ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 12 - . . . . . . . [19/Jul/2021]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 12 - . . . . . . . [19/Jul/2021]  (อ่าน 6519 ครั้ง)

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
คนอ่านเขินจนแก้มจะแตกแล้ว :hao7:

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
Episode 10





     หลังจากผมกลับมาถึงบ้านได้ไม่นานพ่อก็กลับมาจากที่ทำงาน พอได้เห็นหน้าลูกชายที่ไม่ได้เจอกันนานพ่อถึงกับดีใจรีบพุ่งเข้ามากอดทันที พ่อผมน่ะถึงลุคภายนอกจะดูน่าเกรงขามแต่ที่จริงแล้วติดลูกสุดๆ เลยล่ะ ทำเอาผมต้องคอยห้ามปรามเพราะมีธีมอยู่ด้วย

     แม่ผมทำกับข้าวอยู่ในครัว น้องอุ่นไปเป็นลูกมือให้แม่ ส่วนพ่อผมก็กำลังนั่งคุยกับผมและธีมในห้องนั่งเล่น จนถึงตอนนี้ธีมก็ยังดูเกร็งๆ แต่ไม่เท่าตอนที่เจอแม่ผม คงเพราะพ่อชวนคุยอย่างเป็นกันเองเลยทำให้ธีมคลายความเกร็งลงไปได้เยอะ

     ตอนแรกผมตั้งใจจะให้ธีมนั่งพักสักสิบนาทีแล้วให้รีบกลับเพราะกลัวว่าฝนจะตกลงมาก่อน แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาก็ลอยเข้ามาในบ้าน ผมเดินไปดูหน้าบ้านก็พบว่าสายฝนที่เทลงมาจากฟ้าตกหนักไม่ใช่น้อย แบบนี้กว่าจะหยุดตกคงต้องใช้เวลาสักพัก

     ผมคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ดี จู่ๆ ก็รู้สึกผิดที่คะยั้นคะยอให้ธีมเข้ามาในบ้านก่อนทั้งๆ ที่ควรให้เขากลับเลย แต่ในขณะที่ผมเดินกลับมาปรึกษาพ่อ แม่ผมที่ผ่านมาได้ยินพอดีก็พูดอะไรบางอย่างที่เหนือความคาดหมายของผมขึ้นมา

     "ก็ให้น้องเขาอยู่บ้านเราจนกว่าฝนจะหยุดตกไง นี่แม่ก็ทำกับข้าวเสร็จแล้วด้วย ถ้ายังไงธีมจะมากินด้วยกันก็ได้นะ"

     "พี่ธีมมากินข้าวด้วยกันนะคะ กับข้าวที่แม่อุ่นทำน่ะอร่อยที่สุดในโลกเลย" น้องอุ่นที่ช่วยแม่ยกกับข้าวมาตั้งบนโต๊ะเดินมากอดแขนธีมพลางออดอ้อน ร่างสูงทำหน้าเหลอหลา แต่อย่าว่าแต่ธีมเลย ผมเองก็ไม่นึกว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้

     "เรารีบกลับหรือเปล่าล่ะ" พ่อผมถามธีม

     "เอ่อ...เปล่าครับ ไม่ได้มีธุระอะไร"

     "งั้นอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเถอะ นานๆ ทีเจ้าไอจะพารุ่นน้องมาบ้าน เห็นปกติพามาแต่เพื่อน"

     "จะดีเหรอครับ..."

     "ทำไมจะไม่ดีล่ะ ฝนก็ยังไม่หยุดตกด้วย อยู่ที่นี่ก่อนเถอะ ไม่รบกวนอะไรหรอกไม่ต้องคิดมาก"

     คนตัวสูงทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ก็โดนน้องอุ่นจูงมือไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวจนได้ ส่วนผมก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ เพราะนึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้

     ที่จริงผมก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ถ้าให้ธีมกลับตอนนี้มีหวังได้โดนฝนจนเป็นหวัดแน่ แต่พอคิดว่าเขากำลังจะมากินข้าวกับครอบครัวผม ผมก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้...

     หรือจะเป็นเพราะธีมคือผู้ชายที่กำลัง 'ชอบ' ผมกันนะ

     เอาเถอะ แค่กินข้าวด้วยกัน ไม่ใช่ว่านี่จะเป็นครั้งแรกซะหน่อย

     "ธีมมารู้จักไอได้ยังไงเหรอ" แม่ผมเอ่ยถามพลางตักแกงจืดมาให้ร่างสูงที่นั่งข้างผม

     "ธีมเป็นรุ่นน้องของดลน่ะครับ ไอเลยมีโอกาสได้รู้จักธีมด้วย"

     "งั้นก็แปลว่าเรียนคณะเดียวกันกับเราน่ะสิ"

     "เปล่าครับ เขาเรียนวิทย์กีฬา"

     "มิน่าล่ะหน่วยก้านดีไม่ใช่น้อย ชอบเล่นกีฬาอะไรล่ะเรา" พ่อผมถามปนชม เล่นเอาคนถูกชมยิ้มแบบเขินๆ

     "หลายอย่างครับ แต่ที่ชอบสุดคือบาสเกตบอล"

     "เหรอ ตอนสมัยหนุ่มๆ พ่อก็ชอบเล่นบาสเหมือนกันนะ ไม่อยากจะคุยว่าเคยได้ไปแข่งระดับจังหวัดด้วย"

     "ขี้โม้เกินไปแล้วคุณ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ฝีมือตกแล้วมั้ง"

     "นี่คุณดูถูกผมเหรอ"

     "ฉันพูดความจริงต่างหาก คุณอายุเยอะแล้วจะไปสู้วัยรุ่นได้ยังไง"

     "ผมก็อายุเท่าๆ คุณนั่นแหละ"

     "เอ๊ะ นี่คุณว่าฉันแก่เหรอ"

     ผมส่ายหน้ายิ้มๆ กับการต่อล้อต่อเถียงของเจ้าบ้านทั้งสองคน เถียงกันเองไม่พอยังหันไปชวนน้องอุ่นเข้าข้างตัวเองอีกด้วย ผมหันไปตักไก่ทอดให้คนตัวสูงที่ไม่ค่อยแตะกับข้าวเลย ไม่รู้ว่าเพราะไม่หิวหรือเพราะเกร็งกันแน่ "กับข้าวไม่อร่อยเหรอครับ"

     "เปล่าครับ ผมแค่...รู้สึกแปลกๆ"

     "อึดอัดเหรอ"

     "ก็...นิดหน่อยครับ"

     "ขอโทษนะครับ ถ้าพี่ไม่บอกให้อยู่ต่อป่านนี้ธีมคงได้กลับบ้านแล้ว"

     ธีมหันมามองผม แววตาเขาดูลุกลี้ลุกลนเหมือนกลัวผมเข้าใจผิด "เปล่านะ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น คือผม...ไม่นึกว่าจะมีโอกาสมานั่งกินข้าวกับพ่อแม่พี่ไอน่ะครับ"

     "..."

     "จู่ๆ ก็ได้กินข้าวกับครอบครัวคนที่ชอบ ผมเลยไม่รู้จะทำตัวยังไงให้ดูดี"

     คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาทำให้ผมลืมคำพูดในหัวไปหมด ธีมพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่สายตากลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมแก้มร้อนขึ้นมาได้

     "...ไม่เห็นต้องดูดีเลย ธีมก็แค่เป็นตัวของตัวเองสิครับ"

     "ต่อหน้าพ่อแม่ของคนที่ชอบ ไม่มีใครอยากดูแย่หรอกนะครับพี่ไอ"

     จะย้ำคำว่าชอบทำไมตั้งหลายครั้ง ธีมไม่รู้เหรอว่ามันทำให้ผมเขินมากแค่ไหนน่ะ...

     และก่อนที่เราสองคนจะได้พูดอะไรกันต่อแม่ผมก็เอ่ยถามขึ้นมา ผมเลยละสายตาจากใบหน้าคมคายหันไปมองแม่

     "จริงสิ เห็นน้องอุ่นบอกว่าอยากให้ธีมไปรับที่โรงเรียนทุกวัน จริงเหรอไอ"

     ผมยิ้มแหะๆ ให้แม่ ขณะเดียวกันก็พยายามสลัดคำพูดของคนตัวสูงออกไปจากหัว "ไอบอกน้องแล้วนะครับว่ามันรบกวนธีมเขา แต่น้องก็ยังอยากให้ธีมไปรับอยู่ดี"

     "ก็อุ่นชอบตอนนั่งรถพี่ธีมนี่คะ รถพี่ธีมนั่งสบายมากๆ เลย"

     "แล้วรถพ่อนั่งไม่สบายเหรอคะ"

     "สบายค่ะ แต่อุ่นอยากนั่งมอเตอร์ไซค์มากกว่า อุ่นชอบตอนลมพัดมาโดนหน้า มันเหมือนนั่งรถไฟเหาะอยู่เลย" คนพูดยิ้มแฉ่งเหมือนกำลังสนุกกับความคิดตัวเองอยู่ เล่นเอาผมกับพ่อแม่ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผมก็ไม่อยากขัดใจน้องสาวหรอกนะครับ แต่มันติดตรงที่ธีมไม่ใช่คนในครอบครัวผมนี่สิ จะให้ไปรับที่โรงเรียนทุกวันทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติกันมันก็ออกจะเกรงใจ...

     "ผมยินดีนะครับ" จู่ๆ ธีมก็พูดขึ้นมา เรียกสายตาของผมและคนอื่นๆ ให้หันไปมอง "ช่วงบ่ายผมไม่มีเรียน แถมโรงเรียนน้องอุ่นก็อยู่ไม่ไกลจากมหา'ลัยด้วย ให้ผมไปรับน้องอุ่นคุณพ่อกับคุณแม่จะได้มีเวลาว่างมากขึ้นไงครับ"

     พ่อกับแม่หันไปมองหน้ากัน สีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ธีมที่เห็นแบบนั้นก็รีบพูดเสริมขึ้นมาอีก

     "ผมไว้ใจได้แน่นอนครับ สัญญาว่าจะดูแลน้องอุ่นอย่างดีเลย หรือจะให้พี่ไอไปด้วยก็ได้คุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่กังวล..."

     "เปล่าจ้ะๆ แม่เห็นหน้าเราก็รู้แล้วว่าไว้ใจได้ แต่ที่แม่ห่วงคือเราเป็นรุ่นน้องของเจ้าไอแต่จะมาทำอะไรแบบนี้ แม่ว่ามัน..."

     "นะคะคุณแม่ นะค้าาา..." เอาอีกแล้วครับ พอเห็นว่ามีคนกำลังจะค้านน้องอุ่นก็เริ่มออดอ้อนทันที มือป้อมๆ เอื้อมไปกอดแขนคนเป็นแม่พลางเขย่าไปมาเบาๆ เล่นเอาแม่ผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนตอนผมอยู่หน้าบ้านเป๊ะๆ

     บทน้องอุ่นจะขออะไรสักอย่างบ้านผมไม่มีใครขัดได้หรอกครับ น้องอุ่นไม่ร้องไห้โวยวายเหมือนเด็กคนอื่นก็จริง แต่แกมักจะชอบอ้อนให้ทุกคนใจอ่อน ซึ่งมันเป็นวิธีที่ได้ผลไปซะทุกครั้ง

     ...และครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะได้ผลเหมือนกัน

     "จะไม่รบกวนเราจริงๆ เหรอ" พ่อผมเอ่ยถามคนตัวสูง ซึ่งพอถูกถามแบบนั้นคนโดนถามก็ยิ้มกว้างรับ

     "ไม่เลยครับ ผมเต็มใจ"

     "งั้น...พ่อขอฝากหน่อยนะ คิดซะว่าตามใจเด็กมันหน่อยแล้วกัน"

     "เย้! คุณพ่อคุณแม่ใจดีที่สุดเลย"

     "ขอบคุณพี่เขาก่อนเร็วลูก"

     น้องอุ่นพนมมือไว้แนบอก ยิ้มกว้างอย่างดีใจจนตาเป็นสระอิ "ขอบคุณนะคะพี่ธีม ขอบคุณนะคะพี่ไอ"

     "ถ้าวันไหนไม่สะดวกก็บอกนะ เดี๋ยวพ่อไปรับเอง ส่วนเรื่องค่าน้ำมันไว้พ่อจะฝากเจ้าไอไป..."

     "ไม่เป็นไรครับ ผมอาสาไปรับน้องอุ่นเอง คุณพ่อไม่ต้องจ่ายอะไรให้หรอก"

     พ่อกับแม่ชะงักไปทันทีที่ธีมบอกปัด ส่วนน้องอุ่นที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ พลางยิ้มกริ่ม คราวนี้พ่อขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สักพักก็คลายออก

     "แน่ใจนะว่าจะไม่เอาค่าน้ำมัน"

     "ครับ"

     "โอเค งั้นพ่อกับแม่ฝากน้องอุ่นด้วยล่ะ"

     ธีมยิ้มรับคำพูดของพ่อ หลังจากนั้นแม่ก็ยกเรื่องอื่นมาชวนคุยไม่หยุด จนกระทั่งสบจังหวะผมจึงยื่นหน้าไปใกล้พลางกระซิบเสียงเบา

     "ขอบคุณนะครับธีม"

     คนตัวสูงหันมามอง มุมปากยกยิ้มเหมือนมีเลศนัย "ผมสิต้องขอบคุณ"

     "หืม?"

     "ขอบคุณนะครับ...ที่ให้โอกาสผมได้เข้าหาพี่มากขึ้น"

     ธีมพูดจบก็หันไปตอบคำถามของแม่ ทิ้งให้ผมสตันอยู่อย่างนั้นคนเดียว ผมหันมากินข้าวต่อ แต่ในหัวกลับเอาแต่คิดถึงคำพูดเมื่อครู่

     ...ถ้าไอ้ดลกับไอ้ตาลรู้เรื่องนี้เมื่อไหร่ รับรองว่าผมต้องโดนแซวไปอีกนานแน่นอน



















     "ฝนยังไม่หยุดตกเลยแฮะ" ผมเปรยกับร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างกัน สายตามองไปข้างนอกบ้านที่นอกจากฝนจะยังไม่หยุดแล้วยังตกหนักอีกด้วย หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วผมชวนธีมมานั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นนี่ก็ผ่านมาตั้งชั่วโมงนึงแล้ว แต่ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ สงสัยวันนี้คงจะมีพายุเข้า "ป่านนี้พวกต้าจะเป็นยังไงบ้างนะ"

     "ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พวกมันคงไม่โง่พอจะเล่นบอลกลางสายฝนหรอก ผมโล่งใจซะอีกที่ตัดสินใจมาส่งพี่กับน้องอุ่น นี่ถ้าผมให้พี่กลับเองไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไง"

     "จริงสิ พี่ยังไม่ได้ขอบคุณเราเลย" ผมหันมามองอีกคนพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้ "ขอบคุณที่มาส่งพี่กับน้องอุ่นนะครับ"

     ธีมนิ่งงันไปทันทีที่ผมพูดจบ สักพักก็ยกมือมาปิดปาก หันไปมองทางอื่นทำให้ผมเห็นแก้มที่ขึ้นสีแดงนิดๆ "...อย่ายิ้มบ่อยได้ไหม"

     "ฮะ? อะไรนะครับพี่ไม่ได้ยิน"

     "เปล่า ผมบอกว่าไม่เป็นไร"

     "ไอ" พ่อเดินเข้ามาหาผมกับธีมที่อยู่ในห้องนั่งเล่น พอผมหันไปมองก็พบกับสีหน้านิ่งขรึมของพ่อ "เมื่อกี้พ่อไปคุยกับแม่แล้ว ดูท่าวันนี้ฝนน่าจะตกทั้งวัน พ่อกับแม่เลยคิดว่าคืนนี้จะให้ธีมค้างบ้านเรา ฝนตกหนักขนาดนี้พ่อไม่อยากให้น้องขี่มอ'ไซค์กลับ มันอันตรายเกินไป"

     !!!

     ผมกับธีมต่างทำหน้าตกใจพร้อมกัน พ่อที่มองปฏิกิริยาของพวกผมอยู่จึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงแปลกใจ ผมกะพริบตาปริบๆ พยายามเก็บอาการไม่ให้พ่อรู้ว่าผมเป็นอะไร

     "แล้ว...พ่อจะให้ธีมนอนที่ไหนอ่ะครับ บ้านเราไม่มีห้องว่างเลยนะ"

     "ก็ห้องเราไง"

     ฮะ!?!?

     "เตียงเราออกจะกว้าง แถมตัวเราก็เล็กซะขนาดนี้ ให้น้องเขามานอนด้วยคืนเดียวคงไม่อึดอัดหรอก" พ่อพูดจบก็หันไปถามคนตัวสูงต่อ ไม่รอให้ผมได้โต้แย้งอะไรเลย "ที่บ้านว่าอะไรไหมถ้าเราจะค้างที่นี่หนึ่งวัน"

     "...ไม่ว่าครับ ปกติผมอยู่หอคนเดียว"

     "โอเค งั้นเอาตามนี้ ไอพาน้องขึ้นห้องไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวพ่อจะไปหาเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวมาให้"

     "เอ่อ...พ่อครับ" ธีมเอ่ยแทรกขึ้นมา เหลือบมามองผมพลางทำหน้ากังวล "ให้ผมกลับเถอะครับ ผมกลับได้ ผมไม่อยากรบกวนพี่ไอ..."

     "รบกงรบกวนอะไรกัน เจ้าไอมันไม่ว่าอะไรหรอก ใช่ไหม" ประโยคสุดท้ายพ่อหันมาถามผม แต่อย่าเรียกว่าถามเลย สายตาพ่อบ่งบอกว่ากำลังบังคับให้ผมตอบตกลงอยู่ชัดๆ

     "...ไม่รบกวนหรอกครับ พี่เองก็ไม่อยากให้เราฝ่าฝนกลับไปเหมือนกัน"

     ธีมไม่พูดอะไรต่อ เอาแต่มองผมอย่างเดียว พอเห็นว่าไม่มีใครค้านอะไรแล้วพ่อก็ให้ผมพาธีมขึ้นไปบนห้อง ส่วนตัวเองก็แยกไปหาชุดมาให้ธีมเปลี่ยน

     ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย โอ๊ยยย แล้วต่อจากนี้ผมควรทำยังไงดี จะให้ธีมกลับบ้านก็ทำไม่ลง ผมคงไม่ใจร้ายถึงขนาดให้ธีมกลับไปทั้งที่ฝนตกขนาดนี้หรอก แต่จะให้ธีมมานอนห้องเดียวกับผม ห้องที่แม้แต่ไอดลกับไอ้ตาลยังไม่เคยได้เข้าไปเพราะผมหวงพื้นที่ส่วนตัว แถมคนที่มานอนยังเป็นคนที่ออกตัวชัดเจนว่ากำลังชอบผมอีก...

     แค่คิดเฉยๆ หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะระเบิดอยู่แล้วครับ



















     - มีต่อ -


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2021 14:28:49 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
     "พี่ไอครับ มีผ้าปูที่นอนหรือเปล่า" จู่ๆ ธีมก็ถามขึ้นมาในตอนที่พวกเราอยู่ในห้องนอนผมแล้ว ผมสะดุ้งนิดหน่อยเพราะในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ พอตั้งสติได้แล้วก็ถามกลับไปขณะที่หยิบหมอนกับผ้าห่มออกมาจากตู้

     "จะเอาไปทำอะไรครับ"

     ธีมมองผมนิ่ง ก่อนจะตอบกลับมาเสียงเรียบ "เดี๋ยวผมนอนข้างล่างเอง พี่นอนบนเตียงไปเถอะ"

     ประโยคของคนตัวสูงทำให้ผมหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันไปมอง ธีมหลบตาผมเสมองไปทางอื่น คำพูดของเขาทำให้ผมพูดอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

     "...รังเกียจพี่เหรอครับ"

     คราวนี้ร่างสูงหันมาแทบจะทันที ละล่ำละลักแก้ตัวจนลิ้นแทบพัน "ผมไม่ได้รังเกียจ ใครจะไปรังเกียจคนที่ตัวเองชอบล่ะ ผมก็แค่...ไม่อยากให้พี่รู้สึกอึดอัด"

     "พี่ไม่ได้อึดอัดอะไรเลยนะครับ"

     "อย่าโกหกสิครับ"

     "เปล่านะ พี่ไม่ได้..."

     "ผมชอบพี่มาตั้งนาน ทำไมจะไม่รู้ว่าพี่กำลังโกหก" ธีมย่างสามขุมเข้ามาหา แย่งหมอนกับผ้าห่มในมือผมไปถือไว้ "พี่ไม่ได้คิดอะไรกับผม มีแต่ผมคนเดียวที่คิด เพราะงั้นถ้าพี่จะอึดอัดมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่พี่ยอมให้ผมมานอนด้วยก็เพราะพ่อขอร้อง ผมรู้นะครับ"

     "..."

     "ขอผ้าปูที่นอนหน่อยครับ เดี๋ยวตอนตื่นผมพับเก็บให้ แล้วหลังจากนั้นผมจะรีบกลับทันที พี่ไอสบายใจได้ไม่ต้องห่วง"

     ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายท่ามกลางเสียงสายฝนนอกหน้าต่าง สายตาของเราสอดประสานกัน และตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งสังเกตว่าตาของธีมสวยเหมือนผู้หญิงเลย

     ...ให้ตายสิ นี่ผมแสดงอาการชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ อุตส่าห์ตั้งใจจะให้มันผ่านไปเงียบๆ แล้วเชียว ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วก็คงมีแต่ต้องพูดสินะ

     "ก็ได้ครับ ยอมรับก็ได้ว่าพี่อึดอัด"

     คนตรงหน้าผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ยังทำหน้านิ่งรอให้ผมพูดต่อ

     "พี่เพิ่งรู้จักธีมได้ไม่นาน จู่ๆ ต้องมานอนด้วยกันมันก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่เรื่องนี้พี่ก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ถ้าพี่ไม่รั้งเราไว้ป่านนี้เราคงได้กลับบ้านไปแล้ว เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอกนะครับ"

     "แต่พี่ก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับพี่ แล้วทำไมถึงยังให้ผมมานอนด้วยล่ะ"

     "เพราะเป็นธีม พี่ถึงกล้าที่จะไว้ใจไงครับ"

     "..."

     "ตอนนี้ฝนตกหนัก ถ้าพี่ให้เราขี่รถกลับบ้าน ดีไม่ดีนอกจากเป็นหวัดแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุด้วย แล้วอีกอย่าง..."

     "..."

     "ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พี่มีความรู้สึกว่าธีมจะไม่ทำอะไรพี่แน่นอน เพราะแบบนี้พี่ถึงกล้าไว้ใจ เหมือนที่พ่อแม่ไว้ใจให้ธีมไปรับน้องอุ่นไงครับ"

     ตลอดเวลาที่ผมพูดธีมเอาแต่เงียบไม่พูดอะไร ผมไม่รู้ว่าธีมเป็นอะไร แต่ผมนี่สิกำลังจะระเบิดตายแล้ว ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันนึงจะต้องมาพูดอะไรแบบนี้ ตอนนี้หน้าผมเลยเห่อร้อนไปหมด ถ้าให้อธิบายความรู้สึกในอกผมคงอธิบายไม่ถูก แต่รู้แค่ว่ามันเขินมากๆ

     "ส่วนเรื่องผ้าปูที่นอน ห้องพี่ไม่มีของแบบนั้นเลย..." ผมหลุบตาลงต่ำ พอนึกถึงสิ่งที่กำลังจะพูดก็ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายขึ้นมา "คืนนี้ธีมคงต้องนอนบนเตียงกับพี่...ธีมโอเคหรือเปล่าครับ"

     ผมเม้มปากแน่นหลังจากถามออกไป ใบหน้าร้อนกว่าเดิมจนผมรู้สึกได้ คนถูกถามสตันไปชั่วครู่ แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดงจางๆ ไม่ต่างกัน

     "...ผมต่างหากที่ต้องถามพี่"

     "พี่โอเคครับ"

     "ถ้าพี่โอเค...ผมก็โอเคครับ"

     "งั้น...ธีมไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ พ่อเอาชุดมาให้แล้ว น่าจะใส่ได้พอดีนะ"

     ผมพยักพเยิดหน้าไปบนเตียงที่มีเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นวางอยู่ ธีมคืนหมอนกับผ้าห่มให้ผมก่อนจะหยิบชุดแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ท่าทางประหม่าของอีกคนที่เห็นได้ชัดพาให้ผมประหม่าไปด้วย พอร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วผมก็ทรุดตัวนั่งลงปลายเตียง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

     "พี่ไอ"

     ผมหันไปทางห้องน้ำที่มีคนตัวสูงกำลังโผล่หน้ามา ธีมทำท่าลังเลสักพัก แต่ก็พูดออกมาในที่สุด

     "ขอบคุณที่ไว้ใจผมนะครับ"

     ว่าจบก็ปิดประตูห้องน้ำใส่ ทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงอยู่คนเดียว...

     ลืมที่ผมบอกว่าโอเคไปซะเถอะครับ ความจริงแล้วผมไม่โอเคสุดๆ เลย ผมเป็นเกย์ และธีมก็เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆ ถึงผมจะยังไม่รู้สึกอะไรกับธีมในทำนองนั้น แต่การที่เราต้องมานอนด้วยกัน...

     มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่นึกไม่ฝันว่าวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นกับผม เลยอดไม่ได้ที่จะประหม่าขนาดนี้

     Rrrr~

     ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อโทรศัพท์บนหัวเตียงส่งเสียงดัง พอหยิบมาดูก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไอ้ตาลไม่ได้โทรมาเหมือนทุกทีแต่กลับวิดีโอคอลมา อารมณ์ไหนของมันล่ะเนี่ย

     โอเค นาทีนี้ผมต้องเลิกเขิน ต้องรีบปรับอารมณ์แล้วรับสายเพื่อนซะ

     "ว่าไง"

     [รับสายมาก็หน้าแดงเลยนะยะ เป็นไร โดนน้องธีมหอมแก้มมาเหรอ]

     ผมรีบยกมือมาจับแก้มตัวเอง ในหัวก็พยายามคิดคำแก้ตัว

     "ไม่ใช่โว้ย! คือ...ห้องกูอากาศร้อนน่ะ แก้มเลยแดงแถมเหงื่อก็ออกด้วย" ผมกระพือปกเสื้อประกอบคำพูด ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อมันทำท่าทางไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ "แล้วนี่มึงยังอยู่กับไอ้ดลอีกเหรอ"

     [ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้พี่เจพาพวกกูมากินข้าว แต่อีกเดี๋ยวก็จะแยกกันแล้ว] ว่าจบมันก็แพลนกล้องไปหาอีกสองหนุ่มที่เหลือ ผมยิ้มให้พี่เจเป็นเชิงทักทาย พูดคุยกันนิดหน่อยก่อนที่ไอ้ตาลจะแพลนกล้องกลับมาหาตัวเอง ไอ้ดลก็ยื่นหน้ามาด้วย

     "แล้วมึงวิดีโอคอลมาหากูทำไม จะอวดว่าได้กินของอร่อยล่ะสิ"

     [เปล่า กูจะโทรมาถามเรื่องน้องธีมต่างหาก]

     ผมยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติ รู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ อย่างคนมีชนักติดหลัง "ระ...เรื่องอะไรวะ?"

     [อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง น้องต้าเล่าให้กูฟังหมดแล้วว่าวันนี้น้องธีมไปส่งมึงที่บ้าน] สีหน้ายิ้มๆ ของคนในกล้องบ่งบอกว่าโทรมาเพื่อกะจะแซวผมเต็มที่ ผมลอบถอนหายใจเล็กน้อย โล่งอกที่มันไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ธีมมาค้างบ้านผม

     "แล้วยังไง"

     [แล้วยังไง? นี่มึงไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอว่าเรื่องมันเป็นมายังไง]

     "กูก็แค่บังเอิญไปเจอธีมที่มอ แล้วเขาก็อาสามาส่งเพราะตอนนั้นฝนใกล้ตกแล้ว"

     [แค่เนี้ย?]

     "เออ มึงจะให้มันแค่ไหนล่ะ"

     [กูก็บอกแล้วว่าไอมันไม่ทำอะไรแบบนั้น แต่มึงก็เอาแต่เถียง เป็นไงล่ะ ไม่เชื่อดีนัก] ดลผลักหัวเพื่อนตัวเองเบาๆ แย่งโทรศัพท์มาถือไว้เอง

     "กูทำอะไรวะ"

     [ตาลมันคิดว่ามึงชวนไอ้ธีมไปเที่ยวบ้านมึง]

     สาบานว่าถ้าผมดื่มน้ำอยู่ต้องสำลักน้ำจนหน้าแดงแน่นอน โอ้โหเพื่อนผม มันใช้อะไรคิดเนี่ยถึงคิดว่าผมจะทำอะไรแบบนั้น

     [แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงกูจะดีใจมากเลยนะมึง เพื่อนไอของกูจะได้มีด้านแซ่บๆ กับเขาบ้าง]

     "ให้กูเอาพริกไปยัดปากให้ไหม จะได้แซ่บสมใจ"

     [มึงมีปัญญามาหากูก็มาสิคะ ดีเลยจะได้มาช่วยหารค่าข้าวด้วย]

     "ใช่เรื่อง? กูไม่ได้ไปกินกับพวกมึงซะหน่อย มึงอยู่กับแฟนทำไมไม่ให้แฟน..."

     "พี่ไอ ผมลืมเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาด้วย ช่วยหยิบให้หน่อยได้ไหมครับ"

     !!!

     ผมตกใจรีบหันขวับไปมองทันที ธีมที่เปลือยท่อนบนอยู่กำลังชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำ และก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่าถือโทรศัพท์ค้างไว้เสียงของคนในกล้องก็ดังขึ้นมาซะก่อน

     [อะ...ไอ้ดล มึงเห็นเหมือนที่กูเห็นไหม]

     [เฮ้ย! นั่นไอ้ธีมนี่หว่า ทำไมมันไปอยู่ที่นั่นได้]

     ซวยแล้วไง!!

     ผมกุลีกุจอหันโทรศัพท์มาแนบท้องตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าจะสายไปซะแล้ว

     [ไอ้ไอ มึงอยู่กับน้องธีมใช่ไหม แล้วทำไมน้องเขาถอดเสื้อวะ นี่มึงกับน้องทำอะไรกันอยู่]

     [เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่วะ มึงพูดมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ ฮัลโหลไอ้ไอ ฮัลโหล มึงได้ยิน...]

     ผมไม่รอให้พวกมันพูดจบ รีบชิงตัดสายแถมยังปิดเครื่องหนีด้วย ธีมมองมาอย่างงงๆ พอนึกขึ้นได้ผมเลยหยิบผ้าเช็ดตัวเดินไปให้คนที่อยู่ในห้องน้ำ

     "พวกพี่ดลโทรมาเหรอครับ"

     "ชะ...ใช่ครับ แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ไม่ต้องใส่ใจหรอก"

     ธีมพยักหน้ารับก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ผมหันหลังพิงประตูห้องน้ำ มองไปยังโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียงพลางทำหน้ากังวล

     แบบนี้ถ้าเจอหน้าพวกนั้นมีหวังโดนคำถามเป็นชุดแน่ โอ๊ยยยย ไอ้พวกเพื่อนบ้า โทรมาไม่ดูจังหวะเลย!




















     หลังจากที่ธีมกับผมอาบน้ำเสร็จแล้วเราสองคนก็มานอนข้างกันบนเตียง ผมลืมตามองเพดานท่ามกลางความมืด ไม่บอกก็คงรู้นะครับว่าตอนนี้ผมเกร็งมากแค่ไหน

     โอย...ข่มตาให้นอนหลับยากชะมัด ขนาดเวลาล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มแล้วนะแต่ผมยังหลับไม่ลงเลย

     ผมค่อยๆ เหลือบไปมองคนข้างตัว ธีมเองก็กำลังนอนหงายหน้ามองเพดานเหมือนกัน ตรงกลางระหว่างเรามีหมอนข้างกั้นอยู่ ถึงจะบอกว่าไว้ใจแต่ยังไงธีมก็เป็นคนที่กำลังชอบผมอยู่ จะให้นอนแนบชิดกันมันก็กระไรอยู่

     ไม่ได้กลัวเขาจะทำอะไรนะครับ เพียงแต่ผม...เขิน

     "พี่ไอ"

     จู่ๆ คนที่ผมคิดว่าหลับไปแล้วก็เรียกชื่อขึ้นมา ผมสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะรีบหันหน้ากลับมา "วะ...ว่าไงครับ"

     ร่างสูงขำในลำคอ เอียงคอหันมามองผม "ไหนบอกว่าโอเคไงครับ ทำไมเสียงสั่นเชียว"

     "คือ...พี่หนาวน่ะครับ พอดีเปิดแอร์แรงไปหน่อย"

     ดูเหมือนคำแก้ตัวของผมจะฟังไม่ขึ้น เพราะพอผมพูดจบเสียงขำก็ดังขึ้นอีก ธีมไม่ว่าอะไร แต่ลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าห่มที่อยู่กลางลำตัวผมขึ้นมาถึงอก ก่อนจะล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม

     "...ขอบคุณนะครับ แล้วธีมเรียกพี่ทำไมเหรอ"

     "ผมจะถามว่าพ่อพี่เป็นฝรั่งเหรอครับ"

     ผมทำหน้างงที่จู่ๆ ธีมก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ก็ตอบกลับไปเสียงเบา "ใช่ครับ เราถามทำไมเหรอ"

     "ผมเห็นพ่อพี่หน้าเหมือนคนฝรั่งแต่พูดภาษาไทยชัดเลยสงสัยน่ะครับ"

     "พ่อพี่เป็นคนอังกฤษ แต่มาอยู่ไทยตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลยพูดภาษาไทยชัดครับ"

     "เหรอครับ..."

     แล้วบทสนทนาระหว่างเราก็จบแค่นั้น รอบตัวตอนนี้มีแค่เสียงแอร์กับเสียงสายฝนข้างนอกหน้าต่าง ผมหลับตาลงอีกครั้ง พยายามข่มตาให้หลับแม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ผล แต่ไม่ทันไรเสียงนุ่มทุ้มก็เอ่ยขึ้นมาอีกเหมือนรู้ว่าผมกำลังอึดอัดกับบรรยากาศตอนนี้

     "ขอถามอีกเรื่องได้ไหมครับ"

     "ได้สิครับ ธีมอยากถามเรื่องอะไรล่ะ"

     ใบหน้าคมคายหันมามองผม ถึงจะอยู่ในความมืดแต่ผมก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้ธีมกำลังทำสีหน้าจริงจัง "เรื่องของเราสองคน"

     ผมค่อยๆ หันไปมองคนพูด หัวใจเริ่มเต้นแรงเมื่อได้ยินแบบนั้น ธีมมองผมไม่วางตา ถ้าเป็นปกติผมคงหลบสายตาไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมถึงทำแบบนั้นไม่ได้ ทำได้แค่ลอบกลืนน้ำลายเท่านั้น

     "ผมรู้ว่าพี่ยังไม่พร้อม แต่ผมก็อยากรู้ว่าพี่กำลังคิดมากเรื่องอะไร เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง" คราวนี้ธีมหันทั้งตัวมาทางผม ก่อนจะเอาหมอนข้างตรงกลางออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับผมตรงๆ "พี่ไอ...บอกผมได้ไหมว่าพี่คิดอะไรอยู่"

     แววตาที่อีกฝ่ายมองมาทำให้ผมไม่กล้าปฏิเสธ ธีมไม่ได้เร่งรัดอะไร แต่จ้องผมไม่กะพริบตาเหมือนกำลังรอคำตอบอยู่ ผมอึกอักอยู่สักพัก คิดไม่ตกว่าจะพูดอะไรดี...

     หรือมันจะถึงเวลาที่ผมต้องพูดแล้ว

     ผมเม้มปากแน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า เรียบเรียงคำพูดในหัวอยู่นานก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด "แน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเลือกพี่"

     "...หมายความว่ายังไงครับ" ธีมทำหน้างง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

     "ไม่รู้ว่าจะเรียกเพอร์เฟกต์ได้ไหม แต่ธีมในสายตาพี่น่ะทั้งหล่อ ดูดี แล้วก็เก่ง คนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างแบบเรายังมีตัวเลือกอื่นอีกเยอะแยะนะครับ...ตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมมากกว่าพี่"

     "..."

     "พี่มันก็แค่คนธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ไม่มีอะไรเหมาะสมกับเราเลยสักนิด แถมเราสองคนยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก พี่มั่นใจว่าธีมไม่ได้เป็นเกย์เหมือนพี่แน่นอน"

     "..."

     "พี่ไม่รู้ว่าธีมชอบพี่เพราะอะไร แต่พี่อยากให้เราลองคิดดูดีๆ คนอย่างธีมน่ะหาแฟนดีๆ ได้อีกเยอะแยะ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมายึดติดกับพี่เลย...จริงไหมครับ"

     ผมสบตากับธีมตลอดทุกคำพูดของตัวเอง ใบหน้าของธีมตอนนี้นิ่งสนิทเลยเดาความรู้สึกได้ยาก แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกยังไงผมก็ได้พูดความในใจทั้งหมดออกไปแล้ว...นี่แหละครับสิ่งที่ผมเก็บไว้มาตลอด

     ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าพูดมันออกมา เพราะกลัวว่าถ้าพูดไปแล้วผมกับธีมจะมองหน้ากันไม่ติด ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ผมก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราถูกตัดขาดเพราะเรื่องนี้ อย่างน้อยได้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันก็ยังดี

     ...แต่ในเมื่อตอนนี้มันเลี่ยงไม่ได้ผมจึงต้องพูดในที่สุด ซึ่งผมก็หวังว่าธีมจะเข้าใจและไม่ตีตัวออกห่าง ที่ผมทำแบบนี้เพราะผมหวังดีกับธีม ผมไม่อยากให้เขามาจมปลักกับคนธรรมดาอย่างผม เขายังมีคนอื่นที่คู่ควรมากกว่าผมรออยู่

     ผมนอนมองตากับธีมต่ออีกสักพัก แต่ธีมก็เอาแต่มองผมนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว พอคิดว่าเรื่องที่จะคุยคงจบแล้วผมเลยหันหลังมาอีกทาง ตั้งใจจะตัดบทสนทนาไว้เพียงแค่นี้ เพราะเท่าที่ผมพูดไปนั่นก็น่าจะชัดเจนพอแล้ว...

     !!!

     โดยที่ไม่ทันตั้งตัวจู่ๆ ธีมก็จับตัวผมพลิกกลับมาเผชิญหน้าอีกรอบ มิหนำซ้ำยังเขยิบเข้ามาใกล้จนช่องว่างระหว่างเราแทบไม่เหลือ พอตั้งสติได้และกำลังจะถอนหน้าออกคนตัวสูงก็เอื้อมมือมาประคองแก้มผมไว้ เหมือนกำลังบังคับไม่ให้ผมหันไปมองอย่างอื่น...นอกจากเขา

     "ธีมทำอะไรอ่ะครับ"

     "พี่นั่นแหละที่ทำอะไรอยู่"

     "ทำอะไรอยู่? ก็..."

     "จู่ๆ ก็มาผลักไสให้ผมไปชอบคนอื่น มันใช่เหรอครับพี่ไอ ถ้าพี่จะปฏิเสธเพราะไม่ชอบผม ผมไม่ว่า แต่มาปฏิเสธเพราะเหตุผลบ้าๆ พรรค์นี้ผมไม่ยอมหรอกนะ"

     ธีมพูดด้วยน้ำเสียงปกติก็จริง แต่ผมรับรู้ได้ว่าตอนนี้เขากำลังโกรธ ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธด้วย ในเมื่อสิ่งที่ผมพูดไปมันสมเหตุสมผลทุกอย่าง

     "พี่ไม่ได้ผลักไส พี่แค่อยากให้ธีมเลิกยึดติดกับพี่แล้วหันไปมองคนอื่น..."

     "นั่นแหละครับที่เรียกว่าผลักไส"

     ผมกำลังจะแย้ง แต่พอเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจคำพูดทั้งหมดมันก็ถูกกลืนลงคอไปทันที ผมนิ่งเงียบเพราะพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้อีกคนประคองหน้าผมไว้แบบนั้น

     "ผมดีใจนะที่ในสายตาพี่ผมดูดีขนาดนั้น แต่ผมก็ไม่ต่างอะไรจากพี่หรอก ผมเป็นแค่คนธรรมดา กินข้าวธรรมดา แต่งตัวธรรมดา ผมไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นอย่างที่พี่คิดเลย ถ้าจะให้พูดกันตามตรง พี่ไอ..."

     "..."

     "พี่นั่นแหละที่พิเศษกว่าคนอื่น"

     หัวใจผมเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าร้อนผ่าวไม่รู้เพราะมือหนาที่ประคองแก้มอยู่หรือเพราะคำพูดของอีกฝ่าย แววตาของธีมอ่อนลง พร้อมกับใบหน้าคมคายที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ มันใกล้ซะจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

     "พี่ไม่ได้หน้าตาดีอะไรมากมาย พี่ไม่ได้โดดเด่นจนคนทั้งมอรู้จัก แต่ผมก็ชอบพี่ไอที่เป็นแบบนี้...ชอบความธรรมดาของพี่ที่เป็นความพิเศษของผมแค่คนเดียว"

     "ตะ...แต่เราสองคนไม่เหมาะสม..."

     "อย่าตัดสินเอาเองคนเดียวสิครับ ถามผมหรือยังว่าผมเห็นด้วยหรือเปล่า" คนพูดระบายยิ้มบางๆ มือที่ประคองแก้มผมอยู่เกลี่ยนิ้วไปมาเบาๆ "ผมจะพูดชัดๆ แค่รอบเดียว ฟังให้ดีนะครับพี่ไอ"

     "..."

     "พี่เหมาะสมกับผมที่สุดแล้ว ไม่เกี่ยวกับฐานะ ไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา แต่เพราะหัวใจของผมมันเลือกพี่ นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีใครเหมาะสมกับผมได้เท่าพี่อีก เพราะงั้นแล้ว...อย่าผลักไสกันเลยนะครับ"

     ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลย ได้แต่หลบตาไปมองทางอื่นเพราะไม่กล้าสบตา ความรู้สึกมากมายมันผสมปนเปในอกไปหมด ผมรู้อยู่แล้วว่าธีมชอบผม แต่ผมไม่นึกว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ นี่ธีม...ชอบผมขนาดนี้เลยเหรอ

     ระหว่างที่ผมกำลังอึ้งอยู่นั้นมือหนาที่ลูบไล้แก้มก็เลื่อนลงมาจับคางไว้ ก่อนจะเชยคางผมให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกรอบ "ตอนแรกผมกะจะรอพี่พร้อม แต่ในเมื่อพี่คิดแบบนี้ผมคงรอต่อไปไม่ได้แล้ว"

     "..."

     "ตั้งแต่นี้ไปผมจะจีบพี่ จะทำให้พี่เข้าใจให้ได้ว่าคนที่เหมาะสมกับผมมีแค่พี่...และคนที่จะเหมาะสมกับพี่ต้องมีแค่ผมเท่านั้น"























     TBC

     ฝากคอมเมนต์ติชม ฝากติดแท็ก #ความธรรมดาที่พิเศษ ด้วยนะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-07-2021 23:25:43 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
เย่ๆๆๆ ดีใจๆ มาต่อสักที  :hao7:

คิดถึงพี่ไอน้องธีมม๊ากกกกกกก :sad4:

ออฟไลน์ nabby

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
มาต่อเร็วๆ น่าครับ นิยายน่ารักมาก

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
Episode 11





     ตรงหน้าผมตอนนี้คือเพื่อนสนิททั้งสองที่รับบทตำรวจไต่สวนผู้ต้องหาชั่วคราว สีหน้าพวกมันดูจริงจังซะจนขนาดกลืนน้ำลายผมยังไม่กล้าทำเลย ไอ้ดลกอดอก ส่วนไอ้ตาลก็จ้องผมขมึงทึง ผมที่ทนสายตาพวกมันไม่ไหวเลยโพล่งออกไปในที่สุด

     "พวกมึงคิดจะจ้องกูอีกนานไหมเนี่ย"

     "กูจะจ้องจนกว่ามึงจะยอมปริปากสารภาพ"

     "สะ...สารภาพอะไรวะ"

     ไอ้ตาลทำหน้าเอือม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาดึงแก้มจนหน้าผมขยับไปตามมือมัน "ก็เรื่องที่น้องธีมไปเปลือยท่อนบนในห้องนอนมึงไง บอกมานะว่าเรื่องมันเป็นยังไง ไม่งั้นวันนี้กูไม่ปล่อยมึงกลับบ้านจริงๆ ด้วย"

     "กะ...ก็ธีมเขากำลังอาบน้ำอยู่แล้วลืมผ้าเช็ดตัว กูเลยเอาผ้าไปให้..."

     "กูไม่ได้จะถามเรื่องนั้น ที่กูอยากรู้คือน้องเขาไปอยู่บ้านมึงได้ยังไงต่างหาก!"

     สาบานได้ว่าผมไม่เคยเห็นมันจริงจังกับอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต นี่ถ้ามันเอาความจริงจังที่มาเค้นความจริงจากผมไปใช้กับการอ่านหนังสือผมกล้าฟันธงว่ามันต้องได้คะแนนสูงสุดในเซคฯ อย่างแน่นอน

     ผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะหันไปขอความช่วยเหลือจากไอ้ดล รายนั้นก็ทำหน้าน่ากลัวไม่ต่างกับคนตรงหน้าผมในตอนนี้เลย ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผลักหน้าไอ้ตาลออกเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงเพราะถึงจะปิดพวกมันต่อไปก็คงไม่ได้ผล

     "ถ้ากูเล่าแล้วพวกมึงห้ามแซวกูนะ"

     "เออไม่แซวหรอก รีบเล่ามาเร็วๆ ต่อมเผือกกูกระตุกยิกๆ แล้ว"

     "คือ...เมื่อวันก่อนที่กูมาหาหนังสือให้มึงอ่ะ กูบังเอิญเจอธีมที่สนามบอล"

     "อ่าฮะ แล้วยังไง มึงก็เลยชวนน้องเขาไปเที่ยวบ้านมึงใช่ไหม"

     "ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!" ตั้งแต่ตอนที่วิดีโอคอลแล้วนะ ตกลงมันอยากให้ผมชวนธีมไปเที่ยวบ้านให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย "ตอนที่กูเจอธีมฝนมันทำท่าจะตก ธีมเลยอาสาพากูไปรับน้องอุ่นแล้วไปส่งบ้าน แต่ตอนไปถึงบ้านกูฝนมันก็ตกลงมาซะก่อน รอเท่าไหร่ก็ไม่หยุด พ่อแม่กูเลยให้ธีมค้างบ้านกูเพื่อที่ธีมจะได้ไม่ต้องขับรถตากฝนกลับบ้าน"

     ไอ้ตาลเอียงคอมองเหมือนกำลังจับพิรุธ ส่วนไอ้ดลก็หรี่ตามองมาเหมือนไม่เชื่อคำพูดของผม นี่พวกมันสองคนเห็นผมเป็นคนขี้โกหกเหรอ ผมน้อยใจนะเนี่ย

     "จะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่กูเล่าไปหมดแล้ว เลิกจ้องแบบนั้นได้แล้ว กูขนลุก"

     "เปล่า พวกกูไม่ได้คิดว่ามึงโกหกหรอก"

     "กูแค่กำลังจินตนาการตอนที่มึงกับน้องธีม..." ไอ้ตาลเอาหน้ามาใกล้อีกรอบ ยิ้มกริ่มชวนสยองชะมัด "นอนเตียงเดียวกัน"

     !!!


     คำพูดของเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มทำให้ผมเผลอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนขึ้นมา ทันใดนั้นคำพูดของธีมก็ลอยเข้ามาในหัว มันเป็นประโยคที่ทำให้เมื่อคืนผมแทบนอนไม่หลับ แถมยังคอยรบกวนหัวใจผมมาจนถึงตอนนี้ด้วย

     'ตั้งแต่นี้ไปผมจะจีบพี่ จะทำให้พี่เข้าใจให้ได้ว่าคนที่เหมาะสมกับผมมีแค่พี่...และคนที่จะเหมาะสมกับพี่ต้องมีแค่ผมเท่านั้น'

     โอ๊ยยยย หยุดคิดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ หยุดๆๆๆ หยุดได้แล้ว!!

     "ฮั่นแน่ สีหน้ามึงมันฟ้องหมดแล้วไอ มึงกับน้องไม่ได้นอนเฉยๆ ใช่ไหม บอกมาเดี๋ยวนี้นะกูอยากรู้" ไอ้ตาลที่ช่างสังเกตกว่าปกติเขย่าไหล่จนตัวผมสั่นคลอนไปหมด สีหน้าของมันตอนนี้บอกได้คำเดียวว่ากู่ไม่กลับแล้ว คนรอบข้างเริ่มหันมามองเพราะเสียงที่แหลมเกินความจำเป็นของมัน ลำบากผมที่ต้องเอื้อมมือไปปิดปากอีก

     "มึงพูดเบาๆ ไม่เป็นเหรอวะ อยากให้กูดังไปมากกว่านี้หรือไง"

     "อ่ะ กูพูดเบาๆ ก็ได้ รีบบอกมาได้แล้วว่าคืนนั้นมึงกับน้องทำอะไรกัน"

     คำพูดมันโคตรจะล่อแหลมเลย ผมรับไม่ได้อย่างแรง

     "คือกู..."

     "อย่าบอกเชียวนะว่ามึงกับน้องต่างคนต่างนอน หน้าแดงๆ ของมึงน่ะสารภาพมาหมดแล้วว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น"

     ผมรีบยกมือมาจับแก้มตัวเองทันที ซวยละไง นี่ผมหน้าแดงอยู่เหรอ!

     "ไอ้ไอ อย่าบอกนะว่าคืนนั้นมึงกับไอ้ธีม..." ไอ้ดลเอ่ยถามขึ้นมา ไม่ต้องรอให้พูดจบผมก็รู้ว่ามันจะพูดอะไร

     "ไม่ใช่นะ! มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด!"

     "ถ้างั้นก็พูดมาว่าเมื่อคืนก่อนพวกมึงสองคนทำอะไรกัน รีบพูดมาก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจไปถามไอ้ธีม" ไอ้ดลขู่พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมโทรหาธีมอย่างที่พูดไว้ นั่นยิ่งทำให้ผมทำหน้าไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ทำไมวันนี้พวกมันถึงได้เอาจริงเอาจังกันขนาดนี้นะ ทำอย่างกับเรื่องที่ธีมไปค้างบ้านผมมันเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติงั้นแหละ

     "พวกมึง...กูไม่พูดไม่ได้เหรอ" ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ขอมันตรงๆ นี่แหละ ทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ด้วย ผมไม่ค่อยอ้อนอะไรเพื่อนบ่อยมากนัก ดังนั้นถ้าผมลองได้อ้อนแบบนี้เชื่อสิครับว่าพวกมันจะเห็นใจผมขึ้นมา...

     "ไม่ได้! ให้ตายยังไงวันนี้มึงก็ต้องพูด"

     "ยิ่งมึงอิดออดแบบนี้พวกกูก็ยิ่งอยากรู้นะไอ ทำไม ไอ้ธีมมันปล้ำมึง?"

     ...ขอถอนคำพูดครับ นอกจากไม่เห็นใจแล้วพวกมันยังเร่งเร้าให้ผมพูดอีก แถมไอ้ดลยังคิดไปไกลถึงขั้นนั้นเลยด้วย ก็บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นไง ฟังกันบ้างสิโว้ย!

     ผมอ้าปากเตรียมแก้ไขความเข้าใจผิดให้มันเต็มที่ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เรียกสายตาผมและเพื่อนๆ ให้หันไปมอง

     "อยากรู้อะไรก็มาถามผมสิครับ ไปถามพี่ไอแบบนั้นเขาลำบากใจนะรู้ไหม"

     ไอ้ดลกับไอ้ตาลทำหน้าตกใจ แต่ก็ไม่เท่ากับผมที่ถูกเอ่ยชื่อ ธีมเดินมานั่งข้างๆ ผมพลางยิ้มกว้างให้เพื่อนผมทั้งสองคน ทันใดนั้นเสียงพูดคุยรอบข้างก็ดังขึ้นเพราะการมาของคนดังแห่งคณะวิทย์กีฬา

     "มะ...มาได้ยังไงครับธีม"

     "เดินมาครับ คณะพี่กับผมอยู่ใกล้กันแค่นี้เองลืมแล้วเหรอ"

     พี่ไม่ได้อยากรู้ว่ามายังไง แต่พี่อยากรู้ว่าทำไมธีมถึงมาได้ถูกจังหวะต่างหากล่ะครับ!

     "ไอ้ธีม...มาก็ดีแล้ว มึงบอกมานะว่าคืนก่อนมึงทำอะไรเพื่อนกู พูดดีๆ นะมึง พูดไม่ดีกูจะซ้อมมึงตรงนี้แหละ" ไอ้ดลชี้หน้าธีมพลางทำหน้าจริงจัง เล่นเอาผมกับไอ้ตาลต่างตกใจไปตามกัน นี่มันคิดว่าธีมจะทำอะไรแบบนั้นจริงๆ เหรอ โอ๊ยไอ้เพื่อนคนนี้ ก็บอกว่าไม่ใช่ๆๆ ทำไมไม่ฟังเลยเนี่ย!

     "ใจเย็นสิครับพี่ดล ผมไม่ได้ทำอะไรพี่ไอแบบนั้นเลย วางใจได้"

     "ถ้างั้นคืนก่อนพวกมึงทำอะไรกัน กูไม่เชื่อหรอกนะว่าแค่นอนเฉยๆ อาการไอ้ไอมันฟ้องหมดแล้ว"

     ธีมเหลือบมามองผม ผมที่ทำหน้าไม่ถูกเลยเบนสายตาไปทางอื่น คนตัวสูงกระตุกยิ้มมุมปาก หันไปสบตากับเพื่อนผมอย่างไม่กลัวเลยสักนิด

     "อาการพี่ไอเป็นยังไงเหรอครับ"

     "ก็มันหน้าแดง ไม่ยอมตอบคำถามพวกกู เอาแต่บ่ายเบี่ยงตลอด แล้วแบบนี้จะไม่ให้กูคิดลึกได้ไงวะ"

     "มันก็ไม่แปลกนี่ครับที่พี่ไอจะเป็นแบบนั้น เพราะผมเพิ่งจะบอกเขาว่าตั้งแต่นี้ไปผมจะจีบเขา"

     !!!

     สีหน้าพวกมันสองคนช็อคกันสุดขีด ช็อคแบบที่ไม่เคยช็อคขนาดนี้มาก่อน ส่วนผมน่ะเหรอ รีบก้มหน้างุดหนีสายตาเพื่อนสิครับ ธีมพูดซะขนาดนี้ผมคงปิดบังไว้ไม่อยู่แล้ว

     ธีมไม่ได้พูดเสียงดังก็จริง แต่เพราะคนรอบข้างกำลังมุ่งความสนใจมายังพวกผม พอธีมพูดแบบนั้นออกมาทุกคนเลยฮือฮากันยกใหญ่ สักพักไอ้ตาลถึงได้สติ มันกะพริบตาปริบๆ มองหน้าผมกับธีมด้วยใบหน้าแดงๆ

     "นะ...น้องธีมพูดว่าไงนะคะ พอดีพี่กลัวตัวเองจะฟังผิด..."

     "ฟังไม่ผิดหรอกครับ" ร่างสูงยิ้มมุมปาก เหลือบมามองผมด้วยสายตาวาววับ "จากนี้ไปผมจะจีบพี่ไอ จะตามจีบจนกว่าพี่เขาจะรับรักผม"

     "กรี๊ด!!!" เพื่อนสาวหนึ่งเดียวของผมส่งเสียงแหลมออกมาทันทีที่ธีมพูดจบ มันจับมือผมกับมือธีมไปเขย่าเบาๆ "เอาไปเลยค่ะ พี่ยกให้ เอามันไปเป็นแฟนน้องได้เลยพี่อนุญาต"

     "ไอ้ตาล!"

     "มึงไม่ต้องมาแหวกูเลย น้องธีมเขาประกาศชัดเจนซะขนาดนี้แล้ว มึงต้องรีบรับไว้เท่านั้นไอ เชื่อกู รับเขาเป็นแฟนเลย"

     นี่มันนึกว่ากำลังดูถ่ายทอดสดฟุตบอลระดับโลกอยู่หรือไง อะไรจะเชียร์สุดใจขนาดนั้น ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ!

     "ไอ้ธีม" จู่ๆ คนที่นั่งเงียบมาตลอดก็โพล่งขึ้นมาพลางลุกขึ้นยืน พวกผมเลยหยุดคุยกันแล้วหันไปมองอย่างสงสัย

     "ครับพี่ดล"

     "มากับกูหน่อย กูมีเรื่องจะคุยด้วย" ไอ้ดลว่าจบก็เดินนำออกไปก่อน แต่พอเห็นผมมองตามมันก็หันมากำชับ "พวกมึงสองคนอยู่นั่นแหละ กูจะคุยกับมันแบบส่วนตัว"

     อะไรของมันเนี่ย

     "มึงจะคุยเรื่องอะไร"

     "เรื่องไอ้ไอ"

     "งั้นกูไปด้วย"

     "ก็กูบอกว่าจะคุยแบบส่วนตัว มึงไม่ได้ยินเหรอ"

     "แต่มึงจะคุยเรื่องกูไม่ใช่เหรอ งั้นกูก็มีสิทธิ์..."

     "พี่ไอรออยู่นี่เถอะครับ" ธีมจับไหล่ผม ดันให้ผมนั่งลงเหมือนเดิม "พี่ดลเขาไม่ทำอะไรผมหรอก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาแล้วครับ"

     ธีมมองตาแล้วยิ้มให้ ผมเลยเถียงอะไรไม่ออกได้แต่นั่งมองรุ่นน้องกับเพื่อนตัวเองเดินห่างออกไป ไอ้ตาลยื่นหน้ามามองพลางขมวดคิ้ว มันเองก็คงแปลกใจไม่ต่างจากผมเหมือนกัน

     "ทำไมไอ้ดลมันดูแปลกๆ จังวะ ไม่เห็นดีใจเหมือนกูเลย"

     "นั่นน่ะสิ" ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน ก่อนจะหันไปมองเพราะรู้สึกเอะใจ "เดี๋ยวนะ มึงดีใจอะไร"

     "ก็ดีใจที่เพื่อนกูกำลังจะมีแฟนไง"

     "ไอ้ตาล! กูยังไม่ได้..."

     "เชื่อกูเถอะไอ มึงหนีน้องธีมไม่พ้นหรอก น้องเขาทั้งหล่อและเพอร์เฟกต์ซะขนาดนั้น กูคอนเฟิร์ม ไม่เกินหนึ่งเดือนคบกันชัวร์"

     "หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยไอ้เพื่อนบ้า!!"


























     - Theme's part -

     "มึงคิดจะทำอะไรกันแน่"

     ประโยคแรกที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นดังออกมาจากปากของรุ่นพี่ที่ผมรู้จักมานาน พี่ดลหยุดเดินตรงหน้าร้านขายน้ำพลางหันมากอดอกมองผม

     "ผมก็บอกไปแล้วไงครับว่าจะจีบพี่ไอ"

     "คนอย่างมึงเนี่ยนะจะจีบเพื่อนกู?"

     ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน รู้สึกทะแม่งกับคำถามยังไงชอบกล "ทำไมพี่พูดเหมือนไม่อยากให้ผมจีบเพื่อนพี่เลยอ่ะ"

     "ไม่ใช่แบบนั้นโว้ย" พี่ดลเดินมาผลักหัวผมเบาๆ ทำหน้าเอือมระอาใส่อีกต่างหาก "มึงจำตัวเองเมื่อก่อนไม่ได้เหรอ ตอนนั้นมึงเขินไอ้ไอถึงขนาดต้องทำตัวปั้นปึ่งเพื่อกลบเกลื่อน แต่ทีตอนนี้กลับมาประกาศชัดเจนว่าจะจีบมัน จะไม่ให้กูงงได้ไงวะ"

     หา? นี่ลงทุนเรียกผมออกมาเพื่อถามเรื่องนี้อ่ะนะ ผมก็นึกว่าจะคุยอะไรที่มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ซะอีก

     ผมมองคนตรงหน้านิ่งๆ สักพักก็หลุดขำออกมา เล่นเอาพี่ดลทำหน้างง คงกำลังคิดในใจว่ามันมีเรื่องอะไรให้น่าขำ

     "ขำอะไรของมึงวะ นี่กูจริงจังนะเว้ย"

     "แล้วใครบอกว่าผมไม่จริงจังล่ะครับ"

     "งั้นก็บอกมาว่าทำไมจู่ๆ มึงถึงกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมา มึงหายเขินเพื่อนกูแล้วเหรอ"

     "หายอะไรล่ะครับ ผมเขินพี่ไอทุกเวลานั่นแหละ ก็น่ารักซะขนาดนั้น อย่าว่าแต่คุยเลย แค่สบตาด้วยผมก็เขินจะแย่แล้ว"

     "ถ้างั้นทำไมมึงถึง..."

     "ก่อนจะถามผม ตอบผมมาก่อนสิครับว่าพี่รู้หรือเปล่าว่าพี่ไอกำลังคิดมากเรื่องอะไร"

     รอยยิ้มของผมหายไปแล้ว เพราะต้องการสื่อว่าเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญ พี่ดลมองมาอย่างอึ้งๆ ราวกับไม่คิดว่าผมจะถามอะไรแบบนี้ออกมา

     นั่นไง...พี่ดลรู้อยู่แล้วจริงๆ ด้วย เห็นท่าทางอึกอักแค่นี้ผมก็รู้ได้แล้ว

     "มึง...รู้แล้วเหรอ"

     "ครับ พี่ไอบอกผม"

     "..."

     "ก่อนหน้านี้พี่ไอเอาเรื่องผมไปปรึกษาพี่ใช่ไหมครับ แล้วทำไมพี่ไม่บอกอะไรผมเลยล่ะ"

     อย่าเข้าใจผิดกันนะครับ ผมไม่ได้จะชวนพี่ดลทะเลาะ แค่อยากรู้ว่าทั้งๆ ที่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ไอคิดมากเรื่องอะไร แต่ทำไมถึงไม่บอกผมเลยสักอย่าง

     คนตรงหน้าถอนหายใจบางเบา จนในที่สุดก็ยอมปริปากพูดออกมา "...ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากช่วยมึงนะธีม กูรู้ว่ามึงชอบเพื่อนกูจริงๆ และถ้าเพื่อนกูจะมีมึงเป็นแฟนกูก็สบายใจ แต่นี่เป็นปัญหาของพวกมึงสองคน คราวก่อนที่กูให้มึงไปดูแลไอ้ไอ มันยังเกือบจะงอนกูเลย กูเลยคิดว่าให้พวกมึงเคลียร์กันเองน่าจะดีกว่า"

     ผมเองก็ไม่คิดว่าพี่ดลจะกีดกันผมกับพี่ไอหรอก ถึงแม้ก่อนมานี่จะแอบกลัวอยู่นิดนึงก็เถอะ เพราะถ้าจะกีดกันจริงๆ พี่ดลคงสั่งห้ามให้ผมมายุ่งกับพี่ไอตั้งแต่วันที่ความลับผมแตกแล้ว

     แต่ต่อให้พี่ดลจะทำแบบนั้นจริงๆ ผมก็จะไม่มีวันเลิกชอบพี่ไอเด็ดขาด พี่ไอคือคนสำคัญในชีวิตผม ผมไม่มีทางปล่อยเขาไปเพราะเรื่องแค่นี้แน่นอน

     "กูตอบมึงแล้ว คราวนี้ถึงตามึงตอบกูบ้าง ถ้ายังไม่หายเขินไอ้ไอแล้วทำไมมึงถึงกล้าพูดแบบนั้นออกมาวะ"

     ใบหน้าผมหม่นลงนิดหน่อยเมื่อนึกถึงสาเหตุนั้น ผมเสมองเท้าตัวเองก่อนจะเอ่ยเสียงเบาทว่าฟังชัด "ผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่าพี่ไอมองผมเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์มาตลอด ผมรู้สึกดีนะครับ แต่ขณะเดียวกันผมก็ไม่อยากให้พี่ไอคิดแบบนั้น มันเหมือนกับเขากำลังสร้างช่องว่างระหว่างผมกับเขาให้มากขึ้นเรื่อยๆ...จนผมกลัวว่าวันนึงเราสองคนจะเอื้อมมือมาจับกันไม่ถึง"

     "..."

     "พี่ไอกำลังมองผมจากข้างล่าง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองขึ้นมาอยู่ข้างบนตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมรู้แค่ว่าผมไม่อยากอยู่ข้างบนคนเดียว ผมอยากให้เขามาอยู่ข้างๆ ด้วยกัน"

     "..."

     "ผมเลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่พี่ไอจะปิดใจไม่ยอมรับผม ที่ผมพูดไปแบบนั้นน่ะบอกตรงๆ ผมก็ไม่มั่นใจหรอกว่าจะจีบเขาติดไหม แต่ผมไม่อยากเสียพี่ไอไป ผมชอบเขามานาน...นานเกินกว่าจะยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ลงมือทำอะไรเลย"

     ผมไม่เคยนับว่าตัวเองชอบพี่ไอมานานแค่ไหน แต่มันก็นานพอที่ทำให้ผมหมดความสนใจคนอื่นไปโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เรียกว่าคลั่งรักหรือหมกมุ่น แต่ในหนึ่งวันนอกจากเรื่องเรียนก็มีแต่เรื่องพี่ไอนี่แหละที่ผมเอาแต่คิดถึง

     คิดถึงใบหน้าหวานๆ ที่ดูไม่ค่อยเหมือนผู้ชาย คิดถึงรอยยิ้มกว้างๆ ที่พอยิ้มทีตาจะเป็นสระอิ คิดถึงแก้มเนียนใสที่น่าจะนุ่มนิ่มชวนให้สัมผัส

     คิดถึงทุกอย่างที่มาหล่อรวมกันจนเป็นพี่ไอที่ผมตกหลุมรัก

     พี่ดลมองผมนิ่ง ใบหน้าเคร่งขรึมเหมือนกำลังวิเคราะห์โจทย์ปัญหาอะไรสักอย่าง ผมที่พูดความในใจออกไปหมดแล้วก็นิ่งเงียบเพราะไม่มีอะไรจะพูดแล้วเช่นกัน จนกระทั่งคนตรงหน้าเอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ พลางยิ้มมุมปากให้

     "ถ้ารักมากขนาดนั้นก็ต้องจีบให้ติดเข้าใจไหม อย่าให้เสียชื่อรุ่นน้องกูเชียวนะโว้ย"

     ผมกะพริบตาปริบๆ แต่พอตั้งสติได้ก็ยิ้มตอบกลับไป "ผมจะพยายามครับพี่"

     จะพยายามเป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้ครองหัวใจพี่ไอให้ได้เลย...






















     - I's part -

     "ไอ้ดลช้าจังวะ คงไม่ได้ลากน้องธีมไปกระทืบแบบที่พ่อตาหวงลูกสาวหรอกนะ"

     ผมหันไปเขกหัวคนพูดหนึ่งทีโทษฐานที่มันล้อเล่นไม่ดูเวล่ำเวลา ในขณะที่ไอ้ตาลนั่งรอไอ้ดลกลับมาเฉยๆ ผมนี่สิจะลงแดงตายอยู่แล้ว อยากรู้ชะมัดว่าไอ้ดลจะคุยอะไรกับธีม แต่จะให้เดินตามไปก็ไม่กล้าเพราะมันสั่งห้ามเอาไว้

     "ผ่อนคลายบ้างก็ได้ค่ะคุณเพื่อน คิ้วนี่จะพันกันเป็นโบว์อยู่แล้ว" ไอ้ตาลเอามือมานวดคิ้วผม ไม่รู้ว่ามันตั้งใจจะปลอบผมจริงๆ หรือแค่อยากกวนกันแน่

     "มึงยังใจเย็นอยู่ได้อีกเหรอ ไม่เป็นห่วงธีมบ้างหรือไง"

     "มึงคะ ดลมันแค่พาน้องธีมไปคุยอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง มันไม่ทำอะไรน้องเขาหรอก เมื่อกี้กูแค่แหย่เล่นเฉยๆ"

     "แล้วคุยอะไรนิดหน่อยของมึงมันคือเรื่องอะไรล่ะ มึงไม่สงสัยบ้างหรือไง"

     "สงสัยสิยะ กูนี่อยากเสือกเต็มที่แล้วเนี่ย แต่ในเมื่อมันไม่คิดจะบอกเราก็ทำได้แค่รอ ยังไงซะมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่หรอก พวกเราคบไอ้ดลมานานน่าจะเข้าใจมันดีนี่นา"

     จะยังไงผมก็วางใจแบบไอ้ตาลไม่ได้อยู่ดี ดูท่าว่าพอธีมกลับมาผมคงต้องซักถามซะหน่อยแล้ว อย่าคิดจะไปถามไอ้ดลเชียวครับ มันไม่มีทางบอกผมหรอก

     "ว่าแต่...เรื่องที่น้องทอยฝากมึงไปขอร้องน้องธีมอ่ะเป็นไงบ้าง"

     "เรื่องอะไรวะ"

     คนถูกถามเอื้อมมือมาเขกหัวผมเหมือนต้องการจะเอาคืน "ก็ที่เขาฝากมึงให้ไปโน้มน้าวธีมเรื่องลงแข่งงานกีฬาไง"

     ผมขมวดคิ้วทำหน้างงแป๊บนึง แต่พอเริ่มจำได้แล้วตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

     เวรกรรม จนป่านนี้แล้วผมยังไม่ได้พูดเรื่องนั้นกับธีมเลย!

     "ทำหน้าแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้พูดสินะ กูว่าแล้ว" มันดึงแก้มผมเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ ผมจับมือมันออกพลางทำหน้ากังวล

     "พูดวันนี้จะทันเปล่าวะ"

     "ถ้ามึงพูดแล้วน้องธีมตอบตกลงเลยก็ทัน แต่ถ้าน้องเขามายอมมึงเอาวันซ้อมวันสุดท้าย กูกล้าฟันธงเลยว่าไม่ทัน"

     ฟังไอ้ตาลพูดแล้วผมยิ่งกังวลหนักกว่าเดิม อีกแค่สองสัปดาห์ก็จะถึงวันงานกีฬาสานสัมพันธ์แล้ว ถ้าอยากให้ธีมลงแข่งโดยที่มีเวลาซ้อมเต็มที่ก็คงมีแค่ทางเดียวคือต้องโน้มน้าวให้ธีมยอมลงแข่งให้เร็วที่สุด ซึ่งถ้าถามว่าผมจะทำได้ไหม...

     ไม่มีความมั่นใจสักนิดเลยครับ

     "มึง ไอ้ดลกลับมาแล้ว"

     ผมหันขวับไปมอง เพื่อนผมที่เดินกลับมาพร้อมธีมยักคิ้วให้หนึ่งทีพลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม ผมกำลังจะอ้าปากถามธีมว่าไปคุยอะไรกันมา แต่ก็ช้ากว่าไอ้ตาลที่ดูจะอยากรู้มากกว่าผมอีก

     "มึงพาน้องไปคุยอะไรกันมาวะ"

     "อยากรู้เหรอ"

     "เออ"

     "ไม่บอก"

     "กูว่าละ ไม่ถามมึงก็ได้ หลบไป" มันผลักหัวไอ้ดลออกพลางยื่นหน้ายิ้มๆ มาหาธีมที่กำลังยืนอยู่ "น้องธีม เพื่อนพี่มันพาเราไปคุยอะไรมาเหรอ"

     แทนที่จะตอบคำถามของเพื่อนผม ธีมกลับเหลือบมามองผมพลางยิ้มเหมือนมีเลศนัยบางอย่าง และโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม พอได้สบตากับธีมหัวใจของผมก็ดันเต้นแรงขึ้นมา

     "ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่เรื่องที่ผมต้องทำให้สำเร็จเท่านั้นเอง"

     "เดี๋ยวนะ นี่คิดจะปิดบังทั้งพี่ทั้งน้องเลยเหรอ"

     "ถ้ารู้ก็หยุดถามได้แล้ว เจ้าของเรื่องเขายังไม่ถามอะไรเลยสักแอะ"

     "ใครว่า นี่กูถามเผื่อมันอยู่หรอก แต่ถ้าไม่ยอมบอกกูไม่ง้อก็ได้ เชอะ" ไอ้ตาลสะบัดหน้างอนแบบหลอกๆ ยอมกลับมานั่งที่ตัวเองก่อนจะลงมือกินข้าวที่ยังกินค้างอยู่ พอผมกำลังจะเอ่ยถามต่อจากมันคนตัวสูงก็เรียกผมขึ้นมาซะก่อน

     "พี่ไอ ไปกันเถอะครับ"

     "หืม? ไปไหนครับ"

     "ไปรับน้องอุ่นไงครับ เมื่อเช้าผมเพิ่งโทรมานัดกับพี่ ลืมแล้วเหรอ"

     เคร้ง!

     เสียงช้อนกระทบจานข้าวดังขึ้นเบาๆ ไอ้ตาลมองผมกับธีมพลางกะพริบตาปริบๆ มันทำหน้าเหวอเหมือนตอนที่ธีมบอกจะจีบผมไม่มีผิด ผมเองก็เหวอเหมือนกัน ไม่รู้จะเหวอเรื่องที่ตัวเองลืมไปรับน้องหรือเรื่องเมื่อเช้าที่ธีมพูดออกมาก่อนดี

     "ไอ้ไอ นี่มึงกับน้องธีมแลกเบอร์กันแล้วเหรอ"

     "กะ...ก็ธีมต้องไปรับน้องอุ่นที่โรงเรียน กูก็เลยต้องให้เบอร์ธีมไว้จะได้ติดต่อกันได้ไง"

     มันหรี่ตาทำหน้าชวนสยองอีกครั้ง ผมไม่ชอบตอนมันทำหน้าแบบนี้เลยให้ตายสิ "แล้วทำไมธีมถึงต้องไปรับน้องอุ่นที่โรงเรียน"

     "น้องอุ่น...อยากให้ธีมไปรับน่ะ"

     "มึงจะถามอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวพวกมันก็ไปรับน้องสายกันพอดี" ไอ้ดลผลักหัวไอ้ตาลคืน ผมเลยลอบถอนหายใจที่มันโพล่งขึ้นมาได้ถูกจังหวะ "ไปได้แล้วพวกมึงน่ะ ฝากทักทายน้องอุ่นเผื่อกูด้วย"

     "เดี๋ยวสิ กูยังไม่ได้ถามเลยว่าแลกไลน์แลกไอจีกันยัง"

     "เก็บเลือดสาววายของมึงไปแล้วกลับไปกินข้าวต่อได้แล้ว"

     "ทำมาเป็นพูดดี กูรู้นะว่ามึงก็อยากรู้เหมือนกัน"

     "ขอโทษว่ะ พอดีกูไม่ได้ขี้เสือกเหมือนมึง"

     "แล้วที่ลากน้องธีมไปคุยเรื่องไอ้ไอนั่นไม่ได้เรียกว่าเสือกเหรอยะ"

     ท่ามกลางเสียงทะเลาะของเพื่อนผมทั้งสองคน ธีมดึงมือผมเบาๆ แล้วรั้งให้ผมเดินออกมาพร้อมกับเขา คนรอบข้างต่างมองมายังเราสองคนไม่หยุด ผมที่ไม่รู้จะทำตัวยังไงก็ได้แต่เดินตามแผ่นหลังของร่างสูงไปเงียบๆ

     "วันนี้อากาศดี พอไปรับน้องอุ่นแล้วเราไปกินไอติมกันไหมครับ"

     "...แล้วแต่ธีมเลยครับ พี่กับอุ่นไม่มีปัญหา"

     "อย่าพูดเหมือนผมอยากไปกินคนเดียวสิครับ"

     "อ้าว แล้วที่ชวนนี่ไม่ใช่เพราะธีมอยากกินหรอกเหรอครับ"

     "ก็อยากครับ แต่..." ใบหน้าคมคายหันมายิ้มมุมปากให้ พร้อมกับฝ่ามือหนาที่กระชับเข้ากับมือผมแน่นขึ้น "อยากกินกับพี่ไอ ไม่อยากกินคนเดียว"






















     - มีต่อ -


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2021 15:09:01 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
     ผมไม่คุ้นชินกับการตกเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง ที่ผ่านมาผมไม่เคยเจอปัญหาพวกนี้เลย แต่พอมีธีมเข้ามาในชีวิตดูเหมือนผมคงต้องปรับตัวให้ชินไว้สินะ

     ตอนนี้พวกผมสามคนอยู่ในร้านไอศกรีมของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขนาดอยู่ในชุดนักศึกษาธรรมดาคนยังมองธีมกันตรึมเลย มองตั้งแต่พนักงานยันลูกค้าในร้าน ถึงจะรู้ว่าธีมหล่อมานานแล้วก็เถอะ แต่บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโดนคนมองขนาดนี้เขาไม่อึดอัดบ้างหรือไงนะ

     ตอนที่น้องอุ่นเห็นว่าธีมมารับก็ดีใจมากแล้ว พอรู้ว่าธีมจะพามากินไอศกรีมยิ่งดีใจถึงขนาดโผเข้ากอดเลย ผมอาสาจะเลี้ยงแลกกับที่เขาอุตส่าห์มารับน้องอุ่น แต่ธีมกลับบอกว่าจะเป็นคนเลี้ยงเองเพราะการมากินไอศกรีมครั้งนี้เป็นความคิดของเขา

     "วันนี้พี่ไอไม่กลับบ้านเหรอคะ" เด็กหญิงตัวน้อยที่มีไอศกรีมเปรอะแก้มหันมาถามตาแป๋ว ผมหยิบทิชชู่ไปเช็ดปากให้อย่างแผ่วเบาก่อนจะตอบ

     "พอดีพี่มีธุระต้องกลับไปทำ ขอโทษนะคะ"

     "แล้วพี่ธีมล่ะคะ ต้องไปทำธุระกับพี่ไอด้วยหรือเปล่า"

     เจ้าของชื่อหลุดขำนิดหน่อย หันไปยิ้มให้คนถามที่ยังคงตักไอศกรีมเข้าปากไม่หยุด "ส่งน้องอุ่นเสร็จพี่ก็จะไปส่งพี่ไอต่อ หลังจากนั้นก็กลับบ้านตัวเองเลยค่ะ"

     ตั้งแต่คราวก่อนแล้วที่ผมอดอมยิ้มไม่ได้ ก็แหม ใครจะไปคิดว่าธีมจะพูดคะขากับน้องอุ่นเหมือนผมแบบนี้น่ะ ฟังแล้วมันรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีหรอกนะครับ

     "ว้า เสียดายจัง อุ่นอุตส่าห์อยากให้พี่ธีมไปเป็นเพื่อนพี่ไอ"

     "หืม? ทำไมล่ะคะ"

     "ก็พออุ่นอยากให้พี่ไอกลับบ้านทีไร พี่ไอก็เอาแต่บอกว่ามีธุระ อุ่นเลยคิดว่าถ้าพี่ธีมไปช่วยพี่ไอทำธุระ พี่ไอน่าจะทำธุระเสร็จเร็วขึ้นแถมไม่เหงาด้วยไงคะ"

     คราวนี้ธีมหัวเราะแบบออกเสียงเลย ส่วนผมที่จู่ๆ ก็โดนเผาเลยหุบยิ้มแล้วหันไปทำหน้าดุใส่น้องสาว

     "น้องอุ่น อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดแบบนี้สิคะ"

     "ก็อุ่นอยากให้พี่ไอกลับบ้านบ่อยๆ นี่คะ"

     "วันนี้พี่ไอมีธุระจริงๆ ค่ะ ไว้วันหลังนะ"

     "ถ้างั้น...วันหลังพี่ไอพาพี่ธีมมาด้วยนะคะ อุ่นอยากเล่นบ้านเจ้าหญิงกับพี่ธีม"

     ผมทำท่าอึกอัก ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยหันไปมองคนตัวสูง ธีมเองก็มองผมอย่างทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน จนกระทั่งน้องอุ่นพูดขึ้นมาอีกเราสองคนเลยละสายตากันแทบไม่ทัน

     "ให้พี่ไอเป็นเจ้าหญิง พี่ธีมเป็นเจ้าชาย ส่วนน้องอุ่นเป็นลูกของเจ้าหญิงกับเจ้าชาย"

     ดีนะที่ผมไม่ได้กินน้ำอยู่ ไม่งั้นมีหวังสำลักน้ำแน่ๆ โอ๊ยย อะไรดลใจให้น้องผมพูดแบบนี้เนี่ย!

     "เอ่อ...น้องอุ่นคะ ทำไมให้พี่เป็นเจ้าหญิงล่ะ เจ้าหญิงมันต้องเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอ"

     "ก็ตอนคุณแม่เล่านิทานให้อุ่นฟัง คุณแม่บอกว่าเจ้าหญิงกับเจ้าชายอายุเท่ากัน อุ่นเลยให้พี่ไอคู่กับพี่ธีมไงคะ"

     "แต่พี่อายุมากกว่าพี่ธีมนะคะ"

     "ไม่เป็นไรค่ะ มากกว่าแค่หนึ่งปีอุ่นไม่ถือ"

     ดูนะครับ ดูความคิดของเด็กสมัยนี้ ช่างจินตนาการเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใครเลย ขณะที่ผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คนที่ได้รับบทเจ้าชายกลับยกยิ้มชอบใจ เอื้อมมือมาลูบหัวน้องผมเบาๆ

     "แล้วน้องอุ่นคิดว่าเจ้าหญิงกับเจ้าชายต้องทำอะไรกันบ้างคะ"

     "อืม...จับมือกันมั้งคะ อุ่นเห็นในนิทานเจ้าชายชอบจับมือเจ้าหญิงตอนนอน"

     "แบบนี้เหรอคะ" ไม่พูดเปล่า แต่ร่างสูงยังดึงมือผมไปกุมไว้หลวมๆ อีกต่างหาก ผมจะชักมือกลับก็ไม่กล้าเลยได้แต่ตามน้ำไป

     "ยิ้มให้กันด้วยค่ะ คุณแม่เล่าว่าเจ้าชายรักเจ้าหญิงคนเดียว ดังนั้นเจ้าชายเลยยิ้มให้เจ้าหญิงแค่คนเดียว"

     เหมือนคนตรงหน้าผมเป็นนักแสดงและถูกผู้กำกับบรีฟท่าทางมา น้องผมบอกอะไรธีมก็ยอมทำตามหมด คนตัวสูงบีบมือผมแน่นขึ้นพลางระบายยิ้มออกมาระหว่างที่มองตาผมอยู่ มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งกว้างและดูดี คงไม่เกินจริงถ้าจะบอกว่าไม่ว่าใครที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ต่างต้องตกหลุมรักเขาอย่างไม่มีทางขัดขืนแน่นอน

     ...และถ้าผมยังคงสบตากับธีมต่อไป ผมอาจจะต้องเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นด้วย

     "เจ้าชายยิ้มแล้ว เจ้าหญิงยิ้มให้เจ้าชายบ้างสิครับ"

     คราวนี้ไม่ใช่น้องอุ่น แต่กลับกลายเป็นธีมที่กำกับซะเอง หัวใจผมเต้นแรงกว่าเดิม ไม่รู้ว่าคำพูดตรงหน้าเป็นประโยคขอร้องหรือคำสั่ง รู้แค่ว่าตอนนี้ผมทำอะไรไม่ถูกเลย คร้านอยากจะเลิกเล่นบทเจ้าหญิงก็มีสายตาจากน้องสาวที่มองมาคอยกดดันอยู่ สุดท้ายผมเลยต้องยิ้มให้ธีมตามที่เจ้าตัวร้องขอ

     นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย...

     "พี่ไอยิ้มสวยจัง" น้องอุ่นพูดพลางยิ้มจนตาปิด ยกมือมาเท้าคางบนโต๊ะ

     "ใช่ค่ะ พี่ไอยิ้มสวยมาก" เจ้าของมือที่กุมมือผมอยู่พึมพำขึ้นมาเบาๆ "สวยจนเจ้าชายหลงรักมากกว่าเดิมอีก"

     ผะ...ผมควรทำยังไงดี ห้ามหัวใจไม่ให้เต้นแรงไม่ได้เลย...

     "พี่ธีม ไอติมละลายหมดแล้วค่ะ" เสียงน้องอุ่นที่ทักท้วงขึ้นมาเป็นเหมือนระฆังช่วยชีวิตสำหรับผม ธีมค่อยๆ ผละมือออกไปก่อนจะยกมือแตะท้ายทอย แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดงจางๆ

     "แหะๆ พี่เล่นเพลินไปหน่อย ละลายหมดเลย"

     "งั้นเอาของอุ่นไปกินไหมคะ"

     "ไม่เป็นไรค่ะ น้องอุ่นกินเลย"

     เด็กสาวส่ายหน้าไปมา ยิ้มเหมือนต้องการจะอ้อนอยู่ในที "อุ่นอิ่มแล้วค่ะ ตอนนี้อยากไปเดินเล่นมากกว่า"

     "งั้นไปคิดเงินกันเลยนะคะ พี่ไอล่ะครับอิ่มยัง" ประโยคหลังร่างสูงหันมาถามผม พอได้คำตอบว่าผมอิ่มแล้วธีมก็จูงมือน้องอุ่นไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ โดยมีผมที่กำลังแก้มแดงเดินตามอยู่ข้างหลัง

     ผมเพิ่งรู้ว่ารอยยิ้มธีมโคตรจะอันตรายก็วันนี้เอง...ไม่สิ ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่สายตาก็อันตรายไม่แพ้กัน

     สบตาด้วยทีไรหัวใจผมเต้นแรงตลอด นี่เขาเสน่ห์แรงเกินไปหรือผมหวั่นไหวง่ายเกินไปกันแน่นะ





















     ที่น้องอุ่นบอกว่าอยากมาเดินเล่น ความหมายจริงๆ คืออยากมายืนเลือกตุ๊กตาที่แผนกของเล่นมากกว่า ผมเองก็พอจะรู้อยู่ แต่ผมเห็นว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลาให้น้องสาวสักเท่าไหร่จึงกะว่าจะยอมซื้อให้หนึ่งตัวเป็นของปลอบใจ

     "หูววว ตุ๊กตาเยอะแยะเลยค่ะพี่ไอ" พอเห็นบรรดาตุ๊กตาที่ตั้งเรียงรายกันอยู่บนชั้น เด็กหญิงตัวน้อยก็ปล่อยมือจากคนตัวสูงแล้ววิ่งไปดูอย่างกับเจ้าหญิงที่กำลังเดินเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์

     "น้องอุ่นอยากได้ตัวไหนเลือกเลยค่ะ"

     "จริงเหรอคะ! พี่ไอจะซื้อให้อุ่นเหรอ"

     "ใช่ค่ะ แต่ได้แค่ตัวเดียวนะ"

     "พี่ไอน่ารักที่สุดในโลกเลย! ขอบคุณนะคะ" อุ่นกระโดดจุ๊บแก้มผมก่อนจะเดินไปเลือกตุ๊กตาที่ตัวเองอยากได้ ผมยืดตัวเต็มความสูงอีกครั้ง หันไปมองอีกคนที่เดินมาอยู่ข้างๆ กัน

     "พอกลับบ้านไปเล่นด้วยไม่ได้ก็เลยซื้อตุ๊กตาปลอบใจให้สินะครับ สมกับเป็นความคิดของพี่ชายที่แสนดีจริงๆ"

     "ก่อนจะชมขอโทษมาก่อนเลยครับ ที่เล่นกันในร้านไอติมน่ะทำไมไม่ปรึกษาพี่ก่อน"

     "ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มนะ น้องพี่นั่นแหละที่เริ่ม"

     "แต่ธีมก็เออออตามน้องอุ่นไปด้วยนี่ครับ รู้ไหมว่าตอนนั้นโต๊ะอื่นเขามองกันเยอะแค่ไหน"

     "จะไปแคร์คนอื่นทำไมล่ะครับ" ธีมพูดเสียงทุ้มพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "แค่ได้เล่นกับพี่ จะให้เล่นอะไรผมก็ยอมหมดแหละ ไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะมองยังไง"

     ผู้ชายคนนี้คือคนเดียวกับที่เคยบอกว่าเขินผมหรือเปล่านะ ทำไมตอนนั้นกับตอนนี้มันช่างต่างกันเหลือเกิน...

     ผมไม่ตอบอะไร แต่เดินหนีฉับๆ มาหาน้องอุ่นที่กำลังเล่นตุ๊กตาหมีบนชั้นอยู่ ร่างสูงเดินตามหลังผมมาติดๆ ก่อนจะย่อตัวลงไปเล่นตุ๊กตาด้วย

     ขณะที่ผมกำลังมองภาพตรงหน้า จู่ๆ คำพูดของไอ้ตาลก็แวบเข้ามาในหัว ผมยืนคิดกับตัวเองว่าจะพูดตอนนี้เลยดีไหม แต่ผ่านไปสักพักน้องอุ่นก็ขอตัวไปดูของเล่นโซนอื่นต่อ ทำให้ที่ตรงนี้เหลือแค่ผมกับธีม

     เอาล่ะ โอกาสมาแล้ว!

     "เอ่อ...ธีมครับ"

     คนถูกเรียกหันมามองพลางเลิกคิ้วนิดๆ ผมอึกอักอยู่นานอย่างไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี จนอีกฝ่ายต้องถามออกมาเอง

     "มีอะไรหรือเปล่าครับ"

     "คือ...พี่มีเรื่องหนึ่งที่อยากขอร้องน่ะครับ"

     ธีมไม่ถามอะไร แต่ยืนจ้องหน้าผมเหมือนรอให้ผมพูดต่อ ผมเรียบเรียงคำพูดในหัวสักพักก่อนจะถอนหายใจบางเบา เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลา

     "ธีมช่วยลงแข่งงานกีฬาสานสัมพันธ์ได้ไหมครับ"

     "..." ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างสูง มีเพียงคิ้วเข้มที่เลิกขึ้นบ่งบอกว่ากำลังงงกับสิ่งที่ผมขอ

     เอาไงต่อดีล่ะเนี่ย ผมต้องพูดยังไงต่อ ต้องทำหน้าอ้อนวอนไหม หรือต้องยกมือมากราบเลย โอ๊ยยย ทำตัวไม่ถูกแล้วครับพี่น้อง!

     "ทำไมจู่ๆ ถึงมาขออะไรแบบนี้ล่ะครับ"

     "เอ่อ...คือ..."

     "อย่าบอกนะว่าเพื่อนผมมันฝากให้พี่มาขอ"

     นั่นไง! ธีมจับได้จริงๆ ด้วย ฮืออออ ผมไม่น่าไปรับปากน้องทอยเลย แล้วดูสีหน้าธีมสิ บึ้งตึงต่างกับเมื่อกี้ลิบลับ นี่ผมกำลังจะถูกดุใช่ไหมเนี่ย

     "...ขอโทษนะครับ พอดีพี่โดนขอร้องมาน่ะ" สุดท้ายผมก็ยอมสารภาพออกมาเพราะไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดี

     "แล้วทำไมไม่ปฏิเสธไปครับ"

     "พี่...ไม่กล้าครับ"

     ธีมยกมือมากอดอก ส่วนผมที่ไม่กล้าสบตาด้วยเลยก้มมองเท้าตัวเองเหมือนนักเรียนที่กำลังถูกครูตำหนิ เอาจริงๆ ผมไม่ควรช่วยน้องทอยตั้งแต่แรกแล้ว ธีมเขาก็เคยบอกอยู่ว่าทำไมถึงไม่อยากลงแข่ง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้ ผมนี่มันใช้ไม่ได้เลย

     "ถ้าผมยอมลงแข่ง ผมก็ต้องซ้อมบาสทุกเย็น แบบนั้นผมจะมารับน้องอุ่นไม่ได้เลยนะ"

     "ถ้าธีมลงแข่งจริงๆ พี่จะไปบอกเรื่องนั้นกับพ่อเองครับ พ่อพี่เขาไม่ว่าอะไรหรอก แต่...แต่ถ้าธีมไม่อยากลงแข่งก็ไม่เป็นไรครับ"

     คนตัวสูงยกมือมาปิดหน้า เหมือนกำลังตัดสินใจยากลำบาก

     "พี่อยากให้ผมลงแข่งไหม"

     ผมเงยหน้ามากะพริบตาใส่อีกฝ่าย เป็นเพราะถูกถามกะทันหันเลยทำให้ตั้งตัวไม่ทัน "เมื่อกี้ธีมว่าอะไรนะครับ"

     "ผมถามว่าพี่อยากให้ผมลงแข่งไหม"

     จะมาถามผมทำไมเนี่ย คนที่อยากให้เขาลงแข่งจริงๆ ไม่ใช่ผมสักหน่อย

     "ถ้าพี่ตอบว่าอยาก ผมจะโทรไปตอบตกลงกับอาจารย์ตอนนี้เลย แต่ถ้าพี่ตอบนอกเหนือจากนี้ผมจะไม่ลงแข่งตามที่คุยกันไว้ตอนแรก"

     "..."

     "ว่าไงครับ ตอบมาเร็วว่าอยากให้ผมลงแข่งไหม บอกไว้ก่อนนะครับว่าโอกาสที่จะทำให้ผมลงแข่งได้มีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว"

     เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมไม่เข้าใจธีมเลยจริงๆ เขาก็รู้อยู่ว่าเพื่อนของเขาขอให้ผมมาพูด แต่เขาก็ยังจะมาตั้งเงื่อนไขแบบนี้กับผมอีกเนี่ยนะ ถ้าสมมติว่าผมตอบว่าอยากจริงๆ เขาก็ต้องรู้สิว่าผมแค่ตอบเพื่อให้เขายอมลงแข่ง แล้วแบบนั้นมันจะไปมีความหมายอะไร

     "ถ้าพี่ตอบว่าอยากให้ธีมลงแข่ง ธีมก็จะลงแข่งใช่ไหมครับ"

     "ใช่ครับ"

     "แล้วมันจะไปมีความหมายอะไรล่ะครับ ในเมื่อธีมทำแบบนี้ก็เหมือนกับบังคับให้พี่ตอบว่าอยากทางอ้อม"

     "ทำไมจะไม่มีล่ะครับ" เจ้าของเสียงนุ่มทุ้มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ภายในดวงตาเหมือนกับอยากจะสื่ออะไรบางอย่าง "ทุกคำพูดของพี่ไอมีความหมายสำหรับผมหมดนั่นแหละ แค่พี่พูดว่าอยากให้ผมลงแข่ง...ไม่ว่าจะพูดเพราะอะไรผมก็ยินดีทำตามทั้งนั้น"

     ราวกับถูกสะกดจิตให้มองตาคนตรงหน้าเท่านั้น ตอนนี้ผมหันไปมองทางอื่นไม่ได้เลย ธีมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม และโดยไม่รู้ตัวผมก็เผลอพูดสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการออกไป ราวกับมันมาจากจิตใต้สำนึก

     "พี่...อยากให้ธีมลงแข่งครับ เวลาธีมเล่นบาสธีมดูดีและเท่มากๆ เลย"

     "มีอีกไหมครับ"

     "เอ่อ...ตอนที่เล่นบาส ธีมมักจะตั้งใจเล่นและทำหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอ เวลาธีมจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่างมันดูดีมากๆ พี่ก็เลยคิดว่า...ถ้าได้เห็นมุมนั้นของธีมอีก...ก็คงจะดี..."

     พอผมพูดจบเราสองคนก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ผ่านไปสักพักคนตัวสูงจึงยอมผละใบหน้าออกไป ตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งเห็นว่าใบหน้าธีมขึ้นสีแดงจางๆ ธีมเอามือล้วงกระเป๋าพลางยิ้มมุมปากเหมือนกำลังพึงพอใจในคำตอบของผม

     "โอเคครับ ผมจะยอมลงแข่งตามที่พี่และเพื่อนๆ ของผมต้องการ"

     "..."

     "แต่ว่า..."

     จู่ๆ ผมก็รู้สึกไม่ไว้ใจรอยยิ้มตรงหน้าขึ้นมา เหมือนกับภายใต้รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความร้ายกาจที่ผมคาดไม่ถึง

     "ถ้าผมลงแข่งแล้วชนะ พี่ต้องไปเดตกับผมสองต่อสอง"





















     TBC

     ฝากคอมเมนต์ติชม ฝากติดแท็ก #ความธรรมดาที่พิเศษ ด้วยนะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-07-2021 23:26:12 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
กริ๊ดดดดดดดมาต่อแล้ว  :hao7:อย่าหายไปนานแบบนี้ได้ไหมคนอ่านคิดถึงงงงงง :mew1:

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
Episode 12





     "เพื่อนกูนี่มันร้ายไม่เบาจริงๆ เอาน้องธีมซะอยู่หมัดเลยแฮะ"

     "กูเห็นแววเด็กหงอมาแต่ไกล อีกหน่อยไอ้ไอสั่งให้ทำอะไรไอ้ธีมคงยอมหมดไม่หือไม่อือ"

     "พวกมึงเลิกพูดจาไร้สาระได้ไหม แค่โน้มน้าวให้ธีมมาลงแข่งได้มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นซะหน่อย"

     ไอ้ดลเอื้อมมือมาคล้องไหล่ผมไว้หลวมๆ กระตุกยิ้มมุมปากส่งเสียงหึ "น้อยไปน่ะสิ มึงรู้ไหมว่ามีอาจารย์มาทาบทามไอ้ธีมกี่คนแล้ว แต่มันก็ไม่เคยใจอ่อนให้ใครเลย แต่นี่มึงไปพูดแค่หน่อยเดียวมันก็ยอมเชื่อฟังง่ายๆ แถมยังตั้งใจซ้อมแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วย"

     คนพูดพยักเพยิดหน้าไปในสนามที่มีร่างสูงกับเพื่อนๆ ของเขากำลังวิ่งไล่ยื้อแย่งลูกบอลสีส้มอยู่ จริงอย่างที่ไอ้ดลว่า วันนี้ธีมดูจริงจังกับการซ้อมมากจริงๆ ผมก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ แต่ที่ธีมตั้งใจซ้อมขนาดนี้ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคำสัญญาที่ผมให้เขาไว้

     ไม่สิ เรียกว่าคำสัญญาคงไม่เหมาะ ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นมัดมือชกไม่ให้ผมค้านอะไรเลย...

     วันนี้ผมกับเพื่อนๆ มีเรียนแค่ตอนเช้า เลยว่างมานั่งดูธีมซ้อมบาสเพื่อเตรียมลงแข่งงานกีฬาสานสัมพันธ์ ที่จริงไอ้ดลควรไปดูพิงค์ซ้อมเดินพาเหรดมากกว่า แต่มันบอกว่าธีมอุตส่าห์ยอมลงแข่งทั้งที เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์แบบนี้มันจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด

     เรื่องไปรับน้องอุ่นที่โรงเรียน พ่อแม่ผมไม่ว่าอะไรแถมยังเห็นด้วยอีกต่างหาก มีการฝากผมมาเชียร์ธีมเผื่อด้วย ถึงแม้น้องอุ่นจะงอแงนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เข้าใจในที่สุด

     ทั้งที่ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจผมมันถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้ ผมอยากให้ธีมกับเพื่อนของเขาชนะการแข่งก็จริง แต่พอคิดว่าหลังจากนั้นผมต้องไปเดตกับเขา ในอกข้างซ้ายมันก็วูบไหวแปลกๆ

     ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งผมจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านี้ ความรู้สึกที่รู้ว่ามีใครสักคนที่ต้องการเรา มันทั้งวาบหวามและอบอุ่นในอก เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ผมไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดี...

     "ว่าแต่มึงไปพูดยังไงให้น้องเขายอมวะ ตอนแรกกูนึกว่าจะยากกว่านี้ซะอีก"

     "ก็...แค่บอกว่าอยากให้ลงแข่งงานกีฬาสานสัมพันธ์"

     "แล้วน้องเขาก็ยอมง่ายๆ เลย?"

     "อะ...อือ"

     "มันดูง่ายเกินไปเปล่าวะ ถึงคนขอจะเป็นมึงก็เถอะ" ไอ้ดลยกมือลูบคาง ขมวดคิ้วเข้าหากัน "จะว่าหลงจนโงหัวไม่ขึ้นก็ไม่น่าใช่ หรือที่มันยอมเพราะมีข้อแลกเปลี่ยนกับมึง"

     เฮ้ย! ทำไมเพื่อนผมมันเดาเก่งแบบนี้เนี่ย

     "มึงไปตกลงอะไรกับน้องธีมหรือเปล่า"

     "ปะ...เปล่า"

     "ถ้าเปล่าจะติดอ่างทำไม"

     "กะ...ก็พวกมึงเอาแต่ถามอะไรก็ไม่รู้ กูก็ตอบไม่ถูกอ่ะดิ"

     พวกมันสองคนทำหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากเชื่อผมเท่าไหร่ แต่ก็ยอมหยุดไว้แค่นี้ไม่ซักถามอะไรต่อ

     "เอาเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น ยังไงน้องเขาก็ยอมลงแข่งแล้วนี่นะ เอาเป็นว่ามึงคอยเชียร์เขาอย่าให้คลาดสายตาละกัน นั่นว่าที่แฟนมึงเลยนะ"

     ผมเตรียมจะเฉ่งไอ้ตาล แต่จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกแปลกๆ กับคำว่าแฟนขึ้นมา ผมเม้มปากแน่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ ไอ้ตาลที่เห็นผมไม่เถียงกลับเหมือนทุกทีเลยทำหน้างง

     ถ้าวันหนึ่งผมกับธีมคบกันขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นยังไงนะ จะเป็นคู่รักแบบไหน จะใช้ชีวิตหลังจากนั้นยังไง จะมีอะไรเปลี่ยนไปไหม แล้วจะคบกันได้นานหรือเปล่า

     อาจจะเป็นเพราะผมเพิ่งอายุยี่สิบ เพราะผมเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับใคร หรือจะเพราะอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมไม่เคยนึกภาพตัวเองที่มีคนรักอยู่ข้างกายเลย

     ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ทำไมคนที่ดีไปซะทุกอย่างแบบธีมถึงเอาแต่มาจมปลักอยู่กับผมกันนะ จะบอกว่าเขาประทับใจในตัวผม ผมก็จำไม่ได้ว่าไปทำอะไรและเมื่อไหร่ให้เขาประทับใจ

     "ไอ้ไอ"

     "หือ?"

     "เป็นไรของมึง ทำหน้าซะเครียดเชียว กลัวน้องธีมแพ้เหรอ"

     "...เปล่า ธีมเขาเก่งขนาดนั้นยังไงก็ชนะอยู่แล้ว"

     ไอ้ตาลทำปากเบะ กลอกตามองบน "ยังไม่ได้คบกันก็อวยซะขนาดนี้แล้ว กูล่ะเบื่อพวกเห่อแฟนจริงๆ"

     คำก็แฟนสองคำก็แฟน ผมกับธีมยังไม่ได้คบกันซะหน่อย!

     "กรี๊ดดดดดด!!!"

     "น้องธีมขาาาาา เท่สุดๆ ไปเลย!!!"

     "สุดหล่ออออ มองมาทางนี้หน่อยค่าาาาา!!!"

     "อร๊ายแกกกก ตอนชู้ตลูกลงห่วงเมื่อกี้โคตรเท่เลย ฉันจะเป็นลม!!!"

     คนดูรอบสนามต่างส่งเสียงดังเมื่อธีมชู้ตลูกบาสลงห่วงได้จากระยะไกล ถึงผมจะไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่าทางของเขาที่กระโดดโยนลูกเมื่อครู่นี้น่ะมันเท่จริงๆ ขนาดไอ้ดลที่ปกติจะนั่งดูเงียบๆ ยังตะโกนชมรุ่นน้องตัวเองไม่ขาดปากเลย ไอ้ตาลนี่ไม่ต้องพูดถึง กรี๊ดซะจนผมกลัวว่าเส้นเสียงมันจะแตกไปซะก่อน

     ผมหันมาตั้งใจดูการแข่งตรงหน้าอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นแค่การซ้อมแต่ทุกคนก็ดูมุ่งมั่นและจริงจังมาก และตอนนั้นเองที่ผมได้รู้อะไรบางอย่าง ธีมน่ะดูดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็เพอร์เฟกต์ไปหมด แต่ต้าในตอนกำลังเล่นบาสก็ดูดีไม่แพ้กันเหมือนกัน พอเห็นดังนั้นผมเลยอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งที่หน้าตาดีทั้งคู่แท้ๆ แต่ทำไมถึงมีแค่ธีมที่ฮอตอยู่คนเดียว

     ...คงเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่ดูหล่อและเท่ล่ะมั้ง ก็ต้าน่ะออกไปทางหน้าหวาน ใช้คำว่าน่ารักน่าจะเหมาะกว่าคำว่าหล่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนชอบต้าเลย ในบรรดาเสียงเชียร์จากข้างสนามผมได้ยินคนเรียกชื่อต้าด้วย

     "นี่มึง"

     ผมหันไปมองคนที่เอานิ้วมาสะกิดเรียก ไอ้ตาลเอามือมาป้องปากกระซิบถามข้างหูผม

     "ที่ไปรับน้องอุ่นเมื่อวานอ่ะ เกิดเหตุการณ์อะไรพีคๆ หรือเปล่า"

     ใจคอมันจะรู้ทุกซอกทุกมุมของชีวิตผมให้ได้เลยใช่ไหม ถ้าจะถามขนาดนี้เอากล้องมาติดไว้ที่ตัวผมเลยก็ได้นะ

     "อะไรคือเหตุการณ์พีคๆ วะ"

     "ก็อย่างเช่นมึงสะดุดขาตัวเองกลางห้างแล้วน้องธีมก็เข้ามาช่วยประคองไว้ มึงกับน้องเลยเผลอสบตากันในระยะประชิดไง"

     "อ๋อ เหมือนเมื่อวานจะเคยเกิดอะไรแบบนั้นนะ"

     "เฮ้ย! จริงเหร..."

     "ในละครหลังข่าวอ่ะ มึงลองไปหาดูเอาเองนะ กูก็จำไม่ได้ว่าเรื่องไหนเพราะฉากแบบนี้มีเยอะเกิน"

     รอยยิ้มกว้างของไอ้ตาลหุบลงฉับพลันที่โดนผมพูดขัด มันทำหน้าเอือมๆ พลางเอามือมาหยิกแก้มผม "ทีหลังไม่ต้องตอบก็ได้นะถ้าจะกวนตีนขนาดนี้"

     "ก็ดูคำถามมึงดิ คิดได้ไงว่ากูกับธีมจะทำอะไรกันกลางห้างแบบนั้น"

     "กรี๊ดดดดดด!!!"

     "อร๊ายยยยยยยย!!!"

     เราสองคนหยุดคุยกันชั่วคราวแล้วหันไปมองการแข่งในสนามโดยอัตโนมัติ ดูเหมือนว่าทีมของธีมจะทำคะแนนได้อีกแล้ว คนตัวสูงวิ่งไปกอดเพื่อนๆ ด้วยความดีใจ บางคนก็เข้ามาแท็กมือด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ภาพตรงหน้าทำให้ผมเผลอยิ้มตาม ก่อนที่กรรมการจะประกาศให้พักสิบห้านาที

     ต้าและเพื่อนคนอื่นๆ พากันเดินไปยังจุดพักข้างสนามที่มีเหล่ากองเชียร์คอยถือน้ำกับผ้าเย็นไว้ให้ ต่างกับใครอีกคนที่แยกตัวจากเพื่อนๆ เดินมาทางที่ผมนั่งอยู่ ผมกับเพื่อนนั่งอยู่ชั้นล่างสุดของอัฒจันทร์ ที่จริงผมก็กะจะไปนั่งข้างบนอยู่หรอก แต่ไอ้ตาลมันขี้เกียจเดินขึ้นผลเลยออกมาเป็นแบบนี้

     พอเห็นว่าหนุ่มฮอตกำลังเดินมาทางนี้พวกผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านบนผมก็ส่งเสียงกันยกใหญ่ หลายคนทำท่าจะหยิบน้ำกับผ้าเย็นลงมาให้ แต่ธีมยกมือขึ้นมาห้ามประมาณว่าไม่เป็นไร คนตัวสูงเดินมาเกาะรั้วข้างสนามพลางมองมาที่ผม แม้ทั่วใบหน้าจะเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแต่ธีมก็ยังดูหล่อเหมือนเดิม

     "มัวนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ไอ้ธีมมันรอมึงไปป้อนน้ำให้อยู่ไม่เห็นเหรอ"

     "แต่กูไม่ได้ซื้อน้ำมา..." ยังไม่ทันจะพูดจบก็มีขวดน้ำกับผ้าเย็นลอยมาอยู่ในมือผม ไอ้ตาลขยิบตาให้หนึ่งทีพลางผลักผมเบาๆ

     "กูกะไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้เลยซื้อมาเตรียมไว้ให้ รีบๆ ไปได้แล้ว ว่าที่แฟนมึงกำลังต้องการกำลังใจอยู่นะยะ"

     ให้ตายเถอะเพื่อนผม ทีเรื่องเรียนไม่เห็นจะรอบคอบแบบนี้บ้างเลย แล้วผมก็บอกไปแล้วไงว่ายังไม่ใช่แฟนกัน หัดจำซะบ้างสิไอ้เพื่อนคนนี้!

     ผมลุกขึ้นเดินไปยังรั้วที่มีร่างสูงยืนพิงอยู่ ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดบนอัฒจันทร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมองผมกับธีม พอรู้แบบนั้นผมก็เกร็งขึ้นมาทันที

     ไม่ชอบเลยเวลาที่มีคนมองมาเยอะๆ โอ๊ยยย ประหม่าไปหมดแล้วเนี่ย!

     ผมค่อยๆ ยื่นขวดน้ำไปให้คนตรงหน้า แต่ธีมก็ยังยืนนิ่งพลางยกแขนขึ้นมาเท้ากับรั้วแล้วเอาคางเกยไว้บนนั้น ธีมยิ้มให้ผมแล้วเลื่อนสายตาลงมามองขวดน้ำในมือ เพียงเท่านั้นผมก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

     ผมเปิดขวดน้ำก่อนจะใส่หลอดลงไป ยื่นไปจ่อปากคนตัวสูงที่กำลังรออยู่ ธีมยิ้มกว้างพลางยื่นหน้ามาดูดน้ำ เสียงกรี๊ดด้านหลังดังขึ้นกว่าเดิมจนใบหน้าผมเห่อร้อนไปหมด

     อันที่จริงจะปฏิเสธก็ได้ แต่พอเห็นสายตาของคนตรงหน้าผมก็เกิดไปไม่เป็นขึ้นมาซะงั้น นี่ผมเป็นอะไรไปเนี่ย...

     "เช็ดหน้าให้ด้วยสิครับ"

     อีกฝ่ายร้องขอด้วยใบหน้ายิ้มๆ ผมจึงแกะผ้าเย็นแล้วเอื้อมมือไปซับเหงื่อให้คนตรงหน้า มือผมสั่นจนผมรู้สึกได้ ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้หน้าตัวเองแดงแค่ไหน ผมค่อยๆ ลูบไล้ใบหน้าคมคายอย่างแผ่วเบา จากแก้มขึ้นไปยังหน้าผาก ก่อนจะลงมายังบริเวณคอและสันกราม

     "ทำหน้าแบบนี้คือเขินอยู่เหรอครับ"

     ผมสะดุ้งที่จู่ๆ ก็โดนจับได้ ยิ่งเห็นสายตายิ้มๆ ตรงหน้าก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก "ปะ...เปล่าซะหน่อยครับ"

     "เขินก็บอกว่าเขินสิ ขนาดผมยังเขินเลย"

     "ถ้าเขินแล้วจะให้พี่เช็ดให้ทำไมครับ"

     "ไม่เห็นต้องถามเลย ใครๆ ก็อยากถูกคนที่ตัวเองชอบดูแลกันทั้งนั้นแหละครับ" มือหนายกมาทาบทับมือผมที่กำลังเช็ดคออยู่ ผมตกใจเลยเงยหน้ามามองธีมจากที่ตอนแรกพยายามหลบตา

     "อะ...เอามือออกสิครับ จับไว้แบบนี้พี่เช็ดต่อไม่ได้นะ"

     "ไม่ต้องแล้วครับ ผมหายเหนื่อยแล้ว"

     "ถ้างั้นพี่กลับไปนั่ง..."

     "อีกตั้งนานกว่าจะซ้อมต่อ พี่ยืนอยู่ตรงนี้แหละ"

     "จะให้พี่ยืนทำอะไรอ่ะครับ"

     "ยืนให้ผมมองไง มองไกลๆ เห็นไม่ชัดเลยอยากมองใกล้ๆ น่ะครับ"

     ถ้าเป็นปกติผมคงเดินกลับไปที่นั่งของตัวเองแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะสายตา คำพูด หรือรอยยิ้มของธีมกันแน่ที่ทำให้ผมไม่สามารถเดินกลับไปได้ ทำได้แค่ยืนสบตากับคนที่เหมือนจะกำลังแข่งแก้มแดงกับผม

     "ไหนตอนนั้นบอกว่าเขินพี่ไงครับ แล้วทำไมถึง..."

     "ตอนนี้ก็ยังเขินอยู่ครับ และคงไม่มีวันหายเขินได้ด้วย แต่ถ้าผมมัวแต่เขิน..."

     "..."

     "ผมจะจีบพี่ไอติดได้ยังไงล่ะครับ"

























     การสอบไฟนอลใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เช่นเดียวกับงานกีฬาสานสัมพันธ์ ผมกับไอ้ตาลน่ะไม่เท่าไหร่เพราะมีเวลาอ่านหนังสือ แต่ไอ้ดลนี่สิที่ลำบาก มันต้องตามไปดูแลพิงค์ที่ต้องซ้อมพาเหรดอย่างหนักหน่วงเลยแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวสอบเลย

     ชีวิตปีสองของนักศึกษานิติฯ นี่ไม่ง่ายอย่างที่เห็นเลยนะครับ มองเผินๆ อาจจะดูเหมือนพวกผมไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ แต่ลึกๆ แล้วก็แอบหวั่นอยู่ไม่ใช่น้อยว่าจะอ่านหนังสือทันหรือเปล่า

     ผมละสายตาจากหนังสือตรงหน้าหันไปดูหญิงสาวที่กำลังทำหน้าหงิกงอ เห็นสีหน้าไอ้ตาลตอนอ่านหนังสือแล้วผมไม่รู้จะขำหรือสงสารดี มันทำหน้าเหมือนมีใครบังคับให้กินยาพิษงั้นแหละ

     "พักหน่อยไหม" ผมบอกมันเสียงเนือยๆ ไอ้ตาลหันมาทำปากเบะใส่ผมก่อนจะล้มตัวหงายท้องไปบนเตียง

     "เทอมนี้เกรดกูร่วงแน่เลย มีแต่วิชายากๆ ทั้งนั้น อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัวเลยสักนิด"

     "ค่อยๆ อ่านไปอย่ารีบร้อน ยิ่งมึงไม่ถนัดท่องจำด้วยแล้วถ้าฝืนมากเกินไปมันจะกลายเป็นไม่ได้อะไรเลยนะ"

     "กูไม่อ่านแล้วได้ไหม เน้นสวดมนต์กับอธิษฐานแทน"

     "คนที่ให้เกรดมึงไม่ใช่เจ้าที่แต่เป็นอาจารย์ เพราะงั้นถ้าจะสวดมนต์ก็ไปสวดกับอาจารย์เอาเองนะ" ผมยิ้มล้อเลียนมัน ไอ้ตาลเด้งตัวขึ้นมานั่งขัดตะหมาดกลางเตียง ทำหน้าหงิกงอยิ่งกว่าเดิม

     ตอนนี้ผมอยู่หอไอ้ตาล ซึ่งหอของมันก็อยู่ใกล้มหา'ลัยชนิดที่ว่าขับรถห้านาทีก็ถึงแล้ว วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้มันโทรมาชวนผมแต่เช้า ผมเองก็ไม่มีธุระที่ไหนเลยถือโอกาสมาเที่ยวห้องมันด้วยซะเลย

     ตอนแรกผมกะจะติวให้ แต่มันก็บอกว่าอยากลองอ่านด้วยตัวเองดูก่อน ผลลัพธ์เลยออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ อีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบแล้ว ผมล่ะเป็นห่วงมันจริงๆ ว่าจะรอดไหม

     "ลงไปกินข้าวกันก่อนไหม และเดี๋ยวขึ้นมาแล้วกูช่วยติวให้"

     "ยังอ่ะ กูว่าจะอ่านต่ออีกหน่อย จริงๆ กูก็พอจะจับจุดได้อยู่หรอกว่าต้องจำยังไงถึงจะจำได้เยอะ แต่แค่มาตรามันเยอะจนกูเหนื่อยแค่นั้นเอง"

     "จำอย่างเดียวไม่ได้นะโว้ย ต้องรู้วิธีเอาไปใช้ในข้อสอบด้วย"

     ไอ้ตาลพยักหน้าส่งๆ ก่อนจะหยิบหนังสือที่มันโยนไปข้างตัวมาอ่านอีกรอบ ผมมองมันอย่างเป็นห่วง ที่เตือนไปเมื่อครู่น่ะรู้เรื่องจริงหรือเปล่าเนี่ย

     เอาเถอะ ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวก็คงมาขอความช่วยเหลือเองแหละ ไอ้ตาลน่ะน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ไอ้ดลนี่สิน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า สงสัยผมคงต้องทำสรุปเลคเชอร์ไปให้มันซะหน่อยแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

     Rrrr~

     ผมวางหนังสือลงอีกครั้งพลางเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงดังในกระเป๋า ไอ้ตาลมองมาอย่างสงสัยว่าใครโทรมา แต่พอเห็นสีหน้าผมที่กำลังมองเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วมันก็ยิ้มกริ่มเหมือนรู้ได้ในทันที

     "หน้าแดงขนาดนี้น้องธีมโทรมาชัวร์"

     ผมล่ะเกลียดตัวเองที่เก็บอาการไม่เก่งจริงๆ ให้ตายสิ!

     "รีบรับสิ เดี๋ยวเขาก็วางสายไปก่อนหรอก"

     "แต่มึงกำลังอ่านหนังสืออยู่..." พูดยังไม่ทันจบสายก็ถูกตัดไปซะก่อน แต่ไม่ทันไรธีมก็โทรมาใหม่อีก

     "เดี๋ยวกูลงไปซื้อของกินคั่นเวลาก็ได้ ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอหรอกย่ะ แล้วน้องธีมเองก็ดูเหมือนอยากจะคุยกับมึงให้ได้ด้วย รีบๆ รับสายได้แล้ว" มันพูดจบก็ลุกไปหยิบคีย์การ์ดกับกระเป๋าสตางค์ทันที ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่กลางห้องคนเดียว ไอ้ตาลกำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนไปยังไม่วายหันมาพูดอีกรอบ "คุยกับเขานานๆ ล่ะ นี่ก็ใกล้วันแข่งจริงแล้ว น้องธีมคงอยากได้กำลังใจจากมึงแน่ๆ กูรู้"

     มันคิดจะเป็นกามเทพสื่อรักให้ผมหรือไง ถามผมสักคำหรือยังว่าต้องการหรือเปล่า...

     ผมหันมามองโทรศัพท์ในมือที่ยังส่งเสียงริงโทนไม่หยุด ตั้งแต่วันที่ผมกับเพื่อนๆ ไปคอยเชียร์ข้างสนามครั้งก่อนผมก็ไม่ได้เจอธีมอีกเลย ไอ้ดลบอกว่าธีมต้องซ้อมบาสทุกวัน ผมเองก็ต้องเตรียมตัวสอบ พอแต่ละคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะห่างหายไปจากกัน

     "...ฮัลโหลครับ"

     [พี่ยุ่งอยู่เหรอครับถึงได้รับสายช้า]

     "เปล่าครับ พอดีพี่วางโทรศัพท์ไว้ไกลน่ะ ว่าแต่ธีมมีอะไรหรือเปล่าครับ"

     ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มที่เหมือนจะเขินอยู่นิดหน่อย [ผมกำลังซ้อมบาสอยู่ครับ แต่ตอนนี้โค้ชเขาให้พัก แล้วผมก็คิดถึงพี่ไอขึ้นมา เลยอยากโทรมาคุยด้วยจนกว่าจะถึงเวลากลับไปซ้อมอีก]

     "..."

     [พี่ไอ...สะดวกหรือเปล่า]

     ผมเม้มปากเข้าหากันแน่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งที่ธีมก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย ผมว่าผมชักจะใจเต้นแรงกับธีมบ่อยเกินไปแล้วนะ ที่น่าหงุดหงิดกว่านั้นคือผมไม่รู้จะจัดการกับอาการพวกนี้ยังไงด้วยสิ ก็ทั้งชีวิตน่ะเคยมีใครมาทำให้ผมใจเต้นแรงซะที่ไหน

     จะมีก็แต่คนที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยนี่แหละ...

     "สะดวกครับ ตอนนี้พี่ก็ว่างอยู่เหมือนกัน" ในเมื่อกลับไปอ่านหนังสือต่อก็คงไม่รู้เรื่อง งั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธนี่นะ

     [วันนี้ซ้อมหนักโคตรๆ เลยครับ ไอ้ต้าก็ลาหยุดเพราะต้องไปทำธุระ เพื่อนคนอื่นๆ ก็หนีไปกินข้าวกันหมด ตอนนี้ผมเหงามากเลย] อีกฝ่ายบ่นมาเป็นชุดเหมือนอัดอั้นตันใจมานาน ผมยิ้มออกมาเบาๆ รู้สึกสงสารปนเอ็นดูปลายสายขึ้นมาทันที

     "แล้วทำไมธีมไม่ไปกินข้าวกับเขาล่ะครับ"

     [ผมอยากซ้อมให้เสร็จแล้วค่อยไปกินทีเดียวน่ะครับ]

     ผมหันไปมองที่ระเบียง ข้างนอกอากาศแจ่มใส แถมวิวห้องไอ้ตาลก็สวยด้วย ผมเลยถือโอกาสเดินไปเปิดประตูระเบียงเพื่อยืนดูทิวทัศน์นอกห้อง

     "พักนานไหมครับ"

     [ครึ่งชั่วโมงครับ หลังจากนั้นก็ซ้อมครั้งสุดท้ายแล้วกลับบ้าน]

     "อย่าหักโหมมากนะครับ"

     [ที่บอกนี่คือเป็นห่วงผมเหรอ]

     "ครับ เป็นห่วง"

     คู่สนทนาเงียบไป ไม่รู้เพราะเขินหรือเพราะไม่มีอะไรจะพูดต่อ แต่ผมว่าผมเดาสีหน้าของธีมตอนนี้ได้นะ เพราะผมเองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

     ก็ผมเป็นห่วงจริงๆ นี่นา จะโกหกไปให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ

     [ถ้าเป็นห่วงผม ก็มาเชียร์ผมทุกวันสิครับ]

     "ขอโทษนะครับ แต่ช่วงนี้พี่ต้องเตรียมตัวสอบเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างเลย"

     [งั้นเหรอครับ...] เสียงนุ่มทุ้มหม่นลงนิดหน่อยเหมือนคนพูดกำลังน้อยใจ ถ้าเมื่อครู่ธีมทำหน้าเขินอยู่ ตอนนี้ก็คงเปลี่ยนเป็นหน้าหงอยแล้วสินะ

     "แต่พี่กะว่าสัปดาห์หน้าจะชวนไอ้ตาลไปดูเราซ้อมอีก เพราะงั้นเลิกทำเสียงแบบนั้นได้แล้วครับ"

     ทั้งที่ไม่ได้เห็นหน้าแท้ๆ แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่าใบหน้าหงอยๆ กำลังเปลี่ยนมาเป็นยิ้มกว้าง ที่จริงผมกะจะไปเชียร์แบบไม่บอกล่วงหน้า แต่พอเห็นคนตัวสูงทำเสียงน้อยใจแล้วปากมันก็เผลอพูดออกไปเอง

     [พี่สัญญาแล้วนะ ต้องมาให้ได้นะครับ]

     "ครับ...สัญญาเลย"

     สายตาผมทอดมองไปยังบนถนนที่มีรถยนต์สัญจรไปมาเต็มไปหมด ความวุ่นวายของใจกลางเมืองเป็นอะไรที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก บางทีผมก็เคยคิดนะว่าอยากไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัดบ้าง แบบนั้นอาจจะช่วยคลายเครียดจากอะไรหลายๆ อย่างในเมืองกรุงได้เยอะ

     ระหว่างที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว ผมเลยออกจากภวังค์ตัวเองแล้วเอ่ยเรียกคนในสาย "เอ่อ...ธีมครับ"

     [ว่าไงครับ]

     "พี่ขอถามอะไรอย่างนึงได้ไหม"

     [ถามได้ทุกเรื่องเลยครับ ยกเว้นถามว่าทำไมผมถึงชอบพี่ เรื่องนั้นไว้ผมจีบพี่ติดก่อนแล้วจะบอก]

     "ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ พี่แค่อยากรู้ว่าที่ธีมยอมลงแข่งครั้งนี้...เพราะพี่อย่างเดียวเหรอ"

     ผมคาใจมาตลอดตั้งแต่วันที่ธีมตอบตกลง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามสักที ลึกๆ แล้วผมกำลังรู้สึกผิด เพราะที่ผมทำไปแบบนั้นมันเหมือนเอาความรู้สึกที่ธีมมีให้ผมมาบีบบังคับเขาเลย

     เสียงรถราจากถนนเบื้องล่างดังเข้ามาแทนที่เสียงของคนในสายที่เงียบไป ธีมไม่ตอบอะไรเลย เงียบไปนานจนผมเริ่มหวั่นขึ้นมานิดๆ

     "ธีมครับ"

     [ถ้าผมตอบว่าใช่ พี่จะคิดมากหรือเปล่า]

     "แต่ไหนธีมบอกว่าไม่ชอบความกดดันไงครับ แล้วทำไมถึงยอมตกลงแค่เพราะพี่ขอร้องล่ะ"

     [ใช่ครับ ผมไม่ชอบความกดดัน ไม่ชอบการถูกคนอื่นคาดหวัง แต่พอคนที่คาดหวังคือพี่ไอ...ผมกลับรู้สึกว่าอยากทำมันให้สำเร็จให้ได้]

     เป็นอีกครั้งที่คำพูดของธีมทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมา ผมยืนนิ่ง ในหัวไม่รู้จะพูดอะไรดี ได้แต่ยืนฟังอีกฝ่ายบอกความในใจอย่างเงียบๆ

     [พี่ไอรู้ไหม ตอนที่พี่บอกว่าชอบดูผมเล่นบาส ตอนนั้นผมเขินมากเลยนะ แต่ขณะเดียวกันผมก็ดีใจมากๆ ผมเลยอยากลงแข่งงานกีฬาครั้งนี้เพื่อจะได้เล่นบาสให้พี่ดู]

     "..."

     [เรื่องเดตน่ะผมหวังไว้มากก็จริง แต่เหตุผลหลักๆ คือผมอยากชนะการแข่งครั้งนี้ อยากชนะเพื่อตอบแทนที่พี่มองผมเป็นคนเก่งและเท่มาตลอด]

     ผมไม่เคยรู้เลยว่าคำพูดของตัวเองจะมีอิทธิพลกับธีมมากขนาดนี้ ธีมทำให้ผมรู้ว่าเขาใส่ใจและแคร์คำพูดของผมมากแค่ไหน ผมเม้มปากแน่น หลับตาลงเพื่ออดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัว มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเครือนิดๆ

     "...ขอโทษนะครับ"

     [หืม? พี่ไอขอโทษทำไม ผมไม่ได้ว่าอะไรพี่เลยนะ]

     "ทั้งๆ ที่ธีมเคยบอกว่าไม่อยากลงแข่งเพราะไม่ชอบความกดดัน แต่พี่ก็ยังขอให้เราลงแข่งอีก พอคิดว่าธีมใส่ใจคำพูดพี่ขนาดนี้แต่พี่กลับไม่เคยใส่ใจคำพูดของธีมเลย พี่ก็เลย..."

     [...]

     "ขอโทษนะครับ"

     เราสองคนตกอยู่ในความเงียบกันอีกครั้ง ผมที่เห็นว่ายืนอยู่ตรงนี้นานแล้วเลยกลับเข้าไปนั่งบนเตียงในห้อง ไอ้ตาลยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่ามันไปซื้อของกินถึงไหน แต่ตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดถึงมันหรอก

     ผมนี่มัน...นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ

     [เปลี่ยนคำขอโทษเป็นกำลังใจได้ไหมครับ]

     ผมกะพริบตาปริบๆ รู้สึกงุนงงที่จู่ๆ ปลายสายก็พูดออกมาแบบนั้น พอผมจะตอบกลับไปเขาก็พูดขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงที่เหมือนอยากจะปลอบผมอยู่ในที

     [ถ้าพี่ไอรู้สึกผิดจริงๆ ก็ให้กำลังใจผมเยอะๆ สิครับ ผมซ้อมหนักทุกวันเลยนะ แถมกว่าพี่จะมาหาก็ตั้งสัปดาห์หน้า เพราะงั้นเปลี่ยนจากขอโทษมาให้กำลังใจแทนเถอะนะครับ]

     "..."

     [ผมไม่ได้โทรมาเพื่อจะฟังคำขอโทษซะหน่อย อย่าคิดมากเลยครับ พี่ไม่ได้บังคับอะไรผมทั้งนั้น แต่พี่เป็นกำลังใจของผมต่างหาก เป็นคนที่ผมอยากโชว์เท่ให้ดูถึงขนาดยอมลงแข่งงานกีฬาครั้งนี้เชียวนะ]

     "..."

     [ว่าไงครับ ให้กำลังใจผมได้หรือเปล่า]

     ผมรู้แล้วว่าคำพูดของผมมีอิทธิพลกับธีมมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ว่าคำพูดของธีมก็มีอิทธิพลกับผมมากเช่นกัน เพราะพอได้ยินเขาพูดแบบนี้ความรู้สึกผิดในใจผมก็หายไปหมดสิ้น เข้ามาแทนที่ด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้คุยด้วยกัน มุมปากทั้งสองข้างเผลอยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยยิ้มกว้างขนาดนี้มาก่อน

     ผมไม่ใช่คนที่ชอบดูถูกตัวเองก็จริง แต่ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีค่ากับใครสักคนมากขนาดนี้ จนกระทั่งวันนี้ที่ผมได้คุยกับธีม ผมถึงรู้ว่าสำหรับเขา ผมมีค่ามากแค่ไหน

     นี่น่ะเหรอ...ความรู้สึกของการที่มีคนมาชอบเรา

     "สู้ๆ นะครับ พี่เป็นกำลังใจให้เสมอนะ"

     คู่สนทนาหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับรอฟังคำพูดนี้ของผมมานาน [ขอบคุณนะครับ วันนี้ผมอนุญาตให้บอกทางโทรศัพท์ได้ แต่วันหลังพี่ต้องมาบอกต่อหน้าผมนะ]

     ผมอมยิ้มกับความเอาแต่ใจนิดๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของคนในสาย ในอกรู้สึกอุ่นวาบจนหุบยิ้มไม่ได้เลย

     "ครับผม พี่สัญญา"























     - มีต่อ -


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-07-2021 00:44:41 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-3
     หลังวางสายจากธีมผมก็อ่านหนังสือต่อเพื่อรอไอ้ตาลไปพลางๆ แต่สักพักมันก็โทรมาเรียกให้ผมลงไปหาข้างล่าง พอถามหาเหตุผลมันก็ไม่ยอมบอก เอาแต่บอกว่าลงมาเดี๋ยวก็รู้เอง สุดท้ายผมเลยต้องลงมาหามันทั้งที่ยังอ่านหนังสือไปไม่ถึงไหน

     "ไอ้ไอ! ทางนี้ๆ" พอผมลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างก็มีเสียงตะโกนดังเข้ามาในหู ไอ้ตาลโบกไม้โบกมือให้ผมไปหา สีหน้าท่าทางมันลุกลี้ลุกลนเหมือนกำลังแอบสะกดรอยตามใครอยู่งั้นแหละ

     "อะไรของมึงวะ ไหนว่าจะลงมาซื้อของกินไง"

     "ตอนแรกก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นแหละ แต่พอดีกูเจอใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะเจอซะก่อน"

     คิ้วผมขมวดเข้าหากัน ไอ้ตาลไม่ปล่อยให้ผมงงนาน มันจูงมือลากผมไปแอบหลังต้นไม้ที่ตั้งไว้ประดับบริเวณหน้าหอ ผมกำลังจะหันไปโวยวายว่าทำบ้าอะไร แต่มันก็จับหน้าผมให้หันไปมองร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ๆ กันซะก่อน

     "ดูให้ดีๆ แล้วบอกกูมาว่ามึงเห็นใครในร้าน"

     ถึงจะยังงงๆ อยู่แต่ผมก็ยอมทำตามคำพูดมัน เพ่งมองเข้าไปในร้านเพื่อดูว่ามีลูกค้าคนไหนบ้างที่ผมรู้จัก สักพักดวงตาผมก็เบิกกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวที่คุ้นตากำลังเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์หน้าร้านพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง

     "นั่นพิงค์หรือเปล่าวะ"

     "โอเค ถ้ามึงเห็นเหมือนกันแสดงว่ากูไม่ได้ตาฝาด"

     "นี่มันเรื่องอะไรวะมึง"

     "กูจะไปรู้ไหม ตอนเห็นแวบแรกกูก็ตกใจเหมือนมึงนั่นแหละ ขยี้ตาอยู่ตั้งนานถึงได้แน่ใจว่ากูดูไม่ผิดคน"

     ผู้ชายที่มากับพิงค์เป็นคนที่ทั้งผมและไอ้ตาลไม่รู้จัก ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินจับมือกันออกมานอกร้าน ไอ้ตาลรีบผลักหัวผมให้หลบมาอยู่หลังต้นไม้เมื่อพิงค์ทำท่าจะมองมาทางนี้ ผ่านไปสักพักผมถึงได้ค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาดูอีกครั้ง ผู้ชายคนนั้นกำลังขับรถออกจากที่จอดโดยมีพิงค์นั่งข้างๆ พอรถเคลื่อนออกไปแล้วพวกผมสองคนถึงได้ออกมาจากที่ซ่อน

     "มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ไหนไอ้ดลบอกว่าวันนี้พิงค์มีซ้อมเดินพาเหรดที่มอ ปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลยไง"

     "นั่นดิ นี่กูก็เกือบโทรหาไอ้ดลแล้วนะ แต่พอคิดดูอีกทีเรียกมึงมาก่อนดีกว่า จะได้ปรึกษากันก่อนว่าจะเอายังไง"

     "ปรึกษา? ทำไมต้องปรึกษาก่อนด้วยวะ ก็โทรไปถามไอ้ดลเลยดิจะได้รู้เรื่องไปเลย"

     ไอ้ตาลทำหน้าเอือมใส่ผม มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดนู่นกดนี่อยู่สักพักก่อนจะหันมาถาม

     "มึงคิดว่าผู้ชายที่มากับพิงค์เป็นใคร"

     "จะไปรู้ไหมล่ะ กูไม่รู้จักเขา แต่ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพื่อนล่ะมั้ง"

     "มึงคิดว่าเป็นเพื่อนเหรอ"

     "แล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนจะเป็นอะไรได้อีก"

     คราวนี้มันไม่ตอบ แต่ยัดโทรศัพท์ใส่มือผมแทน บนโทรศัพท์มีรูปๆ หนึ่งกำลังโชว์หราอยู่ "งั้นมึงดูนี่แล้วตอบกูมา ว่าเพื่อนกันเขาทำแบบนี้หรือเปล่า"

     ผมทำหน้างงใส่มัน แต่พอหันมาดูรูปในโทรศัพท์แล้วใบหน้าผมก็เปลี่ยนเป็นตกใจทันที ดวงตาผมเบิกกว้างกว่าเมื่อครู่ คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว รูปที่ไอ้ตาลถ่ายมามันไม่ค่อยชัดก็จริง แต่ก็พอจะดูออกว่าคนในรูปคือพิงค์กับผู้ชายที่มาด้วยกันกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟ สิ่งที่ทำให้ผมตกใจคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเพื่อนผม กับคนที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อนของเขา...

     กำลังจูบกัน



























     TBC

     Reply to @kong6336 : คิดถึงคนอ่านเหมือนกันครับ คิดถึงทุกคนเลย จะพยายามหาเวลาว่างมาลงให้หายคิดถึงบ่อยๆนะครับ ^^

     ฝากคอมเมนต์ติชม ฝากติดแท็ก #ความธรรมดาที่พิเศษ ด้วยนะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-07-2021 00:52:49 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
+1 ep12 อัพ 19-07-21 ครับ  :hao3:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
เพื่อนอีกคนกำลังจะมีแฟน แต่เพื่อนอีกคนกำลังจะเสียแฟน :katai1:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8
ร้ายยยย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด