รักนี้ของปีใหม่ #สงกรานต์นิวเยียร์ {Chapter 6 เปิดตัว}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้ของปีใหม่ #สงกรานต์นิวเยียร์ {Chapter 6 เปิดตัว}  (อ่าน 202 ครั้ง)

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ข้อตกลงเล้าเป็ด และก่อนโพสนิยาย กรุณาอ่านและปฎิบัติตามนะครับ

***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
รักนี้ของปีใหม่ #สงกรานต์นิวเยียร์

การ “ตกหลุมรัก” ใครสักคนสำหรับผมเป็น “เรื่องที่พิเศษ”
ผมคิดว่าความรักเป็นเรื่องที่สวยงาม จนผมได้มีความรักครั้งแรกความคิดของผมก็เปลี่ยนไป
จนผมคิดว่าความรักมันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับผมได้อีก…
จนผมได้เจอ “สงกรานต์” … ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
การเจอกันของเรา ทำให้ความรู้สึกที่ผมคิดว่าคนอย่างผมไม่น่าจะมีมันได้อีก กลับเกิดขึ้นอีกครั้ง
การตัดสินใจครั้งนี้ของผมสำคัญเท่ากับความสุขทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด
ผมหวังว่ามันจะเป็นความรัก “ครั้งสุดท้าย” และเป็นความรักที่ดีที่สุด
..
“เป็นแฟนกันแล้วนะครับ…หมอนข้างผมก็หวงนะ”
“ไอ้เด็กบ้า เอ๊ย!”

--------------
ติดตามได้ที่ ทวิต : Bjewelly_kyb
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2020 20:00:41 โดย BLUE_jewelly »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ P_atist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter: 1 อดีต

ผับ XX  โซน VIP
เสียงเพลงบรรเลงเหล่านักท่องราตรียืนโยกย้ายกันอยู่บนฟลอร์ชั้น 1  รองรับลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ
เป็นผับที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าไฮโซโบใหญ่ของเมืองไทยเพราะราคาที่แพงหูฉี่พร้อมกับการรักษาความปลอดภัยที่รัดกรุม ถัดมาที่ชั้น 2 โซน VIP เปิดให้บริการให้กับสมาชิกเท่านั้น เป็นโซนที่เป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย แหล่งรวมของผู้ที่มือชื่อเสียงไม่เว้นแต่…
“เชิญครับท่าน” การ์ดทางขึ้นบันไดเอ่ยขึ้นขณะเห็นแขกคนสำคัญ

“อยู่ข้างบนหมดแล้วหรอ” ชายหนุ่มถามกลับ

“บอสอยู่ด้านบนแล้วครับ” หลังจากฟังจบชายหนึ่งจึงเดินขึ้นบันไดโดยไม่สนสายตาของสาวๆที่มองมาจากด้านล่าง

“เฮ้ ! ไอ้เยียร์ปล่อยให้พวกกูรอตั้งนาน กูก็คิดว่ามึงจะทำงานจนตายออฟฟิศแล้ว” คีย์เอ่ยทักนิวเยียร์ที่มาถึงสุดท้ายคนอื่น

“มึงนี่ก็ชอบไปแซวมัน นั่งดิเยียร์ดื่มไรดี” ธีม หนุ่มลุกครึ่งไทยจีนเอ่ยทัก

“เอาที่มีก็ได้” ชายหนุ่มรับแก้วเครื่องดื่มสีอัมพันมาจากเพื่อน

“เป็นไงบ้างเพื่อนช่วงนี้ ได้ข่าวจากไอ้คีย์ว่ามึงจะเปิดโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ตหรอ” ธีมถาม

“ก็เป็นโฮสเทลเล็กๆ ทำแก้เซ็งรอเวลาอนุมัติโครงการใหม่แล้วมึงหละ” นิวเยียร์เอ่ยถามเพื่อน

“แค่ดูแลผับนี่ก็ไม่มีเวลาทำไรแล้ว เจ้านายกูดุอ่ะ” ธีมตอบพลางเพยิดหน้าไปทางคีย์

“นินทาไรกูธีม คืนนี้อยากเจอดุหรอ” คีย์หันไปแซวธีมด้วยการวาดแขนตวัดกอดเอวบางแล้วรัดแน่นๆจนธีมหน้าเห่ยเก

“พวกมึงนี่นะ” นิวเยียร์ส่ายหัวให้กับความขี้แกล้งของเพื่อนทั้ง 2 ที่ตอนนี้กลายเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญของกันและกัน
เป็นสถานะที่พวกมันตั้งเพื่อแสดงว่าจะไม่มีวันเลิกกันได้ง่ายๆเหมือนกับแฟนหรือคนรักแถมเข้าใจกันแค่สองคน

“มึงก็หาคนดูแลสิ…จะได้เลิกอิจฉาพวกกู” คีย์เอ่ยถาม

“กูไม่ได้อิจฉาและก็ไม่ได้อยากมี…”

“กูว่าก็ดีนะ…เอาแต่ทำงานเหี่ยวแห้งหมดแล้ว” ธีมเอ่ย

“มึงก็รู้ทำไมกูถึงไม่อยากมี…เดี๋ยวกูนิสัยเสียอีกกูไม่อยากทำใครเจ็บแล้ววะ”

“มึงอย่าเอาอดีตมาทำร้ายปัจจุบันสิวะ” ธีมพูด

“กูไม่อยากให้เค้าหมดแล้ววะมึง…กูไม่อยากเสียใจแล้วด้วย มึงก็รู้ว่าถ้ากูรักใครกูเป็นคนยังไง”

“สายเปย์แบบมึง…ไม่ว่าจะรักไม่รักแค่มึงถูกใจมึงก็เลี้ยงเค้าแล้ว มึงไม่ลองหาสักคนเพื่อที่มึงจะได้เปย์เค้าคนเดียวไปเลยวะแม่ง…เปย์แบบมีจุดหมายหน่อย”

“เฮ้ออออ..” ผมถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกไป “ถ้ากูเจอคนที่กูถูกใจตั้งแต่แรกเห็นกูจะจีบเค้าเอง…เอาให้พวกมึงตลึงไปเลย”

“เออ…ให้มันได้แบบนี้สิมึง ถึงจะเป็นเพื่อนกูได้”

“หึ…จะรอดู”

เปิดประวัติ นิวเยียร์ อัศวยุรนันท์ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลอัศวยุรนันท์ หลังจากเหตุอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของประเทศที่คราดชีวิตคนนับร้อยบนเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร
จึงเกิดเหตุการณ์ความโศกเศร้าให้กับตระกูลอัศวยุรนันท์ เนื่องจากคุณหญิงอิงอร และคุณชายสหรัฐ อัศวยุรนันท์
ได้จากไปแบบไม่มีวันกลับ เหลือลูกชายเพียงคนเดียวของพวกเค้า ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 17 ปี

นิวเยียร์ที่ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่เพียงชั้น ม.5 จึงต้องขึ้นรับตำแหน่งต่อจากผู้เป็นพ่อ ก่อนที่อายุจะครบ 20 ปีด้วยซ้ำ
หลังจากเหตุการณ์นั้นในแวดวงธุรกิจต่างจับตามองว่าทายาทอายุน้อยคนนี้จะทำอย่างไร หลายเสียงคาดว่าจะมี
การขายธุรกิจย่อยเพื่อให้ง่ายกับการดูแลสำหรับเด็กอายุ 17 ปี  ดูแลเพียงธุรกิจใหญ่หลักของครอบครัวก็เพียงพอ
เพื่อรอเวลาเมื่ออายุครบและมีความสามารถจึงจะเข้ามาบริหาร แต่นักธุรกิจหน้าเลือดที่หวังจะฉวยโอกาศ
จากเหตุการณ์นี้กับต้องขวัญสลายกันไปตามๆกัน

หลังจากการแถลงข่าวการขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประธานคนใหม่

“สวัสดีครับทุกท่าน ผมนายนิวเยียร์ อัศวยุรนันท์ พวกท่านคงทราบกันดีว่า
ผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของอัศวยุรนันท์หลังจากการจากไปของคุณพ่อและคุณแม่ของผม
ทำให้ธุรกิจที่ทำภายใต้อัศวยุรนันท์ กรุ๊ป ได้รับการถ่ายทอดมาสู่ทายาทรุ่นต่อไป
ผมจึงอยากจะขอเรียนทุกท่านว่าทางเราจะไม่มีการขายหุ้นหรือขายบริษัทย่อยใดๆ ขอให้สมาชิกของเราสบายใจ
และผมจะขอเข้ามาบริหารอัศวยุรนันท์กรุ๊ปด้วยตนเอง ถ้าผู้บริหารท่านใดไม่มั่นใจในตัวผม
เพราะยังไม่เห็นผมทำงาน ผมขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์เพื่อทำให้ทุกคนเห็น แต่ถ้าคิดว่าผมเด็กเกินไป
ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมแก้ไขให้เวลาเดินเร็วขึ้นไม่ได้แล้วประสงค์จะไม่ทำงานกับผมทางอัศวยุรนันท์กรุ๊ป
ยินดีจะรับซื้อหุ้นคืน สิ่งที่ผมจะพูดมีเพียงเท่านี้ขอบคุณนะครับ”
ทันทีที่จบการแถลงชายหนุ่มร่างบางเดินลงจากเวทีแล้วมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถที่มีรถประจำตัวจอดรออยู่แล้ว ทันทีที่ชายหนุ่มขึ้นนั่ง รถคันหรูจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปทันที

ณ คฤหาสน์ อัศวยุรนันท์
“เฮ้อ..” เสียงถอนหายใจหลังจากนั่งลงที่โซฟา นิวเยียร์เสมองไปข้างผนังมีรูปพ่อแม่ติดอยู่

“พ่อครับแม่ครับ ผมทำอะไรผิดหรอครั..บ ฮึก..ก  ทำไมต้องทิ้งผมไป ผมยอมทุกอย่างแล้ว..ฮึก..ก ทำไมครับ
ผมกลับมาเพราะผมเลือกพ่อกับแม่แล้วทำไม..ทำ ฮึก.ก ไม ไม่อยู่รอผมครับ” นิวเยียร์ยกมือสั่นเทาขึ้นมาปิดหน้าซบลงบนหมอนอิงโซฟาปล่อยน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าไหลบ่าลงบนหมอนจนชุ่ม ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจึงหยุดลงเพราะไม่เหลือน้ำตาให้ไหลรินแล้ว

เพียะ! เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดเข้าที่ข้างแก้มขาวซ้ายแล้วขวาจนคนที่ได้เห็นถึงกลับรู้สึกเจ็บปวดแทน

“คุณ! พอเถอะคะ! ฉันขอลูกเจ็บมากพอแล้ว ฮึกกก..” น้ำตาไหลรินลงข้างแก้มที่ตอนนี้เป็นปื้นแดง

“เอาคุณอิงอรออกไป” เสียงเข้มของชายวัยกลางคนเอ่ยสั่งเสียงเข้มทำให้บอดี้การ์ดทั้งสองเข้ามา
ดึงตัวนายหญิงของบ้านออกจากเหตุการณ์รุนแรง

“ฉันให้แกไม่พอหรือไง! ทำไมต้องไปหาจากเด็กข้างถนนพวกนั้น!”

“ผมรักเค้า! …ผมรักเต!”

“ถ้ามันรักแกจริง! ...มันไม่เอาเงินฉันแล้วหนีไปกับเมียมันหรอก ไอ้โง่!” น้ำตาไหลอาบสองแก้มพร้อมเสียงสะอื้น
จากความเจ็บปวดของใบหน้า แต่ไม่เท่าการโดนคนที่รักหักหลัง เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์สุดท้าย
ก่อนที่ท่านทั้งสองจะเดินทางไปอังกฤษ และเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอท่าน
ถ้าผมรู้ก่อนหน้านี้…รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย…ผมคงจะไม่ทำแบบนั้น

ถ้าผมได้รักใครอีกครั้งผมหวังว่าเค้าจะไม่หลอกผมอีก


--------------------------------------------------------
เอานายเอกมาเสริฟก่อนจร้าาาาาาาา
ฝากติดตามทวิต :  Bjwelly_kyb
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2020 13:37:51 โดย BLUE_jewelly »

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter 2 วันแรก

“คุณท่านคะ…ให้เตรียมรถเลยไหมคะ” แม่บ้านสาวเอ่ย

“ได้เลยครับ…ป้าอ่อนไม่ต้องเรียกท่านเลยเรียนเหมือนเดิมเถอะครับ”

“ได้คะคุณเยียร์…เตรียมรถเรียบร้อยป้ามาเรียกนะคะ” สาวใช้เดินหมุนตัวออกไปคุยกับคนขับรถเพื่อ
ให้เตรียมยานพาหนะแล้วจึงมาเชิญคุณหนูเจ้าของบ้านขึ้นรถออกเดินทางไปมหาลัย
เห็นแบบนี้คุณหนูของป้าก็เป็นแค่เด็กมหาลัยเท่านั้นเอง ทำไมต้องทำตัวเหมือนแบบอะไรไว้มากมาย
คนแก่อย่างเราก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก หวังแค่ว่าสักวันจะมีใครมารับช่วงต่อดูแลคุณหนูของป้า

เอี๊ยด .. ครืดดดดด เสียงเปิดของประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดให้ชายหนุ่มเดินลงได้สะดวก
 
“วันนี้ผมอยากกลับเองให้คนเอารถมาจอดให้ที่ลานจอดหน้าตึกนะครับ” คนขับรถเพียงพยักหน้ารับคำสั่งและ
ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปในตึกของคณะที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเฟรชชี่ปี 1 หน้าตาสดใส

“เฮ้! คุณชายทางนี้” เสียงเรียกดังมาจากม้านั่งหน้าคณะโดยไม่ต้องเดาเลยว่าเสียงใครก็
ไอ้เจ้าของผับที่ไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อนไง

“เรียกกูเสียงดังเพื่อ?” เยียร์นั่งลงม้านั่งตรงข้ามเพื่อนสนิทและเลิกคิ้วถาม

“กูก็คิดว่าอยากแกรนด์โอเพ่นนิ่ง…เห็นนั่งรถมาขนาดนี้ เด็กปี 1 แตกตื่นเพราะมึง”

“เอาน่ามึงอย่ามัวแต่โม้…เพื่อนเรียกรวมแล้ว” ธีมกล่าว
แล้วทั้งสามจึงเดินไปรวมตัวกับเพื่อนปี 3 ที่วันนี้มารวมตัวเพื่อดูหน้าน้องปี 1 กันเป็นแถวไม่ต้องแปลกใจ
ว่าทำไมคณะผมถึงต้องมารวมตัวกันเพราะคณะการจัดการโรงแรม ภาคอินเตอร์แบบพวกเราปกติแต่ละปี
ก็มีคนเข้ามาเรียนน้อยอยู่แล้วยังไม่รวมกับรุ่นพี่ที่เข้ามาแล้วหายไปในเทอมที่ 2 อีกมากมาย
แถมค่าเทอมอินเตอร์ยังรุนแรงเอาเรื่องเกินจะต้านไหวแถมยังเป็นมอเอกชนอีกด้วย

“ในปีนี้การรับน้องของคณะเราจะมีพี่ปี 2 ดูแลนะคะ พี่ๆปี 3 จะเข้ามาดูแลแค่กิจกรรมการประกวดดาวเดือนเท่านั้น
ถ้าน้องๆคนใดมีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษาอะไรให้คุยกับปี 3 หรือพี่สายรหัสได้เลยนะ
ขอให้น้องๆโชคดีในชีวิตมหาลัยนะนะพี่อยากจะฝากแค่นี้นะคะ” ประธานรุ่นปี 3 กล่าวกับน้อง

หลังจากนั้นจึงเริ่มกิจกรรมรับน้องทั้งการร้องเพลงเชียร์ เต้นสันทนาการ
เวลาล่วงเลยมาจนช่วงบ่าย ทั้งปีหนึ่งและปีสองเริ่มกิจกรรมรอบบ่าย
ขณะที่กิจกรรมกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่ง…

“กรี๊ดดดดดดดด! ว๊ายยยยยยย ! น้องพัก 10 นาทีคะ พี่จะไปตามหารักแท้” สาวสองร่างใหญ่ใจสาวของคณะ
หัวหน้าสันทนาการของปี 2 ประกาศเสียงดังหลังจากมีเด็กปี 1 ต่างคณะเดินมาถ้าจำไม่ผิดเสื้อแบบนี้น่าจะเป็นเด็กสินกำ
ไม่แปลกใจทำไมแต่ละคนกรี๊ดจนเสียงหลงเพราะพวกมันก็น่าตาหล่อใช้ได้ คนหนึ่งสดใสลูกครึ่งหัวทอง
คนสองแบดบอยหัวเกรียนและคนสุดท้ายที่หน้าบอกบุญไม่รับที่เดินรั้งท้ายมาท่าทางจะเป็นที่หมายปองของสาวๆแถวนี้มากที่สุด

“น้องๆหลงทางหรือเปล่าคะ คณะสินกำไม่น่าจะไปทางนี้น๊า” สาวสองหัวหน้าสันทนาการกล่าว

“ว๊า! แย่จังเลยครับ มามหาลัยวันแรกพวกก็หลงทางแล้ว
พี่สาวช่วยหาทางออกให้ผมได้ไหมครับว่าคณะสินกำไปทางไหน” เด็กหัวทองกล่าว

“ถ้าหลงทางไปคณะสินกำพี่พาไปได้นะคะ แต่ถ้าลงทางในใจพี่พี่ไม่ให้ออกแล้วนะคะหนุ่มๆ อร๊ายยย><”
หล่อนพูดไปบิดตัวไปอย่างอายๆแบบจริตมาเต็ม
“แฮะๆ วันนี้ขอแค่หลงทางคณะสินกำก็พอครับพี่ ถ้ายังไงพวกผมขอนั่งดูกิจกรรมของคณะพี่นะครับ
เพราะกลับไปคณะคงไม่ทันแล้ว” เด็กหัวทองบอกแล้วหันไปส่งสายตาบอกเพื่อนว่านั่งที่นี่กัน

“ได้เลยคะ หล่อๆแบบนี้พี่ไม่ว่าอะไรหรอกคะ” หลังจากที่เด็กสินกำทั้งสามคุยกับน้องๆในคณะ
ผมจบก็เดินมานั่งม้านั่งข้างๆปี3 อย่างพวกผมที่นั่งอยู่จนทำให้สาวๆแถวนั้นเขินอายเพราะสายตาของพวกมัน

“พวกมึงกูกลับก่อนนะ” ผมบอกลาเพื่อนทั้งโต๊ะที่นั่งด้วยกัน เพราะหลังจากนี้ผมคงเข้าไปบริษัท
เพื่อเช็คงานที่บริษัทสักหน่อยเรื่องน้องรหัสผมก็แจ้งน้องรหัสผมแล้วว่าถ้าจับได้ใครยังไงก็รายงานด้วย
ผมจึงเดินออกไปที่ลานจอดรถของคณะที่บอกให้พี่คนขับรถนำรถมาจอดไว้ให้
ผมมองเห็นรถออดี้สีดำของผมจอดอยู่ในช่องจอดรถประจำเรียบร้อยแล้ว
ผมจึงรีบเดินเพื่อขึ้นลูกชายคันโปรดที่นานๆทีจะขับเอง

ติ๊ดๆ ! เสียงปลดล็อคยานพาหนะ นิวเยียร์สอดตัวเข้าๆไปในรถอย่างอารมณ์ดี เอื้อมหยิบแว่นตาและเปิดเพลงในรถก่อนจะหมุนพวงมาลัยและขับออกจากลานจอดรถโดยไม่ได้สังเกตรอบข้าง


“คนเมื่อกี้ใคร” สงกรานต์หนุ่มร่างสูงเอ่ยถามเพื่อน

“นั่นพี่ที่คณะโรงแรมนี่หว่า…มึงถามทำไม” เจมส์ หนุ่มลูกครึ่งหัวทองเอ่ย

“มึงรู้จัก?” สงกรานต์หันไปถามไผ่

“พี่นิวเยียร์ อิมเมจของมหาลัย หล่อ ฉลาด ดูดี มีชาติตระกูล แถมโคตรรวย” ไผ่เอ่ย

“หึ”

“ถามเพื่อไรไอ้สง…มึงเมินคำถามกูเพื่อ?”

“น่ารักดี” สงกรานต์เอ่ย

“เด็ดดอกฟ้าสัสๆ…กูเคยเห็นตอนไปอีเว้นท์เปิดตัวห้างอะไรสักอย่าง โคตรจะหยิ่ง
ถ้าไม่ใช่คนสำคัญนะไม่คุยด้วย ขนาดกูเป็นพรีเซนเตอร์ให้มาเป็นปีละยังไม่คุยกับกู”

“กูกลับละ”

“มึงย้ายมาคอนโดยัง” ไผ่ถาม

“ย้ายเข้าอยู่วันนี้”

“เค…เอาไว้เจอกัน” สงกรานต์เดินขึ้นรถที่จอดอยู่ด้วยรถญี่ปุ่นสีขาวที่ซื้อมาให้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
ก่อนจะขับออกถนนเพื่อมุ่งหน้ากลับคอนโดที่พึ่งย้ายเข้าอยู่วันนี้เป็นวันแรก ต้องรีบกลับแล้วคุณเอ็มม่ารออยู่

-----------------------------------------
เจอกันครั้งแรกของเรามาแล้ววววววววววว
ติดตามเค้าด้วยนะ ทวิต : Bjwelly_kyb
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2020 13:44:30 โดย BLUE_jewelly »

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter 3 นายแบบคนใหม่

แกร๊ก…แกร๊ก…ภายในห้องเงียบสงัด เสียงรัวปลายนิ้วเรียวกดลงที่แป้นพิมพ์เป็นจังหวะต่อเนื่อง
ในห้องทำงานชั้น 26 ของตึกระฟ้าใจกลางเมืองเป็นสถานที่ตั้งของศูนย์บัญชาการใหญ่ของอัศวยุรนันทร์กรุ๊ป
ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานสีขาวพร้อมกับกองเอกสารที่ต้องจัดการให้เสร็จภายในวันนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูจากด้านนอก

“เชิญ” นิวเยียร์เอ่ยตอบเสียงเคาะนั้นทันที

“เอกสารการเปิดตัวโรงแรม B คะท่าน ตอนนี้ทางผู้จัดการได้เตรียมการามที่ท่านสั่งเรียบร้อยและค่ะ
ตอนนี้สิ่งที่เหลือมีเพียงแค่การคัดเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ สำหรับถ่ายโปรโมทค่ะท่าน”

“โมเดลลิ่งเอารายชื่อมาแล้วใช่ไหม” นิวเยียร์เอ่ยถามหลังจากฟังคำบอกเล่าจากเลขา

“ทางบริษัทได้คัดเลือกมาให้คล่าวๆแล้วค่ะ รายละเอียดอยู่ในแฟ้มด้านล่างค่ะ”

“งั้นผมขอดูก่อนแล้วกัน แล้วเดี๋ยวผมจะให้นัดเข้ามาคุยเอาสักสัปดาห์หน้าแล้วกัน”

“ได้ค่ะท่าน” หลังจากได้รายงานเรียบร้อยเลขาจึงเดินไปทำงานต่อ

หลังจากเคลียร์งานเอกสารของวันนี้เรียบร้อยนิวเยียร์จึงได้เวลากลับไปพักสักที
เพราะพรุ่งนี้เป็นวันแรกในการเริ่มเรียนของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 แบบเต็มตัว

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงแจ้งเตือนการปลุกในตอนเช้าก่อนที่เมดในบ้านจะเข้ามาช่วยดูแลการแต่งตัวในตอนเช้า
นิวเยียร์ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ล้างหน้าแปรงฟันและจัดการธุระของตนในห้องน้ำจนเรียบร้อย

“ดิฉันช่วยคะคุณนิวเยียร์” เมดสาวเข้ามาช่วยถือเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวให้เจ้านาย

“วันนี้ผมรับกาแฟด้วยนะ” นิวเยียร์เอ่ยบอกเมดสาวอีกคนที่ตอนนี้กำลังจัดการกับเตียงของเขาอยู่
ในขณะที่เมดคนแรกกำลังบรรจงผูกไทด์ให้กับตน

“ได้คะ ดิฉันแจ้งทางแม่ครัวให้นะคะ”

“อืม” หลังจากเมดสาวที่มาช่วยเจ้านายแต่งตัวในตอนเช้าออกจากห้องเพื่อเตรียมอาหาร
นิวเยียร์แต่งตัวเพิ่มอีกเล็กน้อย หยิบมือถือใสกระเป๋าสะพายและหยิบหนังสือเรียนและออกจากห้อง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหนู”

“สวัสดีตอนเช้าครับป้า” นิวเยียร์เอ่ยทักทายผู้ใหญ่ในบ้านก่อนจะปิดปากหาววอดๆ
เพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับจากออฟฟิศก็เกือบเที่ยงคืน กว่าจะทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ปาไปตีหนึ่งค่อนไปตีสอง

“คุณหนูของป้า แอบชอปปิ้งจนดึกอีกแล้วหรอคะ สัปดาห์นี้ป้ารับกล่องพัสดุเยอะมากแล้วนะคะ”

“ก็ผมต้องคลายเครียดบ้างสิครับ…ที่บริษัทงานเยอะมากจนผมไม่มีเวลาอัพเดต
อะไรเลย จนต้องมาทำช่วงก่อนนอนหนิครับ”

“อย่าให้มันมากไปนะคะ…รีบนอนบ้างจะได้ไม่ต้องดื่มกาแฟแบบนี้ทุกเช้า”

“ได้ครับ” เอ่ยตอบแล้วลงมือทานอาหารเช้าแบบง่ายๆและไม่ลืมซดกาแฟ

“ให้เตรียมรถเลยไหมคะ”

“วันนี้ผมขอไปเองนะ ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นนะครับ” ชายหนุ่มลุกเดินออกมารับกุญแจรถจากคนขับรถและ
สอดตัวเข้าไปนั่ง หลังจากนั้นออดี้สีเหลืองจึงเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสสู่ท้องถนน

“อ่า…สงสัยจะลืมงานสำคัญ” ขณะติดไฟแดงชายหนุ่มเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีฟ้า
วางอยู่เบาะข้างคนขับเป็นแฟ้มที่เค้าหยิบติดมือมาจากบริษัทเมื่อวาน


“อาจารย์เข้ามานานยัง” นิวเยียร์เอ่ยถามเพื่อน

“พึ่งเข้ามายังมาเช็คชื่อทันอยู่” ธีมพูดขึ้นขณะที่กำลังเปิดหนังสือเรียน

“คิดว่าจะมาไม่ทันแล้ว…จอดรถโคตรไกล” นิวเยียร์บ่นออกไปพร้อมหยิบหนังสือขึ้นมาบ้างและลงมือตั้งใจเรียน
ในคาบแรกของเทอมต่อไป

“อื้ม…เที่ยงนี้กินไรดี” คีย์เอ่ยพร้อมปิดปากหาววอดๆหลังจากการเรียนผ่านไปจนชั่วโฒงสุดท้าย

“เรียนก็ไม่เรียนยังจะสนใจเรื่องกินอีกสัส” นิวเยียร์พูดประชดประชันคนนอนหลับทั้งคาบ

“กูทำงานดึกไม่ไหวจริงวะ” มันตอบกลับมาแบบไม่ได้รู้สึกผิดใดๆ “ยังดีที่มีที่รักกูเรียนแทน” แถมยังมีหน้ามาเอ่ยอ้อนไอ้ธีมแบบที่มันชอบทำ ถึงหน้าของมันจะไม่เข้ากับสิ่งมันกำลังทำเลยแม้แต่นิดเดียว

“นั่งดีๆอาจารย์มองแล้วคีย์” นั่นไงยังจะไม่ด่ามันอีก

“ได้ครับที่รักของคีย์…เดี๋ยวคีย์จะเลือกร้านอาหารให้เหมาะสมกับการตั้งใจเรียนของธีมนะครับ”
นอกจากมันจะไม่ฟังมันยังเอาหัวมันถูไถแขนไอ้ธีม จนตอนนี้เพื่อนผมอมยิ้มจนแก้มแทบแตก
ให้ตายเถอะไอ้พวกนี้ไม่อายผีสางเลยจริงๆ

“วันนี้พอแค่นี้ค่ะนักศึกษา เจอกันใหม่สัปดาห์หน้า”
นักศึกษากล่าวขอบคุณแล้วอาจารย์จึงเดินออกนอกห้องแสดงเวลาว่าหมดเวลาให้คาบเช้า

“ซูชิกันจองโต๊ะแล้วอ่ะ…ไปด้วยกันไหมมึง” คีย์หันมาถามผม

“เอาดิ…ยังไงตอนเย็นก็ไปผับมึงไม่ใช่ไง”

ณ ร้านซูชิชื่อดัง

“เอาไรอีกไหม”

“แค่ที่สั่งมาก็ไม่หมดแล้ว…จะหิวอะไรขนาดนั้น”

“แล้วมึงอ่ะเอาไรอีกไหม” คีย์เอ่ยถามผม

“เอาเท่านี้แหละ” รอสักพักอาหารก็มาเสริฟในห้องที่เรานั่งกันอยู่ ไม่ต้องรอให้อาหารลงครบพวกเรา
ทั้งสามคนลงมือกินกันโดยไม่ต้องรอคำเชิญใดๆเพราะความหิวล้วนๆ จนอาหารตรงหน้าหมดไป2ใน3 ส่วน
ความเร็วในการกินจึงลดลง

“เออ…มีไรให้พวกมึงช่วยหน่อยอ่ะ” เหมือนนึกขึ้นได้ว่ายังมีอะไรให้พวกมันช่วย

“อะไรหรอ” ธีมถาม

“ช่วยเลือกพรีเซนเตอร์ถ่ายโปรโมทโรงแรมใหม่หน่อย” นิวเยียร์ว่าพลางยนื่นแฟ้มสีฟ้าในมือให้เพื่อน

“ที่กำลังจะเปิดใช่ไหม” คีย์ถาม

“ใช่…ว่าจะนัดมาเซ็นสัญญาสัปดาห์หน้าเลือกช่วยหน่อยดิ”

“อันนี้ดี คนนี้กำลังมาเลย…เอ๊ะ! คนนี้ที่เคยมาร้องเพลงที่ผับเราใช่ไหม”

“อืม…ไอ้สงไง ตอนนี้ก็ยังร้องนะ”

“ไหนๆขอดูหน่อย” ผมรับแฟ้มสีฟ้ามาจากธีมเปิดดูคนที่พวกมันพูดถึง “เด็กมอเราหรอวะหน้าคุ้นๆ”

“ก็แก๊งไอ้น้องเจมส์ไงที่มาคณะเราตอนเปิดเทอม” อ่อ ผมพยักหน้าเข้าใจ

“คนนี้ดีนะมึง…น่าจะเข้ากับโรงแรมมึง แถมเข้ากับมึงด้วย หล่อ มีสไตล์ ดูเข้าถึงยากน่าค้นหา
แถมหน้ามันยังไม่ช้ำมาก พึ่งเข้าวงการไม่นาน”

“เข้ากับกูบ้าไร…เข้ากับแบรนด์เหอะกูเอามาเป็นพรีเซ็นเตอร์คีย์” ผมกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“เผื่อเพื่อนกูอยากเปลี่ยนแนวคบคนในวงการงี้” เห้อ จะให้ผมมีแฟนให้ได้สินะ

“วันนี้น้องเค้าน่าจะเข้าร้านนะ…ก็มาดูด้วยดิ ขึ้นตั้งแต่ 3 ทุ่มอ่ะ ”

“สรุปที่ดูมาทั้งเล่มสนใจแค่นี้?”

“ก็ถ้าอยากได้แบบไม่ซ้ำแบรนด์อื่น ก็น้องคนนี้แหละกูว่า”

“โอเคร” ผมรับคำก่อนจะขอตัวเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทและแจ้งเลขาให้ทางโมเดลลิ่ง
นัดเด็กคนนี้มาคุยรายละเอียดในสัปดาห์หน้าด้วย

สงกรานต์ เดชะพงษ์  (สงกรานต์)
อายุ 20 ปี
ผลงานที่ผ่านมา xxx


ติ๊ด ติ๊ด เสียงล็อครถดังขึ้น นิวเยียร์มาถึงร้านก่อนเวลาราว 20 นาที

“สวัสดีครับวันนี้มาเร็วเลยนะครับ” บอดี้การ์ดเอ่ยทักก่อนจะผ่านขึ้นไปบันไดชั้น 2

“วันนี้นัดกันเร็วนิดหน่อย…พวกนั้นอยู่ด้านบนแล้ว?”

“คุณธีมกำลังตรวจงานอยู่ห้องทำงานครับ ส่วนบอสดื่มรอตั้งแต่มาถึงแล้วครับ” ฟังคำบอกเล่าจากบอดี้การ์ดชั้นล่างพลางสายหัวน้อยๆอย่างเอือมๆกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก

“ตั้งแต่หัววันเลยนะมึง” นิวเยียร์เอ่ยแซว

“เอาน่า…วันนี้มีคอนเสิร์ตแถมดึกๆยังมีงานที่กูต้องทำอีก” งานที่ว่าคงเป็นงานของที่บ้านอีกแล้วสิ

“สัก 3 ทุ่มครึ่งเดี๋ยวเราลงไปหน้าเวที ไอ้ธีมจองโต๊ะไว้แล้ว”

“อืม” ผมกับคีย์ดื่มกันไปเรื่อยจนเวลาสามทุ่มนักท่องราตรีทั้งหลายเริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ในร้านอย่างคับคั่ง เพราะอย่างที่ว่าวันนี้มีคอนเสิร์ตสำคัญเพราะวงนี้จะมาเพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือนเท่านั้นคนเลยจะหนาแน่นเป็นพิเศษ

“ป่ะ ไปข้างล่างกัน” พวกผมสองคนเดินลงมาจากชั้น 2 เพื่อไปนั่งโต๊ะโซฟาฝั่งขวาของเวที
ตลอดทางมีบอดี้การ์ดของคีย์คอยเปิดทางให้เดินสะดวกขึ้น สายตานับร้อยคู่คงสงสัยในตัว
ผมว่าผมเป็นใครเพราะตอนนี้ใครๆ ก็คุ้นหน้าคุ้นตาไอ้คีย์อยู่แล้ว

“คืนนี้กูว่าคุณหนูนิวเยียร์คงไม่ได้กลับบ้านคนเดียวแล้ววะ”

“หึ” ผมอมยิ้มส่งไปให้

“ให้เรียกน้องมาคุยไหมเยียร์” ธีมที่เดินมาสมทบที่โต๊ะคนสุดท้ายถามขึ้น

“ไม่เป็นไร แค่อยากเห็นยังไงก็ต้องนัดมาคุยอีกที”

“คนนี้กูชอบนะเพื่อคืนนี้มึงอยากพากลับบ้าน…ถ้ามึงชอบแล้วกูห่วงน้องมากกว่าห่วงมึงวะ”

“หึ…ไม่คิดจะห่วงกูเลยหรือไง…ยัดเยียดไรขนาดนั้น” พวกเรารอจน MC ขึ้นมาเปิดเวทีพร้อมกับ
นักดนตรีและนักร้องเดินขึ้นมาบนเวที

กรี๊ดดดด!!!! สงกร๊านนนนนนนนนนน!!!!! เสียงกรี๊ดสาวๆจากหน้าเวทีดังกระหึ่มเมื่อมือกลองร่างสูง
สวมใส่เสื้อกล้ามแขนเว้าจนถึงเอวอวดรอยสักตัวอักษรที่สีข้าง พร้อมกับใบหน้าทรงเสน่ที่
คนมองแทบหยุดหายใจ ไม่เว้นแต่ผมเอง

ตึก ตึก ตึก ตึก เสียงเหมือนก้อนเนื้อข้างซ้ายของผมกำลังทำงานหนัก มันเป็นแวบเดียวที่
เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งผมจับจ้องไปที่ร่างสูงที่กำลังลงน้ำหนักที่ไม้กลองอยู่กลางเวทีเหมือนความรู้สึกของ
ผมตอนนี้ถูกดูดเข้าไปในวังวนแบบที่ตัวผมไม่ได้สัมผัสมานาน
แทบจะลืมไปแล้วว่าเคยรู้สึกแบบนี้…ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

“เยียร์! เยียร์!  เยียร์!”

“ว่าไง จะตะโกนไมเนี่ย” ผมหันไปพดกับไอ้ธีมที่เรียกผมเสียงดัง

“มึงแหละเป็นอะไร กูเรียกเป็นสิบรอบละ”

“แล้วมีไรว่ามา!” ผมละสายตาจากหน้าเวทีที่ตอนนี้เริ่มบรรเลงกันแล้ว ทั้งเสียงกรี๊ด
เสียงดนตรี ทำให้ตอนนี้พวกเราแทบจะตะโกนคุยกัน

“เป็นไง! น้องมันโอเคใช่ไหม?”

“โอเค!” ผมเอ่ยตอบธีมไปตามที่เห็น

“มองตาค้างเลย สัส!” ไอ้คีย์โน้มตัวมาด้านหน้าเพื่อคุยกับพวกผม

“หึ”
“กูบอกแล้วมันเหมาะกับมึง! เป็นไงสายตากู” ผมหันไปถลึงตาใส่มัน
แต่มันแค่ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ผมแบบกวน มีเพื่อนรู้ดีแบบนี้มันน่าโดนวะ

“ทำไมอ่ะ” ธีมหันไปถาม
“ก็อย่างที่กูบอกไงมันเหมาะกับไอ้เยียร์…เพราะไอ้นี่สเปคมัน” นั่นไง มึงทำไมรู้ดีจังวะ “เอาเลยดิมึง”

“เอาหน่อยไหมเยียร์…จะไปเรียกมาให้”

“อืม” ให้ตายสิ…ความรู้สึกนี้มันเหมือนตอนนั้นจริงๆ เหมือนจนตอนนี้ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว เ
พราะตอนนี้แบล็คการ์ดของผมมันสั่นจนมือผมจะห้ามไม่อยู่แล้ว

“ไปเรียกสงกรานต์มาหน่อย” ไอ้คีย์กวักมือเรียกบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ใกล้ๆมารับคำสั่งไม่ถึง 5 นาที
ผู้ชายร่างสูงตอนนี้ไม่ได้ใส่แค่เสื้อกล้ามสีดำแต่คุมทับด้วยเสื้อหนังสีดำทำให้
ยิ่งดูโดดเด่นเข้าไปอีก

“นั่งสิ” ธีมบอกคนมาใหม่

“พี่ๆมีอะไรหรือเปล่าครับ” เด็กหนุ่มมาใหม่เอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลง

“พี่แค่อยากแนะนำคนคนนึงให้รู้จัก”

“นี่นิวเยียร์เพื่อนพี่เอง…ส่วนนี่สงกรานต์” ธีมเอ่ยนำผมพร้อมกับเด็กที่มาใหม่

“สวัสดีครับ” สงกรานต์ยกมือไหว้ก่อนผม

“ไม่ต้องไหว้หรอก” ผมเอ่ยตอบ หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างเรา
อีกจนสงกรานต์ขอตัวกลับไปหาเพื่อนๆในวงที่กำลังดื่มกันอยู่

“มองตาละห้อยเลยสิมึง” ไอ้คีย์นมาทำหน้าล้อเลียน

“ไร้สาระน่า” ผมเอ่ยตอบมันไปแบบขอไปทีแล้วกวักมือเรียกพนักงานเสริฟที่อยู่ใกล้ๆ

“ชำระโต๊ะนี้หรอครับ” เด็กเสิร์ฟถามผมแบบงงๆว่าจะจ่ายทำไมเพราะปกติบอสของมันคงจะไม่ต้องจ่ายเงินอยู่แล้ว

“โต๊ะนักดนตรีหน้าเวที ถ้าเกินจากที่จ่ายตอนนี้ก็ส่งบิลมาเก็บอีกที” ผมวางแบล็คการ์ดของผมให้เด็กเสิร์ฟไปจัดการ

 ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรม

“อะไรมันจะขนาดนั้นพ่อคุณณณณ! ไหนบอกปกติ๊! ไง” ไอ้คีย์!

“ตำนานที่ยังมีชีวิต…หวนคืนวงการแล้ว โว๊ยยย!” ผมไม่สนใจคำโห่แซวของพวกมัน
แล้วหันไปมองที่โต๊ะที่ผมพึ่งจัดการไปเมื่อกี้แบบไม่ปิดบังใดๆ แล้วสบตาเข้ากับเด็กสงกรานต์ที่ยืนอยู่
ที่โต๊ะหลังจากที่เด็กเสิร์ฟกำลังพูดอะไรสักอย่าง ผมกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนสงกรานต์จะ
หันมาสบตาผมและยกแก้วชูขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงชวนให้ดื่มแบบไม่ปิดบังเหมือนกัน


ร้ายเหมือนกันนี่…


สงกรานต์ แค่ชื่อก็อยากเล่นน้ำด้วยแล้วสิ

---------------------------------------------
อิจคนรวยโว๊ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! อยากได้ไรใช้เงินซื้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2020 13:53:54 โดย BLUE_jewelly »

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
เนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ สายเปย์ถูกใจ แถมชอบพอกันไปอีกกก อีกแม่เบาใจละ

อยากจะแนะนำเรื่องการเว้นบรรทัดนิดนึง แบบสนทนาเว้นว่างกับอีกคนที่คุยสัก1บบรทัดจะอ่านง่ายกว่านะคะ อันนี้ติดกันไปหน่อย ยิ่งในเล้ายิ่งอ่านยาก หรือจะลองหานิยายเรื่องอื่นๆดูเป็นตัวอย่างกันเว้นก็ได้คะ

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ลองเว้นตัวอักษรให้ใหม่แล้วนร้า ฝากทุกคนให้คำแนะนำด้วยนร้า เราไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นร้า
ถ้าอยากคุยกันฝากตามทวิตเตอร์เราหน่อยนะ ทวิต : Bjewelly_kyb

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter 4 รับงาน

Rrrrrr…. เสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารข้างหัวเตียง เจ้าของห้องลืมตาตื่นแบบสลำสลือแล้วกดรับสาย
“ครับพี่”

“ขอโทษนะลูกที่พี่โทรมารบกวน”

“มาเป็นไรครับพี่…มีเรื่องด่วนหรือเปล่าครับ”

“พี่เดาว่าเราต้องลืมแน่ๆ…เลยจะโทรมาเตือนเรื่องนัดบ่ายนี้จ่ะ”

“นัดบ่ายนี้?...นัดอะไรนะครับ”

“นัดคุยเรื่องเป็นพรีเซนเตอร์ไงคะของโรงแรม B งั้นรีบตื่นอาบน้ำแต่งตัวเลยคะพี่จะเข้าไปรับจะได้ไปด้วยกัน”

“ได้ครับๆ” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองก่อนที่ผู้จัดการจะมารับ

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยจึงเดินไปเปิดหน้าจอคอมเพื่ออ่านรายละเอียดงานที่จะไปคุยคร่าวๆ
เหมี๊ยว! เหมี๊ยว! เสียงเรียกจากสิ่งมีชีวิตขนปุยสีขาวและแรงตะกุยที่ปลายเท้า

“ว่าไงคุณเอ็มม่า” ผมเอ่ยทักทาย

“ตอนนี้อุ้มไม่ได้แล้วนะ…เดี๋ยวถ้ากลับมาจะมาอุ้มนะวันนี้ป๊าต้องไปทำงานมาเลี้ยงหนูไง”

Rrrr เสียงเรียกเข้าจากผู้จัดการ

“ครับ…ผมกำลังลงไปครับ”

“ไปก่อนนะคุณเอ็มม่า…ห้ามทำน้องต้นไม้ป๊านะเข้าใจไหม” ผมเอ่ยสั่งคุณเอ็มม่าก่อนจะออกจากห้องไป

ครืดดด ครืดด เสียงเลื่อนของประตูอัติโนมัติของรถเปิดและปิดลงหลังจาดมี่ผมเข้ามานั่งด้านใน

“สวัสดีครับพี่แอม”

“ดีคะลูก…วันนี้หล่อเชียว” ผมยิ้มเพียงนิดเดียวส่งให้ผู้จัดการที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“วันนี้ยิ้มให้พี่แต่เช้าสงสัยวันนี้จะเป็นวันดีแน่ๆ” เธอออกมาหลังจากที่ผมเพียงกระตุกมุมปากเท่านั้น

“เรากำลังจะไปที่ตึกอัศวยุรนันท์ กรุ๊ป เป็นเจ้าของโครงการโรงแรม B ที่เรากำลังจะไปเซ็นต์สัญญา
พรีเซ็นเตอร์สงกรานต์พอจะคุ้มชื่อนี้ไหม” ผมส่ายหัวเพราะผมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่หล่อนพูด


“ไม่แปลกหรอกเพราะอัศวยุรนันท์ กรุ๊ป ทำธุรกิจหลายอย่างมากกกแถมผู้บริหารยังอายุน้อยๆอยู่เลยนะ
พี่ว่าเราโชคดีมากนะที่เริ่มงานแรกแล้วได้งานใหญ่ของที่นี่เพราะถ้าที่นี่เค้าถูกใจเราคงได้พรีเซ็นเตอร์อีกหลายตัวเลย”

“อ่อครับ” ผมตอบไป

“สงกรานต์เรียนมอ X ใช่ไหมถ้าจำไม่ผิดผู้บริหารคนนี้ก็เรียนที่นี่นะ เป็นรุ่นพี่เราน่าจะปี 3”

ผมรู้สึกแปลกใจว่าต้องเป็นคนเก่งขนาดไหนนะเรียนแค่ปี 3 แต่รับผิดชอบงานขนาดนี้ได้
ถึงผมจะส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่เด็กๆก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความรับผิดชอบต่อคนขนาดนั้นได้

“อือ…ชื่อ นิวเยียร์ อัศวยุรนันท์ พอจะคุ้นไหมที่มอเค้าน่าจะดังมากนะ”

“ครับ?” นิวเยียร์ชื่อคุ้นๆเหมือนพึ่งเคยได้รู้จักคนๆนี้

คงจะไม่ใช่คนเดียวกันหรอกนะ
ไม่ใช่หรอกมั้ง?
..
ติ๊ง! เสียงลิฟท์โดยสารเปิดที่ชั้น 1 ที่เรายืนอยู่กำลังเลื่อนปิดขึ้นไปชั้น 26

“สวัสดีคะ มาจากโมเดลลิ่งค่ะ”
“สวัสดีคะ เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ” เลขาผมจะเรียกเธอแบบนั้นจากป้ายตำแหน่งของเธอ
เธอเชิญผมกับพี่แอมนั่งที่โซฟารับรองหน้าห้องก่อนที่จะขอตัวเพื่อไปรายงานคนที่อยู่ด้านในก่อนที่จะเดินออกมา

“ท่านพร้อมแล้วค่ะ เชิญด้านใน” เธอกล่าวเชิญหลังจากออกมาจากหลังประตู

ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาติค่ะ”

“เชิญ” เสียงตอบจากหลังประตูดังขึ้นผมและผู้จัดการเดินเข้าไปภายใน ภายในเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่
มีชุดโซฟารับแขกสีน้ำตาลเข้มเข้ากับการตกแต่งภายในที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา
มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ใกล้กับกระจกชมวิว 180 องศาภายในห้อง มีเก้าอี้ทำงานสีขาวตัดกับสีภายในห้อง
จนเจ้าของห้องหมุนเก้าอี้กลับมาจากการชมวิวเพื่อสบตากับแขกที่มานั่นคือพวกผม

“สวัสดีครับ…เชิญนั่งก่อนสิครับ” คนที่นั่งหลังเก้าอี้ลุกขึ้นเดินมาที่โซฟา
ที่พวกเรานั่งอยู่แล้วยกมือไหว้ผู้จัดการของผม เป็นคนคนนั้นจริงๆ

“อุ๊ย! สวัสดีค่ะท่าน พอท่านยกมือไหว้ที่ไรดิฉันเกรงใจตลอดเลย”

“เกรงใจอะไรหละครับ…พี่แอมทำงานกับผมมานานเหมือนเป็นพี่น้องกันแล้วนะครับ”


“นั่นแหละค่ะ…เอ่อนี่ สงกรานต์นะค่ะที่เราจะนัดดูตัวน้องวันนี้…สงกรานต์สวัสดีท่านสิ”
ผมยกมือขึ้นสวัสดีคนอายุมากกว่า

“ไม่ต้องเรียกท่านตามนะเรียกพี่หรือว่าเรียกนิวเยียร์เฉยๆก็ได้”

“อุ๊ย! ไม่ได้นะคะ เรียกว่าพี่นิวเยียร์ดีกว่าค่ะ…เรามาเริ่มกันเลยไหมคะ”

“ได้ครับลองอ่านรายละเอียดดูเลยนะครับ…อยากปรับแก้ตรงไหนไหม”

“ได้เลยค่ะ”

“สงกรานต์ก็ลองอ่านด้วยสิเพื่อสงสัยตรงนั้นจะได้ถาม”
พี่แอมเริ่มอ่านรายละเอียดไปเรื่อยๆจนครบแล้วปิดแฟ้มลงผิดจากผมที่กำลังทำหน้างง
เพราะจำนวนเงินที่ระบุอยู่ในสัญญา

“คุณนิวเยียร์…แน่ใจใช่ไหมคะว่าแจ้งชื่อเด็กถูกคน”

“แน่นอนสิครับ…พี่แอมติดตรงไหนครับหรือที่ทางเราให้ไม่สมค่าเหนื่อยครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ …แต่พี่ว่ามันมากเกินไปนะคะ พี่รับขนาดนี้ไว้ไม่ได้นะคะหรือว่า
คุณนิวเยียร์อยากได้เด็กๆที่เรทนี้พี่ก็มีนะคะ สงกรานต์ยังใหม่พี่กลัวว่าจะทำให้ผิดหวังนะคะ”
ผมก็เป็นกังวลเหมือนกันเพราะค่าตัวที่เค้าแจ้งมามันมากกว่าที่ผมจะได้รับตั้ง 3 เท่า
ไม่ใช่ว่าผมกลัวหรือไร้ความสามารถแต่ผมยังใหม่กลัวจะทำตามที่เค้าคาดหวังไม่ได้มากกว่า

“ปกติพรีเซนเตอร์ของเราจะใช้เรทนี้หมดนะครับ…งานนี้ก็เช่นกัน ผมอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ถึงเค้าจะใหม่แต่ก็ไม่ใช่ไร้ฝีมือนี่ครับ…พี่แอมคิดอย่างนั้นไหมครับ”

“ค่ะ ถ้าคุณนิวเยียร์ยืนยันอย่างนั้นแอมก็จะไม่ขัดนะคะ…สงกรานต์ขอบคุณท่านสิ” ผมกำลังยกมือไหว้แต่โดนห้ามไว้ก่อน

“ไม่ต้องหรอก…ฉันให้เพราะอยากให้นะแค่ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีก็พอ”
ผมก้มเซ็นต์เอกสารสัญญาด้วยความดีใจเพราะแค่ทำงานนี้ผมก็จ่าย
ค่าเทอมค่าคอนโดและค่ารถได้สบายแถมยังเปย์คุณเอ็มม่าได้ด้วย

“ถ้าอย่างงั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้วแอม ขอกลับก่อนนะคะ…ยินดีที่ร่วมงานนะคะ”
 พี่แอมลุกขึ้นยืนและยื่นมือไปจับกับคนตรงหน้า

“ยินดีเหมือนกันครับ” พี่นิวเยียร์เอ่ยตอบรับ


“เอ่อ…เจ๊ว่าจะเข้าบริษัทจะไปด้วยไหมลูก”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับห้องดีกว่าครับ”

“งั้นเดี๋ยวเจ๊บอกคนรถวนไปส่งเนาะ”

“ไม่เป็นไรครับ…เดี๋ยวผมกลับเองขึ้นแท็กหน้าตึกตรงนี้ได้ครับ” ผมบอกปฏิเสธพี่แอมไปไม่อยากให้พี่เค้ายุ่งยากกับผมเพราะยังไงวันนี้ผมก็ว่างอยู่แล้ว

 “งั้นผมไปก่อนนะครับ…พี่แอมกลับดีๆนะครับ” ผมบอกลาพี่แอมพร้อมกับลงลิฟท์ไปชั้น 1 เพื่อเดินออกไปหน้าตึก

“คอนโดX ครับ”

“โทษทีน้องไปคนละทาง”

“คอนโด X ครับ”

“พี่ต้องไปเติมแก๊สน้อง” คันที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ผมโดนปฏิเสธเพราะทางไปคอนโดของผมกับตึกนี้อยู่คนละฝั่งกัน
มันจะดีกว่านี้มากถ้าตอนนี้มาใช่เวลาพึ่งเลิกงานของพนักงานเพราะบริเวณ
ที่ผมยืนอยู่ตอนนี้เริ่มมีพนักงานที่พึ่งเลิกงานลงมาเพื่อรอรถประจำทางจำนวนมาก

“เฮ้อ…หาอะไรกินก่อนแล้วกันมืดๆค่อยกลับ” พอคิดได้แบบนั้นผมจึงเดินออกมาจากจุดรอรถ
หน้าตึกเดินริมถนนเพื่อไปอเวนิวที่อยู่ใกล้ๆกับตึกนี้แทนเพราะตั้งแต่ตื่นมานอกจากน้ำ
และขนมในห้องประชุมผมก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย

ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด  ขณะที่ผมกำลังเดินอยู่ได้ยินเสียงบีบแตรของรถที่กำลังขับมาจึงหันไปดูว่ามีเหตุอะไรหรือเปล่า

“ขึ้นมา” สิ่งที่ผมเห็นภายในรถคือคนที่ผมพึ่งเจอในห้องประชุม ค่อยๆลดกระจกข้างลง

“เร็วครับ…ข้างหลังรถติดหมดแล้ว” เอ่อ…เค้าคงเรียกผมแหละเอาวะขึ้นก็ขึ้น

หลังจากรับคนที่ผมตามมาขึ้นรถจากข้างทาง ภายในรถก็ไม่มีบทสนทนาอื่นอีก
เหมือนคนที่นั่งข้างๆจะรอให้ผมเริ่มเพราะเจ้าตัวพยายามมองมาทางผม
แบบสงสัยหลายครั้งแต่พอผมมองกลับไปก็หลบตาและตีหน้านิ่งเหมือนกับที่เจ้าตัวชอบทำ

“เมื่อกี้จะไปไหน” ผมเอ่ยถาม

“กินข้าว…ครับ”

“หือ…ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ทานอะไร?”

“ครับ”

“งั้นกินข้าวก่อนแล้วกัน…เสร็จแล้วจะไปส่ง” ผมบอกอีกฝ่ายก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านอาหารที่ผมกินประจำ
เพราะเป็นร้านในการดูแลของบริษัทผมเองเป็นร้านอาหารไทยฟิวชั่นที่ผมมักชอบกิน
ผมสั่งอาหารไป 7-8 อย่างเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบทานอะไรจนอาหารมาพวกเราก็เริ่มลงมือ
ทานอาหารของตัวเองไปแบบเงียบๆ ผมคาดว่าเจ้าตัวน่าจะหิวจริงๆ เพราะสังเกตจากความเร็ว
ในการกินและเป็นคนที่ทานอะไรก็ได้อย่างที่เจ้าตัวว่าเพราะอาหารที่ผมสั่งมาทุกจานถูกทาน
ไป 1 ใน 3 ส่วนของอาหารในจาน ต่างจากผมที่ตอนนี้ทางเพียงแค่สปาเก็ตตี้แกงเขียวหวาน
ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“อิ่มแล้วหรอ” ผมเอ่ยถาม

“ครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมา

“งั้นไปกันเถอะ…ฉันจะไปส่ง” ผมเรียกพนักงานเพื่อเก็บค่าอาหาร

“ทั้งหมด 4,250 บาทค่ะ” พนักงานบอกยอมรวมจากนั้นผมจึงล้วงหยิบบัตร
ในกระเป๋าเพื่อวางที่ถาดของพนักงานแต่ต้องชงักเพราะมีมืออีกข้างหนึ่งหยิบถาดไปก่อน

“ผมขอเช็คดูรายการอาหารก่อนนะครับ” สงกรานต์เอ่ยกับพนักงานจนหล่อนเดินออกไป

“ไม่ต้องเช็คหรอกฉันเป็นเจ้าของร้านนะเค้าไม่คิดเงินผิดหรอก” ผมบอกคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
ที่กำลังก้มหน้าดูรายการอาหาร
“ทำไมคุณถึงไม่ทานเลย…มันแพงมากนะครับ”

“ปกติก็กินเท่านี้…ที่สั่งมาก็สั่งมาให้เธอทานเท่านั้น”

“ถึงว่าตัวเล็กแค่นี้” สงกรานต์เอ่ยในลำคอจนผมแทบจำใจความไม่ได้

“เธอว่าไงนะเมื่อกี้”
“งั้นผมขอจ่ายนะครับ” สงกรานต์ว่าแบบนั้นแล้วล้วงหยิบบัตรเดบิตใบสีเขียว
ออกจากกระเป๋าเพื่อจ่ายกับพนักงานอย่างที่เจ้าตัวต้องการ “พี่ครับห่ออาหารให้ด้วย”

“ห่อทำไม…ถ้าอยากกินอีกก็มาวันหลังสิ”

“ทานไม่หมดก็ต้องห่อกลับสิครับไม่ใช่ถูกๆ…คุณจะเอาด้วยไหม”

“ฉันไม่ค่อยทานอาหารเก่าหรอก…เธอเอาไปเถอะ” หลังจากสงกรานต์รับกล่องอาหาร
จากร้านอาหารเราจึงเดินมาขึ้นรถเหมือนเดินแต่เด็กคนนั้นกลับเดินไปทางหน้าร้านแทน

“จะไปไหน” ผมเอ่ยถาม

“ผมโบกรถจากที่นี่กลับคอนโดได้ครับ…ไม่รบกวนคุณดีกว่า”

“นึกซะว่าค่าอาหารเดี๋ยวฉันไปส่ง”

“งั้นก็เอาเป็นว่าผมเลี้ยงแทนค่าเหล้าวันนั้นครับ”

“ฉันจะไปส่งขึ้นมา” ผมเอ่ยแบบอารมณ์เสีย

“ไม่ดีกว่าครับ” สิ้นคำเจ้าตัวจึงหันหลังและเดินออกไปจนได้ยินคำของผมที่ทำให้เจ้าตัวหยุดชงัก

“ถ้ายังอยากทำงานด้วยกัน ก็ขึ้นมา…ฉันไม่อยากพูดซ้ำ”    

บรรยากาศในรถไม่ได้ต่างจากเดิมมาก เพราะตอนนี้มีเพียงความเงียบกับเสียงบอกทางไปคอนโดเท่านั้น
ผมรู้สึกหงุดหงิดเพราะจากเหตุการณ์เมื่อกี้ที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะถามผมว่าผมทำไปเพื่ออะไร
แถมยังพยายามหนีเหมือนไม่อยากเข้าใกล้เพื่อเว้นระยะห่าง แต่ถึงจะถามว่าผมทำไปเพื่ออะไร
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน สัญชาตญาณตอนที่ผมเห็นสงกรานต์กำลังเดินอยู่ผมก็รู้สึกดีใจที่
เค้ายังไม่ได้กลับหรือแม้แต่สงกรานต์นั่งกินข้าวเงียบๆอยู่ตรงข้ามที่ร้านอาหารก็ทำ
ให้รู้สึกว่ามื้ออาหารเย็นมันมีค่าขึ้นมาก
มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนั้นหรือมันอาจจะเริ่มตั้งแต่วันที่
ผมได้เจอกับสงกรานต์ตั้งแต่ที่ผับของคีย์ก็ได้ ผู้ชายคนนี้ดูน่าสนใจอย่างประหลาด
แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเข้าหาอีกฝ่ายยังไงนอกจากเรื่องงานนอกนั้นผมก็ไม่รู้จะเริ่มคุยยังไง

“ถึงแล้วครับ…จอดด้านหน้าก็พอครับ”

“อืม”

“ขอบคุณครับที่มาส่ง” คนอายุน้อยกว่ายกมือไหว้ผมแต่ผมยกมือห้ามไว้ก่อนและล็อคประตูอีกครั้ง

“ไม่สงสัยหน่อยหรอ” ผมเอ่ยถามไปในที่สุด

“ถ้าคุณอยากบอกผมก็พูดเถอะครับ”

“ไม่รู้สึกแปลกหรือไง…ที่ฉันมาส่งและพาไปกินข้าว”

“รู้สึกครับ”

“แล้ว?...จะไม่พูดไม่ถามอะไร?”

“ผมไม่สนใจหรอกครับ…ปลดล็อคครับผมจะลง”

“แสดงว่าเธอรู้ใช่ไหมว่าฉันต้องการอะไร” ผมลองหยั่งเชิงเพราะคิดว่าเจ้าตัวน่าจะรู้ว่า
ผมต้องการอะไร จากที่เราคุยกันอยู่ผมดูคุกคามอย่างมากจริงๆ

“จากเหตุการณ์ตอนนี้เธอต้องบอกให้ฉันหยุด และเลิกทำแบบนี้”

“ผมไม่มีสิทธิพูดครับ…เพราะถ้าคุณจะยอมฟังคงจะเข้าใจตั้งแต่ที่ร้านอาหารแล้ว”

“คิดไหมว่าที่พูดมามันจะมีผลกับงาน”

“ผมคิดว่าคุณเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมารวมกัน…ผมเข้าใจถูกใช่ไหม”
สงกรานต์ถามกลับมา

“เก่งนี่”

“ผมลงได้หรือยังครับ” สงกรานต์พูดจบพร้อมกับพยายามดึงที่เปิดประตูเพื่อแสดงอาการว่าอยากลงเต็มที

“โอเค…ก่อนจะลงเรียกพี่ให้ฟังหน่อยสิ” เอาหน่อยละกันอย่างน้อยๆเด็กมันก็จะหนีอยู่แล้ว

“เอาน่า…สนิทกันไว้เดี๋ยวทำงานด้วยกันจะได้ง่ายๆไง พี่นิวเยียร์ลองเรียกสิ”

“พี่..นิวเยียร์ เปิดประตูให้ผมได้หรือยังครับ” ช็อค…

“เอ่อ..อ..อื้ม” สงกรานต์เปิดประตูลงไปหลังจากที่พูดคำนั้น

ผมบอกแล้วว่าถ้าผมเจออะไรที่ผมแพ้ผมจะแพ้จริงๆแบบสู้ไม่ไหว
..
เห้อ!! ตึก ตึก ตึก ตึก ร่างสูงรีบเดินเข้าไปในตึกก่อนจะยกมือขึ้นขยำเสื้อที่อกข้างซ้ายเบาๆ
คนอะไรน่ารักจนใจเจ็บได้ขนาดนี้นะ

ผมไม่เคยเป็นแบบนี้

แต่ผมก็ไม่ได้โง่ขนาดที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร

ผมต้องรีบทำงานให้เสร็จแล้วลืมมันซะ

พี่อยู่เกินเอื้อมผมขนาดนั้น…พี่นิวเยียร์



__________________________________________________
นายเอกเราไม่เหมือนใครจริงๆ ทำไมพระเอกฉันคิดแบบนั้นได้เล่า!!!!!

ฝากตามหน่อยนร้า ทวิตเตอร์ : Bjewelly_kyb

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter 5 ข่าวลือ

พาดหัวข่าวซุบซิบดารา
     ‘นักธุรกิจอายุน้อย อักษรย่อ น. ย่องขึ้นคอนโดดาราหนุ่มรุ่นน้อง อักษรย่อ สก. กลางวันแสกๆ
โดยแหล่งขาวบอกว่าที่ดาราหนุ่มได้งานใหญ่เมื่อเร็วๆนี้เพราะมีความสัมพันธ์ลับกับนักธุรกิจดังกล่าว แนบภาพถ่าย 3 รูป’

“นี่เป็นกระทู้ข่าวที่กำลังได้รับการแชร์อย่างต่อเนื่องค่ะ มีหลายคนคาดเดาว่าเป็นท่านกับ
นักแสดงหนุ่มที่ชื่อสงกรานต์…ท่านจะให้ดิฉันปิดข่าวหรือทำเรื่องการเรียกค่าเสียหายไหม”

“ผู้บริหารคนอื่นว่ายังไงบ้าง”

“ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวค่ะ แต่ถ้ามีหลักฐานยืนยันว่าเป็นท่านอาจจะมีผลต่อภาพลักษณ์ค่ะ”

“งั้นก็ไปจัดการเรื่องปิดข่าวซะ…ทำเงียบๆก็พอไม่ต้องฟ้องอะไร”

“แล้วกระทู้ที่แชร์ไปแล้วกับคนที่แคปหลักฐานไปแชร์จะให้ปิดข่าวด้วยไหมคะ”

“เอาแค่กระทู้ต้นทางพอ…ส่วนนอกนั้นให้มันเป็นกระแสให้คนสนใจอยากสืบก็พอ
ไปตามหาคนที่ถ่ายรูปมาด้วยแล้วกำจัดหลักฐานให้หมด”

“จะดีหรอคะท่าน…ถ้าในภาพไม่ใช่ท่านเราฟ้องได้นะคะเพราะตอนนี้คนลงความเห็นว่าเป็นท่านกับคุณสงกรานต์”

“ก็เพราะในภาพมันเป็นผมหนะสิ…เอาเป็นว่าจัดการเท่าที่บอกส่วนคนจะคิดยังไงไม่ได้มีผลอะไรทั้งนั้น”

“รับทราบคะท่าน”

Rrrrr เสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารของเจ้าของห้อง

(เฮลโล่…เปิดตัวหรอมึง) เสียงจากปลายสายเอ่ยทักโดยไม่ต้องรอให้เค้าทักตอบ

“เปิดตัวเหี้ยไร…กูพึ่งสั่งให้คนไปปิดข่าว”

(มึงจะกลัวไร? ยังไงมึงก็จะจีบน้องเค้าอยู่แล้วนี่)

“กูยังไม่ได้เริ่มเลยไอ้สัสคีย์”

(จ้า ไม่เริ่มก็ไม่เริ่มพาไปกินข้าวไปส่งคอนโดด้วย)

“มึงรู้ได้ไง? …ว่ากูพาไปกินข้าวในข่าวไม่มีบอก มึงตามดูกู?”

(กูจะตามดูมึงเพื่อ?...กูตามดูเด็กมึงต่างหาก)

“ฮ่ะ?”

(กูจะๆได้แน่ใจไงว่ามันเป็นคนดีแบบที่จะดูแลมึงได้)

“ไหนบอกเหมาะสมกับกู เชียร์กูไง มึงไม่ได้รู้อยู่แล้วหรอ”

(แฮร่…จริงๆคือกูก็เชียร์ไปงั้นไม่คิดเอาจริงหหรอก ใครจะรู้ว่ามึงเอาจริงวะ)

“ไอ้เหี้ยคีย์!…มึงอยู่ไหนกูจะไปฆ่ามึง!”

(ใจเย็นนะเพื่อนก่อนจะฆ่ากูมึงเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ…ป่านนี้เด็กมึงกังวลตายแล้ว)

“เออ!...ฝากไว้ก่อนนะมึง มีสายซ้อนแค่นี้แหละ” ผมกดวางสายเพื่อนเฮงซวยและกดรับสายด่วนที่
โทรเข้าที่เครื่องผมซึ่งปกติจะต้องโทรที่เบอร์บริษัทเท่านั้น

(สวัสดีคะคุณนิวเยียร์…พี่แอมนะคะสะดวกให้แอมเข้าไปพบไหมคะเรื่องข่าวที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้)

“ผมสั่งให้คนไปปิดข่าวแล้วครับพี่แอมไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ”

(ขอบคุณนะคะ…ตอนนี้ทางเรากังวลมากว่าจะมีผลกับงาน)

“ไม่มีผลครับสัญญาเรายังคงเดิม”

(แต่ข่าวแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลยนะคะ มั่วจริงๆสงกรานต์ก็บอกว่าไม่ใช่ตัวเองแถมยังไม่ได้รู้จัก
กับคุณนิวเยียร์เป็นส่วนตัวด้วย…ไม่รู้ว่าข่าวเขียนแบบนั้นได้ยังไง)

“สงกรานต์บอกแบบนั้นหรอครับ”

(ใช่ค่ะ…ตอนนี้เราเลยกำลังช่วยกันแก้ข่าวในโซเชียลกันอยู่ค่ะ)

“สงกรานต์ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาใช่ไหม?”

(ไม่ค่ะ…แถมยังเป็นผลดีเพราะตอนนี้กำลังจะมีซีรีย์วายเรื่องใหม่ที่สงกรานต์เป็นพระเอกยังไง
แฟนคลับของฝั่งเราก็ชอบอยู่แล้วค่ะ)

“งั้นก็หายห่วงครับ…ยังไงเรื่องข่าวผมกำลังรีบจัดการนะไม่ต้องห่วงครับ”

(ขอบคุณนะคะ)

เฮ้อ -_- แค่เริ่มปัญหาก็ตามมาแล้ว…

“เข้ามาหาผมที่บริษัท…ผมมีเรื่องให้ทำ” 

...

“วันนี้มีอะไรบ้างครับ” ผู้บริหารอายุน้อยเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก
จนทำให้หล่อนถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะมีไม่กี่ครั้งที่จะได้เห็นแววตาท่าทางของเจ้านายแบบนี้

“วันนี้เริ่มฟิตติ้งชุดและถ่ายภาพนิ่งของโรงแรม B นอกนั้นจะเป็นการตรวจรายงานงบประมานประจำเดือนค่ะ”

“มีฟิตติ้งกี่โมง”

“เริ่มฟิตติ้งบ่ายโมงค่ะ ตอนนี้น่าจะกำลังเริ่มถ่ายภาพนิ่งมุมต่างๆ”

“แจ้งทางนั้นว่าผมจะเข้าไป เอกสารที่เหลือถ้าไม่รีบมากเอาไปให้ผมที่บ้าน”

“ได้ค่ะท่าน…ดิฉันจะแจ้งคนรถให้ค่ะ”

“10 นาทีผมลงไป” นิวเยียร์พูดเท่านั้นก่อนที่เลขาจะเดินออกไป
วันนี้เป็นอีกวันที่เค้าต้องเข้าไปมหาลัยเพื่อเรียนในคาบเช้าและออกมาบริษัทในช่วงบ่ายเพื่อ
เคลียร์งานเช่นทุกวันแต่สิ่งที่ทำให้เค้าหงุดหงิดไม่ใช่เพราะงานและเรียนที่นักเกินไปสำหรับนักศึกษาปี 3
แต่เป็นเรื่องที่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เค้าได้รับรู้มา

‘มีอะไรให้ผมทำครับ’

‘ผมอยากให้สืบข้อมูลของคนคนนึง’ นิวเยียร์ยื่นแฟ้มสีฟ้าพร้อมรูปภาพให้กับคนตรงหน้า

‘ได้ครับ’

หลังจากตอนนั้นข้อมูลที่ได้มากับน้อยนิดแทบจะไม่มีอะไรพิเศษเลยเพราะเป็นข้อมูลที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ต
ประวัติครอบครัวก็แทบจะไม่มีเพราะจากข้อมูลสงกรานต์เป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิดถูกเลี้ยงดูมาโดยสถาน
เลี้ยงเด็กกำพร้าพออายุ 18 ปี ก็ออกจากบ้านรับเลี้ยงและดูแลตัวเอง สิ่งที่ทำให้น่าหงุดหงิดคือนิวเยียร์แทบ
ไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วสงกรานต์เป็นคนยังไง ชอบอะไร ทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ จากในโซเชียลที่สงกรานต์
ใช้มีแต่เรื่องงานเท่านั้น ถ้าสืบแล้วไม่ได้อะไรก็ต้องเจอกันให้มันรู้ไปเลยแล้วกัน ไม่มีอะไรที่ผมอยากได้แล้ว
ไม่ได้อยู่แล้ว

“โรงแรม B นะครับท่าน”

“อืม” ขับออกมาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงสถานที่ที่ต้องการ

“ไม่ต้องรอ…ผมจะกลับเอง” พูดจบชายหนุ่มจึงเดินลงจากรถเพื่อมุ่งหน้าไปที่ลิฟท์โดยสารโดย
มีผู้จัดการคอยบริการอยู่ตลอด

“ตอนนี้กำลังถ่ายโซนห้องพักท่านจะขึ้นไปดูเลยไหมครับหรือจะไปรอที่ห้องอาหาร”

“ผมจะขึ้นไป…คุณไปทำอย่างอื่นเถอะ ผมไปคนเดียวได้”

“เอ่อ…ถ้าท่านต้องการอะไรสามารถเรียกได้ตลอดเลยนะครับ” ผู้จัดการจึงเดินแยกออกไปเพื่อไปจัดการงาน
นิวเยียร์ขึ้นไปชั้นห้องพักเดินตรงไปห้องริมสุดที่กำลังถ่ายบรรยากาศภายในห้องพักโดยมีนายแบบกำลัง
โพสต์ท่าสบายๆทั้งนอนบนเตียงยืนชมวิวห้องพักขนาดใหญ่ห้อง Suite ห้องนี้พิเศษเพราะมีกระจกสามารถ
มองได้รอบห้องเพื่อชมวิวยามค่ำคืน

“คัต! เรียบร้อย! ย้ายโลไป Pool ชั้น 9” ช่างภาพสั่งพร้อมกับช่างหน้าช่างผมเข้าไปนายแบบที่
ตอนนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสบายๆกับกางเกงทำงานขาเต่อเซ็ตผมเล้กน้อย

“อุ๊ย! ท่านมาตอนไหนคะเนี่ย” หัวหน้าแผนกMarketing หันมาทักทายท่านประธาน

“สักพักแล้วครับ…ทำงานไปเถอะผมขอดูก็พอครับ”

“เรากำลังย้ายโลกันค่ะท่าน”

“ผมจะลงไปรอที่ Pool ก่อนละกัน” นิวเยียร์ลงลิฟท์มาด้านล่าง

@สระว่ายน้ำ ที่ชั้น 9

“เอ้า! ไปเช็คหน้าเซ็ต ไปเช็คนายแบบด้วยแดดจะหมดแล้ว!” กองถ่ายหลังการย้ายโลพากันวุ่นวาย
ผมที่มาถึงก่อนจึงไม่อยากเข้าไปยุ่ง ผมจึงเลี่ยงออกมาอีกมุมหนึ่งของสระเป็นมุมที่มีพุ่มไม้
ช่วยพลางสายตาจากกองถ่าย


“น้องสงกรานต์ พร้อมนะคะ” เด็กจากกองถ่ายถามสงกรานต์ที่ตอนนี้นั่งอยู่เยื้องไปทางเตียงชายหาดข้างสระ

“ครับ” สงกรานต์ตอบไปพร้อมกับค่อยๆปลดเชือกชุดคุมสีขาวเหลือแต่กางเกงว่ายน้ำตัวจิ๋ว
อวดผิวสีเหลืองมีรอยคล้ำแดดประปราย แต่ไม่ได้ทำให้สงกรานต์น่ามองน้อยลง

“ท่านคะ เชิญหน้าเซ็ตไหมคะ ดิฉันจะไปเรียนผู้กำกับให้”

“ไม่ต้องหรอกครับ…แล้วก็ไม่ต้องบอกใครนะครับว่าผมมา ผมอยากอยู่เงียบๆ” หญิงสาวพนักหน้าเข้าใจก่อนเดิน
กลับไปที่หน้าเซตเพื่อดูการถ่ายทำต่อไป บรรยากาศกองถ่ายก็ถ่ายไปเรื่อยๆทั้งบริเวณทางเดินเข้ามาในสระ
 เตียงชายหาดรอบสระน้ำ เพราะเป็นแดดตอนบ่ายทำให้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าปกติจนผมที่แค่นั่งหลบมุมเฉยๆ
พร้อมกับพัดลมไอน้ำยังต้องปลดกระดุมถึง 3 เม็ดพร้อมกับพับขากางเกงสแลคที่ใส่มา
ขนาดจิบน้ำส้มไปแล้ว 3 แก้วก็ไม่ได้ทำให้ผมคลายร้อยมากขึ้น จนมองไปที่การถ่ายทำ

“คัต! เอาใหม่!”

“คัตตต! เอาใหม่ ตอนขึ้นจากน้ำให้มันได้อารมณ์กว่านี้”

คัตตต!!!! เอาอีก! เอาให้แรงกว่านี้สาดน้ำให้มันแรงกว่านี้” เสียงผู้กำกับตะโกนสั่งนายแบบที่ตอนนี้ลง
ไปอยู่ในน้ำครึ่งตัวแล้วโพสต์ท่าต่างๆ ทั้งโดนสาดน้ำจากข้างสระเพื่อให้ภาพสวย
หรือต้องทำท่าขึ้นจากน้ำเป็น 10 รอบแล้วจนตอนนี้ช่วงไหล่ของสงกรานต์เหมือนจะโดนแดดเลีย
จนขึ้นรอยแดงเพราะอากาศและแสงแดงเมืองไทย

“พี่A พักกันก่อนไหมคะ ตอนนี้น้องสงกรานต์ถ่ายมา 3 ชั่วโมงยังไม่ได้พักเลยนะคะ”

“ฉากง่ายๆยังไม่ผ่าน จะพักอะไรหรือถ้ามีความสามารถไม่พอก็ไม่ควรรับงานสิ”

“พักเถอะคะ น้องผิวแดงไปหมดแล้ว”

“เหอะ! ก็เอาสิ! ถ้าแค่นี้ทนไม่ได้ก็ไม่ต้องทำแล้วมั้ง…ไปสิอยากพักหนิ ฉันจะพูดไรได้ก็แค่ผู้กำกับกระจอกๆ
จะไปมีสิทธิเท่าเด็กเส้นแถวนี้ได้ยังไง”  หญิงสาวที่วันนี้น่าจะมาทำงานแทนพี่แอมเพื่อมาดูแลสงกรานต์รีบ
พุ่งตัวเข้าไปหาสงกรานต์พร้อมกับคว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมไปยืนอยู่ข้างสระ

“พักกอง! 10 นาที นายแบบเค้าเหนื่อยแล้ว” ผู้กำกับตะโกนก่อนที่ทุกคนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกันเพราะความเหนื่อยล้า

“น้องสงกรานต์ขึ้นมาเร็ว” หญิงสาวรีบกวักมือเรียกสงกรานต์ที่อยู่กลางสระ เจ้าตัวค่อยๆว่ายน้ำเข้าขอบสระ

“ไหวไหมคะ…พี่พยายามแล้วนะแต่ไอ้บ้านั่นมันไม่หยุดสักทีไม่รู้โกรธใครมา”

“ไม่เป็นไรครับ…ขอโทษนะครับที่ทำให้ช้า” สงกรานต์กล่าวกับผู้ดูแลและหันไปกล่าวขอโทษ
และยกมือไหว้พี่ๆรอบข้างอย่างนอบน้อมก่อนจะค่อยๆไปนั่งลงที่เตียงชายหาดข้างสระที่มีร่มเงา
พร้อมกับพัดลม ตอนนี้ผมสังเกตเห็นคนในกองถ่ายเริ่มจับกลุ่มซุบซิบกันแว่วๆ

“ฉันว่าพี่ A ไม่ชอบนายแบบแหงๆ”

“เห็นทางนั้นบอกว่าน้องนายแบบเป็นเด็กเส้น เข้าหาเจ้าของโรงแรมเพื่อของาน”

“ฉันว่าแล้ว…ไม่งั้นเด็กใหม่ขนาดนี้จะได้งานถ่ายแบบขนาดนี้ได้ไง”

“แสดงว่าข่าวที่ไปกินข้าวกับเจ้าของอ่ะ เรื่องจริงอ่ะดิ”

“แล้วทำไมพี่ A ต้องไม่ชอบน้องนายแบบมันด้วยอ่ะ เดี๋ยวนี้เด็กเส้นก็เดินเต็มวงการแกไม่ชินหรอวะ”

“นี่แกไม่รู้อะไรซะแล้ว พี่ A ไม่ชอบเด็กเส้นสุดๆ เพราะแกถือว่าไม่มีความสามารถ…แต่ที่รับงานเพราะว่า
เซ็นสัญญาไปแล้วแถมใครจะกล้าหือกับอัศวยุรนันท์” เสียงซุบซิบนินทาเกิดขึ้นตลอดเวลา 10 นาทีในช่วงพัก

“สงกรานต์ทานข้าวก่อนนะ ตอนเที่ยงก็ไม่ได้กิน” สงกรานต์รับกล่องอาหารจากผู้จัดการ

“เดี๋ยวผมทานหลังงานเสร็จก็ได้ครับ” สงกรานต์ยื่นกล่องคืน ผมที่ยืนมองจากมุมอยู่นานจนทนไม่ไหว แต่ร่างกายไวกว่าความคิดเพราะตอนนี้ผมยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเจ้าตัวแล้ว พร้อมกับดึกล่องข้าวมาเปิด

“ทำไมไม่กิน” ผมถาม

“ส..สวัสดีค่ะ คุณนิวเยียร์” ผู้จัดการของสงกรานต์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

“ผมทานไม่ได้” ผมก้มลงมองข้าวในกล่องก่อนจะถอนหายใจเป็นแบบนี้นี่เอง

“อย่าหาว่าน้องเรื่องมากเลยนะคะ…แต่เราไม่รู้จะทำยังไงค่ะ ตั้งแต่มาทางกองถ่ายไม่ค่อยชอบน้องว่าถ้า
ไปขออาหารใหม่จะให้ไหมเพราะน้องไม่ทานเผ็ดแต่อาหารตอนเที่ยงเป็นต้มยำ
ส่วนกล่องนี้ก็ยังเป็นข้าวกระเพราเนื้ออีก ดิฉันพึ่งมาทำงานช่วยพี่แอมครั้งแรกเลยไม่รู้จะแก้ปัญหา
ยังไงพอเราจะไปซื้อข้าวทางกองถ่ายเอาแต่แกล้งน้องจนดิฉันไม่กล้าทิ้งไป” หล่อนพูดออกมาด้วยความสงสาร

“ทำไมนายไม่บอกว่าไม่กินไร หรือกินไรได้บ้างทางนั้นจะได้เตรียมให้”

“ผมบอกแล้ว…เค้าไม่มี”

“งั้นฉันจะไปสั่งให้รอตรงนี้” ผมพูดจบกำลังจะเดินเข้าไปในโรงแรมเพื่อหาข้าวให้สงกรานต์

หมับ ก่อนจะได้เดินอย่างในคิดมีแรงคว้าเข้าที่ข้อมือของผม

“ผมถ่ายได้…เสร็จงานแล้วผมจะไปหาอะไรกินเอง”

“นายรู้หรอว่าจะเสร็จตอนไหน?”

“ผมทนได้…ผมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปมากกว่านี้” แรงกระตุกน้อยๆที่ข้อแขนของผมทำ
ให้อารมณ์ก่อนหน้านี้ที่กำลังปะทุ กลับลดลงเพราะน้ำเสียงเหมือนจะขอร้องของสงกรานต์
มันทำให้ผมเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่สงกรานต์ต้องโดนแบบนี้เพราะผม ทำให้สงกรานต์เหมือน
จะเป็นเด็กเส้น ถ้าผมทำอย่าใจคิดมันจะทำให้สงกรานต์ดูแย่เหมือนที่เจ้าตัวว่า “ผมทำได้” สงกรานต์พูด

“เห้อ…ถ้าเกิดอะไรขึ้นนายต้องชดใช้” ผมพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปที่หน้าจอมอร์นิเตอร์

“ท..ท่านรับน้ำไหมคะ”

“ถ่ายกันต่อเถอะครับผมพร้อมแล้ว” ผมกวาดสายตามองไปที่ผู้กำกับก่อนจะเลื่อนสายตา
ไปหยุดที่กลางสระว่ายน้ำที่นายแบบกำลังลงไป

“บอกไว้ก่อนนะครับว่าผมทำงานมืออาชีพ…ไม่กว่าจะเป็นเด็กใครผมก็ไม่สน” ผู้กำกับเอ่ยก่อนจะเริ่มถ่าย

“เชิญครับ” ผมตอบ

“คัต! ผมขอฉากว่ายน้ำใหม่!”

“คัต! ผมขอเอเนอร์จี้มากกว่านี้” เสียงสั่งคัตอย่างต่อเนื่องจนผมเริ่มทนไม่ไหว
เพราะตอนนี้เราถ่ายภาพนิ่งไม่ใช่วีดีโอทำไมต้องว่ายน้ำจริงๆทั้งไปกลับเป็นสิบริบแบบนี้

“คัต! เอียงซ้ายมากกว่านี้! เอา..”

“เอาน้ำไหมครับคุณ…ผมพึ่งรู้ว่าภาพนิ่งต้องถ่ายขนาดนี้เลย” ผมเอ่ยถามพร้อมเสียงเย็นอย่าง
สกัดอารมณ์ที่ตอนนี้กำลังพุ่งพ่าน

“คุณจะไปรู้อะไร…ผมทำมา 10 ปี…เด็กแบบนี้ผมเคยเจอมาเยอะ”

“น่าสนใจดีครับ ประสบการณ์ 10 ปี แต่ถ่ายภาพนิ่งไม่กี่ช็อตใช้เวลาตั้ง 3 ชั่วโมง…ผมคงต้องคิดใหม่
แล้วว่าผมอาจจะเลือกผิดเอง” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

Rrrrr


“ครับ…ผมจะขอเปลี่ยนได้ไหมครับ…ไม่มีปัญหาครับ แต่เค้าทำงานเก่งเกินไปจนไม่เหมาะกับโรงแรมเราครับ…
อย่างนั้นฝากแจ้งด้วยนะครับ” ผมกดวางสายแล้วหันไปประจันหน้ากับผู้กำกับที่ตอนนี้กำลังทำหน้างง

“คุณจะใช้อำนาจแบบนี้ไม่ได้…เราตกลงสัญญากันแล้ว”

“ใช่ครับทำไม่ได้…ผมกำลังจะสร้างทางเลือกให้คุณระหว่าง…”

“อร๊ายยย!!! ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วยยย!” เสียงกรีดร้องมาจากบริเวณสระน้ำภาพที่ผมเห็นคือ
สงกรานต์เป็นลมลงกลางสระน้ำ

ตู้ม! เสียงน้ำกระจายทั่วบริเวณโดยรอบจากการกระโดด ทำให้ทั่วบริเวณวุ่นวายขึ้นเพราะคนที่พึ่งโดด
ลงน้ำไปเป็นถึงท่านประธาน

“กรี๊ด! ท่านคะ!”

“นาย! นาย! สงกรานต์!” ผมล็อคสงกรานต์จากด้านหลังแล้วลากคนจมน้ำเพราะเป็นลมไปข้างสระน้ำแล้วดันขึ้นที่ขอบสระ

“หมอมาแล้ว! ทางนี้!” หน่วยพยาบาลของโรงแรมวิ่งเข้ามาพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ

“ท่าน! ผมช่วยครับ!” พยาบาลอีกคนหันมาช่วยผมอย่างลนลาน

“ช่วยเค้า…ผมไม่เป็นไร” ผมดึงตัวเองขึ้นจากสระก้มลงมองคนที่หลับตาสำลักน้ำหลังจากการช่วยของพยาบาล
จนผมแน่ใจแล้วว่าสงกรานต์ไม่ได้เป็นอะไรไปจนสงกรานต์จะถูกนำตัวไปเพื่อพักที่ห้องพัก

“ดูแลเค้าให้ดี…โทรตามหมอเชเข้ามาเสร็จธุรผมจะลงไป” ผมบอกผู้จัดการของโรงแรมที่ขึ้นมาดูเหตุการณ์พร้อมกับหน่วยพยาบาลเพื่อโทรตามหมอประจำของผมเข้าตรวจเช็คร่างกายของสงกรานต์อีกรอบ

“ผมขอเคลียร์ตรงนี้ก่อน” ผู้จัดการของผมเดินลงไปพร้อมกับหน่วยพยาบาลและผู้จัดการของสงกรานต์
และหลังจากนี้พี่แอมคงจะมาเพราะหล่อนน่าจะโทรแจ้งหัวหน้าแล้ว

“มีอะไรอยากจะพูดกับผมไหม” เดินเข้าหาทีมงานกองถ่ายที่ตอนนี้ยืนเกาะกลุ่มกันเป็นตังเม

“ผมว่าจะให้ทางเลือกกับคุณว่าจะทำงานอย่างมืออาชีพหรือจะไม่มีที่ยืนในวงการอีก…แต่ตอนนี้ผมว่าผมไม่
ต้องให้คุณเลือกแล้ว”

“ค..คุณ จะทำอะไร!” ผมเดินเข้าไปใกล้ๆผู้กำกับที่ตอนนี้คงต้องใช้คำว่าอดีตแล้ว

“หึ…คุณนึกไม่ถึงแน่”

“ถ้ายกเลิกแกก็ต้องจ่ายค่าผิดสัญญา!” ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นพร้อมตะหวาดเสียงดังใส่นิวเยียร์

“เงินไม่กี่ล้าน! ฉันไม่แคร์!...คนที่เหลือถ้ายังไม่อยากตกงานควรไปขอโทษคนที่พวกแกเอาไปนินทาซะด้วย
ถ้าฉันไม่เห็นแก่ว่าเค้าขอไว้ฉันจะไม่เอาใรไว้ทั้งนั้น! ทำอะไรก็สำนึกกันบ้าง ไม่รู้ความจริง
ไม่รู้จักแต่ยังกล้าว่าคนอื่นเสียๆ หายๆแบบนั้นมันใช้ได้หรอ ฉันจ้างพวกคุณมาทำงาน
ไม่ได้จ้างมาเพื่อให้สนใจเรื่องชาวบ้าน! ถ้ามีจิตใจคิดสักนิดว่า
ถ้าเป็นคุณทำงานตั้งแต่เช้าข้าวก็ไม่ได้กินแถมต้องว่ายน้ำกลับไปกลับมาเป็นสิบๆรอบคุณจะรู้สึกยังไง
ว่าคนรอบข้างเอาแต่ไม่ชอบในขณะที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดคุณจะรู้สึกยังไง! ”

“ตอบ!” ผมหันไปถาม

“ไอ้พวกผิดเพศ! …คิดว่ารวยแล้วจะด่าใครก็ได้หรอวะ!” อดีตผู้กำกับที่เงียบไปนานเหมือนจะทนไม่ไหว
“เพราะฉันไม่พูดลับหลังใคร ถึงกล้าพูดต่อหน้าพวกคุณและฉันจะไม่ใช้หน้าที่การงานทำ
ร้ายคนอื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเหมือนที่คุณทำ”

“เพราะถ้าผมทำ…ขอให้คุณรู้ไว้ว่าผมไม่เอาเรื่องงานมาเกี่ยวเหมือนที่คุณทำ”

“แต่เดี๋ยวผมจะลองทำให้คุณดูเป็นขวัญตาว่าการใช้หน้าที่การงานทำร้ายคนอื่นมันทำกันยังไง”
 หลังจากพูดจบนิวเยียร์เดินออกมาจากชั้น 9 สระว่ายน้ำเพื่อไปหาคนที่ทำให้อารมณ์เสียอยู่ตอนนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก แกร๊ก ผมถือวิสาสะเปิดเข้ามาในห้องก่อนที่จะได้รับอนุญาติจากคนด้านใน

“อ้าว…หลานอามาแล้วหรอ ไปเปลี่ยนชุดก่อนสิค่อยมาคุยกัน” ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำเริ่มอาบน้ำ
 แล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำเพื่อไปหาคนที่กำลังนอนอยู่

“อ้าว?” แต่คนที่ผมคิดว่ากำลังนอนอยู่กับลืมตานั่งพิงหัวเตียง

“เป็นยังไงบ้าง…คุณอาหมอไปไหนละ” ผมเอ่ยถามแล้วนั่งลงที่ขอบเตียงข้างๆคนที่นอนพิงหัวเตียงอยู่

“คุณหมอออกไปหยิบของ…บอกว่าถ้าคุณอาบน้ำเสร็จแล้วให้รอพบก่อน”

“อือ…กินอะไรหรือยัง”

“กินแล้ว” สงกรานต์ตอบแล้วบุ้ยหน้าไปทางโต๊ะข้างเตียงที่มีข้าวต้มวางอยู่

“ดีแล้ว…งั้นมีเจ็บปวดหรือเป็นแผลตรงไหนไหม” ผมจับตัวมันพลิกไปพลิกมาเหมือนจะหาว่า
มีรอยตามที่สงสัยไหม เพราะถ้ามีผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วยตัวเอง

“ผมไม่เป็นไร”

“งั้นก็พักเถอะ…ฉันจะไปรอด้านนอนกะ..ก่อน” หมับ! มีแรงจับเข้าที่ข้อมือซ้ายของผม
ขณะที่กำลังจะลุกออกจากเตียง

“ม..มีอะไร” ผมเอ่ยถามคนที่ออกแรงรั้งข้อมือไว้

“คุณอยู่ที่นี่ได้…ผมนอนมาพอแล้ว”

“อ..อือ” ผมทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างเตียงมือขวาถือผ้าเช็ดผมตั้งแต่ในห้องน้ำก็ยังคงทำหน้าที่เช็ดอย่างต่อเนื่องถึงตอนนี้จะรู้สึกว่าผมที่เคยเปียกก็แห้งไปแล้วก็ตาม “มีอะไรติดหน้าฉันงั้นหรอ”

“ขอบคุณครับ” สงกรานต์เอ่ยแทรกก่อนที่ผมจะถามอะไรต่อ

“เรื่องอะไร”

“ทุกเรื่อง”


“อ..อือ ฉันไม่ได้ทำอะไรมากและเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะฉัน”

“คนที่ต้องพูดคำนั้นต้องเป็นฉันต่างหาก ขอโทษสำหรับทุกเรื่อง” ผมขอโทษที่ทำให้สงกรานต์ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
เป็นเพราะผมถ้าไม่ใช่เพราะผมเข้าไปยุ่งกับสงกรานต์ ชีวิตของสงกรานต์คงไม่เป็นแบบนี้

“อืม” สงกรานต์ขานรับในลำคอ ในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

ก๊อก ก๊อก แกร๊ก ภาพแรกที่ผมเห็นทันทีที่เปิดประตูเข้าไปคืออาหมอกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนที่เคยทำ

“เป็นไงบ้างน้องเยียร์”

“สบายมากครับ…แล้วสงกรานต์อาการเป็นยังไงบ้างครับอาหมอ”


“แค่หน้ามืดเพราะอยู่กลางแดดนานแค่นอนพักกับทานวิตามินที่อาเอามาให้ก็โอเคแล้วหละ”

“เห้อ…งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อยครับ” ถ้าสงกรานต์เป็นไรไปผมคงโกรธตัวเองกว่านี้แน่

“อาหมอมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“หึ…มีสิ น้องเยียร์ออกมาคุยกับอาด้านนอกหน่อย” อาหมอเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำออกไปที่ระเบียง
บรรยากาศนอกระเบียง

“อาหมอมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“อาแค่คิดถึงเด็กเมื่อหลายปีก่อนน่ะ เด็กที่มีรอยยิ้มสดใสเป็นรอยยิ้มที่คนมองก็ยังยิ้มตามได้ง่ายๆ
มีความสุขกับชีวิตแบบสุดๆทั้งเป็นเด็กกิจกรรมเป็นที่รักของเพื่อนๆ แถมยังเป็นคนที่มีความรักมากมาย
ที่จะมอบให้คนอื่น ทุกครั้งที่อาเห็นเด็กคนนั้นอาคิดเสมอว่าอยากให้เด็กคนนั้นมีแต่รอยยิ้ม
อยากให้เขามอบความสดใสให้คนรอบข้าง”

“แต่เมื่อ 4 ปีก่อน เด็กคนนั้นก็กลับมาบ้านพร้อมกับใบหน้าที่ไม่สดใสอีก
อาคิดนะว่าเด็กคนนั้นอาจจะยังเศร้าอยู่เลยไม่อยากยิ้มอีกแล้วไม่อยากหัวเราะอีกแล้ว”

“อาคิดว่า…เด็กคนนั้นจะกลับมายิ้มได้ไหมครับ”

“ยิ้มแบบไหนหละ ยิ้มธุรกิจหรือยิ้มเพราะอยากมีความสุขหละ”

“อาหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของเด็กคนนั้นอีกครั้ง”

“เด็กคนนั้นจะพยายามครับ”

“อาหวังว่าครั้งนี้เค้าจะยิ้มให้กับคนที่คู่ควรกับมันอีกครั้ง…เช่น เด็กคนนั้น” อาหมอเพยิดหน้าไปในห้อง
ที่มีตำแหน่งเตียงตั้งอยู่พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผมมักได้รับเสมอจากอาหมอ

“เด็กคนนั้นก็หวังครับ…ว่าเค้าจะเลือกไม่ผิด” แม้มันจะเป็นเพียงสัญชาตญาณเท่านั้น

ครืด…

“อาจะกลับแล้ว…ไม่ต้องลุกหรอก” อาหมอเข้าไปทักคนที่นอนอยู่บนเตียงที่กำลังสลึมสลือลุกขึ้น “นอนต่อเถอะ…ทานยาอีกที
สัก 4 ทุ่มค่อยให้นิวเยียร์ปลุกแล้วกัน”

“สวัสดีครับอาหมอ” ผมเดินออกไปส่งอาหมอปล่อยให้อีกคนพักผ่อน เพราะตอนนี้กว่าจะ 4 ทุ่ม
ก็ประมาณ 4 ชั่วโมงผมจึงไปจัดการสิ่งที่ต้องทำทั้งการคุยกับพี่แอมผู้จัดการของสงกรานต์อีกครั้งว่า
ไม่ต้องห่วงเพราะทางผมจะขอดูแลเองและจะไปส่งสงกรานต์ในวันถัดไป
แต่มีอีกอย่างที่ผมต้องไปจัดการ

Rrrr

“ไอ้คีย์กูมีเรื่องให้ช่วย”

“เรื่องวันนี้ที่โรงแรมมึงหรอ”

“ใช่ จัดการพรุ่งนี้ได้ยิ่งดี”

“เอาแบบไหน ยังเหลือวิญญาณไหม”

“อย่าให้มีที่ยืนในวงการก็พอ…อย่าให้ไปซ่าใส่คนอื่นอีก”
ผมกดวางสายจากไอ้คีย์ ผมทำเพียงแค่รอฟังข่าวจากสิ่งที่มันทำ
สิ่งที่ผมทำไม่ใช่สิ่งที่ผมเลือกทำแต่เป็นสิ่งที่คนพวกนั้นเลือกต่างหาก “แล้วอย่าหาว่าผมใจแล้วก็แล้วกันคุณผู้กำกับ”

22.00 น. นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะในห้องพักบอกเวลา

“ไปปลุกคนป่วยดีกว่า”

----------------------
ใครทำสงกรานต์ มันต้องโดนฟาด!!!!!!!!!!

ติดตามที่ Bjewelly_kyb

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ BLUE_jewelly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Chapter 6: เปิดตัว

แกร๊ก… ผมเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสคือความเย็นของเครื่องปรับอากาศ
และความมืดภายในห้องผมก้าวอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวคนที่นอนอยู่จะตื่นก่อนที่จะได้เข้าไปใกล้
จนผมเดินเข้าไปใกล้และนั่งลงข้างคนที่นอนอยู่

‘นอนนิ่งแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน…จะได้ไม่หนีไปไหนอีก’ ผมคิดขึ้นถ้าสงกรานต์ตื่นขึ้นมาจะเป็นยังไงนะ
จะหนีกลับหรือเปล่า นั่งมองหน้าคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงราว 10 นาที

“คุณๆ” ผมเขย่าแขนของสงกรานต์เพื่อปลุก

“อื้อ” สงกรานต์สลึมสลือลุกขึ้น

“ฉันสั่งข้าวต้มมาให้แปบนึงนะ…ดื่มน้ำก่อน” สงกรานต์ลุกขึ้นพิงหัวเตียงรับน้ำจากผมไปดื่ม

“ขอบคุณครับ”

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง เสียงออดจากรูมเซอวิสที่ผมสั่งน่าจะขึ้นเอาข้าวต้มมาให้

“ข้าวคงมาแล้วแปบนะ” ผมเดินไปรับข้าวต้มแล้วเอาไปวางที่โต๊ะข้างหน้าต่าง

“เดินไหวนะ…กินที่โต๊ะเถอะจะได้ไม่หกเลอะที่นอน” สงกรานต์ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนจะมานั่ง
ที่โต๊ะเพื่อกินข้าวต้มที่ผมเอามาให้

“มีอะไรติดหน้าฉันหรอ”

“ทำไมไม่กินข้าว”

“ปกติไม่ค่อยหิว…เลยกินแบบนี้แทน”

“ทั้งวันคุณกินอะไรบ้าง”

“ตอนเช้าก็กาแฟกับแซนวิชไข่มั้ง…ส่วนเที่ยงก็น้ำส้ม”

“คุณกินน้อยกว่าคุณเอ็มม่าอีก”

“แหะๆ…แต่ฉันไม่ค่อยหิวนี่” ผมมักจะไม่ค่อยกินอะไรอยู่แล้วเพราะร่างกายเริ่มชินกับการกินน้อย
ถึงจะทำงานอยู่ตลอดแต่ร่ากายก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร แต่เอ๊ะ? เอ็มม่านี่ใครทำไมถึงบอกว่าฉันเหมือนมัน

“คุณได้พักบ้างหรือยัง?”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรนี่” ผมพูดแล้วโบกมือปฏิเสธ “เฮ้ย! ทำอะไร!” สงกรานต์ยืดตัวขึ้นเอาหลังมือวาง
ที่หน้าผากของผม ความอุ่นจากหลังมือทาบทับลงบนหน้าผากจนผมต้องหดคอหนีสัมผัสอุ่นๆนั้น

“คุณตัวร้อน…คุณควรพักมากกว่าผมอีก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่เป็นไร…ถึงเป็นก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกฉันชินแล้ว”

“ทานยาครับ”

“โอเคงั้นถ้าฉันทานยาเสร็จแล้วคุณจะไปพักใช่ไหม”

“ครับ” ผมรับยาจากมือสงกรานต์และโยนเข้าปากและรีบดื่มน้ำตามอึกใหญ่ ยาบ้าอะไรเม็ดใหญ่ขนาดนี้

“กินแล้ว…เธอไปพักได้แล้วเดี๋ยวฉันนั่งรอจนเธอหลับแล้วจะกลับห้องไปพัก”

“ทำไม?”

“ก็ฉันอยากให้แน่ใจว่าเธอไม่เป็นไร”

“งั้นผมก็ต้องไปเฝ้าคุณนอนเพราะผมก็อยากรู้ว่าคุณไม่เป็นอะไรเหมือนกัน”

“ได้ที่ไหน…ฉันสัญญากับพี่แอมไว้ว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด”

“แต่ผมดูแลตัวเองได้ไม่ต้องให้ใครดูแล…ถ้าไม่พักตอนนี้ผมจะกลับ” สงกรานต์ตอบเสียงแข็ง

“งั้นจะเอายังไงดีฉันก็อยากให้เธอพัก ส่วนเธอก็อยากให้ฉันพัก” สงกรานต์ยืนมองหน้าผมนิ่งๆ
เหมือนต้องการให้ผมไปพักจริงๆอย่างที่เค้าว่า

“งั้นเรานอนด้วยกันเลยดีไหม…จะได้จบๆ” ผมทนความเงียบไม่ไหวเลยเสนอวิธีที่สิ้นคิดที่สุด แต่…

“โอเคเชิญครับ” อึ้ง! อย่างงี้ก็ได้หรอ? ผมเดินงงๆล้มตัวลงนอนอีกฝั่งของเตียง

“ผมปิดไฟเลยนะครับ” สงกรานต์ปิดโคมไฟข้างหัวเตียงและลดไฟในห้องให้เหมาสมกับการนอน
เพราะความเย็นและอบอุ่นผมค่อยๆหลับตาลงนึกซะว่าวันนี้ได้นอนเร็วขึ้นอีกวัน แต่…สมองของผมก็
ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดเพราะตอนนี้ผมตาค้างเหมือนกินเครื่องดื่มชูกำลังเข้าไป ผมพลิกตัวไปมาหาท่า
ที่สบายแต่ก็ไม่เป็นผล

พรึบ! เสียงเลิกผ้าห่มฝั่งขวาที่มีใครอีกคนนอนอนอยู่ ผมค่อยๆหันไปช้าๆและสบตากับ
คนที่คิดว่าหลับไปแล้ว ทำไมตาสวยจังนะ

“อ..เอ่อ ฉันทำให้ตื่นหรอ”

“อืม” สงกรานต์พยักหน้าเล็กน้อย

“นอนเถอะ…ฉันจะพยายามไม่กวนนะ”

“ทำไมไม่นอน”

“ปกติฉันไม่ได้นอนเวลานี้”

“ปกตินอนกี่โมง” สงกรานต์เอ่ยถามขึ้นในความมืด แต่ดูเหมือนผมจะทำให้เค้าตื่นเต็มตา
แล้วเพราะไม่มีน้ำเสียงงัวเงียจากคนตรงหน้า

“ไม่รู้สิ…รู้แต่ต้องตื่น 6 โมงเช้าทุกวันเพื่อออกไปทำงานแล้วเธอหละปกตินอนเร็ว”

“อือ…ประมาน 5 ทุ่ม แล้วทำยังไงถึงจะนอน”

“ก็ไม่รู้สิปกติมันจะเผลอหลับไปเองถ้าง่วงๆ”

“อือ…อยากทำอะไรไหม”

“อือ…เรามาผลัดกันถามตอบไหม”

“ผมไม่อยากตอบ”

“งั้นเธอถามฉันไหมฉันจะตอบ”

“ผมไม่ได้อยากรู้อะไร…ถ้าอยากเล่าก็เล่า”

“คุณเคยเหงาไหม” ผมไม่แน่ใจว่าทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น รู้แค่ว่าถ้าเล่าให้คนคนนี้
ฟังแล้วมันจะไม่เป็นไร สงกรานต์ไม่ตอบทำเพียงแค่นอนมองหน้าผมเงียบๆ

“เรื่องนี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยากเล่าให้เธอฟัง เฮ้อ…เธอเคยโดนคาดหวัง
จากคนรอบข้างไหมเหมือนว่า…เธอเป็นความหวังของพวกเค้า” ผมพลิกตัวนอนหงาย

“เธอว่าจะมีเด็กม.5 สักกี่คนที่จะยอมทิ้งชีวิตวันรุ่นเพื่อคนอื่นบ้าง ฉันเคยคิดว่าคงไม่มีหรอก
ใครจะกล้าเสียสละตัวเองขนาดนั้น…แต่ตอนนี้คนแบบนั้นก็นอนอยู่ตรงนี้ทำเพื่อความถูกต้อง
ความเป็นอยู่ของคนอีกหลายพันคน…เพราะเค้ารู้ว่าไม่ว่าจะทำต่อหรือไม่เด็กคนนั้นก็คงมี
เงินมากมายอยู่แล้วแต่ถ้าคนที่ต้องลำบากคือคนที่หวังจะพึ่งบุญของเค้า…ถึงแม้เค้าจะรักษาไว้ไม่ได้
ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ได้รักษาสิ่งที่เจ้าของเก่าได้ทำไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่เด็ก ม.5 คนนึงจะทำได้”

พอพูดถึงตรงนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากทำหรืออยากจะหนีไปไหนแต่ผมพูดเพราะผมแค่อยากพูด
ความรู้สึกของตัวเองให้ใครสักคนได้ฟัง

“ถ้าเป็นเธอจะตัดสินใจละทิ้งชีวิตวัยเด็กของตัวเองไหม?” ผมหันไปถามสงดรานต์ที่ยัง
คงนอนฟังผมในท่าเดิม “คงไม่ตอบสินะ” ผมเลิกคาดหวังคำตอบปล่อยให้ความเงียบเข้า
ครอบคลุมทั้งห้องไว้แต่ทว่า..

“เสียดายไหม?” สงกรานต์พูดขึ้นตัดความเงียบ

“หือ?...ไม่รู้สิ” ผมรีบหันตะแครงหน้าเข้าหาสงกรานต์เพื่อตอบคำถาม

“ทำไม?”

“เพราะฉันไม่รู้มั้งว่าถ้าได้ใช้ชีวิตวัยเด็กแล้วมันจะเป็นยังไงมั้ง?...ก็เพราะยังไม่เคยลอง
ใช้มันอาจจะดีกว่าทางที่เลือกหรือไม่ก็อาจจะไม่ดีก็ได้” ผมนึกไป “แล้วคุณหละตอนเด็กๆเป็นยังไง”

“ปกติ…ทั่วๆไป”

“อื้อ…ดีจัง”

“เหนื่อยไหม?”

“ไม่เหนื่อยหรอก…ฉันมีคนทำให้ทุกอย่างตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับไปนั่นแหละเป็นชีวิตที่สบายสุดๆ
ฉันคิดว่าใครๆก็คงอยากได้แบบนี้มีเงินใช้ไม่จำกัด ไม่มีใครบังคับ ไม่ต้องกลับมารายงานใคร
ว่าไปไหนมาไหน อยากไปไหนก็ไป เพราะเป็นแบบนี้แหละฉันเลยไม่เหนื่อยอะไรเพราะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ”

“แต่มันเหงาหน่อยๆเท่านั้น…ฉันคิดว่าเป็นแบบนั้น บางทีฉันก็อยากเล่าให้ใครสักคนฟังหรืออยาก
รีบกลับบ้านเพราะมีใครสักคนรออยู่ เฮ้อ…ชั่งเถอะ นอนกันเถอะฉันง่วงแล้วหละ” ผมบอกเพียงเท่านั้น
ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที



ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงการปลุกจากเครื่องมือสื่อสารข้างเตียง ปึก! มือบางกดปิดในทันทีที่คว้าได้
 นิวเยียร์ปิดปากหาวหวอดรู้สึกเหมือนนอนไปได้ไม่นานก็ต้องตื่นแล้วตอนนี้เวลา 07.00 น.
เวลาโชว์จากหน้าจอมือถือ วันนี้ผมมีเรียนตอนเช้าเหมือนทุกวันแต่เดี๋ยว! ผมวางมือไปที่ตำแหน่ง
ที่มีคนนอนเมื่อคืนกลับพบว่ามันเย็นชืดเหมือนคนที่เคยนอนได้ออกไปนานแล้ว…ทำไมถึงรียกลับนัก
บอกแล้วไม่ใช่หรอว่าจะไปส่ง ผมลุกขึ้นเพื่อจะไปอาบน้ำแต่กลับสะดุดกับกระดาษโน้ตสีฟ้าที่หัวเตียง

‘ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง…ผมมีเรียนตอนเช้าจึงกลับก่อน ผมไม่อยากปลุกเพราะคิดว่าคุณน่าจะอยากพักผ่อน
ผมวางน้ำเต้าหู้ไว้ที่โต๊ะถ้าไม่รังเกียจดื่มมันก่อนไปเรียนนะครับ’

ลงชื่อ สงกรานต์ 081-XXXXXXX

“ขอบคุณนะ” อย่าให้เจอตัวนะ เก่งนักนะทำตัวให้ฉันชอบ “ฉันจะกินให้หมดเลย”
ผมเก็บโนตใบนั้นเข้าที่กระเป๋าเงินก่อนจะมองไปเห็นถุงน้ำเต้าหู้ที่วางอยู่และ
เดินเลยไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเพื่อไปเรียน หลังจากอาบน้ำเสร็จผมเลยเดินมานั่งที่เก้าอี้เพื่อ
เทน้ำเต้าหู้ของสงกรานต์ใส่แก้วดื่ม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะจากหน้าประตูผมจึงเดินไปเปิด ใครกันนะมาเช้าขนาดนี้ไม่น่าจะมีงานไม่ใช่หรอ

“อ้าว…ผู้จัดการมีอะไร” ผมเอ่ยทักคนหน้าประตู

“สวัสดีตอนเช้าครับ…ผมเอาอหารเช้ามาให้ครับ”

“ผมไม่ได้สั่งนี่” ผมถามออกไป ปกติผมไม่ทานอะไรอยู่แล้ว

“คุณสงกรานต์สั่งไว้ครับและฝากโน้ตไว้ให้ด้วย…นี่ครับ” ผู้จัดการยื่นกระดาษสีฟ้าให้ผม
มันมีลักษณะเหมือนกับกระดาษที่ผมได้เมื่อกี้

“ผมขออนุญาตนะครับ…เอาเข้าไปเลย” ผู้จัดการและบริการนำอาหารเข้ามาวางที่โต๊ะ
ให้ผมก่อนจะออกเพื่อเรียกคนรถให้มารอผมที่หน้าโรงแรม

“จะเซอร์ไพรส์อะไรฉันอีก” ผมนั่งลงเพื่อทานอาหารเช้าและเปิดอ่านโน้ตที่ได้รับมา

‘ผมคิดว่าคุณคงไม่ทานอะไรแน่ทั้งวัน…ผมถือวิสาสะสั่งอาหารให้คุณ ทานแล้วอย่าลืมกินยา
และวิตามินที่คุณหมอให้ด้วยผมเอามาให้ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของคุณ’
ลงชื่อ สงกรานต์

“วันที่ดีอย่างงั้นหรอ” ผมทวนเนื้อหาในโน้ตอย่างอารมณ์ดี ผมก็หวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีของเค้าเหมือนกัน

   บรรยากาศการเรียนในช่วงเช้าผ่านไปได้ด้วยดี ผมนั่งเรียนกับพวกเพื่อนเหมือนเดิมชีวิต
ผมในมหาลัยไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเพราะผมไม่ได้รับตำแหน่งอะไรแถมไม่ค่อยทำกิจกรรมเพราะ
ไม่มีเวลามากพอที่จะทำอะไรกับเพื่อนๆคนในคณะผมก็เข้าใจเพราะผมมักช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้ทุกๆกิจกรรม

“วันนี้ไปดูน้องกันมึง…เพื่อนๆก็ไปกัน” ผมกับธีมมองหน้ากันแบบงงๆว่าคนอย่างไอ้คีย์
ชวนไปดูน้องแต่พวกผมก็พยักหน้าไปแบบส่งๆเพราะยังไงถึงบอกว่าไม่ไปมันก็ลากไปอยู่ดี
พวกผม 3 คนเดินเอาหนังสือมาเก็บที่รถเพราะคิดว่าเราจะไปดูน้องสาขาที่ใต้ถุนอาคาร

“พวกมึงจะไปไหน” ไอ้คีย์ถาม

“ก็ไปดูน้องไง”

“ไม่ใช่ที่นี่…ขึ้นรถกูจะพาไป” ผมกับธีมมองหน้ากันงงๆแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถ ดีที่วันนี้ผมไม่ได้มีงาน
ที่ไหนเลยทำตัวอ้อยอิ่งกับพวกมันได้ ไอ้คีย์ขับรถออกจากลานจอดรถคณะของพวกผมเข้าไป
ลานกิจกรรมของมหาลัยก่อนที่ผมจะได้ทักท้วงอะไร ตอนนี้รถของพวกเราก็มาจอดกันที่…..

“ถึงแล้วเพื่อน” คณะศิลปกรรม
“เรามาที่นี่กันทำไมวะ” ธีมถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพราะคณะนี้นอกจากจะคนเยอะมากๆ
แล้วก็ยังเป็นที่รวมตัวของคนหน้าตาดี ทั้งลูกหลานไฮโซ ดารา เน็ตไอดอล นายแบบ

“ใจเย็นๆสิ…กูไม่ได้อยากมานะ แต่กูรู้ว่ามีคนแถวนี้อยากมาก หึ” มึงชวนพวกกูแล้วใครจะอยากมาถ้าไม่ใช่มึง

“ใช่ไหมวะ? เยียร์” เอ้า! กูอยากมาหรอ?

“วันนี้สินกำคัดดาวเดือน…กูได้ข่าวว่าน้องมันก็เป็นตัวเต็งของคณะเลยจะ
พามึงมาดูว่าคนกรี๊ดน้องมันแค่ไหน…มึงจะได้รีบทำคะแนนก็จะโดนคาบไปกิน”
พวกผมเดินยังไม่ถึงลานเวทีที่มีการจัดคัดเลือกแต่รอบๆมีคนจากคณะอื่นๆมารวมกันอยู่
ที่นี่จำนวนมาก ก็อย่างที่ว่ากันคณะนี้เป็นคณะที่เลือกดาวเดือนยากมากเพราะแต่ละคนที่
ลงสมัครมีหน้าตาเป็นอาวุธทุกคน บางคนพอเข้าคัดเลือกกยังไม่ทันได้เป็นก็มีแมวมองมาเอาไปเข้าวงการกันแล้ว
ปีพวกผมที่คณะก็มีการคัดแต่คณะผมคัดง่ายเพราะคนน้อยพวกผมไม่ได้เป็นเพราะอ้างว่ามีงาน
ต้องทำไม่สามารถทำกิจกรรมให้มหาลัยได้เลยรอดตัวไป

“คนเยอะสัด…เดินใกล้ๆกันไว้นะมึงคนเยอะ” พวกผมเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในลานกิจกรรม
เหมือนพวกคณะผมจะมาจับจองพื้นที่ไว้บ้างแล้วไอ้คีย์ที่พามากำลังพาพวกผมแหวกตัวเข้าไป

“ทางนี้! พวกมึง!” เสียงเรียกจากเพื่อนในคณะเรียกพวกผม พวกมันน่าจะมาถึงไวมาก
เพราะตำแหน่งที่นั่งคือแทบจะติดกับพวกรุ่นพี่สินกำที่มาเป็นคนคัดเลือกเด็ก

“เฮ้ย! นิวเยียร์! มึงก็มาด้วยหรอวะ!” เอ้า? เพื่อนๆตกใจอะไรกันผมแค่มาดูคณะอื่นคัดดาวเดือน

“อะไรจะน่าดูกว่าวะเนี๊ย! กูไม่ดูแล้ว  กูจะดูนิวเยียร์” เสียงจากทางรุ่นพี่สินกำ

“ห้ามมุงเว้ย! นางฟ้าเค้าหาทางเดินไปสวรรค์ไม่เห็น” เสียงจากทางแก๊งวิศวะเสื้อสีแดง

“ถึงพี่จะจน แต่พี่ก็ดูแลดีนะคร๊าบบบ!” เสียงจากแก๊งเกษตรเสื้อสีเขียว

“ดังมากเพื่อนกู” ไอ้คีย์เอ่ยแซวผม

“มึงน้อยกว่ากูที่ไหน…สาวๆแถวนี้เข่าอ่อนหมดแล้ว”

“หึ” คนที่ตอบไม่ใช่ไอ้คีย์แต่เป็นไอ้ธีม สงสัยผมจะพูดแทนใจดำใครเข้าแล้ว
ขอโทษนะคีย์เพื่อนรัก ผมเลิกสนใจเสียงรอบข้างและสายตาที่มองมาของคนรอบข้าง

“สวัสดีคร๊า วันนี้พวกเราอยู่กันในกิจกรรมการคัดเลือกดาวเดือนของคณะสินกำ
ถ้าพร้อมแล้วเชิญพบกับผู้เข้าประกวดได้เลยคร๊า” พิธีกรสาวประกาศที่หน้าเวที
เด็กปีหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวทีเสียงกรี๊ดดังสนั่น

“ตอนนี้ดิฉันยืนไม่อยู่แล้วคร๊า…ผู้เข้าประกวดปีนี้ดิฉันบอกเลยกินกันไม่ลงจริงๆค่ะ”

“แต่ก่อนที่ดิฉันจะเป็นลมไปก่อน…ดิฉันขอบอกวิธีการคัดเลือกของเราในปีนี้ซึ่งมีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา
 ในรอบแรกเราจะคัดเลือกโดยการแสดงความสามารถพิเศษและคะแนนที่เราเก็บจากกิจกรรมดาวเดือนในเดือนที่ผ่านมา
หลังจากนั้นจะคัดผู้เข้าประกวดเหลือเพียง 3 คู่เท่านั้นเพื่อเข้าชิงตำแหน่งดาวเดือนในคืนนี้โดยคัด
ผู้ชนะจากเสียงมหาชนทั้งลานกิจกรรมในวันนี้” หือ? เสียงอื้ออึงในงานรอบข้างทั่วบริเวณจน
พิธีกรสาวเริ่มพูดประโยคต่อไปเสียงจึงเงียบลง

“โดยเสียงของมหาชนเราวัดจากจำนวนดอกไม้โดยแต่ละดอกมีราคาที่ต่างกันไป
ดอกกุหลาบราคา 20 บาท มีค่า 5 คะแนน ดอกคาร์เนชั่น ราคา 50 บาท มีค่า 20 คะแนน
และดอกทิวลิปราคา 150 บาทมีค่า 100 คะแนน โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กตาบอด”
 ตอนนี้ภายในงานกำลังเริ่มการดูการแสดงความสามารถของดาวเดือนบนเวทีแสดงไปเรื่อยๆ
และคิดไม่ผิดว่าที่เดือนที่ได้รับความสนใจตอนนี้ก็หนีไม่พ้นน้องเจมส์เด็กหัวทองสว่างสดใส
แสดงร้องเพลงสากล น้องไผ่ในลุคหัวเกรียนแบดบอยแสดงศิลปะป้องกันตัวและมวยไทย
และสงกรานต์ที่ดูลึกลับน่าค้นหาที่กำลังแสดงเดี่ยวตีกลอง แต่ละคนมีความน่าสนใจคนละอย่าง
 ถ้าผมเป็นกรรมการตอนนี้ก็คงหนักใจน่าดู

“ลำดับต่อไปเป็นการประกาศผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้ายเพื่อเข้าไปชิงผู้ชนะ”
เสียงรอลข้างตะโกนเชียร์ผู้เข้าแข่งขันกันทั่วลานกิจกรรม

“กูว่าเด็กมึงเข้าแน่” ผมกรอกไปมาให้ไอ้คีย์ที่กำลังพูดจ้อ

“เปิดตัวจีบไปเลยดิ…พวกคนแถวนี้จะได้เลิกมองมึงซักที” ไอ้ธีมพูดต่อ

“กูว่าไม่ดีมั้ง…น้องมันน่าจะอึดอัดวะ”

“แต่ถ้าน้องมันไม่ได้คิดงั้นหละ…โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆนะมึง
ถ้ามีโอกาสได้คบกันมันคงเป็นความทรงจำดีๆสำหรับพวกมึง” ไอ้ธีมพูด
ถ้าทำน้องมันอาจจะไม่ชอบผมก็ได้แต่ถ้าไม่ทำผมอาจจะเสียใจที่หลังก็ได้ เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน

“อืม…แล้วกูต้องทำยังไงวะ” เป็นไปตามคาด 3 คนสุดท้ายคือ น้องเจม น้องไผ่และสงกรานต์
ดังนั้นแผนการเปิดตัวผมในวันนี้จึงเริ่มขึ้นด้วยการทำสิ่งที่ผมถนัดที่สุดคือ การใช้เงิน

“ตอนนี้ทุกคนสามารถซื้อดอกไม้จากทีมงานได้เลยขอบอกไว้ก่อนนะคะ ดอกทิวลิปมีเพียง 100 ดอกเท่านั้น!
 ถ้าพร้อมแล้วเริ่มได้เลยคร๊า เชิญน้องเจมส์ น้องไผ่ และน้องสงกรานต์กลางเวทีเลยค่ะ”
ผู้ชมที่ซื้อดอกไม้ได้แล้วเริ่มเอาไปให้ผู้เข้าประกวดผมและเพื่อนเดินไปที่ซุ้มเพื่อซื้อดอกไม้เช่นกัน

“มึงไปซื้อดิ…เดี๋ยวพวกกูยืนรอมึงตรงนี้” ผมหันกลับไปมองไอ้คีย์ที่มันทำท่าจะเยาะเย้ยผม

“ไปเลยเยียร์เรากับคีย์รอตรงนี้นะ”

“กูจะรู้ได้ไงว่าจะต้องซื้อเท่าไหร่…กูไม่เคยอ่ะ”

“อยากให้น้องกี่ดอกก็ซื้อเถอะ…ดอกเดียวก็ถือว่าเปิดตัวแล้วแหละ” ไอ้ธีมว่าผมพยักหน้าเข้าใจและกำลังจะเดินไปซื้อ

“ระดับความรักของคุณชายนิวเยียร์…มันมีค่าแค่ดอกเดียวหรอวะ? คิดเอามึง” ไอ้คีย์!
มันดูถูกกันเกินไปละดอกไม้กี่ดอกมันเกี่ยวอะไรกับความรักผม ดอกเดียวผมก็รักได้เถอะอย่ามาหลอกผมซะให้ยาก

“สวัสดีครับซื้อดอกไม้หน่อยครับ” ผมเดินเข้าไปในซุ้มเพื่อซื้อดอกไม้

“รับดอกอะไรดีคะสุดหล่อ”

“ทิวลิปครับ” จะให้ทั้งทีก็ขอใหญ่หน่อยละกัน

“เอากี่ดอกดีคะ ตอนนี้ยังไม่มีใครซื้อเลย” 1 ครับ กูไม่เชื่อคำยุมึงหรอกคีย์

“ออครับ…100 ดอกครับ” ก็นั่นแหละครับอารมณ์ควบคุมความคิด ผมแพ้คำยุได้คีย์จนได้

“ฮ่ะ! กรี๊ด! จริงหรอคะ! พี่ไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม?” พี่ขายดอกไม้ตกใจมากแต่ก็รีบจัดใส่ช่อให้ผมถือง่ายๆ

“หู้ววววว มึงว่าพี่เค้าเชียร์ใครวะ”

“น้องนิวเยียร์ ไม่นะ!”

“ถ้ากูรู้ใครได้ของน้องนิวเยียร์ มันตายแน่!”

หลังจากได้ดอกไม้จากสตาฟหน้าบูทผมรีบสาวเท้าไปหาเพื่อน  2 ตัวที่ตอนนี้ส่งรอยยิ้มแปลกๆ
มาให้ผมตั้งแต่ผมเดินออกมาจากบูทขายของ

“มึงนี่มันสมเป็นเพื่อนกูจริงๆ” ไอ้คีย์ตบไหล่ผม แปะๆ

“เราว่าเราแนะนำไป 1 นะ ไม่ใช่ 100”

“รีบไปเหอะคนมอง” ผมรีบเดินเข้าไปลานกิจกรรมตำแหน่งที่เวทีตั้งอยู่
ตลอดทางที่เดินมาผมถูกมองเป็นตาเดียวตั้งแต่ออกจากร้านมาแล้วยิ่งเข้าใกล้เวที
มาเท่าไหร่คนยิ่งมองมากกว่าเดิม ถ้าผมรู้ว่าทำแล้วมันจะเป็นแบบนี้ผมไม่ทำแน่นอน
ในชีวิตการทำงานของผมก็มีคนสนใจมากพออยู่แล้วในมหาลัยให้ผมมีชีวิตธรรมดาหน่อยเถอะ
อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องมีคนสนใจมากขนาดนี้

“เหลือเวลาในการมอบดอกไม้อีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น! หนุ่มๆสาวๆคนไหนยังไม่ได้ดอกไม้รีบเลยนะคร๊า!”

“ถึงเวลาแล้ว…มึงเอาไปให้เลย!” ไอ้คีย์กระแซะไหล่ผมให้ขยับเท้าไปหน้าเวที

“มึงกูไม่…”

“ไปเถอะเยียร์…มั่นใจหน่อยคิดซะว่าเอาดอกไม้ให้ผู้ถือหุ้น” 

“เอาก็เอา!” ผมเดินฝ่าฝูงชนสินกำทั้งหลายจนไปถึงหน้าเวที

ตึก ตึก ตึก เหมือนสมองของผมฉายภาพของสงกรานต์ช้าๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เรายังอยู่ในห้องด้วยกัน

“จะยืนให้คนมองอีกนานไหม?” เสียงทุ้มๆทำผมหลุดออกจากภวังค์

“อ..อื้อ..หะ…ให้” ผมยื่นดอกไม้ที่อุ้มมาให้อ้อมแขนของสงกรานต์ที่เข้ามารับมันไว้

“สู้ๆนะ…ฉันเชียร์อยู่” ผมพูดจบแล้วหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากหน้าเวที

“เดี๋ยว! รอผมอย่าพึ่งกลับ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับมารวมกับเพื่อนๆ

“เฮ้!!!!!!” เสียงโห่ร้องของเพื่อนๆผม

“สุดย๊อด! คนอกหักทั้งมหาลัยอ่ะ” ธีมพูดออกมาก่อน

“เพื่อนโผมมมม!” ไอ้คีย์เข้ามากอดไหล่ผมโยกไปมาอย่างภูมิใจ

“แกรนด์โอเพ่นนิ่งสัส! มึงมันแน่!”

“เอ๊า! ล่ะคะทุกคน ตอนนี้เรากำลังรวมคะแนนของทั้งผู้เข้าแข่งขันเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา
เราจะขอสัมภาษน้องๆทั้ง 3 คน เริ่มที่น้องเจมส์ค่ะ ช่วยแนะนำตัวและพูดอะไรกับคนที่เชียร์เราหน่อย”

“สวัสดีครับผมเจมส์ครับ สินกำปี 1 ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆที่เชียร์ผมนะครับ ถึงผมจะไม่หล่อเท่าไหร่
แต่ถ้าคุณมีใจ ขอเท่าไหร่ผมก็ให้ไหวนะครับ”

“กรี๊ด!!!!! สดใสมากแก!”

“สวัสดีครับผมไผ่ สินกำปี 1 ขอบคุณที่ทุกคนเอาดอกไม้มาให้” แค่นี้? ไม่มีอะไรผสม
สงสัยจะเป็นคนขี้รำคาญจริงๆเพราะดูจากหน้าตอนนี้น้องมันคงเบื่อหน่ายสุดๆ

“คนสุดท้าย! น้องสงกรานต์!”

“กรี๊ดด!!! หล่อมากแก!”

“จับกูไว้! กูจะล้ม!” เสียงหวีดจากสาวๆ
หน้าเวทีและรอบข้างดังกลบเสียงบนเวทีซะมิด
“มีอะไรอยากจะพูดกับคนที่ให้กำลังใจเราไหม” พิธีกรสาวถาม สงกรานต์รับไมค์มาเงียบๆ
ยกขึ้นจรดที่ริมฝีปากก่อนจะพูด

“ผมสงกรานต์ สินกำปี 1 ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง ขอบคุณที่มองเห็นค่าในตัวผม
ขอบคุณที่เปิดใจและขอบคุณสำหรับดอกไม้…ผมชอบมันมากจริงๆ”


ผมชอบมันมาก


ผมชอบ


ผมชอบบบบบบบ โว๊ยยยยยย! ผมขอเข้าข้างตัวเองว่าสงกรานต์พูดถึงผมละกัน เด็กบ้าเอ๊ย!
ฉันหลงคนแบบเธอได้ยังไง ดาเมจของมันกำลังกัดกินผม

“นิวเยียร์! เยียร์! ไอ้เยียร์!”

“ฮะ…ฮ่ะ! วะ..ว่าไง” ผมหลุดออกจากภวังค์

“มีสติหน่อยเพื่อน…ดูรางวัลแห่งความสำเร็จของมึงหน่อย” ผมมองขึ้นไปบนเวทีตอนนี้
ประกาศผลเรียบร้อยเป็นไปตามคาดด้วยคะแนนชนะแบบขาดรอยด้วยคะแนน 10,000 คะแนน
ทะลุสถิติการประกวดดาวเดือนของทุกปีไปเลย

“ตัวแทนเดือนคณะสินกำของเราได้แก่ น้องสงกรานต์! คร๊า!” พิธีกรสาวกล่าวประกาศรางวัลสงกรานต์
เดินขึ้นเวทีมารับสายสะพายจากเดือนปีที่แล้ว พิธีกรสาวกล่าวปิดงานการคัดเลือกเดือนและ
ดาวของคณะสินกำคนในลานกิจกรรมทยอยเดินออกจากลานกิจกรรม ผมและเพื่อนๆก็เช่นกันตอนนี้
เราเดินมาถึงลานจอดรถ

“มึง”

“ว่า” ไอ้คีย์และธีมหันมองผมอย่างสงสัย

“คือ…คือว่า..น้องมัน”

“หึ…ไม่ต้องเดาแล้ววะมึง กูรู้ละมันรอใคร” ไอ้คีย์หันไปคุยกับไอ้ธีมแบบไม่สนใจผม
ผมเลยหันหลังไปมองทางที่พวกมันมองอยู่สงกรานต์เดินมาพร้อมกับช่อดอกทิวลิปที่ผมเป็นคนให้

“กูไปก่อนนะ…พวกมึงกลับดีๆละ” ผมบอกพวกมันก่อนจะรีบเดินไปหาคนที่บอกผมให้รอ

“มีอะไรจะคุยหรือเปล่า” ผมถามออกไปทันทีที่มาถึง

“จะกลับยังไง?” สงกรานต์ถามผมแทนคำตอบ

“ก็ถ้าเธอมีอะไรจะคุยก็คงจะให้คนรถมารับ…ไม่อยากให้ไอ้พวกนั้นรอน่ะ” ผมเริ่มเครียดเล็กน้อย
เหมือนน้ำเสียงน้องจะไม่พอใจผมยังไงชอบกล

“เฮ้อ…ตามมา” สงกรานต์บอกแค่นั้นแล้วเดินนำไปอีกฝั่งที่เป็นลานจอดรถของคณะของมัน
แต่อยู่ลึกเข้าไปผมเดินตามไปเงียบๆ จนมาหยุดอยู่หน้ารถญี่ปุ่นคันขาวที่น่าจะเป็นรถของเจ้าตัว
สงกรานต์ปลดล็อครถเอาของที่ถือมาทั้งกระเป๋าและดอกไม้ยัดใส่หลังรถ “ขึ้นรถครับ” ผมเปิดประตูขึ้นประตูหลังอย่างเคยชิน

“ข้างหน้าครับ”

“โอ๊ะ! โทดที” ผมยัดตัวเองเข้าไปในรถ ภายในรถมีกลิ่นหอมๆเหมือนกับกลิ่นผลไม้หวานๆที่ผมชอบ
และก็เย็นๆเหมือนมิ้นทำให้ผมสดชื่นขึ้นมาทันทีที่นั่งในรถ ถึงจะเป็นความรู้สึกที่แปลกเพราะ
มันค่อนข้างแคบแต่ผมก็ชอบที่จะนั่งตรงนี้มากกว่ารถของตัวเอง

“เฮ้อ..” สงกรานต์ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“อยากจะบอกอะไรฉันไหม” ผมถามออกไปเพราะตอนนี้รู้สึกอึดอัดกับความเงียบ

“อยาก…แต่ผมจะขอถามก่อน ตอบแบบตรงไปตรงมาได้ใช่ไหม” สงกรานต์ถามผมและผมพยักหน้า
ตอบกลับไปแบบลุ้นว่าเค้าจะถามอะไร

“ทำไมถึงทำ…ทั้งในงานวันนี้ ทั้งวันที่ฝนตกและเมื่อวานที่โรงแรม”

“ก็แค่…อยากทำ” ผมตอบออกไปแบบตรงไปตรงมา

“ทำไมถึงอยากทำ?”

“เพราะ…ไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่มันเริ่มจากวันที่เราเจอกันวันแรกที่ผับ”

“ฉันรู้สึกเหมือนเห็นอะไรในตัวเธอ…เธอทำให้ฉันรู้สึกอะไรบางอย่างเหมือนฉันตามหามันมานาน”

“แล้วสิ่งนั้นคืออะไร”

“ฉันก็ไม่รู้หรอก…ฉันเลยตามหาไง ถ้าเธอไม่โอเค..ฉันจะหยุ…”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไร” สงกรานต์หันหน้ามาหาผมขณะกำลังจอดติดไฟแดงอยู่
“ผมจะพาไปที่นึง…แล้วตัดสินใจว่าคุณจะเอายังไงต่อ…ผมขอให้คุณคิดให้ดีเพราะคำตอบของคุณจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีก”

---------------------------------
จะพานิวเยียร์ของแม่ไปไหน!!!! ยัยเยียร์ก็ใจอ่อนตามเค้าไปหมดเลยนะย๊ะ!

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1818
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด