#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ : ทิศเหนือ (YAOI). : บทที่ 1 (17/10/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: #เรื่องเล่าจากเปลวไฟ : ทิศเหนือ (YAOI). : บทที่ 1 (17/10/63)  (อ่าน 173 ครั้ง)

ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนYออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
*****************************************

บทที่ 1 ทิศเหนือ

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

นัยน์ตาสีฟ้าครามสะท้อนภาพดวงดาวนับล้าน

ฝ่ามือเอื้อมออกไปหวังครอบครอง

ความรู้สึกที่พอกำฝ่ามือแล้วแสงสว่างน้อย ๆ นั่นหายไปเหมือนไขว่คว้าไว้ได้

เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าครามกระตุกยิ้มเบา ๆ



“สมหวังแล้วเหรอ” คำถามถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงสายลมหนาวที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้นในยามนี้ “น่าอิจฉาคนอื่นชะมัด ทำไมฉันถึงไม่สมหวังบ้าง อยากขอให้ตัวเองเป็นคนอื่น”

พูดกับลมฟ้า

พูดระบายมันออกมาเพราะน้อยใจในโชคชะตา

ถ้าหาก...

กลายเป็นคนอื่นได้ก็ดีน่ะสิ

“ตลกจัง ความคิดของนาย”

“อ่า...”

ร่างสูงยันกายลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย แสงสีฟ้าอ่อนจางไล่ระดับไปตามผืนหญ้า มันกำลังใกล้เข้ามายังบริเวณที่เข้านั่งอยู่ กีบเท้าของสัตว์ป่าย่ำลงตอบเขาในทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร คนที่เขาคิดใช่หรือไม่

“เอาเวลาตัดพ้อไปตั้งใจในหน้าที่ของตัวเองดีกว่าไหม พันตรี” ร่างสง่าของกวางป่าก้าวเดินออกมาจากเงามืด แสงสีฟ้าอ่อนที่แผ่ออกมายามก้าวเดินลอยฟุ้งโอบล้อมร่างนั้น ความอบอุ่นเหมือนถูกปกป้องส่งไปยังมนุษย์ที่เอาแต่นั่งมองท้องฟ้า “พี่เตือนแล้วนะ”

“คนเก่งอย่างพี่จะเข้าใจอะไร นาวา” เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าทำหน้ามุ่ย “พี่เรียนเก่ง พี่ทำอะไรก็ถูกชมต่างจากผมเยอะที่ทำอะไรก็โดนตำหนิ”

“ทำไมถึงเลือกที่จะใส่ใจในเรื่องที่ไม่สมควรใส่ใจ” ร่างของกวางป่าหายไปแล้ว เหลือเพียงร่างสูงโปร่งที่ยืนถือตะเกียงส่องหน้าน้องชายขี้บ่น “ชอบเอาอะไรมาบั่นทอนตัวเอง”

“พี่ไม่คิดบ้างหรือไงว่าคำพูดของคนอื่นมันสามารถฆ่าเราได้ ผมโดนมาตลอดชีวิตจนคิดแง่ดีไม่ไหวแล้ว”

“ก็แค่คนอื่นไม่ใช่เหรอ คนพวกนั้นมีค่าพอให้นายคิดร้ายกับตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ”

“ก็ได้ ๆ” คนน้องยกมือยอมแพ้ต่อพี่ชายหน้านิ่งไร้อารมณ์ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “จะกลับบ้านแล้ว ไปทำหน้าที่ของตัวเอง”

“อีกอย่างอย่าออกมาในสภาพนี้ให้บ่อยนัก สิ่งมีชีวิตข้างล่างเท้าของนายไม่ใช่สิ่งที่ดีกับพวกเรา นายก็รู้”

“มนุษย์น่ะเหรอ” พันตรีเอียงหัวไปมา “พี่เคยคุยกับพวกเขาแล้วเหรอ”

“กลับบ้าน” นาวาหันกายกลับเข้าป่าพร้อมคืนร่างเป็นกวางป่า แสงสีฟ้านำทางทั้งสองกลับบ้าน

พันตรีมองตามหลังพี่ชายของตัวเอง ก่อนถอนหายใจแล้วคืนร่างเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน แต่แค่พันตรีต่างออกไป

พันตรีกลายเป็นกวางป่าสีขาวงดงาม

ทุก ๆ ก้าวเดินถูกประดับไปด้วยแสงสีขาวของเกล็ดหิมะขนาดเล็ก

สี่เท้ารีบก้าวเดินตามร่างของพี่ชายกลับบ้าน แต่ก็ไม่วายหันหลังกลับไปมองเบื้องหลังที่จากมา เพราะสิ่งที่เขาสนใจ มันดึงดูดให้เขาอยากนั่งมองมันให้นานมากกว่านี้

ดวงดาวเหล่านั้น







ดวงดาวนั่น...

นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองแสงระยิบระยับห่างไกล

ชายเสื้อคลุมโบกพลิ้วไปตามสายลมเอื่อย

“พ่อของท่านบอกไว้ พรุ่งนี้เช้าต้องออกเดินทาง”

“ฉันรู้”

“ท่านควรเข้านอน อย่าเอาแต่นั่งมองดวงดาว”

“แล้วนายไม่เข้านอนหรือไง”

“รอท่านหลับสนิท นายหัว” เจ้าของชื่อยกยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับคนที่ยืนรอ เวลาที่เขาคิดมากก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ท้องฟ้าน่ะ มีเสน่ห์เหลือเกิน

ลืมไป...

ว่าด้านหลังเขาน่ะ ไม่ใช่คนสักหน่อย

“เก้า” นายหัวลุกขึ้นยืนพลางเอื้อมมือลูบหัวอีกคน ไม่นานร่างของเจ้าของชื่อก็ถูกคืนสภาพเป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกสีขาวสะอาดตา ปานแดงบนหน้าผากเรืองแสงในความมืด ตาเฉี่ยวตวัดมองเจ้านายของตัวเองที่ยังไม่ละสายตาออกจากดวงดาวบนท้องฟ้า เจ้าสุนัขตัวใหญ่ส่ายหน้าไปมาเบา ๆ

“นายหัว เปลวไฟในตะเกียงใกล้ดับแล้ว อากาศไม่ดีเท่าไหร่”

ร่างสูงตวัดชายผ้าคลุมไปด้านหลังก่อนเดินไปยังเตาผิง นัยน์ตาสีดำสะท้อนภาพเปลวไฟ ตัวอักษรสีแดงลอยเรียงออกมาเป็นคำสั้น ๆ แล้วสลายหายไปในพริบตา คิ้วเรียวของนายหัวขมวดเข้าหากัน

“มีคนรู้จัก...”



“ผู้ถือหอกนั่นด้วย”

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-10-2020 10:05:57 โดย Rxtxr »

ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
บทที่ 2 พันตรี

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

ร่างงามสง่าของกวางป่าสองพี่น้องยืนจ้องมองหมู่บ้านด้านล่างจากมุมผาสูงชัน คนพี่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ หลังจากที่ฟังน้องชายขี้บ่นร่ายยาวถึงมื้อเช้าไม่หยุด เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์ว่ากล่าวเขาด้วยซ้ำในเมื่อตื่นสายเองแท้ ๆ 

นาวาส่ายหัวไปมา เสียงกระพรวนที่ประดับไว้บนเขาคู่งามส่งเสียงใสกริ๊ง 

"นายควรโทษตัวเองนะ" เสียงของพี่ชายดังแทรกบทพูดยาวเหยียดของคนข้างกาย พันตรีชะงักค้างก่อนหันไปมองใบหน้าด้านข้างของพี่ชาย ดวงตาสวยนั้นหลับพริ้ม หูเรียวลู่ไปด้านหลังเพื่อฟังบางสิ่งบางอย่าง 

"ทำอะไรของพี่น่ะ" น้องชายตัวแสบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนกระซิบถามเบา ๆ "ทำไมถึงได้เมินเฉยใส่ผมครั้งแล้วครั้งเล่า"

"เงียบหน่อย" 

"นี่!" พันตรีย่ำเท้าไม่พอใจ 

"ฉันบอกให้เงียบ แล้วตั้งใจฟัง" 

พันตรีกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมหลับตาตามที่พี่ชายบอก พลันก็ได้ยินบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ใจของเขาเต้นรัว

มันคือเสียงที่แผ่วเบาราวกระซิบ

พันตรีกลั้นหายใจฟังเสียงที่วิ่งอยู่ในหัว มันคืออะไรกันเนี่ย!?

มันเป็นบทสนทนาของมนุษย์ที่อยู่ห่างไกลออกไป

พี่ชายของเขาคงกำลังดักฟังบางสิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายต่อพวกเรา 

ไม่มีมนุษย์หน้าไหนเข้ามาในป่านี้นานมากแล้ว และถ้าวันหนึ่งพวกเราโดนจับได้ว่าสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องคิดเยอะอะไรเลย

อันตราย

"เราต้องลงจากเขา" นาวาลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ หายใจเข้าลึก นัยน์ตาสีเดียวกันกับน้องชายมองเลยผ่านไปไกลแสนไกลไม่มีจุดหมาย

"หมายความว่าไง" 

"พวกนั้นพยายามตามหาบางสิ่ง ฉันคิดว่านายควรกลับบ้านไปเอากล่องที่อยู่ในห้องใต้ดิน แล้วหนีไป ฉันจะตามไปทีหลัง" นาวาหันหลังกลับ ทอดส่ายตามองน้องชายที่เอียงคอมองด้วยความสงสัย "อย่าคืนร่างเด็ดขาดเข้าใจไหม"

"พี่ได้ยินอะไร เหมือนฉันรึเปล่า" พันตรีก้าวเท้าเดินตามหลังพี่ชายเข้าป่า พยายามเดินตีคู่ให้ทันเขา ความงุนงงก่อตัวขึ้นมาหนาเหมือนเมฆฝน "ฉันได้ยินว่าจะมีคนเข้ามาในป่า!"

"พี่บอกให้ไป! เอามันออกจากป่าไป!" 

พันตรีเบิกตากว้าง 

นาวาเมื่อเห็นน้องชายนิ่งไปก็รีบใช้เขาคู่งามผลักร่างน้องติดต้นไม้ใหญ่ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากอย่างนี้!

"นาวา นาวาเดี๋ยว! แต่ฉันไม่สามารถสู้ใครได้" พันตรีเอ่ย "ฉัน...ฉันทำแบบที่คนอื่นทำไม่ได้"

"สู้สิ แบบสัตว์ป่า นั่นคือทางออกของคนแบบนาย" นัยต์ตาเยียบเย็นมองน้องชาย คำพูดกรีดใจของพี่ชายทำให้พันตรีน้ำตาคลอ

เขามันไร้ค่า

ไร้ความหมาย

นาวาหันหลังวิ่งจากไป ...

ทิ้งให้พันตรียืนเดียวดายอยู่ที่เดิมกับคำพูดที่เสียดลึกตัดขั้วหัวใจ







"ท่านนายหัว พร้อมหรือยัง" 

สุนัขจิ้งจากจ้องมองร่างสูงโปร่งที่กำลังตรวจดูปืนล่าสัตว์ อาวุธมากมายถูกจัดเตรียมเพื่อให้พร้อมกับการเดินทางในครั้งนี้ ร่างของสัตว์คู่กายขยับยืนเต็มเท้าเมื่อเจ้านายเอื้อมมือเข้ามาลูบด้านข้างของลำตัว ส่งสัญญาณว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว

"เครื่องจับบังคับแน่นหรือไม่นายท่าน" นัยน์ตาคมขยับมองร่างของชายหนุ่ม พลางทวนถาม "ข้าไม่อยากให้ท่านร้อนใจ"

"แน่นแล้ว" นายหัวถีบตัวส่งขึ้นไปคร่อมขี่บนสัตว์คู่ใจ ดึงรั้งสายบังคับเพื่อทดสอบว่าแน่นหนาพอหรือยัง "เก้า อย่าลืมที่ฉันบอกไว้"

"ข้าจำได้" เสียงขู่คำรามลอดออกมา 

"ไปนำมันกลับมาให้พ่อกันสหาย" 

พูดจบ ร่างปราดเปรียวของสัตว์ป่ากระโจนวิ่งมุงหน้าเข้าสู่ตัวเมือง ผ่านทุ่งหญ้าและตัดเข้าไปยังป่า...

เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกยอมรับ!





"อยู่ไหนกันนะ" พันตรีในร่างของมนุษย์มองหาของที่ต้องการ นัยน์ตาสีครามกวาดมองหากล่องไม้ที่ซ่อนบางสิ่งไว้ เขาไม่รู้เลย แต่จำได้ว่าพี่ชอบเอาเข้าๆออกๆห้องใต้ดินอยู่บ่อยครั้ง 

อะ!

เจอแล้ว!

พันตรีขยับสิ่งกีดขวาง ดึงกล่องไม้ที่หนักพอตัวออกมาจากที่ซ่อน ฝ่ามือลูบไล้ไปตามลวดลายสวยงามบนตัวกล่องไม้สีเข้ม อยากเปิดดูแต่ก็ต้องรีบออกจากบ้านแล้ว ถ้าชักช้าพี่นาวาอาจจะวิ่งควบไปถึงจุดนัดพบ 

พี่นาวานะพี่... กล้าทิ้งกันแถมพูดจาทำร้ายกันได้ลง!

พันตรีสะพายกล่องไม้ไว้ข้างตัว พลางวิ่งออกจากบ้านพร้อมแปลงกายเป็นกวางสีขาว เกล็ดหิมะลอยฟุ้งยามควบวิ่ง ถึงจะกลายร่างได้ แต่เขาใช้มนต์คาถาไม่ได้ไง! เขาถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้! 

ให้ตายสิ ถ้าหากเขาทำพลาด

ถ้าหากเขาทำพี่ผิดหวังหรือโกรธล่ะ

เขาจะยอมรับสิ่งที่ตามมาได้ไหม...

ตุ้บ!

ร่างงามสง่ากระโดดข้ามขอนไม้ใหญ่ กล่องไม้กระแทกลงบนหลังทำให้ร่างของพันตรีเซเล็กน้อย ตอนเป็นกวางนี่ลำบากหน่อยตรงที่ทรงตัวยากในยามแบกของหนัก 

ตอนนี้ป่าเงียบมาก...

เงียบจนน่ากลัว

พันตรีก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อลอดผ่านอุโมงค์พุ่มไม้ ถ้าหากเขาคู่งามติดขัดคงยากลำบากเวลาเอาออก นี่คือจุดตายของกวางเช่นพวกเขา

จุดนัดพบยังอยู่อีกไกล 

และที่พี่นาวาแยกตัวออกไปอีกเส้นทางคงมีธุระสำคัญ

หรือบางทีเขาอาจจะกำลังวิ่งพุ่งเข้าชนศัตรู

ปัง!

หูเรียวกระดิกตั้งตรง ร่างสง่ายืดตัวตามสัญชาตญาณ พันตรีหันมองรอบกายด้วยความตื่นตระหนก 

ไม่ไหวแล้ว...

ความกลัวทำให้เขาหายใจไม่สะดวก

"พี่นาวา..." พันตรีพูดชื่อพี่ชายเสียงแผ่ว ปกติเวลามีอะไรจะมีพี่อยู่ด้วยเสมอ แต่ยามนี้เขามองไม่เห็นใครเลย!

กรอด

และแล้ว ความกลัวก็พุ่งขึ้นจนรู้สึกเจ็บอกไปหมด ภาพตรงหน้าทำให้ขาทั้งสี่ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ตั้งท่าเตรียมขย้ำเหยื่อ ฟันแหลมคมขบกันแน่น

"เก้า"

"!!!"

"ฆ่ามัน" 

พันตรีเบิกตากว้าง

ขาทั้งสี่ขยับถอยหนีอันตรายจากสัตว์ร้ายตรงหน้า บนหลังของมันมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวไม่แพ้ไปกว่ากัน...

ที่น่ากลัว

เพราะมีปืน

ตุ้บ!

ร่างของชายที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทกระโดดลงจากหลังของสัตว์คู่กาย นัยน์ตาสีดำเหมือนทะเลลึกจับจ้องมองมาที่กวางป่าสีขาวแปลกตา แต่สิ่งที่ดึงดูดไม่ใช่อะไรอื่น

กล่องนั่น...

"เจอแล้ว"

"อะ...!"

"ไป!" ปลายกระบอกชี้พุ่งตรงไปยังร่างของกวางป่า เก้าพุ่งตัวด้วยความเร็ว ถ้าหากพันตรีไม่มีสติพอคงพลาดท่าโดยกรงเล็บคมนั้นตบจนตัวลอย 

ขาหน้ายกหลบกรงเล็บ ก่อนหมุนกายวิ่งย้อนกลับหลังคืนสู่เส้นทางที่จากมา ความหวาดกลัวกัดกินจนไม่มีสติเพียงพอที่จะประมวลอะไรได้มาก การวิ่งควบหนีศัตรูอันตรายคือคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว 

ปัง!

"อ๊ะ!" เจ้ากวางป่าเอียงตัวหลบกระสุนที่พุ่งเฉียดข้างตัวไป ที่หางตามองเห็นเงาของเจ้าหมาบ้าพลัง แรงสังหารกระจายไปทั่วบริเวณ 

"ฉันจะต้องทำยังไง" พันตรีพูดกับตัวเอง มองหาทางหนีอื่น ถ้าหากวิ่งย้อนกลับทางเดิมข้างหน้าจะเป็นหน้าผาชัน

กรอด

ทว่า...

ร่างของเจ้าหมานั่นกลับโผล่มายืนขวางทางพร้อมอวดคมเขี้ยวแหลม 

นัยน์ตาวาววับไปด้วยแรงสังหาร การแยกเขี้ยวขู่คำรามส่งผลให้ภาพนั้นติดตากวางป่า

ผมจะไม่ลืมวินาทีนี้เลย...

วินาทีที่ผมอยู่ใกล้กับความตาย

"อย่าเข้ามานะ" พันตรีถอยหนีจนชนเข้ากับต้นไม้ 

"ส่งมันมา อย่าช้าเจ้ากวางน้อย" อุ้งเท้าหนาจิกลงกับพื้นดินเตรียมตบเหยื่อ "ไม่งั้นแกต้องตาย"

"ฉันไม่เข้าใจ! นายต้องการอะไร"

"หอกนั่น"

"หอก?" 

"ส่งมาให้ข้า!!" 

ขวับ!

พันตรีหมอบลงหลบอุ้งเท้าหนานั่น ก่อนโจนทะยานไปข้างหน้าเอาชีวิตรอด ขาทั้งสี่เริ่มล้าแล้ว การแบกของหนักไปพร้อม ๆ กับการวิ่งติดกันยาวนานทำให้รู้สึกเหนื่อยจนแทบขาดใจ

แต่ถ้าหยุด

ก็จะตายทันที

นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองบริเวณโดยรอบรวดเร็วก่อนวิ่งหนีเข้าไปหลบยังพุ่มไม้ที่เต็มไปด้วยหนามแหลม 

เขายอมเจ็บ

ถึงจะอันตรายแต่ก็ทำให้อุ่นใจได้บ้าง

'อย่าคืนร่างเด็ดขาดเข้าใจไหม'

เสียงของพี่ชายวนอยู่ในหัว พันตรีกำลังตัดสินใจ 

การคืนร่างเป็นมนุษย์อาจทำให้เขารอดมากกว่าอยู่ในร่างของกวางป่านี่ นอกจากเขาสวยงามก็ไม่อาจสู้อะไรใครเขาได้ แต่ถ้าหากเป็นคน

เขามีอาวุธ

มันคือ กริช

อีกทั้งยังเคลื่อนไหวได้ดีกว่าอะไรที่ใหญ่กว่าร่างกายบาง ๆ ด้วย

"ฉันต้องตัดสินใจ" พันตรีหลับตาอย่างช้า ๆ "ฉันเลือกแล้วนี่ ฉันขอโทษนะพี่ ถ้ารอดชีวิตฉันจะพยายามอย่างหนัก"

พูดจบ ร่างของกวางป่าก็แตกสลายกลายเป็นเกล็ดหิมะ แทนที่ด้วยร่างของเด็กหนุ่ม กล่องไม้ถูกดึงกระชับให้แนบกับลำตัว สายตากวาดมองหาเงาของนักล่า

ไม่เจอ

ตอนนี้แหละ!

จังหวะที่พันตรีเตรียมวิ่งออกจากพุ่มไม้

ลูกกระสุนพุ่งแหวกอากาศเฉียดหน้าของเขาไป ร่างทั้งร่างหงายท้องกลิ้งไปตามพื้น เพราะแรงรั้งของกล่องด้วยที่ทำให้พันตรีไม่สามารถทรงตัวได้อย่างที่ตั้งใจ 

"โอ๊ย!" แย่แล้ว เขาคิดผิดสินะที่ใช้ร่างคน ร่างกายบอบช้ำง่ายกว่าที่คิดไว้ "บ้าเอ๊ย!"

ฉึก!

ร่างของชายสวมหน้ากากจิ้งจอกขาวพุ่งเข้ามาปักมีดสั้นเหนือหัวเขา ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนร่ายรำ กลีบซากุระร่างโรยยามชายเสื้อนั้นพลิ้วไหว ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงแค่คืบ

นัยน์ตาสีแดงจ้องมองเขาราวกับจะจับกิน

"ส่งมา"

"มันคือของพี่ชายฉัน"

"หัวขโมย" ร่างด้านบนง้างมือเตรียมทิ่มแทงร่างของพันตรี "เจ้าหัวขโมย!!" 

เคร้ง!

พันตรีใช้คมกริชป้องกันตัวเองในทันที ก่อนจะยกขาถีบร่างของเจ้าหมานั่นที่ไม่รู้ว่ามันกลายร่างได้ไถลลงเนินไป  เขาต้องหนี!

หนีไปให้ไกล!

ไม่ให้พวกมันหาเจอ

"ฮึก..." ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น พยายามกลั้นสะอื้น เขาไม่อยากอ่อนแอแบบนี้ อยากทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ใช่ภาระของพี่ ถ้าหากเขาดูแลตัวเองได้ดี ครอบครัวเขาคงอยู่กันพร้อมหน้า

ปัง!

"อึก!" ฝ่ามือกุมท้องโดยพลัน หยาดโลหิตทะลักออกมาจากบาดแผล พันตรีทรุดกายลงกับพื้น

นี่คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พี่ชายของเขาห้าม

แต่เขาละเลยข้อห้ามนั้นเพราะการเป็นมนุษย์ย่อมดีกว่ากวางป่าเป็นไหน ๆ

กวางป่าที่ใคร ๆ ต่างก็ชมว่าสวย สง่า แต่กลับไม่มีค่าอะไรเลยน่ะเหรอ

"นาวา..." 

ฉันขอโทษ...

"ไง"

ความเย็นจากปลายกระบอกปืนไล้ไปตามใบหน้า ก่อนจะหยุดที่ปลายคาง ร่างสูงในชุดออกล่าออกแรงดันให้ใบหน้าของพันตรีเงยขึ้น

นัยน์ตาสีฟ้าครามวาวไปด้วยหยาดน้ำตา...

ร่างสูงหยุดหายใจไปชั่วขณะ 

'สวย'

พันตรียอมจำนนแล้ว

"ยะ...อย่าทำผม ฮึก" 

"...มันเป็นคำสั่งน่ะ ขอโทษนะ"

ปลายกระบอกปืนยกขึ้นจ่อที่หน้าผาก 

นิ้วเรียวเตรียมเหนี่ยวไก

ฟิ้ว!

"นายหัว!" ร่างของเจ้าจิ้งจอกกระโจนเข้ามาคาบนายของมันให้หนีจากลูกศร ปืนประจำกายกระเด็นหลุดออกจากมือไป ดวงตาของนักล่าตวัดมองร่างของชายหนุ่มที่เล็งคันศรมาที่พวกเขาทั้งสองคน

"นาวา" ใบหน้าซีดของน้องชายทำให้นาวารู้สึกหงุดหงิด อะไรที่บอกห้ามไว้ก็ไม่เคยจะเชื่อฟังกันสักครั้ง แล้วเป็นไง! 

"ออกไปจากน้องชายฉัน ไอ้พวกเลว" และการที่เขาคืนร่างเป็นคนก็ไม่ได้ฉลาดนักถ้าเบื้องหน้าคือมนุษย์ 

นายหัวจดจำทุกอย่างไว้...

อีกคนถ้าขึ้นชื่อว่าพี่ชายก็น่าจะสายพันธุ์เดียวกัน

เขายกยิ้มมุมปาก

มีไม่มากนักที่สัตว์ป่าจะกลายร่างเป็นคน

ยิ่งคนน้องที่หน้าตาน่าแกล้งนั่นด้วย เขารู้สึกติดใจแล้วสิ :) 

แต่คำสั่งก็คือคำสั่ง 

"เก้า นำหอกกลับบ้าน"

"อย่าแม้แต่จะคิดคุณชาย ถ้าเเตะมัน ก็เตรียมตัวตายได้เลย" นาวาขู่ 

"มันไม่ใช่ของพวกนาย" นายหัวพูดเสียงเข้ม "มันคือของพ่อฉัน"

"โกหก..." มันจะเป็นแบบนั้นได้ไง ก็ในเมื่อ...





"มันเป็นของฉัน" 

พันตรีคว้าหอกที่ว่านั่นออกมาจากกล่อง 

พยายามที่จะทรงตัวให้ยืนไหว ต้องการจะหาคำตอบว่าทำไมของสำคัญถึงได้ถูกตามล่า 

"ฉันเป็นผู้ที่สามารถจับมันโดยที่ไม่ตาย"



นายหัวกระตุกยิ้มพอใจ เขาไม่ได้ต้องการหอก

แต่เขาต้องการคนตัวเล็กตรงหน้าต่างหาก :)

​​



​​​​​












ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
บทที่ 3 พันตรีเด็กโง่

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

'เด็กโง่เอ๊ย!' นาวารีบแปลงกายกลับคืนเป็นกวางป่า พลางเสกคาถาสร้างม่านพลังงานครอบร่างน้องชายบ้า ๆ บอ ๆ ของตัวเองไว้ให้รอดพ้นจากคนแปลกหน้า ที่รีบป้องกันพันตรีเพราะเขาเห็นชายคนนั้นขยับตัวเตรียมที่จะเข้าไปประชิดร่างที่บาดเจ็บ 

"เด็กโง่! พี่บอกอะไรนายเคยฟังบ้างไหม" กวางป่าคืนสภาพเป็นมนุษย์อีกครั้ง สองแขนโอบกอดร่างขาวซีดเพราะเสียเลือดไว้แน่น สายตาดุ กับน้ำเสียงที่สามารถฆ่าเขาให้ตายคาอกได้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแย่เหมือนที่แล้วมา นัยน์ตากลมปรือมองพี่ชายของตัวเองก่อนระบายรอยยิ้มออกมา "ยิ้มอะไร"

"ฉันเพิ่งรู้ความลับ..." พันตรีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พยายามที่จะยืนแต่ก็ไม่ไหว เขาไม่อาจเข้มแข็งได้อีกต่อไปแล้ว "นาวา ฉันคิดว่ามันคือส่วนนึงของพี่มาตลอดเลย"

นาวามองเข้าไปในแววตาของน้องชาย

ภาพในอดีตสะท้อนอยู่ภายในนั้นซ้ำ ๆ เขาไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าความจริงจะถูกเปิดออกมาเร็วมากขนาดนี้ 

นาวากัดปาก

เขาพยายามระงับความโกรธในโชคชะตาของคนตรงหน้า

เขาไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว

"เลิกคิดพันตรี ตอนนี้นายต้องอยู่นิ่ง ๆ พี่จะช่วยสมานแผลให้" แสงสีฟ้าลอยฟุ้งอยู่รอบกายของสองพี่น้อง นาวากำลังเรียกใช้เวทมนต์ แต่พลังที่จะเรียกใช้ก็ไม่เสถียรเท่าไหร่ เพราะเขายังคุมสติตัวเองไม่ได้ในตอนนี้

"ส่งน้องชายของนายมาให้ฉัน" 

"อะ...?" พันตรีเงยหน้าขึ้นไปสบตากับร่างสูงที่ทำร้ายเขา ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้า มีเพียงม่านพลังกั้นระหว่างเราไว้เท่านั้นเอง 

"อย่ามายุ่งกับน้องของฉัน ไอ้มนุษย์ใจทราม" นาวากอดร่างของน้องชายไว้แนบอก 

"หึ" นายหัวเหยียดยิ้มร้าย "ควรรู้ไว้ ว่าตามปกติแล้วถ้าไม่ใช่สิ่งมีชีวืตแบบพวกนายก็คงเป็นได้แค่ผักปลา แต่สำหรับพวกนาย...โดยเฉพาะเด็กคนนั้น" 

นายหัวจ้องมองใบหน้าของพันตรี ก่อนจะหลุดประโยคที่ชวนอ้วกออกมา

ร่างเล็กกว่าใครอีกคนเริ่มสั่นสะท้าน

"เป็นเครื่องผลิตชั้นดีเลย พวกฉันมองพวกนายเป็นของไว้ใช้สำเร็จความใคร่ กำไรที่ได้ก็คงเป็นเด็กในท้อง"

"แก!!" นาวากัดฟันข่มอารมณ์ร้อน เขาพยายามใช้เวลาทั้งหมด ณ ตอนนี้เยียวยาพันตรีให้ดีขึ้น "ไม่ว่าจะหน้าไหนก็เหมือนกันหมด"

เจ้าของดวงตาสีดำสนิทจับจ้องคนที่ตัวเล็กกว่าเขา ใบหน้าของเด็กนั้นซีดเพราะเสียเลือด แต่สิ่งที่ดึงดูดให้จับจ้องคงเป็นริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันนั่น ไหนจะตอนที่อ้อนวอนไว้ชีวิต

แต่อีกใจนึงก็สั่งให้เขาต้องทำลายเด็กนี่!

เพราะเป็นคนที่มีของในครอบครอง 

"อย่านะ..." 

"นายจะมีประโยชน์ ถ้ามาอยู่กับฉัน"

"พันตรีอย่าไปฟังมัน" นาวากระซิบชิดใบหูน้องชาย เขาภาวนาไม่ให้คนในอ้อมกอดคิดอะไรไม่ดี ถึงเขาจะดุ ถึงจะเผลอพูดจาทำร้าย แต่เพราะเป็นห่วงทั้งนั้นเลย เขาจะพยายามถนอมคนในอ้อมกอดให้มากยิ่งขึ้น "พี่ขอโทษนะที่พูดจาแบบนั้น"

"ผมแค่อยากมีประโยชน์ มีความสามารถ เก่งแบบพี่" ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนหายไป 

"อดทนหน่อยนะ กระสุนกำลังจะออกมาแล้วน้องพี่"

ภาพของสองพี่น้องอยู่ในสายตาของมนุษย์หนุ่ม มันเป็นความรู้สึกที่แอบซับซ้อนนิดหน่อย ถึงในใจอยากจะทำลายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ตาย แต่อีกหนึ่งความคิดคืออยากรักษาไว้มากกว่า มันไม่ใช่อาการหลงรัก แต่มันคือความประทับใจในความงามของกวางเด็กนั่น ดูยังไงก็อายุน้อยกว่าเขาสัก 3-4 ปี ส่วนคนพี่ก็น่าจะเท่า ๆ กัน 

มิตรภาพของพี่น้องที่เขาไม่เคยได้สัมผัส 

ถึงจะมีครอบครัวขนาดใหญ่ก็ตาม แต่ อำนาจและการเติบโตในเส้นทางของการเมืองและการปกครองมันมีมากกว่า คนในครอบครัวจึงต้องหันคมดาบใส่กัน

ถึงกับฆ่ากันตาย...

"เก้า"

"..."

"กลับไปรายงานภารกิจ..." ชายผ้าคลุมสะบัดใส่ใบหน้าของสองพี่น้องที่นั่งกอดกันกลม ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนตัดสินใจละทิ้งภารกิจให้ล้มเหลว "ทางที่ดีพาเขาเข้าเมืองไปดีกว่า ก่อนที่น้องของนายจะตาย"

"..."

"ฉันจะมาพาตัวน้องชายของนายไปแน่นอน แต่ยังไม่ใช่วันนี้ เจ้ากวางป่า" 

จิ้งจอกยักษ์ส่งเสียงขู่ในลำคอ สายตาคมตวัดมองสองร่างนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ทำไมนายท่านถึงได้ปล่อยมันไปพร้อมกับหอกลึกลับนั่น

"อย่าลืมนะพวกนาย..." ร่างสูงขึ้นนั่งบนหลังอสูรกาย เสี้ยวหน้าคมเผยออกมาจากเสื้อคลุมสีดำ "ว่าพวกฉันรู้ว่าพวกนายเป็นตัวอะไร ระวังเปลวไฟจะเรียกหา"

นาวาแววตาไหวสั่น เขามองตามเงาของศัตรูที่ค่อย ๆ ขยับไกลออกไป 

"ไม่มีวัน"

"..."

"ที่พวกแกจะได้ตัวน้องชายฉันไป" นาวาก้มลงหอมหัวน้องชายด้วยความรักใคร่ พันตรีหลับไปแล้ว ฝ่ามือหนาที่เปื้อนเลือดคลายออกเผยให้เห็นลูกกระสุนสีเงิน









"อึก...อ่า" ฝ่ามือหนาชักรูดแก่นกายที่แข็งขืน เจ้าของใบหน้าหวานที่อยู่ในความคิดกำลังร้องเรียกให้เขาสอดใส่เข้าไปในช่องทางหวาน ผิวกายขาวนั่น ไหนจะนัยน์ตาสีฟ้าน่ามองอีก ถ้าหากมีโอกาสได้ร่วมรักกัน เขาสัญญาเลยว่าจะดูแลอย่างดี

"เด็กโง่..." นายหัวขบฟันแน่น หัวแม่มือบดคลึงอยู่ที่ส่วนหัวมนที่เริ่มปริ่มน้ำกาม 

ไม่นานน้ำกามก็ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กับภาพในจินตนาการที่มองเห็นร่างบางนั้นนอนบิดเร่าเพราะความเสียว 

อยากกระแทกเข้าไปแตกคาในตัว ช่องทางนั่นจะร้อนมากแค่ไหนยามโอบรัดกายเขาเต็ม ๆ แค่คิดก็แข็งอีกแล้ว 



กว่าที่นายหัวจะปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามความต้องการของตัวเองก็นานโข เจ้าจิ้งจอกในร่างมนุษย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบหน้าต่าง ฟังเสียงครางของเจ้านายตัวเองด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ทำไมเจ้านายถึงต้องไปหลงเจ้ากวางป่านั่นด้วย ทั้ง ๆ ที่เขากับสัตว์กินพืชไม่ถูกชะตากันเอามาก ๆ

ถ้าวันหนึ่ง...

ทั้งสองคนใจตรงกันเขาคงต้องอกแตกตายแน่ ๆ !

"ชิ" 

"หน้าบูดเชียวสหาย" นายหัวเดินตรงเข้ามาหาสัตว์เลี้ยงแสนรัก "หงุดหงิดที่ทำงานไม่สำเร็จหรือยังไง"

"ข้าแค่ไม่พอใจที่ท่านละทิ้งงานไปหลงสัตว์กินพืช ข้าควรจะกินมันซะ"

"ไม่เอาน่า" นายหัวส่ายหัวระอาความคิดเจ้าหมาตรงหน้า "ฉันแค่มองเห็นบางอย่างในตัวพวกนั้น เลยยังไม่อยากลงมือทำอะไรก็แค่นั้น"

"แต่ท่านเอากวางเด็กนั่นมาช่วยตัวเอง!"

"..."

ร่างสูงนิ่งคิด 

"ถ้าท่านนอนกับสัตว์เช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็น่าจะรู้ดี ท่านอาจจะต้องเจ็บช้ำกับครอบครัวของตัวเองอีกเท่าตัว"

"ฉันเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก คราวนี้เลยอยากลองเลือกอะไรด้วยตัวเองบ้าง"

"ท่านหมายความว่าไง คงไม่คิดจะจับเจ้ากวางป่ามาทำเมียหรอกนะ"

"..."

"เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว สายเลือดของท่านจะเลวลงมากกว่าเดิมอีก นายหัว"





"สายเลือดเลว..." ร่างสูงถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความอึดอัดในใจ คำพูดของเก้าฝังหัวเขาไม่ไปไหนสักที 

ก็นะ... ตัวตนของเขาก็ไม่ได้ดีพร้อมทุกอย่างหรอก

"นายหัว" 

ยังไม่ทันไรความน่าหงุดหงิดอีกอย่างในชีวิตเขาก็โผล่มา ร่างสูงหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับพี่ชายของตัวเอง 

"มีอะไร" เขาไม่สบอารมณ์จริง ๆ

"ได้ข่าวว่าแกล้มเหลว พ่อบอกฉันว่าแกทิ้งงานของตัวเองด้วยเหตุผลโง่ ๆ"

"ไหนบอกสิ ว่าเหตุผลของฉันมันโง่ตรงไหน"

"โง่ที่แกอ่อนแอ ใจอ่อนไปกับของสวยงามไงน้องพี่"

"รู้เหรอ ว่าฉันเจอกับอะไร พี่ชาย" นายหัวเหยียดยิ้ม "ฉันตั้งใจที่จะให้มันล้มเหลว ทั้งๆที่มันสำเร็จแล้วต่างหาก"

"ไม่มีหอกนั่นติดตัวกลับมาก็คือว่าแกมันห่วยแตกแล้ว"

"นายคงสอบตกแล้วโอเว่น มีคนบอกกับฉันว่าไม่ได้ต้องการหอกสักหน่อย"

"อะไรนะ!"

"ฉันจะไปนอนแล้ว ถ้าว่างมากจนรู้เรื่องหน้าที่การงานฉันขนาดนี้ก็สวมรอยเป็นฉันเตลิดเข้าป่าไปซะ อยากได้อะไรก็เชิญเลยครับท่านพี่" นายหัวโบกมือลาพี่ชายที่ยืนทำหน้ายักษ์ใส่เขา "น่ารำคาญ"







กลิ่นสมุนไพรลอยมาแตะจมูก ดวงตากลมพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับภาพตรงหน้า เสียงของมีคมลงสับพืชผักที่มีสรรพคุณบรรเทาความเจ็บปวดจากบาดแผลดังทั่วโพรงไม้ ลักษณะบ้านแบบนี้คงไม่พ้นคนเก่าคนแก่ประจำป่าเขาแห่งนี้แน่นอน

พันตรีที่อยู่ในร่างของกวางขาวสั่นหัวไปมาเพื่อขับไล่อาการมึนงง จะขยับกายแต่ความเจ็บปวดช่วงหน้าท้องก็ฉุดกระชากให้ต้องนอนหมอบเช่นเดิม ท่านผู้เฒ่าคงกำลังต้มยาสมุนไพรมารักษาแผลของเขาตามแบบฉบับสัตว์ป่า แต่ถ้าหากเป็นมนุษย์ก็คงจะเป็นในรูปแบบของการใช้อุปกรณ์สีเงิน ๆ นั่นค่อย ๆ กรีดเนื้อหนังพวกเขาละมั้ง

"ตื่นแล้วหรือพ่อหนุ่มน้อย" สายตาใจดีส่งมอบมายังร่างบอบช้ำ นกฮูกชราส่งยิ้มอบอุ่นใจดีไม่แพ้ดวงตากลมโตนั่น "อาการเป็นไง"

"คือ... มันก็ยังเจ็บอยู่นะครับ แต่คงไม่แย่เท่าช่วงแรก ๆ ที่โดนยิง"

"เพราะพี่ของเธอดูแลเธออย่างดีจนหลับไปเลย"

"นาวาเหรอ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน" 

"พี่ชายของเธออยู่ชั้นบน เดี๋ยวเขาก็คงลงมาหาเธอ" ว่าพลางยกถาดใส่สมุนไพรเทลงหม้อต้มยา กลิ่นหอม ๆ ลอยฟุ้งทั่วบริเวณ พันตรีหมอบมองทุกอย่างในห้องนี้ด้วยความสนใจ

มันคือที่ทำงานของนาวา พี่เรียนเก่งและใช้พลังงานเเสนพิเศษได้เยี่ยมยอด เขาเลยถูกสอนให้เป็นคนที่ต้องอยู่กับตำราและสมุนไพรมากมาย ส่วนคนที่เก่งด้านเอาตัวรอดสูงจะถูกอบรมให้เป็นผู้พิทักษ์ คนเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม เวลามีเหตุอันตรายพวกเขาจะไหวตัวทันเสมอ

พันตรีอยู่ในช่วงต้องเรียนรู้อีกมาก ตัวเขายังไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้เลยตั้งแต่โตมา เขาถูกสอนให้จับอาวุธอย่างมนุษย์ แต่พอเกิดเหตุการณ์เลวร้ายพันตรีถูกนาวาบังคับให้เรียนหนักขึ้นและต่อสู้ให้มาก เขาไม่อยากให้น้องชายเจอกับเรื่องฝังใจที่มันติดอยู่ในทุกอณูความคิดของเขาเกี่ยวกับครอบครัว

เขาอยากรู้อีกเรื่องนึงเกี่ยวกับหอกที่อยู่ในกล่อง

ทำไมพี่ชายของเขาดูกังวล ยามเขาหยิบมันขึ้นมาท่ามกลางสายตาของมนุษย์คนนั้นกับเจ้าจิ้งจอกน่ากลัวนั่น

"พันตรี" 

"อะ..." ร่างของกวางป่าสะดุ้งตกใจเมื่อถูกเรียกชื่อในระยะประชิด ดวงตากลมสวยกระพริบมองใบหน้าของพี่ชายที่ก้มมองเขาในร่างมนุษย์ วันนี้ทำไมพี่ของเขาถึงอยู่ในร่างที่เขาชิงชังนักหนา

"พี่เรียกตั้งนานสองนาน คิดอะไรอยู่" 

"อ๋อ ผมกำลังคิดว่าที่ทำงานของพี่นี่สุดยอดไปเลย!" พันตรีส่งเสียงหัวเราะแหะ ๆ "ผมอยากทำด้านนี้บ้างเลย แต่ติดว่าผมไม่ใช่คนละเอียดเท่าไหร่"

"ถ้าลงลึกก็คงไม่ไหวสำหรับนาย แต่ฉันสอนบางอย่างที่สำคัญจริง ๆ ให้ได้ ไว้หายดีจะพาไปด้วยแล้วกันเวลาฉันต้องเข้าป่าไปหาสมุนไพร" ฝ่ามือหนาลูบหัวน้องชาย 

"ครับ"

สักวัน พลังที่แสนสวยงามของเขาต้องมีประโยชน์กับใครบ้าง





"ขอบคุณสำหรับการรักษาที่แสนพิเศษนะครับ" พันตรีกล่าวขอบคุณนกฮูกชราแสนใจดี "ผมจะรีบหายดี"

"ฉันจะรอเธอกลับมาหา"

พันตรีต้องกลายร่างเป็นมนุษย์เพื่อขึ้นนั่งบนหลังของพี่ชาย ผ้าพันแผลสีขาวที่หน้าท้องมีรอยสีแดงจางๆติดอยู่ ถ้าหากขยับมากไปอาจจะเลอะมากกว่านี้แน่ นาวาเลยตัดสินใจพาน้องชายนั่งหลังกลับบ้าน

ยามที่กวางป่าเยื้องย่าง ความสง่าที่มาพร้อมกับร่างของคนที่งดงามราวกับราชินี ชวนให้สัตว์ป่าน้อยใหญ่จ้องมอง ผิวขาวสะอาดช่างขาวผ่องยามแสงสีฟ้าที่ลอยรอบตัวส่องประกาย 

"นายมีคนในใจหรือยัง" กวางหนุ่มชวนน้องชายที่นั่งมองต้นไม้และสัตว์ป่าอยู่เงียบ ๆ พันตรีแอบแปลกใจนิดหน่อยตรงที่พี่ชายถามถึงความรักกับเขา เพราะเขาแทบจะไม่เคยได้ลองเลยว่ามันคืออะไร

"ผมไม่รู้ว่ามันต้องเป็นประมาณไหนน่ะ" 

"ฉันคงถามคำถามที่ยากไปสินะ"

"ไม่หรอก เพียงแต่ว่าพี่ถามผิดคนต่างหาก" พันตรีหัวเราะ "แล้วพี่คิดว่ามันต้องหน้าตาแบบไหน"

"หน้าตาแบบนายมั้ง"

"งั้นผมก็คงคิดว่ามันเป็นพี่แหละ"

นาวาส่ายหัวให้กับน้องชายตัวเอง เอ็นดูในความคิดและคำพูดไร้เดียงสา แต่อย่างว่า เขาก็ยังตอบไม่ได้ว่าความรักที่แท้จริงนั้น มันคืออะไร

กว่าพวกเขาจะถึงบ้าน เวลาโพล้เพล้ก็มาถึง พันตรีลงจากหลังพี่ชายก่อนจะเดินไปเปิดประตู พลันสายตาก็ไปเจอะกับกล่องไม้คุ้นเคย

"นั่นมัน..."

"เอาไปไว้ในห้องนอนของนายได้นะ" 

"..."

"มันเป็นของนายตั้งแต่แรกแล้ว"

นาวารู้สึกว่าเขาต้องยอมรับความจริงได้แล้ว การปกปิดความจริงเริ่มทำให้หัวใจของเขาแตกสลายลงในทุกที ถ้าหากพันตรีสามารถคุมพลังได้ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น ตอนนี้คงต้องใช้เวลาและขอเวลาให้กับเรื่องพวกนี้หน่อย

"ผมขอลาเรียนนานหน่อยนะ" พันตรีเดินไปนั่งบนโต๊ะอาหาร เขายืนนานมากไม่ได้ อาการปวดเริ่มกลับมาทำร้ายเขาอีกแล้ว "แต่ผมสัญญาว่าจะตามการบ้าน"

"เดี๋ยวฉันจะแวะไปบอกที่โรงเรียนให้แล้วกัน ส่วนนายก็นอนพักเถอะ จะได้หายไว ๆ"

ร่างของกวางหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์ เดินไปลูบหัวน้องชายก่อนลาขึ้นห้องไปนอนพักเอาแรง 







แสงจันทร์ส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบาง อาบไล้ใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามราวกับงานปั้นชิ้นโบว์แดง ทั้งเส้นผมและสีตาที่มืดลึกเหมือนดำดิ่งลงไปในมหาสมุทรสะท้อนแสงสีของจันทร์ประกาย ในมือมีบุหรี่ ควันสีขาวลอยขึ้นสูงก่อนจางหายไป ความคิดมากมายในหัวของนายหัวตีวนกันจนเริ่มปวดขมับ

ความเครียดดึงดูดให้เขาต้องอัดสารเสพติด

ความเครียดทำให้เขาเริ่มรักตัวเองน้อยลงไปอีก...

เพราะเขาหาทางออกไม่ได้จากชีวิตที่เลือกอะไม่ไม่ค่อยได้นอกจากต้องทำตามคำสั่งวันเเล้ววันเล่า ทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเขานั้นมีความสามารถและคนเป็นพ่อต้องยอมรับในตัวเขา ทั้ง ๆ ที่ลูกชายที่แสนดีไม่ทำอะไรเลยนอกจากเดินตามแซะตามแขวะเขาอยู่ได้ทั้งวัน 

"เธอจะเป็นไงนะตอนนี้" นัยน์ตาสีดำสนิทมองเลยออกไปไกลแสนไกล ไกลพอ ๆ กับดาวดวงน้อยที่เด่นคอยส่องแสงในยามราตรี ฝ่ามือหนายื่นออกไปข้างหน้าหวังไขว่คว้า

มันคือความรู้สึกที่เรียกร้องให้เขาต้องเดินเข้าไปหา... ลมฟ้าอากาศกำลังนำพาเขาไปยังภูเขาที่เขากลับมามือเปล่า ไปหาเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าครามน่ามอง เขาอยากมองมันอีกหน่อย อยากเห็นชัด ๆ อีกหนก่อนเข้านอน

ว่าแล้วนายหัวก็จัดการดับบุหรี่ เดินไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับร่าง ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากสีดำสนิท เป็นการแต่งกายถ้าในยามปกติคือการเตรียมสังหารศัตรู แต่ครั้งนี้ เขาแต่งเพื่อออกไปหาใครสักคนที่ทำให้หัวใจของเขาต้องการโดนครอบครอง เขากำลังนำพาตัวเองไปหาข้อห้ามของตระกูล









ลมหนาวกำลังมาเยี่ยมแล้ว

พันตรีนั่งกอดตัวเองโดยมีผ้าห่มคลุมกาย สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้ากว้างมีดวงดาวประดับเหมือนกำลังนั่งมองทะเลดาว 

เจ้าตัวถอนหายใจออกมา เมื่อนึกได้ว่าก่อนฤดูหนาวมาเยือนเขาต้องรับผิดชอบบางอย่าง เช่น การรักษาดอกไม้เมืองหนาวให้ผลิดอกใบ การใช้พลังควบคุมสมดุลป่า ใช้พลังทั้งหมดเคลือบผืนป่าให้ขาวโพลนไปด้วยเกล็ดหิมะจิ๋ว ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานั้น เขายังไม่สามารถทำได้เลย 

ถ้าหากไม่ทำ ธรรมชาติก็จะป่วย 

ถ้าหากไม่สำเร็จอาจเกิดกิจกรรมล่าสัตว์ของมนุษย์ พวกสัตว์ป่าน้อยใหญ่ควรมีเวลาพักผ่อนบ้าง

"ฉันจะทำได้ไหมนะ" พันตรีหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆ มาขีดเขียนลายเส้นเรื่อยเปื่อย "อยากเห็นตัวเองมีมุมเท่ ๆ บ้าง เฮ้อ..." พันตรีถอนหายใจอีกหน แต่สงสัยจะขยับตัวแรงไปหน่อยอาการปวดที่หน้าท้องจึงออกอาการ ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มงอตัวเป็นกุ้งเลย

"จ.. เจ็บ" พันตรีกุมท้องตัวเองไว้ "อีกกี่วันจะหายละเนี่ย ทำอะไรลำบากเหลือเกิน"

"อีกไม่นานหรอก"

"นั่นสิเนอะ อ๊ะ!!" พันตรีสะดุ้งตกใจเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอมตอบรับเสียงของคนแปลกหน้า ตอนนี้ดึกมากแล้วด้วย ใครกัน!?

"ฉันอยู่ตรงนี้" 

ร่างสูงยืนพิงต้นไม้ใหญ่มาสักพักแล้ว เขามองคนตรงหน้าบ่นนั่นนี่และนั่งตากน้ำค้างไม่กลัวตัวเองจะจับไข้เลย 

"คุณ..." ความกลัวก่อตัวขึ้นภายในใจ เขาไม่ได้พกเจ้าหมาน่ากลัวนั่นมาด้วย แต่ใช่ว่าชายหนุ่มตัวคนเดียวจะไม่น่ากลัวสักหน่อยนะ คนที่ยิงเขาเลือดอาบตัวก็คือเขานี่แหละ เจ้าของนัยน์ตาเย็นชา 

"แอบออกมาตากน้ำค้างเหรอ" 

"เปล่า ผมว่าผมจะกลับบ้านแล้ว" 

"ลืมคืนร่างรึเปล่า อยู่ต่อหน้าฉัน พี่ชายไม่ได้ห้ามเหรอว่าอย่าเผยตัวตน"

พันตรีสะอึก

เขาลืมไป มันคือจุดอ่อนมาก ถึงชายตรงหน้าจะเห็นไปแล้วก็ตาม

"ผมจะกลับแล้ว" ร่างของคนตัวเล็กกว่าพยายามหยัดกายลุกขึ้น เสียงร้องเสียงบ่นมีหลุดออกมาตลอดเวลาเจ็บหน้าท้อง ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปช่วยพยุง "เอ่อ.."

"อย่าฝืน"

"ขอบคุณ"

นัยน์ตาคมพิจารณาดวงหน้าของคนตรงหน้า ไล่ตั้งแต่หน้าผากมน ผ่านระหว่างคิ้วสวย ดวงตาสีฟ้า จมูกรั้นน่ารังแกและหยุดที่ปากบางอิ่มสวย ชายตรงหน้าเขางดงามเหลือเกิน อาจจะเพราะสายพันธุ์ที่ผสมอยู่ในกาย ความงามจึงเป็นเสน่ห์ที่จำเป็นต้องมี

"ขอโทษที่เสียมารยาท" นายหัวพูดขึ้นมาเช่นนั้นเพราะคนตัวเล็กกว่าหลบตาเขา 

"อื้ม ไม่เป็นไร"

"ลองเอาสิ่งนี้ทาที่หน้าท้องของเธอดู ใช้ทายามอยู่ในร่างของมนุษย์ ไม่นานมันจะหายดี" นายหัวยื่นถุงที่บรรจุบางสิ่งอยู่ในนั้นส่งให้พันตรีที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอย่างไม่เข้าใจ "มันคือยาที่ฉันทำเอง มันได้ผลเร็วดีฉันใช้ยามมีบาดเเผลเช่นเธอในตอนนี้"

"พี่ผมไม่ให้รับของจากมนุษย์" ร่างเล็กปฏิเสธ "คุณมันไว้ใจไม่ได้ไม่ใช่เหรอ"

"..."

"คุณเป็นคนยิงผม จะให้ผมเชื่อใจคุณได้ยังไงกัน"

"ถือว่าแทนคำขอโทษ มันเป็นหน้าที่น่ะ"

"ใจร้ายจัง คุณยิงคนไปทั่วเลยเหรอ"

"ไม่หรอก รับไปเถอะ ไว้ลับสายตากันค่อยตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับมันก็ได้" นายหัวคว้ามือบางขึ้นมาจับแล้วยัดสิ่งที่ตั้งใจจะให้ใส่มือนั้น. 

การจับมือกันแบบไม่มีสิ่งแอบแฝงพาให้หัวใจสองดวงไหวสั่น

ยามที่นัยน์ตาสีฟ้าครามเบิกกว้างเพราะตกใจที่โดนแตะเนื้อต้องตัว ชวนให้ร่างสูงเอ็นดูไปหมดจนไม่อาจละสายตาได้ ถ้าไม่ได้ตาฝาด พันตรีเห็นรอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาด้วย เขายิ้มให้...  ทำไมกันนะ ??

"ฝันดีนะ วันนี้พระจันทร์สวยดี" ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปพูดกระซิบเบา ๆ 

"มันก็... สวยมาตั้งนานแล้วนี่ครับ" 



นายหัวจดจำใบหน้าลูกหมาน้อยที่มองมายังเขาตอนตอบคำถามที่แอบสื่อความนัยแสนหวาน เด็กอาจจะไม่เข้าใจ แต่คนโตกว่าอย่างเขาตอนนี้มีความสุขจนล้นอก ความไร้เดียงสากำลังโอบล้อมหัวใจนายหัว มันมีแต่คำว่า 'น่ารัก'
















































ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
บทที่ 4 แค่คนธรรมดา

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

"นี่..." คนตัวเล็กกว่าค่อย ๆ ชักมือกลับ สองมือนั้นกุมถุงยาที่ได้รับมาจากชายตรงหน้า ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เข้าใจในการกระทำที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไหนจะสายตาที่มองมายังเขาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง มันไม่ใช่แววตาดุร้ายเหมือนตอนที่เขาเหนี่ยวไกสักนิด มันกลับลึกซึ้งมากเกินกว่าที่เขาจะเข้าถึง พันตรีเอียงใบหน้าหนีสายตานั้น "คุณอาจจะยังไม่รู้ตัว คุณกำลังทำให้ผมกลัวและไม่มั่นใจในตัวคุณ ผมบาดเจ็บเพราะมือคู่นั้นที่จับมือผม"

ภาพสะท้อนในแววตาของชายหนุ่มมีภาพของเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว สองแขนเล็กเริ่มขยับขึ้นมากอดร่างของตัวเองไว้ แต่ถึงจะกลัวมากแค่ไหน คนตรงหน้าก็ไม่ได้เดินหนีเขาไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว

"แล้วทำไมเธอไม่เดินหนี หรือแสดงท่าทางเกลียดฉัน"

คำถามถูกยิงใส่...

คนถูกถามชะงักเล็กน้อย

นั่นสิ ทำไมกันหนอ สองขาถึงได้ไม่พาร่างกายหนีไป หรือว่าใจไม่รักดีอยากอยู่กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ ?

แต่เขาคือคนแปลกหน้า แถมยังอันธพาลไม่น่าคบหา

"อาจจะเป็นเพราะว่าผมคาดเดาเอาเองล่ะมั้งครับ ถึงผมเดินหนี คุณก็จะตามตัวผมกลับมาอยู่ดี"

"..."

"มันก็คงเหมือนตอนที่คุณตัดสินใจที่จะยิงผมให้ตายนั่นแหละครับ คุณคงไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นคุณบอกกับผมเอง ว่ามันเป็นหน้าที่ของคุณ ที่จะต้องฆ่าผม ส่วนความเกลียด ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็นต้องรู้สึก"

"ฉันเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก"

"ทำไมคุณต้องเลือกด้วยล่ะครับ มันก็แค่ยิงกับไม่ยิงไม่ใช่เหรอครับ"

ดวงตาสีฟ้าครามตวัดมองตรงไปยังใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความโกรธ

พันตรีรู้สึกโกรธคนตรงหน้าที่เอาแต่อ้างคำว่าหน้าที่ของตัวเองอยู่ได้ มนุษย์ที่บ้าอำนาจ บ้ายศถาบรรดาศักดิ์ บ้าความมีชื่อเสียงน่ะ น่ารังเกียจที่สุดแล้ว พวกเขาเหล่านั้น ไม่เคยแคร์ใคร มองแต่ความทุกข์ของตัวเอง

ถึงอย่างนั้น...

คำพูดที่ขอให้เห็นใจมันไม่ได้มองว่าน่าสงสาร แต่มันน่าสมเพชมากกว่า!

"คุณกลับที่ที่คุณจากมาเถอะครับ อย่าให้ผมต้องรู้สึกแย่ต่อพี่ชายอีกเลย ลำพังแค่นี้ผมก็มีแต่เรื่องลำบากใจเยอะพอแล้ว อย่าให้ทุกคนในป่าแห่งนี้ต้องรู้สึกว่าเป็นเพราะผมที่นำคุณมา พวกคุณน่ะอันตราย ใจร้าย รังแกคนที่อ่อนแอไม่มีทางสู้เสมอ!"

"นั่นสิ"

"..."

"เพราะฉันเป็นแบบนั้นเสมอมา" ร่างสูงถอนหายใจ "เป็นมาตั้งแต่จำความได้เลยล่ะมั้งคนใจร้ายน่ะ"

"..."

"แล้วคนใจร้ายไม่มีสิทธิ์หวาดกลัวหรือไง"

"คุณเป็นคนนะ!" พันตรีพูดเสียงดังใส่คนตรงหน้า "มันก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนที่คุณจะรู้สึกกลัว! เป็นสิ่งมีชีวิตมันก็ต้องมีอยู่แล้วความเจ็บปวด ความผิดหวัง คาดหวังหรือกลัวตาย แต่คุณแค่มองข้ามมัน วิ่งหนีมัน คุณเลยไม่รู้ว่าตัวคุณเองคิดยังไงกับความรู้สึกของตัวเอง"

ลมหนาวพัดมาโอบกอดร่างของทั้งสอง

ความเงียบทำให้เสียงของความคิดดังชัดเจนในใจอีกคนต้องสู้เพื่อความอยู่รอด อีกคนต้องอยู่รอดเพื่อเป็นลมหายใจของใครหลาย ๆ คน

กว่าจะรู้ตัว บาดแผลนั้นก็กัดกินทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคนทั้งสองเสียแล้ว โดยเฉพาะความสุข

"เธอเก่งมากนะ"

"อ...อะไรนะ" แววตางดงามสั่นไหวเมื่อคำชมถูกหยิบยกขึ้นมา ไม่เคยมีใครชมว่าเขาเก่ง เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นยังไง

"เธอเก่ง และฉันอิจฉา" นายหัวพูดออกมาอีกครั้ง "สักวันฉันคงได้คุยกับเธอมากขึ้นและบรรยากาศคงดีกว่านี้ ขอบคุณสำหรับคำพูดที่ดี"

"..." หัวใจของพันตรีเหมือนหายไป

"ราตรีสวัสดิ์นะ"

เมื่อรอยยิ้มน้อย ๆ ถูกมอบมาให้ ชายที่เขาเคยมองว่าโหดร้ายนั้น ยามส่งยิ้มมา ราวกับ ณ เวลานี้เป็นเวลารุ่งส่างมันช่างอบอุ่นแต่ก็มีความเศร้าของเมื่อวานหลงเหลืออยู่ ชายตรงหน้าทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นพ้นขอบฟ้า เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่กำลังละทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง ถ้าหากเขาหลุดพ้นจากเส้นขอบฟ้าได้เมื่อไหร่ พันตรีเชื่อว่าชายคนนี้ต้องเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานอย่างแน่นอน

พันตรีไม่รู้เลยว่าตัวเองส่งยิ้มกลับไปให้ตอนไหน

ภาพของชายหนุ่มช่างงดงามเหลือเกิน ยามที่เขายืนอยู่ตรงหน้า ไม่มีอาวุธ ไม่มีแรงสังหารส่งมา คืนนี้มีแค่เพียงแววตาอ่อนโยนกับมือที่หยิบยื่นยามาให้

และถ้อยคำบอกลาที่หวานละมุน









แสงแดดยามเช้ากระทบใบหน้างดงาม ความเคลื่อนไหวของเปลือกตาเป็นสัญญาณของการมีชีวิต

การนอนหลับเต็มอิ่มมันดีอย่างนี้นี่เอง

ขาดหายไปนานมากแล้วสำหรับการนอนให้ครบ

พันตรีเอื้อมมือไปยังโต๊ะไม้เนื้อดี ขยับซ้ายขวาเพื่อหาถุงยาทาแผล เมื่อคว้าได้สิ่งที่คิดว่าน่าจะใช่ก็ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จัดแจงยกชายเสื้อขึ้นสำรวจผ้าพันแผลที่เปื้อนเลือดและยาสมุนไพรจากนกฮูกเฒ่า

"รู้สึกจะช้ำมากกว่าเดิมหรือเปล่านะ เมื่อคืนไม่น่าเดินเยอะเลย" พันตรีบ่นกับตัวเองพลางเอาผ้าพันแผลออกจากตัว ก่อนเปิดถุงยาเพื่อดูหน้าตาสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ภายใน อยากรู้เสียจริงว่ายาที่มนุษย์ใช้มันดีขนาดไหน ยามเจ็บป่วยถึงได้หายปลิดทิ้งไม่เหลืออะไร

ก้มลงไปสูดดมกลิ่นหอมภายในถุง สัญชาตญานความเป็นสัตว์ป่าทำให้พฤติกรรมนี้เกิดขึ้น การทำจมูกสูดดมฟุดฟิดเป็นสิ่งธรรมดาเมื่อเจอสิ่งแปลกใหม่ชวนให้สนใจ

มันเป็นกลิ่นที่หอมเย็น เย็นแบบน้ำในลำธาร

พันตรีจัดการป้ายยาลงบนแผล นึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่ ทั้งริมฝีปาก จมูก ดวงตาดุนั้น เส้นผมสีเดียวกันกับนัยน์ตาเหมือนท้องฟ้าหรือทะเลลึก มันชวนให้ดำลึกลงไปจนสุดหัวใจ แตกต่างจากพันตรีที่มีแต่คนเอ่ยชมสีตาที่งดงาม

มือที่จับก็ใหญ่จนกุมมือเขาจนมิด...

"เฮ้อ... ผมจะยอมเชื่อใจคุณสักครั้ง" เอ่ยพลางปิดปากถุงยาก่อนนำกลับไปวางไว้ที่เดิม อีกทางที่เขาเลือกใช้ยาจากมนุษย์ เพราะทุกครั้งที่ใช้สมุนไพรป่าธรรมดา แผลมันไม่ได้เชิงแห้งหาย มันแค่บรรเทา กว่าจะหายดีก็กินเวลาไปนาน การลองผิดลองถูกเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็คงจะบ้าไม่น้อยเลยที่รับมาจากคนที่ลงมือทำร้ายเขา เพียงเพราะนายสั่ง

มนุษย์นี่ใจดำและเห็นแก่ตัวเหลือเกิน

ก็อก ๆ

"พันตรี ฉันขอเข้าไปนะ"

"ครับ"

นาวาเปิดประตูห้องนอนของน้องชาย ชะโงกเข้าไปดูเป็นอันดับแรกว่าเจ้าตัวแสบทำอะไรแปลกๆอีกหรือเปล่า

"นึกว่าจะหนีออกไปไหนกลางดึกซะอีก"

พันตรีสะอึก

"แหะ"

"กลิ่นอะไร"

คนน้องเลิ่กลั่ก ลืมไปสนิทว่าพี่ชายของตนนั้นจมูกดี จมูกไวมากแค่ไหน ร่างสูงของพี่ชายมองหาที่มาของกลิ่นก่อนจะหยุดมองถุงที่ไม่คุ้นตา

"คือ..."

"พันตรี ไปทำอะไรมา กับมัน"

"ผมแค่ไปที่ริมผา แล้วเขาก็มา..."

"ตัวของนายมีกลิ่นมัน รู้ตัวบ้างไหม! ฉันบอกว่าอะไร นายเคยจำมันบ้างไหม"

"ยกโทษให้ผม..." พันตรีกำผ้าห่มแน่น "แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผมสักหน่อย"

"แต่เขายิงนาย...!" นาวาขึ้นเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิด ใจเขารู้สึกไม่ดีเลยสักนิดที่เห็นน้องชายยอมรับของมาจากมนุษย์นั่น ร่างสูงเม้มปากแน่นสะกดอารมณ์ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

"ให้ผมรับผิดชอบตัวเองเถอะครับ" นาวาชะงักกับคำพูดที่ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินจากร่างตรงหน้า ความโกรธเริ่มยั้งไม่อยู่ กัดฟันข่มอารมณ์ที่แรงขึ้น "ผมเลือกเองทั้งหมดนี่ครับ"

"พันตรี!!"

เจ้าของชื่อเบือนหน้าหนีบอกใบ้ว่าไม่อยากพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของมนุษย์ใจร้ายคนนั้น

ที่ไม่อยากคุยกับพี่ชายตอนนี้เพราะเขารู้ดี ว่าบทสรุปมันก็คือการทะเลาะกัน พี่ชายเขาแค้นฝังหุ่นขนาดนี้ ต่อให้บอกว่าคนนั้นยืนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ก้าวเท้าเข้ามาหา พี่ของเขาก็เตรียมฉีกกระชากอีกคนเป็นชิ้น ๆ

นาวาน่ะหวงน้องชาย...

เหมือนงูจงอางหวงไข่เลยก็ว่าได้

"นายกำลังทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของมนุษย์พวกนั้นชัด ๆ" นาวากดเสียงต่ำ ไม่ได้หันไปมองหน้าก็พอจะรู้ว่าร่างสูงน่ะส่งสายตาแบบไหนมาให้เขา

"ผมก็บอกแล้วว่าเขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"

"แล้วนายก็จะหลงมัน เพียงเพราะมันทำดีใส่"

"ผมไม่ใช่คนใจง่าย!"

"นายกำลังทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น น้องพี่" นาวากระตุกยิ้มเศร้า "คิดให้มากเข้าไว้จะได้ไม่เสียใจภายหลัง"

"เหอะ"

นาวาหัวเราะให้กับความจริงตรงหน้า อีกข้อที่เขากลัวมากที่สุดในชีวิตมันกำลังจะเข้ามาในไม่ช้า ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วคนที่เสียใจมากที่สุดคงไม่พ้นเขา ที่ไม่อาจปกป้องใครไว้ได้เลยจนวินาทีสุดท้าย

"นายจะตายเหมือนที่แม่ตายรู้ตัวไหม"

ร่างสูงทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้คนดื้อรั้นทบทวน ใบหน้าหวานเริ่มซีดลงเมื่อนึกถึงความหลังของมารดา แผ่นหลังของพี่ชายอยู่เพียงหางตา สิ้นเสียงประตูที่ปิดลงหยาดน้ำตาก็ไหลลงนองหน้า สองมือยกขึ้นปิดหน้าร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

ส่วนนาวากลั้นเสียงสะอื้น...

เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้นทั้งที่ผ่านมาและเรื่องต่อไปในภายภาคหน้า เริ่มไม่แน่ใจว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างไหว ถ้าหากเขาเสียน้องชายไปทั้งตัวและหัวใจ

เขาคงอยากตายในทันที









ผัวะ!!

"อ๊อก!"

"นายท่าน!" จิ้งจอกหนุ่มพุ่งตรงไปเกาะซี่กรงที่กั้นร่างของเขากับเจ้านายให้อยู่ห่างกัน ใบหน้าภายใต้หน้ากากตื่นตระหนกนักเมื่อจู่ ๆ ผู้ชายร่างตึกสองถึงสามคนเดินเข้าไปจับร่างของเจ้านายลากออกจากห้องทำงานนำมากักขังไว้ที่นี่

ไม่พอ...

พวกมันเริ่มลงมือทำร้ายร่างกายเจ้านายของเขาจนเลือดตกยางออก สภาพของนายหัวตอนนี้ไม่ต่างจากกระสอบทราย

เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ ครั้นจะกลายร่างก็ทำไม่ได้เพราะโดนมนต์สะกดพลังทั้งหมดเอาไว้ เหลือเพียงร่างมนุษย์

"อย่า... " นายหัวใช้ท่อนแขนยันร่างที่บอบช้ำ กัดปากทนความเจ็บปวดเจียนตาย เขาจะไม่ยอมปริปากบอกอะไรกับใครทั้งนั้นเกี่ยวกับ 'เด็กหนุ่ม' คนนั้น "อึก... ถ้าอยากได้ก็ลองดู"

นายหัวพูดท้าทายคมดาบที่ทาบบนแผ่นหลัง ไม่อาจนึกภาพตามได้ว่าถ้าถูกฟาดฟันจะเป็นเช่นไร

แต่จะยอมอดทนเพื่อใครสักคน สักครั้ง...

"อย่า!!!" เก้าตะเกียกตะกายพยายามเอื้อมคว้าร่างของเจ้านายที่กำลังรับโทษ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ นายหัวคงไม่ยอมบอกว่าใครเป็นเจ้าของหอกบ้าบอนั่น

และถ้าเจ้านายเขาเจ็บหนักต้องมีคนชดใช้

แขนหนาหนักราวกับยักษ์ของทหารตัวเท่าตึกเตรียมฟาดฟันคมดาบใส่นายหัว เจ้าตัวหลับตาเตรียมรับกรรม แต่ทว่า...

"หมาจนตรอก" เสียงแหบทุ้มเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏกายบนแท่นเวที ใบหน้าเย่อหยิ่งทอดมองไปยังร่างที่ก้มหน้ามองดินไม่ยอมลุกขึ้นมาทักทายเขา "เงยหน้ามองฉันสิ ไอ้ลูกไม่รักดี"

"..."

"ฉันสั่งให้แกไปทำอะไร แกจำได้ไหม แล้วไหนล่ะของของพ่อ"

"..."

"หรือว่าจะให้ฉันจัดการทุกอย่าง"

"ไม่..."

"แกพกปากมาด้วยเหรอลูกรัก ฉันนึกว่าจะลืมมันไว้ในป่าเสียอีก รู้ตัวไหมว่าที่ทำอยู่มันน่ารำคาญขนาดไหน ? หรือต้องให้ฉันสั่งสอนแกซ้ำ ๆ"

"ผมหาไม่เจอครับ" นายหัวค่อย ๆ พยุงร่างให้ลุกขึ้นยืน ถึงจะผ่านการต่อสู้มาเยอะ แต่ถ้าโดนซ้อมทุกวันคงได้ไปเกิดใหม่สักวัน

​​"ไหน...แกอยากให้ฉันยอมรับไม่ใช่เหรอ" แววตาสังหารจ้องมองใบหน้าของลูกชายนิ่ง "หรือจะเปลี่ยนใจจากกันแล้ว?"

เขาจะสามารถปกป้องทุกอย่างให้พ้นจากมือพ่อเขาได้อย่างไร

ถ้าหากพ่อได้มันไป

เขาคงเสียใจตลอดชีวิต เพราะสิ่งที่พอจะทำหลังจากได้ของที่ต้องการมันก็คงไม่พ้นเรื่องของอำนาจและบารมีอยู่ดี

"หลายครั้งแล้วนะ ที่แกล้มเหลว" เขารู้... ว่าทำไมเขาถึงปล่อยให้เกมกระดานนี้จบแบบเดิม ๆ "แถมยังเป็นสิ่งที่ฉันต้องการมากเสียด้วย ฉันส่งไม้ต่อให้พี่แกทำดีไหม มันอาจจะดีกว่าแกรับปากฉันว่าจะฆ่าทุกคนเพื่อเอามันมาให้ฉัน"

"อย่าให้เขาทำ ผมจะรับผิดชอบเอง" นายหัวพูดออกไปโดยไม่ยอมสบตาอีกฝ่าย ใจของเขากระตุกยามได้ยินว่าพ่อจะส่งไม้ต่อให้โอเว่น ถ้าเขาได้หน้าที่ไป ผมเกรงว่าเขาจะทำเกินกว่าคำสั่งไปเยอะ แค่พรากชีวิตคนอื่นมันก็เกินพอแล้ว

แต่ถ้าผมไม่ทำ...

กรอด!

นายหัวกำหมัดแน่น

"อย่าให้มันยืดระยะเวลานานนัก อย่าให้ฉันต้องใจร้ายกับชีวิตของแก ชีวิตแกอยู่ในกำมือฉัน"

มันก็เป็นเช่นนั้นมาตลอดไม่ใช่เหรอ ?

ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
"เบา ๆ เก้า..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความแสบที่มุมปาก คิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งไปหมด เก้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายของตัวเองที่เอาแต่ทำสีหน้าเหมือนคนไร้ชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังดีที่ว่าเมื่อป้ายยาตามใบหน้า นายหัวยังมีบ่นและดุเขาบ้างเมื่อเจ็บล่ะนะ

ร่างในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาขยับยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะชะโงกไปดูที่แผ่นหลังเปลือยเปล่า มีแต่สีเขียวช้ำ ไม่มีแผลสด ชายที่ผ่านการใช้แรงกายมาเยอะกล้ามเนื้อจะขึ้นรูปสวยงาม ความสวยงามที่เจ้านายเขามีนั้นก็ไม่อยากให้มีอะไรมาขีดข่วนบนเรือนกายนั่น 

ไม่รู้ว่ามันน่าสัมผัสไหมเพราะเขาก็ไม่เคยนึกคิดแบบนั้นกับนายตัวเอง

แต่ยามนายทำให้หญิงสาวใต้ร่างครวญคราง มันช่างเป็นเสน่ห์น่าค้นหา 

ดังนั้นเก้าจึงคิดว่า การรักษาเสน่ห์ไว้นับว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำ ถ้าหากเจ้านายบาดเจ็บเขาคงจะไม่มีเสน่ห์บนเตียงแน่นอนเลย

"ไม่มีแผลตามร่างกายครับนายท่าน แต่ข้าคิดว่านายท่านควรดื่มยาบำรุงหรือน้ำสมุนไพรป่ามากกว่า"

"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจัดแจงสวมชุดปกปิดร่างกายที่บอบช้ำ 

"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอเป็นคนเข้าป่าไปหาสมุนไพร" 

"เข้าป่า ?" 

"ครับ ข้ารู้จักผู้รู้สมุนไพร อีกอย่างข้าอยากให้ท่านมีไว้ดื่มยามอยาก" 

นายหัวนึกถึงเจ้าของดวงตางดงาม

ตอนนี้จะเป็นไงบ้าง ทิ้งหรือเก็บยาไว้

"ฉันฝากด้วยแล้วกัน" ความคิดที่ว่าอยากไปหาถูกหยุดลง เพราะถ้าไปหาสภาพนี้เจ้าตัวคงคิดกับเขาในแง่ลบแน่นอน อีกอย่างบาดแผลและความเขียวช้ำที่ได้มาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย ให้ตายเถอะ 

เก้าน้อมรับคำจากอีกฝ่าย 

เตรียมจัดที่นอนให้เจ้านายเสร็จเมื่อไหร่เขาว่าจะรีบออกไปทันที









"กลับไปเป็นกวางซะพันตรี อย่าให้พี่ต้องดุครั้งแล้วครั้งเล่า" ร่างสูงว่าพลางบดยากับโกร่งอันเล็กจิ๋ว 

"มันเป็นแผลเป็น กว่าจะหายดีก็หลายวันหลายสัปดาห์ พี่เอาแต่ให้ผมอยู่กับสมุนไพรป่า ผมได้ยินนกในป่าเล่าให้ฟังว่ามนุษย์ไม่กี่วันก็หายปลิดทิ้ง" 

"ขอร้อง อย่าพูดถึงมนุษย์ให้ได้ยิน" 

"พี่แค้นเอง เเค้นทุกคนไม่เว้นใครสักคน" พันตรียกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นจิบ เบือนสายตาหนีแรงสังหารที่ถูกส่งมาจากพี่ชาย ถึงเขาจะดูเด็กเรียนมากแค่ไหน แต่ก็ดุใช้ได้ โดยเฉพาะกับเขา "ที่เขาให้มามันคืออะไร"

"มันคือยาที่ทำให้แผลของนายไม่อักเสบ ใช้ได้แค่ตอนอยู่ในร่างมนุษย์เท่านั้นนั่นแหละ แต่ฉันขอให้นายกลับไปเป็นกวางซะ" 

"ไม่กลับ ทำไมพี่ถึงชอบบังคับผมนักนะ" พันตรีบ่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ชายถึงได้เป็นแบบนี้ 

"กลับไปใช้ยาของอาจารย์ ถ้านายไม่ดื้อมันก็จะหายเร็ว" 

ให้ตายเถอะ...

หลอกเด็กชัด ๆ

พันตรีมองบนพร้อมกับทำสีหน้าระอาใจ

ก็อก ๆ 

สองพี่น้องยุติสงครามประสาทไว้เพียงเท่านี้ พันตรียกมือปรามพี่ชาย บอกใบ้ว่าเดี๋ยวเขาจะไปเปิดเอง 

นาวาเหลือบมองน้องชายผ่านแว่นสายตา ก่อนจะกลับไปบดยาให้เสร็จ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะมาเคาะประตูบ้านเวลานี้

"รอหน่อยนะครับ ผมกำลังไปครับ" พันตรีเดินช้า ๆ ไปที่ประตูหลังบอกคนด้านหลังบานไม้ให้รู้ว่าเขากำลังมา ถ้าหากวิ่งคงแผลช้ำอีกแน่นอน

"สวัส..."

"นาย!!" 

พันตรีเบิกตากว้าง

คนสองคนจ้องหน้ากันด้วยความตระหนกตกใจ 

ถึงจะไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่นิสัยของสัตว์ป่าก็บอกให้ระแวงไว้ก่อนเพราะตรงหน้าเขามันคือนักล่า

"เจ้า...?" เจ้าจิ้งจอกหน้ากากขาวขยับถอยหลังออกมาเล็กน้อย "เป็นหมอยาเหรอ"

"เปล่า ถ้าอย่างนั้นนายคงหมายถึงพี่ชายของฉัน"

"ไอ้คนที่มันยิงธนูน่ะเหรอ" 

"แล้วถ้าไม่ใช่พี่ฉัน นายมาหาใครล่ะ" พันตรีขมวดคิ้ว "นายเดินมามั่ว ๆ แล้วมาเจอบ้านฉันน่ะเหรอ"

"ข้ามาหาอาจารย์เฒ่า แต่ได้กลิ่นสมุนไพรลอยมาตามลมเลยตามกลิ่นมานึกว่าจะใช่" 

"อ๋อ... งั้นคงต้องคุยกับพี่ชาย เข้ามาสิ" 





พันตรีก็คิดไว้อยู่หรอก ว่าพี่ชายจะต้องเดือดเป็นน้ำแน่ ๆ

แต่ก็คิดไม่ถึงขนาดที่ว่าพี่ชายจะแค้นขนาดหนัก ร่างสูงเอาแต่ทำเสียงฟึดฟัดใส่คนตรงหน้า การถามคำตอบคำทำให้เขาต้องยกมือขึ้นนวดขมับ 

"ฉันจะเตรียมยาให้แทนอาจารย์ รีบทำรีบรับไป" ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเอาสมุนไพรในโกร่งบดยาไปวางไว้บนถาด 

จากนั้นก็หยิบเอาสมุนไพรที่ต้องการมาทำการเตรียมยา นาวาทำทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยบรรยากาศมาคุ 

"ขอโทษแทนพี่ชายที่เขาทำตัวแบบนั้น" พันตรีว่าพลางเอามือลูบท้องตัวเองไปมาเบา ๆ ใบหน้าอ่อนหวานมีรอยยิ้มแต้มประดับ จิ้งจอกหนุ่มสำรวจเครื่องหน้าสักพัก "ชายคนนั้นเป็นอะไรเหรอ"

"อ..." จิ้งจอกหนุ่มตกใจนิด ๆ กำลังหาเสียงของตัวเองที่หายไปชั่วขณะ "เอ่อ...  พอดีมีอะไรนิดหน่อยจนทำให้เขาเจ็บตัว ข้าอยากได้สมุนไพรป่ามากกว่ายาที่หมอในบ้านหลังใหญ่นั่นจัดให้"

"คิดว่ายาที่บ้านนั้นจะดีเลิศ ทางนี้เองก็ยังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนน้ำใจเรื่องของยาทาแผลเลย ใช้ดีเหลือเกิน"

"ยา?" จิ้งจอกหนุ่มจับจ้องใบหน้าของพันตรีผ่านหน้ากาก เจ้านายของเขาน่ะเหรอ ? 

"ไม่รู้เหรอ..." พันตรีเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เขาคิดว่าเจ้าจิ้งจอกจะรู้อยู่แล้ว "เขามาหาน่ะ"

"คงหนีออกมาหาเจ้า" เก้ายกมือขึ้นนวดขมับ "เขาไม่ได้บอกอะไรกับข้าเลย คงตั้งใจจะหนีจริง ๆ"

"จริง ๆ ทั้งสองคนก็ไม่ได้ใจร้ายเช่นวันนั้น"

เก้าเบือนหน้าหนี

ก็ยอมรับว่าไม่ได้อยากยอมรับความจริงเท่าไหร่ พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่อยากมีชีวิตปกติ ไม่ต้องฆ่าใคร แต่มันก็มีเหตุผลที่ต้องทำ

"ตอนนี้ข้ายอมคุยด้วย ในฐานะลูกค้า แต่ถ้าพ้นจากบานประตูเมื่อไหร่ ข้าจะกลายเป็นอีกคนสำหรับเจ้า" 

"เป็นคนที่อยากเป็นมันก็ไม่ได้แย่ ถ้าหากไม่มีหน้าที่เหนี่ยวรั้งไว้ อาจจะได้อิสระกลับคืนมาก็เป็นได้" พันตรีว่าพลางยกน้ำสมุนไพรขึ้นจิบ "ไม่มีใครพิเศษเกินกว่าใครหรอกเนอะ"

เก้าหวนคิดถึงคำขู่ของใครคนนึงที่เขาทั้งเกลียดและหวาดกลัว

เขาเป็นคนกุมชีวิต

เป็นคนกำหนดทุกอย่าง

เดินเกมและรอวันแห่งชัยชนะ

บิดาของนายหัว



"บางทีข้าก็ขอให้ตัวเองกลายเป็นคนอื่น"














































ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
บทที่ 5 เดินเกม

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

​​​​​​"อันนี้เป็นยาทา ทาบาง ๆ ลงบนรอยช้ำทุกวัน หลังให้เจ้านายของคุณดื่มน้ำในขวดใสใบนี้" นาวายื่นขวดใสที่บรรจุน้ำสีอำพันอยู่ภายใน แววตาภายใต้กรอบแว่นไล่อ่านคุณสมบัติยาที่สำคัญให้แก่ลูกค้าฟัง เจ้าจิ้งจอกพยักหน้าเข้าใจก่อนรับขวดยาไว้ในมือ ไม่อาจรู้ได้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นซ่อนสีหน้าแบบไหนไว้ แต่แววตาคมดุร้ายนั้นฉายแววอ่อนไหวกับอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจ

นาวาต้องย้ำอีกครั้ง

"อย่าลืมทาให้เขาทุกวัน ส่วนน้ำใจที่จะให้ก็ขอเป็นระยะห่างระหว่างน้องชายของผมกับเจ้านายของคุณ" 

"พี่..." 

"ถ้าภายในใจของคุณยังคิดว่าเราต้องเข่นฆ่ากันอยู่ ผมก็ไม่มีอะไรจะอธิบายถึงสิ่งที่ผมขอ ผมว่าเจตนาของผมชัดเจนที่สุดแล้ว ผมไม่ต้องการอยู่ใกล้หรือได้กลิ่นมนุษย์"

"..."

"คราวหน้ามีอะไรก็เดินตามลำธารไป คุณจะได้เจอกับคนที่ต้องการ ครั้งนี้ผมทำให้ เพราะไม่อยากมีบุญคุณค้างคากัน ถือว่าขาดกันแล้วนะครับ" นาวาว่าจบก็ลุกขึ้นเดินหนีขึ้นห้องไปในทันที 

พันตรีนั่งก้มหน้าทบทวนในสิ่งที่พี่ชายพูดไว้ทุกคำ ข้าง ๆ มีร่างของแขกที่มาหาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

ความเงียบที่ก่อตัวไม่อาจบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายรู้สึกอะไร 

ส่วนเขานั้น ก็คงต้องยอมรับความคิดว่าพวกเราทั้งหมดนั้นคงต้องยุติความสัมพันธ์ทุกอย่าง ไม่ว่ากับชายคนนั้น หรือ เจ้าจิ้งจอกที่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้านี้ 

"ผมคงต้องไปแล้ว" พันตรีลุกขึ้นยืน "แต่ผมจะไปส่ง"

"เดี๋ยว" เก้าคว้าข้อมือของพันตรีไว้มั่น เขาไม่อาจหยุดคิดเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดได้ "ข้า... คิดว่านายท่านคงหลงใหลอะไรบางอย่างในตัวของเจ้า แล้วข้าไม่อาจให้สัญญาได้ว่า พวกข้าจะสามารถหายไปจากชีวิตของเจ้ากับพี่ชายได้"

"แต่ผมว่าพวกเราทั้งหมดควรยุติทุกอย่างได้แล้วนะครับ" 

"ทำไม"

"เพราะพวกคุณทำร้ายผมมั้งครับ ถึงผมจะไม่ได้ติดใจอะไรเพราะต่างก็บอกว่าจำเป็นต้องทำ ผมเลยคิดว่า ถ้าจะจบเรื่องนี้ ตัวผมเองก็ควรหายไปและรักษาของสำคัญของตัวเองให้พ้นจากมือพวกคุณ มันก็เท่านั้น" พันตรีจับมือหนาไว้ "ให้มันจบเถอะครับ ลืมว่าเราเคยพบเจอกัน ในฐานะที่เราเป็นเลือดผสมเหมือนกัน ถือว่าผมขอร้อง"

"..."

"ชีวิตแบบพวกเราเลือกมากไม่ได้หรอก ให้ผมกับพี่ชายอยู่ในที่ที่สมควรเถอะนะ"

เก้าถอนหายใจ จากนั้นค่อย ๆ คลายมือออกจากข้อมือของพันตรี ร่างสูงในชุดสีขาวสะอาดตาลุกขึ้นยืน แววตาคมดุมองมาทางร่างตรงหน้าเพียงชั่วขณะ ก่อนที่จะก้าวเดินผ่านร่างนั้นไป

พันตรีเดินตามแผ่นหลังของใครอีกคน 

พลางคิดถึงชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิท ฝ่ามืออบอุ่น รวมไปถึงน้ำเสียงตอนบอกฝันดี

 "นี่..." พันตรียกมือขึ้นจับแขนเสื้ออีกคนไว้ นัยน์ตาสีครามที่ใครอีกคนชอบหนักหนาหลุบลงต่ำ 

เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้านายของเขาถึงชอบมาก เพราะสีตาสวยงามนั้นยามจ้องมองมันสามารถเยียวยาเรื่องเลวร้ายได้เกือบหมดไปจากใจ

เก้าหันกลับมามองอีกคน

"ถ้าพวกเรารักกัน..."

"..."

"มันจะเป็นยังไงเหรอครับ"

"มันก็..."

"..."

เก้าก้มลงไปกระซิบข้างหูคนตรงหน้า

"เกือบตาย"









แสงจากตะเกียงอาบไล้ใบหน้าชายผู้ทรงอำนาจ ควันสีขาวพร้อมกลิ่นฉุนรุนแรงลอยม้วนตัวขึ้นสู่ที่สูงก่อนจะจางหายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่น 

แววตาดุดันจ้องมองหน้าสมุดที่มีรอยขีดเขียนและลากโยงอะไรไว้มากมาย 

นึกถึงอดีตที่ผ่านไปแล้วซ้ำ ๆ

อดีตที่ร้อนเหมือนอยู่ในเปลวเพลิง

การตามล่าหาของชิ้นสุดท้ายเป็นอะไรที่ยากเหลือเกิน เพราะไอ้ลูกเวรนั่น!

กรอด!

"แกจะต้องเสียใจ" ว่าพลางอัดบุหรี่เข้าปอด จ้องมองรูปภาพลายไม้สวยงามที่ถูกแปะไว้ตามผนังห้อง 

ถ้าหากทุกอย่างล่าช้า เขาเองคงต้องเป็นคนลงมือ

"ท่านพ่อ มันจะจบเร็วกว่านี้เพียงแค่ท่านส่งมันมาให้ผม" ร่างสูงภายใต้เงามืดเอื้อนเอ่ย "ท่านอยากได้อะไร ผมจะหามาให้"

"โอเว่นลูกรัก" ฝ่ามือหยาบกร้านยกแก้วบรรจุน้ำสีอำพันขึ้นจิบ แววตาวาวโรจน์จ้องมองร่างสูงของลูกชายภายใต้เงามืด มุมปากกระตุกยิ้มโรคจิต "แกเคยคิดอยากจะมีความรักหรือเซ็กส์บ้างไหม"

ผู้เป็นบิดาเอื้อมมือไปหยิบรูปภาพใบหนึ่งขึ้นมาโบกไปมาในอากาศ รอยยิ้มฉีกกว้างออกมา ความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นไปพร้อม ๆ กับความเจ็บปวดของใครมากมายที่กลายเป็นหมากบนกระดาน

เขาจะไม่กำจัด

แต่เขาจะสร้างมันขึ้นมาให้เจ็บปวดที่สุด 

"ฉันต้องการทายาท ที่มันเกิดมาจากน้ำเชื้อของแกกับคนที่ฉันหมายตาไว้ ถ้าสำเร็จนอกจากความสะใจแล้วแกก็อาจจะได้กำไรคือเมียที่น่ารักสักคน"

"..."

"แต่เสียดายที่คนที่ฉันใฝ่หาไม่ใช่มนุษย์" 

มือที่ถูกประดับด้วยเพชรพลอยเลื่อนรูปภาพใบหนึ่งให้กับลูกชายของตน 

โอเว่นหยิบภาพนั้นขึ้นมาดู

ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายกาจขึ้นมา

"ฮะ! ผมคิดว่าหมากตัวเอกเกมนี้ช่างน่าสนใจไม่น้อย แล้วผมก็คิดว่าอาจจะได้กำไรมากกว่าที่คิดเสียด้วย แผนของพ่อ... คือการทำร้ายลูกชายไม่เอาไหนของตัวเองให้ตายทั้งเป็นชัด ๆ" โอเว่นหัวเราะสะใจ แค่นึกถึงใบหน้าของน้องชายต่างแม่ก็นึกอยากบดขยี้ให้มันทรมานเจียนตาย "พ่อสร้างอสูรกายไปพร้อม ๆ กับทำลายมัน"

"หึ... มันโง่เองที่เอาตัวไปพัวพัน ฉันบอกแล้วว่ายังไงมันก็คิดจะหักหลังอยู่แล้ว ดันเป็นความผิดพลาดในตระกูลเองช่วยไม่ได้ ฉันเลยหาประโยชน์ให้มันทำฆ่าเวลา หรือมันอาจจะต่อชีวิต..."

"..."

"ถ้าแผนของฉันสำเร็จ ทุกอย่างจะสวยงาม แต่ถ้าไม่ ก็รอดูว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร เพราะสุดท้ายทุกอย่างมันก็เป็นของฉัน"

โอเว่นยกยิ้มมุมปาก พลางยกรูปถ่ายสองใบเทียบกัน

ภาพทั้งสองต่างกันเพียงแค่กาลเวลาเท่านั้น และคนที่พ่อหมายตานั่น... มันคือคนเดียวกันกับที่น้องชายของเขาใฝ่หามานาน แต่โลกมันก็ช่างโหดร้าย 

เด็กคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ แถมยังถือครองของมีค่าอีกด้วย



หอกลึกลับนั่นจะเป็นกุญแจดอกสุดท้าย











ร่างสูงในสภาพเนื้อตัวมีแต่รอยช้ำนั่งใช้เวลาหลังตื่นนอนไปกับกองเอกสารมากมายตรงหน้า  ฝ่ามือหนาจับปากกาขีดเขียนงานต่อไปเพื่อรอเวลาให้สหายรักกลับมาจากการไปพบหาใครสักคน

ดวงตาคมกวาดมองตัวหนังสือบนเนื้อกระดาษ เรื่องที่หลาย ๆ ฝ่ายส่งข้อเรียกร้องมาถึงเขาเข้าไปอยู่ในสมองทั้งหมด ส่วนมากก็จะเป็นคำรายงานของพลทหารที่ต้องการขอเข้าพบพ่อของเขา บางส่วนก็ร้องถึงกำลังอาวุธและพาหนะมากมายที่สูญหายไปไม่น้อยระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่

รวมไปถึงผู้คนที่บาดเจ็บและล้มตาย...

นายหัวพ่นลมหายใจออกมาเมื่ออ่านเอกสารมากมายเหล่านั้นจนหมด 

คว้านหากระปุกยาที่มีกลิ่นหอมเย็น พลางนึกถึงใครอีกคนที่อยู่ในป่าลึก

จะทิ้งหรือจะเก็บไว้

นิ้วมือกวาดลงป้ายขี้ผึ้งภายในกระปุกขึ้นลูบทาแผ่นอกเปลือยเปล่า พอแตะไปตามรอยช้ำตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายก็ต้องแอบนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะมันปวดจนจุกอก ถึงจะออกกำลังกายหรือใช้กำลังจนกล้ามเนื้อแน่นกำยำแค่ไหนก็ไม่อาจทนความทุกข์ทรมานที่สะสมเพราะการทำโทษราวกับสัตว์ป่าใต้ตีนได้อยู่ดี 

เขาโดนทุบตีทุกวัน...

พี่ชายอำมหิตของเขาชอบที่จะทำให้มีอารมณ์รุนแรง เขาเกลียดรอยยิ้มสะใจนั่น

เกลียดทุกอย่างที่เป็นผู้ชายคนนั้น รวมไปถึงพ่อของเขาด้วย

นายหัวกัดฟันยามนึกถึงทั้งสอง แววตาวาวดุชัดเจนถึงความเกลียดชังที่ล้นอก ความดำมืดตีรวนขึ้นมาจนเส้นเลือดตามหลังมือและท่อนแขนแข็งแรงปูนโปน 

กรอด

สัมผัสได้ถึงกลิ่นของความเลวทรามต่ำช้าของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่หลบซ่อน ติดตรึงไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ

มันกำลังจะออกมาเยี่ยมผู้คนอยู่แล้ว ถ้าหากว่า...

"นายท่าน!"

เก้ามาช้าไปเพียงนิด

ทุกอย่างก็คงจะวนกลับไปสู้จุดเดิมเมื่อหลายปีที่แล้ว

"นายท่าน! ย...ยา ยาของท่านอยู่ที่ไหน" จิ้งจอกหนุ่มรีบค้นหากล่องยาฉีดที่ต้องการ บรรยากาศกดดันตีขึ้นมาจนจุกอกไปหมด กลิ่นอายความกดดันทำให้จิ้งจอกหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองลู่หูลง หมอบกราบด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าหากอยู่ในร่างของมนุษย์แล้วเขาต้องสามารถอยุ่เหนือสัญชาตญาณหวาดกลัวของตนเองให้ได้

เก้ากระชากลิ้นชักออกมาจนเกือบหมดทุกชั้น กวาดหากล่องยาฉีด ถ้าหากช้าอาจไม่ทันการ

"เก้า..." นายหัวก้มหน้าลงกัดฟันเพื่อข่มระงับตัวเอง หยดเลือดไหลลงเป็นทาง นายหัวของเขาขบกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อห้ามเขี้ยวยาวที่เริ่มโผล่พ้นออกมาจนน่ากลัว

"ไม่! นายท่าน ข้าจ...เจอแล้ว" 

จัดการเตรียมยา

ประคองเข็มพลางดันไล่อากาศ

กดมือลงกับแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งก้มหัวข่มอารมณ์ เก้ายกเข็มฉีดยาขึ้นก่อนจะพุ่งปักไปบนแผ่นหลังนั้น นายหัวครางเสียงต่ำเมื่อยาเริ่มฉีดไล่เข้าสู่ร่างกายที่ร้อนระอุเหมือนโดนแผดเผา 

"อื้ม..." 

"เป็นอย่างไรหรือนายท่าน" เก้าทรุดตัวลงนั่งเคียงกายนายหัว ฝ่ามือทั้งสองเอื้อมไปจับประคองใบหน้าที่ชื้นเหงื่อ พลางใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดรอยเลือดที่มุมปากนั้นด้วยความห่วงใย "ได้โปรดท่าน ถือว่าข้าขอร้องได้ไหมอย่านึกถึงเรื่องร้าย ๆ อีกเลย"

"อ่า... ฉัน" แววตาของเจ้านายสุดที่รักเหมือนกับเอ่ยชวนเขาให้ดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก สีตาดำมืดนั้นท่อประกายบางอย่างขึ้นมา "ฉันคิดถึงเธอกวางน้อย"

แววตาของคนโหยหาบางสิ่งบางอย่าง

"อยากขอโทษ"

บางอย่างที่คนตรงหน้าได้ฝากความรู้สึกไว้จนหมดทั้งหัวใจ

เก้าจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาชวนลุ่มหลงนั่น เขาไม่อยากบอกกล่าวคำพูดที่รับมาจากร่างน้อยนั่นเลย 

อาการทั้งทางกายและทางใจของเจ้านายไม่น่ามองเลยในยามนี้ ทุกอย่างดูอ่อนไหวและเปราะบาง เปราะบางเสียจนกลัวว่าสักวันจะแตกหัก

"ข้าหวังว่าคนที่ท่านนึกถึงในยามนี้จะได้ยินเสียงของท่านลอยไปกับสายลม ส่งไปถึง"

"..."

"หรืออาจเป็นข้าที่จะคอยรับถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรักของท่านตั้งหลายสิบปีส่งไปถึงเด็กหนุ่มคนนั้น เพียงแค่ท่านบอก ข้าก็จะรีบแปลงกายเป็นจิ้งจอกกระโจนข้ามทุกสิ่งกีดขวางไปถึงบ้านน้อยในป่าลึกลับนั่น"

"นายเจอเขาหรือ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามร่างตรงหน้า ฝ่ามือหนายกขึ้นจับมือของจิ้งจอกหนุ่มไว้มั่น "เขาสบายดีไหม เป็นอย่างไรบ้าง"

"เห็นว่ายาดี เจ้ากวางป่าว่ามาเช่นนี้"

นายหัวยกยิ้มพอใจ "อย่างน้อยในวันที่โหดร้ายสำหรับฉันก็ยังมีเรื่องราวดี ๆ ซ่อนอยู่สินะ"

เก้าพยักหน้า

ถึงแม้นในใจจะมีถ้อยคำมากมายวิ่งวนอยู่ภายใน แต่เจ้าตัวคงเลือกแล้วว่าการปล่อยให้ข้อความบางอย่างตกหล่นหายไปตามกาลเวลาอาจเป็นเรื่องดีก็เป็นได้

การได้เห็นเจ้านายของตัวเองมีความสุขนั้น

อยู่เหนือสิ่งอื่นใด รวมไปถึงถ้อยคำแง่ลบที่เคยบอกกับเจ้ากวางป่าว่าตนเองอาจกลายเป็นอริร้ายในวันข้างหน้า

เขาพร้อมถอนคำพูด

เขาพร้อมที่จะยืนหยัดรองรับชะตากรรมที่กำลังเล่นงานนายหัว

และอาจเป็นเขาที่จะยอมสละทุกอย่างเพื่อให้ทุกสิ่งสิ้นสุดเสียที

"ท่านพักผ่อนเถอะนายหัว เดี๋ยวข้าจะจัดการเอกสารที่เหลือแล้วจะนำส่งกองกำลังให้เอง"

ว่าจบ...

ม่านพลังสีแดงอ่อนจางก็ท่อประกายสวยงามรายล้อมร่างของนายอันเป็นที่รัก ดวงตาคมค่อย ๆ ปิดลงสู่ห้วงนิทรา

เก้าประคองรับร่างที่เอียงล้มลงไว้ได้ทัน ก่อนจัดการพาร่างทั้งร่างของนายหัวไปยังเตียงนอน

การใช้มนต์คาถาสะกดไว้คงทำให้เจ้าของร่างสูงได้พักผ่อนสมองและหัวใจไปสักพัก คงดีกว่าปล่อยให้เจ้าตัวนั่งทรมานกับแผลในใจข้ามวันข้ามคืน

ต่อจากนั้นเจ้าจิ้งจอกผู้ภักดีก็ดึงเอาถุงยาและขวดใสที่ได้รับมาจากพี่ชายของเจ้ากวางป่าออกมาจัดเตรียมไว้ให้นายหัวได้ใช้ 

กลิ่นหอมที่เจ้าตัวเล็กฝากไว้ให้เขาเพื่อมอบให้กับร่างสูงนั้นวางเคียงกันใกล้ ๆ สำรับยา มันคือผงหอมที่ทำจากดอกไม้ป่า เจ้าตัวทำมาเพื่อตอบแทนน้ำใจ

ถึงแม้นปากจะขับไล่

แต่ในใจก็ยังแอบเพรียกหาอยู่ลึก ๆ

ชะตาของทั้งสองอาจเกี่ยวโยงกันมาแต่ก่อน แต่ด้วยวัยและวันวานที่ยังเดียงสา อาจทำให้ทั้งสองไม่ได้หยุดพินิจกันเนิ่นนานเท่าปัจจุบัน









"เจอแล้วหรือ" 

"ครับ นายหัวเจอตัวแล้ว" 

แสงจากเปลวไฟส่องสะท้อนบนผิวหน้ากากไม้เคลือบเงา ภายในเตาผิงปรากฎมวลภาพของกะโหลกสัตว์ดุร้ายขึ้นมาวาบไหวไปกับเปลวเพลิงร้อนระอุ 

เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยถามร่างที่นั่งคุยอยู่กับตนเองนานสองนาน คอยรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับภารกิจแสนลับ อสูรกายที่โผล่เพียงกะโหลกหัวก่อตัวขึ้นมาหารอบนี้เหมือนรู้ถึงเรื่องราวอันเจ็บปวดที่มีผลต่อร่างที่นอนหลับไปแล้ว

เพราะมันส่งถึงตัวตน...

ที่ถูกจองจำรอวันปลดพันธนาการ

"ครอบครัวของเจ้านายเจ้าคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบอย่างง่ายดาย สิ่งที่เจ้าได้ยินมามีเรื่องใดบ้างเล่าให้ข้าได้รับรู้นับเก้า" 

"พวกมันวางแผนจะมีทายาท" แค่คิดก็รู้สึกโกรธขึ้นมา "จะสร้างสิ่งมีชีวิตพันธุ์ผสมขึ้นมาโดยใช้ทารกน้อยสืบทอดอีกครา ข้าไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะจบหนทางใด ถ้าหากเจ้ากวางป่าคนที่เจ้านายข้าหลงรักพลั้งผลาดมีเด็ก ข้าว่าจบแบบที่นายท่านของข้าต้องบอบช้ำ อาจเหมือนตายทั้งเป็น"

"แล้วเจ้านายของเจ้าก็มิอาจควบคุมทุกสิ่งได้เหมือนเดิม ทุกอย่างจะเป็นไปตามหมากบนกระดานเช่นทุกครา เพื่อช่วยเจ้านายของเจ้า... ข้าขอเพียงแค่ทายาทนั้นต้องไม่เกิดจากพวกมันทั้งสอง แต่ยากที่จะเดาว่าถ้าหากมีทายาทแล้ว มนต์ที่ผลึกหอกนั่นจะย้อนคืนสู่ผู้ใด"

"ท่านหมายถึง ?"

"หอกจะเป็นผู้เลือกคนถือนับเก้า พวกเราไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน ยกเว้นเสียแต่ปล่อยข้าออกไปจากคุกดำมืดนี่" 

"ข้าเชื่อว่านายหัวจะไม่ปล่อยให้คนที่เขารักเป็นอันตราย แล้วเขารู้หรือไม่เรื่องสืบทอดนี้" 

"ไม่รู้... อย่าให้รู้ บทเรียนราคาแพงได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ตอนนี้เจ้านายเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและควบคุมข้าที่อยู่ในตัวเขาเท่านั้น"

"ถ้าหากไม่มีทายาท" เจ้าจิ้งจอกเอ่ยถึงความในใจด้วยน้ำเสียงเบาหวิว...

"ตัวข้าจะไปสู่หอกยากยิ่งขึ้น และเจ้านายของเจ้าก็จะแบกรับทุกอย่างไว้จนกว่าร่างแหลกสลาย"

เก้าถอนหายใจ

"ท่านต้องการให้นายหัวร่วมรักกับเจ้ากวางป่าใช่หรือไม่ ถ้าหากมีทายาทท่านมั่นใจหรือว่าหอกนั่นจะเลือกทารกน้อยที่เกิดจากนายหัว"

"ข้ามั่นใจ เมื่อสองสายเลือดมาบรรจบ สุดท้ายเด็กที่คลอดออกมาจักเป็นมากกว่าความตาย"

เจ้าจิ้งจอกเงยหน้าสบตากับกะโหลกในเตาไฟนิ่ง

สิ่งที่รับรู้เพิ่มเติมทำให้ใจไม่สงบ

ทารกน้อยช่างน่าสงสาร

"อย่าบอกนะ" อย่าเป็นแบบที่เขาคิด

"อืม..."

ได้โปรด

"..."



"ครอบครัวของพันตรีและครอบครัวที่แท้จริงของเจ้านายเจ้าเป็นผู้สร้างข้าและหอกนั่นขึ้นมา"












































































ออฟไลน์ Rxtxr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
บทที่ 6 ปลูกดอกไม้ในใจคน

#เรื่องเล่าจากเปลวไฟ

นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วที่พันตรีไม่ได้พบเจอร่างสูงของใครบางคน 

เป็นช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า วันแล้ววันเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะรู้ตัวเวลาก็ล่วงเลยมาไกล แผลที่ถูกกระสุนเจาะเริ่มหายดี การเดินเหินเริ่มกลับมาคล่องแคล่ว พอเริ่มดีขึ้น พี่ชายก็สั่งให้เขาเริ่มบทเรียนใหม่ทันที

ตอนนี้พันตรีรู้สึกได้ถึงพลังที่เงียบเหงามานานของตัวเอง ตัวตนของเขากำลังผลิบานไปพร้อม ๆ กับดอกไม้ในทุ่งหญ้า กลีบดอกไม้แย้มบานยามเมื่อก้านนิ้วเรียวสัมผัส ละอองสีขาวหมุนวนรอบดอกไม้ที่หุบตูม หลังจากนั้นก็พากันเบ่งบานรับแสงแดดยามเช้า

ใบหน้าหวานแต้มยิ้มน้อย ๆ

3 สัปดาห์ที่ยาวนาน เขาได้ฝึกฝนบทเรียนที่นาวาสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุด พันตรีก็สามารถบังคับพลังของตัวเองได้บ้างแล้ว

ภารกิจที่ต้องทำในเดือนหน้า หรืออีก 1 สัปดาห์นี้ คือการมอบฤดูกาลใหม่ให้กับผืนป่า พร้อมกับร่ายมนต์คาถาเพื่อปกป้องสัตว์ป่าน้อยใหญ่ให้ปลอดภัยในช่วงจำศีล 

นอกจากการเรียนมนต์คาถาแล้ว พันตรียังต้องฝึกฝนการใช้หอกยาวที่ถูกเก็บไว้มานานให้คล่อง นอกจากมีดเล่มเล็กแล้ว อาวุธอื่นก็จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตเพิ่อพิทักษ์พี่น้องของตนเองให้พ้นจากมือมารร้ายในนาม 'มนุษย์' พันตรีใช้เวลาทุ่มเทให้กับทุกสิ่ง แต่ถึงอย่างนั้น พลังที่แท้จริงก็ไม่อาจเปิดเผยออกมาได้งดงามเท่าพี่ชายของตน

พันตรีจำได้

ภาพของเกลียวคลื่นสวยงามที่สาดซัดทุกสิ่งจนเกิดเป็นหยาดน้ำตัดกับแสงแดดนั้นช่างน่ามอง

ไหนจะมวลคลื่นที่ไหลวนเวียนเพราะมนต์ตราบังคับให้พุ่งตรงไปยังทิศทางต่างๆราวกับพญามังกรนั่นอีก พันตรีอยากเห็นพลังที่แท้จริงของตัวเองบ้าง

อยากรู้ว่าความงามของเกล็ดหิมะนั้นมีมากน้อยเพียงใด

พันตรีใช้ฝ่ามือแตะลงบนพื้นหญ้าเขียวขจี หลับตาลงช้า ๆ พลางนึกถึงม่านพลังของตน เพ่งสมาธิให้ทุกอย่างไหลลงไปที่ฝ่ามือคู่ที่ยันพื้นไว้ ก่อนที่จะเกิดละอองสีขาวงดงามลอยฟุ้งกระจายพาพัดเอาลมแรงตีแนวหญ้าเขียวสดให้เอียงไปตามลม ก่อนจะบังเกิดดอกหญ้ามากมายลอยขึ้นเหนือหัว ภาพน่ารักนี้ตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส นัยน์ตาสีเดียวกันทอประกายความสุขยามเงยขึ้นมองตามเหล่าดอกหญ้านับร้อยนับพัน

เขาเสกให้ทุกอย่างใต้ดินนั้นคงสภาพอุดมสมบูรณ์

พลางพาพัดสายลมหนาวทักทายสรรพสิ่งให้รับรู้ว่าตัวเขาเองจะเป็นผู้ดูแลผืนป่าในหน้าหนาว 

พัดเอาถ้อยคำคิดถึงลอยไปหาคนที่ฝันถึงอยู่ทุกคืนวัน...

"อีกไม่นานนัก ป่าแห่งนี้คงเงียบเหงากว่าเดิม" พันตรีพูดกับใบหญ้าสีเขียวสด แววตาอ่อนหวานมองด้วยความรัก "ฉันจะต้องทุ่มเทให้กับพวกเธอ ใช้เวลาบำรุงพวกเธอให้สมบูรณ์มากกว่านี้"

ปลายใบแตะที่นิ้วมือของพันตรีราวกับรับรู้ถึงถ้อยคำ

ใบหน้าหวานงดงามแต้มยิ้มมีความสุข

"พันตรี" 

ร่างของกวางหนุ่มเดินตรงมาหา พันตรีผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจ้องมองพี่ชายที่เดินอวดทรงสง่า ใบหน้าสวยงามเชิดขึ้น แววตากวางกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อตรวจการบ้านของน้องชาย

"เป็นไง ผมลองดูแล้ว มันได้ผลถึงแม้ว่าจะไม่ได้เยอะแยะมากมายเช่นพี่" พันตรีมองผลงานของตัวเอง 

"เยี่ยม ถือว่าการลงสนามครั้งแรกของนายใช้ได้"  นาวาเอ่ยก่อนก้มดมกลิ่นดิน "นายเติมแร่ธาตุลงดินเหรอ"

"ผมคิดว่ามันควรได้รับการบำรุงบ้าง ก็เลยใช้มนต์ฝังลงไป พี่ได้กลิ่นแร่ธาตุชัดขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ชัด แต่ก็ดีแล้ว เอาไว้ให้ลูกสัตว์ได้กินบ้าง" นาวาเดินนำร่างของเด็กหนุ่มไปยังลำธาร ทุก ๆ ก้าวเดินมีละอองสีฟ้าทอประกายรอบกาย เสียงกระพรวนที่ห้อยประดับอยู่บนเขาคู่งามส่งเสียงบอกให้สัตว์น้อยใหญ่รับรู้ว่าผู้พิทักษ์กำลังมาแล้ว

เมื่อมาถึงริมลำธารใส นาวาจัดการเอียงเขาข้างใดข้างนึงลงไปสัมผัสผิวน้ำเย็นฉ่ำ เเสงสีฟ้าเริ่มเข้มขึ้น ก่อนที่กระแสน้ำจะปั้นตัวขึ้นมาเป็นนกพิราบสีฟ้า

"นก..." พันตรีมองตามงานศิลปะที่เกิดมาจากพี่ชายของตนเองอย่างไม่ละสายตา "มันคืออะไรเหรอนาวา"

"ฉันสั่งให้มันบินไปที่กระท่อมของอาจารย์" นาวามองตามนกสีฟ้านั้นจนมันลับสายตาไป "ท่านต้องใช้มันสำหรับบดยาเก็บไว้ยามที่ลำธารตรงนี้กลายเป็นน้ำแข็ง"

ว่าจบ 

ฝูงนกมากมายก็พากันกระพือปีกบินขึ้นฟ้า ความสุขตีตื้นขึ้นมาจนล้นอก เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เรียกว่าความมหัศจรรย์ของเวทมนต์อย่างแท้จริง

นัยน์ตาสีครามจดจำสีของท้องฟ้า

สีของต้นไม้

สีของความสุขที่เปล่งประกายโอบล้อมตัวเองและพี่ชาย 

พันตรียิ้มตาหยี กวางหนุ่มรูปงามส่งสายตาอ่อนโยนส่งมอบให้น้องชายด้วยความรัก สักวันพันตรีต้องเก่งขึ้นไปอีก เพราะเด็กหนุ่มข้างหน้าเปี่ยมไปด้วยพลังของคนที่ชอบค้นหาสิ่งแปลกใหม่ เขาเชื่อว่าร่างตรงหน้านั้นยินดีที่จะฝึกฝนเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ

นั่นคือความงาม

"วันนี้ท้องฟ้าสีสวยมากกว่าปกติ อาจเป็นเรื่องส่งท้ายก่อนเข้าหน้าหนาว" นาวาเงยหน้ามองท้องฟ้า มองฝูงนกและร่มไม้สีเขียวตัดสีฟ้า ทุกอย่างสวยงามเหลือเกิน "วันนี้นายจะได้จับหอกจริง ๆ จัง ๆ แล้วนะ"

"พี่จะเป็นคู่ฝึกซ้อมให้ผมรึเปล่า"

"เปล่า" นาวาส่ายหัว "อาจารย์ยังไม่ให้นายสู้หรอก ท่านจะสอนใช้มนต์คาถาร่วมด้วย"

พันตรีแสดงสีหน้าไม่มั่นใจออกมาอย่างชัดเจน

"แต่ผมยังใช้พลังของตัวเองไม่ได้เลย ตอนนี้ได้แต่มนต์คาถาในตำรา"

เขากลัวว่าจะทำได้ไม่ดี

"ไม่มีใครแกร่งกล้ามาตั้งแต่เกิด นายไม่ได้ผิดปกติหรอกน้องพี่ นายแค่อยู่ในช่วงเวลาของการเป็นมนุษย์มากเกินไป"

"มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ" 

พันตรีหวนนึกถึงวัยเด็ก ที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ในตัวเมืองท่ามกลางผู้คนมากมาย โรงเรียนที่เขาเคยศึกษา ตอนนี้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ของมนุษย์ยังมีมากกว่าชีวิตในร่างของกวางเสียอีก 

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เสียงหวีดร้องทรมานของผู้คน รวมไปถึงไฟที่ลามลุกบ้านเรือนเสียหาย อสูรกายในเงาควันยามนั้นช่างน่ากลัว

พ่อกับแม่ของพันตรี... วิ่งหายเข้าไปในหมอกควันแล้วก็ไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย

"นายมีความรู้เหมือนมนุษย์ นั่นคือสิ่งที่พี่ร้องขออยู่บ่อยครั้ง ถ้าหากนายชินมากจนเกินไปอาจจะสายที่ปล่อยให้นายใช้ชีวิตครึ่ง ๆ กลาง ๆเช่นนี้"

"..."

"สู้ ๆ นะ พี่เชื่อว่ากวางที่สง่างามที่สุดอยู่ตรงหน้าของพี่แล้ว"

พันตรีน้ำตาคลอ

พยักหน้ารับคำชื่นชมที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขาจากพี่ชาย

กอดภาพเหตุการณ์เหล่านั้นไว้ในใจ ก้าวขาเดินต่อไปเพื่อเติบโตขึ้นเป็นคนที่ไม่ใช่เมื่อวาน









"ท่านหายปวดตามเนื้อตัวแล้วใช่ไหมนายหัว" 

"อืม เดินจากประตูใหญ่มาถึงตลาดกลางได้โดยไม่ปวดตามเนื้อตัวก็ถือว่าใช้ได้แล้ว" 

นายหัวว่าพลางหันมองบรรดาร้านค้าที่เปิดเต็มสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านขายผักผลไม้ ร้านขายปลา ร้านขายเนื้อเกรดต่ำไปจนถึงดี เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ชาวบ้านทั้งในและนอกตัวเมืองต่างพากันมาลงพื้นที่ทำมาหากิน 

ในอ้อมแขนแข็งแรงมีหนังสือเล่มหนาประคองไว้ ดวงตาคมกวาดมองหาร้านค้าเป้าหมายที่ต้องทำการตรวจสอบว่าลักลอบสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่

วันนี้เป็นวันหยุดแท้ ๆ แต่เขายังต้องทำงานตั้งแต่เช้ามืด จนตอนถึงฟ้าสว่างจ้าด้วยแรงร้อนของไอแดด

"ร้านที่พ่อสั่งให้ไปดูอยู่ตรงไหนกัน หรือมันจะปิดร้านหนีไปแล้ว" ร่างสูงบ่นกับตัวเอง 

"จบงานนี้ ข้าอยากจะพาท่านขึ้นเขาไปเล่นน้ำเสียจริง" จิ้งจอกหนุ่มยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อใต้คาง วันนี้แดดร้อนกว่าปกติ ในตัวเมืองไม่มีต้นไม้เหมือนในป่า ลมเย็นๆไม่พัดผ่านมาทักทายเลยสักนิด "ข้านึกถึงยามที่ร่างกายเปียกน้ำเหลือเกิน"

"ตอนนายเป็นสุนัขฉันก็อาบให้อยู่บ่อย ๆ"

"มันไม่เหมือนกันนี่นายท่าน!" จิ้งจอกหนุ่มเริ่มงอแงใส่ร่างสูงของคนเป็นนาย ความร้อนทำให้เจ้าตัวเริ่มเอาแต่ใจ ถ้าหากกลายร่างเป็นหมาคงลิ้นห้อยลากดินไปแล้ว

"ถ้าอยากเล่นน้ำไว ๆ นายช่วยฉันทำงานสิ เอารายชื่อร้านพวกนี้ไปอ่านแล้วเข้าไปดูทีว่ามีพวกลักลอบสินค้าผิดกฎหมายไหม" นายหัวฉีกกระดาษออกมาจากหนังสือ ก่อนยื่นให้ร่างของสหายรักรับไปทำงานที่เหลือ เจ้าจิ้งจอกรับไว้ อดทนอีกนิดคงได้ลาขาดจากงานไปเล่นน้ำในลำธารสมใจ

นายหัวกับนับเก้าแยกย้ายกันไปทำงาน 

คนเป็นนายมุ่งหน้าไปทางตลาดดอกไม้

ส่วนสหายรักเดินย้อนกลับไปยังตลาดอาวุธ

ถ้าหากเจอร้านเถื่อน นายหัวเชื่อว่าจมูกสุนัขจะสามารถจับกลิ่นได้ในทันที อีกทั้งยังไม่อยากเอาหน้าของตัวเองไปเดินให้ใครต่อใครทักทายเขา เลยเลือกที่จะเดินหนีออกมาจากโซนค้าอาวุธและหนังสัตว์

หลีกหนีกลิ่นเหล็กและคาวเลือด มาหากลิ่นหอมของดอกไม้

"สวัสดีค่ะ" หญิงสาวเจ้าของร้านดอกไม้ก้มศีรษะทักทายลูกค้ามาดดีตรงหน้า ใบหน้าคมสันปานงานปั้น สัดส่วนนายทหารศึกเรียกออร่ายำเกรงให้ผู้ที่พบเห็นต้องอ่อนน้อมเข้าไว้ นอกจากชายคนนี้จะเป็นแม่ทัพเอกแล้วยังเป็นลูกชายของผู้นำดินแดนแห่งนี้ด้วย 

ผู้ที่สามารถตัดสินชะตาชีวิตใครต่อใครเพียงปลายดาบ

ไม่มีใครอยากลองดี

แต่หารู้ไม่ว่าลูกชายที่ชื่อนายหัวกับโอเว่นนั้น นิสัยต่างกันสุดขั้ว ถึงแม้ว่าจะมีข่าวลือเรื่องฝีมือการต่อสู้ที่ไม่แพ้กันก็ตาม แต่ต่างก็มีเป้าหมายต่างกันอย่างชัดเจน

เพราะนายหัวไม่ฆ่าใครไร้เหตุผล หมดงานในสายตานายหัวก็มองทุกอย่างเสมือนเพื่อน ครอบครัวและเพื่อนร่วมโลกทั่วไป

แต่กับพี่ชายของเขานั้น ไม่เคยมองใครด้วยความหวังดีอยู่แล้ว

และทุกคนในดินแดนนี้ก็มักจะจำเขากับพี่ชายเหมือน ๆ กัน เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายของพ่อ ในหนึ่งวันตัวเขาเองแทบจะไม่ได้โผล่หน้าออกมาเดินตามท้องถนน ก็ยังทำให้เขาประหลาดใจเหลือเกินว่าทำไมใครต่อใครถึงได้ซุบซิบว่าเขานั้นใจมารขนาดนั้น

พี่ชายคงไปสร้างชื่อเสียงไว้ไม่น้อยเลย

"สวัสดีครับ" นายหัวส่งยิ้มให้หญิงสาวเจ้าของร้าน อีกฝ่ายชะงัก "อ้อ..."

บอกแล้วไง

ว่าคนชอบเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเขา

"ผมไม่ได้มาตรวจค้นร้านหรอก ขอโทษที่ทำให้ตกใจ" ร่างสูงว่าพลางปิดหนังสือลง "ผมอยากได้ดอกไม้สักช่อ"

"..."

"ขอเป็นกุหลาบแดงแล้วกัน" 









ปึง!

กรอด

สุนัขจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์กัดกรามจ้องมองร่างใต้อุ้งเท้าใหญ่ กรงเล็บกางออกกักขังร่างชายฉกรรจ์ ความโกรธเกรี้ยวทำให้ร่างที่เคยเป็นมนุษย์รีบแปลงกายขยายขนาดข่มขู่ศัตรูที่ถืออาวุธพร้อมมือ นัยน์ตาคมดุตวัดมองหนังสุนัขป่ามากมายที่ห้อยแขวนไว้บนราว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วกระท่อม 

นับเก้าโกรธแค้นมนุษย์ใจทรามที่กำลังฆ่าสัตว์พวกนั้นเพื่อเอาเนื้อหนังมังสา มันคืองานเถื่อนผิดกฎหมาย นอกจากขายหนังสัตว์ต้องห้ามแล้วยังค้าอาวุธสงครามอีกด้วย

ดวงตาสีแดงสดกวาดมองอาวุธในมือที่พร้อมฟาดฟัน

แต่ถึงอย่างนั้นสัตว์เลือดผสมเช่นเขาไม่เคยหวาดกลัว เพราะลูกเล่นในสนามรบขัดเกลาเขาให้สังหารทุกคนที่นายหัวสั่งให้ฆ่า

"อ๊ากกก!!!" เก้าก้มลงฝังคมเขี้ยวกับร่างใต้เท้า ฉีกกระชากร่างนั้นออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนยกกรงเล็บตวัดใส่ร่างที่กำลังวิ่งเข้ามารุมล้อม ปลายดาบพวกนั้นตวัดแกว่งไปมาไร้ความมั่นคง อาจจะเพราะในใจลึกๆนั้นพวกมันเกรงกลัวความตาย

หอกแหลมพุ่งมาที่กลางอก เก้าอาศัยจังหวะนั้นคืนร่างเป็นครึ่งคนครึ่งสุนัข ใช้ท่อนขาตวัดเตะร่างของชายฉกรรจ์พวกนั้นล้มลง ร่ายมนต์คาถาที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด บังเกิดม่านพลังสีแดงโอบล้อมร่างกาย ฝ่ามือเปื้อนเลือดชี้พุ่งไปยังด้านหน้า เส้นเถาวัลย์ปริศนาฟาดตีใส่ร่างศัตรูจนเกิดแผลสด

ศัตรูมารอบทิศ

หมับ!

แต่สัตว์ป่าเป็นผู้ล่า

"ไง... ไอ้เศษเดน" เก้าคว้าเอาด้ามขวานไว้มั่น หางตาตวัดมองใบหน้าซีดไร้เลือดของอีกฝ่ายที่พุ่งตรงง้างขวานหวังฟัน ฝ่ามือหนากำแน่นจนได้ยินเสียงไม้แตกหัก "หมารอบกัดอย่างพวกเจ้าก็ได้แค่นี้ ข้าจะฆ่าให้หมด เหลือเพียงวิญญาณไว้ให้เจ้านายเจ้าได้รับรู้"

"..."

"ใคร" ท่อนแขนแข็งแรงปัดทิ้งจนร่างที่จับด้ามขวานไว้เอียงเซ ตัวสั่นเทาราวกับลูกนก "ใครส่งพวกเจ้ามา"

"ฉัน... ฉันไม่รู้"

"หึ กลัวจนจำหน้าเจ้านายตัวเองไม่ได้เลยหรือ" 

"ท...ทิศใต้ส่งพวกฉันมา" มันทรุดกายลงพนมมือไหว้ "บอกว่าทิศเหนือมีแหล่งค้าขายใหญ่โต ได้โปรด..."

ฉั้วะ!!

เก้าตวัดดาบฟันหัวศัตรูจนหลุดออกจากบ่า

เพียงได้ยินแค่นั้น

ภาพเลวร้ายมากมายก็หวนกลับมาอีกครา ภาพที่ดินแดนนี้มีแต่กลิ่นคาวเลือดและดินปืน

มนุษย์มักกระหายสงคราม

กระหายเงินทองและอำนาจ

จตุรทิศที่เป็นเสาเอกกำลังไร้คนศรัทธา เก้ารู้ดีว่าดินแดนที่ตนจากมานั้นเลวร้ายเพียงใด

การหนีจากการตามล่าหัวนั้นช่างทรมาน อยากตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในใจก็กระตุ้นบอกให้หายใจต่อไป เดินไปข้างหน้าจนพบเจอกับเด็กน้อยคนนึงที่ยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาตื่นตกใจ

เขาเฝ้าดูเด็กน้อยคนนั้นเติบโตวันแล้ววันเล่าในร่างของสุนัขจิ้งจอก นั่งมองราวกับเป็นสุนัขรับใช้นาย ปล่อยให้อีกคนได้ลูบเล่นขนนุ่มด้วยความรัก จับใส่ปลอกคอและฝึกให้รู้ถึงรสชาติของคาวเลือดเลว

จนในที่สุด

เก้าก็เปิดเผยตัวตนว่าการจงรักภักดีนั้นเป็นเช่นไร 

วันแรกที่ยอมแปลงกายเป็นมนุษย์

วันแรกที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นสัตว์ร้ายเลือดผสม

การก้มหัวลงพร้อมสัญญาว่าจะยืนเคียงข้างกายนายหัว

บัดดี้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตสูงสง่า

เป็นชายหนุ่มไม่ใช่เด็กน้อยเมื่อวันวาน แต่ชีวิตก็เล่นตลกไม่เบา เพราะก่อนที่จะเติบโตได้ขนาดนี้ นายท่านของเขาเจอเรื่องเลวร้ายมาก่อน

พร้อมแบกรับสิ่งที่ใหญ่เกินตัว

"เก้า"

ร่างของสุนัขจิ้งจอกหันกายกลับไปทางเสียงที่เรียกหาเขา ในแววตาสะท้อนภาพของชายหนุ่มยืนโอบกอดช่อดอกไม้มองมาทางเขาด้วยแววตาประหลาดใจ

ร่างนั้นเดินตรงมาหา

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนเอ่ยถาม

"ร้องไห้ทำไม" 

"อ่า..." ยกเเขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา พลางส่ายหัวปฏิเสธคำถามนั้น ก่อนหยิบยื่นสัญลักษณ์บางอย่างให้นายหัว "นี่คือคำตอบ พวกมันมาจากทิศใต้"

"ลางไม่ดีเลยใช่ไหม ถึงได้ร้องไห้แบบนั้น"

"ข้าไม่ได้ร้องเสียหน่อย ข้าแก่เกินกว่าจะมายืนร้องไห้ไร้สาระ"

นายหัวหลุดขำ ก่อนเอื้อมมือไปลูบหัวเก้าเบาๆ

"โตแล้วก็ร้องไห้ได้ นายมีจิตใจเป็นของตัวเองสหาย" 

"ข้าต้องเก็บกวาด ยังดีที่กระท่อมอยู่ในป่าไม่ใช่ในตลาดใจกลางเมือง" เก้าผ่อนลมหายใจ "โชคดีที่ไม่มีใครเห็น"

เลือดผสมเป็นสิ่งต้องห้าม

ใครเห็นเป็นต้องฆ่าให้ตาย เพื่อปิดปาก

"ขอบใจสำหรับวันนี้" 

"ด้วยความยินดีนายท่าน" 

ว่าจบเปลวเพลิงก็มอดไหม้ศพและกระท่อมนั้นจนเป็นเถ้าถ่าน





ทั้งสองเดินออกจากตัวเมือง ในมือของเก้ามีเหรียญสัญลักษณ์ของร้านค้าเถื่อนที่เขาและเจ้านายไปตามเก็บงานมาทั้งหมด 20 ร้าน

เป็นจำนวนที่เยอะขึ้นจนน่ากลัว

"ร้านเถื่อนเยอะขึ้นทุกวันจนน่าเป็นห่วง" นายหัวเอ่ยพลางก้มลงมองช่อดอกไม้ในมือ "อีกไม่นานคงกลืนกินร้านค้าของผู้คนในท้องที่จนหมด กลายเป็นตลาดมืด"

"ดินแดนรอบเราคงเคลื่อนไหวบ้างแล้ว เรื่องสงครามคงหนีไม่พ้นถ้าหากพ่อท่านประกาศว่าได้ครอบครองกุญแจดอกสุดท้าย"

"นั่นสิ" 

"ว่าแต่ท่านซื้อดอกไม้นี่ไปมอบให้แก่กวางป่าหรือ" 

"อือหึ ไม่ได้พบเจอมานาน แต่ถ้าหากไม่เจอกันคงไปวางไว้ยังสถานที่ที่คุ้นเคย" 

"ตลกร้าย ที่เป็นคนเดียวกัน" ประโยคสุดท้าย เก้าพูดกับตัวเอง







ฝ่ามือบางช้อนน้ำเย็นชื่นใจไว้ในมือ ก่อนจะใช้ขึ้นลูบใบหน้าเพื่อคลายร้อน การฝึกฝนช่วงบ่ายค่อนข้างสาหัส เนื่องจากพันตรียังไม่สามารถควบคุมพลังที่แท้จริงของตัวเองได้ ทำให้ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติในการฝึกสมาธิ

อีกอย่างเจ้าหอกยาวนั้นมีน้ำหนักที่มาก ทำให้ช่วงที่ต้องฝึกกวัดแกว่งอาวุธนั้นดูไม่คล่องและมีสะดุดล้ม กว่าจะหายเจ็บสติและสมาธิที่รวบรวมไว้ก็แตกกระเจิงหมด

พันตรีทิ้งตัวลงนั่งริมลำธาร ดึงกล่องไม้ที่ภายในมีหอกลึกลับนอนอยู่มาเปิดดูลายสลักสวยงามตามด้ามไม้ 

ดวงตาสีฟ้ามีประกายของความรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อสัมผัส

นึกไปถึงช่วงเวลาที่ตนสามารถต่อสู้ไปพร้อม ๆ กับทุกสิ่งได้อย่างคล่องแคล่วแล้วมีความสุขเหลือเกิน 

ต่อจากนี้ต้องฝึกฝนให้มาก มากยิ่งขึ้นไปอีก

กรอด

ดวงตากวางตวัดมองตามสัญชาตญาณ แต่เร็วไม่เท่าท่อนแขนที่วาดคว้าร่างบางไว้ในอ้อมอก กรามคมสบกันแน่น เสียงครางกดต่ำอยู่ที่ข้างหู

พันตรีเบิกตากว้าง

ใจดวงน้อยเต้นระรัว

"อย่าไปแกล้งเขาสิเก้า" เสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้น เรียกสติให้พันตรีผลักอกของร่างแปลกตาออกไป เขาไม่เคยเห็นเจ้าจิ้งจอกเป็นลูกครึ่งเช่นนี้ แล้วทำไม พวกเขาสองคนถึงมาอยู่ตรงนี้!

"พวกคุณ!" 

"ช้าไปนะ ถ้าเป็นคนอื่นน้ำในลำธารคงเป็นสีเลือดของเจ้าแล้ว เจ้ากวางโง่" เก้าผละออกมาจากร่างเล็กตรงหน้า กลับคืนร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกขนาดมหึมา สายตาคมดุกวาดมองทุกอย่างรอบกาย 

พันตรีเบือนหน้าหนีคนทั้งคู่ กอดกล่องไม้ไว้แน่น

"ขอโทษแทนนับเก้าด้วยนะ" 

"ไม่เป็นไรครับ" 

นายหัวสำรวจร่างของคนตรงหน้า พบว่าเจ้าตัวอุดมสมบูรณ์ขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีร่องรอยของบาดแผลที่อาจจะได้มาจากการฝึกใช้อาวุธในอ้อมอก ดูก็รู้...

ว่าเจ้ากวางสีฟ้านั่นเคร่งเรื่องแบบนี้กับน้องชายตัวเองมากขนาดไหน ยิ่งเจอเขาเป่ากระสุนเจาะท้องไป ก็ไม่แปลกที่จะให้ทำอะไรหนักหนาสาหัสแบบนี้

ร่างสูงพยักหน้าใส่สหายคู่กาย ร่างขนาดใหญ่โตลุกขึ้นเดินก้าวลงลำธารไป 

พันตรีมองตามร่างของสัตว์ร้ายใจบาป

"เมื่อกี้แค่แกล้งน่ะ อย่าไปถือสาเลย"

"พวกคุณทำผมใจเสีย" พันตรีถอนหายใจ "ผมไม่ได้กลัวตายหรอก แต่แค่โกรธตัวเองที่ใจลอยเกินไป"

"คิดซะว่าเธอเองก็ไว้ใจในกลิ่นของพวกเราสิจะได้สบายใจ" ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ อีกคน พลางยื่นช่อดอกไม้ให้ "ถือว่าเป็นของขวัญ"

พันตรีทำตัวไม่ถูก...

การหยิบยื่นสิ่งของให้กันกะทันหันแถมเป็นของสวยงามเช่นนี้ด้วยแล้ว

"ขอบคุณครับ" มือเล็กรับช่อดอกไม้มาถือไว้ พลางก้มลงสูดกลิ่นหอมตามนิสัย "มันสวยมากเลย"

"แต่เธอสวยกว่าหลายร้อยเท่า"

"หา!?"

ชายหนุ่มหลุดขำให้กับใบหน้าตลก เอื้อมมือไปยีกลุ่มผมนุ่มด้วยความเอ็นดู 

"เธอนี่นะ ตกใจอะไรขนาดนั้น"

"ต้องบอกว่าผมหล่อสิครับ" 

"เธอสวย เวลาฉันมองเข้าไปในแววตาของเธอ มันเหมือนท้องฟ้า..." 

ท้องฟ้า

กับหมู่ดาว

พันตรีรู้สึกใบหน้าร้อน ต้องรีบหาอย่างอื่นทำกลบความเขินอาย

ว่าแล้วฝ่ามือบางก็ปรากฎแสงสีขาว ละอองสีทองลอยขึ้นจากดอกกุหลาบสวย

นายหัวมองการกระทำนั้นด้วยความสนใจ คนที่สวยอยู่แล้วยิ่งงดงามไปอีก แสงสีทองส่องประกาย ขับผิวขาวให้น่าสัมผัส

ละอองนั้นลอยลงสู่พื้นดิน





"ผมจะปลูกมันไว้" 

เหมือนกับที่นายหัวนำเมล็ดพันธุ์แห่งความรักปลูกไว้ในใจของตน




























ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด