Magic Of The Season (เวทมนตร์แห่งรัก) Chapter 2 (มาต่อแล้วนะคะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Magic Of The Season (เวทมนตร์แห่งรัก) Chapter 2 (มาต่อแล้วนะคะ)  (อ่าน 130 ครั้ง)

ออฟไลน์ _numus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :katai2-1: สวัสดีค่ะเป็นเราเป็นนักเขียนฝึกหัด หรือนักเขียนมือใหม่ เราอยากทำตามความฝันในการเป็นนักเขียนของเราสักที หลังจากที่ฮึดสู้ แต่ก็ไม่เคยไปถึงฝั่งฝัน เราอยากเก็บประสบการณ์ในการเขียนไปเรื่อยๆ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องของเราที่เราได้ตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง มันใช่นิยายดีที่สุด แต่เราก็ตั้งใจเขียนออกมาอย่างเต็มที่ ฝากนักอ่านทุกคนติชมกันเข้ามาได้เลยนะคะ เราจะได้เอาคำติชมตรงนี้ไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณค่ะ  :กอด1:

Magic Of The Season (เวทมนตร์แห่งรัก)
BY: ยัยแครอท / _numus

บทนำ:
ในหนึ่งปีที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จะทำให้เกิดสิ่งสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “ฤดูกาล”

ฤดูร้อน ฤดูฝน และก็... ฤดูหนาว

แต่สำหรับพวกเขาฤดูกาลเหล่านี้เหมือนเวทมนต์ที่จะมอบทั้งความทุกข์ ความสุข และการเริ่มต้นใหม่ให้กับพวกเขาทั้งหลาย

เวทมนต์แห่งโชคชะตานี้จะนำให้พวกเขาได้พบเจอกับ “ความรัก” แบบไหนกัน

*******************************************************************

มนต์บทที่ 1 - ฤดูร้อนแสนเศ้รา: Chapter 1

กริ้ง กริ้ง กริ้ง ~ เสียงฟูรินสั่นไหวไปมาตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามา “นี่มันเพิ่งจะเข้าฤดูร้อนเองนะ ทำไมถึงได้ร้อนขนาดนี้” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ หลังจากที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จได้ไม่นาน ก็รู้สึกถึงเหงื่อที่กำลังไหลย้อยออกมาจากร่างกาย ผมชื่อ ซัน นายชยันต์ ธนากร อยู่ปีสอง เอกจิตวิทยา ผมชอบศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ การได้รู้ถึงสิ่งที่เขากำลังคิด หรือการอ่านใจของคนๆนั้นออก ผมว่ามันน่าสนใจดีนะ และมีอีกสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเรียนคณะนี้คือผู้ชายคนนั้น คนที่ผมคิดว่าผมรู้ใจเขาดีที่สุด คนที่ผมมั่นใจล้าน % ว่าผมอ่านใจเขาออกหมดทะลุปรุโปร่ง แต่... ผิดทั้งหมดเลยครับ ผมไม่เคยเดาใจของเขาถูก อ่านใจเขามาพันครั้งก็สอบตกทั้งพันครั้ง พี่โชนคือ คนใกล้ตัวที่ผมไม่เคยรู้จัก
“พี่โชน” รุ่นพี่นักฟุตบอลคนดังประจำคณะแพทย์ แค่เอ่ยชื่อพี่โชนขึ้นมา แล้วไม่มีใครไม่รู้จักเขาแน่นอน พี่โชนเรียนอยู่คณะแพทย์ปี 4 ครับ เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม จะว่าไปก็นานถึง 6-7 ปีเลย แต่ว่าสถานะของผมกับพี่โชนไม่ได้จบแค่คำว่ารุ่นพี่กับรุ่นน้องหรอกนะครับ ผมกับพี่โชนเป็นแฟนกัน พวกเราคบกันมาได้จะ 3 ปีแล้ว
ปฏิทิน: 4 สิงหาคม 2563
ผู้ชายคนนี้แหละครับ พี่โชน ถึงให้เขามาในสภาพไม่พร้อมขนาดไหน แต่เขาก็ยังดูดีเสมอในสายตาผม ... และทุกๆคน
“มีอะไร เรียกมาทำไมแต่เช้า “
เขาจำไม่ได้จริงๆสินะ เฮ้อ... ผมลืมบอกไป พี่โชนผู้ไม่เคยจำวันสำคัญต่างๆระหว่างผมกับเขาได้เลย ถึงลึกๆในใจผมจะรู้สึกโกธรอยู่บ้าง แต่จริงๆแล้วเขาก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะว่าเขาไม่ใส่ใจผมก็ไม่ใช่ เพราะทุกครั้งที่ผมบอกให้เขามา เขาก็จะมาเสมอ กับเรื่องลืมวันเกิดแค่นี้มันก็พอจะลบล้างกันได้
“วันนี้ผมอยากกินเค้ก” บอกให้ถึงขนาดนี้แล้วถ้ายังจำไม่ได้แม่จะทุบให้กะบาลแยกจริงๆแล้วนะ
“อ้วน!!”
โอเค..ผมยอมแพ้ครับ เขาคงไม่เคยจำมันได้จริงๆ ผมเองก็ไม่ได้เป็นเด็กน้อยที่จะมานั่งงอแงบังคับให้เขาจำได้ซะด้วย
“ผมมีเรียน 11 โมง พี่โชนไปกินข้าวเช้าเป็นเพื่อนผมก่อนนะ” ผมยกนาฬิกาขึ้นมาดูเพื่อว่ามันจะไม่สายกินไปที่จะไปกินข้าวเช้ากัน นาฬิกาบอกว่าตอนนี้เป็นเวลา 09.30 น. แต่กะไว้แล้วว่ามันคงเช้าเกินไปสำหรับการไปกินเค้กกัน
 บทสนทนาอันน้อยนิดระหว่างเดินทางมากินข้าวเช้าของพวกเราทำให้ผมรู้ว่าวันนี้พี่โชนโดนยกคลาสและนัดทั้งหมด เพราะที่คณะแพทย์มีงานด่วนเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในตอนนี้ พี่แกก็เลยถือโอกาสที่จะนอนชดเชยก่อนจะเจอศึกหนักในสัปดาห์หน้า แต่ก็ไม่วายโดนแฟนตัวดีอย่างผมเรียกให้มาหาในเช้าวันเกิดของตัวเอง ซึ่งพี่แกก็ไม่เคยจะจำได้ - -
“เหมือนเดิม ไปรอที่โต๊ะนะ”
ผมพยักหน้าเป็นอันเข้าใจกับคำสั่งของอีกคน “เหมือนเดิม” ของพี่โชน ก็คือ ข้าวไข่เจียวเหมือนเดิม พี่โชนเป็นลูกหลานคนจีนครับ กินเผ็ดได้นิดหน่อยหรือแทบจะไม่กินเลย ผมเองก็เป็นลูกเสี้ยวจีนแต่ก็ยังทานเผ็ดได้มากกว่า ผมชอบอาหารรสจัดแต่ว่ากระเพาะผมไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไรนัก
ในเวลาไม่นานนักผมก็เอาข้าวมาเสิร์ฟให้กับคนหล่อที่นั่งอยู่ข้างหน้าผม นี่ขนาดยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวเต็มยศนะ ยังหล่อได้ถึงขนาดนี้ ผมอยากรู้จริงๆเลยว่าทำไมผู้ชายอย่างพวกเราเราดูดีได้ถึงขนาดนี้กัน
“มองอะไร”
“เปล่า” ผมตอบก่อนจะยกน้ำมาดื่มแก้เขินหลังจากที่โดนจับได้
“ก็เห็นว่ามองอยู่”
“ก็........” เล่นมาถามแบบนี้ผมก็ไปไม่ถูกเหมือนกันนะ ถึงผมจะเป็นผู้ชาย แต่จะให้บอกได้ยังไงว่ามองความหล่อของพี่อยู่ ผมก็เขินเป็นเว้ย
“ก็?” นี่ยังจะเอาคำตอบให้ได้จริงๆใช่ไหม
“เอ่อ.... พี่โชนซักบ่ายสามเราไปเวทมนตร์คาเฟ่กันไหม ผมอยาก......”
“ก็บอกว่าอ้วน” ผมยังพูดไม่จบประโยคก็โดนหมัดน็อคของพี่โชนเข้าเต็มเปา
“แต่ว่า.........”
RRRRrrrrr~~
และผมก็ยังพูดไม่จบประโยคอีกเหมือนเดิม มือถือพี่โชนดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอมือถือที่กำลังแสดงว่ามีคนที่เข้ามา..... ผมรู้สึกตัวชา ใจหวิวๆ เหมือนโลกมันกำลังจะถล่มหลังจากที่เห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เพราะว่าพี่โชนไม่ยอมรับสาย กับเอาแต่มองจ้องอยู่ที่มือถือเครื่องนั้นจนทำให้ผมเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา ..และแล้วสายนั้นก็ถูกตัดไป พี่โชนไม่ยอมรับสาย ผมขอดีใจได้ไหมที่เขาไม่รับสายจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ขอแค่เขาไม่รับสายของคนๆนั้น ผมก็ยอมทุกอย่าง แต่ความดีใจของผมก็อยู่กับผมไม่ถึง 1 นาที เพราะมือถือเครื่องสวยนั้นดังขึ้นมาอีกรอบด้วยปลายทางคนเดิม
“พี่โชน” ผมลุกขึ้นยืนเรียกชื่อพี่โชนอย่างตกใจหลังจากที่เห็นพี่โชนคว้ามือถือพร้อมกับกุญแจรถ และกำลังลุกขึ้นเดินออกจากที่นี่ไป พี่โชนหันกลับมามองตามเสียงเรียกของผม และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมแปลสายตาของพี่โชนออก สายตาที่ร้องบอกผมว่าให้ “ปล่อยเขาไป”
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2020 02:30:49 โดย _numus »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ _numus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
มนต์บทที่ 1 - ฤดูร้อนแสนเศ้รา: Chapter 2

4 ปีที่แล้ว..
= ห้องมัธยม 5/4 =
“เลิกเรียนแล้วมึงไปไหนต่อป่ะ” เพื่อนตัวดีของผมถามขึ้นมาหลังจากที่พวกเรากำลังเก็บหนังสือใส่กระเป๋าก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
“ก็ไม่นะ แต่ว่าแม่กูใช้ไปซื้อสีชอล์คให้ไอ้ซอลก่อนกลับอะ ว่าแต่มึงเหอะ จะไปหลีหนุ่มๆที่ไหนอีกอะ” ผมแซวเพื่อนตัวดีอย่างรู้ทัน
“กูจะไปหลีใครได้ ในใจกูมีแต่พี่โชนเหอะ” คำตอบของบิวทำให้ผมหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย
“เออ .. ให้มันได้แบบนั้นก็ดี  พี่โชนเขารักมึงมากนะ มีงก็ควรรักพี่เขาให้มากๆ” ประโยคที่คอยไว้เตือนสติเพื่อน ทำผมแทบกะอักเลือดอยู่ไม่น้อย ผมรู้ดีถึงแม้บิวมันจะรักพี่โชนมากขนาดไหน แต่ผมรู้นิสัยมันดีว่ามันคงไม่หยุดแค่พี่โชนแน่นอน
“บิว” ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและน้องชายของผมไปในเวลาเดียวกัน แม่ของผมกับบิวเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ คงไม่ต้องบอกว่าสนิทกันมากขนาดไหน และแถมพ่อของบิวก็เป็นเจ้าของบริษัทที่พ่อของผมทำงานอยู่อีกด้วย จริงๆผมกับบิวเกือบได้แต่งงานกันด้วยซ้ำถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้หญิงขึ้นมา
เพราะว่าผมเกิดก่อนบิวไม่กี่เดือน ผมเลยมีศักดิ์เป็นพี่ไปตามระเบียบ และคำสอนยอดฮิต “ว่าเป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง” ถูกปลูกฝังมากับผมตั้งแต่เด็กๆ ผมกับบิวมีนิสัยแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ว่าพวกเรามักจะชอบอะไรเหมือนๆกัน มีหลายครั้งที่ผมต้องเสียสละของเล่นของตัวเองให้กับบิวถ้าหากบิวมาเห็นและถูกใจขึ้นมา ผมรู้สึกไม่ชอบใจกับคำสอนนี้มาตลอดเพราะผมต้องเสียของเล่นตัวโปรดให้กับบิวหลายต่อหลายครั้ง
รวมถึง “พี่โชน” ที่ผมต้องเสียเขาให้กับบิวไปด้วย พี่โชนคือรักแรกของผม และเป็นคนที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้เลย
และผมก็รู้ดีว่าพี่โชนก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้เหมือนกัน ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะเผยรู้สึกของตัวเองออกไป ผมทำได้แค่แอบมองพี่เขามาเรื่อยๆ สำหรับผมมันก็เป็นความสุขที่มากเพียงพอแล้ว
จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็ต้องเสียเขาไปให้กับบิว ผมพอจะทำใจได้ถ้าหากพี่โชนเขามีคนดีๆที่เหมาะสมกับเขาเข้ามาในชีวิต แต่กับบิวผมไม่อยากจะยอมรับมันสักเท่าไรนัก เพราะว่ามันเป็นคนที่ผมรู้จักดี ก็ไอ้เพราะที่รู้จักมันดีนี่แหละทำให้ผมยอมรับไม่ได้ที่จะต้องเสียพี่โชนให้กับคนเจ้าชู้อย่างมัน

“ว่าแต่มึงโอเค...จริงๆเหรอวะ” บิวถามขึ้นมาหลังจากที่เห็นผมเงียบไปสักพัก

“มีเรื่องไหนที่กูไม่โอเคได้ด้วยเหรอวะ” ผมยิ้มเจื้อนๆให้กับมันหลังจากที่ตอบกลับมันไป ถึงให้ผมไม่โอเคแค่ไหน แต่ก็ต้องบังคับตัวเองเพื่อทำให้ทุกอย่างมันโอเคที่สุด
บิวมันรู้ว่าผมเองก็ชอบพี่โชนไม่ต่างจากมัน ตอนแรกมันก็แค่อยากแหย่ผมเล่น แต่สุดท้ายแล้วคนที่พี่โชนเลือกก็คือมัน ผมจะทำยังไงได้อีก นอกจากทำใจยอมรับมัน
“ที่จริงแล้ว กูมีเรื่องพี่โชนอยากจะคุยกับมึงอะ”  คำพูดของมันทำให้เท้าของผมหยุดชะงัก แค่เป็นเรื่องของพี่โชนมันก็ทำให้ดึงความสนใจของผมไว้ได้ ถึงแม้ผมจะรีบแค่ไหนก็ตาม
“เรื่อง?” ผมหมุนตัวหันกลับมาถามมัน
“คือกู ... กู ..... กู”
“มีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา เดี๋ยวแม่กูโทรตาม จะรีบไปซื้อของอีก” ผมบอกไปอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย หลังจากที่เพื่อนตัวดีเอาแต่พูดเก้ๆกังๆ

“กูขอโทษ กูเพิ่งกลับไปคืนดีกับพี่แชมป์”

“มึงว่าอะไรนะ” ผมถามกลับมันซ้ำอีกครั้งเผื่อว่าสิ่งที่ผมได้ยินเมื่อกี้ผมจะหูฝาดไปเอง
“พี่แชมป์มาง้อขอกูคืนดี แล้วกูก็ตอบตกลงเขาไปแล้ว”
หน้าของผมร้อนแทบไหม้หลังจากที่ได้ยินคำตอบของบิวชัดๆซ้ำอีกครั้ง
“มึงพูดเหี้ยอะไรของมึง มึงอย่ามาล้อเล่นกับกูแบบนี้นะบิว”

“แล้วมึงคิดว่าสำหรับเรื่องพี่แชมป์ มึงคิดว่ากูเคยล้อมึงเล่นไหมละ”

ใช่ครับถึงมันเจ้าชู้ประตูดินยังไง  แต่คนเจ้าชู้อย่างมันก็ต้องมีจุดอ่อน หรือใครสักคนที่ทำให้มันไขว้เขวได้ สำหรับไอ้บิวก็คงเป็นพี่แชมป์นี่แหละ ที่พอเขาย้อนกลับมาเมื่อไรมันก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
“แล้วพี่โชน มึงจะทำยังไง ไหนมึงสัญญากับกูแล้วไง” ผมทวงถามคำสัญญาของมัน ที่เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว มันเพิ่งจะบอกผมไปว่าในใจของมันมีแต่พี่โชน แต่ผ่านไปแค่ 5 นาที ใจมันก็เปลี่ยนไปมอบให้กับคนอื่น

“ กูไม่รู้ ..กูพยายามแล้วมึง กูพยายามที่จะเริ่มต้นใหม่กับเขา กูพยายามที่จะรักเขาให้ได้จริงๆแล้วมึง  กูพยายามแล้ว .....แต่กูก็ทำไม่ได้  “กูรักพี่โชนได้ไม่เท่ากับที่มึงรักพี่เขาจริงๆวะ” “
“มึงทำไม่ได้จริงๆ หรือว่ามึงไม่เคยทำกันแน่” ผมพูดกับมันเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะก้าวขาเดินออกมาอย่างไม่สนใจคำแก้ตัวต่างๆของมันอีก  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินกับคำแก้ตัวพวกนี้ ผมไม่อยากจะได้ยินคำแก้ตัวใดๆของมันอีกต่อไปแล้ว ผมกับมันพอกันที  ผมเหนื่อยกับเรื่องของมันมากเกินจะทนต่อไปอีกได้แล้ว
หลังจากนั้นผมกับบิวก็ต่างคนต่างอยู่ ในตอนนั้นผมยอมรับว่าโกธรมันมากจริงๆ ผมเหนื่อยที่จะต้องไปลูกไล่ลูกตามของมันอีกต่อไปแล้ว การใช้ชีวิตของใครของมันในตอนนี้มันน่าจะดีที่สุดแล้วสำหรับมิตรภาพระหว่างของผมกับมัน
ผมแอบตามไปดูพี่โชนที่มหาลัยจนได้รู้จักกับพี่บอสเพื่อนสนิทของพี่โชน ตั้งแต่ที่บิวมันโผล่ไปบอกเลิกพี่โชนในตอนนั้น พี่โชนก็เสียศูนย์เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย แต่ดีที่พี่โชนยังแยกแยะหน้าที่ของตัวเองออก เลยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเรียนมากนัก แต่ก็ไม่ยอมสนใจเพื่อนรอบข้างเลย วันๆถ้าไม่เรียนก็เอาแต่เล่นบอล
ผมรู้สึกผิดกับพี่โชนถึงแม้มันจะไม่ใช่ความผิดของผมโดยตรงก็ตาม ตั้งแต่นั้นมาผมก็คอยมาดูแลพี่โชนมาตลอด เผื่อจะพอไถ่โทษแทนในสิ่งที่บิวมันทำไว้กับพี่เขาได้บ้าง และถึงแม้สถานะที่มันเหมือนจะไม่ชัดเจนเท่าไรก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วสถานะของผมกับพี่โชนก็คือ “แฟน” กันในที่สุด


 :sad4: ต้องขอโทษด้วยนะคะมาต่อช้าไปหน่อย พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด