ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 08 - . . . . . . . [12/Nov/2020]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 08 - . . . . . . . [12/Nov/2020]  (อ่าน 2000 ครั้ง)

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
Episode 05





     บรรยากาศในห้องเรียนวันนี้ต่างไปจากทุกๆ วัน เสียงพูดคุยของนักศึกษาที่ปกติจะมีให้ได้ยินบ้าง ตอนนี้กลับเงียบสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้อง ทุกคนต่างกำลังจดจ่ออยู่กับกระดาษข้อสอบตรงหน้า คนเดียวที่ขยับตัวในห้องตอนนี้คืออาจารย์หน้าห้องที่คอยสอดส่องพฤติกรรมของเหล่านักศึกษาอยู่

     ผมหมุนปากกาในมือไปมา เม้มปากแน่นอย่างคนใช้ความคิด พยายามนึกทุกอย่างที่อ่านมาเมื่อคืนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันก็พยายามเขียนอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับข้อสอบลงไปให้เต็มหน้ากระดาษที่สุด

     โชคดีที่เมื่อคืนผมอ่านมาตรงจุด ข้อสอบในวันนี้เลยไม่ยากเท่าไหร่ แต่ถ้าจะถามว่าอะไรยากก็น่าจะเป็นเขียนยังไงให้ถูกใจอาจารย์ ต่อให้ยกกฎหมายมาอ้างอิงถูกมาตรา แต่ถ้าใช้ภาษากฎหมายไม่ถูกต้องก็มีสิทธิ์โดนตัดคะแนนได้เหมือนกัน

     จริงๆ มันไม่ได้เคร่งถึงขนาดนั้นหรอกครับ แต่เพราะคนที่คุมสอบพวกผมอยู่ตอนนี้คืออาจารย์พงศ์ศักดิ์ที่ลือกันว่าโหดที่สุดในบรรดาอาจารย์ที่สอนปีสอง ทุกอย่างจึงต้องเป๊ะไปหมด ห้ามเว้นวรรคผิด ห้ามสะกดผิด ห้ามใช้ภาษาพูด ใครทำนอกเหนือจากนี้จะโดนตัดคะแนนหมด

     "หมดเวลาแล้วครับ ทุกคนวางปากกาแล้วเอาข้อสอบมาวางไว้บนโต๊ะผม"

     เสียงอาจารย์ที่ดังไปทั่วห้องเพราะพูดผ่านไมค์ สำหรับผมมันเหมือนระฆังช่วยชีวิต แต่สำหรับบางคนก็อาจจะเหมือนเสียงตัดสินของศาลฎีกา ผมเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋า เดินถือข้อสอบไปวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับคนอื่นๆ ก่อนจะออกมารอเพื่อนอีกสองคนอยู่หน้าห้อง ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเล่น

     "มึง~ ขอยาดมหน่อย กูจะเป็นลมมมมม"

     ผมหันไปมองเจ้าของเสียงแหลมๆ ก่อนจะหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้ ไอ้ตาลเดินมาหาผมในสภาพเหมือนซอมบี้เดินได้ ข้างๆ มันคือไอ้ดลที่ทำหน้าเหนื่อยใจกับความเล่นใหญ่ของเพื่อน

     "อย่าเว่อร์ ไหนมึงบอกว่าเมื่อคืนอ่านมาอย่างดี สอบวันนี้สบายๆ ไง"

     "ก็กูอ่านมาผิดบทอ่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าอาจารย์จะออกเรื่องฆ่าชิงทรัพย์ เรื่องนั้นมันเรียนไปตั้งแต่ต้นเทอมนู่นเลยนะ"

     "มึงจะเอาอะไรมาก รู้ๆ กันอยู่ว่าวิชาอาจารย์พงศ์ศักดิ์น่ะอะไรก็เกิดขึ้นได้"

     "ยิ่งฟังมึงพูดกูก็ยิ่งเครียด"

     "ช่วยไม่ได้ มึงไม่อ่านมาให้หมดเอง"

     "มึงอ่ะ!"

     "เออน่า มันผ่านไปแล้วก็ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว ไปๆ กินข้าวกันเถอะ" ผมรีบห้ามทัพก่อนที่จะมีสงครามเกิดขึ้น ควงแขนพวกมันคนละข้างก่อนจะพากันเดินลงบันได ผมชวนไอ้ตาลคุยเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้มันคิดมาก แต่มันก็ยังทำหน้าซึมกระทือไม่ยิ้มแย้มเหมือนทุกที

     ถามว่าผมเครียดเหมือนกันไหมก็มีเครียดบ้าง แต่ก็ยังไม่หนักเท่าไอ้ตาลที่อ่านมาผิดบท ตอนนี้ขอแค่มันไม่ตกก็พอแล้ว

     แต่พูดแล้วผมก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเหมือนกันนะ ช่วงนี้อาจารย์หลายๆ คนนัดสอบย่อยกันบ่อยมาก สอบโหดเหมือนโกรธนักศึกษา เล่นเอาพวกผมแทบไม่มีเวลานอนกันเลย

     ขณะที่พวกผมสามคนเดินกันไปโรงอาหารไอ้ตาลก็ยังโอดครวญเรื่องข้อสอบไม่เลิก ส่วนไอ้ดลก็โทรหาสุดที่รักของมัน ไม่นานนักสาวน้อยหน้าหวานที่ผมไม่ได้เจอมาสักพักก็มาอยู่ตรงหน้า พิงค์ยกมือไหว้พวกผม ก่อนจะทำหน้างงเมื่อเห็นสีหน้าตายอดตายอยากของคนข้างๆ ผม

     "พี่ตาลเป็นอะไรอ่ะคะ ทำไมดูไม่ร่าเริงเลย"

     "มันจิตตกเรื่องเรียนอยู่น่ะ อย่าไปสนใจเลย" ผมว่าอย่างปลงๆ เอื้อมมือไปลูบหัวคนถาม "ว่าแต่เราล่ะเป็นไงบ้าง เห็นไอ้ดลบอกว่าโดนจับไปเป็นคนถือคฑาด้วยนี่"

     "เหนื่อยมากกกกกค่ะพี่ไอ เขานัดซ้อมทุกวันไม่ให้พักเลย นี่เดี๋ยวเย็นนี้พิงค์ก็ต้องไปซ้อมอีก เลยแวบมาหาพี่ดลก่อนที่จะไม่ว่าง"

     ผมหัวเราะกับการลากเสียงยาวของคนพูด พอเดินมาถึงโต๊ะแล้วไอ้ดลก็โอบไหล่แฟนสาวไปซื้อข้าวด้วยกัน ผมวางกระเป๋าลงก่อนจะจูงมือคนที่ยังจิตตกไม่เลิกให้ไปซื้อข้าวกันบ้าง กลางวันนี้คนข้างค่อนเยอะต่างจากปกติ เราสองคนเลยต้องต่อแถวกันนานหน่อย กว่าจะได้ซื้อข้าวไอ้ดลกับแฟนมันก็มานั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว

     ผมนั่งข้างไอ้ตาล ในขณะที่ไอ้ดลกับพิงค์นั่งด้วยกัน ผ่านไปสักพักคนที่ผมคิดว่าดีขึ้นแล้วก็เริ่มออกอาการอีก มันทำปากเบะ เขี่ยข้าวในจานไปมาแต่ไม่ยอมกิน

     "อยากคุยกับพี่เจอ่ะ แต่เขาอยู่กับครอบครัว ไม่อยากโทรไปกวน"

     "พวกกูก็อยู่นี่ไง มึงไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย" ผมยิ้มให้เพื่อนสนิท เอื้อมมือไปตบไหล่มันเบาๆ "อย่าคิดมาก อาจารย์เขาก็บอกอยู่ว่าถ้าใครตกเขาจะให้โอกาสซ่อม ถึงตอนนั้นมึงก็เตรียมตัวไปดีๆ แล้วกัน"

     "แต่เทอมนี้กูสอบตกบ่อยมากเลยนะ"

     "ก็มึงมาเรียนคณะนี้เพราะโดนบังคับ ไม่แปลกที่มึงจะทำมันออกมาได้ไม่ดี แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงพวกกูก็จะคอยช่วยมึงเท่าที่ช่วยได้อยู่แล้ว"

     "งั้นช่วยอะไรกูอย่างนึงดิ"

     "อะไรอ่ะ"

     "ไปพาพี่เจกลับมาหน่อย กูอยากกอดเขา"

     จากที่กำลังซึ้งอยู่ดีๆ พอไอ้ตาลพูดแบบนี้ผมนี่สตันเลยครับ มันจะบ้าเหรอ พี่เจเขาอยู่ต่างจังหวัดนู่น ผมไม่ใช่โดราเอม่อนนะที่จะมีประตูไปที่ไหนก็ได้

     "ตอนนี้กอดกูไปก่อน ไว้พี่เจกลับมาแล้วมึงค่อยไปกอดเขา"

     ผมรั้งมันมากอดหลวมๆ ตบหลังเบาๆ เหมือนกำลังปลอบเด็ก พิงค์เองก็ยื่นมือมาบีบมือเพื่อนผม ยิ้มบางๆ ให้กำลังใจเช่นกัน

     "ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่องเรียนเลยค่ะ คิดเรื่องอื่นที่พี่ชอบสิคะ"

     "พิงค์จะให้พี่คิดเรื่องอะไรอ่ะ"

     "อะไรก็ได้ค่ะที่พี่ตาลนึกถึงแล้วยิ้มออก ลืมเรื่องไม่สบายใจไปได้"

     ไอ้ตาลผละออกจากผม มันนิ่งไปเหมือนกำลังคิดตามคำพูดของรุ่นน้องตรงหน้า "ผู้ชาย..."

     "ฮะ?"

     "กูชอบผู้ชายหล่อๆ เห็นแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ แบบนี้พอได้ไหมอ่ะ"

     โว้ยยยยย ไอ้เพื่อนคนนี้!!

     "อ่ะ เอาที่มึงสบายใจเลย กูจะยอมไม่บอกพี่เจหนึ่งวัน" ผมว่าพลางถอนหายใจ

     "แต่กูไม่รู้จะนึกถึงใครอ่ะ"

     "เฮ้อ เรื่องของมึงละกัน พยายามนึกไปนะ กูกินข้าวต่อละ"

     ผมส่ายหน้าให้ไอ้คนบ้าผู้ชาย ก่อนจะหันมากินข้าวของตัวเองต่อ พิงค์หลุดขำกับอาการผีเข้าผีออกของเพื่อนผม ในขณะที่ไอ้ดลทำหน้าเหนื่อยใจไม่ต่างกัน

     ไอ้ตาลก็เป็นแบบนี้แหละครับ มันมักจะมีวิธีปลอบใจตัวเองที่พวกผมคาดไม่ถึงอยู่เสมอ ถึงจะทำเป็นเหนื่อยใจแต่ลึกๆ แล้วผมชอบนิสัยนี้ของมันนะ เพราะบางครั้งมันก็เอามาปลอบผมเวลาผมเครียดเหมือนกัน

     "เออไอ้ไอ" จู่ๆ ไอ้ดลก็หันมาพูดกับผม "แล้วเรื่องของมึงอ่ะ"

     "เรื่องของกู? เรื่องอะไรอ่ะ"

     "ก็เรื่องเมื่อวานที่กูให้ไอ้ธีมไปส่งมึงไง เป็นไงบ้างวะ"

     "..."

     ชื่อที่ออกมาจากปากคนตรงหน้าทำให้ผมนิ่งงัน มือที่กำลังจะยกช้อนขึ้นมากลับวางลงไปบนจานอย่างเดิม พิงค์คงสังเกตได้ว่าผมเปลี่ยนไป เลยมองมาเหมือนอยากถามว่าผมเป็นอะไรไหม

     นี่ถ้าไอ้ดลไม่พูดขึ้นมาผมก็เกือบลืมไปเหมือนกันนะ เมื่อคืนมัวแต่พะวงเรื่องสอบ มากลางวันนี้ก็ต้องปลอบใจไอ้ตาลอีก

     "เอ้า เป็นไรของมึงวะ ถามแค่นี้ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนมีชนักติดหลังด้วย" ไอ้ดลเอ่ยขึ้นมาอีกเมื่อเห็นผมเอาแต่เงียบ ก่อนจะโดนแฟนตัวเองตีที่หลังมือ

     "พี่ก็อย่าไปเร่งเขาสิ ให้เวลาพี่ไอเขาหน่อย"

     คนโดนว่าชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง มันทำหน้างงที่จู่ๆ ก็โดนแฟนดุ ผมโบกมือให้พิงค์ประมาณว่าไม่ได้เป็นอะไร ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้คนตรงหน้าฟัง

     "อืมมมม..." ไอ้ดลที่ฟังผมเล่าจบแล้วยกมือมาลูบคาง มันมองหน้าผมเหมือนกำลังใช้ความคิด "ที่กูกุเรื่องขึ้นมาก็เพื่ออยากดูท่าทางที่มันมีต่อมึง ถ้าไอ้ธีมเกลียดมึงจริง อย่างน้อยตอนที่กูขอให้ไปส่งมึงมันก็ต้องมีอาการไม่พอใจบ้าง แต่เท่าที่กูเห็นเมื่อวานมันไม่มีอาการที่ว่าเลย"

     "..."

     "ตอนแรกกูนึกว่าจะได้คำตอบวันนี้เลย แต่พอฟังที่มึงเล่ามากูก็เพิ่งรู้ว่าไอ้ธีมอ่านยากเหมือนกันนะ กูคิดว่าที่ไอ้ธีมทำกับมึงเมื่อวานมันก้ำกึ่งอ่ะ เหมือนจะเกลียด แต่ก็ไม่ได้เกลียด"

     ผมเม้มปากเข้าหากันหลังจากได้ฟังคำพูดของคนตรงหน้า สิ่งที่ไอ้ดลพูดคือสิ่งที่ผมกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้เลย ทุกอย่างมันก้ำกึ่งไปหมดจนผมไม่กล้าตัดสินไปทางใดทางหนึ่ง ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าสรุปแล้วความจริงมันเป็นยังไงกันแน่

     "เอาจริงๆ กูสับสนมากนะ..." ผมเปรยขึ้นมาเบาๆ หันมามองจานข้าวตัวเอง "บางทีเขาทำเหมือนไม่พอใจกู แต่บางทีเขาก็ทำเหมือนเป็นห่วงกู ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เขากำลังทำให้กูทำตัวไม่ถูก"

     "..."

     "เพราะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร เพราะไม่มั่นใจว่าเขาโกรธอะไรเรา กูถึงได้สับสนว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเขากูควรทำตัวยังไง"

     "..."

     "ที่จริงจะไม่ให้สนใจเลยก็ได้ ก็แค่คนรู้จักของเพื่อน เขาจะคิดยังไงกับกูมันก็เรื่องของเขา แต่...พอคิดว่ากำลังมีคนไม่พอใจเราอยู่ มันก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา นี่กู...คิดมากไปหรือเปล่าวะ" ท้ายประโยคผมหันไปถามคนตรงหน้า ไอ้ดลดูจะตกใจนิดหน่อย มันคงนึกไม่ถึงว่าผมจะคิดมากขนาดนี้

     "มันไม่ผิดหรอก ยิ่งเป็นมึงยิ่งไม่ผิด มึงน่ะชอบแคร์คนอื่นอยู่แล้ว แคร์ไอ้ธีมเพิ่มมาอีกสักคนจะเป็นไรไป" คนพูดเอื้อมมือมายีหัวผม แต่จู่ๆ มันก็หุบยิ้มแล้วทำสีหน้าจริงจัง "แต่ไม่แน่นะเว้ยไอ นี่กูแค่เดาเฉยๆ นะ ที่ไอ้ธีมเป็นแบบนี้มันอาจจะ..."

     "เขาชอบมึงแน่นอน!!"

     พวกผมสองคนหันไปมองคนที่โพล่งขึ้นมาอย่างตกใจ ไอ้ตาลทำหน้าขึงขังเหมือนจะยืนยันคำพูดของตัวเองเมื่อครู่

     "อะไรของมึงเนี่ย แล้วไม่เครียดเรื่องคะแนนสอบแล้วเหรอ"

     "ช่างเรื่องของกูก่อน ตอนนี้เรื่องของมึงกับน้องธีมสำคัญกว่า"

     เอากับมันสิครับ เมื่อสองนาทีก่อนยังนั่งเพ้อถึงแฟนอยู่เลย มาตอนนี้กลับกระตือรือร้นเรื่องของผม อะไรมันจะเปลี่ยนอารมณ์ไวขนาดนี้

     "มึงเชื่อกูดิไอ น้องเขาชอบมึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่สิ เกินร้อยด้วยซ้ำ"

     "กูก็ไม่รู้นะว่าอะไรทำให้มึงคิดแบบนั้น แต่กูจะยืนยันอีกครั้งว่าธีมเขาไม่ได้..."

     "กูเห็นด้วยกับไอ้ตาลนะ" จู่ๆ ไอ้ดลก็พูดแทรกขึ้นมา เล่นเอาผมไปต่อไม่ถูกเลย "ถึงกูจะไม่เคยเห็นไอ้ธีมชอบใคร แต่ถ้าจะให้อธิบายท่าทางที่มันมีต่อมึงก็คงมีแค่เรื่องนี้แหละที่อธิบายได้"

     "เดี๋ยวนะ พวกมึงจะบอกว่าที่ธีมชอบทำหน้าบึ้งใส่กูเป็นเพราะว่าเขาชอบกูเหรอ"

     คนโดนถามพยักหน้าพร้อมกัน พอเห็นแบบนั้นแล้วผมถึงกับยกมือมาตบหน้าผากตัวเอง

     "ตรรกะบ้าอะไรของพวกมึงเนี่ย! ถึงกูจะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่คนชอบกันเขาต้องยิ้มให้กันไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าบึ้งแบบนี้"

     "งั้นมึงคิดเหตุผลที่ดีกว่านี้ออกเหรอ"

     "ก็...เขาอาจจะไม่พอใจกูเรื่องอะไรบางอย่าง แต่ไม่ถึงกับเกลียด"

     "แล้วมันจะไม่พอใจมึงเรื่องอะไร"

     "กูจะไปรู้ได้ไงล่ะ"

     "งั้นเย็นนี้ไปถามมันพร้อมกันเลย"

     "ฮะ!?" ผมกับไอ้ตาลอุทานขึ้นมาพร้อมกัน ในขณะที่คนออกความคิดยิ้มมุมปาก ทำหน้าเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกสำหรับมัน

     "ไอ้ดล นี่มึงพูดจริงเหรอ"

     "จริง"

     "..."

     "ในเมื่อใช้วิธีอ้อมค้อมไม่ได้ผล มันก็ต้องขวานผ่าซากกันหน่อยล่ะงานนี้"












     - มีต่อ -


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2020 21:51:55 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
     ถึงแม้ว่าผมจะเคยมาคณะวิทย์ฯ แล้ว แต่ยังไงผมก็ยังไม่ชินอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่มามักจะชอบมีคนมองผมแปลกๆ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่เหมือนจะมองกันเยอะกว่าปกติ จนผมเริ่มจะทำตัวไม่ถูกขึ้นมา

     "ไอ้ดล กูว่ากลับเถอะ"

     "เกิดปอดแหกอะไรอีกล่ะ ไหนบอกว่าอยากรู้ไงว่าไอ้ธีมคิดยังไงกับมึง"

     "ก็อยากรู้ แต่...มึงจะถามเขาจริงๆ เหรอ"

     "ลงทุนมาหามันถึงคณะขนาดนี้ กูคงล้อเล่นเฉยๆ มั้ง"

     ผมทำปากบึนใส่คนประชด ไอ้ดลที่เห็นผมเถียงไม่ออกจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างรอธีมเลิกเรียน ที่จริงตอนนี้ผมควรกลับไปนอนชดเชยที่เมื่อคืนมัวแต่อ่านหนังสือ แต่เพราะโดนเพื่อนบังคับให้มาด้วยกัน ผมเลยมาอยู่ใต้ตึกวิทย์ฯ อย่างที่เห็น

     ที่คุยกันเมื่อตอนกลางวัน ไม่ใช่ว่าผมไม่ห้ามมันนะครับ แต่ทั้งไอ้ดลและไอ้ตาลต่างก็คิดว่าผมควรจะมาถามธีมตรงๆ เมื่อไม่มีใครเข้าข้างผมเลยอธิบายทุกอย่างให้พิงค์ฟัง เผื่อพิงค์จะช่วยเกลี้ยกล่อมให้ไอ้ดลเปลี่ยนความคิดได้ แต่พอได้ฟังเรื่องราวจากผม พิงค์ก็ดึงมือผมไปบีบเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้

     'สู้ๆ ค่ะพี่ไอ พิงค์เองก็พอจะรู้จักธีมอยู่บ้างเพราะเรียนปีหนึ่งเหมือนกัน หวังว่าสิ่งที่พี่คาใจอยู่มันจะไม่เป็นจริงนะคะ'

     ผมอยากให้พิงค์ห้ามไอ้ดล ไม่ได้อยากได้คำอวยพรจากพิงค์ซะหน่อย!

     สุดท้ายผมก็ห้ามพวกมันไม่ได้ เลยต้องจำใจมากับพวกมันนี่แหละ ผมคิดพลางถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ระหว่างนั้นไอ้ตาลก็มาสะกิดแขนผม

     "กูว่าวันนี้มีคนมองพวกเราเยอะกว่าปกติว่ะ"

     "มึงเพิ่งรู้ตัวเหรอ กูนี่เกร็งไปหมดแล้วเนี่ย"

     "ก็เพราะใครกันล่ะที่ลงทุนซื้อน้ำมาให้คนดังของคณะวิทย์กีฬาเมื่อวันก่อนน่ะ มึงรู้ไหมว่าหลังจากวันนั้นรูปของมึงกับน้องธีมก็ว่อนไปทั่วโซเชียลเลยนะ"

     "ธีมเขาดังขนาดนั้นเลยเหรอ" ผมเองก็พอจะเดาได้อยู่หรอก แต่ไม่นึกว่าธีมจะดังขนาดนี้

     "โอ๊ย ดังซะยิ่งกว่าดังอีก เท่าที่กูไปสืบมาเห็นว่าธีมเคยโดนรุ่นพี่ตื๊อให้ไปเป็นเดือนคณะด้วย แต่เจ้าตัวเอาแต่ปฏิเสธจนสุดท้ายคนอื่นก็ได้ตำแหน่งเดือนคณะไป"

     ยิ่งได้ฟังเรื่องราวจากไอ้ตาลผมก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในตัวธีม แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ธีมน่ะทั้งหล่อ เล่นกีฬาเก่ง แถมยังดูดีซะขนาดนั้น ไม่แปลกถ้าจะถูกทาบทามให้ไปเป็นเดือนคณะ

     "เดี๋ยวนะ" ผมโพล่งขึ้นมาเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ "เมื่อกี้มึงบอกว่ารูปกูกับธีมว่อนไปทั่วโซเชียลเหรอ"

     "ใช่"

     "อย่าใช่อย่างเดียวสิ อธิบายด้วยว่ามันหมายความว่ายังไง"

     คนโดนถามไม่ตอบ แต่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดอะไรบางอย่างให้ผมดู ในเฟซบุ๊กของไอ้ตาลตอนนี้มีรูปผมกับธีมในหลายๆ อิริยาบท ทั้งตอนที่ผมซื้อน้ำไปให้ธีมที่โรงอาหาร ตอนที่ธีมกับต้ามากินข้าวที่คณะผม รวมถึงตอนที่ผมไปหาธีมที่โรงยิมเมื่อวาน ทุกรูปไอ้ตาลแชร์มาจากเพจๆ หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเพจรวมคนดังของมหา'ลัย บนรูปแต่ละรูปมีแคปชั่นที่ส่วนใหญ่จะสื่อไปทางจิ้นผมกับธีม

     "แอบถ่ายตอนไหนเนี่ย ทำไมกูไม่รู้ตัวเลย"

     "ก็ถ้ามึงรู้ตัวเขาจะเรียกว่าแอบถ่ายไหมล่ะ"

     "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมมึงเพิ่งบอกกูวะ"

     "กูจะไปรู้ไหม ก็นึกว่ามึงเห็นแล้ว"

     "จะไปเห็นได้ไง มึงก็รู้ว่ากูเคยสนใจเพจพวกนี้ซะที่ไหน" ผมว่าไอ้ตาล ก่อนจะหันไปหาอีกคนที่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่ "ไอ้ดล มึงเห็นรูปพวกนี้ยัง"

     เจ้าของชื่อยื่นหน้ามาดูรูปในมือผม ก่อนจะตอบเสียงใสเหมือนไม่ได้คิดอะไร "เห็นแล้ว"

     "เห็นแล้ว? แล้วทำไมถึงไม่บอกอะไรกูเลย"

     "กูนึกว่ามึงเห็นแล้วนี่หว่า"

     คำตอบแบบเดียวกันที่ออกมาจากปากคนข้างๆ ทำเอาผมถึงกับต้องยกมือมากุมขมับ

     มิน่าล่ะช่วงนี้ถึงมีแต่คนมอง ที่แท้ก็เพราะผมตกเป็นข่าวกับคนดังนี่เอง!

     "เอาน่ามึง ได้เป็นข่าวกับคนหล่อขนาดนี้ไม่เห็นมีอะไรต้องเครียดเลย น่าดีใจด้วยซ้ำ"

     "ดีใจบ้าอะไรล่ะ มึงไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าธีมมาเห็นรูปพวกนี้แล้วเขาจะคิดยังไง ดีไม่ดีคราวนี้เขาอาจจะเกลียดกูจริงๆ ก็ได้"

     "มันอาจจะยังไม่เห็นก็ได้ เพราะถ้ามันเห็นแล้วจริงๆ เมื่อวานมันต้องพูดเรื่องนี้กับมึงบ้างสิ" ไอ้ดลช่วยพูดเกลี้ยกล่อมอีกคน แต่นาทีนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมาใจเย็นแล้ว

     "เขายังไม่เห็นวันนี้แต่วันต่อๆ ไปเขาอาจจะเห็นก็ได้ ไอ้ตาล มึงรีบทักไปบอกให้แอดมินลบรูปเลยนะ แล้วก็บอกด้วยว่าอย่าตามแอบถ่ายแบบนี้อีก"

     "มึงซีเรียสเกินไปเปล่าวะ เขาก็แค่จิ้นกันขำๆ เอง อ่ะมึงดู มีแต่คอมเมนต์ชมว่ามึงกับน้องเหมาะกัน ไม่เห็นมีใครเขาด่ามึงเลยเนี่ย" คนพูดยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดูอีกรอบ มันเลื่อนให้ผมดูแต่ละคอมเมนต์ที่พูดไปในทางเดียวกันว่าผมกับธีมเหมาะสมกัน อยากให้ผมกับธีมเป็นแฟนกันจริงๆ ผมอ่านแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจอะไรแบบนี้เลย

     "แต่กูแค่ซื้อน้ำไปให้ธีมเองนะ ไม่ได้จับมือถือแขนอะไรกันเลย"

     "โอ๊ยมึง สาววายน่ะแค่ผู้ชายสบตากันเขาก็เอาไปจิ้นได้แล้ว มึงก็ทำตัวไปตามปกติน่ะแหละ มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องขำๆ อย่าไปจริงจังอะไรกับมันมาก"

     "..."

     "แต่ถ้ามึงกับน้องธีมคบกันจริงๆ ก็ดีนะ แก๊งเราจะได้สละโสดครบทุกคนไง"

     "ไอ้ตาล!"

     "เออๆ รู้แล้วๆ กูไม่ล้อมึงแล้วก็ได้"

     ผมทำหน้าขมึงทึงใส่มัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เห็นทีถ้าเจอธีมแล้วคงต้องขอโทษเรื่องนี้แบบจริงๆ จังๆ หวังว่าเขาจะไม่โกรธที่ต้องมาเป็นข่าวกับคนอย่างผมนะ

     พวกเราสามคนนั่งคุยกันไปเรื่อย แต่ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องผมกับธีมซะมากกว่า สักพักก็มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งพากันเดินลงมาจากตึก ทันใดนั้นเองก็มีคนโทรมาหาไอ้ดล ผมแอบสะดุ้งกับเสียงริงโทนของมันนิดหน่อยเพราะเอาจริงๆ ก็ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน

     "ฮัลโหล...อืม กูรออยู่ใต้ตึกเนี่ย...ได้ดิ กูไม่ได้มีธุระที่ไหนอยู่แล้ว...เออๆๆ ไว้เจอกัน"

     คุยได้ไม่ถึงสองนาทีเพื่อนผมก็วางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ผมกำลังจะถาม แต่ก็ช้ากว่าไอ้ตาลที่ยื่นหน้าเข้ามา

     "น้องธีมโทรมาเหรอ"

     "เออ มันบอกว่าเลิกเรียนแล้ว แต่ต้องไปคุยธุระกับอาจารย์ต่อ ให้รอแป๊บนึง"

     "นี่มึงถึงขั้นโทรนัดน้องเลยเหรอ"

     "ก็ใช่น่ะสิ ถ้าพวกเรามาตอนที่มันไม่ว่างก็เสียเวลาเปล่าดิวะ ใครมันจะไปคิดอะไรตื้นๆ เหมือนมึง" ว่าจบมันก็ยื่นมือมาผลักหน้าผากไอ้ตาล คนโดนว่าทำหน้าบึ้ง เตรียมจะปะทะคารมกลับไป แต่จู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาทักพวกผมซะก่อน

     "พี่ดล พี่ไอ พี่ตาล หวัดดีครับ"

     ผมหันไปมองเจ้าของเสียง ต้าหันไปลาเพื่อนที่แยกตัวกลับไปกันก่อน ก่อนจะเข้ามาตีมือกับไอ้ดลอย่างคนสนิทกัน

     "ทำไมพักนี้ผมเจอพวกพี่บ่อยจังวะ ถ้าจะมาคณะผมบ่อยขนาดนี้พี่ย้ายมาเรียนกับผมเลยเหอะ"

     "กูมาเพราะมีธุระกับไอ้ธีมไหมล่ะ ไม่งั้นใครมันจะอยากมาเจอหน้าบ้องแบ๊วของมึงบ่อยๆ"

     "โห พูดซะผมดูตัวเล็กไปเลย พี่อย่าดูถูกผมน้าาา ถ้าผมลุกขึ้นมาแต่งตัวดีๆ เซตผมหน่อยๆ ผมหล่อกว่าไอ้ธีมอีกนะ"

     "เออๆ กูจะรอดูวันนั้น แต่ไม่รู้นะว่ากูจะแก่ตายไปก่อนหรือเปล่า" ไอ้ดลแซวน้องยิ้มๆ มันเอนหลังพิงโต๊ะก่อนจะวกกลับมาที่เรื่องธีม "เออ ว่าแต่ไอ้ธีมมันไปคุยอะไรกับอาจารย์วะ"

     "อ้าว มันบอกพี่ด้วยเหรอ ก็เรื่องที่อาจารย์ชวนมันไปแข่งกีฬาสานสัมพันธ์น่ะแหละ ที่จริงอาจารย์เขาชวนมาสักพักแล้ว แต่ไอ้ธีมเอาแต่เล่นตัวไม่ยอมตกลง"

     "กูว่าก็ดีนี่หว่า อาจารย์ถึงกับมาชวนเองเลยนะ แล้วทำไมมันไม่อยากไปวะ"

     "คงขี้เกียจมั้งพี่ ขนาดตอนประกวดดาวเดือนมันยังไม่เอาเลย เห็นบอกว่าไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวาย" ต้าพูดจบก็หันไปมองทางบันได ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง "พูดถึงก็มาเลย ตายยากจริงๆ ว่ะ เฮ้ยไอ้ธีม! ทางนี้ๆ"

     ผมเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อหันไปเห็นร่างสูงอันคุ้นตากำลังลงมาจากตึก ธีมหันมาตามเสียงเรียกของต้า ก่อนจะเดินดุ่มๆ มาทางนี้ ไอ้ตาลเขย่าแขนผมเบาๆ ยื่นหน้ามากระซิบข้างหู

     "คู่จิ้นของมึงมาแล้วว่ะ"

     ผมหันไปถลึงตาใส่คนพูด ไอ้ตาลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะผลักใบหน้าผมให้หันไปมองคนตัวสูงที่ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ธีมมองผมนิ่งๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองไอ้ดลที่นั่งอยู่ข้างผม

     "คุยธุระเสร็จแล้วเหรอวะ"

     "ครับ คุยเสร็จก็รีบมาหาพี่เลยเนี่ย"

     "ไม่เห็นต้องรีบขนาดนี้เลย กูก็บอกแล้วว่าไม่มีธุระที่ไหน รอได้"

     "ก็เห็นพี่บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ผมเลยรีบมา"

     ต้ามองพวกผมกับเพื่อนตัวเองอย่างงุนงง ไอ้ดลลุกขึ้นไปยืนประจันหน้ากับธีม ผมที่เห็นท่าไม่ดีเลยเดินไปจับแขนมันไว้ แต่คนโดนจับก็หันมามองพลางพูดกลั้วหัวเราะ

     "จะกลัวอะไรเล่า กูไม่ได้จะมาหาเรื่องสักหน่อย ไม่ต้องห่วงหรอกน่า"

     "ก็มึงทำหน้าน่ากลัวอ่ะ"

     "จะคุยเรื่องสำคัญทั้งทีมันก็ต้องทำหน้าจริงจังดิวะ"

     รุ่นน้องทั้งสองคนต่างทำหน้างงที่ผมกับไอ้ดลคุยกัน คนที่บอกว่าจะคุยเรื่องสำคัญกระแอมไอสองสามที ก่อนจะหันไปหาคนที่ยืนรอฟังมันอยู่

     "ไอ้ธีม ในฐานะที่มึงกับกูรู้จักกันมานานพอสมควร ถ้ากูถามอะไรไปมึงต้องตอบความจริงนะ"

     คนตัวสูงยังทำหน้างงไม่หาย แต่ก็ยอมพยักหน้ารับปากเพื่อนผม

     "คุยอะไรกันอ่ะพี่ ทำไมดูเครียดกันจัง" ต้าเอ่ยถามขึ้นมา ก่อนจะเอามือปิดปากเมื่อไอ้ตาลหันไปส่งเสียงจุ๊ๆ ใส่ พอไม่มีคนแทรกแล้วไอ้ดลเลยหันไปถามธีมต่อ

     "มึงเกลียดเพื่อนกูเหรอ"

     คนโดนถามทำหน้าเหลอหลา เหมือนไม่คิดว่าจะโดนถามอะไรแบบนี้ "พี่ถามว่าไงนะ"

     "กูถามว่ามึงเกลียดเพื่อนกูเหรอ"

     "เพื่อนพี่?"

     "เออ เพื่อนกู ไอ้นี่น่ะแหละ" ว่าจบไอ้ดลก็ดึงแขนผมให้มายืนอยู่ตรงกลางระหว่างมันกับธีม คนตัวสูงเลื่อนสายตามามองผม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนยังไม่เข้าใจที่ไอ้ดลถาม ส่วนผมก็ลอบกลืนน้ำลายเพราะไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงในสถานการณ์ตอนนี้ "เอ้า ตกลงยังไง มึงเกลียดเพื่อนกูหรือเปล่า ตอบมาตามจริงนะ"

     "ทำไมพี่ถึงคิดว่าผมเกลียดเพื่อนพี่ล่ะ"

     "ก็มึงชอบทำหน้าบึ้งใส่มัน เหมือนไม่พอใจอะไรอยู่งั้นแหละ"

     พอได้ยินเหตุผลจากเพื่อนผมแล้วคนตรงหน้าก็เหมือนจะตกใจไปนิดหน่อย ธีมกะพริบตาปริบๆ มองไอ้ดลสลับกับผม ก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำเหมือนไม่อยากสบตาด้วย

     "ตกลงว่าไง มึงเกลียดเพื่อนกูหรือเปล่า"

     "...เปล่าครับ"

     "ถ้าไม่ได้เกลียดแล้วทำไมถึงชอบทำหน้าบึ้งใส่เพื่อนกูตลอดเลยวะ รู้ไหมว่าไอ้ไอมันคิดมากแค่ไหน"

     ร่างสูงเงยหน้ามามองผมทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของไอ้ดล แวบหนึ่งเหมือนผมจะเห็นความรู้สึกผิดในดวงตาของเขา ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด ไอ้ตาลกับต้าเองก็มองมาอย่างลุ้นๆ เช่นกัน

     "มึงพูดออกมาดิธีม ถ้ามึงไม่โอเคอะไรกูจะได้ให้ไอ้ไอแก้ไขไง ถึงพวกมึงสองคนจะเพิ่งรู้จักกัน แต่การเห็นเพื่อนกับรุ่นน้องผิดใจกันกูก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ"

     ไอ้ดลไม่ได้ตะคอกก็จริง แต่เสียงของมันก็ดังพอที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนี้ได้ยินและหันมาสนใจ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเกิดเหตุทะเลาะกันก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ผมก็อยากบอกพวกเขานะว่าเราไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ตอนนี้ผมไม่กล้าละสายตาไปจากคนตรงหน้าเลย ถึงจะพูดว่าไม่เต็มใจที่มาในวันนี้ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าผมก็อยากรู้เหตุผลที่ธีมชอบทำท่าทางปั้นปึ่งใส่ผมเหมือนกัน

     ธีมกำมือเข้าหากันแน่น แก้มทั้งสองข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ "พี่อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงชอบทำหน้าบึ้งใส่เพื่อนพี่"

     "เออสิวะ ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เขาก็อยากรู้กันทั้งนั้นแหละ ทำไม มึงเกลียดอะไรเพื่อนกู..."

     "ก็ผมทำตัวไม่ถูกอ่ะ เพื่อนพี่อยากน่ารักทำไมล่ะ รู้ไหมว่าผมเขินมากแค่ไหน"


     !!!


     พวกผมสี่คนต่างนิ่งงันกันหมด ไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากได้ยินคำตอบของธีม ผมไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่ถ้าให้เดามันต้องเหวอมากแน่ๆ จะไม่ให้เหวอได้ยังไง ก็ที่ธีมพูดออกมาเมื่อกี้น่ะ...

     "มึง...บอกว่าเขินเพื่อนกูเหรอ" ไอ้ดลได้สติเป็นคนแรก มันเอ่ยถามคนตรงหน้าทั้งที่กำลังตกใจเหมือนกัน

     "ใช่ ผมเขินเพื่อนพี่ ที่ผมเอาแต่ปั้นปึ่งกับเพื่อนพี่ไม่ใช่เพราะเกลียด แต่ผมไม่รู้จะทำตัวยังไงต่างหาก"

     "ไอ้ธีม นี่หรือว่ามึง..."

     "เออ! ผมชอบเพื่อนพี่! ชัดเจนพอหรือยัง"

     ผู้คนที่มองมาต่างส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ ต้าผิวปากแซวเพื่อนตัวเอง ส่วนไอ้ตาลที่ยืนอยู่ด้านหลังก็อุทานขึ้นมาเบาๆ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทของผมเลย เพราะในหัวของผมตอนนี้มีแต่ประโยคของคนตรงหน้าดังซ้ำไปซ้ำมา

     นี่มันเกินความคาดหมายของผม เกินไปมากจริงๆ...

     ธีมเลื่อนสายตามามองผม ขยับเข้ามาประชิดจนผมได้กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ สายตาของเราสองคนประสานกัน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอีก แต่ครั้งนี้ธีมไม่ได้พูดกับไอ้ดล...แต่เป็นผม

     "ที่ผ่านมาผมเอาแต่ขี้ขลาด ไม่กล้าบอกชอบพี่ซะที แต่ไหนๆ พี่ก็รู้ความในใจของผมแล้ว งั้นผมจะขอพูดชัดๆ อีกครั้งละกัน"

     "..."

     "ผมชอบพี่ ชอบมานานแล้ว ชอบมากๆ ชอบจนแทบจะคลั่งอยู่แล้วครับ"

     ผมเบิกตากว้างกับคำพูดของคนตรงหน้า ใบหน้าของธีมดูจริงจังจนผมไม่คิดว่าประโยคเมื่อครู่จะเป็นแค่เรื่องล้อเล่น ครั้งนี้มันชัดเจนกว่าตอนที่ธีมพูดกับไอ้ดลมาก ชัดเจนจนผมนึกว่าตัวเองกำลังฝันอยู่

     คนอย่างธีมเนี่ยนะ...จะมาชอบผม...

     ขณะที่ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ธีมก็ดึงมือผมไปกุมไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอีกโดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าผม "ถ้าผมจะขอจีบพี่...พี่พอจะให้โอกาสผมได้ไหม?"














     TBC

     สำหรับใครที่ทายไว้ว่ามุกของน้องธีมคืออะไร รอดูเฉลยนะครับ รับรองว่าถ้ารู้คำตอบแล้วหมอนขาดกันแน่นอน ^^


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2020 20:05:11 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
ทำไมเราเขิน  :hao7: :hao7: :hao7:

พี่ไอตอบตกลงไปเลย :hao6: :katai2-1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :laugh:



สาแก่ใจจริงๆ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ขอได้ชัดเจน

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
Episode 06





     เตียงนอนที่ผมเคยคิดว่ามันใหญ่มาก ตอนนี้กลับดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อต้องรองรับคนถึงสามคน ผมมองไปยังเจ้าพวกที่มาหาตั้งแต่เช้า คนหนึ่งนอนเล่นเกม ส่วนอีกคนนอนอ่านหนังสือการ์ตูน ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่าน

     สายๆ แบบนี้อากาศดี เหมาะกับการออกไปอ่านหนังสือไม่ก็ไปเดินเล่น แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย

     "นี่..." ผมหันไปพูดกับเพื่อนๆ ที่ถึงแม้พวกมันจะไม่บอกผมก็รู้ว่ามันมาทำไม "พวกมึงอยู่แบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่เบื่อกันบ้างเหรอ"

     "ไม่นะ สบายดีออก เตียงมึงออกจะนุ่มขนาดนี้"

     "มึงเบื่อเหรอ งั้นไปเดินเล่นกันไหม ตอนกูมาเห็นตรงหน้าปากซอยมีร้านคาเฟ่ต์เปิดใหม่ น่าเข้าไปนั่งเล่นมาก"

     "ไม่อ่ะ กูแค่ถามเฉยๆ ถ้าพวกมึงอยากไปก็ไปกันเถอะ กูอยู่คนเดียวได้"

     ไอ้ดลกับไอ้ตาลหันไปมองหน้ากัน ก่อนที่เพื่อนสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มจะลุกจากเตียงเดินมาหาผม

     "ที่พวกกูมาเนี่ยก็เพราะเป็นห่วงมึงหรือเปล่า แล้วจะให้ทิ้งมึงไว้คนเดียวได้ยังไง"

     มันดึงแก้มผมเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ ดึงทั้งสองข้างจนผมกลัวว่าแก้มจะหลุดติดมือไปด้วย ผมปัดมือไอ้ตาลออก เดินไปนั่งข้างไอ้ดล มองพวกมันสลับกันก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

     "ทำไมพวกมึงถึงคิดว่ากูน่าเป็นห่วงวะ"

     "แหม ไม่น่าห่วงเลยมั้ง เมื่อวานมึงวิ่งหนีน้องเขามาดื้อๆ พวกกูโทรหาก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ นี่กูจะมาหามึงตั้งแต่เมื่อคืนด้วยซ้ำ แต่ลืมไปว่าหอมึงห้ามคนนอกเข้าหลังสามทุ่ม"

     ผมหลุบตาลงต่ำ เริ่มรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนเป็นห่วง พวกมันสองคนมองผมนิ่งๆ เหมือนกำลังรอให้ผมพูดอะไรสักอย่าง

     "เมื่อวานโทรศัพท์กูแบตฯ หมดแล้วลืมชาร์จน่ะ พอดีกู...ตกใจมากไปหน่อย" ผมอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา แต่คนฟังยังทำหน้างง ผมเลยต้องอธิบายต่อ "ก็กูตั้งตัวไม่ทันนี่หว่า เกิดมาเพิ่งโดนบอกชอบต่อหน้าแบบนี้เป็นครั้งแรก กูก็เลย..."

     "มึงก็เลยวิ่งหนีน้องเพราะตั้งตัวไม่ทันที่โดนเขาบอกชอบ?"

     "...อือ"

     "คือมึงเขินว่างั้น?"

     "ผิดด้วยหรือไง" ผมถามเสียงห้วนๆ แต่คนที่ยืนอยู่กลับหลุดยิ้มออกมา

     "ไม่ผิดหรอก แต่กูแค่เพิ่งเคยเจอคนที่คนเขินแล้ววิ่งหนีแบบมึง"

     ได้ยินไอ้ตาลพูดแล้วผมก็ยกมือมาปิดหน้าปิดตา ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อวานแก้มทั้งสองข้างก็ยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ เสียงนุ่มทุ้มของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในหัว มันเป็นประโยคที่ดังก้องอยู่ในหัวผมมาจนถึงตอนนี้

     'ผมชอบพี่ ชอบมานานแล้ว ชอบมากๆ ชอบจนแทบจะคลั่งอยู่แล้วครับ'

     นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาบอกชอบผม ครั้งแรกในชีวิตเลยนะครับ! แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมเสียสูญได้ยังไง!!

     เอาจริงๆ ไม่ต้องเป็นผมก็ได้ ต่อให้เอาคนอื่นมาแทน แต่ถ้าเจอคำพูดของธีมเข้าไปก็ต้องมีเสียอาการเหมือนผมบ้างแหละ

     "กูรู้นะว่ามึงทำตัวไม่ถูก แต่การที่มึงวิ่งหนีมาแบบนั้นน้องเขาอาจจะคิดว่ามึงรังเกียจก็ได้"

     "จะให้ทำยังไงอ่ะ ก็ตอนนั้นกูคิดอะไรไม่ออกเลย กูไม่เป็นลมล้มพับไปก็ดีแค่ไหนแล้ว"

     คนที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงลุกมานั่งข้างผม มันเอื้อมมือมาดึงแก้มผมเล่นเหมือนที่ไอ้ตาลทำ "เด็กน้อยไอผู้ไม่ประสีประสากับความรัก"

     "ไอ้ดล!"

     "ไม่ต้องมาขึ้นเสียงกลบเกลื่อนเลย เขินก็บอกมาตรงๆ"

     "ถ้ามึงยังไม่หยุดล้อกูโกรธจริงๆ นะ"

     "อย่างมึงมีสิทธิ์มาโกรธด้วยเหรอ นี่กูยังไม่ได้คิดบัญชีกับมึงเลยนะ รู้ไหมว่าเมื่อคืนพวกกูสองคนเป็นห่วงมึงแค่ไหน"

     จากที่กำลังโกรธปนเขินอยู่ พอมันพูดแบบนั้นมาผมเลยเถียงไม่ออก อ้ำอึ้งอยู่สักพักก่อนจะยอมแพ้ "...เออ กูขอโทษ"

     พอเห็นผมสลด เจ้าของมือที่เล่นแก้มผมอยู่ก็ยิ้มบางๆ มันเลื่อนมือมายีหัว ทำอย่างกับผมเป็นเด็ก "ทีหลังบอกพวกกูหน่อยก็ได้ว่าเป็นอะไร ไอ้ตาลมันนึกว่ามึงช็อกจนคิดสั้นไปแล้วซะอีก"

     "ไอ้บ้า กูไม่คิดสั้นเพราะเรื่องแค่นี้หรอก"

     "แต่พูดก็พูดเถอะ คนที่โดนบอกชอบแล้ววิ่งหนีก็น่าจะมีแค่มึงนี่แหละ ไอ้ธีมก็เหมือนกัน ชอบเขาจนทำตัวไม่ถูกเลยต้องทำเป็นบึ้งตึงเพื่อเก็บอาการ พวกมึงสองคนนี่โคตรบ๊องเลยว่ะ"

     อย่างที่เพื่อนผมว่านั่นแหละครับ เมื่อวานหลังจากที่ธีมขอจีบผม ผมก็อึ้งไปสักพักแล้ววิ่งออกมาโดยที่ยังไม่ได้ตอบคำถามเลย ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก หัวสมองมันแบลงก์ไปหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกเลยว่าจะเอายังไงต่อดี

     ผมไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรัก เลยไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง

     "ไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลย มึงโดนบอกชอบนะ ไม่ได้โดนด่าว่าเกลียดซะหน่อย" ไอ้ตาลว่าพลางเดินมานั่งข้างผมอีกคน มันเขย่าแขนผมเบาๆ แต่พอเห็นผมยังเครียดอยู่มันก็ทำหน้าขัดใจ "ถามจริงเหอะ ที่มึงซึมนี่คือกำลังคิดมากอยู่ใช่ไหม"

     "อือ"

     "เรื่องอะไร"

     "ก็หลายเรื่อง"

     "โอ๊ย จะคิดอะไรเยอะแยะวะ ชอบเขาก็ตอบตกลง ไม่ชอบก็ปฏิเสธไป ไม่เห็นมีอะไรต้องคิดเลย"

     ผมเขกหัวคนพูดเบาๆ โทษฐานที่มันพูดอะไรไม่คิด "กูไม่ได้คิดมาก มึงนั่นแหละคิดน้อยไปต่างหาก"

     "แล้วมันมีอะไรให้คิดบ้างล่ะ มึงก็พูดมาสิเผื่อพวกกูจะช่วยได้"

     คำถามของไอ้ดลทำให้ผมชะงักไป มันถามด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่มีแววตาล้อเล่นเหมือนก่อนหน้านี้ ผมเสมองไปข้างหน้าก่อนจะนึกย้อนไปถึงเรื่องที่ทำให้เมื่อคืนนอนไม่หลับ เม้มปากแน่นอย่างลังเลว่าจะพูดออกมาดีไหม

     จู่ๆ ไอ้ดลก็เอามือมาวางที่ไหล่ บีบเบาๆ เหมือนจะให้กำลังใจ "ไอ้ตาลมันก็บอกอยู่ว่าที่พวกกูมานี่เพราะห่วงมึง เพราะงั้นมีอะไรก็พูดออกมาเถอะ มึงจะได้เลิกขมวดคิ้วสักที"

     ผมเผลอยกมือมาแตะที่คิ้วโดยอัตโนมัติ "กูขมวดคิ้วอยู่เหรอ"

     "แทบจะผูกเป็นโบว์แล้วมั้ง หน้ามึงตอนนี้เครียดยิ่งกว่าช่วงไฟนอลอีก"

     ผมหลุดขำออกมากับคำเปรียบเปรยของเพื่อน พวกมันสองคนที่เห็นดังนั้นเลยพลอยยิ้มตามไปด้วย

     "ไอ้ไอยิ้มแล้ว!"

     "แค่กูยิ้มต้องดีใจขนาดนั้นเลย?"

     "พวกกูเป็นห่วงมึงไหมล่ะ ไม่งั้นจะลงทุนมาหาแต่เช้าเหรอ" คนพูดดึงแก้มผมเบาๆ มันดึงไปยิ้มไปก่อนจะวกกลับมาที่เรื่องเดิม "ทีนี้ก็บอกมาได้แล้วว่าคิดมากเรื่องอะไรอยู่ กูกับไอ้ดลจะได้ช่วย"

     ผมมองหน้าเพื่อนสนิททั้งสองคน พอเห็นพวกมันยิ้มให้ผมก็ถอนหายใจ ก้มมองตักตัวเองก่อนจะพูดออกมาในที่สุด

     "กูแค่ไม่อยากเชื่อน่ะว่าคนอย่างธีมจะมาชอบกู คนที่ทั้งหล่อและเล่นกีฬาเก่งแบบเขา กับคนธรรมดาๆ แบบกู ดูยังไงก็ไม่น่ามาคู่กันได้เลย"

     "..."

     "กูไม่เคยมีความรัก กูไม่รู้หรอกว่าการชอบใครสักคนมันต้องมีเหตุผลอะไรบ้าง แต่กูคิดว่าถ้าธีมจะชอบใครสักคนจริงๆ คนๆ นั้นก็ควรจะเหมาะสมกับเขา ไม่ใช่กูที่ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง"

     "..."

     "ถ้าเป็นกูเมื่อสี่ห้าปีก่อนอาจจะกระโดดโลดเต้นแล้วตอบตกลงไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่กูตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้ว่ะ ถึงจะไม่เคยมีความรัก แต่กูก็ได้เห็นความรักของคนอื่นมาเยอะ กูเลยรู้ว่าแค่คำว่าชอบ...มันไม่พอ"

     ผมพูดทุกความรู้สึกในอกออกมาจนหมด ราวกับน้ำที่กำลังพรั่งพรูออกมาจากเขื่อนที่มีรอยร้าว ไอ้ดลกับไอ้ตาลต่างหน้าเจื่อนไปตามๆ กัน เพราะแบบนี้ไงผมถึงไม่อยากพูดออกมา เพราะรู้ว่าถ้าพูดแล้วพวกมันต้องคิดมากตามไปด้วย

     แต่ผมก็คิดตามที่พูดออกไปจริงๆ ผมไม่ได้อยากดูถูกตัวเองเลย แต่คนอย่างธีมน่ะ...เขายังมีตัวเลือกอื่นอีกเยอะแยะ

     ตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าผม

     "ด่วนสรุปเกินไปไหม เมื่อวานไอ้ธีมแค่บอกชอบมึงอย่างเดียวเอง มันอาจจะมีอะไรมากกว่าคำว่าชอบก็ได้" ไอ้ดลว่าพลางโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ รั้งหัวผมให้ไปซบไหล่มัน "ไม่ได้จะอวยน้องตัวเองนะ แต่กูไม่อยากให้มึงคิดแบบนั้น ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมไอ้ธีมถึงชอบมึง แต่ในเมื่อมันกล้าพูดคำว่าชอบกับมึงแล้วก็แสดงว่ามันเลือกมึงจริงๆ"

     "จริงของไอ้ดล กูว่าลองไปคุยกับน้องก่อนดีไหม บางทีถ้าได้คุยกันมึงอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้"

     "ขนาดกับพวกมึงกูยังคิดแล้วคิดอีกกว่าจะพูดออกมา แล้วกับธีมมึงคิดว่ากูจะกล้าพูดเหรอ"

     "แต่ถ้าไม่คุยกันมันก็ไม่มีทางรู้เรื่องนะมึง อย่างน้อยถ้าไม่อยากให้เขาจีบมึงก็ต้องไปปฏิเสธเขา จะยังไงมึงกับน้องก็ต้องหันหน้าคุยกันอยู่ดี"

     เจ้าของไหล่ที่ผมซบอยู่หันมามองอย่างเป็นห่วง มันถอนหายใจก่อนจะเสนอทางออกให้ "เอางี้ กูให้เวลามึงทำใจก่อน ระหว่างนี้ก็คิดทบทวนไปละกันว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง พร้อมเมื่อไหร่กูจะพามึงกับคุยกับมันเอง แบบนี้โอเคไหม"

     ผมนิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพยักหน้าเมื่อมองไม่เห็นหนทางอื่นแล้ว ไอ้ตาลเอื้อมมือมาโอบไหล่ผมอีกคน ภาพที่ออกมาเลยเหมือนผมอกหักแล้วมีเพื่อนมาปลอบ แต่ใครจะรู้ว่าความจริงคือผมเพิ่งโดนสารภาพรักมา ซึ่งมันไม่เข้ากับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เลย

     หลายๆ คนคงคิดว่าการมีคนมาชอบมันเป็นสิ่งที่ดี

     แต่ไม่ใช่กับผม...คนที่อยู่คนเดียวมาตลอดจนหลงเชื่ออย่างหมดใจว่าตัวเองไม่คู่ควรกับใครเลย















     "เอาเห็ดเข็มทองด้วยดีไหม มึงกินป่ะไอ กูจะได้ซื้อไปเยอะๆ"

     "มึงอยากกินก็ซื้อไปดิ จะมาถามกูทำไม"

     "ก็กูกลัวเหลืออ่ะ"

     "มึงก็ซื้อไปน้อยๆ สิ"

     "งั้นเอาไปแพ็กเดียวละกัน นี่ไอ้ดล เข็นให้มันเร็วๆ หน่อยเป็นไหม"

     คนโดนเร่งเข็นรถมาหยุดอยู่ตรงหน้า เอี้ยวตัวไปหยิบผักกาดขาวมาใส่ตะกร้าก่อนจะบ่นพึมพำ "ใช้กูแล้วยังจะมาเร่งกูอีก"

     "บ่นอะไรกูได้ยินนะ แล้วหมูสไลด์อ่ะเอามายัง กูบอกให้เอามาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ"

     "ก็นั่นไง อยู่ใต้เห็ดของมึงเนี่ย แหกตาดูก่อนสิไม่ใช่สักแต่จะโวยวาย"

     ผมที่เพิ่งเดินไปหยิบน้ำจิ้มสุกี้มาใส่ตะกร้าส่ายหน้าให้พวกมันสองคน ทะเลาะกันได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ ไม่เห็นจะสามัคคีเหมือนตอนปลอบผมเลย

     "กูบอกว่าหมูสไลด์ ไม่ใช่หมูสามชั้น" คนที่รับบทแม่บ้านจ่ายตลาดชั่วคราวหยิบแพ็กหมูสามชั้นขึ้นมา ไอ้ดลยื่นหน้าไปมองใกล้ๆ ก่อนจะทำหน้าเหลอหลา

     "อ้าว มันไม่ใช่หมูสไลด์เหรอวะ"

     "หมูสไลด์บ้านมึงหนาขนาดนี้เหรอ ไปเปลี่ยนมาใหม่เลย ให้ไวด้วย"

     "พอๆ เดี๋ยวกูไปเปลี่ยนเอง กะว่าจะกลับไปเอาเต้าหู้ปลาด้วย" ผมแย่งแพ็กหมูสามชั้นมาจากมือไอ้ตาลที่ไม่รู้ไปโมโหหิวมาจากไหน เดินกลับไปยังโซนอาหารสดที่เพิ่งจากมาเมื่อห้านาทีก่อน

     ตอนนี้พวกเราสามคนอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตแถวหอผมน่ะครับ ผมไม่ค่อยได้มาที่นี่เท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะซื้ออาหารแช่แข็งไปตุนไว้ซะมากกว่า แต่เมื่อเช้าจู่ๆ ไอ้ตาลก็โพล่งขึ้นมาว่าอยากกินมาม่าหม้อไฟ และไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ห้องผมดันมีเตาไฟฟ้า ผมกับไอ้ดลเลยโดนมันลากมาซื้อวัตถุดิบด้วยกันอย่างที่เห็น

     ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่ามันมาหาผมเพราะเป็นห่วงผมหรือเพราะเตาไฟฟ้าของผม

     แต่นานๆ ทีได้ทำอาหารกินกันเองกับเพื่อนก็ดีเหมือนกันนะ เผื่อมันจะทำให้ผมหายคิดมากไปได้บ้าง

     ผมหยิบแพ็กหมูสไลด์มาถือไว้ในมือ ก่อนจะหันซ้ายหันขวา มองหาไอเทมเด็ดที่จะขาดไม่ได้นั่นก็คือเต้าหู้ปลา หาอยู่สักพักก็เจอมันอยู่อีกฝั่งของโซนอาหารสด ผมกำลังจะเดินอ้อมไป แต่ก็ชนเข้ากับใครบางคนซะก่อน

     "โอ๊ะ! ขอโทษครับ" ผมละล่ำละลักขอโทษคนที่โดนชน เงยหน้าไปมองว่าเขาเจ็บตรงไหนไหม แต่พอได้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ผมก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่นึกว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่เวลานี้

     "พี่เจ็บหรือเปล่า"

     คนตัวสูงเอ่ยถามอย่างลนลาน พลางจับแขนผมไปพลิกดูว่าบาดเจ็บไหม ทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนจะปล่อยแขนเมื่อรู้ว่าผมไม่ได้เจ็บอะไร ผมยังมองใบหน้าคมคายไม่วางตา นาทีนี้มันตกใจเกินกว่าจะพูดอะไรออก

     พอเห็นว่าผมไม่พูดอะไรธีมก็ยกมือมาแตะท้ายทอย ทำหน้าเจื่อนๆ เหมือนตัวเองเพิ่งทำความผิดใหญ่โตไป "ขอโทษนะครับ ผมไม่คิดว่าพี่จะหันมาปุบปับแบบนี้น่ะ ก็เลย..."

     "ช้าจังวะไอ กูรอไปจ่ายเงินพร้อมมึงอยู่เนี่ย" ไอ้ตาลเดินมาหาผมโดยส่งเสียงมาก่อนตัว ข้างหลังมันคือไอ้ดลที่เข็นรถตามมาติดๆ มันผงะไปเมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่กับใคร ก่อนจะเผลอทำซองมาม่าหล่นจากมือ "น้องธีม เอ่อ...มาได้ไงคะเนี่ย"

     เจ้าของชื่อก้มลงเก็บมาม่าที่พื้นแล้วยื่นให้คนที่กำลังตกใจไม่ต่างจากผม ไอ้ดลเข็นรถไปจอดไว้ริมทางเดิน มันมองรุ่นน้องตัวเองอย่างงงๆ เหมือนกัน

     "ผมผ่านมาแถวหอพี่ไอแล้วเห็นพวกพี่เดินออกมาพอดีเลยแอบตามมา ขอโทษนะครับ..." ธีมพูดพลางมองมาที่ผม เหมือนต้องการสื่อว่าเขาตั้งใจจะขอโทษผม

     "แล้วไง มึงตามพวกกูมาทำไมวะ" ไอ้ดลถาม ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วเหลือบมามองผม "ไม่ดิ กูต้องถามว่ามึงตามเพื่อนกูมาทำไมสินะ"

     ธีมไม่ตอบคำถามของเพื่อนผมในทันที แต่เขยิบเข้ามาใกล้ทีละนิดจนผมต้องร่นถอยหลัง "ผมอยากมาคุยกับเพื่อนพี่ให้เข้าใจน่ะครับ...ก็เมื่อวานเขายังไม่ทันได้อยู่ฟังผมเลย"

     ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นรัวเร็วขึ้นมา คำสารภาพรักที่ผมพยายามลืมกลับหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง คนตัวสูงไม่พูดอะไรต่อ มองมานิ่งๆ เหมือนรอให้ผมเป็นฝ่ายพูด แต่ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออก ราวกับสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ

     บ้าเอ๊ย ทำตัวไม่ถูกเลย...

     ผมตัดสินใจหันหลังก่อนจะเดินหนีเหมือนเมื่อวาน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาข้อมือผมก็ถูกจับไว้ซะก่อน

     "พี่ไอ! อย่าหนีผมอีกเลยนะ"

     "..."

     "ผมรู้ว่าพี่ตกใจ เมื่อวานผมอาจจะรุกแรงไปหน่อย แต่พี่ช่วยฟังผมอธิบายก่อนนะ ผมขอร้อง...นะครับ"

     คนรอบข้างเริ่มมองมายังพวกเรา ไอ้ตาลที่เห็นท่าไม่ค่อยดีเลยรีบมาแทรกกลางเพื่อไกล่เกลี่ย "เอ่อน้องธีมคะ พี่เข้าใจนะว่าน้องอยากเคลียร์กับเพื่อนพี่ แต่ที่นี่มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ แล้วอีกอย่างเพื่อนพี่มันก็ยังไม่พร้อมจะคุย..."

     "ผมไม่ได้จะมาเร่งรัดอะไร ผมแค่อยากอธิบายให้เขาเข้าใจ"

     "แต่พี่ว่าไว้คราวหลังน่าจะดีกว่า..."

     "ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ธีมมันก็บอกอยู่ว่าแค่จะมาอธิบาย" ไอ้ดลว่าพลางเดินมาโอบไหล่ผม รั้งให้ผมหันไปเผชิญหน้ากับคนตัวสูง "ถ้าอยากคุยจริงๆ ก็คงต้องเปลี่ยนที่คุย แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเพื่อนกูมันยังไม่พร้อม ถ้ามันไม่ตอบอะไรเลยก็อย่าโกรธแล้วกัน"

     ทีแรกผมนึกว่าธีมจะไม่พอใจ แต่พอได้ยินดังนั้นคนตัวสูงกลับยิ้มออกมา "แค่พี่ไอยอมฟังผมก็ดีใจแล้วครับ"

     "เอาไงมึง จะฟังเขาหน่อยไหม" คนข้างๆ หันมาถาม ผมเม้มปากแน่นพลางมองไปยังคนตรงหน้า ด้วยระดับความสูงที่ต่างกันทำให้ผมต้องเงยหน้ามอง ธีมเองก็จ้องผมกลับมา แววตาเขาเหมือนกำลังคาดหวังให้ผมตอบตกลง

     ผมหลุบตาก้มมองขาตัวเอง ก่อนจะอ้อมแอ้มพูดเสียงเบา "ก็ได้ครับ...พี่จะฟัง"















     แผนการมาม่าหม้อไฟของไอ้ตาลถูกพับเก็บไปชั่วคราว ตอนนี้พวกเราสี่คนมาอยู่ในร้านคาเฟ่ต์เปิดใหม่ที่เพื่อนผมเพิ่งแนะนำไปเมื่อเช้า จริงอย่างที่ไอ้ตาลว่า ร้านนี้ตกแต่งได้น่ารักมากๆ ผนังทั่วร้านเต็มไปด้วยกรอบรูปตุ๊กตาหมี มีต้นไม้ปลอมตั้งประดับไว้ตามจุดต่างๆ บนเพดานมีโคมไฟที่ส่องแสงสีส้มอ่อนๆ สว่างไปทั่วร้าน ไม่แปลกใจเลยว่าทั้งที่เป็นร้านเปิดใหม่แต่ทำไมถึงมีลูกค้าเต็มร้าน

     ถ้าเป็นผมตอนปกติอาจจะรู้สึกชอบจนต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายสตอรี่ไอจี แต่ผมในตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแบบนั้นเลย

     "เอ่อ...เรามาคุยกันเลยดีไหม จะได้ไม่เสียเวลา" ไอ้ตาลเอ่ยพลางยิ้มแห้ง มันคงเห็นว่าผมกับธีมนั่งเงียบกันมานานแล้วแต่ไม่มีใครพูดอะไรเลย ตรงกลางเราสองคนเต็มไปด้วยของกินเล่นที่ไอ้ดลสั่งมา แต่คนที่กินก็มีแต่เพื่อนๆ ของผม

     คนตัวสูงที่มองผมตั้งแต่เข้ามาในร้านหลุบตาลง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มทุ้มขึ้นมาเบาๆ "ผมอยากขอโทษพี่ไอ...ที่เมื่อวานผมทำให้พี่ตกใจน่ะครับ"

     ผมเงยหน้ามองคนพูดหลังจากที่เอาแต่ก้มมองตักตัวเอง ธีมยังคงพูดไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่อยากอธิบายอย่างเดียวมากกว่า

     "ตอนที่พี่วิ่งหนีผมไป ผมนึกว่าพี่จะรังเกียจผม แต่พี่ดลบอกว่าคงเพราะพี่ตกใจมากกว่า ผมเลยรู้สึกผิดที่จู่ๆ ก็พูดออกไปแบบนั้น"

     "..."

     "ผมชอบพี่มานานแล้ว แต่ผมไม่รู้จะทำตัวยังไงตอนอยู่ต่อหน้าพี่ ผมนึกว่าถ้าทำเป็นปั้นปึ่งผมจะเข้าหาพี่ได้โดยไม่เคอะเขิน แต่พอพี่ดลบอกว่าพี่คิดมากผมก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ก็เลย...พูดออกไปโดยไม่ทันคิด"

     "ใครสอนมึงมาวะว่าให้เข้าหาคนที่ชอบด้วยวิธีบ้าๆ นี่ กูล่ะเหลือเชื่อกับมึงจริงๆ เก่งไปซะทุกเรื่องแต่ดันมาตกม้าตายเรื่องความรัก" ไอ้ดลว่าขำๆ ก่อนจะโดนคนที่นั่งข้างผมสั่งให้เงียบ

     "นั่นสิครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมกับเรื่องความรักผมถึงอ่อนหัดนัก ผมรู้แค่ว่า..." จู่ๆ ธีมก็เว้นวรรคแล้วเหลือบมองมา ผมที่มองเขาอยู่ก่อนแล้วเลยกลายเป็นว่าเราสองคนสบตากันโดยไม่ตั้งใจ "พอเป็นพี่ไอ ผมก็เสียอาการจนทำอะไรไม่ถูก"

     ช่วงเวลาที่เราสบตากันมันยาวนานมากสำหรับผม สายตาของธีมที่ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร กลับมีความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ในนั้นด้วย สุดท้ายผมก็ต้องเบือนหน้าหนี เพราะยิ่งสบตาคู่นั้นนานเท่าไหร่หัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงเท่านั้น

     "ถึงแม้เมื่อวานผมจะพูดเพราะสถานการณ์พาไป แต่ทุกคำพูดของผมมันคือความจริงนะครับ" ร่างสูงดึงมือผมไปกุมไว้หลวมๆ ความอุ่นที่ส่งผ่านมาทางฝ่ามือราวกับจะส่งความรู้สึกมาด้วย "พี่ไอ...ผมชอบพี่นะ พี่ยังไม่ต้องให้ผมจีบก็ได้ แต่ผมอยากให้พี่รู้ไว้ว่ามีคนกำลังชอบพี่"

     แก้มของคนพูดขึ้นสีแดงจางๆ แต่ก็คงไม่เท่าผมที่ตอนนี้น่าจะแดงไปทั้งหน้า ไอ้ตาลเอื้อมมือมาตีขาผมใต้โต๊ะรัวๆ มันคงชอบใจที่ได้ดูฉากบอกรักแบบเรียลไทม์ขนาดนี้ คำสารภาพที่ชัดเจนกว่าเมื่อวานทำให้หัวใจผมเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม จนผมต้องหลับตาข่มตัวเองไม่ให้แสดงอาการเขินอายออกไป

     ผมนึกทบทวนคำพูดอยู่ในใจ ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือออก เงยหน้ามองร่างสูงที่ยังคงจ้องมองผมเหมือนจะยืนยันคำสารภาพของตัวเอง

     "ที่เราอยากพูดมีแค่นี้ใช่ไหมครับ"

     ธีมหน้าเสียไปนิดหนึ่งที่โดนผมตัดบทสนทนาดื้อๆ เพื่อนๆ ของผมเองต่างก็ตกใจไม่แพ้กัน

     "ไอ้ไอ มึงไม่มีอย่างอื่นจะพูดแล้วเหรอ มึงพูดแบบนี้น้องเขาเสียใจนะ"

     "มีสิ มีเยอะด้วย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้" ผมบอกไอ้ตาล แต่สายตายังมองคนตรงหน้า "ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ นะครับ เมื่อวานพี่ก็ตกใจจริงๆ น่ะแหละ พี่ไม่ได้รังเกียจธีม แต่พี่ยังไม่พร้อมจะคุยกับธีมเรื่องนี้ พี่ไม่รับปากว่าจะพร้อมคุยเมื่อไหร่ และจะไม่บอกให้รอด้วย ถ้าธีมรอไม่ไหว..."

     "ผมรอได้ครับ" ธีมพูดแทรกขึ้นมาเหมือนรู้ว่าผมกำลังจะพูดอะไร จากที่หน้าเสียอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับมีรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้ผู้หญิงทั้งร้านตกหลุมรักได้ไม่ยาก "จะให้รอกี่เดือนหรือกี่ปีผมก็รอได้ ขอแค่พี่ไอไม่ปฏิเสธผมก็ไม่ขัดข้องหรอก"

     "..."

     "ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้มาเร่งรัดพี่ ผมแค่อยากให้พี่รับรู้ความรู้สึกของผม ผมรู้ว่าการจะคบใครสักคนมันมีหลายอย่างที่ต้องคิด เพราะงั้นพี่ไม่ต้องคิดมากนะ ผมรอได้เสมอ"

     "..."

     "แต่ถ้าพี่สงสัยว่าผมชอบพี่จริงหรือเปล่า เลิกสงสัยไปได้เลยครับ เพราะถ้าไม่ชอบพี่จริงๆ...ผมคงไม่แอบมองพี่มาเป็นปีแบบนี้หรอก"

     ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน รู้สึกติดใจกับประโยคสุดท้ายของอีกฝ่าย "ธีมชอบพี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่"

     "เอาไว้พี่พร้อมแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนั้นกันดีกว่าครับ ถ้าให้ผมพูดทุกอย่างคนเดียวมันก็ดูจะไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่" คนตรงหน้ายิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ผมกลับก่อนนะครับ ที่จริงก็อยากอยู่กับพี่นานๆ แต่ผมต้องไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนต่อ นี่ก็แอบมาโดยไม่บอกพวกมัน"

     "ไอ้น้องเลว เห็นคนที่ชอบสำคัญกว่าเพื่อน" ไอ้ดลเอ่ยแซวรุ่นน้องตัวเอง มันคงเห็นว่าผมยอมพูดขนาดนี้แล้วเลยคิดว่าสถานการณ์หายตึงเครียดแล้ว

     "ถ้าไม่มาหาพี่ไอก่อนผมก็ทำงานไม่รู้เรื่องอยู่ดี เมื่อคืนผมนอนแทบไม่หลับด้วยซ้ำ"

     "เอาเป็นว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วใช่ไหม กูจะได้หมดห่วงพวกมึงสองคนสักที"

     "เห็นไหม กูบอกแล้วว่าอย่างไอ้ไอน่ะมันไม่ทำอะไรผลีผลามหรอก มันแค่ยังไม่พร้อมเท่านั้นเอง"

     "ไม่ต้องมาพูดเลย มึงนั่นแหละตัวดี คิดได้ไงว่าไอ้ไอจะฆ่าตัวตาย"

     "มึงพูดออกมาทำไมเนี่ยดล กูอายน้องธีมนะ"

     คนตัวสูงหลุดขำกับความบ้าบอของพวกมันสองคน ธีมหันมามองผม ก่อนจะบอกลาอีกรอบ "ผมไปก่อนนะ แล้วผมจะรอนะครับพี่ไอ"

     ผมไม่ตอบอะไร ทำเพียงแค่มองกลับไปเฉยๆ แต่ในขณะที่ธีมกำลังจะเปิดประตูออกไป เขาก็หันมาพูดกับผมอีกรอบ

     "พี่ไอ"

     "...ว่าไงครับ"

     "หลังจากนี้...ผมเข้ามาทักพี่ได้ไหม"

     ไอ้ดลกับไอ้ตาลเหลือบมามองผมเมื่ออยากแซว ผมนิ่งงันไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับไปพร้อมกับอาการเห่อร้อนที่แก้ม "ถ้าตอนนั้นพี่ไม่ได้ยุ่งอยู่...ก็เข้ามาทักได้ครับ"

     คนตัวสูงยิ้มกว้าง เหมือนคำตอบผมเป็นที่น่าพอใจสำหรับเขา ธีมเดินออกไปจากร้านแล้ว ตอนนี้เลยเหลือแค่พวกผมสามคน ไอ้ตาลขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับกระทุ้งศอกใส่ผม

     "แหมๆๆๆ ร้ายนะคะคุณเพื่อน ทำเป็นยังไม่พร้อมคุยแต่บอกให้เขาเข้ามาทักได้"

     "ก็แค่เข้ามาทักทำไมกูต้องห้ามด้วยล่ะ ปกติรุ่นน้องคนไหนเข้ามาคุยด้วยกูก็คุยตอบหมด"

     "อ่ะจ้า กูจะรอดูว่ากับคนนี้มึงจะคุยกับเขายังไง"

     ไอ้ดลตักขนมเข้าปาก มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะถาม "มึงไม่พร้อมเรื่องอะไรวะ บอกพวกกูได้ไหม เท่าที่กูฟังไอ้ธีมมันก็ไม่ได้เร่งหรือบังคับอะไรมึงเลยนะ"

     "กูแค่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงน่ะ เลยอยากขอเวลาคิดว่าจะพูดยังไงให้เขาเสียใจน้อยที่สุด"

     "เห้ย! นี่มึงพูดจริงเหรอไอ" ไอ้ตาลถามอย่างตกใจ ก่อนจะรีบยกมือปิดปากเมื่อรู้ตัวว่าเสียงดังเกินไปหน่อย

     "อืม"

     "มึงตัดสินใจเร็วไปป่ะวะ ได้ฟังน้องเขาอธิบายแล้วมึงไม่คิดจะเปลี่ยนใจบ้างเลยเหรอ"

     "ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตกูจะเปลี่ยนใจไหม แต่ตอนนี้กูยังไม่อยากตอบตกลง"

     "ถ้าเป็นอย่างนั้นมึงก็น่าจะให้เขารอ..."

     "ไอ้ตาล" คนตรงหน้าพูดขึ้นมาเสียงดุๆ "มึงกับกูเป็นคนนอก เรื่องนี้ให้เจ้าตัวเขาตัดสินใจเองเถอะ"

     คนโดนว่าไม่พูดอะไรต่อ แต่ก็ยังมองผมเหมือนเป็นห่วงอยู่ดี ผมก้มมองสองมือของตัวเองที่ยังมีไออุ่นจากฝ่ามือบางคนหลงเหลืออยู่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากมีแฟน ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีวันชอบธีม แต่พอคิดว่าเป็นธีม ผมก็รู้สึกเหมือนเราสองคนต่างกันเกินไป แตกต่าง...จนไม่ควรจะมาอยู่ข้างกัน

     แต่ก่อนจะปฏิเสธผมยังมีเรื่องที่คาใจอยู่ ก่อนหน้านี้ผมก็สงสัย แต่พอได้ฟังธีมพูดในวันนี้ผมก็ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก

     ธีมชอบผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเขาชอบผมเพราะอะไร...?
















     TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-11-2020 10:53:37 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เนี่ยจะปฎิเสธกันได้หรา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ก็ให้น้องมันจีบ ๆ ไป   ถ้าไม่คลิกก็แยกย้าย  คิดไรมากมายนุ้งไอ?

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
เชียร์ให้น้องธีมรุกจีบหนักๆ :hao3:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5679
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เตรียมตัวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเหรอ
แต่ลืมไปเปล่า ยิ่งนานก็เหมือนให้ความหวังเลย

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
Episode 07





     "ไอ้ไอ"

     "..."

     "ไอ้ไอ"

     "..."

     "ไอ้เหี้ยไอ!"

     "วะ...ว่าไง" ผมหันไปทำตาปริบๆ ใส่คนข้างๆ ไอ้ดลมองผมพลางขมวดคิ้วมุ่น

     "เป็นไรของมึงวะ กูเรียกอยู่ตั้งนานก็ไม่ตอบ"

     "...เปล่า ไม่ได้เป็นไร ว่าแต่มึงเรียกกูทำไมอ่ะ"

     มันทำหน้าเหมือนไม่เชื่อคำพูดผม แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ "แค่จะถามว่ามึงหิวไหม เมื่อกี้ตอนที่มึงไปเข้าห้องน้ำรุ่นพี่เขาเอาขนมปังกับน้ำมาแจก"

     "กูยังไม่หิวเลย มึงเก็บไว้ให้พิงค์เถอะ เผื่อพิงค์ซ้อมมาเหนื่อยๆ แล้วหิว"

     "แฟนกูกินข้าวเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่มึงนี่แหละที่ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวันเลย"

     ไอ้ดลมองผมอย่างเป็นห่วง สายตาของมันทำเอาผมรู้สึกผิดนิดๆ ตั้งแต่รู้จักกันมามันไม่เคยเห็นผมอดข้าวมาก่อน มีแต่จะกินจุด้วยซ้ำ แต่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยกินข้าวเป็นเวลา เลยไม่แปลกถ้ามันจะห่วงผม

     แต่จะให้ผมกินขนมปังตามที่มันต้องการก็คงไม่ได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ผมไม่อยากกินอะไรเลย สิ่งที่ผมทำเลยเป็นการฝืนยิ้มให้มัน

     "กูว่าช่วงนี้จะไดเอทน่ะ รู้สึกว่าพุงเริ่มออกแล้ว"

     คนข้างๆ มองมาด้วยสายตาตกตะลึง ก็แน่ล่ะสิ ร้อยวันพันปีผมเคยมีความคิดจะไดเอทกับเขาซะที่ไหน ปกติเอาแต่กินอย่างเดียว แล้วนี่จู่ๆ ก็มาบอกว่าจะไดเอท ใครมันจะไปยอมเชื่อ

     แต่ผมก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างแล้ว ในเมื่อมันไม่เชื่อผมเลยตัดบทสนทนาด้วยการหันหน้าหนีซะเลย ไอ้ดลถอนหายใจเฮือกใหญ่ เก็บขนมปังคืนที่เดิม ก่อนจะหันไปมองแฟนตัวเองโดยไม่ถามอะไรอีก

     ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ปกติเวลานี้พวกเราต้องกลับบ้านกลับหอกันแล้วแหละครับ แต่แฟนของไอ้ดลติดซ้อมถือคฑา เพื่อนผมที่เป็นห่วงแฟนเลยต้องมานั่งเฝ้าอย่างที่เห็น ส่วนผมก็มาเป็นเพื่อนมัน เพราะผมเองก็ห่วงพิงค์อยู่เหมือนกัน และอีกอย่างคืออยากมาให้กำลังใจพิงค์ด้วย

     ...ถึงแม้ในความเป็นจริงผมจะเอาแต่นั่งเหม่อลอยก็เถอะ

     ส่วนไอ้ตาลน่ะเหรอครับ รายนั้นกลับหอไปก่อนแล้ว เมื่อวานอาจารย์พงศ์ศักดิ์ประกาศคะแนนสอบแล้วมันก็ตกตามที่คาดเอาไว้ วันนี้อาจารย์เลยนัดมันกับคนอื่นๆ ที่สอบตกเหมือนกันไปสอบซ่อม เห็นมันบอกว่าเมื่อคืนโหมอ่านหนังสือไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอสอบเสร็จแล้วมันเลยขอตัวกลับไปก่อน ซึ่งผมกับไอ้ดลก็เข้าใจ ไม่ได้โกรธอะไรมัน

     "ซ้อมทุกวันแบบนี้พิงค์ไม่เหนื่อยแย่เหรอวะ" ผมเปรยกับคนข้างๆ

     "กูก็เป็นห่วงเรื่องนั้นเหมือนกัน ถึงได้มานั่งรอไปส่งบ้านอยู่นี่ไง"

     เบื้องหน้าของพวกผมสองคนคือเหล่ารุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังตะเบ็งเสียงซ้อมคนเดินพาเหรดเสมือนเป็นพี่ว้าก ด้านหน้าสุดของขบวนคือหญิงสาวที่ผมกับไอ้ดลกำลังพูดถึง เท่าที่ผมนั่งดูมาพิงค์เดินหลังตรง จังหวะเป๊ะ ควงไม้คฑาได้คล่องก็จริง แต่สีหน้าของเจ้าตัวบ่งบอกได้ชัดว่ากำลังเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่น้อย ผมมองแล้วก็รู้สึกสงสาร พวกพี่ปีสี่ก็ไม่รู้จะโหดไปไหน มีอยู่ครั้งหนึ่งไอ้ดลจะเอาน้ำเข้าไปให้กลับโดนรุ่นพี่ว่าซะอย่างนั้น

     การซ้อมเดินถือคฑาครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมของงานกีฬาสานสัมพันธ์ที่จะจัดขึ้นเดือนหน้า หรือจะเรียกอีกชื่อว่างานรวมตัวมหาวิทยาลัยชื่อดังก็คงไม่ผิดนัก คณะที่มอผมให้ไปร่วมงานจะมีเพียงแค่หกคณะ คือวิทย์กีฬา วิศวะ อักษรฯ นิติฯ นิเทศฯ และดุริยางค์ พวกผมสามคนที่อยู่นิติฯ รวมถึงพิงค์ที่อยู่อักษรฯ เลยได้ไปงานนี้ด้วยกัน ซึ่งมันก็คงจะดีกว่านี้ถ้าหากพิงค์ไม่โดนจับไปเป็นคนถือคฑาน่ะนะ

     แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ส่วนใหญ่การคัดเลือกคนถือคฑาจะใช้วิธีโหวตจากคนในคณะ พิงค์ที่หน้าตาดีสุดเลยได้คะแนนโหวตเยอะสุด แต่ผมว่าวิธีนี้มันออกจะมัดมือชกไปหน่อย ถามความเห็นคนทั้งคณะได้แต่กลับถามความเห็นคนที่โดนโหวตไม่ได้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนคัดเลือกเขาคิดอะไรอยู่

     ขณะที่ผมกำลังดูคนซ้อมพาเหรดอยู่ใต้ตึกอักษรฯ ในสนามบอลรวมถึงในโรงยิมต่างก็มีนักกีฬาจำนวนมากที่กำลังฝึกซ้อมกันแบบเอาเป็นเอาตาย เห็นว่าปีที่แล้วมอผมคว้าถ้วยรางวัลอันดับหนึ่งมาได้ ความซวยเลยมาตกอยู่ที่นักกีฬาปีนี้ที่ต้องแบกรับความคาดหวังของคนทั้งมอ

     ผมมองภาพตรงหน้าอยู่สักพักก่อนจะเปลี่ยนมาเปิดโทรศัพท์ดูอะไรไปเรื่อย แต่พอไปเจอคลิปคลิปหนึ่งในเฟซบุ๊กผมก็นึกโทษตัวเองอยู่ในใจว่าไม่น่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเลย

     ตอนนี้เพจมหา'ลัยผมกำลังมีเรื่องที่ฮือฮากันไปทั่ว นั่นก็คือคลิปตอนที่ธีมบอกชอบผม คลิปนั้นถูกแชร์ไปอย่างแพร่หลายอย่างที่ผมเองก็คาดไม่ถึง จากที่ไม่มีใครรู้จักผมกลายเป็นว่าตอนนี้เดินไปไหนก็มีแต่คนมอง ถึงแม้ไอ้ตาลจะบอกว่าคนส่วนใหญ่เชียร์ให้ผมคบกับธีม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลยสักนิด ผมไม่เคยมีคนมาสนใจเยอะขนาดนี้ ทุกครั้งที่โดนมองเลยเกร็งๆ ทำตัวไม่ถูก

     ผมไม่ได้อยากเด่นดังหรือมีคนรู้จัก ผมแค่อยากได้ชีวิตที่สงบสุขกลับคืนมาเท่านั้นเอง

     ผมถอนหายใจพลางปิดโทรศัพท์ เงยหน้ามองคนที่เดินมาหาเพื่อนผมหลังจากรุ่นพี่ปล่อยให้พักสิบห้านาที ไอ้ดลรีบยื่นน้ำให้แฟนตัวเองก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

     "เหนื่อยไหม"

     "สุดๆ ค่ะพี่ดล ขาพิงค์แทบจะกองลงไปรวมกันที่พื้นอยู่แล้ว" พิงค์ว่าอย่างเหนื่อยๆ แล้วนั่งลงข้างไอ้ดล มันเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมบนหน้าม้า อีกมือก็ใช้สมุดพัดให้

     "ต้องซ้อมอีกนานไหม"

     "เห็นพี่เขาบอกว่าจะซ้อมเดินอีกรอบแล้วก็ให้กลับค่ะ"

     "ขอกลับก่อนไม่ได้เหรอ"

     "พิงค์จะไปทำแบบนั้นได้ไงล่ะพี่ดล คนอื่นยังไหวเลย พิงค์ก็ต้องไหวเหมือนกัน"

     "ก็พี่เป็นห่วงเราอ่ะ เราเป็นคนถือคฑาเลยต้องซ้อมหนักกว่าคนอื่นไม่ใช่เหรอ แล้วอีกอย่างไอ้พวกรุ่นพี่เวรนั่นก็ซ้อมโหดอย่างกับจะให้ไปรบงั้นแหละ ไม่รู้ไปโกรธใครมาถึงได้เอามาลงกับรุ่นน้องแบบนี้" ไอ้ดลพูดอย่างมีอารมณ์ คำพูดยาวเหยียดของมันทำให้หญิงสาวข้างๆ หลุดขำออกมา

     "งานใกล้เข้ามาแล้วเขาก็ต้องจริงจังเป็นธรรมดาสิพี่"

     "โหย ตั้งเดือนหน้าเลยนะพิงค์ จะรีบจริงจังอะไรขนาดนั้น"

     "พี่ดลบ่นมากกว่าพิงค์ที่เป็นคนซ้อมอีกนะเนี่ย"

     "เอ้า ที่บ่นเพราะเป็นห่วงไง หรือเราไม่อยากให้พี่ห่วง"

     "ก็ต้องอยากสิคะ ไม่ให้แฟนห่วงแล้วจะให้ใครห่วง"

     ผมอมยิ้มกับบทสนทนาที่ชวนเหม็นความรักของเพื่อนผมกับแฟนมัน ไอ้ดลน่าจะลืมไปแล้วว่าผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ให้มันไปห่วงแฟนจะได้ไม่ต้องมาห่วงผม เดี๋ยวผมก็หายแล้วล่ะครับ แค่ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยเท่านั้นเอง

     "พี่ไอคะ" พิงค์มองเลยไอ้ดลมายังผม ยิ้มกริ่มพลางพูดเสียงใส "พิงค์ได้ดูคลิปในเฟซแล้วนะคะ ตอนดูพิงค์นี่เขินแทนพี่ไอเลย ดีใจด้วยนะคะที่มีคนฮอตอย่างธีมมาชอบ"

     เอ่อ...พิงค์ครับ สำหรับพี่มันไม่ใช่เรื่องน่าดีใจเลยนะ...

     ในใจผมคิดอย่างนั้น แต่สิ่งที่ผมทำกลับมีแค่ยิ้มบางๆ ให้รุ่นน้องเท่านั้น ไอ้ดลที่เห็นสีหน้าผมไม่ค่อยดีเลยทำเป็นชวนพิงค์ไปซื้อขนมที่มินิมาร์ท สาวน้อยร่างบางที่ชอบกินขนมอยู่แล้วเลยไม่ปฏิเสธ

     "จะเอาอะไรไหม" มันหันมาถามระหว่างที่พิงค์เดินนำลิ่วไปก่อนแล้ว

     "ไม่อ่ะ มึงรีบกลับมาให้ทันซ้อมครั้งสุดท้ายแล้วกัน"

     "เออๆ อย่าคิดมากนะมึง พิงค์เขายังไม่รู้เรื่องมึงกับธีม"

     "ไม่คิดมากหรอก กูเข้าใจ"

     ไอ้ดลตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินตามแฟนสาวไป ผมมองตามแผ่นหลังของมันก่อนจะหันมาถอนหายใจกับตัวเอง พอไม่มีคนอยู่ด้วยแล้วเรื่องที่คิดมากต่างๆ มันก็กลับเข้ามาในหัวอีก

     หลังจากที่ผมบอกเพื่อนๆ ไปว่าจะปฏิเสธธีมเมื่อวันก่อนนี่ก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว ธีมมาปรากฏตัวต่อหน้าผมเกือบทุกวัน บางครั้งก็บังเอิญเดินสวนกัน บางครั้งก็มาหาไอ้ดล หรือบางครั้งเข้ามาทักผมตรงๆ ก็มี ท่าทางของธีมตอนที่เข้าหาผมดูเกร็งๆ แต่ก็ไม่เท่าก่อนที่เขาจะบอกชอบผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเกร็งอะไร คนที่ควรจะเกร็งมันต้องเป็นผมสิ

     ถึงแม้การกระทำของธีมอาจจะดูเก้ๆ กังๆ ไปหน่อย แต่เขาก็แสดงออกชัดเจนว่ากำลัง 'ชอบ' ผม ทุกอย่างที่ธีมทำมันทำให้คำพูดที่ผมได้ลั่นไว้กับเพื่อนเริ่มสั่นคลอน จากที่ตั้งใจจะปฏิเสธแน่วแน่ก็กลายเป็นลังเลซะอย่างนั้น

     แต่ผมก็ยังก้าวข้ามความคิดของตัวเองไปไม่ได้อยู่ดี...ความคิดที่ว่า 'คนดัง' กับ 'คนธรรมดา' ไม่ควรจะมาคู่กัน...

     "พี่ไอ"

     ผมเคยถามธีมไปอีกครั้งว่าทำไมถึงชอบผม แต่ธีมก็เอาแต่บอกปัดว่าเขาจะบอกก็ต่อเมื่อผมพร้อมจะให้คำตอบแล้วเท่านั้น

     "พี่ไอครับ"

     ถ้าได้รู้เหตุผลผมอาจจะตัดสินใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ตราบใดที่เจ้าตัวยังไม่บอกผมก็ต้องจมอยู่กับความคิดพวกนี้ไปอีกนานสินะ

     "พี่ไอคร้าบบบ!"


     !!!


     ผมสะดุ้งพลางหันไปมองต้นตอของเสียงด้วยความตกใจ ใบหน้าของต้าอยู่ใกล้ผมมาก คิ้วบางขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังงงอะไรอยู่

     "เหม่ออะไรของพี่เนี่ย ผมเรียกอยู่ตั้งนานพี่ก็ไม่ตอบเลยสักคำ"

     "ปะ...เปล่า ไม่ได้เหม่ออะไรครับ พอดีเครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยน่ะ" ผมตอบข้างๆ คูๆ เท่าที่สมองจะนึกออก แต่พอเหลือบไปเห็นคนที่ยืนข้างๆ ต้าหัวใจผมก็กระตุกวูบไหวแปลกๆ ธีมมองผมอย่างสงสัยไม่ต่างจากเพื่อนตัวเอง แต่พอสายตาของเราประสานกันคนตัวสูงก็ยิ้มบางๆ มาให้

     "แล้วทำไมพี่นั่งอยู่คนเดียวอ่ะครับ พี่ดลไปไหน"

     "มันพาแฟนไปซื้อขนมน่ะ แต่ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย..."

     "พี่ดลเขาไม่กลับมาแล้วล่ะครับ" จู่ๆ ธีมก็พูดขึ้นมา เรียกสายตาของผมกับต้าให้หันไปมอง "เขาโทรมาบอกผมว่าจะพาแฟนโดดซ้อม ให้ผมมาดูแลพี่ไอต่อจากเขา"

     ฮะ!?

     "ดูแล? พี่ไอเป็นอะไรเหรอครับ ป่วยตรงไหนหรือเปล่า ให้พวกผมพาไปโรงพยาบาลไหม" ต้าหันมารัวคำถามใส่ผม แต่บอกตรงๆ ว่าผมก็ตอบไม่ถูก เพราะผมก็งงกับคำพูดของไอ้ดลอยู่เหมือนกัน

     มันคิดจะทำอะไรของมันอีกล่ะเนี่ย ผมเริ่มตามไม่ทันแล้วนะ ก็สงสัยอยู่ว่าแค่ไปมินิมาร์ททำไมต้องถือกระเป๋าไปด้วย ที่แท้ก็กะจะไปแบบไม่กลับมานี่เอง

     ...ไอ้เพื่อนบ้าเอ๊ย!!

     "ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยได้กินข้าวเหรอ" ร่างสูงขยับมาอยู่ตรงหน้าผมแทนต้า ใบหน้านิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง ผมเงยหน้ามองแล้วก็ได้แต่อึกอัก

     แบบนี้มัน...ใกล้เกินไปแล้วนะ...

     "ทำไม...ถึงรู้ได้ล่ะครับ"

     "พี่ดลบอกผม แถมยังบอกอีกด้วยว่าพี่ดูซึมๆ ไป เลยวานให้ผมมาดูแล"

     สาบานว่าถ้าเจอไอ้ดลอีกเมื่อไหร่ผมจะหยิกแขนมัน กัดหูมัน จะแกล้งหนักๆ ให้มันรีบขอโทษผมไม่ทันเลย

     มันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมซึมเพราะเรื่องธีม แต่มันก็ยังจะให้ธีมมาดูแลผมเนี่ยนะ อยากจะบ้า!!

     "ว่าไงครับ ตกลงพี่ยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหม"

     "คือ...พี่แค่ยังไม่หิว..."


     โครก~ คราก~


     ต้าหลุดขำทันทีที่ได้ยินเสียงท้องผมร้อง ส่วนคนตรงหน้าก็เลิกคิ้วขึ้นพลางยิ้มมุมปาก แต่ผมนี่สิแทบอยากจะมุดดินหนี เกิดมาไม่เคยรู้สึกอายขนาดนี้มาก่อน

     "หิวก็บอกว่าหิวสิครับ จะโกหกทำไม" ธีมพูดพลางยื่นมือมาข้างหน้า ผมมองอย่างงงๆ ก่อนจะเงยหน้าไปมองเจ้าของมือ "ป่ะ เดี๋ยวผมพาไปกินข้าว"

     "ไม่เป็นไรครับ พี่ไปคนเดียวได้..."

     "พอกินข้าวเสร็จผมก็ไปส่งพี่ต่อ พี่จะได้ไม่ต้องเสียค่ารถไง แล้วอีกอย่าง..."

     "..."

     "ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่ด้วย"

     แววตาของธีมดูจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมที่กำลังจะปฏิเสธอีกรอบพอเจอสายตาของคนตรงหน้าเข้าไปถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

     "ไปกับมันหน่อยเถอะพี่ ไอ้เวรนี่มันเอาแต่คิดถึงพี่จนไม่เป็นอันเรียนเลย" ต้าพูดยิ้มๆ ก่อนจะโดนคนที่ถูกพาดพิงกระทุ้งศอกเข้าที่ท้อง

     "...แล้วมันจะไม่รบกวนธีมเหรอครับ"

     "โอ๊ยพี่ รบกงรบกวนอะไร ไอ้ธีมมันเต็มใจสุดๆ ด้วยซ้ำ นี่ผมซ้อมบาสเสร็จก็กะจะไปหาข้าวกินเหมือนกัน แต่ไม่ไปกับพวกพี่ให้เป็นก้างขวางคอหรอกวางใจได้"

     "พูดมากนะมึงอ่ะ" ธีมว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะหันมาถามผมอีกรอบ "ตกลงพี่จะไปกินข้าวกับผมใช่ไหมครับ"

     ผมสบตากับคนตรงหน้าอยู่สักพัก คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับแววตาขอร้องของอีกฝ่าย "...ก็ได้ครับ"
















     ธีมบอกว่าตอนแรกกะจะพาผมไปกินร้านอาหารที่ดีกว่านี้ แต่เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ร้านอาหารส่วนใหญ่เลยปิดกันหมดแล้ว สุดท้ายเราสองคนเลยมาลงเอยกันที่ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ตอนที่มาถึงโต๊ะว่างในร้านเหลือโต๊ะสุดท้ายพอดี

     "ขอโทษนะครับที่ทำได้แค่พามากินบะหมี่" ร่างสูงว่าพลางทำหน้าสำนึกผิด ผมเลยยิ้มบางๆ กลับไปให้

     "จะขอโทษทำไมครับ พี่ไม่ใช่ลูกคุณหนูซะหน่อย จะร้านนี้หรือร้านไหนๆ มันก็คือร้านอาหารเหมือนกัน แค่กินแล้วอิ่มท้องพี่ก็โอเคแล้ว"

     ลุงคนขายยกชามบะหมี่มาเสิร์ฟหลังผมพูดจบ พอลุงเดินไปแล้วผมก็หยิบเครื่องปรุงมาปรุง แต่จู่ๆ ก็มีตะเกียบคีบหมูแดงมาใส่ในชาม ผมเหลือบมองคนตรงหน้า ก่อนจะเจอเข้ากับใบหน้าเขินๆ

     "กินเยอะๆ จะได้อิ่มๆ ครับ"

     "แล้วธีมไม่กินเหรอครับ"

     "ผมกินแค่นี้ได้ พี่นั่นแหละต้องกินเยอะๆ เห็นพี่ดลบอกว่าช่วงนี้พวกพี่เรียนหนัก ถ้าไม่กินข้าวซะบ้างแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเรียนล่ะครับ"

     คำพูดยืดยาวของอีกคนทำเอาผมเม้มปากแน่นอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ความเป็นห่วงที่ส่งมาทางสายตามันชัดเจนซะจนแก้มของผมเริ่มร้อนขึ้นมานิดๆ ธีมพูดจบก็หันไปกินบะหมี่ของตัวเอง แต่ผมแอบเห็นว่าแก้มของเขาก็แดงไม่ต่างจากผม

     "ขอบคุณนะครับ"

     ผมเอ่ยเสียงเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเส้นสีเหลืองมาเข้าปากบ้าง เราสองคนกินบะหมี่ของตัวเองกันไปเงียบๆ จนผ่านไปสักพักผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าธีมบอกไว้ว่ามีเรื่องจะคุยกับผม

     ผมเงยหน้ามองคนที่กำลังสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก และพอธีมเหลือบมาเห็นว่าผมมองเขาอยู่...

     "แค่กๆๆ!"

     ผมกุลีกุจอยื่นแก้วน้ำให้ด้วยความตกใจ คนตัวสูงรับไปดื่มอักๆๆ จนหมดแก้ว ผมมองพลางกะพริบตาปริบๆ ยังงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย

     ผมว่าผมยังไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้สำลักเส้นบะหมี่เลยนะ

     "คือ...ผมเห็นพี่มองผมอยู่เลยตกใจน่ะครับ แค่กลัวว่าตอนผมกำลังสูดบะหมี่มันจะดูน่าเกลียด" ร่างสูงอธิบายเมื่อเห็นสีหน้างงงวยของผม ยิ้มเขินๆ พลางยกมือมาแตะท้ายทอย ผมที่ได้ยินดังนั้นก็หลุดขำออกมา ปัดโธ่ ไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไร

     "ไม่เห็นน่าเกลียดเลยครับ แล้วพี่ก็ไม่ได้จ้องอะไรขนาดนั้นด้วย แค่จะถามว่า...เอ่อ..."

     ธีมเลิกคิ้วเมื่อเห็นผมเอาแต่อึกอัก ผมลังเลนิดหน่อยว่าจะถามดีไหม แต่สุดท้ายก็ถามไปจนได้

     "ที่เราบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่ มันคือเรื่องอะไรเหรอครับ"

     รอยยิ้มเขินๆ ค่อยๆ หายไปจากใบหน้าคมคาย ธีมมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ผมยังคงเงียบเพื่อรอคำตอบ สบตากับร่างสูงที่ดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ จนในที่สุดธีมก็ยอมพูดออกมา

     "ผมทำให้พี่คิดมากใช่ไหม"

     "คิดมาก? เรื่องอะไรเหรอครับ"

     "ก็ที่ช่วงนี้พี่ดูแปลกๆ ไปไง พี่คิดมากเรื่องผมใช่ไหมครับ"

     ผมสตันกับคำพูดตรงหน้าไปชั่วขณะ นึกไม่ออกว่าควรจะตอบอะไรกลับไป ธีมยังจ้องผมโดยไม่หลบสายตา กลับกลายเป็นผมซะเองที่ทนสบตาด้วยไม่ไหว

     "พี่ดลบอกว่าตั้งแต่วันที่ผมไปเจอพี่ที่ซูเปอร์ฯ พี่ก็ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ทำหน้าเหมือนมีเรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา ผมก็ไม่อยากคิดแง่ลบหรอกนะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าที่พี่เป็นแบบนี้...เพราะผม"

     ใบหน้าของคนพูดแสดงออกชัดเจนว่ากำลังเสียใจ จู่ๆ ผมก็รู้สึกผิดจนพูดไม่ออก มันจุกในอกไปหมด ธีมยังคงพูดต่อไปเหมือนไม่ได้อยากได้คำตอบจากผม แต่แค่อยากระบายความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

     "ผมไม่ได้อยากกดดันพี่เลยนะครับ แค่อยากให้พี่รับรู้ความรู้สึกของผม มีแค่นั้นจริงๆ แล้วที่ผมมาหาพี่บ่อยๆ ผมก็แค่อยากเห็นหน้าพี่เท่านั้นเอง แต่ถ้ามันทำให้พี่ลำบากใจ...ผมก็ต้องขอโทษด้วยครับ"

     "..."

     "เรื่องรูปกับคลิปในเพจ ถ้าพี่ไม่พอใจเดี๋ยวผมทักไปบอกให้เขาลบเอง และหลังจากนี้ผมจะมาหาพี่สัปดาห์ละครั้ง จะไม่โผล่หน้ามากวนใจพี่บ่อยเหมือนเก่าแน่นอน เพราะงั้นแล้ว..."

     "..."

     "อย่ารำคาญผมเลยนะ...พี่ไอ"

     แววตาของคนตรงหน้าราวกับกำลังอ้อนวอนสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต หัวใจผมวูบไหวเมื่อเผลอสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำคู่นั้นก่อนจะมองลงมายังมุมปากที่มีเศษบะหมี่ติดอยู่ พอเห็นดังนั้นผมเลยหันไปหยิบทิชชู่แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า

     ดูเหมือนคนที่คิดมากจะไม่ได้มีแค่ผมสินะ...

     ผมยื่นมือไปเช็ดปากให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา คนตัวสูงผงะไปกับการกระทำที่ไม่บอกล่วงหน้าของผม ธีมนั่งตัวแข็งทื่อมองผมไม่วางตา พอแน่ใจว่าเศษบะหมี่หมดแล้วผมเลยถอยมานั่งที่ตัวเองตามเดิม

     เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคน ธีมหลบตาผม ส่วนผมก็เอาแต่จ้องมองธีม บริเวณแก้มของคนตรงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อที่เหมือนจะเข้มกว่าเดิม ไม่ต่างกับผมที่อยู่ในสภาพเดียวกัน

     ผมถอนหายใจเบาๆ เม้มปากแน่นอยู่สักพักก่อนจะพูดออกมาในที่สุด "ธีมกำลังเข้าใจผิดอยู่นะครับ"

     เจ้าของชื่อรีบเงยหน้าขึ้นมาจากตักตัวเอง ธีมมองผมอย่างงุนงงเหมือนอยากให้ผมอธิบายเพิ่ม

     "เรื่องกระแสในโซเชียลพี่ไม่ได้คิดมากอะไรเลย อาจจะมีตั้งตัวไม่ทันบ้างที่จู่ๆ ก็กลายเป็นคนดัง แต่พี่ไม่เคยเก็บเรื่องนั้นมาซีเรียสเลยครับ"

     "ถ้างั้นทำไมพี่ดลถึงบอกผมว่า..."

     "พี่แค่มีเรื่องให้คิดมากน่ะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะงั้นธีมไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรอก"

     คนตรงหน้าจ้องมองผมกลับมา ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันก่อนจะคลายออก "แล้วเรื่องคิดมากของพี่มีผมอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า"

     หัวใจผมเต้นแรงกับคำถามที่เหมือนจะรู้ทันของอีกคน ธีมมองผมเหมือนกำลังรอคำตอบ แต่ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไงให้เขาไม่รู้สึกผิดดี

     หลายวันที่ผ่านมาผมเอาแต่คิดเรื่องของธีมก็จริง แต่ผมยังไม่อยากเปิดอกคุยกับเขา อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าผมอยากเล่นตัวหรืออะไร แต่ผมไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ผมเลยอยากขอเวลาทำใจก่อน

     "...ใช่ครับ พี่คิดมากเรื่องธีม แต่พี่ยังไม่พร้อมจะบอกตอนนี้ ขอโทษนะครับ" ผมตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ แต่ไม่ได้บอกว่าคิดมากเรื่องอะไร พอได้ยินดังนั้นคนตัวสูงเลยทำหน้าเศร้ากว่าเดิม "แต่ว่า..."

     แววตาของคนฟังกลับมามีประกายอีกครั้ง ธีมรีบเงยหน้ามามองอย่างลุ้นๆ ว่าผมจะพูดอะไรต่อ

     "พี่อาจจะยังบอกอะไรไม่ได้ก็จริง แต่พี่ไม่เคยรำคาญธีมเลยนะครับ ต่อให้ธีมมาหาทุกวันพี่ก็ไม่รำคาญ"

     "..."

     "พี่บอกแล้วไงว่าธีมเข้ามาทักพี่ได้ ถ้าพี่ไม่โอเคพี่จะอนุญาตตั้งแต่แรกทำไมล่ะ เพราะงั้นแล้ว..."

     "..."

     "ธีมอยากมาหาพี่ตอนไหนก็มาได้ตลอด ไม่จำเป็นต้องหลบหน้า โอเคไหมครับ?"

     ผมยิ้มบางๆ ให้ร่างสูงที่เหมือนจะกำลังแข่งแก้มแดงกับผม ไม่มีคำตอบออกจากปากอีกคนนอกจากใบหน้าที่กำลังอึ้งอยู่ แต่ผ่านไปสักพักธีมก็ยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่ดูดีมากๆ จนผู้หญิงทั้งร้านต่างหันมามอง เราสองคนสบตากัน ก่อนที่คนตัวสูงจะพูดขึ้นมา

     "คืนคำไม่ได้แล้วนะครับ"

     "คืนคำอะไรเหรอครับ"

     "ที่พี่บอกว่าผมมาหาพี่ได้ตลอดเวลา...ถึงจะไม่ได้บันทึกเสียงไว้แต่ผมจำได้นะ"

     ผมหลุดขำกับคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะตอบกลับไปพร้อมใบหน้าที่เห่อร้อนกว่าเดิม "ไม่คืนคำหรอกครับ สัญญาด้วยเกียรติของเด็กนิติฯ เลย"

















     TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-11-2020 13:24:25 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
เมื่อไหร่พี่ไอจะรู้ใจตนเองเนี่ยยยยย :katai1: :hao7:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เห้ออออ

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
Episode 08





     "โธ่แม่ครับ อย่าเพิ่งงอนสิ ก็ไอไม่รู้นี่นาว่าอาจารย์จะนัดสอบถี่ขนาดนี้"

     [แต่แม่ก็คิดถึงไอเหมือนกันนะ ไม่ได้เห็นหน้าลูกชายตั้งนานแม่เหงาจะตายอยู่แล้วเนี่ย]

     "เหงาก็ไปกอดพ่อกับน้องอุ่นก่อนสิครับ ไอสัญญาว่าถ้าหาวันว่างได้แล้วจะรีบกลับไปหาเลย"

     [ไม่รู้แหละ ไอต้องกลับมาไม่เกินเสาร์นี้ ถ้าพ้นวันเสาร์ไปแล้วยังไม่กลับมาแม่จะไม่ทำแฮมเบิร์กให้กินอีกเลย]

     ผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก วันนี้ก็ปาเข้าไปพฤหัสบดีแล้ว เท่ากับว่าไม่เกินมะรืนนี้ผมต้องรีบกลับบ้านก่อนที่คุณนายจะงอนไปมากกว่านี้ ผมปิดไมค์โทรศัพท์เพื่อไม่ให้คนในสายได้ยินก่อนจะหันไปกระซิบถามไอ้ดลที่นั่งอยู่ข้างๆ

     "พรุ่งนี้ไม่มีควิซใช่ป่ะ"

     "เออ ว่างทั้งวันอ่ะ จะกลับพรุ่งนี้เลยไหมล่ะ"

     "กล้าพูดว่าว่างทั้งวัน พรุ่งนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอ"

     "โดดวันนึงไม่เป็นไรหรอกน่า เชื่อกู"

     เขามีแต่ชวนกันเรียน แต่เพื่อนผมมันกลับชวนโดด ผมล่ะอยากจะบ้าตาย

     ผมทำหน้าเอือมๆ ใส่มัน ก่อนจะหันมาคุยกับคนในสายเหมือนเดิม

     [ไอ ฟังแม่อยู่เปล่าเนี่ย]

     "เมื่อกี้แม่ว่าอะไรนะครับ"

     [แม่บอกว่าเย็นนี้จะไปซื้อของมารอไอ รีบกลับมาล่ะ เดี๋ยวแม่จะทำของอร่อยๆ ไว้ให้]

     คำพูดมัดมือชกของคู่สนทนาทำเอาผมไปต่อไม่ถูก แม่บอกลาผมด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีก่อนจะวางสายไปโดยไม่รอให้ผมพูดอะไรเลย ผมหันไปมองพวกเพื่อนๆ ที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ไอ้ตาลที่เห็นผมว่างเลยชิงถามขึ้นมาทันที

     "ได้คุยกับน้องอุ่นป่ะ"

     "จะไปคุยได้ไงล่ะ ตอนนี้อุ่นไปโรงเรียน"

     "อะไรว้าาา อุตส่าห์อยากได้ยินเสียงหวานๆ ของน้องอุ่นเชียวนะเนี่ย"

     ผมเคยพาพวกมันสองคนไปบ้านครั้งหนึ่ง ไอ้ตาลติดน้องผมแจเลยครับ มันบอกว่าชอบเด็กตัวเล็กๆ อย่างน้องอุ่น ทุกครั้งที่พ่อหรือแม่ผมโทรมามันเป็นต้องขอคุยกับน้องอุ่นตลอด

     ส่วนสาเหตุที่ผมเกือบจะโดนแม่งอนก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ วันก่อนผมไปสัญญากับแม่ไว้ว่าจะกลับบ้าน แต่เอาเข้าจริงกลับลืมไปสนิท ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าอาจารย์จะไม่ปรานีกันเลย เดี๋ยวก็ควิซย่อย เดี๋ยวก็งานกลุ่ม แล้วเดี๋ยวพอจบงานกีฬาสานสัมพันธ์ก็จะสอบไฟนอลอีก ไม่ต้องถามถึงเวลานอน แค่เวลาอ่านหนังสือยังไม่ค่อยมีเลย

     "แล้วยังไง จะกลับเสาร์นี้เหรอ"

     "ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นอ่ะ ไม่งั้นคราวนี้แม่งอนกูจริงๆ แน่ และอีกอย่างกูก็คิดถึงน้องอุ่นเหมือนกัน"

     "กูไปด้วยยย กูอยากกอดน้องอุ่นนน" ไอ้ตาลทำสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะหงอยลงเมื่อโดนคนที่นั่งข้างผมขัดขึ้นมา

     "เสาร์นี้พี่เจก็จะกลับมาแล้ว มึงไม่ไปรับเขาเหรอ"

     "แต่กูอยากเจอน้องอุ่นอ่าาา"

     "น้องไอ้ไอไว้ไปหาคราวหน้าก็ได้ แต่ถ้ามึงไม่ไปรับแฟนคราวนี้ระวังจะโดนงอนเหมือนไอ้ไอนะ"

     คิ้วผมกระตุกทันทีที่โดนว่ากระทบ ผมทำหน้ามุ่ยพลางเอื้อมมือไปดึงหูคนพูด

     "กูยังไม่โดนแม่งอนซะหน่อย มึงนี่พูดจาไม่เข้าหูชะมัด"

     "แล้วใครที่โดนแม่ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่กลับบ้านจะอดกินแฮมเบิร์ก"

     ตอนแรกผมแค่ดึงหูมันเบาๆ ไม่กล้าดึงแรงกลัวเจ็บ แต่พอเห็นสีหน้ากวนส้นเท้าของมันแล้วผมก็อดใจไม่ไหว เพิ่มระดับความแรงจนใบหน้ายิ้มๆ เปลี่ยนเป็นเหยเกทันที

     "ไอ้ไอกูเจ็บ ปล่อยก่อนๆๆ"

     "ยังมีอารมณ์มาทำหน้าระรื่นได้อีกเนอะ ที่ทำไว้เมื่อวานยังไม่สำนึกใช่ไหม"

     "กูอยากช่วยมึงหรอกนะถึงโทรไปหาไอ้ธีมอ่ะ ไม่งั้นป่านนี้มึงก็ยังคิดมาก...โอ๊ยๆๆ พอแล้วๆ กูขอโทษ"

     หลังจากดึงขึ้นดึงลงจนพอใจแล้วผมก็ปล่อยหูไอ้ดลให้เป็นอิสระ มันยกมือมากุมใบหูที่แดงเถือกทันที ปากก็บ่นขมุบขมิบไปเรื่อย ผมยิ้มสะใจก่อนจะหันมากินข้าวตามเดิม ใบหน้าหล่อเหลาเลยหงิกงอมากขึ้น

     เมื่อวานผมปรับความเข้าใจกับธีมไปหน่อยนึงแล้วก็จริง แต่ยังไงผมก็โกรธไอ้ดลที่บังอาจมาหลอกผมอยู่ดี ผมรู้ว่ามันเป็นห่วง แต่บอกกันก่อนนิดนึงก็ได้ ไม่เห็นต้องทำอะไรขนาดนี้เลย

     "แล้วพิงค์อ่ะเป็นไงบ้าง เมื่อวานมึงพาน้องเขาโดดซ้อมนี่ ป่านนี้ไม่โดนพวกรุ่นพี่ลงโทษแย่แล้วเหรอ"

     "เมื่อเช้ากูพาพิงค์ไปคุยกับรุ่นพี่แล้ว บอกไปว่าพิงค์ไม่สบายเลยพากลับก่อนโดยไม่ได้บอก"

     "เด็กขี้โกหก" ไอ้ตาลพูดลอยหน้าลอยตา

     "หรือจะให้กูเลิกโกหกแล้วบอกความจริงกับพี่เจว่ามึงแอบลวนลามผู้ชายทางสายตาไปแล้วกี่คน"

     "เฮ้ย! อย่าเชียวนะมึง ความรักของกูกับพี่เขากำลังไปได้ดี มึงห้ามมาเป็นยมบาลผจญเด็ดขาด"

     ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน รู้สึกแหม่งๆ กับคำพูดเมื่อกี้ยังไงชอบกล "มารผจญหรือเปล่าวะ"

     "ยมบาลผจญเหอะ"

     "มารผจญ!" ผมพูดกลับไปพร้อมเปิดพจนานุกรมในกูเกิลให้ดู คนตรงหน้าถึงกับยิ้มแห้งทันที

     "อ้าว...กูจำผิดเหรอ"

     ไอ้นี่ก็อีกคน ผิดแล้วยังจะเถียงอีก ผมล่ะเหนื่อยใจกับพวกมันแต่ละคนจริงๆ

     "ว่าแต่...แผนกูเป็นไงบ้างวะ"

     "แผนอะไรของมึง"

     "ก็แผนที่กูทำให้มึงได้อยู่กับไอ้ธีมสองต่อสองเมื่อวานไง มึงยังไม่เล่าให้ฟังเลยนะ" ไอ้ดลเอ่ยยิ้มๆ พลางขยับมากระทุ้งศอกเบาๆ

     "กูจำเป็นต้องเล่า?"

     "เออสิ ที่กูทำไปเพราะเป็นห่วงมึงนะเว้ย นี่พูดจริงไม่เล่นแล้ว"

     ผมถอนหายใจเบาๆ มองหน้าคนถามที่ทำหน้าเหมือนอยากรู้มากๆ "ก็ไม่เป็นยังไง"

     "ฮะ? หมายความว่าไงวะ"

     "ก็หมายความว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไง ทุกอย่างยังปกติเหมือนเดิม"

     "อ้าว! กูเห็นว่ามึงซึมเรื่องไอ้ธีมเลยช่วยสร้างโอกาสให้พวกมึงเปิดอกคุยกัน นี่ยังไม่คุยกันอีกเหรอ" ไอ้ดลมองผมพลางขมวดคิ้ว รอยยิ้มของมันหายไปแล้ว เป็นสัญญาณว่ามันกำลังเข้าสู่โหมดจริงจัง ถึงแม้วิธีของมันจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่แต่ดูจากสีหน้าแล้วมันคงเป็นห่วงผมจริงๆ มันเลยพูดเหมือนไม่พอใจที่เมื่อวานผมไม่ทำอะไรเลย

     ผมจ้องไอ้ดลกลับไป ไอ้ตาลที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์มองพวกผมสองคนอย่างงุนงง "จริงๆ ก็ได้คุยกันแหละ แต่แค่ไม่ได้คุยทุกเรื่องที่ควรจะคุย"

     "ทำไมวะ บอกกูได้ไหม"

     เราสองคนมองหน้ากันสักพัก จนสุดท้ายผมก็ยอมพูดออกมา "...กูเข้าใจว่ามึงเป็นห่วงนะ กูขอบคุณมึงมากๆ แต่กูอยากขอเวลาทบทวนอะไรหลายๆ อย่างก่อน ถึงนี่จะเป็นความรักครั้งแรกในชีวิตแต่กูก็ไม่อยากผลีผลามเหมือนคนต้องการความรักจนตัวสั่น แล้วอีกอย่าง..."

     "..."

     "กูกลัวผลที่จะตามมา ถ้ากูพูดออกไปตรงๆ กูไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เลยอยากให้ตัวเองพร้อมก่อนแล้วค่อยไปเคลียร์กับธีมทีเดียว"

     ไอ้ดลมองผมอย่างอึ้งๆ มันคงนึกไม่ถึงว่าผมจะคิดอะไรมากมายขนาดนี้ อันที่จริงไม่ใช่แค่มันหรอก ผมยังงงกับตัวเองเลย ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยมาตลอด แต่พอมีธีมเข้ามาในชีวิตไม่รู้ทำไมถึงเอาแต่คิดมากอย่างนี้

     "นี่กูแค่ไม่อยู่วันเดียวถึงกับพลาดเรื่องสำคัญไปเลยเหรอวะ" ไอ้ตาลถามหน้าตื่นๆ คนด้านข้างเหลือบมามองผมนิ่งๆ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าที่สลดลง

     "เมื่อวานกูให้ไอ้ธีมไปส่งไอ้ไอน่ะ กะจะให้มันสองคนปรับความเข้าใจกัน แต่กู...ไม่นึกว่าจะเป็นการเร่งรัดมัน"

     "เนี่ย ทำอะไรไม่ปรึกษากูไง กูบอกแล้วว่าเรื่องความรักกูเชี่ยวชาญที่สุดในกลุ่ม อย่างมึงน่ะแค่มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง...โอ๊ยไอ้ดล ทำอะไรของมึงเนี่ย" เพื่อนสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มร้องโวยวายเมื่อโดนผลักหน้าผาก ส่วนคนแกล้งก็หันมาพูดกับผมต่ออย่างปลงๆ

     "กูก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามึงจะคิดอะไรเยอะแยะ แต่ในเมื่อมึงยังไม่พร้อมกูก็คงทำอะไรไม่ได้สินะ" พูดจบมันก็ยื่นมือมาลูบหัวเหมือนผมเป็นลูกมัน "กูผิดเองแหละ สัญญาไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะรอมึงพร้อมแล้วพาไปคุยกับไอ้ธีม แต่สุดท้ายก็เผลอทำตัวเป็นพ่อสื่อจนได้"

     "กูก็ผิดเหมือนกันที่ทำตัวให้มึงเป็นห่วง ขอโทษนะเว้ย หลังจากนี้กูจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว"

     "เออ รู้ว่ากูห่วงแล้วก็รีบกลับมาบ้าบอไวๆ ล่ะ" มันพูดยิ้มๆ "ว่าแต่...ที่มึงพูดมาทั้งหมดนี่คือเริ่มเปลี่ยนใจเรื่องปฏิเสธไอ้ธีมแล้วใช่ไหม"

     ผมอึกอักนิดหน่อยกับคำถามสายฟ้าแลบของเพื่อน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้

     "กรี๊ด!!!" จู่ๆ คนที่นั่งเงียบมาสักพักก็ส่งเสียงแหลมขึ้นมา เล่นเอาพวกผมสองคนสะดุ้งไปตามๆ กัน

     "เป็นเหี้ยไรมึงเนี่ย จะกรี๊ดทำไม เผลอแดกแมลงสาบเข้าไปเหรอ"

     "ก็กูฟินนี่นา! ไอ้ไอเพื่อนกูจะไม่หักอกน้องธีมแล้ว!!"

     ผมรีบเอื้อมมือไปปิดปากไอ้ตาลอย่างไวก่อนที่คนในโรงอาหารจะหันมามอง เสียงของมันไม่ใช่เบาๆ ผมไม่อยากดังไปมากกว่านี้หรอกนะ

     "มึงจะพูดเสียงดังทำไมเนี่ย"

     "อูอ๋อโอ้ด อูเอ๋อ" (กูขอโทษ กูเผลอ)

     "ใครจะหักอกใครเหรอครับ"

     พวกผมสามคนรีบหันไปมองต้นเสียงทันที ทันใดนั้นผมก็ตกใจจนเผลอปล่อยมือออกจากปากไอ้ตาล ธีมกับต้ายืนมองพวกผมด้วยสีหน้างุนงง การปรากฏตัวของหนุ่มหล่อแห่งคณะวิทย์กีฬาทำให้คนรอบข้างต่างฮือฮากันยกใหญ่

     "เอ่อ...คือ...อ๋อ! ไอ้ตาลน่ะ มันจะหักอกคนที่มาจีบเพราะมันมีแฟนอยู่แล้ว" ไอ้ดลที่มีสติมากสุดรีบด้นสดเพื่อเอาตัวรอด ต้าพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะยิ้มเผล่แล้วนั่งลงข้างไอ้ตาลเหมือนไม่ได้ติดใจเรื่องเมื่อครู่แล้ว

     เฮ้อ...โล่งอกไปที ดูท่าว่าทั้งสองคนจะไม่ได้ยินที่พวกผมคุยกันนะ

     "วันนี้พวกผมขอมานั่งกินข้าวด้วยนะครับ เผอิญว่ามีคนป่วยอยู่คนนึง ถ้าไม่ได้เห็นหน้ารุ่นพี่ที่มันแอบชอบมันจะกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายหัวใจว้าวุ่น" ต้าพูดไปยิ้มไป ก่อนจะหันไปแซวคนที่ยังยืนอยู่ "เอ๊ะ อย่างมึงนี่ไม่เรียกแอบแล้วมั้ง เล่นบอกชอบเขาซะโจ่งแจ้งขนาดนั้น"

     ธีมมองค้อนเพื่อนตัวเอง บริเวณแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ ส่วนไอ้ดลก็เอาแต่หัวเราะก่อนจะลุกไปตบไหล่รุ่นน้องตัวเอง

     "อาการหนักนะมึงอ่ะ หนักขนาดนี้คงต้องนั่งใกล้ๆ เขาแล้วล่ะจะได้หาย" มันว่าจบก็เดินมาเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวที่กินค้างอยู่ไปอีกฝั่ง ก่อนจะย้ายไปนั่งข้างไอ้ตาลที่มองมาอย่างยิ้มๆ เท่ากับว่าฝั่งที่ผมนั่งอยู่เลยเหลือแค่ผมกับธีม

     ...ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนแกล้งอยู่เลย

     "เอ้า รออะไรล่ะครับคุณชาย พวกพี่เขาอนุญาตแล้วมึงก็นั่งสิ หรือจะยืนกิน?"

     ธีมทำท่าทางอึกอัก ก่อนจะหันมามองผมแล้วยิ้มเขินๆ "ขอผมนั่งด้วยนะ"

     มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงมีแต่ต้องตกลงสินะ...

     ผมไม่ตอบอะไร แต่ระบายยิ้มบางๆ แล้วเขยิบไปทางด้านซ้ายเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับคนตัวสูง ธีมค่อยๆ นั่งลงข้างผมด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่าประหม่า แต่อย่าว่าแต่เขาเลย เห็นผมนิ่งๆ แบบนี้แต่ในใจก็ประหม่าไม่แพ้กัน

     เคยกินข้าวด้วยกันก็หลายครั้ง แต่เพิ่งจะเคยนั่งกินข้าวข้างกันก็วันนี้นี่แหละ

     "ตามสบายนะคะน้องธีม คิดซะว่าฝึกความเคยชินไว้ เพราะเดี๋ยวน้องธีมก็ต้องมากินข้าวที่นี่บ่อยอยู่แล้ว"

     ร่างสูงทำหน้างง ผิดกับผมที่แทบจะแยกเขี้ยวใส่คนพูด ผมยังไม่ได้บอกซะหน่อยว่าจะยอมคบกับธีม อย่าพูดเหมือนในอนาคตจะได้คบกันแน่ๆ ได้ไหมเนี่ย

     "เดี๋ยวกูไปซื้อข้าวให้ มึงนั่งอยู่นี่แหละ ซึมซับไออุ่นจากพี่เขาเยอะๆ เวลาเรียนจะได้ไม่ต้องเพ้อถึงเขาอีก"

     ธีมมองค้อนคนที่พูดจบก็รีบลุกหนีไปอีกรอบ เพื่อนผมทั้งสองคนมองมาเหมือนอยากแซวแต่ก็ต้องเงียบไว้เพราะโดนผมทำหน้าขึงขังใส่ ส่วนผมน่ะเหรอ ทำตัวไม่ถูกสิครับ ไม่รู้จะหน้าแดงกับประโยคไหนก่อนดี

     ผมเพิ่งรู้ว่าต้าเป็นคนขี้แซวไม่ต่างจากเพื่อนผมก็วันนี้เอง...

     "เป็นไงบ้างมึง เห็นว่าช่วงนี้ต้องซ้อมบาสทุกวันเลยนี่หว่า" ไอ้ดลชวนคนข้างๆ ผมคุย มันคงเห็นว่าผมกับธีมต่างก็เกร็งที่โดนแซวรัวๆ เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศ

     "มีแค่เพื่อนๆ ผมแหละครับที่ซ้อมหนัก ผมไม่ได้ซ้อมเพราะไม่ได้ลงแข่ง"

     "ทำไมวะ อาจารย์เขามาทาบทามมึงเลยไม่ใช่เหรอ"

     "ผมไม่ชอบความกดดันอ่ะพี่ พอเราลงแข่งคนดูก็จะคาดหวังให้เราชนะ แต่ถ้าเราแพ้ขึ้นมาเขาก็จะผิดหวัง ผมไม่อยากเจอกับอะไรแบบนั้น"

     "มึงนี่เป็นคนคิดมากเหมือนกันนะเนี่ย..." ไอ้ดลว่าพลางเหลือบมามองผม "คิดมากเหมือนใครบางคนเลยว่ะ"

     ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนมันยังพูดดีกับผมอยู่เลย มาตอนนี้กลับผสมโรงกับไอ้ตาลแซวผมอีกคน ผมล่ะเชื่อมันเลย!

     "แต่อาจารย์เขาถึงกับมาทาบทามเลยนะ แปลว่าเขามองเห็นฝีมือของเราไม่ใช่เหรอ พี่ว่าลองลงแข่งสักครั้งก็ไม่เสียหายนะ"

     "มันก็จริงแหละครับพี่ตาล อาจารย์ก็บอกเหมือนกันว่าถ้าผลที่ออกมามันดีผมมีโอกาสที่จะได้ไประดับประเทศเลย แต่ผมอยากเลือกความสบายใจของตัวเองมากกว่า แล้วผมก็ไม่ได้จริงจังกับบาสเกตบอลด้วย ที่มาเรียนวิทย์กีฬาก็แค่เรียนตามความชอบของ..." ร่างสูงหยุดคำพูดไว้แค่นั้น ทำหน้าอึกอักเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกแล้วก็ไม่พูดต่อ

     "มึงพูดว่าไงนะ เรียนตามความชอบของอะไร"

     "...ของผมน่ะครับ ผมแค่จะบอกว่าผมชอบเล่นกีฬาเลยมาเรียนวิทย์กีฬา แต่ชอบเล่นเป็นงานอดิเรกมากกว่า ไม่ได้อยากจริงจังถึงขั้นเอาไปประกอบอาชีพ"

     ไอ้ดลพยักหน้ารับคำพูดของคนตัวสูง ผมฟังแล้วก็แอบเสียดายเหมือนกันนะ ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องกีฬาแต่เท่าที่เคยเห็นธีมเล่นบาสถือว่าเขาเล่นเก่งมากๆ ถ้าธีมลงแข่งจริงผมว่ามอผมน่าจะมีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นเยอะเลย

     แต่ก็นะ ถ้าเจ้าตัวไม่อยากลงคนอื่นก็คงไปบังคับอะไรไม่ได้ ที่ธีมพูดมาผมก็เข้าใจ การโดนคนอื่นคาดหวังมันก็กดดันจริงๆ น่ะแหละ

     "มาแล้วคร้าบคุณชายธีม ขอโทษที่ให้รอนานนะคร้าบบบ" ต้าเดินกลับมาพร้อมกับข้าวมันไก่สองจานในมือ หลังจากวางหนึ่งจานลงตรงหน้าคนข้างๆ ผมแล้วตัวเองก็ไปนั่งข้างเพื่อนผมตามเดิม "เออจริงด้วย พี่ไอครับ เย็นนี้ไปดูพวกผมซ้อมบาสไหม"

     "หืม? คิดยังไงถึงมาชวนพี่ล่ะครับ"

     "วันนี้ทีมผมขาดไปคนนึง ไอ้ธีมเลยจะมาเล่นแทนน่ะครับ ที่มาหาถึงโรงอาหารนี่มันก็กะจะมาชวนพี่นั่นแหละ แต่เห็นแม่งไม่กล้าพูดสักทีผมเลยพูดแทน"

     "ไอ้ต้า"

     "เอ้า ก็กูพูดความจริง นี่ถ้ากูไม่ชวนให้เย็นนี้มึงก็ต้องเหงาหงอยเพราะไม่มีกำลังใจจากพี่ไอ จะเอาแบบนั้นเหรอ"

     ธีมถลึงตาใส่เพื่อนตัวเอง ส่วนผมก็ขำออกมาเบาๆ พลางคิดว่าจะไปดีไหม แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเพื่อนผมก็รีบพูดขึ้นมาเหมือนกลัวว่าผมจะปฏิเสธ

     "ไปค่ะไป! ไปแน่นอนค่ะ"

     "เดี๋ยวนะมึง น้องเขาถามกูไม่ใช่เหรอ"

     "ใครจะตอบก็ไม่สำคัญหรอกเพราะยังไงคำตอบก็เหมือนกันอยู่ดี หรือมึงจะไม่ไป?"

     "คือกู..." ผมกำลังจะบอกว่าขอคิดก่อน แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาของร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมก็พูดไม่ออกซะงั้น ธีมไม่ได้เร่งเร้าผมก็จริง แต่แววตาเขาแสดงออกชัดเจนว่าอยากให้ผมตอบตกลง

     เฮ้อ...ไปก็ไป ยังไงก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่อยากไปอยู่แล้วนี่นะ

     "...ก็ได้ครับ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะไปเชียร์"

     รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคนตัวสูงทันทีที่ผมตอบออกไปแบบนั้น ต้ายื่นหน้ามายิ้มให้ผมแล้วเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ "จะเชียร์คนแข่งจริงอย่างผม หรือจะเชียร์คนที่มาเล่นแทนอย่างไอ้ธีมเหรอครับ"

     "สำหรับน้องต้าเดี๋ยวพี่กับไอ้ดลเชียร์เอง ส่วนน้องธีมให้เพื่อนพี่เชียร์ไปละกันเนอะ...ว้าย!" คนตรงหน้าร้องอุทานเมื่อโดนผมปาน้ำแข็งใส่ ผมทำหน้าเอือมๆ ใส่มัน คิดจะแซวทุกประโยคเลยหรือไง

     "ซ้อมกี่โมงวะ"

     "สี่โมงเย็นครับ" ธีมตอบเพื่อนผม

     "พวกกูเลิกเรียนบ่ายสาม เดี๋ยวกูกับไอ้ตาลจะไปดูด้วยละกัน"

     "ได้เลยพี่ ผมก็จะมาชวนพวกพี่ด้วยอยู่แล้ว"

     "อ้าวเหรอ กูนึกว่ามึงอยากชวนแค่เพื่อนกูซะอีก" ไอ้ดลพูดพลางแค่นยิ้ม คนตัวสูงเลยยกมือมาลูบลำคอแก้เขิน

     "ผมก็ไม่ได้ลำเอียงขนาดนั้นซะหน่อย"

     "แต่เวลาว่างๆ กูเห็นมึงเพ้อถึงพี่ไอคนเดียวเลยนะ"

     "ก็กูชอบแค่พี่ไอไหมล่ะ ไม่ได้ชอบคนอื่นด้วยซะหน่อย"

     เพื่อนๆ ผมส่งเสียงโห่แซวกันยกใหญ่ ต้าเองก็เอากับเขาด้วยเหมือนกัน ผมที่โดนบอกชอบตรงๆ ได้แต่เม้มปากแน่นพลางเสมองไปทางอื่น ไม่อยากให้อีกคนรู้ว่าตอนนี้ใบหน้าผมกำลังเห่อร้อนแค่ไหน

     "อย่าพูดเยอะ เพื่อนกูมันเขินจนทำตัวไม่ถูกแล้ว"

     "ใครบอก กูไม่ได้เขินซะหน่อย"

     "แล้วที่แก้มแดงอยู่นั่นคืออะไร เผ็ดน้ำจิ้มข้าวมันไก่?"

     มันจะมีสักวันไหมที่ผมจะไม่โดนเพื่อนแซว ให้ตายสิ!

     "พี่ไอเขินเหรอ" ผมหันไปมองหน้าคนถาม แล้วก็เพิ่งรู้ว่าธีมเองก็หน้าแดงไม่ต่างกัน คนตัวสูงยกมือแตะท้ายทอย ยิ้มนิดๆ แต่กลับดูดีมากๆ "ผมก็เขินเหมือนกันนะไม่ใช่ไม่เขิน แต่ผมอยากพูดบ่อยๆ พี่จะได้ไม่ลืมไงครับ...ว่ากำลังมีคนชอบพี่อยู่"

     คำพูดของธีมทำให้อีกสามคนที่เหลือยิ้มกริ่มจนแก้มแทบแตก ไม่ต้องพูดถึงผมหรอก แก้มร้อนถึงขนาดจะทอดไข่ได้อยู่แล้ว เสียงโห่แซวยังคงมีอยู่เรื่อยๆ ผมที่ไม่รู้จะทำยังไงเลยหันหน้าหนีซะเลย

     ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาผมไม่เคยเสียอาการขนาดนี้มาก่อน พอมาเจอแบบนี้เลยไปต่อไม่ถูกเลย...

















     - มีต่อ -


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-11-2020 13:40:00 โดย Cloverberry »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-3
     "กรี๊ดดดดดด!"

     "น้องธีมสู้เขาค่าาาาา!!"

     "พี่เป็นกำลังใจให้น้องธีมน้าาา!!!"

     "น้องต้าาาาาา!! อย่ายอมแพ้เขาาาา!!!!"

     เสียงเชียร์จากคนบนอัฒจันทร์ดังปะปนไปกับเสียงลูกบาสที่กระทบแป้นครั้งแล้วครั้งเล่า ที่กลางสนามมีกลุ่มคนประมาณสิบคนกำลังยื้อแย่งลูกกลมๆ สีส้มเพื่อทำแต้มให้ทีมตัวเอง คนที่นั่งข้างผมส่งเสียงเชียร์อย่างมีอารมณ์ร่วมเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมกลับคิดว่ามันอินมากเกินไปหน่อย

     "วู้ววววววว! น้องธีมมมมมม!! สู้เขาาาาาาา พี่ไอคอยเชียร์อยู่น้าาาาาาา!!!"

     "จะพูดชื่อกูทำไมเนี่ย" ผมยื่นหน้าเข้าไปตะโกนใกล้ๆ หูไอ้ตาล

     "พูดชื่อมึงนี่แหละดีแล้ว น้องเขาจะได้มีแรงฮึด" พูดจบมันก็หันไปมองสนามต่อ ไม่สนผมที่กำลังทำหน้าเอือมๆ "น้องธีมสู้ตายค่าาาาาา!! พี่ไออยู่ตรงนี้!!!"

     เอากับมันสิครับ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

     "อย่าเอาแต่นั่งเงียบดิ ไอ้ธีมอุตส่าห์ไปชวนมึงถึงคณะนะ ตะโกนเชียร์มันบ้างก็ได้ ไม่ต้องกลัวมันโดนลูกบาสอัดหน้าเหมือนตอนนั้นหรอก"

     "ต้องตะโกนด้วยเหรอ มองเฉยๆ ไม่ได้เหรอวะ"

     ไอ้ดลส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะชี้ให้ผมหันไปมองรอบๆ ตัว "มึงเห็นที่คนพวกนั้นส่งเสียงเชียร์ไหม"

     "เห็น"

     "เก้าสิบเปอร์เซ็นต์กูได้ยินแต่เสียงเชียร์ไอ้ธีม นั่นเป็นหลักฐานว่ามันดังแค่ไหน"

     "เรื่องนั้นกูรู้อยู่แล้ว"

     "แต่ที่มึงยังไม่รู้คือไอ้ธีมไม่ได้อยากดัง เหมือนกับที่มึงไม่อยากมีคนรู้จักเยอะนั่นแหละ มันไม่เคยสนคนที่เป็นแฟนคลับมันด้วยซ้ำ แต่มันสนแค่มึงคนเดียว"

     "..."

     "เชื่อกูดิ ร้อยเสียงเชียร์จากคนอื่นก็ไม่เท่าหนึ่งเสียงเชียร์จากมึงหรอก"

     ไอ้ดลตบไหล่ผมเบาๆ ผมไม่ตอบอะไรแต่หันไปมองร่างสูงที่เพิ่งชู้ตบาสลงห่วงทำแต้มให้ทีมไปได้ คนที่อยู่ทีมเดียวกับธีมต่างพากันเดินมากอดคอไม่ก็แท็กมือ เสียงเชียร์จากคนดูดังขึ้นเป็นเท่าตัวจนคนในสนามหันมายิ้มให้

     พอไอ้ดลมาพูดอย่างนี้ผมก็เริ่มลังเลว่าจะทำตามที่มันแนะนำดีไหม แต่เอาตรงๆ คือผมรู้สึกอายกับการที่ต้องแหกปากเชียร์เหมือนคนอื่นๆ จริงอยู่ที่เสียงของผมอาจจะถูกเสียงรอบข้างกลบจนมิด แต่ผมชอบนั่งมองเฉยๆ มากกว่า ให้ไปตะโกนโหวกเหวกมันดูไม่ใช่ผมเลย

     การแข่งเริ่มขึ้นอีกครั้งโดยที่คราวนี้ฝ่ายธีมเหมือนจะตกมาเป็นรอง คงเพราะอีกฝ่ายมองการเคลื่อนไหวของธีมกับต้าที่เป็นตัวหลักของทีมออกทะลุปรุโปร่ง เมื่อเห็นว่าตัวเองโดนเพ่งเล็งคนตัวสูงเลยส่งลูกให้เพื่อนรับช่วงต่อ แต่ก็โดนคู่แข่งแย่งไปได้ในเสี้ยววินาทีต่อมา ผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าเกมนี้จะจบยังไง แน่นอนว่าผมกับเพื่อนๆ เองก็เช่นกัน และในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะกระโดดโยนลูกบาสลงห่วงเพื่อนของธีมก็พุ่งเข้ามาแย่งลูกกลับไปได้ซะก่อน

     ผมกลั้นหายใจอย่างลุ้นสุดตัว เพื่อนคนนั้นกำลังเลี้ยงลูกแล้ววิ่งไปยังแป้นบาสของอีกฝั่ง แต่ระหว่างทางก็มีคนมาขวางไว้ เลยส่งลูกไปให้ธีมที่อยู่ใกล้แป้นมากกว่าตัวเอง ผมจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ในใจก็ขอให้อย่ามีคนมาขวางอีกเลย และในตอนที่มีคนทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามาแย่งลูกบาส ร่างสูงก็ตัดสินใจกระโดดโยนลูกไปที่แป้นทันที...


     ฝึบ!


     "กรี๊ดดดด! น้องธีมเก่งมากกก!!"

     "สุดหล่อของพี่เก่งที่สุดดดดดดด!!!"

     "น้องธีมขาาาา!! ทั้งเก่งทั้งหล่อเลยค่าาาา!!!"

     เสียงคนดูดังขึ้นอีกครั้งเมื่อลูกบาสสีส้มลอยไปเข้าห่วงโดยไม่ชนขอบสักนิด ผมยิ้มออกมาอย่างดีใจ ขณะเดียวกันก็โล่งใจไปด้วย แต่คราวนี้ธีมหันมามองบนอัฒจันทร์ตรงที่ผมนั่งอยู่แล้วส่งยิ้มมาให้เหมือนอยากอวดผลงานตัวเอง เล่นเอาคนที่นั่งอยู่แถวนี้กรี๊ดกร๊าดไปตามๆ กัน

     "อร๊ายยยย! น้องธีมยิ้ม!! มึงเห็นไหมว่าน้องธีมยิ้ม!!!"

     "เขายิ้มให้ใคร!! กูหรือเปล่า ต้องเป็นกูแน่ๆ เลย!!!"

     "โอ๊ยมึงงง กูจะเป็นลมมม น้องธีมยิ้มได้หล่อมากกกก!!!"

     "มึงไม่ต้องคิดมาก กูมั่นใจว่าน้องธีมยิ้มให้มึง พวกชะนีข้างหลังมันก็แค่มโนไปเอง" ไอ้ตาลยื่นหน้ามาพูดแข่งกับเสียงกรี๊ดที่ยังดังอยู่

     "กูยังไม่ได้คิดมากอะไรเลย แล้วมึงรู้ได้ไงว่าธีมยิ้มให้กู"

     "น้องเขาเพิ่งบอกชอบมึงไปเมื่อตอนกลางวัน เขาก็ต้องยิ้มให้มึงป่ะวะ หรือมึงอยากให้น้องยิ้มให้คนอื่น?"

     ผมถลึงตาใส่คนพูด เมินคำถามมันด้วยการมองไปทางอื่น เอาจริงๆ ผมก็พอจะรู้อยู่ว่าธีมยิ้มให้ผม แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นผมก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ดี...

     ผมเขินน่ะครับ เลยต้องกลบเกลื่อนด้วยการทำเป็นไม่รู้ เพื่อนๆ จะได้ไม่รู้ว่าผมเขินอยู่

     "เอ่อ...พี่ไอครับ ขอผมคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม"

     พวกผมสามคนหันไปมองคนที่เดินเข้ามาทัก คนที่ผมจำได้ว่าอยู่ในกลุ่มเพื่อนของธีมกำลังยืนยิ้มแหยๆ อยู่ตรงหน้า ผมพยักหน้ากลับไปทั้งที่ในใจก็งงอยู่นิดหน่อย

     "ได้สิครับ ว่าแต่น้อง..."

     "ผมทอยครับ เพื่อนไอ้ธีมมัน" คนพูดยิ้มอย่างดีใจพลางนั่งลงบนที่นั่งตรงหน้าที่อยู่เยื้องด้านล่างลงไป

     "น้องทอยจะคุยอะไรกับพี่เหรอครับ"

     "จริงๆ ไม่ได้จะคุยหรอกครับ แต่จะขอให้พี่ช่วยอะไรอย่างนึง"

     ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง "ช่วย? พี่เนี่ยนะครับ"

     "ใช่ครับ ต้องเป็นพี่เท่านั้นถึงจะช่วยผมได้"

     จากที่งงอยู่แล้ว พออีกฝ่ายพูดแบบนี้ผมยิ่งงงขึ้นไปอีก "จะให้พี่ช่วยอะไรอ่ะครับ"

     น้องทอยหันซ้ายหันขวา ก่อนจะพนมมือไว้เหนือหัวแล้วหลับตาพูด "ขอร้องล่ะครับพี่ไอ! ช่วยไปพูดให้ไอ้ธีมลงแข่งบาสหน่อยนะครับ!"

     ผมกับเพื่อนๆ ต่างทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำขอของคนตรงหน้า น้องทอยลืมตาข้างหนึ่งมามอง พอเห็นผมไม่ตอบรับสักทีเลยทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้

     "เอ่อ...ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะว่าเรื่องมันเป็นมายังไง คือพวกพี่งงไปหมดแล้ว" ไอ้ตาลพูดพลางยิ้มแห้ง คนตรงหน้าเลยรีบเอามือลงก่อนจะเริ่มเล่า

     "คืออาจารย์ผมเห็นว่าไอ้ธีมฝีมือดีเลยอยากให้มันลงแข่งในงานกีฬาสานสัมพันธ์น่ะครับ แต่แกตามตื๊อเท่าไหร่ไอ้ธีมก็เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว อาจารย์เลยวานให้ผมที่เป็นเพื่อนมันมาพูดแทน..."

     "แต่ไอ้ธีมก็ไม่ฟังมึงเหมือนกัน?" ไอ้ดลเอ่ยขึ้นมาอย่างคาดเดาความเป็นไปได้

     "ใช่ครับ และไม่ใช่แค่ผมนะ แต่ใครพูดอะไรไปมันก็ไม่ฟังทั้งนั้น ผมเลยคิดว่าคงมีแต่พี่ไอที่มันน่าจะยอมฟัง..."

     "..."

     "ผมขอล่ะพี่ ถือซะว่าช่วยรุ่นน้องคนนึง ถ้าพี่ทำให้ไอ้ธีมลงแข่งได้ผมยอมทำอะไรก็ได้ตามที่พี่ต้องการเลย"

     ผมกัดริมฝีปากอย่างคิดหนัก เพื่อนทั้งสองคนต่างก็มองมาเหมือนรอให้ผมตัดสินใจ น้องทอยกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าน่าสงสารซะจนผมทำตัวไม่ถูก

     ...จู่ๆ ก็มีเรื่องลำบากใจเข้ามา เล่นซะผมตั้งตัวไม่ทันเลย

     "คือ...ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เห็นใจเรานะครับ แต่ธีมเขาจะยอมฟังพี่จริงๆ เหรอ"

     "โอ๊ยพี่ครับ ไอ้ธีมมันคลั่งพี่จะตาย พี่สั่งให้ทำอะไรมันก็ทำตามหมดแหละ"

     ผมล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าน้องทอยเขาเอาความมั่นใจมาจากไหน

     "น่านะพี่ ผมไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว ถ้าถึงวันงานแล้วไอ้ธีมไม่ได้ลงแข่งผมต้องโดนอาจารย์บ่นยับแน่" คนพูดทำปากเบะประกอบคำพูดอีกรอบ พอเห็นดังนั้นผมยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่

     "รับปากไปเถอะมึง กูเห็นหน้าน้องแล้วสงสารว่ะ" ไอ้ตาลมากระซิบหูข้างขวา

     "แค่พูดให้ไอ้ธีมลงแข่ง กูเชื่อว่ามึงทำได้อยู่แล้ว" ไอ้ดลมากระซิบหูข้างซ้าย

     "แต่ถ้าเกิดธีมไม่ยอมลงแข่งขึ้นมา มันจะกลายเป็นว่ากูผิดคำพูดกับน้องนะ"

     "ถ้ามึงเลือกที่จะพูดอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสสำเร็จ แต่ถ้ามึงเลือกที่จะไม่พูดมันจะไม่มีโอกาสเลยนะ"

     "คิดดีๆ นะเว้ยไอ ข้อเสนอไอ้ทอยก็น่าสนไม่ใช่น้อยเลยนะ"

     ผมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก น้องทอยที่เห็นพวกผมซุบซิบกันอยู่นานเลยเอียงคอมองอย่างงุนงง เอาล่ะสิ ผมว่าผมโดนรุมแล้วล่ะงานนี้ คนตรงหน้าอยากให้ตอบตกลง เพื่อนทั้งสองคนก็อยากให้ตอบตกลงเหมือนกัน สรุปคือผมมีทางเลือกทางเดียวคือต้องตอบตกลงสินะ

     ผมเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ให้คนตรงหน้า น้องทอยที่เห็นผมตกลงเลยรีบลุกขึ้นร้องเฮลั่น

     "เยส! กูรอดแล้วโว้ย ขอบคุณมากนะครับพี่ไอ!"

     "...แต่พี่ไม่รับปากนะครับว่าธีมจะยอมฟังพี่"

     "ไม่เป็นไรครับ ถ้าพี่เป็นคนพูดผมเชื่อว่าไอ้ธีมต้องยอมลงแข่งแน่นอน"

     เอาเข้าไป คาดหวังกันเข้าไป ผมเริ่มเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมธีมถึงไม่อยากลงแข่ง ความรู้สึกตอนโดนคาดหวังมันเป็นแบบนี้นี่เอง

     น้องทอยดึงมือผมไปเขย่าพลางพูดขอบคุณซ้ำๆ สักพักก็เดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ทิ้งความหนักใจไว้ให้ผมที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป

     "เอาน่ามึง ไม่ลองก็ไม่รู้" ไอ้ตาลเอื้อมมือมาตบไหล่ ผมพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนจะหันไปมองการแข่งขันอีกครั้ง สกอร์ฝั่งธีมยังนำอยู่ไกล ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ธีมต้องชนะแน่ ทั้งที่ควรจะดีใจแต่ตอนนี้ผมกลับยิ้มไม่ออก

     ทำไมถึงมั่นใจกันนักนะว่าธีมจะยอมฟังผม ขนาดผมยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย รู้แบบนี้ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกก็ดีหรอก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถึงเวลาแล้วผมยังโน้มน้าวธีมไม่ได้มันจะเป็นยังไง

     โอ๊ยยยย ไอ้ไอเครียดครับ!!



















     TBC

     สำหรับใครที่ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ไอถึงเอาแต่ยึกยักไม่ยอมพูดอะไรสักที อยากให้อดทนรอกันหน่อยนะครับ รอให้ถึงตอนที่ทั้งสองคนหันหน้าคุยกันก่อน(อีกไม่กี่ตอนเอง) ถึงตอนนั้นคุณจะเข้าใจว่าทำไมพี่ไอถึงคิดมากเรื่องน้องธีมขนาดนี้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-11-2020 13:32:25 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
จะขอได้มั้ยนะ ต้องมีถ้าแข็งชนะขออะไรก้อได้งี้ป่ะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:




เขินนนนนนนน

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5679
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด