ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 05 - . . . . . . . [25/Oct/2020]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ความธรรมดา ที่ พิ เ ศ ษ . ❤️ - Episode 05 - . . . . . . . [25/Oct/2020]  (อ่าน 1073 ครั้ง)

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่


1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม




***********************************************************************


#ความธรรมดาที่พิเศษ
by Cloverberry
- สารบัญ -
Prologue
01  02  03
04  05


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2020 18:55:01 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
Prologue




     เสียงเพลงที่คลอเบาๆ ทำให้บรรยากาศภายในร้านไม่เงียบเหงา ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาอุดหนุนล้วนแต่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านอาหารแห่งนี้ ยิ่งช่วงนี้ที่เพิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ของการสอบมิดเทอมมาหมาดๆ จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวมาฉลองกันเหมือนทัวร์ลงแบบนี้

     และหนึ่งในนั้นก็คือผมกับเพื่อนสนิท

     "กินเยอะๆ เลยนะมึง มื้อนี้กูเลี้ยง เอาให้เต็มที่"

     ผมทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่คนพูดที่นั่งอยู่อีกฝั่ง คั่นกลางด้วยอาหารหลายอย่างที่เจ้าตัวสั่งมาเหมือนอดอยากมาสามวัน ข้างๆ กันคือเด็กสาวต่างคณะที่กำลังยิ้มไม่หุบตั้งแต่เดินเข้าร้านมา แต่ก็นะ...จะยิ้มมากก็ไม่แปลก เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่เธอกับเพื่อนของผมคบกันนี่นา

     "อย่าทำหน้าบึ้งแบบนั้นดิ กูอุตส่าห์ชวนมากินข้าวทั้งที ร่าเริงเข้าไว้ไอ้หมาน้อย" ไอ้ดลว่าพลางเอื้อมมือมายืดแก้มผมเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ ผมปัดมือมันออก ทำปากบึนใส่

     "กูไม่ได้อยากมาสักหน่อย ง่วงจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย เมื่อคืนก็อ่านหนังสือโต้รุ่ง วันนี้ยังต้องมานั่งดูมึงกับแฟนสวีทกันอีก"

     "ก็กูกลัวมึงเหงา แล้วอีกอย่างน้องพิงค์ก็อยากกินข้าวกับมึงด้วย"

     "ก็พิงค์คิดถึงพี่ไอนี่นา ไม่ได้เจอพี่ไอตั้งนาน พิงค์คิดถึงแก้มนุ่มๆ ของพี่ไอ" ไม่พูดเปล่าแต่ยังเอื้อมมือมายืดแก้มผมเหมือนที่ไอ้ดลทำเมื่อครู่ไม่มีผิด เอาเข้าไปเจ้าพวกนี้ เห็นแก้มผมเป็นของเล่นกันหรือไง

     "พอเลย ทั้งเราทั้งไอ้ดลนั่นแหละ แล้วที่ชวนพี่มานี่แน่ใจแล้วเหรอ ปกติวันครบรอบเขาต้องอยากอยู่ด้วยกันแค่สองคนสิ"

     "ไม่เป็นไรเลยค่ะ พี่ไอไม่ต้องคิดมากเลย ดีซะอีกจะได้ช่วยดูพี่ดลด้วย รายนี้น่ะกินจุจนพุงเริ่มออกแล้ว"

     "อ้าวพิงค์ ไหงถึงหันมาเล่นพี่แบบนี้ล่ะ"

     แล้วผมก็ต้องนั่งดูแฟนคู่นี้จู๋จี๋กันเกือบครึ่งชั่วโมง ถามว่าคุ้มไหมกับมื้อเย็นที่มันเลี้ยง ผมบอกได้เต็มปากเลยว่าไม่คุ้ม ให้คนโสดมานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับคู่รักแบบนี้ สู้เอามีดมาแทงกลางอกผมยังรู้สึกเจ็บน้อยกว่าอีก

     วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบมิดเทอม เด็กนิติฯ อย่างผมกับไอ้ดลจึงต้องอ่านหนังสือกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ผมนอนน้อยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ไอ้ดลเองก็น่าจะเหมือนกัน แต่ที่เห็นมันยังร่าเริงอยู่แบบนี้คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบของมันกับน้องพิงค์ บวกกับมันแทบจะกินกาแฟแทนน้ำเปล่าเลยยังพอจะมีเอเนอจี้อยู่บ้าง

     ...ในขณะที่ผมเพลียจะตายอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดนลากมาเป็นสักขีพยานในวันครบรอบของมันอีก อยากจะถอนหายใจสักร้อยรอบ เวรกรรมอะไรของผมล่ะเนี่ย

     ที่จริงไอ้ดล (และน่าจะรวมถึงทุกคนในร้านนี้) อยากไปฉลองมิดเทอมกันที่ร้านเหล้ามากกว่า แต่รอบๆ มหา'ลัยผมไม่มีร้านเหล้าเลย ด้วยความขี้เกียจไปตระเวนหาร้านเหล้าไกลๆ ร้านอาหารแห่งนี้จึงเป็นเหมือนร้านประจำที่นักศึกษาส่วนใหญ่ในมหา'ลัยต้องแวะเวียนมาเสมอๆ

     "สอบมิดเทอมเป็นไงบ้างคะพี่ไอ" พิงค์หันมาถามผมโดยปล่อยให้คนข้างๆ กระเง้ากระงอดต่อไป ผมยิ้มแห้งๆ กลับไปก่อนจะตอบ

     "ก็นะ มันก็มีทั้งที่ทำได้และไม่ได้ปนกันไปน่ะแหละ"

     "อย่างพี่ไอทำได้อยู่แล้ว พี่เก่งจะตาย พิงค์รู้"

     "เฮ้ ชมแต่ไอ้ไอ ทีพี่ไม่เห็นชมบ้างเลย"

     "ก็พี่ชอบบ่นให้พิงค์ฟังประจำว่าทำไม่ได้"

     "แล้วทำไมไม่เห็นให้กำลังใจพี่เหมือนไอ้ไอบ้างเลย"

     "ที่พูดนี่คือกำลังงอนพิงค์อยู่เหรอ"

     "อือ งอนอยู่ ง้อด้วย"

     ผมยกแก้วน้ำแตงโมขึ้นมาดูดพลางมองคนงอนตรงหน้าด้วยความเอือมระอา ตัวใหญ่ซะเปล่า แต่ดูทำตัวอย่างกับเด็กน้อยงั้นแหละ

     "รู้งี้ไม่ชวนไอ้ไอมาก็ดี ชวนมาแล้วก็โดนแย่งความสนใจไปหมด น่าน้อยใจชะมัด"

     อ้าว ความผิดผมเหรอเนี่ย

     "ขี้งอนนะพี่อ่ะ นี่ไงพิงค์ก็กำลังง้ออยู่ไง" คนง้อตักข้าวไปจ่อปากคนงอน เพื่อนผมเล่นตัวนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็ยอมอ้าปาก ผมเห็นว่ามันแอบยิ้มมุมปากนิดนึง แต่สุดท้ายก็แกล้งทำหน้างอนต่อเพื่อจะได้โดนง้อนานๆ

     ร้ายกว่าเพื่อนผมไม่มีอีกแล้ว

     ยิ่งมองยิ่งอิจฉา นี่สรุปแล้วดลมันเรียกผมมาเพราะกลัวผมเหงาหรืออยากแกล้งผมกันแน่เนี่ย

     "กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เชิญสวีทกันไปก่อนเลย"

     "แน่ะ ทนอิจฉาไม่ได้ล่ะสิ"

     ก็ใช่น่ะสิ ทั้งชีวิตผมเคยมีแฟนกับเขาซะที่ไหน

     ผมถลึงตาใส่ไอ้ดล ก่อนจะเดินมาเข้าห้องน้ำด้วยสภาพที่เหมือนซอมบี้เข้าไปทุกที ยิ่งพอส่องกระจกแล้วเห็นขอบใต้ตาดำยิ่งอยากจะวาร์ปไปโผล่บนเตียงนอนให้รู้แล้วรู้รอด นี่ถ้าคนที่ชวนมาไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างไอ้ดลกับรุ่นน้องที่สนิทอย่างน้องพิงค์ ให้ตายยังไงผมก็ไม่มีทางมาหรอก สำหรับเด็กนิติฯ อย่างผมน่ะเวลานอนสำคัญมากเลยนะรู้ไหม

     ผมวักน้ำล้างหน้าพอให้สดชื่น ตบแก้มเบาๆ สองสามทีก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ ไอ้ดลยุให้ผมกินต่อ แต่ผมอิ่มแล้วเลยขอนั่งดูมันกับแฟนจู๋จี๋กันไปเฉยๆ (ที่จริงคือเอียนพวกมันนี่แหละ จะจู๋จี๋อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้) ผ่านไปสักพักน้องพิงค์ก็บอกว่าอิ่มแล้ว ดลมันเลยเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ผมที่นั่งหน้าบูดมาตลอดเลยพอจะยิ้มออกบ้าง

     จะได้กลับห้องไปนอนแล้ว ไอ้ไอคนนี้โคตรจะดีใจเลย

     "ขอบคุณนะคะพี่ไอที่มากินข้าวด้วยกัน และก็ขอโทษด้วยที่ทำให้พี่ไม่ได้กลับไปนอน แหะๆ"

     "ไม่เป็นไรๆ พี่ก็บ่นไปงั้นแหละ ยังไงก็ยินดีกับวันครบรอบด้วยนะ"

     "ขอบคุณค่ะ"

     พิงค์ยิ้มให้ผมก่อนจะหันไปบอกลาไอ้ดล และโดยที่มันไม่ทันตั้งตัวก็โดนแฟนสาวกระโดดจุ๊บแก้ม พิงค์บอกสุขสันต์วันครบรอบหนึ่งปีก่อนจะวิ่งหนีไป ทิ้งให้เพื่อนผมยืนลูบแก้มยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ผมที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนหนังตากระตุก อยากจะทุ่มกระเป๋าใส่มันด้วยความหมั่นไส้

     "น้องเขาไปแล้ว จะยิ้มอะไรเยอะแยะ"

     "มึงก็รู้ว่าพิงค์เคยทำอะไรแบบนี้ซะที่ไหน พอโดนแฟนทำแบบนี้ใส่มันก็เลย...อดเขินไม่ได้ว่ะ"

     "เออ กูรู้แล้วว่าเขิน แต่ก่อนอื่นมึงช่วยไปส่งกูก่อน เพื่อนมึงจะสลบคาฟุตบาธอยู่แล้วเนี่ย"

     ปกติแล้วดลมันจะขับรถไปส่งพิงค์หลังเลิกเรียน แต่วันนี้เห็นพิงค์บอกว่ามีนัดกับแม่ไว้ ผมที่เห็นรถไอ้ดลว่างเลยขอร้อง (แกมบังคับ) ให้มันขับรถไปส่งผมซะเลย มันบังอาจแย่งเวลานอนของผมไป ดังนั้นมันต้องไถ่โทษด้วยการไปส่งผม

     "ก่อนไปส่งมึงกูขอแวะคณะวิทย์ฯ ก่อน"

     "ทำไมวะ"

     "มีนัดกับรุ่นน้องที่รู้จักกัน"

     "เห้ย! นี่มึงนอกใจพิงค์เหรอ"


     โป๊ก!


     "โอ๊ย! ตีหัวกูทำไม"

     "กูจะทำมากกว่าตีหัวอีกถ้ามึงยังไม่หยุดพูดอะไรมั่วซั่ว กูนัดกับรุ่นน้องผู้ชายโว้ย"

     "อ้าว...แล้วไม่พูดให้จบตั้งแต่แรก"

     ผมยิ้มแหะๆ ไอ้ดลส่ายหน้าอย่างเอือมระอา มันแกล้งผมด้วยการยืดแก้มผมเล่นอีกนิดหน่อยก่อนจะพาผมเดินกลับเข้าไปในมอ เห็นดลบอกว่าจะเอาแฟลชไดรฟ์ที่รุ่นน้องให้มาช่วยตรวจทานรายงานไปคืน ระหว่างที่เดินไปคณะวิทย์ฯ ผมก็ถามมันว่ารุ่นน้องคนไหน แต่มันก็บอกแค่ว่ารุ่นน้องคนนั้นเรียนวิทย์กีฬา พอผมถามชื่อมันก็ไม่บอกเพราะถึงบอกไปผมก็ไม่รู้จักอยู่ดี แปลกนะ ผมก็ตัวติดกับมันแทบจะตลอดเวลาที่อยู่ในมอ ยังมีรุ่นน้องของมันที่ผมไม่รู้จักอยู่อีกเหรอ

     คณะวิทย์ฯ ที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากทางเข้ามหา'ลัย มิหนำซ้ำยังอยู่ใกล้กับคณะนิติฯ ของผมด้วย ไม่นานนักพวกผมสองคนก็เดินมาถึง ใต้ตึกคณะมีกลุ่มนักศึกษาอยู่ประมาณสี่ถึงห้าคน หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นคนที่นัดกับไอ้ดลไว้ แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่ผมเดา เพราะเมื่อพวกผมเดินเข้าไปใต้ตึก คนที่นั่งอยู่กลางวงก็โบกมือมาทางผมพร้อมกับวิ่งมาหา

     "โหย โคตรช้าอ่ะพี่ อีกนิดเดียวผมจะไปเตะบอลกับเพื่อนแล้วเนี่ย"

     "อย่าบ่นนักเลยน่า กูก็มาแล้วนี่ไง เอ้า เอาไป กูแก้ให้แล้วเรียบร้อย มึงเอาไปส่งได้เลย"

     น้องคนนั้นรับแฟลชไดรฟ์จากมือเพื่อนผมไป ปากก็บอกขอบคุณยกใหญ่ จนกระทั่งผมดึงแขนเสื้อไอ้ดล น้องคนนั้นเลยหันมามองผม

     "กลับได้ยังอ่ะ กูง่วง"

     "เออว่ะ กูต้องไปส่งมึงนี่นะ"

     "อย่าพูดเหมือนกูเป็นส่วนเกินได้ป่ะ มึงลากกูมาเองนะ"

     "ก็นี่ไง กำลังจะไปส่งแล้วไงครับคุณเพื่อน กูไปก่อนนะเว้ยไอ้ธีม ไว้เจอกัน"

     "..."

     "ไอ้ธีม"

     "..."

     "ไอ้ธีม!"

     "ค...ครับ?"

     "กูบอกว่ากูจะไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่วันหลัง"

     "อ๋อ...โอเคครับ หวัดดีครับพี่"

     รุ่นน้องที่ผมเพิ่งรู้ว่าชื่อธีมพูดกับไอ้ดล ก่อนจะหันมามองผมต่อ ที่บอกว่ามองต่อเพราะตอนที่ผมดึงเสื้อไอ้ดลเขาก็มองผม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกมอง มองจนผมรู้สึกแปลกๆ อย่างกับหน้าผมมีอะไรติดอยู่งั้นแหละ

     "ทำไม อยากรู้จักเพื่อนกูเหรอ" ไอ้ดลถามร่างสูงตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่คนถูกถามจะตอบมันก็ดันตัวผมมาอยู่ตรงหน้าซะก่อน "นี่เพื่อนกูชื่อไอ อยู่คณะเดียวกับกู เห็นจ้องซะแทบจะกลืนเข้าไปทั้งตัว ทีนี้คงจะหายสงสัยแล้วนะ"

     "ไอ้ดล! กลืนบ้ากลืนบออะไรของมึง กูคนนะไม่ใช่อาหาร"

     "อ้าวเหรอ ไม่รู้อ่ะ เห็นมึงตัวเล็กขนาดพอดีมือเลยนึกว่าเป็นแฮมเบอร์เกอร์เดินได้"

     "ไอ้ดล!!"

     ผมยกมือต่อยแขนไอ้คนปากหมา แต่มันก็ยังหัวเราะร่าไม่สะทกสะท้านอะไร ผมเลยถลึงตาใส่มันด้วยความโมโห ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้า ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร "อย่าไปสนมันเลย ไอ้เวรนี่ก็พูดไปเรื่อยน่ะ พี่ชื่อไอนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

     ผมยื่นมือไปข้างหน้าหวังจะจับมือกับน้องธีม แต่แทนที่จะยื่นมือมาจับมือผม ธีมกลับมองมาที่มือผมนิ่งๆ ก่อนจะ...เดินกลับไปหาเพื่อน

     "ผมไปก่อนนะพี่ดล ไว้เจอกันวันหลังครับ" ร่างสูงหันมาพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม ก่อนจะเดินออกจากตึกไปพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขา ผมก้มมองมือตัวเองที่เก้ออยู่กลางอากาศ คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว

     "อะไรของมันวะ ปกติเฟรนด์ลี่จะตายนี่หว่า ทีวันนี้ทำเป็นเล่นตัวไปได้"

     "...นี่ดล"

     "ว่า?"

     "น้องเขาเกลียดอะไรกูหรือเปล่า"

     "จะบ้าเหรอ มึงกับมันเพิ่งเจอหน้ากันวันนี้วันแรก จะเอาอะไรมาเกลียดล่ะ"

     "งั้นทำไมน้องเขาถึง..."

     "ช่างแม่งเถอะ มันคงอารมณ์เสียอยู่มั้ง ไว้ถ้าเจอกันคราวหน้ากูจะพูดกับมันให้ละกัน"

     ไอ้ดลพาผมไปยังลานจอดรถ ก่อนจะขับรถไปส่งผมที่หอ ระหว่างทางที่อยู่ในรถผมก็ก้มมองมือตัวเองอีกรอบ พลางนึกถึงใบหน้าของคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกทว่ากลับจำได้ขึ้นใจ

     นี่ผม...เผลอไปทำอะไรไม่ดีให้น้องเขาหรือเปล่านะ?









     TBC

     เข้าไปพูดคุย คอมเมนต์ติชมได้ในแท็ก #ความธรรมดาที่พิเศษ นะครับ ฝากติดตามน้องธีมกับพี่ไอด้วยนะ (:

     FB : Cloverberry

     Twitter : @icdi_finish


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2020 20:24:22 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
น่ารักจังเรื่องนี้

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
Episode 01






     ผมกับไอ้ดลยืนอยู่หน้าห้องอาจารย์มาจะครึ่งชั่วโมงแล้ว ไอ้ดลกำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ถ้าให้เดาคงคุยกับน้องพิงค์อยู่ ส่วนผมยืนกอดอกพิงกำแพง ในใจก็คอยเป็นห่วงคนที่หายเข้าไปในห้องตั้งนานแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเลย

     "ไอ้ดล"

     "ว่า?" เจ้าของชื่อตอบกลับมาแต่ตายังมองโทรศัพท์อยู่

     "มึงว่าตาลมันจะรอดไหมอ่ะ"

     "รอดของมึงนี่หมายถึงอะไรล่ะ เอาแค่ไม่โดนรีไทร์หรือไม่โดนอาจารย์ดุเลย"

     "เรียกเข้าไปนานขนาดนี้กูว่าคงโดนดุไปแล้วล่ะ แต่กูไม่คิดว่าจะถึงขั้นรีไทร์นะ"

     "มันก็ไม่แน่"

     "นี่มึงแช่งเพื่อนเหรอ"

     "เปล่า แต่มึงก็รู้ว่าอาจารย์สมชัยไม่เคยเรียกพวกเราเข้าไปในห้องถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ"

     ผมกำลังจะเอ่ยปากบอกให้มันพูดในแง่บวกบ้าง แต่เสียงประตูเปิดทำให้ผมยุติบทสนทนาไว้แค่นั้นแล้วหันไปมอง ไอ้ตาลหรือเพื่อนสาวอีกคนของผมกับไอ้ดลทำหน้าหงอยอยู่หน้าประตู

     "เป็นไงมึง" ผมรีบโพล่งถามมันออกไป ไอ้ดลเองก็ผละจากโทรศัพท์หันมามองตาลเช่นกัน

     "ฮืออออ พวกมึงงงง ทั้งชีวิตกูไม่เคยโดนใครบ่นนานขนาดนี้เลย" มันทำปากเบะ ส่งเสียงร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา ผมเข้าไปกอดไหล่ไว้หลวมๆ ก่อนจะพามันเดินออกมาจากหน้าห้อง

     "อาจารย์เขาพูดอะไรบ้าง"

     "ก็เรื่องคะแนนสอบน่ะแหละ เขาบอกว่าคะแนนกูต่ำกว่ามีนมาก คะแนนเก็บก็ไม่ได้เยอะแยะ ถ้าไฟนอลกูไม่กระตือรือร้นให้มากกว่านี้เทอมหน้ากูเตรียมตัวเรียนซ้ำได้เลย"

     "แค่เรียนซ้ำเหรอวะ ก็ยังดีที่ไม่ถึงขั้นรีไทร์"

     "ไอ้ดล นี่มึงคิดไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ"

     "ก็ดูคะแนนมึงสิ จะไม่ให้กูคิดได้ยังไง"

     "ไม่ให้กำลังใจแล้วยังมาซ้ำเติมอีก อีเพื่อนชั่ว"

     คนที่ยังร้องไห้ฮือๆ ซบไหล่ผมอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้มันไปวิ่งไล่ไอ้ดลที่วิ่งหนีฝ่ามือยักษ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมส่ายหน้าให้พวกมันสองคน แต่ในใจก็นึกโล่งอก ทีแรกนึกว่าตาลมันจะเครียดกว่านี้ซะอีก

     ผม ไอ้ดล ไอ้ตาล พวกเราสามคนอยู่คณะนิติศาสตร์ปีสอง มารู้จักและสนิทกันตอนรับน้องปีหนึ่ง อย่างที่รู้กันว่าคณะนี้ต้องอ่านหนังสือเยอะมาก เยอะแบบเยอะโคตรๆ เรียกได้ว่าเวลาชีวิตมีเท่าไหร่ต้องเอาไปทุ่มให้กับการอ่านหนังสือเกือบหมด ผมกับไอ้ดลน่ะไม่มีปัญหา เพราะปกติเป็นคนชอบอ่านหนังสือกันอยู่แล้ว แต่ตาลมันเข้าคณะนี้เพราะพ่อมันอยากให้ลูกเป็นทนาย ทั้งที่ความจริงมันเกลียดการอ่านหนังสือเป็นที่สุด กว่าผมกับไอ้ดลจะช่วยเข็นมันให้รอดปีหนึ่งมาได้ก็เกือบตายเหมือนกัน

     ขนาดผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือยังมีช่วงเวลาที่รู้สึกท้อเลย ไม่อยากจะนึกถึงไอ้ตาล บางทีผมก็คิดนะว่าพ่อมันใจร้ายไปหรือเปล่า แต่จะให้ผมพูดออกไปก็คงไม่เหมาะ เพราะมันเป็นปัญหาภายในครอบครัวของเขา ผมเลยเลือกที่จะช่วยไอ้ตาลเท่าที่ช่วยได้ ในเมื่อมันเรียนคณะเดียวกับผมแล้ว ไม่ว่าจะเรียนเพราะอะไรผมก็อยากให้มันจบพร้อมผม

     "พวกมึง พอได้แล้วน่า อายคนอื่นเขาบ้าง" ผมตะโกนห้ามปรามพวกมันที่ยังวิ่งไล่จับกันไม่เลิก ไอ้ดลวิ่งมาหลบหลังผม หอบแฮกๆ เหมือนไปแข่งมาราธอนมา ผมส่ายหน้าให้มันนิดหน่อย หน้าตาก็ดี ตัวก็ใหญ่ แต่ดูมันทำแต่ละอย่าง ผมล่ะเสียดายความหล่อของมันจริงๆ

     "เลี้ยงน้ำกูเลย โทษฐานที่มึงแช่งกู"

     "กูยังไม่ได้แช่งอะไรเลย อย่ามาหลอกแดกฟรีซะให้ยาก"

     "ก็มึงพูดว่ากูจะโดนรีไทร์"

     "กูก็แค่เดาป่ะวะ"

     "พอครับๆ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว เดี๋ยวกูเลี้ยงน้ำมึงเอง แต่ตอนนี้ไปหาที่นั่งกันก่อน กูหิวข้าว โอเค้?" ผมพูดสงบศึกก่อนจะจูงมือพวกมันเดินเข้าโรงอาหาร นี่ถ้าไม่มีผมอยู่ไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไง คงตีกันทั้งวันแน่ๆ

     ผมกับตาลเดินไปซื้อข้าวกัน โดยมีไอ้ดลนั่งเฝ้าโต๊ะไว้ให้ หลังจากนั้นผมก็โดนไอ้ตาลไล่ให้ไปซื้อน้ำแตงโมปั่น ผมที่เผลอพลั้งปากไปว่าจะเลี้ยงน้ำเลยจำต้องไปอย่างช่วยไม่ได้

     ผมกะว่าจะรีบซื้อจะได้รีบกลับไปกินข้าวเพราะหิวมาก การเรียนคาบเช้าติดกันสี่ชั่วโมงเป็นอะไรที่สูบพลังงานของผมโคตรๆ แต่ว่า...

     "ขอโทษด้วยนะจ๊ะ วันนี้น้ำแตงโมขายดีมากเลยหมดเร็วน่ะ" ป้าคนขายน้ำพูดพร้อมกับยิ้มแห้ง ผมทำหน้าเสียดาย คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงต่อ ระหว่างที่ผมกำลังยืนตัดสินใจอยู่นั้นป้าก็พูดขึ้นมาอีก "อยากกินน้ำแตงโมขนาดนั้นเลยเหรอหนู"

     "ไม่ใช่ผมหรอกครับ เพื่อนผมมันฝากซื้อ"

     "งั้นลองไปดูที่คณะวิทย์ฯ ก่อนไหม เผื่อจะมีขาย"

     "จริงด้วย ขอบคุณนะครับป้า"

     ผมยิ้มให้ป้าที่ช่วยชี้ทางสว่าง ก่อนจะรีบเดินไปตึกวิทย์ฯ ที่อยู่ข้างกับตึกคณะผมทันที โชคดีที่ผมเคยมาตึกนี้แล้วสองสามครั้ง เลยรู้ว่าร้านขายน้ำอยู่ตรงไหน

     ร้านน้ำคณะนี้ไม่ค่อยมีคนมาซื้อ ต่างจากคณะผมที่ต้องยืนต่อคิว ผมยิ้มแฉ่งทันทีเมื่อเห็นว่าน้ำแตงโมยังไม่หมด ในที่สุดก็จะไม่ต้องโดนไอ้ตาลบ่นแล้ว

     "เอาน้ำแตงโมปั่นแก้วนึงครับ"

     ระหว่างที่ยืนรออยู่ผมก็หยิบกระเป๋าตังค์ออกมา กำลังจะหยิบเงินให้พอดีกับราคาของน้ำ แต่ในจังหวะที่คนขายยกแก้วน้ำมาวางไว้ตรงหน้า คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมก็ยื่นเงินมาวางไว้ข้างๆ แก้วน้ำ พลางพูดเสียงเรียบเหมือนไม่ได้คิดอะไร

     "น้ำเปล่าขวดนึงครับ จ่ายรวมกับน้ำแตงโมแก้วนี้เลย"

     เสียงทุ้มๆ แบบนี้มัน...

     ผมหันไปมองคนพูดแทบจะทันที แล้วก็ต้องเลิกคิ้วนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าคนที่พูดคือน้องปีหนึ่งที่ผมเจอเมื่อวันก่อน อ่า...รู้สึกว่าจะชื่อธีมสินะ ว่าแต่ทำไมถึง...

     "เดี๋ยวก่อนสิ" ผมเรียกเขา แต่ไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ยินหรือจงใจเมินกันแน่ เพราะพอได้น้ำเปล่าแล้วเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันมามองผมเลย

     ผมมองน้ำแตงโมปั่นในมือ สลับกับมองทางที่น้องคนนั้นเดินจากไป

     อะไรของเขานะ ตั้งแต่วันนั้นที่ไม่ยอมจับมือแล้ว ผมงงไปหมดแล้วนะ















     "ผมเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่าลืมไปทบทวนสิ่งที่เรียนมาตลอดครึ่งเทอมนี้นะครับ พวกคุณต้องหมั่นทบทวนอยู่ตลอด ไม่ใช่ผลัดไปอ่านตอนใกล้สอบอย่างเดียว ถ้าวันดีคืนดีผมเรียกควิซขึ้นมาแล้วพวกคุณทำไม่ได้ ถึงเป็นผมก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ ถ้าเข้าใจแล้ววันนี้ก็พอแค่นี้ แยกย้ายกันกลับบ้านได้ครับ"

     เสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นดังระงมไปทั่วเมื่ออาจารย์ธวัชชัยที่สอนคาบสุดท้ายของวันนี้บอกเลิกคลาส นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างพรั่งพรูกันออกจากห้องเหมือนรอเวลานี้กันมานาน บางส่วนเดินไปปรึกษาอาจารย์ถึงเนื้อหาการเรียนในจุดที่ยังไม่เข้าใจ ส่วนผมกับเพื่อนๆ กำลังเก็บของใส่กระเป๋า ไอ้ตาลที่นั่งมองสไลด์ตาปริบๆ มาทั้งคาบบ่นออกมาก่อนใครเพื่อน

     "ถ้าต้มประมวลกินแทนข้าวได้กูทำไปนานแล้วนะเนี่ย"

     "ถ้าต้มกินแล้วอิ่มอย่างเดียวแต่ไม่ช่วยให้สอบผ่าน กูว่ามึงเก็บไว้อ่านเหมือนเดิมดีกว่า"

     "เออว่ะ มันก็จริง" ไอ้ตาลทำหน้าคิดตามคำพูดของไอ้ดล ก่อนจะรีบหันไปแย้งอย่างไว "เดี๋ยวนะ นี่มึงหลอกด่าว่ากูโง่เหรอ"

     "กูยังไม่ได้พูดเลยนะ มึงพูดเอง"

     "ไอ้บ้านี่!"

     เอาเข้าไป ทะเลาะกันได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไงนะ ผมนี่เบื่อจนเอียนแล้วเนี่ย

     "ตายแล้ว! กี่โมงแล้ววะมึง" จู่ๆ ไอ้ตาลก็หันมาถามผมเสียงดัง เล่นเอาผมงงไปแป๊บนึง เปลี่ยนอารมณ์ไวจังวะไอ้เพื่อนคนนี้

     "สี่โมงครึ่ง"

     "ชิบหาย กูนัดพี่เจไว้สี่โมง ต้องโดนงอนแน่ๆ เลย"

     พี่เจคือแฟนของไอ้ตาลครับ อายุมากกว่ามันสองปี แต่เรียนอยู่คนละมอ ดูจากที่มันพูดผมเลยเดาว่าวันนี้มันคงนัดพี่เจไปกินข้าวด้วยกัน

     "กูไปก่อนนะพวกมึง ไว้เจอกันพรุ่งนี้" ว่าจบมันก็รีบวิ่งออกจากห้องไปเลย ทิ้งให้ผมกับไอ้ดลหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ

     "เอาไงต่ออ่ะ มึงจะไปหาน้องพิงค์เลยไหม"

     "วันนี้พิงค์ไปกินเลี้ยงวันเกิดเพื่อน"

     "งั้นไปกินข้าวกัน กูหิวอ่ะ"

     "หิวเก่งจังนะมึง"

     "พูดมาก เดี๋ยวก็ให้ถือกระเป๋าซะหรอก" ผมว่ามันอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนที่เราสองคนจะพากันออกมาจากห้องเรียน นึกแล้วก็น่าน้อยใจนะครับ เพื่อนสนิทต่างมีแฟนกันหมดแล้ว เหลือแต่ผมคนเดียวที่ยังโสด บางทีผมก็สงสัยนะว่าแฟนมันหาง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ แต่สำหรับผมมันโคตรยากเลยกับการจะหาใครดีๆ สักคนเนี่ย

     ขณะที่กำลังน้อยใจความขี้เหร่ของตัวเองพลางคิดว่าจะไปกินข้าวที่ไหนดี จู่ๆ ผมก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา

     จริงด้วยแฮะ ผมต้องเอาเงินไปคืนน้องคนนั้นนี่นา...

     "ไอ้ดล"

     "หือ?"

     "พากูไปหาน้องธีมหน่อย"

     "ไอ้ธีม? จะไปหามันทำไมวะ" มันถามผม ก่อนจะยิ้มเผล่ "ฮั่นแน่ อยากจับมือมันให้ได้อ่ะดิ"

     "ไม่ใช่!"

     "แล้วจะไปหามันทำไม"

     "จะเอาเงินไปคืนเขา"

     "เอาเงินไปคืน?"

     เออว่ะ ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อตอนกลางวันให้มันฟังเลย

     ระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดผมก็เล่าเรื่องที่ธีมเลี้ยงน้ำผมให้ไอ้ดลฟัง ตอนแรกมันก็ฟังอยู่เงียบๆ แต่พอผมเล่าจบมันก็พูดขึ้นมา

     "กูงงว่ะ ธีมมันจะมาเลี้ยงน้ำมึงทำไมวะ เพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่เอง"

     "อย่าว่าแต่มึงเลย กูก็งงเหมือนกัน"

     "แต่เอาจริงๆ มึงไม่ต้องเอาเงินไปคืนมันก็ได้นะ ในเมื่อมึงไม่ได้ขอ ก็หมายความว่ามันเต็มใจ"

     "ไม่ได้ดิ เงินก็เงินเขา ยังไงกูก็ต้องคืน"

     "กูเพิ่งรู้ว่าเพื่อนกูเป็นคนดีขนาดนี้"

     ผมตีแขนมันไปทีนึง ที่ผ่านมาผมคงเป็นคนเลวในสายตามันสินะ "หยุดแซวแล้วพากูไปหาน้องได้แล้ว รีบคืนเงินจะได้รีบไปกินข้าว"

     "อ่ะๆ พาไปก็ได้ ป่านนี้มันน่าจะอยู่ที่โรงยิม ลองไปดูก่อนละกัน"

     มหา'ลัยของผมจะมีโรงยิมอยู่สองที่ เป็นโรงยิมสำหรับนักศึกษาหรือคนนอกมหา'ลัยที่อยากเล่นกีฬาในร่ม กับโรงยิมที่มีไว้ให้นักศึกษาสาขาวิทย์กีฬาโดยเฉพาะ ดลมันเคยบอกว่าน้องธีมเรียนวิทย์กีฬา งั้นโรงยิมที่มันพูดถึงก็น่าจะเป็นอย่างหลัง

     "อ้าว! พี่ดล หวัดดีครับพี่" ทันทีที่พวกผมสองคนเดินเข้ามาในยิม รุ่นน้องที่ผมจำได้ว่าสนิทกับไอ้ดลและยังเป็นเพื่อนของธีมก็วิ่งมาทักทายไอ้ดล ก่อนจะหันมายกมือไหว้ผมด้วย ผมยิ้มรับไหว้น้องคนนั้น ในขณะที่คนข้างตัวผมถามกลับไปท่ามกลางเสียงอึกทึกภายในยิม

     "เห็นไอ้ธีมหรือเปล่าวะ"

     "กำลังสอบเก็บแต้มบาสอยู่พี่ วันนี้อาจารย์แม่งโคตรโหดเลย ให้เวลาน้อยชิบหาย ไม่รู้จะรีบกลับไปหาเมียที่บ้านหรือยังไง"

     "นินทาอาจารย์ซะเผาขนเลยนะมึง เดี๋ยวกูก็ฟ้องให้" ไอ้ดลผลักหัวน้องคนนั้นเบาๆ ก่อนจะถามต่อ "แล้วไหนอ่ะไอ้ธีม"

     "อยู่นู่นไงพี่ กำลังทำแต้มสวยเลย ผมเรียกให้เอาไหม" คนพูดชี้ไปยังแป้นบาสที่ตอนนี้มีร่างสูงอันคุ้นตากำลังกระโดดชู้ตลูกบาสลงห่วงอยู่ มองจากตรงนี้แล้วผมเพิ่งตระหนักได้ว่าธีมเองก็ถือเป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่งเหมือนกัน ยิ่งอยู่ในโหมดเล่นกีฬาแบบนี้แล้วธีมยิ่งดูดีมากๆ ในความคิดผม วันก่อนที่เจอกันผมนึกว่าธีมจะเป็นคนผอม แต่กล้ามแขนที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อกล้ามนั้นบ่งบอกว่าคนใส่ซ่อนรูปแค่ไหน

     "มันสอบอยู่ไม่ใช่เหรอวะ ไว้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูยืนรอแถวนี้แหละ"

     "ไม่เป็นไรๆ พี่มีธุระกับมันไม่ใช่เหรอ แล้วอีกอย่างตอนนี้อาจารย์ก็ไปเข้าห้องน้ำอยู่ด้วย" โดยที่ผมกับไอ้ดลยังไม่ได้พูดอะไร น้องคนนั้นก็หันไปตะโกนเรียกคนที่กำลังเพ่งสมาธิกับการชู้ตบาส "เฮ้ยไอ้ธีม! มีคนมาหามึงแน่ะ!"

     เจ้าของชื่อที่เพิ่งชู้ตลูกบาสออกจากมือหันมามองตามเสียงเรียก ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่พอธีมหันมาเห็นผมท่าทางเขาดูตกใจแปลกๆ และในจังหวะนั้นเองลูกบาสที่ธีมโยนไปมันดันไม่ลงห่วง แต่กลับไปชนกับแป้นแทน และโดยธรรมชาติแล้วเวลาที่ลูกบาสไปชนแป้น มันก็ต้องเด้งกลับมาในทิศทางเดียวกันตามความแรงที่มันถูกโยน...



     ปึก!



     "โอ๊ย!"

     "ธีม!!/ไอ้ธีม!!"













     TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-10-2020 21:54:36 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
น้องธีมหลงพี่ไอแล้วสินะ :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
Episode 2




     "เรียบร้อยแล้วจ้ะ ประคบไว้สักพักจนกว่าจะดีขึ้นแล้วค่อยเอาออกนะ ส่วนยานี่เอาไว้กินเวลาปวด ถ้าไม่ปวดก็ไม่ต้องกิน" พูดจบอาจารย์พยาบาลก็วางถุงยาไว้ข้างๆ ร่างสูงที่ตอนนี้กำลังใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบแก้มตัวเองอยู่ ก่อนจะหันมาเปรยกับพวกผม "นี่ยังดีนะที่ไม่โดนตา ไม่งั้นตาบอดไปนานแล้ว ไปทำอีท่าไหนกันล่ะเนี่ยฮึ"

     "เอ่อ...ผมผิดเองแหละครับ ผมไปกวนตอนเขาโยนลูกบาสพอดี" ไอ้ดลที่นั่งข้างผมออกตัวรับผิดแทน ผมเลยจำต้องยิ้มแห้งๆ ตามไปด้วย

     "คราวหลังก็ระวังหน่อยล่ะ อุบัติเหตุพวกนี้มันอันตรายกว่าที่เราคิด เดี๋ยวพวกเธออยู่ดูเพื่อนไปก่อนนะ อาจารย์ขอไปทำอย่างอื่นก่อน"

     "ขอบคุณมากครับอาจารย์"

     พอแผ่นหลังของอาจารย์ลับสายตาไปแล้วเพื่อนผมก็ถอนหายใจออกมาทันที มันยกแขนเท้าโซฟา ดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้ม "ความผิดกูก็ไม่ใช่ ทำไมต้องมารับหน้าแทนด้วยวะเนี่ย แล้วไอ้คนผิดแม่งหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ถ้าเจอหน้านะจะอัดให้เละกว่าหน้าไอ้ธีมเลยคอยดู"

     "เว่อร์ไปไหมมึง น้องเขาก็ไม่ได้ตั้งใจป่ะวะ" ผมพูดถึงคนที่ตะโกนเรียกธีมในโรงยิม

     "ไม่รู้แหละ กูโดนบ่นเพราะมัน ถ้าเจอกันคราวหน้าจะหยิกหูให้ขาดเลย" เอาเข้าไปเพื่อนผม เดี๋ยวก็จะอัดให้เละ เดี๋ยวก็จะหยิกหูให้ขาด ชอบใช้กำลังชะมัด ระบายอารมณ์เสร็จมันก็หันไปมองคนเจ็บที่มองมายังพวกผมอยู่ก่อนแล้ว จนคนโดนมองสะดุ้งนิดๆ "แล้วมึงอ่ะเป็นไงบ้าง ค่อยยังชั่วยัง"

     "หายมึนแล้วครับ เหลือแค่เจ็บตรงแก้มนิดหน่อย"

     "แบบนี้ที่สอบค้างอยู่ก็ต้องเลื่อนไปก่อนอ่ะดิ"

     "ก็คงต้องเป็นแบบนั้นอ่ะพี่"

     "ดวงซวยจังนะมึง" ไอ้ดลยื่นมือไปตบไหล่ธีมเบาๆ ก่อนจะหันมาพูดกับผม "อยู่กับไอ้ธีมไปก่อนนะมึง กูต้องรีบกลับ แม่กูไลน์มาบอกว่าญาติกูมาเยี่ยม ต้องรีบกลับไปกินข้าวให้พร้อมหน้าพร้อมตา"

     "ได้ๆ มึงรีบไปเถอะ"

     "อย่าเพิ่งแดกน้องกูไปซะก่อนล่ะ มึงยิ่งหิวเก่งอยู่ด้วย"

     "ไอ้บ้า! กูไม่ได้ตะกละถึงขั้นจะกินคนด้วยกันเองนะ"

     คนโดนด่าหัวเราะที่ทำให้ผมอารมณ์บูดได้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างสบายอารมณ์ผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ กลายเป็นว่าตอนนี้เหลือแค่ผมกับธีมสองคน ผมหันกลับมามองคนป่วยที่ตอนนี้เบือนหน้าหันไปทางอื่น บริเวณแก้มที่มีผ้าประคบอยู่ขึ้นสีแดงจางๆ

     "ร้อนเหรอครับ"

     "!!!" อะไรกัน ถามแค่นี้ทำไมต้องตกใจด้วย

     "พี่เห็นเราแก้มแดงน่ะ ถ้ายังไงเดี๋ยวไปปรับพัดลมให้นะ"

     "ไม่ต้อง...ผมไม่ได้ร้อน" ปากตอบผม แต่ตายังมองทางอื่นอยู่

     "...งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ดีแล้วครับ"

     ตอนพูดกับไอ้ดลน่ะไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่พอมาตอนนี้ผมก็เพิ่งจะรู้สึกตัว

     ผมกับธีมยังไม่สนิทกันเลยนี่นะ จู่ๆ ก็ต้องมาอยู่ด้วยกันสองคนตามลำพังแบบนี้ มันเลยอดรู้สึกเกร็งไม่ได้

     ผมมองไปยังคนตัวสูง พลางคิดในใจคนเดียว

     ธีมจะเป็นเหมือนกันไหมนะ?

     "หายเจ็บบ้างยังครับ"

     "...ดีขึ้นแล้ว"

     "เย็นมือไหม ถ้าเย็นแล้วเดี๋ยวพี่ถือผ้าให้แทนก็ได้นะ"

     "มะ...ไม่เป็นไร ผมถือเองได้ ยังไหวอยู่"

     ผมถือวิสาสะหยิบผ้าเย็นออกจากแก้ม ก่อนจะดึงมือของคนตัวสูงมาดู "ยังไหวอะไรกันล่ะ เลือดฝาดหมดแล้วเนี่ย มานี่มา เดี๋ยวพี่ถือให้ครับ"

     ผมไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธเป็นรอบที่สอง แย่งผ้าเย็นมาถือไว้ในมือก่อนจะค่อยๆ แตะลงไปบนแก้มสากเบาๆ ธีมมองผมนิ่งๆ แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อหนักกว่าเมื่อครู่ แปลกแฮะ ผมว่าอากาศในห้องนี้ก็ไม่ได้อบอ้าวนะ ออกจะเย็นสบายด้วยซ้ำ

     ผมกับธีมไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ผมมองหน้าธีม ในขณะที่ธีมหันไปมองทางอื่น จู่ๆ ผมก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ผมไปหาธีมที่โรงยิม พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา

     "ขอโทษนะ"

     "...?" ธีมหันมามองผม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนจะถามว่าผมขอโทษทำไม

     "ที่พี่มาหาวันนี้น่ะ พี่จะมาคืนเงินค่าน้ำเมื่อตอนกลางวัน แต่ก็ไม่นึกว่าจะทำให้เราตกใจจนโดนลูกบาสอัดหน้า ถ้าพี่ไม่มาเราก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัว"

     "..."

     "ขอโทษจริงๆ นะครับ" ผมยิ้มบางๆ ให้ร่างสูงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ธีมมองหน้าผมสักพักก่อนจะหันไปมองทางอื่นต่อ

     "พี่ตั้งใจเหรอ"

     "ฮะ?"

     "ผมถามว่าพี่ตั้งใจทำให้ผมเจ็บตัวเหรอ"

     "บ้าเหรอ พี่จะทำแบบนั้นทำไมล่ะ"

     "ถ้าพี่ไม่ได้ตั้งใจก็แปลว่าพี่ไม่ผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก"

     "แต่ถึงอย่างนั้น..."

     "ส่วนเรื่องเงินน่ะไม่ต้องคืนหรอก แค่น้ำแก้วเดียว ผมไม่ได้ลำบากอะไร"

     "ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ลำบากหรือไม่ลำบาก มันอยู่ที่เราจ่ายให้พี่ พี่ก็ต้องเอาเงินมาคืนเรา" พอพูดมาถึงตรงนี้ผมก็ชะงัก อะไรบางอย่างแทรกขึ้นมาในหัว "ทำไมธีมถึงจ่ายค่าน้ำให้พี่ล่ะครับ"

     "..." ไม่มีคำตอบจากร่างสูง มีเพียงอาการตกใจนิดหน่อยก่อนจะแสร้งทำเป็นมองตักตัวเองเพื่อกลบเกลื่อน

     "ธีมครับ พี่ถามเราอยู่นะ"

     "..."

     "ได้ยินพี่ไหมเนี่ย"

     คราวนี้คนโดนถามหันมามองแบบไม่บอกกล่าวล่วงหน้า กลายเป็นผมบ้างที่เป็นฝ่ายตกใจ ทีแรกผมนึกว่าธีมจะรำคาญที่โดนถามมากๆ แต่สิ่งที่เขาทำกลับมีแค่ยืนขึ้น แย่งผ้าในมือผมไปประคบต่อ

     "ผมจะกลับแล้ว ขอบคุณที่คอยอยู่เป็นเพื่อน"

     "เดี๋ยวสิ เรายัง..."

     ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบประโยคธีมก็เดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องซะก่อน ทิ้งให้ผมนั่งงงกับตัวเองอยู่ในห้องพยาบาลที่ไม่มีใครอื่นเลย

     ...หรือจะโมโหที่โดนเซ้าซี้กันนะ แต่ว่าผมไม่ได้ ก็ผมสงสัยจริงๆ นี่นา ไม่ได้สนิทกันแท้ๆ แต่กลับมาเลี้ยงน้ำผมซะงั้น เป็นใครใครก็ต้องสงสัยกันทั้งนั้นแหละ

     ว่าแต่...กลับไปทั้งแบบนั้นจะไม่เป็นไรใช่ไหมนะ รอยฟกช้ำก็ยังไม่หายซะด้วยสิ















     วันนี้ผมมามหา'ลัยเช้ากว่าทุกวัน ตอนบ่ายมีควิซย่อย ทีแรกผมกะจะตื่นมาอ่านหนังสือสักพักแล้วค่อยอาบน้ำแต่งตัว แต่ห้องข้างๆ ดันเปิดเพลงเสียงดังจนผมไม่มีสมาธิ เลยต้องหนีมาอ่านในมออย่างที่เห็น

     ช่วงเช้าแบบนี้ยังมีคนมาไม่ค่อยเยอะ บรรยากาศจึงเงียบสงบเหมาะแก่การอ่านหนังสือเป็นที่สุด ผมเดินไปวางกระเป๋าที่ม้านั่งหน้าตึก ยืดแขนขึ้นสุดแรง สูดอากาศยามเช้าเข้าเต็มปอด ได้อ่านหนังสือในที่แบบนี้ผมต้องสอบได้เต็มแน่ๆ

     ผมนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ สลับกับเปิดประมวลเพื่อเทียบมาตราต่างๆ ผ่านไปสักพักรอบข้างก็เริ่มมีคนทยอยกันมาบ้างแล้ว จนกระทั่งท้องส่งเสียงร้องออกมา ผมเลยนึกขึ้นได้ว่า...

     ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แหะๆ



     Rrrr~



     "ครับแม่" ผมหยิบโทรศัพท์มากดรับ มือก็เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปโรงอาหาร

     [ไม่ต้องมาครับแม่เลย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกลับบ้านเลยนะ]

     "โธ่แม่ ก็ไอเรียนหนักนี่ครับ เวลานอนยังแทบจะไม่ค่อยมีเลย"

     [หาเวลากลับบ้านบ้างสิ แม่คิดถึงจนจะลืมหน้าลูกชายแล้วเนี่ย]

     ได้ยินคำตัดพ้อของคนปลายสายแล้วผมก็หลุดขำออกมา "ลูกชายออกจะหล่อขนาดนี้ แม่ลืมลงเหรอครับ"

     [พ่อเราหล่อกว่านี้แม่ยังลืมมาแล้วเลย นี่ว่าเดี๋ยวจะนัดแฟนใหม่ไปกินข้าวซะหน่อย]

     [อ้าวคุณ พูดแบบนี้ผมขึ้นนะ] เสียงพ่อดังแทรกมาจากในสาย ถ้าให้เดาผมว่าป่านนี้พ่อกับแม่น่าจะนั่งดูทีวีไปพลางจิบกาแฟไปพลางในห้องนั่งเล่น มันเป็นกิจวัตรประจำวันของบ้านผมน่ะครับ

     "รีบไปง้อพ่อเลยครับ เกิดพ่องอนยาวขึ้นมาไอไม่รู้ด้วยนะ"

     [ช่างพ่อเขาก่อนเถอะ ว่าแต่ลูกน่ะว่างกลับบ้านเมื่อไหร่ แม่คิดถึง]

     "อืม..." ผมลุกขึ้นยืนสะพายกระเป๋า ในหัวก็คิดว่าจะตอบคนในสายยังไงดี "ประมาณสัปดาห์หน้าน่าจะได้นะครับ"

     [จริงเหรอ งั้นเดี๋ยวแม่จะทำสเต๊กไว้รอนะ]

     "ยังไม่ต้องทำตอนนี้นะครับ ขืนทำตอนนี้เดี๋ยวบูดซะก่อน" ผมเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ ทันใดนั้นก็มีอีกเสียงแทรกเข้ามาในสาย

     [พิไออออ พิจะกลับมาเมื่อไหย่]

     ผมยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวตัวเอง ใบหน้าแป้นแล้นของคนพูดลอยเข้ามาในหัว "พี่ไอกลับสัปดาห์หน้าค่ะ น้องอุ่นคิดถึงพี่ไอไหม"

     [คิดถึงซี่ พิไอชื้ออมยิ้มมาฝากน้องอุ่นหน่อยนะ]

     "ได้สิคะ แต่กลับไปแล้วน้องอุ่นต้องหอมแก้มพี่ไอก่อนนะ"

     [ม่ายอาว น้องอุ่นม่ายอยากหอมแก้ม น้องอุ่นอยากจุ๊บปากพิไอ]

     น้องผมนี่น่ารักจังเลยน้าาา ชักอยากจะกลับไปหาตอนนี้ซะแล้วสิ

     "ฮ่าๆๆๆ โอเคค่ะ ไว้กลับไปแล้วเราจุ๊บปากกันนะ"

     พ่อผมเป็นคนอังกฤษน่ะครับ บ้านผมเลยได้รับวัฒนธรรมต่างชาติมาพอสมควร น้องอุ่นบอกคิดถึงผมอีกรอบก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้แม่ ผมเลยโดนกำชับรอบสองจนได้

     [สัปดาห์หน้าต้องกลับนะไอ ทั้งบ้านเขาคิดถึงลูกกันจะตายอยู่แล้ว]

     "คร้าบๆๆ ไว้กลับไปแล้วไอจะไปกอดให้ครบทุกคนเลย ไอไปกินข้าวก่อนนะครับ พ่อกับแม่ดูแลตัวเองด้วยนะ"

     ผมวางสายแม่ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ระหว่างเดินไปโรงอาหารก็คิดกับตัวเองว่ากินเสร็จแล้วจะไปอ่านหนังสือที่ไหนต่อดี อีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ่ายโมง ไอ้ดลกับไอ้ตาลไม่น่าจะมาภายในเร็วๆ นี้ซะด้วย อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะตอนเที่ยงนู่นแน่ะ

     ...หรือผมจะคิดผิดที่มาแต่เช้ากันนะ

     "พี่ไอ! รอผมด้วย!"

     ผมหยุดเดินแล้วหันหลังไปมองตามเสียงเรียก รุ่นน้องที่เจอกันในยิมเมื่อวานวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

     "แฮกๆๆ ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว"

     "รีบวิ่งมาทำไมครับเนี่ย พี่ไม่หนีไปไหนซะหน่อย"

     "ก็ผมเห็นหลังพี่ไออยู่ไกลๆ ผมเลยกลัวว่าจะตามมาไม่ทันอ่ะ" คนพูดยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาว พักหายใจสักพักก่อนจะกระชับสายกระเป๋าที่สะพายอยู่ให้แน่นขึ้น "กำลังจะไปกินข้าวใช่ไหมครับ ผมขอไปด้วยนะ ไม่มีเพื่อน"

     "ไอ้ได้น่ะก็ได้อยู่หรอกครับ แต่ทำไมวันนี้เรามากินคณะพี่ล่ะ"

     "ร้านประจำคณะผมยังไม่เปิด เลยลองมาดูคณะพี่เผื่อจะมีอะไรน่ากินบ้าง"

     จะว่าไปแล้วกับน้องคนนี้ ถึงจะเคยเจอหน้ากันบ่อยแต่ผมก็ยังไม่เคยถามชื่อเขาเลยนี่นา "เอ่อ...เราชื่ออะไรนะครับ"

     "ต้าครับ ชื่อเต็มแฟนต้า แต่เรียกต้าเฉยๆ ก็ได้"

     "แฟนต้าที่เป็นน้ำอัดลมน่ะเหรอ"

     "ผมว่าแล้วว่าพี่ต้องนึกถึงน้ำอัดลม ฮ่าๆๆๆ"

     ต้าชวนผมคุยไปเรื่อยระหว่างที่เดินไปโรงอาหาร ที่ผ่านมาผมมักจะเจอต้าผ่านไอ้ดล เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ จนมาวันนี้ที่ได้คุยกันแบบจริงจังเลยทำให้ผมรู้ว่าต้าเป็นคนคุยเก่งมาก ช่างสรรหาเรื่องมาชวนคุยทำให้ผมหัวเราะได้ตลอด

     จนกระทั่งตอนที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร จู่ๆ ต้าก็ถามเรื่องเมื่อวานขึ้นมา

     "ไอ้ธีมเป็นไงบ้างพี่"

     ชื่อที่ออกมาจากปากคนข้างๆ ทำให้ผมชะงักไปนิดหนึ่ง คำถามที่ผมถามธีมค้างไว้เมื่อวานกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

     "...ก็น่าจะดีขึ้นแล้วล่ะครับ เห็นว่าแก้มฟกช้ำนิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นไรมาก"

     "ตอนนั้นผมตกใจเหมือนกันนะ ตะโกนคุยกับมันในยิมก็บ่อย แต่ไม่รู้ทำไมถึงเพิ่งมาขวัญอ่อนเมื่อวาน เรียกนิดเรียกหน่อยก็สะดุ้งแล้ว"

     ต้าพูดพลางหัวเราะ ก่อนจะอาสาไปซื้อข้าวให้โดยฝากกระเป๋าไว้ที่ผม ตอนนี้สิบโมงแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์ไปปลุกเจ้าเพื่อนขี้เซาทั้งสองคน ไอ้ดลอ่านแทบจะทันที ต่างกับไอ้ตาลที่ยังไม่อ่านสักข้อความ ผมรู้เลยว่ามันยังไม่ตื่น เพราะปกติตาลมันติดโทรศัพท์มาก ไม่เคยอยู่ห่างมือเลยแม้แต่เวลากินข้าวก็ตาม

     ระหว่างที่ผมคุยกับเพื่อนอยู่ ต้าก็เดินกลับมาพร้อมข้าวมันไก่สองจานในมือ "พี่รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมไปซื้อน้ำมาให้"

     "ไม่ต้องก็ได้ครับ เราอุตส่าห์ซื้อข้าวมาให้แล้ว พี่เกรงใจ"

     "ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ถือซะว่าตอบแทนที่ให้ผมมากินข้าวด้วยไง" คนพูดขยิบตาให้ผมหนึ่งที ก่อนจะเดินลิ่วไปร้านน้ำโดยไม่รอให้ผมทักท้วงต่อ ผมส่ายหน้าให้คนที่ใจดีเกินเหตุ ก่อนจะหันมามองโทรศัพท์อีกครั้งเมื่อเสียงไลน์ดังขึ้น



     NOPPADOL_ : มึงจะรีบไปทำไมวะ กูเพิ่งตื่นเองเนี่ย

     II_Phurin : รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วมาให้ไวเลย กูเหงาจะตายอยู่แล้ว

     NOPPADOL_ : ละไอ้ตาลอ่ะ

     II_Phurin : ยังไม่ตื่นมั้ง เดี๋ยวค่อยโทรไปปลุกมัน มึงรีบมาก่อนเถอะ

     NOPPADOL_ : เออๆๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน




     "มาแล้วครับๆ"

     ผมเงยหน้ามองคนที่เดินถือแก้วน้ำมาสองแก้ว ยิ้มขอบคุณให้ก่อนจะรับมาหนึ่งแก้ว "หืม? คิดไงถึงซื้อน้ำแตงโมปั่นมาให้พี่เนี่ย"

     "พี่ไม่ชอบเหรอ"

     "เปล่าๆๆ แค่นึกว่าเราจะซื้อน้ำเปล่ามาให้ไง แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ"

     "ก็ไอ้ธีมบอกผมว่าพี่ชอบกินน้ำแตงโมปั่น ผมเลยซื้อมาให้"

     มือที่กำลังจะจับหลอดเข้าปากหยุดค้างเติ่งอยู่กับที่ ผมเลื่อนสายตาไปมองคนพูดพลางขมวดคิ้ว "ธีมน่ะเหรอ? บอกว่าพี่ชอบกินน้ำแตงโมปั่น?"

     "อ่าครับ ก็เมื่อวาน..."

     "มึงมาทำอะไรที่นี่วะไอ้ต้า"

     เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง คนตรงหน้าผมจึงหยุดคำพูดไว้แค่นั้นแล้วมองเลยไหล่ผมไปยังเจ้าของเสียง ผมเองก็หันไปมองเหมือนกัน แล้วก็ต้องตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นที่นี่เวลานี้

     "กูมากินข้าวกับพี่ไอ แล้วมึงอ่ะมาทำอะไร"

     "ไอ้ทอยบอกว่ามึงมาคณะนิติฯ กูเลยตามมาหามึง จะเอากุญแจรถมาคืน" ธีมตอบเพื่อนตัวเองเสียงเรียบ แวบหนึ่งเหมือนเขาจะหันมามองผม แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น ผมมองเลยไปยังบริเวณแก้มที่โดนลูกบาสเมื่อวาน รอยฟกช้ำหายไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่จางๆ

     "อ๋อ ที่จริงไว้ค่อยคืนตอนเรียนเสร็จก็ได้นะ ไม่เห็นต้องถ่อมาหากูถึงนี่เลย"

     คนตัวสูงไม่ตอบอะไร แต่หยิบกุญแจรถออกมาแล้วโยนให้ต้าที่รับไปได้แบบพอดิบพอดี ผมที่เห็นว่าสบโอกาสเลยชิงถามขึ้นมา

     "แก้มค่อยยังชั่วขึ้นแล้วใช่ไหมครับ"

     คราวนี้ธีมหันมามองผมแบบเต็มตา แต่สุดท้ายก็หันไปมองทางอื่นก่อนจะตอบ "ค่อยยังชั่วแล้ว"

     ผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่าท่าทางที่ธีมมีต่อผมมันดูตึงๆ ยังไงชอบกล...

     "อ้าว มึงวางกระเป๋าทำไมอ่ะ" ต้าถามขึ้นมาเมื่อเห็นร่างสูงถอดกระเป๋าที่ไหล่แล้ววางไว้ข้างๆ ผม

     "จะกินข้าวด้วย หิว" คนโดนถามพูดเสียงห้วน "ทำไม หรือมึงมีปัญหา?"

     "...ก็ไม่มี แค่ถามเฉยๆ"

     คนที่บอกว่าหิวไม่พูดอะไรต่อ เดินดุ่มๆ ไปสั่งอาหาร ทิ้งให้ผมกับต้านั่งงงกันสองคน

     "ไปแดกรังแตนมาจากไหนวะ ถามนิดถามหน่อยทำเป็นหงุดหงิด ไอ้หน้าหล่อเอ๊ย"

     ผมหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินคำที่ต้าใช้ด่าเพื่อน สาบานว่านั่นคือคำด่า แถวบ้านผมมันเรียกว่าคำชมนะนั่น

     "เออพี่ลืมถามเลย มีเรียนกันกี่โมงเนี่ย"

     "สิบเอ็ดโมงครับ เดี๋ยวผมก็ว่าจะไปแล้วล่ะถ้าไอ้ธีมมันไม่มาซะก่อน"

     "เอาน่า อีกตั้งเกือบชั่วโมง ให้ธีมเขากินข้าวก่อนเถอะครับ"

     "แล้วพี่อ่ะเรียนกี่โมง"

     "บ่ายโมงครับ"

     "โหย เรียนตั้งบ่ายแล้วทำไมมาแต่เช้าอ่ะพี่ เป็นผมนะเอาเวลาไปนอนเกาตูดอยู่ในห้องดีกว่า เที่ยงนู่นแน่ะถึงจะได้ฤกษ์มาเรียน"

     "บ่ายนี้พี่มีควิซน่ะ เลยต้องตื่นมาอ่านหนังสือแต่เช้า ไม่งั้นอ่านไม่ทัน"

     "พี่แม่งโคตรขยันเลยว่ะ ดีนะที่เซคฯ ผมไม่มีควิซแบบพี่ ไม่งั้นนะ..."



     แกร๊ง!



     "มัวแต่พูดอยู่ได้ ไม่รีบกินเดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทันหรอก"

     เสียงจานข้าวกระทบพื้นโต๊ะแต่ไม่แรงมาก ตามมาด้วยเจ้าของจานที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างผม ต้ากับผมหันไปมองคนพูดแทบจะพร้อมกัน ตอนแรกผมนึกว่าต้าคิดไปเอง แต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดเหมือนต้าแล้วว่าธีมกำลังหงุดหงิดอยู่

     ผมไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดอะไร และเพราะไม่รู้ผมเลยอดคิดแง่ลบไม่ได้ว่าเขาอาจจะยังหงุดหงิดที่ผมเซ้าซี้เขาเมื่อวานอยู่ก็เป็นได้

     ควรขอโทษดีไหมนะ หรือจะปล่อยเบลอไปเลย...

     ผมอาศัยจังหวะที่ธีมกำลังโฟกัสกับข้าวตรงหน้าแอบลอบมองเขา ไม่อยากเชื่อว่าถึงแม้จะมีรอยฟกช้ำบนแก้มแต่ความหล่อของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย และตอนนั้นเองที่ผมเริ่มรู้ตัวว่าโต๊ะของเรากำลังเป็นจุดสนใจของคนอื่นๆ ผมรู้ได้ในทันทีว่าพวกเขามองธีม เพราะผมไม่เคยเป็นจุดสนใจแบบนี้ และถ้าเขาจะมองต้าก็ต้องมองตั้งแต่เดินเข้ามาในโรงอาหารแล้ว แต่นี่โต๊ะผมกลายเป็นจุดสนใจหลังจากธีมมา เลยคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีก

     อ่า...นี่ผมกำลังนั่งกินข้าวกับคนดังของมหา'ลัยอยู่เหรอ

     "มีเรียนสิบเอ็ดโมงใช่ไหมมึงอ่ะ" คนตัวสูงหันไปถามเพื่อนหลังจากกินข้าวหมดแล้ว เวรละไง ผมเผลอมองธีมนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

     "อือ ถามทำไมวะ"

     "รีบไปดิ เดี๋ยวก็สายหรอก"

     "มึงจะรีบไปไหน อีกตั้งยี่สิบนาที ตึกก็อยู่แค่นี้ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว"

     "กูจะไปซื้อขนมด้วย"

     "ปกติมึงไม่กินขนมไม่ใช่เหรอวะ"

     ธีมทำหน้าหงุดหงิดเมื่อโดนเพื่อนขัด ส่วนผมก็ได้แต่นั่งฟังพวกเขาคุยกันด้วยความงง

     "แล้วมึงจะนั่งอยู่นี่ทำไม ข้าวก็กินหมดแล้ว"

     "กูก็อยากนั่งเล่นกับพี่ไอบ้างไม่ได้หรือไง"

     "ไม่ได้!"

     "..."

     "..."

     "กูหมายถึง...ที่นี่ไม่ใช่คณะมึง และพี่เขาก็อาจจะยุ่งอยู่ มึงอยู่ต่อไปก็รบกวนเขาเปล่าๆ" ธีมรีบอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นใบหน้างงงวยของผมกับต้า พอว่าจบร่างสูงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าทั้งกระเป๋าของตัวเองและของเพื่อนไปถือ "เอาเป็นว่าถ้ามึงอยากอยู่ต่อก็ตามใจ แต่เชิญขึ้นเรียนแบบไม่มีกระเป๋าไปละกัน"

     "เฮ้ยไอ้เหี้ยธีม! นั่นมันกระเป๋ากูนะเว้ย!"

     ต้าลุกขึ้นยืนทันควัน หันมาบอกลาผมลวกๆ ก่อนจะวิ่งตามเพื่อนตัวเองที่เดินลิ่วออกจากโรงอาหารไปก่อนแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนผมยังไม่ทันจะปริปากพูดอะไรด้วยซ้ำ สักพักไอ้ดลก็เดินเข้ามาหา มันมองไปทางที่ธีมกับต้าเดินจากไปก่อนจะหันมามองผม

     "เมื่อกี้กูเดินสวนกับไอ้ธีม มันมาหามึงเหรอวะ"

     "...เปล่า เขามาหาเพื่อน"

     "มาหาเพื่อน? มันมีเพื่อนเรียนนิติฯ ด้วยเหรอ ทำไมกูเพิ่งรู้"

     "เรื่องมันยาวน่ะ ไว้เดี๋ยวกูค่อยเล่าให้ฟัง"

     ผมมองไปยังทางที่ธีมกับต้าเดินจากไป ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา

     ท่าทางของธีมที่มีเมื่อครู่ มันเหมือนกับไม่อยากให้เพื่อนของเขาอยู่กับผมนานๆ อย่างนั้นแหละ

     หรือว่าธีมจะเกลียดผมกันนะ...














     TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2020 20:42:14 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
น้องธีมเขินพี่ไอหรอลูก :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
กุ๊กกิ๊กมากแม่  :mew1:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
พบคนซึนหนึ่งอัตรา 555

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
มึนๆดี ชอบ 555++ มาตามด้วยคน!!

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
Episode 03





     "เลือกเร็วๆ ไม่เป็นเหรอวะ กูรอจนจะเมื่อยแล้วเนี่ย"

     "ก็กูเลือกไม่ถูกอ่ะ มันน่ากินไปหมดเลยนี่นา"

     พอได้ยินคำพูดของผม ไอ้ดลมันก็ทำหน้าเอือมระอา ชี้นิ้วไปยังเค้กฝอยทองที่อยู่ด้านในสุดของตู้ "งั้นกูเลือกให้ เอาอันนั้นละกัน"

     "ไม่เอา ฝอยทองมันหวานเกินไป"

     "งั้นอันนี้อ่ะ" คราวนี้มันชี้ไปยังเค้กลูกเกดที่อยู่กลางตู้ ผมส่ายหน้าหงึกๆ

     "ไม่เอา กูไม่ชอบลูกเกด"

     "ถ้างั้นอันนี้" มันเปลี่ยนไปชี้เค้กช็อกโกแลตที่อยู่ถัดไป และผมก็ส่ายหน้าอีกรอบ

     "ไม่เอา เดี๋ยวช็อกโกแลตติดฟัน"

     "มึงอย่าเรื่องมากได้ป่ะวะ เลือกๆ มาสักอันเถอะ ถ้าไม่เลือกกูจะเข้ามอแล้วนะ"

     "มึงก็อย่าเร่งดิ ให้กูได้ใช้สมาธิก่อน"

     "เลือกเค้กแค่นี้ต้องใช้สมาธิด้วย?"

     "ก็ถ้าเลือกมาไม่ถูกใจกูก็เสียเงินฟรีอ่ะดิ"

     พี่คนขายยิ้มแห้งๆ ส่วนคนที่เอาแต่บ่นตั้งแต่เดินเข้าร้านมาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมละสายตาจากไอ้ดลหันมาดูเค้กในตู้อีกรอบ โชคดีที่ช่วงเช้าแบบนี้ลูกค้ายังไม่เยอะ ผมเลยยืนดูเค้กได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนลูกค้าคนอื่น

     หลังจากยืนตัดสินใจหน้าตู้เค้กอยู่นานโดยมีเพื่อนสนิทที่รับบทคุณพ่อชั่วคราวคอยบ่นเป็นระยะ ผมก็เดินมานั่งที่โต๊ะริมกระจกพร้อมชีสเค้กบลูเบอร์รี่และอเมริกาโน่เย็น ไอ้ดลนั่งลงตรงข้ามผม พอก้นแตะเก้าอี้มันก็บ่นออกมาอีกรอบ

     "โทรมาปลุกตั้งแต่เช้า บังคับให้มาซื้อเค้กเป็นเพื่อน แถมยังให้กูยืนรอตั้งนานอีก ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกูถีบไปนานแล้วนะ"

     "บ่นเป็นตาแก่ไปได้ กูก็จะเลี้ยงเค้กตอบแทนแล้วไง แต่มึงไม่เอาเอง"

     "ใครมันจะไปอยากกินของหวานเป็นอาหารเช้าวะ มีแต่มึงเท่านั้นแหละไอ้ตะกละเอ๊ย" ว่าจบมันก็ยื่นมือมายืดแก้มผม จนผมต้องบอกให้หยุดเพราะเริ่มเจ็บขึ้นมานิดๆ

     "มึงแม่ง ชอบแกล้งกูตลอด" พูดไปมือก็ลูบแก้มไป

     "หยุดพูดแล้วรีบๆ กินไปได้แล้ว"

     "คร้าบๆ รู้แล้วคร้าบ"

     ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อนผมเป็นคนขี้บ่นก็วันนี้แหละ รู้แบบนี้ชวนไอ้ตาลมาดีกว่า ไม่น่าชวนมันมาเลย

     เรื่องมันเกิดจากเมื่อคืนผมนอนเล่นเฟซบุ๊กอยู่ดีๆ แล้วบังเอิญไปเห็นเพจร้านเค้กเปิดใหม่ที่คนรู้จักแชร์มา ในเพจเขาลงรูปเค้กหลายรูปมาก แต่ละรูปก็น่ากินทั้งนั้น ผมเลยเกิดความรู้สึกอยากกินเค้กขึ้นมา เช้านี้ผมเลยชวน (บังคับ) ไอ้ดลให้มาเป็นเพื่อนอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

     จริงๆ ผมชอบกินหลายอย่างมากนะ อะไรอร่อยผมก็กินหมด แต่พักหลังมานี้ผมจะชอบกินแต่ของหวาน จนผมเริ่มกลัวแล้วว่าน้ำหนักจะขึ้น

     "ครับพิงค์" คนตรงหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ ผมยังกินเค้กต่อไป แต่ก็คอยเงี่ยหูฟังด้วย "บ่ายโมงเหรอ ได้สิ วันนี้พี่มีเรียนแค่คาบเช้า...ครับ...แล้วเจอกัน...รู้แล้ว รักเหมือนกันครับ"

     ผมแอบเบ้ปากตอนมันพูดประโยคสุดท้าย หลังจากบอกรักกันจนน่าหมั่นไส้เสร็จแล้วไอ้ดลก็วางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

     "พิงค์โทรมาเหรอ"

     "อือ เขาบอกว่าอยากกินชาบู ให้กูไปรับที่คณะตอนบ่ายโมง"

     "แบบนี้กูก็ต้องกินข้าวกับไอ้ตาลสองคนสินะ"

     "จะไปกับกูไหมล่ะ พิงค์ก็ให้กูชวนมึงกับไอ้ตาลไปเหมือนกัน"

     "จะบ้าเหรอ กูไม่กล้าไปเป็นก้างขวางคอมึงหรอก"

     "ไม่กล้าไปเป็นก้างขวางคอหรือไม่อยากไปนั่งดูกูกับพิงค์สวีทกัน"

     ผมง้างส้อมขึ้นมา ทำท่าจะปาไปยังคนปากเสีย ไอ้ดลรีบร้องห้ามขึ้นมาทันที ผมถลึงตาใส่มันก่อนจะกลับมากินเค้กเหมือนเดิม

     "แต่พูดก็พูดนะไอ ไอ้ตาลก็มีแฟนแล้ว ตอนนี้คนที่ยังโสดก็เหลือแค่มึง ไม่คิดจะหาแฟนกับเขาบ้างเหรอ"

     เค้กที่กำลังจะเข้าปากหยุดชะงักกลางอากาศ ผมทำท่าคิดตามคำพูดของคนตรงหน้า ก่อนจะงับเค้กเข้าปากต่อแบบไม่สนใจอะไร "ไม่เอาอ่ะ"

     "ไม่เหงาเหรอวะ"

     "ก็มีบ้าง แต่ขี้เกียจหา"

     "กูแนะนำให้เอาไหม มึงก็รู้ว่ากูรู้จักคนเยอะ"

     จริงอยู่ที่ไอ้ดลมันรู้จักคนเยอะ ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นน้องที่มันบอกว่ารู้จักมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย แถมมันยังรู้อีกว่าผมชอบผู้ชาย รู้ไปถึงสเป็กของคนที่ผมชอบด้วยซ้ำ แต่...ไม่รู้สิ ผมยังไม่สนใจใครเป็นพิเศษ ยังไม่อยากมีใครในชีวิตด้วย แล้วอีกอย่าง...

     "ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก มึงก็รู้ว่าคนธรรมดาแบบกูใครจะมาชอบลง"

     "มันก็ต้องมีบ้างแหละ มึงก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร"

     "แต่กูก็ไม่ได้หน้าตาดีถึงขนาดทำให้คนอื่นหันมามองได้ไง"

     "มึงจะไปรู้อะไร บางคนเขาอาจจะชอบหน้าบ้านๆ แบบมึงก็ได้"

     อยากจะเอาส้อมทิ่มไปบนแขนไอ้คนพูดซะจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าที่มันพูดเป็นความจริงน่ะนะ

     "เออ กูมันหน้าบ้านๆ กูมันคนธรรมดาเดินดินที่โคตรจะตะกละ พอใจมึงยัง"

     "เฮ้ยๆ แค่นี้ถึงกับน้อยใจเลยเหรอ ไม่เอาน่าไอ หน้าบ้านๆ ก็น่ารักได้นะเว้ย"

     ไอ้ดลยื่นมือมาเล่นแก้มผมอีกรอบ พูดเสียงกระเง้ากระงอดอย่างกับกำลังคุยกับผู้หญิง ผมปัดมือมันออกพลางทำปากบึนใส่ จากที่อารมณ์ดีเพราะได้กินเค้กตามที่หวังไว้ตั้งแต่เมื่อคืน กลับต้องมาอารมณ์เสียเพราะคำพูดของมันนี่แหละ

     แต่พอได้ยินที่เพื่อนพูดแล้วผมก็อดคิดตามไม่ได้เหมือนกันนะ มันจะมีจริงๆ เหรอ...คนที่ชอบคนธรรมดาๆ อย่างผมน่ะ















     โรงอาหารคณะผมมักจะโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง ไม่ว่าผมจะมาช้าสักแค่ไหนก็ไม่เคยเต็มจนถึงขั้นไม่มีโต๊ะว่างเลย ไม่รู้ว่าเพราะคนเรียนคณะนี้น้อยหรือเพราะคนส่วนใหญ่ไปกินข้าวนอกมหา'ลัย แต่มันก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่โดนอาจารย์ปล่อยเลทเป็นประจำอย่างผมล่ะนะ

     อย่างตอนนี้ที่ผมเพิ่งได้ลงมากินข้าวก็ปาเข้าไปตั้งเที่ยงครึ่งแล้ว ท้องนี่ร้องเสียงดังจนเพื่อนที่นั่งข้างๆ ได้ยินเลย ไม่ต้องพูดถึงไอ้ดล รายนั้นพอออกจากห้องเรียนแล้วก็รีบไปหาแฟนทันที

     "มึง ดูนี่ พี่เจลงรูปคู่ในไอจีอีกแล้ว อร๊ายยยย" ไอ้ตาลที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้าผมยื่นโทรศัพท์มาให้ดู ในนั้นคือรูปที่มันกับพี่เจถ่ายคู่กันตอนไปกินข้าวเมื่อวันก่อน ผมดูแล้วก็เลื่อนสายตาไปมองเจ้าของโทรศัพท์ คิ้วขมวดนิดๆ ด้วยความสงสัย

     "เขาก็ลงประจำอยู่แล้วป่ะวะ มึงจะดีใจอะไรนักหนา"

     "แหมมึง ขึ้นชื่อว่าแฟนอ่ะ ต่อให้ลงรูปคู่ทุกวันกูก็เขินทุกวันอยู่ดี"

     "ถ้าจะเขินขนาดนั้นมึงไม่เลียจอไปเลยล่ะ"

     "อย่าท้านะ กูกล้านะเว้ย"

     "กูล้อเล่น มึงอย่าทำจริงนะกูอายคนอื่น" ผมรีบร้องห้าม ไอ้ตาลหัวเราะคิกคักก่อนจะเลื่อนไอจีดูรูปอื่นต่อ ปากก็พูดกับผมไปด้วย

     "แฟนกูนี่หล่อจริงๆ ขนาดถ่ายกล้องสดยังดูดีอยู่เลย เฮ้อ อิจฉาตัวเองชะมัดที่มีแฟนดีขนาดนี้"

     ผมยกแก้วน้ำมาดูด มองคนพูดด้วยสายตาเอือมๆ ไอ้คนขี้อวดแฟนยังคงพร่ำเพ้อต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าของคนฟังอย่างผมเลย

     "บางทีกูก็สงสัยนะว่าทำไมเขาชอบลงรูปคู่จัง แฟนเก่ากูแต่ละคนนี่กว่าจะขอให้ลงได้สักรูปอ้อนวอนแทบจะกราบเท้า"

     "ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่เขาเปิดเผยขนาดนี้ เขาทำแบบนี้ก็แปลว่าเขาจริงใจกับมึงไง"

     "มันก็ดีแหละ แต่กูแค่นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้ชายที่แสนดีแบบนี้อยู่จริงๆ"

     ผมเองก็เคยเจอพี่เจอยู่สองสามครั้ง ก็ยอมรับนะครับว่าเขาหล่อและนิสัยดีจริงๆ อย่างตอนที่พวกเราไปเที่ยวทะเลกันพี่เขาก็เทคแคร์ผมกับไอ้ดลดีมาก ไอ้ตาลโชคดีจริงๆ นั่นแหละที่ได้เป็นแฟนกับคนอย่างพี่เจ แต่...พอมาได้ยินมันโอ้อวดอย่างนี้ผมก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ เมื่อเช้าก็ไอ้ดล มากลางวันนี้ก็ไอ้ตาลอีก นี่พวกมันกะจะให้คนโสดอย่างผมตายให้ได้เลยใช่ไหม

     "เออๆ ดีใจด้วยละกันที่แฟนมึงแสนดีขนาดนี้"

     "แล้วมึงอ่ะไอ"

     "กูทำไม"

     "ไม่อยากมีแฟนแสนดีแบบกูบ้างเหรอ"

     ผมที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากกลับต้องหันไปมองคนพูดที่ถามโดยไม่รู้อะไรเลย ตาลมันจะรู้บ้างไหมว่าเมื่อเช้าผมก็โดนคำถามแบบเดียวกันนี้จากไอ้ดล และคำถามนั้นก็ทำให้ผมคิดมากอยู่พอสมควร

     ไอ้พวกบ้านี่...เป็นห่วงผมหรืออยากให้ผมเครียดกันแน่เนี่ย

     "ถ้ามันจะมีจริงๆ เดี๋ยวก็คงมีเองแหละ กูก็ไม่ได้รีบอะไร อยู่แบบนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว"

     "จะบอกว่ามีแค่เพื่อนก็พอแล้ว?"

     "ใช่"

     "แต่สักวันข้างหน้ากูกับไอ้ดลอาจจะไม่มีเวลาให้มึงนะ ไม่ใช่ว่าไม่รักมึงแล้ว แต่พวกกูก็ต้องแบ่งเวลาไปให้แฟนบ้าง อาจจะให้มึงเต็มร้อยเหมือนสมัยก่อนไม่ได้"

     คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกว่าข้าวในปากมันหมดรสชาติขึ้นมาทันที ผมไม่ได้โกรธที่ตาลพูดแบบนี้ เพียงแต่พอคิดตามแล้วมันก็อดใจหายไม่ได้ ที่ผ่านมาผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย แต่พอโดนเพื่อนย้ำมากๆ ผมถึงเพิ่งรู้...ว่าการเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังโสดมันมีเรื่องให้คิดมากขนาดนี้

     "ไม่ต้องมาห่วงกูหรอก เอาเรื่องของมึงให้รอดก่อนเถอะ ปล่อยให้พี่เจลงรูปคนเดียว ถ้าเขาน้อยใจไปมีคนใหม่ขึ้นมากูไม่รู้ด้วยนะ" ผมทำเป็นชวนคุยเรื่องอื่น ไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้ว่าคำพูดของมันทำให้ผมคิดมาก

     "ไอ้บ้า กูก็ลงบ้างอะไรบ้างหรือเปล่า แค่ไม่ได้ลงบ่อยเหมือนเขาเท่านั้นเอง" ไอ้ตาลว่าจบก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว หันกลับมาตั้งใจจะกินข้าวต่อ แต่จู่ๆ มันก็นิ่งไป "มึง..."

     "อะไร"

     "กูลืมซื้อน้ำมา" มันว่าพร้อมกับยิ้มแหะๆ

     "แล้ว?"

     "ไปซื้อให้หน่อยดิ น้าาาา"

     "แฟนมึงแสนดีนักไม่ใช่เหรอ ไม่ไปใช้แฟนมึงซื้อให้ล่ะ" อย่าหาว่าผมเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนะครับ มันบังอาจบลัฟคนโสดอย่างผม ยอมไม่ได้

     "กูก็พูดไปงั้นๆ ไหม ไม่ได้ตั้งใจจะอวดสักหน่อย"

     เชื่อก็บ้าแล้ว!

     "นะมึงนะ ไปซื้อให้กูหน่อย เดี๋ยวกูเลี้ยงมึงด้วยก็ได้"

     "ไม่เอา อยากกินก็ไปซื้อเองดิ" ต้องดัดนิสัยมันบ้างครับ เอาแต่ใช้คนอื่นเดี๋ยวก็เดินไม่เป็นกันพอดี

     "ไม่ไปซื้อให้จริงอ่ะ?"

     "เออ"

     "จริงๆ อ่ะ?"

     "เอออออ"

     คนโดนปฏิเสธทำหน้างอน ว่าผมใจร้ายพร้อมกับดึงแก้มผมแบบลวกๆ ก่อนจะลุกไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ผมส่ายหัวให้คนเอาแต่ใจก่อนจะหันมากินข้าวต่อ ไอ้ตาลก็แบบนี้แหละครับ ชอบใช้ผมไม่ก็ไอ้ดลให้ทำนู่นทำนี่อยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้เอาแต่ใจจนถึงขั้นนิสัยเสียแบบลูกคุณหนู พวกผมเลยยอมๆ ให้มันบ้างบางครั้ง ไม่ได้ซีเรียสหรือเก็บมาคิดมากอะไร

     แต่จะไม่โอเคอยู่อย่างเดียวก็ตรงที่ชอบเล่นแก้มผมนี่แหละ ทั้งไอ้ตาลทั้งไอ้ดลเลย ไม่รู้แก้มผมมีอะไรดีพวกมันถึงชอบมาดึงมายืดนักหนา จนบางทีผมก็อยากตัดแก้มให้พวกมันเอาไปเล่นที่บ้านจะได้จบๆ ไปซะที

     เรื่องที่เพื่อนของผมพูด เอาจริงๆ ผมก็คิดมากนะ แต่ผมก็ไม่ใช่ประเภทที่จะไปจีบใครเขาทั่วเพียงเพื่ออยากสนองความเหงาของตัวเอง ผมก็เป็นคนแบบนี้ มาเรียน อยู่กับเพื่อน กินข้าว อ่านหนังสือ นอน ตื่นมาเรียนใหม่ ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างผม จะมีใครหันมาสนใจหรือเข้าหาบ้างไหม

     ผมนั่งกินข้าวไปเรื่อยๆ จนจะหมดจานแล้วไอ้ตาลก็เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำปั่นในมือ มันบ่นว่าวันนี้คนเยอะ แถมอากาศก็ยังร้อนอีก ผมกำลังจะล้อว่ามันขี้บ่นเหมือนคุณป้า แต่สิ่งที่มันถือมาด้วยกลับทำให้ผมนิ่งงันไปชั่วขณะ

     วันนี้เพื่อนผมกินน้ำแตงโมปั่นเหมือนทุกวัน ร้านก็ร้านเดิม ไม่มีอะไรแปลกไปจากปกติ แต่ตอนที่มันวางน้ำลงบนโต๊ะแล้วผมหันไปมอง ไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกของผมมันถึงไม่เหมือนทุกครั้ง

     ผมจ้องแก้วน้ำแตงโมปั่นอยู่นาน จนเจ้าของมันหันมามองแล้วเอ่ยทัก

     "ทำไมมองแบบนั้นวะ อยากกินเหรอ"

     ผมไม่ตอบไอ้ตาล จ้องแก้วน้ำอยู่สักพักก่อนจะถามกลับไป "อร่อยเหรอวะ"

     "ถ้าไม่อร่อยกูจะกินทุกวันไหมล่ะ"

     จู่ๆ ผมก็นึกถึงใบหน้าของใครบางคนขึ้นมา...ใครบางคนที่เคยซื้อน้ำแตงโมปั่นให้ผมเพราะเข้าใจผิดว่าผมชอบกิน

     จริงสิ ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนี่นะ

     "มึงเป็นไรป่ะวะ ทำหน้าเหมือนเครียดอะไรอยู่งั้นแหละ"

     ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัว แต่ผมกลับลังเลว่าจะทำมันดีไหม

     "เฮ้ กูถามมึงอยู่นะ ได้ยินที่กูพูดไหม ฮัลโหล"

     ถ้าไปตอนนี้จะยังทันอยู่ไหม จะได้เจอกันหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะไม่ได้มากินข้าวที่โรงอาหาร หรืออาจจะกินเสร็จแล้วและไปที่อื่นแล้วก็ได้

     "ไอ มึงเป็นไรเนี่ย จ้องน้ำกูอยู่ได้ กะจะให้มันท้องเลยใช่ไหม"

     แต่ถ้าไม่ลองมันก็ไม่รู้ ลองไปดูก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไร คณะก็อยู่ติดกันแค่นี้เอง

     "ไอ้ไอ มึงเป็นอะไรของมึง ตอบกูมาก่อน อย่านิ่งแบบนี้ดิวะ"

     "เปล่า กูไม่ได้เป็นไร" ผมตอบคนตรงหน้ากลับไปหลังจากตัดสินใจกับตัวเองได้แล้ว

     "ถ้าไม่ได้เป็นไรแล้วทำไมจู่ๆ ถึง..."

     "ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย"

     "ฮะ? ไปไหน?"

     ผมไม่สนสีหน้างงงวยของไอ้ตาล คว้ามือมันแล้วพาลุกเดินออกมาเลย เสียงบ่นของคนที่โดนลากมาดังเข้ามาในหูเป็นระยะ แต่ตอนนี้ผมสนใจแค่ว่าจะไปทันได้เจอใครบางคนไหม ขอร้องล่ะ ขอให้ทันทีเถอะ อย่างน้อยได้เจอเพื่อนเขาก็ยังดี

     เราสองคนเดินมาจนถึงหน้าโรงอาหารตึกวิทย์ฯ เสียงจ้องแจ้กจอแจของคนในโรงอาหารดังไปทั่ว แต่ระหว่างที่ผมกำลังจะเข้าไปนั้นก็มีใครคนหนึ่งเข้ามาทักซะก่อน

     "อ้าวพี่ไอ! ลมอะไรเหาะมาครับเนี่ย มาหาเพื่อนเหรอ"

     ผมหันไปมองคนพูด แล้วก็ต้องยิ้มอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าคนๆ นั้นคือต้า

     "ต้าครับ เห็นธีมบ้างไหม"

     "ไอ้ธีม? อ๋อ มันกินข้าวอยู่ครับ นี่ผมก็กำลังจะมาซื้อน้ำให้มัน"

     เยส! ผมมาไม่เสียเที่ยวแล้ว

     "ใครวะมึง รู้จักด้วยเหรอ" ไอ้ตาลมากระซิบข้างหู แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาก เลยบอกปัดมันไปว่าเดี๋ยวอธิบายให้ฟังทีหลัง

     "ต้าพอจะรู้ไหมว่าธีมชอบกินน้ำอะไร"

     สีหน้าคนโดนถามดูงงๆ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมตอบ "ผมเห็นมันกินแต่โกโก้อ่ะ ไม่ค่อยเห็นกินอย่างอื่นเลย"

     "โอเค ขอบใจมากครับ"

     "พี่ถามทำไมเหรอครับ"

     ผมไม่ตอบคนตรงหน้า แต่จูงมือไอ้ตาลที่กำลังงงเดินไปยังร้านขายน้ำ ต้าที่งงไม่แพ้กันก็เดินตามมาด้วย

     "เอาโกโก้เย็นแก้วนึงครับ"

     "เดี๋ยวนะ นี่พี่สั่งให้ไอ้ธีมเหรอ"

     "ใช่ครับ วันก่อนเขาเลี้ยงน้ำพี่ วันนี้พี่เลยอยากเลี้ยงน้ำเขาบ้าง"

     คนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทำหน้างงยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดผม  ไม่นานนักโกโก้เย็นก็มาวางอยู่ตรงหน้า หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วผมก็บอกให้ต้าพาไปยังโต๊ะที่ธีมกินข้าวอยู่ ต้ายังงงไม่หาย แต่ก็ยอมพาผมไปโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม

     "ช้าจังวะไอ้ต้า ร้านน้ำก็อยู่ใกล้แค่นี้ ไปขี้มาหรือไง" เพื่อนของต้าที่นั่งกินข้าวอยู่ พอเห็นต้าเดินกลับมาก็ตะโกนถามมาแต่ไกล ส่วนคนที่ผมตั้งใจจะซื้อน้ำมาให้กำลังนั่งหันหลัง เลยยังไม่รู้ว่านอกจากเพื่อนของเขาแล้วยังมีคนอีกสองคนตามมาด้วย

     "ไอ้สัด ใครเขาให้พูดเรื่องขี้ตอนกินข้าวอยู่ เดี๋ยวกูก็ถีบให้"

     เพื่อนคนนั้นทำท่าจะสวนต้ากลับมา แต่พอเห็นผมกับตาลเดินมาด้วย เขาก็ยิ้มเผล่แล้วถามขึ้นมา "เห~ มึงมากับใครวะ"

     "ธุระของไอ้ธีม"

     พอต้าพูดจบ เจ้าของชื่อก็หันมามองแทบจะทันที ก่อนหน้านี้ธีมทำหน้าแบบไหนอยู่ผมไม่รู้ แต่ตอนนี้ที่ธีมหันมาเห็นผม สีหน้าเขาดูตกใจมาก และผมเองก็ตกใจมากเหมือนกัน

     ธีมเป็นคนตัวสูงมาก ผิดกับผมที่ค่อนข้างเตี้ย ตอนนี้ผมยืนอยู่ข้างหลังธีม ยืนใกล้จนแทบจะเรียกว่าประชิดก็ว่าได้ พอธีมหันมาใบหน้าของเราสองคนเลยอยู่ใกล้กัน มันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นหรอก แต่ก็ใกล้มากพอที่จะทำให้ผมใจเต้นแรง...

     ผมเพิ่งรู้ว่าธีมหล่อมาก หล่อถึงขนาดที่ว่าถ้าได้เป็นเดือนคณะผมก็จะไม่แปลกใจเลย

     "คือ...พี่ซื้อน้ำมาให้ ตอบแทนเรื่องเมื่อวันก่อนน่ะครับ" ผมสลัดความคิดในหัวออกไป พยายามไล่ความประหม่าที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนไปให้พ้น "เห็นต้าบอกว่าเราชอบกินโกโก้ ก็ไม่รู้ว่าชอบจริงไหม แต่ยังไงก็รับไว้หน่อยนะครับ แล้วก็..."

     "..."

     "จริงๆ พี่ไม่ได้ชอบกินน้ำแตงโม ที่เราซื้อให้วันนั้นมันเป็นของเพื่อนพี่ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ"

     "..."

     "เอ่อ...รีบรับไปสิครับ เดี๋ยวมันก็จืดซะก่อนหรอก" ผมเอ่ยเร่งเมื่อคนตัวสูงเอาแต่มองหน้าผมอย่างเดียว รอบข้างเราสองคนเต็มไปด้วยเสียงโห่แซวที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาแซวอะไรกัน ธีมยังมองผมนิ่งๆ แต่ตอนนี้หันหน้ามานั่งเข้าหาผมแบบเต็มตัวแล้ว ผมที่โดนจ้องนานๆ ก็เริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเหมือนกัน

     "พี่ซื้อน้ำมาให้ผมแค่เพราะอยากตอบแทนเหรอ"

     "ก็ธีมเลี้ยงน้ำพี่ พี่ก็เลยอยากเลี้ยงน้ำธีมคืนไงครับ"

     "แค่นั้นเองเหรอ"

     ผมทำหน้างง ไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าถาม ผมไม่รู้ว่าธีมอยากให้ผมตอบว่าอะไร แต่ลางสังหรณ์ผมบอกว่าถ้าตอบว่าใช่ธีมจะไม่พอใจ

     ว่าแต่ทำไมต้องไม่พอใจด้วยล่ะ ผมก็แค่อยากตอบแทนเขา เหตุผลแค่นี้มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ

     "เล่นตัวเยอะไปป่ะวะ พี่เขาทำหน้าไม่ถูกแล้วมึงเห็นไหม" เพื่อนที่นั่งข้างๆ ธีมเอ่ยออกมา ก่อนจะรับแก้วน้ำในมือของผมไป "ขอบคุณมากนะครับที่ซื้อมาให้ พี่นี่นอกจากน่ารักแล้วยังใจดีอีก ถ้าไอ้เหี้ยนี่ไม่กินเดี๋ยวผมกินเอ..."

     "ของกู"

     คนตัวสูงแย่งแก้วน้ำไปถืออย่างเร็ว ยังไม่ทันที่เพื่อนจะพูดจบด้วยซ้ำ ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง ไอ้ตาลที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็น่าจะงงเหมือนกัน

     "ถ้าพี่ไม่ได้ชอบกินน้ำแตงโมแล้วพี่ชอบกินอะไร"  จู่ๆ ธีมก็หันมาถาม แถมยังเปลี่ยนเรื่องคุยอีก ผมที่กำลังอึนๆ เลยไม่ทันได้ฟัง

     "ธีมถามว่าอะไรนะครับ"

     "ผมถามว่า ถ้าพี่ไม่ได้ชอบกินน้ำแตงโมแล้วพี่ชอบกินอะไร"

     "จะถามไปทำไมอ่ะครับ"

     "ตอบผมมาเถอะน่ะ"

     ผมนิ่งคิดไปสักพัก พยายามนึกว่าตัวเองชอบเครื่องดื่มอะไร แต่คำตอบที่นึกได้มันเยอะเกินไป เลยสรุปให้คนถามสั้นๆ "อะไรก็ได้ครับ พี่กินได้หมด ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ"

     ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่หลังจากผมพูดจบดูเหมือนคนตรงหน้าจะแอบยิ้มมุมปากนิดๆ

     "ให้น้ำผมเสร็จแล้วพี่ก็กลับไปได้แล้ว อีกเดี๋ยวผมก็ต้องไปเรียนแล้วเหมือนกัน"

     ทำไมผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนไล่อยู่เลย...

     แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ต่อ ผมแค่ซื้อน้ำมาให้ธีม และตอนนี้เขาก็รับน้ำไปแล้ว ผมก็ควรจะกลับคณะตัวเองได้แล้ว ขืนอยู่ต่อไปก็มีแต่จะรบกวนเวลากินข้าวของเขากับเพื่อนๆ

     "งั้น...พี่ไปก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อวันก่อนอีกครั้งนะ"

     ผมยิ้มให้คนตัวสูง ก่อนจะจูงมือไอ้ตาลเดินออกมา รู้สึกโล่งอกที่ถึงแม้เขาจะดูเหมือนเกลียดผม แต่อย่างน้อยเขาก็รับน้ำของผมไป

     "ไอ้ไอ"

     "ว่า?"

     "กลับไปแล้วมึงต้องเล่าให้กูฟังทุกอย่าง เข้าใจไหม ตอนนี้กูงงเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้วเนี่ย"

     "เออรู้แล้ว เดี๋ยวกลับไปเล่าให้ฟัง"

     เราสองคนเดินออกมาจากโรงอาหาร ไอ้ตาลยังคงบ่นไม่เลิกที่ผมลากมันมาโดยไม่อธิบายอะไรก่อนเลย มันบ่นจนผมรู้สึกผิด ไม่ได้รู้สึกผิดที่ไม่อธิบายให้มันฟังนะครับ แต่รู้สึกผิดที่ลากมันมาด้วย สมกับเป็นเพื่อนไอ้ดลจริงๆ ขี้บ่นเหมือนกันไม่มีใครยอมใครเลย


     ขณะที่อีกด้านของโรงอาหารที่ผมเพิ่งเดินจากมา ผมไม่อาจรู้ได้เลยว่ากำลังมีคนพูดถึงผมอยู่...


     "ไอ้คนขี้หวง กูชมนิดชมหน่อยถึงกับแสดงความเป็นเจ้าของ หมั่นไส้ว่ะ"

     "ทำเป็นเล่นตัว ทำเป็นฟอร์มจัด แต่หน้างี้แดงเป็นลูกมะเขือเทศเชียวนะมึง"

     "ไหนบอกอยากกินข้าวกับเขาไง แล้วให้เขากลับไปทำไม หรือกลัวว่าพวกกูจะแย่งพี่เขา?"

     "พวกเหี้ย เงียบปากไปเลย ใครไม่เงียบเดี๋ยวกูจะเอาพริกหยวกยัดปากเรียงตัว" ร่างสูงตวาดใส่เพื่อน ก่อนจะยกแก้วโกโก้หนีเมื่อคนข้างๆ ทำท่าจะหยิบไป

     "ฮั่นแน่ หวงแดกซะด้วย หวงเพราะชอบโกโก้หรือชอบคนที่ซื้อโกโก้มาให้เหรอจ๊ะ"

     "ยุ่งไม่เข้าเรื่อง"

     "แน่ะๆๆ เขินแล้วมาลงกับเพื่อนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนครับคุณชายธีม"

     "กูบอกให้เงียบไง!"














     TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2020 20:48:24 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ไอ้ต้าวธีมมมมมมม :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :pig4: :pig4: มารอจ้ส

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-3
Episode 04





     "เขาชอบมึง"

     "เขาไม่ได้ชอบกู"

     "มึงอย่าเถียงดิ เขาชอบมึงแน่นอน กูคอนเฟิร์ม"

     "มึงนั่นแหละอย่าเถียง กูบอกว่าเขาไม่ได้ชอบก็คือไม่ได้ชอบ เข้าใจป่ะ"

     ไอ้ตาลส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ มันเอามือมาจับสองแก้มของผม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "มึงฟังกูดีๆ นะ เขา ชอบ มึง ถ้าไม่ชอบเขาจะซื้อน้ำให้มึงทำไม"

     "เขาอาจจะเป็นคนใจดีเฉยๆ ก็ได้ มึงอ่ะคิดมาก กูยังไม่เห็นจะคิดอะไรเลย" ผมปัดมือคนตรงหน้าออก ทำหน้าเหนื่อยใจ ก็ดูมันสิครับ เอาแต่พูดอะไรไม่รู้ตั้งแต่เมื่อวาน จนตอนนี้ก็ยังไม่เลิกอีก

     "มึงอ่ะไม่รู้อะไร กูผ่านผู้ชายมาเยอะกูดูออก อาการแบบนี้มันเรียกว่ามีใจให้ชัดๆ"

     "แค่ซื้อน้ำให้ครั้งเดียวเนี่ยนะ?"

     "แค่ครั้งเดียวก็เกินพอย่ะ ใช่ไหมมึง" ในเมื่อโน้มน้าวคนเดียวไม่สำเร็จเลยหันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆ ไอ้ดลที่นั่งเงียบมานานถอนหายใจ มองพวกผมสองคนสลับกัน

     "กูก็พูดไม่ถูกว่ะ เอาจริงๆ กูไม่ได้สนิทกับไอ้ธีมขนาดนั้น ก็แค่รู้จักผ่านรุ่นน้องที่เรียนคณะเดียวกับมัน เลยไม่รู้ว่ามันชอบทำอะไรให้คนที่ชอบบ้าง"

     "แต่ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วป่ะวะ น้องเขาเป็นผู้ชายนะเว้ย และต่อให้เขาเป็นเกย์เหมือนกูจริง เขาจะมาชอบกูได้ยังไง"

     "เขาอาจจะหลงเสน่ห์แก้มย้วยๆ น่าบีบน่าฟัดของมึงนี่ก็ได้ ขนาดกูกับไอ้ดลยังชอบเล่นบ่อยๆ เลย" มันคงกลัวผมไม่เชื่อ เลยยื่นมือมาเล่นแก้มผมประกอบคำพูดตัวเอง ผมปัดมือไอ้ตาลออกอีกครั้ง ก่อนที่เราทั้งสามคนจะยุติบทสนทนาชั่วคราวเมื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ

     วันนี้ไอ้ตาลมันมาดูหนังกับแฟน เห็นพี่เจบอกว่าไปเล่นเกมในเฟซบุ๊กแล้วได้รางวัลมาเป็นตั๋วหนังสี่ใบ ผมกับไอ้ดลเลยถูกชวนให้มาด้วยกัน แต่พอดูหนังเสร็จและกำลังคิดว่าจะไปกินข้าวกันที่ไหนต่อดี เพื่อนพี่เจก็โทรมาตามให้ไปช่วยงานกลุ่ม พอแฟนกลับไปแล้วไอ้ตาลเลยออกความเห็นว่าไหนๆ ก็ได้หนีจากประมวลกฎหมายที่แสนน่าเบื่อมาเที่ยวทั้งที งั้นก็ไปกินอาหารญี่ปุ่นกันเลยดีไหม (ผมเคยบ่นกับพวกมันว่าอยากกิน แต่นั่นก็นานมาแล้ว) สุดท้ายพวกเราเลยมานั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างที่เห็น

     ส่วนเรื่องที่เพื่อนผมพูดก็เกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานนั่นแหละครับ หลังจากที่ผมเล่าเรื่องธีมให้ฟัง มันก็คิดไปเองว่าธีมชอบผม เอาแต่กรอกหูผมมาตั้งแต่เมื่อวานจนตอนนี้ผมแทบจะอาเจียนออกมาเป็นคำว่า 'เขาชอบมึง' แล้ว

     มโนเก่งเป็นที่หนึ่งก็เพื่อนผมนี่แหละ เรื่องแค่นี้ยังคิดเป็นตุเป็นตะได้ตั้งขนาดนี้ ผมล่ะยอมมันเลย

     "มึงเลิกเพ้อเจ้อเถอะตาล ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะที่มึงเอาแต่พูดเรื่องนี้ ไม่เบื่อบ้างเหรอ" ผมบ่นออกมาหลังจากที่พนักงานเดินไปแล้ว ก่อนจะเริ่มลงมือกินข้าวแกงกะหรี่ตรงหน้า

     "มึงไม่เชื่อกูเหรอ"

     "เออ"

     "แต่เซนส์กูแม่นมากนะ จะยังไงกูก็คิดว่าคนที่ชื่อธีมเขาชอบมึงอยู่ดี"

     "เผื่อมึงไม่รู้ ทุกครั้งที่ธีมอยู่กับกูเขาจะชอบทำหน้าบึ้งใส่กูตลอด คนชอบกันเขาจะทำแบบนี้เหรอวะ"

     "น้องเขาอาจจะเป็นคนหน้าตายก็ได้ ใช่ป่ะมึง" มันถางศอกใส่ไอ้ดลที่นั่งอยู่ข้างกัน คนโดนถามนิ่งคิดสักพัก ก่อนจะส่ายหน้า

     "มันก็เฟรนด์ลี่จะตายนะในความคิดกู เจอใครก็ยิ้มให้ แถมยังชอบกวนตีนด้วย จะว่าไปแล้วก็มีแต่ไอ้ไอนี่แหละที่มันไม่เคยยิ้มให้เลย"

     "เห็นไหม น้องเขาไม่ได้ชอบกูหรอก แต่ถ้าเกลียดกูก็ว่าไปอย่าง" ผมสำทับคำพูดของไอ้ดล ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้าให้เทียบกันแล้วโอกาสที่ธีมจะเกลียดผมมีมากกว่าโอกาสที่จะชอบผมซะอีก

     ไอ้ตาลที่เถียงไม่ออกก็เงียบไป มันนิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ ผมเลิกสนใจมันแล้วหันมากินข้าวต่อ อุตส่าห์ได้กินอาหารที่อยากกินมานานทั้งที ต้องกินแบบไม่เครียดอะไรเลยสิถึงจะอร่อย

     อา~ สุดยอด หมูทงคัตสึนี่กรอบนอกนุ่มในชะมัด ซอสแกงกะหรี่ก็เข้มข้นถึงใจ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่สละเวลานอนมาดูหนังตามคำชวนของพี่เจ

     เสียดายอ่ะ ถ้าแถวมหา'ลัยผมมีร้านอาหารญี่ปุ่นบ้างก็คงดี จะได้ไม่ต้องมาไกลขนาดนี้

     "งั้นมาทดสอบกันไหม" จู่ๆ คนตรงหน้าที่ผมคิดว่ายอมแพ้ไปแล้วกลับพูดเรื่องเดิมขึ้นมาอีกครั้ง

     "ทดสอบอะไร"

     "ทดสอบว่าน้องมันชอบมึงจริงหรือเปล่า"

     ผมทำหน้างง ไอ้ดลเองก็งงเหมือนกัน "ยังไงวะ"

     "ไปถามน้องตรงๆ ไง"

     "เห้ย! ไม่เอา"

     "กลัวรับความจริงไม่ได้เหรอ~" พูดยียวนพร้อมกับทำหน้าล้อเลียน ยกส้อมมาหมุนไปมาตรงหน้าผม

     "กลัวบ้าอะไรล่ะ ถ้าไปถามแบบนั้นจริงๆ มีหวังกูกับธีมมองหน้ากันไม่ติดพอดี มึงคิดบ้างดิ"

     "แต่วิธีนี้มันชัดเจนที่สุดแล้วนะ มึงไม่อยากรู้เหรอว่าน้องเขาชอบมึงจริงหรือเปล่า"

     "ไม่อยากรู้ เพราะยังไงธีมก็ไม่ได้ชอบกูแน่นอน"

     "เขามีแต่อยากให้คนหล่อๆ มาชอบ มึงนี่ไม่อยากให้มาชอบ แปลกว่ะ"

     "ไม่ใช่ไม่อยาก แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้"

     แทนที่จะสลดกับคำพูดผม มันกลับยิ้มแปลกๆ แล้วยื่นหน้ามาใกล้จนผมตกใจ "เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ"

     "ฮะ? กูพูดอะไร"

     "มึงพูดว่า 'ไม่ใช่ไม่อยาก' แปลว่ามึงอยากให้น้องเขาชอบมึงใช่ไหม"

     อะไรของมันเนี่ย!

     "สีหน้ามึงมันฟ้องหมดแล้ว เลิกโกหกตัวเองเถอะไอ"

     "เดี๋ยว กูยังไม่ได้พูดอะไร..."

     "หยุดค่ะ" คนตรงหน้าคีบกุ้งทอดมายัดใส่ปากผมดื้อๆ จนผมพูดไม่ออกเพราะต้องเคี้ยวกุ้งในปาก "กูจะไปถามน้องเขาตรงๆ และมึงห้ามกูไม่ได้ด้วย เรื่องของเพื่อนก็คือเรื่องของกู และเรื่องอะไรที่กูอยากรู้กูต้องได้รู้"

     เอากับมันสิครับ ชักจะเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว ผมล่ะอยากกุมขมับ

     "แทนที่จะถามว่าไอ้ธีมชอบไอ้ไอหรือเปล่า เปลี่ยนเป็นถามว่าทำไมถึงชอบทำหน้าบึ้งใส่ไอ้ไอไม่ดีกว่าเหรอวะ" จู่ๆ ไอ้ดลที่นั่งเงียบมานานก็พูดขึ้นมา มันเอามือเท้าคาง มองผมด้วยสีหน้าจริงจัง "กูก็ไม่รู้ว่าไอ้ธีมชอบมึงจริงหรือเปล่า แต่พอมึงพูดว่ามันชอบทำหน้าบึ้งใส่มึง กูก็เริ่มเอะใจขึ้นมาเหมือนกัน"

     "โอ๊ยมึง เรื่องนั้นไว้ถามทีหลังก็ได้ ตอนนี้เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าน้องเขาชอบไอ้ไอจริงไหม"

     "หยุดคิดไปเลยเรื่องนั้นน่ะ ถ้ายังไม่หยุดกูจะฟ้องพี่เจว่าตอนไปทะเลคราวก่อนมึงแอบมองซิกส์แพ็กส์ผู้ชายคนอื่น"

     "เห้ย! ทำไมมึงรู้"

     "กูอยู่กับมึงตลอดจะไม่รู้ได้ไง"

     "กูก็แค่มองเฉยๆ ไหม"

     "ไม่รู้แหละ ถ้ามึงยังไม่หยุดคิดบ้าๆ กูจะฟ้องพี่เจจริงด้วย"

     "เอาเป็นว่าพวกมึงสองคนเลิกเถียงกันก่อน เถียงกันไปเถียงกันมาจนน้ำลายลงข้าวหมดแล้วเนี่ย" ไอ้ดลโพล่งขึ้นมากลางคัน มันยกมือห้ามไม่ให้ไอ้ตาลพูดอะไรอีก ก่อนจะหันมาพูดกับผม "ส่วนมึง อยากรู้ใช่ไหมว่าไอ้ธีมเกลียดอะไรมึงหรือเปล่า"

     "ก็...อยากรู้นิดนึง"

     "ดี งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะช่วยมึงเอง"

     "ช่วย? ช่วยอะไรวะ อย่าบอกนะว่ามึงคิดจะทำอะไรบ้าๆ เหมือนไอ้ตาลอีก"

     "ไม่ใช่อย่างนั้น" มันพูดพลางยิ้มมุมปาก ผมกับไอ้ตาลเลยได้แต่มองด้วยความงง "คนเฟรนด์ลี่อย่างไอ้ธีมน่ะ มีไม่กี่เหตุผลหรอกที่มันจะทำท่าทางปั้นปึ่งใส่คนอื่น"















     เมื่อวานไอ้ดลบอกจะช่วยพิสูจน์ว่าทำไมธีมถึงชอบทำหน้าบึ้งใส่ผม

     ผมไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ และสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ผมงงยิ่งขึ้นไปอีก

     "มึงพากูมาที่นี่ทำไม" ผมหันไปถามคนข้างๆ แต่แทนที่จะตอบ มันกลับยักคิ้วให้แล้วหันไปมองร่างสูงที่กำลังชู้ตบาสอยู่กลางสนาม

     "ดูไปดูมาไอ้ธีมนี่ก็หล่อเหมือนกันนะ ถึงจะไม่เท่ากูแต่ก็ถือว่าหล่อใช้ได้"

     "หยุดค่ะ น้องธีมมีไว้ให้ไอ้ไอชมคนเดียวเท่านั้น คนนอกอย่างมึงห้ามชม"

     "ตกลงมึงจะจับกูกับธีมคู่กันให้ได้เลยใช่ไหม"

     "แน่นอน โอกาสที่เพื่อนกูจะสละโสดลอยมาหาทั้งที กูจะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดไปเด็ดขาด"

     ผมกลอกตามองบน รู้สึกเอือมระอากับความพยายาม (ที่สูญเปล่า) ของเพื่อน ก่อนจะหันไปมองต้นตอของเสียงอึกทึกที่ดังมาจากทั่วทุกสารทิศภายในยิมแห่งนี้ ทั้งเสียงคนเตะบอล เสียงคนเล่นวอลเล่ย์บอล และเสียงคนเล่นบาส บรรยากาศโดยรวมสมกับเป็นคณะวิทย์กีฬาจริงๆ

     ไอ้ดลบอกว่าวันนี้ธีมมีสอบเก็บแต้มบาส ชดเชยที่วันก่อนต้องหยุดสอบกลางคันเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันจะลากพวกผมมาด้วยทำไม ลำพังมันน่ะพอเข้าใจได้ แต่ผมกับตาลไม่ได้สนิทกับธีม จู่ๆ พามาเชียร์ด้วยกันแบบนี้มันก็ดูจะแปลกๆ ไปหน่อย

     "อย่างนั้น! ชู้ตได้สวย ให้มันได้อย่างนี้สิวะน้องกู" ไอ้ดลอุทานขึ้นมาเมื่อร่างสูงชู้ตลูกบาสลงห่วงโดยไม่โดนขอบแป้นเลย จะว่าไปตั้งแต่ผมยืนมองมานี่ธีมยังไม่เคยชู้ตพลาดเลยนะ มิน่าล่ะข้างสนามถึงได้มีคนมาดูค่อนข้างเยอะ นอกจากหล่อแล้วยังเล่นกีฬาเก่งอีกนี่เอง

     ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ คนเพอร์เฟกต์แบบนี้น่ะเหรอจะมาชอบผม ไอ้ตาลมันเอาอะไรคิด ถ้าผมเป็นผู้หญิงสวยๆ ระดับเดือนมหา'ลัยก็ว่าไปอย่าง

     แต่พูดถึงเรื่องแปลกใจแล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ตั้งแต่เดินเข้ามาในยิมผมรู้สึกเหมือนโดนมองอยู่ตลอดเวลา ผมสำรวจตัวเองแล้วก็ปกติดีทุกอย่าง ซิปไม่ได้เปิด เสื้อไม่ได้เลอะ หน้าไม่ได้มีอะไรติด ก็ไม่รู้ว่าเขามองอะไรเหมือนกัน

     "แล้วตกลงมึงจะบอกได้ยังว่าพาพวกกูมาด้วยทำไม" ไอ้ตาลหันไปถามคำถามเดียวกับผมเป๊ะๆ แต่คนที่กำลังเมามันกับการเล่นบาสของรุ่นน้องตัวเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะตอบ "หรือว่า...มึงคิดจะประกาศให้คนทั้งยิมรู้ว่าน้องธีมแอบชอบไอ้ไออยู่"

     "จะบ้าเหรอ ไอ้ธีมชอบเพื่อนเราจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย กูไม่ทำอะไรวู่วามเหมือนมึงหรอกน่ะ"

     คนโดนว่าถลึงตาใส่ ส่วนคนว่าหันมามองผม พร้อมกับเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากผมเบาๆ

     "ฟังกูนะไอ หลังจากไอ้ธีมสอบเสร็จแล้ว ถ้ากูพูดอะไรมึงต้องเออออตามอย่างเดียว ห้ามปฏิเสธ ห้ามโวยวาย ห้ามทำเป็นไม่รู้เรื่อง เข้าใจไหม"

     "เดี๋ยวนะ นี่มึงคิดจะทำอะไร"

     "ทำตามที่กูบอกเถอะน่ะ ไม่อยากรู้เหรอว่าไอ้ธีมมันเกลียดมึงจริงหรือเปล่า"

     "ก็อยากรู้ แต่..."

     "ดี งั้นเอาตามนี้" คนพูดสรุปเอาเองโดยไม่คิดจะฟังความเห็นจากผม หันไปเชียร์คนที่เล่นบาสต่อเหมือนต้องการจะจบบทสนทนาไว้แค่นี้ ผมทำหน้าบึ้งใส่มัน จะทำอะไรก็ไม่บอกกันก่อน แถมยังเอาแต่สั่งอะไรก็ไม่รู้อีก เผด็จการจริงๆ เลยไอ้เพื่อนคนนี้

     ผมเลิกสนใจเพื่อนตัวเองหันไปดูธีมต่อ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังชู้ตบาสไม่เคยพลาด และทุกครั้งที่ลูกบาสลงห่วงจะต้องมีเสียงกรี๊ดจากคนดูเสมอ

     สุดยอดไปเลยแฮะ คนมองขนาดนี้แต่สมาธิยังไม่หลุดอีก ถ้าเป็นผมคงประหม่าจนไม่เป็นอันชู้ตบาสไปนานแล้ว แต่ธีมคงจะชินกับอะไรแบบนี้แล้วสินะ

     จู่ๆ  ก็มีเสียงเป่านกหวีดดังขึ้นมา ถ้าให้ผมเดาน่าจะเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาแล้ว คนตัวสูงโยนลูกบาสลงพื้นก่อนจะวิ่งไปดูคะแนนจากอาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างสนาม และดูเหมือนคะแนนจะเป็นที่น่าพอใจ เพราะถึงแม้จะมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด แต่ใบหน้าของธีมตอนนี้ก็ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

     ผมเพิ่งเห็นธีมยิ้มกว้างขนาดนี้เป็นครั้งแรก...

     อ่า...ตอนทำหน้านิ่งก็ว่าดูดีแล้ว แต่ตอนยิ้มนี่ดูดีกว่าหลายเท่าเลย

     "เป็นไง เคลิ้มเลยสิมึง เห็นเขายิ้มหน่อยมองตาไม่หุบเลยนะ"

     ผมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะรีบหันไปมองทางอื่นพลางปฏิเสธเสียงแข็ง ไอ้ตาลยังยิ้มๆ ล้อเลียนไม่เลิก ผมเลยต้องทำหน้าขึงขังใส่มันเพื่อกลบเกลื่อน

     ธีมยืนคุยกับอาจารย์ต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะขอแยกตัวออกมา ไอ้ดลที่เห็นรุ่นน้องตัวเองว่างแล้วก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที มันเอาน้ำไปให้ธีม กอดคอเขาแล้วพากันเดินมาทางนี้ ไอ้ตาลที่ล้อผมอยู่เลยหยุดแล้วหันไปมองอย่างงงๆ ผมเองก็งง

     "พี่มาด้วยเหรอเนี่ย ไม่เห็นบอกผมก่อนเลย"

     "กะจะมาดูมึงสอบตกไง แต่ไหงได้คะแนนเต็มเฉยเลยวะ"

     "ธรรมดาของคนเก่งอ่ะพี่"

     "เก่งตายแหละไอ้ห่า แป้นเตี้ยแค่นี้ใครๆ ก็ชู้ตลงป่ะวะ"

     "โห พูดแบบนี้พี่มาแข่งกับผมเลยดีกว่า"

     "ได้อยู่แล้ว กลัวซะที่ไหน แต่ไว้วันหลังนะมึง วันนี้กูมีเรื่องให้มึงช่วย"

     สองคนนั้นเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่ผมกับตาลยืนอยู่ พอธีมหันมาเห็นผมเขาก็ทำหน้าตกใจ แต่สักพักเขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ รอยยิ้มก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว

     เห็นไหม แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมคิดว่าธีมเกลียดผมได้ยังไง

     "หวัดดีครับพี่ตาล หวัดดีครับ...พี่ไอ" คนตัวสูงยกมือไหว้พวกผมสองคน แต่ตอนพูดชื่อผมธีมเว้นวรรคไปช่วงหนึ่ง ไอ้ดลผละมือออกจากไหล่รุ่นน้อง เดินมาคว้าผมเข้าไปกอดไหล่ไว้หลวมๆ แทน

     "วันนี้มึงขับมอไซค์มาใช่ป่ะ"

     "ใช่ครับ"

     "ถ้ากูจะขอให้มึงไปส่งเพื่อนกูหน่อยจะเป็นไรไหมวะ"



     !!!



     ธีมทำหน้าตกใจ แต่คนที่ตกใจกว่าคือผม ผมหันไปมองคนพูดอย่างเร็ว กำลังจะแย้งว่าทำไมต้องไปส่งด้วย แต่สายตาที่มันมองมาทำให้ผมไม่กล้าพูดอะไร

     จู่ๆ ผมก็นึกถึงคำพูดของมันขึ้นมา ทันใดนั้นผมก็อยากกุมขมับที่ตอนนั้นไม่ได้ปฏิเสธไป

     'ถ้ากูพูดอะไรมึงต้องเออออตามอย่างเดียว ห้ามปฏิเสธ ห้ามโวยวาย ห้ามทำเป็นไม่รู้เรื่อง เข้าใจไหม'

     ที่เพื่อนผมพูดหมายความแบบนี้เองหรอกเหรอ!!

     "ก็ได้อยู่หรอกครับ แต่ว่าทำไม..."

     "เพื่อนกูมันทำกระเป๋าตังค์หายน่ะ รถกูเต็มเลยไปส่งไม่ได้ ไอ้ตาลมันก็มีนัดกับแฟนต่อ ใช่ไหมมึง"

     คนโดนถามทำหน้าเหลอหลา แต่พอโดนกดดันทางสายตามันก็พยักหน้าเออออตามไปด้วย ต่างกับผมที่คิ้วขมวดกันจนแทบจะผูกเป็นโบว์

     ผมไปทำกระเป๋าตังค์หายตอนไหน ทำไมผมไม่รู้เรื่อง แล้วไอ้ตาลมันก็เพิ่งบอกเมื่อตอนกลางวันว่าวันนี้พี่เจจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด มันจะเอาอะไรมานัดกับแฟน!

     "มึง กูไม่ได้..." ผมตั้งใจจะพูดออกไปว่าไม่ได้ทำกระเป๋าตังค์หาย แต่แรงบีบที่ไหล่ทำให้ผมไม่กล้าพูดต่อ ไอ้ดลที่เห็นผมยอมปิดปากเงียบเลยหันไปถามคนตัวสูงอีกครั้ง

     "ตกลงมึงไปส่งเพื่อนกูได้ใช่ไหม"

     "...ได้ครับ แต่ผมต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน"

     "โอเค งั้นฝากเพื่อนกูหน่อยนะ"

     ว่าจบมันก็ผลักผมไปข้างหน้าจนเกือบจะชนกับธีม ยังดีที่ธีมเอามือมาประคองไหล่ผมไว้ได้ทัน ไอ้ดลเอ่ยลาก่อนจะลากไอ้ตาลเดินจากไปอย่างเร็ว แต่ก็ยังไม่วายหันมาพูดกับร่างสูงอีกรอบ

     "อ้อ! ถ้าไม่รบกวนเกินไปฝากพาเพื่อนกูไปกินข้าวหน่อยนะ มันยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยงเลย"

     ไอ้บ้าดล! เมื่อตอนกลางวันผมกินข้าวไปตั้งสองจาน มันความจำเสื่อมหรือไง!

     ผมกำลังจะแย้งกลับไป แต่เพื่อนบังเกิดเกล้าของผมมันก็ดันเดินไวกันเหลือเกิน หลังจากพวกมันกลับไปแล้วผมก็หันมามองร่างสูง รู้สึกกระอักกระอ่วนยังไงชอบกล

     "เอ่อ..."

     "พี่ไปรอผมที่โรงอาหารก่อน เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วผมไปหา"

     ผมตั้งใจจะบอกธีมว่าไม่ต้องไปส่ง เรื่องทุกอย่างเพื่อนผมมันกุขึ้นมาทั้งนั้น แต่ไม่รู้ทำไมพอเห็นใบหน้าคมคายตรงหน้าแล้วมันกลับพูดไม่ออก ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำพูดของคนตัวสูงแค่นั้น

     ธีมเดินไปยังขอบสนามที่มีกระเป๋าของเขาวางอยู่ ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุด แต่ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อสิ่งที่ธีมหยิบออกมาจากกระเป๋าไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็น...

     "กินอันนี้รองท้องไปก่อน เดี๋ยวผมค่อยพาไปกินข้าว พี่ทนหิวได้ใช่ไหม" ร่างสูงยื่นแซนด์วิชมาใส่มือผม พลางถามผมด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ไม่รู้ว่าผมคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า แต่ภายใต้ใบหน้านั้นผมรู้สึกเหมือนธีมกำลังเป็นห่วงผมอยู่

     บ้าจริง เผลอนึกถึงคำพูดของไอ้ตาลขึ้นมาจนได้...

     ผมพยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง ธีมบอกให้ผมไปรอที่โรงอาหารอีกรอบก่อนจะเดินแยกไปยังห้องน้ำ ผมยังยืนอยู่ที่เดิม มองแซนด์วิชในมือสลับกับทางที่คนตัวสูงเพิ่งเดินจากไป

     ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิว่าธีมเกลียดผมจริงหรือเปล่า















     สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยรู้สึกเกร็งขนาดนี้มาก่อนเลย...

     ผมมองไปรอบๆ ร้านที่ธีมพาผมมา มันเป็นร้านอาหารตามสั่งข้างทางที่อยู่ไม่ไกลจากมหา'ลัย เราสองคนสั่งอาหารไปเมื่อห้านาทีก่อน แต่เพราะคนในร้านค่อนข้างเยอะจึงทำให้จนป่านนี้เราก็ยังไม่ได้อาหารกันเลย ผมยกมือขึ้นมาเกาแก้ม รู้สึกประดักประเดิดทั้งที่ในร้านคนก็ออกจะเยอะ

     ผมไม่ได้จะว่าอะไรนะ แต่การที่ต้องมากินข้าวกับคนที่เราไม่สนิท สำหรับผมมันเป็นอะไรที่ไม่ชินจริงๆ เห็นอย่างนี้ผมก็โลกส่วนตัวสูงอยู่พอสมควร แต่ที่น่าตกใจคือธีมเองก็เหมือนจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ทั้งที่ความจริงแล้วเขาดูเป็นคนเข้ากับคนง่าย ไม่น่าจะมีปัญหากับคนแปลกหน้าเหมือนผมแท้ๆ

     ไอ้ดลมันคิดอะไรของมันกันล่ะเนี่ย ผมไม่คิดว่าการทำแบบนี้มันจะช่วยพิสูจน์ว่าธีมคิดยังไงกับผมได้หรอกนะ

     "เอ่อ..." ผมเอ่ยขึ้นมาหลังจากนั่งเงียบมาสักพัก "ขอบคุณนะครับ...ที่พาพี่มากินข้าว"

     "ไม่เป็นไร ผมเองก็หิวอยู่เหมือนกัน"

     "งั้นเหรอ"

     "ครับ"

     แล้วก็จบแค่นั้น...

     ผมเม้มปากแน่น ในหัวก็คิดว่าจะชวนคนตรงหน้าคุยอะไรต่อดี คิดสิไอ มันต้องมีเรื่องที่นายกับเขาคุยกันถูกคอบ้างสิ

     "นี่...ปกติธีมชอบกินอะไรเหรอครับ"

     คนโดนถามหันมามองหลังจากเอาแต่มองทางอื่น คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงสงสัย "ถามผมทำไม"

     เขาคงไม่ได้หลอกด่าว่าผมเสือกอยู่ใช่ไหมนะ...

     "ทีวันก่อนเรายังถามพี่ได้เลย แล้วทำไมพี่จะถามเราบ้างไม่ได้ล่ะ"

     ธีมนิ่งไปหลังจากที่ผมพูดจบ อะไรกัน ผมว่าผมก็ไม่ได้พูดอะไรแรงๆ ออกไปนะ มันก็แค่คำถามที่คนเขาถามกันเป็นปกติไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงต้องทำหน้าเหมือนคิดหนักขนาดนั้นด้วยล่ะ

     ผมรอฟังคำตอบอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอดคนตรงหน้าก็ไม่พูดอะไรสักที จนผมกำลังจะบอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ ผมแค่ถามเฉยๆ ธีมก็ตอบกลับมาพร้อมกับใบหน้านิ่งเรียบที่ขึ้นสีแดงจางๆ

     "น้ำแข็ง ไอศกรีม อิตาเลียนโซดา"

     นั่นคือสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถ 'ชอบกิน' ได้ใช่ไหม...

     ผมไม่ได้จะว่ามันแปลกหรืออะไร เพียงแต่ผมนึกว่าธีมจะตอบอะไรทำนองแบบ...ข้าวผัดกุ้ง สปาเก็ตตี้ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก แต่คำตอบที่ธีมพูดมาเมื่อครู่มันเกินความคาดหมายของผมไปหน่อย โดยเฉพาะน้ำแข็ง...

     มันจะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่พอโดนถามว่าชอบกินอะไรแล้วจะตอบว่าน้ำแข็ง!!

     ผมกำลังจะถามธีมต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ข้าวผัดของผมกับราดหน้าของธีมมาเสิร์ฟพอดี คนตัวสูงหยิบเครื่องปรุงตรงหน้าผมไปปรุง ก่อนจะลงมือกินโดยไม่คิดจะคุยอะไรกับผมอีก ผมเลยจำต้องนั่งกินข้าวไปเงียบๆ เพราะไม่รู้จะคุยอะไรต่อเหมือนกัน

     เฮ้อ...นี่ถ้าผมกับธีมสนิทกันก็คงได้กินข้าวด้วยกันอย่างสบายใจมากกว่านี้แท้ๆ

     เอาจริงๆ มันไม่ถึงกับอึดอัดหรอกครับ ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่การกินข้าวกับธีมมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

     ...เพียงแต่ผมอยากกินข้าวกับเขาอย่างเป็นกันเอง ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างเกร็งกันแบบนี้

     เราสองคนนั่งกินข้าวกันไปเงียบๆ จนกระทั่งกินเสร็จและถึงเวลาจ่ายเงิน ผมที่กำลังจะหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้ดลมันโกหกธีมไว้ว่ากระเป๋าตังค์ผมหาย

     ผมหันไปมองคนตัวสูง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรธีมก็ลุกไปจ่ายเงินซะก่อน แถมยังจ่ายในส่วนของผมให้ด้วย

     "ขอโทษนะครับ" ผมพูดกับธีมในตอนที่เราออกมาจากร้านกันแล้ว ธีมเหลือบตามามองผมนิดนึง ก่อนจะเดินไปยังมอเตอร์ไซค์แล้วยื่นหมวกกันน็อคมาให้

     "ไม่ต้องขอโทษ ผมไม่ได้ลำบากอะไร เต็มใจด้วยซ้ำ"

     เต็มใจ?

     ยังไม่ทันจะหายงงกับคำพูดเมื่อครู่ ผมก็โดนคนตัวสูงเร่งให้ขึ้นรถ ผมรีบสวมหมวกกันน็อคไว้บนหัว กำลังจะก้าวขาขึ้นรถแต่ธีมกลับร้องห้ามขึ้นมา

     "พี่ใส่หมวกยังไงของพี่อ่ะ"

     "ทำไมอ่ะครับ มันแปลกเหรอ"

     คนโดนถามส่ายหน้าไปมาเหมือนเหนื่อยใจกับผม ก่อนจะถอดหมวกบนหัวผมออกแล้วหยิบสายรัดคางขึ้นมา

     "ขามาพี่ก็ใส่แบบนี้มาเหรอ"

     "ทำไมเราถามแบบนั้นอ่ะ พี่ใส่ผิดเหรอครับ"

     ธีมไม่ตอบ แต่ทำหน้านิ่งพร้อมกับสอนวิธีใส่หมวกกันน็อค "พี่ต้องเอาสายออกมาก่อน แล้วรัดคางไว้ตอนที่สวมลงไปบนหัว ไม่ใช่สวมไปดื้อๆ แบบเมื่อกี้ มันจะหลุดง่าย"

     ตอนแรกผมนึกว่าธีมจะบอกวิธีแล้วให้ผมใส่เอง แต่ผิดคาด ร่างสูงสวมหมวกลงมาบนหัวผมด้วยตัวเอง แถมยังเอามือเชยคางผมขึ้นเพื่อที่จะได้คาดสายรัดให้ผมถนัดๆ

     ยะ...แย่ล่ะสิ แบบนี้มันใกล้เกินไปแล้วนะ...

     ผมพยายามทำหน้านิ่งๆ แต่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเต้นแรงซะจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะรู้ ช่วงเวลาที่ธีมคาดสายรัดให้ผมดูเหมือนจะไม่นาน แต่สำหรับผมมันโคตรจะนานเลย ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอกลั้นหายใจตอนที่ธีมยื่นหน้าเข้ามา

     อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับธีมเหมือนที่ไอ้ตาลมันเพ้อ แต่การที่มีคนหล่อมากๆ มาทำอะไรแบบนี้ให้ และโดยเฉพาะกับผมที่เป็นเกย์แล้วด้วย มันก็ไม่แปลกที่ผมจะใจเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมา

     ทำไมถึงต้องทำอะไรให้ขนาดนี้ด้วยนะ ทั้งที่เขาน่าจะเกลียดผมอยู่แท้ๆ

     "เสร็จแล้ว ทีนี้ก็ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่ง"

     คนตัวสูงผละมือออกไป ผมที่ทำอะไรไม่ถูกเลยแกล้งยกมือมาจับหมวกกันน็อคพลางพูดขอบคุณ ธีมหันไปสตาร์ทรถ รอให้ผมขึ้นไปซ้อนท้ายแล้วค่อยขับออกไป และในตอนที่ผมเผลอไปมองกระจกมองหลัง ผมก็ต้องแปลกใจขึ้นมา

     ธีมหน้าแดงอยู่เหรอ?

     บ้าน่า! ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องหน้าแดงสักหน่อย ผมคงตาฝาดไปเองล่ะมั้ง

     ผมเลิกคิดเรื่องไร้สาระ ก่อนจะคอยบอกทางให้คนข้างหน้าเป็นระยะ ไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์สีดำเทาก็มาหยุดอยู่หน้าหอของผม ร่างสูงดับรถพลางถอดหมวกกันน็อคออก ก่อนจะหันมาถอดให้ผมที่นั่งอยู่ข้างหลังด้วย

     "เอ่อ...พี่ถอดเองก็ได้นะครับ"

     คนตรงหน้าไม่สนใจคำพูดผม ยังคงแกะสายรัดให้ผมต่อ พอถอดหมวกกันน็อคเสร็จแล้วผมก็ลงมาจากรถ หันไปพูดกับคนที่ผมยุ่งนิดๆ แต่ก็ยังหล่ออยู่ดี

     "ขอโทษนะที่ต้องรบกวนให้มาส่ง"

     ธีมขมวดคิ้วมุ่น เหมือนไม่พอใจกับคำพูดของผม "ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษ ผมเต็มใจ พี่จำบ้างดิ"

     "งั้น...เปลี่ยนเป็นขอบคุณก็แล้วกัน ขอบคุณที่มาส่งนะครับ"

     ผมแก้คำพูดของตัวเอง ก่อนจะขอตัวขึ้นห้องโดยอ้างว่าต้องรีบไปอ่านหนังสือเตรียมสอบพรุ่งนี้ ก่อนจากกันธีมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในหอซะก่อน

     พรุ่งนี้ผมมีสอบก็จริง แต่ผมไม่ได้จะรีบมาอ่านหนังสือหรอก แค่ไม่อยากเผชิญหน้ากับธีมนานๆ เท่านั้นเอง ผมไม่ได้โกรธอะไร แต่ยิ่งมองหน้าธีมผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ

     ถ้าสิ่งที่ไอ้ดลทำในวันนี้เพื่ออยากรู้ว่าธีมคิดยังไงกับผม ผมก็คงต้องเสียใจกับมันด้วย เพราะนอกจากจะไม่รู้ว่าธีมคิดยังไงแล้ว เขายังทำให้ผมสับสนมากขึ้นไปอีก ทุกอย่างที่เขาทำในวันนี้มันทำให้ผมไม่กล้าคิดไปเองเลย

     ตกลงธีมเกลียดหรือไม่เกลียดผมกันแน่นะ โอ๊ยยย ผมงงไปหมดแล้วนะเนี่ย













     TBC

     คำใบ้ : ในตอนนี้น้องธีมได้เล่นมุกหยอดพี่ไอไปหนึ่งครั้ง ลองทายกันดูนะครับว่าเป็นมุกอะไร :p


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2020 20:54:01 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ice, ice-cream, italian-soda  ใช่มุกป่าว?

หรือจะเป็น   "พี่จำบ้างดิ"  หรือป่าว?

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ใจๆหน่อย อย่าปากแข็ง

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
น้ำแข็งงงงงง 55555 :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
จ้าาาาาาาชอบกินน้้ำแข็ง :hao7: :hao7:

ไม่พูดไปตรวๆ เลยละว่าชอบ.... :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด