนสองคน



มันจะไปยากอะไรในเมื่อรักก็บอกว่ารัก โกรธก็บอกว่าโกรธ



โลกนี้มันไม่ได้ง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น

.

.

.

แต่ว่าเขาคิดผิด



วันนั้นเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนพฤษภา เขาแอบกลับจากอังกฤษอย่างลับๆ โดยที่ไม่บอกใคร ไม่แม้แต่จะบอกเซียวจ้าน ไม่ใช่ว่าจะมาเซอร์ไพรส์เหมือนครั้งก่อนแต่เรื่องนี้มันสำคัญกว่านั้น มันสำคัญจนน่ากลัว

พาหนะสีล้อขับเคลื่อนออกจากสนามบินจุดหมายปลายทางของเขาไม่ใช่คฤหาสน์หวังอย่างที่เคยเป็นหากแต่เป็นบริษัทหวังกรุ๊ปตึกสูง50ชั้นใจกลางกรุง เขาแอบให้คนตามสืบจนมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง ข้อมูลจากนักสืบที่เขาจ้างเชื่อได้สมกับราคาที่ต้องจ่าย ถึงแม้เรื่องราวครั้งนี้มันจะทำให้เขาเจ็บปวดแต่ตลอดระยะเวลา1ปีที่ผ่านมาเขาทำใจไว้แล้ว ปฏิกิริยาของพ่อที่มีต่อแม่เฉยชาจนสังเกตได้และมันมาชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่เขาไปเรียนต่างประเทศนี่เอง เขารู้ว่าพ่อมักจะค้างที่บริษัทบ่อยขึ้น ไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้แม่ของเขาต้องอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว เขารู้ว่าสาเหตุที่ประมุขหวังของทุกคนเฉยชาใส่ภรรยาเป็นเพราะพ่อของเขาแอบนอกใจแม่ไปมีชู้เป็นเลขาคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันในปัจจุบัน เลขาคนนั้น



ที่เป็นแม่ของเซียวจ้าน



“ฮัลโหลครับแม่ ถึงแล้วครับ”

ว่าที่ประธานบริษัทหนุ่มน้อยก้าวเดินอย่างร้อนรนเข้าไปในบริษัท ผู้คนที่พอจะรู้จักเขาต่างก็ก้มหัวโดยไม่สนว่าตนนั้นจะอายุมากกว่าหนุ่มน้อยคนนี้กี่รอบ คงเพราะนามสกุลของเขาที่เป็นเสมือนบายพาสผ่านทาง หวังอี้ป๋อใช้ลิฟต์ผู้บริหารนิ้วเรียวกดไปที่ปุ่มสี่เหลี่ยมย้ำๆ ซ้ำๆ อย่างร้อนรน เพราะน้ำเสียงของมารดาฟังดูไม่ดีเอาเสียเลย ลิฟต์พาเขามาหยุดอยู่ที่ชั้น50 ทันทีที่ประตูเหล็กเปิดออกเขาก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันแต่ทว่าหาต้นตอของแหล่งที่มาของเสียงไม่ได้ เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานใจจะขาดของมารดามันเจ็บเหมือนเฉือนหัวใจเขาออกไปทีละส่วน แม่ไม่ใช่คนเจ้าน้ำตาตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นแม่ของเขาร้องไห้เลยสักครั้ง ถ้าครั้งนี้แม่ต้องมาเสียน้ำตาเพราะผู้ชายแบบพ่อของเขานั่นคงเป็นเพราะเส้นทางของความอดทนมันได้หมดลงแล้ว

ยิ่งเดินตามเสียงเข้าไปยิ่งทำให้เขารู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่พ่อและแม่ของเขาเพียงสองคน ผู้หญิงคนนั้นกับลูกชายของเธออยู่ที่นี่ด้วย ชายหนุ่มมองหน้าสองแม่ลูกที่ยืนประจันหน้ากับแม่ของเขาโดยมีประมุขหวังยืนคั่นกลางเอาไว้ แม่ลูกประคองกันไว้ราวกับกลัวว่าแม่ของเขาจะทำร้ายพวกมัน ทั้งๆ ที่พวกมันต่างหากเป็นฝ่ายทำร้ายครอบครัวเขาก่อน ดวงตากลมโตของเซียวจ้านเบิกกว้างขึ้นคงตกใจมากสินะที่เห็นเขาที่นี่ ถ้าเขาไม่แอบกลับมาก็คงจะปิดเรื่องนี้แล้วเขาหลอกใช้เขาไปจนตาย

“หวังอี้ป๋อ!” ทั้งเซียวจ้านพ่อและแม่ของเขาอุทานขึ้นพร้อมกัน ร่างสูงมองหน้าบิดาบังเกิดเกล้าก่อนที่จะหลับตาอดทนมองหน้าคนทรยศครอบครัวไม่ได้ เขาเคยนับถือใจผู้ชายคนนี้แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว หวังอี้ป๋อเดินผ่านเข้าไปกอดประคองหญิงวัยกลางคนที่ยืนซวนเซจวนจะล้มอยู่รอมร่อสงสารมารดาจับใจ



“พ่อทำแบบนี้กับผมกับแม่ได้ยังไง” นานกว่าเขาจะหาเสียงตัวเองเจอมันซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความเสียใจและผิดหวังถมทับด้วยความเจ็บปวดที่โดนคนที่รักที่สุดหักหลัง เขาเป็นคนหน้าโง่ที่ไม่รู้อะไรเลยสินะ

“อี้ป๋อฟังพ่อก่อนนะ!”

“ผมให้พ่ออธิบาย แต่พ่อต้องหาข้อแก้ตัวดีๆ หน่อยนะ” เขามองผู้ที่เคยนับถือว่าเป็นพ่อสลับกับชู้และลูกชู้คนนั้น เซียวจ้านพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาเลือกที่จะเมินการกระทำนั้นไปเสีย หวังอี้ป๋อจ้องหน้าประมุขหวังอย่างเอาเรื่อง

“คือพ่อ พ่อผิดไปแล้ว”

“...”

“พ่อพยายามแล้วแต่พ่อทำไม่ได้”

ทำไม่ได้หรือ...ทำอะไรไม่ได้! พยายามอะไรพยายามที่จะแอบมีสัมพันธ์ลับกับเลขาแล้วทรยศหักหลังเขาหักหลังแม่! หรือพยายามที่จะหยุดยั้งความสัมพันธ์ผิดบาปนี้แล้วบอกกับเขาบอกกับแม่ของเขาและพยายามเป็นคนที่ดีขึ้น



หึ! คิดว่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า สันดานคนสับปลับหลอกลวง!



“พ่ออย่าพูดว่าพยายามถ้ายังทำให้แม่เสียใจ!” เขาสุดทนเกินจะอดกลั้น ถ้าความโกรธของเขามันฆ่าคนได้เกรงว่าอีกไม่กี่วินาทีคงจะมีใครสักคนที่เป็นศพ

“อี้ป๋อ...”

“พอแล้วลูก”

“แม่อย่า...” เขากล้ำกลืนความเจ็บปวดลงคอ ไม่สนใจน้ำตาที่มันไหลมาไม่ขาดสาย คนที่เคยเคารพรักที่สุดทำให้ผิดหวังแล้วอย่างนี้จะให้เขาทำอย่างไร

“อี้ป๋อพอเถอะ”

“ผมเคยเคารพพ่อ เคยคิดว่าพ่อดีกว่าคนทั่วไป เคยคิดว่าพ่อแม่งดีที่สุดในโลกแล้ว!”

“...”

“แต่ผมคิดผิด พ่อมันก็แค่คนห่วยแตกคนนึง”

“หวังอี้ป๋อ!”

ฝ่ามือหนาฟาดลงมาที่ใบหน้าคมคายเขาหันตามแรงตบจนเกือบล้มลง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งปาก ชายหนุ่มถ่มมันลงพื้นพรมราคาแพงก่อนที่จะหันมาประจันหน้ากับบิดาดังเดิม ถ้าแค่ใช้กำลังแค่นี้คิดว่าจะทำให้เขาเจ็บ หึ! คิดผิดแล้วคุณหวัง

“หยุดนะคุณหวัง!” เป็นแม่ที่เข้ามาปกป้องเขาไว้ เป็นแม่มาตลอดไม่เลย แม่ของเขาแสนดีขนาดนี้แล้วทำไมพ่อถึงทำกับแม่ได้ลงคอ

“ทำไม...ทำไมพ่อทำกับพวกเราได้ลงคอ!” แรงเหนี่ยวรั้งที่แขนทำให้เขาไม่พุ่งเข้าใส่พ่อบังเกิดเกล้า มือแกร่งกำหมัดแน่นอยากจะอาละวาดให้ทุกอย่างมันพังลงพร้อมกันให้หมดตรงนี้

“ฉันเป็นพ่อแกนะ! อย่ามาพูดแบบนี้”

“มึงไม่ใช่พ่อกู!”

“อี้ป๋อ!”

เขาประคองแม่ไว้เมื่อเห็นว่าหญิงวัยกลางคนเริ่มจะยืนไม่ไหวแต่มารดากลับผลักเขาออกเธอพยุงตัวเองเดินไปที่โต๊ะทำงานของประธานหวัง คุ้ยหาของบางอย่างที่อยู่ในลิ้นชัก โดยสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เธอเป็นตาเดียว ไม่นานเธอก็หามันเจอ วัตถุทรงกระบอกสีดำขลับถูกหยิบติดมือมารดาขึ้นมาโดยที่เขายังไม่ทันที่จะก้าวไปคว้ามันออกจากมือเธอ ไกปืนก็ถูกลั่นออกไปพร้อมกับเสียงดัง



ปัง!!!



.



.



.



.



ไม่ทัน...เขาคว้าไว้ไม่ทัน



เสียงหวีดหวิวของสายลมดังสะท้านอยู่ในหู เสียงความว่างเปล่า วูบโหวง และเสียใจ กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในร่างกายของเขา ห้วงลมหายใจสะดุดกึก เขาได้แต่อ้าปากเพื่อหอบเอาอากาศเข้าไปในปอดทั้งๆ ที่ตอนนี้การมีชีวิตอยู่มันทรมานยิ่งกว่า หวังอี้ป๋อคิดอะไรไม่ออก เขาพุ่งตัวเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของมารดาที่นอนจมกองเลือดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่อ



แม่ของเขา ฆ่าตัวตาย...



กลิ่นคาวเลือดที่ชัดจนยิ่งขึ้นลอยเวียนอยู่ในอากาศ ภาพเศษสมองขาวขุ่นปนรวมกันกับเลือดสีแดงสดมันทำให้เขาแทบจะอาเจียน ประสาทสัมผัสของเขารับรู้แค่ว่าตอนนี้มีเสียงผู้หญิงกรีดร้อง มีคนเข้ามาในห้องนี้มากมาย แต่มันไม่สามารถดึงสติเขาไปจากร่างไร้วิญญาณที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาได้



แค่คิดว่าหลังจากนี้จะไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเขาก็เจียนขาดใจ



แม่ของเขาจากไปแล้ว จากไปที่ไกลแสนไกล โดยที่ทิ้งให้เขาอยู่บนโลกนี้แค่เพียงลำพัง



เขาจะต้อง...ทำอย่างไรดี



ชายหนุ่มร้องไห้คร่ำครวญเหมือนคนบ้าทุกอย่างมันพังลงกับตา เขารับรู้ทุกการกระทำของแม่ แม่เดินไปเปิดลิ้นชัก คว้าปืนของพ่อออกมา แล้วจ่อเข้าที่หัวตัวเอง โดยไม่ทันมีคำล่ำลาให้เขา แม่ไม่คิดกลัวสักเสี้ยววินาทีก่อนจะลั่นไก เขาเห็นแววตาของแม่ว่าเสียใจและโดดเดี่ยวเพียงใด



ทำไมกันนะ



ถ้าหากเขาวิ่งเร็วขึ้นอีกหน่อย ถ้าหากเขาคว้ามือแม่ไว้ไม่ให้เดินมาที่ตรงนี้ ถ้าหากเขากอดปลอบแม่และบอกว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร ถ้าหากเขาพาแม่กลับบ้านในตอนนั้น เขาคงไม่ได้คว้าเอาไว้แค่เพียงร่างไร้วิญญาณของแม่ในตอนนี้



ทำไมการจากลา ช่างเจ็บปวดเหลือเกิน



เขานั่งกอดร่างของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยไม่สนว่าคนรอบข้างจะกรูเข้ามาราวกับห่าฝน กลิ่นเลือดชวนคลื่นเหียนอาเจียนมันตีรวนปนกับความเศร้าโศกจนไม่อาจบอกได้ว่าความเจ็บความเสียใจนี้มันมากมายขนาดไหน สองมือที่เคยโอบอุ้มเขาในยามที่เขาล้ม วัยเด็กที่มีแม่คอยจับจูงนำทางไปเสมอ ทุกครั้งที่ไม่ว่าเขาจะร้ายหรือดี ยังมีแม่ที่รออยู่ที่บ้าน รอให้เขากลับไปหา กลับไปกอด ทุกครั้งที่เขาทะเลาะกับพ่อยังมีแม่ที่คอยสร้างรอยยิ้มสร้างเสียงหัวเราะเป็นกำลังใจให้กับเขาเสมอ แล้วนี่มาจากกันไปไกลแบบที่คว้าเข้ามากอดไว้อีกครั้งไม่ได้ แบบนี้จะให้เขาทำอย่างไร ทำไม่แม่ไม่เห็นใจเขาเลย



ต่อจากนี้เขาจะอยากกลับบ้านไปทำไมในเมื่อพบว่าไม่มีคนที่รักรอคอยการกลับมาของเขาเลย



แล้วเขาควรต้องทำอย่างไรต่อไปดี

แม่ไม่รอเขาหน่อยหรือไม่รอลูกชายคนนี้เสียหน่อย เขาเป็นความภูมิใจของแม่นี่ แม่พูดเสมอว่าแม่ภูมิใจในตัวเขาที่สุด คำว่ารักที่มาจากแม่มันสวยงามที่สุดแล้วสำหรับเขา ชายหนุ่มก้มมองสองมือของมารดาที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมสีเลือดเขาคิดเสียดายที่ก่อนนั้นไม่เคยกอดแม่เลย การทานข้าวด้วยกันในสวนดอกไม้คือความทรงจำครั้งที่ดีที่สุดครั้งสุดท้ายของเขากับแม่ มันเหมือนเกิดขึ้นนานเป็นชาติจนเขาก็แทบจะลืมเลือนมันไปแล้ว

“แม่บอกว่าจะฉลองวันเกิดกับผม ทำไม แม่...” เขาพูดไม่จบประโยคหยดน้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสายมันจุกอกไปหมด จะทำยังไงให้ยอมรับกับความเสียใจครั้งนี้ได้

“แม่บอกว่าอยากเห็นผมรับปริญญา...” แต่เรื่องเหล่านั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าเขาจะเสียใจหรือดีใจที่สุด ไม่ว่าจะถึงจุดตกต่ำของชีวิตหรือจุดสูงสุดของชีวิต ก็จะไม่มีผู้หญิงที่เรียกว่าแม่คอยยืนอยู่ข้างๆ อีกแล้ว

“ฮึก...อย่าทิ้งผมไปแบบนี้”

“เรายัง ไม่ได้ถ่ายรูปรับปริญญาด้วยกันเลยนะ”

ขอให้มันเป็นฝันร้ายจะได้ไหม

เขายอมรับไม่ได้ถ้าหากว่า

ข้อความสวัสดีตอนเช้า จะไม่ถูกส่งจากผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล

















ก่อนอื่นสวัสดีปีใหม่ทุกคนก่อนนะ ขอให้2021เป็นปีที่ดีกว่าเก่า ให้ทุกคนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง ประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่คิดที่หวังไว้ และก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้อย่างง่ายดายนะคะ สาธุ

วันนี้มาอัพทุ่มเลยเพราะติดงานค่ะสารภาพตรงนี้55555 งานท่วมหัวหนักมากหลังจากที่เททุกอย่างไปปีใหม่ ยังไงก็ขอคอมเมนต์+ไลค์ เป็นกำลังใจให้เรา หวังอี้ป๋อ และเซียวจ้านด้วยนะคะ ปมเริ่มเปิดมาแล้วค่ะ ยังไงก็ฮึบๆเอาใจช่วยพวกเขาไปด้วยกันนะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด